The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วัสดุก่อสร้าง

วัสดุก่อสร้าง

1

ชุดการสอน
เอกสารประกอบการสอน

วิชา วัสดกุ ่อสรา้ ง รหสั วิชา 20121-1003
ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม

ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562

จัดทำโดย
นางสาววรญั ญา แกว้ ตา

ครูพิเศษสอน

แผนกวชิ าโยธา วทิ ยาลัยเทคนคิ สวา่ งแดนดนิ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

2

แบบคำขออนุมตั ิใช้แผนการสอน/การจัดการเรียนรู้แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
วชิ า วสั ดกุ ่อสร้าง รหสั วิชา 20121-1003
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ผู้จดั ทำ

ลงชื่อ..............................................
(นางสาววรญั ญา แก้วตา)
ตำแหน่ง ครูพเิ ศษสอน

ผูต้ รวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้

ลงชือ่ .............................................. ลงช่อื ..............................................
(นายวิชาญ ดนยั สวสั ด์ิ) (นายคมุ ดวง พรมอินทร)์
หัวหน้าแผนกวชิ าโยธา หัวหน้างานพัฒนาหลกั สตู รฯ

ความเหน็ รองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ
..........................................................................................

ลงช่ือ..............................................
(นายทินกร พรหมอินทร์)
รองผอู้ ำนวยการฝ่ายวิชาการ

ความเห็นผอู้ ำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดนิ
 อนมุ ตั ิ  ไมอ่ นุมัติ เพราะ....................................

ลงช่ือ..............................................
(นางวรรณภา พ่วงกลุ )

ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ สวา่ งแดนดิน

3

คำนำ

แผนการสอนช่ือ วิชาวัสดุก่อสร้าง 1 รหัสวิชา 20121-1003 ใช้ประกอบกับชุดการสอน
ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาอุตสาหกรรม สาขางาน
สถาปตั ยกรรม สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพ่ือเป็นแนวทางในการเรียนการสอน มงุ่ เน้น
ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเรยี น และประกอบวิชาชพี ในอนาคต

การจัดทำแผนการสอนคร้ังนี้ ดำเนินการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จากคำแนะนำข้อเสนอแนะ
จากผู้เชี่ยวชาญ ช่างชำนาญการท่ีประกอบอาชีพอิสระ และผู้บริหารวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี
ตลอดจนเพ่ือนครูวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี และวิทยาลัยต่าง ๆ จึงขอขอบพระคุณมา ณ ท่ีน้ี
ประโยชน์อันใดท่ีพึงมีของแผนการสอน วิชาวัสดุก่อสร้าง 1 รหัสวิชา 2108 – 1002 ขอมอบเป็น
เกยี รตแิ ก่ผู้มีพระคุณทกุ ท่าน

นางสาววรญั ญา แกว้ ตา
ผจู้ ดั ทำ

4

ตารางวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร

วิชา วัสดุก่อสรา้ ง รหสั วิชา 20121-1003 หน่วยกิต 2 (2)
ระดบั ชนั้ ปวช. 1
สาขาวิชา โยธา สาขางาน โยธา
พฤติกรรม
พุทธิพิสัย
ความรู้
ช่อื หน่วย ความเ ้ขาใจ
นำไปใช้
1. ไม้ วิเคราะห์
2. เหล็ก สังเคราะห์
3. ปนู ซเี มนต์ ประเ ิมนค่า

4. ทราย รวม
ลำ ัดบความสำคัญ
5. หนิ
จำนวน ่ัชวโมง
6. อิฐ จำนวน ้ขอสอบ
7. ซเี มนตบ์ ล็อก
สอบปลายภาค 10 10 10 10 10 10 30 100

รวม 9 8 8 - - - 25 3 6 15
ลำดับความสำคัญ
9 9 8 - - - 26 2 6 15

10 9 9 - - - 28 1 6 16

8 7 7 - - - 22 5 2 13

8 8 8 - - - 24 4 6 14

8 8 8 - - - 24 4 6 14
8 7 7 - - - 22 5 2 13
- - - - - - - -2 -

60 56 55 - - - 171 - 36 100

123

5

ตารางที่ ก.1 (ต่อ)

ใบรายการหวั ข้อเร่อื ง (Topic listing sheet)

วิชา วัสดุก่อสร้าง (20121-1003) หน่วยกิต 2 (2)

หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวิชาชพี แหลง่ ข้อมลู ระดับชั้น ปวช.1

หัวข้อเร่ือง (Topics) A B C D E หมายเหตุ

1. ไม้ 
2. เหลก็ 
3. ปนู ซเี มนต์ 
4. ทราย 
5. หนิ 
6. อฐิ 
7. ซเี มนตบ์ ลอ็ ก 

แหลง่ ข้อมลู
A = คำอธบิ ายรายวิชา
B = ผเู้ ช่ยี วชาญ
C = ผชู้ ำนาญการ
D = หนังสือ ตำรา ค่มู ือ
E = ประสบการณ์ผสู้ อน

6

ใบรายการสว่ นประกอบหัวขอ้ เร่ือง (Main elements listing sheet)

วชิ า วสั ดกุ อ่ สร้าง (20121-1003 ) หน่วยกติ 2 (2)

หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพ ระดับชนั้ ปวช.1

Main element/Elements แหล่งข้อมลู หมายเหตุ
ABCD
1. ไม้ (wood)
1.1 ความหมายของไม้ 
1.2 โครงสร้าง และองค์ประกอบของเนื้อไม้
1.2.1 โครงสร้างของต้นไม้ 
1.2.2 ลักษณะหนา้ ตดั ของไม้ 
1.3 ประเภทของไม้
1.4 คุณสมบัติของไม้ 
1.4.1 ไมเ้ น้อื แข็ง
1.4.2 ไมเ้ นอ้ื แข็งปานกลาง 
1.4.3 ไม้เนอื้ อ่อน 
1.5 ขนาดของไมแ้ ปรรูป 

1.5.1 การแปรรปู ไมข้ นาดเลก็ 

1.5.2 เทคนคิ การแปรรปู ไม้ 

1.5.3 การเล่ือยไมซ้ ุงกรณีรูปทรงผิดปกติ 

1.5.4 มาตรฐานไมก้ ่อสร้าง 

1.5.5 ขนาดไมแ้ ปรรปู

1.5.6 การเรยี กชอื่ ขนาด 

1.5.7 การแปรรูป 

1.6 ความเสยี หายของไม้ 
1.6.1 ทางฟิสกิ ส์
1.6.2 ทางด้านชวี วิทยา
1.6.3 ทางดา้ นเคมี
1.6.4 ทางด้านกล

7

Main element/Elements แหลง่ ข้อมลู หมายเหตุ
ABCD
1.7 การนำไมไ้ ปใชง้ าน
1.7.1 ไมเ้ น้อื แข็ง 
1.7.2 ไมเ้ น้อื แข็งปานกลาง 
1.7.3 ไม้เน้อื อ่อน 

1.8 ผลติ ภณั ฑ์จากอุตสาหกรรมไม้อดั (Plywood) 
1.8.1 กรรมวิธกี ารผลติ ไม้อัด 
1.8.2 กรรมวธิ กี ารผลติ ไม้บาง 
1.8.3 ไม้อดั สามารถแบง่ ออกตามลกั ษณะการใช้งาน

1.9 การรักษาเน้ือไม้ 
1.9.1 การปอ้ งกนั รกั ษาเน้ือไม้
1.9.2 น้ำยารักษาเน้ือไม้ 

2. เหล็ก (Steel) 
2.1 ความหมายของเหลก็ 
2.2 ประเภทของเหลก็
2.2.1 เหล็กดบิ (Pig Iron) 
2.2.2 เหลก็ เหนยี ว (Wrought Iron) 
2.2.3 เหล็กหล่อ (Cast Iron) 
2.2.4 เหลก็ กล้า (Steel)

2.3 กรรมวธิ ีการผลติ เหลก็ 
2.3.1 แร่แมกนไี ทต์ (Magnetite) 
2.3.2 แร่เฮมาไทต์ (Hematite) 
2.3.3 แร่ซเิ ดอไรต์ (Siderite)
2.3.4 แร่ลโี มไนต์ (Limonite)
2.3.5 กรรมวธิ ีการผลติ เหลก็ ดบิ

8

Main element/Elements แหลง่ ข้อมูล หมายเหตุ
AB C D
2.3.6 กรรมวธิ ีการผลติ เหล็กเหนียว 
2.3.7 กรรมวธิ ีการผลิตเหลก็ หล่อ 
2.3.8 กรรมวิธผี ลิตเหล็กกล้า 
2.4 ขนาดของเหล็กในงานกอ่ สรา้ ง
2.4.1 เหลก็ เสน้ 
2.4.2 เหล็กรูปพรรณ 
2.5 คุณสมบตั ิของเหลก็ ในงานกอ่ สร้าง
2.5.1 เหลก็ เสน้ กลม 
2.5.2 เหลก็ ขอ้ อ้อย 
2.5.3 เหลก็ รีดซ้ำ 
2.6 การนำเหล็กไปใชง้ าน
2.7 การเกบ็ รักษาเหล็ก 
2.8 ลวดผกู เหล็ก 
3. ปูนซเี มนต์ (cement) 
3.1 ความหมายของปูนซีเมนต์
3.2 ชนดิ ของปูนซีเมนต์ 
3.2.1 ปูนซีเมนต์ธรรมชาติ
3.2.2 ปูนซีเมนตพ์ อซโซลานา 
3.2.3 ปนู ซีเมนตอ์ ะลูมินสั 
3.2.4 ปนู ซีเมนตซ์ ลิ ิกา 
3.2.5 ปนู ซเี มนตป์ อร์ตแลนด์ 
3.3 ประเภทของปนู ซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ 
3.3.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา
3.3.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง 
3.3.3 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ความแข็งแรง 
สูงโดยเร็ว 

9

Main element/Elements แหล่งข้อมลู หมายเหตุ
A BCD

3.3.4 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดเกิดความ    

ร้อนต่ำ

3.3.5 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ชนิดทนซัลเฟต    

ได้สูง

3.4 กรรมวธิ กี ารผลิตปนู ซเี มนต์

3.4.1 วัตถดุ บิ ท่ีใชใ้ นกระบวนการผลติ  

3.4.2 กรรมวธิ ีการผลิตปนู ซเี มนต์  

3.5 คุณสมบตั ิของปนู ซีเมนต์

3.5.1 ปูนซเี มนต์ผสมหรอื ปูนซีเมนต์ซิลิกา  

3.5.2 ปนู ซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ (type I)  
3.5.3 ปนู ซเี มนต์แข็งตัวเร็ว (type III)  

3.6 การนำปูนซีเมนต์ไปใช้งาน

3.6.1 ปูนซีเมนตป์ อร์ตแลนด์ชนดิ ธรรมดา  

ประเภทท่ี 1
3.6.2 ปนู ซีเมนต์ปอรต์ แลนด์ดัดแปลง ประเภทท่ี2    
 
3.6.3 ปนู ซีเมนต์ปอร์ตแลนดช์ นดิ แข็งตัวเร็ว

ประเภทท่ี 3  

3.6.4 ปูนซเี มนต์ปอร์ตแลนดช์ นดิ เกิดความร้อนตำ่

ประเภทที่ 4  
3.6.5 ปนู ซีเมนตป์ อร์ตแลนดช์ นิดท่มี ีความ
 
ต้านทานต่อซลั เฟตสงู ประเภทที่ 5  
3.6.6 ปูนซเี มนต์ผสม  
3.6.7 ปนู ซเี มนตข์ าว

3.6.8 ปนู ซเี มนต์ชนิดพเิ ศษ

3.7 การเก็บรักษาปนู ซีเมนต์

3.7.1 การบรรจุและการขนสง่ ปนู ซีเมนต์  

3.7.2 การเกบ็ รกั ษาปนู ซเี มนต์  

Main element/Elements แหลง่ ข้อมูล 10
ABCD
4. ทราย (Sand) หมายเหตุ
4.1 ความหมายของทราย
4.2 ประเภทของทราย  
4.2.1 ทรายบก
4.2.2 ทรายแม่น้ำ  
4.3 ชนดิ ของทราย  
4.3.1 ทรายหยาบ
4.3.2 ทรายกลาง  
4.3.3 ทรายละเอยี ด  
4.3.4 ทรายถม  
4.4 ขนาดของทราย  
4.5 คณุ สมบตั ขิ องทราย
4.5.1 การทดลองความแข็งแรงของทราย  
4.5.2 การทดลองความสะอาดของทราย
4.6 การนำทรายไปใช้งาน  
4.6.1 ทรายละเอียด  
4.6.2 ทรายกลาง
4.6.3 ทรายหยาบ  
4.7 การเกบ็ รักษาทราย  
 
5. หิน (Rocks)  
5.1 ความหมายของหนิ
5.2 ประเภทของหนิ  
5.2.1 หินอคั นี
5.2.2 หินช้ันหรอื หนิ ตะกอน  
5.2.3 หินแปร  
 

11

Main element/Elements แหลง่ ข้อมูล หมายเหตุ
ABCD
5.3 ขนาดของหนิ
5.3.1 หนิ อ่อน 
5.3.2 หนิ แกรนติ 
5.3.4 หนิ ทราย 
5.3.5 ศิลาแลง 
5.3.6 หินย่อย 

5.4 คณุ สมบตั ขิ องหิน 
5.4.1 ความแข็งแกรง่ 
5.4.2 ความถว่ งจำเพาะ 
5.4.3 ความตา้ นทานต่อแรงกระแทกและการเสียดสี 
5.4.4 ความคงตัวต่อปฏิกริ ิยาเคมี 
5.4.5 รปู รา่ งและลักษณะผวิ 
5.4.6 ความสะอาด 
5.4.7 ความลดหลน่ั ของขนาดหรอื สว่ นคละ 
5.4.8 การดดู ซมึ และความชืน้ ทผี่ ิว 
5.4.9 การขนย้ายและกองเก็บ 
5.4.10 ให้ใชข้ นาดเมด็ ใหญท่ ส่ี ดุ

5.5 การนำไปใช้ 
5.5.1 หนิ แกรนติ 
5.5.2 หนิ บะซอลต์ 
5.5.3 หนิ เพอไฟรี 
5.5.4 หนิ ปูน 
5.5.5 หนิ ทราย 
5.5.6 ยปิ ซมั 
5.5.7 หนิ กรวดมน 
5.5.8 หนิ ออ่ น
5.5.9 หนิ ชนวน

12

Main element/Elements แหลง่ ข้อมลู หมายเหตุ

5.5.10 หนิ ไนส์ ABCD
5.5.11 หนิ ควอรต์ ไซต์
5.5.12 หนิ ศลิ าแลง  
5.6 การเก็บรักษาหนิ  
5.6.1 การดแู ลรกั ษาหินทัว่ ไป  
5.6.2 การดูแลรกั ษาพ้ืนหนิ อ่อน
5.6.3 การดูแลรกั ษาพืน้ หินแกรนิต  
5.6.4 การกองเกบ็ รักษาหินในงานก่อสร้าง  
6. อฐิ (brick)  
6.1 ความหมายของอิฐ
6.2 ประเภทของอฐิ  
6.2.1 อิฐมอญ
6.2.2 อฐิ ขาว  
6.2.3 อฐิ โปร่ง
6.2.4 อิฐประดบั  
6.2.5 อฐิ ทนไฟ  
6.2.6 อฐิ มวลเบา  
6.2.7 อฐิ บลอ็ กประสาน  
6.2.8 อิฐแก้ว  
6.3 ขนาดของอิฐ  
6.3.1 อิฐมอญ  
6.3.2 อฐิ ขาว  
6.3.3 อฐิ โปร่ง
6.3.4 อิฐประดบั  
6.3.5 อิฐทนไฟ  
6.3.6 อฐิ มวลเบา  
 
 
 

13

Main element/Elements แหล่งข้อมูล หมายเหตุ
ABCD
6.3.7 อฐิ บลอ็ กประสาน 
6.3.8 อฐิ แกว้ 
6.4 คุณสมบตั ิของอิฐ
6.4.1 คุณสมบตั ขิ องอฐิ มอญ 
6.4.2 คณุ สมบัติของอฐิ ขาว 
6.4.3 คุณสมบัติของอิฐโปรง่
6.4.4 คณุ สมบตั ขิ องอฐิ ประดับ 
6.4.5 คุณสมบัติของอฐิ ทนไฟ 
6.4.6 คณุ สมบัติของอิฐมวลเบา 
6.4.7 คณุ สมบตั ิของบลอ็ กประสาน 
6.4.8 คณุ สมบัตขิ องอฐิ แกว้ 

6.5 การนำอฐิ ไปใช้
6.5.1 อิฐมอญ 
6.5.2 อฐิ ขาว 
6.5.3 อิฐโปรง่ 
6.5.4 อฐิ ประดบั 
6.5.5 อฐิ ทนไฟ 
6.5.6 อิฐมวลเบา 
6.5.7 อิฐบล็อกประสาน 
6.5.8 อิฐแก้ว 

6.6 การเกบ็ รักษาอิฐ 
7. ซเี มนต์บลอ็ ก (Cement Block)

7.1 ความหมายของซีเมนต์บล็อก
7.2 ประเภทของซีเมนต์บล็อก 

7.2.1 ซเี มนตบ์ ล็อกชนดิ ทีร่ ับน้ำหนัก
7.2.2 ซีเมนตบ์ ล็อกชนดิ ที่ไมร่ ับนำ้ หนัก

14

Main element/Elements แหลง่ ข้อมลู หมายเหตุ
ABCD

7.3 ขนาดของซเี มนต์บล็อก 

7.4 คณุ สมบตั ขิ องซเี มนต์บล็อก

7.4.1 อิฐบลอ็ ก 7 เซนตเิ มตร มอก.57 และมอก.58    

7.4.2 อฐิ บลอ็ ก 9 เซนตเิ มตร 

7.4.3 อฐิ บล็อก 14 เซนตเิ มตร 
7.4.4 อฐิ บลอ็ ก 19 เซนตเิ มตร 

7.4.5 อิฐบล็อกชอ่ งลม


7.4.6 อฐิ FAST BRICK

7.5 การนำซีเมนตบ์ ล็อกไปใช้

7.5.1 อิฐบล็อก 7 เซนติเมตร มอก. 
7.5.2 อฐิ บล็อก 9 เซนติเมตร 
7.5.3 อิฐบลอ็ ก 14 เซนตเิ มตร 
7.5.4 อิฐบลอ็ ก 19 เซนตเิ มตร 
7.5.5 อฐิ FAST BRICK 

7.6 การเกบ็ รกั ษาซเี มนต์บล็อก 

แหลง่ ข้อมูล A = หลกั สูตรรายวชิ าประกาศนียบตั รวิชาชพี (สอศ.)
B = วสั ดชุ า่ ง (ดร. วทิ ยา อนิ ทร์สอน)
C = วัสดกุ อ่ สรา้ ง (พงศพัน วรสนุ ทโรสถและวรพงศ์ วรสนุ ทโรสถ)
D = วสั ดวุ ิศวกรรมก่อสร้าง (กวี หวงั นเิ วศกลุ )

15

ใบรายการวิเคราะหค์ วามรู้ (Knowledge listing sheet)

วชิ า วัสดกุ อ่ สร้าง 20121-1003 หนว่ ยกิต 2 (2)

หลักสตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ระดบั ชั้น ปวช.1

หน่วยท่ี 1 ไม้

หัวข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ ON TK
(Main elements/Elements) (Knowledge) R AT

1.1 ความหมายของไม้ ความหมาย และความสำคัญของไม้ 

1.2 โครงสรา้ ง และองคป์ ระกอบของ โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของเนื้อ 

เนื้อไม้ ไม้ 

1.2.1 โครงสรา้ งของต้นไม้ 1. โครงสรา้ งของต้นไม้ 

1.2.2 ลักษณะหน้าตดั ของไม้ 2. ลักษณะหน้าตัดของไม้

1.3 ประเภทของไม้ การจำแนกประเภทของไม้

1.4 คุณสมบัติของไม้ คุณสมบัติของไม้

1.4.1 ไมเ้ น้อื แขง็ 1. ไม้เน้อื แขง็

1.4.2 ไม้เนอื้ แข็งปานกลาง 2. ไม้เนอื้ แข็งปานกลาง

1.4.3 ไม้เนอ้ื อ่อน 3. ไม้เน้ืออ่อน

1.5 ขนาดของไม้แปรรปู ขนาดของไม้แปรรปู

1.5.1 การแปรรูปไมข้ นาดเล็ก 1. การแปรรูปไมข้ นาดเลก็

1.5.2 เทคนคิ การแปรรปู ไม้ 2. เทคนิคการแปรรปู ไม้

1.5.3 การเลื่อยไม้ซุงกรณีรปู ทรง 3. การเล่ือยไม้ซุงกรณีรูปทรง

ผดิ ปกติ ผดิ ปกติ

1.5.4 มาตรฐานไม้ก่อสร้าง 4. มาตรฐานไมก้ ่อสร้าง

1.5.5 ขนาดไม้แปรรูป 5. ขนาดไมแ้ ปรรปู

1.5.6 การเรยี กชื่อขนาด 6. การเรียกช่ือขนาด

1.5.7 การแปรรปู 7. การแปรรูป

1.6 ความเสยี หายของไม้ ความเสยี หายของไม้

1.6.1 ทางฟสิ กิ ส์ 1. ทางฟิสกิ ส์

1.6.2 ทางดา้ นชวี วทิ ยา 2. ทางด้านชีววิทยา

1.6.3 ทางดา้ นเคมี 3. ทางด้านเคมี

16

1.6.4 ทางด้านกล 4. ทางด้านกล

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ ON TK
(Main elements/Elements) (Knowledge) R AT

1.7 การนำไม้ไปใช้งาน การเลอื กใช้ไม้ในงานก่อสร้าง 
1.7.1 ไม้เนอ้ื แข็ง
1.7.2 ไม้เนื้อแขง็ ปานกลาง 1. ไม้เน้อื แขง็
1.7.3 ไมเ้ นอ้ื อ่อน
2. ไมเ้ น้ือแขง็ ปานกลาง
1.8 ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมไม้อัด
(Plywood) 3. ไมเ้ นื้ออ่อน

1.8.1 กรรมวธิ กี ารผลติ ไม้อดั การเลือกผลิตภัณฑจ์ ากอุตสาหกรรม  
1.8.2 กรรมวิธีการผลติ ไมบ้ าง
1.8.3 ไม้อดั สามารถแบง่ ออก ไม้อัดไปใชง้ าน
ตามลักษณะการใช้งาน
1.9 การรักษาเน้ือไม้ 1. กรรมวธิ กี ารผลิตไม้อดั
1.9.1 การปอ้ งกนั รกั ษาเนือ้ ไม้
1.9.2 นำ้ ยารกั ษาเนื้อไม้ 2. กรรมวธิ ีการผลติ ไม้บาง

3. ไมอ้ ดั สามารถแบง่ ออกตาม

ลักษณะการใชง้ าน

วธิ กี ารรกั ษาเนื้อไม้ 

1. การปอ้ งกันรักษาเนื้อไม้

2. นำ้ ยารกั ษาเน้อื ไม้

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ ON TK
R AT
(Main elements/Elements) (Knowledge)

2.1 ความหมายของเหล็ก ความหมายของเหล็ก 

2.2 ประเภทของเหล็ก ประเภทของเหลก็ 

2.2.1 เหล็กดิบ (Pig Iron) 1. เหลก็ ดิบ (Pig Iron)

2.2.2 เหลก็ เหนยี ว (Wrought 2. เหล็กเหนียว (Wrought Iron)

Iron) 3. เหลก็ หลอ่ (Cast Iron)

2.2.3 เหล็กหลอ่ (Cast Iron) 4. เหลก็ กลา้ (Steel)

2.2.4 เหล็กกล้า (Steel)

2.3 กรรมวิธีการผลติ เหล็ก กรรมวธิ ีการผลิตเหลก็ 

2.3.1 แร่แมกนไี ทต์ 1. แร่แมกนีไทต์ (Magnetite)

(Magnetite) 2. แรเ่ ฮมาไทต์ (Hematite)

2.3.2 แรเ่ ฮมาไทต์ (Hematite) 3. แรซ่ ิเดอไรต์ (Siderite)

2.3.3 แร่ซิเดอไรต์ (Siderite) 4. แรล่ ีโมไนต์ (Limonite)

2.3.4 แร่ลีโมไนต์ (Limonite) 5. กรรมวธิ ีการผลิตเหลก็ ดบิ 17
2.3.5 กรรมวธิ ีการผลติ เหล็กดบิ 6. กรรมวิธีการผลติ เหล็กเหนยี ว
2.3.6 กรรมวธิ ีการผลติ เหล็ก 7. กรรมวิธีการผลิตเหล็กหล่อ 
เหนียว 8. กรรมวิธีผลิตเหล็กกลา้ 
2.3.7 กรรมวิธีการผลติ
เหล็กหล่อ ขนาดของเหลก็ ในงานก่อสรา้ ง
2.3.8 กรรมวิธผี ลิตเหลก็ กลา้ 1. เหล็กเสน้
2.4 ขนาดของเหล็กในงานก่อสร้าง 2. เหลก็ รูปพรรณ
2.4.1 เหลก็ เสน้ คุณสมบตั ิของเหล็กในงานก่อสรา้ ง
2.4.2 เหลก็ รปู พรรณ 1. เหลก็ เส้นกลม
2.5 คุณสมบตั ิของเหลก็ ในงานกอ่ สรา้ ง 2. เหลก็ ข้ออ้อย
2.5.1 เหล็กเส้นกลม 3. เหลก็ รดี ซ้ำ
2.5.2 เหลก็ ขอ้ อ้อย
2.5.3 เหล็กรดี ซ้ำ

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK T
(Main elements/Elements) (Knowledge) RA
2.6 การนำเหลก็ ไปใช้งาน
ก ารเลื อ ก ใช้ เห ล็ ก ใน งาน  
2.7 การเกบ็ รกั ษาเหล็ก
2.8 ลวดผกู เหลก็ ก่อสร้าง

วิธีการเกบ็ รักษาเหล็ก 

การเลอื กใช้ลวดผกู เหลก็ ใน 

งานกอ่ สร้าง

18

ใบรายการวิเคราะห์ความรู้ (Knowledge listing sheet)

วชิ า วัสดุกอ่ สร้าง 20121-1003 หนว่ ยกติ 2 (2)

หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ระดบั ชัน้ ปวช.1

หนว่ ยที่ 3 ปูนซีเมนต์ (cement)

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK T
(Main elements/Elements) (Knowledge) RA

3.1 ความหมายของปนู ซเี มนต์ ความหมายของปูนซีเมนต์ 
3.2 ชนิดของปูนซีเมนต์
ชนดิ ของปูนซเี มนต์ 
3.2.1 ปูนซีเมนต์ธรรมชาติ
3.2.2 ปนู ซเี มนต์พอซโซลานา 1. ปูนซเี มนต์ธรรมชาติ
3.2.3 ปูนซีเมนต์อะลมู ินัส
3.2.4 ปนู ซเี มนตซ์ ิลกิ า 2. ปนู ซีเมนต์พอซโซลานา
3.2.5 ปูนซีเมนตป์ อร์ตแลนด์
3.3 ประเภทของปนู ซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ 3. ปูนซีเมนตอ์ ะลูมนิ สั
3.3.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
ธรรมดา 4. ปูนซีเมนตซ์ ลิ ิกา
3.3.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
ดัดแปลง 5. ปูนซเี มนต์ปอรต์ แลนด์
3.3.3 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ความ
แข็งแรงสูงโดยเร็ว ประเภทของปูนซีเมนต์ท่ีใช้กับ  
3.3.4 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิด
เกิดความร้อนต่ำ งานก่อสร้าง
3.3.5 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ชนิด
ทนซัลเฟตได้สูง 1. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

3.4 กรรมวิธกี ารผลติ ปูนซีเมนต์ ธรรมดา
3.4.1 วัตถุดิบที่ใชใ้ นกระบวนการผลติ
3.4.2 กรรมวิธีการผลิตปนู ซเี มนต์ 2. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

ดัดแปลง

3. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

ความแข็งแรงสูงโดยเร็ว

4. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

ชนิดเกิดความร้อนต่ำ

5. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

ชนิดทนซัลเฟตได้สูง

กรรมวิธกี ารผลิตปูนซีเมนต์ 

1. วัตถดุ บิ ที่ใช้ในกระบวนการ

ผลิต

2. กรรมวธิ กี ารผลิตปนู ซีเมนต์

19

ใบรายการวเิ คราะห์ความรู้ (Knowledge listing sheet)

วิชา วัสดกุ อ่ สร้าง 20121-1003 หนว่ ยกติ 2 (2)

หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ระดบั ชน้ั ปวช.1

หน่วยที่ 3 ปนู ซเี มนต์ (cement)

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ ON TK
R AT
(Main elements/Elements) (Knowledge)

3.5 คณุ สมบตั ขิ องปูนซีเมนต์ คณุ สมบัติของปนู ซเี มนต์ 

3.5.1 ปนู ซีเมนตผ์ สมหรอื ปูนซเี มนต์ซลิ กิ า 1. ปูนซีเมนต์ผสมหรือ

3.5.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (type I) ปูนซเี มนต์ซิลิกา

3.5.3 ปนู ซีเมนต์แข็งตัวเร็ว (type III) 2. ปูนซีเมนต์ปอรต์ แลนด์

(type I)

3. ปูนซีเมนต์แขง็ ตัวเรว็

(type III)

3.6 การนำปนู ซีเมนต์ไปใช้งาน การเลอื กใชป้ นู ซีเมนต์ให้  

3.6.1 ปนู ซเี มนต์ปอรต์ แลนด์ชนิดธรรมดา เหมาะสมกบั งานกอ่ สรา้ ง

ประเภทที่ 1 1. ปูนซีเมนตป์ อรต์ แลนด์

3.6.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดดั แปลง ชนิดธรรมดา ประเภทที่ 1

ประเภทท2่ี 2. ปูนซเี มนตป์ อรต์ แลนด์

3.6.3 ปูนซเี มนตป์ อร์ตแลนดช์ นดิ แขง็ ตวั เรว็ ดดั แปลง ประเภทที่2

ประเภทท่ี 3 3. ปนู ซเี มนต์ปอรต์ แลนด์

3.6.4 ปูนซีเมนตป์ อร์ตแลนด์ชนิดเกิดความ ชนดิ แขง็ ตวั เร็ว ประเภทที่ 3

รอ้ นต่ำ ประเภทท่ี 4 4. ปนู ซเี มนต์ปอรต์ แลนด์

3.6.5 ปนู ซเี มนตป์ อร์ตแลนดช์ นิดทมี่ ีความ ชนดิ เกดิ ความร้อนต่ำ

ต้านทานต่อซัลเฟตสงู ประเภทท่ี 5 ประเภทที่ 4

3.6.6 ปนู ซเี มนต์ผสม 5. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

3.6.7 ปนู ซีเมนต์ขาว ชนิดท่ีมีความตา้ นทานต่อ

3.6.8 ปนู ซเี มนต์ชนิดพิเศษ ซัลเฟตสูง ประเภทท่ี 5

6. ปูนซีเมนตผ์ สม

7. ปูนซีเมนต์ขาว

8. ปนู ซีเมนต์ชนิดพิเศษ

20

ใบรายการวิเคราะห์ความรู้ (Knowledge listing sheet)

วิชา วัสดกุ ่อสรา้ ง 20121-1003 หนว่ ยกติ 2 (2)

หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ระดบั ช้นั ปวช.1

หน่วยที่ 3 ปนู ซีเมนต์ (cement)

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK T
(Main elements/Elements) (Knowledge) RA

3.7 การเก็บรักษาปนู ซเี มนต์ วธิ กี ารเก็บรักษาปูนซีเมนต์ 
3.7.1 การบรรจแุ ละการขนสง่ ปูนซีเมนต์ 1. การบรรจุและการขนส่ง
3.7.2 การเก็บรักษาปูนซีเมนต์ ปนู ซเี มนต์
2. การเก็บรักษาปูนซีเมนต์

21

ใบรายการวเิ คราะหค์ วามรู้ (Knowledge listing sheet)

วิชา วัสดุก่อสรา้ ง 20121-1003 หน่วยกิต 2 (2)

หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ระดบั ชัน้ ปวช.1

หน่วยที่ 4 ทราย (Sand)

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK
(Main elements/Elements) (Knowledge) R AT

4.1 ความหมายของทราย ความหมายของทราย 
4.2 ประเภทของทราย ประเภทของทราย
1. ทรายบก 
4.2.1 ทรายบก 2. ทรายแม่น้ำ
4.2.2 ทรายแม่นำ้

4.3 ชนิดของทราย ชนดิ ของทราย 

4.3.1 ทรายหยาบ 1. ทรายหยาบ 

4.3.2 ทรายกลาง 2. ทรายกลาง

4.3.3 ทรายละเอียด 3. ทรายละเอยี ด

4.3.4 ทรายถม 4. ทรายถม

4.4 ขนาดของทราย ขนาดของทราย

4.5 คุณสมบัติของทราย คณุ สมบัติของทรายแตล่ ะประเภท

4.5.1 การทดลองความแข็งแรง 1. การทดลองความแข็งแรงของ

ของทราย ทราย

4.5.2 การทดลองความสะอาด 2. การทดลองความสะอาดของ

ของทราย ทราย

4.6 การนำทรายไปใชง้ าน การเลอื กทรายไปใช้ใหเ้ หมาะสมกบั 

4.6.1 ทรายละเอยี ด งานกอ่ สร้าง

4.6.2 ทรายกลาง 1. ทรายละเอียด

4.6.3 ทรายหยาบ 2. ทรายกลาง

3. ทรายหยาบ

4.7 การเกบ็ รักษาทราย วธิ กี ารเก็บรกั ษาทราย

22

ใบรายการวเิ คราะห์ความรู้ (Knowledge listing sheet)

วิชา วัสดุกอ่ สรา้ ง 20121-1003 หน่วยกติ 2 (2)

หลักสูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ระดบั ชน้ั ปวช.1

หน่วยที่ 5 หิน (Rocks)

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK
(Main elements/Elements) (Knowledge) R AT

5.1 ความหมายของหิน ความหมายของหนิ 

5.2 ประเภทของหนิ ประเภทของหนิ 

5.2.1 หนิ อัคนี 1. หินอคั นี

5.2.2 หินช้นั หรือหนิ ตะกอน 2. หนิ ช้นั หรอื หนิ ตะกอน

5.2.3 หินแปร 3. หินแปร

5.3 ขนาดของหิน ขนาดของหิน 

5.3.1 หนิ ออ่ น 1. หินออ่ น

5.3.2 หินแกรนติ 2. หินแกรนิต

5.3.4 หนิ ทราย 4. หนิ ทราย

5.3.5 ศิลาแลง 5. ศลิ าแลง

5.3.6 หนิ ยอ่ ย 6. หนิ ย่อย

5.4 คุณสมบตั ขิ องหิน คุณสมบัติของหินแต่ละประเภท  

5.4.1 ความแข็งแกร่ง 1. ความแข็งแกร่ง

5.4.2 ความถว่ งจำเพาะ 2. ความถว่ งจำเพาะ

5.4.3 ความตา้ นทานตอ่ แรงกระแทก 3. ความต้านทานตอ่ แรง

และการเสียดสี กระแทกและการเสียดสี

5.4.4 ความคงตัวตอ่ ปฏิกริ ิยาเคมี 4. ความคงตัวต่อปฏกิ ิรยิ า

5.4.5 รูปรา่ งและลกั ษณะผวิ เคมี

5.4.6 ความสะอาด 5. รปู ร่างและลักษณะผิว

5.4.7 ความลดหลน่ั ของขนาดหรือสว่ น 6. ความสะอาด

คละ 7. ความลดหลั่นของขนาด

5.4.8 การดดู ซึมและความช้นื ทีผ่ ิว หรอื ส่วนคละ

5.4.9 การขนย้ายและกองเก็บ 8. การดูดซมึ และความชน้ื ที่

5.4.10 ให้ใชข้ นาดเมด็ ใหญท่ ่สี ุด ผวิ

9. การขนยา้ ยและกองเก็บ

10. ให้ใช้ขนาดเมด็ ใหญท่ ีส่ ดุ

23

ใบรายการวิเคราะห์ความรู้ (Knowledge listing sheet)

วชิ า วัสดกุ อ่ สร้าง 20121-1003 หนว่ ยกติ 2 (2)

หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ระดบั ชนั้ ปวช.1

หน่วยท่ี 5 หนิ (Rocks)

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK
(Main elements/Elements) (Knowledge) R AT

5.5 การนำไปใช้ การเลอื กหินไปใช้ตามคณุ สมบัติ  
5.5.1 หินแกรนิต
5.5.2 หนิ บะซอลต์ 1. หนิ แกรนิต
5.5.3 หนิ เพอไฟรี
5.5.4 หนิ ปนู 2. หนิ บะซอลต์
5.5.5 หินทราย
5.5.6 ยปิ ซัม 3. หินเพอไฟรี
5.5.7 หินกรวดมน
5.5.8 หินออ่ น 4. หินปูน
5.5.9 หนิ ชนวน
5.5.10 หินไนส์ 5. หินทราย
5.5.11 หนิ ควอร์ตไซต์
5.5.12 หินศลิ าแลง 6. ยิปซมั

5.6 การเก็บรักษาหนิ 7. หินกรวดมน
5.6.1 การดแู ลรกั ษาหินทัว่ ไป
5.6.2 การดแู ลรักษาพืน้ หนิ อ่อน 8. หินออ่ น
5.6.3 การดแู ลรกั ษาพ้ืนหนิ แกรนติ
5.6.4 การกองเกบ็ รกั ษาหนิ ในงาน 9. หนิ ชนวน

กอ่ สร้าง 10. หนิ ไนส์

11. หนิ ควอรต์ ไซต์

12. หินศิลาแลง

วิธีการเก็บรักษาหนิ 

1. การดแู ลรักษาหินท่วั ไป

2. การดูแลรักษาพื้นหินอ่อน

3. การดแู ลรักษาพ้นื

หนิ แกรนติ

4. การกองเก็บรักษาหินในงาน

กอ่ สรา้ ง

24

ใบรายการวิเคราะห์ความรู้ (Knowledge listing sheet)

วชิ า วัสดุก่อสรา้ ง 20121-1003 หน่วยกิต 2 (2)

หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ระดบั ช้นั ปวช.1

หนว่ ยที่ 6 อิฐ (brick)

หัวข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK
(Main elements/Elements) (Knowledge) R AT

6.1 ความหมายของอิฐ ความหมายของอฐิ 
6.2 ประเภทของอิฐ
ประเภทของอิฐ 
6.2.1 อิฐมอญ
6.2.2 อิฐขาว 1. อิฐมอญ
6.2.3 อิฐโปรง่
6.2.4 อฐิ ประดับ 2. อิฐขาว
6.2.5 อิฐทนไฟ
6.2.6 อฐิ มวลเบา 3. อิฐโปร่ง
6.2.7 อิฐบลอ็ กประสาน
6.2.8 อิฐแกว้ 4. อิฐประดับ
6.3 ขนาดของอฐิ
6.3.1 อิฐมอญ 5. อฐิ ทนไฟ
6.3.2 อิฐขาว
6.3.3 อฐิ โปรง่ 6. อฐิ มวลเบา
6.3.4 อิฐประดบั
6.3.5 อิฐทนไฟ 7. อิฐบล็อกประสาน
6.3.6 อิฐมวลเบา
6.3.7 อิฐบล็อกประสาน 8. อฐิ แก้ว
6.3.8 อฐิ แก้ว
6.4 คณุ สมบัติของอฐิ ขนาดของอฐิ 
6.4.1 คุณสมบัตขิ องอิฐมอญ
6.4.2 คุณสมบตั ิของอิฐขาว 1. อฐิ มอญ
6.4.3 คุณสมบตั ขิ องอิฐโปรง่
6.4.4 คณุ สมบตั ขิ องอิฐประดับ 2. อิฐขาว
6.4.5 คุณสมบัตขิ องอิฐทนไฟ
3. อฐิ โปรง่

4. อิฐประดบั

5. อิฐทนไฟ

6. อฐิ มวลเบา

7. อิฐบล็อกประสาน

8. อิฐแก้ว

คณุ สมบัตขิ องอิฐแตล่ ะประเภท  

1. คุณสมบตั ิของอิฐมอญ

2. คณุ สมบตั ขิ องอิฐขาว

3. คุณสมบตั ิของอิฐโปร่ง

4. คุณสมบตั ขิ องอิฐประดับ

5. คณุ สมบัติของอฐิ ทนไฟ

25

ใบรายการวิเคราะห์ความรู้ (Knowledge listing sheet)

วิชา วัสดุกอ่ สร้าง 20121-1003 หนว่ ยกติ 2 (2)

หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชพี ระดบั ชนั้ ปวช.1

หนว่ ยที่ 6 อฐิ (brick)

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK
(Main elements/Elements) (Knowledge) R AT
6.4.6 คณุ สมบตั ิของอฐิ มวลเบา
6.4.7 คณุ สมบัตขิ องบล็อกประสาน 6. คณุ สมบัตขิ องอฐิ มวล
6.4.8 คุณสมบัตขิ องอฐิ แกว้
เบา
6.5 การนำอิฐไปใช้
6.5.1 อฐิ มอญ 7. คณุ สมบัตขิ องบล็อก
6.5.2 อฐิ ขาว
6.5.3 อฐิ โปรง่ ประสาน
6.5.4 อฐิ ประดบั
6.5.5 อฐิ ทนไฟ 8. คณุ สมบตั ขิ องอิฐแก้ว
6.5.6 อฐิ มวลเบา
6.5.7 อฐิ บล็อกประสาน ก า ร เลื อ ก อิ ฐ ไป ใช้ ใน ง า น   
6.5.8 อฐิ แกว้
กอ่ สร้าง
6.6 การเก็บรกั ษาอฐิ
1. อฐิ มอญ

2. อิฐขาว

3. อฐิ โปร่ง

4. อิฐประดบั

5. อฐิ ทนไฟ

6. อฐิ มวลเบา

7. อิฐบล็อกประสาน

8. อฐิ แกว้

วิธกี ารเกบ็ รักษาอฐิ 

26

ใบรายการวเิ คราะห์ความรู้ (Knowledge listing sheet)

วิชา วัสดุก่อสร้าง 20121-1003 หน่วยกิต 2 (2)

หลักสูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพ ระดบั ชั้น ปวช.1

หนว่ ยที่ 7 ซเี มนตบ์ ลอ็ ก (Cement Block)

หวั ข้อหลักและหัวข้อรอง ความรู้ O N TK
(Main elements/Elements) (Knowledge) R AT

7.1 ความหมายของซเี มนต์บลอ็ ก ความหมายของซเี มนต์บล็อก 

7.2 ประเภทของซเี มนตบ์ ล็อก การจำแนกประเภทของซีเมนต์ 

7.2.1 ซีเมนตบ์ ล็อกชนิดที่รบั บล็อก

นำ้ หนัก 1. ซีเมนตบ์ ลอ็ กชนิดท่ีรบั

7.2.2 ซีเมนตบ์ ลอ็ กชนิดที่ไมร่ ับ น้ำหนัก

นำ้ หนกั 2. ซเี มนตบ์ ลอ็ กชนิดที่ไม่รบั

นำ้ หนกั

7.3 ขนาดของซีเมนต์บล็อก ขนาดของซเี มนต์บลอ็ ก 

7.4 คุณสมบัตขิ องซีเมนตบ์ ล็อก คณุ สมบตั ิของซีเมนตบ์ ล็อกแตล่ ะ 

7.4.1 อิฐบลอ็ ก 7 เซนติเมตร ประเภท

มอก.57 และมอก.58 1. อิฐบล็อก 7 เซนตเิ มตร มอก.

7.4.2 อฐิ บล็อก 9 เซนติเมตร 57 และมอก.58

7.4.3 อฐิ บล็อก 14 เซนติเมตร 2. อิฐบลอ็ ก 9 เซนตเิ มตร

7.4.4 อิฐบล็อก 19 เซนติเมตร 3. อิฐบล็อก 14 เซนติเมตร

7.4.5 อิฐบล็อกช่องลม 4. อิฐบล็อก 19 เซนติเมตร

7.4.6 อิฐ FAST BRICK 5. อฐิ บล็อกชอ่ งลม

6. อิฐ FAST BRICK

7.5 การนำซีเมนต์บล็อกไปใช้ การเลอื กซีเมนตบ์ ล็อกไปใช้ตาม  

7.5.1 อฐิ บล็อก 7 เซนติเมตร คุณสมบัติ

มอก. 1. อฐิ บล็อก7 เซนติเมตร มอก.

7.5.2 อฐิ บล็อก 9 เซนตเิ มตร 2. อฐิ บลอ็ ก 9 เซนติเมตร

7.5.3 อฐิ บลอ็ ก 14 เซนติเมตร 3. อิฐบลอ็ ก 14 เซนตเิ มตร

7.5.4 อฐิ บลอ็ ก 19 เซนติเมตร 4. อฐิ บล็อก 19 เซนตเิ มตร

7.5.5 อฐิ FAST BRICK 5. อิฐ FAST BRICK

7.6 การเกบ็ รักษาซเี มนต์บล็อก วิธีการเก็บรักษาซเี มนต์บล็อก 

27

ใบรายการวตั ถปุ ระสงค์ (Objective listing sheet)

วิชา วสั ดกุ ่อสร้าง 20121-1003 หน่วยกิต 2 (2)
หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ระดับชั้น ปวช.1

หน่วยที่ 1 ไม้

หวั ข้อหลัก และหัวข้อรอง จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ISL PSL
(Main elements/Elements)
1.2 ความหมายของไม้ (Behavioral objective) R A T I C A

1. บอกความหมายของไม้ได้ถกู ต้อง  

1.2 โครงสรา้ ง และองคป์ ระกอบของ 2. อธบิ ายโครงสร้างและองค์ประกอบ 
เน้ือไม้ ของเน้ือไมไ้ ด้ถกู ต้อง

1.2.1 โครงสร้างของตน้ ไม้
1.2.2 ลกั ษณะหน้าตดั ของไม้

1.3 ประเภทของไม้ 3. จำแนกประเภทของไม้ได้ถูกต้อง  
1.4 คุณสมบตั ิของไม้ 4. อธบิ ายคุณสมบตั ิของไม้ได้ถูกต้อง   

1.4.1 ไม้เนอ้ื แข็ง
1.4.2 ไมเ้ น้อื แขง็ ปานกลาง
1.4.3 ไม้เน้ืออ่อน

1.5 ขนาดของไม้แปรรูป 5. บอกขนาดของไม้แปรรปู ได้ถกู ต้อง   
6. บอกความเสียหายของไม้ได้ถกู ต้อง  
1.5.1 การแปรรปู ไมข้ นาดเล็ก

1.5.2 เทคนิคการแปรรปู ไม้

1.5.3 การเลอ่ื ยไมซ้ งุ กรณี

รูปทรงผิดปกติ
1.5.4 มาตรฐานไม้ก่อสร้าง

1.5.5 ขนาดไมแ้ ปรรูป

1.5.6 การเรียกช่อื ขนาด

1.5.7 การแปรรปู
1.6 ความเสยี หายของไม้

1.6.1 ทางฟิสกิ ส์
1.6.2 ทางดา้ นชวี วิทยา
1.6.3 ทางด้านเคมี
1.6.4 ทางด้านกล

28

ใบรายการวัตถุประสงค์ (Objective listing sheet)

วชิ าวัสดกุ ่อสรา้ ง 20121-1003 หนว่ ยกติ 2 (2)

หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ระดับชน้ั ปวช.1

หนว่ ยที่ 2 เหล็ก (Steel)

หวั ข้อหลัก และหัวข้อรอง จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) RATI CA

2.1 ความหมายของเหลก็ 1. บอกความหมายของเหล็กได้
ถูกต้อง

2.2 ประเภทของเหลก็ 2. บอกประเภทของเหลก็ ได้ 

2.2.1 เหลก็ ดิบ (Pig Iron) ถกู ต้อง

2.2.2 เหล็กเหนยี ว (Wrought

Iron)

2.2.3 เหล็กหลอ่ (Cast Iron)

2.2.4 เหลก็ กล้า (Steel)

2.3 กรรมวิธีการผลิตเหล็ก 3. อธบิ ายกรรมวธิ กี ารผลติ เหล็ก

2.3.1 แร่แมกนีไทต์ ไดถ้ ูกตอ้ ง

(Magnetite)

2.3.2 แร่เฮมาไทต์

(Hematite)

2.3.3 แรซ่ ิเดอไรต์ (Siderite)

2.3.4 แร่ลโี มไนต์ (Limonite)

2.3.5 กรรมวิธีการผลติ เหลก็

ดบิ

2.3.6 กรรมวิธีการผลติ เหล็ก

เหนยี ว

2.3.7 กรรมวิธีการผลติ

เหลก็ หลอ่

2.3.8 กรรมวธิ ีผลติ เหลก็ กล้า

29

ใบรายการวตั ถปุ ระสงค์ (Objective listing sheet)

วชิ าวัสดุก่อสร้าง 20121-1003 หนว่ ยกิต 2 (2)

หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ระดับชั้น ปวช.1

หน่วยท่ี 2 เหล็ก (Steel)

หัวข้อหลัก และหัวข้อรอง จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) RATI CA

2.4 ขนาดของเหล็กในงานก่อสรา้ ง 4. บอกขนาดของเหล็กในงาน
2.4.1 เหลก็ เสน้ กอ่ สร้างไดถ้ ูกต้อง
2.4.2 เหลก็ รปู พรรณ
5. บอกคณุ สมบตั ิของเหลก็ ในงาน   
2.5 คุณสมบัติของเหล็กในงาน กอ่ สร้างไดถ้ ูกตอ้ ง
ก่อสรา้ ง
6. เลอื กใช้เหล็กในงานกอ่ สร้างได้    
2.5.1 เหล็กเสน้ กลม ถูกต้อง
2.5.2 เหลก็ ขอ้ อ้อย
2.5.3 เหลก็ รีดซำ้
2.6 การนำเหล็กไปใช้งาน

2.7 การเกบ็ รกั ษาเหล็ก 7. บอกวธิ กี ารเก็บรกั ษาเหล็กได้  
2.8 ลวดผูกเหลก็ ถกู ต้อง 
8. เลอื กใช้ลวดผกู เหลก็ ในงาน
ก่อสรา้ งได้ถูกต้อง

30

ใบรายการวัตถุประสงค์ (Objective listing sheet)

วชิ าวัสดกุ ่อสร้าง 20121-1003 หนว่ ยกิต 2 (2)

หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ระดบั ช้นั ปวช.1

หนว่ ยท่ี 3 ปูนซีเมนต์ (cement)

หวั ข้อหลัก และหัวข้อรอง จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) RATI CA
3.1 ความหมายของปูนซีเมนต์ 
1. บอกความหมายของปนู ซเี มนต์
3.2 ชนิดของปูนซเี มนต์ ได้ถูกตอ้ ง 
3.2.1 ปนู ซเี มนตธ์ รรมชาติ 2. บอกชนิดของปนู ซีเมนต์ได้
3.2.2 ปนู ซีเมนต์พอซโซลานา ถกู ต้อง
3.2.3 ปนู ซีเมนต์อะลูมนิ ัส
3.2.4 ปูนซเี มนต์ซลิ กิ า 3. บอกประเภทของปูนซีเมนต์ทใี่ ช้   
3.2.5 ปนู ซีเมนตป์ อรต์ แลนด์ กับงานก่อสรา้ งได้ถูกตอ้ ง

3.3 ประเภทของปนู ซเี มนต์ปอรต์
แลนด์

3.3.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
ธรรมดา

3.3.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
ดัดแปลง

3.3.3 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
ความแข็งแรงสูงโดยเร็ว

3.3.4 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
ชนิดเกิดความร้อนต่ำ

3.3.5 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

ชนิดทนซัลเฟตได้สูง

3.4 กรรมวิธกี ารผลติ ปนู ซีเมนต์ 4. อธบิ ายกรรมวธิ ีการผลติ 
3.4.1 วตั ถดุ ิบที่ใชใ้ น ปูนซเี มนตไ์ ด้ถกู ต้อง

กระบวนการผลิต
3.4.2 กรรมวิธีการผลิต

ปูนซีเมนต์

31

ใบรายการวตั ถปุ ระสงค์ (Objective listing sheet)

วิชาวัสดกุ อ่ สร้าง 20121-1003 หนว่ ยกิต 2 (2)

หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ระดบั ชัน้ ปวช.1

หน่วยท่ี 3 ปูนซเี มนต์ (cement)

หัวข้อหลัก และหัวข้อรอง จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ISL PSL
(Main elements/Elements) CA
(Behavioral objective) R A T I
3.5 คณุ สมบตั ขิ องปนู ซีเมนต์ 
3.5.1 ปูนซเี มนตผ์ สมหรอื 5. อธบิ ายคุณสมบตั ขิ องปูนซีเมนต์  

ปนู ซเี มนต์ซิลิกา ไดถ้ ูกต้อง
3.5.2 ปนู ซีเมนตป์ อรต์ แลนด์
6. เลือกใชป้ ูนซเี มนตใ์ ห้เหมาะสม  
(type I) กบั งานก่อสรา้ งได้ถูกต้อง
3.5.3 ปูนซีเมนต์แขง็ ตวั เร็ว
7. บอกวิธกี ารเกบ็ รักษาปนู ซีเมนต์   
(type III) ได้ถูกตอ้ ง
3.6 การนำปูนซีเมนต์ไปใช้งาน

3.6.1 ปูนซีเมนตป์ อร์ตแลนด์
ชนดิ ธรรมดา ประเภทท่ี 1

3.6.2 ปูนซเี มนตป์ อรต์ แลนด์
ดัดแปลง ประเภทที่2

3.6.3 ปูนซเี มนต์ปอร์ตแลนด์
ชนดิ แขง็ ตัวเร็ว ประเภทที่ 3

3.6.4 ปูนซเี มนต์ปอรต์ แลนด์
ชนิดเกิดความร้อนตำ่ ประเภทที่ 4

3.6.5 ปูนซเี มนตป์ อรต์ แลนด์
ชนิดทมี่ ีความต้านทานต่อซัลเฟตสงู
ประเภทที่ 5

3.6.6 ปูนซเี มนตผ์ สม
3.6.7 ปูนซเี มนตข์ าว
3.6.8 ปูนซีเมนตช์ นิดพเิ ศษ
3.7 การเกบ็ รักษาปูนซีเมนต์
3.7.1 การบรรจุและการขนส่ง
ปนู ซีเมนต์
3.7.2 การเกบ็ รักษาปนู ซีเมนต์

32

ใบรายการวัตถุประสงค์ (Objective listing sheet)

วชิ าวัสดุก่อสรา้ ง 20121-1003 หน่วยกิต 2 (2)

หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ระดบั ชั้น ปวช.1

หนว่ ยที่ 4 ทราย (Sand)

หัวข้อหลัก และหัวข้อรอง จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ISL PSL
RATI CA
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) 
 
4.1 ความหมายของทราย 1. บอกความหมายของทรายได้ 

ถูกต้อง 

4.2 ประเภทของทราย 2. บอกประเภทของทรายได้

4.2.1 ทรายบก ถูกต้อง
4.2.2 ทรายแมน่ ้ำ 

4.3 ชนิดของทราย 3. บอกชนิดของทรายได้ถูกต้อง

4.3.1 ทรายหยาบ

4.3.2 ทรายกลาง

4.3.3 ทรายละเอยี ด

4.3.4 ทรายถม

4.4 ขนาดของทราย 4. บอกขนาดของทรายได้ถูกตอ้ ง

4.5 คุณสมบัตขิ องทราย 5. อธบิ ายคณุ สมบัติของทรายแต่

4.5.1 การทดลองความแข็งแรง ละประเภทได้ถูกต้อง

ของทราย

4.5.2 การทดลองความสะอาด

ของทราย

4.6 การนำทรายไปใช้งาน 6. เลือกทรายไปใช้ใหเ้ หมาะสมกับ

4.6.1 ทรายละเอยี ด งานก่อสร้างได้ถูกต้อง

4.6.2 ทรายกลาง

4.6.3 ทรายหยาบ

4.7 การเกบ็ รกั ษาทราย 7. บอกวิธีการเก็บรักษาทรายได้

ถูกต้อง

33

ใบรายการวตั ถปุ ระสงค์ (Objective listing sheet)

วิชาวัสดกุ อ่ สร้าง 20121-1003 ) หน่วยกิต 2 (2)

หลักสูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพ ระดับชั้น ปวช.1

หนว่ ยท่ี 5 หิน (Rocks)

หวั ข้อหลัก และหัวข้อรอง จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) R A T I C A
5.1 ความหมายของหนิ
1. บอกความหมายของหินได้  
5.2 ประเภทของหนิ ถกู ต้อง
5.2.1 หนิ อคั นี 2. บอกประเภทของหินได้ถกู ตอ้ ง  
5.2.2 หินชัน้ หรอื หินตะกอน
5.2.3 หินแปร

5.3 ขนาดของหนิ 3. บอกขนาดของหินได้ถูกต้อง   
5.3.1 หินอ่อน
5.3.2 หนิ แกรนติ 4. อธิบายคณุ สมบตั ิของหินแต่ละ   
5.3.4 หนิ ทราย ประเภทได้ถูกต้อง
5.3.5 ศลิ าแลง
5.3.6 หินยอ่ ย

5.4 คุณสมบตั ขิ องหิน
5.4.1 ความแข็งแกรง่
5.4.2 ความถว่ งจำเพาะ
5.4.3 ความต้านทานตอ่ แรง

กระแทกและการเสียดสี
5.4.4 ความคงตัวต่อปฏิกริ ิยา

เคมี
5.4.5 รูปรา่ งและลกั ษณะผวิ
5.4.6 ความสะอาด
5.4.7 ความลดหลั่นของขนาด

หรือส่วนคละ

34

ใบรายการวัตถุประสงค์ (Objective listing sheet)

วิชาวัสดกุ อ่ สร้าง 20121-1003 หนว่ ยกิต 2 (2)

หลกั สตู ร ประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ ระดบั ชัน้ ปวช.1

หน่วยท่ี 5 หิน (Rocks)

หวั ข้อหลัก และหัวข้อรอง จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) R A T I C A

5.4.8 การดูดซมึ และความชืน้ ท่ี
ผวิ

5.4.9 การขนยา้ ยและกองเก็บ
5.4.10 ใหใ้ ช้ขนาดเม็ดใหญ่ทส่ี ดุ

5.5 การนำไปใช้ 5. เลือกหินไปใช้ตามคุณสมบตั ิได้    
5.5.1 หินแกรนติ ถกู ต้อง
5.5.2 หนิ บะซอลต์
5.5.3 หนิ เพอไฟรี 6. บอกวิธีการเก็บรักษาหนิ ได้ 
5.5.4 หินปูน ถูกต้อง
5.5.5 หินทราย
5.5.6 ยิปซมั
5.5.7 หนิ กรวดมน
5.5.8 หินออ่ น
5.5.9 หนิ ชนวน
5.5.10 หนิ ไนส์
5.5.11 หินควอร์ตไซต์
5.5.12 หนิ ศิลาแลง

5.6 การเก็บรักษาหิน
5.6.1 การดแู ลรักษาหินท่ัวไป
5.6.2 การดูแลรกั ษาพ้นื หินอ่อน
5.6.3 การดแู ลรกั ษาพ้นื

หนิ แกรนิต
5.6.4 การกองเก็บรกั ษาหินใน

งานกอ่ สรา้ ง

35

ใบรายการวัตถปุ ระสงค์ (Objective listing sheet)

วชิ าวัสดกุ ่อสร้าง 20121-1003 หนว่ ยกติ 2 (2)

หลักสูตร ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ ระดบั ช้ัน ปวช.1

หน่วยที่ 6 อิฐ (brick)

หวั ข้อหลัก และหัวข้อรอง จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) RATI CA
6.1 ความหมายของอิฐ 
1. บอกความหมายของอิฐได้
6.2 ประเภทของอิฐ ถกู ต้อง 
6.2.1 อิฐมอญ 2. บอกประเภทของอิฐได้ถกู ตอ้ ง
6.2.2 อฐิ ขาว
6.2.3 อิฐโปร่ง 3. บอกขนาดของอิฐได้ถูกต้อง  
6.2.4 อฐิ ประดบั
6.2.5 อฐิ ทนไฟ 4. อธิบายคณุ สมบตั ิของอิฐแตล่ ะ  
6.2.6 อิฐมวลเบา ประเภทได้ถูกต้อง
6.2.7 อฐิ บลอ็ กประสาน
6.2.8 อิฐแก้ว

6.3 ขนาดของอิฐ
6.3.1 อิฐมอญ
6.3.2 อิฐขาว
6.3.3 อิฐโปร่ง
6.3.4 อฐิ ประดับ
6.3.5 อฐิ ทนไฟ
6.3.6 อฐิ มวลเบา
6.3.7 อฐิ บลอ็ กประสาน
6.3.8 อฐิ แกว้

6.4 คุณสมบตั ิของอิฐ
6.4.1 คณุ สมบตั ิของอิฐมอญ
6.4.2 คุณสมบตั ิของอฐิ ขาว
6.4.3 คณุ สมบตั ขิ องอฐิ โปร่ง
6.4.4 คุณสมบัตขิ องอิฐประดบั
6.4.5 คณุ สมบัติของอิฐทนไฟ

36

ใบรายการวัตถุประสงค์ (Objective listing sheet)

วิชาวัสดุก่อสร้าง 20121-1003 หน่วยกิต 2 (2)

หลกั สูตร ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ระดับชัน้ ปวช.1

หน่วยท่ี 6 อิฐ (brick)

หัวข้อหลัก และหัวข้อรอง จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) R A T I C A

6.4.6 คณุ สมบตั ขิ องอฐิ มวลเบา
6.4.7 คณุ สมบตั ขิ องบล็อก
ประสาน
6.4.8 คณุ สมบัติของอฐิ แกว้

6.5 การนำอฐิ ไปใช้ 5. เลือกอิฐไปใช้ในงานกอ่ สรา้ งได้    
6.5.1 อฐิ มอญ ถกู ต้อง
6.5.2 อฐิ ขาว
6.5.3 อฐิ โปร่ง 6. บอกวิธกี ารเกบ็ รักษาอิฐได้ 
6.5.4 อิฐประดบั ถูกต้อง
6.5.5 อิฐทนไฟ
6.5.6 อิฐมวลเบา
6.5.7 อิฐบลอ็ กประสาน
6.5.8 อฐิ แกว้

6.6 การเกบ็ รักษาอิฐ

37

ใบรายการวัตถุประสงค์ (Objective listing sheet)

วิชา วัสดุกอ่ สรา้ ง 1 (2108 – 1002) หน่วยกติ 2 (2)

หลกั สูตร ประกาศนียบัตรวิชาชพี ระดับช้นั ปวช.1

หน่วยที่ 7 ซีเมนต์บลอ็ ก (Cement Block)

หัวข้อหลัก และหัวข้อรอง จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) RATI CA
7.1 ความหมายของซีเมนต์บล็อก 1. บอกความหมายของซีเมนต์ 
บลอ็ กได้ถูกต้อง 
7.2 ประเภทของซีเมนต์บล็อก 2. จำแนกประเภทของซีเมนต์
7.2.1 ซเี มนตบ์ ลอ็ กชนิดทรี่ ับ บล็อกได้ถกู ตอ้ ง 

นำ้ หนัก 3. บอกขนาดของซีเมนต์บล็อกได้
7.2.2 ซีเมนตบ์ ลอ็ กชนิดที่ไมร่ บั ถกู ต้อง

นำ้ หนกั
7.3 ขนาดของซีเมนตบ์ ล็อก

7.4 คุณสมบัตขิ องซีเมนตบ์ ล็อก 4. บอกคุณสมบตั ิของซีเมนต์บล็อก   
7.4.1 อฐิ บล็อก 7 เซนติเมตร แตล่ ะประเภทได้ถูกต้อง

มอก.57 และมอก.58
7.4.2 อฐิ บล็อก 9 เซนติเมตร
7.4.3 อฐิ บลอ็ ก 14 เซนติเมตร
7.4.4 อฐิ บลอ็ ก 19 เซนตเิ มตร
7.4.5 อิฐบลอ็ กชอ่ งลม
7.4.6 อิฐ FAST BRICK

7.5 การนำซีเมนต์บลอ็ กไปใช้ 5. เลือกซเี มนตบ์ ล็อกไปใช้ตาม  
7.5.1 อิฐบล็อก 7 เซนตเิ มตร คณุ สมบตั ิได้ถูกตอ้ ง

มอก.
7.5.2 อฐิ บลอ็ ก 9 เซนติเมตร

38

ใบรายการวตั ถุประสงค์ (Objective listing sheet)

วิชาวัสดุกอ่ สร้าง 20121-1003 หน่วยกิต 2 (2)

หลักสตู ร ประกาศนยี บัตรวิชาชพี ระดับช้นั ปวช.1

หน่วยที่ 7 ซเี มนต์บลอ็ ก (Cement Block)

หวั ข้อหลัก และหัวข้อรอง จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ISL PSL
(Main elements/Elements) (Behavioral objective) R A T I C A

7.5.3 อฐิ บล็อก 14 6. อธิบายวิธีการเก็บรักษาซีเมนต์   
เซนติเมตร บลอ็ กไดถ้ ูกตอ้ ง

7.5.4 อิฐบลอ็ ก 19
เซนตเิ มตร

7.5.5 อิฐ FAST BRICK
7.6 การเกบ็ รักษาซีเมนต์บล็อก

39

ตารางแผนการแบ่งหนว่ ยเนื้อหา ( Course Content Plan )

รหัสวชิ า 20121-1003 ชอื่ วิชา วสั ดกุ ่อสร้าง
หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี พทุ ธศกั ราช 2562

ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม

สัปดาหท์ ่ี หนว่ ยที่ รายการหัวข้อเรอื่ ง เวลาเรยี น
(คาบ)
1 - 3 ปฐมนิเทศ 6
1 ไม้ (Wood)
ทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 1 6
1.1 ความหมายของไม้
1.2 โครงสร้างและองค์ประกอบของเน้ือไม้
1.3 ประเภทของไม้
1.4 คณุ สมบัติของไม้
1.5 ขนาดของไม้แปรรปู
1.6 ความเสียหายของไม้
1.7 การนำไม้ไปใช้ในงานก่อสร้าง
1.8 ผลิตภัณฑ์จากอตุ สาหกรรมไม้อัด
1.9 การรักษาเนื้อไม้
แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 1
กจิ กรรมที่ 1 ไม้
ทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 1

4 - 6 2 เหลก็ (Steel)
ทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยท่ี 2
2.1 ความหมายของเหลก็
2.2 การแบ่งประเภทของเหล็ก
2.3 กรรมวธิ กี ารผลิตเหลก็
2.4 ขนาดของเหล็กในงานก่อสรา้ ง
2.5 คณุ สมบัติของเหล็กในงานก่อสร้าง
2.6 การนำเหล็กไปใช้งาน
2.7 การเก็บรกั ษาเหลก็
2.8 ลวดผกู เหลก็
แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 2
กิจกรรมท่ี 2 เหล็ก

ทดสอบหลังเรียนหนว่ ยที่ 2 40

สัปดาห์ที่ หนว่ ยท่ี รายการหัวข้อเรื่อง (ต่อ) เวลาเรยี น
(คาบ)
7 - 9 3 ปนู ซีเมนต์ (Cement) 6
ทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยท่ี 3
3.1 ความหมายของปูนซีเมนต์ 4
3.2 ชนิดของปูนซเี มนต์
3.3 ประเภทของปูนซีเมนตป์ อรต์ แลนด์ 6
3.4 กรรมวิธีการผลติ ปูนซเี มนต์
3.5 คุณสมบตั ิของปนู ซีเมนต์
3.6 การนำปูนซเี มนต์ไปใช้งาน
3.7 การเก็บรกั ษาปนู ซเี มนต์
แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 3
กจิ กรรมที่ 3 ปูนซเี มนต์
ทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 3

10-11 4 ทราย (Sand)
ทดสอบก่อนเรยี นหน่วยที่ 4
4.1 ความหมายของทราย
4.2 ประเภทของทราย
4.3 ชนดิ ของทราย
4.4 ขนาดของทราย
4.5 คณุ สมบัตขิ องทราย
4.6 การนำทรายไปใชง้ าน
4.7 การเก็บรักษาทราย
แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 4
กิจกรรมที่ 4 ทราย
ทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยที่ 4

12 - 14 5 หนิ (Rock)
ทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยที่ 5
5.1 ความหมายของหนิ
5.2 ประเภทของหิน
5.3 ขนาดของหิน
5.4 คุณสมบัติของหนิ
5.5 การนำหินไปใช้งาน

5.6 การเก็บรักษาหิน 41

สัปดาหท์ ่ี หน่วยท่ี รายการหวั ข้อเรอื่ ง (ต่อ) เวลาเรียน
(ชั่วโมง)
ทดสอบหลงั เรยี นหน่วยที่ 5
15 - 16 6 อฐิ (Brick) 4

ทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยที่ 6 4
6.1 ความหมายของอฐิ
6.2 ประเภทของอฐิ 36
6.3 ขนาดของอิฐ
6.4 คณุ สมบัติของอิฐ
6.5 การนำอิฐไปใชง้ าน
6.6 การเก็บรักษาอฐิ
แบบฝึกหัดหน่วยที่ 6
กจิ กรรมที่ 6 อฐิ
ทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยที่ 6
17 - 18 7 ซเี มนต์บล็อก (Cement Block)
ทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยท่ี 7
7.1 ความหมายของซีเมนตบ์ ล็อก
7.2 ประเภทของซีเมนต์บล็อก
7.3 ขนาดของซีเมนตบ์ ล็อก
7.4 คุณสมบตั ขิ องซเี มนต์บล็อก
7.5 การนำซเี มนต์บล็อกไปใชง้ าน
7.6 การเก็บรกั ษาซีเมนต์บลอ็ ก
แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 7
กิจกรรมที่ 7 ซเี มนตบ์ ล็อก
ทดสอบหลังเรียนหนว่ ยท่ี 7
สอบปลายภาค

รวม

42

รายงานการสอน ตามแผนการสอนแบบบรู ณาการ คุณธรรม จริยธรรม ให้เปน็ ไปตามรายละเอยี ด
ข้อกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พฤติกรรมบ่งชี้ น้ำหนักคะแนน ทุกหน่วยการเรียนจะ
สอดแทรกบรู ณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ตามตารางนี้

ช่ือวิชา คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ พฤติกรรมบ่งชี้ คะแนน
วสั ดุกอ่ สรา้ ง 1
1. มมี นษุ ยสัมพันธ์ 1.1 แสดงกริ ยิ าทา่ ทางสุภาพตอ่ ผู้อน่ื 2
2. ความมวี ินยั 1.2 รับฟงั ความคิดเห็นของผู้อ่ืน 6
2.1 ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ
และข้อตกลงต่าง ๆ ของวิทยาลัยไดแ้ ก่
แ ต่ ง ก า ย ถู ก ต้ อ ง ต า ม ร ะ เบี ย บ แ ล ะ
ข้อบังคับตรงตามเวลารักษาสาธารณ
สมบั ติ สิ่งแวดล้ อม และเข้าร่วม
กิจกรรมที่ครู – อาจารยผ์ ู้สอนกำหนด

3. ความรบั ผิดชอบ 3.1 มกี ารเตรียมความพร้อมในการ 6
4. ความซอื่ สตั ยส์ จุ ริต เรียน 2
3.2 ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย
เสร็จตามกำหนด
4.1 ไม่นำผลงานของผอู้ ่ืนมาแอบอ้าง
เปน็ ของตนเอง
4.2 ไมท่ ุจรติ ในการสอบ

5. ความเช่ือม่นั ในตนเอง 5.1 กล้าแสดงความคิดเหน็ อย่างมี 2
6. ความสนใจใฝ่รู้ เหตผุ ล 2
6.1 ศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง
6.2 ซักถามปัญหาข้อสงสยั

20
รวม คะแนน

หมายเหตุ : รายการสอนตามตารางแสดง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ พฤติกรรมบ่งช้ี ให้ถือว่าเป็น
ขอ้ กำหนด ตามจุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมทุกหน่วยการเรียนดว้ ย

43

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 1
ชอ่ื วิชา วสั ดุก่อสร้าง (20212-1003) สอนคร้งั ที่ 1-3
ชื่อหน่วย ไม้ (Wood) เวลา 6 ช่ัวโมง

หวั ขอ้ เรือ่ ง
1. ดา้ นความรู้

1. ความหมายของไม้
2. โครงสร้างและองคป์ ระกอบของเน้อื ไม้
3. ประเภทของไม้
4. คณุ สมบตั ิของไม้
5. ขนาดของไม้แปรรปู
6. ความเสียหายของไม้
7. การนำไมไ้ ปใช้ในงานก่อสร้าง
8. ผลิตภณั ฑ์จากอุตสาหกรรมไม้อัด
9. การรกั ษาเนอ้ื ไม้

2. ดา้ นทกั ษะ

1. การนำไม้ไปใชง้ าน

3. ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและคุณลักษณะ 3D

1. เตรยี มความพร้อมด้านวัสดุ อปุ กรณ์สอดคลอ้ งกับงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์อย่างคุ้มค่า
ประหยดั ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและคุณลักษณะ 3D (ความรบั ผิดชอบ ความประหยดั ความ
ขยัน ความอดทน แบง่ ปนั )

2. ปฏิบัตงิ านได้อยา่ งถกู ตอ้ ง และสำเรจ็ ภายในเวลาท่ีกำหนดอยา่ งมเี หตุและผลตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งและคุณลกั ษณะ 3D

สาระสำคัญ/แนวคิดสำคัญ

ป่าไม้ และไม้มปี ระโยชน์มากมายแก่ทรัพยากรมนุษย์ ซ่ึงไม้เป็นวัสดุชนิดเดียวในโลกท่ีมคี ุณประโยชน์ต่อ
มนุษย์ครบทั้ง 4 ปัจจัยหลัก คือ (1) ไม้ใช้ทำเป็นโครงสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ (2) ไม้ทำ
เป็นส่ิงทอเพื่อเป็นเคร่ืองนุ่งห่มของมนุษย์ (3) ไม้ยังสามารถนำเอาดอกผลมาทำเป็นอาหาร เพื่อรับประทาน
อย่างมีคุณภาพ และ (4) มนุษย์ได้คิดค้นและนำส่วนต่างๆ ของต้นไม้มาทำยา เพื่อการรักษาอาการเจ็บไข้ได้
ป่วย หรอื รักษาโรคตา่ งๆ ได้เป็นอยา่ งดี

ปัจจุบันมนุษย์มีเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น และใชเ้ คร่ืองจกั รในการผลิตผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่ายให้แก่มนุษย์
ด้วยกันเอง เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปใช้อำนวยความสะดวกได้เป็นอย่างดี เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ เคร่ืองเรือน
กระดาษ การต่อเรือ และผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรมไมอ้ ดั

44

แผนการสอน หนว่ ยที่ 1
ชื่อวิชา วสั ดกุ ่อสรา้ ง (20212-1003) สอนครงั้ ท่ี 1-3
ชื่อหน่วย ไม้ (Wood) เวลา 6 ช่ัวโมง

สมรรถนะอาชพี ประจำหน่วย (สงิ่ ท่ตี อ้ งการใหเ้ กิดการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ คุณธรรม เขา้

ดว้ ยกนั )
1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั ประเภท และคุณสมบตั ิของไม้
2. เลือกใช้ไมใ้ นงานก่อสร้าง

จดุ ประสงค์ทวั่ ไป

เพ่ือให้ผ้เู รยี นมีความรู้ ความเข้าใจ เกย่ี วกบั ประเภท และคุณสมบัตขิ องไม้ การเลือกใช้ไมใ้ นงานก่อสร้าง
ได้

จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม

2. บอกความหมายของไม้ไดถ้ ูกต้อง
3. อธบิ ายโครงสรา้ งและองค์ประกอบของเนื้อไม้ได้ถกู ต้อง
4. จำแนกประเภทของไม้ได้ถูกต้อง
5. อธิบายคุณสมบตั ขิ องไม้ได้ถูกต้อง
6. บอกขนาดของไมแ้ ปรรูปไดถ้ ูกตอ้ ง
7. บอกความเสียหายของไม้ได้ถูกตอ้ ง
8. เลือกใช้ไมใ้ นงานก่อสรา้ งได้ถูกต้อง
9. เลือกผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมไม้อัดไปใช้งานจรงิ ได้ถูกต้อง
10. บอกวธิ กี ารรกั ษาเนื้อไม้ได้ถูกตอ้ ง

45

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 1
ช่ือวิชา วสั ดุก่อสรา้ ง (20212-1003) สอนครง้ั ที่ 1-3
ชื่อหน่วย ไม้ (Wood) เวลา 6 ชั่วโมง

การบูรณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และคุณลกั ษณะ 3D
• หลักความพอประมาณ

1. ผเู้ รียนจัดสรรเวลาในการฝกึ ปฏบิ ัติทำกจิ กรรมและแบบฝึกหัดท้ายหน่วยเรยี นได้อยา่ งเหมาะสม
2. กำหนดเนอ้ื หาเหมาะสมกบั เกณฑ์การประเมนิ การใชเ้ คร่อื งมืออย่างถูกต้องและเหมาะสมกบั งาน
3. ผเู้ รียนรจู้ ักใช้และจัดการวสั ดอุ ปุ กรณต์ ่างๆ อยา่ งประหยดั และคมุ้ ค่า
4. ผู้เรยี นปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ ำและผู้ตามท่ดี ี
5. ผู้เรยี นเปน็ สมาชกิ ท่ดี ขี องกลมุ่ เพื่อนและสงั คม

• หลักความมีเหตุผล

1. เห็นคณุ คา่ ของการใช้ไม้แต่ละประเภทใหเ้ หมาะสมกับงานอย่างถูกต้องและชัดเจน
2. จัดแสดงเน้ือหาของความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับ “ไม้” ได้อย่างถูกต้อง มีเหตุผล และสามารถนำไป
ประยกุ ต์ ใชใ้ นการดำเนินธุรกิจ และในชีวติ ประจำวันได้ กลา้ แสดงความคดิ อย่างมีเหตผุ ล
3. กลา้ ทักทว้ งในสิ่งทไี่ มถ่ ูกต้องอย่างถกู กาลเทศะ
4. กลา้ ยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผู้อ่ืน
5. ใชว้ ัสดุถูกต้องและเหมาะสมกับงาน
6. ไมม่ ีเรอื่ งทะเลาะวิวาทกับผู้อน่ื
7. คดิ สิ่งใหม่ ๆ ทเ่ี กิดประโยชนต์ ่อตนเอง และสังคม
8. มคี วามคิดวิเคราะหใ์ นการแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบ

• หลกั ความมีภมู ิค้มุ กัน

1. มที ักษะทางหลกั ความปลอดภยั อีกทง้ั สือ่ ความหมายไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
2. ผเู้ รยี นไดร้ บั ความรูท้ ถ่ี กู ตอ้ ง พร้อมทง้ั กำหนดเนือ้ หาได้ครบถ้วนถกู ต้อง ตามหลักความปลอดภัยทีด่ ีและ
มสี าระสำคัญท่สี มบูรณ์
3. มกี ารเตรียมความพร้อมในการเรยี นและการปฏบิ ัติงาน
4. กลา้ ซกั ถามปญั หาหรือขอ้ สงสัยตา่ งๆ อย่างถกู กาลเทศะ
5. แก้ปญั หาเฉพาะหน้าได้ดว้ ยตนเองอย่างเป็นเหตเุ ปน็ ผล
6. ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
7. ควบคุมกิรยิ าอาการในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดเ้ ป็นอย่างดี

46

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 1
ช่อื วิชา วสั ดกุ ่อสร้าง (20212-1003) สอนครง้ั ท่ี 1-3
ช่ือหน่วย ไม้ (Wood) เวลา 6 ช่ัวโมง

การตดั สินใจและการดำเนนิ กจิ กรรมตา่ งๆ ให้อยใู่ นระดบั พอเพียงหรอื ตามปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงนน้ั ตอ้ งอาศยั ท้ังความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ดงั นี้
• เง่ือนไขความรู้

1. ผเู้ รียนไดใ้ ชก้ ระบวนการคดิ ในความรเู้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกับประเภท และคุณสมบัติของไม้ การเลือกใช้ไม้ใน
งานกอ่ สร้าง (ความสนใจใฝร่ ู้ ความรอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวัง)

2. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับประเภท และคุณสมบัตขิ องไม้ การเลือกใช้ไม้ในงานกอ่ สรา้ ง
3. ใชว้ ัสดุอยา่ งประหยดั และคุ้มค่า
4. ปฏิบตั ิงานดว้ ยความละเอยี ดรอบคอบ
5. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

• เงอ่ื นไขคณุ ธรรม

1. ปฏิบัตงิ านท่ไี ด้รับมอบหมายเสร็จตามกำหนด (ความรบั ผิดชอบ)
2. ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณอ์ ยา่ งคุ้มคา่ ประหยัด (ความประหยัด)
3. มีความเพยี รพยายาม และกระตอื รือรน้ ในการเรยี นและการปฏบิ ัตงิ าน (ความขยัน ความอดทน)
4. ใหค้ วามร่วมมือกบั การทำกิจกรรมของสว่ นรวม อาสาช่วยเหลอื งานครแู ละผู้อื่น (แบง่ ปัน)

47

เน้อื หาสาระ
ดา้ นความรู้

1. โครงสรา้ ง และองค์ประกอบของเน้อื ไม้
โครงสร้างของต้นไม้มีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วนคือ ราก ลำต้น ใบ โครงสร้างของต้นไม้

ประกอบด้วยเซลล์ (Cell) หรือเส้นใย (Fiber) ในลักษณะต่าง ๆ เพ่ือทำการยึดเกาะกันจนเป็นรูปต้นไม้
ขน้ึ มา เซลล์สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ชนิด คือ เซลลท์ ่ีเรียงตวั ไปตามแนวขวางของลำตน้ เรยี กว่า เซลลร์ งั สี
(Ray Cell) และเซลล์ที่เรยี งตัวยาวไปตามลำต้น เรียกว่า เซลล์ไม้ (Wood Cell) โดยทั่วไปเซลล์ต่างๆ ของ
ต้นไม้ ยังสามารถแบ่งออกตามหน้าที่การทำงานออกได้อีก 3 ชนิด คือ เซลล์สะสม (Storage Tissue)
เซลลล์ ำเลียง (Conducting Tissue) และเซลล์ค้ำจนุ (Supporting Tissue)

2. ลักษณะหน้าตดั ของไม้
ต้นไม้ขนาดใหญ่ (ที่มีอายุ10 ปีข้ึนไป) หากตัดขวางลำต้น ให้เป็นแผ่นบางคล้ายเขียง จะมองเห็น

ได้ว่า ลำต้นไม้ประกอบด้วยส่วนใหญ่ ๆ 2 ส่วน คือ เปลือกไม้กับเน้ือไม้ โดยมีเยื่อเจริญ (Cambium)
เป็นเซลล์ช้ันบาง ๆ คั่นอยู่ แต่หากพิจารณาให้ละเอียดมากข้ึนจากเปลือกชั้นนอกเข้าหาไส้ หรือใจไม้ที่อยู่

กลางลำตน้ จะเห็นว่าลำต้นของต้นไมจ้ ะประกอบดว้ ยสว่ นต่าง ๆ ท่สี ำคัญ 7 สว่ น ไดแ้ ก่ 1. เปลอื กไม้ชั้นนอก

(Outer Bark) 2. เปลือกชั้นใน (Inner Bark) 3. เส้นวงรอบปี (Annual Growth Ring) 4. เยื่อเจริญ
(Cambium) 5. กระพี้ (Sapwood) 6. ไมแ้ กน่ (Heartwood) และ 7. ไสไ้ ม้ (Pith)

3. ประเภทของไม้
ในปัจจุบันนี้เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันจึงควรใช้เรียกแยกประเภทของไม้ตามหนังสือของกรม

ป่าไม้ ท่ี กส. 0702/6979 ลงวันที่ 3พฤษภาคม 2517 เร่ืองข้อกำหนดเกี่ยวกับไม้ที่ใช้ในการสร้างในส่วน
ราชการกรมป่าไม้ ให้แบ่งไม้ออกเป็น 3 ประเภท คือ 1) ไม้เนื้อแข็ง 2) ไม้เน้ือแข็งปานกลาง และ 3) ไม้
เนอ้ื อ่อน

4. คุณสมบตั ขิ องไม้
การนำไม้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อยา่ งสงู สุด จำเป็นต้องรู้ถึงคณุ สมบัติของไมแ้ ต่ละชนิด เพอ่ื ท่ีจะ

ได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท เพราะไม้เกิดจากต้นไม้หลายชนิดที่มีคุณสมบัติในด้านต่าง
แตกต่างกัน ไม้แต่ละชนิดย่อมเหมาะสมกับงานแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน เช่น ในงานก่อสร้าง ไม้จะต้องมี
ความแข็งแรงและทนทาน ในการประดิษฐ์เครื่องเรือนที่ต้องการความสวยงามและความละเอียดในการเข้า
ไม้ ไมจ้ ะต้องมีสแี ละลวดลายเน้ือไมท้ ีส่ วยงาม เป็นต้น

5. ขนาดของไมแ้ ปรรูป
การแปรรปู ไม้
ในการนำไม้มาใช้งานก่อสร้าง จะต้องเร่ิมจากการตัดโค่นต้นไม้ให้เป็นท่อน หรือเรียกว่า ซุง

(Log) เมอ่ื นำซงุ มาแปรรปู โดยการผ่าหรอื เล่อื ยจะได้ไมแ้ ปรรูป ตามลกั ษณะของการผ่า การใช้ไม้ขนาดเล็ก
ในลักษณะไม้แปรรูป ขนาดต้องโตพอสมควร เพื่อที่จะได้เน้ือไม้ส่วนของแก่นมากกว่าส่วนของกระพี้ โดย
ควรมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 น้ิวข้ึนไป มีลำต้นตรงเปลากลม ไม่คดงอ ไม้ท่อนขนาดเล็กขนาด

48

เสน้ ผ่าศูนย์กลาง 6-9 น้วิ เลือ่ ยเป็นไม้แปรรปู แลว้ ไดผ้ ลผลติ 25 – 35 เปอร์เซ็นต์

การเลื่อยไม้ซุงเพื่อเป็นไม้แปรรูปมีวิธีการเล่ือยหลายวิธีด้วยกัน แต่วิธีที่เป็นที่นิยมมากที่สุด

เนอื่ งจากใหผ้ ลผลติ สูงสดุ มีอยู่ 2 วิธี คือ 1) และ 2)การเลือ่ ยดะ (Through & Through ) การเลือ่ ยเปิดปกี 2 ข้าง (Cant sawing )

มาตรฐานไมก้ ่อสร้าง

มาตรฐานของไม้ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือ มอก.ใน

ปจั จบุ ันมดี งั นี้

1. มอก.421 – 2525 หมายถงึ ไมแ้ ปรรูป และขอ้ กำหนดทวั่ ไป

2. มอก.422 – 2525 หมายถึง ไม้สกั แปรรปู

3. มอก.423 – 2525 หมายถงึ ไมก้ ระยาเลยแปรรูป

4. มอก.424 – 2525 หมายถึง ไม้แปรรปู สำหรับงานกอ่ สรา้ งท่วั ไป

5. มอก.497 – 2526 หมายถึง ไม้แปรรปู อบ

6. มอก.516 – 2527 หมายถึง ไม้อดั น้ำยา CCA

ขนาด ไมแ้ ปรรปู ตามมาตรฐานน้ี มีขนาดดังต่อไปน้ี

1. ความหนา : 12, 16, 19, 22, 25, 32, 38, 44, 50, 63, 75, 88, 100, 113, 125, 138,

150 และ200

2. ความกว้าง : 25, 38, 50, 63, 75, 88, 100, 113, 125, 150, 175, 200, 225, 250, 275,

300, 350 และ400 มิลลิเมตร (ยกเว้นไม้สักเหล่ียม ให้ถือตามขนาดไม้สักเหล่ียมแปรรูป มาตรฐาน

ผลิตภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรมไม้สักแปรรปู มาตรฐานเลขท่ี มอก.422)

3. ความยาว : สำหรับไม้สัก เร่ิมต้ังแต่ 0.30 เมตร และให้มีความยาวเพ่ิมขึ้นช่วงละ 0.15

เมตร ส่วนไม้กระยาเลย เริ่มตัง้ แต่ 0.30 เมตร และใหม้ ีความยาวเพิ่มข้นึ ชว่ งละ 0.30 เมตร

การเรียกชอ่ื ขนาด ใหเ้ รยี กชือ่ ขนาดไม้เรียงลำดับ ความหนา × ความกว้าง × ความยาว

การแปรรูป ต้องแปรรปู ให้ส่วนยาวของไม้แปรรูป ขนานกับความยาวของท่อนซุง ดา้ นท้ัง 4 ด้าน

ต้องเรียบเป็นแนวเส้นตรง มีขนาดสม่ำเสมอกันตลอดความยาวของแผ่น และภาคตัดขวางหัวท้ายต้องเป็น

ส่ีเหลยี่ มมุมฉาก ไม้แปรรูปท่ีจำหน่ายภายในประเทศแบ่งออกเป็นชนิดและขนาดตามความนิยมในวงการค้า

ไม้และการก่อสร้างทว่ั ๆ ไปดงั นี้

1. ไม้ฝาขนาดหนา ½ ถงึ ¾ กวา้ ง 4 ถงึ 6 นว้ิ และ 8 นิว้ ถงึ 10 น้วิ

2. ไม้พ้นื ขนาดหนา 1 นว้ิ

3. ไมห้ นาขนาด 1 ½ ถงึ 2 นิ้ว และ 2 ½ ถึง 3 นว้ิ กวา้ ง 3, 4, 5, 6, 8 และ 12 นวิ้

4. ไม้เสาขนาดหนา 4 × 4 นว้ิ , 5 × 5 นิว้ , และ 6 × 6 น้ิว

5. ไม้ระแนงขนาดหนา 1 × 1 น้วิ

6. ไมก้ ลอนขนาดหนา ½ ถึง ¾ นิ้ว × 2 ถึง 3 นิว้ และ 1 ถึง 2 นิ้ว × 1 ½ ถึง 2 นว้ิ

6. ความเสียหายของไม้

ไม้เป็นผลผลิตที่เกิดข้ึนตามธรรมชาติ จึงมีคุณสมบัติบางประการที่ไม่เหมาะสมในการนำมาใช้

เพ่ือการก่อสร้างคือ ตำหนิของไม้ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ได้แก่ ตาไม้ รอยแตกและรอยปริเปลือกไม้ ความ

เอียงของเสี้ยนไม้ รอยเสียและรอยเป้ือน และความเสียหายเน่ืองจากแมลง เป็นต้น ซ่ึงโดยท่ัวไปตำหนิ

49

ของไมอ้ าจจะเกดิ จาก 4 สาเหตุใหญ่ ๆ คอื 1) ทางฟิสกิ ส์ 2) ทางชวี วิทยา 3) ทางเคมี และ 4) ทางกล
7. การนำไม้ไปใชง้ าน
การนำไม้ไปใช้งาน จะต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดตามคุณสมบัติของไม้แต่ละประเภท ไม้เนื้อ

แข็งส่วนมากจะนิยมนำมาใช้ในงานก่อสรา้ งทเี่ ปน็ งานโครงสรา้ ง ไมเ้ นื้อแข็งปานกลางนิยมนำมาใชท้ ำเครอื่ ง
เรือน และไม้เนือ้ อ่อนนยิ มนำมาใช้กบั งานท่ีอยู่ในร่ม

8. ผลิตภณั ฑ์จากอตุ สาหกรรมไม้อัด (Plywood)
1. กรรมวิธีการผลติ ไมอ้ ัด
กรรมวิธีการผลิตไม้อัด เร่ิมจากการนำเอาไม้แผ่นบางหรือวีเนียร์ (Veneer) โดยการตัด

ท่อนซุงให้มีความยาวตามท่ีต้องการ แล้วกลึงปอกท่อนซุงหรอื ผ่า ใหไ้ ด้แผน่ ไม้เป็นแผ่นบาง ๆ หลายแผ่นมา
อัดเข้าด้วยกัน โดยใช้กาวเป็นวัสดุยึดตรึง แผ่นไม้ท่ีนำมาอัดเข้าด้วยกันจะต้องวาง ในลักษณะที่แนวเสี้ยน
ขวางต้ังฉากซ่ึงกันและกัน ทั้งน้ีเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในด้านความแข็งแรง ท้ังยงั ช่วยลดการขยาย และหดตัวใน
แนวระนาบของแผ่นไม้ให้เหลอื นอ้ ยทีส่ ดุ จำนวนชัน้ ของแผน่ ไม้จะต้องเป็นจำนวนคี่เสมอไป เพื่อใหเ้ กิดความ
สมดุล และแนวเสย้ี นไปในทางเดียวกัน

2. กรรมวิธีการผลิตไมบ้ าง (Veneer)
ไม้บาง หรอื ไมว้ เี นียร์ (องั กฤษ: veneer) เปน็ วสั ดทุ ที่ ำจากไม้เน้ือออ่ น โดยกรรมวิธกี ารผลิต

เรม่ิ จากปอกผิวเน้ือไม้ออกเป็นแผ่นบาง ๆ ออกจากท่อนซุง และนำไปอบและรดี โดยมากทำจากไม้ยางพารา
ใช้เป็นวัสดุทำไม้อัดและเฟอร์นิเจอร์ ไม้วีเนียร์จะมีความหนาไม่เกิน 3 มิลลิเมตร นำมาใช้เป็นวัสดุตกแต่ง
บ้าน ทพ่ี ักอาศัยทำใหเ้ กดิ ความภูมฐิ าน หรอื ใช้เป็นสว่ นประกอบในการผลิต เฟอร์นิเจอร์ไม้

ไม้อัดสามารถแบ่งออกตามลักษณะการใช้งานได้ 3 ประเภท คือ 1) ประเภทใช้งานภายใน
2) ประเภทใช้งานภายนอก และ 3) ประเภทใช้งานชั่วคราว ไม้อัดท่ีบริษัทผู้ผลิตออกมาจำหน่าย มีขนาด
มาตรฐานท่ัวไปคือ 1.20 x 2.40 เมตร (โดยมีขนาดจริงคือ1.22 x 2.44 เมตร) โดยมีความหนามาตรฐาน
ท่วั ไปคอื 4, 6, 10, 15 และ 20 มลิ ลเิ มตร

9. การรักษาเนื้อไม้
1. การปอ้ งกันรักษาเนอื้ ไม้
ในการใช้ไม้ให้มีคุณภาพและมีอายุการใช้งานท่ียาวนาน จึงมีความจำเป็นจะต้องมีการ

รักษาเนื้อไม้อย่างดีท่ีสุด การป้องกันรักษาเน้ือไม้ที่ดีที่สุด คือ การทำให้อาหารของฟังใจเป็นพิษ โดยการทา
หรือพ่นน้ำยาหรือการอาบน้ำยาท่ีเป็นพิษเข้าไปในเนื้อไม้ เราสามารถแบ่งการป้องกันรักษาเน้ือไม้ออกเป็น
2 วธิ ีใหญ่ๆ คือ 1) วิธีการทาหรอื พ่น และ2) วิธีการอาบน้ำยา

2. นำ้ ยารกั ษาเนื้อไม้
น้ำยารักษาเนื้อไม้ เป็นน้ำยาหรือสารเคมีที่นำมาใช้ในการป้องกันรักษาเนื้อไม้ให้มีอายุการ

ใช้งานที่ยาวนานมีอยู่หลายชนิด ผู้ใช้จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะของงานซ่ึงมีน้ำยา หรือสารเคมีอีก
หลายชนิดที่ใช้ในการรักษาเนื้อไม้ สำหรับผลิตภัณฑ์ท่ีรักษาเน้ือไม้ที่เป็นท่ีรู้จักกัน เช่น สารเซลล์ไดรท์
ของบริษัท เซอร์วู้ด ใช้ป้องกันปลวก มอด เช้ือรา และแมลงต่าง ๆ และสารทิมเบอร์ซิลด์ของ TOA ใช้
ป้องกันเช้ือรา และกันนำ้ ซมึ เข้าเนอ้ื ไม้ ฯลฯ และผลติ ภัณฑ์ที่ป้องกันเฉพาะผวิ ไม้ เชน่ เชลแล็ก แลก็ เกอร์
ยนู ิเทน นำ้ มันวานชิ และสีนำ้ มันตา่ ง ๆ เปน็ ต้

50

แผนการสอน หน่วยที่ 1

แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 1 สอนครัง้ ท่ี 1-3
เวลา 6 ชั่วโมง
ชือ่ วิชา วสั ดกุ ่อสรา้ ง (20212-1003)
ช่ืองาน ไม้ (Wood)

คำส่งั จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. ไม้ หมายถึง

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. โครงสรา้ งของตน้ ไม้มสี ว่ นประกอบทีส่ ำคัญก่สี ่วน อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ตน้ ไม้จะประกอบดว้ ยส่วนตา่ ง ๆ ทสี่ ำคญั กส่ี ว่ น อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

4. การแบง่ ประเภทของไม้ตามหนงั สอื ของกรมป่าไม้ แบ่งได้ 3 ประเภท อะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

5. ไมก้ ระบากจดั เปน็ ไม้ประเภทใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………..


Click to View FlipBook Version