The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KMITL, 2025-07-17 02:30:27

ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ

Book_History Astronomy

สำานวนท่�เก้า หมอบรัดเลย์ บันทึกเหตุการณ์ครังประวัติศาสตร์เก่�ยวกับสุริยุปราคาเต็มดวงท่� �หว้ากอ ระบุรายละเอียดว่า วันที� ๗ สิงหาคม ๑๘๖๗ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวได�เสด็จไปหัววาฬเพื�อเตรียมการเกี�ยวกับสุริยุปราคา และได�โปรดให�ชาวอเมริกันกับยุโรปได�ไปด้ด�วย โดยไม่ต�องเสียค่าใช�จ่าย วันที� ๑๒ สิงหาคม หมอบรัดเลย์และบุตรสาวชื�อ Sarah บุตรชายชื�อ Dwight ได�เดินทางไปด�วยเรือกลไฟหลวง ออกจากกรุงเทพฯ เที�ยงวัน ถ่งปากนำา ๑๖.๐๐ น. และถ่งหัววาน (หมายถ่งหว�ากอ) เวลา ๒๓.๐๐ น. วันที� ๑๖ สิงหาคม เป็นวันอาทิตย์ ได�ประกอบพิธีอธิษฐาน และหมอบรัดเลย์เป็นคนเทศน์สำาหรับชาวต่างประเทศ รวมทั�งสมุหนายกของไทยด�วย วันที� ๑๘ สิงหาคม ๑๘๖๘ อากาศตอนเช�าสดใส แต่มีเมฆมากข่นในตอนสาย เมื�อเวลา ๑๐.๐๗ น. �อันเป็นเวลาเริมสัมผัสแรกของการเกิดคราสก็แทบมองไม่เห็นดวงอาทิตย์เพราะเมฆบัง เมื�อเริ � มเห็นดวง �อาทิตย์ รัชกาลที� ๔ ทรงยิงป้นใหญ่หน่�งนัดเพื�อเป็นสัญญาณ และมีการเป่าแตรสัญญาณจากบริเวณค่ายหลวง หมอบรัดเลย์ บันท่กไว�ว่า ทุกคนล�วนกังวลว่าจะมีเมฆมาบังเวลาเกิดคราสเต็มดวง จนถ่งกับท่านสมุหนายกได�ขอร�องให�ผ้�ที�สวดอ�อนวอนพระเป็นเจ�าได�ให�สวดขอให�พระองค์ได�ช่วยสลายฝ้งเมฆตามการคำานวณของรัชกาลที� ๔ สุริยุปราคาเริมเวลา ๑๑ นาฬิกา ๓๖ นาที ๒๒ วินาที และเกิดติดต่อกัน �เป็นเวลา ๖ นาที ๔๕ วินาที ท�องฟ้ามืดคล�ายคืนข�างข่น ๘ คำา มองเห็นดาวศุกร์ ท่านบันท่กว่าเป็นภาพน่าด้ �ที�คุ�มค่าการเดินทางนับร�อยไมล์เพื�อมาชมปรากฏการณ์นี� เห็นลำาแสงแรกที�พุ่งออกหลังดวงจันทร์เมื�อสินสุด�การเกิดคราสเต็มดวง รัชกาลที� ๔ ทรงยิงป้นใหญ่อีกนัดหน่งเมื�อสิ � นสุดปรากฏการณ์นี� กับทรงพอพระราช �หฤทัยที�ได�คำานวณได�แม่นยำากว่าทีมนักดาราศาสตร์ชาวฝรังเศสถ่ง ๒ วินาที � วันที� ๑๙ สิงหาคม เดินทางกลับ ถ่งนอกสันดอนเวลาเที�ยง และรอนำาข่น กลับถ่งกรุงเทพฯ เวลา �๒๓.๐๐ น.”(๒๕) สรุปเร่�องจดหมายเหตุปรากฏการณ์สุริยุปราคา ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๒๓๑ บันทึกเร่ยบเร่ยงโดยบุคคลผ้้อย้่ในเหตุการณ์และได้รับการบอกเล่าได้เป็นประเด็นต่าง ๆ ค่อ “คณะ (ชาวตะวันตก) จากกรุงเทพฯ ได�แล่นเรือลงไปตามลำาแม่นำาเจ�าพระยาออกอ่าวไทย และไปข่�นบกบนฝั� งใกล�จุดที�ต�องการ ณ ที�นั�น คนงานได�ถากถางป่าใกล�ฝั� งทะเลมาเป็นเวลาหลายเดือนแล�วเพื�อสร�างเป็นที�ประทับข่นชั�วคราวตลอดจนบ�านพักแขกเมืองและหอด้ดาว ผ้�รับเชิญชาวยุโรปส่วนใหญ่ �ที�ยังไม่คุ�นเคยกับการรับรองด�วยไมตรีจิตของชาวไทย และไม่ค่อยสบายใจนักที�จะต�องมาทนทรมานอย้่กลางป่า แต่ก็ร้�ส่กแปลกประหลาดใจมาก ทั�งนี�เพราะเหตุว่าอาหารที�รับรองนันทำาโดยพ่อครัวชาวฝรั �งเศส �และเหล�าองุ่นก็มีหัวหน�าผ้�รับใช�ชาวอิตาเลียน เป็นผ้�รินแชมเปญ ซ่�งเป็นของฟุ่มเฟ้อยที�หาได�ยากที�สุดในขณะนัน ก็แช่นำาแข็งเสียจนเย็น ในตอนเย็นขณะที�มีการแสดงโขน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ ก็จะทรง �สนทนาอย่างเป็นกันเองกับบรรดาผ้�ได�รับเชิญทังหลาย เขาเหล่านั� นไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได�พบกับสุภาพสตรี �ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๑๙๑


(เพราะเหตุว่าพระราชาทางทิศตะวันออก มักกักขังสนมของพระองค์ให�อย้่แต่ภายในพระราชวัง)แต่ณ ที�นั�น ก็มีบรรดาสุภาพสตรีปะปนอย้่ด�วย เธอไม่อายหรือปลีกตนไปอย้่ห่างไกล แต่กลับอ่อนน�อมและวางตนอย่างสบาย สิง� ที�น่าด้ที�สุดกค็ ือบรรดาพระราชโอรสธิดา ต่างก็มีมารยาทสุภาพอ่อนน�อมและอาจรบสั ังภาษา�อังกฤษได�บ�าง”(๒๖) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯทรงสร�างหอสังเกตปรากฎการณ์ดาราศาสตรที ์ �มีเครื�องมอืครบครันรวมทั�งอาคารในการจัดให�เป็นที�พักคนได�เกอบืหน�ง่พันคน มีโรงเรอืนสาำหรบช� ัาง ม�าและสตวั ์เลีย�งอื�น ๆพร�อม ชาวตะวันตกที�มาร่วมกิจกรรมในวันนั�นคือ เซอร์ฮารี ออด (Sir Harry Odd) ผ้�เป็นข�าหลวงแห่งสิงคโปร ม์าพร�อมกบัเจ�าพนักงานและสุภาพสตรีกลุ่มหน�ง่ มิสเตอรอล์าบาสเตอร์(Mr. Alabaster)รักษาการกงสุลอังกฤษประจำากรุงเทพ เพื�อนเก่าแก่ของพระองค์และนักวิจารณ์คือดอกเตอร์บรัดเลย์(Dr. Bradley) รวมทั�งนักวิทยาศาสตร์ฝรั�งเศส ๑๐ คน ส่วนคณะของพระองค์คือขุนนางจำานวนหน�่งข�าราชการและเจ�าชายน�อยทั�งหลาย ในจำานวนนี�มีเจ�าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์รวมอย้่ด�วย และนางสนมกานำลัอีกจำานวนหน�ง่ พวกแขกรบัเชิญต่างประหลาดใจในการต�อนรบัครัง�นี�เป็นอย่างยิง�พระราชวังชัว�คราวที�อัครฐานเรือนรับรองที�พร�อมให�ความสะดวกสบาย มีพ่อครัวชาวฝรั�งเศสรวมทั�ง maitre d’hotel ชาวอิตาลีรวมทั�งการจัดหานาำแข็งซ่งเ�ป็นของหายากนามำ าให�บริการด�วย กลางคืนกอ่นถ่งวันปรากฏการณส์รุยิุปราคา ได�มีการจัดแสดงโขนเรื�องรามเกยีรติข่�น�ทีค�่ายหลวง(๒๗) ผ้�รวมส่ ังเกตการณ์มีทัง�นักการท้ตพร�อมครอบครว นั ักวิชาการผ้�สนใจปรากฏการณทั ์งชา�วไทยและชาวต่างประเทศ (ฝรังเศส� อังกฤษ)กลับมาถ่งกรุงเทพ รบสั ังถา�มเรื�องสรุยิุปราคากบั โหร (พระโหราธิบด่)และท�าวนาง (ท้าวสมศกดิ ั�ท้าวโสภา) ว่าที�กรุงเทพจบกี ัส�ว่นเหลอกี ืส�ว่นทรงได�รบคั ำาตอบครุมเครอ จ่ ืงทรงลงโทษ “ท�าวโสภา (นิเวศ)เป็นตาำแหน่งค้่กบท� ัาวสมศักดิ�มีหน�าที�ฉลองพระโอษฐ์เชิญพระบรมราชโองการ พระราชกระแส แจ�งตอ่ ไปยังผ้�รบัพระบรมราชโองการหรอืผ้�รบสั ัง�นัน�ๆแล�วแต่กรณีและมีหน�าทีบ�ังคบบั ัญชาตัดสินคดีในพระราชฐานถือศักดินาคนละ ๑๐๐๐...”(๒๘) กรมหลวงวงษาธิราชสนิทให�ทำาใบบอกออกไปกราบบังคมท้ลมอบไว�ทีห�อ�งอาลักษณต์ามพระราชประสงค์ ๒๔ สิงหาคม ๒๔๑๑ รับสั�งถามพระราชาคณะด�วยเรื�องสุริยุปราคา พระราชาคณะถวายพระพรไม่ต�องกัน ทรงขัดเคือง (ด้เหมือนว่าทรงหวังให�โหรและพระราชาคณะเป็นผ้�ร้�เรื�องสุริยุปราคาที�ถ้กต�องแต่ไม่ทรงสมหวัง)(๒๙)บรรยากาศค่ายหลวงหว�ากอชว่งนัน� ๑๙๒ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


“ตลอดระยะเวลานัน เป็นโอกาสรื�นเริงสนุกสนานเป็นพิเศษ ได�มีการเล่นเต�นระบำาหลายอย่างหลาย �ประการ หมอบรัดเลย์ได�เป็นผ้�นำาในการประกอบพิธีทางศาสนา ผ้�ที�ร่วมมาในคณะของเซอร์เฮนรี� ออร์ดได�เขียนไปลงในหนังสือพิมพ์บางกอกกาเลนเดอร์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ�าอย้่หัวและบรรดาขุนนางที�ตามเสด็จมาได�ทรงละเลยขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเสียสิน อย่างไม่เคยปรากฏแต่กาลก่อนมาเลยว่า �ทางราชสำานักได�ทำาการปฏิวัตรจารีตประเพณีอย่างสินเชิงเหมือนคราวนี� คือได�มีการเปิดพลับพลาที�ประทับ �ให�แขกได�เข�าไปชม บรรดาเชื�อพระวงศ์ที�ยังทรงเป็นหนุ่มเป็นสาวก็ได�รับพระบรมราชานุญาตให�เสด็จเข�าไปร่วมสังสรรค์กับอาคันตุกะชาวอังกฤษอย่างฉันมิตรสนิทสนมยิง”� (๓๐) “ท่านสมุหนายกตื�นเต�นปิติเสียจนกระทั�งทิ�งให�กล�องโทรทรรศน์อันยาวห�อยต่องแต่งอย้่บนแกนแล�วมุ่งหน�าเดินเข�าไปยังพลับพลาที�ประทับ พ้ดกับบรรดาท่านผ้�หญิงของท่านว่า คราวนี�จะเชื�อต่างชาติได�อีกหรือ”(๓๑) ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๑๙๓


บทท่� ๑๔บทสรุปเม่�อดาราประกายแสงแห่งปัญญา194 ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


ประเด็นสำาคัญที�ได�จากการศ่กษาเรื�องพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ ในที�นี�คือ ประการแรก การผลัดเปล่�ยนแผ่นดิน พบว่าประเด็นเรื�องการสืบราชสมบัติจากรัชกาลที� ๒เป็นรัชกาลที� ๓ รวมทังการสืบราชสมบัติจากรัชกาลที� ๓ เป็นรัชกาลที� ๔ ที�รับร้�กันในกระแสประวัติศาสตร์ �ชาตินั�นน่าจะไม่ตรงกับข�อเท็จจริง การผลัดเปลี�ยนแผ่นดินทั�งสองครั�งนั�นมีความเคลื�อนไหวเพื�อให�ได�ตำาแหน่ง แต่ด�วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ ซ่งเป็นเรื�องตรงตามหลักการ ความยุ่งยากในการสืบราชสมบัติทั �งสองครั�ง�จ่งสงบไม่วุ่นวาย ประการท่�สอง เปิดรับด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย่ “ยุคสยามใหม่”ซ่�งหมายถ่งยุคของการยอมรับความสำาคัญและศ่กษาเรียนร้�เรื�องเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ตามแนวปฏิบัติของสังคมตะวันตก เกิดข่นในสยามตั� �งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนังเกล�าฯ แตกกิ� งก�านเติบโตมากข่ � นในรัชกาลต่อมาคือ�รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ แขนงวิชาเทคโนโลยีที�สำาคัญคือการต่อเรือกลไฟ การขุดคลองเพื�อส่งเสริมการคมนาคมและเกษตรกรรม การพิมพ์ การกำาหนดเวลามาตรฐาน การถ่ายภาพ และดาราศาสตร์ ประการท่�สาม การเร่ยนร้้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย่ สร้างโลกทัศน์ใหม่ให้ชาวสยามพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ พระสงฆ์และชนชันปกครองสยามให�ความสนใจศ่กษาเรียนร้�และพัฒนา �เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ โดยศ่กษาเรียนร้�กับชาวตะวันตกที�มาทำากิจกรรมต่าง ๆ ในสยาม เช่น หมอ มิชชันนารี นักการท้ต แต่สำาหรับวิชาดาราศาสตร์นัน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ และชาวสยาม ผ้�สนใจ �ศ่กษาเรียนร้�จากตำาราทังจากซีกโลกตะวันตกและซ่กโลกตะวันออกด�วยวิธีผสมผสาน � พระสงฆ์และชนชั�นปกครองไทยคือพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางหลายคนสนใจเรียนร้�และนำามาปฏิบัติ เช่น พระบาทสมเด็จพระปิ�นเกล�าเจ�าอย้่หัวทรงต่อเรือกลไฟได� สมเด็จพระมหาสมณเจ�ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงคำานวณการเกิดคราสล่วงหน�าได� ตำาราการกำาเนิดการเกิดคราสตามจารีตวิชาการสยามนันพิส้จน์ว่าเชื�อถือได�จริง � วิชาดาราศาสตร์คือเครื�องมือของพระราโชบายทำาลายความเชื�องมงายและข่าวเล่าข่าวลือต่าง ๆ ที�ไม่เป็นผลดีต่อตนเองและสังคม เหตุการณ์เหลือเชื�อที�ปรากฏในธรรมชาตินั�นเป็นเรื�องพิส้จน์ได� เช่น ปรากฏการณ์อุปราคา ฝนดาวตก หรือดาวหาง เป็นการสร�างโลกทัศน์ใหม่ให�กับคนสยาม และยังมีผลอื�นตามมาคือ ทำาให�ชาวสยามเชื�อในการนำาพาชาติโดยพระมหากษัตริย์ผ้�ทรงเอาใจใส่ มีเหตุผลและให�ความเป็นธรรมแก่ราษฎร ประการท่�ส่� พระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงคำานวณการเกิดคราสได�จริง ทรงมีความชำานาญเรื�องการคำานวณการเกิดคราสล่วงหน�าได�ตั�งแต่ก่อนข่นครองราชย์ เมื�อ พ.ศ. ๒๓๙๔ � ทรงคำานวณแจ�งการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในวันที� ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ ก่อนเหตุการณ์เกิดข่น�จริงถ่ง ๓ ปี มิได�ทรงนำาข�อม้ลที�ผ้�อื�นพบแล�วประกาศว่าเป็นผลงานของพระองค์ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๑๙๕


ประการทห่� ้า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงเปนน็กวั ิชาการในอุดมคติ คอืทรงมีความมุ่งมัน�ศ่กษาพัฒนาความร้� เต็มใจเผยแพร่ความร้� ซื�อสตยั ์ในวิชาชีพ และทรงมีจรรยาบรรณ หลักฐานพส้ิจน์ประเด็นนี�เช่น เมื�อทรงคำานวณการเกิดสรุยิุปราคาเต็มดวงเห็นได�ที�หว�ากอ แขวงเมอืงประจวบครีขี ันธ์ทรงประกาศแจ�งให�นักวิชาการทังชา�วไทยและชาวต่างประเทศทราบ ทรงสนบัสนุนให�กับผ้�ที�ประสงค์มาร่วมศ่กษาเกิดความสะดวก ทรงตระหนักดีว่าพื�นที�นั�นเป็นพื�นที�ที�มีความไข�ชุกชุมเป็นเหตุให�เสยชีวีติ ได� แต่ไม่ทรงละความตั�งพระทย ัเสด็จไปประทบั ในพื�นที�ทรงเตรยมีการศ่กษาเมื�อเกิดคราสจริง ทรงนาผลำการศ่กษามาวิเคราะห์และติดตาม ในที�สุดพระองค์ประชวรด�วยไข�จากเหตทีุ�ทรงทุ่มเทให�กบัการศ่กษา ณ พื�นที�อันตรายนัน�และเป็นสาเหตุให�สวรรคต เรื�องนี�น่าจะสรุปว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ ทรงเป็นนักวิชาการดาราศาสตร์ซ่�งอุทิศตนให�กบัการศ่กษาวิชาดาราศาสตร์โดยไมค่ ำาน่งถ่งพระชนมช์ ีพประการท่�หก สยามส้่การเปนส็ ังคมสากลของโลกจากความสนพระทยวั ิชาดาราศาสตร์ได�นามำ าซ่ง�โลกทัศน์วิชาการแขนงใหม่ๆ ทำาให�สังคมไทยเป็นสังคมสากลของโลก เช่น การกำาหนดเวลามาตรฐานการเปลีย�นความนยมิจากการกาำหนดวันเดอืนปีจากจันทรคติส้่สรุยิคติและยังขยายพรมแดนการอธบิายเรื�องสวรรค์ซ่�งจับต�องไม่ได�ตามจารีตพุทธศาสนาส้่สวรรค์ตามหลักความจริงวิชาดาราศาสตร์เช่นจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดบรมนวิาส กรุงเทพมหานครประการท่�เจ็ด ความก้าวหน้าทางวทิยาศาสตรส้่ก์ารรกัษาเอกราชของชาติ ความสนพระทัยเรื�องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนำามาซ่�งเกียรติภ้มิให�กับราชอาณาจักร ชาตินักล่าอาณานิคมมองความเคลื�อนไหวนี�พบว่าสยามน่าจะเป็นชาติที�พร�อมก�าวส้่ความทันสมยัและปฏิร้ป จ่งเป็นเหตผลุหน�ง่ที�ชาตินักล่าอาณานิคมเลอืกที�จะไม่แทรกแซงและครอบงำา สมเด็จพระมหาสมณเจ�า กรมพระยาปวเรศวรยิาลงกรณ์ทรงนิพนธ์เรื�อง พระราชประวตัิในรัชกาลท่� ๔มีเนื�อหาระบุตอนหน�งว่า ่ “สองคำาทรงธรรม์ กลับจากเกาะจาน สบคิ ำาประชวร ไข�ป่ากล�าหาญ กาำหนดระยะกาล เดือนกบห� ัาวันฯ วันเพ็ญเดือนสบิเอ็ด พระบาทสมเด็จ จอมเกล�าดลสวรรค์ ครุวารยามเศษ บาทหน�งเ่พยีงนัน เ�กิดเหตอุัศจรรย์ หลายอย่างนานา เย็นพลบวันนัน� ประหัศใกล�จันทร์ วาบใหญ่หนักหนา เหลอืกพวกว่าเห็น ดาวหางข่น�มา ชีท�ิศเวลา เถียงแย่งกันไป๑๙๖ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


ว่าหางกว่าศอก เห็นเข�าตกใจ อย้่ริมดาวใหญ่ ดวงหน่�งเป็นสำาคัญ เลือกพวกว่าเห็น ที�ยอดสุทไธยสวรรค์ เหมือนดวงพระจันทร์ สามวงซ�อนเรียง เป็นเถาข่นไป เมื�อกาลจวนใกล� � ในวันใกล�เคียง มหาธน้ข่น� ทิศบ้รโก่งเฉลียง อุกกาบาตตกเคียง ประพาสพิพิธภัณฑ์ เมื�อบ่ายเย็นแล�ว พระบาททรงธรรม์ ให�อาลักษณ์นัน� จดหมายเรื�องเรียน เป็นคำามคธ บาทบทสำาเนียง ไพเราะเพราะเสียง อ่านข่นสลดใจ กับเครื�องมัศการ � พนักงานนำาไป บ้ชาสงฆ์ไซร� ที�ในปวารณา แสดงปณิธาน แต่ต�นเดิมมา แล�วขอขมา ในที�สุดกาล”พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย“”ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๑๙๗


เชิงอรรถบทท่� ๑(๑) เนื�อหาประวัติศาสตร์สว่ นใหญ่ระบุว่าครองราชย์เมื�อ พ.ศ. ๒๓๙๔ แท�จริงแล�ว วันที�๓ เมษายนยังไม่เปลีย�นปีทางจันทรคติยังคงตรงกบ ัพ.ศ. ๒๓๙๓(๒) สมเด็จพระมหาสมณเจ�า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส, ตำานานวัดบวรนิเวศวิหาร, กรุงเทพฯ :วัดบวรนิเวศวิหาร, ๒๕๔๐, หน�า ๑๔.(๓) วอลเตอร์เอฟ.เวลลาแต่ง พันเอกนิจทองโสภต ิ แปล,แผนด่นพิระนั�งเกล้า, พมพิ ์ครัง�ที�๒กรุงเทพฯ: กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์, ๒๕๓๐, หน�า ๓-๕. (๔) ณัฐวฒุ สิุทธิสงคราม, “พระพุทธไพรพี ินาศ”พระเก่ยรติประวตัพิระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๑๑-๑๒.(๕) มุขนายกมซซิ ังปาลเลกวซั ์แต่ง สันต์ท.โกมลบุตรแปล,เล่าเร่�องกรุงสยาม,(กรุงเทพฯ : สานำ ักพมพิ ์ก�าวหน�า, ๒๕๒๐, หน�า ๕๕๒.(๖) สมเด็จพระมหาสมณเจ�า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส, เร่�องเดิม, หน�า ๑๕.(๗) สมเด็จฯ กรมพระยาดาำรงราชานุภาพ “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หว ัเมื�อกอ่นเสวยราชย์พ.ศ. ๒๓๔๗-๒๓๙๔”, เร่�องพระราชประวตัพิระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๑๖-๑๘.(๘) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๔๑.(๙) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั,พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว,กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๒๑, หน�า ๓๐.(๑๐) ฤดีรตนั ์กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ข.(๑๑) จดหมายเหตรุัชกาลที�๓ เลม ่๑ จ.ศ. ๑๑๙๓ (พ.ศ.๒๓๗๔) เลขที�๓๓ เรื�อง “จาร่กว่าด�วยถาำประทุนและถาวำ ิมานจักรีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯเมื�อดาำรงพระยศเป็นเจ�าฟ้ามงกุฎทรงปฏิสังขรณ์”หอสมุดแห่งชาติกรุงเทพมหานคร.(๑๒) สมเด็จพระมหาสมณเจ�า กรมพระยาปวเรศวรยิาลงกรณ์, เร่�องพระปฐมเจด่ย์ กรมศิลปกรตรวจสอบชาำ ระใหม่ และการบ้รณปฏิสังขรณพ์ ระปฐมเจด่ย,์กรุงเทพฯ : กรมศลิปากร, ๒๕๒๘, หน�า ๗๑.(๑๓) เซเดส ยอ์ช,ประชุมศิลาจารกึสยามภาคท่� ๑ จารกกรึุงสุโขทัย, พระนคร :โรงพมพิ ์โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๖๗, หน�า ๘. อาง� ถ่งใน รศ. ดร. พริยิะ ไกรฤกษ์, จารกพึ ่อขนุรามคาำแหง การวิเคราะห์เชิงประวตั ิศาสตรศ์ ิลปะ, กรุงเทพฯ : บรษิ ัทอมรินทร์พริน�ติง�กรุ๊พ จากำ ัด, ๒๕๓๒, หน�า ๑๗.(๑๔) ประวตัพิระศาสนจกัรคาทอลกิไทย, มปป.วิทยาลัยแสงธรรม,๒๕๓๓, หน�า ๒๒๕.(๑๕) สมเด็จฯ กรมพระยาดาำรงราชานุภาพ, เร่�องเดิม, หน�า ๕๓.๑๙๘ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


(๑๖) กองคริสเตียนศ่กษา, หมอเฮาส์ในรัชกาลท่� ๔ แปลและเรียบเรียงจาก Samuel Reynolds House of Siam by George Haws Feltus, พระนคร : สภาคริสตจักรในประเทศไทย, ๒๕๐๔, หน�า ๒๙. (๑๗) สมเด็จฯ กรมพระยาดำารงราชานุภาพ, เร่�องเดิม, หน�า ๔๓-๔๔. (๑๘) ฤดีรัตน์ กายราศ, เร่�องเดิม, หน�า ข.(๑๙) กรมขุนเดช คือพระนามของพระองค์เจ�ามัง พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล�าฯ กับ �เจ�าจอมมารดานิ�ม ธิดาเจ�าพระยาพระคลัง(หน) ประส้ติเมื�อ พ.ศ. ๒๓๓๖ ในรัชกาลที� ๒ ทรงสถาปนาเป็นกรมหมื�นเดชอดิศร ในรัชกาลที� ๓ เลื�อนเป็นกรมขุนเดชอดิศร ในรัชกาลที� ๔ (พ.ศ. ๒๓๙๔) เลื�อนเป็นกรมสมเด็จพระเดชาดิศรฯ ทรงกำากับกรมพระอาลักษณ์ตังแต่รัชกาลที� ๒ จนตลอดพระชนมายุ ได�กำากับกรมนา �ในรัชกาลที� ๔ สินพระชนม์ในรัชกาลที� ๔ พ.ศ. ๒๔๐๒ เป็นต�นสกุลเดชาติวงศ์ (สมเด็จกรมพระยาดำารง �ราชานุภาพ, พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย, กรุงเทพ : ม้ลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล�านภาลัย, ๒๕๓๓, หน�า ๒๒๑-๒๒๒). (๒๐) กรมขุนพิชิต (หรือพิพิธ) คือพระนามของพระองค์เจ�าชายพนมวัน(พระองค์เจ�าวัล) พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล�าฯ กับเจ�าจอมมารดาศิลา ประส้ติเมื�อ พ.ศ. ๒๓๓๗ ในรัชกาลที� ๒ ทรงสถาปนาเป็นกรมหมื�นพิพิธภ้เบนทร์ ในรัชกาลที� ๓ เลื�อนเป็นกรมขุนพิพิธภ้เบนทร์ ในรัชกาลที� ๔ (พ.ศ. ๒๔๙๔) เลื�อนเป็นกรมพระพิพิธโภคภ้เบนทรฯ ได�ทรงกำากับกรมพระนครบาลมาแต่ในรัชกาลที� ๒ ในรัชกาลที� ๓ ได�ว่ากรมพระคชบาล สินพระชนม์ในรัชกาลที� ๔ พ.ศ. ๒๓๙๙ เป็นต�นสกุลพนมวัน (สมเด็จกรมพระยา �ดำารงราชานุภาพ, พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย, กรุงเทพ : ม้ลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล�านภาลัย, ๒๕๓๓, หน�า ๒๒๒-๒๒๓).(๒๑) ท่านฟ้าใหญ่ คืออีกพระนามของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ ซ่�งพระองค์ได�พระราชทานคำาอธิบายว่า “นามซ่งคนธรรมดาในสยามเรียกข�าพเจ�านั�นคือ � ท้ลกระหม่อมฟ้าใหญ่ แล เจ้าฟ้าใหญ่ ทังสอง�นามนี�ข�าพเจ�าทราบว่ามักใช�เรียกข�าพเจ�าในต่างประเทศ นามต�นเป็นคำาแสดงความนับถืออย่างส้ง แลใช�กันโดยมากในพวกที�มียศตำากว่า แลผ้�ที�พ่งพำานักข�าพเจ�าตามกฎหมายแลประเพณี เช่น อนุชา ขนิษฐา โอรส �มหาดเล็ก แลราษฎรเป็นต�น นามท�ายเป็นนามใช�กันตามพวกที�สมมติว่ามียศส้งกว่าข�าพเจ�า แลผ้�ที�ไม่ส้�ร้�สำาน่กตนว่าต�องพ่งพำานักข�าพเจ�า” (เป็นคำาแปลพระราชหัตถเลขาของพระะจอมเกล�าที�ทรงมีไปยังนาย �ยี. ดับลย้. เอ๊ดดี นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ครังยังทรงผนวชอย้ ณ วัดบวรนิเวศ ลงวันที� ๑๔ กรกฎาคม �ค.ศ. ๑๘๔๘ (พ.ศ. ๒๓๙๑) (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัว, พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, (พระนคร: มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๒๑, หน�า ๒๙).(๒๒) ท่านฟ้าน้อย คือพระนามพระบาทสมเด็จพระปิ�นเกล�าฯ พระอนุชาร่วมพระราชชนนีพระบาทสมเด็จจอมเกล�าฯ (๒๓) ขจร สุขพานิช, “วิกฤตกาลเงียบเมื�อร�อยปีก่อน” พระเก่ยรติประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ: มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๕๔-๖๔.(๒๔) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๙๕-๙๖.ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๑๙๙


(๒๕) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่� ๔,พิมพ์ครั�งที�๖, กรุงเทพฯ : สานำ ักพมพิ ต� ์นฉบบั, ๒๕๔๗, หน�า ๑-๔.(๒๖) มุขนายกมซซิ ังปาลเลกวซั ์, เร่�องเดิม, หน�า ๕๕๓-๕๕๔.(๒๗) วอลเตอร์เอฟ. เวลลา, เร่�องเดิม, หน�า ๑๘.(๒๘) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๒๐.(๒๙) เร่�องเดิม, หน�า ๑๘.(๓๐) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขา ำ บุนนาค), เร่�องเดิม, หน�า ๓.(๓๑) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๔๘-๔๙.(๓๒) ขจร สุขพานิช, “วิกฤตกาลเงยบีเมื�อร�อยปกีอ่ น” เร่�องเดิม, หน�า ๖๔.(๓๓) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๙๘-๙๙.(๓๔) แอบบอต มอฟ ็แฟ็ทแต่ง นิจทองโสภต ิ แปล,แผนด่นพิระจอมเกล้า,กรุงเทพฯ:สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๒๐ หน�า ๓๑.(๓๕) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, สมเด็จพระบรมราชิน่ในสมัยรัตนโกสินทร,์กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติสมเด็จพระนางเจ�าสริกิติ ์พระบรมราชนิ ีนาถ, ๒๕๔๗, หน�า ๑๖, ๒๔.(๓๖) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, ประชุมภาพประวตั ิศาสตร์แผนด่นพิระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี,๒๕๔๘, หน�า ๑๗.เชิงอรรถบทท่� ๒(๑) ศาสตราจารย ด์ ี จี อีฮอลล์แต่ง ชาญวิทย์เกษตรศริิและอานันท์กาญจนพันธ บ์รรณาธิการ,ประวัติศาสตร์เอเช่ยตะวันออกเฉ่ยงใต้, กรุงเทพ ฯ : สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๒๐,หน�า ๕๗๔, ๕๗๗.(๒) นาย เอ.บีกริสโวลด์แต่ง ม.จ. สภุัทรดิศ ดิศกล ุแปล, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าสยาม,กรุงเทพ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๙๔.(๓) วอลเตอร์เอฟ.เวลลาแต่ง พันเอกนิจทองโสภต ิ แปล, แผนด่นพิระนังเ�กล้า, พมพิ ์ครัง�ที�๒,กรุงเทพฯ: กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์, ๒๕๓๐, หน�า ๒๓๓.(๔) ขจร สุขพานิช, “หมอบรัดเลย์และมิชชันนารีอเมริกัน” พระเก่ยรติประวัติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๑๐๖.๒๐๐ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


ชื�อหมอต่าง ๆ ที�ผ้�เขียนระบุบางชื�อออกเสียงเป็นภาษาไทย จ่งได�ระบุชื�อภาษาอังกฤษกำากับดังนี� หมอกุสลาฟ (Rev. Carl Gutzlaff) หมอโยนส์ (Rev.John T. Jones) เด็กชายสมิธ (บุตรบุญธรรมหมอโยนส์ต่อมาก็เป็นที�ร้�จักกันว่าหมอสมิธ) (Rev. Samuel J.Smith) หมอบรัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley) หมอหัสกัน (Rev. Jesse Caswell) หมอจันทเล (Mr. H Chandler) หมอเหา (Dr. Samuel Reynolds House) หมอมัทท้น (Rev. Stephen Mattoon)(๕) หนังส่อจดหมายเหตุ (The Bangkok Recorder) ฉบับวันท่� ๑๗ ม่นาคม ค.ศ. ๑๘๖๖, (กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗), หน�า ๓๓๒. (๖) ขจร สุขพานิช, เร่�องเดิม, หน�า ๑๑๖-๑๒๕.(๗) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๒๙-๑๓๐. (๘) วอลเตอร์ เอฟ. เวลลา, เร่�องเดิม, หน�า ๒๔๐.(๙) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่� ๔, พิมพ์ครัง�ที� ๖, กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์ต�นฉบับ, ๒๕๔๗, หน�า ๕.เชิงอรรถบทท่� ๓(๑) ทองต่อ กล�วยไม� ณ อยุธยา, เล่าเร่�องพระจอมเกล้าฯ, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๕๓. (๒) ต�นฉบับพระราชหัตถเลขาเขียนดังนี� “We communicate with English and American friend for knowledge of sciences & arts, not for any least admiration or astonishment of vulgar religion as we know that there are very plenty of the men of knowledge who were learned and professors of various sciences Astronomy Geography Grammartical navigation & cc. ……..now the skilful gentleman & wise men of our country generally believed all foresaid sciences & pleased with them much so that a few of them including myself endevoured to study language of English proposing the knowledge of reading & perusing their book of scientifc action or arts to be immated & introduce to our country whatever would come under their power” จาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัว, พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, (พระนคร : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๒๑) หน�า ๓๔-๓๖, หน�า ๑๐-๑๓. ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๐๑


(๓) สมเด็จฯ กรมพระยาดาำรงราชานุภาพ “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หว ัเมื�อกอ่นเสวยราชย์พ.ศ. ๒๓๔๗-๒๓๙๔”, เร่�องพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ :มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๑๖-๑๗.(๔) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๒๓-๒๔.(๕) พระธรรมปิฏก(ป.อ.ปยตุ ฺโต),พจนานุกรมพทธุศาสน์ ฉบับประมวลศพทั ์ พมพิ ์ครัง�ที�๘,กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๘, หน�า ๒๘.(๖) สมเด็จฯ กรมพระยาดาำรงราชานุภาพ, เร่�องเดิม, หน�า ๒๕-๒๖.(๗) นาย เอ.บีกริสโวลด์แต่ง ม.จ. สภุัทรดิศ ดิศกล ุแปล, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าสยาม,(กรุงเทพ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๖๗.(๘) AbbotLow Moffat,Mongkut, the King of Siam,NewYork : CornellUniversityPress,1961,p.14.(๙) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, พระราชสาสน์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระราชทานไปยังประเทศต่าง ๆ ภาค ๒ ฉบบพัมพิ ์พ.ศ. ๒๕๐๑, (พระนคร : กรมศลิปากร, ๒๕๐๑),หน�า ๘๖.(๑๐) เซอร์จอห์น เบาวร์ ิง, ราชอาณาจกัรและราษฎรสยาม เล่ม ๒ ชาญวิทย์เกษตรศริิและกัณฑิกา ศรีอุดม บรรณาธิการ, (กรุงเทพฯ : ม้ลนธิิโตโยต�าประเทศไทย, ๒๕๔๗), หน�า ๓๗๒.(๑๑) Abbot Low Moffat, เร่�องเดิม, หน�า ๑๔.(๑๒) เซอร์จอห์น เบาวร์ ิง, เร่�องเดิม, หน�า ๒๘๐-๒๙๖.(๑๓) สมเด็จฯ กรมพระยาดาำรงราชานุภาพ, เร่�องเดิม, หน�า ๘๓.(๑๔) มุขนายกมซซิ ังปาลเลกวซั ์แต่ง สันต์ท.โกมลบุตรแปล,เล่าเร่�องกรุงสยาม,(กรุงเทพฯ: สานำ ักพมพิ ์ก�าวหน�า, ๒๕๒๐, หน�า ๒๒๐.(๑๕) สมเด็จฯ กรมพระยาดาำรงราชานุภาพ, เร่�องเดิม, หน�า ๘๔-๘๕.(๑๖) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๘๖.(๑๗) รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔,กรุงเทพฯ :คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘,หน�า๙๓-๙๔.(๑๘) มุขนายกมซซิ ังปาลเลกวซั ์, เร่�องเดิม, หน�า ๕๕๔-๕๕๕.(๑๙) เซอร์จอห์น เบาวร์ ิง, เร่�องเดิม, หน�า ๒๓๕-๒๓๖.(๒๐) หนังส่อจดหมายเหตุ The Bangkok Recorder ฉบับวนทั ่� ๑๖ กุมภาพนธั ์ ค.ศ. ๑๘๖๗, กรุงเทพฯ: สานำ ักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๕๘๔.เชิงอรรถบทท่� ๔(๑) มุขนายกมิสซังปาลเลกวซั ์แต่ง สันต์ท.โกมลบุตร แปล, เล่าเร่�องกรุงสยาม, กรุงเทพฯ : สานำ ักพมพิ ์ก�าวหน�า, ๒๕๒๐, หน�า ๒.๒๐๒ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


(๒) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๓-๔. (๓) เร่�องเดิม, หน�า ๕๓-๕๔. (๔) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๕๖. (๕) หนังส่อจดหมายเหตุ (The Bangkok Recorder) ฉบับวันที� ๒๒ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๖๖, กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๕๔๕.(๖) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่� ๔, พิมพ์ครั�งที� ๖, กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์ต�นฉบับ, ๒๕๔๗, หน�า ๒๖, ๓๓.(๗) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๖๐. (๘) เร่�องเดิม, หน�า ๑๕๑, ๓๐๗. (๙) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๐๕-๑๐๖. (๑๐) สังฆราชปาลเลอกัวซ์ แต่ง เพียงหฤทัย วาสบุญมา แปล, บันทึกเร่�องมิสซังแห่งกรุงสยาม, กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๒๔, หน�า ๑๔-๑๕.(๑๑) เร่�องเดิม, หน�า ๑๙๐-๑๙๑. (๑๒) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), เร่�องเดิม, หน�า ๒๒๓-๒๒๖.(๑๓) สังฆราชปาลเลอกัวซ์ แต่ง เพียงหฤทัย วาสบุญมา แปล, เร่�องเดิม, หน�า ๖-๗.(๑๔) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๔-๕. (๑๕) เร่�องเดิม, หน�า ๓๐๕-๓๐๖. (๑๖) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๓๐๘-๓๑๐.(๑๗) เร่�องเดิม, หน�า ๒๖๖-๒๖๘.(๑๘) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๒๗๗. (๑๙) เร่�องเดิม, หน�า ๒๗๘. (๒๐) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๑-๑๒. (๒๑) เร่�องเดิม, หน�า ๑๔. (๒๒) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๘๔.(๒๓) เร่�องเดิม, หน�า ๑๘๗-๑๘๘. (๒๔) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๘๘-๑๘๙.(๒๕) เร่�องเดิม, หน�า ๑๘๙.(๒๖) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๘๙-๑๙๐. (๒๗) เร่�องเดิม, หน�า ๒๗-๒๘.เชิงอรรถบทท่� ๕(๑) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่� ๔, พิมพ์ครังที� ๖, กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์ต�นฉบับ, ๒๕๔๗, หน�า ๑๘๐. �ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๐๓


(๒) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๘๑, ๑๘๒, ๑๘๔, ๑๘๗.(๓) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔, (กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘), หน�า ๒๐๖.(๔) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขา ำ บุนนาค), เร่�องเดิม, หน�า ๓๓๙.(๕) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔, เร่�องเดิม, หน�า ๒๙.(๖) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๓๔๔.(๗) เร่�องเดิม, หน�า ๓๔๙.(๘) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๕๕.(๙) เร่�องเดิม, หน�า ๗๒-๗๓.(๑๐) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๔๔๑.(๑๑) เร่�องเดิม, หน�า ๑๐๐.(๑๒) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๙๔.(๑๓) เร่�องเดิม, หน�า ๒๖๕.(๑๔) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๓๕๘.(๑๕) เร่�องเดิม, หน�า ๑๑๔.(๑๖) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๒๗๐-๒๗๑.(๑๗) เร่�องเดิม, หน�า ๑๒๖.(๑๘) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๓๓๗.(๑๙) รองศาสตราจารยศ์ริวิัฒน์ไชยชนะ บรรณาธิการ, สมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม, (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล�า, ๒๕๔๗), หน�า ๗๐.(๒๐) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔, เร่�องเดิม, หน�า ๒๗๐-๒๗๑.(๒๑) ขจร สุขพานิช, “วิกฤตกาลเงยบีเมื�อร�อยปกีอ่ น”พระเก่ยรติประวตัพิระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, (กรุงเทพฯ: มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗), หน�า ๑๑๒.(๒๒) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขา ำ บุนนาค), เร่�องเดิม, หน�า ๓๓๗-๓๓๘.เชิงอรรถบทท่� ๖(๑) ค.ศ. ๑๗๗๕ เจมส ว์ตตั ์(James Watt) ชาวสกอต๊ ประดิษฐ์เครื�องจักรไอนาำใช�การได�สาำเร็จ World History Dates, London : Usborne Publishing, 1987, p.86.๒๐๔ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


(๒) พระราชหัตถเลขาภาษาอังกฤษของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวพระราชทานไปยังเซอร์จอห์น เบาว์ริง ลงวันที� ๑๗ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๕๕ (พ.ศ. ๒๓๙๘) แสดงว่าทรงทราบเรื�องการท้ตสยามครังรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์พอสมควร จ่งทรงขอให�เซอร์จอห์น เบาว์ริง ช่วยจัดหาหนังสือเรื�องคณะ �เอกอัครราชท้ตฝรั�งเศสมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ถวาย ด้ ประชุมพงศาวดาร ภาคท่� ๖๒ เร่�อง ท้ตฝรังในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ � พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพนายเทียม ลดานนท์ ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม ๑ กรกฎาคม ๒๕๐๖, พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๕๐๖, หน�า ๒๓๘-๒๓๙. (๓) ตั�งแต่สยามได�ตกลงทำาสนธิสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษแล�ว มีประเทศต่าง ๆ ได�ส่งท้ตเข�ามาและทำาสนธิสัญญากับสยามจนถ่งปี พ.ศ. ๒๔๑๑ มีดังนี� ค.ศ. ๑๘๕๖ / พ.ศ. ๒๓๙๙ สหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๘๕๖ / พ.ศ. ๒๓๙๙ ฝรังเศส� ค.ศ. ๑๘๕๘ / พ.ศ. ๒๔๐๑ เดนมาร์ก ค.ศ. ๑๘๕๙ / พ.ศ. ๒๔๐๒ โปรตุเกส ค.ศ. ๑๘๖๐ / พ.ศ. ๒๔๐๓ เนเธอแลนด์ ค.ศ. ๑๘๖๒ / พ.ศ. ๒๔๐๕ เยอรมนี ค.ศ. ๑๘๖๘ / พ.ศ. ๒๔๑๑ สวีเดน ค.ศ. ๑๘๖๘ / พ.ศ. ๒๔๑๑ นอรเว ค.ศ. ๑๘๖๘ / พ.ศ. ๒๔๑๑ เบลเยี�ยม ค.ศ. ๑๘๖๘ / พ.ศ. ๒๔๑๑ อิตาลี เซอร์จอห์น เบาว์ริง, ราชอาณาจักรและราษฎรสยาม เล่ม ๑, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และกัณฑิกา ศรีอุดม บรรณาธิการ, กรุงเทพฯ : ม้ลนิธิโตโยต�าประเทศไทย, ๒๕๔๗, หน�า ๑๗.(๔) ร�อยเอกโซฟ (le capitaine SEAUVE) แต่ง นันทพร บรรลือสินธุ์ แปล, สัมพันธภาพของประเทศฝรังเศสกับประเทศสยาม พ.ศ. ๒๒๒๓ - ๒๔๕๐� , กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๔๔, หน�า ๒๘-๒๙. (๕) Lisa McQuail, Treasures of Two Nations, Washington D.C. : Smithsonian Institution, 1997, p.15.(๖) ร�อยเอกโซฟ (le capitaine SEAUVE) แต่ง นันทพร บันลือสินธุ์ แปล, เร่�องเดิม, หน�า ๓๒. (๗) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๔๑.(๘) ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๗, ภาคที� ๒๙ อธิบายเรื�องราชท้ตไทยไปยุโรป (จดหมายเหตุหม่อมราโชทัย), พระนคร : ก�าวหน�า, ๒๕๐๗, หน�า ๔๒๖. (๙) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๒๖๐.ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๐๕


(๑๐) ไกรฤกษ์นานา, การเม่อง “นอกพงศาวดาร” รัชกาลท่� ๔ King Mongkut หยุดยุโรปยึดสยามพมพิ ์ครัง�ที�๒, กรุงเทพ : มติชน, ๒๕๕๑, หน�า ๕๔-๕๕.(๑๑) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๒๐. (๑๒) ร�อยเอกโซฟ (le capitaine SEAUVE) แต่ง นันทพร บันลอสื ินธุ์แปล, เร่�องเดิม, หน�า ๔๘-๔๙.(๑๓) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๔๗-๔๘.(๑๔) มีผ้�ค�นคว�าเผยแพร่ว่า พระจักรพรรดินโปเลยีนที�๓ ได�ส่งภาพวาดสนีามำ ันขนาด ๑๒๐.๕ × ๒๔๒.๕ซม. กอบปี�ภาพของเจโรมถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ ในปลายรัชกาล เป็นภาพซ่ง�วาดโดยจองมารอิุส ฟ้เก (Jean Marius Fouqué) ซ่ง�ตอม่ าได�เป็นจติ รกรประจาำราชสานำ ักสยามอย้่คราวหนง�่ ปัจจบุันภาพนี�ประดบผนั ังท�องพระโรงกลาง พระทีนั�ง�จักรมีหาปราสาท กรุงเทพมหานคร (ผศ.ดร.อภนิ ันท์โปษยานนท์, จิตรกรรมและประติมากรรมแบบตะวนัตกในราชสานำกั เล่ม ๑, กรุงเทพฯ : สานำ ักพระราชวัง,๒๕๓๖, หน�า ๓๓.) ภาพวาดภาพนีอ�าจจะตรงกบัภาพวาดที�มีประวัติปรากฏในพระราชกระแสพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าว่าฯทรงได�รบ ั “ฉากเขยีนลายนามำ ัน”ภาพพระเจ�านโปเลยีนที�๓และพระมเหสีเสด็จออกรบัพระราชสาส์นและเครื�องราชบรรณาการจากคณะราชท้ตสยามเมื�อวันที�๒๗กรกฎาคม ค.ศ.๑๘๖๑ ที�พระราชวังฟงแตนโบลซ่�งพระจักรพรรดิฝรังเศสไ �ด�ทรงมอบให�กงสลฝรัุงเศส� “ม.โอบาเรต์” นาข่ ำ�นท้ลเกล�าฯถวายเพื�อระล่กถ่งทางพระราชไมตรีทรงได�รบร้ั ปฉากนันแ�ล�ว โดยกงสลฝรัุงเศส�นาข่ ำน�ท้ลเกล�าฯ ถวายเมื�อวันที�๒๗กันยายน ค.ศ. ๑๘๖๖ ได�ทรงนาำ ไปตังไ�ว�ในพระทีนั�ง�อนันตสมาคม ภาพนี�มีขนาดที�ระบุในบันท่กว่า ขนาดยาว ๙ ฟติครง�่กว�าง ๕ ฟติเศษ (พระราชสาสน์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระราชทานไปยังประเทศอเมรกิาและประเทศฝรังเศส �พมพิ ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางทิพมณเฑียร (เปลียว �วงศาโรจน์), พระนคร: กรมศลิปากร, ๒๕๐๒, หน�า ๖๓.)(๑๕) เอเดรยีน โลเน (Adrien Launay) แต่ง ประทมรุตนั ว์งศ์ดนตรีแปล, สยามและคณะมิสชนนัาร่ฝรังเศส� , กรุงเทพฯ : กรมศลิปากร, ๒๕๒๘, หน�า ๑๖๔.(๑๖) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๖๗.(๑๗) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขา ำ บุนนาค),พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนทริ ์ รัชกาลท่� ๔, พมพิ ์ครัง�ที�๖, กรุงเทพฯ : ต�นฉบบั, ๒๕๔๗, หน�า ๓๐๒.(๑๘) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, พระราชสาสน์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระราชทานไปยังประเทศอเมรกิาและประเทศฝรังเศส� พมพิ ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางทิพมณเฑียร (เปลียว ว�งศาโรจน์), พระนคร : กรมศลิปากร, ๒๕๐๒, หน�า ๖๕.(๑๙) Lisa McQuail, p.23.(๒๐) ฤดรีตนั ์กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว,กรุงเทพฯ :คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๓๙๒-๓๙๖.๒๐๖ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


(๒๑) สุทนต์ ขวัญนคร วีวะรา สอนชัยภ้มิ เรียบเรียง, พระจอมเกล้ากรุงสยาม, กรุงเทพฯ : สิบห�ามีน,มปป., หน�า ๑๑๒.(๒๒) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, เร่�องเดิม, หน�า ๓๙๗-๓๙๘.(๒๓) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๓๙๙-๔๐๓.(๒๔) ทรงโน�มน�าวเรื�องจะพระราชทานช�างในพระราชสาส์นถ่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่า “If on the Continent there should be several pairs of young male and female elephants turned loose in forests where there was an abundance of water and grass in any region under the Sun’s declination both North and South, called by the English the Torrid Zone, - and all were forbidden to molest them ; to attempt to raise them would be well and if the climate there should prove favorable to elephants, we are of opinion that after a while they will increase till there be large herds as there are here on the continent of Asia until the inhabitants of America will be able to catch them and tame and use them as beasts of burden, making them of beneft to the country. Since elephants being animals of great size and strength can bear burdens and travel through uncleared woods and matted jungles where no carriage and cart road have yet been made, we on our part will procure young male and female elephants, and forward them one or two pairs at a time…. (วิมล พงศ์พิพัฒน์และคณะ, ฟื� นความหลังไทย-อเมริกัน, พิมพ์ครังที�สาม, กรุงเทพฯ : ย้ไนเต็ดโปรดักชั �น, ๒๕๓๐, �หน�า ๔๕.๑, ๔๕.๔.(๒๕) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๔๕.๔.(๒๖) L. Blessan, King Chulalongkorn and Pope Leo XIII, Siam and the Vatican in the 19th Century, Bangkok : The Catholic Mission of Bangkok, 1998, p. 98.(๒๗) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า 20-21. น่าสนใจว่าเป็นเรื�องที�น่าแปลกที�ครังรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าฯ ยังมีการนำาเรื�องการเมือง �ระหว่างประเทศเข�ามาเกี�ยวข�องกับงานคริสต์ศาสนา ซ่งเป็นเรื�องล�าสมัยสำาหรับนโยบายการต่างประเทศ �ของชาติยุโรปไปแล�วในปลายคริสต์ศตวรรษที� ๑๙ ประเด็นนี�น่าจะเป็นแรงผลักดันจากมุขนายกมิสซังปัลเลกัวซ์เพื�อให�การเผยแพร่คริสต์ศาสนาคาทอลิกในสยามได�รับความสะดวกและการคุ�มครอง (๒๘) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, (กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘), หน�า ๓๕๔. นักค�นคว�าเรื�องประวัติศาสตร์ท่านหน่�งคือนายไกรฤกษ์ นานา ระบุว่า “พระองค์ทรงตระหนักว่า ถ่งเวลาแล�วที�สยามจะต�องยอมเปิดสัมพันธภาพกับชาติตะวันตก โดยการทำาสนธิสัญญาใน “ลักษณะใหม่” กว่าที�ดำาเนินอย้่แต่ก่อน จากที�เคยติดต่อกับชาวต่างชาติแบบระมัดระวังตัว และย่ดถือศักดิศรีของตนเป็นหลัก �มาเป็นการยอมทำาตามเงื�อนไขของประเทศตะวันตกอย่างกระตือรือร�น และในบางครังทรงเสนอเงื�อนไข �ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๐๗


เสยีเองตามแนวคิดของพระองค์ทรงกาำหนดยุทธศาสตร์ทางการเมอืงแนวใหม่โดยเสนอที�จะ “สวามภิ ักดิ”�กบั ผ้�รุกรานด�วยการทาตำนเป็นพันธมติรเล็กๆผ้�นอบน�อมด�วยทรงเห็นทางรอดวธิีเดยวคีอ ืการดาำรงตนอย้่อย่างสงบเสงียม�เจยมตี วที ัส�ุด” ไกรฤกษ์นานา, สมุดภาพรัชกาลท่� ๔ วกิฤติและโอกาสของรัตนโกสนทริ ์ในรอบ ๑๕๐ ป,ีกรุงเทพ : มติชน, ๒๕๕๐, หน�า ๔๐-๔๑.(๒๙) ฤดรีตนั ์กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวเร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, เร่�องเดิม, หน�า ๓๙๖. (๓๐) แอบบอต มอฟ ็แฟ็ทแต่ง นิจทองโสภต ิ แปล,แผนด่นพิระจอมเกล้า,กรุงเทพฯ:สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๒๐ หน�า ๓๓.(๓๑) ฤดรีตนั ์กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, เรื�องเดมิ, หน�า ๒๕๖. (๓๒) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๓๕๒.(๓๓) ตวอยั ่างจากการระบุถ่งพระราชอาำนาจตอด่ ินแดนต่างๆในพระราชสาส์นนัน�เช่นพระราชสาส์นถ่งประธานาธบดิ ีแฟรงคลินเพยีรซ ลงวันที�๑๐ มถิุนายนค.ศ.๑๘๕๖ระบุว่า“พระราชสาส์นสมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎพระจอมเกล�าเจ�ากรุงสยาม เป็นใหญ่ได�ครอบครองพระราชอาณาจักรสยามราษฏร์แวดล�อมด�วยนานาประเทศราชชนบทต่าง ๆ ทุกทิศ คอลืาวโยน ลาวเฉยีงในทิศพายัพและอุดร ลาวกาวแต่ทิศอิสานจนบุรพ กำาโพชาเขมรแต่บ้รพจนอาคเณย์เมืองมลาย้เป็นอันมาก แต่ทิศทักษิณจนหรดีแลบ�านเมอืงกะเหรีย�งบางเหล่าแตท่ ิศประจมิจนพายัพ แลข่าชองแลชาติต่าง ๆ อื�น ๆ อีกเป็นอันมาก แลเป็นผ้�ประจักษ์ในภาษามคธแลคมภัรี์ในพระพุทธศาสนา”(พระราชสาสน์ ในรัชกาลท่� ๔ ทรงพระราชทานไปยังประเทศต่าง ๆภาค๑ พมพิ ์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ ม.จ.เสรฐศริิกฤดากร,โรงพมพิ รุ่ ์งเรอืงธรรม,๒๕๐๑,หน�า ๑๓๕) ภาษาอังกฤษในลักษณะเดยวกี ันนี�มีว่า “the King of Siamese Kingdom and the souvereign ofall interior tributary countries adjacent around in every direction, viz, Laos or Shiangs or NorthWestern and Northern ; Lao Kaus on North and North Eastern ; Cambodia from North Eastern toSouthEastern;mostofMalay peninsula inSouthernand SouthWestern, andKariungsonWesternto North Western point, and the professor of Magadhy language and Buddhistical literature &c&c &c” (Moffat, Mongkut, the King of Siam, Cornell University Press, 1961, p. 63)(๓๔) ฤดรีตนั ์กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, เร่�องเดิม, หน�า ๔๐๒, ๔๐๔.(๓๕) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๔๐๕-๔๐๖.(๓๖) ศาสตราจารย์ดร.เพ็ญศร ดุ๊ ีค, ความสัมพนธั ์ระหว่างประเทศไทย(สยาม)กับประเทศฝรังเศสใ �นคริสต์ศตวรรษท่� ๑๙ ตามเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศ,กรุงเทพฯ : ราชบัณฑตยิสถาน,๒๕๓๙,หน�า ๑๙ ในต�นฉบบั แปลใช�คาำ ว่าราชอาณาจักรไทย มิใช่ราชอาณาจักรสยาม ๒๐๘ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


(๓๗) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, เร่�องเดิม, หน�า ๔๖๖.(๓๘) สมชาย ณ นครพนมและคณะ, สมเด็จพระปิยมหาราชพระผ้้พระราชทานกำาเนิดพิพิธภัณฑสถานเพ่�อประชา, กรุงเทพ :กรมศิลปากร, ๒๕๔๗, หน�า ๒๒.(๓๙) ไกรฤกษ์ นานา, สมุดภาพรัชกาลท่� ๔ วิกฤติและโอกาสของรัตนโกสินทร์ในรอบ ๑๕๐ ปี, กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๐, หน�า ๕๕. (๔๐) หนังส่อจดหมายเหตุ (The Bangkok Recorder) ฉบับวันที� ๒๒ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๖๖, กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๕๒๙. (๔๑) ราชกิจจานุเบกษา รัชกาลท่� ๕ เล่ม ๒ พิมพ์ครังที� ๒ กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์ต�นฉบับ, ๒๕๔๐, หน�า ๙๔. �(๔๒) หนังส่อจดหมายเหตุ (The Bangkok Recorder) ฉบับวันที� ๒๐ มกราคม ค.ศ. ๑๘๖๗, กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๕๗๕-๕๗๖. (๔๓) พระสยามธุรานุรักษ์ (แอ็ม อา เดอ เกรอัง) เขียน อมตา นวะมะรัตน แปล, ราชอาณาจักรสยาม นนทบุรี : ต�นฉบับ, ๒๕๔๓, หน�า ๘๗. (๔๔) G.E. Gerini, Siam and Its Productions, Arts, and Manufactures(1911), Bangkok, White Lotus, 2000, p. xlv. (๔๕) เอนก นาวิกม้ล, ถ่ายร้ปเม่องไทยสมัยแรก, กรุงเทพ : สำานักพิมพ์แสงแดด, ๒๕๓๕, หน�า ๑๐๖. (๔๖) เอนก นาวิกม้ล ระบุว่า พิมพ์ครังแรกเมื�อ พ.ศ. ๒๕๑๔ ในหนังสือ The Art of Diplomacy โดยรัฐบาล �สหรัฐอเมริกา ครังสมัยริชาร์ด นิกสัน และพิมพ์อีกครั � งในหนังสือ The Eagle and the Elephant หรือ ฟ้� น �ความหลังไทย-อเมริกัน ๑๕๐ ปี เมื�อ พ.ศ. ๒๕๒๕ เอนก นาวิกม้ล, ถ่ายร้ปเม่องไทยสมัยแรก, กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์แสงแดด, ๒๕๓๕, หน�า ๑๐๗,๑๑๗.(๔๗) ศักดา ศิริพันธุ์, กษัตริย์และกล้อง, กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์, ๒๕๓๕, หน�า ๓๑.(๔๘) ปรามินทร์ เครือทอง, พระจอมเกล้า พระเจ้ากรุงสยาม, กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์มติชน, ๒๕๔๗ หน�า ๓๐. (๔๙) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัว, พระราชสาส์นในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระราชทานไปยังประเทศอเมริกาและประเทศฝรังเศส� พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางทิพมณเฑียร (เปลี�ยว วงศาโรจน์), เร่�องเดิม, หน�า ๓๗. (๕๐) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๖๘. (๕๑) เร่�องเดิม, หน�า ๖๕-๖๖. (๕๒) “A Royal Portrait of ourselves, made in photographic camera recently, for being a card from us to pay our respect to your Holiness, hoping your Holiness will see it as having seen us in person” (L. Blessan, Opcit., p. 36)(๕๓) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัว, พระราชสาส์นในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระราชทานไปยังประเทศอเมริกาและประเทศฝรังเศส � พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางทิพมณเฑียร (เปลี�ยว วงศาโรจน์), เร่�องเดิม, หน�า ๙. ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๐๙


(๕๔) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๕.(๕๕) เร่�องเดิม, หน�า ๑๙.(๕๖) ฤดรีตนั ์กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, เรื�องเดมิ, หน�า ๒๖๑.(๕๗) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๒๖๓. (๕๘) เร่�องเดิม, หน�า ๒๖๔.(๕๙) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, พระราชสาสน์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระราชทานไปยังประเทศอเมรกิาและประเทศฝรังเศส �พมพิ ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางทิพมณเฑียร (เปลียว ว�งศาโรจน์), เรื�องเดมิ, หน�า ๓๖. ค.ศ. ๑๘๖๒ (พ.ศ. ๒๔๐๕) “จักรพรรดินโปเลยีนที�๓ ทรงจัดส่งเรอืรบฝรังเศส�ลาำ ใหญม่ากบล้ักเรอืคุณภาพดีหลายสบิคน พร�อมด�วยกรงเหล็กขนาดต่าง ๆ รวมทั�งอุปกรณที ์�จาำเป็นจากสวนสตวั ์กรุงปารีสเพื�อมารบัของขวัญสาคำ ัญที�พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัทรงหมายมัน�ตั�งพระทยมัานานหลายป รี ัชกาลที�๔ ทรงต�อนรบขับสั ้�การมาของเรอืรบฝรังเศส�อย่างอบอุ่น...โครงการนารำอ่งเรื�องส่งสตวั ์ไปถวายจักรพรรดินโปเลยีนที�๓ ถ่งกรุงปารีสเพื�อประชาสมพั ันธ์กรุงสยามสาำเร็จลงด�วยดีในปนี ี ด�วย�ความพยายามยิง�ยวดจากทัง�๒ ฝ่าย...หนังสอพืมพิล์ลลิุสตราซอิงที�มีชื�อเสยีงของฝรังเศส�พมพิ ์ในสมยรั ัชกาลที�๔ ลงภาพสตวั ป์ ่าจากสยามในสวนสตวั ์กรุงปารีส ตพีมพิ ์ไว�ใน ค.ศ. ๑๘๖๖ (พ.ศ. ๒๔๐๙) และ ค.ศ. ๑๘๖๘ (พ.ศ.๒๔๑๑) ตามลาดำบ ทัาำ ให�ทราบว่าสตวั ์เหล่านันยังมี�ชวีตอย้่ ิจริง อย่างน�อยก็จนตลอดรัชกาลที�๔” (ไกรฤกษ์นานา,สมุดภาพรัชกาลท่� ๔ วกิฤติและโอกาสของรัตนโกสนทริ ์ในรอบ ๑๕๐ ป,ีกรุงเทพ: มติชน, ๒๕๕๐,หน�า ๓๓-๓๔.(๖๐) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๓๔-๓๕.(๖๑) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, พระราชสาสน์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระราชทานไปยังประเทศอเมรกิาและประเทศฝรังเศส �พมพิ ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางทิพมณเฑียร (เปลียว ว�งศาโรจน์), เร่�องเดิม, หน�า ๕๕.(๖๒) คณะกรรมการจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กเฉลมิพระเกยีรติพระราชสมภพครบ ๒๐๐ ปีพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, สมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระจอมเกล�าเจ�ากรุงสยาม, กรุงเทพฯ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล�าและ ฯลฯ, ๒๕๔๗, หน�า ๗๙.(๖๓) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, พระราชสาสน์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวพระราชทานไปยังประเทศอเมรกิาและประเทศฝรังเศส� พมพิ ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางทิพมณเฑียร (เปลียว ว�งศาโรจน์), เร่�องเดิม, หน�า ๕๕.(๖๔) ครัง�นัน�พระจักรพรรดินโปเลยีนได�พระราชทานเครื�องราชอิสรยยิศ “เลจอิง ดอนเนอ ชัน� GrandOffcer แก่พระบาทสมเด็จพระปิ�นเกล�าเจ�าอย้่หวด�วย ั, เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๕๕.(๖๕) เร่�องเดิม, หน�า ๖๑-๖๒.๒๑๐ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


เชิงอรรถบทท่� ๗(๑) Rev. Howard Malcom, Travels in Hindustan and China, Edinburgh : William and Robert Chambers, 1840, p. 42.(๒) William L. Bradley, “Prince Mongkut and Jesse Caswell”. The Journal of the Siam Society, (Vol. LIV part I, Jan 1966), p.38. (๓) Rev. George Haws Feltus, Abstract of the Journal of Dan Beach Bradley M.D., Cleveland, Ohio : The Multigraph Department of Pilgrim Church, 1936, p. 88.(๔) The Missionary Register Church, London : Missionary Society,1845, p. 129.(๕) จอร์จ ฮอว์ เฟลตัส (George Haws Feltus), หมอเฮาส์ในรัชกาลท่� ๔, พระนคร : กองคริสเตียนศ่กษา, ๑๙๒๔, หน�า ๒๗.(๖) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๔๐๒. (๗) จอร์จ ฮอว์ เฟลตัส (George Haws Feltus), เร่�องเดิม, หน�า ๒๘-๓๒.(๘) Francis Wayland, Memoir of the life and labors of the Rev. Adoniram Judson, D.D., Vol.II, Boston : Phillips-Sampson and Company, 1853, p.314.(๙) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัว, พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, (พระนคร : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๒๑), หน�า ๑๐-๑๓.(๑๐) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่� ๔, พิมพ์ครัง�ที� ๖, กรุงเทพฯ : ต�นฉบับ, ๒๕๔๗, หน�า ๑๐๙. (๑๑) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๑๒. (๑๒) แอ็บบอต มอฟแฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภิต แปล, แผ่นดินพระจอมเกล้า, กรุงเทพฯ : สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๒๐, หน�า ๒๔๘-๒๔๙. (๑๓) รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๕๓๔.(๑๔) แอ็บบอต มอฟแฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภิต แปล, เร่�องเดิม, หน�า ๒๓๘. (๑๕) สุทนต์ ขวัญนครและวิวะรา สอนชัยภ้มิ เรียบเรียง, พระจอมเกล้ากรุงสยามฯ, สำานักพิมพ์สิบห�ามีน, มปป.,หน�า ๑๑๒.(๑๖) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), เร่�องเดิม, หน�า ๑๑๖-๑๑๗.(๑๗) ศักดา ศิริพันธุ์, กษัตริย์และกล้อง, กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์, ๒๕๓๕, หน�า ๒๒. (๑๘) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๓๓.(๑๙) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๑๖๐. ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๑๑


(๒๐) ศักดา ศริพิ ันธุ์, เร่�องเดิม, หน�า ๓๔-๓๕.(๒๑) ฤดรีตนั ์กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวเรื�องพระราชหตัถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั,กรุงเทพฯ :คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, จากเชิงอรรถหน�า ๑๖๑.......(๒๒) นพ.คทาวุธ โลกาพัฒนา, ส้จบิ ัตร หมอบรัดเลย์ “ผ้�เปิดความร้�” ส้่สามัญชนสยาม กรุงเทพฯ : ศ้นย์สังคตศี ลปิ ์ธนาคารกรุงเทพ, ๒๕๔๗, หน�า ๑๑-๑๓.(๒๓) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๔๔, ๑๑.(๒๔) สันต์ท. โกมลบุตร แปล มงเซเญอร์ปาลเลกัวซ์แต่ง, เล่าเร่�องกรุงสยาม, สานำ ักพมพิ ก�์าวหน�า,กรุงเทพมหานคร ๒๕๒๐, หน�า ๘๑๔-๘๑๕.(๒๕) อรวรรณทรัพย์พลอย,พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนทิ,กรุงเทพฯ :สร�างสรรคบุ๊ ์คส์,๒๕๕๒, หน�า ๑๑๕-๑๑๖.(๒๖) ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๕,ภาคที�๑๒เรื�องจดหมายเหตท้ตฝรั ุงเศสเ�ข�ามาเมอืงไทยกบัจดหมายเหตุของหมอบรัดเลย์, พระนคร : ก�าวหน�า, ๒๕๐๗, หน�า๓๕.(๒๗) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๓๙.(๒๘) แอบบอต มอฟ ็แฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภต ิ แปล, เร่�องเดิม, หน�า ๓๗.(๒๙) เจ�าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธบดิ ี,พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนทริ ์ รัชกาลท่� ๓,กรุงเทพฯ,๒๕๔๗, หน�า ๑๑๕-๑๑๖.(๓๐) แอบบอต มอฟ ็แฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภต ิ แปล, เร่�องเดิม, หน�า ๖๕.(๓๑) ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๕ ,ภาคที�๑๒เรื�องจดหมายเหตท้ตฝรั ุงเศสเ�ข�ามาเมอืงไทยกบัจดหมายเหตุของหมอบรัดเลย์, เร่�องเดิม, หน�า ๔๔.(๓๒) หนังสอืจดหมายเหตุ, เร่�องเดิม, หน�า ๒๙๑.(๓๓) ถนอม ปินตา และ พิษณ อุรรฆภิญญ์, พระคุณพระเจ้าในรัตนโกสนทริ ์สมัย, กรุงเทพฯ : สภาคริสตจักรในประเทศไทย, ๒๕๒๕, หน�า ๔๐.(๓๔) Luigi Bressan The First Printed Sentence in Thai : 1646, The Journal of the Siam SocietyVol 91, 2003, p.241.(๓๕) Luigi Bressan, Opcit, p.241.(๓๖) ถนอม ปินตา และ พิษณ อุรรฆภิญญ์, เร่�องเดิม, หน�า ๔๐.(๓๗) ประยุทธ สิทธพิ ันธ์, สารานุกรมประวตั ิศาสตร์ไทย, พระนคร : คลังวิทยา, ๒๕๐๖. หน�า ๑๖๐.(๓๘) ณัฐวฒุ สิุทธิสงครามและขจร สุขพานิช, พระเก่ยรติประวตั ิ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๑๑๑-๑๑๒.(๓๙) จอร์จ ฮอว์เฟลตัส (George Haws Feltus), เร่�องเดิม, หน�า ๒๔.(๔๐) ทองตอ ่กล�วยไม� ณ อยุธยา, เล่าเร่�องพระจอมเกล้า, กรุงเทพ : คณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจลุจอมเกล�าเจ�าอย้่หว จั ัดพมพิ ์เป็นที�ระล่กในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี๑๗ ตลุาคม พ.ศ. ๒๕๔๗, ๒๕๔๘ หน�า ๘.๒๑๒ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


(๔๑) นายเอ.บีกริสโวลด์แต่ง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าสยาม กรุงเทพ มหามกุฎราชวิทยาลัย ๒๕๔๗, หน�า ๕๐-๕๑.(๔๒) จอร์จ ฮอว์ เฟลตัส (George Haws Feltus), เร่�องเดิม, หน�า ๒๖. (๔๓) หนังสือจดหมายเหตุ, เร่�องเดิม, หน�า ๔๐๔. (๔๔) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๕๙๒.(๔๕) ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๕ , ภาคที� ๑๒ เรื�องจดหมายเหตุท้ตฝรังเศสเข�ามาเมืองไทยกับจดหมายเหตุ �ของหมอบรัดเลย์, เร่�องเดิม, หน�า ๘๗. (๔๖) วิลเลียม แอล บรัดเลย์ แต่ง ศรีเทพ กุสุมา ณ อยุธยา และ ศรีลักษณ์ สง่าเมือง แปล, สยามแต่ปางก่อน ๓๕ ปีในบางกอกของหมอบรัดเลย์ พิมพ์ครังที� ๒ กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์มติชน, ๒๕๔๗, หน�า ๑๐๑ �(๔๗) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ฉ. (๔๘) รองศาสตราจารย์ศิริวัฒน์ ไชยชนะ บรรณาธิการ, สมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม, กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล�า, ๒๕๔๗, หน�า ๙๑.(๔๙) เร่�องเด่ยวกัน, หน้าเด่ยวกัน, หน�า ๙๑. (๕๐) เร่�องเดิม, หน�า ๙๒. (๕๑) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๙๓. (๕๒) สมุดภาพเหตุการณ์สำาคัญของกรุงรัตนโกสินทร์, กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๒๕, หน�า ๓๙. (๕๓) หม่อมราชวงศ์แน่งน�อย ศักดิศรี, � พระอภิเนาว์นิเวศน์, กรุงเทพฯ : ศิลปวัฒนธรรม, ๒๕๔๙, หน�า ๙๕-๙๖, ๑๑๐.(๕๔) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, ประชุมภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสวันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, หน�า ๑๒๖.(๕๕) พีรศรี โพวาทอง, “พัฒนาการทางขอบเขตและลักษณะทางกายภาพกรุงรัตนโกสินทร์ในรอบสองศตวรรษ” วารสารสมาคมประวัติศาสตร์ ฉบับที� ๓๒ พ.ศ. ๒๕๕๓ หน�า ๖. (๕๖) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถุซึงสร้างในรัชกาลท่� ๔ � , พระนคร : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒนากร, ๒๔๖๕, หน�า ๓๓. (๕๗) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถุซึงสร้างในรัชกาลท่� ๔ � , พระนคร : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒนากร, ๒๔๖๕, หน�า ๓๔.(๕๘) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถุซึงสร้างในรัชกาลท่� ๔ � , พระนคร : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒนากร, ๒๔๖๕, หน�า ๔๐.(๕๙) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถุซึงสร้างในรัชกาลท่� ๔ � , พระนคร : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒนากร, ๒๔๖๕, หน�า ๔๑.ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๑๓


(๖๐) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถซึุงส�ร้างในรัชกาลท่� ๔,พระนคร :โรงพมพิ ์โสภณพิพรรฒนากร, ๒๔๖๕. หน�า ๔๒.(๖๑) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, ประชุมภาพประวตั ิศาสตร์แผนด่นพิระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, (กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสวันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี,๒๕๔๘), หน�า ๑๒๖.(๖๒) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถซึุงส�ร้างในรัชกาลท่� ๔,พระนคร :โรงพมพิ ์โสภณพิพรรฒนากร ๒๔๖๕, หน�า ๓๓.(๖๓) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถซึุงส�ร้างในรัชกาลท่� ๔,พระนคร :โรงพมพิ ์โสภณพิพรรฒนากร ๒๔๖๕, หน�า ๓๕-๓๗.(๖๔) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถซึุงส�ร้างในรัชกาลท่� ๔,พระนคร : โรงพมพิ ์โสภณพิพรรฒนากร, ๒๔๖๕, หน�า ๓๔. และ ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, ประชมุภาพประวัติศาสตร์แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสวันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๑๒๗.(๖๕) ประชุมพงศาวดารภาค ๒๕ เร่�องสถานท่�แลวัตถซึุงส�ร้างในรัชกาลท่� ๔, พระนคร :โรงพมพิ ์โสภณพิพรรฒนากร, ๒๔๖๕, หน�า ๓๔.(๖๖) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขา ำ บุนนาค),พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนทริ ์ รัชกาลท่� ๔, พมพิ ์ครัง�ที�๖, กรุงเทพฯ : สานำ ักพมพิ ต� ์นฉบบั, ๒๕๔๗, หน�า ๒๕๕. ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, เร่�องเดิม, หน�า ๑๒๗.(๖๗) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขา ำ บุนนาค),พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนทริ ์ รัชกาลท่� ๔, พมพิ ์ครัง�ที�๖, กรุงเทพฯ : ต�นฉบบั, ๒๕๔๗, หน�า ๒๕๖. (๖๘) เอนก นาวิกม้ล, ถ่ายร้ปเม่องไทยสมัยแรก, กรุงเทพฯ : แสงแดด, ๒๕๓๕, หน�า ๑๑๒.(๖๙) เอเดรยีน โลเน (Adrien Launay) แต่ง ประทมรุตนั ว์งศ์ดนตรีแปล, สยามและคณะมิสชนนัาร่ฝรังเศส� , กรุงเทพฯ : กรมศลิปากร, ๒๕๒๘, หน�า ๑๕๙.(๗๐) เชิงอรรถโดย ส. พลายน�อย, จดหมายเหตุประถมวงศสกุลบนนุาคและเร่�องราชท้ตสยามไปกรุงฝรังเศส� ,กรุงเทพฯ: พมพิ ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงตลับ ประดพิ ัทธภ้บาล,๒๕๑๓,หน�า ๖๐. (๗๑) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, กรุงเทพฯ : หน�า ๑๖๕. รองศาสตราจารยศ์ริวิัฒน์ไชยชนะ บรรณาธิการ, เร่�องเดิม , หน�า ๙๒. (๗๒) ถนอม ปินตา และ พิษณ อุรรฆภิญญ์พระคุณพระเจ้าในรัตนโกสนทริ ์สมัย, กรุงเทพฯ : สภาคริสตจักรในประเทศไทย, ๒๕๒๕, หน�า ๓๖.(๗๓) ศักดา ศริพิ ันธุ์, กษัตรยิ์และกล้อง, กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพมพิ ์, ๒๕๓๕, หน�า ๕๙-๖๐.๒๑๔ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


(๗๔) ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๕, ภาคที� ๑๒ เรื�องจดหมายเหตุท้ตฝรังเศสเข�ามาเมืองไทยกับจดหมายเหตุ �ของหมอบรัดเลย์, พระนคร : ก�าวหน�า, ๒๕๐๗, ๘๗. (๗๕) ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๕, ภาคที� ๑๒ เรื�องจดหมายเหตุท้ตฝรังเศสเข�ามาเมืองไทยกับจดหมายเหตุ �ของหมอบรัดเลย์, พระนคร : ก�าวหน�า, ๒๕๐๗, หน�า ๙๓. (๗๖) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, เร่�องเดิม, หน�า ๑๖๔. (๗๗) กองคริสเตียนศ่กษา, หมอเฮาส์ในรัชกาลท่� ๔ แปลและเรียบเรียงจาก Samuel Reynolds House of Siam by George Haws Feltus, (พระนคร : สภาคริสตจักรในประเทศไทย, ๒๕๐๔), หน�า ๒๖. (๗๘) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๒๖-๒๗. (๗๙) แอ็บบอต มอฟแฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภิต แปล, แผ่นดินพระจอมเกล้า, กรุงเทพฯ : สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๒๐, หน�า ๖๕.(๘๐) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๖๖.(๘๑) เซอร์จอห์น เบาว์ริง, ราชอาณาจักรและราษฎรสยาม เล่ม ๑, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และกัณฑิกา ศรีอุดม บรรณาธิการ, (กรุงเทพฯ : ม้ลนิธิโตโยต�าประเทศไทย, ๒๕๔๗), หน�า ๓๘๖. (๘๒) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๓๘๖. (๘๓) เซอร์จอห์น เบาว์ริง, ราชอาณาจักรและราษฎรสยาม เล่ม ๒, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และกัณฑิกา ศรีอุดม บรรณาธิการ, กรุงเทพฯ : ม้ลนิธิโตโยต�าประเทศไทย, ๒๕๔๗, หน�า ๒๖๖. (๘๔) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, เร่�องเดิม, หน�า ๑๓๐. (๘๕) สุนิสา มันคง� พระบาทสมเด็จพระปิ�นเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : One World, ๒๕๔๗, หน�า ๑๑๗-๑๑๘. (๘๖) สุนิสา มันคง, � เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๘๒. (๘๗) เร่�องเดิม, หน�า ๒๓๑. (๘๘) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, อ�างอิง หน�า ๑๓๖.(๘๙) หนังส่อจดหมายเหตุ, กรุงเทพฯ, สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๒๙๑.(๙๐) หนังส่อจดหมายเหตุ, กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๒๙๑.(๙๑) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, อ�างอิง หน�า ๑๘.(๙๒) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, เร่�องเดิม, หน�า ๑๖๗. (๙๓) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๑๕


หนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, อาง�อิง หน�า ๑๖๑.(๙๔) นพ.คทาวุธ โลกาพัฒนา, ส้จบิ ัตร หมอบรัดเลย์ “ผเ้้ปิดความร้” ้ ส้่สามญัชนสยาม, กรุงเทพฯ :ธนาคารกรุงเทพ, ๒๕๔๗, หน�า ๑๑.(๙๕) วลิเลยม ีแอล บรัดเลย ์แต่ง ศรีเทพ กสุมุา ณ อยุธยา และศรีลักษณ์สง่าเมอืง แปล สยามแต่ปางก่อน ๓๕ ปีในบางกอกของหมอบรัดเลย์ พมพิ ์ครัง�ที�๒, กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๔๗, หน�า ๑๒๗. (๙๖) หนังส่อจดหมายเหต,ุกรุงเทพฯ : สานำ ักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๖๗.(๙๗) ฤดรีตนั ์กายราศ บรรณาธิการรวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัวเร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, อาง�อิง หน�า ๑๓๐.(๙๘) หนังส่อจดหมายเหต,ุกรุงเทพฯ : สานำ ักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๔๖๔-๔๖๕.(๙๙) ณัฐวฒุ สิุทธิสงครามและขจร สุขพานิช, พระเกยีรติประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๑๐๔-๑๑๐.(๑๐๐) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๑๒.(๑๐๑) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, เร่�องเดิม , หน�า ๑๔๓.(๑๐๒) เซอร์จอห์นเบาวร์ ิง, ราชอาณาจกัรและราษฎรสยาม เล่ม ๒, ชาญวิทย์เกษตรศริิและกัณฑิกา ศรีอุดม บรรณาธิการ, กรุงเทพฯ : ม้ลนธิิโตโยต�าประเทศไทย, ๒๕๔๗, หน�า ๒๔๕.(๑๐๓)พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั,พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว,พระนคร : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๒๑. หน�า ๒๐๗-๒๐๘. (๑๐๔) ถนอม ปินตา และ พิษณ อุรรฆภิญญ์, พระคุณพระเจ้าในรัตนโกสนทริ ์สมัย, กรุงเทพฯ : สภาคริสตจักรในประเทศไทย, ๒๕๒๕, หน�า ๓๖. (๑๐๕) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, เร่�องเดิม, หน�า ๑๔๑. (๑๐๖) ราชกิจจานุเบกษา ร.๕, พมพิ ์ครัง�ที�๒, กรุงเทพฯ : ต�นฉบบั, ๒๕๔๐, หน�า ๒๘๐.(๑๐๗) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๔๑๔.(๑๐๘) เร่�องเดิม, หน�า ๒๐๙.(๑๐๙)สมเด็จกรมพระยาดาำรงราชานุภาพ, เร่�องพระราชประวตัพิระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว,กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย ๒๕๔๗, หน�า ๕๓. (๑๑๐) วลิเลยม ีแอล บรัดเลย์แต่ง ศรีเทพ กสุมุา ณ อยุธยา และศรีลักษณ์สง่าเมอืง แปล สยามแต่ปางก่อน ๓๕ ปีในบางกอกของหมอบรัดเลย์ พมพิ ์ครัง�ที�๒, กรุงเทพ ฯ, มติชน, ๒๕๔๗, หน�า ๑๓๐.(๑๑๑) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๓๐-๑๓๑.(๑๑๒) เร่�องเดิม, หน�า ๑๓๓.(๑๑๓) ชวนพิศ ทองแคล�วและคณะ, เร่�องเดิม, หน�า ๑๖๘.๒๑๖ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


เชิงอรรถบทท่� ๘(๑) ล�อม เพ็งแก�ว, “ดาวประจำาเมืองนคร” เด่อนสิบ ๒๖, กรุงเทพ : นครศรีธรรมราช, หน�า ๑๒๓. (๒) จดหมายเหตุดาราศาสตร์จากฝรังเศสเก่�ยวกับราชอาณาจักรสยาม � , กรุงเทพฯ : สมาคมดาราศาสตร์ไทย, ๒๕๔๒, หน�า ๕๗. (๓) ดาวเคลื�อนที�ได�เรียกดาวพระเคราะห์ ส่วนดาวเคลื�อนที�ไม่ได�เรียก ดาวฤกษ์ (นิพัทธ์พร เพ็งแก�ว, ตำาราดาว : การศ่กษาเชิงวิเคราะห์, วิทยานิพนธ์หลักส้ตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปกร, พ.ศ.๒๕๓๘, หน�า ๑)(๔) พระราชเวที (สุรพล ชิตญาโณ), หอไตรกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส, กรุงเทพฯ : คณะสงฆ์วัดพระเชตุพน, ๒๕๔๘, หน�า ๒๗๗-๒๗๙.(๕) นิพัทธ์พร เพ็งแก�ว, ตำาราดาว : การศึกษาเชิงวิเคราะห์ วิทยานิพนธ์หลักส้ตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๓๘, หน�า ๑๗๑-๑๗๓.(๖) มงเซเญอร์ ปาลเลกัวซ์ แต่ง สันต์ ท. โกมลบุตร แปล, เล่าเร่�องกรุงสยาม, กรุงเทพฯ : สำานักพิมพ์ก�าวหน�า, ๒๕๒๐, หน�า ๓๑๙. (๗) สัมภาษณ์นายอารี สวัสดี เมื�อวันที� ๒ มีนาคม ๒๕๖๕(๘) ม.เดอ ลาล้แบร์ แต่ง สันต์ ท.โกมลบุตร แปล, จดหมายเหตุลาล้แบร์ เล่ม ๑, พระนคร : ก�าวหน�า, ๒๕๑๐, หน�า ๒๘๙. (๙) ปัญญา บริสุทธิ,� การศึกษาสภาพสังคมไทย ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั�งเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : สถาบันไทยคดีศ่กษา, ๒๕๒๘, หน�า ๕๑.(๑๐) Robert H. Schomburgk “Popular Astronomy in Siam” The Athenaeum, no. 1771 Oct 5, 1861 p.447.(๑๑) Bangkok Calendar, 1860.(๑๒) ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๑๓ ภาคท่� ๑๙-๒๑, กรุงเทพฯ : คุรุสภา.๒๕๐๗, หน�า ๒๑-๒๒. (๑๓) ราชกิจจานุเบกษา พิมพ์ครังท่� ๒ � กรุงเทพฯ : ต�นฉบับ , ๒๕๔๐ หน�า ๗-๘. (๑๔) ราชกิจจานุเบกษา รัชกาลท่� ๕ พิมพ์ครังท่� ๒ เล่ม ๓ � , กรุงเทพฯ : ต�นฉบับ,๒๕๔๐, หน�า ๔๐๐.(๑๕) ราชกิจจานุเบกษา รัชกาลท่� ๕ พิมพ์ครังท่� ๒ เล่ม ๔ � , กรุงเทพฯ : ต�นฉบับ, ๒๕๔๐, หน�า ๒๐๕-๒๐๖.(๑๖) เอนก นาวิกม้ล, เมื�อสมัย ร.๕, กรุงเทพฯ : แสงดาว, ๒๕๔๗, หน�า ๕๐.เชิงอรรถบทท่� ๙(๑) หมอเฮาส์ในรัชกาลท่� ๔, พระนคร: กองคริสเตียนศ่กษา, ๑๙๒๔, หน�า ๒๗. ข�อม้ลนี�ชี�ให�เห็นว่า ชาวตะวันตกในกรุงเทพเผยแพร่ข�อม้ลเรื�องสุริยุปราคากันแล�ว (ควรตรวจสอบสุริยุปราคา ค.ศ. ๑๘๔๗ (พ.ศ. ๒๓๙๐)ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๑๗


(๒) Rev. George Haws Feltus, Abstract of the Journal of Rev.Dan Beach Bradley, Medical Missionary in Siam 1835-1873. p.89.(๓) Ibid, p.88.(๔) Francis Wayland, Memoir of the Life and Labours of the Rev. Adoniram Judson, Boston,1853, p.330.(๕) สุรชย ัจงจติงาม,ข้ามห้วงมหาสมทุรกับขรัวอนิโข่ง เม่องโบราณ,๓๔.๓ ปี๓๔ฉบบที ั�๓กรกฎาคมกันยายน ๒๕๕๑.(๖) แอบบอต มอฟ ็แฟ็ทแต่ง นิจทองโสภต ิ แปล,แผนด่นพิระจอมเกล้า, กรุงเทพฯ:สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๒๐, หน�า ๒๑๙.(๗) Rev. George Haws Feltus, Op.cit, p.88.(๘) Ibid. p.89.(๙) เซอร์จอห์นเบาวริง, ราชอาณาจกัรและราษฎรสยาม เล่ม ๑,กรุงเทพฯ: ม้ลนธิิโตโยต�าประเทศไทย และ ม้ลนธิิโครงการตาำราฯ, ๒๕๔๗, หน�า ๓๘๓. (๑๐) หนังส่อจดหมายเหต,ุกรุงเทพฯ : สานำ ักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๒๗๙.(๑๑) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๓๓๒. (๑๒) Ibid, p.89.(๑๓) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�อง ประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, ๒๕๔๘, หน�า ๒๘๖-๒๘๗.(๑๔) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๒๘๔.(๑๕) Opat, p.324.(๑๖) ประชม ุประกาศ รัชกาลที�๔, เร่�องเดิม, หน�า ๔๗๘.(๑๗) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�อง ชุมนุมพระบรมราชาธิบายและประชุมพระราชนพนธิ ์ในรัชกาลท่� ๔ , กรุงเทพฯ : คณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, ๒๕๔๘, หน�า ๙๘.(๑๘) สาลิน วิรบุตร์, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว พระบิดาแห่งวทิยาศาสตร์ไทย, กรุงเทพ ฯ: สานำ ักงานโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล�าณหว�ากอ จังหวัดประจวบครีขีันธ์,๒๕๓๓,หน�า๒๕.(๑๙) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เรื�อง พระราชหตัถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, เรื�องเดมิ, หน�า ๔๗๔.(๒๐) สาลิน วิรบุตร์, เร่�องเดิม, หน�า ๒๕. (๒๑) สุทนต์ขวัญนครและววิะรา สอนชยภ้มั ิ, เร่�องเดิม, หน�า ๑๑๒.๒๑๘ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


เชิงอรรถบทท่� ๑๐(๑) มงเซเญอร์ ปาลเลกัวซ์ แต่ง สันต์ ท. โกมลบุตร แปล, เล่าเร่�องกรุงสยาม, กรุงเทพฯ : ก�าวหน�า, ๒๕๒๐, หน�า ๘๑๑-๘๑๒.(๒) หนังส่อจดหมายเหตุ, กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๔๐๒.(๓) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๔๐๔.(๔) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๔๒๗(๕) เร่�องเดิม, หน�า ๓๗๑.(๖) แอ็บบอต มอฟแฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภิต แปล, แผ่นดินพระจอมเกล้า, กรุงเทพฯ : สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๒๐ หน�า ๓๗.(๗) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๖๕.(๘) มงเซเญอร์ ปาลเลกัวซ์ แต่ง สันต์ ท. โกมลบุตร แปล, เร่�องเดิม, หน�า ๘๑๔-๘๑๕.(๙) หนังส่อจดหมายเหตุ ฉบับวันที� ๑๗ มีนาคม ๑๘๖๖, กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๓๗, หน�า ๓๓๒.(๑๐) ศิริวัฒน์ ชัยชนะ บรรณาธิการ, สมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎ พระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม, มปป. : มหาวิทยาลัยและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล�า, ๒๕๔๗, หน�า ๙๑.(๑๑) เร่�องเดิม, หน�า ๙๒.(๑๒) สมุดภาพเหตุการณ์สำาคัญของกรุงรัตนโกสินทร์, กรุงเทพฯ : สำานักราชเลขาธิการ, ๒๕๒๕, หน�า ๓๙.เชิงอรรถบทท่� ๑๑(๑) ราชกิจจานุเบกษาในรัชกาลท่� ๔, พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ นายประกอบ หุตะสิงห์, กรุงเทพฯ : ๒๕๓๗, หน�า ๑๘๗.(๒) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๒๓๔.(๓) รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๒๒๓-๒๒๔.(๔) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๒๗๒—๒๗๑.(๕) เร่�องเดิม, หน�า ๒๗๐-๒๗๑.(๖) สาลิน วิรบุตร์, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย กรุงเทพฯ, สำานักงานโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล�า ณ หว�ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ๒๕๓๓, หน�า ๙, ๓๐. ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๑๙


(๗) รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔,เร่�องเดิม, หน�า ๒๗๖.(๘) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๔๖๔.(๙) ขาว เหมอืนวงศ์“การพส้ิจน์การทรงคาำนวณเพื�อการรักษาเวลามาตรฐานประเทศไทยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั”พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว พระบิดาแห่งวทิยาศาสตร์ไทย,กรุงเทพฯ: สานำ ักงานโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล�าณหว�ากอ จังหวัดประจวบครีขีันธ์,๒๕๓๓,หน�า ๔๖.(๑๐) เร่�องเดิม, หน�า ๔๐-๔๓.(๑๑) รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔,เร่�องเดิม, หน�า ๔๘๔.(๑๒) มงเซเญอร์ปาลเลกวซั ์แต่ง สันต์ท.โกมลบุตรแปล,เล่าเร่�องกรุงสยาม,กรุงเทพฯ: ก�าวหน�า,๒๕๒๐,หน�า ๘๐๗-๘๐๘.(๑๓) วลิเลยม ีแอล บรัดเลย์แต่งศรีเทพ กสุมุา ณ อยุธยาและศรีลักษณ์สง่าเมอืงแปล,สยามแต่ปางก่อน๓๕ ปี ในบางกอกของหมอบรัดเลย์ พมพิ ์ครัง�ที�๒ กรุงเทพฯ : กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๔๗, หน�า ๑๒๘.(๑๔) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๔๐.(๑๕) นายเอ.บีกริสโวลด์แต่ง ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล แปล, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าสยาม,กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๕๐-๕๑.(๑๖) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั,พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว,(กรุงเทพฯ : มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๒๑), หน�า ๖๒๖.(๑๗) รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔,เร่�องเดิม, หน�า ๑๓๖.(๑๘) สาลิน วิรบุตร์, เร่�องเดิม, หน�า ๒๔.(๑๙) รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔,เร่�องเดิม, หน�า ๕๓๔.(๒๐) นิพนธ์ทรายเพชร, เร่�องเดิม, หน�า ๒๒.(๒๑) สาลิน วิรบุตร์, เร่�องเดิม, หน�า ๒๓(๒๒) เร่�องเด่ยวกนั, หน�าเดยวกี ัน.(๒๓) เร่�องเดิม, หน�า ๒๔.(๒๔) ฤดรีตนั ์กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, เรื�องเดมิ, หน�า ๓๑๗.๒๒๐ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


เชิงอรรถบทท่� ๑๒(๑) แอ็บบอต มอฟแฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภิต แปล, แผ่นดินพระจอมเกล้า, กรุงเทพฯ, สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย, ๒๕๒๐, หน�า ๗.(๒) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๑๘. อ�างอิงจาก Le bouddhisme a siam : une soire’e chez le Phraklang en 1863 กับ Memoires de la Socie’te’ Acade’mique Indo-Chinoise de France เล่ม 1 (1877-1878) ของ Leon Feer หน�า 155.(๓) แอ็บบอต มอฟแฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภิต แปล, เร่�องเดิม, หน�า ๑๙. (๔) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๒๖-๒๗,(๕) เร่�องเดิม, หน�า ๒๒๐ อ�างจาก JSS เล่ม XXI 1927 p.1-33, 127-177.(๖) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๒๓๘-๒๓๙.(๗) เร่�องเดิม, หน�า ๒๔๓-๒๔๙.(๘) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๒๕๐.(๙) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลท่� ๔, กรุงเทพฯ : ต�นฉบับ, ๒๕๔๗, หน�า ๒๑๖.(๑๐) สุทนต์ ขวัญนคร และ วิวะรา สอนชัยภ้มิ เรียบเรียง, พระจอมเกล้ากรุงสยามฯ สำานักพิมพ์สิบห�ามีน, มปช., หน�า ๑๑๒-๑๑๔. เชิงอรรถบทท่� ๑๓(๑) พิมาน แจ่มจรัส, ดับสุริยาท่�หว้ากอ, กรุงเทพฯ : แสงดาว ๒๕๔๔, หน�า ๒๔๙-๒๕๐.(๒) พระสยามธุรานุรักษ์ (แอ็ม อา เดอ เกรอัง) เขียน อมตา นวะมะรัตน แปล, ราชอาณาจักรสยาม นนทบุรี : ต�นฉบับ, ๒๕๔๓, หน�า ๒๐. ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพรบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๕๐๑-๕๐๒. (๓) เอเตียน กาลลัวซ์ แต่ง สันต์ ท.โกมลบุตรแปล ราชอาณาจักรสยามในงานแสดงศิลปหัตถกรรม, กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๑๔, หน�า ๓๔-๓๕. (๔) สุทนต์ ขวัญนคร และ วิวะรา สอนชัยภ้มิ เรียบเรียง, พระจอมเกล้ากรุงสยามฯ, สำานักพิมพ์สิบห�ามีนหน�า ๑๔๐.ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๒๑


(๕) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวั, รวมพระราชนพนธิ ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องประชุมประกาศรัชกาลท่� ๔, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทาำหนังสอที ื �ระล่กในคณะกรรมการอาำนวยการจัดงานเฉลมิพระเกยีรติพรบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หวัในโอกาสทีว�ันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๔๗๕.(๖) เรื�องนี�เป็นบันท่กผ้�ร้�เห็นของชาวต่างชาติจาก อเนก นาวิกม้ล “หนังสอืเก่า ๑๑๖ ปที ี �ยังไม่เคยเผยโฉม !!!”, ฝรังเ�ข่ยนไทย, กรุงเทพฯ : แสงแดด, ๒๕๔๑ หน�า ๑๒๗-๑๔๒.(๗) ประยุทธ สิทธพิ ันธ์, สารานุกรมประวตั ิศาสตร์ไทย, พระนคร : คลังวิทยา, ๒๕๐๖, หน�า ๓๓๖.(๘) “จดหมายเหตุเสด็จหว�ากอ ปมีะโรง พ.ศ. ๒๔๑๑”, ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๑๓ ภาคท่� ๑๙-๒๑,กรุงเทพฯ : ครุ ุสภา, ๒๕๐๗, หน�า ๑๖-๕๐.(๙) จดหมายเหตพุระราชกิจรายวนัพ.ศ. ๒๔๑๑ พมพิ ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพหมอม่เจ�าหญิงวมลป ิ ัทมราช จิรประวัติ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๘ ,พระนคร : โรงพมพิ ์พระจันทร์, ๒๕๐๘. (๑๐) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๘.(๑๑) เร่�องเดิม, หน�า ๑๙.(๑๒) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๔.(๑๓) เร่�องเดิม, หน�า ๒๓-๒๔.(๑๔) ประชุมพงศาวดาร เล่ม ๑๓ ภาคท่� ๑๙-๒๑, กรุงเทพฯ : ครุ ุสภา, ๒๕๐๗, หน�า ๑๖.(๑๕) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๑๗-๑๘.(๑๖) เร่�องเดิม, หน�า ๒๐.(๑๗) พมิาน แจม่จรัส, เร่�องเดิม, หน�า ๒๔๓.(๑๘) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๒๔๔.(๑๙) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์“จดหมายเหตุเจ�าพระยาทิพากรวงศ์เรื�องเสด็จทอดพระเนตรสรุยิุปราคาที�หว�ากอ เมื�อปมีะโรง พ.ศ. ๒๔๑๑” ประชุมพงศาวดารภาคท่� ๑๙ ฉบบพัมพิ ์พ.ศ. ๒๔๖๓ พมพิ ์ในงานพระราชทานเพลิงศพเจ�าจอมมารดาโหมดในรัชกาลที�๔พ.ศ.๒๔๖๓โรงพมพิ ์ไทย พระนคร หน�า๑๓-๑๘.)(๒๐) สมเด็จพระมหาสมณเจ�า กรมพระยาปวเรศวรยิาลงกรณ์พระราชประวตั ิในรัชกาลท่� ๔ กรุงเทพฯมหามกุฎราชวิทยาลัย ๒๕๔๗, หน�า ๘๕-๘๗.(๒๑) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๘๗.(๒๒) เอนก นาวิกม้ล, ภาพเก่าลาตำานำาน, กรุงเทพฯ : มติชน ๒๕๔๐, หน�า ๖๓-๖๔.(๒๓) เร่�องเด่ยวกนั, หน�า ๖๓.(๒๔) กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์, โคลงลลิตมิหามกุฎราชคุณานุสรณ์จากต�นฉบบ ัพ.ศ.๒๔๖๙ แจกงานพระศพ หมอม่เจ�าวลัภากร วรวรรณ, กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, ๒๕๒๒, หน�า ๑๗๙-๑๘๐.(๒๕) นพ.คทาวุธ โลกาพัฒนา “หมอบรัดเลย์” ส้จิบัตร หมอบรัดเลยผ์เ้้ปิดความร้้ส้่สามญัชนสยาม กรุงเทพฯ : ศ้นยส์ ังคตศี ลปิ ์ธนาคารกรุงเทพ, ๒๕๔๗, หน�า ๑๘-๑๙.(๒๖) เอ.บีกริสโวลด์แต่ง ม.จ.สภุัทรดิศ ดิศกล ุแปล, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าสยาม, กรุงเทพฯ: มหามกุฎราชวิทยาลัย, ๒๕๔๗, หน�า ๑๕๕.๒๒๒ ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ


(๒๗) John Blofeld, King Maha Mongkut of Siam, Bangkok,The Siam Society, 1987, p.86.(๒๘) ฤดีรัตน์ กายราศ บรรณาธิการ, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว เร่�องพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย้่หัว, กรุงเทพฯ : คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำาหนังสือที�ระล่กในคณะกรรมการอำานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพรบาทสมเด็จพระจอมเกล�าเจ�าอย้่หัวในโอกาสที�วันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี, ๒๕๔๘, หน�า ๑๗๖. (๒๙) เจ�าพระยาทิพากรวงศ์ฯ (ขำา บุนนาค), พงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลท่� ๔, กรุงเทพ : ต�นฉบับ, ๒๕๔๗, หน�า ๔๓๐-๔๓๘.(๓๐) แอ็บบอต มอฟแฟ็ท แต่ง นิจ ทองโสภิต แปล, แผ่นดินพระจอมเกล้าฯ, กรุงเทพฯ : สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ๒๕๒๐, หน�า ๒๒๒-๒๒๓ อ�างอิงจากหนังสือ Siam the Land of the White Elephant by George Bladen Bacon 1873.(๓๑) เร่�องเด่ยวกัน, หน�า ๒๒๓.ดาราศาสตร์ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ๒๒๓


ประวัตผิเ้้ข่ยน นายภ้ธร ภ้มะธน เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช จบมัธยมบริบ้รณ์จากแผนกศิลปะ โรงเรียนวัดบวรนิเวศ จบการศ่กษาปริญญาตรวีิชาเอกประวัติศาสตร ว์ ิชาโทโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยเชยีงใหม่เมื�อปีการศ่กษา๒๕๑๕และจบการศ่กษาปริญญาโทวิชาเอกประวัติศาสตร์จากจุฬาลงกรณม์หาวิทยาลัย เมื�อปีการศ่กษา ๒๕๒๐ เริม�เข�ารบัราชการเป็นภัณฑารักษส์ ังกัดกองพพิ ิธภัณฑสถานแห่งชาติกรมศลิปากร เมื�อ พ.ศ.๒๕๑๙เคยดำารงตำาแหน่งหัวหน�าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ฯ จังหวัดลพบุรีซ่�งตั�งอย้่ในพระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์ฯ “พระนารายณ์ราชนิเวศน์”นานถ่ง๑๐ ป จ่ ี งได�ซ่มซบั ประวัติศาสตร์ยุคสมเด็จพระนารายณ ม์าจากที�นั�น จากนั�นได�ย�ายไปดำารงตำาแหน่งรักษาการหวัหน�าพพิ ิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร นานราวหน�ง่ปจ่ีงได�ขอโอนย�ายไปเป็นข�าราชการคร้ที�วิทยาลัยคร้เทพสตรี(ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี) สอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยรวมทั�งดำารงตำาแหน่งผ้�อำานวยการสานำ ักศลิปวัฒนธรรมทีว�ิทยาลัยคร้เทพสตรีในบางเวลาควบค้่กันไปด�วย ปฏบิ ัติราชการอย้่ทีว�ิทยาลัยคร้เทพสตรีจนถ่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ จ่งได�ลาออกจากราชการ ด�วยความตั�งใจว่าจะใช�เวลาที�เหลือในชีวิตเขียนหนังสือ จัดกิจกรรมส่งเสรมวิ ิชาการตามอัธยาศยัให�กบชัมุชน ชวย่เหลอืชาวบ�านจัดตัง�พพิ ิธภัณฑ์และแหล่งเรยีนร้�เพื�อการอนรุักษ์มรดกวัฒนธรรมและความภ้มิใจของท�องถิ�น เคยได�รับทุนรัฐบาลฝรั�งเศสและทุนบริทิช เคาน์ซิล ให�ได�ไปศ่กษาด้งานด�านพิพิธภัณฑ์ศ่กษาหลักฐานประวัติศาสตร์และโบราณคดีที�ประเทศฝรั�งเศสและประเทศอังกฤษ ได�เผยแพร่ความร้�และจัดกิจกรรมเพื�อความเข�าใจอันดีระหว่างไทย-ฝรั�งเศส จนกระทั�งรัฐบาลฝรั�งเศสได�มอบอิสริยาภรณ์Palmes Académiques ชัน� Chevalier เมื�อ พ.ศ. ๒๕๓๑ และได�รบัการคัดเลอืกให�เป็นนักศ่กษาเก่าดีเด่นมหาวิทยาลัยเชยีงใหม่เมื�อ พ.ศ. ๒๕๔๕ผลงานสาคำ ัญที�ผ่านมาคือการพัฒนาปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ฯให�ได�มาตรฐานพพิ ิธภัณฑ์สากล ด�วยการประสานขอความรวมม่อืจากท�องถิน�จัดกิจกรรมส่งเสรมิความร้�ประวัติศาสตร์อยุธยาครั�งรัชสมัยพระนารายณ์ฯ ติดต่อมานานไม่น�อยกว่า ๒๐ ปี ร่วมกิจกรรมในการรณรงค์และอนรุักษ์โบราณวัตถุสถานและแหล่งธรรมชาติหลายแห่งในจังหวัดลพบุรีให�อย้่รอดปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิงใน�ชว่งดำารงตำาแหน่งประธานชมรมอนรุักษ์โบราณวัตถุสถานและสิงแ�วดล�อม จังหวัดลพบุรี๒ สมย ั (พ.ศ. ๒๕๓๔-พ.ศ. ๒๕๓๙)


Click to View FlipBook Version