The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือปรับ mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน หนังสือเล่มสุดท้าย ของ หลวงตาน้อง
พระกรภพ กิตฺติปญฺโญ

พระผู้สอนคอร์สธรรมะ "ทำได้ ได้ธรรม"
มากกว่า 17 ปี ด้วยแนวปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เดินตามองค์มรรค เพื่อให้ทุกข์เบาบาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ปรับ mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน

หนังสือปรับ mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน หนังสือเล่มสุดท้าย ของ หลวงตาน้อง
พระกรภพ กิตฺติปญฺโญ

พระผู้สอนคอร์สธรรมะ "ทำได้ ได้ธรรม"
มากกว่า 17 ปี ด้วยแนวปัญญาสัมมาทิฏฐิ
เดินตามองค์มรรค เพื่อให้ทุกข์เบาบาง

Keywords: หลวงตาน้อง , ปรับmindsetสักนิดชีวิตเปลี่ยน

๕๑ก็ไปสอบอารมณรวมกับพระรูปอื่นๆ ตามปกติแตพอมาถึงหลวงตา คําพูดทานก็เปลี่ยนไป ไมพูดวา โยม สติโยม อยางเกาแตกลายเปน สติหลวงพอ สติตอนอยูชุดขาวก็ไมรูสึกอายพวกพระหนุมๆ นั้น แตตอนนี้เปนพระดวยกันแลว แถมอายุคราวพอของพระพวกนั้น แตปรากฏวาไมไดเรื่องไดราวอะไรเลยมันนาอายสิ้นดีบวชมาได๔ - ๕ วัน แลว (โอโฮ กะจะบรรลุธรรมภายใน ๔ - ๕ วัน เลยเหรอ) ก็มีแตคําวา สติหลวงพอ สติอยูนั่นแหละหวังวาผาเหลืองจะชวย


๕๒ เกิดปัญญาทางธรรมคืนหนึ่ง หลวงตาก็มานั่งคิดวาจะทําอยางไรดีผาเหลืองไมไดชวยอะไรเลย ดีวาสะดุดใจตรงที่แทบทุกวัน พระอาจารยจะเตือนพระเหลานั้นวา ใหพิจารณาเกิด แกเจ็บ ตาย พิจารณาไตรลักษณกันใหดีก็เลยมาลองนั่งพิจารณาเรื่องน้ีแทน เลิกสนใจเรื่องยุบหนอ พองหนอแตก็พิจารณาไมเปน พิจารณาไมไป ก็ไดแควา คนเราเกิดมาก็ตองแกเจ็บ แลวก็ตาย หรือพิจารณาไตรลักษณมันก็รูแควาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แตไปตอไมไดทันใดนั้น ก็มีเสียงแวบเขามาในหัวของหลวงตาวาผูมาบวชเปนพระนี่คือตองการมาละกิเลสนั่นเอง ตอนนี้เราเปนพระเราก็ตองหาทางละกิเลส ก็ถามตัวเองวา กิเลสคืออะไรก็ไดคําตอบวา กิเลส คือ โลภ โกรธ หลง พิจารณาวา เราไมไดโลภแลว ยกภูปลายฟา และทรัพยสินเงินทองตางๆ ใหลูกหมดแลวมีเหลือไวแคพอกินพอใชเทานั้นเอง แตพอมาถึงโกรธ รูสึกสะดุงเลยวา ตลอดเวลา ๖๖ ปในชีวิตที่ผานมานี้เรามันเปนคนขี้โกรธ


๕๓มากๆ อะไรที่ไมไดดังใจก็จะขึ้นทันทีใครขัดใจก็ไมไดนึกถึงที่เคยไดยินที่พระพยอมพูดวา โกรธคือโง โมโหคือบา ก็มองเห็นความโงความบาของตัวเองมาตลอด คืนนั้นนั่งคุยกับตัวเองถามเองตอบเอง เพลินเปนชั่วโมงแบบไมรูตัวเลย รุงเชาก็มาคุยตอละเอียดขึ้นวาที่โกรธเพราะมันไมไดดังใจ ก็คิดไดวา มีใครในโลกนี้ไดดังใจไปหมดทุกอยาง โกรธแลวมันไมดีอยางไร โกรธแลวมันชวยใหใครทําอะไรไดดังใจหรือก็เปลา แทนที่จะไปโกรธ ควรจะเมตตาเขาดกวีานะ เพราะเคยไดยนวิาเมตตาฆ าความโกรธ หลวงตาก็คิดเขาขางตัวเองวา เราก็มีเมตตานะ เพราะทําบุญสรางทั้งวัดทั้งโรงเรียน ทั้งใหทุนการศึกษาเด็ก แตก็มาเอะใจวา เมตตากับทําบุญมันนาจะเปนคนละเรื่อง เพราะหากมันเปนเรื่องเดียวกันเราทําบุญเยอะแยะแบบนี้เราก็ควรที่จะไมขี้โกรธแลวซิแตนี่เรากโกรธห ็วหนัาคนงานแทบทกครุงทั้เขาที่าอะไรไม ํถ กใจเราูนงคั่ยกุบัตัวเองเพลินเกือบทั้งวันตกเย็นก็ไปรวมตัวกันสอบอารมณเชนเคย แทนที่พระอาจารยจะพดวูาสต ิหลวงพอสติคราวนกลี้บบอกวัาหลวงพอไดปฐมฌานแล วหลวงตาจงไดึสารภาพกบทัานวา ไมไดทายํบหนอุพองหนอ อยางที่อาจารยสอน แตใชวิธีนั่งคุยกับตัวเอง เพื่อจะแกความโกรธ ทานก็ตอบมาวา ออ หลวงพอไมไดมาสายสมาธิเกิดปญญาทางธรรม


๕๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหลวงพอมาสายปญญา งั้นทําตามที่หลวงพอถนัดตอไปแลวกันที่ตั้งใจวาจะบวชแค๒ อาทิตยก็เลยคิดวาบวชตอไปอีกสักหนอยดีกวา และมีกําลังใจมากขึ้น เพราะอาจารยบอกวาหลวงตามาถกทางของสายปู ญญาคอนืงคั่ดพิจารณาอยิางนนี้แหละี่พระอาจารยบอกว าได ไปถ งฌานขึนสามแลั้ว ไมต องไปสนใจท จะที่าํสมาธิยุบหนอพองหนอ หรือพุทโธ หรืออะไรก็แลวแตซึ่งเคยทํามาสารพดวัธิแตี ไม เคยได  ผลอะไรเลย ผานไปอ กพี กใหญ ั กย็งมิ่กีาลํ งใจัที่เห็นพัฒนาการอยางรวดเร็ว จากการนั่งคุยกับตัวเอง ถามเองตอบเอง ไปเรื่อยๆ กะวาจะไปใหถึงข้นั๔ เลยแตปรากฏวา คุณโบวมาตามบอกวา หลวงพอสึกไดแลวเพราะชวงที่มาบวชนี้งานที่เฟส ๓ ไมมีใครรูวาจะตองทําอะไรอยางไรตอ ก็เลยจําตองลาสิกขา แตก็คิดวาจะใชวิธีคุยกับตัวเองใหละเอยดขีนึ้และทเหี่นช็ ดเจนเป ันร ปธรรมกูค็อืเมอกลื่บมาคัมงานุที่เฟส ๓ ตอนั้น เวลาหัวหนาคนงาน หรือคนงาน ทําอะไรที่ไมตรงกบทัตี่องการกสามารถ็ “เบรก”ตวเองได ัทนัทจะไม ี่ว ากใส เหมอนืสมัยกอน สามารถที่จะคุมอารมณแลวสอบถามตนสายปลายเหตุและหาทางแกไขใหถกตูองไดแบบที่แฮปปดวยกันทุกฝาย ยิ่งทําใหมีกําลังใจที่จะฝกฝนตอไปเปนอยางมาก


๕๕วิปัสสนึกการปฏิบัติครั้งนี้หลวงตาตั้งใจจะอุทิศใหกับคุณนุกูลมากๆเปนการไถ  บาป และ“ขออโหสกรรมิ ”เพราะรสูกวึาการทคี่ณนุกุลูเปนมะเรงสมองน็นั้สวนหนงนึ่าจะมาจากความเส ยใจและผ ีดหวิงัในตัวหลวงตา ซึ่งทําใหละอายใจตัวเองมากๆ ที่อุตสาหไดภรรยาที่แสนประเสริฐอยางนี้แลว กลับทาตํ ัวเหลวไหลเขาสุภาษิตโบราณที่วา “ลิงไดแกว ไกไดพลอย” จึงยิ่งทําใหคิดวาชีวิตที่เหลือนี้ตองสรางกุศลใหมากที่สุดเพื่อที่จะอุทิศใหคุณนุกูล เปนการไถบาปซึ่งในชวงป๒๕๕๔ รายการ “ธรรมะคือคุณากร” ที่ออกอากาศทางชอง ๑๑ อสมท ไดมาถายทําชีวประวัติของหลวงตา และตั้งชื่อเรื่องซีรียนี้วา “ผูไถบาป หาบบุญ”อยูมาวันหนึ่ง หัวหนาคนงานมาบอกหลวงตาวา มีพระปฏิบัติมาอยูที่สํานักสงฆแหงหนึ่งซึ่งไมหางจากภูปลายฟาดวยความดีใจคิดวาจะไดไปตอยอดกับทาน แตพอไปเลาใหทานฟง


๕๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนวา ใชวิธีคุยกับตัวเองถามเองตอบเอง ทานบอกวา “โยม นั่นมันวิปสสนึก ไมใชวิปสสนา” แลวทานก็สอนใหทําสมาธิแบบเคลื่อนไหวเปนจังหวะ ซึ่งหลวงตาเห็นวาไมนาจะตรงจริต ก็เลยรีบลากลับ ใจเสียพอสมควร ที่พระทักวามันคือวิปสสนึก แตดวยสันดานเดิมคือเปนคนดื้อ จึงดื้อใชวิธีวิปสสนึกนี้เรื่อยมา แตก็ทําแบบลังเล ไมคอยมั่นใจเหมือนแตกอน เพราะคําวาวิปสสนึกมันคอยแวบเขามาในหัวเรื่อยๆ ทําใหความเพียรลดนอยถอยลงไปพอสมควรเลยทีเดียว


๕๗มรีกยัอมม่ทีุกข์ที่หลวงตาเคยเขาไปปลีกที่พระธาตุฯ ตอนเย็นแทบทุกวันก็เริ่มไปบางไมไปบาง ความฮึกเหิมที่จะปฏิบัติใหกาวหนาก็นอยลงเปลี่ยนเปนความสับสนอีกครั้งหนึ่งวาตกลงที่บอกวาไมใหเกิดมาหลงโลกนั้นแลวตองทําอยางไรแน ประกอบกับตอนนั้น กามเทพแผลงศรอีกรอบ คิดไมถึงเลยวา อายุ๖๖ ปจะมา “ตกหลุมรัก”เด็กสาวอายุคราวลูกดวยคําวา “ชอบคนสูงอายุคะ” เลนเอาหลวงตาไปไมเปน ตลอดเวลา ๖๖ ปในชีวิตไมเคยงอใครเลยแตคราวนี้เวลาสาวเจางอน (และงอนบอยมาก) กลับตองเปนฝายโทรไปงอ เลยมารูตัววา ออ ความรักมันเปนอยางนี้เอง หลายครั้งที่สามารถทําใจไดที่จะไมงอเธอ แมจะทุกขทรมานใจแคไหนก็ตามแตเมื่อผานไป ๓ - ๔ วัน เธอเห็นวา ไมงอแนเธอก็เปนฝายโทรมา หลวงตาก็กลายเปนขี้ผึ้งโดนไฟไปในบัดดล พฤติกรรมแบบนี้ทําใหคิดหนักอยูตลอดเวลา วา “จะไปตอ หรือจะพอแคนี้”ซึ่งตลอดชีวิตมาไมเคยตกอยูในสภาวะที่“ทุกขใจ” อยางนี้เลย


๕๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนจนไปเจอแมชีทานหนึ่ง ทานนั่งหลับตาสักพัก ก็พูดออกมาวา “โยมพี่ตั้งใจจะไปกรุงเทพฯ แลวโยมพี่ไปหลงเพลินอะไรอยูที่อยุธยา” ก็งงถามวาแมชีพูดอะไรไมเห็นเขาใจ แมชีก็บอกวาก็โยมพี่ตั้งใจจะปฏิบัติธรรมใหบรรลุธรรม แลวทําไมจะไปคิดมีคูอีกละ โยมพี่ก็ไปจวนจะถึงที่หมายอยูแลว มาไดไกลแลว เพราะบารมีเกา แตยังไมเจอคูบารมีที่จะจูงกันเดินทางตอจากอยุธยาเพื่อเขากรุงเทพฯ เทานั้นแหละ แลวแมชีก็บอกวาจะยกหลานสาว(อายุออนกวาหลวงตา ๒๐ ป) คนนี้แหละจะมาเปนคูบารมีที่จะมาชวนกันหาทางออกจากอยุธยา นึกไมถึงเหมือนกันวาวิธี“คลมถุงชนุ ”สมยโบราณน ันั้ยงสามารถนั ามาใช ํ ได ในพ.ศ. ๒๕๕๑ทุกอยางผานไปดวยดีคูบารมีถนัดสวดมนตมาก จึงพาหลวงตาซงปกต ึ่ไมิ สนใจสวดมนต เลย ไดสวดสารพดบทและวันพระัวันโกน ก็จะพากันเขาไปถือศีล ๘ ในพระธาตุฯ ดวยกัน แตก็ยังเหยียบเรือสองแคม ชวยคุณโบวขยายเฟส ๔ ไปจนเสร็จ และคุณโบวก็มาบอกวา ใหไปเจรจากับเจาของเนินเขา ๒ ลูก ที่อยูดานหลังภูปลายฟา เนื้อที่ประมาณ ๑๕๐ ไรที่มาเสนอขายใหหลายครั้งแตยังไมเคยเจรจากันเปนเรื่องเปนราวสักทีเพื่อขยายเปนเฟส ๕ คืนนั้นขณะนั่งวิปสสนึกอยูก็มีเสียงก็เขามาในหัววา“ถามึงยังขืนดื้ออีก คราวนี้จะเอาชีวิต” หลวงตาจึงนึกขึ้นไดวา


๕๙มีรักยอมมีทุกขทผี่านมาตวเองยั งหลงโลกจร ังๆิคอมืความสีขกุบการทัขยายกี่จการิภูปลายฟาเฟสแลวเฟสเลา และภาคภูมิใจที่มีเสียงเลาลือวาเปนโครงการที่สวยที่สุดในเชียงราย แมวาเงินที่ขายไดจะไมไดมีสวนเกี่ยวของแตอยางใดแตหารูไมวา“ใจ” นั้น “หลงรัก” ภูปลายฟายิ่งกวาลูกเสียอีก เมื่อเสียงเตือนมาขนาดนี้จึงคิดไดวา ลอเลนไมไดแลวคราวนี้จึงบอกคุณโบววา พอตองเขาไปอยูในพระธาตุฯเปนการถาวรแลว เฟส ๕ ก็เลยพับไปโดยปริยาย และก็พาคูบารมีเขาไปถือศีล ๘ แบบถาวรในพระธาตุฯ ตั้งแตพฤษภาคม ๒๕๕๒(เห็นไหมวา ทั้ง “รักคน” และ “รักสมบัติ” ลวนเปนทุกข)


๖๐ เลิกหลงโลกและเดินทางธรรมเต็มตัวพอสมองไมตองไปคิดเรื่องภูปลายฟาแบบที่ผานมา จิตก็มุงมั่นอยูกับการคุยกับตัวเอง คราวนี้มาคุยเรื่อง “โลภ” ดวยเพราะเมื่อ ๒ ปกอน โดนกิเลสหลอกวาไมโลภแลว เพราะยกทรัพยสมบัติใหลูกๆ ไปหมดแลว แตคราวนี้มานั่งพิจารณาพบวาแทจริงยังโลภอยูมากเพราะแตละวัน คิดแตจะทําโนน นี่นั่นเพื่อเพิ่มมูลคาที่ดินในภูปลายฟา ใหลูกตลอด การคุยกับตัวเองจงมึเรีองคื่ยมากขุนกวึ้าแตกอนทคี่ยเรุองโกรธอย ื่างเดยวีแตเรองหลงื่ตอนนั้นก็โดนกิเลสหลอกวา ไมไดหลงนะเพราะ อยูชุดขาว และอยในพระธาตูฯุแลวไง  หาไดรความหมายทูแที่จรงของคิาวํา “หลง”แตประการใด


๖๑หลวงตาคุยกับตัวเองอยูอยางนี้ประมาณ ๓ เดือน วันหนึ่งก็เกิดสภาวะที่รูสึกวา ธรรมะเปนอยางนี้เอง ธรรมะคือธรรมชาติธรรมะ คือการกําจัดกิเลสทั้งหลายออกไปจากใจ ไมจําเปนตองอาศัยรูปแบบการนั่งสมาธิเดินจงกรมอยางที่ไดรับการสอนมาและเกิดความรูสึกอยากจะบอกคนทั้งโลกวา ธรรมะคืออยางนี้อยางนี้ผานไปไดสักไมถึง ๑๐ วินาทีก็มีเสียงเขามาในหัววาแลวมึงจะไปสอนอะไรใคร มึงมีความรูทางปริยัติแคไหน อานพระไตรปฎก ก็ไมเคยอานไดเกิน ๑ หนาก็วาง เพราะไมรูเรื่องอานหนังสือธรรมะทั้งหลาย ก็มีแตบอกใหทําสมาธิใหจิตสงบนิ่งวาง มึงก็ทําไมไดจิตที่ฮึกเหิมก็คลายลงโดยสิ้นเชิงเลิกหลงโลกและ เดินทางธรรมเต็มตัว


๖๒ เข้าคุกครั้งแรกในชวีิตดวยสายสมพันธัของลกนูองเกาท ี่ปปส. และเพงยิ่ายมาเป นอธิบดีกรมราชทัณฑทําใหหลวงตามีโอกาสไดเขาไปทําโครงการอาบนําจิต ที่เรือนจําพะเยา เมื่อปลายป๒๕๕๒ โดยขอเขาไปสอนวิชา “วิปสสนึก” นี่แหละ แตก็มีหลักยึดจากบทโอวาทปาตโมกข ิทวี่าธรรม ๓ ขอน ี้คอคืาสอนของพระพํทธเจุาทกพระองคุคอื๑. การไมท าบาปท ํ งปวง ั้๒. การทากํ ศลใหุถงพรึอม๓. การชาระํจตของตนให ิขาวรอบ ปรากฏวา ประสบความสาเรํ จแบบไม ็นาเชอื่นักเรียนรุนแรกเปนผูตองขัง ๑๖ คน สอนอยู๑๐ วันปรากฏวาทุกคนชอบวิธีวิปสสนึกของหลวงตามาก สวนใหญเคามีพื้นฐานทางธรรมเพราะเรียนนักธรรมกัน แตบอกวาเรียนรูธรรมะก็จริง แตไมรูเรื่องวาเอาไปใชกับชีวิตไดอยางไร แตจากการที่ไดสนทนากับหลวงตา เขาสามารถเอาไปใชไดเพราะนอกจากเขาจะ


๖๓รูจักเรื่องบาปบุญคุณโทษแลว ก็จะสอนใหเขารูจักวิธียับยั้งชั่งใจที่จะไมทะเลาะวิวาทกัน และจากการที่เขาไดนําวิธีวิปสสนึกไปใชเพียงไมกี่วัน ก็มีหลายคนที่มารายงานผลวา สามารถรับมือกับเหตุการณไดดีขึ้นปรากฏวา จากปากตอปาก มีผูตองขังทั้งหญิงชาย ลงชื่อสมัครเขาเรียนรุนตอๆ ไปอยางคับคั่ง จึงไดจัดอีก ๑๑ รุน และหลังจากนั้น ยังมีคอรสตอยอดฝกตอแบบยั่งยืน และไมวาทานผบ.เรือนจําพะเยา จะยายไปเรือนจําไหนก็ตาม ก็จะขอใหไปจัดคอรสใหที่เรือนจําทานทุกแหง จนทานเกษียณไปเขาคุกครั้งแรกในชีวิต


๖๔ เจอธรรมะหลวงพอทู่ลในเรอนจื ําสอนอยูที่เรือนจําพะเยาไดประมาณ ๖ เดือน ทางเรือนจําอําเภอเทิง เชียงราย ก็ไดมาขอใหหลวงตาไปจัดใหทางเรือนจําที่นั่นดวย และที่เรือนจําอําเภอเทิงนี่เอง หลวงตาก็มีโอกาสเจอหนังสือของหลวงพอทูลขิปฺปปฺโ ในหองสมุดซึ่งหลวงตาไมเคยไดยนชิอพระรื่ปนูมากี้อนเลยเกอบจะไม ืหยบมาอิานแตชอหนื่งสัอื“อุบายสอนใจตัวเอง” สะดุดใจมาก เพราะหลวงตาใชวิธีสอนใจตัวเองมาตลอดแบบไมมีใครชี้แนะ อานไปไดไมถึง ๒๐ หนานําตาไหลพราก เอาหนังสือขึ้นมาวางบนศีรษะ แลวก็เอาลงมาวางที่โตะและกราบหนังสือ พรอมกับรองในใจวา โอย หลวงพอผมรแลูวผมรแลูววาธรรมะเป นอยางนนี้เองี่เปนสภาวะทคลี่ายกบัตอนทเคยเกี่ดกิอนจะคดมาสอนคนิแตมนั “ลกซึงและชึ้ดเจนั ”กวา


๖๕คิดวาตองไปฝากตัวเปนศิษยพระรูปนี้ใหได ไมวาทานจะอยูที่ไหนก็ตาม รีบพลิกไปหนาทายๆ ของหนังสือเพื่อจะดูวาทานอยูที่วัดไหน ไดขอมูลวาอยูที่วัดปาบานคอ อุดรธานีแตทานละสังขารไปเมื่อ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ หัวใจที่กําลังฟูดวยความดใจท ี จะได ี่เจอครบาอาจารยูทสอนแนวทางที่ตรงจรี่ติ ตกลงไปอยทู ี่ตาตมุนงคอตกอยั่พู กใหญ ั นกนึ อยใจต วเองวัาท าไมบ ํญนุอยอยางน ี้หลงจากนันั้หลวงตากได็ซอหนื้งสัอหลวงพือทลมาูทงั้๖ เลมครบชุดที่สํานักพิมพอมรินทรนํามารวมเลมจัดพิมพพรอมทั้งเอารูปหลวงพอในหนังสือไปขยายใสกรอบมาเรียบรอย แลวก็กราบรปทูานพรอมท งขอฝากต ั้วเปันศษยิทานและตงจั้ตอธิษฐานวิาเจอธรรมะหลวงพอทูลในเรือนจำ


๖๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนขอใหไดเจอศิษยตัวเปนๆ ของทานแลวจะบวชไปตลอดชีวิตจากนั้นทุกวันที่วางจาการสอน ก็จะเอาหนังสือหลวงพอมาอานอานไปก น็ าตาไหล ํพรอมกบเอาหนังสัอวางทื โตี่ะแลวกกราบหน็งสัอืดวยความซาบซึ้งแบบที่บรรยายไมถูกรูแตวา เขาใจทุกอยางตามที่หลวงพอเข ยนในหน ีงสัอืพรอมทงคั้ดตามไปว ิา โอยอนนัผมที้าอยํแลูวแตผมไมรูวามันคือธรรมะ หรือบางเรื่องก็รับปากวาผมจะตองทําใหไดหรือบางเรื่องก็สารภาพกับทานวา ตรงนี้ผมคงยังทําไมไดแนตอนนี้แตผมจะตองทําใหไดในชาตินี้จากนั้นเวลาไปสอนที่เรือนจําทั้งสองแหง ก็จะสอนดวยความมั่นใจขึ้นมาก เพราะรูวามาถูกทางแนๆ เพราะหลายสิ่งหลายอยางที่สอนและที่ปฏิบัติอยูนั้น ตรงกับที่หลวงพอเขียนในหนังสือ ตรงขนาดที่บางขอความหรือวลีที่หลวงตาใชสอนมากอนนั้น ตรงกับที่หลวงพอเขียนในหนังสือเปะๆ เลย


๖๗แรงบันดาลใจให้เขยนหนี ังสือและ จัดคอรสธรรมะ์จากการอานหนังสือหลวงพอทูลทําใหหลวงตาฮึดสูโดยเอาหนงสั อเป ืนครบาอาจารยูแลวเกดแรงบิ นดาลใจให ัหลวงตาคิดเขียนหนังสือธรรมะ โดยพรินตออกมาจากคอมพิวเตอรเปนเลมเล็กๆ บางๆ เพื่อเอาไวแจกใหกับผูตองขังที่สนใจขยันทําการบานหร อตอบปร ื ศนาธรรมได ิ เรองแรกทื่เขี่ยนเมีอื่๑๑ ก.ค. ๕๓คือ “ธรรมะสําหรับคนไมมีเวลา” (ตอมาเมื่อจัดพิมพเปนเรื่องเปนราวรวมกับอีก ๖ เรื่องในป๕๗ เขียนขยายความและเปลี่ยนชื่อเปน “ไมมีเวลา หรือไมคิดจะปฏิบัติธรรม”) จากนั้น ๑๕ ก.ค. ก็เขียนเรื่อง วิธีอยูกับกิเลสอยางมีความสุข และตอมาก็เรื่องฆราวาสอยางเราๆ ปฏิบัติธรรมเพื่ออะไร ถือศีลแลวตองกินเจดวยหรือ และมาอาบนําจิตกันเถอะ แบบตอเนื่อง เพราะรูสึกวามนพรังพรัู่อยากจะบอกคนวาธรรมะคออยืางน ี้อยางน ี้แตก เป็ นไป ในวงแคบๆ คือพิมพแจกใหเฉพาะพวกผูตองขังเทานั้นเอง


๖๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนจนเมื่อ ๖ ต.ค. ๕๓ หลวงตาเกิดความคิดวา จะเขียนทั้งประวัติและเขียนทั้งธรรมะเพื่อทําเปนหนังสือแจกงานศพตัวเองไวเลยดีกวา เพราะตอนนี้มั่นใจแลววา ที่ปฏิบัติและสอนพวกผตูองขงนันั้เปนแนวทางปฏ บิตัธรรมทิถี่กตูองแนนอนเพราะตรงกบัที่หลวงพอทูลทานสอน จึงไดเขียน “นุสรณกรภพ” ขึ้นมา โดยสวนหนงกึ่เป็ นประว ตัตามธรรมเนิยมีอกสีวนหนงกึ่เป็นธรรมะชอวื่า“คมู อปฏ ืบิตัธรรมสิาหรํบผั ปฏูบิตัธรรมชินั้ป. ๑” แลวส งโรงพ มพิ จัดพิมพเปนเรื่องเปนราว (ไมใชพิมพจากเครื่องคอมพิวเตอร


๖๙แรงบันดาลใจใหเขียนหนังสือ และ จัดคอรสธรรมะเลมบางๆ อยางเรื่องอื่นๆ ที่เอาไวแจกผูตองขัง) พลันก็นึกขึ้นมาวากวาคนจะไดอาน ไมรูอีกนานเทาไรเพราะตองรอตอนงานศพนาเสียดายเวลาที่สูญเปลา เพราะอยากใหคนไดอาน ไดเปลี่ยนmindset วา ธรรมะคือธรรมชาติและการปฏิบัติธรรมที่แทจริงคือการเอากิเลสออกใหมากที่สุด ไมใชแบบท ี่พากันทําอยูคือเอาแตนั่งสมาธิหาความสงบแตไมคิดที่จะเอากิเลสออกแตอยางใด จึงเกิดความคิดวาเอาสวนหนึ่งแจกเปนของขวัญปใหมป๕๔ ใหกับเพื่อนนักเรียนเตรียมฯ กับเพื่อนบัญชีจุฬาฯ รุนเดียวกันดีกวาชวงเดอนืก.พ. ๒๕๕๔ มสีภาพสตรุทีานหน งโทรมาแนะน ึ่าํตวเองวัาชอเมตตาื่เปนน องสะใภ ของเพอนบื่ญชัจีฬาฯุของหลวงตาและตัวทานเปนเจาของสํานักพิมพอมรินทรธรรมะ ไดมีโอกาสอาน“นุสรณกรภพ ”อยากจะขออนุญาตนําสวนของธรรมะไปจัดพิมพจําหนาย หลวงตาก็ไมติดขัดใดๆ แตอยูๆ ทานก็บอกวา เปลี่ยนใจขอเอาเรื่องปฏิบัติธรรมชั้น ป. ๑ นี้เก็บไวกอน อยากจะใหหลวงตาเขยนี “นพพานไม ิ ไกลเก นเอิอมื้ ”ใหหนอย (ทานคดชิ อมาให ื่เสรจ็ )แตในที่สุด“ปฏิบัติธรรมชั้น ป.๑”ก็ไดออกวางตลาดกอนในขณะที่หลวงตา เปลี่ยนสภาพจาก ชุดขาว เปน “หลวงตานอง”เมื่อ ๑๔ ก.ค. ๒๕๕๕ พอดีจึงไดมีคนมานิมนตใหไปแสดงธรรมที่บริษัทและที่โรงงานหลายแหง ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น หลวงตา


๗๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนก็ไดสรางสถานธรรม KPY ภูปลายฟาขึ้น (KPY คือตัวยอจากขปิ ปปฺโฺฉายาของหลวงพอทลู )ซงตอนแรกลึ่กจะไมูยอมสรางสถานธรรมใหโดยบอกวา หลวงพอดูหมอก็ไมเปน ใหหวยก็ไมไดแลวใครจะมาหาหลวงพอ จึงตองบอกวา หลวงพอตั้งจิตอธิษฐานกับหลวงพอทูลไวแลววา เมื่อไรที่หลวงพอทูลรับหลวงพอเปนลูกศิษยแลว (แมจะเปนลูกศิษยกลางอากาศก็ตาม) หลวงพอก็จะบวชและสรางสถานธรรมเพื่อสอนแนวปญญาสัมมาทิฏฐิสืบทอดเจตนารมณของหลวงพอทูล ตอไปจนกวาจะหมดกําลังยอนไปเมื่อ ๑๘ ก.ย. ๕๔ จากที่หลวงตาอานหนังสือหลวงพอเจอวา หลวงพอสอนใหพิจารณาธาตุ๔ ขันธ๕ หลวงตาก็มานั่งพิจารณาอยางจริงจังวา ธาตุ๔ คือ ดิน นํา ไฟ ลม นั้นมันคืออะไร และที่วาใหพิจารณานั้น พิจารณาอะไร ก็เอามานั่งคิดถามเอง ตอบเอง แลวมองไปรอบๆ กุฏิจากนั้นเดินออกมาดูตนไมใบหญานอกกุฏิมองขึ้นฟา มองไปทุกทิศทุกทาง ก็เริ่มเห็นวาจริงๆแลวมันก็มีแตดิน นํา ไฟ ลม ทั้งนั้น แตเราไปเรียกมันวากุฏิตนไมภเขาูฯลฯจากนนกั้มองเข็ามาหาตวเองัมนกั ็“ไดคดิ”ขนมาเลยวึ้าจริงๆ แลว ที่เรียกวา ผม ขน เล็บ ฯลฯ ที่แทมันก็คือดิน นํา ไฟ ลมทั้งสิ้น จากนั้นก็พิจารณาตอไปถึงขันธ๕ ที่เคยไดยินวา รูป เวทนาสญญาัสงขารัและวญญาณิก get ็ขนมาเลยวึ้ารางกายซ งประกอบ ึ่


๗๑แรงบันดาลใจใหเขียนหนังสือ และ จัดคอรสธรรมะดวยดิน นํา ไฟ ลม นี้เรียกวา รูป สวนเวทนาหรือความรูสึกสัญญาหรือความจํา และสังขารหรือความคิดปรุงแตงนั้นมันมีก็เพราะเรามีวิญญาณนั่นเอง แตพวกตนไมใบหญานั้น มันไมมีวิญญาณ มันจึงเปนพวกที่มีแตรูป ซึ่งประกอบดวยดิน นํา ไฟ ลม หลวงตารีบกลับเขาไปกุฏิเปดคอมพิวเตอรพิมพสิ่งที่พิจารณาตางๆ นี้ออกมาเปนตวหนังสัอื และใหชอเรื่องวื่า “ไดคดกิค็ ดได ิ ” เปนหนงสัอทื ใชี่พมพิ ออกมาจากคอมพิวเตอรแลวทําเปนเลมเล็กๆ เพื่อเอาไปแจกเปนรางวัลใหพวกผูตองขัง เหมือนกับเลมอื่นๆ ๔ – ๕ เรื่องที่พิมพแจกมาตลอดขณะท่ีพิมพเรื่อง “ไดคิดก็คิดได” อยูนั้น หลวงตาก็เกิดสภาวะขึ้นมาวา เฮย โสดาบันนั้นแคเอื้อม ไมใชเรื่องที่ยากเย็นอยางที่เคยอานเจอในตํารา วาจะตองทําสมาธิใหไดขั้นนั้น ขั้นนี้แลวยกจิตขึ้นพิจารณาเพื่อละสังโยชนตัวนั้นตัวนี้จึงนั่งหนาคอมฯตอแลวเขียน “แคเอื้อม” ขึ้นมาอีกเลมหนึ่ง เรียกวาคืนนั้นแทบไมไดนอน เพราะจิตมันตื่น อยากจะเขียนๆๆๆๆๆๆ และก็พิมพ๒ เรื่องนี้และเย็บเปนเลมบางๆ ไวเรื่องละเกอบื๑๐ เลม เพื่อไวแจกผูตองขังเหมือนเลมอื่นๆ


๗๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนไมไดคิดเลยวา ผลจากการแจกหนังสือ “นุสรณกรภพ”เปนของขวัญปใหมป๕๔ ใหกับเพื่อนๆ จะทําใหหลวงตาเกิดแรงบันดาลใจเขียนและจัดสงโรงพิมพพิมพเปนเรื่องเปนราวอีก ๑๐ กวาเรื่องในชวง ๒ – ๓ ปตอมา เลนเอาเกือบโดน Offi ce Syndrome เลนงาน จนในป๒๕๕๘ หลวงตาตั้งใจวาจะเขียนเรื่อง “เบื่อจะเกิดหรือยัง” เปนเรื่องสุดทาย แตก็มีเหตุที่ทําใหตองเขียนเพิ่มอีก แตทิ้งระยะหางปละเรื่องหรือ ๒ – ๓ ปเรื่องหนึ่งจนเมื่อ พ.ย. ๒๕๖๗ ก็ไดเขียน “อยากกลับมาเกิดเปนมานุด...ยกมือขึ้น” เปนเรื่องที่๒๒ และคิดวาคงจะเปนเรื่องสุดทายจริงๆคราวนี้


๗๓แรงบันดาลใจใหเขียนหนังสือ และ จัดคอรสธรรมะตั้งแตป๒๕๕๕ ก็ไดเขียนและพิมพหนังสือธรรมะแจกจายใหกับญาติธรรมทั้งหลาย ทั้งที่มาเขาคอรสดวยตัวเองกับที่ไมเคยเขาคอรสแตไปไดอานบางเรื่องแลวเขียนจดหมายมาขอเพิ่มเติมซึ่งมีทั้งจากคนนอกคุกและในคุกหลายๆ คุกในไทย เพราะทางราชทัณฑไดนําหนังสือปฏิบัติธรรมชั้น ป. ๑, สันดอนขุดไดสันดานกข็ดไดุกบัรงูตี้ดคิกซะนานแลุวสงเขาหองสมดเรุอนจืาทํ วประเทศ ั่สวนเรองื่ “นพพานไม ิ ไกลเก นเอิอมื้ ” นนในต ั้นป ๒๕๕๖ ทางสานํกัพิมพอมรินทรธรรมะก็ไดออกวางตลาดที่ภูมิใจและมั่นใจวาหลวงพอทูลรับเปนศิษยกลางอากาศกค็อหลื งจากบวชได ัเพยงพรรษาเดียวีกได็รบมอบหมายจากพระครัูปยสลาจารยีหรอพระอาจารยื ไชยา อภชโย ิเจาอาวาสว ดปัาบานคอที่ “รับไม” ตอจากหลวงพอทูล มอบงานสําคัญในการปรับรูปโฉมหนังสือของหลวงพอทั้ง ๒๑ เรื่อง และตอมาใหรับงานอบรมภาคเหนอประจ ื าปํทกปุและจดคอรัสทวี่ดปัาบานค อในงานสรงน  าํพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเปนงานใหญประจําปของวัดปาบานคอเรื่อยมา


๗๔ ขยายสาขาสถานปฏิบัติธรรมไปเขาใหญ่ตอนแรกๆ ที่ไปสอนในเรือนจํา หลวงตาก็เนนสอนแตธรรม ๓ ขอ ที่พระพุทธองคทรงวางไวเพราะรูและมั่นใจอยูแคนั้นและยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อไดมาอานเจอหนังสือของหลวงพอทูลที่บอกวา เราไมตองรูธรรมะใหมากมาย แตเอาที่รูนั้นมาปฏิบัติใหจริงจัง นอกจากนั้นหลวงพอไดบอกวา ใหเดินตามมรรคมีองค๘ อยาปฏิบัติแหวกแนวไปจากมรรคที่พระพุทธองคทรงวางไวดีแลว จึงไดมาทําความเขาใจกับมรรค ๘ อยางจริงจังวาแตละองคหมายถึงอะไรแนและทําไมในปฐมเทศนา พระพุทธองคถึงไดทรงบอกชัดเจนวา การจะกําจัดกิเลสตัณหาตางๆ ใหหมดสิ้นไปไดนั้น ตองเดินทางสายกลาง และทางสายกลางที่พระองคหมายถึงนั้นก็คือ มรรคมีองค๘


๗๕หลวงพอเขียนไวชัดเจนวา อยาตามตํารา แตอยาทิ้งตําราและใหถามเอง ตอบเอง แลวจะเกิดปญญา จึงไดมานั่งถามเองตอบเองวา สัมมาทิฏฐิคืออะไร สัมมาสังกับโป ฯลฯ คืออะไรแนดูจากตําราบาง เอามานั่งวิเคราะหถามเอง ตอบเอง อยูหลายวันจนในที่สุดก็ถึงบางออ กระจางแจงเลยวานี่เองที่เปน “หัวใจของศาสนาพุทธ” ที่ไมมีศาสนาไหนสอนไดถึงขั้นนี้การจะสูกับกิเลสตัณหาตางๆ นั้น จะตองใชปญญาสัมมาทิฏฐิแลวเดินตามมรรคตอให  ครบไปพร อมๆกนทังั้๘ องคอยางนนี้เองี่ถาระดบฆราวาสัหรือพวกที่ยังเพลิดเพลินกับการเวียนวายตายเกิด ก็ใชปญญาสัมมาทิฏฐิระดับโลกิยธรรม ที่จะทําตามขอธรรม ๒ ขอแรกที่พระพุทธองคทรงวางไวนั่นคือ ๑. การไมทําบาปทั้งปวง กับ๒. การทํากุศลใหถึงพรอม แตหากใครที่ตองการเขาเสนทางพระนิพพาน คือบรรลุธรรมขั้นใดก็ตาม ก็จะตองทําตามขอธรรมขอที่๓. คือการชําระจิตใหบริสุทธิ์สวนจะบริสุทธิ์ไดขนาดไหนก็อยูที่วาใชปญญาสัมมาทิฏฐิระดับโลกุตรธรรมไดถึงขั้นไหนเมอเขื่าใจและเข าถงเชึนนแลี้วนอกจากจะเขยนหนีงสัอแลืวก็จัดคอรสใหกับญาติธรรมทั้งหลาย โดยใหยึดธรรม ๓ ขอ และเดินตามองคมรรคทีละกาวใหครบทั้ง ๘ องค(ตอนแรกๆ ก็ไมไดตั้งชื่อคอรสเปนเรื่องเปนราว ตอมาจึงตั้งชื่อวา “ทําไดไดธรรม”)ขยายสาขาสถานปฏิบัติธรรมไปเขาใหญ


๗๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนและเพื่อใหผูเขาคอรสไดเห็นภาพชัดเจนเปนรูปธรรม จึงไดใชวิธีนากํจกรรมติางๆ มาเปนส อให ื่เขาได เหน็ ไดลงมอทืานอกเหนํอจากืการไดรับฟงอยางเดียว คือใหครบทั้ง ตาดูหูฟงและลงมือทําเรื่อยมาตั้งแตป๒๕๕๔ ซึ่งชวงนั้นก็ยังสอนเฉพาะที่เรือนจําพะเยาและเรือนจําเทิง แตพอป๒๕๕๕ ที่หนังสือเรื่อง “ป. ๑” ที่สํานักพิมพอมรินทรนําออกวางตลาดและประจวบกับที่ไดเปลี่ยนจากผาขาวมาเป นผาเหลองืผทู ไดี่อานหนงสัอจื งไดึนมนติ ให ไปจ ดคอรัสใหเขา และจากปากตอปาก ก็มีหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนนิมนตมาเรื่อยๆ ปแรกๆก็เฉลี่ยเดือนละคอรสแลวก็คอยๆ มากขึ้นเปนปละประมาณ ๒๐ คอรส ๓๐ คอรสจนสูงสุดถึงปละ ๔๐ คอรสก็เคยมีอยูหลายปจนตองประชุมกับทีมงานวาจะไปตอหรือพอแคนี้


๗๗ขยายสาขาสถานปฏิบัติธรรมไปเขาใหญจนกระทั่งเดือน ก.ค. ป๒๕๖๖ สมเอง ซึ่งตอนนั้นเปนเจาของรีสอรทอยูที่เขาใหญซึ่งกอนหนานี้ไมไดมีความศรัทธาในเรื่องของธรรมะแตอยางใด แตตามเพื่อนมาเขาคอรส หลังจากเขาคอรสก็ขออาสาเขามาเปนหนึ่งในทีมงานทั้งๆ ที่ก็ยัง “ไมเชื่อ”ตามคําสอน แตรูสึกวาหลวงตาไดเปด “โลกธรรมะ” ใหสมไดตาสวาง เปลี่ยน mindset ในการใชชีวิตไดหลายเรื่อง จึงเกิดความรูสึกอยากมาชวยพัฒนาการเดินคอรสโดยการเอาวิชาความรูและ ประสบการณจากการทํางานในเอเจนซี่โฆษณา มาทําใหคอรสมีสื่อครบทั้งภาพ เสียงและวีดีโอและ เชื่อมตอก ับ Social media เพื่อใหธรรมะของหลวงตาแพรหลายขึ้นและ ก.ค. ป๒๕๖๗ สมก็ตัดสินใจ “ปดกิจการ” รีสอรทที่เปดบริการมาสิบกวาปและไดรับความเมตตาจากหลวงตาอนุญาตใหดัดแปลงสถานที่เพื่อทําเปนสถานธรรม โดยหลวงตาไดมอบชื่อวา ลานปญญา LPY เขาใหญแมวาสมก็ยังไมเชื่อวามนุษยสามารถปฏิบัติธรรมเพื่อไมตองมาเวียนวายตายเกิดไดจริงแตสมถือคติวา “ไมเชื่อ แตทํา” Don’t Trust Just Proof


๗๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนและเมื่อวันที่๒๒ ก.ค. ๒๕๖๘ สมก็ไดชักชวนเพื่อนจิตอาสามาบวชเปน ธัมมบรรพชิต (นักปฏิบัติธรรมผูเดินตามองคมรรค ) ทงแบบชั้วคราวั่และแบบถาวรเพอฝื่กปฏ บิตัไปด ิวยกนัเปนกัลยาณมิตรรวมเดินทาง สวนตัวสมเองก็ตั้งใจวาจะเปนธัมมบรรพชิตไปเรื่อยๆ เพื่อนําพาตัวเองเขาสูเสนทางธรรม และตั้งใจจะสืบทอด เผยแพรธรรมะแนว “ปญญาสัมมาทิฏฐิ” ที่หลวงพอท ลไดูปกหม ดไวุใหกบโลกใบน ั ี้และ หลวงตานองได นามาํตอยอดผานรูปแบบของ คอรสธรรมะที่จับตองไดสําหรับทานที่ยังไมเคยเข าคอรส “ทําไดไดธรรม” อาจจะนึกไมออกวา คอรสธรรมะที่ไมมีการนั่งสมาธิเดินจงกรมนั้น


๗๙ขยายสาขาสถานปฏิบัติธรรมไปเขาใหญทําอะไรกัน จึงสามารถเปลี่ยนความเห็น และ พฤติกรรมไดจริงภายใน ๒ – ๓ วัน ซึ่งเปนจุดเปลี่ยนชีวิตของสมดวย “เทคนิคการสอนธรรมะ” ทหลวงตาออกแบบโดยใช ี่กจกรรมิเกม และอปกรณุเชิงสัญลักษณแบบบานๆ เขาใจงาย ไมซับซอน สนุก ทําใหผูรวมกิจกรรมเขาถึงธรรมแบบรอง “ออ” และ ฝงชิปเปนภาพจําเขาไปในใจ (ไมใชการจํา) และสามารถนําออกมาใชไดทันเหตุการณแบบเปนธรรมชาติอยางไมนาเชื่อ ซึ่งสมขอเรียกวาเปน “สุดยอดนวัตกรรมของการเผยแพรธรรมะ” สมจึงตั้งใจสืบทอด เผยแพรธรรมะแนวปญญาสัมมาทิฏฐิตามแนวของหลวงตา ใหยั่งยืนสืบไปตราบนานเทานาน ดวยความมุงมั่นของตัวสมเอง รวมทั้งจิตอาสาทุกทานที่รวมเดินทางไปดวยกันการคนพบวิธี “การคุยกับตัวเอง ถามเอง ตอบเอง”จนไดคําตอบที่หลวงตาคนพบดวยตัวเอง ตั้งแตกอนเจอคําสอนของหลวงพอทูลนั้น เปนการ “ยืนยัน”ไดเปนอยางดีวาเปนวิธีการ“ฝกใชปญญา” ตามหลักของมรรคมีองค๘ ที่เริ่มตนดวย ปญญาสัมมาทิฏฐิโดยไมจําเปนตองมีความรูทางธรรม หรือ ปริยัติอะไรมากมายก็สามารถทําใหเราเขาใจ และ เขาถึงธรรม ยอมรับความเปนจริงของธรรมชาติจนสามารถนํามาเปลี่ยนแปลงตัวเองสูกับกิเลสไดอยางยั่งยืน


๘๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนตลอดเวลาที่ผานมา สมจะถามหลวงตาแบบ (กึ่งสงสัยกงลองของึ่ )วาแลวเราจะพสิจนูไดอย างไรว าทเราคี่ดวิาเรา “เขาใจและเขาถึง”ขอธรรมตางๆ นั้น เราเขาถึงจริงหรือเราเขาขางตัวเองหลวงตาก็จะตอบวา มันเปน “ปจจัตตัง” เมื่อไรที่เราเขาถึงเราจะรเองูและรดูวยวาม นเป ันของจรงหริ อของปลอม ืสมกแอบค็ ดไม ิดวีาหลวงตาหาหลักฐานมายืนยันไมไดก็เอาคําวา“ปจจัตตังที่แปลวารูไดเฉพาะตน” มาพูดนะซีแตจากการเดินตามรอยหลวงตามาถึงวันนี้สมตองแอบกราบขอขมาในใจหลวงตาอยูทุกวันที่หลงคิดอคติกับทาน เพราะยิ่งวันสมยิ่งเขาถึงสภาวะที่ไมสามารถอธิบายกับใครไดเพราะมันเปน “ปจจัตตัง” อะคะ“เปลี่ยน Mindset ไดชีวิตเปลี่ยน” จริงๆ คะสมโอ ชนกพร ถิ่นพังงาธัมมบรรพชิต๒๒ มีนาคม ๒๕๖๙


๘๑ปรบั MINDSET สักนิด ชวีิตเปลี่ยนคําปรารภตั้งแตป๒๕๕๘ ที่ตั้งใจวาจะเขียนเรื่อง “เบื่อจะเกิดละยัง” เปนเรองสื่ดทุายเพราะหลงจากตลัยเขุยนตีงแตั้กลางป  ๕๓ เรอยมาื่๑๗ – ๑๘ เรื่อง จนอาการ offi ce syndrome ทําทาจะมาเยือนแตก็มีเหตุการณที่ทําใหตองเขียนเรื่องที่๑๙, ๒๐ และ ๒๑ มาเรื่อยจนถึง ป๖๐ จนตองบอกตัวเองวา ตองหยุดเขียนอยางเด็ดขาดหากไมอยากเกิดอาการ offi ce syndrome ยามแกแตหยุดมาได๗ ปเมื่อ พ.ย. ๖๗ ก็มีเหตุใหเขียนเรื่องที่๒๒ คือเรื่อง “อยากเกิดเปนมานุดยกมือขึ้น” ซึ่งตอนนั้นก็คิดวา คงเปนเรื่องสุดทายจริงๆเพราะอายุยางเขา ๘๔ แลว ไมควรที่จะมานั่งหลังขดหลังแข็งหนาคอมฯ อีกแลว และนอกจากจะไมเขียนหนังสือแลว ก็วางแผนที่จะถอยจากการจัดคอรส ดวยการเตรียมการอยางเปนขั้นตอนตั้งแตปลายป๖๗ โดยในป๖๘ ใหทีมงานเตรียมทั้งทําคลิปอัดเสียง


๘๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนเอาไวในการบรรยาย และเตรียมตัวบุคคลที่จะนํากิจกรรมตางๆแทนใหมากที่สุดและเริ่มป๖๙ ก็จะเพียงแคเปดรายการใหวันแรกนิดหนอย แลวที่เหลือก็ใหทีมงานใชคลิปแทนบาง หรือตัวบุคคลที่ไดรับการถายทอดวิทยายุทธนํากิจกรรม ซึ่งผานมา ๓ คอรสแรกของปก็เปนไปดวยดีทุกประการตลอดป๖๘ จึงไดใชเวลาสวนใหญที่จะสนทนาหลังไมคกับผูที่สนใจที่จะปฏิบัติใหถึงที่สุดของบารมีและก็ไดตั้งใจวาชวงเวลาที่เหลือในชีวิตจะเนนไปในลักษณะนี้มากกวาการสอนในคอรส จากการประกอบเหตุดังกลาวตั้งแตป๖๘ จนมาถึงตนป๖๙ จึงไดพบความจริงวามีผูปฏิบัติที่มาขอ “นอกรอบ” แบงเปน ๓ พวกใหญๆ คือ๑. อุดมการณหนักแนนดั่งขุนเขา แตความเพียรบางเบาดุจขนนก๒. อางวากิเลสยังแยะอยู ไมสามารถมาปฏิบัติธรรมได๓. เขาใจผิดในสาระสําคัญวา เมื่อเขามาสวมเครื่องแบบนักบวชแลว กิเลสจะหายไปเองโดยอัตโนมัติจึงทําใหตองลุกขึ้นมาเขียนเรื่องที่๒๓ (สุดทายจริงๆๆๆๆ) เอาตอนอายุจะเต็ม ๘๕ ปเพราะคิดวานาจะเปนประโยชนกับกลุมบุคคลทั้ง ๓ กลุมขางตนและรวมถึงกลุมอื่นๆ ที่อาจมี


๘๓ปรับ MINDSET สักนิด ชีวิตเปลี่ยนโดยเฉพาะอยางยงิ่ผทูมี่ความตี งใจจะปฏ ั้บิตัธรรมในข ิ นโลก ั้ตรธรรมุ(อุดมการณหนักแนนดั่งขุนเขา) จะได“เขาใจ” (realize ไมใชแคunderstand) วา ตองฝกฝน ฝกฝนตัวเองอยางไร แคไหน ไมใชไปหลงเขาใจผิดกับคําวา “ทางสายกลาง” ที่คนสวนใหญไปแปลเขาขางตวเองวัา “อยาตงเกึ นไป ิหรอหยือนเก นไป ิเอาพอดๆีชลๆิ ”แตความหมายที่แทจริงของ “ทางสายกลาง” ที่พระพุทธองคแสดงในปฐมเทศนานั้นคือ การปฏิบัติธรรมเพื่อการบรรลุธรรมนั้นตองไมไปในทางที่ติดอยูกับความสุขในสมาธิในฌาน แตไมคิดจะกําจัดกิเลส หรือไมไปในทางที่ทรมานตัวเองแตไมกําจัดกิเลส ทั้ง ๒ ทางนั้นไมใชแตใหไปทางสายกลาง คือ “มรรคมีองค๘” แตเปนที่นาเสียดายมากที่ไมคอยมีใครใหความกระจางกับชาวพุทธเราในเรื่องนี้และไมคอยจะมีใครสอนใหชาวพุทธเราเดินตามมรรคมีองค๘ นี้กันอยางจริงจัง ทั้งๆ ที่ทุกวันพระ ก็จะพากันสวดบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ซึ่งระบุไวชัดเจนวาทางสายกลางนั้นพระพุทธเจาทรงหมายถึงมรรคมีองค๘


๘๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนผูเขียนพยายามที่จะทั้งสอนทั้งเขียนหนังสือเพื่อเผยแพรแนวปญญาสมมาทัฏฐิ ิคอยืดหลึกเดันตามมรรคมิองคี ๘ ตามคาสอนํของหลวงพอทลูขปิ ปปฺโฺแตกท็ าไดํ ในวงแคบๆ เพราะทผี่านมาเกือบ ๒๐ ปนี้ก็มีโอกาสจัดคอรสไดประมาณ ๓๐๐ กวาคอรสและแตละคอรสก็จะจํากัดจํานวนผูเขาปฏิบัติในตอนแรกก็จะไมใหเกิน ๒๕ คน เพราะเนนคุณภาพมากกวาปริมาณ แตตอมาองคกรตางๆ ที่นิมนตไปใหจัดคอรสก็มักจะขอเพิ่มจํานวนคนในแตละคอรส จนกลายเปน ๓๐ – ๔๐ คน ดวยเหตุผลความจําเปนของแตละองคกร ซึ่งนับถึงวันนี้รวมแลวก็ประมาณหลักหมื่นคนที่ไดมีโอกาสมาเรียนรูแนวปญญาสัมมาทิฏฐินี้และก็คงตองยอมรับความจริงวา จากหมื่นกวาคนนี้สวนมากก็ถูกกระแสโลกดึงกลับไปแทบทั้งสิ้น เพราะสวนใหญเปนผูที่อยูระหวางวัยทํางานทั้งนั้นแตหลวงพอทูล เคยบอกวา ๑๐๐ คน ที่ไดมาเรียนรูความจริงนี้


๘๕ปรับ MINDSET สักนิด ชีวิตเปลี่ยนมี๑ คน ที่สามารถเปลี่ยนจากมิจฉาทิฏฐิเปนสัมมาทิฏฐิไดกถ็อวืาคมแลุว และในความเปนจรงจากผิทูมาเขี่าคอรสรวมทงทั้ไดี่ตดตามอิานหนงสัอเรืองตื่างๆของผเขูยนีมเกีนิ๑% แนๆทสามารถี่เปลยนี่ mindset จากทเปี่นม จฉาให ิ เปนส มมาได ั ในระด  บโลก ัยธรรมิเพราะยังอยูในวัยทํางาน ซึ่งก็ชวยใหเขาเหลานั้น ไดใชชีวิตที่เหลือไดอยางดีมีธรรมขอ ๑ และ ขอ ๒ ของพระพุทธเจาเปนหลักในการดําเนินชีวิตของเขาและก็มีจํานวนไมนอยที่มีความมุงมั่นอยากจะปฏิบัติขั้นโลกุตรธรรม จึงเปนแรงบันดาลใจใหผูเขียนตองลุกมาฝนสังขารเขียนหนังสือเลมนี้เพื่อให “ความกระจาง” กับพวกเขาวาตองปรับ mindset เสียใหมวาการปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุธรรมนั้นมแตีอดมการณุมแตีความอยากบรรลธรรมุแตไมลงมอกืาจํดกัเลสิตณหาตัางๆอยางจรงจิงัและถกวูธิแลีว จะไมสามารถบรรลธรรมุไดเลยหรอทืคี่ดวิ าโกนห วบวชแลัวกเลสติณหามั นจะหายไปเอง ันนั้มนเป ันมจฉาทิฏฐิอยิางแรง ปรบั Mindset เสยเถอะีสวนพวกทมี่จฉาอิกแบบีทบอกวี่ากเลสยิงหนาอยัูไมสามารถมาปฏ บิตัธรรมิไดกลมนุผี้เขู ยนไม ีแน ใจว าหนงสัอเลืมนจะที้าใหํ พวกเขาเปล ยนจากี่มิจฉามาเปนสัมมาไดไหมวา การปฏิบัติธรรมคือการที่เราจะมาขดเกลากั เลสให ิเบาบางยงริ่ตูววัากเลสแยะิกย็งติ่องมาปฏ บิตัธรรมิ


๘๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนมิฉะนั้นแลว กิเลสจะยิ่งหนาเตอะ จนหมดหวังในชาตินี้ตองรอชาติหนาบายแกๆ โนนอยางไรก็ตาม ขอเขียนนี้ก็เปนเพียงแคใหหลักกวางๆสําหรับผูที่ตองการจะกาวขามจากโลกิยธรรมไปสูโลกุตรธรรมเพื่อใชเปนแนวทางเทานั้นเอง เพราะการฝกตามธรรมขอ ๓ คือการชําระจิตใหบริสุทธิ์(จะขาวรอบแคไหนแลวแต) นั้น เปนเรื่องที่จะตองมาฝกกันตัวตอตัวเปนรายๆไป เพราะพื้นฐานตลอดจน“จริต” ของแตละคนตางกัน ดังนั้น วิธีสูกับกิเลสขั้นกลางๆ และขั้นละเอียดของแตละคน จึงไมมีสูตรสําเร็จ ตางคนตางตองหา“วิธีของตัวเองใหเจอ” จึงจะทําใหการปฏิบัติกาวหนาและไปถึงจุดหมายปลายทางของตัวเองไดพระกรภพ กิตฺติปฺโ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๙


๘๗หลักธรรมที่เป็นหัวใจของศาสนาพุทธพระพุทธเจาทุกพระองค(พระสมณโคดมนี้เปนองคที่๒๘)เมื่อตรัสรูแลว ก็จะวางหลักธรรมไว๓ ขอเหมือนกันหมด ไมใชวาทานเลียนแบบกัน แตเพราะธรรม ๓ ขอนี้คือ หลักธรรมที่เปน“ความจริง” ตามกฎของธรรมชาติที่ครอบคลุมการปฏิบัติหรือพฤติกรรมของมนุษยทั้งโลก เมื่อพระพุทธเจาตรัสรูและประกาศศาสนาพุทธ (ซึ่งแปลวาศาสนาของผูรูคือรูความจริงในโลกนี้) จึงไดวางธรรม ๓ ขอนี้ไวเปนหัวใจของการปฏิบัติธรรมทั้งในขั้นโลกิยธรรม (คือธรรมสําหรับผูครองเรือน) และขั้นโลกุตรธรรม(คือธรรมสําหรับผูที่ตองการเขาเสนทางพระนิพพาน)ธรรม ๓ ขอนี้คือ๑. การไมทําบาปทั้งปวง๒. การทํากุศลใหถึงพรอม๓. การชําระจิตให (บริสุทธิ์) ขาวรอบ


๘๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนการไมทําบาปทั้งปวงนั้น คนทั่วไปมักจะยึดศีล ๕ ในแบบที่วา๑. ไมฆาสตวั แตกย็งทัาความเดํอดรื อนให กบทังคนและสั้ตวั โดยคิดวาไมบาปเพราะไมไดฆา๒. ไมลักทรัพยแตถือวิสาสะหยิบของเล็กๆ นอยๆ ของคนในบานหรือของเพื่อนๆ โดยไมไดขออนุญาตกอน เพราะคิดวาไมบาป ไมเขาขายลักทรัพยเพราะถาขอ เขาก็ใหอยูแลว๓. ไมประพฤติผิดในกาม โดยไปเนนเรื่องเพศสัมพันธซึ่งนับวาเปนการเขาใจผิดอยางมากในขอนี้เพราะในความเปนจริง ของรักของหวงนั้นไมไดหมายถึงเฉพาะคูครองหรือลูกเทานั้น


๘๙หลักธรรมที่เปนห ัวใจของศาสนาพุทธ๔. ไมโกหก ไมพูดสอเสียด ฯลฯ แตความหมายที่แทจริงคือใชคาพํดทูาให ํคนอนเดื่อดรือนเสยหายีหรอเสื ยใจ ีกถ็อวืาเปนบาป แตเนื่องจากไปติดอยูแคคําวาไมโกหก ไมพูดสอเสียด สวนใหญก็เลยทําบาปขอนี้กันประจําโดยไมรูตัว๕. ไมดื่มเหลาหรือของมึนเมา ซึ่งในความเปนจริงเจตนาของขอนี้คือ ไมไปยุงกับของมึนเมา รวมทั้งของที่มอมเมาเพราะจะทาให ํขาดสตความยิงคั้ดิแลวพลาดไปท  าบาป ํสารพัดอยางนั่นเอง และในโลกปจจุบัน ของมอมเมาทั้งหลายนั้น เขามาในชีวิตคนทั้งโลกมากเสียกวาของมึนเมาดวยซําไป แตเนื่องจากไปติดอยูกับคําวาไมดื่มเหลาเทานนั้ไมไดเขาถงความหมายทึแที่จรงของศิลขีอน ี้คนสวนใหญ กเลยค็ดวิ าไม  ไดผดศิ ลอะไรหากจะไปย ีงเกุยวี่กับของมอมเมาพวกนี้ดังนั้นผูเขียนจึงไดขยายความใหเห็นชัดเจนมาตลอดทั้งในหนังสือที่เขียนและในคอรสที่สอน โดยการเอาความจริงที่วาดวงวิญญาณทั้งหลายจะตองเวียนวายตายเกิดอยูในภพภูมิทั้ง ๗อันประกอบดวย พรหม เทวดา มนุษย (ซึ่งถือวาเปนสุคติภูมิ)สัตวเดรัจฉาน เปรต อสุรกาย และสัตวนรก (ซึ่งถือวาเปนทุคติภูมิ)และพระพุทธองคไดทรงเปรียบไววา ดวงวิญญาณที่จะไปเกิดใน


๙๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนสุคติภูมินั้นเปรียบเหมือน “เขาโค” สวนที่จะไปเกิดในทุคติภูมินั้นเปรยบเหมีอนื “ขนโค” โคมเขาแคี ๒ ขางแตมขนกวีา๒๐ ลานเสนหรือ ๑ ตอ ๑๐ กวาลานนั่นเองเนื่องจากพรหม เทวดา เปรต อสุรกายและสัตวนรกนั้นเราไมไดสัมผัสกับเขาเหลานั้นโดยตรง แตมนุษยกับสัตวเดรัจฉานนนั้ทกคนไดุรจูกั ไดเหนอย็างชดเจนัผเขูยนจี งไดึหยบยกเอามนิษยุมาเปนตัวแทนของ “สุคติภูมิ” และ สัตวเดรัจฉาน เปนตัวแทนของ “ทุคติภูมิ” ซึ่งก็จะเห็นไดชัดเจนวา ดวงวิญญาณที่จะไดมาเกิดเปนมนุษยแคดวงเดียว แตที่จะไปเกิดเปนสัตวนั้นกวา๑๐ ลานดวงซงเรากึ่ประจ ็กษักนดัอยีแลูววาจานวนประชากรส ํตวั ในโลกนี้มากกวาประชากรมนุษยเปน ๑๐ ลานเทา


๙๑หลักธรรมที่เปนห ัวใจของศาสนาพุทธจากนั้น ผูเขียนก็จะแยกใหเห็นชัดๆตามพุทธพจนที่วา“กรรมเปนเครื่องจําแนกสัตว” นั่นคือ กรรมหรือการกระทําที่จะทาให ํดวงวญญาณนินๆั้จะไดเก ดเป ินมนษยุหรอตื องไปเก  ดเป ินสตวั ในชาตติอไป ดวยการแยกให เหน็ “ความปกต”ิ (ภาษาบาลเรียกวีาศีล) ของมนุษยกับสัตวอยางชัดเจน ๖ ขอดวยกัน นั่นคือ ปกติของมนุษยจะตอง๑. ไมทําใหใครเดือดรอน รวมทั้งตัวเอง - สัตวมันทําเปนปกติโดยไมรูเรื่อง๒. ไมถือวิสาสะหยิบหรือเคลื่อนยายของผูอื่นโดยที่ไมขออนญาตและได ุรบอนัญาตจากเจ ุาของเพราะอาจทาให ํเขาเดอดรือนได - สัตวขออนุญาตไมเปน๓. ไมเอยปากขอหรือถึงกับแยงของของใคร เพราะอาจทาให ํเขาล าบากใจ ํเสยใจ ีหรอเจืบแค็นหากของนนเป ั้นของรกของัหวงของเขา - สัตวแยงกันเปนประจํา๔. ไมใชคําพูดไปทําใหใครเดือดรอน เสียหายหรือเสียใจ - สัตวสงเสียงรองซึ่งก็คือคําพูดของมัน โดยไมรูวาทําใหใครเดือดรอน


๙๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน๕. ไมยุงเกี่ยวกับของมึนเมาหรือสิ่งเสพติดทั้งหลาย เพราะอาจทําใหขาดสติความยั้งคิดแลวพลาดไปทําผิดใน ๔ ขอขางตน - สตวั ไมมความยีงคั้ดอยิแลูว โดยไมจ าเปํนต องไปด มกื่นของมินเมาึและสัตวไมรูเรื่องของมอมเมามัวเมาในขอ ๖ แตอยางใด๖. ไมยงเกุยวกี่บของมัวเมาทัมอมเมาเราอยี่ทูกวุนนั้ีเพราะอาจทําใหขาดสติความยั้งคิดและพลาดไปทําแบบสัตวเชนเดียวกับขอ ๕ซึ่งทั้ง ๖ ขอนี้จะเห็นไดชัดเจนวา “ปกติ” ของมนุษยนั้นตรงกันขามกับ “ปกติ” ของสัตวทุกขอคนสวนใหญที่คิดวารักษาศีล ๕ ไวไดเปนอยางดีหรือคิดวาวันๆ ไมไดไปทําบาปแตอยางใด แตพอไดเห็นถึงความตางของความเปนปกติของคนและสัตวขางตนแลว ก็จะเห็นชัดเจนวาตกลงในแตละว นได ัทาแบบสํตวั หรอได ืท าบาปแบบไม ํรตูวมากมายัเหลือเกิน หากตายไปโดยที่ไมไดเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหมก็คงหมดสทธิทิ์จะเป ี่น๑ ใน ๑๐ ลานดวงวญญาณทิ จะได ี่กลบมาเกัดิเปนมนุษยอยางแนนอน


๙๓๙๓หลักธรรมที่เปนห ัวใจของศาสนาพุทธ


๙๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนการทากํ ศลใหุถงพรึอมผเขูยนกี ได็ ปรบั mindset ใหใหม วาทคนสี่วนใหญ เข าใจว  าเปนเรองการทื่าบํญหร ุอการทืาความดํนีนั้ไมถูกตองครบถวนตามความหมายของธรรมขอนี้เพราะความจริงนั้น ธรรมขอนี้มุงเนนเรื่องการทําจิตใหเปนกุศลมากกวาดวยเหตุผลที่วา ธรรมขอ ๑ ที่ไมใหทําบาปทั้งปวง ก็คือใหรักษาความเปนปกติของมนุษยไวใหไดคือมีอาจิณณกรรมหรือกรรมที่ทําอยูเปนประจําที่เปนกรรมดีเพื่อมีโอกาสสูง ที่จะไดกลับมาเกดเป ินมนษยุอกในชาต ีหนิาแตเทานนยั้งไม ัเพยงพอีเพราะตามกฎของอาสันนกรรม กําหนดเอาตอนจิตจะออกจากรางเปนสําคัญถาจิตเปนกุศลก็ไปสุคติแตหากจิตเปนอกุศล ก็ไปทุคติแมวาอาจิณณกรรมจะเปนกรรมดีก็ตามคนสวนใหญไปเขาใจผิด มุงที่จะฝกใหจิตเปนกุศลตอนใกลตาย นึกถึงพระรัตนตรัย ฯลฯ แตในกรณีที่อาจิณณกรรมทําบาปคอนขางมาก เปนไปไดหรือที่ตอนจิตจะออกจากรางจะสามารถทําใหจิตนั้นเปนกุศลไดผูเขียนยังไมเคยไดยินไดฟงวามีพวกที่ทําบาปอยูเปนประจํา แลวสามารถฝกใหจิตเปนกุศลตอนจตจะออกจากริ างได  มแตีตวอยัางของผทูที่ากรรมดํอยี เปู นประจ าํแตไมไดฝกใหจิตเปนกุศลไวตอนจิตใกลจะออกจากราง เกิดเปนอกุศล หวง โนน นี่นั่น ก็เลยตองไปทุคติ


๙๕หลักธรรมที่เปนห ัวใจของศาสนาพุทธพระพุทธองคทรงทราบเรื่องกฎแหงกรรมนี้แบบรูแจงแทงตลอด จึงวาง “ธรรมขอ ๑” คือไมทําบาปไวเปนพื้นฐานและ “ธรรมขอ๒” ทากํ ศลใหุถงพรึอมนนคั่อฝืกจ ตให ิ เปนก ศลไวุใหมากทสี่ดเทุาท จะมากได ี่อยาปล  อยให  ความเป นอกศลุคอพวกืขี้ตางๆ ในใจ อาทิเชน ขี้อิจฉา ขี้นอยใจ ขี้หมั่นไสขี้บน ขี้โกรธขี้กลัว ขี้กังวล ขี้หวง ขี้หวง ฯลฯ มาครอบงําจิตใจ เพียรฝกฝนที่จะเอาขี้ตางๆ หลานี้ออกใหมากที่สุดเทาที่จะมากไดเพื่อใหมั่นใจวา ตอนจิตจะออกจากราง จิตจะไดเปนกุศล วิญญาณดวงนี้ก็จะไปสุคติแนนอน สวนจะไปอยูในสุคตินานแคไหน และอยูอยางไร ก็ขึ้นกับ วาไดทําบาป และทําบุญไวมากนอยแคไหนเพียงใดนั่นเอง


๙๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน


๙๗หลักธรรมที่เปนห ัวใจของศาสนาพุทธพระพุทธเจาไดทรงสอนเรื่องนี้มาเปนพันๆ ปแลว แตเมื่อประมาณป๒๕๖๖ นี่เอง ที่นักวิทยาศาสตรเพิ่งมาพิสูจนกันไดอยางแจมแจงวา ๓๐ วินาทีกอนที่จิตจะออกจากราง จิตจะไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งที่เจาของรางนั้นเคยชินหรือติดยึดกับสิ่งนั้นๆจะเปนเหมือนฉายภาพยนตรใหจิตดูเลยก็วาไดจึงอยากขอใหทานผูอานไดเขาใจใหกระจางถึงความจริงตรงนี้วา จะตองทําตามธรรมทั้ง ๒ ขอนี้ควบคูกันไปดวยจึงจะไดไปสุคติไมใชมุงไปฝกเตรียมตัวตายกันแตเพียงอยางเดียว โดยไมใสใจเรื่องการทําบาปและไมหมั่นฝกจิตใหเปนกุศลแลวหวังวาจะไดไปสุคตินั้น เปนเรื่องที่เปนไปไดหรือเปนไปไมไดก็ขอใหแตละทานใชวิจารณญาณกันเอาเองแลวกัน


๙๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนธรรมทั้ง ๒ ขอขางตนนั้น เปนเพียงแคโลกิยธรรม คือธรรมสําหรับผูครองเรือน ที่ยังยินดีในการเวียนวายตายเกิด ก็จะไดไปเกิดในสุคติแลวก็ไปลุนกันในแตละชาติที่ไดเกิดมาเปนมนุษยเหมือนในชาตินี้วาจะรักษาแชมปนี้ไดไปกี่ชาติก็ไมมีใครบอกไดเพราะในความเปนจริง สวนใหญก็จะเสียแชมปในที่สุดจนไดแตหากตองการที่จะ “รักษาแชมป” ใหไดอยางแนนอน ก็ตองไปทําตามธรรมขอ ๓ ดวย คือการชําระจิตใหขาวรอบ หมายความวาตองพฒนาขั นไประด ึ้บโลก ัตรธรรมุคอปฏ ืบิตัธรรมในล ิกษณะัที่จะเขาเสนทางพระนิพพานใหไดถึงพระโสดาบันเปนอยางตําจึงจะปลอดภัยแนนอน


๙๙โลกิยธรรม และโลกุตรธรรมทเราได ี่ยนได ิ ฟงกนวัาธรรมะของพระพทธเจุามถีงึ๘๔,๐๐๐พระธรรมขนธันนั้ขอผอูานอย าได ไปตกอกตกใจว าแลวเราจะปฏ บิตัิตามไหวหรือตั้งเยอะแยะขนาดนั้น เรายึดหลักธรรม ๓ ขอนี้ไวแลวเดนตามมรรคมิองคี ๘ เทานนกั้เพ็ยงพอแลีว ไมต องไปร  อะไรูใหมาก หลวงพอทูล บอกวา เอาเทาที่รูแตนํามาปฏิบัติอยางจริงจังดีกวาไปรูธรรมะเยอะแยะ แตไมปฏิบัติเพราะนั่นก็เพียงแควา “มความรีทางธรรมู ” แตไมม ี“ปญญาทางธรรม ”แตอย างใด เพราะความรูไมสามารถสูกับกิเลสไดเลยชวงป  ๒๕๖๘ พวกเรากคงเห็นต็วอยั างประจ กษัชดจากกรณั ีสีกากอลฟแลววา ตอใหมีความรูทางธรรมสูงขนาดไหน พรรษาแกกลาขนาดไหน แตหากขาด “ปญญาทางธรรม” ก็ไมสามารถสูกับกิเลสไดเลย และไมใชมีแคกรณีสีกากอลฟเทานั้น แตแทบจะมีขาวปรากฏใหเห็นกันอยูแทบทุกวันมานานเต็มทีแลว ที่ผูที่มีความรู


๑๐๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนทางธรรมสูงๆ บวชมาเปนหลายสิบพรรษา แตมาพายแพกับสองเรื่องหลักคือ สตรีกับสตางคก็เพราะมีแต “ความรูธรรมะ” แตไมไดปฏิบัติจนเกิด “ปญญาทางธรรม” นั่นเองสําหรับพวกเราเหลาฆราวาสทั้งหลาย ตองมาถามตัวเองใหแนวา เราตั้งเปาหมายการปฏิบัติธรรมของเราไวที่ตรงไหนใหชัดเจน เพื่อเราจะไดวางแผนการปฏิบัติใหถูกตองคือปฏิบัติธรรมสมควรแกธรรมนั่นเอง ถาตั้งเปาหมายเพียงแค โลกิยธรรมก็เพียงแคนําธรรมขอ ๑ มาปฏิบัติอยางจริงจัง และอยางยั่งยืน


Click to View FlipBook Version