88
4. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
6. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. ใบงาน เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขนึ้ ไป
2. กิจกรรมลกู เสอื เกณฑ์ผ่านการ 50 % ข้ึนไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑ์ผา่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
6. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กบั การ
ประเมินตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
ใหล้ ูกเสือวิสามญั ฝกึ การผกู เงื่อนเชอื กในลกั ษณะตา่ ง ๆ
89
ใบงานที่ 10.1
เร่ือง เงื่อนเชอื ก
ชื่อ...............................................นามสกุล.......................................เลขที่..............ชั้น................
ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวงั : เพ่อื ใหล้ กู เสอื รจู้ กั ประโยชน์และผกู เงอื่ นเชอื กแบบตา่ งๆ ได้และนาไปประยกุ ต์ใช้
คาช้แี จง แบบประเมินนใ้ี ช้กับระดบั รายบุคคล/หม่ลู กู เสอื และทดสอบหลงั จากจบบทเรียนเรอ่ื งเงอื่ นเชือกท้งั หมด
คาสัง่ 1. ให้ลกู เสอื (เปน็ หมู่/รายบุคคล) ผูกเงื่อนเชือกประเภทต่างๆ
2. ให้หมู่ลกู เสอื จดั ทาโมเดล หอคอย สะพานประเภทต่างๆ หรอื เสาธงลอย อย่างใด อยา่ งหนึ่งโดยใช้ไม้
ไผ่
ช่อื (รายบุคคล/หมู่ท)่ี …………………………………………………………………………………..
ประเภทเงอื่ น ประโยชน์ ผลการปฏิบตั ิ
ผ่าน ไม่ผ่าน
1. พิรอด
2. ขัดสมาธิ
3. ผูกกระหวัดไม้
4. บว่ งสายธนู
5. ตะกรุดเบ็ด
6. ประมง
7. ผกู ซงุ
8. ผูกร้งั
9. ปมตาไก่
10. การผูกแน่น
11. การผกู กากบาท
12. การผูกประกบ
13. การผูกประกบ 3 ท่อน
(ลงชือ่ ผกู้ ากบั /นายหมู่)………………………………………
ผปู้ ระเมิน
90
บนั ทึกหลงั การสอน
ข้อสรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทพี่ บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแกป้ ญั หา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
91
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 12 หน่วยท่ี 10
รหัสวิชา 20000-2001 กิจกรรมลูกเสอื วิสามญั 1 จานวนช่ัวโมง 2 ช.ม.
ชอื่ หนว่ ย/เรอ่ื ง เงอ่ื นเชอื ก
แนวคดิ
ลูกเสือทุกคนจะต้องผูกเง่ือนเชือกเป็น และสามารถนาเงื่อนเชือกไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้
การใช้เง่ือนเชือกน้ีลูกเสือจะต้องรู้จักนาไปใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับวัสดุอุปกรณ์ เพื่อจะได้รับ
ประโยชนอ์ ยา่ งเตม็ ท่ี
ผลการเรยี นร้ทู คี่ าดหวัง
2. ผูกเงอื่ นประเภทต่างๆ ได้
3. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผ้สู าเรจ็ การศึกษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทคี่ รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
3.1 ความมมี นุษยสัมพนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ัย
3.3 ความรับผิดชอบ
3.4 ความซอ่ื สตั ย์สุจริต
3.5 ความเชอื่ ม่นั ในตนเอง
3.6 การประหยัด
3.7 ความสนใจใฝ่รู้
3.8 การละเว้นสง่ิ เสพติดและการพนัน
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ํกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบยี บวินัย คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื วิสามัญ
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลูกเสอื และกจิ กรรมพิเศษของลูกเสือ
3. บาเพญ็ ประโยชนต์ ่อชมุ ชนและทอ้ งถน่ิ ในสถานการณ์ตา่ งๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผ้นู าผู้ตามและกระบวนการกลมุ่ ในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมลกู เสือวสิ ามัญ
สาระการเรียนรู้
3. เงือ่ นชนิดตา่ งๆ (ต่อ)
92
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูผู้สอนทบทวนการผูกเงื่อนเชือกในลักษณะต่างๆ ที่ศึกษาในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสุ่มผู้เรียนบางคน
ออกมาผกู เงอ่ื นเชือกตามทคี่ รูผู้สอนระบุ
2. ผเู้ รียนทดลองผูกเงอ่ื นเชือกแบบผูกซงุ ดังนี้
วธิ ีผูก
ขน้ั ที่ 1 ใช้เชือกพันรอบวตั ถุท่ตี ้องการจะผูก
ขั้นท่ี 2 งอปลายเชอื กเป็นบว่ งแลว้ สอดเข้าใตต้ ัวเชอื กใหป้ ลายตง้ั ข้นึ
ข้นั ที่ 3พนั ปลายเชอื กรอบเสน้ เชอื กที่ทาบอยูบ่ นวัตถุที่จะผูก 3-4 รอบ แล้วดงึ ตวั เชือกเพื่อใหเ้ ง่ือนแน่น
ขน้ั สอน
3. ครผู สู้ อนอธบิ ายและสาธิตการผกู เงอ่ื นชนิดตา่ งๆ (ต่อ)
8. เง่ือนผกู ร้งั
ข้นั ที่ 1 พนั ปลายเชอื กเปน็ บ่วงดงั ภาพ
ขน้ั ที่ 2 ใช้ปลายเชือกพนั รอบเส้นเชือก 3 ครง้ั แลว้ สอดปลายเชือกขนึ้ บน
ข้ันที่ 3 พันปลายเชือกรอบเส้นเชอื กด้านบนอกี 1 รอบสอดปลายเชือกกลับลงมาในบว่ งด้านล่าง
9. เง่ือนปมตาไก่
ขั้นท่ี 1 ม้วนปลายเชอื กให้เปน็ บ่วงดงั ภาพ
ขั้นที่ 2 สอดปลายเชือกลอดเข้าไปในบ่วงและวางทบบ่วงไปอกี ด้านหนึ่ง
ข้ันที่ 3 ดงึ ปลายทัง้ สองใหบ้ ว่ งรดู เข้าหากนั จนเป็นปม
93
10. การผูกแน่น
การผูกทแยง
ขั้นท่ี 1 ใช้ปลายเชอื กด้านหนึง่ คลอ้ งรอบไม้กากบาทท่ีต้องการจะมดั หรือผูกแล้วผูกด้วยเงือ่ นผกู ซุงกอ่ น
ขน้ั ที่ 2 ดึงปลายเชือกลงทางขวา เพ่อื ใหเ้ งอื่ นแนน่ แล้วพันรอบไมท้ งั้ สอง 3-4 รอบ
ข้นั ที่ 3 พนั เชอื กทแยงรอบไม้กากบาทอีกด้านหน่ึง 3 รอบ
ขัน้ ท่ี 4 พนั หกั คอไก่ 3 รอบ
ขั้นที่ 5 จบลงด้วยเง่อื นตะกรดุ เบด็ บนไมด้ ้านหนึ่ง
11. การผกู กากบาท
ข้ันที่ 1 ผกู เง่อื นตะกรุดเบ็ดใต้ไมก้ ากบาท
ขนั้ ที่ 2 สอดปลายเชือกไปพันรอบตัวเชอื ก 3-5 รอบ
ข้นั ท่ี 3 ออ้ มเชือกไปใตไ้ มอ้ นั ขวางทางด้านขวาหรือซ้าย แลว้ ดงึ ข้ึนเหนอื ไม้อันขวาง แล้วพันออ้ มไปดา้ นหลงั
ขัน้ ท่ี 4 ดงึ เชอื กอ้อมมาทางด้านหนา้ พนั ลงใต้ไม้อันขวาง ดงึ ออ้ มไปด้านหลังไม้อันต้งั ไปทางด้านขวา
แล้วดงึ เชือกพาดไม้อันขวางทางขวา แล้วพันตัง้ ต้นใหม่ประมาณ 3-4 รอบ
94
ขัน้ ท่ี 5 พนั หักคอไก่ 3 รอบ แล้วผูกปลายเชือกดว้ ยเงอ่ื นตะกรุดเบ็ดที่ไม้อนั ขวาง
12. การผูกประกบ
ข้นั ที่ 1 เอาไมท้ ่จี ะตอ่ กนั วางขนานกัน โดยให้ส่วนทีจ่ ะผูกวางซอ้ นกันประมาณ 1/4 ของความยาว
ข้นั ที่ 2 เอาเชือกผูกเง่ือนตะกรุดเบ็ดท่ีเสาต้นหน่งึ แล้วบิดปลายเชือกเข้ากบั ตัวเชือก ทาเหมือนกันกบั
เสาอีกต้นหนง่ึ ใช้ลมิ่ ขนาดเทา่ ตัวเชอื กคั่นระหว่างเสา
ข้ันที่ 3 พนั เชอื กรอบเสาทง้ั สองตน้ ใหเ้ ชอื กเรียงกัน ให้ได้ความกว้างเทา่ กับความกว้างของไมท้ ้งั สองอนั
สอดเชอื กเขา้ กลางระหวา่ งไมท้ ้ังสองเพอื่ เตรียมพันหกั คอไก่
ข้นั ท่ี 4 พันหักคอไก่โดยสอดเชือกในระหวา่ งไม้ พันรอบเชือกท่ีพันอยู่เดิม ดึงล่ิมออกรัดหักคอไก่ให้
แนน่
ขั้นท่ี 5 ผูกปลายเชอื กด้วยเงอ่ื นตะกรุดเบ็ดทไ่ี มค้ นละอันกบั อนั ขึ้นตน้
13. การผกู ประกบ 3 ทอ่ น
เรมิ่ ด้วยผกู ตะกรุดเบ็ดทีเ่ สาตน้ กลาง บดิ ปลายเชอื กเขา้ กบั ตัวเชือก แล้วพันรอบเสาทัง้ สามให้เชือกเรียงกัน
จนกว้างเท่ากบั ความกว้างของเสาทั้งสามตน้ หักคอไก่รดั เชือกจนแน่นแลว้ จบลงด้วยการผกู ตะกรุดเบ็ดที่เสาตน้ รมิ
ขัน้ สรุปและการประยกุ ต์
6. สุ่มผูเ้ รียนให้ผูกเง่อื นเชอื กในลักษณะตา่ ง ๆ ซ่งึ สามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวันได้
95
สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี น วชิ า 2000-2001 กิจกรรมลกู เสอื วสิ ามัญ 1 ของสานกั พิมพเ์ อมพันธ์
2. ส่ือแผ่นใส
3. อินเทอร์เนต็
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลักฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชอื่
3. แผนจดั การเรยี นรู้
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่
7. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
เครื่องมือวัดผล
1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมิน
เกณฑ์การประเมินผล
1. ใบงาน เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขึน้ ไป
2. กิจกรรมลูกเสอื เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขึ้นไป
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรบั ปรงุ
5. เกณฑผ์ ่านการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
96
6. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
7. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยู่กับการ
ประเมนิ ตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ให้ลกู เสือวสิ ามัญผกู เงื่อนเชือกในลักษณะตา่ ง ๆ
2. ใหล้ ูกเสือวิสามญั ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมดงั น้ี
- เล่นเกม การต่อยาว
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องเกม
เพื่อทดสอบความรู้
เพือ่ ฝึกทักษะการใช้เงือ่ นเชือก
เพือ่ ฝึกความว่องไว และการวางแผน
2. จานวนผู้เลน่
ไมจ่ ากัดจานวน
3. การจัดกลุ่มการเลน่
จัดเป็นกลุ่ม ๆ ละ 6-8 คน
4. กตกิ า
หมใู่ ดผูกเง่ือนถูกต้อง เรว็ และยาวทสี่ ดุ
เม่อื เสรจ็ สิ้นเกมแต่ละคนแก้เชือกได้เร็ว และเก็บตามหลักวิธีการของลูกเสือได้เรียบร้อย
และเร็วทส่ี ดุ เปน็ หมู่ทปี่ ระสบความสาเร็จ
5. วธิ เี ลน่
5.1 ผู้เล่นเตรยี มเชอื กสาหรับผกู เง่ือนคนละ 1 เสน้
5.2 ผู้นาเกมตรวจอุปกรณ์เชอื กผูกเงื่อน และให้ผเู้ ล่นเข้าแถวตอนลกึ
5.3 ผู้นาเกมกาหนดจดุ เริม่ ต้นผูก และเงื่อนทจ่ี ะใหผ้ เู้ ลน่ ผกู
5.4 ผนู้ าเกมให้สญั ญาณเรม่ิ เล่นพรอ้ มบอกช่อื เงอื่ นทจ่ี ะใหผ้ กู เรม่ิ ตน้
5.5 ผเู้ ลน่ จะวิ่งไปผกู เง่อื นเร่ิมตน้ เม่อื ผกู เสร็จว่ิงกลับมาแตะมือผู้เล่นคนท่ี 2 คนท่ี 2 จึงจะวิ่ง
ไปผกู เงือ่ นตอ่ ไป โดยไม่ซา้ เง่ือนทีผ่ ู้เล่นคนก่อนผูกไว้ จบครบผเู้ ล่นในหมขู่ องตนเองหมู่ใดเสร็จก่อนถูกต้องเงื่อนไม่ซ้ากัน
จะเปน็ หมทู่ ีป่ ระสบความสาเร็จ
97
นิทานเรอื่ ง ลากบั ดอกไม้หนาม
ลาตัวหนง่ึ ถกู เจ้านายใช้ให้แบกตะกร้าใส่อาหารจานวนมากไว้บนหลังของมันเพ่ือไปส่งให้พ่อค้า ตะกร้านั้น
หนักมากจนหลังของมันเจ็บไปหมด เมอื่ ลาตัวนัน้ เดินมาถงึ ดงดอกไม้หนาม ด้วยความเหน่ือยและความหิว ลาจึงก้ม
ลงกนิ ดอกไม้หนามนัน้ แมห้ นามของดอกไมจ้ ะทิ่มตาลาคอของมนั เพียงใด เมือ่ กนิ อิ่มแลว้ มนั จึงราพงึ กับตวั เองวา่
“ดูเอาเถิด แม้เราจะบรรทุกอาหารช้ันดีมามากมาย แต่อาหารเหล่านั้นก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรแก่เราเลย
นอกจากจะสร้างแตค่ วามหนักและความเหนือ่ ยให้เรา สดู้ อกไม้หนามกไ็ ม่ได้ แมจ้ ะมรี ปู รา่ งอปั ลกั ษณ์น่าเกลียด ท้ังรส
กข็ มและทาให้คนั คอ แต่มนั ก็ชว่ ยใหเ้ ราหายหวิ ได้มากกว่าอาหารรสเลิศบนหลังของเราเสยี อีก”
ระฆังใบน้อย
ระฆงั ใบน้อย ในวัดพระแก้ว ดงั ดิงดอ่ งดอง
ดิงด่องดอง ดงิ๊ ดอ๊ งด๊อง ดิ๊งดอ่ งดอง ด๊งิ ดอ๊ งด๊อง
ดิ๊งด่องดอง ดิง๊ ด่องดงิ ดองดง่ิ ด๊อง ดิ๊งด่องดองด่งิ ดอง
ดิ๊งด่องดิงดองด่งิ ด๊อง ด๊ิงด่องดองดิ่งดอง
98
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลังการสอน
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
ปญั หาทพ่ี บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
99
แผนการจัดการเรยี นรูแ้ บบบูรณาการท่ี 13 หน่วยท่ี 11
จานวนช่ัวโมง 2 ช.ม.
รหสั วชิ า 20000-2001 กิจกรรมลกู เสอื วสิ ามัญ 1
ชื่อหน่วย/เร่อื ง แผนที่
แนวคิด
แผนทเ่ี ป็นเคร่ืองมือท่จี าลองสิ่งต่างๆ ในพนื้ ทีแ่ ตล่ ะแห่งใหง้ ่ายต่อการศกึ ษา และเพอ่ื ประโยชน์ในด้านต่างๆ
ลกู เสอื จะตอ้ งอา่ นและเข้าใจแผนที่ เพื่อนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั อนั เป็นประโยชนโ์ ดยตรงต่อตนเอง และ
สงั คมสว่ นรวม
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. บอกความหมาย และความสาคัญของแผนท่ไี ด้
2. บอกชนิดของแผนทีไ่ ด้ทุกชนดิ
3. อ่านแผนท่ี และหาจดุ ที่ตง้ั ได้
4. บอกประโยชน์ของแผนทไ่ี ด้
5. มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้สาเรจ็ การศกึ ษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ท่คี รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่ือง
5.1 ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
5.2 ความมีวินัย
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
5.5 ความเชื่อมั่นในตนเอง
5.6 การประหยัด
5.7 ความสนใจใฝร่ ู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามัคคี
5.10 ความกตัญํูกตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏิบตั ติ นตามระเบียบวนิ ัย คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือวิสามญั
2. วางแผนและปฏิบัติกจิ กรรมทักษะทางลกู เสือและกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสอื
3. บาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนและท้องถิ่นในสถานการณต์ า่ งๆ
4. ใช้ระบบหมู่ การเปน็ ผูน้ าผตู้ ามและกระบวนการกล่มุ ในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมลูกเสอื วสิ ามัญ
100
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายและความสาคัญของแผนที่
2. ชนิดของแผนท่ี
3. องคป์ ระกอบของแผนที่
4. การอา่ นแผนที่
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูผสู้ อนกบั ผู้เรียนกล่าวถึงแผนที่ คือ ส่ิงท่ีจาลองรายละเอียดต่างๆ ท่ีอยู่บนพ้ืนผิวโลก โดยเขียนลงบน
พน้ื ที่ราบตามมาตราส่วนและสัญลักษณ์ทีต่ ้องการ
2. ครูผู้เรียนกล่าวถงึ ความสาคญั ของแผนท่ี เพราะเป็นส่ิงที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ที่อยู่
บนพ้ืน ผิวโลกได้ชัดเจน เป็นส่ิงท่ีแสดงข้อมูลต่างๆ ที่เก่ียวกับโลก เป็นเคร่ืองมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าเปรียบเทียบ
สภาพทางภูมิศาสตร์และอ่ืนๆ ได้เป็นอย่างดี และยังมีความสาคัญทางการเมืองเกี่ยวกับการแสดงอาณาเขต แล ะการ
วางแผนทางด้านยุทธศาสตร์ได้ดว้ ย
3. ผูเ้ รียนยกตัวอย่างแผนท่ีในการเดินทางไกลที่พบเห็นโดยท่ัวไป โดยแบ่งความสาคญั ของแผนทไ่ี ด้ดังน้ี
(1) ทางการเมอื ง เชน่ ชว่ ยในการแบง่ เขตการปกครอง กาหนดเขตพรมแดนระหว่างประเทศ และ
ในทางการทหารกใ็ ช้เปน็ เครือ่ งมอื ในการกาหนดแผนยุทธศาสตร์
(2) ทางเศรษฐกจิ เช่น กาหนดเขตพัฒนาเศรษฐกิจอตุ สาหกรรม แผนทก่ี ารวางแผนสรา้ งเขอ่ื น การ
วางแผนใชท้ ่ดี นิ เพอ่ื การเกษตรกรรม เปน็ ตน้
(3) ทางการคมนาคมขนส่ง การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นด้วยการเดินเท้า ทางเรือ ทางรถยนต์หรือทาง
เคร่ืองบนิ ก็จะตอ้ งใช้แผนที่ประกอบการเดินทางเพอ่ื ความสะดวก ปลอดภัยและถึงจดุ หมายปลายทางตามต้องการ
ขนั้ สอน
4. ครูผู้สอนใช้เทคนิควิธีสอนโดยใช้ศูนย์การเรียน (Learning Center) ซึ่งเป็นเป็นวิธีสอนท่ีช่วยให้ผู้เรียน
สามารถเรยี นรไู้ ด้ด้วยตนเอง และทราบผลการเรยี นรขู้ องตนทันทที เ่ี รียนจบ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นในการ
เรียนรู้ โดยครผู สู้ อนจัดมุมความรู้หรอื ศูนย์การเรียนรจู้ านวน 4 ศูนย์ ดงั น้ี
ศนู ย์การเรียนรทู้ ี่ 1 ความหมายและความสาคัญของแผนท่ี
ศนู ย์การเรยี นรู้ที่ 2 ชนดิ ของแผนท่ี
ศูนย์การเรยี นรู้ที่ 3 องคป์ ระกอบของแผนที่
ศูนย์การเรียนรู้ที่ 4 การอา่ นแผนที่
5. ใหผ้ ้เู รียนศกึ ษาหาความรดู้ ว้ ยตนเองจากศนู ยก์ ารเรียนหรือมุมความรู้ ซึ่งผู้สอนได้จัดเตรียมเน้ือหาสาระ
และกิจกรรมทใ่ี ช้สอื่ การสอนหลายๆ อยา่ งประสมกันเอาไว้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ปกติศูนย์การเรียนจะมีหลาย
ศูนย์ แต่ละศูนย์จะมีเนื้อหาสาระเบ็ดเสร็จในตัวเอง ผู้เรียนจะหมุนเวียนกันเข้าศูนย์ต่างๆ จนครบทุกศูนย์โดยมีศูนย์
101
สารองไวส้ าหรับผูเ้ รียนทเ่ี รียนรไู้ ดเ้ รว็ และทากิจกรรมเสรจ็ ก่อนคนอื่นๆ ผู้สอนทาหนา้ ทีเ่ ปน็ ผู้จัดเตรียมศูนย์การเรียน ให้
คาแนะนา ช่วยอานวยความสะดวกแก่ผู้เรียน และประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. ผเู้ รียนศึกษาแผนที่ดงั น้ี
กิจกรรมที่ 1 ศกึ ษาแผนทตี่ ามรปู ภาพ
กจิ กรรมที่ 2 ศึกษาแผนท่ตี ามรูปภาพ
102
กจิ กรรมที่ 3 ให้เขียนพกิ ดั ภมู ิศาสตร์ หรอื ลองจจิ ูด และละตจิ ูด
กิจกรรมท่ี 4 ใหเ้ ขยี นสญั ลกั ษณ์
กจิ กรรมที่ 5 ให้แสดงการหาทต่ี ้ังโดยอาศยั พิกดั ตาราง
45 A = 716438
44 A
43
42
41
40
70 71 72 73 74 75 76
103
ขน้ั สรุปและการประยกุ ต์
7. ครใู ช้วธิ ีสุ่มผู้เรียนทุกคน/ทกุ กลุ่มตอบคาถามและอธบิ ายใหเ้ พอื่ นฟ๎งทงั้ ชั้นเรียน พร้อมสรปุ เน้อื หาเร่ืองอีก
ครั้ง โดยใช้แผ่นใสประกอบ
8. ทากจิ กรรมและทาแบบประเมินผลการเรียนรู้โดยตรวจคาตอบจากแผ่นใสและประเมินตนเองจากแบบ
ประเมนิ ตนเองตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้
ชื่อผู้เรียน ธรรมชาตขิ องผู้เรียน วิธกี ารเรียนรู้
ความสนใจ สติปญ๎ ญา วฒุ ิภาวะ
1.
2.
3.
ช่ือผู้เรียน ประสบการณ์พ้นื ฐานการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน วิชา 2000-2001 กจิ กรรมลกู เสือวิสามัญ 1 ของสานกั พมิ พ์เอมพันธ์
2. สื่อแผน่ ใส
3. อินเทอรเ์ นต็
4. กิจกรรมและใบงาน
หลักฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเช็คช่อื
3. แผนจดั การเรียนรู้
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลกู เสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่
6. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
104
7. การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
เครื่องมอื วัดผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสือ
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. ใบงาน เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขนึ้ ไป
2. กิจกรรมลกู เสือ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ข้ึนไป
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขึ้นไป
4. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขึ้นไป)
6. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอย่กู บั การ
ประเมินตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
ให้ลูกเสอื วิสามัญปฏบิ ตั ิกิจกรรมดงั นี้
***เกม ตาบอดขาเสีย
1. วตั ถปุ ระสงค์ของเกม
เพ่อื ใหล้ ูกเสอื เข้าใจความรูส้ ึกของผอู้ น่ื
2. จานวนผูเ้ ล่น
ไมจ่ ากัดจานวน
3. การจดั กลมุ่ การเล่น
จัดเป็นคู่
4. กติกา
ใช้ผา้ ผกู ตา ผเู้ ลน่ 1 คน และใช้ผา้ ผกู ขา 1 ขา้ ง อกี 1 คน สิ้นสุดการเลน่ เกม ต้องแสดง
ความรู้สกึ ของแตล่ ะคนแตล่ ะคู่
5. วิธีเลน่
5.1 ให้แต่ละคู่ แต่ละคนตกลงกนั ว่าคนใดจะเปน็ คนตาบอด และใครจะเปน็ คนขาเสีย
5.2 ผนู้ าเกมผกู ผา้ คนท่เี ปน็ คนตาบอด และให้คนตาดียกขาขึ้นข้างหน่ึงไว้ด้านหลังแล้วใชผ้ า้ ผูกขาไว้
5.3 ใหค้ นตาดีจงู คนตาบอดไปท่ัวๆ บริเวณที่กาหนดไว้ภายในเวลาท่กี าหนด
105
5.4 เมอ่ื ส้นิ สุดเกม ผู้นาเกมให้ผเู้ ลน่ เกมเขียนแสดงความรู้สกึ ของตนเองวา่ มีความร้สู กึ อย่างไร
5.5 ผูน้ าเกมเลอื กใหผ้ ู้เล่นเกมคนตาบอด และคนขาเสียนาเสนอความรู้สกึ ของตนเอง
5.6 ผู้นาเกมสรุปความรู้สกึ ทค่ี วรปฏิบัตติ อ่ ผ้อู ืน่ เพ่ิมเติม
นทิ านเร่อื ง ผูเ้ สียสละ
เฮลิคอปเตอร์ หรือทเ่ี ราเรียกกันสัน้ ๆ ว่า “ฮอ” ของสหประชาชาตลิ าหนึ่งกาลงั เกิดปญ๎ หา ขณะกาลงั
บนิ อยเู่ หนอื หบุ เขาและป่าทบึ ผู้แทนนานาชาติทกุ คนบน “ฮอ” ลานัน้ กาลงั ตกใจและขวญั เสีย
นกั บนิ ประกาศว่า “เรากาลังมปี ญ๎ หา แตถ่ ้าเราสามารถลดนา้ หนกั ลงได้ โดยใหม้ ีผ้โู ดยสารลดลงสกั 5 คน
เราก็จะแกไ้ ขสถานการณน์ ี้ไดแ้ น่นอน ผมตอ้ งการผู้เสยี สละ 5 คน”
ผูแ้ ทนจากประเทศญ่ปี ุ่นก้าวมาท่ปี ระตู ตะโกนด้วยเสียงอนั ดงั ว่า “เพอ่ื พระมหาจักรพรรดิและดินแดน
อาทติ ยอ์ ุทยั อันโชติชว่ ง” แลว้ กระโดดลอยละลิ่วลงไป
ผแู้ ทนจากประเทศจีนตะโกนกอ้ ง “เพ่อื ท่านประธานเหมาเจ๋อตุง” แลว้ กระโดดสู่พ้ืนโลก
ผแู้ ทนจากสหรฐั อเมรกิ าตะโกนสดุ เสียง “เพือ่ เสรภี าพอนั ย่ิงใหญ่” แลว้ กระโดดออกไปจาก “ฮอ”
ผแู้ ทนจากรัสเซียรอ้ งก่อนกระโดดว่า “เพอ่ื เลนนิ สตาลนิ และพรรคคอมมนู ”
ผ้แู ทนจากประเทศไทยพดู เสยี งดงั ใหค้ นทัง้ ลาได้ยินว่า “เพ่ือชาวบา้ นบางระจัน” แล้วถบี ผแู้ ทนจากพม่า
ท่ียนื ขา้ งๆ กระเด็นออกไป ลอยละลิว่ สพู้ นื้ โลก (ฮา...)
เพลง เดอื นดารา
เดอื นดาราเด่นบนฟา้ ดาราขาวผอ่ ง เด่นบนฟ้านา่ มอง
ควรมาจองครู่ กั กันเสียใหม่ (ซา้ )
หวั อกกระไรราพึง คิดถงึ กระไรราพนั จาได้ใฝ่ฝ๎น แสงจันทรแ์ จม่ ฟ้า
เดือนก็หงาย ลมพระพายพัดมา หอมช่นื วญิ ญา ฉันอยากจะหาค่รู า
106
ใบงานที่ 11.1
เร่ือง แผนที่
ชอื่ ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท.่ี .............ชน้ั ................
ผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวัง : อ่านและจดั ทาแผนท่ีได้
คาชแี้ จง 1. ให้กาหนดมาตราสว่ นตามความเหมาะสม
2. แสดงตาแหน่งท่ีตัง้ สาคญั ภายในแผนท่ีอย่างนอ้ ย 5 จดุ
คาสง่ั ให้แต่ละหมจู่ ดั ทาแผนท่ที ีต่ ้งั ของสถานศึกษา
หมู่ท่ี……………….
ลงชอื่ …………………………………………….ผู้ปฏบิ ตั ิ
107
บันทึกหลังการสอน
ขอ้ สรุปหลงั การสอน
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
ปัญหาทพ่ี บ
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแก้ปัญหา
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
108
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการท่ี 14 หนว่ ยท่ี 12
รหสั วชิ า 20000-2001 กจิ กรรมสูกเสอื วสิ ามญั 1 จานวนชว่ั โมง 2 ช.ม.
ชือ่ หน่วย/ชื่อเรื่อง เขม็ ทิศและการหาเข็มทิศ
แนวคดิ
เขม็ ทิศเปน็ เครอ่ื งมือสาคญั ของกิจกรรมวชิ าลูกเสือ โดยเฉพาะการหาทิศในกิจกรรมการเดินทางไกล ลูกเสือ
จะตอ้ งร้จู ักและใช้เขม็ ทิศให้เป็น เข็มทิศมีหลายชนดิ แตท่ ่ีนิยมใช้กันมากในกจิ กรรมลกู เสือ คือ เขม็ ทิศแบบซลิ วา
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. บอกความหมายและส่วนประกอบของเข็มทศิ ได้
2. ใช้เขม็ ทิศแบบซิลวาได้
3. ทาแผนท่โี ดยสังเขปจากเขม็ ทศิ ได้
4. สังเกตทิศจากสง่ิ แวดลอ้ มได้
5. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผูส้ าเรจ็ การศึกษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรือ่ ง
5.1 ความมีมนุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี ินัย
5.3 ความรับผิดชอบ
5.4 ความซือ่ สัตยส์ ุจริต
5.5 ความเชื่อมน่ั ในตนเอง
5.6 การประหยัด
5.7 ความสนใจใฝร่ ู้
5.8 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรักสามัคคี
5.10 ความกตญั ํูกตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ัติตนตามระเบยี บวนิ ัย คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื วิสามญั
2. วางแผนและปฏิบัตกิ จิ กรรมทกั ษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพิเศษของลกู เสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและท้องถนิ่ ในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเปน็ ผ้นู าผตู้ ามและกระบวนการกลุม่ ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมลูกเสือวสิ ามัญ
109
สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายและสว่ นประกอบของเข็มทิศ
2. เขม็ ทศิ แบบซิลวา
3. การทาแผนท่สี งั เขปโดยใช้เข็มทศิ
4. วธิ ีการสังเกตทศิ จากสง่ิ แวดล้อม
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูผูส้ อนและผ้เู รียนสนทนากันเรอื่ งเข็มทิศ คือ เครื่องมือทีใ่ ช้ในการหาแนวทิศเหนือ เข็มทิศมีหลายชนิด
เช่น เขม็ ทิศตลบั ธรรมดา เข็มทิศข้อมือ เข็มทิศแบบเลนซาติก (Lensatic) และเข็มทิศแบบซิลวา (Silva) โดยเข็มทิศที่
นิยมใช้ในวงการลูกเสือนั้น คือ เข็มทิศแบบซิลวาของสวีเดน เป็นเข็มทิศและไม้โปรแทรกเตอร์รวมอยู่ด้วยกัน ท่ัวโลก
นิยมใช้มาก ใช้ทาแผนทแี่ ละหาทิศทางได้ดี เหมาะสาหรบั ลูกเสือ เพราะใช้ง่ายและสะดวก
2. ครูนารปู ภาพเข็มทิศมาประกอบ เพ่อื เช่อื มโยงเข้าสเู่ น้อื หาการรียน
ขน้ั สอน
3. ครูใช้วิธีการสอนแบบ Jigsaw โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 2 คน เลือกประธาน
และเลขานกุ าร สมาชิกในแตล่ ะกลุ่มมีความสามารถแตกต่างกนั ในแต่ละกลมุ่ ตัง้ ชือ่ วา่ เป็นกล่มุ บ้าน
กลมุ่ บา้ น ก
กลมุ่ บา้ น ข
กลุ่มบา้ น ค
กลมุ่ บ้าน ง
สมาชิกท้ัง 4 คน ในแต่ละกลุม่ บา้ นยอ่ ยๆ น้ัน จะไดร้ ับใบงานไปปฏิบัติเหมือนกันดงั นี้
สมาชิกคนที่ 1 ในกลมุ่ ก ,ข ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง ความหมายและสว่ นประกอบของเข็มทศิ
สมาชกิ คนที่ 2 ในกลุ่ม ก ,ข ใบงานที่ 2 เร่อื ง เขม็ ทศิ แบบซิลวา
สมาชิกคนท่ี 2 ในกลุ่ม ก ,ข ใบงานที่ 3 เร่ือง การทาแผนทสี่ ังเขปโดยใช้เขม็ ทิศ
สมาชิกคนท่ี 2 ในกลุ่ม ก ,ข ใบงานที่ 4 เร่ือง วธิ กี ารสงั เกตทิศจากสง่ิ แวดล้อม
เม่ือได้รบั ใบงานครบ ครูให้ผู้เรียนท่ไี ด้รับใบงานเรื่องเดียวกันเข้ารวมกลุ่มกัน เรียกชื่อใหม่ว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
แต่ละกลมุ่ ใน 4 กล่มุ เลือกประธานและเลขานกุ าร
110
4. ผู้เรียนกลุ่มผู้เช่ียวชาญแต่ละกลุ่มทากิจกรรมที่กาหนดในใบงาน โดยร่วมกันค้นคว้าอภิปรายแสดงความ
คิดเหน็ หาข้อสรปุ และบนั ทึกในใบงานของตน ประธานกลมุ่ สังเกตพฤตกิ รรมการทากจิ กรรมกล่มุ ของสมาชกิ
5. ผู้เรยี นปฏบิ ัติกจิ กรรมดงั นี้
กจิ กรรมท่ี 1 ให้ลูกเสอื วิสามัญใช้เข็มทศิ ซิลวา แล้วเขียนบันทกึ ไวใ้ นสมดุ
กิจกรรมที่ 2 ให้ลูกเสือวิสามัญเขียนบันทึกวิธีทาแผนท่ีสังเขป โดยตอ้ งมีสงิ่ ท่ตี ้องแสดงไว้ในแผนที่สงั เขป
1. เครื่องหมายทิศเหนอื แม่เหล็ก
2. ชอ่ื ผู้ทา
3. วนั เดอื น ปี ที่ทา
4. มมุ และระยะทาง
5. สถานทสี่ าคญั ทเ่ี ด่นชัด (ภายในไม่เกนิ 500 เมตร)
วธิ ีทาแผนที่สงั เขป
(1) เขียนลูกศรทิศเหนือแม่เหล็ก ลงบนหัวกระดาษดา้ นบน
น
(2) จัดวางแผน่ กระดาษ วางใหถ้ กู ทศิ โดยใชเ้ ข็มทศิ
111
(3) กาหนดจะเริม่ ตน้ ลงบนแผ่นกระดาษ (สมมตคิ ือจดุ ที่ 1)
น
1
*
(4) ลากเส้นตรงเบาๆ จากจดุ เริม่ ตน้ ไปตามแนวทิศทางทีจ่ ะเดนิ ทางไปยังจุดท่ี 2
2
น
1
*
(5) ใชเ้ ขม็ ทศิ เลง็ ไปตามทศิ ทางน้นั โดยเลง็ ไปยังทห่ี มายทีเ่ ดน่ ชัด
(6) อา่ นค่ามมุ อะซิมุทแมเ่ หล็กท่ีวัดได้ จดลงไวใ้ นสมุดทาแผนที่
(7) ผทู้ าออกเดนิ ทางจากจุดเริ่มต้น (จุดที่ 1) ไปตามทศิ ทางนัน้ จนถงึ จดุ ท่ี 2 และวัดระยะทางโดยการนับก้าว
พรอ้ มทง้ั เกบ็ รายละเอยี ดลกั ษณะภมู ิประเทศระหวา่ งสองขา้ งทางด้วย
(8) เมอ่ื เดนิ ไปถงึ จุดที่ 2 แล้ว หมายจุดน้ันลงบนเส้นตรงท่ีลากไว้เบาๆ บนกระดาษโดยการใช้มาตราส่วนที่
กาหนดขึ้นให้พอเหมาะ
(9) จากจุดท่ี 2 วางแผ่นกระดาษใหถ้ ูกทิศ แล้วลากเส้นตรงเบาๆ จากจดุ ที่ 2 ไปตามแนวทิศทางที่จะเดินทาง
ตอ่ ไป ปฏบิ ัตเิ ช่นเดียวกบั ท่ีได้ทามาแลว้ ขา้ งตน้
น
3
12
*
112
สมดุ ทาแผนที่สงั เขป
ในสมดุ ทาแผนทส่ี งั เขป ควรมตี ารางแสดงรายละเอียดต่างๆ ดงั น้ี
เดนิ ทางจาก ทิศ จานวนก้าว สถานท่ีสาคัญท่ี
จดุ ……..ไป……. เด่นชดั
1 – 2 40 72 วัด 23
2 – 3 150 131 โรงเรยี น *1 5
3 – 4 90 140 ภเู ขา
4 – 5 35 144 โรงงาน 4
ช่อื ………………………สกลุ ………….
หมู่………………………………………
วันท่ี……..เดอื น……………..พ.ศ…….
ข้นั สรปุ และการประยกุ ต์
6. ผเู้ รียนแต่ละคนในกลมุ่ ผู้เชยี่ วชาญกลับมายงั กลมุ่ เดิม คอื กลมุ่ บ้าน ก ,ข แล้วผลัดเปล่ียนกันอธบิ ายเร่ืองท่ี
ตนคน้ คว้า และได้ข้อสรปุ มาใหเ้ พ่อื นสมาชิกในกลมุ่ ฟง๎ และครูสังเกตพฤตกิ รรมกล่มุ
7. ผูเ้ รยี นฝึกดูเขม็ ทศิ ในลกั ษณะตา่ ง ๆ ตามรปู ภาพดังนี้
รปู ที่ 1
รูปท่ี 2
113
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น วชิ า 2000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วิสามัญ 1 ของสานกั พิมพ์เอมพันธ์
2. ส่ือแผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลักฐาน
1. บันทึกการสอน
2. ใบเช็คชือ่
3. แผนจดั การเรยี นรู้
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธีวดั ผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลกู เสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. สงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
7. การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสือ
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยร่วมกันประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. ใบงาน เกณฑ์ผา่ นการ 50 % ข้ึนไป
2. กจิ กรรมลูกเสือ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ เกณฑ์ผา่ นการ 50 % ข้นึ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
114
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กบั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
ให้ลกู เสือวิสามัญปฏิบัตกิ จิ กรรม ดังนี้
****เกม ทิศท้ังแปด
1. วัตถุประสงคข์ องเกม
เพื่อทดสอบความร้คู วามจา
เพอ่ื ฝึกทักษะการค้นหาทศิ
เพอื่ ฝึกประสาทการรบั คาสงั่
2. จานวนผู้เล่น
ไม่จากัดจานวน
3. การจดั กลมุ่ การเลน่
จัดเป็นหมู่ๆ ละ 6-8 คน
4. กติกา
ผู้ท่ีหาทิศไมผ่ ดิ เลยเป็นผปู้ ระสบความสาเรจ็
5. วิธีเล่น
5.1 ผนู้ าเกมกาหนดทิศให้ 8 ทิศ
5.2 ผเู้ ลน่ ยืนตามสบาย ใครจะหันหนา้ ไปทางทศิ ใดกไ็ ด้
5.3 ผู้นาเกมจะขานช่ือทิศใดทิศหน่ึง ให้ผู้เล่นยืนหันหน้าไปตามทิศท่ีผู้นาเกมขานชื่อ ใครหันผิด
ต้องออกจากการเล่น จนกว่าจะเหลือคนสุดท้าย เป็นผู้ท่ีมีทักษะและประสาทส่ังงานดีเป็นผู้
ประสบความสาเร็จ
115
นิทานเร่ือง กากับเหยอื กน้า
กาตัวหนึ่งกระหายนา้ เจยี นตาย คร้นั มองเห็นเหยือกนา้ ใบหนึง่ ตง้ั อยู่บนพื้น จึงรบี บนิ ลงมา หมายจะด่มื
กนิ ให้ชนื่ ใจ แต่ปรากฏว่ามนี ้าเหลอื อยกู่ ้นเหยือกไม่มากนัก กาพยายามยืดคอลงไปในเหยอื ก แต่กไ็ ม่ถึงน้าสักที
คร้ันจะควา่ เหยือกก็ไมม่ แี รงมากพอ ด้วยสติปญ๎ ญาอันเฉียบแหลม กาผกู้ ระหายนา้ จึงใชป้ ากคาบก้อนกรวดใสล่ ง
ไปทีละก้อน ทลี ะกอ้ น อย่างไม่ย่อท้อ ทาใหร้ ะดบั นา้ ในเหยอื กคอ่ ยๆ สงู ข้ึนจนมันสามารถดืม่ กินน้าไดส้ มดังความ
ตั้งใจ
นิทานเร่ืองน้สี อนให้รวู้ า่
“การใชไ้ หวพรบิ ปัญญาและความเพียรพยายามยอ่ มนาไปสู่ความสาเรจ็ ”
เพลง ทิศทั้งแปด
ทิศทง้ั 8 ทศิ ขอใหค้ ดิ จาให้เคยชนิ
อดุ รตรงขา้ มทักษณิ (ซ้า)
บรู พา ประจมิ จาไว้
อสี านตรงหรดี
ท่องอีกทจี าใหข้ ึ้นใจ
พายพั น้ันอยู่ทางไหน (ซา้ )
ตรงขา้ มไปคือ อาคเนย์
116
ใบงานที่ 12.1
เรือ่ ง การใช้เข็มทิศ
ช่อื ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท.ี่ .............ชน้ั ................
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั : เพอื่ ฝกึ การหาทิศ
คาส่งั ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ฝกึ ปฏิบัติการใชเ้ ข็มทศิ และหาทิศจากสงิ่ แวดล้อม
กลมุ่ ท่ี……………………..
1. บนั ทกึ ขน้ั ตอนการใช้เข็มทศิ
…………………………………………………………………………………………………………..………………
………………………………………………………………………………..…………………………………………
2. วิธีหาทศิ จากสง่ิ แวดลอ้ ม
วิธที ี่ 1 ……………………………………………………………..…………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….…………………..
วธิ ที ่ี 2 ……………………………………………………………………………………………..…….
…………………………………………………………………………………………………………………………...
วธิ ที ่ี 3 …………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………...
วิธที ่ี 4 …………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………..
วธิ ที ี่ 5 …………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………..
117
บันทึกหลังการสอน
ขอ้ สรุปหลังการสอน
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
ปัญหาทพ่ี บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
118
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 15 หนว่ ยที่ 13
จานวนชวั่ โมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วิสามัญ 1
ช่ือหน่วย/ชอ่ื เรื่อง กจิ กรรมและอปุ กรณก์ ารอยู่คา่ ยพกั แรม
แนวคดิ
การไปอยู่ค่าย เป็นการฝึกให้ลูกเสือได้เรียนรู้การช่วยเหลือตนเอง และการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน รวมทั้งการใช้
อุปกรณเ์ คร่ืองใช้ต่างๆ ให้เป็นและเหมาะสมกบั กิจกรรม ดงั น้ันลูกเสือทุกคนจะต้องรู้ที่จะจัดเตรียมอุปกรณ์เคร่ืองใช้ใน
การไปอย่คู า่ ย เพอ่ื ความสะดวกและเหมาะสมกบั สภาพ
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวัง
1. ยกตัวอย่างเครอื่ งใชส้ ว่ นตัวและเครือ่ งใช้ส่วนรวมได้
2. บอกอุปกรณ์สาหรับใช้ทากิจกรรมตา่ งๆ ได้
3. บอกวธิ กี ารกอ่ ไฟ สทู กรรม และสุขาภิบาลได้
4. อธบิ ายการชุมนมุ รอบกองไฟได้
5. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้สาเร็จการศึกษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ท่ีครสู ามารถสงั เกตได้ขณะทาการสอนในเรอื่ ง
5.1 ความมมี นุษยสัมพนั ธ์
5.2 ความมีวนิ ยั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซือ่ สัตย์สจุ ริต
5.5 ความเช่อื ม่ันในตนเอง
5.6 การประหยัด
5.7 ความสนใจใฝ่รู้
5.8 การละเวน้ สิ่งเสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรักสามคั คี
5.10 ความกตัญํูกตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏิบัติตนตามระเบยี บวินัย คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสือวิสามัญ
2. วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทักษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพิเศษของลกู เสอื
3. บาเพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและทอ้ งถนิ่ ในสถานการณต์ ่างๆ
4. ใช้ระบบหมู่ การเปน็ ผ้นู าผตู้ ามและกระบวนการกลุม่ ในการปฏิบตั กิ ิจกรรมลูกเสือวสิ ามญั
119
สาระการเรยี นรู้
1. เคร่ืองใชส้ ว่ นตวั และเครื่องใช้สว่ นรวม
2. อุปกรณ์สาหรบั ใชท้ ากจิ กรรมตา่ งๆ
3. การกอ่ ไฟ สูทกรรม และสขุ าภิบาล
4. การชุมนมุ รอบกองไฟ
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครผู สู้ อนและผู้เรยี นพดู คยุ กนั เรอื่ งการอยู่คา่ ยพกั แรมถอื เป็นกจิ กรรมท่สี าคญั ของลูกเสือทุกระดับ ท่ีมุ่งฝึก
ลกู เสอื ใหม้ ีความอดทน สามารถช่วยเหลอื ตนเองและปรบั ตวั อยูร่ ว่ มกบั ผู้อ่ืนได้ ในวถิ ีชีวิตคล้ายชาวป่าที่กินอยู่แบบเรียบ
งา่ ย มอี ปุ กรณก์ ารดารงชีพเท่าทีจ่ าเปน็ ซ่ึงตอ้ งเตรียมอุปกรณ์เครอ่ื งใช้สว่ นตวั ในการไปอยคู่ ่ายดว้ ย
2. ผู้เรียนยกตวั อย่างอุปกรณต์ า่ ง ๆ ทีใ่ ชใ้ นการอย่คู ่ายลูกเสือทเ่ี คยมีประสบการณ์ในการอยูค่ ่าย
120
ขัน้ สอน
3. ครูใช้วิธีการสอนแบบ Jigsaw โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 3 คน เลือกประธาน
และเลขานุการ สมาชิกในแต่ละกลุ่มมคี วามสามารถแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะกลุ่มตงั้ ชอ่ื ว่าเป็นกล่มุ บา้ น
กลุ่มบ้าน ก
กลุ่มบา้ น ข
กลุ่มบา้ น ค
กลุ่มบา้ น ง
สมาชกิ ท้งั 4 คน ในแตล่ ะกลุ่มบา้ นยอ่ ยๆ นั้น จะได้รบั ใบงานไปปฏิบตั เิ หมอื นกนั
สมาชิกคนที่ 1 ในกล่มุ ก, ข,ค,ง ใบงานท่ี 1 เร่อื ง เครื่องใชส้ ่วนตวั และเคร่อื งใช้สว่ นรวม
สมาชกิ คนท่ี 2 ในกลมุ่ ก,ข,ค,ง ใบงานที่ 2 เรือ่ ง อุปกรณ์สาหรบั ใชท้ ากิจกรรมต่างๆ
สมาชิกคนที่ 3 ในกลมุ่ ก,ข,ค,ง ใบงานที่ 3 เรอ่ื ง การก่อไฟ สูทกรรม และสุขาภิบาล
สมาชกิ คนท่ี 4 ในกลุ่ม ก,ข,ค,ง ใบงานท่ี 4 เรือ่ ง การชุมนุมรอบกองไฟ
เม่อื ไดร้ ับใบงานครบ ให้ผู้เรียนที่ไดร้ ับใบงานเรือ่ งเดียวกันเขา้ รวมกลมุ่ กนั เรียกชื่อใหมว่ ่ากลุ่ม
ผเู้ ชย่ี วชาญ แต่ละกลุม่ ใน 4 กลมุ่ เลือกประธานและเลขานุการ
4. กลมุ่ ผเู้ ช่ยี วชาญแตล่ ะกลุ่มทากจิ กรรมท่ีกาหนดในใบงาน โดยร่วมกันค้นคว้าอภิปรายแสดงความคิดเห็นหา
ขอ้ สรุปและบนั ทกึ ในใบงานของตน ประธานกลุ่มสังเกตพฤติกรรมการทากิจกรรมกลุ่มของสมาชกิ
5. ครูใชว้ ิธกี ารจดั กลุ่มอภิปรายแบบฟิลลิป 66(Phillip 66 or Buzz Group) ประกอบด้วยสมาชิก 6 คน
ที่นัง่ ใกลก้ นั หนั หน้าเข้าหากัน เพ่ือแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นกันในประเดน็ ใดประเด็นหน่ึงคนละ 1 นาที รวมเป็น 6 นาที
จุดประสงค์ของการจัดกลุ่มแบบนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมีโอกาสเสนอความคิดเห็นในประเด็นหรือป๎ญหาที่
กลมุ่ ใหญก่ าลังพิจารณา
6. ครูอธิบายและสาธิตอุปกรณ์สาหรับใช้ทากิจกรรมต่างๆ การก่อไฟ สูทกรรม และสุขาภิบาลและการ
ชมุ นมุ รอบกองไฟ
ข้นั สรุปและการประยุกต์
7. แต่ละคนในกล่มุ ผูเ้ ชีย่ วชาญกลับมายังกลุ่มเดิม คือกลุ่มบ้าน ก,ข,ค,ง แล้วผลัดเปล่ียนกันอธิบายเร่ืองท่ี
ตนคน้ ควา้ และได้ขอ้ สรุปมาให้เพ่อื นสมาชิกในกลมุ่ ฟง๎
สอื่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น วชิ า 2000-2001 กิจกรรมลูกเสอื วิสามัญ 1 ของสานักพิมพเ์ อมพันธ์
2. สอ่ื แผน่ ใส
3. อนิ เทอร์เน็ต
4. กิจกรรมและใบงาน
121
หลกั ฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเชค็ ชอ่ื
3. แผนจัดการเรียนรู้
การวัดผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสือ
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
7. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เครื่องมือวดั ผล
1. ใบงาน
2. กิจกรรมลูกเสอื
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. ใบงาน เกณฑ์ผา่ นการ 50 % ขึน้ ไป
2. กจิ กรรมลกู เสือ เกณฑ์ผา่ นการ 50 % ข้นึ ไป
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้ เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขึ้นไป
4. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรับปรุง
5. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยกู่ บั การ
ประเมินตามสภาพจรงิ
122
กจิ กรรมเสนอแนะ
ทาลกู เสือวิสามัญปฏิบตั ิกจิ กรรม ดังน้ี
***เกม แขง่ ขนั การจา่ ยตลาด (อปุ กรณอ์ ยคู่ า่ ยพกั แรม)
1. วัตถุประสงค์ของเกม
เพื่อทดสอบความรู้ ความจา และประสบการณ์
เพือ่ ฝึกทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์
เพ่อื กระตนุ้ สมองใหท้ างาน
2. จานวนผู้เลน่
ไมจ่ ากัดจานวน
3. การจัดกลมุ่ การเล่น
จัดเป็นหมู่ๆ ละ 6-8 คน
4. กติกา
หมู่ใดสามารถเขียนรายการอปุ กรณก์ ารอยู่ค่ายพักแรมได้มากที่สุดโดยไม่ ซ้ากัน ภายใน
เวลาทก่ี าหนด
5. วิธีเล่น
5.1 ผ้นู าเกมจดั เตรยี มอปุ กรณ์การเลน่ กระดาษปากกา หรือดนิ สอ
5.2 ผเู้ ล่นทกุ คนเขยี นรายการอุปกรณ์การอย่คู า่ ยพักแรมโดยไม่ซ้ากัน อย่างละ 2-3 รายการ
ซา้ กันให้ตัดทง้ิ
5.3 ผนู้ าเกมใหส้ ญั ญาณเรมิ่ เล่น ผูเ้ ลน่ เริ่มเขียน
5.4 ผู้นาเกมนับ 1-10 อย่างชา้ ๆ เม่อื ถงึ 10 ใหส้ ัญญาณหยุดเขยี น
5.5 นายหมู่สารวจตัดรายการซ้าท้ิง นาเสนอต่อผู้นาเกม หมู่ใดเขียนรายการได้ถูกต้องและ
มากที่สุดเปน็ หมทู่ ่ปี ระสบผลสาเร็จ
5.6 ผนู้ าเกมสรุปกิจกรรมตามวัตถปุ ระสงค์
123
นทิ านเร่ือง ไม่น่าแพงเลย
โรงงานแหง่ หนึ่งไดเ้ รียกวศิ วกรผเู้ ชย่ี วชาญมาซอ่ มเครอื่ งจกั รมหึมา วศิ วกรผนู้ ้ันเดนิ ก้มๆ เงยๆ ดู
เคร่ืองจกั รอยู่เพียงครู่เดยี วจากนัน้ กห็ ยบิ ค้อนออกมาเคาะเครือ่ งจักรเบาๆ เสยี งเครอื่ งจักรดงั กระหม่ึ ข้นึ
“คิดค่าบรกิ ารเทา่ ไร” เจ้าของโรงงานยิ้มกว้าง พออกพอใจท่ีเครอื่ งจักรใชง้ านไดอ้ ีกคร้งั
“ 1,000 บาท” วศิ วกรหนุ่มตอบสั้น ๆ
“หา...... อะไรกนั ? แคใ่ ช่คอ้ นเคาะครงั้ เดยี วจะคดิ ตงั้ 1,000 บาท เชยี วหรือ ?
เจ้าของโรงงานตาเหลอื ก รอยยมิ้ ชกั จะบูดเบย้ี ว
“ไม่ใช่อย่างนน้ั หรอกครบั ...”วศิ วกรหนุม่ อมย้ิม
“คา่ บริการซอ่ มนอกสถานทแ่ี ละการเคาะเพยี งครัง้ เดียว ผมคิดเพียง 100 บาท อีก 900 บาท เปน็ ค่าชี้
จุดเคาะ ”
ข้อคิดและการนาไปใช้
“ความรู้เทา่ ไมถ่ ึงการณ์ รใู้ นสงิ่ ท่คี นอื่นไม่ร้ยู อ่ มจะได้เปรยี บ
หรือเปน็ ลักษณะเสน้ ผมบงั ภูเขา”
เพลง รกั เขา้ ค่าย
(ทานอง : รกั แม่มา่ ย)
อยากนักเข้าคา่ ย ช่างสขุ ใจชวี ี ร่วมชพี ยอมพลี
ลูกเสอื คนดเี สียอยา่ ง จะไปอยู่ดงพงไพรจริงๆ กพ็ รอ้ มใจยง่ิ ทุกอยา่ ง เดนิ แม้วา่ หนทางไกลนกั
เสยี จงั เข้าคา่ ย
อยากนกั เขา้ คา่ ย ตอ้ งให้ไดค้ าชม บุกโคลนลยุ ตม
ไม่รา้ วระบมหรอื หน่าย อดทนย่ิงเอยไม่เคยบ่นลา ทั้งชวี า ท้ังชวี ามอบได้
ไปขอนานิดใหค้ ดิ สงสัย มอบไว้ดวงใจดีกว่า
ลูกเสอื วิเศษนัก พร้อมพรักทุกเวลา ขอพระมงกฎุ ไทย ทา่ นไดจ้ ง
124
ใบงานท่ี 13.1
เรอื่ ง อุปกรณก์ ารอยู่ค่ายและกิจกรรมการอย่คู ่าย
ชื่อ...............................................นามสกุล.......................................เลขที.่ .............ช้ัน................
ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวัง : เพ่ือฝึกใหก้ างเต็นท์ในการอยู่ค่ายไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
คาสั่ง ใหล้ กู เสอื แต่ละหมู่ฝึกกางเต็นทภ์ ายในเวลากาหนด
แบบประเมินการปฏิบัตกิ ิจกรรม ผลการปฏิบัติ
หมทู่ ี่…………………. ผา่ น ไมผ่ ่าน
รายการประเมิน
1. ความรว่ มมอื ของสมาชิกภายในหมู่
2. ความเป็นระเบยี บ/เรียบร้อย/สวยงาม
3. ความรวดเร็ว
4. การแบ่งงานภายในหมู่
5. การจัดเกบ็ อปุ กรณ์
6. การใชอ้ ุปกรณค์ รบถว้ นและถูกวธิ ี
7. ความถูกต้องของการใช้เงื่อนเชือก
8. ทาเลท่ีต้งั ของทศิ ทางลม
ลงชอื่ ……………………..…………….
ผู้ประเมนิ
125
บันทึกหลังการสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
ปัญหาทพี่ บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
.................................................................................................... ..............................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
126
แผนการจดั การเรยี นร้แู บบบรู ณาการที่ 16 หนว่ ยท่ี 14
จานวนช่วั โมง 2 ช.ม.
รหสั วิชา 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามญั 1
ช่ือหนว่ ย/ชอ่ื เรอ่ื ง การเดินทางไกล
แนวคิด
การเดินทางไกลและการอยู่ค่ายพักแรมเป็นกิจกรรมสาคัญของลูกเสือทุกคน เพราะเป็นการฝึกความอดทน
การอยู่รว่ มกบั ผ้อู ่ืน ความรบั ผดิ ชอบและความมรี ะเบยี บวนิ ยั การไปอยคู่ า่ ยพักแรม ลูกเสอื จะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม
ทั้ ง ท า ง ร่ า ง ก า ย จิ ต ใ จ แ ล ะ จั ด ห า ส่ิ ง ข อ ง เ ค ร่ื อ ง ใ ช้ ไ ป ใ ห้ ค ร บ ถ้ ว น เ พี ย ง พ อ แ ล ะ เ ห ม า ะ ส ม กั บ
ภมู ปิ ระเทศและภมู ิอากาศ
ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง
1. บอกความสาคัญและวัตถปุ ระสงค์ของการเดนิ ทางไกลและการอยคู่ ่ายพักแรมได้
2. สรปุ หลักการเดินทางไกลและการอยู่ค่ายพักแรมได้
3. บอกข้นั ตอนของการเดินทางไกลได้
4. บอกลักษณะของการจัดตง้ั คา่ ยพักแรมและการอยู่คา่ ยพักแรมได้
5. อธิบายถงึ การรกั ษาความปลอดภัยในการเดนิ ทางไกลและการอยคู่ า่ ยพกั แรมได้
6. มีการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผู้สาเรจ็ การศึกษา
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเร่อื ง
6.1 ความมีมนษุ ยสัมพนั ธ์
6.2 ความมีวนิ ัย
6.3 ความรบั ผดิ ชอบ
6.4 ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
6.5 ความเชอื่ ม่นั ในตนเอง
6.6 การประหยัด
6.7 ความสนใจใฝ่รู้
6.8 การละเวน้ ส่ิงเสพติดและการพนัน
6.9 ความรกั สามัคคี
6.10 ความกตญั ํกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏบิ ตั ิตนตามระเบียบวินัย คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื วสิ ามัญ
2. วางแผนและปฏบิ ัติกิจกรรมทกั ษะทางลูกเสือและกจิ กรรมพิเศษของลูกเสอื
3. บาเพ็ญประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนและทอ้ งถิ่นในสถานการณ์ต่างๆ
127
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผู้นาผตู้ ามและกระบวนการกลมุ่ ในการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามัญ
สาระการเรียนรู้
1. ความสาคัญและวัตถปุ ระสงค์ของการเดินทางไกลและอยู่คา่ ยพักแรม
2. หลกั ของการเดินทางไกลและอยคู่ ่ายพักแรม
3. ข้ันตอนของการเดินทางไกล
4. การจัดตงั้ คา่ ยพกั แรมและการอยู่ค่ายพักแรม
5. ความปลอดภัยในการเดินทางไกลและอย่คู ่ายพักแรม
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูผูส้ อนและผู้เรียนเลา่ ถึงความจาเป็นในการเดินทางไกลและอยคู่ า่ ยพักแรม ซ่งึ เป็นการเดินทางของ
ลกู เสอื จากสถานท่ตี ง้ั ไปยงั ที่ใดทหี่ นึ่งตามท่ีผู้บังคบั บญั ชากาหนด เพื่อพักค้างคืนทากจิ กรรมลูกเสือร่วมกนั ซ่ึงการเดนิ
ทางไกลและการอย่คู ่ายพกั แรมน้ี เปน็ กจิ กรรมที่สาคญั ของลกู เสือวสิ ามัญ โดยมีวัตถปุ ระสงค์ คอื
- เพ่ือฝึกการใช้ชวี ิตกลางแจง้ ไดใ้ ชก้ าลงั กาย กาลงั ความคดิ รว่ มแกป้ ๎ญหาและทากจิ กรรมอนื่ ๆ รว่ มกัน
- เพ่ือฝึกความเข้มแขง็ อดทน ความรบั ผดิ ชอบท้งั ต่อตนเองและผู้อ่นื
- เพื่อฝกึ ระเบยี บวนิ ัย และการเคารพกฎเกณฑเ์ พอื่ เกดิ สันติสขุ
- เพื่อฝึกการช่วยเหลอื ตนเองและการดารงชีวติ อยรู่ ว่ มกับผอู้ น่ื
- เพื่อให้ลูกเสือได้มีโอกาสเรียนรู้และฝกึ วชิ าลกู เสือเพิม่ เติม
2. ผู้เรยี นรว่ มแสดงความคิดเห็นว่าการที่ลูกเสือได้เดินทางไกลและอยู่ค่ายพักแรมร่วมกัน ย่อมเกิดความรู้
และประสบการณ์โดยตรงแกต่ นเอง ซึง่ จะเป็นประโยชนต์ ่อการดารงชีวติ ในอนาคต เป็นวิธีการพัฒนาบุคลิกภาพท่ีดีทาง
หน่งึ เพราะจะช่วยให้ลกู เสอื เปน็ ผูช้ ่างสังเกต มคี วามรอบคอบ มเี หตุผล มีความรักสามคั คี ในหมคู่ ณะ ทั้งยังช่วยให้เป็น
ผู้ทร่ี ูจ้ กั ใช้ความคิดวเิ คราะห์และวางแผนดาเนนิ การต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ซ่ึงสง่ิ เหล่าน้จี ะเป็นการปลูกฝ๎งให้ลูกเสือ
กลายเปน็ พลเมอื งท่ีดีของประเทศต่อไป
ขน้ั สอน
3. ครูใช้วิธีการสอนแบบ Jigsaw โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 5 คน เลือกประธาน
และเลขานุการ สมาชิกในแต่ละกลุม่ มคี วามสามารถแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะกลุม่ ต้งั ชือ่ ว่าเป็นกล่มุ บ้าน
กลุ่มบ้าน ก
กล่มุ บ้าน ข
กล่มุ บ้าน ค
กลมุ่ บ้าน ง
กลุ่มบ้าน จ
สมาชกิ ทง้ั 5 คน ในแตล่ ะกลุ่มบา้ นย่อยๆ นั้น จะไดร้ ับใบงานไปปฏบิ ตั เิ หมือนกัน
128
สมาชิกคนท่ี 1 ในกลมุ่ ก, ข,ค,ง,จ ใบงานที่ 1 ความสาคัญและวัตถุประสงคข์ องการเดินทางไกล
และอยคู่ ่ายพกั แรม
สมาชกิ คนท่ี 2 ในกลุ่ม ก, ข,ค,ง,จ ใบงานที่ 2 หลกั ของการเดินทางไกลและอยู่คา่ ยพกั แรม
สมาชิกคนที่ 3 ในกลุ่ม ก, ข,ค,ง,จ ใบงานท่ี 3 ขัน้ ตอนของการเดินทางไกล
สมาชิกคนท่ี 4 ในกล่มุ ก, ข,ค,ง,จ ใบงานท่ี 4 การจัดตั้งคา่ ยพักแรมและการอย่คู า่ ยพักแรม
สมาชิกคนท่ี 5 ในกลุ่ม ก, ข,ค,ง,จ ใบงานท่ี 5 ความปลอดภัยในการเดนิ ทางไกลและอยู่ค่ายพักแรม
เมื่อได้รับใบงานครบ ให้ผู้เรยี นทีไ่ ดร้ บั ใบงานเรื่องเดียวกนั เข้ารวมกลุ่มกัน เรียกชื่อใหม่ว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ แต่
ละกล่มุ ใน 5 กลุ่ม เลือกประธานและเลขานุการ
4. กลุ่มผู้เช่ียวชาญแต่ละกลมุ่ ทากิจกรรมทีก่ าหนดในใบงาน โดยร่วมกันค้นคว้าอภิปรายแสดงความคิดเห็นหา
ข้อสรุปและบนั ทกึ ในใบงานของตน ประธานกลุ่มสงั เกตพฤติกรรมการทากจิ กรรมกลุ่มของสมาชกิ
5. ครูใชว้ ธิ กี ารจัดกลุ่มอภปิ รายแบบฟิลลปิ 66 (Phillip 66 or Buzz Group) ประกอบด้วยสมาชิก 6 คน
ทน่ี ่งั ใกลก้ ัน หนั หนา้ เขา้ หากนั เพ่ือแลกเปล่ียนความคิดเห็นกันในประเด็นใดประเด็นหน่ึงคนละ 1 นาทีรวมเป็น 6 นาที
จุดประสงค์ของการจัดกลุ่มแบบน้ีก็เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมีโอกาสเสนอความคิดเห็ นในประเด็นหรือป๎ญหาที่
กล่มุ ใหญก่ าลังพจิ ารณา
6. ครูผู้สอนบรรยาย (Lecture) เพิ่มเตมิ เพอ่ื ชว่ ยให้ผู้เรยี นเกดิ การเรียนรตู้ ามวตั ถุประสงค์ที่กาหนด โดยการ
พดู บอก เล่า อธิบาย ในส่ิงที่ต้องการสอนแก่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนซักถาม แล้วประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิ ธีใดวิธี
หน่งึ ซึ่งมอี งคป์ ระกอบสาคญั ทีข่ าดไมไ่ ดข้ องวธิ ีสอน
ข้ันสรปุ และการประยกุ ต์
7. แตล่ ะคนในกลุม่ ผเู้ ชย่ี วชาญกลบั มายังกล่มุ เดิม คอื กลมุ่ บา้ น ก,ข,ค,ง,จ แล้วผลัดเปล่ียนกันอธิบายเรื่องที่
ตนคน้ คว้า และไดข้ ้อสรุปมาใหเ้ พื่อนสมาชิกในกลมุ่ ฟ๎ง
8. สรุปโดยทากิจกรรมต่อเนื่อง ตอบคาถามจากบทความในกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ และทา
ประสบการณก์ ารเรียนรู้ ซง่ึ ครูผูส้ อนพิจารณาตามความเหมาะสม พร้อมกับสรุปเน้ือหาโดยการถามความคิดเห็นของผู้
รียนแตล่ ะคน สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวนั ได้
สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น วิชา 2000-2001 กิจกรรมลูกเสอื วิสามัญ 1 ของสานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
2. ส่อื แผ่นใส
3. อินเทอรเ์ นต็
4. กจิ กรรมและใบงาน
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชื่อ
3. แผนจดั การเรยี นรู้
129
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสือ
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
6. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่
7. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
เคร่อื งมือวัดผล
1. ใบงาน
2. กิจกรรมลูกเสือ
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยร่วมกันประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. ใบงาน เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ข้ึนไป
2. กจิ กรรมลกู เสอื เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ข้ึนไป
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขนึ้ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีชอ่ งปรับปรงุ
5. เกณฑ์ผ่านการประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ขนึ้ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่ คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
7. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้นึ อย่กู ับการ
ประเมินตามสภาพจริง
130
กิจกรรมเสนอแนะ
ลูกเสอื วสิ ามญั ปฏบิ ัติกิจกรรมดงั น้ี
******เกม แขง่ ม้าชิงขวด
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องเกม
เพ่ือฝกึ ความเสียสละ ความว่องไว และความแข็งแรง
2. จานวนผู้เล่น
ไม่จากัดจานวน
3. การจดั กลุ่มการเลน่
จัดเป็นหมู่ๆ ละ 6-8 คน
4. กติกา
ให้ผูเ้ ล่นแต่ละกลมุ่ จับเป็นคู่ คนหน่งึ เปน็ ม้า และผู้ขว่ี งิ่ สลับกันไปชิงขวด ส่งตอ่ ใหค้ ู่ต่อไป
และนาไปวางจนครบในแต่ละกลุ่มๆ ใดเสร็จก่อน เป็นกลุ่มทปี่ ระสบผลสาเรจ็
5. วิธเี ล่น
5.1 ผนู้ าเกมแบง่ กลมุ่ ผู้เลน่ ออกเปน็ กลุม่ ละเทา่ ๆ กนั และให้จับคกู่ ัน
5.2 ใหผ้ เู้ ล่นทจ่ี ับคูแ่ ล้วเขา้ แถวตอนลึก
5.3 ผู้นาเกมขดี เส้นชยั หา่ งจากจุดเริม่ ต้นใหพ้ อเหมาะสมกบั พ้นื ที่
5.4 ผูน้ าเกมหรือผชู้ ่วยต้ังขวดนา้ ทเ่ี ตรยี มไว้ใหต้ รงแต่ละกลุ่มทเ่ี ส้นชัย
5.5 ผู้นาเกมให้สญั ญาณเตรียมการแข่งขัน ให้ผู้เล่นแต่ละคู่ของแต่ละกลุ่มขี่หลัง (ขี่ม้า) ว่ิงไป
ยงั ขวดน้า เม่ือถึงขวดน้าให้ผู้ขี่หลังม้าก้มลงหยิบขวด แล้วขี่ม้ากลับมาส่งขวดน้าให้คู่ท่ี
สอง คทู่ ีส่ องขี่ม้านาขวดไปวางท่เี ส้นชยั ทีเ่ ดิม แลว้ ข่มี ้ากลับมาแตะมือคู่ท่ีสาม คู่ท่ีสามขี่
ม้าไปทีเ่ ส้นชัยหยิบขวดน้านามาสง่ ให้คู่ตอ่ ไป ทาเชน่ นี้สลับกนั ไปจนครบท้งั กลมุ่
5.6 กลุ่มใดทาเสรจ็ ก่อนโดยขวดไม่ตก น้าในขวดไมพ่ ร่องจะเป็นกล่มุ ทีป่ ระสบความสาเร็จ
131
นิทานเรอ่ื ง ราชสหี ์ หมาปา่ และหมาจงิ้ จอก
ในปา่ แห่งหนึ่ง มสี ัตว์ท่ียึดอาชพี หมออยู่สองตัว คือ หมาป่ากับหมาจงิ้ จอก ทัง้ สองเปน็ ค่แู ข่งและคอยชิงดี
ชิงเด่นกันอยู่เสมอ วันหนึ่งเมื่อราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่าล้มป่วย จึงประกาศให้หมอมาทาการรักษา หมอหมาป่ารีบ
เดนิ ทางมาทีถ่ า้ ของราชสหี ์ ขณะทาการรักษาก็หาเร่ืองใส่ความหมาจ้งิ จอก ซ่งึ เปน็ คแู่ ขง่ ของตนทันที “ข้าเกือบจะ
ไมไ่ ด้มารักษาทา่ นเจ้าปา่ อย่แู ล้ว เพราะเจา้ หมาจ้งิ จอกบอกว่าอาการของท่านถึงรักษาไปก็ไม่หายมีแต่ตายกับตาย
และแมผ้ ใู้ ดสามารถรักษาหายกค็ งไมม่ ที างได้เงินหรอื รางวลั ตอบแทนใดๆ แตน่ ั่นไมใ่ ช่สง่ิ สาคัญเพราะมันเป็นหน้าที่
ของหมออย่างข้า”
ราชสีห์รู้สึกโกรธมาก รีบสงั่ ใหบ้ ริวารของตนไปคุมตัวหมาจิ้งจอกมาสอบสวนทันที หมาจิ้งจอกเมื่อรู้ว่า
ถกู หมาปา่ ใส่ความ จงึ คิดหาหนทางเอาตัวรอด ในท่ีสุดก็คิดหาวิธีแก้สถานการณ์ได้สาเร็จ เมื่อมาถึงถ้าราชสีห์ ซ่ึง
เป็นเวลาท่ีหมาปา่ กลับไปแลว้ หมาจ้ิงจอกจึงรีบเข้าไปกระซิบทีห่ ขู องเจ้าป่า “ทห่ี มาป่าพูดมาท้ังหมดน้ันท่านเจ้าป่า
อย่าเช่ือเป็นอันขาด เพราะมันเกรงว่าข้าจะบอกสูตรยาวิเศษแก่ท่านจึงพยายามวางแผนให้ข้าถูกท่านสังหาร”
“สตู รยาท่ีเจา้ วา่ นนั่ คืออะไร แล้วจะสามารถรักษาโรคของข้าให้หายได้แน่หรือ” ราชสีห์ซักถามอย่างสนใจ “ได้ซิ
ทา่ น เพียงแต่ต้องใช้หัวใจของหมาป่าเปน็ เคร่ืองปรุงเท่าน้ัน ท่ีข้าไม่รีบร้อนเดินทางมาทาการรักษาให้ท่านก็เพราะ
เสียเวลาไปเสาะหาหัวใจจากศพหมาป่าตัวอ่ืนๆ ที่แก่ตายตามธรรมชาติ เน่ืองจากเกรงว่าหมอหมาป่าเพื่อนของข้า
จะต้องเดือดรอ้ น” ราชสหี เ์ ชื่อคาพดู ของหมาจ้งิ จอก จงึ ส่ังให้บริวารสงั วารหมอหมาป่าเพอ่ื เอาหวั ใจมาปรุงยา
นทิ านเรอ่ื งน้สี อนใหร้ วู้ า่
“เมือ่ คิดร้ายตอ่ อนื่ ยอ่ มถกู เขาคิดรา้ ยตอบแทนเชน่ กัน”
เพลง เกียรติคุณลกู เสอื ไทย
เกยี รติคณุ ลกู เสอื ไทยแผ่ไปทว่ั สากลลกู เสอื ไทยทกุ คนตอ้ งรักษา
มงุ่ ทาดียืนยันตามคาม่นั สัญญา ด้วยศรัทธา สามัคคี มีน้าใจ
(สรอ้ ย)….. มาเถิดมา เรามาชา้ อยใู่ ยลูกเสอื ไทยก้าวเดินไปท่ีหมายข้างหนา้
อยกู่ ันคนละกองก็เปน็ พี่น้องกัน มีความรู้สงู้ านไมห่ วน่ั ไหว
มีวนิ ัยใจเย็นเป็นมิตรคนทวั่ ไป อยู่แห่งใดสขุ สนุกทุกเวลา
(สรอ้ ย)….. มาเถดิ มา เรามาช้าอยู่ใยลกู เสอื ไทยก้าวเดนิ ไปท่ีหมายข้างหน้า
132
ใบงานท่ี 14.1
เร่ือง การเดินทางไกลและการอยคู่ า่ ยพักแรม
ชือ่ ...............................................นามสกลุ .......................................เลขที.่ .............ชั้น................
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวัง : เพ่ือให้รจู้ กั จดั กิจกรรมการอยคู่ า่ ยพักแรม
คาสง่ั ให้แต่ละหมู่นาเสนอกจิ กรรมรอบกองไฟในการไปอยูค่ า่ ยพกั แรม
การจัดกิจกรรมรอบกองไฟ
นาเสนอโดย……………………………………………………….
(เรื่อง/รปู แบบ/วิธีการ)……………………………………
………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………….
ผลการประเมิน
ดี เพมิ่ เติม นาเสนอใหม่
ลงชอ่ื ………………………….ผู้ประเมนิ
133
บันทึกหลังการสอน
ข้อสรุปหลังการสอน
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
.......................................................................................................... ........................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
ปญั หาทพี่ บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแกป้ ญั หา
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
....................................................................................................... ...........................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
134
แผนการจดั การเรยี นร้แู บบบูรณาการท่ี 17 หน่วยที่ 15
จานวนช่วั โมง 2 ช.ม.
รหัสวชิ า 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามญั 1
ชอื่ หน่วย/เรอื่ ง การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมบุกเบกิ และผจญภยั
แนวคดิ
การบุกเบิกและการผจญภัย เปน็ กิจกรรมทฝี่ กึ ใหล้ ูกเสือมีความอดทน แข็งแรง มีไหวพรบิ สามารถใช้ความรู้
ประสบการณแ์ ละสติป๎ญญาในการแก้ไขป๎ญหาและอปุ สรรคต่างๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ย่างฉับไว และถกู ตอ้ งเหมาะสม เพื่อเปน็
การช่วยเหลอื ตนเองและผอู้ ืน่
ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวัง
1. บอกความหมายและความสาคญั ของการบุกเบิกและการผจญภัยได้
2. บอกลักษณะของกจิ กรรมการบกุ เบิกและการผจญภยั ได้
3. ใช้อปุ กรณใ์ นการบกุ เบกิ และการผจญภยั ได้
4. สรุปสาเหตขุ องความไม่ปลอดภัยทอ่ี าจเกดิ จากการบุกเบิกและการผจญภยั ได้
5. บอกแนวทางการรักษาความปลอดภยั ในการบกุ เบกิ และการผจญภยั ได้
6. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผสู้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทคี่ รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอ่ื ง
6.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
6.2 ความมวี ินยั
5.3 ความรับผดิ ชอบ
6.4 ความซื่อสตั ย์สุจรติ
6.5 ความเช่อื มั่นในตนเอง
6.6 การประหยัด
6.7 ความสนใจใฝร่ ู้
6.8 การละเว้นสง่ิ เสพตดิ และการพนัน
6.9 ความรกั สามคั คี
6.10 ความกตัญํกู ตเวที
สมรรถนะรายวิชา
1. ปฏิบตั ติ นตามระเบียบวนิ ยั คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสือวิสามัญ
2. วางแผนและปฏิบตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลูกเสือและกจิ กรรมพิเศษของลูกเสือ
3. บาเพ็ญประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนและทอ้ งถิน่ ในสถานการณต์ า่ งๆ
4. ใช้ระบบหมู่ การเป็นผนู้ าผูต้ ามและกระบวนการกลุม่ ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมลูกเสือวสิ ามญั
135
สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายและความสาคัญของการบุกเบกิ และการผจญภยั
2. ลกั ษณะของกิจกรรมการบกุ เบกิ และการผจญภยั
3. อปุ กรณท์ ีใ่ ช้ในการบุกเบิกและการผจญภัย
4. สาเหตุของความไม่ปลอดภยั ในกจิ กรรมการบกุ เบิกและการผจญภยั
5. แนวทางการรกั ษาความปลอดภยั
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขนั้ นาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครูผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายว่าการบุกเบิก หมายถึง การเปิดทางหรือเบิกทางเพื่อให้เกิดความ
สะดวกสบาย ปลอดภยั และทากจิ กรรมได้รวดเร็วแก่ตัวเองและผ้ทู ่จี ะตามมาทากจิ กรรมในภายหลัง
2. ครูกลา่ วถงึ การผจญภยั หมายถงึ การเผชญิ กับปญ๎ หา อปุ สรรคและเหตุการณ์ท่ีจะทาให้เกิดอันตราย ซึ่ง
จะทาให้ผผู้ จญภัยตอ้ งใช้ทัง้ กาลงั กาย กาลังความคิด สติป๎ญญาของตนเองและร่วมกับผู้อื่นแก้ไขปญ๎ หาการบกุ เบกิ และ
การผจญภัยตา่ งกเ็ ปน็ กจิ กรรมสาคญั ของลูกเสือ เพราะล้วนเป็นกิจกรรมที่จะช่วยฝึกอบรมให้ลูกเสือเกิดความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ เกิดความสามัคคี เกิดความชานาญในการท่ีจะใช้วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ มาใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขป๎ญหาและ
อปุ สรรคทเ่ี กดิ ข้นึ ทั้งต่อสังคมส่วนรวม ผู้อื่นและตัวเองในชีวิตประจาวัน เช่น การใช้เชือก การผูกเงื่อน การใช้ไม้ ใช้ผ้า
หรืออปุ กรณ์อืน่ ๆ ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตจุ มน้า ผตู้ ิดอยู่ในทส่ี งู ใหล้ งมายังพื้น ผู้ประสบอุบัติเหตุเก่ียวกับรถยนต์ท่ีมี
บาดแผลหรือกระดกู หัก ฯลฯ
3. ผเู้ รยี นรว่ มแสดงความคดิ เหน็ การทากิจกรรมบกุ เบกิ เช่น การตอกสมอบก
ขนั้ สอน
3. ครผู ูส้ อนอธิบายความหมายและความสาคัญของการบุกเบิกและการผจญภัย ลักษณะของกิจกรรมการ
บุกเบกิ และการผจญภยั อุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการบุกเบิกและการผจญภยั สาเหตุของความไม่ปลอดภัยในกิจกรรมการบุกเบิก
และการผจญภัย และวเิ คราะห์แนวทางการรักษาความปลอดภัย โดยครูเปิดวีดีทัศน์การเข้าค่ายลูกเสือให้ผู้เรียนดู และ
นารปู ภาพอุปกรณ์ที่ใช้ในการบุกเบิกและการผจญภัญมาประกอบ เพอ่ื สอ่ื ความหมายให้เขา้ ใจได้ง่ายยง่ิ ขนึ้
4. ครยู กตัวอยา่ งการตอกสมอแบบหลมุ ในลกั ษณะตา่ งให้ผู้เรียนได้เห็น โดยแสดงภาพนิง่ ประกอบ
136
5. ผเู้ รยี นวเิ คราะห์แนวทางเพ่ือป้องกนั รักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติกิจกรรมการบุกเบิกและการผจญ
ภัย ควรมีแนวทางในการป้องกนั แกไ้ ขดงั น้ี
5.1. สารวจความพร้อมของตนเอง ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ หากลูกเสือมีสภาพร่างกายและจิตใจท่ี
สมบรู ณแ์ ข็งแรง กจ็ ะสามารถทากิจกรรมต่างๆ ไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ วอ่ งไวและปลอดภัย ดังนั้น ลูกเสือจะต้องออกกาลัง
กายสมา่ เสมอ พักผอ่ นให้เพียงพอ รบั ประทานอาหารใหค้ รบตามที่ร่างกายต้องการ ส่วนทางด้านจิตใจ ลูกเสือจะต้องมี
จิตใจที่ม่ันคง กล้าหาญ พร้อมที่จะเผชิญกับป๎ญหาและอุปสรรคอยู่เสมอ มีความเช่ือม่ันตนเอง คิดหาแนวทางแก้ไข
ปญ๎ หาตา่ งๆ ได้อย่างวอ่ งไว
5.2. มคี วามพรอ้ มในดา้ นความรแู้ ละความชานาญ ความร้แู ละความชานาญของลกู เสือเกิดข้ึนจากการมี
จติ ใจทีร่ ักในกจิ กรรมตา่ งๆ ของลูกเสอื มคี วามสนใจ ใส่ใจและพยายามขวนขวายหาความรู้เพ่ือตัวเองอยู่เสมอ ทั้งน้ีเพื่อ
จะทาใหล้ ูกเสอื ได้รบั ความปลอดภัยเมอ่ื ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของลูกเสอื
5.3. สร้างความพรอ้ มใหก้ ับวสั ดุอปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นกจิ กรรม อุปกรณท์ ุกอยา่ งจะต้องได้รับการดูแลรักษาให้
ถูกต้อง เหมาะสม เม่ือจะนามาใช้ในกิจกรรมใดๆ จะต้องมีการตรวจสอบให้เรียบร้อยทุกครั้ง หากไม่แน่ใจในความ
ปลอดภยั ใหร้ บี เปล่ยี นแปลงแกไ้ ข หรือยกเลกิ และใช้ของใหม่แทน
ขั้นสรปุ และการประเมินผล
6. ครสู รุปโดยการถามความคิดเหน็ ของกลุ่มที่รายงานเก่ียวกับการใช้อุปกรณ์ในการบุกเบิกและผจญภัยใน
การเข้าค่ายพักแรมทไี่ ด้นาเสนอไปแล้ว นอกจากน้ียังได้เสนอแนะและให้กลับไปปรับปรุงแก้ไขในกรณีท่ีผิดพลาด เพื่อ
การประยุกต์ใช้ตอ่ ไป
7. ครูและผู้เรยี นทบทวนบทเรียน โดยการอธิบายซักถาม และให้แต่ละกลุ่มทากิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
โดยรว่ มมือกันทากจิ กรรมสง่ ครู โดยรว่ มสรุปเนอื้ หาในหนว่ ยการเรยี นอกี ครั้ง โดยวธิ ีถาม–ตอบและซกั ถามข้อสงสัย และ
ประเมินผ้เู รียนตามแบบฟอร์มต่อไปนี้
137
ชือ่ ผ้เู รยี น ธรรมชาติของผเู้ รยี น วิธกี ารเรียนรู้
ความสนใจ สติป๎ญญา วฒุ ิภาวะ
1.
2.
3.
ช่ือผู้เรยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วิธกี ารเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
3
1. 3
3
2. 3
3
3. 3
4.
5.
แบบวเิ คราะหผ์ ้เู รียนเป็นรายกลุ่มตามศกั ยภาพผเู้ รยี น
ช่ือกล่มุ ............................... รายชอื่ ผเู้ รยี น
1. เหตผุ ล 12
2. ภาษา 12
3. มติ สิ มั พันธ์ 12
4. มนุษยสมั พันธ์ 12
5. เข้าใจตนเอง เขา้ ใจชวี ิต 1 2
6. ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม 1 2
สือ่ และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน วิชา 2000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วิสามญั 1 ของสานกั พิมพเ์ อมพนั ธ์
2. สื่อแผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กิจกรรมและใบงาน
หลักฐาน
1. บนั ทึกการสอน
2. ใบเชค็ ชอ่ื
3. แผนจัดการเรียนรู้