The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมนำเสนอ สถาบันการศึกษากับชุมชน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krunoona2533, 2024-06-05 05:57:22

รวมนำเสนอ สถาบันการศึกษากับชุมชน

รวมนำเสนอ สถาบันการศึกษากับชุมชน

การสรา ้ งความสม ั พน ั ธอ ์ น ั ดร ี ว ่ มกน ั ของโรงเรย ี นและชม ุ ชนเพ ื อ ่ ชว ่ ยกน ั สนบสนุน ั การศึกษา เผยแพรแ ่ หลง ่ เรย ี นรใ ู ้ นทอ ้ งถ ิ น ่ รว ่ มกน ั วางแผนแนวทางจด ั การศก ึ ษาให ้ได ้ประสิทธิผล ตามความต ้องการคนในชุมชนตลอดจนการสร ้างความสัมพันธ ์ของโรงเรียนกับชุมชนเป็ นสิ ่ งท ี ม ่ ี ความสา คญ ั อย ่ างย ิ ่ งเพราะชว ่ ยใหเ ้ กด ิ ความเขา ้ใจอน ั ดต ี อ ่ กน ั ช ่วยให ้ทราบความเคล ื อ ่ นไหว หรือ ความเปล ี ย ่ นแปลงตา ่ งๆ ท ี ่ เกด ิ ข ึ น ้ กบ ั ท ั ้ งสองฝ่ าย ช ่วยลดและแก ้ปัญหาความขัดแย ้ง ระหว่างกัน และชว ่ ยใหเ ้ กด ิ การมสี ว ่ นรว ่ มท ี ่ เป็ นไปเพ ื อ ่ ประโยชน ์ ประสงค ์ถึงแสง ประสงค ์ถึงแสง กลยุทธ ์การพัฒนาความสัมพันธ ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ออนไลน์ แหลง่ทีม่า เมษายน


ค าว่า กลยุทธ ์ ได ้มาจากภาษากรีก หมายถึง ศิลปะและศาสตร ์ของ การบังคับบัญชากองทัพ จาการส ารวจของนักวางแผนในบริษัท พวกเขาได ้ให ้ความหมายของกลยุทธ ์ ว่า คือ วธ ิ ก ี ารดา เน ิ นงานเพ ื อ ่ บรรลภ ุ ารกจ ิ หรอ ื วต ั ถป ุ ระสงคท ์ี ก ่ า หนดไวข ้ ององคการ ์ สมยศ นาวีการ กลยุทธ ์ หมายถึง การพิจารณาจุดมุ่งหมาย ภารกิจ วต ั ถป ุ ระสงคพ ์ื น ้ ฐานระยะยาว ขององค ์การยอมร ับการ ปฏิบัติการ และการจด ั ทรพ ั ยากรใหบ ้ รรลเ ุ ป้ าหมายเหลา ่ น ั ้ น ดง ั น ั ้ นวต ั ถป ุ ระสงคจ ์ ง ึ เป็ นสว ่ นหน ึ ่ งของการ ก าหนดกลยุทธ ์ สมยศ นาวีการ สมยศ นาวีการ การบริหารแบบมีส่วนร ่วม กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ์


กลยุทธ ์เป็ นแผนการปฏบ ิ ต ั ก ิ ารอธบ ิ ายถง ึ การจด ั สรรทรพ ั ยากรและกจ ิ กรรมอ ื น ่ ๆ ให ้เหมาะสมกับ สิ ่ งแวดลอ ้ มและชว ่ ยใหอ ้ งคก ์ ารบรรลเ ุ ป้ าหมายในระยะยาว นักวิชาการให ้ลักษณะส าคัญเก ี ย ่ วกบ ั กลยท ุ ธ ์ ว่าเป็ นจุดสุดท ้าย จุดมุ่งหมาย ภารกิจ เป้ าหมาย วัตถุประสงค ์ และวธ ิ ก ี ารบรรลเ ุ ป้ าหมายน ั ้ น โดยใช ้นโยบายและแผน ศิริวรรณ เสรีร ัตน์ จึงสามารถสรุปได ้ว่า กลยุทธ ์หมายถึง แผนการ แนวทางท ี ท ่ า ใหเ ้ กด ิ การกระทา เพ ือน าไปสู่ ่ จด ุ ม ุ ่ งหมายหรอ ื ความสา เรจ ็ ท ี ต ่ ั ้ งไว ้ ศิริวรรณ เสรีร ัตน์ พฤตกิรรมผู่้บรโิภค กรุงเทพมหานคร พัฒนาศึกษา


ประสงค ์ถึงแสง ไดก ้ ลา ่ วถง ึ กลยท ุ ธแ ์ ละเคร ื อ ่ งมอ ื ท ี ่ใชใ้ นการพฒ ั นา ความสัมพันธ ์ระหว่างสถานศึกษาและชุมชน ไว ้ ข ั น ้ ตอน ดง ั น ี ้ การวิเคราะห ์ศักยภาพของโรงเรียน การวิเคราะห ์ต ้นทุนชุมชน การวเ ิ คราะหบ ์ ค ุ คลท ี ม ่ ผ ี ลตอ ่ ความสา เรจ ็ ของกจ ิ กรรมในชม ุ ชนตามปั จจย ั อา นาจท ี ม ่ ี ในชุมชน การจด ั ต ั ้ งคณะท างานและกา หนดบทบาทสมาชก ิโดยใชต ้ ารางหนา ้ ท ี ่ ราซี ่ ประสงค ์ถึงแสง กลยุทธ ์การพัฒนาความสัมพันธ ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ออนไลน์ แหลง่ทีม่า เมษายน


การวิเคราะห ์ศักยภาพของโรงเรียน การใชเ ้ คร ื อ ่ งมอ ื วเ ิ คราะหต ์ า ่ งๆ เพ ื อ ่ ประเมน ิ สถานการณ ์ความพร ้อมของโรงเรียน เช ่น การใช ้ เคร ื อ ่ งมอ ื พ ื น ้ ฐานอย ่ าง เพ ื อ ่ วเ ิ คราะหจ ์ ด ุ ออ ่ นจด ุ แข ็ งของโรงเรย ี น ท ี ม ่ าจากปั จจย ั ท ั ้ งภายในและ ภายนอก


การวิเคราะห ์ศักยภาพของโรงเรียน จากตัวอย่าง การวิเคราะห ์ จะไดร ้ ายการของหว ั ขอ ้ ท ี ่ เป็ นจด ุ ออ ่ น จุดแข็ง โอกาสและ อุปสรรค ความเสี ย ่ ง ซึ ่ งสามารถลา ดบ ั ตามความสา คญ ั และผลกระทบท ี จ ่ ะเกด ิ กบ ั สถานศก ึ ษาไดเ ้ ม ื อ ่ ทราบ ถึงจุดแข็ง หรอ ืโอกาสจะสามารถน าจด ุ แข ็ งและโอกาสไปพฒ ั นาตอ ่ ยอดเป็ นกจ ิ กรรมท ี ก ่ อเกิดประโยชน์กับ ่ ชม ุ ชนไดอ ้ ย ่ างเต ็ มท ี ่ หรอ ื เม ื อ ่ พบจด ุ ออ ่ นหรอ ื ความเสี ย ่ งท ี ม ่ จ ี ะมผ ี ลกระทบท ี ต ่ องรีบแก ้ไขหรือหามาตรการ ้ ป้ องกันก็สามารถดึงชุมชนเข ้ามาร ับรู ้และมีส่วนร ่วมในการแก ้ไขได ้ ประสงค ์ถึงแสง กลยุทธ ์การพัฒนาความสัมพันธ ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ออนไลน์ แหลง่ทีม่า เมษายน


การวิเคราะห ์ต ้นทุนชุมชน เป็ นเคร ื อ ่ งมอ ื ท ี จ ่ ะชว ่ ยในการวเ ิ คราะห ์ประเมินความพร ้อมและศักยภาพชุมชน โดยพิจารณาจาก ตน ้ ทน ุ ชม ุ ชนท ั ้ ง ด ้าน เพ ื อ ่ เขา ้ใจและสามารถน าตน ้ ทน ุ ท ีช ่ ม ุ ชนมอ ี ย ่ ม ู าใชไ้ ดอ ้ย่างมีประสิทธิภาพ


การวิเคราะห ์ต ้นทุนชุมชน หลักการวิเคราะห ์ผล คะแนน และ คือ ตน ้ ทน ุ ท ี ม่ค ี วามพรอ ้ มและศก ั ยภาพสง ู สามารถน าไปพัฒนาต่อยอด หรือน าไปใช ้ เพ ื อ่การพฒ ั นาชม ุ ชนไดก ้ อ ่ น จากตัวอย่างข ้างต ้น จะเห ็ นวา ่ ตน ้ ทน ุ ท ี ม่ค ี วามพรอ ้ ม มีศักยภาพสง ู ท ีส่ด ุ คะแนน คือ ต ้นทุนทางสังคม แสดงถึง ความสามัคคีของคนในชุมชน การมน ี ้ าใจชว ่ ยเหลอ ื กน ั การจัด กจ ิ กรรมหรอ ื แสวงหาความรว ่ มมอ ื จากชม ุ ชนจง ึ เป็ นเร ื อ่งไม ่ ยากน ั กสา หรบ ั ชม ุ ชนน ี ้ สามารถการจด ั กจ ิ กรรมท ี ่ เป็ นประจา สม ่าเสมอ เช ่น การประชุมชุมชนประจ าเดือน การจัดงานบุญ ประเพณีประจ าปีการจัดต ั ้ งกลม ่ ุ จต ิ อาสาเพ ื อ่พฒ ั นาชม ุ ชน เป็ นต ้น ต ้นทุนมนุษย ์แสดงถึงชุมชนมีผู ้มีความรู ้ความสามารถ มปี ระสบการณเ ์ชี ย่วชาญเฉพาะด ้านอยู่ มาก ซึ ่งสามารถน าความรค ู ้ วามเชี ย่วชาญมาใชใ้ หเ ้ กด ิ ประโยชน ์เช ่น การจัดสอน อบรมเร ื อ่งการเกษตรการจัด อบรมหลักสูตร ความปลอดภัยในการท างานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือการสอนอาชีพทางเลือกต่าง ๆ เป็ นต ้น


การวิเคราะห ์ต ้นทุนชุมชน หลักการวิเคราะห ์ผล คะแนน หรือ คือ ตน ้ ทน ุ ท ี ม่ค ี วามพรอ ้ มนอ ้ ย ยง ั ตอ ้ งการการพฒ ั นาปรบ ั ปรง ุ เพ ื อ่ ใหสามารถเป็ นต ้นทุน ้ ท ี ่ เขม ้ แข ็ งสามารถน าไปใชใ้ หเ ้ กด ิ ประโยชนไ์ ดม ้ ากกวา ่ น ี ้ จากตัวอย่าง ตน ้ ทน ุ ท ี ม่ค ี วามพรอ ้ มนอ ้ ยหรอ ื นอ ้ ยท ีส่ด ุ คะแนน หรือ คือ ต ้นทุนทางการเงิน ตน ้ ทน ุ ทางสิ ่งแวดลอ ้ ม และต ้นทุนทางวัฒนธรรม คะแนน ซึ ่งแสดงให ้ เห็นว่า ชุมชนยังขาดความพร ้อมในด ้านต่างๆ เหลา ่ น ี ้ยังไม่สามารถน าไปใช ้ประโยชน์ได ้อย่างเต ็ มท ี ่อาจ ตอ ้ งระมด ั ระวง ัในการมก ี จ ิ กรรมท ี จ่ะเก ี ย่วขอ ้ งกบ ั ตน ้ ทน ุ ดง ั กลา ่ ว ท ั ้ งน ี ้ ชุมชนอาจพิจารณาเพ ิ ม่ เตม ิ วา ่ ต ้นทุน เหลา ่ น ี ค ้ วามสา คญ ั จา เป็ นหรอ ื มค ี วามเป็ นไปไดใ้ นการพฒ ั นาปรบ ั ปรง ุ ใหด ้ ข ี ึ น ้ หรอ ืไม ่ เป็ นความส าคัญเร ่งด่วน หรือไม่ มีผลกระทบต่อชุมชนและมีแนวโน้มเป็ นปัญหาของชุมชนหรือไม่ เพ ื อ่หาแนวทางสรา ้งความร ่วมมือในการ พัฒนาต่อไป ประสงค ์ถึงแสง กลยุทธ ์การพัฒนาความสัมพันธ ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ออนไลน์ แหลง่ทีม่า เมษายน


การวิเคราะห ์ต ้นทุนชุมชน หลักการหาจุดร ่วมระหว่าง การวิเคราะห ์จุดอ่อนจุดแข็งของสถานศึกษากับต ้นทุนชุมชน จุดอ่อนจุดแข็งของสถานศึกษาและต ้นทุนความพร ้อมของชุมชน สามารถเป็ นส่วนเติมเต็มซึ ่งกน ั และกน ั ได ้ดีดง ั น ั ้ นเม ื อ่ทา การวเ ิ คราะหจ ์ ด ุ ออ ่ นจด ุ แข ็ ง และวิเคราะห ์ต ้นทุนองค ์กรแล ้ว จึงควรน ามาหาจด ุ รว ่ มเพ ื อ่ผสาน พลัง ระหว่างสถานศึกษาและชุมชน โดยมห ี ลก ั การพ ื น ้ ฐานดง ั แผนผง ั ตอ ่ ไปน ี ้


การวิเคราะห ์ต ้นทุนชุมชน หลักการหาจุดร ่วมระหว่าง การวิเคราะห ์จุดอ่อนจุดแข็งของสถานศึกษากับต ้นทุนชุมชน ตัวอย่างการ หาจด ุ รว ่ มเพ ื อ่ เตม ิ เต ็ มใหก ้ บ ั สถานศก ึ ษา ผลการวิเคราะห ์ พบว่า โรงเรย ี นมจ ี ด ุ ออ ่ นในเร ื อ่งการประชาสม ั พน ั ธเ ์ พ ื อ่การมสี ว ่ นร ่วมและการ สนับสนุนจากผู ้ปกครอง และผลการวิเคราะห ์ต ้นทุนชุมชน พบว่าต ้นทุนทางสังคมมีความพร ้อมและความ เข ้มแข็งมาก มค ี ณะกรรมการชม ุ ชนท ี ม่ก ี ารประชม ุ สม ่าเสมอ มสีื อ่กระจายเสย ี งประจา หม ่ ู บาน ้ ทางโรงเรียน สามารถขอการสน ั บสน ุ นและความรว ่ มมอ ื จากชม ุ ชนในการใชส้ื อ่กระจายเสย ี งของหม ่ ู บา ้ นในการประชาสัมพันธ ์ ถึงผู ้ปกครอง หรอ ื รว ่ มเป็ นสมาชก ิในคณะกรรมการชม ุ ชนเพ ื อ่หาโอกาสประชาสม ั พน ั ธก ์ จ ิ กรรมกับชุมชนในวง กว ้าง ประสงค ์ถึงแสง กลยุทธ ์การพัฒนาความสัมพันธ ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ออนไลน์ แหลง่ทีม่า เมษายน


การวเ ิ คราะหบ ์ ค ุ คลท ี ม่ผ ี ลตอ ่ ความสา เรจ ็ ของกจ ิ กรรมในชม ุ ชนตามปั จจย ั อา นาจ ท ี ม่ ใี นชม ุ ชน ตารางวิเคราะห ์ผู ้มีผลต่อความส าเร็จของกิจกรรมในชุมชนตามปัจจัยอ านาจในชุมชน


การวเ ิ คราะหบ ์ ค ุ คลท ี ม่ผ ี ลตอ ่ ความสา เรจ ็ ของกจ ิ กรรมในชม ุ ชนตามปั จจย ั อา นาจ ท ี ม่ ใี นชม ุ ชน การวิเคราะห ์ผล คะแนนรวมรายบุคคล คือ ระดบ ั ความสามารถและความสม ั พน ั ธท ์ี ด่ก ี บ ัโรงเรย ี นของบค ุ คลผู ้มีปัจจัย อ านาจในแต่ละด ้าน โดยท ี ผ่ ู ไ้ ดค ้ ะแนนรวมรายบค ุ คลมากท ีส่ด ุ ในแตล ่ ะกลม ่ ุ ปั จจย ั อา นาจคอ ื ผ ู ท ้ ี ม่ท ี ั ้ งศก ั ยภาพและ โอกาสท ี จ่ะชว ่ ยเหลอ ืสน ั บสน ุ นกจ ิ กรรมหรอ ืโครงการใดๆ มากท ีส่ด ุ และไล่คะแนนลงมาตามล าดับ คะแนนรวมรายกลุ่มปัจจัยอ านาจ คือ คะแนนรวมท ั ้ งหมดของบค ุ คลในแตล ่ ะกลม ่ ุ บ่งบอกถึงความ พร ้อมและความแข็งแกร ่งของปัจจัยอ านาจแต่ละด ้าน จากตัวอย่างตามตาราง จะเห็นได ้ว่าปัจจัยอ านาจจาก ความเชี ย่วชาญ เป็ นปั จจย ั ท ี ่ไดค ้ ะแนนสง ู ท ีส่ด ุ คะแนน แสดงถึงการมีบุคลากร ท ี ม่ค ี วามร ู ้ ความสามารถมากเหมาะแกก ่ ารถา ่ ยทอดและสรา ้ งเสรม ิ ความรเ ู ้ หลา ่ น ั ้ นใหก ้ ระจายสู่ชุมชนในวงกว ้าง ประสงค ์ถึงแสง กลยุทธ ์การพัฒนาความสัมพันธ ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ออนไลน์ แหลง่ทีม่า เมษายน


การจด ั ต ั ้ งคณะทา งานและกา หนดบทบาทสมาชก ิโดยใชต ้ ารางหนา ้ ท ี ่ราซี ่ หลก ั การมอบหมายบทบาทหนา ้ ท ี ค่วามรบ ั ผด ิ ชอบราซี ่ท ีส่อดคลอ ้ งกบ ั ผ ู ม ้ปีั จจย ั อ านาจ แผนผง ั หนา ้ ท ี ่ราซี ่ เป็ นเคร ื อ่งมอ ื ท ี ่ มักใช ้ในการบริหารโครงการ โดยจะใช ้ ควบคู่ไปกับการวางแผนปฏิบัติกิจกรรม เพ ื อ่ ใหง ้ านแตล ่ ะสว ่ นมี ผู ้ร ับผิดชอบด าเนินการ เป็ นท ี ่รบ ั ทราบเพ ื อ่ การติดตามประสานงานอย่างเป็ นระบบ ซึ ่ง ช ่วยลดความสับสนและความขัดแย ้งในการ ด าเนินการกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนได ้เป็ น อย่างดี


ข ้อพึงพิจารณาในการประยุกต ์ใช ้กลยุทธ ์พัฒนาความสัมพันธ ์กับชุมชน กจ ิ กรรมเพ ื อ่พฒ ั นาและสรา ้ งความสม ั พน ั ธก ์ บ ั ชม ุ ชนสว ่ นมากมก ั เป็ นกจ ิ กรรมท ี ่ใชจ ้ ต ิ อาสา ไม่มีใครมี อา นาจบง ั คบ ัโดยหนา ้ ท ี ่ดง ั น ั ้ น จึงเป็ นศาสตรแ ์ ละศล ิป์ ของผ ู บ ้ รห ิ ารท ี จ่ะกระตน ุ ้ โน้มน้าว จูงใจ สมาชิกและผู ้มีส่วนได ้ เสย ี ท ี ่ เก ี ย่วขอ ้ งใหด ้ า เน ิ นการตามแผนจนบรรลเ ุ ป้ าหมาย ท ั ้ งน ี ้ รป ู แบบการดา เน ิ นกจ ิ กรรม ควรเป็ นไปอย่างไม่เป็ น ทางการ เน้นการกระตุ ้น สร ้างแรงจูงใจ และเสียสละต่อประโยชน์ส่วนรวมแต่จ าเป็ นต ้องมีแผนงาน และการจัดการ อย่างมีระบบ และควรก าหนดระยะเวลาของโครงการหรือกิจกรรมให ้แน่นอน เพ ื อ่ ใหส้ มาชก ิในชม ุ ชนจดการและ ั วางแผนได ้และเป็ นชว ่ งเวลาท ี ่ไม ่ ขด ั ตอ ่ วถ ิ ชี ม ุ ชน เชน ่ ชว ่ งเวลาเก ็ บเก ี ย่ว กิจกรรมต ้องจัดเวลาท ีส่มาชก ิสว ่ นใหญ ่ สะดวกท ีส่า คญ ั คอ ื มก ี ารสื อ่สารสม ่าเสมอ ในรป ู แบบท ี ่ เหมาะสม สิ ่งสา คญ ั คือ การติดตามผล แลกเปล ี ย่น รายงานผลและใหข ้ อ ้ ม ู ลยอ ้ นกลบ ั เพ ื อ่ปรบ ั ปรง ุ อยู่เสมอให ้ กับสมาชิกในชุมชนบอกผลลัพธ ์ของความคืบหน้า โดยการประชม ุ จด ั กจ ิ กรรมและสื อ่สาร เพ ื อ่ ให ้ สมาชก ิในชม ุ ชนมสี ว ่ นรว ่ มในผลลพ ั ธน ์ั ้ นและเพ ื อ่การรบ ั ขอ ้ เสนอแนะปรบ ั ปรง ุ อยา ่ งตอ ่ เน ื ่อง ประสงค ์ถึงแสง กลยุทธ ์การพัฒนาความสัมพันธ ์ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน ออนไลน์ แหลง่ทีม่า เมษายน


การบริหารจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการจัดการเรียนรู้ของ สถาบันการศึกษาและบทบาทของสถานศึกษาในการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน เสนอ รองศาสตราจารย์ดร. ฐิติพร พช ิ ญกล ุ EMA513 สถาบ ั นการศ ึ กษากบ ั ช ุ มชน สาขาวิชานวัตกรรมการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราช ู ปถม ั ภ ์ จง ั หวด ัปท ุ มธาน ี รองศาสตราจารย์ดร. สมบัติ คชสิทธิ์


สมาช ิ กในกล ่ ม ุ นางสาวภัทรวดี ภัทรคนานนท์ รหัส 66U54620107 รหัส 66U54620108 นางสาวแก ้ วอ ุ ษา แสงเขียว นางสาวณัฐกานต์บ ุญเสร ิ ฐ รหัส 66U54620103


1.1แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการ 1.2แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น 1.3แนวทางการบริหารจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อ การจัดการเรียนรู้ 1.การบริหารจัดการ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการจัดการเรียนรู้


ค าว่าการบริหารจัดการนั้นมีผู้ให้ค านิยามไว้หลายท่าน สามารถกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้ วิรัช วิรัชนิภาวรรณ (2561 : 40) ได้กล่าวถึงค าว่าการบริหารจัดการ สรุปได้ว่า การบริหาร (administration) คือ การ ด าเนินงานหรือการปฏิบัติงานใด ๆ ของหน่วยงานและบุคลากรของทุกภาคส่วนเพื่อน าไปสู่จุดหมายปลายทางที่ก าหนดไว้ สันติบุญภิรมย์(2557 : 3 - 4) ได้อธิบายไว้ว่าการบริหาร หมายถึง การใช้ศาสตร์และศิลป์ในการน าทรัพยากรทางการบริหาร มาท างานตามกระบวนการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายภายใต้สถาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก องค์การ และค าว่า การจัดการ หมายถึง กิจกรรมที่ผู้จัดท าได้ท างานโดยอาศัยบุคลากรและทรัพยากรอื่น ๆ มาใช้ให้การท างาน ในองค์การได้บรรลุวัตถุประสงค์ 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบ ริห า รจัดก าร • วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. (2561). การบริหารจัดการยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: ก้าวใหม่. • สันติบุญภิรมย์. (2557). การบริหารจัดการในห้องเรียน. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.


ราชบัณฑิตยสถาน (2556 : 655) ได้ให้ความหมายไว้ว่า ค าว่า บริหาร หมายถึง ด าเนินการ, จัดการ, ปกครอง ส่วนค าว่า จัดการ หมายถึง สั่งงาน, ควบคุมงาน, ด าเนินงาน (ราชบัณฑิตยสถาน, 2556 :310) 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร • ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน. จากข้อมูลข้างต้นสรุปได้ว่า ปัจจุบันมีการใช้ค าที่มีความหมายท านองเดียวกับค าว่า การบริหารหลายค า โดยอาจใช้ค าว่า การจัดการ หรือใช้ต่อเนื่องกันว่า การบริหารจัดการ ดังนั้นค าว่าการบริหาร และ การจัดการ จึงมีความคล้ายคลึงกันและไม่มีความแตกต่างกัน ซึ่งความหมายของการบริหารจัดการครอบคลุมไปถึง การด าเนินงานหรือการปฏิบัติงานใด ๆ ของหน่วยงานและบุคลากรของภาคต่าง ๆ เพื่อน าไปสู่จุดหมายปลายทางที่ก าหนดไว้ ส รุปความหมายขอ งก า รบริหา รจัดก าร


ความส าคัญของการบริหารจัดการนั้นมีผู้ให้ค านิยามไว้หลายท่าน สามารถกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้ วิรัช วิรัชนิภาวรรณ (2561 : 21- 57) ได้กล่าวถึงความส าคัญของการบริหารจัดการ คือ การด าเนินงานหรือปฏิบัติงานที่ หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐน ามาใช้เพื่อน าไปสู่วัตถุประสงค์หรือจุดหมายปลายทางที่ได้ก าหนดไว้อย่างมี ประสิทธิภาพ สันติบุญภิรมย์(2557 : 11) ได้อธิบายไว้ว่าการบริหารจัดการเป็นทฤษฎีที่แสดงให้เห็นถึงความส าคัญยิ่งของคน ซึ่งเป็น ทรัพยากรทางการบริหาร • วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. (2561). การบริหารจัดการยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: ก้าวใหม่. • สันติบุญภิรมย์. (2557). การบริหารจัดการในห้องเรียน. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น. ความส าคัญขอ งก า รบริหา รจัดก า ร 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


ศิริพร เลิศยิ่งยศ (2556 : 72 - 73) ได้อธิบายว่า การบริหารจัดการมีความส าคัญต่อการด าเนินงานในองค์กร ได้แก่ 1) การด าเนินงานของบุคลากรภายในองค์การเกิดความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ 2) องค์การสามารถปรับตัวได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว 3) เป็นเครื่องบ่งชี้เกี่ยวกับการพัฒนาองค์การให้ประสบความส าเร็จโดยการบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ 4) องค์การสามารถหาวิธีการที่ดีที่สุดในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด 5) เป็นเทคนิควิธีการที่ท าให้องค์การทุกประเภทประสบความส าเร็จ 6) ก าหนดหน้าที่และขอบเขตการท างานของบุคลากรไม่ให้เกิดความซ้ าซ้อนกัน ท าให้การด าเนินงานมีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ • ศิริพร เลิศยิ่งยศ. (2556). องค์การและการจัดการ. มหาสารคาม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการ


จากข้อมูลข้างต้นสรุปได้ว่า การบริหารจัดการมีความส าคัญต่อการด าเนินงานหรือปฏิบัติงานที่หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ น ามาใช้เพื่อน าไปสู่วัตถุประสงค์หรือจุดหมายปลายทางที่ได้ก าหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง น าไปใช้ในองค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ เช่น หน่วยงานของภาครัฐ หน่วยงานของภาคเอกชน หน่วยงานที่ไม่สังกัด รัฐ หน่วยงานระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เรียกว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญ การบริหารจัดการเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความส าคัญของคนซึ่งเป็นทรัพยากรทางการบริหาร ส รุปความส าคัญขอ งก า รบ ริหา รจัดก า ร 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


• อุทัย ปริญญาสุทธินันท์. (2561). การจัดการชุมชน: แนวคิดและทฤษฎีการจัดการ นโยบายและกรณีศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อุทัย ปริญญาสุทธินันท์(2561 : 41 - 43) ได้อธิบายว่าหลักการบริหาร (administrative management) ซึ่ง ประกอบด้วยการวางแผน การจัดการองค์กร การบังคับบัญชา การประสานงาน และการควบคุม อีกทั้งยังเห็นว่าหลักการ จัดการที่ใช้ในการบริหารงานองค์กร ควรมีความยึดหยุ่นและสามารถประยุกต์ใช้ได้กับผู้บริหารทุกระดับในองค์กร ส่วนศาสตร์แห่งการบริหารมีกระบวนการบริหารต่าง ๆ เช่น การวางแผน การจัดการองค์กร การจัดคนเข้าท างาน การสั่งการ การประสานงาน การรายงาน การงบประมาณ ลักษณะขอ งก ารบริหา รจัดก าร 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


การบริหารจัดการจัดการที่ดี(good governance) เป็นกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งมีองค์ประกอบส าคัญ ได้แก่ 1) การเน้นบทบาทของผู้บริหารงานภาครัฐในฐานะผู้ให้บริการที่มีคุณภาพตามที่ประชาชนต้องการ 2) การสนับสนุนให้เกิดความเป็นอิสระในการบริหารงาน โดยลดการควบคุมของราชการส่วนกลาง 3) การเรียกร้องความสามารถในการปฏิบัติงานทั้งในระดับบุคคลและองค์การ 4) การวัดผลการปฏิบัติงานและให้ผลตอบแทน 5) การตระหนักถึงความส าคัญของการจัดให้มีทรัพยากรบุคคลและเทคโนโลยีซึ่งช่วยให้การปฏิบัติงานบรรลุตามเป้าหมาย 6) การเปิดกว้างให้มีการแข่งขัน โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการด าเนินงาน จะเห็นได้ว่าการบริหารจัดการที่ดีนั้นเป็นเครื่องมือพัฒนาขีดความสามารถขององค์การ โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุม ติดตาม และตรวจสอบให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิด ประสิทธิผล ตลอดจนการค านึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร • อุทัย ปริญญาสุทธินันท์. (2561). การจัดการชุมชน: แนวคิดและทฤษฎีการจัดการ นโยบายและกรณีศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.


จากข้อมูลข้างต้นสรุปได้ว่า ลักษณะหรือแนวคิดของการบริหารจัดการนั้นประกอบด้วย การวางแผน การจัดการองค์กร การบังคับบัญชา การประสานงาน และการควบคุม อีกทั้งยังเห็นว่าหลักการจัดการที่ใช้ในการบริหารงานองค์กร คือ การบริหารจัดการจัดการที่ดีซึ่งเป็นกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการภาครัฐ ส รุปลักษณะขอ งกา รบริหารจัดก า ร 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


• พัลลภา ปิติสันต์. (2561). การสร้างคุณค่าให้กับชุมชน (ท้องถิ่น) ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง กรุงเทพฯ: สถานบันพระปกเกล้า. กระบวนการของการบริหารจัดการนั้นมีผู้ให้ค านิยามไว้หลายท่าน สามารถกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้ พัลลภา ปิติสันต์(2561 : 29) ได้อธิบายว่า การบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลระหว่างคนกับระบบจะน ามาซึ่ง ความส าเร็จของการพัฒนาท้องถิ่น โดยตัวชี้วัดความส าเร็จในระดับชุมชนที่อาศัยการมีส่วนร่วมและการประยุกต์ใช้หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น จะน ามาซึ่งการพัฒนาอย่างมีขั้นตอนของชุมชน 3 ขั้นตอนคือ 1) อยู่รอด (survive) เป็นการพึ่งพาตนเองได้ของคนในชุมชน (self - reliance) 2) รวมกลุ่ม ยืนหยัด (community - reliance) เป็นการร่วมกลุ่มกันที่ชัดเจน มีการบริหารจัดการ วัตถุประสงค์ ในการด าเนินงานอย่างชัดเจน มีการด าเนินงานอย่างมีแบบแผน มีการขยายผลการด าเนินงาน ขยายตลาดอย่าง พอประมาณ และอย่างมีภูมิคุ้มกันอีกด้วย 3) ยั่งยืนด้วยระบบขยายผล สร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ (holistic network sustainability) ก ระบวนก ารขอ งก ารบริหา รจัดก าร 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


ณิรดา เวชญาลักษณ์(2561 : 17) ได้กล่าวว่า การบริหารจัดการเป็นกระบวนการท างานโดยอาศัยคน เพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์ขององค์การ หากน ามาประยุกต์ใช้ท าให้สิ่งต่าง ๆ บรรลุผลส าเร็จตรงตามจุดหมายขององค์การใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ ประกอบด้วย ปัจจัยน าเข้า (input) กระบวนการ (process) และ ผลลัพธ์(output) ในด้านการบริหารจัดการชั้นเรียนคือการการบริหารกิจกรรมต่าง ๆ ที่บุคคลหลายคนร่วมกัน ด าเนินการ เพื่อพัฒนาสมาชิกของสังคมในทุก ๆ ด้าน โดยกระบวนการ ต่างๆ ที่อาศัยควบคุมสิ่งแวดล้อมให้มีผลต่อ บุคคลและอาศัยทรัพยากรตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ อย่างเหมาะสมเพื่อให้บุคคลพัฒนาไปตรงตามเป้าหมายของสังคมที่ ตนด าเนินชีวิตอยู่ • ณิรดา เวชญาลักษณ์(2561). หลักการจัดการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


Gulick and Urwick (1937 อ้างถึงใน ประยงค์จันทเต็ง, 2540, น.15-16) ได้สรุป กระบวนการบริหาร ประกอบด้วยขั้นตอนที่ส าคัญ 7 ประการ หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า "POSDCoRB" ซึ่งอธิบายตามความหมายได้ดังนี้ 1. P = Planning การวางแผน หมายถึง การเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนลงมือปฏิบัติจริง 2. O = Organizing การจัดองค์การ หมายถึง การวางโครงสร้างการท างานภายในองค์การเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานให้ บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้ 3. S = Staffing การจัดบุคคลเข้าท างาน หมายถึง การจัดบุคคลที่คุณสมบัติเหมาะสม กับต าแหน่งหน้าที่ให้ รับผิดชอบงานในต าแหน่ง เป็นภารกิจเกี่ยวกับบุคลากรทั้งหมดในเรื่องเกี่ยวกับการสรรหาการฝึกอบรม ตลอดจน การสร้างสภาพแวดล้อมของการท างานที่ดี 4. D = Directing การอ านวยการ หมายถึง เป็นกิจกรรมที่เป็นภาระหน้าที่ส าคัญของผู้บริหาร ที่จะต้องท าการตัดสินใจสั่งการ ออกค าสั่ง และควบคุมการท างาน • ประยงค์จันทเต็ง. (2540). ความคิดเห็นของปลัดองค์การบริหารส่วนต าบลต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนต าบล : ศึกษา เฉพาะกรณีจังหวัดราชบุรี. 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


5. Co = Coordinating การประสานงาน หมายถึง ภาระหน้าที่ในการเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆของงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้พยายามสร้างระบบการติดต่อสื่อสาร การสร้างกลุ่มท างาน 6. R = Reporting การรายงานผลการปฏิบัติงาน หมายถึง การรายงานถึงสภาพการปฏิบัติงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เป็นการแสดงถึงข้อเท็จจริง ปัญหาและอุปสรรค ในการด าเนินงานตลอดจนการชี้แจงหรือประชาสัมพันธ์ผล การปฏิบัติงานของหน่วยงาน 7. B = Budgeting งบประมาณ หมายถึง เป็นการศึกษาถึงการใช้จ่ายเงินในการบริหารงานงบประมาณ รวมตลอดถึง การวางแผน การคลัง การท าบัญชีและการควบคุม เพื่อให้มีการใช้จ่ายเงินตรงตามเป้าหมายของการบริหาร ที่ก าหนดไว้ 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร • ประยงค์จันทเต็ง. (2540). ความคิดเห็นของปลัดองค์การบริหารส่วนต าบลต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนต าบล : ศึกษา เฉพาะกรณีจังหวัดราชบุรี.


• ประยงค์จันทเต็ง. (2540). ความคิดเห็นของปลัดองค์การบริหารส่วนต าบลต่อการบริหารงานขององค์การบริหาร ส่วนต าบล : ศึกษาเฉพาะกรณีจังหวัดราชบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์). ชุบ กาญจนประกร (2526 อ้างถึงใน พรพิมล รัตนกมลรัตน์, 2547, น.15-16) ได้เสนอแนวคิดเพิ่มเติมว่า กระบวนการบริหารที่สมบูรณ์ควรมีขั้นตอนที่ส าคัญอีก 2 ประการ คือ นโยบาย (Policy) และอ านาจหน้าที่ (Authority) เข้าไปด้วยซึ่งเมื่อรวมกันเข้าแล้วจะเรียกชื่อย่อเป็น PAPOSDCoRB P = Policy นโยบาย หมายถึง การตัดสินใจขั้นต้นที่ได้ก าหนดเป็นแนวทางกว้าง ๆ เพื่อใช้ปฏิบัติงานให้บรรลุ วัตถุประสงค์นโยบายอาจเปลี่ยนแปลงได้ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และสภาพแวดล้อม A = Authority อ านาจหน้าที่ หมายถึง อ านาจหน้าที่ในการบริหารราชการ และการมอบอ านาจหน้าที่ + PA 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


จากข้อมูลข้างต้นสรุปได้ว่า กระบวนการของการบริหารจัดการ PAPOSDCoRB ท าให้เกิดความสมดุลระหว่างคนกับระบบจะท าให้เกิดความส าเร็จของการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งเกิดจากการพัฒนาอย่างมีขั้นตอนของชุมชนท าให้ชุมชนอยู่รอด รวมกลุ่มยืนหยัด และยั่งยืนด้วยการขยายผล ซึ่งเป็นกระบวนการท างานโดยอาศัยคน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ขององค์การ หากน ามาประยุกต์ใช้ท าให้สิ่งต่าง ๆ บรรลุผลส าเร็จตรงตามจุดหมายของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ โดยทฤษฎีและหลักการบริหารเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์จึงต้องใช้อย่างเหมาะสม กับบุคคล สถานการณ์และสถานที่ต้องอาศัยประสบการณ์การปรับประยุกต์ตามบริบททางสังคม ส รุปก ระบวนก ารขอ งก ารบ ริห า รจัดก าร 1.1 แนวคิดเกี่ยวกับก า รบริหา รจัดก า ร


1.2 แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ค าว่าแหล่งเรียนรู้นั้นมีผู้ให้ค านิยามไว้หลายท่าน โดยส านักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ได้ให้ความหมายของ แหล่งเรียนรู้ไว้ดังนี้ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ(2559: 1) กล่าวว่า แหล่งเรียนรู้หมายถึง ได้กล่าวถึงแหล่งเรียนรู้ว่าเป็น “แหล่ง” หรือ “ที่รวม” อันอาจเป็นสถานที่หรือศูนย์รวมที่ประกอบด้วย ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้และกิจกรรมที่มี กระบวนการ เรียนรู้หรือกระบวนการเรียนการสอนที่มีรูปแบบแตกต่างจากกระบวนการเรียนการสอนที่มีครูเป็นผู้สอน มีระยะเวลาเรียนยืดหยุ่นสอดคล้องกับความต้องการและความพร้อมของผู้เรียน มีการประเมินและการวัดผล การเรียน ที่มีลักษณะเฉพาะสร้างขึ้นให้เหมาะสมกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่จ าเป็นต้องเป็นรูปแบบเดียวกัน กับการประเมินผล ในชั้นเรียนหรือห้องเรียนนั้น ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ส านักนายกรัฐมนตรี,แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12 (พ.ศ.2560-2564) (กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2559), 1


นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ค านิยามค าว่า แหล่งเรียนรู้ในชุมชน ไว้หลายท่าน ดังนี้ ประดิษฐ์อุ่นหนองกุง (2553: 33) ได้นิยาม แหล่งเรียนรู้ในชุมชน แหล่งความรู้ในชุมชน หรือแหล่งวิทยาการในชุมชน ซึ่งล้วนมีความหมายใกล้เคียงกัน เพียงแต่ใช้ชื่อเรียกต่างกัน ซึ่งหมายถึง บุคคล สถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งวิทยาการทาง ธรรมชาติคติความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม ชนบธรรมเนียมประเพณีการประกอบอาชีพในท้องถิ่น แนวความคิด หลักปฏิบัติ หรือเทคโนโลยีชาวบ้าน ซึ่งอยู่ในชุมชนนั้น ๆ ที่เสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้สามารถน ามาใช้ให้เกิด ประโยชน์ได้จริงในชีวิต ซลชิรา ประทุม (2556: 34) ได้กล่าวถึงแหล่งเรียนรู้ในชุมชน หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็น บุคคล สถานที่สถาบัน องค์กร ตลอดจนทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและวัฒนธรรม ประเพณีตลอดจนความเชื่อที่จัดขึ้นในชุมชนที่มีคุณค่าเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน สิ่งเหล่านั้นถ้าครูผู้สอนรู้จัก 1.2 แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ต่อ) • ประดิษฐ์อุ่นหนองกุ่ง, "สภาพและปัญหาการบริหารแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 4" (วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 2553), 33. • ชลธิชา ประทุม, "การใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27" (สารนิพนธ์ศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน, 2556), 34.


ส ารวจ แสวงหา น ามาใช้ในสถานศึกษา และน าผู้เรียนออกไปสัมผัสกับสภาพจริงของแหล่งเรียนรู้ในชุมชน เหล่านั้นด้วยตัวผู้เรียนเองแล้วย่อมจะเพิ่มพูนประสบการณ์ตรงให้แก่ผู้เรียนมากยิ่งขึ้น สร้างบรรยากาศ การเรียนรู้ให้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านั้นครูผู้สอนสามารถน าไปประกอบการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพต่อ ผู้เรียนได้ 1.2 แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ต่อ) โดยสรุปแล้ว แหล่งเรียนรู้หรือ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน หมายถึง ทุกสิ่งที่อยู่ภายในชุมชน ทั้งที่เป็นรูปธรรม ได้แก่สถานที่ บุคคล สถาบัน องค์กร วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ และสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น วัฒนธรรม ประเพณีคติ ความเชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้เพื่อน ามาใช้ในการด ารงชีวิต ส รุปความหมายขอ งแหล่ งเ รียนรู้


1.2 แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ต่อ) เมื่อกล่าวถึงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนนั้น จะมีค าที่เกี่ยวข้องกัน นั่นคือค าว่า ภูมิปัญญาหรือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดย ไพทูรย์มีกุศล (2556: 34) ได้กล่าวถึง พื้นเพรากฐานของความรู้ชาวบ้าน และเมื่อมองถึงภาพกว้างของภูมิปัญญาไทย จึงหมายถึง องค์ความรู้ความสามารถ และทักษะของคนไทย อันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านการเรียนรู้เลือกสรร พัฒนา ปรุงแต่ง และถ่ายทอดสืบต่อกันมาเพื่อใช้แก้ปัญหา และพัฒนาการด ารงชีวิตให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมและเหมาะสม ตามยุคสมัย นอกจากนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (2558: 55) ได้ให้นิยามของ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ว่าหมายถึง ความรู้ ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญที่เรียนรู้จากการด าเนินชีวิต การประกอบอาชีพจากสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม มีการปรับ ประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป แล้วถ่ายทอด สืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษถึงลูกหลาน • ไพทูรย์มีกุศล, "แนวคิดและแนวทางในการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น," วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช 2, 20 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2550): 22. • กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กระทรวงวัฒนธรรม, คู่มือแนวทางการบริหารจัดการและการด าเนินงานส่งเสริมเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม (กรุงเทพฯ: ส านักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2558), 55.


1.2 แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ต่อ) สรุปได้ว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ องค์ความรู้ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์มีการพัฒนาถ่ายทอดและสืบทอดต่อ กันมา สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต คุณค่าทางวัฒนธรรม และมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการประยุกต์ใช้และพัฒนา ภูมิปัญญา ของแต่ละท้องถิ่น เป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคน จ าเป็นต้องมีการอนุรักษ์ฟื้นฟู ประยุกต์ใช้หรือต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป ส รุปความหมายขอ งภูมิปัญญาท้อ งถิ่น


1.2 แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ต่อ) ดังนั้นจึงสามารถกล่าวโดยสรุปได้ว่า แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น นั้นหมายถึง สถานที่ บุคคล หรือกลุ่มคน ตลอดจนสื่อที่มีอยู่ในท้องถิ่น ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขตพื้นที่ให้บริการของสถานศึกษา โดยเป็นแหล่งเก็บรวบรวมข้อมูล ความรู้และประสบการณ์อันเกิดจากการและสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะของ ท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าในการใช้แก้ไขปัญหาและการด ารงชีวิตของคนในท้องถิ่น ซึ่งสถานศึกษาสามารถสร้างประสบการณ์เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้เหล่านั้นให้แก่ผู้เรียน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ ในภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน และเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ต่อไป ส รุปความหมายขอ งแหล่ งเ รียนรู้ภูมิปัญญาท้อ งถิ่น


ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นการสืบทอดองค์ความรู้ในการด ารงชีวิตของคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ที่เกิดจากประสบการณ์ที่ สั่งสมมา ภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงมีความส าคัญ ดังที่ส าราญ ผลดี(2561: 363-366) กล่าวไว้สรุปได้ดังนี้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นป็นมรดกที่มีคุณค่าที่สามารถสร้างให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาล ทั้งกับตัวของผลิตผลของ ภูมิปัญญา การท่องเที่ยว หรือแม้แต่การเพิ่มผลผลิตให้กับระบบอื่น ๆ การศึกษาเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยจึงควรเป็น การศึกษาเพื่อให้เข้าถึงซึ่งคุณค่า หรือความหมายที่ซ่อนอยู่ภายในทั้งวิธีคิดและวิถีชีวิตของท้องถิ่นไทยอย่างแท้จริง 1.2 แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ต่อ) ความส าคัญขอ งภูมิปัญญาท้อ งถิ่น • ส าราญ ผลดี. (2561). ไทยศึกษา. กรุงเทพฯ; ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ทรงจิต พูลลาภ และคนอื่น ๆ (2546 : 1-8) ได้ท าการศึกษาวิจัยภูมิปัญญาไทยทั่วทั้งประเทศจาก 4 ภาค คือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ในหัวข้อเรื่อง การศึกษาวิจัยศักยภาพและสถานภาพของ ภูมิปัญญาไทยเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน ในปี2544-2546 โดยได้จัดแบ่งสาขา ภูมิปัญญาไทยท้องถิ่นออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเกษตรกรรม โภชนาการ อาหารแปรรูป 2. ด้านหัตถกรรม (ผ้า ผ้าไหม เครื่องใช้จักสาน ฯลฯ) 3. ด้านแพทย์แผนไทย ด้านสมุนไพร 4. ด้านการบริหารจัดการองค์การชุมชน สวัสดิการชุมชน 5. ด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณีวรรณกรรม 6. ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม 1.2 แนวคิดเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ต่อ) ประเภทขอ งภูมิปัญญาท้อ งถิ่น • ทรงจิต พูลลาภ และคนอื่น ๆ (2546). ศึกษาวิจัยภูมิปัญญาไทย ทั้ง 4 ภาค. กรุงเทพฯ; ส านักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ.


กษมาพร ทองเอื้อ (2563: 45) กล่าวว่า แนวทางการบริหารจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการจัดการเรียนรู้คือ ภาระหน้าที่ส าคัญที่ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ของ ผู้เรียนโดยใช้แนวคิดการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ผลักดันให้ครูน าภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในฐานะที่มีความส าคัญอย่างยิ่งใน การพัฒนาผู้เรียน ผู้บริหารจะต้องวางแนวทางในการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถคิดต่อยอดสมบัติทางปัญญาของบรรพบุรุษ เพิ่มมูลค่าและสร้างอาชีพ เกิดเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ในชุมชน ตลอดจนมีความรัก ภาคภูมิใจ และหวงแหนสมบัติภูมิปัญญาของท้องถิ่น โดยผู้วิจัยได้สรุปแนวทาง การศึกษาการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทาง ดังนี้ 1.3 แนวทางการบริหารจัดการภูมิปัญญา ท้องถิ่นเพื่อการจัดการเรียนรู้ • กษมาพร ทองเอื้อ. (2563). การบริการจัดการแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา การบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา)


กษมาพร ทองเอื้อ (2563: 46) กล่าวถึง แนวทางการด าเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา สามารถสรุปความได้ดังนี้ ประเทศไทยมีหลักสูตรที่บูรณาการความรู้จากแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการให้ความส าคัญโดยวาง นโยบายในระดับประเทศ เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา มาโดยตลอด ทั้งนี้ได้มีการวิจัยผลการใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิ ปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งพบว่าการปรับหลักสูตรสถานศึกษาโดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ท้องถิ่นนั้น ถือได้ว่าเป็นแนวทางที่ประสบความส าเร็จอย่างสูง ดังงานวิจัยของ นงเยาว์อุทุมพร ได้ท าการวิจัยการบริหารจัดการแหล่ง เรียนรู้ของชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อน าไปใช้บูรณาการในการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน อ าเภอบาง พลีจังหวัดสมุทรปราการ พบว่าสิ่งส าคัญที่จะท าให้การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ของชุมชนมาใช้ในสถานศึกษาได้ อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับควรมีนโยบายส่งเสริม หลักสูตรท้องถิ่นในสถานศึกษาอย่าง จริงจัง และการประชาสัมพันธ์การจัดการหลักสูตรโดยเผยแพรในสื่อต่าง ๆ 1.3 แนวทางการบริหารจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการจัดการเรียนรู้ • กษมาพร ทองเอื้อ. (2563). การบริการจัดการแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา • นงเยาว์อุทุมพร, "การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ของชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อน าไปใช้บูรณาการในการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาอย่างยั่งยืน อ าเภอบางพลีจังหวัดสมุทรปราการ" (วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 2561), บทคัดย่อ 1.3.1แนวทางการด าเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา


การใช้ภูมิปัญญา ท้องถิ่นเพื่อ การจัดการเรียนรู้ 1) การน าผู้เรียนไปศึกษานอกสถานที่ 2) การศึกษาชุมชน โดยศึกษาประวัติของชุมชน 3) ให้ผู้เรียนไปสัมภาษณ์ผู้รู้ 4) เชิญวิทยากรมาบรรยายให้ผู้เรียนฟัง หรือสาธิตผู้เรียนดูในห้องเรียน 5) ให้ผู้เรียนได้ประสบการณ์ตรง 6) จัดหาวัสดุอุปกรณ์ส าหรับใช้ในห้องเรียนให้เพียงพอ 7) โครงการบริการสังคม 8) เปิดโอกาสใช้ผู้เรียนมีประสงการณ์ใหม่ๆ 9) ให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ในการท างาน กษมาพร ทองเอื้อ. (2563: 46) ได้ศึกษางานวิจัยของ เวนเดอลิน คูเปอร์ส และ โอเลน กันลักสัน (2559: 121-127) ที่ได้ เสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการจัดการเรียนรู้ไว้ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้ 1.3 แนวทางการบริหารจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการจัดการเรียนรู้ • กษมาพร ทองเอื้อ. (2563). การบริการจัดการแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา • Wendelin Kupers and Olen Gunnlaugson, Wisdom Learning: Perspectives on Wising-Up Business and Management Education (New York Gower, 2016), 121-127. 1.3.2 แนวทางการด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น


กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (2551: 55-59) ได้ให้ข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้โดยมีแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา ท้องถิ่นเป็นฐาน (Learning resource based instruction) โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ 1) การเตรียมการจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนต้องศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร จัดท าแผนฯ ก าหนดสื่อ จากแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา ท้องถิ่นของจริง (ธรรมชาติ) ก าหนดการวัดประเมินผล และวางแผนการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ 2) ก าหนดสถานที่แหล่งเรียนรู้โดยอาจพาผู้เรียนเรียนรู้นอกห้องเรียน เดินทางไปใกล้กับสถานศึกษา หรือไปศึกษาภูมิปัญญา ท้องถิ่นระยะไกล 3) ปฐมนิเทศผู้เรียนก่อนออกนอกชั้นเรียน โดยค านึงถึงเหตุผลที่จะไปวิธีการการเดินทางและประโยชน์ในการออกนอกสถานที่ 4) ประเมินผล เมื่อผู้เรียนกลับมาแล้วว่าได้ผลตามจุดมุ่งหมายหรือไม่ เช่น อภิปราย จัดนิทรรศการ เขียนรายงาน 1.3 แนวทางการบริหารจัดการภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการจัดการเรียนรู้


เกมทายภาพ LET’S PLAY


ตว ั อย ่ างการบรห ิ ารจด ั การภ ู มปิ ญ ั ญาท ้ องถ ิ น ่ เพ ื อ ่ การจด ั การเรย ี นร ู ข ้ องสถาบน ั การศ ึ กษา ท ้ ง ั ในประเทศและต ่ างประเทศ


การบรห ิ ารจด ั การแหล ่ งเรย ี นร ู ท ้ ี ่ เป็ นภ ู มปิ ญ ั ญาท ้ องถ ิ น ่ ในชม ุ ชน รม ิ แม ่ น ้ าเจ ้ าพระยาสายเก ่ าเพ ื อ ่ ใช ้ ในการศ ึ กษาอย ่ างย ั ่ งยน ื ความเป็นมา การศึกษาในปัจจุบันไม่ควรจ ากัดเฉพาะในสถานศึกษา แต่ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ รอบตัว โดยเฉพาะภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งเป็นองค์ความรู้และวิถีชีวิตที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษ ชุมชนริมแม่น้ าเจ้าพระยา สายเก่ามีแหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นหลากหลาย เนื่องจากวิถีชีวิตผูกพันกับแม่น้ ามาตั้งแต่อดีต จึงมี ความส าคัญที่จะน าภูมิปัญญาเหล่านี้มาจัดการเรียนรู้เพื่อให้คงอยู่กับเยาวชนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) แหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาในชุมชนริมแม่น้าเจ้าพระยาสายเก่า 2) ศักยภาพและสภาพการมีส่วนร่วมของชุมชนในการนาแหล่งเรียนรู้ที่เป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดการศึกษา 3) แนวทางการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนริมแม่น้าเจ้าพระยาสายเก่าเพื่อใช้ใน การศึกษาอย่างยั่งยืน ภาคกลา ง ปรีชา ธนะวิบูลย์และนงเยาว์อุทุมพร. (2563). การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนริมแม่น้าเจ้าพระยาสายเก่าเพื่อใช้ในการศึกษาอย่างยั่งยืน. (รายงานผลการวิจัย). นนทบุรี. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปรีชา ธนะวิบูลย ์และนงเยาว ์อุทุมพร. (2563)


ผลการวิจัยพบว่า 1) ภูมิปัญญาท้องถิ่นสาขาที่มีมากที่สุด คือ สาขางานประดิษฐ์ 2) ศักยภาพของชุมชนในการน าแหล่งเรียนรู้มาใช้โดยภาพรวมและรายข้ออยู่ในระดับปานกลาง ข้อที่มีค่าเฉลี่ย ระดับสูงที่สุด คือ ชุมชนมีการวางแผนบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น สาหรับการมีส่วนร่วม ของชุมชนใน การน าแหล่งเรียนรู้มาใช้โดยภาพรวมและรายข้ออยู่ในระดับปานกลาง ข้อที่มีค่าเฉลี่ยระดับสูงที่สุด คือ การมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหาการน าแหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ ในการจัดการศึกษา 3) แนวทางในการน าแหล่งเรียนรู้มาใช้ในการจัดการศึกษา คือ การจัดท าฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปของ เว็บไซต์และการจัดท าเป็นเอกสาร สื่อสิ่งพิมพ์วิดีทัศน์บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จัดทาเป็นหลักสูตร สถานศึกษาและสาระเพิ่มเติม ปรีชา ธนะวิบูลย์และนงเยาว์อุทุมพร. (2563). การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนริมแม่น้าเจ้าพระยาสายเก่าเพื่อใช้ในการศึกษาอย่างยั่งยืน. (รายงานผลการวิจัย). นนทบุรี. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช


สรุป แนวทางการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ในชุมชนริมแม่น้าเจ้าพระยาสายเก่าเพื่อใช้ในการศึกษาอย่างยั่งยืน แนวทางในการน าแหล่งเรียนรู้ในชุมชนมาใช้ในการจัดการศึกษา ควรมีหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการ จัดท าข้อมูลสารสนเทศผู้ทรงภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยตรง โดยจัดท าเป็นฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ในรูปของ เว็บไซต์ท าเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่น เอกสาร สื่อสิ่งพิมพ์วีดิทัศน์และบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ส่งเสริมให้มีมัคคุเทศก์ภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดงานนิทรรศการภูมิปัญญาท้องถิ่น ส าหรับการน าองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ในการจัดการเรียนรู้โดยในการจัดท าข้อมูลภูมิ ปัญญาท้องถิ่นนั้น ควรใช้กระบวนการมีส่วนร่วมโดยให้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ ฝ่าย เช่น ส านักงานเขต กรุงเทพมหานคร ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน ศึกษานิเทศก์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีการส ารวจ ข้อมูลในท้องถิ่นแต่ละเขตว่ามีผู้ทรงภูมิปัญญาท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ของแต่ละคนอะไรบ้าง มาประชุมท าแผน และโครงการร่วมกันซึ่งควรต้องมีงบประมาณรองรับ มีการก าหนดเป็นนโยบายของหน่วยงาน และ มีการตรวจสอบและติดตามผลการด าเนินงานเป็นระยะ และต้องปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศให้ทันสมัยอยู่เสมอ ปรีชา ธนะวิบูลย์และนงเยาว์อุทุมพร. (2563). การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนริมแม่น้าเจ้าพระยาสายเก่าเพื่อใช้ในการศึกษาอย่างยั่งยืน. (รายงานผลการวิจัย). นนทบุรี. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช


Click to View FlipBook Version