สภุ าษติ ท่ขี นึ้ ตน ดว ย ช.ชาง
ชายสามโบสถ หมายถงึ บวชสามครั้ง เปน คนจติ ใจโลเล
ชิงสุกกอนหาม หมายถึง ทําในสง่ิ ท่ียังไมถึงเวลา (ลักลอบไดเ สยี กนั )
ชนักติดหลัง หมายถงึ มคี วามผิดตดิ ตัว
ชักใบใหเรอื เสยี หมายถงึ พูดเรือ่ งอนื่ ขณะมกี ารสนทนากันในเรอื่ งอน่ื
ชักหนาไมถงึ หลัง หมายถงึ รายไดไมพอกบั รายจาย
ชกั แมนา้ํ ทง้ั หา หมายถงึ พดู จาหวา นลอมหวงั ผลประโยชน
ชว่ั ชา งชี ดีชา งสงฆ หมายถงึ ปลอ ยไปตามยถากรรม
ชาชา ไดพรา เลม งาม หมายถึง คอย ๆ คดิ อาน จะเกิดความสําเรจ็
ชา งตายท้งั ตวั เอาใบบวั มาปด หมายถึง ความผิดใหญห ลวง สรา งเรอ่ื งเล็กมากลบ
ชกั นา้ํ เขาลกึ ชกั ศึกเขา บา น หมายถงึ นาํ ศตั รูเขาบา น
ก.ไก ขยายธรรม 51
ซ.โซลามดี
โซ เอาไวล า มววั ควายชา งมา ใหอ ยเู ปน ทเ่ี ปน ทาง นกั โทษอกุ ฉกรรจท อี่ ยใู นคกุ ผคู มุ กใ็ ชโ ซล า ม
แขนขาเอาไว เพอ่ื ปอ งกนั การหลบหนี หากโซม คี วามรสู กึ คงจะเกดิ ความยนิ ดที ต่ี นมปี ระโยชนแ กโ ลก
เหมอื นกนั คนบางคนเกดิ มาในโลกนไี้ มสรางประโยชนใ ดๆ กับโลกเลย เกดิ มาเพื่อเปลอื งออกซเิ จน
ของโลกเทานนั้ เอง ดงั คํากลอนทีว่ า
ตนไมใหรม รืน่ แกช ีวติ นกตวั นดิ ใหเสยี งเพลงกลอมโลกหลา
ดอกไมหอมใหชืน่ บานผา นสายตา แมต น หญาก็ยังใหอ อกซเิ จน
เราทกุ คนเกิดมาในโลกน้ี ทําความดอี ะไรใหโลกเห็น
กิน นอน เลน เทาน้ันหรือท่ที ําเปน ไมดเี ดน กวาบรรดาตนหญาเลย
พันธนาการมนุษย
โซห รอื หวง คอื เคร่อื งพนั ธนาการ เคร่ืองผกู มัดทเ่ี รานํามาใชเ ปน ประโยชนหลายสถานขอคดิ ท่ี
ไดจากการไปงานศพ ที่เจาภาพเอาดายสีขาวผูกมัดศพไว ที่เรียกวา “ผูกตราสังข” ก็ไดแงคิดใน
ลักษณะที่วา มนุษยเราถูกพนั ธนาการดว ยหว งโซ 3 ประการ จนขาดอิสรภาพในการเปน ตวั ของตวั
เอง นบั ตั้งแตเ กดิ จนตาย พระพทุ ธองคตอนยังเปนเจา ชายสิทธตั ถะ ทรงดํารใิ นการออกผนวชทต่ี อ ง
สลดั หวงโซทัง้ 3 ออกใหห มด เรยี กวา ทาํ ใจลําบากเหลือเกิน หว ง 3 หวง ไดแก
ปุตฺโต คีเว บตุ รเปน หว งผูกคอ
ภริยา หตเฺ ถ ภรรยาเปน หว งผูกแขน
ธนํ ปาเท ทรัพยสมบตั ิ เปนหวงผกู เทา
ผกู ตราสงั ขศ พ กค็ งมนี ยั ยะจากกรณดี งั กลา ว เพอื่ แสดงความหมายใหเ หน็ อานภุ าพของหว งทง้ั
3 ประการทผี่ ูกมดั ผคู นใหยึดติดจนเกิดทุกขต ามมามากมาย บุตรธิดาท่ีเกิดมา นับแตวันแรกทีล่ ืมตา
ดโู ลก ความสขุ กเ็ กิดข้ึนกบั บิดามารดา แตขณะเดียวกันกถ็ กู ออ มแขนแหง ความทุกขย ากลําบากโอบ
กอดอยู ไหนจะภาระในการเล้ียงดู ไหนจะสงเสียใหมีการศึกษา ไหนจะคอยประคบประหงมใน
พฤตกิ รรมอนั ไมพ งึ ประสงค เปน ตน ยงั ไมน บั รวมการทตี่ อ งพาไปพบแพทยย ามทบ่ี ตุ รไมส บาย เพราะ
ความรักที่มีตอบุตรนั่นเอง การตัดสินใจออกผนวชของพระพุทธองคจึงยากลําบากเมื่อมีทหารมา
กราบทูลวา “ ขอเดชะพระนางยโสธรา ใหก ําเนดิ พระราชโอรสแลว ”
52 ก.ไก ขยายธรรม
พระองคถ งึ กบั ตรสั ราํ พงึ วา “ราหุโล ชาโต ราหุโล ชาโต” แปลวา หว งเกดิ ขน้ึ แลว หว งเกดิ ขนึ้ แลว
คาํ วา ราหลุ จึงไดเ ปนพระนามของพระราชโอรสนบั แตนัน้ มา
ภรรยาสามี ก็เปนหวงผูกมัดใจซึ่งกันและกันนับแตวันที่จูงแขนเขาสูประตูวิวาห บางก็พูดวา
“เปน ทองแผน เดยี วกนั ” คาํ เมอื งกบ็ อกวา “ดา ยเปน กนั้ ฟน เปน เกลย๋ี ว มดั มอื เตอื่ เดยี วอยกู น๋ั กมุ เฒา ”
กอนแตงงานมอี สิ รเสรี จะไปท่ีไหน จะอยกู บั ใคร ไมต อ งขออนุญาตหรือเกรงใจใคร แตพอมอี ีกคนมา
เปน คชู วี ติ ความอสิ ระกห็ ายขาดไปกลายเปน โซท ล่ี า มความอสิ ระเอาไว มบี างคนพดู เลน วา “คนทย่ี งั
ไมแตง งาน กาํ ลงั จะตกนรก สวนคนท่ีแตงงานแลว ไดตกนรกไปเรยี บรอยแลว ” แสดงถึงความทุกข
ท่ีเกดิ ขึน้ เพราะหว งใยซึ่งกนั และกนั
ตณั หามนุษย
ทรพั ยสมบตั ิ เปน หวงผกู เทา จะไปท่ีไหนกเ็ ปนหว งทรัพยสมบตั ิ ตอ งนง่ั เฝา นอนเฝา ลนั่ กญุ แจ
ปด ประตู ใสเ หลก็ ดดั ตดิ กลอ งวงจรปด ยงั ไมพ อไปหาสนุ ขั ทเ่ี หา เกง ๆ นสิ ยั ดๆุ มาเปน ยาม พรรคพวก
ชวนไปวัด “ไปกอนเตอะ บมีไผอยูบาน” หาทรัพยมาไว แลวเอาใจไปผูกมัด ความทุกขก็เกิดโดย
เฉพาะกับคนท่มี ีอายุ 60-70 ป (สว นมากนะไมใ ชท ุกคน) เร่อื งมีอยวู า แตเดิมพระผเู ปน เจา กําหนด
อายุของสรรพสัตวเอาไวเ ทา กัน คนก็ 30 ป สุนัขก็ 30 ป ววั ควายก็ 30 ป ลงิ คา งก็ 30 ปเทากัน
อยมู าวันหนึง่ พระผเู ปน เจา ลงมายงั โลก เพื่อสอบถามปญ หาความเดอื ดรอ น เจาควายบอกวา
“พระเจา ขอรบั กระผมเกิดเปนควาย ตอ งทํางานหนกั รูสึกเหน็ดเหนอ่ื ยเหลือเกิน กระผมขอ
ลดอายุเหลอื 10 ปไ ดไหม ขอรับ” พระผเู ปนเจาบอกวา
“ไดสิ ขา รูสึกเห็นใจ ใหพวกเจามอี ายเุ พยี ง 10 ป” ขณะน้ันเองคนกค็ ลานไปหาพระผูเ ปน เจา
บอกวา
“พระผเู ปนเจา ขอรับ 20 ปของเจา ควาย ขอใหพ วกกระผมไดไหม ขอรับ” ทา นตอบ
“ไดสิ อยากไดกเ็ อาเลย พวกมนษุ ยท้ังหลายนบั แตน ้ีจะมอี ายุ 50 ปน ะ” ทันใดน้ัน สุนขั ก็เดนิ
เขา ไป
“ขา แดพ ระผเู ปน เจา ขา เปน สนุ ขั คอยทาํ งานเหา หอน เฝา ทรพั ยส มบตั ใิ หม นษุ ยอ ายุ 30 เหน็ จะ
ไมไหว ขอลดเหลอื 10 ปเ ถดิ ขอรับ” พระผเู ปน เจาบอกวา
“ไดสิ ตอ ไปนพี้ วกสนุ ขั ท้ังหลายมีอายุ 10 ปก ็พอ” คนเจา เกา ก็คลานเขาไปหาอกี “พระผเู ปน
เจา ขอรบั 20 ปข องเจา สนุ ัข ขอใหพ วกกระผมไดไหม ขอรบั ” พระผูเปน เจา บอกวา
“ไดสิ แตวาภาระงานของสุนัข พวกเจาตองรับไปดวยนะ ตอไปนี้พวกมนุษยจะมีอายุ 70 ป
อา ว ใครมอี ะไรจะขออกี ขา จะรบี กลบั สวรรคแ ลว ” พอพระผเู ปน เจา พดู จบ เจา ลงิ กก็ ระโดดเขา ไปขอ
“ขาแดพระผูเปน เจา ขาพเจา เฝาแลบล้นิ ปลน้ิ ตา ทาํ ทา ตลกใหคนดูเปน เวลา 10 ป รูสึกเบื่อ
ก.ไก ขยายธรรม 53
หนา ยเหลือเกิน ขอคืนให 20 ปข อรับ” พระเจาบอกวา
“ไดส ิ ตอ ไปนใ้ี หพ วกลงิ มอี ายเุ พยี ง 10 ปก พ็ อ” ทนั ใดนน้ั พวกมนษุ ยข โี้ ลภ กห็ มอบคลานเขา ไปหา
“พระผูเ ปนเจา ขอรบั 20 ปข องเจาลิง ขอใหพ วกกระผมไดไหม ขอรับ” พระผูเปนเจาบอกวา
“บะ เจามนุษยน ีช่ างโลภแทๆ เมือ่ เจาขอขาก็จะให แตพวกเจา ตอ งรับภาระของลงิ ไปดว ยนะ
ตอ ไปนใ้ี หม นุษยมอี ายุ 90 ป”
โปรดสงั เกต 4 บรรทดั ตอไปน้ี
คนอายุ 1 – 30 ป กําลังสนกุ สนานเฮฮา เอาแตส ัมมะเลเทเมา งานการไมเปนโลเปนพาย
คนอายุ 40 – 50 ป ตอ งทํางานหนักเพ่ือสรางฐานะ เพราะเอาอายแุ ละภาระของควายมา
คนอายุ 60 – 70 ป มที รัพยต องเฝา ทรัพย หวงทรัพย เพราะเอาอายุและภาระของสุนขั มา
คนอายุ 80 – 90 ป ตองทาํ ทา ตลกใหลูกหลานดู เพราะเอาอายแุ ละภาระของลิงมา
โซต รวนชวี ติ
หากเปรยี บโซ คอื กเิ ลส คําวา ซ.โซลา มดี จงึ ถกู ตองดว ยประการทง้ั ปวง เพราะกิเลสคือเครอ่ื ง
ผกู รดั ผคู นใหจ มอยใู นวฏั ฏสงสาร ตอ งเวยี นวา ยตายเกดิ อยชู าตแิ ลว ชาตเิ ลา ภพแลว ภพเลา พอกเิ ลส
บังคบั ก็เกิดการทาํ กรรม แลว ผลของกรรม (วบิ าก) ก็ตามมา ไมมใี ครหนพี น แมแตเ ศษกรรมที่ทํากบั
มารดาเม่ืออดีตชาติ ยังตามมาทํารายพระมหาโมคคัลลานะไดในปจจุบันชาติ ดังน้ัน กิเลส กรรม
วบิ าก จึงเปนวงจรอบุ าทวท ีผ่ กู มดั คนใหจ มปลกั ในสงั สารวัฏฏ อาศยั กิเลส จงึ กอกรรมทําเข็ญ แลว
ตองรบั ผลท่เี กิดขน้ึ (วิบาก) นีค่ อื หลักการของพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธองคไ ดเนนหลักแหง เหตผุ ล
ประกอบการสอนธรรมแทบทุกขอ
สง่ิ ใดเกดิ แตเ หตุ สง่ิ นนั้ จะดบั ไปกเ็ พราะเหตุ เหตแุ ละผลอาศยั กนั และกนั เกดิ ขนึ้ เปน ไปตามกฎ
อิทปั ปจ จยตา (เพราะส่ิงนมี้ ีสิง่ นจ้ี งึ มี) มีหวงเดียวไมเปน โซ ตองมหี ลายหวงซอ นกนั ถงึ เปน โซ โซเกิด
จากหว งเหลก็ หลายๆ หว งอาศัยกันและกนั เปน เสน โซท่ีแขง็ แรงทนทาน หลกั อรยิ สจั 4 ยงิ่ ชดั เจนใน
การแสดงความเปนเหตุเปนผลของสรรพสิ่ง เพราะอาศัยสมุทัย (ตัณหา) จึงเกิดความทุกขตามมา
และเพราะอาศัยมรรค (มรรค 8 ประการ) จึงเกดิ การดบั ทุกขอ ยา งสน้ิ เชงิ อริยสจั 4 จงึ เปน เหมือน
เสนทางสองเสนที่ตองเลือกเดิน หากตองการจะเดินไปสูทุกขก็ตองผานสมุทัยไปกอน เพราะสมุทัย
เปนสาเหตใุ หเกิดทกุ ข แตห ากตองการจะไปสูนิโรธ ก็ตอ งปฏบิ ัติตามมรรคมีองค 8 จงึ จะพบพระ
นิพพานได สมัยเปนเด็กนักเรียนครูใหนักเรียนรองเพลง “กบเอย” เพิ่งมารูทีหลังวา เพลงนี้สอน
อทิ ัปปจ จยตานนั่ เอง
กบเอยทาํ ไมจึงรอ ง (ซาํ้ ) จาํ เปน ตอ งรอง เพราะวา ทองมันปวด
ทองเอยทําไมจงึ ปวด (ซา้ํ ) จาํ เปน ตอ งปวด เพราะวาขา วมนั ดบิ
54 ก.ไก ขยายธรรม
ขา วเอยทําไมจึงดิบ (ซา้ํ ) จาํ เปนตองดิบ เพราะวาไฟมันดบั
ไฟเอยทาํ ไมจงึ ดับ (ซํ้า) จาํ เปนตองดบั เพราะวา ฟน มนั เปยก
ฟน เอยทําไมจึงเปย ก (ซาํ้ ) จําเปนตองเปย ก เพราะวาฝนมันตก
ฝนเอยทําไมจงึ ตก (ซํ้า) จาํ เปน ตองตก เพราะวากบมันรอ ง
สง่ิ ท่ที าํ ใหเ ราช่ัว เปนส่งิ นากลวั นนั่ คือกเิ ลส กเิ ลส กิเลส กเิ ลส
สงิ่ ทที่ ําใหเราดี ขอบอกอกี ทีวาคอื ธรรมะ ธรรมะ ธรรมะ ธรรมะ
สภุ าษติ ที่ขึ้นตน ดว ย ซ.โซ
ซ้อื ควายหนานา หมายถึง ซอ้ื ของในคราวจําเปนยอ มไดของแพง
ซอื่ กินไมหมดคดกนิ ไมน าน หมายถงึ ซอื่ สัตยดีกวาคดโกง
ซงั กะตาย หมายถงึ ไมเ ตม็ ใจ
ก.ไก ขยายธรรม 55
ฌ.กะเฌอคูกัน
“เน้ือคูก ันแลว ก็คงไมแคลวกันไปได ถา เคยทาํ บญุ รวมไว ถงึ จะยังไงก็ตองเจอะกนั เขาเรียก
บุพเพสันนิวาสสรางสรรค คงเคยตักบาตรรวมขัน สรางโบสถรวมกันไวเมื่อชาติกอน” บทเพลง
บุพเพสันนวิ าส เปน คําอธบิ าย ฌ.กะเฌอ ไดเ ปนอยา งดี การเกดิ มาแลวไดอ ยูร วมเรียงเคยี งหมอนกัน
ทางพระพุทธศาสนาบอกวา เกิดจากเหตุ 2 ประการ ไดแก
1. บพุ เพสนั นวิ าส เคยทาํ บญุ รว มกนั มาแตช าตปิ างกอ น (ทาํ บญุ รว มชาติ ตกั บาตรรว มขนั นน่ั
แหละ) ชาตินเ้ี จอะเจอกันปุป รกั กนั ปบ ศรรกั ปก ทรวง เรยี กวา “รกั แรกพบ”
2. การเกื้อกูลกันในปจจุบัน เห็นอกเห็นใจในยามมีปญหา เปนเพ่ือนคูคิดเปนมิตรยามเหงา
มขี นมแบง กันทาน มงี านชวยกนั ทํา จึงเกดิ เปน ความรกั ทีก่ อตวั ขนึ้ ทลี ะนอยๆ ด่ังคําวา
“ไมรูวา พี่รักนองตอนไหน แตพ อรตู ัวอกี ที ชวี ติ น้ีพีข่ าดนองไมไ ดซะแลว ”
หญิง อาจจะรักผูชายหลายคนในหว งเวลาเดียวกัน แตพอจะตัดสินใจแตง งาน หลอนจะเลือก
ผชู ายท่มี ีความรบั ผดิ ชอบ มกี ารศกึ ษา มีอนาคต สามารถเปนผูนําครอบครวั ได
ชาย อาจจะรกั ผหู ญงิ หลายคนในหว งเวลาเดยี วกนั แตพ อจะตดั สนิ ใจแตง งาน เขาจะเลอื กหญงิ
ท่ีเหมาะทีจ่ ะเปนแมข องลูก (อาจมหี ญิงบางประเภททเ่ี หมาะเปนไดแคนางบําเรอ)
ชวี ิตคูตอ งเสมอกนั
มบี างคนเลน มุขตลก “การศกึ ษาผูหญิง อยาศกึ ษาแคภูมศิ าสตรดานเดยี ว (ดูหนุ ดูรปู ราง) ควร
ศึกษาประวัตศิ าสตรข องเธอดว ย จะไดร ูวา ผูหญิงคนนเ้ี คยสญู เสยี เอกราชมาแลว กค่ี ร้งั ” กอนตัดสิน
ใจใชชีวิตคู ประการสําคัญตองศึกษารสนิยมหรือนิสัยของกันและกันใหถองแท ไปกันไดยืดยาว
หรือไม จะปรับปรงุ แกไขอะไรบาง พระพุทธศาสนาบอกวา ใหดูวา มีศีลเสมอกนั คอื ตางคนตางมี
ศีลมธี รรม (นิสัยดีท้ังค)ู มที ิฏฐิเสมอกนั คอื มีความคดิ เหน็ คลายๆ กนั พว่ี านกนอ งก็วานก พว่ี า ไมน อง
กว็ า ไม มคี วามเชอื่ เสมอกนั คอื มสี ง่ิ ยดึ เหนยี่ วจติ ใจสงิ่ เดยี วกนั เชน นบั ถอื พระพทุ ธศาสนาเหมอื นกนั
จรงิ อยู บางคนบอกวา “ความรกั อยเู หนอื ศาสนาใดๆ” สมมตวิ า ผชู ายนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา ผหู ญงิ
นับถือคริสตศาสนา ตอนรักกันไมนาจะมีปญหา แตพอมีลูก พอก็จะจูงลูกเขาวัด แมก็จะจูงลูกเขา
โบสถ ปญ หาจะเร่ิมกอ ตัวขน้ึ เพราะศรทั ธาไมเ หมอื นกนั
56 ก.ไก ขยายธรรม
“พ่จี ะรักนอ ง จะแตง งานกบั นองใหไ ด” ชายชาวตา งชาติพูด
“แตเ รานบั ถอื ศาสนาตา งกนั ไมดีม้ังพี่” หญงิ ชาวไทยตอบ
“ถา งั้นพ่ีจะเปลย่ี นไปนบั ถือศาสนาพุทธ” ชายชาวตา งชาตพิ ูด
“ถา ง้ันยง่ิ ไมไดใหญ พ่ีจะทําอยางนน้ั ไมได” หญงิ ชาวไทยตอบ
“กพ็ ่ีรักนอ ง อยากทําตามใจนองทุกอยา ง” ชายชาวตางชาตพิ ูด
“ขนาดพระเจา พี่นับถอื มาทง้ั ตระกูลยังท้ิงได นองเปน หญิงตวั เล็กๆ พี่จะไมท ง้ิ นอ งหรอื ”
อยางไรก็ตาม เมื่อใชชีวิตคูกันแลว ตองมีธรรมเปนหลักดําเนินชีวิต เพ่ือใหชีวิตคูราบร่ืน
สงบสขุ
หลักธรรมสาํ หรบั ชีวิตคู
หลักธรรมดงั กลา ว เรยี กวา “ฆราวาสธรรม” ธรรมสาํ หรับผอู ยคู รองเรอื น 4 ประการ ไดแ ก
1. สจั จะ ความจรงิ ใจตอ กนั ไดแ กม คี วามสตั ยซ อ่ื ตอ กนั ไมป ระพฤตนิ อกใจกนั มอี ะไรหนั หนา
ปรกึ ษากนั ไมม ีลับลมคมใหเปน ท่ีหวาดระแวงตอ กนั
2. ทมะ ความขมใจ ไดแ กร ูจ กั ยับยัง้ ชั่งใจไมลแุ กอํานาจอคติทง้ั ปวง ขม อารมณบ า ง หนกั แนน
มน่ั คง ฟง หไู วห ู อยา เชอื่ คํายุยงของบคุ คลมือทีส่ าม ยมิ้ แยมใหก ัน
3. ขนั ติ ความอดทน ไดแ กท นตอ ปญ หาอปุ สรรคในการใชช วี ติ คู ทนตรากตราํ ทาํ งานเพอ่ื สรา ง
ฐานะครอบครัว หนักเอาเบาสูไมทอ ถอย อดทนตอ คําสบประมาท
4.จาคะ ความเสียสละ ไดแกเสียสละแบงปน ไมถือวาญาติเราญาติเขา เพราะคนที่ใชชีวิตคู
ถือวา เปน ทองแผนเดยี วกนั ทั้ง 2 ตระกลู อีกทั้งละนิสัยเดิมๆ ที่จะทําใหคชู ีวติ เกดิ ปญหา ตัดใจบาง
สิ่งทพ่ี าไปสเู ศรา เสริมใจบางอยา งทีส่ งใหมสี ขุ
การแตงงาน ไมใ ชส่งิ ยาก เพียงมเี งนิ เปนคาใชจ าย ก็สาํ เรจ็ แลว แตก ารประคองชวี ิตคหู ลังแตง
เปน สง่ิ ทย่ี ากยง่ิ เพราะตองปรับนสิ ัยทั้ง 2 คนใหมรี สนิยมคลายๆ กัน อาศัยความรกั ความเขา ใจเปน
ตัวประสาน บางครั้งอาจขัดใจกันเพราะเอาแตใจตัวเองเปนสําคัญ ซ่ึงสงผลใหคูรักรูสึกไมสบายใจ
กต็ อ งปรบั ปรงุ ตัวเอง ทํานองวา “อานตัวเองออก บอกตัวเองได ใชตวั เองเปน ”
“สินธูยงั คกู ับปลา เวลายังมีคูก ัน กลางคนื คูกับกลางวัน แตต วั ฉนั น้ันจะคกู บั ใคร”
ก.ไก ขยายธรรม 57
ญ.หญงิ โสภา
มีบทประพนั ธท่ีนาสนใจบทหน่งึ
เมืองใดไมม ที หารหาญ เมืองนั้นไมนานเปน ขา
เมืองใดไรจ อมพารา เมอื งน้ันไมช าอบั จน
เมอื งใดไมมีพาณิชยเลศิ เมอื งน้นั ยอมเกิดขดั สน
เมอื งใดไรศ ลิ ปะโสภณ เมอื งนน้ั ไมพนเสื่อมทราม
เมืองใดไมมกี วีแกว เมืองนั้นไมแ คลว คนหยาม
เมืองใดไรน ารีงาม เมืองน้นั หมดความภูมิใจ
เมอื งใดไมมีดนตรีเลิศ เมอื งนั้นไมเพลดิ พิสมยั
เมอื งใดไรศ ีลธรรมอําไพ เมืองนั้นบรรลยั แนเ อย
ทุกเมืองจะมีหญิงงามประดับเมือง การประกวดสาวงามในงานกาชาดก็ดี งานฤดูหนาวก็ดี
นางนพมาศหรอื แมกระทงั่ นางสงกรานต ลวนตอ งการเหน็ หญงิ งามที่ปรากฏตวั บนเวที ในอดตี ของ
อินเดีย จะคัดเลอื กหญงิ งามเมอื ง แตงตั้งใหเปนเหมอื นทูตตอ นรบั แขกบานแขกเมืองเรียกวา “นคร
โสเภณี” ฉะน้ัน คําวา “โสเภณี” จึงไมใชคํานาเกลียดแตเปนคําท่ีมีความหมาย หมายถึงหญิง
งามเมอื ง
วสิ าขาตนแบบของคนงาม
ความงามของ ญ.หญงิ โสภา หมายถงึ งามแบบนางวสิ าขา (เบญจกลั ยาณ)ี แปลวา ผมู คี วามงาม
5 ประการ หมายถงึ สตรผี ูมศี ุภลักษณห รอื ลักษณะทง่ี าม 5 ประการ คือ
1. ผมงาม คือมผี มเหมือนหางนกยูง เมื่อสยายออกทิ้งตัวลงมาถึงชายผา
2. เนอื้ งาม คอื มรี มิ ฝปากแดงเหมอื นลูกตาํ ลงึ สุก เรยี บสนทิ มิดชดิ ดี
3. ฟน งาม คือขาวเหมือนสงั ขแ ละเรยี บเสมอเหมอื นเพชรเรียง
4. ผวิ งาม คือถาผิวดาํ กด็ ําสม่ําเสมอเหมอื นดอกอุบล ถา ขาวก็เหมอื นกลีบดอกกรรณิการ
5. วยั งาม คอื งามทุกวัย แมค ลอดบตุ รมาแลว 10 คร้งั ก็ยงั ดูสาวพร้งิ อยู เรียกวา งามสมวยั
ฟง เพลง “ภูมแิ พก รุงเทพฯ” คดิ ถึงงามแบบหลอกๆ ข้ึนมา
ผหู ญิงรอง “ผหู ญงิ บางกอกเขาสวยจงั พจ่ี า ”
58 ก.ไก ขยายธรรม
ผชู ายตอบ “เขาศลั ยกรรมหรอกหนา อยา ไปสนใจ”
งามแบบหลอกๆ เพราะแตง เติมหรือศัลยกรรม เปนความงามฉาบฉวย งามผวิ เผนิ มองผา นๆ
ดูงาม ถามองพิศ ไมง ามเทา ไร คนเราจะดดู ีตอ งงามทงั้ ภายใน (จิตใจ) และภายนอก (รปู รา ง) เปรยี บ
เหมือนดอกไม 4 ประเภท
1. สวย แตไ มหอม รูปรางสวยแตกิรยิ ามารยาทใชไมไ ด (สวยแตร ปู จบู ไมหอม)
2. หอม แตไมส วย กิริยามารยาทเรยี บรอย แตรปู รา งไมส วย
3. ท้ังสวยทง้ั หอม เพยี บพรอ มดว ยความงามทงั้ ภายนอกภายใน
4. ไมสวยไมห อม ไมมเี สนหดึงดูดใจ เพราะไรทัง้ ความงามและมารยาท
รจนาเลือกคู
ในวรรณกรรมเรื่องสังขท อง ตอนรจนาเลอื กคู ทา วสามลมีลกู สาว 7 คน เมอ่ื ถงึ คราวมคี ูครอง
บิดาตองจัดหาชายท่ีมีคุณสมบัติครบถวนมาเปนราชบุตรเขย โดยใหแสดงความรูความสามารถ
แขง กนั ลกู สาวท้ัง 6 คนไดค ูครองไปเรียบรอ ย เหลอื แตร จนานองนชุ สุดทอ ง ยงั ไมถ ูกใจใครสักคน
พอแมตองใหทหารไปเกณฑชายฉกรรจทั้งเมืองมาใหรจนาเลือก การเลือกนั้นรจนาจะมีพวงมาลัย
ถูกใจชายใด เธอจะเดนิ ลงไปคลอ งพวงมาลัยสวมคอให ชายผโู ชคดีกจ็ ะไดเ ปนพระราชบตุ รเขยทันที
รอบหนึ่งผานไปเธอยังตัดสินใจไมได รอบท่ีสองก็เชนเดิมเธอก็ยังมองหาไมพบชายในฝน จนรอบที่
สามชายทั้งหลายถูกเกณฑม าหมด ไมวา จะพกิ ลพกิ าร เปนบาใบกเ็ อามา ในรอบทส่ี ามน้ี มเี จา เงาะ
ปา บา ใบคนหนง่ึ รวมอยดู วย ผมหงิก ตัวดาํ เหน็บดอกไมสแี ดง ทาทางตลกมาก ทแ่ี ทเงาะปา คนน้ัน
คือพระสังขทองนั่นเอง พระองคส วมใสชดุ เงาะพรางตาเอาไว ขา งในรางของพระองคเปน ทอง เม่ือ
รจนาเหน็ กเ็ ดนิ ลงไปคลอ งพวงมาลยั ทค่ี อเจา เงาะ ผคู นทงั้ หลายตา งพากนั หวั เราะ พอ แมอ บั อายมาก
จงึ ขบั ไลท งั้ คไู ปอยกู ระทอ มปลายนา รจนามองในสง่ิ ทค่ี นทว่ั ไปมองไมเ หน็ ตนทวั่ ไปมองแตร ปู ลกั ษณ
ภายนอกเห็นเปนเงาะปาบาใบจึงรังเกียจ แตรจนามองลึกเขาไปขางในเห็นทองคําอยูจึงตัดสินใจ
เลอื กคู เรอื่ งนสี้ ะทอ นใหเ หน็ วา คนเราหากมองเพยี งแคเ รอื นรา ง อาจพบกบั ความผดิ หวงั ในบนั้ ปลาย
เพราะนิสัยไปกันไมได การมองคนใหมองลึกลงไปถึงอุปนิสัยภายใน วาชายคนน้ีมีนิสัยเปนอยางไร
มีความรบั ผดิ ชอบหรอื ไม มภี าวะผูนาํ หรือเปลา อยกู นิ กับเขาแลวเขาจะเปนหวั หนา ครอบครัวทด่ี ีได
หรอื ไม บางคนเลอื กทหี่ ลอ ภายหลงั แตง งานแลว นง่ั เศรา ดว ยความเจบ็ ปวด เพราะความหลอ ของเขา
มาพรอ มกับความเจาชู มิหนําซ้ําเปน เกยอ กี ตา งหาก
ก.ไก ขยายธรรม 59
วิชามารยาหญงิ
เขาวา มารยาผหู ญงิ มหี ลายเลม เกวยี น ปรากฏในพระไตรปฎ กอรรถกถาชาดก กลา วไวว า มารยา
ของหญิงมีหลายประการ อาทิ น่ังหวผี ม สง เสยี งหวั เราะ บิดกาย เขย่ี เลบ็ ตวั เอง เอาไมเ ขี่ยดนิ ชเู ด็ก
ขน้ึ แสดงอาการเย้ืองกราย จบู เดก็ พูดเสยี งดงั สายเอว ฯลฯ แตปจจบุ นั หญงิ ไดพ ฒั นามารยาเพอ่ื
หลอกลอ ผชู ายใหม าตดิ กบั มากกวา นี้ เนยี นกวา นห้ี ลายเทา มกี ระทาชายนายคนหนง่ึ กลดั กลมุ ใจเหลอื
ประมาณทถี่ กู ผหู ญงิ ใชม ารยาลอ หลอก จงึ เดนิ ทางไปศกึ ษาหลกั สตู รพเิ ศษทเ่ี มอื งตกั ศลิ า สาขามารยา
หญงิ ในหลกั สตู รไดก ลา วถงึ มารยาหญงิ มากมาย ใครเรยี นจบแลว โอกาสถกู หญงิ หลอกยากมาก เพราะ
รทู ันทกุ อยาง นายคนน้เี มือ่ เรียนจบก็กลับเมอื งไทยอยากจะทดลองวิชาทีร่ าํ่ เรียนมา บงั เอญิ เดินผาน
บอ นาํ้ ทา ยหมบู า น มหี ญงิ สาวนางหนงึ่ กาํ ลงั นงุ กระโจมอกอาบนา้ํ อยู จงึ เดนิ เขา ไปหาพรอ มกบั บอกวา
“อันตัวฉันน้ีไดไปรํ่าเรียนวิชามารยาหญิงโดยเฉพาะ ตอน้ีไปใครจะมาหลอกฉันดวยมารยา
ชนดิ ใด ฉันรทู ันหมด” หญงิ สาวจึงอยากจะทดลองจึงกลาววา
“งน้ั ฉนั ขอทดลองวิชาของนายไดหรอื เปลา ” ชายหนุมบอกวา
“ไดเ ลย” หญงิ คนน้ัน จงึ ฉกี ผาถุงใหข าด แลว ตะโกนเสียงดงั วา
“ชวยดว ย ชว ยดวย ชว ยฉนั ดวย” ชายคนนัน้ ยืนตะลงึ เพราะไมไ ดทาํ อะไรจๆู ก็จะเจอขอหา
ซะงน้ั ขณะเดยี วกนั ชาวบา นไดย นิ เสยี งรอ งขอความชว ยเหลอื จงึ รบี ควา อาวธุ มดี คอ น เปน ตน วงิ่ มา
ทบ่ี อ น้าํ หญงิ คนน้ันจงึ บอกชายหนุมวา
“รบี ๆ ทาํ อะไรสกั อยา งสิ ชาวบา นกาํ ลงั ตรงมาทางนแ้ี ลว ” ชายหนมุ อยใู นอาการตกใจกลา ววา
“ฉนั ไมร จู ะทาํ อยา งไร เหตกุ ารณท เ่ี กดิ ครงั้ นส้ี งสยั ฉนั จะยงั เรยี นไมถ งึ ” หญงิ สาวจงึ บอกใหช าย
หนุมรีบโดดลงไปในบอนา้ํ บอกวา นํ้าไมล ึกหรอก เรว็ ๆ ชายหนมุ จึงรบี โดดลงไป พอชาวบานมาถึง
หญงิ คนนน้ั จึงบอกวา
“ชวยดวยคะ มีคนตกนํ้า” ชาวบานก็รีบชวยชายหนุมข้ึนมา พอชาวบานกลับไปชายหนุมจึง
กลาวกบั หญิงสาววา
“สงสยั วา ฉันคงเรียนไมจ บ ฉันตอ งกลับไปเรียนตอ ขอบคุณเธอมากที่เปนครสู อนฉนั ” วา แลว
กเ็ ดนิ จากไป ตกลงวา ผหู ญงิ เราหากไมม มี ารยาเสยี เลย กด็ กู ระดา ง ไมส วยไมง าม แตถ า มมี ารยามาก
เกนิ ควร กด็ จู ดั จา นไมส วยงาม ขอใหม มี ารยาพอเหมาะพอควร สงิ่ ทค่ี วรพฒั นาใหม ากกวา มารยา คอื
มารยาท เพราะมารยาทจะทําใหหญงิ สาวนารกั ตราบนานแสนนาน
60 ก.ไก ขยายธรรม
คา ว “ผหู ญงิ สมัยใหม”
ยคุ กอ นคาํ วา “สภุ าพสตร”ี เหมาะสมอยา งยง่ิ ทจี่ ะนาํ มาใชก บั ผหู ญงิ เพราะเธอสภุ าพออ นโยน
รูกาลเทศะ รูอะไรควรไมควร เธอรักษาพรหมจารีเพ่ือชายที่เปนสามีสุดท่ีรัก เธอรักเดียวใจเดียว
เธอทาํ หนา ทเ่ี ปน แมศ รเี รอื น เพยี บพรอ มบรบิ รู ณด ว ยเรอื นสามนาํ้ ส่ี เปน แบบอยา งใหล กู หลานสบื มา
ปจ จุบนั นแี้ ตกตา งกนั มากเหมือนรถไฟกับเกวยี น พระอาจารยว ดั สวา งอรณุ นํา้ แกนกลาง อ.ภูเพยี ง
จ.นา น ไดป ระพันธบ ทคาวพนื้ เมือง เกีย่ วกบั การแตงกายสาวสมยั ไวน าฟง ขออนญุ าตนาํ มาลงไวเ พอ่ื
เปนอทุ าหรณสอนใจนองๆ วัยรนุ ท้ังหลาย
ปุดโถธมั มาอาวอาปน อง ผอเตอะเคร่ืองหยอ งของสาวสมยั
สายเดี่ยวเต่ยี วฟตหยังมาอดิ ใจ ซอนมอเตอรไ ซคหุมนงั่ ตางปน
ละขาละปุมหุมนงุ เตย่ี วหิน้ ใสเส้อื แอวลอยเขินตอง
ยา งตามถนนคนผอเซาะซอง พอ งบึนปากห้อื ตวยตาง
สะดอื อนี อ งเหมอื นตองหมอขาง ฮอ งหลงั อนี างเหมอื นฮางหมหู นอย
เอาเลชใสแ ขนเอาแหวนใสก อย บอายอาวอาปน อง
ปอจายจีหหู มาดอกหมา กอ ง พรอ งเสริมแตง หยอ ง ฮดู งั
จน้ิ สมหนอไม นํา้ ปผู ักปง ยอ นเสรมิ ฮดู ังเลยกน๋ิ บไ ด
ผมแดงตีห๋ ยี เหมอื นผพี ุงใต เอาสีมาตาแตงยอ ม
สเปรยแดงขาวเขียวเทาพราํ่ พรอ ม ทรงผมบอ บกอ มยาวลอย
พรองเย๊ียะผมปเุ หมือนกับข้ีฝอย ทีป่ ออุยมอยจกั ตอกมดั กลา
ใสเกือกสน สงู ยา งวําควํ่าหนา ปุดโถธมั โมเหียเตอะ...ฯ
ก.ไก ขยายธรรม 61
ฎ.ชฎาสวมพลนั
ชฎา หรอื มงกฎุ เปน สญั ลกั ษณแ หง ความเปน เลศิ ในกจิ กรรมอยา งใดอยา งหนงึ่ เชน การประกวด
นางงาม เปน ตน คณุ คาของชฎาอยทู ตี่ ัวของชฎาเอง เชน มงกฎุ เพชร มงกฎุ เงิน สิ่งท่ีเปน ผลพลอยได
ตามมา กลับมีคุณคาเปนที่ตองการมากกวา เชน รถยนต จํานวนเงิน บานหรือทรัพยสินอยางอื่น
เอาใจเขามาใสใจเรา
เอาใจเขามาใสใ จเรา สมมตวิ า บนเวทปี ระกวดนางสาวอะไรสกั อยา ง เหลอื ๕ คน ในรอบตดั สนิ
พิธีกรจะประกาศรองชนะเลศิ ท่ี ๓ ท่ี ๒ ที่ ๑ ตามลาํ ดบั จนเหลอื ๒ คนทีค่ างไวเ พ่อื การตัดสินเปน
นางสาวงามสมควรไดรางวัลชนะเลิศ พิธีกรเรียก ๒ คนออกมายืนคูกัน จากน้ันประกาศตําแหนง
นางสาวงาม ขณะท่ดี นตรีกาํ ลังบรรเลงกระตนุ อารมณค นดูอยนู ั้น เราทราบหรือไมวา หวั ใจสาวงาม
ทง้ั สองนน้ั ใครเตน แรงกวากัน คาํ ตอบคอื เตนแรงพอๆ กนั ตางกค็ ิดวา “ตองกูแนน อน” พอเสรจ็ สิ้น
การประกาศผูเปนนางสาวงาม สองสาวจะโผเขากอดกัน แสดงความดีใจ ตางหล่ังน้ําตาแหงความ
ปลื้มปต อิ อกมา แตเชอื่ เถอะผูทไ่ี มไ ดร บั มงกุฎหรอื ไดตาํ แหนงรองนางสาวงามนนั้ น้ําตาจะไหลออก
มาพรอมกบั ความผิดหวัง แตกแ็ สดงความยนิ ดีอยางออกหนาเพอ่ื เลน ละครตบตาคนดู นอยคนนักท่ี
จะพลอยยนิ ดีกับเพ่อื น เพราะคดิ วา กวา จะผา นรอบน้มี าได กูกห็ น่ึงในตองอูเหมือนกัน จงึ ปรากฏวา
งานประกวดสาวงามบางแหงมกี ารกระชากมงกุฎ แยงมงกุฎกนั เปนทนี่ าอบั อายมันอะไรกนั นักหนา
กบั ตําแหนง ที่สมมติขึน้ งามไมง ามอยูทกี่ ารแตงดงั คําวา “ไกง ามเพราะขน คนงามเพราะแตง ” ตน่ื
เชาข้ึนมาไมแตงหนาตา หันไปดกู ระจกเงา จําตัวเองแทบไมไดจ งึ มีคํากลา ววา “เปนผูหญงิ อยาหยุด
สวย แตถ าไมส วยก็หยดุ เถอะ” ส่ิงที่ควรนํามาคิดตอ หลงั จากเสรจ็ ส้ินการประกวดคือ เมือ่ คณุ ได
ตาํ แหนงมาแลว คณุ จะทาํ หนา ท่ีเหมาะสมกบั ตาํ แหนง ทไี่ ดรับหรอื ไมต า งหาก
หนาที่คอื ธรรมะ
บางคนเห็นคนอ่ืนเขามีสามี ก็อยากเปนภรรยาเหมือนกับเขา แตทําหนาที่ภรรยาไมสมบูรณ
เหน็ เขาเปน สามกี อ็ ยากมเี มยี กบั เขา แตท าํ หนา ทส่ี ามบี กพรอ ง เหน็ เขาเปน ครกู อ็ ยากเปน ครู แตจ ติ ใจ
โหดเห้ียม ไมรักเด็ก เอะอะก็เฆี่ยน เอะอะก็หยิก เปนตน ดังนั้นกอนจะเปนอะไรควรดูนิสัยตัวเอง
ใหอ อก วาชอบหรอื เปลา จะทาํ ไดด หี รือเปลา มีคํากลาววา “เปนแชมปไ มย าก แตร กั ษาแชมปย าก
ยง่ิ กวา” หรอื คําวา “หนานอกดดู ี แตห นา ทีบ่ กพรอ ง” คงเคยไดยนิ เรือ่ ง “กิ้งกาไดทอง” หรือเร่ือง
62 ก.ไก ขยายธรรม
“คางคกขน้ึ วอ” เปน เรอื่ งราวทแ่ี สดงใหเ หน็ ความไมเ หมาะสมกบั ตาํ แหนง ทไ่ี ดร บั การวางตวั ใหเ หมาะ
สมกับตําแหนงเปนเร่ืองสําคัญ ยิ่งตําแหนงใหญโต ตองมีภาวะผูนําสูง ตองมีมนุษยสัมพันธเย่ียม
เลา ปไ ดข งเบง มาชวยวางแผนการรบดว ยเหตุใด เหตุไฉนเลาปจ ึงไดฉายาวา “ผูไหวสบิ ทิศ” กเ็ พราะ
ความมมี นษุ ยสมั พนั ธน นั่ เอง ยง่ิ ตาํ แหนง สงู ยงิ่ ตอ งวางตนใหเ หมาะสม ไมอ วดเบง ไมเ ยอ หยงิ่ ทะนงตน
สวมหัวโขน
ชฎาท่ีสวมนัน้ ความหมายทีเ่ ปน ธรรมะคอื หัวโขนทสี่ วมใสเพอ่ื ใหค นเราทําหนาท่ีแตกตา งกัน
เหมอื นการแสดงโขนผูแสดงเปนตัวพระ ตวั นาง หรือแมแตเปน ยักษ เปนลิง จะมหี วั โขนสวมใส แลว
แสดงตนไปตามบทบาทที่ไดรับ แตพอถอดหัวโขนออกแลวก็กลับมาเปนคนเดิม ไมมีนางเอก ไมมี
พระเอก จงึ มีผรู ปู ระพันธไ ววา
เปน รามลักษณย ักษลิงแนจริงหรอื
แทก็คือหวั โขนเขาโยนใส
พอจบเร่ืองถอดเคร่อื งเดนิ ออกไป
เดิมคอื ใครก็ยงั เห็นเปน คนเดมิ
บทบาท คือสิ่งทีก่ ําหนดใหเ ราเปน เหมอื นหมวกทเี่ ราสวมใส เชน หมวกเปนครู หมวกเปน พอ
หมวกเปนนกั กฬี า หมวกเปนสามี เปน ตน เมอ่ื สวมหมวกใบใดตอ งรวู าบทบาทท่ีเปน น้ันคอื อะไรแลว
ทําหนา ที่ใหสมบทบาททีไ่ ดร ับ ภาษานักแสดงเรียกวา “ดาราเจาบทบาท” หรือ “ตบี ทแตก” ขณะท่ี
ดาราบางคนไมเจริญรุงเรืองบนถนนเสนน้ีเพราะวาเขาแสดงไมสมบทบาท ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน
เมอ่ื เกดิ มาแลว มบี ทบาทเปน อะไร ตอ งแสดงใหส มบทบาท เพราะโลกนค้ี อื ละคร ทสี่ าํ คญั ตอ งไมแ สดง
บทบาททคี่ นเขาเออื มระอา หรอื แสดงบทบาทเดมิ ๆ ทคี่ นเขาเบอื่ ซา้ํ แลว ซาํ้ อกี เคยดภู าพยนตรเ รอ่ื ง
แกวหนามา ส่ิงที่เฝาจับตาดูคือเมื่อไรนางแกวหนามาจะแปลงรางสักที อยากรูวาเมื่อแปลงรางแลว
จะสวยงามขนาดไหน แตดกู ี่วันก่วี นั ก็เหมือนเดิมไมย อมแปลงราง คนดกู เ็ กิดความเบอ่ื หนา ย แตอ ยู
มาวันหน่ึง นางไดแ ปลงรา งเปนหญิงสวยงาม คนดตู า งต่นื เตน ประทบั ใจ ดงั นั้น ควรตรวจดูบทบาท
หนา ที่ตนเอง เลนใหสมบทบาท อยาเลนบทเกา ซ้ําซาก คนดเู ขาเซง็ เชน บทคนพาล ใหญแคไหนก็
เลก็ กวาโลง
บทบาทคอื หมวก หนา ทค่ี อื คนสวมหมวก บางคนคนเดยี วตอ งรบั ภาระสวมหมวกหลายใบ ตอน
เชา เปน นั่น ตอนบา ยเปน น่ี ตกตอนเยน็ มหี นาที่อีกอยาง ตอ งสวมหมวกถอดหมวกวันละหลายใบ แต
ทกุ ใบทเ่ี ขาสวมเขาไดท าํ หนา ทอี่ ยา งเตม็ ความสามารถ ไมบ กพรอ ง จงึ ถอื วา เขาเปน ดาราเจา บทบาท
ไดเ ชน กนั เมอ่ื เปลยี่ นหมวกแลว อยา ยดึ ตดิ หมวกใบเดมิ เชน เขาแตง ตงั้ เปน หวั หนา ตกึ ในโรงพยาบาล
ก็ทําหนาท่ีเพียงในโรงพยาบาลเทาน้ัน กลับมาถึงบานตองเปล่ียนหมวกเปนแมบาน ดูแลครอบครัว
ก.ไก ขยายธรรม 63
ความเปน หวั หนา ตกึ ตอ งวางไวท รี่ วั้ โรงพยาบาลอยทู ที่ าํ งานมหี นา ทเ่ี ปน ยามเฝา อาคาร หมดเวลาตอ ง
กลบั มาเปนสามที ีด่ ขี องภรรยาท่บี าน ไมใชตองมานงั่ อยูยามหนาบา นท้ังคืน
มเี รื่องนาคิดอยูเรอื่ งหน่งึ เม่อื เราไปงานศพเพือ่ ไปฟง พระสวดอภธิ รรม สงั เกตดูคนทีไ่ ปงานศพ
หากเปนคนธรรมดา ตาสีตาสา จะนัง่ แถวหลงั แถวทา ยๆ พอไดตาํ แหนงอะไรสกั อยา งนัง่ ขา งหลงั ไม
ไดแลว ตองขยับไปนงั่ ตรงกลาง พอมตี าํ แหนง สงู ขน้ึ เชน เปน ผใู หญบาน เปนกาํ นัน เปน ผอู ํานวยการ
หรือเปนนายก อบต. จะตรงดงิ่ มานง่ั โซฟาแถวหนาสุด รอเปน ประธาน ดีใจนักหนาท่ไี ดนงั่ ลาํ ดับดี
ท่ีสุดสมกับตําแหนงตนเอง แตหารูไมวา ระหวางโซฟาที่น่ังอยูกับหีบศพนั้น หางกันเพียงไมกี่เมตร
นั่นหมายความวา มนั ใกลความตายทกุ ขณะแลวทาํ เปนแอค ทา เร่อื งนี้ เปน คติใหขบคิดเลน ๆ เพื่อจะ
ไดไมประมาทในการดําเนินชวี ิต มีกลอนบทหนึง่ เขยี นวา
เมือ่ คนเราเกดิ มาในหลาโลก อปโลกนเปนนัน่ นีม่ ีใหเห็น
ลว นมายาฉาบทาใหเ ราเปน จาํ ตอ งเลนบทบาทมาดมายา
เหมอื นหัวโขนสวมใสใ หเ ลน โขน พระรามโนนน่ันพระลักษณนย่ี ักษา
เมอ่ื เลนจบถอดหัวโขนเดินออกมา ขา คือขา ใชร ามลกั ษณใชย กั ษม าร
เลิกหลงตวั ลมื ตนเปน คนเดน คิดวาเปน คนเกง กาจและอาจหาญ
สักวันหน่งึ ชวี ิตเราสน้ิ ลมปราณ ปาสสุ านบานสดุ ทา ยแหง กายเรา
ยศและลาภหาบไปไมไดแน สองคนหามสามคนแหพาไปเผา
ถึงยิ่งใหญเพียงใดไมพ นเตา บทละครแสนเศรา กจ็ บลง
ยอดคน ตอ งออนนอ มถอ มตน
ยอดคนไมใ ชซ ปุ เปอรแ มน ซปุ เปอรแ มนไมใ ชย อดมนษุ ย คดิ ดสู ิ ยอดมนษุ ยท ไ่ี หนจะเอากางเกง
ในใสไวดา นนอก ตัวออกเบอเรมิ่ เทิม่ ใสเ สื้อเบอรเ อส (S) ชฎา คือส่งิ ท่สี วมไวท ส่ี ูงคอื บนศีรษะของผทู ่ี
ควรจะไดร บั ในบรรดาคนทเ่ี ขา แขง ขนั เปน รอ ยเปน พนั แตม เี พยี งคนเดยี วเทา นน้ั ทมี่ สี ทิ ธเิ ปน ยอดคน
ไดสวมชฎา วันหนง่ึ บอกลกู วา
“ลกู ไปเด็ดยอดผกั กระถินใหพอหนอย พอจะเอามาจ้มิ นาํ้ พรกิ ” ลกู ชายวง่ิ ไปเด็ดใบแก มาให
กาํ มือหน่ึง เลยบอกลูกวา
“ลกู ใบแกๆ พอจะเคีย้ วไดอ ยา งไร ตองเอาใบออนๆ สิครับ” ลูกชายถาม
“ใบออนอยตู รงไหนพอ ” ตอบลูกไป
“ออ ใบออนตองอยูตรงปลาย ตรงยอดตนกระถินนะลูก” ลูกก็ไปเด็ดใบออนมาให ขณะรับ
ประทานอาหารก็สอนลูกไปดว ย
64 ก.ไก ขยายธรรม
“ลูก ใบออ นตองอยูย อด ไอท อ่ี ยปู ลายยอดคือใบออน ลกู อยากเปนยอดคน ตอ งรูจ กั ออ นนอ ม
ถอมตนนะ ดูกีฬากระโดดไกล กระโดดสูงสิ กอนที่เขาจะกระโดด เขาจะยอตัวใหออนกอนแลวพุง
ตวั ไป ถา ทาํ ตวั แขง็ ไปไมไ กลหรอก ถา ลกู ทาํ ตวั เปน คนออ นนอ มถอ มตน มสี มั มาคารวะลกู จะเปน ยอด
คนในดวงใจของทกุ คน ใครเหน็ กจ็ ะรัก แมไมมีเกยี รติบัตรรองรบั แมไมมีมงกฎุ มาสวมให แตถาลูก
ทําไดลูกคอื ยอดมนุษยอยางแทจริง”
ก.ไก ขยายธรรม 65
ฏ.ปฏักหนุ หัน
ปฏัก คอื ไมเ รยี วทใี่ ชประโยชนในการบังคับคนหรือสตั วใ หอยใู นโอวาท สมยั กอนครใู ชไมเ รยี ว
เฆย่ี นตเี ดก็ นกั เรยี น เพอื่ ลงโทษใหห ลาบจาํ และปลกู ฝง ใหเ ปน คนดใี นสงั คมตอ ไป ผลคอื เดก็ จะเชอ่ื ฟง
คาํ สั่งสอน กลวั ท่ีจะทาํ ความช่ัว ไมกลา ซุกซน ไมเรยี วสรางคนใหเปน คนดมี านกั ตอนกั จําไดวา สมัย
เปน เด็กครูใชไ มเรียวเฆยี่ นเพราะไปรังแกเพ่อื นในหอ ง จงึ จาํ ไดดวี า การรงั แกคนอนื่ เปนส่งิ ไมสมควร
ทําและไมเคยโกรธครูเลย คุณแมก็เชนกัน ทานสอนลูกใหเปนคนดี ไมเพียงแตชื่นชมอยางเดียว
บางครง้ั ทา นก็ดุดา เฆีย่ นตี ถือคติวา “รักวัวใหผูก รักลูกใหต”ี สมยั ผเู ขยี นเปน เดก็ คุณแมช อบเฆ่ียน
ดว ยไมเ รยี วเพยี งเพราะไมต อ งการใหเ ราเปน คนเกเร สมยั นนั้ คดิ วา คณุ แมไ มร กั เรา คณุ แมเ กลยี ดเรา
พอคดิ ไดว า ทท่ี า นทาํ ไป ไมต อ งการใหเ ราเจบ็ ปวดแตต อ งการใหห ลาบจาํ จงึ คดิ ขอบคณุ ทา นเปน อยา ง
มากถึงกับเขยี นติดฝาหองวา “แมฉันมีคนเดยี ว แมจ ะถือไมเ รยี วฉันกร็ กั ”
สํานกึ ไดเ พราะไมเ รียว
นทิ านจนี เรอ่ื งหนงึ่ จาํ ไมไ ดว า เรอื่ งอะไร แตใ หข อ คดิ ทเี่ ปน ประโยชนส าํ หรบั ลกู กตญั ทู งั้ หลาย
เรอื่ งมอี ยวู า ลกู คนหนง่ึ เปน คนดอ้ื รน้ั เกเร คณุ แมเ ฆย่ี นตเี ปน ประจาํ ตง้ั แตเ ลก็ จนลกู เตบิ โตเปน ผใู หญ
วันหนึ่งลกู ดอ้ื อกี แมก ็เฆ่ียนตอี ีก คราวนีพ้ อแมฟาดไมเ รยี วไปทกี่ น ลกู ลูกรอ งไหจ า เลย แมตกใจมาก
เพราะแตไ หนแตไรเวลาแมเ ฆีย่ นลูกไมเคยรองไห จึงรบี วางไมเรียวแลวถามลูกวา
“ลกู แมเ ฆี่ยนแรงไปใชไ หม ลกู เจบ็ มากใชไหม” ลูกตอบวา
“เปลาแม ตรงกนั ขา มลูกไมเ จ็บเลย ทลี่ ูกรองไหเพราะลกู ไมเจ็บนีแ่ หละ” แมไ มเ ขา ใจถามวา
“อาว ไมเ จ็บแลว ทาํ ไมลกู รองไห” ลูกบอกวา
“แมเ ฆยี่ นตลี กู ตงั้ แตเ ลก็ จนโตแลว ยงั ทาํ ตวั เหลวไหลใหแ มเ ฆยี่ นอกี ตอนเลก็ ทแี่ มเ ฆยี่ นลกู เจบ็
มาก นน่ั เพราะวาแมยังแขง็ แรง มีเรีย่ วแรงมาก บดั นแี้ มแ กชราแลวเรีย่ วแรงของแมลดถอยลง เฆี่ยน
ลูกลูกไมเจบ็ เลย ลูกรอ งไหเพราะสงสารแม แมแ กแลวยงั ทาํ เรื่องเหลวไหลใหแ มเ ปน หว งอีก”
กระทรวงศึกษาธิการออกกฎหามครูใชไมเรียวเฆี่ยนตีศิษยเปนเพราะวา ครูบางคนใชไมเรียว
เฆ่ยี นตีเด็กเพอ่ื ระบายอารมณ เฆ่ยี นตีตามอําเภอใจ เฆีย่ นอยา งไมม ีเหตผุ ลอนั สมควร ที่จริงไมเรยี ว
ไมใชสิ่งชั่วราย คนขาดสติตางหากท่ีใชไมเรียวไปในทางไมถูกตอง อดีตมีศิษยจํานวนมากไดดิบไดดี
เพราะไมเ รยี วของครู ศิษยบางคนบอกวา หากวนั น้ัน ครไู มเ ฆยี่ นผม ผมคงไมมอี นาคตสดใสในวนั น้ี
66 ก.ไก ขยายธรรม
อยางไรก็ตาม ศิษยจะดีหรือไมดีไมไดอยูที่ไมเรียวเพียงอยางเดียว อุปกรณสงเสริมศิษยดีมีถึง
๓ ประการ ไดแก การอบรม การยกยอ การใชไมเรียว คนบางคนอบรมเพยี งไมก น่ี าทกี ก็ ลับเนอื้ กลบั
ตวั ได เชน องคลุ ีมาลย พระพทุ ธเจาใชว จีเพยี งประโยคเดียว “เราหยดุ แลว แตท านยังไมหยุด” ก็
สามารถกระชากกิเลสออกจากจติ ใจเขาได
ไมเ รยี วเฆยี่ นกน คารมเฆย่ี นใจ
การอบรมบม นิสัยใหศ ิษยน้ัน เพียงแตว ันละนาทยี งั ดีถม
ศิษยจ ะดีมีชอ่ื หรือลมจม อาจเปนเพราะการอบรมหน่งึ นาที
การยกยอปอปนใหกําลังใจใหความหวัง อาจสรางพลังทางบวกใหศิษยคิดได คําดา ยิ่งดา
บอ ยๆ จะเห็นเปนเรอื่ งธรรมดาไมสะทกสะทา นหวั ใจ ผิดกับการยกยองใหก าํ ลงั ใจ จะเปน พลังเสริม
อยา งดี ยกตัวอยา ง พอแมโ ทรศัพทหาลกู พูดธรุ ะเสรจ็ แลว จบลงดว ยคําวา
คนที่ ๑ “แคน ้นี ะ เงนิ กสู ง ใหแลว ใชประหยัดหละ ไมใชหาไดง ายๆ เออ สวัสด”ี
คนท่ี ๒ “แมโอนเงนิ ใหล กู แลว เรือ่ งเงินทองพอ ไมห วงหรอกเพราะลกู เปนผใู หญแ ลว เพียงรู
ขา ววา ลกู ของพอ เปน คนดตี ามทพี่ อ หวงั ไว พอ กด็ ใี จแลว อยา ทาํ ใหพ อ ผดิ หวงั นะ พอ จะคอยเปน กาํ ลงั
ใจใหล ูกอยทู ี่บาน รกั ลูกครับ”
ระหวางคนแรกกับคนท่ีสอง จะเหน็ วา พลงั บวกของลกู ผูท่ีรบั สายแตกตางกนั มาก คนทห่ี น่งึ
พูดหวนเกินไป ไมซึมซับเขาไปในหัวใจของลูกเลย คําพูดของคนที่สอง มีการยกยองเชิดชูมีการให
กาํ ลงั ใจ เพยี งไมก ป่ี ระโยคสามารถเสยี ดแทงหวั ใจใหล กู รสู กึ สาํ นกึ บญุ คณุ อยา งเหลอื ประมาณ “กจู ะ
ทาํ ชัว่ ไมไ ด เดย๋ี วพอแมก จู ะผิดหวงั ”
สว นไมเรยี ว ถามเี พือ่ กาํ ราบใหศษิ ยเ ปนคนดี ก็นา จะอนโุ ลม แตพ อออกเปนกฎหมายกใ็ ชไมไ ด
ศษิ ยป จ จบุ นั จงึ ไมเ กรงใจครู ไมส นใจทจ่ี ะฟง คาํ สอนคาํ เตอื น โทษทเ่ี ปน คนเกเรกแ็ คว า กลา วตกั เตอื น
ไมเ จบ็ ไมแ สบอะไร สว นครเู องพอศษิ ยท าํ ตวั เหลวไหลกไ็ ดแ ตม องตาปรบิ ๆ ครทู พ่ี ดู โนม นา วจติ ใจเกง
กเ็ รยี กมาอบรมตกั เตอื น ครทู พี่ ดู ไมเ กง กไ็ ดแ ตเ หลอื บสายตามองไมเ รยี วขา งหอ ง สะทอ นใจเหลอื เกนิ
อุทานมาวา “มีเหมือนไมม ี”
มีพอ แมแลวไมเคารพทา น มไี วท ําไม
มหี นังสือกองไวแตไมอาน มีไวทําไม
มคี วามรทู ว มหัวเอาตวั ไมร อด มีไปทาํ ไม
มตี าสองขา งแตไมมองโลกในแงดี มีไวทําไม
ก.ไก ขยายธรรม 67
มีมอื มีเทา แตไ มร ูจักทาํ มาหากิน มไี วท ําไม
มคี รอบครวั แตไมทาํ ครอบครวั ใหอ บอนุ มีไปทาํ ไม
มหี ูสองขา งแตเ ช่ือคนงา ยเหลือเกิน มไี วท าํ ไม
มีชวี ติ อยูไมเกิน ๑๐๐ ปแตไมท ําดีอะไร อยูไ ปทาํ ไม
คาว “หัวอกคร”ู
ขอบคุณพระอาจารยวัดสวางอรุณน้ําแกนกลางอีกครั้งหน่ึง ความสามารถในการประพันธ
บทคาวพน้ื เมืองเหนือ นบั วาพระอาจารยเปน อัจฉรยิ ะจรงิ ๆ เกีย่ วกับครกู ็สามารถพรรณนาไดอยาง
เหน็ ภาพ ขออนุญาตนํามาเขียนไวใ นหนงั สอื นเ้ี พ่ือเปนกาํ ลังใจใหครทู ง้ั ประเทศ
ครอุ ุราอาวอาปนอ ง ความตกุ ขโศกตอ งสหี่ อ งหัวใจ
หัวอกครูนี้จ๊ักมีไผไหน ฮคู วามเปน ไปในใจส่หี อ ง
ไผจกั อาสาเมตตาปกปอง เศราหมองดวงทัยบยั้ง
ครูตกุ ขใ จเหลอื เห่อื ไหลลง้ั ลั้ง ตวยเกด๊ิ ไลเ ขา โรงเรียน
หลบแอว โลตสั บหัดอานเขยี น ทําต๋วั เปน เซยี นเหลน พายก๋ินเหลา
นักเรียนบางคนลักกิ๋นหอขา ว ทเ่ี ปอนเอามาละไว
หองนํา้ ขางฝาภาษามันใจ เขียนกาํ บา ใบปาโล
ถา ยแลวบลา งมันนาโมโห ปดุ โธธัมโมตึงเนาตงึ แหง
พักตอนกลางวันเลน ก๋ันแลว แกลง ตา วกะหลดั แวงขาโตะ
แขงหักฮิมขายา งหานกะโตะ สงั คมวาหยอ ครบู า
ผอเหลาะกะฮึยอ นครลู าสา นกั เรียนจึงมาแขง หักอยา งอ้ี
เรื่องความอดสูที่ครเู ปนหนี้ ก็หนั ตึงมีสะปะ
ครแู ตละคนเปนมีภาระ เวียกงานกา นบา นเฮือนจอง
ผาครัวตองซกั เสอื้ ก๊กั เสื้อหลอง ไหนจะฮอมซองแตง งานบานใต
ปงศพพระครกู ะอยูบได ครูก็ตองไปพร่ําพรอม
นีแ่ หละศษิ ยเ หยภาระแวดลอ ม หอ มตั๋วอยถู าดาออ
ผลเฮียนศษิ ยฮ กั ซ้าํ ติด ม.ส. หลายคนติดรอบม าขอแก
นกั เรยี นสมยั ยคุ หักไมแส ครแู กจาใดจา งเตอะ
ตดิ ศูนยเ ตม็ ผองรอกองเปน เปอะ ศษิ ยบ ห ันหนามาใจ
ประกาศก็แลว ตึงบส นใจ ตึงบอาลัยใสใ จมาหย้ือ
68 ก.ไก ขยายธรรม
บอกผปู กครองนั่งหมองจื้อกอ้ื บอกปง ห้ือครมู อบอับ๊
ลูกเตาของผมบอยูบังคบั มนั หลกึ หลืนเหลน มาเมิน
แมมนั ก็กา นตดิ เกมเหลอื เกิน๋ ขอเจิญขอเจิญแลวแตครเู ตอ
โอยหนอตกุ ขังหวงั ไหนกะเปอ ตึงบเกยเจออยางน้.ี ..ฯ
ก.ไก ขยายธรรม 69
ฐ.ฐานเขามารอง
ฐานของตึกคืออิฐ ฐานชีวิตคอื การศกึ ษา การสรางฐานใหมน่ั คง ยอ มพบความสาํ เรจ็ ไดอ ยาง
ยัง่ ยืน เพราะฐานคือตําแหนง สําคัญในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ เชน สรา งบาน สรา งตึก บางหลังตอง
ตอกเสาเขม็ เปน รอ ยๆ เลม เพอ่ื ใหฐ านของบา นมนั่ คงแขง็ แรง ปจ จบุ นั มกี ารสรา งตกึ ทว่ี ศิ วกรวางแผน
สรา งกนั แรงสนั่ สะเทอื นจากแผน ดนิ ไหวได นบั วา ฐานมคี วามสาํ คญั มาก การศกึ ษากเ็ ปน รากฐานของ
ชีวิต เพราะการศึกษาใหความรูสูอาชีพที่มั่นคง ใบปริญญาเปนเพียงกระดาษธรรมดา แตสามารถ
การันตหี รือเปนใบเบกิ ทางสอู นาคตทสี่ ดใสได มคี ํากลา ววา “รักดีหามจว่ั รกั ชวั่ หามเสา”
ฐานดมี ีอนาคต
หมายความวา เมื่อฐานดีจะไดทํางานเบาสบาย เงินเดือนสูง ตรงกันขามหากฐานไมดี ก็ได
ทาํ งานหนัก เอาหยาดเหง่ือแรงงานแลกเงิน วันไหนทํากไ็ ดเ งนิ วนั ไหนไมท ําก็ไมไ ดเ งนิ ตองหนกั เอา
เบาสู นักมวยบางคนถูกเตะเขาที่ขา โดนไปโดนมาบอยๆ ทรุดลงไปกองกับพืน้ เพราะวาฐานลางไม
มัน่ คง
ความคดิ เปนรากฐานแหงการดําเนนิ ชวี ิต คิดดแี ลวจะทําดี คิดดีแลวจะพูดดี ดง่ั คําวา เพียงคณุ
เปลยี่ นความคดิ ชวี ติ กเ็ ปลยี่ นแปลง การคดิ จะนาํ ไปสกู ารพดู การพดู นาํ ไปสกู ารทาํ การทาํ บอ ยๆ จะ
กลายเปนนิสยั นิสัยนําสูบ คุ ลิกภาพ บคุ ลิกภาพนําสูชะตาชีวติ เปนไปตามวงจรน้จี ะดี หากลดั วงจร
จะเกดิ ปญหา เชน พดู กอนคดิ ไปดูตัวอยา งทีศ่ าลคดฟี อ งหมนิ่ ประมาท ทาํ กอ นคิด ไปดูตัวอยางใน
คุกในตะราง ตัดสินใจกอนคิด ไปดูตัวอยางคนขับรถชนกัน ตัดสินใจวาแซงพน สุดทายแซงไมพน
คนคิดถกู ในเรือ่ งการขบั ถา ย คิดวาตองขบั ถา ยเปน เวลา กนิ มาเยอะปา นนีน้ าจะเอาออกไดแ ลว แต
ถา คดิ ผิด ถงึ คราวปวดกอนคอยถาย คนพวกน้ีเวลาไปทศั นาจรมปี ญ หา พวกจะเท่ยี ว มนั จะแวะจอด
ปม ตลอดทาง ดงั นน้ั ความคดิ จงึ เปน ฐานในการพฒั นาตนเองไปสเู ปา หมายชวี ติ มคี นคอยจบั ผดิ เวลา
ทํางาน เราโมโห โกรธและเกลยี ด พอเปล่ียนความคดิ คิดวา เพราะเขารกั เรา สงสารเราเปนหวงเรา
จงึ คอยบอกคอยเตอื นเรา เหมอื นพอ แมจ บั ผดิ ลกู ครจู บั ผดิ ลกู ศษิ ย คดิ ถกู จะขอบคณุ เขาดว ยซา้ํ หาก
เขาไมร ักเรา ไมหว งใยเรา เขาไมเสยี เวลามาบอกเรา
70 ก.ไก ขยายธรรม
ครอู นบุ าลสรา งฐานที่นา ภาคภมู ิ
ครทู สี่ อนศษิ ยใ นระดบั อนบุ าลหรอื ระดบั ประถมศกึ ษา ทา นอยา ไดน อ ยใจ เพราะทา นคอื บคุ คล
สําคัญที่สรางฐานการศึกษาใหศิษย ควรภาคภูมิใจที่ศิษยของทานอานออกเขียนได ครูมัธยมศึกษา
เพยี งแคต อ ยอดองคค วามรใู หเ ทา นน้ั หากฐานความรไู มแ นน พอ หรอื อา นไมอ อก เขยี นไมไ ด นกั เรยี น
จะไมสามารถตอยอดความรูใหสูงข้ึนได อาจใชความพยายามอยางมากในการฝกฝน อาจตองเสีย
อารมณอยางมากในการสรางฐานใหแกศิษย แตขอใหทานภูมิใจเถิดวา ศิษยทุกคนท่ีอานออกเขียน
ได เขาจะระลกึ นกึ ถงึ คณุ ของทา นตลอดไป ทา นคอื ครคู นแรกทศ่ี ษิ ยจ ดจาํ อยา งไมล มื เลอื น โดยเฉพาะ
พฤตกิ รรมทเี่ ปน ตนแบบทีด่ งี าม จะยังอยใู นความทรงจาํ ของศิษยม ิรลู ืม เขาจะจารกึ ทา นเปน ไอดอล
ตลอดกาล เคยไดอานหนังสือชีวประวัติของทานมหาตมะ คานธี (ผูกอบกูอิสรภาพของอินเดียดวย
อหงิ สธรรม) ทานกลาวไวตอนหน่งึ วา
“สิ่งที่ครูสอนฉันมา ฉนั ลมื หมดแลว แตส ่ิงทค่ี รูทําใหด ูเปน ตวั อยา ง ฉันจําไดถงึ ทกุ วันน”ี้
กอดกันคอื ฐานแหงรกั แท
การกอดกนั ก็เปนฐานแหง การสรางครอบครวั ใหอบอุน ทา นบอกวา การกอดกนั เปนเสมือน
ผา หม ทมี่ ชี ีวติ การกอดกัน เปนเสมือนเส้ือกันหนาวทีม่ ีหวั ใจ
ลกู รองไห พอแมโ อบกอด ลูกหยุดรองไห
เพือ่ นเสียใจ คนรูใ จมาโอบกอด เพ่ือนรูสกึ อบอนุ ใจ
กอดคณุ แม ไดสมั ผสั ไออุน จากหัวใจพอ แมส หู ัวใจลูก
กอดลกู ไดส มั ผัสไออุนจากหัวใจลูกสูหวั ใจพอ แม
ธรรมะคือฐานชวี ติ
ธรรมะทเ่ี ปนฐานในการดาํ เนนิ ชีวิต มมี ากมายหลายประการ ยกตัวอยางเชน
๑. สติสัมปชัญญะ สติ = ระลึกได สัมปชญั ญะ = การรตู ัวขณะทําพูดคิด
๒. หริ ิโอตตปั ปะ หิริ = ละอายแกใจ โอตตัปปะ = เกรงกลัวตอบาป
๓. ขนั ตโิ สรัจจะ ขนั ติ = ความอดทน โสรจั จะ = ความสงบเสงี่ยม
๔. กตญั ูกตเวที กตญั ู = รูคณุ คน กตเวที = หาทางทําตอบแทน
๕. เบญจศีลเบญจธรรม ไดแ กศ ีล ๕ ประการและธรรม ๕ ประการ
ก.ไก ขยายธรรม 71
๖. อิทธิบาท ๔ ไดแ ก ฉนั ทะ (พอใจ) วิรยิ ะ (แขง็ ใจ) จติ ตะ (ตั้งใจ) วิมังสา (เขาใจ)
๗. พรหมวหิ าร ๔ ไดแก เมตตา (รกั ใคร) กรณุ า (สงสาร) มทุ ิตา (พลอยยนิ ด)ี อเุ บกขา (วางเฉย
คอยหาจงั หวะชวยเหลอื )
๘. สงั คหวัตถุ ๔ ไดแก ทาน (แบง ปน ) ปยวาจา (พูดจาไพเราะ) อตั ถจรยิ า (บําเพ็ญประโยชน)
สมานตั ตตา (วางตนเสมอตนเสมอปลาย)
72 ก.ไก ขยายธรรม
ฑ.นางมณโฑหนาขาว
ในนวนิยายเรอ่ื งรามเกียรติ์ นางมณโฑ เปนภรรยาของทศกัณฑ มีความรักและซ่ือสตั ยต อสามี
มาก วา กันวา นางเปน คนสวย ผิวใส หนา ขาว ใครเหน็ ก็หลงรกั ดวยเลห เพทุบายนางจงึ มสี ามี 4 คน
(ตา งกรรมตา งวาระ) ตรงนอี้ ยากบอกวา หญงิ หลายผวั หากตา งกรรมตา งวาระอยา ไปตาํ หนเิ ขา เพราะ
เขาอาจมีเหตุผล เชน สามคี นแรกตาย ตองทนทํางานเลยี้ งลูกตามลําพงั สามคี นท่ีสองเหน็ ใจมาชว ย
เธอดูแล อยๆู ก็ท้งิ เธอไป อยูตอมาเธอไดพบสามคี นท่ี 3 อยกู นิ กันดว ยความสุข อยางนไ้ี มส มควร
ตําหนิ แตท่นี าตาํ หนิไดแก มีสามเี ปนตวั เปน ตนแตค บชูส ชู ายมผี วั นอ ยผวั หลวง (ปจจบุ ันใชศ พั ทว า
“กิก๊ ”) เพราะถอื วา เปน คนจติ ใจโลเล การมองคนอยา ไปดแู คสผี วิ สุภาษติ คําเมืองสอนวา “ถึงมันจะ
ดํา แตมันยะกํากิ๋นลําเนอเจา” เรียกวา มีเสนหปลายจวัก หนานอกดูไมดี แตหนาที่ไมบกพรอง
คนบางคนหนานอกดูดี แตหนาที่บกพรอง ใชไมไดบางคนผิวขาว แตใจดํา บางคนผิวคล้ํา แตใจดี
“หนาหมาแตใ จดี ดีกวาหนา เกาหลีแตใ จหมา”
กําพดื ไมสําคัญ
เรื่องรามเกียรต์ิ นางมณโฑ ไดชีวิตใหมจากการชุบขึ้นมาของพระฤาษี เดิมเปนกบตัวหน่ึง
พอเสกชบุ ชวี ติ ใหมก ลายเปน คนสวย จงึ ไดช อ่ื วา “นางมณโฑ” แปลวา กบนน่ั เอง เรอ่ื งนแี้ สดงใหเ หน็
วา อดตี เปนใคร มาจากไหนกต็ าม อยา ไปสนใจใหม าก ปจจุบนั เปนอะไร มหี นาที่อะไร สาํ คญั กวา
มัวจมปลักในอดตี ไมม ีประโยชนอะไร มแี ตเศราสรอย หดหูใ จเทานัน้ ดอกบัว เกิดจากโคลนตรมที่
สกปรก แตพ อโผลพน นาํ้ กลายเปนดอกไมทสี่ วยงาม เปน ดอกไมทใี่ ชบ ูชาพระรตั นตรยั ดังน้ันคนเรา
จะเกดิ จากเชอื้ ชาติ ตระกลู ใดกต็ าม ยากจน ยาจก วณพิ ก คนขอ อยา งไรกแ็ ลว แต หากเราพยายาม
ทําดี ความดีก็ตอบสนอง ตวั อยา งหมอชวี กโกมารภัจจ อดีตเปน ลูกของหญงิ โสเภณี ตามธรรมเนียม
หญิงโสเภณีหากมีลูกชายจะนําไปท้ิงไว ไมเลี้ยงดู หากคลอดไดลูกหญิง จะเลี้ยงดูเพ่ือเติบใหญให
สืบทอดมรดกอาชีพของแมตอไป ด.ช.ชีวก จึงถูกท้ิงท่ีกองขยะ ขณะนั้นองครัชทายาทแหงพระเจา
พิมพิสารนามวา อภัยราชกมุ าร เสด็จมาพบจึงใหนางนมเกบ็ ไปเลี้ยง พอโตขนึ้ ชวี กกุมารรูกาํ พืดของ
ตน เกดิ ความละอายใจพรอ มกบั ความคดิ เชงิ บวกเกดิ ขน้ึ วา หากเราไมไ ดผ ใู หญใ จดชี บุ เลย้ี ง ปา นนค้ี ง
เปน ซากศพเนา เหมน็ ในกองขยะแนน อน จงึ อาํ ลาคณุ พอ บญุ ธรรมไปเรยี นวชิ าเพอื่ ใชใ หเ ปน ประโยชน
ตอสาธารณชน วิชาที่เลอื กเรยี น คือวิชาการแพทย ดว ยความมมุ านะ ตงั้ ใจเลาเรยี น ในที่สดุ ก็เรยี น
จบ ไดร ักษาชวี ติ คนเปน อนั มาก เปนหมอทม่ี ีช่อื เสยี ง ไดรบั แตงตง้ั เปนหมอประจาํ พระองคพ ระเจา
พมิ พิสารและหมอประจําพระองคพ ระพุทธเจา
ก.ไก ขยายธรรม 73
ฒ.ผูเ ฒา เดินยอง
คา วจอ ยเมอื งเหนอื กลา ววา “ใครไ ดก าํ ฮเู ปง ครอู าจารย เรอื่ งบญุ สมปานเปง หมตู เุ จา ใครฮ คู วาม
หลงั เปง คนแกคนเฒา เปนเกดิ กอนเฮายอมฮู” คนจะแกหรอื ไมแ ก ไมใ ชดทู ่อี ายุ แตใหดพู ฤตกิ รรม
การแสดงออก วากันวา ผูชายผูชายแกไมแกดูตอนปสสาวะ ปสสาวะเสร็จแลวเดินออกมา ลางมือ
50–60 ยงั ไมแ ก แตถ า ปส สาวะเสรจ็ แลว กอ นเดนิ ออกมามกี ระทบื เทา 3 ครง้ั ไลป ส สาวะทหี่ ยดยอ ย
ติดรองเทา 20 ปลายๆ หรอื 30 ตนๆ ถือวาแกแลว สว นผูหญงิ ดกู ระเปา ถอื ของพวกเธอ อายุเทาไร
ไมส าํ คัญ เปดกระเปาถือออกมา ไดก ลนิ่ อายเชโด ลปิ สตกิ นํ้าหอมโชยออกมา 50 ก็ยังถอื วาแหรม
อยู ยังไมแก แตถา เปด กระเปาออกปบ กลิ่นยาหอม ยาดม ยาอม ยาหมอง โชยออกมา ถอื วา แกแ ลว
คนแกม ี 2 ลักษณะ ไดแก
1. แกลายคราม เปน คนแกท ่ีมคี ณุ คา เหมือนขอนไมทม่ี ีเห็ด มแี ตคนเคารพนบั ถอื
2. แกก ะโหลกกะลา เปน คนแกเพราะกนิ ขาว เปน คนเฒา เพราะอยนู าน ไมม ีสาระ
คาถาสําหรบั ผูเ ฒา
เพลงกาํ เมอื ง “คนเฒา ลกั เมาละออ น มนั ตงึ๊ บเ ดอื ดฮอ นไผ...” ใชแ ลว มนั ไมเ ดอื ดรอ นใครหรอก
แตม ันดไู มง าม คนเฒาคนแกควรเปน วัย “กา๋ํ ขนั เขาวดั ” เปนผนู าํ กิน๋ นาํ ตาน นงุ ขาวหมขาวดูแลว นา
เคารพนาศรัทธา คนแกควรไหวพระเปน หรือจะรอใหสัปเหรอจับมือไหว คนแกควรสวดมนตเปน
หรอื จะรอพระ 4 รูปมาสวดให คนแกควรกลา วคาํ อวยพรลกู หลานไดตอนวนั สงกรานตหรือวันเกิด
ไมไ ดกต็ อ งหดั ทองไว ทองใหค ลอ ง ลูกหลานจะไดช นื่ ใจ
คาถา 5 อ. สาํ หรับทา น ส.ว.ท้งั หลาย (ผสู งู วยั )
1. อาหาร อาหารสําหรับคนแก ไมควรเนนรสเผ็ด เค็ม หวาน หรือมันเกินไป เน้ือสัตวควร
เวนบา ง เพราะยอยยาก
2. อากาศ คนแกควรอยูในที่อากาศถายเทสะดวก ไมแออัด บานนอกดีกวาเมืองกรุงไมมี
ควันรถ ไมมฝี ุนละออง
3. อารมณ คนแกค วรปรบั อารมณใหเยือกเย็น อยา ใจรอน เดีย๋ วระบบหวั ใจจะลม เหลว หัดย้ิม
แยมแจมใส หดั มองโลกในแงดี แมอุยคํา เปน ตัวอยา งคนแกค นเฒา อารมณดี วนั หนึ่งแกเจ็บขาซาย
เราถามวา อยุ อายุเทา ไรแลว แกบอกวาอายุ 72 เราบอกวา อายมุ ากแลว การเจบ็ แขง เจบ็ ขาก็เปน
เรื่องธรรมดาเนาะ อุยคาํ ตอบแบบอารมณดวี า “บใ จกา ขาเบ้ืองขวาก็อายุเทากั๋น มันยังบเ จบ็ ”
74 ก.ไก ขยายธรรม
4. อุจจาระ ขับถายใหเปนนสิ ยั เปน เวลา ไมใชป วดทองเมอ่ื ไรคอ ยไปสุขา ตอ งรูตวั วาอาหาร
เกามันควรออกไปไดแลว เด๋ียวบูดเนาจะอันตราย อีกอยางเขาหองน้ํา คนแกควรระวังการลื่นลม
หลายคนเจออุบตั เิ หตุชนดิ นีต้ อ งไปนอนแชอยูทโี่ รงพยาบาล
5. ออกกําลัง คนแกตองรูจักเคล่ือนไหวรางกาย ใหรางกายกระฉับกระเฉง ไรโรคภัยมา
เบียดเบียน ไดแก ทํางานเบาๆ ท่ีบาน เดินไปเดินมา หรือถีบจักรยาน หางานอดิเรกทําเชน กีฬา
เปตอง กระบ่ีกระบอง ทาํ ใหส มาํ่ เสมอ ไมหักโหม
คุณธรรมของผเู ฒา
คณุ ธรรมสาํ หรับคนแก เรียกวา หวั ใจพระโพธสิ ตั ว 4 ประการ ไดแก
สทุ ธิ ; ความบริสุทธิ์ใจ ไมขุนมวั เศราหมอง ลด ละ เลกิ กเิ ลสและอบายมขุ
ปญ ญา : รอบรูสงิ่ ตางๆ บอกลกู สอนหลาน เลานิทานใหเด็กฟง ถายทอดมรดกงาน
จักสาน งานถักทอใหลูกหลานสืบทอด ไมอาน ไมฟง ปญญาไมเกิดจะเปนอัลไซเมอร (ข้ีหลงขี้ลืม)
มเี รอ่ื งเลา วา ตากบั ยายไปหาหมอเพอ่ื ตรวจโรคอลั ไซเมอรข องตา หมอเรยี กตาเขา ไปพบใหย ายอยรู อ
ขางนอก หมอใหต าเลาใหฟ ง ตาบอกวา “พอผมเขา หองน้ํา นางฟา จะมาเปดไฟให ฉ่ีเสรจ็ ปดประตู
นางฟาจะปดไฟให” หมอสงสัยจึงใหตาไปรอขางนอก เรียกยายเขาไปถามวามันเปนอยางไรกันแน
ยายตบเขาดงั ฉาด “กวู า แลว ตองมใี ครสกั คนมาเยย่ี วใสตเู ยน็ กทู กุ วนั ”
เมตตา : ความเมตตา ความเอ้อื อาทร ความมนี ํา้ ใจ คนแกจะมีคา ก็ตรงน้แี หละ
ขันติ : ความอดทน มหี ลายเร่อื งตองแสดงความอดทนเปนตวั อยางใหล กู หลานดู
คติเตือนใจทานผเู ฒา
มบี ทกลอนสําหรบั ผูสูงอายุมาฝาก กราบขอบคุณพระครูธรรมธรประทนิ วดั ตะลุง จ.ลพบรุ ี
ผูสูงอายทุ น่ี ารกั ตองย้ิมทัก มเี มตตา
มีสติ ทุกเวลา มีปญญา รเู ทาทัน
มีความรัก มศี รทั ธา เขาวัดวา อยา ดอื้ รั้น
ศาสนา ตอ งยึดมัน่ ศีลหานัน้ ประจาํ ใจ
สะอาด สวา ง สงบ สมาธคิ รบ นา เล่ือมใส
สืบสานวฒั นธรรมไทย เขาชมรมไว สามคั คีกัน
ก.ไก ขยายธรรม 75
หลักปฏิบตั ทิ ง้ั ตวั ส. และตวั อ. จาํ ใหมนั่
ออกกาํ ลัง ทกุ ทกุ วัน อารมณน น้ั แจม ใสดี
อาหาร ตอ งทานเปน หาหมวดเนน ครบถวนถี่
หวาน เค็ม มนั นน้ั ไมด ี อยา อวนซิ กินดวยปญ ญา
อุบตั ิเหตุ ตอ งระวัง เดินเกาะม่ัง อยา เกง กลา
งานอดเิ รก เสาะหามา อยา ลาหลัง อา นหนังสอื ไว
เสือ้ ผา อาภรณน ้ี ตองพอดี เมอ่ื สวมใส
บา นชอ ง ทัง้ นอกใน สะอาดตา อยา สะสม
อุจจาระ ทกุ ทุกวนั ฉี่ อยา อ้ัน จะตรอมตรม
อนามยั ดี ไมร ะทม รอบคอบไว โรคไมมา
อยาอาย ตรวจเชค็ บา ง โรคบางอยาง อยาขาดยา
อากาศ บรสิ ุทธ์ิหา สดู ชา ๆ พาเบิกบาน
อบายมุข เหลา บุหร่ี ตองหลกี หนี ตลอดกาล
เรอื่ งเงนิ ทองตองบรหิ าร อดออมไว ยามไมม ี
อนาคต วางแผนไว อบอุนใจ ไดเ พื่อนดี
อสิ ระ เวลาวางมี เลิกเสยี ที หว งเร่อื ยไป
อ.อนื่ อยา อดนอน การพกั ผอน วอนใสใ จ
อยา ประมาท จาํ ใหได อดทนไว เร่ืองครอบครัว
อัตตา ตอ งละบา ง อคตสิ รา ง หนทางช่ัว
อภัย ไมหมองมัว อีกหนอ ยตัว ก็ลงโลง
76 ก.ไก ขยายธรรม
ณ.เณรไมมอง
เรื่องจันทโครพ พระเจา ตามอบ “ผอบ” ใหจนั ทโครพ มีบางคนบอกวา “เปลีย่ นเปนเอาเณร
ไปอบไดม ย๊ั เอาพระอบมนั เปน บาป” คําวา “สามเณร” แปลวา เหลากอของสมณะ สมณะ แปลวา
ผูสงบ คนท่ีจะเปนพระเปนเณร ตอ งไดรบั การบวช คําวา “บวช” มาจาก ป+วช แปลวา การเวนช่วั
หมายถงึ เวน จากการทาํ บาป เวน จากความชว่ั ทง้ั ปวง การบวชเหมอื นการอาบนาํ้ ตอ งอาบทกุ วนั เพอ่ื
ขัดสีข้ีไคลใหหมดไป บวชก็เหมือนกัน ตองคอยขัดสีกิเลสใหออกไปวันละนอย จนกิเลสหมดสิ้นไป
บางคนอาบนํา้ เสร็จขไี้ คลยังเทาเดิม ก็เหมอื นคนบวช ไมว า จะบวชวนั เดียวหรือ 100 ป หากยงั ไมข ดั
กิเลสออก ปลอ ยใหกเิ ลสพอกพูนเทา เกา จะมปี ระโยชนอ ะไร
บวชแลวจงู พอ แมขึ้นสวรรค
บวชแลว จูงพอแมขน้ึ สวรรค ความหมายคือวา เมอ่ื บวชแลวใหตั้งใจศึกษาหาความรูแตกฉาน
ในพระธรรมวนิ ยั รอู ะไรควรอะไรไมค วร อะไรคอื บาปอะไรคอื บญุ แลว นาํ มาสอนมาแสดงธรรมโปรด
บดิ ามารดา ใหท า นทัง้ สองไดซึมซับหลกั ธรรมและปฏิบัตติ ามธรรมไดถูกตอง เหมอื นชีท้ างสวรรคใ ห
ทานเดินนั่นเอง สมาชิกครอบครัวตกเปนทาสอบายมุข พอติดเหลา แมติดการพนัน นองชายชอบ
เทย่ี วกลางคนื พสี่ าวคบเพอ่ื นชว่ั มสี ามเณรนอ ยซงึ่ เปน ลกู คนกลางไดบ วชเรยี นจนรธู รรมะพอสมควร
จึงเดนิ ทางกลบั บา นอันดับแรกนง่ั คยุ กับพอ
“โยมพอ ตอนนีพ้ อเปนทาสเหลา อกี หนอยสุขภาพของพอ จะเสื่อม รางกายพอจะมีแตโรคภัย
มาเบยี ดเบียน ลกู เณรมาที่นเ่ี พ่อื ขอใหโยมพอลด ละ เลกิ เหลา เพราะอาตมาเปนหว ง และอับอาย
เวลาไปเทศนทไี่ หน คนเขาบอกวา “ไปสอนพอ เณรกอนไป” ในท่ีสดุ พอกเ็ ลิกเหลา อนั ดับตอไปกไ็ ป
โปรดโยมแม โยมพส่ี าว โยมนอ งชาย จนพวกเขาสาํ นกึ ไดแ ละเลกิ ไมเ กยี่ วขอ งกบั อบายมขุ อกี นเ้ี ทา กบั
วา สามเณรรูปน้ันไดอาศัยชายผาเหลืองจูงพอแมพี่นองพนจากขุมนรกกลับข้ึนไปสูสวรรค ไมใชแค
บวชเปน พระเปนเณร พอแมก ไ็ ปสวรรคแลว คิดดูก็แลว กนั วา ถา บวชแลวไมป ระพฤติดีปฏิบัตชิ อบ
ไมศ กึ ษาธรรมะ ไมเทศนาส่งั สอน จะมีใครทไ่ี หนขึ้นสวรรคได เผลอๆ ตกนรกดวยกนั ทั้งโยมทัง้ พระ
ก.ไก ขยายธรรม 77
ลกั ษณะพระเณรในพุทธศาสนา
ลกั ษณะของพระเณรในพระพุทธศาสนา มี 4 ประเภท ไดแ ก
1. พระนกั สอน หมายถงึ เปน ธรรมกถึก เทศนาสงั่ สอนไปตามทต่ี า ง ๆ
2. พระนักสวด หมายถึงทอ งบทสวดมนต สืบชะตา สะเดาะเคราะห หากนิ ทางสวด
3. พระนกั เสก หมายถงึ หมกมนุ ในเรือ่ งคาถาอาคม สกั เสกเลขยนั ต เจา พธิ ีกรรม
4. พระนักฉัน หมายถึงบวชแลว ไมท ําอะไร กนิ ๆ นอน ๆ เลน ๆ ไปวนั ๆ
พระที่ดีตองเปน พระสุปฏปิ น โน คอื ปฏิบตั ดิ ีปฏบิ ัติชอบ มศี ีลาจารวัตรนาเคารพนับถอื นา จะมี
คณุ สมบตั ิ ดังน้ี
1. เปนพระปฏิบตั ิดี หมายถึงปฏิบัตอิ ยใู นศลี ในธรรม ไมประพฤตติ นนอกรตี
2. เปน พระปฏบิ ัตติ รง หมายถงึ ปฏบิ ัตถิ ูกตอ งตามสมณสารูป เรยี บรอย ดูสงา งาม
3. เปน พระปฏิบัตติ ามธรรม หมายถงึ ทาํ หนา ท่ขี องความเปน พระอยา งถกู ตอ งทกุ อยาง
4. ปฏิบัตเิ พอื่ ออกจากทุกข หมายถงึ ออกบวชมีเปาหมายเพื่อบรรลธุ รรม หาทางพน จาก
ทุกข ไมส นใจลาภสกั การะ ยศถาบรรดาศักดิ์
5. ปฏบิ ัตเิ พื่อความเปนศาสนทายาท สบื อายพุ ระพทุ ธศาสนาไปใหย นื นาน
เปนสตรไี มม ศี ีลกส็ ้นิ สวย
บุรษุ ดวยไมม ีศลี กส็ ้นิ ศรี
พระภกิ ษุไมมศี ีลก็สิน้ ดี
ขาราชการศลี ไมม กี ห็ ยาบคาย
ศลี สามเณร มี 10 ขอ ศลี ของพระภกิ ษุมี 227 ขอ ศลี พระภิกษณุ มี ี 311 ขอ ท้ังหมดเปน ศีลใน
สกิ ขาบททพ่ี ระพทุ ธเจา บญั ญตั ไิ ว มโี ทษตง้ั แตเ บาไปถงึ หนกั หนกั ทสี่ ดุ คอื ตอ งพน จากสภาพพระสงฆ
เรยี กวา ตอ งโทษปาราชกิ ศลี ในสกิ ขาบทบางครง้ั เรยี กวา “ศลี สตู รคณู ” เมอ่ื วานเปน ฆราวาสมแี คศ ลี
5 วันนเ้ี ขาโบสถอ อกบวชถอื ศีล 227 แคคนื เดยี วศลี เพม่ิ ต้ัง 222 ขอ แตมีศีลอกี ประเภทหน่ึง คือศีล
ในไตรสกิ ขา ไดแ ก ศลี สมาธิ ปญ ญา ศลี ในไตรสกิ ขา เนน การปฏบิ ตั ใิ หก ายวาจาเปน ปกตไิ มเ บยี ดเบยี น
ตนเองและผอู ่นื ใหเดอื ดรอ น ศีลชนิดนไ้ี มแ นวา พระอาจมนี อ ยกวาฆราวาสก็ได เพราะเห็นตัวอยา ง
พระบางรูปขนึ้ โรงข้ึนศาลเปนวาเลน
78 ก.ไก ขยายธรรม
ปฏบิ ตั ิตนตอ สงฆอยา งเหมาะสม
คาํ พดู ทค่ี วรใชก บั พระสงฆ ในฐานะเปน ชาวพทุ ธตอ งใชใ หถ กู ตอ ง ซงึ่ บางคาํ มศี พั ทเ ฉพาะ เชน
กนิ ฉนั นอน จําวดั
ปวย อาพาธ ตาย มรณภาพ
เชิญ นิมนต ตัวเอง อาตมา
ตอบรบั เจริญพร อาบนา้ํ สรงนาํ้
ฯลฯ
และสาํ คญั ไมค วรเลน หวั กบั พระสงฆ เพราะทา นเปน ปชู นยี บคุ คล บคุ คลทค่ี วรเคารพบชู า ทา น
มศี ลี มากกวา ฆราวาส หากเราเหน็ วา ทา นประพฤตนิ อกลนู อกทาง ควรตกั เตอื นทา นดว ยความเคารพ
เดนิ ผา นทานกก็ ม ตวั กราบทา นกก็ ราบแบบเบญจางคประดษิ ฐ ประเคนของกท็ าํ ใหถ กู ตอ ง ผชู ายยนื่
ถวายกบั มือ ผหู ญิงควรวางทผี่ า รับประเคน ประเคนเสรจ็ ใหกราบลงข้นึ รถลงเรือ ควรใหเกยี รตทิ าน
ลกุ ใหท า นนงั่ ดว ยความเคารพ พดู จากบั ทา นกค็ วรยกมอื พนม เรอ่ื งทจี่ ะคยุ ควรเปน เรอ่ื งธรรมะไมค วร
นําเรื่องลามก การเมือง หรือเรื่องชาวบานๆ มาชวนคยุ ถา เราทําผดิ แผกแตกตา งไปจากน้ี อยา วาแต
พระทา นไมม องเลย ณ.เณรก็ไมม องดวยซํา้
ก.ไก ขยายธรรม 79
ด.เดก็ ตองนิมนต
เด็ก ก็คือเด็กไมใชผูใหญที่ยอสวน เปนเด็กควรทําตนใหหอมแบบเด็ก คือมีความเรียบรอย
นา รกั เดก็ เปรยี บเหมอื นผา ขาวบรสิ ทุ ธิ์ แตง แตม สสี นั อะไรลงไปกจ็ ะเปน อยา งนนั้ บางครง้ั เปรยี บเดก็
เหมือนกลองวีดีโอ พรอมจะบันทึกภาพเหตุการณที่ผานมาในสมองตามแบบฉบับท่ีตนไดพบเห็น
พอ แมเ ปน อยา งไร ลกู หลานกจ็ ะเปน อยา งนน้ั พอ แมค อื เบา หลอ หลอมลกู หลาน หากเปน เบา พระพทุ ธ
รูป หลอมออกมากจ็ ะเปนพระพทุ ธรปู หากเปน เบากระโถน หลอมออกมากจ็ ะเปน กระโถน โบราณ
จงึ บอกวา จะดวู วั ใหด หู าง จะดนู างใหด แู ม ดใู หแ นด ถู งึ คณุ ยาย สาํ เนยี งสอ ภาษา กริ ยิ าสอ สกลุ เยาวชน
คนออนเยาว
ยุวชน หรือเยาวชน แปลวา คนออ น ไดแก ออ นอายุ ออนประสบการณ ออ นความ คดิ ความ
อา น ออนเหตุผล เพราะเขาเปนคนออนดังกลา ว หนาทผ่ี ูใ หญตองคอยเพม่ิ เตมิ เต็มใหเ ขาคอยๆ เปน
ผใู หญข ึน้ ทีละเลก็ ทีละนอย พอแมไ มตอ งการลูกทีเ่ รยี นเกง แตพฤติกรรมแย แตพ อ แมท้ังหลายทาน
ลว นตองการลกู ท่พี ฤตกิ รรมดี แมเรยี นไมค อยเกงไมเปน ไร บทเพลงเดก็ ดีเชื่อวา ทานทั้งหลายคงเคย
ไดย ินไดฟงมาบา ง ฟงทไี รก็นึกไมอ อกวา จะเตมิ ขอใดไดอกี บา ง เพราะเน้ือหาความเปน เด็กดที ัง้ 10
ประการดคู รบสมบูรณ
เดก็ เอยเดก็ ดี ตองมหี นา ที่สิบอยางดว ยกัน (ซา้ํ )
หนึ่ง นบั ถือศาสนา สอง รกั ษาธรรมเนยี มมั่น สาม เชื่อพอ แมครูอาจารย สี่ วาจาน้นั ตอ งสภุ าพ
ออนหวาน หา ยดึ ม่ันกตัญู หก เปนผูรูรกั การงาน เจด็ ตองศึกษาใหเ ช่ียวชาญ ตอ งมานะบากบ่นั
ไมเ กียจไมค รา น แปด รูจกั ออมประหยดั เกา ซอ่ื สตั ยตลอดกาล นํา้ ใจนักกฬี ากลา หาญ ใหเ หมาะกับ
กาลสมยั ชาตพิ ฒั นา สบิ ทาํ ตนใหเ ปน ประโยชน รบู าปบญุ คณุ โทษ สมบตั ชิ าตติ อ งรกั ษา เดก็ สมยั ชาติ
พฒั นา จะเปนเด็กทพ่ี าชาตไิ ทยเจรญิ
เปน เดก็ ตอ งออ นนอ มถอ มตนอยา ลามปามตอ ผหู ลกั ผใู หญ ดงั คาํ วา “เลน กบั หมาหมาเลยี ปาก”
เดก็ นั่งริมตล่ิง ผใู หญเลน จี้ท่เี อวแกลง ผลกั “อุย” ผล เดก็ ยมิ้ ไมตกนา้ํ เพราะผูใหญมแี รงผูใหญน งั่ ริม
ตลิง่ เด็กเลน จ้ีที่เอวแกลง ผลกั “อยุ ” ผล ผูใหญและเด็กตกนํา้ เพราะเดก็ แรงไมม ี
ภยั ของเยาวชน
ปจจุบันนี้ ภัยที่เกิดกบั ลกู ชาย ลูกสาวมีหลายประการ การเลี้ยงลกู ปจจบุ นั จึงยากกวา แตกอ น
แตก อ นมลี กู แปด เกา คน เลย้ี งไดส บาย เดยี๋ วนแี้ คค นสองคน พอ แมป วดหวั เปน หว งสารพดั ลกู หญงิ
80 ก.ไก ขยายธรรม
ก็กลวั เขาสูทฤษฎกี ริ ยิ าสามชอ ง “ทอ ง – ทงิ้ – แทง” สว นลกู ชายก็เปนหว ง
1. อทุ กภยั ภยั จากสุรายาเมาเหลาเบียร
2. อคั คภี ัย ภัยจากบุหร่ี กัญชา ยาเสพติดทั้งหลาย
3. วาตภยั ภัยจากลมปาก คําพูด การทะเลาะวิวาท ตรี ันฟนแทง
4. ภยั ทางบก อุบตั ิเหตบุ นทองถนน รถคว่าํ รถชน
5. ภยั ทางอากาศ เคร่ืองมอื สื่อสาร มอื ถอื อินเทอรเ นต เกม เฟชบคุ ฯลฯ
คณุ ธรรมสาํ หรับเยาวชน
คณุ ธรรมท่ีเด็กควรนาํ มาเปนหลักปฏบิ ัติ ควรมดี ังน้ี
1. เมอื่ อยทู บ่ี า น เดก็ ควรรูจักชว ยพอ แมท าํ งาน อยา ขเ้ี กียจ ทําตวั สาํ มะเลเทเมา เมอื่ เรียนจบ
ม.6 ตอ งไปเรยี นตอ ทอ่ี น่ื หา งไกลพอ แม ครน้ั เรยี นจบปรญิ ญาแลว ตอ งไปหางานทาํ ตา งจงั หวดั เพราะ
บานเราไมมีแหลง งาน ไปพบเนอื้ คคู นตา งจงั หวัด แตงงานแลว ก็ยายไปอยดู วยกนั ท่ีตา งจังหวดั กลบั
มาเย่ียมพอแมปละคร้ังสองคร้ัง ตรุษจีนบาง สงกรานตบาง ทิ้งใหพอแมเปนกําพราลูกอยูบานตาม
ลาํ พงั แมเจบ็ ปว ยก็ไมม ีใครดูแล ดังน้ัน ตอนนี้เรามเี วลาอยูกบั พอแม ควรใหเ วลากับทานมากๆ เม่อื
ถงึ เวลาทเ่ี ราตอ งโบยบนิ ไปสโู ลกกวา งดว ยความไมแ นเ ราอาจไมม โี อกาสไดอ ยปู รนนบิ ตั ทิ า นเทา ทคี่ วร
แลวเราจะไดไมเ สยี ใจภายหลงั
2. เมอ่ื อยูในโรงเรียน เด็กควรตง้ั ใจศกึ ษาเลา เรียน เรียนใหเ กง เรยี นใหส ุดความสามารถการ
เรยี นเหมอื นการวง่ิ ผลัด 4 คูณ 100 สง ไมต อ ตัง้ แต ประถม มธั ยม อุดมศึกษา ตามลําดับ ตอ งไมลืม
วา คนเกง กวาเรามมี าก หากเราไมเกง พอจะแขงขันสูเ ขาไมไ ด ในทส่ี ุดเราอาจเปน คนตกงานคนตอ
ไปก็ได อยาลืมวา สบายเมื่อหนุม จะไปกลุมเมื่อแก อดทนเมื่อหนุม ไมกลุมตอนแก จะบอกใหใน
โรงเรยี นโดยเฉพาะระดบั มัธยม เปน วัยท่ตี องการเพอ่ื น บางคนเสียคนเพราะเพ่อื น เนอื่ งจากไปคบ
เพอื่ นเกเร นกั เรยี นหญงิ บางคนก็ริไปมแี ฟน เช่อื แฟน หลงแฟนไมส นใจคําสั่งสอนพอ แมครอู าจารย
พอทา นหา มปรามกห็ าวา ทา นไมเ ขา ใจวยั รนุ ขอเงนิ พอ ใหท สี บิ ยสี่ บิ ไปหาแฟนๆ ใหท ลี ะรอ ยสองรอ ย
ชน่ื ชมแฟนวาดีอยา งงั้นดีอยางง้ี ทาํ ใหค ิดถึงนทิ านเรอ่ื งขนม 7 ชิ้น เรอื่ งมอี ยวู า มนี ายคนหนึง่ หิวมาก
มเี งนิ ตดิ ตวั แค 7 บาท เลยแวะซอื้ ขนมโดนทั เหน็ ขนมโดนทั มรี ตู รงกลาง คงกลวั ไมอ มิ่ เลยบอกแมค า วา
“ผมขอซอ้ื ขนมโดนัทชนิดที่ไมมีรนู ะครับ” แมคารบั มขุ ทนั ที
“ออ ชวงนเี้ ปนชวงโปรโมรชั่น ซ้อื หน่งึ อันแถมหนึ่งรู ถาคณุ ไมเอารู ใหก ินรอบรูกอ น กินหมด
แลว เอารทู งิ้ นะคะ” นายคนนัน้ ตดั สินใจซ้ือ 1 ช้นิ กินยังไมอ่มิ จงึ ซื้อชนิ้ ตอไปทีละช้ิน อีก 6 ชิ้น ก็ยงั
ไมอ มิ่ ตดั สนิ ใจซือ้ ชน้ิ ที่ 7 กบั เงินบาทสดุ ทาย ชิ้นท่ีเจด็ น้กี ินไดครึง่ ชน้ิ เทานั้น อม่ิ
“โอย กนู ่โี งฉบิ เสยี เงนิ ไปต้ัง 6 บาท รูง ซ้ี ือ้ ชนิ้ ที่ 7 ช้ินเดยี วกพ็ อ ดูสิ กินไดแ คค ร่งึ เดียว อิ่มแลว ”
ก.ไก ขยายธรรม 81
มันไมร ูหรอกวา ท่ีมนั อิม่ เพราะมี 6 ชนิ้ รองอยกู นกระเพาะ หลงปล้มื ชน้ิ ที่ 7 โดยลืมบุญคณุ 6 ช้ิน
กอนหนาน้ี ก็เปรียบเหมือนกับนักเรียนหญิงคนที่กลาวถึงน่ันแหละ พอแมเลี้ยงมาหมดเงินไปไมรู
กี่หมื่นก่ีแสน ไมคํานึงถึง แตไปยกยองแฟนที่ใหทีละรอยสองรอยวาดีเลิศประเสริฐศรี เลยหนีตาม
แฟนไป ไมส นใจการเรียน เสยี ทัง้ ตัวเสียท้ังอนาคต
3. เมื่ออยูในสงั คม ควรทําตวั ใหเปน ประโยชนต อ สงั คม อยา ทาํ ตนเปน นกั เลงหัวไม (เดย๋ี วหัว
จะโดนไม) ชวยเหลืองานสังคมตามสภาพที่เราจะชวยได ท่ีสําคัญเปนกําลังสําคัญใหสังคมโดยไม
ขอ งแวะกบั สง่ิ เสพตดิ อนั จะทาํ ใหส งั คมพลอยมวั หมองไปดว ย ในสงั คมมมี มุ อบั ใหเ ทยี่ วเตรม าก เชน
หัวสะพาน ศาลาพักผูโ ดยสาร สวนสาธารณะ ฯลฯ สถานทเี่ หลานเี้ ด็กไมค วรไปม่วั สมุ กลางคาํ่ กลาง
คนื หากริสูบบหุ ร่ี ริดื่มสุรา ไมนานจะเปนโรคถุงลมโปงพอง เปน โรคตับแข็ง ตองไปนอนหยอดนาํ้
เกลอื ทห่ี อ ง ICU มสี าย 4 สายระโยงระยาย ไดแ ก สายนาํ้ เกลอื แทงทแ่ี ขน สายออกซเิ จนคลอบทจี่ มกู
สายปสสาวะแทงที่ขา งทอ ง สายอาหารแทงบรเิ วณลําคอ ด้ินไปไหนไมได อาปากพะงาบ พะงาบ รอ
วันตายเทาน้นั เอง ในฐานะเปนสมาชกิ ของสังคม จึงควรทาํ ตัวใหเ ปนประโยชน ไมค ดใชทําขอ เหล็ก
งอใชทาํ เคยี ว คนคดอยางเดยี วใชก ารอะไรไมไ ด จําเอาไว
สุภาษติ ท่ขี นึ้ ตนดว ย ด.เด็ก
ดาบสองคม หมายถึง มีท้ังคณุ และโทษ
ดดี ลูกคดิ ในรางแกว หมายถงึ คํานึงผลไดผลเสียอยางละเอียด
เด็ดบัวไมเ หลอื ใย หมายถึง ตัดขาดความสัมพันธไ มตรี
ไดคบื จะเอาศอก หมายถึง ตอ งการไมส้ินสดุ
ไดท ขี แี่ พะไล หมายถึง คอยซํ้าเตมิ ผูอน่ื เม่ือเขาเพลีย่ งพล้ํา
ดวู วั ดทู หี่ าง หมายถงึ ดใู หร อบคอบ (หาคูค รอง)
เดินตามผใู หญหมาไมก ดั หมายถึง ทําตามแบบอยา งท่ีดจี ะปลอดภัย
82 ก.ไก ขยายธรรม
ต.เตาหลังตุง
เตา เปนสัตวท ่ีเช่ืองชา การทําอะไรเชือ่ งชาบางคนบอกวา “ตกยคุ ” บา งก็วา “ยคุ ไดโนเสาร
เตาลา นป” โดยนํามาเทยี บกับยคุ เทคโนโลยใี นปจจุบนั ความเชอื่ งชา ของเตา อาจนําพาไปสูภัยพบิ ตั ิ
แกต นเอง เชน ถกู รถชน ถูกชา งเหยยี บ เปน ตน เตาจงึ เปน สญั ลกั ษณข องความประมาท การที่ชาว
พุทธปลอยเตา ก็นาจะหมายถึงปลอยความประมาทออกไปใหเหลือแตความไมประมาท ในเรื่อง
กระตายกับเตา ทแ่ี ขง ขนั กนั ในนทิ านชาดก เตาคอื สญั ลักษณค วามไมประมาท เพราะตงั้ อยูใ นความ
ไมประมาท อยูในความเพียรพยายามจึงเอาชนะกระตา ยไดในทส่ี ุด การท่เี ตาเอาชนะกระตา ยไดน น้ั
ขอใหคนเราเกิดความคิดเถิดวา ในโลกนี้หากมนุษยเพียรพยายามถึงที่สุดแลว ไมมีอะไรที่มนุษยจะ
ทําไมได หรอื ตระหนกั วา ทุกส่งิ ไมย ากถา หากสนใจ
อันที่จริง เตามีคุณตอโลกมาต้ังแตยุคอารยธรรมจีนรุงเรืองสมัยราชวงศซาง ครั้งน้ันไดมีการ
จารกึ อกั ษรจนี ลงบนกระดองเตา และกระดูกววั ลว งเลยมาหลายพันปเ ลยไมท ราบวา ทาํ ไมบรรพชน
คนจีนยคุ นน้ั จึงใชก ระดองเตาเปนแทน เขียนอักษร
หงสห ามเตา
มีนิทานเรื่องหน่ึงจะเลาใหฟง เรื่อง “หงสหามเตา” เปนเรื่องราวเก่ียวกับการไมระมัดระวัง
คําพดู กอใหเกิดอันตรายแกต วั ผูพดู ได เรอื่ งมีอยูว า กาลคร้งั หนง่ึ นานมาแลว มีเตา ตัวหนงึ่ หากนิ อยู
บรเิ วณหนองนํา้ ท่ีแหง ขอด การดาํ รงชวี ติ ในชว งหนาแลง ทาํ ใหเ ตา ลําบากมากเพราะอาหารไมพ อกนิ
ขณะนั้นมีหงส 2 ตวั บินผานมา จึงลงไปพูดกับเตา ดวยความหวังดีวา
“เมอ่ื กี้ ฉนั บนิ ไปทางทศิ เหนอื ตรงหลงั เขามแี อง นาํ้ อดุ มสมบรู ณม าก ทาํ ไมเธอไมไ ปหากนิ ทนี่ น่ั
อยทู ่นี ่มี แี ตจะอดตายนะ” เตาไดยินก็สายหนา
“ตวั ฉัน เชือ่ งชา อยางนี้ อยา วาแตหลงั เขาเลย แคเ ดนิ ขนึ้ เขา ฉนั คงตอ งตายกอ นเปนแน” หงส
บอกวา
“ฉนั สงสารเธอจงั เลย เอางไี้ หมละฉนั จะพาเธอไปเอง โดยฉนั 2 ตวั จะเอาเทา จบั กงิ่ ไมไ ว ใหเ ธอ
เอาปากคาบตรงกลางไมไว แลวฉันทั้งสองจะบินขามภูเขา และพาเธอไปลงที่แองนํ้า” เตาไดฟง
ไอเดียท่สี ุดยอด จึงกลาววา
“ดีมาก เปน ความคิดทด่ี ี ฉันจะทาํ ตามทเี่ ธอบอก” หงสบ อกวา
ก.ไก ขยายธรรม 83
“แตเธอตองสัญญากอนวา เธอจะไมพูดไมจาตลอดเสนทางการเดินทาง เพราะวา ถาเธอพูด
เมื่อไร เธอจะตกลงมาขา งลา งทนั ที เตา บอกวา
“ฉนั ใหส ญั ญา ฉนั จะไมพ ดู ไมจ าอะไรจนกวา จะถงึ ทหี่ มาย” เมอื่ ตกลงเปน ทเ่ี รยี บรอ ยหงสก บ็ นิ
ขนึ้ ทอ งฟา โดยมเี ตา คาบกง่ิ ไมอ ยตู รงกลาง ขา งลา งกลางทงุ นา มเี ดก็ เลย้ี งควายกลมุ หนง่ึ เงยหนา เหน็
เหตุการณ จึงพากนั ตะโกนวา
“พวกเราดูสิ หงสหามเตา หงสหามเตา” พอเจาเตาไดยินดังนั้น ก็นึกเคืองขน้ึ มา
“ไอพวกเดก็ หนาโง มตี าหามแี ววไม กูกาํ ลงั แบกหงสอ ยูน่ี ดนั ตะโกนวา หงสหามเตา ทําไมไม
พดู วา เตาแบกหงส” พอคิดดังนนั้ เตาก็เลยอาปากเพื่อจะบอกเดก็ ท้งั หลายวา
“ไมใ ชห งสห ามเตาหรอก แตเปนเตา ตางหากท่แี บกหงส” ขณะอา ปากนนั่ เอง เตาก็หลุดจาก
ไมตกลงพน้ื ดนิ เสียงดงั สนั่นหวน่ั ไหว ตายทนั ที กระดองเตา แตกรา วเปนรอยๆ ขขี้ องเตากระเดน็ ไป
ถูกรักแรของคน เปนที่มาที่ไปจนถึงปจ จุบันน้ี
4 ต.ของชีวติ
ต.เตา มีขอ คดิ สาํ หรับดําเนนิ ชีวติ อยอู ยา งนอย 4 คํา ซึ่งเปรียบกบั วัยคนเรา ไดแก
“เตาะแตะ เตง ตึง โตงเตง ตองตาย”
วัยแรกวยั เตาะแตะ เปนวยั ทารกที่อาศยั คนอนื่ ชว ยเหลือ ตองเตาะแตะๆ อยพู กั ใหญ ตอ จาก
นั้น อวัยวะทกุ สว นก็เตงตงึ เขาสูวยั รุน พน จากวัยรุนอวยั วะบางสว นกโ็ ตงเตง มตี งึ อยูอยางเดียวคือ
หู ครน้ั เมอื่ ถงึ เวลาก็สูกาลเวลา ตองตาย ไมมีใครหนีพน ดงั นัน้ ในแตละวยั จึงควรดาํ เนินชวี ติ อยางมี
คณุ คา ทาํ หนา ทีต่ นเองอยา งสมบูรณ เมอื่ ตายไปจะมแี ตคนคดิ ถึง ดงั คาํ วา “อยูเ พือ่ ตนอยูแคสน้ิ ลม
อยเู พอื่ สังคมอยูช ว่ั กาลนาน” ส่ิงท่ีนาตดิ ขณะทีอ่ า นมาถึง 4 ต. คือ ขณะที่อยูในวยั เตาะแตะ มอื ของ
ทารกจะกาํ กอบ โกยทกุ ส่งิ เอาไว คลายๆ จะบอกวา ตั้งแตว นิ าทนี เี้ ปน ไป ฉันจะกอบ จะโกย จะกํา
ทกุ สงิ่ ทกุ อยา งเพอ่ื สนองกเิ ลสตณั หาของฉนั เอง แลว กเ็ ปน เชน นน้ั จรงิ ๆ เรม่ิ กอบ เรมิ่ โกย เรมิ่ กาํ และ
เร่มิ โกง เพอ่ื ใหชีวิตเหนอื ผอู น่ื ทุกดา น ครัน้ มาถงึ ต.สดุ ทา ยคอื ตองตาย ตองนอนแบมอื ใหผคู นมารด
นาํ้ ศพ นาํ้ หยดเดียวกไ็ มส ามารถกาํ เอาไวไ ดค ลา ยๆ จะบอกอกี คร้ังวา “ดูสิ อดีตฉันทาํ ทกุ อยางเพื่อ
กอบโกย แตข ณะนฉี้ นั ไมส ามารถนาํ สงิ่ ใดไปไดเ ลย แมแ ตน าํ้ ทพี่ วกทา นรดใสม อื หยดเดยี วฉนั กก็ าํ เอา
ไปไมได”
84 ก.ไก ขยายธรรม
สภุ าษติ ทีข่ ้ึนตนดวย ต.เตา
ตกมาตาย หมายถงึ จบโดยเรว็
ตดั หวั คั่วแหง หมายถงึ ฆา ใหต ายเพอื่ ใหหายแคน
ตดั หางปลอยวัด หมายถึง ตดั ขาด ไมเกีย่ วขอ ง
ตัดไฟแตต นลม หมายถึง ตดั สาเหตุ ไมใ หลุกลามตอไป
ตบหวั ลูบหลัง หมายถงึ ทาํ ใหเสยี ใจแลวปลอบประโลมภายหลัง
ตาบอดคลาํ ชาง หมายถงึ รูอยา งเดยี ว เขาใจวา เปนอยางน้ันท้ังหมด
ตาบอดสอดตาเหน็ หมายถงึ อวดรทู ้งั ท่ตี นไมร ู
ตกั บาตรถามพระ หมายถึง ใหอะไรที่เขาเตม็ ใจรบั ไมต องถามใหเ ลย
ตกกะไดพลอยกระโจน หมายถงึ จําเปน ตองยอมไมมที างเลยี่ ง
ก.ไก ขยายธรรม 85
ถ.ถุงแบกขน
ถุง คอื ภาชนะผา ท่ใี ชบรรจสุ ัมภาระในการเดินทาง ถุงเล็กๆ เชนถงุ ใสอาหาร ถงุ ใสขนม ก็เรยี ก
วา ถงุ บางครง้ั งง เห็นเขาถอื ถุงเดนิ มา “ถงุ อะไรหรือ” ตอบวา “ถงุ ถุง” ทาํ ไมตอบเลน ลิน้ จนสุดทา ย
ถงึ บางออ เมอื่ เขาแกะถงุ ออกขางในมีถุงอยู เขาจึงบอกวา “ถงุ ถุง”
เรื่องคนดื้อ ตองแกไขใหสาสม มียายคนหน่ึงเปนคนด้ือ คณุ ตาบอกวา
“วนั น้ีจะไปสวน ยายอยาไปนะ” ยายสวนทันที
“กูจะไป”
“เอาหละไปก็ได แตทางมันไกล อยาขนของใสถ งุ ไปเยอะนะ”
“กจู ะขน” ขนของไปเยอะเลย ตาราํ คาญมากเลยบอกวา
“ยาย อยาไปทางนนั้ นะมันเปนเหว เด๋ียวจะตกเหวตาย”
“กูจะไป” รับรางวลั แหงความดือ้ ไปเรียบรอย (คงเกย่ี วกบั ถุงบา งเนาะ) อนั ที่จริงถงุ เกีย่ วขอ ง
กบั ชวี ติ เรามาตลอด เชน รณรงคล ดโลกรอ น ใชถ ุงผา อยใู นทองมารดา ถงุ นาํ้ คราํ่ รับอังเปา ถุงเงนิ
ถงุ ทอง เปน ตน
ธรรมะจาก ถ.ถุง
ธรรมะทไี่ ดจ าก ถ.ถงุ ไดแ ก ตวั ตัณหาท่บี งการใหเ ราหาของใสถ งุ หาตง้ั แตเกดิ จนตาย หาไม
หยุดไมหยอน ผูรูบอกวา “ตอใหฝนตกลงมาเปนเหรียญหาทุกเม็ด หรือตอใหภูเขาที่เห็นเบื้องหนา
เปน ทองคาํ ทง้ั ลกู ใหข ดุ เอาตามสบาย กไ็ มเ พยี งพอกบั ความตอ งการของคน” หาเกบ็ หากนิ ตงั้ มากมาย
กายกอง พอตายลงเอาอะไรไปไมไ ดสักอยาง ดังคําวา
ยศและลาภหาบไปไมไ ดแน เวน เสียแตต น ทนุ บญุ กุศล
ทงิ้ สมบตั ทิ ้งั หลายใหปวงชน รางของตนเขายงั เอาไปเผาไฟ
บางคนเหน็ดเหน่ือยกับการทํางานหาทรัพยสมบัติ พอสามีตายลง ภรรยามีสามีใหม บรรดา
ทรพั ยท้งั หมดท่หี าไว ตกเปนของ “แกวมาลูน” สามีใหมหมด ดงั บทเพลงแกว มาลนู วา
“เปนวาสนาทอ่ี ายเกดิ มามีบุญ เกดิ เปน แกว มาลูน ความสุขเพ่ิมพูนทุกวนั ทกุ วี่ ดีใจจรงิ หนาได
ภรรยาเปนเศรษฐี กเ็ พราะวา สามขี องเธอทงิ้ ไวกอ นตาย...”
86 ก.ไก ขยายธรรม
ตอนเปนทารก มือทงั้ สองหยบิ ฉวยนน่ั นี่ โนน เหมือนจะบอกวา ตอ ไปนี้ฉนั จะหาจะกอบโกย
มาใหมากๆ แตพ อตายลง แบมอื ใหผ ูคนรดนาํ้ ศพ คลา ยๆ จะบอกวา
“ดูสิฉนั อุตสาหหามาตัง้ มากมาย สดุ ทายแมแ ตนํ้าหยดเดยี ว ฉันก็เอาไปไมได นีค่ ือสัจธรรมท่ี
สะทอนใจย่ิงนัก เหน่ือยสุดชีวิต สุดทายเอาอะไรไปไมไดสักอยาง เห็นมีแตถุงสามเหล่ียมสีขาวที่
สปั เหรอ (เจี้ยงเมยี้ ง) แบกนาํ ขบวนศพไปสูป าชาพรอมกบั ตุงเทา นัน้ เอง
ถุงความสุขอยูท ไี่ หน
ถ.ถงุ ไมไดใหค วามสุข เพยี งแคใ หค วามสะดวกเทาน้นั บา นหลังโต หมายถึง ถงุ ใหญท่ีเตม็ ไป
ดวยสมบัติพัสถาน รถคันโต หมายถึงถุงเคล่ือนที่ท่ีอํานวยความสะดวกใหยามเดินทางสมุดธนาคาร
หมายถงึ ถงุ แหง ความภมู ใิ จ สบายใจทกุ ครงั้ ทไ่ี ดด ไู ดร ไู ดเ หน็ วา มเี งนิ ในบญั ชมี าก ตเู ยน็ ทวี ี คอมพวิ เตอร
ตู เตียง โซฟา ฯลฯ คือถงุ ที่มไี วเพ่ือสนองความสนกุ สานชั่วครัง้ ชั่วคราว ทง้ั หมดคอยอํานวยความ
สะดวกใหมนุษย แตหาใชบทสรุปวาชีวิตมีความสุขไม บางคนน่ังรถติดแอรเย็นฉํ่า แตเหง่ือเทาเม็ด
ขาวโพด เพราะพรุงนี้ไฟแนนซเขาจะมายึดรถแลว หรือมีบานหลังละหลายสิบลาน สมาชิกในบาน
ขาดความอบอนุ จะมีประโยชนอ ะไรเลากบั ทรพั ยส มบตั ิทง่ี กหามาไว ยิ่งเขา ไปยดึ ตดิ มากเทาไร กย็ ่งิ
เกดิ ทุกขม ากเทานนั้ เพราะวาลกั ษณะการยึดไว หมายถึงภาระทห่ี นัก หากปลอยวาง ก็โปรง โลง เบา
สบาย ภาษาพระเรยี กวา มีความสขุ ตามฐานะ หันมาสรา งความอบอุนแกค รอบครัว มีเวลาใหแ กก ัน
และกันดีกวา มีเรื่องเลา ใหฟง
ครอบครวั หนงึ่ เปน ครอบครวั คนมฐี านะดี บา นหลงั ใหญโ ต แตส มาชกิ ในครอบครวั กลบั ไมค อ ย
ไดพบหนากัน ไมใชวาไปทํางานตางถ่ินหรอก แตเพราะวากลับบานคลาดเวลากัน สามีกลับมาจาก
ที่ทํางานดึกด่ืน กลับมาถึงบานลูกหลับเรียบรอยแลว พอต่ืนมาอีกครั้ง 8 โมง ลูกไปโรงเรียนแลว
พอสามีไปถึงท่ีทํางาน เพ่อื นถาม
“ลกู คุณโตหรอื ยัง” มนั กางมือออกบอกวา
“แคนี้แลว ” คือเหน็ ลกู เฉพาะตอนนอน ไมเ คยเห็นลูกตอนยนื มีธุระอะไรก็เขียนเปนโนต สัน้ ๆ
ตดิ ไวท่กี ระจกโตะ แปง
“พอ พรงุ นีผ้ มขอเงิน 200 บาท ออกคา เอกสารใหค ร”ู พอเห็นโนต เขียนตอบทันที
“ไปเอาทแี่ มนะลกู จากพอ”
“พอ มะรืนวันเกิดลกู พออยาลืมนะ” พอ รบี เขยี นตอบทนั ที
“พอ รวู า พอ เปน พอ ทแ่ี ย เอางลี้ กู อยากไดอ ะไร เขยี นตดิ ไวน ะ พอ จะหามาใหล กู ” ลกู จงึ ระบาย
สง่ิ ทตี่ องการลงไป
“ลูกตองการเวลาและความอบอุน” ความรูสึกของลูกคืออยากใหพอมีเวลาใหแกบางและให
ก.ไก ขยายธรรม 87
ความอบอุนเหมือนครอบครวั คนอ่นื เขาบา ง พอถึงวันเกิด มีกลองของขวัญใบใหญ 2 กลอ งวางบน
เตียงนอน ลกู ดใี จมากรีบไปเปด ดูกลองแรกเปน นาฬก าปลุก อกี กลองหน่ึง เปน ผานวมโตโต นี่คอื ส่ิง
ที่พอจัดใหต ามทลี่ ูกตอ งการ “ลูกอยากไดเวลาและความอบอุน” กไ็ มร ูเหมอื นกนั วา ลูกมนั โงหรือวา
พอ มันโง
ถงุ กน รว่ั
ถุงกนร่ัว เปนอุปมาแสดงความฟุงเฟอ เหมือนโองรั่วน่ันแหละ เม่ือพยายามเก็บหอมรอบริบ
ทรัพยสมบัติเอาไวดวยความเหน่ือยยาก แตสมาชิกในครอบครัวกลับไมชวยกันประหยัดใชจายเกิน
ประมาณ ทรพั ยทเ่ี กบ็ ไวใชจา ยยามฉกุ เฉนิ กห็ มดลง ความเปนหนี้เปนสินกต็ ามมา
ถามวา “มีเงินเหลือใช กบั มีเงนิ เหลอื เกบ็ อนั ไหนประเสรฐิ กวากนั ”
ถามวา “ยอดรายรับในบญั ชี กบั ยอดคงเหลือในบญั ชี อนั ไหนนา พิศวาสกวากัน”
ถามวา “ทองหอผาขรี้ วิ้ กบั ผาขีร้ ว้ิ หอ ทอง อยา งไหนประเสริฐกวากัน”
ถามวา “อยากรวย อยอู ยางรวย ไมม วี ันรวย กลัวจน อยอู ยา งจน ไมม ีวันจน เปนความจริง
หรือไม”
ปจจุบันผูคนท่เี รยี กตวั เองวา “มนุษยเงินเดอื น” มีปญ หาดา นเศรษฐกิจมาก หลายคนชักหนา
ไมถึงหลงั หลายคนตอ งเปนหน้บี ัตรเครดิต หลายคนตองพบกบั ปญหาลม ละลาย อนั ทีจ่ ริงเงินเดือน
ทไี่ ดร บั แตล ะเดอื นไมใ ชน อ ยเลย แตเ พราะไมเ คยจดั ทาํ งบประมาณประจาํ เดอื นหรอื ละเลยการจดั ทาํ
บัญชีครัวเรือน จึงทําใหรายไดไมพอกับรายจาย ระดับชาติยังจัดทํางบประมาณประจําป ระดับ
ครอบครวั ควรจดั ทาํ งบประมาณประจาํ เดอื นเอาไว อยา งนอ ย ลกู หลานไดเ หน็ คา ใชจ า ยในครอบครวั
จะเกดิ ความสงสารพอแม และจะมีสว นรวมรบั ผดิ ชอบในการประหยดั อดออมตอไป
88 ก.ไก ขยายธรรม
ท.ทหารอดทน
ชายชาติทหาร พอสอนใหเปน คนกลาหาญ อดทน คนทีผ่ า นการเปน ทหารมาแลว ดเู ปน ชาย
ฉกรรจท ม่ี คี วามรบั ผดิ ชอบ ยง่ิ คนทบ่ี วชมาแลว ยอ มการนั ตไี ดว า มคี ณุ ธรรมสงู เพราะไดร บั การอบรม
กลอ มเกลาอปุ นสิ ยั มาพอสมควร ผหู ญิงทง้ั หลายจะใหค วามสนใจเปนพเิ ศษ ดังน้นั ชายจงึ ใชจ ุดเปน
ทหารและอดตี นักบวชมาเปนจุดขายในการจบี สาว ดังเพลงท่รี องวา
“บวชพกี่ บ็ วชมาแลว ทหารพก่ี ็เปน มาแลว...”
วนิ ัยสรางชาติ
คนเปนทหารนอกจากอดทนตอการฝกฝนแลว ยังตองมีความตระหนักในภาระหนาท่ีของคน
เปน รัว้ ของชาติ ตอ งมใี จรกั ชาติ ศาสน กษัตริย อยา งมนั่ คง ทหารไดร ับการฝก ฝนดานระเบียบวินัย
อยา งเขม งวด แมจ ะพกปน กด็ มู คี วามมนั่ ใจวา จะไมน าํ ไปทาํ รา ยทาํ ลายใครนอกจากใชป อ งกนั ประเทศ
จงึ เหน็ ขอแตกตางระหวางคนมรี ะเบยี บวินัย กบั คนท่ไี มผ านการฝก วนิ ยั
มอี าวุธในมอื ถา มีระเบยี บวินยั ฝกมาอยางดีแลว เรียกวา ตาํ รวจทหาร
มีอาวุธในมือ ถาไมม รี ะเบียบวินัย ไมผ านกระบวนการฝก มา เรยี กวา โจรผูราย
มชี อลคในมอื ถามรี ะเบยี บวินัย ผา นการคดั กรองมา เรยี กวา ครูอาจารย
มชี อลคในมอื ถาไมม รี ะเบยี บวนิ ัย ไมผ านคดั กรอง เรยี กวา ผบี า
การยดึ ระเบยี บวนิ ยั จะทาํ ใหร ะบบเปน มาตรฐาน ดแู ลว มเี อกลกั ษณเ ฉพาะตน เชน การทาํ ความ
เคารพแบบทหาร แบบตาํ รวจ ดทู ะมดั ทะแมง ในทา ตะเบะแลวยดื ตัวตรง ตบเทา เสียงดังปง เพราะ
ทหารตํารวจเขาสอนใหเคารพนับถือกันตามลําดับอาวุโส ตามสายบังคับบัญชา มีเร่ืองเลาใหฟงวา
ทหารของเผาหนึ่ง (เผาอะไรก็ชางเถอะ) ถูกเรียกไปชวยอพยพผูคนที่ไฟไหมตึกใหลงมายังพื้นอยาง
ปลอดภยั การปฏบิ ัติคือใหทหาร 4 คนจบั มมุ ผาขาวผนื ใหญ มุมละคนจบั ขึงใหตงึ แลว ใหค นบนตึก
กระโดดลงมาตรงกลางผา ทุกคนท่กี ระโดดลงมากไ็ ดรบั ความปลอดภยั จนมาถึงคนๆ หนงึ่ โดดลงมา
ทหารทง้ั 4 หนั ไปมอง อา วนกึ วา ใคร ทแี่ ทเ ปน ผบู งั คบั บญั ชาตวั เอง ดว ยความเคยชนิ กบั การทาํ ความ
เคารพ จึงวางผา ลงแลว ทําทาตะเบะแสดงความเคารพ
“สวสั ดคี รับ” ผลก็คือผูบังคบั บัญชาตกลงพน้ื หลงั แทบหกั
“มงึ จะรบี ตะเบะหาบดิ ามงึ ทาํ ไม” ฉะนนั้ การทาํ ความเคารพเปน สงิ่ ทดี่ ี แตค วรดกู าลเทศะดว ย
ก.ไก ขยายธรรม 89
อยางเคารพกฎจราจรไมใชตองไปนั่งหมอบกราบตรงส่ีแยกไฟแดง หรือตรงทางมาลาย เคารพกฎ
จราจร ความหมายคือใหเดินขามถนน หรือขับรถดวยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอยาง
เครง ครดั
อดทนถึงที่ไดดีทกุ คน
ทหารเกณฑบางคนทนฝกไมไหว หลบหนีออกจากคายฝกกลับบาน กลายเปนทหารใจเสาะ
ไมม ีความอดทน วนั หลงั เมือ่ มลี กู มหี ลานจะสอนเขาอยางไร “ลูกตอ งอดทนนะ ลูกตองตงั้ ใจนะ ดูพอ
เปน ตวั อยา งสิ สมยั ทพี่ อเปน ทหารเกณฑ ครฝู ก เขาฝกหนกั มาก พอ ทนไมไ หวจงึ หนอี อกจากคายฝก
ลูกตองเอาตามอยางพอ นะ” ความอดทน เม่อื ทําไดถึงที่แลวจะไดดีทุกคน บางคนบอกวา “ทกุ ขก าย
แคไหนทนได แตท ุกขใจ คบั แคน ใจทนไดยากยิ่ง” หรือภาษิตทีว่ า
“คับทอี่ ยูได คับใจอยยู าก” เปน ตน จรงิ ๆ แลว ความอดทน เปน ยาขนานเอกทที่ าํ ใหค นเรา
บรรลคุ วามสาํ เรจ็ ในชวี ติ มเี รอื่ งเลา เกย่ี วกบั พระโพธสิ ตั ว “ขนั ตวิ าทดี าบส” ทา นบาํ เพญ็ ความอดทน
เปน บารมี (ขนั ตบิ ารม)ี วนั หนงึ่ ทา นไปพกั ในสวนอทุ ยานของพระราชา ซง่ึ พระราชาองคน ม้ี นี สิ ยั ดรุ า ย
ขณะน้ันพระองคไดพาทหารและเหลาสนมกํานัลไปเที่ยวสวนอุทยาน ไดนอนพักใตรมไมจนเผลอ
หลับไป นางสนมท้ังหลายเห็นพระองคหลับ จึงพากันเดินชมดอกไมในอุทยาน ไปพบพระโพธิสัตว
น่ังอยู จึงเขาไปสนทนาธรรม เรื่องสวนใหญก็เปนเรื่องการใชความอดทนในการดําเนินชีวิต พอต่ืน
บรรทมมองหาเหลา สนมกาํ นลั ไมพ บ พระราชาเกดิ โมโหจงึ ใหท หารออกตดิ ตาม ไปพบพวกนางสนม
กาํ ลงั นงั่ ฟงธรรมอยู ดวยความโมโหจงึ ถาม
“ทานสอนอะไรแกสนมของขา ” พระโพธสิ ัตวตอบวา
“อาตมากาํ ลงั สอนเรื่องความอดทน” พระราชา
“งั้นหรอื ทหารจับมันไว ตัดแขนมนั ใหขาด ดูวาจะอดทนหรอื ไม” ทหารก็ทําตาม
รบี ไปจับพระโพธสิ ัตวมดั แขน มดั ขา พระโพธสิ ตั วกลาววา
“อาตมายังยืนยืนสอนเร่ืองความอดทนอยนู น่ั แหละ” พระราชาโมโหมาก ตรัสวา
“ทหาร งนั้ ตดั ขาทงั้ สองขา งของมนั ใหข าด” ทหารกท็ าํ ตามทนั ที ตดั ขาทงั้ สองขา งพระโพธสิ ตั ว
อดทนตอความเจบ็ ปวด แลวบอกวา
“พระราชาคงคดิ วา ความอดทนอยภู ายนอก เปลา หรอก ความอดทนเปน ธรรมทฝี่ ง อยใู นจติ ใจ
อาตมาก็ยังยนื ยันวา ความอดทนเปน ส่ิงประเสรฐิ อยนู น่ั แหละ”
พระราชา ยงิ่ โมโหมากขึน้ จึงตะโกนบอกทหารวา
“ทหาร ลองกระทืบอกมันแรงๆ สิ ดูวาจะอดทนไปถึงไหน” พระโพธสิ ตั ว หายใจโรยริน กอ น
ส้ินลมทา นกลาววา
90 ก.ไก ขยายธรรม
“อาตมาไมไ ดต ายเพราะวา ไมอดทนหรือทนไมได แตเพราะรางกายรบั ไมไ หว แตความอดทน
ยังเปน ธรรมอยคู ูโ ลกตลอดไป”
ขา ศึกท่ีนา กลัว
ท.ทหารตอ งตอสกู บั ขา ศึกทม่ี ารุกราน ขา ศึกแบง ออก เปน 2 ลักษณะ
1. ขา ศกึ ภายนอก ไดแ กบ รรดาอรริ าชศตั รทู ง้ั หลายทจี่ ะมาโคน ลม ชาติ ศาสน กษตั รยิ หรอื แยง
ชงิ ผนื แผน ดนิ ของเรา หนา ทต่ี าํ รวจทหารตอ งชว ยกันปอ งกนั เอาไว
2. ขา ศกึ ภายใน ไดแ กก เิ ลสตณั หาทมี่ าเผารมุ จติ ใจสง ผลใหเ กดิ ทกุ ขท รมานตามมา หนา ทก่ี าํ จดั
กิเลส เปนหนาท่ีของทุกคน ใครพายแพกิเลสถือวาเกิดมาเสียชาติเกิด ปลอยใหขาศึกภายในมายึด
พ้ืนที่ในจิตใจไปเสียสิ้น บางครั้งกิเลสมาเหนือเมฆ ทั้งท่ีรูวาเปนขาศึกภายในแตก็ไมอาจเอาชนะ
มันได เพราะสตมิ าชวยไมทนั ดังคําวา “สติมาปญญาเกดิ สติเตลิดจะเกดิ ปญ หา” ชายหนมุ สองคน
นัง่ ดมื่ เหลาคุยกันกาํ ลงั คยุ เพลนิ มีเด็กมาขายลอตเตอร่ี
“พี่ พี่ พรงุ นีร้ วย พรุง นี้รวย” ชายหนุมหันมามองแลวถามเดก็ วา
“ใบละเทาไร” เด็กบอก
“ใบละรอยบาทครับ” ชายผหู นงึ่ จึงบอกวา
“เราซือ้ กันคนละใบ เผอ่ื ถูกรางวลั ท่ี 1 มาเลอื กใหพี่ 2 ใบ” หลงั จากเด็กขายลอตเตอร่ไี ปแลว
วงสนทนากเ็ ริ่มคุยเร่อื งเงนิ รางวลั ที่ 1 คนแรก
“เฮยเพอ่ื น ถามงึ ถูกรางวัลที่ 1 ไดเ งนิ 2 ลาน จะนําเงนิ ไปทาํ อะไรวะ” คนทส่ี องตอบ
“กจู ะนําเงินไปซือ้ ววั มาเล้ยี ง จะซื้อเปนรอยๆ ตวั เลย กูชอบเลี้ยงววั แลว มงึ หละ”
“กูจะนําเงนิ ไปซ้อื ท่ีปลูกผัก ซ้อื สัก100 ไร ปลูกผกั ใหเ ต็มพ้ืนท่เี ลย แตมึงตอ งระวังววั ของมงึ
ดว ยนะ เด๋ยี วจะมากดั กนิ ผกั กู” คนท่สี องตอบวา
“มึงกล็ อ มรว้ั สิวะ ววั ของกูมีเปนรอ ย จะดูแลทัว่ ถงึ ไดไ ง” ในท่ีสุดท้งั สองคนก็ทะเลาะกนั และ
ชกตอ ยกันเรือ่ งวัวเหยยี บแปลงผกั พอตํารวจมาถงึ ถามสาเหตุกเ็ ลาใหฟ ง ตํารวจถามวา ไหนววั ไหน
แปลงผัก ทง้ั คูจึงหยบิ ลอตเตอร่ีออกมา
“นี่ไง” นแ่ี หละคอื กเิ ลสมาเหนอื เมฆ เปน เพื่อนกนั น่งั ดมื่ ดว ยกนั แทๆ ทส่ี ุดกเิ ลสกบ็ งการใหช ก
กนั จนได สภุ าษติ ที่ขนึ้ ตน ดวย ท.ทหาร
ทําคณุ บชู าโทษ ความหมาย ชวยเหลอื คนอื่น แตไ ดร บั โทษตอบแทน
ทํานาบนหลงั คน ความหมาย หาประโยชนจ ากคนอื่น ไมม ีมนษุ ยธรรม
ก.ไก ขยายธรรม 91
ธ.ธงคนนยิ ม
“ธงชาติ และเพลงชาตไิ ทย เปนเอกลักษณและสัญลกั ษณของความเปน ชาติ เราจงภาคภมู ใิ จ
ในความเปน ชาติ โปรดยนื ตรงเคารพธงชาต”ิ คาํ พดู ทดี่ งั กอ งหกู อ นจะรว มกนั รอ งเพลงชาติ ทาํ ใหเ กดิ
ความฮกึ เหมิ ดว ยความรกั ชาติ เกดิ ความภมู ใิ จในบรรพบุรุษทไี่ ดป กปอ งชาตปิ กปอ งผนื แผน ดนิ เอาไว
ใหล กู หลาน บางโรงเรยี นอยถู น่ิ ทรุ กนั ดาน มเี พยี งธงชาตผิ นื เกา ๆ ผกู ตดิ กบั เสาไผ เวลา 08.00 น. เดก็
นอยท้งั หลายจะมายืนหนาเสาธงน้ัน แลวรวมกนั รอ งเพลง
ไตรรงคธ งไทย
“เพลงชาติไทยดังกองสองโมงเชา ธงผืนเกาพลิ้วเบาบนเสาไผ เด็กนอยๆ ยืนตรงหนาธงชัย
ปลิวไสวเปนสงาปากันดาร.....” เสียงเพลงครูลําดวนแสดงใหเห็นสภาพโรงเรียนชนบทท่ีถึงแมจะ
กันดารแตก็ยังตง้ั อยูบ นผนื แผนดนิ ไทย ธงมหี ลายชนดิ เชน ธงชาติ ธงกีฬา ธงโรงเรยี น ธงชัยเฉลมิ
พล ธงอาเซยี น เปนตน ซง่ึ เปน สญั ลักษณแ หงความเปนหนึง่ เดยี วกัน
ธงไตรรงค หรอื ธงชาติไทย มี 3 สี ซง่ึ แตล ะสมี ีความหมายแตกตา งกนั ไป
สีแดง คือชาติ ชาตทิ ป่ี ระกอบดว ยผืนดิน ผืนนํา้ และประชากร 60 กวาลา นคน
สขี าว คอื ศาสนา ศาสนาประจําชาตคิ ือพระพุทธศาสนา คอยขัดเกลาจติ ใจคนในชาติ
สนี า้ํ เงนิ คอื กษตั รยิ ศนู ยรวมใจ พระประมุขของชาติ พอ หลวงของปวงชนชาวไทย ใครบงั อาจ
คดิ โคน ลม หรอื คดิ ทาํ ลาย เทา กบั กาํ ลงั คดิ ตดั นวิ้ มอื ของตนเองออกไป คนเราเมอ่ื มนี วิ้ มอื ไมค รบจะทาํ
อะไรก็ลําบาก แมจะหยิบของขนึ้ มากย็ ากจะม่นั คง
ชาติ เปรียบเหมอื นนว้ิ นาง นว้ิ แหง ความรกั เวลาสวมแหวนจะสวมน้วิ น้ี แสดงถงึ
ความรกั ที่เปนหน่ึงเดียวของคนในชาติ (ปจ จบุ นั มีขบวนการคล่ังชาติ เทา กบั รอตดั นิว้ นางทงิ้ )
ศาสนา เปรยี บเหมอื นน้วิ ชี้ มหี นา ทีช่ ที้ ศิ ทาง ใชน ้วิ อนื่ ชไี้ มเ หมาะสม ศาสนาจะคอยช้ีแนะช้นี าํ
ใหค นทาํ ความดี หลกี หนีความช่วั ใหรูจ ักบาปบญุ คุณโทษ ถาไมรอู ยา ไปชี้
กษัตรยิ เปรยี บเหมอื นนิ้วหัวแมมือ เปนนว้ิ ทสี่ ําคญั ทาํ หนา ท่ีหลายประการ มีสี่นิ้วขาดนว้ิ โปง
จะหยบิ ฉวยอะไรกล็ ําบาก แมจะทานอาหารกล็ ําบาก ใครอยาคิดตดั น้วิ โปง เปน อนั ขาด
ธ. ตัวเดยี วยังมคี วามหมายทีป่ ระเสริฐหมายถึง องคพ ระมหากษัตรยิ ดงั คาํ วา
“ธ ประสงคใ ด จงสฤษดิ์ดงั หวงั วรหฤทยั ....” หมายความวา พระมหากษตั ริยทรงปรารถนา
ส่ิงใด ขอใหสมความมุงมาดปรารถนาดงั ท่ตี ง้ั ใจหวงั ไว
92 ก.ไก ขยายธรรม
อยา เพง่ิ ดว นฟน ธง
หมอดูบางคนใชธงเปนเอกลักษณตนเอง เชนหมอลักษณ “ฟนธง” ฟนธงคือยืนยันมั่นใจ
แนนอนวาตองเปนอยางนั้นไมเปนอยางอ่ืน โลกนี้มีเหตุปจจัยหลายอยางท่ีไมอาจฟนธงลงไปวา
ตอ งเปน อยา งนอ้ี ยา งนน้ั แคเ หน็ กใ็ ชว า จะใช ฉะนนั้ อยา ไดค ดิ เอาเอง เชน เหน็ หญงิ สาวขมี่ อเตอรไ ชค
มคี นแกคนหนงึ่ ซอนหลัง เห็นปุบ คดิ เอาเอง
“เอ็นดอู ีนางคนนั้นเนาะ ยงั สาวยังแสอยู ดันไปไดผ วั แก” ความจรงิ กค็ ือ ลกู สาวเขาพาพอเขา
ไปสถานีอนามยั แคความคิดเห็นสว นตวั อยาไดด วนสรุปหรือรีบฟน ธง อกี ตวั อยางหนึ่ง คณุ แมไ ดนํา
เอาพงั พอนมาเลย้ี ง นานๆ เขา กร็ กั ผกู พนั เหมอื นลกู คนหนง่ึ แตค รนั้ พอตวั เองมลี กู กลบั มคี วามระแวง
วา พังพอนอาจจะอิจฉาท่ีแมแสดงความรักตอลูก บางทีอาจจะกัดลูกก็ได อยูมาวันหนึ่งคุณแมไป
ตลาดแตเชามืด กะจะรีบไปรีบกลับ เพราะเปนหวงลูกนอยปลอยใหนอนอยูตามลําพังกับพังพอน
ทบี่ า นพงั พอนในฐานะเปน สตั วท ซี่ อื่ สตั ย รอู ยา งเดยี ววา ตอ งดแู ลลกู นอ ยของเจา นายใหด ที สี่ ดุ บงั เอญิ
มงี ูเหา ข้นึ มาบนบานและตรงไปจะกดั ลูก พงั พอนเห็นดงั น้นั จึงกระโดดเขา ตอ สกู บั งเู หา เพื่อปกปอ ง
ลกู ของเจา นาย ตอ สกู นั อตุ ลตุ จนเลอื ดสาดเตม็ พน้ื และเตม็ ตวั ของพงั พอน ในทส่ี ดุ งเู หา กพ็ า ยแพถ งึ แก
ความตาย ขณะน้ันพังพอนไดยินเสียงฝเทาเดินขึ้นบันไดมา รูวาตองเปนเจานายจึงรีบออกมาเสนอ
หนา พอแมเ ห็นเลอื ดเต็มตวั พงั พอนเทา นัน้ แหละ คิดเอาเองเลย
“กูวาแลว มันตอ งทาํ รายลูกกู” คดิ แลวก็รีบฉวยไมหนาสามตีพงั พอนทันที พอพังพอนแนน งิ่
กร็ บี เขา ไปดลู กู ภาพทเ่ี หน็ ลกู นอ ยนอนหลบั ตาพรมิ้ บนทน่ี อน ขา ง ๆนนั้ มรี า งงเู หา นอนเปอ นเลอื ดอยู
รทู ันทวี า พงั พอนตอสกู ับงูเพอื่ ปกปอ งลกู ตนเอง รบี วง่ิ ออกมากอดพงั พอน พร่าํ เพอวา
“อยาเปน อะไรนะลูก ลูกอยา ตายนะ แมขอโทษ แมขอโทษ” สายเสียแลว พงั พอนตายต้งั แต
โดนฟาดตบุ แรก นแ่ี หละคิดแลวฟน ธง บอกแลว ไงวา บางทกี ารคดิ กอ็ าจผดิ พลาดได อยาเพิง่ ฟนธง
คา นยิ มมาเปน พัก ๆ
ทาํ ไม ธ.ธงคนตอ งนิยม ก็เพราะธงเปน สญั ลกั ษณข องส่ิงท่ีดี สง่ิ ทปี่ ระเสริฐ ส่ิงท่มี คี ณุ คาสูงสง
อยางธงชาติไทย คนไทยทุกคนตองนิยมเพราะมันคือสัญลักษณแหงความเปนชาติ สําหรับมนุษย
มีความนิยมเปนพักๆ (รสนิยมชั่วคราว) เชน เจาะหู สักแขน นุงสั้น สายเดี่ยวฯลฯ พอเหตุการณ
ผานไป รสนิยมดังกลาวอาจเปล่ียนแปลงไป เกิดมีรสนิยมใหมข้ึนมาอีก โดยเฉพาะหนุมสาวที่ชอบ
การเลยี นแบบดาราคนโปรด นกั ฟตุ บอลคนเกง นกั รอ งคนดงั จงึ พยายามเลยี นแบบทกุ อยา ง เชน การ
แตง กาย การวางตวั เปน ตน วา ไปแลวสาวสมัยนแ้ี ตกตางจากสาวสมัยโบราณมาก มเี พลงสาวสมยั
ใหม ขับรอ งโดยศลิ ปนโผผนิ เพชรลานนา นา ฟง ดี
“แมย งิ ตงึ้ วนั นหี้ นา ชอบแตง หนา แตง ตา เอาจน ปอหมน ขอ กตอ ก เวยี กกา นบป อเทา ฮอื เลบ็ ตนี๋
เลบ็ มอื เปน หยงั มาออนออ ดตอ ด บเ หมอื นแมย งิ สมยั มา เกา ผมหนั เปน เปน สาว ยงั บก ะดกิ กะดอ ก...”
ก.ไก ขยายธรรม 93
น.หนขู วกั ไขว
“หนู หนจู า เหน็ หนา ยง่ิ พาใหก ลมุ พเ่ี คยอมุ เจา เมอ่ื เปน เดก็ เมอื่ ยงั เลก็ พกี่ อ็ มุ ได เดย๋ี วนี้ โตใหญ
พ่กี ลวั ตดิ คกุ ...” บทเพลงขออมุ ของศลิ ปน ไวพจน เพชรสุพรรณ คําวา หนู ถาเปนสัตว ถอื วา หนเู ปน
สัตวสกปรก ชอบกัดเส้ือผา มีอันตรายมาก เชน โรคฉ่ีหนู เปนตน แตถาเปนเด็ก ก็ถือวาเปนเด็ก
นารัก ทําไมคนเรียกตัวเองวา “หนู” จึงฟงดูนารัก นั่นเพราะการมองตางมุม มองในแงดี มองใน
แงรา ย หลวงพอพทุ ธทาสเขยี นบทกลอนเกย่ี วกับการมองคนไวน า ฟง
เขามสี วนเลวบางชางหัวเขา จงเลอื กเอาสว นท่ีดเี ขามอี ยู
เปน ประโยชนโลกบา งยงั นา ดู สวนท่ชี วั่ อยาไปรขู องเขาเลย
จะหาคนมดี ีโดยสวนเดียว อยามัวเทย่ี วคน หาสหายเอย
เหมือนคนหาหนวดเตาตายเปลา เลย ฝก ใหเคยมองแตด ีมีคณุ จรงิ
หนูใชจะไรประโยชน
น.หนขู วกั ไขว หมายความวา มหี นมู ากมาย เยอะแยะ ถา มีประโยชนการมีเยอะแยะก็นาจะดี
แตถา ไรประโยชนม ีมากมายก็ไรค า เหมอื นคาํ วา
“รกคนดกี วา รกหญา แตถามแี ตคนช่วั ชา รกหญา ดีกวา รกคน”
หนู ถูกนํามาแสดงเปนตัวการตูน “มกิ ก้เี มาท” “ทอมแอนเจอรี่” เพ่อื ใหเ ดก็ ๆ เหน็ ความนา รัก
ของหนู เปนการตนู เบาสมอง ดแู ลว เพลิดเพลนิ เด๋ยี วทอมเสยี ทา เดี๋ยวเจอรพ่ี า ยแพ นอกจากนน้ั หนู
ยงั ถกู นาํ มาออกแบบเปนอปุ กรณหนึง่ ในเคร่ืองคอมพวิ เตอร เรียกวา “เมาท” แมห นงั บางเรอ่ื งก็นาํ
ฝูงหนมู าประกอบฉากภาพยนตร วงการวิทยาศาสตรกไ็ ดน ําหนูขาวมาเปนหนูทดลองในการคน ควา
วิทยาการบางอยา ง เชน ทฤษฎีการวางเงอื่ นไขแบบโอเปอแรนทท ี่นําหนแู ละนกมาทดลอง เพอ่ื สรปุ
พฤติกรรมที่เกดิ ข้ึนกบั มนษุ ยวา ตอ งมกี ารเสริมแรงเสมอ เปน ตน ดงั นน้ั หากมองในแงบ วก หนยู งั มี
คุณประโยชนต อมนษุ ยท ้งั ดานวิทยาการและความเพลดิ เพลิน
มนษุ ยเ ราควรมวี ธิ ดี าํ เนนิ ชวี ติ 2 ดา น คอื ดา นการเอาตวั รอดในสงั คม และดา นความสนกุ สนาน
บันเทิง ดานเอาตัวใหรอดในสังคม ตองใชศาสตรและศิลปหลายอยาง รวมท้ังตองฉลาดรอบรูดาน
วิชาการ จงึ จะแขง ขนั และอยใู นสังคมอยา งปกติได สวนดานความสนกุ เพลดิ เพลินบันเทิงใจ ถอื เปน
การพกั ผอ นรา งกาย จติ ใจ สมอง หลงั จากทาํ งานหนกั มาตลอดทง้ั วนั กค็ วรจะมี เชน เลน กฬี า ทาํ งาน
94 ก.ไก ขยายธรรม
อดิเรก ดหู นังฟงเพลง ออกคายพกั แรม ทศั นศกึ ษา เปนตน หากวางน้าํ หนักชวี ติ ไวดา นใดดานหนง่ึ
มากเกนิ ไป ก็จะเกดิ ความทุกข ความเครยี ดตามมา
คุณคา ของน้ํา
นาํ้ เปน พยญั ชนะขนึ้ ตน ดว ย น.หนู นาํ้ มที ง้ั คณุ และโทษ มมี ากเกดิ อทุ กภยั มนี อ ยเกดิ ภาวะแหง
แลง เหมอื นคนชอ่ื “อนนั ต” ใครชือ่ นี้ตอ งรีบเปลย่ี นเลย เพราะมีขอเขียนปรากฏบนดอยภูคา “ท่ีใด
มคี ณุ อนันต ทนี่ ่ันมีโทษมหันต” คนเราตั้งแตเ กดิ มาตองเกี่ยวของกบั น้าํ นํ้าท่ีวา นี้ ไดแ กน้ํากิน นํ้าใช
นํา้ ใจ น้าํ คํา อยากมชี ีวิตสขุ สบาย ตองรูจ กั ใชน ํา้ ใหเปน
นา้ํ กนิ ควรดืม่ นํา้ สะอาดใหพ อประมาณในแตล ะวนั
น้าํ ใช โดยเฉพาะหองนาํ้ ตองมนี ํา้ ใชอยางเพียงพอ ขาดน้าํ เมื่อไรหองสกปรกทันที
นํ้าใจ ถือเปนน้าํ ทีช่ บุ สัมพันธไ มตรตี อกนั สงั คมทแ่ี ลงนาํ้ ใจเปนสังคมทไ่ี มอยู
นํ้าคาํ การพูดจาท่ีไพเราะ ยอ มกนิ ใจใหผไู ดรับฟง อิ่มใจไปนานแสนนาน
สภุ าษิตที่ข้ึนตนดวย น.หนู
นํ้าขน้ึ ใหรีบตกั หมายถงึ โอกาสดีมาถึง ควรรีบควา เอาไว
นํา้ เช่ยี วอยา ขวางเรือ หมายถงึ อยาขัดจงั หวะ หรือขัดอารมณค นอนื่
นา้ํ ตาลใกลม ด หมายถึง หญงิ ชายใหระวงั การอยใู กลก นั
นา้ํ มาปลากนิ มด หมายถึง ทใี ครทมี นั
นํ้านิ่งไหลลกึ หมายถงึ เงยี บขรมึ แตมีความคิดความอา นดี
นา้ํ พง่ึ เรอื เสอื พึง่ ปา หมายถงึ พึง่ พาอาศัยกัน
นา้ํ ลดตอผดุ หมายถึง ปกปด ความลบั นานเขาความลับถกู เปดเผย
นอนหลับไมร นู อนคไู มเห็น หมายถึง ไมรูอ ิโหนอเิ หน ไมรับผดิ ชอบ
ก.ไก ขยายธรรม 95
ป.ปลาตากลม
ปลาทว่ี ายทวนนาํ้ คือปลาเปน ปลาท่ลี อยตามนํ้า คือปลาตาย การวายทวนนํา้ ลําบากกวาลอย
ตามนํ้า เพราะตองใชเรี่ยวแรงปะทะกับสายนํ้า ซ่ึงหมายถึงการตอสูด้ินรน ไมยอทอตอความยาก
ลาํ บาก เมอ่ื ไปเทยี่ วนา้ํ ตก จะเหน็ ฝงู ปลาพยายามตะกายวา ยทวนกระแสนา้ํ ตก ปลาเหลา นนั้ ยงั มชี วี ติ
ท่ีเขมแข็ง ขณะที่ปลาไมแข็งแรง หรือปลาตายจะลอยตามกระแสนํ้า ไมมีแรงพอจะวายทวนนํ้าได
ชวี ติ มนุษยกเ็ ชน กัน ชวี ติ ใดไดใ ชความเพียรพยายามตอ สูกบั อุปสรรค เพ่อื ใหช ีวิตดํารงอยไู ด ชีวติ น้ัน
เปนชวี ิตทสี่ มบรู ณ แตชีวิตใดท่ีปลอยใหเ ปน ไปตามยถากรรม ไมคดิ ดน้ิ รนขวนขวาย ชีวติ นัน้ เทากบั
ชวี ติ ท่ตี ายแลว เปรียบเหมอื นวา วกค็ ลา ยกนั วา วทลี่ อยคางอยบู นฟา ได เพราะตานลมเอาไว ฉันใด
ชวี ติ ทตี่ า นตอ อปุ สรรคขวากหนาม เมอื่ ผา นพน แลว ชวี ติ นนั้ กจ็ ะสบาย เรยี กวา ลาํ บากกอ น แลว สบาย
ป.ปลา เปน สตั วน ้ํา มหี ลายปลาท่ีมีคตสิ อนใจ เชน ปลากระดี่ไดน ้าํ หมายถงึ ปลาทีด่ ใี จท่ไี ดพบ
นํ้า นัน่ หมายถงึ จะมีชีวติ อยูใ นวนั ตอ ๆ ไป ชวี ิตคนที่ผา นอะไรตอมิอะไรแลว พานพบกบั ความสําเรจ็
ยอมมีความยินดีปรีดา คนหนุมสาวที่ไดพบรักครั้งแรก นักศึกษาท่ีเขารับพระราชทานปริญญาบัตร
เปนตน ซ่ึงกอนจะถึงวันแหงความสําเร็จน้ัน ตองฟนฝาอุปสรรคมากมาย ผานความลมเหลวมานับ
ไมถวน เม่ือถึงคราวที่ความลําบากผลิดอกออกผลเปนความสําเร็จ ยอมดีใจเหมือนปลากระดี่ไดน้ํา
ปลาหมอตายเพราะปาก นี่กม็ คี ตสิ อนใจในเรื่องการใชวาจา คาํ พดู อาจสรา งมติ รหรอื ศตั รกู ็ได ดงั คํา
วา พดู ดีเปน ศรแี กป าก พดู มากปากเปนสี หรือคําวา
ถงึ บางพูดพูดดเี ปนศรศี กั ด์ิ มีคนรักรสถอ ยอรอยจติ
แมนพดู ชวั่ ตวั ตายทําลายมติ ร จะพูดคิดตองพิเคราะหใ หเ หมาะความ
วากันวา ปลาหมออยูที่ใด ก็พนละอองน้ําออกมาสูผิวนํ้า ซึ่งทําใหคนทอดแหรูแหลงอาศัย
ของปลาหมอ วา ตอ งอยบู รเิ วณนน้ั แน จงึ ทอดแหลงไป สดุ ทา ยกไ็ ดป ลาหมอฝงู ใหญน าํ มาปรงุ อาหาร
จงึ มคี าํ วา “ปลาหมอตายเพราะปาก” คนเรากเ็ ชน กนั เสนหอยทู ีป่ าก เสนยี ดกอ็ ยทู ปี่ าก หญิงสาว
บางคนทาลิปสติกที่ริมฝปาก ทําใหริมฝปากสวย แตเวลาที่คําพูดออกจากปากกลับเปนคําพูดที่
ไมไพเราะ มหิ นาํ ซ้าํ ยงั ใชค ําพดู หาเรือ่ งทะเลาะกนั เรยี กวา “ปากหาเรอื่ ง” ลูกสาวแมต อนเปน เดก็
ทารก หวิ นมกร็ อ งไห คณุ แมก ร็ บี ชงนมโดยเทนมใสข วด กรอกนา้ํ รอ นลงไป คนใหน มผงละลายนาํ้ แต
เนอ่ื งจากนาํ้ รอ น คณุ แมเ กรงวา ปากของลกู จะพพุ อง ปากของลกู จะเปน แผล นาํ้ รอ นจะลวกปากนอ ยๆ
ของลูก คุณแมจงึ หยดนา้ํ นมรอ นลงบนหลงั มือของแม หากจะรอนใหร อนทีห่ ลังมอื แม หากจะลวกก็
ขอใหลวกบนหลงั มอื แม ใหห ลงั มอื แมพ พุ องดีกวาใหป ากนอ ยๆ ของลูกบอบช้ํา เมอื่ รวู า รอน คุณแม
96 ก.ไก ขยายธรรม
กน็ าํ ไปแชน ้ําเย็น สกั ครูกน็ าํ มาหยดทห่ี ลังมืออกี ครั้ง เม่ือรสู กึ ไดวานมไมรอนแลว กําลงั อุน พอเหมาะ
จึงนาํ ไปใหล กู ด่มื กิน ทั้งน้ีก็เพราะความรกั ท่แี มมีตอลกู จึงทะนุถนอมลกู นอยในทกุ ๆ เรอื่ ง คร้นั ลกู
นอ ยของแมเ ตบิ โตมา ผา นอนบุ าล ประถม ขนึ้ มธั ยม พอแมว า กลา วตกั เตอื นอะไรนดิ หนอ ย กต็ ะคอก
ใสแ ม ดดุ า ใสแ ม พดู จากา วรา วใสแ ม “จะไปยอ ยเตอะ” คณุ แมบ างคนตอ งหลบไปนงั่ รอ งไหใ ตถ นุ บา น
อนจิ จา เสยี แรงท่เี คยเล้ยี งดู โดยไมร ูวาเติบโตมาจะเปน เดก็ กา วราว ถา รูอยา งนเี้ อานมรอนๆ ยัดใส
ปาก ใหป ากมนั พพุ อง ใหปากมนั บวมเจอ เปนสาวทป่ี ากไมส วยดซู ิ ใครจะจีบมนั ไปทาํ เมีย
ป.ปลานาคิด
สุภาษิตที่วา น้ํารอนปลาเปน นํ้าเย็นปลาตาย เปนสุภาษิตไทยที่มีความหมายลึกซึ้ง คําวา
น้ํารอนปลาเปน นํ้าเย็นปลาตาย ฟงโดยไมคิดจะเขาใจผิดวา เปนไปไดอยางไร นํ้ารอนปลาจะอยู
ไดห รอื นํ้าเย็นแทนทปี่ ลาจะอยูสบาย ปลาดันมาตาย เอ..มันอยา งไรกันนี่ ทจี่ รงิ นา้ํ เยน็ คือน้าํ บรเิ วณ
ท่มี ตี น ไมใ นนํ้าเยอะ เชน แผงผกั บงุ หรือผักตบชวา ทาํ ใหแดดสอ งไมถ ึง นา้ํ จึงมอี ุณหภมู เิ ยน็ กวา ปกติ
ปลามักไปแอบบริเวณนั้นจึงถูกจับไดโดยงาย สวนน้ํารอน ไมไดหมายถึงรอนเพราะอุณหภูมิสูง แต
หมายถงึ รอนปกตไิ มม ีหญาคลมุ ปลาอยไู ดต ามปกตแิ หวกวา ยไปมา คนจบั ไมคอ ยได สํานวนสุภาษิต
น้ี หมายถงึ การท่บี ุคคลทีใ่ ชค ําพูดตรงๆ แรงๆ แตจ ริงใจ ไมมพี ษิ มภี ยั ยอมดกี วาบคุ คลท่พี ูดดีแตแ ฝง
ดว ยความรา ยกาจซอนอยู ด่งั คําวา “หนาหมาแตใ จดี ดีกวาหนา เกาหลแี ตใ จหมา”
อกี คําหนงึ่ “ลนื่ เหมือนปลาไหล” เปรยี บกบั คนท่ีปลิ้นปลอน ตลบตะแลง โกหกไปวนั ๆ มคี าํ
แกตวั ตา งๆ นานาเพ่อื เอาตวั รอด เรียกวา ไหลลื่นไปไดเ ร่ือยๆ เหมือนปลาไหล เร่อื ง พี่ จอ หลายใจ
คงจํากันได ชายคนนี้มชี อ่ื วา จอม เรียกสน้ั ๆ วา พี่จอ พจ่ี อมีความสามารถถกั หมอน ประดิษฐหมอน
เปน รปู หวั ใจ สลกั ชอื่ ตดิ หมอนวา จากพี่ จ.ใจเดยี ว เสรจ็ แลว นาํ หมอนไปมอบใหส าวคนรกั ชอ่ื ลาํ ยอง
ลํายองดีใจเปนนักหนาท่ีไดรับความรักจากพ่ี จ.ใจเดียว รีบนําหมอนไปอวดจันทรเพ็ญเพ่ือนสาว
จนั ทรเ พ็ญเขา ไปในหองควาหมอนออกมาโชว วาพี่ จ. มอบใหเ ธอเหมอื นกนั “จากพ่ี จ. ใจเดยี ว” แต
มหี มอนหลายใบ คนประเภทนเ้ี รยี กวา เทีย่ วแจกความรกั เหมอื นซองกฐนิ ตลบตะแลงไปทวั่ ครัน้ จับ
ไดไ ลท ันเลยชวด เขา ทาํ นองวา จบั ปลาสองมือ
ก.ไก ขยายธรรม 97
สภุ าษิตที่ขึ้นตน ดวย ป.ปลา
ปลาใหญก นิ ปลาเล็ก หมายถงึ กนิ กนั เปน ทอด ๆ
ปลาตกนา้ํ ตวั โต หมายถงึ เสียของไปอา งวาของทีเ่ สยี ไปมมี าก
ปลูกเรอื นคลอมตอ หมายถึง ทาํ อะไรลว งลํ้ากา วกา ยสทิ ธผิ อู ่นื
ปนน้าํ ใหเ ปน ตัว หมายถงึ โกหก ปนเรือ่ งเทจ็ มาหลอกลวง
ปด ทองหลังพระ หมายถงึ ทําอะไรท่ีสําคัญ แตไมมีใครเห็น
98 ก.ไก ขยายธรรม
ผ.ผ้งึ ทํารัง
ผ้ึง กับ แมลงวัน เปนสัตวปกประเภทแมลงเหมือนกัน แตนิสัยตางกันมาก ขณะท่ีแมลงวัน
ถูกมองวาเปนแมลงท่ีสกปรก ชอบตอมของเหม็นเนา เปนที่รังเกียจหากบินมาเกาะตามโตะอาหาร
อีกทัง้ นําเชื้อโรคมาสูมนุษยอ ีกดว ย สว นผึ้ง เปน สตั วท่ีมองผวิ เผนิ เหมอื นจะดุรา ย ชอบตอ ย (ผึ้งบาง
ชนิดตอยคนถงึ ตาย) แตถ าหนั มาดูนิสยั ผ้ึง จะเหน็ วา ผ้งึ มนี ิสัยดงั นี้
ลักษณะของผ้ึง
1. ขยันหากิน วากันวา ผ้ึงตองบินไปหานํ้าหวานจากดอกไมเพื่อนํามาท่ีรัง บางคร้ังบินไกล
7-8 กิโลเมตร กวาจะไดน ้าํ หวานมาได (เมือ่ รวบรวมไดพอสมควร มนษุ ยก็ใชอบุ ายทฉ่ี ลาดกวา ไปตี
เอารังผ้ึงแลวรีดนํ้าผ้ึงมาบริโภค เหมือนโจรปลนสะดมอยางน้ันแหละ) นํามาสอนเร่ืองความขยัน
หมั่นเพียร ไมข้เี กียจขี้คราน “ไมมคี วามยากจนในหมูชนท่ีขยัน”
2. บนิ ไมสงู แตเ วลาทํารังผงึ้ ฉลาดในการทาํ รัง คือจะทํารังบนทส่ี งู หากจะนาํ นิสยั ผง้ึ ตรงนีม้ า
สอนคน คนจะสอนวา เกิดเปนคนไมควรมกั ใหญใ ฝส งู เกนิ ฐานะตวั เด๋ียวผดิ หวงั แลว จะทําใจลาํ บาก
เหมอื นทเี่ ปรยี บหญงิ สงู ศกั ดกิ์ บั ชายผยู ากไร “ดอกฟา กบั หมาวดั ” หากดนั ทรุ งั ไปจบี เขา จะเขา ทาํ นอง
“หมาเหา เครอ่ื งบิน” มีกลอนวยั รนุ เขยี นไววา
ไมตองบินใหสงู อยา งใครเขา จงบินเอาเทาทเี่ ราจะบนิ ไหว
ทา ทบี่ นิ ไมจ ําเปนตอ งเหมือนใคร แคบนิ ไปใหถ งึ ฝน เทาน้ันพอ
“ยิ่งสูงยิ่งหนาว” หรือ “ไมสูงกวาแมมักแพลมบน คนสูงกวาคนมักไมพนภัยตนเอง” คําพูด
ทํานองนสี้ อนใหรูจกั ฐานะตนเอง พยายามดตู วั เองแลวปรบั ปรุงตัวเองไปเรอื่ ยๆ
3. มงุ สามคั คี วา กนั วา ในรงั ผง้ึ จะแบง งานกนั ทาํ โดยไมต อ งมเี งนิ เดอื นให เชน ผงึ้ งานจะทาํ งาน
หานํา้ หวานบาง ทาํ รังบาง ผ้งึ นางพญา มีหนาท่ีผลิตผ้งึ นอยๆ ออกมา ผง้ึ ทหาร ก็มหี นาทป่ี กปอ งรัง
ดูแลนางพญา ความสามัคคีเชนนี้เกิดจากการทําหนาที่ของตนอยางถูกตอง มนุษยเราหากสํานึกใน
หนาท่ี และต้ังใจทําหนาท่ีตนใหเรียบรอย ไมวุนวายหนาที่ของคนอ่ืน ความสามัคคีก็จะเกิดขึ้นเอง
เชน
ก.ไก ขยายธรรม 99
พระก็มหี นาท่เี ทศน เปรตกม็ ีหนา ท่ีขอ
คนขางหลงั ก็มหี นา ทีร่ อ คนประจบสอพลอกม็ ีหนาทเ่ี ลยี
ทา นวศิ วกรผ้งึ
การทํารงั ของผ้งึ ดูแลวนา ท่งึ ทงั้ ทผี่ ง้ึ ไมไ ดเ รียน ปวช. ปวส.กอ สราง ไมไ ดจ บวศิ วะในดานการ
ออกแบบ ไมไ ดมีวฒุ ิปรญิ ญาตรีดา นวจิ ติ รศิลป แตส ามารถทํารังไดสวยงาม เปนสัดสว น แตล ะรูจะมี
ขนาดเทากนั หอยโยงลงมาจากกิง่ ไม ชนิดท่ีตอใหล มแรงขนาดไหนกไ็ มท ําใหรงั ผ้งึ ตกลงมาได เขาใช
วธิ กี ารเชอ่ื มดว ยอะไรจงึ ทนทานขนาดนนั้ เคยเหน็ ภาพคนทไี่ ปแยง ขา วของแจกตอนทมี่ ผี ใู จบญุ นาํ ไป
แจกเมอ่ื คราวเกดิ อทุ กภยั แกง แยง กนั จนเกดิ ความวนุ วาย โกลาหล ไดร บั บาดเจบ็ คนไดก ต็ ณั หาอยาก
ไดม ากๆ กระชากลากดงึ คนไมไ ดก พ็ ยายามตะเกยี กตะกายจะเอาใหไ ด ดา ทอกนั สารพดั (ไมไ ดเ หมอื น
กนั ทกุ ประเทศ เชน ญ่ปี นุ เขากป็ ระสบอุทกภยั ภยั และไดร ับของแจกเหมือนกัน คนญ่ีปนุ เขาแถวรับ
ของอยา งเปนระเบียบ ไมเหน็ เขาแยงกันเลย) มาเปรยี บเทียบผ้ึงทอี่ ยูในรัง เกาะหลงั กัน เบียดเสียด
กนั มองแตไ กลแทนทจ่ี ะเหน็ แยง ทก่ี นั แตก ลบั กลายเปน ความเรยี บรอ ย สวยงาม เขาเกาะกป็ ลอ ยให
เขาเกาะ เขาเบียดก็ขยับนิดหนอย พอเปนที่วางใหเขาอยู มนุษยเราชางตางกับผึ้งนัก เพราะตอง
แขง ขนั กนั คอยเอาเปรยี บกนั ไมย อมกนั จนเกดิ ปญ หาตามมา แยง ขา วกนั กนิ แยง ดนิ กนั อยู แยง รกู นั
แทง (แยง ตวั สดุ ทาย หมายถงึ คนท่ไี ปหาปลาไหล เจอรูปลาไหลก็แยงกนั แทงเพอ่ื จะไดปลาไหล)
วงจรชวี ติ หมารา
ตวั ตอ (หมารา ) เปน สตั วช นดิ เดยี วกบั ผงึ้ ตวั นน้ี า สนใจวงจรชวี ติ ทถ่ี า ยทอดกนั โดยสญั ชาตญาณ
วา กนั วา ตวั ตอ พอโตขึน้ จะผสมพนั ธต ามวิถีชีวติ พอตงั้ ทอ งจะออกไข ตัวเมยี จะสรา งรงั ขน้ึ มาแตล ะ
รู (เหมือนผง้ึ น่ันแหละ) พอสรางเสร็จกไ็ ขท ง้ิ ไวในรงั 1 ฟอง จากนนั้ จะบินไปหาตัวหนอนมาใสในรัง
1 ตวั พอใสตวั หนอนเสรจ็ ก็ปด ปากรังดวยกรรมวิธีพิเศษท่มี ันคิดขนึ้ มา ทาํ ไปเรื่อยๆ จนไขห มดทอ ง
ทน่ี าํ ตวั หนอนไวก บั ไขแ ตล ะรงั นน้ั เพอ่ื ใหต วั หนอนเปน เสบยี งอาหารสาํ หรบั ลกู นอ ยทจี่ ะเตบิ โตขน้ึ มา
นี่คือสุดยอดการวางแผนของนกั คดิ ระดบั มือโปร
จากน้ันตัวตอก็จะบินไปและจบชีวิตลง แสดงวา ลูกนอยตอในรังทุกตัวลวนเปนกําพราแม
ไมเ หน็ หนาแมด ว ยซ้าํ ไป เม่ือไขเจรญิ พนั ธขุ นึ้ เปน ตวั ตอตวั นอ ยๆ กอ็ าศัยตวั หนอนท่แี มห าไวใหเ ปน
อาหารเล้ียงทอง จนเติบใหญมีปกมีขา ก็กัดปากรูที่ปดไว บินออกไปสูโลกตามวงจรชีวิต ผสมพันธุ
100 ก.ไก ขยายธรรม