แผนนิเทศบรู ณาการ อ
อ
โดยใช้พื้นทเี่ ป็นฐาน
เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๖
เอกสารลาดับที่ ๓๐/๒๕๖๕
กลมุ่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจดั การศกึ ษา
สานักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ก
คำนำ
แผนนิเทศบูรณาการโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในสังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้คณะผู้นิเทศและบุคลากร
ทางการศึกษาใช้เป็นแนวทางในการปฏบิ ัติงานนิเทศในโรงเรียนที่รบั ผดิ ชอบหรือไดร้ ับมอบหมาย ซึ่งจัด
การศึกษาในระดับการศึกษาปฐมวัย ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาส่วนต้น โดยนิเทศอย่าง
น้อยภาคเรียนละ 2 ครั้งต่อ 1 โรงเรียน ตามนโยบายพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน
แนวคิดสำคญั ของการจัดการเรียนรู้ใหม้ ีคุณภาพ ได้แก่ การจัดการเรยี นรู้ท่ีเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ
การเรียนรู้ที่เกิดจากการสัมผัสประสบการณ์จริง ได้กระทำกิจกรรมต่างๆ และได้ปฏิบัติจริง (Active
Learning) จากสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัว รวมไปถึงประสบการณ์ และธรรมชาติในระบบนิเวศวิทยา
หรือความเป็นอยู่ภายในบ้าน ครอบครัว ชุมชน สังคมชาติ และสังคมโลก เป็นการเรียนรู้ทักษะชีวิต
ซึ่งเป็นความเชือ่ วา่ ผู้เรียนสามารถสรา้ งองค์ความรู้ได้ และเป็นความรู้ท่ียั่งยนื ถาวร ซึ่งสอดคล้องกับการ
จัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้การนิเทศ กำกับ ติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในสังกัดให้
เป็นไปอยา่ งประสิทธิภาพ ส่งผลตอ่ การพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของผูเ้ รียน และพัฒนาคณุ ภาพการจัด
การศกึ ษาทยี่ งั่ ยนื จึงได้จัดทำแผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ้ืนท่ีเป็นฐาน เพื่อพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาขนึ้
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้ จะเป็น
เครื่องมือสำหรับให้ผู้นิเทศ และผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษา นำไปใช้และปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้การพัฒนา
คุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ ขอขอบคุณผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาระนอง รองผู้อำนวยการศึกษาประถมศึกษาระนอง คณะศึกษานิเทศก์ คณะกรรมการ ก.
ต.ป.น. และคณะทำงาน ท่ใี ห้ความร่วมมือในการจดั ทำแผนนเิ ทศฉบับบน้ี สำเร็จสมบูรณ์ เพื่อขับเคลื่อน
พัฒนาคุณภาพการศึกษาตอ่ ไป
กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
แผนนิเทศบูรณาการโดยใช้พน้ื ท่ีเปน็ ฐาน เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
ข หนา้
ก
สารบัญ ข
1
คำนำ 13
สารบัญ 27
ส่วนท่ี ๑ สภาพการจัดการศึกษา 49
ส่วนที่ ๒ ทศิ ทางการพฒั นาการศึกษา 55
สว่ นที่ ๓ นโยบายและแนวทางการขบั เคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 109
สว่ นที่ ๔ บทบาทหน้าท่ีของกลุม่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา 123
สว่ นท่ี ๕ แผนการนิเทศ ประจำปีงบประมาณ 2566 124
ส่วนท่ี 6 ปฏทิ ินการนิเทศ ประจำปงี บประมาณ 2566 199
ภาคผนวก
เครือ่ งมือนเิ ทศ
คณะผู้จดั ทำ
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใชพ้ นื้ ทีเ่ ป็นฐาน เพอื่ พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
๑ส่วนที่ 1
สภาพการจัดการศึกษา
สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง เปน็ หนว่ ยงานท่ีอยภู่ ายใต้การกำกับดูแลของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตาม
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ.2542 และมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ.2546 และตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรื่อง การแบง่ สว่ นราชการภายในสำนักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษา พ.ศ. 2560 ข้อ 5 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตาม
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และมีอำนาจหนา้ ท่ีดงั ต่อไปนี้
(1) จัดทำนโยบายแผนพัฒนา และมาตรฐานการศกึ ษาของเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา ใหส้ อดคล้องกบั
นโยบายมาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของ
ทอ้ งถ่ิน
(2) วเิ คราะหก์ ารจัดตงั้ งบประมาณเงินอดุ หนุนทวั่ ไปของสถานศึกษา และหนว่ ยงานในเขตพนื้ ที่
การศึกษา และแจ้งจัดสรรงบประมาณที่ได้รับให้หน่วยงานข้างต้นรับทราบ รวมทั้งกำกับ ตรวจสอบ
ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของหนว่ ยงานดังกล่าว
(3) ประสาน สง่ เสรมิ สนับสนนุ และพฒั นาหลักสูตรร่วมกบั สถานศกึ ษาในเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา
(4) กำกับ ดูแล ตดิ ตาม และประเมนิ ผลสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน และในเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา
(5) ศึกษา วิเคราะห์ วจิ ยั และรวบรวมข้อมลู สารสนเทศดา้ นการศกึ ษาในเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
(6) ประสานการระดมทรัพยากรดา้ นต่างๆ รวมท้ังทรพั ยากรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนบั สนนุ
การจดั และพัฒนาการศึกษาในเขตพน้ื ที่การศึกษา
(7) จดั ระบบประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
(8) ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาของสถานศึกษาเอกชน องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถิน่ รวมท้ังบคุ คล องค์กรชุมชน องคก์ รวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบัน
อื่น ทจ่ี ดั การศึกษารปู แบบท่ีหลากหลายในเขตพ้นื ที่การศึกษา
(9) ดำเนินการและประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัย และพัฒนาการศึกษาในเขตพื้นที่
การศึกษา
(10) ประสาน สง่ เสริม การดำเนนิ งานของคณะอนกุ รรมการ และคณะทำงานด้านการศกึ ษา
(11) ประสานการปฏิบัติราชการทั่วไปกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชนและ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
(12) ปฏิบัติงานร่วมกันกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือท่ี
ได้รบั มอบหมาย
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใช้พ้ืนทีเ่ ป็นฐาน เพื่อพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุม่ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
2
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พ้นื ท่ีเป็นฐาน เพ่อื พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
3
สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง บริหารการศกึ ษาครอบคลุม 5 อำเภอ ได้แก่
อำเภอเมืองระนอง อำเภอละอุ่น อำเภอกะเปอร์ อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกระบุรี โดยแบ่งกลุ่ม
โรงเรียนเปน็ 8 เครือข่ายพฒั นาคุณภาพการศึกษา มีโรงเรียนในสังกัด จำนวน 77 โรงเรียน 1 สาขา
1. อำเภอเมอื งระนอง
เครอื ข่ายการจดั การศึกษาท่ี 1 (เพชรอันดามนั ) จำนวน 9 โรงเรียน
เครอื ข่ายการจัดการศกึ ษาที่ 2 (ครุ รุ ัตนรงั สรรค์) จำนวน 9 โรงเรยี น
เครอื ข่ายการจัดการศกึ ษาท่ี 3 (หงาวโตนเพชร) จำนวน 7 โรงเรยี น 1 สาขา
2. อำเภอละอนุ่
เครอื ข่ายการจดั การศกึ ษาที่ 4 (ละอุ่นกา้ วหน้า) จำนวน 8 โรงเรียน
3. อำเภอกะเปอร์
เครือข่ายการจัดการศกึ ษาที่ 5 (กะเปอร์พฒั น์) จำนวน 12 โรงเรยี น
4. อำเภอสขุ สำราญ
เครอื ข่ายการจดั การศึกษาที่ 6 (ปัทมคีรี) จำนวน 9 โรงเรยี น
5. อำเภอกระบรุ ี
เครือขา่ ยการจดั การศกึ ษาที่ 7 (คอคอดกระ-พระขยางค์) จำนวน 12 โรงเรียน
เครอื ขา่ ยการจดั การศกึ ษาท่ี 8 (ศิลาสลกั ) จำนวน 11 โรงเรียน
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ น้ื ท่ีเปน็ ฐาน เพอื่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
4
โรงเรยี นในสังกดั จำนวน 77 โรงเรยี น 1 สาขา อำเภอ หมายเหตุ
ที่ โรงเรียน
เมืองระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
เครอื ขา่ ยที่ 1 เพชรอันดามนั 2. โรงเรียนวถิ ีพุทธชนั้ นำ
1 บา้ นบางริ้น เมอื งระนอง 3. โรงเรยี นโครงการสวนพฤกษศาสตร์
เมอื งระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
2 บา้ นบางกลาง เมืองระนอง 2. ห้องเรียนคู่ขนานการศึกษาพิเศษ
1.สถานศึกษาพอเพยี ง
3 วดั หาดส้มแปน้ เมืองระนอง
4 ระนองพฒั นามิตรภาพที่ 60 เมืองระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
เมอื งระนอง 2. สถานศึกษารางวัลพระราชทาน
5 บา้ นเกาะสินไห เมอื งระนอง กอ่ นประถมศึกษา
เมืองระนอง 3. โรงเรยี นคุณภาพประจำตำบล
6 บ้านเกาะพยาม 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
7 บ้านปากน้ำ 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
2. โรงเรียนในโครงการคอนเน็กซอ์ ีดี
8 บ้านเกาะเหลา 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
9 บ้านเกาะช้าง 2. สถานศกึ ษาระบบดแู ลชว่ ยเหลอื
เครือข่ายท่ี 2 คุรุรัตนรังสรรค์ 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
10 อนุบาลระนอง
1. สถานศกึ ษาพอเพียง
11 บา้ นเขานางหงส์
12 ชาติเฉลิม เมอื งระนอง 1. โรงเรียนมาตรฐานสากล
1. สถานศึกษาพอเพยี ง
13 บ้านบางนอน เมอื งระนอง 3. โรงเรยี นวถิ ีพุทธชัน้ นำ
14 เอกศิลปร์ าษฎร์พฒั นา เมืองระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
15 บา้ นหนิ ดาด
16 บา้ นทรายแดง เมืองระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
เมืองระนอง 2. โรงเรยี นประชารัฐ
17 บ้านบางสีกิม้ เมืองระนอง 3. โรงเรียนคณุ ภาพประจำตำบล
18 บ้านหินชา้ ง เมอื งระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
เมอื งระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
เมืองระนอง
1. สถานศึกษาพอเพยี ง
1. สถานศกึ ษาพอเพียง
2. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
1. สถานศึกษาพอเพียง
1. สถานศึกษาพอเพียง
2. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ น้ื ทเี่ ปน็ ฐาน เพอื่ พัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุม่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
5
ท่ี โรงเรยี น อำเภอ หมายเหตุ
เครอื ข่ายท่ี 3 หงาวโตนเพชร
19 บ้านราชกรดู เมืองระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
20 บ้านขจัดภัย เมืองระนอง
21 บา้ นคลองของ เมอื งระนอง 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
22 บ้านนกงาง เมืองระนอง
1. สถานศกึ ษาพอเพียง
23 บ้านทุ่งหงาว เมืองระนอง
24 บ้านทา่ ฉาง เมืองระนอง 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
25 บา้ นหาดทรายดำ เมืองระนอง 2. หอ้ งเรียนค่ขู นานการศึกษาพิเศษ
26 บ้านหาดทรายดำ (สาขาหน้านอก) เมืองระนอง 3. โรงเรียนวถิ ีพุทธช้ันนำ
เครอื ขา่ ยท่ี 4 ละอุ่นกา้ วหนา้ 4. โรงเรียนคณุ ภาพประจำตำบล
27 ระวริ าษฎรบ์ ำรงุ 5. โรงเรียนในโครงการคอนเนก็ ซ์อดี ี
28 บ้านบางขุนแพ่ง 1. สถานศึกษาพอเพียง
29 บา้ นปากแพรก 2. โรงเรยี นต้นแบบลูกเสอื
30 บ้านละอุ่นใต้ 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
31 บา้ นเขาฝาชี 2. โรงเรยี นในโครงการคอนเนก็ ซ์อดี ี
32 ทับไชยาพฒั นา 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
33 ทุ่งตาพลวทิ ยา
1. สถานศึกษาพอเพียง
34 วัดชอ่ งลม
เครือขา่ ยที่ 5 กะเปอรพ์ ัฒน์ ละอ่นุ 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
35 บ้านเชี่ยวเหลียง
ละอุ่น 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
ละอุ่น 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
2. โรงเรยี นคณุ ภาพประจำตำบล
ละอุ่น 1. สถานศึกษาพอเพียง
2. โรงเรียนในโครงการคอนเนก็ ซอ์ ดี ี
ละอ่นุ 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
ละอุ่น 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
ละอนุ่ 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
2. ศนู ย์การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี งดา้ นการศกึ ษา
(ศรร.)
3. สถานศกึ ษารางวัลพระราชทาน
ระดบั ประถมศกึ ษา
4. โรงเรยี นคุณภาพประจำตำบล
5. โรงเรยี นในโครงการคอนเนก็ ซ์อดี ี
ละอุ่น เรียนรวมโรงเรียนทุง่ ตาพลวิทยา
กะเปอร์ 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
2. โรงเรยี นในโครงการคอนเนก็ ซ์อดี ี
แผนนิเทศบูรณาการโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
6
ที่ โรงเรยี น อำเภอ หมายเหตุ
36 บ้านนา กะเปอร์
1. สถานศึกษาพอเพียง
37 ประชาอทุ ิศ กะเปอร์ 2. โรงเรียนคณุ ภาพประจำตำบล
38 บ้านบางหนิ กะเปอร์ 3. โรงเรียนดีวถิ ีลูกเสือ
39 บา้ นชาคลี กะเปอร์ เรียนรวมโรงเรยี นอนบุ าลบา้ นดา่ น
40 บา้ นทองหลาง กะเปอร์
41 บา้ นบางเบน กะเปอร์ 1. สถานศึกษาพอเพียง
กะเปอร์
42 บา้ นสำนัก 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
กะเปอร์
43 ชนม์พัฒนา กะเปอร์ 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
44 อนุบาลบ้านด่าน
กะเปอร์ 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
45 บ้านบางปรุ กะเปอร์ 2. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
46 บา้ นหว้ ยเสียด 1. สถานศึกษาพอเพียง
เครือขา่ ยที่ 6 ปัทมคีรี 2. ศนู ยก์ ารเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญา
47 บา้ นภูเขาทอง ของเศรษฐกิจพอเพยี งด้านการศกึ ษา
48 บา้ นทะเลนอก (ศรร.)
49 บา้ นกำพวน 3. โรงเรียนในโครงการคอนเนก็ ซอ์ ดี ี
50 บ้านสุขสำราญ 1. สถานศึกษาพอเพียง
51 บ้านบางมัน
52 บ้านแหลมนาว 1. สถานศึกษาพอเพียง
53 ไทยรัฐวทิ ยา 67 (บ้านนาพร)ุ 2. โรงเรียนคณุ ภาพของชุมชน
54 บา้ นควนไทรงาม 3. สถานศกึ ษาระบบดแู ลช่วยเหลอื
55 บา้ นบางกลว้ ยนอก 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
เครอื ข่ายท่ี 7 คอคอดกระ-พระขยางค์ 1. สถานศึกษาพอเพียง
56 มชั ฌิมวทิ ยา
57 บ้านปลายคลอง สขุ สำราญ 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
58 บา้ นบกกราย สุขสำราญ 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
สขุ สำราญ 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
สขุ สำราญ 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
สขุ สำราญ 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
สขุ สำราญ 1. สถานศึกษาพอเพียง
สขุ สำราญ 1. สถานศึกษาพอเพียง
สุขสำราญ 1. สถานศึกษาพอเพียง
สุขสำราญ 1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
2. สถานศึกษาระบบดูแลชว่ ยเหลือ
กระบุรี 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
กระบุรี 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
กระบุรี 1. สถานศึกษาพอเพยี ง
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พื้นทเ่ี ปน็ ฐาน เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง
7
ที่ โรงเรียน อำเภอ หมายเหตุ
59 บ้านนำ้ จดื น้อย กระบรุ ี
1. สถานศกึ ษาพอเพียง
60 กระบุรี กระบรุ ี 2. โรงเรยี นประชารัฐ
3. โรงเรยี นคุณภาพประจำตำบล
61 บา้ นบางกงุ้ กระบุรี 4. โรงเรยี นในโครงการคอนเน็กซอ์ ีดี
1. สถานศกึ ษาพอเพียง
62 บ้านดอนกลาง กระบุรี 2. ศนู ย์การเรยี นรตู้ ามหลักปรัชญา
63 บ้านสองแพรก กระบรุ ี ของเศรษฐกจิ พอเพยี งด้านการศึกษา
64 ไทยรัฐวิทยา 97 (บา้ นบางบอน) กระบุรี (ศรร.)
3. โรงเรียนประชารฐั
65 บา้ นบางสองรา กระบรุ ี 4. โรงเรยี นคณุ ภาพประจำตำบล
66 บา้ นทบั จาก กระบรุ ี 5. โรงเรียนในโครงการคอนเน็กซอ์ ีดี
67 บ้านลำเลียง กระบรุ ี 1. สถานศึกษาพอเพียง
เครอื ข่ายท่ี 8 ศลิ าสลัก กระบรุ ี 2.โรงเรยี นประชารฐั
68 วัดสวุ รรณครี ี กระบุรี 3. โรงเรยี นในโครงการคอนเน็กซ์อีดี
69 บ้านหนองจิก กระบุรี เรียนรวมโรงเรียนบ้านบางกงุ้
70 บา้ นหาดจกิ กระบรุ ี
71 บ้านคลองเงนิ กระบรุ ี 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
72 นิคมสงเคราะห์ กระบุรี 2. โรงเรยี นคุณภาพประจำตำบล
73 บ้านหนิ วัว กระบุรี 1. สถานศกึ ษาพอเพียง
74 บา้ นทงุ่ มะพรา้ ว กระบรุ ี 2. ศนู ย์การเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญา
75 บ้านน้ำขาว ของเศรษฐกจิ พอเพยี งด้านการศกึ ษา
(ศรร.)
3. โรงเรยี นประชารัฐ
4.โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
5. โรงเรยี นในโครงการคอนเน็กซอ์ ดี ี
1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
1. สถานศกึ ษาพอเพยี ง
1. สถานศึกษาพอเพียง
1. สถานศึกษาพอเพียง
1. สถานศึกษาพอเพยี ง
1. สถานศกึ ษาพอเพียง
1. สถานศึกษาพอเพียง
1. สถานศึกษาพอเพียง
1. สถานศึกษาพอเพยี ง
1. สถานศึกษาพอเพยี ง
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ ้นื ท่ีเป็นฐาน เพอื่ พัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุม่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
8
ท่ี โรงเรยี น อำเภอ หมายเหตุ
76 เพียงหลวง 15 (บา้ นรงั แตน) กระบุรี
77 ทับหลีสุรยิ วงศ์ กระบรุ ี 1. สถานศึกษาพอเพียง
2. โรงเรยี นในโครงการพระราชดำริ
78 บ้านสองพี่น้อง กระบรุ ี 3. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล
1. สถานศึกษาพอเพยี ง
2. โรงเรยี นประชารัฐ
3. โรงเรยี นคณุ ภาพประจำตำบล
4. โรงเรยี นในโครงการคอนเน็กซอ์ ดี ี
1. สถานศึกษาพอเพยี ง
จำนวนนกั เรยี น
จำนวนนกั เรยี น (ขอ้ มลู 10 มถิ ุนายน 2565)
ระดบั ช้ัน จำนวนนักเรยี น (คน) จำนวนหอ้ งเรยี น
ชาย หญิง รวม
24
อนุบาล 1 148 126 274 84
89
อนบุ าล 2 824 809 1633 197
94
อนบุ าล 3 833 779 1612 92
90
รวมก่อนประถมศกึ ษา 1,805 1,714 3,519 90
89
ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 1,117 1,042 2,159 90
545
ประถมศึกษาปที ่ี 2 986 952 1,938 31
30
ประถมศึกษาปที ่ี 3 982 927 1,909 30
91
ประถมศึกษาปที ่ี 4 955 901 1,856 833
ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 961 898 1,859
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 907 819 1,726
รวมประถมศึกษา 5,908 5,539 11,447
มัธยมศึกษาปีที่ 1 383 311 694
มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 296 274 570
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 381 300 681
รวมมธั ยมศึกษา 1,060 885 1,945
รวมท้ังหมด 8,773 8,138 16,911
ที่มา : ข้อมลู สารสนเทศ ปีการศกึ ษา 2565
แผนนิเทศบูรณาการโดยใช้พื้นทเี่ ปน็ ฐาน เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลมุ่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
9
ผลการดำเนนิ งาน
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง มีผลการ
ดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในรอบปีงบประมาณ 2565 พอสรุปได้
ดงั นี้
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาตขิ นั้ พืน้ ฐาน (O-NET)
1. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 - 2564
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คะแนนเฉลีย่ ระดบั เขตพนื้ ที่การศกึ ษา ผลการพฒั นา
+/-
ปกี ารศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564
ภาษาไทย 53.61 46.92 -6.69
คณติ ศาสตร์ 26.25 34.16 +7.91
องั กฤษ 35.82 32.27 -3.55
วทิ ยาศาสตร์ 36.63 32.58 -4.05
รวมเฉลย่ี 38.08 36.48 -3.02
จากตารางแสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับ
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 เปรยี บเทยี บปีการศึกษา 2563 - 2564 พบวา่ ปกี ารศึกษา 2564 กลุ่มสาระ
การเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ มผี ลการพัฒนาเพ่ิมขึน้ 7.91 ซง่ึ สามารถสรปุ เป็นแผนภูมิ ได้ดงั น้ี
แผนภมู แิ สดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้นื ฐาน (O-NET) ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6
เปรียบเทยี บปีการศึกษา 2563 - 2564
ผลการทดสอบ (O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 - 2564
60 53.61 46.92
ระ ัดบคะแนนเฉ ่ลีย 50 35.82 36.63 34.16
40 26.25 32.27 32.58
30
20
10
0 ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ องั กฤษ วิทยาศาสตร์
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใช้พ้ืนท่เี ปน็ ฐาน เพ่อื พฒั นาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุม่ นิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
10
2. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
เปรยี บเทียบปีการศึกษา 2563 – 2564
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คะแนนเฉลีย่ ระดับเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษา ผลการพัฒนา
+/-
ปกี ารศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564
ภาษาไทย 50.98 44.99 -5.99
คณติ ศาสตร์ 20.30 19.70 -0.60
องั กฤษ 28.01 25.28 -2.73
วิทยาศาสตร์ 26.94 28.21 +1.27
เฉลย่ี รวมทกุ สาระ 31.56 29.55 -2.01
จากตารางแสดงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 - 2564 พบว่า ปีการศึกษา 2564 กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มผี ลการพัฒนาเพ่มิ ขึน้ 1.27 ซ่งึ สามารถสรุปเปน็ แผนภูมิ ไดด้ งั น้ี
ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาตขิ ั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3
เปรียบเทียบปกี ารศึกษา 2563 – 2564
ผลการทดสอบ (O-NET) ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3
เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 - 2564
60 50.98 44.99
50
ระ ัดบคะแนนเฉ ่ลีย
40 28.01 19.70 25.28 28.21
30 26.94
20 20.30
10
0 ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
ภาษาไทย คณิตศาสตร์ องั กฤษ วิทยาศาสตร์
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พน้ื ท่ีเปน็ ฐาน เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กล่มุ นิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
11
ผลการประเมินคณุ ภาพผูเ้ รยี น (NT)
ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เปรียบเทียบปีการศึกษา
2563 – 2564
ดา้ น ปีการศกึ ษา ผลการพัฒนา
+/-
ปกี ารศึกษา 2563 ปกี ารศกึ ษา 2564
ดา้ นคณติ ศาสตร์ 38.96 44.73 +5.77
ด้านภาษาไทย 47.10 51.93 +4.83
รวมสองด้าน 43.03 48.33 +5.30
จากตารางแสดงผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปรียบเทียบ
ปีการศึกษา 2563 - 2564 พบว่า ปีการศึกษา 2564 มีผลการพัฒนาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา
2563 ทั้งสองด้าน คือ ร้อยละ 5.30 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ผลการประเมินความสามารถ
ด้านคณิตศาสตร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.77 และด้านภาษาไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.83 ซึ่งสามารถสรุปเป็น
แผนภูมิ ได้ดังนี้
แผนภูมิแสดงผลการประเมนิ คณุ ภาพผู้เรียน (NT) ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
เปรียบเทยี บปกี ารศึกษา 2563 – 2564
ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 - 2564
ระ ัดบคะแนนเฉ ่ลีย 60 38.96 47.10 43.03 44.73 51.93 48.33
40
20
0 ปีการศกึ ษา ๒๕๖4
ปกี ารศึกษา ๒๕๖3
ด้านคณติ ศาสตร์ ดา้ นภาษาไทย รวมสองด้าน
แผนนิเทศบูรณาการโดยใช้พน้ื ท่ีเปน็ ฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
12
ผลการประเมินความสามารถด้านการอา่ น (Reading Test : RT)
ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
เปรยี บเทยี บปกี ารศึกษา 2563 - 2564
ดา้ น ปกี ารศกึ ษา ผลการพัฒนา
ปีการศกึ ษา 2563 ปีการศกึ ษา 2564 +/-
การอา่ นออกเสยี ง 73.91 61.58 -12.33
การอา่ นรเู้ รื่อง 69.53 68.54 -0.99
รวม 2 ดา้ น 71.72 65.06 -6.66
จากตารางแสดงผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน ( Reading Test : RT)
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 1 เปรยี บเทยี บปีการศึกษา 2563 – 2564 พบว่า ปีการศกึ ษา 2564 มีคะแนน
เฉลี่ยต่ำกว่า ปีการศึกษา 2563 มีคะแนนเฉลี่ยทั้ง 2 ด้าน ลดลงร้อยละ 6.66 เมื่อพิจารณารายด้าน
พบวา่ ดา้ นการอ่านออกเสยี ง คะแนนเฉลีย่ ลดลง ร้อยละ 12.33 และด้านการอา่ นรูเ้ ร่ือง มคี ะแนนเฉล่ีย
ลดลง รอ้ ยละ 0.99 ตามลำดบั ซึ่งสามารถสรุปเป็นแผนภูมิ ได้ดังนี้
แผนภมู ิแสดงผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (Reading Test : RT) ประถมศกึ ษาปที ่ี 1
เปรียบเทยี บปีการศกึ ษา 2563 – 2564
ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
เปรียบเทียบปีการศึกษา 2563 - 2564
ระ ัดบคะแนนเฉ ่ลีย 80 73.91 69.53 71.72 68.54 65.06
70 61.58
60
50 ปีการศึกษา ๒๕๖4
ปีการศึกษา ๒๕๖3
การอ่านออกเสียง การอ่านรเู้ รอื่ ง รวม 2 ดา้ น
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ ้ืนทีเ่ ป็นฐาน เพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
๒ส่วนที่ 13
ทิศทางการพฒั นาการศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธกิ าร
นโยบายการจัดการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปงี บประมาณ พ.ศ.2564 - 2566
กระทรวงศกึ ษาธิการ ตระหนักถงึ ความสำคัญของยทุ ธศาสตร์ชาตดิ า้ นการพัฒนาและเสริมสร้าง
ศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเดน็ การพฒั นาศักยภาพคน
ตลอดช่วงชีวิต การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนา
เด็กตงั้ แตช่ ่วงการต้ังครรภ์จนถงึ ปฐมวัย การพฒั นาช่วงวัยเรยี น/วยั ร่นุ การพัฒนาและยกระดับศักยภาพ
วัยแรงงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการ
เปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญหาของมนุษย์ที่หลากลาย และประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง
จงึ กำหนดนโยบายการจดั การศกึ ษาของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565 ดังนี้
1. การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลงของโลก
ในศตวรรษท่ี 21 โดยมุง่ พฒั นาผเู้ รยี นทุกระดบั การศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะท่ีเหมาะสม
กบั บริบทสงั คมไทย
2. การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารย์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและ
อาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพื่อให้ครูและอาจารย์ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ
ทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ด้วยภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนและการใช้สื่อทันสมัย
และมีความรับผิดชอบตอ่ ผลลัพธท์ างการศกึ ษาทเ่ี กิดกับผเู้ รียน
3. การปฏริ ูปการเรียนรู้ดว้ ยดิจิทัลผา่ นแพลตฟอร์มการเรยี นรดู้ ้วยดิจทิ ัลแห่งชาติ (NDLP) และ
การส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนาแพลตฟอร์มการ
เรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและเข้าถึงแหล่ง
เรยี นรไู้ ด้อยา่ งกว้างขวางผ่านระบบออนไลน์ และการนำฐานข้อมูลกลางทางการศึกษามาใช้ประโยชน์ใน
การพฒั นาประสทิ ธิภาพการบรหิ ารและการจดั การศึกษา
4. การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุน
สถานศึกษาให้มีความเปน็ อิสระและคล่องตัว การกระจายอำนาจการบรหิ ารและการจดั การศึกษาโดยใช้
จังหวัดเป็นฐานโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อกำหนดให้มี
ระบบบริหารและการจัดการรวมถึงการจัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการ จัดการเรียนการสอนให้มี
คุณภาพ สถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัด
เปน็ ฐาน มีระบบการบริหารงานบุคคลโดยยึดหลักธรรมาภบิ าล
5. การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกนั คณุ ภาพ พรอ้ มจัดทดสอบวดั ความรู้
และทักษะที่จำเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสายวิชาการและสายวิชาชีพ เพื่อให้ระบบการ
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พ้ืนทเ่ี ป็นฐาน เพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุม่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง
14
ประเมินผลการศึกษาทุกระดับและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย
ตอบสนองผลลัพธ์ทางการศกึ ษาได้อยา่ งเหมาะสม
6. การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ท่วั ถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการระดมทรัพยากร
ทางการศึกษาจากความรว่ มมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การจดั สรรทรัพยากรทางการศึกษามีความเป็นธรรม
และสร้างโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกลุ่มอื่น ๆ กระจายทรัพยากร
ทง้ั บุคลากรทางการศกึ ษา งบประมาณและสื่อเทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งท่วั ถึง
7. การนำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สู่การปฏิบัติ
เป็นการผลิตและการพัฒนากำลงั คนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยใช้กรอบคณุ วฒุ แิ ห่งชาติ เช่อื มโยงระบบ
การศึกษาและการอาชีพ โดยใช้กลไกการเทียบโอนประสบการณ์ด้วยธนาคารหน่วยกิตและการจัดทำ
มาตรฐานอาชีพในสาขาท่ีสามารถอ้างองิ อาเซยี นได้
8. การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย
จิตใจวินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนบูรณาการการพัฒนา
เด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 สู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย และมีการ
ติดตามความก้าวหนา้ เปน็ ระยะ
9. การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ผู้จบ
การศึกษาระดับปริญญาและอาชวี ศกึ ษามีอาชีพและรายไดท้ ี่เหมาะสมกับการดำรงชพี และคุณภาพชวี ิต
ที่ดีมีสว่ นช่วยเพิม่ ขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทโี ลกได้
10. การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ใน
การจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษา เพื่อให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่
ทันสมัยมาใช้ในการจดั การศึกษาผา่ นระบบดิจิทัล
11. การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา
และผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
ของกลุ่มผดู้ ้อยโอกาสทางการศึกษา และผเู้ รยี นท่มี คี วามต้องการจำเป็นพเิ ศษ
12. การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชวี ิต
และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่ม
ผู้ดอ้ ยโอกาสทางการศึกษาและผเู้ รยี นทม่ี คี วามต้องการจำเปน็ พเิ ศษ
นโยบายระยะเรง่ ด่วน (Quick Win)
1. ความปลอดภัยของผ้เู รียน โดยจัดให้มีรปู แบบ วิธีการ หรือกระบวนการในการดแู ลชว่ ยเหลือ
นักเรียนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และได้รับการปกป้องคุ้มครองความ
ปลอดภัยท้ังดา้ นรา่ งกายและจติ ใจ รวมถงึ การสรา้ งทักษะใหผ้ ู้เรยี นมีความสามารถในการดูแลตนเองจาก
ภยั อันตรายตา่ ง ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสงั คม
2. หลักสูตรฐานสมรรถนะ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยยึดความสามารถของ
ผู้เรยี นเปน็ หลกั และพัฒนาผเู้ รยี นให้เกดิ สมรรถนะทตี่ ้องการ
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ ้ืนทีเ่ ป็นฐาน เพือ่ พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
15
3. ฐานข้อมูล Big Data มุ่งพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้ได้
ข้อมูลภาพรวมการศึกษาของประเทศที่มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถ
นำมาใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ย่างแทจ้ รงิ
4. ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center)สนับสนุนการ
ดำเนินงานของศูนย์ความเป็นเลศิ ทางการอาชวี ศึกษา (Excellent Center) ตามความเปน็ เลิศของแต่ละ
สถานศึกษาและตามบริบทของพื้นที่ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ตลอดจนมีการจดั การเรียนการสอนดว้ ยเครือ่ งมอื ท่ีทันสมัย สอดคลอ้ งกับเทคโนโลยปี จั จุบัน
5. พัฒนาทักษะทางอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียน
เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ
ประเทศ
6. การศึกษาตลอดชีวิต การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพ
และมาตรฐานประชาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน เหมาะสม
และเตม็ ตามศกั ยภาพต้ังแตว่ ยั เด็กจนถึงวัยชรา และพัฒนาหลักสตู รทเี่ หมาะสมเพื่อเตรยี มความพร้อมใน
การเขา้ สสู่ ังคมผสู้ งู วัย
7. การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้ที่มี
ความต้องการจำเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพสามารถดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีเกียรติ
ศกั ด์ิศรีเทา่ เทยี มกบั ผูอ้ ื่นในสังคม สามารถชว่ ยเหลือตนเองและมีส่วนรว่ มในการพัฒนาประเทศ
นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ.2564-2566
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตระหนักถึงนโยบายด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็น
ส่วนสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในทุกด้าน
ดังนน้ั เพอ่ื ใหก้ ารดำเนนิ การเกิดผลสัมฤทธแิ์ ละสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะกิจกรรม
ปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ( Big Rock) ที่มี
ความสำคัญเร่งด่วน และสามารถดำเนินการและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงปี พ.ศ. 2564 -
2565 ซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 1) การสร้างโอกาสและ
ความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย 2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้
ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ 3) การสร้างระบบการผลิตและ
พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ จึงกำหนดนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขนั้ พนื้ ฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 - 2565 ดังน้ี
1. ด้านความปลอดภัย
พัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากร
ทางการศึกษาและสถานศึกษา จากภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่
เออื้ ต่อการมีสขุ ภาวะทีด่ ีสามารถปรบั ตัวตอ่ โรคอุบัตใิ หมแ่ ละโรคอบุ ัติซ้ำ
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใช้พ้นื ท่ีเป็นฐาน เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
16
2. ดา้ นโอกาส
2.1 สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยได้เขา้ เรียนทุกคน มีพัฒนาการที่ดี ทั้งทางร่างกาย จิตใจ
วนิ ัย อารมณ์สงั คม และสติปัญญา ใหส้ มกับวัย
2.2 ดำเนินการให้เด็กและเยาวชนได้รบั การศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างมี
คุณภาพตามมาตรฐาน วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ สามารถวิเคราะห์ตนเองเพื่อการศึกษาต่อ
และประกอบอาชีพตรงตามศักยภาพและความถนัดของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนที่มี
ความสามารถพิเศษสูค่ วามเป็นเลิศเพอ่ื เพ่ิมขดี ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
2.3 พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่อยู่ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อ
ป้องกันไม่ให้ออกจากระบบการศึกษา รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้ได้รับ
การศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐานอย่างเทา่ เทียมกัน
2.4 สง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ พิการและผู้ด้อยโอกาส ใหไ้ ดร้ ับโอกาสทางการศกึ ษาที่มีคุณภาพ มี
ทักษะในการดำเนินชวี ิต มพี ืน้ ฐานในการประกอบอาชีพ พึง่ ตนเองได้อย่างมีศักด์ิศรคี วามเป็นมนุษย์ตาม
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
3. ด้านคณุ ภาพ
3.1 สง่ เสริมการจดั การศึกษาใหผ้ ู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรยี นรู้และทักษะท่ีจำเป็น
ของโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการ
ปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ มที ัศนคติทีถ่ กู ต้องตอ่ บา้ นเมือง
3.2 พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสูง
นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ
แขง่ ขนั และการเลอื กศกึ ษาตอ่ เพื่อการมีงานทำ
3.3 ปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่เน้นการพัฒนาสมรรถนะหลักท่ี
จำเป็นในแต่ละระดับ จัดกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง รวมทั้งส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่
สร้างสมดุลทุกด้านส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพหุปัญญา พัฒนาระบบการวัดและประเมินผล
ผเู้ รยี นทกุ ระดับ
3.4 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นครูยุคใหม่ มีศักยภาพในการจัดการ
เรียนการสอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ มีทักษะในการปฏบิ ัติหน้าท่ีได้ดี มคี วามร้คู วามสามารถในการ
ใชเ้ ทคโนโลยดี จิ ิทลั มีการพฒั นาตนเองทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง รวมท้ังมจี ิตวญิ ญาณความเปน็ ครู
4. ดา้ นประสทิ ธิภาพ
4.1 พัฒนาระบบบริหารจดั การโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน มีนวัตกรรมเป็นกลไกหลักในการ
ขบั เคล่อื นบนฐานข้อมลู สารสนเทศท่ถี กู ตอ้ ง ทันสมัย และการมีสว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ น
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใชพ้ น้ื ท่เี ป็นฐาน เพ่อื พัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลมุ่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
17
4.2 พัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง โรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนขนาดเล็ก
และโรงเรียนที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) ให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน สอดคล้อง
กบั บรบิ ทของพนื้ ที่
4.3 บริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ที่มีจำนวนนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 น้อยกว่า 20 คน ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับนโยบาย
โรงเรียนคุณภาพของชมุ ชน
4.4 ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ
และสถานศกึ ษาทตี่ งั้ ในพ้ืนที่ลกั ษณะพิเศษ
4.5 สนับสนุนพื้นที่นวตั กรรมการศึกษาให้เป็นต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา
และการเพ่มิ ความคลอ่ งตัวในการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4.6 เพมิ่ ประสทิ ธิภาพการนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
ทิศทางการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ ๒๕๖6 ของสำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาระนอง
จากผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายใน/ภายนอก (SWOT) ของเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศกึ ษาระนองน้ัน เพ่อื ส่งเสริมพัฒนาจดุ แข็งและโอกาส แก้ไขปรบั ปรงุ จุดอ่อนและอุปสรรค ซึ่งจะ
ส่งผลให้การบริหารจัดการตามภารกิจของเขตพื้นที่การศึกษาให้มีคุณภาพสูงขึ้น มีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลสูงสุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง จึงได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการ
พฒั นา ดงั นี้
กรอบนโยบายการจดั การศกึ ษา
๑. พระบรมราโชบายด้านการศกึ ษาของพระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิปดศี รสี ินทร
มหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกล้าเจ้าอยูห่ ัว
๑.๑ มที ัศนคตทิ ี่ถกู ตอ้ งตอ่ บ้านเมอื ง
๑.๒ มีพื้นฐานชวี ิตทีม่ ่นั คง - มีคณุ ธรรม
๑.๓ มงี านทำ - มีอาชีพ
๑.๔ เป็นพลเมอื งทด่ี ี
๒. แนวทางการขบั เคล่อื นนโยบายสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
๒.๑ ใช้กรอบแนวทางตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน และพรอ้ มปรบั เปลี่ยนเพ่มิ เติมตามนโยบายเร่งดว่ น
นโยบาย จุดเนน้ ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปงี บประมาณ ๒๕๖๕
จุดเน้นที่ ๑ การพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์
จดุ เน้นท่ี ๒ การสรา้ งความสามารถในการแข่งขนั
จดุ เน้นที่ ๓ การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศกึ ษา
จดุ เน้นที่ ๔ การจดั การศึกษาเพอื่ สร้างเสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ที่เปน็ มติ รกับ
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ ้ืนที่เป็นฐาน เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลมุ่ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
18
ส่งิ แวดลอ้ ม
จุดเน้นท่ี ๕ การพัฒนาการศกึ ษาเพ่ือความมนั่ คง
จุดเน้นท่ี ๖ การปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบริหารจัดการ
นโยบาย จุดเนน้ ของ สพฐ.
จุดเนน้ ที่ ๑ ดา้ นความปลอดภยั
จุดเน้นที่ ๒ ด้านโอกาส
จดุ เน้นท่ี ๓ ด้านคณุ ภาพ
จุดเนน้ ท่ี ๔ ดา้ นประสทิ ธภิ าพ
กลยุทธ์ สพฐ.
กลยุทธท์ ี่ ๑ ส่งเสรมิ การจดั การศกึ ษาใหผ้ เู้ รียนมีความปลอดภยั ทกุ รปู แบบ
กลยทุ ธท์ ี่ ๒ สรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาใหก้ ับประชากรวัยเรียน
ทุกคน
กลยทุ ธ์ที่ ๓ ยกระดับคุณภาพการศึกษาใหส้ อดคล้องกบั การเปลย่ี นแปลงในศตวรรษ
ท่ี ๒๑
กลยทุ ธ์ที่ ๔ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจดั การศกึ ษา
๒.๒ ยทุ ธศาสตร์จงั หวดั ระนอง
๑. เมอื งทอ่ งเท่ียวเชงิ สขุ ภาพ
๒. เมอื งนา่ อยู่
๓. ศนู ย์กลางการขนสง่ สินคา้ ทางทะเลฝ่ังอนั ดามัน
๒.๓ ทิศทางการพัฒนาการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ระนอง ตามแนวทางการบรหิ ารจัดการขบั เคล่ือนภารกิจภายใตก้ รอบนโยบาย ๕ ด้าน รปู แบบ SQ-POM
: Model
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใชพ้ นื้ ทีเ่ ปน็ ฐาน เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กล่มุ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
19
กรอบนโยบายสคู่ วามเปน็ เลิศ SQ-POM : Model
รูปแบบการขับเคลอื่ นนโยบาย SQ-POM : Model สคู่ วามสำเรจ็ ๓ กลยทุ ธ์ ๙ จดุ เนน้
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใชพ้ ้นื ท่ีเป็นฐาน เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
20
วิสยั ทศั น์ (VISION)
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เป็นองค์กรคุณธรรม องค์กรแห่งคุณภาพ
มีความเปน็ เลิศทางการบริหารจัดการยดึ หลกั ธรรมาภิบาล และการมีสว่ นร่วมของทุกภาคสว่ น
พนั ธกิจ (MISSION)
1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
2. สง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นมีคุณธรรม จรยิ ธรรมตามวิถคี วามเปน็ ไทย ใสใ่ จตอ่ ส่งิ แวดลอ้ ม มีทกั ษะการ
ทำงาน และทกั ษะชีวติ ท่ดี ี นอ้ มนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ในการดำรงชวี ิต
3. พัฒนาประสิทธิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ ในการจัดการ
เรยี นการสอนและการใช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั ทสี่ ่งเสริมศกั ยภาพผู้เรียน
4. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความรับผิดชอบ
ตอ่ คณุ ภาพการศึกษา
เป้าประสงค์ (GOALS)
1. เด็กปฐมวัยไดเ้ ข้าเรียนทุกคน มีพฒั นาการท่ดี ที ้งั ทางร่างกาย จติ ใจ วินยั อารมณ์ สงั คม และ
สตปิ ญั ญา เหมาะสมกับวัย
2. ประชากรวยั เรยี นทุกคนไดร้ ับโอกาสในการศึกษาอย่างท่วั ถึง มคี ณุ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
การศกึ ษา ข้ันพื้นฐาน
3. ผูเ้ รียนทกุ คนมคี ุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกต่อสังคมและส่งิ แวดลอ้ ม
4. ผู้เรียนทุกคนมีทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะสังคมและมีทักษะชีวิตที่ดี ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
5. ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสมรรถนะและวัฒนธรรมในการทำงานที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธ์ิ
โดยใชเ้ ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั สง่ เสริมการทำงานได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีการบริหารจัดการที่เข้มแข็งและเป็นกลไก
ขบั เคล่ือนการศกึ ษาตามหลักธรรมาภบิ าล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการสรา้ งเครือขา่ ย
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พน้ื ที่เป็นฐาน เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลมุ่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง
21
STRONG : Model
คา่ นิยมองค์กร : Core Value
พฒั นาตน พฒั นาคน พัฒนางาน ด้วยกระบวนการ ๕ รกั
( ๑.รกั สพป.ระนอง ๒. รกั ตนเอง ๓. รักเพ่ือนร่วมงาน ๔. รกั งาน ๕. รกั คณุ ธรรม )
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ้นื ท่ีเปน็ ฐาน เพ่อื พัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
22
วฒั นธรรมองคก์ ร : (Organization)
- วินัยดี มีจติ อาสา รคู้ า่ พอเพียง รู้เทย่ี งธรรมในการบริการ
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ น้ื ทเี่ ป็นฐาน เพือ่ พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กล่มุ นเิ ทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง
23
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พนื้ ทีเ่ ปน็ ฐาน เพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
24
แนวทางการพัฒนาการศึกษาของสำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง SQ-POM :
Model
๑. ความปลอดภยั : (Safety)
ส่งเสริมและสนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง และสถานศึกษา
มีความอบอุ่น ปลอดภัย มีการปลูกฝัง ป้องกันและปราบปราม ๑) ภัยความรุนแรง ๒) ภัยอุบัติเหตุ
๓) ภัยการละเมิดสทิ ธิ ๔) ภัยสขุ ภาพกายและจติ
ตวั ช้ีวดั ความสำเร็จ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง และสถานศึกษา มีคณะกรรมการด้าน
ความปลอดภัย สามารถไขปัญหาตามลำดบั (คร,ู ผ้บู รหิ าร, สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา)
๒. ดา้ นคณุ ภาพ : (Quality)
ผู้เรยี น
๒.๑ พัฒนา สง่ เสริมผู้เรียนให้มีคณุ ภาพตามหลักสตู ร มสี มรรถนะ และทักษะองค์ความรู้ใน
ศตวรรษที่ ๒๑ (3R8C) ด้านการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยแี ละภาษาตา่ งประเทศ
ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
๒.๒ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีองค์ความรู้ทางวิชาชีพ มุ่งมั่นตั้งใจจัดการ
เรียนการสอนให้กับศิษย์อย่างเต็มความรู้ เต็มกำลัง เต็มเวลา และการปฏิบัติงานตามภารกิจอย่างมี
คุณภาพและประสทิ ธิภาพ
๒.๓ ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ไดร้ ับการพฒั นา ๔ เร่อื ง และ ๑ คน ๑ นวตั กรรม
ผูบ้ รหิ าร
๒.๔ พัฒนาผ้บู ริหารเป็นผ้นู ำทางวชิ าการและผนู้ ำการเปลี่ยนแปลง
๒.๕ สร้างและส่งเสริมความเข้มแข็งให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้นิเทศภายในอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
สถานศึกษา
๒.๖ พัฒนาห้องเรียนให้เป็นห้องเรยี นคุณภาพ
๒.๗ สง่ เสริม สนบั สนนุ สถานศึกษามีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา
๒.๘ พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ มุ่งผลการประเมินอยู่ในระดับสูงสุดในทุกส่วนของการ
ประเมนิ สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
ตัวชว้ี ัดความสำเร็จ
๑. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้เรยี น ไดร้ ับการพัฒนาด้านการอ่าน การเขียน คณติ ศาสตร์ การคิด
วิเคราะห์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล และภาษาต่างประเทศ รวมทั้งเพิ่มขีด
ความสามารถในการแขง่ ขัน และการเรยี นต่อเพอื่ การมงี านทำ (๑ ดนตรี ๑ กีฬา ๑ อาชพี )
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใช้พืน้ ท่เี ป็นฐาน เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนิเทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
25
๒. ร้อยละ ๑๐๐ ของครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีองค์ความรู้ทาง
วชิ าชีพในตำแหนง่ ไดอ้ ย่างมืออาชีพ
๓. โรงเรียนมีห้องเรียนคุณภาพเป็นไปตามหลักเกณฑ์ครบทุกโรงเรียนอย่างน้อย โรงเรียน
ละ ๑ ห้องเรียน
๔. ร้อยละ ๑๐๐ ของสถานศึกษามีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
๕. ร้อยละ ๑๐๐ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง มีการพัฒนาในทกุ
ส่วนของการประเมนิ อยใู่ นระดับสูงสดุ
๓. ด้านประสิทธิภาพ : (Performance)
ส่งเสริม สนับสนุนให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองและสถานศึกษา
ดำเนนิ การนอ้ มนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ใช้หลักธรรมาภิบาล ใชน้ วตั กรรมในการขบั เคลอ่ื น
ตวั ชวี้ ัดความสำเร็จ
ร้อยละ ๑๐๐ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนองและสถานศึกษา
ดำเนนิ การน้อมนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ใชห้ ลกั ธรรมาภิบาล ใช้นวัตกรรมในการขบั เคล่อื น
๔. ดา้ นโอกาส : (Opportunity)
ผู้เรยี น
๔.๑ ประชากรวัยเรียนทุกคน ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาให้เข้าถึงบริการทาง
การศกึ ษาได้อย่างเต็มตามศักยภาพ ต่อเน่อื ง จนจบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคบั และส่งเสริมการเรียน
ต่อในระดับการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
๔.๒ ส่งเสรมิ สนับสนุนระบบดแู ลชว่ ยเหลือผู้เรยี น เพอื่ ช่วยเหลือผ้เู รยี นกลมุ่ เปราะบางและ
ปอ้ งกนั ภยั คกุ คามต่าง ๆ
๔.๓ ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนให้มีทักษะอาชีพ เพื่อต่อยอดการประกอบ
อาชีพและการมีงานทำ
ตัวชว้ี ัดความสำเรจ็
๑. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้เรียนที่ได้รับการดูแลช่วยเหลือและส่งเสริมให้ได้รับการศึกษาตาม
ศักยภาพ
๒. รอ้ ยละ ๑๐๐ ของผู้เรยี นไดร้ ับการส่งเสริมให้มีทักษะชีวติ ทักษะสังคม ทักษะอาชีพและ
ตอ่ ยอดการประกอบอาชีพและการมงี านทำ
๕. ด้านคุณธรรม : (Moral)
ส่งเสรมิ คุณธรรม นอ้ มนำศาสตร์พระราชา พัฒนาตามพระบรมราโชบาย
ตัวช้วี ัดความสำเร็จ
๑. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๘ ประการ บนพื้นฐานความเป็น
ไทย มวี นิ ัย กตัญญู จิตอาสา และมคี วามพอเพยี ง
๒. ร้อยละ ๑๐๐ ของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา มีคุณธรรม จริยธรรม
นอ้ มนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสู่การปฏบิ ัตใิ นการทำงานและชีวิตประจำวัน
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใชพ้ นื้ ทเ่ี ปน็ ฐาน เพือ่ พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
26
กลยทุ ธ์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ใช้กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อพัฒนา
คุณภาพการศึกษา SQ-POM : Model ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย ดงั ตอ่ ไปน้ี
กลยุทธ์ท่ี ๑ พัฒนาครูและบุคลากรเพ่อื การปฏบิ ัตงิ าน
จุดเน้นที่ ๑ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา (๑ คน ๔ เรื่อง/ ๑ ปี
๑ นวัตกรรม)
จุดเน้นที่ ๒ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาระนอง และสถานศึกษา ให้พร้อมปฏิบัติงานตามภาระหน้าท่ี
อยา่ งมีคณุ ภาพ
กลยทุ ธท์ ่ี ๒ พฒั นาวชิ าการเพื่อการเรียนรู้
จดุ เน้นที่ ๓ เพิ่มโอกาสทางการศกึ ษา ประชากรวยั เรียนทกุ คนไดร้ ับการดแู ล ชว่ ยเหลอื
อย่างทั่วถึงโดยการมสี ว่ นร่วมทุกภาคสว่ น
จุดเนน้ ท่ี ๔ พัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น การอ่าน การเขียน คิดเลขเปน็ และภาษา ด้วยระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในการจัดการเรียนรู้ และทักษะในศตวรรษ
ท่ี 21
จุดเนน้ ที่ ๕ พฒั นาหลักสตู ร กระบวนการเรียนการสอน และหอ้ งเรยี นคณุ ภาพ
กลยุทธ์ที่ ๓ พฒั นาองค์กรสู่ความเป็นเลศิ
จดุ เน้นที่ ๖ พฒั นาองค์กรใหเ้ ออื้ ต่อการทำงานและการเรยี นรู้ สรา้ งจดุ ขายทแ่ี ตกตา่ ง ใหม้ ี
จุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สูค่ วามเป็นเลศิ เป็นทยี่ อมรบั ของชุมชน สงั คม
จุดเนน้ ท่ี ๗ สรา้ งความปลอดภยั มรี ะบบ มีภมู ิคุ้มกนั ทันเวลา
จดุ เนน้ ท่ี ๘ พัฒนาระบบประกนั คุณภาพภายใน และดำรงคณุ ภาพอย่างย่ังยนื
จุดเน้นท่ี ๙ สรา้ งเครอื ขา่ ยและการใช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั เพื่อการบริหารจัดการศกึ ษา
สำนักงาน (๑ กลุ่ม/หน่วย ๑ นวตั กรรม) สถานศกึ ษา (๑ โรงเรยี น
๑ นวัตกรรม)
แผนนเิ ทศบรู ณาการโดยใช้พนื้ ทเ่ี ปน็ ฐาน เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง
27
ส่วนท่ี๓ นโยบายและแนวทางการขบั เคลือ่ น
การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
การศึกษาแนวทางและกระบวนทัศน์การพัฒนาประเทศไทยไปสู่อนาคตท่ีพึงประสงค์ ตามแผน
ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) รัฐบาลได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาของ
ประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเป็น
ประเทศที่พัฒนาแลว้ ด้วยการพัฒนาตามหลักของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง” โดยการกำหนดกรอบทศิ
ทางการพัฒนาประเทศ 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ การสร้าง
ความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนการสร้างโอกาสบนความเสมอภาค
และเทา่ เทียมกนั ทางสังคม การเติบโตบนคณุ ภาพชีวติ ที่เปน็ มิตรกับสงิ่ แวดล้อม และการปรับสมดลุ การ
พัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดแนวทางในการพัฒนาประเทศภายใต้
แนวคิด “Thailand 4.0” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในนโยบาย ของการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะ
ยาว ตามวิสัยทัศน์ การพัฒนาประเทศที่จะผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การวิจัยและ
พัฒนา และการปฏิรูปการศึกษาไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่มุ่งให้มีการดำเนินงานภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเพื่อให้เป็นรูปธรรมในระยะเวลาที่
กำหนด เชน่ ดา้ นความมน่ั คง ส่งเสรมิ ให้มีการพฒั นาหลกั สูตร กระบวนการเรียนการสอน โดยใช้รูปแบบ
Active Learning ด้านการผลติ พฒั นากำลังคน และสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน ทีม่ ่งุ ผลิต พัฒนา
กำลังคน และงานวิจยั ทีส่ อดคล้องกบั การพัฒนาประเทศโดยการยกระดบั มาตรฐาน การพฒั นาหลักสูตร
สื่อ และครูด้านภาษา พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐานอย่างตอ่ เนื่องด้านการพัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพคน สง่ เสรมิ ให้มี
การพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล การผลิต พัฒนาครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา ดา้ นการสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหล่ือมล้ำทางการศึกษา ส่งเสรมิ โอกาสและ
ความเสมอภาคทางการศึกษา และขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษา อย่างทั่วถึง ด้านการ
เสริมสร้างคุณภาพชีวิตประชาชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร การเรียน
การสอน การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักในการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และ
สิ่งแวดล้อม รวมถึงด้านการพัฒนาระบบ และการบริหารจัดการเช่น การประสานงาน การขับเคลื่อน
นโยบาย ระดับเขตพื้นที่ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การกำกับ ติดตามการนำจุดเน้นของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไปสกู่ ารปฏิบตั ิ
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ืน้ ท่เี ปน็ ฐาน เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุม่ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง
28
นโยบายและมาตรการ การศกึ ษาปฐมวัย
1. ส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดประสบการณ์ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เต็ม
ตามศักยภาพทุกด้าน และเด็กมีพัฒนาการตามเป้าหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช
2560
2. พฒั นาเขตพนื้ ที่ต้นแบบสง่ เสริมทกั ษะสมอง EF (Executive Functions) เพ่อื สรา้ งภมู ิคุม้ กัน
ยาเสพติดตั้งแต่ปฐมวัย จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาครูให้จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยเน้นรปู แบบ
พัฒนาทักษะสมอง EF-Executive Functions เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตามรูปแบบการพัฒนาทักษะสมองและมีแนวทางในการดำเนินงานจัดประสบการณ์เรียน รู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กควรจะได้รับการส่งเสริมปลูกฝังอย่างจริงจัง เด็กสามารถพัฒนาตนเอง
ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ นำไปสู่พฤติกรรมที่ดงี ามสอดคล้องกับสมรรถนะของเด็กปฐมวัย
ในศตวรรษที่ 21 อีกทั้งครูสามารถนำไปพัฒนาเด็กได้อย่างต่อเน่ืองอย่างเหมาะสมกับบริบทของ
โรงเรยี น
3. ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตาม
มาตรฐานห้องเรียนคุณภาพระดับปฐมวัย ของสำนกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง รวมท้ัง
จัดทำส่อื การสอนทหี่ ลากหลาย นำมาใช้ในการส่งเสรมิ การเรียนรู้สำหรับเดก็ ปฐมวยั
4. ส่งเสริมการรับรู้ด้วยระบบออนไลน์ความร่วมมือกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว ชุมชนใน
การพฒั นาเด็กปฐมวัย
5. ส่งเสริมพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาปฐมวัย ให้สอดคล้องกับระบบ
วธิ ีการของการประกันคุณภาพภายใน และพร้อมรบั สำหรับการประเมินภายนอก
6. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแก้ปัญหาการจัด
ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
7. การคดั เลอื กสรรหารูปแบบ/วธิ ปี ฏบิ ัตทิ เ่ี ปน็ เลศิ (Best Practice) ระดบั ปฐมวยั
แนวทางการดำเนนิ งาน
1. ส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดประสบการณ์ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เต็ม
ตามศักยภาพทุกดา้ น และเด็กมีพัฒนาการตามเป้าหมายของหลกั สูตร
1.1 จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศกั ราช 2560
1.2 ครูจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โดยมุ่งส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการ
ตามวัย เต็มตามศักยภาพและมีความพร้อมในการเรียนรู้ในระดับชั้นต่อไป โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิด
กับเดก็ เมอ่ื จบการศึกษาระดับปฐมวยั ดงั นี้
1) ร่างกายเจริญเตบิ โตตามวัย แขง็ แรงและมีสุขนิสัยทด่ี ี
2) สขุ ภาพจิตดี มีสุนทรยี ภาพ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม จิตใจทีด่ ีงาม
แผนนเิ ทศบรู ณาการโดยใชพ้ ื้นทีเ่ ป็นฐาน เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาระนอง
29
3) มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัยและอยู่
รว่ มกับผู้อนื่ ไดอ้ ยา่ งมีความสุข
4) มีทักษะการคดิ การใช้ภาษาสือ่ สาร และการแสวงหาความรไู้ ดเ้ หมาะสมกบั วยั
2. ส่งเสริมและพัฒนาครูให้จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยเน้นรูปแบบพัฒนาทักษะสมอง
EF-Executive Functions เพื่อชีวิตที่สำเร็จอย่างเหมาะสมของเด็กปฐมวัยและนำแนวคิดในการจัด
การศกึ ษาปฐมวยั อ่นื ๆ มาใชใ้ ห้เหมาะสมกบั บรบิ ทของโรงเรียน
2.1 จัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยโดยใช้รูปแบบ EF (Executive Functions) เพื่อ
พัฒนาครูปฐมวัยให้มีเจตคติ ความรู้ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสมอง
EF-Executive Functions เพื่อให้ครูปฐมวัยสามารถบูรณาการความรู้ทักษะสมอง EF-Executive
Functions เข้าไปในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เข้ากับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
พุทธศักราช 2560 ซึ่งเป็นรูปแบบที่ส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ด้วยวิธีการต่างๆ โดยการรวบรวม
แนวคิดในการจัดการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยมาพัฒนาเด็กโดยองค์รวม ซึ่งเหมาะกับครูปฐมวัยที่จะ
นำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยมีความพร้อมทุกด้าน และเป็นพื้นฐานการ
เรียนต่อในระดับชั้นประถมศึกษาต่อไป การสอนแบบ EF (Executive Functions) เป็นกระบวนการ
ทางความคิด (Mental process) ในสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับการคิด ความรู้สึก และการกระทำ
เช่น การยั้งใจคิดไตร่ตรอง การควบคุมอารมณ์ การยืดหยุ่นทางความคิด การตั้งเป้าหมาย วางแผน
ความมุ่งมั่น การจดจำและเรียกใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่าง ๆ
และการทำสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนบรรลุความสำเร็จ ซึ่งเป็นทักษะที่มนุษย์เราทุกคนต้องใช้
เพื่อให้เกิด ความสำเร็จในการเรียน การทำงาน รวมทั้งการมีชีวิต ครอบครัว ทักษะ EF นี้นักวิชาการ
ระดับโลกยนื ยันแลว้ วา่ สำคญั กว่า IQ
2.2 จัดประสบการณ์ โดยใช้แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัย ที่สอดคล้องเหมาะสมกับ
บริบทและศักยภาพของแต่ละโรงเรียน โดยยึดพัฒนาการ และการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม การมีทักษะ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้วยการจัดประสบการณ์ที่ให้เด็กได้เรียนรูจ้ ากการปฏิบัติจริงแบบลงมือทำ
(Active learning)
การจัดประสบการณ์แบบลงมือทำ (Active learning) สามารถจัดกิจกรรมตามรูปแบบ
แนวคิดและแนวการจัดการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ตามนโยบายการจัดการศึกษาปฐมวัย ของสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน เชน่
1) โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์นอ้ ย ประเทศไทย
เป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย มีเป้าหมาย
ในการปลูกฝังให้เด็ก มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และเทคโนโลยี ด้วยกิจกรรมที่สร้างความ
สนุกความเพลิดเพลินความสนใจใครร่ ูแ้ ละความกระตือรือร้น ฝึกทกั ษะการสังเกต รู้จักต้งั คำถามและหา
คำตอบด้วยตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กปฐมวัยเหล่านี้ เติบโตขึ้นเป็นนักวิทยาศาสตร์และ
วิศวกร หรือเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีจิตวิทยาศาสตร์ และมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยครูปฐมวัยจัด
กิจกรรมตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย ครอบคลุมทุกกิจกรรมอย่างมีคุณภาพ
อย่างยงั่ ยนื ตามแนวดำเนินการโครงการบ้านนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใช้พ้ืนที่เปน็ ฐาน เพอ่ื พัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุม่ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
30
2) การจัดกจิ กรรมบูรณาการตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM)
การจัดกิจกรรมบูรณาการตามแนวทางสะเต็มศึกษา เป็นแนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณา
การความรู้และทักษะกระบวนการใน 4 สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมฯ เทคโนโลยี และ
คณิตศาสตร์ โดยเนน้ การนำความรู้ไปใชแ้ กป้ ญั หาในชีวิตจริง รวมทง้ั การพฒั นากระบวนการหรือผลผลิต
ใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการทำงาน ในขณะที่ทำกิจกรรม เพื่อพัฒนาความรู้ ความ
เข้าใจและฝึกทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เด็กต้องมีโอกาสนำความรู้
มาออกแบบวิธีการหรือกระบวนการ เพื่อตอบสนองความต้องการหรือแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ
ชีวิตประจำวัน ดว้ ยการจดั การเรยี นรูผ้ ่านกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 6 ขน้ั ตอน ดังนี้
(1) ระบุปญั หา
(2) รวบรวมขอ้ มูลและแนวคิดท่เี กีย่ วขอ้ งกบั ปัญหา
(3) ออกแบบวธิ ีการแกป้ ญั หา
(4) วางแผนและดำเนินการแกป้ ญั หา
(5) ทดสอบ ประเมินผล และปรบั ปรงุ แกไ้ ขวิธกี ารแกป้ ัญหาหรอื ชน้ิ งาน
(6) นำเสนอวิธกี ารแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรอื ช้ินงาน
นโยบายและมาตรการ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
1. ส่งเสริมการจดั การเรยี นร้ภู าษาไทยดว้ ยกิจกรรมการสอนทกั ษะท่สี มั พนั ธ์กันท้ังดา้ นการฟัง
ดู พูด อ่าน และเขียน โดยเนน้ ทักษะการเรียนรู้แบบ Active Learning (ผเู้ รียนได้ลงมือทำหรอื ปฏบิ ตั ิ)
ทกุ ระดบั ช้ัน
2. ส่งเสริมการเรียนรู้ให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง อ่านรู้เรื่อง (อ่าน
เขา้ ใจ) สามารถส่ือสาร และแสดงทรรศนะ (ความเห็น) ได้
3. ส่งเสริมนักเรียนให้ท่องจำกฎเกณฑ์ทางภาษาที่ต้องรู้ เช่น เสียงและอักษรไทย (สระ
พยัญชนะ และวรรณยุกต์) การผันวรรณยุกต์ ไตรยางศ์ (อักษรสามหมู่) รวมถึงกฎเกณฑ์ทางภาษาอื่นๆ
ท่จี ำเปน็
4. ส่งเสริมการอ่าน การเขียน เรียนรู้คำ และความหมาย จากคำพื้นฐาน คำในบทเรียนคำที่
นักเรียนควรรู้ คำในชีวิตประจำวัน เช่น ฝึกเขียนตามคำบอก ฝึกเขียนคำยาก คำที่มักเขียนผิดคำศัพท์
บญั ญัตติ ่างๆ เป็นตน้
5. สง่ เสริมให้นกั เรียนท่องอาขยานภาษาไทยทง้ั บทหลัก บทเลือก หรอื บทเพิ่มเตมิ ทกุ ระดบั ชน้ั
6. ส่งเสริมพัฒนาทักษะการเขียนลายมือ การเขียนเลขไทย และแก้ไขปัญหาลายมือนักเรียน
ทกุ ระดับชน้ั
7. ส่งเสรมิ การฝกึ ทกั ษะการเขียนและเขยี นเชิงสรา้ งสรรค์ ในรูปแบบตา่ งๆ เชน่ เขียนจดบันทึก
เขียนเรื่องจากภาพ เขียนเรียงความ ย่อความ เขียนแสดงความคิดเห็น เขียนคำคล้องจอง คำประพันธ์
ทกุ ระดบั ชนั้
8. สง่ เสรมิ การจดั กิจกรรมสง่ เสริมนสิ ยั รักการอา่ น การศกึ ษาคน้ คว้าทกุ ระดับชั้น
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พนื้ ทเี่ ปน็ ฐาน เพอื่ พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
31
9. ส่งเสริม สนับสนุนนักเรียนให้เข้าร่วมประกวด แข่งขันทักษะทางวิชาการด้านภาษาไทยใน
ระดบั ตา่ งๆ อย่างหลากหลาย
10. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแกป้ ัญหาพัฒนา
การเรยี นการสอนภาษาไทย
แนวทางการดำเนนิ งาน
1. จัดการเรียนรู้ภาษาไทยด้วยกิจกรรมการสอนทักษะที่สัมพันธ์กันทั้งด้านการฟัง ดู พูด อ่าน
และเขยี น โดยเนน้ ทกั ษะการเรยี นรู้แบบ Active Learning ทีเ่ ปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นได้เรียนรโู้ ดยการลงมือ
ทำลงมอื ปฏิบัติจรงิ ทง้ั ดา้ นการอา่ น การเขยี น การโตต้ อบ การวเิ คราะหป์ ัญหา ใชท้ ักษะกระบวนการคิด
วเิ คราะห์ สังเคราะห์ ประเมนิ คา่ โดยใชเ้ ทคนิควธิ ีการจัดการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เชน่ การศึกษาค้นคว้า
จากส่อื Internet การอภปิ รายกลมุ่ การแสดงบทบาทสมมติ การใชป้ ริศนาคำทาย การจดั ทำผังความคิด
การสาธิตกิจกรรม การนำเสนองาน การใชเ้ พลง เกม เปน็ ตน้
2. จัดการเรียนรู้ให้นักเรียนอ่านออก เขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง อ่านรู้เรื่อง (อ่านเข้าใจ)
สามารถส่ือสารและแสดงทรรศนะ (ความเห็น) ได้
2.1 จดั การเรยี นการสอนให้อ่านออกเขยี นได้ในระดบั ช้ัน ป.1 - ชัน้ ป .3 โดยสอนแบบแจก
ลูกสะกดคำ หรือใช้เทคนิค วิธีการอื่น ๆ หรือผสมผสานหลาย ๆ วิธี ที่เหมาะสมกับความสามารถความ
แตกต่างของผู้เรียน จนสามารถทำให้นักเรียนอา่ นออกเปน็ คำ และรู้ความหมายของคำ เชน่ การสอนให้
อ่านออก
สอนโดยวิธปี ระสมอักษร โดยนำพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ มาประสมกัน แล้วฝึก
การอา่ นแบบแจกลูก
การแจกลกู หมายถึง การเทยี บเสียง เริ่มต้นจากการสอนใหจ้ ำและออกเสยี งคำ แลว้ นำรูปคำ
ซึ่งเปรียบเสมือนแม่มากระจายหรือแจกลูก โดยการเปลี่ยนสระ หรือเปลี่ยนพยัญชนะต้น หรือเปลี่ยน
พยัญชนะทา้ ย(ตวั สะกด) มีวิธีการดังนี้
1. ยึดพยญั ชนะต้นเป็นหลัก แจกลกู โดยเปล่ยี นรปู สระ เช่น
กะ กา กิ กี กึ กื กุ กู
2. ยึดสระเป็นหลัก แจกลกู โดยเปลยี่ นพยัญชนะต้น เชน่
กา ขา คา งา ตา นา ทา วา
3. ยดึ สระและตัวสะกดเปน็ หลัก แจกลกู โดยเปล่ียนพยัญชนะต้น เชน่
กาง ขาง คาง งาง ตาง นาง ทาง วาง
4. ยดึ พยัญชนะตน้ และสระเป็นหลัก แจกลกู โดยเปลีย่ นตวั สะกด เชน่
คาง คาน คาย คาว คาก คาด คาบ
การอ่านแบบแจกลูก เป็นการเทียบเสียง สอนให้จำและออกเสียงคำ แล้วนำรูปคำที่
เปรียบเสมอื นแม่มากระจายหรือแจกลูก อาจยดึ พยญั ชนะต้นเป็นหลัก ยึดสระเปน็ หลกั หรอื ยึดสระและ
ตัวสะกดเป็นหลัก เช่น
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ้ืนท่ีเป็นฐาน เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กล่มุ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
32
1) ยึดพยัญชนะต้นเป็นหลัก (พยัญชนะตน้ เป็นแม่ แจกลกู ทเ่ี ป็นสระ)
กะ กา กิ กี กึ กื กุ กู
2) ยึดสระเป็นหลกั (สระเปน็ แม่ แจกลกู ทเี่ ป็นพยญั ชนะตน้ )
กา ขา คา งา ตา นา ทา วา
การอา่ นแบบสะกดคำ โดยการนำพยญั ชนะตน้ สระ วรรณยุกต์ และตวั สะกดมาประสมเป็นคำ
อา่ น เพือ่ เปน็ เครอื่ งมือในการอา่ นคำใหม่ ซ่งึ ต้องใหน้ กั เรยี นสงั เกตรูปคำ พรอ้ มกบั การอ่าน เมื่อสะกดคำ
จนจบคำอ่านได้แล้ว กส็ ามารถอ่านเปน็ คำได้
2.1.2 สอนให้เดาคำจากภาพหรือการสอนอ่านจากภาพ โดยเริ่มหัดอ่านจากรูปภาพก่อน
แลว้ จงึ นำไปส่กู ารอา่ นจากตัวอกั ษร
2.1.3 สอนอ่านจากรูปร่างของคำ เมื่อเด็กเห็นรูปร่างของคำโดยรวมก็จะจำได้และจะ
นำไปเปรียบเทียบกับคำที่เคยอ่านออกแล้ว คำใดที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกัน ก็สามารถเดา และเทียบเสียง
ได้ว่าอา่ นอยา่ งไร
2.1.4 สอนโดยการเดาคำจากบริบท หรือคำที่อยู่แวดล้อม สำหรับเด็กมักใช้บริบทที่เป็น
ปรศิ นาคำทาย เมอ่ื เด็กทายถูกกส็ ามารถอ่านคำน้นั ออก เชน่
* ฉันเปน็ ของใช้ มไี วใ้ นครวั เอาไวผ้ ัดค่ัว ทัว่ ทุกบ้านตอ้ งมี (กระทะ)
2.1.5 สอนอ่านโดยให้รู้หลักภาษา เช่น อักษรสามหมู่ สระเสียงเดี่ยว สระเสียงประสม
มาตราตวั สะกด การผนั วรรณยุกต์ การอา่ นคำควบกลำ้ การอ่านอักษรนำ เป็นตน้ ซ่งึ ครูตอ้ งหาวิธีสอนที่
หลากหลาย เริ่มจากเด็กเรียนรู้หลักภาษาที่ง่าย ๆ ให้เด็กสนุกสนาน ด้วยกิจกรรมที่เด็กชอบ เช่น
เล่านทิ าน ร้องเพลง เล่นเกม เป็นตน้
2.1.6 สอนอ่านตามครู โดยครูอ่านนำแล้วให้นักเรียนอ่านตาม โดยเฉพาะคำยากคำท่ีมี
ตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา เปน็ ต้น
2.2 จัดการเรียนการสอนให้นักเรียน ชั้น ป.2-6 อ่านคล่อง เขียนคล่อง โดยเพิ่มระดับ
ความสามารถในการอ่าน การเขียนของนักเรียนให้ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และมีความเข้าใจในเรื่องท่ี
อา่ น สามารถอธิบาย ถ่ายทอดเรือ่ งราว ใหผ้ ูอ้ ื่นเขา้ ใจได้ (ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ในแต่ละระดบั ช้นั )
2.3 จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อฝึกทักษะด้านการอ่านคล่อง เขียนคล่อง อ่านรู้เรื่องและ
การสอ่ื สาร เชน่ ชมุ นุม กลมุ่ สนใจ และกลุ่มรกั การอ่าน เป็นตน้
2.4 ผลิต จัดหา พัฒนาสื่อและนวตั กรรม เพื่อส่งเสริมการอ่านคลอ่ ง เขียนคล่อง อ่านรู้เรื่อง
(อ่านเข้าใจ) และสื่อสารได้อย่างหลากหลาย เช่น สื่อ เอกสาร แบบฝึก สื่อมัลติมีเดีย สื่อเทคโนโลยีทาง
การศึกษา สื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส์ (เช่น E-Book) เปน็ ต้น
2.5 เพิ่มชอ่ งทางการแกป้ ญั หา พฒั นานักเรยี นท่ีอา่ นไม่ออก เขยี นไมไ่ ด้ อ่านไม่คลอ่ งเขียนไม่
คล่อง เช่น สอนซ่อมเสริม ฝึกบ่อยๆ (สอนเน้นย้ำซ้ำทวน) ให้การบ้าน ให้ผู้ปกครองช่วยจัดทำคลินิก
ภาษา พีช่ ว่ ยน้อง วิจัยในช้นั เรยี น จบั คูเ่ พอ่ื น คลินิกภาษา ฯลฯ
2.6 จัดหาหนังสือประกอบหลักสูตร เช่น หนังสืออ่านเพิ่มเติม หนังสือส่งเสริมการอ่าน
หนงั สืออา่ นนอกเวลา หรอื หนงั สอื เสริมการเรียนร้ขู องเดก็ เชน่ แบบเรยี นเรว็ ใหม่ จินดามณี (พระโหราธิ
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ื้นทเ่ี ปน็ ฐาน เพ่อื พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุม่ นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
33
บดี) ประถม ก กา นิทานร้อยบรรทัด แบบเรียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาชุด มานะ มานี หนังสือ
แบบเรยี นเร็วใหม่ เป็นต้น
3. ฝึกนักเรียนท่องจำกฎเกณฑ์ทางภาษาที่ต้องรู้ เช่น เสียง และอักษรไทย (สระ พยัญชนะ
และวรรณยกุ ต)์ การผนั วรรณยุกต์ ไตรยางศ์ (อักษรสามหม่)ู รวมถึงกฎเกณฑ์ทางภาษาอืน่ ๆ ที่จำเป็น
4. ฝึกทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน เรียนรู้คำ ความหมาย จากคำพื้นฐาน คำในบทเรียน
และคำทน่ี กั เรยี นควรรู้ในชีวติ ประจำวัน ในแต่ละระดับช้ัน ทกุ วนั เชน่ ฝึกเขียนตามคำบอก คำยาก คำที่
มักเขียนผิด ฝึกอ่านเขียนคำ พยางค์ กลุ่มคำ วลี ประโยค ข้อความ เรื่องราว นิทาน เรื่องเล่า บทความ
เป็นต้น
5. ฝกึ ให้นักเรยี นท่องอาขยานภาษาไทยทง้ั บทหลัก บทเลือก และบทเพิ่มเตมิ ทกุ ระดับชั้น
5.1 ให้นักเรียนฝึกท่องอาขยานภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.
2551 โดยพจิ ารณาจากบทหลกั บทเลอื กท่ีกำหนดใหต้ ามความเหมาะสมกับระดบั ชั้นของนักเรียน
5.2 ให้นักเรียนท่องบทอาขยานเพิ่มเติม โดยคัดเลือกวรรณกรรม บทกวี คำประพันธ์ที่มีผู้
แต่งไวใ้ หน้ กั เรียนท่องเพ่ิมเติมได้
5.3 ใหน้ กั เรยี นอธบิ ายคุณค่า สิ่งท่ไี ดร้ ับจากการทอ่ งบทอาขยานสารประโยชนแ์ ละการนำไป
ประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวัน
6. ฝึกทักษะการเขียนลายมือ การเขียนเลขไทย และแก้ไขปัญหาลายมือนักเรียนทุกระดับช้ัน
โดยฝึกเขียนตวั อกั ษรไทยให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การเขยี นอย่างประณตี สวยงาม สะอาด เปน็ ระเบียบ
และอ่านเขา้ ใจง่าย ดงั น้ี
6.1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ฝึกเขียนลายมือ และเลขไทยด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดตาม
รูปแบบของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
6.2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ฝึกเขียนลายมือ และเลขไทยด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและ
ครง่ึ บรรทดั ตามรูปแบบของกระทรวงศึกษาธิการและรูปแบบอืน่ ๆ ตามความเหมาะสม
6.3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 เน้นย้ำเรื่องการเขียนลายมือที่สวยงาม ถูกต้องตามหลักการ
เขยี นทั้งตวั เตม็ บรรทดั ตัวครึง่ บรรทัด และตัวหวดั แกมบรรจง
6.4 เน้นย้ำเร่ืองการแก้ปัญหาการเขียนลายมือ ให้ถูกต้องตามอักขรวิธี หลักเกณฑ์การเขยี น
เช่น ตัวอักษรไม่มหี วั ตวั อักษรแบบการต์ นู การสะกดผิดวธิ ี
7. ฝึกทักษะการเขียนและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ เช่น เขียนจดบันทึกเขียน
เรื่องจากภาพ เขียนเรียงความ เขียนย่อความ คำคล้องจอง เขียนแสดงความคิดเห็น เขียนคำคล้องจอง
คำประพันธ์ เป็นต้น ทุกระดับชั้น โดยสอดแทรกทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ในงานเขียนทุก
ชนิด
8. จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน โดยบูรณาการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทุกกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ ที่ส่งเสริมใหน้ ักเรียนมีนสิ ัยรกั การอ่าน การศึกษาค้นคว้าที่หลากหลาย ทั้งกิจกรรมตามหลักสูตร
และกจิ กรรมเสริมหลักสตู ร เช่น ยอดนกั อา่ น กิจกรรมวางทุกงานอ่านทุกคน ห้องสมุดเคล่ือนที่ หนูน้อย
นักอ่าน Read Thailand (อ่านเถิดเด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน) กิจกรรมส่งเสริมการอ่านจากสื่อ
แผนนเิ ทศบรู ณาการโดยใช้พนื้ ที่เปน็ ฐาน เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
34
อิเล็กทรอนิกส์ จัดหาสื่อเพื่อศึกษาค้นคว้าตามความสนใจของนักเรียน เช่น นิทาน นิยาย สื่อมัลติมีเดีย
สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์
9. จัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถนักเรียนด้านการประกวด แข่งขัน ทักษะวิชาการทั้งใน
ระดับโรงเรียน ระดับสหวิทยาเขต ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับภูมิภาค และระดับชาติอย่าง
หลากหลาย ในทุกระดับชน้ั
10. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแก้ปัญหาการ
เรยี นการสอนภาษาไทย โดยมกี ารวิเคราะห์ปญั หา ค้นหาสาเหตุ แนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา
นวตั กรรม เพอ่ื นำไปใชใ้ นการแก้ปญั หาอยา่ งเปน็ ระบบ
นโยบายและมาตรการ กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์
1. ส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนท่องสูตรคูณ มาตราช่ัง ตวง วดั สตู รเรขาคณติ ตามความเหมาะสม
ของนักเรียนแตล่ ะระดบั ชั้น
2. ส่งเสรมิ การฝกึ ทักษะการคดิ เลขเรว็ และการคดิ เลขในใจ ทกุ ระดบั ชัน้
3. ส่งเสริมให้นักเรียนฝึกทักษะด้านการคิดวิเคราะห์โจทย์ปัญหาโดยใช้กระบวนการ Active
learning เป็นหลกั ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
4. สง่ เสริมการผลติ สือ่ การเรยี นการสอนที่หลากหลาย และส่งเสรมิ ทกั ษะการใช้สอ่ื จากรูปธรรม
ไปสนู่ ามธรรมมากขึน้
5. ส่งเสริม สนับสนุนนักเรียนให้เข้าร่วมประกวด แข่งขัน ทักษะทางวิชาการ ด้านคณิตศาสตร์
ในระดบั ต่าง ๆ
6. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) มาใช้ในการแก้ปัญหา
การเรียนการสอนกลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
แนวทางการดำเนนิ งาน
1. สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นทกุ คนท่องสูตรคูณ มาตราชัง่ ตวง วดั สูตรเรขาคณติ ตามความเหมาะสม
ของนักเรยี นแตล่ ะระดบั ชั้น
1.1 การท่องแม่สูตรคูณ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคิดคำนวณ โดยใช้หลักการคูณทาง
คณิตศาสตร์ทีถ่ กู ตอ้ ง เข้ามาชว่ ยในการท่องแมส่ ูตรคณู
1.2 การท่องมาตรา การช่ัง ตวง วัด สูตรเรขาคณติ จดั กจิ กรรมการท่องมาตรการชั่ง ตวง วัด
สูตรเรขาคณิต ในช่วงเวลาก่อนชั่วโมงเรียนหลังเลิกเรียน หรือตามความเหมาะสมของนักเรียนแต่ละ
โรงเรียน และจัดทำสื่อที่นักเรียนสามารถใช้ได้ในห้องเรียน เพิ่มทักษะในการลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้
เครื่องมือชั่ง ตวง วัดให้แก่นักเรียนมากขึ้น มีการคาดคะเนโดยใช้อุปกรณ์ช่วยการคาดคะเน โดยมีครู
ตดิ ตาม และประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ อย่างต่อเน่ือง
แผนนิเทศบรู ณาการโดยใชพ้ ืน้ ทเี่ ปน็ ฐาน เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กล่มุ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
35
2. สง่ เสริมการฝึกทักษะการคิดเลขเร็ว และการคิดเลขในใจทุกระดบั ชัน้
2.1 ฝึกทักษะคิดเลขเร็วและทักษะการคิดในใจ ทุกระดับชั้น โดยใช้แบบฝึกคิดเลขเร็วของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน (สพฐ.) ใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้หรือแบบฝึกท่ี
ครูจัดทำขึ้นเอง และใช้เทคนิคกระบวนการของการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) เพิ่มเติม โดยครู
แนะนำการคิดแบบใหมอ่ ย่างหลากหลายวิธีแต่ได้ผลลัพธ์เทา่ กันให้กับนักเรยี น
2.2 ทกั ษะการคดิ ในใจ เชน่ ครูใช้เวลากอ่ นเขา้ ส่บู ทเรยี น โดยครบู อกโจทยใ์ หน้ ักเรียน เขียน
คำตอบลงในกระดาษ โดยไมต่ ้องลอกโจทย์จำนวน 10 ข้อ โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที
3. ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรยี นฝึกทักษะด้านการคดิ วเิ คราะห์โจทย์ปัญหา
3.1 นักเรียนฝึกทักษะวิเคราะห์การแก้โจทย์ปัญหา และสามารถตั้งโจทย์ปัญหา เขียน
ประโยคสัญลักษณ์ พร้อมทั้งหาคำตอบได้ถูกต้องตามขั้นตอน เช่น กระบวนการ Learning โดยใช้
กจิ กรรมเปน็ ฐาน (Activity-Based Learning) โดยวธิ กี ารจัดกิจกรรมการเรยี นร้เู หล่าน้ี มีพนื้ ฐานมาจาก
แนวคิดเดียวกัน คือ ให้ผู้เรียนเป็นผู้มีบทบาทหลักในการเรียนรู้ของตนเอง และสร้างองค์ความรู้ใหม่
(Constructivist) ด้วยตนเอง เชน่ การเรยี นรจู้ ากสงิ่ แวดล้อมรอบตัว และเหตุการณป์ ัจจุบัน
4. ผลิตสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย และส่งเสริมทักษะการใช้สื่อจากรูปธรรมไปสู่
นามธรรมให้มากขึ้นจัดแหล่งเรียนรู้เพื่อศึกษา ค้นคว้า และฝึกสมอง จากการฝึกเล่นเกมที่เกี่ยวข้องกับ
คณติ ศาสตร์ เช่น การจัดมมุ คณิตศาสตร์ หรือหอ้ งเรยี นคณิตศาสตร์ โดยมสี ือ่ ทส่ี ่งเสริมทักษะการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์
5. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการแข่งขัน ในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์เช่น อัจฉริยภาพทาง
คณิตศาสตร์ คิดเลขเร็ว ซูโดกุ A-Math เป็นต้น โดยการจัดกิจกรรมอาจจัดเริ่มจากในระดับชั้นระดับ
โรงเรยี น ระดับกล่มุ เครือข่ายพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ต่อไป
6. ครูใช้กระบวนการ PLC ( Professional Learning Community) มาช่วยในการแก้ปัญหา
การเรยี นการสอน กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
7. ส่งเสริม สนับสนุน นิเทศ ติดตาม นโยบายขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขต
พน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี เขต ๔ นโยบายท่ี ๓ มุ่งเน้นการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเปน็
นโยบายและมาตรการ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
1. สง่ เสริมสนับสนุนนกั เรยี นทำกจิ กรรมการเรียนรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ในทุกระดับชน้ั
2. ส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนให้มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการแสวงหา
ความรแู้ ละสร้างสรรค์ผลงานทางวทิ ยาศาสตร์
3. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแก้ปัญหาการเรยี น
การสอนกลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
4. ส่งเสริมสนับสนนุ กระบวนการจดั การเรยี นรู้ให้นักเรียนเกิดทักษะวิชาการทักษะอาชีพ และ
ทักษะชีวิต โดยเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active learning ให้เหมาะสมกับบริบทของนักเรียน และ
โรงเรียน
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ น้ื ทเ่ี ปน็ ฐาน เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
36
5. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ นักเรยี นให้มีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีกระบวนการแสวงหาความรู้
และเทคโนโลยี
6. ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารงานพัฒนาการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมมูลนิธิไกล
กังวล DLTV ในโรงเรยี นขนาดเล็ก
7. สง่ เสริมสนบั สนนุ การจัดการเรยี นการสอน Coding ตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการ
8. สง่ เสริมและสนับสนุนใหน้ ักเรียนทุกคนเรยี นวิทยาการคำนวณ (Computing science)
แนวทางการดำเนินงาน
1. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ นกั เรียนทำกจิ กรรมการเรียนรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ในทกุ ระดบั ชัน้
1.1 นักเรียนระดับชนั้ ป.1–ป.3 ทำกิจกรรมทางวทิ ยาศาสตรไ์ มน่ ้อยกวา่ 1 กิจกรรมตอ่ ภาค
เรียน เชน่ กิจกรรมสะเต็มศกึ ษา (STEM) กิจกรรมทดลองอย่างงา่ ย กิจกรรมสำรวจ กจิ กรรมส่ิงประดิษฐ์
ทางวิทยาศาสตร์ หรอื กจิ กรรมสืบค้นข้อมลู ทางวทิ ยาศาสตร์ เป็นตน้
1.2 นักเรียนระดับช้นั ป.4–ป.6 ทำกจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตรไ์ มน่ อ้ ยกวา่ 2 กิจกรรมตอ่ ภาค
เรียน เช่น กจิ กรรมสะเตม็ ศึกษา (STEM) กิจกรรมทดลองอย่างง่าย กิจกรรมสำรวจ กจิ กรรมสิง่ ประดิษฐ์
ทางวทิ ยาศาสตร์ หรอื กิจกรรมสืบค้นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เปน็ ต้น
1.3 นักเรียนระดับชั้น ป.6–ม.6 จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ หรือ สะเต็มศึกษา (STEM)
ไม่น้อยกว่า 1 เรือ่ งต่อปกี ารศึกษา
2. ส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนให้มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการแสวงหา
ความรู้ และสร้างสรรค์ผลงานทางวิทยาศาสตร์ ครูจัดกระบวนการเรียนการสอนโดยส่งเสริมใหน้ ักเรยี น
ใช้เทคโนโลยีในกระบวนการแสวงหาความรู้และสร้างสรรค์ผลงานทางวิทยาศาสตร์อย่างน้อยภาคเรียน
ละ 1 ชิ้นงาน เช่น รายงาน งานสืบค้นเรื่องทีน่ ักเรียนสนใจ หนังสือเล่มเล็ก นิทาน แบบจำลอง สื่อทาง
วิทยาศาสตร์
3. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแก้ปัญหาหรือ
พฒั นาคุณภาพ การเรียนการสอนวทิ ยาศาสตร์
4. ส่งเสริมสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดทักษะวิชาการทักษะอาชีพและ
ทักษะชีวิต โดยเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active learning ให้เหมาะสมกับบริบทของนักเรียน และ
โรงเรียน
- นักเรียนทกุ ระดับชน้ั ทำกิจกรรมเทคโนโลยีไมน่ อ้ ยกวา่ 1 กจิ กรรม ต่อภาคเรยี น
5. สง่ เสรมิ สนับสนุนนักเรยี นให้มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีกระบวนการแสวงหาความรู้
และเทคโนโลยี
- ครูจัดกระบวนการเรียนการสอนโดยส่งเสริมให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีในกระบวนการ
แสวงหาความร้ทู าง Internet
6. ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารงานพัฒนาการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมมูลนิธิไกล
กงั วล DLTV ในโรงเรยี นขนาดเล็ก
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
37
7. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การจดั การเรียนการสอน Coding ตามนโยบายของกระทรวง
- ครูจัดการเรียนรู้ ในหลักสูตร เพื่อฝึกทักษะการแก้ปัญหา พร้อมทั้งสื่อการเรียนรู้อย่างเป็น
ขน้ั ตอนใหแ้ กน่ ักเรียน
- นักเรียนสามารถแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การเปรียบเทียบ การลองผิดลองถูก การค้นหา
อย่างเป็นระบบ สามารถเล่าเรอื่ งราวและกิจกวตั รประจำวันไดอ้ ยา่ งเป็นลำดบั ขนั้ ตอน
- นักเรียนแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานด้วยสัญลักษณ์ผ่านกิจกรรม unplugged เพื่อให้
บรรลุเป้าหมายที่กำหนด และหลีกเล่ียงผลลพั ธท์ ไ่ี มพ่ งึ ประสงค์
8. ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ ใหน้ ักเรียนทุกคนเรยี นวทิ ยาการคำนวณ (Computing science) เป็น
วิชาที่มุ่งเน้น การเรียนการสอนให้เด็กสามารถคิดเชิงคำนวณ (Computational thinking) มีความพื้น
ฐานความรดู้ า้ น เทคโนโลยีดิจิทลั
นโยบายและมาตรการ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
1. เร่งรัดพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัย-ระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนตน้
2. เร่งรัดพัฒนาศักยภาพการใช้ทักษะภาษาอังกฤษของผู้บริหารโรงเรียน ครู และบุคลากร
ทางการศึกษา
3. ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ตามบริบท และความเหมาะสม
ของโรงเรียน
4. ส่งเสริม สนับสนุนนกั เรยี นให้เข้ารว่ มประกวด แข่งขนั ทักษะทางวิชาการ ด้านภาษาอังกฤษ
ในระดบั ตา่ ง ๆ
5. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแก้ปัญหาการเรยี น
การสอนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
แนวทางการดำเนนิ งาน
1. อบรมพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษทุกคนในสังกัดเพื่อพัฒนา กระตุ้นครูให้ใช้เทคนิคและ
กระบวนการสอนที่หลากหลาย เหมาะสมกบั บรบิ ทและสถานการณ์ในปัจจุบัน
2. นเิ ทศ ติดตามการจัดการเรยี นการสอนครผู สู้ อนภาษาอังกฤษในสงั กัด
3. จัดกิจกรรมครสู อนดเี พื่อเปน็ ขวญั และกำลังใจแก่ผ้เู ข้าร่วมกิจกรรม
4. สง่ เสริม สนบั สนุน การใหอ้ าสาสมัครชาวต่างชาติมาสอนในโรงเรยี น
5. ส่งเสริมผู้บริหารและครูผู้สอนภาษาอังกฤษ และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเข้ารับ
การวัดระดับความรู้ด้านภาษาอังกฤษสู่มาตรฐานสากล CEFR (Common European Framework of
Reference for Language)
แผนนเิ ทศบรู ณาการโดยใช้พ้ืนทเี่ ปน็ ฐาน เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
38
6. ส่งเสริมครูผู้สอนภาษาอังกฤษใช้สื่อการสอนที่หลากหลายเพื่อนักเรียนมีเจตคติที่ดีใน
การเรยี นภาษาองั กฤษ
7. ครูผู้สอนภาษาอังกฤษนำกิจกรรมการจดั การเรยี นการสอนมาใช้ในช้ันเรียน เชน่ เทคนิคการ
สอนคำศพั ท์ การอา่ น การเขยี น การสอนไวยากรณ์ เปน็ ต้น
8. จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาโดยใช้
กระบวนการมีสว่ นร่วมเชงิ พ้นื ที่ (Participation Area Cycle Process)
9. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมการอบรมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษจาก
หนว่ ยงานต้นสงั กดั อย่างตอ่ เนื่อง
10. โรงเรียนที่มีศักยภาพในด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและบุคลากรให้ความ
ชว่ ยเหลือโรงเรยี นทมี่ ศี ักยภาพนอ้ ยกวา่
11. จัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ จัดสภาพแวดล้อมใน
โรงเรยี นใหเ้ อือ้ ตอ่ การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษ
11.1 จัดสภาพแวดลอ้ มในหอ้ งเรยี น เชน่ ติดคำศัพท์ สำนวน ประโยคสนทนาภาษาองั กฤษ
11.2 ติดคำศัพท์ติดตามสถานที่ต่าง ๆในโรงเรียน เช่น ห้องผู้บริหาร ห้องประชาสัมพันธ์
หอ้ งประชมุ ห้องสมุด โรงอาหาร หอ้ งนำ้ ฯลฯ
11.3 จัดทำป้ายนิเทศ หรือมุมความรู้ภาษาอังกฤษ (English Corner) ทั้งใน และนอก
หอ้ งเรียน
11.4 โรงเรยี นจดั ชมรมหรอื ชมุ นุมภาษาอังกฤษ
12. โรงเรียนจัดค่ายส่งเสริมทักษะภาษาอังกฤษ (English Camp) เพื่อเสริมสร้างทักษะการ
สือ่ สารภาษาอังกฤษใหแ้ กผ่ ู้เรียน
13. สง่ เสรมิ โรงเรียนหรอื กลุ่มโรงเรยี นจดั คา่ ยเสรมิ ทักษะภาษาองั กฤษ
14. ส่งเสริมให้ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการ
แกป้ ัญหาการเรียนการสอนกลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
15. ครูผู้สอนภาษาอังกฤษร่วมกันประชุมหาแนวทางเพื่อแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน
ภาษาอังกฤษ
16. ครูผู้สอนภาษาอังกฤษทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน
ภาษาองั กฤษ และยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น
17. ครูผสู้ อนพฒั นา ปรับใชเ้ ทคนิคการสอนที่หลากหลายในชัน้ เรยี นอยา่ งเหมาะสม
18. ครูจัดสอนซ่อมเสริมให้นกั เรียน
19. ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและแก้ปัญหา เช่น ดูแลนักเรียนในการท่องคำศัพท์
และทำการบ้าน
20. จัดการติดตามและประเมินผลการจัดการเรยี นการสอนภาษาอังกฤษจากผู้บริหาร หรือครู
ในกล่มุ สาระการเรยี นรู้
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ้นื ทเี่ ป็นฐาน เพือ่ พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กล่มุ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
39
นโยบายและมาตรการ กลุม่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธร1ร. มส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมตามแนวโรงเรียนคุณธรรม
สพฐ.
2. ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และให้นักเรียนปฏิบัติตามหลักค่านิยม
หลกั 12 ประการ และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
3. ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมปลูกฝังความรักชาติ สร้างจิตสำนึกในความเป็นไทย และ
อนุรกั ษ์วัฒนธรรมไทย ด้วยการร้องเพลงปลุกใจโดยใช้กิจกรรมทห่ี ลากหลาย
4. ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมสร้างศรัทธาและปฏิบัติตน ตามหลักธรรมของ
พระพุทธศาสนา หรือศาสนาอ่ืน
5. ส่งเสริมโรงเรยี นจดั กิจกรรมจิตอาสา สปั ดาห์ละ 1 ครั้ง
6. ส่งเสริมให้โรงเรียนจดั กิจกรรมเรียนรู้ประวัติศาสตรช์ าติไทย โดยให้ความสำคญั กับพระราช
ประวัติของพระมหากษัตรยิ ท์ ุกพระองคใ์ นทกุ ระดับชั้น
7. ส่งเสรมิ ให้โรงเรียนจดั กิจกรรมการฝึกปฏบิ ัตติ นตามระเบียบวนิ ยั ของสงั คมอย่างสมำ่ เสมอ
8. ส่งเสรมิ ให้โรงเรียนจัดกจิ กรรมรณรงค์ เฝา้ ระวงั ป้องกันปัญหายาเสพตดิ
9. ส่งเสรมิ ใหโ้ รงเรียนจัดกจิ กรรมปลกู ฝงั ประชาธิปไตย
10. ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรอยศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง
11. ส่งเสริม สนับสนุนนักเรียนให้เข้าร่วมประกวด แข่งขัน ทักษะทางวิชาการกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในระดับต่าง ๆ
12. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแก้ปัญหาการ
เรยี นการสอน กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
แนวทางการดำเนนิ งาน
1. จัดกจิ กรรมสง่ เสริมคุณธรรม และจรยิ ธรรม ตามแนวโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.
1.1 โรงเรียนจัดกิจกรรมฝึกมารยาทไทย ในช่วงเช้าก่อนเข้าแถว ซึ่งจะจัดพร้อมกับกิจกรรม
เข้าแถวเคารพธงชาติทุกวัน เช่น การทำความเคารพผู้อาวุโส และมีการประกวดมารยาทไทย ละคร
คุณธรรม โครงการคณุ ธรรม เปน็ ต้น
1.2 โรงเรยี นจัดกจิ กรรมสวดมนต์ ไหว้พระ ฝกึ สมาธิ หลังเลิกเรยี น ในวนั สดุ ท้ายของสัปดาห์
2. จัดกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และให้นักเรียนปฏิบัติตามค่านิยมหลัก 12 ประการและ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์สอดแทรกการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- การบูรณาการกบั ทกุ รายวิชา เช่น การทอ่ งจำค่านิยมหลัก 12 ประการ
- มีการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ทุกภาคเรยี น
แผนนิเทศบูรณาการโดยใช้พน้ื ที่เป็นฐาน เพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
40
3. จัดกิจกรรมปลูกฝังความรักชาติ สร้างจิตสำนึกในความเปน็ ไทย และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
โดยใช้กิจกรรมทีห่ ลากหลาย เช่น เพลงรักเมืองไทย เพลงอนุสรณ์ดอนเจดีย์ เพลงคนดีศรีสุพรรณ เพลง
เลือดสุพรรณ เพลงเราสู้ เพลงสยามานุสติ เพลงรักกันไว้เถิด
4. โรงเรียนจัดกิจกรรมเสริมสร้างความศรัทธาและปฏิบัติตนตามหลักพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาอน่ื ๆ
4.1 โรงเรียนจัดกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิ หลังเคารพธงชาติทุกวันและหลัง
เลิกเรียนในวันสุดท้ายของสัปดาห์ โดยให้คณะครูและผู้บริหารโรงเรียนให้โอวาทแก่นักเรียนพร้อมท้ัง
อบรมนกั เรียนในเรอ่ื งตา่ ง ๆ เชน่ ระเบียบวนิ ัย
4.2 โรงเรียนจัดกิจกรรมทำบุญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น ทำบุญวันพระ
วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบูชา วันไหว้ครู วันเฉลิมพระชนมพรรษา เป็น
ตน้
5. โรงเรียนจดั กิจกรรมจติ อาสา สัปดาห์ละ 1 ครงั้
5.1 จดั กจิ กรรมรว่ มกับชมุ ชนในลกั ษณะเพ่ือสาธารณประโยชน์ เชน่ การทำความสะอาดวัด
และชุมชนอย่างนอ้ ยสัปดาหล์ ะ 1 ครง้ั
5.2 จัดการเรียนการสอนโดยการบูรณาการกับ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และจัดกิจกรรม
ในลักษณะของโครงการ เชน่ ค่ายจิตอาสา เปน็ ตน้
6. โรงเรยี นจดั กจิ กรรมเรียนรู้ประวัติศาสตรช์ าติไทย โดยใหค้ วามสำคัญกับพระราชประวัติของ
พระมหากษตั รยิ ท์ กุ พระองค์
6.1 จดั ทำหนว่ ยการเรียนร้เู รื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย พระราชประวัติของพระมหากษัตริย์
ทกุ พระองค์ แบบบรู ณาการกับทุกระดับชั้น
6.2 นกั เรียนเรียนรู้จักส่ือต่าง ๆ เชน่ เอกสาร หนงั สอื ตำรา เวบ็ ไซต์ ภาพยนตร์ ส่ือวิดีทัศน์
เปน็ ต้น
6.3 จัดกิจกรรมศึกษานอกสถานที่ ครูผู้สอนดำเนินกิจกรรมระหว่างการศกึ ษา โดยสรุปเปน็
องค์ความรู้ และความประทับใจ และมีกิจกรรมแข่งขันวาดภาพระบายสี ประกวดการเขียนเรียงความ
เกีย่ วกบั พระราชประวัติของพระมหากษตั ริย์
7. การฝึกปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยของสังคมอย่างสม่ำเสมอโรงเรียนจัดกิจกรรมการปฏิบัติ
ตนตามระเบียบวินัยของสังคม เช่น ระเบียบในการแต่งกาย วินัยการตรงต่อเวลา วินัยในหน้าที่ วินัยใน
ตนเอง วินัยในการเข้าแถว วินัยในการวางรองเท้า วินัยในการรับประทานอาหาร วินัยในการรับผิดชอบ
วนิ ยั การทง้ิ ขยะ เปน็ ต้น
8. จัดกิจกรรมรณรงค์ เฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โรงเรียนจัดกิจกรรมเฝ้า
ระวงั และป้องกันปัญหายาเสพติด เช่น
- โรงเรียนจัดกิจกรรมโครงการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด “D.A.E.R. แห่งประเทศ
ไทย” โดยการเชิญบุคคลภายนอก (ตำรวจ) มาสอนนักเรียนในโรงเรียน เพื่อให้ครูและนักเรียนรูเ้ ท่าทนั
โทษของสารเสพติด ในชวั่ โมงลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้
- โรงเรยี นจัดกจิ กรรมหอ้ งเรยี นสขี าว
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ้ืนที่เปน็ ฐาน เพือ่ พัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลมุ่ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาระนอง
41
- โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชวี ิต
- จดั ระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี นให้มีความเข้มแข็ง
9. จดั กิจกรรมปลกู ฝงั ประชาธิปไตย เช่น
9.1 สอดแทรกการส่งเสรมิ ประชาธปิ ไตยโดยบรู ณาการในทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
9.2 จัดกิจกรรมให้นักเรยี นได้ลงมือปฏบิ ัติ เช่น การจำลองการเลือกต้ัง การจัดกิจกรรมสภา
นักเรียน
10. จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ตามรอยศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
10.1 จัดแหล่งเรียนรู้ตามรอยศาสตร์พระราชาใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เช่น จัดมุม
ปา้ ยนเิ ทศ การจดั ฐานการเรยี นรู้ การจัดนทิ รรศการ เปน็ ต้น
10.2 จดั การเรียนการสอนตามรอยศาสตร์พระราชาและหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เช่น การประหยัดอดออม การมีเหตุผล การพึ่งพาตนเอง ความซื่อสัตย์สจุ ริต เป็นต้น โดยบูรณาการกบั
การเรียนการสอนในกลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม และบูรณาการกับรายวิชาอื่น ๆ ตาม
ความเหมาะสม
11. ส่งเสริมการแข่งขันทักษะนักเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
วัฒนธรรม ในทุกระดับชั้น เช่น การแข่งขันละครคุณธรรม ละครประวัติศาสตร์ การตอบปัญหา
ประวตั ิศาสตร์ การตอบปญั หาทางเศรษฐศาสตร์ และการสวดทำนองสรภัญญะ เปน็ ต้น
นโยบายและมาตรการ กล่มุ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
1. จัดประสบการณเ์ รยี นรูแ้ ละฝึกปฏบิ ตั เิ กี่ยวกับสขุ บัญญตั ิ 10 ประการ ทุกระดบั ช้ัน
2. จดั ประสบการณ์เรียนรู้เพศวถิ ศี ึกษา
3. จัดประสบการณด์ ้านกฬี าและออกกำลังกายให้นักเรียนทกุ คน
4. จัดประสบการณ์สรา้ งจิตสำนึกด้านความสามัคคี มวี ินัย และมีนำ้ ใจนักกฬี า
5. จัดให้มีการทดสอบและการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพ
ทางกายของเด็กและเยาวชนและประชาชนไทย ของสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา
กระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา
6. ส่งเสริมการเรียนรูเ้ พื่อเสริมสร้างความปลอดภยั จัดประสบการณ์เรียนรู้เก่ียวกับภัยคุกคาม
ในรูปแบบใหมข่ องโลกปจั จบุ นั
7. ส่งเสริม สนับสนุนนักเรียนให้เข้าประกวด แข่งขัน ทักษะทางวิชาการ และการแข่งขันกีฬา
ในกลมุ่ สาระสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ในระดบั ตา่ ง ๆ
8. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแก้ปัญหาการเรยี น
การสอนกลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พน้ื ทเี่ ป็นฐาน เพ่อื พัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง
42
แนวทางการดำเนินงาน
1. จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้สขุ บัญญัติ 10 ประการ
1.1 ดูแลรักษารา่ งกายและของใชใ้ หส้ ะอาด
1.2 รกั ษาฟันใหแ้ ขง็ แรง และแปรงฟันทกุ วนั อย่างถูกวธิ ี
1.3 ลา้ งมอื ให้สะอาดกอ่ นรบั ประทานอาหารและหลังการขบั ถา่ ย
1.4 กนิ อาหารสกุ สะอาด ปราศจากสารอนั ตราย และหลกี เลี่ยงอาหารท่มี ีรสจัด สีฉดู ฉาด
1.5 งดสูบบุหรี่ สรุ า สารเสพตดิ การพนนั และการสำสอ่ นทางเพศ
1.6 สรา้ งความสมั พันธ์ในครอบครวั ให้อบอ่นุ
1.7 ป้องกนั อบุ ัติภยั ดว้ ยการไมป่ ระมาท
1.8 ออกกำลงั กายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี
1.9 ทำจติ ใจใหร้ ่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
1.10 มีสำนกึ ตอ่ ส่วนรวม ร่วมสรา้ งสรรค์สงั คม
2. จดั ประสบการณ์เรยี นรเู้ พศวถิ ีศึกษา ครผู า่ นการอบรมโปรแกรมพฒั นาครูเพศวิถีศึกษาแบบ
ออนไลน์
3. ฝกึ ให้นักเรียนได้เล่นกฬี าทุกคน อย่างนอ้ ยคนละ 1 ชนดิ และจดั กิจกรรมกายบรหิ ารหน้าเสา
ธงตอนเชา้ ทกุ วัน หรอื ตามบริบทของโรงเรียน
4. จัดกจิ กรรมสรา้ งจติ สำนกึ ดา้ นความสามัคคี มีวนิ ยั และมีนำ้ ใจนักกีฬา
5. จดั ทดสอบและการสร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกายภาคเรยี นละ 1 ครั้ง
6. จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภัยจากยาเสพติด ภัยพิบัติ
จากธรรมชาติ ภัยจากโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ ภัยจากไซเบอร์ (สื่อออนไลน์) โดยใช้รูปแบบ R-C-A
ทักษะชีวิต : R =Reflect หมายถึง การสะท้อนความรู้สึกและความคิดที่ได้รับจากการปฏิบัติ กิจกรรม
C=Connect หมายถงึ การเช่ือมโยงกับประสบการณ์ในชีวติ ทผ่ี ่านมา หรือท่ีตนเองได้เรียนรู้มาแลว้ เป็น
องค์ความรู้ใหม่ A = Apply การปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และ
ประสานหนว่ ยงานภาครัฐหรอื เอกชน ให้ความรใู้ นการปฐมพยาบาลเบ้ืองตน้
7. จัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการและการแข่งขันกฬี าในกลุ่มสาระสุขศึกษาและพล
ศึกษา
8. ครใู ช้วธิ ีการสอนแบบ Active learning และใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning
Community) ในการแก้ปญั หาการเรยี นการสอน
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ น้ื ท่เี ป็นฐาน เพื่อพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
43
นโยบายและมาตรการ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
1. จัดกิจกรรมด้านทัศนศิลป์ ให้นักเรียนสามารถสร้างผลงานด้านศิลปะเกี่ยวกับวัฒนธรรม
ทอ้ งถิ่นพนื้ บา้ น และตามจนิ ตนาการอยา่ งสรา้ งสรรค์ ตามบริบทของสถานศึกษา
2. จัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนสามารถเล่นเครื่องดนตรีไทย หรือดนตรีสากล หรือดนตรี
พ้นื บา้ น และรอ้ งเพลงได้ตามความสนใจของตนเอง
3. จัดกิจกรรมส่งเสริมใหน้ กั เรยี นสามารถแสดงออก ทางดา้ นนาฏศลิ ป์ไทย นาฏศิลปส์ ากลหรือ
นาฏศลิ ปพ์ ื้นบ้านได้
4. ส่งเสริม สนับสนุนนักเรียนให้เข้าร่วมประกวด แข่งขัน ทักษะทางวิชาการ ด้านศิลปะใน
ระดับตา่ งๆ
5. ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมด้านดนตรีให้มีความเป็นเลิศตามบริบทของ
โรงเรียนอย่างนอ้ ย 1 ประเภท
6. ครูใช้กระบวนการ PLC (Professional Learning Community) ในการแก้ปัญหาการเรยี น
การสอน กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ
แนวทางการดำเนินงาน
1. การดำเนนิ งานด้านทัศนศลิ ป์
1.1 จัดกจิ กรรมชมุ นมุ หรอื กลมุ่ สนใจดา้ นทศั นศลิ ป์ในโรงเรยี น และมกี ารดำเนนิ การ
อย่างเปน็ รปู ธรรม ดังน้ี
1.1.1 นักเรียนช้นั ป.1-3 สามารถวาดภาพระบายสีไม้ และปน้ั รูปนนู ตำ่ ได้
1.1.2 นักเรยี นช้นั ป.4-6 สามารถวาดภาพระบายสชี อล์ก/สนี ้ำ และปนั้ รูปนูนสูงได้
1.1.3 นักเรียนชน้ั ม.1-3 สามารถวาดภาพระบายสีโปสเตอร์ และปัน้ รูปลอยตัวได้
1.2 สง่ เสรมิ และสนบั สนุนนักเรยี นที่มคี วามสามารถพิเศษด้านทศั นศลิ ป์ ส่เู วทีการแข่งขนั
ในโอกาสตา่ ง ๆ
1.3 จัดกจิ กรรมสง่ เสริมและสนบั สนุนใหน้ ักเรียนสร้างสรรค์ ผลงานด้านทัศนศลิ ปไ์ ดต้ าม
ความเหมาะสม
1.4 จดั คา่ ยทัศนศิลป์ /จัดแสดงผลงานนกั เรยี น
2. การดำเนนิ งานด้านดนตรี
2.1 จัดกิจกรรมชุมนุมหรือกลุ่มสนใจด้านดนตรีไทย ดนตรีสากล หรือดนตรีพื้นบ้าน ใน
โรงเรยี น ตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา
2.1.1 นักเรียนชั้น ป.1-ป.3 สามารถเล่นเครื่องประกอบจงั หวะดนตรีไทย ได้แก่ ฉิ่ง กรับ
โหม่ง ฉาบ ใหส้ อดคล้องกบั การร้องเพลง ได้อย่างถูกต้อง
2.1.2 นักเรียนชั้น ป.4-ป.6 สามารถร้องเพลงไทยแบบแผน และเพลงพื้นบ้านได้ เช่น
เพลงลาวเส่ยี งเทยี น เพลงค้างคาวกินกล้วย เพลงลาวเจริญศรี เพลงพม่าทงุ เล เพลงลาวดวงเดอื น
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใช้พนื้ ทีเ่ ปน็ ฐาน เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปงี บประมาณ 2566
กลุ่มนิเทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
44
เพลงแขกบรเทศ เพลงฉอ่ ยเพลงอีแซว เป็นต้น
2.1.3 นักเรียนชั้น ม.1-3 สามารถเล่นเครื่องประกอบจังหวะ และเครื่องดำเนินทำนอง
ประกอบการขับร้องเพลงไทยแบบแผน เพลงพื้นบ้านได้ เช่น เพลงลาวดวงเดือน เพลงแขกบรเทศเพลง
ลาวจ้อย เพลงลาวเสี่ยงเทียน ฯลฯ
2.2 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชนในการแสดง
ศลิ ปวฒั นธรรมดนตรใี นโอกาสตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
2.3 ส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรีไทย ดนตรีสากล หรือ
ดนตรีพืน้ บา้ น สู่เวทีการแขง่ ขนั ในโอกาสตา่ ง ๆ
2.4 ส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านขับร้อง สู่เวทีการแข่งขันใน
โอกาสตา่ ง ๆ
2.5 สง่ เสริมและสนับสนุนใหโ้ รงเรียนจดั กิจกรรมดา้ นดนตรใี ห้มีความเป็นเลิศตามบริบทของ
โรงเรียนอย่างน้อย 1 ประเภท (ตามความถนดั และความสนใจของนักเรยี น)
3. การดำเนินการด้านนาฏศิลป์
3.1 จัดกิจกรรมชุมนุมหรือกลุ่มสนใจด้านนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์สากล หรือนาฏศิลป์
พนื้ บ้าน ในโรงเรยี น และมกี ารดำเนินการตามบริบทของสถานศึกษา
3.2 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการแสดง
ศิลปวฒั นธรรมในโอกาสต่าง ๆ
3.3 ส่งเสริมและสนับสนุนนักเรียนที่ความสามารถพิเศษด้านนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์สากล
หรอื นาฏศิลป์พน้ื บ้าน ส่เู วทกี ารแข่งขนั ในโอกาสตา่ ง ๆ
3.4 สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหน้ ักเรียนสามารถรำวงมาตรฐาน ได้ตามตวั ชว้ี ดั แต่ละระดับชนั้
นโยบายและมาตรการ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกิจกรรมที่พัฒนาผู้เรียนด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์และ
สังคม มุ่งส่งเสรมิ เจตคติคณุ ค่าชวี ติ ปลกู ฝังคณุ ธรรมและคา่ นยิ มทพ่ี งึ ประสงค์ สง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รียนรูจ้ กั และ
เข้าใจตนเอง สร้างจิตสำนึกในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับตัว และปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อ
สังคมประเทศชาติและดำรงชีวิตไว้ได้อย่างมีความสุข และเพื่อดำเนินตามพระบรมราโชบายด้าน
การศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ “มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตท่ี
มนั่ คงมคี ุณธรรม มีงานทำ–มอี าชีพ เปน็ พลเมอื งด”ี จึงดำเนินการดงั นี้
1. จัดกิจกรรมสง่ เสรมิ กิจกรรมแนะแนวในทกุ ระดบั ชนั้
1.1 จดั กจิ กรรมแนะแนวทางการศึกษา
1.2 จัดกิจกรรมแนะแนวทางดา้ นอาชีพ
1.3 จดั กิจกรรมแนะแนวทกั ษะชวี ติ
2. จัดกจิ กรรมนกั เรยี น โดยกระบวนการ เรยี นร้แู บบ Active Learning
2.1 จัดกิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ทกุ สัปดาห์
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ ้ืนท่ีเปน็ ฐาน เพอื่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาระนอง
45
2.2 จัดกิจกรรมชุมนุม ตามบรบิ ทของโรงเรียน
2.3 จดั กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
แนวทางการดำเนนิ งาน
1. กิจกรรมแนะแนว
1.1 จดั กจิ กรรมแนะแนวทางการศึกษา
1) จัดทำแผนการจัดกิจกรรมแนะแนว ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ให้สอดคล้องกับปัญหาความต้องการในปัจจุบันและส่งเสริมการศกึ ษาตอ่ และการมี
งานทำ
2) จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักตนเองว่ามีความสามารถทางสติปัญญา ความถนัด
ความสนใจอย่างไร ใหส้ ามารถเลือกแนวทางและโอกาสของการศึกษาตอ่ ระดับท่ีสูงขึน้ ได้อย่างเหมาะสม
รักและเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น รู้จักแสวงหาความรู้จากข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศหรือแหลง่
เรียนร้ตู า่ ง ๆ โดยใช้สอ่ื อุปกรณ์ตา่ ง ๆ เชน่ แบบบนั ทกึ แผนชีวิต แบบสำรวจความสนใจแบบสำรวจความ
ต้องการ และแบบสำรวจความถนดั เป็นต้น
3) จดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งความรู้ความเข้าใจและทัศนคตทิ ี่ดีของครูตอ่ การแนะแนว มุ่งเน้น
ให้ครทู กุ คนปฏิบัติตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแกผ่ ู้เรียน
1.2 จัดกิจกรรมแนะแนวทางด้านอาชีพ
ให้ความรู้ ความเข้าใจแกผ่ ้เู รยี นทางด้านอาชีพ โดยจดั กิจกรรมส่งเสริมใหผ้ ูเ้ รียนรูจ้ กั เลอื ก
อาชพี ให้เหมาะสมกบั ตนเอง ความถนัด ความสามารถ ความสนใจ บคุ ลิกภาพ ความต้องการของตนเอง
สามารถวางแผนการประกอบอาชีพได้ รวมทั้งต้องรู้จักอาชีพต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน ลักษณะของงาน
อาชีพ คณุ สมบตั ขิ องผู้ทีจ่ ะประกอบอาชีพ ความกา้ วหนา้ รายได้ ความมนั่ คง และให้ร้จู กั เตรียมตัวเลือก
ประกอบอาชีพทเ่ี หมาะสม เชน่ สง่ เสรมิ การเรียนสายอาชพี แบบทวิภาคี (เรยี นไป ทำงานไป) การศึกษา
การประกอบอาชพี การฝึกอบรมที่จะเขา้ สอู่ าชีพตา่ ง ๆ อยา่ งหลากหลาย
1.3 กจิ กรรมแนะแนวทักษะชวี ิต
ให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้เรียนทางด้านทักษะชีวิต 5 ประการ คือ ความสามารถในการ
สื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกบั ผูอ้ ืน่ ในสังคมได้อย่างมีความสุข เป็น
ผู้ที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความเข้าใจตนเอง และผู้อื่น สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง
ราบร่ืน รู้จักทำตนให้เปน็ ประโยชน์ทง้ั ตอ่ ตนเองและผ้อู ่ืน โดยดำเนินการ ดงั นี้
1) จัดกิจกรรมบูรณาการสอดแทรกทักษะชีวิตพื้นฐาน ในกระบวนการเรียนการสอนทุก
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามมาตรฐานและตัวชี้วัด และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเจตนารมณ์ของ
หลักสูตร เช่น การศึกษาแหล่งเรียนรู้ภายในและภายนอกสถานศึกษา กิจกรรมชมรม/ชุมนุม กิจกรรม
แสดงความสามารถพิเศษต่าง ๆ การศึกษาตามกลุ่มสนใจ/วิชาเลือก หลักสูตรระยะสั้น การอบรมเชิง
ปฏิบัติการกิจกรรมค่าย (Camp) เป็นต้น ซึ่งขณะปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ต้องให้ผู้เรียนได้อภิปราย
แผนนิเทศบูรณาการโดยใชพ้ ืน้ ท่เี ป็นฐาน เพอื่ พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศกึ ษา สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง
46
แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นด้วยประเด็นคำถามให้เกิดการสะท้อน (Reflect) การเชื่อมโยง
(Connect) กับประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาหรือได้เรียนรู้มาแล้ว เป็นองค์ความรู้ใหม่ และการปรับใช้
(Apply) ในชีวิตประจำวนั ของตนเองทง้ั ในปัจจบุ นั และอนาคต
2) จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในทักษะชีวิตเฉพาะภายใต้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เช่น
ปัญหายาเสพติด ปัญหาเอดส์ ปัญหาทางเพศเพศ การตั้งครรภ์ในวัยเรียน ปัญหาการปรับตัวต่อสภาวะ
วกิ ฤต ปัญหาการสร้างสมั พนั ธภาพที่ดกี บั เพ่ือนและผอู้ ื่น เป็นต้น โดยดำเนนิ การ ดังนี้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยหลักสูตรกิจกรรมแนะแนวหรือโฮมรูม เช่น กิจกรรม
เพศศึกษา กิจกรรมทักษะชีวิต สารเสพติด เอดส์ ความรุนแรง การรู้จักเข้าใจตนเอง การจัดค่ายทักษะ
ชีวิต เปน็ ต้น
สร้างทักษะชีวิตเฉพาะปัญหา เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการช่วยเหลือแนะนำ
โดยครูต้องรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล และเป็นผู้ให้ปรึกษา (counselling) ผู้เรียนเป็นรายบุคคลตาม
สภาพปญั หา และความรุนแรงของปัญหา เช่น กจิ กรรมเย่ยี มบา้ นนักเรยี น เปน็ ตน้
สร้างทักษะชีวิตให้ผู้เรียนที่อยู่ในภาวะวิกฤต ด้วยการใช้จิตวิทยาการแนะแนวหรือ
การให้คำปรึกษา (counselling) หรืออาจส่งตอ่ (Refer) กรณีต้องการบำบัดรักษาจากสถานบริการทาง
สาธารณสขุ หรอื หน่วยงานต่าง ๆ เชน่ การตดิ สารเสพตดิ การมพี ฤติกรรมทางจติ เป็นต้น
2. กจิ กรรมนักเรยี น
2.1 กจิ กรรมลูกเสอื /เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด
1) โรงเรียนจัดทำแผนพัฒนาลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด และขับเคลื่อนการดำเนินงาน
อยา่ งเปน็ ระบบ
2) ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการจัดกิจกรรม
การเรยี นรู้
3) โรงเรียนใช้กระบวนการลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด โดยการจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนเพื่อส่งเสริมความเปน็ พลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยโดยยึดแนวทางของหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
4) สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาร่วมกบั โรงเรยี นจัดทำแผนการจัดการเรยี นการสอนเพื่อให้
ครูผู้สอนนำไปใช้
5) โรงเรียนใชก้ ระบวนการ PLC ในการแก้ปัญหาการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนการจัด
กจิ กรรมการเรียนการสอนโดยใชแ้ นวทาง 4 ประการ
ประการแรก คือ การสร้างลักษณะนิสัยให้เด็กเป็นผู้มีความยุติธรรม รู้จักการเสียสละไม่
เห็นแก่ตัว และมคี วามสำนึกในหน้าทท่ี ีต่ นมตี ่อผูอ้ ื่น
ประการที่สอง คือ การสร้างด้านพลานามัย การพยายามเร่งเร้าให้เด็กสนใจในการออก
กำลงั กายอยเู่ สมอประการทสี่ าม การสรา้ งฝมี ือและทักษะ ส่งเสริมและสนับสนุนใหเ้ ด็กสนใจในเร่ืองการ
ฝีมือประการสุดท้าย คือการสร้างจิตสาธารณะ และบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ควรจัดการเรียนรู้ 3
แผนนเิ ทศบูรณาการโดยใชพ้ ืน้ ทเี่ ป็นฐาน เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการจดั การศึกษา สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาระนอง
47
ประการ คือ การฝึกอบรมต้องทันสมัย ต่อความปรารถนาและความต้องการของเด็กในปัจจุบัน การ
ฝึกอบรมตอ้ งเน้นให้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตัวเดก็ เองและแก่ชมุ ชนท่เี ขาอาศัย
ตวั อย่าง การจดั การเรียนการสอนลกู เสอื /เนตรนารี/ยุวกาชาด ได้แก่
1. สิ่งที่ต้องกระทำ ต้องปฏิบัติ กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การอยู่ค่ายพักแรม, กิจกรรม
กลางแจง้ ตา่ ง ๆ เกม, พิธีการตา่ ง ๆ, เครื่องหมายวชิ าพเิ ศษ และการบรกิ ารชมุ ชน
2. การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้กฎและคำ
ปฏิญาณเป็นหลักใหญ่ ใช้ระบบหมู่ หรือระบบกลุ่มเล็ก เป็นกระบวนการในการขับเคลื่อนให้เกิดกับตัว
ผเู้ รยี น
3. เวลา ในการจัดการเรียนการสอนเป็นเรื่องสำคัญ เช่น ต้องไม่ใช่เวลาใกล้สอบไม่อยู่
ในระยะเวลาทด่ี นิ ฟ้า อากาศ ไมอ่ ำนวย
2.2 กิจกรรมชุมนุม จัดให้มีกิจกรรมชุมนุมตามความถนัด ความสนใจของผู้เรียน ให้
สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและตลาดแรงงาน อย่างน้อยคนละ 1 ชุมนุม ซึ่งสามารถดำเนินการได้
หลากหลายวิธี เช่น บูรณาการกับการส่งเสริมทักษะอาชีพ ประสานกับสถาบันการศึกษาด้านอาชีพ
สถานประกอบการ วัดประเมินผลตามสภาพจริง รวมถึงใช้ผลการประเมินในวิชาการงานอาชีพและ
เทคโนโลยไี ด้ดว้ ย
2.3 กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์
1) โรงเรียนจัดกิจกรรมตามความถนัด และความสนใจ มุ่งเน้นให้นักเรียนเกิดคุณลักษณะ
ด้านจิตสาธารณะ และเหน็ ประโยชน์ของสว่ นรวมเปน็ หลกั
2) จัดกิจกรรมบูรณาการผ่านโครงงานคุณธรรมเพื่อสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์และ
นำผลการจัดกิจกรรมไปประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรได้ด้วย เช่น โครงการวัยใส
ใส่ใจผ้สู ูงอายุ เด็กดขี องชุมชน จติ อาสาพาสะอาด เปน็ ตน้
หมายเหตุ ในการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทั้ง 3 กิจกรรม ให้ทุกโรงเรียนใช้กระบวนการ PLC
ในการแก้ปัญหา และพัฒนาผู้เรียนให้มีการสะท้อนคิด ทบทวนกิจกรรม ในวงแคบและเชิงลึก เช่น
ระดับชน้ั เรยี นหรือระดบั กลุ่มย่อย โดยใช้กระบวนการ PLC อยา่ งน้อยสปั ดาห์ละ 1 คร้ัง ไมค่ วรเกิน 30
นาที ระหว่างครูกับครู หรอื ครกู ับนกั เรียน หรืออาจใช้การบูรณาการกบั กลุม่ สาระการเรียนรตู้ า่ ง ๆ
การจัดการเรยี นการสอนและมาตรการปอ้ งกันในสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
มาตรการ
1. เตรียมความพร้อมสถานที่ เช่น กำหนดสถานที่รับ-ส่งนักเรียนอย่างชัดเจน กำหนดสถานที่
ใหน้ ักเรยี นเขา้ แถวเคารพธงชาติ โดยมรี ะยะหา่ งทางสังคม จัดโตะ๊ เรียนในหอ้ งเรียน จำนวนไมเ่ กนิ 20 –
25 ตัว มีการเว้นระยะห่าง 1 – 2 เมตร ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศภายในห้องเรยี นเพื่อให้มีอากาศถ่ายเท
ไดส้ ะดวก
แผนนเิ ทศบรู ณาการโดยใชพ้ นื้ ทเ่ี ป็นฐาน เพอ่ื พัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566
กลุ่มนิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาระนอง