The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วัสดุก่อสร้าง

วัสดุก่อสร้าง

51

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
6. ไม้ตะแบกมคี ุณสมบัติอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำสงั่ จงตอบคำถามต่อไปน้ี
7. การเรียกชือ่ ขนาดของไมโ้ ดยเรียงลำดับอยา่ งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. ตำหนขิ องไม้อาจจะเกดิ จาก 4 สาเหตใุ หญ่ ๆ คอื
………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
9. ไมย้ างเม่ือแปรรูปแลว้ สามารถนำไปใชง้ านอะไรบา้ ง เขียนมา 3 งาน

…………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
10. การปอ้ งกนั รักษาเน้ือไม้สามารถแบง่ ออกเป็น 2 วธิ ีใหญ่ ๆ คือ
…………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

52

แผนการสอน หน่วยที่ 1

แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 1 สอนครงั้ ท่ี 1-3
เวลา 6 ช่ัวโมง
ช่ือวิชา วสั ดุก่อสร้าง (20212-1003)
ช่อื งาน ไม้ (Wood)

จงเลือกคำตอบที่ถูกทีส่ ุดเพยี งขอ้ เดียวจากคำถามต่อไปนี้

1. ไม้ หมายถงึ

ก. วสั ดุแขง็ ทท่ี ำจากแก่นลำต้นของตน้ ไม้

ข. เนื้อเยือ่ ไซเล็มช้ันท่สี อง (Xylem) ของต้นไม้

ค. วสั ดุใดๆ ท่ีมีสว่ นประกอบทำมาจากไม้

ง. ถกู ทุกข้อ

2. ข้อใดคือ ส่วนของตน้ ไม้ที่ทำหนา้ ทล่ี ำเลียงสารอาหารไปยังใบทกุ สว่ น

ก. กง่ิ ไม้ ข. ราก

ค. ใบ ง. ลำตน้

3. เซลลท์ ี่เรยี งตัวไปตามแนวขวางของลำต้น เรยี กว่า

ก. เซลล์สะสม ข. เซลลร์ ังสี

ค. เซลลค์ ้ำจนุ ง. เซลล์กง่ิ ไม้

4. Wood Cell คืออะไร

ก. เซลล์ไม้ ข. เซลล์ใบ

ค. เซลลก์ ิง่ ไม้ ง. เซลล์ต้นไม้

5. เซลลท์ ี่ทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงแกล่ ำตน้ คือ

ก. เซลล์ลำเลยี ง ข. เซลล์ไม้

ค. เซลล์รงั สี ง. เซลลค์ ้ำจุน

6. Cambium คือ

ก. เปลือกชน้ั ใน ข. เส้นวงรอบปี

ค. เปลือกชนั้ นอก ง. เยื่อเจรญิ

7. ไมแ้ กน่ มชี อ่ื ภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

ก. Heartwood ข. Inner Bark

ค. Sapwood ง. Pith

8. เซลลบ์ าง ๆ ที่มีชีวิตอย่รู ะหว่างกระพ้ีกับเปลือกช้นั ในคือ

ก. กระพี้ ข. เยอ้ื เจริญ

ค. ไม้แก่น ง. ไสไ้ ม้

53

แผนการสอน หนว่ ยที่ 1

แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 1 สอนครง้ั ที่ 1-3
เวลา 6 ช่ัวโมง
ชอ่ื วิชา วสั ดุก่อสร้าง (20212-1003)
ชื่องาน ไม้ (Wood)

9. ไม้แดงจดั เป็นไมป้ ระเภทใด

ก. ไมเ้ นอื้ แขง็ ข. ไมเ้ นอ้ื แข็งปานกลาง

ค. ไมเ้ นอื้ อ่อน ง. ไมเ้ น้ือออ่ นมาก

10. ข้อใดคือ คุณสมบัติของไมม้ ะคา่

ก. นำ้ หนกั โดยเฉลย่ี 750 กิโลกรมั ตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร

ข. น้ำหนกั โดยเฉลี่ย 800 กิโลกรมั ต่อลูกบาศกเ์ มตร

ค. นำ้ หนักโดยเฉลย่ี ประมาณ 850 กโิ ลกรัมต่อลกู บาศก์เมตร

ง. น้ำหนักโดยเฉล่ียประมาณ 1,090 กโิ ลกรมั ตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร

11. ซุงมชี ือ่ เปน็ ภาษาองั กฤษว่าอย่างไร

ก. Log ข. Lag

ค. Lug ง. Look

12. การเรียกชอื่ ขนาดไม้ คือข้อใด

ก. ความกว้าง × ความหนา × ความยาว

ข. ความหนา × ความกว้าง × ความยาว

ค. ความยาว × ความกว้าง × ความลกึ

ง. ความลกึ × ความยาว × ความกว้าง

13. ขนาดของไม้เสาของบ้านพักอาศยั ที่นิยมใช้ คือข้อใด

ก. 1 × 1 นว้ิ ข. 2 × 2 นวิ้

ค. 3 × 3 นิ้ว ง. 4 × 4 น้วิ

14. การเสียรปู ของไม้แปรรปู โดยการบดิ เปน็ เกลยี ว เรยี กว่าอะไร

ก. เบยี้ ว ข. โก่ง

ค. บิด ง. รอยปริ

15. รอยร้าวท่ีเริม่ แตกจากใจไม้ออกไปตามแนวรศั มี เรียกว่าอะไร

ก. รอยรา้ วกลม ข. รอยร้าวจากไส้

ค. รอยรา้ วเสี้ยน ง. รอยร้าวรูปดาว

54

แผนการสอน หนว่ ยที่ 1

แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 1 สอนคร้ังท่ี 1-3
เวลา 6 ช่ัวโมง
ชอ่ื วิชา วสั ดกุ ่อสร้าง (20212-1003)
ชื่องาน ไม้ (Wood)

16. ไมท้ ีน่ ำไปใช้ในงานโครงสร้างท่ัวไป คือขอ้ ใด

ก. ไม้ยาง ข. ไมก้ ะบาก

ค. ไมช้ งิ ชนั ง. ไม้เตง็

17. ขอ้ ใดคอื ไม้ทีน่ ิยมใชท้ ำไมฝ้ า ไม้คร่าว ฝ้าเพดาน คร่าวฝาผนงั

ก. ไม้ยาง ข. ไมแ้ ดง

ค. ไมส้ ัก ง. ไมก้ ะบาก

18. ขนาดจริงของไมอ้ ดั คือเทา่ ไหร่

ก. 1.20 x 2.40 เมตร ข. 1.22 x 2.42 เมตร

ค. 1.21 x 2.41 เมตร ง. 1.22 x 2.44 เมตร

19. หนว่ ยของไม้อดั มาตรฐานทวั่ ไป เช่น 4, 6, 10, 15 และ 20 คืออะไร

ก. มลิ ลิเมตร ข. เซนตเิ มตร

ค. เดซเิ มตร ง. โดซเิ มตร

20. การทาหรอื พน่ น้ำยา เพื่อปอ้ งกนั รักษาเนื้อไม้ ควรทำกี่ครง้ั

ก. 1 คร้งั ข. 2 ครง้ั

ค. 3 คร้ัง ง. 4 คร้ัง

55

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 1

กจิ กรรมท้ายหน่วยเรียนท่ี 1 สอนครง้ั ที่ 1-3
เวลา 6 ชั่วโมง
ช่ือวิชา วสั ดุก่อสร้าง (20212-1003)
ชอื่ งาน ไม้ (Wood)

1. ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติเชิงกลของไม้จากห้องสมุดและอินเตอร์เน็ต
เขยี นรายงานฉบบั สมบรู ณส์ ่ง

2. ให้ผู้เรียนไปศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติมจากร้านขายวัสดุ อุปกรณ์งานก่อสร้าง เพ่ือความเข้าใจ
ยิ่งขน้ึ และฝึกทำแบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ

56

แผนการสอน หนว่ ยที่ 1

แบบประเมินผลกจิ กรรมสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

และรายกลมุ่

ช่ือวิชา วสั ดุก่อสร้าง (20212-1003) สอนครง้ั ที่ 1-3
ชอื่ งาน ไม้ (Wood) เวลา 6 ชั่วโมง

ชอ่ื เร่อื ง ...................................................................................................................................
หวั ขอ้ อภปิ ราย .........................................................................................................................
ชื่อกล่มุ .....................................................................................................................................
สมาชกิ กลุม่ 1. ................................................ 2. ................................................

3. ............................................... 4. ................................................

5. ................................................ 6. ................................................

รายการประเมิน คะแนนเต็ม ผลคะแนน หมายเหตุ

1. การเตรียมความพร้อมในการนำเสนอ 10 ………….. ผล/คะแนน
2. การมอบหมายหน้าที่กลมุ่ 10 ………….. ดีมาก = 80 – 100
3. ความรับผิดชอบ 10 ………….. ดี = 70 – 79
4. การทำงานเป็นทมี 10 ………….. ปานกลาง = 60 – 69
5. การแต่งกาย/บคุ ลิกภาพ 10 ………….. พอใช้ = 50 – 59
6. ความชดั เจนในการนำเสนอ 10 ………….. ปรบปรงุ = 0 – 49
7. การอภปิ รายกลุ่ม 10 ………….. คะแนนเตม็
8. ความชัดเจนในการนำเสนอ 10 ………….. รวม 100 คะแนน
9. การตอบข้อซักถาม 10 …………..
10. การจดั เกบ็ เครื่องมอื อุปกรณ์ 10 …………..

รวมคะแนนทไ่ี ด้

ลงชอื่ ………………………………ผู้ประเมนิ
(……………………………………..)

………../…………………/………………

57

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 1

ชอื่ วิชา วัสดกุ อ่ สร้าง (20212-1003) สอนครง้ั ที่ 1-3
ชือ่ หน่วย ไม้ (Wood) จำนวน 6 ชว่ั โมง

1. กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้นั ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู ขัน้ ตอนการเรยี นรหู้ รือกจิ กรรมของนกั เรยี น

ขนั้ เตรียม (20 นาที) ขนั้ เตรยี ม (20 นาที)

1. จัดเตรยี มเอกสาร ส่อื การเรียนการสอน 1. จัดเตรียมเอกสาร ส่ือการเรียนการสอนตามท่ี

ตัวอย่าง ประเภทของไม้ แนะนำรายวิชา วิธีการเรียน ครูผู้สอนและบทเรียนกำหนด เตรียมตัวทดสอบก่อน

การมอบหมายงาน และวธิ ีวัดผลประเมนิ ผล เรียนเรื่อง ความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์

2. ทดสอบก่อนเรียนเรื่อง “ไม้” แล้วให้นักศึกษา พ้นื ฐานงานก่อสรา้ ง

สลับกนั ตรวจคำตอบ และให้คะแนน 2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง “ไม้” แล้วสลับกัน

3. แจ้งจุดประสงค์การเรยี นของหน่วยที่ 1 และการให้ ตรวจคำตอบ

ความร่วมมือของนกั ศกึ ษาในการทำกจิ กรรม 3. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนของ

หนว่ ยท่ี 1 และการให้ความรว่ มมือในการทำกิจกรรม

ขัน้ การเรียนการสอน (320 นาที) ขัน้ การเรียนการสอน (320 นาที)
1. ครอู ธบิ าย และยกตัวอยา่ งถึง ความหมายของไม้ 1. นักศึกษาฟัง และคิดตามพร้อมท้ังจดบันทึกเกี่ยวกับ
โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของเน้อื ไม้ ประเภทของไม้ ความหมายของไม้ โครงสร้างและองค์ประกอบของเน้ือ
คณุ สมบัติของไม้ ขนาดของไมแ้ ปรรูป ความเสยี หาย ไม้ ประเภทของไม้ คุณสมบัติของไม้ ขนาดของไม้แปร
ของไม้ การนำไม้ไปใช้ในงานก่อสร้าง ผลิตภณั ฑจ์ าก รูป ความเสียหายของไม้ การนำไม้ไปใช้ในงานก่อสร้าง
อตุ สาหกรรมไม้อัด การรักษาเนอื้ ไม้ พรอ้ มกบั แจกใบ ผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมไม้อัด การรักษาเน้ือไม้
ความรปู้ ระกอบการเรยี นการสอน โดยใช้ใบความรทู้ ี่ 1 พร้อมกับศึกษาใบความรู้ประกอบการเรียนการสอน โดยใช้
เร่อื ง“ไม”้ ใบความรู้ ที่ 1 เร่ือง “ไม”้

2. ครูใหน้ กั ศึกษาแบ่งกลมุ่ นักศกึ ษา กลมุ่ ละ 5 คนแล้ว 2. นกั ศกึ ษาเข้ากลุ่มตามทีค่ รูจัดแบง่ แลว้ ปฏบิ ัติ
มอบหมายให้นักศกึ ษาปฏบิ ตั ิกิจกรรมท้ายหนว่ ยท่ี 1 กจิ กรรมท้ายหนว่ ยท่ี 1 เรื่อง “ไม้” โดยนกั ศึกษาแตล่ ะ
เรื่อง “ไม”้ โดยใหน้ กั ศึกษาแตล่ ะกลุม่ อภิปรายแนวคิด กลุ่มอภปิ รายแนวคิดเกี่ยวกับคุณสมบตั ิเชิงกลของไม้
เกยี่ วกบั คุณสมบตั ิเชงิ กลของไม้ โดยดูตวั อยา่ งจาก ใบ โดยดูตวั อยา่ งจาก ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง “ไม้”
ความรทู้ ี่ 1 เรื่อง “ไม้”

58

แผนการสอน หน่วยที่ 1

ชอื่ วิชา วัสดกุ ่อสร้าง (20212-1003) สอนครัง้ ที่ 1-3
ช่อื หน่วย ไม้ (Wood) จำนวน 6 ช่วั โมง

1. กิจกรรมการเรยี นการสอน (ตอ่ )

ขั้นตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรหู้ รอื กิจกรรมของนกั เรยี น

จากนั้นให้นักศึกษาร่วมกันสรุป “คุณสมบัติเชิงกล นักศึกษาร่วมกันสรุป “คุณสมบัติเชิงกลของไม้”

ของไม้” ใหบ้ ันทึกผลและรายงานหน้าช้นั เรยี นไดอ้ ย่าง บันทึกผลและรายงานหน้าชั้นเรียนได้อย่างอิสระ ให้

อิสระ โดยจัดทำส่ือประกอบการรายงานด้วย เมื่อ จัดทำสื่อประกอบการรายงานด้วย เม่ือรายงานหน้า

รายงานหน้าช้ันเรียนแล้วให้ผู้ฟังซักถามปัญหา ข้อ ชั้นเรียนแล้วให้ผู้ฟังซักถามปัญหา ข้อสงสัยเก่ียวกับ

สงสัยเก่ียวกับ “คุณสมบัติเชิงกลของไม้” จากนั้นให้ “คุณสมบัติเชิงกลของไม้” จากนั้นให้ผู้รายงานตั้ง

ผู้รายงานตั้งคำถาม เพื่อถามผู้ฟังอย่างน้อย 2 คำถาม คำถาม เพ่ือถามผู้ฟังอย่างน้อย 2 คำถาม โดยให้ผู้ฟัง

โดยให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นภายในช้ันเรียนได้อย่าง แสดงความคิดเห็นภายในชั้นเรียนได้อย่างอิสระ

อิสระ (Democracy ด้านประชาธิปไตย:3D) (Democracy ดา้ นประชาธปิ ไตย:3D)

ขั้นสรุป (20 นาที) ขั้นสรปุ (20 นาที)

1. ครสู รุปจากท่ีนักศึกษานำเสนอข้อมูลพร้อมท้ัง 1. นักศึกษารับฟังคำสรุปและข้อแนะนำจากครู

อธิบายเพ่ิมเติม และสรุปเน้ือหาตามจุดประสงค์เชิง พร้อมทั้งจดบันทึกข้อมูล และซักถามหรือตอบคำถาม

พฤติกรรม ตามหวั ขอ้ สาระสำคัญพรอ้ มท้ังปลกู ฝังให้ หรือแสดงความคิดเห็น ในหัวข้อท่ียงั ไม่เข้าใจพร้อมทั้ง

นักศึกษาเอาใจใส่ในการเรียนรู้ ดูหนังสืออย่าง รบั ฟังการปลกู ฝงั จากครผู ู้สอนเร่ืองการเอาใจใสใ่ นการ

สม่ำเสมอ และส่งเสริมให้เล่นกีฬาอยู่เสมอเพ่ือให้ เรียนรู้ ดูหนังสืออย่างสม่ำเสมอ และส่งเสริมให้เล่น

ร่างกายแข็งแรงความจำดี เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็น กฬี าอยู่เสมอเพอื่ ใหร้ ่างกายแข็งแรงความจำดี เปน็ การ

ประโยชน์ (ส่งผลทำให้ห่างไกลจากยาเสพติดอย่าง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ (ส่งผลทำให้ห่างไกลจาก

แทจ้ ริง Drug-Free ดา้ นภมู ิคุ้มกนั ภัยจากยาเสพติด : ยาเสพติดอย่างแท้จริง Drug-Free ด้านภูมิคุ้มกันภัย

3D ) จากยาเสพตดิ : 3D )

59

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 1

ชอ่ื วิชา วัสดุก่อสรา้ ง (20212-1003) สอนคร้งั ที่ 1 - 3

ชอื่ หน่วย ไม้ (Wood) จำนวน 6 ช่วั โมง

1. กิจกรรมการเรียนการสอน (ตอ่ )

ขั้นสรปุ (20 นาที) (ต่อ) ขน้ั สรปุ (20 นาที) (ต่อ)
2. แจกแบบทดสอบหลังเรยี น 2. ทำแบบทดสอบหลังเรียน
3. ครูตรวจแบบทดสอบพรอ้ มกับบนั ทึก 3. นกั ศึกษานำคะแนนจากแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
และหลงั เรยี นมาเปรยี บเทยี บกนั วา่ เป็นอยา่ งไรมี
คะแนน ผลตา่ งกันอยา่ งไร เพ่ือดูความก้าวหนา้ ของตนเอง
4. ใหน้ ักศกึ ษาทำแบบฝกึ หัดท้ายบทเรียน 4. นักศกึ ษาทำแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน

(รวม 360 นาที หรอื 6 คาบเรียน)

(รวม 360 นาที หรอื 6 คาบเรียน)

60

2. งานทมี่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล
• กอ่ นเรียน

1. จดั เตรยี มเอกสาร ส่ือการเรยี นการสอนตามที่อาจารย์ผ้สู อนและบทเรียนกำหนด
2. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนเรื่อง “ไม้” แล้วสลบั กนั ตรวจคำตอบ
3. ทำความเข้าใจเกย่ี วกับจุดประสงค์การเรียนของหน่วยที่ 1 และการให้ความร่วมมอื ในการทำ
กิจกรรมในหนว่ ยการเรียนที่ 1

• ขณะเรียน

1. ปฏิบัตติ ามกิจกรรมทา้ ยหนว่ ยที่ 1 เรอื่ ง “ไม้”
2. ดูตัวอย่างใบความรู้ท่ี 1 เร่ือง “ไม้”
3. ร่วมกนั สรุปประเภทของ “ไม้” เปน็ แผนภาพแสดงไม้แตล่ ะประเภททใ่ี ช้ในงานก่อสร้าง
4. จัดทำสื่อประกอบการรายงาน
5. รายงาน หน้าช้นั เรยี นเร่ือง “คณุ สมบัติเชงิ กลของไม้”

• หลงั เรียน

1. ทำแบบทดสอบหลังเรียน
2. ทำแบบฝึกหดั ท้ายบทเรยี น
3. ทำกิจกรรมทา้ ยหน่วยเรียน

3. ผลงาน/ช้นิ งาน/ความสำเร็จของผเู้ รียน

1. ผลสำเรจ็ จากการปฎิบัติงานกจิ กรรมท้ายหนว่ ยเรียนตามทไ่ี ดม้ อบหมายในหน่วยท่ี 1 เร่ือง
“ไม้”

2. ผลสำเรจ็ จากการปฎิบตั ิงานจากแบบฝึกหัดทา้ ยหน่วยเรยี นตามทไ่ี ด้มอบหมายในหนว่ ย ที่ 1
เรือ่ ง “ไม้”

4. สื่อการเรยี นการสอน/การเรียนรู้

ส่อื ส่งิ พมิ พ์
1. หนงั สือเรยี นวิชา วสั ดกุ ่อสรา้ ง ของ พงศพนั วรสุนทโรสถและวรพงศ์ วรสนุ ทโรสถ
2. หนงั สอื เรยี นวิชา วสั ดุวิศวกรรมก่อสรา้ ง ของ กวี หวงั นเิ วศกลุ
3. แบบทดสอบก่อนเรียน
4. ใบความรทู้ ่ี 1 เรื่อง ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกบั วสั ดุและอปุ กรณพ์ นื้ ฐานงานก่อสรา้ ง
5. กิจกรรมท้ายหน่วยท่ี 1 เร่อื ง “คุณสมบตั เิ ชิงกลของไม้”
6. แบบทดสอบหลังเรียน
7. แบบฝึกหดั ท้ายบทเรียน
8. แบบเฉลยทดสอบก่อนเรยี น - หลังเรียน และแบบฝึกหดั ท้ายบทเรยี น ใชป้ ระกอบในข้นั

61

เตรยี มและข้ันสรุป
9. แบบประเมนิ ผลกิจกรรมสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคลและรายกลุ่ม

5. ส่ือโสตทศั น์ (ถา้ มี)

เครื่องฉายภาพ

6. สื่อของจริง

ตวั อย่างของจริง “ประเภทของไม้”

7. แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ศึกษาข้อมูลเรื่อง “ไม้” จากหนังสือเก่ียวกับวัสดุ

ก่อสร้าง เช่น วัสดุก่อสร้าง ผู้แต่ง พงศพัน วรสุนทโรสถและวรพงศ์ วรสุนทโรสถ, วัสดุช่าง ผู้แต่ง ดร.
วทิ ยา อินทร์สอน และวัสดุวิศวกรรมก่อสร้าง ผ้แู ตง่ กวี หวังนเิ วศกลุ

2. รา้ นบรกิ ารอินเทอรเ์ น็ต หรืออนิ เทอร์เนต็ ในท่ีพกั อาศัย ศึกษาค้นควา้ หาข้อมลู เรือ่ ง
วัสดุก่อสร้าง จากเวบ็ ไซด์ http://www.google.co.th หรือ

http://elearn.utc.ac.th/moodle/course/view.php?id=26

นอกสถานศึกษา

ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถิ่น จังหวัดอบุ ลราชธานี

8. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั วชิ าอ่นื

1. บูรณาการกับวิชาชีวิตและวัฒนธรรมไทย ด้านการพูด การอ่าน การเขียน และการฝึก
ปฏิบตั ติ นทางสังคมดา้ นการเตรยี มความพร้อม ความรับผิดชอบ และความสนใจใฝร่ ู้

2. บูรณาการกับวชิ าความปลอดภยั ในงานอาชพี ดา้ นความปลอดภัยในการปฎบิ ัติงาน
3. บูรณาการกับวิชากีฬาเพ่ือพัฒนาสุขภาพและบุคลิกภาพ ด้านบุคลิกภาพในการนำเสนอหน้า
ชัน้ เรียน
4. บูรณาการกับวิชาการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในงานอาชีพ ด้านการเลือกใช้
ทรพั ยากรอย่างประหยดั

9. การประเมนิ ผลการเรียนรู้

• หลักการประเมนิ ผลการเรียนรู้

กอ่ นเรียน

62

ตรวจความพรอ้ มก่อนเรยี น ตามแบบประเมินลกั ษณะที่พึงประสงค์

ขณะเรยี น
1. สังเกตและบันทกึ ผลตามแบบประเมินคุณลักษณะพึงประสงค์
2. แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 1
3. กิจกรรมส่งเสรมิ การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 1

หลงั เรยี น
บันทึกผลคะแนน จากการตรวจงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
1. แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 1
2. กจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 1
3. แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยที่ 1

63

บรรณานกุ รม

กนกพร ไชยวเิ ศษ.วัสดุกอ่ สร้างและเทคนคิ การทำงาน 1. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัทศนู ย์
หนงั สอื เมืองไทย จำกดั ,2559

กวี หวังนิเวศกุล.วัสดวุ ศิ วกรรมก่อสรา้ ง.กรงุ เทพมหานคร : บรษิ ัทซเี อด็ ยูเคชั่น จำกัด
(มหาชน), 2546.
. การบรหิ ารงานวิศวกรรมก่อสร้าง. กรงุ เทพมหานคร : บริษทั ซเี อด็ ยเู คช่นั จำกดั
(มหาชน),2549.
. การประมาณราคางานวศิ วกรรมก่อสรา้ ง. กรงุ เทพมหานคร : บริษัทซีเอด็ ยเู คช่นั จำกัด
(มหาชน), 2549.
. การออกแบบอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กเบื้องตน้ .กรงุ เทพมหานคร : บรษิ ทั ซเี อ็ด ยูเคชนั่
จำกัด (มหาชน), 2549.

กิตพิ งศ์ พลจันทร์และทตั สัจจะเวท.ี ก่อสร้างอาคารบรรยายพรอ้ มภาพ (Buiding
Construction Ildustrated). กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัทซเี อด็ ยเู คช่ัน จำกัด (มหาชน),
2549.
. การแบ่งประเภทของไมโ้ ดยยดึ ค่าความแขง็ แรง.ข้อกำหนดเกยี่ วกับไม้ท่ใี ชใ้ นการก่อสร้าง
ของกรมปา่ ไม,้ 2517

เฉลิม สุจริต.วัสดุก่อสร้างสถาปตั ยกรรม.กรุงเทพมหานคร : ศนู ยห์ นังสือจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย ,2540.

ทกี รุ๊ฟ อ๊อฟ เอน็ จิเนียร.์ ตารางเหล็กสำหรับผรู้ ับเหมากอ่ สร้างและวิศวกร. กรุงเทพมหานคร :
ที กรฟุ๊ ออ๊ ฟ เอ็นจิเนยี ร,์ 2526.

ประณต กุลประสตู ร. เทคนคิ งานปนู -คอนกรตี .พิมพค์ รง้ั ที่ 7. กรุงเทพมหานคร : สำนกั พมิ พ์แหง่
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, 2548.

พิภพ สนุ ทรสมัย.ปฏบิ ตั กิ ารและควบคุมงานคอนกรีต.พิมพ์ครงั้ ที่ 10. กรงุ เทพมหานคร :
สมาคมสง่ เสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญป่ี ุ่น), 2534.
. เทคนคิ การสรา้ งอาคารคอนกรีตเสริมเหลก็ .พิมพ์คร้ังที่ 18. กรุงเทพมหานคร : สมาคม
ส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญปี่ ุ่น), 2540.

พงศพัน วรสุนทโรสถและวรพงศ์ วรสุนทโรสถ. วัสดกุ อ่ สร้าง. กรงุ เทพมหานคร : บริษทั ซีเอ็ด
ยเู คช่นั จำกัด (มหาชน), 2549.
. ปูนซเี มนต์และการประยกุ ตใ์ ช้งาน.พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัท
ปนู ซีเมนต์ไทยอตุ สาหกรรม จำกัด, 2549.

วัฒนา ธรรมมงคลและวินติ ช่อวิเชยี ร. ปฐพีกลศาสตร์. พิมพ์คร้ังท่ี 4. กรงุ เทพมหานคร : 2532.
วิทวสั สทิ ธกิ ลู . เทคนคิ ก่อสร้าง.กรงุ เทพมหานคร : สนับสนุนโดยบรษิ ทั ปนู ซีเมนต์ไทย

อตุ สาหกรรม จำกัด, 2544.

64

http:// www.sana-anong.com,2558

บันทึกหลงั การสอน/การเรยี นรู้

ผลการใช้แผนการสอน/การเรียนรู้
1. คาบสอนเหมาะสม
2. เน้ือหาสอดคล้องกบั จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรมเหมาะสม
3. กจิ กรรมการสอนหรือวิธีสอนในขน้ั ตอนการสอน กิจกรรมของผ้เู รยี นเหมาะสม

ผลการเรยี นของนักเรียน
1. นักเรยี นส่วนใหญ่ให้ความสนใจเรยี น เม่ือจัดการเรยี นการสอนโดยมีการแขง่ ขนั และ
กล่าวชมเชยเม่อื สามารถทำงานดว้ ยตนเองอยา่ งซ่ือสัตย์ ต้ังใจเรยี นมากข้นึ ดไู ด้จากการตอบ
คำถามไดถ้ ูกต้องชดั เจน กลา้ แสดงออกมากขึน้
2. ผลคะแนนเฉลีย่ การสอบหลังเรยี นสูงกว่าก่อนเรียน นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั กจิ กรรม
ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ และใบงาน ด้วยตนเองได้ถูกต้อง
3. นักเรียนมีกจิ นิสยั ท่ีดี มคี วามสามัคคี ยอมรับเหตผุ ลผู้อ่ืน

ผลการสอนของครู
1. สอนเนื้อหาไดร้ วดเรว็ โดยใช้ส่ือพาวเวอร์พอยต์ และเอกสารประกอบการสอนหนว่ ยที่ 1
2. สอนได้ ตามเวลาทก่ี ำหนด จากผลของการคละกลมุ่ ผูเ้ รียน ลดการใชเ้ วลาสอนเสริมโดย
ครผู ูส้ อน ดว้ ยการเรียนรแู้ บบเพื่อนชว่ ยเพื่อน

ลงชอ่ื ....................................................ผสู้ อน
()

ลงชอื่ ........................................ผชู้ ว่ ยฝ่ายวิชาการ
()

65

แผนการสอน หนว่ ยที่ 2
ชื่อวิชา วสั ดุก่อสร้าง (20121-1003) สอนคร้ังที่ 2
ชื่อหน่วย เหล็ก (steel) เวลา 6 ชั่วโมง

หวั ข้อเรือ่ ง
1. ดา้ นความรู้

1. ความหมายของเหลก็
2. การแบ่งประเภทของเหล็ก
3. กรรมวิธีการผลติ เหล็ก
4. ขนาดของเหล็กในงานก่อสร้าง
5. คุณสมบตั ิของเหล็กในงานกอ่ สร้าง
6. การเก็บรักษาเหลก็
7. ลวดผูกเหลก็

2. ดา้ นทกั ษะ

1. การนำเหล็กไปใชง้ าน

3. ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและคุณลกั ษณะ
3D

1. เตรียมความพรอ้ มด้านวสั ดุ อุปกรณส์ อดคล้องกบั งานได้อยา่ งถูกต้องและใช้วัสดุอุปกรณอ์ ย่าง
คุ้มค่าประหยดั ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและคณุ ลกั ษณะ 3D (ความรับผิดชอบ ความ
ประหยดั ความขยนั ความอดทน แบง่ ปัน)

2. ปฏิบัตงิ านไดอ้ ย่างถกู ต้อง และสำเร็จภายในเวลาท่ีกำหนดอย่างมเี หตแุ ละผลตามหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งและคุณลกั ษณะ3D

สาระสำคญั /แนวคดิ สำคัญ

เหล็กเป็นโลหะสีเงิน สีขาวหรือสีเทา เป็นเงา เหล็กที่นำมาใช้ในงานก่อสร้างต้องผ่านกรรมวิธีการ
หล่อ สามารถข้ึนรูปโดยใช้ค้อนทุบเป็นแผ่นบาง ๆ ได้ และยังสามารถยืดได้ เหล็กมีความต้านทานแรง
ดึงสงู มาก อีกทง้ั ยังนำไฟฟ้า นำความรอ้ นได้ดีและสามารถใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้มากมาย แตค่ ุณสมบัตทิ ่ี
สำคัญท่ีสุดของเหล็ก คือสามารถหล่อแล้วขึ้นรูปใหม่ได้ และยังมีความทนทานท่ียอดเย่ียม นอกจากน้ี
เหล็กสามารถใช้ในการโคง้ งอ ม้วน ดัดเป็นรูปร่างแบบตา่ งๆ เพอื่ นำมาประดษิ ฐ์เป็นสิ่งของท่ีนำมาใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั หรอื นำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมได้

66

แผนการสอน หนว่ ยที่ 2
ชอื่ วิชา วสั ดุก่อสรา้ ง 1 (2108 – 1002) สอนครง้ั ท่ี 2
ชอ่ื หน่วย เหล็ก (steel) เวลา 6 ชั่วโมง

สมรรถนะอาชพี ประจำหนว่ ย (สิ่งทต่ี ้องการใหเ้ กดิ การประยกุ ต์ใช้ความรู้ ทักษะ คุณธรรม

เข้าด้วยกัน)
1. แสดงความรู้เกยี่ วกบั ประเภท และคณุ สมบตั ิของเหลก็
2. เลือกใช้เหลก็ ในงานก่อสรา้ ง

จุดประสงค์ทว่ั ไป

เพื่อให้ผูเ้ รียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกับประเภท และคณุ สมบัตขิ องเหลก็ การเลือกใช้เหล็ก
ในงานก่อสรา้ งได้

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม

11. บอกความหมายของเหล็กได้ถูกตอ้ ง
12. บอกประเภทของเหลก็ ได้ถูกต้อง
13. อธิบายกรรมวิธีการผลิตเหล็กไดถ้ ูกต้อง
14. บอกขนาดของเหลก็ ในงานก่อสรา้ งได้ถูกตอ้ ง
15. บอกคณุ สมบัติของเหล็กในงานก่อสร้างได้ถูกตอ้ ง
16. เลือกใช้เหล็กในงานก่อสร้างได้ถกู ต้อง
17. บอกวิธกี ารเก็บรกั ษาเหลก็ ได้ถกู ต้อง
18. เลือกใช้ลวดผกู เหลก็ ในงานก่อสรา้ งได้ถูกต้อง

67

แผนการสอน หน่วยท่ี 2
ชือ่ วิชา วัสดุก่อสร้าง 1 (2108 – 1002) สอนครงั้ ที่ 2
ชือ่ หน่วย เหล็ก (steel) เวลา 6 ช่ัวโมง

การบูรณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และคุณลกั ษณะ 3D
• หลกั ความพอประมาณ

1. ผเู้ รียนจดั สรรเวลาในการฝึกปฏิบตั ิทำกิจกรรมและแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วยเรยี นได้อยา่ งเหมาะสม
2. กำหนดเนือ้ หาเหมาะสมกบั เกณฑ์การประเมิน การใช้เครอ่ื งมืออย่างถูกตอ้ งและเหมาะสมกบั
งาน
3. ผเู้ รียนร้จู ักใช้และจดั การวัสดุอปุ กรณ์ต่าง ๆ อยา่ งประหยัดและคุม้ ค่า
4. ผู้เรยี นปฏบิ ตั ิตนเป็นผูน้ ำและผ้ตู ามที่ดี
5. ผู้เรยี นเป็นสมาชิกท่ดี ีของกลมุ่ เพ่ือนและสงั คม

• หลักความมีเหตผุ ล

1. เหน็ คุณคา่ ของการใช้ไม้แตล่ ะประเภทใหเ้ หมาะสมกับงานอย่างถูกต้องและชัดเจน
2. จัดแสดงเนือ้ หาของความรเู้ บ้ืองต้นเก่ยี วกับ “เหล็ก” ได้อย่างถกู ต้อง มีเหตุผลและสามารถนำไป
ประยุกต์ใชใ้ นการดำเนนิ ธรุ กิจ และในชีวิตประจำวนั ได้ กล้าแสดงความคิดอย่างมเี หตุผล
3. กลา้ ทักท้วงในสิง่ ทไ่ี ม่ถูกต้องอยา่ งถูกกาลเทศะ
4. กล้ายอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อนื่
5. ใชว้ ัสดถุ กู ต้องและเหมาะสมกบั งาน
6. ไม่มเี รือ่ งทะเลาะวิวาทกบั ผู้อ่ืน
7. คดิ สง่ิ ใหม่ ๆ ทเ่ี กดิ ประโยชน์ต่อตนเอง และสังคม
8. มคี วามคดิ วเิ คราะห์ในการแกป้ ัญหาอย่างเป็นระบบ

• หลกั ความมภี มู ิคุ้มกัน

1. มที กั ษะทางหลกั ความปลอดภัยอกี ท้งั สือ่ ความหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ผเู้ รยี นได้รับความรทู้ ี่ถกู ต้อง พร้อมทั้งกำหนดเนอื้ หาไดค้ รบถ้วนถกู ตอ้ ง ตามหลักความปลอดภยั
ท่ีดีและมสี าระสำคัญท่สี มบรู ณ์
3. มกี ารเตรยี มความพร้อมในการเรียนและการปฏิบัติงาน
4. กลา้ ซักถามปญั หาหรือข้อสงสยั ตา่ งๆ อยา่ งถูกกาลเทศะ
5. แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยตนเองอย่างเป็นเหตุเป็นผล
6. ควบคมุ อารมณ์ของตนเองได้
7. ควบคุมกิรยิ าอาการในสถานการณ์ต่างๆ ได้เปน็ อย่างดี

68

แผนการสอน หน่วยที่ 2
ชื่อวิชา วสั ดกุ ่อสร้าง 1 (2108 – 1002) สอนครั้งท่ี 2
ช่ือหน่วย เหล็ก (steel) เวลา 6 ช่ัวโมง

การตดั สินใจและการดำเนินกจิ กรรมตา่ งๆ ใหอ้ ยใู่ นระดบั พอเพยี งหรอื ตามปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงนัน้ ต้องอาศยั ท้ังความร้แู ละคุณธรรมเป็นพน้ื ฐาน ดังน้ี
• เงอื่ นไขความรู้

1. ผ้เู รียนไดใ้ ช้กระบวนการคดิ ในความรู้เบื้องต้นเก่ียวกับประเภท และคุณสมบัติของเหล็ก
กระบวนการผลิตเหล็ก การเลือกใช้เหล็กในงานก่อสร้าง (ความสนใจใฝ่รู้ ความรอบรู้ รอบคอบ
ระมัดระวัง)

2. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ประเภท และคุณสมบัตขิ องเหล็ก การเลือกใช้เหลก็ ในงานก่อสร้าง
3. ใชว้ ัสดุอย่างประหยัดและค้มุ ค่า
4. ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความละเอียดรอบคอบ
5. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

• เงอื่ นไขคณุ ธรรม

1. ปฏิบตั งิ านทไ่ี ด้รับมอบหมายเสรจ็ ตามกำหนด (ความรับผิดชอบ)
2. ใชว้ ัสดอุ ุปกรณอ์ ยา่ งคุ้มคา่ ประหยดั (ความประหยัด)
3. มีความเพยี รพยายาม และกระตือรือร้นในการเรียนและการปฏบิ ตั ิงาน (ความขยัน ความอดทน)
4. ใหค้ วามรว่ มมือกับการทำกจิ กรรมของส่วนรวม อาสาช่วยเหลอื งานครูและผู้อนื่ (แบ่งปัน)

69

เนือ้ หาสาระ
ด้านความรู้

เหลก็ เปน็ โลหะสีเงิน สีขาวหรือสเี ทา เป็นเงา วธิ ีการหล่อสามารถใช้คอ้ นทุบเป็นแผ่นบางๆ ได้ และยัง
สามารถยืดได้ เหล็กมีความต้านทานแรงดึงสูงมาก อีกทั้งยังนำไฟฟ้า นำความร้อนได้ดี และสามารถใช้
ประโยชนต์ ่างๆ ไดม้ ากมาย

1. ความหมายของเหลก็
เหล็กกล้า (steel) หมายความถึง เหล็กกล้าคาร์บอน (carbon steel) ซ่ึงประกอบด้วยธาตุหลักๆ

คอื เหล็ก (Fe) คารบ์ อน (C) แมงกานีส (Mn) ซิลิคอน (Si) และธาตุอื่นๆ อกี เล็กนอ้ ยเหลก็ กล้าเปน็ วัสดุโลหะ
ที่ไม่ได้มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ถูกผลิตข้ึนโดยฝีมือมนุษย์ และเครื่องจักร ให้มีคุณสมบัติโดยรวมดีย่ิงขึ้น เช่น
แปรเปลี่ยนรูปได้ตามทีต่ ้องการ แข็งแรง ยืดหยนุ่ ทนทานต่อแรงกระแทกหรือสภาวะทางธรรมชาติ สามารถ
รับนำ้ หนกั ได้มาก ไม่ฉกี ขาดหรือแตกหักงา่ ย เปน็ ตน้

2. การแบ่งประเภทของเหลก็
เหล็กที่ผ่านขบวนการผลติ เพ่ือนำมาใช้ในงานก่อสรา้ ง และงานอุตสาหกรรม แบ่งเป็นประเภท

ต่าง ๆ ได้ดังน้ี
1. เหล็กดบิ
2. เหล็กเหนียว
3. เหล็กหล่อ
4. เหลก็ กลา้

3. กรรมวิธกี ารผลิตเหลก็
กรรมวิธีการผลิตเหล็กดิบ เป็นการนำสินแร่เหล็กมาทำการถลุง โดยการให้ความร้อนแก่สินแร่

ภายในเตาสูง (Blast Furnace) โดยการบรรจุวัตถุดิบ คือสินแร่เหล็ก (Iron Ore) ถ่านหิน (Coal) และ

หินปูน (Limestone) ใช้รถลากวัตถุดิบ (Skip Car) เป็นตัวช่วยดึงวัตถุดิบข้ึนไปสู่ปากเตา เพื่อบรรจุวัตถุดิบ

เข้าเตาแล้วจุดถ่านหินที่อยู่ภายในเตาให้ลุกติดไฟ เป่าลมให้เข้าไปในเตาเพื่อช่วยในการเผาไหม้ ความร้อน

ภายในเตาสูงประมาณ 1,600 – 1,900 องศาเซลเซียส

การทำเหลก็ เหนียวมีกรรมวธิ ีในการทำอยหู่ ลายวิธี แต่ที่นิยมกันมากในปัจจบุ นั มีอยู่ 2 วธิ คี อื วิธีพุด
ด้งิ (Puddimg Process) และวธิ ีแอสตัน (Aston Process) ซง่ึ วิธีหลังจะใช้มากกวา่ วิธแี รก

เหล็กหล่อ (Cast iron) สามารถนำไปหล่อข้ึนรูป ช้ินงานที่มีรูปร่างยุ่งยากซับซ้อน ให้ทำได้ง่าย
เพราะเหลก็ ถูกหลอมจนเป็นของเหลว และเทลงสแู่ มพ่ ิมพ์ ซง่ึ แตกต่างจากเหล็กกล้าที่ออกมาเป็นรูปร่างโดย
การรีดข้ึนรูป ดังน้ันชิ้นงานส่วนมากที่ทำจากเหล็กหล่อจะมีขนาดใหญ่และหนา เมื่อเปรียบเทียบช้ินส่วน
เคร่ืองกลที่ทำมาจากเหล็กกล้า เหล็กหล่อมีกระบวนการผลิตโดยเปลี่ยนเหล็กดิบท่ีได้จากเตาบลาสต์ ผ่าน

70

เตาหลอมเหล็ก คือเตาคิวโพล่า หรือเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า จนกลายมาเป็นเหล็กหล่อ ส่วนวัสดุท่ีนำมาใช้ใน
กระบวนการ คอื เหล็กดบิ , เศษเหล็กหรอื เหล็กกลา้ , หินปูน และเชอ้ื เพลิง

การผลิตเหล็กกล้าจากเหล็กถลุงส่วนใหญ่เป็นการลดสารเจือปน และคาร์บอนในเหล็กถลุงให้ได้
ปรมิ าณตามตอ้ งการ ด้วยการเพ่ิมออกซเิ จนใหก้ ับคารบ์ อน และสารเจอื ปนโดยอาศัยปฏกิ ิรยิ าจากความร้อน

และออกซิเจน ซึ่งมีหลายวิธี เช่น ใช้เตาอ๊อกซเิ จน (basic oxygen furnace หรือ BOF) เตาไฟฟ้า (electric
furnace) เตาโอเพนฮาร์ท (open-hearth) และวิธีเบสเซเมอร์ (Bessemer converter) ปัจจุบันน้ีเลิกใชว้ ิธี
เบสเซเมอร์แล้ว เตาส่วนใหญ่ท่ีใช้ผลิตเหล็กกล้าเป็นเตา 3 ชนิดแรก และมีอัตรากำลังผลิตร้อยละ 60, 25
และ 15 ตามลำดบั

4. ขนาดของเหล็กในงานกอ่ สร้าง
เหล็กเส้นกลม ขนาดเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ชน้ั คณุ ภาพ SR24 มีกำลงั รบั แรงดึงที่จุดครากไม่

นอ้ ยกวา่ 2400 ksc. (กก./ตร.ซม.) มีขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางขนาดตา่ งๆ ไดแ้ ก่ RB6, RB9, RB12, RB15,
RB19, RB25 ความยาวทัง้ เส้นตามมาตรฐานต้องยาว 10 เมตร

เหล็กข้ออ้อย ขนาดเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ชั้นคุณภาพ SD30, SD40, SD50 มีกำลงั รับแรงดึงที่
จุดครากไม่น้อยกว่า 3000, 4000, 5000 ksc. ตามลำดับ โดยปกติจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ได้แก่
DB10,DB12, DB16, DB20, DB25, DB28, DB32 ความยาวทง้ั เสน้ ตามมาตรฐานต้องยาว 10 เมตร

เหลก็ รดี ซ้ำ ตามมาตรฐาน มอก. 211 – 2520 เหล็กเสน้ เสรมิ คอนกรีต : เหล็กรดี ซำ้ เหลก็ รีด
ซำ้ ตอ้ งทำขน้ึ จากเศษเหล็กที่ไดม้ าจากเข็มพืด (Sheet Pile) เหล็กแผ่นต่อเรือ (Ship Plate) เหลก็
โครงสร้างรปู พรรณ หรอื เหล็กท่คี ัดออกระหว่างการทำผลิตภัณฑต์ า่ งๆ แล้วนำมารดี เป็นเสน้ กลมด้วย
กรรมวิธีการรีดร้อน มาตรฐานนค้ี รอบคลุมถึงเหลก็ รีดซำ้ ที่มลี ักษณะหนา้ ตัดกลม ซง่ึ มีความยาว ตงั้ แต่ 3.40
เมตรขน้ึ ไป อาจนำไปใช้เสริมคอนกรีต สำหรบั งานกอ่ สร้างทัว่ ไปได้ เหล็กรีดซำ้ ท่ีกำหนดใน มอก.น้ี มีช้นั
คุณภาพเดียว ใช้สญั ลกั ษณ์ SRR 24 โดยมีขนาด ได้แก่ RRB6, RRB8, RRB9, RRB10, RRB12, RRB15

เหล็กรูปพรรณ (Structured Steel) เป็นเหล็กท่ีผลิตขึ้นมาเพ่ือนำไปใช้เป็นโครงสร้างอาคาร
ต่าง ๆ เช่น เสา คาน โครงหลังคา เป็นต้น ทำให้งานก่อสร้างอาคารเสร็จได้รวดเร็วกว่างานคอนกรีต โดย
สามารถทำให้โครงสร้างที่มีช่วงกว้างกว่าและมีน้ำหนักเบา การติดต้ังไม่ยุ่งยากมากนัก เช่น โครงสร้างของ
โรงงานอตุ สาหกรรม อาคารสูง สะพาน ฯลฯ เหล็กรูปพรรณท่ีบรษิ ัทได้ผลิตออกมาจำหน่ายมีหลายรูปร่าง
หนา้ ตัด เช่น หนา้ ตัดแบบปกี กว้าง (Wide Flange Shapes), รปู ตวั ไอ (I – Beam Shapes), รูปตัวซีรางน้ำ
(C – Channels Shapes), เหล็กฉาก (Angles Equal Legs), เหล็กสี่เหลี่ยม (Square Rectangular
Tube Shapes), ท่อกลม (Pipe) และเหลก็ ตัวซี (Light Lip Channels) เป็นต้น

5. คุณสมบัติของเหล็กในงานก่อสรา้ ง
เหล็กเส้นกลม ต้องทำมาจากเหล็กกล้าที่มสี ่วนประกอบทางเคมี โดยมีธาตุคารบ์ อนปริมาณโดย

นำ้ หนกั 0.280 เปอรเ์ ซน็ ต์ กำมะถนั 0.058 เปอรเ์ ซน็ ต์ และฟอสฟอรัส 0.058 เปอรเ์ ซน็ ต์
เหล็กข้ออ้อย ต้องมีบั้งเป็นระยะๆ เท่าๆ กัน โดยสม่ำเสมอตลอดเส้นบั้งและครีบ ที่อยู่ตรงข้าม

กันต้องมีขนาดและรูปร่างเหมือนกัน ส่วนประกอบทางเคมีของเหล็กข้ออ้อย เม่ือวิเคราะห์จากเบ้าจะมีธาตุ

71

คาร์บอนสูงสุด 0.27 เปอร์เซ็นต์ แมงกานีส 1.80 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัส 0.05 เปอร์เซ็นต์ และกำมะถัน
0.05 เปอร์เซ็นต์

เหล็กรีดซ้ำ ต้องมีผิวทั้งหมดเรียบเกล้ียง และต้องไม่มีรอยปริ แตกหรือร้าว มีพื้นที่ภาคตัดขวาง
กลมสม่ำเสมอโดยตลอดและต้องไมม่ ีปกี หรือเปน็ ลกู คลื่น

เหลก็ รูปพรรณ นำ้ หนักเบา ใช้เวลาในการกอ่ สร้างส้ัน สามารถสร้างตึกสูงที่มีจำนวนชั้นมาก ไมม่ ี
มลพิษ ในการก่อสรา้ งเมอ่ื เทยี บกบั โครงสร้างคอนกรีต สามารถนำไปใช้เป็นโครงสร้างอาคารต่าง ๆ เชน่ เสา

คาน โครงหลังคา เป็นต้น
6. การนำเหล็กไปใชง้ าน
การนำเหล็กไปใช้งาน เหล็กจะผ่านกรรมวิธีต่างๆ เพ่ือทำให้เหล็กน้ันมีรูปร่างคุณสมบัติตามที่

ต้องการใช้งานได้หลายประเภท และควรคำนึงคุณสมบัติของเหล็กเพราะเหล็กแต่ละขนาดจะมีความ
แตกตา่ งกันในเรือ่ งคา่ เคมีและองค์ประกอบตา่ งๆ ซง่ึ ส่งผลตอ่ การนำไปใช้ในสภาวะท่ีแตกตา่ งกนั

7. การเกบ็ รกั ษาเหลก็
การเกบ็ รักษาเหลก็ ควรจัดวางไว้เหนือพื้นดนิ และอยู่ในที่แห้ง ควรจดั หาวัสดุปดิ คลุมให้มิดชิด เพ่ือ

ปอ้ งกนั นำ้ และความช้นื ท่ีอาจทำใหเ้ หล็กเปน็ สนมิ ได้
8. ลวดผกู เหล็ก
ลวดผูกเหล็ก (Binding Wire) เป็นเหล็กสำหรับใช้ในการก่อสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยใช้

สำหรับผูกเหล็กท่ีเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเข้าด้วยกัน โดยตามมาตรฐาน มอก.138 - 2518 เรียกว่า
เหล็กเบอร์ 18 ปัจจุบันเรียกตามขนาดว่าลวดเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.24 มิลลิเมตร โดยลวดผูก
เหล็กมีส่วนประกอบทางเคมี คือมีคาร์บอนประมาณ 0.12 เปอร์เซ็นต์ และแมงกานีสประมาณ 0.4
เปอร์เซ็นต์ สำหรับลวดผูกเหล็กเสริมคอนกรีต แต่ละมัดต้องหนัก 40 กิโลกรัม มัดหน่ึงต้องมีไม่เกิน 6 ขด
จำหนา่ ยเป็นราคาต่อนำ้ หนักของลวด

72

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 2

แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 2 สอนคร้ังที่ 2
เวลา 6 ชั่วโมง
ชอ่ื วิชา วสั ดุก่อสรา้ ง 1 (2108 – 1002)
ชอ่ื งาน เหลก็ (steel)

คำสง่ั จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้
2. เหล็ก หมายถงึ อะไร

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. เหลก็ ทีผ่ ่านขบวนการผลติ เพือ่ นำมาใชใ้ นงานก่อสรา้ ง และงานอุตสาหกรรม แบ่งเป็นกปี่ ระเภท
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. กรรมวธิ ีการผลิตเหล็กดบิ มีข้นั ตอนการผลติ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

4. เหล็กเส้นกลม (Round Bars) ตามมาตรฐาน มอก. 20 – 2543 ได้กำหนดให้เหล็กเสน้ กลมมชี ั้นคุณภาพเดียว
คอื ใช้สัญลักษณ์อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

5. ขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง และความยาวของเหล็กข้ออ้อย ท่ีใช้ในงานก่อสรา้ งมีขนาดเทา่ ใด

73

…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

6. มุมแหลมระหว่างบั้งกบั แกนของเหลก็ ข้ออ้อยต้องไม่น้อยกว่ากี่องศา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำสง่ั จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
7. คุณสมบัตคิ วามตา้ นทางแรงดึงที่จดุ ครากของเหล็กรดี ซ้ำ ต้องไมน่ ้อยกวา่ เท่าไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. เหล็กท่ีใช้ในงานก่อสร้างโครงสรา้ งสว่ นมากจะใชเ้ หล็กอะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

9. วธิ กี ารดูแลรกั ษาเกบ็ รักษาเหล็กไมใ่ หเ้ กิดสนมิ ควรทำอย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

10. ลวดผูกเหล็กสำหรับใชใ้ นการก่อสรา้ งคอนกรีตเสรมิ เหลก็ โดยตามมาตรฐาน มอก. 138 - 2518 เรยี กวา่
อย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

74

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 2

แบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยที่ 2 สอนครง้ั ที่ 2
เวลา 6 ชั่วโมง
ช่ือวิชา วัสดกุ ่อสรา้ ง (20121-1003)
ชอื่ งาน เหลก็ (steel)

จงเลือกคำตอบทีถ่ ูกที่สุดเพยี งขอ้ เดยี วจากคำถามต่อไปนี้

1. ข้อใดให้ความหมายของเหล็กถูกต้อง
ก. เหลก็ เปน็ อโลหะท่ีใชม้ ากที่สดุ ในโลก
ข. เหลก็ เป็นโลหะทม่ี สี ว่ นผสมของธาตเุ หลก็ เปน็ หลัก
ค. เหลก็ จะอยใู่ นรปู ของคาร์บอเนต (Carbonate) เปน็ ส่วนใหญ่
ง. เหล็กจะมีเสถียรภาพ (Stability) มากกว่าสารประกอบ

2. เหล็กแบง่ ออกเป็นก่ีประเภทใหญ่
ก. 1 ข. 2
ค. 3 ง. 4

3. เหลก็ กล้าต่างกับเหลก็ ดบิ และเหลก็ หลอ่ คือ
ก. ปริมาณเปอรเ์ ซ็นตข์ องคาร์บอนต่ำ
ข. ปริมาณเปอร์เซน็ ตข์ องคารบ์ อนสูง
ค. ปรมิ าณเปอร์เซน็ ต์ของซลิ ิคอนต่ำ
ง. ปริมาณเปอร์เซ็นต์ของซิลิคอนสงู

4. ข้อใดคือ วตั ถดุ บิ ท่ีใช้ในการถลุงเหลก็
ก. แร่แมกนีไทต์ + แรฟ่ อสฟอรัส + แร่ซิเดอไรต์ + แรล่ ีโมไนต์
ข. แร่แคลไซด์ + แรเ่ ฮมาไทต์ + แร่ซิเดอไรต์ + แร่ลโี มไนต์
ค. แรแ่ มกนีไทต์ + แรเ่ ฮมาไทต์ + แร่ซเิ ดอไรต์ + แรล่ โี มไนต์
ง. แร่แคลไซด์ + แรฟ่ อสฟอรัส + แร่ซเิ ดอไรต์ + แรล่ โี มไนต์

5. แร่เหล็กน้ำตาลเรยี กชือ่ อกี อยา่ งวา่ อยา่ งไร

ก. แร่แมกนีไทต์ ข. แรเ่ ฮมาไทต์

ค. แรซ่ เิ ดอไรต์ ง. แรล่ ีโมไนต์

6. อุณหภมู ิความร้อนภายในเตาทีใ่ ช้ในกรรมวธิ กี ารผลิตเหล็กดบิ คอื เทา่ ใด

ก. 1,200 – 1,400 องศาเซลเซียส ข. 1,400 – 1,500 องศาเซลเซยี ส

ค. 1,600 – 1,900 องศาเซลเซยี ส ง. 2,000 – 2,200 องศาเซลเซียส

75

แผนการสอน หน่วยท่ี 2

แบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยท่ี 2 สอนครั้งที่ 2
เวลา 6 ช่ัวโมง
ชอ่ื วิชา วัสดุกอ่ สร้าง (20121-1003)
ช่อื งาน เหลก็ (steel)

7. ข้อใดคือ ขนาดของเหล็กเส้นกลม (Round Bars ; RB) ทใ่ี ชท้ ำเหล็กปลอกบา้ นพักอาศัย
ก. เส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 6 มิลลิเมตร ข. เส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 9 มิลลเิ มตร
ค. เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง 12 มลิ ลิเมตร ง. เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 มลิ ลเิ มตร

8. ข้อใดคือ ขนาดเหล็กแปตัวซีบางท่นี ิยมใช้ในปจั จุบนั
ก. C 75x40x15x2.0 มลิ ลเิ มตร ข. C 75x40x15x2.3 มิลลเิ มตร
ค. C 75x40x15x3.3 มลิ ลเิ มตร ง. C 75x40x15x4.3 มิลลเิ มตร

9. เหลก็ ขอ้ อ้อย มีชื่อย่อว่าอยา่ งไร
ก. TB ข. OB
ค. DB ง. RB

10. เหล็กเสน้ กลมมชี ้ันคณุ ภาพคือ

ก. SR23 ข. SR24

ค. SR25 ง. SR26

11. ความยืดในชว่ งความยาว 5 เทา่ ของเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางของเหลก็ เสน้ กลม
คือข้อใด

ก. เปอร์เซน็ ต์ ข. เปอร์เซน็ ต์
ค. เปอรเ์ ซน็ ต์ ง. เปอรเ์ ซ็นต์

12. ปริมาณคาร์บอนที่อยู่ในส่วนประกอบทางเคมขี องเหลก็ ขอ้ ออ้ ย ชัน้ คุณภาพ SD30 คือ

ก. 0.27 ข. 0.28

ค. 0.29 ง. 0. 30

13. การทดสอบเหล็กรีดซ้ำ ความตา้ นแรงดึงต้องไมน่ ้อยกว่า เท่าใด

ก. ไม่นอ้ ยกว่า 85 เมกาปาสกาล

ข. ไม่นอ้ ยกวา่ 185 เมกาปาสกาล

ค. ไม่น้อยกวา่ 285 เมกาปาสกาล

ง. ไมน่ อ้ ยกวา่ 385 เมกาปาสกาล

76

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 2

แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 2 สอนคร้ังท่ี 2
เวลา 6 ช่ัวโมง
ชอ่ื วิชา วัสดุก่อสร้าง (20121-1003)
ชอ่ื งาน เหลก็ (steel)

14. เหลก็ โครงสรา้ ง ท่ใี ช้ในงานกอ่ สร้างใช้เหลก็ อะไร

ก. เหล็กกล้า ข. เหล็กดบิ

ค. เหลก็ เหนยี ว ง. เหลก็ หล่อ

15. เหลก็ ทนี่ ำไปใชผ้ ลิตนอ็ ต ท่อน้ำ คือเหล็กอะไร

ก. เหลก็ เหนยี ว ข. เหลก็ กล้า

ค. เหลก็ หล่อ ง. เหล็กดบิ

16. ตะแกรงเหล็กสำเรจ็ รูปมีช่อื เป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

ก. Wire Mall ข. Wire Moll

ค. Wire Mess ง. Wire Mesh

17. ข้อใดกล่าวถกู ต้องในการเกบ็ รกั ษาเหลก็

ก. จดั วางเหล็กไวเ้ หนอื พ้นื ดิน

ข. จัดหาวัสดปุ ิดคลุมใหม้ ดิ ชิดเพ่ือป้องกันน้ำ

ค. ควรอยู่ในทแ่ี ห้ง

ง. ถกู หมดทุกข้อ

18. สีรองพื้นป้องกนั สนิมเหลก็ มสี ่วนผสมของสารป้องกนั สนมิ ประเภทใด

ก. เรดออกไซด์ ข. ตะก่วั และดีบกุ

ค. อพี อ๊ กซี ง. แมงกานีส

19. ลวดผกู เหลก็ มีส่วนประกอบคารบ์ อนเทา่ ไร
ก. คารบ์ อนประมาณ 0.02 เปอร์เซน็ ต์ ข. คาร์บอนประมาณ 0.04 เปอร์เซ็นต์
ค. คาร์บอนประมาณ 0.10 เปอรเ์ ซ็นต์ ง. คาร์บอนประมาณ 0.12 เปอรเ์ ซ็นต์

20. ข้อใดคือ ขนาดเส้นผ่านศูนยก์ ลางลวดผูกเหล็ก
ก. เสน้ ผ่านศูนย์กลาง 1.24 มลิ ลิเมตร ข. เสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 1.25 มลิ ลเิ มตร
ค. เส้นผา่ นศนู ย์กลาง 1.26 มลิ ลเิ มตร ง. เส้นผา่ นศนู ยก์ ลาง 1.27 มลิ ลเิ มตร

77

แผนการสอน หน่วยที่ 1

กิจกรรมทา้ ยหนว่ ยเรยี นท่ี 1 สอนครั้งที่ 1-3
เวลา 6 ช่ัวโมง
ชื่อวิชา วัสดกุ ่อสร้าง (20121-1003))
ช่ืองาน เหล็ก (steel)ไม้ (Wood)

1. ให้ผู้เรยี นศึกษาค้นควา้ ความรู้เกย่ี วกบั การเลอื กขนาดเหลก็ มาใชใ้ นงานก่อสร้างจากห้องสมุด
และอินเตอรเ์ นต็ เขยี นรายงานฉบบั สมบรู ณ์ส่ง

2. ให้ผู้เรียนไปศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติมจาก ร้านขายวัสดุ อุปกรณ์งานก่อสร้าง เพ่ือความเข้าใจ
ยง่ิ ข้นึ และฝกึ ทำแบบฝกึ ปฏิบัติ

78

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 2

แบบประเมนิ ผลกจิ กรรมสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล

และรายกลุ่ม

ช่อื วิชา วัสดกุ อ่ สรา้ ง (20121-1003) สอนคร้งั ที่ 2
ช่ืองาน เหล็ก (steel) เวลา 6 ชั่วโมง

ช่ือเรือ่ ง ...................................................................................................................................
หัวข้ออภิปราย .........................................................................................................................
ชื่อกลมุ่ .....................................................................................................................................
สมาชิกกลุม่ 1. ................................................ 2. ................................................

3. ............................................... 4. ................................................

5. ................................................ 6. ................................................

รายการประเมิน คะแนนเตม็ ผลคะแนน หมายเหตุ

11. การเตรยี มความพร้อมในการนำเสนอ 10 ………….. ผล/คะแนน
12. การมอบหมายหนา้ ท่ีกล่มุ 10 ………….. ดมี าก = 80 – 100
13. ความรับผดิ ชอบ 10 ………….. ดี = 70 – 79
14. การทำงานเป็นทมี 10 ………….. ปานกลาง = 60 – 69
15. การแตง่ กาย/บุคลิกภาพ 10 ………….. พอใช้ = 50 – 59
16. ความชัดเจนในการนำเสนอ 10 ………….. ปรบปรุง = 0 – 49
17. การอภิปรายกลุ่ม 10 ………….. คะแนนเต็ม
18. ความชัดเจนในการนำเสนอ 10 ………….. รวม 100 คะแนน
19. การตอบข้อซกั ถาม 10 …………..
20. การจดั เก็บเครือ่ งมือ อุปกรณ์ 10 …………..

รวมคะแนนทีไ่ ด้

ลงชอื่ ………………………………ผปู้ ระเมนิ
(……………………………………..)

………../…………………/………………

79

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 2

ชื่อวิชา วสั ดุก่อสรา้ ง (20121-1003) สอนครั้งที่ 2
ชือ่ หน่วย เหลก็ (steel) จำนวน 6 ชัว่ โมง

2. กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรหู้ รอื กจิ กรรมของนกั เรยี น

ขั้นเตรียม (20 นาที) ข้ันเตรยี ม (20 นาที)

1. จดั เตรยี มเอกสาร ส่อื การเรยี นการสอน 1. จัดเตรียมเอกสาร ส่ือการเรียนการสอนตามที่

ตัวอย่าง เหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้าง แนะนำรายวิชา ครูผู้สอนและบทเรียนกำหนด เตรียมตัวทดสอบก่อน

วิธกี ารเรียน การมอบหมายงาน และวิธีวัดผลประเมนิ ผล เรียนเร่ือง ความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับวัสดุและอุปกรณ์

2. ทดสอบก่อนเรียนเร่ือง “เหล็ก” แล้วให้นักศึกษา พนื้ ฐานงานก่อสร้าง

สลับกันตรวจคำตอบ และใหค้ ะแนน 2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง “เหล็ก” แล้ว

3. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นของหนว่ ยที่ 2 และการให้ สลบั กนั ตรวจคำตอบ

ความร่วมมือของนักศึกษาในการทำกจิ กรรม 3. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การเรียนของ

หน่วยที่ 2 และการให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

ข้นั การเรยี นการสอน (320 นาที) ข้ันการเรยี นการสอน (320 นาที)
1. ครอู ธบิ าย และยกตวั อย่างถึง ความหมายของเหล็ก 1. นักศึกษาฟัง และคิดตามพร้อมทั้งจดบันทึกเกี่ยวกับ
การแบง่ ประเภทของเหล็ก กรรมวิธกี ารผลติ เหล็ก ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง เห ล็ ก ก า ร แ บ่ ง ป ร ะ เภ ท ข อ ง เห ล็ ก
ขนาดของเหล็กในงานก่อสรา้ ง คณุ สมบตั ิของเหลก็ ใน กรรมวิธีการผลิตเหล็ก ขนาดของเหล็กในงานก่อสร้าง
งานกอ่ สรา้ ง การนำเหลก็ ไปใช้งาน การเก็บรกั ษาเหลก็ คุณสมบัติของเหล็กในงานก่อสร้าง การนำเหล็กไปใช้
ลวดผกู เหลก็ พรอ้ มกับแจกใบความรปู้ ระกอบการเรยี น งาน การเก็บรักษาเหล็ก ลวดผูกเหล็ก พรอ้ มกับศึกษาใบ
การสอน โดยใช้ใบความรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง“เหล็ก” ความรู้ประกอบการเรียนการสอน โดยใช้ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง
“เหลก็ ”

2. ครใู ห้นักศึกษาแบ่งกลมุ่ นักศึกษา กลุ่มละ 5 คนแล้ว 2. นกั ศึกษาเขา้ กลมุ่ ตามทีค่ รูจัดแบง่ แล้วปฏิบตั ิ
มอบหมายใหน้ ักศึกษาปฏบิ ตั ิกิจกรรมท้ายหนว่ ยท่ี 2 กิจกรรมท้ายหน่วยที่ 2 เรือ่ ง “การเลอื กขนาดเหลก็ มา
เรอื่ ง “การเลอื กขนาดเหล็กมาใชใ้ นงานก่อสร้าง ” โดย ใช้ในงานก่อสร้าง” โดยนักศึกษาแต่ละกล่มุ อภปิ ราย
ให้นกั ศึกษาแตล่ ะกลุ่มอภิปรายแนวคดิ เกยี่ วกับการนำ แนวคดิ เก่ยี วกบั การนำเหลก็ แต่ละประเภทมาใชใ้ นงาน
เหลก็ แตล่ ะประเภทมาใชใ้ นงานก่อสร้าง โดยดูตวั อย่าง ก่อสรา้ ง โดยดูตัวอยา่ งจาก ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง “เหล็ก”
จาก ใบความรทู้ ่ี 2 เรื่อง “เหลก็ ”

80

แผนการสอน หน่วยที่ 2

ชือ่ วิชา วสั ดุก่อสร้าง (20121-1003) สอนครัง้ ที่ 2
ชอื่ หน่วย เหล็ก (steel) จำนวน 6 ชัว่ โมง

2. กจิ กรรมการเรียนการสอน (ต่อ)

ข้นั ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขัน้ ตอนการเรยี นรู้หรือกจิ กรรมของนกั เรียน

จากน้ันให้นักศึกษาร่วมกันสรุป “การเลือกขนาด นักศึกษารว่ มกันสรุป “การเลอื กขนาดเหล็กมาใชใ้ น

เหล็กมาใช้ในงานก่อสร้าง ” ให้บันทึกผลและรายงาน งานก่อสร้าง” บันทึกผลและรายงานหน้าช้ันเรียน

หน้าช้ันเรียนได้อย่างอิสระ โดยจัดทำสื่อประกอบการ อย่างอิสระ พร้อมจัดทำสื่อประกอบการรายงานด้วย

รายงานด้วย เม่ือรายงานหน้าช้ันเรียนแล้วให้ผู้ฟัง เมื่อรายงานหน้าช้ันเรียนแล้ว ให้ผู้ฟังซักถามปัญหา

ซักถามปัญหา ข้อสงสัยเก่ียวกับ “การนำเหล็กแต่ละ ข้อสงสัยเกี่ยวกบั “การนำเหลก็ แต่ละประเภทมาใช้ใน

ประเภทมาใช้ในงานก่อสร้าง” จากนั้นให้ผู้รายงานต้ัง งานก่อสร้าง” แล้วผู้รายงานตั้งคำถามเพื่อถามผู้ฟัง

คำถาม เพ่ือถามผู้ฟังอย่างน้อย 2 คำถาม โดยให้ผู้ฟัง อย่างน้อย 2 คำถาม โดยให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นภายในช้ันเรียนได้อย่างอิสระ ภายในช้ันเรียนได้อย่างอิสระ (Democracy ด้าน

(Democracy ด้านประชาธปิ ไตย:3D) ประชาธปิ ไตย:3D)

ขน้ั สรุป (20 นาที) ขัน้ สรปุ (20 นาที)

1. ครูสรุปจากท่ีนักศึกษานำเสนอข้อมูลพร้อมทั้ง 1. นักศึกษารับฟังคำสรุปและข้อแนะนำจากครู

อธิบายเพ่ิมเติม และสรุปเนื้อหาตามจุดประสงค์เชิง พร้อมท้ังจดบันทึกข้อมูล และซักถามหรือตอบคำถาม

พฤตกิ รรม ตามหวั ข้อสาระสำคัญพร้อมทง้ั ปลกู ฝงั ให้ หรอื แสดงความคิดเห็น ในหัวข้อที่ยังไมเ่ ขา้ ใจพร้อมท้ัง

นักศึกษาเอาใจใส่ในการเรียนรู้ ดูหนังสื ออย่าง รบั ฟังการปลกู ฝงั จากครผู ู้สอนเร่ืองการเอาใจใสใ่ นการ

สม่ำเสมอ และส่งเสริมให้เล่นกีฬาอยู่เสมอเพื่อให้ เรียนรู้ ดูหนังสืออย่างสม่ำเสมอ และส่งเสริมให้เล่น

ร่างกายแข็งแรงความจำดี เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็น กีฬาอยู่เสมอเพื่อใหร้ ่างกายแข็งแรงความจำดี เปน็ การ

ประโยชน์ (ส่งผลทำให้ห่างไกลจากยาเสพติดอย่าง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ (ส่งผลทำให้ห่างไกลจาก

แทจ้ รงิ Drug-Free ดา้ นภมู ิคมุ้ กันภัยจากยาเสพติด : ยาเสพติดอย่างแท้จริง Drug-Free ด้านภูมิคุ้มกันภัย

3D ) จากยาเสพติด : 3D )

81

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 2

ชอื่ วิชา วัสดุกอ่ สรา้ ง (20121-1003) สอนคร้ังท่ี 2

ช่ือหน่วย เหลก็ (steel) จำนวน 6 ชวั่ โมง

1. กจิ กรรมการเรยี นการสอน (ต่อ)

ขน้ั สรุป (20 นาที) (ต่อ) ขั้นสรุป (20 นาที) (ต่อ)
2. แจกแบบทดสอบหลงั เรยี น 2. ทำแบบทดสอบหลังเรียน
3. ครูตรวจแบบทดสอบพร้อมกบั บันทึก 3. นักศกึ ษานำคะแนนจากแบบทดสอบกอ่ น
เรียนและหลังเรียนมาเปรียบเทยี บกันว่าเป็น
คะแนน อย่างไรมผี ลต่างกันอยา่ งไร เพอ่ื ดูความกา้ วหนา้
4. ใหน้ ักศึกษาทำแบบฝกึ หดั ท้ายบทเรยี น ของตนเอง
4. นักศกึ ษาทำแบบฝึกหัดทา้ ยบทเรียน

(รวม 360 นาที หรือ 6 คาบเรยี น) (รวม 360 นาที หรอื 6 คาบเรียน)

82

2. งานท่มี อบหมายหรือกิจกรรมการวดั ผลและประเมินผล
• ก่อนเรยี น

1. จดั เตรยี มเอกสาร สอื่ การเรียนการสอนตามท่ีอาจารยผ์ ูส้ อนและบทเรียนกำหนด
2. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนเร่ือง “เหล็ก” แล้วสลบั กันตรวจคำตอบ
3. ทำความเข้าใจเก่ียวกบั จุดประสงค์การเรยี นของหนว่ ยที่ 2 และการใหค้ วามร่วมมอื ในการทำ
กิจกรรมในหนว่ ยการเรยี นที่ 2

• ขณะเรยี น

1. ปฏิบัตติ ามกจิ กรรมทา้ ยหนว่ ยท่ี 2 เรื่อง “การเลือกขนาดเหล็กมาใช้ในงานก่อสร้าง”
6. ดูตัวอย่างใบความรูท้ ่ี 2 เรื่อง “เหล็ก”
7. รว่ มกันสรปุ ประเภทของ “เหล็ก” เปน็ แผนภาพแสดงเหล็กแตล่ ะประเภทที่ใชใ้ นงานกอ่ สร้าง
8. จัดทำส่ือประกอบการรายงาน
9. รายงาน หนา้ ชัน้ เรยี นเร่ือง “การเลือกขนาดเหลก็ มาใชใ้ นงานก่อสร้าง”

• หลังเรียน

1. ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
2. ทำแบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรียน
3. ทำกจิ กรรมทา้ ยหนว่ ยเรียน

3. ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสำเร็จของผูเ้ รยี น

1. ผลสำเรจ็ จากการปฎบิ ัตงิ านกิจกรรมทา้ ยหน่วยเรยี นตามทไี่ ด้มอบหมายในหน่วยท่ี 2 เรอื่ ง “การ
เลอื กขนาดเหล็กมาใช้ในงานก่อสรา้ ง”

2. ผลสำเรจ็ จากการปฎิบตั งิ านจากแบบฝึกหดั ท้ายหนว่ ยเรยี นตามทไ่ี ด้มอบหมายในหนว่ ย ท่ี 2 เร่อื ง
“เหล็ก”

4. สอ่ื การเรียนการสอน/การเรียนรู้

สือ่ สง่ิ พมิ พ์
3. หนังสือเรียนวิชา วัสดุก่อสรา้ ง ของ พงศพนั วรสนุ ทโรสถและวรพงศ์ วรสุนทโรสถ
4. หนังสือเรียนวิชา วสั ดุวศิ วกรรมกอ่ สรา้ ง ของ กวี หวงั นเิ วศกลุ
3. แบบทดสอบก่อนเรียน
4. ใบความรทู้ ี่ 1 เร่ือง เหลก็
5. กจิ กรรมท้ายหน่วยท่ี 1 เร่ือง “การเลือกขนาดเหล็กมาใช้ในงานก่อสรา้ ง”
6. แบบทดสอบหลังเรียน
7. แบบฝกึ หัดท้ายบทเรยี น
8. แบบเฉลยทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรียน และแบบฝกึ หัดท้ายบทเรียน ใช้ประกอบในขนั้ เตรยี ม

83

และข้ันสรุป

9. แบบประเมินผลกจิ กรรมสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคลและรายกลุ่ม

5. สื่อโสตทัศน์ (ถ้ามี)

เคร่ืองฉายภาพ

6. ส่ือของจริง

ตวั อย่างของจริง “ประเภทของเหลก็ ”

7. แหล่งการเรยี นรู้

ในสถานศกึ ษา
3. ห้องสมุดวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ศึกษาข้อมูลเร่ือง “เหล็ก” จากหนังสือเก่ียวกับวัสดุ

ก่อสร้าง เช่น วัสดุก่อสร้าง ผู้แต่ง พงศพัน วรสุนทโรสถและวรพงศ์ วรสุนทโรสถ, วัสดุช่าง ผู้แต่ง ดร.
วทิ ยา อินทร์สอน และวัสดุวิศวกรรมกอ่ สร้าง ผู้แตง่ กวี หวงั นิเวศกลุ

4. ร้านบรกิ ารอินเทอรเ์ นต็ หรืออนิ เทอรเ์ นต็ ในท่ีพกั อาศยั ศึกษาค้นควา้ หาขอ้ มลู เร่อื ง
วัสดุกอ่ สร้าง จากเว็บไซด์ http://www.google.co.th หรอื

http://elearn.utc.ac.th/moodle/course/view.php?id=26

นอกสถานศกึ ษา

ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถ่นิ จังหวัดอุบลราชธานี

8. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอน่ื

1. บูรณาการกับวิชาชีวิตและวัฒนธรรมไทย ด้านการพูด การอ่าน การเขียน และการฝึกปฏิบัติ
ตนทางสังคมดา้ นการเตรียมความพร้อม ความรบั ผดิ ชอบ และความสนใจใฝร่ ู้

2. บูรณาการกบั วิชาความปลอดภัยในงานอาชพี ดา้ นความปลอดภยั ในการปฎบิ ตั ิงาน
3. บูรณาการกับวิชากีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพและบุคลิกภาพ ด้านบุคลิกภาพในการนำเสนอหน้าชั้น
เรียน
4. บูรณาการกบั วิชาการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรและส่ิงแวดล้อมในงานอาชีพ ด้านการเลือกใช้ทรพั ยากร
อยา่ งประหยดั

9. การประเมินผลการเรียนรู้

• หลักการประเมนิ ผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน

84

ตรวจความพรอ้ มก่อนเรยี น ตามแบบประเมินลกั ษณะที่พึงประสงค์

ขณะเรยี น
4. สังเกตและบันทกึ ผลตามแบบประเมินคุณลักษณะพึงประสงค์
5. แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 2
6. กิจกรรมส่งเสรมิ การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 2

หลงั เรยี น
บันทึกผลคะแนน จากการตรวจงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
4. แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 2
5. กจิ กรรมสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ หน่วยท่ี 2
6. แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยที่ 2

85

บรรณานุกรม

กนกพร ไชยวิเศษ.วัสดุก่อสร้างและเทคนคิ การทำงาน 1. กรุงเทพมหานคร : บริษัทศูนย์ หนังสอื
เมืองไทย จำกัด,2559

กวี หวงั นเิ วศกุล.วสั ดวุ ิศวกรรมกอ่ สรา้ ง.กรงุ เทพมหานคร : บริษัทซีเอ็ด ยเู คชั่น จำกัด (มหาชน),
2546.
. การบริหารงานวศิ วกรรมก่อสร้าง. กรงุ เทพมหานคร : บรษิ ทั ซเี อ็ด ยเู คชั่น จำกัด (มหาชน),
2549.
. การประมาณราคางานวศิ วกรรมก่อสรา้ ง. กรงุ เทพมหานคร : บริษัทซเี อด็ ยูเคชน่ั จำกัด
(มหาชน), 2549.
. การออกแบบอาคารคอนกรตี เสรมิ เหล็กเบื้องตน้ .กรุงเทพมหานคร : บริษทั ซีเอ็ด ยเู คชัน่
จำกดั (มหาชน), 2549.

กติ ิพงศ์ พลจนั ทร์และทตั สจั จะเวท.ี กอ่ สร้างอาคารบรรยายพรอ้ มภาพ (Buiding Construction
Ildustrated). กรุงเทพมหานคร : บริษัทซีเอด็ ยูเคชัน่ จำกดั (มหาชน), 2549.
. การแบง่ ประเภทของไมโ้ ดยยดึ คา่ ความแข็งแรง.ข้อกำหนดเกยี่ วกบั ไมท้ ่ใี ช้ในการก่อสรา้ งของ
กรมปา่ ไม้, 2517

เฉลิม สุจรติ .วสั ดุกอ่ สร้างสถาปตั ยกรรม.กรุงเทพมหานคร : ศูนย์หนังสอื จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั ,2540.

ทีกรุ๊ฟ ออ๊ ฟ เอ็นจเิ นียร.์ ตารางเหล็กสำหรบั ผรู้ บั เหมากอ่ สร้างและวศิ วกร. กรุงเทพมหานคร : ที
กรุ๊ฟ อ๊อฟ เอ็นจิเนียร,์ 2526.

ประณต กุลประสตู ร. เทคนคิ งานปูน-คอนกรีต.พมิ พ์ครงั้ ที่ 7. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพแ์ หง่
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2548.

พิภพ สนุ ทรสมยั .ปฏบิ ตั กิ ารและควบคมุ งานคอนกรีต.พิมพ์คร้งั ที่ 10. กรุงเทพมหานคร :
สมาคมสง่ เสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญปี่ นุ่ ), 2534.
. เทคนคิ การสรา้ งอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก.พิมพ์ครัง้ ที่ 18. กรุงเทพมหานคร : สมาคม
สง่ เสรมิ เทคโนโลยี (ไทย-ญปี่ ุ่น), 2540.

พงศพนั วรสนุ ทโรสถและวรพงศ์ วรสุนทโรสถ. วสั ดุก่อสร้าง. กรงุ เทพมหานคร : บริษัท ซเี อด็
ยเู คช่นั จำกดั (มหาชน), 2549.
. ปนู ซีเมนตแ์ ละการประยกุ ต์ใช้งาน.พมิ พ์ครั้งท่ี 3. กรุงเทพมหานคร : บรษิ ัทปูนซีเมนต์
ไทยอุตสาหกรรม จำกดั , 2549.

วฒั นา ธรรมมงคลและวินติ ช่อวเิ ชยี ร. ปฐพีกลศาสตร์. พิมพ์คร้ังท่ี 4. กรุงเทพมหานคร : 2532.
วิทวสั สทิ ธกิ ลู . เทคนคิ กอ่ สร้าง.กรงุ เทพมหานคร : สนับสนนุ โดยบริษทั ปูนซีเมนต์ไทย

อตุ สาหกรรม จำกัด, 2544.
http:// www.sana-anong.com,2558

86

บันทกึ หลงั การสอน/การเรยี นรู้

ผลการใชแ้ ผนการสอน/การเรยี นรู้
4. คาบสอนเหมาะสม
5. เนื้อหาสอดคล้องกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมเหมาะสม
6. กจิ กรรมการสอนหรือวิธีสอนในขั้นตอนการสอน กจิ กรรมของผเู้ รยี นเหมาะสม
ผลการเรยี นของนักเรียน
4. นักเรียนสว่ นใหญใ่ หค้ วามสนใจเรยี น เมอ่ื จัดการเรยี นการสอนโดยมีการแข่งขนั และ
กลา่ วชมเชยเมอื่ สามารถทำงานด้วยตนเองอยา่ งซ่ือสัตย์ ต้งั ใจเรยี นมากขึ้น ดูไดจ้ ากการตอบ
คำถามไดถ้ ูกตอ้ งชัดเจน กลา้ แสดงออกมากข้นึ
5. ผลคะแนนเฉลี่ยการสอบหลงั เรยี นสงู กวา่ กอ่ นเรยี น นักเรียนทำแบบฝกึ หดั กิจกรรม
สง่ เสรมิ การเรียนรู้ และใบงาน ดว้ ยตนเองได้ถกู ต้อง
6. นกั เรยี นมกี จิ นสิ ยั ที่ดี มคี วามสามัคคี ยอมรับเหตุผลผู้อ่นื

ผลการสอนของครู
3. สอนเนื้อหาไดร้ วดเรว็ โดยใช้สอ่ื พาวเวอร์พอยต์ และเอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 2
4. สอนได้ ตามเวลาท่กี ำหนด จากผลของการคละกลุ่มผเู้ รียน ลดการใช้เวลาสอนเสริมโดย
ครผู ู้สอน ดว้ ยการเรียนร้แู บบเพื่อนช่วยเพื่อน

ลงชอ่ื ....................................................ผู้สอน

()

ลงชอ่ื ........................................ผชู้ ว่ ยฝา่ ยวชิ าการ

()

87

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 3
ชอ่ื วิชา วัสดุก่อสรา้ ง (20121-1003) สอนครง้ั ที่ 3
ชอื่ หน่วย ปูนซเี มนต์ (Cement) เวลา 6 ชั่วโมง

หัวขอ้ เร่ือง
1. ด้านความรู้

8. ความหมายของปูนซีเมนต์
9. ชนิดของปนู ซีเมนต์
10. ประเภทของปูนซเี มนตป์ อร์ตแลนด์
11. กรรมวิธกี ารผลติ ปนู ซีเมนต์
12. คณุ สมบตั ิของปูนซีเมนต์
13. การนำปนู ซีเมนตไ์ ปใชง้ าน
14. การเกบ็ รักษาปนู ซเี มนต์

2. ด้านทักษะ

1. การนำปนู ซเี มนต์ไปใช้งาน

3. ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและคุณลักษณะ
3D

1. เตรยี มความพร้อมด้านวสั ดุ อปุ กรณ์สอดคล้องกับงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์อยา่ ง
คมุ้ ค่าประหยัด ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและคณุ ลักษณะ 3D (ความรบั ผิดชอบ ความ
ประหยดั ความขยนั ความอดทน แบ่งปนั )

2. ปฏบิ ตั ิงานได้อยา่ งถูกตอ้ ง และสำเรจ็ ภายในเวลาท่ีกำหนดอยา่ งมเี หตุและผลตามหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพียงและคุณลกั ษณะ3D

สาระสำคัญ/แนวคิดสำคัญ

ปนู ซเี มนต์ (cement) เปน็ วัสดุผสานสำหรับผลติ คอนกรตี มสี ว่ นผสมหลกั คือ หินปูนและดนิ
เหนียว และมสี ว่ นผสมอืน่ เชน่ ซิลกิ ้า อลมู นิ ่า สินแรเ่ หล็ก ยิปซัม่ และสารเพ่ิมพิเศษอื่น ๆ

ปูนซีเมนต์ ได้ถูกนำมาใช้ในงานก่อสร้างส่ิงปลูกสร้างต้ังแต่อาคารขนาดเล็ก โดยการผสมวัสดุ
มวลรวม เช่น บ้านพักอาศยั และอาคารพาณิชย์ อาคารขนาดใหญ่ อาคารหา้ งสรรพสินค้า ตกึ สูงระฟ้า
ต่างๆ และงานก่อสร้างสาธารณะ เช่น โรงแรม สนามบิน สะพาน เขื่อน สถานีรถไฟฟ้า และอาคาร
อ่ืน ๆ

88

แผนการสอน หนว่ ยท่ี 3
ช่ือวิชา วัสดกุ ่อสร้าง (20121-1003) สอนครงั้ ท่ี 7-9
ชอื่ หน่วย ปนู ซีเมนต์ (Cement) เวลา 6 ชั่วโมง

สมรรถนะอาชีพประจำหนว่ ย (ส่ิงที่ตอ้ งการใหเ้ กดิ การประยุกต์ใช้ความรู้ ทกั ษะ คุณธรรม

เข้าดว้ ยกนั )
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ประเภท และคณุ สมบตั ิของปูนซเี มนต์ (Cement)
2. เลอื กใช้ปนู ซีเมนต์ในงานก่อสร้าง

จดุ ประสงค์ทวั่ ไป

เพอื่ ให้ผเู้ รียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกยี่ วกับประเภท และคุณสมบัตขิ องปูนซเี มนต์ (Cement)
การเลอื กใช้ปูนซเี มนต์ในงานก่อสร้างได้

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม

2. บอกความหมายของปนู ซเี มนต์ไดถ้ ูกต้อง
3. บอกชนิดของปนู ซีเมนต์ได้ถูกตอ้ ง
4. บอกประเภทของปนู ซีเมนต์ท่ีใช้กับงานก่อสรา้ งได้ถูกตอ้ ง
5. อธบิ ายกรรมวธิ ีการผลิตปูนซเี มนต์ได้ถูกต้อง
6. อธิบายคณุ สมบตั ขิ องปนู ซีเมนตไ์ ดถ้ ูกต้อง
7. เลอื กใชป้ นู ซเี มนตใ์ หเ้ หมาะสมกับงานก่อสรา้ งได้ถูกต้อง
8. บอกวิธีการเก็บรักษาปูนซีเมนต์ไดถ้ ูกต้อง

89

แผนการสอน หน่วยท่ี 3
ช่อื วิชา วัสดกุ ่อสร้าง (20121-1003) สอนคร้งั ที่ 7-9
ชือ่ หน่วย ปนู ซีเมนต์ (Cement) เวลา 6 ชั่วโมง

การบูรณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และคุณลกั ษณะ 3D
• หลกั ความพอประมาณ

1. ผเู้ รียนจัดสรรเวลาในการฝกึ ปฏบิ ตั ิทำกิจกรรมและแบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ยเรียนได้อยา่ งเหมาะสม
2. กำหนดเนื้อหาเหมาะสมกับเกณฑ์การประเมนิ การใชเ้ ครื่องมืออย่างถูกต้องและเหมาะสมกับ
งาน
3. ผ้เู รียนรจู้ กั ใช้และจัดการวสั ดอุ ุปกรณต์ ่างๆ อยา่ งประหยัดและคมุ้ ค่า
4. ผู้เรียนปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผนู้ ำและผตู้ ามที่ดี
5. ผเู้ รียนเป็นสมาชิกทดี่ ขี องกลุ่มเพื่อนและสงั คม

• หลักความมีเหตผุ ล

1. เหน็ คณุ คา่ ของการใช้ปูนซีเมนต์แต่ละประเภทให้เหมาะสมกับงานอย่างถูกตอ้ งและชัดเจน
2. จดั แสดงเน้อื หาของความรู้เบ้ืองต้นเกยี่ วกับ “ปูนซเี มนต์” ได้อยา่ งถูกต้อง มเี หตผุ ล และสามารถ
นำไปประยกุ ต์ ใชใ้ นการดำเนนิ ธุรกจิ และในชวี ติ ประจำวันได้ กลา้ แสดงความคิดอย่างมเี หตุผล
3. กลา้ ทกั ทว้ งในสงิ่ ทไ่ี มถ่ ูกตอ้ งอย่างถูกกาลเทศะ
4. กลา้ ยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผู้อนื่
5. ใชว้ สั ดถุ กู ต้องและเหมาะสมกับงาน
6. ไม่มีเรอื่ งทะเลาะววิ าทกับผอู้ ่ืน
7. คดิ ส่ิงใหม่ ๆ ทเ่ี กดิ ประโยชน์ต่อตนเอง และสังคม
8. มคี วามคดิ วเิ คราะห์ในการแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบ

• หลกั ความมีภมู ิค้มุ กัน

1. มที กั ษะทางหลกั ความปลอดภัยอีกทงั้ สื่อความหมายได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
2. ผเู้ รียนไดร้ บั ความรู้ท่ถี ูกต้อง พร้อมทัง้ กำหนดเน้อื หาไดค้ รบถว้ นถูกตอ้ ง ตามหลกั ความปลอดภัย
ที่ดีและมีสาระสำคัญท่ีสมบรู ณ์
3. มกี ารเตรียมความพร้อมในการเรียนและการปฏบิ ัติงาน
4. กลา้ ซักถามปญั หาหรือข้อสงสัยต่าง ๆ อย่างถูกกาลเทศะ
5. แกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ ได้ด้วยตนเองอย่างเป็นเหตุเปน็ ผล
6. ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
7. ควบคมุ กิรยิ าอาการในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดเ้ ปน็ อย่างดี

90

แผนการสอน หนว่ ยที่ 3
ช่ือวิชา วัสดกุ อ่ สร้าง (20121-1003) สอนครงั้ ท่ี 7-9
ช่อื หน่วย ปนู ซีเมนต์ (Cement) เวลา 6 ช่ัวโมง

การตัดสินใจและการดำเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงหรอื ตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งนน้ั ต้องอาศัยท้งั ความรู้และคุณธรรมเป็นพน้ื ฐาน ดงั นี้
• เง่อื นไขความรู้

1. ผ้เู รียนไดใ้ ชก้ ระบวนการคิดในความร้เู บ้ืองตน้ เกย่ี วกับประเภท และคณุ สมบตั ิของปนู ซีเมนต์
การเลือกใช้ปนู ซีเมนต์ในงานก่อสร้าง (ความสนใจใฝ่รู้ ความรอบรู้ รอบคอบ ระมดั ระวัง)

2. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ประเภท และคุณสมบัติของปูนซเี มนต์ การเลือกใช้ปนู ซเี มนต์ ใน
งานกอ่ สร้าง

3. ใชว้ สั ดุอย่างประหยดั และคุ้มคา่
4. ปฏิบัตงิ านด้วยความละเอยี ดรอบคอบ
5. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

• เง่ือนไขคณุ ธรรม

1. ปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ บั มอบหมายเสร็จตามกำหนด (ความรับผิดชอบ)
2. ใชว้ สั ดุอุปกรณอ์ ยา่ งคุ้มค่า ประหยดั (ความประหยัด)
3. มีความเพียรพยายาม และกระตือรือรน้ ในการเรียนและการปฏิบัตงิ าน (ความขยัน ความอดทน)
4. ใหค้ วามร่วมมอื กับการทำกิจกรรมของสว่ นรวม อาสาชว่ ยเหลืองานครแู ละผู้อ่นื (แบ่งปนั )

91

เนอื้ หาสาระ
ด้านความรู้

ปูนซีเมนต์ (cement) เป็นวัสดุผสานสำหรับผลิตคอนกรีต มีส่วนผสมหลักคือ หินปูนและดินเหนียว
และมีส่วนผสมอืน่ เช่น ซลิ ิกา้ อลมู นิ า่ สนิ แรเ่ หล็ก ยิปซม่ั และสารเพิม่ พิเศษอน่ื ๆ

ปูนซีเมนต์ ได้ถูกนำมาใช้ในงานก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต้ังแต่อาคารขนาดเล็กโดยการผสมวัสดุมวลรวม
เช่น บ้านพักอาศัย และอาคารพาณิชย์ อาคารขนาดใหญ่ อาคารห้างสรรพสินค้า ตึกสูงระฟ้าต่าง ๆ และ
งานกอ่ สร้างสาธารณะ เช่น โรงแรม สนามบิน สะพาน เข่อื น สถานรี ถไฟฟ้า และอาคารอนื่ ๆ

1. ความหมายของปนู ซเี มนต์
ปนู ซเี มนต์ (Cement) เป็นคำทม่ี าจากภาษาลาตนิ (Latin) หมายถงึ สารท่ีสามารถหรอื ประสาน

ของแข็ง หรือมวลรวม เชน่ หนิ หรอื กรวด ทราย ใหแ้ ขง็ ติดเปน็ ชิน้ เดียวกนั นิยมใชใ้ นงานก่อสรา้ งเป็นหลัก
โดยมีการนำปนู ซเี มนต์ไปใช้งานทง้ั ในรปู ของซีเมนต์เพสต์, มอรต์ าร์ และคอนกรตี

2. ชนดิ ของปูนซเี มนต์
ปนู ซเี มนต์แบ่งออกเป็นชนิดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
2.1 ปูนซเี มนตธ์ รรมชาติ (natural cement)
2.2 ปนู ซีเมนต์พอซโซลานา (pozzolana cement)
2.3 ปนู ซีเมนต์อะลูมนิ สั (aluminous cement)
2.4 ปูนซเี มนต์ซลิ ิกา (sillica cement)
2.5 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Portland cement)

3. ประเภทของปูนซเี มนต์ปอร์ตแลนด์
ประเภทของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ โดยสมาคมทดสอบวสั ดอุ เมรกิ ัน (ATM.C.150) (type I-V ) และสำนักงาน

มาตรฐานผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรมของประเทศไทย (ม.อ.ก. 15) ได้แบ่งปนู ซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ออกเปน็
ประเภทใหญ่ ๆ 5 ประเภทคือ

3.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา (Normal Portland Cement) ใช้สำหรับลักษณะงาน
ธรรมดาที่ไม่ต้องการคุณสมบัติพิเศษ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ตราช้าง ตราพญานาคสีเขียว และตรา
เพชรเม็ดเดียว เหมาะกับงานก่อสร้างคอนกรีตทั่วๆ ไปท่ีไม่ต้องการคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติม เช่น คาน เสา
พนื้ ถนน ค.ส.ล. เป็นตน้

3.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแ ลนด์ดัดแปลง (Modified Portland Cement) สำหรับใช้ในการทำ
คอนกรีตที่ต้องการลดอุณหภูมิ เนื่องจากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูง งานคอนกรีตเหลา หรือ
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่ีเกิดความร้อนและทนซัลเฟตได้ปานกลาง เช่น งานสร้างเข่ือนคอนกรตี กำแพงดิน
หนา ๆ หรอื ทอ่ คอนกรีตขนาดใหญ่ ๆ ตอมอ่ ได้แก่ ปนู ซเี มนต์ตราพญานาคเจ็ดเศยี ร

3.3 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ความแข็งแรงสูงโดยเร็ว (High-Early-Strength-Portland Cement) หรือ

92

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ให้กำลังสูงในระยะแรกมีเน้ือเป็นผงละเอียดกว่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
ธรรมดา มีประโยชน์สำหรับคอนกรีตที่จะต้องใช้งานเร็ว หรือรื้อแบบได้เร็ว เช่น เสาเข็มคอนกรีต ถนน พื้น
และคานทตี่ อ้ งถอดแบบเร็ว เป็นตน้ ปนู ประเภทนี้ ไดแ้ ก่ ปนู ตราเอราวญั ตราพญานาคสี

แดง และตราสามเพชร
3.4 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดเกิดความร้อนต่ำ (Low-Heat Portland Cement) สามารถลดปริมาณ

ความร้อนเนื่องจากการรวมตัวของปูนซีเมนต์กับน้ำ ซ่ึงจะสามารถลดการขยายตัวและหดตัวของคอนกรีต
ภายหลังการแข็งตัว ใช้มากในการสร้างเขื่อน เน่ืองจากอุณหภูมิของคอนกรีตต่ำกว่างานชนิดอื่นไม่เหมาะ
สำหรับโครงสร้างทัว่ ไปเพราะแข็งตวั ช้า

3.5 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ชนิดทนซัลเฟตได้สูง (Sulfate-Resistant Portland Cement) ใชใ้ นบริเวณ
ทีน่ ้ำหรือดิน มีค่าด่างสูง ระยะการแข็งตัวช้า และมีการกระทำของซลั เฟตอย่างรุนแรง ได้แก่ ปูนซเี มนต์ตรา
ปลาฉลาม

4. กรรมวธิ กี ารผลติ ปูนซเี มนต์
ในกรรมวธิ กี ารผลติ ปูนซีเมนต์ เพ่ือให้ได้ปนู ซีเมนตท์ ่มี ีคุณภาพสม่ำเสมอ สามารถนำไปใชใ้ นงาน

ก่อสร้างตา่ ง ๆ ได้ดี จะตอ้ งคัดเลอื กวัตถดุ บิ ท่ใี ชใ้ นการผลิตปูนซเี มนต์ก่อนทีจ่ ะดำเนินการผลิตขน้ั ต่อไป
4.1 วัตถดุ ิบทใ่ี ช้ในกระบวนการผลิต
วตั ถุดบิ ทีใ่ ช้ในการผลิตปูนซเี มนต์ แบง่ ออกเปน็ 3 ชนิดใหญ่ ๆ ดังนี้
1. วัตถดุ ิบทมี่ สี ่วนประกอบของปูนขาว
2. วัตถดุ บิ ทมี่ ีสว่ นประกอบของดินดำ (Clay)
3. วตั ถุดิบปรบั แต่งคณุ สมบัติ (Corrective Materials)
4.2 กรรมวิธกี ารผลติ ปนู ซีเมนต์
กรรมวธิ ีการผลติ ปนู ซีเมนต์ สามารถแบง่ ออกเป็น 2 แบบ คือ แบบเปียก (Wet

Process) และแบบแหง้ (Dry Process)
5. คณุ สมบตั ขิ องปนู ซีเมนต์
ปูนซเี มนตท์ ีผ่ ลติ ในประเทศไทยมมี ากมายหลายชนดิ แตล่ ะชนดิ มคี ุณสมบตั ิแตกต่างกนั ไป

ซง่ึ ในท่นี ี้จะกล่าวเฉพาะปูนซเี มนต์ทีน่ ิยมนำมาใช้ในงานก่อสรา้ ง ดงั รายละเอยี ดตอ่ ไปนี้
5.1 ปนู ซีเมนต์ผสมหรอื ปูนซีเมนต์ซลิ กิ า มีคุณสมบัติ คือ เป็นปูนซเี มนต์ที่ผลิตข้นึ โดยใช้

วสั ดุจำพวกซิลกิ าบดละเอยี ดผสมกับปูนซเี มนตป์ อรต์ แลนด์ เมื่อใชท้ ำคอนกรีตปูนก่อ หรอื ปนู ฉาบ จะมีการ
ยึดหดตวั นอ้ ย การแขง็ ตัว ระยะแรกชา้ กว่าปนู ซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ตราเพชร แต่เม่ือแขง็ ตวั จะมกี ำลงั ตาม
เกณฑ์ เหมาะสำหรับทำผลิตภัณฑ์คอนกรตี โดยท่วั ไปและงานก่อสรา้ งที่ไมเ่ ร่งรดั

5.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (type I) เปน็ ปูนซเี มนต์ชนดิ ธรรมดาผลิตตามมาตรฐานอังกฤษ
คือ oridinary portland cement : 1058 และตามมาตรฐานอเมรกิ นั คือ ASTM.C.150 – 53 type I ใช้
ในงานก่อสรา้ งท่ัวไปตามความนิยมของผู้ออกแบบ คณุ สมบัติของปนู ชนดิ น้ี คือแรงที่เกิดขน้ึ โดยปนู ซเี มนต์
ชนดิ น้จี ะสมำ่ เสมอไมเ่ ปลีย่ นแปลง แรงมากข้นึ หรอื น้อยลงตามส่วนของนำ้ และปูนซเี มนต์ทใ่ี ส่ลงในคอนกรีต
หรือปนู ทรายถ้าใชค้ อนกรีตที่มีปูนซีเมนต์ไมน่ ้อยกวา่ 350 กิโลกรมั ตอ่ หนง่ึ ลูกบาศกเ์ มตรของคอนกรตี แรง

93

ทเี่ กิดขึ้นใน 14 วนั ทบ่ี ่มไว้ดจี ะขนึ้ ถึง 75 เปอรเ์ ซน็ ต์ ของแรงทงั้ หมดเมื่ออายุ 90 วนั
5.3 ปนู ซเี มนตแ์ ข็งตวั เร็ว (type III) คณุ สมบตั ิของปนู ชนิดนี้ คือ มีเน้ือละเอียดกว่า

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา จึงเกิดแรงสูงเร็วกว่า เหมาะสำหรับใช้ในการก่อสร้างที่ต้องการกำลัง
สูงและต้องกระทำอย่างเร่งรีบ

6. การนำปูนซเี มนต์ไปใชง้ าน
ปูนซีเมนตป์ อร์ตแลนดท์ ผี่ ลิตในประเทศไทย จะผลติ แต่ประเภท 1, 3 และ 5 เท่านัน้ ซง่ึ มหี ลาย

ช่ือผลิตภณั ฑ์ แต่ละผลิตภณั ฑ์มคี ุณสมบัติและการนำไปใช้ในงานท่แี ตกต่างกัน ดังนี้
6.1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนดิ ธรรมดา ประเภทที่ 1 มีคุณสมบัตถิ กู ต้องเป็นไปตามเกณฑท์ ี่

กำหนด ในมาตรฐานอุตสาหกรรม ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มอก.15 เล่ม 1- 2547 ประเภทหนึ่ง และ
มาตรฐานอเมริกนั ASTM C - 150 TYPE I นิยมนำไปใช้กบั งานก่อสรา้ ง งานคอนกรตี ท่ีต้องการกำลังอัดสูง
และงานคอนกรตี ท่วั ไป เชน่ งานอาคารคอนกรตี เสริมเหลก็ ทกุ ชนิด สะพาน ถนน สนามบนิ เป็นต้น

6.2 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลง ประเภทที่ 2 นำไปใช้สำหรับงานโครงสร้างขนาดใหญ่
เชน่ ตอมอ่ ขนาดใหญ่ สะพานเทยี บเรอื เขื่อนหรอื กำแพงกนั ดนิ ในบรเิ วณทถี่ ูกน้ำเคม็

6.3 ปู น ซี เม น ต์ ป อ ร์ต แ ล น ด์ ช นิ ด แ ข็ งตั ว เร็ว ป ระเภ ท ท่ี 3 ผ ลิ ต ต าม ม าต รฐ า น
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.15 เล่ม 1-2547 และมาตรฐาน ASTM C 150 ของประเทศสหรัฐอเมริกา
ปูนซีเมนต์ชนิดน้ี นิยมนำไปใช้กับงานเร่งด่วนที่ต้องแข่งกับเวลา ในกรณีท่ีต้องการถอดและร้ือแบบเร็วกว่า
ปกติ เชน่ งานทำเสาเขม็ พน้ื สำเรจ็ รูป

6.4 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดเกิดความร้อนต่ำ ประเภทท่ี 4 นำไปใช้กับงานท่ีต้องการ
ควบคุมทั้งปริมาณและอัตราความร้อนที่เกิดข้ึนให้น้อยที่สุด การเกิดกำลังของคอนกรีตที่มีส่วนผสมของ
ปนู ซีเมนตป์ ระเภทน้ีจะเป็นไปอย่างช้า ๆ จงึ นยิ มใชก้ บั งานขนาดใหญ่ เช่น เข่ือนกัน้ นำ้

6.5 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดที่มีความต้านทานต่อซัลเฟตสูง ประเภทที่ 5 ผลิตตาม
มาตรฐานอุตสาหกรรม ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มอก. 15 เล่ม 1-2547 ประเภทท่ีห้า และมาตรฐานอเมริกัน
ASTM C-150 TYPE 5 นยิ มนำไปใช้กับงานกอ่ สร้างในบริเวณที่ตอ้ งสัมผัสกบั ดา่ ง เช่น ในบริเวณที่ดนิ มคี วาม
เป็นดา่ งสงู หรอื น้ำทะเล ระยะเวลาในการแข็งตัวของปูนซีเมนต์จะช้า

6.6 ปนู ซีเมนต์ผสม ท่ีผลติ ตามมาตรฐาน ผลติ ภณั ฑ์อุตสาหกรรมมอก. 80-2550 นำไปใชใ้ น
งานกอ่ โบก ฉาบ หรอื งานกอ่ สรา้ งท่วั ไปทีไ่ ม่ต้องการรบั นำ้ หนักมาก

6.7 ปนู ซีเมนต์ขาว นำไปใชใ้ นงานตกแตง่ อาคารเพื่อความสวยงามหรือนำไปผสมเม็ดสี เพ่ือ
ผลติ เปน็ ปูนซเี มนต์สี งานทำหินขัด ทรายล้าง งานตดิ ต้ังสุขภณั ฑแ์ ละงานยาแนวรอยตอ่ ของกระเบ้ือง

6.8 ปูนซีเมนต์ชนิดพิเศษ ที่ผลิตใช้สำหรับงานท่ีมีลักษณะเฉพาะ เช่นปูนซีเมนต์ฉาบสูตร
พิเศษ นำไปใช้ในงานฉาบโดยเฉพาะมีคณุ สมบัติ คือ ฉาบลื่น เรียบและไม่แตกร้าว ปูนซีเมนต์เหมาะสำหรับ
สร้างบ่อน้ำมัน ผลิตเพ่ือส่งออกไปยังประเทศที่ขุดเจาะน้ำมัน เช่น แถบตะวันออกกลาง ประเทศ
ซาอดุ ิอาระเบยี และปูนปอซโซลาน มคี ุณสมบตั ิ คอื ทนน้ำเคม็ ดินเค็ม

7 การเก็บรกั ษาปูนซีเมนต์

94

ปูนซเี มนต์เปน็ วัสดุที่ไวต่อความช้นื สูง ดงั นนั้ ถ้าหากสามารถเกบ็ ปูนซีเมนตไ์ วใ้ นท่ีแหง้ จะสามารถ
รักษาคุณภาพของปูนซีเมนต์ไว้ได้ ปูนซีเมนต์ท่ีเก็บหากสัมผัสกับความช้ืนจะทำให้ปูนซีเมนต์มีกำลังต่ำกว่า
ปูนซีเมนต์ที่เก็บไว้ในท่ีแห้ง ดังนั้นจึงไม่ควรเก็บปูนซีเมนต์ หรือให้มีปูนซีเมนต์ตกค้างอยู่ในไซโลหรือโรงเก็บ
เปน็ เวลานาน

การเก็บปูนซีเมนต์จำนวนมากน้ันควรทำโรงเก็บให้ดี มีพื้นรองรับที่แข็งแรง เพราะปูนซีเมนต์มี
น้ำหนักมาก ควรทำเป็นพ้ืนคอนกรีต และมีไม้รองท่ีพ้ืนก่อนวางถุงปูนซีเมนต์ ถ้าเป็นพื้นดินควรยกพ้ืนไม้ให้
สูงกวา่ ดินเล็กน้อย เพอื่ กนั ความช้นื จากพื้นดิน ตวั โรงเกบ็ จะต้องมีหลงั คาและฝากนั้ อยา่ งมดิ ชดิ ไม่ให้ฝนสาด

เข้าได้ การกองเก็บปูนซีเมนต์ควรกองให้ชิดกัน เพ่ือไม่ให้ลมผ่านได้ เพราะลมที่ผ่านไปมาน้ันจะนำความช้ืน
มาด้วย และควรจัดกองให้เป็นระเบียบ ไม่ควรกองชิดฝา ควรกองปูนให้ห่างจากผนัง 80 -100 เซนติเมตร
และไม่ควรกองสูงเกิน 10 ชั้น แต่ละช้ันวางสลับกันวางตามยาวของถุง 5 ถุง แล้ววางตามขวาง 5 ถุง
สลับกนั เพือ่ ความสะดวกในการนำไปใช้

95

แผนการสอน หน่วยท่ี 3

แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 3 สอนคร้งั ท่ี 7-9
เวลา 6 ช่ัวโมง
ช่ือวิชา วัสดุกอ่ สรา้ ง (20121-1003)
ช่ืองาน ปูนซีเมนต์ (Cement)

คำส่ัง จงตอบคำถามต่อไปน้ี
3. ปนู ซีเมนต์ หมายถึง

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ปนู ซเี มนตแ์ บง่ ออกเปน็ กี่ชนดิ อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบ่งออกไดก้ ่ปี ระเภท อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

4. กรรมวิธีการผลติ ปนู ซีเมนต์ แบ่งออกได้กว่ี ิธี อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

5. คุณสมบัติปนู ซเี มนต์ขาวตราเสอื ที่ดีควรเป็นอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

96

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

6. งานโครงสร้างถา้ ตอ้ งการนำปูนซีเมนตไ์ ปใช้งาน ควรใช้ปนู ซเี มนต์ปอร์ตแลนด์อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำสงั่ จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
7. ปนู ซเี มนตป์ อรต์ แลนด์ประเภทท่ี 3 เหมาะกับงานก่อสรา้ งประเภทใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. งานก่อสรา้ งในบริเวณท่ีต้องสัมผสั กับด่าง ควรใชป้ ูนซเี มนต์ปอรต์ แลนด์อะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

9. สถานที่เกบ็ ปนู ซีเมนตค์ วรมลี กั ษณะอย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

10. การกองเก็บปนู ซีเมนต์ควรสูงไม่เกนิ กช่ี ัน้
…………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………

97

แผนการสอน หน่วยท่ี 3

แบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 3 สอนครง้ั ท่ี 7-9
เวลา 6 ช่ัวโมง
ชื่อวิชา วัสดกุ ่อสรา้ ง (20121-1003)
ชื่องาน ปูนซีเมนต์ (Cement)

ตอนท่ี 2 คำช้ีแจง จงกาเคร่อื งหมาย ( ) หน้าข้อทถี่ ูกและกาเครอ่ื งหมาย ( ) หน้าข้อทผี่ ิด

...........1. ปนู ซีเมนต์ปอรต์ แลนดป์ ระเภทที่ 1 ใช้สำหรับสรา้ งบ่อน้ำมัน
...........2. งานโครงสรา้ งขนาดใหญ่จะใช้ปูนซเี มนตป์ อรต์ แลนดป์ ระเภทท่ี 2
...........3. ปูนซีเมนต์ตรางเู ห่านำไปใชใ้ นงานก่อ โบก ฉาบ หรอื งานก่อสร้างทวั่ ไป
...........4. ปูนซีเมนตท์ ผ่ี ลติ ข้ึนโดยใช้วัสดุจำพวกซลิ กิ าบดละเอียดผสมกับปูนซีเมนต์

ปอรต์ แลนด์ เรยี กวา่ “ปนู ซีเมนต์ผสม”
...........5. งานตอม่อขนาดใหญ่ สะพานเทยี บเรือจะใช้ปนู ซเี มนตป์ อร์ตแลนด์ประเภทท่ี 2
...........6. ปนู ขาว ดนิ ดำ (Clay) วัตถดุ ิบปรบั แต่งคณุ สมบตั ิ เป็นวตั ถดุ ิบทีใ่ ชใ้ นการผลติ

ปนู ซีเมนต์
...........7. ปูนซเี มนต์ขาวนยิ มนำมาใชใ้ นงานหนิ ขัด
...........8. การกองปนู ซเี มนต์ควรกองให้ห่างจากฝาผนงั ประมาณ 80 - 100 เซนตเิ มตร
...........9. กรรมวธิ กี ารผลติ ปูนซีเมนตป์ อรต์ แลนด์ มี 3 วิธี
...........10. งานก่อ โบก ฉาบ หรืองานกอ่ สรา้ งทั่วไปจะใช้ปนู ซเี มนต์ผสม

98

แผนการสอน หน่วยท่ี 3

แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 3 สอนครง้ั ท่ี 7-9
เวลา 6 ช่ัวโมง
ชอ่ื วิชา วัสดุกอ่ สร้าง (20121-1003)
ชอื่ งาน ปนู ซเี มนต์ (Cement)

จงเลอื กคำตอบทถี่ ูกทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดยี วจากคำถามต่อไปน้ี

1. ข้อใดใหค้ วามหมายของปูนซีเมนต์ได้ถกู ต้อง

ก. แร่ธาตุของหินปูนรวมตวั กัน

ข. สารท่ีสามารถหรือประสานของแข็ง หรอื มวลรวมใหแ้ ขง็ ติดเป็นช้ินเดียวกัน

ค. แร่ธาตุของหินภูเขาไฟมาผสมรวมกันกับปนู ขาว

ง. สารทส่ี ามารถหรอื ประสานของเหลว หรอื มวลรวมให้แขง็ ติดเป็นชิ้นเดยี วกัน

2. นาย Joseph Aspdin เปน็ ผู้ท่ปี ระดษิ ฐ์คิดค้นปูนซีเมนต์เป็นชาวอะไร

ก. จีน ข. ญปี่ ุน่

ค. องั กฤษ ง. สเปน

3. ประเทศไทยเรม่ิ ผลิตปูนซเี มนตใ์ ช้เองภายในประเทศครั้งแรก เมอ่ื ปี พ.ศ. อะไร

ก. 2456 ข. 2446

ค. 2436 ง. 2466

4. ซีเมนต์เพสต์ คือสว่ นผสมของอะไร
ก. ปนู ซเี มนต์ กับ หนิ ข. ปูนซีเมนต์ กบั น้ำ
ค. ปูนซีเมนต์ กับ ทราย ง. ปูนซเี มนต์ กบั ดนิ

5. ปนู ซีเมนต์แบง่ ออกเปน็ กี่ชนิด

ก. 2 ชนดิ ข. 3 ชนิด

ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนิด

6. ขอ้ ใดคือ สารประกอบท่ีทำให้ปูนซีเมนต์ปอรต์ แลนด์มีกำลังรับแรงได้เร็วภายใน 14 วัน

ก. เตตตราแคลเซียม อะลูมิโน เฟอไรต์

ข. ไตรแคลเซียม อะลูมิเนต

ค. ไตรแคลเซียม ซิลิเกต

ง. ไดแคลเซียม ซิลิเกต

7. ปนู ซเี มนตป์ อรต์ แลนด์แบ่งออกเป็นกี่ประเภท

ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท

ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท 99
แผนการสอน
หน่วยที่ 3
แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยท่ี 3
สอนครัง้ ที่ 7-9
ชื่อวิชา วัสดกุ อ่ สรา้ ง (20121-1003) เวลา 6 ชั่วโมง

ชื่องาน ปูนซเี มนต์ (Cement)

8. ปูนซเี มนตท์ มี่ ีแรงเกิดสมำ่ เสมอ แรงจะมากข้ึนตามสัดสว่ นของส่วนผสมคอื ปูนซีเมนต์ใด
ก. ปูนซีเมนต์ปอรต์ แลนดป์ ระเภทท่ี 1
ข. ปูนซเี มนตป์ อร์ตแลนด์ประเภทท่ี 2
ค. ปนู ซีเมนตป์ อรต์ แลนด์ประเภทท่ี 3
ง. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนดป์ ระเภทท่ี 4

9. กรรมวธิ กี ารผลิตปนู ซีเมนต์ จำแนกได้เปน็ กี่วิธี

ก. 5 วิธี ข. 4 วธิ ี

ค. 3 วิธี ง. 2 วิธี

10. ขอ้ ใดคอื สว่ นประกอบวตั ถุดบิ ที่ใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์
ก. หนิ ปนู + ทราย
ข. หนิ ปูน + หนิ ดนิ ดาน
ค. หนิ ปูน + หินดนิ ดาน + ดนิ ลูกรัง
ง. หินปนู + หินดินดาน + ดินลูกรงั + ทราย

11. ปนู ซเี มนต์สามารถเกดิ การก่อตวั และการแข็งตวั ได้ด้วยการทำปฏิกิรยิ ากบั นำ้ เรยี กว่าอะไร

ก. ปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรชั่น ข. ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดช่ัน

ค. ปฏิกิริยาไฮเดรช่ัน ง. ปฏกิ ริ ิยาไพโลไลซสิ

12. ข้อใดใหค้ วามหมายคุณสมบัติของปูนซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทท่ี 3 ได้ถูกตอ้ ง
ก. มีเนื้อละเอียด จึงเกิดแรงสูงเร็วกว่าปนู ซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทอ่ืน
ข. แรงท่ีเกดิ ขึ้นโดยปูนซีเมนต์จะสม่ำเสมอไม่เปลีย่ นแปลง
ค. มกี ารยดึ หดตัวน้อยเม่ือใช้ทำคอนกรีตปนู ก่อ
ง. ปนู ซีเมนตเ์ กดิ ความร้อนข้ึนชา้ ๆ เพียงปานกลาง เมื่อผสมเขา้ เปน็ คอนกรีต

13. ปูนซเี มนต์ปอร์ตแลนด์ขนาดบรรจุ 1 ถุงหนักกก่ี โิ ลกรัม

ก. 20 กโิ ลกรมั ข. 30 กโิ ลกรมั

ค. 40 กโิ ลกรัม ง. 50 กโิ ลกรัม

100

แผนการสอน หนว่ ยที่ 3

แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 3 สอนครงั้ ท่ี 6 - 9
เวลา 6 ช่ัวโมง
ชอื่ วิชา วัสดุกอ่ สรา้ ง (20121-1003)
ช่ืองาน ปูนซเี มนต์ (Cement)

14. ปูนซีเมนต์ขาว ขนาดมาตรฐานบรรจุ 1 ถุง หนกั กี่กโิ ลกรัม

ก. 20 กโิ ลกรัม ข. 30 กิโลกรมั

ค. 40 กโิ ลกรมั ง. 50 กโิ ลกรมั

15. ปูนซีเมนตป์ ระเภทใดทน่ี ำไปใช้ในงานคอนกรตี โครงสร้างทั่วไป
ก. ปูนซเี มนต์ตราช้างสฟี า้ ทนซลั เฟตสงู
ข. ปูนซเี มนต์ตราช้างสีมว่ งรับกำลงั อัดเร็ว
ค. ปูนซเี มนตต์ ราช้างสีแดง
ง. ปนู ซเี มนตต์ ราเสือ

16. ปูนซเี มนต์ท่ีใช้ในงานหินขัด คอื ข้อใด
ก. ปนู ซีเมนตต์ ราช้างสมี ว่ งรับกำลงั อดั เรว็
ข. ปนู ซีเมนต์ขาวตราชา้ ง

ค. ปูนซีเมนตข์ าวตราปลาฉลาม
ง. ปนู ซเี มนต์ตราช้างสีแดง

17. งานก่อ โบก ฉาบ หรืองานทีไ่ ม่ต้องการรบั นำ้ หนกั มาก ควรเลือกใช้ปูนซีเมนต์ชนดิ ใด
ก. ปนู ซีเมนต์ตรางเู ห่า
ข. ปูนซเี มนตต์ ราปลาฉลาม
ค. ปูนซเี มนต์ตราชา้ งสฟี า้
ง. ปนู ซเี มนตต์ ราพญานาค 7 เศยี ร

18. ปูนซเี มนต์ตราพญานาคเศยี รเดียว สแี ดง เหมาะสำหรับงานประเภทใด

ก. งานก่ออิฐ ข. งานสะพาน

ค. งานคอนกรีตท่ีเทในน้ำ ง. งานคานคอนกรตี

19. การกองปูนซเี มนต์ควรกองใหห้ า่ งจากฝาผนงั ระยะเท่าใด
ก. 20 - 30 เซนติเมตร ข. 40 - 50 เซนติเมตร
ค. 60 – 70 เซนติเมตร ง. 80 – 100 เซนตเิ มตร

20. การกองเก็บปูนซเี มนต์ควรสูงไม่เกนิ ก่ีชนั้

ก. 10 ชั้น ข. 20 ชัน้

ค. 30 ชน้ั ง. 40 ชั้น


Click to View FlipBook Version