The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชากิจกรรมลูกเสือวิสามัญ1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kasetbangsai, 2022-10-02 23:59:25

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชากิจกรรมลูกเสือวิสามัญ1

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชากิจกรรมลูกเสือวิสามัญ1

40

ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์

9. ให้สรุปบทบาทของนายหมแู่ ละลูกเสอื วิสามัญตามข้ันตอน และสํารวจบทบาทของนายหมู่และลกู เสอื

วิสามัญที่สําคญั ของสถานศกึ ษา แล้วบันทึกการสํารวจดงั น้ี

- ป๎ญหาทีพ่ บ

- การปรบั ปรงุ /แก้ไขป๎ญหา

- ผลการปรบั ปรุง/แกไ้ ข

10. ประเมินผเู้ รยี นตามแบบฟอร์มตอ่ ไปน้ี

ช่ือผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผู้เรียน วิธีการเรียนรู้
ความสนใจ สติปญ๎ ญา วฒุ ภิ าวะ

1.

2.

3.

ชื่อผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วิธีการเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.

สื่อและแหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสอื เรยี น วิชา 2000-2001 กิจกรรมลูกเสอื วิสามัญ 1 ของสํานกั พิมพเ์ อมพันธ์
2. สือ่ แผน่ ใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กจิ กรรมและใบงาน

หลกั ฐาน

1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเช็คชอ่ื
3. แผนจัดการเรยี นรู้

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธวี ัดผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสือ

41

3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6. สงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
7. การสงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

เครือ่ งมอื วดั ผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมิน

เกณฑ์การประเมนิ ผล

1. ใบงาน เกณฑ์ผา่ นการ 50 % ขนึ้ ไป
2. กิจกรรมลูกเสือ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ข้นึ ไป
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑ์ผา่ นการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
5. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
6. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยู่กับการ

ประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ

ใหล้ กู เสือวิสามญั วิสามญั เลน่ เกมสแ์ ละเล่านทิ านดังต่อไปนี้
*****เกม เปล่ยี นของ

1. วัตถุประสงคข์ องเกม

 เพอ่ื ให้ลกู เสือวสิ ามัญได้ออกกาํ ลงั กาย
 เพอื่ ฝกึ ความว่องไว
 เพือ่ ฝกึ การวางแผน
2. จานวนผูเ้ ล่น

 ไม่จาํ กดั จาํ นวน
3. การจัดกลุ่มการเล่น

42

 จดั เปน็ กลมุ่ ละ 6-8 คน
4. กตกิ า

 ผเู้ ล่นหมูใ่ ด สามารถวิ่งสลบั เปลีย่ นของเสรจ็ ก่อนถือว่าประสบความสาํ เรจ็
5. วธิ เี ลน่

5.1 ผู้นําเกมจดั เตรียมส่งิ ของ และกําหนดระยะทางการวิ่ง
5.2 จัดลกู เสอื เปน็ แถวตอนลึก หมู่ละ 6-8 คน เทา่ ๆ กัน
5.3 ลกู เสอื แต่ละหม่อู ยตู่ รงข้ามกับสิง่ ของท่ีผ้นู ําเกมจัดเตรยี มไว้
5.4 ผนู้ ําเกมให้สญั ญาณเรม่ิ เล่น นายหมเู่ รม่ิ วง่ิ ไปหยิบส่ิงของชิ้นท่ี 1 มาส่งให้คนท่ี 2 คนท่ี 2 รับ
ส่งิ ของช้ินที่ 1 วง่ิ ไปวางไวจ้ ดุ เดมิ และหยิบของชน้ิ ที่ 2 มาส่งให้คนท่ี 3 คนที่ 3 รับส่ิงของช้ินท่ี 2 วิ่งไปวางไว้จุดเดิมและ
หยิบของชน้ิ ตอ่ ไปโดยไมซ่ าํ้ กนั ปฏบิ ัติเช่นนีจ้ นครบ หมู่ใดทําเสรจ็ ก่อนถอื วา่ ประสบความสาํ เร็จ

นิทานเร่ือง ทอ้ งกับอวัยวะอื่นๆ
วันหน่งึ บรรดาอวัยวะตา่ งๆ ของร่างกายอันได้แก่ มือ ขา ปาก และฟ๎น เป็นต้น เหน็ วา่ พวกตนทํางานกัน
ด้วยความเหนด็ เหนอื่ ยแตท่ อ้ งนนั้ อยเู่ ฉยๆ ก็ได้รบั อาหารโดยไม่ตอ้ งออกแรงอะไรเป็นการเอาเปรยี บผู้อื่น อวัยวะ
ทั้งหลายจงึ พากนั ประทว้ ง โดยขาไมย่ อมเดินไปหาอาหาร มอื ไมย่ อมหยบิ อาหาร ปากไม่
ยอมอ้า และฟ๎นไม่ยอมเคีย้ วอาหาร ดว้ ยเหตนุ ้ใี นเวลาไม่นานนัก ท้องจึงรู้สกึ หิวโหย แต่เมอ่ื ไม่มีอาหารจงึ ไมอ่ าจ
ย่อยและสง่ ไปเล้ยี งอวัยวะอื่นๆ ได้ มือ ขา ปากและฟ๎น ต่างกร็ สู้ กึ ออ่ นเพลียไม่มเี รย่ี วแรง และเริม่ เข้าใจว่าแท้ท่จี ริง
ทอ้ งน้นั กท็ ําหน้าที่ของตนเชน่ กัน ไม่ได้อยู่เฉยๆ อยา่ งท่พี วกตนคดิ แต่แรก หลังจากทอ่ี วัยวะ
ทกุ ส่วนของรา่ งกายรว่ มแรงรว่ มใจกันทํางานอกี คร้ังรา่ งกายก็กลบั แข็งแรงสมบูรณเ์ หมอื นเดิม

นิทานเรือ่ งนสี้ อนให้รวู้ ่า
ทกุ คนตอ้ งทางานไปตามหน้าที่ของตนเพอ่ื ประโยชน์สุขของสว่ นรวม

ซ่งึ ตา่ งกม็ บี ทบาทและความสาคญั เช่นเดยี วกัน

เพลง ไม่มเี หา / ไม่มีเรอ่ื ง

ไมม่ เี หา หาเหาใสห่ วั ไม่มเี ร่อื ง หาเรอื่ งใสต่ วั
(สรอ้ ย) อี่ อี อี ........................................................................

อ่อ ออ อ่อ ออ อ๊อ ออ่ ออ .........................................

เราย่นื แขน แล้วกส็ า่ ยตวั เรายืนขนึ้ แลว้ ก็สา่ ยตัว
(สร้อย) อ่ี อี อี ........................................................................

อ่อ ออ ออ่ ออ ออ๊ ออ่ ออ .........................................

43

ใบงานท่ี 5.1
เรื่อง บทบาทของนายหมู่ลูกเสอื วสิ ามญั

ชอื่ ...............................................นามสกุล.......................................เลขท.่ี .............ชนั้ ................

ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั : เพื่อฝกึ ภาวะผ้นู ําของนายหมลู่ ูกเสอื วสิ ามญั
คาส่งั ให้นายหม่แู ตล่ ะหมูอ่ อกมาทํากจิ กรรมต่อไปน้ี

1. ฝึกระเบยี บแถว/ใชส้ ัญญาณมือ
2. ให้นายหมูส่ าธิตการประชมุ นายหมู่ โดยมนี ายหมเู่ ขา้ ร่วมประชุมอยา่ งน้อย 5 หม่พู ร้อมทปี่ รึกษา 1 คน

ประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานของนายหมู่

นายหมูท่ ่ี…………………. ผล
ผา่ น ไมผ่ า่ น
1. ฝกึ ระเบยี บแถว หรือใช้สญั ญาณมือ
1)
2)
3)
4)
5)
6)

2. การดําเนินการประชมุ ….…………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………..

ลงชอ่ื …………………………………
ผู้ประเมิน

44

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรุปหลังการสอน
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทพี่ บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ญั หา
................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................

45

แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 5 หนว่ ยที่ 6
จานวนชัว่ โมง 2 ช.ม.
รหัสวชิ า 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสือวิสามัญ 1
ชื่อหน่วย/ช่อื เร่อื ง ระเบียบแถว 1

แนวคดิ

การฝึกระเบยี บแถว เป็นการฝกึ ความมรี ะเบียบวินัยและความอดทนของลกู เสอื ให้เปน็ ผูม้ ีความคลอ่ งแคลว่ ว่องไว
มีไหวพริบ และรูห้ นา้ ที่ของตนเอง การฝกึ ระเบียบแถวจะต้องรูจ้ กั สญั ญาณมือก่อน และระเบียบแถวมที ั้งแบบเป็นรายบคุ คล
และเป็นกลุม่

ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวัง

1. บอกวัตถปุ ระสงคข์ องการฝกึ ระเบียบแถวได้
2. บอกการเตรียมการเพ่ือฝึกระเบียบแถวได้
3. ปฏบิ ตั ติ ามการให้สญั ญาณมอื ในการเรียกแถวได้ถกู ตอ้ ง
4. ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บแถวในท่าตา่ งๆ ได้ถกู ตอ้ ง
5. มีการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผูส้ าํ เร็จการศึกษา

สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทคี่ รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรือ่ ง
5.1 ความมมี นุษยสัมพันธ์
5.2 ความมีวนิ ัย
5.3 ความรบั ผิดชอบ
5.4 ความซื่อสตั ย์สจุ ริต
5.5 ความเชือ่ มั่นในตนเอง
5.6 การประหยัด
5.7 ความสนใจใฝุรู้
5.8 การละเวน้ สิ่งเสพตดิ และการพนัน
5.9 ความรักสามัคคี
5.10 ความกตญั ํกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบตั ติ นตามระเบยี บวนิ ยั คําปฏิญาณและกฎของลกู เสือวิสามญั
2. วางแผนและปฏบิ ตั กิ ิจกรรมทกั ษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพิเศษของลกู เสือ
3. บําเพ็ญประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนและท้องถน่ิ ในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใช้ระบบหมู่ การเปน็ ผูน้ ําผู้ตามและกระบวนการกล่มุ ในการปฏบิ ัติกิจกรรมลูกเสือวิสามญั

46

สาระการเรียนรู้

1. วัตถุประสงคข์ องการฝกึ ระเบียบแถว
2. การเตรียมการฝึกและขน้ั ตอนทา่ ทจ่ี ะฝึก
3. สัญญาณมือในการเรียกแถว
4. การฝกึ ระเบียบแถวเปน็ รายบุคคล

กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน

1. ครผู ู้สอนอภิปรายถึงระเบียบแถว ซึ่งเป็นเครื่องบ่งช้ีให้ทราบถึงความมีระเบียบวินัยของลูกเสือ ท่ีแสดงให้
ประชาชนไดเ้ ห็น ดงั นน้ั การฝึกระเบียบแถวของลูกเสอื ก็เท่ากับการปลูกฝ๎งความเป็นผู้มีเกียรติ ศักด์ิศรีและเป็นผู้มีวินัย
นั่นเอง

2. ครูผสู้ อนกล่าวถงึ การฝกึ ระเบยี บแถวมีความมุ่งหมายดงั น้ี
(1) เพอ่ื ฝึกใหล้ กู เสอื มรี ะเบียบวินยั อันดงี าม
(2) เพอ่ื ฝึกใหล้ ูกเสอื รจู้ กั ฟ๎งคําส่งั และปฏบิ ตั ติ ามได้โดยถกู ต้อง
(3) เพอ่ื ฝกึ ใหล้ ูกเสอื มีความอดทน สามารถบาํ เพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ของลกู เสือได้
(4) เพื่อให้ลกู เสอื มีความสมบูรณ์แข็งแรงทางรา่ งกายและจิตใจ
(5) เพื่อก่อให้เกดิ ความสามคั คีพร้อมเพรยี งกนั ในหมู่ลูกเสือ
(6) เพื่อฝกึ ความสามารถในการเป็นผู้นําและผตู้ ามได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ

3. ผู้เรียนเล่าประสบการณ์ของตนเองในการฝึกระเบียบแถวตอนเข้าค่ายลูกเสือที่ผ่านมา ทําให้เกิด
ความรสู้ ึกทีด่ ีและจริงใจโดยไม่หวังสงิ่ ตอบแทน

ขัน้ สอน

4. ครผู สู้ อนใชเ้ ทคนิคการสอนโดยใชก้ ารนริ นัย (Deduction) ซึง่ เปน็ การสอนจากหลักการไปสูต่ วั อยา่ ง
ย่อยๆ ผเู้ รียนมีโอกาสได้ฝกึ ฝนการนําหลักการไปใช้ในสถานการณใ์ หม่ในเรื่องดังตอ่ ไปน้ี

(1). วตั ถุประสงค์ของการฝกึ ระเบียบแถว
(2). การเตรยี มการฝึกและข้นั ตอนทา่ ทีจ่ ะฝึก
(3). สญั ญาณมือในการเรียกแถว
(4). การฝึกระเบียบแถวเปน็ รายบคุ คล
5. ครผู สู้ อนอธิบายและสาธิตสญั ญาณมือในการเรยี กแถวแตล่ ะประเภท เพ่ือให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้โดย
ครูเป็นผู้แสดงการสาธิตให้ดูด้วยตนเอง และให้ผู้เรียนปฏิบัติตามท่าต่างๆ ในการเรียกแถวแต่ละประเภทดังรูปภาพ
ต่อไปนี้

47

6. ผ้เู รียนปฏบิ ัตกิ ิจกรรมดงั นี้

ขั้นสรุปและการประยกุ ต์

7. ผู้เรียนสรุประเบียบแถวโดยการสุ่มผู้เรียนให้ทําวันทยหัตถ์ตามแบบท่ีถูกต้อง เพื่อนําไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจําวันได้ และผู้เรียนร่วมกันประเมินโดยพิจารณาจากข้อมูลความรู้ การให้เหตุผล และความพร้อมในการ
อภิปราย

48

8. ประเมนิ ผู้เรยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้

ช่อื ผู้เรียน ธรรมชาติของผ้เู รยี น วธิ ีการเรียนรู้
ความสนใจ สตปิ ญ๎ ญา วฒุ ิภาวะ

1.

2.

3.

4.

5.

ชอื่ ผเู้ รียน ประสบการณพ์ ้ืนฐานการเรียนรู้ วธิ ีการเรียนรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.

ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี น วชิ า 2000-2001 กิจกรรมลกู เสอื วิสามญั 1 ของสํานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. ส่ือแผ่นใส
3. อนิ เทอรเ์ น็ต
4. กิจกรรมและใบงาน

หลกั ฐาน

1. บันทึกการสอน
2. ใบเช็คช่ือ
3. แผนจัดการเรียนรู้

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ัดผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสือ
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล

49

5. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
7. การสังเกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

เคร่ืองมือวัดผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสอื
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่
6. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยร่วมกันประเมิน

เกณฑ์การประเมินผล

1. ใบงาน เกณฑ์ผ่านการ 50 % ข้นึ ไป
2. กจิ กรรมลูกเสอื เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ เกณฑ์ผ่านการ 50 % ข้นึ ไป
4. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
5. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
6. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
7. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอย่กู ับการ

ประเมินตามสภาพจริง

กิจกรรมเสนอแนะ ก ลุ่ ม

ใหล้ กู เสอื วสิ ามญั เล่นเกม และเล่านิทาน ดังต่อไปนี้
****เกม พาม้าเข้าคอก***

1. วัตถุประสงคข์ องเกม

 เพ่อื ฝกึ ขอ้ เท้า การสปรงิ ตวั ไหวพรบิ ความว่องไว
2. จานวนผ้เู ลน่

 ไม่จาํ กดั จํานวน
3. การจัดกลุ่มการเลน่

 จดั เป็นกลุ่มๆ ละ 6-8 คน
4. กตกิ า

 ผู้เปน็ ผูเ้ ล้ียงมา้ สามารถตอ้ นม้าให้ม้าวง่ิ เข้าคอกเสรจ็ ก่อนโดยไมล่ ้ม มา้ ตวั ใดของแตล่ ะ
ล้มจะถกู หกั คะแนนและตอ้ งออกจากการเลน่

5. วิธเี ล่น

50

5.1 ผูน้ าํ เกมแบ่งกลุม่ ผเู้ ล่นออกเปน็ กลุ่มๆ ละเท่าๆ กนั
5.2 ใหผ้ เู้ ลน่ 1 คน เป็นผเู้ ลี้ยงมา้ ส่วนท่ีเหลือเปน็ ม้า
5.3 ผเู้ ลน่ ท่เี ป็นมา้ ของแต่ละกลุ่มจะต้องน่ังยองๆ กอดเข่าทําตัวเป็นม้า และเข้าแถวตอนเรียง 1 คน
โดยผเู้ ลี้ยงมา้ ยนื อยหู่ ัวแถวของมา้ ของตนเอง
5.4 ผู้นําเกมหรือผู้ช่วย เขียนวงกลม 1 วง (เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 ซม.) ห่างผู้เล่นทุกกลุ่ม
ประมาณ 6 เมตร ซ่งึ เปน็ คอกม้า
5.5 ผู้นาํ เกมให้สญั ญาณเร่มิ เลน่ ผู้เลย้ี งม้าทกุ คนใชม้ อื แตะม้าตวั แรกๆ จะต้องว่ิงโดยท่านั่งยองๆ เข้า
ไปในวงกลมรอคนเลี้ยงม้าแตะ ม้าตัวที่ 2 ว่ิงมาในวงกลมหรือคอกม้าตัวแรกท่ีอยู่ในวงกลม หรือคอกจะต้องว่ิงท่าน่ัง
ยองๆ กลบั มาที่ผู้ท่ีเลย้ี งมา้ ทําไปเรอื่ ยๆ จนมา้ เขา้ วงกลม หรือคอกครบ และกลับมาถึงผู้เล้ียงเสร็จก่อนโดยม้าไม่ล้มลง
กล่มุ น้นั ๆ เปน็ กลมุ่ ที่ประสบผลสําเรจ็

นิทานเรื่อง แมป่ กู บั ลูกปู
วนั หนึ่งเม่ือถงึ เวลานา้ํ ลงงวด ปสู องตัวแมล่ ูกพากันขน้ึ จากรูไต่ลงไปหาอาหารตามชายเลน ลูกปูเดินนําหน้า
แม่ปเู ดนิ ตามหลัง ครนั้ สงั เกตวา่ ลูกของตนเดนิ คดเค้ียวไม่ตรงทาง แม่ปูจงึ เอย่ ขนึ้ ว่า “ลกู เอย๋ ทําไมเจ้าถึงเดินคดไป
คดมา ไมเ่ ป็นระเบยี บอยา่ งน้นั เล่า เดนิ ใหต้ รงๆ ซิ จะไดไ้ ปหากินเร็วๆ มัวแต่เดินซัดเซมาอยู่อย่างน้ีเด๋ียวนํ้าข้ึนก็จะ
ไม่ทันการณ์” ลกู ปไู ดย้ ินดงั นั้นจึงตอบกลับมาว่า “แม่จ๋า แม่ชว่ ยเดนิ ใหห้ นดู เู ป็นตัวอย่างก่อนซิ หนูจะได้เดินตาม”
แม่ปูไม่สามารถเดินตรงอย่างที่พูดได้ ด้วยวสิ ัยปยู อ่ มเดนิ คดไปคดมาเป็นธรรมชาติ แต่แมป่ นู ้ันมิได้รู้สึกตวั เอง

นิทานเรอ่ื งนี้สอนให้รวู้ ่า
“ตวั อยา่ งยอ่ มเปน็ ครูทีด่ ี การจะส่งั สอนผู้อ่ืนในเรื่องใดเราตอ้ งมคี วามรใู้ นเรื่องน้นั

อย่างแท้จรงิ ”

เพลง เกียรติศักด์ลิ กู เสือไทย

ลูกเสอื ลูกเสือ ไว้ศกั ด์ซิ ลิ กู ผู้ชาย
ลูกเสือ ลกู เสอื ไวล้ ายซิลกู เสอื ไทย
รักเกียรติรักวนิ ยั แขง็ แรงและอดทน
เราจะบําเพ็ญตน เป็นประโยชน์ตอ่ ผูอ้ ่นื
กต็ ้องทาํ ใหส้ ําเรจ็
แมล้ าํ บากตรากตรํา ข้าสญั ญาว่าจะทํา
ทาํ ทาํ ทํา รักชาตใิ หม้ ่ันไว้
เสียชพี อย่าเสยี สัตย์ พระมงกุฎทรงประทาน
ดงั นามอนั เกรียงไกร

51

ใบงานท่ี 6.1
เรอ่ื ง ระเบยี บแถว

ชือ่ ...............................................นามสกุล.......................................เลขท.ี่ .............ช้ัน................

ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวงั : เพ่อื ให้ลูกเสอื ปฏบิ ัตติ ามระเบียบแถว
คาช้แี จง : ให้อาจารย์ผู้สอนกําหนดให้ลูกเสือแต่ละหมู่ไปฝึกระเบียบแถวตามเน้ือหาในบทเรียน อย่างน้อย

หมูล่ ะ 2 ท่า แลว้ มาสาธิตให้อาจารยผ์ ูส้ อนดู และประเมินผลการฝกึ ดังน้ี

แบบประเมนิ ผลการฝึก

ชือ่ หมู่ พฤตกิ รรมทีป่ ระเมิน ท่าที่ 1 ท่าที่ 2
1. การใหส้ ัญญาณของนายหมถู่ กู ตอ้ ง  ชัดเจน  ไมช่ ดั  ชัดเจน  ไม่ชดั
2. ความพรอ้ มเพรียงของลูกหมู่  มาก  นอ้ ย  มาก  นอ้ ย
3. การปฏบิ ัตติ ามสญั ญาณของลูกหมู่  ถกู ต้อง  ไมถ่ ูกตอ้ ง  ถูกตอ้ ง  ไม่ถกู ตอ้ ง
4. ความตั้งใจของหมู่  มาก  น้อย  มาก  นอ้ ย
5. ความเขม้ แข็งสงา่ งามของนายหมู่  มาก  นอ้ ย  มาก  นอ้ ย
6. ความเปน็ ระเบียบเรียบร้อย  ชัดเจน  ไม่ชดั  ชดั เจน  ไม่ชัด
7. ความรวดเรว็ ในการปฏบิ ัติ  มาก  น้อย  มาก  น้อย

ลงชอื่
ผ้ปู ระเมิน

52

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลังการสอน
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
ปญั หาทพี่ บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแกป้ ญั หา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................

53

แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบูรณาการท่ี 6 หน่วยท่ี 7
จานวนชั่วโมง 2 ช.ม.
รหสั วชิ า 20000-2001 กิจกรรมลกู เสือวิสามัญ 1
ชือ่ หนว่ ย/เร่ือง คําปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื

สาระสาคญั

เม่ือเข้ามาสู่การเป็นลูกเสือ ท้ังผู้บังคับบัญชาและลูกเสือทุกคนจะต้อง ยอมรับและปฏิบัติตาม
คําปฏิญาณ และกฎของลูกเสืออย่างเคร่งครัด ฉะนั้นในโอกาสแรกท่ีจะเข้ามาเป็นลูกเสือจึงต้องทําความเข้าใจ
คาํ ปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื อย่างแจม่ ชัด เพอ่ื นําไปยึดถอื เปน็ แนวปฏบิ ตั ิ

ผลการเรียนร้ทู ีค่ าดหวัง

1. กลา่ วคาํ ปฏญิ าณของลกู เสือได้
2. บอกกฎของลูกเสือได้
3. บอกคตพิ จนข์ องลูกเสือได้
4. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้สําเรจ็ การศกึ ษา

สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรือ่ ง
4.1 ความมมี นษุ ยสัมพันธ์
4.2 ความมวี นิ ัย
4.3 ความรับผิดชอบ
4.4 ความซ่ือสตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเชือ่ มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝุรู้
4.8 การละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนัน
4.9 ความรักสามคั คี
4.10 ความกตญั ํกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏบิ ตั ิตนตามระเบียบวินัย คําปฏิญาณและกฎของลูกเสอื วิสามญั
2. วางแผนและปฏิบตั กิ ิจกรรมทักษะทางลูกเสือและกจิ กรรมพเิ ศษของลกู เสือ
3. บาํ เพญ็ ประโยชน์ต่อชมุ ชนและทอ้ งถ่นิ ในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผ้นู ําผตู้ ามและกระบวนการกลมุ่ ในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมลูกเสือวสิ ามัญ

54

สาระการเรยี นรู้

1. คาํ ปฏิญาณของลกู เสือ
2. กฎของลกู เสือ
3. คติพจนข์ องลูกเสอื

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรียน

1. ครผู สู้ อนกล่าวถึง คาปฏิญาณ คือคาํ มัน่ สญั ญาโดยความสมคั รใจทีล่ ูกเสือทกุ คนให้ไว้แก่ผู้บังคับบัญชาใน
พธิ กี ารทางลูกเสือ อันเป็นหลักสากลท่ีลูกเสือทุกคนจะต้องปฏิบัติ แต่การให้คําสัญญานั้นไม่มีใครสามารถรับรองได้ว่า
ลกู เสือจะปฏบิ ัติไดจ้ ริง ลกู เสอื จงึ ตอ้ งรบั รองตวั เอง โดยทกุ ครั้งของการปฏิญาณจะต้องกล่าวว่า ด้วยเกียรติของข้า ข้า
สัญญาว่า.... ซง่ึ ถ้าหากลูกเสอื ไม่ปฏบิ ตั ติ ามคําปฏญิ าณของตนก็ถอื วา่ ลูกเสือไม่ไดร้ กั เกียรตแิ ละศกั ดิ์ศรขี องตนเอง

2. ผเู้ รียนยกตัวอยา่ งการกล่าวคาํ ปฏิญาณของลูกเสือทีป่ ฏบิ ัติกนั อยเู่ ปน็ ประจาํ

ข้นั สอน

3. ครผู สู้ อนยกตัวอยา่ งคาํ ปฏิญาณของลูกเสือทุกระดับมอี ยู่ 3 ข้อ ซ่ึงการกลา่ วคาํ ปฏิญาณแต่ละขอ้ จะต้อง
ข้นึ ต้นด้วยคาํ ว่า ด้วยเกียรตขิ องข้า ขา้ สญั ญาวา่ ...

ข้อที่ 1 ขา้ จะจงรกั ภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
ข้อท่ี 2 ข้าจะช่วยเหลอื ผอู้ ่ืนทุกเม่ือ
ข้อท่ี 3 ขา้ จะปฏิบตั ติ ามกฎของลกู เสอื
4. ครผู สู้ อนบอกกฎของลกู เสือ ซงึ่ เปน็ หลกั ปฏิบตั ขิ องผทู้ ี่เปน็ ลูกเสอื เปรียบเสมอื นศลี ทพ่ี ระพึงรักษา กฎ
ของลูกเสือมดี งั น้ี คอื .กฎของลูกเสอื
ขอ้ ท่ี 1 ลูกเสอื มีเกยี รตเิ ชอื่ ถือได้
ข้อท่ี 2 ลกู เสือมคี วามจงรกั ภกั ดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และซ่ือตรงตอ่ ผมู้ พี ระคณุ
ข้อที่ 3 ลกู เสอื มหี น้าที่กระทาํ ตนให้เปน็ ประโยชน์ และช่วยเหลือผอู้ ่นื
*ทําดีท่สี ุด (Do Our Best) เป็นคติพจน์ลูกเสอื สาํ รอง หมายถงึ การกระทาํ เพ่อื คนอนื่ หรอื เพอื่ สว่ นรวมเปน็
การกระทําท่ีดที ี่สุด
*จงเตรยี มพรอ้ ม (Be Prepared) เปน็ คติพจน์ลกู เสอื สามญั หมายถึง การเตรยี มพร้อมที่จะทาํ ความดีเพือ่
สว่ นรวม
*มองไกล (Look Wide) เป็นคติพจน์ลกู เสือสามญั รนุ่ ใหญ่ หมายถงึ การมองให้เห็นเหตผุ ล ให้เห็นคนอื่น
สว่ นรวม มใิ ชม่ องแต่ประโยชนข์ องตัวเอง
*บริการ (Service) เปน็ คติพจน์ลกู เสือวสิ ามญั หมายถงึ การใหค้ วามช่วยเหลือแกค่ นอื่นหรือส่วนรวม
ขอ้ ท่ี 4 ลูกเสอื เปน็ มติ รของคนทุกคน และเป็นพี่นอ้ งกบั ลูกเสืออื่นทั่วโลก
ข้อที่ 5 ลูกเสือเปน็ ผู้สุภาพเรยี บร้อย

55

ข้อท่ี 6 ลูกเสอื มคี วามเมตตากรณุ าต่อสตั ว์
ขอ้ ที่ 7 ลกู เสอื เช่ือฟง๎ คาํ สง่ั ของบดิ ามารดา และผูบ้ งั คับบญั ชาดว้ ยความเคารพ
ข้อท่ี 8 ลูกเสอื มีใจร่าเรงิ และไม่ย่อท้อตอ่ ความยากลาํ บาก
ข้อที่ 9 ลกู เสือเป็นผมู้ ธั ยัสถ์
ขอ้ ท่ี 10 ลกู เสอื ประพฤตชิ อบด้วยกาย วาจา ใจ
กฎของลูกเสือขอ้ ท่ี 10 น้ี ไดด้ ัดแปลงมาจากกฎของลกู เสือขอ้ ที่ 10 ตามธรรมนญู สมชั ชาลูกเสอื โลกท่ีวา่ A
Scout is Clean in Thought Word and Deed และตรงกับกุศลกรรมบถ 10 คือ
- กายกรรม 3 อยา่ ง ไดแ้ ก่ เวน้ จากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์แลเวน้ จากการประพฤติผิดในกาม
- วจีกรรม 4 อย่าง คอื เว้นจากการพูดเท็จ เวน้ จากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดคาํ หยาบและเวน้ จากการ
พูดเพ้อเจอ้
- มโนกรรม 3 อย่าง คอื ไมอ่ ยากได้ของเขา ไม่พยาบาทปองรา้ ยเขาและเห็นชอบตามคลองธรรม
5. ครูผสู้ อนอธบิ ายคตพิ จนข์ องลกู เสอื ดังนี้ คติพจนท์ ั่วไปของลูกเสือไทยทั้งหมด คอื เสียชีพ อย่าเสียสตั ย์
(Better Die Than Lie) ส่วนคตพิ จนข์ องลกู เสือวิสามญั คือ บริการ
เสยี ชพี อย่าเสียสัตย์ คอื การยดึ มั่นปฏบิ ตั ิตามสิ่งทไ่ี ด้พูดไว้ เพราะการที่พูดสง่ิ ใดไปแล้วปฏิบัติตามน้ันได้ ก็จะ
สร้างความนา่ เช่อื ถอื ให้แก่ตนเอง ให้ผู้อ่นื เคารพ เล่อื มใสและศรัทธาส่งผลให้ชวี ติ มคี วามเจรญิ กา้ วหนา้
บรกิ าร เปน็ หัวใจของลกู เสือวสิ ามัญที่จะตอ้ งเป็นผู้มีเมตตา กรุณา ใหค้ วามช่วยเหลอื ผู้อ่นื ด้วยความเตม็ ใจ
และพรอ้ มทจ่ี ะใหบ้ รกิ ารทกุ คนอยู่เสมอ โดยไม่ตอ้ งการสิ่งใดๆ ตอบแทน
การปฏิบัตติ ามคตพิ จนท์ ัง้ 2 ประการ จะทาํ ใหล้ กู เสอื เป็นผู้นําทีด่ ขี องสงั คม เป็นพลเมอื งดีของชาติ และเปน็ ผู้
ทน่ี ําพาประเทศชาติไปสเู่ ปูาหมายได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
6. ให้ผู้เรยี นปฏิบตั กิ จิ กรรมทเ่ี ก่ยี วข้องกบั กฎของลูกเสือ

ข้นั สรุปและการประยกุ ต์

7. ใหผ้ ้เู รยี นกล่าวคําปฏญิ าณ กฎของลกู เสือ และคตพิ จนข์ องลูกเสือ และสามารถนาํ ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชวี ติ ประจําวันได้อย่างไรบา้ ง

ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรียน วิชา 2000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามัญ 1 ของสาํ นกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. สอื่ แผ่นใส
3. อินเทอร์เนต็
4. กิจกรรมและใบงาน

หลักฐาน

1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชือ่
3. แผนจดั การเรียนรู้

56

การวัดผลและการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสอื
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
6. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
7. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

เคร่อื งมือวัดผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลูกเสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
6. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมนิ

เกณฑ์การประเมินผล

1. ใบงาน เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขึน้ ไป
2. กจิ กรรมลกู เสือ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ข้ึนไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขึ้นไป
4. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มีช่องปรบั ปรงุ
5. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
6. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
7. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การ

ประเมินตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ

ให้ลูกเสือวิสามัญเล่นเกม เล่านทิ านและรอ้ งเพลงต่อไปน้ี
***เกม STICKER***

1. วตั ถุประสงคข์ องเกม

 เพ่อื ทดสอบความจํา ความประณีต การทาํ งานเป็นหม่คู ณะ
2. จานวนผูเ้ ลน่

 ไม่จาํ กัดจํานวน

57

3. การจัดกลุ่มการเล่น
 จดั เปน็ กลุ่มๆ ละ 6-8 คน

4. กติกา
 ให้ผเู้ ล่นตดั ตัวอกั ษรจากหนงั สอื พมิ พ์ทีม่ ขี นาดเท่ากนั ติดใหเ้ ป็นคาํ ปฏญิ าณ หรอื กฎของลูกเสอื

ภายในเวลา 20 นาที กลุ่มใดจัดทาํ ไดส้ วย ข้อความถกู ตอ้ งครบสมบรู ณ์เป็นกลมุ่ ทป่ี ระสบความสาํ เร็จ
5. วิธีเลน่
5.1 ผู้นําเกมจัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น กรรไกร คัตเตอร์ กาว หรือแปูงเปียก กระดาษเทา-ขาว

หนังสือพิมพเ์ กา่ ตามจํานวนหม่ลู ูกเสอื และบอรด์ นทิ รรศการเพอ่ื แสดงผลงาน
5.2 แบง่ กลุ่มลกู เสอื จับฉลาก หวั ข้อคาํ ปฏิญาณและกฎ
5.3 ผู้นาํ เกมใหส้ ัญญาณเร่มิ เลน่ และจบั เวลา 20 นาที
5.4 ผเู้ ลน่ เกมตดั ตวั อักษรจากหนงั สอื พมิ พเ์ กา่ มาเรยี งเป็นประโยค ข้อความ คําปฏิญาณและกฎตามท่ี

จับฉลากได้ในเวลา 20 นาที ให้สวยงาม ถกู ต้อง ครบสมบูรณ์ กลุ่มใดเสรจ็ ก่อนหรือเสร็จภายในเวลาที่กําหนดแล้วนําไป
ติดแสดงในบอร์ดนทิ รรศการท่กี ําหนดไว้ ถือวา่ ประสบผลสําเรจ็

นิทานเรือ่ ง เพงิ่ รเู้ มียนอกใจ
สามหนมุ่ สามมมุ เสียชวี ติ ในวันเดียวกัน ดว้ ยสาเหตุท่ีต่างกนั ยมบาลไดม้ ารบั ดวงวิญญาณไปสอบสวน
กอ่ นจะส่งตวั ไปลงนรก เม่ือพจิ ารณาความผดิ ของทัง้ สามหน่มุ แล้วเปน็ ความผดิ ท่ไี มร่ ้ายแรงนัก จงึ อนุญาตให้ทั้ง
สามหน่มุ เทีย่ วชมสวรรคไ์ ดห้ นง่ึ วัน
ยมบาลซักถามหน่มุ คนที่หนงึ่ “พ่อหนมุ่ กอ่ นตายเอง็ ประพฤติผิดลูกเมียผู้อื่นบ้างหรือไม่”
หนุ่มคนทหี่ นึง่ “บ่อยครัง้ ผมจาํ ได้ไมห่ มดครับ”
ยมบาล “เอ็งชว่ั มาก งั้นเอ็งเอาจักรยานสองล้อไปข่ชี มสวรรคก์ แ็ ล้วกัน
ยมบาลซักถามหนุ่มคนที่สอง “พอ่ หนมุ่ ก่อนตายเอง็ ประพฤติผิดลูกเมียผอู้ นื่ บ้างหรือไม่”
หนุม่ คนทส่ี อง กม้ หนา้ อายนิดหนอ่ ย “ผมเผลอบา้ งในบา้ งครง้ั ครบั ”
ยมบาล “เอ็งก็ช่ัวกับเขาเหมือนกัน ข้าจะให้รถจกั รยานยนตไ์ ปขีช่ มสวรรค์กแ็ ลว้ กัน
ยมบาลซักถามหนมุ่ คนท่สี าม “พอ่ หนุ่มก่อนตายเอ็งประพฤติผิดลกู เมียผอู้ ื่นบ้างหรือไม่”
หนุ่มคนทสี่ าม อายหน้าแดงกอ่ นตอบว่า “ในชวี ิตผมนอกจากเมยี แล้วไม่เคยยงุ่ เก่ยี วกบั ใครเลยครบั ”
ยมบาล “เอ็งเป็นคนดีมาก ข้าจะให้รถยนตไ์ ปข่ีชมสวรรค”์
ทง้ั สามหนุ่มมโี อกาสได้ชมสวรรค์ โดยใชพ้ าหนะที่ตา่ งกันตามความประพฤติ ชมไปได้ครหู่ นึ่ง หน่มุ คนท่ี
หน่ึงและคนทีส่ อง เจอคนทสี่ าม จอดรถยนตน์ ่งั ทาํ หนา้ เศร้าๆ เหมอื นกับจะรอ้ งไห้ จึงตรงเข้าไปซักถามด้วย
ความสังสยั ว่า “เอง็ มคี วามทกุ ข์อะไรจงึ มาน่ังคอตกเหมือนนกปีกหกั ” หน่มุ คนทสี่ ามแหงนมองหน้าคนทั้งสอง
ก่อนตอบแบบหมดอาลยั วา่ “ทีก่ เู ป็นอยา่ งน้ีก็เพราะกูเพิ่งจะเจอเมียกเู มื่อกี้นเี่ อง กูเห็นมันกาํ ลังขจี่ ักรยานชม
สวรรค์อย”ู่ (ฮา...)

58

ข้อคดิ และการนาไปใช้
เรอื่ ง การไว้วางใจคน บางครั้งคนใกล้ชิดตัวเรากไ็ ว้ใจไม่ได้

เพลง กฎลกู เสือ

กฎที่ 1 พงึ จาํ ใหด้ ีลกู เสอื ตอ้ งมีเกยี รติเชื่อถอื ได้
กฎท่ี 2 น้นั รองลงไปต้องภกั ดใี นผมู้ พี ระคณุ
กฎท่ี 3 น้นั บาํ เพ็ญบุญชว่ ยเหลอื เกอ้ื กูลผูอ้ ื่นเร่ือยไป

(สร้อย) นะเธออยา่ ลมื อยา่ ลืม
กฎที่ 4 นี้น่าคดิ จงเปน็ มิตรกับคนทวั่ ไป
กฎท่ี 5 ทา่ นวา่ เอาไวม้ ารยาทน้ันไซรก้ ราบไหวง้ ามๆ
กฎที่ 6 นรกไม่ตามเพราะน้าํ ใจงามกรณุ าสัตวม์ นั

(สรอ้ ย) นะเธออยา่ ลืม อย่าลืม

กฎที่ 7 จงเช่อื จงฟง๎ ในคาํ ส่งั โดยดุษฎี
กฎท่ี 8 คดิ ๆ ไวซ้ ีลกู เสอื ตอ้ งมคี วามยากลําบาก
กฎที่ 9 ออมไว้ยามยากจะไม่ลาํ บากเงนิ ทองมากมี
กฎท่ี 10 ประพฤติความดที ้งั กาย วจี มโน พรอ้ มกัน

(สร้อย) นะเธออย่าลมื อยา่ ลืม

59

ใบงานที่ 7.1

เรอ่ื ง คาปฏญิ าณ และกฎของลูกเสือ

ชือ่ ...............................................นามสกุล.......................................เลขที.่ .............ชนั้ ................

ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวงั : เพื่อใหล้ กู เสือปฏิบตั กิ จิ กรรมทสี่ อดคลอ้ งกับกฎของลูกเสือ เช่น
คาชแ้ี จง : ใหอ้ าจารย์ผสู้ อนกําหนดใหล้ กู เสอื ไปปฏบิ ัตกิ ิจกรรมใหส้ อดคล้องกบั กฎของลูกเสือ
ลูกเสือมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ เปน็ ต้น
ตวั อย่างกิจกรรม เช่น - ชว่ ยเหลอื สตั วท์ ีบ่ าดเจบ็

- เก็บเศษอาหารใหส้ ัตว์
ฯลฯ

คาสั่ง ใหแ้ ต่ละหมู่ทํากิจกรรมตามกฎของลกู เสืออย่างน้อย 3 ข้อ และบนั ทกึ ว่าไดท้ าํ กิจกรรมอะไรบา้ งในช่องว่าง
ข้างลา่ งน้ี

หมู่ท…่ี ……………

กฎขอ้ ท…ี่ ……….กล่าววา่ ...............................................................................….....................
กจิ กรรมที่ทาํ ...........................................................................................................................
............................................................................................................................. ...…………

กฎขอ้ ท…่ี ……….กลา่ วว่า...............................................................................….....................
กิจกรรมท่ีทํา..........................................................................................................................
................................................................................................................................…………

กฎขอ้ ท…่ี ……….กล่าววา่ ...............................................................................….....................
กิจกรรมท่ที ํา...........................................................................................................................
............................................................................................................................. ...…………

60

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
ปญั หาทพ่ี บ
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................... ...................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................

61

แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 7 หนว่ ยท่ี 8
จานวนชว่ั โมง 2 ช.ม.
รหัสวิชา 20000-2001 กิจกรรมลกู เสือวสิ ามัญ 1
ช่อื หน่วย/เรอ่ื ง พธิ กี ารลกู เสือวิสามญั

แนวคดิ

พิธีการของลูกเสือเป็นเร่ืองที่ลูกเสือ-เนตรนารีวิสามัญจะต้องศึกษาให้เข้าใจ เพ่ือความภาคภูมิใจในเกียรติของ
ตนเองที่จะไดร้ บั จากพิธกี ารนั้นๆ ประกอบดว้ ย

1. พธิ ีรบั เปน็ เตรียมลกู เสอื -เนตรนารีวิสามญั หรือพิธีประดับแถบ 2 สี (เขยี ว-เหลอื ง)
2. พิธสี ํารวจตนเอง
3. พิธเี ข้าประจํากองลูกเสือ-เนตรนารวี ิสามัญ หรอื พิธีประดับ 3 สี (แดง-เขยี ว-เหลอื ง)

ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวัง

1. บอกประโยชนข์ องพิธีการต่างๆ ของลูกเสือ-เนตรนารีวสิ ามญั ได้
2. สาธิตพธิ กี ารต่างๆ ของลกู เสือ-เนตรนารวี สิ ามัญได้ถูกต้อง
3. มีการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผสู้ าํ เร็จการศึกษา

สํานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่คี รูสามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเรือ่ ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ัย
3.3 ความรับผดิ ชอบ
3.4 ความซ่ือสัตยส์ จุ รติ
3.5 ความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง
3.6 การประหยัด
3.7 ความสนใจใฝุรู้
3.8 การละเวน้ สิ่งเสพติดและการพนัน
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ํูกตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบัติตนตามระเบียบวนิ ัย คําปฏิญาณและกฎของลูกเสือวิสามญั
2. วางแผนและปฏิบตั กิ จิ กรรมทกั ษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสือ
3. บําเพ็ญประโยชนต์ ่อชมุ ชนและทอ้ งถิน่ ในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเปน็ ผู้นําผู้ตามและกระบวนการกลุ่มในการปฏิบัติกิจกรรมลูกเสอื วสิ ามัญ

62

สาระการเรยี นรู้

1. พิธรี บั เป็นเตรียมลูกเสือ-เนตรนารวี ิสามัญ
2. พธิ สี าํ รวจตนเอง
3. พิธเี ข้าประจาํ กองลกู เสอื -เนตรนารวี ิสามญั

กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเข้าสู่บทเรยี น

1. ครูผู้สอนอภิปรายถึงพิธีการของลูกเสือเป็นกิจกรรมที่สําคัญ ก่อให้เกิดความศรัทธา ความเชื่อมั่นและ
ความภาคภูมิใจในการเป็นสมาชกิ ลูกเสือ-เนตรนารี พธิ ีการของลกู เสือ-เนตรนารวี ิสามญั

2. ผูเ้ รยี นยกตัวอย่างอปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการประกอบพิธี มดี ังน้ี
ก. โต๊ะหมบู่ ูชา 1 ชุด (ธงชาติ-โต๊ะหมูบ่ ูชาพรอ้ มพระพุทธรปู -พระบรมฉายาลกั ษณ)์
ข. พระรปู รชั กาลที่ 6 พรอ้ มโต๊ะบูชา
ค. รปู ผูใ้ หก้ าํ เนิดลกู เสือโลก (บี.พี.)
ง. ธงประจํากอง
จ. โต๊ะประกอบพธิ ี
ฉ. ธงชาติ
ช. พานใสแ่ ถบสปี ระดบั ไหล่
ซ. เอกสารประกอบการซักถาม (หากผูก้ ํากับมีทกั ษะไม่จาํ เปน็ )

ขั้นสอน

3. ครูผสู้ อนสาธิตการจดั พธิ ีรับเปน็ เตรยี มลกู เสือ-เนตรนารวี ิสามญั และพิธีสํารวจตนเอง ตามขั้นตอน

กองลกู เสือแสดงรหัส ผู้สมัครใหม่แสดงรหัส :

“ ด้วยเกียรติของขา้ ข้าสัญญาว่า
ข้อ 1. ข้าจะจงรักภักดีตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
ข้อ 2. ขา้ จะช่วยเหลอื ผู้อ่นื ทุกเม่อื
ขอ้ 3. ขา้ จะปฏิบัติตามกฎของลูกเสอื

63

4. ครูผสู้ อนสาธติ พิธีรับเตรียมลกู เสอื วสิ ามัญ ให้ปฏิบัตดิ งั ต่อไปนี้

5. ครผู สู้ อนอธบิ ายและสาธติ การสาํ รวจตนเอง โดยพธิ ีสํารวจตนเอง เป็นพธิ ีการทีก่ ระทําตอ่ เนือ่ งกบั พธิ ีเข้า
ประจาํ กอง หรอื พิธปี ระดบั แถบ 3 สี (แดง-เขยี ว-เหลอื ง) ในการสาํ รวจตนเองของลูกเสือ-เนตรนารวี ิสามญั นั้น ส่วนมาก
จะกระทาํ กอ่ นพธิ ีเขา้ ประจํากองเลก็ น้อย หรอื จะเรียกว่าเป็นส่วนหน่ึงของพิธี

อุปกรณท์ ่ใี ช้ในการประกอบพธิ ี มีดังน้ี

- โต๊ะหมบู่ ูชาในพิธีสาํ รวจตนเอง และพิธเี ขา้ ประจํากองลกู เสอื วิสามัญ

- รปู ร.6

- รูป บ.ี พ.ี
- โต๊ะพิธีท่ีปดู ้วยธงชาติ

- ขนั น้ําสะอาดขนาดใหญ่

- พานใสแ่ ถบ 3 สี เท่าจํานวนเตรยี มลูกเสอื
- เทยี นสําหรบั อ่านแผ่นสํารวจตนเอง
- เอกสารบทความสํารวจตนเอง
- แผน่ อ่านฐานทเี่ ป็นการแปลความหมายของกฎลกู เสอื 10 ข้อ อย่างผใู้ หญ่
- เทียนขนาดใหญ่ 1 คู่ จดุ บนโตะ๊ พิธี
- หนิ สีขาว
- ผ้าขาว 2 ผืน
- ธงชาตพิ รอ้ มดา้ ม 2 ชุด
6. ให้ลูกเสือแบ่งกลุ่มศึกษาแล้วบูรณาการร่วมกันจัดสถานที่ อุปกรณ์และขั้นตอนของพิธีการต่างๆ ของ
ลูกเสอื วสิ ามญั ตามหัวขอ้ ดงั ตอ่ ไปนี้

กล่มุ ท่ี 1 จัดแสดงผงั สถานที่ พิธปี ระดับแถบ 2 สี และประดบั แถบ 3 สี

กลุม่ ท่ี 2 จดั อปุ กรณ์ พธิ ีประดบั แถบ 2 สี และประดับแถบ 3 สี
กล่มุ ท่ี 3 จดั สถานที่ และอปุ กรณ์ สํารวจตนเอง

64

กลุม่ ท่ี 4 สาธติ พธิ กี ารสํารวจตนเองหรือประดับแถบ 2 สี,ประดบั แถบ 3 สีอย่างใดอยา่ งหนึ่ง

ขัน้ สรุปและการประยุกต์

7. สรุปพธิ รี บั เป็นเตรียมลกู เสือ-เนตรนารวี สิ ามญั และพิธสี ํารวจตนเอง เพ่ือใหเ้ กดิ การเรยี นรู้และนาํ ไปปฏิบัติ

ได้ และประเมินผเู้ รียนตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้

ชื่อผเู้ รียน ธรรมชาตขิ องผู้เรยี น วธิ กี ารเรียนรู้
ความสนใจ สตปิ ญ๎ ญา วุฒิภาวะ

1.

2.

3.

4.

5.

สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน วชิ า 2000-2001 กิจกรรมลูกเสือวิสามญั 1 ของสาํ นักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. สื่อแผน่ ใส
3. อินเทอรเ์ นต็
4. กจิ กรรมและใบงาน

หลกั ฐาน

1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ชือ่
3. แผนจดั การเรียนรู้

การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวดั ผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสือ
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ
7. การสงั เกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

65

เครอ่ื งมอื วัดผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสอื
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
6. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมินผล

1. ใบงาน เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขึน้ ไป
2. กิจกรรมลูกเสือ เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขึน้ ไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ขน้ึ ไป
4. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรับปรุง
5. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
7. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอย่กู ับการ

ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

ให้ลูกเสือวสิ ามัญปฏบิ ตั ิกิจกรรม ดงั นี้
***เกม ประสาทสมั ผสั ***

1. วตั ถุประสงคข์ องเกม

 เพอื่ ฝึกประสาท และฝกึ การสัมผัส
2. จานวนผเู้ ล่น

 ตงั้ แต่ 10 คนข้ึนไป
3. การจัดกลุ่มการเล่น

 จัดผเู้ ล่นเป็นวงกลม และผู้เลน่ 1 คน ใช้ผา้ ผกู ตา
4. กติกา

 ผเู้ ล่นอาสาสมัคร 1 คน ใช้ผา้ ผกู ตา คลําตามตัวผเู้ ล่นในวงกลม ทายชือ่ ถกู ผู้ทถ่ี กู ทายชือ่ ถูกตอ้ ง
จะตอ้ งเป็นผู้เล่นทีป่ ิดตาแทน

5. วธิ เี ล่น

5.1 ให้ผูเ้ ล่นยืนจับมือกนั เป็นวงกลม
5.2 คดั เลือกอาสาสมัคร 1 คน มายืนกลางวงกลมใช้ผา้ ปดิ ตา

66

5.3 ผู้นําเกมให้สญั ญาณเริ่มเลน่ ลกู เสือที่จบั มอื เป็นวงกลมเคล่ือนท่ีไปรอบๆ จะหยุดเมื่อผู้เล่นท่ีถูก
ปิดตา ตบมือ 3 คร้งั ผูเ้ ลน่ ท่ถี กู ปิดตาเดินตรงเข้าไปจบั คนใดคนหนง่ึ มากลางวงคลําดูตามตัว แล้วทายชื่อ ถ้าทายถูกต้อง
ผู้นน้ั จะตอ้ งถูกปดิ ตาแลว้ เร่ิมเล่นใหม่ หากทายผิดให้ปิดตาอยู่เชน่ เดิมและเล่นต่อไป

เพลง วน
วน วน วน (ซํา้ ) พวกเราทุกคนชอบวนกันใหญ่

แตะมอื แตะแขน แตะไหล่ (ซาํ้ )
แตะหัวใจ รูดลง รูดลง (ซ้ํา)

เพลง โชคดี
ชา่ งโชคดวี นั นีม้ าพบเธอ (ซาํ้ ) ฉันดใี จจริงนะเออ มาพบเธอฉันสุขใจ
เธอนั้นอย่สู ุขสบายดีหรอื ไร (ซํา้ ) มาร้องนําเพลินฤทัยใหห้ ัวใจสุขสาํ ราญ
ปรบมือไปกนั ให้พร้อมเพรยี ง (ซ้ํา) ยกมือไว้สา่ ยหัวเอยี งใหพ้ ร้อมเพรยี งตามกนั
แล้วหมนุ กลบั ปรับตวั เสยี ให้ทัน (ซํ้า) มือเทา้ เอวซอยเท้าพลนั ให้พรอ้ มกันเถิดเอย.

67

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลังการสอน
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
ปญั หาทพ่ี บ
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
................................................................................................................... ...............................

68

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 8 หนว่ ยท่ี 8
จานวนชัว่ โมง 2 ช.ม.
รหัสวิชา 20000-2001 กิจกรรมลกู เสือวสิ ามญั 1
ชอ่ื หนว่ ย/เรอื่ ง พธิ ีการลูกเสือวิสามญั

แนวคดิ

พิธีการของลกู เสอื เป็นเร่อื งลกู เสือ-เนตรนารีวสิ ามัญจะต้องศกึ ษาใหเ้ ขา้ ใจ เพื่อความภาคภมู ใิ จในเกยี รติของ
ตนเองทจี่ ะไดร้ ับจากพิธกี ารนัน้ ๆ ประกอบด้วย

1. พธิ ีรับเป็นเตรยี มลกู เสือ-เนตรนารวี ิสามัญ หรอื พธิ ปี ระดับแถบ 2 สี (เขียว-เหลือง)
2. พิธีสํารวจตนเอง
3. พธิ ีเข้าประจํากองลกู เสอื -เนตรนารีวสิ ามญั หรอื พิธีประดับ 3 สี (แดง-เขยี ว-เหลอื ง)

ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง

3. ดําเนินการจัดพธิ ีการใดพิธกี ารหน่ึงของลูกเสือ-เนตรนารีวสิ ามญั ได้
4. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องผสู้ ําเรจ็ การศึกษา

สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทีค่ รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเรอ่ื ง
4.1 ความมมี นษุ ยสมั พนั ธ์
4.2 ความมีวนิ ัย
4.3 ความรบั ผิดชอบ
4.4 ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
4.5 ความเชือ่ มนั่ ในตนเอง
4.6 การประหยัด
4.7 ความสนใจใฝุรู้
4.8 การละเว้นสิง่ เสพติดและการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ํกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏบิ ตั ติ นตามระเบียบวนิ ยั คําปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื วสิ ามญั
2. วางแผนและปฏิบตั กิ จิ กรรมทักษะทางลกู เสือและกจิ กรรมพิเศษของลูกเสอื
3. บาํ เพ็ญประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนและท้องถน่ิ ในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใช้ระบบหมู่ การเปน็ ผูน้ าํ ผตู้ ามและกระบวนการกลมุ่ ในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมลูกเสอื วิสามัญ

สาระการเรียนรู้

3. พธิ เี ข้าประจํากองลูกเสอื -เนตรนารวี สิ ามัญ

69

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน

1. ครผู สู้ อนทบทวนการสํารวจตนเอง ตอ่ จากนน้ั กองลูกเสอื วสิ ามัญทาํ พิธเี ขา้ ประจํากอง ตามข้อบังคับคณะ
ลูกเสอื แห่งชาติ เมื่อลูกเสอื ได้ติดแถบสามสีเรียบร้อย ผู้กํากับกล่าวให้โอวาทลูกเสือเก่า (ถ้ามี) หรือผู้กํากับลูกเสือจับมือ
แสดงความยินดี เปน็ อันเสร็จพธิ ี

2. ครูผู้สอนและผู้เรียนกล่าวถึงพิธีเข้าประจํากองลูกเสือ-เนตรนารีวิสามัญ เป็นพิธีต่อเนื่องจากการสํารวจ
ตนเอง ให้นําเตรียมลูกเสือ-เนตรนารีวิสามัญในเครื่องแบบท่ีผ่านการสํารวจตนเองแล้วมายืนอยู่ข้างหน้ากองลูกเสือ
วิสามัญ และอยู่ระหว่างพี่เลี้ยงทัง้ 2 คน มีโตะ๊ ซึ่งปดู ว้ ยธงชาติ ผกู้ ํากบั ยนื ดา้ นหนึง่ ของโต๊ะพิธี หันหน้าเข้าหาลูกเสือท่ีจะ
เข้าประจาํ กองแลว้ เรยี กชือ่ ผเู้ ขา้ พธิ ี และถาม

ขั้นสอน

3. ครูผสู้ อนอธบิ ายและสาธิตพธิ เี ข้าประจํากองลูกเสอื -เนตรนารีวิสามญั ดงั รูปภาพตอ่ ไปนี้

ผกู้ ากบั เรยี กช่ือผู้สมคั ร : “เจา้ มาท่ีนเี่ พ่อื ทีจ่ ะเขา้ เปน็ ลูกเสือวิสามญั ในคณะพ่ีนอ้ งลกู เสอื อันยง่ิ ใหญห่ รือ”
ผสู้ มัคร : “ครบั ”
ผกู้ ากบั : “ถึงแม้ว่าเจา้ จะมขี อ้ ยุ่งยากมาบา้ งแล้วในอดีต แต่บัดน้ีเจ้าก็ได้ต้ังใจท่ีจะทําให้ดีที่สุด

ผู้สมัคร เพื่อเป็นผู้มีเกียรติ มีสัจจะ มีความซ่ือตรงในการงานท้ังปวง พร้อมที่จะปฏิบัติชอบ
ผู้กากับ ด้วยกาย วาจา ใจ ใชห่ รอื ไม่”
ผู้สมคั ร : “ใชค่ รบั ”
ผู้กากบั : “เจ้าไดค้ ิดรอบคอบดีแลว้ หรอื ว่า เจ้าพร้อมท่จี ะเข้าเป็นลูกเสอื วสิ ามัญ”
: “ขา้ ได้คิดรอบคอบดแี ล้ว”
: “เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่า คําว่า “บริการ” น้ันหมายความว่า ตลอดเวลาเจ้าจะต้องมีใจ
หนักแน่นต่อผู้อ่ืนทุกคน และเจ้าจะทําดีท่ีสุดเพื่อช่วยเหลือผู้อ่ืน ถึงแม้ว่าการ

70

ช่วยเหลอื นน้ั ไม่สะดวกหรือไม่เป็นที่พอใจ หรือไม่เป็นที่ปลอดภัยแก่ตัวเอง และเจ้า

จะไมห่ วังสิ่งตอบแทนใดๆ ในการให้บรกิ ารน้ัน”

ผ้สู มัคร : “ขา้ เข้าใจดีแลว้ ”

ผกู้ ากบั : “เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่าการที่เจ้าจะเป็นลูกเสือวิสามัญน้ัน เจ้ากําลังจะร่วมอยู่ในคณะ

ลูกเสือที่ต้องการจะช่วยเหลือเจ้า ให้สามารถปฏิบัติตามอุดมคติของเจ้า และขอให้

เจ้าปฏบิ ัตติ ามขอ้ บงั คบั และคติพจน์ของเราในเร่ืองการให้บรกิ ารแก่ผอู้ นื่ ”

ผสู้ มัคร : “ขา้ เข้าใจดแี ลว้ ”

ผกู้ ากบั : “เพ่ือความบริสุทธิ์ของพิธีการน้ี ข้าขอให้เจ้าชําระล้างมือของเจ้าเสียก่อน เพื่อเป็น

เครื่องยืนยันว่าเจ้าได้ชําระมลทินอันมัวหมองของเจ้าในอดีตหมดแล้ว จิตใจของเจ้า

ผอ่ งแผ้วบรสิ ุทธ์ดิ ีแลว้ เจา้ จะยนิ ยอมตามที่เราขอนีห้ รอื ไม่”

ผสู้ มคั ร : “ข้ายนิ ยอม” (ลา้ งมอื )

ผู้กากับ : “ถา้ เชน่ นน้ั ข้าขอให้เจ้ากล่าวคําปฏิญาณของลูกเสือและพึงเข้าใจได้ด้วยว่า เจ้าจะ

แปลความหมายของคําปฏญิ าณนไี้ มใ่ ชอ่ ยา่ งเด็ก แต่จะแปลอยา่ งผใู้ หญ่”

ผสู้ มคั ร : “ดว้ ยเกยี รติของข้า ข้าสัญญาว่า

ข้อ 1 ขา้ จะจงรกั ภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์

ข้อ 2 ขา้ จะชว่ ยเหลือผูอ้ ่นื ทุกเมื่อ

ขอ้ 3 ขา้ จะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ”

คร้นั แลว้ ผู้กาํ กบั ลูกเสือจับมือลูกเสอื วิสามัญใหม่ด้วยมือซา้ ยและกลา่ ววา่

ผู้กากับ : “ข้าเช่ือเจ้าว่า ด้วยเกียรติของเจ้า เจ้าจะปฏิบัติตามคําปฏิญาณท่ีเจ้าให้ไว้แล้ว” ผู้

กํากับลูกเสือวิสามัญติดแถบที่ไหล่แก่ลูกเสือวิสามัญและมอบเคร่ืองหมายให้พร้อม

กล่าววา่

ผูก้ ากับ : “แถบที่ไหล่นี้มีสามสี คือ สีเหลือง สีเขียว และสีแดง สีเหล่านี้เป็นสีของลูกเสือท้ัง

สามประเภทท่อี ยู่ในวงพ่ีน้องลูกเสือ ข้าขอต้อนรับเจ้ามาอยู่ด้วย ขอให้สีทั้งสามน้ีจง

เป็นเคร่อื งเตอื นใจใหเ้ จา้ ระลกึ ถงึ หนา้ ท่ีของเจ้าท่ีมีอยู่ต่อลูกเสือรุ่นน้อง และขอให้เจ้า

ระลกึ ถงึ ความรับผดิ ชอบของเจา้ ในฐานะที่เปน็ ลูกเสือวสิ ามญั ในการทีจ่ ะบําเพ็ญตนให้

ดีท่ีสุด เพื่อเปน็ ตวั อย่างแก่ลูกเสอื รุ่นนอ้ งต่อไป”

คร้ันแลว้ ให้กองลูกเสือวสิ ามัญก้าวเขา้ มาลอ้ มรอบลูกเสือวสิ ามญั ใหม่ จบั มือแล้วกลา่ วคําต้อนรบั

ขอ้ เสนอแนะ

(1) ในการกล่าวคําต้อนรับน้ัน ควรกล่าวดว้ ยคาํ ว่า “ขอแสดงความยนิ ดเี ปน็ อย่างย่งิ ทีไ่ ด้ทา่ นมาอยู่ด้วย”

(2) ถ้าหากเตรียมลูกเสือ-เนตรนารวี ิสามญั ทจี่ ะเขา้ พิธีมีจํานวนมาก ให้เข้าเป็นแถวหน้ากระดานหมู่ปิดระยะ

และเข้ามาประกอบพธิ คี รัง้ ละ 1-2 หมู่ ก็ได้

71

ขัน้ สรุปและการประยุกต์

4. สรปุ พิธีเข้าประจํากองลูกเสือ-เนตรนารีวิสามัญ เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้และนําไปปฏิบัติได้ และประเมิน

ผู้เรยี นตามแบบฟอรม์ ต่อไปนี้

ชื่อผู้เรยี น ธรรมชาติของผูเ้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ๎ญญา วุฒภิ าวะ

1.

2.

3.

4.

5.

สอื่ และแหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรียน วิชา 2000-2001 กิจกรรมลูกเสอื วิสามัญ 1 ของสาํ นกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. สือ่ แผ่นใส
3. อินเทอรเ์ นต็
4. กิจกรรมและใบงาน

หลกั ฐาน

1. บันทึกการสอน
2. ใบเช็คช่ือ
3. แผนจดั การเรยี นรู้

การวัดผลและการประเมินผล
วธิ วี ัดผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลกู เสือ
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
5. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่
6. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

เคร่อื งมือวัดผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลูกเสือ

72

3. แบบประเมินผลการเรียนรู้
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยร่วมกันประเมิน

เกณฑ์การประเมนิ ผล

1. ใบงาน เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ขึน้ ไป
2. กจิ กรรมลกู เสือ เกณฑผ์ ่านการ 50 % ข้ึนไป
3. แบบประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ข้นึ ไป
4. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรับปรุง
5. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
7. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อย่กู ับการ

ประเมนิ ตามสภาพจริง

กิจกรรมเสนอแนะ

ให้ลกู เสอื วสิ ามัญและเนตรนารี สาธติ พิธกี ารลกู เสือวิสามัญและเนตรนารี

73

ใบงานที่ 8.1

เรอ่ื ง การปฐมนิเทศ, พิธีการลกู เสอื วสิ ามัญ

ช่อื ...............................................นามสกลุ .......................................เลขท.่ี .............ชน้ั ................

ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง : เพ่อื ใหล้ กู เสือวิสามญั มคี วามสามารถจดั เตรยี มสถานท่ี อุปกรณแ์ ละปฏบิ ัติพิธกี าร
ลูกเสือวิสามญั ได้

คาส่ัง ใหล้ ูกเสือแบ่งกลุ่มศึกษาแล้วบูรณาการร่วมกันจัดสถานที่ อุปกรณ์และขั้นตอนของพิธีการต่างๆ ของลูกเสือ
วสิ ามญั ตามหัวข้อดงั ตอ่ ไปนี้

กล่มุ ท่ี 1 จดั แสดงผังสถานท่ี พิธปี ระดับแถบ 2 สี และประดับแถบ 3 สี
กลุ่มที่ 2 จดั อุปกรณ์ พธิ ปี ระดับแถบ 2 สี และประดบั แถบ 3 สี
กลมุ่ ที่ 3 จัดสถานท่ี และอปุ กรณ์ สาํ รวจตนเอง
กลมุ่ ที่ 4 สาธติ พธิ ีการ สํารวจตนเอง หรือพธิ ีประดับแถบ 2 สี หรือพิธีประดบั แถบ 3 สอี ยา่ งใดอย่างหนึ่ง
ท่ีถนดั

74

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรุปหลงั การสอน
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
ปญั หาทพ่ี บ
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................

75

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 9 หน่วยที่ 9
จานวนชัว่ โมง 2 ช.ม.
รหัสวิชา 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามัญ 1
ชอ่ื หน่วย/เรอ่ื ง ระเบียบแถว 2

แนวคดิ

การฝึกระเบยี บแถวตามขอ้ กําหนดของลกู เสอื มหี ลายประเภท ทง้ั ท่ีเปน็ ระเบยี บแถวสว่ นบุคคลและระบบหมู่
การใชแ้ ละไมใ่ ชอ้ าวุธ ลูกเสือจะต้องปฏิบัติงานได้ ต้องจาํ ขนั้ ตอนและทา่ ทางทกุ ประเภทใหไ้ ด้

ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวัง

1. สามารถจัดระเบียบแถวในท่าต่างๆ ตามหลักสูตรได้
2. สามารถสาธิตการสวนสนามได้
3. มีการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผสู้ ําเร็จการศึกษา

สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรือ่ ง
3.1 ความมีมนุษยสัมพนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ัย
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซ่ือสัตยส์ ุจริต
3.5 ความเชอื่ มน่ั ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝุรู้
3.8 การละเว้นสง่ิ เสพติดและการพนนั
3.9 ความรักสามคั คี
3.10 ความกตัญํกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบตั ิตนตามระเบียบวนิ ยั คําปฏิญาณและกฎของลูกเสือวสิ ามัญ
2. วางแผนและปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทักษะทางลกู เสอื และกจิ กรรมพิเศษของลูกเสือ
3. บําเพญ็ ประโยชนต์ อ่ ชุมชนและท้องถิ่นในสถานการณต์ ่างๆ
4. ใช้ระบบหมู่ การเปน็ ผ้นู าํ ผตู้ ามและกระบวนการกลุม่ ในการปฏบิ ัติกจิ กรรมลกู เสอื วิสามัญ

สาระการเรียนรู้

1. การฝกึ เปน็ บคุ คลท่าถอื ไม้งา่ ม
2. การใช้ไมพ้ ลองหรือไม้ง่ามปอู งกนั ตวั

76

3. การฝึกระเบียบแถวเปน็ หมู่
4. การศึกษาระเบียบแถวของกอง
5. การสวนสนาม

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นาเข้าสู่บทเรยี น

1. ครผู ู้สอนและผู้เรียนสนทนากันเรือ่ งการใช้อุปกรณต์ า่ ง ๆ เพ่ือฝกึ เช่นการฝึกทา่ ท่าตรง และท่าพกั ในเวลา
ถือไม้งา่ มเหมอื นกบั ทา่ มือเปลา่ โดยไมง้ ่ามอยู่ในทา่ เรยี บอาวุธ คือ ลูกเสืออยู่ในท่าตรงถอื ไมพ้ ลองหรือไม้ง่ามด้วยมือขวา
ต้นไม้พลองหรือไม้ง่ามอยู่ประมาณโคนนิ้วก้อยเท้าขวา ไม้พลองหรือไม้ง่ามอยู่ในระหว่างนิ้วหัวแ ม่มือกับนิ้วชี้
น้ิวหัวแม่มือจับไม้พลองหรือไม้ง่ามชิดขวา นิ้วอ่ืนอีก 4 น้ิว จับไม้พลองหรือไม้ง่ามเฉียงลงไปเบ้ืองล่าง น้ิวเรียงชิดกัน
ปลายไมพ้ ลองหรอื ไมง้ า่ มอยู่ในร่องไหลข่ วา ลาํ ไมพ้ ลองหรอื ไม้ง่ามตั้งตรงแนบลาํ ตัว

2. ผู้เรยี นยกตัวอย่างสาํ หรับพักตามระเบียบเหมือนกับท่ามือเปล่า มือขวาท่ีถือไม้พลองหรือไม้ง่ามให้เล่ือน
ขึ้นมาเสมอเอว แลว้ ยื่นไมพ้ ลองหรือไมง้ า่ มไปข้างหน้าเฉียงไปทางขวาประมาณ 45 องศา มอื ซ้ายไพล่หลังโดยแบมือตาม
ธรรมชาติ นว้ิ เรียงชิดกนั

ข้นั สอน

3. ครูผู้สอนใช้เทคนิคการสอนโดยใช้การบรรยาย (Lecture) เพื่อช่วยให้ผุ้เรียนเกิดการเรียนรู้ตาม
วตั ถุประสงค์ทก่ี ําหนด โดยการพูด บอก เล่า อธิบาย ในส่ิงท่ีต้องการสอนแก่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนซักถามแล้วประเมินการ
เรยี นรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบสําคัญท่ีขาดไม่ได้ของวิธีสอน และครูผู้สอนใช้เทคนิคการอธิบาย
พรอ้ มการสาธติ และฝกึ ปฏิบัติ เพ่ือศกึ ษาในเรือ่ ง

4. ครูผสู้ อนอธบิ ายและสาธิตท่าต่างๆ ในการฝึกระเบยี บแถวลูกเสือวิสามัญ

(1) การฝกึ เป็นบุคคลท่าถือไมง้ ่าม
(2) การใชไ้ ม้พลองหรือไม้ง่ามปูองกนั ตวั
(3) การฝึกระเบียบแถวเป็นหมู่
(4) การศึกษาระเบียบแถวของกอง
(5) การสวนสนาม

5. ครูผู้สอนใช้วิธีสอนโดยใช้ศูนย์การเรียน (Learning Center) เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วย
ตนเอง และทราบผลการเรียนรขู้ องตนทันทที ีเ่ รยี นจบ ชว่ ยให้ผูเ้ รยี นเกิดความกระตอื รือรน้ ในการเรียนรู้

6. ครูผสู้ อนแบ่งมุมความรู้ออกเป็น 5 ศนู ย์การเรียนรู้
6.1 จัดมุมความรหู้ รอื ศูนย์การเรยี นรูอ้ อกเปน็ 5 ศนู ย์

มุมความรูท้ ี่ 1 การฝึกเป็นบุคคลทา่ ถอื ไมง้ ่าม
มุมความรู้ที่ 2 การใชไ้ มพ้ ลองหรือไม้ง่ามปอู งกนั ตวั
มมุ ความรู้ที่ 3 การฝกึ ระเบยี บแถวเป็นหมู่

77

มมุ ความรทู้ ี่ 4 การศกึ ษาระเบยี บแถวของกอง
มมุ ความรู้ท่ี 5 การสวนสนาม
6.2 ใหผ้ ู้เรียนศกึ ษาหาความรูด้ ้วยตนเองจากศูนย์การเรียนหรือมุมความรู้ ที่จัดเตรียมไว้ข้างต้น โดย
เนอื้ หาสาระและกิจกรรมทใี่ ช้สอ่ื การสอนหลายๆ อย่างประสมกนั เอาไว้ใหผ้ ้เู รียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองปกติศูนย์การเรียน
จะมีหลายศนู ย์ แต่ละศนู ยจ์ ะมเี นอื้ หาสาระเบด็ เสรจ็ ในตัวเอง ผูเ้ รยี นจะหมุนเวยี นกันเขา้ ศูนยต์ ่างๆ จนครบทุกศูนย์ โดย
มศี นู ยส์ ํารองไว้สําหรับผู้เรียนท่ีเรียนรู้ได้เร็วและทํากิจกรรมเสร็จก่อนคนอ่ืนๆ ผู้สอนทําหน้าที่เป็นผู้จัดเตรียมศูนย์การ
เรยี น ใหค้ าํ แนะนาํ ช่วยอาํ นวยความสะดวกในการเรียนรูแ้ ก่ผู้เรียน และประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องผู้เรียน
6.3 องคป์ ระกอบสําคญั ในการจดั มุมความรู้มีดังน้ี
(1) มีชุดการเรียนการสอน ซ่ึงประกอบด้วยเน้ือหาสาระ บัตรคําส่ังในการทํากิจกรรม วัสดุ
อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื และส่ือทจ่ี าํ เป็นสาํ หรับทํากิจกรรม รวมทั้งแบบวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
(2) มศี นู ยก์ ารเรียน หรอื มมุ ความรู้ หรอื สถานทีส่ ําหรับกลุ่มผู้เรียนในการศึกษาและทํากิจกรรม
ตา่ งๆ ตามทรี่ ะบุไว้ในบัตรคาํ สั่ง
(3) ผ้เู รียนศึกษาและทาํ กจิ กรรมตามศูนยต์ ่างๆ ร่วมกันเป็นกลุ่มหรือเป็นรายบุคคล จนครบทุก
ศนู ย์หรือครบทกุ เน้อื หา
(4). ผู้เรยี นมีผลการเรยี นรู้ที่เกิดจากการทาํ กจิ กรรมตา่ งๆ ในศูนย์
7. ใหล้ ูกเสือ/หมู่ลูกเสอื ฝกึ ปฏบิ ตั ิระเบยี บแถวทา่ ต่างๆ ตามทผ่ี ปู้ ระเมนิ กาํ หนด

ขัน้ สรปุ และการประยุกต์

8. ครูผู้สอนให้ผู้เรียนระดมสมองช่วยกันคิดหาคําตอบแล้วอธิบายคําตอบให้เพ่ือนทุกคนในกลุ่มของตนเอง
เข้าใจ ครูใช้วิธีสุ่มผู้เรียนทุกกลุ่มตอบคําถามและอธิบายให้เพ่ือนฟ๎งท้ังชั้นเรียน ครูสรุปเนื้อหาเก่ียวกับการเลือกลุ่ม
ตัวอยา่ งอีกครั้ง โดยใชแ้ ผน่ ใสประกอบ

ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสอื เรียน วิชา 2000-2001 กจิ กรรมลกู เสอื วิสามญั 1 ของสาํ นักพมิ พเ์ อมพนั ธ์
2. สอื่ แผ่นใส
3. อินเทอรเ์ นต็
4. กจิ กรรมและใบงาน

หลกั ฐาน

1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเชค็ ช่อื
3. แผนจดั การเรียนรู้

78

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวัดผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลกู เสอื
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
4. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
6. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
7. การสงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เคร่ืองมอื วัดผล

1. ใบงาน
2. กจิ กรรมลูกเสือ
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
4. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยร่วมกันประเมนิ

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

1. ใบงาน เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขึน้ ไป
2. กจิ กรรมลูกเสอื เกณฑผ์ า่ นการ 50 % ข้ึนไป
3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เกณฑ์ผ่านการ 50 % ขึ้นไป
4. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี อ่ งปรับปรงุ
5. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
6. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
7. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยูก่ บั การ

ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

79

กิจกรรมเสนอแนะ

ให้ลูกเสอื วสิ ามัญปฏิบตั กิ จิ กรรมดงั นี้
***เกม กระต่ายกระแต***

1. วัตถปุ ระสงค์ของเกม

 เพอ่ื ฝกึ ความวอ่ งไว
 เพอ่ื ฝึกประสาทการไดย้ ิน
2. จานวนผเู้ ล่น

 ตงั้ แต่ 10-30 คน
3. การจัดกลุ่มการเล่น

 จัดเป็น 2 กลุม่ ๆ ละ เทา่ ๆ กัน (เป็นฝาุ ยกระต่าย และฝาุ ยกระแต)
4. กตกิ า

 ฝาุ ยใดถกู จบั เป็นเชลยนอ้ ยทส่ี ุดเป็นฝุายประสบความสําเรจ็
5. วิธเี ลน่

5.1 ผนู้ ําเกมแบง่ ฝุายผูเ้ ลน่ เป็น 2 ฝาุ ย (ฝาุ ยกระตา่ ย และฝุายกระแต)
5.2 ผนู้ ําเกมกําหนดเส้นหลังของแต่ละฝาุ ย หา่ งประมาณ 6-10 เมตร เป็นเสน้ ปลอดภัย
5.3 ผ้เู ล่นท้ัง 2 ฝาุ ย ยืนหันหน้าเขา้ หากนั ห่างกันประมาณ 2 เมตร
5.4 ผู้นําเกมให้สัญญาเริ่มเลน่ โดยผ้นู าํ จะขานคาํ ว่า “กระตา่ ย” หรือ “กระแต” ฝุายใดที่ถูกขานเรียก
ฝุายนน้ั จะเปน็ ผู้วิง่ ไลจ่ บั ฝาุ ยตรงข้ามจะเป็นฝุายหนี เข้าเส้นปลอดภัยหรือเส้นหลัง หากถูกแตะตัวก่อน จะต้องถูกออก
จากการเล่น หรอื จะตอ้ งเปน็ พวกของฝุายแตะตัวผู้เล่น เม่ือเสร็จส้ินเกมฝุายใดเหลือน้อยหรือถูกจับเป็นเชลยมาก ถือ
เป็นฝุายล้มเหลว

80

นทิ านเรอื่ ง เชื่อคาแนะนา

ลุงนิด อายุ 83 ปี มีสภุ าพแข็งแรง ลุงไปหาหมอตรวจสขุ ภาพรา่ งกายเปน็ ประจําทกุ ปี ปีนี้ลุงไปหา
หมอก่อนกําหนด โดยให้เหตุผลกับคณุ หมอว่า

“ผมกําลงั จะแต่งงานใหม”่ ลุงบอกตามตรง “เจ้าสาวลงุ อายุแคส่ บิ แปด”
หมอไดฟ้ ๎งลงุ นิดกพ็ ยายามทกั ทว้ ง โดยให้เหตผุ ลว่าถงึ แม้สุขภาพของลุงนดิ ยงั แขง็ แรงดี แต่ไม่ควรประมาท
โดยเฉพาะกบั สาวร่นุ วยั กาํ ดดั ไม่ว่าคุณหมอจะอา้ งเหตุผลอย่างไร ลุงนดิ ก็ยังยืนยันทีจ่ ะแต่งงานเหมอื นเดิม
“คณุ หมอมคี ําแนะนําอยา่ งอ่นื ไหม”
คณุ หมอนิ่งอยู่คร่หู นงึ่ แล้วจงึ แนะนําวา่
“เอาอยา่ งนี้นะลุง เพื่อชวี ติ แต่งงานที่ราบรืน่ ลุงควรจา้ งพยาบาลพเิ ศษไวค้ อยดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชดิ
แล้วกัน” ลุงนิดรับคาํ แล้วลากลับ
หกเดอื นต่อมา เม่ือลุงนิดมาพบหมออกี ครง้ั แกรบี ปราดเขา้ ไปทกั ทายหมอด้วยความปรดี าปราโมทย์
“หมอจะไมแ่ สดงความยนิ ดกี บั ผมหน่อยหรอื ครบั เวลาน้ีภรรยาผมทอ้ งแล้วนะ”
“แลว้ ลงุ จา้ งพยาบาลพิเศษไวค้ อยดแู ลสุขภาพหรอื เปลา่ ” หมอถาม
“ผมทําตามที่หมอแนะนํานัน่ แหละ ตอนนพ้ี ยาบาลพเิ ศษก็กาํ ลงั ทอ้ งเหมอื นกันนะหมอ” (ฮา...)

ขอ้ คดิ และการนาไปใช้
การเช่อื ฟังและการปฏิบัตติ ามบางคร้งั ประสบผลสาเร็จจนคาดไม่ถงึ

ยามกังหนั ต้องลม
ยามกงั หนั ต้องลม เป็นวงกลมเม่อื ลมโชยมา มองดูเห็นสุรยิ า (ซํ้า)
จากฟากฟาู มาสแู่ ดนดิน (ซ้ํา)

พาไปเทีย่ ว
พวกเราจะไปรถไฟ พวกเราจะไปรถยนต์
พวกเราจะไปไอพน่ พวกเราทกุ คนจะไปไอพ่น
จะไปรถยนต์ จะไปรถไฟ ฉกึ ฉกั ปิน้ ๆ บน้ึ ๆ

81

ใบงานท่ี 9.1

เร่อื ง ระเบียบแถว (2)

ชือ่ ...............................................นามสกุล.......................................เลขที.่ .............ชนั้ ................

ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวงั : เพ่ือให้ลูกเสือปฏบิ ตั ิตามระเบียบแถวตา่ งๆ

คาชแ้ี จง 1. ใหผ้ ปู้ ระเมนิ เลอื กท่าฝึกมาประเมนิ

2. ใชก้ ารประเมนิ ได้ท้ังระดบั รายบคุ คลและหมลู่ กู เสือ

คาสง่ั ใหล้ กู เสอื /หม่ลู ูกเสือฝกึ ปฏิบัติระเบยี บแถวทา่ ต่างๆ ตามท่ผี ปู้ ระเมินกาํ หนด

ชอื่ บุคคล/หมู่ ท่าฝึก ผลการประเมนิ
ผ่าน ไม่ผา่ น

ลงชอ่ื
ผู้ประเมิน

82

บนั ทึกหลงั การสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
ปญั หาทพี่ บ
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
แนวทางแกป้ ญั หา
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
.............................................................................................................................. ....................

81

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการท่ี 10 หน่วยท่ี -

รหัสวชิ า 20000-2001กจิ กรรมลกู เสือวิสามญั 1 จานวนชว่ั โมง 2 ช.ม.
ชือ่ หนว่ ย/เรือ่ ง ทบทวน/สอบกลางภาคเรียน

แนวคิด

-

ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวัง

1. เพ่อื ใหเ้ กดิ การเรยี นรตู้ ามเนอื้ หาสาระ
2. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผ้สู าเร็จการศกึ ษา

สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทค่ี รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทาการสอนในเร่อื ง
2.1 ความมมี นุษยสัมพนั ธ์
2.2 ความมีวินยั
2.3 ความรบั ผดิ ชอบ
2.4 ความซ่ือสตั ย์สุจริต
2.5 ความเช่ือม่นั ในตนเอง
2.6 การประหยดั
2.7 ความสนใจใฝ่รู้
2.8 การละเวน้ สิง่ เสพติดและการพนัน
2.9 ความรักสามคั คี
2.10 ความกตัญํูกตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบัตติ นตามระเบยี บวินยั คาปฏิญาณและกฎของลูกเสอื วิสามัญ
2. วางแผนและปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทกั ษะทางลูกเสอื และกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสือ
3. บาเพ็ญประโยชนต์ ่อชมุ ชนและท้องถิน่ ในสถานการณ์ตา่ งๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเปน็ ผนู้ าผู้ตามและกระบวนการกลุม่ ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมลกู เสอื วิสามญั

สาระการเรยี นรู้
ทบทวน/สอบกลางภาคเรยี น

82

บนั ทึกหลงั การสอบ

ขอ้ สรปุ หลังการสอน
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
ปญั หาทพ่ี บ
................................................................................................................... ...............................
....................................................................................................... ...........................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
................................................................................................................... ...............................
..................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .....................
..................................................................................................................................................

83

แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการที่ 11 หนว่ ยที่ 10

รหัสวชิ า 20000-2001 กจิ กรรมลูกเสือวิสามญั 1 จานวนชั่วโมง 2 ช.ม.
ชอ่ื หน่วย/เร่ือง เงอื่ นเชอื ก

แนวคดิ

ลูกเสือทุกคนจะต้องผูกเง่ือนเชือกเป็น และสามารถนาเง่ือนเชือกไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันได้ การใช้
เงื่อนเชือกนี้ลูกเสือจะต้องรู้จักนาไปใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับวัสดุอุปกรณ์ เพ่ือจะได้รับประโยชน์
อยา่ งเตม็ ที่

ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวัง

1. บอกประโยชนข์ องเชือกทีม่ ีตอ่ กจิ กรรมลูกเสอื ได้
2. มกี ารพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคข์ องผ้สู าเรจ็ การศึกษา

สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ท่คี รสู ามารถสงั เกตได้ขณะทาการสอนในเร่อื ง
2.1 ความมมี นษุ ยสัมพนั ธ์
2.2 ความมีวนิ ัย
2.3 ความรบั ผิดชอบ
2.4 ความซ่อื สัตย์สุจริต
2.5 ความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง
2.6 การประหยดั
2.7 ความสนใจใฝ่รู้
2.8 การละเว้นสิง่ เสพตดิ และการพนัน
2.9 ความรักสามคั คี
2.10 ความกตัญํกู ตเวที

สมรรถนะรายวิชา

1. ปฏิบัติตนตามระเบียบวินยั คาปฏญิ าณและกฎของลกู เสือวสิ ามัญ
2. วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทักษะทางลูกเสือและกจิ กรรมพเิ ศษของลูกเสอื
3. บาเพ็ญประโยชน์ตอ่ ชุมชนและท้องถน่ิ ในสถานการณ์ต่างๆ
4. ใชร้ ะบบหมู่ การเป็นผนู้ าผตู้ ามและกระบวนการกลุ่มในการปฏิบัติกจิ กรรมลูกเสอื วสิ ามญั

สาระการเรยี นรู้

1. คณุ สมบตั ิของเชอื กทีจ่ ะนามาใช้ในการทาเง่ือนเชือก
2. ประโยชนข์ องเงอื่ นเชือก
3. เงือ่ นชนดิ ตา่ งๆ

84

กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าสู่บทเรียน

1. ครผู ้สู อนกลา่ วว่าเชอื กเปน็ อปุ กรณส์ าคญั อยา่ งหน่ึงของเครอ่ื งแบบลูกเสือ เพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้
ในยามจาเป็น การใช้เชือกให้เกดิ ประโยชน์เต็มที่น้นั ลูกเสอื ทุกคนจะต้องผูกเงื่อนชนิดต่างๆ เป็น และเชือกที่จะนามาใช้
ทาเปน็ เงอื่ นต่างๆ ไดด้ จี ะตอ้ งมีคุณสมบตั ิดงั น้ี

- เป็นเชือกชนดิ ท่ีมีเกลยี ว 3 เส้น พันรวมเป็นเส้นเดียวกัน
- เปน็ เชอื กท่ีทาด้วยป่านมนลิ า หรือปอ ไมใ่ ช่เชือกไนลอน
- มีความยาวประมาณ 3 เมตร

2. ผู้เรยี นบอกประโยชนข์ องเง่ือนเชือก ดงั น้ี

ใชส้ าหรบั ต่อเชอื กซง่ึ มขี นาดเทา่ กนั ไดแ้ ก่ เงอ่ื นพริ อด เงอ่ื นประมง
-ใชส้ าหรบั ต่อเชอื กซง่ึ มขี นาดต่างกนั ไดแ้ ก่ เง่อื นขดั สมาธิ
-ใชส้ าหรบั เป็นบ่วงคลอ้ งคน สตั ว์ เพ่อื ดงึ ขน้ึ ทส่ี งู หรอื คลอ้ งชว่ ยคนตกน้า ไดแ้ ก่ เง่อื นบ่วงสายธนู
-ใชส้ าหรบั ผกู มดั วตั ถุต่างๆ
-ใชส้ าหรบั ทาบนั ไดฉุกเฉิน ไดแ้ ก่ เง่อื นปมตาไก่
-ใชส้ าหรบั ผกู เพ่อื เล่อื นใหต้ งึ หรอื หย่อนไดต้ ามต้องการ ไดแ้ ก่ เงอ่ื นผกู รงั้
-ใชส้ าหรบั ผกู มดั สงิ่ ของใหแ้ น่น เพอ่ื ใชใ้ นการทางานบุกเบกิ

ขั้นสอน

3. ครผู สู้ อนอธบิ ายคณุ สมบตั ขิ องเชอื กท่ีจะนามาใชใ้ นการทาเงอ่ื นเชอื ก และประโยชนข์ องเงือ่ นเชอื ก
โดยใชส้ อ่ื แผ่นใสและรูปภาพประกอบการอธิบาย

4. ครผู สู้ อนอธิบายและสาธิตเง่อื นชนดิ ต่างๆ
เงอ่ื นพริ อด วธิ ที ่ี 1

ขัน้ ท่ี 1 ใช้ปลายเชอื กดา้ นซ้ายทับปลายเชือกดา้ นขวา

ข้ันท่ี 2 สอดปลายเชอื กด้านซ้ายลอดใต้เส้นเชอื กดา้ นขวา แล้วตัง้ ปลายเชือกขนึ้

85

ขน้ั ท่ี 3 รวบปลายเชอื กเข้าหากัน โดยให้ดา้ นขวาทับด้านซ้าย

ขั้นที่ 4 สอดปลายเชือกดา้ นขวาลอดใต้เสน้ ซ้ายแลว้ จัดเงอ่ื นใหเ้ รียบรอ้ ย

วธิ ีที่ 2
ขั้นที่ 1 ทาปลายเชอื กข้างซา้ ยใหเ้ ป็นบว่ ง แล้วใช้ปลายเชือกด้านขวาสอดขนึ้ ในบ่วง

ขั้นที่ 2 พับปลายเชอื กดา้ นขวาออ้ มดา้ นหลังของบว่ ง

ข้ันท่ี 3 สอดปลายเชอื กด้านขวาลงในบว่ ง แล้วจดั เงือ่ นใหเ้ รยี บร้อย
2. เงือ่ นขัดสมาธิ

ขั้นที่ 1 งอเชือกด้านซา้ ยให้เป็นบ่วง ถา้ เป็นการต่อเชือกเส้นใหญ่กับเส้นเลก็ ใหง้ อเชอื กเส้นใหญใ่ ห้เปน็
บ่วง แลว้ สอดปลายเส้นเล็กเข้าในบ่วงทางดา้ นลา่ ง

ขนั้ ที่ 2 ม้วนปลายเชือกเสน้ เล็กอ้อมด้านหลังบ่วง

ข้นั ท่ี 3 พบั ปลายเส้นเล็กข้ึนแล้วสอดเขา้ ไปในบ่วงใหล้ อดเสน้ เล็กอีกครงั้ หนง่ึ แล้วจดั เงือ่ นให้เรยี บรอ้ ย
3. เงือ่ นผกู กระหวดั ไม้

ขั้นที่ 1 ใช้ เชือกค ล้อง หลักหรือไม้ หรื อวัตถุที่ต้ อง การ จะผู ก โ ดยให้ ปลายเชือกอยู่
ด้านบนของเสน้ เชือก

ขน้ั ที่ 2 สอดปลายเชือกลอดใต้เสน้ เชือก
ข้ันท่ี 3 ดึงปลายเชอื กข้ามบว่ งและตัวเชอื ก

86

ขนั้ ที่ 4 สอดปลายเชือกลอดใตต้ วั เชือก โดยใหป้ ลายเชือกน้ันเลยไปขา้ มเสน้ บ่วง

4. เงอื่ นบว่ งสายธนู
ขน้ั ท่ี 1 ทาเชอื กใหเ้ ปน็ บว่ งดงั ภาพ

ข้ันที่ 2 สอดปลายเชอื กเขา้ ไปในบ่วงจากดา้ นล่าง
ข้นั ที่ 3 อ้อมปลายเชือกไปดา้ นหลังเสน้ เชือก แลว้ สอดปลายกลับลงไปในบ่วงแลว้ จดั เง่อื นใหเ้ รยี บรอ้ ย

5. เง่ือนตะกรุดเบ็ด
วิธที ่ี 1 ใช้เม่ือสามารถทาเป็นบ่วงสวมวัตถทุ ่ตี ้องการผกู ได้
ขัน้ ท่ี 1 ทาเชอื กให้เป็นบว่ งสองบว่ งสลบั กนั ดังภาพ

ขั้นที่ 2 เลอื่ นบ่วงให้ซ้อนทบั กันจนเห็นเป็นบ่วงเดยี ว

ขั้นท่ี 3 นาบว่ งทไ่ี ด้ไปสวมวตั ถุท่ีต้องการจะผูก แลว้ ดึงปลายเชอื กใหบ้ ่วงรัดวตั ถุนั้นให้แน่น

วธิ ที ่ี 2 เมอื่ ไมส่ ามารถนาบ่วงไปสวมกบั วัตถุที่ต้องการผกู ได้
ขน้ั ที่ 1 ใช้ปลายเชือกพาดอ้อมเสาหรอื หลัก แล้ววกกลับมาด้านหนา้ ใหป้ ลายเชือกอยใู่ ตต้ ัวเชอื ก

ขน้ั ที่ 2 ยกปลายเชือกข้ึนเตรียมพาดอ้อมเสาหรอื หลกั อีก 1 รอบ
ขนั้ ท่ี 3 อ้อมปลายเชอื กไปด้านหลังแลว้ วกกลับมาลอดเสน้ เดิมในดา้ นหนา้

87

6. เงอื่ นประมง
ขัน้ ท่ี 1 วางเชือก 2 เส้นทับกนั ใหป้ ลายเชอื กซ้อนกนั ดงั ภาพ
ขัน้ ท่ี 2 ผูกปลายเชอื กเสน้ ท่ี 1 รอบเชอื กเส้นที่ 2

ขั้นที่ 3 ผูกปลายเชือกเสน้ ท่ี 2 รอบเชือกเสน้ ที่ 1

ขน้ั ที่ 4 ดงึ เชือกทงั้ 2 เสน้ เพือ่ ให้เงอ่ื นไปชนกัน

ข้นั สรปุ และการประยกุ ต์

5. สุ่มให้ผู้เรียนผูกเงื่อนเชือกตามแบบท่ีครูผู้สอนกาหนด สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้
อย่างไรบ้าง

สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรียน วชิ า 2000-2001 กิจกรรมลกู เสือวิสามัญ 1 ของสานกั พมิ พเ์ อมพันธ์
2. ส่อื แผน่ ใส
3. อินเทอรเ์ น็ต
4. กิจกรรมและใบงาน

หลกั ฐาน

1. บันทกึ การสอน
2. ใบเช็คชื่อ
3. แผนจดั การเรียนรู้

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวัดผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลูกเสือ
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
4. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
5. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่
6. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่
7. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เครือ่ งมอื วดั ผล

1. ใบงาน
2. กิจกรรมลูกเสือ
3. แบบประเมินผลการเรยี นรู้


Click to View FlipBook Version