๔ ปรบั Mindset สกนั ิด ชวีิตเปลี่ยนพิมพ์ครั้งแรก เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ รวมเล่มกับไมม่เวลาี (หรือไมค่ ิด) ที่จะปฏิบัติธรรมภาพปก คุณชนกพร ถิ่นพังงาภาพประกอบภายในเล่ม คุณชนกพร ถิ่นพังงาพิมพ์ที่ หจก.ไอเดีย กรุ๊ป ปริ้นท์ติ้ง แอนด์แอดเวอร์ไทซิ่ง๓๐๐/๒๕๓ หมู่๑๐ หมบู่ ้านแกรนด์วิว ต.แมเห่ยะีอ.เมองืจ.เชียงใหม่๕๐๑๐๐
๕พระกรภพ กิตฺติปฺโการศึกษา ประถมและมัธยมตน อัสสัมชัญ บางรักมัธยมปลาย เตรียมอุดมศึกษา พญาไทปริญญาตรีบัญชีจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาวิทยาลัย Santo Tomasทางโลก ทํางานธนาคารอยูประมาณปเศษ จึงไปสมัครเขารับราชการตํารวจตั้งแตป๒๕๐๗ - ๒๕๒๐ จากนั้นโอนมารับราชการสานํกงานั ป.ป.ส. ในตาแหนํงผอูานวยการกองปราบปรามยาเสพต ํดิเพื่อกอต้งกองปราบปรามยาเสพต ั ิดขึ้นในสํานักงาน ป.ป.ส.
๖ ป๒๕๒๕ - ๒๕๒๘ ดํารงตําแหนงเจาหนาที่ประสานงานยาเสพติด ประจําสํานักงานเลขาธิการอาเซียน (คนแรก) ณ กรุงจาการตาอนโดน ิเซียีตามมตคณะกรรมการดิานสงคมของอาเซัยนี๒๕๒๙ลาออกจากราชการไปทาธํรกุจสิวนตวทั่ีสหรฐอเมรักาิ๒๕๔๕ กลบมาเมั องไทย ืทาธํรกุจอสิงหารัมทริพยั โครงการบานและทดี่นจิดสรรั “ภปลายฟูา” จงหวัดเชัยงรายีจนถงึ ป๒๕๕๒จึงไดวางมือจากงานทางโลก ดวยการยกกิจการใหลูก แลวเขาไปถอศื ลปฏ ีบิตัธรรมอยิ ในพระธาตูศรุจอมจีนทรั ซงมึ่อาณาเขตตีดกิบัภูปลายฟางานทางธรรม ตงแตั้ป ๒๕๕๒ - ๒๕๕๔ จดโครงการ ั “อาบนาจํติ” ตอเน องให ื่กบผัตูองขงเรัอนจืาจํงหวัดพะเยาัและเรอนจืาอําเภอเทํงิจังหวัดเชียงรายป๒๕๕๖ จัดโครงการอาบนําจิต เปนเวลา ๓ สัปดาหใหกับผูตองขังเรือนจํากลางสุรินทรป๒๕๕๗ จัดโครงการอาบนําจิต เปนเวลา ๓ สัปดาหใหกับผูตองขังเรือนจํากลางอุบลราชธานีป๒๕๕๘ จัดโครงการอาบนําจิต เปนเวลา ๓ สัปดาหใหกับผูตองขังเรือนจํากลางนครสวรรค
๗ป๒๕๖๑ จัดโครงการพัฒนาจิตวิญญาณเพื่อปลูกฝงจรรยาบรรณของเจาหนาที่ราชทัณฑใหแกเจาหนาที่เรือนจํากลางสมุทรปราการ ๓ รุน เริ่ม มิถุนายน ๒๕๖๑จัดคอรสปฏิบัติธรรมแนวปญญาสัมมาทิฏ ฐิของหลวงพอทูล ขิปฺปปฺโ ทั้งที่สถานธรรม KPY ภูปลายฟาเชียงราย และนอกสถานที่ตั้งแตปลายป๒๕๕๔ เรื่อยมาเขียนหนังสือธรรมะหลายเรื่อง มีทั้งที่สํานักพิมพอมรินทรธรรมะนําไปจัดพิมพจําหนายและที่ญาติธรรมรวมจัดพิมพเพื่อแจกจายบรรพชาอุปสมบทเมื่อวันที่๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ไดรับฉายาวา กิตฺติปฺโ
๘ สารบัญหนาคํานํา ๑๒นักรักสูนักรบธรรม ๑๖รักไมยุง มุงแตเลนฟุตบอล ๒๑ฝกทําชั่วครั้งแรก ๒๓คบคนพาล พาลพาไปหาผิด ๒๕เริ่มรูสึกวาผิดปกติ ๒๗จะเปนบารมีเกา (???) ๒๙นารีพิฆาต ๓๓อะไรจะเกิด มันก็ตองเกิด ๓๗หลงโลก ๔๖หวังวาผาเหลืองจะชวย ๕๐เกิดปญญาทางธรรม ๕๒วิปสสนึก ๕๕มีรักยอมมีทุกข๕๗เลิกหลงโลกและเดินทางธรรมเต็มตัว ๖๐เขาคุกครั้งแรกในชีวิต ๖๒
๙หนาเจอธรรมะหลวงพอทูลในเรือนจํา ๖๔แรงบันดาลใจใหเขียนหนังสือ และ จัดคอรสธรรมะ ๖๗ปรับ MINDSET สักนิด ชีวิตเปลี่ยน ๘๑หลักธรรมที่เปนหัวใจของศาสนาพุทธ ๘๗โลกิยธรรม และโลกุตรธรรม ๙๙ฆราวาสสามารถบรรลุธรรมไดจริงหรือ ๑๐๗การปฏิบัติขั้นโลกุตรธรรม ๑๑๕Mindset ของชาวพุทธเราเกี่ยวกับการมาปฏิบัติธรรม ๑๒๖กําเนิดสถานธรรม KPY ภูปลายฟา ๑๓๖กําเนิดสถานธรรม LPY เขาใหญ ๑๕๐บทสรุป ๑๖๐ประวัติหลวงพอทูล ๑๖๙บรรลุธรรม ณ บานปาลัน ๑๗๖หลักปฏิบัติ๖ ขอ ๑๘๑วัตรปฏิบัติ๓๘ ไมของ “นักบวช” ศิษยหลวงตานอง ๑๘๓บันทึกการจัดคอรส “ทําไดไดธรรม” ๑๘๖ภาคผนวก ๒๐๐
๑๐
๑๑หลวงตาน้องพระกรภพ กิตฺติปญฺโญ
๑๒ คํานํา...ที่ยาวสักนิดเมื่อ ๑๒ มี.ค. ๒๕๖๙ หลวงตาสงไฟลหนังสือเลมนี้มาใหสม บอกวาใหสมชวยออกแบบปกหนา – หลังใหหนอยสมรสูกวึาหนงสัอเลืมน คงจะเป ี้นเลมสดทุายทหลวงตาจะเขี่ยนจรีงๆิสมก็เลยขออนุญาตหลวงตาวา อยากใหเปนเลมประวัติศาสตรโดยขอใหหลวงตาเขียนประวัติยอๆของหลวงพอทูล ขิปฺปปฺโไวทายเลม และขณะเดียวกัน สมก็จะขอเขียนประวัติหลวงตาจากความทรงจําอันนอยนิดของสม ที่หลวงตาเคยเลาใหฟง กับที่สมไดสัมผัสดวยตัวเองไวและเนื่องจากจะเปนเลมประวัติศาสตรสมจึงขอหลวงตาวา อยาเพิ่งรีบพิมพออกมาแบบเลมอื่นๆ ของหลวงตาที่เขียนเสร็จก็สงโรงพิมพเลย แตเลมนี้ขอใหออกมาในวาระทหลวงตาบวชครบี่๑๔ พรรษาในวนทั ี่๑๔ กรกฎาคม ๒๕๖๙ดูเผินๆ ๑๔ กรกฎาคม ก็เหมือนไมมีความหมายอะไรแตความจริงคือ หลวงพอทูลบรรลุอรหันตในวันที่๑๔ ก.ค. ๑๒ (พ.ศ.๒๕๑๒) และหลวงตาซึ่งไมไดทราบเรื่องนี้มากอน แตหลวงตาบวช
๑๓๑๔ ก.ค. ๑๒ (แตเปน ค.ศ. ๒๐๑๒ หรือ พ.ศ. ๒๕๕๕) และสมก็บวชเดือนกรกฎาคม เหมือนกัน จึงไมนาจะเปนเรื่องบังเอิญ(เพราะไมมีอะไรบังเอิญในโลกนี้) สมเปนคน ยึดมั่น ถือมั่น ในความเกง ความดีของตัวเองมาตลอดชีวิต จนกระทั่งมาไดรูจักหลวงตาเพียง ๒ ปเทานั้น ภูเขาสงแหูงความยดมึนั่ถอมืนั่ในความเกงความดนีนได ั้ถกพูงทลายัลง เหมอนถื กไดนาไมคูถลมภเขาทูงลั้ กใหูราบเร ยบจนมองไม ีเหน็ซากปรักหักพังของความยิ่งใหญแหงภูเขาลูกนั้นอีกเลยหลวงตาไมไดเปนพระที่มีชื่อเสียง ไมมีตําแหนงพัดยศไมคอยมีคนรูจัก ไมมีลูกศิษยลูกหามากมาย ที่สําคัญทานบวชมาเพียง ๑๔ พรรษา แมวาจะอายุ๘๕ ปแลวก็ตาม เพราะหลวงตาพงจะบวชเมึ่อตอนอายืุ่๗๑ ปแตจะแปลกตรงไหน คณลุงแซนเดอรุยังลุกขึ้นมาสราง KFC ใหโดงดังไปทั่วโลกตอนอายุ๖๖ ปเลยแตนั่นแหละ เมื่อเบื้องบนกําหนดมาแลววาทานตองมาเปนผูถือธงนําใหธรรมะแนว “ปญญาสัมมาทิฏฐิ“ ไดคงอยูและดํารงสืบไปในโลกนี้ทานก็ไดทําหนาที่อยางแข็งขันเรียกไดวาไมเคยใช“วันลา” เลยแมแตวันเดียว เพราะทานบอกเสมอวาเวลาของทานเหลือนอย ๑๔ ปของทานจึงเปน ๑๔ ปที่มีคุณคา
๑๔ ไดปลูกเมล็ดพันธุของความเปน “มนุษยที่มีสัมมาทิฏฐิ” ใหกับผูฝกใฝในธรรมมาแลวมากกวา ๑๐,๐๐๐ คน ใหไดนําธรรมะของพระพุทธเจาซึ่งเปน “หัวใจสําคัญ” ของผูที่เกิดเปนมนุษยพึงกระทํา ไปฝกฝนตัวเองและนําไปใชในชีวิตประจําวัน รวมถึงปลูกฝงรากแหงความคิดที่ถูกตองของผูที่ตองการ “พนทุกข”ดวยหนทางทถี่กตูองดวยการเดนตามองคิมรรคตามทพระพี่ทธเจุาไดเมตตากําหนดไวใหอยางชัดเจนสมไดขอความเมตตาใหหลวงตาชวยเลาประวัติของหลวงตาโดยละเอียดไวใหเพื่อเปนกรณีศึกษาและเปนประโยชนในภายหลัง ใหคนรุนตอไปไดมาศึกษาเรียนรูวาคนธรรมดาคนหนึ่งที่เกิด และ เติบโตมาในครอบครัวธรรมดาๆ ไดเรียนหนังสือไดทํางาน จนประสบความสําเร็จมีธุรกิจที่มีมูลคาระดับพันลานก็หาไดเปนผูวิเศษแตกตางจากทุกทานแตอยางใด ก็ยังเปนมนุษยผูเควงควางหลงอยูในกระแสโลก ยังหาคําตอบไมไดวา คนเราเกิดมาทําไม จนกระทั่งไดมาพบพระพุทธศาสนาแมในวัย (ใกลจะ)รวงโรยก็ยังสามารถพบคําตอบที่แทจริง และ หันหลังกลับมาพายเรือ “ทวนกระแส” เพื่อเขาสูเสนทางแหงการพนทุกขได
๑๕สมจึงขอนํามาเลาใหทุกทานฟงแบบสรุปใจความสําคัญและ ขอตั้งชื่อเรื่องของหลวงตาวา “นักรัก สูนักรบธรรม” เผื่อวาเรื่องของหลวงตาจะสามารถเปลี่ยน Mindset ของใครบางคนไดแมเพียง ๑ คน ก็จะเปนประโยชนอันยิ่งใหญที่ธรรมะไดทําหนาที่ของตัวเองอยางเต็มที่
๑๖ นักรกสันู่ ักรบธรรมหลวงตา เปนเด็กที่เกิดมาดวยปมในใจเหมือนคนสวนใหญวา “แมไมรัก” ทานเกิดเมื่อ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ (ถาใหนึกถึงคนรุนราวคราวเดียวกัน ก็ประมาณ เปเลนักฟุตบอลชื่อดังชาวบราซิล คุณชัย ราชวัตร นักเขียนการตูน และ มารธา สจวตนักธุรกิจ และพิธีกรชื่อดังระดับโลก) ทานเปนลูกคนที่๔ ของคุณพอเจือและคุณแมอรุณ มีพี่ชาย ๒ คน และพี่สาวอีก ๑ คนแตพอรูความ จึงรูวาตัวเองและพี่สาวไมใชลูกแทๆ ของแมอรุณเพราะแมทับทิมของตัวเองนั้นจากบานไปตั้งแตยังเล็กมากๆ จึงติดใจมาตลอดวา “แมไมรัก” (แสดงวาหลวงตาเองก็มีนิสัยราดนํารอนตัวเองตั้งแตยังเด็ก ทั้งที่ไมรูความจริงวาทําไมแมทับทิมถึงจากบานไป แตก็มาคิดใหตัวเองเปนทุกขวา “แมไมรัก”) ในบานตอนนั้น จึงเปนไปในลักษณะที่มี“ลูกฉัน” กับ “ลูกเธอ” แตในฐานะที่เปนนองเล็ก หลวงตาก็เลยเปน ”ขวัญใจในบาน” นาจะคงเพราะเปนเด็กนอยผูนารักนั่นเอง
๑๗หลวงตาเรมติ่นชวีตนิกเรัยนที ี่โรงเรยนอีสสัมชัญคอนแวนตั บางรัก และไดตอชั้น ป. ๑ ที่อัสสัมชัญ (ชาย) ภายใตเงื่อนไขวาตองเปลี่ยนมานับถือคริสตเนื่องจากคุณพอของหลวงตาเคยเปนนักเรียนประจํา (เรียกวาเด็กใน) และเคยเปนครู (มาสเตอร) อยูพักใหญและตอนนั้นทานก็ตองนับถือคริสตเชนกัน (บอยครั้งใชไหมคะ ทชี่วีตเรากิ ไม็สามารถเล อกอะไรเองได ื แตกต็องพรอมรบักับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต)และอีกครั้งที่หลวงตาเกิดอาการ “รับไมได” ก็คือ เมื่อรูวาแมอรุณ “กําลังมีนอง” หลวงตางอนและเสียใจสุดๆเพราะรูสึกวาตวเองกัาลํงจะตัองสญเส ูยตีาแหนํงขว ญใจในบ ั านไปในอนาคตแน ๆความอิจฉามันผุดขึ้นในใจตั้งแตยังไมรูชื่อเรียกวา “อิจฉา” ดวยซําและจากนั้นพฤติกรรมของหลวงตาก็เปลี่ยนไป จากเด็กนอยนารักเปนเด็กเกเร เอาแตใจสารพัด ทะเลาะกับพี่ๆเปนประจํา ใครขัดใจไมไดเลย จะรองไหแลววิ่งไปฟองแมซึ่งหลวงตาก็มักจะชนะเสมอจนเมื่อนองชายคนแรกเกิดมา หลวงตาซึ่งตอนนั้นอายุ๖ ขวบยิ่งมีพฤติกรรมที่เกเร กาวราวขึ้นเปนลําดับ จะเกเรและพาลกับทุกๆ คน เพราะตอนนี้มีทั้ง ลูกฉัน ลูกเธอ และ ลูกเรา (จัดไดวาตอนทหลวงตาเป ี่นเดก็กม็มีจฉาทิฏฐิ ไมิตางจากคนท วไปเลยนะคะ ั่ )นักรักสูนักรบธรรม
๑๘ แพ้ไม่เป็นเมื่อหลวงตาอายุไดประมาณ ๑๑ ปก็ไดพบกับแมตัวเองเปนครั้งแรก และไดทราบความจริงวา ที่แมทับทิมตัดสินใจแยกทางกับคุณพอ เพราะรับไมไดที่คุณพอมีคนอื่น และมาทราบภายหลังวา หลวงตามีนองสาวอีกคนแตไมใชลูกของแมทับทิมและแมอรุณแตอยางใด (ตอนนี้หลวงตามีพี่นอง ๖ คนแลว)เมื่อรูความจริงเชนนั้น จึงไดหายรูสึกนอยใจที่หลงคิดวาแมไมรักและจากนั้นก็ไดใชชีวิตแบบมี๒ บาน โดยที่บานแมทับทิมจะมีเพื่อนเลนคือนาชายซึ่งแกกวาหลวงตา ๔ ปและดวยนิสัยที่เกเรเอาแตใจ และถูกแมอรุณตามใจจนเคยตัวแถมยายก็ตามใจอีกนาก็เลยถูกยายตีเปนประจําหลวงตาเปนคนที่ไมคอยจะมีเพื่อน เพราะปกติจะมีนิสัยที่ไม friendly คือกับคนที่ไมรูจัก ก็จะไมมองหนา ไมเริ่มตนการสนทนา จะเปนฝายรอใหคนอื่นเปนฝายเขามาทักทายกอนจึงจะสนทนาดวย และงอคนไมเปน เพราะอยูบานมีแตคนตามใจ จึงออกแนวแบบหยิ่งยโสคอนขางมาก
๑๙เกิดปัญญาทางโลกหลวงตาเลาวา สมัยนั้นอัสสัมชัญมีชื่อเสียงเรื่องฟุตบอลจึงใฝฝนอยากเปน “นักฟุตบอล” และไดเลนฟุตบอลเปนครั้งแรกในชวีติจนทาให ํ “หลงรกั” ฟตบอลมากจนไดุมาเรยนตีอท โรงเร ี่ยนีเตรียมอุดมศึกษาพญาไท ก็ไดมีโอกาสอยูในทีมกับเขาทั้งๆที่ตวเลักท็สี่ดในทุมีและเวลาสวนใหญ กจะเล็ นฟตบอลุมากกวาเรยนีอาทิตยแรกที่มาเรียนที่เตรียมฯ ครูวิชาเรขาคณิตใหขึ้นไปเขียนคําตอบบนกระดาน แตหลวงตาทําไมไดเพราะหลวงตาไมเคยเรียนคณิตศาสตรรูเรื่อง แตใชวิธีทองจําเอา (ธรรมะก็เหมือนคณิตศาสตรใชวิธีทองจําไมไดคะ ) และคิดวาจะใหมาคํานวณเรื่องพายเรือทวนกระแสนํา หรือพายตามนําวาจะตองใชเวลาเทาไรไปทาไม ํ ไมเคยค ดจะไปเป ินทหารเรอซะหนือย (กรรมตดจรวดมากิเพราะตอมาท าให ํหลวงตาเข าใจและ Realized เรองการลอยถาดื่ทวนกระแสนําของพระพุทธเจาอยางถองแท)
๒๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนวันนั้นเปนจุดเปลี่ยนชีวิตของหลวงตา เพราะหลวงตาอายมาก และ ถอดใจที่จะไมเรียนตอที่เตรียมฯ แลว จะขอกลับไปเรยนตีอทอี่สสัมฯัอยางเดมิแตปรากฏว ามสาวๆี ในหอง๒ – ๓ คนมาบอกวาจะชวยต วให ิ มนไม ั ยากอะไรเลย แลวพวกเธอกเร็มอธิ่บายิเปนข นเป ั้นตอนเรองขององศาื่เมอเสื่นตรงเสนหนงตึ่งอยั้บนเสูนตรงอีกเสนหนึ่ง ก็จะเกิดมีมุมตาง และแตละมุมมีองศาเทานั้นเทานี้ซึ่งพอคิดตามไปหลวงตาก็เห็นจริงตามนั้น ก็เห็นจริงๆ วา มันไมไดยากเย นอะไรเลย ็จากนนพวกเธอกั้สอนเร็องกระแสนื่ าํซงเปึ่นเรื่องสรางความปวดหัวมาใหตลอด ซึ่งพอพวกเธออธิบายใหเห็นเปนขั้นเปนตอนก็ถึงบางออ เกิดปญญาขึ้นมาทันทีภายในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงทําใหหลวงตารูวา เพียงเราเปดใจ และ มีกัลยาณมิตรที่ดีและใหแนวทางที่ถูกตอง ก็จะทําใหเราเกิดปญญาไดและไมใชแค understand แตถึงขั้น realized ซึ่งพอกระจางแจงในหลักคิดแลว หลังจากนั้นหลวงตาก็กลายเปนคนเกงคํานวณไปโดยไมรูตัว เมื่อไปสอบเขาคณะบัญชีจุฬาฯ จึงติดอันดับตนๆและตลอดเวลา ๔ ปในจุฬาฯ ก็ทําหนาที่ติวเตอรวิชาบัญชีใหกับเพื่อนแบบเปนขาประจํา
๒๑รกไม ัยุ่ง่มุงแต่ ่เล่นฟุตบอลกอนปดเทอมใหญปลายปหลวงตาสอบลัด ม.๘ ไดแตเกบเป ็นความล บไม ับอกคณพุอ (รายนะเนยี่ )จะไดอยตูอทเตรี่ยมฯีเพื่อจะเลนฟุตบอลเปนงานหลัก หลวงตาจึงไมสนใจการเรียนแตอยางใด แถมยังไดมีโอกาสไปเลนใหกับทีมถวยนอยของสโมสรมสลุมิ (ตอนนนทั้มถี วยใหญ ของมสลุมดิงมากั )จนคนคดวิาหลวงตาเปนอิสลาม เพราะหนาเขม คิ้วดก แถมนามสกุล เอมซบุตร*นั้นก็ไมเหมือนคนไทยทั่วไปหลวงตาไดรับการถายทอดวิทยายุทธจากพี่ๆ ทีมชาติในทีมมุสลิมถวยใหญ จนเปนขวัญใจของสาวๆ ทั้งโรงเรียนเตรียมฯแตหลวงตาไมเคยสนใจที่จะ “จีบสาว” คนไหนเลย เพราะถือคติวา “รกไม ัยงุมงแตุเล นฟตบอลุ ”จงทึ าให ํตลอดชวีตจิ บสาวไม ี เปนเพราะขาดประสบการณ(เชอดื่มียนะั้ )และเลนฟตบอลแบบบุาคลงั่
๒๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเพราะจิตใจหมกมุนอยูกับฟุตบอล เรียกวาถือเอาการเลนฟุตบอลเปน “งานหลัก” สวนการเรียนเปน “งานอดิเรก” และฝนจะเปนนกฟัตบอลทุมี่ชีอเสื่ยงโด ีงด งไปท ั วโลก ั่อยาง เปเลบาง (ตอนนนั้อายุ๑๗ ปเทากัน)* ที่มาของนามสกุล “เอมซบุตร” คนไทยเริ่มใชนามสกุลเมื่อป๒๔๕๖ เนื่องจากคุณปูของหลวงตาซึ่งรับราชการอยูในตอนนั้น เปนลูกชายของกัปตัน Samuel Joseph Bird Ames ชาวอังกฤษ ซึ่งเคยเปนกัปตันเรือสินคาและมาปกหลักเปนผูชวยหัวหนาตํารวจบนเกาะสิงคโปร (สมัยนั้นสิงคโปรเปนสวนหนึ่งของมาเลเซียซงตกเป ึ่นอาณานคมของอิงกฤษั ) และป๒๔๐๓ ไดรบโปรดเกล ัาฯจากพระบาทสมเดจ็พระจอมเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลที่๔) ใหมาจัดตั้งหนวยงานตํารวจของไทยขึ้นเพื่อใหทันสมัยแบบยุโรป เรียกวา “กองโปลิศคอนสเตเบิ้ล” ทําหนาที่แทนขาหลวงกองจับและกองตระเวนซายขวาแบบโบราณ ไดรับพระราชทานศักดินาเปนหลวงรัถยาภิบาลบัญชา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลที่๖) จึงไดโปรดเกลาฯ พระราชทานนามสกุลใหวา “เอมซบุตร” Amesbutr ซึ่งแปลวาบุตรของเอมซ
๒๓ฝึกทําชั่วครั้งแรกเมอเรื่ยนจบจากเตรียมฯีกไปสม ็ครสอบเขัาคณะบญชัจีฬาฯุตามคาสํงของคั่ณพุอ (เหมอนพือแมสมยนัหลายคนที้ชอบบี่งคับลักู )ระหวางที่รอผลสอบอยูเพื่อนขอใหไปชวยสอบเขาคณะรัฐศาสตรธรรมศาสตร (สมัยนั้นธรรมศาสตรมีคณะนี้คณะเดียวที่ตองสอบเขา) โดยวางแผนใหม ีการจัดที่นั่งติดกัน ๕ ที่โดยมือปนรับจาง คือหลวงตาจะนั่งเปนลําดับที่๓ เมื่อไดขอสอบมาก็จะรีบทําใหเสร็จแลวสงไปใหคนที่นั่งลําดับ ๒ ลอกอยางรวดเร็ว เพื่อสงตอลําดับ ๑ขณะเดียวกันก็จะรีบทําชุดสองสงใหกับคนนั่งลําดับ ๔ ซึ่งจะตองรีบลอกเพื่อสงตอลําดับ ๕ ใหทันเวลา และเนื่องจากมีเวลาเหลือหลวงตาก็เลยทําชุดที่สามของตัวเองดวย (คนเราเวลามีปญญาสามารถทําไดทั้งความดีและ ความเลว “ไดดี” ทั้ง ๒ อยาง)โดยไมตองกังวลแตอยางใด เพราะกรรมการคุมสอบคือนักฟุตบอลประเพณีอาวุโสที่สนิทกัน ซึ่งปรากฏวาทั้ง ๕ คนสอบผาน
๒๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนปรากฏวาธรรมศาสตรเปดเรียนกอน ในขณะที่ทางจุฬาฯยังไมประกาศผลสอบดวยซํา หลวงตาจึงไดมีโอกาสไปเรียนวิชานอกหลักสูตรมากมายบนหอพักนักศึกษาของคณะรัฐศาสตรธรรมศาสตรตั้งแตวิชาปนแปะ (ที่มาของกิจกรรมปนแปะนี่เอง) รัมมี่ไฮโล ไปจนถึงหนังโปสวนวิชาในหลักสูตร แทบไมมีโอกาสไดเรียนแตอยางใด แตในที่สุดเมื่อผลสอบประกาศวาไดบญชั ีจุฬาฯหลวงตาก็ตัดสินใจไปเรียนตามที่ไดสัญญากับคุณพอไวเพราะรูวาขืนเรียนที่นี่คงไมมีวันจบ
๒๕คบคนพาล พาลพาไปหาผิดเมื่อเขามาเรียนที่คณะบัญชีระหวางที่กําลังเรียนอยู ป๑นั้น เพื่อนคนเดิมก็มาขอใหไปเปนมือปนรับจางไปชวยสอบเขาศุลการักษ (เพราะรูตัววาเรียนคณะรัฐศาสตรนี้ไมจบแนเพราะสวนใหญเอาแตเรียนวิชานอกหลักสูตร) โดยใชแผน เขียนชื่อและหมายเลขประจาตํวสอบสลับกันัดวยความสงสารเพอนกื่ต็องจ ดให ั เปนครั้งที่๒ตอมาขณะที่เรียนอยูปลายป๑ ที่บัญชีนั้น เพื่อนคนเดิมไดคืบเอาศอก มาขอใหไปชวยสอบ ม. ๘ ใหกับเพื่อนรุนพี่อีกคนทเลี่นอย ในทูมมีสลุมถิ วยใหญ และเลนทมชาตีดิวยแตครงนั้มี้การีสอบหลายวนัจงตึ องวางแผนให รดกัมุ (คนมปีญญามกจะรอบคอบัเสมอ) คือ ใหเดินไปสงกระดาษสอบพรอมกัน กระดาษสอบก็จะอยูซอนติดกัน ซึ่งจะทําใหผูคุมสอบไมทันสังเกตวาเขียนชื่อและ
๒๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเลขประจําตัวสลับกัน ทุกอยางผานไปดวยดีจนวันเกือบสุดทายคือการสอบวิชา “ศีลธรรม” กรรมการคุมสอบซึ่งยืนคุมเชิงอยูที่โตะ ทานก็จับแขนของหลวงตาและเพื่อนไวแลวกระซิบวาใหมาพบทานเปนสวนตัว ทานบอกวา เมื่อทําผิดก็ยอมรับผิดอยางลูกผูชาย แลวทานจะไมเอาเรื่อง เพราะทานเปนแฟนฟุตบอลตัวยง ทานจึงรูวาใครเปนใคร แตขอใหอยากลับเขามาอีกเพื่อใหเปนขาดสอบ ถือเปนโมฆะไป หลวงตาก็ไดแตกราบขอบคุณในความเมตตาของทาน และเข็ดจนตายเลิกเปนมือปนรับจางอยางเด็ดขาด จนถึงวันนี้จึงกระจางวา ทําไมพระพุทธเจาจึงกําหนดมงคลสตรูขอแรกไว วา การไมคบคนพาล (อะเสวะนาจะ พาลานงั) เปนมงคลชีวิตประการแรกที่สําคัญที่สุดเพื่อปองกันตนเองจากบาปอกุศลและการชักนําไปในทางที่ผิด
๒๗เริ่มรูส้ ึกว่าผิดปกตินกฟัตบอลจุฬาฯุทกคนมุประสบการณ ี “ขนครึ้ ”ูเปนอยางด ีเพราะเปนประเพณีวา หนุมบริสุทธิ์คนใดในทีม พี่เกาก็จะมีหนาที่พาไปหาประสบการณซึ่งหลวงตาก็เปนคนหนึ่งในทีมที่ตองเสียความบริสุทธิ์ไปดวย แตแทนที่หลวงตาจะเปนแบบเพื่อนๆ พี่ๆในทีมทั้งหลาย ที่จะเอ็นจอยกับการเที่ยวผูหญิงในทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส แตกลับรูสึกกึ่งอยากกึ่งไมอยากแบบบอกไมถูก และในตอนหนึ่งขณะที่เขาไปถึงสถานที่นั้น (สมัยนั้นเรียกวา “ซองโสเภณี”) มีคนเมาคนหนึ่ง ทั้งกลิ่นตัวและกลิ่นเหลาเหม็นคลุงขณะเดินผานและเขาไปจูงมือผูหญิงคนหนึ่งเพื่อไป “ขึ้นหอง”ก็เกิดความรูสึกสงสารผูหญิงคนนั้นจับใจวา เธอจะตองทนกับกลิ่นเหม็นนั้นขนาดไหนขณะที่เธอตองทําหนาที่เพื่อแลกกับเงินมาเลี้ยงชีวิต ตั้งแตนั้นมาภาพนั้นก็ติดตามาตลอด จึงเลิกเที่ยวแบบพวกผูชายทั่วไปมาตลอดชีวิต
๒๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนอีกเรื่อง คือ คานิยมสมัยนั้นผูชายแมนๆ จะตองสูบบุหรี่กินเหลา ก็เลยมีโอกาสมาฝกวิทยายุทธตอที่จุฬาฯ นี้แตแปลกที่หลวงตาไมเคยรูสึกสนุกในการกินเหลาแตอยางใดเลย แตบุหรี่กลับถึงขั้นติด แมวาจะเปนคนสูบบุหรี่แตเวลาไปเที่ยวไนทคลับตามสมัยนิยมของลูกผูชาย (สมัยนั้นยังไมมีผับ) ในขณะที่หนุมนอยหนุมใหญที่เขาไปนั้น ตางดื่มกินและสนุกกับเสียงเพลงที่เราใจจากวงดนตรีหลวงตากลับอึดอัดกับเสียงเพลงนั้น ทั้งๆ ที่เปนคนชอบฟงเพลง แตจะไมใชเพลงแบบอึกทึกเชนนั้น และจะรูสึกหายใจไมออกกับควันบุหรี่ยิ่งเหลาแลวไมตองพูดถึง สั่งมาแกวเดียวนั้น ก็ยังดื่มไมหมด
๒๙ฤาจะเป็นบารมเกี ่า (???)ชวงปดเทอมใหญหลังเรียนจบ ป๑ หลวงตาเกิดความคิดขึ้นมาวาอยากจะบวชเพราะรูสึกวาเปนผูชายควรจะตองบวชตามประเพณี(เปนความเชอตื่งแตั้สม ยโน ันมาถงสมึยนั )ี้แตเนองจากื่อายุเพียง ๑๘ ปเศษ จึงบวชไดแคเณร บวชอยู๒ อาทิตยไมไดรูธรรมะอะไรเลยนอกจากไดหัดสวดมนตทําวัตรเชา และเย็น กับเณรพี่เลี้ยง ซึ่งชอบที่จะพาไปดูทีวีที่กุฏิเจาอาวาส มากกวาพาสวดมนต โดยเฉพาะอยางยิ่งวันที่ถายทอดสดมวยเวทีราชดําเนินและเวทลีมพุนิีซงจะมึ่พระีเณร มานงเชั่ยรีมวยกนอยัางสนกสนานุทําใหหลวงตาเกิดความสงสัยในใจวา “มันใชเหรอ”
๓๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนและตอนเรียนจบป๔ ระหวางรอฟงผลสอบก็ขอใชโอกาสนั้นไดบวชเปนพระสมใจ แตเนื่องจากแมทับทิมพาไปบวชที่วัดเดิมที่เคยบวชเณร เพราะแมคุนเคยกับรองเจาอาวาส เนื่องจากไปดหมอและขอเลขกูบทั านเป นประจ าํ (สายมตูวแมั )ตกลงตลอดเวลา๓ อาทิตยที่เปนพระก็เลยไมมีโอกาสไดรูจักธรรมะแตประการใดแตคุณพอ คุณแมตางภูมิใจในตัวหลวงตามากที่ไดบวชสมกับเปนลูกชายของทาน และหลวงตาเองก็นึกวา ไดบุญมากที่ไดมีโอกาสบวชทั้งเณร ทั้งพระ หารูไมวาไปยืนอยูปากทางสูนรกแลวทั้ง๒ ครั้ง
๓๑เพยรที ั้งกลางแจ้ง และ ในรม่ตอนป๒๕๐๒ และ ๒๕๐๓ หลวงตาไดถูกเรียกตัวใหเขารวมฝกซอมเพื่อคัดเลือกตัวไปเลนทีมประเพณีทั้ง ๒ ปแตฝมือก็ยังไมโดดเดน จึงไมติด ๑๘ คนสุดทาย จนหลังจากที่ไดมีโอกาสแสดงฝมือในทีมชาติอายุ๒๐ ปทําใหป๒๕๐๔ ก็ประสบความสําเร็จไดเปนตัวจริงในทีมจุฬาฯ แขงบอลประเพณีและไดแสดงฝมออยืางเตมท็ ี่จนทาให ํจฬาฯุสามารถตเสมอกีบธรรมศาสตรัดวยสกอร๐ ตอ ๐ หลังจากที่แพมาหลายปนอกจากกีฬากลางแจงอยางฟุตบอลแลว หลวงตาก็ยังเชยวชาญกี่ฬาในร ี มในคณะฯ ทงหมากรั้กุหมากฮอสโปกเกอรบรดจิ รมมั ี่ปนแปะ เลยบตี๊ยุ ไฮโลไปจนถงทายเบอรึแบงคกนัจนถงขึนทั้ี่มมตีเอกฉินทักนวัา ควรเปลยนชี่อทางนื่ตินิยัจากคณะพาณชศาสตริ และการบัญชีใหสมกับทางพฤตินัย เปนคณะพาณิชศาสตรและการพนัน ใหรูแลวรูรอดไป
๓๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนก็จัดไดวาหลวงตา อยูในกลุมของผูมีความเพียรอยางแรงกลา แตมิแนใจวาตอนนั้นนักศึกษาอยางหลวงตา เปนมิจฉาวายาโม หรือ สัมมาวายาโมกันแนนะคะ
๓๓นารพี ิฆาตตามที่หลวงตาบอกวา การเรียนเปนงานอดิเรก งานหลักก็คือเลนฟุตบอล กับกีฬาในรมตางๆ ดังที่กลาวมา และถือคติรักไมยุง มุงแตเลนฟุตบอล แตก็ไมวายกลายเปนความ “หมั่นไส”ของสาวๆ ที่ไมใหความสนใจในตัวเธอ จึงมีคนอยากจะเอาชนะดวยการเขามาหาเรื่องพูดคุย แลวก็เลยคบหากันตอ ถึงขนาดที่เธอพาไปบานเพื่อรูจักพอแมของเธอ และทําทาจะลึกซึ้งเกินเพื่อนแตพอเจอเง อนไขว ื่าถาเลยเถดขนาดนินั้เมอเรื่ยนจบจะตีองแตงงานกับเธอ หลวงตาเลยถือโอกาสชิ่งและยุติความสัมพันธไวที่ตรงนั้นปลายป๒๕๐๔ มสาวรีฐศาสตรัมาแนะนาตํววัาพอของเธอกบพัอของหลวงตาทางานอยํทูเดี่ยวกีนัและจากนนเธอแวะมาเยั้ยมี่หลวงตาที่คณะฯ บอยขึ้น บอยขึ้นแลวก็บอยขึ้น จนกลายเปน“ขาประจํา” และตั้งแตบัดนั้นก็เลยเปนที่รูกัน ไปทั่วทั้งคณะบัญชีและรฐศาสตรัรวมถงขึ ามไปคณะอ กษรศาสตรั และเพอนๆื่นกเรัยนีเตรียมฯ ที่อยูคณะอื่นๆ ในจุฬาฯ ดวยวาเปน “แฟนกัน”
๓๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนจนกระทั่ง หลวงตาไดเขาไปทํางานที่ธนาคารที่พออยูแมจะไมอยากไปทําเพราะมีเคมีไมตรงกันกับผูใหญของธนาคารกตาม็ (ใชชวีตดิ วยความไม อยากไม ใชเลนนะ !)แตดวยแรงเชยรีของสาวรัฐศาสตรที่บอกวาเงินเดือนงามจะไดเก็บเงินแตงงานไดเร็วๆก็เลยตัดสินใจตามแรงเชียรทําไดประมาณ ๓ เดือนก็มีคําสั่งจากเบื้องบนไปถึงผูจัดการฝายบุคคล (HR) ใหอบรมมารยาทหลวงตาเนื่องจากหลวงตาไมไหวผูใหญทานนั้นทุกครั้งที่ทานเดินผานเหมอนทืที่กคนทุาํกเลยย็ นใบลาออก ื่ทงเงิ้นเดิอนๆืละ ๒,๑๐๐ บาทและไปรับเงินเดือน ๙๐๐ บาท (สมัยนั้นทองบาทละ ๕๐๐ บาท) ที่ธนาคารกรุงเทพ เมื่อความทราบไปถึงสาวรัฐศาสตรเธอจึงโกรธเอามากๆ ถึงกับพูดออกมาวา ถาเก็บเงินชาแบบนี้เธอคงรอไมไหวหลวงตาก็เลยสวนไปวา รอไมไหวก็ไมตองรอ ความสัมพันธก็เลยขาดสะบั้นไปดวยประการฉะนี้(ริเปนชาวสวนตั้งแตหนุมๆ)เมื่อมาอยูที่ธนาคารกรุงเทพ สํานักงานใหญจึงไดพบกับสาวบัญชีจุฬาฯ ซึ่งเปนที่สนใจของหนุมๆ แบงคหลายคน หลวงตาจึงไดรับมอบหมายใหเปน “พอสื่อ” เพราะบัญชีรุนเดียวกันแตทําไปทํามาก็เขาตํารา “พอสื่อเอาไปกิน”
๓๕นารีพิฆาตอยทูสี่านํ กงานใหญ ั ได ประมาณ ๓ เดอนืหลวงตาขอยายไป สาขาหาดใหญเพื่อไปเลนใหกับทีมหาดใหญและทีมรัฐเปอรลิสของมาเลเซยี (สมยนันย้ั งไม ัม ฟีตบอลอาชุพแตีแอบจ ายเป นเบยเล้ียง้ี ) ทางธนาคารไมใหยายหลวงตาจงขอลาออกึ เลยประนประนอมก ีนัภายใตขอตกลงกับทางสํานักงานใหญวาจะตองไมขอยายกลับกรุงเทพฯ ภายใน ๒ ปเพิ่งยายมาอยูหาดใหญไดประมาณ ๔ เดือนก็ไมรูมีอะไรมาดลใจใหไดเกิดการพูดคุยกับสาวบัญชีจุฬาฯ ตอถึงขั้นทําพิธีแตงงานกัน แลวก็มาใชชีวิตรวมกันที่หาดใหญ๔ – ๕ เดือนผานไป ชีวิตครอบครัวดูเหมือนโรยดวยกลีบกุหลาบ เธอนารัก ออนหวาน เสมอตนเสมอปลายตลอดมาแตหลังจากเธอทองก็เริ่มงอแงมากขึ้น โดยอางวาเกิดจากอาการแพทอง จนในที่สุดเธอดึงดันจะขอกลับกรุงเทพฯ ไปอยูกับพอแมอางวากังวลเรื่องลูก เนื่องจากหลวงตาไมตองการผิดคําสัญญากับธนาคาร วาจะไมขอยายกลับภายใน ๒ ปจึงทําใหหลวงตาตองลาออกมาทั้งๆ ที่ทางธนาคารไมอนุมัติใหลาออก และกําลังจะมีคําสั่งแตงตั้งใหเปนสมุหบัญชีซึ่งจะทําใหไดเปนสมุหบัญชีตั้งแต
๓๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนอายุยังไมครบ ๒๓ ปดีนาจะอายุนอยที่สุดในประวัติศาสตรของธนาคาร แตศรีภริยาของหลวงตายืนกรานทาเดียววาจะกลับกรุงเทพฯ และหลวงตาตองกลับไปดวยเรื่องนี้ก็ทําใหหลวงตาตองยอมรับตามคํากลาวที่วาคนโสดนั้นคือ บัณฑิต คนคิดผิดก็ไปมีครอบครัว เพราะมแตี เรื่องวุนวายจริงๆ
๓๗อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิดตอนนนั้หลวงตาตดหนิงซัรียีทวีีเรองื่ The Untouchable (สงมอมเมาทางโลก ิ่มนมัมานานแลีวนะ ) เปนหนงแนวสับสวนจืบกัมุที่พระเอกเปนนายตํารวจ FBI ที่เกงกาจ ก็ไดดูซีรี่ยนี้แบบชื่นชมพระเอกมากๆๆๆๆ ภาคภาษาไทยตั้งชื่อหนังซีรี่ยนี้วา “สันติบาลเหล็ก” ระหวางรองานใหมอยูเพื่อนของคุณพอตา ซึ่งเปนนายตํารวจใหญอยูสันติบาล มาชวนไปเปนตํารวจสันติบาล(หลวงตานึกวาจะไดเปนสันติบาลเหล็กอยางในหนัง) แตตามระเบียบเนื่องจากจบบัญชีจึงตองไปเปนพลตํารวจ (เงินเดือน๔๕๐ บาท) อยูในแผนกงบประมาณ กองการเงินกอน รอรับการอบรมเสร็จจึงจะบรรจุเปน ร.ต.ต. เงินเดือน ๗๕๐ บาท บวกคาวิชา๑๕๐ บาท แลวจึงจะขอยายไปสันติบาล ระหวางนั้นมีโอกาสไดวางระบบการเงินใหกับกรมฯ จนเปนที่ยอมรับ โดยไมรูตัววาไดไปสก ดชัองทางการหาเงนิ “ใตโตะ” ของทางแผนกเงนิซงทึ่าให ํ
๓๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหัวหนาแผนกเงินซึ่งเปนรุนพี่บัญชีจุฬาฯ ไมพอใจเปนอยางยิ่งและกรรมนั้นสงผลภายหลังอยางไมคาดคิดเปน ร.ต.ต.อยูปเศษ มีโอกาสสอบชิงทุนไป เรียน ป.โท ตอที่ฟลิปปนสเพื่อหวังจะไดกลับมาปรับยศจาก ร.ต.ต. เปน ร.ต.อ. (ตอนนั้นหลวงตารูแลววา FBI กับ สันติบาล มันคนละเรื่องกัน)เจาของทุนสงไปเรียนภาษาที่ A.U.A. แบบเต็มเวลา ก็เปนเหตุใหไดพบกับ คุณนุกูล ที่จบจากคณะอักษรศาสตรจุฬาฯ และเปนบรรณารักษอยูที่ A.U.A. จนกลายเปนกัลยาณมิตรที่พัฒนามาเปนคนรูใจ (คบซอนนะจะ)ในขณะที่ภรรยาซึ่งเมื่อคลอดลูกแลวก็แสดงอิทธิฤทธิ์มากขึ้นทุกวัน จึงเกิดกรณี“ขิงก็รา ขาก็แรง” ที่เคยหวานชื่นมานําตาลเริ่มขม มีการทะเลาะเบาะแวงกันวันละ ๓ เวลา หลังอาหารสรางความอึดอัดใหกับหลวงตาเปนอยางมาก หากตอนนั้นหลวงตามี “ปญญาสัมมาทิฏฐิ” ยอมกมหนารับกรรม ทุกอยางก็คงผานไปไดดวยดีเพราะคุณพอตาและคุณแมยายนั้นรักหลวงตาเหมือนลูกแทๆของทานจริงๆ แต “หลวงตาไมทน” เมื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัย Santo Tomas หลวงตาก็ขอหยากับภรรยาทางไปรษณยีและเมอเรื่ยนจบกลีบมาักไปหย ็าขาดกนอยั างเป นทางการ
๓๙อะไรจะเกิด มันก็ตองเกิดเมื่อหลวงตาขอหยาทางไปรษณียแลว ก็มาสานสัมพันธอนดักีบคัณนุกุลูซงตอนนึ่นรั้สูกวึาชางแตกตางจากภรรยาเกาแบบหนาม อเป ืนหลงมัอืเนองจากตอนนื่นยั้งไม ั ไดรจูกธรรมะแตัอย างใด ยัง “หลงโลก” แบบเต็มๆ จึงคิดท่ีจะเอาหวงมารัดมืออีก ตอมาคุณนุกูลก็ตามมาเรียน ป.โท ที่มหาวิทยาลัยเดียวกันตน ป ๒๕๑๒ เ ดินทางกลับมาพรอมดวยวุฒิรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๒ แตมารูตัววา “แปก” จากผลกรรมที่เคยไป “หักหนาเรื่องการเงิน” ไวเม ื่อกอนไป และหัวหนาแผนกเงิน ไดรับแตงตั้งเปนหัวหนากองการเงนิทาให ํ “เรองปร ื่บยศถักดองู ”กวาจะได เปนร.ต.อ. ใชเวลาเกินความจําเปนไป ๑ ปเต็มๆ แตก็ยังโชคดี(คิดเขาขางตัวเอง) ไดกลับมาแตงงานกับคุณนุกูล ตามที่ตั้งใจตุลาคม ๒๕๑๓ ปรับยศแลว ยายไปอยูแผนกทะเบียนพลตามวุฒิที่จบมา ทําทาจะ “รุงเรือง” เพราะไดรับมอบหมายจากหัวหนาแผนกทะเบียนพล ใหปรับโครงสรางกรมตํารวจใหเหมาะสมตามหลักวิชาการ แตปรากฏวา “รุงริ่ง” เพราะผูบังคับบัญชาที่สูงกวาหัวหนาแผนกทะเบียนพลไมเลนดวย และคิดวาหลวงตารวมกับหัวหนาแผนกทะเบียนพลคิดกบฏตอทาน จึงถูกยายหนาที่แบบ “สงไปดอง” อยูเปนปจนเมื่อไดเคลียรกันวา
๔๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหลวงตาเพียงแตทําตามคําสั่งผูบังคับบัญชาโดยใชความรูที่เรียนมาไมไดรูตนสายปลายเหตุแตอยางใด จึงไดรับการอภัยโทษและไดรับแตงตั้งใหไปเปนสารวัตรกองสืบสวนนครบาลธนบุรีตนป๒๕๑๕ป ๒๕๑๖ ไดมีโอกาสมาแสดงฝมือรวมกอตั้ง หนวยปราบปรามยาเสพติดของนครบาล (นปส.น) ซึ่งตองทํางานรวมกับตํารวจตางชาติหลายชาติจนไดรับการยกยองวาเปนหนึ่งในวงการบูลิ้ม และในป๒๕๒๐ จึงไดมีโอกาสมารับหนาที่ดูแลดานการปราบปรามยาเสพติดของประเทศ โดยโอนจากตํารวจไปกอตั้งและเปนผูอํานวยการกองปราบปราบยาเสพติดของ สํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส) และป๒๕๒๕ ไดรบการคั ัดเลือกใหไปดํารงตําแหนง Narcotics Desk Offi cer (NDO) ซึ่งตั้งขึ้นมาใหมในสํานักเลขาธิการอาเซี่ยนซึ่งตั้งอยูที่กรุงจารกาตา ประเทศอินโดนีเซีย จนครบเทอม ๓ ปกลับมาเมืองไทยในป๒๕๒๘ ในขณะที่กําลังรุงโรจนกําลังจะไดเปนรองเลขาธิการ ดูแลงานที่เปนหัวใจของ ปปส. อีกไมก่ีปก็นาจะไดเปนเลขาธิการ เพราะยังเหลืออายุราชการ อีกตั้ง๑๖ ปและนาจะกาวขึ้นไปถึงขั้นปลัดกระทรวงไดไมยาก แตดวยสันดาน (หลวงตาใชคํานี้) ที่หยิ่งยโส ดื้อรั้น ไมสนใจคํา
๔๑อะไรจะเกิด มันก็ตองเกิดขอรองทดทานของผั ใหญ ู ในวงการยาเสพต ดทิงหลายั้หลวงตาจงไดึ จบชวีตราชการเพิยงเทีาน ี้โดยขอพาครอบครวไปตายเอาดาบหน ัาที่สหรัฐอเมริการะหวางที่ใชชีวิตคูกับคุณนุกูล ตั้งแตป๒๕๑๓ ก็แสนจะมีความสุข (หลงโลกมากๆๆๆๆ) แถมเธอให“วีซา” วาหลวงตาจะไป “กกกุกิ๊”กบใครได ัทงนั้นั้ขอเพยงอยี าให ถงกึบมัลีกูอยาเปนแบบ full time และก็อยาประเจิดประเจอเทานั้น จะหาภรรยาที่แสนจะประเสริฐแบบนี้ไดที่ไหน จนมีลูก ๓ คน แตหลวงตาก็ยังใช “วีซา” ออกแนว “ซา” มากเกิน ซึ่งเปนการ “ทํารายจิตใจ”คุณนุกูลอยางมาก จนคุณนุกุลงอนถึงขั้นไมใหถูกเนื้อตองตัว(ซงหลวงตากึ่ท็าตามนํนั้ไมคดจะงิอคณนุกุลแตูอย างใด )แตคณนุกุลูก็ยังคงเปนภรรยาที่แสนประเสริฐ ที่ไมไดแสดงอาการใดๆ ใหใครเห็นผิดปกติแมแตกับลูกๆ ก็ไมเห็นความผิดปกติเธอก็ยังสอนใหลูกรักและเทิดทูนคุณพอเหมือนเดิมทุกประการ
๔๒ เข้าวัดขณะที่ยังรับราชการอยูและ กําลัง “หลงโลก” อยางสุดๆอยูนั้น ไมวาจะเปนดานการงาน ดาน “กุกกิ๊ก” ตลอดจนดานการเงิน หลวงตาก็ไปลงทุนจนกระทั่งขาดทุนยอยยับไปถึง ๒ ครั้งตอนที่ขาดทุนยับเยินครั้งแรกไดพบกับ “ความทุกข” ครั้งแรกในชีวิต กับการเปนหนี้ทําใหเพื่อนชวนเขาวัด ซึ่งปกติหลวงตาจะคอนขางไมชอบวัด แตปรากฏวา วัดนี้บรรยากาศชางรมรื่นและสงบมากๆ ทั้งๆ ที่คนมาเปนพัน มีเจาหนาที่ที่เปนนักศึกษามาใหการตอนรบอยัางด ีไมมเสี ยงประกาศใดๆ ีทน่ีาราคาญํทกอยุางถูกจัดฉากไวอยางเปนระเบียบเรียบรอย จึงไดตกลงกับคุณนุกูลวา จะมาทุกอาทิตยเพราะรูสึกประทับใจในความสงบและความเปนระเบียบเรียบรอย ทั้งๆ ที่นั่งสมาธิไมไดอยางที่หลวงพอพาทําแตอยางใด แตก็รูสึกวาสงบดีเหมือนไดมาฉีดยาชา ไมทุกขกับหนี้สินที่ตองใชเขาไปตลอดชีวิต แตมาฉีดยาชาอยูไดประมาณ
๔๓ปเศษ ก็เกิด “เอะ” วามันนาจะไมใชเพราะเหมือนกับวา ใชเงินซื้อสวรรคไดประมาณนั้น ก็เลยคอยๆ ถอยออกมาชวงตนๆป๒๕๒๔ป๒๕๒๙ ลาออกจากราชการไปทําธุรกิจรานอาหารและ รานใหเชาชุดทักซิโดที่คาลิฟอรเนีย สหรัฐอเมริกา กิจการประสบความสําเร็จเปนอยางดีจนถึงป๒๕๓๘ เศรษฐกิจสหรัฐฯทรุดขนาดหนักจนรับมือไมไหว ไดมีเสียงเขามาในหัววา “เขาไมไดใหมึงมาเกิดเพื่อหลงโลก” จึงทําใหยอนคิดวานาจะจริง เพราะพอจะรงเรุองกืร็งรุงทิ่กทุีการงานกาลํงจะรั งโรจนุกเก็ดิ “บาเลอดื ” ลาออกเสียดื้อๆ จึงไดตกลงกับคุณนุกูลวา ขายรานอาหารท้ิงไปเพราะอาหารไทยถือเปนของฟุมเฟอยสําหรับคนอเมริกัน แลวใหคณนุกุลมาดูแลรูานให เชาทกซั โดิ ซงเปึ่นของจ าเปํนตามวฒนธรรมัที่นั่น สวนตัวหลวงตานั้น จะขอวางมือทางโลกไปหาวัดอยูหลังจากนั้น เมื่อลูกๆ เรียนจบ คุณนุกูลกับลูกก็ยายไปอยูที่Las Vegas กันเขาวัด
๔๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนตลอดเวลาหลายปที่อยูสหรัฐฯ หลวงตาไมเคยคิดจะเขาวัดไหนเลย เพราะความรูสึกผิดหวังจากวัดแรกที่เมืองไทยยังฝงใจอยูแตบังเอิญวัดไทยที่สหรัฐฯ อยูไมหางจากบาน ตองการคนมาชวยทําบัญชีเลยทําใหไปเห็นดานไมคอยดีของเจาอาวาสและเห็นพระมีปญหาเรื่องเงินกัน ดวยสันดานเดิมยังอยูเต็มเปยมจึงปะ ฉะ ดะ กับพระเปนประจํา จึงตองออกมาจากวัดนั้นโดยปริยาย และไดออกมาชวยงานพระอีกรูปหนึ่ง เพื่อสรางวัดซึ่งทานก็ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และหลวงตาก็รูสึกวาตัวเองไมไดหลงโลกแลว อยูในวัดแลวแมจะไมไดบวช แตก็รักษาศีล ๘ ไดเปนอยางดีเงินที่หาไดกวาครึ่งก็บริจาคเขาวัด ที่เหลือก็ใชสวนตัวซึ่งก็มีแคคาประกันสังคม ประกันรถ และคานํามันรถนิดหนอย
๔๕เขาวัดตอมาเมื่อเริ่มมีญาติธรรมมาเพิ่มขึ้น เจาอาวาสเริ่มไมทําตาม “กติกา” ที่กําหนดกันไวเสียแลว นั่นคือทําทาจะเหมือนกับวัดทั่วๆ ไป คือเริ่มจะมีวัตถุตางๆ เขามา รวมทั้งจะมีศาสนพิธีตางๆ มากมาย หลวงตาจึงเริ่มอึดอัด และรูสึกสับสนในชีวิตมากๆโลกก็ไมใหอยูแตอยูทางธรรมก็ไมไดขนาดวัดที่ตั้งมากับมือผลที่สุดก็อยูไมไดแลวจะไปอยูวัดไหน ที่สําคัญคือ ตกลง ธรรมะคืออะไรกันแน และการปฏิบัติธรรมคืออะไร รูแตเพียงวา ไมใชแคการมาบวชเปนพระ เพราะพระที่เจอในชีวิต ก็มีกิเลสไมนอยไปกวาฆราวาสเลย แลวตกลงที่วา จะใหอยูทางธรรมนั้นคืออยูแบบไหนกันแน
๔๖ หลงโลกนาจะเปนฟาลิขิต หรือเปนไปตามกฎแหงกรรม จึงมีเหตุใหหลวงตาเดินทางกลับมาเมืองไทยแบบงงๆ และก็มีเหตุใหหลวงตาตองเดินทางไปที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งไมเคยไปมากอนปรากฏวาเชาตื่นขึ้นมา อากาศสดชื่นมากๆ บรรยากาศเหมือนตอนอยูที่แคลิฟอรเนียยังไงยังงั้น อะไรบางอยางแวบเขามาในหัวของหลวงตาวา “หรือนี่คือที่ตายของเรา” หลวงตาโทรไปบอกคณนุกุลและลู กๆูวา หลวงตาจะไมกล บไปสหร ัฐฯัแลวและกได็ซอื้ที่ประมาณ ๖๐๐ ตรว. ในหมูบานสวนดอก ตําบลแมกรณอําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อใชชีวิตแบบเงียบๆไมวุนวายกับทางโลกเพราะเสียงที่เตือนวาไมไดใหมาเกิดเพื่อหลงโลก ยังกองอยูในหัวแตก็มีเหตุทําใหเขวไปวุนวายทางโลกอยูเรื่อย สวนเรื่องธรรมะไมตองไปคิดถึง เพราะในใจตอนนั้น แอนตี้ทั้งพระ ทั้งวัด ไมคิดที่จะเขาวัด ไมวาจะเพื่อทําบุญ หรือไปฝกสมาธิกับพระรูปไหนอีกแลว คิดในใจวา ไมไดยุงกับเรื่องทางโลก ก็นาจะถือไดวา“ไมหลงโลก” แลวละ
๔๗อยูเงียบๆ อยูไดไมกี่เดือน ๑ ม.ค. ๒๕๔๕ ก็มีคนมาชวนลงทุนทําอสังหาริมทรัพย (ยังไมเข็ดนะคะ) มายั่วใหเกิดความโลภที่จะมีกําไรเปนรอยลาน จึงตัดสินใจลงทุน (อีกแลว) ดวยเงินกอนแรก ๖ ลานบาท ที่ไปขอแมทับทิมมา แตเพียงไมถึงเดือนก็แตกคอกับคนที่มาชวนลงทุน กลายเปนตองกระโดดขี่หลังเสือทําเองคนเดียว ตองไปขอแมมาอีก ๑๔ ลาน เพื่อทําตอใหจบจนเปนที่มาของโครงการ “ภูปลายฟา” เสียดายที่คุณแมไมทันไดเห็นความสําเร็จของหลวงตา เพราะอีก ๔ เดือน ตอมาคุณแมก็เสียชีวิตแมจะถูกหลอก ถูกโกงสารพัด เพราะออนหัดนักแตโครงการก ขายด็ เปีนเทน าเททําและเพอให ื่รสูกวึ าไดอยทางธรรมูจึงตั้งกองทุน ไวทําบุญสารพัดอยาง โดยเฉพาะอยางยิ่งทําบุญอุทิศสวนกุศลใหคุณแมเพราะคิดวาการทําบุญคือการไมหลงโลกเงินทองกําลังไหลมาเทมา อยูดีๆ ก็มีเสียงเตือนเขามาในหัววา“มึงมาทําอะไรอยู” จึงไดสตินึกขึ้นมาไดวา นี่เรากําลังหลงโลกแบบลืมคําเตือนอยางสิ้นเชิง จึงไดไปสหรัฐฯและถามลูกวาใครจะกลับมา จะยกธุรกิจทั้งหมดใหปรากฏวาลูกสาวคนโตคือ คุณโบวสมัครใจที่จะมา พรอมทั้งพาคุณนุกูล ซึ่งเพิ่งผานการผาตัดมะเร็งสมองมาดวยหลงโลก
๔๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเมื่อยกภูปลายฟาใหคุณโบวไปแลว แทนที่จะวางมือทางโลก กลับเจากี้เจาการใหคุณโบวขยายตอ เฟส ๒ และ เฟส ๓ทั้งๆ ที่คุณโบวกลัวๆ กลาๆ แตก็ขัดคุณพอไมไดจากโครงการที่มีมูลคาหลักรอยลานก็กลายเปนพันลานบาทไปโดยปริยายในชวงแรกๆ คุณนุกูลยังตองบินกลับไปพบหมอที่สหรัฐฯเพื่อตรวจเช็คและรับยาทุก ๓ เดือน อยู๒ – ๓ หน แตปรากฏวาคุณนุกูลมีสุขภาพดีขึ้นมากๆ จนหมอบอกไมตองมาตรวจก็ไดแตใหลูกแฝดที่ยังอยูที่นั่น มารับยาแทนแลวสงมาใหก็แลวกันเปนอยางน้ันอยูไดเกือบปดวยวิบากกรรมของคุณนุกูล อยูดีๆอาการกลับกําเริบ จึงตองผาตัดสมองอีกครั้งหนึ่งที่เมืองไทย แลวเกิดอาการติดเชื้อขึ้นมา อาการมีแตทรงกับทรุด จนหมอบอกกับคุณโบววานาจะเอาไมอยูคุณโบวจึงหันไปพึ่งหมอดูพึ่งคนทรง(สายมูนี่สืบทอดกันไดจากคุณยาถึงหลานเลยนะ) และวันหนึ่งคนทรงกบอกว็า ใหหลวงตาไปถ อศืลี๘ สองอาทตยิ ในว ดัเผอจะื่ชวยได หลวงตากไม็รรอีเพราะรสูกวึาทคี่ณนุกุลเปูนมะเร งในสมองน ็ ี้อาจเปนเพราะความเครียดหรือเก็บกดจากการที่ถูกหลวงตาทํารายจิตใจเธอมาตลอด ๒๐ กวาปที่ผานมา นี่เปนโอกาสที่จะได“ไถบาป” ใหกับเธอ จึงเดินขึ้นไปที่พระธาตุศรีจอมจันทรที่อยูติดกับภูปลายฟา เพื่อถือศีล ๘ และขอปฏิบัติธรรมกับพระที่นั่นทานก สอนให ็นงภาวนายั่บหนอุพองหนอแตก ไม็สามารถท าตามได ํ
๔๙แตมีสิ่งที่ทําใหประทับใจก็คือ เมื่อถามวาที่ทําบุญสารพัดนี้คุณแมไดรับไหม เมื่อทานไดรับกระดาษที่เขียนชื่อนามสกุลของแมทานนั่งหลับตาสักครูแลวก็บอกวา ตอนนี้คุณแมของโยมอยูสวรรคชั้นดาวดึงสจึงรูสึกดีใจที่แมไปดีแตเพื่อใหแนใจวาทานรูจริงไหมจึงเขียนชื่อนามสกุลของนาที่เคยเปนเพื่อนเลนใหทานนั่งหลับตาอยูนานพอสมควรแลวถามวา เขาไมไดตายตามปกติแบบแมใชไหมก็ตอบวาใชทานก็ถามตอวา เขาฆาตัวตายใชไหม ก็ตอบวาใชทานบอกวา เขาอยูในนรกโดนลามโซและถูกโบยตีเปนการทําโทษจึงทําใหเกิดความศรัทธาและเขาใจผิดคิดวาทานเปนอริยสงฆคือบรรลุธรรม (โอโห ไมคใหมไหมมั๊ยไหม อยางแรงเลยนะคะ)จากนั้น หลวงตาไดเอยปากนิมนตทานและกลุมพระที่เปนศิษยทาน ใหอยูถาวรที่พระธาตุฯ โดยจะสรางวิหาร ศาลา และกุฏิตลอดจนหองนําหองสวมใหเพียงพอสําหรับพระทุกรูปและญาติโยมที่จะมาปฏิบัติธรรมที่พระธาตุฯ เมื่อทานรับนิมนตหลวงตาก็รีบลงมือสรางใหโดยเฉพาะอยางยิ่ง ใหรีบสรางกุฏิไวสําหรับตัวเองกอนดวนเลย เพราะคิดวาที่ทํายุบหนอพองหนอไมไดนั้น อาจเปนเพราะไมไดนอนที่วัดปฏิบัติอยางตอเนื่อง(เห็นผิดอยางรุนแรง)หลงโลก
๕๐ หวังว่าผ้าเหลืองจะชวย่ตลอด ๒ อาทิตยที่อยูในชุดขาว กอนกลับบานตอนเย็นพระอาจารยก็จะเรียกไปสอบอารมณรวมกับพระรูปอื่นๆ ซึ่งทานกค็ยกุ นแปลกๆ ัเชนเอา ปนข นไปท ึ้าไมน ํ นไม ั่ลงมาซกทั ีพระรปนูนั้ก็บอกวาอยากลงแตลงไมไดครับอาจารยหรือบางที่ทานก็หันไปวาพระรูปหนึ่งวา ออยอิ่งอยูไดเดี๋ยวไอเขก็งับไปหรอก ฯลฯ แตพอมาถึงหลวงตา ทานก็พูดแตเพียงวา โยม สติโยมทุกครั้ง ทําใหหลวงตาเกดความคิดอิกอยีางวาเอ.. หรอเป ื นเพราะเราเป นฆราวาสเลยปฏิบัติตามที่ทานสอนไมไดพวกพระหนุมๆ เหลาน้นัทานตองปฏิบัติไดขั้นสูงแนๆ ถึงไดคุยกันในเรื่องแปลกๆ แบบรูเรื่องกันดีจังหวะเหมาะที่กุฏิของหลวงตาสรางเสร็จ ก็เลยเอยปากขอบวชพระสัก ๒ อาทิตยเพื่อจะพิสูจนวา ระหวางอยูในผาขาวกับผาเหลือง อยางไหนจะปฏิบัติไดกาวหนากวากัน ซึ่งก็จริงเพราะพอบวชเสร็จเรียบรอย ผานไป ๒๔ ชั่วโมง เย็นวันรุงขึ้น