The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรรร.เหมืองหม้อฯ-กาซ้อง ปี2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Naruporn Kanseub, 2022-09-04 01:01:53

หลักสูตรรร.เหมืองหม้อฯ-กาซ้อง ปี2565

หลักสูตรรร.เหมืองหม้อฯ-กาซ้อง ปี2565



ปกนอก



หลกั สตู รสถานศกึ ษา

โรงเรยี นชุมชนบ้านเหมืองหมอ้ (เหมืองหมอ้ สามคั ค)ี
และโรงเรยี นบา้ นกาซ้อง
พุทธศักราช 2565

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานพุทธศักราช 2551
(ฉบบั ปรับปรุง 2560)

สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ



ประกาศโรงเรียนชมุ ชนบา้ นเหมืองหมอ้ (เหมอื งหมอ้ สามัคค)ี -โรงเรียนบา้ นกาซ้อง
เรอื่ ง ให้ใช้หลกั สูตรสถานศึกษาขั้นพ้นื ฐานโรงเรียนชมุ ชนบ้านเหมอื งหมอ้ (เหมืองหม้อสามัคคี) และ

โรงเรยี นบา้ นกาซอ้ ง พุทธศักราช 2565 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๖๐)

-----------------------------------------------------------------

ตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการได้มีคําส่ัง ท่ี สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7 สิงหาคม ๒๕60 เรื่อง ให้ใช้
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖0) ตามหลักสูตร
แกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1 สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ได้มีคําสั่งที่
30/2561 ลงวันที่ ๕ มกราคม 2561 เร่ืองให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการ
เรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)

เพ่ือให้สถานศึกษานํามาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวัดไปสู่การปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนในช้ัน
เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับบริบท จุดเน้นของสถานศึกษา และศักยภาพ
ของผ้เู รียน

ท้ังนี้ หลักสูตรโรงเรียนได้รับความเห็นชอบจากคณ ะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้ นฐาน
เมือ่ วันที่ 11 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ.2565 จงึ ประกาศใช้หลกั สูตรโรงเรยี นตั้งแตบ่ ัดนี้เปน็ ต้นไป

ประกาศ ณ วันท่ี 11 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565

ลงชอ่ื ลงชอื่
(นายสงั คม เสนะสุทธิพันธ์ุ) (นายทองอนิ ทร์ จุมพิศ)

ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมอื งหม้อฯ โรงเรยี นบา้ นกาซอ้ ง

ลงช่อื
(นางกนกพรรณ จนั ทร์เดช)

ผอู้ ํานวยการโรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมืองหม้อฯ
รักษาการในตําแหนง่ ผู้อาํ นวยการโรงเรยี นบ้านกาซ้อง



คานา

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง 256๐) โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรยี นบ้านกาซ้อง สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาแพร่ เขต 1 จึงไดด้ ําเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนชุมชนบ้านเหมอื งหมอ้ ฯและ
โรงเรียนบ้านกาซ้อง พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง 256๐) ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน
เพอื่ ให้กระบวนการนําหลกั สูตรไปสู่การปฏิบัตอิ ย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ังรว่ มกันรับผิดชอบและทาํ งานรว่ มกัน
อย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน และให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะ
สําคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ท่ีกําหนดในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม
มีจิตสาํ นกึ ในความเปน็ พลเมืองไทย

ขอขอบคุณผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1 ศึกษานิเทศก์ คณะครู
ผปู้ กครอง ชุมชน และผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนบุคคลและหน่วยงานท่ีให้ความร่วมมือ อํานวยความสะดวกต่างๆ
ต่อการพัฒนาหลักสตู รคร้ังน้ี สาํ เร็จลุล่วงด้วยดี โรงเรียนหวงั เป็นอยา่ งยิ่งว่า หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชน
บ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ 256๐) จะเป็นประโยชนใ์ นการพฒั นาคุณภาพการศึกษาสบื ไป

งานวชิ าการ
โรงเรียนชุมชนบา้ นเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคค)ี

สารบญั ค

ประกาศ เรือ่ ง ใหใ้ ช้หลักสตู รสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน หน้า
คานา ก
สารบญั ข
ตอนที่ 1 ส่วนนา ค
1
ความนาํ 1
วิสัยทศั น์ของสถานศึกษา 2
สมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รยี น 3
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 3
คา่ นยิ มหลักของคนไทย 5
หลักสตู รต้านทจุ รติ 6
ตอนที่ 2 โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษา 7
โครงสร้างเวลาเรยี น 8
โครงสรา้ งหลักสูตรช้นั ปี 10
ตอนท่ี 3 คาอธบิ ายรายวิชา 16
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 17
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ 24
กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 30
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 39
กลุม่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 53
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ 59
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี 67
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ 73
รายวิชาเพิ่มเติม 81
วิชาไม้สัก 81
วิชาการป้องกันการทุจรติ 87
ตอนท่ี 4 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น 9๓
โครงสร้างและอัตรเวลาจดั กจิ กรรม 9๔
กจิ กรรมแนะแนว 95
กจิ กรรมนักเรียน 95
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ 98
ตอนที่ 5 เกณฑ์การจบการศกึ ษา 100
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 100
เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ 100
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 104
การเทยี บโอนผลการเรยี น 105



สารบัญ(ตอ่ ) หนา้

ภาคผนวก 106
ภาคผนวก ก ประกาศ สพป.แพร่.1 เร่ือง แตง่ ตั้งคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตร 107
และงานวิชาการ
ภาคผนวก ข คาํ สัง่ โรงเรียน ท่ี 27 /2565 เรอ่ื ง แตง่ ต้ังคณะกรรมการบริหารหลักสตู ร 109
และงานวิชาการ
ภาคผนวก ค คาํ สัง่ โรงเรียน ที่ 28/2565 คาํ สง่ั แตง่ ต้ังคณะกรรมการปรับปรุง 111
และพฒั นาหลักสูตร
ภาคผนวก ง คาํ รบั รองการอนุมัตใิ ห้ใชห้ ลกั สตู รสถานศึกษา 113
114
คณะผูจ้ ัดทา

1

ตอนท่ี ๑

สว่ นนา

หลักสูตรโรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมอื งหม้อ-กาซอ้ ง พุทธศกั ราช ๒๕๖5
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
ความนา
ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามคําส่ังกระทรวงศึกษาธิการ
ท่ี สพฐ. 1239/2560 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2560 และคําสั่งสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ที่ 30/2561 ลงวันท่ี 5 มกราคม 2561 ให้เปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตรแ์ ละวิทยาศาสตร์ โดยมีคําสัง่ ให้โรงเรียนดําเนนิ การใช้หลกั สตู รในปกี ารศกึ ษา 2561 โดยให้ใช้ในชนั้ ประถมศกึ ษา
ปีที่ 1, 4 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ต้ังแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นมา และปีการศึกษา 2563 โดยให้ใช้ในทุก
ระดับช้ัน ต้ังแต่ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 – ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกําหนด
จุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมีพัฒนาการเต็มตาม
ศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของสํานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
โรงเรยี นชุมชนบ้านเหมืองหมอ้ ฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง จงึ ได้ทําหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช 2565 ให้
สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนําไปใช้ประโยชน์
และเป็นกรอบในการวางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมาย
ในการพัฒนา คุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนําหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกําหนดวิสั ยทัศน์ จุดหมาย
สมรรถนะ สําคัญของผู้เรยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างเวลาเรยี น ตลอดจน
เกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกําหนด ทิศทางใน
การจัดทําหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลาง เป็นแนวทางท่ี
ชัดเจนเพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้ อย่างแท้จริง และมี
ทักษะในศตวรรษท่ี 21
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กําหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทําให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ในทุกระดับเห็น ผล
คาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถช่วยให้หน่วยงาน
ท่ีเกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทําให้การจัดทําหลักสูตรในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงข้ึน อีกท้ังยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและประเมินผล การ
เรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่ ระดับชาติ
จนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กําหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน รวมทงั้ เป็นกรอบทิศทางในการจดั การศึกษาทกุ รูปแบบ และครอบคลุม ผู้เรยี นทุกกลมุ่ เป้าหมายใน
ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
การจัดทําหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานจะประสบความสําเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวั งได้ ทุกฝ่าย
ที่เก่ียวข้อง ทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบโดยร่วมกันทํางานอย่างเป็นระบบ
และตอ่ เนื่องในการวางแผนดําเนนิ การ ส่งเสริมสนับสนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพอื่ พัฒนาเยาวชนของชาติ
ไปส่คู ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ทก่ี าํ หนดไว้

2

วสิ ยั ทศั น์ (VISION)
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง พุทธศักราช ๒๕๖5

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) มุ่งม่ันพัฒนาผู้เรียน
เรียนรอู้ ยา่ งมีความสุขและปลอดภัย มีคุณธรรมจรยิ ธรรม มีความสามารถ มีทักษะ คดิ เปน็ แก้ปญั หาเป็น ก้าวทัน
เทคโนโลยี ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นครูมืออาชีพ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดําเนิน
ชีวติ

พันธกิจ (MISSION)
1. พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา โดยยึดพระบรมราโชวาทด้านการ

ศึกษาศาสตร์พระราชา และปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2. พัฒนาผ้เู รยี นใหม้ ีทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 และมีคุณภาพตามมาตรฐานของหลักสตู ร
3. ส่งเสริมครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม้ ีความเชยี่ วชาญทางวชิ าชีพ และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้

วิชาชีพ (PLC)
4. พฒั นาสือ่ เทคโนโลยี และแหลง่ การเรียนรใู้ หเ้ ออื้ ตอ่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
5. พัฒนาระบบบริหารจดั การคณุ ภาพสถานศึกษาโดยยึดหลกั การมสี ่วนร่วม

เป้าประสงค์ (GOAL)
1. สถานศึกษามหี ลักสูตรและกระบวนการจดั การเรยี นรมู้ ีคุณภาพ ตามบรบิ ทของสถานศึกษา ยึดพระ

บรมราโชวาทดา้ นการศึกษา ศาสตร์พระราชา และปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
2. ผู้เรยี นมีทักษะในศตวรรษที่ 21 และมคี ุณภาพตามมาตรฐานของหลกั สูตร
3. ผเู้ รยี นมที ักษะส่ือสารภาษาไทย และเน้นพฒั นาทักษะการสอื่ สารภาษาอังกฤษเบื้องต้น
4. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษามีความเช่ยี วชาญทางวิชาชีพ และมีการแลกเปลีย่ นเรียนรแู้ ละให้

ขอ้ มูลย้อนกลับ เพื่อพัฒนาและปรบั ปรุงการจดั การเรียนรู้
5. มสี ื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรม และแหล่งเรียนรทู้ ่ีมีคณุ ภาพและให้บริการอยา่ งทั่วถึง

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี นและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง

พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
ม่งุ เน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคณุ ภาพตามมาตรฐานท่กี ําหนด ซง่ึ จะชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นเกิดสมรรถนะสาํ คญั และคุณลกั ษณะ
อันพงึ ประสงค์ ดังนี้

3

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรยี นบ้านกาซ้อง พุทธศักราช 2565 ตาม

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะ
สําคัญ ๕ ประการ ดังนี้

๑. ความสามารถในการสือ่ สาร เปน็ ความสามารถในการรับและสง่ สาร มีวฒั นธรรมในการใชภ้ าษา
ถา่ ยทอดความคดิ ความรู้ความเขา้ ใจความรู้สกึ และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลขา่ วสารและ
ประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอ่ รองเพื่อขจดั และ
ลดปญั หาความขดั แยง้ ตา่ งๆ การเลอื กรบั หรือไม่รับข้อมลู ข่าวสารด้วยหลกั เหตผุ ล และความถูกต้องตลอดจน
การเลือกใชว้ ิธกี ารสือ่ สารที่มีประสิทธภิ าพ โดยคาํ นงึ ถึงผลกระทบทมี่ ีต่อตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคดิ วเิ คราะหก์ ารคิดสงั เคราะห์ การคิดอยา่ ง
สร้างสรรค์ การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและการคิดเป็นระบบเพ่ือนําไปสกู่ ารสร้างองค์ความร้หู รือสารสนเทศ
เพอ่ื การตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคตา่ งๆ ท่เี ผชิญได้
อยา่ งถูกต้องเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลกั เหตุผลคุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศเขา้ ใจความสัมพนั ธแ์ ละ
การเปลีย่ นแปลง ของเหตุการณ์ตา่ งๆในสงั คม แสวงหาความรู้ประยุกต์ความรูม้ าใชใ้ นการปอ้ งกนั และมีการ
ตัดสนิ ใจท่ีมปี ระสิทธภิ าพ โดยคํานงึ ถึงผลกระทบทเ่ี กดิ ขึน้ ต่อ ตนเอง สงั คมและส่ิงแวดล้อม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เปน็ ความสามารถในการนํากระบวนการตา่ งๆไปใชใ้ นการ
ดําเนนิ ชวี ิตประจําวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเนื่อง การทํางาน การอยรู่ ่วมกันในสงั คมดว้ ยการ
สร้างเสริมความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหว่างบุคคลการจัดการปัญหาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรบั ตวั
ใหท้ นั กบั การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการรู้จกั หลีกเลีย่ งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงคท์ ่สี ง่ ผล
กระทบต่อตนเองและผอู้ ืน่

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยี ดา้ นต่างๆ
และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยเี พ่อื การพฒั นาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสอื่ สาร การทํางาน
การแกป้ ัญหาอย่างสร้างสรรค์ถกู ต้องเหมาะสมและมคี ุณธรรม

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบา้ นกาซ้อง พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง ๒๕๖๐) มงุ่ พฒั นาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอนั พึง
ประสงค์ เพอื่ ให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุขในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้

๑.รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒.ซอ่ื สัตย์สจุ รติ
๓. มวี นิ ัย
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
๖. มงุ่ มน่ั ในการทาํ งาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มจี ติ สาธารณะ

4

1. รักชาติศาสน์กษัตริย์ หมายถึง คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติธํารงไว้ซ่ึงความ เป็น
ชาติไทย ศรัทธา ยึดม่ันในศาสนา และเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ท่ีรักชาติศาสน์กษัตริย์ คือ ผู้ท่ี มี
ลักษณะซึ่งแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติมีความสามัคคี ปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเป็นชาติไทย ปฏิบัติตน
ตามหลักศาสนาทต่ี นนับถือ และแสดงความจงรกั ภกั ดตี ่อสถาบันพระมหากษัตรยิ ์

2. ซื่อสัตย์สุจริต หมายถงึ คุณลกั ษณะท่ีแสดงออกถงึ การยึดมั่นในความถูกต้องประพฤตติ รงตามความ เป็น
จรงิ ต่อตนเองแตะในท้ังทางกาย วาจา ใจ ผทู้ ี่มีความซ่ือสัตยส์ จุ รติ คอื ผู้ที่ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ทง้ั ทางกาย
วาจา ใจ และยึดหลักความจริง ความถูกตอ้ งในการดําเนินชวี ติ มคี วามละอายและเกรงกลวั ต่อการกระทาํ ผดิ

3. มีวินัย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฏเกณฑ์และระเบียบข้อบังคับ
ของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ผู้ท่ีมีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฏเกณฑ์ระเบียบ ข้อบังคับ
ของครอบครัว โรงเรยี น และสงั คมเปน็ ปกตวิ สิ ยั ไมล่ ะเมดิ สทิ ธิของผู้อื่น

4. ใฝ่เรียนรู้ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน แสวงหาความรู้ จาก
แหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ผู้ที่ใฝ่เรียนรู้ คือ ผู้ที่มีลักษณะซ่ึงแสดงออกถึงความต้ังใจ
เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้แสวงหาความรู้ จากแหล่งเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอก
โรงเรียนอย่างสมํ่าเสมอ ด้วยการเลือกใช้ส่ืออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้วิเคราะห์สรุปเป็นองค์ความรู้แลกเปล่ียน
เรยี นรู้ถ่ายทอด เผยแพร่และนําไปใชใ้ นชีวิตประจําวนั ได้

5. อยูอ่ ย่างพอเพียง หมายถึง คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการดําเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตผุ ล รอบคอบ
มีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีและปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ผู้ท่ีอยู่อย่างพอเพียง คือ
ผทู้ ่ดี าํ เนินชีวติ อย่างประมาณตน มีเหตุผล รอบคอบ ระมัดระวัง อยรู่ ว่ มกับผู้อื่นดว้ ยความรับผดิ ชอบ ไม่เบียดเบียน ผอู้ ื่น
เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่างๆ มีการวางแผนป้องกันความเสยี่ งและพรอ้ มรบั การเปลี่ยนแปลง

6. มุ่งมั่นในการทางาน หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความต้ังใจและรับผิดชอบในการทําหน้าที่
การงาน ด้วยความเพียรพยายาม อดทน เพ่ือให้งานสําเร็จตามเป้าหมาย ผู้ที่มุ่งม่ันในการทํางาน คือผู้ท่ีมีลักษณะ
ซ่ึงแสดงออกถึงความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายด้วยความเพียรพยายาม ทุ่มเทกําลังกาย กําลังใจ ในการ
ปฏิบตั ิกจิ กรรมตา่ งๆ ใหส้ ําเร็จลลุ ่วง ตามเป้าหมายทก่ี าํ หนดดว้ ยความรับผิดชอบ และมีความภาคภมู ใิ จในผลงาน

7. รักความเป็นไทย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์สืบทอด ภูมิ
ปัญ ญ าไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒ นธรรมใช้ภ าษาไทยในการส่ือสารได้อย่างถูกต้อง
และเหมาะสม ผู้ท่ีรักความเป็นไทย คือ ผู้ที่มีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ช่ืนชม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สืบทอด
เผยแพร่ภูมิปัญญาไทยขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวทีใช้ภาษาไทย
ในการสอ่ื สารอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

8. มีจิตสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิด
ประโยชน์แก่ผอู้ ืน่ ชุมชน และสังคม ด้วยความเต็มใจ กระตือรอื ร้น โดย ไมห่ วังผลตอบแทน ผู้ท่มี ีจิต สาธารณะ คือ ผู้ท่ี
มีลักษณะเป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปันความสุขส่วนตนเพ่ือทําประโยชน์แก่ส่วนรวม เข้าใจ เห็นใจผู้ที่มีความ
เดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคม อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ด้วยแรงกายสติปัญญา ลงมือปฏิบัติ เพ่ือแก้ปัญหา หรือร่วม
สรา้ งสรรค์สงิ่ ทด่ี ีงามใหเ้ กิดในชุมชน โดยไมห่ วังส่งิ ตอบแทน

5

ค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ ตามนโยบายของ คสช. (เพ่ิมเตมิ )

คา่ นิยมหลกั ๑๒ ประการ เพ่ือสร้างคนไทยทเี่ ขม้ แข็งนาํ ไปสู่การสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง ดังน้ี
๑. มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ซึ่งเป็นสถาบันหลกั ของชาติในปัจจบุ ัน
๒. ซอ่ื สัตย์ เสยี สละ อดทน มีอุดมการณใ์ นสง่ิ ทีด่ ีงามเพื่อส่วนรวม
๓. กตัญญตู ่อพ่อแม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์
๔. ใฝ่หาความรู้ หม่ันศกึ ษาเล่าเรยี นทางตรงและทางอ้อม
๕. รกั ษาวฒั นธรรมไทย ประเพณีไทยอนั งดงาม
๖. มศี ลี ธรรม รกั ษาความสัตย์ หวังดีต่อผูอ้ ืน่ เผอ่ื แผแ่ ละแบ่งปนั
๗. เขา้ ใจ เรียนรู้ การเปน็ ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุขที่ถูกต้อง
๘. มรี ะเบยี บวินัยเคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยรู้จักเคารพผใู้ หญ่
๙. มีสติรู้ตวั รู้คดิ รู้ทํา ร้ปู ฏบิ ตั ิ ตามพระราชดาํ รสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั
๑๐. รู้จักดาํ รงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดํารสั ของพระบาทสมเดจ็

พระเจา้ อยหู่ วั รจู้ กั อดออมไว้ใชเ้ ม่ือยามจาํ เป็น มไี ว้พอกนิ พอใช้ ถ้าเหลอื กแ็ จกจ่าย จาํ หนา่ ย และขยายกจิ การ
เม่ือมีความพร้อมโดยมีภมู ิคุ้มกันทีด่ ี

๑๑. มีความเข้มแขง็ ทง้ั รา่ งกายและจติ ใจ ไมย่ อมแพ้ตอ่ อาํ นาจฝ่ายตํา่ หรอื กเิ ลสมีความละอาย
เกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา

๑๒. คาํ นงึ ถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวมและต่อชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

1. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือ การประพฤติปฏิบัติตนท่ีแสดงถึงความสํานึกและภาคภูมิใจ
ความเป็นไทยปฏบิ ัติตามหลักศาสนาท่ตี นนบั ถือและจงรกั ภักดตี อ่ สถาบันพระมหากษตั รยิ ์

2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในส่งิ ท่ีดีงามเพ่ือส่วนรวม คือ การประพฤติปฏิบัติตนที่แสดงถึงการ
ยดึ มน่ั ในความถกู ต้อง ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ตอ่ ตนเองและผู้อ่นื ละความเหน็ แก่ตัว รู้จกั แบ่งปนั ช่วยเหลือสังคม
และบุคคลทค่ี วรให้ รู้จักควบคุมตวั เองเมือ่ ประสบกบั ความยากลาํ บากและสง่ิ ท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ ความ เสยี หาย

3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ คือ การประพฤติท่ีแสดงถึงการรู้จักบุญคุณ ปฏิบัติตาม คําส่ัง
สอน แสดงความรัก ความเคารพ ความเอาใจใส่ รักษาชื่อเสียง และตอบแทนบุญคุณของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และครู
อาจารย์

4. ใฝ่หาความรู้ หม่ันศึกษาเล่าเรียนท้ังทางตรงและทางอ้อม คือ การประพฤติปฏิบัติตนที่แสดงถึง ความ
ตงั้ ใจเพียรพยายามในการศกึ ษาเลา่ เรียน แสวงหาความรู้ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม

5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม คือ การปฏิบัติตนที่แสดงถึงการเห็นค่า คุณค่า ความสําคัญ
ภาคภูมใิ จ อนรุ กั ษ์ สืบทอดวฒั นธรรมและประเพณีไทยอันดงี าม

6. มีศีลธรรม รักษาความสตั ย์ หวังดตี ่อผู้อ่ืน เผ่ือแผ่และแบ่งปัน คือ การประพฤติปฏิบัติตน โดยยึดม่ันในคํา
สญั ญา มีจิตใจโอบออ้ มอารี ชว่ ยเหลอื ผอู้ ่นื เทา่ ท่ีชว่ ยได้ ทัง้ ทก่ี าํ ลังทรัพย์ กาํ ลงั กาย และกาํ ลงั สตปิ ัญญา

7. เขา้ ใจเรียนรู้การเปน็ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง คือ การแสดงถึง การมี
ความรู้ ความเข้าใจ ปฏิบั ติตนตามหน้าท่ีและสิทธิของตนเอง เคารพสิทธิของผู้อ่ืนภายใต้การปกครอง
ตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข

8. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ คือ การปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์
ระเบยี บ ข้อบังคบั และกฎหมายไทย มคี วามเคารพและนอบน้อมตอ่ ผใู้ หญ่

6

9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทา รู้ปฏิบัติตามพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ การประพฤติ
ปฏิบัติตนอย่างมีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทําอย่างรอบคอบ ถูกต้องเหมาะสม และน้อมนําพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระ
เจา้ อย่หู วั มาเปน็ หลกั ปฏบิ ตั ิในการดําเนนิ ชวี ติ

10. รู้จักดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การดําเนินชีวิตอย่างพอประมาณ
มีเหตผุ ล มีภมู ิคุม้ กันในตัวที่ดี มีความรู้ มีคุณธรรม และปรับตวั เพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ตามพระราชดาํ รสั ของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว

11. มีความเข้มแข็งทั้งร่ายกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออานาจฝ่ายต่า หรือกิเลสมีความละอายเกรง กลัว
ต่อบาปตามหลักของศาสนา คือ การปฏิบัติตนให้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงปราศจากโรคภัย และมีจิตใจ
ทเ่ี ขม้ แขง็ มคี วามละอายเกรงกลวั ต่อบาป ไมก่ ระทาํ ความชัว่ ใดๆ ยดึ ม่ันในการทําความดขี องศาสนา

12. คานึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง คือ การปฏิบัติ ตน
และให้ความร่วมมือในกิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และประเทศชาติ ยอมเสียสละประโยชน์ส่ วนตน
เพอ่ื รักษาประโยชน์ของสว่ นรวม

หลกั สตู รดา้ นทจุ รติ (เพ่ิมเติม)
สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสํานักงาน คณะกรรมการ

การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) ได้จัดทําหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสําหรับใช้ในทุกระดับการศึกษา ในส่วนของสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานได้จัดทําหลักสตู รตา้ นทุจริตศึกษา รายวิชาเพ่ิมเตมิ “การป้องกันการทุจริต” ข้ึน และ
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 และให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องนํา
หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาโดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่
ถกู ต้องเกี่ยวกบั ความหมายและขอบเขตของการกระทําทุจริตในลักษณะต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ความเสียหายท่ี
เกิดจากการทุจริต ความสําคญั ของการต่อต้านการทุจริต รวมทั้งจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการจัดหลกั สูตรในแต่
ละช่วงวยั ของผู้เรียนดว้ ย

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti - Corruption Education) รายวิชาเพ่ิมเติม “การป้องกันการทุจริต”
ประกอบด้วย 4 หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ 1) การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 2)
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3) STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ๔) พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อ
สงั คม ทสี่ ถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนเพ่ือปลูกฝงั และป้องกันการทจุ ริตไม่ให้เกิดขึ้น โดยเร่ิมปลูกฝงั ผู้เรยี นต้งั แต่ช้ันปฐมวัย
จนถึงช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ มีสมรรถนะที่สําคัญ และมีคุณลักษณะท่ีพึง
ประสงค์

7

ตอนท่ี ๒

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา
โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนชมุ ชนบ้านเหมอื งหม้อฯและโรงเรียนบา้ นกาซอ้ ง

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง พุทธศักราช
2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐) ได้กําหนด
โครงสร้างของ หลักสูตรสถานศึกษาเพื่อให้ผู้สอนและผู้ที่เก่ียวข้องในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรของ
สถานศึกษามีแนวปฏิบัติ ดังนี้
ระดับการศึกษา

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จดั การศกึ ษาดงั นี้
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน จัดระดับการศึกษาเปน็ 1 ระดบั ดงั นี้

1. ระดับประถมศึกษา (ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 – 6) การศึกษาระดับน้ีเป็นช่วงแรกของ
การศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นทักษะพ้ืนฐานดา้ นการอ่าน การเขียน การคิดคํานวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การ
ติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่าง
สมบูรณ์และสมดุลท้ังในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรมโดยเน้นจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการ
การจัดเวลาเรียน

หลักสูตรสถานศึกษา สถานศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง ตาม
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้จัดเวลาเรยี นตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม
สาระและกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นโดยจัดให้ เหมาะสมตามบรบิ ทจดุ เน้นของโรงเรียนและสภาพของผู้เรยี นดังนี้

1. ระดบั ช้ันประถมศึกษา (ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 – 6) ให้จดั เวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียน
วนั ละ ไมเ่ กนิ 5 ชว่ั โมง
โครงสร้างหลกั สูตร

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ประกอบด้วยโครงสร้างเวลาเรียนและ
โครงสร้างหลักสูตรชน้ั ปดี ังนี้

1. โครงสร้างเวลาเรียนเป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียดในภาพรวมเวลาเรียนของแต่ละกลุ่ม
สาระ การเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระที่เป็นเวลาเรียนพื้นฐานเวลาเรยี นรายวิชาเพิ่มเติมและเวลาในการจดั กิจกรรม
พฒั นาผูเ้ รียน จําแนกแตล่ ะชน้ั ปีในระดับประถมศึกษา

2. โครงสร้างหลักสูตรชั้นปี เป็นโครงสร้างที่แสดงรายละเอียดเวลาเรียนของรายวิชาพ้ืนฐาน
รายวชิ า กิจกรรมเพ่มิ เตมิ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นจําแนกตล่ ะช้นั ปี

3. มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ดั และลกั ษณะตัวชี้วัด

8

โครงสร้างหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนชมุ ชนบา้ นเหมืองหม้อฯและโรงเรยี นบ้านกาซ้อง พ.ศ.๒๕๖5

ปรับตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ เวลาเรยี น (ชว่ั โมง : ปี)

รายวิชาพน้ื ฐาน (๘๔๐ ช.ม. : ป)ี ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
๒. คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
๓. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

๔. สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (รวม ๘๐/๑๒๐)

๔.๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔.๒ เศรษฐศาสตร์
๔.๓ ภูมิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๔.๔ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๔๐ ๔๐ ๔๐ 8๐ 8๐ 8๐

๕. ประวตั ศิ าสตร์

๖. สุขศึกษาและพลศึกษา

๗. ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ 4๐ 4๐ 4๐
๘. การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๙. ภาษาตา่ งประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑2๐ ๑2๐ ๑2๐

รวมเวลาเรียน (รายวิชาพ้นื ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐

กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน (๑๒๐ ช.ม. : ปี) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมแนะแนว

กิจกรรมลูกเสอื /เนตรนารี 30 30 30 30 30 30

กิจกรรมชุมนุม 40 40 40 40 40 40
กิจกรรมจติ อาสา ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
รวมเวลากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
สาระการเรียนรเู้ พ่ิมเติม (8๐ ช.ม. : ปี)

๑. ไม้สัก ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
2. การปอ้ งกันการทจุ ริต ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

รวมเวลาเรยี น (รายวิชาเพิม่ เติม) 80 80 80 80 80 80

รวมเวลาเรียนท้ังสน้ิ ๑,๐4๐ ๑,๐4๐ ๑,๐4๐ ๑,๐4๐ ๑,๐4๐ ๑,๐4๐

9

หมายเหตุ*
1. ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ จดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เป็นรายวชิ าพ้ืนฐาน ๑๖๐ ชม./ปี
และจัดเป็นกิจกรรมลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้ 40 ชม./ปี รวมเวลาเรยี นภาษาองั กฤษทงั้ หมด จํานวน ๒๐๐ ชม./
ปี
๒. วชิ าหนา้ ทพ่ี ลเมือง บูรณาการกบั การเรียนรู้และวัดผลรวมในรายวิชาพื้นฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม
๓. ** หลกั สูตรตา้ นทุจริตศกึ ษาวชิ าการป้องกนั การทจุ รติ จัดเป็นรายวชิ าเพมิ่ เติมและหรอื กิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน
หรอื กจิ กรรมเสริมหลักสตู ร ๔๐ ชม./ตอ่ ปี ตามคําสัง่ กระทรวง ท่ี สป 1137/๒๕๖๑
๔. กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนจัดเปน็ กิจกรรม “ลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลารู้” บังคบั ตามหลกั สตู ร ประกอบด้วยกจิ กรรม
แนะแนว กิจกรรมนักเรยี น และกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
๕. ผู้เรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมเพอ่ื สงั คม และสาธารณประโยชน์ในรายวชิ าพน้ื ฐาน และกิจกรรมลกู เสือ/เนตรนารี

10

โครงสร้างหลกั สูตร ช้นั ปี

โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชมุ ชนบ้านเหมืองหมอ้ ฯและโรงเรียนบา้ นกาซอ้ ง
ระดบั ประถมศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1

รหสั กล่มุ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรียน
(ชม./ป)ี (ชม.สปั ดาห)์
รายวชิ าพ้ืนฐาน 840
ท 11101 ภาษาไทย 1 200 21
ค 11101 คณติ ศาสตร์ 1 200 5
ว 11101 วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 1 5
ส 11101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1 80 2
ส 11102 ประวตั ศิ าสตร์ 1 40 1
พ 11101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 1 40 1
ศ 11101 ศลิ ปะ 1 40 1
ง 11101 การงานอาชีพ 1 40 1
อ 11101 ภาษาองั กฤษ 1 40 1
160 4
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ 80 2
ง ๑1241 ไม้สัก 40 1
ส ๑1241 การป้องกันการทุจรติ 40 1
120 3
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน 40 1
แนะแนว
กิจกรรมนักเรียน 30 1
40 1
 ลกู เสือ/เนตรนารี
10 1
 ชุมนมุ 40 27
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ 1,080

กจิ กรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้
รวมเวลาท้ังสิ้น

11

โครงสร้างหลกั สูตร ช้นั ปี

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชมุ ชนบ้านเหมืองหมอ้ ฯและโรงเรียนบา้ นกาซอ้ ง
ระดบั ประถมศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2

รหสั กล่มุ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรียน
(ชม./ป)ี (ชม.สปั ดาห)์
รายวชิ าพื้นฐาน 840
ท 12101 ภาษาไทย 2 200 21
ค 12101 คณิตศาสตร์ 2 200 5
ว 12101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 5
ส 12101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 2 80 2
ส 12102 ประวตั ิศาสตร์ 2 40 1
พ 12101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 2 40 1
ศ 12101 ศิลปะ 2 40 1
ง 12101 การงานอาชีพ 2 40 1
อ 12101 ภาษาอังกฤษ 2 40 1
160 4
รายวิชาเพม่ิ เตมิ 80 2
ง ๑2242 ไม้สกั 40 1
ส ๑2242 การปอ้ งกันการทุจรติ 40 1
120 3
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน 40 1
แนะแนว
กจิ กรรมนักเรียน 30 1
40 1
 ลกู เสือ/เนตรนารี
10 1
 ชุมนมุ 40 27
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ 1,080

กิจกรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้
รวมเวลาทั้งสิ้น

12

โครงสร้างหลกั สูตร ช้นั ปี

โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชมุ ชนบ้านเหมืองหมอ้ ฯและโรงเรียนบา้ นกาซอ้ ง
ระดบั ประถมศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3

รหสั กล่มุ สาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรียน
(ชม./ป)ี (ชม.สปั ดาห)์
รายวชิ าพื้นฐาน 840
ท 13101 ภาษาไทย 3 200 21
ค 13101 คณิตศาสตร์ 3 200 5
ว 13101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 5
ส 13101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 3 80 2
ส 13102 ประวตั ิศาสตร์ 3 40 1
พ 13101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 3 40 1
ศ 13101 ศิลปะ 3 40 1
ง 13101 การงานอาชีพ 3 40 1
อ 13101 ภาษาอังกฤษ 3 40 1
160 4
รายวิชาเพม่ิ เตมิ 80 2
ง ๑3243 ไม้สกั 40 1
ส ๑3243 การปอ้ งกันการทุจรติ 40 1
120 3
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน 40 1
แนะแนว
กจิ กรรมนักเรียน 30 1
40 1
 ลกู เสือ/เนตรนารี
10 1
 ชุมนมุ 40 27
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ 1,080

กิจกรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้
รวมเวลาทั้งสิ้น

13

โครงสร้างหลักสตู ร ชั้นปี

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมืองหม้อฯและโรงเรยี นบ้านกาซ้อง
ระดับประถมศึกษา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4

รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรียน
(ชม./ปี) (ชม.สัปดาห)์
รายวิชาพ้ืนฐาน 840
ท 14101 ภาษาไทย 4 160 21
ค 14101 คณิตศาสตร์ 4 160 4
ว 14101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4 120 4
ส 14101 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 4 3
ส 14102 ประวัตศิ าสตร์ 4 80 2
พ 14101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 4 40 1
ศ 14101 ศลิ ปะ 4 80 2
ง 14101 การงานอาชพี 4 40 1
อ 14101 ภาษาอังกฤษ 4 40 1
120 3
รายวิชาเพม่ิ เติม 80 2
ง ๑4244 ไม้สัก 40 1
ส ๑4244 การป้องกนั การทจุ รติ 40 1
120 3
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 40 1
แนะแนว
กิจกรรมนักเรียน 30 1
 ลกู เสือ/เนตรนารี 40 1

 ชมุ นมุ 10 26
กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ 1,040

รวมเวลาท้ังส้ิน

14

โครงสร้างหลักสตู ร ชั้นปี

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมืองหม้อฯและโรงเรยี นบ้านกาซ้อง
ระดับประถมศึกษา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5

รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรียน
(ชม./ปี) (ชม.สัปดาห)์
รายวิชาพ้ืนฐาน 840
ท 15101 ภาษาไทย 5 160 21
ค 15101 คณิตศาสตร์ 5 160 4
ว 15101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5 120 4
ส 15101 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 5 3
ส 15102 ประวัตศิ าสตร์ 5 80 2
พ 15101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 5 40 1
ศ 15101 ศลิ ปะ 5 80 2
ง 15101 การงานอาชพี 5 40 1
อ 15101 ภาษาอังกฤษ 5 40 1
120 3
รายวิชาเพม่ิ เติม 80 2
ง ๑5245 ไม้สัก 40 1
ส ๑5245 การป้องกนั การทจุ รติ 40 1
120 3
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 40 1
แนะแนว
กิจกรรมนักเรียน 30 1
 ลกู เสือ/เนตรนารี 40 1

 ชมุ นมุ 10 26
กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ 1,040

รวมเวลาท้ังส้ิน

15

โครงสร้างหลักสตู ร ชั้นปี

โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมืองหม้อฯและโรงเรยี นบ้านกาซ้อง
ระดับประถมศึกษา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6

รหัส กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรียน เวลาเรียน
(ชม./ปี) (ชม.สัปดาห)์
รายวิชาพ้ืนฐาน 840
ท 16101 ภาษาไทย 6 160 21
ค 16101 คณิตศาสตร์ 6 160 4
ว 16101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6 120 4
ส 16101 สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 6 3
ส 16102 ประวัตศิ าสตร์ 6 80 2
พ 16101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 6 40 1
ศ 16101 ศลิ ปะ 6 80 2
ง 16101 การงานอาชพี 6 40 1
อ 16101 ภาษาอังกฤษ 6 40 1
120 3
รายวิชาเพม่ิ เติม 80 2
ง ๑6246 ไม้สัก 40 1
ส ๑6246 การป้องกนั การทจุ รติ 40 1
120 3
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 40 1
แนะแนว
กิจกรรมนักเรียน 30 1
 ลกู เสือ/เนตรนารี 40 1

 ชมุ นมุ 10 26
กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ 1,040

รวมเวลาท้ังส้ิน

16

ตอนที่ ๓

คาอธิบายรายวชิ า

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษา ขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ได้กําหนดคําอธิบายรายวิชาของวิชาต่างๆ ท่ีสอนใน
แต่ละปีการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย ชื่อรหัสวิชา ชื่อรายวิชา จํานวนชั่วโมงต่อปี ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
และสาระการเรียนรู้รายปี คําอธิบายรายวิชาจะช่วยให้ผู้สอนจัดหน่วยการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปี ได้
สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เน่อื งจาก คําอธบิ ายรายวิชาจะรวมสาระการเรียนรทู้ ่ีผู้เรียนต้องเรยี นรู้
ตลอดท้ังปี กลุ่มของสาระการเรียนรู้ตลอดปี จะมีจํานวนมาก ดังน้ัน การจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้หลายๆ
หนว่ ย จะช่วยใหก้ ลุ่มของสาระการเรียนรมู้ ีขนาดเล็กลง และบรู ณาการได้หลากหลายมากขึ้น

โรงเรียนชุมชนบา้ นเหมืองหม้อฯและโรงเรยี นบา้ นกาซ้อง ได้กาํ หนดรายละเอียดของคําอธิบาย
รายวชิ าเรียงตามลําดับไว้ ดังนี้

1. คําอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษา
ปีท่ี 6

2. คําอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสต ร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงช้ัน
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

3. คําอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1
ถึงชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6

๔ คําอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปี
ท่ี 1 ถึงช้ันประถมศึกษาปีที่ 6

๕. คําอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชา
ประวตั ศิ าสตรช์ ั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6

6. คําอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงช้นั
ประถมศึกษาปีท่ี 6

7. คําอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปี
ท่ี 6

8. คําอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศึ กษาปีที่ ๑ ถึงชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6

9. คําาอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ช้ันประถมศึกษาปี
ท่ี 1 ถงึ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6

๑๐. คาํ อธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม วชิ าไมส้ ัก ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
๑1. คําอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม วิชาการป้องกันทุจริต ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

17

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

รหัสวชิ า ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลาเรียน ๒๐๐ ชว่ั โมง

ฝึกอ่านออกเสียงคํา คําคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคําและ
ข้อความที่อ่าน ต้ังคําถาม ตอบคําถาม ระบุใจความสําคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน
เหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ําเสมอและนําเสนอเร่ืองท่ีอ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบายและ
ปฏบิ ตั ิตามคําสัง่ หรอื ข้อแนะนาํ มีมารยาทในการอ่าน

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเร่ืองส้ันๆ เก่ียวกับประสบการณ์ เขี ยนเร่ืองสั้นๆ
ตามจนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขยี น

ฝึกทักษะการฟัง ฟังคําแนะนํา คําสั่งท่ีซับซ้อนและปฏิบัติตาม เล่าเรื่อง บอกสาระสําคัญของเร่ือง ตั้ง
คําถาม ตอบคําถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการ
ฟงั การดแู ละการพดู

ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคํา
เรียบเรียงคําเป็นประโยคได้ตรงตามเจตนาของการส่ือสาร บอกลักษณะคําคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ

ฝึกจับใจความสําคัญจากเร่ือง ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสําหรับเด็ก เพื่อ
นําไปใช้ในชวี ิตประจําวัน รอ้ งบทร้องเล่นสําหรับเดก็ ในท้องถิน่ ท่องจําบทอาขยานตามทกี่ าํ หนดและบทร้อยกรอง
ที่มคี ุณค่าตามความสนใจ

ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาและสร้างวิสัยทัศน์ในการดําเนิน
ชวี ิต และมีนิสัยรักการอ่านใช้กระบวนการอ่านใช้กระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ
เขียนเร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ
อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษา การเปล่ียนแปลงภาษาและพลังของ
ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษาและรักษาภาษาไว้เป็นสมบัติของชาติ สามารถใช้ภาษาแสวงหาความรู้ เสริมสร้าง
ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพและความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรม อาชีพ สังคม และชีวิตประจําวัน เข้าใจ
และแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมอย่างเห็นคุณคา่ และนาํ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ

รหัสตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

รวมท้ังหมด ๒๒ ตัวช้ีวดั

18

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหัสวชิ า ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลาเรียน ๒๐๐ ชั่วโมง

ฝึกอ่านออกเสียงคํา คําคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคํา
และข้อความที่อ่าน ต้ังคําถาม ตอบคําถาม ระบุใจความสําคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและ
คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ําเสมอและนําเสนอเรื่องที่อ่าน อ่านข้อเขียน
เชงิ อธบิ าย และปฏิบัติตามคําส่งั หรอื ขอ้ แนะนํา มมี ารยาทในการอา่ น

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องส้ันๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องสั้นๆ
ตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น

ฝึกทักษะการฟัง ฟังคําแนะนํา คําสั่งที่ซับซ้อนและปฏิบัติตาม เล่าเร่ือง บอกสาระสําคัญของเรื่อง
ต้ังคําถาม ตอบคําถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มี
มารยาทในการฟงั การดูและการพูด

ฝกึ ทักษะการเขยี นพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขยี นสะกดคําและบอกความหมายของ
คํา เรียบเรียงคําเป็นประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะคาํ คล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถิ่นไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ

ฝึกจับใจความสําคัญจากเร่ือง ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสําหรับเด็ก
เพอื่ นําไปใช้ในชีวิตประจาํ วัน ร้องบทรอ้ งเล่นสาํ หรับเด็กในท้องถ่ิน ท่องจาํ บทอาขยานตามทก่ี ําหนดและบท
รอ้ ยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การ
ต้ังคําถาม ตอบคําถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบ
ยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรกั ษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนําความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจําวันได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวมทั้งหมด ๒๗ ตวั ชว้ี ดั

19

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลาเรียน ๒๐๐ ชว่ั โมง

การอ่านคํา คําแนะนําต่างๆ ในชีวิตประจําวัน ประกาศ ป้ายโฆษณา และคําขวัญ ข้อมูลจาก
แผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ มารยาทในการอ่าน การเขียนตัวอักษรไทยตามรูปแบบ การเขียนบรรยาย
ลักษณะของคน สัตว์ ส่ิงของ สถานที่ การเขียนบันทึกประจําวัน การเขียนจดหมายลาครู การเขียนเรื่อง
ตามจินตนาการ การมีมารยาทในการเขียน การเล่าเร่ืองท่ีฟังและดูที่เป็นความรู้และความบันเทิง การบอก
สาระสําคญั จากการฟังและการดูเร่ืองท่ีเปน็ ความรู้และความบันเทิง การตงั้ คําถามและตอบคําถามเรอื่ งท่ฟี ัง
และดูท่ีเป็นความรู้และความบันเทิง การพูดแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู การพูดส่ือสารใน
ชวี ติ ประจําวนั การมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด การเขียนสะกดคํา การแจกลกู และการอ่านเป็น
คํา ชนิดของคํานาม คําสรรพนาม และคํากริยา การใช้พจนานุกรม การแต่งประโยคบอกเล่า ประโยค
ปฏิเสธ ประโยคคําถาม ประโยคขอรอ้ ง ประโยคคาํ สง่ั ง่ายๆ การแตง่ คําคล้องจองและคําขวัญ

การเลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ การระบุข้อคิดท่ีได้จากการ
อา่ นวรรณกรรมเพ่ือนําไปใชใ้ นชวี ิตประจําวัน การรู้จักเพลงพ้ืนบา้ น เรือ่ งเล่า นิทานท้องถ่ินและเพลงกล่อม
เด็กในทอ้ งถิ่นท่ีโรงเรยี นต้ังอยู่ ชวี ติ ประจําวันในท้องถ่ิน อาชีพ ความเปน็ อยูอ่ าหารการกิน งานประเพณี วัน
สาํ คัญ เพื่อปลูกฝังความช่นื ชมวัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับวรรณคดีทีอ่ ่านการท่องจํา
บทอาขยานตามทก่ี ําหนด และการทอ่ งจําบทรอ้ ยกรองทม่ี ีคุณค่าตามความสนใจ

อ่านออกเสียงคํา ข้อความ เร่ืองส้ัน บทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคําและความหมาย
ของข้อความต้ังคําถาม ตอบคําถามเชิงเหตุผล ลําดับเหตุการณ์และคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองท่ีอ่านสรุป
ความรู้ ความคิด เพื่อนําไปใช้ในชีวิตประจําวัน นําเสนอเรื่องท่ีอ่านและอ่านหนังสือตามความสนใจอย่าง
สม่ําเสมอ อ่านข้อเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคําส่ังหรือข้อแนะนํา อธิบายข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่
และแผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยายลักษณะของคน สัตว์
สิ่งของ สถานท่ี ได้ชัดเจน เขียนบันทกึ ประจําวัน เขยี นจดหมายลาครู เขียนเรื่องตามจินตนาการ มมี ารยาท
ในการเขียน เล่ารายละเอียดเก่ียวกบั เร่อื งท่ฟี ังและดทู ี่เป็นความรแู้ ละความบันเทิง บอกสาระสําคัญจากการ
ฟงั และการดูเร่ืองท่ีเป็นความรู้และความบันเทิง ตงั้ คําถามและตอบคําถามเรือ่ งที่ฟังและดูท่ีเป็นความรู้และ
ความบันเทงิ พูดแสดงความคดิ เห็นและความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟงั และดู พูดสื่อสารได้ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ มี
มารยาทในการฟัง การดู และการพูด เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคํา ระบุชนิดและหน้าท่ีของ
คาํ นาม คําสรรพนาม และคาํ กรยิ าในประโยค ใช้พจนานกุ รมค้นหาความหมายของคาํ

แต่งประโยคเพ่ือการสื่อสาร และแต่งคําคล้องจองและคําขวัญ เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและ
ภาษาถนิ่ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ ระบุขอ้ คิดท่ีได้จากการอ่านวรรณกรรมเพื่อนาํ ไปใช้ในชวี ิตประจําวันรู้จัก
เพลงพื้นบ้านและเพลงกล่อมเด็ก เพ่ือปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรมท้องถ่ิน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
วรรณคดีทอี่ า่ น ท่องจําบทอาขยานตามท่กี ําหนด และบทร้อยกรองทมี่ คี ณุ ค่าตามความสนใจ

เพ่ือให้ตระหนักและเห็นคุณค่าในการอ่านคํา ข้อความ ข้อเขียนเชิงอธิบายเร่ืองสั้น บทร้อยกรอง
และสรุปเป็นความรู้ ความคิด และมีมารยาทในการอ่าน สามารถเขียนลายมือตัวบรรจง เขียนบรรยาย
ลกั ษณะของคน สัตว์ ส่ิงของ สถานที่ต่างๆ ได้ถกู ต้อง เขียนบันทึกประจําวัน และเขียนเร่ืองตามจินตนาการ
ของตนเอง ได้อย่างสม่ําเสมอ สามารถเขียนจดหมายลาครูได้ถูกต้องและมีมารยาทในการเขียน เล่า
รายละเอียด เหตุการณ์ วัตถุประสงค์และมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด และสามารถนําไปใช้ใน
ชีวติ ประจําวนั ได้

20

รหัสตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗ ป.๓/๘ ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕

รวมท้ังหมด ๓๒ ตัวชี้วดั

21

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลาเรียน ๑๖๐ ช่ัวโมง

ศึกษา อ่าน เขียน อธิบาย คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สรุปความ ฝึกทักษะ ในสาระต่อไปนี้ การอ่าน อ่าน
ออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อ่านเร่ืองส้ันๆ จากเร่ืองยุคเก่าในท้องถ่ินของโกตาบารู แยกข้อเท็จจริง
และขอ้ คดิ เหน็ จากเรอ่ื งทีอ่ า่ น คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่ืองท่ีอ่าน สรุปความรแู้ ละข้อคิดจากเรอ่ื งทอ่ี ่าน เลือกอา่ น
หนงั สือทีม่ ีคณุ ค่าและมมี ารยาทในการอ่าน

การเขียน การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครง
เร่ือง แผนภาพความคิด จดหมาย เขียนบันทึก รายงานการศึกษาค้นคว้า เขียนเร่ืองตามจินตนาการและมี
มารยาทในการเขียน

หลักการใช้ภาษา การสะกดคํา ความหมายของคํา ชนิดและหน้าที่ของคํา การใช้พจนานุกรม
แต่งประโยค แต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสี่ คําขวัญ ความหมายของสํานวนที่เป็นคําพังเพย สุภาษิต
ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถ่ิน

วรรณคดี และวรรณกรรม นิทานพื้นบ้าน นิทานคติธรรม เพลงพ้ืนบ้าน วรรณคดี วรรณกรรม
บทอาขยาน และบทร้อยกรอง

โดยใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหาและสรา้ งวิสยั ทศั น์
ในการดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ใช้กระบวนการเขียน เขียนส่ือสารเร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ
สามารถเลอื กฟังและดูอย่ามวี ิจารณญาณและสรา้ งสรรค์ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษา สามารถ
ใช้ภาษาในการแสวงหาความรู้ เสริมสร้างลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ
ประเพณี วฒั นธรรม อาชพี สงั คม และชวี ิตประจําวัน

รหัสตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗,
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวมทั้งหมด ๓๓ ตัวชี้วัด

22

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

รหสั วชิ า ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลาเรยี น ๑๖๐ ช่ัวโมง

ฝึกอ่านออกเสียบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อ่านออกเสียงนิทานพ้ืนบ้าน ตํานานโต๊ะนิอธิบาย
ความหมายของคํา ประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย
แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คําสั่ง ข้อแนะนํา และ
ปฏิบัติตาม เลือกอา่ นหนังสอื ที่มีคุณคา่ ตามความสนใจ มีมารยาทในการอา่ น

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครงเร่ือง
แผนภาพความคิด เขียนย่อความ ชุมชนบ้านโกตาบารู เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดง
ความรสู้ กึ และความเห็น กรอกแบบรายการตา่ งๆ เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขยี น

ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึก ต้ังคําถาม
ตอบคําถาม วเิ คราะห์ความ การเปรียบเทียบภาษาไทยกับภาษามาลายูท้องถิน่ พูดรายงาน มมี ารยาทในการ
ฟงั การดูและการพูด

ระบุชนิดและหน้าที่ของคําในประโยค จําแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถิ่น ใชค้ ําราชาศพั ท์ บอกคําภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย แต่งบทร้อยกรอง ใชส้ ํานวน
ไดถ้ กู ตอ้ ง

สรุปเร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและ
วรรณกรรมที่สามารถนําไปใช้ในชีวิตจริงอธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ความเป็นมาของโกตา
บารู ตํานานโต๊ะนิ เพลงพ้ืนบ้านโกตาบารู ท่องจาํ บทอาขยานตามที่กําหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตาม
ความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ
กระบวนการแกป้ ัญหา การฝึกปฏบิ ัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคําถาม ตอบคําถาม ใช้ทักษะการฟัง การดแู ละ
การพูด พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สื่อสารได้ถูกต้องรักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ภาษาไทย และเลขไทย สามารถนํา
ความรไู้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจําวันได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

รหสั ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวมท้ังหมด ๓๓ ตัวช้ีวัด

23

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลาเรยี น ๑๖๐ ช่ัวโมง

ศึกษาหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองตํานานเพลงพ้ืนบ้าน ตํานานโต๊ะนิ
มารยาทในการอ่าน อ่านในใจ อ่านเพื่อจับใจความ การอ่านสํารวจ การอ่านเร็ว การอ่านออกเสียง คําควบกลํ้า
อักษรนํา อักษรย่อ เครื่องหมายวรรคตอน วัน เดือน ปี แบบไทย คําที่มาจากภาษาต่างประเทศ การอ่าน
วรรณคดี นิทานคติธรรม เพลงพื้นบ้าน เร่ืองส้ัน บทความ โฆษณา ข่าว เหตุการณ์ สารคดี พระบรม
ราโชวาท

หลักการเขียนสื่อสารแบบต่างๆ มารยาทในการเขียน การคัดลายมือ การเขียนย่อความ การเขียนสรุป
ความ การเขียนเรียงความ การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพความคิด การเขียนรายงาน การเขียนบรรยาย
และพรรณนา การเขียนแสดงความคิดเห็นการเขียนข้อตกลงร่วมกันในโรงเรียน ข้อตกลงในการใช้สถานที่สา
ธารณ ชุมชนและท้องถ่ินการเขียนวิเคราะห์วจิ ารณ์ การเขยี นเรอื่ งจากจินตนาการ และการเขียนเชิงสร้างสรรค์

หลักการฟัง การพูดและการดู มารยาทในการฟัง การพูดและการดู การพูดแสดงความรู้ ความ
เข้าใจในเร่ืองท่ฟี งั และดูการวิเคราะห์ความนา่ เชื่อถือจากการฟงั และดู การพูดรายงาน การพูดโน้มน้าว
ในสถานการณ์ต่างๆ การพูดสรุปความ พูดแสดงความคิดเห็น การพูดรายงานจากการศกึ ษาค้นคว้า การพูด
ประเมินความน่าเชื่อถือ

ชนิดของคําและหน้าท่ีของคํา คํานาม คําสรรพนาม คํากริยา คําวิเศษณ์ คําบุพบท คําเชื่อมคํา
อุทาน คําราชาศัพท์ ภาษาในท้องถิ่น โอกาสในการใช้ภาษามาลายูท้องถิ่นให้เหมาะสม ระดับของภาษา คํา
ทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ คําที่มีความหมายโดยนัย คํา กลุ่มคํา/วลี และประโยค ประโยคสามัญ ประโยค
ความรวม ประโยคความซ้อน กลอนสุภาพ กาพย์ยานี ๑๑ บทร้อยแก้ว บทรอ้ ยกรอง นิทานในท้องถ่นิ เร่ือง
สั้น เพลงพื้นบ้าน ปริศนาคําทาย บทร้อยกรองท่ีมีคุณค่า บทอาขยาน วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน
ประวัติเมอื งโกตาบารู ตํานานสุสานโตะ๊ นิและเพลงพนื้ บ้าน

ใช้ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน กระบวนการฟัง ดูและพูด กระบวนการอ่าน กระบวนการคิด
การเขียน กระบวนการกลุ่ม การลําดับเหตุการณ์ การอภิปรายและแสดงความคิดเห็น การแสดงบทบาท
สมมุติ การวิเคราะหค์ วามรู้ การสังเคราะห์ความรู้ การวางแผน การสรุปความรู้ การอภปิ ราย

เห็นคุณค่าของภาษาไทย มมี ารยาทในการอ่าน การเขียน มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ใช้
ภาษาในการส่ือสารได้ถูกต้อง ตามกาลเทศะ เห็นคุณค่าความงามของวรรณคดี วรรณกรรม นําข้อคิดคติ
ธรรมจากเรื่องที่อ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน มีความสนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน และมีนิสัยรักการอ่านและ
อนุรกั ษภ์ าษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ

รหัสตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวมทั้งหมด ๓๔ ตัวช้ีวดั

24

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

รหสั วชิ า ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลาเรยี น ๒๐๐ ช่ัวโมง

บอกจํานวนของส่ิงต่างๆ แสดงสิ่งต่างๆ ตามจํานวนท่ีกําหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก
ตัวเลขไทย แสดงจํานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบจํานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ โดยใช้
เคร่ืองหมาย = เรียงลําดับจํานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ตั้งแต่ ๓-๕ จํานวน หาค่าของตัวไม่ทราบค่าใน
ประโยคสัญลักษณ์ แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์ แสดงการลบจํานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐
แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหาการบวก และโจทย์ปัญหาการลบของจํานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐
ระบุจํานวนท่ีหายไปในแบบรปู ของจํานวนทเี่ พม่ิ ขึ้นหรือลดลงทลี ะ ๑ และ ทลี ะ ๑๐ ระบรุ ูปทห่ี ายไปในแบบ
รูปซ้ําของรูปเรขาคณิตและรูปอ่ืนๆ ในแต่ละชุดท่ีซํ้ามี ๒ รูป วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตร
เป็นเมตร น้ําหนักเป็นกิโลกรัมเป็นขีด จําแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม วงกลม วงรี ทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก
ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพ ในการหาคําตอบของโจทย์ปัญหา เมื่อ
กําหนดรปู หนึ่งรปู แทนหน่ึงหนว่ ย

เพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษา พัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคํานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ ไปใช้ในชีวิตประจําวันอย่างสร้างสรรค์ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อ
คณิตศาสตร์ สามารถทํางานอย่างเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และ
เชอื่ มนั่ ในตนเอง

รหัสตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑

รวมท้ังหมด ๑๐ ตวั ช้ีวัด

25

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลาเรียน ๒๐๐ ชัว่ โมง

ศึกษาการอ่านและการเขียนตวั เลขฮินดอู ารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนงั สือแสดงจํานวนนับไม่เกิน
๑,๐๐๐ และ ๐ การนับทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ ๑๐ ทีละ ๑๐๐ จํานวนคู่ จานวนค่ี หลัก ค่าประจําหลักของ
เลขโดดในแต่ละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจํานวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจํานวน การเรียงลําดับ
จาํ นวน การบวกจํานวนทีม่ ีผลบวกไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ การลบจาํ นวนที่มีตัวตั้งไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ ความสัมพันธข์ อง
การบวกและการลบ การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบ โจทย์ปัญหาการ
บวก โจทย์ปัญหาการลบ การสร้างโจทย์ปัญหา ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร การคูณ
จํานวนที่มีหน่ึงหลักกับจาํ นวนไม่เกินสองหลัก ความสัมพันธ์ของการคูณและการหาร การหารที่ตัวหารและ
ผลหารมีหน่ึงหลกั การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณและการหาร การแก้โจทย์ปัญหา
การคูณและโจทย์ปัญหาการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร
ระคน แบบรูปของจํานวนท่ีเพ่ิมข้ึนหรือลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕ และทีละ ๑๐๐ แบบรูปซํ้า การจําแนก
ลักษณะของรูปหลายเหลี่ยม วงกลม และวงรี และการเขียนรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แบบของรูป การวัด
ความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร การเปรียบเทียบความยาวโดยใช้
ความสัมพันธ์ระหว่างเมตรและเซนติเมตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเมตรและ
เซนติเมตร การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมง เป็นนาที การเปรียบเทียบ
ระยะเวลาเป็นชัว่ โมง เปน็ นาที การอา่ นปฏิทนิ การแก้โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั เวลา การวัดนาํ้ หนกั เปน็ กโิ ลกรัม
และกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนนํ้าหนักเป็นกิโลกรัม การเปรียบเทียบน้ําหนักโดยใช้ความสัมพันธ์
ระหว่างกิโลกรัมกับกรัม กิโลกรัมกับขีด การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับน้ําหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม
กโิ ลกรัมและขีด การวัดปริมาตรและความจุโดยใชห้ น่วยทีไ่ ม่ใชห่ น่วยมาตรฐานและหน่วยมาตรฐานเป็นช้อน
ชา ชอ้ นโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลติ ร การแก้
โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและความจุที่มีหน่วยเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การอ่านแผนภูมิ
รปู ภาพ และการใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรปู ภาพในการหาคาํ ตอบของโจทย์ปัญหา

โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการ
ปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคํานวณ การแกป้ ัญหา การให้
เหตุผล การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และหาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะ
และกระบวนการทไ่ี ด้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่งิ ต่าง ๆ และใช้ในชวี ิตประจาํ วนั อยา่ งสรา้ งสรรค์

เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทํางานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความคดิ รเิ ร่มิ สร้างสรรคแ์ ละมีความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
รหัสตวั ช้ีวัด

ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวมทง้ั หมด ๑๖ ตัวชว้ี ัด

26

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหัสวิชา ค๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลาเรยี น ๒๐๐ ชว่ั โมง

ฝึกทักษะการคิดคํานวณ และฝึกการแก้ปัญหาในเร่ือง จํานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ การเขียน
และการอ่านตัวเลขฮินดอู ารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนงั สือแสดงจํานวน การนับเพ่ิม การนับลด หลักและคู่

ของเลขโดดในแต่ละหลักการเขียนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบ การใช้เคร่ืองหมาย =  > < และ
การเรียงลําดับ การบวก การลบ การคูณจํานวนหนึ่งหลักกับจํานวนไม่เกินส่ีหลัก การคูณจํานวนสองหลัก
กับจํานวนสองหลัก การหารตัวต้ังไม่เกินสี่หลักและตัวหารมีหน่ึงหลัก การบวก การคูณ การหารระคน
โจทย์ปัญหา การบวก ลบ คณู หารระคน และการสร้างโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคูณ การหาร การ
วัดความยาว (เมตร เซนติเมตร มิลลิเมตร) การเลือกเครื่องมือวัดท่ีเหมาะสม การชั่ง (กิโลกรัม กรัม ขีด)
การเลือกเครือ่ งชั่ง การเปรียบเทียบ การคาดคะเน ความสัมพันธ์ของหนว่ ยการชั่ง แก้ปญั หาการช่งั การตวง
(ลิตร มิลลิลิตร) การเลือกเคร่ืองตวงการเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ การคาดคะเน แก้ปัญหาการตวง
เวลา การบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาที การเขียนบอกเวลาโดยใช้จดุ และการอา่ น ความสัมพันธ์ของหนว่ ย
เวลา แก้ปัญหาเวลา อา่ นและเขียนบันทึกกจิ กรรมหรือเหตุการณท์ ่ีระบเุ วลา เงิน การเขียนและอา่ นจํานวน
เงินโดยใช้จุด บันทึกรายรับ รายจ่าย แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงิน รูปเรขาคณิต การบอกชนิดรูปเรขาคณิต
สองมิติและสามมิติ การเขียนรู้เรขาคณิต และบอกรูปเรขาคณิตต่างๆ ท่ีอยู่ในส่ิงแวดล้อมรอบตัวรูปท่ีมแี กน
สมมาตร แบบรูปและความสัมพันธ์ของเรขาคณิต จุด เส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง มุม เขียนชื่อจุด
เส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง มุม และสัญลักษณ์ แผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแท่ง การรวบรวมจําแนก
ข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองสิง่ แวดล้อม การอา่ นแผนภมู ริ ปู ภาพและแผนภูมแิ ทง่

ใช้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพ่ือให้มีความสามารถในการส่ือสาร การคิดการ
แก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิตและเทคโนโลยี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันการทํางาน อยู่อย่างพอเพียง รักความ
เป็นไทย รักชาติ ศาสตรก์ ษัตริย์ ซื่อสัตยส์ ุจริต มีจิตสาธารณะ พร้อมทง้ั ตระหนักในคุณค่าและมเี จตคติทีท่ ่ีดี
ต่อคณติ ศาสตร์

รหสั ตัวชวี้ ดั
ค๑.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป๓/๑๑
ค๑.๒ ป.๓/๑
ค๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ , ป.๓/๖, ป.๓/๗ , ป.๓/๘,ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐
ป.๓/๑๑, ป๓/๑๒,ป๓/๑๓
ค๒.๒ ป.๓/๑
ค๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒

รวมทั้งหมด ๒๘ ตัวช้ีวัด

27

คาอธิบายรายพน้ื ฐาน

รหัสวชิ า ค๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลาเรียน ๑๖๐ ช่วั โมง

อ่าน เขียน เปรียบเทียบและเรียงลําดับตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือ แสดง
จํานวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์ต่างๆ บอก อ่าน เขียน เปรียบเทียบ เรียงลาํ ดับ เศษส่วน
จาํ นวนคละ แสดงปริมาณสงิ่ ตา่ งๆ และแสดงสิ่งต่างๆ ตามเศษส่วน จํานวนคละทีก่ ําหนดและจํานวนคละท่ี
ตวั ส่วนตัวหน่งึ เป็นพหุคณู ของอีกตวั หนึ่ง อ่าน เขยี น เปรียบเทยี บและเรียงลําดบั ทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาํ แหน่ง
แสดงปริมาณของส่ิงตา่ งๆ และแสดงตําแหนง่ จากสถานการณ์ตา่ งๆ ตามทศนิยมท่ีกําหนด ประมาณผลลัพธ์
ของการบวก การลบ การคณู การหาร จากสถานการณต์ ่างๆ อยา่ งสมเหตุสมผล หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าใน
ประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและแสดงการลบของจํานวนนับที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของ
ตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคณู ของจํานวนหลายหลัก ๒ จาํ นวน ทม่ี ีผลคูณไม่เกิน ๖ หลัก
และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารท่ีตัวต้ังไม่เกิน ๖ หลัก ตัวหารไม่เกิน ๒ หลัก หาผลลัพธ์การบวก ลบ
คูณ หารระคน ของจาํ นวนนับและ ๐

แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ขั้นตอนของจํานวนนับที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร้าง
โจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอนของจํานวนนับและ ๐ พร้อมทั้งหาคําตอบ หาผลบวก ผลลบของเศษส่วนและ
จํานวนคละท่ีตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง แสดงวธิ ีหาหาคําตอบของโจทยป์ ัญหา การบวกและ
โจทย์ปัญหา การลบเศษส่วนและจํานวนคละท่ีตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง หาผลบวก ผลบ
ของทศนิยมไม่เกนิ ๓ ตาํ แหน่ง แสดงวิธหี าคําตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ ๒ ขน้ั ตอน ของทศนิยม
ไม่เกิน ๓ ตําแหน่ง แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับเวลา วัดและสร้างมุม โดยใช้ไม่โพร
แทรกเตอร์ แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับ ความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก
จาํ แนกชนิดของมุม บอกช่ือมุม ส่วนประกอบของมุมและเขียนสัญลักษณ์แสดงมุม สร้างรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก
เมอื่ กําหนดความยาวของด้าน

ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิแท่ง ตารางสองทางในการหาคําตอบของโจทย์ปัญหา เพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษา
พัฒนาทักษะกระบวนการในการคิดคํานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร์ ไปใช้ในชีวิตประจําวันอย่างสร้างสรรค์ เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถ
ทํางานอยา่ งเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ และเชอ่ื มั่นในตนเอง

รหสั ตวั ชวี้ ดั
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐,
ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑

รวมทั้งหมด ๒๒ ตัวช้ีวดั

28

คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหัสวิชา ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลาเรียน ๑๖๐ ชั่วโมง

เขียนเศษส่วนทีม่ ีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรอื ๑๐๐ หรอื ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวิธี
หาคาํ ตอบของโจทยป์ ัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและจาํ นวน
คละ แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ขั้นตอน หาผลคูณ
ของทศนิยม ที่ผลคูณเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาํ แหน่ง หาผลหารที่ตัวต้งั เป็นจํานวนนับหรือทศนิยมไม่เกิน ๓
ตําแหน่ง และตัวหารเป็นจํานวนนับ ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตําแหน่ง แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์
ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๒ ขน้ั ตอน และแสดงวิธหี าคําตอบของโจทยป์ ญั หาร้อยละ
ไม่เกิน ๒ ข้ันตอน แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาว น้ําหนัก ท่ีมีกรเปล่ียนหน่วยและ
เขยี นในรูปทศนิยม แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั ปริมาตรของทรงส่ีเหล่ียมมุมฉากและความจุ
ของภาชนะทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหล่ียมและพ้ืนที่ของรูปส่ีเหลี่ยมด้านขนานและ
รูปส่ีเหลี่ยมขนมเปียกปูน สร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงที่
กําหนดให้ จําแนกรูปส่ีเหล่ียมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปส่ีเหลี่ยมต่างๆ เม่ือกําหนดความยาว
ของด้านและขนาดของมุมหรอื เมอ่ื กําหนดความยาวของเส้นทแยงมุม และบอกลักษณะของปริซมึ ใช้ข้อมูล
จากกราฟเส้นในการหาคาํ ตอบของโจทยป์ ญั หา และเขียนแผนภูมิแท่งจากขอ้ มูลที่เปน็ จาํ นวนนบั

ในการจัดการเรียนรู้ได้กําหนดสถานการณ์เพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะโดยการปฏิบัติ
จริง สรุปเนื้อหา มีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ เพ่ือพัฒนาทักษะและกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตรข์ องผู้เรียน และนําไปใชใ้ นชวี ติ ประจําวันได้

รหัสตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕.๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

รวมท้ังสนิ้ ๑๙ ข้อ

29

คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหัสวิชา ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลาเรียน ๑๖๐ ชวั่ โมง

เปรียบเทียบ เรยี งลําดับ เศษส่วนและจํานวนคละจากสถานการณ์ต่างๆ เขียนอัตราส่วนแสดงการ
เปรียบเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณ จากข้อความหรือสถานการณ์ โดยที่ปริมาณแต่ละปริมาณเป็นจํานวนนับ
หาอัตราส่วนที่เท่ากับอัตราส่วนที่กาํ หนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของจํานวนบั ไม่เกิน ๓ จํานวน แสดงวิธี
หาคําตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เก่ียวกับห.ร.ม.และค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หาร
ระคนของเศษส่วนและจํานวนคละ แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจํานวนคละ ๒-๓
ขั้นตอน หาผลหารของทศนิยมท่ีตัวหารและผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตําแหน่ง แสดงวิธีหาคําตอบของ
โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ขั้นตอน แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหา
อัตราส่วนและโจทย์ปัญหาร้อยละ ๒-๓ ขั้นตอน แสดงวิธีคิดและหาคําตอบของปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป
แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปญั หาเก่ียวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบด้วยทรงสเี่ หลี่ยมมุม
ฉาก แสดงวิธีหาคําตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปหลายเหล่ียม ความยาว
รอบรูปและพ้ืนท่ีของวงกลม จําแนกรูปสามเหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปสามเหลี่ยมเม่ือ
กําหนดความยาวของด้านและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดต่างๆ ระบุรูป
เรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบจากรูปคล่ี และระบุรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูป
วงกลมในการหาคาํ ตอบของโจทยป์ ัญหา

ในการจัดการเรียนรู้ได้กําหนดสถานการณ์เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะโดยการปฏิบัติ
จริง สรุปเน้ือหา มีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ เพ่ือพัฒนาทักษะและกระบวนการ
ทางคณิตศาสตร์ของผเู้ รยี น และนําไปใชใ้ นชวี ิตประจําวนั ได้

รหัสตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙,
ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑, ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑

รวมท้ังส้นิ ๒๑ ข้อ

30

คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

รหัสวิชา ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๑ เวลาเรยี น ๘๐ ชั่วโมง

ระบุ บอก ตระหนัก บรรยาย แก้ปัญหาและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเกี่ยวกับช่ือพืชและสัตว์ท่ี

อาศัยอยู่ในบริเวณต่างๆ สภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสม เพื่อการอยู่อาศัยของพืชและสัตว์ ลักษณะหน้าที่ของ

สว่ นตา่ งๆของรา่ งกายมนุษย์ สตั ว์ และพืช ความสําคญั ของส่วนต่างๆของร่างกาย
วัสดุท่ีใช้ทําวัตถุ ชนิดของวัสดุ และจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติท่ีสังเกตได้ การเกิดเสียง การเคลื่อนท่ี

ของแสงเชงิ ประจักษ์

ดาวที่ปรากฏให้เห็นในท้องฟ้า เวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะ
เฉพาะตวั ทสี่ ังเกตได้

โดยใช้กระบวนทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล

บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนําเสนอสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม

ศึกษาการแก้ปัญหา อย่างงา่ ยโดยการลองผิดลองถูก การเปรยี บเทียบ การแสดงลําดับขั้นตอนการ
ทํางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่าย การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือ การแสดง การใช้
งานอุปกรณ์เทคโนโลยีเบ้ืองต้น การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น การใช้เมาส์ คีย์บอร์ด จอสัมผัส การเปิดปิด

อปุ กรณเ์ ทคโนโลยี การสร้าง จดั เก็บ และเรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์
ใช้กระบวนการการทํางานอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบ คิดในเชิงคํานวณในการแก้ปัญหา

ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทํางาน แสดงลําดับขั้นตอนการแก้ปัญหาโดยการ

เขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ โดยการใช้เกมเขาวงกต เกมหาจุดแตกต่างของภาพ การจัด
หนงั สือใสก่ ระเปา๋ การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพอื่ สร้างลําดบั ส่ังการใหค้ อมพิวเตอร์ทํางาน เขยี นโปรแกรม
ส่ังให้ตัวละครย้ายตําแหน่ง ย่อขยายขนาด เปลี่ยนรูปร่าง โดยใช้บัตรคําสั่งแส ดงการเขียน

โปรแกรม,Code.org
ตระหนักและเห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน ใช้เทคโนโลยี

สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งาน

เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม รักการทํางาน ทาํ งานด้วยความกระตือรือรน้ และตรงเวลา มเี จตคติท่ี
ดีตอ่ การทาํ งาน มลี กั ษณะนสิ ยั การทาํ งานท่ีเหมาะสม มีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสม
รหสั ตวั ชี้วดั

ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑

ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวมท้ังหมด ๑๕ ตัวชีว้ ัด

31

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

รหสั วชิ า ว๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เวลาเรยี น ๘๐ ชัว่ โมง

ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการแสงและน้ําเพ่ือการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก
ลักษณะของส่ิงมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต สมบัติของวัสดุ การนําสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทําวัตถุใน
ชีวิตประจําวัน ประโยชน์ของการนําวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ การเคลื่อนที่ของแสงจากแหล่งกําเนิดแสง
การมองเห็นวัตถุโดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตราย ส่วนประกอบของดิน การจําแนกชนิดของดิน
โดยใช้ลักษณะเน้ือดินและการจับตัวเป็นเกณฑ์ การใช้ประโยชน์จากดิน การแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ
สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ส่ือซอฟต์แวร์ การใช้เทคโนโลยีในการสร้าง
จดั เกบ็ เรยี กใช้ข้อมูล การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ ตรวจสอบ การสืบค้น
ข้อมลู การเปรียบเทียบขอ้ มลู จากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาํ วัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม

ศึกษาขั้นตอนการทํางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่าย การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้
ซอฟต์แวรห์ รือสอ่ื และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดของโปรแกรม การใชเ้ ทคโนโลยใี นการสร้าง จัดหมวดหมู่ ค้นหา
จดั เก็บ เรยี กใช้ข้อมูลตามวตั ถุประสงค์

ใช้กระบวนการการทํางานอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ คิดในเชิงคํานวณในการแก้ปัญหา
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทํางาน แสดงลําดับข้ันตอนการทํางานหรือการ
แก้ปัญหาโดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรอื ใช้สัญลักษณ์ การแกป้ ัญหาโดยใช้เกมตัวต่อ เกมการแต่งตัว
มาโรงเรียน การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพ่ือสร้างลําดับสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทํางานตามที่ต้องการและ
ตรวจสอบข้อผิดพลาด ปรับแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ตามท่ีต้องการ ใช้ซอฟต์แวร์เขียนโปรแกรม โดยใช้บัตรคําส่ัง
แสดงการเขียนโปแกรม,Code.org สามารถใช้งานซอฟต์แวรเ์ บอ้ื งต้น

ตระหนักและเห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งาน
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม รกั การทํางาน ทาํ งานด้วยความกระตือรือรน้ และตรงเวลา มเี จตคติที่
ดีต่อการทํางาน มลี กั ษณะนสิ ยั การทํางานทเ่ี หมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

รหสั ตวั ช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓,ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓,ป.๒/๔

รวม ๑๖ ตวั ชวี้ ัด

32

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

รหัสวชิ า ว๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๓ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เวลาเรยี น ๘๐ ชั่วโมง

ศึกษา วิเคราะห์ สิ่งท่ีจําเป็นต่อการดํารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ ประโยชน์ของ
อาหาร น้าํ และอากาศ การดแู ลตนเองและสตั วใ์ ห้ได้รบั ส่งิ เหลา่ น้อี ย่างเหมาะสม วัฏจักรชวี ิตของสตั ว์ ส่วนประกอบ
ของวัตถุ และการเปล่ียนแปลงของวสั ดุเมื่อทําให้ร้อนข้ึนหรือทําให้เย็นลง แรงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่
ของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไม่สมั ผัสท่ีมีผลต่อการเคล่ือนที่ของวัตถุ การดึงดูดระหวา่ งแมเ่ หล็กกับวัตถุ ขั้วแมเ่ หล็ก
การเปลี่ยนพลังงาน การทํางานของเครื่องกําเนิดไฟฟ้า และแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า ประโยชน์และโทษของ
ไฟฟ้า วธิ ีการใช้ไฟฟา้ อย่างประหยัด และปลอดภัย เส้นทางการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน
และการกําหนดทิศ ความสําคัญของดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชีวิต ส่วนประกอบของอากาศ ความสําคัญของอากาศ และ
ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิต การปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ การเกิดลม
ประโยชน์และโทษของลม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
การเปรยี บเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ และการอภปิ ราย เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

ศึกษาข้นั ตอนการแสดงอัลกอริทึมในการทาํ งานหรือการแก้ปัญหาอยา่ งงา่ ย การเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย
โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือและตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม การใช้อินเตอร์เน็ตค้นคว้าหาความรู้ การรวบรวม
ประมวลผลและนําเสนอขอ้ มลู โดยใช้ซอฟต์แวร์ตามวตั ถุประสงค์

ใช้กระบวนการการทํางานอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ คิดในเชิงคํานวณในการแก้ปัญหา ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทํางาน แสดงอัลกอริทึมเป็นขั้นตอนการทํางานหรือ
การแก้ปัญหาโดยการเขยี น บอกเล่า วาดภาพ หรอื ใช้สัญลักษณ์ การแก้ปัญหาโดยใช้เกม การเขยี นโปรแกรมเพื่อส่ัง
การให้ตัวละครทํางานซํ้าไม่สิ้นสุด และตรวจสอบข้อผิดพลาด ปรับแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ถ้าไม่เป็นไป
ตามท่ีต้องการให้ตรวจสอบการทํางานทีละคําส่ัง ใช้ซอฟต์แวร์เขียนโปรแกรม โดยใช้บัตรคําสั่งแสดงการเขียน
โปรแกรม Code.org สามารถสืบค้นขอ้ มลู บนอินเตอร์เนต็ โดยใช้เวบ็ ไซตใ์ นการสืบค้น

ตระหนักและเห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน ใช้อินเตอร์เน็ตเทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้อินเตอร์เน็ต ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างเหมาะสม รักการทํางาน ทํางานด้วยความกระตือรือร้น และตรงเวลา มีเจตคติท่ีดีต่อการทํางาน
มีลกั ษณะนิสยั การทํางานทีเ่ หมาะสม มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม
รหัสตัวชี้วดั

ว ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป๓/๕
รวม ๒๕ ตัวช้ีวัด

33

คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

รหัสวิชา ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลาเรยี น ๑๒๐ ชั่วโมง

บรรยาย จําแนก เปรยี บเทียบ อภิปราย ระบุ อธิบาย สร้างแบบจาํ ลอง ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ
แก้ปัญหา ออกแบบและเขียนโปรแกรม ใช้อินเตอร์เน็ต รวบรวม ประเมิน นําเสนอข้อมูล เก่ียวกับหน้าท่ี
ของส่วนต่างๆของพืช ความแตกต่างของลักษณะของส่ิงมีชีวิต พืชดอกและพืชไม่มีดอก สัตว์มีกระดูกสัน
หลงั และไมม่ กี ระดกู สันหลงั เป็นเกณฑ์

สมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนําความร้อน และการนําไฟฟ้าของวัสดุ การ
นําสมบัตทิ างกายภาพของวสั ดุไปใช้ในชวี ติ ประจําวัน สมบัติของสสารท้ัง 3 สถานะ ผลของแรงโน้มถ่วงของ
โลกที่มีต่อวัตถุ การใช้เครื่องชั่งสปริงวัดนํ้าหนักของวัตถุ มวลของวัตถุที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการ
เคล่อื นทข่ี องวัตถุ วัตถุท่เี ป็นตวั กลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวตั ถทุ บึ แสง จากลกั ษณะการมองเหน็ ส่ิง
ตา่ งๆผ่านวตั ถนุ ัน้ เปน็ เกณฑ์
แบบรูปเส้นทางการขึ้นและตกของดวงจันทร์ แบบจําลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และภาพการ
โคจรของดาวเคราะหต์ า่ งๆ

โดยใช้กระบวนทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนําเสนอส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม

ศึกษาข้ันตอนการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา อธิบายการทํางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือและตรวจหา
ข้อผิดพลาดและแกไ้ ขโปรแกรม การใชอ้ ินเตอร์เน็ตค้นคว้าหาความรู้และประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล
การรวบรวม ประมวลผล นําเสนอข้อมูลและสารสนเทศโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลายเพ่ือแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจาํ วนั

ใช้กระบวนการการทํางานอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ
แกป้ ัญหา ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทํางาน ออกแบบโปรแกรมอยา่ งง่ายโดย
ใช้ storyboard หรือการออกแบบอัลกอริทึม การเขียนโปรแกรมเพ่ือสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทํางานสร้าง
ลาํ ดับของคําสั่งให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ และตรวจสอบข้อผิดพลาด ปรับแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
ถ้าไม่เป็นไปตามท่ีต้องการให้ตรวจสอบการทํางานทีละคําสั่ง ฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรม ใช้
ซอฟต์แวร์เขียนโปรแกรม โดยใช้โปรแกรม Scratch, logo

ตระหนักและเห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน ใช้อินเตอร์เน็ต
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้อินเตอร์เน็ต เข้าใจสิทธิและหน้าท่ีของ
ตนเอง ส่ือสารอย่างมีมารยาทและรู้กาลเทศะ ปกป้องข้อมูลส่วนตัว รักการทํางาน ทํางานด้วยควา ม
กระตือรือร้น และตรงเวลา มีเจตคติที่ดีต่อการทํางาน มีลักษณะนิสัยการทํางานที่เหมาะสม มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และค่านิยมทเี่ หมาะสม

34

รหสั ตวั ชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป๔/๕

รวมท้ังหมด ๒๑ ตวั ช้ีวัด

35

คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๕ เวลาเรยี น ๑๒๐ ชว่ั โมง

บรรยาย อธิบาย เขียนและระบุ เปรียบเทียบ วิเคราะห์ ออกแบบการทดลอง ใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
ในการแก้ปัญหา ออกแบบและเขียนโปรแกรม ใช้อินเตอร์เน็ต รวบรวม ประเมิน นําเสนอข้อมูล เก่ียวกับ
โครงสร้างและลักษณะของส่ิงมีชีวิตท่ีเหมาะสมกับการดํารงชีวิตในแต่ละแหล่งท่ีอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่าง
สิง่ มีชีวิตกับสิง่ มีชวี ติ ความสัมพันธ์ระหวา่ งสิ่งมชี ีวิตกับสิง่ ไมม่ ชี ีวิตเพ่ือประโยชนต์ อ่ การดํารงชีวติ หนา้ ทขี่ อง
ส่ิงมีชีวิตท่ีเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร คุณค่าของส่ิงแวดล้อมที่มีต่อการดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ลักษณะทางพันธกุ รรมทีม่ ีการถา่ ยทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์และมนุษย์

การเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร เม่ือทําให้สสารขึ้นหรือเย็นลง การละลายของสารในน้ํา และ
การเปล่ียนแปลงของสารเม่ือเกิดการเปล่ียนแปลงทางเคมีโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ การเปลี่ยนแปลงที่
ผันกลับได้และที่ผันกลับไม่ได้ การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทําต่อวัตถุ ในกรณีที่
วัตถุอยู่น่ิง แผนภาพแสดงแรงท่ีกระทําต่อวัตถุ การใช้เคร่ืองชั่งสปรงิ การวัดแรงท่ีกระทําต่อวัตถุ ผลของแรง
และแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานท่ีมตี ่อการเปล่ียนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ และแรงท่ีอยู่ในแนวเดียวกัน
ที่กระทําต่อวัตถุ การได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง ลักษณะการเกิดเสียงสูง เสียงต่ํา เสียงดัง เสียงค่อย ตลอดจน
มลพิษทางเสียง

ความแตกต่างของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ ตําแหน่งและเส้นทางการข้ึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์
บนท้องฟ้า โดยใช้แผนท่ีดาว การใช้ประโยชน์จากแหล่งนํ้า การหมุนเวียนของวัฏจักรน้ํา การใช้นํ้าอย่าง
ประหยัด กระบวนการเกดิ เมฆ หมอก น้ําค้างและนาํ้ คา้ งแข็ง การเกดิ ฝน หิมะ และลกู เห็บ

โดยใช้กระบวนทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนําเสนอส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม

ศึกษาข้ันตอนการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา อธิบายการทํางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์
จากปญั หาอย่างงา่ ย ออกแบบและเขยี นโปรแกรมทมี่ ีการใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะอยา่ งง่าย ตรวจหาขอ้ ผดิ พลาด
และแก้ไขโปรแกรม การใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูลติดต่อส่ือสารและทํางานร่วมกันและประเมินความ
น่าเช่ือถอื ของข้อมูล การรวบรวม ประมวล นาํ เสนอข้อมลู และสารสนเทศตามวตั ถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์
หรอื บริการบนอนิ เทอรเ์ น็ตทหี่ ลากหลายเพื่อแก้ปัญหาในชีวติ ประจาํ วัน

ใชก้ ระบวนการการทาํ งานอย่างเป็นขน้ั ตอนและเป็นระบบ การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการ
แกป้ ญั หา การออกแบบโปรแกรมโดยเขยี นเปน็ ขอ้ ความหรือผงั งาน การออกแบบและเขียนโปรแกรมทมี่ ี
การตรวจสอบเง่ือนไขท่คี รอบคลมุ ทกุ กรณี ถา้ ไมเ่ ป็นไปตามทีต่ ้องการให้ตรวจสอบการทาํ งานทีละคําสัง่ ทํา
การแก้ไขจนกว่าจะไดผ้ ลลัพธ์ท่ีถกู ต้อง และฝึกตรวจสอบข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผอู้ ืน่ ใชซ้ อฟต์แวร์
เขยี นโปรแกรม โดยใช้โปรแกรม Scratch, logo

ตระหนักและเห็นคุณค่าของการใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทํางานร่วมกัน ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและหน้าท่ีของตนเอง เคารพในสิทธิของผู้อ่ืน
แจ้งผู้เก่ียวขอ้ งเมอื่ พบข้อมลู หรือบุคคลท่ีไม่เหมาะสม ทํางานด้วยความกระตือรือร้น และตรงเวลา มีเจตคติ
ท่ดี ตี ่อการทํางาน มลี กั ษณะนสิ ัยการทํางานที่เหมาะสม มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม

36

รหัสตวั ช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

รวมทั้งหมด ๓๒ ตัวชวี้ ัด

37

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

รหสั วิชา ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ เวลาเรยี น ๑๒๐ ชัว่ โมง

บรรยาย จําแนก เปรยี บเทียบ อภิปราย ระบุ อธิบาย สร้างแบบจาํ ลอง ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ
แกป้ ัญหา ออกแบบและเขียนโปรแกรม ใช้อนิ เตอรเ์ น็ต รวบรวม ประเมิน นาํ เสนอข้อมลู เก่ยี วกบั ประโยชน์
ของสารอาหารที่ตนเองได้รบั ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวยั หน้าท่ีและการดดู ซมึ ของอวัยวะในระบบ
ย่อยอาหารใหท้ าํ งานเปน็ ปกติ

การแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรองและการ
ตกตะกอนโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมถึงการแยกสารในชีวิตประจําวัน การเกิดแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจาก
วตั ถผุ ่านการขัดถู หนา้ ท่ีของสว่ นประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย แผนภาพการตอ่ วงจรไฟฟ้าอย่างงา่ ย ผล
ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน รวมถึงการใช้ประโยชน์
ในชีวิตประจําวัน การเกิดเงามืดเงามัว แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว

การเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ การนํา
เทคโนโลยีอวกาศมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจําวัน การเกิดหินอัคนี หินตะกอนและหินแปร วัฏจักรหินจาก
แบบจําลอง การใช้ประโยชน์ของหินและแร่ในชีวิตประจําวัน การคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตจากซาก
ดึกดําบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมท่ีมีผลต่อส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม ผลของมรสุมต่อการเกิด
ฤดูของประเทศไทย ผลกระทบจากน้ําท่วม การกัดเซาะของชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และสึนามิ การ
เฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิดในท้องถ่ิน การเกิด
ปรากฏการณ์เรอื นกระจก การปฏิบตั ติ นเพ่ือลดกจิ กรรมที่ก่อให้เกิดแกส็ เรือนกระจก

โดยใช้กระบวนทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสํารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนําเสนอสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม

ศึกษาขั้นตอนการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาท่ีพบใน
ชวี ติ ประจําวนั ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ยเพื่อแก้ปัญหาชีวิตประจําวัน ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและ
แก้ไขโปรแกรม การใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทสทํางาน
ร่วมกนั อย่างปลอดภัย

ใชก้ ระบวนการการทํางานอย่างเปน็ ข้ันตอนและเป็นระบบ การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในการอธิบาย
และออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหาโดยการนํากฎเกณฑ์หรอื เง่อื นไขโดยใชแ้ นวคิดการทํางานแบบวนซา้ํ และ
เงอื่ นไข การออกแบบโปรแกรมโดยเขยี นเป็นข้อความหรือผังงาน การออกแบบและเขยี นโปรแกรมที่มีการ
ใช้ตัวแปรการวนซา้ํ และการตรวจสอบเงอ่ื นไขท่ีครอบคลุมทุกกรณี ถ้าไม่เปน็ ไปตามทต่ี ้องการใหต้ รวจสอบ
การทาํ งาน ทลี ะคําสั่ง ทําการแกไ้ ขจนกว่าจะได้ผลลพั ธ์ทถ่ี ูกต้อง และฝึกตรวจสอบข้อผิดพลาดจาก
โปรแกรมของผอู้ ื่น ใชซ้ อฟตแ์ วร์เขียนโปรแกรม โดยใชโ้ ปรแกรม Scratch, logo

ตระหนักและเห็นคุณค่าของการใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและทํางานร่วมกัน ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและหน้าท่ีของตนเอง เคารพในสิทธิของผู้อื่น
แจ้งผเู้ ก่ียวขอ้ งเม่ือพบขอ้ มูลหรือบุคคลท่ีไมเ่ หมาะสม ทํางานด้วยความกระตอื รอื ร้น และตรงเวลา มี เจตคติ
ท่ดี ีต่อการทาํ งาน มลี กั ษณะนิสัยการทํางานทีเ่ หมาะสม มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

38

รหัสตวั ชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวมท้ังหมด ๓๐ ตัวช้ีวดั

39

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

รหสั วิชา ส๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลาเรยี น ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาเกี่ยวกับประวัติของศาสดาท่ีตนนับถือ การดําเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/
เร่อื งเล่าและศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง ความสาํ คญั และหลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ เหน็ คุณค่าขอการปฏิบัติ
ตามหลกั ธรรม การพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ การบําเพ็ญประโยชน์ต่อ ศาสนสถานของ
ศาสนาท่ีตนนับถือ การแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาท่ีตนนับถือและศาสนาของประเทศสมาชิก
สมาคมอาซยี น การปฏบิ ตั ิตนใน ศาสนพธิ ี พิธกี รรม และวันสําคญั ทางศาสนา

ปฏิบัติวิถีประชาธิปไตย ในฐานนะเป็นพลเมืองดี และปฏิบัติสถานภาพ บทบาท สิทธิเสรีภาพ
หน้าที่ของตนเองและผู้อื่นเข้าใจโครงการบริหารตามกระบวนการประชาธิปไตย ดําเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้
อย่างมีความสุข

รู้และเข้าใจการกระจายรายได้ รายรับ รายจ่ายของตนเอง มีส่วนร่วมในการผลิต และบริโภค
ปฏิบัติตามบทบาทหน้าท่ีของตนเองในฐานะผู้ซ้ือ ผู้ขาย ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ เห็น
ประโยชนข์ องการประหยัด อดออม ให้รจู้ กั การปฏิบตั ิตนได้ถกู ต้องและเหน็ คณุ ค่าของการประหยัด

บอกและจําแนกสิ่งต่างๆรอบตัวที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติและมนุษย์สร้างข้ึนที่ส่งผลต่อความ
เป็นอยู่ของมนุษย์ มีความรู้พ้ืนฐานทางกายภาพที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมในประเทศอาเซียนระบุ
ความสัมพันธ์ของตําแหน่ง ระยะ ทิศ ใช้แผนผังง่ายๆในการแสดงตําแหน่งของส่ิงต่างๆในห้องเรียน สังเกต
และบอกการเปลี่ยนแปลงของอากาศในรอบวัน สังเกตและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมท่ี
อยู่รอบตวั เพ่อื การปฏิบตั ิยอยา่ งเหมาะสม มสี ว่ นร่วมในการดแู ลส่ิงแวดลอ้ มท่บี า้ นและชัน้ เรยี น

โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น
กระบวนการทางประวตั ิศาสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางประชาธิปไตย

เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการสือ่ สาร และเห็นคุณค่าของการนําความรู้ไปใช้
ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการดาํ เนนิ ชวี ิตประจาํ วัน มคี วามสอื่ สัตยส์ จุ รติ รกั ความเป็นไทยและมจี ติ สาธารณะ
รหัสตัวชี้วัด

ส.๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔
ส.๑.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ส.๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ส.๒.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ส.๓.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ส.๓.๒ ป.๑/๑
ส.๕.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓
ส.๕.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓

รวมทง้ั หมด ๒๒ ตัวช้ีวัด

40

คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รหสั วิชา ส๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลาเรียน ๔๐ ช่วั โมง

ศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับความสําคัญศาสนา ประวัติศาสดาที่ตนนับถือ การดําเนินชีวิตและข้อคิด

จากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง ความสําคัญของการปฏิบัติตามหลักธรรมของ

ศาสนาที่ตนนับถือ ช่ืนชมการทําความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัวและในโรงเรียน เห็นคุณค่าของการ

ปฏิบัติธรรม พัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ บอกชื่อศาสนา ศาสดา และความสําคัญของ

คมั ภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอ่นื ๆ ของประเทศสมาคมอาเซียน การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อ

สาวกของศาสนาที่ตนนับถือ และศาสนพธิ ี พธิ ีกรรม และวันสาํ คัญทางศาสนา

เข้าใจเห็นคุณค่าและปฏิบัติเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในฐานะสมาชิกท่ีดีของโรงเรียน

และชุมชนที่อยู่อาศัย ปฏิบัติตามบทบาทสิทธิเสรีภาพหน้าที่ของตนเองและผู้อ่ืน ยอมรับความเป็นอยู่ใน

ครอบครัวและดํารงชีวิตตามสิทธิของตนเอง ปฏิบัติตามกติการะเบียบของชุมชน เคารพความคิดความเชื่อ

ของบุคคลอ่ืน รู้และเข้าใจโครงสร้างการบริหารตามกระบวนการประชาธิปไตยในระดับหมู่บ้าน บทบาท

ผู้นําท้องถิน่ มสี ว่ นรว่ มปฏิบัติกิจกรรมตามหลักประชาธิปไตย เคารพ กฎ กติกา ตามหลักรัฐธรรมนูญ

เข้าใจการกระจายได้ รายรับ รายจ่ายของครอบครัวมีส่วนร่วมในการผลิตการบรโิ ภคอย่างมีคณุ ค่า

และคุณธรรม เข้าใจการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบเศรษฐกิจพอเพียง นําไปใช้ในชีวิตประจําวัน รู้และ

เข้าใจความหมายการซื้อขาย การแลกเปลี่ยนสนิ คา้

อธิบายความสําคัญและระบุสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร้างชึ้น ซ่ึงปรากฏระหว่าง

โรงเรียนกับบ้าน ระบุตําแหน่งที่ตั้งของประเทศสมาชิกอาเซียน และลักษณะทางกายภาพของสิ่งต่างๆที่

ปรากฏในแผนผัง แผนท่ี รูปถ่ายและลูกโลก สงั เกตและแสดงความสัมพันธ์ ระหวา่ โลก ดวงอาทิตยแ์ ละดวง

จันทร์ ท่ีทําใหเ้ กิดปรากฎการณ์ จาํ แนกการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ใชแ้ ลว้ ไมห่ มดไปและท่ีใช้แลว้ หมดไปได้

อย่างคุ้มค่า อธิบายความสัมพันธ์ของฤดูการณ์กับการดําเนินชิวิตของมนุษย์ และมีส่วนร่วมในการจัดการ

สิ่งแวดลอ้ มในโรงเรียน

โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น

กระบวนการทางประวตั ศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางประชาธิปไตย

เพื่อให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการสือ่ สาร และเห็นคณุ ค่าของการนําความรู้ไปใช้

ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการดาํ เนินชีวิตประจาํ วัน มคี วามสื่อสัตยส์ จุ รติ รักความเปน็ ไทยและมจี ติ สาธารณะ

รหัสตวั ชี้วัด

ส.๑.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔ ป.๒/๕ ป.๒/๖ ป.๒/๗

ส.๑.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒

ส.๒.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔

ส.๒.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒

ส.๓.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔

ส.๓.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒

ส.๕.๑ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓

ส.๕.๒ ป.๒/๑ ป.๒/๒ ป.๒/๓ ป.๒/๔

รวมท้งั หมด ๒๘ ตัวช้ีวดั

41

คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน

รหสั วชิ า ส๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม๓ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลาเรยี น ๔๐ ช่วั โมง

ศึกษาความสําคัญของศาสนาท่ีตนนับถือ ในฐานะท่ีเป็นรากฐานสําคัญของวัฒนธรรมไทย ประวัติ

ของศาสดาท่ีตนนับถือ การดําเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง

คัมภีร์ของศาสนาท่ีตนนับถือ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เห็นคุณค่าของการสวดมนต์ การพัฒนาจิต

ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ การปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมต่อศาสนสถาน ศาสนวัตถุ ศาสนพิธี

พธิ ีกรรม และวนั สําคญั ทางศาสนา และการแสดงตนเปน็ ศาสนกิ ชนของศาสนาท่ตี นนับถือ

เขา้ ใจ ยอมรบั และเหน็ คุณค่าการปฏิบัตติ นเปน็ พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในฐานะเป็นสมาชิก

ของตนเองและชมุ ชน ปฏิบัติตามบทบาทหน้าท่ีของตนเองและผ้อู ื่น เคารพความคิดความเชื่อ การปฏิบัติตน

ตามวิถีชีวิตของบุคคลท่ีมีผลงานท่ีเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมในท้องถ่ินเข้าใจโครงสร้างการบริการระดับ

ตําบล มีส่วนร่วมประเพณีวัฒนธรรม ต่อโรงเรียน ครอบครัว ท้องถ่ิน และปฏิบัติตามกฎหมายรฐั ธรรมนูญ

สงู สดุ ของประเทศ

เข้าใจ การกระจายรายได้ รายรับ รายจ่าย ของครอบครัวตนเอง ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของ

ตนเองในฐานะผู้ผลิต ผู้บริโภคตามหลักคุณธรรม ตามหลักเศรษฐศาสตร์ เข้าใจวิธีการเศรษฐกิจแบบ

พอเพยี ง เพ่ือนําไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจําวนั เขา้ ใจการแลกเปล่ยี นสินค้าและบริการ

สํารวจข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในโรงเรียนและชุมชนโดยใช้แผนผัง แผนท่ี และรูปถ่ายเพื่อแสดง

ความสัมพันธ์ของตําแหน่ง ระยะ ทิศทาง วาดภาพแผนผังเพ่ือแสดงตําแหน่งท่ีต้ังของสถานที่สําคัญใน

บริเวณโรงเรียนและชุมชน อธิบายลักษณะทางกายภาพของประเทศสมาชิกอาเซียน เปรียบเทียบและ

อธิบายการเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดล้อมของชุมชนในอดีตและปัจจุบัน อธิบายการใช้ประโยชน์ของ

สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติสนองความต้องการขั้นพื้นฐานและการประกอบอาชีพของมนุษย์และ

การประกอบอาชีพ อธิบายความแตกต่างของเมืองและชนบท ความสัมพันธ์ทางกายภาพในการดําเนินชีวิต

ของคนในชมุ ชน อธบิ ายสาเหตุทท่ี ําให้เกดิ มลพษิ และมีสว่ นร่วมในการจัดการสงิ่ แวดลอ้ มในชุมชน

โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนการทางจริยธรรม กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น

กระบวนการทางประวัตศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ กระบวนการทางประชาธปิ ไตย

เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการส่ือสาร และเห็นคณุ ค่าของการนําความรู้ไปใช้

ให้เกิดประโยชนใ์ นการดําเนินชีวิตประจาํ วนั มคี วามส่อื สตั ย์สจุ รติ รักความเปน็ ไทยและมีจติ สาธารณะ

รหสั ตัวชี้วดั

ส.๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗

ส.๑.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓

ส.๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔

ส.๒.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓

ส.๓.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓

ส.๓.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓

ส.๕.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒

ส.๕.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.3/6

รวมท้ังหมด ๓๑ ตัวชี้วัด

42

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน

รหสั วชิ า ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลาเรยี น ๘๐ ชวั่ โมง

ศกึ ษา อธิบายความสําคญั ศาสนาท่ีตนนบั ถอื ในฐานะเปน็ ศูนย์รวมจิตใจของศาสนิกชน ประวัติของ
ศาสดาทีต่ นนับถือเหน็ คณุ ค่าการปฏิบัติตนตามแบบอย่างการดาํ เนนิ ชีวติ และขอ้ คิดจากประวัตสิ าวก ชาดก/
ศาสนิกชนตัวอย่างหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ การทําความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัว โรงเรียน
และชุมชนตามหลักศาสนา บุคคลสําคัญในท้องถิ่น และการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ
การปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือ การอยู่ร่วมกันเป็นชาติได้อย่างสมานฉันท์ประวัติศาสดา
ของศาสนาอื่นๆ การมีส่วนร่วมในการบํารุงรักษาศาสนสถานของศาสนาที่ตนนับถือ มรรยาทของความ
เป็นศาสนิกชนท่ีดี การปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมและวันสําคัญทางศาสนา รวมท้ังศาสนาต่างๆ ใน
ประเทศสมาชกิ อาเซยี น

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบาย การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในฐานะสมาชิกที่ดีของ
ชุมชนการเป็นผู้นําและผู้ตามท่ีดีสิทธิพ้ืนฐานเด็กความแตกต่างทางวัฒนธรรมของกลุ่มคนในท้องถ่ินวิธีการ
อยรู่ ว่ มกันอย่างสันติสุขในชีวิตประจาํ วัน อํานาจอธิปไตยและความสาํ คญั ของระบอบประชาธิปไตย บทบาท
หน้าที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกตั้ง ความสําคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ตามระบอบ
ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข

ศึกษา วิเคราะห์ ยกตัวอย่าง อธิบาย ระบุปัจจัยท่ีมีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการ สิทธิ
พื้นฐานและรักษาผลประโยชน์ของตนเองในฐานะผู้บริโภค หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและนําไปใช้ใน
ชีวิตประจําวันของตนเอง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน หน้าที่เบื้องต้นของเงินในระบบ
เศรษฐกิจ

สืบค้นและอธิบายข้อมูลลักษณะทางกายภาพของจังหวัดแพร่ ด้วยแผนที่และรูปถ่าย ระบุแหล่ง
ทรัพยากรและสถานที่สําคัญในจังหวัดแพร่ด้วยแผนที่และรูปถ่าย อธิบายลักษณะทางกายภาพท่ีส่งผลต่อ
แหล่งทรพั ยากรและสถานที่สาํ คัญของจังหวัดแพร่ แผนทข่ี องจงั หวัดแพร่

วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมท่ีส่งผลต่อการดําเนินชีวิตของคนในจังหวัดแพร่ อธิบายการเปล่ียนแปลง
ส่ิงแวดล้อมในจังหวัดแพร่และผลท่ีเกิดจากการเปล่ียนแปลงนั้น แม่น้ํา ลําคลอง ป่าไม้ ในชุมชน นําเสนอ
แนวทางการจดั การส่งิ แวดล้อมของจงั หวัดแพร่

มีความรูเ้ กยี่ วกับประเทศสมาชิกอาเซยี น ในเรอื่ ง ดา้ นภมู ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ การคา้ วัฒนธรรม
และการปฏิบัติตนเปน็ พลเมืองทีด่ ขี องประเทศสมาชิกอาเซยี น

โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น กระบวนการทางจริยธรรม
กระบวนการประชาธิปไตยเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการสื่อสาร และเห็นคุณค่าของ
การนาํ ความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนใ์ นการดําเนินชีวติ ประจําวนั มีความสื่อสัตย์สุจริตรักความเป็นไทยและมี
จติ สาธารณะ
รหัสตัวช้ีวัด

ส ๑.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ป.๔/๖ป.๔/๗ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓

43

ส ๓.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓
รวมทั้งหมด ๓๐ ตัวชี้วดั

44

คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

รหัสวิชา ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๕ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลาเรยี น ๘๐ ชว่ั โมง

ศึกษา วิเคราะห์อธิบายความสําคัญศาสนาที่ตนนับถือ ในฐานะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และหลัก
ในการพัฒนาชาติไทยประวตั ิศาสดาท่ีตนนบั ถือ การประพฤติตนตามแบบอย่างการดาํ เนินชีวิต ประวัตสิ าวก ชาดก/
ศาสนิกชนตัวอย่าง คัมภีร์ของศาสนาที่ตนนับถือการพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือการปฏิบัติตน
ตามหลักธรรม การพัฒนาตนเองและสิ่งแวดล้อม ศาสนพิธี พิธีกรรมทางศาสนา มรรยาทของศาสนิกชน และวัน
สาํ คญั ทางศาสนา รวมทงั้ ศาสนาต่างๆ ในประเทศสมาชิกอาเซยี น

ศึกษา วิเคราะห์ ระบุ อธิบาย ยกตัวอย่างการปฏิบัติตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธเิ สรีภาพ และ
หน้าที่ในฐานะพลเมืองดี การปกป้องคุ้มครองตนเองและผ้อู ่ืน การละเมิดสิทธิเด็กเห็นคุณค่าวัฒนธรรมไทย
ที่มีผลต่อการดาํ เนินชีวติ ในสงั คมไทย การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถน่ิ ของชมุ ชน
ประเพณี แต่งงาน งานบวช งานศพ การข้ึนบ้านใหม่ ฯ โครงสร้าง อํานาจ หน้าที่และความสําคัญของการ
ปกครองส่วนท้องถ่ินบทบาทหนา้ ท่ี และวิธีการเข้าดาํ รงตําแหน่งของผบู้ ริหารท้องถนิ่ ประโยชน์ทช่ี ุมชนจะ
ไดร้ บั จากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่

ศึกษา อธิบาย จําแนก ปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการการประยุกต์ใช้แนวคิดของปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงในการทํากิจกรรมต่างๆ ในครอบครัว โรงเรียนและชุมชน หลักการสําคัญและประโยชน์
ของสหกรณ์บทบาทหน้าท่ีของธนาคาร ผลดีและผลเสียของการกู้ยืมเงินทั้งนอกระบบและในระบบสินค้า
OTOP ของ ชุมชน

สืบคน้ และอธิบายขอ้ มูลลกั ษณะทางกายภาพของภาคเหนือ ดว้ ยแผนทแี่ ละรปู ถ่าย อธิบายลักษณะ
ทางกายภาพที่สง่ ผลตอ่ แหล่งทรัพยากรและสถานที่สาํ คัญในภาคเหนือ

วิเคราะห์ ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพท่ีมีอิทธิพลต่อลักษณะการตั้งถ่ินฐานและการย้ายถ่ินของ
ประชากรในภาคเหนือ วิเคราะห์อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติท่ีก่อให้เกิดวิถีการดําเนินชีวิตใน
ภาคใต้ นําเสนอตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นผลจากการรักษาและทาํ ลายส่ิงแวดล้อมและเสนอแนวทางในการ
จัดการส่ิงแวดล้อมในภาคเหนือ มีความรู้เก่ียวกับประเทศสมาชิกอาเซียน ในเรื่อง ด้านภูมิศาสตร์
ประวัติศาสตร์ การคา้ วฒั นธรรม และการปฏบิ ตั ิตนเป็นพลเมืองท่ีดขี องประเทศสมาชกิ อาเซียน

โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ กระบวนกลุ่ม กระบวนสืบค้น กระบวนการทางจริยธรรม
กระบวนการประชาธิปไตยเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการส่ือสาร และเห็นคุณค่าของ
การนําความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดําเนินชีวิตประจําวัน มีความสื่อสัตย์สุจริตรักความเป็นไทยและมีจิต
สาธารณะ
รหัสตวั ชี้วัด

ส ๑.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔ ป.๕/๕ ป.๕/๖ ป.๕/๗
ส ๒.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓ ป.๕/๔
ส ๒.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ส ๓.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
ส ๓.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑ ป.๕/๒
ส ๕.๒ ป.๕/๑ ป.๕/๒ ป.๕/๓
รวมทั้งหมด ๒๘ ตัวชี้วดั


Click to View FlipBook Version