ก.ไก ขยายธรรม˹ѧÊ×Í¢Ò´ÕÍ¹Ñ ´Ñº 1
ก.ไก ขยายธรรม 1
คํานํา
การสอนธรรมะใหกบั ประชาชน หรอื แมแ ตการใหขอ คิดเพือ่ เตอื นใจคน เชื่อวาหลายคนอยาก
จะทาํ เพราะเปนสิง่ ท่ดี งี าม เปน บญุ กศุ ล เปนการเพิ่มวาสนาบารมแี กตนเอง อกี ทัง้ ยังแสดงถงึ ความ
มีเมตตาธรรมอยใู นหัวใจดว ยระลึกวา เพอื่ นมนุษยท ีเ่ กดิ แก เจ็บ ตาย ในโลกน้ี มหี ลายชีวิตทีก่ ําลัง
รอความชวยเหลือ รอพบแสงสวางปลายอุโมงค การหยิบยื่นใหความเมตตาใหความชวยเหลือดวย
การชี้ชองทาง ใหคาํ แนะนําท่ีดี จึงถอื วา เปนบญุ กุศลอยา งแทจรงิ ควรแกก ารเคารพนบั ถือ ดงั พทุ ธ
วจนะทว่ี า “สพพฺ ทานํ ธมมฺ ทานํ ชินาติ การใหธ รรมเปนทานชนะการใหทงั้ ปวง”
หนังสือ ก.ไก ขยายธรรม เลมน้ี ขาพเจาต้ังใจเขียนขึ้นเพ่ือถายทอดประสบการณที่เคยเปน
วิทยากรอบรมในสถานท่ีตางๆ ไดรวบรวมส่ิงละอันพันละนอยมาเรียบเรียงรวบรวมใหเปนรูปเลม
โดยใชพยัญชนะไทยทั้ง 44 ตัวมาเปนหลักในการอธิบายความ ขยายเร่ืองราวท่ีเก่ียวกับอักษร
ตวั นน้ั ๆ เชน ก.ไก จะหยิบยกนสิ ยั ของไก ธรรมะที่ไดจ ากไก นิทานธรรมที่
ผูกพันกับไก มาเปนขอ อธิบายขยายความไปตามลาํ ดบั ถึงอกั ษรสุดทาย ฮ.นกฮูก ในลกั ษณะที่
คลายๆ กนั เนื้อหาสาระและความสนกุ เพลดิ เพลินท่ีแฝงอยใู นแตละเรอื่ งของหนังสือเลมน้ี ขา พเจา
หวังวา คงเปนประโยชนกับทานผูอานโดยเฉพาะผูท่ีตั้งใจเปนวิทยากร เปนพระสงฆนักเทศน
นักปาฐกถาไดไมมากกน็ อย
ขอขอบคุณครูบาอาจารยท้ังหลายท่ีไดประสิทธ์ิประสาทวิชาความรูให ขอบพระคุณเจาของ
บทความ เจาของความคิดความอานท่ีขาพเจาขออนุญาตนําเอาบางบทบางตอนมาผูกใหเปนกรณี
ตัวอยา ง เกิดเปน ประโยชนตอ ทา นผอู า นยิง่ ๆ ขนึ้ ไป หากมีขอ บกพรอ งประการใด ทท่ี านพบเห็นใน
หนังสือเลม นี้ ขา พเจา ขออภัยมา ณ ทน่ี ่ีดวย
ประดิษฐ กลาสี
มกราคม 2557
2 ก.ไก ขยายธรรม
อนุโมทนากถา
ในปพุทธศักราช 2557 นี้ ไดมีหนังสือท่ีมีสารประโยชนเพ่ือใชเปนคูมือในการอบรม
ศลี ธรรม สง เสรมิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมในสงั คมเกดิ ขน้ึ มาอกี หนงึ่ เลม ชอื่ วา “ก.ไกข ยายธรรม” รวบรวม
ขึ้นจากประสบการณใ นการเปนวิทยากรของ อาจารยป ระดษิ ฐ กลาสี อดตี พระมหาเปรียญธรรม 6
ประโยค ซ่งึ อาตมภาพรูจกั ทานเปน อยางดี ทานเปน นกั ปาฐกถา เปนวทิ ยากร เปน อาจารยส อนวชิ า
พระพุทธศาสนาโรงเรียนปว อ.ปว จ.นาน สําหรับวิทยาลัยสงฆนครนานหรือวัดพระธาตุแชแหง
พระอารามหลวง มีกิจกรรมที่เก่ียวกับการอบรมส่ังสอนศีลธรรมแกนักเรียน นักศึกษาหรืออบรม
ธรรมะสําหรบั เยาวชนและประชาชน ก็ไดเชญิ ทา นมาเปนวิทยากรทกุ ครั้ง แตละครง้ั ในการบรรยาย
นนั้ ทานอาจารยป ระดษิ ฐ กลาสี จะมีเทคนิคในการถา ยทอดหลักคาํ สอนเปน ภาษารว มสมัย ทําให
ผฟู ง สนุก ไดส าระ ไมเบอ่ื หนาย ซง่ึ นบั วาหาไดย ากย่ิงในยุคปจจบุ นั
ทา นไดม าปรกึ ษากบั อาตมภาพวา อยากรวบรวมสงิ่ ละอนั พนั ละนอ ยทเ่ี กดิ จากมวลประสบการณ
ในการเปนวิทยากรมารวบรวมไว เพื่อใหผูที่สนใจนําไปเปนคูมือการบรรยายอาตมภาพเห็นวา เปน
สง่ิ ทด่ี แี ละมปี ระโยชนอ ยา งยงิ่ ตอ นกั ทาํ งานเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาและผทู ส่ี นใจ จงึ ใหค าํ ปรกึ ษาและ
สนบั สนนุ ในเรอ่ื งการจดั พมิ พ และดาํ เนนิ การไปพรอ มกนั กบั หนงั สอื “พระพทุ ธศาสนาในเมอื งนา น”
ที่อาตมภาพไดรวบรวมไวจัดพิมพในคราวเดียวกัน ตองขอชื่นชมยินดีกับความวิริยะอุตสาหะและ
ความมนี า้ํ ใจของทา นอาจารยป ระดษิ ฐ กลาสี ทไี่ ดเ ลง็ เหน็ ประโยชนต อ สว นรวมผลติ หนงั สอื ทม่ี คี ณุ คา
ออกมาสสู ังคม ในอนาคตคงไดมีหนงั สือทเ่ี กิดจากภูมิรู ภูมิธรรมของทานอาจารยตามมาอกี หลายๆ
เลม จงึ ขออนุโมทนากบั ทา นอาจารยประดษิ ฐ กลาสี มา ณ โอกาสนด้ี วย
พระชยานันทมนุ ,ี ดร.
เจา อาวาสวดั พระธาตุแชแ หง พระอารามหลวง จ.นา น
ก.ไก ขยายธรรม 3
คาํ นยิ ม
อาตมาไดรับมอบหมายจาก พระเดชพระคุณทานเจาคุณอาจารย พระชยานันทมุนี, ดร.
เจา อาวาสวดั พระธาตแุ ชแหง พระอารามหลวง ผอู าํ นวยการสถาบันวจิ ัยพุทธศาสตร วทิ ยาลยั สงฆ
นครนาน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ตําบลมวงตึ๊ด อําเภอ
ภูเพียง จังหวัดนาน ใหเปนผูประสานงาน การจัดพิมพหนังสือ ท่ีทรงคุณคาดานพระพุทธศาสนา
ดา นประวตั ศิ าสตร ดา นสง เสรมิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมแกเ ดก็ และเยาวชนไทย เปน หนงั สอื ทนี่ า อา นมากๆ
หนังสอื เลม นมี้ ชี ่ือวา ก.ไก ขยายธรรม เรียบเรยี งโดย...อาจารยป ระดษิ ฐ กลาสี ปธ.6 อาจารยสอน
วิชาพระพุทธศาสนา โรงเรียนปว อําเภอปว จังหวัดนาน ซึ่งทานอาจารยเปนพิธีกรฝปากกลาแหง
พระนครหลวงเมืองนานมายาวนานนบั 30 ป และเม่ือสมยั ทีท่ า นเปน พระหนุมไฟแรง รุนยุคบกุ เบกิ
งานดานการเผยแผพระพุทธศาสนารุนแรกๆ ในพระนครหลวงเมืองนาน ทานเปนลูกศิษยเอกของ
พระเดชพระคุณพระธรรมโกศาจารย (หลวงพอปญญานันทะ ภิกขุ) อธิบดีสงฆแหงวัดชลประทาน
รังสฤษด์ิ จังหวัดนนทบุรี อาตมาไดอานตนฉบับแลวรูสึกประทับใจมากๆ ในเนื้อหาสาระ นาอาน
สนกุ สนาน ไมน าเบอื่ มีการจดั วางเน้อื หา ทองเร่ืองไดนาสนใจ มีทง้ั คตธิ รรม คาํ คม นบิ าต นกิ าย
นิยาย คาถา ความรใู นตาํ นานพ้นื บานตางๆ นิทานธรรมบท นทิ านชาดก และพทุ ธศาสนสุภาษติ
ที่สะทอนถึงวิถีชีวิตของคนเมืองนาน และชาวพุทธในอดีตไดเปนอยางดี จึงขันอาสาหลวงพอทาน
เจา คณุ อาจารยช ว ยประสานงานโรงพมิ พ ทาํ รปู เลม ตรวจตน ฉบบั และการจดั หาเจา ภาพ มหาเศรษฐี
ผใู จบญุ ผสู นบั สนนุ คาํ้ จนุ บวรพระพทุ ธศาสนา จดั พมิ พ เผยแผ โฆษณาประชาสมั พนั ธ เพอื่ ใหห นงั สอื
เลมน้ีเปนท่ีรูจักแพรหลาย และเปนประโยชนตอวงการศึกษาไทย มีปราชญทานหน่ึงเคยกลาวกับ
อาตมาวา ในการทจ่ี ะทาํ สงิ่ ใดกแ็ ลว แต ไมว า จะเปน การทาํ งาน การศกึ ษาเลา เรยี น หรอื การการเผยแผ
พระพุทธศาสนา และปฏบิ ัตธิ รรม สิ่งสําคญั ทีเ่ ราตองมคี อื หลักสัปปุรสิ ธรรม 7 ประการคือรจู กั เหตุ
รจู กั ผล รจู กั ตน รจู กั ประมาณ รจู กั กาล รจู กั บคุ คล รจู กั ชมุ ชน อาตมาเชอ่ื มน่ั วา ถา นกั เรยี น นกั ศกึ ษา
เดก็ เยาวชน คนรนุ ใหม คนวยั ทาํ งาน คนวยั ผสู งู อายไุ ดอ า นหนงั สอื เลม นจ้ี ะทาํ ใหเ ขา ใจหลกั สปั ปรุ สิ
ธรรม 7 ประการ ในเชิงปฏิบตั ิไดเ ขา ใจอยา งงา ยๆและรวดเรว็ ยงิ่ แลวถา เขาเหลา นั้นสามารถนําแกน
สารตั ถะธรรมจากหนงั สือเลม น้ไี ปแนะนํา พรํา่ สอน แกบุตรหลานหรอื คนทเี่ ขารกั อาตมาเช่อื มน่ั วา
โลกใบนจ้ี ะนา อยขู นึ้ อกี มาก และพยญั ชนะไทย 44 ตวั กจ็ ะไมถ กู ลมื เลอื นไปตามกาลเวลาแตต รงกนั
ขามจะมีผูค นใหค วามสาํ คญั และใสใจในการเรียนการสอนวชิ าภาษาไทยเพิ่มมากข้นึ
4 ก.ไก ขยายธรรม
ขออานิสงสของการประสานงานการจัดพิมพหนังสือ ก.ไกขยายธรรม เลมน้ีจงดลบันดาลให
พระเดชพระคณุ ทา นเจา คณุ อาจารย พระชยานนั ทมนุ ,ี ดร. เจา อาวาสวดั พระธาตแุ ชแ หง พระอาราม
หลวง โยมอาจารยป ระดษิ ฐ กลาสี ทา นเจา ภาพ มหาเศรษฐผี ใู จบญุ ผสู นบั สนนุ คาํ้ จนุ พระพทุ ธศาสนา
ทุกๆ ทาน รวมทั้งบริษัทโรงพิมพลอลานนา จงรุงเรืองดวยพระสัทธรรมคําสอนขององคสมเด็จ
พระชนิ วรสมั มาสมั พทุ ธเจา และอยเู ปน กาํ ลงั สาํ คญั แกป ระเทศชาติ และสบื ทอดตอ อายบุ วรพระพทุ ธ
ศาสนาสนิ้ จริ กาลยาวนาน เจรญิ ยง่ิ ดว ยสรรพศริ ิ สรรพมงคล สรรพสมบตั ิ ดว ยจตุ รพธิ พรชยั 4 ประการ
คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบตั ทิ กุ ทพิ าราตรกี าลเทอญฯ
พระครสู งั ฆรกั ษอภิวรรณ อภวิ ณฺโณ
พระธรรมทูต พระวิปส สนาจารย
ผช.เลขานกุ ารโครงการพัฒนาองคค วามรแู ละมรดกภูมปิ ญญาแหง ประเทศไทย
วดั พระธาตชุ า งคํ้าวรวหิ าร ต.ในเวยี ง อ.เมอื ง จ.นาน
ก.ไก ขยายธรรม 5
คาํ นิยม
หลังจากไดรับตนฉบับหนังสือเร่ือง ก.ไก... ขยายธรรม จาก ทานพระครูสังฆรักษอภิวรรณ
อภวิ ณโฺ ณ พระอาจารยท พี่ กั อยู ณ วดั พระธาตชุ า งคาํ้ วรวหิ าร ใหผ มลองอา น ผมเหน็ ถงึ ความกระชบั
นารักในการนําเสนอพระธรรมคาํ สง่ั สอนขององคส มเดจ็ พระสมั มาสมั พุทธเจา ที่นาํ มาถายทอดเปน
คูม ือแนวคดิ สามญั ประจําบานแบบอปุ มาอุปมยั ใหคนท่ัวไปเขา ใจไดอ ยางงายๆ สนุกสนานอา นแลว
ยิม้ ทราบภายหลังวาไดรับมอบหมายจาก พระเดชพระคุณอาจารยพระชยานันทมนุ ,ี ดร. เจา อาวาส
วดั พระธาตแุ ชแ หง พระอารามหลวง อาํ เภอภเู พยี ง จงั หวดั นา น ใหเ ปน ผปู ระสานงานการจดั ทาํ หนงั สอื
น้ีข้ึนมาเพื่อใหพ ุทธศาสนิกชน อกี ท้งั เยาวชนทง้ั ทเี่ ปน ชาวพทุ ธและผทู ี่นับถอื ลทั ธิ นกิ ายใดๆ กต็ าม
ไดมีโอกาสนําหลักธรรมคําส่ังสอนขององคพระศาสดา ซึ่งเปน หลักธรรมะ ขอ เทจ็ จริงทางธรรมชาติ
มาเปน ขอ คดิ ในการดาํ เนนิ ชวี ติ ตามหลกั สปั ปรุ สิ ธรรม 7 ประการ เปน เครอ่ื งชว ยในการครองสติ ครองตน
ครองคน ครองงาน ซง่ึ หนังสอื ก.ไก... ขยายธรรม ขยายความหลกั ธรรมคําสอน แบบการเลาเรือ่ ง
ของนิยายพ้ืนบานท่ีมีการนําแนวคิดที่พูดถึงความถูกผิดถูกตองท่ีคนทั่วๆ ไป มีอยูแลว มารวบรวม
และนําเสนอใหเ หมาะสมแกเ ดก็ เยาวชน คนรนุ ใหม รวมถงึ ผูใหญว ยั ทาํ งานทีบ่ างครัง้ อาจจะไมคอ ย
มเี วลาและหา งเหนิ จากพระธรรมคาํ สง่ั สอน สว นกสุ โลบายทน่ี าํ มาเรยี บเรยี งในแบบของตวั พยญั ชนะ
นั้นก็ถือวา ตรงกบั วัตถุประสงคข อท่วี า จะทําใหง ายตอการจดจํา และเปน Reminder ใหนึกถึงขอ คดิ
แนวปฏบิ ตั ติ ลอดเวลาทม่ี นษุ ยชาตชิ าวไทยยงั คงใหพ ยญั ชนะในชวี ติ ประจาํ วนั เขา ทาํ นองทว่ี า ธรรมะ
วนั ละนิด จติ แจมใส
ขอแสดงความชื่มชมครับ
อนรุ ักษ ธุระกิจเสรี
( บรรณาธิการบรหิ าร นิตยสาร Hi นาน )
6 ก.ไก ขยายธรรม
ก.ไก ขยายธรรม 7
สารบัญ หนา
3
เรื่อง 9
ก.ไก 14
ข.ไข 19
ฃ.ฃวด 23
ค.ควาย 26
ฅ.ฅน 30
ฆ.ระฆัง 34
ง.งู 38
จ.จาน 45
ฉ.ฉิง่ 49
ช.ชาง 54
ซ.โซ 56
ฌ.กระเฌอ 61
ญ.ผหู ญิง 65
ฎ.ชฎา 69
ฏ.ปฏกั 72
ฐ.ฐาน 74
ฑ.นางมณโฑ 78
ฒ.ผเู ฒา 81
ณ.เณร 85
ด.เด็ก 88
ต.เตา 92
ถ.ถุง 96
ท.ทหาร 99
ธ.ธง
น.หนู
8 ก.ไก ขยายธรรม
สารบัญ
เรือ่ ง หนา
บ.ใบไม 101
ป.ปลา 105
ผ.ผง้ึ 108
ฝ.ฝา 111
พ.พาน 114
ฟ.ฟน 116
ภ.สาํ เภา 119
ม.มา 121
ย.ยกั ษ 124
ร.เรือ 127
ล.ลงิ 131
ว.แหวน 135
ศ.ศาลา 138
ษ.ฤษี 142
ส.เสอื 145
ห.หีบ 148
ฬ.จุฬา 152
อ.อาง 155
ฮ.นกฮกู 158
ก.ไก ขยายธรรม 9
ก.เอย ก.ไก
ไก เปน สัตวปก มีประโยชนตอมนุษยห ลายดาน เชน นาํ มาปรุงอาหาร เล้ียงไวเปนไกชน ไก
ขันบอกเวลาตอนเชา ขนไก ทําเปนอุปกรณทําความสะอาด นําเปนเครื่องเซนภูติผีในพิธีกรรมพ้ืน
บา น ฯลฯ เด็กๆ ชอบถามปญ หาโลกแตกวา “ระหวางไกกับไข อนั ไหนเกดิ กอ น” สุดทายไกก เ็ กดิ
กอนจนได เพราะ ก.ไก มากอ น ข.ไข
เพลงกกุ กุก ไก
ตอนเปนเด็ก เพลงกุกไก เปน เพลงทค่ี นุ หูมาก สมยั เดก็ คงฟง แลวผานหูไมไ ดขบคิด “ กุก กุก
ไก เลยี้ งลกู มาจนใหญไ มม นี มใหล กู กนิ ลกู รอ งเจยี๊ บ เจยี๊ บ แมก เ็ รยี กมาคยุ ดนิ ทาํ มาหากนิ ตามประสา
ไกเอย ”
มโี อกาสไตรต รองดู เพลงนบี้ ง บอกนสิ ยั ของไกไ ดห ลายประการ เชน การเลยี้ งลกู จนเตบิ ใหญ
ทัง้ ๆ ทไ่ี มมีนมใหลูกกิน การแสดงความรกั ของแมท ี่มีตอ ลกู พอลกู รองเจี๊ยบๆ แมร ูดว ยสัญชาตญาณ
วา ลูกของแมกําลังหิวแมรูสึกเปนทุกขข้ึนมาทันใด ตองทําอะไรสักอยางเพื่อดับความหิวใหแกลูก
ภาพของแมไกท ีก่ างปก โอบอมุ กางสองปก ออกคลมุ พาลูกทัง้ กลุม เขา เลา ชางเปนภาพท่ีนา ประทบั
ใจเหน็ แลวสบายใจ ยง่ิ เปนภาพขณะที่แมไกพ าลกู เดนิ ขามถนน เห็นแมไ กละลาละลัง หนั รหี นั ขวาง
เปน หว งลกู กลวั ลกู จะไดร บั อนั ตราย นห่ี รอื คอื ความรกั ความเมตตาของแมท พ่ี รอ มจะตายแทนลกู ได
ภาพขา วหนา หนงั สอื พมิ พท ล่ี งขา วพอ แมพ กิ ารตาบอด สามารถทาํ มาหากนิ ดว ยความยากลาํ บากเลย้ี ง
ดลู กู ตาดถี งึ 2 คนได แสดงใหเ หน็ ชดั เจนวา ไมว า คนหรอื ไก ยอ มรกั ลกู สมาํ่ เสมอ พอโตขนึ้ เสยี งเพลง
ดาวลกู ไกก แ็ วว เขา มาในโสตประสาท พราํ่ พรรณนาความเสยี สละของแมท ต่ี อ งแสดงความกตญั ตู อ
เจา ของ ดวยการโดดเขากองไฟ บทเพลงน้ีระบุการสอนลกู ไกท้ังเจ็ดตัวใหร กั กนั ดแู ลกัน เจาตัวใหญ
สายสวาท อยา เกรี้ยวกราดนอ งๆ จงปกครองดูแลใหเ หมือนดังแมเ ล้ียงเจา... สดุ ทายกโ็ ดดเขากองไฟ
ทัง้ นํา้ ตา
10 ก.ไก ขยายธรรม
ลูกเทวดา
คนเราตอ งศึกษากลวิธีเล้ียงลูกจากไก เพราะคําวา “ ลูกเทวดา ” กาํ ลังระบาดในหมคู นทเ่ี ล้ียงลกู ไม
เปน ในยคุ ท่โี ลกไรพรมแดน แตล กู ๆ กลบั ขาดแคลนความกตัญู เลี้ยงลูกไมรจู ักโต ไมเหมือนไกที่
เลี้ยงลกู ไดระยะหนง่ึ กป็ ลอ ยลูกเผชญิ โลกตามลําพัง โดยมีแมค อยดูอยูหา งๆ เสมอื นจะบอกลกู วา “
ลูกรัก ลูกคุยเขี่ยหาอาหารเองไดแลว ขอใหลูกสรางชีวิตของลูกดวยตัวของลูกเองเถิด แมเองตอไป
ตองแบกภาระเลี้ยงลกู เล็กๆ อกี หลายตวั คงไมม ีปญญามาดแู ล มาปกปอ งลูกเหมอื นเกา เหมือนหลงั
แลว ” แตล ูกคนกลบั ตรงกนั ขา ม ผูเปนแมท่เี ล้ียงลูกไมเ ปน ตอ งคอยประคบประหงมเลย้ี งลูกไปจน
แกเฒา ถามวาดีไหมท่ีแมรักลูก ตอบวา ดี แตในโลกแหงความเปนจริง ตองมีการสูญเสีย มีการ
พลัดพราก เม่อื วันน้ันมาถึง ลกู ของแมจ ะอยูตามลาํ พังไดอ ยา งไร แมตองกลุมใจกับลกู เทวดา แมตอ ง
เสียใจ ตองหล่ังนํ้าตากับลูกเนรคุณ ลูกทรพี คร้ังแลวครั้งเลา บางทีแมตองหายาแกปวด ยาระงับ
ประสาทมารบั ประทาน เหลอื บดไู กส ิ เคยเหน็ แมไ กป วดหวั เคยเหน็ แมไ กก นิ ยาคลายเครยี ด บา งหรอื
เปลา มแี ตค นเราทีก่ ินยาลดความเครียด หลวงพอพุทธทาส ไดป ระพันธบ ทกวหี วั ขอ “ อาจารยไก ”
เพ่ือเปน ขอคดิ สะกิดใจ ดงั น้ี
ถาคนเราเปรียบกบั ไกดใู หดี มันไมม นี อนไมห ลับไมป วดหวั
ไมม โี รคประสาทประจําตวั โรคจติ ไมม ากลั้วกบั ไกนอย
คนในโลกกนิ ยาเปน ตันตนั พวกไกมนั ไมต อ งกินสกั เทา กอย
หลบั สนิทจิตสบายรอยท้งั รอย รูสึกนอยแหง น้ําใจอายไกเ วย
ไดเ ปนคนหรือจึงไดน อนไมห ลบั ควรจะนับวาเปนบาปหรือบุญเหวย
มธี รรมะกนั เสียนะอยาละเลย อยเู สบยไมล ะอายแกไ กมนั
ไกตรงตอ เวลาและหนา ท่ี
ไกไ มม ีนาฬก า ไกไมร ูว า นาฬกาโรเลก็ ซร าคาเทาไร แตไ กรูว า เม่ือใกลจะเชาตรู กอนแสงเงิน
แสงทองจะสอ งฟา ภาระหนา ทข่ี องตนคอื ตอ งโกง คอขนั จะเพอื่ ความสนกุ สนานหรอื เพอ่ื เปน นาฬก า
ปลกุ ผคู นกแ็ ลวแตจ ะเดา แตทกุ เมอื่ เชอ่ื วนั จะเกิดเหตกุ ารณเชนน้ี ไมม ีวนั ใดทไี่ มไ ดยนิ เสียงไกขัน คน
เรามนี าฬกาแตไมค อยตรงตอ เวลา มกี ารศึกษาแตชอบเอาเปรยี บผูอืน่ มที ่ีนอนราคาแพง แตน อนไม
หลบั มีภาระทีจ่ ะตอ งทาํ แตน อนตืน่ สายทาํ ใหภ าระงานเสียหาย
ก.ไก ขยายธรรม 11
มีนิทานปรัมปราเลาวา แตเดิมมีพระอาทิตยขึ้นพรอมกัน 7 ดวง สรางความเดือดรอนใหกับ
บรรดาสิ่งมีชีวติ บนโลกอยางมากมาย ในฐานะทมี่ นษุ ยเ ปนผูฉลาดที่สุดในบรรดาสัตวท ้งั ปวง
จึงออกอุบายขับไลพระอาทิตยไปทีละดวง ดวงสุดทายก็หลบหนีไปอยูในถ้ํา เมื่อไมมีแสงจาก
พระอาทิตย ความมืดก็บดบังทุกสิ่งทุกอยาง ความเยือกเย็นก็เขามาเยือน ความเดือดรอนก็เกิดขึ้น
กับมวลมนุษยและสัตว ในที่สุดมนุษยก็ออกอุบายใหสิงสาราสัตวไปเชิญพระอาทิตยออกมา
เรม่ิ จากใหส งิ โตสง เสยี งคาํ รามขมขูใหพ ระอาทิตยเ กิดความหวาดกลวั แลว ออกมา แตก็ไมเปน ผล ให
ชา งรอ งและกระทบื เทา หนา ปากถา้ํ กไ็ มเ ปน ผล เหลอื สดุ ทา ยคอื ไก สง ไกไ ปรอ งเพลงทาํ นองเชญิ ชวน
พระอาทิตยใหออกมา ปรากฏวาไดผลเกินคาด พระอาทิตยไดยินเสียงรองของไก เกิดความรูสึก
ประทบั ใจอยากจะเห็นวา มนั เปนสตั วต วั ไหนหวา เสยี งรอ งทาํ ไมชา งไพเราะ จําจะตอ งออกไปดสู กั
หนอย วาแลวก็เคลื่อนตัวออกจากถํ้า มนุษยและฝูงสัตวก็เฮฮาโหรองดีใจกันยกใหญ พระอาทิตย
บอกวา ตอไปหากจะใหขา ออกมาก็ใหเจา ตัวน้ี (ไก) มารองเพลงใหฟง แลวขา จะออกมา นบั แตนั้น
เปน ตน มา เมอื่ เสยี งไกข นั ไมน านนกั พระอาทติ ยจ ะโผลข นึ้ ทางขอบฟา ดา นตะวนั ออก (จะเชอ่ื หรอื ไม
ก็ตามใจทานเถอะ) เมื่อไกรูคุณคาของเวลาและตั้งใจทําหนาท่ีที่ตนเองจะพึงทําทุกเม่ือเช่ือวันเชนน้ี
นับเปนกรณีศึกษาท่ีนานํามาสอนเหลามนุษยท้ังหลายผูซ่ึงใสนาฬกาเรือนเปนหม่ืนเปนแสน แตไม
คอยตรงตอ เวลา มีขอ อา งสารพดั ในการกลบเกลือ่ นใหด ูดีเม่อื ตนเองมาทาํ งานสาย
เคยไปชมดนตรขี องนักรอ งลกู ทุง ท่นี ําวงดนตรไี ปเปด วกิ แสดงตามงานตา งๆ บรรดาหางเครือ่ ง
และนกั รองประดบั วงจะออกมารองเพลงไปเรอ่ื ยๆ โนน แหละเวลาดึกๆ ประมาณ 4–5 ทมุ นักรอ ง
นําที่ผูคนรอคอยถึงจะออกมาปรากฏตัว ตัวอยางเชนน้ีถือเปนเร่ืองธรรมดาสําหรับการขมวดเกลียว
แหง ความอยากชมใหกระชับเขา จนถึงจดุ อ่ิมตัว ความเบือ่ หนายกลายเปน ความตื่นเตน ขนึ้ ทนั ใด แต
สําหรับการปฏิบตั หิ นาท่ขี องขาราชการ เวลาถือวาสาํ คัญมาก การตรงตอเวลายอมสงผลใหอ งคกร
พัฒนาไปสูความเจริญได เห็นความสําคัญของเวลาแลวโปรดไดเปลี่ยนนิสัยเพื่ออะไรๆ จะได
เปล่ียนแปลงดังคาํ วา
“ ตน ไมยงั ผลัดใบ ไกยังถายขน คนตอ งเปลี่ยนนิสยั ”
12 ก.ไก ขยายธรรม
เอาเปรียบไก
มนุษยคือเหลากอแหงความเห็นแกตัว เพียงเพราะอยากสนองตัณหาของตนเทานั้น มนุษยก็
สามารถจะฆาสัตวนานาชนิดได ฆาชางเอางา ฆาเลียงผาเอาน้ํามัน ฆาฉลามเอาหู ฆางูเอาดี
ฆา หมเี อาองุ ตนี (อา ว แลว มนั เกย่ี วกบั ไกต อนไหนน)่ี ไก กไ็ มเ วน ถกู มนษุ ยเ อาเปรยี บ หากใครมโี อกาส
ไปชมฟารมเล้ียงไกข นาดใหญ จะรสู ึกสงสารและสมเพชไกม ากวถิ ชี ีวิตปกตขิ องไกต ามธรรมชาติ จะ
นอนกลางคนื จะตน่ื ตอนเชา เพราะมนั รวู า กลางคนื เปน ชว งเวลาแหง การพกั ผอ น หลงั จากเหนด็ เหนอ่ื ย
จากการคยุ เขี่ยมาทง้ั วัน แตสําหรบั ไกใ นฟารม หาไดใ ชช วี ติ ตามปกตวิ สิ ยั ไม เพราะความเอาเปรียบ
นน่ั เอง พวกมนษุ ยใ ชไ ฟฟา สอ งไวใ นเลา ไกต ลอดวนั ตลอดคนื ไกพ อเหน็ แสงสวา งกค็ ดิ วา เปน กลางวนั
ก็กินเอากินเอา งวงขึ้นมาก็เผลอหลับไป พอไกตัวอื่นมากระแทกหรือมาชนใส ก็สะดุงตื่น เห็นแสง
สวา ง “อา วกลางวนั แลวนี”่ กินตอ เปนเชนนท้ี ําใหไ กท่ีเล้ียงในฟารมโตเร็ว ขายเร็ว เหน็ ภาพไกใ น
ฟารม แลว
คนเรานาจะลดละเลิกความเห็นแกต ัวลงบาง ความเหน็ แกตัวเกิดจากตัณหาบงการอยากได
อยากมี อยากเปนเพ่ือสนองกิเลสตณั หาทั้งสนิ้ ตณั หาเหมอื นทะเลถมเทาไรไมร จู กั เตม็ ทานผรู ูบอก
วา ตอ ใหฝ นทีต่ กลงมาเปนเหรียญหาทกุ เมด็ กไ็ มพ อกบั ความตอ งการของคน หรอื ตอใหภ ูเขาเบือ้ ง
หนาเปนทองคําท้ังลูก ใหคนไปขุดเอาตามใจชอบ ก็ไมพอกับตัณหาของคน เพราะความเห็นแกตัว
นเ่ี อง ทาํ ใหโ ลกทง้ั ใบไมน า อยู แกง แยง ชงิ ดี มอื ใครยาวสาวไดส าวเอามนี ทิ านธรรมเรอ่ื ง “นรก-สวรรค”
มาเลา ใหฟ ง เรือ่ งมีอยูว า
ขอดูสวรรคตัวอยาง
กระทาชายนายคนหน่ึงสมมตชิ ื่อวา นายดาํ ขณะดาํ รงชพี เปน มนษุ ยอยูนั้นไดทํากรรมดีกรรม
ชว่ั ไวหลายสง่ิ หลายอยา งปะปนกันไป เรยี กวาบาปก็มดี กี ป็ รากฏ พอตายลงทา นยมทตู กน็ ําวิญญาณ
ไปพบทานยมบาล เมอ่ื ทา นตรวจดวู ถิ ีชวี ิตในอดตี แลวเห็นวา นายดําคนนเ้ี คยทําทัง้ บุญท้ังบาป จึง
เงยหนาขนึ้ บอกนายดาํ วา “ เอ็งทําดีกบั ทําชวั่ พอๆ กนั มีสิทธขิ์ นึ้ สวรรคและลงนรก เอางใ้ี หเลอื ก
เอา จะขน้ึ สวรรคกอนก็ได หมดบญุ บนสวรรคแ ลว คอ ยลงมาตกนรก หรือจะลงนรกกอ นก็ได พนเวร
พนกรรมแลว คอยข้ึนสวรรค ” นายดาํ เกดิ ความไมแ นใ จจึงบอกทานยมบาลวา “ ทา นครับ ขา พเจา
ขอดูสวรรคนรกตัวอยางกอนไดไหมครับ ” ยมบาลบอกวา “ ได เพ่ือใหเอ็งตัดสินใจถูกตอง โนน
หนา ตา งดา นขวามอื คอื ตวั อยา งของนรกภมู ิ หนา ตา งดา นซา ยคอื ตวั อยา งของสวรรค เปด ดตู ามสบาย
” นายดาํ ตรงไปเปด หนา ตา งดา นขวามอื เพอื่ ดตู วั อยา งสตั วน รกวา อยกู นั อยา งไร พอหนา ตา งเปด ภาพ
ทเ่ี หน็ คอื บรรดาสตั วน รกพากนั นงั่ ลอ มวงทแ่ี ขนของสตั วน รกแตล ะตนมที พั พตี ดิ ไว ตรงกลางวงมหี มอ
ตม ซปุ ที่สง กลิ่นหอมเยา ยวนจมูก
ก.ไก ขยายธรรม 13
สตั วนรกแตละตนพยายามจะใชท พั พีท่ีติดแขนตักตม ซปุ ขน้ึ มากิน แตไมสามารถกนิ ไดเ พราะ
ทัพพียาวเกนิ ประมาณ พอจะถงึ ปากตม ซปุ กห็ กเสียส้ิน จงึ สง เสยี งรองอยา งหิวโหย รา งกายผอมแหง
แรงนอย เปนภาพที่นาสังเวชสลดหดหูเปนอยางยิ่ง นายดําจึงเดินไปเปดหนาตางดานซายเพ่ือดู
ตวั อยา งผทู ่เี กิดบนสวรรค ภาพทีเ่ หน็ คือชาวสวรรคแ ตละคนอวนพดี ีงาม ผิวพรรณเปลง ปลั่ง หนาตา
ยม้ิ แยม แจม ใส กาํ ลงั นง่ั ลอ มวงกนิ ตม ซปุ อยา งเอรด็ อรอ ย ทแ่ี ขนมที พั พตี ดิ อยไู มแ ตกตา งจากสตั วน รก
ไมใชเพราะดามทัพพีสั้นหรอก แตเพราะวาชาวสวรรคเขาไมตักกินเอง แตตักใสปากเพ่ือน แบงกัน
ตกั ใหก นั อยา งมคี วามสขุ นายดาํ จงึ ไดค าํ ตอบทนั ทวี า นรกคอื ความเหน็ แกต วั สวรรคค อื ความมนี าํ้ ใจ
ชวยเหลือเจือจาน เรื่องนี้จบเพียงเทาน้ีเลยไมทราบวานายดํา สุดทายแลวเลือกลงนรกกอนหรือขึ้น
สวรรคกอ น แตเ รอื่ งนส้ี ่อื ใหเ หน็ วา หากครอบครัวใดสมาชกิ ในครอบครัวชวยเหลอื กนั ไมเ ก่ียงงอน
กนั ครอบครวั นนั้ กเ็ ปน แดนสวรรค โรงเรยี นใดนกั เรยี นรจู กั หนา ทมี่ กี ารแบง หนา ทท่ี าํ ดว ยความมนี าํ้ ใจ
โรงเรียนนั้นกเ็ ปน แดนสวรรค ตรงกันขา มหากตางคนตางอยู ตา งคดิ วา ธุระไมใ ช บานน้ันโรงเรียนนัน้
กไ็ มต า งจากนรกเลย เพราะเปน บา นและโรงเรยี นทอ่ี ดั แนน ไปดว ยคนเหน็ แกต วั แลว จะอยเู ยน็ เปน สขุ
กันไดอยา งไร
14 ก.ไก ขยายธรรม
สภุ าษิตท่ขี ้นึ ตนดว ย ก.ไก
กงกรรมกงเกวยี น ความหมาย ทํากรรมไว ผลกรรมตามสนอง
กระตายหมายจนั ทร ความหมาย หมายปองส่งิ ทีเ่ หนอื กวา
กลานักมักบ่ิน ความหมาย กลา ในทางไมถ กู ตองอาจเกดิ อันตราย
ไกงามเพราะขน ความหมาย รูจกั ดแู ลตวั เองอยูเ สมอ แตงตวั ใหดูดี
กนิ บนเรอื นข้รี ดหลงั คา ความหมาย พงึ่ พาเขาแลว ทําใหเขาเดือดรอน (เนรคณุ )
กนิ อยูกบั ปากอยากอยูกบั ทอง ความหมาย รูแลว ทําเปน ไมร ู
เกบ็ เบ้ียใตถนุ ราน ความหมาย เก็บเล็กผสมนอ ย คอย ๆ สะสม
แกงจดื จงึ รคู ณุ เกลือ ความหมาย ยามลาํ บากคิดถึงเขา ยากปกตลิ มื เขา
กาํ แพงมีหูประตูมีตา ความหมาย ระวังอยาประมาท อยาไวใ จอะไรงาย ๆ
เกลยี ดตวั กนิ ไข ความหมาย รงั เกียจเขาแตอ ยากไดประโยชนจากเขา
กนิ อยา ใหเหมอื นหมู อยอู ยาใหเ หมอื นหมา ความหมาย กินอยูใหเ ปนระเบียบเรียบรอ ย
ก.ไก ขยายธรรม 15
ข.ไขในเลา
สัตวท่ีออกลูกเปนไข ถือเปนการเกิด 2 คร้ัง คือเกิดคร้ังแรกเปนไข พอฟกไดที่ก็เกิดอีกครั้ง
เปน ตวั เฉกเชน เดยี วกบั พระพทุ ธองคท เี่ กดิ ครง้ั แรกเปน เจา ชายสทิ ธตั ถะ เปน มนษุ ยอ ยา งเราทา นทงั้
หลาย มีกิเลส มีภรรยา มีบุตร เหมือนชาวโลกโดยท่ัวไป แตครั้นพออายุ 35 ป ไดตรัสรูอนุต
ตรสมั มาสัมโพธญิ าณ เกดิ ใหมอ กี คร้ังหนง่ึ เกดิ เปน พระพทุ ธเจา ศาสดาเอกของโลก จากคนมกี ิเลสได
35 ป เปน คนไมม กี เิ ลสอกี 45 ป การเกดิ ของพระองคใ นคร้ังท่ี 2 น้ี จึงเปน การเกิดที่อศั จรรย ลือลัน่
ไปท้ังแผนดนิ นอ ยคนนักทจ่ี ะทําเชนนี้ได เปลอื กไขคอื กรอบชีวติ
ไข มีเปลือกหุม หอส่งิ มชี วี ิตอยภู ายใน เพอ่ื ความปลอดภยั ฉันใด ชีวติ คนเราท่ตี อ งการความ
ปลอดภัยก็ตองมีกรอบชีวิตหอหุมไวฉันนั้น กรอบชีวิตท่ีปลอดภัยท่ีสุด คือกรอบศีลธรรม ดังคําวา
ศลี ธรรมไมก ลบั มาโลกาจะพนิ าศ ศลี ธรรมกลบั มาโลกาสงบเยน็ ชวี ติ คนทม่ี ศี ลี ธรรม เปน ชวี ติ ทม่ี คี า
มีแตคนศรัทธาเคารพและนบั ถอื โบราณกลาวไววา “คนมศี ลี เหมือนหนิ แชนา้ํ คนไมม ีศลี เหมือนหนิ
ตากแดด” หากเราปลอ ยชวี ติ ตามยถากรรม ชีวติ จะตกต่ํา ชีวติ ที่ดีตอ งมกี รอบ มีกติกา ชีวติ ท่ีจะ
พัฒนาตองเลนตามกติกาอยางเปนธรรม กีฬาทุกประเภท จะมีกติกาเพื่อใหการเลนเปนไปอยาง
สนุกสนานและยุติธรรม เชน ฟุตบอล เลนคนเดียวไมสนุก คนไมอยากดู ถาเลนเปนทีม มีกติกา
มีประตู มีกรรมการ มีการแจกใบแดงใบเหลือง มีการเช็คลูกโทษ ฯลฯ คนเลนก็สนุก คนดูก็สนุก
บางนัดมคี นดเู ปนหมนื่ เปน แสน อยางเชน การแขง ขนั กฬี าระดับโลก เปนตน แตถา เลน นอกกตกิ า
คนก็ไมศรัทธา ตัวอยางเชนในการแขงขันฟุตบอลโลก ป 2006 นักเตะระดับโลกชาวฝรั่งเศส
ช่อื ซีดาน โขกหวั ใสม าโครมา เตรัชช่ี นักเตะอิตาลี กรรมการใหใ บแดงไลออกสนามแขงขัน เปน ตน
นขี่ นาดเปน นกั เตะซปุ เปอรส ตารย งั โดนลงโทษ เพราะเลน นอกกตกิ า ชวี ติ ทมี่ กี ตกิ า เปน ชวี ติ ทม่ี รี สชาติ
รูปวาดในกระดาษธรรมดา คุณคาก็ไมมาก แตถานําไปใสกรอบ จะทําใหภาพนั้นมีคุณคาย่ิงข้ึน
ยิง่ นาํ ไปใสกรอบเงนิ กรอบทอง ยง่ิ มคี า ทวีคณู
ชวี ติ คือการตอ สู
ชีวิตคือการตอ สู อันทจี่ ริงคนเราอยูในสนามแขง ขนั เพอื่ มงุ สรู ังไขของแม ต้ังแตครง้ั ที่เราเปน
ตวั อสจุ นิ อ ยๆ ทร่ี อเวลาพอ ปลอ ยออกไปในสมรภมู มิ ดลกู มตี วั อสจุ เิ กอื บ 200 ลา นตวั ทเี่ ฝา รอชยั ชนะ
รอความหวงั ทจ่ี ะพชิ ติ รงั ไขข องแม แตใ นทสี่ ดุ กม็ อี สจุ เิ พยี งตวั เดยี วเทา นน้ั ทมี่ าแรงแซงตลอด เอาชนะ
คแู ขง หลายลาน พงุ ชนใสร ังไขข องแม เปนทม่ี าของคําวา ชวี ิตมไี วพงุ ชน จากนัน้ ก็เกิดปฏกิ ริ ยิ าทาง
16 ก.ไก ขยายธรรม
เคมี ไขข องแมแขง็ ตวั แลวเคลื่อนไปสผู นังมดลกู เจริญเติบโตทีละเลก็ ทีละนอย
5 สัปดาห : ตวั ออนเร่มิ สรา งกระดูดสนั หลงั สมอง และหัวใจ
8 สัปดาห : ตวั ออนมีกะโหลกใหญ มอี วัยวะภายนอก แตไมส มบูรณ
4 เดอื น : หวั ใจและเสน เลอื ดเจริญเต็มที่ อวยั วะเพศครบ เรมิ่ เคล่อื นไหว
6 เดอื น : ผิวเริม่ ทบึ แสง มผี มและขน นิ้วมือนว้ิ เทา แยกกัน หัวใจเตน
7 เดือน : เติบโตสมบรู ณแตปอดยังไมเ จรญิ เตม็ ที่ ถา คลอดตองอยใู นตอู บ
8 เดอื น : มีไขมนั ใตผวิ หนัง ผิวหนังมีรอยยนนอย ปอดเจรญิ เตม็ ที่ หายใจ และดดู ปากได
เมอ่ื ครบกาํ หนดจึงคลอดออกมาเปน คน
นเี่ ปน เพยี งการตอ สยู กแรกเทา นนั้ ดงั นน้ั จงภมู ใิ จเถดิ วา เราคอื ผสู ามารถทเ่ี อาชนะมาได คแู ขง
ของเราอกี หลายลานชีวติ เขาพายแพแกเรา เมือ่ ไดชีวิตมาแลว เรากอ็ ยากลบั ไปพา ยแพอ กี เชน พา ย
แพตอ กเิ ลส พายแพต อสิ่งย่วั ยจุ นเสียผเู สยี คน พยายามรักษาชัยชนะเอาไวใหนานแสนนาน แตอ ยา
เปนชนะแบบแกง แยง ชิงดี เอาชนะคะคานไมหยดุ หยอ น ชนะแลวเปนไง ก็ทกุ ขอ ยางเดมิ ตัวอยา ง
เชน นบั เลขแขงกัน นบั ไปเถอะ ไมม วี นั จบสิน้ จากหนึง่ เปน สอง จากสิบเปน ยสี่ ิบ จากรอยเปน พัน
เปนหมนื่ หาคนชนะไมไ ดเ พราะไมม ใี ครยอมใคร ท่สี ดุ กห็ าจุดจบไมเ จอ ลองนับถอยหลังดสู ิ จะพบ
จุดจบไดต รงศูนย ชวี ติ คนเราขอเพยี งรักษาสมดุลอยใู นกรอบศีลธรรม ชีวติ จะมีแตความสงบเยน็
พอแมร กั ลกู ดจุ ไขในหิน
ลูกคือแกวตาดวงใจของแม ทา นรกั ทานหวงทานหว งเราดจุ ดังไขใ นหิน หรอื ดุจดงั
จงอางหวงไข เมอื่ ยงั เลก็ เปน เดก็ ทารก พอ แมเ ฝา ทะนถุ นอมเลย้ี งดอู มุ ชไู มเ บอื่ หนา ย ยามกนิ แมค อย
ปอน ยามนอนแมค อยแกวง ไกวเปลนอน แมจะไมยอมกนิ หากลกู ของแมยงั ไมอ่ิม แมจะยอมนอน
หากลกู ของแมย งั ไมห ลบั เมอื่ ลกู หลบั แลว สะดงุ ตน่ื รอ งไห แมจ ะรบี ลกุ มาดแู ลแมจ ะงว งแสนงว งปาน
ใดก็ตาม เม่ือลกู ถงึ วยั เขา เรยี นหนังสอื แมก็สง ลูกไปฝากคณุ ครูใหช วยอบรมสั่งสอน ตอนเย็นพอ
ลูกกลบั มาบานบอกแมว า ถูกเพอ่ื นรงั แก แมก็เปนเดอื ดเปน แคนเจ็บปวดแทนลูก บางคร้งั ถงึ กับไป
มีเร่อื งมรี าวกบั ผูปกครองทา นอ่ืนกม็ ี เพราะแมพ รอ มปกปองลกู ดว ยชีวติ นับประสาอะไรก็เรื่องเลก็
นอ ยเทานี้ ขนาดนาํ้ นมซ่ึงกล่ันมาจากเลอื ดในอกของแมย ังยอมใหล ูกดมื่ กิน พอลูกเติบโตพอจะรู
เหตรุ ผู ลแลว พอ แมก เ็ ฝา พรา่ํ สอน เฝา ตกั เตอื น บางครัง้ กด็ ดุ า ทานพร่าํ สอน ทา นตักเตือน ทา น
ดุดาวากลาวเรา เพราะอะไร คดิ ดเู ถดิ วา หากเราเปน ลกู คนอนื่ หรือหากทานไมเ มตตา ไมสงสาร
ไมห วงั ดีตอ เรา ทานจะเสียเวลามาอบรม ดุดาวา กลาวเราหรือ แตเ พราะเราเปนลกู ของแม ทานจึง
หวงและหว งเราทกุ เวลานาที พาลกู ไปทน่ี ั่นทนี่ ่ี เหน็ อะไรก็นาํ มาสอนมาส่ังลูก เชน พาเราไปวดั
เห็นสิงโตหนาวัด ทา นก็สอนเราวา
ก.ไก ขยายธรรม 17
“ลูกเอย เหน็ สงิ โตนน่ั ไหม สิงโตหนาวัดมันไมเคยไปกดั กับใคร สงิ โตหนา โบสถ
มนั ไมเ คยไปโกรธกับใคร ลูกเปนสิงโตหนาบาน ลูกอยาไประรานกบั ใครนะลกู นะ”
ตั้งไขล มตมไขกิน
หนงั สอื สภุ าษติ ดอกสรอ ยเปน หนงั สอื ทดี่ มี ากในอดตี มนี กั ปราชญร าชบณั ฑติ หลายทา นชว ยกนั
แตง แตง เปน บทกลอนดอกสรอ ยไวส อนเดก็ เดก็ จะทอ งจาํ จนขน้ึ ใจแลว ตรกึ ตรองไปตามเนอื้ หาของ
บทกลอนนั้น ต้ังไขลมตมไขกิน เปนอีกบทหน่ึงท่ีพระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงดํารงราชานุภาพ
ไดน ิพนธไว
ตง้ั เอย ตงั้ ไข จะต้งั ใยไขกลมก็ลม สนิ้
ถึงวา ไขลมจะตมกิน ถาตกดินเสียก็อดหมดฝม อื
ตง้ั ใจเรานีจ้ ะดกี วา อตุ สาหอ านเขียนเรียนหนังสอื
ท้งั วชิ าสารพัดเพยี รหดั ปรอื อยา ดึงดื้อตั้งไขร ํา่ ไรเอยฯ
ต้ังไขล มตมไขก ิน สอนใหคนเรามคี วามเพียรพยายาม มีความตงั้ ใจ เอาจรงิ เอาจังกบั การเรียน
หนังสอื ไมท อ ถอยตอ อุปสรรค บางคร้ังชะตาชวี ิตอาจเพลยี่ งพล้าํ ตกอับลงบา ง ก็ขอใหค ดิ วาเปนบท
เรยี นแลวเร่ิมตน ใหมโ ดยนาํ เอาบทเรียนที่ผา นมาเปนครูสอน เมือ่ คิดวาเดินทางผดิ ก็หาทางเดินเสน
ใหม ไมห ลงเดนิ ทางผดิ จนกลบั ตวั ไมท นั หากสงั เกตจะเหน็ วา ขณะทม่ี กี ารสรา งถนน หรอื สรา งสะพาน
ชา งกอ สรา งจะทาํ ทางเบยี่ งใหร ถราสญั จรไปมา ทางเบยี่ งดงั กลา วเปน ทางขรขุ ระ ไมเ รยี บรอ ย เพราะ
ทําไวใชช่ัวคราว เม่อื ถงึ ทางเบ่ียงเราตองลดความเรว็ และใชความระมดั ระวัง เมือ่ ถนนหรือสะพาน
ซอมเสร็จ สรางเสร็จ เขาจะปด ทางเบ่ยี งทันที ทางเบ่ียงก็เปรยี บเหมือนทางผดิ ที่เราอาจหลงเดนิ ไป
บางคร้ัง เชน เผลอไปเกลือกกล้ัวยาเสพติดหลงอบายมุขตามคําแนะนําของเพื่อนท่ีเปนคนพาล
เปน ตน เมอ่ื เรารสู ึกตัววาเสนทางเสนน้ี จะนาํ ไปสคู กุ ตะราง เรากข็ น้ึ มาเดนิ ทางท่ถี ูกตอ งเสยี การ
ลดละเลกิ อบายมขุ ตอ งตงั้ ใจอยา งจรงิ จงั ใชแ คค าํ วา “ฉนั จะพยายาม” ไมไ ดผ ลหรอก ความคดิ อยาก
เลกิ ตองมากอ น คดิ ถงึ ความที่พระพทุ ธเจา สอนองคุลมี าลยก ไ็ ด “เราหยุดแลว แตทา นยังไมห ยดุ ”
เพราะหากเราไมหยุด มันจะหยุดเราเอง หยุดชีวิต หยุดอนาคต หยุดความเจริญกาวหนา การใช
วาทะปลอบใจไปวันวันวา “ฉันจะพยายาม” ก็เหมือนตั้งไขลมตมไขกิน เด๋ียวเลิก เดี๋ยวหันไปเสพ
เดี๋ยวเลิกอยอู ยางน้ี
18 ก.ไก ขยายธรรม
สภุ าษติ ที่ขน้ึ ตน ดว ย ข.ไข
ไขใ นหิน ความหมาย ระวังมาก ไมใหเ กดิ อันตราย
ขม้ินกบั ปูน ความหมาย ชอบขดั กนั หรือทะเลาะกันเปน ประจํา
ขา เกาเตา เลย้ี ง ความหมาย รับใชม านาน
ขา วใหมปลามัน ความหมาย อะไรใหม ๆ ถอื วา ดี
ขแ้ี พช วนตี ความหมาย แพต ามกติกาแลวไมย อมรับ แพแลว พาล
ขม เขาโคใหกนิ หญา ความหมาย บงั คบั ขนื ใจใหทาํ ตาม
ขายผาเอาหนารอด ความหมาย ยอมสละของบางอยา ง เพ่ือรกั ษาช่อื เสยี งเอาไว
ขิงกร็ าขา กแ็ รง ความหมาย ตา งคนตา งจดั จานพอๆ กนั
ขช่ี า งจบั ต๊กั แตน ความหมาย ลงทุนมาก แตไดผ ลนอย
ข้หี มรู า ขี้หมาแหง ความหมาย ไรส าระ ไรป ระโยชน
เขยี นเสือใหว ัวกลวั ความหมาย ทําอยางหนึง่ เพอื่ ใหอ กี ฝายเกรงขาม
เขาเมอื งตาหลิ่ว ตองหลิ่วตาตาม ความหมาย ประพฤติตามท่ีคนสวนใหญประพฤตกิ ัน
เขา เถื่อนอยาลืมพรา ความหมาย รอบคอบ ไมประมาท
เขาตามตรอกออกตามประตู ความหมาย ทาํ ตามประเพณีแหง การสขู อหม้ันหมาย
ก.ไก ขยายธรรม 19
ฃ.ขวดของเรา
(อักษรตัวนี้ปจจุบันเลิกใชแลว) แตความหมายตรงขวดนาสนใจไมนอย คําวา ขวด เปนคํา
กลางๆ ไมมีพิษมีภัยตอใคร หากนําขวดไปใสนํ้า ก็เปนขวดนํ้า นําไปใสยาพิษ ก็เปน ขวดยาพิษ
นําไปใสน าํ้ หอม กเ็ ปนขวดนาํ้ หอม นาํ ไปใสเ หลา กเ็ ปนขวดเหลา เปนตน อักษร
ฃ.ฃวด มีขอคดิ หลายประการ โดยเฉพาะกบั คนทรี่ ูทุกอยางแตก อ็ ดไมไ ด ดงั คําวา
หมอและครรู ดู ีบหุ รเ่ี หลา นาํ โรคเขา รางกายตายผอนสง
เหตุไฉนใยลืมด่มื สูบลง หรอื วา ปลงแลวทุกอยางตายช่งั มนั
ไลค วายเขา ขวด
ควายตวั ใหญจ ะเขา ขวดไดอ ยา งไร หลายคนอาจคดิ วา เปน ไปไมไ ดแ ละคนทบ่ี งั อาจไลค วายเขา
ขวดนั้นคงเปน คนโงเ สยี เต็มที จริงๆ แลวเรื่องน้เี ปนเรือ่ งลอครอบครัวหน่งึ ทพ่ี อเอาแตด ื่มเหลา วนั ใด
ไมไ ดดม่ื กเ็ หมือนชวี ติ ขาดอะไรไปสกั อยา ง เงนิ ทองที่มีอยสู ว นหน่ึงกน็ าํ ไปซือ้ เหลามาดื่ม พอเงนิ หมด
กข็ ายควายนาํ เงินไปซ้อื เหลา ควายตวั ทีห่ น่งึ หมดไป ก็ขายตัวทีส่ องอกี อยูมาวันหนึง่ ลูกชายทนไม
ไหว จงึ นาํ ขวดเปลา มาต้งั ไว แลวจูงควายไปใกลๆ ขวด ปากก็พดู วา
“ไป จงเขาไปในขวด จงเขา ไปในขวดเด๋ยี วนี้ ไป”
พยายามแลว พยายามอกี ควายก็เขาขวดไมไ ด พอ เดินผา นมาเห็นเลยดา วา
“เธอนะโงสนิ้ ดี ควายตวั โตขนาดนั้น จะเขาขวดไดอ ยา งไร”
ลูกตอบคุณพอ ไปวา
“เขา ไดส ิพอ คนทนี่ ําควายเขา ไปในขวดคือคณุ พอไง เม่ือกอ นบานเรามคี วายหลายตัว ตอนน้ี
พอขายไปทีละตัว เอาเงนิ ไปซอ้ื เหลามาด่ืมกนิ เหลอื สองตวั สดุ ทายนแ้ี หละ พอ อยา ขายเลยนะ เรา
จะไมมคี วายไถนา”
20 ก.ไก ขยายธรรม
วนั พอลูกขอนะ
วนั พอ ทีผ่ า นมา มลี กู คนหนง่ึ เขยี นจดหมายถึงพอของเขา “ พอจา ลูกรักพอ มากและจะรักพอ
ตลอดไป ลูกกลัวเหลือเกนิ วา เหลา ท่พี อด่มื กนิ ทกุ วนั จะทําลายชวี ิตพอ ทําใหพ อ อายุส้ันอยกู ับลกู ไม
นาน เนื่องในวันพอปนี้ ลกู ไมข ออะไรพอมาก ลูกขอใหพ อเลกิ ดื่มจะไดไ หม
ลูกไมอยากเหน็ พอ ทุกขทรมานกบั โรคท่ตี ามมา ”
ฤทธิ์ของเหลา โรคภัยเบียดเบียน ไดแกโรคตับแข็ง โรคตับแข็งเกิดจากพิษของแอลกอฮอล
เขา ไปทาํ ลายเซลลข องตบั ใหต ายไปทลี ะนอ ย จนทาํ ลายตบั ทงั้ หมดเรยี กวา เปน โรคตบั แขง็ (ตบั เปน
อวยั วะเดยี วในรา งกาย ซงึ่ ถา แขง็ แลว ไมม วี นั จะกลบั ไปออ นไดอ กี ไมเ หมอื นอวยั วะสว นอน่ื ) นอกจาก
นฤี้ ทธข์ิ องเหลายังกอ ใหเกดิ การทะเลาะวิวาท เกดิ ปญ หาตีรันฟน แทง (มนิ า ฃ. ฃวดถงึ หัวแตก) บาง
คนเมาแลวซา “อาย จวยหามฮาไปต๋ีกบั มันจมิ่ ” ขนาดลกุ ก็จะไมไหว ยงั บอกเพ่อื นชวยหามไปชก
ตอ ยกบั เขาอกี บางคนกเ็ มาไดนาเกลยี ด พอเมาไดที่กล็ กุ ไปฉที่ ขี่ า งรว้ั ฉ่เี สร็จกต็ ะโกนบอกเพอ่ื น
“เฮย ชวยฉันหนอย ชวยหามฉันไปโรงพยาบาลท”ี เพอ่ื นถาม
“แลวเอง็ เปน อะไรหละ” บอกเพือ่ นวา
“ฉนั เดนิ ตรงไมไ ด ตอนเดินมาก็เดินตรงแตข ากลับ ตัวงอหมดเลย สงสัยเจาที่แรง” เพื่อนๆ ก็
พาไปโรงพยาบาล คุณหมอไดกล่นิ แอลกอฮอล ก็เดาไดว า คงเมาเหลา จงึ แกลง เอานํา้ เปลามาใหดื่ม
“เอา กินยาน้ําไปกอ น เดี๋ยวจะตรวจให” พอข้ีเมาคนนนั้ นอนหลบั คณุ หมอกไ็ ปตรวจดูวา ทาํ ไมนาย
คนนถี้ งึ เดินตรงไมไ ด แลว ก็ถึงบางออ
“เวรกรรมเอย เสือกเอากระดุมเส้ือไปสอดไวในรูกระดุมกางเกง อยางน้ีจะใหมันเดิน ตรงได
อยางไง”
วาแลวกค็ อยๆ ปลดกระดุมออก พอมันต่ืนขึน้ มา กลาวขอบคุณคณุ หมอใหญเลย
“ขอบคณุ มากครบั ยาคุณหมอดีมากเลย กนิ ไปแกวเดยี วผมเดินเปน ปกติแลย”
เด็กบางคนต้ังคําถามวา “บุหรี่กับเหลา อยางไหนมีปญหามากกวากัน” คําตอบคือ เหลา
มีปญหามากกวา คนสบู บุหรี่ มกั จะขอตวั ออกไปสูบขา งนอก (มีมารยาทเหมือนกนั เนาะ) สูบเสรจ็ ก็
เขา มา สวนคนดื่มเหลา นั่งดืม่ อยนู ั่นแหละท้ังวันทั้งคนื พอด่ืมไดที่กล็ มโตะ ทะเลาะกนั สบู บุหร่ีมีไหม
พอสบู เสรจ็ เมาบุหรล่ี มโตะ ยกพวกตีกัน ไมมีหรอก ทนี่ ี้ลองนึกแลวถามตัวเองวา จะข้นึ รถโดยสารไป
กรงุ เทพฯ มที างเลอื กสองทางคอื คนั ทหี่ นง่ึ คนขบั รถสบู บหุ รี่ อกี คนั หนงึ่ คนขบั รถดมื่ สรุ า เราจะเลอื ก
เดินทางไปกับรถคนั ไหน
ก.ไก ขยายธรรม 21
งเู มาเหลา
นิทานปรมั ปรา 2 เรอ่ื งจะเลา ใหฟง เรอ่ื งแรก เรอ่ื งงูเมาเหลา มชี ายคนหน่ึงจะไปตกปลา เหยื่อ
ของเบด็ คอื เขยี ดตวั เลก็ ๆ ชายคนนชี้ อบดม่ื เหลา ถอื ขวดเหลา เดนิ ไปหาเหยอ่ื คอื หาเขยี ดมาตกปลา
ไปพบงกู าํ ลังคาบเขยี ดอยู จึงเดนิ เขา ไปจับงูแลวงา งปากงเู อาเขียดออกแตนึกไดว า งอู าจจะเคืองได
จงึ กรอกเหลา ใสป ากงเู พอ่ื เปน รางวลั ไดเ ขยี ดแลว กเ็ ดนิ ไปตกปลา สกั ครหู นง่ึ มอี ะไรไมร มู าสะกดิ สขี า ง
หนั กลบั ไปดู ทแ่ี ทเ ปน งตู วั เดมิ คาบเขียดมาแลกกนิ เหลางา งเขยี ดออก เอาเหลาใสป ากงู ตง้ั แตน น้ั มา
งทู ุกตวั จะเดนิ เลอ้ื ยไปมา ไมตรงทาง เพราะเมาเหลา
อีกเรื่องเปนเรื่องกษัตริยผูโหดราย โกรธแคนพระผูมีศีลรูปหน่ึงท่ีมีผูคนศรัทธามากกวาตน
จงึ ใหท หารไปจับตวั พระรูปนน้ั มา ครั้นจะฆาจะแกง กเ็ กรงคําครหานนิ ทา จึงตง้ั ขอหาวา พระรูปนตี้ ัง้
ตนเปนกบฏ โทษคือตองไปขังรวมในคุกท่ีมีของ 3 อยางใหเลือกปฏิบัติ ไดแก มีขวดเหลาพรอม
กบั แกลมอยา งดี 1 ชดุ วางอยูขาง ๆ ตรงกันขามเปน นกั โทษประหารถูกมัดมือเทานั่งอยอู กี ซกี หน่ึง
เปน ผหู ญงิ นอนแกผ า อยู ใหพ ระเลอื กทาํ อยา งใดอยา งหนงึ่ คอื 1 ฆา นกั โทษคนนนั้ 2.ดม่ื เหลา จนหมด
ขวด และ 3. เสพเมถุน (รวมเพศ) กับผูหญิงที่นอนอยู หากไมทําอะไร จะตองโทษประหารชีวิต
พระรปู นนั้ กค็ ดิ วา หากฆา มนษุ ยห รอื เสพเมถนุ ตอ งโทษปาราชกิ ซง่ึ เปน โทษหนกั ของความเปน พระ
หา มสวรรคห า มนพิ าน แตถ า ดม่ื สรุ า มโี ทษเพยี งปาจติ ตยี สามารถแกโ ทษได เมอื่ คดิ ไดด งั นน้ั จงึ เลอื ก
ดมื่ เหลา พอเมาเหลา แลว กข็ าดสติ หนั ไปเสพเมถนุ กบั ผหู ญงิ แตม นี กั โทษมองอยู จงึ หนั ไปฆา นกั โทษ
ตาย เรื่องนแี้ สดงใหเหน็ โทษของสรุ า มโี ทษนอยกจ็ ริง แตพ อเมาแลว สติไมมา ปญ ญาไมเ กดิ อาจกอ
เร่ืองท่ีผดิ ศลี ใหญ ๆ ได
ลักษณะของขวด
ขวดสว นมากปากขวดจะแคบ สว นทบ่ี รรจนุ า้ํ จะกวา งและลกึ ซงึ่ หากกวา งเทา กนั อาจเรยี กเปน
แกว ไมใชข วด ลักษณะของขวดเปรียบเหมอื นเปรตท่ีหิวโหยตลอดเวลา เปรตมีปากแคบ (ปากเทา รู
เขม็ ) กนิ อาหารไดท ลี ะนิดทีละนิด แตท องโต ไมเ พยี งพอกบั ความตองการ เปรตจงึ หิวโหยอยูตลอด
เวลา คนที่ไมรูจักพอ เหมือนผีเปรตที่หิวโหยไมมีวันพอเสาะหาของกินของใชมาสนองตัณหาตัวเอง
เรื่อยๆ บานตอ งหลังใหญร าคาหลายลา น ทัง้ ทเ่ี วลานอนใชเ นอื้ ทเี่ พียงเมตรกวา ๆ เทานนั้ ไมนบั คนท่ี
โกงคนอน่ื เพื่อผลประโยชนของตน เชน ปลกู ตนไผไ วแ นวรว้ั พอหนอไผงอกขึน้ ก็ขยบั รว้ั ตามออกไป
จากวันเปน เดอื น จากเดอื นเปน ป หลายๆ ปเ ขา โกงท่ดี นิ เพ่อื นบา นไปเปนเมตร พวกนก้ี ็คือเปรตใน
22 ก.ไก ขยายธรรม
รา งคน เปรตดบิ คอื คนทก่ี อกรรมทําเขญ็ เอาไวกับพระพุทธศาสนา ยังไมทนั สิน้ ชีวติ รางกายกเ็ ปน
เปรตใหเ หน็
มเี ร่อื งเลา ใหฟ ง (ทานเจา คุณพระชยานันทมนุ ี, ดร.เจา อาวาสวัดพระธาตแุ ชแหง พระอาราม
หลวง อ.ภเู พยี ง จ.นา น เลา ใหฟ ง วา ) หลายปม าแลว มพี ระรปู หนงึ่ อาศยั ฐานะทางการปกครองคณะ
สงฆไ ดเ ขยี นโครงการเพอ่ื บรู ณะพระธาตแุ ชแ หง ในโครงการระบวุ า จะลอกทองทหี่ มุ พระธาตอุ อกแลว
ติดทองใหมเพ่ือความสวยงาม ความจริงก็คือไดนําทองจังโกที่ลอกออกไปขายแลวทาสีทองเคลือบ
เอาไว พระรูปน้ไี มนานกล็ าสิกขาไป นําเงนิ ที่ไดจ ากการขายทองไปสรา งครอบครวั อยูตอ มาภรรยา
ตัง้ ครรภเม่ือครบกาํ หนด ลกู นอยก็คลอดออกมา แตเ พราะเวรกรรมทีท่ าํ ไว ลูกที่เกดิ มาเปนเหมือน
ดกั แดห นงั ทอ งบางเหมอื นลกู โปง เหน็ ตบั ไตไสพ งุ หมด อยไู มน านเดก็ นอ ยกต็ าย พอ แมเ สยี ใจมากโดย
เฉพาะผเู ปน แมถ งึ กบั รอ งไมห ยดุ เพราะสงสารลกู ตอ มานางกต็ ง้ั ครรภอ กี ครง้ั หนงึ่ เหตกุ ารณก เ็ หมอื น
เดมิ พอลกู คลอดออกมากเ็ หมอื นดกั แด หนงั ทอ งบางเหมอื นลกู โปง แลว กต็ ายนางแทบจะหมดอาลยั
ตายอยากเพราะไมรูวาเกิดจากเวรกรรมอันใด แตสามีอดีตพระรูปน้ันคงรูดีเพราะทําบาปมากับมือ
ตวั เอง วนั หนง่ึ นางตน่ื แตเ ชา เพอื่ ไปตลาด กลบั มาบา นยงั ไมส วา งดพี อเปด ประตเู ขา ไป นางตกใจอยา ง
มาก ภาพทเ่ี ห็นคอื สามีของนางเปน เปรตดิบ หัวชนฝาดา นหวั นอน เทา เหยยี ดยาวถงึ ประตหู อ ง นาง
รทู นั ทวี า ชายคนทเี่ ปน สามขี องนางทาํ กรรมชว่ั เอาไวม นิ า ลกู ถงึ อายสุ นั้ ทงั้ สองคน วา แลว นางกห็ นอี อก
จากบานไมกลับไปบา นหลังนนั้ อกี เลย สว นสามีกเ็ รมิ่ ปวยกระเสาะกระแสะ ลักษณะเหมือนคนเปน
โรคเรื้อน บริเวณผิวหนังลอกแตกออกน้ําเลือดนํ้าเหลืองเยิ้ม สงกลิ่นเหม็น เวลานอนก็ตองนอน
บนใบตอง ไมง ั้นผวิ หนงั จะหลุดรอ นออกมา ไมม ชี าวบา นคนใดจะไปดูแล เพราะรงั เกยี จและทนกลิน่
ไมไ หว อยไู มน านกต็ ายไปนเ่ี พราะกรรมทก่ี อ เอาไวก บั พระธาตทุ ศ่ี กั ดสิ์ ทิ ธิ์ บาปกรรมเหน็ ทนั ตาไมต อ ง
รอชาตหิ นา ดงั นนั้ คนเราอยา โลภมาก นาํ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั
มาใชจะมคี วามสุขในการดาํ เนนิ ชวี ิต โปรดจาํ ไวว า
หากไดท กุ อยางดงั่ ใจคดิ ชัว่ ชีวติ จะเอาของกองไวไ หน
ไดบ างเสยี บา งไมเปนไร แมจ ะเสยี ผมไปก็ไดห ัวลา นคืนมา (555)
ก.ไก ขยายธรรม 23
ค.ควายเขานา
เดก็ นอ ยออ นถามคณุ แมว า “คณุ แมข า ทาํ ไมควายมนั เดนิ ไดค ะ ” แมย มิ้ และตอบวา “ออ เพราะ
ควายมนั มขี านะสลิ กู ” ลกู พดู ตอ วา “คณุ แมข า เกา อก้ี ม็ ขี าเหมอื นกนั ทาํ ไมเดนิ ไมไ ดล ะคะ” แมไ มร ู
จะตอบอะไรจึงบอกวา “ถามอะไรกไ็ มร ู ไปเขานอนซะ ดึกแลว ” ควายแรงกบั ควายปญ ญา
ภาคใตส มยั โบราณเวลาทาํ นา ชาวนาจะใชควาย 2 ตวั เทยี มไถ โดยจะเลือกควายตวั แขง็ แรง
เรียกวา ควายแรง ไวขางหน่ึง และอกี ตัวหนึง่ จะเลือกควายท่ฉี ลาด สัง่ ซา ยขวาได ชีวติ คนเราควรมี
บูก ับบุนอยูในรางเดยี วกัน บูกห็ มน่ั ออกกาํ ลงั กาย ใหม กี าํ ลงั กายที่แข็งแรง บนุ กห็ ม่นั ศึกษาหาวชิ า
ความรูประดบั ตน นกั มวยทีฉ่ ลาด (สามารถ พยคั ฆอ รุณ : พยคั ฆหนาหยก ชกแตละคร้ังไมเหนือ่ ย
หนา ตาไมค อยไดรบั อันตราย) เขาชกดวยกําลังและช้นั เชงิ มีครั้งหน่ึงสามารถโยกตัวหลบหมดั คตู อ สู
หลายสบิ หมัด จากน้นั อาศัยจงั หวะกระแทกหมัดขวาตรงใสคตู อสแู ลว ชนะนอกในทีส่ ุด
หากทา นอา นนยิ ายจีนเรื่อง สามกก ซึง่ เปนเร่ืองราวของการแกงแยง ชิงดีของคนจีนที่แตกเปน
กก เปน เหลา ซงึ่ ประกอบดว ยกก เลา ป กก โจโฉ กก ซนุ กวน เลา ปเ ปน คนฉลาดเขาคดิ วา ในกก ของเขา
ทหารทแ่ี ขง็ แรงกลา หาญ เกง เรอื่ งศาตราวธุ มอี ยมู ากพอสมควร จาํ ตอ งหาคนฉลาด มสี ตปิ ญ ญา รอบรู
ตาํ ราพิชัยสงครามมาอยูร วมดวย ในทส่ี ุดกไ็ ดร ูจกั “ขงเบง ” ไดไ ปชกั ชวนขงเบง มาอยดู ว ย ขงเบงใช
สตปิ ญญาวางแผนการรบครง้ั แลวครง้ั เลา จนประสบชัยชนะทกุ คร้ัง
โงเ หมอื นควาย จริงหรอื
คาํ สบประมาทควาย “โงเ หมอื นควาย” หากควายฟง ภาษาคนรูเรอื่ งคงจะเจ็บปวด และถาม
วา ควายโงอยา งไร คนกลวั ผี ทั้งๆ ทผี่ ไี มมเี ปน ตัวเปนตน แตควายเดินเลม็ หญาขา ง ปาชาอยา งสบาย
ไมเคยกลวั ผเี ลย คนยกพวกไปตีกัน ยกพวกไปขม ขนื กัน ควายมสี ักคร้ังไหมยกพวกไปขวดิ กนั แอบ
ไปขม ขืนกัน คนฆา สัตวสารพดั เพ่อื เปนอาหาร ควายกนิ แตหญา กนิ มงั สวิรัติ ไมท าํ บาปทาํ กรรม คน
จะไดข าวมากนิ ตองอาศัยควายไถนา ฯลฯ แลวคดิ ไดไงวาโงเหมอื นควาย ออ คงเพราะวา ควายเลน
ละครไมเ ปนมงั้ เคยเหน็ แตล ะครลงิ ละครชาง เลยเหมาวาควายมนั โง แลวไอพวกเลนละครหลอก
กันเองทุกวันนี้ดีนักหนาหรือ สนใจละครจนลืมลูกลืมผัว ดูละครหนาจอทีวี พอนางเอกถูกนางราย
ตบตี ตะโกนออกมาจนสามสี ะดงุ “งาวแตๆ เปนกูสกั กํานอ ” บางคนดทู ีวอี อกลวดลายจนคนขางๆ
อยไู มเ ปน สขุ อยางเชน คนที่ชอบดมู วยตู บางครงั้ เราไมไ ดดทู ีวีหรอก แตห ัวเราะกบั ทาทางของคนท่ี
24 ก.ไก ขยายธรรม
นั่งเชียรมวย ทง้ั แขนขา เขา ศอก หนาตา ทาํ ทา เหมือนตวั เองขึน้ ชกเองน่ันแหละ พวกรบั โทรศัพทก ็
เหมอื นกัน คนโทรเขาอยกู รุงเทพฯ ตัวเองอยูถงึ จงั หวัดนาน เวลาพดู โทรศัพททาํ ทา ชม้ี ือชไ้ี ม แสดง
กิริยาทาทาง ประหนึ่งวาเขาน่ังฟงอยูตรงนั้น บางคร้ังขําไมออกเห็นแมบางคนปอนขาวลูกนอยจะ
บอกลกู ใหอ า ปาก “อาํ้ อาํ้ ” แตด ปู ากแมม นั สิ อา กอ นลกู เลย แลว มนั จะอา หาพระแสงอะไรเนย่ี ควาย
มเี ขา ควายมขี า ถามวา ระหวางขากบั เขา อนั ไหนเกดิ กอน คําตอบคอื ขาเกิดกอ น เขา เกดิ ทีหลงั
ขาเปรยี บเหมอื นพอแมท ที่ านเปน ผกู าํ เนิดเกิดเรามา ทา นมากอ น สวนเขา เปรยี บเหมือนเพอ่ื น แฟน
เกิดมาทหี ลงั ทุกวนั นเ้ี รามักหลงเพื่อน หลงแฟนมาก ไมสนใจพอ แม ปลอยปละละเลยไมดแู ล ปลอย
ใหพอแมเ ปน กําพรา ลกู สกั วนั จะ พพพ. พังเพราะเพ่อื น มีเร่ืองเลาใหฟงวา มคี วายตัวหน่งึ เดินไปดื่ม
น้าํ ท่รี มิ ตลิง่ พอดมื่ เสรจ็ ก็เห็นเงาตวั เองในน้าํ เห็นเขาตวั เอง ก็ชมเขาวา
“เขาฉนั นสี้ วยจริง ๆ งอโงง นารักเชยี ว” พอมองต่าํ เห็นขา ก็พดู วา
“ขาฉันนา เกลยี ดมาก ดาํ ก็ดาํ เลก็ ก็เลก็ นารําคาญจงั เลย” ขณะทีก่ าํ ลังช่นื ชมเขา และดถู ูกขา
อยนู นั้ จมกู ไดก ลน่ิ สาปเสอื แสดงวา แถวนนั้ มเี สอื หวิ คอยดกั อยู สมองยงั ไมท นั สง่ั การ ขาออกวงิ่ ทนั ที
เพ่อื หลบภยั วิง่ ไปถึงเนินดินจึงหยดุ พกั เหน่อื ย สํานึกไดจึงกมลงขอโทษขา
“ขาจะ ฉนั ขอโทษนะทตี่ าํ หนไิ ป อนั ทจ่ี รงิ ขามคี ณุ ตอ ฉนั มาก ไมม ขี าฉนั ตายแนๆ เลย” ขณะนนั้
กลน่ิ สาปเสอื กล็ อยมาเขาจมูกอีก แสดงวาเสอื ตวั นั้นตามมาตดิ ๆ ขาก็ออกว่งิ อีก แตคราวนี้วง่ิ ไมไหว
แลว เพราะเขาดนั ไปพนั ตดิ กบั เครอื เถาวลั ย ยงิ่ ดน้ิ ยงิ่ พนั ทส่ี ดุ เสอื กเ็ ขา มาตะครบุ กดั ตรงคอของควาย
กอนท่คี วายจะตายไดพ ดู ออกมาคาํ หนง่ึ วา
“กตู ายเพราะเขาแทๆ ”
พอ สอนแมสง่ั ครูอาจารยพร่าํ เตือน หาวา จุกจิกจจู ้ี พาลโกรธ เกลียด ไมพ อใจ ไมสนใจ หนั ไป
คบเพื่อนช่วั พากนั ไปสสู ถานทีช่ ่ัว ในท่ีสุดกพ็ บกับความพินาศ เจอกับหายนะ ชีวิตแทนที่จะรงุ โรจน
โชตชิ ว งชชั วาล กลบั พบพานแตค วามวบิ ตั ิ แลว มาโอดครวญภายหลงั วา “ไมน า เลยเราพงั เพราะเพอ่ื น
แทๆ ” วยั รนุ ทงั้ หลายโปรดจาํ เอาไว โดยเฉพาะคนทห่ี ลงเพอ่ื น หลงแฟน พอไมส มหวงั กท็ าํ ทา จะเปน
จะตายเสียใหได มีคนกลา ววา “เปน ควายตองมีเขา เราไมใชควาย ถงึ แมไมม เี ขา เราก็อยไู ด”
ควายทรพี
จะเลาเรื่อง ควายทรพี ซึ่งเปนเร่ืองของลูกอกตัญูที่ฆาบิดา เรื่องมีอยูวา ควายจาฝูง ชื่อ
“ทรพา” ดแู ลครอบครวั ควายทง้ั หลายอยา งอบอนุ อยมู าวนั หนงึ่ มหี มอควาย (คลา ยๆ หมอด)ู ทาํ นาย
วา ดวยเวรกรรมที่ทํามา คุณจะตายเพราะลูกชายคุณ ทําใหควายทรพาไมสบายใจเปนอยางย่ิง
จึงคิดดับไฟแตตนลม ดวยการสืบคนดูวา ควายตัวเมียตัวไหนต้ังครรภ และคลอดลูกออกมาเปน
ตวั เมยี จะเล้ียงเอาไว ถาบังเอิญลกู ออกมาเปน ตวั ผู จะตองฆาใหต ายเพ่อื ไมใ หกลับมาทํารายตัวเอง
ก.ไก ขยายธรรม 25
ตอนเตบิ ใหญ ทาํ เชน นเี้ รอื่ ยมา แตน า้ํ ใจของผเู ปน แมย งิ่ ใหญเ หนอื สง่ิ ใดอตุ สาหต งั้ ทอ งรกั ษาครรภเ ปน
เวลาหลายเดือน สุดทายตองคอยลุนตอนลูกลืมตาดูโลก หัวใจแมแทบแตกสลายถาลูกนอยของแม
เปน ลกู ชาย และตอ งถกู ฆา ตายตอ หนา ตอ ตา แมค วายตวั หนง่ึ ทนไมไ หว พอรวู า ตวั เองตง้ั ทอ ง จงึ หลบ
หนไี ปอยใู นถํ้า หากนิ อยูใ กลถ าํ้ หา งไกลจากฝงู ควายทงั้ หลาย จนกระทง่ั คลอดลูกออกมาเปน ลกู ชาย
ตั้งช่ือวา เจาทรพี เพราะชะตากรรมที่ถูกโดดเด่ียวมาแตเล็กทําใหเทวดาท่ีสิงสถิตในถํ้ารูสึกสงสาร
จึงพากันมาคุมครองรักษา (ลูกเทวดา) พอเจาทรพี เติบโตขึ้นมาก็แอบไปวัดรอยเทาควายทรพาผู
เปน พอ ถา วนั ใดรอยเทา เทา กนั จะตอ งสงั หารพอ ใหไ ด ในทสี่ ดุ วนั แหง การรอคอยกม็ าถงึ รอยเทา เทา
กนั แลว จงึ ออกจากถาํ้ ไปทา ตอ สปู ระลองกาํ ลงั กนั ควายแกไ หนเลยจะสพู ละกาํ ลงั ของควายรนุ อกี ทง้ั
มีเทวดาคุมครองรักษาอีก สุดทายจึงถูกควายทรพีลูกชายฆาตาย เรื่องยังไมจบหรอกเอาไวตอใน
พยัญชนะตวั อื่นก็แลวกัน
เรอ่ื งนี้จึงเปนที่มาของลกู เนรคณุ ทงั้ หลายทีส่ มควรไดช ื่อวา ลูกทรพี
มไี มเ ทาใชย นั ยดึ กันรา ง ใชคลาํ ทางแกวง กวดั สัตวรา ยหนี
มีประโยชนต ิดตนผลทวี ดกี วา มีลูกรัน้ “อกตัญ”ู
สุภาษิตท่ีขึน้ ตนดว ย ค.ควาย
คนดีผีคุม ความหมาย ทําดมี คี นชนื่ ชม เทวดาคมุ ครอง
คมในฝก ความหมาย มคี ณุ ความดอี ยใู นตวั
คดในของอในกระดูก ความหมาย นสิ ัยข้ีโกง
คบคนใหด ูหนา ซือ้ ผา ใหดเู นื้อ ความหมาย พจิ ารณาในการคบหาคนเปน เพือ่ น
คืบก็ทะเล ศอกกท็ ะเล ความหมาย อยาประมาทในการดาํ เนินชวี ิต
โคแกก นิ หญาออน ความหมาย คนสูงอายชุ อบเดก็ รนุ สาว
คนลม อยา ขา ม ความหมาย อยา ดูถูกคนท่ตี กต่ํา
26 ก.ไก ขยายธรรม
ฅ.ฅน ขงึ ขัง
(อักษรตัวน้ีปจจุบันเลิกใชแลว) แตคําวา คน ยังอาจนํามาบรรยายเปนเร่ืองราวสอนไดหลาย
เรอ่ื ง เพราะ “คน” แปลวา ยุง ผัก ปลา กงุ พริก เกลือ อยูในหมอ ใชทัพพีไปคนใหย งุ กนั ทั้งหมอ
ที่ยุงเพราะจิตใจคนมันตํ่า หากเมื่อใดจติ ใจสูง คนจะเปล่ยี นสภาพเปน มนษุ ยทันที
มนษุ ย : ผูม ใี จสูง
คตคิ ํากลอนสอนใจที่หลวงพอพทุ ธทาสสอนไว ขอใหเก็บไปตรกึ ตรองดเู ถิดวา
เปน มนษุ ยเ ปน ไดเ พราะใจสงู เหมือนนกยูงมดี ีทแี่ ววขน
ถา ใจต่าํ เปนไดแ ตเ พยี งคน ยอมเสียทที ต่ี นไดเ กิดมา
ใจสะอาดใจสวางใจสงบ ถามีครบควรเรยี กมนุสสา
เพราะทําถูกพูดถกู ทุกเวลา เปรมปรีดาคนื วนั สขุ สนั ตจ รงิ
ใจสกปรกมดื มวั และรอนเรา ใครมเี ขาควรเรียกวา ผีสงิ
เพราะทาํ ผิดพูดผิดจติ ประวงิ แตในสง่ิ ทําตวั กลั้วอบาย
เพราะฉะนัน้ ถาใครไมอ ยากตก จงรีบยกใจตนเรงขวนขวาย
ใหใ จสงู เสยี ไดก อ นตัวตาย จะสมหมายไดเ กดิ มาอยาเชือนเอย
อาจพูดไดวา หลายคนท่ีนั่งท่ีน่ีลวนแตเปนคน แตเปนมนุษยไมกี่คน พูดแบบนี้หาวาเลนล้ิน
ทจี่ รงิ เปนเรอ่ื งถูกตอ ง เพราะคนกบั มนษุ ยแ ตกตางกันตรงที่มีใจสงู ถาใจตํา่ หมกมนุ อยใู นวงั วนแหง
3 ก. ไดแ ก วุน วายเร่อื งกิน เรอื่ งกาม เร่ืองเกยี รติ ชวี ติ กไ็ มส งบ มแี ตทกุ ขทรมานตามมา ท้ัง 3 ก.
ไดสรางปญ หากบั คนมานับไมถ วน บากนิ บา กาม หลงเกยี รติ ถึงข้นั ทะเลาะวิวาท อาฆาตจองเวรก็
หนีไมพน 3 ก.นีท้ ้งั นัน้ พูดงา ยๆ วา ปญ หาในโลกเกดิ จาก 3 ก.เทานน้ั
ปรัชญาของคน (ที่ไมค ุนเคยกบั ธรรมะ) “มีชวี ิตจงึ มที ุกข ดับชีวิตจงึ ดับทุกข”
ปรัชญาของพระพุทธเจา “มีชีวิตจึงมีทุกข มีทุกขเพราะมีกิเลส ดับกิเลสจึงดับทุกข” ฉะนั้น
พระพทุ ธศาสนาจึงไมส ง เสริมการฆาตวั ตายหนีทุกข แตใ หคนหาตนตอแหงทกุ ข ซงึ่ กค็ อื กิเลสน่นั เอง
พระพทุ ธเจา สอนทางเอาชนะกิเลสหลายประการ เมือ่ ดบั กเิ ลสลงได ทกุ ขก จ็ ะหมดไป
ก.ไก ขยายธรรม 27
คน : สัตวป ระเสริฐ
คน ถือเปนสัตวท่ีประเสริฐ เพราะมีจิตใจ มีสมองที่สามารถแยกแยะดีช่ัวได หากใชชีวิต
ตามยถากรรม ไมมีสติปญญาแยกแยะดีช่ัวได จะแตกตางอะไรกับสัตวเลา ไมวาสัตวหรือคนมีการ
ดํารงชวี ติ 4 ประการทค่ี ลา ยกัน ไดแก กินอาหาร ถา ยอจุ จาระ สืบพนั ธุ หลับนอน แตเพราะวาคน
มีสตปิ ญญา มีสามญั สาํ นกึ ทีร่ กั ดี หนีชั่ว คนจงึ เปน สตั วป ระเสรฐิ ดังพทุ ธวจนะทวี่ า “ทนฺโต เสฏโฐ
มนสุ ฺเสสุ ในบรรดามนุษยท ้งั หลาย ผูท ฝี่ กฝนตนเองดแี ลว ถือเปน ผูประเสรฐิ ที่สุด ”
หากคนอยากยกระดับชีวิตใหสงู กวาสัตวเ ดรัจฉาน ใหปฏิบตั ิตามหลกั ศลี 5 (เบญจศลี ) ไดแ ก
ไมฆาสตั ว ไมลกั ทรัพย ไมประพฤตผิ ดิ ในกาม ไมพูดปดมดเทจ็ ไมดมื่ สรุ ายาเสพตดิ ประพฤติไดค รบ
ทัง้ 5 ประการ คนกจ็ ะยกระดบั เปน มนุษยทันที แตห ากจะยกระดับชวี ติ ใหสงู ขึ้นไปอกี ระดับหน่ึง คือ
จากมนษุ ยเปนเทวดา ก็ตอ งปฏบิ ัตติ ามหลักธรรมคมุ ครองโลกหรอื เทวธรรม 2 ประการ ไดแก หิริ
ความละอายแกใ จ และโอตตัปปะ ความเกรงกลัวตอบาป เพราะธรรมสองประการน้ี ชอื่ วาเปนธรรม
ทท่ี าํ ใหจ ติ ใจสงู เปน เทวดา กเ็ มอื่ มคี วามละอายแกใ จ เขาจะไมป ระพฤตชิ วั่ ทง้ั ตอ หนา และลบั หลงั เมอื่
คาํ นึงถงึ ผลจะตามมา เขาย่ิงประคองพฤติกรรมท่ีดีใหเกิดกับตวั เขาตลอดเวลา ลกั ษณะคนดี มดี งั นี้
“เกดิ เปน คน คนใหท ั่ว ปากไมลน กน ไมร ว่ั ชั่วไมเอา เมาไมม ี นแ่ี หละคน”
คน ใหทว่ั หมายถึง คน หาวชิ าความรูใหม ากเพ่อื ใหร ูเทา เอาไวก นั รทู นั เอาไวแก
ปากไมลน หมายถึง เวน จากวจที จุ รติ 4 ประการ พูดเท็จ พดู หยาบ พูดสอ เสยี ด พูดเพอเจอ
กน ไมรว่ั หมายถงึ ประหยดั อดออม ใชจายใหเ หมาะสมกบั ฐานะ ไมทาํ ตวั เปน ผา ข้ีรวิ้ หอทอง
ชว่ั ไมเอา หมายถึง ความชัว่ ทุกชนิดใหห ลกี หนี เพราะจะทาํ ใหเ รามัวหมองไมเ จรญิ รงุ เรือง
เมาไมมี หมายถึง ไมเ ปนคนสาํ มะเลเทเมา ไมเสพสิง่ เสพตดิ จนกอปญ หาแกสังคมรอบขาง
ใครนาตาํ หนิ
การสรา งคนใหถ อื กาํ เนดิ เกดิ มาในโลก ไมใ ชส งิ่ ยากเยน็ แตก ารเลย้ี งดอู บรมบม นสิ ยั ใหค นเปน
คนดีในสงั คม เปน สง่ิ ทยี่ ากเยน็ อยา งยงิ่ ใครเคยชมละครเร่ือง “ดอกสม สที อง” อาจนกึ ตาํ หนินองฟา
(อารยา) นางเอกของเรอื่ งวา เปนหญงิ นิสยั ไมด ี วาจาไมส ภุ าพ เปลย่ี นคนู อนเปน วา เลน สวยเสยี เปลา
แตนิสัยแย อะไรทํานองน้ี อันท่ีจริงผูท่ีควรถูกตําหนิอยางยิ่ง พระอาจารย ว.วชิรเมธีบอกวา คือ
แมข องอารยาทส่ี รา งอารยาใหม รี ปู สวย แตไ มไ ดป ลกู ฝง นสิ ยั ทด่ี ใี หล กู เชน เดยี วกนั กบั เรอ่ื งจนั ทโครพ
ระหวาง พระเจา ตา จนั ทโครพ นางโมรา โจร ทานวา ใครควรตาํ หนิกวากัน คาํ ตอบคอื พระเจาตา
นั่นเอง มอบผอบใหศ ิษยจ ันทโครพ แตไ มใสธรรมะคือสจั จะลงไปในใจเขา เขาเลยเปนคนไมม ีสัจจะ
28 ก.ไก ขยายธรรม
(เปดผอบกลางทาง) สรา งนางโมราใหเ ปน หญงิ ท่สี วยออกมาจากผอบ แตพ ระเจา ตาลมื ใสธรรมะใน
ใจเธอ เธอจงึ เปน นางหลายใจ ฉะนนั้ คนทม่ี หี นา ทส่ี รา งคนจงึ สาํ คญั ยงิ่ ไมว า จะเปน พระสงฆ ครบู า
อาจารย พอแม ตองดูแลท้งั รางกายและจิตใจดวย สมยั กอ นมีเพลงสายณั ห สญั ญา ดงั มากจาํ ไมไ ด
วาชื่อเพลงอะไร
“เสริมสวย เสริมไดแ ตเพยี งหนาตา แตใ นอรุ าเจา ไมเ อาสัจจาเสริมใส ...” สะทอ นใหเ ห็นวา
คนเราจะงามงามนาํ้ ใจใชใบหนา คนเราจะสวยสวยจรรยาใชต าหวาน
คนเราจะแกแกความรูใ ชอยูนาน คนเราจะรวยรวยศีลทานใชบ า นโต
แตค นทนี่ า ตาํ หนจิ รงิ ๆ คอื คนทอี่ ม่ิ กอ นรบี ไปดลู ะครโขนหนงั ทพ่ี ระเจา บรมวงศเ ธอ กรมพระยา
ดาํ รงราชานภุ าพ นิพนธไ วใ นหนังสอื สุภาษติ ดอกสรอ ย
อ่มิ เอยอม่ิ กอน รีบจะไปดลู ะครโขนหนัง
ท้งิ สํารบั คับคอ นไวรุงรงั เหมาคนอมิ่ ท่หี ลังใหลา งชาม
การเฝา เอาเปรียบกันอยา งน้ี มิดีหนอเจาฟงเราหาม
คบเพอ่ื นฝงู จงอตุ สาหพ ยายาม รักษาความสามัคคีจะดเี อยฯ
ก.ไก ขยายธรรม 29
ฆ.ระฆังขางฝา
ชาวพุทธมีความเชื่อวา ใครเกิดมาเสียงกองกังวาน แสดงวาชาติปางกอนไดถวายระฆัง จึงมี
หลายวัดแขวนระฆังไวเปนแถว วดั พระธาตดุ อยสุเทพที่จงั หวัดเชยี งใหม เปน ตน สาเหตุเพราะคนมี
ความศรทั ธาในเรอ่ื งนไี้ ดน าํ มาถวาย หรอื อาจเปน เพราะไปถงึ วดั ไดเ คาะระฆงั แลว ถอื วา ไดท าํ สงิ่ ทคี่ วร
ทําอยา งยิ่ง สมยั โบราณสถาบันการศึกษาไดอาศยั การเคาะระฆังบอกเวลาเขา เรียน – เลิกเรยี น
ระฆังพักยก
กีฬาชกมวย ถึงปจจุบันก็ยังใชระฆังในการพักยก เพ่ือบอกวา เวลาแหงการตอสูเปนเวลาพอ
สมควรแลว ควรพกั ยกสักหนอ ยหนึ่งเพ่ือใหรางกายหายเหนอื่ ย แลว พอระฆังขน้ึ ใหมก็เร่ิมชกกันใหม
ชีวิตเรากเ็ หมอื นกฬี าชกมวย คูช กของเราทุกวนั น้ี คอื หนา ท่ีท่ตี องรับผดิ ชอบเวทขี องเราคอื ทที่ าํ งาน
กตกิ าของเราคอื กฎระเบยี บของหนว ยงาน กรรมการตดั สนิ คอื ผบู งั คบั บญั ชาและเพอ่ื นรว มงาน เวลา
ในการชกสวนมากจะเปนชวงเวลากลางวนั ระฆงั จะหมดยกประมาณ 4–5 โมงเย็น กลางคนื ระฆัง
จะตพี กั ยกใหช วี ติ เราไดพ กั เพอื่ ออมแรงไวช กตอ ในวนั พรงุ นตี้ อ ไป เปน เชน นอ้ี ยทู กุ เมอื่ เชอ่ื วนั ปญ หา
กไ็ มม ี มนั มปี ญ หาตรงทร่ี ะฆงั ตพี กั ยกแลว เรายงั ไมย อมพกั กลางคนื เขามใี หเ ราพกั ผอ นรา งกาย เพราะ
รา งกายข้ึนสเู วทชี กกับหนา ทม่ี าตลอดทัง้ วัน รูสกึ เหน่อื ยลา เต็มที แตก ลับเอาชวงกลางคืนไปเท่ยี วไป
กินเหลาเขาบาร ไปหลงอบายมุขพอตื่นเชาขึ้นมาก็งวง เพลีย หมดแรง ระฆังพักยกจะมีประโยชน
อะไร
ระฆงั แหง การเรมิ่ ตน ชวี ติ ใหม สาํ หรบั ผทู ตี่ อ งการจะปรบั ปรงุ คณุ ภาพชวี ติ มไี มก ว่ี นั บางคนถอื
เอาวนั ข้นึ ปใหม เปน วนั เรม่ิ ตนชีวิตใหม ลด ละ เลกิ อบายมุข กลบั เน้ือกลับตวั เปน คนใหม บางคนถอื
เอาวันเขา พรรษา เปนวันเรม่ิ ตนเชนมีคาํ วา “ลดดืม่ เหลาเขาพรรษา” เปน ตน หรอื บางคนหยุดกนิ
เนื้อสัตว เพือ่ ใหเ กดิ บุญกุศลหนั มารบั ประทานมังสวิรตั ิ ในชว งเทศกาลกินเจก็ถอื วาไดล ั่นระฆงั ชีวติ
เพื่อการเร่ิมตนท่ีดีงาม สมควรไดรับการยกยองนับถือเพราะวาพวกเขากําลังประพฤติตนเปนคนไม
ประมาท ไมตอ งมีใครบังคับแตตงั้ ใจทําดว ยตวั เอง
30 ก.ไก ขยายธรรม
ใชชวี ิตใหค ุมคา
เวลาของมนษุ ยใ นโลกน้ี มผี ูร คู ํานวณวาคนเรานาจะใชช ีวิตอยูบ นโลกเฉลยี่ ไมเ กิน 70 ป และ
พูดตอไปวา หากอายยุ ืนยาวเกิน 70 ป ถอื วา เปน คนมบี ญุ ญาธิการ หากไมถึง 70 ป ถอื วา เวรกรรม
มาตดั รอนใหต อ งจบชวี ติ กอ นวยั อนั ควร ระฆงั ชวี ติ เคาะอยู 2 ครงั้ ครงั้ แรกตอนเกดิ มาใหช กกบั หนา ที่
ของใครของมัน และเคาะอีกคร้ังคือระฆังพักยกตอนที่เราตองจากโลกน้ีไปพักผอนชั่วนิจนิรันดร
มาดสู ิวา ขณะนี้เราใชชวี ติ อยูบนโลกไดก ี่วนั แลว และถา ขดี เสนอายทุ ี่ 70 ป เราจะเหลือชวี ิตอยูใน
โลกอีกก่วี ัน
ขณะน้อี ายุ…..ป อยใู นโลกได. .........วนั กอนถึง 70 เราจะเหลืออยู. ..วัน
1 365 25180
5 1825 23725
10 3650 21900
15 5475 20075
20 7300 18250
25 9125 16425
30 10950 14600
35 12775 12775
40 14600 10950
45 16425 9125
50 18250 7300
55 20075 5475
60 21900 3650
65 23725 1825
70 25550 365
75 27375 0
80 29200 0
85 31025 0
ก.ไก ขยายธรรม 31
คาว “ โฮงกอ งสะอืน้ ”
ระฆงั ตอ งมคี นเคาะจงึ จะมเี สยี ง คนเราตอ งมคี นชงจงึ จะมชี อื่ หมายความวา ความดเี ปน หนา ที่
ทเี่ ราตอ งทํา แตก ารประกาศความดีควรเปนคนอื่นประกาศยกยองจึงจะเหมาะสม เหมือนระฆังตอง
มีคนเคาะจึงจะดงั หากมเี สียงดังโดยไมมคี นเคาะ เรยี กวาระฆังผี กฬี าตะกรอ ชงเอง กระโดดเตะเอง
ดีถือวาเกงเกินตัว แตคนเราถาทําเองแลวชงเอง ไมคอยเหมาะเทาไร แตละวัดจะมีหอระฆังเอาไว
หอระฆังบางวัดสวยงามมากเพราะใชเงินกอสรางหลายลาน ดูเหมือนเปนส่ิงจําเปนที่ขาดไมไดท้ังๆ
ทีใ่ ชประโยชนไมม ากเทาทีค่ วร แตเ ดิมมีกลองประจาํ หอ ภาคเหนือ เรียกวา “โฮงกอง” มปี ระโยชน
มากกวาระฆังเสียอีก ถึงวันโกน สามเณรและลูกศิษยจะมาชวยกันตีกลองเพ่ือเปนสัญญาณใหชาว
พุทธไดร ูวา พรงุ นเี้ ปนวันพระ เตรยี มขาวของมาทาํ บญุ ตกั บาตรนะอยา ลมื พอทาํ บญุ ตกั บาตรเสรจ็
จะกลับบาน พอหนานพอนอยก็จะมาตีกลองอีกคร้ัง นัยวาใหเทวดาฟาดินมาเปนพยานรับรูในการ
ทาํ บญุ ครงั้ น้ี เพอ่ื จะไดน าํ ของทานทง้ั หลายไปถงึ ดวงวญิ ญาณของพอ แม ปยู า ตายายทล่ี ว งลบั ไป เมอ่ื
มีงานกุศล เชน กฐิน ผาปา หรือขบวนแหครัวทานในงานฉลองตางๆ จะมีคนมีตีกลองทุกคร้ังเพื่อ
ความครึกครื้นและมีนัยสําคัญดังกลาว แตปจจุบันกลับมองขามความสําคัญของโฮงกอง ปลอยให
โฮงกอ งสะอน้ื
ขอบคณุ พระครโู อภาสนันทสาร วัดสวา งอรณุ อ.ภูเพยี ง จ.นาน ท่ปี ระพันธบทคา วเมอื งเหนอื
ฝากให ขออนุญาตนํามาลงไวเพอ่ื ระลึกถงึ โฮงกอ ง ส่ิงสําคัญประจําวัดในอดีต ดงั นี้
มะโนเนืองจเี๋ หลืองเหยี่ วมาน ปน อ งจาวบา นกดึ ห้อื ถัดถอง
ฟงขากาํ เตอะขาจ่อื โฮงกอง น้ําตา หมานองเขาละท้ิงขา
บกึดหนหลังฟง เอาตางหนา ละกอ งปจู าเหี่ยฟน
แตก อ นโฮงกองเกยมวนครกึ ครืน้ มาเตขวา งถมิ่ เปปง
เกยใจข าน้กี อนกห้ี นหลงั เปน ตา ดีจังละหลังเอาหนา
ไดหอระฆังมาจังตัว๋ ขา เปน สังใดจาปน อ ง
กอ งตุบกอ งหลวงไมแ ซะสวากอง ไผบห ว งขอ งอาลยั
ขนเอาไปยัดแจง ศาลาไกล คอนกอ งใสไ ฟบเหลือสักดนุ
กอ งสกั ลางอนั เปนกวงไมจ ุน หนังหมุ บม ผี กู มดั
โฮงกองหมตู เู กยมีกูวัด เพราะกอ งตเ๋ี อนิ้ คนมา
วนั ศีลวันพระหนากา งวะสา เสียงกองปจู าศรัทธาชอบสู
ไดก ๋นิ ไดตานใจบานหลิ่งหลู จําศลี ฟง ธรรมตวี่ ัด
หมา เดี๋ยวนี้เหยเขาตูมขวางซดั โฮงกอ งปลอ ยห้อื ผุพงั
32 ก.ไก ขยายธรรม
เตขา ขวางท้งิ มาทรงตุกขงั นา้ํ ตายัวปงอาบลงยอยหนา
ตงึ บเ อน็ ดมู ุตตู ัว๋ ขา สักเทากายบงหนอไม
ต้งึ บห วงหาเตขาละไว โฮงกอ งเกาเกือ้ ลานนา
เกยอยูกับวดั กับศาสนา เปน สังใดจาไผบมาใกล
ทหี อระฆงั ยงั สรา งกน๋ั ได บใจฮ อยเฮาปนอ ง
ยังปากั๋นแปงวัดเฮาเผา ปอ ง มัดตองเหลืองหอ ยระฆงั
สรา งก็สรางเตอะกอ งบวา หยงั ตางปนระฆงั ขอมัดกองหอ ย
มรี ะฆังทองอยา หอ้ื กองดอ ย ฮตี เกาฮอยเฮาผอเตอะ
อยา ห้อื โฮงกองเปน กองขี้เฮอะ ผมขอกราบไหววนั ตา
โฮงกอ งดลี ํา้ กา้ํ ศาสนา ของคิน่ ลา นนาไหวส าเทาอ.ี้ .ฯ
สภุ าษติ ทขี่ ้ึนตนดวย ฆ. ระฆัง
ฆา ควายเสียดายพริก ความหมาย ทาํ การใหญแ ตต ระหน่ถี เ่ี หนยี ว
ฆองปากแตก ความหมาย คนปากโปง เกบ็ ความลบั ไมอยู
ฆาไมต าย ขายไมข าด ความหมาย พอแมไ มอาจตดั สมั พนั ธล กู หลานได
ฆาชา งเอางา ความหมาย ลงทนุ ลงแรงมาก สุดทา ยไดไ มค มุ ทุน
ก.ไก ขยายธรรม 33
ง.งใู จกลา
งู เปนสัตวเล้ือยคลานที่บางคนบอกนารัก บางคนบอกนาเกลียด ความรูสึกของแตละคนไม
เหมอื นกนั แลว แตรสนิยมของใครของมนั ฉะน้ัน จงอยา บังคบั ขืนใจใครใหค ิดเหมอื นเรา ดงั ภาษติ
เมืองเหนอื บอกวา “นกบบ ิน บดีกา๋ํ ปก มันอา ควายบก นิ๋ หญา บดีขมเขามันลง”
กลา ในทางทีด่ ี
โบราณบอกวา สงิ่ เลก็ ๆ อยา ไดป ระมาท “คบื กท็ ะเล ศอกกท็ ะเล” เหน็ จะจรงิ ตามนนั้ เพราะ
สงิ่ เลก็ ๆ อาจกอ ใหเ กดิ อนั ตรายมากมายได ไมข ดี กา นเลก็ ๆ อาจเปน เชอ้ื เพลงิ เผาอาคารบา นเรอื นทงั้
หลังได งพู ิษตัวเล็กๆ (สวนมากงมู ีพษิ ตวั จะไมใหญ) อาจกดั คนถึงแกค วามตายได คนตวั เลก็ ๆ อาจมี
สติปญญาเปนผูนําสังคมได ทําไมตองบอกวา “ง.งูใจกลา” อันท่ีจริงงูไมไดโหดราย ที่มันขบกัดคน
ผเู ช่ียวชาญดา นงบู อกวา มันกลัวภัยจึงคดิ ปองกันตัว หรือความรกั ลกู ขณะท่ีงวู างไข (จงอางหวงไข)
ไมใ ชเ ปน ประเภทงนู กั เลงทว่ี างกลา ม อวดเกง กลา ทา ทาย ซง่ึ ผดิ กบั แมงปอ ง มพี ษิ เพยี งเลก็ นอ ย เทย่ี ว
ชหู างวางโต อวดดที า ทายไปมา ขณะทงี่ พู ษิ จะเจยี มตวั เลอ้ื ยแอบไปตามพมุ ไม ยากจะใหค นพบเหน็
เชน เดยี วกบั มนษุ ยบ นโลกใบนี้ บางคนไมม ดี ี แตอ ยากอวดดี ขณะทบี่ างคนมดี มี ากมาย แตไ มเ ปด เผย
ตัวตน ขอ คดิ ทไ่ี ดก็คอื คนท่มี ักอวดดี เปนคนไมมคี วามดี หรือมีความดนี อ ย แตอยากอวดวา ตวั มีดี
สวนคนทม่ี ดี มี ากมาย ไมอ ยากอวดดี เพราะคดิ วาทําดีไมห วังผลตอบแทน เวลาทาํ บุญมักจะบอกวา
“จากผูไ มป ระสงคจะออกนาม” เปนตน ฉะนน้ั โปรดบอกตัวเองเสมอวา การทาํ ความดีเปน หนา ท่ี
ของเรา สวนการประกาศคุณความดี ยกยองสรรเสริญ เปนหนาท่ีคนอ่ืน ถาเรายกตัวเองจะดูไมดี
เหมือนโออวดแตใหคนอ่ืนเขายกยอง จะนาเคารพศรัทธา เปรียบเหมือนกลอง ตองมีคนตีถึงจะดัง
หากไมม คี นตี แลว กลองดงั เอง ถือวา เปน กลองจญั ไร อัปมงคล ฉันใดก็ฉันนั้น
“จงทําดีแตอ ยาเดน จะเปน ภัย ไมม ีใครอยากเหน็ เราเดน เกิน”
34 ก.ไก ขยายธรรม
ลอกนิสัยเดิมสรางนิสยั ใหม
งเู ปนสตั วท่พี เิ ศษตรงทสี่ ามารถลอกคราบไดเ ม่ือถึงเวลา เหมือนวา วงจรชวี ิตงไู มมแี ก ไมม ีตาย
อันทจ่ี ริงงูกเ็ ชน เดยี วกับสิ่งมีชวี ติ ท้งั หลายทอ่ี ยภู ายใตกฎอนจิ จัง ทุกขัง อนตั ตา คอื ตอ งเกิด แก เจ็บ
ตายเหมอื นกัน ทีง่ สู ามารถลอกคราบไดก็เปน สิง่ ทเี่ รานา จะเกบ็ มาคดิ กลาวคอื คนเราควรลอกคราบ
นิสัยเดิมๆ ที่สังคมสวนมากไมชอบออกไป จะไดเปนคนใหม เริ่มตนชีวิตใหม ดังคําวา “ตนไมยัง
ผลดั ใบ ไกย งั ถา ยขน คนตอ งเปลยี่ นนสิ ยั ” ผรู กู ลา ววา “โลกนคี้ อื ละคร” คนเราทกุ คนกาํ ลงั เลน ละคร
ในบทบาทท่ีตางกัน บางคนอาจไดรับตุกตาทองในฐานะผูแสดงยอดเย่ียม ตีบทแตก เปนดาราเจา
บทบาท แตบ างคนแสดงไมไ ดเ รอ่ื ง คนดเู ซง็ เบอ่ื หนา ย คนทแ่ี สดงไมป ระทบั คนดู คอื คนทเี่ ลน บทเดมิ
ซาํ้ ซาก ไมย อมเปลย่ี นตวั เอง ไมค ดิ เปลย่ี นนสิ ยั เลวอยา งไรกย็ งั เลวอยอู ยา งนน้ั โอกาสมใี หเ สมอแตไ ม
เคยฉกฉวยโอกาสท่ีจะปรบั ปรุงตัว นานมาแลว มลี ะครเรื่อง “แกวหนา มา” ทางโทรทศั น คนดูพอจะ
รเู คา เรอ่ื งวา แกว หนา มา นางเอกของเรอื่ ง หากแปลงรา งเมอื่ ไรรปู รา งหนา ตาของเธอจะสวยสดงดงาม
ยงิ่ นกั กเ็ ฝา ตงั้ ตาดวู นั แลว วนั เลา แกว หนา มา ไมย อมแปลงรา งสกั ที คนดเู รมิ่ สบั สนและเบอ่ื หนา ย แต
พอนางแปลงรา งเทา น้นั คนดูต่ืนเตน ทันที คนเราก็เชน เดยี วกัน เลนละครบทเดมิ (บทแยๆ) ซ้าํ ซาก
อยูอ ยา งนัน้ คนดู คือคนรอบขาง ไมวาจะเปน พอแม พ่ีนอ ง หรือเพื่อนรว มงาน จะรูสกึ เชน เดียวกนั
คือ เบ่อื เซ็ง ไมนา สนใจ ลองมาลอกคราบตัวเองดู จะไดเ ปนคนใหมก ับเขาซะที
ลิ้นงอู ยใู นปากงู
ในโลกธรรม 8 ถือวา เปนธรรมประจาํ โลก คือทุกคนในโลกตองเผชิญกับโลกธรรม 8 ไมข อใดก็
ขอ หนง่ึ ไดแ ก ไดล าภ เสื่อมลาภ ไดย ศ เสอ่ื มยศ ไดสรรเสรญิ ถกู นินทา ไดสขุ ประสบทุกข แบง เปน
ฝา ยทน่ี า ปรารถนา (อฏิ ฐารมณ) 4 ประการ และฝา ยทไี่ มน า ปรารถนา (อนฏิ ฐารมณ) อกี 4 ประการ
โบราณทานเปรียบวา โลกธรรม 8 นั้นเหมอื นเขยี้ วงู 8 ซี่ ขางลา ง 4 ซ่ี ขา งบน 4 ซ่ี มพี ิษพรอมจะ
พนพษิ ทกุ เม่ือ ทา นบอกวา “คนฉลาดอยใู นโลกใหอ ยเู หมอื นลนิ้ งูอยใู นปากงู” หมายความวา ลนิ้ งูที่
อยทู า มกลางเขย้ี วงพู ิษทงั้ 8 ซี่ แตไ มถ ูกพษิ ของงเู พราะอะไร กเ็ พราะวา มนั ฉลาดในการอยู แลบเรว็
คนเราอยูใ นโลกทา มกลางโลกธรรม แตเม่ือถูกโลกธรรมกระทบแลวไมกระเทอื น คือจะไดล าภ เสอื่ ม
ลาภ ก็เฉยๆ ไมแ สดงอาการดีใจเสียใจเกินไป ยศ ลาภ สุข ทกุ ข นินทา สรรเสริญ เปน เรือ่ งธรรมดา
ไมควรยึดมนั่ เกินไป
ยศและลาภหาบไปไมไ ดแน เวนเสยี แตต นทุนบญุ กศุ ล
ทงิ้ สมบัตทิ ้งั หลายใหปวงชน รา งของตนเขายงั เอาไปเผาไฟ
ก.ไก ขยายธรรม 35
คนแบกโลก ความหมายคือคนท่ีตกอยใู นอํานาจโลกธรรมทงั้ 8 ประการ ชีวิตจงึ ระเหเรร อ น
ประเดยี๋ วทกุ ข ประเดย๋ี วสขุ คละเคลา กนั ไปมา สมหวงั กห็ วั เราะเรงิ รา ผดิ หวงั กเ็ สยี ใจรอ งไห คนเหยยี บ
โลก ความหมายคือคนที่รูเทาทนั ความเปนจริงของโลกธรรม 8 วา เปนเพยี งมายาของโลกเทานนั้ เอง
จึงไมยึดติด ไมกังวลไมวาจะไดหรือเสีย ไดก็ “ดีหนอ” เสียก็ “ดีหนอ” ไมแสดงอาการข้ึนๆ ลงๆ
ดาํ เนนิ ชวี ติ ไปตามประสาโลก แตไ มเ กบ็ เอาโลกธรรมมาเปน ทกุ ข คนเหยยี บโลก จงึ เปน คนฉลาด เปน
บัณฑติ ทางพระพทุ ธศาสนาอยา งแทจรงิ
อยายอมแพช วี ิต
งู เปน สตั วเ ล้อื ยคลาน ไมมีมือไมม เี ทา แตไมยอมแพชีวิต แมวา จะเคล่ือนท่ดี วยการเคล่ือนไหว
ท้ังราง งูก็ไมไดทอแทหรือเบ่ือหนายแตอยางใด ผิดกับคนบางคนมีมือมีเทา แตกลับงอมืองอเทา
ไมย อมทาํ งาน ไมย อมตอ สชู วี ติ ขณะทคี่ นพกิ ารบางคนแมจ ะสญู เสยี ขาหรอื แขนหรอื แมแ ตด วงตาไป
เขายังกลา ทจ่ี ะเผชิญชีวติ อยางทระนง เขาถอื คติวา “หมายังไมอ ดตาย” ดังเราจะเหน็ ขาวคนพิการ
นั่งขอทานตามสะพานลอย ถาเลือกไดเ ขาคงไมอยากดําเนนิ ชวี ิตแบบนี้หรอก แตเ พราะความจําเปน
จงึ ตอ งจําใจ ชีวติ เขายังมีความหวัง ยงั ตอ งการกําลงั ใจ ย่ิงถา เขาเปนพอแมคน เขายงิ่ ตอ งทาํ เพอ่ื ให
ไดเงนิ มาดแู ลครอบครวั หนังสือพิมพล งขา วแมตาบอดขอทานเลีย้ งลกู ตาดี 2 คนได พอลกู โตขน้ึ เขา
ทง้ั สองไดท ง้ิ แมไ ปไมส นใจใยดี เรยี กวา ลกู ตาดสี องคนไมส ามารถเลยี้ งแมต าบอดคนเดยี วได เปน ขา ว
ทน่ี า เจบ็ ปวดเปน อยา งยงิ่ ลกู คนหนงึ่ ทแ่ี มเ ลย้ี งดแู บบตามใจอยากไดอ ะไรตอ งได ไมไ ดก ร็ บเรา ตอ รอง
จนแมใ จออน วนั หนึ่งเขามาขอเงินแม 4,000 บาทเพื่อไปซื้อรองเทากฬี า แมบอกวา
“เงินแมไ มม ี ทําไมซื้อแพงจังเลยลูก” ทนี ี้ใชลกู ไมเกา นําสิง่ ทีอ่ อนไหวทสี่ ดุ มาขแู ม
“ถาไมซ้ือให ฉันไมไปโรงเรียน” วาแลวก็หันหลังใหแมตามองไปที่ถนนหนาบาน ขณะน้ันตา
ก็เหลือบไปเห็นคนพิการขาคนหนึ่ง ใชมือเดินตางเทาที่คอหอยแผงลอตเตอรี่ เห็นดังน้ันลูกก็เกิด
ความคดิ หันกลับมาบอกแม
“แม ไมมกี ย็ งั ไมต องซือ้ รอใหเ งินพอคอ ยซอื้ ”
แมง งมากกบั การเปล่ียนใจของลูก จึงถามวา
“อะไรทําใหลูกเปลีย่ นใจไดเ รว็ ละลูก” ลกู ชี้ไปทชี่ ายพกิ ารคนนั้น
“แมด นู นั่ สิ คนพกิ ารขาขาดทง้ั สองขา ง ใชม อื เดนิ ตา งเทา เขาคนนน้ั ถงึ จะมเี งนิ ซอ้ื รองเทา คลู ะ
เปน หมืน่ เขากไ็ มมีปญญาใสเ พราะเขาไมมีขา แตลกู ยังมีขาทั้งสองขา ง วันนีไ้ มมีรองเทา ใสไมเปน ไร
วนั หนา มเี งนิ คอ ยซอ้ื ใสไ ด” วา แลว กไ็ ปโรงเรยี นตามปกติ ชวี ติ ยงั ไมส นิ้ ดนิ้ ตอ ไป บทเพลงทรี่ ะบายออก
เพอ่ื ความหวงั ของวณพิ กตาบอดคนหนงึ่ สะทอ นใหเ หน็ ความหวงั อนั รบิ หรขี่ องวณพิ กพเนจรคนนไี้ ด
เปน อยา งดี
36 ก.ไก ขยายธรรม
“พอต่ืนมาพานพบกับความหมาย ยังหายใจเน้ือตัวยังผาวรอน ยังมีหวังเห็นดวงตะวันรอน
อยามวั นอนนิ่งเฉยอยทู ําไม...”
สุภาษติ ทขี่ ้นึ ตน ดว ย ง. งู
เงาตามตวั ความหมาย ไปไหนไปดวยกนั เสมอ
โงแกมหยงิ่ ความหมาย โงแลวอวดฉลาด
งูงูปลาปลา ความหมาย รูเ พยี งเลก็ นอย รไู มจรงิ
เงียบเปนเปา สาก ความหมาย เงยี บสนิท
งงเปนไกต าแตก ความหมาย งงจนทําอะไรไมถูก
งมเขม็ ใตสมทุ ร ความหมาย ทาํ ในส่ิงท่ีสําเร็จไดย าก
เงื้องาราคาแพง ความหมาย ทําอะไร ไมกลา ตดั สินใจ
งานหนักไมเ อางานเบาไมสู ความหมาย คนขี้เกียจ สันหลงั ยาว
งานหลวงไมข าด งานราษฎรไมเสยี ความหมาย ทํางานไมบ กพรอ งทัง้ งานสว นตวั /สว นรวม
ก.ไก ขยายธรรม 37
จ.จานใชด ี
เวลาจะไปทไี่ หนโดยเฉพาะไปเลน กฬี า ควรพกพาจานไปดว ย มกั จะไดร บั ชยั ชนะ เพราะวา จาน
เปน “ภาชนะ” จ.จานใชด ตี อ งใชด แี น เพราะการเฉลยี่ เจอื จานใหก นั นนั้ เปน นาํ้ ใจทนี่ า ยกยอ ง สงั คม
ปจ จบุ นั อยใู นยุคแลงน้าํ ใจ ไรมนุษยสัมพันธ บางคนบอกเปนยุคสังคมกมหนา คอื กมหนากม ตาเลน
โทรศพั ท เลน อนิ เทอรเนต ไมว า เวลาประชมุ เวลาวา ง หรอื แมแตเ วลานงั่ รบั ประทานอาหาร อาการ
แลงนํา้ ใจ เปนอาการที่นา เปนหวง ตอไปคงตอ งออกกฎหมายใหค นแสดงความมนี ํา้ ใจตอกนั เหมือน
ประเทศจีน แตเดิมความกตัญูเปนเรื่องย่ิงใหญ ชาวจีนทุกคนถือเปนแมแบบแหงความกตัญู
มาระยะหลังคณุ ธรรมเรมิ่ หา งหาย จนประเทศจีนตองออกกฎหมายใหลูกตองแสดงความกตญั ตู อ
บดิ ามารดา แตก ย็ งั ดใี จทเี่ บาะรถเมลย งั มเี ขยี นตดิ เอาไว “ทน่ี งั่ สาํ หรบั พระภกิ ษ”ุ หรอื เขยี นไวข า งรถ
“โปรดเอือ้ เฟอ แกเดก็ สตรี และคนชรา”
เสยี ใจอยา ใหเ สียความรสู กึ
จานแตก กระจกราว อาจนาํ มาตดิ ดวยกาว แตไมส นทิ เพราะรอยราวยงั ปรากฏอยู คนเราหาก
ยังมีสัมพันธไมตรีท่ีดีตอกัน ขอใหรักษาสัมพันธภาพไวใหย่ังยืน เพราะเมื่อใดที่ความระหองระแหง
เกดิ ข้ึนจนเปนรอยราวบาดลกึ ในจิตใจ กาลเวลาผา นไปตอ ใหค ุณสานสมั พนั ธขนึ้ ใหม ความรูส ึกที่ดีก็
หาไดเชือ่ มสนิทไม ดงั คําวา
“เสียใจแตอยา ใหเ สียความรสู ึก เพราะถึงแมค ุณจะสํานึกแตความรูส ึกกไ็ มกลับมา”
เร่ืองภายในครอบครัว บางครั้งมีเรื่องเพียงนอยนิดอันเกิดจากความเขาใจผิด หรือมือที่สาม
ยแุ หย แตส ง ผลทาํ ใหค รอบครวั แตกแยก ถงึ ขน้ั หยา รา ง ลกู หลานตอ งมปี มดอ ย การรกั ษานา้ํ ใจกนั จงึ
เปน สิ่งสาํ คญั เรยี กวา ยอม หยดุ เยน็ ถายอมไมเปน จะเยน็ ไมได
“จงคดิ กอ นทาํ จงทาํ ดเี พอื่ ลกู จงทาํ ถกู เพอื่ หลาน อยา ทาํ ชว่ั ชา สามานยใ หล กู หลานดถู กู ”
การแบง ปนเจือจานนา้ํ ใจ ในทางพระพทุ ธศาสนามหี ลกั ธรรมชอื่ วา “สงั คหวตั ถุ 4” คือธรรมที่
เปน เครื่องยดึ เหนี่ยวจติ ใจกัน เปน ยาขนานเอกที่จะสรางความสามคั คีใหเกิดข้นึ มี 4 ประการ ไดแ ก
ทาน การแบงปน ปย วาจา การพดู จาออนหวาน อัตถจริยา การบําเพญ็ ประโยชนและสมานัตตตา
การวางตนเสมอตน เสมอปลาย ทง้ั 4 ประการควรปฏบิ ตั ใิ หค รบทกุ ขอ จะมปี ระโยชนม ากทง้ั ตอ ตนเอง
ครอบครัว ชมุ ชน และสังคมประเทศชาติ กอ ใหเ กดิ ความรกั ความสามคั คใี นหมูคณะ สรา งสงั คมให
38 ก.ไก ขยายธรรม
เปน สังคมอารยะ อยูรมเย็นเปนสุข ดงั คําวา “พรกิ บา นเหนอื เกลอื บานใต” ตา งพ่ึงพาอาศัยกนั ดวย
นํา้ ใจ ดังภาษิตเมืองเหนอื วา “งา มกํ้ากลว ย กลวยก้ํางาม” ในครอบครวั หากแบงปน นา้ํ ใจจนเกิดเปน
เออ้ื อาทรเหน็ อกเหน็ ใจกนั ขน้ึ สง่ิ ทต่ี ามมาคอื ความเกรงใจ จะทาํ จะพดู อะไรกจ็ ะมคี วามรกั ความผกู พนั
เปน พื้นฐาน การทะเลาะววิ าทกจ็ ะไมเกดิ ขึ้น ลูกเขยไปตางจังหวัด กลับมาแมย ายถาม “ลูกซ้ืออะไร
มาฝากแมบ า ง” ทจี่ รงิ ลกู เขยไมไ ดซ อ้ื อะไรมาฝาก แตพ ดู ใหด ดู ี “ตอนแรกกะจะซอื้ แคบหมมู าฝากแม
แตกลัวเปนเน้ือวัว เพราะแมไมกินเนื้อ” แมยายก็ดีใจวาลูกเขยรูใจแม ผานไปพักใหญๆ คิดได
“แคบหมูพอ มงึ ทาํ ดว ยเน้อื วัว” นํ้าใจเปนสง่ิ ประเสริฐ “นาํ้ บอ น้าํ คลองยงั เปนรองน้าํ ใจ นา้ํ ไหนๆ ก็
สูนํ้าใจไมได”
นํ้าใจใชท าํ ยาก
การแสดงน้ําใจตอกัน หากแสดงออกดวยความจริงใจจะนํามาซึ่งความอิ่มใจแกผูไดรับและ
สบายใจแกผ ูมอบให มขี นมแบง กันทาน มงี านชว ยกันทํา เวลาตายชว ยกันเผากนั ฝง คนเราเม่ืออยูใน
สงั คมดว ยกนั การพง่ึ พาอาศยั กนั เปน เรอ่ื งธรรมดา ควรทจ่ี ะเหน็ ใจซง่ึ กนั และกนั เพอ่ื มติ รภาพทจ่ี ะเบง
บานในโลกใบน้ี การแสดงนาํ้ ใจตอ เพอ่ื นมนษุ ยน นั้ สามารถทาํ ไดท กุ โอกาส การแสดงนา้ํ ใจบนรถประจาํ
ทาง วันนั้นคนแนน มากตา งยนื เบียดเสียดกนั ผูหญิงคนหน่งึ ยนื ตรงกลางรถ ประกบหลงั ดวยผูชายท่ี
เหน็ แกตัว ยืนแนบชดิ ผหู ญงิ พอรถออก กเ็ ดง เดา ใสผูหญงิ คนน้ัน รถเบรกก็ทําอยา งเดมิ แมรถจอด
อยกู ย็ งั ทาํ เหมอื นเดมิ ผหู ญงิ คนนนั้ นา สงสารมากจะหลบไปไหนกไ็ มไ ด ทาํ หนา แบบอบั อายปนโมโห
เหตกุ ารณน หี้ าไดร อดพน สายตาของนายคาํ ซงึ่ นงั่ เบาะใกลๆ นายคาํ จงึ แสดงความมนี า้ํ ใจดว ยการลกุ
ข้นึ ไปตอวา ผูชายคนนนั้ “นค่ี ุณทาํ แบบนีไ้ มด เี ลยนะ ผหู ญิงเขาอายเปน เหมือนกนั สงสารเขาบา งสิ
ไป ไปนัง่ โนน กจู ะยนื แทน”
อกี เรื่องหนงึ่ เหตุเกดิ บนรถเมล (คันเดมิ นั่นแหละ) ผโู ดยสารนั่งเต็มรถ ระหวางทางมคี นพิการ
ขาดวนทั้งสองขา ง อาศยั มอื เดินตา งเทา ขึ้นรถมาไมม ที ่ีนั่งเลยนัง่ ตรงทางเดินตรงกลาง ผูโดยสารทกุ
คนตา งรว มมอื กนั แสดงความไรน าํ้ ใจเหน็ ๆ ไมม ใี ครลกุ ขน้ึ ใหค นพกิ ารเลย นกึ วา บา นนเี้ มอื งนช้ี า งแลง
นาํ้ ใจสน้ิ ดี แตแ ลว อยุธยาไมสน้ิ คนดี มชี ายคนหนง่ึ ลกุ ขึน้ ประกาศดวยเสยี งดงั วา
“ทานท้งั หลายจะแลง นํ้าใจก็ตามใจ แตผมคนหนงึ่ จะไมย อมเปน คนเชนนนั้ เพราะผมเปนคน
มนี าํ้ ใจ” วา แลว กย็ กคนพกิ ารคนนนั้ ไปหอ ยไวท รี่ าวจบั ตรงกลางรถ เสรจ็ แลว กก็ ลบั มานงั่ ทเ่ี ดมิ เงยี บ
ไมมเี สียงปรบมือแมแตคนเดียว คนพกิ ารหอยอยอู ยา งงงๆ
“แลวกจู ะลงอยา งไรน่ี”
ก.ไก ขยายธรรม 39
เวรตามสนอง
ครอบครวั ท่ีอยกู ันพรอมหนา พอ แม ลูก ปูยา หากอยกู นั ดวยความมเี มตตาตอกัน ตา งกท็ ํา
หนา ทข่ี องตนอยา งเรยี บรอ ย กน็ า จะเปน ครอบครวั อบอนุ แตห ากไรน า้ํ ใจตอ กนั หรอื หยบิ ยกเอาเรอ่ื ง
ทรพั ยม รดกมาเปน เครอื่ งตอ รอง การอยรู ว มครวั เรอื นกม็ ปี ญ หา ดงั ครอบครวั ทจี่ ะเลา ใหฟ ง สามหี ลง
ภรรยา ภรรยาไมค อยชอบปูท เี่ ปนคนแก งกๆ เงน่ิ ๆ ตาเปนตอ กระจกมองไมค อยเหน็ มหิ นําซํ้าหูตงึ
อกี ตา งหาก แรกๆ กอ็ ยกู นั ดตี า งกด็ แู ลซง่ึ กนั และกนั นานๆ เขา ปไู มม ที รพั ยส มบตั อิ นั ใดทงิ้ ให ภรรยา
กเ็ รม่ิ ไมช อบ ดงั คาํ วา “ขอนบม เี หด็ ไผไหนจกั ถามหา” จงึ หาทางกาํ จดั ปอู อกไปจากครวั เรอื นพอสามี
ไมอยูก็แกลง เอาจานมาทุบใหแตก ทําขา วตกเรีย่ ราด พอสามีกลับมากฟ็ องสามี
“ฉันนะเหลืออดเหลือทนแลว พอของเธอทาํ จานแตกอีกแลว” เด๋ียวก็แกลงทําจานแตก ถวย
แตก แกวแตก สามีซ่งึ หลงภรรยาอยแู ลวกเ็ ขา ขา งภรรยาตน โดยไปหลงั บานเอากะลามะพราวมาขูด
แลวเตรียมใสขาวใหพอกินแทนจาน ขณะน้ันลูกมาจากโรงเรียนเห็นพอกําลังขูดกะลามะพราวอยู
จงึ ถามวา
“พอทําอะไรเหรอ” พอ ตอบวา
“ออพอเตรียมกะลาไวใสขาวใหปูกิน” ตกลงปูก็ไดกินขาวในกะลาน้ันแหละ วันตอมาเปนวัน
เสารหยุดเรียน ลูกเอากะลามะพราวมาขูดท่ีหลงั บา น พอมาเหน็ จึงถามวา
“ลูกจะขดู กะลาทาํ อะไร” ลูกบอกวา
“ผมจะขูดกะลาเตรียมใสขา วใหพ อกนิ ตอนพอแก”
จานผี
ลอื กนั วา พบทนี่ นั่ เจอทน่ี ี่ กลายเปน ขา วลอื วา มมี นษุ ยต า งดาวลงมาโลกของเราจะมจี รงิ หรอื ไม
กต็ าม แตอ ยากเตอื นไวว า อยา เชอ่ื ขา วลอื มากนกั ฟง หไู วห ู เชค็ ขา วใหล ะเอยี ดพระพทุ ธเจา สอนหลกั
ความเช่ือไว 10 ประการในกาลามสูตร ลองไปศึกษาดู จานผีไมนากลัว แตคนผีทะเลนากลัวกวา
ครึง่ คนครึ่งพระไมน าเปน หวง แตค ร่งึ คนครึ่งผนี ี่สิ นากลวั จรงิ ๆ
40 ก.ไก ขยายธรรม
สุภาษติ ท่ขี ้ึนตน ดวย จ.จาน
จบั ปูใสก ระดง ความหมาย ยากจะทาํ ใหน ่งิ ได
จบั งขู า งหาง ความหมาย ทําสิ่งทีเ่ สีย่ งตออันตราย
จบั ปลาสองมือ ความหมาย ทาํ งานหลายอยา ง ไมประสบความสําเรจ็ สักอยา ง
จระเขขวางคลอง ความหมาย ขอบขัดขวาง กันทาผูอนื่
จองหองพองขน ความหมาย เยอ หยิ่ง แสดงอาการลบหลู
จดุ ไตตาํ ตอ ความหมาย พูดนินทาผอู ืน่ แตผ ูนนั้ อยใู นบรเิ วณน้ัน
ก.ไก ขยายธรรม 41
ฉ.ฉงิ่ ตดี งั
ฉ.ฉ่ิงตดี ัง ใชแ ลว ถา ไมตีกไ็ มด ัง ความดกี ็เชนกัน ความดีเปรยี บเหมือนฉงิ่ คนทําไมต องตี คอื
ทาํ ดีแลว ไมตองโพนทะนา ไมตองประกาศ ไมต องอวดดี คนทีจ่ ะนําไปประกาศ คณุ ความดขี องเรา
ควรเปน คนอนื่ ยงิ่ คนอนื่ ประกาศมากเทา ไร เรายง่ิ มคี วามดมี ากเทา นนั้ ฉง่ิ เปน อปุ กรณป ระกอบจงั หวะ
ใชควบคุมจังหวะ เวลาใชตองประกบคูจึงจะมีเสียง ชีวิตคนเรามีคูท่ีดี ก็เจริญรุงเรืองทําอะไรก็ไม
ขัดกนั หากมีคูไ มด ีอยูก นั ไปกล็ าํ บากใจเปลาๆ มคี นบอกวา “คนท่ียงั ไมแตงงานคอื คนทีก่ ําลังจะตก
นรก สวนคนทแี่ ตงงานแลว ไมต อ งหวงเพราะเขาตกนรกเรียบรอ ยแลว”
ฉิง่ ควบคมุ จงั หวะ
ดนตรีไทยหากมีฉ่ิงเปนองคประกอบ จะทําใหเกิดจังหวะที่ลงตัว ไพเราะ ฟงแลวไดอารมณ
ชีวิตคนเรามีรางกายเสมอื นเปน เคร่ืองดนตรอี ยูแ ลว ควรมอี งคป ระกอบอืน่ ๆ ทที่ ําใหชีวติ งดงาม เชน
มกี ิรยิ ามารยาท มีสมั มาคารวะ มีความรคู วามสามารถ เปนตน องคป ระกอบเหลานี้ทาํ ใหชวี ติ เปน
ชีวิตที่สมบูรณแบบ เพราะไดใชองคประกอบตางๆ เหลาน้ีเปนเคร่ืองจรรโลงสังคม แตหากใชองค
ประกอบในเจตนาอนื่ ๆ เชน มคี วามรเู พอ่ื อวดดอี วดเดน จะถกู สงั คมตฉิ นิ นนิ ทา ฉงิ่ ใชค วบคมุ จงั หวะ
เหมอื นมนษุ ยเ รา หากตอ งการความเจรญิ กา วหนา จาํ เปน ตอ งมสี งิ่ ทค่ี อยควบคมุ ชวี ติ อยา งนอ ย 3 ตวั
ไดแ ก ด – ว – ง บางคนเกดิ มาดวงดี บางคนเกดิ มาดวงไมด ี ดวงคอื สง่ิ ทคี่ อยควบคุมชวี ติ
ด.เด็ก หมายถึงตองคอยด้นิ รนขวนขวาย มมุ านะทํางาน ไมเกยี จครา นสันหลงั ยาว ด้ินรนให
พน จากความยากจนดว ยความหมน่ั เปนตน
ว.แหวน หมายถึงตองวิง่ เตน ในการดาํ เนินชีวิต เนอ่ื งจากมนุษยเ ราเปน สตั วส ังคมการอยรู ว ม
กนั ในสงั คมนน้ั ตอ งรเู ขารเู รา วงิ่ เตน เขา หาโอกาส (ฉวยโอกาส) ไมใ ชร อโอกาสเดนิ เขา มาหา เชน เมอ่ื
เรยี นจบแลว จะไปหางานทาํ จาํ เปน ตอ งวงิ่ เตน ดว ยประการตา งๆ เพอ่ื ใหไ ดง านสมใจ ตง้ั ใจอา นหนงั สอื
ฝากฝงกับผใู หญที่เคารพนับถอื หรอื บางคร้ังวิ่งเตน หาเงินทองเปน คาเดนิ ทาง คา สมัครงาน เปน ตน
ตวั สดุ ทา ยคอื ง. งู เงนิ เปนปจ จัยทีห่ า ทีม่ ีความจําเปนในยุคปจจบุ นั ไมมเี งนิ ติดตัวออกบานไป
จะพบกับความลาํ บาก เมือ่ กอ นเดินไปเกิดหิวนาํ้ มีหมอนาํ้ ต้งั หนาบา นตกั กนิ ได (น้ําใจคนลนจากใน
บานมาอยูนอกบาน) ปจจุบันตองซื้อหาทุกส่ิง แมแตนํ้าก็ซื้อด่ืม เปนยุคท่ีตองซ้ือน้ํากิน ซ้ือดินอยู
ซอ้ื รเู สยี บ (ไฟฟา ) คนมเี งนิ พอเพยี ง มคี นนบั หนา ถอื ตา (มเี งนิ เรยี กวา นอ ง มที องเรยี กวา พ)ี่ ดงั นนั้ คน
42 ก.ไก ขยายธรรม
เราเมอื่ เกิดมาแลว ตอ งอาศัย ด – ว – ง คอยกํากับชวี ติ จึงจะอยูร อดในปจ จบุ นั ท่ีมกี ารแขง ขนั สงู
คนไมมีดวง จะถูกเข่ยี ออกจากวงจรแหง ความสําเร็จ บางคนดวงไมครบ คอื ขยันหาเงนิ คอยว่ิงเตน
หาโอกาส พอมีเงินมีทองกลับใชเงินทองในทางไมถูกตอง เม่ือเงินไมพอก็ตองขยันหาเงินดวยวิธีอื่น
เชน เลนหวย เปนตน แทนที่จะพบพานความรํ่ารวย กลับพบเจอแตหายนะ เพราะหวยมาจาก
ห-ว-ย ห.หีบ คือหายนะ ว.แหวน คือวอดวาย ย.ยักษคือ ยอยยับ มีแตคําอัปมงคลครบท้ัง 3 ตัว
จะเจริญรงุ เรอื งไดอ ยา งไร
เตโจ – ยาโม
เปนนิทานธรรมของภาคเหนือที่สอนคูชีวิตใหรักใครกัน เห็นใจกัน และพูดจาไพเราะตอกัน
ฉ.ฉง่ิ คูของเตโ จ คือนางจั๋นตา สวน ฉ.ฉ่ิงของยาโม คอื นางมลั ลกิ า นทิ านธรรมเร่ืองนี้แสดงชวี ิตคคู น
สองครอบครัวที่ดํารงชีวิตแตกตางกัน และพบจุดจบที่แตกตางกัน เรื่องมีอยูวาเตโจ กับนางจ๋ันตา
เปนคูสามีภรรยาท่ีรักกันมาก ความรักของทั้งสองเกิดจากความเขาใจเห็นใจเปนพื้นฐาน จึงถอยที
ถอ ยอาศยั ผวั วา นก เมยี วา นก ผวั วา ไม เมยี วา ไม คอยสนบั สนนุ ซงึ่ กนั และกนั ไมข ดั แยง กนั เพอ่ื เอาชนะ
คะคาน เตโ จและนางจนั๋ ตา จงึ ประคองชวี ติ อยดู ว ยความสขุ ตามประสาแมฐ านะจะยากจน ครอบครวั
กอ็ บอนุ สว นครอบครวั ของยาโมกบั นางมลั ลกิ า ซง่ึ กไ็ มใ ชใ ครทไี่ หน คอื เพอื่ นเดยี วเสยี่ วรกั กนั นน่ั แหละ
ครอบครัวน้ีแตกตางจากคูแรก คือมีแตความขัดแยง ทะเลาะเบาะแวงกันอยูเนืองๆ ใชคําพูดท่ีไม
ถนอมนํ้าใจกัน ตางคนตางเอาแตใจตัวเอง ไมมีความเกรงใจกัน ฐานะครอบครัวยากจนอยูแลว
ยงั เติมเต็มความแหงแลงไวใ นหวั ใจ จงึ อยไู มเปนสุข โบราณกลาวไววา
“ผวั บเ กงใจเมยี มขี าวเตมเลา เตมเฮือก็หมด เมยี บเกง ใจผวั มคี าํ (ทองคํา) กอนเทาหวั กเ็ สี้ยง”
คอื ไมย กยอ งใหเ กยี รตกิ นั ตา งกแ็ กง แยง กนั เปน ใหญใ นเรอื น อยมู าวนั หนง่ึ เตโ จ เอย ปากบอกภรรยาวา
“นองจั๋นตา เฮาอยูก๋นั มากะหลายป ฐานะกะเหมอื นเกา ก็บร าํ่ บรวย วันนีเ้ ฮาไปปา เซาะวา หา
ก๋ินบอ ” นางจัน๋ ตาตอบวา
“ดีกะป กําเดียวนองเตรียมของก๋ินไปตวย” ตางคนตางเขาใจกัน จึงพากันเขาปา ไปพบเจอ
อะไรก็คยุ กนั อยา งมคี วามสขุ พอไปพบฝูงไกปา เตโจ บอกภรรยาวา
“นองจั๋นตาเหย ผอไกห มนู ก้ี า ไกเฮาตงึ้ นัน้ จวยกั๋นไลไปบา นเหียเตอะ” จ๋นั ตาทาํ ทา ไล “ไป
ไกท งั้ หลาย ไปอยูบา นถา เนอ บด ีมาอยกู างปา กา งปู ไป” ไปพบกอ นหนิ ผา เตโจกบ็ อกภรรยาวา
“นองจ๋นั ตาเหย ผอ หลุ งวั ควายจางมาของเฮาตงึ้ นนั้ มาอยูในปา จว ยกน๋ั ไลไ ปบา นนอ” จน๋ั ตา
ตอบวา
“ไดกะป ไป ไป ไปอยบู า นถา เนอ ” เดนิ ทางตอ ไปจนไปพบหนองนํ้าขนาดใหญกลางปา ดว ย
ความเช่ือวาอาจมพี ญานาคอาศยั อยู เตโจจึงเอย ปากบอกภรรยาวา
ก.ไก ขยายธรรม 43
“นอ งจนั๋ ตาเหย หนองนา้ํ ใหญอ าจเปน ทอ่ี ยขู องพญานาค เฮาจว ยกน๋ั หะนาํ้ ออกนอ ” จนั๋ ตาตอบวา
“ไดก ะป” แลว ท้ังคูก็ชวยกันวิดน้ําออกจากสระ สักพกั หนึง่ ทา นพญานาคกโ็ ผลข น้ึ มาถามวา
“สทู งั้ สองมารบกวนท่อี ยูของขา เพอื่ ประสงคส่ิงใด” เตโ จยกมือไหวบอกวา
“ขา แตพญานาค ขา นอยเปน คนตุกขค นผาน ขอบุญสมปานทานพญานาคจว ยเหลอื จิม่ เตอะ”
พญานาคตอบวา
“สูทง้ั สองรกั ใครก นั ดี ขา ยนิ ดจี ะชวยเหลอื บต อ งวิดน้ําแลวเอาไปนีเ่ งนิ ทองเตม็ หามนี่ เอาไป
เถอะพวกเจา จะราํ่ รวย ขา ไปหละ” ทงั้ สองสามภี รรยาจงึ หามสมบตั แิ กว แหวนเงนิ ทองกลบั บา น สรา ง
บา นหลังใหญอ ยูกันอยางรม เยน็ เปน สุข
เร่ืองนีไ้ ปเขา หูของยาโมจนได ยาโมจึงเดนิ ทางไปถามเตโ จ เตโ จกบ็ อกทกุ อยาง
“ถา ตวั เองอยากมฐี านะดีอยางขา ก็พาภรรยาไปปา ทําอยา งนี้อยางน้ี” ยาโมกลบั มาบา นชวน
มัลลกิ าไปปา มัลลิกาตะคอกใสผ วั
“หาเงนิ ทองเปน ไปหาตางใตตางหลา น่จี วนก๋นั เขาปา มงึ จะไปเซาะเห็ดเซาะหนอ ไมกา ” แตก็
จาํ เปน ตองไปดวยกนั ไปถึงปา พบไกป า พบกอ นหนิ ใหญ ยาโมก็พดู ตามท่เี ตโจบอกไว
“นองมัลลิกา ผอหลุวัวควายจางมาเฮามาอยูหยังในปานี่” มัลลิกาหิวก็หิว เหนื่อยก็เหน่ือย
พอไดยนิ ผวั พูดอยางนั้น ก็ตะคอกกลับ
“ตา บอดกา หนิ ผาแตแ ต หาวา เปนงัวเปน ควาย บา งาว” เดนิ ไปอีก ไปพบหนองน้าํ ใหญ ยาโม
ชวนภรรยาไปวิดนาํ้ ภรรยาไมไ ปบอกวา
“กขู เ้ี กยี จ สระใหญส ระหลวง มา ใดจะหะเสย้ี ง” ยาโมวดิ นา้ํ สกั พกั กพ็ บพญานาค ทา นกถ็ ามถงึ
ภรรยาวา ทําไมไมมาวดิ นาํ้ ดวยกัน ยาโมตอบ
“มนั ข้ีครา นครับ” พญานาคเลยกลาววา
“เอาง้ีนะ ทรัพยสมบัติเขามีไวสําหรับคนที่รักกันเขาใจกัน ครอบครัวของเธอตางจากเตโจ
ฉนั จะใหแ กว วิเศษไป 1 ลูก ใหเธอกบั ภรรยาไปอธษิ ฐานขออะไรกไ็ ด 3 อยา ง ครบ 3 อยา งแลวแกว
วิเศษจะกลายเปน กอนหนิ ธรรมดา ไปเถอะไปหาภรรยาะชว ยกนั อธิษฐาน” ยาโมแสนจะดใี จ จึงรบี
นาํ แกว วเิ ศษไปบอกภรรยา
“นอ งเหย ปไ ดแ กว วเิ ศษมาน่ี อธษิ ฐานได 3 อยา ง มาจว ยกนั๋ อธษิ ฐานนอ ” นางมลั ลกิ าคดิ วา ผวั
คงจะหาบเงินทองมาเปน หาบ ทีไ่ หนไดมีแกว มาแคล ูกเดียวจงึ ไมคอ ยเชอื่ ตอบไปดว ยความโมโหวา
“ขอสน ตนี๋ อน้ั กา ” สนิ้ คาํ ขอ ปรากฏวา สน ตนี๋ ออกเตม็ ตวั ทงั้ ผวั ทงั้ เมยี กลางหลงั บนศรี ษะ แขน
ขา มแี ตส น ตนี๋ ทั้งคูต กใจมาก จงึ ตอวากนั
“กวู าแลว เพราะปากมงึ นนั่ แหละอูบเปนมงคล ทีนี้เหลือแหมสองครัง้ ทจ่ี ะขอได จะขอ หยัง
หละ” มัลลกิ ารา่ํ ไหปากสน่ั มอื ส่ัน บอกสามวี า
“ปเหย ถึงเฮาจะขอขาวของเงินทอง เฮามีเงินทองเปนเศรษฐีแตมีสนต๋ีนเต็มตัว ขาอายจาว
บา นเปน เอาอ้เี ตอะ ครั้งทีส่ องเฮาขอห้ือสนต๋ีนหายไปเหียเตอะนอ” ส้นิ คาํ ขอ
44 ก.ไก ขยายธรรม
สนตีนก็หายไปทุกสน แมแตสนตีนอันเดิมก็หายไปดวย ท้ังคูตกใจเปนคร้ังที่สอง มัลลิกาออกความ
เหน็ อกี
“ปเ หย เฮายา งบไ ดแ ลว สน ตน๋ี เฮาหายไปแลว ถงึ เฮาจะขอเงนิ ทองซอื้ รถซอ้ื รา แตเ ฮาบม สี น ตน๋ี
จะเอาตนี๋ ทไ่ี หนมายา่ํ เบรก จะยากดมี จี นอยา งใด กะขอสน ตน๋ี กเู กา คนื มาเหยี เตอะ” แลว สน ตนี คเู ดมิ
ก็กลับมา ขอครบ 3 ครั้งแลวแกววิเศษก็กลายเปนกอนหินธรรมดา ทั้งคูไมไดอะไรกลับบานไดแต
สน ตนี คเู ดมิ ดงั นน้ั ชวี ติ คจู งึ ควรทจ่ี ะหนั หนา ปรกึ ษากนั ไมข ดั แยง กนั ในสงิ่ ทไ่ี มจ าํ เปน เหมอื นฉง่ิ ทต่ี อ ง
อยเู ปน คูพ ่ึงพาอาศัยกันจงึ เกดิ เสยี งดงั เคาะจงั หวะไดไพเราะ
ฉ.ฉ่งิ : ฉลาดหลกั แหลม
ฉ.ฉิง่ เปน ตัวแทนของความฉลาด คาํ คมเมอื งเหนอื บอกวา “คนจะลวก ลวกเมื่อผาออ มปอก
แกหัวหงอกถามันจะงาวมันต้ึงงาว” หมายความวา คนจะฉลาดจะสอแววฉลาดต้ังแตเล็กเมื่อคร้ัง
เปน เดก็ จะพูดจะทาํ อะไร ก็แสดงความฉลาดออกมาใหเ หน็ คนไมฉลาดตอ ใหก าลเวลาผา นไปเพยี ง
ใดก็ไมฉ ลาดเหมือนเดิม มเี ร่อื งเลา จะเลาใหฟ ง เด็กหญงิ คนหนง่ึ เปนคนไมฉลาดแมก ป็ วดหัว ใชไ ป
ซือ้ นาํ้ ปลา ไดกะป
“มึงทําไมงาวอยางนี้ จบป.6 กูไมมีกําลังใจจะสงเรียนตอไปอยูกับลุงกับปาโนน ไปชวยลุงปา
ขายของ” พอจบป.6 ก็ไปอยูกบั ลงุ ที่บานลุงมรี านของของชาํ
“อีนาง มึงทอนตังคเ ปนหรอื เปลา”
“เปนจะ ”
“งน้ั เฝา อยูหนาบา น มคี นมาซ้ือของก็ขายไปตามราคานะ”
“จะ ” ขณะทลี่ งุ ปา อยหู ลังราน มีชายหนมุ มาซอ้ื ของ
“นองๆ ขอซอ้ื นมกระปองหนึง่ ”
“นมตราอะไรจะ”
“เออ นมตราหม”ี อนี างหนั ไปดูตรงชนั้ วางของ
“พจี่ ะ นมตราหมีหมดจะ” ชายหนมุ กเ็ ดินออกรา นไป สักครูป ากบั ลุงมาถาม
“เปน มาซอ้ื อะหยัง”
“มาซอื้ นมตราหมจี ะ หนบู อกไมม เี คา ก็ไป” ลุงกับปามองหนากนั
“อีงาว นมกามะลิก็มี นมกาเฮือใบก็มี หยังบแนะนําเปน เสียลูกกาเลยหันกอ ตอไปผอบน
ฮา นดๆี บม อี นั หน่ึงกะแนะนําอันหนง่ึ บด ีห้อื เสยี ลกู กา” กมหนา กม ตา
“จะ ” อกี สองวันมีคนมาซอ้ื กระดาษทชิ ชู
“นอ งๆ ขอซอื้ กระดาษทชิ ชูมว นหนง่ึ ” หันไปดูบนช้นั
ก.ไก ขยายธรรม 45
“กระดาษทิชชูหมดละจะ เอากระดาษทรายแตนไดกอจะ” คนท่ีมาซ้ือหันหลังกลับ “เอาไป
เชด็ กนปอ มงึ เตอะ”
เดก็ นอ ยอายุประมาณ 3 ขวบ กําลงั นา รักนา ชัง พอแมพาไปกราบคณุ ยาย คุณยายใจดีอยาก
เห็นหลานแสดงบางสงิ่ ใหดู จงึ วางเงนิ เหรียญ 1 บาท เหรยี ญ 5 บาท เหรยี ญ 10 บาท อยางละ
1 เหรียญ แบงค 20 บาท แบงค 50 บาท และแบงค 100 บาท อยา งละ 1 ใบ ช้ีใหหลานเลอื ก
“หนอู ยากไดเ งนิ ตรงไหนกห็ ยบิ เอาไดเ ลยนะ” หลานมองเงนิ สกั ครู จงึ ชมี้ อื ไปทเี่ หรยี ญ 1 บาท
“หนจู ะเอาอันน้ี” คุณยายหัวเราะพรอมกับเอามอื ลบู หัวหลานไปมา
“เออ ลกู มึงมันไมง กเวย ” สกั พกั ไอหนูเอามือช้ไี ปทแี่ บงค 100 พรอ มกบั พูดวา
“คุณยายชวยเอากระดาษใบน้ี หอใหห นดู ว ย” ตกลงมันไดเ งินไปรวมแลว 101 บาท นค่ี ือแวว
ทีฉ่ ายออกมาตงั้ แตยงั เยาว หวั ใจนกั ปราชญ
บางครง้ั คดิ ดี แตท าํ ไมด ี บางครงั้ พดู ดี แตท าํ ไมไ ด ดแี ตพ ดู พวกนจ้ี ดั อยใู นพวกไมฉ ลาด การเรยี น
แบบคนฉลาด ตองยึดหลกั หวั ใจนักปราชญ 4 ประการ ไดแ ก สุ จิ ปุ ลิ มีภาษิตรับรองบทหนึง่ วา
สจุ ปิ ุลิวนิ ิมตุ ฺโต กถํ โส ปณฺฑโิ ต ภเว
ปราศจากการฟงคดิ ถามเขยี นแลว จะเปน บณั ฑติ ไดอ ยางไร
สุ ตงั้ ใจฟงใหดีอยา ขีเ้ กยี จ
จิ คิดใหล ะเอียดขอสงสยั
ปุ ถามทนั ทที ี่ของใจ
ลิ เขยี นไวเมอ่ื สงสยั ไดอานดู
หลกั ธรรมท่สี งเสริมใหการเรียนประสบความสําเรจ็ พระพทุ ธเจาวางหลกั ไว 4 ประการ ชอื่ วา
หลักอิทธิบาท 4 เปนหลักสงเสริมความสําเร็จไมเพียงแตการศึกษาเลาเรียนเทาน้ัน แตยังสงเสริม
ความสาํ เรจ็ ในทกุ ดาน ประกอบดว ย
ฉนั ทะ ความพอใจ มีใจรกั ที่จะเรียน มใี จรักที่จะทาํ งาน
วิริยะ ความเพยี รพยายาม หมายถงึ แขง็ ใจในการเรยี น การทาํ งาน ไมย อ ทอ
จติ ตะ ความเอาใจใสไ มร ามอื มคี วามรบั ผดิ ชอบ กระตอื รอื รน ในการทาํ งาน
วิมงั สา ไตรตรองดวยปญญาวา ยังมอี ุปสรรคอะไรบาง จนเขาใจในเรอื่ งน้ัน
เชน เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษ เริม่ จากเกิดความพอใจท่ีจะเรียน มีใจรักอยากเรยี นรอู งั กฤษอยางมาก
จากนนั้ พยายามทอ งศพั ท พยายามอา น เขยี นและสนทนา ดว ยความเอาใจใสอ ยา งตอ เนอ่ื ง ไมย อ ทอ
และไมด ถู ูกตวั เองวา ทาํ ไมไ ด ปลุกจติ สํานกึ วา เราตอ งเกงองั กฤษใหได เมอ่ื ผา นขน้ั นไ้ี ปแลว จะเกดิ
ปญญารอบรภู าษาองั กฤษ “ออ ภาษาองั กฤษไมยากอยางทคี่ ิดเลย”
ฉลาดแบบโกง (เฉโก) เปน ความฉลาดทอ่ี ันตรายตอสังคม ตอชาติบา นเมอื ง อาศัยความฉลาด
หากนิ บนหลงั ของคนโง ดงั คาํ วา “คนโงยอมเปนเหยอื่ ของคนฉลาด” หรอื คําวา “ทาํ นาบนหลังคน”
46 ก.ไก ขยายธรรม
อะไรทาํ นองนี้ ความฉลาดทแ่ี ทจ รงิ ตอ งเปน ความฉลาดทป่ี ระเสรฐิ คอื อาศยั ความฉลาดชว ยประคอง
สงั คมใหอ ยูร อดปลอดภัย ชนิดไมเ ห็นแกต วั คนฉลาดท่เี ห็นแกต ัว คือคนชวั่ ทท่ี ําลายสังคม
สุภาษติ ทขี่ ึน้ ตนดว ย ฉ.ฉง่ิ
ฉลาดแกมโกง หมายถึง เกง ในทางทุจรติ
ฉอราษฏรบงั หลวง หมายถงึ โลภเอาทรัพยสนิ ทางราชการมาเปนของตน
ก.ไก ขยายธรรม 47
ช.ชางวงิ่ หนี
ชา ง ไดช อื่ วา เปน สตั วบ กทม่ี ขี นาดใหญท สี่ ดุ แมร อยเทา ของชา งกใ็ หญจ นไดร บั การอปุ มาในหลกั
ธรรมของพระพทุ ธเจา เรอื่ งความไมป ระมาท พระพทุ ธเจา ตรสั วา “รอยเทา สตั วบ กทกุ ชนดิ ยอ มรวม
ในรอยเทา ชา งไดฉ ันใด ธรรมทง้ั ปวงยอมรวมลงในความไมป ระมาทไดฉนั นน้ั ” นั่นเพราะวา ความไม
ประมาทเพยี งอยา งเดยี ว คอื ศนู ยร วมของธรรมทกุ ประการ หรอื ความไมป ระมาทเพยี งประการเดยี ว
คือจุดเร่ิมตนของการประพฤติธรรมทุกขอท่ีมีในพระพุทธศาสนา อุบัติเหตุท้ังปวงที่เกิดขึ้นในชวง
สงกรานต จนมีคาํ ติดปากวา “สงกรานตเ ลือด” เกดิ จากความประมาทท้งั สิน้ อะไรคอื ตน ตอใหเกิด
ความประมาท คําตอบงา ยๆ คือ ความขาดสตแิ ลว สติขาดไดอยางไร คําตอบคือ สุรายาเมาทด่ี ่ืมกัน
อยา งคกึ คะนอง ไปแทนทสี่ ตสิ มั ปชญั ญะ เมอ่ื เมาสรุ า สตกิ โ็ บยบนิ อบุ ตั เิ หตกุ เ็ กดิ ขน้ึ เพยี งเสยี้ ววนิ าที
การตรวจจับวัดปริมาณแอลกอฮอล บรรดาคนขับรถทัง้ หลาย เปน เพียงการแกท ี่ปลายเหตุ
สงครามจิตวิทยา
ช.ชา ง ถอื เปน สัตวม งคล เชน ชา งศกึ ของพระนเรศวร ชางปจ จยั นาเคนทร ของพระเวสสันดร
ชา งเผอื กคบู ารมขี องกษตั รยิ ไ ทย เคยมผี สู รา งภาพยนตรย กยอ งชา ง เชน ชา งเพอ่ื นแกว ตม ยาํ กงุ กา น
กลวย เปน ตน แสดงใหเห็นวา ชางเปน สัตวท ีม่ คี ุณปู การตอ ประเทศมาก
ช.ชา ง หมายถึงชยั ชนะท่ีประเสรฐิ ทีส่ ดุ อนั ไดแ ก ชนะใจตนเอง ชัยชนะบนซากปรักหกั พงั หรอื
ความบอบช้ําของประเทศ จะมีประโยชนอะไร
ชนะอ่ืนหมนื่ แสนแมน รอ ยครั้ง แตถ า ยังแพกเิ ลสและเหตุผล
ไมยงิ่ ใหญไ ปกวาปญ ญาชน ผูข มจติ พชิ ติ ตนเพยี งหนเดียว
เมื่อคร้งั พระนเรศวรทรงทาํ ยทุ ธหตั ถีกบั มหาอุปราชแหงพมา เปน การปฏิบัติการรบเฉพาะกิจ
ดวยการนําหลกั จติ วทิ ยามาใช (ภายหลงั มามหี นวยปฏบิ ตั กิ ารจิตวทิ ยาทเ่ี รียกวา ปจว.) เร่ืองมีอยูว า
เชาของวันจันทร แรม ๒ คํ่า เดอื นยี่ ปม ะโรง พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรและสมเดจ็ พระเอกา
ทศรถทรงเครอ่ื งพชิ ยั ยทุ ธ สมเดจ็ พระนเรศวรทรงชา ง นามวา เจา พระยาไชยานภุ าพ สว นพระสมเดจ็
พระเอกาทศรถ ทรงชางนามวา เจาพระยาปราบไตรจักร ชางทรงของท้ังสองพระองคนั้นเปนชาง
48 ก.ไก ขยายธรรม
ชนะงา คือชา งมีงาท่ีไดร ับการฝก ใหรจู กั การตอสมู าแลว หรือเคยผานสงครามชน ชาง ชนะชา งตวั อืน่
มาแลว ซ่ึงเปนชางท่ีกําลังตกมัน ในระหวางการรบจึงว่ิงไลตามพมาหลงเขาไปในแดนพมา มีเพียง
ทหารรกั ษาพระองคแ ละจาตุรงคบาทเทา นน้ั ทต่ี ิดตามไปทัน
สมเดจ็ พระนเรศวรทอดพระเนตรเหน็ พระมหาอปุ ราชาทรงพระคชสารอยใู นรม ไมก บั เหลา ทา ว
พระยา จึงทราบไดวาชางทรงของสองพระองคหลงถลําเขามาถึงกลางกองทัพ และตกอยูในวงลอม
ขา ศกึ แลว แตด ว ยพระปฏิภาณไหวพรบิ ของสมเดจ็ พระนเรศวร ทรงเห็นวา เปน การเสียเปรยี บขา ศึก
จงึ ไสชา งเขาไปใกล แลวตรสั ถามดวยคุนเคยมากอนแตวัยเยาวว า “พระเจา พ่เี ราจะยนื อยูใยในรม
ไมเ ลา เชญิ ออกมาทาํ ยทุ ธหตั ถดี ว ยกนั ใหเ ปน เกยี รตยิ ศไวใ นแผน ดนิ เถดิ ภายหนา ไปไมม พี ระเจา แผน
ดินทจี่ ะไดยทุ ธหตั ถแี ลว ”
พระมหาอุปราชาไดยินดังน้ัน จึงไสชางนามวา พลายพัทธกอเขาชนเจาพระยาไชยานุภาพ
เสยี หลกั พระมหาอปุ ราชาทรงฟน สมเดจ็ พระนเรศวรดว ยพระแสงของา ว แตส มเดจ็ พระนเรศวรทรง
เบ่ียงหลบทัน จึงฟนถูกพระมาลาหนังขาด จากนั้นเจาพระยาไชยานุภาพชนพลายพัทธกอเสียหลัก
สมเด็จพระนเรศวรทรงฟน ดวยพระแสงของา ว ถกู พระมหาอุปราชาเขาท่อี ังสะขวา ส้นิ พระชนมอ ยู
บนคอชาง
จิตวิทยาที่พระนเรศวรนํามาใชในการรบครั้งนั้น เปนที่ลือล่ันสั่นสะเทือน เพราะท้ังสองพระ
องคอยูใ นวงลอมขาศกึ การตดั สนิ พระทัย หมายถงึ เอาพระชนมช พี เปน เดิมพันเลยทีเดียว จติ วิทยา
จึงเปนเรื่องสําคัญท่ีควรนํามาใช โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว คนในสังคม ไมวาการพูดสนทนา
ปราศรัย การรวมกันทํากิจกรรมตางๆ หากคิดถึงอกเขาอกเรา คิดถึงอารมณความรูสึกของผูท่ีเรา
กาํ ลงั สนทนา จะเปน สงิ่ เสรมิ สรา งสตใิ หเ กดิ แกเ รา ขณะพดู ขณะทาํ กไ็ มเ กดิ ความผดิ พลาด เรยี กคน
เชนนีว้ า “เปน คนรูกาลเทศะ” ในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจาทรงตรัสหลักทศิ 6 เอาไว ไดแก
ทิศเบื้องหนาบิดามารดา ทิศเบื้องหลังสามีภรรยา ทิศเบ้ืองบนสมณชีพราหมณ ทิศเบ้ืองขวาครูบา
อาจารย ทิศเบือ้ งซา ยมติ รสหาย และทิศเบอ้ื งลาง คนท่คี อยรบั ใช การใชหลกั จติ วิทยามาประยกุ ตใช
ในการอยูรว มกนั ตามหลกั ทิศ 6 ยอมกอใหเ กดิ ผลดี บิดามารดาพึงพูด พงึ ทาํ อยางไรกับบตุ ร และผูท่ี
เปน บตุ รพงึ พดู พงึ ทาํ อยา งไรตอ บดิ ามารดา สามกี บั ภรรยา พงึ ปฏบิ ตั ติ อ กนั และกนั อยา งไร ครอบครวั
จึงจะเกดิ ความอบอุน เจานายกบั ลกู นอ งผูใตบ งั คบั บัญชา พึงปฏบิ ัตติ อ กนั เชนไร จงึ จะทํางานอยา ง
ราบร่ืนและมีความสขุ
ก.ไก ขยายธรรม 49
ตาบอดคลําชาง
เปนเรอ่ื งที่ใชส อนใชเ ตอื นใจคนท่ีมคี วามรูน ดิ หนอ ย มปี ระสบการณเ ลก็ นอ ย แตมาอวดอา งวา
รูหมดทกุ สง่ิ ทกุ อยาง ตองเปน อยางนน้ั ตอ งเปน อยา งนีแ้ นน อน ฟน ธง จริงๆ แลวในโลกน้ยี งั มีสงิ่ ที่
เราไมร อู กี มากมาย มเี รอื่ งเลา ใหฟ ง ทา นขงเบง กนุ ซอื ของเลา ป ขม่ี า เดนิ ทางไปตรวจกองทพั พบเดก็
นอยคนหนงึ่ เอาทรายมาเลน กอกําแพงขวางทางไว ขงเบงจึงบอกวา
“เดก็ นอ ย ทางเดนิ ทาํ ไมตอ งสรา งกาํ แพงขวางไวเ ลา หลกี ไปเราจะไปตรวจทพั ” เดก็ นอ ยถามวา
“ทา นเปน ผูใ ดหรอื ” ขงเบง ตอบวา
“เราน่ีหรือคือขงเบง กนุ ซอื ของเลา ปไงหละ” เดก็ นอ ยดใี จมากจงึ ลุกขน้ึ พดู วา
“ดจี งั เลยทา นขงเบง ฉนั ไดข า วมาวา ทา นเปน ผฉู ลาด หยง่ั รฟู า ดนิ วนั นไี้ ดพ บเปน บญุ ตา อยาก
จะถามทา นสกั ขอหนง่ึ ดาวบนทอ งฟา มกี ี่ดวง” ขงเบงหัวเราะตอบวา
“ทําไมถามสิ่งท่ีไกลตัวอยางนั้น ใครจะไปนับไดถึงนับไดใครจะเปนคนตอบวาถูกหรือไม ถาม
สิ่งท่ีอยูใกลตวั ดีกวา ตอบงายกวา ” เดก็ นอ ยจงึ ถามตอ ไปวา
“ก็ได ถามใกลต วั กไ็ ด ขนตาทา นมกี ่ีเสน” ไมท ราบวาขงเบงตอบวาอะไร แตใ หทราบเพียงวา
ในโลกใบนม้ี ีส่งิ ท่ีตอ งศกึ ษาเรียนรูอกี มากมาย เจาของชางนําชางเดินทางมา พบคนตาบอด 3–4 คน
จึงบอกใหคนตาบอดทั้งหลายรูวา ขางหนาของทานคือชางเชือกหนึ่ง พวกทานเคยเห็นชางหรือไม
ถา ทา นไมเ คยเห็นกล็ องไปจบั ดูจะรวู า ชา งตวั เปนอยา งไร
คนตาบอดคนแรก ไปคลําถกู งวงชาง
“ชางตัวไมใ หญเ ลย ขนาดเทา แขนแลว ใหญข ึน้ เทา ขา”
คนตาบอดคนทส่ี อง ไปคลําถกู หางชา ง
“ชางตัวนเี้ หมอื นดามไมกวาดเลย ไมใ หญโ ตสกั หนอ ย”
คนตาบอดคนท่ีสาม ไปคลําถกู เทาชาง
“ชา งตัวโตกวา ขา นดิ เดียวเอง ไมเห็นนากลัวเลย”
คนตาบอดคนที่ส่ี ไปคลาํ ถูกทองชา ง
“โอโห ชา งตวั เบอ เรอเลย ใหญกวา บา นกอู ีก”
ดงั นั้น สบิ ปากวา ไมเ ทาตาเห็น สบิ ตาเห็นไมเทา มอื คลาํ ไมรูไ มช จ้ี ะดีกวาคนทไ่ี มรูแ ตอยากช้ี
50 ก.ไก ขยายธรรม