The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แต่งโดย...อาจารย์ประดิษฐ์ กลาสี
ครูภูมิปัญญาประจำจังหวัดน่าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หนังสือก.ไก่ ขยายธรรม

แต่งโดย...อาจารย์ประดิษฐ์ กลาสี
ครูภูมิปัญญาประจำจังหวัดน่าน

สภุ าษติ ท่ขี นึ้ ตน ดว ย ช.ชาง

ชายสามโบสถ หมายถงึ บวชสามครั้ง เปน คนจติ ใจโลเล
ชิงสุกกอนหาม หมายถึง ทําในสง่ิ ท่ียังไมถึงเวลา (ลักลอบไดเ สยี กนั )
ชนักติดหลัง หมายถงึ มคี วามผิดตดิ ตัว
ชักใบใหเรอื เสยี หมายถงึ พูดเรือ่ งอนื่ ขณะมกี ารสนทนากันในเรอื่ งอน่ื
ชักหนาไมถงึ หลัง หมายถงึ รายไดไมพอกบั รายจาย
ชกั แมนา้ํ ทง้ั หา หมายถงึ พดู จาหวา นลอมหวงั ผลประโยชน
ชว่ั ชา งชี ดีชา งสงฆ หมายถงึ ปลอ ยไปตามยถากรรม
ชาชา ไดพรา เลม งาม หมายถึง คอย ๆ คดิ อาน จะเกิดความสําเรจ็
ชา งตายท้งั ตวั เอาใบบวั มาปด หมายถึง ความผิดใหญห ลวง สรา งเรอ่ื งเล็กมากลบ
ชกั นา้ํ เขาลกึ ชกั ศึกเขา บา น หมายถงึ นาํ ศตั รูเขาบา น

ก.ไก ขยายธรรม 51

ซ.โซลามดี

โซ เอาไวล า มววั ควายชา งมา ใหอ ยเู ปน ทเ่ี ปน ทาง นกั โทษอกุ ฉกรรจท อี่ ยใู นคกุ ผคู มุ กใ็ ชโ ซล า ม
แขนขาเอาไว เพอ่ื ปอ งกนั การหลบหนี หากโซม คี วามรสู กึ คงจะเกดิ ความยนิ ดที ต่ี นมปี ระโยชนแ กโ ลก
เหมอื นกนั คนบางคนเกดิ มาในโลกนไี้ มสรางประโยชนใ ดๆ กับโลกเลย เกดิ มาเพื่อเปลอื งออกซเิ จน
ของโลกเทานนั้ เอง ดงั คํากลอนทีว่ า
ตนไมใหรม รืน่ แกช ีวติ นกตวั นดิ ใหเสยี งเพลงกลอมโลกหลา
ดอกไมหอมใหชืน่ บานผา นสายตา แมต น หญาก็ยังใหอ อกซเิ จน
เราทกุ คนเกิดมาในโลกน้ี ทําความดอี ะไรใหโลกเห็น
กิน นอน เลน เทาน้ันหรือท่ที ําเปน ไมดเี ดน กวาบรรดาตนหญาเลย

พันธนาการมนุษย

โซห รอื หวง คอื เคร่อื งพนั ธนาการ เคร่ืองผกู มัดทเ่ี รานํามาใชเ ปน ประโยชนหลายสถานขอคดิ ท่ี
ไดจากการไปงานศพ ที่เจาภาพเอาดายสีขาวผูกมัดศพไว ที่เรียกวา “ผูกตราสังข” ก็ไดแงคิดใน
ลักษณะที่วา มนุษยเราถูกพนั ธนาการดว ยหว งโซ 3 ประการ จนขาดอิสรภาพในการเปน ตวั ของตวั
เอง นบั ตั้งแตเ กดิ จนตาย พระพทุ ธองคตอนยังเปนเจา ชายสิทธตั ถะ ทรงดํารใิ นการออกผนวชทต่ี อ ง
สลดั หวงโซทัง้ 3 ออกใหห มด เรยี กวา ทาํ ใจลําบากเหลือเกิน หว ง 3 หวง ไดแก

ปุตฺโต คีเว บตุ รเปน หว งผูกคอ
ภริยา หตเฺ ถ ภรรยาเปน หว งผูกแขน
ธนํ ปาเท ทรัพยสมบตั ิ เปนหวงผกู เทา
ผกู ตราสงั ขศ พ กค็ งมนี ยั ยะจากกรณดี งั กลา ว เพอื่ แสดงความหมายใหเ หน็ อานภุ าพของหว งทง้ั
3 ประการทผี่ ูกมดั ผคู นใหยึดติดจนเกิดทุกขต ามมามากมาย บุตรธิดาท่ีเกิดมา นับแตวันแรกทีล่ ืมตา
ดโู ลก ความสขุ กเ็ กิดข้ึนกบั บิดามารดา แตขณะเดียวกันกถ็ กู ออ มแขนแหง ความทุกขย ากลําบากโอบ
กอดอยู ไหนจะภาระในการเล้ียงดู ไหนจะสงเสียใหมีการศึกษา ไหนจะคอยประคบประหงมใน
พฤตกิ รรมอนั ไมพ งึ ประสงค เปน ตน ยงั ไมน บั รวมการทตี่ อ งพาไปพบแพทยย ามทบ่ี ตุ รไมส บาย เพราะ
ความรักที่มีตอบุตรนั่นเอง การตัดสินใจออกผนวชของพระพุทธองคจึงยากลําบากเมื่อมีทหารมา
กราบทูลวา “ ขอเดชะพระนางยโสธรา ใหก ําเนดิ พระราชโอรสแลว ”

52 ก.ไก ขยายธรรม

พระองคถ งึ กบั ตรสั ราํ พงึ วา “ราหุโล ชาโต ราหุโล ชาโต” แปลวา หว งเกดิ ขน้ึ แลว หว งเกดิ ขนึ้ แลว
คาํ วา ราหลุ จึงไดเ ปนพระนามของพระราชโอรสนบั แตนัน้ มา

ภรรยาสามี ก็เปนหวงผูกมัดใจซึ่งกันและกันนับแตวันที่จูงแขนเขาสูประตูวิวาห บางก็พูดวา
“เปน ทองแผน เดยี วกนั ” คาํ เมอื งกบ็ อกวา “ดา ยเปน กนั้ ฟน เปน เกลย๋ี ว มดั มอื เตอื่ เดยี วอยกู น๋ั กมุ เฒา ”
กอนแตงงานมอี สิ รเสรี จะไปท่ีไหน จะอยกู บั ใคร ไมต อ งขออนุญาตหรือเกรงใจใคร แตพอมอี ีกคนมา
เปน คชู วี ติ ความอสิ ระกห็ ายขาดไปกลายเปน โซท ล่ี า มความอสิ ระเอาไว มบี างคนพดู เลน วา “คนทย่ี งั
ไมแตง งาน กาํ ลงั จะตกนรก สวนคนท่ีแตงงานแลว ไดตกนรกไปเรยี บรอยแลว ” แสดงถึงความทุกข
ท่ีเกดิ ขึน้ เพราะหว งใยซึ่งกนั และกนั

ตณั หามนุษย

ทรพั ยสมบตั ิ เปน หวงผกู เทา จะไปท่ีไหนกเ็ ปนหว งทรัพยสมบตั ิ ตอ งนง่ั เฝา นอนเฝา ลนั่ กญุ แจ
ปด ประตู ใสเ หลก็ ดดั ตดิ กลอ งวงจรปด ยงั ไมพ อไปหาสนุ ขั ทเ่ี หา เกง ๆ นสิ ยั ดๆุ มาเปน ยาม พรรคพวก
ชวนไปวัด “ไปกอนเตอะ บมีไผอยูบาน” หาทรัพยมาไว แลวเอาใจไปผูกมัด ความทุกขก็เกิดโดย
เฉพาะกับคนท่มี ีอายุ 60-70 ป (สว นมากนะไมใ ชท ุกคน) เร่อื งมีอยวู า แตเดิมพระผเู ปน เจา กําหนด
อายุของสรรพสัตวเอาไวเ ทา กัน คนก็ 30 ป สุนัขก็ 30 ป ววั ควายก็ 30 ป ลงิ คา งก็ 30 ปเทากัน
อยมู าวันหนึง่ พระผเู ปน เจา ลงมายงั โลก เพื่อสอบถามปญ หาความเดอื ดรอ น เจาควายบอกวา

“พระเจา ขอรบั กระผมเกิดเปนควาย ตอ งทํางานหนกั รูสึกเหน็ดเหนอ่ื ยเหลือเกิน กระผมขอ
ลดอายุเหลอื 10 ปไ ดไหม ขอรับ” พระผเู ปนเจาบอกวา

“ไดสิ ขา รูสึกเห็นใจ ใหพวกเจามอี ายเุ พยี ง 10 ป” ขณะน้ันเองคนกค็ ลานไปหาพระผูเ ปน เจา
บอกวา

“พระผเู ปนเจา ขอรับ 20 ปของเจา ควาย ขอใหพ วกกระผมไดไหม ขอรับ” ทา นตอบ
“ไดสิ อยากไดกเ็ อาเลย พวกมนษุ ยท้ังหลายนบั แตน ้ีจะมอี ายุ 50 ปน ะ” ทันใดน้ัน สุนขั ก็เดนิ
เขา ไป
“ขา แดพ ระผเู ปน เจา ขา เปน สนุ ขั คอยทาํ งานเหา หอน เฝา ทรพั ยส มบตั ใิ หม นษุ ยอ ายุ 30 เหน็ จะ
ไมไหว ขอลดเหลอื 10 ปเ ถดิ ขอรับ” พระผเู ปน เจาบอกวา
“ไดสิ ตอ ไปนพี้ วกสนุ ขั ท้ังหลายมีอายุ 10 ปก ็พอ” คนเจา เกา ก็คลานเขาไปหาอกี “พระผเู ปน
เจา ขอรบั 20 ปข องเจา สนุ ัข ขอใหพ วกกระผมไดไหม ขอรบั ” พระผูเปน เจา บอกวา
“ไดสิ แตวาภาระงานของสุนัข พวกเจาตองรับไปดวยนะ ตอไปนี้พวกมนุษยจะมีอายุ 70 ป
อา ว ใครมอี ะไรจะขออกี ขา จะรบี กลบั สวรรคแ ลว ” พอพระผเู ปน เจา พดู จบ เจา ลงิ กก็ ระโดดเขา ไปขอ
“ขาแดพระผูเปน เจา ขาพเจา เฝาแลบล้นิ ปลน้ิ ตา ทาํ ทา ตลกใหคนดูเปน เวลา 10 ป รูสึกเบื่อ

ก.ไก ขยายธรรม 53

หนา ยเหลือเกิน ขอคืนให 20 ปข อรับ” พระเจาบอกวา
“ไดส ิ ตอ ไปนใ้ี หพ วกลงิ มอี ายเุ พยี ง 10 ปก พ็ อ” ทนั ใดนน้ั พวกมนษุ ยข โี้ ลภ กห็ มอบคลานเขา ไปหา
“พระผูเ ปนเจา ขอรบั 20 ปข องเจาลิง ขอใหพ วกกระผมไดไหม ขอรับ” พระผูเปนเจาบอกวา
“บะ เจามนุษยน ีช่ างโลภแทๆ เมือ่ เจาขอขาก็จะให แตพวกเจา ตอ งรับภาระของลงิ ไปดว ยนะ

ตอ ไปนใ้ี หม นุษยมอี ายุ 90 ป”
โปรดสงั เกต 4 บรรทดั ตอไปน้ี
คนอายุ 1 – 30 ป กําลังสนกุ สนานเฮฮา เอาแตส ัมมะเลเทเมา งานการไมเปนโลเปนพาย
คนอายุ 40 – 50 ป ตอ งทํางานหนักเพ่ือสรางฐานะ เพราะเอาอายแุ ละภาระของควายมา
คนอายุ 60 – 70 ป มที รัพยต องเฝา ทรัพย หวงทรัพย เพราะเอาอายุและภาระของสุนขั มา
คนอายุ 80 – 90 ป ตองทาํ ทา ตลกใหลูกหลานดู เพราะเอาอายแุ ละภาระของลิงมา

โซต รวนชวี ติ

หากเปรยี บโซ คอื กเิ ลส คําวา ซ.โซลา มดี จงึ ถกู ตองดว ยประการทง้ั ปวง เพราะกิเลสคือเครอ่ื ง
ผกู รดั ผคู นใหจ มอยใู นวฏั ฏสงสาร ตอ งเวยี นวา ยตายเกดิ อยชู าตแิ ลว ชาตเิ ลา ภพแลว ภพเลา พอกเิ ลส
บังคบั ก็เกิดการทาํ กรรม แลว ผลของกรรม (วบิ าก) ก็ตามมา ไมมใี ครหนพี น แมแตเ ศษกรรมที่ทํากบั
มารดาเม่ืออดีตชาติ ยังตามมาทํารายพระมหาโมคคัลลานะไดในปจจุบันชาติ ดังน้ัน กิเลส กรรม
วบิ าก จึงเปนวงจรอบุ าทวท ีผ่ กู มดั คนใหจ มปลกั ในสงั สารวัฏฏ อาศยั กิเลส จงึ กอกรรมทําเข็ญ แลว
ตองรบั ผลท่เี กิดขน้ึ (วิบาก) นีค่ อื หลักการของพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธองคไ ดเนนหลักแหง เหตผุ ล
ประกอบการสอนธรรมแทบทุกขอ

สง่ิ ใดเกดิ แตเ หตุ สง่ิ นนั้ จะดบั ไปกเ็ พราะเหตุ เหตแุ ละผลอาศยั กนั และกนั เกดิ ขนึ้ เปน ไปตามกฎ
อิทปั ปจ จยตา (เพราะส่ิงนมี้ ีสิง่ นจ้ี งึ มี) มีหวงเดียวไมเปน โซ ตองมหี ลายหวงซอ นกนั ถงึ เปน โซ โซเกิด
จากหว งเหลก็ หลายๆ หว งอาศัยกันและกนั เปน เสน โซท่ีแขง็ แรงทนทาน หลกั อรยิ สจั 4 ยงิ่ ชดั เจนใน
การแสดงความเปนเหตุเปนผลของสรรพสิ่ง เพราะอาศัยสมุทัย (ตัณหา) จึงเกิดความทุกขตามมา
และเพราะอาศัยมรรค (มรรค 8 ประการ) จึงเกดิ การดบั ทุกขอ ยา งสน้ิ เชงิ อริยสจั 4 จงึ เปน เหมือน
เสนทางสองเสนที่ตองเลือกเดิน หากตองการจะเดินไปสูทุกขก็ตองผานสมุทัยไปกอน เพราะสมุทัย
เปนสาเหตใุ หเกิดทกุ ข แตห ากตองการจะไปสูนิโรธ ก็ตอ งปฏบิ ัติตามมรรคมีองค 8 จงึ จะพบพระ
นิพพานได สมัยเปนเด็กนักเรียนครูใหนักเรียนรองเพลง “กบเอย” เพิ่งมารูทีหลังวา เพลงนี้สอน
อทิ ัปปจ จยตานนั่ เอง

กบเอยทาํ ไมจึงรอ ง (ซาํ้ ) จาํ เปน ตอ งรอง เพราะวา ทองมันปวด
ทองเอยทําไมจงึ ปวด (ซา้ํ ) จาํ เปน ตอ งปวด เพราะวาขา วมนั ดบิ
54 ก.ไก ขยายธรรม

ขา วเอยทําไมจึงดิบ (ซา้ํ ) จาํ เปนตองดิบ เพราะวาไฟมันดบั
ไฟเอยทาํ ไมจงึ ดับ (ซํ้า) จาํ เปนตองดบั เพราะวา ฟน มนั เปยก
ฟน เอยทําไมจึงเปย ก (ซาํ้ ) จําเปนตองเปย ก เพราะวาฝนมันตก
ฝนเอยทําไมจงึ ตก (ซํ้า) จาํ เปน ตองตก เพราะวากบมันรอ ง

สง่ิ ท่ที าํ ใหเ ราช่ัว เปนส่งิ นากลวั นนั่ คือกเิ ลส กเิ ลส กิเลส กเิ ลส
สงิ่ ทที่ ําใหเราดี ขอบอกอกี ทีวาคอื ธรรมะ ธรรมะ ธรรมะ ธรรมะ

สภุ าษติ ที่ขึ้นตน ดว ย ซ.โซ

ซ้อื ควายหนานา หมายถึง ซอ้ื ของในคราวจําเปนยอ มไดของแพง
ซอื่ กินไมหมดคดกนิ ไมน าน หมายถงึ ซอื่ สัตยดีกวาคดโกง
ซงั กะตาย หมายถงึ ไมเ ตม็ ใจ

ก.ไก ขยายธรรม 55

ฌ.กะเฌอคูกัน

“เน้ือคูก ันแลว ก็คงไมแคลวกันไปได ถา เคยทาํ บญุ รวมไว ถงึ จะยังไงก็ตองเจอะกนั เขาเรียก
บุพเพสันนิวาสสรางสรรค คงเคยตักบาตรรวมขัน สรางโบสถรวมกันไวเมื่อชาติกอน” บทเพลง
บุพเพสันนวิ าส เปน คําอธบิ าย ฌ.กะเฌอ ไดเ ปนอยา งดี การเกดิ มาแลวไดอ ยูร วมเรียงเคยี งหมอนกัน
ทางพระพุทธศาสนาบอกวา เกิดจากเหตุ 2 ประการ ไดแก

1. บพุ เพสนั นวิ าส เคยทาํ บญุ รว มกนั มาแตช าตปิ างกอ น (ทาํ บญุ รว มชาติ ตกั บาตรรว มขนั นน่ั
แหละ) ชาตินเ้ี จอะเจอกันปุป รกั กนั ปบ ศรรกั ปก ทรวง เรยี กวา “รกั แรกพบ”

2. การเกื้อกูลกันในปจจุบัน เห็นอกเห็นใจในยามมีปญหา เปนเพ่ือนคูคิดเปนมิตรยามเหงา
มขี นมแบง กันทาน มงี านชวยกนั ทํา จึงเกดิ เปน ความรกั ทีก่ อตวั ขนึ้ ทลี ะนอยๆ ด่ังคําวา

“ไมรูวา พี่รักนองตอนไหน แตพ อรตู ัวอกี ที ชวี ติ น้ีพีข่ าดนองไมไ ดซะแลว ”
หญิง อาจจะรักผูชายหลายคนในหว งเวลาเดียวกัน แตพอจะตัดสินใจแตง งาน หลอนจะเลือก
ผชู ายท่มี ีความรบั ผดิ ชอบ มกี ารศกึ ษา มีอนาคต สามารถเปนผูนําครอบครวั ได
ชาย อาจจะรกั ผหู ญงิ หลายคนในหว งเวลาเดยี วกนั แตพ อจะตดั สนิ ใจแตง งาน เขาจะเลอื กหญงิ
ท่ีเหมาะทีจ่ ะเปนแมข องลูก (อาจมหี ญิงบางประเภททเ่ี หมาะเปนไดแคนางบําเรอ)

ชวี ิตคูตอ งเสมอกนั

มบี างคนเลน มุขตลก “การศกึ ษาผูหญิง อยาศกึ ษาแคภูมศิ าสตรดานเดยี ว (ดูหนุ ดูรปู ราง) ควร
ศึกษาประวัตศิ าสตรข องเธอดว ย จะไดร ูวา ผูหญิงคนนเ้ี คยสญู เสยี เอกราชมาแลว กค่ี ร้งั ” กอนตัดสิน
ใจใชชีวิตคู ประการสําคัญตองศึกษารสนิยมหรือนิสัยของกันและกันใหถองแท ไปกันไดยืดยาว
หรือไม จะปรับปรงุ แกไขอะไรบาง พระพุทธศาสนาบอกวา ใหดูวา มีศีลเสมอกนั คอื ตางคนตางมี
ศีลมธี รรม (นิสัยดีท้ังค)ู มที ิฏฐิเสมอกนั คอื มีความคดิ เหน็ คลายๆ กนั พว่ี านกนอ งก็วานก พว่ี า ไมน อง
กว็ า ไม มคี วามเชอื่ เสมอกนั คอื มสี ง่ิ ยดึ เหนยี่ วจติ ใจสงิ่ เดยี วกนั เชน นบั ถอื พระพทุ ธศาสนาเหมอื นกนั
จรงิ อยู บางคนบอกวา “ความรกั อยเู หนอื ศาสนาใดๆ” สมมตวิ า ผชู ายนบั ถอื พระพทุ ธศาสนา ผหู ญงิ
นับถือคริสตศาสนา ตอนรักกันไมนาจะมีปญหา แตพอมีลูก พอก็จะจูงลูกเขาวัด แมก็จะจูงลูกเขา
โบสถ ปญ หาจะเร่ิมกอ ตัวขน้ึ เพราะศรทั ธาไมเ หมอื นกนั

56 ก.ไก ขยายธรรม

“พ่จี ะรักนอ ง จะแตง งานกบั นองใหไ ด” ชายชาวตา งชาติพูด
“แตเ รานบั ถอื ศาสนาตา งกนั ไมดีม้ังพี่” หญงิ ชาวไทยตอบ
“ถา งั้นพ่ีจะเปลย่ี นไปนบั ถือศาสนาพุทธ” ชายชาวตา งชาตพิ ูด
“ถา ง้ันยง่ิ ไมไดใหญ พ่ีจะทําอยางนน้ั ไมได” หญงิ ชาวไทยตอบ
“กพ็ ่ีรักนอ ง อยากทําตามใจนองทุกอยา ง” ชายชาวตางชาตพิ ูด
“ขนาดพระเจา พี่นับถอื มาทง้ั ตระกูลยังท้ิงได นองเปน หญิงตวั เล็กๆ พี่จะไมท ง้ิ นอ งหรอื ”
อยางไรก็ตาม เมื่อใชชีวิตคูกันแลว ตองมีธรรมเปนหลักดําเนินชีวิต เพ่ือใหชีวิตคูราบร่ืน
สงบสขุ

หลักธรรมสาํ หรบั ชีวิตคู

หลักธรรมดงั กลา ว เรยี กวา “ฆราวาสธรรม” ธรรมสาํ หรับผอู ยคู รองเรอื น 4 ประการ ไดแ ก
1. สจั จะ ความจรงิ ใจตอ กนั ไดแ กม คี วามสตั ยซ อ่ื ตอ กนั ไมป ระพฤตนิ อกใจกนั มอี ะไรหนั หนา
ปรกึ ษากนั ไมม ีลับลมคมใหเปน ท่ีหวาดระแวงตอ กนั
2. ทมะ ความขมใจ ไดแ กร ูจ กั ยับยัง้ ชั่งใจไมลแุ กอํานาจอคติทง้ั ปวง ขม อารมณบ า ง หนกั แนน
มน่ั คง ฟง หไู วห ู อยา เชอื่ คํายุยงของบคุ คลมือทีส่ าม ยมิ้ แยมใหก ัน
3. ขนั ติ ความอดทน ไดแ กท นตอ ปญ หาอปุ สรรคในการใชช วี ติ คู ทนตรากตราํ ทาํ งานเพอ่ื สรา ง
ฐานะครอบครัว หนักเอาเบาสูไมทอ ถอย อดทนตอ คําสบประมาท
4.จาคะ ความเสียสละ ไดแกเสียสละแบงปน ไมถือวาญาติเราญาติเขา เพราะคนที่ใชชีวิตคู
ถือวา เปน ทองแผนเดยี วกนั ทั้ง 2 ตระกลู อีกทั้งละนิสัยเดิมๆ ที่จะทําใหคชู ีวติ เกดิ ปญหา ตัดใจบาง
สิ่งทพ่ี าไปสเู ศรา เสริมใจบางอยา งทีส่ งใหมสี ขุ
การแตงงาน ไมใ ชส่งิ ยาก เพียงมเี งนิ เปนคาใชจ าย ก็สาํ เรจ็ แลว แตก ารประคองชวี ิตคหู ลังแตง
เปน สง่ิ ทย่ี ากยง่ิ เพราะตองปรับนสิ ัยทั้ง 2 คนใหมรี สนิยมคลายๆ กัน อาศัยความรกั ความเขา ใจเปน
ตัวประสาน บางครั้งอาจขัดใจกันเพราะเอาแตใจตัวเองเปนสําคัญ ซ่ึงสงผลใหคูรักรูสึกไมสบายใจ
กต็ อ งปรบั ปรงุ ตัวเอง ทํานองวา “อานตัวเองออก บอกตัวเองได ใชตวั เองเปน ”
“สินธูยงั คกู ับปลา เวลายังมีคูก ัน กลางคนื คูกับกลางวัน แตต วั ฉนั น้ันจะคกู บั ใคร”

ก.ไก ขยายธรรม 57

ญ.หญงิ โสภา

มีบทประพนั ธท่ีนาสนใจบทหน่งึ
เมืองใดไมม ที หารหาญ เมืองนั้นไมนานเปน ขา
เมืองใดไรจ อมพารา เมอื งน้ันไมช าอบั จน
เมอื งใดไมมีพาณิชยเลศิ เมอื งน้นั ยอมเกิดขดั สน
เมอื งใดไรศ ลิ ปะโสภณ เมอื งนน้ั ไมพนเสื่อมทราม
เมืองใดไมมกี วีแกว เมืองนั้นไมแ คลว คนหยาม
เมืองใดไรน ารีงาม เมืองน้นั หมดความภูมิใจ
เมอื งใดไมมีดนตรีเลิศ เมอื งนั้นไมเพลดิ พิสมยั
เมอื งใดไรศ ีลธรรมอําไพ เมืองนั้นบรรลยั แนเ อย
ทุกเมืองจะมีหญิงงามประดับเมือง การประกวดสาวงามในงานกาชาดก็ดี งานฤดูหนาวก็ดี
นางนพมาศหรอื แมกระทงั่ นางสงกรานต ลวนตอ งการเหน็ หญงิ งามที่ปรากฏตวั บนเวที ในอดตี ของ
อินเดีย จะคัดเลอื กหญงิ งามเมอื ง แตงตั้งใหเปนเหมอื นทูตตอ นรบั แขกบานแขกเมืองเรียกวา “นคร
โสเภณี” ฉะน้ัน คําวา “โสเภณี” จึงไมใชคํานาเกลียดแตเปนคําท่ีมีความหมาย หมายถึงหญิง
งามเมอื ง

วสิ าขาตนแบบของคนงาม

ความงามของ ญ.หญงิ โสภา หมายถงึ งามแบบนางวสิ าขา (เบญจกลั ยาณ)ี แปลวา ผมู คี วามงาม
5 ประการ หมายถงึ สตรผี ูมศี ุภลักษณห รอื ลักษณะทง่ี าม 5 ประการ คือ

1. ผมงาม คือมผี มเหมือนหางนกยูง เมื่อสยายออกทิ้งตัวลงมาถึงชายผา
2. เนอื้ งาม คอื มรี มิ ฝปากแดงเหมอื นลูกตาํ ลงึ สุก เรยี บสนทิ มิดชดิ ดี
3. ฟน งาม คือขาวเหมือนสงั ขแ ละเรยี บเสมอเหมอื นเพชรเรียง
4. ผวิ งาม คือถาผิวดาํ กด็ ําสม่ําเสมอเหมอื นดอกอุบล ถา ขาวก็เหมอื นกลีบดอกกรรณิการ
5. วยั งาม คอื งามทุกวัย แมค ลอดบตุ รมาแลว 10 คร้งั ก็ยงั ดูสาวพร้งิ อยู เรียกวา งามสมวยั
ฟง เพลง “ภูมแิ พก รุงเทพฯ” คดิ ถึงงามแบบหลอกๆ ข้ึนมา
ผหู ญิงรอง “ผหู ญงิ บางกอกเขาสวยจงั พจ่ี า ”

58 ก.ไก ขยายธรรม

ผชู ายตอบ “เขาศลั ยกรรมหรอกหนา อยา ไปสนใจ”
งามแบบหลอกๆ เพราะแตง เติมหรือศัลยกรรม เปนความงามฉาบฉวย งามผวิ เผนิ มองผา นๆ
ดูงาม ถามองพิศ ไมง ามเทา ไร คนเราจะดดู ีตอ งงามทงั้ ภายใน (จิตใจ) และภายนอก (รปู รา ง) เปรยี บ
เหมือนดอกไม 4 ประเภท
1. สวย แตไ มหอม รูปรางสวยแตกิรยิ ามารยาทใชไมไ ด (สวยแตร ปู จบู ไมหอม)
2. หอม แตไมส วย กิริยามารยาทเรยี บรอย แตรปู รา งไมส วย
3. ท้ังสวยทง้ั หอม เพยี บพรอ มดว ยความงามทงั้ ภายนอกภายใน
4. ไมสวยไมห อม ไมมเี สนหดึงดูดใจ เพราะไรทัง้ ความงามและมารยาท

รจนาเลือกคู

ในวรรณกรรมเรื่องสังขท อง ตอนรจนาเลอื กคู ทา วสามลมีลกู สาว 7 คน เมอ่ื ถงึ คราวมคี ูครอง
บิดาตองจัดหาชายท่ีมีคุณสมบัติครบถวนมาเปนราชบุตรเขย โดยใหแสดงความรูความสามารถ
แขง กนั ลกู สาวท้ัง 6 คนไดค ูครองไปเรียบรอ ย เหลอื แตร จนานองนชุ สุดทอ ง ยงั ไมถ ูกใจใครสักคน
พอแมตองใหทหารไปเกณฑชายฉกรรจทั้งเมืองมาใหรจนาเลือก การเลือกนั้นรจนาจะมีพวงมาลัย
ถูกใจชายใด เธอจะเดนิ ลงไปคลอ งพวงมาลัยสวมคอให ชายผโู ชคดีกจ็ ะไดเ ปนพระราชบตุ รเขยทันที
รอบหนึ่งผานไปเธอยังตัดสินใจไมได รอบท่ีสองก็เชนเดิมเธอก็ยังมองหาไมพบชายในฝน จนรอบที่
สามชายทั้งหลายถูกเกณฑม าหมด ไมวา จะพกิ ลพกิ าร เปนบาใบกเ็ อามา ในรอบทส่ี ามน้ี มเี จา เงาะ
ปา บา ใบคนหนง่ึ รวมอยดู วย ผมหงิก ตัวดาํ เหน็บดอกไมสแี ดง ทาทางตลกมาก ทแ่ี ทเงาะปา คนน้ัน
คือพระสังขทองนั่นเอง พระองคส วมใสชดุ เงาะพรางตาเอาไว ขา งในรางของพระองคเปน ทอง เม่ือ
รจนาเหน็ กเ็ ดนิ ลงไปคลอ งพวงมาลยั ทค่ี อเจา เงาะ ผคู นทงั้ หลายตา งพากนั หวั เราะ พอ แมอ บั อายมาก
จงึ ขบั ไลท งั้ คไู ปอยกู ระทอ มปลายนา รจนามองในสง่ิ ทค่ี นทว่ั ไปมองไมเ หน็ ตนทวั่ ไปมองแตร ปู ลกั ษณ
ภายนอกเห็นเปนเงาะปาบาใบจึงรังเกียจ แตรจนามองลึกเขาไปขางในเห็นทองคําอยูจึงตัดสินใจ
เลอื กคู เรอื่ งนสี้ ะทอ นใหเ หน็ วา คนเราหากมองเพยี งแคเ รอื นรา ง อาจพบกบั ความผดิ หวงั ในบนั้ ปลาย
เพราะนิสัยไปกันไมได การมองคนใหมองลึกลงไปถึงอุปนิสัยภายใน วาชายคนน้ีมีนิสัยเปนอยางไร
มีความรบั ผดิ ชอบหรอื ไม มภี าวะผูนาํ หรือเปลา อยกู นิ กับเขาแลวเขาจะเปนหวั หนา ครอบครัวทด่ี ีได
หรอื ไม บางคนเลอื กทหี่ ลอ ภายหลงั แตง งานแลว นง่ั เศรา ดว ยความเจบ็ ปวด เพราะความหลอ ของเขา
มาพรอ มกับความเจาชู มิหนําซ้ําเปน เกยอ กี ตา งหาก

ก.ไก ขยายธรรม 59

วิชามารยาหญงิ

เขาวา มารยาผหู ญงิ มหี ลายเลม เกวยี น ปรากฏในพระไตรปฎ กอรรถกถาชาดก กลา วไวว า มารยา
ของหญิงมีหลายประการ อาทิ น่ังหวผี ม สง เสยี งหวั เราะ บิดกาย เขย่ี เลบ็ ตวั เอง เอาไมเ ขี่ยดนิ ชเู ด็ก
ขน้ึ แสดงอาการเย้ืองกราย จบู เดก็ พูดเสยี งดงั สายเอว ฯลฯ แตปจจบุ นั หญงิ ไดพ ฒั นามารยาเพอ่ื
หลอกลอ ผชู ายใหม าตดิ กบั มากกวา นี้ เนยี นกวา นห้ี ลายเทา มกี ระทาชายนายคนหนง่ึ กลดั กลมุ ใจเหลอื
ประมาณทถี่ กู ผหู ญงิ ใชม ารยาลอ หลอก จงึ เดนิ ทางไปศกึ ษาหลกั สตู รพเิ ศษทเ่ี มอื งตกั ศลิ า สาขามารยา
หญงิ ในหลกั สตู รไดก ลา วถงึ มารยาหญงิ มากมาย ใครเรยี นจบแลว โอกาสถกู หญงิ หลอกยากมาก เพราะ
รทู ันทกุ อยาง นายคนน้เี มือ่ เรียนจบก็กลับเมอื งไทยอยากจะทดลองวิชาทีร่ าํ่ เรียนมา บงั เอญิ เดินผาน
บอ นาํ้ ทา ยหมบู า น มหี ญงิ สาวนางหนงึ่ กาํ ลงั นงุ กระโจมอกอาบนา้ํ อยู จงึ เดนิ เขา ไปหาพรอ มกบั บอกวา

“อันตัวฉันน้ีไดไปรํ่าเรียนวิชามารยาหญิงโดยเฉพาะ ตอน้ีไปใครจะมาหลอกฉันดวยมารยา
ชนดิ ใด ฉันรทู ันหมด” หญงิ สาวจึงอยากจะทดลองจึงกลาววา

“งน้ั ฉนั ขอทดลองวิชาของนายไดหรอื เปลา ” ชายหนุมบอกวา
“ไดเ ลย” หญงิ คนน้ัน จงึ ฉกี ผาถุงใหข าด แลว ตะโกนเสียงดงั วา
“ชวยดว ย ชว ยดวย ชว ยฉนั ดวย” ชายคนนัน้ ยืนตะลงึ เพราะไมไ ดทาํ อะไรจๆู ก็จะเจอขอหา
ซะงน้ั ขณะเดยี วกนั ชาวบา นไดย นิ เสยี งรอ งขอความชว ยเหลอื จงึ รบี ควา อาวธุ มดี คอ น เปน ตน วงิ่ มา
ทบ่ี อ น้าํ หญงิ คนน้ันจงึ บอกชายหนุมวา
“รบี ๆ ทาํ อะไรสกั อยา งสิ ชาวบา นกาํ ลงั ตรงมาทางนแ้ี ลว ” ชายหนมุ อยใู นอาการตกใจกลา ววา
“ฉนั ไมร จู ะทาํ อยา งไร เหตกุ ารณท เ่ี กดิ ครงั้ นส้ี งสยั ฉนั จะยงั เรยี นไมถ งึ ” หญงิ สาวจงึ บอกใหช าย
หนุมรีบโดดลงไปในบอนา้ํ บอกวา นํ้าไมล ึกหรอก เรว็ ๆ ชายหนมุ จึงรบี โดดลงไป พอชาวบานมาถึง
หญงิ คนนน้ั จึงบอกวา
“ชวยดวยคะ มีคนตกนํ้า” ชาวบานก็รีบชวยชายหนุมข้ึนมา พอชาวบานกลับไปชายหนุมจึง
กลาวกบั หญิงสาววา
“สงสยั วา ฉันคงเรียนไมจ บ ฉันตอ งกลับไปเรียนตอ ขอบคุณเธอมากที่เปนครสู อนฉนั ” วา แลว
กเ็ ดนิ จากไป ตกลงวา ผหู ญงิ เราหากไมม มี ารยาเสยี เลย กด็ กู ระดา ง ไมส วยไมง าม แตถ า มมี ารยามาก
เกนิ ควร กด็ จู ดั จา นไมส วยงาม ขอใหม มี ารยาพอเหมาะพอควร สงิ่ ทค่ี วรพฒั นาใหม ากกวา มารยา คอื
มารยาท เพราะมารยาทจะทําใหหญงิ สาวนารกั ตราบนานแสนนาน

60 ก.ไก ขยายธรรม

คา ว “ผหู ญงิ สมัยใหม”

ยคุ กอ นคาํ วา “สภุ าพสตร”ี เหมาะสมอยา งยง่ิ ทจี่ ะนาํ มาใชก บั ผหู ญงิ เพราะเธอสภุ าพออ นโยน
รูกาลเทศะ รูอะไรควรไมควร เธอรักษาพรหมจารีเพ่ือชายที่เปนสามีสุดท่ีรัก เธอรักเดียวใจเดียว
เธอทาํ หนา ทเ่ี ปน แมศ รเี รอื น เพยี บพรอ มบรบิ รู ณด ว ยเรอื นสามนาํ้ ส่ี เปน แบบอยา งใหล กู หลานสบื มา
ปจ จุบนั นแี้ ตกตา งกนั มากเหมือนรถไฟกับเกวยี น พระอาจารยว ดั สวา งอรณุ นํา้ แกนกลาง อ.ภูเพยี ง
จ.นา น ไดป ระพันธบ ทคาวพนื้ เมือง เกีย่ วกบั การแตงกายสาวสมยั ไวน าฟง ขออนญุ าตนาํ มาลงไวเ พอ่ื
เปนอทุ าหรณสอนใจนองๆ วัยรนุ ท้ังหลาย
ปุดโถธมั มาอาวอาปน อง ผอเตอะเคร่ืองหยอ งของสาวสมยั
สายเดี่ยวเต่ยี วฟตหยังมาอดิ ใจ ซอนมอเตอรไ ซคหุมนงั่ ตางปน
ละขาละปุมหุมนงุ เตย่ี วหิน้ ใสเส้อื แอวลอยเขินตอง
ยา งตามถนนคนผอเซาะซอง พอ งบึนปากห้อื ตวยตาง
สะดอื อนี อ งเหมอื นตองหมอขาง ฮอ งหลงั อนี างเหมอื นฮางหมหู นอย
เอาเลชใสแ ขนเอาแหวนใสก อย บอายอาวอาปน อง
ปอจายจีหหู มาดอกหมา กอ ง พรอ งเสริมแตง หยอ ง ฮดู งั
จน้ิ สมหนอไม นํา้ ปผู ักปง ยอ นเสรมิ ฮดู ังเลยกน๋ิ บไ ด
ผมแดงตีห๋ ยี เหมอื นผพี ุงใต เอาสีมาตาแตงยอ ม
สเปรยแดงขาวเขียวเทาพราํ่ พรอ ม ทรงผมบอ บกอ มยาวลอย
พรองเย๊ียะผมปเุ หมือนกับข้ีฝอย ทีป่ ออุยมอยจกั ตอกมดั กลา
ใสเกือกสน สงู ยา งวําควํ่าหนา ปุดโถธมั โมเหียเตอะ...ฯ

ก.ไก ขยายธรรม 61

ฎ.ชฎาสวมพลนั

ชฎา หรอื มงกฎุ เปน สญั ลกั ษณแ หง ความเปน เลศิ ในกจิ กรรมอยา งใดอยา งหนงึ่ เชน การประกวด
นางงาม เปน ตน คณุ คาของชฎาอยทู ตี่ ัวของชฎาเอง เชน มงกฎุ เพชร มงกฎุ เงิน สิ่งท่ีเปน ผลพลอยได
ตามมา กลับมีคุณคาเปนที่ตองการมากกวา เชน รถยนต จํานวนเงิน บานหรือทรัพยสินอยางอื่น
เอาใจเขามาใสใจเรา

เอาใจเขามาใสใ จเรา สมมตวิ า บนเวทปี ระกวดนางสาวอะไรสกั อยา ง เหลอื ๕ คน ในรอบตดั สนิ
พิธีกรจะประกาศรองชนะเลศิ ท่ี ๓ ท่ี ๒ ที่ ๑ ตามลาํ ดบั จนเหลอื ๒ คนทีค่ างไวเ พ่อื การตัดสินเปน
นางสาวงามสมควรไดรางวัลชนะเลิศ พิธีกรเรียก ๒ คนออกมายืนคูกัน จากน้ันประกาศตําแหนง
นางสาวงาม ขณะท่ดี นตรีกาํ ลังบรรเลงกระตนุ อารมณค นดูอยนู ั้น เราทราบหรือไมวา หวั ใจสาวงาม
ทง้ั สองนน้ั ใครเตน แรงกวากัน คาํ ตอบคอื เตนแรงพอๆ กนั ตางกค็ ิดวา “ตองกูแนน อน” พอเสรจ็ สิ้น
การประกาศผูเปนนางสาวงาม สองสาวจะโผเขากอดกัน แสดงความดีใจ ตางหล่ังน้ําตาแหงความ
ปลื้มปต อิ อกมา แตเชอื่ เถอะผูทไ่ี มไ ดร บั มงกุฎหรอื ไดตาํ แหนงรองนางสาวงามนนั้ น้ําตาจะไหลออก
มาพรอมกบั ความผิดหวัง แตกแ็ สดงความยนิ ดีอยางออกหนาเพอ่ื เลน ละครตบตาคนดู นอยคนนักท่ี
จะพลอยยนิ ดีกับเพ่อื น เพราะคดิ วา กวา จะผา นรอบน้มี าได กูกห็ น่ึงในตองอูเหมือนกัน จงึ ปรากฏวา
งานประกวดสาวงามบางแหงมกี ารกระชากมงกุฎ แยงมงกุฎกนั เปนทนี่ าอบั อายมันอะไรกนั นักหนา
กบั ตําแหนง ที่สมมติขึน้ งามไมง ามอยูทกี่ ารแตงดงั คําวา “ไกง ามเพราะขน คนงามเพราะแตง ” ตน่ื
เชาข้ึนมาไมแตงหนาตา หันไปดกู ระจกเงา จําตัวเองแทบไมไดจ งึ มีคํากลา ววา “เปนผูหญงิ อยาหยุด
สวย แตถ าไมส วยก็หยดุ เถอะ” ส่ิงที่ควรนํามาคิดตอ หลงั จากเสรจ็ ส้ินการประกวดคือ เมือ่ คณุ ได
ตาํ แหนงมาแลว คณุ จะทาํ หนา ท่ีเหมาะสมกบั ตาํ แหนง ทไี่ ดรับหรอื ไมต า งหาก

หนาที่คอื ธรรมะ

บางคนเห็นคนอ่ืนเขามีสามี ก็อยากเปนภรรยาเหมือนกับเขา แตทําหนาที่ภรรยาไมสมบูรณ
เหน็ เขาเปน สามกี อ็ ยากมเี มยี กบั เขา แตท าํ หนา ทส่ี ามบี กพรอ ง เหน็ เขาเปน ครกู อ็ ยากเปน ครู แตจ ติ ใจ
โหดเห้ียม ไมรักเด็ก เอะอะก็เฆี่ยน เอะอะก็หยิก เปนตน ดังนั้นกอนจะเปนอะไรควรดูนิสัยตัวเอง
ใหอ อก วาชอบหรอื เปลา จะทาํ ไดด หี รือเปลา มีคํากลาววา “เปนแชมปไ มย าก แตร กั ษาแชมปย าก
ยง่ิ กวา” หรอื คําวา “หนานอกดดู ี แตห นา ทีบ่ กพรอ ง” คงเคยไดยนิ เรือ่ ง “กิ้งกาไดทอง” หรือเร่ือง
62 ก.ไก ขยายธรรม

“คางคกขน้ึ วอ” เปน เรอื่ งราวทแ่ี สดงใหเ หน็ ความไมเ หมาะสมกบั ตาํ แหนง ทไ่ี ดร บั การวางตวั ใหเ หมาะ
สมกับตําแหนงเปนเร่ืองสําคัญ ยิ่งตําแหนงใหญโต ตองมีภาวะผูนําสูง ตองมีมนุษยสัมพันธเย่ียม
เลา ปไ ดข งเบง มาชวยวางแผนการรบดว ยเหตุใด เหตุไฉนเลาปจ ึงไดฉายาวา “ผูไหวสบิ ทิศ” กเ็ พราะ
ความมมี นษุ ยสมั พนั ธน นั่ เอง ยง่ิ ตาํ แหนง สงู ยงิ่ ตอ งวางตนใหเ หมาะสม ไมอ วดเบง ไมเ ยอ หยงิ่ ทะนงตน

สวมหัวโขน

ชฎาท่ีสวมนัน้ ความหมายทีเ่ ปน ธรรมะคอื หัวโขนทสี่ วมใสเพอ่ื ใหค นเราทําหนาท่ีแตกตา งกัน
เหมอื นการแสดงโขนผูแสดงเปนตัวพระ ตวั นาง หรือแมแตเปน ยักษ เปนลิง จะมหี วั โขนสวมใส แลว
แสดงตนไปตามบทบาทที่ไดรับ แตพอถอดหัวโขนออกแลวก็กลับมาเปนคนเดิม ไมมีนางเอก ไมมี
พระเอก จงึ มีผรู ปู ระพันธไ ววา

เปน รามลักษณย ักษลิงแนจริงหรอื
แทก็คือหวั โขนเขาโยนใส
พอจบเร่ืองถอดเคร่อื งเดนิ ออกไป
เดิมคอื ใครก็ยงั เห็นเปน คนเดมิ
บทบาท คือสิ่งทีก่ ําหนดใหเ ราเปน เหมอื นหมวกทเี่ ราสวมใส เชน หมวกเปนครู หมวกเปน พอ
หมวกเปนนกั กฬี า หมวกเปนสามี เปน ตน เมอ่ื สวมหมวกใบใดตอ งรวู าบทบาทท่ีเปน น้ันคอื อะไรแลว
ทําหนา ที่ใหสมบทบาททีไ่ ดร ับ ภาษานักแสดงเรียกวา “ดาราเจาบทบาท” หรือ “ตบี ทแตก” ขณะท่ี
ดาราบางคนไมเจริญรุงเรืองบนถนนเสนน้ีเพราะวาเขาแสดงไมสมบทบาท ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน
เมอ่ื เกดิ มาแลว มบี ทบาทเปน อะไร ตอ งแสดงใหส มบทบาท เพราะโลกนค้ี อื ละคร ทสี่ าํ คญั ตอ งไมแ สดง
บทบาททคี่ นเขาเออื มระอา หรอื แสดงบทบาทเดมิ ๆ ทคี่ นเขาเบอื่ ซา้ํ แลว ซาํ้ อกี เคยดภู าพยนตรเ รอ่ื ง
แกวหนามา ส่ิงที่เฝาจับตาดูคือเมื่อไรนางแกวหนามาจะแปลงรางสักที อยากรูวาเมื่อแปลงรางแลว
จะสวยงามขนาดไหน แตดกู ี่วันก่วี นั ก็เหมือนเดิมไมย อมแปลงราง คนดกู เ็ กิดความเบอ่ื หนา ย แตอ ยู
มาวันหน่ึง นางไดแ ปลงรา งเปนหญิงสวยงาม คนดตู า งต่นื เตน ประทบั ใจ ดงั นั้น ควรตรวจดูบทบาท
หนา ที่ตนเอง เลนใหสมบทบาท อยาเลนบทเกา ซ้ําซาก คนดเู ขาเซง็ เชน บทคนพาล ใหญแคไหนก็
เลก็ กวาโลง
บทบาทคอื หมวก หนา ทค่ี อื คนสวมหมวก บางคนคนเดยี วตอ งรบั ภาระสวมหมวกหลายใบ ตอน
เชา เปน นั่น ตอนบา ยเปน น่ี ตกตอนเยน็ มหี นาที่อีกอยาง ตอ งสวมหมวกถอดหมวกวันละหลายใบ แต
ทกุ ใบทเ่ี ขาสวมเขาไดท าํ หนา ทอี่ ยา งเตม็ ความสามารถ ไมบ กพรอ ง จงึ ถอื วา เขาเปน ดาราเจา บทบาท
ไดเ ชน กนั เมอ่ื เปลยี่ นหมวกแลว อยา ยดึ ตดิ หมวกใบเดมิ เชน เขาแตง ตงั้ เปน หวั หนา ตกึ ในโรงพยาบาล
ก็ทําหนาท่ีเพียงในโรงพยาบาลเทาน้ัน กลับมาถึงบานตองเปล่ียนหมวกเปนแมบาน ดูแลครอบครัว

ก.ไก ขยายธรรม 63

ความเปน หวั หนา ตกึ ตอ งวางไวท รี่ วั้ โรงพยาบาลอยทู ที่ าํ งานมหี นา ทเ่ี ปน ยามเฝา อาคาร หมดเวลาตอ ง
กลบั มาเปนสามที ีด่ ขี องภรรยาท่บี าน ไมใชตองมานงั่ อยูยามหนาบา นท้ังคืน
มเี รื่องนาคิดอยูเรอื่ งหน่งึ เม่อื เราไปงานศพเพือ่ ไปฟง พระสวดอภธิ รรม สงั เกตดูคนทีไ่ ปงานศพ
หากเปนคนธรรมดา ตาสีตาสา จะนัง่ แถวหลงั แถวทา ยๆ พอไดตาํ แหนงอะไรสกั อยา งนัง่ ขา งหลงั ไม
ไดแลว ตองขยับไปนงั่ ตรงกลาง พอมตี าํ แหนง สงู ขน้ึ เชน เปน ผใู หญบาน เปนกาํ นัน เปน ผอู ํานวยการ
หรือเปนนายก อบต. จะตรงดงิ่ มานง่ั โซฟาแถวหนาสุด รอเปน ประธาน ดีใจนักหนาท่ไี ดนงั่ ลาํ ดับดี
ท่ีสุดสมกับตําแหนงตนเอง แตหารูไมวา ระหวางโซฟาที่น่ังอยูกับหีบศพนั้น หางกันเพียงไมกี่เมตร
นั่นหมายความวา มนั ใกลความตายทกุ ขณะแลวทาํ เปนแอค ทา เร่อื งนี้ เปน คติใหขบคิดเลน ๆ เพื่อจะ
ไดไมประมาทในการดําเนินชวี ิต มีกลอนบทหนึง่ เขยี นวา
เมือ่ คนเราเกดิ มาในหลาโลก อปโลกนเปนนัน่ นีม่ ีใหเห็น
ลว นมายาฉาบทาใหเ ราเปน จาํ ตอ งเลนบทบาทมาดมายา
เหมอื นหัวโขนสวมใสใ หเ ลน โขน พระรามโนนน่ันพระลักษณนย่ี ักษา
เมอ่ื เลนจบถอดหัวโขนเดินออกมา ขา คือขา ใชร ามลกั ษณใชย กั ษม าร
เลิกหลงตวั ลมื ตนเปน คนเดน คิดวาเปน คนเกง กาจและอาจหาญ
สักวันหน่งึ ชวี ิตเราสน้ิ ลมปราณ ปาสสุ านบานสดุ ทา ยแหง กายเรา
ยศและลาภหาบไปไมไดแน สองคนหามสามคนแหพาไปเผา
ถึงยิ่งใหญเพียงใดไมพ นเตา บทละครแสนเศรา กจ็ บลง

ยอดคน ตอ งออนนอ มถอ มตน

ยอดคนไมใ ชซ ปุ เปอรแ มน ซปุ เปอรแ มนไมใ ชย อดมนษุ ย คดิ ดสู ิ ยอดมนษุ ยท ไ่ี หนจะเอากางเกง
ในใสไวดา นนอก ตัวออกเบอเรมิ่ เทิม่ ใสเ สื้อเบอรเ อส (S) ชฎา คือส่งิ ท่สี วมไวท ส่ี ูงคอื บนศีรษะของผทู ่ี
ควรจะไดร บั ในบรรดาคนทเ่ี ขา แขง ขนั เปน รอ ยเปน พนั แตม เี พยี งคนเดยี วเทา นน้ั ทมี่ สี ทิ ธเิ ปน ยอดคน
ไดสวมชฎา วันหนง่ึ บอกลกู วา

“ลกู ไปเด็ดยอดผกั กระถินใหพอหนอย พอจะเอามาจ้มิ นาํ้ พรกิ ” ลกู ชายวง่ิ ไปเด็ดใบแก มาให
กาํ มือหน่ึง เลยบอกลูกวา

“ลกู ใบแกๆ พอจะเคีย้ วไดอ ยา งไร ตองเอาใบออนๆ สิครับ” ลูกชายถาม
“ใบออนอยตู รงไหนพอ ” ตอบลูกไป
“ออ ใบออนตองอยูตรงปลาย ตรงยอดตนกระถินนะลูก” ลูกก็ไปเด็ดใบออนมาให ขณะรับ
ประทานอาหารก็สอนลูกไปดว ย

64 ก.ไก ขยายธรรม

“ลูก ใบออ นตองอยูย อด ไอท อ่ี ยปู ลายยอดคือใบออน ลกู อยากเปนยอดคน ตอ งรูจ กั ออ นนอ ม
ถอมตนนะ ดูกีฬากระโดดไกล กระโดดสูงสิ กอนที่เขาจะกระโดด เขาจะยอตัวใหออนกอนแลวพุง
ตวั ไป ถา ทาํ ตวั แขง็ ไปไมไ กลหรอก ถา ลกู ทาํ ตวั เปน คนออ นนอ มถอ มตน มสี มั มาคารวะลกู จะเปน ยอด
คนในดวงใจของทกุ คน ใครเหน็ กจ็ ะรัก แมไมมีเกยี รติบัตรรองรบั แมไมมีมงกฎุ มาสวมให แตถาลูก
ทําไดลูกคอื ยอดมนุษยอยางแทจริง”

ก.ไก ขยายธรรม 65

ฏ.ปฏักหนุ หัน

ปฏัก คอื ไมเ รยี วทใี่ ชประโยชนในการบังคับคนหรือสตั วใ หอยใู นโอวาท สมยั กอนครใู ชไมเ รยี ว
เฆย่ี นตเี ดก็ นกั เรยี น เพอื่ ลงโทษใหห ลาบจาํ และปลกู ฝง ใหเ ปน คนดใี นสงั คมตอ ไป ผลคอื เดก็ จะเชอ่ื ฟง
คาํ สั่งสอน กลวั ท่ีจะทาํ ความช่ัว ไมกลา ซุกซน ไมเรยี วสรางคนใหเปน คนดมี านกั ตอนกั จําไดวา สมัย
เปน เด็กครูใชไ มเรียวเฆยี่ นเพราะไปรังแกเพ่อื นในหอ ง จงึ จาํ ไดดวี า การรงั แกคนอนื่ เปนส่งิ ไมสมควร
ทําและไมเคยโกรธครูเลย คุณแมก็เชนกัน ทานสอนลูกใหเปนคนดี ไมเพียงแตชื่นชมอยางเดียว
บางครง้ั ทา นก็ดุดา เฆีย่ นตี ถือคติวา “รักวัวใหผูก รักลูกใหต”ี สมยั ผเู ขยี นเปน เดก็ คุณแมช อบเฆ่ียน
ดว ยไมเ รยี วเพยี งเพราะไมต อ งการใหเ ราเปน คนเกเร สมยั นนั้ คดิ วา คณุ แมไ มร กั เรา คณุ แมเ กลยี ดเรา
พอคดิ ไดว า ทท่ี า นทาํ ไป ไมต อ งการใหเ ราเจบ็ ปวดแตต อ งการใหห ลาบจาํ จงึ คดิ ขอบคณุ ทา นเปน อยา ง
มากถึงกับเขยี นติดฝาหองวา “แมฉันมีคนเดยี ว แมจ ะถือไมเ รยี วฉันกร็ กั ”

สํานกึ ไดเ พราะไมเ รียว

นทิ านจนี เรอ่ื งหนงึ่ จาํ ไมไ ดว า เรอื่ งอะไร แตใ หข อ คดิ ทเี่ ปน ประโยชนส าํ หรบั ลกู กตญั ทู งั้ หลาย
เรอื่ งมอี ยวู า ลกู คนหนง่ึ เปน คนดอ้ื รน้ั เกเร คณุ แมเ ฆย่ี นตเี ปน ประจาํ ตง้ั แตเ ลก็ จนลกู เตบิ โตเปน ผใู หญ
วันหนึ่งลกู ดอ้ื อกี แมก ็เฆ่ียนตอี ีก คราวนีพ้ อแมฟาดไมเ รยี วไปทกี่ น ลกู ลูกรอ งไหจ า เลย แมตกใจมาก
เพราะแตไ หนแตไรเวลาแมเ ฆีย่ นลูกไมเคยรองไห จึงรบี วางไมเรียวแลวถามลูกวา

“ลกู แมเ ฆี่ยนแรงไปใชไ หม ลกู เจบ็ มากใชไหม” ลูกตอบวา
“เปลาแม ตรงกนั ขา มลูกไมเ จ็บเลย ทลี่ ูกรองไหเพราะลกู ไมเจ็บนีแ่ หละ” แมไ มเ ขา ใจถามวา
“อาว ไมเ จ็บแลว ทาํ ไมลกู รองไห” ลูกบอกวา
“แมเ ฆยี่ นตลี กู ตงั้ แตเ ลก็ จนโตแลว ยงั ทาํ ตวั เหลวไหลใหแ มเ ฆยี่ นอกี ตอนเลก็ ทแี่ มเ ฆยี่ นลกู เจบ็
มาก นน่ั เพราะวาแมยังแขง็ แรง มีเรีย่ วแรงมาก บดั นแี้ มแ กชราแลวเรีย่ วแรงของแมลดถอยลง เฆี่ยน
ลูกลูกไมเจบ็ เลย ลูกรอ งไหเพราะสงสารแม แมแ กแลวยงั ทาํ เรื่องเหลวไหลใหแ มเ ปน หว งอีก”
กระทรวงศึกษาธิการออกกฎหามครูใชไมเรียวเฆี่ยนตีศิษยเปนเพราะวา ครูบางคนใชไมเรียว
เฆ่ยี นตีเด็กเพอ่ื ระบายอารมณ เฆ่ยี นตีตามอําเภอใจ เฆีย่ นอยา งไมม ีเหตผุ ลอนั สมควร ที่จริงไมเรยี ว
ไมใชสิ่งชั่วราย คนขาดสติตางหากท่ีใชไมเรียวไปในทางไมถูกตอง อดีตมีศิษยจํานวนมากไดดิบไดดี
เพราะไมเ รยี วของครู ศิษยบางคนบอกวา หากวนั น้ัน ครไู มเ ฆยี่ นผม ผมคงไมมอี นาคตสดใสในวนั น้ี
66 ก.ไก ขยายธรรม

อยางไรก็ตาม ศิษยจะดีหรือไมดีไมไดอยูที่ไมเรียวเพียงอยางเดียว อุปกรณสงเสริมศิษยดีมีถึง
๓ ประการ ไดแก การอบรม การยกยอ การใชไมเรียว คนบางคนอบรมเพยี งไมก น่ี าทกี ก็ ลับเนอื้ กลบั
ตวั ได เชน องคลุ ีมาลย พระพทุ ธเจาใชว จีเพยี งประโยคเดียว “เราหยดุ แลว แตท านยังไมหยุด” ก็
สามารถกระชากกิเลสออกจากจติ ใจเขาได

ไมเ รยี วเฆยี่ นกน คารมเฆย่ี นใจ

การอบรมบม นิสัยใหศ ิษยน้ัน เพียงแตว ันละนาทยี งั ดีถม
ศิษยจ ะดีมีชอ่ื หรือลมจม อาจเปนเพราะการอบรมหน่งึ นาที

การยกยอปอปนใหกําลังใจใหความหวัง อาจสรางพลังทางบวกใหศิษยคิดได คําดา ยิ่งดา
บอ ยๆ จะเห็นเปนเรอื่ งธรรมดาไมสะทกสะทา นหวั ใจ ผิดกับการยกยองใหก าํ ลงั ใจ จะเปน พลังเสริม
อยา งดี ยกตัวอยา ง พอแมโ ทรศัพทหาลกู พูดธรุ ะเสรจ็ แลว จบลงดว ยคําวา
คนที่ ๑ “แคน ้นี ะ เงนิ กสู ง ใหแลว ใชประหยัดหละ ไมใชหาไดง ายๆ เออ สวัสด”ี
คนท่ี ๒ “แมโอนเงนิ ใหล กู แลว เรือ่ งเงินทองพอ ไมห วงหรอกเพราะลกู เปนผใู หญแ ลว เพียงรู
ขา ววา ลกู ของพอ เปน คนดตี ามทพี่ อ หวงั ไว พอ กด็ ใี จแลว อยา ทาํ ใหพ อ ผดิ หวงั นะ พอ จะคอยเปน กาํ ลงั
ใจใหล ูกอยทู ี่บาน รกั ลูกครับ”
ระหวางคนแรกกับคนท่ีสอง จะเหน็ วา พลงั บวกของลกู ผูท่ีรบั สายแตกตางกนั มาก คนทห่ี น่งึ
พูดหวนเกินไป ไมซึมซับเขาไปในหัวใจของลูกเลย คําพูดของคนที่สอง มีการยกยองเชิดชูมีการให
กาํ ลงั ใจ เพยี งไมก ป่ี ระโยคสามารถเสยี ดแทงหวั ใจใหล กู รสู กึ สาํ นกึ บญุ คณุ อยา งเหลอื ประมาณ “กจู ะ
ทาํ ชัว่ ไมไ ด เดย๋ี วพอแมก จู ะผิดหวงั ”
สว นไมเรยี ว ถามเี พือ่ กาํ ราบใหศษิ ยเ ปนคนดี ก็นา จะอนโุ ลม แตพ อออกเปนกฎหมายกใ็ ชไมไ ด
ศษิ ยป จ จบุ นั จงึ ไมเ กรงใจครู ไมส นใจทจ่ี ะฟง คาํ สอนคาํ เตอื น โทษทเ่ี ปน คนเกเรกแ็ คว า กลา วตกั เตอื น
ไมเ จบ็ ไมแ สบอะไร สว นครเู องพอศษิ ยท าํ ตวั เหลวไหลกไ็ ดแ ตม องตาปรบิ ๆ ครทู พ่ี ดู โนม นา วจติ ใจเกง
กเ็ รยี กมาอบรมตกั เตอื น ครทู พี่ ดู ไมเ กง กไ็ ดแ ตเ หลอื บสายตามองไมเ รยี วขา งหอ ง สะทอ นใจเหลอื เกนิ
อุทานมาวา “มีเหมือนไมม ี”
มีพอ แมแลวไมเคารพทา น มไี วท ําไม
มหี นังสือกองไวแตไมอาน มีไวทําไม
มคี วามรทู ว มหัวเอาตวั ไมร อด มีไปทาํ ไม
มตี าสองขา งแตไมมองโลกในแงดี มีไวทําไม

ก.ไก ขยายธรรม 67

มีมอื มีเทา แตไ มร ูจักทาํ มาหากิน มไี วท ําไม
มคี รอบครวั แตไมทาํ ครอบครวั ใหอ บอนุ มีไปทาํ ไม
มหี ูสองขา งแตเ ช่ือคนงา ยเหลือเกิน มไี วท าํ ไม
มีชวี ติ อยูไมเกิน ๑๐๐ ปแตไมท ําดีอะไร อยูไ ปทาํ ไม

คาว “หัวอกคร”ู

ขอบคุณพระอาจารยวัดสวางอรุณน้ําแกนกลางอีกครั้งหน่ึง ความสามารถในการประพันธ
บทคาวพน้ื เมืองเหนือ นบั วาพระอาจารยเปน อัจฉรยิ ะจรงิ ๆ เกีย่ วกับครกู ็สามารถพรรณนาไดอยาง
เหน็ ภาพ ขออนุญาตนํามาเขียนไวใ นหนงั สอื นเ้ี พ่ือเปนกาํ ลังใจใหครทู ง้ั ประเทศ

ครอุ ุราอาวอาปนอ ง ความตกุ ขโศกตอ งสหี่ อ งหัวใจ
หัวอกครูนี้จ๊ักมีไผไหน ฮคู วามเปน ไปในใจส่หี อ ง
ไผจกั อาสาเมตตาปกปอง เศราหมองดวงทัยบยั้ง
ครูตกุ ขใ จเหลอื เห่อื ไหลลง้ั ลั้ง ตวยเกด๊ิ ไลเ ขา โรงเรียน
หลบแอว โลตสั บหัดอานเขยี น ทําต๋วั เปน เซยี นเหลน พายก๋ินเหลา
นักเรียนบางคนลักกิ๋นหอขา ว ทเ่ี ปอนเอามาละไว
หองนํา้ ขางฝาภาษามันใจ เขียนกาํ บา ใบปาโล
ถา ยแลวบลา งมันนาโมโห ปดุ โธธัมโมตึงเนาตงึ แหง
พักตอนกลางวันเลน ก๋ันแลว แกลง ตา วกะหลดั แวงขาโตะ
แขงหักฮิมขายา งหานกะโตะ สงั คมวาหยอ ครบู า
ผอเหลาะกะฮึยอ นครลู าสา นกั เรียนจึงมาแขง หักอยา งอ้ี
เรื่องความอดสูที่ครเู ปนหนี้ ก็หนั ตึงมีสะปะ
ครแู ตละคนเปนมีภาระ เวียกงานกา นบา นเฮือนจอง
ผาครัวตองซกั เสอื้ ก๊กั เสื้อหลอง ไหนจะฮอมซองแตง งานบานใต
ปงศพพระครกู ะอยูบได ครูก็ตองไปพร่ําพรอม
นีแ่ หละศษิ ยเ หยภาระแวดลอ ม หอ มตั๋วอยถู าดาออ
ผลเฮียนศษิ ยฮ กั ซ้าํ ติด ม.ส. หลายคนติดรอบม าขอแก
นกั เรยี นสมยั ยคุ หักไมแส ครแู กจาใดจา งเตอะ
ตดิ ศูนยเ ตม็ ผองรอกองเปน เปอะ ศษิ ยบ ห ันหนามาใจ
ประกาศก็แลว ตึงบส นใจ ตึงบอาลัยใสใ จมาหย้ือ

68 ก.ไก ขยายธรรม

บอกผปู กครองนั่งหมองจื้อกอ้ื บอกปง ห้ือครมู อบอับ๊
ลูกเตาของผมบอยูบังคบั มนั หลกึ หลืนเหลน มาเมิน
แมมนั ก็กา นตดิ เกมเหลอื เกิน๋ ขอเจิญขอเจิญแลวแตครเู ตอ
โอยหนอตกุ ขังหวงั ไหนกะเปอ ตึงบเกยเจออยางน้.ี ..ฯ

ก.ไก ขยายธรรม 69

ฐ.ฐานเขามารอง

ฐานของตึกคืออิฐ ฐานชีวิตคอื การศกึ ษา การสรางฐานใหมน่ั คง ยอ มพบความสาํ เรจ็ ไดอ ยาง
ยัง่ ยืน เพราะฐานคือตําแหนง สําคัญในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ เชน สรา งบาน สรา งตึก บางหลังตอง
ตอกเสาเขม็ เปน รอ ยๆ เลม เพอ่ื ใหฐ านของบา นมนั่ คงแขง็ แรง ปจ จบุ นั มกี ารสรา งตกึ ทว่ี ศิ วกรวางแผน
สรา งกนั แรงสนั่ สะเทอื นจากแผน ดนิ ไหวได นบั วา ฐานมคี วามสาํ คญั มาก การศกึ ษากเ็ ปน รากฐานของ
ชีวิต เพราะการศึกษาใหความรูสูอาชีพที่มั่นคง ใบปริญญาเปนเพียงกระดาษธรรมดา แตสามารถ
การันตหี รือเปนใบเบกิ ทางสอู นาคตทสี่ ดใสได มคี ํากลา ววา “รักดีหามจว่ั รกั ชวั่ หามเสา”

ฐานดมี ีอนาคต

หมายความวา เมื่อฐานดีจะไดทํางานเบาสบาย เงินเดือนสูง ตรงกันขามหากฐานไมดี ก็ได
ทาํ งานหนัก เอาหยาดเหง่ือแรงงานแลกเงิน วันไหนทํากไ็ ดเ งนิ วนั ไหนไมท ําก็ไมไ ดเ งนิ ตองหนกั เอา
เบาสู นักมวยบางคนถูกเตะเขาที่ขา โดนไปโดนมาบอยๆ ทรุดลงไปกองกับพืน้ เพราะวาฐานลางไม
มัน่ คง

ความคดิ เปนรากฐานแหงการดําเนนิ ชวี ิต คิดดแี ลวจะทําดี คิดดีแลวจะพูดดี ดง่ั คําวา เพียงคณุ
เปลยี่ นความคดิ ชวี ติ กเ็ ปลยี่ นแปลง การคดิ จะนาํ ไปสกู ารพดู การพดู นาํ ไปสกู ารทาํ การทาํ บอ ยๆ จะ
กลายเปนนิสยั นิสัยนําสูบ คุ ลิกภาพ บคุ ลิกภาพนําสูชะตาชีวติ เปนไปตามวงจรน้จี ะดี หากลดั วงจร
จะเกดิ ปญหา เชน พดู กอนคดิ ไปดูตัวอยา งทีศ่ าลคดฟี อ งหมนิ่ ประมาท ทาํ กอ นคิด ไปดูตัวอยางใน
คุกในตะราง ตัดสินใจกอนคิด ไปดูตัวอยางคนขับรถชนกัน ตัดสินใจวาแซงพน สุดทายแซงไมพน
คนคิดถกู ในเรือ่ งการขบั ถา ย คิดวาตองขบั ถา ยเปน เวลา กนิ มาเยอะปา นนีน้ าจะเอาออกไดแ ลว แต
ถา คดิ ผิด ถงึ คราวปวดกอนคอยถาย คนพวกน้ีเวลาไปทศั นาจรมปี ญ หา พวกจะเท่ยี ว มนั จะแวะจอด
ปม ตลอดทาง ดงั นน้ั ความคดิ จงึ เปน ฐานในการพฒั นาตนเองไปสเู ปา หมายชวี ติ มคี นคอยจบั ผดิ เวลา
ทํางาน เราโมโห โกรธและเกลยี ด พอเปล่ียนความคดิ คิดวา เพราะเขารกั เรา สงสารเราเปนหวงเรา
จงึ คอยบอกคอยเตอื นเรา เหมอื นพอ แมจ บั ผดิ ลกู ครจู บั ผดิ ลกู ศษิ ย คดิ ถกู จะขอบคณุ เขาดว ยซา้ํ หาก
เขาไมร ักเรา ไมหว งใยเรา เขาไมเสยี เวลามาบอกเรา

70 ก.ไก ขยายธรรม

ครอู นบุ าลสรา งฐานที่นา ภาคภมู ิ

ครทู สี่ อนศษิ ยใ นระดบั อนบุ าลหรอื ระดบั ประถมศกึ ษา ทา นอยา ไดน อ ยใจ เพราะทา นคอื บคุ คล
สําคัญที่สรางฐานการศึกษาใหศิษย ควรภาคภูมิใจที่ศิษยของทานอานออกเขียนได ครูมัธยมศึกษา
เพยี งแคต อ ยอดองคค วามรใู หเ ทา นน้ั หากฐานความรไู มแ นน พอ หรอื อา นไมอ อก เขยี นไมไ ด นกั เรยี น
จะไมสามารถตอยอดความรูใหสูงข้ึนได อาจใชความพยายามอยางมากในการฝกฝน อาจตองเสีย
อารมณอยางมากในการสรางฐานใหแกศิษย แตขอใหทานภูมิใจเถิดวา ศิษยทุกคนท่ีอานออกเขียน
ได เขาจะระลกึ นกึ ถงึ คณุ ของทา นตลอดไป ทา นคอื ครคู นแรกทศ่ี ษิ ยจ ดจาํ อยา งไมล มื เลอื น โดยเฉพาะ
พฤตกิ รรมทเี่ ปน ตนแบบทีด่ งี าม จะยังอยใู นความทรงจาํ ของศิษยม ิรลู ืม เขาจะจารกึ ทา นเปน ไอดอล
ตลอดกาล เคยไดอานหนังสือชีวประวัติของทานมหาตมะ คานธี (ผูกอบกูอิสรภาพของอินเดียดวย
อหงิ สธรรม) ทานกลาวไวตอนหน่งึ วา

“สิ่งที่ครูสอนฉันมา ฉนั ลมื หมดแลว แตส ่ิงทค่ี รูทําใหด ูเปน ตวั อยา ง ฉันจําไดถงึ ทกุ วันน”ี้

กอดกันคอื ฐานแหงรกั แท

การกอดกนั ก็เปนฐานแหง การสรางครอบครวั ใหอบอุน ทา นบอกวา การกอดกนั เปนเสมือน
ผา หม ทมี่ ชี ีวติ การกอดกัน เปนเสมือนเส้ือกันหนาวทีม่ ีหวั ใจ

ลกู รองไห พอแมโ อบกอด ลูกหยุดรองไห
เพือ่ นเสียใจ คนรูใ จมาโอบกอด เพ่ือนรูสกึ อบอนุ ใจ
กอดคณุ แม ไดสมั ผสั ไออุน จากหัวใจพอ แมส หู ัวใจลูก
กอดลกู ไดส มั ผัสไออุนจากหัวใจลูกสูหวั ใจพอ แม

ธรรมะคือฐานชวี ติ

ธรรมะทเ่ี ปนฐานในการดาํ เนนิ ชีวิต มมี ากมายหลายประการ ยกตัวอยางเชน
๑. สติสัมปชัญญะ สติ = ระลึกได สัมปชญั ญะ = การรตู ัวขณะทําพูดคิด
๒. หริ ิโอตตปั ปะ หิริ = ละอายแกใจ โอตตัปปะ = เกรงกลัวตอบาป
๓. ขนั ตโิ สรัจจะ ขนั ติ = ความอดทน โสรจั จะ = ความสงบเสงี่ยม
๔. กตญั ูกตเวที กตญั ู = รูคณุ คน กตเวที = หาทางทําตอบแทน
๕. เบญจศีลเบญจธรรม ไดแ กศ ีล ๕ ประการและธรรม ๕ ประการ

ก.ไก ขยายธรรม 71

๖. อิทธิบาท ๔ ไดแ ก ฉนั ทะ (พอใจ) วิรยิ ะ (แขง็ ใจ) จติ ตะ (ตั้งใจ) วิมังสา (เขาใจ)
๗. พรหมวหิ าร ๔ ไดแก เมตตา (รกั ใคร) กรณุ า (สงสาร) มทุ ิตา (พลอยยนิ ด)ี อเุ บกขา (วางเฉย
คอยหาจงั หวะชวยเหลอื )
๘. สงั คหวัตถุ ๔ ไดแก ทาน (แบง ปน ) ปยวาจา (พูดจาไพเราะ) อตั ถจรยิ า (บําเพ็ญประโยชน)
สมานตั ตตา (วางตนเสมอตนเสมอปลาย)
72 ก.ไก ขยายธรรม

ฑ.นางมณโฑหนาขาว

ในนวนิยายเรอ่ื งรามเกียรติ์ นางมณโฑ เปนภรรยาของทศกัณฑ มีความรักและซ่ือสตั ยต อสามี
มาก วา กันวา นางเปน คนสวย ผิวใส หนา ขาว ใครเหน็ ก็หลงรกั ดวยเลห เพทุบายนางจงึ มสี ามี 4 คน
(ตา งกรรมตา งวาระ) ตรงนอี้ ยากบอกวา หญงิ หลายผวั หากตา งกรรมตา งวาระอยา ไปตาํ หนเิ ขา เพราะ
เขาอาจมีเหตุผล เชน สามคี นแรกตาย ตองทนทํางานเลยี้ งลูกตามลําพงั สามคี นท่ีสองเหน็ ใจมาชว ย
เธอดูแล อยๆู ก็ท้งิ เธอไป อยูตอมาเธอไดพบสามคี นท่ี 3 อยกู นิ กันดว ยความสุข อยางนไ้ี มส มควร
ตําหนิ แตท่นี าตาํ หนิไดแก มีสามเี ปนตวั เปน ตนแตค บชูส ชู ายมผี วั นอ ยผวั หลวง (ปจจบุ ันใชศ พั ทว า
“กิก๊ ”) เพราะถอื วา เปน คนจติ ใจโลเล การมองคนอยา ไปดแู คสผี วิ สุภาษติ คําเมืองสอนวา “ถึงมันจะ
ดํา แตมันยะกํากิ๋นลําเนอเจา” เรียกวา มีเสนหปลายจวัก หนานอกดูไมดี แตหนาที่ไมบกพรอง
คนบางคนหนานอกดูดี แตหนาที่บกพรอง ใชไมไดบางคนผิวขาว แตใจดํา บางคนผิวคล้ํา แตใจดี
“หนาหมาแตใ จดี ดีกวาหนา เกาหลีแตใ จหมา”

กําพดื ไมสําคัญ

เรื่องรามเกียรต์ิ นางมณโฑ ไดชีวิตใหมจากการชุบขึ้นมาของพระฤาษี เดิมเปนกบตัวหน่ึง
พอเสกชบุ ชวี ติ ใหมก ลายเปน คนสวย จงึ ไดช อ่ื วา “นางมณโฑ” แปลวา กบนน่ั เอง เรอ่ื งนแี้ สดงใหเ หน็
วา อดตี เปนใคร มาจากไหนกต็ าม อยา ไปสนใจใหม าก ปจจุบนั เปนอะไร มหี นาที่อะไร สาํ คญั กวา
มัวจมปลักในอดตี ไมม ีประโยชนอะไร มแี ตเศราสรอย หดหูใ จเทานัน้ ดอกบัว เกิดจากโคลนตรมที่
สกปรก แตพ อโผลพน นาํ้ กลายเปนดอกไมทสี่ วยงาม เปน ดอกไมทใี่ ชบ ูชาพระรตั นตรยั ดังน้ันคนเรา
จะเกดิ จากเชอื้ ชาติ ตระกลู ใดกต็ าม ยากจน ยาจก วณพิ ก คนขอ อยา งไรกแ็ ลว แต หากเราพยายาม
ทําดี ความดีก็ตอบสนอง ตวั อยา งหมอชวี กโกมารภัจจ อดีตเปน ลูกของหญงิ โสเภณี ตามธรรมเนียม
หญิงโสเภณีหากมีลูกชายจะนําไปท้ิงไว ไมเลี้ยงดู หากคลอดไดลูกหญิง จะเลี้ยงดูเพ่ือเติบใหญให
สืบทอดมรดกอาชีพของแมตอไป ด.ช.ชีวก จึงถูกท้ิงท่ีกองขยะ ขณะนั้นองครัชทายาทแหงพระเจา
พิมพิสารนามวา อภัยราชกมุ าร เสด็จมาพบจึงใหนางนมเกบ็ ไปเลี้ยง พอโตขนึ้ ชวี กกุมารรูกาํ พืดของ
ตน เกดิ ความละอายใจพรอ มกบั ความคดิ เชงิ บวกเกดิ ขน้ึ วา หากเราไมไ ดผ ใู หญใ จดชี บุ เลย้ี ง ปา นนค้ี ง
เปน ซากศพเนา เหมน็ ในกองขยะแนน อน จงึ อาํ ลาคณุ พอ บญุ ธรรมไปเรยี นวชิ าเพอื่ ใชใ หเ ปน ประโยชน
ตอสาธารณชน วิชาที่เลอื กเรยี น คือวิชาการแพทย ดว ยความมมุ านะ ตงั้ ใจเลาเรยี น ในที่สดุ ก็เรยี น
จบ ไดร ักษาชวี ติ คนเปน อนั มาก เปนหมอทม่ี ีช่อื เสยี ง ไดรบั แตงตง้ั เปนหมอประจาํ พระองคพ ระเจา
พมิ พิสารและหมอประจําพระองคพ ระพุทธเจา

ก.ไก ขยายธรรม 73

ฒ.ผูเ ฒา เดินยอง

คา วจอ ยเมอื งเหนอื กลา ววา “ใครไ ดก าํ ฮเู ปง ครอู าจารย เรอื่ งบญุ สมปานเปง หมตู เุ จา ใครฮ คู วาม
หลงั เปง คนแกคนเฒา เปนเกดิ กอนเฮายอมฮู” คนจะแกหรอื ไมแ ก ไมใ ชดทู ่อี ายุ แตใหดพู ฤตกิ รรม
การแสดงออก วากันวา ผูชายผูชายแกไมแกดูตอนปสสาวะ ปสสาวะเสร็จแลวเดินออกมา ลางมือ
50–60 ยงั ไมแ ก แตถ า ปส สาวะเสรจ็ แลว กอ นเดนิ ออกมามกี ระทบื เทา 3 ครง้ั ไลป ส สาวะทหี่ ยดยอ ย
ติดรองเทา 20 ปลายๆ หรอื 30 ตนๆ ถือวาแกแลว สว นผูหญงิ ดกู ระเปา ถอื ของพวกเธอ อายุเทาไร
ไมส าํ คัญ เปดกระเปาถือออกมา ไดก ลนิ่ อายเชโด ลปิ สตกิ นํ้าหอมโชยออกมา 50 ก็ยังถอื วาแหรม
อยู ยังไมแก แตถา เปด กระเปาออกปบ กลิ่นยาหอม ยาดม ยาอม ยาหมอง โชยออกมา ถอื วา แกแ ลว
คนแกม ี 2 ลักษณะ ไดแก

1. แกลายคราม เปน คนแกท ่ีมคี ณุ คา เหมือนขอนไมทม่ี ีเห็ด มแี ตคนเคารพนบั ถอื
2. แกก ะโหลกกะลา เปน คนแกเพราะกนิ ขาว เปน คนเฒา เพราะอยนู าน ไมม ีสาระ

คาถาสําหรบั ผูเ ฒา

เพลงกาํ เมอื ง “คนเฒา ลกั เมาละออ น มนั ตงึ๊ บเ ดอื ดฮอ นไผ...” ใชแ ลว มนั ไมเ ดอื ดรอ นใครหรอก
แตม ันดไู มง าม คนเฒาคนแกควรเปน วัย “กา๋ํ ขนั เขาวดั ” เปนผนู าํ กิน๋ นาํ ตาน นงุ ขาวหมขาวดูแลว นา
เคารพนาศรัทธา คนแกควรไหวพระเปน หรือจะรอใหสัปเหรอจับมือไหว คนแกควรสวดมนตเปน
หรอื จะรอพระ 4 รูปมาสวดให คนแกควรกลา วคาํ อวยพรลกู หลานไดตอนวนั สงกรานตหรือวันเกิด
ไมไ ดกต็ อ งหดั ทองไว ทองใหค ลอ ง ลูกหลานจะไดช นื่ ใจ

คาถา 5 อ. สาํ หรับทา น ส.ว.ท้งั หลาย (ผสู งู วยั )
1. อาหาร อาหารสําหรับคนแก ไมควรเนนรสเผ็ด เค็ม หวาน หรือมันเกินไป เน้ือสัตวควร
เวนบา ง เพราะยอยยาก
2. อากาศ คนแกควรอยูในที่อากาศถายเทสะดวก ไมแออัด บานนอกดีกวาเมืองกรุงไมมี
ควันรถ ไมมฝี ุนละออง
3. อารมณ คนแกค วรปรบั อารมณใหเยือกเย็น อยา ใจรอน เดีย๋ วระบบหวั ใจจะลม เหลว หัดย้ิม
แยมแจมใส หดั มองโลกในแงดี แมอุยคํา เปน ตัวอยา งคนแกค นเฒา อารมณดี วนั หนึ่งแกเจ็บขาซาย
เราถามวา อยุ อายุเทา ไรแลว แกบอกวาอายุ 72 เราบอกวา อายมุ ากแลว การเจบ็ แขง เจบ็ ขาก็เปน
เรื่องธรรมดาเนาะ อุยคาํ ตอบแบบอารมณดวี า “บใ จกา ขาเบ้ืองขวาก็อายุเทากั๋น มันยังบเ จบ็ ”
74 ก.ไก ขยายธรรม

4. อุจจาระ ขับถายใหเปนนสิ ยั เปน เวลา ไมใชป วดทองเมอ่ื ไรคอ ยไปสุขา ตอ งรูตวั วาอาหาร
เกามันควรออกไปไดแลว เด๋ียวบูดเนาจะอันตราย อีกอยางเขาหองน้ํา คนแกควรระวังการลื่นลม
หลายคนเจออุบตั เิ หตุชนดิ นีต้ อ งไปนอนแชอยูทโี่ รงพยาบาล

5. ออกกําลัง คนแกตองรูจักเคล่ือนไหวรางกาย ใหรางกายกระฉับกระเฉง ไรโรคภัยมา
เบียดเบียน ไดแก ทํางานเบาๆ ท่ีบาน เดินไปเดินมา หรือถีบจักรยาน หางานอดิเรกทําเชน กีฬา
เปตอง กระบ่ีกระบอง ทาํ ใหส มาํ่ เสมอ ไมหักโหม

คุณธรรมของผเู ฒา

คณุ ธรรมสาํ หรับคนแก เรียกวา หวั ใจพระโพธสิ ตั ว 4 ประการ ไดแก
สทุ ธิ ; ความบริสุทธิ์ใจ ไมขุนมวั เศราหมอง ลด ละ เลกิ กเิ ลสและอบายมขุ
ปญ ญา : รอบรูสงิ่ ตางๆ บอกลกู สอนหลาน เลานิทานใหเด็กฟง ถายทอดมรดกงาน

จักสาน งานถักทอใหลูกหลานสืบทอด ไมอาน ไมฟง ปญญาไมเกิดจะเปนอัลไซเมอร (ข้ีหลงขี้ลืม)
มเี รอ่ื งเลา วา ตากบั ยายไปหาหมอเพอ่ื ตรวจโรคอลั ไซเมอรข องตา หมอเรยี กตาเขา ไปพบใหย ายอยรู อ
ขางนอก หมอใหต าเลาใหฟ ง ตาบอกวา “พอผมเขา หองน้ํา นางฟา จะมาเปดไฟให ฉ่ีเสรจ็ ปดประตู
นางฟาจะปดไฟให” หมอสงสัยจึงใหตาไปรอขางนอก เรียกยายเขาไปถามวามันเปนอยางไรกันแน
ยายตบเขาดงั ฉาด “กวู า แลว ตองมใี ครสกั คนมาเยย่ี วใสตเู ยน็ กทู กุ วนั ”

เมตตา : ความเมตตา ความเอ้อื อาทร ความมนี ํา้ ใจ คนแกจะมีคา ก็ตรงน้แี หละ
ขันติ : ความอดทน มหี ลายเร่อื งตองแสดงความอดทนเปนตวั อยางใหล กู หลานดู

คติเตือนใจทานผเู ฒา

มบี ทกลอนสําหรบั ผูสูงอายุมาฝาก กราบขอบคุณพระครูธรรมธรประทนิ วดั ตะลุง จ.ลพบรุ ี
ผูสูงอายทุ น่ี ารกั ตองย้ิมทัก มเี มตตา
มีสติ ทุกเวลา มีปญญา รเู ทาทัน
มีความรัก มศี รทั ธา เขาวัดวา อยา ดอื้ รั้น
ศาสนา ตอ งยึดมัน่ ศีลหานัน้ ประจาํ ใจ
สะอาด สวา ง สงบ สมาธคิ รบ นา เล่ือมใส
สืบสานวฒั นธรรมไทย เขาชมรมไว สามคั คีกัน

ก.ไก ขยายธรรม 75

หลักปฏิบตั ทิ ง้ั ตวั ส. และตวั อ. จาํ ใหมนั่
ออกกาํ ลัง ทกุ ทกุ วัน อารมณน น้ั แจม ใสดี
อาหาร ตอ งทานเปน หาหมวดเนน ครบถวนถี่
หวาน เค็ม มนั นน้ั ไมด ี อยา อวนซิ กินดวยปญ ญา
อุบตั ิเหตุ ตอ งระวัง เดินเกาะม่ัง อยา เกง กลา
งานอดเิ รก เสาะหามา อยา ลาหลัง อา นหนังสอื ไว
เสือ้ ผา อาภรณน ้ี ตองพอดี เมอ่ื สวมใส
บา นชอ ง ทัง้ นอกใน สะอาดตา อยา สะสม
อุจจาระ ทกุ ทุกวนั ฉี่ อยา อ้ัน จะตรอมตรม
อนามยั ดี ไมร ะทม รอบคอบไว โรคไมมา
อยาอาย ตรวจเชค็ บา ง โรคบางอยาง อยาขาดยา
อากาศ บรสิ ุทธ์ิหา สดู ชา ๆ พาเบิกบาน
อบายมุข เหลา บุหร่ี ตองหลกี หนี ตลอดกาล
เรอื่ งเงนิ ทองตองบรหิ าร อดออมไว ยามไมม ี
อนาคต วางแผนไว อบอุนใจ ไดเ พื่อนดี
อสิ ระ เวลาวางมี เลิกเสยี ที หว งเร่อื ยไป
อ.อนื่ อยา อดนอน การพกั ผอน วอนใสใ จ
อยา ประมาท จาํ ใหได อดทนไว เร่ืองครอบครัว
อัตตา ตอ งละบา ง อคตสิ รา ง หนทางช่ัว
อภัย ไมหมองมัว อีกหนอ ยตัว ก็ลงโลง

76 ก.ไก ขยายธรรม

ณ.เณรไมมอง

เรื่องจันทโครพ พระเจา ตามอบ “ผอบ” ใหจนั ทโครพ มีบางคนบอกวา “เปลีย่ นเปนเอาเณร
ไปอบไดม ย๊ั เอาพระอบมนั เปน บาป” คําวา “สามเณร” แปลวา เหลากอของสมณะ สมณะ แปลวา
ผูสงบ คนท่ีจะเปนพระเปนเณร ตอ งไดรบั การบวช คําวา “บวช” มาจาก ป+วช แปลวา การเวนช่วั
หมายถงึ เวน จากการทาํ บาป เวน จากความชว่ั ทง้ั ปวง การบวชเหมอื นการอาบนาํ้ ตอ งอาบทกุ วนั เพอ่ื
ขัดสีข้ีไคลใหหมดไป บวชก็เหมือนกัน ตองคอยขัดสีกิเลสใหออกไปวันละนอย จนกิเลสหมดสิ้นไป
บางคนอาบนํา้ เสร็จขไี้ คลยังเทาเดิม ก็เหมอื นคนบวช ไมว า จะบวชวนั เดียวหรือ 100 ป หากยงั ไมข ดั
กิเลสออก ปลอ ยใหกเิ ลสพอกพูนเทา เกา จะมปี ระโยชนอ ะไร

บวชแลวจงู พอ แมขึ้นสวรรค

บวชแลว จูงพอแมขน้ึ สวรรค ความหมายคือวา เมอ่ื บวชแลวใหตั้งใจศึกษาหาความรูแตกฉาน
ในพระธรรมวนิ ยั รอู ะไรควรอะไรไมค วร อะไรคอื บาปอะไรคอื บญุ แลว นาํ มาสอนมาแสดงธรรมโปรด
บดิ ามารดา ใหท า นทัง้ สองไดซึมซับหลกั ธรรมและปฏิบัตติ ามธรรมไดถูกตอง เหมอื นชีท้ างสวรรคใ ห
ทานเดินนั่นเอง สมาชิกครอบครัวตกเปนทาสอบายมุข พอติดเหลา แมติดการพนัน นองชายชอบ
เทย่ี วกลางคนื พสี่ าวคบเพอ่ื นชว่ั มสี ามเณรนอ ยซงึ่ เปน ลกู คนกลางไดบ วชเรยี นจนรธู รรมะพอสมควร
จึงเดนิ ทางกลบั บา นอันดับแรกนง่ั คยุ กับพอ

“โยมพอ ตอนนีพ้ อเปนทาสเหลา อกี หนอยสุขภาพของพอ จะเสื่อม รางกายพอจะมีแตโรคภัย
มาเบยี ดเบียน ลกู เณรมาที่นเ่ี พ่อื ขอใหโยมพอลด ละ เลกิ เหลา เพราะอาตมาเปนหว ง และอับอาย
เวลาไปเทศนทไี่ หน คนเขาบอกวา “ไปสอนพอ เณรกอนไป” ในท่ีสดุ พอกเ็ ลิกเหลา อนั ดับตอไปกไ็ ป
โปรดโยมแม โยมพส่ี าว โยมนอ งชาย จนพวกเขาสาํ นกึ ไดแ ละเลกิ ไมเ กยี่ วขอ งกบั อบายมขุ อกี นเ้ี ทา กบั
วา สามเณรรูปน้ันไดอาศัยชายผาเหลืองจูงพอแมพี่นองพนจากขุมนรกกลับข้ึนไปสูสวรรค ไมใชแค
บวชเปน พระเปนเณร พอแมก ไ็ ปสวรรคแลว คิดดูก็แลว กนั วา ถา บวชแลวไมป ระพฤติดีปฏิบัตชิ อบ
ไมศ กึ ษาธรรมะ ไมเทศนาส่งั สอน จะมีใครทไ่ี หนขึ้นสวรรคได เผลอๆ ตกนรกดวยกนั ทั้งโยมทัง้ พระ

ก.ไก ขยายธรรม 77

ลกั ษณะพระเณรในพุทธศาสนา

ลกั ษณะของพระเณรในพระพุทธศาสนา มี 4 ประเภท ไดแ ก
1. พระนกั สอน หมายถงึ เปน ธรรมกถึก เทศนาสงั่ สอนไปตามทต่ี า ง ๆ
2. พระนักสวด หมายถึงทอ งบทสวดมนต สืบชะตา สะเดาะเคราะห หากนิ ทางสวด
3. พระนกั เสก หมายถงึ หมกมนุ ในเรือ่ งคาถาอาคม สกั เสกเลขยนั ต เจา พธิ ีกรรม
4. พระนักฉัน หมายถึงบวชแลว ไมท ําอะไร กนิ ๆ นอน ๆ เลน ๆ ไปวนั ๆ

พระที่ดีตองเปน พระสุปฏปิ น โน คอื ปฏิบตั ดิ ีปฏบิ ัติชอบ มศี ีลาจารวัตรนาเคารพนับถอื นา จะมี
คณุ สมบตั ิ ดังน้ี
1. เปนพระปฏิบตั ิดี หมายถึงปฏิบัตอิ ยใู นศลี ในธรรม ไมประพฤตติ นนอกรตี
2. เปน พระปฏบิ ัตติ รง หมายถงึ ปฏบิ ัตถิ ูกตอ งตามสมณสารูป เรยี บรอย ดูสงา งาม
3. เปน พระปฏิบัตติ ามธรรม หมายถงึ ทาํ หนา ท่ขี องความเปน พระอยา งถกู ตอ งทกุ อยาง
4. ปฏิบัตเิ พอื่ ออกจากทุกข หมายถงึ ออกบวชมีเปาหมายเพื่อบรรลธุ รรม หาทางพน จาก
ทุกข ไมส นใจลาภสกั การะ ยศถาบรรดาศักดิ์
5. ปฏบิ ัตเิ พื่อความเปนศาสนทายาท สบื อายพุ ระพทุ ธศาสนาไปใหย นื นาน
เปนสตรไี มม ศี ีลกส็ ้นิ สวย
บุรษุ ดวยไมม ีศลี กส็ ้นิ ศรี
พระภกิ ษุไมมศี ีลก็สิน้ ดี
ขาราชการศลี ไมม กี ห็ ยาบคาย

ศลี สามเณร มี 10 ขอ ศลี ของพระภกิ ษุมี 227 ขอ ศลี พระภิกษณุ มี ี 311 ขอ ท้ังหมดเปน ศีลใน
สกิ ขาบททพ่ี ระพทุ ธเจา บญั ญตั ไิ ว มโี ทษตง้ั แตเ บาไปถงึ หนกั หนกั ทสี่ ดุ คอื ตอ งพน จากสภาพพระสงฆ
เรยี กวา ตอ งโทษปาราชกิ ศลี ในสกิ ขาบทบางครง้ั เรยี กวา “ศลี สตู รคณู ” เมอ่ื วานเปน ฆราวาสมแี คศ ลี
5 วันนเ้ี ขาโบสถอ อกบวชถอื ศีล 227 แคคนื เดยี วศลี เพม่ิ ต้ัง 222 ขอ แตมีศีลอกี ประเภทหน่ึง คือศีล
ในไตรสกิ ขา ไดแ ก ศลี สมาธิ ปญ ญา ศลี ในไตรสกิ ขา เนน การปฏบิ ตั ใิ หก ายวาจาเปน ปกตไิ มเ บยี ดเบยี น
ตนเองและผอู ่นื ใหเดอื ดรอ น ศีลชนิดนไ้ี มแ นวา พระอาจมนี อ ยกวาฆราวาสก็ได เพราะเห็นตัวอยา ง
พระบางรูปขนึ้ โรงข้ึนศาลเปนวาเลน

78 ก.ไก ขยายธรรม

ปฏบิ ตั ิตนตอ สงฆอยา งเหมาะสม

คาํ พดู ทค่ี วรใชก บั พระสงฆ ในฐานะเปน ชาวพทุ ธตอ งใชใ หถ กู ตอ ง ซงึ่ บางคาํ มศี พั ทเ ฉพาะ เชน
กนิ ฉนั นอน จําวดั
ปวย อาพาธ ตาย มรณภาพ
เชิญ นิมนต ตัวเอง อาตมา
ตอบรบั เจริญพร อาบนา้ํ สรงนาํ้
ฯลฯ

และสาํ คญั ไมค วรเลน หวั กบั พระสงฆ เพราะทา นเปน ปชู นยี บคุ คล บคุ คลทค่ี วรเคารพบชู า ทา น
มศี ลี มากกวา ฆราวาส หากเราเหน็ วา ทา นประพฤตนิ อกลนู อกทาง ควรตกั เตอื นทา นดว ยความเคารพ
เดนิ ผา นทานกก็ ม ตวั กราบทา นกก็ ราบแบบเบญจางคประดษิ ฐ ประเคนของกท็ าํ ใหถ กู ตอ ง ผชู ายยนื่
ถวายกบั มือ ผหู ญิงควรวางทผี่ า รับประเคน ประเคนเสรจ็ ใหกราบลงข้นึ รถลงเรือ ควรใหเกยี รตทิ าน
ลกุ ใหท า นนงั่ ดว ยความเคารพ พดู จากบั ทา นกค็ วรยกมอื พนม เรอ่ื งทจี่ ะคยุ ควรเปน เรอ่ื งธรรมะไมค วร
นําเรื่องลามก การเมือง หรือเรื่องชาวบานๆ มาชวนคยุ ถา เราทําผดิ แผกแตกตา งไปจากน้ี อยา วาแต
พระทา นไมม องเลย ณ.เณรก็ไมม องดวยซํา้

ก.ไก ขยายธรรม 79

ด.เดก็ ตองนิมนต

เด็ก ก็คือเด็กไมใชผูใหญที่ยอสวน เปนเด็กควรทําตนใหหอมแบบเด็ก คือมีความเรียบรอย
นา รกั เดก็ เปรยี บเหมอื นผา ขาวบรสิ ทุ ธิ์ แตง แตม สสี นั อะไรลงไปกจ็ ะเปน อยา งนนั้ บางครง้ั เปรยี บเดก็
เหมือนกลองวีดีโอ พรอมจะบันทึกภาพเหตุการณที่ผานมาในสมองตามแบบฉบับท่ีตนไดพบเห็น
พอ แมเ ปน อยา งไร ลกู หลานกจ็ ะเปน อยา งนน้ั พอ แมค อื เบา หลอ หลอมลกู หลาน หากเปน เบา พระพทุ ธ
รูป หลอมออกมากจ็ ะเปนพระพทุ ธรปู หากเปน เบากระโถน หลอมออกมากจ็ ะเปน กระโถน โบราณ
จงึ บอกวา จะดวู วั ใหด หู าง จะดนู างใหด แู ม ดใู หแ นด ถู งึ คณุ ยาย สาํ เนยี งสอ ภาษา กริ ยิ าสอ สกลุ เยาวชน
คนออนเยาว

ยุวชน หรือเยาวชน แปลวา คนออ น ไดแก ออ นอายุ ออนประสบการณ ออ นความ คดิ ความ
อา น ออนเหตุผล เพราะเขาเปนคนออนดังกลา ว หนาทผ่ี ูใ หญตองคอยเพม่ิ เตมิ เต็มใหเ ขาคอยๆ เปน
ผใู หญข ึน้ ทีละเลก็ ทีละนอย พอแมไ มตอ งการลูกทีเ่ รยี นเกง แตพฤติกรรมแย แตพ อ แมท้ังหลายทาน
ลว นตองการลกู ท่พี ฤตกิ รรมดี แมเรยี นไมค อยเกงไมเปน ไร บทเพลงเดก็ ดีเชื่อวา ทานทั้งหลายคงเคย
ไดย ินไดฟงมาบา ง ฟงทไี รก็นึกไมอ อกวา จะเตมิ ขอใดไดอกี บา ง เพราะเน้ือหาความเปน เด็กดที ัง้ 10
ประการดคู รบสมบูรณ

เดก็ เอยเดก็ ดี ตองมหี นา ที่สิบอยางดว ยกัน (ซา้ํ )
หนึ่ง นบั ถือศาสนา สอง รกั ษาธรรมเนยี มมั่น สาม เชื่อพอ แมครูอาจารย สี่ วาจาน้นั ตอ งสภุ าพ
ออนหวาน หา ยดึ ม่ันกตัญู หก เปนผูรูรกั การงาน เจด็ ตองศึกษาใหเ ช่ียวชาญ ตอ งมานะบากบ่นั
ไมเ กียจไมค รา น แปด รูจกั ออมประหยดั เกา ซอ่ื สตั ยตลอดกาล นํา้ ใจนักกฬี ากลา หาญ ใหเ หมาะกับ
กาลสมยั ชาตพิ ฒั นา สบิ ทาํ ตนใหเ ปน ประโยชน รบู าปบญุ คณุ โทษ สมบตั ชิ าตติ อ งรกั ษา เดก็ สมยั ชาติ
พฒั นา จะเปนเด็กทพ่ี าชาตไิ ทยเจรญิ
เปน เดก็ ตอ งออ นนอ มถอ มตนอยา ลามปามตอ ผหู ลกั ผใู หญ ดงั คาํ วา “เลน กบั หมาหมาเลยี ปาก”
เดก็ นั่งริมตล่ิง ผใู หญเลน จี้ท่เี อวแกลง ผลกั “อุย” ผล เดก็ ยมิ้ ไมตกนา้ํ เพราะผูใหญมแี รงผูใหญน งั่ ริม
ตลิง่ เด็กเลน จ้ีที่เอวแกลง ผลกั “อยุ ” ผล ผูใหญและเด็กตกนํา้ เพราะเดก็ แรงไมม ี

ภยั ของเยาวชน

ปจจุบันนี้ ภัยที่เกิดกบั ลกู ชาย ลูกสาวมีหลายประการ การเลี้ยงลกู ปจจบุ นั จึงยากกวา แตกอ น
แตก อ นมลี กู แปด เกา คน เลย้ี งไดส บาย เดยี๋ วนแี้ คค นสองคน พอ แมป วดหวั เปน หว งสารพดั ลกู หญงิ
80 ก.ไก ขยายธรรม

ก็กลวั เขาสูทฤษฎกี ริ ยิ าสามชอ ง “ทอ ง – ทงิ้ – แทง” สว นลกู ชายก็เปนหว ง
1. อทุ กภยั ภยั จากสุรายาเมาเหลาเบียร
2. อคั คภี ัย ภัยจากบุหร่ี กัญชา ยาเสพติดทั้งหลาย
3. วาตภยั ภัยจากลมปาก คําพูด การทะเลาะวิวาท ตรี ันฟนแทง
4. ภยั ทางบก อุบตั ิเหตบุ นทองถนน รถคว่าํ รถชน
5. ภยั ทางอากาศ เคร่ืองมอื สื่อสาร มอื ถอื อินเทอรเ นต เกม เฟชบคุ ฯลฯ

คณุ ธรรมสาํ หรับเยาวชน

คณุ ธรรมท่ีเด็กควรนาํ มาเปนหลักปฏบิ ัติ ควรมดี ังน้ี
1. เมอื่ อยทู บ่ี า น เดก็ ควรรูจักชว ยพอ แมท าํ งาน อยา ขเ้ี กียจ ทําตวั สาํ มะเลเทเมา เมอื่ เรียนจบ
ม.6 ตอ งไปเรยี นตอ ทอ่ี น่ื หา งไกลพอ แม ครน้ั เรยี นจบปรญิ ญาแลว ตอ งไปหางานทาํ ตา งจงั หวดั เพราะ
บานเราไมมีแหลง งาน ไปพบเนอื้ คคู นตา งจงั หวัด แตงงานแลว ก็ยายไปอยดู วยกนั ท่ีตา งจังหวดั กลบั
มาเย่ียมพอแมปละคร้ังสองคร้ัง ตรุษจีนบาง สงกรานตบาง ทิ้งใหพอแมเปนกําพราลูกอยูบานตาม
ลาํ พงั แมเจบ็ ปว ยก็ไมม ีใครดูแล ดังน้ัน ตอนนี้เรามเี วลาอยูกบั พอแม ควรใหเ วลากับทานมากๆ เม่อื
ถงึ เวลาทเ่ี ราตอ งโบยบนิ ไปสโู ลกกวา งดว ยความไมแ นเ ราอาจไมม โี อกาสไดอ ยปู รนนบิ ตั ทิ า นเทา ทคี่ วร
แลวเราจะไดไมเ สยี ใจภายหลงั
2. เมอ่ื อยูในโรงเรียน เด็กควรตง้ั ใจศกึ ษาเลา เรียน เรียนใหเ กง เรยี นใหส ุดความสามารถการ
เรยี นเหมอื นการวง่ิ ผลัด 4 คูณ 100 สง ไมต อ ตัง้ แต ประถม มธั ยม อุดมศึกษา ตามลําดับ ตอ งไมลืม
วา คนเกง กวาเรามมี าก หากเราไมเกง พอจะแขงขันสูเ ขาไมไ ด ในทส่ี ุดเราอาจเปน คนตกงานคนตอ
ไปก็ได อยาลืมวา สบายเมื่อหนุม จะไปกลุมเมื่อแก อดทนเมื่อหนุม ไมกลุมตอนแก จะบอกใหใน
โรงเรยี นโดยเฉพาะระดบั มัธยม เปน วัยท่ตี องการเพอ่ื น บางคนเสียคนเพราะเพ่อื น เนอื่ งจากไปคบ
เพอื่ นเกเร นกั เรยี นหญงิ บางคนก็ริไปมแี ฟน เช่อื แฟน หลงแฟนไมส นใจคําสั่งสอนพอ แมครอู าจารย
พอทา นหา มปรามกห็ าวา ทา นไมเ ขา ใจวยั รนุ ขอเงนิ พอ ใหท สี บิ ยสี่ บิ ไปหาแฟนๆ ใหท ลี ะรอ ยสองรอ ย
ชน่ื ชมแฟนวาดีอยา งงั้นดีอยางง้ี ทาํ ใหค ิดถึงนทิ านเรอ่ื งขนม 7 ชิ้น เรอื่ งมอี ยวู า มนี ายคนหนึง่ หิวมาก
มเี งนิ ตดิ ตวั แค 7 บาท เลยแวะซอื้ ขนมโดนทั เหน็ ขนมโดนทั มรี ตู รงกลาง คงกลวั ไมอ มิ่ เลยบอกแมค า วา
“ผมขอซอ้ื ขนมโดนัทชนิดที่ไมมีรนู ะครับ” แมคารบั มขุ ทนั ที
“ออ ชวงนเี้ ปนชวงโปรโมรชั่น ซ้อื หน่งึ อันแถมหนึ่งรู ถาคณุ ไมเอารู ใหก ินรอบรูกอ น กินหมด
แลว เอารทู งิ้ นะคะ” นายคนนัน้ ตดั สินใจซ้ือ 1 ช้นิ กินยังไมอ่มิ จงึ ซื้อชนิ้ ตอไปทีละช้ิน อีก 6 ชิ้น ก็ยงั
ไมอ มิ่ ตดั สนิ ใจซือ้ ชน้ิ ที่ 7 กบั เงินบาทสดุ ทาย ชิ้นท่ีเจด็ น้กี ินไดครึง่ ชน้ิ เทานั้น อม่ิ
“โอย กนู ่โี งฉบิ เสยี เงนิ ไปต้ัง 6 บาท รูง ซ้ี ือ้ ชนิ้ ที่ 7 ช้ินเดยี วกพ็ อ ดูสิ กินไดแ คค ร่งึ เดียว อิ่มแลว ”

ก.ไก ขยายธรรม 81

มันไมร ูหรอกวา ท่ีมนั อิม่ เพราะมี 6 ชนิ้ รองอยกู นกระเพาะ หลงปล้มื ชน้ิ ที่ 7 โดยลืมบุญคณุ 6 ช้ิน
กอนหนาน้ี ก็เปรียบเหมือนกับนักเรียนหญิงคนที่กลาวถึงน่ันแหละ พอแมเลี้ยงมาหมดเงินไปไมรู
กี่หมื่นก่ีแสน ไมคํานึงถึง แตไปยกยองแฟนที่ใหทีละรอยสองรอยวาดีเลิศประเสริฐศรี เลยหนีตาม
แฟนไป ไมส นใจการเรียน เสยี ทัง้ ตัวเสียท้ังอนาคต

3. เมื่ออยูในสงั คม ควรทําตวั ใหเปน ประโยชนต อ สงั คม อยา ทาํ ตนเปน นกั เลงหัวไม (เดย๋ี วหัว
จะโดนไม) ชวยเหลืองานสังคมตามสภาพที่เราจะชวยได ท่ีสําคัญเปนกําลังสําคัญใหสังคมโดยไม
ขอ งแวะกบั สง่ิ เสพตดิ อนั จะทาํ ใหส งั คมพลอยมวั หมองไปดว ย ในสงั คมมมี มุ อบั ใหเ ทยี่ วเตรม าก เชน
หัวสะพาน ศาลาพักผูโ ดยสาร สวนสาธารณะ ฯลฯ สถานทเี่ หลานเี้ ด็กไมค วรไปม่วั สมุ กลางคาํ่ กลาง
คนื หากริสูบบหุ ร่ี ริดื่มสุรา ไมนานจะเปนโรคถุงลมโปงพอง เปน โรคตับแข็ง ตองไปนอนหยอดนาํ้
เกลอื ทห่ี อ ง ICU มสี าย 4 สายระโยงระยาย ไดแ ก สายนาํ้ เกลอื แทงทแ่ี ขน สายออกซเิ จนคลอบทจี่ มกู
สายปสสาวะแทงที่ขา งทอ ง สายอาหารแทงบรเิ วณลําคอ ด้ินไปไหนไมได อาปากพะงาบ พะงาบ รอ
วันตายเทาน้นั เอง ในฐานะเปนสมาชกิ ของสังคม จึงควรทาํ ตัวใหเ ปนประโยชน ไมค ดใชทําขอ เหล็ก
งอใชทาํ เคยี ว คนคดอยางเดยี วใชก ารอะไรไมไ ด จําเอาไว

สุภาษติ ท่ขี นึ้ ตนดว ย ด.เด็ก

ดาบสองคม หมายถึง มีท้ังคณุ และโทษ
ดดี ลูกคดิ ในรางแกว หมายถงึ คํานึงผลไดผลเสียอยางละเอียด
เด็ดบัวไมเ หลอื ใย หมายถึง ตัดขาดความสัมพันธไ มตรี
ไดคบื จะเอาศอก หมายถึง ตอ งการไมส้ินสดุ
ไดท ขี แี่ พะไล หมายถึง คอยซํ้าเตมิ ผูอน่ื เม่ือเขาเพลีย่ งพล้ํา
ดวู วั ดทู หี่ าง หมายถงึ ดใู หร อบคอบ (หาคูค รอง)
เดินตามผใู หญหมาไมก ดั หมายถึง ทําตามแบบอยา งท่ีดจี ะปลอดภัย

82 ก.ไก ขยายธรรม

ต.เตาหลังตุง

เตา เปนสัตวท ่ีเช่ืองชา การทําอะไรเชือ่ งชาบางคนบอกวา “ตกยคุ ” บา งก็วา “ยคุ ไดโนเสาร
เตาลา นป” โดยนํามาเทยี บกับยคุ เทคโนโลยใี นปจจุบนั ความเชอื่ งชา ของเตา อาจนําพาไปสูภัยพบิ ตั ิ
แกต นเอง เชน ถกู รถชน ถูกชา งเหยยี บ เปน ตน เตาจงึ เปน สญั ลกั ษณข องความประมาท การที่ชาว
พุทธปลอยเตา ก็นาจะหมายถึงปลอยความประมาทออกไปใหเหลือแตความไมประมาท ในเรื่อง
กระตายกับเตา ทแ่ี ขง ขนั กนั ในนทิ านชาดก เตาคอื สญั ลักษณค วามไมประมาท เพราะตงั้ อยูใ นความ
ไมประมาท อยูในความเพียรพยายามจึงเอาชนะกระตา ยไดในทส่ี ุด การท่เี ตาเอาชนะกระตา ยไดน น้ั
ขอใหคนเราเกิดความคิดเถิดวา ในโลกนี้หากมนุษยเพียรพยายามถึงที่สุดแลว ไมมีอะไรที่มนุษยจะ
ทําไมได หรอื ตระหนกั วา ทุกส่งิ ไมย ากถา หากสนใจ

อันที่จริง เตามีคุณตอโลกมาต้ังแตยุคอารยธรรมจีนรุงเรืองสมัยราชวงศซาง ครั้งน้ันไดมีการ
จารกึ อกั ษรจนี ลงบนกระดองเตา และกระดูกววั ลว งเลยมาหลายพันปเ ลยไมท ราบวา ทาํ ไมบรรพชน
คนจีนยคุ นน้ั จึงใชก ระดองเตาเปนแทน เขียนอักษร

หงสห ามเตา

มีนิทานเรื่องหน่ึงจะเลาใหฟง เรื่อง “หงสหามเตา” เปนเรื่องราวเก่ียวกับการไมระมัดระวัง
คําพดู กอใหเกิดอันตรายแกต วั ผูพดู ได เรอื่ งมีอยูว า กาลคร้งั หนง่ึ นานมาแลว มีเตา ตัวหนงึ่ หากนิ อยู
บรเิ วณหนองนํา้ ท่ีแหง ขอด การดาํ รงชวี ติ ในชว งหนาแลง ทาํ ใหเ ตา ลําบากมากเพราะอาหารไมพ อกนิ
ขณะนั้นมีหงส 2 ตวั บินผานมา จึงลงไปพูดกับเตา ดวยความหวังดีวา

“เมอ่ื กี้ ฉนั บนิ ไปทางทศิ เหนอื ตรงหลงั เขามแี อง นาํ้ อดุ มสมบรู ณม าก ทาํ ไมเธอไมไ ปหากนิ ทนี่ น่ั
อยทู ่นี ่มี แี ตจะอดตายนะ” เตาไดยินก็สายหนา

“ตวั ฉัน เชือ่ งชา อยางนี้ อยา วาแตหลงั เขาเลย แคเ ดนิ ขนึ้ เขา ฉนั คงตอ งตายกอ นเปนแน” หงส
บอกวา

“ฉนั สงสารเธอจงั เลย เอางไี้ หมละฉนั จะพาเธอไปเอง โดยฉนั 2 ตวั จะเอาเทา จบั กงิ่ ไมไ ว ใหเ ธอ
เอาปากคาบตรงกลางไมไว แลวฉันทั้งสองจะบินขามภูเขา และพาเธอไปลงที่แองนํ้า” เตาไดฟง
ไอเดียท่สี ุดยอด จึงกลาววา

“ดีมาก เปน ความคิดทด่ี ี ฉันจะทาํ ตามทเี่ ธอบอก” หงสบ อกวา
ก.ไก ขยายธรรม 83

“แตเธอตองสัญญากอนวา เธอจะไมพูดไมจาตลอดเสนทางการเดินทาง เพราะวา ถาเธอพูด
เมื่อไร เธอจะตกลงมาขา งลา งทนั ที เตา บอกวา

“ฉนั ใหส ญั ญา ฉนั จะไมพ ดู ไมจ าอะไรจนกวา จะถงึ ทหี่ มาย” เมอื่ ตกลงเปน ทเ่ี รยี บรอ ยหงสก บ็ นิ
ขนึ้ ทอ งฟา โดยมเี ตา คาบกง่ิ ไมอ ยตู รงกลาง ขา งลา งกลางทงุ นา มเี ดก็ เลย้ี งควายกลมุ หนง่ึ เงยหนา เหน็
เหตุการณ จึงพากนั ตะโกนวา

“พวกเราดูสิ หงสหามเตา หงสหามเตา” พอเจาเตาไดยินดังนั้น ก็นึกเคืองขน้ึ มา
“ไอพวกเดก็ หนาโง มตี าหามแี ววไม กูกาํ ลงั แบกหงสอ ยูน่ี ดนั ตะโกนวา หงสหามเตา ทําไมไม
พดู วา เตาแบกหงส” พอคิดดังนนั้ เตาก็เลยอาปากเพื่อจะบอกเดก็ ท้งั หลายวา
“ไมใ ชห งสห ามเตาหรอก แตเปนเตา ตางหากท่แี บกหงส” ขณะอา ปากนนั่ เอง เตาก็หลุดจาก
ไมตกลงพน้ื ดนิ เสียงดงั สนั่นหวน่ั ไหว ตายทนั ที กระดองเตา แตกรา วเปนรอยๆ ขขี้ องเตากระเดน็ ไป
ถูกรักแรของคน เปนที่มาที่ไปจนถึงปจ จุบันน้ี

4 ต.ของชีวติ

ต.เตา มีขอ คดิ สาํ หรับดําเนนิ ชีวติ อยอู ยา งนอย 4 คํา ซึ่งเปรียบกบั วัยคนเรา ไดแก
“เตาะแตะ เตง ตึง โตงเตง ตองตาย”

วัยแรกวยั เตาะแตะ เปนวยั ทารกที่อาศยั คนอนื่ ชว ยเหลือ ตองเตาะแตะๆ อยพู กั ใหญ ตอ จาก
นั้น อวัยวะทกุ สว นก็เตงตงึ เขาสูวยั รุน พน จากวัยรุนอวยั วะบางสว นกโ็ ตงเตง มตี งึ อยูอยางเดียวคือ
หู ครน้ั เมอื่ ถงึ เวลาก็สูกาลเวลา ตองตาย ไมมีใครหนีพน ดงั นัน้ ในแตละวยั จึงควรดาํ เนินชวี ติ อยางมี
คณุ คา ทาํ หนา ทีต่ นเองอยา งสมบูรณ เมอื่ ตายไปจะมแี ตคนคดิ ถึง ดงั คาํ วา “อยูเ พือ่ ตนอยูแคสน้ิ ลม
อยเู พอื่ สังคมอยูช ว่ั กาลนาน” ส่ิงท่ีนาตดิ ขณะทีอ่ า นมาถึง 4 ต. คือ ขณะที่อยูในวยั เตาะแตะ มอื ของ
ทารกจะกาํ กอบ โกยทกุ ส่งิ เอาไว คลายๆ จะบอกวา ตั้งแตว นิ าทนี เี้ ปน ไป ฉันจะกอบ จะโกย จะกํา
ทกุ สงิ่ ทกุ อยา งเพอ่ื สนองกเิ ลสตณั หาของฉนั เอง แลว กเ็ ปน เชน นน้ั จรงิ ๆ เรม่ิ กอบ เรมิ่ โกย เรมิ่ กาํ และ
เร่มิ โกง เพอ่ื ใหชีวิตเหนอื ผอู น่ื ทุกดา น ครัน้ มาถงึ ต.สดุ ทา ยคอื ตองตาย ตองนอนแบมอื ใหผคู นมารด
นาํ้ ศพ นาํ้ หยดเดียวกไ็ มส ามารถกาํ เอาไวไ ดค ลา ยๆ จะบอกอกี คร้ังวา “ดูสิ อดีตฉันทาํ ทกุ อยางเพื่อ
กอบโกย แตข ณะนฉี้ นั ไมส ามารถนาํ สงิ่ ใดไปไดเ ลย แมแ ตน าํ้ ทพี่ วกทา นรดใสม อื หยดเดยี วฉนั กก็ าํ เอา
ไปไมได”

84 ก.ไก ขยายธรรม

สภุ าษติ ทีข่ ้ึนตนดวย ต.เตา

ตกมาตาย หมายถงึ จบโดยเรว็
ตดั หวั คั่วแหง หมายถงึ ฆา ใหต ายเพอื่ ใหหายแคน
ตดั หางปลอยวัด หมายถึง ตดั ขาด ไมเกีย่ วขอ ง
ตัดไฟแตต นลม หมายถึง ตดั สาเหตุ ไมใ หลุกลามตอไป
ตบหวั ลูบหลัง หมายถงึ ทาํ ใหเสยี ใจแลวปลอบประโลมภายหลัง
ตาบอดคลาํ ชาง หมายถงึ รูอยา งเดยี ว เขาใจวา เปนอยางน้ันท้ังหมด
ตาบอดสอดตาเหน็ หมายถงึ อวดรทู ้งั ท่ตี นไมร ู
ตกั บาตรถามพระ หมายถึง ใหอะไรที่เขาเตม็ ใจรบั ไมต องถามใหเ ลย
ตกกะไดพลอยกระโจน หมายถงึ จําเปน ตองยอมไมมที างเลยี่ ง

ก.ไก ขยายธรรม 85

ถ.ถุงแบกขน

ถุง คอื ภาชนะผา ท่ใี ชบรรจสุ ัมภาระในการเดินทาง ถุงเล็กๆ เชนถงุ ใสอาหาร ถงุ ใสขนม ก็เรยี ก
วา ถงุ บางครง้ั งง เห็นเขาถอื ถุงเดนิ มา “ถงุ อะไรหรือ” ตอบวา “ถงุ ถุง” ทาํ ไมตอบเลน ลิน้ จนสุดทา ย
ถงึ บางออ เมอื่ เขาแกะถงุ ออกขางในมีถุงอยู เขาจึงบอกวา “ถงุ ถุง”

เรื่องคนดื้อ ตองแกไขใหสาสม มียายคนหน่ึงเปนคนด้ือ คณุ ตาบอกวา
“วนั น้ีจะไปสวน ยายอยาไปนะ” ยายสวนทันที
“กูจะไป”
“เอาหละไปก็ได แตทางมันไกล อยาขนของใสถ งุ ไปเยอะนะ”
“กจู ะขน” ขนของไปเยอะเลย ตาราํ คาญมากเลยบอกวา
“ยาย อยาไปทางนนั้ นะมันเปนเหว เด๋ียวจะตกเหวตาย”
“กูจะไป” รับรางวลั แหงความดือ้ ไปเรียบรอย (คงเกย่ี วกบั ถุงบา งเนาะ) อนั ที่จริงถงุ เกีย่ วขอ ง
กบั ชวี ติ เรามาตลอด เชน รณรงคล ดโลกรอ น ใชถ ุงผา อยใู นทองมารดา ถงุ นาํ้ คราํ่ รับอังเปา ถุงเงนิ
ถงุ ทอง เปน ตน

ธรรมะจาก ถ.ถุง

ธรรมะทไี่ ดจ าก ถ.ถงุ ไดแ ก ตวั ตัณหาท่บี งการใหเ ราหาของใสถ งุ หาตง้ั แตเกดิ จนตาย หาไม
หยุดไมหยอน ผูรูบอกวา “ตอใหฝนตกลงมาเปนเหรียญหาทุกเม็ด หรือตอใหภูเขาที่เห็นเบื้องหนา
เปน ทองคาํ ทง้ั ลกู ใหข ดุ เอาตามสบาย กไ็ มเ พยี งพอกบั ความตอ งการของคน” หาเกบ็ หากนิ ตงั้ มากมาย
กายกอง พอตายลงเอาอะไรไปไมไ ดสักอยาง ดังคําวา
ยศและลาภหาบไปไมไ ดแน เวน เสียแตต น ทนุ บญุ กุศล
ทงิ้ สมบตั ทิ ้งั หลายใหปวงชน รางของตนเขายงั เอาไปเผาไฟ

บางคนเหน็ดเหน่ือยกับการทํางานหาทรัพยสมบัติ พอสามีตายลง ภรรยามีสามีใหม บรรดา
ทรพั ยท้งั หมดท่หี าไว ตกเปนของ “แกวมาลูน” สามีใหมหมด ดงั บทเพลงแกว มาลนู วา

“เปนวาสนาทอ่ี ายเกดิ มามีบุญ เกดิ เปน แกว มาลูน ความสุขเพ่ิมพูนทุกวนั ทกุ วี่ ดีใจจรงิ หนาได
ภรรยาเปนเศรษฐี กเ็ พราะวา สามขี องเธอทงิ้ ไวกอ นตาย...”

86 ก.ไก ขยายธรรม

ตอนเปนทารก มือทงั้ สองหยบิ ฉวยนน่ั นี่ โนน เหมือนจะบอกวา ตอ ไปนี้ฉนั จะหาจะกอบโกย
มาใหมากๆ แตพ อตายลง แบมอื ใหผ ูคนรดนาํ้ ศพ คลา ยๆ จะบอกวา

“ดูสิฉนั อุตสาหหามาตัง้ มากมาย สดุ ทายแมแ ตนํ้าหยดเดยี ว ฉันก็เอาไปไมได นีค่ ือสัจธรรมท่ี
สะทอนใจย่ิงนัก เหน่ือยสุดชีวิต สุดทายเอาอะไรไปไมไดสักอยาง เห็นมีแตถุงสามเหล่ียมสีขาวที่
สปั เหรอ (เจี้ยงเมยี้ ง) แบกนาํ ขบวนศพไปสูป าชาพรอมกบั ตุงเทา นัน้ เอง

ถุงความสุขอยูท ไี่ หน

ถ.ถงุ ไมไดใหค วามสุข เพยี งแคใ หค วามสะดวกเทาน้นั บา นหลังโต หมายถึง ถงุ ใหญท่ีเตม็ ไป
ดวยสมบัติพัสถาน รถคันโต หมายถึงถุงเคล่ือนที่ท่ีอํานวยความสะดวกใหยามเดินทางสมุดธนาคาร
หมายถงึ ถงุ แหง ความภมู ใิ จ สบายใจทกุ ครงั้ ทไ่ี ดด ไู ดร ไู ดเ หน็ วา มเี งนิ ในบญั ชมี าก ตเู ยน็ ทวี ี คอมพวิ เตอร
ตู เตียง โซฟา ฯลฯ คือถงุ ที่มไี วเพ่ือสนองความสนกุ สานชั่วครัง้ ชั่วคราว ทง้ั หมดคอยอํานวยความ
สะดวกใหมนุษย แตหาใชบทสรุปวาชีวิตมีความสุขไม บางคนน่ังรถติดแอรเย็นฉํ่า แตเหง่ือเทาเม็ด
ขาวโพด เพราะพรุงนี้ไฟแนนซเขาจะมายึดรถแลว หรือมีบานหลังละหลายสิบลาน สมาชิกในบาน
ขาดความอบอนุ จะมีประโยชนอ ะไรเลากบั ทรพั ยส มบตั ิทง่ี กหามาไว ยิ่งเขา ไปยดึ ตดิ มากเทาไร กย็ ่งิ
เกดิ ทุกขม ากเทานนั้ เพราะวาลกั ษณะการยึดไว หมายถึงภาระทห่ี นัก หากปลอยวาง ก็โปรง โลง เบา
สบาย ภาษาพระเรยี กวา มีความสขุ ตามฐานะ หันมาสรา งความอบอุนแกค รอบครัว มีเวลาใหแ กก ัน
และกันดีกวา มีเรื่องเลา ใหฟง

ครอบครวั หนงึ่ เปน ครอบครวั คนมฐี านะดี บา นหลงั ใหญโ ต แตส มาชกิ ในครอบครวั กลบั ไมค อ ย
ไดพบหนากัน ไมใชวาไปทํางานตางถ่ินหรอก แตเพราะวากลับบานคลาดเวลากัน สามีกลับมาจาก
ที่ทํางานดึกด่ืน กลับมาถึงบานลูกหลับเรียบรอยแลว พอต่ืนมาอีกครั้ง 8 โมง ลูกไปโรงเรียนแลว
พอสามีไปถึงท่ีทํางาน เพ่อื นถาม

“ลกู คุณโตหรอื ยัง” มนั กางมือออกบอกวา
“แคนี้แลว ” คือเหน็ ลกู เฉพาะตอนนอน ไมเ คยเห็นลูกตอนยนื มีธุระอะไรก็เขียนเปนโนต สัน้ ๆ
ตดิ ไวท่กี ระจกโตะ แปง
“พอ พรงุ นีผ้ มขอเงิน 200 บาท ออกคา เอกสารใหค ร”ู พอเห็นโนต เขียนตอบทันที
“ไปเอาทแี่ มนะลกู จากพอ”
“พอ มะรืนวันเกิดลกู พออยาลืมนะ” พอ รบี เขยี นตอบทนั ที
“พอ รวู า พอ เปน พอ ทแ่ี ย เอางลี้ กู อยากไดอ ะไร เขยี นตดิ ไวน ะ พอ จะหามาใหล กู ” ลกู จงึ ระบาย
สง่ิ ทตี่ องการลงไป
“ลูกตองการเวลาและความอบอุน” ความรูสึกของลูกคืออยากใหพอมีเวลาใหแกบางและให

ก.ไก ขยายธรรม 87

ความอบอุนเหมือนครอบครวั คนอ่นื เขาบา ง พอถึงวันเกิด มีกลองของขวัญใบใหญ 2 กลอ งวางบน
เตียงนอน ลกู ดใี จมากรีบไปเปด ดูกลองแรกเปน นาฬก าปลุก อกี กลองหน่ึง เปน ผานวมโตโต นี่คอื ส่ิง
ที่พอจัดใหต ามทลี่ ูกตอ งการ “ลูกอยากไดเวลาและความอบอุน” กไ็ มร ูเหมอื นกนั วา ลูกมนั โงหรือวา
พอ มันโง

ถงุ กน รว่ั

ถุงกนร่ัว เปนอุปมาแสดงความฟุงเฟอ เหมือนโองรั่วน่ันแหละ เม่ือพยายามเก็บหอมรอบริบ
ทรัพยสมบัติเอาไวดวยความเหน่ือยยาก แตสมาชิกในครอบครัวกลับไมชวยกันประหยัดใชจายเกิน
ประมาณ ทรพั ยทเ่ี กบ็ ไวใชจา ยยามฉกุ เฉนิ กห็ มดลง ความเปนหนี้เปนสินกต็ ามมา

ถามวา “มีเงินเหลือใช กบั มีเงนิ เหลอื เกบ็ อนั ไหนประเสรฐิ กวากนั ”
ถามวา “ยอดรายรับในบญั ชี กบั ยอดคงเหลือในบญั ชี อนั ไหนนา พิศวาสกวากัน”
ถามวา “ทองหอผาขรี้ วิ้ กบั ผาขีร้ ว้ิ หอ ทอง อยา งไหนประเสริฐกวากัน”
ถามวา “อยากรวย อยอู ยางรวย ไมม วี ันรวย กลัวจน อยอู ยา งจน ไมม ีวันจน เปนความจริง
หรือไม”
ปจจุบันผูคนท่เี รยี กตวั เองวา “มนุษยเงินเดอื น” มีปญ หาดา นเศรษฐกิจมาก หลายคนชักหนา
ไมถึงหลงั หลายคนตอ งเปนหน้บี ัตรเครดิต หลายคนตองพบกบั ปญหาลม ละลาย อนั ทีจ่ ริงเงินเดือน
ทไี่ ดร บั แตล ะเดอื นไมใ ชน อ ยเลย แตเ พราะไมเ คยจดั ทาํ งบประมาณประจาํ เดอื นหรอื ละเลยการจดั ทาํ
บัญชีครัวเรือน จึงทําใหรายไดไมพอกับรายจาย ระดับชาติยังจัดทํางบประมาณประจําป ระดับ
ครอบครวั ควรจดั ทาํ งบประมาณประจาํ เดอื นเอาไว อยา งนอ ย ลกู หลานไดเ หน็ คา ใชจ า ยในครอบครวั
จะเกดิ ความสงสารพอแม และจะมีสว นรวมรบั ผดิ ชอบในการประหยดั อดออมตอไป

88 ก.ไก ขยายธรรม

ท.ทหารอดทน

ชายชาติทหาร พอสอนใหเปน คนกลาหาญ อดทน คนทีผ่ า นการเปน ทหารมาแลว ดเู ปน ชาย
ฉกรรจท ม่ี คี วามรบั ผดิ ชอบ ยง่ิ คนทบ่ี วชมาแลว ยอ มการนั ตไี ดว า มคี ณุ ธรรมสงู เพราะไดร บั การอบรม
กลอ มเกลาอปุ นสิ ยั มาพอสมควร ผหู ญิงทง้ั หลายจะใหค วามสนใจเปนพเิ ศษ ดังน้นั ชายจงึ ใชจ ุดเปน
ทหารและอดตี นักบวชมาเปนจุดขายในการจบี สาว ดังเพลงท่รี องวา

“บวชพกี่ บ็ วชมาแลว ทหารพก่ี ็เปน มาแลว...”

วนิ ัยสรางชาติ

คนเปนทหารนอกจากอดทนตอการฝกฝนแลว ยังตองมีความตระหนักในภาระหนาท่ีของคน
เปน รัว้ ของชาติ ตอ งมใี จรกั ชาติ ศาสน กษัตริย อยา งมนั่ คง ทหารไดร ับการฝก ฝนดานระเบียบวินัย
อยา งเขม งวด แมจ ะพกปน กด็ มู คี วามมนั่ ใจวา จะไมน าํ ไปทาํ รา ยทาํ ลายใครนอกจากใชป อ งกนั ประเทศ
จงึ เหน็ ขอแตกตางระหวางคนมรี ะเบยี บวินัย กบั คนท่ไี มผ านการฝก วนิ ยั

มอี าวุธในมอื ถา มีระเบยี บวินยั ฝกมาอยางดีแลว เรียกวา ตาํ รวจทหาร
มีอาวุธในมือ ถาไมม รี ะเบียบวินัย ไมผ านกระบวนการฝก มา เรยี กวา โจรผูราย
มชี อลคในมอื ถามรี ะเบยี บวินัย ผา นการคดั กรองมา เรยี กวา ครูอาจารย
มชี อลคในมอื ถาไมม รี ะเบยี บวนิ ัย ไมผ านคดั กรอง เรยี กวา ผบี า
การยดึ ระเบยี บวนิ ยั จะทาํ ใหร ะบบเปน มาตรฐาน ดแู ลว มเี อกลกั ษณเ ฉพาะตน เชน การทาํ ความ
เคารพแบบทหาร แบบตาํ รวจ ดทู ะมดั ทะแมง ในทา ตะเบะแลวยดื ตัวตรง ตบเทา เสียงดังปง เพราะ
ทหารตํารวจเขาสอนใหเคารพนับถือกันตามลําดับอาวุโส ตามสายบังคับบัญชา มีเร่ืองเลาใหฟงวา
ทหารของเผาหนึ่ง (เผาอะไรก็ชางเถอะ) ถูกเรียกไปชวยอพยพผูคนที่ไฟไหมตึกใหลงมายังพื้นอยาง
ปลอดภยั การปฏบิ ัติคือใหทหาร 4 คนจบั มมุ ผาขาวผนื ใหญ มุมละคนจบั ขึงใหตงึ แลว ใหค นบนตึก
กระโดดลงมาตรงกลางผา ทุกคนท่กี ระโดดลงมากไ็ ดรบั ความปลอดภยั จนมาถึงคนๆ หนงึ่ โดดลงมา
ทหารทง้ั 4 หนั ไปมอง อา วนกึ วา ใคร ทแี่ ทเ ปน ผบู งั คบั บญั ชาตวั เอง ดว ยความเคยชนิ กบั การทาํ ความ
เคารพ จึงวางผา ลงแลว ทําทาตะเบะแสดงความเคารพ
“สวสั ดคี รับ” ผลก็คือผูบังคบั บัญชาตกลงพน้ื หลงั แทบหกั
“มงึ จะรบี ตะเบะหาบดิ ามงึ ทาํ ไม” ฉะนนั้ การทาํ ความเคารพเปน สงิ่ ทดี่ ี แตค วรดกู าลเทศะดว ย

ก.ไก ขยายธรรม 89

อยางเคารพกฎจราจรไมใชตองไปนั่งหมอบกราบตรงส่ีแยกไฟแดง หรือตรงทางมาลาย เคารพกฎ
จราจร ความหมายคือใหเดินขามถนน หรือขับรถดวยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอยาง
เครง ครดั

อดทนถึงที่ไดดีทกุ คน

ทหารเกณฑบางคนทนฝกไมไหว หลบหนีออกจากคายฝกกลับบาน กลายเปนทหารใจเสาะ
ไมม ีความอดทน วนั หลงั เมือ่ มลี กู มหี ลานจะสอนเขาอยางไร “ลูกตอ งอดทนนะ ลูกตองตงั้ ใจนะ ดูพอ
เปน ตวั อยา งสิ สมยั ทพี่ อเปน ทหารเกณฑ ครฝู ก เขาฝกหนกั มาก พอ ทนไมไ หวจงึ หนอี อกจากคายฝก
ลูกตองเอาตามอยางพอ นะ” ความอดทน เม่อื ทําไดถึงที่แลวจะไดดีทุกคน บางคนบอกวา “ทกุ ขก าย
แคไหนทนได แตท ุกขใจ คบั แคน ใจทนไดยากยิ่ง” หรือภาษิตทีว่ า

“คับทอี่ ยูได คับใจอยยู าก” เปน ตน จรงิ ๆ แลว ความอดทน เปน ยาขนานเอกทที่ าํ ใหค นเรา
บรรลคุ วามสาํ เรจ็ ในชวี ติ มเี รอื่ งเลา เกย่ี วกบั พระโพธสิ ตั ว “ขนั ตวิ าทดี าบส” ทา นบาํ เพญ็ ความอดทน
เปน บารมี (ขนั ตบิ ารม)ี วนั หนงึ่ ทา นไปพกั ในสวนอทุ ยานของพระราชา ซง่ึ พระราชาองคน ม้ี นี สิ ยั ดรุ า ย
ขณะน้ันพระองคไดพาทหารและเหลาสนมกํานัลไปเที่ยวสวนอุทยาน ไดนอนพักใตรมไมจนเผลอ
หลับไป นางสนมท้ังหลายเห็นพระองคหลับ จึงพากันเดินชมดอกไมในอุทยาน ไปพบพระโพธิสัตว
น่ังอยู จึงเขาไปสนทนาธรรม เรื่องสวนใหญก็เปนเรื่องการใชความอดทนในการดําเนินชีวิต พอต่ืน
บรรทมมองหาเหลา สนมกาํ นลั ไมพ บ พระราชาเกดิ โมโหจงึ ใหท หารออกตดิ ตาม ไปพบพวกนางสนม
กาํ ลงั นงั่ ฟงธรรมอยู ดวยความโมโหจงึ ถาม

“ทานสอนอะไรแกสนมของขา ” พระโพธสิ ัตวตอบวา
“อาตมากาํ ลงั สอนเรื่องความอดทน” พระราชา
“งั้นหรอื ทหารจับมันไว ตัดแขนมนั ใหขาด ดูวาจะอดทนหรอื ไม” ทหารก็ทําตาม
รบี ไปจับพระโพธสิ ัตวมดั แขน มดั ขา พระโพธสิ ตั วกลาววา
“อาตมายังยืนยืนสอนเร่ืองความอดทนอยนู น่ั แหละ” พระราชาโมโหมาก ตรัสวา
“ทหาร งนั้ ตดั ขาทงั้ สองขา งของมนั ใหข าด” ทหารกท็ าํ ตามทนั ที ตดั ขาทงั้ สองขา งพระโพธสิ ตั ว
อดทนตอความเจบ็ ปวด แลวบอกวา
“พระราชาคงคดิ วา ความอดทนอยภู ายนอก เปลา หรอก ความอดทนเปน ธรรมทฝี่ ง อยใู นจติ ใจ
อาตมาก็ยังยนื ยันวา ความอดทนเปน ส่ิงประเสรฐิ อยนู น่ั แหละ”
พระราชา ยงิ่ โมโหมากขึน้ จึงตะโกนบอกทหารวา
“ทหาร ลองกระทืบอกมันแรงๆ สิ ดูวาจะอดทนไปถึงไหน” พระโพธสิ ตั ว หายใจโรยริน กอ น
ส้ินลมทา นกลาววา
90 ก.ไก ขยายธรรม

“อาตมาไมไ ดต ายเพราะวา ไมอดทนหรือทนไมได แตเพราะรางกายรบั ไมไ หว แตความอดทน
ยังเปน ธรรมอยคู ูโ ลกตลอดไป”

ขา ศึกท่ีนา กลัว

ท.ทหารตอ งตอสกู บั ขา ศึกทม่ี ารุกราน ขา ศึกแบง ออก เปน 2 ลักษณะ
1. ขา ศกึ ภายนอก ไดแ กบ รรดาอรริ าชศตั รทู ง้ั หลายทจี่ ะมาโคน ลม ชาติ ศาสน กษตั รยิ  หรอื แยง
ชงิ ผนื แผน ดนิ ของเรา หนา ทต่ี าํ รวจทหารตอ งชว ยกันปอ งกนั เอาไว
2. ขา ศกึ ภายใน ไดแ กก เิ ลสตณั หาทมี่ าเผารมุ จติ ใจสง ผลใหเ กดิ ทกุ ขท รมานตามมา หนา ทก่ี าํ จดั
กิเลส เปนหนาท่ีของทุกคน ใครพายแพกิเลสถือวาเกิดมาเสียชาติเกิด ปลอยใหขาศึกภายในมายึด
พ้ืนที่ในจิตใจไปเสียสิ้น บางครั้งกิเลสมาเหนือเมฆ ทั้งท่ีรูวาเปนขาศึกภายในแตก็ไมอาจเอาชนะ
มันได เพราะสตมิ าชวยไมทนั ดังคําวา “สติมาปญญาเกดิ สติเตลิดจะเกดิ ปญ หา” ชายหนมุ สองคน
นัง่ ดมื่ เหลาคุยกันกาํ ลงั คยุ เพลนิ มีเด็กมาขายลอตเตอร่ี
“พี่ พี่ พรงุ นีร้ วย พรุง นี้รวย” ชายหนุมหันมามองแลวถามเดก็ วา
“ใบละเทาไร” เด็กบอก
“ใบละรอยบาทครับ” ชายผหู นงึ่ จึงบอกวา
“เราซือ้ กันคนละใบ เผอ่ื ถูกรางวลั ท่ี 1 มาเลอื กใหพี่ 2 ใบ” หลงั จากเด็กขายลอตเตอร่ไี ปแลว
วงสนทนากเ็ ริ่มคุยเร่อื งเงนิ รางวลั ที่ 1 คนแรก
“เฮยเพอ่ื น ถามงึ ถูกรางวัลที่ 1 ไดเ งนิ 2 ลาน จะนําเงนิ ไปทาํ อะไรวะ” คนทส่ี องตอบ
“กจู ะนําเงินไปซือ้ ววั มาเล้ยี ง จะซื้อเปนรอยๆ ตวั เลย กูชอบเลี้ยงววั แลว มงึ หละ”
“กูจะนําเงนิ ไปซ้อื ท่ีปลูกผัก ซ้อื สัก100 ไร ปลูกผกั ใหเ ต็มพ้ืนท่เี ลย แตมึงตอ งระวังววั ของมงึ
ดว ยนะ เด๋ยี วจะมากดั กนิ ผกั กู” คนท่สี องตอบวา
“มึงกล็ อ มรว้ั สิวะ ววั ของกูมีเปนรอ ย จะดูแลทัว่ ถงึ ไดไ ง” ในท่ีสุดท้งั สองคนก็ทะเลาะกนั และ
ชกตอ ยกันเรือ่ งวัวเหยยี บแปลงผกั พอตํารวจมาถงึ ถามสาเหตุกเ็ ลาใหฟ ง ตํารวจถามวา ไหนววั ไหน
แปลงผัก ทง้ั คูจึงหยบิ ลอตเตอร่ีออกมา
“นี่ไง” นแ่ี หละคอื กเิ ลสมาเหนอื เมฆ เปน เพื่อนกนั น่งั ดมื่ ดว ยกนั แทๆ ทส่ี ุดกเิ ลสกบ็ งการใหช ก

กนั จนได สภุ าษติ ที่ขนึ้ ตน ดวย ท.ทหาร

ทําคณุ บชู าโทษ ความหมาย ชวยเหลอื คนอื่น แตไ ดร บั โทษตอบแทน
ทํานาบนหลงั คน ความหมาย หาประโยชนจ ากคนอื่น ไมม ีมนษุ ยธรรม

ก.ไก ขยายธรรม 91

ธ.ธงคนนยิ ม

“ธงชาติ และเพลงชาตไิ ทย เปนเอกลักษณและสัญลกั ษณของความเปน ชาติ เราจงภาคภมู ใิ จ
ในความเปน ชาติ โปรดยนื ตรงเคารพธงชาต”ิ คาํ พดู ทดี่ งั กอ งหกู อ นจะรว มกนั รอ งเพลงชาติ ทาํ ใหเ กดิ
ความฮกึ เหมิ ดว ยความรกั ชาติ เกดิ ความภมู ใิ จในบรรพบุรุษทไี่ ดป กปอ งชาตปิ กปอ งผนื แผน ดนิ เอาไว
ใหล กู หลาน บางโรงเรยี นอยถู น่ิ ทรุ กนั ดาน มเี พยี งธงชาตผิ นื เกา ๆ ผกู ตดิ กบั เสาไผ เวลา 08.00 น. เดก็
นอยท้งั หลายจะมายืนหนาเสาธงน้ัน แลวรวมกนั รอ งเพลง

ไตรรงคธ งไทย

“เพลงชาติไทยดังกองสองโมงเชา ธงผืนเกาพลิ้วเบาบนเสาไผ เด็กนอยๆ ยืนตรงหนาธงชัย
ปลิวไสวเปนสงาปากันดาร.....” เสียงเพลงครูลําดวนแสดงใหเห็นสภาพโรงเรียนชนบทท่ีถึงแมจะ
กันดารแตก็ยังตง้ั อยูบ นผนื แผนดนิ ไทย ธงมหี ลายชนดิ เชน ธงชาติ ธงกีฬา ธงโรงเรยี น ธงชัยเฉลมิ
พล ธงอาเซยี น เปนตน ซง่ึ เปน สญั ลักษณแ หงความเปนหนึง่ เดยี วกัน

ธงไตรรงค หรอื ธงชาติไทย มี 3 สี ซง่ึ แตล ะสมี ีความหมายแตกตา งกนั ไป
สีแดง คือชาติ ชาตทิ ป่ี ระกอบดว ยผืนดิน ผืนนํา้ และประชากร 60 กวาลา นคน
สขี าว คอื ศาสนา ศาสนาประจําชาตคิ ือพระพุทธศาสนา คอยขัดเกลาจติ ใจคนในชาติ
สนี า้ํ เงนิ คอื กษตั รยิ  ศนู ยรวมใจ พระประมุขของชาติ พอ หลวงของปวงชนชาวไทย ใครบงั อาจ
คดิ โคน ลม หรอื คดิ ทาํ ลาย เทา กบั กาํ ลงั คดิ ตดั นวิ้ มอื ของตนเองออกไป คนเราเมอ่ื มนี วิ้ มอื ไมค รบจะทาํ
อะไรก็ลําบาก แมจะหยิบของขนึ้ มากย็ ากจะม่นั คง
ชาติ เปรียบเหมอื นนว้ิ นาง นว้ิ แหง ความรกั เวลาสวมแหวนจะสวมน้วิ น้ี แสดงถงึ
ความรกั ที่เปนหน่ึงเดียวของคนในชาติ (ปจ จบุ นั มีขบวนการคล่ังชาติ เทา กบั รอตดั นิว้ นางทงิ้ )
ศาสนา เปรยี บเหมอื นน้วิ ชี้ มหี นา ทีช่ ที้ ศิ ทาง ใชน ้วิ อนื่ ชไี้ มเ หมาะสม ศาสนาจะคอยช้ีแนะช้นี าํ
ใหค นทาํ ความดี หลกี หนีความช่วั ใหรูจ ักบาปบญุ คุณโทษ ถาไมรอู ยา ไปชี้
กษัตรยิ  เปรยี บเหมอื นนิ้วหัวแมมือ เปนนว้ิ ทสี่ ําคญั ทาํ หนา ท่ีหลายประการ มีสี่นิ้วขาดนว้ิ โปง
จะหยบิ ฉวยอะไรกล็ ําบาก แมจะทานอาหารกล็ ําบาก ใครอยาคิดตดั น้วิ โปง เปน อนั ขาด
ธ. ตัวเดยี วยังมคี วามหมายทีป่ ระเสริฐหมายถึง องคพ ระมหากษัตรยิ  ดงั คาํ วา
“ธ ประสงคใ ด จงสฤษดิ์ดงั หวงั วรหฤทยั ....” หมายความวา พระมหากษตั ริยทรงปรารถนา
ส่ิงใด ขอใหสมความมุงมาดปรารถนาดงั ท่ตี ง้ั ใจหวงั ไว

92 ก.ไก ขยายธรรม

อยา เพง่ิ ดว นฟน ธง

หมอดูบางคนใชธงเปนเอกลักษณตนเอง เชนหมอลักษณ “ฟนธง” ฟนธงคือยืนยันมั่นใจ
แนนอนวาตองเปนอยางนั้นไมเปนอยางอ่ืน โลกนี้มีเหตุปจจัยหลายอยางท่ีไมอาจฟนธงลงไปวา
ตอ งเปน อยา งนอ้ี ยา งนน้ั แคเ หน็ กใ็ ชว า จะใช ฉะนนั้ อยา ไดค ดิ เอาเอง เชน เหน็ หญงิ สาวขมี่ อเตอรไ ชค
มคี นแกคนหนงึ่ ซอนหลัง เห็นปุบ คดิ เอาเอง

“เอ็นดอู ีนางคนนั้นเนาะ ยงั สาวยังแสอยู ดันไปไดผ วั แก” ความจรงิ กค็ ือ ลกู สาวเขาพาพอเขา
ไปสถานีอนามยั แคความคิดเห็นสว นตวั อยาไดด วนสรุปหรือรีบฟน ธง อกี ตวั อยางหนึ่ง คณุ แมไ ดนํา
เอาพงั พอนมาเลย้ี ง นานๆ เขา กร็ กั ผกู พนั เหมอื นลกู คนหนง่ึ แตค รนั้ พอตวั เองมลี กู กลบั มคี วามระแวง
วา พังพอนอาจจะอิจฉาท่ีแมแสดงความรักตอลูก บางทีอาจจะกัดลูกก็ได อยูมาวันหนึ่งคุณแมไป
ตลาดแตเชามืด กะจะรีบไปรีบกลับ เพราะเปนหวงลูกนอยปลอยใหนอนอยูตามลําพังกับพังพอน
ทบี่ า นพงั พอนในฐานะเปน สตั วท ซี่ อื่ สตั ย รอู ยา งเดยี ววา ตอ งดแู ลลกู นอ ยของเจา นายใหด ที สี่ ดุ บงั เอญิ
มงี ูเหา ข้นึ มาบนบานและตรงไปจะกดั ลูก พงั พอนเห็นดงั น้นั จึงกระโดดเขา ตอ สกู บั งเู หา เพื่อปกปอ ง
ลกู ของเจา นาย ตอ สกู นั อตุ ลตุ จนเลอื ดสาดเตม็ พน้ื และเตม็ ตวั ของพงั พอน ในทส่ี ดุ งเู หา กพ็ า ยแพถ งึ แก
ความตาย ขณะน้ันพังพอนไดยินเสียงฝเทาเดินขึ้นบันไดมา รูวาตองเปนเจานายจึงรีบออกมาเสนอ
หนา พอแมเ ห็นเลอื ดเต็มตวั พงั พอนเทา นัน้ แหละ คิดเอาเองเลย

“กูวาแลว มันตอ งทาํ รายลูกกู” คดิ แลวก็รีบฉวยไมหนาสามตีพงั พอนทันที พอพังพอนแนน งิ่
กร็ บี เขา ไปดลู กู ภาพทเ่ี หน็ ลกู นอ ยนอนหลบั ตาพรมิ้ บนทน่ี อน ขา ง ๆนนั้ มรี า งงเู หา นอนเปอ นเลอื ดอยู
รทู ันทวี า พงั พอนตอสกู ับงูเพอื่ ปกปอ งลกู ตนเอง รบี วง่ิ ออกมากอดพงั พอน พร่าํ เพอวา

“อยาเปน อะไรนะลูก ลูกอยา ตายนะ แมขอโทษ แมขอโทษ” สายเสียแลว พงั พอนตายต้งั แต
โดนฟาดตบุ แรก นแ่ี หละคิดแลวฟน ธง บอกแลว ไงวา บางทกี ารคดิ กอ็ าจผดิ พลาดได อยาเพิง่ ฟนธง

คา นยิ มมาเปน พัก ๆ

ทาํ ไม ธ.ธงคนตอ งนิยม ก็เพราะธงเปน สญั ลกั ษณข องส่ิงท่ีดี สง่ิ ทปี่ ระเสริฐ ส่ิงท่มี คี ณุ คาสูงสง
อยางธงชาติไทย คนไทยทุกคนตองนิยมเพราะมันคือสัญลักษณแหงความเปนชาติ สําหรับมนุษย
มีความนิยมเปนพักๆ (รสนิยมชั่วคราว) เชน เจาะหู สักแขน นุงสั้น สายเดี่ยวฯลฯ พอเหตุการณ
ผานไป รสนิยมดังกลาวอาจเปล่ียนแปลงไป เกิดมีรสนิยมใหมข้ึนมาอีก โดยเฉพาะหนุมสาวที่ชอบ
การเลยี นแบบดาราคนโปรด นกั ฟตุ บอลคนเกง นกั รอ งคนดงั จงึ พยายามเลยี นแบบทกุ อยา ง เชน การ
แตง กาย การวางตวั เปน ตน วา ไปแลวสาวสมัยนแ้ี ตกตางจากสาวสมัยโบราณมาก มเี พลงสาวสมยั
ใหม ขับรอ งโดยศลิ ปนโผผนิ เพชรลานนา นา ฟง ดี

“แมย งิ ตงึ้ วนั นหี้ นา ชอบแตง หนา แตง ตา เอาจน ปอหมน ขอ กตอ ก เวยี กกา นบป อเทา ฮอื เลบ็ ตนี๋
เลบ็ มอื เปน หยงั มาออนออ ดตอ ด บเ หมอื นแมย งิ สมยั มา เกา ผมหนั เปน เปน สาว ยงั บก ะดกิ กะดอ ก...”

ก.ไก ขยายธรรม 93

น.หนขู วกั ไขว

“หนู หนจู า เหน็ หนา ยง่ิ พาใหก ลมุ พเ่ี คยอมุ เจา เมอ่ื เปน เดก็ เมอื่ ยงั เลก็ พกี่ อ็ มุ ได เดย๋ี วนี้ โตใหญ
พ่กี ลวั ตดิ คกุ ...” บทเพลงขออมุ ของศลิ ปน ไวพจน เพชรสุพรรณ คําวา หนู ถาเปนสัตว ถอื วา หนเู ปน
สัตวสกปรก ชอบกัดเส้ือผา มีอันตรายมาก เชน โรคฉ่ีหนู เปนตน แตถาเปนเด็ก ก็ถือวาเปนเด็ก
นารัก ทําไมคนเรียกตัวเองวา “หนู” จึงฟงดูนารัก นั่นเพราะการมองตางมุม มองในแงดี มองใน
แงรา ย หลวงพอพทุ ธทาสเขยี นบทกลอนเกย่ี วกับการมองคนไวน า ฟง
เขามสี วนเลวบางชางหัวเขา จงเลอื กเอาสว นท่ีดเี ขามอี ยู
เปน ประโยชนโลกบา งยงั นา ดู สวนท่ชี วั่ อยาไปรขู องเขาเลย
จะหาคนมดี ีโดยสวนเดียว อยามัวเทย่ี วคน หาสหายเอย
เหมือนคนหาหนวดเตาตายเปลา เลย ฝก ใหเคยมองแตด ีมีคณุ จรงิ

หนูใชจะไรประโยชน

น.หนขู วกั ไขว หมายความวา มหี นมู ากมาย เยอะแยะ ถา มีประโยชนการมีเยอะแยะก็นาจะดี
แตถา ไรประโยชนม ีมากมายก็ไรค า เหมอื นคาํ วา

“รกคนดกี วา รกหญา แตถามแี ตคนช่วั ชา รกหญา ดีกวา รกคน”
หนู ถูกนํามาแสดงเปนตัวการตูน “มกิ ก้เี มาท” “ทอมแอนเจอรี่” เพ่อื ใหเ ดก็ ๆ เหน็ ความนา รัก
ของหนู เปนการตนู เบาสมอง ดแู ลว เพลิดเพลนิ เด๋ยี วทอมเสยี ทา เดี๋ยวเจอรพ่ี า ยแพ นอกจากนน้ั หนู
ยงั ถกู นาํ มาออกแบบเปนอปุ กรณหนึง่ ในเคร่ืองคอมพวิ เตอร เรียกวา “เมาท” แมห นงั บางเรอ่ื งก็นาํ
ฝูงหนมู าประกอบฉากภาพยนตร วงการวิทยาศาสตรกไ็ ดน ําหนูขาวมาเปนหนูทดลองในการคน ควา
วิทยาการบางอยา ง เชน ทฤษฎีการวางเงอื่ นไขแบบโอเปอแรนทท ี่นําหนแู ละนกมาทดลอง เพอ่ื สรปุ
พฤติกรรมที่เกดิ ข้ึนกบั มนษุ ยวา ตอ งมกี ารเสริมแรงเสมอ เปน ตน ดงั นน้ั หากมองในแงบ วก หนยู งั มี
คุณประโยชนต อมนษุ ยท ้งั ดานวิทยาการและความเพลดิ เพลิน
มนษุ ยเ ราควรมวี ธิ ดี าํ เนนิ ชวี ติ 2 ดา น คอื ดา นการเอาตวั รอดในสงั คม และดา นความสนกุ สนาน
บันเทิง ดานเอาตัวใหรอดในสังคม ตองใชศาสตรและศิลปหลายอยาง รวมท้ังตองฉลาดรอบรูดาน
วิชาการ จงึ จะแขง ขนั และอยใู นสังคมอยา งปกติได สวนดานความสนกุ เพลดิ เพลินบันเทิงใจ ถอื เปน
การพกั ผอ นรา งกาย จติ ใจ สมอง หลงั จากทาํ งานหนกั มาตลอดทง้ั วนั กค็ วรจะมี เชน เลน กฬี า ทาํ งาน

94 ก.ไก ขยายธรรม

อดิเรก ดหู นังฟงเพลง ออกคายพกั แรม ทศั นศกึ ษา เปนตน หากวางน้าํ หนักชวี ติ ไวดา นใดดานหนง่ึ
มากเกนิ ไป ก็จะเกดิ ความทุกข ความเครยี ดตามมา

คุณคา ของน้ํา

นาํ้ เปน พยญั ชนะขนึ้ ตน ดว ย น.หนู นาํ้ มที ง้ั คณุ และโทษ มมี ากเกดิ อทุ กภยั มนี อ ยเกดิ ภาวะแหง
แลง เหมอื นคนชอ่ื “อนนั ต” ใครชือ่ นี้ตอ งรีบเปลย่ี นเลย เพราะมีขอเขียนปรากฏบนดอยภูคา “ท่ีใด
มคี ณุ อนันต ทนี่ ่ันมีโทษมหันต” คนเราตั้งแตเ กดิ มาตองเกี่ยวของกบั น้าํ นํ้าท่ีวา นี้ ไดแ กน้ํากิน นํ้าใช
นํา้ ใจ น้าํ คํา อยากมชี ีวิตสขุ สบาย ตองรูจ กั ใชน ํา้ ใหเปน

นา้ํ กนิ ควรดืม่ นํา้ สะอาดใหพ อประมาณในแตล ะวนั
น้าํ ใช โดยเฉพาะหองนาํ้ ตองมนี ํา้ ใชอยางเพียงพอ ขาดน้าํ เมื่อไรหองสกปรกทันที
นํ้าใจ ถือเปนน้าํ ทีช่ บุ สัมพันธไ มตรตี อกนั สงั คมทแ่ี ลงนาํ้ ใจเปนสังคมทไ่ี มอยู
นํ้าคาํ การพูดจาท่ีไพเราะ ยอ มกนิ ใจใหผไู ดรับฟง อิ่มใจไปนานแสนนาน

สภุ าษิตที่ข้ึนตนดวย น.หนู

นํ้าขน้ึ ใหรีบตกั หมายถงึ โอกาสดีมาถึง ควรรีบควา เอาไว
นํา้ เช่ยี วอยา ขวางเรือ หมายถงึ อยาขัดจงั หวะ หรือขัดอารมณค นอนื่
นา้ํ ตาลใกลม ด หมายถึง หญงิ ชายใหระวงั การอยใู กลก นั
นา้ํ มาปลากนิ มด หมายถึง ทใี ครทมี นั
นํ้านิ่งไหลลกึ หมายถงึ เงยี บขรมึ แตมีความคิดความอา นดี
นา้ํ พง่ึ เรอื เสอื พึง่ ปา หมายถงึ พึง่ พาอาศัยกัน
นา้ํ ลดตอผดุ หมายถึง ปกปด ความลบั นานเขาความลับถกู เปดเผย
นอนหลับไมร นู อนคไู มเห็น หมายถึง ไมรูอ ิโหนอเิ หน ไมรับผดิ ชอบ

ก.ไก ขยายธรรม 95

ป.ปลาตากลม

ปลาทว่ี ายทวนนาํ้ คือปลาเปน ปลาท่ลี อยตามนํ้า คือปลาตาย การวายทวนนํา้ ลําบากกวาลอย
ตามนํ้า เพราะตองใชเรี่ยวแรงปะทะกับสายนํ้า ซ่ึงหมายถึงการตอสูด้ินรน ไมยอทอตอความยาก
ลาํ บาก เมอ่ื ไปเทยี่ วนา้ํ ตก จะเหน็ ฝงู ปลาพยายามตะกายวา ยทวนกระแสนา้ํ ตก ปลาเหลา นนั้ ยงั มชี วี ติ
ท่ีเขมแข็ง ขณะที่ปลาไมแข็งแรง หรือปลาตายจะลอยตามกระแสนํ้า ไมมีแรงพอจะวายทวนนํ้าได
ชวี ติ มนุษยกเ็ ชน กัน ชวี ติ ใดไดใ ชความเพียรพยายามตอ สูกบั อุปสรรค เพ่อื ใหช ีวิตดํารงอยไู ด ชีวติ น้ัน
เปนชวี ิตทสี่ มบรู ณ แตชีวิตใดท่ีปลอยใหเ ปน ไปตามยถากรรม ไมคดิ ดน้ิ รนขวนขวาย ชีวติ นัน้ เทากบั
ชวี ติ ท่ตี ายแลว เปรียบเหมอื นวา วกค็ ลา ยกนั วา วทลี่ อยคางอยบู นฟา ได เพราะตานลมเอาไว ฉันใด
ชวี ติ ทตี่ า นตอ อปุ สรรคขวากหนาม เมอื่ ผา นพน แลว ชวี ติ นนั้ กจ็ ะสบาย เรยี กวา ลาํ บากกอ น แลว สบาย
ป.ปลา เปน สตั วน ้ํา มหี ลายปลาท่ีมีคตสิ อนใจ เชน ปลากระดี่ไดน ้าํ หมายถงึ ปลาทีด่ ใี จท่ไี ดพบ
นํ้า นัน่ หมายถงึ จะมีชีวติ อยูใ นวนั ตอ ๆ ไป ชวี ิตคนที่ผา นอะไรตอมิอะไรแลว พานพบกบั ความสําเรจ็
ยอมมีความยินดีปรีดา คนหนุมสาวที่ไดพบรักครั้งแรก นักศึกษาท่ีเขารับพระราชทานปริญญาบัตร
เปนตน ซ่ึงกอนจะถึงวันแหงความสําเร็จน้ัน ตองฟนฝาอุปสรรคมากมาย ผานความลมเหลวมานับ
ไมถวน เม่ือถึงคราวที่ความลําบากผลิดอกออกผลเปนความสําเร็จ ยอมดีใจเหมือนปลากระดี่ไดน้ํา
ปลาหมอตายเพราะปาก นี่กม็ คี ตสิ อนใจในเรื่องการใชวาจา คาํ พดู อาจสรา งมติ รหรอื ศตั รกู ็ได ดงั คํา
วา พดู ดีเปน ศรแี กป าก พดู มากปากเปนสี หรือคําวา
ถงึ บางพูดพูดดเี ปนศรศี กั ด์ิ มีคนรักรสถอ ยอรอยจติ
แมนพดู ชวั่ ตวั ตายทําลายมติ ร จะพูดคิดตองพิเคราะหใ หเ หมาะความ

วากันวา ปลาหมออยูที่ใด ก็พนละอองน้ําออกมาสูผิวนํ้า ซึ่งทําใหคนทอดแหรูแหลงอาศัย
ของปลาหมอ วา ตอ งอยบู รเิ วณนน้ั แน จงึ ทอดแหลงไป สดุ ทา ยกไ็ ดป ลาหมอฝงู ใหญน าํ มาปรงุ อาหาร
จงึ มคี าํ วา “ปลาหมอตายเพราะปาก” คนเรากเ็ ชน กนั เสนหอยทู ีป่ าก เสนยี ดกอ็ ยทู ปี่ าก หญิงสาว
บางคนทาลิปสติกที่ริมฝปาก ทําใหริมฝปากสวย แตเวลาที่คําพูดออกจากปากกลับเปนคําพูดที่
ไมไพเราะ มหิ นาํ ซ้าํ ยงั ใชค ําพดู หาเรือ่ งทะเลาะกนั เรยี กวา “ปากหาเรอื่ ง” ลูกสาวแมต อนเปน เดก็
ทารก หวิ นมกร็ อ งไห คณุ แมก ร็ บี ชงนมโดยเทนมใสข วด กรอกนา้ํ รอ นลงไป คนใหน มผงละลายนาํ้ แต
เนอ่ื งจากนาํ้ รอ น คณุ แมเ กรงวา ปากของลกู จะพพุ อง ปากของลกู จะเปน แผล นาํ้ รอ นจะลวกปากนอ ยๆ
ของลูก คุณแมจงึ หยดนา้ํ นมรอ นลงบนหลงั มือของแม หากจะรอนใหร อนทีห่ ลังมอื แม หากจะลวกก็
ขอใหลวกบนหลงั มอื แม ใหห ลงั มอื แมพ พุ องดีกวาใหป ากนอ ยๆ ของลูกบอบช้ํา เมอื่ รวู า รอน คุณแม
96 ก.ไก ขยายธรรม

กน็ าํ ไปแชน ้ําเย็น สกั ครูกน็ าํ มาหยดทห่ี ลังมืออกี ครั้ง เม่ือรสู กึ ไดวานมไมรอนแลว กําลงั อุน พอเหมาะ
จึงนาํ ไปใหล กู ด่มื กิน ทั้งน้ีก็เพราะความรกั ท่แี มมีตอลกู จึงทะนุถนอมลกู นอยในทกุ ๆ เรอื่ ง คร้นั ลกู
นอ ยของแมเ ตบิ โตมา ผา นอนบุ าล ประถม ขนึ้ มธั ยม พอแมว า กลา วตกั เตอื นอะไรนดิ หนอ ย กต็ ะคอก
ใสแ ม ดดุ า ใสแ ม พดู จากา วรา วใสแ ม “จะไปยอ ยเตอะ” คณุ แมบ างคนตอ งหลบไปนงั่ รอ งไหใ ตถ นุ บา น
อนจิ จา เสยี แรงท่เี คยเล้ยี งดู โดยไมร ูวาเติบโตมาจะเปน เดก็ กา วราว ถา รูอยา งนเี้ อานมรอนๆ ยัดใส
ปาก ใหป ากมนั พพุ อง ใหปากมนั บวมเจอ เปนสาวทป่ี ากไมส วยดซู ิ ใครจะจีบมนั ไปทาํ เมีย

ป.ปลานาคิด

สุภาษิตที่วา น้ํารอนปลาเปน นํ้าเย็นปลาตาย เปนสุภาษิตไทยที่มีความหมายลึกซึ้ง คําวา
น้ํารอนปลาเปน นํ้าเย็นปลาตาย ฟงโดยไมคิดจะเขาใจผิดวา เปนไปไดอยางไร นํ้ารอนปลาจะอยู
ไดห รอื นํ้าเย็นแทนทปี่ ลาจะอยูสบาย ปลาดันมาตาย เอ..มันอยา งไรกันนี่ ทจี่ รงิ นา้ํ เยน็ คือน้าํ บรเิ วณ
ท่มี ตี น ไมใ นนํ้าเยอะ เชน แผงผกั บงุ หรือผักตบชวา ทาํ ใหแดดสอ งไมถ ึง นา้ํ จึงมอี ุณหภมู เิ ยน็ กวา ปกติ
ปลามักไปแอบบริเวณนั้นจึงถูกจับไดโดยงาย สวนน้ํารอน ไมไดหมายถึงรอนเพราะอุณหภูมิสูง แต
หมายถงึ รอนปกตไิ มม ีหญาคลมุ ปลาอยไู ดต ามปกตแิ หวกวา ยไปมา คนจบั ไมคอ ยได สํานวนสุภาษิต
น้ี หมายถงึ การท่บี ุคคลทีใ่ ชค ําพูดตรงๆ แรงๆ แตจ ริงใจ ไมมพี ษิ มภี ยั ยอมดกี วาบคุ คลท่พี ูดดีแตแ ฝง
ดว ยความรา ยกาจซอนอยู ด่งั คําวา “หนาหมาแตใ จดี ดีกวาหนา เกาหลแี ตใ จหมา”

อกี คําหนงึ่ “ลนื่ เหมือนปลาไหล” เปรยี บกบั คนท่ีปลิ้นปลอน ตลบตะแลง โกหกไปวนั ๆ มคี าํ
แกตวั ตา งๆ นานาเพ่อื เอาตวั รอด เรียกวา ไหลลื่นไปไดเ ร่ือยๆ เหมือนปลาไหล เร่อื ง พี่ จอ หลายใจ
คงจํากันได ชายคนนี้มชี อ่ื วา จอม เรียกสน้ั ๆ วา พี่จอ พจ่ี อมีความสามารถถกั หมอน ประดิษฐหมอน
เปน รปู หวั ใจ สลกั ชอื่ ตดิ หมอนวา จากพี่ จ.ใจเดยี ว เสรจ็ แลว นาํ หมอนไปมอบใหส าวคนรกั ชอ่ื ลาํ ยอง
ลํายองดีใจเปนนักหนาท่ีไดรับความรักจากพ่ี จ.ใจเดียว รีบนําหมอนไปอวดจันทรเพ็ญเพ่ือนสาว
จนั ทรเ พ็ญเขา ไปในหองควาหมอนออกมาโชว วาพี่ จ. มอบใหเ ธอเหมอื นกนั “จากพ่ี จ. ใจเดยี ว” แต
มหี มอนหลายใบ คนประเภทนเ้ี รยี กวา เทีย่ วแจกความรกั เหมอื นซองกฐนิ ตลบตะแลงไปทวั่ ครัน้ จับ
ไดไ ลท ันเลยชวด เขา ทาํ นองวา จบั ปลาสองมือ

ก.ไก ขยายธรรม 97

สภุ าษิตที่ขึ้นตน ดวย ป.ปลา

ปลาใหญก นิ ปลาเล็ก หมายถงึ กนิ กนั เปน ทอด ๆ
ปลาตกนา้ํ ตวั โต หมายถงึ เสียของไปอา งวาของทีเ่ สยี ไปมมี าก
ปลูกเรอื นคลอมตอ หมายถึง ทาํ อะไรลว งลํ้ากา วกา ยสทิ ธผิ อู ่นื
ปนน้าํ ใหเ ปน ตัว หมายถงึ โกหก ปนเรือ่ งเทจ็ มาหลอกลวง
ปด ทองหลังพระ หมายถงึ ทําอะไรท่ีสําคัญ แตไมมีใครเห็น

98 ก.ไก ขยายธรรม

ผ.ผ้งึ ทํารัง

ผ้ึง กับ แมลงวัน เปนสัตวปกประเภทแมลงเหมือนกัน แตนิสัยตางกันมาก ขณะท่ีแมลงวัน
ถูกมองวาเปนแมลงท่ีสกปรก ชอบตอมของเหม็นเนา เปนที่รังเกียจหากบินมาเกาะตามโตะอาหาร
อีกทัง้ นําเชื้อโรคมาสูมนุษยอ ีกดว ย สว นผึ้ง เปน สตั วท่ีมองผวิ เผนิ เหมอื นจะดุรา ย ชอบตอ ย (ผึ้งบาง
ชนิดตอยคนถงึ ตาย) แตถ าหนั มาดูนิสยั ผ้ึง จะเหน็ วา ผ้งึ มนี ิสัยดงั นี้

ลักษณะของผ้ึง

1. ขยันหากิน วากันวา ผ้ึงตองบินไปหานํ้าหวานจากดอกไมเพื่อนํามาท่ีรัง บางคร้ังบินไกล
7-8 กิโลเมตร กวาจะไดน ้าํ หวานมาได (เมือ่ รวบรวมไดพอสมควร มนษุ ยก็ใชอบุ ายทฉ่ี ลาดกวา ไปตี
เอารังผ้ึงแลวรีดนํ้าผ้ึงมาบริโภค เหมือนโจรปลนสะดมอยางน้ันแหละ) นํามาสอนเร่ืองความขยัน
หมั่นเพียร ไมข้เี กียจขี้คราน “ไมมคี วามยากจนในหมูชนท่ีขยัน”

2. บนิ ไมสงู แตเ วลาทํารังผงึ้ ฉลาดในการทาํ รัง คือจะทํารังบนทส่ี งู หากจะนาํ นิสยั ผง้ึ ตรงนีม้ า
สอนคน คนจะสอนวา เกิดเปนคนไมควรมกั ใหญใ ฝส งู เกนิ ฐานะตวั เด๋ียวผดิ หวงั แลว จะทําใจลาํ บาก
เหมอื นทเี่ ปรยี บหญงิ สงู ศกั ดกิ์ บั ชายผยู ากไร “ดอกฟา กบั หมาวดั ” หากดนั ทรุ งั ไปจบี เขา จะเขา ทาํ นอง
“หมาเหา เครอ่ื งบิน” มีกลอนวยั รนุ เขยี นไววา

ไมตองบินใหสงู อยา งใครเขา จงบินเอาเทาทเี่ ราจะบนิ ไหว
ทา ทบี่ นิ ไมจ ําเปนตอ งเหมือนใคร แคบนิ ไปใหถ งึ ฝน เทาน้ันพอ
“ยิ่งสูงยิ่งหนาว” หรือ “ไมสูงกวาแมมักแพลมบน คนสูงกวาคนมักไมพนภัยตนเอง” คําพูด
ทํานองนสี้ อนใหรูจกั ฐานะตนเอง พยายามดตู วั เองแลวปรบั ปรุงตัวเองไปเรอื่ ยๆ
3. มงุ สามคั คี วา กนั วา ในรงั ผง้ึ จะแบง งานกนั ทาํ โดยไมต อ งมเี งนิ เดอื นให เชน ผงึ้ งานจะทาํ งาน
หานํา้ หวานบาง ทาํ รังบาง ผ้งึ นางพญา มีหนาท่ีผลิตผ้งึ นอยๆ ออกมา ผง้ึ ทหาร ก็มหี นาทป่ี กปอ งรัง
ดูแลนางพญา ความสามัคคีเชนนี้เกิดจากการทําหนาที่ของตนอยางถูกตอง มนุษยเราหากสํานึกใน
หนาท่ี และต้ังใจทําหนาท่ีตนใหเรียบรอย ไมวุนวายหนาที่ของคนอ่ืน ความสามัคคีก็จะเกิดขึ้นเอง
เชน

ก.ไก ขยายธรรม 99

พระก็มหี นาท่เี ทศน เปรตกม็ ีหนา ท่ีขอ
คนขางหลงั ก็มหี นา ทีร่ อ คนประจบสอพลอกม็ ีหนาทเ่ี ลยี

ทา นวศิ วกรผ้งึ

การทํารงั ของผ้งึ ดูแลวนา ท่งึ ทงั้ ทผี่ ง้ึ ไมไ ดเ รียน ปวช. ปวส.กอ สราง ไมไ ดจ บวศิ วะในดานการ
ออกแบบ ไมไ ดมีวฒุ ิปรญิ ญาตรีดา นวจิ ติ รศิลป แตส ามารถทํารังไดสวยงาม เปนสัดสว น แตล ะรูจะมี
ขนาดเทากนั หอยโยงลงมาจากกิง่ ไม ชนิดท่ีตอใหล มแรงขนาดไหนกไ็ มท ําใหรงั ผ้งึ ตกลงมาได เขาใช
วธิ กี ารเชอ่ื มดว ยอะไรจงึ ทนทานขนาดนนั้ เคยเหน็ ภาพคนทไี่ ปแยง ขา วของแจกตอนทมี่ ผี ใู จบญุ นาํ ไป
แจกเมอ่ื คราวเกดิ อทุ กภยั แกง แยง กนั จนเกดิ ความวนุ วาย โกลาหล ไดร บั บาดเจบ็ คนไดก ต็ ณั หาอยาก
ไดม ากๆ กระชากลากดงึ คนไมไ ดก พ็ ยายามตะเกยี กตะกายจะเอาใหไ ด ดา ทอกนั สารพดั (ไมไ ดเ หมอื น
กนั ทกุ ประเทศ เชน ญ่ปี นุ เขากป็ ระสบอุทกภยั ภยั และไดร ับของแจกเหมือนกัน คนญ่ีปนุ เขาแถวรับ
ของอยา งเปนระเบียบ ไมเหน็ เขาแยงกันเลย) มาเปรยี บเทียบผ้ึงทอี่ ยูในรัง เกาะหลงั กัน เบียดเสียด
กนั มองแตไ กลแทนทจ่ี ะเหน็ แยง ทก่ี นั แตก ลบั กลายเปน ความเรยี บรอ ย สวยงาม เขาเกาะกป็ ลอ ยให
เขาเกาะ เขาเบียดก็ขยับนิดหนอย พอเปนที่วางใหเขาอยู มนุษยเราชางตางกับผึ้งนัก เพราะตอง
แขง ขนั กนั คอยเอาเปรยี บกนั ไมย อมกนั จนเกดิ ปญ หาตามมา แยง ขา วกนั กนิ แยง ดนิ กนั อยู แยง รกู นั
แทง (แยง ตวั สดุ ทาย หมายถงึ คนท่ไี ปหาปลาไหล เจอรูปลาไหลก็แยงกนั แทงเพอ่ื จะไดปลาไหล)

วงจรชวี ติ หมารา

ตวั ตอ (หมารา ) เปน สตั วช นดิ เดยี วกบั ผงึ้ ตวั นน้ี า สนใจวงจรชวี ติ ทถ่ี า ยทอดกนั โดยสญั ชาตญาณ
วา กนั วา ตวั ตอ พอโตขึน้ จะผสมพนั ธต ามวิถีชีวติ พอตงั้ ทอ งจะออกไข ตัวเมยี จะสรา งรงั ขน้ึ มาแตล ะ
รู (เหมือนผง้ึ น่ันแหละ) พอสรางเสร็จกไ็ ขท ง้ิ ไวในรงั 1 ฟอง จากนนั้ จะบินไปหาตัวหนอนมาใสในรัง
1 ตวั พอใสตวั หนอนเสรจ็ ก็ปด ปากรังดวยกรรมวิธีพิเศษท่มี ันคิดขนึ้ มา ทาํ ไปเรื่อยๆ จนไขห มดทอ ง
ทน่ี าํ ตวั หนอนไวก บั ไขแ ตล ะรงั นน้ั เพอ่ื ใหต วั หนอนเปน เสบยี งอาหารสาํ หรบั ลกู นอ ยทจี่ ะเตบิ โตขน้ึ มา
นี่คือสุดยอดการวางแผนของนกั คดิ ระดบั มือโปร

จากน้ันตัวตอก็จะบินไปและจบชีวิตลง แสดงวา ลูกนอยตอในรังทุกตัวลวนเปนกําพราแม
ไมเ หน็ หนาแมด ว ยซ้าํ ไป เม่ือไขเจรญิ พนั ธขุ นึ้ เปน ตวั ตอตวั นอ ยๆ กอ็ าศัยตวั หนอนท่แี มห าไวใหเ ปน
อาหารเล้ียงทอง จนเติบใหญมีปกมีขา ก็กัดปากรูที่ปดไว บินออกไปสูโลกตามวงจรชีวิต ผสมพันธุ

100 ก.ไก ขยายธรรม


Click to View FlipBook Version