The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปผลการสัมมนา 14 กลุ่มย่อย วุฒิสภาครบรอบ 3 ปี 8 มิ.ย.65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pisit Nithisiriworratham, 2022-09-08 02:59:11

สรุปผลการสัมมนา 14 กลุ่มย่อย วุฒิสภาครบรอบ 3 ปี 8 มิ.ย.65

สรุปผลการสัมมนา 14 กลุ่มย่อย วุฒิสภาครบรอบ 3 ปี 8 มิ.ย.65

๓. พิจารณาศึกษารวบรวมข้อมูลเบ้ืองต้น เร่ืองร้องเรียน ร้องทุกข์ เพื่อแก้ไขปัญหาความ
เดือดร้อนของคนพิการและจัดทาข้อเสนอแนะในประเด็นท่ีเก่ียวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
คนพิการ โดยมปี ระเด็นท่ีสาคญั อาทิเช่น (๑) การพิจารณาศึกษารวบรวมขอ้ มูลเบื้องตน้ เรือ่ งร้องเรียน ร้องทุกข์
เพอ่ื แก้ไขปัญหาความเดอื ดรอ้ นของคนพิการ (๒) การพิจารณาศึกษาติดตามความคืบหน้าการดาเนินงานตาม
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (Convention on the Rights of Persons with Disabilities : CRPD) (๓) การ
พิจารณาศึกษาติดตามแนวทางการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปีและแผนงานบูรณาการด้านต่าง ๆ
เพ่ือให้เกิดการบูรณาการงบประมาณด้านคนพิการเข้ากับงบประมาณกระแสหลัก (Disability Inclusive
Development : DID) (๔) ข้อเสนอต่อมาตรการช่วยเหลือคนพิการในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID
- 2019 รวมท้ังการติดตามความพร้อมการจดั ต้ังโรงพยาบาลสนามบ้านวทิ ยาศาสตร์สริ ินธรเพื่อคนพิการ และการ
ติดตามความคืบหน้าผลการดาเนินงานตามข้อเสนออย่างต่อเน่ือง (๕) ข้อเสนอการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ
ทางรางท่ีเข้าถงึ ได้โดยสะดวกถ้วนหน้า เพ่ือประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะทางรางที่ทุกคน รวมท้ัง
คนพิการเข้าถึงได้โดยสะดวกถ้วนหน้า ทุกสถานี ทุกคัน และทุกต้โู ดยสาร อาทิ การจัดทาทางลาดบรเิ วณทางเดิน
เชื่อมเข้าสนามบินดอนเมืองจากสถานีดอนเมืองรถไฟฟ้าสายสีแดงโดยเร่งด่วน และการจัดทาชานชาลาความสูง
๑๑๐ เซนติเมตรในทุกเส้นทางของโครงการรถไฟทางคู่ เป็นต้น (๖) ข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดการศึกษาสาหรับ
คนพิการ โดยเสนอให้มีการขยายระยะเวลาในแผนการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ ฉบับท่ี ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ -
๒๕๖๔) ให้ส้ินสุดในปี ๒๕๖๕ แทน เพื่อให้การจัดทาแผนการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ ฉบับที่ ๔ สอดคล้อง
กับแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติ ฉบับที่ ๑๓
ท่ีจะเริ่มต้นในปี ๒๕๖๖ รวมทั้งกาหนดนโยบายขับเคลื่อนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)
ท่ีเป็นรูปธรรมให้มีความชัดเจน และจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาที่เพียงพอและเหมาะสมกับ
บริบทและความต้องการท่ีจาเป็น (๗) ข้อเสนอต่อแนวทางการจัดบริการพ้นื ฐานสาหรับคนพิการให้สามารถเขา้ ถึง
และใช้ประโยชน์จากข้อมูล ข่าวสาร และบริการของฝ่ายนิติบัญญัติ และการให้บริการล่ามภาษามือในการแถลง
ข่าวของคณะกรรมาธิการ (๘) ข้อเสนอต่อการจัดสภาพแวดล้อมโดยรวมของอาคารรัฐสภา เพ่ือให้เป็นอาคาร
รัฐสภาท่ปี ระชาชนทกุ คนรวมทั้งคนพิการ สามารถเข้าถงึ และใช้ประโยชนไ์ ด้โดยสะดวกอยา่ งสมบรู ณแ์ ละเทา่ เทียม
กัน (๙) ข้อเสนอต่อการดาเนินการตามมาตรการส่งเสรมิ การมีงานทาของคนพิการตามกฎหมายวา่ ด้วยการส่งเสริม
และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการของหน่วยงานของรัฐในสังกัดรัฐสภา (๑๐) ข้อเสนอต่อการจัดต้ังคณะกรรมการ
การเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า (Accessibility for All Super Board) ท่ีสามารถทาหน้าที่ในการบูรณาการ
การทางานด้านการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้าข้ามหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการบังคับใช้มาตรฐานเก่ียวกับการเข้าถึงโดยสะดวก
ถ้วนหน้าท่ีมีอยู่ในกฎหมายต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง (๑๑) ข้อเสนอต่อการจัดทาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐)

๔. การพิจารณาศึกษากฎหมายที่เก่ียวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
และจดั ทาขอ้ เสนอตอ่ กฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ (๑) ขอ้ เสนอตอ่ ร่างกฎกระทรวงกาหนดสง่ิ อานวยความสะดวก
ในอาคารสาหรับผูพ้ ิการหรอื ทุพพลภาพ และคนชรา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จนนามาสู่การปรับปรุงและประกาศใช้
กฎกระทรวงกาหนดสิ่งอานวยความสะดวกในอาคารสาหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา(ฉบับท่ี ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามขอ้ เสนอดงั กล่าว (๒) ขอ้ เสนอต่อการปรับปรุงกฎกระทรวงกาหนดพัสดแุ ละวิธีการจดั ซ้อื จัดจ้าง
พัสดุท่ีรัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ จนนามาสู่การปรับปรุงและประกาศใช้

๗๔

กฎกระทรวงกาหนดพสั ดุและวธิ ีการจัดซอ้ื จัดจา้ งพสั ดุท่รี ฐั ตอ้ งการสง่ เสรมิ หรอื สนบั สนนุ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓
ตามข้อเสนอดังกล่าว (๓) ข้อเสนอต่อร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... (๔) ข้อเสนอ
ต่อร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. .... ซ่ึงเป็นร่าง
พระราชบญั ญัตทิ ต่ี ราขนึ้ ตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศของรฐั ธรรมนูญ

๔.๒ ความคิดเหน็ ประเดน็ “แลหนา้ (๒ ปี)”

ประเด็นท่ี (๑) การปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมุ่งเน้นให้เกิดการ
บริหารจัดการกองทุนให้เกิดประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลสงู สดุ มีขอ้ เสนอแนะ ดังนี้

๑. ควรสนับสนุนศูนย์บริการคนพิการท่ัวไปและทบทวนการสนับสนุนเงินเพ่ือให้สอดคล้องกับ
สถานการณท์ เ่ี ปลี่ยนแปลงไป และความตอ่ เน่ืองในการดาเนนิ งาน

๒. ยกระดับกองทนุ ส่งเสริมและพฒั นาคุณภาพชวี ิตคนพิการท่ีไม่เปน็ นติ ิบคุ คลให้สอดรับกับภารกจิ ท่ี
ดาเนินงานและมีความย่ังยืน การดาเนินงานท่ีมีฐานะเป็นนิติบุคคลจะสามารถทาให้กองทุนฯ หาประโยชน์ได้
ซงึ่ จะช่วยสนับสนนุ รายจา่ ยของกองทนุ ฯ

๓. ควรปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงาน ให้สามารถใช้เงินนอกจากกรอบเขตการปกครองพื้นท่ีตาม
ราชการเพอ่ื มใิ ห้ปิดกัน้ การเข้าถงึ บรกิ ารในพื้นทใี่ กลเ้ คียงจะทาใหท้ ุกคนสามารถเข้าถงึ ได้มากข้ึน

ประเด็นที่ (๒) กิจกรรมปฏิรูป (Big Rock) : การข้ึนทะเบียนคนพิการ เพื่อให้คนพิการได้รับสิทธิ
สวัสดกิ ารและความช่วยเหลือไดอ้ ยา่ งครอบคลมุ และทัว่ ถงึ มขี ้อเสนอแนะ ดังน้ี

๑. ควรทาให้เกิดการเข้าถึงการจดทะเบียนการประเมินในลักษณะ Assessment เพ่ือให้สามารถ
เขา้ ถึงสวัสดกิ ารตา่ ง ๆ

๒. ควรประเมินความพิการที่ต้องนอกเหนือไปจาก medical ให้เป็น function เพ่ือให้สอดรับกับ
สภาพแวดลอ้ มของสงั คมทเ่ี ปล่ียนแปลงไป

๓. ควรเปลีย่ นจากการรอ้ งขอเพอื่ จดทะเบียนเป็นการยินยอมจากผู้ทีต่ ้องการมีบัตรคนพกิ าร โดยการ
ดาเนนิ การรว่ มจากหนว่ ยงานบริการในพื้นท่ี

ประเด็นที่ (๓) การปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะท่ีทุกคนเข้าถึงและใช้
ประโยชนไ์ ด้ (Accessibility for All Act : AAA)

๑. ควรระบุประเดน็ การเลือกปฏิบัตทิ สี่ ามารถระบไุ วใ่ นกฎหมายระดับรองและเง่ือนไขในการใช้ระบบ
ขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะการเดินทางโดยเครื่องบินท่ีคนพิการต้องมีผู้ติดตามในการเดินทาง นอกจากน้ีควร
สนบั สนุนใหม้ กี ลไกทเี่ ขม้ แขง็ โดยภาครี ่วมสนบั สนนุ อยา่ งผู้สูงอายุ

๒. ควรสนับสนุนให้มีผู้ช่วยคนพิการในคนพิการทางการเห็น เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการต่าง ๆ
เช่น บริการทางการแพทย์ เป็นต้น และบรรจุบริการผู้ช่วยคนพิการเป็นหน่ึงในบริการของศูนย์บริการคนพิการ
ทั่วไป เนือ่ งจากการจดั ผู้ช่วยในศนู ย์บรกิ ารคนพิการจะสามารถจัดบริการผู้ชว่ ยได้ตรงความต้องการของคนพิการ
จะสามารถสร้างความเข้มแขง็ และขยายเครอื ข่ายได้

๓. ศูนย์บริการคนพิการทั่วไปควรมีบทบาทครอบคลุมถึงรูปแบบการให้บริการบ้านพิทักษ์เพ่ือช่วย
ดแู ลคนพกิ ารในช่วงสุดทา้ ยของชวี ิต

๔. ควรสนับสนุนอุปกรณ์และเคร่ืองมือท่ีใช้ในศูนย์บริการคนพิการท่ัวไปเพ่ือสนับสนุนให้เกิดการ
บริการที่มีประสทิ ธภิ าพ

๗๕

๕. ปรับแก้กฎหมายเพื่อสนับสนุนการใช้สถานศึกษาที่ไม่ได้ใช้งานมาใช้ประโยชน์ในการเป็นท่ีตั้ง
องค์กรท่ีบริการคนพิการ

๖. ควรสร้างความเชื่อม่ันต่อศักยภาพของคนพิการ การสร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างทัศนคติที่ดี
ต่อคนพกิ ารในการจ้างงาน โดยเน้นไปที่การสง่ เสรมิ การทางานคนพกิ ารในระดบั ท้องถนิ่ มากขึน้

๗. ควรสนับสนุนฐานข้อมูลการจ้างงานคนพิการท่ีมีประสิทธภิ าพ ลดการจ้างคนพิการซา้ ซ้อน ซ่ึงจะ
ทาให้ภาคเอกชนมีความเช่ือมนั่ ตอ่ ระบบการจา้ งงานคนพิการ

๘. ควรสนับสนุนให้มีการเข้าถึงล่ามภาษามือ คุณภาพล่ามภาษามือ และการผลิตล่ามภาษามือที่
กระจายสู่ท่วั ประเทศผ่านระดับอุดมศึกษาในทุกภูมภิ าคเนือ่ งจากปัจจุบันพบวา่ เทคโนโลยที ี่ไม่เอ้ือต่อการเขา้ ถึง
ของคนหูหนวก ดงั น้ัน ควรกระจายการทาคาบรรยายเสียงใหเ้ ผยแพร่ในวงกวา้ ง

ประเด็นอนื่ ๆ
๑. ระบบการการศกึ ษาทมี่ ใี หก้ ารสนับสนนุ การเรียนร่วมและโรงเรยี นเฉพาะทาง การเรียนในโรงเรียน
เฉพาะทางมีข้อดี คือ เป็นแหล่งการสร้างวัฒนธรรมของคนหูหนวก การเรียนร่วมช่วยให้คนหูหนวกได้เรียนรู้
วฒั นธรรมการอยู่ร่วมกับคนหูดี มีดีท้ัง ๒ ระบบ แต่ในส่วนคุณภาพของการศกึ ษา เช่น สื่อการสอนต้องยกระดับ
คุณภาพของคนหูหนวกทผี่ ่านการศึกษา การเสริมสร้างฐานคิดและวจิ ารณญาณให้คนหูหนวก ระบบอปุ ถมั ป์ของ
ประเทศไทยเป็นข้อจากัดในพัฒนาศักยภาพของคนหูหนวก การมีบคุ ลากรท่ีมคี วามสามารถและความชานาญใน
เรอ่ื งภาษามือที่จะสอนเดก็ หหู นวก การเขียนภาษาไทยของคนหหู นวกควรปรับหลักสูตรให้เป็นมีท้ังภาษามือไทย
และภาษาเขียนไทยเปน็ วิชาหลกั ควบคู่
๒. ความเขา้ ใจของสังคมต่อคนหูหนวกที่ทาใหเ้ กิดการเลือกปฏบิ ัติ การส่งเสริมให้คนหดู เี รยี นภาษามือ
เพ่ือให้ภาษามือเป็นภาษาหน่ึงในการสื่อสารเทียบเท่าภาษาอื่น ๆ ต้ังแต่การศึกษาในโรงเรียน การใช้คาเรียกที่
ลดทอนศักดิศ์ รีของคนหนู วก เช่น คนใบ้ เป็นต้น และ
๓. การให้ท้องถิ่นมีหน้าท่ีสนับสนุนองค์กรคนพิการในระดับตาบลเพ่ือทาให้เกิดเทศบัญญัติในแต่ละ
ตาบลโดยการมีส่วนร่วมจากคนพิการ รวมท้ังการเพ่ิมเบ้ียคนพิการในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้จาก
๘๐๐ บาท เปน็ ๑,๐๐๐ บาท

๕. กจิ กรรมอน่ื ที่ดาเนนิ การเพ่ิมเตมิ พร้อมทงั้ เหตผุ ลทม่ี ีการจดั กิจกรรมเพม่ิ เติม

กิจกรรม : หน่วยงานภาคีสนับสนุนระบบบริการสาหรับคนพิการเพ่ือให้เป็นการสัมมนาท่ีทุกคนเข้าถึงได้
โดยสะดวก (Accessible Meeting for all) โดยได้จดั บรกิ าร ๓ อยา่ ง ดงั น้ี

๑) “บริการล่ามภาษามือ (Sign Language: SL)” เป็นบริการที่จัดให้มีการบรรยายด้วยภาษามือใน
ชว่ งเวลาเดียวกับที่รายการมเี สียงพูด หรือเสียงประกอบเกิดขึ้น โดยคนหูหนวกสามารถดูล่ามภาษามือจากจอใน
ห้องประชุม หรอื ผ่าน Facebook LIVE ของวุฒิสภา สนับสนุนโดยสมาคมคนหูหนวกแหง่ ประเทศไทย

๒) “บริการคาบรรยายแทนเสียง (Closed Caption: CC)” เป็นบรกิ ารที่จัดให้มีคาบรรยายเป็นอักษร
วิ่งหรือตัวอักษร สัญลักษณ์ ภาพ หรือทางเลือกอื่นที่แสดงขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับท่ีรายการมีเสียงพูดหรือเสียง
ประกอบเกิดขึ้น และผู้รับชมสามารถเปิดหรือปิดบริการดังกล่าวด้วยตนเองได้ โดยทุกคน รวมถึงคนพิการ
สามารถอ่านคาบรรยายแทนเสียงได้ท้ังจากจอในห้องประชุมและ Facebook LIVE ของวุฒิสภา ซ่ึงทันทีท่ีจบ
การประชุมหรือสมั มนาแลว้ จะมีไฟล์ถอดเสียงเผยแพร่ให้ด้วย สนับสนุนโดยสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยแี ห่งชาติ (สวทช.) สมาคมคนหูหนวกแหง่ ประเทศไทย

๗๖

๓) “บริการเสียงบรรยายภาพ (Audio Description: AD)” เป็นบริการท่ีจัดให้มีคาบรรยายภาพด้วย
เสียง หรือจัดให้มีบริการเสียงบรรยายภาพเพิ่มเติมเป็นพิเศษในบางช่วงเวลาของรายการท่ีไม่มีเสียงบรรยายใน
ห้องประชุม โดยผู้ท่ีอยู่ในห้องประชุมสามารถทดลองใช้บริการผ่าน “Audiopoint” ส่วนผู้ที่อยู่ท่ีอื่นสามารถ
ใช้บริการผ่านทาง Facebook LIVE ของแฟนเพจ 1414 Plus – บริการข้อมูลข่าวสารสาหรับคนตาบอดและ
ผพู้ กิ ารทางส่ือสง่ิ พิมพ์ (https://www.facebook.com/TAB1414/) สนับสนุนโดยสถาบันคนตาบอดแห่งชาติ
เพื่อการวจิ ยั และพฒั นา มลู นิธิคนตาบอดไทย

การจัดสัมมนาในรูปแบบผสม (onsite - online )

ผ้เู ข้ารว่ มสัมมนา onsite

๗๗

ผู้เข้ารว่ มสัมมนา online ผ่านระบบ zoom

บริการลา่ มภาษามอื (Sign Language : SL) สนับสนุนโดย สมาคมคนหูหนวกแหง่ ประเทศไทย
บริการคาบรรยายแทนเสียง (Closed Caption : CC) สนับสนนุ โดย สานักงานพัฒนาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแหง่ ชาติ

(สวทช.) และทีมงานชวเลข สานกั งานเลขาธิการวฒุ สิ ภา
บรกิ ารเสยี งบรรยายภาพ (Audio Description : AD) สนับสนนุ โดย สถาบนั คนตาบอดแหง่ ชาตเิ พื่อการวจิ ยั และพัฒนา

มูลนธิ คิ นตาบอดไทย

๗๘

ถา่ ยทอดสดผ่าน Facebook สนบั สนุนโดย สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
สมาคมผ้ปู กครองคนพิการทางสตปิ ญั ญาแหง่ ประเทศไทย และสานกั งานเลขาธกิ ารวฒุ ิสภา

๖. จานวน รายช่ือ ภาคสว่ นของผรู้ ว่ มการสัมมนากลมุ่ ยอ่ ย

ลาดบั ท่ี ชือ่ -นามสกลุ หน่วยงาน/กลมุ่ โทรศพั ท์/ E-mail

๑ นายวรี ศกั ดิ์ ตงั้ พลพนั ธ์ุ สมาคมคนตาบอดแหง่ ประเทศไทย

๒ นายกฤษณพ์ งษ์ เตชะพลี สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

๓ นายปราโมทย์ ชนื่ ขา สมาคมคนตาบอดแหง่ ประเทศไทย

๔ นางสาวภวกิ า ประดบั สขุ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย

๕ นายธวัชชยั งามธนไพศาล สมาคมคนหหู นวกแห่งประเทศไทย

๖ นายอมฤต ปุณศรี สมาคมคนหหู นวกแหง่ ประเทศไทย

๗ นางสาวอัญชลี อภินันท์ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย

๘ นายดสุ ติ สมนั เลาะ สมาคมคนพกิ ารแห่งประเทศไทย

๙ นางสาวชศรา จรศั ธนสกุล สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย

๑๐ นายศุภกฤต สนุ ทร สมาคมคนพกิ ารแห่งประเทศไทย

๑๑ นางสพุ รรณี สุนทร สมาคมคนพิการแหง่ ประเทศไทย

๑๒ นางพิมลรตั น์ โสมา สมาคมคนพกิ ารแห่งประเทศไทย

๗๙

๑๓ นางสพุ ัตรา จันทรสนุ ทร สมาคมคนพกิ ารแหง่ ประเทศไทย
๑๔ นางฉวีวรรณ แซ่กว๊ ย
๑๕ นายนฤชัย สว่างหล้า สมาคมคนพิการแหง่ ประเทศไทย
๑๖ นายภพต์ เทพาสทิ ธิ์
๑๗ นางสาวชศรา จรสั ธนสกลุ สมาคมคนพิการแหง่ ประเทศไทย
๑๘ นายฉายวิทย์ สจุ ริตกลุ
สมาคมคนพกิ ารแห่งประเทศไทย
๑๙ นางโสภา สจุ รติ กลุ
สมาคมคนพกิ ารแห่งประเทศไทย
๒๐ นายพลทร ขนุ สะอาด
สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสตปิ ญั ญาแห่ง
๒๑ นางวาสนา สาลรี ตั น์ ประเทศไทย
๒๒ นายธานนิ ทร์ ศรจี นั ทรน์ วน
สมาคมผูป้ กครองคนพิการทางสตปิ ัญญาแหง่
๒๓ นายธนกร ไหลหรัง่ ประเทศไทย

๒๔ นายวรกร ไหลหรัง่ สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสตปิ ัญญาแหง่
ประเทศไทย
๒๕ นางสาวรัชดา หรรษาภพิ ฒั น์
๒๖ นางสาวสมบรู ณ์ ช่ังโต สมาคมผูป้ กครองบคุ คลออทิซึม (ไทย)
๒๗ นายวีระศกั ด์ิ วงศ์ก่อ
๒๘ นางสาวเสาวลักษณ์ วจิ ติ ร ภาคีเครือข่ายขนสง่ มวลชนทุกคนตอ้ งขน้ึ ได้
(T4A)
๒๙ นางสาววัลลภ มณเี ชษฐา
ภาคีเครอื ข่ายขนสง่ มวลชนทุกคนต้องขึ้นได้
๓๐ นางสาวษพุ ชี ฯค์ณัฏ ธรรมานสุ าร (T4A)

๓๑ นางสาวขวัญณภทั รา โตใหญ่ ภาคเี ครอื ขา่ ยขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้
(T4A)
๓๒ นายยุทธนา ภระมรทตั
สมาคมเสริมสร้างชีวติ

สมาคมสายใยครอบครวั

มลู นธิ พิ ระมหาไถเ่ พ่อื การพฒั นาคนพกิ าร

กรมส่งเสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชีวติ คนพิการ
(พก.)

กรมส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพชวี ิตคนพกิ าร
(พก.)

กรมส่งเสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการ
(พก.)

กรมส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพิการ
(พก.)

กรมสง่ เสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชีวติ คนพกิ าร
(พก.)

๘๐

๓๓ นางสาวณฐั การต์ โนรี กรมส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพชวี ิตคนพกิ าร
(พก.)
๓๔ นางสาวญาณิกา อกั ษรนา มลู นิธิสถาบนั วจิ ยั เพือ่ การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ คน
พกิ าร (TRIP)
๓๕ นายภพต์ เทกาศลิ สมาคมสภาคนพกิ ารทกุ ประเภทแหง่ ประเทศ
ไทย (FB live)
๓๖ นายจักรวาล เพมิ่ ทรัพย์ สมาคมสภาคนพิการทกุ ประเภทแหง่ ประเทศ
ไทย (FB live)
๓๗ นายชยตุ อยู่เย็น สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแหง่ ประเทศ
ไทย (FB live)
๓๘ นายคณุ ภัทร ศรเี วยี งธวชั สมาคมสภาคนพิการทกุ ประเภทแหง่ ประเทศ
ไทย (FB live)
๓๙ นายวรี ชติ ประสิทธไิ กร ล่ามภาษามอื
๔๐ นางสาวสุชาดา จติ รสุภาพ ลา่ มภาษามือ
๔๑ นางสาววรลักขณา ขวญั สู่ ล่ามภาษามือ
๔๒ นายชาญ เอมมาริน มลู นิธคิ นตาบอดไทย (AD)
๔๓ นายจตพุ ล หนูทา่ ทอง มลู นธิ คิ นตาบอดไทย (AD)
๔๔ นางสาวบณั ฑติ า มาประชา มูลนธิ คิ นตาบอดไทย (AD)
๔๕ นางสาววรณุ รดา กรุณี มลู นธิ คิ นตาบอดไทย (AD)
๔๖ ดร.อนันตล์ ดา โชตมิ งคล สวทช. (ทีม ระบบ Caption)
๔๗ นายศริชัย ศิรเิ ลิศ สวทช. (ทีม ระบบ Caption)
๔๘ นายธนภัทร ทองทวี สวทช. (ทมี ระบบ Caption)
๔๙ นายพรี ะพงษ์ พลับอนิ ทร์ สวทช. (ทีม ระบบ Caption)
๕๐ นายเดชาวตั จงึ จตุพรชยั สวทช. (ทมี ระบบ Caption)
๕๑ นางสาวรมณ บนกระโทก
๕๒ นายธนพล อนนั ตส์ ินชัย สวทช. (ทีม ระบบ Caption)
๕๓ นางสาวโสรยา เหล็กดี สวทช. (ทีม ระบบ Caption)
๕๔ นายสรายุทธ สอนดษิ ฐ์ สวทช. (ทมี ระบบ Caption)
๕๕ นายทนิ วงศ์ แซเ่ ล้า สวทช. (ทมี ระบบ Caption)
สวทช. (ทมี ระบบ Caption)

๘๑

๕๖ นายภพต์ เทภาสติ สวทช. (ทมี ระบบ Caption)
๕๗ นายนวิ ัฒน์ เมนะสรุ า ชา่ งภาพ
๕๘ นายนิติ กาญจนพลู ชา่ งวิดโี อ
๕๙ นายพรฉวิศย์ ศริ เิ จรญิ ผล
๖๐ พลเอก สายณั ต์ สวัสดศ์ิ รี ผู้ตดิ ตาม
๖๑ นายสชุ าติ โอวาทวรรณสกุล สานกั งานเลขาธิการวุฒิสภา
นายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปญั ญา
๖๒ นางณฐอร อินทรด์ ศี รี แหง่ ประเทศไทย
ผู้เชยี่ วชาญด้านการสง่ เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพ
๖๓ นายสุภธรรม มงคลสวสั ด์ิ ชีวติ คนพกิ าร กรมสง่ เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพ
ชวี ติ คนพกิ าร
๖๔ นายวิทยุต บนุ นาค เลขาธิการมลู นิธิพระมหาไถเ่ พอื่ การพัฒนาคน
๖๕ นายมณเฑยี ร บญุ ตนั พกิ าร
๖๖ นางผาณติ นิติทัณฑประภาศ
๖๗ นายกติ ติศักดิ์ รตั นวราหะ นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย
๖๘ พลตรี โอสถ ภาวิไล สมาชิกวุฒสิ ภา
๖๙ นางสาวเครอื วลั ย์ เทย่ี งธรรม สมาชกิ วฒุ สิ ภา
๗๐ นางสาววิจติ รา รชตะนันทิกุล
๗๑ นางสาววนั ทนีย์ พนั ธชาติ สมาชกิ วฒุ สิ ภา
๗๒ นายสวา่ ง ศรีสม สมาชิกวฒุ ิสภา
๗๓ นางอาทิชา นราวรวัชร คณะอนกุ รรมาธิการกิจการคนพิการ
๗๔ นายรัตน์ กิจธรรม
๗๕ นายสุพล บริสุทธ์ิ คณะอนุกรรมาธกิ ารกจิ การคนพิการ
คณะอนกุ รรมาธิการกิจการคนพกิ าร
คณะอนกุ รรมาธกิ ารกิจการคนพกิ าร

คณะอนุกรรมาธกิ ารกจิ การคนพกิ าร
คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพกิ าร
คณะอนกุ รรมาธิการกิจการคนพกิ าร

๘๒

๗. ภาพการสมั มนากลมุ่ ยอ่ ย
๘๓

ฝา่ ยเลขานกุ ารคณะกรรมาธกิ ารการพัฒนาสังคมฯ
ข้อมลู ณ วนั ที่ ๑๓ มิถนุ ายน ๒๕๖๕

๘๔

๗. กล่มุ สื่อเพื่อเดก็ และเยาวชน

๘ มถิ นุ ายน ๒๕๖๕

๑. โครงการสมั มนากลุม่ ย่อย

๑. หลกั การและเหตผุ ล
ด้วยวุฒิสภาได้กาหนดจัดโครงการสัมมนา เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน :

กล่ันกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป” เพ่ือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภาในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ
๓ ปี โดยมีวัตถุประสงค์สาคัญ ๒ ประการ คือ (๑) “ เหลียวหลัง” : เพื่อสรุปงานในบทบาทของวุฒิสภา
ต่อการขับเคลื่อนงานด้านต่าง ๆ และ (๒) “แลหน้า” : เพ่ือระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการทางาน
ของวุฒิสภาในห้วงเวลาอีก ๒ ปีข้างหน้า พร้อมนาเสนอข้อเสนอแนะ โดยงานด้านการเสริมสร้างการรู้
เท่าทันสื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชน ถือเป็นภารกิจสาคัญหนึ่งที่วุฒิสภาได้ตระหนักถึงความสาคัญและ
ดาเนินการติดตามตรวจสอบการดาเนินงานของฝ่ายบริหารอย่างต่อเน่ือง ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนา
สงั คมฯ วุฒิสภา ได้แต่งตั้งคณะทางานเสริมสร้างการรู้เทา่ ทันส่ือออนไลน์ในเด็กและเยาวชน เพ่ือทาหน้าท่ี
พิจารณาศึกษาและจัดทารายงานและขอ้ เสนอตอ่ หน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้อง

ซึ่งในระยะ ๓ ปี ท่ีผ่านมา วุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบรายงานผลการพิจารณาศึกษาและ
ขอ้ เสนอแนะเสนอต่อคณะรฐั มนตรีเพื่อพจิ ารณาดาเนนิ การแล้ว จานวน ๔ ฉบบั (๑) ขอ้ เสนอเชิงนโยบาย
ต่อการพัฒนาและขยายสื่อดีสาหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว (๒) การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และ
เสริมสร้างการรู้เท่าทันส่ือสาหรับเด็กและเยาวชน (๓) ข้อเสนอเชิงนโยบายเพ่ือลดผลกระทบจากการพนัน
ออนไลน์ในเด็กและเยาวชน (๔) ข้อเสนอเชิงนโยบายเพ่ือผลักดันกฎหมายว่าด้วยการกระทาความผิดต่อ
เด็กผ่านสื่อออนไลน์ นับเป็นภารกิจสาคัญหน่ึงของวุฒิสภาที่ควรจะได้จัดเวที เพื่อนาเสนอผลการติดตาม
และขับเคล่ือนการดาเนินงานด้านดังกล่าว รวมท้ังจัดให้มีการถอดบทเรียน รวบรวมข้อคิดเห็นและ
ขอ้ เสนอแนะ เพื่อจัดทาข้อเสนอในส่วนท่ียังไม่บรรลุเป้าหมาย ให้เกิดการดาเนินงานตามหน้าท่ีและอานาจ
ของวุฒิสภาตอ่ ไป

ดังนั้น ในการสัมมนา เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพ่ือประชาชน : กลั่นกรอง ตรวจสอบ
ปฏิรูป” เพ่ือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภาในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี จึงเห็นควรจัด
สัมมนา เร่ือง “๓ ปี วุฒิสภา : ๓ ปี ของนโยบายและปฏิบัติการทางสังคมเพื่อการรู้เท่าทันสื่อในเด็กและ
เยาวชน” ขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการนาเสนอผลการติดตามและขับเคลื่อนงานของวุฒิสภาด้านการเสริมสร้าง
การรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชน เพ่ือรับฟัง แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากภาคี
เครือขา่ ยท่ีเก่ียวข้องตอ่ ผลการดาเนินงานของวุฒิสภาด้านการเสรมิ สร้างการรู้เทา่ ทันสอื่ ออนไลนใ์ นเด็กและ
เยาวชนในระยะ ๓ ท่ีผ่านมาและข้อเสนอต่อการดาเนินงานของวุฒิสภา รวมทั้งเพ่ือรวบรวมข้อคิดเห็นและ
ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนาจัดทาข้อเสนอต่อทิศทางการดาเนินงานด้านการเสริมสร้างการรู้เท่าทัน
สื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชนของวฒุ ิสภาในระยะ ๒ ปตี ่อไป

๘๖

๒. วตั ถปุ ระสงค์
๒.๑ เพื่อนาเสนอผลการดาเนินงานของวุฒิสภา ๓ ปี เกี่ยวกับงานด้านการเสริมสร้างการรู้

เทา่ ทันส่อื ออนไลน์ในเดก็ และเยาวชน
๒.๒ เพอื่ เปิดเวทีรับฟัง แลกเปลย่ี นความคิดเห็น และขอ้ เสนอแนะจากภาคเี ครือข่ายท่ีเกย่ี วข้อง

ต่อผลการดาเนินงานของวุฒิสภาด้านการเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชนในระยะ
๓ ท่ีผ่านมา

๒.๓ เพือ่ ถอดบทเรียนและจัดทาข้อเสนอในประเด็นสาคัญท่ีเกย่ี วข้องต่อทิศทางการดาเนินงาน
ด้านการเสรมิ สร้างการรูเ้ ท่าทันสอื่ ออนไลนใ์ นเดก็ และเยาวชนของวุฒิสภา

๒.๔ เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการดาเนินงานตามข้อเสนอการเสริมสร้างการรู้เท่าทันส่ือ
ออนไลน์ในเด็กและเยาวชนของวฒุ สิ ภาผ่านมติคณะรัฐมนตรี

๓. กล่มุ เป้าหมาย จานวน 155 คน ไดแ้ ก่
๓.๑ กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมสัมมนา ณ ห้องประชุม ๔๐๔ ชั้น ๔ อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา)

จานวน 55 คน
(๑) สมาชิกวุฒิสภา คณะอนุกรรมาธิการ และคณะทางานเสริมสร้างการรู้เท่าทันส่ือฯ

วฒุ สิ ภา
(๒) ผแู้ ทนหน่วยงานภาครัฐ
(๓) ผู้แทนหนว่ ยงานภาคเอกชน
(๔) ผแู้ ทนภาคเี ครือข่ายทางานด้านเด็กและเยาวชน
(๕) นกั วชิ าการ/ส่ือมวลชน

๓.๒ กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมสัมมนาผ่านส่ืออิเล็กทรอนิกส์ ด้วยโปรแกรม ZOOM Cloud
Meetings จานวน ๑๐๐ คน

(๑) ผแู้ ทนหนว่ ยงานภาครฐั
(๒) ผแู้ ทนหนว่ ยงานภาคเอกชน
(๓) ผแู้ ทนภาคเี ครือข่ายทางานด้านเดก็ และเยาวชน
(๔) ผู้แทนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น/ผู้ว่าราชการจงั หวดั
๔. สถานที่
๔.๑ สัมมนา ณ ห้องประชุม ๔๐๔ ชั้น ๔ อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) ในรูปแบบผสม (เข้า
รว่ มสัมมนาในห้องสัมมนา (onsite) และผ่านสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ (online) ดว้ ยโปรแกรม ZOOM Cloud
Meetings)
๔.๒ การถ่ายทอดสดงานสัมมนาผ่าน Facebook Fanpage ขององค์กรภาคีเครือข่าย
ที่เก่ียวข้อง อาทิ สมาคมวิทยุและส่ือเพ่ือเด็กและเยาวชน (สสดย.) / สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ /
อ่านยกกาลังสุข (สสส.) / สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย / มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย /
คณะทางานการเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อฯ/เครือข่ายเยาวชน SEED Thailand และบันทึกเสียง
การสัมมนาผ่านสถานีวิทยแุ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย

๘๗

๕. งบประมาณ
สานักงานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา

๖. ระยะเวลาในการดาเนินการ
วนั ที่ ๘ มถิ นุ ายน ๒๕๖๕

๗. ผรู้ ับผิดชอบโครงการ
คณะกรรมาธกิ ารการพัฒนาสังคมฯ วุฒสิ ภา ดาเนนิ การโดย คณะทางานเสรมิ สร้างการรู้เทา่ ทัน

สือ่ ออนไลน์ในเดก็ และเยาวชน
๘. ผลทคี่ าดว่าจะได้รบั
๘.๑ ได้นาเสนอผลการดาเนินงานของวุฒิสภา ๓ ปี เกี่ยวกบั งานด้านการเสริมสร้างการรู้เท่าทัน

สื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชน
๘.๒ มีเวทีรับฟัง แลกเปล่ียนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากภาคีเครือข่ายที่เก่ียวข้องต่อ

ผลการดาเนินงานของวุฒิสภาด้านการเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชนในระยะ ๓ ปี
ที่ผ่านมา

๘.๓ ได้ถอดบทเรียนและจัดทาข้อเสนอในประเด็นสาคัญท่ีเก่ียวข้องต่อทิศทางการดาเนินงาน
ด้านการเสรมิ สร้างการรเู้ ทา่ ทนั ส่ือออนไลนใ์ นเด็กและเยาวชนของวฒุ สิ ภา

๘.๔ ได้ติดตามและขับเคลื่อนการดาเนินงานตามข้อเสนอการเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อ
ออนไลน์ในเดก็ และเยาวชนของวุฒิสภาผ่านมติคณะรฐั มนตรี

๘๘

๒. กาหนดการสัมมนากลุ่มยอ่ ย
เวลา 08.00 – 0900 นาฬกิ า - ลงทะเบยี นบริเวณหนา้ อาคารรัฐสภา (ฝ่งั วุฒสิ ภา)

เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา - พธิ เี ปดิ งาน
- กล่าวเปิดงาน โดย นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง

รองประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสงั คมฯ
- กลา่ วรายงานโดย นางปิยะวดี พงศ์ไทย
คณะทางานและเลขานุการคณะทางานเสริมสร้างการรเู้ ท่าทนั ส่อื ฯ

เวลา ๐๙.1๐ นาฬกิ า - กล่าวต้อนรับและเข้าสกู่ ิจกรรมงานสัมมนา เรื่อง “๓ ปี วุฒิสภา :
๓ ปี ของนโยบายและปฏิบัติการทางสงั คมเพอ่ื การรู้เท่าทันสอื่
ในเดก็ และเยาวชน” โดย ดร.ธรี ารตั น์ พนั ทวี วงศ์ธนะเอนก
ในฐานะรองประธานคณะทางานเสริมสรา้ งการรเู้ ทา่ ทนั สื่อฯ

เวลา 09.15 นาฬิกา - นาเสนอผลการขบั เคล่ือนงานตามขอ้ เสนอเชงิ นโยบายของวุฒสิ ภา
ผ่านมติคณะรัฐมนตรี โดยจงั หวัดนาร่อง๓ จงั หวัด ไดแ้ ก่ จงั หวัด

รอ้ ยเอ็ด จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวดั ภูเก็ต

เวลา ๐๙.๓๐ นาฬกิ า - เวทีนาเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเก่ยี วกบั งานดา้ นการเสรมิ สร้าง
การรู้เท่าทนั สื่อออนไลน์ในเด็กและเยาวชนท่ีได้รับการรบั รองเป็น

มติคณะรัฐมนตรี จานวน 4 เร่ือง ซ่ึงนาเสนอโดยวทิ ยากร
ดังต่อไปนี้
(๑) ขอ้ เสนอเชิงนโยบายต่อการพฒั นาและขยายส่ือดีสาหรับเดก็

เยาวชน และครอบครัว
โดย ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร. มรรยาท อัครจันทโชติ

หัวหนา้ ภาควชิ าการสือ่ สารมวลชน คณะนเิ ทศศาสตร์
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย /คณะทางานฯ
(๒) การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสรา้ งการรเู้ ท่าทันสอื่

สาหรบั เดก็ และเยาวชน
โดย ดร.ธรี ารัตน์ พนั ทวี วงศ์ธนะเอนก

นายกสมาคมวิทยุและสอื่ เพื่อเดก็ และเยาวชน /รองประธานคณะทางานฯ
(3) ข้อเสนอเชงิ นโยบายเพื่อลดผลกระทบจากการพนันออนไลน์

ในเด็กและเยาวชน

โดย นายธนวนั ทองสกุ โชติ
ท่ีปรึกษาสมาคมวิทยุและส่ือเพื่อเด็กและเยาวชน เลขาธิการ
มลู นิธิพัฒนาฝีมอื แรงงาน /คณะทางาน

๘๙

(4) ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายเพือ่ ผลักดันกฎหมายวา่ ด้วยการกระทา

ความผิดต่อเด็กผ่านสอ่ื ออนไลน์

โดย ดร.ศรีดา ตันทะอธพิ านชิ

กรรมการผ้จู ัดการ มลู นธิ อิ ินเทอรเ์ นต็ ร่วมพัฒนาไทย/

คณะทางานฯ

เวลา 10.00 นาฬิกา - การแสดงละครสัน้ "Grooming หอ้ งนอ้ ยในโลกกว้าง"

โดย กลุ่มละครกบ้ั ไฟ

- มอบเกียรติบัตรให้แก่นักแสดงกลุ่มละครก้ับไฟ และคณะทางาน

เสรมิ สร้างการรู้เท่าทันส่ือออนไลนใ์ นเดก็ และเยาวชนฯ

โดย ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วชิ ิตชลชยั ประธานวุฒิสภา

เวลา ๑๐.๓๐ - 11.40 นาฬิกา - เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เร่ือง“๓ ปี วุฒิสภา :

๓ ปี ของนโยบายและปฏิบัติการทางสังคมเพ่ือการรู้เท่าทันสื่อ

ในเด็กและเยาวชน”

ดาเนนิ รายการ โดย ดร.ธรี ารัตน์ พันทวี วงศธ์ นะเอนก

เวลา ๑๑.4๐ – 12.00 นาฬิกา - สรุปประเด็นข้อเสนอแนะต่อทิศทางการดาเนินงานด้านการเสริมสร้าง

การร้เู ทา่ ทันสอ่ื ออนไลน์ในเด็กและเยาวชนของวฒุ ิสภา

เวลา ๑๒.๐๐ นาฬกิ า - ปดิ การสัมมนา

----------------------------------------

หมายเหตุ ๑. มีการถา่ ยทอดสดงานสัมมนาผ่าน Facebook Fanpage ขององค์กรภาคเี ครอื ขา่ ย อาทิ

สมาคมวิทยุและส่ือเพ่ือเดก็ และเยาวชน (สสดย.) / อ่านยกกาลงั สขุ (สสส.) / มลู นิธอิ ินเทอร์เนต็ ร่วมพฒั นา

ไทย / เพจวฒุ สิ ภา และบันทึกเสียงการสัมมนาผา่ นสถานวี ิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย

2. ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการการอ่านเพื่อเด็กปฐมวัย โดย แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรม

การอา่ น สานกั งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

๓. พธิ กี รตลอดงาน : นายรวิศทุ ธ์ คณิตกลุ เศรษฐ์และนางสาวปราชญา ศิรมิ์ หาอารยิ ะโพธิ์ญา

๔. ระหว่างเวลา ๑๓.๓๐ - ๑๖.๓๐ นาฬิกา ผู้แทนกลุ่มย่อย “สื่อเพื่อเด็กและเยาวชน” จานวน

30 คน เขา้ รว่ มนาเสนอชดุ ข้อเสนอแนะต่อวุฒิสภา ณ ห้องประชมุ วุฒิสภา (หอ้ งประชมุ จันทรา)

๕. กาหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

๙๐

๒. ประเดน็ ปญั หา หรอื ประเดน็ ทจ่ี ะขอรับฟังความคดิ เห็น
ตามท่ีคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ได้แต่งตั้งคณะทางานเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อ

ออนไลน์ในเด็กและเยาวชน เพื่อทาหน้าที่พิจารณาศึกษาและจัดทารายงานและข้อเสนอต่อหน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้อง ซ่ึงในระยะ ๓ ปี ท่ีผ่านมา วุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบรายงานผลการพิจารณาศึกษาของ
คณะกรรมาธิการและข้อเสนอแนะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดาเนินการแล้ว จานวน ๔ ฉบับ
ได้แก่ (๑) ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการพัฒนาและขยายส่ือดีสาหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว (๒) การ
สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างการรู้เท่าทันส่ือสาหรับเด็กและเยาวชน (๓) ข้อเสนอเชิงนโยบาย
เพ่ือลดผลกระทบจากการพนันออนไลน์ในเด็กและเยาวชน (๔) ข้อเสนอเชิงนโยบายเพ่ือผลักดันกฎหมาย
ว่าด้วยการกระทาความผิดต่อเด็กผ่านส่ือออนไลน์ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามผลการขับเคล่ือนงาน
อยา่ งต่อเนอ่ื งของคณะทางานฯ พบว่า ยังมหี ลายประเด็นท่ีหน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้องตามมติคณะรัฐมนตรียังไม่
สามารถขบั เคล่ือนงานตามมตคิ ณะรัฐมนตรีได้ อาจเนื่องมาจากการขาดการสนบั สนนุ ด้านงบประมาณ ไม่มี
การกาหนดนโยบายท่ีชัดเจน ตลอดจนการขาดการบูรณาการงานร่วมกัน เป็นต้น ทาให้งานยังไม่สามารถ
บรรลุผลตามท่ีตั้งไว้ ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนงานด้านการรู้เท่าทันส่ือสาหรับเด็กและเยาวชนเป็นไป
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ และเกดิ ความสาเร็จอย่างเป็นรปู ธรรม จึงตอ้ งการเพ่ือเปดิ เวทีรับฟัง แลกเปล่ียนความ
คดิ เหน็ และข้อเสนอแนะจากภาคเี ครือข่ายที่เกี่ยวขอ้ ง ต่อผลการดาเนนิ งานของวุฒิสภาด้านการเสรมิ สรา้ ง
การรู้เทา่ ทนั สอ่ื ออนไลนใ์ นเด็กและเยาวชนในระยะ ๓ ที่ผ่านมา อีกท้ังยงั ต้องการจดั ทาขอ้ เสนอในประเด็น
สาคัญท่ีเกี่ยวข้องต่อทิศทางการดาเนินงานด้านการเสริมสร้างการรู้เท่าทันส่ือออนไลน์ในเด็กและเยาวชน
ของวุฒิสภาอีก ๒ ปีต่อจากน้ี ท้ังน้ี เพ่ือให้ปัญหาเร่ืองภัยออนไลน์ที่มีต่อเด็กและเยาวชนได้รับการแก้ไข
ปญั หาอย่างเปน็ รูปธรรม ไมว่ า่ จะเป็นการสง่ เสริมให้เกดิ การพัฒนาและขยายสอ่ื ดีสาหรับเดก็ เยาวชน และ
ครอบครัว การส่งเสริมให้เกิดพื้นท่ีส่ือสร้างสรรค์สาหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว การส่งเสริมให้เกิด
ความตระหนักรูใ้ ห้เท่าทันภัยของสื่อออนไลน์ ตลอดจนการผลักดันกฎหมายว่าด้วยการกระทาความผิดต่อ
เด็กผ่านส่อื ออนไลน์

๙๑

๓. สรุปการนาเสนอข้อมูลของผนู้ าเสนอ/วทิ ยากรประจากลุม่

๓.๑ ช่ือเร่ือง ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายต่อการพัฒนาและขยายสื่อดีสาหรับเดก็ เยาวชน และครอบครัว
ผู้นาเสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มรรยาท อัครจันทโชติ หัวหน้าภาควิชาการส่ือสารมวลชน

คณะนเิ ทศศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั /คณะทางานเสริมสรา้ งการรเู้ ทา่ ทนั ส่ือออนไลน์ฯ
ด้วยประเทศไทยไดล้ งนามเพ่ือเขา้ ร่วมในอนุสญั ญาว่าด้วยสทิ ธิเดก็ เม่อื วันที่ ๑๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๓๕

ซึ่งข้อ ๑๗ ได้กาหนดให้ “รัฐภาคียอมรับในหน้าที่สาคัญของส่ือมวลชน โดยส่งเสริมการผลิตและเผยแพร่ส่ือที่
เหมาะสมสาหรับเด็ก และจะต้องประกันสิทธิของเด็กท่ีจะเข้าถึงส่ือท่ีมีประโยชน์ท้ังต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต
สังคม และศีลธรรม และจากข้อมูลพื้นฐาน พบวา่ เด็กเล็กที่อายุระหว่าง 0-6 ปี ถือป็นช่วงวัยแห่งพัฒนาการทั้ง
ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ระบบประสาทและสมองเจริญเติบโตในอัตราสูงสุดกว่า
ร้อยละ 80 ของชีวิตมนุษย์ นอกจากน้ี จากผลวิจัยของศาสตราจารย์เจมส์แฮกแมน พบวา่ หากภาครัฐลงทุนกับ
เด็กท่ีอายุระหว่าง 0-5 ปี ด้วยการสร้างแหล่งเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ วางรากฐานการเรียนรู้ จะให้ผลตอบแทนต่อ
สังคมสูงถึงร้อยละ 7 - 12 ต่อปี ซึ่งสูงกว่าลงทุนในประเภทอืน่ อย่างไรก็ดี จากผลสารวจของกรมอนามัย เมื่อปี
๒๕๖๑ พบเด็กไทยมีปัญหาพัฒนาการสงสัยล่าช้าร้อยละ ๓๒.๕ โดยเฉพาะด้านภาษา นอกจากนี้ ยังพบว่าสื่อที่
เหมาะสมสาหรับเด็กยังมจี านวนนอ้ ยลง ดงั น้ัน จะเห็นไดว้ ่า สื่อทีจ่ ะชว่ ยพฒั นาการเรียนรู้ได้จรงิ ควรต้องเปน็ สื่อ
แบบบูรณาการที่มีอยู่หลากหลายแพลตฟอร์ม หลากหลายเนื้อหา หลากหลายรูปแบบ สามารถพัฒนาประสาท
สมั ผัสท้ัง ๕ ได้ และจากสถานการณ์ดงั ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คณะกรรมาธกิ ารการพฒั นาสงั คมฯ จึงได้ตระหนัก
ถึงความสาคัญในการพัฒนาและขยายสื่อดีสาหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ซึ่งเป็นประเด็นสาคัญอย่างย่ิง
ต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งน้ี เพื่อผลักดันให้มีพื้นท่ีสื่อสาหรับเด็กและเยาวชน
ให้มากข้ึน สง่ เสริมพฒั นาการทางการเรียนรู้ และสง่ เสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับการปลูกฝงั ความคดิ ความเช่ือ
ค่านิยม และพฤติกรรมที่เหมาะสม จึงได้จัดทารายงานการพิจารณาศึกษา เร่ืองข้อเสนอเชิงนโยบายเร่ืองการ
พฒั นาและขยายสื่อดีสาหรบั เดก็ เยาวชน และครอบครัว ดังน้ี

๑. หลกั การพืน้ ฐานการพัฒนาและขยายชอ่ งทางสือ่ ดสี าหรบั เดก็ เยาวชน และครอบครัว
๑.๑ มุ่งเป้าหมายการเพ่ิมพื้นท่ีและคุณภาพของส่ือสาหรับเด็กและเยาวชน และการเพิ่มอานาจ

ในการสื่อสารของเด็กและเยาวชนไทย
๑.๒ คานงึ ถึงความหลากหลายของเดก็ และเยาวชนในทกุ มิติ
๑.๓ คานึงถึงแพลตฟอร์มส่ือท่ีหลากหลายเพ่ือสามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้อย่างทั่วถงึ และ

เปิดโอกาสให้เดก็ และเยาวชนไดม้ ีส่วนรว่ มพฒั นาสอื่ สาหรับเด็กและเยาวชนได้ตามศักยภาพและความสนใจ
๑.๕ คานึงว่างานด้านเดก็ และเยาวชนเป็นงานทค่ี วรทาอย่างตอ่ เนื่อง เพ่อื ความม่นั คงและย่ังยนื

๒. ข้อเสนอเชงิ นโยบายเรอ่ื งการพัฒนาและขยายสอื่ ดีสาหรับเดก็ เยาวชน และครอบครัว
๒.๑ ขอให้รัฐบาลกาหนดให้เร่ืองส่ือของเด็ก เยาวชน และครอบครัว เป็นวาระของชาติที่ต้อง

ดาเนินการอย่างเรง่ ดว่ น จรงิ จัง และต่อเน่ือง
๒.๒ ขอให้ กสทช. กากับดูแลให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการดาเนินการตามประกาศ

หรอื แนวปฏิบตั ิขององค์กรเรือ่ งส่อื สาหรับเด็ก เยาวชน และครอบครวั อยา่ งจริงจงั
๒.๓ ขอให้รัฐบาล และ กสทช. สนับสนุนการจัดต้ังสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานี วิทยุ

โทรทัศน์สาหรบั เดก็ ในรูปแบบของสื่อประเภทบริการสาธารณะ ซึง่ มีภาครัฐเป็นผู้ลงทุนหลกั
๒.๔ ขอใหร้ ัฐบาลมีนโยบายสง่ เสริมการอา่ นท่ชี ดั เจน

๙๒

๒.๕ ขอใหร้ ัฐบาลมนี โยบายการเพิ่มพ้ืนที่กิจกรรมหลากหลายสาหรบั เดก็ ใหค้ รอบคลมุ ทกุ จังหวัด
เช่น ศูนย์การเรียนรู้ด้านต่าง ๆ พิพิธภัณฑ์เด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กที่มีคุณภาพ พิพิธภัณฑ์เด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กท่ีมี
คุณภาพ หรือพื้นที่กิจกรรมสาหรับเด็กและเยาวชนในการแสดงศักยภาพหรือควา มสามารถในด้านต่าง ๆ
ท่หี ลากหลาย (Kid & Youth Station Center)

๒.๖ ขอให้รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการให้ความรู้เรื่องสอื่ การเลือกสรรสือ่ ที่ดี และการรู้เท่าทัน
ส่ือ แกพ่ ่อแมผ่ ู้ปกครอง ครู รวมถงึ ผ้ทู ที่ างานเกี่ยวขอ้ งกับเด็กและเยาวชน

๒.๗ ขอให้แหล่งทุนท่ีเก่ียวข้องด้านสื่อ ได้แก่ กองทุนพัฒนาส่ือปลอดภัยและสร้างสรรค์
และกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพ่ือประโยชน์
สาธารณะ (กทปส.) กาหนดสัดส่วนการให้ทุนสนับสนุนสื่อสาหรับเด็กและเยาวชนเป็นตัวเลขที่ชัดเจนถาวร
และมยี ทุ ธศาสตร์สนับสนุนสอื่ สาหรบั เดก็ โดยระบตุ วั ชว้ี ัดเชงิ คุณภาพเปน็ สาคญั

๒.๘ ขอให้รัฐบาลออกมาตรการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน
เพ่ือเด็ก และรว่ มสร้างระบบนิเวศแห่งการเรยี นรู้

ตามท่ีคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ ได้เสนอรายงานฉบับดังกล่าวต่อที่ประชุมวุฒิสภา
เม่ือวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ และต่อมาสานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งรายงานไปยังกระทรวงดิจิทัล
เพ่ือเศรษฐกิจและสังคมเพ่ือพิจารณา และในวันท่ี ๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการพิจารณา
ศกึ ษารายงานฉบับดงั กล่าวตามทกี่ ระทรวงดจิ ิทลั ฯ เสนอ และได้แจ้งให้สานกั งานเลขาธิการวฒุ ิสภาทราบ ซึ่งผล
การพิจารณาของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง สรุปได้ว่ากระทรวงดิจิทัล
เพ่ือเศรษฐกิจและสังคมได้จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เห็นด้วยกับประเด็นข้อเสนอ
ตามท่ีคณะกรรมาธกิ ารเสนอ และมขี ้อสังเกตและขอ้ เสนอแนะทเ่ี ป็นประโยชน์ จานวน ๔ ประการ ดงั น้ี

๑. หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ควร่ให้ความสาคัญกับการเพิ่มพื้นที่และคุณภาพของสื่อ ท้ังในเชิงปริมาณ
และคุณภาพของสอ่ื สาหรบั เด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ตอ้ งคานงึ ถงึ ความหลากหลายของเด็กและเยาวชนในทกุ ๆ มิติ

๒. การผลิตส่ือสาหรับเด็กและเยาวชน ควรคานึงถึงความครอบคลุมเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม
ที่หลากหลาย รวมไปถึงสื่อที่เป็นออนไลน์ และพ้ืนท่ีกิจกรรมด้วยเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการได้อย่างเหมาะสม
สาหรับแพลตฟอรม์ สอ่ื ท่ีหลากหลาย ขณะเดียวกันก็ควรคานงึ ถงึ การเขา้ ถงึ ของเดก็ และเยาวชนทั่วประเทศดว้ ย

๓. การดาเนินการดา้ นสอ่ื เด็กและเยาวชน ควรเปดิ โอกาสให้เดก็ และเยาวชนไดเ้ ข้ามามสี ว่ นร่วมในการ
พัฒนาส่อื ตามศกั ยภาพและความสนใจ เพอ่ื ให้ได้สอ่ื ทตี่ รงตามความตอ้ งการอย่างแทจ้ ริง

๔. รัฐบาลควรสนับสนุนการดาเนินงานด้านเด็กและเยาวชนให้มีความต่อเน่ืองเพ่ือความม่ันคงและ
ย่ังยืน รวมทั้งรัฐบาลควรออกแนวทางส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคส่วนต่าง ๆ ในการสร้างสื่อ กิจกรรม หรือพ้ืนท่ี
สาธารณะอ่ืน ๆ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และการอยู่ร่วมกันในครอบครัว สร้างเสริมสุขภาพกาย
สังคม อารมณ์และปัญญาให้กับเยาวชนไทย เพ่ืออยู่ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ และร้เู ทา่ ทนั

๙๓

๓.๒ ช่ือเร่ือง การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างการรู้เท่าทันส่ือสาหรับเด็กและเยาวชน
ผู้นาเสนอ ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายกสมาคมวิทยุและส่ือเพื่อเด็กและเยาวชน /

รองประธานคณะทางานเสรมิ สรา้ งการรู้เท่าทันส่ือออนไลนฯ์

จากสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงจากการใช้สื่อในปัจจุบันปรากฏชัดเจนขึ้นจากเหตุการณ์
ต่าง ๆ เช่น ข่าวที่นาเสนอว่าลูกวัย 17 ปี แทงแม่ 12 แผล จนบาดเจ็บสาหัส เพราะต้องการเสรีภาพในการใช้
ชวี ิตซ่ึงพบว่า เด็กคนดังกล่าวใชเ้ วลาสว่ นใหญเ่ ล่นเกม และใชส้ ือ่ อยู่ในหอ้ งจนดึก มีเสียงตะโกนเวลาเล่นเกมตอน
กลางคืนประกอบกับข้อมูลทางการแพทย์พบว่าอาการเหล่าน้ีอาจนาไปสู่ความรุนแรง สมาธิส้ัน เกเรต่อต้าน
ก้าวร้าว ซึ่งนาไปสู่การใช้ความรุนแรงต่อคนใกล้ชิด การทาร้าย ทาลายข้าวของใกล้มือ ปัจจุบัน พบโรคติดเกม
จานวนมากจากการหมกมุ่นกับการลงแข่งเกม หรืออีสปอร์ต และการเล่นการพนันออนไลน์ จึงนาไปสู่
“ขอ้ เสนอเพื่อการสรา้ งสงั คมแหง่ การเรียนรู้และเสรมิ สร้างการร้เู ท่าทนั สอื่ สาหรบั เดก็ และเยาวชน” ดังนี้

กล่มุ ท่ี 1 การสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรยี นรู้
ข้อ 1 ส่งเสริมให้มีการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ท่ีทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในทุกระดับ
และสนับสนุนใหม้ ีการสรา้ งพ้ืนทสี่ ร้างสรรค์ในทุกมิติ เพื่อให้การส่ือสารในภาพรวมของประชาชนในสังคมเป็นไป
อย่างสร้างสรรค์ เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรแู้ ละยกระดบั ไปสกู่ ารสร้างทักษะที่จาเปน็ สาหรับประชาชนเพ่ือสร้าง
สังคมสขุ ภาวะในระบบนิเวศสื่อใหมไ่ ดอ้ ยา่ งแท้จริง
ขอ้ 2 ผลกั ดันใหร้ ฐั บาลกาหนดให้การเสรมิ สรา้ งการรู้เทา่ ทนั ส่อื ของเด็กและเยาวชนเป็นวาระ
แห่งชาติ และผลักดันให้มีคณะกรรมการระดับชาติท่ีมีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วน เป็นองค์กรขับเคลื่อน
โดยกาหนดให้ทุกหน่วยงานท่ีมีภารกิจเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนบรรจุเรื่องก ารสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
และเสริมสรา้ งการรู้เทา่ ทนั สื่อในแผนปฏบิ ตั ิการและตัวชีว้ ัดการปฏิบัติงานขององคก์ ร
ข้อ 3 จัดให้มีศูนย์ข้อมูลด้านการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อระดับชาติ
ทถ่ี ูกต้อง เช่ือถอื ไดท้ ันต่อสถานการณ์ ครบถ้วนทุกมติ แิ ละเข้าถึงได้ง่าย
ข้อ 4 ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการศึกษาวิจยั เพ่ือสร้างองค์ความรู้ ชุดความรู้ และข้อมูล
ที่ถูกต้อง เช่ือถือได้เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสาคัญ ในการร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะ
การรเู้ ท่าทันสื่อในเดก็ และเยาวชน
ข้อ 5 สนับสนุนให้มีการจัดทาหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อ และผลักดันให้ใช้ได้จริงในสถานศึกษา
ทุกระดับ และทกุ สังกัด ทส่ี อดคลอ้ งกับพฒั นาการในการเรียนรขู้ องเด็กแตล่ ะชว่ งวัย
กลมุ่ ท่ี 2 ความตระหนกั สาธารณะและการพฒั นาศกั ยภาพบคุ คล
ข้อ 6 สนับสนุนให้กลไกในทุกระดับทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถ่ิน มีการสร้าง
ความตระหนักสาธารณะ โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดเวทีสาธารณะและจัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพ
แก่เด็ก และบุคคลแวดล้อมรอบตัวเด็กเพื่อให้รู้เท่าทันสื่อ พร้อมผลักดันให้เกิดการนาไปใช้ได้จริงอย่างท่ัวถึงทุก
ภูมิภาคและทุกพ้ืนท่ี โดยให้มีการนาแนวปฏิบัติในการป้องกันและปกป้องคุ้มครองเด็ก สาหรับบุคคลแวดล้อม
รอบตวั เด็กไปใชอ้ ยา่ งทว่ั ถึง ครอบคลมุ ในทกุ ระดับของสงั คมทงั้ สว่ นกลาง ส่วนภมู ภิ าค และส่วนทอ้ งถิ่น
กล่มุ ท่ี 3 พ้ืนท่ีสร้างสรรค์และส่อื สร้างสรรค์
ข้อ 7 ผลักดันให้ภาครัฐ จัดสรรพ้ืนที่สื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สาหรับเด็กและเยาวชน
อย่างหลากหลาย จรงิ จงั และเป็นรูปธรรม ทั้งออนไลน์ ออนแอร์และออนกราวนด์ ดว้ ยการสนับสนนุ งบประมาณ
โดยตรงจากภาครฐั

๙๔


Click to View FlipBook Version