95
โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕1 โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดงั น้ี
1. กิจกรรมแนะแนว
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์ส่ิงแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิด
แก้ปัญหา กําหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากน้ียังช่วยให้ครรู ้จู ักและเข้าใจผูเ้ รียน ทั้งยังเปน็ กิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาํ ปรึกษาแก่ผู้ปกครองใน
การมสี ว่ นรว่ มพัฒนาผเู้ รยี น
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือผู้เรียนค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเห็นคุณค่าในตนเองและ
ผู้อนื่
2. เพ่ือให้ผเู้ รียนแสวงหาความรจู้ ากข้อมูล ขา่ วสาร แหลง่ เรยี นรู้ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพสว่ นตัว สงั คม
เพื่อนําไปใช้ในการวางแผน เลอื กแนวทางการศึกษาอาชีพไดอ้ ย่างเหมาะสมสอดคลอ้ งกับศกั ยภาพ
ของตนเอง
3. เพื่อให้ผเู้ รยี นได้พฒั นาบุคลิกภาพ และปรบั ตวั อยู่ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข
๔. เพอ่ื ให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสรา้ งสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ อาชีพสุจริต
๕. เพื่อให้ผเู้ รียนมีคา่ นยิ มทดี่ งี ามในการดําเนนิ ชวี ิต สร้างเสรมิ วินยั คุณธรรมและจรยิ ธรรมแก่นกั เรยี น
6. เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นมีจิตสํานกึ ในการรับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติ
2. กจิ กรรมนักเรยี น
เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาความมีระเบยี บวินยั ความเปน็ ผนู้ าํ ผตู้ ามทีด่ ี ความรับผิดขอบการทาํ งาน
รว่ มกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสนิ ใจท่เี หมาะสม ความมีเหตผุ ล การชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั กัน เอ้ืออาทร และ
สมานฉนั ท์ โดยจดั ให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรยี น ใหไ้ ด้ปฏบิ ตั ดิ ว้ ย
ตนเองในทกุ ขัน้ ตอน ไดแ้ ก่ การศกึ ษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบตั ิตามแผน ประเมิน และปรับปรงุ การทํางาน
เนน้ การทาํ งานรว่ มกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒภิ าวะของผูเ้ รียน บรบิ ทของ
สถานศกึ ษาและทอ้ งถน่ิ
ประกอบดว้ ย
๒.๑ กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บาเพญ็ ประโยชน์
วัตถุประสงค์
พระราชบญั ญัติลูกเสอื พ.ศ. ๒๕๕1 มาตรา ๘ ได้กาํ หนดวตั ถุประสงคข์ องการฝึกอบรม เพ่ือพฒั นา
ลูกเสือท้ังทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอน และช่วยสร้างสรรค์
สังคม เพ่ือให้เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งน้ีเพื่อความสงบสุข และความม่ังคงของ
ประเทศชาตติ ามแนวทางดงั ต่อในน้ี
1. ให้มีนิสัยในกานทงั้ ภาค จดจํา เชอื่ ฟัง และพึ่งตนเอง
๒. ให้มีความซอื่ สตั ยส์ ุจริต มรี ะเบยี บวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผูอ้ น่ื
๓. ใหร้ ู้จักปา้ เพ็ญตนเพือ่ สาธารณประโยชน์
4. ใหร้ จู้ ักทําการฝีมือและฝึกฝนการทํากจิ กรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสม
5. ให้รจู้ กั รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความมั่นคงของชาติ
96
แนวการจัดกจิ กรรม
กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1 – 3
เปิดประชุมกอง ดําเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์
วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติ กิจกรรม ปิดประชุมกอง โดย
ใหผ้ เู้ รียนศกึ ษาและฝึกปฏบิ ัตดิ ังนี้
1. เตรียมลกู เสือสํารอง นยิ ายเร่ืองเมาคลี ประวัติการเริ่มกจิ กรรมลูกเสอื สาํ รอง การทําความ
เคารพเป็นหมู่ (แกรนดฮ์ าวล์) การทาํ ความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือผชู้ าย ระเบยี บแถวเบื้องตน้ คํา
ปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลกู เสือสาํ รอง
2. ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี 1, ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสํารวจ การค้นหา
ธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูก
เงอ่ื น คําปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสํารองโดยใช้กระบานการทํางาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการ
กลุม่ กระบวนการจัดการ กระบวนการคดิ รเิ ร่ิม สรา้ งสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการ
ทางเทคโนโลยี และภมู ิปัญญาท้องถิน่ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าโจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏบิ ัติตามคําปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสํารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจํา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอก
เห็นใจผู้อ่ืน บําเพ็ญตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ รู้จักทําการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ท้ังน้ีโดยไม่
เกี่ยวข้องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นําไปใช้ในชีวิตประจําวันได้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
กจิ กรรมลกู เสอื - เนตรนารี ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔-๖
เปิดประชุมกอง ดําเนนิ การตามกระบวนการของลกู เสือ และจดั กิจกรรมให้ศกึ ษาวิเคระห์ วางแผน
ปฏิบัติกจิ กรรมตามมาตรฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรปุ การปฏิบัตกิ จิ กรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรยี นศึกษา
และปฏบิ ัติในเร่ือง
1. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับนบวนการลูกเสือ ค่าปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม
กลางแจง้ ระเบยี บแถว
2. ลูกเสือโท การรจู้ ักดแู ลตนเอง การช่วยเหลอื ผู้อน่ื การเดินทางไปยังสถานท่ีตา่ งๆ ทักษะทางวิชา
ลกู เสือ งานอดิเรกและเร่ืองท่นี า่ สนใจ คาํ ปฏิญาณ และกฎของลกู เสือ ระเบียบแถว
๓. ลูกเสือเอก การพ่ึงพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสีย ระเบียบแถว โดยใช้
กระบวนการทํางาน กระบวนการแก้ปัญหา ระบวนการกล่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถ่ินได้อย่าง
เหมาะสม
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกจิ กรรมลกู เสือ สามารถปฏบิ ัตติ ามคําปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลกู เสือสามัญ มีนสิ ัยในการสังเกต จดจาํ เชื่อฟัง และพง่ึ ตนเอง ซ่อื สัตย์ สุจรติ มีระเบียบวินยั และเหน็ อก
เห็นใจผ้อู ื่น บําเพ็ญตนเพ่ือสารธารณประโยชน์ รจู้ ักทาํ การฝมี อี พฒั นากาย จติ ใจ และ ศลี ธรรม ทัง้ นี้โดยไม่
เกย่ี วขอ้ งกนั ลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนรุ กั ษธ์ รรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม และนาํ ไปใช้ในชีวติ ประจาํ วัน ได้
อย่างมปี ระสิทธิภาพ
หมายเหตุ ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเคร่ืองหมายลูกเสือตรี
ลูกเสือ โท และลูกเสอื เอก
97
กิจกรรมการอยู่ค่ายพกั แรมของลกู เสือ-เนตรนารี
การอยู่ค่ายพักแรม เป็นหัวใจของลูกเสือ ลูกเสือทุกคนต่างก็มีโอกาสที่จะอยู่ค่ายพักแรม เน่ืองจาก
ตามข้อบังคับของคณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ.๒๕09 ข้อ
273 - 279 กําหนดไว้ว่า ให้ผู้กํากับกลุ่มหรือผู้กํากับลูกเสือนําลูกเสียไปฝึกเดินทางไกลและแรมคืน ในปี
หนึ่งไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ ครั้ง ครั้งหน่ึงใหพ้ กั แรมอยา่ งนอ้ ย 4 คนื
การเดินทางไกลและแรมคืน มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้ลูกเสือมีความอดทน อยู่ในระเบียบวินัย รู้จัก
ช่วย ตัวเอง รู้จักอยู่และทํางานร่วมกับผู้อ่ืน ตลอดจนเรียนวิชาลูกเสือเพ่ิมเติม ผู้บังคับบัญชาลูก เสือ
จําเป็นต้องวางแผนนําลูกเสือไปเดินทางไกลและแรมคืนไว้ให้พร้อมก่อนและเน่ินๆ ดังนั้น บทบาท
ผู้บังคับบัญชาลูกเสือท่ีมหี น้าที่รบั ผิดชอบต่อลูกเสือ ต่องานการอยคู่ ่ายพักแรมและตามหน้าท่ีของตนเอง จึง
จาํ เปน็ ต้องหาโอกาสใหล้ ูกเสอื ของตนไดม้ ีโอกาสในการอยู่ค่ายพักแรมเสมอ
อน่ึง ผู้บังคับบัญชาลูกเสือต้องเข้าใจวา่ กิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรมนี้ เป็นกจิ กรรมสําหรับเด็ก มิใช่
กิจกรรมของผู้ใหญ่ ความสําเร็จคือกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของเด็ก ได้แก่ การผจญภัย การได้
เพื่อน ได้เรยี นรู้สิ่งใหม่ ได้ความสนุกและความสุข พร้อมทั้งเกิดทัศนคติท่ีดีต่อการไปอยู่คา่ ยพักแรมด้วย ถือ
ว่าสิง่ นีเ้ ปน็ จุดหมายท่สี าํ คญั
วิชาพเิ ศษลกู เสือ
ลูกเสือท้ัง ๔ ประเภทที่เรียนหลักสูตรกิจกรรมลูกเสือสํารอง ลูกเสือสามัญ ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
และลูกเสือวิสามัญ อาจสอบวิชาพิเศษใต้ตามหลักสูตรที่กําหนดไว้ วิชาเหล่านี้ มุ่งหมายให้ลูกเสือได้
แสดงออก ซ่ึงทักษะและความสนใจของตนเองกับเพื่อให้ได้มีส่วนในการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับลูกเสืออื่นๆ
ดว้ ย
๒.๒ กิจกรรมชุมนมุ ชมรม
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนได้ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตอ้ งการของตน
๒. เพือ่ ให้ผเู้ รียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ใหเ้ กดิ
ประสบการณ์ท้ังทางวิชาการและวชิ าชีพตามศักยภาพ
๓. เพือ่ ส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนใช้เวลาใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม
๔. เพอื่ ให้ผ้เู รียนทาํ งานร่วมกับผอู้ น่ื ไดต้ ามวิถปี ระชาธิปไตย
แนวการจดั กจิ กรรม
การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชุมนุม) ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการ
ดําเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยมีชมรมท่ีหลากหเทาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน
ประกอบด้วย กิจกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย
ส่งเสริมการเรยี นรู้ และค่ายวิชาการ การศึกษาดูงาน การฝึกปฏบิ ัติ การบรรยายพิเศษดังตัวอยา่ งพอสังเขป
ต่อไปน้ี
๑. กิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรมและจริยธรรม จัดสอนจริยธรรมในห้องเรียน จัด
ให้มีการปฏิบัติกิจกรรมเน่ืองในวันสําคัญท้ังทางขาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในการ
จดั กิจกรรมทัง้ ในด้านวฒั นธรรม ประเพณี กฬ็ า และศลิ ปะ
๒. กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีทุกช่วงชั้น โดยผู้เรียนได้ฝึกทักษะการ
ทาํ งานและการแกป้ ัญหาทุกข้นั ตอน
98
๓. กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการทํางาน จัดกิจกรรมวันวิชาการโดยผู้เรียนมีโอกาสปฏิบัติจริง ฝึก
ทักษะการจดั การ
4. กิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น
ประเพณไี หวค้ รู ประเพณลี อยกระทง
๕. กิจกรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาศิปไตย จัดให้มีการเลือกคณะกรรมการ นักเรียน
โดยใหน้ ํากระบวนการประชาธปิ ไตยไปใช้ในการร่วมวางแผนดําเนนิ งานพฒั นาโรงเรียน
๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อ ร้ายแรง
ปญั หายาเสพตดิ ปัญหาวยั รุน ใหค้ วามรเู้ พอ่ื ปลกู ฝังให้เป็นสุภาพบรุ ษุ สภุ าพสตรี
7. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา
หอ้ งปฏบิ ัติการทางวทิ ยาศาสตร์ หอ้ งเทคโนโลยีสารสนเทศ
๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพื่อ
ป้องกันโรคระบาดอยา่ งทนั เหตกุ ารณ์
๓. กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถ่ินตาม ความ
สนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิต
สาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนยึดหลัก
การบรู ณาการและสนองตามความสนใจ หาความต้องการของผเู้ รยี นเป็นสาํ คญั
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นบําเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ ่อครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน และประเทศชาติ
๒. เพ่ือให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพ่ือสังคมและสารารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัด
และความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
๓. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
๔. เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๕. เพอ่ื ให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะและใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์
แนวการจัดกิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาลารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทําประโยชน์
ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดี
งาม ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทําประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสําคัญ ได้แก่
กิจกรรมบําเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม คือกรรมตํารงรักษา สืบสานศาสนา ศิลปะและ
วฒั นธรรม กจิ กรรม พฒั นานวัตกรรมและเทคโนโลยี
เวล าเรีย น สํ าห รั บ กิจ กรรม เพ่ื อ สั งค มแล ะส าธารณ ป ระโย ช น์ ใน ส่ ว น กิ จ ก รรม เพ่ื อสั งค มแล ะ
สาธารณประโยชน์ จดั สรรเวลาให้ผู้เรียนระดับประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๖ รวม ๖ ปี จํานวน ๖๐ ชว่ั โมง (เฉลี่ยปี
ละ ๑๐ช่วั โมง)
99
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖ เป็นการจัด
กิจกรรมภายในเวลาเรยี น โดยให้ผเู้ รียนรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมดุ บนั ท่ีก และมีผู้รับรองผล
การ เข้าร่วมกจิ กรรมทกุ ครั้ง
การประเมินผลกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนเปน็ เง่ือนไขสาํ คัญประการหน่งึ สาหรบั การผา่ นชว่ งช้ัน
หรอื จบหลักสูตรผเู้ รียนต้องเข้าร่วมและปฏบิ ัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตลอดจน ผา่ นการประเมินตามเกณฑ์
ที่สถานศกึ ษากาํ หนดตามแนวประเมิน ดังนี้
1. ประเมินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามวัตถุประสงค์ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพ
จริงให้ได้ผลการประเมนิ ท่ถี ูกตอ้ ง ครบถว้ น
๒. ครทู ่ีปรึกษากิจกรรม ผูเ้ รยี นและผูป้ กครอง จะมีบทบาทในการประเมนิ ดังน้ี
๒.๑ ครทู ีป่ รกึ ษากิจกรรมวัฒนาผู้เรียน
- ตอ้ งดูแลและพัฒนาผเู้ รยี นใหเ้ กดิ คุณลกั ษะตามวัตถปุ ระสงคข์ องกจิ กรรม
- ต้องรายงานเวลา และพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
- ต้องศกึ ษาติดตาม และพฒั นาผูเ้ รียนในกรณีผเู้ รยี นไมเ่ ข้ารว่ มกจิ กรรม
๒.๒ ผู้เรียน
- ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมใหบ้ รรลุตามวตั ถปุ ระสงค์
- มีหจักฐานแสดงการเข้ารวมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 80% หรือตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษา
กาํ หนด พร้อมทง้ั แสดงการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม และพัฒนาการดา้ นต่างๆ
- ถา้ ไม่เกดิ คุณลักษณะตามวัตถปุ ระสงค์ ต้องปฏิบตั ิกจิ กรรมเพมิ่ เติมตามทีค่ รูท่ีปรึกษา
กจิ กรรมอบรม หรือใหค้ วามเหน็ ชอบตามทผี่ ้เู รียนเสนอ
- ประเมนิ ตนเองและเพื่อนรว่ มกจิ กรรม
๒.๓ ผ้ปู กครองนักเรียน
- ผปู้ กครองใหค้ วามร่วมมอื ในการติดตามพัฒนาการของผเู้ รยี นกับสถานศึกษาเป็นระยะๆ
- ผ้ปู กครองบนั ทึกความเหน็ สรุปพัฒนาการและการปฏบิ ตั ิกิจกรรมของผเู้ รยี น
๓. เกณฑ์การผา่ นกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
3.1 ผเู้ รยี นมเี วลาเข้ารวมกจิ กรรมไมํต่ า่ กว่า รอ้ ยละ ๘๐ หรอื ตามทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
๓.๒ ผู้เรยี นผา่ นจุดประสงค์ทีส่ าํ คัญของแตล่ ะกิจกรรม
100
ตอนที่ ๕
เกณฑ์การจบการศึกษา
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง พุทธศักราช 2565 ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) จัดทําขึ้นภายใต้
กรอบของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) บริบทของ
สภาพชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถ่ินของสถานศึกษาเพื่อใช้จัดในการศึกษาของสถานศึกษาเพื่อพัฒนา
ให้ผู้เรียนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศชาติ จากความมูลเหตุดังกล่าวการวัดและ
ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง
พุทธศักราช 2565 จึงต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดการประเมินผลตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑(ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) เป็นหลัก ซ่ึงการดําเนินการในการวัดและประเมินผล
การเรียนรขู้ องหลกั สตู รสถานศึกษาได้กาํ หนดแนวทางในการดําเนินการดังต่อไปนี้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯ และโรงเรียน
บ้านกาซ้อง พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)
๑. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรตู้ ามกล่มุ สาระการเรียนรู้
ผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นรายวิชาตามตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน และตามผล
การเรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติม ตามท่ีกําหนดในหน่วยการเรียนรู้ ผู้สอนใช้วิธีการท่ีหลากหลาย
จากแหล่งข้อมูลหลาย ๆแหล่งเพื่อให้ได้ผลการประเมินที่สะท้อนความรู้ ความสามารถท่ีแท้จริงของผู้เรียน
โดยวัดและประเมนิ การเรียนรู้อย่างต่อเน่อื งไปพร้อมกับการจัดการเรยี นการสอน โดยสงั เกตพฒั นาการและ
ความประพฤติของผู้เรียน สังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม การประเมินตามสภาพจริง เช่น
การประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงานหรือการประเมินจากแฟ้มสะสมงาน ฯลฯ ควบคู่ไปกับ
การใช้การทดสอบแบบต่างๆ อย่างสมดุล การประเมินระหว่างเรียนสําคัญมากกว่าการประเมินปลายปี/
ปลายภาค และใช้เป็นข้อมูลเพือ่ ประเมนิ การเลื่อนชนั้ เรียน
เกณฑก์ ารประเมนิ แบง่ ออกเปน็ ๘ ระดบั
ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ
๔
๓.๕ ผลการเรยี นดีเยย่ี ม ๘๐ - ๑๐๐
๓
๒.๕ ผลการเรยี นดมี าก ๗๕ – ๗๙
๒
๑.๕ ผลการเรยี นดี ๗๐ – ๗๔
๑
๐ ผลการเรยี นคอ่ นข้างดี ๖๕ - ๖๙
ผลการเรยี นน่าพอใช้ ๖๐ - ๖๔
ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ - ๕๙
ผลการเรียนผ่านเกณฑข์ ัน้ ตา่ํ ๕๐ - ๕๔
ผลการเรยี นต่าํ กวา่ เกณฑ์ขนั้ ตํ่า ๐ - ๔๙
101
๒. การประเมินการอา่ นคิด วิเคราะห์และเขียน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่าน
หนังสือ เอกสาร และสื่อต่าง ๆ เพื่อหาความรู้ เพ่ิมพูนประสบการณ์ เพื่อความสุนทรียะและประยุกต์ใช้
แล้วนําเน้ือหาสาระท่ีอ่านมาคิดวิเคราะห์ นําไปสู่การแสดงความคิดเห็น การสังเคราะห์ สร้างสรรค์
การแก้ปัญหาและถ่ายทอดความคิดด้วยการเขียนที่มีสํานวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผลและลําดับข้ันตอน
ในการนาํ เสนอสรา้ งความเขา้ ใจแก่ผู้อา่ นไดอ้ ย่างชดั เจนตามระดบั ความสามารถในแตล่ ะระดับช้ัน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น มีการดําเนินการอย่างต่อเนื่องและสรปุ ผลเป็นรายปี /
รายภาค เพ่ือวินิจฉัยและใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาผู้เรียนและประเมินการเลื่อนช้ันเรียนตลอดจน
การจบการศึกษาระดับต่าง ๆ
เกณฑก์ ารประเมนิ
ระดบั หมายถึง
ดเี ย่ียม มผี ลงานทีแ่ สดงถึงความสามารถในการอา่ นคิดวิเคราะหแ์ ละเขยี นที่มีคุณภาพดี
เลิศอยู่เสมอ
ดี มผี ลงานทีแ่ สดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวเิ คราะห์และเขยี นที่มีคุณภาพ
เป็นทีย่ อมรับ
ผ่าน มผี ลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอา่ นคิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพ
เปน็ ที่ยอมรับแตย่ งั มีขอ้ บกพรอ่ งบางประการ
ไมผ่ า่ น มีผลงานทีแ่ สดงถึงความสามารถในการอ่านคิดวิเคราะหแ์ ละเขยี นหรือถ้ามี
ผลงาน ผลงานน้นั ยงั มีขอ้ บกพรอ่ งท่ตี ้องได้รับการปรับปรุงแกไ้ ขหลายประการ
๓. การประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดขึ้น
กับผู้เรียน อันเป็นคุณลักษณะท่ีสังคมต้องการในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสํานึก สามารถ
อยู่ร่วมกบั ผอู้ น่ื ในสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสขุ ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก หลกั สตู รแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) กําหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะใน
การประเมนิ ให้ประเมินแต่ละคุณลักษณะแลว้ รวบรวมผลการประเมินจากผู้ประเมินทุกฝา่ ยและแหลง่ ขอ้ มูล
หลายแหล่งเพ่ือให้ได้ข้อมูลนํามาสู่การสรุปผลเปน็ รายปี รายภาค และใช้เป็นข้อมูลเพ่อื ประเมินการเลื่อนชั้น
เรียนและการจบการศึกษาระดับตา่ ง ๆ
เกณฑก์ ารประเมนิ
ระดับ หมายถึง
ผเู้ รียนปฏบิ ตั ติ นตามคณุ ลักษณะจนเป็นนิสยั และนําไปใชใ้ นชวี ติ ประจําวนั
ดเี ย่ียม เพ่อื ประโยชน์สขุ ของตนเองและสงั คมโดยพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดบั
ดเี ย่ยี มจํานวน ๕ - 8 คุณลักษณะและไม่มีคณุ ลักษณะใดไดผ้ ลการประเมิน
ตา่ํ กว่าระดับดี
102
ระดับ หมายถึง
ผ้เู รยี นมีคุณลกั ษณะในการปฏิบัตติ ามกฎเกณฑเ์ พื่อให้เปน็ การยอมรับของ
สงั คม โดยพิจารณาจาก
๑. ได้ผลการประเมินระดับดเี ย่ยี ม จาํ นวน ๑ - ๔ คุณลกั ษณะและไม่มี
ดี คณุ ลกั ษณะใดได้ผลการประเมินต่ํากวา่ ระดับดหี รอื
๒. ได้ผลการประเมินระดับดเี ยยี่ ม จํานวน ๔ คณุ ลกั ษณะและไม่มคี ณุ ลักษณะ
ใดได้ผลการประเมินต่ํากว่าระดับผา่ นหรือ
๓. ได้ผลการประเมนิ ระดับดี จาํ นวน ๕ - 8 คุณลักษณะและไม่มีคณุ ลักษณะ
ใดได้ผลการประเมินตํ่ากวา่ ระดับผ่าน
ผ้เู รียนรับรู้และปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนดโดย
พิจารณาจาก
ผ่าน ๑. ได้ผลการประเมินระดบั ผ่าน จาํ นวน ๕ - 8 คุณลกั ษณะและไม่มี
คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ํากวา่ ระดับผา่ น
๒. ได้ผลการประเมินระดบั ดี จาํ นวน ๔ คุณลักษณะและไม่มีคุณลักษณะใด
ไดผ้ ลการประเมินตาํ่ กวา่ ระดับผา่ น
ไมผ่ า่ น ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัตติ ามกฎเกณฑ์และเง่ือนไขท่สี ถานศึกษากาํ หนดโดย
พจิ ารณาจากผลการประเมินระดบั ไม่ผ่าน ตง้ั แต่ ๑ คุณลักษณะ
๔. การประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
การประเมินกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นเป็นการประเมนิ การปฏิบัติกจิ กรรมและผลงานของผเู้ รียน
และเวลาในการเข้าร่วมกจิ กรรมตามเกณฑ์ท่ีกําหนดไว้ในแต่ละกิจกรรมและใช้เปน็ ขอ้ มลู ประเมินการเลอ่ื น
ช้ันเรยี นและการจบการศึกษาระดบั ตา่ ง ๆ
ผเู้ รยี นมี ๓ ลักษณะคือ
๑. กิจกรรมแนะแนว
๒. กิจกรรมนักเรยี น ซึ่งประกอบดว้ ย
๒.๑ กจิ กรรมลกู เสือ - เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ ๑ กิจกรรม
๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั ระดับหมายถึง
ผ มเี วลาการเข้าร่วมกิจกรรมการปฏบิ ัติกิจกรรม รอ้ ยละ ๘๐ และมผี ลงานตาม
เกณฑ์ท่คี รูผู้สอนกําหนด
มผ มีเวลาการเข้าร่วมกจิ กรรมการปฏิบตั กิ ิจกรรม รอ้ ยละ ๘๐ แต่มีผลงานไม่
เป็นไปตามเกณฑค์ รผู ้สู อนกําหนด
103
เกณฑ์การเลือ่ นชั้น
๑. ผเู้ รยี นมีเวลาเรียนตลอดปีการศกึ ษาไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทง้ั หมด
๒. ผเู้ รียนมผี ลการประเมนิ ผ่านทกุ รายวชิ าพ้นื ฐานและรายวิชาเพม่ิ เติม
๓. ผเู้ รียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์และ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ผ่านตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากําหนด
เกณฑก์ ารจบระดับชน้ั ประถมศึกษา
๑. ผเู้ รียนเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานและรายวิชาเพม่ิ เติม ตามโครงสรา้ งเวลาเรยี นที่หลกั สูตรโรงเรียน
ชุมชนบ้านเหมอื งหม้อฯและโรงเรียนบา้ นกาซ้องกําหนด
2. ผ้เู รยี นต้องมผี ลการประเมินรายวชิ าพ้นื ฐานและรายวิชาเพิม่ เติม ผ่านเกณฑ์ การประเมินตามที่
หลกั สตู รโรงเรียนชมุ ชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรยี นบ้านกาซอ้ งกําหนด
3. ผเู้ รยี นมผี ลการประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียนในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทหี่ ลักสูตรโรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมอื งหมอ้ ฯและโรงเรียนบ้านกาซ้องกําหนด
4. ผูเ้ รยี นมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นระดับผา่ นเกณฑ์การประเมินตามท่ี
หลักสูตรโรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมอื งหม้อฯและโรงเรยี นบา้ นกาซอ้ งกาํ หนด
5. ผู้เรียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนและมผี ลการประเมินผา่ นเกณฑ์การประเมินตามท่ี
โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบา้ นกาซ้องกําหนด
6. ผู้เรียนมีผลการประเมินสมรรถนะสําคัญในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษา
กําหนด
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
หลักสูตรโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อฯและโรงเรียนบ้านกาซ้อง พุทธศักราช 2565 ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) กําหนดเกณฑ์
สําหรบั การจบการศกึ ษา ระดบั ประถมศึกษา ดังน้ี
๑. ผเู้ รยี นเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน จํานวน ๘๔๐ ชวั่ โมงและรายวิชาเพ่ิมเตมิ จาํ นวน 8๐ ชั่วโมง
และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น จํานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง รวม 1,040 ชั่วโมง
๒. ผเู้ รยี นตอ้ งมผี ลการประเมินรายวชิ าพ้ืนฐานและรายวิชาเพ่ิมเติม ระดับ ๑ ขึ้นไปทุกรายวชิ า
๓. ผ้เู รยี นมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมิน
ในระดบั ดเี ยี่ยม / ดี / ผา่ น
๔. ผูเ้ รยี นมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ การประเมินใน ระดับดีเย่ยี ม /
ดี / ผา่ น
๕. ผู้เรียนเข้ารว่ มกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนและไดผ้ ลการประเมนิ “ผ” ทุกกิจกรรม
6. ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ สมรรถนะสําคัญ ผ่านเกณฑ์ การประเมนิ ใน ระดับดเี ย่ยี ม / ดี / ผา่ น
การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการ เรยี นรู้
ของผเู้ รียน ซึ่งสถานศึกษาตอ้ งสรปุ ผลการประเมิน และจัดทําเอกสารรายงานใหผ้ ู้ปกครองทราบเปน็ ระยะๆ
หรอื อย่างน้อยภาคเรยี นละ 1 ครงั้
104
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเปน็ ระดบั คุณภาพการปฏิบตั ิของผ้เู รยี นท่ีสะท้อน
มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารที่สําคัญท่ีใช้บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ ท่ี
เกีย่ วข้องกับการพฒั นาการของผเู้ รียนในด้านตา่ งๆ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ดงั น้ี
1. เอกสารหลักฐานการศึกษาทีก่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาหนด
๑.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) เป็นเอกสารสําหรับบันทึกข้อมูลผลการเรียนของ
ผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1 ได้แก่ ผลการเรียนตามกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ แสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิด
วเิ คราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกจิ กรรม
พัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาต้องจัดทําบันทึกข้อมูล และออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อผู้เรียนจบ
การศึกษาระดับหรือเม่ือผู้เรียนออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี เพื่อใช้แสดงผลการเรียนตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕51 ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6) จบ
การศึกษาภาคบังคับ(ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓) และจบการศึกษาข้ันพื้นฐานชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖) หรือเมื่อ
ลาออกจากสถานศกึ ษาในทุกกรณี
๑.๒ ประกาศนียบัตร (ปพ.2) เป็นเอกสารแสดะวุฒิการศึกษาท่ีมอบให้แก่ผู้จบการศึกษา ภาค
บังคับ และผู้สําเร็จการศึกษาข้ันพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1
เพือ่ รับรองศกั ดิแ์ ละสิทธิ์ของผู้สําเร็จการศึกษาตามุฒมิ แี ห่งประกาศนยี บตั รน้ัน
๑.๓ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา (ปพ.๓) เป็นเอกสารสําหรับอนุมัติการจบหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕1 ของผู้เรียนในแต่ละรุ่นการศึกษา โดยบันทึกรายชื่อ
และข้อมูลทางการศึกษาของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6) ผู้จบการศึกษาบังคับ
(ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3) และผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6) ใช้เป็นเอกสารสําหรับตัดสิน
และอนุมัติผลการเรียนให้ผู้เรียนเป็นผู้สําเร็จการศึกษา และใช้ในการตรวจสอบยืนยันและรับรอง
ความสําเร็จ และวุฒิการศึกษาของผู้สําเร็จการศึกษาแต่ละคนตลอดไป โดยบันทึกรายช่ือและข้อมูลของผู้จบ
การศึกษาระดับประถมศึกษา ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖) ผู้จบการศึกษาภาคบงั คบั (ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3) และผู้
จบการศึกษาขัน้ พื้นฐาน (ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6)
๒. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทสี่ ถานศึกษากาหนด
เอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทําข้ึนเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสําคัญ เก่ียวกับ
ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจําตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจํารายวิชา ระเบียนสะสม
ใบรบั รองผลการเรยี น และเอกสารอ่ืนๆ ตามวตั ถปุ ระสงค์ของการนําเอกสารไปใช้
๒.๑ แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา เป็นเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทําขึ้นเพ่ือให้ผู้สอน
ใช้บันทึกข้อมูลการวัดและประเมินผลการเรยี นตามแผนการจัดการเรียนรู้และประเมินผลการเรียน และใช้
เป็นข้อมูลในการพิจารณาตัดสินผลการเรียนแต่ละรายวิชา เอกสารน้ีควรจัดทําเพ่ือบันทึกข้อมูลของผู้เรียน
เปน็ รายหอ้ ง
105
๒.๒ แบบรายงานประจาตัวนักเรียน เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทําข้ึนเพ่ือบันทึกข้อมูล
การประเมินผลการเรียนรู้ และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนแต่ละคนตามเกณฑ์การตัดสินการผ่าน
ระดับช้ัน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รวมท้ังข้อมูลด้านอ่ืนๆ ของ
ผู้เรียนท้ังท่ีบ้าน และโรงเรียน เป็นเอกสารรายบุคคล สําหรับสื่อสารให้ผู้ปกครองของผู้เรียนแต่ละคนได้
ทราบผลการเรียนและพัฒนาการดา้ นตา่ งๆ ของผ้เู รยี น และรว่ มมอื ในการพฒั นาผูเ้ รยี นอยา่ งตอ่ เนือ่ ง
๒.๓ ใบรบั รองผลการเรียน เป็นเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทําขึ้นเพ่ือรับรองสถานภาพความเป็น
ผู้เรียนในสถานศึกษาท่ีกําลังศึกษาอยู่หรือรับรองผลการเรียน หรือวุฒิของผู้เรียนเป็นการชั่วคราวตามที่
ผู้เรียนร้องขอ ท้ังกรณีที่ผู้เรียนกําลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนหรือเม่ือจบการศึกษาไปแล้ว แต่กําลังรอรับ
หลักฐานการศึกษา ระเบียนแสดงผลการเรยี นเป็นตน้
ใบรับรองผลการเรียนมีอายุการใช้งานช่ัวคราว โดยปกติประมาณ ๓๐ วัน ซึ่งผู้เรียน สามารถ
นําไปใช้เป็นหลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้เรียนในการสมัครเข้าศึกษาตอ่ สมัครเข้าทํางาน หรือเมื่อมี กรณี
อ่ืนใดท่ีผเู้ รียนแสดงคณุ สมบตั เิ กยี่ วกับวฒุ คิ วามรู้ หรอื สถานภาพการเปน็ ผ้เู รยี นของตน
๒.๔ ระเบียนสะสม เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทําข้ึนเพื่อบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการ
ของผู้เรียนในด้านต่างๆ เป็นรายบุคคลอย่างต่อเน่ือง ตลอดช่วงระยะเวลาการศึกษาตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน ๑๒ ปี ระเบียนสะสมให้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ในการแนะแนวทางการศึกษาและการ
ประกอบอาชีพของผู้เรียน การพฒั นาปรับปรงุ บุคลกิ ภาพ การปรบั ตัวของผูเ้ รียน และผลการเรียน ตลอดจน
รายงานกระบวนการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนระหว่างสถานศึกษากับบ้าน และใช้เป็นหลักฐานในการ
ตรวจสอบ คณุ สมบัติของผู้เรยี นตามความเหมาะสม
การเทยี บโอนผลการเรยี น
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนจากสถานศึกษาได้ในกรณีต่างๆ ได้แก่ การ
ย้าย สถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคัน และการขอกลับเข้ารับ
การศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ และขอเข้าศึกต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบโอน
ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อ่ืนๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบันการศาสนา สถาบัน
การฝกึ อบรมอาชพี การจดั การศกึ ษาโดยครอบครัว เป็นตน้
การเทียบโอนผลการเรียนควรดําเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน หรอื ต้นภาคเรียนที่สถานศึกษา
รับผขู้ อเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทง้ั น้ี ผู้เรียนท่ไี ดร้ ับการเทยี บโอนผลการเรยี นต้องศึกษาต่อเน่ืองในสถานศึกษา
ที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกําหนดรายวิชา/
จาํ นวน หนว่ ยกติ ทจ่ี ะรับเท่ยี บโอนตามความเหมาะสม
การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดําเนินการได้ ดังนี้
๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ท่ีให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ
ผูเ้ รียน
๒. พิจารณาจากความรู้ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ท้ังภาคความรู้
และภาคปฏิบัติ
๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริงการเทียบโอนผลการเรียนให้ดําเนินการ
ในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอน จํานวนไม่น้อยกว่า ๓. คน แต่ไม่ควรเกิน ๕ คน และให้เป็นไปตาม
ประกาศ หรือแนวปฏบิ ัตขิ องกระทรวงศึกษาธกิ าร
106
ภาคผนวก
107
ประกาศสานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1
เรื่อง แตง่ ตงั้ คณะกรรมการบริหารหลักสตู รและวชิ าการของสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
โรงเรียนชมุ ชนบา้ นเหมืองหม้อ-กาซ้อง
*************************************************
เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พุทธศกั ราช 2542 และแกไ้ ขเพ่ิมเติมหมวด 4 มาตรา 27
ทีก่ ําหนดให้สถานศึกษาข้นั พ้นื ฐานมีหนา้ ท่ีจดั ทาํ สาระของหลักสูตรเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองท่ีดี
ของชาติ การดํารงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ในส่วนท่ีเกี่ยวกับสภาพของ
ปัญหาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัว
ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
อาศัยอานาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.
๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1 จึงแต่งต้ังคณะกรรมการ
บริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ของโรงเรยี นชมุ ชนบ้านเหมืองหมอ้ -กาซ้อง ดงั น้ี
1. นางกนกพรรณ จนั ทร์เดช ผ้อู าํ นวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ
๒. นางวราพร พงศ์อนันตกูล หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ
๓. นางสาวนฤพร กนั สืบ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ กรรมการ
และเทคโนโลยี
๔. นางสาวศริ ญิ ญา แสนเสมอ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา กรรมการ
ศาสนาและวัฒนธรรม
๕. นางสาวชนากานต์ เจตสริ ิโรจน์ หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กรรมการ
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กรรมการ
๖. นางสาวพิชญาณี อ่นิ คํา หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาพลศึกษา กรรมการ
๗. นางปราณฤทยั ปรดี ี หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ กรรมการ
๘. นางสาวอาภัสรา เสนาธรรม หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กรรมการ
หัวหนา้ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ กรรมการ
หวั หนา้ งานพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา กรรมการ
และเลขานุการ
หน้าท่ี
๑. วางแผนการดําเนินงานวิชาการ กําหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษา และแนว
การจัดสัดส่วนสาระการเรียนรแู้ ละกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้น
พื้นฐาน สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของคนของชาติ
ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสากล สอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกศตวรรษท่ี ๒๑ และทัดเทียมกับนานาชาติ
ดํารงชีวิตอยา่ งสรา้ งสรรค์ ในประชาคมโลก ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
108
-2-
2. จัดทาํ คมู่ ือการบรหิ ารหลักสูตรและงานวชิ าการของสถานศกึ ษา นิเทศ กาํ กับ ตดิ ตาม ให้
คาํ ปรกึ ษา เกี่ยวกบั การพฒั นาหลกั สูตร การจดั กระบวนการเรยี นรู้ การวดั ผลและประเมินผล และการแนะ
แนว ให้สอดคลอ้ งและเป็นไปตามมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน
3. สง่ เสรมิ สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกีย่ วกบั การพฒั นาหลกั สตู ร การจัดกระบวนการเรยี นรู้
การวดั ผลและประเมนิ ผลและการแนะแนวใหเ้ ป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดําเนนิ การของหลักสตู ร
4. ประสานความรว่ มมอื จากบคุ คล หนว่ ยงาน องค์กรตา่ ง ๆ และชุมชน เพือ่ ให้การใช้หลกั สตู ร
เป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและคุณภาพ
5. ประชาสัมพนั ธ์หลกั สูตร และการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผ้ปู กครอง ชมุ ชนและผเู้ ก่ียวข้อง และนํา
ข้อมูลป้อนกลับจากฝ่ายต่าง ๆ มาพจิ ารณาเพ่ือการปรบั ปรงุ พัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา
6. ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การวจิ ยั เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสตู รและกระบวนการเรยี นรู้
7. ตดิ ตามผลการเรียนรู้ของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล ระดับช่วงชัน้ และระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ใน
แต่ละปกี ารศกึ ษา เพ่ือปรบั ปรุง และพัฒนาการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษา
8. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏบิ ัติงานของครู และการบรหิ ารหลักสูตรระดบั
สถานศกึ ษาในรอบปีท่ีผ่านมา แลว้ ใชผ้ ลการประเมนิ เพ่ือวางแผนพัฒนาการปฏิบตั ิงานของครูและการบริหาร
หลักสตู รในปกี ารศึกษาตอ่ ไป
9. รายงานผลการปฏบิ ัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพฒั นา
คุณภาพนักเรยี นต่อคณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน คณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รระดบั เหนอื
สถานศกึ ษา สาธารณชนและผเู้ ก่ียวขอ้ ง
ใหค้ ณะกรรมการที่ได้รบั การแตง่ ต้ัง ปฏิบัตหิ น้าทีต่ ามท่ไี ดร้ ับมอบหมายอยา่ งเตม็ กําลงั
ความสามารถสําเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ เกิดประสิทธิภาพและบังเกิดผลดีแกท่ างราชการต่อไป
ทง้ั นี้ ตัง้ แตบ่ ดั นเ้ี ป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕
(นายอภิรกั ษ์ อ่ิมจติ อนสุ รณ์)
ผู้อาํ นวยการสาํ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาแพร่ เขต ๑
109
คาส่ัง โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคค)ี -โรงเรียนบ้านกาซ้อง
ที่ 27 / ๒๕๖5
เร่อื ง แต่งตง้ั คณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รและวิชาการของสถานศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
……………………………………………
เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคลอ้ งกับพระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และแกไ้ ขเพ่มิ เตมิ หมวด 4 มาตรา 27
ท่ีกําหนดให้สถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานมหี นา้ ท่ีจดั ทําสาระของหลักสูตรเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดี
ของชาติ การดํารงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพ่ือการศึกษาต่อ ในส่วนท่ีเกี่ยวกับสภาพของ
ปัญหาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพ่ือเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัว
ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ
อาศัยอานาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.
๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพ่ิมเติม โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)-โรงเรียนบ้านกาซ้อง จึง
แต่งต้ังคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พื้นฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง ๒๕๖๐) ของโรงเรยี นชุมชนบ้านเหมืองหมอ้ -กาซอ้ ง
ดังน้ี
1. นางกนกพรรณ จันทร์เดช ผ้อู าํ นวยการโรงเรยี น ประธานกรรมการ
๒. นางวราพร พงศ์อนันตกลู หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ
๓. นางสาวนฤพร กนั สบื หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ กรรมการ
และเทคโนโลยี
๔. นางสาวศริ ญิ ญา แสนเสมอ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา กรรมการ
ศาสนาและวัฒนธรรม
๕. นางสาวชนากานต์ เจตสิริโรจน์ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กรรมการ
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ กรรมการ
๖. นางสาวพิชญาณี อ่นิ คาํ หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรูส้ ุขศกึ ษาพลศกึ ษา กรรมการ
๗. นางปราณฤทัย ปรีดี หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ กรรมการ
๘. นางสาวอาภสั รา เสนาธรรม หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย กรรมการ
หวั หน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ กรรมการ
หัวหน้างานพัฒนาหลกั สตู รสถานศกึ ษา กรรมการ
และเลขานุการ
หนา้ ท่ี
๑. วางแผนการดําเนินงานวิชาการ กําหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษา และแนว
การจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่เี จริญก้าวหนา้ อย่างรวดเร็ว เป็นการพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพของคนของชาติ
110
-2-
ให้มคี ณุ ภาพและมาตรฐานสากล สอดคล้องกบั ประเทศไทย ๔.๐ โลกศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทยี มกับนานาชาติ
ดาํ รงชีวิตอยา่ งสร้างสรรค์ ในประชาคมโลก ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
2. จัดทําค่มู อื การบริหารหลักสตู รและงานวิชาการของสถานศกึ ษา นิเทศ กํากบั ตดิ ตาม ให้
คําปรึกษา เกย่ี วกับการพฒั นาหลักสูตร การจดั กระบวนการเรยี นรู้ การวดั ผลและประเมินผล และการแนะ
แนว ให้สอดคลอ้ งและเป็นไปตามมาตรฐานหลกั สตู รการศึกษาข้ันพื้นฐาน
3. สง่ เสรมิ สนับสนนุ การพัฒนาบุคลากรเกีย่ วกบั การพฒั นาหลกั สูตร การจดั กระบวนการเรียนรู้ การ
วดั ผลและประเมินผลและการแนะแนวให้เปน็ ไปตามจุดหมายและแนวทางการดาํ เนนิ การของหลักสตู ร
4. ประสานความร่วมมือจากบคุ คล หน่วยงาน องค์กรตา่ ง ๆ และชมุ ชน เพ่อื ใหก้ ารใช้หลักสูตร
เป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและคณุ ภาพ
5. ประชาสมั พนั ธห์ ลักสตู ร และการใช้หลกั สตู รแกน่ กั เรยี น ผปู้ กครอง ชมุ ชนและผ้เู กีย่ วข้อง และนาํ
ขอ้ มูลป้อนกลบั จากฝ่ายต่าง ๆ มาพิจารณาเพ่ือการปรบั ปรุงพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
6. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การวิจัยเกย่ี วกบั การพฒั นาหลกั สตู รและกระบวนการเรยี นรู้
7. ติดตามผลการเรยี นรขู้ องนักเรยี นเป็นรายบุคคล ระดบั ช่วงชัน้ และระดบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ใน
แตล่ ะปีการศกึ ษา เพ่ือปรับปรุง และพัฒนาการดําเนินงานด้านตา่ ง ๆ ของสถานศึกษา
8. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมินมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงานของครู และการบรหิ ารหลักสูตรระดับ
สถานศกึ ษาในรอบปีท่ผี ่านมา แลว้ ใช้ผลการประเมินเพื่อวางแผนพฒั นาการปฏิบัตงิ านของครแู ละการบรหิ าร
หลกั สูตรในปกี ารศึกษาตอ่ ไป
9. รายงานผลการปฏิบตั ิงานและผลการบรหิ ารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพฒั นา
คณุ ภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รระดบั เหนือ
สถานศึกษา สาธารณชนและผูเ้ ก่ยี วข้อง
ใหค้ ณะกรรมการที่ได้รบั การแตง่ ต้ัง ปฏบิ ัติหนา้ ทีต่ ามทไ่ี ด้รับมอบหมายอยา่ งเต็มกําลงั
ความสามารถสาํ เร็จตามวัตถุประสงค์ เกดิ ประสิทธภิ าพและบังเกิดผลดแี ก่ทางราชการต่อไป
ทง้ั นี้ ตั้งแต่บดั นี้เป็นต้นไป
สงั่ ณ วันที่ 15 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖5
ลงช่อื
(นางกนกพรรณ จันทรเ์ ดช)
ตําแหนง่ ผูอ้ ํานวยการโรงเรยี นชุมชนบา้ นเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคค)ี
รกั ษาการผูอ้ ํานวยการโรงเรียนบา้ นกาซ้อง
111
คาสง่ั โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)-โรงเรียนบ้านกาซ้อง
ท่ี 28 / ๒๕๖5
เรอ่ื ง แต่งตง้ั คณะกรรมการปรับปรงุ และพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนชมุ ชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อ
สามคั คี) และโรงเรียนบ้านกาซ้อง พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ ๒๕๖๐)
...................................................
เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรม สภาพแวดลอ้ ม ความรู้ทางวิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อ
สามัคคี)-โรงเรียนบ้านกาซ้อง ตอ้ งดาเนนิ การจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีความ
จาเป็นต้องดาเนินการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
อาศัยอานาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๔๖ และมาตรา ๒๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และแกไ้ ขเพ่ิมเติม พ.ศ. ๒๕๕๑ และพ.ศ. ๒๕๕๓ จึงแต่งต้ังครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาทาหน้าที่ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)-
โรงเรียนบ้านกาซ้องพุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) ดงั ต่อไปนี้
1. นางกนกพรรณ จันทร์เดช ผูอ้ าํ นวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ
๒. นางวราพร พงศ์อนันตกูล
๓. นางสาวนฤพร กนั สบื หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ
๔. นางสาวศริ ิญญา แสนเสมอ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ กรรมการ
๕. นางสาวชนากานต์ เจตสริ โิ รจน์ และเทคโนโลยี
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา กรรมการ
ศาสนาและวัฒนธรรม
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กรรมการ
๖. นางสาวพชิ ญาณี อน่ิ คํา หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ กรรมการ
๗. นางปราณฤทยั ปรีดี หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาพลศกึ ษา กรรมการ
๘. นางสาวอาภสั รา เสนาธรรม หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ กรรมการ
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย กรรมการ
หัวหน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ กรรมการ
หัวหน้างานพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา กรรมการ
และเลขานุการ
112
-๒-
มีหนา้ ท่ี
๑. วางแผนการดําเนินงานวิชาการ กําหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและ
แนวทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับ
หลักสูตรการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน สภาพเศรษฐกจิ สงั คม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาของท้องถ่นิ
๒. จดั ทาํ คู่มือการบรหิ ารหลกั สูตรและงานวชิ าการของสถานศึกษา นิเทศ กํากับ ติดตาม
๓. ใหค้ าํ ปรกึ ษาเกยี่ วกับการพัฒนาหลกั สูตร การจัดกระบวนการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล
และการแนะแนวให้สอดคล้องและเปน็ ไปตามมาตรฐานหลกั สตู รการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
๔. สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การพฒั นาบคุ ลากรเกย่ี วกบั การพัฒนาหลักสูตร การจดั กระบวนการ
เรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผลและการแนะแนวให้เปน็ ไปตามจดุ หมายและแนวทางการดําเนนิ การของ
หลกั สตู ร
๕. ประสานความรว่ มมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรตา่ ง ๆ และชมุ ชน เพ่อื ใหก้ ารใช้หลักสตู ร
เป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพและมคี ุณภาพ
๖. ประชาสมั พนั ธ์หลกั สูตรและการใชห้ ลกั สตู รแก่นักเรียน ผูป้ กครอง ชุมชน และผทู้ ี่เก่ียวขอ้ ง
และนําข้อมูลป้อนกลบั จากฝา่ ยตา่ ง ๆ มาพิจารณาเพ่ือการปรบั ปรุงและพฒั นาหลักสตู รของสถานศึกษา
๗. สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การวิจัยเกย่ี วกบั การพฒั นาหลักสูตรและกระบวนการเรยี นรู้
๘. ติดตามผลการเรียนของนักเรยี นรายบคุ คล ระดบั ชนั้ ระดับชว่ งชน้ั และระดับกลมุ่ สาระการ
เรยี นร้ใู นแต่ละปีการศึกษา เพอ่ื ปรบั ปรุงและพฒั นาการดําเนนิ งานดา้ นต่าง ๆ ของสถานศึกษา
๙. ตรวจสอบ ทบทวน ประเมนิ มาตรฐานการปฏบิ ัตงิ านของครแู ละการบริหารหลักสตู รระดบั
สถานศึกษาในรอบปีทผี่ ่านมา แล้วใช้ผลการประเมินเพื่อวางแผนพฒั นาการปฏิบัติงานของครูและการ
บริหารหลักสูตรปกี ารศึกษาต่อไป
๑๐. รายงานผลการปฏิบตั งิ านและผลการบรหิ ารหลกั สตู รสถานศกึ ษา โดยเน้นผลการพัฒนา
คุณภาพนักเรยี นต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสตู รระดับเหนอื
สถานศกึ ษา สาธารณชนและผู้เกี่ยวข้อง
ท้ังนี้ ให้ผู้ได้รับการแต่งต้ังปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตาม
วัตถุประสงคท์ ต่ี ั้งไว้ ต้งั แต่บัดนีเ้ ปน็ ต้นไป
ส่งั ณ วันที่ 17 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖5
ลงชอ่ื
(นางกนกพรรณ จันทร์เดช)
ตาํ แหนง่ ผู้อาํ นวยการโรงเรยี นชุมชนบ้านเหมอื งหม้อ(เหมืองหม้อสามคั คี)
รักษาการผอู้ าํ นวยการโรงเรยี นบ้านกาซ้อง
113
คารับรองการอนุมตั ิให้ใชห้ ลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนชมุ ชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคค)ี
และโรงเรียนบา้ นกาซ้อง พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐)
ห ลัก สู ต รส ถ าน ศึ ก ษ าโรงเรีย น ชุ ม ช น บ้ าน เห มื อ งห ม้ อ (เห มื องห ม้ อ สามั ค คี)แ ละ โรงเรีย น
บ้านกาซ้อง พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ได้รับความเห็นชอบเป็นอย่างดีย่ิงจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานของ
โรงเรียนชุมชนบ้านเหมืองหม้อ(เหมืองหม้อสามัคคี)และโรงเรียนบ้านกาซ้อง ในการประชุมคณะกรรมการ
สถานศึกษาข้นั พ้ืนฐานของโรงเรยี น คร้ังท่ี 1 /๒๕๖5 วันที่ 11 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2565
ลงชอื่ ผู้เห็นชอบ
( นายสังคม เสนะสุทธพิ นั ธุ์ )
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พ้นื ฐานโรงเรียนชุมชนบา้ นเหมอื งหม้อฯ
ลงชอื่ ผเู้ หน็ ชอบ
( นายทองอินทร์ จมุ พิต )
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐานโรงเรยี นบ้านกาซ้อง
114
คณะผู้จัดทา
คณะกรรมการที่ปรกึ ษา
๑. นายพิภพ ถานะวฒุ ิพงศ์ ประธานทป่ี รึกษา ทป่ี รกึ ษา
๒. นายพรมมา คาแปน ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ทป่ี รึกษา
๓. นายโชติ อนิ แสน ผทู้ รงคุณวุฒิ ที่ปรึกษา
๔. นายเนาวรัตน์ คณะนยั ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่ปี รกึ ษา
๕. นายสาคร ศรีคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่ปี รกึ ษา
๖. นายทรงศักดิ์ เสนานุรกั ษว์ รกุล ผทู้ รงคุณวฒุ ิ ที่ปรกึ ษา
๗. นายสวุ ัฒ วงศส์ วุ รรณ ผทู้ รงคุณวฒุ ิ ที่ปรกึ ษา
๘. นายนพดล ปัญญาไว ผูท้ รงคณุ วฒุ ิ ที่ปรกึ ษา
๙. นายประหยดั พรินทรากุล ผู้ทรงคณุ วุฒิ ทป่ี รกึ ษา
๑๐. นายสุวภร ผวิ บัวคา กานันตาบลเหมอื งหมอ้ ทีป่ รึกษา
๑๑. นายเอกชยั วงศ์บิดา ผู้ใหญบ่ ้านหมทู่ ่ี ๓ ท่ีปรกึ ษา
๑๒. คณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ที่ปรกึ ษา
๑๒.๑ นายสงั คม เสนะสุทธพิ ันธุ์ ประธานกรรมการ
๑๒.๒ นายสวุ ิทย์ สืบแสน ผแู้ ทนผูป้ กครอง
๑๒.๓ นางสาวธญั ญลักษณ์ มั่นเหมาะ ผู้แทนครู
๑๒.๔ นายสวุ ภร ผวิ บัวคา ผู้แทนองคก์ รชุมชน
๑๒.๕ นายบุญปลูก ดวงแกว้ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
๑๒.๖ นางสจุ ิตรา แสงดอก ผแู้ ทนศิษย์เก่า
๑๒.๗ พระครูรตั นสุขวฒั ก์ ผู้แทนพระภิกษสุ งฆ์
๑๒.๘ นายวฒุ พิ งศ์ กาซ้อง ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
๑๒.๙ นายพิภพ ถานะวุฒิพงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ
๑๒.๑๐ นายประเสรฐิ คานา้ ปาด ผู้ทรงคุณวุฒิ
๑๒.๑๑ นายอุดม คาสุข ผู้ทรงคุณวุฒิ
๑๒.๑๒ นางอัญชรี วงศ์สุวรรณ ผทู้ รงคณุ วุฒิ
๑๒.๑๓ นายวีรวฒั น์ อุดมทวี ผู้ทรงคณุ วุฒิ
๑๒.๑๔ นายพรหมพนั ธุ์ กองพลพรหม ผู้ทรงคุณวฒุ ิ
๑๒.๑๕ นางกนกพรรณ จนั ทรเ์ ดช กรรมการและเลขานุการ
115
คณะทางาน
๑. นางกนกพรรณ จันทรเ์ ดช ผอู้ ํานวยการโรงเรยี นชมุ ชนบา้ นเหมืองหม้อฯ ประธานคณะทาํ งาน
๒. นางสาวธญั ญลกั ษณ์ ม่ันเหมาะ ครูชาํ นาญการพเิ ศษ คณะทํางาน
๓. นางเยาวเรศ ศรีมงคล ครูชํานาญการพเิ ศษ ,,
๔. นางปราณฤทัย ปรีดี ครชู าํ นาญการ ,,
๕. นางวราพร พงศอ์ นนั ตกูล ครชู ํานาญการ ,,
๖. นางสาวนฤพร กนั สบื ครู ,,
๗. นางสาวพชิ ญาณี อิน่ คาํ ครจู า้ งสอน ,,
๘. นางสาวศริ ญิ ญา แสนเสมอ ครูจ้างสอน ,,
๙. นางเมธนิ ี นนั ทยิ า ครู ,,
๑๐. นางมัชฉิมา เหมืองหม้อ ธุรการ ,,
๑๑. เด็กชายเจษฏา สบื แสน ประธานนักเรียน ,,
๑๒. นางสาวอาภสั รา เสนาธรรม ครู คณะทํางานและเลขานุการ
๑๓. นางสาวชนากานต์ เจตสิรโิ รจน์ ครผู ้ชู ว่ ย คณะทาํ งานและผ้ชู ว่ ยเลขานุการ
116