๑๓. กล่มุ เสาเขม็ สังคม : ตาบลเขม้ แข็ง ประเทศม่นั คง
๘ มิถนุ ายน ๒๕๖๕
๑. โครงการสมั มนากลมุ่ ย่อย
๑. หลกั การและเหตผุ ล
ดว้ ยวฒุ ิสภาไดก้ าหนดจัดโครงการสมั มนา เร่ือง “เหลยี วหลัง แลหนา้ วฒุ สิ ภา
เพื่อประชาชน : กลั่นกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป” เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภาในโอกาส
วฒุ สิ ภาครบรอบ ๓ ปี โดยมีวตั ถปุ ระสงคส์ าคัญ ๒ ประการ คอื (๑) “ เหลียวหลงั ” : เพื่อสรุปงาน
ในบทบาทของวุฒิสภาต่อการขับเคลื่อนงานดา้ นต่าง ๆ และ (๒) “แลหน้า” : เพอื่ ระดมความคิดเห็น
เกี่ยวกับ ทิศทางการทางานของวุฒิสภาในห้วงเวลาอีก ๒ ปีข้างหน้า พร้อมนาเสนอข้อเสนอแนะ โดยงานด้านการ
เสริมสร้างชุมชน/ตาบลเข้มแข็ง พลังทางสังคม ความมั่นคง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยเป็นภารกิจที่สาคัญ
ประการหน่ึงท่ีวุฒิสภาได้ตระหนักถึงความสาคัญและดาเนินการติดตามตรวจสอบการดาเนินงานของฝ่ายบริหารอย่าง
ต่อเน่ือง อีกทั้งสอดคล้องกับการดาเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษา
วันท่ี ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ในประเด็นการปฏิรูป เร่ือง ระบบสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง ในกิจกรรมท่ี ๑ การปฏิรูประบบ
การสร้างเสริมชมุ ชนเข้มแข็งเชิงพื้นท่ี และมีความเช่ือมโยงกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมฉบับปัจจุบัน ซงึ่ มีความ
สอดคล้องกับแผนแม่บท ประเด็นความม่ันคง ซ่ึงได้กาหนดให้มีแผนตาบล มั่นคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน ภายใต้แผนย่อยที่ ๑ :
แผนย่อยการรักษาความสงบภายในประเทศ และ แผนย่อยท่ี ๒ : การป้องกันและแก้ไขปัญหาท่ีมีผลกระทบต่อความ
มั่นคง ซึ่งท้องถ่ิน ท้องที่ หน่วยงานรัฐ เอกชนและทุกภาคส่วนในชุมชน เป็นพลังสังคมท่ีมีความสาคัญ หากสามารถ
จัดการกันเองได้อย่างมีคุณภาพจะส่งผลให้ชุมชนมีเศรษฐกิจ ที่ดี เกิดการสร้างอาชีพ การกระจายรายได้ มีความมั่นคง
ยง่ั ยืน คุณภาพชีวิตดีและมภี ูมติ ้านทานจากปัจจยั กระทบตา่ ง ๆ ลดปัญหาความเหล่อื มล้าและความไม่เสมอภาคในระดับ
ชมุ ชน
ดังนน้ั ในการสัมมนา เรอ่ื ง “เหลยี วหลัง แลหนา้ วุฒิสภาเพือ่ ประชาชน : กล่นั กรอง ตรวจสอบ ปฏิรปู ”
เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภาในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี และระดมความคิดเห็นเก่ียวกับทิศ
ทางการทางานของวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และ
ผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ร่วมกับ คณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทาและ
ดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ วุฒิสภาจึงได้กาหนด จัดสัมมนากลุ่มย่อย เรื่อง บทบาทวุฒิสภาต่อการสร้างเสริม เร่ือง
บทบาทวุฒิสภาตอ่ การสร้างเสริม “เสาเขม็ สงั คม : ตาบลเข้มแข็ง ประเทศมั่นคง” ขึ้น เพอ่ื เปน็ เวทใี นการนาเสนอผลการ
ติดตามและการขับเคล่ือนงานของวุฒิสภาด้านการดาเนินการติดตามตรวจสอบการดาเนินงานของฝ่ายบริหารและการ
ติดตามการดาเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมและยุทธศาสตรช์ าติในประเด็นการเสรมิ สร้างชมุ ชนเข้มแข็ง
ประเทศมั่นคง เพ่ือรับฟัง แลกเปลย่ี นข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคีเครือข่ายท่ีเก่ียวข้องต่อผลการดาเนินงานของ
วุฒิสภาด้านการเสริมสร้างชุมชน/ตาบลเข้มแข็งในระยะ ๓ ปี ที่ผ่านมา และข้อเสนอต่อการดาเนินงานของวุฒิสภา
รวมท้ังเพ่ือรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนาจัดทาข้อเสนอต่อทิศทางการดาเนินงานด้าน การ
เสริมสร้างชุมชน/ตาบลเขม้ แข็งของวุฒสิ ภาในระยะ ๒ ปตี ่อไป
๑๙๖
๒. กาหนดการสมั มนากลุ่มย่อย
กาหนดการสัมมนา
เรอื่ ง บทบาทวุฒิสภาต่อการสร้างเสรมิ “เสาเข็มสงั คม : ตาบลเข้มแขง็ ประเทศม่ันคง”
จดั โดย
คณะกรรมาธกิ ารการพฒั นาสังคม และกจิ การเดก็ เยาวชน สตรี ผูส้ งู อายุ คนพกิ าร และผดู้ ้อยโอกาส วุฒิสภา
รว่ มกับ คณะกรรมาธิการตดิ ตาม เสนอแนะ และเรง่ รัดการปฏิรูปประเทศ
และการจดั ทาและดาเนนิ การตามยทุ ธศาสตร์ชาติ วุฒิสภา
วันพุธที่ ๘ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๕
ณ หอ้ งประชุม หมายเลข CA 429 ชั้น ๔ อาคารรฐั สภา (ฝง่ั วุฒสิ ภา) และผ่านสื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์
---------------------------------------------
เวลา ๐๘.๐๐ - ๐๙.๐๐ นาฬิกา - ลงทะเบยี นบริเวณทางเข้าอาคารรัฐสภาฝัง่ วุฒิสภา ช้นั ๑
เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา - ผูร้ ว่ มงานพรอ้ มกนั ณ บรเิ วณด้านหน้านิทรรศการ
เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๐.๐๐ นาฬกิ า - กลา่ วต้อนรบั เข้าสนู่ ทิ รรศการและกจิ กรรมงานสัมมนา
บทบาทวุฒิสภาต่อการสร้างเสริม “เสาเขม็ สงั คม : ตาบลเข้มแข็ง
เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ประเทศม่นั คง”
เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๐.๑๐ นาฬกิ า - พธิ ีเปดิ งานนิทรรศการ “กรณีศึกษาการจดั การตาบลเขม้ แข็ง
เวลา ๑๐.๑๐ - ๑๒.๐๐ นาฬกิ า แบบพหภุ าคี การปฏิรปู ของจรงิ ที่ฐานราก”
โดย นายอาพล จนิ ดาวฒั นะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบ
วิเคราะห์ และประเมินผลการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ คณะท่ี ๔
และประธานคณะอนุกรรมาธิการตดิ ตามการปฏิรปู ดา้ นสังคม กจิ การ
ผู้สงู อายุและสงั คมสงู วัย
และนาเย่ียมชมนิทรรศการ
- เวทกี ารสัมมนา เรื่อง บทบาทวฒุ สิ ภาต่อการสรา้ งเสรมิ “เสาเข็มสงั คม :
ตาบลเข้มแขง็ ประเทศม่ันคง”
- กล่าวเปดิ การสัมมนา โดย นายอาพล จนิ ดาวัฒนะ
ประธานคณะอนกุ รรมาธิการตรวจสอบ วเิ คราะห์ และประเมินผลการ
ดาเนินการตามยุทธศาสตรช์ าติ คณะท่ี ๔ และประธานคณะอนุ
กรรมาธกิ ารติดตามการปฏิรูปดา้ นสังคม กจิ การผสู้ งู อายุและสังคมสงู วัย
- การสมั มนา เรื่อง บทบาทวุฒิสภาต่อการสร้างเสรมิ “เสาเขม็ สังคม : ตาบล
เข้มแข็ง ประเทศมนั่ คง” รว่ มอภิปราย โดย
(๑) พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและ
ความมน่ั คงของรัฐ วุฒิสภา
ประเดน็ บทบาทของวฒุ สิ ภาตอ่ การติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการ
ขบั เคลอ่ื นตาบลมัน่ คง มั่งคงั่ ย่ังยนื ตามยทุ ธศาสตรช์ าติ (ท่ีผ่านมา ๓ ปี
และในหว้ งเวลา ๒ ปีขา้ งหนา้ )
(๒) นางสวุ รรณี สิรเิ วชชะพันธ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณชิ ย์
และการอุตสาหกรรม วุฒสิ ภา
๑๙๗
ประเด็น บทบาทของวุฒิสภาต่อการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การ
ขับเคล่ือนเศรษฐกิจฐานรากเพอ่ื เสริมสรา้ งชมุ ชนเข้มแขง็ ตาม
ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏริ ูปประเทศทีเ่ กยี่ วข้อง (๓ ปที ี่ผา่ นมา และ
ในหว้ งเวลา ๒ ปีข้างหนา้ )
(๓) นายเอน็ นู ซือ่ สุวรรณ ประธานกรรมการจัดทายุทธศาสตรช์ าติดา้ นการ
สรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
ประเด็น มมุ มองต่อบทบาทวุฒิสภาตอ่ การติดตาม เสนอแนะ
และเร่งรัดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ๓ ปีท่ีผ่านมา และ ๒ ปี
ข้างหน้า
(๔) นางสุวณี สมาธิ เครอื ขา่ ยภาคประชาสังคมจังหวัดตรงั
ประเด็น มุมมองต่อบทบาทวุฒิสภาในการตดิ ตาม เสนอแนะ และเร่งรัด
การปฏริ ปู ตาบลเข้มแขง็ และยุทธศาสตร์ชาตดิ า้ นที่ ๔ ที่ผา่ นมา ๓ ปี
และ ๒ ปขี ้างหน้า
(๕) นางสาวสวุ มิ ล มีแสง แกนนาภาคประชาสงั คม
ประเดน็ มุมมองต่อบทบาทวุฒสิ ภาในการตดิ ตาม เสนอแนะ และเร่งรดั
การปฏริ ูปตาบลเข้มแข็งและยุทธศาสตรช์ าติด้านที่ ๔ ที่ผา่ นมา ๓ ปี
และ ๒ ปีข้างหนา้
(๖) นางสาวอรวรรณ เศรษฐพงษ์ นายกเทศมนตรีตาบลห้วยงู จังหวัด
ชัยนาท
ประเดน็ การขบั เคล่ือนงานตาบลเข้มแข็งด้วยจตุพลังในพ้ืนท่ี
และข้อเสนอต่อบทบาทของวุฒสิ ภาต่อการตดิ ตาม เสนอแนะและเร่งรัด
การขับเคล่ือนตาบลเขม้ แข็งในชว่ ง ๒ ปีขา้ งหน้า
ดาเนนิ การอภิปราย โดย นายอนศุ ักดิ์ คงมาลยั
รองประธานคณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบ วิเคราะห์และประเมินผล
การดาเนนิ การตามยุทธศาสตรช์ าติ คณะที่ ๔
- เปดิ รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา
เวลา ๑๒.๐๐ – ๑๒.๑๕ นาฬิกา - สรุปและปิดการสัมมนา
โดย นายอาพล จนิ ดาวัฒนะ
ประธานคณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินผลการ
ดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ คณะท่ี ๔ และประธานคณะอนุ
กรรมาธิการติดตามการปฏิรูปดา้ นสังคม กิจการผ้สู ูงอายแุ ละสงั คมสูงวยั
เวลา ๑๒.๑๕ – ๑๒.๕๐ นาฬิกา - รบั ประทานอาหารกลางวนั
เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๖.๓๐ นาฬิกา - เขา้ ร่วมการประชมุ สัมมนา ณ หอ้ งประชมุ วฒุ สิ ภา ชั้น ๒
- ปดิ การสัมมนา
-----------------------------------------------------------------
หมายเหตุ - พิธกี ร : นางพลนิ ี เสรมิ สินสิริ
- ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ “กรณีศึกษาการจัดการตาบลเข้มแข็งแบบพหุภาคีการปฏิรูปของจริงที่
ฐานราก” ตงั้ แตเ่ วลา ๐๘.๐๐ – ๑๒.๐๐ นาฬกิ า
๑๙๘
๒. ประเดน็ ปัญหา หรอื ประเดน็ ทจ่ี ะขอรบั ฟังความคดิ เห็น
เรอื่ ง “บทบาทวฒุ ิสภาตอ่ การสรา้ งเสรมิ “เสาเขม็ สังคม : ตาบลเข้มแขง็ ประเทศมนั่ คง””
๓. สรปุ การนาเสนอข้อมูลของผ้นู าเสนอ/วทิ ยากรประจากลุม่
๓.๑ ชื่อเร่ือง บทบาทของวุฒิสภาต่อการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการขับเคล่ือนตาบลมั่นคง มั่งคั่ง
ยงั่ ยืน ตามยุทธศาสตร์ชาติ (ทผี่ ่านมา ๓ ปี และในห้วงเวลา ๒ ปขี ้างหน้า) ผู้นาเสนอ พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร
รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความม่นั คงของรัฐ วุฒิสภา
คณะกรรมการจัดทายทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นความม่นั คงกาหนดให้ “แผน ตาบล มน่ั คง ม่ังคง่ั ยัง่ ยืน”
เป็น ๑ ใน ๑๕ ประเด็นเรง่ ดว่ นมีประเด็นย่อย ๑๐ ประเดน็ ไดแ้ ก่ (๑) การสร้างความมนั่ คงด้านอาชีพและรายได้
(๒) การแก้ไขปัญหายาเสพติด (๓) การลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน (๔) การสร้างความรักสามัคคีปรองดอง
ความรกั ชาติ และความภูมใิ จในชาติ (๕) การสร้างความย่ังยืนฐานทรัพยากรธรรมชาติ สิง่ แวดล้อมและวฒั นธรรม
ท้องถ่ิน (๖) การลด/ป้องกันปัญหาอาชญากรรม (๗) การพัฒนาการเกษตรระดับตาบล (๘) การเสริมสร้างสุข
ภาวะเพ่ือตาบลเข้มแข็ง (๙) โรงเรียนคุณภาพประจาตาบล และ (๑๐) หน่ึงตาบลหนึ่งศูนย์กีฬา หน่ึงกีฬาเด่น
และประเด็นการบริหารจดั การแผน ๑ ประเด็น ได้แก่ การบริหารจัดการ แผน ตาบล ม่ันคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน ซึ่งใน
ประเด็นการบรหิ ารจดั การ ไดม้ อบหมายใหก้ ระทรวงมหาดไทยและ กอ.รมน. รบั ผิดชอบ กากับดูแลติดตามและ
ประเมินผล
ในปี ๒๕๖๓ กอ.รมน. ได้ดาเนินการตามแผนปฏิบัติการในโครงการกากับติดตามและประเมินผล
“แผน ตาบล ม่ันคง มั่งค่ัง ย่ังยืน” จานวน ๙ เรื่อง พื้นท่ีเป้าหมาย ๑,๒๐๐ ตาบล ปี ๒๕๖๔ จานวน ๑๒ เรื่อง
พน้ื ที่เป้าหมาย ๑,๕๗๙ ตาบล แต่ยังไม่สามารถดาเนนิ การได้สาเร็จตามเป้าหมายที่วางแผนไว้เท่าทคี่ วรตัวอย่าง
ตาบลท่ีสามารถต่อยอดโครงการฯ ได้สาเร็จ เช่น ตาบลรางจรเข้ อาเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตาบล
บ้านแกง่ อาเภอเมือง จงั หวดั นครสวรรค์ เปน็ ตน้
ในฐานะท่ีตนเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และ
การจัดทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ได้พยายามผลักดันให้เป็นรูปธรรมให้มากข้ึน
โดยในวันท่ี ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายในการประชุม
สรุปผลการปฏิบัติงานประจาปี ๒๕๖๔ กอ.รมน. ว่า “ฝากทาง กอ.รมน., กระทรวงมหาดไทย., ผู้ว่าราชการ
จงั หวดั ., และ ส่วนราชการอนื่ ๆ ที่เก่ียวขอ้ งชว่ ยกันขับเคล่อื น แผน ตาบลมัน่ คง ม่ังค่ัง ยง่ั ยืน ให้เป็นรูปธรรม”
ในปี ๒๕๖๕ จงึ ได้ตัง้ เป้าหมายไว้ว่าตอ้ งทาใหไ้ ด้จานวน ๓,๖๐๐ ตาบล ซ่งึ ยังมีข้อห่วงใยในเรื่องของ
ผลสัมฤทธจ์ิ ากการดาเนนิ งาน แมจ้ ะสามารถดาเนนิ งานไดต้ ามจานวนพื้นทีเ่ ปา้ หมายทีก่ าหนดไว้ แต่ยงั ไม่ประสบ
ผลสาเร็จเท่าท่ีควร ซ่ึงคณะอนุกรรมาธิการฯ จะดาเนินการขับเคล่ือนงานต่อไป โดยปัญหาที่พบจากการ
ดาเนินงาน คือ ขาดการบรู ณาการในการทางานร่วมกนั
๑๙๙
๓.๒ ชื่อเร่ือง บทบาทของวฒุ สิ ภาต่อการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อ
เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งตามยทุ ธศาสตร์ชาตแิ ละแผนปฏิรูปประเทศที่เก่ียวข้อง (๓ ปีท่ีผ่านมา และในห้วงเวลา
๒ ปีข้างหน้า) ผู้นาเสนอ นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และ
การอตุ สาหกรรม วุฒิสภา
คณะกรรมาธิการการพาณชิ ย์ และการอุตสาหกรรม วฒุ ิสภา โดยคณะอนุกรรมาธิการการลงทุนและ
เศรษฐกิจฐานราก ไดม้ กี ารพจิ ารณาศกึ ษาปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การพฒั นาเศรษฐกิจฐานรากทป่ี ระสบความสาเร็จ และ
ศึกษาปัญหาอุปสรรคท่ีเกิดขึ้นในการพฒั นาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย โดยจัดทาเป็นรายงานการศึกษา
เรื่อง “ปัจจัยสู่ความสาเร็จของเศรษฐกิจฐานรากโดยพิจารณาจากนโยบายการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐและ
เอกชนตามยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป”ี โดยมีขอ้ เสนอเชิงนโยบายตอ่ การบรหิ ารจัดการเศรษฐกจิ ฐานรากในภาพรวม
ดงั นี้
๑) กาหนดความหมายและขอบเขตของ “เศรษฐกจิ ฐานราก” ใหช้ ัดเจน และกาหนดเป็นวาระแหง่ ชาติ
๒) สรา้ งกลไกการขบั เคล่ือนการพฒั นาเศรษฐกจิ ฐานรากในระดบั ชาติ
๓) กาหนดแนวทางการดาเนนิ งานภายใตแ้ ผนงานบูรณาการพัฒนาและสง่ เสรมิ เศรษฐกิจฐานราก
๔) การใชง้ านวจิ ยั และการพฒั นานวตั กรรมเพื่อสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั
๕) การจดั ทาระบบการบริหารจดั การข้อมลู สารสนเทศดา้ นเศรษฐกิจฐานราก
๖) สรา้ งกลไกการขบั เคลือ่ นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับจงั หวัด
๗) การเพ่ิมความสามารถในการเข้าถึงโครงข่ายอินเตอร์เน็ตและเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงที่มี
ประสิทธภิ าพ
๒๐๐
ข้อเสนอเชิงนโยบายตอ่ การสง่ เสริมความเข้มแขง็ ของเศรษฐกจิ ฐานราก ดงั นี้
๑) การเปลย่ี นกรอบความคิด (mindset) จากการผลิตนาการตลาดเป็นการตลาดนาการผลติ
๒) การพฒั นาตอ่ ยอดผลติ ภณั ฑ์โดยเนน้ การส่งเสรมิ องคค์ วามรู้ชมุ ชน
๓) การสร้างมลู คา่ เพม่ิ เชงิ พาณชิ ย์
๔) การพฒั นาทกั ษะการตลาดสมัยใหม่
๕) การยกระดับกลุ่มที่มีความเข้มแข็งสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล
๖) การพัฒนาความรู้ ทกั ษะดา้ นการบริหารจัดการธุรกิจ
๗) การสนับสนุนการลงทนุ ด้านโครงสรา้ งพ้นื ฐาน
๓.๓ ช่ือเรอ่ื ง มมุ มองตอ่ บทบาทวฒุ ิสภาต่อการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการขับเคลอ่ื นยทุ ธศาสตร์
ชาติ ๓ ปีทผ่ี ่านมา และ ๒ ปีขา้ งหนา้ ผู้นาเสนอ นายเอน็ นู ซอ่ื สุวรรณ ประธานกรรมการจัดทายทุ ธศาสตรช์ าติ
ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
วิธีคิดและการทางานของหน่วยงานภาครัฐท่ีผ่านมาส่วนใหญ่ใช้หลัก PDCA ประกอบ
ไปด้วย ๔ ขน้ั ตอน Plan (การวางแผน) -Do (การปฏบิ ตั )ิ –Check (การตรวจสอบ) -Act (การปรบั แก้)
ในอีก ๒ ปีข้างหน้า วุฒิสภาและภาครัฐควรดาเนินการแบบ ADLI ด้วย กล่าวคือ Approach
(การเขา้ ถึง) –Deploy (การปรบั ใช้) -Learning (การเรียนรู้) -Integration (การบรู ณาการ)
จากการพิจารณารายงานของคณะอนุ ตสร. ๔ วุฒสิ ภา เห็นดว้ ยกบั ข้อเสนอ ดังนี้
๑. การจัดทา “ข้อมูลตาบล โดยตาบล เพอ่ื ตาบล”
๒. การเสรมิ สร้างชมุ ชน/ตาบลเขม้ แขง็ ครอบคลุมทุกพน้ื ที่
๓. การยกระดบั ศกั ยภาพของเศรษฐกิจฐานราก
๔. การเรง่ รดั ปรบั ปรุงกฎหมายและใชก้ ฎหมายอยา่ งเหมาะสม
๕. การขบั เคล่อื น “ตาบลเขม้ แขง็ ” ดว้ ยจตุพลงั
เห็นควรรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ ได้แก่ (๑) หน่วยงานภาครัฐระดับภูมิภาค
และระดับท้องถน่ิ (๒) รฐั วสิ าหกิจ (๓) องค์กรภาครัฐ (๔) องคก์ รภาครัฐ (๕) สถาบันอุดมศกึ ษาท้งั ส่วนกลางและ
ทอ้ งถนิ่ (๖) บรษิ ัทเอกชน (๗) องค์กรภาคประชาสงั คม และ (๘) วสิ าหกิจเพอื่ สังคม และพลเมืองในพ้ืนที่
ตัวอย่างการดาเนินงานประเด็นนวัตกรรมพัฒนาเมือง การพัฒนา TOD (Transit Oriented
Development) คือ การพัฒนาพ้ืนท่ีรอบสถานีขนส่งมวลชน มีหลักการดาเนินงาน ๗ ประการ ได้แก่ (๑)
Preserve การอนุรักษ์ส่งิ เดิมใหค้ งอยู่ ทั้งดา้ นสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม วิถชี ีวิต ธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม (๒)
๒๐๑
Mix การผสมผสาน การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน จะเป็นไปในรูปแบบของการผสมผสานการใช้งาน
พ้ืนที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ระหว่างพื้นที่อยู่อาศัย และพ้ืนที่เชิงพาณิชย์ (๓) Walk โครงข่ายทางเดินเท้า เพ่ือ
ช่วยดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาใช้ระบบขนส่งมวลชน (๔) Bike เส้นทางจักรยาน เพ่ือให้ประชาชนใช้จักรยาน
เดินทางระยะใกล้ในเมือง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และส่งเสริมให้คนเมืองออกกาลังกาย (๕)
Connect เชอ่ื มตอ่ ทุกพนื้ ท่ใี นเมอื งเข้าด้วยกัน โครงขา่ ยทางเดนิ เทา้ เส้นทางจักรยาน รถโดยสารประจาทาง เรอื
รถไฟ และรถไฟฟ้าระบบราง (๖) Ride สร้างระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยให้ประชาชน
สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ (๗) Focus เฝ้าดูการเติบโตของเมืองและปรับเปลี่ยน
อยา่ งเหมาะสม ซ่งึ การดาเนนิ งานที่รฐั บาลเป็นผู้สนับสนุน ประกอบด้วย ๔ ขน้ั ตอนหลกั ไดแ้ ก่ (๑) การริเร่ิมโดย
ทอ้ งถน่ิ (๒) การจัดทาแผนพฒั นาพนื้ ทร่ี ะยะยาว (๓) การขออนมุ ัตดิ าเนินการ (๔) การดาเนนิ การตามแผน
การพัฒนา “ตาบลม่ันคง” สู่สังคมสขุ ภาวะดว้ ยสานักพอเพียง ต้องเริม่ ท่ีภาคเกษตร โดยพัฒนาเกษตรกร
เกษตรกรรม และชมุ ชนเกษตรไปพรอ้ มกัน ดงั น้ี
๓.๔ ชื่อเรื่อง มุมมองต่อบทบาทวุฒิสภาในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปตาบลเข้มแข็ง
และยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ ๔ ที่ผ่านมา ๓ ปี และ ๒ ปีข้างหน้า ผู้นาเสนอ นางสุวณี สมาธิ ผู้ประสานงาน
สมชั ชาสุขภาพจังหวดั ตรัง และเครอื ขา่ ยภาคประชาสังคมจังหวัดตรัง
จงั หวัดตรงั มี ๑๐ อาเภอ ๘๗ ตาบล ๗๒๓ หมู่บ้าน จากสถานการณ์ในอดีตของพ้ืนทมี่ ีการประท้วง
ของภาคประชาชนและชุมชนต่าง ๆ เพื่อเรียกร้องความต้องการ และโอกาสของภาคประชาชนท่ีจะได้มีส่วนรว่ ม
นาเสนอความเหน็ ตอ่ ราชการมีความยากลาบากต้องรอใหส้ ว่ นราชการเชญิ เข้าร่วมประชมุ ประกอบกบั ในปี พ.ศ.
๒๕๔๔ จังหวัดตรงั ได้จัดทายทุ ธศาสตรจ์ ังหวดั ๒๐ ปี โดยกระทรวงมหาดไทยได้เชิญภาคเี ครอื ขา่ ยภาคประชาชน
๒๐๒
เข้ามามีส่วนร่วมด้วย แต่ยุทธศาสตร์ดังกล่าวไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ กระทั่งมี พระราชบัญญัติสุขภาพ
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และสานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้ให้คาแนะนา จังหวัดตรังจึงเป็นจังหวัด
นาร่องจัดตั้งสมัชชาสุขภาพจังหวัดตรัง โดยได้เชิญภาคีเครือข่ายภาคราชการ ท้องถิ่นและประชาสังคม จานวน
๓๖ องค์กร ทาข้อตกลงร่วมกันและทบทวนยุทธศาสตร์จังหวัด ๒๐ ปี ซึ่งกลไกสมัชชาสุขภาพทาให้เกิดการจัด
ประชุมในเรื่องท่ีสาคัญเพ่ือพิจารณาข้อเสนอของเครือข่ายจังหวัดตรัง โดยได้กาหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย
๑ ครัง้ /ปี เพ่อื พิจารณาตดิ ตามความก้าวหนา้ ของงานและพิจารณาเร่ืองทมี่ ีความสาคญั
ขอนาเสนอกรณี “ข้าวเบายอดม่วง” ซ่ึงสมัชชาสุขภาพจังหวัดตรังมมี ติให้พิจารณาเป็นวาระสาคัญและ
ขับเคลือ่ นงานเปน็ นโยบายสาธารณะ นาไปสกู่ ารกาหนดไว้ในแผนพฒั นาจังหวดั ตรงั และแผนปฏิบัติราชการประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยงั่ ยืนให้กบั คนตรังและสง่ เสริมสุขภาพให้กับประชา
ชน นอกจากน้ีได้สร้างรายได้เพ่ิมให้กับเกษตรกรเพื่อทดแทนราคายางและปาล์มท่ีตกต่า อีกท้ังเป็นกา ร
สืบสานภูมิปัญญา การปลูกข้าว โดย “ข้าวเบายอดม่วง” เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดตรังท่ีเกือบจะสูญหาย
มีความหอม นุ่ม อร่อย มีคุณค่าทางอาหารช่วยป้องกันโรคมะเร็ง หลอดเลือดหัวใจและเบาหวาน มีความเหมาะสม
สาหรับคนทุกเพศทุกวัย ดังน้ัน จังหวัดตรังจึงได้ส่งเสริมการปลูกและการบริโภค โดยได้รับความร่วมมือและการ
สนับสนุนจากทุกภาคส่วนในพ้ืนท่ีจังหวัดตรังและนอกพ้ืนที่ ท้ังด้านงบประมาณและองค์ความรู้ จากผู้ว่าราชการ
จังหวัดตรัง สานักงานชลประทาน ศูนย์วิจัยพันธ์ุข้าวพัทลุง สานักงานสาธารณสุข สานักงานเกษตรและสหกรณ์
สานักงานพัฒนาชุมชน สานักงานพาณิชย์ สถานีพัฒนาท่ีดิน สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสถาบันอุดมศึกษา วิสาหกิจ
ชุมชน เป็นต้น ส่งเสริมการปลูกโดยเพิ่มพ้ืนท่ีทานา ขยายระบบชลประทาน การพัฒนาพันธุ์ข้าวและการปลูกด้วย
ระบบอนิ ทรีย์ และการขอรับรองการจดทะเบยี น สงิ่ บง่ ชี้ทางภูมิศาสตร์จงั หวัดตรัง
สาหรับประเด็นปัญหาท่ีผ่านมาในด้านงบประมาณสนับสนุนการดาเนินงานในพ้ืนที่จากหน่วยงาน
ต่าง ๆ ท่ีให้กับองค์กรภาคประชาสังคมและชุมชน พบว่า แต่ละหน่วยงานได้รับงบประมาณจัดสรรไม่พร้อมกัน
และต้องดาเนินการตามตัวชี้วัดของหนว่ ยงาน รวมท้ังอาจเกดิ ปญั หาความซ้าซ้อนการทางาน องค์กรภาคประชา
สังคม จึงจาเป็นต้องคนื งบประมาณใหก้ ับหน่วยงาน ดังนน้ั เม่ือวันที่ ๒ มถิ ุนายน ๒๕๖๕ จังหวดั ตรังร่วมกับภาคี
เครอื ขา่ ยตรงั ประกอบดว้ ย ภาคราชการ ท้องถ่นิ ภาคเอกชน ภาคประชาชนและชุมชน และภาควิชาการ จานวน
๕๘ องค์กร ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพพ้ืนที่จังหวัดตรัง
ในประเดน็ การพัฒนาความมัน่ คงทางอาหารในภาวะวิกฤต “ข้าว” และประเด็นเตรียมรองรับสังคมสูงวยั ๔ มิติ
(ด้านสุขภาพ ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจและการปรับสภาพแวดล้อมท่ีปลอดภัย) เพ่ือให้เป็นกลไกการทางาน
ร่วมกันในระดับพื้นที่
ดังน้ัน วุฒิสภาควรให้ความสาคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ และประชาธิปไตย
ชุมชน เพือ่ ให้ทกุ ภาคส่วนไดท้ างานร่วมกันอย่างเข้มแข็งและยัง่ ยนื
๒๐๓
๓.๕ ช่ือเรื่อง มุมมองต่อบทบาทวุฒิสภาในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปตาบลเข้มแข็ง
และยุทธศาสตร์ชาติดา้ นท่ี ๔ ท่ีผ่านมา ๓ ปี และ ๒ ปีข้างหนา้ ผู้นาเสนอ นางสาวสุวมิ ล มีแสง สถาบันพฒั นา
องคก์ รชุมชน (องค์การมหาชน)
การพัฒนาเชิงพื้นที่ต้องมีการยึดโยงจากระดับตาบล อาเภอ จังหวัด และประเทศข้นึ มาเปน็ ลาดับ
แตห่ นว่ ยงานแต่ละหนว่ ยได้ดาเนินงานตามบทบาทภารกจิ หน้าท่ขี องตนเองลงไปในระดบั ตาบล ทาให้ตาบลอาจมี
ความสับสนในการทางาน ดังน้ัน การสรา้ งกระบวนการทางานในระดบั ชุมชนและตาบลจงึ ควรดาเนนิ การภายใต้
“จตพุ ลัง” เพ่อื ใหก้ ารทางานเป็นอันหนึ่งอันเดยี วกัน
กรอบแนวคิดการให้ชุมชน/ตาบลเป็นฐาน เง่ือนไขการทางานต้องตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตประชาชนในพื้นท่ี ซ่ึงจากการทางานที่ผ่านมาพบว่า ประเด็นปากท้องของประชาชนเป็นเร่ืองที่สาคัญมาก
ดังน้ัน โจทย์ร่วมที่ทุกหน่วยงานสามารถทาร่วมกันได้ คือ (๑) การพัฒนาคุณภาพชีวิต ประกอบด้วย เรื่องร่วม
ประเด็น และความนา่ สนใจ (๒) สามารถวัดผลได้ ซึ่งควรเป็นการวัดผลทีท่ าใหป้ ระชาชนมีกนิ ไม่ใชเ่ ฉพาะเพือ่ การ
ตอบโจทย์ที่รัฐบาลให้งบประมาณสนับสนุน ประกอบด้วย คน เงิน และกิจกรรม (๓) พ้ืนท่ีเชิงยุทธศาสตร์
ประกอบด้วย อาเภอ ตาบล และภูมินิเวศน์ (ลุ่มน้า/เทือกเข้า/ทะเลสาบเดียวกัน) (๔) การบูรณาการหน่วยงาน
ประกอบด้วย หนว่ ยงานทท่ี า หนว่ ยงานทร่ี ่วม และหน่วยงานท่คี าดวา่
การบรรลุผลตามแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ประเด็น “ตาบลเข้มแข็ง”
สง่ิ สาคญั คอื
๑. การปักหมุดหมายพื้นที่การปฏิบัติการ ต้องวิเคราะห์ศักยภาพพื้นท่ี/ขบวนผู้คนเครือข่าย
การวิเคราะห์ประเด็นยุทธศาสตร์/วาระร่วมในการขับเคลื่อน การจัดทาแผนพัฒนาเชิงพื้นท่ีครอบคลุมทุกมิติ
การเสรมิ สร้างความเข้มแข็งของชมุ ชน
๒. การโยงความสัมพนั ธ์เพื่อกาหนด “เร่ืองรว่ ม” โดยวิเคราะห์การจัดระบบตา่ ง ๆ ท่ตี าบลมี
๓. การ “สาน” ภาครี ่วมพัฒนา หรอื หุ้นส่วนงานพฒั นาเพ่อื หนุนเสริมการทางานในด้านต่าง ๆ เช่น
ภาคประชาสังคม สภาองค์กรชุมชน ภาคราชการ/การเมือง ภาควิชาการ/สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน
หนว่ ยงานอน่ื ทีเ่ กีย่ วข้อง
๔. การจัดทาแผน เพื่อเป็นเครื่องมือการเชือ่ มโยงการทางาน
๕. การจดั ทายทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาในพื้นท่ี เพื่อผลักดนั การพัฒนาอยา่ งมีสว่ นร่วมของจังหวัด/กลุ่ม
จงั หวดั โดยมคี วามเชือ่ มโยงกับภาครี ่วมพัฒนา
๖. การวดั ผลสมั ฤทธ์ิ คอื ตัวช้ีวดั การเปลย่ี นแปลงของพ้นื ที่
แนวทางการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง ประกอบด้วย การมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคีความร่วมมือ
การบูรณาการข้อมูล และการใช้ทรพั ยากรร่วม ดงั นี้
๑. การวิเคราะห์พ้ืนที่/กลุ่มเป้าหมาย (ชุมชน/กลุ่มเปราะบาง) โดย (๑) วิเคราะห์ศักยภาพ ตาบล
อาเภอ จังหวัด ภูมินิเวศน์ (๒) ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง คนคืนถ่ิน
(๓) การสอบทาน TPMAP
๒. การมีส่วนร่วม โดยการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย และพัฒนากลไกความร่วมมือ เช่ือมโยงกลไกการ
ทางานรว่ มกนั กับทุกฝา่ ย/จตุพลังภาคี สรา้ งความเปน็ เจ้าของโดยชมุ ชนเป็นฐานการพัฒนา/พืน้ ที่เป็นตัวตั้ง
๓. ระบบฐานขอ้ มูล ประกอบด้วย พนื้ ที่/กลุ่มเปา้ หมาย ครัวเรือนผู้มีรายได้นอ้ ย ผู้ยากจน ผดู้ ้อยโอกาส
กลุ่มเปราะบาง ขอ้ มูลและความรู้เพ่อื สนบั สนนุ การพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมี ๒ ส่วน ไดแ้ ก่ ระบบร่วมและระบบส่งต่อ
๒๐๔
เพ่ือให้มีแผนพัฒนาเชิงพื้นท่ี ระบบสวัสดิการรัฐท่ีประชาชนเข้าถึงสิทธิ รูปแบบการทางานที่มีการสานพลัง
บูรณาการและเชอ่ื มโยงแผนพัฒนาท้องถน่ิ จังหวัด กล่มุ จงั หวัดและหนว่ ยงานภาคี
๔. ผลลัพธ์ คือ คุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน แก้ปัญหาความยากจน ระบบทางออก การขับเคลื่อนนโยบาย
สาธารณะ
๕. ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นา บางจงั หวัดได้นาโครงการทีด่ ใี นการพฒั นาชุมชนของภาคประชาสงั คมผนวก
กับแผนพฒั นาจังหวดั แต่บางโครงการไม่ปรากฏในแผนพัฒนาจงั หวดั
ท้ังน้ี สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้ดาเนินงานพัฒนาพ้ืนท่ีและส่งเสริมชุมชน
เข้มแข็ง ในหลายพ้ืนที่ เช่น โครงการ “แม่แจ่มโมเดลพลัส” อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โครงการ “จากไม้ใช้หนี้
สู่ธนาคารต้นไม้แห่งบ้านทุ่งหงษ์” อ.เมือง จ.ชุมพร โครงการ “ข่วงเปาโมเดล แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยชนบททุกมิติ
ตามแนวศาสตร์พระราชา” อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โครงการ “แผนสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมคนบวั ใหญ่” อ.นานอ้ ย จ.น่าน โครงการ “สวัสดิการชุมชนส่ธู ุรกิจเพอ่ื สงั คมต่อเป้าหมายการพัฒนาที่
ยัง่ ยนื (SDGs)” จ.สงิ หบ์ ุรี โครงการ “ธนาคารความดี ความดแี ลกตังค์” อ.พนมทวน จ.กาญจนบรุ ี และโครงการ
“เชียงของ ๑ เมือง ๒ แบบ” อ.เชียงของ จ.เชียงราย โครงการ “เรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ จากแปลงสู่ปาก”
อ.กบนิ ทรบ์ ุรี จ.ปราจนี บรุ ี เป็นต้น
แต่การบูรณาการการทางานในระดับพื้นที่ยังคงมีข้อจากัดการทางาน เน่ืองจากกฎหมายและ
ระเบียบบางประการที่ไม่เอ้ือต่อการดาเนินงาน เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ไม่สามารถ
เสนอโครงการของบประมาณพัฒนาความเข้มแข็งให้แก่สภาองคก์ รชมุ ชนในระดบั จังหวดั ได้ โดยตอ้ งใหห้ นว่ ยงาน
ของรัฐเสนอของบประมาณให้แทน สภาองค์กรชุมชนตาบลได้รับงบประมาณในส่วนของการจัดขบวนองค์กร
ชุมชนที่ลดนอ้ ยลงและองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินไม่สามารถจัดสรรงบประมาณอุดหนนุ ให้แก่สภาองค์กรชมุ ชน
เปน็ ต้น ทง้ั นี้ ขอขอบคุณวุฒสิ ภาท่ไี ดล้ งพ้นื ทีต่ ิดตามการดาเนินงานของสภาองคก์ รชมุ ชนเพอ่ื สรา้ งกาลังใจและให้
ข้อเสนอแนะตอ่ การดาเนินงานในระดบั พืน้ ท่ี
๓.๖ ช่ือเร่ือง การขับเคล่ือนงานตาบลเข้มแข็งด้วยจตุพลังในพ้นื ท่ีและข้อเสนอต่อบทบาทของวฒุ ิสภา
ตอ่ การติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการขบั เคลอ่ื นตาบลเขม้ แขง็ ในชว่ ง ๒ ปีข้างหน้า ผู้นาเสนอ นางสาวอรวรรณ
เศรษฐพงษ์ นายกเทศมนตรีตาบลห้วยงู จังหวดั ชัยนาท
การสร้างความเข้มแข็งในพ้ืนที่ตาบลห้วยงูเร่ิมจากปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ขับเคล่ือนงานด้านการดูแล
ผูส้ ูงอายุ โดยชมรมผสู้ ูงอายรุ ่วมกับท้องถิ่นและทอ้ งท่ี ซ่ึงมองว่าในอนาคตจะมีผู้สูงอายุเพมิ่ มากขึ้น ตอ่ มาปี พ.ศ.
๒๕๕๑ มีกองทุนหลักประกันสุขภาพของสานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มาร่วมทางานดูแล
สุขภาพประชาชน ๕ กลุ่มวัย และได้ตั้งคณะกรรมการกองทุนข้ึนมาซ่ึงมีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ท้ังท้องถิ่น
๒๐๕
ท้องท่ี หน่วยงานในพื้นท่ี ผู้ทรงคุณวุฒิ และประชาชน เป็นกรรมการ เพ่ือดาเนินงานตามแผนงานและระเบียบ
ของสปสช. จากการดาเนินงานได้เห็นผลสัมฤทธิ์ท่ีสามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน ในพ้ืนที่ได้อย่าง
ชดั เจน จึงไดข้ ับเคล่อื นงานบริษทั สร้างสขุ ตาบลหว้ ยงู โดยทางานดา้ นการดูแลพฒั นาผู้สงู อายุเป็นลาดบั แรก และ
ขยายผลในกลุ่มเด็กปฐมวัย ต่อมาจึงได้จัดทายุทธศาสตร์การทางานในระดับตาบลร่วมกับเครือข่ายภาคีเพ่ือให้
ครอบคลุมประชาชนทกุ คนและมีความมนั่ คง โดยไดก้ าหนดเปน็ ยทุ ธศาสตร์ ๕ ดา้ น ไดแ้ ก่
๑. ด้านสุขภาพ ประกอบด้วย การสร้างเสริมป้องกันโรคทุกช่วงวัย ชุมชนสร้างนวัตกรรมสุขภาพ
เพ่ือดูแลส่งเสริมสุขภาพตนเองและครอบครัว ส่งเสริมสุขภาพท่ีพึงประสงค์ของผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง
พัฒนาสถานบริการระดบั ปฐมภูมิให้มคี ุณภาพ ผา่ นระดับ ๕ ดาว ในแนวทาง รพ.สต.ติดดาว ลดความเหลอ่ื มล้า
ในการดูแลผสุ้ ูงอายุ ผู้ทีม่ ภี าวะพึ่งพิงโดยใช้หนุ่ ยนต์ดนิ สอ และสอ่ื สารสัญญาณฉุกเฉิน
๒. ด้านสังคม ประกอบด้วย การเสริมสร้างพลังจิตอาสา จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และ
พระมหากษตั ริย์ การสนันบสนุนการดาเนินงานวัดประชารัฐในพ้ืนที่เพ่อื อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม จัดกิจกรรม
สานสัมพันธ์ระหว่างคนสามวัยให้เกิดความเข้มแข็งและอบอุ่นในสถาบันครอบครัว การขับเคล่ือนสังคมให้มี
คุณภาพชีวิตท่ีดี โดยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเด็กปฐมวัยในสังคมผู้สูงวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและศูนย์พัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ ผู้สูงอายุสืบสานวฒั นธรรมประเพณพี ืน้ บ้านจากผสู้ ูงอายุสูเ่ ด็กและเยาวชน
๓. ด้านสวสั ดกิ าร ประกอบดว้ ย การสนบั สนนุ ให้ประชาชนทกุ คนท่ีมีสิทธิใหไ้ ด้รับสวัสดกิ ารของรัฐ
การจัดสวัสดิการให้ประชาชนครบทุกช่วงวัยและครอบคลุมผู้ด้อยโอกาส เด็ก สตรี สูงอายุ การส่งเสริมให้
ประชาชนผู้ยากไร้เข้าถึงสวสั ดิการชุมชนผา่ นกิจกรรมขยะแลกสวัสดิการเพ่ือลดความเหลื่อมล้า มอบสวัสดกิ ารท่ี
จาเปน็ พ้ืนฐานให้กบั คนยากจน ขจัดความยากจน พัฒนาคนทุกช่วงวยั สร้างค่านยิ มให้ตน้ ไม้มงคลเพ่ือแทนความ
กตญั ญกู ับผู้วายชนแทนพวงหรีด
๔. ด้านเศรษฐกจิ ประกอบด้วย การพัฒนาและเพม่ิ คุณคา่ ภูมิปัญญาท้องถ่ินให้เปน็ นวัตกรรมโดย
การเพม่ิ ทักษะแรงงาน สร้างความต้องการระดบั ภมู ิภาค สนบั สนุนสง่ เสริมการประกอบอาชีพเสรมิ และวิสาหกิจ
ชุมชนในพ้ืนที่ สร้างมูลค่าของเศษวัสดุทางการเกษตร (ฟางข้าว) ให้เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและ
ชุมชน พัฒนารูปแบบ การสื่อสารและบรรจุภัณฑ์เพ่ือให้ประชาชนได้เข้าถึงสินค้าชุมชนในรูปแบบออนไลน์
สง่ เสรมิ การผลติ แปรรูปขา้ วเพ่มิ มลู ค่าข้าว และลดตน้ ทุนค่าใช้จา่ ยในครัวเรือน
๕. ด้านส่ิงแวดล้อม ประกอบด้วย การลดการเผาฟางข้าว โดยการแปรรูปเป็นกระถางฟางข้าว
จัดต้ังโรงเรยี นชาวนาและศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เพอื่ ใหค้ วามรกู้ ารใช้และลดสารเคมีอย่างถูกต้อง เพม่ิ การใช้
ระบบนิเวศ สารชีวะภัณฑ์ทางการเกษตร การดาเนินงานลดปริมาณขยะจากต้นทางและจัดตั้งธนาคารขยะใน
ชมุ ชน การสร้างและพัฒนาหมอบ้านเพื่อปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้มีความเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัยและผู้ท่ีมีภาวะ
พึ่งพิง การปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากไร้ยากจนตามแนวทางขจัดความยากจ น และพัฒนาคน
ทุกชว่ งวยั
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ มีผลการดาเนินงานท่ีเป็นรูปธรรมและมีคุณภาพ โดยมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) และโรงเรียนผู้สูงอายุ ซ่ึงหน่วยงานส่วนกลางและ
วุฒิสภาได้ลงพื้นท่ีศึกษาดูงานและให้คาแนะนาการบริหารจัดการเพ่ือให้มีคุณภาพย่ิงข้ึน นอกจากนี้ยุทธศาสตร์
ตาบลห้วยงูดังกล่าวมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ซ่ึงเป็นแนวทางท่ีดีในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาพ้ืนท่ี
ดังนั้น เพื่อให้การทางานมีความเข้มแข็งและยั่งยืน บริษัทสร้างสุขตาบลห้วยงูจึงได้ร่วมกับ ๔ เสาหลัก ๙
เครือข่ายชุมชนในพื้นที่ตาบลห้วยงู บูรณาการความร่วมมือเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยมีการเช่ือมโยงทุน
แผนการทางาน งบประมาณ และคน ในลักษณะ “จตุพลัง” ท่ีเป็นเสาเข็มสังคมที่สาคัญในการดูแล พัฒนาและ
๒๐๖
แก้ไขปัญหาให้กบั ประชาชนในพ้นื ท่ี โดยมีกลไกการขับเคล่ือน ๔ กลไกสาคัญ ได้แก่ (๑) ระดับครอบครัว ได้แก่
อาสาสมัครดูแลคุณภาพชีวิตประจาครอบครัว (อสค.) (๒) ระดับหมู่บ้าน ได้แก่ กรมมการหมู่บ้านด้านคุณภาพ
ชีวติ ประชาชน (กมค.) (๓) ระดับชุมชน ได้แก่ ศนู ย์ความมน่ั คง ๕ ดา้ น คณะกรรมการจตพุ ลงั โดยแบ่งเปน็ ๕ ชดุ
(๔) ระดับตาบล ได้แก่ บริษัทสรา้ งสขุ ตาบลหว้ ยงู
๔. สรุปความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของกล่มุ เป้าหมายท่ีไดร้ ับ
๔.๑ ความคดิ เหน็ ประเดน็ “เหลยี วหลงั (๓ ป)ี ”
กรอบการปฏริ ูประบบสร้างเสริมชุมชนเขม้ แขง็
๓ ปีผา่ นไป วฒุ ิสภาทาหนา้ ที่ตดิ ตาม เสนอแนะ และเรง่ รดั การปฏิรปู ด้านสังคม พบวา่
๑) มีตาบลจานวนหนึ่งใช้ “จตพุ ลัง” ในตาบล อนั ประกอบดว้ ย
หนง่ึ ท้องถ่ิน (เทศบาล องค์การบรหิ ารส่วนตาบล)
๒๐๗
สอง ทอ้ งท่ี (กานัน-ผู้ใหญบ่ า้ น)
สาม ภาคประชาสังคม (สภาองค์กรชมุ ชนและอนื่ ๆ)
ส่ี หน่วยงานอื่น ๆ (โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตาบล โรงเรยี น เปน็ ตน้ )
รวมตัวกัน จัดการข้อมูล ร่วมคิด ร่วมทางานพัฒนาและแก้ไขปัญหาในตาบล เกิดงานดี ๆ เป็นรูปธรรม
สอดคลอ้ งกบั ทศิ ทางปฏริ ูป
๒) การทางานดว้ ย “จตพุ ลงั ” ในตาบล เปน็ โอกาสดีในการเช่อื มกับระบบแผนเดยี ว) One Plan
( จากล่างขึ้นบน และบนลงล่าง
๓) หน่วยงานภายนอกยังคุ้นเคยและติดอยู่กับแนวทางการทางานแบบบนลงล่างและแยกสว่ น มากกว่าการ
หนนุ เสรมิ ใหจ้ ตพุ ลงั จัดการกันเอง
๔.๒ ความคิดเห็นประเดน็ “แลหนา้ (๒ ป)ี ”
ประเดน็ การปฏิรูปและขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติด้านท่ี ๑ และดา้ นที่ ๔ การเสรมิ สร้างเสาเข็มสังคม
คือ ตาบลให้เข้มแข็ง เพื่อให้ประเทศไทยม่ันคง ท่ีประชุมมีความเห็นตรงกันว่ามีความสาคัญมาก เพราะหาก
เสาเขม็ ไม่เข้มแขง็ ก็ยากท่จี ะหวังให้อาคารบ้านเรอื นมั่นคงยัง่ ยืนได้
ข้อเสนอสาหรบั วุฒิสภาในการทางาน ๒ ปขี า้ งหน้า มีดงั นี้
๑. ผลักดนั ให้รัฐบาลกาหนดเร่ืองการปฏิรูปเพ่ือเสริมสร้างตาบลเข้มแข็ง เปน็ วาระแห่งชาติและปรับ
งบประมาณให้สอดคลอ้ งกบั การสนับสนุนใหเ้ กดิ ตาบลเขม้ แขง็
๒. ผลักดันให้ส่วนราชการตา่ ง ๆ มีแนวคิดการบรหิ ารจัดการแบบหุ้นส่วนในระดบั พนื้ ท่ี เข้าใจบรบิ ท
พ้ืนที่ที่มีความแตกต่างกัน พัฒนากลไกและวิธีทางาน สนับสนุนกลไกทุกภาคส่วนในตาบล ให้เกิดการทางาน
รว่ มกนั อยา่ งจริงจงั
๓. ผลักดันรัฐบาลให้นา “ห้วยงูโมเดล” หรือการจัดการตาบลเข็มแข็งแบบพหุภาคี ท่ีเรียกว่า
๔ เสาหลัก หรอื จตุพลัง ประกอบกับ ๙ เครือข่ายภาคี ทางาน ๕ ด้าน คือ สุขภาพ สังคม สวัสดิการ เศรษฐกิจ
และส่ิงแวดล้อมของตาบลห้วยงู อาเภอหันคา จังหวัดชัยนาท หรือท่ีอ่ืนที่ดี ๆ ไปปรับใช้เป็นต้นแบบในการ
ขับเคลอื่ นตาบลเขม้ แข็งใหก้ ว้างขวางและจริงจัง
๔. ผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนใหอ้ งค์กร ๔ เสาหลักในทุกตาบลไดจ้ ัดทาฐานข้อมูลทุกด้านของตาบล
เพื่อเปน็ ข้อมูลของตาบลในการวางแผนการพฒั นาอยา่ งเป็นองคร์ วม ซ่ึงมตี วั อยา่ งเกดิ ขน้ึ แล้วในบางตาบล
๕. ผลักดันให้ภาครัฐต้องเพ่ิมสิทธิ อานาจ หน้าท่ี และทรัพยากรให้แก่ชุมชนท้องถ่ินให้มากขึ้น
สร้างเสริมเพิ่มพลังการจัดการกันเองของตาบลให้เป็นรูปธรรม โดยควรมีระบบจัดงบประมาณด้วยแบบแผน
บูรณาการเพอ่ื สร้างเสริมตาบลเขม้ แข็งทุกตาบลทัว่ ประเทศ
๖. ผลักดันให้ส่วนราชการต่าง ๆ ต้องเรียนรู้การจัดการตาบลเข้มแข็งแบบพหุภาคีที่เป็นกรณีศึกษา
ดี ๆ รวมไปถึงการทาคู่มอื แนวทาง และอบรมข้าราชการทกุ ระดบั เพื่อปรับ mindset หรือปรับวิธคี ิด วธิ ีทางาน
เพื่อมุ่งผลลัพธ์ใหม่ คือ การสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างเสริมตาบลเข้มแข็ง และนามาสู่การทางาน
รว่ มกันของหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ในตาบล
๗. ผลักดันให้เกิดกลไกการจัดทาแผนตาบลแบบบูรณาการ เชื่อมกับแผนพัฒนาอาเภอ และ
แผนพัฒนาจงั หวดั โดยเน้นแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ให้มากกวา่ แผนตามหน้าทขี่ องหน่วยงานขา้ งบน
๒๐๘
๕. กิจกรรมอนื่ ทีด่ าเนินการเพม่ิ เติม พรอ้ มทั้งเหตุผลท่ีมกี ารจดั กิจกรรมเพิ่มเติม
๕.๑ กิจกรรม การจดั นทิ รรศการ “เสาเขม็ สงั คม : ตาบลเข้มแขง็ ประเทศมั่นคง “กรณีศกึ ษาการจดั การ
ตาบลเขม้ แขง็ แบบพหุภาคี การปฏิรปู ของจรงิ ที่ฐานราก”” (เทศบาลตาบลหว้ ยงู อาเภอหนั คา จงั หวดั ชยั นาท)
คณะกรรมาธิการตดิ ตาม เสนอแนะ และเรง่ รดั การปฏิรปู ประเทศ และการจัดทาและดาเนนิ การตาม
ยทุ ธศาสตรช์ าติ รว่ มกบั คณะกรรมาธกิ ารการพฒั นาสังคม และกิจการเดก็ เยาวชน สตรี ผูส้ ูงอายุ คนพิการ และ
ผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้จัดนิทรรศการดังกล่าวต้ังแต่วันท่ี ๖ – ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ณ บริเวณหน้าห้องประชุม
วุฒิสภา ช้ัน ๒ อาคารรัฐสภา และหน้าหอ้ งประชมุ หมายเลข CA 429 ช้นั ๔ อาคารัฐสภา (ฝัง่ วฒุ สิ ภา)
โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจและนาเสนอลักษณะของพ้ืนที่ที่มีการจัดการชุมชน/
ตาบลเข้มแข็งด้วยพหุภาคีในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีการดาเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่ ๑ ด้าน
ความมน่ั คง ยุทธศาสตร์ชาติที่ ๔ ด้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม และแผนการปฏิรูปประเทศ
ด้านสังคมเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สมาชิกวุฒิสภา หน่วยงานและทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องได้ศึกษากระบวนการ
เสริมสร้างตาบลเข้มแข็งแบบพหุภาคี และเห็นถึงความสาเร็จของการดาเนินงานดังกล่าวท่ีมีต่อชุมชนและ
ประชาชนในพืน้ ท่ีนั้นอีกทง้ั เป็นทศิ ทางการดาเนนิ งานติดตาม เสนอแนะ และเรง่ รัดการปฏิรูปประเทศ การจดั ทา
และดาเนินการตามยุทธศาสตรช์ าติของวุฒสิ ภาตามอานาจหนา้ ทีใ่ นระยะ ๒ ปีต่อไป
๒๐๙
๖. จานวน รายช่ือ ภาคส่วนของผรู้ ว่ มการสัมมนากลมุ่ ย่อยสทิ ธมิ นษุ ยชน
ลาดับท่ี ชื่อ-นามสกุล หนว่ ยงาน/กลุม่
๑ นายอาพล จนิ ดาวฒั นะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการตรวจสอบ วเิ คราะห์ และ
ประเมินผลการดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ คณะที่ ๔
และประธานคณะอนกุ รรมาธกิ ารตดิ ตามการปฏริ ปู ดา้ นสงั คม
กจิ การผสู้ งู อายแุ ละสงั คมสูงวยั
๒ นายอนศุ กั ด์ิ คงมาลยั รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการตรวจสอบ
วิเคราะห์ และประเมนิ ผลการดาเนนิ การ
ตามยทุ ธศาสตร์ชาติ คณะท่ี ๔
๓ พลเอก วรพงษ์ สงา่ เนตร รองประธานคณะกรรมาธกิ ารการทหารและความม่นั คงของรฐั
วุฒสิ ภา
๔ นางสวุ รรณี สริ เิ วชชะพันธ์ รองประธานคณะกรรมาธกิ าร
การพาณชิ ย์ และการอตุ สาหกรรม วุฒสิ ภา
๕ นายเอน็ นู ซ่ือสวุ รรณ ประธานกรรมการจดั ทายุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการสรา้ งโอกาส
และความเสมอภาคทางสงั คม และกรรมการปฏริ ปู ประเทศ
ดา้ นสงั คม
๖ นางสาวอรวรรณ เศรษฐพงษ์ นายกเทศมนตรตี าบลหว้ ยงู จงั หวดั ชยั นาท
๗ นางสวุ ณี สมาธิ เครือขา่ ยภาคประชาสงั คมจงั หวดั ตรงั
๘ นางสาวสุวมิ ล มแี สง แกนนาภาคประชาสังคม
๙ พลเอก วรี ัณ ฉนั ทศาสตรโ์ กศล สมาชกิ วฒุ สิ ภา
๑๐ ผศ.วีระศกั ดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
๑๑ พ.อ. มนตรี สพุ เิ พชร ผช.ผอ.สนย.กอ.รมน.(๒)
๑๒ น.ส.กาญจนา ทองเกษม ผอู้ านวยการกองแผนงาน กรมการพัฒนาชมุ ชน
๑๓ นางกรรณกิ าร์ บรรเทงิ จิตร สานกั งานงานประสานพฒั นานโยบายรองรบั สงั คมสงู วัย
(สป.สว.)
๑๔ น.ส.บุษยรตั น์ กาญจนดษิ ฐ์ อนุกรรมาธกิ ารตดิ ตามการปฏริ ูปดา้ นสงั คม
๑๕ นายกฤษดา สมประสงค์ ทีป่ รกึ ษาขบวนองค์กรสวสั ดกิ ารชมุ ชน
๑๖ น.ส.นงลกั ษณ์ ยอดมงคล อนุกรรมาธกิ าร ตสร. คณะท่ี ๔
๑๗ นางวันเพญ็ ทนิ นา สานกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ
๑๘ นายผลกึ อาจหาญ ผูอ้ านวยการฝา่ ยพัฒนาลกู คา้ และชมุ ชน ธ.ก.ส.
๑๙ นายพฒั น์พงศ์ เนียมมศี รี ผู้บรหิ ารทีม ธกส.
๒๐ นายเลิศฤทธิ์ พลนกิ ร รองประธานสภาองคก์ รชมุ ชนตาบลหว้ ยงู
๒๑ นางศริ ลิ กั ษณ์ มมี าก ผเู้ ชย่ี วชาญเฉพาะดา้ นผูส้ งู อายุ
กรมกิจการผู้สงู อายุ
๒๒ นางสาววรวี บญุ เกิด กรมกิจการผสู้ งู อายุ
๒๑๐
๒๓ นางอมุ าภรณ์ ผอ่ งจติ ต์ นักสงั คมสงเคราะหเ์ ชี่ยวชาญ
กรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดกิ าร
๒๔ นางสาวจริยา จนั ตะ๊ คา นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน
กรมพัฒนาสงั คมและสวัสดกิ าร
๒๕ นางพลินี เสรมิ สนิ สริ ิ ผู้ชานาญการประจาคณะกรรมาธกิ ารทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่งิ แวดล้อม วุฒสิ ภา
๒๖ นางสาวนภิ า เซม็ มี นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนชานาญการ
กรมการพฒั นาชุมชน
๒๗ นายวสิ ทุ ธิ บญุ ญะโสภติ รองนายกสมาคมพฒั นาชมุ ชนยั่งยนื
จังหวดั นครสวรรค์
๒๘ นายอดศิ กั ด์ิ วรวชิ วลิตวัชระ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลห้วยงู
๒๙ นายภคนิ ัย แสงอินทร์ ทีมหมอบ้านประจาตาบลหว้ ยงู
๓๐ นางกานดา ใจแสน โรงเรียนสรา้ งสขุ ผ้สู ูงอายตุ าบลห้วยงู
๓๑ นายทัสมะ จนั ทรพ์ ลิ า เทศบาลตาบลหว้ ยงู จงั หวดั ชยั นาท
๓๒ นางนิตยา บญุ จนั ทร์ กลุ่มชาวนา (นวัตกรรมดานาตตี าราง)
๓๓ นายวัชระ ยส่ี ุ่น กล่มุ วสิ าหกิจชมุ ชนแปรรปู จากฟางข้าว
๓๔ นายจวน สวัสดี ชมรมกานนั /ผ้ใู หญบ่ า้ นตาบลหว้ ยงู
๓๕ นายสมบตั ิ ใจแสน ชมรมจติ อาสาจงั หวัดชยั นาท
๓๖ นายชวลติ เทียนชยั เทศบาลตาบลหว้ ยงู จังหวัดชัยนาท
๓๗ นางสาวสุนยี ์ สขุ สว่าง นักวชิ าการอสิ ระ
๓๘ พลเอก สายัณห์ สวสั ดศ์ิ รี ทป่ี รกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ ารตดิ ตาม เสนอแนะ และเร่งรัด
การปฏิรปู ประเทศ และการจดั ทาและดาเนินการตาม
ยทุ ธศาสตรช์ าติ ดา้ นสิทธมิ นุษยชน สิทธเิ สรภี าพและการ
คุ้มครองผบู้ รโิ ภค
ผู้เขา้ รว่ มสมั มนาผ่านสอื่
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ จานวน ๒๕ คน
๒๑๑
๗. ภาพการสัมมนากล่มุ ยอ่ ย
-------------------------------------------
----------------
๒๑๒
๒๑๓
๑๔. กลุ่มปกปอ้ งสทิ ธิ เท่าทันส่อื คุ้มครองผู้บรโิ ภค
๘ มถิ นุ ายน ๒๕๖๕
๑. โครงการสมั มนากลมุ่ ย่อย
๑. หลักการและเหตุผล
รัฐธรรมนูญไทยในอดีตกำหนดให้สมำชิกรัฐสภำมีสองประเภทซ่ึงมีท่ีมำแตกต่ำงกันต้ังแต่ปี ๒๔๗๕
ต่อมำในปี ๒๔๘๙ จึงได้นำรูปแบบสภำคู่มำใช้เป็นคร้ังแรกตำมรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๔๘๙
ที่กำหนดให้รัฐสภำ ประกอบด้วย พฤฒสภำและสภำผู้แทน จำกน้ันรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช
๒๔๙๐ ได้เปล่ียนช่ือเรียก “พฤฒสภำ” มำเป็น “วุฒิสภำ” จนถึงปัจจุบันโดยวุฒิสภำชุดปัจจุบันได้รับพระบรม
รำชโองกำรโปรดเกล้ำโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภำคม ๒๕๖๒ และได้ปฏิบัติหน้ำท่ีมำแล้วเป็นเวลำ
กวำ่ ๓ ปี โดยเร่ิมมีกำรประชุมวุฒิสภำครงั้ แรก เมือ่ วันท่ี ๒๔ พฤษภำคม ๒๕๖๒ ซง่ึ ๓ ปีทีผ่ ำ่ นมำ วุฒิสภำได้ดำเนินงำน
ต่ำง ๆ ภำยใต้กรอบของกฎหมำยอย่ำงเต็มกำลังควำมสำมำรถ และคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับประเทศชำติ
และประชำชนโดยรวม ท้ังในด้ำนกำรกลั่นกรองกฎหมำย กำรควบคุมกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน กำรให้คำแนะนำหรือ
ให้ควำมเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรต่ำง ๆ นอกจำกนี้ วุฒิสภำยังมีหน้ำที่ตำมบทเฉพำะกำลของ
รัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ คือ กำรทำหนำ้ ท่ี ติดตำม เสนอแนะ และเรง่ รดั กำรปฏริ ปู ประเทศ และกำรจดั ทำและดำเนินกำร
ตำมยุทธศำสตร์ชำติ ซ่ึงวุฒิสภำสำมำรถสร้ำงสรรค์วิธีกำรและรูปแบบกำรติดตำม กำรเสนอแนะ และกำรเร่งรัด
ด้วยรูปแบบทันสมัย มีประสิทธิภำพ เกิดนวัตกรรมองค์ควำมรู้ใหม่ ๆ ที่ทำให้หน่วยงำนภำครัฐและประชำชนได้รับ
ประโยชน์นำสู่กำรขับเคลื่อนกำรปฏิรูปประเทศและกำรดำเนินกำรจัดทำยุทธศำสตร์ได้อย่ำงเป็นรูปธรรม อันเน่ืองจำก
วฒุ ิสภำประกอบดว้ ยบคุ คลผู้มคี วำมรู้ ควำมเชีย่ วชำญ และมีทักษะประสบกำรณ์ในหลำยสำขำอำชพี อยำ่ งครบถ้วน
คณะกรรมำธิกำรสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพและกำรคุ้มครองผู้บริโภคเป็นคณะกรรมำธิกำรสำมัญ
ประจำวุฒิสภำคณะหนึ่งมีหน้ำท่ีและอำนำจในกำรพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติ กระทำกิจกำร พิจำรณำสอบหำ
ข้อเท็จจริง หรือศึกษำเรื่องใด ๆ ท่ีเกี่ยวกับกำรส่งเสริมควำมร่วมมือและกำรประสำนงำนระหว่ำงหน่วยรำชกำร
องค์กรเอกชน และองค์กรในด้ำนสิทธิมนุษยชน ติดตำม ตรวจสอบกำรกระทำหรือกำรละเว้นกำรกระทำ อันเป็นกำร
ละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพ กำรส่ือสำรมวลชนและส่ือสำธำรณะ กำรคุ้มครองผู้บริโภค ปัญหำควำมเดือดร้อน
ของผู้บริโภค พิจำรณำศึกษำ ติดตำม เสนอแนะ และเร่งรัดกำรปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ
ที่อยู่ในหน้ำที่และอำนำจ และอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้อง โดยในห้วงระยะเวลำเกือบ ๓ ปี ท่ีผ่ำนมำ คณะกรรมำธิกำรได้ปฏิบัติ
หน้ำที่และดำเนินภำรกิจต่ำง ๆ อำทิ กำรพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีเก่ียวกับสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพและ
กำรคุ้มครองผู้บริโภค กำรพิจำรณำสอบหำข้อเท็จจริง หรือศึกษำเรื่องใด ๆ ที่เก่ียวกับสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพ
และกำรคุ้มครองผู้บริโภค รวมทั้งประเด็นที่มีผลกระทบต่อสังคมในภำพรวมและอยู่ในควำมสนใจของประชำชน
ตลอดจนกำรติดตำม เสนอแนะ และเร่งรัดกำรทำงำนขององค์กรภำครัฐ องค์กรภำคประชำชนเพ่ือไปสู่เป้ำหมำยกำร
ปฏิรปู ประเทศ ซ่ึงจะเห็นไดว้ ่ำที่ผ่ำนมำแม้จะอยู่ในท่ำมกลำงภำวะวิกฤติของกำรแพร่ระบำดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนำ
๒๐๑๙ (COVID – 19) คณะกรรมำธิกำรได้ดำเนินงำนอย่ำงไม่หยุดน่ิงภำยใต้กำรทำงำนในวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ หรือ
New Normal ที่อยบู่ นพืน้ ฐำนควำมถกู ตอ้ งภำยใตบ้ ทบำทหน้ำที่แห่งรฐั ธรรมนญู รวมถงึ กฎหมำยตำ่ ง ๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง
ดังนั้น ในโอกำสที่วุฒิสภำจะครบรอบ ๓ ปี ในกำรปฏิบัติหน้ำท่ีของวุฒิสภำ และได้กำหนดกิจกรรม
และเผยแพร่ประชำสัมพันธ์ผลงำนของวุฒิสภำ โดยมีกำรจัดงำนสัมมนำ เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้ำ วุฒิสภำ
เพ่ือประชำชน กล่ันกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป” คณะกรรมำธิกำรสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพและกำรคุ้มครองผู้บริโภค
วุฒิสภำ จึงเห็นควรให้จัดกำรสัมมนำกลุ่มย่อย เร่ือง “สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพและกำรคุ้มครองผู้บริโภค” ข้ึน
ในงำนดังกล่ำว เพ่ือนำเสนอผลสัมฤทธ์ิของกำรดำเนินงำนตำมบทบำทหน้ำที่ของคณะกรรมำธิกำร และเป็นเวทีให้กับ
ภำคส่วนท่ีเกี่ยวข้องได้ระดมควำมคิดเห็น สะท้อนควำมคำดหวังต่อกำรทำหน้ำท่ีของคณะกรรมำธิกำรในอีก ๒ ปี
ข้ำงหนำ้ เพ่อื ใหส้ มกับคำวำ่ “วฒุ สิ ภำเพอ่ื ประชำชน” อยำ่ งแท้จริง
๒๑๖
๒. กาหนดการสมั มนากลุ่มย่อย กลำ่ วเปดิ กำรสมั มนำกลมุ่ ย่อยและนำเสนอผลกำรดำเนนิ งำน
เวลำ ๑๐.๐๐ – ๑๐.๓๐ นำฬิกำ ท่ีผ่ำนมำของคณะกรรมำธิกำร โดย
เวลำ ๑๐.๓๐ – ๑๑.๓๐ นำฬกิ ำ นายสมชาย แสวงการ ประธำนคณะกรรมำธิกำร
เวลำ ๑๑.๓๐ – ๑๑.๕๕ นำฬกิ ำ สทิ ธมิ นษุ ยชน สทิ ธิเสรภี ำพและกำรคุ้มครองผู้บริโภค
เวลำ ๑๑.๕๕ – ๑๒.๐๐ นำฬกิ ำ
แบ่งกล่มุ ระดมความคดิ เห็น ในหัวขอ้ “แนวทางการขับเคล่อื น
ภารกจิ ของคณะกรรมาธกิ าร : ประเดน็ /ขอ้ กฎหมายท่ีเก่ียวกบั
สิทธิมนุษยชน สิทธเิ สรีภาพและการคุม้ ครองผบู้ รโิ ภค”
เวลำ ๑๐.๓๐ – ๑๐.๔๕ นำฬกิ ำ (๑๕ นำที)
– เกรนิ่ นำเข้ำสูก่ ำรระดมควำมคดิ เหน็ ชวนคุย ชวนคดิ
ชวนเสนอแนะประเด็นที่อยำกใหค้ ณะกรรมำธกิ ำรขับเคลื่อน
หรือควำมคำดหวังต่อกำรทำงำนของคณะกรรมำธกิ ำร
– แบ่งกลมุ่ ย่อยตำมหนำ้ ที่และอำนำจของคณะกรรมำธกิ ำร
(๕ นำท)ี
กลุม่ ท่ี ๑ สทิ ธิมนุษยชน
กลมุ่ ท่ี ๒ สิทธิเสรีภำพ (ส่ือสำรมวลชนและสื่อสำธำรณะ)
กล่มุ ท่ี ๓ สทิ ธขิ องผู้บริโภค
เวลำ ๑๐.๔๕ – ๑๑.๒๕ นำฬกิ ำ (๔๐ นำที)
- กจิ กรรมระดมควำมคดิ เห็น โดยมี Facilitators ประจำกลุ่ม
อำนวยกำรใหเ้ ขียนควำมคิดบนกระดำษสแี ละอภิปรำย
ควำมเห็นตำมสง่ิ ท่ีเขียนไว้ แล้ว Facilitators ประจำกลุ่ม
นำแผนกระดำษสที ่เี ขียนข้อควำมมำจดั กลุ่มและตดิ บนชำร์ท
ตำรำงเป็นกระดำษปรู๊ฟ
เวลำ ๑๑.๒๕ – ๑๑.๓๐ นำฬกิ ำ (๕ นำที)
- เลือกผู้แทนและเตรียมกำรนำเสนอ
ตัวแทนกลุ่มนำเสนอสรปุ ผลกำรระดมควำมคดิ เหน็
(กลุ่มละประมำณ ๘ นำท)ี
และกำรแสดงควำมคิดเหน็ จำกหอ้ งออนไลน์
สรุปผลและปดิ กำรสัมมนำกลุ่มย่อย โดย
นายสมชาย แสวงการ ประธำนคณะกรรมำธกิ ำร
สิทธมิ นุษยชน สทิ ธเิ สรภี ำพและกำรคุ้มครองผบู้ ริโภค
๒๑๗
๒. ประเดน็ ปญั หา หรอื ประเดน็ ทจี่ ะขอรับฟังความคดิ เหน็
ระดมควำมคิดเห็นจำกภำคส่วนที่เก่ียวข้อง สะท้อนควำมคำดหวัง ปัญหำ ข้อจำกัด อุปสรรคที่ยังเป็น
ช่องว่ำงในด้ำนสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพและกำรคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนร่วมกันแสวงหำแนวทำงกำรขับเคล่ือน
ภำรกจิ ในอีก ๒ ปี ข้ำงหน้ำ ทั้งในเชงิ ประเด็นและเชิงกำรผลกั ดนั กฎหมำยสำคญั โดยสรปุ เป็น ๒ ประเด็นหลัก คือ
๑. เปำ้ หมำยในอกี ๒ ปีขำ้ งหนำ้ หรือสิ่งที่คำดหวงั จะใหค้ ณะกรรมำธิกำรผลักดนั ให้เกิดข้ึน
๒. กลไก/วิธีกำรที่จะไปสเู่ ป้ำหมำย
๓. สรุปการนาเสนอข้อมลู ของผู้นาเสนอ/วทิ ยากรประจากล่มุ
๓.๑ ช่ือเร่ือง กลุ่มย่อยสิทธิมนุษยชน ผู้นาเสนอ (๑) นำยณัฐพล ด่ำนจิตร์ตรง ผู้อำนวยกำรกองส่งเสริมสิทธิและ
เสรีภำพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภำพ และ (๒) นำงสำวพิรุณรัตน์ สุตระภักด์ิ นักวิชำกำรสิทธิมนุษยชนปฏิบัติกำร
สำนกั งำนคณะกรรมกำรสิทธมิ นุษยชนแหง่ ชำติ
เปา้ หมายในอกี ๒ ปขี า้ งหนา้
๑. ประชำชนได้เข้ำถึงสิทธิในกระบวนกำรยุติธรรม ต้ังแต่ต้นน้ำจนถึงปลำยน้ำ โดยอำนวยควำมยุติธรรมชั้นต้นท่ีสถำนี
ตำรวจท้องท่ี ลดกำรละเมิดสิทธิมนุษยชน ลดควำมเหล่ือมล้ำในกำรเข้ำถึงกระบวนกำรยุติธรรม ตลอดจนกำหนดให้ใช้
ประโยชน์จำกระบบนิติวิทยำศำสตร์ท้ังคดีแพ่งและคดีอำญำ/กำรกำหนดมำตรฐำนและกระบวนกำรพิสูจน์ทำงด้ำน
นติ ิวทิ ยำศำสตรท์ ง้ั ภำครฐั และเอกชนใหเ้ ปน็ มำตรฐำนเดียวกัน
๒. คนไร้รัฐไร้สัญชำติและกลุ่มชำติพันธุ์ได้รับกำรคุ้มครองสิทธิ และมีพ้ืนที่คุ้มครองทำงวัฒนธรรม เพ่ือให้กลุ่มบุคคล
ดงั กลำ่ วสำมำรถดำรงชวี ิตไดต้ ำมวถิ ีทำงวัฒนธรรมและประเพณดี งั้ เดิม
๓. ประชำชนไดร้ ับกำรคมุ้ ครองสิทธิชมุ ชน ปำ่ ไม้ และทดี่ ินทำกิน
๔. ยกระดับสถำนกำรณ์ธรุ กิจกบั สิทธิมนุษยชนใหเ้ ป็นไปตำมปฏญิ ญำสำกล ซ่งึ ประเทศไทยได้รว่ มมือกับองค์กำร
สหประชำชำติ และหลักกำรช้ีแนะของสหประชำชำตวิ ำ่ ด้วยธรุ กจิ กับสทิ ธมิ นุษยชน (UNGPs)
๕. สรำ้ งวัฒนธรรมกำรเคำรพสิทธมิ นษุ ยชน สรำ้ งควำมตระหนักถงึ สิทธมิ นุษยชน
กลไก/วธิ กี ารทีจ่ ะไปสู่เป้าหมาย
๑. ปรับปรุงพระรำชบัญญัติตำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และทบทวนระเบียบเก่ียวกับคณะกรรมกำรตรวจสอบและ
ตดิ ตำมกำรบริหำรงำนตำรวจระดบั ท้องถนิ่
๒. กำรจัดทำกฎหมำยเกี่ยวกับระบบนิติวิทยำศำสตร์ที่มีกำรกำหนดมำตรฐำนสำกลในระดับเดียวกันและอยู่ภำยใต้กำร
กำกับของสภำวิชำชีพนติ วิ ทิ ยำศำสตร์
๓. ผลักดนั ร่ำงพระรำชบัญญัติคมุ้ ครองและสง่ เสรมิ วถิ ชี วี ิตกลุ่มชำตพิ ันธุ์ พ.ศ. ....
๔. ปรบั ปรงุ แกไ้ ขกฎหมำยเพื่อคมุ้ ครองกลุ่มชำติพันธใ์ุ หไ้ ดร้ ับสิทธขิ นั้ พน้ื ฐำนตำมท่กี ฎหมำยกำหนดไว้
๒๑๘
๕. ควรบริหำรจัดกำรด้ำนสิทธชิ ุมชน ป่ำไม้ และท่ีดินทำกนิ ทงั้ ระบบ โดยดำเนินกำรร่วมกับคณะกรรมกำรนโยบำยที่ดิน
แห่งชำติตำมท่ีกำหนดไว้ในพระรำชบัญญัติคณะกรรมกำรนโยบำยท่ีดินแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ภำคีเครือข่ำย
ทง้ั ภำคประชำชน ภำคประชำสังคม เพื่อรว่ มกันแกไ้ ขปญั หำท่ีดินทำกินทอี่ ยู่อำศัยให้แก่ประชำชน และส่งเสริมสนับสนุน
ให้ชุมชนและประชำชนได้มีส่วนร่วมในกำรดูแลรักษำทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงสมดุล ยั่งยืน และสร้ำงคุณภำพชีวิตท่ีดี
ให้แกป่ ระชำชน
๖. กำรขับเคล่ือนเร่ืองธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ควรเร่งสร้ำงควำมร่วมมือกับภำคีเครือข่ำย เช่น สภำหอกำรค้ำไทย
สภำอุตสำหกรรมแห่งประเทศไทย กรมพฒั นำธุรกิจกำรค้ำ กรมกำรคำ้ ระหว่ำงประเทศ สภำวิชำชีพท่เี กยี่ วข้อง เปน็ ตน้
๗. ขับเคลื่อนกำรเคำรพสทิ ธิมนุษยชนเป็นวำระแหง่ ชำตแิ ละให้มีควำมต่อเน่ืองและเป็นรปู ธรรมมำกข้ึน สรำ้ งกลไกควำม
เช่ือมโยงระหวำ่ งหนว่ ยงำนรัฐ วฒุ ิสภำ และภำคเี ครอื ขำ่ ยท่ีเกยี่ วขอ้ ง รวมทัง้ สร้ำงตัวช้วี ดั ดำ้ นสทิ ธมิ นษุ ยชน
๘. ผลักดนั ให้มหี ลักสูตรกำรเรียนกำรสอนหรอื จัดทำคู่มอื เกี่ยวกบั สทิ ธมิ นุษยชนในทุกระดบั ชนั้ กำรศกึ ษำ
๓.๒ ชื่อเร่ือง กลุ่มย่อยสิทธิเสรีภาพ (ส่ือสารมวลชนและสื่อสาธารณะ) ผู้นาเสนอ นำงรำตรี จุลคีรี ผู้อำนวยกำร
สว่ นสำนักรบั เรอ่ื งรอ้ งเรียนและค้มุ ครองผู้บริโภค สำนักงำน กสทช.
เปา้ หมายในอีก ๒ ปีขา้ งหน้า
๑. สง่ เสริมใหส้ อ่ื มีเสรีภำพในกำรทำข่ำว
๒. ส่งเสรมิ ให้สื่อมคี วำมรบั ผิดชอบตอ่ สังคมในกำรนำเสนอข้อมลู ขำ่ วสำร
๓. ส่งเสริมใหส้ อื่ เปน็ โรงเรียนของสังคม
๔. เรง่ รดั แก้ไขปัญหำขำ่ วปลอม (Fake NEWS)
๕. ยกยอ่ งเชิดชสู ือ่ มวลชนท่ที ำควำมดี
๖. เร่งรัดผลกั ดนั กฎหมำยท่ีเกี่ยวขอ้ งเพอ่ื กำหนดบทลงโทษสถำนหนักสำหรับสือ่ ที่กระทำควำมผิดและส่ือปลอม
กลไก/วธิ ีการท่จี ะไปสเู่ ป้าหมาย
๑. ควรเร่งผลักดันร่ำงพระรำชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมำตรฐำนวิชำชีพส่ือมวลชน พ.ศ. .... ให้มีผลใช้บังคับอย่ำง
เป็นรปู ธรรม เพ่ือใหเ้ กิดกำรคุ้มครองนกั วิชำชพี สื่อสำรมวลชน และกำรกำกับดูแลส่ือสังคมออนไลน์
๒. ควรส่งเสริมให้ส่ือมีจรรยำบรรณ มีควำมรับผิดชอบ และมีกำรนำเสนอข้อมูลข่ำวสำรท่ีสร้ำงสรรค์ เพื่อประโยชน์ต่อ
สังคม
๓. ควรมีกำรอบรม/สัมมนำให้ควำมรู้ด้ำนกฎหมำยและจริยธรรมแห่งวิชำชีพส่ือมวลชน ให้กับองค์กรวิชำชีพส่ือและ
นักวิชำชีพสื่อมวลชน
๔. ควรมกี ำรเก็บประวตั ิ/ทะเบยี นควำมดขี องสื่อมวลชน เพอื่ เปน็ ขวญั และกำลงั ใจในกำรทำงำน
๕. สง่ เสริมใหส้ ่ือเรียนรเู้ ก่ียวกับกำรเขียนข่ำวและกำรนำเสนอข้อมลู ขำ่ วสำรที่ถกู ต้อง และไม่บิดเบอื นข้อเท็จจริง
๖. สง่ เสริมให้เกิดกำรเรยี นร้ใู นกำรแยกแยะระหวำ่ งสอื่ แท้กบั สอื่ เทยี มให้ออกจำกกันให้ชดั เจน
๒๑๙
๗. ส่งเสริมให้มีกำรจัดทำคลังข้อมูลข่ำวสำรทุกประเภท เพื่อลดปริมำณควำมเสียหำยที่เกิดจำกกำรบิดเบือนข้อมูล
ขำ่ วสำร
๘. มีรำงวัลให้กับองค์กรวิชำชีพส่ือมวลชนและนักวิชำชีพส่ือมวลชนที่ทำควำมดีและนำเสนอข้อมูลข่ำวสำรได้อย่ำง
ถูกต้อง เป็นไปตำมหลักจรรยำบรรณ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในกำรทำงำน และเป็นกำรยกระดับคุณค่ำของนักวิชำชีพ
สื่อมวลชน
๙. มกี ำรกำหนดบทลงโทษท่ชี ัดเจน และจรงิ จงั เพื่อใหส้ ่ือมวลชนเกดิ ควำมเกรงกลัว
๑๐. ควรมีกำรบูรณำกำรหน่วยงำนที่กำกับดูแลด้ำนส่ือสำรมวลชนท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันตรวจสอบส่ือท่ีกระทำกำร
อันไม่เหมำะสม และไม่เป็นไปตำมหลักจรรยำบรรณของวิชำชีพส่ือสำรมวลชน
๓.๓ ชื่อเร่ือง กลุ่มย่อยสิทธิผู้บริโภค ผู้นาเสนอ (๑) นำงสำวอำรีวรรณ จตุทอง ผู้แทนจำกสภำองค์กรของผู้บริโภค
และนำงสำวณฐั พร บญุ อนนั ต์ ผู้แทนจำกภำคประชำชน
เป้าหมายในอีก ๒ ปีขา้ งหน้า
๑. เร่งแกไ้ ขปัญหำท่ีเกิดขึน้ จำกกำรซื้อขำยสนิ ค้ำหรอื บริกำรผำ่ นระบบกำรคำ้ ออนไลน์
๒. ควบคุมสินค้ำอุปโภคและบริโภคให้มีคุณภำพ ได้มำตรฐำนสำกล เพ่ือให้เกิดควำมปลอดภัยแก่ประชำชนซ่ึงเป็น
ผูบ้ รโิ ภค
๓. เรง่ แกไ้ ขปัญหำกำรโฆษณำสินคำ้ หรือบรกิ ำรเกินควำมเป็นจริง และมลี กั ษณะเขำ้ ข่ำยหลอกลวงผบู้ ริโภค
๔. เร่งแก้ไขปัญหำดำ้ นสญั ญำท่ีไม่เป็นธรรม สัญญำสำเร็จรูป
๕. มีระบบกำรจดั กำรเรอ่ื งร้องเรยี นของผบู้ ริโภคให้เขำ้ ถงึ ไดง้ ่ำย สะดวก และมวี ิธีกำรพิจำรณำท่ีรวดเร็ว
กลไก/วธิ ีการทจ่ี ะไปสเู่ ปา้ หมาย
๑. ให้สอดคล้องกับสถำนกำรณ์ในปัจจุบัน และเอ้ือประโยชน์ให้แก่ประชำชนซึ่งเป็นผู้บริโภค เช่น ปรับปรุงแก้ไข
กฎหมำยกำรคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องกำหนดให้ผู้ซื้อสินค้ำออนไลน์มีสิทธิตรวจสอบคุณภำพหรือสภำพของสินค้ำท่ีส่ังซื้อ
ก่อนกำรชำระเงิน
๒. หนว่ ยงำนทีม่ ีหน้ำที่และอำนำจในกำรตรวจรับรองคุณภำพและมำตรฐำนสินค้ำ ควรทำงำนในลกั ษณะเชงิ รกุ ดว้ ยกำร
ลงพื้นท่ีตรวจรับรองคุณภำพและมำตรฐำนสินค้ำ ตลอดจนควรจัดให้มีหน่วยงำนของรัฐท่ีทำหน้ำที่ในกำรตรวจรับรอง
คุณภำพและมำตรฐำนสินค้ำในแต่ละภูมิภำค มีห้องปฏิบัติกำรสำหรับตรวจสอบและรับคุณภำพและมำตรฐำนสินค้ำ
ของตนเอง
๓. หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องกับกำรกำกับดูแลกำรโฆษณำสินค้ำและบริกำรในช่องทำงต่ำง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ส่ือสังคม
ออนไลน์ เป็นตน้ ควรมกี ำรดำเนนิ งำนในลกั ษณะเชิงรกุ มีกำรติดตำมกำรโฆษณำสินค้ำอยำ่ งต่อเนื่อง
๔. ควรมกี ำรจัดทำสญั ลกั ษณท์ ี่ชัดเจนและแสดงใหเ้ ห็นว่ำสินคำ้ ใดผำ่ นกำรทดสอบตำมมำตรฐำนท่ีกฎหมำยกำหนด
๒๒๐
๓.๔ ชื่อเรื่อง กลุ่มสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค (ห้องกลาง และ Online) ผู้นาเสนอ
นำงสำวกนกพร ไทยขวญั เจำ้ พนกั งำนพัฒนำสังคมชำนำญงำน สำนกั งำนเขตหนองจอก กรุงเทพมหำนคร
เป้าหมายในอกี ๒ ปขี ้างหนา้
๑. ผลักดนั สิทธกิ ลุ่มคนหลำกหลำยทำงเพศและสนับสนนุ กำรสมรสเทำ่ เทียม
๒. ผลกั ดันให้ประชำชนมีสิทธิกำรเขำ้ ถงึ กำรรักษำพยำบำลอยำ่ งเท่ำเทยี ม และมีคุณภำพ โดยเฉพำะคนรำกหญ้ำ
๓. ผลกั ดนั นโยบำยเก่ยี วกับสทิ ธขิ องผู้พน้ โทษและกำรสร้ำงงำนให้กบั ผู้เคยกระทำผดิ
๔. ผลักดันนโยบำยสิทธิเด็กที่อยู่ในควำมดูแลขององค์กรภำครัฐ สถำนสงเครำะห์ มูลนิธิ ให้สำมำรถเข้ำถึงเทคโนโลยี
เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศพั ท์เคลอื่ นท่ี เปน็ ตน้ เพ่ือใหเ้ ดก็ มคี วำมรู้เท่ำทนั สถำนกำรณ์ ได้เหมือนเด็กทวั่ ไป
๕. ปกปอ้ งคุม้ ครองผู้บรโิ ภคจำกแก๊งคค์ อลเซ็นเตอร์ กำรถูกหลองลวงจำกกำรซอื้ สินค้ำออนไลน์ สนิ คำ้ ไม่ตรงปก
๖. มีมำตรกำรให้ผู้ประกำรหรือผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำช่องทำงทำงกำรขอคืนเงินหรือยกเลิกบริกำรต่ำง ๆ ที่เข้ำถึงง่ำย
สะดวก และสำมำรถขอเรียกเงนิ คืนหรอื ยกเลกิ บริกำรต่ำง ๆ ไดอ้ ยำ่ งรวดเรว็
๗. กำรพิจำรณำเร่ืองรอ้ งเรียนของประชำชนผู้บรโิ ภคควรมีขน้ั ตอนและกระบวนกำรพิจำรณำทรี่ วดเรว็
กลไก/วธิ ีการทจี่ ะไปสเู่ ป้าหมาย
๑. ผลักดันกฎหมำยเก่ียวกับสิทธิมนุษยชน เช่น ร่ำงพระรำชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... ร่ำงพระรำชบัญญัติขจัดกำรเลือก
ปฏบิ ัติ พ.ศ. .... เป็นต้น
๒. ปรับปรุงกฎหมำยท่ีเก่ียวข้องกับสิทธิให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ตลอดจนปรับปรุงมำตรฐำนสถำนสงเครำะห์ให้
สำมำรถเปิดโอกำสใหเ้ ดก็ เข้ำถงึ เทคโนโลยีได้
๓. ปรับปรุงพระรำชบัญญัติขำยตรงและตลำดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม เพ่ือแก้ไขปัญหำกำร
หลอกลวงผ้บู ริโภค สนิ คำ้ ไมต่ รงปก
๔. หน่วยงำนที่พิจำรณำเร่ืองร้องเรียนจำกประชำชนต้องจัดทำกำหนดระยะเวลำในกำรรับบริกำรจำกภำครัฐที่ชัดเจน
โดยต้องเผยแพร่ผ่ำนช่องทำงท่ีประชำชนสำมำรถเข้ำถึงได้ง่ำย สะดวก รวดเร็ว เพื่อให้ประชำชนสำมำรถติดตำมเร่ือง
รอ้ งเรยี นได้ด้วยตนเอง
๕. เร่งสร้ำงควำมรบั รู้ด้ำนสิทธิ เสรภี ำพ ต้องควบคูก่ บั หน้ำทพี่ ลเมอื งและควำมรับผดิ ชอบ
๒๒๑
๔. สรปุ ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของกลมุ่ เป้าหมายท่ีได้รบั
๔.๑ ความคดิ เหน็ ประเดน็ “เหลียวหลัง (๓ ปี)”
คณะกรรมำธิกำรสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพและกำรคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภำ เป็นคณะกรรมำธิกำร
สำมัญประจำวุฒิสภำ ตำมข้อ ๗๘ วรรคสอง ของข้อบังคับกำรประชุมวุฒิสภำ พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ีมีหน้ำท่ีและอำนำจ
พิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติ กระทำกิจกำร พิจำรณำสอบหำข้อเท็จจริง หรือศึกษำเร่ืองใด ๆ ที่เก่ียวกับกำรส่งเสริม
ควำมร่วมมือและกำรประสำนงำนระหว่ำง หน่วยรำชกำร องค์กรเอกชน และองค์กรในด้ำนสิทธิมนุษยชน ติดตำม
ตรวจสอบกำรกระทำ หรือกำรละเว้นกำรกระทำอันเป็นกำรละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภำพ กำรส่ือสำรมวลชน
และสื่อสำธำรณะ กำรคุ้มครองผู้บริโภค ปัญหำควำมเดือดร้อนของผู้บริโภค พิจำรณำศึกษำ ติดตำม เสนอแนะ
และเร่งรัดกำรปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ ที่อยู่ในหน้ำท่ีและอำนำจ และอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้อง
โดยมกี ำรดำเนินงำนผำ่ นคณะอนกุ รรมำธิกำร ๔ คณะ คอื
๑. คณะอนุกรรมำธิกำรดำ้ นสทิ ธิมนุษยชนและสิทธเิ สรภี ำพ
๒. คณะอนกุ รรมำธกิ ำรสทิ ธเิ สรภี ำพดำ้ นสอื่ สำรมวลชนและสื่อสำธำรณะ
๓. คณะอนุกรรมำธกิ ำรดำ้ นกำรคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค
๔. คณะอนุกรรมำธิกำรติดตำม เสนอแนะ และเร่งรัดกำรปฏิรูปประเทศและกำรจดั ทำและดำเนินกำร
ตำมยุทธศำสตร์ชำติ ดำ้ นสทิ ธิมนุษยชน สทิ ธเิ สรภี ำพและกำรคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค
ตลอดระยะเวลำ ๓ ปีที่ผ่ำนมำคณะกรรมำธิกำรสิทธิมนุษยชนฯ ได้ปฏิบัติหน้ำท่ีและดำเนินภำรกิจต่ำง ๆ
ทีส่ ำคญั คอื
๑. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติท่ีอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และ
การคมุ้ ครองผบู้ ริโภค จานวน ๒๑ ฉบับ
๒. การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการพิจารณาศึกษาเรื่องใด ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับ
สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค เพ่ือจัดทาข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล และหน่วยงาน
ท่เี กยี่ วขอ้ ง จานวน ๕๑ ฉบบั
๓. การพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงเร่ืองร้องเรียนต่าง ๆ ท่ีมีการร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการ
เพ่ือพจิ ารณาบรรเทาความเสียหายให้แก่ผรู้ ้อง และหาแนวทางการป้องกันปัญหา จานวน ๓๕ เร่ือง ท้งั ๓ ประเด็น
มเี ร่อื งสำคญั อำทิ
๑) ตดิ ตำม เสนอแนะและเร่งรัดผลักดันร่ำงกฎหมำยที่เกย่ี วข้องกับสิทธิมนษุ ยชน สิทธเิ สรีภำพและ
กำรคุ้มครองผู้บริโภค รวมท้ังกำรพิจำณำศึกษำกฎหมำยท่ีมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อนำเสนอสภำพปัญหำในกำรบังคับใช้
และแนวทำงในกำรแก้ไขเพิ่มเติม อำทิ ร่ำงพระรำชบัญญตั ิป้องกันและปรำบปรำมกำรทรมำนและกำรกระทำให้บุคคล
สูญหำย พ.ศ. .... พระรำชกำหนดแก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ร่ำงพระรำชบัญญัติ
คู่ชีวติ พ.ศ. .... ร่ำงพระรำชบญั ญตั ิกำรดำเนนิ กิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหำกำไร พ.ศ. ....
๒) กำรคุ้มครองสิทธิข้ันพื้นฐำนของประชำชนในสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำด COVID - 19 ได้แก่
กำรจัดสรรวคั ซนี ให้กบั ประชำชน กำรบริหำรหนำ้ กำกอนำมัย/เจลแอลกอฮอล์
๓) สิทธิในกระบวนกำรยุติธรรม ประเด็นกำรลดโทษและกำรจัดลำดับชั้นนักโทษในคดีอำญำ
รำ้ ยแรงหรือคดีทุจริตคอรร์ ปั ชน่ั
๔) กำรปฏิรปู ระบบนิติวิทยำศำสตร์เพ่ืออำนวยควำมยุติธรรมของประชำชน
๕) สิทธิในกำรเข้ำถึงกระบวนกำรยุติธรรมและกำรอำนวยควำมยุติธรรมให้กับประชำชน ผ่ำนคดีที่
อยใู่ นควำมสนใจและถกเถยี งของประชำชนและสังคม
๖) สทิ ธิของคนไทยไรร้ ัฐ ไร้สัญชำติ
๗) ผลกั ดันเรือ่ งธุรกิจกับสทิ ธมิ นษุ ยชน
๒๒๒
๘) ติดตำมสถำนกำรณ์กำรชุมนุมทำงกำรเมืองและสิทธิเสรีภำพในกำรแสดงออกทำงกำรเมืองของ
ประชำชน
๙) กำรปกป้องและค้มุ ครองสทิ ธิชุมชน ปำ่ ชมุ ชน กำรแกไ้ ขปญั หำป่ำไม้และที่ดิน
๑๐) กำรละเมิดสิทธิมนุษยชนในพืน้ ท่จี งั หวดั ชำยแดนภำคใต้
๑๑) กำรปฏิรูปด้ำนสิทธมิ นษุ ยชนเพ่ือกำรคมุ้ ครองข้อมูลสว่ นบคุ คล
๑๒) ติดตำมกำรขับเคล่ือนของสภำองค์กรชุมชนตำบลในฐำนะกลไกสำคัญในกำรส่งเสริมสิทธชิ ุมชน
และกำรมสี ว่ นร่วมของภำคประชำชนในวำระของกำรปฏิรปู ประเทศ
๑๓) ปญั หำข่ำวปลอม (Fake NEWS) กับสทิ ธเิ สรีภำพของบคุ คล
๑๔) จริยธรรมในกำรนำเสนอข่ำวสำรของนักวิชำชีพสอื่ มวลชน
๑๕) ศกึ ษำมำตรกำร แนวทำง และกฎหมำยในกำรกำกับดูแลสอ่ื มวลชน
๑๖) ผลักดันกำรจัดตั้งสภำองค์กรของผู้บริโภคและติดตำมกำรดำเนินกำรของสภำองค์กรของ
ผบู้ รโิ ภค
๑๗) กำรปกป้องคุ้มครองสิทธิผู้บรโิ ภคด้ำนข้อสัญญำที่ไมเ่ ป็นธรรม
๑๘) ศกึ ษำสภำพปัญหำและแนวทำงกำรแกไ้ ขปัญหำแชรล์ ูกโซ่
๑๙) ปญั หำแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) หลอกลวงผู้บริโภค
๒๐) แนวทำงกำรกำกับดูแลและควบคุมผู้ประกอบกำรค้ำในช่องทำงกำรซ้ือขำยออนไลน์ และ
มำตรกำรกำรคมุ้ ครองสทิ ธขิ องผูบ้ รโิ ภค
นอกจำกนี้ คณะกรรมำธิกำรยังได้มีกำรศึกษำดูงำน กำรจัดกำรสัมมนำและกำรจัดเสวนำ เพื่อส่งเสริม
ควำมร่วมมือและกำรประสำนงำนระหว่ำง หนว่ ยรำชกำร องค์กรเอกชน และองค์กรในด้ำนสิทธิมนุษยชน สทิ ธิเสรีภำพ
และกำรคุ้มครองผู้บริโภค ท้ังหมดเป็นงำนในอดีต หรือเรียกว่ำ “แลหลัง” ซึ่งคณะกรรมำธิกำรได้ดำเนินงำนโดยมี
จดุ มงุ่ หมำยเพื่อประชำชนอยำ่ งแทจ้ ริง
๔.๒ ความคดิ เห็นประเดน็ “แลหนา้ (๒ ปี)” ผนู้ าเสนอประเดน็ “แลหนา้ ” ชอื่ นำยอินธนันท์ เหลก็ นวลชู
หน่วยงำนภำครัฐ ภำคเอกชน ภำคประชำชน ภำคประชำสังคม และส่ือสำรมวลชน ได้รว่ มระดมควำม
คิดเห็นตำมหน้ำที่และอำนำจของคณะกรรมำธิกำร และได้สะท้อนควำมคำดหวังต่อคณะกรรมำธิกำรสิทธิมนุษยชน
สิทธิเสรภี ำพและกำรคุ้มครองผ้บู รโิ ภค ในอีก ๒ ปีขำ้ งหนำ้ สรุปได้ ดังน้ี
ดา้ นสทิ ธมิ นุษยชน
- ผลกั ดันกฎหมำยเกี่ยวกบั สิทธิมนษุ ยชน เช่น รำ่ งพระรำชบญั ญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... ร่ำงพระรำชบญั ญตั ิ
คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชำติพันธุ์ พ.ศ. .... ร่ำงพระรำชบัญญัติคุ้มครองพยำนในคดีอำญำ
(ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... ร่ำงกฎหมำยเก่ียวกับระบบนิติวิทยำศำสตร์ ร่ำงพระรำชบัญญตั ิขจัดกำรเลือก
ปฏิบัติต่อบคุ คล พ.ศ. .... เปน็ ตน้
- ผลักดันให้ประชำชนได้เขำ้ ถึงสทิ ธิในกระบวนกำรยุตธิ รรม ตง้ั แต่ต้นน้ำจนถงึ ปลำยนำ้
- ผลักดันและส่งเสริมให้ประชำชนเข้ำถึงสิทธิขั้นพ้ืนฐำน/รัฐสวัสดิกำรตำมที่กฎหมำยกำหนดอย่ำง
ครบถว้ น เท่ำเทียม ท่วั ถึง เป็นธรรม และรวดเรว็
- ส่งเสริมควำมรู้เรื่องสิทธิเสรภี ำพให้กบั ปะชำชน ควบคู่กับหนำ้ ท่ีและควำมรบั ผดิ ชอบ สร้ำงวัฒนธรรมกำร
เคำรพสิทธิมนุษยชน สร้ำงควำมตระหนักถึงสิทธิมนุษยชน ขับเคลื่อนกำรเคำรพสิทธิมนุษยชน
เป็นวำระแห่งชำติและให้มีควำมต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมมำกขึ้น/สร้ำงกลไกควำมเชื่อมโยงระหว่ำง
หนว่ ยงำนรัฐ วฒุ สิ ภำ และภำคเี ครือขำ่ ยทเี่ กย่ี วขอ้ ง รวมทัง้ กำรสรำ้ งตวั ชี้วดั ด้ำนสทิ ธิมนษุ ยชน
๒๒๓
ดา้ นสิทธเิ สรีภาพ
- ผลักดนั ร่ำงพระรำชบัญญตั สิ ง่ เสรมิ จริยธรรมและมำตรฐำนวชิ ำชพี สอ่ื มวลชน พ.ศ. ....
- ส่งเสรมิ ให้ส่ือมเี สรีภำพในกำรนำเสนอขำ่ ว
- ส่งเสริมใหส้ ่ือเป็นโรงเรียนของสังคม
- เร่งรัดกำรแก้ไขปัญหำ Fake NEWS โดยส่งเสริมให้มีกำรจัดทำคลังข้อมูลข่ำวสำรทุกประเภท
เพอื่ ลดปริมำณควำมเสียหำยทเี่ กิดจำกกำรบิดเบอื นข้อมลู ข่ำวสำร
ดา้ นค้มุ ครองผบู้ ริโภค
- เรง่ รัดกำรแก้ไขปญั หำกำรซือ้ สินคำ้ ออนไลน์ / กำรแกไ้ ขปัญหำแก๊งคอลเซ็นเตอร์
- ติดตำมและมีข้อเสนอแนะกำรดำเนินงำนของหน่วยงำนรัฐท่ีทำหน้ำท่ีเก่ียวกับกำรคุ้มครอง
ผู้บริโภคให้ปรับปรุงระบบ กระบวนกำรรับเรื่องร้องเรียนให้ประชำชนเข้ำถึงได้ง่ำย สะดวก
มีวธิ ีกำรพจิ ำรณำที่รวดเร็ว แก้ไขปญั หำไดอ้ ย่ำงทนั ตอ่ สถำนกำรณ์
- ผลักดันกำรปรับปรุงแก้ไขกฎหมำยเกี่ยวกับกำรคุ้มครองผู้บริโภคท่ีเอื้อประโยชน์ให้ประชำชน
ผู้บริโภคอย่ำงแท้จริง อำทิ พระรำชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
พระรำชบัญญัติวิธีพิจำรณำคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ พระรำชบัญญัติว่ำด้วยข้อสัญญำที่ไม่เป็นธรรม
พ.ศ. ๒๕๔๐ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม พระรำชบัญญัติขำยตรงและตลำดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ และ
ท่แี ก้ไขเพ่มิ เติม เปน็ ตน้
๕. กิจกรรมอ่นื ทด่ี าเนินการเพิม่ เติม พร้อมทงั้ เหตผุ ลที่มีการจดั กจิ กรรมเพิ่มเตมิ (ไม่มี)
๖. จานวน รายช่ือ ภาคสว่ นของผู้รว่ มการสัมมนากลมุ่ ยอ่ ยสิทธมิ นุษยชน
- On Site จำนวน ๖๔ คน
- On Line จำนวน ๓๐ คน
ลาดับ ชื่อ – สกุล ตาแหนง่ /หน่วยงาน โทรศพั ท/์ E-mail
1 ร้อยตรี ปารเมศ บญุ ญานันต์ นิติกรชานาญการพิเศษ 09 9914 7829
2 นายวรพันธ์ วัชระ สถาบันนติ ิวิทยาศาสตร์ 06 4990 5445
3 พ.ต.อ. นติ พิ ัฒน์ วุฒิบณุ ยสทิ ธิ์ 08 2355 3388
4 นายสรศกั ด์ิ ระดาเขตร์ นกั นิตวิ ิทยาศาสตร์ชานาญการ
5 นางสาววีราภรณ์ ชนิ วงศ์ สถาบนั นิตวิ ทิ ยาศาสตร์ (Online)
08 9034 5947
ผกก.(สอบสวน) กลมุ่ งานสอบสวน บก.ปอท. 08 6906 0074
กองบังคบั การปราบปรามการกระทาความผดิ 09 5573 9543
เก่ียวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บก.ปอท.
นติ ิกรชานาญการพิเศษ สานกั งานปลดั สานัก
นายกรัฐมนตรี
นิติกรชานาญการพิเศษ สานักงานปลัดสานัก
นายกรฐั มนตรี
6 นางสาวยพุ าภรณ์ ไหลหล่งั นิติกร สานักงานปลัดสานกั นายกรฐั มนตรี
๒๒๔
ลาดับ ชื่อ – สกุล ตาแหนง่ /หน่วยงาน โทรศัพท/์ E-mail
7 นายสถาพร สมศกั ดิ์ หัวหน้าสานักประสานเครือข่ายประชาสงั คม
8 นายณัฐพล ดา่ นจิตร์ตรง สถาบนั พฒั นาองค์กรชมุ ชน 09 8919 3559
9 นางสาวขวัญรวี ศรสี งวน
10 นายวรี ภทั ร ทวที รัพย์ (องคก์ ารมหาชน)
11 พ.ต.อ.พิสุทธช์ิ ยั พลธนะ
12 นางสาวเยาวเรศ อปุ มายนั ต์ ผูอ้ านวยการกองสง่ เสริมสิทธิ
13 นางสาวกริ ณา รุณภยั และเสรภี าพ 08 1257 7571
14 นายมนัสพาสน์ วัฒนะชีวะกุล
15 นางสาวปริญญา ก้อยจะบก กรมคุ้มครองสิทธแิ ละเสรีภาพ
16 นางราตรี จุลคีรี
17 นางภทั ราพร พรหมายน หัวหน้ากล่มุ งานพัฒนาระบบ 09 1536 5641
18 นายปริญญา แก้วเอ่ียมสขุ กรมคุ้มครองสทิ ธิและเสรภี าพ
19 นายสทุ นต์ กล้าการขาย
20 นายณฐั พร บุญอนันต์ นกั เทคโนโลยสี ารสนเทศปฏิบัติการ
21 นางสาวปวริส กิจธนสาร
สานักงานปลัดกระทรวงดจิ ทิ ัลเพอ่ื เศรษฐกิจ 08 6523 4137
และสงั คม
ผกู้ ากับการ กลุ่มงานตรวจสอบสานวน ๓ 08 6320 7818
สานกั งานตารวจแห่งชาติ
หวั หนา้ ศูนยพ์ ัฒนานโยบายแหง่ ชาติด้าน
สารเคมสี านกั งานคณะกรรมการอาหาร 0 2590 7289
และยา กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
เภสัชกรปฏิบัตกิ าร
สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา 0 2590 7289
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
นติ ิกรชานาญการ 0 2430 6830
สานักงานมาตรฐานผลิตภณั ฑ์ อตุ สาหกรรม ตอ่ 2020
นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชานาญการ
สานกั งานปลัดกระทรวงดิจทิ ัลเพื่อเศรษฐกจิ 0 2142 1173
และสงั คม
ผูอ้ านวยการส่วน 08 4020 7685
สานกั งาน กสทช.
ผู้อานวยการส่วน 09 7185 2244
สานกั งาน กสทช.
นักวชิ าการนโยบายและแผนปฎบิ ตั กิ ารระดับสูง 08 4020 7685
สานักงาน กสทช.
นายกสมาคม 08 1616 6955
สมาคมสอื่ ช่อสะอาด
06 3964 2696
09 6542 4144
๒๒๕
ลาดับ ชื่อ – สกุล ตาแหนง่ /หนว่ ยงาน โทรศพั ท์/ E-mail
22 นางสาวอตพิ ร อติแพทย์ ทป่ี รกึ ษาประจาคณะกรรมาธิการ 06 3196 2635
อนกุ รรมาธิการ
23 นางวลยั พร ศรปี ระยูรสกลุ ท่ปี รกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร 09 5694 2885
อนกุ รรมาธิการ 09 2670 4498
24 นางสาวอารีวรรณ จตทุ อง อนุกรรมาธิการ 08 4675 7959
อนกุ รรมาธิการ 09 8263 9962
25 นางสาวปวรนันท์ อนกุ รรมาธิการ 08 1647 5569
ธัมมญั ญุตานันท์ อนุกรรมาธิการ 08 1775 6418
อนกุ รรมาธิการ 09 2669 0953
26 นายอินธนันต์ เหล็กนวลชูสนิ อนกุ รรมาธิการและเลขานกุ าร
ที่ปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ าร 08 3037 9019
27 นายสรุ ะ เกนทะนะศิล ทป่ี รึกษาคณะอนุกรรมาธกิ าร
ประธานมลู นิธิ SP-NET
28 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผ้ชู ว่ ยดาเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา
พมิ พณ์ ัฐชยา สจั จาศิลป์ ท่ปี รึกษามูลนิธอิ งค์กรเครือข่ายบรกิ ารธรุ กจิ
ภมู ภิ าค SP-NET
29 นายปรเทพ สจุ ริตกุล ผเู้ ช่ยี วชาญประจาตัวสมาชกิ วุฒิสภา
30 นายสมชาติ เจศรีชยั
31 นายไพศาล ลิม้ สถิตย์
32 นายชัยวฒั น์ อดุ มโชค
33 นายกติ ิ จารอุ ารยนนั ท์
34 นางสาวจิรทีปต์ ทองสขุ
35 นายไกรเวช รักชาติ
36 นายศลาวุฒ อรณุ แข
37 นายอุดม ทองสขุ
38 นางนราทิพย์ ทองสุข
39 นายกิตตพิ งศ์ สอนภู
๒๒๖
ลาดับ ชื่อ – สกุล ตาแหนง่ /หนว่ ยงาน โทรศัพท์/ E-mail
40 นายพสิ ฏิ ฐ์ ช่างผาสกุ ผชู้ านาญการประจาตัวสมาชิกวุฒสิ ภา 08 6412 7811
41 พลตารวจโท สวุ รรณ เอกโพธ์ิ อนุกรรมาธิการ 08 1877 9976
42 พลโท กฤษณะ วโรภาษ อนุกรรมาธิการ
43 นายชเู กยี รติ มาลินีรตั น์ อนุกรรมาธิการ 08 1372 4655
44 นายสมพงษ์ แกว้ เจริญไพศาล อนุกรรมาธิการ 08 9500 7125
45 นายชนะ ผาสกุ สกลุ อนกุ รรมาธิการ 08 1625 2203
46 นายสทิ ธสิ นิ รมยะรปู อนุกรรมาธิการ 09 5151 5636
47 นายถาวร พรหมมชี ยั อนุกรรมาธิการและเลขานุการ 08 1913 4159
48 นายอนรุ ตั น์ ประชุมรัตน์ ท่ปี รึกษาคณะอนุกรรมาธิการ 09 9125 0506
49 นายณรงคฤ์ ทธิ์ ทพิ อาสน์ ทป่ี รกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการ 08 5485 4008
50 นางภญิ ญดา เฮีย้ งหมาย 08 1404 1108
51 นางสาวพริ ณุ รตั น์ สุตระภักดิ์ สานกั งานคณะกรรมการสิทธมิ นษุ ยชนแห่งชาติ 08 6859 9244
52 นางสาวจิตติมา หนโสภา สานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหง่ ชาติ 06 1730 1705
53 นายชนสษิ ฎ์ ทรัพยม์ นตรี รองเลขาธกิ าร 09 2469 2859
54 พ.ต.อ.ประทปี เจริญกัลป์ สานักงานคณะกรรมการค้มุ ครองผู้บรโิ ภค 09 2469 2859
55 นายสมิงนอ้ ย ยอดคา 08 1914 9015
56 ว่าที่พนั ตรี เจะ๊ ห้าสัน ยะลา สมาชิกเครือขา่ ยปี 2564 จ.กระบี่ 08 1272 3999
57 นางสาวนยั นา ลูกเลก็ ผูช้ ่วยเจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ อบจ.กระบ่ี 08 0387 3007
๒๒๗
ลาดบั ชื่อ – สกุล ตาแหนง่ /หน่วยงาน โทรศัพท์/ E-mail
58 พ.อ.(พเิ ศษ)หญิง ธณตศกร นายกองค์กรสมาชกิ สภาสตรีแหง่ ชาติ ในพระบรม 09 9228 6599
บรุ าคม ราชนิ ปู ถมั ภ์ จ.เพชรบรุ ี
59 นายประสทิ ธิ ณ นคร ประธาน ส.อบต.คลองน้าไหล จ.กาแพงเพชร 08 9858 6534
60 นางนภา สขุ ศิริ สตรอี าเภอ จ.ชลบรุ ี 08 1004 6134
08 9812 6630
61 นางสทุ ธริ ตั น์ ศรีเกษม ครู โรงเรียนปรราชวทิ ยาลยั ในพระราชนิ ปู ถัมภ์ 09 7361 9253
จ.นครปฐม
62 นายสทุ ธพิ งษ์ นม่ิ นวล
ครู โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ จ.นครปฐม
63 นางสาวกนกพร ไทยขวญั เจ้าพนกั งานพัฒนาสังคมชานาญงาน กทม. 09 7189 1182
64 พนั เอก บุญสนอง แจ่มศรี ประธานชุมชน กทม. 08 1338 4297
65 นายธราธพ ชาตรี ผูแ้ ทนชุมชน กทม. 08 6677 1436
๒๒๘
๗. ภาพการสัมมนากลุม่ ยอ่ ย
๒๒๙
ออกแบบ : สำนกั การพมิ พ ไดร บั การรับรองมาตรฐานคุณภาพ
สำนกั งานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภา
๐ ๒๘๓๑ ๙๔๑๕, ๐ ๒๘๓๑ ๙๔๖๖, 9001:2015
๐ ๒๘๓๑ ๙๔๗๒, ๐ ๒๘๓๑ ๙๔๗๖ QUALITY MANAGEMENT SYSTEM