The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

016 รอมือละ ทิพย์ร่วง หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by รอมือละ ทิพย์ร่วง, 2021-11-19 02:21:16

016 รอมือละ ทิพย์ร่วง หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา

016 รอมือละ ทิพย์ร่วง หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา

สรุปเน้อื หาจากบทเรียน

หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษา
รหัสวิชา 905-502

โดย
นางรอมอื ละ ทพิ ย์ร่วง
รหัสนกั ศึกษา 6419050016

เสนอ
รศ.ดร.จรัส อตวิ ทิ ยาภรณ์
หลกั สตู รบริหารการศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยหาดใหญ่



คานา

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาหลักการและทฤษฎีการ
บริหารการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้จัดทาได้ฝึกการศึกษาค้นคว้า และนา
สิ่งท่ีได้ศึกษาค้นคว้ามาสร้างเป็นชิ้นงานเพ่ือเป็นประโยชน์ต่อการการเรียนการสอน
ต่อตนเองและผอู้ นื่ ตอ่ ไป

ผู้จัดทาขอขอบพระคุณ อาจารย์ รศ.ดร.จรัส อติวิทยาภรณ์ ผู้ให้ความรู้และ
แนวทางการศึกษา ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะให้
ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน หากมีข้อเสนอแนะประการใด ผู้จัดทา
ขอรบั ไว้ดว้ ยความขอบพระคณุ ย่งิ

ผู้จัดทา
นางรอมอื ละ ทพิ ยร์ ่วง

สารบญั ข

เรอื่ ง หน้า

สรุปบทเรยี น วันที่ 1 สงิ หาคม 2564 1
- ความรเู้ บอ้ื งต้นเกีย่ วกบั การบริหาร 2
- องค์ประกอบของผบู้ ริหาร 3
- องค์ประกอบของมนษุ ย์ 5
- แหล่งคน้ ควา้ ขอ้ มลู เพ่มิ เติม 7
- การนาไปประยกุ ตใ์ ช้ 11
12
สรุปบทเรยี น วนั ที่ 15 สิงหาคม 2564 13
- พฒั นาฐานกายของผบู้ รหิ าร 17
- พฒั นาฐานใจของผ้บู ริหาร 18
- พฒั นาฐานคดิ ของผู้บริหาร 20
- การบริหารทดี่ ี 21
- แหล่งค้นคว้าขอ้ มลู เพิม่ เติม 23
- การนาไปประยกุ ต์ใช้

-

สารบญั หนา้

เรื่อง 24
25
สรุปบทเรยี นวันท่ี 22 สงิ หาคม 2564 30
- สมรรถนะท่ีผบู้ ริหารควรมใี นยคุ New normal 33
- คุณลกั ษณะของผูบ้ ริหารแบบตา่ งๆ 37
- ความหมายของการบรหิ าร 43
- แหล่งค้นคว้าขอ้ มูลเพิม่ เติม 44
- การนาไปประยกุ ต์ใช้ 45
51
สรปุ บทเรยี น วันที่ 29 สิงหาคม 2564 53
- ทฤษฎีของการบริหาร 54
- แหล่งคน้ คว้าขอ้ มูลเพ่มิ เตมิ 55
- การนาไปประยุกต์ใช้ 64
68
สรปุ บทเรยี น วันที่ 5 กันยายน 2564
- ทฤษฎีของการบรหิ าร
- แหล่งคน้ ควา้ ข้อมูลเพม่ิ เตมิ
- การนาไปประยกุ ต์ใช้

สารบัญ หนา้

เรอื่ ง 69
70
สรุปบทเรยี นวนั ท่ี 19 กันยายน 2564 93
- หลักการบรหิ ารและวิวัฒนาการ 95
- แหล่งคน้ คว้าข้อมูลเพมิ่ เตมิ 96
- การนาไปประยกุ ต์ใช้ 97
105
สรปุ บทเรยี นวันท่ี 26 กนั ยายน 2564 111
- การบริหารแบบถ่วงดุล (Balanced Scorecard) 116
- Benchmarking 118
- CEO (CHIEF EXECATIVE OFFICER) 119
- แหลง่ คน้ ควา้ ขอ้ มลู เพ่ิมเตมิ 120
- การนาไปประยกุ ต์ใช้ 130
133
สรปุ บทเรียนวันที่ 13 ตุลาคม 2564 143
- TQM (Total Quality Management) 150
- หลักการของ ECRS 151
- TEAM การบริหารแบบมสี ว่ นรว่ มเป็นทมี
- แหลง่ คน้ คว้าข้อมลู เพ่มิ เตมิ
- การนาไปประยกุ ต์ใช้

บรรณานกุ รม

1

?

สรปุ บทเรียน วันท่ี 1 สงิ หาคม 2564

2

สว่ นประกอบของการบริหาร

สรา้ ง ส่วนประกอบของการบริหาร ประกอบด้วย
ประสบการณ์ ดังน้ี

นาไปใช้ ระดม 1. มกี ิจกรรม/โครงการต่างๆ (Activity)
ความคดิ 2. มสี มาชกิ อย่างนอ้ ย 2 คนขึ้นไป (Atleast2 persons)
3. มีกระบวนการ (Process)
หลัก ทฤษฎี 4. ทรัพยากรทางการบริหาร (Resource)
5. มวี ัตถปุ ระสงค์/เป้าหมายอัน เดยี วกัน (Objective)

3

องคป์ ระกอบของผ้บู รหิ าร

ผู้บรหิ ารที่ดี ตอ้ งมีองค์ประกอบทัง้ สามส่วน ดังน้ี ภูมริ ู้
1. ภูมิรู้ (Cognitive)
องคป์ ระกอบ
ผู้บริหารท่ีดีตอ้ งมีองค์ความรู้อยา่ งชาญฉลาด ของผู้บรหิ าร
2. ภมู ิธรรม (Effective)
ภมู ธิ รรม ภมู ฐิ าน
ผู้บริหารท่ีดีต้องมีคุณธรรม จริยธรรมอันพึง
ประสงค์
3. ภูมฐิ าน (Psychomotor)

ผู้บริหารที่ดีต้องมีบุคลิกภาพท่ีดี มีสังคม มีการ
สรา้ งเครือขา่ ยอย่างเหมาะสม

4

องค์ประกอบของผู้บรหิ าร

หากผู้บรหิ ารขาดองค์ประกอบอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ถอื วา่ เปน็ ผู้บริหารที่ไม่สมบรู ณ์ เช่น

ผู้บริหารมีภูมิรู้ และภูมิ ผู้บริหารมีภูมิรู้ธรรม และภูมิฐาน ผู้บริหารมีภูมิรู้ และภูมิ
ธรรม แต่ขาดภูมิฐาน ถือว่า แตข่ าดภูมิรู้ ถือว่าเป็นผู้บริหารท่ีดี ฐาน แต่ขาดภูมิธรรม
เปน็ ผบู้ ริหารท่ีเก่ง ดี แต่ไรฐ้ าน มฐี าน แต่ไรค้ วามรู้ ถือว่าเป็นผู้บริหารที่เก่ง
มีฐาน แตไ่ มด่ ี
ภมู ริ ู้ ภูมิธรรม ภมู ธิ รรม ภูมิฐาน
ภมู ริ ู้ ภูมฐิ าน

ประกอบของมนษุ ย์ 5

1. ฐานคดิ (Thinking Base) ประเภทของมนษุ ย์แยกตามฐาน
2. ฐานใจ (Heart Base)
3. ฐานกาย (Body Base) 1. ฐานกายอยา่ งเดยี ว
2. ฐานคิดอย่างเดียว
3. ฐานใจอย่างเดียว
4. ครคู รบทกุ ฐาน

6

สิ่งสาคัญท่ีสุดของผบู้ รหิ าร

1. Positive Thinking การคิดเชิงบวก ผูบ้ ริหารควรเรยี นรอู้ ย่างไร
2. Positive Action มีความประพฤตดิ ี
3. Positive Habits มอี ุปนสิ ัยที่ดี 1. Learn to know เรยี นเพื่อรู้
4. Positive Result มีผลลัพธท์ ค่ี งทนถาวร 2. Learn to Do เรยี นเพอ่ื ปฏบิ ัติ
3. Learn to work together เรียนเพ่ือ
ทางานร่วมกับผอู้ ืน่ ได้
4. Learn to be เรียนเพ่ืออยู่ให้เป็น
ใช้ความรู้ใหถ้ กู ท่ี

แหลง่ ค้นควา้ ข้อมลู เพม่ิ เติม 7

10 คุณสมบตั ผิ ู้บริหารท่ีดี

1. มภี าวะผนู้ า
ผูบ้ ริหารต้องมศี ิลปะในการครองใจคน สามารถจงู ใจคนให้เต็มใจร่วมมือหรือให้การสนับสนุน เป็น

นักประสานความเข้าใจของทุกฝ่าย สามารถบริหารความขัดแย้งระหว่างบุคคลและประสานประโยชน์
ให้เกิดกบั องค์กรได้
2. มเี มตตาธรรม

ไม่มีอคติ คือลาเอียงด้วยความชังหรือรัก ไม่เอาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การตาหนิหรือลงโทษ
ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องลงโทษดว้ ยเมตตา ไม่ใช่ดว้ ยอารมณ์โกรธแคน้ ส่วนตวั
นักบริหารทีเ่ ป็นผู้นาขององค์กรยังต้องรู้จักสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ต้องรู้จักแสดง
นา้ ใจกับเพือ่ นรว่ มงานและลกู น้องในโอกาสอันสมควร

8

แหล่งคน้ ควา้ ขอ้ มูลเพิ่มเตมิ

3. ตอ้ งอยู่บนพื้นฐานของเหตผุ ลและความถกู ต้อง
ในการทางานถา้ มหี ลักการที่ชัดเจน การทางานกจ็ ะงา่ ย สะดวก เรว็ ข้นึ มีความเป็นธรรม

และตดั สินใจปัญหาตา่ ง ๆ ไดแ้ มน่ ยา
4. เปน็ นกั คดิ นกั วิเคราะห์

นกั บริหารทด่ี ีตอ้ งคดิ สรา้ งสรรคใ์ หบ้ ังเกดิ ส่งิ ทีเ่ ป็นไปได้ และตอ้ งมีความสามารถในการ
จดั ระบบความคิดใหเ้ ชื่อมโยง มองถึงองค์กรรวมของปัญญาท้งั หมด นอกจากการคิดอย่างมรี ะบบ
แลว้ ยงั ตอ้ งรู้จกั วิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ชดั เจน มคี วามสามารถในการคิดแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ ง
มปี ระสทิ ธิภาพ
5. มีการสร้างวิสยั ทัศน์

นกั บรหิ ารที่มคี วามสามารถตอ้ งมองเหน็ เหตุการณ์ในอนาคตออกและคาดการณ์ได้อยา่ ง
แมน่ ยา ด้วยสายตาทกี่ วา้ งไกล จากประสบการณท์ ่ีสะสมมานานปี ด้วยการศึกษาและพฒั นาอย่าง
ต่อเนือ่ งยาวนาน มองเห็นภาพรวมทง้ั ระบบ ข้อมูลทถ่ี กู ต้องสมบูรณ์

9

แหลง่ ค้นควา้ ขอ้ มูลเพม่ิ เตมิ

6. มีทักษะหลายดา้ น
นอกจากจะเป็นนักคิด นักวิเคราะห์แล้ว ยังต้องมีทักษะในเร่ืองต่อไปนี้ ทักษะในการตัดสินใจ

ต้องมีการจัดการท่ีดี มีทีมงานท่ีแข็งแกร่ง มีข้อมูลที่ถูกต้องมากพอและทันสมัย ทักษะในการแก้ไข
ปญั หา ทกั ษะในการสร้างทีมงาน
7. รอบร้แู ละมขี ้อมูลทที่ นั สมัย

เพราะการมีข้อมูลท่ีดีช่วยให้การตัดสินใจถูกต้อง แม่นยาขึ้น จึงต้องรู้ลึก รู้รอบ รู้กว้าง รู้ไกล
กระตือรือร้นอยู่เสมอ เปน็ นกั อา่ น ขยนั ใฝ่หาความรู้ ช่างสงั เกต รู้จกั ฟัง
8. รแู้ ละเข้าใจบทบาทหนา้ ท่ที ันสมยั

รู้ว่าขณะนี้ตนเป็นใคร มีบทบาทและมีอานาจหน้าที่อย่างไร เพื่อที่จะสวมบทบาทและแสดง
บทบาทตามอานาจหน้าท่ีความรับผิดชอบที่มีอยู่ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่เข้าไปก้าวก่ายงานใน
หนา้ ทีร่ บั ผดิ ชอบของคนอนื่

10

แหลง่ คน้ คว้าข้อมูลเพ่ิมเติม

9. กล้าตดั สินใจ
ในหลกั วชิ าการบริหารกล่าวกันวา่ สิง่ ท่ียากทส่ี ุดของนักบริหารคือ การตัดสินใจ แม้จะมีข้อมูล

ครบถ้วนในมอื แตก่ ไ็ ม่กล้าตัดสินใจ เพราะขาดความมั่นใจ กลัวท่ีจะต้องรับผิดชอบกับผลท่ีเกิดจาก
การตัดสินใจน้ัน องค์กรใดท่ีมีผู้บริหารแบบน้ีองค์กรน้ันคงเจริญเติบโตได้ยาก มองไม่เห็นอนาคต
ดา้ นความเจรญิ ก้าวหน้า
10. มียทุ ธวิธแี ละเทคนิค

กลยทุ ธเ์ ปน็ ปัจจัยสาคัญหนง่ึ ทจ่ี ะนาไปส่คู วามสาเร็จของงาน สว่ นเทคนคิ จะช่วยประหยัดเวลา
และทรพั ยากรอน่ื ๆ มใิ หส้ ้ินเปลือง เทคนิคทีด่ ีไม่ควรมคี วามสลับซับซ้อนมากเกินไป สามารถเข้าใจ
และง่ายต่อการปฏิบัตใิ หเ้ กดิ ผลสาเร็จได้

สบื ค้นเม่ือวันท่ี 2 สิงหาคม 2564 จาก https://www.sanook.com/money/78007/

11

การนาไปประยกุ ตใ์ ช้

หลังจากที่ได้เรียนรู้เน้ือหาเรื่องน้ี ทาให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจผู้บริหาร
สถานศกึ ษามากย่งิ ขึ้น สามารถนาความรไู้ ปประยุกต์ใช้ในการเป็นผู้บริหารที่ดี
ซ่ึงผบู้ รหิ ารทด่ี ี ตอ้ งมีภมู ริ ู้ ภมู ิธรรม ภูมิฐาน และปรับปรุงพฤติกรรมตนเองต่อ
การบริหารจัดการในการเป็นหัวหน้างานวิชาการของโรงเรียน และบริหาร
จัดการนักเรียนทีต่ นเองสอนได้อย่างเหมาะสม

สามารถนาความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้นาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันและ
การประกอบอาชีพ ก่อให้เกิดแนวคิดในการทางานที่คิดเชิงบวก เข้าใจ
หลักการบรหิ าร สามารถปรบั ตัวในการทางานไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข

12

? สรปุ บทเรียน วนั ท่ี 15 สงิ หาคม 2564

13

การพัฒนาฐานกายของผบู้ ริหาร

การพฒั นาฐานกายของผบู้ รหิ ารด้วยน้ามหาเสนห่ ์ อันหมายถึง
น้าคา คือ การพูดจาดี พูดดเี ปน็ ศรีแกป่ าก พูดไมด่ ีปากจะมสี ี
น้ามอื คือ ทาในส่งิ ที่พดู เปน็ แบบอย่างมากกว่าการบอกหรอื ส่งั การ
น้าใจ คือ การทาสิ่งต่างๆด้วยใจ ทาแล้วเกิดความรู้สึกว่าปราถนาดีต่อผู้อ่ืน

จรงิ ๆ

การปรับบคุ ลิกภาพของผบู้ รหิ าร 14

 ทรงผม ตอ้ งราบเรียบ สงี ามตา
ใบหน้า สดใส สีงามตา งานวิจยั บอกว่า ถา้ ครดู ูดี หล่อสวย

นักเรียนจะเรยี นร้มู ากยิ่งข้ึน
 เครือ่ งประดบั

แวน่ ตา ต้องเป็นแว่นสายตา ถ้าใส่แว่นตาสีดา จะส่อความพิรุธ เก็บไว้ให้ดี สี
กรอบ แว่นตา ตอ้ งเป็นสีมาตรฐาน ควรเป็นสีดาหรือสีน้าตาล

ตมุ้ หู ควรเป็นตมุ้ หูท่ีเหมาะสม ให้กะทดั รัด
สร้อยคอ ใส่ใหเ้ หมาะสม ดดู ี ไมม่ ากเกินไป
แหวน ควรใสใ่ ห้พอดี ไมโ่ ออ้ วด
นาฬกิ า สไี ม่ฉดู ฉาด ไม่โออ้ วด
ปากกา ควรใช้ปากกาแบบพกพา

15

การปรับบคุ ลิกภาพของผบู้ รหิ าร (ต่อ)

 เคร่อื งประดับ
เสอื้ สาหรบั ผชู้ าย ควรใสเ่ สือ้ เชิรต์ แขนยาว ไม่พับแขน

สาหรับผหู้ ญงิ ควรแตง่ กายใหส้ ุภาพ สะอาด
กางเกง สาหรับผู้ชาย ควรใส่กางเกงขายาว เหมาะสม สะอาด
กระโปรง สาหรบั ผู้หญิง ควรใส่กระโปรงทสี่ ะอาด สเี ขม้ เชน่ สีดา
รองเท้า สาหรบั ผ้หู ญิง ควรใส่รองเท้าหุม้ ส้น เดินอยา่ งระมดั ระวงั

สาหรบั ผ้ชู าย ควรเป็นรองเท้าหนัง
อุปกรณ์เสริม เช่น ผ้าผูกไทป์ ควรผกู แบบเง่ือน ๑ มิติ
โทรศพั ท์ ควรใชร้ ุ่นทีม่ ฟี งั กช์ ันใช้ไดท้ กุ เรือ่ ง ราคาเหมาะสม

16

วิธีการบริหารแบบ MBW
(Management By Walking)

ก า ร บ ริ ห า ร แ บ บ เ ท ค นิ ค ก า ร เ ดิ น 1. ดูคนออก
หมายถึง ให้ผู้บริหารนั้นรู้จักที่จะ 2. บอกคนได้
นิเทศด้วยตนเอง รู้จักสังเกต จะได้
ประเมินตามสภาพจรงิ สง่ ผลให้ 3. ใช้คนเป็ น

17

การพัฒนาฐานใจของผบู้ รหิ าร

การพฒั นาฐานใจของผ้บู ริหารด้วยสมุนไพร อนั หมายถงึ

 รากอ่อนน้อม ใหท้ าตัวเหมอื นกับรากทอ่ี ยู่ในดิน จะได้รู้เหน็ สภาพจริง
 ๔ ใบยอ ไดแ้ ก่ ยม้ิ สีหนา้ เกบ็ อารมณ์ความรสู้ ึกได้ ย้ิมจริงใจ แกป้ ญั หาตา่ งๆได้

ยอ การพูดสิ่งดี พดู ข้อดขี องผู้อ่นื
เยน็ มีความใจเยน็ สุขมุ
ยอม ยอมเพ่อื มาตั้งหลกั ใหม่ ยอมงอแต่ไมย่ อมหกั
อาจจะยอมแพ้กอ่ น เพ่ือรอชยั ชนะในโอกาสต่อไป
 กง่ิ เมตตา มีจิตใจโอบอ้อมอารี ปรารถนาดตี ่อผ้อู ืน่
 ก้านกรุณา มีจริยธรรมทดี่ ี
 ดอกอภัย อภยั คนเป็น ลมื ความผิดที่คนอ่ืนทา พยายาทาสงิ่ ใหม่ๆ
อย่าเป็นคนแบบกดั ไมป่ ล่อย

18

การพัฒนาฐานคิดของผู้บริหาร

ความผดิ ของผบู้ ริหารที่กฏหมายยอมไม่ได้

1. คอรัปชน่ั เอาประโยชนส์ ่วนรวมเปน็ ของสว่ นตัว ทุกขลาภ
โทษคือไลอ่ อก
2. เมาเพศ คนคนอ่นื มากกวา่ สามี/ภรรยา
- ผูช้ ายให้ระวังนางเบ็ด มีเบด็ รอบตวั
- ผูห้ ญิงใหร้ ะวังพรานบุญ ดดู ีแตเ่ ปน็ นักล่า
ถา้ ผูบ้ ริหารทาสองเรอื่ งนี้ ชวี ติ ผู้บริหารจบ ใหร้ ะวงั เพราะมีโอกาสพบเจอ
เมาเพศ หมดราคา เมาสรุ า หมดความสาคัญ

การพัฒนาฐานคดิ ของผู้บรหิ าร 19

การบรหิ ารงานทีด่ ี

ควรดฟู า้ หมายความว่า ดผู บู้ ริหารระดบั ทเี่ หนือกวา่ ทาตามนโยบาย
ควรดดู ิน หมายความวา่ ดผู ้ทู อี่ ยใู่ ตบ้ งั คับบญั ชา ตอบสนองความต้องการของ
ผทู้ ่อี ยูใ่ ต้ บังคับบญั ชาได้
ชวี ิตลขิ ิตเอง คือ ผู้บริหารต้องพงึ ตระหนักอยเู่ สมอว่า ตนต้องเป็นทพ่ี ่งึ แห่งตน
หรือฟ้าลิขิต อย่าคาดหวังว่าจะสาเร็จด้วยตัวเองเมสอไป บางครั้งต้องอาศัย
อิทธิพล บารมีจากทีอ่ ืน่ ดว้ ย

การพฒั นาฐานคดิ ของผู้บริหาร 20

การบรหิ ารงานท่ีดี

ชีวิตมที ง้ั ขาขึน้ และขาลง
ถ้าหากนายจูง หมายความว่า ชีวิตเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เราต้องการ
เปิดทางให้เราเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เราทางานตามนโยบายของ
ผูบ้ ริหาร
เพอ่ื นประคอง เมอ่ื เราทาตัวได้อย่างเหมาะสม เพื่อนร่วมงานกจ็ ะรักและเคารพ
ลูกน้องสนับสนุน เมื่อเราทาตัวได้อย่างเหมาะสม ลูกน้องใต้บังคับบัญชาเรา
จะสนนั สนนุ และดเู ราเป็นแบบอยา่ งได้

แหล่งค้นควา้ ขอ้ มูลเพ่ิมเตมิ 21

การพฒั นาบคุ ลิกภาพของผู้บรหิ าร (PERSONALITY DEVELOPMENT)
บุคลิกภาพของผู้บริหารมีความสาคัญสาหรับผู้บริหารเป็นอย่างยิ่งผู้บริหารที่มี

บุคลิกภาพดีย่อมได้รับการยอมรับนับถือจากผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อการยอมรับเกิดข้ึนการ
บริหารงานย่อมดาเนินไปได้อย่างราบร่ืนองค์ประกอบของบุคลิกภาพ บุคลิกภาพของ
บคุ คล ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 4 ประการดงั น้ี

บคุ ลกิ ภาพทางกาย
 บุคลิกภาพทางอารมณแ์ ละจติ วทิ ยา
 บคุ ลิกภาพทางสงั คม
 บุคลิกภาพทางสตปิ ัญญา

แหล่งค้นควา้ ข้อมลู เพมิ่ เติม 22

บุคลิกภาพทางกายแบง่ เป็นองค์ประกอบยอ่ ย 2 องค์ประกอบ ประการแรก คอื
1. รปู ลกั ษณภ์ ายนอกของผู้บริหารเปน็ ประการแรกทีป่ รากฏแก่สายตาผคู้ น
2. บุคลกิ ภาพภายในผู้บริหารต้องมีความสามารถในการพูดการโต้ตอบที่ดี

มีความฉลาดแหลมคมในการสนทนาเป็นผู้นากลุ่มได้ และต้องมีข้อมูลอย่าง
เพยี งพอ

สบื คน้ เมอื่ วันที่ 16 สงิ หาคม 2564 จาก https://www.kroobannok.com/blog/6217

23

การนาไปประยกุ ตใ์ ช้

หลังจากที่ได้เรียนรู้เน้ือหาเรื่องนี้ ทาให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจเก่ียวกับการ
ปรับบุคลิกภาพที่ดีของผู้บริหาร การดูแลตนเองมากยิ่งข้ึน การวางตัวอย่าง
เหมาะสม สามารถนาความรูไ้ ปประยุกต์ใชใ้ นการเป็นผู้บรหิ ารที่มบี คุ ลิกภาพท่ีดี น่า
เกรงขาม ดูคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น และปรับปรุงพฤติกรรมตนเองต่อการ
บริหารจดั การในการเปน็ หัวหน้างานวชิ าการ ของโรงเรียน และบริหารจัดการ
นกั เรียนท่ีตนเองสอนได้อยา่ งเหมาะสม มีคณุ ภาพต่อไป

24

? สรปุ บทเรียน วนั ท่ี 22 สงิ หาคม 2564

25

สมรรถนะทผ่ี ้บู ริหารควรมใี นยุค New normal

ผู้บรหิ ารต้องปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากบั ยุคดิจติ อล อนั ได้แก่

ความฉลาดทางดีจิทัล การรู้ทนั ส่อื (Media Literacy)

(Digital Intelligenc Quation :DQ) การรู้สื่อ เป็นความสามารถของ
ผู้เรียนเกี่ยวกับการเข้าถึง การวิเคราะห์
ความสามารถทางสังคม อารมณ์ และ และการผลิตสื่อผ่านความเข้าใจและ
การรับรู้ชีวิตในยุคดิจิทัล และสามารถ ความตระหนักเก่ียวกับ ศิลปะ ข้อความ
ปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากับชวี ติ ดิจทิ ลั ได้ เช่น ทักษะใน ในรูปแบบต่างๆ อิทธิพลของส่ือมวลชน
การรักษาอัตลักณ์ที่ดีของตนเอง ทักษะใน และวัฒนธรรม สามารถใช้ในการสื่อสาร
การรักษาข้อมูลส่วนตัว ทักษะในการคิด ความคดิ อย่างมปี ระสิทธิภาพ
วิเคราะห์ มีวิจารณญาณทีดี ทักษะในการ
จดั สรรเวลาหนา้ จอ

สมรรถนะที่ผ้บู ริหารควรมีในยุค New normal 26

ผู้บริหารต้องปรบั ตัวใหเ้ ขา้ กบั ยคุ ดิจติ อล อนั ได้แก่

ก า ร รู้ เ ท ค โ น โ ล ยี (Technology การรู้สังคม (Social literacy)
literracy)
วั ฒ น ธ ร ร ม แ บ บ ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม
ความชานาญในเทคโนโลยีสว่ นใหญ่ พัฒนาผ่านความร่วมมือและเครือข่าย
มักจะเก่ียวข้องกับความรู้ดิจิทัล ซ่ึง เยาวชนต้องการทักษะสาหรับการทางาน
ครอบคลุมจากทักษะคอมพิวเตอร์ข้ัน ภายในเครือข่ายทางสังคม เพื่อการ
พน้ื ฐานสู่ทักษะทซ่ี ับซ้อนมากขน้ึ รวบรวมความรู้ การเจรจาข้ามวัฒนธรรม
ที่แตกต่าง และการผสานความขัดแย้ง
ของข้อมูล

สมรรถนะที่ผู้บริหารควรมีในยุค New normal 27

ผู้บริหารตอ้ งปรับตวั ให้เข้ากับยุคดิจติ อล อนั ไดแ้ ก่

ทกั ษะการเรยี นรู้ ทักษะชีวติ (Life Skill) ทกั ษะดา้ น
(Learning Skills) ความรู้ด้านการเป็นพลเมืองที่ (Digital literacy)
มีวธิ ีการหาความรูจ้ ากแหลง่ ตา่ งๆ ดี (Civic Literacy) การใช้ (use) ใช้เป็น
มีความสามารถทางการคิดแบบ ความร้ดู า้ นสขุ ภาพ การเขา้ ใจ (understand)
สร้างสรรค์ ใฝ่รู้ ทักษะจาเป็น (Health Literacy) ทาได้
ซึ่งเ ป็นผ ล มา จา ก กา ร ปฏิรู ป ค ว า ม รู้ ด้ า น สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม การสร้าง (Create) ทาเอง
เปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการ (Environmental Literacy) การเข้าถึง (Access) ค้นหา
เรยี นการสอน ทกั ษะทางดิจทิ ลั นาไปใช้
มีการกรองข้อมูล เก็บข้อมูลที่จา
เปน็ ได้

สมรรถนะที่ผบู้ ริหารควรมีในยุค New normal 28

ผู้บรหิ ารต้องปรับตวั ใหเ้ ข้ากบั ยคุ ดิจติ อล อนั ไดแ้ ก่

การใช้งานคอมพิวเตอร์ การใช้อินเตอรเ์ น็ต การใช้งานเพื่อความม่ันคง
ทั ก ษ ะ ก า ร ใ ช้ คี ย์ บ อ ร์ ด การค้นหาข้อมูล ปลอดภยั
เมาส์ การทาธุรกรรม ไม่เปดิ เผยข้อมูลสว่ นตวั
การใชA้ pplication เขา้ ใจเครือขา่ ย ไมล่ ะเมิดลิขสทิ ธ์ิ
โปรแกรมประยุกต์ มีจริยธรรม ไม่ละเมิด เสนอขอ้ มูลจริง
การใช้ระบบต่างๆ ลขิ สทิ ธิ์ ไม่กลน่ั แกล้งทาง Social
การดแู ลรกั ษาอปุ กรณ์ (Enternet Bullying)
ปอ้ งกนั ไวรสั แฮกเกอร์

สมรรถนะท่ผี ู้บริหารควรมใี นยุค New normal 29

ผบู้ ริหารตอ้ งปรบั ตัวให้เข้ากับยุคดจิ ติ อล อันไดแ้ ก่

ก า ร ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม ก า ร ใ ช้ โ ป ร แ ก ร ม ต า ร า ง ก า ร ท า ง า น ร่ ว ม กั น แ บ บ
ประมวลคา ค า น ว ณ Excel Power ออนไลน์
พมิ พง์ าน word ได้ point ได้ งานเอกสาร
จัดแฟม้ ได้ การใช้โปรแกรมสร้างสื่อดิ ใช้ Google drive
เรียนรู้เชิงลกึ จติ ัล ร่วมเรยี นรู้
สร้างสื่อการเรียนการสอน Online Meeting
เรียนรโู้ ปรแกรม ใช้สื่อดจิ ติ ลั

คุณลกั ษณะของผูบ้ ริหาร 30

ผู้บรหิ ารแบบเสือ คอื ผ้บู รหิ ารท่ีทนั ตอ่ เหตกุ ารณ์ มีสิง่ ใหมๆ่ อย่เู สมอ
ปรบั ปรงุ ตนเองตลอดเวลา

ผู้บรหิ ารแบบสิงห์ คอื ผูบ้ ริหารทห่ี ย่งิ ในศักดศิ์ รี มภี าวะความเปน็ ผ้นู า

ผู้บรหิ ารแบบกระทิง คอื ผบู้ ริหารท่ีต่อสู้ ไม่ท้อถอย สงู้ าน
ผบู้ ริหารแบบแรด คือ ผู้บรหิ ารทีม่ ีความอดทน เหนยี วแน่น บกึ บึน

คณุ ลักษณะของผู้บรหิ าร 31

ผู้บริหารแบบหมีแพนด้า คือ ผู้บริหารท่ีมีความสวยงาม น่ารัก น่าเอ็นดู แต่
มักจะทางานไมค่ ่อยเป็น

ผ้บู รหิ ารแบบฉลาม คือ ผู้บรหิ ารทม่ี ีความดดุ นั เด็ดขาด คอ่ นขา้ งเผด็จการ

ผบู้ รหิ ารแบบเต่า คือ ผบู้ รหิ ารทท่ี างานช้า การตดั สินใจต้องอาศัยเหตลุ ะผล
บางคร้ังก็ไมท่ นั การณ์

ผู้บรหิ ารแบบสุนขั จ้งิ จอก คอื ผูบ้ รหิ ารทเี่ ป็นนักฉวยโอกาส ก่อให้เกดิ ความ
เสียหาย

ผบู้ รหิ ารแบบนกฮกู คอื ผูบ้ ริหารทมี่ ีความสขุ มุ มองการไกล เป็นนักวางแผน

ปลดล็อคชวี ิต พิชิตความสาเรจ็ 32

1. เมอ่ื ไมพ่ อใจผ้บู รหิ าร คนเรามกั จะทาหนา้ อย่างไร
ตอบ ทาหนา้ บึ้ง

2. ผู้บริหารควรใหอ้ ะไรกบั ผู้รว่ มงาน
ตอบ ควรใหโ้ อกาส

3. ลกู น้องดื้อ ควรทาอยา่ งไร
ตอบ ใหค้ าแนะนา

4. ผบู้ รหิ ารที่มภี ูมฐิ านดี มีลกั ษณะอย่างไร
ตอบ แตง่ กายดี

5. ผู้บริหารท่มี ลี กั ษณะดุเดือด เด็ดขาด คือผบู้ ริการแบบใด
ตอบ ผู้บรหิ ารแบบฉลาม

ความหมายของการบรหิ าร 33

บริ หมายถึง รอบๆถว้ นท่ัว
หาร หมายถึง แบง่ กนั กระจาย
บรหิ าร หมายถงึ การแบง่ งานกันทาใหโ้ ดยทัว่ ถึงกัน มผี บู้ รหิ ารเป็นผู้คอยตดิ ตาม ดูแล เพ่ือให้งาน
สาเรจ็ ลุลว่ งปด้วยดี ดงั นัน้ ความหมายของการบริหาร จงึ หมายถึงดังน้ี
 การบรหิ าร คอื ศลิ ปะในการทางานใหบ้ รรลุเป้าหมายร่วมกับผู้อื่น (Peter F.Drucker)
การบริหาร คือ การดาเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ท่ีกาหนดไว้ โดยการอาศัยคน เงิน วัตถุ
สงิ่ ของ เปน็ ปัจจยั ในการปฏบิ ัติงาน (Harrold Koontz)
การบรหิ าร คอื กจิ กรรมทบี่ คุ คลตัง้ แต่ 2 คนข้ึนไป รว่ มมือกนั ดาเนินการใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์
อยา่ งใดอย่างหนึง่ หรือหลายอย่างร่วมกนั (Herbert A.Simon)
การบริหารเป็นกิจกรรมของกลุ่มบุคคลตั้งแต่ 2 คนข้ึนไป ร่มมือกันทากิจกรรม เพ่ือให้บรรลุ
วตั ถปุ ระสงค์รว่ มกัน โดยการใชก้ ระบวนการ และทรพั ยากรท่ีเหมาะสม (วิจติ ร ศรีสะอา้ นและคณะ)

ลักษณะการบริหาร 34

เป็นศาสตร์ (Science) องคค์ วามรทู้ ี่เกิดจากวิธีทางวทิ ยาศาสตร์
และเป็นศิลป์(Art) พัฒนาทกั ษะ ประยุกต์ ยดื หยุ่น เพอ่ื จดุ หมาย
ผูบ้ ริหารท่ใี ช้ศาสตรอ์ ยา่ งเดียว จะทาให้ไมม่ ใี ครคบ หวงั แต่งงาน ชีวิตจะไม่
เหลอื ใคร

ลักษณะโครงสร้างการบรหิ าร

• ความแตกต่างทางแนวดิง่ หรอื ความแตกต่างทางระดับการบรหิ าร
• ความแตกต่างทางแนวนอน หรือความแตกตา่ งโดยอาศัยเขตความ

รบั ผิดชอบ

35

การแบง่ ประเภทของผู้บริหารตามแนวดงิ่
• ผ้บู รหิ ารระดบั สงู (Top Managers)
• ผบู้ ริหารระดับกลาง (Middle Managers)
• ผบู้ รหิ ารระดับต้น (First-line Managers)

การแบ่งประเภทของผู้บริหารตามแนวนอน

• ผู้บริหารท่วั ไป (General Manager)
• ผู้บรหิ ารตามหน้าท่ี (Functional Managers)
• ผบู้ รหิ ารโครงการ (Project Managers)

36

การบริหารตอ้ งใช้หลายแบบใหเ้ หมาะสมกบั งาน
ผบู้ รหิ ารระดบั สูง คิดเยอะ ทาน้อย
ผบู้ ริหารระดบั ตน้ คิดน้อย ทาเยอะ
อานาจตามตาแหนง่ การสั่งการ สารสนเทศ
อานาจสว่ นบคุ คล อา้ งคนอืน่ ความสามารถสว่ นตัว การแนะนา
บารมีคุณงามความดีจะติดตามเราตลอดไป

37

แหลง่ ค้นควา้ ขอ้ มลู เพ่มิ เตมิ

ความคดิ เชงิ บวก (positive thinking)
หมายถึง ความคิดท่ีเกิดจากการมองสิ่งต่างๆอย่างเข้าใจ ยอมรับในสิ่งท่ีเกิดขึ้นกับตัวเรา

ท้ังในทุกเร่ือง และหากเป็นเรื่องไม่ดีก็รู้จักคิดและพยายามหามุมมองท่ีเป็นประโยชน์ทางด้าน
บวกจากสิ่งน้ันๆ ให้เกิดประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น การคิดเชิงบวกเป็นการหามุมมองท่ีเป็น
บวก มุมมองที่ทาให้เราน้ันมีแง่คิดที่ดี มุมมองท่ีทาให้เรามีกาลังใจ มุมมองท่ีทาให้เรารู้สึกมี
ความทุกข์น้อยลง มุมมองที่ทาให้เรามีความสุขมากขึ้น มีแรงจูงใจที่จะต่อสู้กับชีวิต กล้าท่ีจะ
เผชิญชีวิต หรืออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพราะฉะน้ันถ้าสามารถคิดในเชิงบวกได้
ตลอดเวลา แปลวา่ เราสามารถมีชีวติ อยู่ในสงั คมได้อยา่ งมีคณุ ภาพและความสุข

38

แหล่งค้นคว้าข้อมลู เพมิ่ เติม

ประโยชน์ของการคิดเชงิ บวก
การคดิ เชิงบวกเป็นการหามุมมองที่เป็นบวก มมุ มองท่ที าใหเ้ รานน้ั มีแง่คดิ ทดี่ ี
ซ่ึงให้ประโยชน์ดงั นี้
1. ทาใหเ้ รามีกาลงั ใจมากขึ้น
2. ทาใหเ้ รารู้สึกมคี วามทุกข์น้อยลงมคี วามสุขมากข้นึ
3. ทาให้เรามีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพใจทด่ี ียิง่ ขึน้
4. ทาใหเ้ รามแี รงจูงใจทจ่ี ะตอ่ สกู้ บั ชวี ติ หรือพร้อมที่จะเผชญิ ชวี ติ
5. ทาให้เราอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุขและพร้อมท่จี ะเสยี สละเพ่อื สงั คมมากขึน้

สืบคน้ เมอื่ วันท่ี 23 สงิ หาคม 2564 www.facebook.com/notes/โรงเรยี นศรวี กิ รม์

39

แหลง่ ค้นคว้าขอ้ มูลเพิม่ เติม

8 รูปแบบของความเปน็ ผ้นู า

คาว่าผู้นานั้นมีอยู่หลายประเภท ผู้นานั้นก็เปรียบเสมือนกับหัวเรือใหญ่ในการนาทัพให้ธุรกิจ
ชีวิตครอบครัว หรือกลุ่มสังคมต่างๆประสบความสาเร็จ โดยในปัจจุบัน ผู้นาสามารถออกได้เป็น 8
ประเภทดว้ ยกัน คือ

1. ผูน้ าแบบประชาธิปไตย (Democratic Leadership)
โดยผู้นาแบบประชาธิปไตยน้ันจะตัดสินใจเรื่องใดๆก็ตามจากข้อมูลที่รวบรวมมาจากสมาชิกใน
ทีม ที่ทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเร่ืองต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน ผู้นาในแบบน้ี
นับเป็นหนึ่งในรูปแบบท่ีมีประสิทธิภาพที่สุด จากการเปิดโอกาสให้ผู้ท่ีมีหน้าที่การงานท่ีต่ากว่าได้
เรียนรู้หรอื ฝึกฝนในการเสนอความคดิ เห็น
2. ผู้นาแบบเผด็จการ (Autocratic Leadership)
ผู้นาประเภทน้ี ชอบใช้ความคิดตัวเองไม่มีการเปิดโอกาสให้คนอ่ืนเสนอความคิดหรือความเห็น
ใดๆ และไม่มีการสอบถามถึงผลกระทบหรือผลลัพธ์ใดๆจากคนรอบข้าง เรียกได้ว่าตัดสินใจทาอะไร
ดว้ ยตวั เองคนเดยี ว หากองคก์ รมผี ู้นาประเภทนีก้ ็ยากท่จี ะประสบความสาเรจ็ ในระยะยาว

40

แหลง่ ค้นคว้าขอ้ มูลเพม่ิ เตมิ

8 รูปแบบของความเปน็ ผนู้ า

3. ผู้นาแบบเสรนี ิยม (Laissez-Faire Leadership)
ผ้นู าท่ปี ล่อยอสิ ระใหพ้ นกั งานทาอะไรได้เต็มท่ี ซงึ่ เราจะเห็นไดจ้ ากบรษิ ัทประเภทสตาร์ทอัพที่

มีพนกั งานเปน็ คนรนุ่ ใหม่ไฟแรง ทีไ่ ม่ได้เอาเรอ่ื งเวลาการทางานเปน็ ตวั วัดผล แตใ่ ห้ความเช่ือม่ันใน
ผลงานของตัวพนักงานมากกว่า
4. ผู้นาแบบมีกลยทุ ธ์ (Strategic Leadership)

ผู้นาที่รักษาสมดุลระหว่างการดาเนินงานภายในและโอกาสในการเติบโตขององค์กร ท่ีแบก
รับและมองทั้งมุมของผู้บริหารในด้านภาระค่าใช้จ่าย การสร้างผลงาน และจาเป็นต้องดูแล
สภาพแวดล้อมในการทางานเพ่ือใหพ้ นกั งานทุกคนมีความสะดวกสบายในการทาให้ผลงานออกมา
ดี ซึ่งเป็นผู้นาท่ีหลายๆองค์กรต้องการ เพราะทักษะในเชิงกลยุทธ์จะสามารถช่วยสนับสนุน
พนักงานได้หลายประเภทในครง้ั เดียว แตก่ ็อาจจะมีขอ้ เสียอยบู่ ้างเลก็ น้อยหากไม่สามารถสนับสนุน
หรือช่วยเหลอื พนกั งานกลุม่ อ่ืนๆไดอ้ ย่างทันท่วงที

41

แหลง่ ค้นควา้ ขอ้ มลู เพิม่ เตมิ

8 รปู แบบของความเป็นผู้นา

5. ผนู้ าความเปล่ียนแปลง (Transformational Leadership)
ผนู้ าท่ีพรอ้ มจะเปลย่ี นแปลงสิ่งต่างๆอยตู่ ลอดเวลา โดยเปลย่ี นแปลงในสงิ่ ทีด่ ีต่อองค์กรหรือการ

คิดนอกกรอบเดิมๆเพ่ือให้พนักงานไม่ยึดติดกับเนื้องานเดิมๆหรือติดอยู่กับ Comfort Zone ซ่ึง
เปา้ หมายในการทางานก็จะท้าทายและยากข้ึนอยู่เร่ือยๆ โดยผู้นาประเภทน้ีเหมาะสาหรับองค์กรท่ีมี
จิตวิญญาณที่มุ่งมั่นในการเติบโตของธุรกิจ เพราะมันกระตุ้นให้พนักงานเห็นและดึงศักยภาพของ
ตัวเองออกมาได้
6. ผู้นาดา้ นการทาธุรกรรม (Transactional Leadership)

ผู้นาด้านนี้เราจะเห็นได้เป็นปกติในทุกๆวัน ซึ่งมักจะให้รางวัลกับพนักงานที่ทางานได้ตาม
เป้าหมาย เช่น การให้โบนัสพิเศษเมื่อทาเป้าได้เหนือกว่าท่ีตั้งไว้ ผู้นาประเภทน้ีมักจะเสนอแผนการ
มอบสิ่งจูงใจเป็นรูปแบบของเงินรางวัลพิเศษ หากเราสามารถทาสิ่งต่างๆได้ตามเป้าหมายหรือเกิน
กวา่ เปา้ หมายตง้ั แต่คร้งั แรกทีเ่ ข้ามาทางาน ซง่ึ ถอื เป็นการต้ังบทบาทหน้าที่ให้กับพนักงานทุกคนและ
กระตุ้นให้พนกั งานมีความพยายามในการสร้างผลงานให้คุ้มค่าอยตู่ ลอดเวลา

42

แหลง่ ค้นคว้าข้อมูลเพ่มิ เติม

8 รูปแบบของความเป็นผนู้ า

7. ผนู้ าทชี่ อบสอนงาน (Coach-Style Leadership)
ผู้นาประเภทนี้จะมุ่งเน้นไปท่ีการพัฒนาศักยภาพของทีมงานแต่ละคน เพ่ือสร้างให้เกิดความ

แข็งแกร่งในการทางานเป็นทีม โดยลักษณะผู้นาแบบนี้จะคล้ายๆกับผู้นาแบบประชาธิปไตย
(Democratic Leadership) กับ ผู้นาแบบมีกลยุทธ์ (StrategicLeadership) แต่เน้นไปทางการเพิ่ม
ศกั ยภาพพนกั งาน
รายบุคคลแต่ยังสร้างทีมด้วยการค้นหาว่าใครมีความสามารถอื่นๆท่ีใช้ต่อยอดเรื่องต่างๆได้ ด้วยการ
มอบหมายงานใหม่ๆ
8. ผนู้ าแบบราชการ (Bureaucratic Leadership)

ผู้นาท่ียึดตาราเป็นหลักที่ยังเปิดโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นจากพนักงาน แต่จะปฏิเสธทันที
หากมขี ้อท่ีขัดตอ่ ระเบยี บหรือนโยบายองค์กร ซึ่งจะเห็นได้จากองค์กรเก่าแก่ที่มีผู้อาวุโสบริหารงาน รวม
ไปถึงหน่วยงานราชการ ความคิดใหม่ๆท่ีจะช่วยขับเคล่ือนองค์กรมักจะถูกปฏิเสธเพราะขัดกับธรรม
เนยี มปฏิบัติเดิมๆ

สบื ค้นเมอื่ วันท่ี 23 สงิ หาคม 2564 จาก https://www.popticles.com

43

การนาไปประยกุ ตใ์ ช้

หลังจากท่ีได้เรียนรู้เนื้อหาเร่ืองน้ี ทาให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจเก่ียวกับ
คุณลักษณะของผู้บริหารแบบต่างๆ ทักษะที่จาเป็นพื้นฐานสาหรับผู้บริหาร
โดยเฉพาะด้านการใช้เทคโนโลยี คนเราจะเป็นผู้นาแบบไหน ให้ใช้ได้ทุกรูปแบบ
ขนึ้ อยกู่ บั สถานการณ์ที่เกิดข้ึน ผนู้ าที่ดีควรเปน็ อย่างไร การมีภาวะผูน้ าที่เหมาะสม

สามารถนาความรูไ้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเปน็ ผู้บริหารทดี่ ี และปรับปรงุ พฤตกิ รรม
ตนเองต่อการบริหารจัดการในการเป็นหัวหน้างานวิชาการของโรงเรียน และ
บริหารจัดการนกั เรียนทต่ี นเองสอนได้อยา่ งเหมาะสม มีคณุ ภาพต่อไป

44

1 ทฤษฎีการบริหาร 45

ทฤษฎแี ห่งบทบาท ทฤษฎบี ูรณาการทางสงั คมของเบลอ
สมาชิกในสังคมต่างมีตาแหน่ง มีบทบาท • เอกตั บคุ คลไดร้ ับการยอมรบั ใหเ้ ปน็
สมาชกิ ในกล่มุ ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหน่งึ
ต่างก็ต้องแสดงบทบาทของตน 3 อย่าง คือ • การเขา้ เปน็ สมาชิกใหมใ่ นกลมุ่
บทบาทท่ีพอดี บทบาทท่ีขาดไป และบทบาทที่ หากโดดเดน่ มากเกนิ ไป จะเป็นภัยแกต่ นเอง
ลน้ เกนิ

ทฤษฎีความต้องการ 5 ขน้ั ของอรี ิค ฟรอมม์
มนุษยม์ ีความต้องการ 5 ประการ อันไดแ้ ก่ มสี มั พนั ธภาพ มีการสร้างสรรค์ มสี งั กัด มีเอกลักษณ์

แห่งตน และมีหลักยดึ เหนี่ยว

ทฤษฎีความตอ้ งการความสมั ฤทธ์ิผลของแมคเคลแลนด์
มนุษย์มีความต้องการ 3 ด้าน อันได้แก่ ต้องการความสาเร็จ ต้องการอานาจ และความต้องการ

ทางสงั คม


Click to View FlipBook Version