๑๔๕
๑๐. กลมุ่ พาณชิ ยท์ นั สมยั อตุ สาหกรรมเข้มแข็ง
เศรษฐกจิ ยั่งยนื
๘ มถิ นุ ายน ๒๕๖๕
๑. โครงการสมั มนากลมุ่ ย่อย
ด้วยรัฐธรรมนูญไทยแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กาหนดหน้าที่และอานาจของ
วฒุ ิสภาในการพิจารณาและการกลนั่ กรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การใหค้ าแนะนาหรอื
ให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่ง นอกจากนี้ วุฒิสภายังมีหน้าที่และอานาจตามบทเฉพาะกาลของ
รัฐธรรมนญู โดยวุฒิสภายังมหี นา้ ที่ ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ การปฏิรปู ด้านเศรษฐกจิ ไดแ้ ก่
การขจดั อุปสรรคและเสริมสรา้ งความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ เพ่อื ใหป้ ระเทศชาติและประชาชนไดร้ ับ
ประโยชน์จากการเข้าร่วมกลุ่มเศรษฐกิจต่าง ๆ อย่างยั่งยืน โดยมีภูมิคุ้มกันท่ีดี สร้างกลไกเพ่ือส่งเสริมและ
สนับสนุนการนาความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใชใ้ นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปรับปรุง
ระบบภาษีอากรให้มีความเป็นธรรม ลดความเหล่ือมล้า เพิ่มพูนรายได้ของรัฐด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
และปรับปรุงระบบการจดั ทาและการใช้จา่ ยงบประมาณใหม้ ีประสิทธภิ าพ และสัมฤทธผิ ล สร้างกลไกเพ่ือสง่ เสริม
สหกรณ์และผู้ประกอบการแต่ละขนาดให้มีความสามารถในการแขง่ ขันอยา่ งเหมาะสมและส่งเสริมการประกอบ
วิสาหกิจเพื่อสังคมและวิสาหกิจท่ีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมท้ังสร้างกลไก เพ่ิมโอกาสในการทางานและการ
ประกอบอาชพี ของประชาชน
คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจา
วุฒิสภาคณะหนึ่ง ที่มหี นา้ ทแี่ ละอานาจพจิ ารณาร่างพระราชบญั ญตั ิ กระทากจิ การ พจิ ารณาสอบหา ขอ้ เท็จจริง
หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ท่ีเก่ียวกับการส่งเสริม สนับสนุน หรือพัฒนาการพาณิชย์ และอุตสาหกรรม การคุ้มครอง
ทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาภูมิปัญญาท้องถ่ินและภูมิปัญญาไทย วิสาหกิจเพ่ือสังคม วิสาหกิจชุมชน
เขตเศรษฐกิจพิเศษ ความสามารถในการแข่งขัน และการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมท่ีเปน็ มิตรต่อส่ิงแวดล้อม
พิจารณาศกึ ษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ ท่ีอยู่ใน
หนา้ ท่แี ละอานาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยท่ีผา่ นมาคณะกรรมาธิการได้พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษา
เรือ่ งใด ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกับการพฒั นาการพาณิชยแ์ ละการอตุ สาหกรรม ซึ่งมีการสง่ เสรมิ และผลักดนั การค้ารูปแบบ
ออนไลน์และการค้าดิจทิ ัลรูปแบบตา่ ง ๆ เพ่อื ตอบสนองรปู แบบวถิ ีชวี ิตรูปแบบใหม่ หรือ New Normal
ในโอกาสท่ีวุฒิสภาชุดปัจจุบันจะครบรอบ ๓ ปี ในการปฏิบัติหน้าท่ีของวุฒิสภา วุฒิสภาจึงกาหนดให้มี
กิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภา โดยได้มีการจัดสัมมา เรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภา
เพ่ือประชาชน : กลนั่ กรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป” คณะกรรมาธิการการพาณิชยแ์ ละการอุตสาหกรรม วุฒสิ ภา และ
คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วุฒิสภา จึงเห็นควรให้จัดสัมมนากลุ่มยอ่ ย เรื่อง “ทิศทาง
เศรษฐกิจการค้า การลงทุนในอนาคต : BCG & Platform Economy” ขึ้นในงานนี้ เพ่ือนาเสนอผลการ
ดาเนนิ งานของคณะกรรมาธิการ และเปน็ การระดมความคิดเห็นของหนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง ตลอดจนการสะท้อนความ
คาดหวังต่อการทาหน้าท่ีของคณะกรรมาธิการในอีก ๒ ปีข้างหน้า เพ่ือเป็นไปตามคากล่าวที่ว่า “วุฒิสภาเพ่ือ
ประชาชน”
๑๔๘
๒. กาหนดการสัมมนากลมุ่ ยอ่ ย
“ ทศิ ทางเศรษฐกิจการคา้ การลงทนุ ไทยในอนาคต : BCG & Platform Economy ”
เวลา ๑๐.๐๐ น. กลา่ วเปดิ การสมั มนากลุ่มย่อยและนาเสนอผลการดาเนินการที่ผา่ นมา
ของคณะกรรมาธิการทผ่ี ่านมา โดย
นางอภริ ดี ตนั ตราภรณ์
ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชยแ์ ละการอตุ สาหกรรม วฒุ ิสภา
เวลา ๑๐.๑๕ น. เสวนา เรื่อง “Platform Economy กบั การคว้าโอกาสทางการคา้ ของไทย”
๑. ดร. ธนชาติ นุม่ นนท์ ทป่ี รกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการการพาณชิ ย์
๒. นายภาวธุ พงษว์ ทิ ยภานุ อนุกรรมาธิการการพาณชิ ย์
๓. นายนนั ทพงษ์ จริ ะเลศิ พงษ์ รองอธบิ ดีกรมสง่ เสริมการค้าระหวา่ งประเทศ
๔. น.ส.ศภุ จติ รา เลาหวัฒนภญิ โญ เจ้าหนา้ ที่บริหารอาวโุ ส ศูนย์พฒั นากฎหมาย
สานกั งานพัฒนาธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์
เวลา ๑๑.๑๕ น. เสวนา เรอ่ื ง “BCG Economy กบั ความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมไทย ในยคุ Net Zero”
๑. นายเจน นาชัยศริ ิ ประธานคณะอนุกรรมาธกิ ารการอุตสาหกรรม
ภายใตค้ ณะกรรมาธกิ ารการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม
๒. นายเกรียงไกร เธยี รนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
๓. นางสาวธันยพร กรชิ ติทายาวุธ ผอู้ านวยการสมาคมเครือขา่ ยโกลบอลคอมแพก็ แห่งประเทศไทย
(Global Compact Network Thailand GCNT)
๔. ดร.ธีรวธุ ตนั นกุ จิ ผอู้ านวยการกองนวัตกรรมวตั ถดุ ิบและอตุ สาหกรรมต่อเนื่อง
กรมอตุ สาหกรรมพนื้ ฐานและการเหมอื งแร่
เวลา ๑๑.๔๕ น. สรุปผลและปดิ การสมั มนากลมุ่ ย่อย โดย
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ ประธานคณะกรรมาธกิ ารการพาณิชยแ์ ละการอุตสาหกรรม วฒุ ิสภา
ดาเนนิ การสัมมนาโดย
ดร. รชั ดา เจียสกุล ทีป่ รึกษาคณะอนุกรรมาธกิ ารพาณิชย์ฯ
๒. ประเดน็ ปัญหา หรอื ประเด็นท่ีจะขอรับฟังความคดิ เหน็
การสร้างโอกาสทางการค้าจากการค้าออนไลน์หรือแพลตฟอร์มของไทย การผลักดัน Platform
Economy และ BCG Economy การสร้างความเข้มแขง็ ของอุตสาหกรรมไทย เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขัน
ของไทย และการปรบั ตวั ใหท้ ันต่อยุค Net Zero
๑๔๙
๓. สรปุ การนาเสนอข้อมูลของผู้นาเสนอ/วิทยากรประจากลุ่ม
๓.๑ ชอื่ เรอ่ื ง “Platform Economy กบั การควา้ โอกาสทางการคา้ ของไทย”
ผู้นาเสนอ ๑. ดร. ธนชาติ นมุ่ นนท์ ท่ปี รกึ ษาคณะอนุกรรมาธกิ ารการพาณิชย์
๒. นายภาวธุ พงษว์ ิทยภานุ อนกุ รรมาธิการการพาณิชย์
๓. นายนนั ทพงษ์ จริ ะเลิศพงษ์ รองอธบิ ดกี รมสง่ เสริมการคา้ ระหวา่ งประเทศ
๔. น.ส.ศภุ จิตรา เลาหวัฒนภญิ โญ เจ้าหนา้ ทีบ่ รหิ ารอาวุโส ศนู ย์พัฒนากฎหมาย
สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์
การผลกั ดนั การการค้าสินคา้ และบริการของประเทศไทย เพอื่ นาไปส่กู ารสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
ท่ีสาคัญ เกี่ยวกับการค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม โดยมีมุมมองของภาคเอกชน ภาครัฐ และผู้เข้าร่วมเสวนา
สรุปได้ดังนี้
มมุ มองภาคเอกชน
๑. การคา้ ออนไลน์ผา่ นแพลตฟอร์ม
ปั จ จุ บั น ก า ร ค้ า อ อ น ไ ล น์ ผ่ า น แ พ ล ต ฟ อ ร์ ม เ ข้ า ม า มี บ ท บ า ท ใ น ก า ร ส ร้ า ง ก า ร เ ติ บ โ ต ข อ ง
ผู้ประกอบการธุรกิจมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนารูปแบบการจาหน่ายสินค้าและบริการผ่าน
แพลตฟอรม์ ซึ่งครอบคลมุ ธุรกิจแทบทุกประเภทในปัจจบุ นั
๒. การพฒั นาการคา้ ผ่านแพลตฟอร์มของประเทศไทย
การพฒั นาการค้าผา่ นแพลตฟอร์ม พบวา่ ประเทศไทยมีความพรอ้ มด้านการออนไลนม์ ากกวา่ ประเทศ
อื่นในอาเซยี น ดังน้นั จึงเห็นวา่ เป็นขอ้ ได้เปรยี บของประเทศไทยทีจ่ ะตอ้ งสง่ เสรมิ และพัฒนารปู แบบการจาหนา่ ย
สินค้าและบริการผ่านแพลตฟอรม์ ทัง้ นี้ เน่ืองจากในปัจจุบันผ้ปู ระกอบการต่างประเทศได้เข้ามามบี ทบาทในการ
จาหน่ายสินค้าและบริการภายในประเทศไทยค่อนข้างสูง ดังน้ัน รัฐควรเพิ่มการขาดดุลสินค้าดิจิทัล เข้าไป
คานวณเชิงเศรษฐกจิ ของประเทศ
๓. แนวทางการกาหนดแผนการลดการขาดทนุ การคา้ ดจิ ทิ ัลของไทย
แผนการลดการขาดดลุ การค้าดิจิทัลของไทย ควรมีแนวทางการพจิ ารณาดาเนนิ การ กล่าวคอื
๑) การสารวจตวั เลขการขาดทนุ ใหช้ ดั และลงลึก
๒) จัดตง้ั คณะทางานดา้ นน้ีโดยตรง ระหวา่ งรฐั และเอกชน (การสรา้ งความรว่ มมือกบั สมาคม –
ชมรมดจิ ทิ ลั ของไทย
๓) การดงึ บริษทั ตา่ งประเทศทม่ี รี ายไดอ้ อกไปมาก มาตงั้ ในประเทศ
๔) การใช้กฎหมายเข้ามาช่วยทาให้การขาดทุนลดลง (ป้องกันการเข้าได้ง่าย ๆ ใบอนุญาต,
การใช้สิทธเิ์ อกชนของไทย)
๕) การจดั ทพั ธุรกจิ ดจิ ทิ ลั ไทยให้ครบในระบบนเิ วศ กาหนดเป้าหมาย KPI, ORK ระยะส้ัน – กลาง – ยาว
ร่วมกนั
๖) การสร้างความได้เปรยี บให้กบั เอกชนไทย เช่น สอ่ื โฆษณาออนไลน์ไทย รัฐสนับสนุน OPPA
(สมาคมส่ือออนไลนค์ ณุ ภาพ)
๗) การผลักดันทูตพาณชิ ยไ์ ทย ดนั สนิ ค้าดิจิทัลไทยออกส่ตู ลาดโลก
๑๕๐
๔. การผลักดนั การสร้างแพลตฟอรม์ ไทย
การ ค้ าออน ไ ลน์ ข อง ป ร ะ เทศ ไ ทยไ ม่ ค ว ร พึ่ง พาแ พล ต ฟอร์ ม ข อง ต่าง ป ร ะ เทศ ม าก จน เกิ น ไ ป
โดยควรมุ่งพัฒนาความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนเพ่ือต่อยอดไปสู่ Thailand e - Commerce
Strategy & Roadmap เพอื่ นาไปสู่
๑) การสร้างแพลตฟอร์มกลางของประเทศไทยสาหรับคนไทยอย่างแท้จริง ทม่ี ีการบริหารอย่าง
มอื อาชพี จากการรวมตัวของภาคเอกชน
๒) การสร้างผู้ช่วย (Enable) ผู้ประกอบการไทย นาส่งสินค้าออกออนไลน์และไปต่างประเทศ
ผ่านชอ่ งทางออนไลน์
๓) การกาหนดนโยบายของภาครัฐที่ชัดเจนเกี่ยวกับการสนับสนุนผู้ประกอบการค้าออนไลน์
โดยการกระตุ้นให้ภาคธุรกจิ เข้าสู่การค้าแบบออนไลน์ ท่ีได้รับสทิ ธิพิเศษทางภาษี และการกาหนดช่องทางให้รัฐ
สามารถเขา้ ถึงระบบข้อมลู เกี่ยวกับการซอ้ื ขายทันที
๕. สิ่งทีป่ ระเทศไทยจะไดร้ ับ
๑) สง่ ผลใหค้ นเขา้ ระบบมากข้ึน รวู้ า่ มผี ู้ค้าออนไลน์มีจานวนมากนอ้ ยเพียงใด
๒) ธุรกจิ หันมาใชอ้ อนไลนม์ ากขึ้น (ขายและระบบ e-Tax Invoice)
๓) มผี คู้ า้ เขา้ ระบบเพิม่ มากขนึ้ /รายไดเ้ ข้าประเทศมากขนึ้
๔) เปน็ การสนบั สนนุ ผูค้ ้าออนไลนข์ องไทย > คนทพี่ ร้อมสง่ ออกไปตา่ งประเทศได้
๕) ภาคธรุ กิจใช้ e-Tax Invoice มากขนึ้
๖) มเี งินเชา้ มาในระบบเศรษฐกิจมากขนึ้ จาก ชิม ชอ็ ป ใช้
มุมมองของภาครัฐตอ่ การพัฒนา Platform Economy
๑. กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีการพัฒนา e-Commerce โดยใช้แพลตฟอร์ม
Thaitrade.com สามารถสร้างมูลค่าได้ ๑๑,๑๘๙ ล้านบาท/๑๐ ปี โดยในช่วงสถานการณ์โควิด ๑๙ สามารถ
ดาเนินการจัดคู่ธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching) มูลค่า ๑๔.๑๖๑ ล้านบาทในปี ๒๕๖๕ สาหรับ
ความท้าทายให้เกดิ ผลเป็นรูปธรรม งบประมาณ/โครงการปี ๒๕๖๕ จานวน ๖๑ กิจกรรม เป็นการผลกั ดนั สนิ ค้า
BCG จากภูมิภาค สู่ตลาดโลกด้วย Online Platform ท้ังน้ี โครงการนาร่องเศรษฐกิจแพลตฟอร์มเข้าถึงภูมิภาค
จากวิถีพน้ื บา้ นสู่ BCG มงุ่ เนน้ ดาเนินการ ๓ กล่มุ ไดแ้ ก่
๑) พัฒนาคน พัฒนาผูป้ ระกอบการภมู ภิ าค
๒) ตอ่ ยอดช่องทาง ตอ่ ยอดแพลตฟอร์ม
๓) ประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ สร้างการเรียนรู้ บูรณาการ เชื่อมโยง ต่อยอด พัฒนา
เศรษฐกิจ และ SMEs เป็นสว่ นหนึ่งของ Net – Zero Emission
ทัง้ น้ี กรมสง่ เสริมการคา้ ระหวา่ งประเทศ มเี ปา้ หมายในปี ๒๕๖๖ ในการตอ่ ยอดให้มีความชดั เจน
เสรมิ การพัฒนาผู้ประกอบการภูมิภาคในสินคา้ BCG ใหไ้ ด้จานวน ๑๓๖ ราย มลู ค่า ๑๐๐ ล้านบาท
๑๕๑
๒. กฎหมายธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (Electronic Transactions
Development Agency : ETDA) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งข้ึนมาในปี ๒๕๕๔ ให้เป็นองค์กรที่มีหน้าท่ีสาคัญในการ
ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Transactions) หรือ ธุรกรรมออนไลน์ ภายใต้
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ (ฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม) และพระราชบัญญัติ
สานกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๒
วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีมีมติรับหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการ
ควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลท่ีต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.ฎ. แพลตฟอร์ม
ดิจิทัลฯ ซึ่งตราข้ึนโดยอาศัยอานาจตามมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.๒๕๔๔ โดยมีสานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA) สังกัด
กระทรวงดิจทิ ัลเพ่ือเศรษฐกจิ และสังคม เปน็ หน่วยงานทร่ี บั ผดิ ชอบโดยตรง โดยมหี ลกั การและสาระสาคญั ดงั น้ี
ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาอานวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจาวันของสาธารณชน
ท้ังยังตอบสนองต่อรูปแบบการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New normal) ทาให้มีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็น
สือ่ กลางทางออนไลน์เพม่ิ ข้ึน ครอบคลมุ ลักษณะและประเภทธรุ กิจทีห่ ลากหลาย ทาให้บริการแพลตฟอร์มดจิ ิทัล
มคี วามสาคัญต่อระบบเศรษฐกจิ และสงั คมมากข้ึน
๑๕๒
๓.๒ ชือ่ เรือ่ ง “BCG Economy กับความเขม้ แข็งของอุตสาหกรรมไทยในยุค Net Zero”
ผ้นู าเสนอ ๑. นายเจน นาชยั ศริ ิ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการอตุ สาหกรรม
ภายใตค้ ณะกรรมาธกิ ารการพาณชิ ย์และการอตุ สาหกรรม
๒. นายเกรยี งไกร เธียรนกุ ุล ประธานสภาอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย
๓. นางสาวธนั ยพร กริชติทายาวุธ ผู้อานวยการสมาคมเครอื ข่ายโกลบอลคอมแพก็ แห่งประเทศไทย
(Global Compact Network Thailand GCNT)
๔. ดร.ธรี วธุ ตนั นกุ จิ ผอู้ านวยการกองนวตั กรรมวัตถุดบิ และอุตสาหกรรมต่อเน่ือง
กรมอตุ สาหกรรมพน้ื ฐานและการเหมอื งแร่
เร่อื ง เศรษฐกิจหมุนเวยี น (Circular Economy)
สืบเนื่องจากกระแสการผลักดันให้เกิดการออกแบบหรือปฏิรูประบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเชิง
โครงสร้างใหม่ จากระบบเศรษฐกิจทางตรง (Linear Economy) ไปเป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular
Economy : CE) ที่มีการวางแผนให้ทรัพยากรในระบบการผลิตทั้งหมดสามารถกลับคืนสู่สภาพเดมิ และสามารถนา
กลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นการเปล่ียนวงจรการใช้ทรัพยากรให้เกิดการหมุนเวียนได้มากที่สุด หรือการเปลี่ยนจาก
ข้ันตอนที่จาเป็นต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีอยู่อย่างจากัดเป็นการใช้ทรัพยากรที่นากลับมาใช้ใหม่ได้ โดยมี
วตั ถุประสงค์หลักเพ่ือรับมือกับปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรในอนาคตท่ีมีแนวโน้มความต้องการใช้ทรัพยากร
เพ่ือการผลิตเพ่ิมมากข้ึน อันเนื่องมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และความต้องการสินค้าและบริการของ
ผู้บริโภคทเ่ี พิม่ สงู ขน้ึ
สาหรับประเทศไทยได้บรรจปุ ระเด็นที่เก่ียวข้องกับการขบั เคล่ือนเศรษฐกิจหมุนเวียนในยุทธศาสตร์ชาติ
แผนแมบ่ ท และแผนปฏิบัตกิ ารต่าง ๆ บา้ งแล้ว แตส่ ่วนใหญอ่ ยภู่ ายใตเ้ รอ่ื งการพฒั นาอย่างย่งั ยืน (Sustainable
Development : SD) โดยไม่ได้มีการอ้างถึงเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy โดยตรง จนกระทั่งในปี
๒๕๖๒ ได้มีการบรรจุเรื่อง เศรษฐกิจหมุนเวียนไว้ในนโยบายรัฐบาลอย่างชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่ภาคเอกช น
โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่และบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง มีความต่ืนตัวและเร่ิมขับเคล่ือนเรื่องเศรษฐกิจ
หมุนเวียนก้าวหนา้ ไปไกลกวา่ ภาครฐั โดยมกี ารนาแนวคิดไปปฏิบัติใหเ้ ห็นเปน็ รูปธรรมอยา่ งเห็นได้ชดั
จากผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยในการขับเคล่ือนการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ประสบ
ความสาเร็จได้น้ัน ต้องประกอบด้วยพหุปัจจัยที่ทาหน้าที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันและสามารถผลักดันให้เกิด
กระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวยี นได้ ในการนี้ ได้สรปุ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการขับเคลอ่ื นเศรษฐกิจ
หมนุ เวียนอย่างยั่งยืน ดังนี้
๑) การกาหนดกรอบยุทธศาสตร์และกลไกในการพฒั นาเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับประเทศ (Grand
Strategy and Driven Toward CE)
๒) การส่งเสริมผู้ประกอบการภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม เพ่ือการปรับเปล่ียนสู่เศรษฐกิจ
หมนุ เวยี น (Transforming Enterprises toward CE)
๓) การสร้างตลาดเศรษฐกิจหมนุ เวยี น (CE Market Development)
๔) การส่งเสริมเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมทเี่ กีย่ วขอ้ งกับเศรษฐกิจหมนุ เวยี น (CE Technology and
Innovation Promotion)
๕) การสร้างความตระหนักให้สาธารณชนเห็นความสาคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Building
Public Awareness of CE)
๑๕๓
๖) การปฏริ ูปการบริหารจดั การขยะทง้ั ระบบ (Restructuring Waste Management System)
การทาเหมืองในเมือง (Urban Mining)
ในอนาคตเมือง (Cities) ต่าง ๆ จะกลายเป็นเหมือง (Mines) ขนาดใหญ่ท่ีมีความอุดมสมบูรณ์
มีทรัพยากรหลากหลายและเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเน่ืองจนในท่ีสุดจะกลายเป็นแหล่งทรัพยากรใหม่” ปริมาณโลหะใน
ผลิตภัณฑ์ที่ไมใ่ ชง้ านแล้วมีสัดส่วนมากกว่าปรมิ าณโลหะในแหลง่ แรต่ ามธรรมชาติ และได้นิยามพนื้ ที่ท่ีมกี ารสะสม
ของซากฯ เหลา่ นว้ี า่ เหมอื งในเมอื ง (Urban Mines)
การทาเหมอื งในเมือง (Urban Mining) ในความหมายอยา่ งกวา้ ง หมายถึง กระบวนการนาแรโ่ ลหะ
รวมถงึ วสั ดุตา่ ง ๆ จากสงิ่ ทมี่ นุษยส์ ร้างขนึ้ และไมใ่ ช้แล้วหรือหมดอายกุ ารใช้งาน ซง่ึ ส่วนใหญจ่ ะถกู ทิง้ หรือสะสมไว้
กลายเปน็ ขยะหรือของเสีย (Waste)ในพื้นท่ชี ุมชนเมอื งหรอื เขตเมือง (Urban Area) กลับมาใช้ประโยชนใ์ หม่
ภารกิจของสภาอุตสาหกรรมแหง่ ประเทศไทย
การดาเนินภารกิจของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่รับผิดชอบดูแล ๔๕ กลุ่มอุตสาหกรรม และ ๑๑
คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ซ่ึงเป็นกาลังหลักในการขับเคล่อื น BCG และร่วมผลักดันในการดาเนนิ โครงการฯ เพ่ือให้
เกดิ การพัฒนาตน้ แบบโมเดลกลมุ่ อตุ สาหกรรมนาร่องระบบเศรษฐกิจหมนุ เวียนให้เกิดเปน็ รปู ธรรมและสมั ฤทธผ์ิ ล
เพื่อสร้างทางเลือกแผนธุรกิจที่มีศักยภาพสาหรับกลุ่มอุตสาหกรรมและร่วมจัดทาคู่มือบทเรียนความสาเร็จของ
CE Champion จาก ๕ คลัสเตอร์อุตสาหกรรม อาทิ ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง อาหาร ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
และผลิตภัณฑ์เพ่ือสุขภาพและความงาม ซ่ึงถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมท่ีมีความสาคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ของประเทศไทย มคี วามเชอ่ื มโยงกับผูป้ ระกอบการทุกขนาดโดยเฉพาะ SMEs รวมถงึ เป็นอุตสาหกรรมท่ปี ระเทศ
ไทยมจี ุดแขง็ และมศี กั ยภาพในการแข่งขันของประเทศ
สาหรับแนวคิด BCG Economy Model หรือ Bio-Circular-Green Economy เป็นนโยบายสาคัญ
ของการดาเนินการของภาคอุตสาหกรรมเพ่ือสร้างเศรษฐกิจท่ีเข้มแข็งและย่ังยืนในระยะยาว การนา BCG
Economy Model เข้ามาขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ เป็นสิ่งที่ประเทศไทยเราทาได้และมีความ
ไดเ้ ปรียบ โดยเฉพาะด้าน Bio Economy หรือเศรษฐกจิ ชีวภาพ เน่ืองจากไทยมที รัพยากรมีความหลากหลายทาง
ชีวภาพ เป็นจุดท่ีสามารถสร้างมูลค่าเพ่ิมได้ โดยมีกิจกรรม Smart Agriculture Industry, การพัฒนา
อตุ สาหกรรมอาหาร plant-based food, การพัฒนายารักษาโรค, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, ผลิตภัณฑ์สมุนไพร,
การส่งเสริมการจัดขยะพลาสติกภายใต้การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ รวมถึง โครงการการปรับเปล่ียน
อตุ สาหกรรมไทยส่รู ะบบเศรษฐกิจหมนุ เวียน
๕ แนวโนม้ สาคญั เพอ่ื จะบรรลเุ ปา้ หมายการพัฒนาทยี่ ั่งยืน ปี ๒๕๖๖
“๕ แนวโน้มสาคัญเพื่อจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน ปี ๒๕๖๖” หรือ “5 SDG Mega
Trend 2022” เป็นแนวโนม้ สาคัญดา้ นความยัง่ ยนื ท่ีกาลังเกดิ ขึ้นในโลก เพื่อจะช่วยใหธ้ รุ กิจเขา้ ใจพลวตั และการ
เปล่ียนแปลงท่ีสาคัญของโลก ซ่ึงจะเป็นปัจจัยสาคัญในการนามากาหนดเป็นทิศทางขององค์กรธุรกิจในการ
ขับเคล่ือนสู่ความย่ังยืน ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อม วิกฤตสังคม และล่าสุดวิกฤต Covid 19 ซึ่งส่งผลกระทบ
อยา่ งกว้างขวางท่วั โลก ไดแ้ ก่
๑. Business Model Transition การทบทวนและปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจดั้งเดิมไปสู่ธุรกิจ
สเี ขยี ว รวมถงึ ทางเลือกธุรกจิ ที่ย่ังยนื ใหม่ ๆ ต่อยอดเพ่อื เพิ่มมลู คา่ ลดผลกระทบทางส่งิ แวดลอ้ มดว้ ยการปรบั ปรงุ
หว่ งโซ่คุณค่า ประยุกต์หรือพัฒนาธุรกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ พัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานท่พี ร้อมรับ
การเปลี่ยนแปลง ปรับตัวให้เป็นอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนและท่ัวถึง ก้าวทันทิศทางโลกอันสอดรับกับวิถีแห่งอนาคต
ของสังคม และเปน็ สว่ นหนึง่ ในการลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจก
๑๕๔
๒. Green Innovation การลงทนุ เพอื่ นวตั กรรมในเทคโนโลยีสีเขียวและพลงั งานสะอาด สามารถ
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียวเหล่าน้ีตลอดห่วงโซ่คุณค่า เช่น เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือกที่ลดการปล่อย
กา๊ ซเรือนกระจก และมมี ลพิษต่า ปรับเปลีย่ นกลยุทธ์ในการผลิตและการบริการ รวมถึงการลดผลกระทบเชิงลบ
ต่อสิ่งแวดลอ้ มในหว่ งโซอ่ ุปทาน พรอ้ มรักษาส่ิงแวดล้อมในขณะเดียวกัน
๓. Circular Economy การส่งเสรมิ เศรษฐกจิ หมนุ เวียนเพือ่ สรา้ งความยงั่ ยนื ตลอดหว่ งโซ่การผลติ
โดยนานวตั กรรมทางเทคโนโลยมี าต่อยอดสรา้ งมูลคา่ เพิ่ม ใช้ทรัพยากรทมี่ อี ยูใ่ ห้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์
สงู สุดผ่านการหมุนเวียนและนากลับมาใช้ตลอดวฏั จกั รชวี ิตของผลติ ภณั ฑ์
๔. Natural Based Solutions การเยียวยาและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพโดยใช้
กระบวนการที่พ่ึงพิงธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เช่น การใช้ต้นไม้และป่าประเภทต่าง ๆ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
อนั จะส่งผลดีต่อมนุษย์ รวมถึงส่งิ มีชีวิตอืน่ ๆ เพ่ือสร้างความม่ันคงใหถ้ ิ่นท่ีอยู่ของสัตว์ ฟ้ืนคืนความอุดมสมบูรณ์
แกพ่ ืชพรรณ รวมถงึ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
๕. Human Rights การเคารพสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้าในการ
เข้าถึงทรัพยากร ครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิตและบริการ คุ้มครองกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่ม
เส่ียงต่าง ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมมากข้ึน (just
transition) ต้ังแต่การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกร อุตสาหกรรมต้นน้า ผู้ประกอบการรายย่อย
สนบั สนนุ อาชพี และการจ้างงานกลุ่มเปราะบาง ดูแลสวัสดิภาพ และการฝึกทกั ษะใหม่ ๆ ของแรงงาน
แนวทางการขบั เคลอื่ น BCG Model
การขับเคล่ือน BCG Model ของกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นการสร้างความย่ังยืนทางเศรษฐกิจ
สังคม และส่งิ แวดล้อมลดการใชท้ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม
เป้าหมายการขบั เคลื่อน
๑. สรา้ งความม่งั คงั่ ทางเศรษฐกิจ เพม่ิ อตั ราการเติบโตทางเศรษฐกจิ สร้างงาน และยกระดบั รายได้
ของประชากร
๒. สร้างความมั่นคงทางสังคม สร้างความมั่งคงทางอาหาร สุขภาพ และพลังงานในทุกระดับ
เพือ่ การยกระดับคณุ ภาพชวี ิต
๓. สร้างความยั่งยืนทางส่ิงแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดของเสียและมลพิษต่อ
สิ่งแวดลอ้ ม
๔. ตอบโจทย์การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื SDGs ๑๔ เปา้ หมาย ใน ๑๗ เป้าหมาย
BCG Model ของกระทรวงอตุ สาหกรรม
ระบบเศรษฐกจิ ชีวภาพ (Bio Economy)
มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า เพ่ิมผลิตภาพ และสร้างมูลค่าเพ่ิม
อุตสาหกรรมเป้าหมาย เกษตร อาหาร ยาและการแพทย์ พลังงานชีวภาพ เคมีชวี ภาพ พลาสตกิ ชวี ภาพ
กลไกการขับเคลือ่ น Bio Economy
- การวจิ ยั พฒั นาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรม จาก Center of Bio Excellence : CoBE
ระบบเศรษฐกจิ หมุนเวยี น (Circular Economy) ม่งุ เน้นการหมุนเวยี นใชท้ รัพยากรให้เกิดประโยชน์
สูงสุดลดการใช้ทรัพยากรที่มีจากัด และลดของเสีย อุตสาหกรรมเป้าหมาย พลาสติก ยางรถยนต์ วัสดุก่อสร้าง
เหล็กและโลหะอน่ื ๆ ชนิ้ สว่ นอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เซลล์แสงอาทิตย์ แบตเตอร่ียานยนต์ไฟฟา้
๑๕๕
กลไกการขบั เคลื่อน Circular Economy
- การวิจยั พัฒนาเทคโนโลยีและนวตั กรรม จาก ITC : ศูนย์วจิ ยั และพัฒนาเทคโนโลยรี ไี ซเคลิ
- เงินทนุ สทิ ธิประโยชน์และรางวัล ไดร้ ับ Prime Minister's Award ดา้ นเศรษฐกิจหมุนเวียน และ
Certified Zero Waste to Landfill
- การพัฒนากาลังคนและความสามารถ จาก CEPAS , e-learning
- บ่มเพาะ สรา้ ง และยกระดบั ผูป้ ระกอบการและรูปแบบธุรกิจใหม่ จากวิสาหกจิ ชุมชนคัดแยกขยะ
และการยกระดับการจดั การกากอุตสาหกรรม
- มาตรฐาน กฎหมาย กฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนา BCG มาตรฐานเศรษฐหมุนเวียน พ.ร.บ.
โรงงาน (กากอตุ สาหกรรม)
ระบบเศรษฐกจิ สเี ขยี ว (Green Economy)
มุ่งเนน้ ใหเ้ กดิ การพฒั นาที่สมดลุ ท้ัง ๓ ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสง่ิ แวดล้อม
กลไกการขบั เคล่ือน Green Economy
- การวิจยั พัฒนาเทคโนโลยีและนวตั กรรม จาก Smart Factory
- เงินทุน สิทธิประโยชน์และรางวัล ได้รับ Prime Minister's Award ด้านการรักษาคุณภาพ
ส่ิงแวดล้อม ดา้ นความรบั ผิดตอ่ สงั คม ด้านบริหารความปลอดภัย และสทิ ธิประโยชนผ์ ูไ้ ด้รับ GI 4-5
- การพฒั นากาลังคนและความสามารถ จาก Third Party การพัฒนาบคุ ลากรภาครฐั /เอกชน และ
การสรา้ งเครือข่ายภาคประชาชน
- บ่มเพาะ สร้าง และยกระดับผู้ประกอบการและรูปแบบธุรกิจใหม่ จาก Green Industry, Eco-
industrial Estate/Town, CSR-DIW, CSR-DPIM
- มาตรฐาน กฎหมาย กฎระเบียบท่ีเอ้ือต่อการพัฒนา BCG มาตรฐานผลิตภัณฑ์, มาตรฐานระบบ, พ.ร.บ.
โรงงาน
๑๕๖
๔. สรุปความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของกลุม่ เป้าหมายท่ไี ดร้ บั
๔.๑ ความคิดเหน็ ประเด็น “เหลยี วหลงั (๓ ปี)”
ที่ผ่านมาการพัฒนาด้านการค้าสินค้าและบริการยังมีการพึงพาและอาศัยกลไกในรูปแบบท่ีต้อง
พึ่งพาต่างประเทศ อาทิ แพลตฟอร์ม รูปแบบการจาหน่ายสินค้าแบบออนไลน์ของต่างประเทศ ซึ่งวุฒิสภา
(คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม และคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง
วุฒิสภา) ได้มีการตดิ ตามเก่ียวกับปญั หา อุปสรรค ตลอดจน แนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดข้นึ โดยการพิจารณา
ในเชิงระบบ และพิจารณาถึงผู้มีส่วนได้เสีย เพ่ือร่วมกันผลักดันและการสร้างกลไกท่ีเหมาะสมของประเทศไทย
เพ่ือนาไปสู่การพัฒนาด้านการค้าและการลงทุน โดยมุ่งให้ความสาคัญกับการกาหนดทิศทางหรือแนวทางการ
ขบั เคล่ือนเศรษฐกจิ การค้า ตลอดจนแนวทางการลงทนุ ของประเทศในอนาคต
๔.๒ ความคดิ เหน็ ประเดน็ “แลหน้า (๒ ป)ี ”
เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ตลอดจน
ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนามาตรฐานหรือกฎเกณฑ์ในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เชื่อมโยงกันได้อย่างมี
ประสิทธิภาพมีความม่ันคง ปลอดภัย น่าเชื่อถือและมีการดูแลคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเหมาะสม จึงมีความ
จาเปน็ ต้องมีการกากับดแู ลการประกอบธรุ กจิ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยการกาหนดลกั ษณะหรือประเภทของ
การประกอบธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้ทราบ และหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจบริการ เพื่อให้การประกอบ
ธุรกิจดังกล่าวมีความโปร่งใสและเป็นธรรม มีการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนมีการดาเนินการที่สอดคล้องกับ
กฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิของผู้ท่ีเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้บริโภคใน
กรณีที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่นอกประเทศเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์หรือเพ่ือ
ประโยชน์ในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือเพ่ือป้องกันความ
เสยี หายต่อสาธารณชน
ประเทศไทยกาลังเผชิญกับปัญหาการจัดการขยะภายในประเทศที่มีปริมาณเฉล่ียกว่า ๕๐ ล้านตัน
ตอ่ ปี ซึ่งขยะเหลา่ น้หี ากมีระบบการบริหารจัดการท่ีมปี ระสิทธภิ าพและครบวงจร ต้งั แต่กิจกรรมกระบวนการท่ี
ก่อให้เกิดขยะ กระบวนการคัดแยก การจัดเก็บรวบรวม การขนส่งการไซเคิล การบาบัด และการกาจัด ขยะ
เหล่าน้จี ะเป็นแหลง่ ทรพั ยากรทดแทนที่สาคัญของประเทศได้ ดังเชน่ ในประเทศทพ่ี ัฒนาแล้ว ซึ่งหลายประเทศไม่
มีแหล่งแร่ธรรมชาติ โดยหน่ึงในปัจจัยสาคัญท่ีจะเปลี่ยนขยะให้เป็นแร่ โลหะ และพลังงานทดแทนให้แก่
ภาคอุตสาหกรรม คือ เทคโนโลยีรีไซเคิล ซ่ึงที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดาเนินโครงการต่อเนื่องเพื่อนา
ขยะหรือของเสียทั้งจากภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงผลพลอยได้ หรือ (By-products) จาก
กระบวนการผลติ กลับมาใช้ประโยชนใ์ หม่ หรือทีเ่ รยี กกันในหลายประเทศวา่ "การทาเหมอื งแร่ในเมอื ง (Urban
Mining)" เพ่ือเปน็ แหลง่ ทรพั ยากรทดแทนให้แก่ภาคอตุ สาหกรรม ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ ลดการเกิด
ขยะและปัญหามลพิษต่อส่ิงแวดล้อมและขุมชน รวมท้ังสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
การขับเคล่อื นสู่ Zero Waste Society และ Circular Economy
Urban mining ถือเป็นส่วนหน่ึงของการการนาเอาทรัพยากรท่ีใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์
ในลักษณะการหมนุ เวียน เพ่อื แก้ไขปัญหาการมีอยู่อย่างจากัดของทรัพยากรและการก่อให้เกิดประสิทธภิ าพของ
การใช้ทรัพยากร ตลอดจนการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับส่ิงแวดล้อม ท้ังน้ี รัฐควรให้ความสาคัญในการส่งเสริม
หรือมีมาตรการทช่ี ัดเจนในการผลกั ดันในเร่อื งดงั กล่าว และขับเคลือ่ นใหเ้ กดิ ผลอยา่ งเป็นรูปธรรมตอ่ ไป
๑๕๗
๕. กจิ กรรมอื่นทีด่ าเนนิ การเพิ่มเติม พรอ้ มทั้งเหตผุ ลทีม่ ีการจัดกจิ กรรมเพ่มิ เตมิ (ไม่มี)
๖. จานวน รายชื่อ ภาคส่วนของผรู้ ว่ มการสัมมนากลมุ่ ย่อย
ที่ ช่อื -นามสกุล หนว่ ยงาน/กลุ่ม โทรศพั ท์/ E-mail
๑ ดรธนชาติ . นุม่ นนท์
๒ นายภาวธุ พงษ์วิทยภ์ านุ ท่ีปรกึ ษาคณะอนุกรรมาธิการการพาณิชย์
๓ นายนนั ทพงษ์ จริ ะเลศิ พงษ์
๔ นศุภจติ รา.ส. เลาหวัฒนภญิ โญ อนกุ รรมาธิการการพาณชิ ย์
๖ นายเกรยี งไกร เธียรนกุ ุล
รองอธบิ ดีกรมสง่ เสรมิ การค้าระหว่างประเทศ
๗ นางสาวธนั ยพร กรชิ ติทายาวุธ
เจ้าหนา้ ที่บรหิ ารอาวุโส ศนู ย์พฒั นากฎหมาย
๘ ดร.ธีรวุธ ตนั นุกจิ
๙ ดร.รชั ดา เจียสกุล สานกั งานพัฒนาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์
๑๐ นางนชุ อนงค์ เชิดสูงเนนิ
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
๑๑ นางสลิลา เทพเกษตรกุล
ผอู้ านวยการสมาคมเครอื ขา่ ยโกลบอลคอมแพก็ แหง่
๑๒ นายรชต ยงพรม
ประเทศไทย (Global Compact Network
๑๓ นายฉันทพัทธ์ ปญั จมานนท์
Thailand GCNT)
๑๔ นางนวพร ฤทธิ์เรืองนาม
ผู้อานวยการกองนวัตกรรมวัตถุดบิ และอุตสาหกรรม
๑๕ นางสาวธนพร วอ่ งวาณิช
๑๖ นางสาวสมานลกั ษณ์ ตัณฑิกุล ตอ่ เน่อื ง กรมอุตสาหกรรมพน้ื ฐานและการเหมืองแร่
๑๗ นางสาวพชรวรรณ สนธิมลุ
๑๘ นางสาวณชิ ากร ซิงซอน ทป่ี รึกษาคณะอนุกรรมาธิการการพาณิชย์
๑๙ นางสาวนฤมล โถแกว้
๒๐ นางสาววภิ าณี โถแกว้ ผู้อานวยการกองธุรกิจภูมิภาคและชมุ ชน
๒๑ นายกษติ พฒั น์ วัฒนรววี งศ์
๒๒ นางสาวพัชรี โพธิบวั ทอง กรมพฒั นาธรุ กจิ การค้า
๒๓ พพจิ ักษณ์ นามโิง.ท.ต.
๒๔ นางสาวณฐั ฐศ์ ศิ ศรสี มาธิโสภณ นกั วชิ าการพาณิชยช์ านาญการพิเศษ กรมพัฒนาธุรกิจ
การคา้
นกั วชิ าการพาณชิ ยช์ านาญการ กรมพฒั นาธุรกิจ
การค้า
ผอู้ านวยการสานักตลาดพาณิชยด์ ิจิทัล
กรมสง่ เสริมการคา้ ระหว่างประเทศ
นกั วชิ าการพาณิชยช์ านาญการพิเศษ กรมสง่ เสริม
การค้าระหวา่ งประเทศ
นักวชิ าการพาณชิ ยป์ ฏบิ ัติการ
กรมสง่ เสริมการคา้ ระหวา่ งประเทศ
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการพเิ ศษ
นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนชานาญการ
Vice President, Risk Strategy Division
นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการกอง
ยทุ ธศาสตร์ และแผนงาน กรมศุลกากร
เจา้ หน้าทีว่ ิเคราะห์นโยบายและแผน
๑๕๘
๒๕ นายพทิ ักษ์ อดุ มวิชยั วฒั น์ อนกุ รรมาธิการการพาณิชย์
๒๖ นายเกตตวิ ทิ ย์ สิทธิสนุ ทรวงศ์ อนุกรรมาธิการการพาณิชย์
๒๗ นายกฤษณะ บญุ ยะชยั อนุกรรมาธิการการพาณชิ ย์
๒๘ นางพรนภา เหลอื งวฒั นากจิ อนุกรรมาธิการการพาณชิ ย์
๒๙ ดรกวนิ . อศั วานนั ท์ อนุกรรมาธิการการพาณิชย์
๓๐ ดรวัชรศั ม์ิ . ลีละวฒั น์ อนกุ รรมาธิการการพาณชิ ย์
๓๑ นายภาวธุ พงษ์วิทยภานุ อนุกรรมาธิการการพาณชิ ย์
๓๒ ดรชญาน์นนั ท์. ตยิ ะตระการชยั อนกุ รรมาธิการการพาณชิ ย์
๓๓ นางสาวอัจฉราวรรณ เจยี รธนพร อนุกรรมาธิการการพาณชิ ย์และเลขานกุ าร
๓๔ นายพิทักษ์ อดุ มวชิ ัยวฒั น์ อนกุ รรมาธิการการพาณชิ ย์
๓๕ นายเกตติวิทย์ สทิ ธสิ นุ ทรวงศ์ อนกุ รรมาธิการการพาณชิ ย์
๓๖ นายกฤษณะ บญุ ยะชยั อนกุ รรมาธิการการพาณชิ ย์
๓๗ นางพรนภา เหลืองวฒั นากจิ อนกุ รรมาธิการการพาณชิ ย์
๓๘ นางสาวปรินดา ผกู สถิตย์ ผอู้ านวยการส่วนมาตรฐานเออีโอ
กองมาตรฐานพธิ ีการและศุลกากร
๗. ภาพการสัมมนากลุ่มยอ่ ย
๑๕๙
๑๖๐
๑๑. กลุ่มการปอ้ งกันอบุ ตั ิภัย
“Smart City : เมอื งปลอดภัย คนปลอดภยั ”
๘ มถิ ุนายน ๒๕๖๕
๑. โครงการสมั มนากลุ่มยอ่ ย
๑. หลกั การและเหตผุ ล
ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มกี ารประกาศใช้ ฉบับท่ี ๖๙ (พ.ศ. ๒๕๖๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุม
อาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ (ประกาศเมื่อวันท่ี ๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันท่ี ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไป)
เกี่ยวกับการบังคับใช้ การตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร รวมท้ังประกาศคณะกรรมการการแพทย์
ฉุกเฉิน เรื่อง มาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตขั้นพ้ืนฐานนอกสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๖๔ และประกาศ
คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เร่ือง มาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนอกสถานพยาบาล
พ.ศ. ๒๕๖๔ ใชบ้ ังคบั ต้ังแต่วันท่ี ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
เพ่ือสร้างความปลอดภัยกับผู้ใช้อาคารสงู และอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ที่เป็นอาคารสาธารณะกาหนดให้อาคารสูง
ต้องมีพื้นที่สาหรับยานพาหนะในการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัยหรือภัยพิบัติอย่างอื่น พ้ืนท่ีติดต้ัง
เครื่อง AED และลิฟต์สาหรับเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยหรือผู้ป่วยฉุกเฉิน ช่องทางในการเข้าไปบรรเทาสาธารณภัยและ
ระบบลิฟต์ เพื่อประโยชน์ในการเคล่ือนย้ายผู้ประสบภัยจากอัคคีภัย ภัยพิบัติอย่างอื่นหรือกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน เพื่อให้
บุคคลท่ใี ช้ประโยชน์ในอาคารได้รบั ความปลอดภัยย่ิงข้ึน นน้ั
คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
(สพฉ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย สานักการโยธา กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่าย เห็นว่า
เพ่ือให้เจ้าของอาคาร เจ้าพนักงานท้องถ่ิน และผู้ปฏิบัติงาน ได้ทราบถึงสาระสาคัญ หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และแนวทาง
ปฏบิ ัติทช่ี ดั เจน ถกู ตอ้ ง ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงไดจ้ ัดโครงการสัมมนา ขน้ึ
๒. วัตถุประสงค์
๑) เพื่อใหผ้ ู้ประกอบการอาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่/เจ้าหน้าท/่ี พนักงานของท้องถิ่น ทราบและเข้าใจ หน้าท่ี
และอานาจและแนวทางปฏิบตั ิตามพระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ และทีแ่ ก้ไขเพมิ่ เตมิ
๒) เพื่อให้ผู้ประกอบการอาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่/เจ้าหน้าที่/พนักงานของท้องถิ่น ทราบและเข้าใจ
แนวทางปฏบิ ตั ติ ามกฎกระทรวงฉบับท่ี ๖๙ (พ.ศ. ๒๕๖๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
๓) เพือ่ ให้ผู้ประกอบการอาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่/เจ้าหนา้ ที่/พนักงานของท้องถ่ิน ทราบและเข้าใจวิธีการ
การตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคาร การจัดทารายงานการประเมินผลกระทบส่ิงแวดล้อม
ตามพระราชบัญญัตคิ วบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และกฎหมายอนื่ ทีเ่ กย่ี วข้อง
๔) เพื่อให้ผู้ประกอบการอาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่/เจ้าหน้าท่ี/พนักงานท้องถ่ิน ได้รับรู้รับทราบสาระสาคัญ
ของกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๖๙ (พ.ศ. ๒๕๖๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นการเพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพในการทางาน
๕) เพ่ือให้ผู้ประกอบการอาคารสูง/อาคารขนาดใหญ่/เจา้ หนา้ ท่ี/พนักงานท้องถิ่น ได้รบั รู้รับทราบสาระสาคัญ
ของประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เร่ือง มาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตข้ันพื้นฐานนอก
สถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๖๔
3. ผลทีค่ าดว่าจะไดร้ บั
3.๑ ผปู้ ระกอบการอาคารชุด/อาคารขนาดใหญ่/อาคารสูง/เจ้าหน้าที/่ พนักงานของท้องถิ่น รับทราบและเข้าใจ
แนวทางปฏิบตั ติ ามกฎกระทรวงฉบับที่ ๖๙ (พ.ศ. ๒๕๖๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
3.๒ ผู้ประกอบการอาคารชุด/อาคารขนาดใหญ่/อาคารสูง/เจ้าหน้าท่ี/พนักงานท้องถิ่น ได้รับรู้รับทราบ
สาระสาคญั ของประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉกุ เฉิน เรอ่ื ง มาตรฐานการปฏบิ ัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตข้ันพนื้ ฐาน
นอกสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๖๔
๑๖๒
๒. กาหนดการสมั มนากลมุ่ ยอ่ ย
กาหนดการ
สัมมนากลุ่มการป้องกนั อุบัติภยั : เรอ่ื ง “Smart City : เมืองปลอดภัย คนปลอดภัย”
ในโอกาสวฒุ ิสภาครบรอบ 3 ปี
“เหลียวหลัง แลหนา้ วุฒิสภาเพือ่ ประชาชน :กลนั่ กรอง ตรวจสอบ ปฏิรปู ”
วนั พธุ ที่ 8 มิถุนายน5252 เวลา 09.00-15.00 น.
ณ หอ้ งประชุม CA-457 ณ อาคารรัฐสภา (โซนวุฒสิ ภา) ถนนสามเสน เขตดสุ ติ กรงุ เทพมหานคร
โดย คณะกรรมการบรู ณาการกู้ชีพฉุกเฉนิ และความปลอดภัยทางถนน วุฒสิ ภา สสส. และภาคีเครือข่าย
_______________________________________
เวลา 09.00-10.00 น . - ลงทะเบียนกิจกรรม สัมมนากลุ่มย่อย : กลุ่มป้องกันอุบัติภัย เร่ือง “Smart City : เมือง
ปลอดภยั คนปลอดภัย” ณ ห้องประชมุ CA-457 ชน้ั 4
- เยี่ยมชมนทิ รรศการ ผลงานของวฒุ ิสภา ในโอกาสวุฒสิ ภาครบรอบ 3 ปี
เวลา 10.00-10.10 น. - กลา่ วรายงานการจัดกจิ กรรม โดย คณะกรรมการบรู ณาการก้ชู ีพฉุกเฉนิ และ
ความปลอดภยั ทางถนน วุฒิสภา
- ชมคลิป “ประมวลผลงานคณะกรรมการฯ และภาคเี ครอื ขา่ ย”
เวลา 10.10-10.50 น. - ประธานการสัมมนา กล่าวเปดิ กิจกรรม และปาฐกถา พเิ ศษ “3 ปี คณะกรรมการฯ
ประชาชน/สงั คมได้อะไร ?”
เวลา 10.50-11.20 น. - รว่ มเสวนาหวั ขอ้ “Smart City : เมืองปลอดภยั คนปลอดภยั ”
โดย - นายศภุ กิจ จนั ทรป์ าน วิศวกรโยธาชานาญการ กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง
- นายณรงคร์ ฐั โมกขะสมิต วศิ วกรโยธาชานาญการ สานกั การโยธา กรงุ เทพมหานคร
- นาวาเอก นายแพทย์พิสิทธ์ิ เจริญย่ิง รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
- นายธนันท์ชัย เมฆประเสริฐวนชิ ผแู้ ทนประธานศูนยอ์ านวยการความปลอดภยั
ทางถนน กรงุ เทพมหานคร
- พนั ตารวจโท ประพนั ธ์ พสิ มัย
- นายฐิตพิ ัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผอู้ านวยการสานกั สวสั ดิภาพการขนส่งทางบก
กรมการขนสง่ ทางบก
ดาเนินการเสวนาโดย คณะกรรมการบรู ณาการกู้ชพี ฯ (นายอนุชา เศรษฐเสถยี ร)
เวลา 11.20-15.00 น. - ตอบข้อซักถาม/แสดงความเห็น
เวลา 15.00-13.00 น. - พักกลางวนั
เวลา 13.00-13.30 น. - พธิ เี ปิด กจิ กรรมและเผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์ผลงานของวฒุ สิ ภา ในโอกาสวฒุ สิ ภาครบรอบ 3 ปี
“ เหลยี วหลงั แลหนา้ วุฒิสภาเพ่อื ประชาชน : กล่ันกรอง ตรวจสอบ ปฏิรูป”
เวลา 13.30-15.00 น. - นาเสนอผลการสมั มนา ณ ห้องประชุมวุฒิสภา (หอ้ งประชมุ จนั ทรา)
เวลา 15.00-15.30 น. - สรุปผลการสมั มนาและตอบข้อซกั ถามส่ือมวลชน
๑๖๓
๓. ประเด็นปัญหา หรือประเด็นที่จะขอรบั ฟงั ความคิดเห็น
๓.๑ ช่อื เรอื่ ง“Smart City : เมืองปลอดภยั คนปลอดภัย” (ประเดน็ เมืองปลอดภยั )
ในประเด็นเมืองปลอดภยั ได้มีการหารือถึงกระบวนการขับเคลอื่ นกฎกระทรวงฯ โดยใหค้ วามสาคัญกับการเพิ่ม Chain
of survivor ดงั นี้
๑. การรบั รเู้ หตุ – ปชช.รับร้กู ารแจ้งเหตุ 1669 ผลักดัน National single number
๒. การสง่ เสรมิ Basic life support – ทุกทีท่ ุกคนทา CPR และ AED เป็น ซง่ึ หน่วยงานภาครัฐเพ่ิมเติมหลักเกณฑ์
ให้เจ้าของอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ให้รายงานการฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ในเร่ืองนี้ ร่วมถึงการฝึกซ้อม
อบุ ัตภิ ัยตา่ ง ๆ ทจ่ี ะเกิดขึ้น
๓. การเข้าถึงท่ีเกิดเหตุให้รวดเร็วท่ีสุด – (1) มีโจทย์เร่ืองการจราจรที่ติดขัดของประเทศไทย (มีการทดลองทา
emergency lend ควรมีการประเมินว่าประสบความสาเร็จหรือไม่) และ (2) บุคคลากรที่จะเข้าไปช่วยเหลือ
ควรปรับกฎเกณฑ์มาตรฐาน/จานวนรถพยาบาลและบุคคลากรประจารถที่เพียงพอ กรมการขนส่งทางบก
ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะ ตารวจกาหนดมาตรฐานอุปกรณภ์ ายในรถ ซึง่ 3 หนว่ ยงาน
บรู ณาการการทางานร่วมกนั รวมถึงการจดั ระเบยี บรถพยาบาลสาหรับผปู้ ว่ ยติดเตยี ง
๔. ระบบ UCEP – เมอ่ื ผู้ปว่ ยเข้า รพ. แลว้
ข้อเสนอแนะ
๑. การจดั ประกวดอาคารสงู และอาคารขนาดใหญ่พิเศษที่ไดม้ าตรฐานความปลอดภัย
๒. สพฉ.รับไปทบทวนเรื่องความพอเพียงและเพียงพอของกลไกและบุคคลากรการแพทย์ฉุกเฉิน โดยต้องการให้
คกก. จดั เวทีเพ่ือแลกเปลีย่ นขอ้ มลู และความคดิ เหน็ ต่อไป
๓. พิจารณาแนวทางให้นาพ้ืนท่ีบรเิ วณใต้ทางด่วนให้เปน็ จดุ จอดรถฉุกเฉนิ
๔. บรรจหุ ลักสตู ร basic life support เขา้ ไปในโรงเรยี น และหลกั สูตรการขอใบอนญุ าตขับข่ี
๕. หนว่ ยงานกชู้ ีพเอกชนควรส่งให้ผปู้ ว่ ยไปยังจดุ โรงพยาบาลท่ีใกล้ ซ่งึ ปจั จบุ ันจะไปส่งโรงพยาบาลทไี่ กล
๖. ทาใหจ้ ุดเกดิ เหตเุ ปน็ จุดท่ที า Basic life support (หอ้ งปฐมพยาบาลในพน้ื ที่อาคาร พื้นท่สี าธารณะ)
๔. สรุปความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของกลุ่มเปา้ หมายที่ได้รับ
๔.๑ ความคิดเหน็ ประเด็น “เหลียวหลัง (๓ ปี)”
ประเดน็ เมอื งปลอดภัย
๑. อานาจในการดาเนินการตามกฎหมาย มีกฎกระทรวงแล้ว แต่ด้านกู้ชีพฉุกเฉิน ไม่สามารถใช้ พรบ. ควบคุม
อาคารได้ แต่สามารถผลักดันให้เกิดได้ โดยเพ่ิมความกว้างของลิฟต์กู้ชีพ และมีที่จอดรถดับเพลิง ไม่ให้มีการ
กีดขวาง
๒. นาหนักบรรทุกของลฟิ ต์ก้ชู ีพ และสามารถบรรจุเปล และอปุ กรณก์ ารเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ่วย
๓. ได้ดาเนินการแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท้องถิ่นทุกจังหวัดในปี 2564 – 2565 รวมถึงประกาศ
AED
๔. กฎกระทรวงฯไดม้ ีการบงั คบั ใช้ปี 2564 และ กทม.ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการฯ แสดงแบบตามกฎกระทรวงฯ
ฉบบั นีแลว้ ได้แก่ การจดั พืนทจี่ อดรถดบั เพลงิ ที่จอดรถพยาบาล และลฟิ ตเ์ คลื่อนยา้ ย (ความกว้าง และ นาหนกั บรรทุก)
๕. เครอ่ื ง AED พจิ ารณาเรือ่ งองคค์ วามรใู้ นการใช้เคร่ือง AED ให้กบั คนที่อยู่ในอาคาร
๖. การเตรียมระบบมาตรฐานการแพทยฉ์ ุกเฉนิ และ การตงั โครงสรา้ ง/กลไกการแพทยฉ์ ุกเฉิน
๗. ระบบปฏิบัติการเริ่มท่ีประชาชนโดยประชาชนจะต้องรับรู้สภาวะฉุกเฉินท่ีจะต้องได้รับความช่วยเหลือก่อน
เปา้ หมาย คอื การทาให้เปอรเ์ ซน็ ตก์ ารรอดชีวิตเพมิ่ ขนึ
๑๖๔
๘. ออกประกาศการแพทย์ฉกุ เฉนิ : คนสามารถเขา้ ถงึ เครือ่ ง AED ได้ภายใน 4 นาที, ติดตังจุดสังเกตได้ง่าย, กาหนด
แนวทางให้ AED แสดงจดุ ทีต่ งั ไปทีห่ นว่ ยปฏิบตั กิ ารแพทย์ของจงั หวัด, มีการซักซ้อมการใช้งานเครื่องในแผนฯ ปลี ะ 2 ครงั
ประเดน็ ถนนและการเดินทางทป่ี ลอดภยั
๑. ในภาพร่วม พบว่า ความปลอดภัยทางถนนในประเด็น Smart city สอดคล้อง กับ SDG โดยในระดับพืนที่
โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีการกาหนดประเด็นด้านความปลอดภัยทางถนนใน LPA
ดา้ นท่ี 4 ใหม้ ีการนาเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมลงไปใน LPA
๒. ในพืนที่กรุงเทพมหานครได้กาหนดและพัฒนากลไกการบรหิ ารจดั การ ศปถ.กทม. และศูนยบ์ ริหารข้อมลู และ
การติดตามประเมนิ ผล รวมถึงการทาชมุ ชนรกั ความปลอดภัย และ กลุ่มเดก็ และเยาวชน (เดก็ เรม่ิ ผ้ใู หญร่ ว่ ม)
และการทาส่ือรณรงค์ 365 วัน
๓. การบังคับใช้กฎหมาย : การบริการและลดอุบัติเหตุทางถนน และมีการขับเคล่ือนหน่วยงานตารวจจิตอาสา
พระราชทานเปน็ หน่วยเคล่ือนทเี่ ร็วมาชว่ ยเหลอื งานด้านอุบตั เิ หตทุ างถนน
๔. กรมการขนส่งทางบกใช้หลักการ safe system approach โดยดูที่ คน กบั ยานพาหนะ ดาเนนิ การโดยการใช้
กลไกความรว่ มมือในการขบั เคลอื่ น โดยไดข้ ับเคล่ือนในประเดน็
ผลิตผู้ขับขี่ที่มีคุณภาพ โดยการพัฒนาระบบใบรับรองแพทย์ (medical fitness to drive) การพัฒนา
ทักษะการขับรถที่มีคุณภาพ (การส่งเสริมการรับรู้ Hazard perception) ในใบขับข่ี และ การพัฒนา
ทกั ษะการขบั ข่ี big bike และมีใบขับข่ีเฉพาะ และการแก้ พรบ. รถยนตใ์ นเรื่องใบขับข่ี big bike
ใบขับขี่ระหว่างประเทศแบบใหม่ ให้เป็นไปตามข้อตกลงสากล (จัดหมวดหมู่ใบอนุญาตขับขี่ให้เป็น
ลาดับขัน)
ผลกั ดันใหก้ ารเรียนรู้ใบขบั ขี่ไปยงั โรงเรยี นสอนขับรถมากขึน (ปจั จบุ ัน 65 %)
๔.๒ ความคดิ เห็นประเดน็ “แลหนา้ (๒ ปี)”
ประเดน็ เมืองปลอดภัย
๑. ควรม่งุ เน้นการใช้ประกาศแจ้งเวยี นในการขับเคลื่อนและการบังคบั ใชก้ ฎหมาย
๒. ขยายการ implement กฎกระทรวงใหค้ รอบคลุม (ทังอาคารเก่า และอาคารใหม)่
๓. การประชาสมั พันธ์ใหเ้ พียงพอและเขา้ ถึงได้ รวมถงึ ฝกึ ให้คนสามารถใช้ AED ได้ โดย คกก. เชิญภาคธุรกิจ รปภ.
และธุรกิจท่ี manage อาคารสูงและขนาดใหญ่พิเศษมารับฟังทาความเข้าใจและเตรียมความพร้อมการใช้
เครื่อง AED
๔. เพ่ิม Chain of survivor (การแจ้งเหตุ, การ early CPR และ การใชเ้ ครื่อง AED)
๕. สง่ เสรมิ basic life support ไมต่ ่ากว่า 10 ลา้ นคน ผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (หลกั สตู รอบรม 1 วัน)
ประเดน็ ถนนและการเดินทางทป่ี ลอดภยั
๑. ผลกั ดันเร่อื งความปลอดภัยทางถนนเปน็ ส่วนหนึ่งของการพัฒนาใหเ้ กิดการสร้างเมอื งอัจฉรยิ ะ (Smart city)
๒. มกี จิ กรรมเพ่ือส่งเสรมิ เช่น การประกวด ฯลฯ ควบคู่กับการตดิ ตาม/ประเมนิ ผลอยา่ งเป็นระบบ เพื่อนาไปสกู่ าร
จัดสรรงบประมาณในแต่ละพ้ืนที่ และการดาเนนิ การตามแผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน
๓. พัฒนาระบบตรวจสอบความปลอดภัย Road Safety Audit ประจาเมืองใหญ่ทุกเมืองพร้อมทัง้ นาความเสย่ี งมา
ปรับปรงุ แก้ไข
๔. กาหนดการกรอบการจัดสรรงบประมาณและการลงทุนเพ่ือสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เช่น นวัตกรรม
การปรับพฤตกิ รรมเชงิ บวก
๕. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนทอ้ งถิน่ เร่งดาเนนิ การยกระดับศกั ยภาพด้านการจัดการอุบัติเหตทุ างถนนในระดับ
ท้องถ่ิน
๑๖๕
๖. Future road safety – เพิ่มประสทิ ธภิ าพกล้อง CCTV (นาข้อมูลมาสืบสวนเชิงลึก)
๗. การสรา้ งการมสี ่วนร่วมดว้ ยการใชข้ ้อมลู (การนา AI เข้ามาวิเคราะหม์ ากข้ึน)
๘. การขยายมาตรฐาน – ทา road safety audit การออกแบบถนน (iRAP)
๙. การเชือ่ มโยงกับภาคเี ครือข่าย DEPA
๑๐. การ re-process กระบวนการจดั การและการทา road safety audit
๑๑. ใชร้ ะบบ AI เข้ามาช่วยปอ้ งกันการชนให้คนขับ เชน่ BBS ABS เขา้ มาใช้กบั ยานพาหนะมากข้ึน
๑๒. ควบคุมคุณภาพใบขบั ขี่ใหใ้ ช้ได้ตอ่ ไป
๑๓. เช่ือมโยงระบบตัดแตม้ พรบ.จราจร ภายในเดอื น มกราคม – กมุ ภาพนั ธ์ 2566
๑๖๖
๕. กจิ กรรมอนื่ ที่ดาเนนิ การเพ่ิมเติม พร้อมท้งั เหตผุ ลทีม่ กี ารจดั กจิ กรรมเพ่มิ เติม
๕.๑ กิจกรรมออกบูธรณรงค์การเสรมิ สร้างความปลอดภัยจากการใชร้ ถ ใชถ้ นน
๑๖๗
๑๖๘
๖. จานวน รายช่ือ ภาคสว่ นของผ้รู ว่ มการสัมมนากลมุ่ ย่อย
ลาดบั ท่ี ช่ือ-นามสกุล หนว่ ยงาน/กลมุ่ โทรศัพท์/ E-mail
1 พลอากาศเอก ชนัท รตั นอุบล
2 พลตารวจโท อนนั ต์ ศรหี ริ ญั
3 นายแพทย์ พนิ ิจ กุลละวณิชย์
4 นายแพทย์ อนุชา เศรษฐเสถียร
5 พลอากาศตรี ณฤทธ์ิ สดุ ใจธรรม
6 นายแพทย์ ไพโรจน์ เครอื กาญจนา โรงพยาบาลราชวถิ ี
7 ดร. ปิยะนชุ สมั ฤทธิ์
8 นางจงเดือน สทุ ธิรัตน์
9 นางศรนิ ทร สนธศิ ริ ิกฤตย์
10 นายฐิตพิ ฒั น์ ไทยจงรกั ษ์ กรมการขนส่งทางบก
11 นางสาวกอบกลุ อนิ ทรตั น์ กรมการขนส่งทางบก
12 นายทวีศกั ด์ิ เดชเดโช
13 แพทยห์ ญิงศิรริ ตั น์ สวุ รรณฤทธ์ิ
14 นางนงนชุ ตันตธิ รรม
15 นางสาวพรรณี ปติ กิ ลุ ตงั บริษทั กลางคุม้ ครองผู้ประสบภัยจากรถ จากดั
16 นายวิทยา จนั ทน์เสนะ กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
17 นางสาวสภุ าวดี สนธเิ พช็ ร
18 นายศุภกจิ จนั ทรป์ าน กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง
19 นายณรงคร์ ฐั โมกขะสมติ สานกั การโยธา กรุงเทพมหานคร
20 นาวาเอก นพ. พิสิทธิ์ เจรญิ ย่งิ สถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉินแหง่ ชาติ
21 พันตารวจเอก ศราวทุ จติ ต์ระเบยี บ กองบงั คบั การตารวจจราจร
22 พนั ตารวจโท ประพนั ธ์ พิสมยั กองบังคับการตารวจจราจร
23 นายธนันท์ชยั เมฆประเสริฐวนชิ กรงุ เทพมหานคร
24 นางสาวเพญ็ พชิ ชา เขยี วพอ กรมการขนส่งทางบก
25 นายศรณั ย์กร สขุ มงิ่ กรมการขนส่งทางบก
๑๖๙
26 นายนพดล สันตภิ ากรณ์ บรษิ ัท กลางคมุ้ ครองผู้ประสบภยั จากรถ จากดั
27 นายแพทย์ไพโรจน์ เสานว่ ม
28 วา่ ที่ รต. ธรรมเชษฐ์ ขันสุวรรณ สสส
29 นายแพทย์อนรุ ักษ์ อมรเพชรสถาพร สสส
30 นางสาวเพญ็ นภา พรสพุ กิ ลุ ท่ปี รึกษา ผวจ.นครสวรรค์
31 นายศรณั ยก์ ร พรหมทอง
32 นายศราวธุ รุ่งเรอื ง การทางพิเศษแหง่ ประเทศไทย
33 นายสมเกยี รติ พงษเ์ ทศากร บริษัทฮอนดา้
34 นางนวนันทร์ อินทรกั ษ์ บรษิ ัทฮอนดา้
35 นางบญุ พนติ ปฏิมาพรเทพ สพฉ.
๗. ภาพการสัมมนากลุม่ ย่อย
๑๗๐
๑๗๑
๑๒. กลุม่ การศึกษาเพอื่ อนาคต
“วฒุ ิสภากับการปฏิรปู การศกึ ษาเพอ่ื อนาคตของคนไทย”
๘ มิถุนายน ๒๕๖๕
๑. โครงการสัมมนากลุ่มย่อย
๑. หลกั การและเหตผุ ล
ด้วยวุฒสิ ภาได้กาหนดใหม้ กี ารจัดโครงการสมั มนา เรื่อง “เหลยี วหลัง แลหน้า วฒุ ิสภา เพื่อประชาชน : กลนั่ กรอง
ตรวจสอบ ปฏิรูป” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงาน ของวุฒิสภา ในโอกาสท่ีครบรอบการ
ดาเนนิ งาน ๓ ปี ซ่งึ แบง่ เป็น ๒ ประการ คือ ๑) “เหลยี วหลงั ” จะเปน็ การสรปุ ผลการดาเนินงานและบทบาทของวฒุ ิสภา
ต่อการขับเคล่ือนภารกิจต่าง ๆ ท่ีผ่านมาตลอดระยะเวลา ๓ ปี และ ๒) “แลหน้า” มุ่งเน้นการระดมความคิดเห็นจาก
ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง เพือ่ นามาเป็นแนวทางในการดาเนินงานของวุฒสิ ภาตอ่ ไปในระยะเวลาอีก ๒
ปีข้างหน้า โดยมีกาหนด จัดโครงการสัมมนาในวันท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ซ่ึงในโอกาสเดียวกันจะมีการนาเสนอผลงาน
เด่น ของคณะกรรมาธิการในด้านต่าง ๆ ของวุฒิสภาซึ่งมีผลสาเร็จของการดาเนินงานของคณะกรรมาธิการ เป็นจานวน
มากหลายด้าน
คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ซ่ึงเป็นกลไกหน่ึงของวุฒิสภาในการดาเนินภารกิจ ด้านการติดตาม
เสนอแนะ และเรง่ รัดการปฏิรูปประเทศด้านการศกึ ษา ตามหมวด ๑๖ การปฏิรปู ประเทศ และการจดั ทาและดาเนินการ
ตามยทุ ธศาสตร์ชาติ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ไดร้ ับมอบหมายจาก
วุฒิสภาให้จัดสัมมนากลุ่มย่อย พร้อมกับนาเสนอข้อเสนอแนะในการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา อันเป็นภารกิจที่
สาคัญอย่างย่ิงท่ีวุฒิสภามุ่งเน้นจะดาเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ตอบสนองต่อบทบัญญัติใน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ ในการดาเนินการกากับส่งเสริม กากับ และ
สนบั สนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคณุ ภาพ และได้มาตรฐานสากล รวมทัง้ มุ่งพฒั นาผู้เรียนใหเ้ ปน็ คนดี มีวินยั ภูมใิ จ
ในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ ตามความถนัดของตน และมคี วามรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
และหมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๕๘ จ. ด้านการศึกษา และกรอบหน้าท่ีและอานาจของ
คณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๑๙) ที่ได้บัญญัติหน้าที่และอานาจ
ประการสาคัญของคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา คือ พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูป
ประเทศ และแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าตทิ อี่ ยู่ในหนา้ ทแ่ี ละอานาจ และอืน่ ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง
นอกจากนี้ ในการทางานด้านการศึกษาของวุฒิสภา ยังมีด้านการอุดมศึกษา ซ่ึงคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา มีบทบาทหน้าท่ีรับผิดชอบ ตามข้อบังคับ การประชุมวุฒิสภา ข้อ ๗๘
วรรคสอง (๑๖) ท่ีมีหน้าท่ีในการพัฒนาการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบ ของชาติ โดยคานึงถึงความเป็นมาตรฐาน
เป็นธรรมและทวั่ ถึง ประกอบกับการเปล่ียนแปลงของโลกปจั จบุ ัน ท่ีกลายมาเป็นสังคมยุคดิจิทลั อย่างแทจ้ รงิ การปฏิรูป
การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของประเทศ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเพ่ือให้ทันต่อสถานการณ์ ทันต่อ
ยุคสมัย และใหม้ คี วามทดั เทยี มตอ่ นานาอารยประเทศ
ในโอกาสท่ีวุฒิสภาจัดการสัมมนา เร่ือง “เหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน : กล่ันกรอง ตรวจสอบ
ปฏิรูป” เพ่ือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานของวุฒิสภาในโอกาสวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี และได้มอบหมายให้
คณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษาจัดสัมมนากลุ่มย่อย เรือ่ ง “วฒุ ิสภากับการปฏิรูปการศึกษาเพือ่ อนาคตของคนไทย” ขน้ึ เพ่ือ
เป็นเวทีในการนาเสนอผลการดาเนนิ งานของวุฒสิ ภาในด้านการศึกษา และการติดตาม เสนอแนะ และเรง่ รัดการปฏิรูป
ประเทศด้านการศึกษา และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าท่ีและอานาจ และอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง รวมท้ัง
เพ่ือรับฟัง และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานทางการศึกษาท่ีเกี่ยวข้อง และภาคประชา
สังคม อันจะเป็นประโยชน์อย่างย่ิงต่อวุฒิสภาในการนามาเป็นแนวทางในการพิจารณาดาเนินการด้านการปฏิรูป
การศกึ ษาต่อไปในอนาคต
๑๗๔
๒. วัตถปุ ระสงค์
๒.๑ เพื่อนาเสนอผลการดาเนินงานในรอบ ๓ ปี ของวุฒิสภา ในภารกิจด้านการปฏิรูปการศึกษา และในการ
ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การปฏิรปู ประเทศดา้ นการศึกษา และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหนา้ ทแ่ี ละ
อานาจ และอ่ืน ๆ ทเ่ี กยี่ วข้อง
๒.๒ เพื่อระดมความคิดเห็น มุมมอง ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตอ่ บทบาทหน้าที่ของวฒุ ิสภา ในการดาเนินภารกิจด้าน
การปฏิรปู การศึกษา รวมท้ังเพื่อรับทราบความต้องการของสังคมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยให้ทัน
ตอ่ โลกยคุ Metaverse เพ่ือนามาเปน็ แนวทางในการดาเนินงาน ของวฒุ ิสภาตอ่ ไป
๓. กลุ่มเปา้ หมายของโครงการ
๓.๑ สมาชกิ วฒุ ิสภา
๓.๒ ผูแ้ ทนหน่วยงานภาครฐั และเอกชนท่ีเกยี่ วขอ้ ง
๓.๓ ผ้แู ทนภาคประชาสงั คม
๓.๔ ผู้ทรงคุณวุฒิ และนกั วชิ าการ
๓.๕ สื่อมวลชน
๔. วธิ ีดาเนินการโครงการ
๔.๑ จัดสัมมนากลุ่มย่อย โดยใช้รูปแบบการสัมมนาในห้องประชุม ร่วมกับการสัมมนาผ่านส่ืออิเล็กทรอนิกส์
(โปรแกรม Cisco Webex Meetings)
หมายเหตุ ผูเ้ ขา้ ร่วมประชุมในหอ้ ง จานวน ๓๐ คน
ผเู้ ขา้ ร่วมประชมุ ออนไลน์ ๔ ภมู ภิ าค จานวน ๑,๐๐๐ คน
๔.๒ แบ่งการดาเนนิ การเป็น ๓ ช่วง คือ
๑) ช่วงที่ ๑ สมาชกิ วฒุ ิสภานาเสนอผลการดาเนนิ งาน ๓ ปี ทผ่ี า่ นมา (ประมาณ ๓๐ นาท)ี
๒) ช่วงท่ี ๒ รบั ฟังการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ หน่วยงาน (ประมาณ ๖๐ นาที)
๓) ช่วงที่ ๓ รับฟังความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ จากผูเ้ ขา้ รว่ มการสมั มนา (ประมาณ ๓๐ นาท)ี
๔.๓ สรุปประเด็นการสัมมนา และมอบหมายตวั แทนกล่มุ ๑ คน นาเสนอเสนอตอ่ วฒุ สิ ภา
๔.๔ ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนไปร่วมสมั มนาในห้องประชมุ วฒุ สิ ภาในภาคบา่ ย
๗. ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับจากโครงการ
๗.๑ วุฒิสภา ได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดาเนินงานตลอดระยะเวลา ๓ ปี ในภารกิจด้านการปฏิรูป
การศึกษา และการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์
ชาติทอ่ี ยูใ่ นหน้าทีแ่ ละอานาจ และอื่น ๆ ที่เก่ยี วข้อง
๗.๒ วุฒิสภา จะได้รับทราบความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานทางการศึกษาท่ีเกี่ยวข้อง ต่อการ
ดาเนินงานของวุฒิสภาในดา้ นการศกึ ษา
๗.๓ วุฒิสภา จะได้นาข้อมูลต่าง ๆ ท่ีได้รับมาเป็นแนวทางประกอบการพิจารณาดาเนินการด้านการปฏิรูป
การศกึ ษา และการพฒั นาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยต่อไป
๒. กาหนดการสมั มนากลมุ่ ยอ่ ย
เวลา ๐๘.๐๐ - ๐๘.๔๕ นาฬกิ า - ลงทะเบียน บรเิ วณด้านหนา้ ทางเขา้ ชั้น ๑ (ประตชู า้ งคู่)
เวลา ๐๘.๔๕ - ๐๙.๐๐ นาฬกิ า - พิธีเปดิ การสมั มนากลมุ่ ย่อย
- กล่าวรายงานโดย นายออน กาจกระโทก เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ
- การศึกษา
๑๗๕
เวลา ๐๙.๐๐ - ๐๙.๓๐ นาฬิกา - เปดิ การสัมมนาโดย นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธกิ าร
เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๐.๐๐ นาฬิกา การศกึ ษา วุฒสิ ภา
- การสัมมนา เร่ือง “เหลยี วหลัง แลหน้า การพัฒนาการอดุ มศึกษาของไทย”
เวลา ๑๐.๑๐ - ๑๐.๓๐ นาฬิกา นาโดย พลอากาศเอก ประจิน จัน่ ตอง ประธานคณะกรรมาธกิ าร
เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๑.๓๐ นาฬิกา การอุดมศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวัตกรรม วฒุ สิ ภา
เวลา ๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ นาฬิกา - การสัมมนา เรื่อง “การปฏิรปู ประเทศดา้ นการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ
เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๒.๑๕ นาฬิกา โดยนาหลกั สตู รและกระบวนการเรียนร้ตู ามศาสตร์พระราชาไปสู่
การจัดการเรยี นรใู้ นสถานศกึ ษา” นาโดย
๑) นาย ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา
๒) นายศักดิส์ ิน โรจน์สราญรมย์ กรรมการปฏริ ูปประเทศดา้ นการศึกษา
พธิ ีกรผดู้ าเนินรายการ
- นางสาวอัญชลี วงศ์สัมปัน เจา้ หน้าทกี่ ระจายเสียง สถานวี ิทยกุ ระจายเสียง
และวทิ ยุโทรทัศนร์ ัฐสภา
- นาเสนอผลการดาเนนิ งานด้านการศึกษา ในรอบ ๓ ปี โดยสมาชกิ วุฒสิ ภา
๑) นายทรงเดช เสมอคา รองประธานคณะอนกุ รรมาธกิ ารการอาชีวศกึ ษา
๒) นายเฉลา พวงมาลัย ประธานคณะอนกุ รรมาธิการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
๓) นายออน กาจกระโทก ประธานคณะอนุกรรมาธกิ ารสง่ เสริมการศกึ ษา
นอกระบบ การศึกษาตามอธั ยาศยั และการศกึ ษาเอกชน
- รบั ฟังการบรรยายจากผ้ทู รงคุณวฒุ ิทางการศึกษาและร่วมเสวนา
๑) ดา้ นการจดั การศึกษาดว้ ยระบบ AI โดย นายวรกาน ลิขิตเดชาศกั ด์ิ
Chief Technology Officer บรษิ ทั Huawei
๒) ดา้ นการจดั การศึกษาเก่ียวกับ e-Sport โดย นายชยุตม์ กมลเดชเดชา
ครโู รงเรยี นเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ
- รับฟังความคิดเหน็ ของผู้เขา้ รว่ มการสัมมนา
- สรุปและปิดการสัมมนากลุ่มย่อย
พิธกี รผูด้ าเนนิ รายการ
๑) นายออน กาจกระโทก เลขานุการคณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษา วฒุ สิ ภา
๒) นางสาวจินตนา ศรีสารคาม ผู้อานวยการโรงเรยี นเตรียมอุดมศึกษา
พฒั นาการ
๒. ประเดน็ ปญั หา หรือประเด็นทีจ่ ะขอรบั ฟังความคดิ เห็น
๑) ข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปการศกึ ษาทตี่ อบสนองต่อความตอ้ งการของคนไทยและก้าวทันตอ่ การเปลย่ี นแปลง
ของโลกอนาคตในยุค Metaverse
๒) ขอ้ เสนอแนะในการนาระบบ AI และเทคโนโลยีอืน่ ๆ มาใชใ้ นการจดั การศึกษาสาหรบั โลกอนาคต
๑๗๖
๓. สรปุ การนาเสนอขอ้ มูลของผู้นาเสนอ/วิทยากรประจากลุ่ม
๓.๑ ชื่อเร่อื ง ผลการดาเนินงานด้านการศึกษา ในรอบ ๓ ปี ของคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒสิ ภา
ผนู้ าเสนอ ๑) นายทรงเดช เสมอคา รองประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชวี ศึกษา
๒) นายเฉลา พวงมาลยั ประธานคณะอนุกรรมาธกิ ารการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
๓) นายออน กาจกระโทก ประธานคณะอนุกรรมาธิการสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบ การศกึ ษา
ตามอธั ยาศยั และการศึกษาเอกชน
ในรอบ ๓ ปที ี่ผ่านมา คณะกรรมาธกิ ารการศึกษา วุฒิสภา ได้มีการดาเนินการเร่อื งต่าง ๆ ทสี่ าคญั ดงั นี้
๑) ด้านการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ติดตามความคืบหน้าการดาเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ
ด้านการศึกษาและยุทธศาสตร์ชาติที่เก่ียวข้อง โดยติดตามโครงการสาคัญตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๑ โครงการ
และโครงการสาคัญตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ๑๔ โครงการ รวมท้ังติดตามประเด็นท่ีเป็นคานงัดของ
การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา อาทิ ๑) การขับเคล่ือนพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา ๒) การขับเคล่ือนการพัฒนา
เด็กปฐมวยั ๓) การจดั กระบวนการเรยี นรู้ฐานสมรรถนะ
๒) ด้านการศึกษาข้นั พื้นฐาน
(๑) รบั ฟงั ความคิดเห็นเกยี่ วกับรา่ งพระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. .... และจัดทารา่ งพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของ
คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา และรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะตามกรอบประเด็น ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการ
ปฏริ ูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบายของรฐั บาล
(๒) ติดตามและรับฟังข้อมูลด้านการดาเนินงานตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการเพื่อนาไปสู่การปฏิรูป
ด้านการศึกษาอย่างมีคุณภาพ
(๓) รับฟังความเห็นและติดตามการดาเนินการ เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) ใหแ้ กน่ ักเรยี นก่อนเปดิ ภาคเรียน ๒/๒๕๖๔ ของเขตพนื้ ท่ี การศึกษาภาคกลางและภาคใต้
(๔) ดาเนินการโครงการ “พานอ้ งกลบั มาเรยี น โรงเรียนมักกะสนั พิทยาโมเดล”
๓) ด้านการอาชวี ศึกษา ไดพ้ จิ ารณาศึกษาเร่ืองต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา ๓ ปีทผ่ี า่ นมา จานวน ๙ เรอ่ื ง ดังน้ี
(๑) เรื่อง การวิเคราะห์ประเดน็ การจัดการอาชีวศึกษาและกฎหมายท่ีมีผลกระทบตอ่ การจัดการศึกษา
(๒) เร่ือง การจัดการศึกษาโดยบูรณาการการเรียนรู้กับการทางาน (WIL) สาหรับอาชีวศึกษาโดยเน้นรูปแบบ
ทวิภาคี
(๓) เร่ือง แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรอาชีวศึกษาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)
(๔) เรอื่ ง ยทุ ธศาสตรแ์ ละข้อเสนอแนวทางในการจดั ทาหลกั สตู รอาชวี ศึกษาฐานสมรรถนะ เพ่อื รองรบั EEC
(๕) เรอ่ื ง แนวทางการส่งเสรมิ และยกระดบั คณุ ภาพมาตรฐานการจดั การศึกษาอาชวี ศกึ ษาเอกชน
(๖) เรื่อง ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายว่าดว้ ยการจดั การศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อการมีงานทา
(๗) เรื่อง การจดั ทวิศึกษาเพอ่ื ลดความเหล่ือมล้า และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
(๘) เรอื่ ง การบูรณาการความรู้ สูห่ ลกั สตู รนวตั วถิ ีเกษตรเชิงธรุ กิจ
(๙) เรอื่ ง การเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณ์สาหรับอาชีวศกึ ษา เพือ่ สง่ เสริมการเรยี นร้ตู ลอดชวี ติ
ท้ังน้ี รายงานการพิจารณาศึกษา ลาดับท่ี ๑ – ๘ ได้นาเสนอต่อท่ีประชุมวุฒิสภา และนาส่งไปยังหน่วยงาน
ท่เี กี่ยวข้องเพื่อวางนโยบายและแนวทางในการแก้ไขปัญหาแล้ว ส่วนเรื่องลาดับท่ี ๙ อยู่ระหว่างการเตรียมการนาเสนอ
ต่อทีป่ ระชมุ วฒุ ิสภา เพอื่ พจิ ารณาต่อไป
๑๗๗
๔) ด้านการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษาเอกชน พิจารณาศึกษาเก่ียวกับการนา
เทคโนโลยีดจิ ิทลั มาใช้ประโยชน์เพ่อื การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ด้วยวิธีเรียน กศน. สาหรับบุคคลที่มีสมรรถนะสูง เพื่อยกระดับคุณภาพทรัพยากรของคนในประเทศให้ได้รับการศึกษา
อยา่ งท่วั ถงึ และเทา่ เทียม
๕) ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา จัดทาข้อเสนอเชิงนโยบายในการปฏิรูปการศึกษา
และแนวทางการนาหลักสูตรและกระบวนการเรยี นรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติท่ียง่ั ยืน เพื่อผลกั ดนั และสนับสนุน
ใหน้ าวิธกี ารแหง่ ศาสตรพ์ ระราชาสูก่ ารพัฒนาท่ยี ั่งยืนให้เหมาะสมกบั เยาวชนทุกชว่ งวยั
๑๗๘
๓.๒ ช่อื เรอื่ ง “เหลียวหลัง แลหน้า การพฒั นาการอุดมศึกษาของไทย”
ผ้นู าเสนอ พลอากาศเอก ประจิน จนั่ ตอง ประธานคณะกรรมาธกิ ารการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์
วจิ ัยและนวัตกรรม วฒุ ิสภา
พลอากาศเอก ประจิน จ่ันตอง ประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
วุฒสิ ภา ได้กล่าวถงึ ทิศทางการพฒั นาการศึกษาและการเรียนรขู้ องคนต้ังแต่เกดิ จนโต สรุปได้ดังน้ี
การศึกษาและการเรยี นรขู้ องคน
การศึกษาและการเรียนรู้ของคนเป็นปรากฏการณ์พืน้ ฐานทางธรรมชาติ สิ่งท่ีคนเราประสบพบเจอประสบการณ์
ชีวิตของคน การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในชุมชน ท้องถิ่น สังคม หากคนเราได้นาสิ่งเหล่านี้มาคิด วิเคราะห์
ประมวลผล หาแนวทางทเี่ หมาะสมกย็ ่อมจะเกิดความรู้ การส่งั สมประสบการณ์ อันจะนาไปสูภ่ มู ปิ ัญญาตดิ ตวั ตอ่ ไป
การศึกษาและการเรียนรู้ของคนต้ังแต่เกิดจนโต มีที่มาจากหลากหลายแหล่ง เร่ิมตั้งแต่การศึกษาเรียนรู้ใน
ครอบครวั (บ้าน) จากน้ันจงึ ขยายไปเปน็ การศกึ ษาเรยี นรภู้ ายในชุมชน สังคม (วัด) รวมถึงการศึกษาเรียนรใู้ นสถานศกึ ษา
ไม่ว่าจะเป็นระดับปฐมวัย อุดมศึกษา ตลอดจนการศึกษาตลอดชีวิตของคนเรา (โรงเรียน) ซ่ึงการศึกษาและการเรียนรู้
ดังกล่าวอาจถือได้ว่าเป็นความรู้พ้ืนฐานท่ีจาเป็นสาหรับการดารงชีวิตทั่วไป แต่แท้จริงแล้วความรู้พื้นฐานน้ันจะเป็น
รากฐานสาคญั ทจี่ ะต่อยอดไปสู่ความรู้ประยกุ ต์ ซง่ึ หมายความรวมถึง ความร้ใู นเชิงวิจัยและพฒั นา กลา่ วคือ เปน็ การวจิ ัย
และพฒั นาทง้ั ในมิตดิ ้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงั คมศาสตร์ มนษุ ยศาสตร์ ศิลปะและวฒั นธรรม เพ่อื ม่งุ สู่เป้าหมายใน
การสรรสรา้ งนวตั กรรมอนั ทรงคุณค่า การหาแนวทางยกระดับคุณภาพชีวิตของคน การมุ่งแสวงหาความสขุ ให้เกิดข้ึนแก่
ชุมชน สงั คม ประเทศชาติอยา่ งแทจ้ รงิ
รปู แบบการศึกษาและการเรียนรู้
การศึกษาและการเรียนรู้ของคนไทยในยคุ ก่อนเป็นเรยี นรผู้ ่านครผู ู้สอนโดยถ่ายทอดวิชาความร้กู ารจดบันทึกผา่ น
กระดานชนวน ดินสอขาว และได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นการศึกษาเรียนรู้จดบันทึกผ่านสมุด ดินสอ ปากกา รูปแบบการ
เรียนรู้จะเป็นการเรียนรู้ในช้ันเรียน (Traditional Classroom) ซ่งึ ผู้เรียนจะต้องเข้าไปนั่งในห้อง ในสถานศึกษา เพ่ือรับ
ถ่ายทอดวิชาความรู้จากครู อาจารย์ผู้สอน แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าไปมาก ระบบการส่ือสารผ่าน
อินเทอร์เน็ตมีความรวดเร็ว อุปกรณ์ Smart Devices ต่าง ๆ เช่น แท็ปเล็ต โทรศัพท์มือถือ มีศักยภาพมากขึ้น
ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น ผนวกกับสถานการณ์โรคระบาดท่ีเป็นตัวเร่งให้การศึกษาเรียนรู้แบบด้ังเดิมถูกแทนท่ีด้วย
การศึกษาผ่านระบบออนไลน์ (Digital Classroom) จึงได้มีการนาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ใน
การศกึ ษาเรยี นรู้ เช่น การศึกษาเรียนรู้ผา่ นคอมพิวเตอร์ มาใชเ้ ป็นสว่ นหนึ่งสาหรบั ถ่ายทอดวิชาความร้ไู ด้และเปน็ ท่ีนยิ ม
มากข้ึนเช่นกัน ผู้เรียนไม่จาเป็นต้องไปน่ังในห้องเรียนก็สามารถศึกษาเรียนรู้ได้ ซ่ึงแนวโน้มของการศึกษาเรียนรู้ใน
อนาคตของประเทศไทยกเ็ ริ่มมุ่งไปสทู่ ศิ ทางดงั กลา่ วมากขึน้
การศกึ ษาและการเรยี นรู้ของเด็ก
เด็กนักเรียนจะเป็นกาลังหลักสาคัญของชาติในอนาคต จะเป็นผู้นาพาชาติไปสู่ความม่ันคง เจริญรุ่งเรือง ดังนั้น
การศึกษาและการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนจึงเป็นสิ่งสาคัญอย่างยิ่งที่ควรวางรากฐานและกาหนดทิศทางให้สอดคล้อง
เหมาะสม ผู้ท่ีเป็นแรงขับเคล่ือน ประสิทธ์ิประสาทวิชาความรู้ให้แก่เด็กนักเรียน คือ ครู อาจารย์ ในสถานศึกษา โดยมี
องค์ประกอบแวดล้อมที่ช่วยเสริมสร้างการศึกษาเรียนรู้ของเด็กนักเรียน คือ ครอบครัว ซ่ึงประกอบด้วย พ่อ แม่
ผปู้ กครอง รวมตลอดจนเพอื่ นในสถานศึกษากเ็ ป็นส่วนหนึง่ ทเี่ ดก็ นักเรยี นได้ศกึ ษาเรียนรเู้ ช่นกนั
๑๗๙
การศึกษาเรียนรูข้ องเด็กนกั เรียนมีเปา้ หมายในการสร้างความรู้ ส่งเสริมสมรรถนะ การสรา้ งทักษะทีจ่ าเปน็ ต่าง ๆ
ต่อการดารงชีวิตในสังคม ท้ังน้ี เพ่ือให้มีเป้าหมายสาคัญคือการประกอบสัมมาชีพ หาเล้ียงตนเองและครอบครัว นาพา
ประเทศชาติไปยังทิศทางท่ีเหมาะสมต่อไป
การรบั สื่อของเดก็ และคนในปัจจุบนั
ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีท่ีก้าวหน้า ส่งผลให้การสื่อสารผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศได้รับความนิยม การถ่ายทอด
ข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ ก็มักจะนามาถ่ายทอดผ่านส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศ เกิดผู้ให้บริการต่าง ๆ ซึ่งมีท้ังส่ือ
ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ดนตรี รวมทั้งเพลง มีการเกิดขึ้นของสื่อสังคมออนไลน์และข้อมูลข่าวสารที่
หล่ังไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ทาให้คนในโลกยคุ ปัจจบุ ันได้รับข้อมลู ขา่ วสาร ความรู้ ประสบการณ์ ผ่านส่ือต่าง ๆ เช่น คลิป
วิดีโอ ส่ือสังคมออนไลน์ เว็บไซต์ต่าง ๆ ซ่ึงคนในโลกยุคปัจจุบันควรได้รับข้อมูลข่าวสารผ่านส่ือที่เหมาะสม ถูกต้อง
เพอ่ื เสริมสรา้ งทัศนคติทีด่ ี มมุ มองทีก่ วา้ งขวาง รอบด้าน
เป้าหมายในการสร้างคน
การสร้างคนหน่ึงคนต้ังแต่เกิดจนโตข้ึนสู่วัยทางานนั้น ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนจานวนมาก มีภาคส่วนที่
เก่ียวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่ภาครัฐ สถานศึกษา สถาบันอุดมศึกษา ภาคเอกชน บริษัท สถานที่ทางาน ชุมชน สังคม
เพ่อื เปา้ หมายสาคัญในการนาพาประเทศชาตใิ ห้เจริญรุ่งเรืองและตอบแทนคุณแผน่ ดนิ จึงควรได้รับการกาหนดเป้าหมาย
ร่วมกันอยา่ งเหมาะสมในการสร้างคนทม่ี ีคุณภาพของชาติ
คนท่ีมีคุณภาพเหมาะสมเป็นกาลังหลักสาคัญของชาติในอนาคต จะต้องมีคุณลักษณะท่ีสาคัญร่วมกันหลาย
ประการ กล่าวคือ ต้องเป็นคนดี คนเก่ง และคนกล้า แต่อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบแวดล้อมจะต้องช่วยส่งเสริม
สนับสนุน ค้าชูให้คนเหล่าน้ีได้มีโอกาสอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวนโยบายของรัฐ การยกย่องส่งเสริมในระดับครอบครัว
สถานศกึ ษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคม ด้วยมาตรการหรือกิจกรรมตา่ ง ๆ อย่างต่อเนื่อง อันจะช่วยสร้างความยั่งยืนใหแ้ กก่ าร
สรา้ งคนคณุ ภาพของประเทศชาตติ ่อไป
๑๘๐
๓.๓ ช่ือเรื่อง “การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ โดยนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้
ตามศาสตร์พระราชาไปสูก่ ารจดั การเรียนรู้ในสถานศึกษา”
ผ้นู าเสนอ ๑) นาย ตวง อนั ทะไชย ประธานคณะกรรมาธกิ ารการศึกษา วุฒสิ ภา
๒) นายศกั ดิ์สนิ โรจนส์ ราญรมย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา
นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วฒุ ิสภา ได้กลา่ วว่า สบื เน่ืองจากคณะกรรมาธิการการศกึ ษา
ได้ตระหนักและสานึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ท่ีได้พระราชทานองค์ความรู้และศาสตร์ต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติไว้เป็นจานวนมาก
ให้ยงั คงอยใู่ นวิถีชวี ิตและจติ ใจของคนไทยสบื ไป จึงเห็นควรให้มกี ารน้อมนาศาสตร์ต่าง ๆ ทไ่ี ด้พระราชทานไวม้ าศกึ ษารวบรวม
เพื่อจดั ทาแนวทางการนาหลักสตู รและกระบวนการเรยี นรู้ตามศาสตร์พระราชาสกู่ ารปฏบิ ัติท่ยี ั่งยนื และผลักดนั ไปสู่การปฏบิ ัติ
ให้เหมาะสมกับเยาวชนทุกช่วงวัย โดยลงพ้ืนท่ีไปศึกษาดูงาน ๔ ภูมิภาค เพื่อรวบรวมข้อมูลและถอดบทเรียนการขยายผล
ในทางปฏิบัติจริงกับสถานศึกษาท่ีมีประสิทธิภาพ ก่อนจัดทาเป็นรายงานการพิจารณาศึกษา เร่ือง “ข้อเสนอเชิงนโยบาย
ในการปฏิรูปการศึกษา และแนวทางการนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติท่ียั่งยืน”
ท่ีเหมาะสมกับเยาวชนทุกช่วงวัย เพื่อให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องสามารถนาไปปรับประยุกต์ใช้จริงได้ทันที จากสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ทเี่ กิดขน้ึ ได้สร้างความเปล่ียนแปลงคร้งั ใหญ่ของโลก ทาใหเ้ กิด
ภาวะขาดแคลนอาหารในหลายพื้นท่ี แต่เกษตรกรท่ีทาเกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชาสามารถรับมือกับวิกฤตท่ีเข้ามา
ได้อย่างม่ันคง มีผลผลิตเพียงพอบริโภคในครัวเรือนและแบ่งปันให้คนอ่ืน ท้ังยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่สนใจเห็นตัวอย่าง
ความสาเร็จหันมาลงมือทาการเกษตรตามแนวทางศาสตร์พระราชาเพ่ิมขึ้นเป็นจานวนมาก เพราะตระหนักว่าแนวทางนี้
เป็น “ทางรอดในการดารงชีวติ ” จากทุกวิกฤตได้อย่างแท้จรงิ COVID-19 จึงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนทกุ คนใหต้ ระหนัก
วา่ “ความมนั่ คงทางอาหาร” เป็นหวั ใจสาคัญของการดารงชวี ิต ไมว่ ่าจะตอ้ งเผชิญกับวิกฤตในรปู แบบใดก็ตาม เกษตรกรชาว
ไทยที่เจริญรอยตามศาสตร์พระราชา “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างท่ีปลูก” ต่างมีอาหารเพียงพอต่อความต้องการ
ของครอบครัว ทั้งยังสามารถแบ่งปันและแลกเปล่ียนกับพี่น้องเกษตรกรในพ้ืนที่ใกล้เคียง ตลอดจนยังสามารถนาไปต่อยอด
ในการพัฒนาเป็นอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อีกด้วย ดังน้ัน หากสถานศึกษาทุกแห่งในประเทศสามารถนาวิธีการ
แห่งศาสตร์พระราชาไปขยายผลในสถานศึกษาตนเองได้ ผู้เรียนทุกคนจะได้รับการปลูกฝังให้มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร
ทีย่ ง่ั ยืน จนพร้อมรบั มือกบั วกิ ฤตทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ในอนาคตไดอ้ ย่างม่นั คงสืบไป
นายศักดิส์ นิ โรจน์สราญรมย์ ทีป่ รึกษาประจาคณะกรรมาธกิ ารการศึกษา วุฒสิ ภา ในฐานะกรรมการปฏริ ปู ประเทศ
ด้านการศึกษา ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อสืบสานศาสตร์พระราชา เป็นการนาเน้ือหา
ความรู้ในศาสตร์พระราชาและเป้าหมายการทรงงานมาวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับหลักสูตรการเรียนการสอนของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตงั้ แต่ระดับอนบุ าลจนถงึ ระดบั มหาวทิ ยาลยั ไปจนถึงการศึกษานอกระบบ รวมเปน็ การศึกษาต่อเนื่องและ
การศกึ ษาตลอดชีวิต วา่ มคี วามสัมพนั ธ์และจดั ลงไปในหลกั สตู รไดอ้ ย่างไรบา้ ง ท้งั รายวิชาพ้ืนฐาน รายวชิ าเพมิ่ เติม หรอื รายวิชา
เฉพาะในแต่ละระดับ หรือสาขาการศกึ ษา อาจจะจัดให้มีทั้งการเรียนการสอนในรายวิชาปกติ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน การเรยี นรู้
ดว้ ยโครงงานหรือการศึกษาอสิ ระ โดยเน้นจดั หลกั สูตรสถานศึกษาแบบบรู ณาการความรูใ้ นหลายวชิ า เป็นลกั ษณะสหวิทยาการ
(Multidisciplinary) หรือบรู ณาการแบบขา้ มวชิ า (Transdisciplinary) หรอื แบบอื่น ซง่ึ เหมาะสมจะใหผ้ เู้ รียนจดั ทาเป็นโครงงาน
ท่ีปฏิบัตินอกห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นในชุมชน กลุ่มสนใจ ชมรม ชุมนุม และสถานศึกษา ดังนั้น การจัดหลักสูตรสถานศึกษา
ให้สถานศึกษามีอิสระในการนาหลักสูตรไปใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละแห่ง จะตอบสนองวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์
ของสถานศึกษาและการพัฒนาประเทศได้อย่างยง่ั ยืนสืบไป
๑๘๑
การจัดกระบวนการเรียนรู้สืบสานศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ย่ังยืน เป็นหัวใจสาคัญท่ีสุดของการจัดการเรียน
การสอน และเป็นแก่นแท้ของการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน เพราะมาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวัด คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ กอ็ ยู่ที่
กระบวนการ สมรรถนะจงึ เกิดจากการถักทอเพอื่ สร้างความรู้แตล่ ะมิติผ่านกระบวนการหรือความร้รู ะดับต่าง ๆ ทุกสถานศกึ ษา
สามารถยกระดับคุณภาพของผู้เรียนและมาตรฐานของสถานศึกษาให้สูงขึ้นได้เพียงปรับวิธีเรียนรู้ของผู้เรียนจากการเรียนรู้
แบบ Passive Learning มาเป็นแบบ Active Learning ใชก้ ระบวนการคิดขั้นสงู เชงิ ระบบ GPAS 5 Steps เป็นกลไกในการสรา้ ง
หรือผลิตความรู้ของผู้เรียนตามแนวทางศาสตร์พระราชา ผู้เรียนทุกคนก็จะสามารถสร้างความรู้ในระดับนวัตกรรมได้
ซ่ึงสอดคล้องกับหลักการทรงงานของรัชกาลท่ี ๙ ท้ัง ๒๗ วิธี และจากการศึกษาวิเคราะห์สาระสาคัญของวิธีทรงงานพบว่า
เป็นแนวคิดในการจัดกระบวนการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนปฏิบัติจริง จนผู้เรียนสร้างความรู้จากการปฏิบัติและปรับปรุงได้เอง
ถือเป็นผู้มีสมรรถนะสูง ซึ่งตามข้อเสนอเร่ืองเข็มทิศการศึกษาในอนาคตปี ๒๐๓๐ ของ OECD (Organization for Economic
Co - operation and Development) ได้เสนอวงจรของกระบวนการเรยี นร้ดู ้วยการมเี ปา้ หมายลงมือทา และใหข้ ้อมูลสะท้อน
คิดย้อนกลับ (Anticipation – Action – Reflection : AAR cycle) สอดคล้องกับกระบวนการทรงงานตามศาสตร์พระราชา
เป็นแนวเดียวกัน และทีช่ ัดเจนเปน็ อยา่ งย่งิ คือ ผลของการปฏิบัติตามศาสตร์พระราชาในโครงการพระราชดาริ เป็นการพัฒนา
ทีย่ ง่ั ยืนตรงตาม 17 SDGs ที่องคก์ ารสหประชาชาติมุง่ หวัง
๑๘๒
๓.๔ การจัดการศึกษาด้วยระบบ AI
ผู้นาเสนอ นายวรกาน ลขิ ิตเดชาศักด์ิ Chief Technology Officer บริษัท Huawei
การศกึ ษาสมัยใหม่ได้มีการนาเทคโนโลยีดจิ ิทลั มาใช้พฒั นาการเรียน
การสอนมากขึ้น โดยเทคโนโลยีหลักที่มีการนามาใช้ ประกอบด้วย 5G/
Cloud และ AI ซ่ึงหากจะกล่าวถึงแนวโน้มของการศึกษาสมัยใหม่ ต้องเร่ิม
จากบทบาทของการศึกษาโดยควรจะต้องมีการปรับเพื่อให้เข้าสู่แผนการ
ศึกษาในระยะยาว ซึ่งจะต้องบูรณการร่วมกับเร่ืองของการยกระดับด้าน
เศรษฐกิจ การพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของบุคลากรและ
ประชาชนในทุกแขนงทุกสายอาชีพเพื่อให้มีความรู้ที่สามารถนาไปต่อยอด
ในอาชีพท่ีหลากหลายได้ และต้องมีการผลักดันในเรื่องนวัตกรรมใน
ระยะยาว ต้องมกี ารยกระดับหรอื พัฒนานวตั กรรมของประเทศไทย
ประเทศจีนมีการนาเทคโนโลยีมาใช้เป็นส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาการเรียนการสอนในหลายประการ อาทิ
การพัฒนาครูให้เข้าถึงส่ือการเรียนการสอนที่ทันสมัย ยกระดับการวัดผลการศึกษาทั้งในเร่ืองของความสนใจ เรื่อง
ความถนัด และแนวโน้มพัฒนาการของนักเรียนแต่ละบุคคล ซ่ึงรูปแบบการเรียนการสอนในอนาคตจะเป็นแบบ
ผสมผสานมีท้ังการเรียนในช้ันเรียน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนออนไลน์ และอื่น ๆ ซึ่งจะทาให้นักเรียนสามารถ
เรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา สาหรับบทบาทของโรงเรียน
จะต้องเป็นสถานศึกษาปลอดภัย เป็นแหล่งเรียนรู้ที่
หลากหลาย มกี ารวัดผลนักเรียนท่ีแตกต่างจากการวดั ผล
แบบเดิมที่จะวัดจากการสอบเท่าน้ัน นอกจากน้ัน
โ ร ง เ รี ย น ต้ อ ง มี ก า ร น า เ อ า อิ น เ ท อ ร์ เ น็ ต เ ชื่ อ ม เ ข้ า ถึ ง
โรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องเข้าถงึ ทุกโรงเรียน
เข้าถึงทุกห้องเรียน และเข้าถึงทุกคน เพ่ือให้เกิดเป็น
Smart Classroom รวมทั้งมีการใช้ Cloud ในการใช้
ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์
สูงสุด เช่น ส่ือการเรียนการสอน ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ เป็นต้น โรงเรียนจะต้องจัดให้มี Platform ในการพัฒนาความรู้
ความสามารถของโรงเรียนและครผู ูส้ อนซ่ึงจากการนาเทคโนโลยีข้างต้นมาใช้ ทาให้ประเทศจีนสามารถพฒั นาการศึกษา
ในภาพรวมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธภิ าพ
การเรยี นการสอนในรูปแบบเดิมจะเป็นเพยี งการใช้งานเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ แตป่ ัจจุบนั การใช้งานคอมพิวเตอร์มี
มิติท่ีหลากหลายมากข้ึน โดยเร่ิมจากการนา ICT เข้าไปใช้ในห้องเรียน ในบางวิชามีการนา Multi-media เข้ามาเป็น
ส่วนช่วยในการเรียนการสอน รวมถึงการนาอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ช่วยพัฒนาสื่อการสอน และมีการนา ICT เข้ามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นด้านการเรียน การวดั ผล การวิเคราะหค์ ณุ ภาพการเรยี นการสอนของครูและนกั เรียน
การยกระดับการเรียนการสอนโดยการนาเทคโนโลยี 5G มาใช้จะเป็นตัวช่วยในเร่ืองของความเร็วและแรง
ของสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทาให้ในอนาคตสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ ซ่ึงในอนาคต Smart Classroom
อาจจะมีการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตนับร้อยชิ้น เทคโนโลยี 5G จะช่วยยกระดับการเรียนการสอนให้เป็น
Smart Education ได้โดยมีองค์ประกอบที่เร่ิมจาก ๑) Smart Classroom โดยทาให้ห้องเรียนมีประสิทธิภาพมากข้ึน
๒) Remote Education ช่วยให้โรงเรียนท่ีอยู่ในพ้ืนท่ีห่างไกลสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกับ
โรงเรียนทัว่ ไป ๓) Safe Campus การเปน็ โรงเรียนปลอดภัย
๑๘๓
การใช้เทคโนโลยี ICT จะเป็นการช่วยลดช่องว่างของสถานศึกษาทขี่ าดแคลนครูได้ โดยสามารถนาไปใช้ได้
ในทุกข้ันตอนต้ังแต่ขั้นตอนของการเตรียมการเรียน
การสอนท้ังของครูและนักเรียน ขั้นตอนการเรียน
การสอนทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน และ
ขั้นตอนหลังการเรียนการสอนในการนาไปวิเคราะห์
ความสนใจ ความตอบสนองของผู้เรียนในแต่ละ
รายวชิ า
แนวทางการจัดการเรียนการสอนในอนาคตจะ
แบง่ เป็น ๓ รูปแบบ ๑) Main Classroom ยงั คงต้องมี
อยู่ ๒) Remote Classroom เป็นเสมือนห้องเรียนย่อยที่สามารถเช่ือมต่อกับโรงเรียนทุกแห่งได้ ซ่ึงประเทศจีนมีการใช้
รูปแบบนี้เป็นจานวนมาก และ ๓) การเรียนท่ีบ้าน ซึ่งเทคโนโลยีทั้ง Cloud และ AI จะเข้ามาช่วยยกระดับในเรื่องของ
เนอ้ื หาสาระในการเรยี นการสอนทาให้การสอนมปี ระสิทธภิ าพท่ีมากขึน้ การเข้าถงึ กนั ระหว่างครูกบั นักเรยี นเพิม่ สูงข้ึน
การนา AI เข้ามาเป็นส่วนช่วยในการเรียนการสอน สามารถทาได้หลากหลายวิธี อาทิ การติดต้ังกล้อง AI
ในช้ันเรียนเพื่อดูการตอบสนองด้านต่าง ๆ ของนักเรียนในระหว่างการเรียนการสอน รวมไปถึงการติดต้ังกล้องภายใน
บริเวณโรงเรียนเพื่อติดตามดูพฤติกรรมที่ผิดปกติอันจะก่อให้เกิดอันตรายต่าง ๆ ภายในโรงเรียนได้ ซ่ึงเป็นการช่วยใ ห้
เกิดเปน็ Safe Campus
ในอนาคตการเรียนการสอนจะต้องมีการนาเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) มาใช้ประกอบการเรียนการสอน
เพื่อให้เกิดความสมจริงมากที่สุด และผู้เรียนสามารถเข้าถึงส่ือการสอนได้อย่างเท่าเทียมกัน เช่น การเรียนในระดับอุดมศึกษา
และอาชีวศึกษาท่ีจะเน้นในเรื่องของการปฏิบัติในห้องทดลอง การใช้ VR จะสามารถทาให้ผู้เรียนไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม
สามารถรับรู้และเข้าถึงส่ือการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ังการทาห้องสมุด VR จะช่วยดึงความสนใจ
ของผเู้ รยี นไดม้ ากกว่าห้องสมดุ แบบเดิม เปน็ ตน้
ขอ้ เสนอของวทิ ยากร
๑. Smart Classroom ต้องหาโรงเรียนท่ีมีความ
พร้อมมาเป็นโรงเรียนนาร่องในการดาเนินการเพ่ือเป็น
แนวทางในการยกระดับประสิทธิภาพของการเรียนการสอน
จากการใช้เทคโนโลยี 5G/Cloud/AI
๒. Remote Education ควรมีการจัดตั้งศูนย์กลาง
ของการศึกษา (Academic Hub) ในแต่ละท้องท่ีท่ีอยู่ในพื้นที่
ห่างไกล โดยจัดให้มีมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนขนาดใหญ่คอยเป็นพ่ีเล้ียงในเรื่องของการศึกษาโดยอาศัยเทคโนโลยีต่าง ๆ
เปน็ ตวั ชว่ ยในการดาเนินงาน เพื่อใหเ้ กิดการพฒั นาดา้ นการศึกษาทย่ี ่ังยืน
๓. Smart Campus สถานศึกษาต้องหาแนวทางพัฒนาให้เกิด Sandbox โดยอาจเร่ิมจากการพัฒนาจาก
หนว่ ยงานยอ่ ยก่อนและเพิม่ ขึ้นจนเป็นหนว่ ยใหญร่ ะดบั เมอื ง และระดับประเทศต่อไป
๔. New Media for Education ควรต้องมีการบูรณาการในการพัฒนา Platformต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยอาศัย
เทคโนโลยี Cloud เพื่อให้สามารถแบง่ ปันให้กับผู้สนใจนาไปใช้ต่อยอดทางการศึกษาตอ่ ไป
๑๘๔
๓.๕ การจัดการศึกษาเก่ียวกบั e-Sport
ผนู้ าเสนอ นายชยุตม์ กมลเดชเดชา ครโู รงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษาพัฒนาการ
สภาพปัญหาสังคมไทยในปัจจุบัน ผู้เรียนหรือเยาวชนทีอ่ ยู่ในวัยเรียนส่วนหน่ึงใช้เวลาว่างหมดไปกับความบันเทิง
ผ่านส่ือมัลติมีเดียต่าง ๆ ซึ่งเป็นการสื่อสารทางเดียวและไม่มี
การตอบโต้หรือมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กลับมา ใช้เวลาหมดไป
อย่างไร้ประโยชน์และไม่เกิดคุณค่าใด ๆ จนบางคนต้องกลาย
เป็นเด็กติดเกม ส่วนเยาวชนอีกกลุ่มหน่ึงก็ฝักใฝ่ในเร่ืองกีฬา
เล่นกีฬา ติดกีฬา จนขาดการเรียนไปมากมาย ซึ่งทั้งสองส่วนน้ี
สร้างปัญหาต่อระบบการจัดการศึกษามากพอสมควร ในขณะท่ี
กีฬา หรือ Sports หมายถึง กิจกรรมหรือการละเล่นเพื่อความ
สนุกเพลิดเพลินเพ่ือเป็นการบารุงแรง หรือเพ่ือผ่อนคลาย
ความเคร่งเครียดทางจิตใจ มีผู้เล่น มีกฎเกณฑ์กติกาการแข่งขัน
มีกรรมการตัดสิน รวมท้ังมีรางวัลต่าง ๆ ด้วย ในขณะเดียวกันเมื่อมีการบูรณาการนาคนท่ีรักส่ือมัลติมีเดียและความ
บนั เทิงตา่ ง ๆ ผนวกเข้ากบั คนท่ีมีใจรักและให้ความสาคัญทางดา้ นการกีฬาในทุกประเภทและหนั มาเข้าสกู่ ารเล่นกฬี าผ่าน
ส่ือมัลติมเี ดยี ต่าง ๆ ซ่งึ เปน็ การปฏิสมั พันธก์ ันสองทางสง่ ผลใหเ้ กดิ เกมกีฬาทีเ่ รยี กว่า E-Sports
E-Sports คืออะไร ? E-Sports หรือ Electronic Sports หรือเรียกว่า กีฬาอิเล็กทรอนิกส์ หรืออาจจะเรียกว่า
เกมออนไลน์ก็ได้ แต่เป็นเกมออนไลน์ในรูปแบบท่ีแตกต่างจากเกมทั่ว ๆ ไป กล่าวคือเป็นเกมกีฬาท่ีไม่ต้องใช้แรงกาย
แต่ใช้สมองเป็นส่วนสาคัญ มีกฎกติกาในการเล่น มีการวางแผนการเล่นมีการส่ือสาร
ระหวา่ งกนั มีการแข่งขัน มีกรรมการควบคมุ เกม ตอ้ งใช้สมองในการคิด วิเคราะห์ เพื่อนาไปสู่
ชยั ชนะ สง่ิ จาเป็นสาหรบั กีฬาชนิดนไี้ ม่แตกต่างไปจากการเล่นกีฬาประเภทอนื่ ๆ ตรงท่ีผูเ้ ล่น
จะต้องมีทักษะ มีการวางแผนการเล่น และฝึกซ้อมอย่างสม่าเสมอ มีการแข่งขัน ซึ่งมีทั้ง
ประเภทเด่ียวและประเภททีม จึงจะนาไปสู่นักกีฬา มืออาชีพที่สามารถคว้ารางวัลมาได้
มากมาย และมีอุปกรณ์กีฬา คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์
หรอื โทรศพั ทม์ อื ถอื โดยผูเ้ ลน่ ไม่จาเปน็ ต้องใชแ้ รงกายในการแข่งขนั เหมือนกีฬาทว่ั ๆ ไป
วัตถุประสงค์ของ E-Sports ท่ีสาคัญ ประกอบด้วย ๑) มีการแข่งขันตามกฎ กติกา
และมารยาทที่กาหนด ๒) ตอบสนองในเร่ืองความสนุกและความบันเทิงต่าง ๆ ๓) เพื่อสังคม
และการสร้างเครือข่าย และ ๔) เพื่อความก้าวหน้าในอนาคตและต่อยอดไปสู่การประกอบ
อาชีพได้
ประโยชนข์ อง E-Sports ประกอบด้วย
๑) เป็นการสร้างความสามัคคี เน่ืองจากการเล่นกีฬาประเภทนี้จะมีทั้งประเภทเด่ียว
และประเภททีม ซ่ึงการเล่นประเภททีมนั้นจะต้องมีการวางแผนการเล่นร่วมกัน มีการติดต่อส่ือสารร่วมกัน มีการระดม
ความเห็นและแลกเปล่ียนความเห็นที่จะนาพาทีมไปสู่ชัยชนะร่วมกัน อีกท้ังกีฬาดังกล่าวยังสามารถสร้างระเบียบวินัย
ใหก้ ับผเู้ ลน่ เชน่ เดยี วกับกฬี าปกติ
๒) การพฒั นาและการตอ่ ยอด สามารถพัฒนาและต่อยอด E-Sports ไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคตได้
การจดุ ประกาย E-Sports ในระดบั สถานศกึ ษา
๑) สถานศกึ ษาควรใหก้ ารส่งเสริมและสนับสนนุ กีฬา E-Sports ในรปู แบบและลกั ษณะเดยี วกนั กับกีฬาประเภทอน่ื
๒) ยกระดับและพัฒนากีฬา E-Sports ในสถานศึกษาให้เป็น “ทีมโรงเรียน” เพื่อให้สามารถทาการแข่งขันกับ
สถานศกึ ษาต่าง ๆ ได้
๑๘๕
การจัด E-Sports ในสถานศึกษา ในสถานศึกษามกี ารจดั การแข่งขันเกม ROV หรือ Arena of Valor โดยท่เี กม
ดังกล่าวจะต้องเล่นเป็นทีม ทุกคนในทีมจะต้องมีการวางแผนการเล่น การแลกเปลี่ยนความเห็นเพ่ือการวางแผน
มีการทางานเป็นทีม สามารถสร้างความสามัคคีระหว่างกันได้เป็นอย่างดี โดยท่ีสถานศึกษาจะมีระบบดูแลนักเรียน
อย่างใกล้ชิด มีการสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนที่อยู่ในระบบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง หากมี
พฤติกรรมเบ่ียงเบน และส่อไปในทางที่น่าเป็นห่วงก็จะมีการพูดคุยกันและหาทางออก
สร้างความเข้าใจร่วมกัน E-Sports นอกจากจะต้องมีผู้เล่น มีกฎกติกาต่าง ๆ ในการ
แข่งขัน มกี รรมการตัดสินแล้วนั้น อีกส่วนหนึ่งท่มี ีความสาคัญ คือ คนพากย์เกม ที่ต้อง
บรรยายการเดินเกมอย่างน่าสนใจ และท่ีขาดไม่ได้ คือ คนเดินกล้องหรือมุมกล้องที่มี
การปฏิบัติการร่วมกัน จะเห็นได้ว่า การแข่งขันเกมในรูปแบบดังกล่าวนี้จะต้องใช้คน
เป็นจานวนมาก ซึ่งจาเป็นต้องทางานสัมพันธ์กันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และ
ภารกิจในแต่ละส่วนจะสามารถสร้างทักษะและความเช่ียวชาญต่าง ๆ จนนาไปสู่การสร้างเงิน สร้างอาชีพและสร้าง
รายได้ให้กับผู้เล่นเป็นอย่างดี นอกจากน้ี ยังมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันเกมดังกล่าว ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ
Facebook YouTube และ Instagram ซ่ึงก็ไดร้ บั ความสนใจอย่างมาก
ทั้งนี้ เวทีเสวนาได้นาเสนอประเด็นปัญหาและข้อห่วงใยในเรื่องของ E-Sports ในปัจจุบัน เน่ืองจากเกมกีฬา
ดังกล่าวเป็นเกมออนไลน์ท่ีเป็นเทรนด์ใหม่และมีการพัฒนามาอย่างต่อเน่ือง สังคมไทยไม่สามารถหลีกเล่ียงกีฬา
E-Sports ได้เพราะเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ในขณะเดียวกันกลับมีการพัฒนาและยกระดับเกมดังกล่าวไปสู่
การแข่งขันในระดับต่าง ๆ ท่ีสามารถสร้างเงินสร้างรายได้และสร้างชื่อเสยี งให้ผู้เข้าแข่งขันได้อย่างมากมายและต่อเนื่อง
แต่เพื่อความยั่งยืนในการพัฒนาเกมดังกล่าว ผู้เก่ียวข้องควรต้องพิจารณาในส่วนของปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา
เน่ืองจากผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่อยใู่ นวัยเรยี นบางคนยังไม่รู้จกั การบริหารจัดการตนเองอย่างเพียงพอ
ขาดวุฒิภาวะ ขาดการไตร่ตรองอย่างถ้วนถ่ี อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาในเร่ือง
ตา่ ง ๆ ดังน้ี
๑) กลไกและกระบวนการต่าง ๆ ต้องมีความชดั เจน
๒) เนื้อหาสาระ (Content) ท่ตี อ้ งปราศจากความรุนแรง และใช้อย่างระมัดระวัง
๓) กติกาการแขง่ ขันที่ต้องมีความรดั กุม
๔) ตอ้ งสร้างความเข้าใจในเรือ่ งสุขภาวะที่ดี โดยท่ีครูท่ีดแู ลเด็กและเยาวชนจะตอ้ งเข้าใจในเร่อื งสุขภาวะเด็กและ
เยาวชนที่เปน็ นกั กฬี า E-Sport ดว้ ย
๑๘๖
๔. สรปุ ความคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะของกลุ่มเป้าหมายทีไ่ ด้รับ
๔.๑ ความคดิ เหน็ ประเด็น “เหลียวหลงั (๓ ปี)”
๑. ความเห็นต่อการนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาไปสู่การจัดการเรียนรู้
ในสถานศกึ ษา
๑) ควรจดั ทาโครงการอาหารกลางวันทมี่ ีคุณภาพให้กบั โรงเรียนเอกชน
๒) ควรปรับวิธีเรียนรู้ของผู้เรียนจากการเรียนรู้แบบ Passive Learning มาเป็นแบบ Active
Learning เพ่ือเร่งผลิตความรู้ของผู้เรียนตามแนวทางศาสตร์พระราชาที่เหมาะสมกับเยาวชนทุกช่วงวัยตั้งแต่ระดับ
อนุบาลจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ไปจนถึงการศึกษานอกระบบ รวมเป็นการศึกษาต่อเน่ืองและการศึกษาตลอดชีวิต
เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถนาทักษะองค์ความรู้ไปต่อยอดในการพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างรายได้เล้ียงครอบครัวได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ พร้อมรบั มือกบั วกิ ฤตทีอ่ าจเกดิ ขน้ึ ในอนาคต
๓) ควรกระจายอานาจการบริหารจัดการงบประมาณจากกองทุนโครงการเกษตรพอเพียงเพื่อพัฒนา
คุณภาพชีวิตผู้เรียนให้พ้ืนที่เป็นผู้ดาเนินการโดยเรว็ เพ่ือเร่งส่งเสริมให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาส
ทางการศึกษาได้รับประทานอาหารกลางวันฟรี เนื่องจากหลายพ้ืนที่พบปัญหาความล่าช้าจากส่วนกลาง จึงส่งผลให้
โรงเรียนส่วนใหญ่ขาดงบประมาณที่จะจัดหาอาหารกลางให้มีปริมาณและคุณภาพเพียงพอกบั ความต้องการของร่างกาย
นักเรยี นได้
๒. ความคดิ เหน็ ต่อการการพัฒนาการอดุ มศกึ ษาของไทย
๑) กรณีการจดั การศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศกึ ษา หรือหลักสูตร Sandbox ของกระทรวง
การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นแนวทางการดาเนินการท่ีเป็นประโยชน์อย่างย่ิงต่อการพัฒนา
การศึกษาของประเทศไทย อย่างไรก็ดี ในการจัดการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษา หากสามารถนาหลักเกณฑ์
ดังกล่าวมาใช้ โดยการให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาเป็นครูเพื่อให้ความรู้และประสบการณ์ในการทางานให้กับ
นักศึกษาในระดับอาชีวศึกษา จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะของผู้เรียนได้เป็นอย่างดีและสามารถตอบโจทย์
ความต้องการของผู้ประกอบการได้โดยตรง ท้ังน้ี ในส่วนของครูผู้สอนในระดับอาชีวศึกษาจาเป็นต้องพัฒนาทักษะและ
องค์ความร้เู พือ่ ใหส้ อดคล้องกบั หลกั เกณฑก์ ารจดั การศึกษาท่แี ตกตา่ งจากมาตรฐานการอดุ มศึกษาดว้ ยเชน่ กนั
แต่ด้วยหลักเกณฑ์การจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษาหรือหลักสูตร Sandbox
ในปัจจุบัน ที่ยังมุ่งเน้นให้มีการจัดการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตบัณฑิตที่ตอบโจทย์นโยบายหรือยุทธศาสตร์
การพัฒนาประเทศ จึงอาจเป็นข้อจากัดของสถาบันการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาในการเข้าร่วมโครงการหรือจัดทา
หลกั สูตรตามหลักเกณฑด์ ังกล่าว
๒) การกาหนดมาตรฐานการอุดมศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา ตลอดจนการมีส่วนร่วม
ของสถาบันอุดมศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕ และกฎกระทรวง
ว่าด้วยมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕ ตลอดจนกรณีการจัดการศึกษาที่แตกต่างจาก
มาตรฐานการอุดมศึกษา หรือหลักสูตร Sandbox ที่เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการปฏิบัติงาน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพน้ัน ควรมีกลไกที่กากับดูแลท่ีชัดเจนเพ่ือให้ระบบการจัดการเรียนการสอนเชิงบูรณาการ
การทางาน ได้รับการยอมรับจากทกุ ภาคสว่ นเก่ยี วกับผลลัพธ์การเรียนรู้ท่มี ีประสิทธิภาพ
๑๘๗
๔.๒ ความคดิ เหน็ ประเดน็ “แลหน้า (๒ ปี)”
๑. ความคดิ เหน็ ตอ่ ประเดน็ การจัดการศกึ ษาดว้ ยระบบ AI
๑) การนาระบบ AI มาใช้ในการจัดการศึกษา คณะกรรมาธิการการศึกษามีแนวคิดจะร่วมมือกับบริษัท
HUAWEI ในการผลักดันการนาระบบ AI มาใช้ในการจัดการศึกษา โดยจะประสานงานกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องในการ
จัดต้ังศูนย์การเรียนรู้ 5G ในแต่ละภูมิภาค เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาการศึกษาด้วยระบบ AI ของประเทศ ซึ่งจะเป็น
การเปล่ียนแปลงการศึกษาคร้งั ใหญ่ของประเทศ
๒) นอกจากการนา AI ไปใช้ในการเรียนการสอนแล้ว ท่ีผ่านมาได้มีการนาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย
ในทางการแพทย์มากขึ้น ท้งั การดแู ลผูป้ ว่ ย การผา่ ตัดทม่ี ีความยาก ดงั นั้น ส่ิงสาคญั ท่ีจะต้องพฒั นา คือ ระบบเทคโนโลยี
ดจิ ิทัลเพื่อใหค้ รอบคลุมและสามารถเชื่อมต่อกบั เทคโนโลยตี า่ ง ๆ เพอื่ รองรับสาหรบั การใช้ในอนาคต
๓) ท่ีผ่านมาครูผู้สอนอาจจะยังไม่เข้าใจเทคโนโลยีได้อย่างลึกซึ้ง จึงไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับ
ผู้เรียนไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ ดงั นั้น จงึ ตอ้ งมีการพัฒนาครผู ้สู อนให้มคี วามเขา้ ใจเกีย่ วกับเทคโนโลยีท่ีไดพ้ ัฒนาขึ้นอย่าง
รวดเร็ว เพอื่ ทจี่ ะสามารถถา่ ยทอดความรูใ้ หก้ ับผเู้ รียนได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพต่อไป
๒. ความคิดเหน็ ต่อประเดน็ การจัดการศึกษาเกี่ยวกับ e-Sport
๑) ปัญหาท่ีผ่านมาของการจัด E-sports คือ ความไม่เข้าใจของผู้ปกครองเก่ียวกับเรื่องสุขภาพของผู้แข่งขัน
เนื่องจากผู้ปกครองเกรงว่าบุตรหลานจะนั่งเล่มเกมตลอดทั้งวันจนทาให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่สาหรับความจริงแล้ว
ก่อนท่ีจะรับผู้แข่งขัน E-sports จะมีการจัดทดสอบสมรรถภาพทางกายของผู้เข้าร่วมแข่งขันก่อน ดังน้ัน ผู้ท่ีเข้าแข่งขัน
E-sports จะตอ้ งมสี ขุ ภาพที่แขง็ แรงเพอื่ พร้อมสาหรับการแขง่ ขัน
๑๘๘
๒) ที่ผ่านมาได้มีหลายโรงเรียนสนับสนุนให้เล่นเกมมายคราฟ (Minecraft) เน่ืองจากเป็นเกมที่ดี ช่วยพัฒนา
ความสร้างสรรค์ของผู้เรียน โดยช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน ซ่ึงเป็นการเรียนรู้แบบ Active Learning
แต่ไม่สามารถนามาบรรจุเขา้ รายการแขง่ ขัน E-sports ได้
๓) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวชิ าเทคโนโลยีเกมและเกมมฟิ เิ คชัน (MASTER OF SCIENCE PROGRAM IN GAME TECHNOLOGY AND GAMIFICATION)
เพือ่ พัฒนาในการผลติ เกมตา่ ง ๆ ทจ่ี ะกอ่ ให้เกดิ ประโยชนก์ บั สังคม เช่น เกมจาลองต่าง ๆ ท่สี รา้ งขึ้นมาเพอ่ื สร้างจิตสานึก
ท่ดี ใี หก้ ับประชากรในสังคม
๕. กิจกรรมอนื่ ทดี่ าเนนิ การเพม่ิ เติม พรอ้ มทัง้ เหตุผลทม่ี กี ารจัดกิจกรรมเพ่ิมเติม (ไม่มี)
๖. จานวน รายชื่อ ภาคสว่ นของผรู้ ่วมการสัมมนากลมุ่ ยอ่ ย
ลาดับท่ี ชื่อ-นามสกุล หนว่ ยงาน/กลมุ่ โทรศัพท์/ E-mail
๑๘๙
1. นายวรกาน ลขิ ติ เดชาศกั ดิ์ วิทยากร Chief Technology officer บรษิ ัท 081-567-4718
2. นายชยตุ ม์ กมลเดชเดชา Huawei
3. นายบญุ มี รตั นโกศล
วิทยากร (ครู โรงเรยี นเตรียมอดุ มศกึ ษา 089-149-9031
4. นายดอกคูณ ยกกระโทก พฒั นาการ) 086-251-4967
5. นายกาจดั คะโยธา ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้านหนองตะแบก
สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา
6. นายสพุ รรณ แก้วนิสสยั นครราชสมี า เขต 3
7. นางสาวนวชิ ญาน์ พศิ วงศ์ ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้านหนองสองหอ้ ง 080-538-8721
สานกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา
8. นางสาวมารศรี ศักาด
9. นางสาวบปุ ผาชาติ เรอื งกลู นครราชสมี า เขต 3
10. นายถาวร พลดี ี
ผอู้ านวยการโรงเรียนหนองหูลิงเจริญเวทย์ 081-059-2060
11. นายสมศกั ดิ์ ทองเนยี ม สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษา
12. นายกฤษฎา คาอาจ กาฬสินธุ์ เขต 3
13. นายนวิ ัตร วงศ์วลิ ัย
14. นายหงษด์ ี ศรเี สน ผอู้ านวยการโรงเรียนสมสะอาดพทิ ยาสรรพ์ 089-569-9687
สานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา
กาฬสนิ ธ์ุ เขต 3
ผู้อานวยการโรงเรียนวดั น้ารอบ 094-235-4639
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา
สรุ าษฎร์ธานี เขต 2
รองผู้อานวยการสานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอก 087-624-7366
ระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศัย จงั หวดั แพร่
รองผอู้ านวยการสานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอก 081-963-5626
ระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั สงขลา
รองผอู้ านวยการสานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอก 098-101-6979
ระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั 081-782-5538
ขอนแกน่
ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา
มัธยมศกึ ษาชลบรุ ี ระยอง
ผอู้ านวยการกลมุ่ นโยบายและแผน 097-253-9895
สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษาราชบรุ ี
ผอู้ านวยการโรงเรียนเบญจมราชูทศิ ราชบรุ ี 065-892-9153
สานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาราชบรุ ี
ผอู้ านวยการโรงเรียนวิสุทธรงั ษี 094-798-8954
สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามัธยมศึกษา
กาญจนบุรี
๑๙๐
15. นางสาวจนิ ตนา ศรสี ารคาม ผูอ้ านวยการโรงเรยี นเตรียมอุดมศกึ ษาพัฒนาการ 086-853-8399
16. นางสาวณฎั ฐกิ า ลม้ิ เฉลมิ สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา
17. นางสาวสภุ าพร เทพสวสั ดิ์
กรุงเทพมหานคร เขต 2
18. นายเอกลกั ษณ์ ทิมทอง
รองผ้อู านวยการสานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา 092-269-9775
19. นางสาวชมพนู ชุ บัวบังศร
20. นายทวศี ักดิ์ คิว้ ทอง ประถมศกึ ษานครปฐม เขต 1
ผู้อานวยการโรงเรียนมกั กะสันพิทยา 062-262-5444
สานักงานเขตพนื้ ที่การศึกษามัธยมศึกษา
กรุงเทพมหานคร เขต 1
นกั วชิ าการคอมพวิ เตอรช์ านาญการ 089-761-9207
สานกั นโยบายและแผนการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน
ผู้อานวยการสถาบนั การอาชีวศึกษา 081-879-6660
กรุงเทพมหานคร
ผ้อู านวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ มนี บุรี 089-652-8292
21. นายปรวี ศรีสงา่ ผ้อู านวยการวทิ ยาลยั เทคโนโลยมี ีนบรุ โี ปลี 081-989-2338
081-667-5293
เทคนิค 094-746-5994
22. นายเลอพงษ์ วัชรมยั ทีป่ รกึ ษาฝา่ ยบรหิ ารวิทยาลยั เทคโนโลยีอรรถ
วิทยพ์ ณิชยการ
23. นางสาวมกุ กรนิ ทร์ สมุ ารธิ รรม รองผ้อู านวยการวิทยาลัยเทคนิคมนี บรุ ี
24. ผศ.สมชาย เวชกรรม รองอธิการบดีมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยพี ระจอม 081-934-4831
25. ผศ.ดร.ประเสรฐิ คันธมานนท์ เกลา้ พระนครเหนอื 081-832-1214
26. ดร.ศริ ะเชษฐ์ โพธห์ิ ิรญั 086-393-8675
รองอธิการบดอี าวโุ สฝา่ ยบรหิ าร
27. นางสาวปดวิ รดั า ผอ่ งสุวรรณ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าธนบุรี 096-653-5145
รองผู้อานวยการสานกั วิทยบรกิ ารและเทคโนโลยี
สารสนเทศ
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั ญบุรี
ผอู้ านวยการโรงเรยี นผอ่ งสวุ รรณวทิ ยา
28. นายนิยม ไผโ่ สภา ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา 064-680-7555
29. นายภฏั ฐกรณ์ อัครวฒั นน์ นที มัธยมศกึ ษากรงุ เทพมหานคร เขต 1 090-991-3532
30. นายสมควร วรสนั ต์ 084-899-3366
เลขาผูอ้ านวยการสานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา
มธั ยมศกึ ษากรุงเทพมหานคร เขต 1
คณะทางานศาสตร์พระราชา
31. นายทองสขุ รวยสงู เนนิ คณะทางานศาสตรพ์ ระราชา 081-967-2161
๑๙๑
32. นายสุวรรณา ลน้ิ ทอง สถาบนั สถาบนั การอาชวี ศกึ ษากรุงเทพมหานคร 081-516-4337
33. นายกมลเทพ ชงั ชู
สานกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมการศกึ ษา 081-809-6956
34. นายปราณ นฤมติ รเรขการ เอกชน
35. นายวพณ ภัทรธริ นนั ท์
36. นางสาวอชั ฌา เจง็ นักเรยี น โรงเรียนเตรยี มอดุ มศกึ ษาพัฒนาการ 061-512-4789
นักเรียน โรงเรยี นเตรียมอดุ มศึกษาพฒั นาการ 063-629-9515
บริษทั Huawei 086-811-1655
๗. ภาพการสัมมนากลุ่มย่อย
๑๙๒
๑๙๓