The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือปรับ mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน หนังสือเล่มสุดท้าย ของ หลวงตาน้อง
พระกรภพ กิตฺติปญฺโญ

พระผู้สอนคอร์สธรรมะ "ทำได้ ได้ธรรม"
มากกว่า 17 ปี ด้วยแนวปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เดินตามองค์มรรค เพื่อให้ทุกข์เบาบาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ปรับ mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน

หนังสือปรับ mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน หนังสือเล่มสุดท้าย ของ หลวงตาน้อง
พระกรภพ กิตฺติปญฺโญ

พระผู้สอนคอร์สธรรมะ "ทำได้ ได้ธรรม"
มากกว่า 17 ปี ด้วยแนวปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เดินตามองค์มรรค เพื่อให้ทุกข์เบาบาง

Keywords: หลวงตาน้อง , ปรับmindsetสักนิดชีวิตเปลี่ยน

๑๐๑โลกิยธรรม และโลกุตรธรรมจนสามารถรักษาความปกติของมนุษยทั้ง ๖ ขอนั้นไวไดรอยเปอรเซ็นตเปนอัตโนมัติหรือหากจะพลาดพลั้งไปบางก็ไมเกิน ๑ เปอรเซ็นตตรวจดูวา ใน ๖ ขอนั้น ขอไหนที่เรายังสอบไมผาน ก็จัดลําดับที่จะนําขอนั้นๆ มาแกไข ดวยการสอนใหเห็นถึงขอเสียหรืออันตรายทั้งในชาตินี้และในชาติหนา หากยังสอบตกอยูแลวก็หาวธิทีจะแกี่ไขให  ได เปนขอๆ ไป ขอแนะนาวําอยาแกทละหลายๆขีอ(หากยังสอบตกหลายขอ) เพราะเหมือนการสูกับคูตอสูทีละหลายๆ คน เรายอมไม ม ทางชนะได ีเลยขนาดสกูนตัวตัอตวับางทีก็ยังเอาชนะไมคอยจะไดอยูแลว หรือกวาจะชนะไดก็หืดขึ้นคอเมื่อสามารถรักษาความปกติของมนุษยใหอยูใน DNA ของเราไดแลว จากนั้น ก็เขยิบขึ้นไปฝกฝนตามธรรมขอ ๒ ตรวจสอบดูวา มี“ขี้” อะไรอยูในใจบาง จากนั้น ก็จัดลําดับความสําคัญที่จะกาจํดขัตี้วไหนออกก ัอนหลงัและเชนกนัสไปทูละตีวๆัแตสาหรํบัเรองฝ ื่กจ ตให ิ เปนกศลุกาจํดขัตี้างๆ ออกจากใจนี้ไมซเรียสวีาจะตองกําจัดใหได๙๙ หรือ ๑๐๐ เปอรเซ็นตหากไดเกิน ๗๕ เปอรเซ็นตก็นาจะเรยกวี าสอบผานแลว และก็หวังวา ตอนจิตจะออกจากรางจิตนาจะไปเกาะกับ ๗๕ เปอรเซ็นตของความเปนกุศลมากกวา


๑๐๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนที่จะไปติดคางกับ ๒๕ เปอรเซ็นตของความเปนอกุศลที่ยังกําจัดไมสิ้นซาก ก็เสี่ยงดวงกันตอนนั้นแลวกัน ดังนั้นถาจะใหดีก็พยายามฝกใหไดเกิน ๗๕ เปอรเซ็นตเทาไรก็ยิ่งปลอดภัยเทานั้นแตอย าไปหว งถังขึนทั้าจํ ตให ิ เปนก ศลไดุเตมร็ อยเปอร เซนต็ เพราะนั่นเปนเรื่องของผูที่ตองการไปตอขั้นโลกุตรธรรม ที่จะตองไปฝกตอ เพื่อใหไดเปอรเซ็นตสูงขึ้นๆจนเต็มรอยหรือเกือบเต็มรอยใหยอมรับความจริงวา หากเราตั้งเปาแคโลกิยธรรม เพราะยังยินดีที่จะใชชีวิตแบบฆราวาส การที่จะฝกจิตใหเปนกุศลใหได๙๙หรือ ๑๐๐ เปอรเซ็นตนั้น ยอมเปนเรื่องที่เปนไปไมไดสําหรับฆราวาสที่ตองอยูกับสิ่งแวดลอมที่ลวนแตจะพาใหเราตามกระแสโลก ทเตี่มไปด ็วยกามตณหาัภวตณหาและวัภวติณหาัการจะตอสูกับตัณหาทั้ง ๓ นี้จะตองเปนเรื่องของผูที่มีบารมีทางธรรมมากพอและมความมีงมุนทั่จะปฏ ี่บิตัตามธรรมขิอ๓ ซงเปึ่นข นโลก ั้ตรธรรมุซงเปึ่นการทวนกระแสโลก  เปรยบเสมีอนการพายเรือทวนกระแสืนําเพื่อที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางนั้น จะตองใชทั้งแรงกายแรงใจ ทจะพายไปจนถ ี่งจึดหมายุหยดพายเมุอไร ื่กระแสนากํจะ็พาเรอถอยหลืงเมัอนื่นั้หากพายๆ หยดๆุกคงไม ็มวีนถังจึดหมายุไดอยางเด็ดขาด


๑๐๓โลกิยธรรม และโลกุตรธรรมอีกอยางหนึ่งสําหรับผูที่ตั้งเปาแคโลกิยธรรม ควรจะไดตระหนกในความจร ังดิวยวา ไมจ าเปํนหรอทืจรี่งไม ิควรท จะไปศ ี่กษาึธรรมะขนโลก ั้ตรุเพราะระดบจั ตคงไม ิสามารถทจะเขี่าถงขึอธรรมตางๆเหลานั้นไดหรือหากบังเอิญไปเก็ตขอธรรมเหลานั้นเขาบางกลบจะยังสริ่างความวนวายสุ บสนให ัก บการใช ัชวีตฆราวาสของทิานเพราะมนจะไปข ัดกันกั บการใช ัชวีตของคนรอบขิางตวทัาน ไวเม อใด ื่ทที่านผานขนั้ “โลก”ิแลวและมความพรีอมท จะปฏ ี่บิตัขินั้ “โลกตุ ”คอยวากันอกที ีจะดีกวานะหลวงพอทูล เคยเลาวาครั้งหนึ่งเมื่อทานแสดงธรรมจบ มีญาติธรรมทานหนึ่งพูดวา หลวงพอเปนถึงพระอรหันตแตทําไมเอาแตธรรมะขั้นพื้นๆ มาสอนพวกเขา ไมเห็นเอาธรรมะขั้นสูงๆมาสอนเลย หลวงพอถามกลับไปวา ธรรมะขั้นตนๆ เหลานี้ยงทัากํ นไม ั ไดเลยแลวจะฟ งธรรมะขนสั้ งไปทูาไม ํ จะฟงรเรูองเหรอื่


๑๐๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนก็คงไดแตฟง แตนําไปปฏิบัติไมไดหรอกเสียเวลาเปลา หวังวาเรองนื่คงจะเป ี้นอทาหรณุสาหรํบทัานทตี่งเปั้าหมายการปฏ บิตัธรรมิไวท โลก ี่ยธรรมิวาควรเนนแค ธรรมขอ๑ และ ขอ๒ กสมควรแล็วอยาดิ้นรนไปเอาธรรมะขั้นโลกุตร มาฟงใหเสียเวลา หรือสรางความสับสนใหกับตัวเองเลย ธรรมะคือธรรมชาติเปนไปตามเหตุตามปจจัย ไมใชเปนไปตามความอยาก ความไมอยาก หรือความโกเกตามกระแสแตอยางใดสาหรํบทัานทตี่งเปั้าหมายการปฏ บิตัขินโลก ั้ตรุและมความีพรอมนนคั่อืสามารถสอบผานธรรมขอ๑ และขอ๒ และสามารถบริหารจัดการปลดบวงที่รัดสวนใดสวนหนึ่งของรางกายออกไปไดแลว ก็จะตองนําธรรมขอ ๓ ของพระพุทธองคมาปฏิบัติอยางจริงจัง เพื่อกําจัด ตัณหาทั้ง ๓ คือกามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา ใหมากที่สุด คือลงมือพายเรือทวนกระแสนําอยางจรงจิงและยังยั่นืจนกวาจะถงจึดหมายอยุางนอยทสี่ดกุให็บรรลขุนั้โสดาบนเป ันอยางต าํแลวจะข นฝึ้งไมพายต อไปก ถ็อวื าปลอดภ  ยใน ัระดับหนึ่งแลว อยางชาก็ไมเกิน ๗ ชาติก็จะสามารถตอยอดเขาถึงพระนิพพานไดอยางแนนอนอีกเรื่องหนี่งที่สําคัญมากก็คือ ทานตองตรวจสอบตัวเองใหแนวา ทานเปนพวกเจโตวิมุตติคือชอบและสามารถทําสมาธิให


๑๐๕โลกิยธรรม และโลกุตรธรรมจิตสงบนิ่งไดในเวลาอันรวดเร็ว และอยูในความสงบนิ่งนั้นไดนานๆหรือทานเปนพวกปญญาวิมุตติคือไมสามารถทําสมาธิความสงบไดเลย ชอบแตจะคิดโนน นี่นั่น อยูตลอดเวลาที่พยายามจะทําสมาธิใหจิตนิ่ง จิตวางอยางที่เขาสอนกัน ผูเขียนเปนพวกปญญาวมิตตุิซงหลวงพึ่อท ลไดูบอกวา ใหใช ปญญาพจารณาขิอธรรมตางๆหรือใชปญญาสอนตัวเองไปเลยวาจะแกพฤติกรรมอะไรบางทั้งในขั้นหยาบ ขั้นกลางและขั้นละเอียด ดังนั้น รายละเอียดการปฏิบัติในหนังสือนี้จึงเหมาะกับพวกที่เปนปญญาวิมุตติเทานั้น ไมนาจะเปนประโยชนกับทานที่เปนเจโตวิมุตติแตอยางใด แตก็ไมผิดกติกาแตอยางใดสําหรับทานที่เปนเจโตวิมุตติจะนําไปใชเพราะไมวาจะเปนเจโต หรือ ปญญา ก็ตองใชปญญาสอนใจตัวเองทั้งสิ้น เพียงแตวาพวกเจโตจะเอาสมาธินําและปญญาหนุน แตพวกปญญานั้น ใชปญญานําเลย และเอาแคสมาธิตั้งใจมั่นหนุนเทานั้นเองจรงๆแลิวธรรมะของพระพทธองคุทรงแบ งไวแค โลก ยธรรมิ(โลกิ) กับโลกุตรธรรม (โลกุต) เทานั้น แตเกิดปรากฏการณพิสดารขนในหม ึ้ญาต ูธรรมทิ ปากพร ี่ าบอกกํบผัเขูยนวีา พวกเขาเปนปญญาวิมุติแนวปญญาสมมาทั ิฏฐินี้ถูกกับ “จริต” ของพวกเขามากๆและหลายตอหลายคนกบอกว็าเขาต งเปั้าการปฏ บิตัขินโลก ั้ตรธรรมุ


๑๐๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเพราะอยากบรรลุธรรมอยางนอยขั้นโสดาบัน หรือบางรายถึงกับบอกวา “ไมอยากกลับมาเกิดอีกแลว” และทานเหลานั้น ก็ตั้งใจปฏิบัติจนสามารถสอบผานธรรมขอ ๑ ไดอยางดีและธรรมขอ ๒ก็ทําทาวาจะผานไดในระดับหนึ่ง แตพอบอกใหไปบริหารจัดการปลดบวงที่ยังหลงเหลืออยูเพื่อเตรียมพรอมที่จะลงเรือ พายทวนกระแสนํากันอยางจริงจัง ก็ปรากฏวา ขอเปลี่ยนใจ ไมเอาทั้ง“โลกิ” หรือ “โลกุต” แตขอปฏิบัติขั้น “โลเล” แทนแลวกันแลวกเก็ ดปรากฏการณ ิ “อปาทานหมุ ” ูมสมาชีกิ “สมาคมโลเล” เพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว โดยอางวาในสมัยพุทธกาลนางวิสาขาบรรลุโสดาบันแลว ก็ยังคงความเปนฆราวาส และมีลูกมีหลานเต็มบานเตมเม็องืซงกึ่แสดงว็ าเปนฆราวาสกสามารถบรรล็ ธรรมไดุไม ใชเหรอ


๑๐๗ฆราวาสสามารถบรรลุธรรมได้จรงหริอืเรื่องฆราวาสบรรลุธรรมไดไหมนี้คงตองขออนุญาตใหเปลี่ยน mindset กันสักนิด เพื่อชีวิตจะเปลี่ยน ผูเขียนไมมีอะไรโตเถียงเลยในกรณีที่สมัยพุทธกาล ฆราวาสบรรลุธรรม อยาวาแตขนโสดาบ ั้นเลยัแมขนอรหั้นตัฆราวาสกบรรล็ ไดุหลงจากทั ฟี่งธรรมจากพระพุทธเจาหรือแมแตจากพระอรหันตสาวกของพระพุทธเจาและกเพ็ยงแตี ไดย นได ิ ฟงวาฆราวาสทานใดท บรรลี่ธรรมขุนั้อรหนตัแล วไม  เปล  ยนมาเป ี่นนกบวชกัจะเส็ยชีวีตภายใน ิ ๒๔ ชวโมง ั่ประมาณนั้น สวนถาบรรลุขั้นอื่นแลวยังคงเปนฆราวาสตอไปหรือไมนั้น ไมไดมีการระบุชัดเจนวา อะไรจะเกิดขึ้น ซึ่งนาจะหมายความวา คงสามารถคงความเปนฆราวาสตอไปไดกระมังและผเขูยนกี ไม็ ไดคดจะหาคิาตอบนํ ใหี้ไดชดเจนัเพราะหลวงพอทลูก็ไมไดอยูใหถามแลว จะถาม AI ก็คงไดคําตอบในลักษณะ


๑๐๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเปนปริยัติเสียมากกวา เพราะ AI ก็เปรียบเหมือน “ตํารา”ยุคดิจิตอลเทานั้นเอง คือมี “ความรูทางธรรม” แตไมไดมี“ปญญาทางธรรม” แตอยางใดจึงอยากชวนใหเหลาปญญาวิมุตติที่เปนสมาชิกสมาคมโลเลทั้งหลายไดใชปญญาวิเคราะหหาคําตอบโดยนึกถึงขอเท็จจริงตางๆเหลานี้คือ๑. ผูที่เกิดรวมสมัยกับพระพุทธเจานั้น แสดงวาทานเหลานั้นตองมีบารมีทางธรรมจากชาติกอนๆ สูงมากๆ ถึงไดเกิดรวมสมัยกับพระพุทธเจา แลวพวกเราเกิดหลังพุทธกาลกี่พันปบารมีธรรมเรามากขนาดไหน คงไมตองบรรยาย๒. ธรรมะที่เราไดอานไดฟงกันทุกวันนี้เพี้ยนไปจากสมัยพุทธกาลมากนอยแคไหน และผูแสดงธรรมทานเปนเพียงปุถุชน หรือเปนอริยชน เปนสมมติสงฆหรือ เปนพระอริยสงฆเราก็ไมมีทางทราบ๓. พระพทธเจุาทรงมพระญาณพีเศษทิทราบวี่า “จรตเดิมิ”แตละคนเปนแบบไหน และติดขัด “เรื่องอะไร” ทานก็แสดงธรรมเรื่องนั้น คนฟงแมเปนฆราวาสก็บรรลุธรรมไดงายๆ แตนอกจากพระพทธเจุาแล วไม ม ใครม ีญาณพีเศษนิ ี้แมแตพระอรหนตัทงหลายั้แตละทานก็จะแสดงธรรมในแนวที่ทานถนัด สวนจะไปตอยอด


๑๐๙ฆราวาสสามารถบรรลุธรรมไดจริงหรือจริตใครแคไหน อยางไร ก็เปนเรื่องบารมีของแตละคนที่ไดรับฟงขอธรรมนั้นๆ๔. สิ่งแวดลอมและสังคมในสมัยพุทธกาล กับสิ่งแวดลอมและสังคมในปจจุบัน แตกตางกันราวฟากับเหว ในสมัยพุทธกาลสิ่งมอมเมานอยกวาสมัยนี้กี่พันกี่หมื่นเทา และสิ่งแวดลอมเอื้อตอการปฏิบัติธรรมเพื่อขจัดขัดเกลากิเลสตัณหาไดมากกวาสมัยนี้กี่รอยกี่พันเทา๕. พวกเราก็ไดเกิดรวมสมัยกับพระอรหันตโดยเฉพาะหลวงพอทูลของเรา และหลายๆ ทาน ยังไดมีโอกาส ฟงธรรมจากหลวงพอขณะทยี่งมัชีวีตอยิดูวยซ าํแตเราก ไม็ทราบวาจะมฆราวาสีกี่ทานที่บรรลุธรรม และบรรลุแลวทานยังคงเปนฆราวาสอยูหรือไมเราก็ไมทราบไดแตที่เราเห็นๆ กัน สวนใหญ ขนาดไดมีโอกาสฟงธรรมจากปากหลวงพอทูลหรือฝกฝนปฏิบัติธรรมกับหลวงพอดวยซํา ก็ยังไมสามารถเขาเสนทางพระนิพพานแมขั้นโสดาบันไดเลยตางถูกกระแสนําพัดเรือกลับไปอยูที่เดิม หรือถึงขั้นออกทะเลก็แยะ๖. ที่แนๆ ณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เราไดแตเพียงฟงเทศนจากยูทูปหรืออานหนังสือของหลวงพอ แตไมมีโอกาสไดถามหลวงพอวาตกลงจริงๆ แลวสมัยปจจุบันนี้ฆราวาสที่ใชชีวิตในสิ่งแวดลอมที่


๑๑๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเต็มไปดวยสิ่งยั่วยวนและยั่วยุนั้น จะสามารถปฏิบัติจนบรรลุธรรมแมขั้นโสดาบันไดไหม และหากบรรลุไดยังจะสามารถใชชีวิตครองเรือนแบบนางวิสาขาไดไหมแนนอน พระพุทธองคไมเคยตรัสวา ฆราวาสบรรลุธรรมไมไดเพราะจริงๆ แลวการบรรลุธรรม ไมไดจํากัดวาจะตองเฉพาะผูที่เปนนักบวช ใครก็ตามถาสามารถชําระจิตใหบริสุทธิ์จากกิเลสตัณหาไดระดับหนึ่ง ก็บรรลุธรรมขั้นโสดาบัน และหากสามารถชําระจิตใหบริสุทธิ์แบบขาวรอบก็บรรลุขั้นอรหันตดังปรากฏตามธรรมขอที่๓แตเราตองตระหนักในความจริงที่วา การที่จะบรรลุธรรมแมขั้นโสดาบันนั้น นอกจากวาเราจะตองปฏิบัติตามธรรมขอ ๑คือ ไมทําบาปทั้งปวง และฝกใหจิตเปนกุศลใหมากที่สุด เพื่อที่วาความโลภ โกรธ หลง ของเราจะไดเบาบางลงแลว เรายังจะตองไปละสังโยชน๓ ตัวแรกคือ ๑. สักกายทิฏฐิ๒. วิจิกิจฉา และ๓ สีลพตปรามาส ใหไดดวย ผูเขียนจึงอยากถามบรรดาผูที่ชอบอางวา ฆราวาสก็บรรลุธรรมไดนั้น ลองพิจารณาใครครวญใหดีวา หากทานยังใชชีวิตแบบฆราวาสคือตามกระแสโลก และอยูในสภาพแวดลอมที่มีแตเรื่องปวดหัวโนน นี่นั่น หรือสิ่งมอมเมาเยายวนตางๆ แลวทานจะสามารถทําใหความโลภ


๑๑๑ฆราวาสสามารถบรรลุธรรมไดจริงหรือโกรธ หลงของทานเบาบางลงไดหรือ และทานจะสามารถละสังโยชนทั้ง ๓ ตัวไดหรือนอกจากฆราวาสบางทาน ที่ไมไดอยูในสภาพแวดลอมในแบบของฆราวาสคอมืทีอยี่ทูสี่บปายะ ัเหมาะแกการปฏ บิตัธรรมิและตดขาดจากสั งคมภายนอกได ัแลว สามารถใชชวีตแบบนิกบวชัคอบวชทางใจ ื โดยไมจ าเปํนตองบวชทางกายก ได็ เพราะในความเปนจรงแลิว การปฏบิตัธรรมนินั้ไมเกยวกี่บเครั องแบบใดๆ ื่ทงสั้นิ้ทานใดที่สามารถทําใหโลภ โกรธ หลง เบาบางและละสังโยชน๓ตัวแรกไดก็บรรลุโสดาบัน และหากทําใหโลภ โกรธ หลง เบาบางลงไปอีก และละสังโยชนตัวตอๆ ไปไดก็บรรลุธรรมขั้นสูงขึ้นไปไดตามกฏของธรรมชาติและเมอชื่าระจํ ตให ิบรสิทธุไดิ์ ๑๐๐% กบรรล็ุอรหันตเทานั้นเอง ไมจําเปนวาจะเปนฆราวาส หรือเปนนักบวชสรปคุอืการจะบรรลธรรมนุนั้ขนอยึ้กู บการปฏ ับิตัของทิานนนๆั้ไมเกยวกี่บความเป ันฆราวาสหรอความเป ืนนกบวชแตัอย างใด แตในความเปนจริงคือ สภาพแวดลอมของชีวิตฆราวาสไมเอื้อตอการปฏิบัติธรรมเทานั้นเอง อยางไรก็ตาม แมสภาพแวดลอมจะเอื้อกับนักบวช แตหากนักบวชทานนั้นๆยังดําเนินชีวิตแตละวัน แบบปุถุชน ที่เต็มไปดวยความโลภ โกรธ หลง ยังยินดี


๑๑๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนกับลาภ ยศ สรรเสริญ ไมไดมุงมั่นตั้งใจปฏิบัติเพื่อที่จะกําจัดกิเลสตัณหาตางๆ นักบวชทานนั้นๆ ก็คงเปนไดแคปุถุชนที่มาสวม “เครื่องแบบนักบวช” เทานั้น และโอกาสที่นักบวชเหลานี้จะกอใหเกิดเรื่องอื้อฉาวรายวัน ก็ยอมไมเปนที่ประหลาดใจแตอยางใด เพราะคนเหลานี้เพียงแต “บวชกาย” เทานั้น แตไมได“บวชใจ” แตอยางใด ดังนั้น คงไมตองพูดถึงวาจะสามารถทําใหความโลภ โกรธ หลง เบาบางลงและสามารถละสงโยชน ั ๓ ตวแรกัไดเอาเพียงวารักษาเนื้อ รักษาตัวไวใหดีไมกอเรื่องอะไรที่ฉาวโฉก็ยังพอที่จะใหชาวบานเขามากราบไหวไดอยางไมตองเกิดความละอายใจแกตัวเอง ก็คงพอจะ “รับได” เพราะในบรรดานักบวชเปนแสนๆในบานเรานั้น ก็ไมทราบวา การที่ทานเขามาบวชนั้นทานมีวัตถุประสงคอยางไร อดีตสมเด็จพระสังฆราชพระญาณสังวรฯ ทานไดบรรยายไวในหนังสือเลมหนึ่งวา สวนใหญมักจะเปนในลักษณะ ๖ อยางนี้คือ๑. บวชตามประเพณี - เมื่อครบกําหนดก็ลาสิกขากลับไปเปนฆราวาสตามเดิม๒. บวชหนทหารี - สมยกัอนทางกองทพัยกเวนให นกบวชัไมตองไปเกณฑทหาร แตสมัยนี้ทางกองทัพรูทัน จึงใหไปจับใบดําใบแดงหมด


๑๑๓ฆราวาสสามารถบรรลุธรรมไดจริงหรือ๓. บวชผลาญขาวสุก - คือพวกที่เขามาสวมเครื่องแบบนักบวช แตไมไดทําตัวใหสมกับเปนนักบวชแตอยางใด๔. บวชสนุกตามเพื่อน – เพื่อนชวนบวชก็บวช ดีกวาอยูเปลาๆ อะไรประมาณนั้น๕. บวชเลอนฐานะการศื่กษาึ – คอเป ื นพวกใฝ ดทีจะมี่การีศึกษาใหสูงๆ แตฐานะทางบานไมอํานวย จึงมาบวช แลวก็หาเวลาไปเรยนทางโลกต ีงแตั้ระด บประถม ั ไปจนถงระดึ บปร ัญญาิบางรายก็มุงเรียนทางธรรมจนไดเปรียญธรรมสูงๆ ก็ลาสิกขาไปสมัครเขารับราชการเปน “อนุศาสนาจารย” ใน ๓ เหลาทัพ หรือไปเปน“นักวิชาการศาสนา” ในสํานักพระพุทธศาสนาแหงชาติ (พศ.) ก็มีมากมาย และก็มีหลายๆ ราย มีความอุตสาหะ เรียนทั้งทางโลกและทางธรรม จนไดท งปร ั้ญญาทางโลก ิ และไดเปร ยญธรรมขีนสั้งๆูแลวก็ลาสิกขามาใชชีวิตฆราวาสก็มีไมนอยเชนกัน๖. บวชหาเอกลาภ - ซึ่งมีทั้งประเภทที่ “รับจอบ” รับกิจนิมนตตามวัดใหญๆ ทั้งงานบุญและงานศพ ก็มีรายไดหลักหมื่นตอเดือน มีที่อยูที่กินฟรีและไมตองเสียภาษีบวชไมกี่ปก็มีเงินเก็บเปนแสนๆ กับประเภทที่มี“คุณสมบัติพิเศษ” ไมวาจะเกงเรื่องการใหหวย ทํานายโชคชะตา หรือมีคาถาอาคม ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง สําหรับพวกนี้ไมใชเรื่องหลักแสนหรือหลักลาน


๑๑๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนแตเปนหลักหลายสิบหลายรอยลาน บางรายเปนพันๆ ลานก็มีตัวอยางใหเห็นกันอยูทุกวันอยางไรก ตาม็กม็ ไมีนอยทที่านต งใจมาบวช ั้เพอจะปฏ ื่บิตัิเขาสูเสนทางพระนิพพาน ซึ่งในยุคสมัยพวกเรานี้ทั้งฆราวาสและนักบวช ตางก็มีโอกาสไดกราบไหวหรือไดฟงธรรมทางสื่อตางๆหรืออานจากหนังสือของพระอริยสงฆทั้งหลาย ทั้งที่ยังมีชีวิตอยูและทละสี่งขารไปนานแล ัวกตาม็แตธรรมะทที่านแสดงไว  กย็งเปัน“ปายบอกทาง” ใหกับพวกเรารุนหลังๆ ไมวาจะเปนฆราวาสหรือเปนนักบวช ได“เดนตามรอยิ ” ทานอยางมั่นใจ


๑๑๕การปฏิบัติขั้นโลกุตรธรรมสําหรับขอธรรมที่พระอรหันตยุคนี้ที่ละสังขารไปแลว ไดแสดงไวทั้งที่ปรากฏในสื่อตางๆ และในหนังสือที่ทานเขียนไวยอมเปน “ปายบอกทาง” ที่ชัดเจนแนนอน แมวาปายนั้นจะชี้ไปทิศทางไหน นั่นสุดแลวแตวา ทานใชเสนทางไหนเปนทางเดินของทาน แตรับรองวาไปถึงจุดหมายปลายทางแนนอน แตสําหรับขอธรรมที่แสดงโดยฆราวาสหรือนักบวชแตละทานที่ยังมีชีวิตอยูในปจจุบันนี้นั้น เราไมทราบวาทานบรรลุธรรมขั้นไหน อยางไรธรรมที่ทานแสดงนั้น เปนเพียงความรูที่ทานไดมาจากตํารา หรือเปนธรรมทที่านได  จากการปฏ บิตัจนเกิ ดปิญญาแลวมาถายทอดใหเรา ผูอานตองใชวิจารณญาณเอาเองวา เสนทางนั้น๑. ตรงกับเสนทางเขาสูพระนิพพานจริงหรือไม๒. เสนทางนั้นตรงกับ “จริต” ของเราหรือไม


๑๑๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนปจจุบันนี้ในสื่อตางๆ มีขอธรรมมากมาย ทั้งจากคลิปเสียงเทศนของพระอรหนตัหลายๆทานทละสี่งขารไปแล ัวทงจากั้ admin มาจัดทําเปนเสียงอานโดยอางคําสอนของพระพุทธเจาหรือพระอริยสงฆทั้งที่ละสังขารไปแลวและทั้งที่ยังมีชีวิตอยูนอกจากนี้ก็ยังมีฆราวาสที่ทานมีความสามารถในการแสดงธรรมทั้งแสดงสดทงเขั้ยนเป ีนหนงสัอหรื อปรากฏตามส ือตื่างซงธรรมทึ่ที่านแสดงนนั้ลวนเปนขอธรรมที่ดีๆ ทั้งนั้น ดังที่หลวงพอทูล ไดกลาวไววาธรรมทุกหมวดลวนดีทั้งนั้น ก็เหมือนยาทุกตัวก็ลวนมีสรรพคุณที่ดีปญหาคือ ยานั้นตรงกับโรคของเราหรือเปลา ดังนั้น เมื่อทานไดฟงไดอานขอธรรมตางๆ นั้น ทานก็ตองประยุกตมาใชกับตัวเองวาไดผลจริงหรือไมซึ่งเปนเรื่องตัวใครตัวมัน แตสําหรับผูเขียน ตลอดเวลาตั้งแตไดมีโอกาสอานหนังสือของพลวงพอทูลเมื่อป๒๕๕๓ (ผูเขียนไมไดมีโอกาสกราบและฟงธรรมจากหลวงพอ เพราะหลวงพอละสังขารไปตั้งแตป๒๕๕๑) ผูเขียนจึงเปนศิษยหลวงพอกลางอากาศ ไดแตศึกษาจากหนังสือทุกเลมของหลวงพอ แตก็เพียงพอที่จะเดินตาม “ปายบอกทาง” ของหลวงพอมาจนมั่นใจวา ไมไดเดิน “ผิดทาง” แนนอน


๑๑๗การปฏิบัติข ั้นโลกุตรธรรมนอกจากการปฏิบัติตามธรรมขอ ๑ และธรรมขอ ๒ ของพระพุทธองคแลว ผูเขียนก็เดินตามธรรมขอ ๓ โดยยึดหลักที่หลวงพอทลเขูยนไว ีวา “ศกษาให ึเข าใจถ กตูองตามหลกความจรังิที่พระพุทธเจาตรัสไวดีแลว อยาปฏิบัติแหวกแนวนอกเหนือไปจากมรรค ๘ “ผูเขียนจึงไดนํามรรคมีองค๘ มาศึกษาตามตําราก็ไดความวาสมมาทัฏฐิ ิแปลวาความเหนชอบ็คอืเชอเรื่องกรรมื่และผลแหงกรรม เชื่อในโลกนี้โลกหนา เชื่อในมรรคผลนิพพาน แลวยังไงละผูเขียนก็เชื่อไมเคยไมเชื่อ แตสงสัยวาแคเชื่อตามนี้แลวหมายความวาเราไดเดินเขาสูเสนทางพระนิพพานแลวหรือ อานตอไปถึงสัมมาสังกัปโป ที่แปลวา ดําริชอบ คือดําริที่จะออกจากกาม ดําริที่จะไมเบียดเบียนใคร ดําริที่จะไมผูกพยาบาทใคร ซึ่งผูเขียนตอนนั้นเปนผาขาวรกษาศัลี๘ กถ็อวืาออกจากกามแลวและกไม็เบยดเบียนีสัตวเล็กสัตวนอย ไมผูกพยาบาทใคร สัมมาวาจา เจรจาชอบสัมมากัมมันโต การงานชอบ สัมมาอาชีโว เลี้ยงชีพชอบ สัมมาวายาโม เพียรชอบ สัมมาสติระลึกชอบ สัมมาสมาธิตั้งใจมั่นชอบเมื่ออานจบมรรคทั้ง ๘ องคแลว ผูเขียนก็รูสึกวา ตัวเองนาจะอยูในเสนทางของสัมมา เพราะไมไดไปทําอะไรทางมิจฉาเลยตงแต้ั ป ๒๕๕๒ ทเข่ีามาถอศื ลปฏ ีบิตัธรรมอยิ ในพระธาต ูศรุจอมจีนทรั 


๑๑๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนและไปสอนธรรมะใหกบพวกผัตูองขงทัเรี่อนจืาพะเยาํและเรอนจืาํอําเภอเทิง แลวอยางนี้ถือวาผูเขียนเดินตามองคมรรค สามารถไปถงจึ ดหมายปลายทางไดุแลวซนะิแต..... นบวัาบารมทางธรรมเกีาของผเขูยนคงมีอยีบูางทไมี่“หลงตวเองั ”คดเขิาขางตวเองอยัางนนั้เพราะผเขูยนมารีสูกึ“เอะ”วาทเราไล ี่เรยงมรรคทีงั้๘ ขอมาแบบนนั้มันคือ “ปริยัติ” มันแค “ความรู” มันไมไดเกิด “ปญญา” ที่จะ“เขาถงึ” มรรคมองคี ๘ ในลกษณะทัหลวงพี่อบอกไว วา “เดนตามิมรรค ๘ รับรองวาไมมีวันผิด” แนๆผเขูยนจีงมานึงคั่ดวิาจรงๆแลิวคออะไรแน ื มนไม ันาจะตนๆื้แคความเห็นชอบ ดําริชอบ ฯลฯ แนนอน เพราะพระพุทธองค


๑๑๙การปฏิบัติข ั้นโลกุตรธรรมตรัสไวอยางชัดเจนวา เครื่องมือที่จะใชกําจัด กามตัณหา คือรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ภวตัณหาคือความอยากมีอยากเปนและวภวติณหาคั อความไม ือยากม ไมี อยากเป นอนเป ันตวตันเหตุที่ทําใหดวงวิญญาณทั้งหลายตองเวียนวายตายเกิดนั้น คือมรรคมองคี ๘ แลวทผี่เขูยนอีานจากตาราอธํบายมรรคิ๘ ไวอยางนนั้และแอบคิดวาเราเดินตามมรรคมีองค๘ ไดแลว ก็เทากับวา เรากําจัดกามตณหาัภวตณหาและวัภวติณหาั ไดหมดแลวซ ิโอย อะไรมนจะังายปานนั้น ไมใชแนๆ ไมใชแนๆ ตองมีอะไรที่ลึกซึ้งกวานี้แนๆที่เราไลเลียงมานั้น มันแค“ความรู” มันไมใช“ปญญา” ที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะไปกําจัดกิเลสตัณหาอะไรเลยผเขูยนจีงมานึงวั่เคราะหิ ไตรตรองมรรคแตละองค ถามเองตอบเอง อยูหลายวัน จนในที่สุดก็เกิด “ปญญาเฉพาะตน” เขาถึงมรรคมองคี ๘ และซาบซงถึ้งพระมหากรึณาธุคิณของพระพุทธเจุาวานเองที่ในต ี่าราบอกวําพระองคทรงรแจูงแทงตลอดถงึ“ความจรงิ”ในโลกนี้พระองคทรงรแจูงถงธรรมชาตึวิาตวัทฏฐิ ิหรอื mindset ของมนุษยทั้งหลายในโลกนี้ลวนเปนมิจฉา ที่คิดวาเกิดมาชาตินี้เพื่อจะกอบโกยความสุขความสบาย ความเกง ความโกฯลฯใหมากที่สุด ใหเหนือคนอื่นใหมากที่สุด เทาที่จะมากไดเมื่อติดกระดุมเม็ดแรกลักษณะนั้น สังกัปโป หรือความคิดมันก็จะเปน


๑๒๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนไปในทางทจะที่าให ํ ไดมาซงสึ่งเหลิ่านนั้ (และจานวนไม ํนอย ไมคานํงึดวยวามนจะถักหรูอผืดกฎหมายและิ /หรอศืลธรรมแตีอย างใด  ) เมอื่ความคิดเปนไปในทางนั้น คําพูด (วาจา) การกระทํา (กัมมันโต) และการดารงชํวีติรวมทงการประกอบอาช ั้พี (อาชโวี )กจะเป ็ นไป ในทางนั้น และก็จะตองขยันหมั่นเพียร (วายาโม) ที่จะทําสิ่งเหลานั้นอยูตลอดเวลา สติระลึกรู (สติ) และความตั้งใจมุงมั่น(สมาธิ) ก็จะเปนไปในทิศทางที่ถูกกําหนดโดย mindset ของเขานั่นเอง ซึ่งยอมเปน มิจฉา ไมใชสัมมา อยางแนนอนโปรดตระหนักใหชัดเจนวา มิจฉา ไมไดแปลวาชั่วรายอยางที่ภาษาไทยเอามาใชกัน มิจฉา แปลวา ไมใช ไมถูก สัมมาแปลวา ใชถูกตอง


๑๒๑การปฏิบัติข ั้นโลกุตรธรรมการจะเปลี่ยน mindset หรือทิฏฐิที่เปนมิจฉาใหกลับมาเปนสัมมา ก็จะตองมานั่งบอกนั่งสอนตัวเองวา การที่ไดเกิดมาเปนมนุษยในครั้งนี้นะ ไมใชเรื่องงายๆ นะ ดังที่ไดกลาวไวในตอนตนๆวา ๑ เดียวใน ๑๐ ลานดวงวิญญาณนะที่จะไดเกิดเปนมนุษยและการจะรักษาความเปนมนุษยไวใหไดในชาติตอไป จะตองปฏิบัติตามธรรมขอ ๑ ใหไดอยางนอย ๙๙ เปอรเซ็นตและพยายามฝกจิตใหเปนกุศลตามธรรมขอ ๒ ใหไดมากที่สุดเทาที่จะมากไดโอกาสทจะกลี่บมาเกั ดเป ินมนษยุกส็งมากูแตก ไม็ร อยเปอร เซนต็เสยทีเดียวีถาจะใหชัวรตองปฏิบัติตามธรรมขอ ๓ คือ ชําระจิตใหบริสุทธิ์จากกิเลสตัณหาตางๆ ใหบรรลุธรรมขั้นตําเปนพระโสดาบันนั่นแหละจึงจะปดอบายไดดังที่พระพุทธองคตรัสไวใจความวา แมจอมจักรพรรดิที่ครองโลกก็ยังไมพนจากนรก ยังไมพนจากกําเนิดสัตวดิรัจฉาน ยังไมพนจากเปรตวิสัย ยังไมพนจากอบาย ทุคติและวนิบาติแตพระโสดาบ นนันั้ยอมพนจากนรกพนจากกาเนํดิสัตวดิรัจฉาน พนจากเปรตวิสัย พนจากอบาย ทุคติและวินิบาตการทจะบรรลี่ธรรมขุนพระโสดาบ ั้นัคอการกืาวเขามาอย ในูเสนทางพระนพพานแลิว เพราะอนาคตของพระโสดาบนกัจะบรรล็ุอรหันตเขาสูพระนิพพานแนนอนภายในไมเกิน ๗ ชาติแตการที่จะ


๑๒๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนปฏบิตัตามธรรมขิอ๓ เพอทื่จะให ี่บรรลธรรมนุนั้หากยงมัมีจฉาทิฏฐิ ิแบบมนุษยแทบจะทั้งโลก นั่นยอมเปนไปไมไดแนนอน ดังนั้นจะตองเปลี่ยน mindset ใหมวาเกิดมาชาตินี้ตองฉวยโอกาสอันประเสริฐนี้ปฏิบัติธรรมขอ ๑ ใหไดแบบอยูใน DNA ของเราและฝกจิตใหเปนกุศลใหมากที่สุด จากนั้นก็กาวตอมาปฏิบัติตามธรรมขอ ๓ ดวยการลด ละ กิเลสตัณหาตางๆ ขั้นละเอียดคือขั้นที่ไมไดเปนเรื่องของบาปของบุญแตอยางใด แตเปนเรื่องกิเลสตัณหาหรือตัวสังโยชนตางๆ ที่มันรอยรัดตัวรอยรัดใจเราไวนั่นเอง ไมวาจะเปนเรื่องวัตถุสมบัติเปนเบื้องตน ตอมาก็เรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หรือการเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกขตางๆ ตองตัดขาดจากสิ่งตางๆ เหลานี้ใหไดจากนั้นก็ไตระดับขึ้นไปถึงขั้นที่จะไมผูกพันติดยึดกับมนุษยและสัตวตางๆ ที่เราเกี่ยวของดวย จนถึงขั้นที่สามารถละอัตตาตัวตนไดอยางหมดจดก็เปนอันวาถึงที่สุดของการเดินทางของดวงวิญญาณนี้อยางสิ้นเชิงเมื่อเปลี่ยนมาติดกระดุมเม็ดแรกใหถูก คือเปลี่ยนจากมิจฉาทิฏฐิเปนสัมมาทิฏฐิไดก็เฝาระวังที่จะติดกระดุมเม็ดที่๒เรื่อยไป จนถึงเม็ดที่๘ ใหถูกตองทุกลมหายใจ ใหไปในทิศทางที่เปนการลดละกิเลสตัณหาตางๆ นั่นแหละ จึงไดตระหนักถึง


๑๒๓การปฏิบัติข ั้นโลกุตรธรรมคําสอนของหลวงพอทูลที่วา เดินตามองคมรรค รับรองวาไมผิดทางแนนอนสวนทานใด ถนัดที่จะปฏิบัติโลกุตรธรรม แบบไหนอยางไรก็สุดแลวแตทาน ไมจําเปนตองมาเอาอยางผูเขียน เพราะเปนสิทธิ์ของทานที่จะเลือกทางเดินของทานตามที่ทานไดเรียนรูจากตําราหรือครูบาอาจารยของทาน ถาธรรมที่ทานปฏิบัติอยูนั้น เปนธรรมที่พาเขาสูเสนทางพระนิพพาน และตรงกับจริตของทาน ผลที่ไดก็คือบรรลุธรรมขั้นใดขั้นหนึ่งไปจนถึงขั้นอรหันตแนนอน เพราะปจจัยแหงการบรรลุธรรมนั้น ประกอบดวย ๓ ปจจัยคือ๑. บารมีธรรมเกา๒. ไดมาเจอแนวทางปฏิบัติที่ตรงเสนทางพระนิพพานและตรงกับจริตหรือบารมีธรรมเกา ก็จะตอยอดไดอยางงายดาย๓. มีความเพียร ที่จะกําจัดกามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา ใหเหลือนอยที่สุด จนถึงหมดสิ้นไมมีเรื่องปาฏิหาริยใดๆ ทั้งสิ้นสําหรับการบรรลุธรรมตอใหทานมีขอ ๑ และ ขอ ๒ มากมายแคไหน แตหากไมทําตามขอ ๓ คือเพียรที่จะกําจัดกิเลสตัณหา ก็เขาตํารา อุดมการณหนักแนนดั่งขุนเขา แตความเพียรบางเบาดุจขนนก หรือทานใดอาจมีความเพียรอยางเอกอุแตสิ่งที่ทานเพียรปฏิบัติอยางมากนั้น


๑๒๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนไมไดเปนการปฏิบัติที่ตรงเสนทางพระนิพพาน ก็ยอมเปนธรรมดาอยูเองที่ทานไมมีทางบรรลุธรรม เพราะทานตั้ง GPS ไปผิดที่ GPS ก็จะพาทานไปตามจุดที่ทานตั้งไวนั่นแลในการปฏิบัติธรรมนั้น แมวาจะตรงเสนทางพระนิพพานแตหากแนวนั้น ไมตรงกับบารมีธรรมเกาหรือจริตเดิมของทานกจะเป ็นการ “นบหนังึ่ ” ซงนึ่าจะไม ทนสัาหรํบชาตันิเสี้ยละกระมีงัจึงเปนเรื่องสําคัญอยางยิ่งวา แนวทางที่ตรงเสนทางพระนิพพานที่ทานกําลังปฏิบัตินั้น ตองตรงกับบารมีเกาของทานดวย ถาบารมีเกาของทานทําไวมาก ทานก็จะเปนพวก “ขิปปาภิญญา” คือสามารถบรรลุธรรมไดอยางรวดเร็ว แตหากมีบารมีเกามานอยก็จะเปนในลักษณะ “ทันธาภิญญา” คือตองใชความพากเพียรอยางเอกอุและใชเวลาคอนขางมาก กวาที่จะบรรลุธรรมไดแตก็รับรองวา “ทันในชาตินี้” ขอฟนธงอยางไรก็ดีการจะบรรลุธรรมชาหรือเร็วไมมีใครบอกเราไดจนกวาเราจะลงมือปฏิบัติแตที่แนๆคือ ไมมีทางบรรลุธรรมแนหากไมลงม อปฏ ืบิตัิหรอหากปฏ ืบิตัในล ิกษณะทัชี่ลๆิแบบพายเรอืเลนในสระ คือพายบางหยุดบาง ไมไดคิดวา กําลังพายเรือทวนกระแสนํา จะหยุดพายแมแตนาทีเดียวมิไดเลย เพราะหยุดพายเมื่อไร กระแสนําก็จะพัดถอยหลังกลับไปเมื่อนั้น


๑๒๕การปฏิบัติข ั้นโลกุตรธรรมอีกพวกหนึ่งที่ “ขอเวลา” ใหพรอมกวานี้อีกสักนิดแลวคอยมาปฏิบัติอยางจริงจัง หลวงพอทูลทั้งเทศนทั้งเขียนไวชัดเจนวา พวกที่บอกวา “รอใหพรอมกอนแลวจะมาปฏิบัติอยางจริงจัง” นั้น ตายกอนทุกคน


๑๒๖ Mindset ของชาวพุทธเราเกี่ยวกับการมาปฏิบัติธรรมปจจุบัน ณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เราคงตองยอมรับความจริงวามีขาวฉาวในวงการสงฆออกมาแทบทุกวัน ลองมาวิเคราะหกันดูซิวา สาเหตุมาจากอะไร เปนเรื่องผิดปกติหรือเปนเรื่องที่เปนไปตามเหตุตามปจจัยพระ เณร ใน พ.ศ. นี้ทั่วประเทศ มีประมาณ ๓ แสนรูปและตามทไดี่กลาวถงวึตถั ประสงคุของการบวชทอดี่ตพระสีงฆราชฯัไดระบุไวเราก็พอจะเขาใจไดวา ในจํานวน ๓ แสนรูปนี้ประมาณสกกัรี่ปทูตี่งใจเข ั้ามาบวชเพ อจะปฏ ื่บิตัธรรมิเพอให ื่พนทกขุหรอือยางนอย ใหสมกับที่มาสวมเครื่องแบบเดียวกับพระพุทธเจานอกจากนี้หากเรายอมรับความจริงวา mindset ของชาวพุทธ โดยเฉพาะพอแมที่มีลูกชาย นั้นเปนอยางไร ยกตัวอยางวา ครอบครัวหนึ่ง มีลูกชาย ๓ คน


๑๒๗คนโตเปนเด็กเรียนดีเรียนเกง พอแมก็จะสนับสนุนอยางเต็มที่ยอมทุมเทเงินทองทุกบาททุกสตางคถึงขั้นไปกูหนี้ยืมสินมาจายคาเรียนก็ยอมคนกลางปญญาไมคอยดีแมจะขยันดูหนังสือ แตสอบแตละครั้งเกือบตกบาง เกือบไดบาง พอ แมก็เลยบอกวา โอเคงั้นลูกไมตองเรียนอะไรใหมากหรอก เอาแคอานออกเขียนไดแลวมาชวยพอแมทํามาหากินก็แลวกันนะคนเล็ก ออกแนว ขี้เกียจ เกเร เปนเด ็กมีปญหา พอแมก็เลยจับบวชเณร และสั่งวาใหอยูในผาเหลืองนี่แหละไปเรื่อยๆเพราะขืนอยูทางโลก คงไมพนคุก พนตารางแนตกลงเราไดคน “แบบไหน” มาบวช แตชาวพุทธทกคนุอยากได“พระแท”ทปฏี่บิตัดิีปฏบิตัชอบิแตเมอเหตื่ปุจจยัเปนอยางนี้ผลจะเปนแบบไหน คงไมตองบรรยายเวลาผานไปสิบกวาปลูกคนโตที่อุตสาหทุมเทเงินทองสงเสียใหเรียนก็สามารถเรียนจบหมอสมเจตนารมณของพอแมก็มาบอกวา พรรษานี้จะขอบวช พอแมก็ปลื้มใจมาก ที่ลูกเปนคนดีจริงๆ คิดจะบวชเพื่อตอบแทนบุญคุณพอแม (ตามที่เชื่อกันวาลูกชายควรบวชเพื่อตอบแทนบุญคุณพอแมทั้งๆที่การบวช กับการตอบแทนบุญคุณพอแมมันคนละเรื่องกันแทๆ) พอออกพรรษาMindset ของชาวพุทธเราเกี่ยวกับการมาปฏิบัติธรรม


๑๒๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนพระลูกก็ไมยอมลาสิกขา บอกวา อาตมาขอบวชตลอดชีวิต เพราะไดมีโอกาสศึกษาปฏิบัติจนซึ้งในรสพระธรรม แทนที่พอแมจะอนุโมทนาบุญ กลับทําทาจะเปนลม บอกวา พอแมอุตสาหเปนหนี้เปนสิน สงเสียใหเรียนจนจบหมอ หวังวาจะไดเปนที่พึ่งของพอแมยามแกเฒา แลวพระลูกทําไมถึง “คิดสั้น” บวชไมสึกละตกลงการที่คนที่มีความรูทางโลกสูงๆ และตั้งใจจะเดินทางธรรมใหถึงที่สุด ซึ่งจะเปนพระที่มีคุณภาพ เปนพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เปนกําลังสําคัญในการสืบทอดพระศาสนา กลับกลายเปนคิดสั้นไปเสียแลวขณะเดียวกัน บรรดาสุภาพสตรีทั้งหลาย ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระศาสนา และตั้งใจมาถือศีลปฏิบัติธรรมอยางจริงจังก็กลับกลายเปนถูกมองวา นาจะมีปญหาในชีวิต ทํานองวา อกหักหลักลอย ประมาณนั้น และในความเปนจริง แมชีจํานวนไมนอยที่อยูตามวัดตางๆ ก็มักจะเปนไปในลักษณะนั้นเสียดวย จึงทําให“ภาพลกษณั ”ของผหญูงทิมาบวชชี่ออกมาในล ีกษณะนันั้นบเป ันเรื่องนาเสียดายมากๆ ที่ผูหญิงจํานวนมาก ที่ตั้งใจที่จะปฏิบัติธรรมอยางจริงจังในชีวิตบั้นปลายของตัวตอง “คิดหนัก” มาก เพราะเมื่อไปเปนแมชีอยูตามวัดตางๆ สวนใหญก็จะกลายเปนวา ตองไปทางานในคร ํวัรบใช ัพระเณรมากกวาท จะได ี่ปฏบิตัตามเจตนารมณิ 


๑๒๙Mindset ของชาวพุทธเราเกี่ยวกับการมาปฏิบัติธรรมเมื่อความจริงในสังคมบานเราเปนอยางนี้โอกาสที่เราจะไดพระ เณร ตลอดจน ชีที่มีคุณภาพ ที่จะเปนกําลังสําคัญในการสืบทอดศาสนาจะมีสักกี่เปอรเซ็นตดังที่กลาวขางตนวา พระ เณรมีประมาณ ๓ แสนรูปมองโลกสวยวา ๙๐% ตั้งใจมาบวชเพื่อปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สมกับที่สวมเครื่องแบบชุดเดียวกับพระพุทธเจาและพระอรหันตสาวกคงมแคี ๑๐% ทบวชตามที่อดี่ตพระสีงฆราชฯเขั ยนไว ี และทาตํวันอกรีต นอกรอยอยูเปนปกติวิสัย๑๐% ของ ๓ แสน ก็คือ ๓ หมื่น ปหนึ่งมี๓๖๕ วัน ดังนั้นการที่จะมีขาวพระ เณร ทําตัวนอกรีต นอกรอย วันละเกือบ๑๐๐ รูป จึงไมใชเรื่องแปลกประหลาดอะไรใชไหม ตัวเลขนี้ใชหลักวา แตละรูปทําเรื่องนอกรีต นอกรอย เพียงปละครั้งเทานั้นนะและถาแตละรูปมีพฤติกรรมนอกรีตนอกรอย เปนปกติวิสัย หากมีอาสาสมัคร ทั่วประเทศ เฝาจับตาดูทุกวัด ทั่วประเทศ และมีการถายคล ปนิาเสนอขําว คงไมต องบรรยายอะไรให  มากความใช  ไหม อยางไรก็ดีที่กลาวมาทั้งหมดนี้เปนเรื่องของผูที่มีวัตถุประสงคอะไรก็ไมอาจทราบไดแตไดมาโกนหัว หมเหลืองสวมเครื่องแบบชุดเดียวกับพระพุทธเจา แตกําลังเดินมุงหนาสูนรกขมลุกทึสี่ดจะโดยรุตูวหรั อไม ืกด็ ีซงกึ่เป็น “กรรมของแตละคน ”ไปผเขูยนและผีอูานคงไม  สามารถไปท  าอะไรได ํ ผเขูยนเพียงแตีหยบยกิ


๑๓๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเอาความจรงในบ ิานเรามาวเคราะหิ ใหเหนช็ดเจนวัาเมอื่ mindset ของชาวพุทธเราเปนมิจฉา ผลที่ออกมามันจึงเปนอยางที่เปนอยูทุกวันนี้อยางไรก็ตาม นั่นเปนเรื่องการกระทําของคน ไมไดเกี่ยวกับพระธรรมคําสอนของพระพุทธเจาแตอยางใด ธรรม ๓ ขอและมรรคมองคี ๘ ทพระพี่ทธองคุทรงสอนเรานนั้ยงเปันความจรงิยังทรงพลังที่จะนําพาใหผูปฏิบัติตาม ไมวาจะขั้น โลกิหรือโลกุต ไดผลสมเจตนารมณอยางไมมีเสื่อมคลาย อยาไดเอาเรื่องไมดีตางๆ นั้น มาเปนปจจัยที่จะทําใหเรา ทาน เสื่อมศรัทธาในคําสอนของพระพุทธเจาแตอยางใดในมุมกลับกัน ผูเขียนกลบเหั ็นวา เรา ทานทั้งหลายควรจะยิ่ง “ตื่นจากหลับ” กัน นับวันสิ่งแวดลอมและสังคมยิ่งจะไมเอื้อตอการปฏิบัติเพราะกระแสโลกยิ่งแรงขึ้นตามความเจริญทางดานวตถั และเทคโนโลยุทีพี่ฒนาอยัางรวดเรว็การจะพายเรอทวนกระแสืนาํจะเหนอยยื่งขิ่นึ้เพราะกระแสนาจะยํงเชิ่ยวมากขี่นึ้และโอกาสที่จะไดพบเจอครูบาอาจารยที่หลวงพอทูล เปรียบวาเสมือน“หัวหนาโค” ที่รูเสนทางที่ถูกตอง ที่จะพาลูกฝูง ขามแมนําไปไดอยางปลอดภัย ไมถูกจระเขเอาไปกิน หรือถูกนําวนดูดจมหายไปตอหนาตอตา ยิ่งนอยลงทุกวันๆ


๑๓๑Mindset ของชาวพุทธเราเกี่ยวกับการมาปฏิบัติธรรมดังนั้น หากทานใดที่ไดมีโอกาสมาปฏิบัติแนวปญญาสัมมาทิฏฐิของหลวงพอทูล แลวรูสึกวา “ตรงจริต” สามารถนํามาปรับใชกับชีวิตประจําวันของทานไดแตยังมีวิบากกรรมอยูเพราะยังเต็มไปดวยบวงตางๆที่รัดทั้งเทา ทั้งมือและคอ เพราะความไมรูเนื่องจากในอดีตมี mindset ที่ผิดเหมือนกับคนแทบทั้งโลก และยงไม ัสามารถทจะแกะบี่วงท งหลายออกได ั้ ภายในเวลาอ นรวดเรัว็ก็นําธรรมขอ ๑ และ ขอ ๒ มาปฏิบัติไปใหดีที่สุด และพยายามนับถอยหลังที่จะแกะแตละบวงออกไปใหเร็วที่สุดเทาที่จะเร็วไดเพื่อจะไดมีโอกาสไปปฏิบัติธรรมขอ ๓ ไดทันกอนที่จะหมดอายุขัยทานใด ที่จริงๆแลว ไมมี“บวง” อะไรรัดไวเลย ซึ่งถือวาบารมีธรรมเกาสูงมาก ก็ควรจะถือโอกาสอันประเสริฐนี้รีบปฏิบัติใหถึงที่สุดของบารมีอยา “ตกเปนเหยื่อ” ของ กิเลสตัณหาที่มาหลอกหลอนวา“ไมตองรีบรอน”ใจเย็นๆรอให“กิเลส” มันลดลงอกสีกหนัอยคอยมาปฏ บิตัอยิางจรงจิงั ขอใหทานเปล ยนี่ mindset สกนัดิแลวชวีตจะเปล ิยนี่เพราะธรรมชาตของกิเลสนินั้มนไม ัมวีนัทจะลดลงหรอกี่มแตีจะเพมขิ่นึ้การมาปฏบิตัธรรมิคอการมาลดละืกิเลสไมใชรอใหกิเลสลดแลวคอยมาปฏิบัติก็ในเมื่อทานไมมีกิเลสตณหาอะไร ัทานจะต องมาปฏ บิตัอะไรอ ิกลีะมนกัจบแล็วม ใชิหรอืบางทานอาจถูกกิเลสหลอกวา รออีกสักนิด ให“ตกผลึก”


๑๓๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนกวานี้สักหนอย เดินสายกลางคือ ชิลๆ ไมตึงจนเกินไป ไมหยอนจนเกินไป ก็ขอใหทานเปลี่ยน mindset สักนิด เชนกัน เพราะทางสายกลางที่พระพุทธเจาตรัสไวนั้น คือ มรรคมีองค๘ ที่เปนเสนทางที่เราจะตองเดินตามอยางจริงจังจึงจะถึงที่หมาย คนละความหมายกับที่พวกเราหลงคิดและเอามาเปนขออางกันทานใด ที่ “คิดวา” ตัวเอง ยังมีบวงโนน นี่นั่น อยูอยากใหถามต วเองให ัแน ใจว าตกลงทานต องการอะไรแน  ถาทานยงัยนดิกีบการเวัยนวีายตายเกดิ จะขอปฏบิตัแคิ โลก ยธรรมิกเป็นสทธิ ิ์ของทานแตผูเดียว และก็ไมควรจะไปเสียเวลาอานหรือฟงธรรมขั้นโลกุตร แตอยางใด เพราะมันคงเปนแค “ความรู” ทางธรรมเทานั้นเอง ในเมื่อทานไมไดตองการกาวขามมาปฏิบัติขั้นโลกุตรธรรมแตอยางใด ยังเห็นวาโลกนี้สวยงาม นาอยูก็ไมมีใครไปบังคับทานไดแตหากทานเกิด “ดวงตาเห็นธรรม” วา นาจะใชโอกาสอันประเสริฐ ฉวยโอกาสทองนี้ปฏิบัติใหถึงที่สุดของบารมีก็ลองนํา“บวง” ทั้งหลายที่ทานคิดวายังรัดตัวทานอยูนั้น มาพิจารณาวาแทจรงแลิวทานหลดลอดออกมาจากบุวงน นได ั้ตงนานแลั้วเพยงแตี ทานหวนกลับไปผูกมันไวดวยความไมรูหรือรูแตไมอยากแกะออกหรือเปลา ถูกกิเลสหลอกเอาหรือไมวามันยังเปนบวงมัดเราอยู


๑๓๓Mindset ของชาวพุทธเราเกี่ยวกับการมาปฏิบัติธรรมถาทานอยากจะแกะบวงตางๆนี้ก็ลองเอาแตละบวงมาตีแผวา จะแกะดวยวิธีใด ใชเวลาเทาใด เคยไดยินคําสอนนี้ไหมวา“ใจเปนใหญ ใจเปนประธาน ทุกอยางสําเร็จดวยใจ” ถามตัวเองใหแนวา อยากจะหลุดจากบวงตางๆนี้แลวมาปฏิบัติธรรมใหถึงที่สุดของบารมีจริงไหม เทานั้นแหละอยาหลอกตัวเองอยาปลอยใหกิเลสหลอกอยูทุกวันจริงอยู ในกรณีที่เปนสุภาพสตรีเนื่องจากภาพลักษณของแมช ีในสงคมไทยเรา ั ไมคอยจะดนีกดังทักลี่าวแลวขางตนดเหมูอนืตองมาอาศัยขาววัดกิน แลวทานไมอยากจะเปนแบบนั้น ทานจึงจําเปนตองมีเงินสักกอนหนึ่งไวดูแลตัวเอง เพื่อจะไดรูสึกวามีความ“มั่นคง” กับการเปน “นักบวช” ของทาน


๑๓๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเชนกัน อยากใหทานเปลี่ยน mindset สักนิด แลวชีวิตจะเปลี่ยน ลองนึกถึงเจาชายสิทธัตถะ ตอนที่ทานตัดสินใจหนีออกจากวัง เพื่อมาหา “คําตอบวาทําอยางไรจึงจะพนทุกข” นั้นถามวา ทานเอาทรัพยสินเงินทองอะไรติดตัวมาไหม ทานทราบไหมวาทานจะกนิอยูหลบันอน อยางไร และทานทราบไหมว าจะตองใชเวลานานแคไหน กวาทานจะไดคําตอบ แตทานกังวลอะไรไหมชีวิตความเปนอยูของทานตอนอยูในวัง สุขสบายกวาเรากี่พันกหมี่นเทื่าและทที่านต องไปใช ชวีตกลางป ิากลางดงนนั้ลาบากกวําเรากี่สิบกี่รอยเทา แตเพราะอะไร “ใจเปนใหญ ใจเปนประธานทกอยุางสาเรํจด็ วยใจ  ” นนเองั่พระองคทรงมจีตใจท ิมี่งมุนั่แนวแน วาจะตองไปหาคําตอบนี้ใหไดตายเปนตายนั่นเองพวกเราที่จะวางทางโลกมาปฏิบัติธรรมนั้น เราตองเสี่ยงขนาดเจาชายสิทธัตถะไหม ตองลําบากเทาทานไหม พระพุทธเจาเฉลยขอสอบใหพวกเราหมดแลว เราไมตองไปหาคําตอบที่ไหนอกเลยีเพยงแตีเดนตามทางทิพระองคี่ได เมตตาวางไว  ใหเทานนเองั้เราไมตองไปใชชีวิตที่ตกระกําลําบากในปาในดง เราคงพอหาสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เปนสถานที่สําหรับ “ปฏิบัติธรรม” จริงๆไดไมยาก และชีวิตของนักบวชก็ไมมีความจําเปนตองใชเงินทองจํานวนมากมายเหมือนชีวิตฆราวาส ดังนั้นคงไมใชเรื่อง “จําเปน”


๑๓๕Mindset ของชาวพุทธเราเกี่ยวกับการมาปฏิบัติธรรมที่จะตองมีเงินกอนใหญ เปนหลายๆลานเพื่อความมั่นคงในชีวิตนักบวชกระมัง และอีกอยางหนึ่ง ถาจะพูดถึง “ความมั่นคง” เราจะเอาจํานวนตัวเลขกี่หลักมาเปนมาตรฐานของความมั่นคงละ เพราะทุกอยางในโลกนี้มันตกอยูภายใตกฎของไตรลักษณคือความไมเที่ยงแทแนนอนอยูแลว เงินหลักลานจะมั่นคงกวาหลักหมื่นหลักพัน แนหรือ ใครจะสามารถใหหลักประกันไดพวกที่บอกวา รอใหพรอมกอน หรือใหมีความมั่นคงวาจะสามารถมาปฏิบัติธรรมไดแบบไมเปนภาระกับใคร แลวจะมาปฏิบัติอยางจริงจังนั้น รับรองวาตายกอนทุกคน ดังท่ีหลวงพอทูล พูดไวขอบอก


๑๓๖ กําเนิดสถานธรรมKPY ภูปลายฟ้าหลายทานโดยเฉพาะสุภาพสตรีอานมาถึงตรงนี้อาจสงสัยวา ก็ในบทกอน ผูเขียนบอกวา พวกผูหญิง เมื่อเขาไปเปนแมชีอยในวูดันอกจากภาพลกษณั จะไม คอยดแลีวสวนใหญ กต็องไปอย ูในครัว หรือตองดูแลรับใชพระ เณร อาจไมมีโอกาสปฏิบัติธรรมไดสมเจตนารมณนนคั่อสืงทิ่เราเหี่นก็นจนชันตาิแตทผี่เขูยนระบี ในขุางตนวาใหเปลี่ยน mindset สักนิด เพราะผูเขียนตระหนักในเรื่องนี้ดีจึงไดคิดตั้งสถานธรรม KPY ภูปลายฟาขึ้นเมื่อป๒๕๕๕ผูเขียนเริ่มสอนธรรมะจัดทําโครงการ “อาบนําจิต” ตั้งแตปลายป๒๕๕๒ โดยเขาไปสอนในเร อนจื าพะเยาเป ํนแหงแรกตงแตั้วนจันทรั ถงศึกรุเรอยมาจนประมาณกลางป ื่๒๕๕๓ จงไดึแบงเวลา


๑๓๗ไปสอนที่เรือนจําอําเภอเทิง เชียงราย อีกแหงหนึ่ง โดยแบงสอนที่พะเยาอาทิตยละ ๓ วัน และที่เทิงอาทิตยละ ๒ วัน และที่หองสมุดเรือนจําเทิงนี่แหละ ที่ผูเขียนไดไปเจอหนังสือของหลวงพอทูลเขาเมื่ออานหนังสือทั้งหมดของหลวงพอจนตกผลึก และมั่นใจวาเดินมาถูกทางแลว ผูเขียนจึงเตรียมการที่จะบวช ซึ่งในตอนแรกบรรดาศิษยของหลวงพอทูล ก็จะใหผูเขียนไปบวชที่เชียงใหมเพื่ออยูเปนหมูคณะกับพวกทาน แตผูเขียนมีความปรารถนาที่จะตั้งสถานปฏิบัติธรรม ขึ้นที่ภูปลายฟา เพื่อจัดคอรสสอนคนนอกเรอนจืาํซงหากไปบวชอย ึ่กูบหมัคณะทูเชี่ยงใหม ี กคงไม ็เหมาะท ี่พระใหมจะไปสอนธรรมะข ามหนาขามตาศษยิหลวงพอทลรูนพุๆี่ผูเขียนจึงไปกราบเจาอาวาสวัดสวนดอก ตําบลแมกรณซึ่งตั้งอยูหางจากภูปลายฟาประมาณ ๓๐๐ – ๔๐๐ เมตร โดยขออนุญาตทานวา๑. พรรษาแรกจะจําพรรษาที่พระธาตุศรีจอมจันทรที่ผูเขียนไดไปบูรณะไวตั้งแตป๒๕๔๙ ซึ่งจะมีพระพี่เลี้ยงดูแลสอนเบสิคของความเปนพระให๒. เมื่อออกพรรษาก็จะขอมาอยูที่ภูปลายฟา (โดยปกติพระบวชใหมหรือนวกะจะตองอยูในความดูแลของพระอุปชฌายหรือพระที่ทานมอบหมาย อยางนอย ๕ ปถึงจะใหเปนมุตกะ คือกำเนิดสถานธรรม KPY ภูปลายฟา


๑๓๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนสามารถดูแลตัวเองได) โดยจะกันที่สวนหนึ่งในภูปลายฟา เพื่อสรางเปนสถานธรรมชื่อ KPY (ยอมาจากฉายาขิปฺปปฺโ ของหลวงพอทูล) และจะสอนธรรมะแนวปญญาสัมมาทิฏฐิของหลวงพอทูล ซึ่งหากทานเจาอาวาส ซึ่งจะเปนพระอุปชฌายของผูเขียน ไมอนุญาตใหผูเขียนตั้งสถานธรรมและสอนแนวปญญาฯของหลวงพอผเขูยนกี จะไม ็บวชแตกจะสร็างสถานธรรมฯและสอนธรรมะอยดู ีเพราะการทฆราวาสจะสรี่างสถานธรรมขนมาึ้เปนสทธิ ิ์สวนบุคคลอยูแลว แตหากบวชเปนพระ ตองอยูภายใตกฎระเบียบของคณะสงฆ๓. ไมขอรับกิจนิมนตตางๆ โดยปกติพระที่ตําบลแมกรณแตละวัดมีนอย แควัดละ ๑ - ๒ รูป เมื่อมีการเจริญพระพุทธมนตก็ตองนิมนตพระ ๙ รูป (๖ - ๗ วัด) หรือหากมีการสวดอภิธรรมก็๔ รูป (๒ - ๓ วัด) เมื่อผูเขียนบวช ก็คงตองรวมสังฆกรรมตามปกติจึงตองขอเปนเงื่อนไขไวกอน โดยกราบเรียนทานวาผูเขียนจะขอใชเวลาเพื่อปฏิบัติธรรมและสอนธรรมะใหมากที่สุดเทาที่จะมากไดหากตองรับกิจนิมนตก็คงจะไมสะดวกปรากฏวาพระอุปชฌายยอมรับเงื่อนไขอยางไมมีเงื่อนไขผูเขียนจึงบอกใหลูกสาวที่ผูเขียนยกกิจการภูปลายฟาใหเรงสรางสถานธรรม KPY ขึ้นเปนการดวน ซึ่งตอนแรก ลูกสาว บายเบี่ยง


๑๓๙กำเนิดสถานธรรม KPY ภูปลายฟาไมยอมสราง โดยใหเหตุผลวา พอดูหมอก็ไมเปน ใหหวยก็ไมเปนคาถาอาคมอะไรก็ไมมีแลวใครจะมาฝากตัวเปนศิษยบวชแลวก็อยูที่พระธาตุศรีจอมจันทรที่ไปบูรณะไวเปนอยางดีนั่นแหละแตเมื่อผูเขียนยืนยันวาสรางไปเถอะ ไมมีใครมา พอก็อยูคนเดียวนี่แหละ ถึงไดยอมสรางใหและเมื่อออกพรรษาป๕๕ นั้น ผูเขียนก็ออกจากพระธาตุศรีจอมจันทรมาอยูที่ KPY ทันที(โดยที่ไมตองรอครบ ๕ พรรษา เพราะพระอปุชฌายอนญาตแล ุวตงแตั้กอนบวช )พอดีโครงการอาบนําจิต ที่พะเยาจบรุนสุดทายประมาณ มี.ค. ๕๕และทเที่งจบลงประมาณ ิพ.ค. ๕๕ เนองจากื่ผบ. เรอนจืาทํงั้๒ แหงยายไปอยูจังหวัดอื่น และผบ.คนใหมไมสานตอโครงการอาบนําจิตทั้ง ๒ เรือนจําก็จบลงโดยปริยาย


๑๔๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนผเขูยนจีงึ“ยงประโยชน ัตน ”ตามลาพํงอยัทู KPY ี่ดวยการฝกฝนตนเองตอไป และ“ยังประโยชนทาน” ดวยการเขียนหนังสือเรื่อง “โสดาบันนั้นแคเอื้อม” เพื่อแจกจายใหกับญาติธรรมศิษยหลวงพอทูล ที่เปน FC ตั้งแตสมัยที่ผูเขียนยังเปนฆราวาสติดตามอานเรื่อง “คูมือปฏิบัติธรรมสําหรับนักปฏิบัติธรรมชั้นป. ๑” “สนดอนขั ดไดุสนดานกัข็ ดไดุ “ กบั “รงูตี้ดคิกซะนานแลุว”มาตลอด ชวงนั้นก็ไดเขียนเรื่องที่๒ ใหกับสํานักพิมพอมรินทรคอื “นพพานไม ิ ไกลเก นเอิอมื้ ” หลงจากเรัองแรกคื่อื “ปฏบิตัธรรมิชั้น ป. ๑” ที่วางตลาดในชวงปลายๆพรรษานั้น และเพราะ“ปฏบิตัธรรมชินั้ป. ๑” นแหละี่ทที่าให ํมญาตี ธรรมตามมาฝากต ิวัเปนศิษยหลายรายทั้งชาวเชียงราย และจังหวัดอื่นๆในตอนแรกๆ ก็เปนเพียงญาติธรรมที่ไดอานหนังสือ แลวขอมาสนทนาธรรมเพิ่มเติม มีเพียง ๑ ราย จากราชบุรีและ ๒ รายจากนนทบุรีที่นิมนตใหไปจัดคอรสใหบุคลากรในบริษัทของเขาที่โรงงานของเขาอยูหลายรุน จากนั้นก็เริ่มมีหนวยงานราชการทั้งในเชียงรายและพะเยา ที่ไดอานเรื่อง ป. ๑ เชนเดียวกัน ติดตอเขามา ขอใหจัดคอรสใหจึงไดฉลองสถานธรรม KPY และกุฏิทั้ง ๙ หลัง ที่ไดสรางไวสําหรับรองรับคนไดประมาณรุนละ ๒๐ คน


๑๔๑กำเนิดสถานธรรม KPY ภูปลายฟาโดยใหลูกสาวตั้งกองทุนขึ้นมากองหนึ่ง เพื่อเปนคาใชจายตางๆทั้งคานํา ไฟ คาดูแลรักษา ตลอดจนอาหารการกินของผูที่มาปฏิบัติธรรม (โดยสั่งอาหารจากรานอาหารในหมูบานสวนดอกมาบริการ)จากปากตอปาก ก็มีญาติธรรมชาวเชียงราย มาขอใหจัดเปนประจําใหกับบุคคลทั่วไป (บางสวนเดินทางมาจากกทม.)โดยตอนแรก ๒ เดือนครั้ง ตอมาก็กลายเปน เดือนละครั้ง แลวก็กลายเปนเดอนละื ๒ ครงั้เรอยมาื่ไมนบรวมกับคอรั สปดทมี่องคีกรตางๆ นิมนตไปจัดคอรสตามสถานที่ตางๆ ที่เขากําหนดไวทั้งในกทม. และตางจังหวัด สามปตอมา คือ ป๕๘ ตองใหลูกสาวสรางกุฏิเพิ่มขึ้นอีก ๖ หลัง เพราะที่เคยกําหนดไวคอรสละประมาณ๒๐ คน นั้น มีการรองขอจากหนวยงานตางๆ ขอเพิ่มเปนรุนละ๓๐ – ๓๕ คนชวงป๖๐ - ๖๒ ญาติธรรม ๓ – ๔ ทาน อาสามาเปนทีมงานและนิมนตใหผูเขียนไปอยูกทม. เพื่อจัดคอรส ทั้งคอรสบุคคลทั่วไปซึ่งจะใชสถานที่ของมูลนิธิแหงหนึ่งที่บางคลาฉะเชิงเทรา กับที่สวนธรรมศรีปทุม สามโคก ปทุมธานีเปนหลักและคอรสปดที่หนวยงานตางๆรองขอมา จัดที่ไหนก็แลวแตทางหนวยงานเหลานั้นจะกําหนดสถานที่มา ทาง KPY จึงหยุดพัก


๑๔๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนการจัดคอรสเปนการชั่วคราวไปโดยปริยายสําหรับคอรสที่จัดใหกับบุคคลทั่วไปที่สวนธรรมศรีปทุมนั้น มีญาติธรรมทานหนึ่งมีจิตศรัทธาขอเปนเจาภาพ ดูแลคาที่พักและอาหารที่ตองจายใหกับทางสวนธรรมฯ ผูเขียนกับทีมงานเพียงแตเดินทางไปทําคอรสใหเทานั้น เชนเดียวกันกับหนวยงานตางๆที่นิมนตผูเขียนไปทําคอรสใหก็จะดูแลรับผิดชอบเรื่องสถานที่(ตามแตละหนวยงานจะกําหนดมา) และคาใชจายตางๆ ทั้งหมดชวงนั้น จึงไมไดใชเงินจากกองทุน KPY แตอยางใดชวงโควิด ป๖๓ – ๖๔ หยุดการจัดคอรสทั้งหมด ทีมงานก็แยกยายกันไปคนละทิศคนละทาง ผูเขียนจึงกลับมาประจําการที่ KPY ซึ่งมีเพียงญาติธรรมมาสนทนาธรรมเปนรายๆ ไปเทานั้นไมสามารถจัดเปนคอรสไดพอหมดโควิด ป๖๕ ปรากฏวามีเจาภาพทางกทม. จองคิวขอจัดคอรสที่กทม. กันมาก เพราะอั้นมา ๒ ปทีมงานบางสวนก็กลับมารวมตัวกันใหมทาง KPY ก็มีโอกาสจัดคอรสใหกับหนวยงานที่มารองขอเทานั้น แตไมไดจัดเปนประจําทุกเดือนแบบสมัยกอนในเดือน ส.ค. จากการที่ญาติธรรมทานที่เปนเจาภาพมาตลอดตงแตั้ป ๖๐ เรอยมาื่ไดนมนติ ไปจ ดคอรัสท วไปท ั่สวนธรรมี่


๑๔๓กำเนิดสถานธรรม KPY ภูปลายฟาศรีปทุม ให๔ คอรสรวด และจากคอรสทั้ง ๔ นี้มีประมาณ๕ - ๖ คน ซึ่งลวนเปนสุภาพสตรีแสดงความจํานงวา อยากจะวางทางโลกเพื่อมาปฏิบัติธรรมใหสุดบารมีของตน จึงไดนัดหมายใหขึ้นมาสนทนาในรายละเอียดเปนรายบุคคลที่ KPY ทําใหเกิดความคิดวา จะเปลี่ยนนโยบาย ในการใชสถานธรรม KPY จากการใชเปนทจี่ดคอรัสท วไปหร ั่อจื ดให ักบหนัวยงานทมารี่องขอแตจะหันไปเนนใหเปนสถานที่ปฏิบัติธรรมของทั้งผูชายและ ผูหญิงที่ตองการปฏิบัติธรรมอยางจริงจัง โดยไมตองกังวลกับเรื่องคาใช จายใดๆ  ใครทมี่กีาลํงทรัพยัทดี่แลตูวเองได ั กร็บผัดชอบติวเองัไป ใครที่ไมมีกําลัง ก็ใชเงินกองทุน ซึ่งมีผูบริจาคเขามาสมทบอยูไมขาดอยแลูวแตมหลีกการวัาตางคนตางดแลตูวเองั ใครทาอาหารํเปนกท็ากํนเองิ ใครทาไม ํ เปนกส็งจากรั่านอาหารซ งใชึ่บรการกินมาัตลอดและราคาประหยัดจาก ๕ - ๖ คน ที่มีอุดมการณหนักแนนดั่งขุนเขา แตหลายคน ความเพยรบางเบาดีจขนนกุมขีออ างโน นนี่นนั่มเพียงี๒ ทานเทานั้นที่เอาจริง ทานแรก จัดการกลับไปขออนุญาตสามีและลูกชายคนโตซึ่งใกลจะจบมหาวิทยาลัย ใหดูแลลูกชายคนเล็กทกี่าลํงเรัยนอยีชูนั้ม. ๔ เมอได ื่ไฟเข ยวจากครอบครีวักย็ นใบลาออก ื่


๑๔๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนจากราชการทันทีและมาอยูปฏิบัติธรรมที่ KPY โดยยังประโยชนตนดวยการฝกฝนปฏิบัติตอยอด และประโยชนทาน ดวยการเขารวมทีมกับจิตอาสาทานอื่นๆ ในการทําคอรสตามที่หนวยงานตางๆ รองขอมา เนื่องจากทานมีบํานาญจึงสามารถแบงสวนหนึ่งไปชวยทางครอบครัวและสวนหนึ่งใชดูแลตัวเองไดโดยไมตองใชเงินจากกองทุนแตอยางใด สวนอีกทานหนึ่ง ขอเวลาไปเคลียรทางโลกใหเรียบรอยสักระยะหนึ่ง เมื่อหมดหวงตางๆ แลวก็จะมาปฏิบัติตามอุดมการณตอไป โดยระหวางที่ยังไมเรียบรอยก็ขอเขารวมทีมงานจิตอาสา เพื่อฝกฝนปฏิบัติไปพลางๆเดิมทีตั้งแตเริ่มจัดคอรส ทุกคอรสจะจัดใหฟรีคาใชจายตางๆ ที่เกิดขึ้น หากไมมีเจาภาพ ก็จะใชเงินกองทุนที่ลูกสาวตั้งใหนี่แหละ สวนผูมาเขาคอรสทานใดมีจิตศรัทธาที่จะบริจาคสมทบเขากองทนุกอน็ โมทนาหนุวยงานใดท มี่งบประมาณก ีบร็จาคิสมทบเขากองทุน หนวยงานที่ไมมีงบประมาณ ก็ไมตองกังวลอะไรตลอด ๑๐ ปที่ผานมา ก็สามารถเลี้ยงสถานธรรม KPY และจัดคอรสฟรีมาไดอยางไมเดือดรอนอะไรสําหรับคอรสที่หนวยงานทาง กทม. นิมนตมานั้นไมตองพูดถึงอยูแลว เพราะงบประมาณของหนวยงานเขามีพรอมอยูแลว


๑๔๕กำเนิดสถานธรรม KPY ภูปลายฟาแตคอรสทั่วไปที่มีเจาภาพดูแลเรื่องคาใชจาย ที่มาจัดที่สวนธรรมศรีปทุมนั้น ทานกําหนดจัดปละ ๔ คอรส ซึ่งก็มีคาใชจายเกือบครึ่งลานแลว แตมีเสียงเรียกรองใหจัดเพิ่มขึ้นเทาตัวคือปละ๘ คอรส ซึ่งจะเปนการรบกวนเจาภาพจนเกินไป หากจัดที่ KPY ไมมีปญหา เพราะคาใชจายแตละคอรสแคหลักหมื่นสามารถจัดฟรีใหไดสบายๆ แตเมื่อตองมาจัดที่สวนธรรมศรีปทุมนั้นคาใชจายแตละคอรสเปนหลักแสน หากจะใชเงินกองทุน KPY ก็นาจะเกินกําลัง และควรจะเก็บกองทุน KPY ไวสําหรับเปนคาใชจายในการบํารุงรักษาสถานที่กับคาอาหารการกินสําหรับทานที่ไมมีกําลังทรัพยที่จะดูแลตัวเองไดจะดีกวาชวงกลางๆ ป๒๕๖๖ ทีมงานซึ่งมีคนใหมมารวมสมทบเปนทีมใหญขึ้น มีความเห็นวา ควรจะจัดตั้งกองทุนขึ้นมาใหมชื่อ “กองทุนพี่สงตอนอง” เปดโอกาสใหรุนพี่ๆ ที่เคยมาเขาคอรสไดมีโอกาสสงบุญตอใหกับรุนนองๆ และเริ่มขอเก็บเงินจากผูเขาคอรสสวนหนึ่งประมาณ ๓๐% ของคาใชจายจริง อีก ๗๐% ใชเงินจากกองทุนพี่สงตอนอง ซึ่งคิดวาคงพอที่จะจัดเพิ่มใหไดปละ ๓ - ๔ คอรส ตามที่มีผูรองขอแตความจริงที่เกิดขึ้น จากการจัดคอรสเพิ่มจากที่เจาภาพขาประจําจัดไปปละ ๓ – ๔ คอรส แทนที่กองทุนจะลดนอยลง


๑๔๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนกลับปรากฏวา แตละคอรส เงินที่บริจาคเขามากับที่เก็บจากผูเขาคอรส เกินกวาคาที่พักและอาหารที่ตองจายใหกับทางสวนธรรมศรปทีมดุวยซ าไป ํตนป ๖๘ จงตึ องประกาศงดร บบรัจาคิจากรุนพี่ๆทุกทาน เพราะยิ่งวันกองทุนพี่สงนองยิ่งโตขึ้นๆ เกรงวาหากใชไมหมดแลวจะเกิดปญหา เพราะจุดประสงคของกองทุนคอเอาไว ืจาย๗๐% ของคาใช จายทตี่องจ ายให กบทางสวนธรรมฯัแตกลับไมไดเอาออกมาจาย เพราะมีผูบริจาคทั้งจากรุนพี่ๆ และผทูมาเข่ีาแตละรนุขอบรจาคสมทบเขิามาดวยจนเกนคิ าใช จายจรงิแตที่ยังคงขอเก็บสวน ๓๐% จากผูที่สมัครมาเขาคอรสเพราะตองการใหแตละทานไดมีสวนรวมในกองบุญนี้เทานั้นเองแตเนื่องจากมีองคกรตางๆจองคิวมามากจนทั้งผูเขียนและทีมงาน“ลา” ไปตามๆกัน ป๖๙ จึงตองขอลดจํานวนคอรสสําหรับบุคคลทั่วไปเหลือแคปละ ๕ รุนโดยแบงเปนคอรส “ทําไดไดธรรม”ที่สวนธรรมศรีปทุม ๓ รุน และคอรส “ปญญาสอนใจ” ที่ LPY เขาใหญ๒ รุนเมื่อพูดถึงคอรสทําไดไดธรรม กับคอรสปญญาสอนใจก็จะขอถือโอกาสพูดถึงหัวใจของทั้ง ๒ คอรสวา ตางกันอยางไรในกรณีที่ทานผูอานที่ไมเคยไปเขาคอรสของผูเขียน จะไดมีพื้นฐานพอที่จะคุยภาษาเดียวกัน


๑๔๗กำเนิดสถานธรรม KPY ภูปลายฟาคอรส “ทําไดไดธรรม” โดยปกติถาจัดเองจะใชเวลา๓ วนั ๒ คนืและจดทัสวนธรรมศรี่ปทีมุแตหากเป นหนวยงานตางๆนิมนตสวนใหญจะเปน ๒ วัน ๑ คืน (มีบางที่เปน ๓ วัน ๒ คืนแตน อยมากเพราะเวลาไม อานวยสําหรํบผัมาเขูาคอรส )ดงทั ไดี่กลาวในบทตนๆ วา ใชแนวปญญาสัมมาทิฏฐิของหลวงพอทูล เปนหลักดังนั้น จึงไมมีการนั่งสมาธิเดินจงกรม สวดมนตทําวัตรเชาวตรเยัน็ฯลฯแตจะเป นการสนทนาก นเป ันหลกั โดยอาศยสัองื่ายๆหรือกิจกรรมแทนการบรรยายถึง ธรรม ๓ ขอ และเดินตามมรรคมีองค๘ ไปทีละกาว โดยเริ่มตนจากการปรับ mindset กอนวาธรรมะคือธรรมชาติและ การปฏิบัติธรรมที่พระพุทธเจาสอนนั้นคือการใชปญญาพิจารณาไตรตรองถึงกฎของธรรมชาติ(คือกฎไตรลักษณ) และกฎแหงกรรม ใหกระจางและยอมรับ และปรับตัวใหเขากับความเปนจริง ไมใชอยูกับความอยากหรือความไมอยากของตัวเองการเดินคอรส จะใชวิธีใหผูเขาคอรส ไดฟง ไดเห็นภาพและไดลงมอทืาดํวยตวเองัคออาศืยหลักัสบปากว ิา ไมเทาตาเหน็สิบตาเห็นไมเทาลงมือทํา และแตละหัวขอที่ยกมาสนทนา ก็จะใหผูเขาคอรส “คิดตาม” วา สิ่งที่เขาไดฟง ไดเห็นและหรือไดลงมือทํานั้น ทําใหเขาได“ขอคิด ขอธรรม” อะไร และจะนําหลักธรรม


๑๔๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน๓ ขอ และมรรคมีองค๘ นี้ไปใชกับชีวิตประจําวันอยางไรใหเขา “เขาถึง” หรือ realize ดวยปญญาของเขา ไมใชแค“เขาใจ” หรือ understand และเปนแคความรูทางธรรมจากนั้นก็จะเนนยําวา ธรรมะจะเกิดผลก็ตอเมื่อเขานําไปปฏิบัติอยางตอเนื่องอยางยั่งยืน จนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไดไมใชทําบางไมทําบาง เพราะจะไมสามารถสูกับกิเลส สูกับความเคยชินแบบเกาไดเลย ตอนทายคอรสก็จะแนะนําวิธีการฝกวิธีการสอนใจตัวเองแบบกวางๆ พอเปนไอเดียใหนําไปฝกฝน และหากใครที่คิดวาแนวปญญาสัมมาทิฏฐินี้ตรงกับจริตของตัวเองอยากจะศกษาปฏ ึบิตัเพิมเติ่มิกให็มาเขาคอรส “ปญญาสอนใจ  ”ซงจะจึ่ดทั LPY ี่เขาใหญ๒ วนั๑ คนืแตจะจากํดจัานวนผํเขูาคอรสอยทู ี่๑๕ – ๑๖ คน เปนอยางมากเพราะตองม การสนทนาโต ีตอบกันเปนรายบุคคล มากยิ่งกวาคอรส ทําไดไดธรรม หากจํานวนคนมากก็จะไมสามารถทําไดคอรสปญญาสอนใจนี้เริ่มตนคอรสก็จะทบทวนเร็วๆถึงหลักธรรม ๓ ขอ แตจะเนนทําความเขาใจกับมรรคมีองค๘เพื่อใหมั่นใจวา ทุกคนเขาใจและเขาถึงมรรคมีองค๘ จริงๆ ไมใชแคทองจําไดเปนความรูเทานั้น จากนั้นก็จะใชเวลาทั้งหมดที่จะใหความกระจางในหลักการสอนตัวเอง ถามเอง ตอบเอง เพื่อให


๑๔๙กำเนิดสถานธรรม KPY ภูปลายฟาเกิดปญญาเฉพาะตน ในการที่จะแกไข “พฤติกรรม” ตางๆ ที่เปนปญหา ที่ทําใหเปนทุกขเพราะยังไมสามารถเปลี่ยนจากมิจฉาทิฏฐิเปนสัมมาทิฏฐิ(ระดับโลกิยธรรม) ไดใหตัวอยางการสอนตัวเองคุยกับตัวเองในหลายๆ แบบ ใหเลือกวา จริตเขาจะตรงกับแบบไหน เพราะดงทักลี่าวแล วในบทต นๆวานอกจากพระพทธเจุาแลว ไมมีใครทราบวาจริตเดิมของแตละคนเปนอยางไร จึงตองใชวิธีใหตัวอยางในหลากหลายวิธีเพื่อใหแตละคนไปเลือกประยุกตใชเอาเอง


๑๕๐ กาเนํดสถานธรรมิ LPY เขาใหญ่ยอนกล บไป ัเมอกลางป ื่๖๖ คณชนกพรุหรอสื มโอ ถนพิ่งงาัซึ่งเปนเจาของ Hug Station Resort รีสอรทขนาดยอมแหงหนึ่งที่เขาใหญไดมาเขาคอรสทําไดไดธรรม เนื่องจากเพื่อนชวนมาเพราะจริงๆ แลวเธอไมไดมีความสนใจในเรื่องธรรมะอะไร หลังจบคอรส สมเกิดอยากมาขอเขารวมเปนหนึ่งในทีมงาน ดวยเหตุผลอะไรไมอาจทราบได  เพราะในใจลกๆึสมย งไม ัยอมเชอเรื่องเวื่ยนวีายตายเกิด ไมเชื่อเรื่องกฎแหงกรรม หรือถาจะพูดใหถึงแกน ก็คือยังไมเชื่อเต็มรอยดวยซําวา พระพุทธเจามีจริงหรือ รวมทั้งขอธรรมะตางๆ นั้น อาจเปนวาคนโบราณเขียนเปนตําราขึ้นมาแลวแอบอางวาเปนคําสอนของพระพุทธเจาหรือเปลา อะไรทํานองนั้นแตสมก็ทุมเทแรงกาย แรงใจ ชวยทําคอรส โดยนําเทคโนโลยีตางๆมาชวยเสริม ทําใหคอรสที่ทํามา ๑๔ ปพัฒนาจากคอรสโลวเทคเปนคอรสไฮเทคขึ้นอยางที่เห็นในปจจุบัน ขณะเดียวกัน สมก็พยายามศึกษาปฏิบัติทั้งๆ ที่ใจยังไมยอมเชื่อ โดยถือคติวา


Click to View FlipBook Version