๑๕๑“ไมเชื่อ แตก็พยายามทําตามที่ผูเขียนสอน” เขาทํานอง Don’t Trust Just Proofในชวงปลายป๖๖ สมไดมีโอกาสขึ้นมาที่ KPY พรอมๆกับทีมงานทั้งหมด เพื่อประชุมวางแผนงานสําหรับป๖๗ ผูเขียนมองเห็นความตั้งใจในการปฏิบัติของสม จึงไดถามวา สนใจจะขายรีสอรท แลวมาอยูปฏิบัติธรรมอยางจริงจังที่ KPY ไหม สม ตอบวายังไมคิดถึงขนาดนั้น แตเมื่อไรที่คิดจะวางทางโลก นาจะเปนในลักษณะที่เปลี่ยนรีสอรทของเธอ ใหเปนสถานธรรมมากกวาจากนั้น สมก็ยังคงเปนสม ที่ Don’t Trust Just Proof อยางคงเสนคงวาเรื่อยมา และมีพัฒนาการที่“นาสนใจ” ทีเดียวกลางป๖๗ จากที่ไดเห็นพัฒนาการอยางเปนรูปธรรมและเหนถ็งความมึงมุ นในการท ั่จะชี่วยพฒนาคอรั สให เก ดประโยชน ิ แกผูมาเขาคอรสใหมากที่สุดเทาที่จะมากไดผูเขียนจึงไดถามสมวาที่เคยพูดวา จะเปลี่ยนรีสอรทใหเปนสถานธรรมนั้น พูดจริงหรือเปลา และการปดกิจการรีสอรท จะไมทําใหเธอเดือดรอนในทางเศรษฐกิจหรือ ซึ่งก็ไดคําตอบยืนยันวา เธอสามารถอยูไดไมเดือดรอน เพราะปกติเธอก็ไมไดใสใจในเรื่องกินหรูอยูสบายอะไร แคพอมีพอกินไปวันๆ เทานั้นเอง เธอไมไดกังวลกับเรื่องทรพยัสมบตัอะไรอย ิแลูวแตปญหาคอืจะตองให เธอท าอะไรบ ํางและเธอมความสามารถพอที จะเป ี่นเจาสานํกั สถานปฏบิตัธรรมหริอื ??กำเนิดสถานธรรม LPY เขาใหญ
๑๕๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนก็เลยบอกวา ถางั้น ผูเขียนจะไป “จําพรรษา” ที่นั่นใหเพื่อจะไดสนทนากันในรายละเอียดทั้งในเรื่องทางโลกวาจะตองทําอะไรบาง และทางธรรมวาสมจะใชสถานธรรมนี้ใหเปนประโยชนอยางไร ซึ่งก็ไดขอยุติวาในชั้นตนนี้๑. ในกรณีที่มีคอรส ๒ – ๓ คอรส ในชวงเวลาที่ใกลกันกให็ผเขู ยนใช ี เปนทพี่กรอั ไมตองเด นทางไป ิ - มาเชยงรายีกรงเทพฯุนอกจากนี้ก็ใหผูเขียนมาจําพรรษาที่นี่ทุกพรรษา เพราะชวงเขาพรรษานั้น มีคอรสประมาณ ๑๐ คอรส จะไดใชเปน Base ไมตองเดินทางบอย และใชโอกาสนี้“ติวเขม” ใหกับสม และเปดโอกาสใหญาติธรรมมาสนทนานอกรอบไดสะดวกขึ้นกวาการอยูที่ KPY เรียกวายิงนัดเดียวไดนกทั้งฝูง๒. ใชสถานที่นี้เพื่อจัดคอรสเล็กๆประมาณ ๑๕ – ๑๖ คนแตจะไมไดเปนคอรสแบบปกติจะเปนคอรส “ปญญาสอนใจ”คือ แนะนาวํ ิธีคุยกับตัวเอง สอนตัวเอง ใหกับผูที่เคยเขาคอรสปกติมาแลว และอยากจะนําไปปฏิบัติอยางยั่งยืน (ยยย)เมื่อไดขอสรุปที่สมมองวา สามารถทําประโยชนตนและประโยชนทานไดเชนนี้“ลานปญญา” หรือ LPY ก็เกิดขึ้นที่ต.โปงตาลอง อ.ปากชอง เขาใหญตั้งแตก.ค. ๖๗ และไดทั้งประโยชนตนและประโยชน ทานเกนความคาดหมายิเพราะผานไป เพียงปเดียว เมื่อ ๒๒ ก.ค. ๖๘ สมก็ชักชวนใหพวกทีมงาน
๑๕๓กำเนิดสถานธรรม LPY เขาใหญมาบวชกันโดยตอนแรกก็วางแผนจะบวชกัน ๑ อาทิตยบาง๒ อาทิตยบางแตผลปรากฏวา มีสม ชญาภา หรือภา ที่เคยขอเวลาเคลียรเรื่องทางโลกก็สามารถเคลียรไดเรียบรอยพอดีกับจุฑาทิพยหรือ ออย ที่มาเขาคอรสทั่วไป เมื่อ มี.ค. ๖๘ และตามมาเขาคอรสปญญาสอนใจ ที่ LPY แลวก็ขอมา “ติวเขม” ที่ LPY ประมาณ๑ สัปดาห เปลี่ยนใจจากที่จะบวชแค๒ สัปดาห เปนบวชเรื่อยไปทละวี นไม ัมกีาหนดํและจงเปึนทมาของี่ “ธมมบรรพชัติผเดูนตามิมรรคมีองค๘” ตั้งแตป๕๒ ที่ผูเขียนเริ่มสอนก็จะเปนลักษณะ OMS คือOne Man Show และจนเมื่อบวชในป๕๕ ตอนแรกๆ ก็ยังคงเปน OMS (One Monk Show) อยางเดิม จนป๕๖ – ๕๘ ก็ไดมีจิตอาสาทานหนึ่งมาชวยเปนลักษณะ Duo ไปไหนไปกันอยูได๒ ปกวา ทานก็มีความจําเปนที่ตองจากไป ก็ไดจิตอาสาคนใหมมาเปน Duo แทนอยูปเศษ จนป๖๐ จึงไดมีทีมงาน ๓ – ๔ คนมานิมนตใหไปพักถาวรที่กรุงเทพฯเพื่อจะไดไมตองเดินทางขึ้นลงกรุงเทพฯ เชียงราย ตอมาทีมงานเริ่มขยายตัวเปน ๖ - ๗ คนจนถึงชวงกลางๆ ป๖๒ ทีมงานนี้ก็สลายตัวไปตามเหตุปจจัย แตธานัท (เอก) ซึ่งกําลังเขามาเปนนองใหมไมยอมสลายตัว ไปชักชวนฐิติพรรณ (ยู) มารวมงานตอ และตลอดเวลาตั้งแตป๖๒ จนถึง
๑๕๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนปจจุบัน ทีมงานก็จะเปนลักษณะยุบหนอ พองหนอตามเหตุปจจัยคงมีแตเอก กับยูที่ยืนยงคงกระพันมาจนถึงทุกวันนี้ในชวงเวลาอันดีงามที่ทีมงานชุดปจจุบันไดมารวมตัว“บวชใจ” กันที่ LPY นี้จึงไดมีการปรึกษาหารือกันถึงการที่จะกําหนด Core Value หรือ คุณคาหลัก ของทีมงานจิตอาสาทั้งที่เปนอยูในปจจุบัน กับผูที่ตองการจะเขามารวมทีมในอนาคตใหเปนเรื่องเปนราว และเปนลายลักษณอักษร และไดขอยุติวาจะใชเปนชื่อกลุมไลนของทีมงาน คือ Be A Light เพื่อเปนการเตือนใจวา ทีมงานเราจะตองท ําหนาที่เปน แสงสวาง นําทางใหกับผูมาเขาคอรส แตเราจะเปนแสงสวางในลักษณะที่มีคุณธรรมประจาใจํ ไมใช ไปค ดวิ าเราเป นครูผมาเขูาคอร สเป นนกเรัยนีเพราะคําวา Light นั้น ยอมาจาก L - Listening with Wisdom ฟงดวยปญญา I – Inner Compassion มีเมตตาจากภายใน G – Give and Forgive เปนผูใหและใหอภัย H – Helpful and Humble พรอมชวยเหลือและถอมตน T – Truthful Mindset ยึดมั่นในสัมมาทิฏฐิโดยจะยึดมั่นแนวการเดินคอรสตามธรรม ๓ ขอและมรรคมีองค๘ และทีมงานจิตอาสาทุกคน ตองยังประโยชนตน และประโยชนทาน ใหเต็มที่สวนทานใดจะยังประโยชนตนขั้นโลกิยธรรม หรือขั้น โลกุตรธรรม ก็เอาที่สบายใจ ไมวากัน
๑๕๕กำเนิดสถานธรรม LPY เขาใหญ
๑๕๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนจากนั้นจึงไดแบงกองทุน KPY ออกมาสวนหนึ่ง เพื่อตั้งกองทนุ LPY โดยมวีตถั ประสงคุหลกเพัอจื่ดคอรัส “ปญญาสอนใจ ” กับใหเปนที่สําหรับผูที่จะมาทดลองปฏิบัติธรรมอยางจริงจังระยะสั้นๆ เพื่อใหไดคําตอบวาจะไปตอหรือจะพอแคนี้และเพื่อปองกันไมใหเกิดปญหาในอนาคต จึงไดกําหนดระเบียบไวสําหรับผูที่จะมาเปนธัมมบรรพชิตรวมทั้งที่เปนอยูแลว ดังนี้เกณฑการบวชเปน “ธัมมบรรพชิต หลวงตานอง”ธัมมบรรพชิต หมายถึง นักบวชผูเดินตามองคมรรคยึดหลักปฏิบัติแนวปญญาสัมมาทิฏฐิเปนผูละซึ่งทางโลกแลว และมุงปฏิบัติเขาสูโลกุตรธรรม เพื่อกําจัดกิเลสใหมากที่สุดขั้นตอนสําหรับผูสนใจจะบวชเปน “ธัมมบรรพชิตหลวงตานอง”๑. เขาคอรส “ทําไดไดธรรม” อยางนอย ๑ ครั้ง๒. เขาคอรส “ปญญาสอนใจ ” อยางนอย๑ ครง้ัและ / หรอื๓. ฝกปฏ บิตัติอเนองื่๓ เดอนืท LPY ี่หรอื KPY โดยไมออกนอกพื้นที่โดยไมจําเปน๔. หลังจากครบ ๓ เดือน หลวงตาและ ธัมมบรรพชิตรุนพี่จะเปนผูพิจารณาวาเห็นควรใหบวชเปนธัมมบรรพชิตหรือไม
๑๕๗กำเนิดสถานธรรม LPY เขาใหญคุณสมบัติของผูเปน “ธัมมบรรพชิต” (บวชแบบไมมีกําหนดสึก)๑. ตองเปนผูไมมีหนี้สิน๒. ตองไมมีผูอยูในการดูแล หรือ อุปถัมภที่มีภาระผูกพัน๓. ตองไมเปนผูประกอบธุรกิจ หรือ หารายได (ยกเวนดอกเบี้ย, ผลประโยชนตามกฎหมาย)๔. ตองสามารถดูแลตัวเองเรื่อง สุขภาพ อาหาร และสถานที่อยูอาศัยของตนเอง๕. ตองละทิ้งการอยูอาศัยที่บานของตนเองไดขอปฏิบัติของผูเปน “ธัมมบรรพชิต” (บวชแบบไมมีกําหนดสึก)๑. ตองฝกปฏิบัติตามแนว “ปญญาสัมมาทิฏฐิ” เดินตามองคมรรค๒. ตองถือศีล ๘ โกนผมตามกําหนดคืออยางนอยเดือนละ๒ ครั้ง และ สวมชุดธัมมบรรพชิตทุกวัน๓. ตองปฏิบัติตามขอวัตร ๓๘ ขอ ในหนังสือ อานดวยปญญา จึงจะเกิดสัมมาทิฏฐิของหลวงตานองอยางเครงครัด๔. ตองเลือกวาจะฝกปฏิบัติตอที่ LPY หรือ KPY
๑๕๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน๕. ตองเขารวมประชุม ๓๖๐ องศา เพื่อรับฟงพฤติกรรมที่ควรแกไข อยางนอยปละ ๒ ครั้งสําหรับธัมมบรรพชิตฝายชาย เมื่อผานเกณฑที่จะเปนธัมมบรรพชิตแลว หากประสงคจะบวชเปนภิกษุสงฆเลย ผูเขียนก็จะพาไปใหพระอุปชฌายทําการบวชใหและขอรับตัวพระใหมมาปฏิบัติตอที่ KPY ไดเลย เพราะไดเคยขออนุญาตทางคณะสงฆตําบลแมกรณไวแลว และเมื่อป๖๓ ก็เคยมีทานหนึ่งไดมาบวชแตเพียงไมถึง ๒ ปทานจําเปนตองลาสิกขาไปแบบนาเสียดายเพราะตัวทานตั้งใจจะบวชตลอดชีวิต และทานก็ต้ังใจปฏิบัติอยางเต็มที่มีลูกศิษยลูกหามากมาย เพราะทานไดรับไมตอในการนําทมงานีทาคอรํสต อไปได อย างไร รอยตอแตดวยวบากกรรมของทิานจึงทําใหเกิดเรื่องแบบที่ไมนาเชื่อวาจะเกิดขึ้นไดแมตัวทานเองและพวกเราพยายามจะแกไขและช วยเหล อให ืท านได อย ในผูาเหลองืตอไป แตก ไม็สาเรํจ็กต็องปล อยให ทานไปชดใช กรรมให หมดสนกิ้อนแลวคอยวากันตอไปทั้งที่ KPY และ LPY ตางมีกองทุน อยูจํานวนหนึ่ง ที่ไวสําหรับคาใชจายที่จําเปนสําหรับสวนกลาง หรือใหความชวยเหลือในกรณีที่ธัมมบรรพชิตทานใดที่ไมมีใครอุปฏฐาก อุปถัมภและไมมีเงินพอเพียงสําหรับคาอาหารและการยังชีพของตน สวนทานใด
๑๕๙กำเนิดสถานธรรม LPY เขาใหญที่ดูแลตัวเองไดก็ไมตองรบกวนกองทุน หรือทานใดที่มีกําลังทรัพยเหลือและประสงคจะบริจาคสมทบเขากองทุน ก็ไมขัดศรัทธาวัตถุประสงคหลักของ KPY และ LPY คือตองการใหเปนสถานธรรมสําหรับผูที่ตองการปฏิบัติธรรมเพื่อใหถึงที่สุดของบารมีของตนจริงๆ และจะไมมีการบอกบุญ เรี่ยไร สรางโนน นี่นั่นแตอยางใด เพราะที่พัก ศาลาปฏิบัติธรรม ตลอดจนสาธารณูปโภคมีพรอมที่จะอยูกันอยางสมถะไดกันไปตราบนานแสนนาน ขอแตเพยงให ีเขามาอยเพู อปฏ ื่บิตัธรรมอยิางจรงจิงั ไมใชมาอย ไปวูนๆัเพราะหนปีญหาทางโลก หรอเหงาทื ไมี่มเพี อนฝ ื่งหรู อญาตืพินี่องดูแลดังนั้นสุภาพบุรุษทานใด เมื่อผานเกณฑธัมมบรรพชิต และตองการบรรพชาอ ปสมบทุกจะไม ็มการรีบกัจนิมนติ ใดๆ (เพราะไดขออนญาตคณะสงฆ ุตาบลแมํกรณ ไวแลว) ทงสั้นิ้นอกจากรบนัมนติ ไปจัดคอรสแนวปญญาสัมมาทิฏฐิของหลวงพอทูล ขิปฺปปฺโเทานั้น และภิกษุตลอดจนธัมมบรรพชิตทุกรูป จะไมรับถวายเงินจากญาตธรรมแติอย างใด (รบได ั เฉพาะจากโยมอ ปุ ฏฐากของแตละทานเทานั้น) หากมีผูมีจิตศรัทธาตองการถวาย ก็ใหบริจาคสมทบเขากองทุนไป จะไมมีการรับไวเปนของสวนตัวอยางเด็ดขาด
๑๖๐ บทสรุปผูเขียนเริ่มสอนธรรมะ ป ๕๒ ตั้งแตยังเปนฆราวาสในคอรสกเน็นสอนแค “ โลก” ิคอธรรมขือ๑ และ ๒ มาจนตราบเทาทุกวันนี้แตเวลาเขียนหนังสือ ก็มีบางเรื่องที่เขียนแนวทางกวางๆสําหรับผูที่คิดจะปฏิบัติขั้น “โลกุต” แต หากใครอยากเอาจริงกมา็สนทนา “นอกรอบ” เปนรายบุคคลเพื่อศึกษาปฏิบัติตามธรรมขอ๓ กนัแตทผี่านมากหายากย็งกวิ่างมเข มในมหาสม ็ทรุทจะมี่ใคร ีทจะเอาจรี่งเอาจิงกันัจนเมอปื่๖๓ เรอยมาื่เรมมิ่ญาตีธรรมิทสนใจ ี่ขอนอกรอบทั้งที่ KPY และตอมาที่ LPY แตสวนใหญก็จะออกแนวอุดมการณหนักแนนดั่งขุนเขา แตความเพียรบางเบาดุจขนนกตอนนี้อายุ๘๕ แลว ไมมีแรงที่จะฉุดกระชากลากถูใครอีกแลว ขอสงวนพลังที่เหลือเล็กนอยใหกับ ผูที่มุงมั่นตั้งใจจริงๆที่จะปฏิบัติขั้น “โลกุต” เทานั้น จึงขอลงทุนครั้งสุดทายดวยการฝนสังขารมานั่งเขียนหนังสือเลมนี้สําหรับ พวก “โลเล” หรือพวกที่คิดวา เปนฆราวาสก็สามารถปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมไดรวมทั้งพวกที่ “รอใหพรอม” หรือ “ใหมั่นคง” ก็อยากจะฝาก
๑๖๑ใหไปปรับ mindset สักนิด เผื่อชีวิตทานจะเปลี่ยน ลองไปคิดพิจารณาไตรตรองใหดีวา๑. การปฏิบัติธรรม ไมวาจะเปนขั้น โลกิหรือ โลกุตก็เหมือนเรากําลังพายเรือทวนกระแสนํา เพียงแตวา ในการปฏิบัติตามธรรมขอ๑ นนั้กระแสนาเบาทํสี่ดุแตพอขนชึ้นมาปฏ ั้บิตัธรรมิขอ ๒ กระแสนําจะเริ่มแรงขึ้น และจะถึงขั้นเชี่ยวแรงมากๆ ในการปฏบิตัธรรมขิอ๓ ดงนันั้พวกทขอปฏ ี่บิตัขินโลก ั้ินนั้ยงสามารถชัลๆิไดพอสมควรถาไม ถงกึ บถอดใจ ั “ทงพายิ้ ”กย็งพอทัจะที่าให ํความทุกขใจในชาตินี้ลดนอยลงบาง และอาจพอมีโอกาสที่จะไดกลับมาเกิดเปนมนุษยในชาติหนา แตสําหรับผูที่ตั้งใจจะปฏิบัติธรรมขอ ๓ นั้น ขอใหกระจางวา หากยังไมถึงที่หมาย แลวทําชิลๆพายบางหยุดบาง บอกไดเลยวา จะไมมีวันถึงที่หมายอยางเด็ดขาด๒. การมาปฏิบัติธรรมนั้น ไมวาจะเปนขั้น โลกิหรือ โลกุตก็ลวนแตเปนการมาปฏิบัติเพื่อลดละกิเลสตัณหาออกจากใจทั้งสิ้นเพียงแตวาจะเปนกิเลสขั้นหยาบ ขั้นกลางหรือขั้นละเอียด และจะสามารถลดละไดมากนอยแคไหนเทานั้น ดังนั้นพวกที่บอกวา ตอนนี้กิเลสยังเยอะอยู ขอใชชีวิตอยูทางโลก รอใหกิเลสลดลงแลวจะมาปฏิบัติอยางจริงจังนั้น ไดโปรดเปลี่ยน mindset สักนิดเพราะตามกฎของธรรมชาติกิเลสไมมีวันที่จะลดลงไดเอง มีแตบทสรุป
๑๖๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนมันจะเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ ตามกระแสโลก หากเราตองการจะลดกเลสิมทางเดียวคีอเราตื องปฏ บิตัธรรมให ิถกวูธิและมีความเพียรีที่จะตอสูกับกิเลสตัณหาที่ถาโถมเขามาทุกวัน ฉะนั้น การที่บอกวารอใหกิเลสนอยลง แลวคอยมาปฏิบัตินั้น แสดงวาทานกําลังถูกกเลสมิ ันหลอกเอาแบบโงหัวไมขึ้น เพราะมันขัดกับกฎของความเปนจริงอยางมากถึงมากที่สุด๓. ที่คิดวา เปนฆราวาสก็สามารถปฏิบัติธรรมอยูที่บานจนบรรลุธรรมไดนั้น กรุณาหาเวลาวางๆ นั่งพิจารณาไตรตรองจนเกิดปญญาวา มันเปนไปไดจริงหรือในสมัยปจจุบันนี้บรรยากาศและสังคมที่ทานอยูนั้น เอื้อตอการปฏิบัติเพื่อลดละความโลภ โกรธ หลงกเลสติณหาตัางๆหรอยืงทิ่าให ํทานเพลดเพลินิกบกัเลสติณหาเหลัาน นโดยไม ั้รตูวัพจารณาให ิถองแทวาทานกาลํงัถูกกิเลสหลอก หรือทานกําลังหลอกตัวเอง
๑๖๓บทสรุป๔. ทานที่กังวลวา ทานจะตองมีเงินทองเทานั้น เทานี้ที่จะทําใหทานรูสึก “มั่นคง” ในชีวิตการเปนนักบวช อยากใหเปลี่ยน mindset สักนิด เพราะในความเปนจริงตามกฎของธรรมชาติแลว มันไมมีอะไรแนนอน ไมมีอะไรเท่ียงแทอยูแลวตอใหทานมีเงินทองเปนสิบลาน รอยลาน ถาวิบากกรรมของทานมีมาก เงินกอนนั้นอาจจะสูญหายไปจากทานกอนทานตายก็ไดจริงอยูกองทุนที่ทั้ง KPY และ LPY ก็ไมมีใครบอกไดวา ตกลงจะยั่งยืนไปกี่ปแตอยากใหทานลองเปรียบเทียบระหวางทานที่จะวางทางโลกแลวมาปฏิบัติที่ KPY หรือ LPY สักระยะเพื่อใหไดคําตอบ กับเจาชายสิทธัตถะ ตอนออกจากวัง ถาจะพูดถึง“ความมั่นคง” ทาง KPY และ LPY นาจะมีความมั่นคงกวาที่เจาชายสิทธัตถะ ตองไปอยูในปาดวยซําไป ลองเปลี่ยน mindset สกนัดิเผอชื่วีตจะเปล ิยนี่หรอหากการเปร ืยบเทียบระหวีางเจาชายสทธิตถะักบตัวทัานอาจจะดอาจเอูอมเกื้นไป ิกลองเปร ็ยบเทียบกีบับุคคลทั้งหลายในยุคสมัยนี้ที่เรารูจักชื่อเสียง เมื่อทานวางทางโลกมาตั้งใจปฏิบัติธรรมอยางจริงจัง แลวมีทานใดบางที่ลงเอยดวยการอดตาย เห็นมีแตไปถึงจุดหมายปลายทางไดทุกทาน เพราะธรรมะยอมคุมครองผูประพฤติธรรมอยูแลวตามกฎของธรรมชาติหาเวลาวางๆแลวถามต วเองให ัแนชดวัาตกลงทานกลวั “อดตาย”หรือวากลัว “กิเลสตาย” กันแนเผื่ออาจชวยใหทานเปลี่ยน
๑๖๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนmindset จากมิจฉามาเปนสัมมาได๕. หลวงพอทูล สอนวา การไดเกิดเปนมนุษยในแตละชาตินั้น เปนโอกาสอันประเสริฐที่จะปฏิบัติธรรมใหถึงที่สุดของบารมีเพราะหากไดอัตภาพเปนอยางอื่นแลว จะไมมีโอกาสปฏิบัติธรรมเลย และในสมัยพุทธกาลทุกคนคงทราบดีวา ตลอดเวลา ๔๕ ปหลงตรัสรัูพระพทธเจุาเสดจข็ นไปแสดงธรรมโปรดพระมารดาและ ึ้เหลาเทวดาเพียงครั้งเดียวเทานั้น นอกนั้นพระองคใชเวลาแสดงธรรมใหกับมนุษยทั้งสิ้น และหลวงพอทูลก็บอกวา มนุษยทุกคนมีศักยภาพที่จะบรรลุธรรม หากปจจัย ๓ อยางนี้พรอม คือ๑. มีบารมีทางธรรมจากชาติกอน ๒. มาเจอแนวทางปฏิบัติที่ตรงเสนทางพระนพพานและตรงกิบบารมัเกีาของตนและ ๓ มความเพียรีถามตวทัานเองวาเมอทื่านบอกวาท านอยากปฏ บิตัธรรมให ิถงทึสี่ดุของบารมีนั่นแสดงวา บารมีเกาทางธรรมของทานมีมากกวาคนสวนใหญ ในโลกใช ไหม และเมอทื่านบอกวา แนวปญญาสมมาทัฏฐินิี้ตรงกับจริตของทาน ก็แสดงวาปจจัย ขอ ๑ และขอ ๒ พรอมแลวใชไหม ก็เหลือเพียงปจจัยขอ ๓ คือมีความเพียรแลวทานที่บอกวารอให“พรอม ” กวาน ี้คาวํา “พรอม ”ของทานค ออะไรหร ือืเพราะปจจัย ๒ ขอทานพรอมอยูแลว ขาดก็เพียงความเพียรหรือความมงมุนตั่งใจน ั้นเองั่อยาทาตํ วให ัเขาตาราทํวี่าอดมการณุหนกแนันดงขั่นเขาุแตความเพยรบางเบาดีจขนนกุความเพยรนีนั้ทานตอง
๑๖๕สรางขนมาเองึ้ตอให มเงีนหมินลื่านแสนลานบาทกไปหาซ ็อทื้ไหน ี่ไมไดหรอก ขอบอก และไดโปรดจําคําของหลวงพอทูลที่วา พวกที่บอกวา “รอใหพรอมกอนแลวจะมาปฏิบัติธรรมอยางจริงจังนั้นเห็นตายกอนทุกคน”๖. ชาวพุทธจํานวนไมนอยทีเดียวที่มีความเชื่อวา การบวชคอการตอบแทนบืญคุณพุอแม เพราะพอแม จะได เกาะชายผาเหลองืพระลูกขึ้นสวรรคอะไรทํานองนั้น โดยที่ไมคํานึงถึงความจริงวาแมแตจีวรของพระพุทธเจาก็ยังไมมีใครสามารถไปเกาะไดแลวจีวรของพระลูก จะศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหน ถึงจะใหพอแม เกาะพาไปสุคติไดชาวพุทธสวนใหญเราไปใหความสําคัญกับผาเหลืองมากถึงขนาดที่มีญาติธรรมทานหนึ่งพูดกับหลวงปูชา สุภทฺโท วา ที่เขากราบพระสงฆทั้งหลายนั้น จริงๆ แลวเขากราบ “ผาเหลือง” หลวงปูชา เลยถามวา งั้นถาเอาผาเหลืองไปคลุมหมา เขาจะกราบไหม และเนื่องจากมีความเชื่อกันในลักษณะนี้จึงอยากจะขอใหเปลี่ยน mindset กันสักนิดวา ตัวผาเหลือง หรือผาสีอะไรก็แลวแตนั้น เปนเพียงเครื่องนุงหมที่เปนเครื่องแบบแสดงความเปนนักบวชเทานั้นเอง ไมไดมีความหมายอะไรหรอก การที่ใครโกนหวัหมเหลองืหมขาวหรอสื อะไรก ีแล็วแต เพยงแคี “บวชกาย” เทานนเองั้ถาผนู นไม ั้ได ปฏบิตัตามคิาสอนของพระพํทธเจุาทจะเอาี่กิเลสตัณหาออกจากใจ ก็เปลาประโยชน เพราะการโกนผมออกบทสรุป
๑๖๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนการไมฉันอาหารหลังเที่ยง แลวหมผาสีใดสีหนึ่งนั้น มันไมไดทําใหกิเลสลดลงแตอยางใด การที่กิเลสจะลดลงไดนั้น ผูนั้นตองพายเรือทวนกระแสนํา หรือกระแสโลกนั่นเอง เพียงแตวา การโกนผมออกแลวมาสวมเครื่องแบบที่แสดงความเปนนักบวชนั้นเปนสญลักษณัหรอเครืองเตื่อนใจของผ ืนูนวั้าบดนั ี้คณเปุนนกบวชัคือบวชกายแลวนะ คุณจะตองสํารวมระวังใหสมกับเครื่องแบบที่คุณสวม และที่สําคัญที่สุดคือคุณจะตอง “บวชใจ” คุณ ดวยการมุงมั่นที่จะตอสูกับกิเลสตัณหา มุงมั่นที่จะกําจัดมันออกไปใหมากที่สุดเทาที่จะมากไดแตหากคุณ บวชกาย แลวไมบวชใจนอกจากจะไมไดทาใหํเกดอานิสงสิผลบ ญอะไรก ุบตัวคัณแลุว โอกาสที่ดวงวิญญาณดวงนั้นจะลงอบายจะยิ่งสูงกวาคนที่เขาไมไดบวชกายดวยซ าไป ํ เพราะหากเปรยบเที ยบในทางโลก ีคนธรรมดาทําผิดกฎหมายก็จะรับโทษไปตามปกติแตหากเปนเจาหนาที่กระทาผํดเสิยเองีกจะต็องร บโทษหน ักกวัาคนธรรมดาอยางนอย๒ เทา ฉันใด ก็ฉันนั้น ในโอกาสนี้จึงใครขอใหธัมมบรรพชิตหรือวาที่ธัมมบรรพชิตทุกทาน ที่จะเขามาปฏิบัติธรรมที่ KPY หรือLPY ไดทําความกระจางในเรื่องนี้ใหถองแทแตไมได หมายความวาเมอทื่านเข ามาปฏ บิตัอยิทู KPY ี่และ LPY หรอหากมืทีานสภาพบุรุษุทานใดร บการบรรพชาอั ปสมบทุแลวทานจะตองอย ในเพศนูกบวชั
๑๖๗ไปตลอดชีวิต วันใดที่ทานรูสึกตัววาทานไมเหมาะที่จะเปนธัมมบรรพชิต หรือเปนภิกษุสงฆทานก็สามารถลาสิกขาไดโดยไมมีขอผูกมัดแตประการใดหวังวาทานที่ไดอานมาจนถึงบรรทัดนี้คงจะไดประโยชนจากหนังสือเลมนี้บางไมมากก็นอย สวนจะถึงขั้นที่จะทําใหทาน“เปลี่ยน mindset ไดสักนิด” หรือไมนั้น ก็คงตองแลวแตวาทานไดสรางบารมีมากับผูเขียนมากนอยแคไหน ถาสรางมามากพอที่จะทําใหทานเปลี่ยน mindset ไดก็ขออนุโมทนาบุญกับทานดวย แตหากไมมากพอที่จะทําใหทานเปลี่ยน mindset ไดก็ไมวากัน ไมมีใครผิด เอาที่สบายใจ ทางใครทางมัน เพราะผูเขียนก็เพียงแคขอทํา “หนาที่” โดยไมคาดหวังอะไรทั้งสิ้น ขอลงทุนลงแรงฝนสังขารลุกขึ้นมาใหขอคิดเปนลายลักษณอักษร เปนครั้งสุดทาย เพราะไดตั้งใจไวแลววาตั้งแตป๖๙ นี้จะเลิกใชพลังกายที่เหลือเพียงนอยนิดนี้ฉุดกระชากลากถูใครอีกตอไปเทานั้นเองจะเกบพล็งและเวลาของชัวีติทเหลี่อนือยนดนิ ี้ไวสาหรํบัชี้แนะผูที่ตั้งใจจริงๆ ที่จะมาเปนนักบวชอยูที่ KPY หรือ LPY เทานั้น จบขาวบทสรุป
๑๖๙
๑๗๑ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหลวงพอทลูเกดเมิอื่๒๐ พ.ค. ๒๔๗๘ อ. เมองืมหาสารคามเรียนจบเพียงชั้นประถม ๔ โดยเปนหัวหนาชั้นมาตลอด และตอนอยูชั้นประถม ๔ ไดรับเลือกใหเปนผูชวยสอนนักเรียนในชั้นมูล (หรืออนุบาลสมัยนี้) และประถม ๑ และไดรับเลือกใหเปนหัวหนานักเรียนทั้งหมดของโรงเรียน แตเนื่องจากความไมพรอมของครอบครวัหลวงพอจ งไมึม โอกาสได ีเรยนตีอตองออกมาชวยพอแมทําไรทํานา และประกอบอาชีพหลายอยาง จนเมื่อวันที่๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๔ อายุยางเขา ๒๗ ปจึงอุปสมบทที่วัดโพธิสมภรณจังหวัดอุดรธานีมีพระธรรมเจดีย (จูม) พนฺธุโลเปนพระอุปชฌายทานไดตั้งฉายาใหวา ขิปฺปปฺโดวยความที่เปนคนที่ทําอะไรทําจริง ในพรรษาแรกหลวงพอตั้งใจวาจะปฏิบัติใหถึงจุดหมายปลายทางใหไดภายใน๗ วัน เรงความเพียรเต็มที่โดยอยูในอิริยาบถ ๓ คือ ยืน เดิน นั่งเทานั้น ไมยอมหลับยอมนอน จนถึงกับสลบไปตั้งแตเที่ยงวันจนถึง ๔ โมงเย็น โชคดีที่มีเพื่อนพระที่จําพรรษาดวยกัน มาพบเขาจึงไดชวยกันปฐมพยาบาลจนฟนขึ้นมา หลวงพอจึงมาสอนตัวเองวาอยาไปบังคับมะมวงออนใหสุกเนื่องจากหลวงพอมีบารมีทางดานเจโตมาดวย จึงสามารถฝกสมาธิทําจิตใหนิ่ง วาง ไดอยางไมยากเย็น และในพรรษาที่๒
๑๗๒ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหลวงพอใชคําบริกรรมพุทโธๆ เรื่อยไป จนจิตสงบเขาถึงฌานขั้นละเอยดทีงคั้นืแมวาตอนจวนสวางของว นใหม ั จตจะถอนออกจากิสมาธิแลว แตกลับมาติดอยูในอุเบกขา วางเฉยอยูตลอดเวลาเปนอยูอยางนั้นนานประมาณ ๗ วัน จึงเกิดปญญาเฉพาะตนวาติดอยูในฌานข้ันละเอียดแลว ซึ่งไมใชเปนแนวทางที่ถูกตองของมรรคผลนิพพานแนดวยปญญาบารมีที่หลวงพอสั่งสมมาหลวงพอจึงหาวิธีแกจนสามารถหลุดออกมาจากสภาวะนั้นไดดวยการเอาหนังสือธรรมะตางๆ มาอานออกเสียงดังๆ โดยใชเวลาประมาณ ๓ วัน และทําใหถือเปนบทเรียนวา ตอไปจะไมฝกจิตใหเปนสมาธิที่มีความสงบลึกอยางนี้อีกเด็ดขาด แตจะใชปญญาพิจารณาขอธรรมรวมทั้งนิมิตตางๆที่เห็นในสมาธิใหเกิดเปนปญญาเฉพาะตนรูแจงเห็นจริงพรรษาที่๓ หลวงพอไดไปจําพรรษาที่วัดปาหนองแซงกับหลวงปูบัว สิริปุณฺโณ (พระอรหันตรูปหนึ่งในยุคนี้) ซึ่งมีพระอาจารยสิงหทอง (พระอรหันตอีกรูปหนึ่งในยุคนี้) เปนพระเถระผใหญ ู จาพรรษาอยํดูวยและวนหนังพระอาจารยึ่สงหิทองไดเปรยขึ้นวา จะไปกราบหลวงปูขาว อนาลโย (พระอรหันตอีกรูปหนึ่งที่เปนศิษยหลวงปูมั่น) ที่วัดถํากลองเพล โดยเดินเทาไป
๑๗๓ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร เพียงแคไดยินคําพูดถึงหลวงปูขาว หลวงพอก็เกิดความรูสึกวา ใจมีความอิ่มเอิบเบิกบานเปนอยางยิ่ง เพราะเคยไดยินแตชื่อและอยากจะไปฟงธรรมจากหลวงปูขาวมานานแลว จึงรีบติดตามพระอาจารยสิงหทองไปและในพรรษานั้น ไดมีโอกาสติดตามพระอาจารยสิงหทองไปฟงธรรมจากหลวงปูขาวถึง ๒ ครั้งพรรษาที่๔ หลวงพอไปจําพรรษาที่หนองคาย เมื่อออกพรรษาก็จะออกธุดงคไปอยางเคย ขณะที่เดินผานอําเภอศรีเชียงใหมอําเภอทาบอ และเรื่อยมาจนถึงบานหนองสองหองเขาเขตอําเภอเพ็ญ ไดแวะพักภาวนาที่วัดปาพระนาไฮ วัดรางแหงหนึ่ง ขณะทําสมาธินิมิตเห็นมหาสมุทรที่กวางใหญมีผูคนลอยคออยูในมหาสมุทรนั้นมากมายมหาศาล แตไมมีใครคิดจะวายขามไปอีกฝงหนึ่ง มีแตหลวงพอรูปเดียวที่วายขามไปขึ้นอีกฝงและเห็นทางเดินเล็กๆ ที่มีรอยเทาคนเดินไปกอนแลว หลวงพอจึงเดินไปตามทางนั้น ไมนานก็เห็นปราสาทหลังหนึ่งอยูขางหนาแตกอนจะถึงปราสาทนั้น เห็นหลวงปูขาวเดินเขามาหาและจูงมือพาเขาไปที่ปราสาทแหงหนึ่งและไดพบหลวงปูบัว ที่เคยไปจาพรรษาดํวยนงคอยอยัู่ถามวาม ใครสามารถว ีายขามมาด วยไหม
๑๗๔ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหลวงพอก็ตอบวา ไมไดมองหลังมุงหนาที่จะขามมาอยางเดียวจากนั้นจิตก็ถอนออกจากสมาธิพรรษาที่๕ และ ๖ หลวงพอก็ยังคงปฏิบัติเหมือนเดิม คือธุดงคไปจําพรรษาที่โนน นี่เรื่อยไป จนพรรษาที่๗ ไดมาอยูปฏิบัติทวี่ดสันตักาวาสิตาบลและอํ าเภอไชยวาน ํอดรธานุีและในคนหนืงึ่ขณะที่ทําสมาธิอยูนั้น ไดยินเสียงหลวงปูมั่น ภูริทตฺโต บอกวาทูล ออกจากที่นี่แลวใหไปอยูกับอาจารยขาว วัดถํากลองเพลนะความปรารถนาของทูลจะเปนจริงในไมชานี้เอง ซึ่งเมื่อออกจากนิมิต หลวงพอมีความภาคภูมิใจในตัวเองมาก เพราะในชีวิตไมเคยไดพบเจอหลวงป มูนเลยั่แตหลวงป ไดู เมตตามาบอกในน มิติทาให ํ
๑๗๕ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหลวงพอม นใจมากว ั่าถาได ไปอย กู บหลวงป ัขาวูจะทาให ํรธรรมูเห็นธรรมแนนอนทันทีที่ออกพรรษาและรับกฐิน หลวงพอก็มุงหนาไปกราบและฝากตวเปันศษยิ หลวงป ขาวเลยูและเมอหลวงป ื่ถามวูา ใครเปนพระอุปชฌายก็ปรากฏวาเปนองคเดียวกันกับพระอุปชฌายของหลวงปูขาว และที่วัดถํากลองเพลนี้ก็มีพระอาจารยจวน(พระอรหันตอีกรูปหนึ่งในยุคนี้) อยูดวยระหวางพรรษาที่๘ นั้น ชวงที่หลวงพอไดมีโอกาสสนทนาธรรมกบหลวงป ั ขาวเปูนสวนตวั หลวงปขาวไดูแนะน าให ํ หลวงพอ ขึ้นมาปฏิบัติที่จังหวัดเชียงรายหลังออกพรรษา
๑๗๖ บรรลุธรรม ณ บ้านป่าลันเมื่อออกพรรษา หลวงพอจึงไดไปกราบลาหลวงปูขาวเพื่อมุงหนาไปเชียงรายตามคําแนะนําของหลวงปูขาว ในตอนแรกไดไปพักภาวนาอยูที่ปาชาบานดงหวาย อําเภอเวียงชัยในชวงเดือนกุมภาพันธ๒๕๑๒ จนกอนเขาพรรษาที่๙ หลวงพอจึงไดเดินทางไปบานปาลัน ต.ปงนอย อ.แมจัน พกอาศั ัยอยูในปาดงดิบแหงหนึ่ง ปจจุบันเปนที่ตั้งของวัดอรัญญวิเวก หรือชาวบานเรยกกีนวัาวดปัาลนัอาเภอดอยหลวงํ (แยกตวออกมาจากอัาเภอํแมจันสมัยกอน) ชาวบานไดมาชวยกันทํากระตอบเล็กๆ หองเดียวพอปกกลดไดมุงดวยหญาคา เสาไมไผ ปูพื้นและกั้นฝาดวยฟากไมไผมีระเบียงดานหนาพออาศัยนั่งพักผอน เพียงแคนี้ก็พอเพียงสําหรับหลวงพอแลว
๑๗๗ในคนหนืงกึ่อนเขาพรรษาเพ ยงไม ีกวี่นัหลวงพอกน็มิตเหิน็หลวงปูขาวเขามาหา ใชมือจับไหลแลวพูดวา จากนี้ไปไมนานหรอกนะ ความตั้งใจที่ทานไดตั้งเอาไวจะสําเร็จอยูในที่แหงนี้และแลวในว นทั ี่๑๔ กรกฎาคม ๒๕๑๒ หลวงพอทลูขปิ ปปฺโฺก็ไดเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ณ กระตอบแหงนี้ตามที่หลวงปูขาวเมตตามาบอกในนิมิตจริงๆ จากการนั่งพิจารณาเครือกระพงโหม ัพมหนุงทึ่ขี่นอยึ้หนูาระเบยงกระตีอบและหลวงพอเคยใหเณรเอาออกมาแลวถึง ๒ ครั้ง แตมันก็เกิดขึ้นมาอีกจนไดจึงเอามาเปนอุบายสอนใจตัวเองทันทีวา เครือกระพังโหมนั้น ก็เหมือนกับตัวเรา มันเกิดขึ้นดวยเหตุปจจัยในตัวมันเอง เมื่อใดหัวเครือกระพังโหมนั้นยังฝงอยูในดิน ปจจัยที่จะเกิดขึ้นมาอีกนั้น ยอมเปนผลตอเนื่องกัน เมื่อใดไดขุดเอาหัวของมันขึ้นมาจากพื้นดินไดแลว ตากแดดใหแหงหรือเอาไฟเผาใหไหมเสีย เหตุปจจัยที่จะทําใหเครือกระพังโหมเกิดขึ้นอีก เปนอันไมมีจากนั้นหลวงพอก็ลงจากระเบียงไปเดินจงกรม แลวใชปญญาพิจารณาอยางตอเนองื่ในเรองอื่ตตาตัวตนทัมี่อยีูพจารณาลงไตรล ิกษณั ไดอยางเฉียบขาดอยางไมเคยเปนมากอน จนใจยอมรับความจริงจากปญญานี้ทั้งหมด พิจารณาสิ่งใด ใจก็มีความรูเห็นเปนไปในบรรลุธรรม ณ บานปาลัน
๑๗๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหลักความจริงทั้งสิ้น เปนอันวาหลวงพอไดถึงจุดหมายปลายทางสมความปรารถนา ณ ชวงเวลานนเองั้และเปนเรองทื่นี่าประหลาด ใจมากในชวงกอนวนทั ี่๑๔ ก.ค. นนั้หลวงปมู นได ั่เข ามาในน มิติเพื่อใหคําแนะนําในการปฏิบัติแกหลวงพอหลายครั้งเมื่อออกพรรษา หลวงพอก็กลับไปที่วัดถํากลองเพล และเมื่อหลวงปูขาว ไดสอบถามถึงผลการปฏิบัติภาวนา หลวงพอก็ไดเลาถึงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๔ ก.ค. ใหหลวงปูขาวฟง และเมื่อหลวงปูขาวไดทราบวา หลวงพอเพิ่งบวชได๙ พรรษา
๑๗๙หลวงปูก็บอกวาบารมีเกาของหลวงพอสรางมามากทีเดียวจึงไดมรรคผลนิพพานเร็วแบบนี้และจากการที่พระอรหันต๒ รูปคยกุนักได็ความกระจางวาแมวาในชาต นิหลวงพี้อทลูไมเคยได พบตวจรั งของหลวงป ิมูนแตั่อย างใด แตในอด ตชาตีหลวงพิอทลเคยอยู ูสํานักสงฆเดียวกับหลวงปูมั่น โดยหลวงปูเปนประธานสงฆและหลวงพอทูลเปนรอง นั่นเองหลวงปูขาวไดเอยปากใหหลวงพอทูล สอนพระเณรและญาติโยมใหไดรูจักแนวทางปฏิบัติแนวปญญา สัมมาทิฏฐินี้เพราะแนวปฏิบัติที่ถูกตองแทจริงเชนนี้หาผูสอนไดยากมากแตหลวงพอไดขอผัดผอนที่จะยังไมสอน โดยใหเหตุผลวา หลวงพอเพงบวชได ิ่๙ พรรษาและแนวปญญาสมมาทัฏฐินิี้ไมเคยม ใครสอน ีแลวพระหนุมอยางหลวงพอออกมาสอน ผิดไปจากที่สวนใหญสอนกันวา ทําสมาธิใหถึงที่สุดแลวจะเกิดปญญารูธรรมเห็นธรรมนั้น หลวงพอก็จะโดนโจมตีวาสอนผิดไปจากตํารา จึงขอเก็บตัวเงียบๆ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม จึงคอยเปดเผยตัวและแนวทางปฏิบัติซึ่งหลวงปูขาวก็เขาใจในเหตุผล และไมไดคัดคานแตประการใดหลังจากที่เก็บตัวอยู๑๓ ปจนเห็นวาทานมีพรรษาสูงพอสมควรคือ ๒๒ พรรษาแลว ป๒๕๒๕ หลวงพอไดจัดพิมพบรรลุธรรม ณ บานปาลัน
๑๘๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนหนังสือเลมแรกคือ “แนวทางปฏิบัติภาวนา” เปนการเผยแพรแนวปญญาสัมมาทิฏฐิระบุชัดเจนวา การจะบรรลุธรรมไดนั้นตองใชปญญาเฉพาะตน พิจารณาขอธรรมหรือความจริงในโลกนี้จนแยบคายนั่นแหละ จึงจะรูธรรมเห็นธรรม ดังคําที่พระพุทธเจาตรัสไววา ปฺญาย ปริสุชฌติปญญาเทานั้นที่จะชําระจิตใหบริสุทธิ์ไดขนาดนั้น หลวงพอยังโดนโจมตีถาสมัยนี้ก็เรียกวา“ทัวรลง” เพราะเปนการหักลางคําสอนที่สอนๆกันมาวา ใหทําสมาธิไปแลวจะเกิดปญญาขึ้นเอง ซึ่งหลวงพอไดยืนยันวาเปนไปไม ได และไมเคยมหลี กฐานปรากฏว ัามพระอรหีนตัองค ไหน ที่เอาแตนั่งสมาธิความสงบ โดยไมไดใชปญญาพิจารณา แลวบรรลุธรรม และหลวงพอก็ตอสูยืนหยัดมาโดยตลอดจนละสังขารไปเมื่อ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ณ วัดปาบานคอ ต.เขือนําอ.บานผือ อุดรธานีซึ่งหลวงพอไดเปนผูนําญาติโยมผูมีจิตศรัทธาสรางวัดนี้เมื่อ ป๒๕๒๘หลวงพอทูล เขียนหนังสือธรรมภาคปฏิบัติกวา ๒๐ เลมและในป๒๕๓๓ ทานไดรับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักรสาขาการแตหนังสือทางพระพทธศาสนาุและไดรับพระราชทานสมณศักดิ์เปนพระราชาคณะ นามวา “พระปญญาพิศาลเถร”
๑๘๑หลักปฏิบัติ๖ ข้อประพันธโดย หลวงตานอง พระกรภพ กิตฺติปฺโขาพเจาขอตั้งสัตยปฏิญาณวา, นับแตนี้ตอไป ขาพเจาจะนําหลักปฏิบัติ๖ ขอนี้มาเปนเครื่องดําเนินชีวิตของขาพเจา, จนกวาชีวิตจะหาไม๑. ขาพเจาจะไมเบียดเบียน,หรือสรางความเดือดรอน,ใหกับคนและสัตวทั้งหลายอยางเด็ดขาด, เพราะมันคือบาปนั่นเอง๒. ขาพเจาจะไมถือวิสาสะ, ที่จะหยิบจับ, หรือเคลื่อนยายสิ่งของของผูอื่น, โดยไมไดขอ, และไดรับอนุญาตจากเจาของกอน, อยางเดดขาด็ , ถอเป ืนการเสยมารยาที , และอาจทาให ํเขาเดอดรือน , เพราะมันคือบาปนั่นเอง๓. ขาพเจาจะไมเอยปากขออะไร, จากใครๆอยางเด็ดขาด, นั่นอาจทําใหเขารูสึกลําบากใจ, ที่จะปฏิเสธ, ซึ่งเปนการทําใหเขาเดือดรอน, เพราะมันคือบาปนั่นเอง๔. ขาพเจาจะไมใชคําพูด, ไปทําใหใครเดือดรอนเสียหาย, หรือเสียใจอยางเด็ดขาด, เพราะมันคือบาปนั่นเอง
๑๘๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน๕. ขาพเจาจะไมไปยุงเกี่ยวกับของมึนเมา, และสิ่งเสพติดทั้งหลาย, เพราะอาจทําใหขาพเจา, ขาดสติความยั้งคิด, แลวพลาดไปทําบาป, ใน ๔ ขอขางตน๖. ขาพเจาจะไมมัวเมา, ในสิ่งมอมเมาทั้งหลาย, ที่เปนอยูในโลกปจจุบันนี้, นอกจากจะเสียเวลาแลว, ยังเปนเหตุใหขาพเจา, ขาดสติความยั้งคิด, แลวพลาดไปทําบาป, ในขอตางๆ ขางตน
๑๘๓วัตรปฏิบัติ๓๘ ไม่ของ “นักบวช”ศิษยหลวงตานอง พระกรภพ กิตฺติปฺโ๑. ไมทําใหใครเดือดรอน๒. ไมถือวิสาสะที่จะหยิบจับ, เคลื่อนยายของผูอื่นโดยไมไดรับอนุญาต๓. ไมขอหรือแยงของของใคร๔. ไมใชคําพูดไปทําใหใครเดือดรอน, เสียหาย, เสียใจ๕. ไมยุงเกี่ยวกับของมึนเมา, และสิ่งเสพติดทั้งหลาย๖. ไมมัวเมากับของมอมเมาทางโลกทั้งหลาย๗. ไมขี้อิจฉา๘. ไมขี้งอน๙. ไมขี้นอยใจ๑๐. ไมขี้บน๑๑. ไมขี้วิตกกังวล
๑๘๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยน๑๒. ไมขี้กลัว๑๓. ไมขี้เหงา๑๔. ไมขุนมัว๑๕. ไมคิดแคน๑๖. ไมหมั่นไส๑๗. ไมผูกพยาบาท๑๘. ไมเศราหมอง๑๙. ไมหวง๒๐. ไมหวง๒๑. ไมยุงเรื่องเพศสัมพันธ๒๒. ไมกินอาหารหลังเที่ยงไปแลว๒๓. ไมอยูเพื่อกิน๒๔. ไมดูหนังฟงเพลง๒๕. ไมใชของหอมตางๆ๒๖. ไมขี้เกียจ๒๗. ไมเยอะ๒๘. ไมงมงาย สายมู๒๙. ไมประมาทปลอยใหวันคืนลวงไปๆ
๑๘๕๓๐. ไมโออวด๓๑. ไมคาดหวังจนเกินไป๓๒. ไมดื้อรั้น๓๓. ไมหยุดยั้งที่จะกําจัดขัดเกลากิเลสตัณหา๓๔. ไมคิดจะเปลี่ยนใคร, นอกจากตัวเอง๓๕. ไมใชความอยาก, ความไมอยาก, เปนตัวนําชีวิต๓๖. ไมสะสม๓๗. ไมตระหนี่๓๘. ไมยึดติดกับวัตถุสมบัติวัตรปฏิบัติ๓๘ ไม ของ “นักบวช”
๑๘๖ บันทึกการจัดคอรส์ “ทําได้ได้ธรรม”โดย หลวงตานอง พระกรภพ กิตฺติปฺโผูกอตั้งสถานธรรม KPY ภูปลายฟา จ.เชียงรายเพื่อเนนการใชปญญาจากธรรมะมาเปลี่ยนพฤติกรรม และเปลี่ยนนิสัย มุงสูทางแหงการพันทุกขอยางแทจริงตามแนวทาง “ปญญาสัมมาทิฏฐิ” ของ หลวงพอทูล ขิปฺปปญโไดรับพระราชทานสมณศักดิ์เปนพระราชาคณะนามวา “พระปญญาพิศาลเถร”พระนักปราชญธรรมในพระพุทธศาสนาอดีตเจาอาวาสวัดปาบานคอ จ.อุดรธานีรุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๑-๓ พ.ศ. ๒๕๕๒ ผตู้ ้องขังเรือนจําพะเยา ๓๔-๑๖ พ.ศ. ๒๕๕๓ ผตู้ ้องขังเรือนจําพะเยา ๙ผตู้ ้องขังเรือนจําเทิง จ.เชียงราย ๔๑๗-๒๗ พ.ศ. ๒๕๕๔ ผตู้ ้องขังเรือนจําพะเยา ๘เรือนจําเทิง จ.เชียงราย ๓๒๘-๓๐ พ.ศ. ๒๕๕๕ ผตู้ ้องขังเรือนจําพะเยา ๒พนกงานโรงงานป ั ุ๋ยราชบุรี๑
๑๘๗รุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๓๐-๔๗ พ.ศ. ๒๕๕๖ พนกงานโรงงานป ั ุ๋ยราชบุรี ๓พนกงานหมับู่ ้านนนท์นชาิจ.นนทบุรี๓ลูกบ้านหมบู่ ้านนนท์นชาิจ.นนทบุรี๒พนกงานับจก. ชาลอม บางบัวทอง ๓ผตู้ ้องขังเรือนจําสุรินทร์ ๔ข้าราชการ สนง. ปปส ๑ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขอ.จุน และ รพ. จุน จ.พะเยา๑๔๖-๗๐ พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขอ.จุน และ รพ.จุน จ.พะเยา ๑๐ผตู้ ้องขังเรือนจําอุบลราชธาน ี๔ข้าราชการ รพ.ศนยู์เชียงราย ๓กลุ่มงานเภสัชกร รพ.ศนยู์เชยงรายี ๑บุคคลทั่วไป (จัดที่ KPY ภปลายฟู้า) ๓เณร ประจําวัดดอยอินทรีย์จ.เชียงราย(จัดที่ KPY ภปลายฟู้า) ๑พระบวชใหม่ในพรรษาวัดดอยอินทรีย์จ.เชียงราย (จัดที่ KPY ภปลายฟู้า) ๑บันทึกการจัดคอรส “ทำไดไดธรรม”
๑๘๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนรุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๖๘-๘๒ พ.ศ. ๒๕๕๘ แม่ชีและคณะกรรมการวัดดอยอินทรีย์จ.เชียงราย๑ข้าราชการเรือนจําเชียงราย ๑เณรภาคฤดูร้อน จ.เชียงราย(จัดที่วัดดอยอินทรีย์ )๑บุคคลทั่วไป (จัดที่ KPY ภปลายฟู้า ) ๖คณะครูรร. เทศบาล ๕ จ.เชียงราย ๓๗๙-๑๐๗พ.ศ. ๒๕๕๙ โครงการอบรมภาคเหนอืครั้งที่๑๙ณ วัดป่าวังอวน อ.ป่าแดด จ.พะเยา๑บุคคลทั่วไป วัดดอยอินทรีย์ ๑พนกงานโรงงานแบตเตอร ั ี่พนสนัคมิจัดที่ KPY พนสนัคมิจ.ชลบุรี ๔บุคคลทั่วไป จัดที่มูลนิธิคุณแม่อุบลจ.ฉะเชิงเทรา๑ลูกค้า บจก.ไอซีซี (เครือสหพัฒน) ์๑บุคลากรสาธารณสุข อ.เมองืจ.พะเยา ๕บุคคลทั่วไป จัดที่ KPY ภปลายฟู้า ๑๒๑๐๔-๑๓๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ บุคคลทั่วไป จัดที่ KPY ภปลายฟู้า ๓ผบรู้ ิหาร บจก.อมรินทร์พรินท์ติ้ง ๑
๑๘๙รุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวนคณะกรรมการมลนูธิสหธรรมิกิ ๑กลมครุ่ ูพี่เลี้ยงของยุวพทธฯุจัดที่อัมพวา ๑บุคลากรสาธารณสุข อ.เมองืจ.พะเยา ๔บุคลากร รพ.แมใจ่จ.พะเยา ๒บุคลากร รพ.สต. แมใจ่จ.พะเยา ๑บุคคลทั่วไป จัดที่มลนูธิคิุณแมอุ่บลจ.ฉะเชิงเทรา ๔ลูกค้า บจก.ไอซีซี (เครือสหพัฒน) ์๑บุคคลทั่วไป จัดที่สวนธรรมศรีปทุม ๒พระภิกษุประจําวัดดอยอินทรีย์จ.เชียงราย๑โครงการอบรมภาคเหนอืครั้งที่๒๐ณ วัดสันผกเฮั ือด จ.เชียงราย๑พนกงานับจก.แอมดีจ.ปทุมธานี๓๑๒๙-๑๗๖ พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้าราชการเรือนจํานครสวรรค์ ๑ผตู้ ้องขังเรือนจํานครสวรรค์ ๔บุคคลทั่วไป จัดที่มลนูธิคิุณแมอุ่บล จ.ฉะเชิงเทรา ๔บันทึกการจัดคอรส “ทำไดไดธรรม”
๑๙๐ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนรุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวนผบรู้ ิหาร บจก.ภัทรหลักทรัพย์ ๓ผบรู้ ิหาร ธนาคารเกียรตินาคิน ๒พนกงานัธนาคารเกียรตินาคิน ๔บุคลากร รพ.จุฬารัตน์จ.สมทรปราการุ๓บุคลากร รพ.ดอกคําใต้จ.พะเยา ๔ครูและผปกครองู้รร. เทศบาล ๕จ.เชียงราย๔๑๒๙-๑๗๖ พ.ศ. ๒๕๖๑ บุคลากร รพ.สต บ้านถ้ํา จ.พะเยา ๑พนกงานับจก. อมรินทร์พรินท์ติ้ง ๒บุคคลทั่วไป จัดที่วัดดอยอินทรีย์ ๑โครงการอบรมภาคเหนอืครั้งที่๒๑ณ วัดเสาหนิจ.เชียงราย๑บุคคลทั่วไป วัดดอยกองขาว้จ.เชยงราย ๑ีบุคคลทั่วไป สวนธรรมศรีปทุม ๓ลูกค้า บจก.ไอซีซี (เครือสหพัฒน) ์๑คณะครูพี่เลี้ยงของยุวพุทธฯจัดที่ยุวพุทธฯ๑คอร์สครอบครัว จัดที่ยุวพุทธฯ ๑บุคลากร AIA หาดใหญ่๑
๑๙๑รุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวนบุคคลทั่วไป จัดที่ไพนร์ ีสอร์ทจ.ปทุมธานี๒๑๗๓-๑๙๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ผตู้ ้องขังทัณฑ์สถานหญิง มนบีุรี ๑ข้าราชการเรือนจําสมทรปราการ ๓ุพนกงานัธนาคารเกียรตินาคิน ๒บุคคลทั่วไป จัดที่สวนธรรมศรีปทุม ๒บคคลทุั่วไป จดทั ี่สวนธรรมธารปรานีเมองเอกื๓โครงการอบรมภาคเหนอืครั้งที่๒๒ณ วัดพระบาทวิหารมงคล (ปงเคียน) จ.เชียงราย๑ครูและผปกครองู้รร อนบาลสุนทรายัจ.เชยงรายี๒พนกงานดั ีลเลอร์ขายรถอีซุซุจ.สุราษฎร์ธานี๑บุคลากร AIA หาดใหญ่๑๑๘๙-๒๐๑ พ.ศ. ๒๕๖๓ นกศักษาึม.รังสิต ๑บุคคลทั่วไป จัดที่วัดป่าบ้านค้อจ.อุดรธานี๑โครงการอบรมภาคเหนอืครั้งที่๒๓ณ วัดสันผกเฮั ือด จ.เชียงราย๑บันทึกการจัดคอรส “ทำไดไดธรรม”
๑๙๒ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนรุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวนครูและผปกครองู้รร. เทศบาล ๕ จ.เชียงราย๒อาจารย์และนกศักษาึม.เทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา จ.เชียงราย๓บุคคลทั่วไป จัดที่สวนธรรมศรีปทุม ๑** จากนั้นหยุดเนื่องจากโควิดระบาด๑๙๘-๒๐๙ พ.ศ. ๒๕๖๔ บุคลากร รพ.ศรีบุรินทร์จ.เชียงราย ๒ข้าราชการเทศบาล ต.ดอยฮาง จ.เชียงราย๑บุคลากร รพ.ดอยหลวง ๕** จากนั้นหยุดโควิดระบาดรอบสอง๒๐๕-๒๑๗ พ.ศ. ๒๕๖๕ ขาราชการเทศบาล้ต.นางแล จ.เชยงราย ๑ีคอรสครอบคร์วั จัดที่สวนธรรมศรปทีมุ๑บุคคลทั่วไป จัดที่สวนธรรมศรีปทุม ๓ผบรู้ ิหาร ธนาคารกสิกรไทย ๒ผบรู้ ิหาร รพ. เชียงแสน จ.เชียงราย ๑๒๑๒-๒๕๒ พ.ศ. ๒๕๖๖ บุคลากร รพ. เชียงแสน จ.เชียงราย ๘ข้าราชการระดับสูง รัฐสภา ๑
๑๙๓รุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวนพยาบาล รพ.พระบําราศฯ ๑บุคคลทั่วไป จัดที่วัดป่าบ้านค้อจ.อุดรธานี๑โครงการอบรมภาคเหนอืครั้งที่๒๔ณ วัดดอยน้ําตกพัฒนา จ.เชียงราย๑ผบรู้ ิหารธนาคารเกียรตินาคินภัทร ๔พนกงานธนาคารเกั ียรตินาคินภัทร ๑ผบรู้ ิหารธนาคารกสิกรไทย ๒บุคลากร AIA หาดใหญ่ ๒บุคคลทั่วไป จัดที่หาดใหญ่๑คอร์สครอบครัว จัดที่สวนธรรมศรีปทุม ๓บุคคลทั่วไป จัดที่สวนธรรมศรีปทุม ๘ครูและผปกครองู้รร. ต้นดี จ.เชียงราย ๑พนกงานับมจ. ไทยวาโก้๑ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๕๒ ถึง ๓๑ ธ.ค. ๒๕๖๖ รวม ๒๕๒ รุน่ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน๒๕๒พ.ศ. ๒๕๖๗๒๕๓ มกราคม ๒๐-๒๑ คอร์สครอบครัว ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.กสิกรไทยบันทึกการจัดคอรส “ทำไดไดธรรม”
๑๙๔ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนรุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๒๕๔ กุมภาพันธ์๒-๔ บุคคลทั่วไป ๑/๒๕๖๗๒๕๕ กุมภาพันธ์๑๙-๒๐ผสนใจในงานู้วัดป่าบ้านค้อ จ.อุดรธานี๒๕๖ มนาคมี๙-๑๐ ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร รุ่นที่๑/๒๕๖๗๒๕๗ มนาคมี๑๔-๑๕ ผบรู้ ิหารและบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีรุ่นที่๑/๒๕๖๗๒๕๘ มนาคมี๑๑ ข้าราชการตํารวจระดับสารวัตรขึ้นไปของ จ. เชียงราย ๒๕๙ มนาคมี๓๐ -๓๑ ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร รุ่นที่๒/๒๕๖๗๒๖๐ เมษายน ๓-๔ โครงการอบรมภาคเหนอืครั้งที่๒๕ณ วัดดอยน้ําตกพัฒนา จ.เชียงราย๒๖๑ เมษายน ๖-๗ คอร์สครอบครัว รุ่นที่๑/๒๕๖๗๒๖๒ เมษายน ๑๑ เณรภาคฤดรูอน้ที่พระธาตศรุจอมจีนทรั ์จ.เชยงรายี๒๖๓ พฤษภาคม ๘-๙ ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๑/๒๕๖๗๒๖๔ พฤษภาคม๒๗-๒๙ผู้บริหารและบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีรุ่นที่๒/๒๕๖๗๒๖๕ มถิุนายน ๗-๙ คอร์สบุคคลทั่วไป ๒/๒๕๖๗
๑๙๕รุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๒๖๖ มถิุนายน๒๒-๒๓ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร รุ่นที่๓/๒๕๖๗๒๖๗ สิงหาคม ๒-๔ คอร์สบุคคลทั่วไป ๓/๒๕๖๗๒๖๘ สิงหาคม๑๕-๑๖ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๒/๒๕๖๗๒๖๙ สิงหาคม๑๗-๑๘ผบรู้ ิหารและพนกงานัหลักทรัพย์หยวนต้า๒๗๐ สิงหาคม๒๔-๒๕ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร รุ่นที่๔/๒๕๖๗๒๗๑ กันยายน ๗-๘ ผบรู้หารและพนิกงานับมจ.ธนาคารเกยีรตินาคินภัทร รุ่นที่๕/๒๕๖๗๒๗๒ กันยายน ๑๙-๒๑ คอร์สบุคคลทั่วไป ๔/๒๕๖๗๒๗๓ ตุลาคม ๕-๖ คอร์สครอบครัว รุ่นที่๒/๒๕๖๗๒๗๔ พฤศจิกายน๑๔-๑๕ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๓/๒๕๖๗๒๗๕ พฤศจิกายน ๑๖ ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร รุ่นที่๖/๒๕๖๗๒๗๖ พฤศจิกายน๒๓-๒๔ผบรู้ ิหารและพนกงานัหลักทรัพย์หยวนต้า๒๗๗ ธนวาคมั๒๓ ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๔/๒๕๖๗บันทึกการจัดคอรส “ทำไดไดธรรม”
๑๙๖ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนรุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๒๗๘ ธนวาคมั๖-๘ คอร์สบุคคลทั่วไป ๔/๒๕๖๗๒๕๓ มกราคม ๒๔-๒๖ คอร์สบุคคลทั่วไป ๑/๒๕๖๘๒๘๐ กุมภาพันธ์๘-๙ ผสนใจในงานู้วัดป่าบ้านค้อ จ.อุดรธานี๒๘๑ กุมภาพันธ์๒๐-๒๑ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๑/๒๕๖๘๒๘๒ มนาคมี๗-๙ คอร์สบุคคลทั่วไป ๒/๒๕๖๘๒๘๓ มนาคมี๑๙-๒๑ บุคลากรทางการแพทย์สํานกการแพทยั ์กทม.๒๘๔ พฤษภาคม ๙-๑๑ คอร์สบุคคลทั่วไป ๓/๒๕๖๘๒๘๕ พฤษภาคม๑๕-๑๖ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๒/๒๕๖๘๒๘๖ พฤษภาคม๑๗-๑๘คอร์สเฉพาะครอบครัวและญาติคุณแอน๒๘๗ พฤษภาคม๒๙-๓๐พนกงานับริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัดรุ่นที่๑/๒๕๖๘๒๘๘ กรกฏาคม๑๘-๒๐คอร์สบุคคลทั่วไป ๓/๒๕๖๘๒๘๙ สิงหาคม ๑๔-๑๕ ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๓/๒๕๖๘๒๙๐ สิงหาคม ๒๖ ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (รุ่นพิเศษ)
๑๙๗รุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๒๙๑ สิงหาคม ๒๗ ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารกสิกรไทย (รุ่นพิเศษ)๒๙๒ กันยายน ๔-๕ พนกงานับริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัดรุ่นที่๒/๒๕๖๘๒๙๓ กันยายน ๑๒-๑๔ คอร์สบุคคลทั่วไป ๔/๒๕๖๘๒๙๔ กันยายน ๑๗ ผบรู้หาริบรษิทั เอฟ พลสัจากํดั (ฟ้าไทย)๒๙๕ ตุลาคม ๑๕ ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (รุ่นพิเศษ)๒๙๖ ตุลาคม ๑๖ ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (รุ่นพิเศษ)๒๙๗ ตุลาคม ๑๘-๑๙ คอร์สครอบครัว๒๙๘ พฤศจิกายน ๑-๒ คอร์สบุคคลทั่วไป ๕/๒๕๖๘๒๙๙ พฤศจิกายน๑๓-๑๔ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๔/๒๕๖๘พ.ศ. ๒๕๖๙๓๐๐ มกราคม ๑๕-๑๖ ผบรู้ ิหาร รพ.แมลาว่จ.เชียงรายรุ่น ๑/๒๕๖๙๓๐๑ มกราคม ๓๐-๑ คอร์สบุคคลทั่วไป รุ่น ๑/๒๕๖๙๓๐๒ กุมภาพันธ์๑๑-๑๓ กองการแพทย์กรุงเทพมหานครรุ่น ๑/๒๕๖๙บันทึกการจัดคอรส “ทำไดไดธรรม”
๑๙๘ ปรับ Mindset สักนิด ชีวิตเปลี่ยนรุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๓๐๓ กุมภาพันธ์๑๘-๑๙ ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๑/๒๕๖๙๓๐๔ กุมภาพันธ์๒๐-๒๑ ผบรู้ ิหารและพนกงานับริษัท KF&E๓๐๕ กุมภาพันธ์๒๘-๑มนาคมีผปฏู้ ิบัติธรรมวัดป่าบ้านค้อ จ.อุดรธานี๓๐๖ มนาคมี๑๙ ผปฏู้ ิบัติธรรม ณ KPY ภปลายฟู้าจ.เชียงราย๓๐๗ เมษายน ๓-๔ โครงการอบรมภาคเหนือ ครั้งที่๒๗ณ วัดพระบาทวิหารมงคล (ปงเคียน) จ.เชียงราย๓๐๘ เมษายน ๒๙-๑พฤษภาคมกองการแพทย์กรุงเทพมหานครรุ่น ๒/๒๕๖๙๓๐๙ พฤษภาคม ๑๒ ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.บ้านปู๓๑๐ พฤษภาคม ๑๔-๑๕ ผบรู้ ิหารและพนกงานับมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๒/๒๕๖๙๓๑๑ มถิุนายน ๔-๕ บุคลากรทางการแพทย์รพ.แมลาว่จ.เชียงราย รุ่น ๒/๒๕๖๙๓๑๒ มถิุนายน ๘-๙ บุคลากรทางการแพทย์รพ.แมลาว่จ.เชียงราย รุ่น ๓/๒๕๖๙
๑๙๙รุน ว่ ัน เดือน ปีผเขู้ ้ารวมคอร่ส จ์ ํานวน๓๑๓ มถิุนายน ๑๑-๑๒ บุคลากรทางการแพทย์รพ.แมลาว่จ.เชียงราย รุ่น ๔/๒๕๖๙๓๑๔ มถิุนายน ๑๕-๑๖ บุคลากรทางการแพทย์รพ.แมลาว่จ.เชียงราย รุ่น ๕/๒๕๖๙๓๑๕ มถิุนายน ๑๘-๑๙ บุคลากรทางการแพทย์รพ.แมลาว่จ.เชียงราย รุ่น ๖/๖๙๓๑๖ กรกฏาคม ๙-๑๐ พนกงานับริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัดรุ่นที่๑/๒๕๖๙๓๑๗ กรกฏาคม ๒๔-๒๖ คอร์สบุคคลทั่วไป ๒/๒๕๖๙๓๑๘ สิงหาคม ๕-๗ กองการแพทย์กรุงเทพมหานครรุ่น ๓/๒๕๖๙๓๑๙ สิงหาคม ๒๐-๒๑ ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๓/๒๕๖๙๓๒๐ กันยายน ๓-๔ พนกงานับริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัดรุ่นที่๒/๒๕๖๙๓๒๑ ตุลาคม ๑๖-๑๘ คอร์สบุคคลทั่วไป รุ่น ๓/๒๕๖๙๓๒๒ พฤศจิกายน๑๙-๒๐ผู้บริหารและพนักงาน บมจ.ธนาคารกสิกรไทย รุ่นที่๔/๒๕๖๙บันทึกการจัดคอรส “ทำไดไดธรรม”
๒๐๐ ภาคผนวกหลวงตานอง พระกรภพ กิตฺติปฺโ เปนอดีตผูกอตั้งและผอูานวยการกองปราบปรามยาเสพต ํดิสานํกงานคณะกรรมการัปองกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ไดลาออกจากราชการเมื่อปพ.ศ.๒๕๒๙ เพื่อทําธุรกิจสวนตัว และกาวเขาสูเสนทางธรรมจนมาเปนผเผยแพรู ธรรมะแนวป ญญาสมมาทัฏฐิ ิตงแตั้ปลายป พ.ศ.๒๕๕๒ เขาสูรมกาสาวพัสตรในวันที่๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕จัดคอรสสอนธรรมะแนวปญญาสัมมาทิฏฐิในชื่อ “ทําไดไดธรรม” มากกวา ๓๐๐ คอรส ใหกับผูสนใจปฏิบัติและองคกรตางๆ ที่ตองการนําธรรมะไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พัฒนาตัวเองพัฒนาองคกรมาแลวมากกวา ๑๐,๐๐๐ คน ตามแนวทางคําสอนของพระปญญาพศาลเถริหลวงพอทลูขปิ ปปฺโฺ ปราชญแหงธรรมดวยการปฏ บิตัแนวป ิญญาอดตเจีาอาวาสว ดปัาบานคอจ.อดรธานุีหนึ่งในพระอรหันตในยุคปจจุบันคอรส “ทําไดไดธรรม” คือ อะไร“ทําไดไดธรรม” เปนคอรสธรรมะแนวปญญาสัมมาทิฏฐิมุงเนนใหผูฝกปฏิบัติเปลี่ยนพฤติกรรม ดวยการเปลี่ยน Mindset ใหเปน “สัมมาทิฏฐิ” (Right Mindset) ดวยปญญาของตนเอง