ร ู ปแบบการจด ั การความร ู ้ ภ ู มปิ ญ ั ญาท ้ องถ ิ น ่ ของชม ุ ชนบ ้ านไรศ ่ ิ ลาทอง ต าบลพช ิ ย ั อ าเภอเมอ ื งล าปาง จง ั หวด ั ล าปาง ภาค เหนือ วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน 2) เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน 3) เพื่อน าเสนอรูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน กลุ่มตัวอย่าง ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น นักวิชาการ ผู้น าชุมชน และประธานกลุ่มต่างๆ ในหมู่บ้านบ้านไร่ศิลาทอง ต าบลพิชัย อ าเภอเมือง จังหวัดล าปาง รวมทั้งสิ้นจ านวน 21 คน เครื่องมือ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบสอบถาม และแนวค าถามในการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา นายพุฒิภัทร เป็กเตปิน. (2563). รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง ต าบลพิชัย อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นายพุฒิภัทร เป็ กเตปิน. (2563)
ผลการวิจัยพบว่า 1. ภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง ต าบลพิชัย อ าเภอเมือง จังหวัดล าปางจ าแนกออกเป็น ๒ ประเภท คือ 1) ภูมิปัญญาด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม 2) ภูมิปัญญาด้านศาสนาและประเพณี 2. การจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ หรือจากคนในครอบครัว ซึ่งการ ถ่ายทอดนั้นเกิดจากความสนใจของผู้ที่จะเรียนรู้เข้าไปหาผู้รู้ซึ่งการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น ผู้เรียนต้องมั่นใช้ ทักษะกระบวนการในการเรียนรู้เพราะส่วนมากไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร 3. รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง ซึ่งสามารถก าหนดรูปแบบการจัดการ ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้ดังนี้1) การก าหนดความรู้2) การแสวงหาความรู้3) การแลกเปลี่ยนความรู้ 4) การจัดเก็บความรู้5) การถ่ายทอดความรู้ นายพุฒิภัทร เป็กเตปิน. (2563). รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง ต าบลพิชัย อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สรุป รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง ต าบลพิชัย อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง 1) การก าหนดความรู้เป็นการตัดสินใจร่วมของช่างบนพื้นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของคน ในชุมชนร่วมกันก าหนดลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง เพื่อด ารงรักษาไว้ซึ่งภูมิปัญญาดั้งเดิม ของบรรพบุรุษโดยใช้วัตถุดิบที่มีจากท้องถิ่น 2) การแสวงหาความรู้เป็นการสอนแบบตัวต่อตัว ด้วยการอธิบายและลงมือท าแบบลองผิดลองถูก เพื่อเป็นการฝึกทักษะท าให้เกิดความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 3) การแลกเปลี่ยนความรู้มีการจัดอบรมสัมมนา ให้เกิดการแสวงหาความรู้มาพัฒนาผลงาน ต่อยอดภูมิปัญญาของตนเอง ให้เกิดการบูรณาการน าภูมิปัญญาที่มีอยู่ไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ นายพุฒิภัทร เป็กเตปิน. (2563). รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง ต าบลพิชัย อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สรุป รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง ต าบลพิชัย อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง 4) การจัดเก็บความรู้การอธิบายโดยตัวบุคคลผู้รู้ไปสู่การบันทึกภาพหรือวีดีโอ การจดบันทึกในเอกสาร และน าไปสู่แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์การจัดเก็บองค์ความรู้และเผยแพร่โดยผ่านช่องทางเว็บไซต์และ สื่อสังคมออนไลน์ที่นิยมกันในปัจจุบัน เป็นการจัดเก็บความรู้เป็นลายลักษณ์อักษรไว้ให้ผู้สนใจค้นคว้า ซึ่งความรู้ภูมิ ปัญญานั้นจะไม่สูญหายไปตามตัวบุคคล 5) การถ่ายทอดความรู้นอกจากการถ่ายทอดจากบุคคลสู่บุคคลเป็นหลัก โดยเน้นการปฏิบัติให้ดูการสาธิต ขั้นตอนการจัดสรรอย่างละเอียดเพราะว่าเป็นงานที่ใช้ทักษะอย่างสูง ซึ่งการถ่ายทอดนั้นผู้ถ่ายทอดจะสอนบุคคลใน ครอบครัว เป็นการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และจ าเป็นที่จะต้องเรียบเรียงความรู้เหล่านั้นเพื่อเป็นคู่มือการปฏิบัติ นายพุฒิภัทร เป็กเตปิน. (2563). รูปแบบการจัดการความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนบ้านไร่ศิลาทอง ต าบลพิชัย อ าเภอเมืองล าปาง จังหวัดล าปาง. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
การพฒ ั นาและสบ ื ทอดภ ู มปิ ญ ั ญาท ้ องถ ิ น ่ : การจด ั การเรย ี นร ู ้ เพ ื อ ่ ต ่ อยอดผลต ิ ภณ ั ฑ ์ การทอเส ื ่ อจากถ ุ งพลาสตก ิ ท ี ่ เหลอ ื ใช ้ ด ้ วยนวต ั กรรมใหม ่ ระหว ่ างโรงเรย ี นสาธต ิ มหาวท ิ ยาลย ั มหาสารคาม (ฝ่ ายมธ ั ยม)กบ ั ชม ุ ชนอ าเภอกน ั ทรวช ิ ย ั จง ั หวด ั มหาสารคาม ภาคตะวันออก เฉีย ง เหนือ วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของนวัตกรรมใหม่ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนและประชาชนในชุมชนก่อนและหลังการเรียนด้วยนวัตกรรมใหม่ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อนวัตกรรมใหม่ กลุ่มตัวอย่าง มีจ านวนทั้งหมด 60 คน แบ่งเป็นนักเรียนจ านวน 30 คน ใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และ ประชาชนในชุมชน ใช้วิธีเลือกแบบสะดวก (Convenience Sampling) จ านวน 10 คน และใช้วิธีเลือกสุ่มแบบเจาะจง จ านวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired t-test กุสุมา พรหมคุณ และอาทิตย์โคชขึง. (2561). การพัฒนาและสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น : การจัดการเรียนรู้เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์การทอเสื่อจากถุงพลาสติกที่เหลือใช้ด้วยนวัตกรรมใหม่ระหว่างโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายมัธยม) กับชุมชนอ าเภอกันทร วิชัย จังหวัดมหาสารคาม. พัฒนศิลป์วิชาการ, 2(2), 165-180. กุสุมา พรหมคุณ และอาทิตย ์โคชขึง. (2561).
ผลการวิจัยพบว่า 1. นวัตกรรมใหม่คือ เครื่องทอเสื่อแบบพกพา มีประสิทธิภาพ 83.79/87.33 ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ 2. ดัชนีประสิทธิผลของนวัตกรรมใหม่ เท่ากับ 0.7450 นักเรียนและประชาชนในชุมชนที่เป็นกลุ่มทดลอง มีความรู้ เพิ่มขึ้น 7.4 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนนหรือคิดเป็นร้อยละ 37 แสดงว่านักเรียนและประชาชนในชุมชนมี ความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 3. นักเรียนและประชาชนในชุมชนมีค่าเฉลี่ยคะแนนผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้หลัง การทดลองมากกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p=.000) 4. นักเรียนและประชาชนในชุมชนมีระดับความพึงพอใจโดยรวมต่อนวัตกรรมใหม่อยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.68 และมีระดับความพึงพอใจรายข้อในระดับดีมากในทุกข้อ กุสุมา พรหมคุณ และอาทิตย์โคชขึง. (2561). การพัฒนาและสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น : การจัดการเรียนรู้เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์การทอเสื่อจากถุงพลาสติกที่เหลือใช้ด้วยนวัตกรรมใหม่ระหว่างโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายมัธยม) กับชุมชนอ าเภอกันทร วิชัย จังหวัดมหาสารคาม. พัฒนศิลป์วิชาการ, 2(2), 165-180.
ด ารงศัักดิ์ั แก้ัวเพ็ัง และวิัไลพิัน แก้ัวเพ็ัง. (2567). ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการเสริมสร้างสังคมฐานความรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้. อินทนิลทักษิณสาร, 19(1), 47-71. การจด ั การเรย ี นรเ ู ้ พ ื อ่ ตอ ่ ยอดผลต ิ ภณ ั ฑก ์ ารทอเสื อ่ จากถง ุ พลาสตก ิ ท ี ่ เหลอ ืใช ้ด ้วย นวัตกรรมใหม่
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อสืบค้นลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่น 2) กระบวนการเรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) การพัฒนากระบวนการและพฤติกรรมการเรียนรู้เพื่อการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและ 4) จัดท าฐานข้อมูลเพื่อต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านเครือข่ายสถานศึกษาโดยใช้กระบนการมีส่วนร่วมของชุมชนภาคีและเครือข่าย มีกลุ่มเป้าหมาย คือ 1) ตัวแทนองค์การบริหารส่วนต าบล 2) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 3 สงขลา 3) ผู้อ านวยการโรงเรียน 4) คณะครูและนักเรียน 5) คณะกรรมการสถานศึกษา 6) ผู้น าชุมชน 7) นักพัฒนาชุมชนและผู้รู้หรือผู้อาวุโสในชุมชน 8) ปราชญ์ชาวบ้านหรือครูภูมิปัญญาในชุมชน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบการสนทนากลุ่ม ภ ู มปิ ญ ั ญาท ้ องถ ิ น ่ เพ ื อ ่ การเสรม ิ สร ้ างสง ั คมฐานความร ู ต ้ ามแนวทางปรช ั ญา เศรษฐกจ ิ พอเพย ี งในการพฒ ั นาค ุ ณภาพชว ี ต ิ อย ่ างย ั ่ งยน ื เขตพฒ ั นาพเ ิ ศษเฉพาะกจ ิ ชายแดนภาคใต ้ ภาคใต้ ด ารงศัักดิ์ั แก้ัวเพ็ัง และวิัไลพิัน แก้ัวเพ็ัง. (2567). ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการเสริมสร้างสังคมฐานความรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้. อินทนิลทักษิณสาร, 19(1), 47-71. ดา รงศักัดิ ์แก ้วเพ็ง และวิไลพิน แก ้วเพ็ง. (2567)
ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้ทั้ง 4 อ าเภอ ของจังหวัดสงขลา มีต้นทุนวัฒนธรรมและมีลักษณะ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายประกอบด้วย ภูมิปัญญาทางด้านอาหาร ยาสมุนไพร เกษตรกรรม และการท าจักสาน เน้นการหาเลี้ยงตัวเองตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีกระบวนการเรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจาก การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านบรรพบุรุษ ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นผ่านสังคมเครือญาติ เช่น แม่ถ่ายทอดให้ลูกและหลาน ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้กระบนการมีส่วนร่วม และจัดท า ฐานข้อมูลเพื่อต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านเครือข่ายสถานศึกษา ด ารงศัักดิ์ั แก้ัวเพ็ัง และวิัไลพิัน แก้ัวเพ็ัง. (2567). ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการเสริมสร้างสังคมฐานความรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้. อินทนิลทักษิณสาร, 19(1), 47-71.
สรุป กระบวนการเรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้มีลักษณะกระบวนการที่เฉพาะที่มีความชัดเจนและต่อเนื่องโดยจากการ สืบค้นลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ชายแดนภาคใต้ของในแต่ละพื้นที่ 4 อ าเภอ พบว่า ลักษณะของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีกระบวนการด าเนินการตามแนวทาง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจซายแดนภาคใต้ที่มีความชัดเจนและต่อเนื่องประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1. ด้านการท าจักสาน 2. ด้านโภชนาการ 3. ด้านการท าเกษตร และ 4. ด้านแพทย์แผนไทย คือการท าสมุนไพรต่างๆ โดยจากการศึกษากระบวนการเรียนรู้และการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและการพัฒนากระบวนการและพฤติกรรมการ เรียนรู้เพื่อการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจชายแดนภาคใต้นั้นพบว่า ในแต่ละพื้นที่มีภูมิปัญญาที่แตกต่างกันไปตามบริบทพื้นที่ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่มาจาก การถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านบรรพพบุรุษ ด ารงศัักดิ์ั แก้ัวเพ็ัง และวิัไลพิัน แก้ัวเพ็ัง. (2567). ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการเสริมสร้างสังคมฐานความรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้. อินทนิลทักษิณสาร, 19(1), 47-71.
การพัฒนากระบวนการและพฤติกรรมการเรียนรู้เพื่อการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น การพัฒนากระบวนการและพฤติกรรมการเรียนรู้เพื่อการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้ได้เรียบเรียงภูมิปัญญาของแต่ละพื้นที่ ทั้ง 4 พื้นที่ได้แก่อ าเภอจะนะ อ าเภอนาทวีอ าเภอสะข้าย้อย และอ าเภอเทพา พบว่าการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาจากรุ่น สู่รุ่นผ่านสังคมเครือญาติเช่น แม่ถ่ายทอดให้ลูกและหลาน ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต แบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ 1) การปฏิบัติจริง 2) การสาธิต 3) การบันทึกองค์ความรู้เป็นลายลักษณ์อักษร และ 4) ถ่ายทอดผ่านสมาชิกในครอบครัว โดยรูปแบบการจัดการความรู้มีขั้นตอนส าคัญได้แก่ 1) การก าหนดประเด็นส าคัญจากการถ่ายทอดจากครอบครัว สู่คนรุ่นหลังที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา 2) การแสวงหาความรู้โดยน าความรู้เดิมจากการถ่ายทอดของครอบครัวมาพัฒนาต่อยอด 3) แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในรูปแบบการประชุมการบรรยายตามชุมชน การพูดคุยผ่านสื่อ ออนไลน์การพบปะ อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการในวงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชุมชน 4) การจัดเก็บความรู้ไว้ที่ตัวบุคคลเฉพาะสมาชิกในครอบครัว และ 5) การถ่ายทอดความรู้ผ่านการอธิบาย สาธิต บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรให้กับสมาชิกในครอบครัว ด ารงศัักดิ์ั แก้ัวเพ็ัง และวิัไลพิัน แก้ัวเพ็ัง. (2567). ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการเสริมสร้างสังคมฐานความรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้. อินทนิลทักษิณสาร, 19(1), 47-71.
Local Wisdom in Regenerative Teacher Practices. ภ ู มปิ ญ ั ญาท ้ องถ ิ น ่ ในการปฏบ ิ ต ั ขิ องคร ู ท ี ่ เน ้ นการฟ ้ ื นฟ ู จากสถานการณ์COVID-19 ส่งผลให้มีการการหยุดชะงักทางสังคมอย่างทรงพลัง การหาช่องว่างส าหรับ การสะท้อนและการถามค าถามอย่างลึกซึ้งเสริมโอกาสนั้น ก่อให้เกิดการสร้างใหม่และสนับสนุนการเจริญ ของปัญญา แน่นอนว่า ความต้องการในสถานที่ท างานที่วุ่นวายและโลกที่วุ่นวายเป็นอุปสรรคที่ส าคัญ อย่างไรก็ตาม การล็อคดาวน์ของโลกในช่วงการระบาดของโรคระบาดในปีพ.ศ. 2563 ได้ท าให้เกิดการชะงัก แบบไม่เคยเกิดมาก่อน หลายคน องค์กร และแม้กระทั่งรัฐบาลได้เห็นโอกาสในการท าการตั้งค่าใหม่ และเรียนรู้ใหม่ ธรรมชาติได้เตือนเราเกี่ยวกับความเปราะบางทางชีวภาพของเรา ในช่วงเวลาเช่นนี้ เรียกได้ว่า เป็นการขัดขวางที่มีพลังงานอย่างมากในโลกที่เพิ่มขึ้นด้วยข้อมูลและการวัดผลในการค้นหาการเติบโต ในเศรษฐกิจโลก ในธรรมชาติการเติบโตมีฤดูกาลและการเจริญเกิดขึ้นภายในบริบทของระบบนิเวศที่ยืนยาว Sue E. Smith, Jon C. Mason & Majella Bowden. (2020). Local Wisdom in Regenerative Teacher Practices. https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1277101.pdf ออส เต ร เลีย Sue E. Smith, Jon C. Mason & Majella Bowden. (2020)
Sue E. Smith, Jon C. Mason & Majella Bowden. (2020). Local Wisdom in Regenerative Teacher Practices. https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1277101.pdf วิจัยนี้น าเสนอแนวคิดการปฏิบัติการสอนเชิงฟื้นฟูหรือเรียกว่า Regenerative Practice ซึ่งเป็นการ ผสมผสานมุมมองระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับแนวคิดด้านจริยธรรมและการสะท้อนผลการปฏิบัติงาน การปฏิบัติเชิงฟื้นฟูเน้นความจ าเป็นในการฟื้นฟูโดยเชื่อมโยงการเรียนรู้วิชาชีพกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต แนวคิดนี้ได้รับอิทธิพลจากวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก ซึ่งเตือนให้ตระหนักถึงความเชื่อมโยงกับ ระบบนิเวศ บทความได้ส ารวจรูปแบบนิเวศวิทยาของการศึกษา เพื่อก าหนดธรรมชาติและขอบเขตของ การปฏิบัติเชิงฟื้นฟูโดยการล็อกดาวน์จากการระบาดใหญ่เปิดโอกาสให้ผู้เขียนได้สะท้อนผลการปฏิบัติ ของตนเอง และวิธีที่จะบูรณาการแนวคิดเชิงความสัมพันธ์เหล่านี้ซึ่งบางครั้งขัดแย้งกับข้อก าหนดด้าน สมรรถนะ ไปสู่การพัฒนาวิชาชีพครู
Sue E. Smith, Jon C. Mason & Majella Bowden. (2020). Local Wisdom in Regenerative Teacher Practices. https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1277101.pdf ได้กลั่นกรองการปฏิบัติเชิงฟื้นฟูออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่1) การอยู่กับตนเอง 2) การอยู่กับธรรมชาติ และ 3) การอยู่กับผู้อื่น ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและสามารถเข้าถึงได้ง่ายส าหรับการพัฒนาครูและ จะส่งเสริมการสร้างใหม่ให้กับระบบนิเวศของการศึกษา นอกจากนี้มุมมองท้องถิ่นที่น าเสนอในบทความยังแสดงให้เห็นว่าแนวคิดการปฏิบัติเชิงฟื้นฟูสามารถ น าไปใช้กับวัฒนธรรมและสถานที่เฉพาะได้และขยายโอกาสในการส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพครูโดยการคิด แบบสัมพันธ์ที่ต้องอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นและความตระหนักรู้ในระบบนิเวศนั้น จะน าความสนใจไปที่ ปฏิสัมพันธ์พลวัตระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน และสิ่งที่คาดการณ์ได้ในอนาคต ซึ่งจะเน้นให้เห็นถึง บทบาทของครูในฐานะผู้กระท าการจากการตัดสินใจเชิงจริยธรรม ความรับผิดชอบ และการลงมือปฏิบัติ อย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้เป็นรากฐานของการศึกษาเชิงฟื้นฟูที่สามารถน าไปสู่การฟื้นฟูวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ในระดับโลก
Sue E. Smith, Jon C. Mason & Majella Bowden. (2020). Local Wisdom in Regenerative Teacher Practices. https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1277101.pdf สรุป แนวคิดการน าภูมิปัญญาท้องถิ่นและหลักการทางนิเวศวิทยามาประยุกต์ใช้ ในการปฏิบัติวิชาชีพครูในเชิงฟื้นฟู(Regenerative Teacher Practices) ได้แก่ 'การอยู่กับตัวเอง' 'การอยู่กับธรรมชาติ' และ 'การอยู่ร่วมกัน'โดยมีประเด็นส าคัญดังนี้ 1.การพัฒนาปัญญาและสติปัญญาในตัวครูเป็นการลงรากลึกในการพัฒนาตนเองของครูทั้งทางด้านปัญญา สติจิตวิญญาณ และการเชื่อมโยงกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อเป็นพื้นฐานส าคัญ ส าหรับการปฏิบัติวิชาชีพครูอย่างมีสติปัญญาและเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลง 2.การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ(Being with Nature) โดยการเรียนรู้จากธรรมชาติสังเกตสัญญาณจากธรรมชาติ เคารพและดูแลธรรมชาติซึ่งเป็นแนวทางจากภูมิปัญญาพื้นบ้านของชนพื้นเมืองออสเตรเลีย การอยู่กับ ธรรมชาติเป็นแนวปฏิบัติส าคัญในภูมิปัญญาท้องถิ่นของชนพื้นเมืองออสเตรเลีย ช่วยให้ครูได้เรียนรู้ความสมดุล และสัมพันธภาพที่ลึกซึ้งกับธรรมชาติเพื่อน ามาประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิตและการปฏิบัติวิชาชีพอย่าง สอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน
Sue E. Smith, Jon C. Mason & Majella Bowden. (2020). Local Wisdom in Regenerative Teacher Practices. https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1277101.pdf 3. การท างานร่วมกันและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Being with Each Other) โดยยึดหลักความหลากหลาย ความสัมพันธ์การเชื่อมโยงกัน การสร้างสรรค์และการให้ข้อมูลป้อนกลับ ซึ่งสอดคล้องกับพิธีกรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่นของชนพื้นเมือง การอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์นี้สอดคล้องกับหลักการท างานร่วมกันในรูปแบบพิธีกรรมของ ชนพื้นเมืองออสเตรเลีย ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมและแสดงบทบาทของตนเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าในทางที่ดีขึ้น 4. การเปิดรับการเปลี่ยนแปลง (Embracing Change) หมายถึงทัศนคติและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีคิด แนวปฏิบัติและรูปแบบการท างานให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมหรือบริบทใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การตั้ง ค าถาม และทบทวนปฏิบัติการสะท้อนคิดอย่างลึกซึ้ง เพื่อน าไปสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องกับคุณค่าและมีจริยธรรม การเปิดรับการเปลี่ยนแปลงนี้จ าเป็นส าหรับครูในการพัฒนาวิธีปฏิบัติงานของตน ให้สามารถตอบสนองต่อความท้า ทายหรือสถานการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างเหมาะสม น าไปสู่การฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืนได้ในที่สุด โดยสรุป การน าภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติวิชาชีพครูจะช่วยให้ครูมีสติปัญญาและจริยธรรมที่จะ ฟื้นฟูตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพเกี่ยวกับการจัดการการเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ที่อิงจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ โรงเรียนรามะอาริฟ อินคลูชั่น เมโทร ประเด็นส าคัญมีดังนี้ 1.การจัดการการเรียนรู้อิงภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบด้วย การวางแผนก าหนดกลยุทธ์การเรียนรู้การบันทึกความก้าวหน้าการเรียนรู้ของ นักเรียน การจัดการแรงจูงใจ การควบคุมการเรียนรู้การจัดการหลักสูตร และการจัดการสิ่งอ านวยความสะดวก 2.การจัดการสื่อการเรียนรู้อิงภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่การระบุความต้องการสื่อ การจ าแนกประเภทสื่อ การจัดหาสื่อและอุปกรณ์การเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ตามหัวข้อและสื่อที่จัดท า และการประเมินผลการเรียนรู้ 3.การจัดการการเรียนรู้และสื่อฯ ด าเนินการได้ดีโดยมีการวางแผน ด าเนินงานอย่างต่อเนื่อง และมีความร่วมมือจากทุกฝ่ายในโรงเรียน แต่ ยังขาดการให้รางวัลและแรงจูงใจแก่นักเรียนที่มีผลงานดี 4.การประเมินผลการเรียนรู้อิงภูมิปัญญาท้องถิ่นด าเนินการเป็นประจ าตามแผนที่วางไว้ผ่านการสังเกตและปฏิบัติของครูแต่ขาดการนิเทศ ติดตามจากผู้บริหารโรงเรียน โดยสรุปเป็นการศึกษาการบริหารจัดการกระบวนการเรียนรู้และสื่อที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นในโรงเรียนแบบรวมทุกคนเข้าด้วยกัน Muhammad Yusuf. (2022). Learning Management and Learning Media Based on Local Wisdom at RA Ma'arif Inclusion Metro. https://journal.iaimnumetrolampung.ac.id/index.php/jcd/article/view/3236/1174 Learning Management and Learning Media Based on Local Wisdom at RA Ma'arif Inclusion Metro การจด ั การการเรย ี นร ู ้ และส ื ่ อการเรย ี นร ู ท ้ ี ่ อง ิ จากภ ู มปิ ญ ั ญาท ้ องถ ิ น ่ ท ี ่ โรงเรย ี นรามะอารฟิ อน ิ คล ู ช ั ่ น เมโทร อินโดนี เซีย Muhammad Yusuf. (2022)
จากงานวิจัยนี้พบผลการวิจัยที่ส าคัญดังนี้ 1.ด้านการจัดการการเรียนรู้อิงภูมิปัญญาท้องถิ่น • มีการวางแผนการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เช่น จัดท าหลักสูตร แผนการสอน และปฏิทินวิชาการ • ด าเนินการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง (RPPH) • ประเมินผลการเรียนรู้ผ่านการประเมินประจ าวัน ชิ้นงาน และบันทึกเหตุการณ์ส าคัญ 1.ด้านการจัดการสื่อการเรียนรู้อิงภูมิปัญญาท้องถิ่น • ออกแบบและจัดหาสื่อการเรียนรู้จากวัสดุที่หาได้ง่ายในบ้านและโรงเรียน เช่น ตุ๊กตาหุ่นมือ ปริศนาอักษร • จัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อที่ผลิตขึ้นสอดคล้องกับหัวข้อและกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ 1.จุดเด่น • บริหารจัดการอย่างเป็นระบบตามขั้นตอน มีการวางแผน ปฏิบัติและประเมินผล มีความร่วมมือจากทุกฝ่ายในโรงเรียนในการจัดการการเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้อิงภูมิปัญญาท้องถิ่น 4. จุดที่ควรปรับปรุง • ขาดการให้รางวัลและแรงจูงใจแก่นักเรียนที่มีผลงานดี • ขาดการนิเทศติดตามจากผู้บริหารในการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ โดยสรุป งานวิจัยได้ศึกษาการบริหารจัดการกระบวนการเรียนรู้และสื่อที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งด าเนินการอย่างเป็นระบบและมีการ วางแผนที่ดีแต่ยังมีบางประเด็นที่ควรปรับปรุง Muhammad Yusuf. (2022). Learning Management and Learning Media Based on Local Wisdom at RA Ma'arif Inclusion Metro. https://journal.iaimnumetrolampung.ac.id/index.php/jcd/article/view/3236/1174
วิเคราะห์บทบาทของสถานศึกษา ในการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน
แนวคิด การจัดการศึกษาโดยความร่วมมือ ระหว่างบ้าน-วัด-โรงเรียน หรือที่ เรียกย่อ ๆ ว่า“บวร” ตอบสนอง ความต้องการในการพัฒนาคุณภาพ สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในชุมชนและ ส่งเสริมชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมใน การจัดการศึกษา แนวคิด บวร นุชา สระสม. 2560. การมีส่วนร่วมใน “การบริหารแบบบ้าน วัด โรงเรียน” ของโรงเรียนวัด สังกัดกรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์สาขาบริหารการศึกษา]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ความหมายของบทบาทในประเทศ อาทิตยา จันมโน (2564) บทบาท หมายถึง พฤติกรรมหรือการปฏิบัติของบุคคลตามอ านาจหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ ซึ่งการกระท าหรือ การปฏิบัตินั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพเป็นอยู่ของบุคคลและความคาดหวังของสังคม โดยบทบาทนั้นจะมีการก าหนดไว้อย่างชัดเจน หาก สภาพของบุคคลเปลี่ยนไปบทบาทที่มีอยู่ก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ยิ่งบุคคลนั้นมีความสัมพันธ์กับสังคมมากเท่าใด บทบาทก็จะ ยิ่งเพิ่มมากขึ้นด้วย สุรีย์พรแก้วโพธิ์(2561) บทบาท หมายถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหรือที่ได้รับการยอมรับจากสังคมหรือที่สังคม คาดหวัง เพื่อให้เกิดผลดีต่อหมู่ชนที่อยู่ร่วมกันสามารถทางานให้บรรลุวัตถุประสงค์โดยลดความขัดแย้งหรือไม่ก่อให้เกิดความ ขัดแย้งขึ้นได้ ปิยาภรณ์พูลชัย (2565) กล่าวว่า บทบาท หมายถึงการกระท าหรือพฤติกรรมตามต าแหน่งหรือสถานภาพซึ่งเป็นไปตามความ คาดหวังของสังคมหรือตามลักษณะของการรับรู้บทบาทเป็นผลรวมของการแสดงออกตามสิทธิและหน้าที่ อาทิตยา จันมโน. 2564. การศึกษาบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองสาขาวิชา การบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยพะเยา. สุรีย์พร แก้วโพธิ์. 2561. บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญในสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก. วิทยานิพนธ์สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. ธิปิยาภรณ์พูลชัย. 2565. บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญตามความคิดเห็นของครูผู้สอนสังกัดส านักงานเข ตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. วิทยานิพนธ์สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏร าไพพรรณี.
ความหมายของบทบาทต่างประเทศ ฮอก(Hoog) ได้กล่าวว่า บทบาท หมายถึง รูปแบบพฤติกรรมที่คนคาดหวังว่าผู้ครองต าแหน่งใน กลุ่มหรือในองค์กรจะต้องแสดงหรือปฏิบัติ ซาบิน และเจอร์เนอร์(Sarbin and Jurnur) ให้ความหมายค าว่า บทบาท ว่า พฤติกรรมที่คาดหวังว่าผู้ อยู่ในแต่ละสถานะจะพึงกระท า Michael A. Hoog. 1998. Social Psycholog. Texas : Argus Communications A Division of DLM. ที่มา : Sarbin Theodure and Jurnur Raph H. 1995. Role The Encyclopaedia of Social Science. New York : Gordon and Breach Science Publishers.
บทบาท หมายถึง เครื่องมือในการประสานมนุษย์ให้รวมตัวกันในสังคมการท า ตามหน้าที่ที่ก าหนดไว้ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามต าแหน่ง ท าให้คนที่อยู่ ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยผสมผสานระหว่างความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และความต้องการของตน ร่วมกับความรับผิดชอบที่ก าหนดให้ ปฏิบัติจริงในต าแหน่งนั้น ๆเช่น บทบาทพ่อแม่ บทบาทของผู้บริหาร บทบาท ของครูผู้สอน บทบาทของผู้เรียน สรุปความหมายของบทบาท
สถาบันสังคม คือกลุ่มที่บุคคลที่เป็นสมาชิกร่วมอยู่และชีวิตสังคมด าเนินไปได้เพราะ สมาชิกของกลุ่มมีการกระท าต่อกันตามบรรทัดฐานแบบอย่าง ที่กลุ่มหรือสังคมก าหนดไว้ แน่นอน สถาบันสังคม รูปธรรม นามธรรม แบบแผน สถานภาพและ บทบาท มั่นคงถาวร
สถาบันสังคม ที่มาของสถาบันการศึกษา 1. สถาบันครอบครัว 2. สถาบันการศึกษา 3. สถาบันศาสนา 4. สถาบันทางเศรษฐกิจ 5. สถาบันการเมืองการปกครอง โครงสร้างทางสังคมและสถาบันทางสังคม. http://www.digitalschool.club/digitalschool/social2_1_1/m4_1/content/lesson4/lesson1+/lesson1_1.htmlสืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567.
สถาบันการศึกษาคืออะไร สถาานที่ขัดเกลาและการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับแบบแผนการให้ ความรู้และการฝึกฝนทักษะอาชีพ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีเหมาะสมของสังคม ตาม แบบแผนในการคิดและการกระท าเกี่ยวกับเรื่องการอบรมให้การศึกษาแก่สมาชิก ใหม่ของสังคม รวมทั้งการถ่ายทอดวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งด้วย โครงสร้างทางสังคมและสถาบันทางสังคม. http://www.digitalschool.club/digitalschool/social2_1_1/m4_1/content/lesson4/lesson1+/lesson1_1.htmlสืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567. หลักสูตร การสอบ เข้าเรียน การเรียน การสอน การฝึก อบรม การเลื่อนชั้น
บทบาทของสถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. จัดท านโยบายแผนพัฒนาการศึกษา 2. จัดตั้ง/รับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณ 3. พัฒนาหลักสูตร /จัดการเรียนการสอน 4. ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ แนวปฏิบัติ 5. ก ากับ ติดตามประเมินผลตามแผนงานโครงการ 5. ระดมทรัพยากร ปกครอง ดูแลบ ารุงรักษาทรัพย์สินฯ 7. จัดระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 8. ส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชน สร้างความสัมพันธ์
การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน เน้นการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐเอกชน สถาบันศาสนาสถาน ประกอบการ โรงพยาบาล มูลนิธิ พิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ชมรม และ สถาบันสังคมอื่นๆ ที่มีอยู่ในชุมชน อันเป็นผลมาจากการร่วมคิด ร่วม วางแผน ร่วมตัดสินใจร่วมด าเนินการ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมติดตามประเมินผล ร่วมแก้ปัญหาและร่วมชื่นชม พิณสุดา สิริธรังศรี. 2556. การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน : การศึกษาโดยการมีส่วนร่วม.
การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน พิณสุดา สิริธรังศรี. 2556. การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน : การศึกษาโดยการมีส่วนร่วม. การมีส่วนร่วม
การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน องค์ประกอบการมีส่วนร่วม 1. การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 2. การมีส่วนร่วมในการวางแผน 3. การมีส่วนร่วมในการด าเนินการ/ปฏิบัติการ 4. การมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล 1. มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ 2. มีส่วนร่วมในกระบวนการด าเนินงาน 3. มีส่วนร่วมในการแบ่งผลประโยชน์ 4. มีส่วนร่วมในการประเมินผลโครงการ พรเทพ นามกร. 2562. องค์ประกอบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นด้าน เศรษฐกิจ ด้านสังคมและด้านสิ่งแวดล้อม ในจังหวัดจันทบุรี. ดุษฎีนิพนธ์สาขาวิชารัฐประศาสน ศาสตร์. มหาวิทยาลัยบูรพา. โคเฮ็นและอัพฮอฟ. 1977. Rural development participation : concept and measure for project design. implementation and evaluation. New York: Cornell University.
การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน กระบวนการมีส่วนร่วม 1. สาเหตุของปัญหา 2. ตัดสินใจก าหนดความต้องการ 3. ล าดับความส าคัญ 4. วางแผน 5. ด าเนินงาน 6. ประเมินผล 1. การวางแผน 2. การด าเนินงาน 3. การใช้บริการจากโครงการ 4. การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ พรเทพ นามกร. 2553. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารและจัดการเรียนการสอนเพื่อ เสริมสร้างจิตสาธารณะ สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาแพร่ เขต 2. การศึกษาค้นคว้าด้วย ตนเองสาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร Fornaroff , A. (1980). Community involvment in Health System for Primary Health Care. Geneva: World Health Organization.
โรงเรียนบ้านห้วยม้าลอยจ.สุพรรณบุรี แนวคิดของนายทรงพล เจตนาวณิชย์ผู้อ านวยการสถาบันเสริมสร้างการ เรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข หรือ(สรส.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์จ ากัด (มหาชน) เข้ามาจุดประกายให้ชุมชนหมู่4 บ้านห้วยม้าลอย ปรับเปลี่ยนแนวคิดการจัดกิจกรรมและพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ตัวอย่างของสถานศึกษาในการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน
ตัวอย่างของสถานศึกษาในการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน “กิจกรรมด านา” เกิดจากความ ร่วมมือของครูโรงเรียน ปราชญ์ ชาวบ้าน เครือข่ายเด็กเยาวชน ผู้น า ชุมชน และผู้ใหญ่ ในรูปแบบ “โครงการโรงเรียนครอบครัว” มาใช้ เปิดพื้นที่ให้เด็กเยาวชน และผู้ใหญ่ ในชุมชนได้ท ากิจกรรมพัฒนา “ทักษะชีวิต” ร่วมคิดร่วมท า ร่วมรับผิดชอบ
เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรมค่อนข้างมีรายได้น้อย บางครอบครัวที่ มีการหย่าร้างก็ส่งผลกระทบต่อรายได้ในครัวเรือน ซึ่งส่งผลให้นักเรียนบางคนมีความขัดสนต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจ าวัน โรงเรียนจึงเห็นปัญหาดังกล่าว จึงหาแนวทางแก้ไข สร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนและชุมชนภาคีเครือข่ายเพื่อให้ ชุมชนและภาคีเครือข่ายเข้ามาส่งเสริม สนับสนุน ด้านทุนการศึกษาวัสดุอุปกรณ์ด้านการเรียน ตัวอย่างของสถานศึกษาในการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน เว็บไซต์โรงเรียนสามัคคีพิทยาคาร https://samakkipit.thai.ac/home/info/1/
ตัวอย่างของสถานศึกษาในการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน 1. การน าชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการจัด กิจกรรมสัมพันธ์ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนการศึกษา มีส่วนร่วมใน การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความส าเร็จ ของการจัด การศึกษา 2. วิธีีการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน นักเรียน จะเป็นสะพานเชื่อมกิจกรรมต่างๆ ความต่อเนื่อง ความสม่ าเสมอและท าอย่างต่อเนื่อง เป็นประจ าจน กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรและชุมชน จะน าไปสู่ความ ยั่งยืนในที่สุด 3. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนและ ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ท่าทีของผู้บริหาร การสร้างความคุ้นเคยกับชุมชน ความเชื่อ ความศรัทธา การให้บริการทางวิชาการ ชุมชน มีส่วนร่วม มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ของโรงเรียน เว็บไซต์โรงเรียนสามัคคีพิทยาคาร https://samakkipit.thai.ac/home/info/1/
สรุปบทบาทของสถานศึกษาในการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนทุกคน และคนทุกคน มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตระหนักและรับรู้ปัญหาและความต้องการท้องถิ่นและชุมชนของ ตนเพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วม ตัดสินใจร่วมแก้ปัญหา ร่วมรับผิดชอบร่วมติดตามประเมินผลและร่วมชื่นชมผลส าเร็จ ร่วมกันตามบริบทของสังคมไทยตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในด้านความมีเหตุผลความรู้จัก พอประมาณ การมีภูมิคุ้มกัน บนเงื่อนไขของความรู้และคุณธรรม ที่น าไปสู่ความส าเร็จและ บูรณาการเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งชุมชน โดยมีสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่จัดการศึกษาเป็นฐานการด าเนินงานร่วมกัน
which one?
เสนอ รองศาสตราจารย ์ดร สมบัติคชสท ิ ธ ิ ์ รองศาสตราจารย ์ดร ฐิติพร พิชญกุล การเสริมสร ้าง สมรรถนะการประยุกต ์ใช ้ความรู ้ ในการสร ้างความสัมพันธ ์ระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน รายวิชา สถาบันการศึกษากับชุมชน สาขานวัตกรรมการบริหารการศึกษา มหาวิยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ ์
จัดท าโดย นางสาวอารีร ัตน์บัวบาน รหัสนักศึกษา นายกนต ์ธร นพพิทักษ ์รหัสนักศึกษา นางสาวนริศรา กองแก ้ว รหัสนักศึกษา นางสาวกมลพร กองจันทร ์รหัสนักศึกษา
กา ความรู ้ในการสร ้างความสัมพันธ ์ ระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชน การเสริมสร ้างความสัมพันธ ์ระหว่าง สถาบันการศึกษากับชุมชน ประเด ็ นท ี น ่ าเสนอ สมรรถนะการประยุกต ์ใช ้
สมรรถนะ • ความเป็นมาของสมรรถนะ • ความหมายของสมรรถนะ • องค์ประกอบของสมรรถนะ • ประเภทของสมรรถนะ • ความส าคัญของสมรรถนะ • สมรรถนะผู้ บริหารสถานศึกษา
ความเป็ นมาของสมรรถนะ สมรรถนะหรือขีดความสามารถในการท างาน (Competency) เก ิ ดข ้ ึ นในชว ่ งต ้ นของศตวรรษท ี่ 1970 โดยนักวิชาการ ชื่อ David McClelland ซ่ึ ง ได้ท าการศึกษาวิจัยว่า ท าไมบุคลากรที่ท างานในต าแหน่งเดียวกันจึงมีผลงานที่แตกต่างกัน McClelland จึง ท าการศึกษาวิจัยโดยแยก บุคลากรที่มี ผลการปฏิบัติงานดีออกจากบุคลากรที่มีผลการปฏิบัติงานพอใช้แล ้ วจ ึ งศ ึ กษาว ่ าบ ุ คลากรท ี่ม ี ผลการปฏ ิ บ ั ต ิ งานด ี จะม ี ส ิ่งหน่ึ งท ี่เร ี ยกว ่ า สมรรถนะ (Competency) McClelland ผู้เสนอแนวคิด เรื่อง สมรรถนะเป็นคนแรก ได้อธิบาย เรื่อง สมรรถนะโดยใช้โมเดลภูเขาน้าแข็ง 2 ส่วน คือ ส่วนที่เห็น ได้ง่ายและพัฒนาได้ง่าย คือ ส่วนที่ลอยอยู่เหนือน้า ได้แก่ความรู้และทักษะต่าง ๆ ที่บุคคลมีอยู่ซ่ึ งสามารถพ ั ฒนาให ้ ม ี ข ้ ึ นได ้ไม ่ ยาก ด้วยการศึกษา ค้นคว้า อบรม และการฝึกปฏิบัติส่วนที่มองเห็นได้ยาก คือ ส่วนใหญ่สุดที่อยู่ใต้ผิวน้า ได้แก่แรงจูงใจ ลักษณะนิสัย ภาพลักษณ์ของตนเองและ บทบาทที่แสดงออกในสังคม เปน ็ ส ่ วนท ี่พ ั ฒนาได ้ ยากเพราะเปน ็ ส ิ่งท ี่ซ ่ อนอย ู ่ ภายในต ั วบ ุ คคลซ่ึ งมีผลต่อพฤติกรรมในการท างานของบุคคลอย่างมาก โมเดลภูเขาน ้าแข็ง ส านักงานคณะกรรมการข ้าราชการพลเรือน หน้า สมรรถนะเป็นสว่นประกอบที ่ เกดิขึน้มาจากความรู้ทักษะและเจตคติ
ความหมายของสมรรถนะ สมรรถนะ (Compctency) แมคเคิลแลนด์(McCelland, 1973)ให้ความหมายของ Competency หมายถึง บุคลิกที่ซ่อนอยู่ภายในปัจเจก บุคคล สามารถผล ั กด ั นให ้ บ ุ คคลน ้ ั น ๆ สร้างผลการปฏิบัติที่ดีหรือสร้างผลงานได้ตามเกณฑ์ที่ก าหนดของงานที่ตนเอง รับผิดชอบ มี5 ส่วน คือ 1. ความรู้(Knowledge) คือ ความรู้เฉพาะเรื่องที่ต้องรู้เป็นความรู้ที่เป็นสาระส าคัญ เช่น ความรู้ด้านเครื่องยนต์ เป็นต้น 2. ทักษะ (Skill) คือ ส ิ ่ งท ี ่ ต ้ องการให ้ ท าได ้ อยา ่ งม ีประส ิ ทธ ิ ภาพ เช่น ทักษะทางการถ่ายทอดความรู้เป็นต้น ทักษะที่ เก ิ ดข ้ ึ นได ้ น ้ ั น มาจากพื้นฐานความรู้และสามารถปฏิบัติได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว 3. ความเห็นเกี่ยวกับตนเอง (Self - Concept) คือ เจคติค่านิยม และความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตน หรือ ส ิ ่ งท ี ่ เช ่ อ ืว่าตนเองเป็น เช่น ความม ่ ั นใจในตนเอง เป็นต้น 4. บุคลิกลักษณะประจ าตัวบุคคล (Traits) เป็ นส ิ ่ งท ี ่ อธ ิ บายถ ึ งบ ุ คคลน ้ ั น เช่น คนที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้หรือมุ่ง สู่ความส าเร็จ เป็นต้น 5. แรงจูงใจ/เจตคติ(Motives/Attitude) เป็นแรงจูงใจ หรือแรงขับภายใน ซ ่ ึ งท าให ้ บ ุ คคลแสดงพฤติกรรมที่มุ่งสู่ เป้าหมาย หรือมุ่งสู่ความส าเร็จ เป็นต้น ริชาร์ด โบยาตซิส (Richard E. Boyatzis. 1982 ) ให้ค าจ ากัดว่า สมรรถนะหมายถึง คุณลักษณะที่อยู่ภายในของ แต่ละบุคคล คุณลักษณะนี้อาจ หมายถึง แรงจูงใจ บุคลิกที่ค่อนข้างถาวร บทบาททางสังคมหรือการรับรู้เกี่ยวกับตนเอง ทักษะ หรือ องค์ความรู้ที่บุคคลต่าง ๆต้องน ามาใช้ McClelland, D. C. (1 9 7 3 ) . Testing for competence rather than intelligence. American Psychologist, 28(1), 1-14 Boyatzis, R.E. (1982). The Competency Manager: A model of Effective Performance. New York: John Wiley and Sons Inc.
ความหมายของสมรรถนะ (ต่อ) โรสแมรี่โบม และพัวร์สพาร์โรว์(Rosemary Boam and Paul Sparrow. 1992 )ได้น าเสนอโครงสร้างรูปแบบสมรรถนะของ ผู้บริหารในการบริหารงานแนวใหม่ว่า ควรจะมีบทบาทในการบริหารงานที่ครอบคลุมสมรรถนะที่จ าเป็น 3 สมรรถนะและใน สมรรถนะท ้ ั ง 3 กลุ่มนี้แบ่งออกเป็นสมรรถนะที่เป็นตัวชี้วัด ดังต่อไปนี้ 1. ผลลัพธ์แห่งความส าเร็จ (Achieving Results) 1.1 การวางแผนและการจัดองค์การ 1.2 การมุ่งสู่ผลลัพธ์ 1.3 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง 1.4 การควบคุมผลการ ประเมิน 2. การวิเคราะห์และการตัดสินใจ (Analyzing and Deciding) 2.1 การคิดในมุมกว้าง 2.2 การคิดเชิงวิเคราะห์ 2.3 ความเข้าใจในภาระงาน 2.4 การตัดสินใจอย่างมีเป้าหมาย 3. การท างานร่วมกับผู้อื่น (Working with People) 3.1 ความเชื่อด้วยเหตุและผล 3.2 การท างานเป็นทีม 3.3 การจัดการแบบยืดหยุ่น ไลล์เอ็ม สเปนเซอร์และไซนจ์เอ็ม สเปนเซอร์(Lyle M. Spencer and Singe M.Spencer. 1993) นิยามว่า สมรรถนะ หมายถึง ล ั กษณะท ่ ี เป็ นรากฐานของบ ุ คคลหน ่ ึ ง ๆ ซ ่ ึ งม ีความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลกับการปฏิบัติงานที่เหนือกว่าและสามารถ อ ้ างอ ิ งกฎเกณฑ ์ มาตรฐานในงานหน ่ ึ ง หร ื อสถานการณ ์ หน ่ ึ ง ๆ ได้ เดลส์, และเอส (Dales, & Hes, 1995) ได้กล่าวว่า สมรรถนะ หมายถึง การค ้ นหาส ิ ่ งท ่ ี ท าให ้ เก ิ ดการปฏ ิ บ ั ต ิ งานท ่ ี ด ี เล ิ ศ (Excellence) หรือการปฏิบัติงานที่เหนือกว่า (Superior Performance) นอกจากนี้ได้ให้ความหมาย สมรรถนะในด้านอาชีพ (Occupational Competence) ว่า หมายถึง ความสามารถ (Ability) ในการท ากิจกรรมต่าง ๆ ในสายอาชีพ เพื่อให้เกิดการ ปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานที่ถูกคาดหวังไว้ค าว่า“มาตรฐาน” ในที่นี้คือ องค์ประกอบของความสามารถ (Element of Competence) บวกกับเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Criteria) และค าอธิบายขอบเขตงาน (Range Statement) Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at Work: Model for Superior Performance. New York: Wiley & Sons. Rosemary, Boam. and Sparrow, Paul. (1992 ). Designing and achievingcompetency : A competency-based approach to developingpeople and organizations. England : McGraw-Hill International(UK) Limited. Lyle M. Spencer and Singe M. Spencer. (1993). Competency at work : Models forSuperior Performance. The United State of America : John Wiley & Sons.
ความหมายของสมรรถนะ ต่อ คีแรน โอ ฮาเกน (Kieran O. Hagan. 1996 ) นิยามว่า สมรรถนะ หมายถึง ความรู้ทักษะ และค่านิยมซ ่ ึ งเป็ น จุดมุ่งหมายที่ส าคัญของการฝึกอบรม และการพ ั ฒนาโดยเฉพาะอยา ่ งย ิ ่ งความร ู ้และทักษะ จะเป็ นส ิ ่ งส าค ั ญมากท ่ ี ส ุ ด และสามารถฝึกอบรมและพัฒนาง่ายกว่าการสร้างค่านิยม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าค่านิยม หรือทัศนคติที่จะท าการ ปลูกฝัง หร ื อสร ้ างข ้ ึ นได ้ ยากกว ่ า การฝึกอบรมความรู้และทักษะ แต ่ ท ้ ั งหมดก ็ เป็ นพ ้ ื นฐานของการเพ ิ ่ มพ ู น และพัฒนา สมรรถนะ สก็อต พาร์รี่(Scott B. Parry. 1997 ) ให้ความหมาย สมรรถนะ คือ ความรู้ทักษะและทัศคติของแต่ละคนที่ ส่งผลต่อความส าเร็จของงานซ ่ ึ งสามารถพัฒนาได้ด้วยการฝึกฝน เดวิด ดีดูบัวส์และคณะ (David D. Dubois and others. 2004 ) กล่าวว่า สมรรถนะ หมายถึง ลักษณะเฉพาะที่ มีอยู่ในตัวบุคคลและน ามาใช้ได้อย่างเหมาะสม ในแนวทางที่ถาวร เพื่อบรรลุผลการปฏิบัติที่น าไปสู่ความส าเร็จ ลักษณะเฉพาะเหล่านี้รวมถึง ความรู้ความช านาญ ลักษณะของมโนภาพในตัวเอง แรงจูงใจทางสังคม ลักษณะเฉพาะ ของบุคคลแบบแผนความคิด ความต ้ ั งใจ แนวทางของความคิด และความรู้สึก Parry, Scott B. (1 9 9 7 ). Evaluating the Impact of Training. Alexandria, Virginia : American Society for Training and Development. O’ Hagan, Kieran. (1 9 9 6 ) . Competence in Social Work Practice: A Practical Guide for Professional. London : Prentice Hall. Dubois, David D. Rothwell, William J. (2 0 0 4 ) . Competency – Based Human Resource Management. Davies – Black Publishing, California.
ความหมายของสมรรถนะ (ต่อ) ณัฐนันท์วงษ์มาศจันทร์(2559) กล่าวว่า สมรรถนะ หมายถึง ความสามารถที่เอื้อต่อการปฏิบัติงานให้ บรรลุตามเป้าหมาข ท าให ้ ผลการปฏ ิ บ ั ต ิ งานด ี ย ิ ่ งข ้ ึ น มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล หทัยพัชร ทองเดช (2560) ได้สรุปความหมายของสมรรถนะว่า สมรรถนะ หมายถึง ความสามารถหรือ ขีดความสามารถของบุคคลในการปฏิบัติงานให้ประสบความส าเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลท าให้ องค ์ กรบรรล ุ เป้ าหมายท ี ่ ต ้ ั งไว ้ ซ ่ ึ งประกอบด้วยความรู้ทักษะ และเจตคติโดยความรู้หมายถึง ส ิ ่ งท ี ่ บ ุ คคล เรียนรู้มา ข้อมูลข่าวสาร ความเข ้ าใจของบ ุ คคลท ี ่ ม ี ต ่ อส ิ ่ งต ่ าง ๆ ทักษะ หมายถึง ส ิ ่ งท ี ่ บ ุ คคลกระท าได ้ ซ ่ ึ งเป็ น ผลมาจากการฝึกปฏิบัติเป็นประจ าจนเกิดความช านาญ และเจตคติหมายถึง ค ุ ณล ั กษณะของบ ุ คคลซ ่ ึ งเป็ น ต ั วก าหนดพฤต ิ กรรมของบ ุ คคลน ้ ั น ทิพวัลย์อ่างค า (2561) ได้สรุปความหมายของสมรรถนะว่า สมรรถนะ คือ ความรู้(Knowledge) ทักษะ (Skills) และคุณลักษณะส่วนบุคคล (Personal Characteristic of Attributes) ที่ส่งผลต่อการแสดง พฤติกรรม (Behavior) ที่จ าเป็น และม ี ผลท าให ้ บ ุ คคลน ้ ั นปฏ ิ บ ั ต ิ งานในความร ั บผ ิ ดชอบของตนได ้ ด ี กว ่ าผ ู ้ อ ่ ื น กิชาพัชญ์ โหนา (2561) กล่าวว่า สมรรถนะ คือ ความรู้ ทักษะ พฤติกรรมความสามารถ หรือ คุณลักษณะที่บุคคลแสดงออกมา มีความโดดเด่น และแตกต่าง สามารถท าให้ปฏิบัติงานให้ส าเร็จลุล่วง ตามที่ก าหนดไว้ ณัฐนันท์วงษ์มาศจันทร์. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษากับ ประสิทธิผลในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาจันทบุรีเขต 1. งานนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา , คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา. หทัยพัชร ทองเดช. (2560). การศึกษาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในสหวิทยา เขต บูรพาสระบุรีสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4. วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา. ทิพวัลย ์อ่างค า สมรรถนะของผู ้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในโครงการสู่ความเป็ นเลิศ มาตรฐานสากล สงักดั สา นักงานเขตพืน้ทีก่ารศกึษาภาคเหนือ วิทยานิพนธ ์ปริญญา มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสยาม
ความหมายของสมรรถนะ (ต่อ) จินดารัตน์โพธ ิ น ์ อก (2561) ได้ให้ความหมายของ สมรรถนะ ว่า ความสามารถที่ แสดงออกเชิงพฤติกรรม โดยประยุกต์ใช้ความรู้ทักษะ และคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ตนมีให้ เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทขององค์กร สังคม และวัฒนธรรม ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เพื่อให้ประสบความส าเร็จสูงสุดในการท างาน ฐกร พฤติปูรณี(2564) ได้ให้ความหมายของ สมรรถนะ ว่า ลักษณะ หรือพฤติกรรมที่อยู่ ในตัวบุคคลน ้ น ั แล ้ วท าใหบ ้ ุ คคลน ้ น ั สามารถปฏ ิ บ ั ต ิ งานได ้ ตามเกณฑ ์ หร ื อเหนอ ื กว ่ าเกณฑ ์ ท ี ่ ก าหนดไว้ วิกานดา จิรพุทธกร (2565)ได้ให้ความหมายของ สมรรถนะ ว่า คุณลักษณะของแต่ละ บุคคล ซ ่ ง ึประกอบด้วยความรู้ความสามารถ ทักษะ พฤติกรรม รวมถึงทัศนคติความเชื่อที่ สามารถผลักดันให้เกิดการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือแสดงออกในระหว่าง ปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุผลตามมาตรฐานหรือสูงกว่ามาตรฐานที่องค์กรก าหนดไว้ ฐกร พฤฒิปูรณี. (2564). การพัฒนาสมรรถนะครูในช่วงยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ.2561– 2580). มหาวิทยาลัยศิลปากรวิกานดา จิรพุทธกร. (2565). สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษากับคุณภาพชีวิตการท างานของ ครู สังกัดกรงเทพมหานครกล่มกรงธนเหนือมหาวิทยาลัยศิลปากรจินดารัตน์โพธิ์นอก. (24 สิงหาคม 2561) . “ผู้น าเชิงสร้างสรรค์,” เดลินิวส์. หน้า 23.
ความหมายของสมรรถนะ (ต่อ) สรุป สมรรถนะ หมายถึง บุคลิกลักษณะที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ทักษะ ความช านาญ ความสามารถ ทัศนคติ ความเชื่อและอุปนิสัยของแต่ละบุคคล สามารถวัดหรือสังเกตได้จากพฤติกรรมการ ท างานที่แสดงออกมาให้เห็น ซ ่ ง ึ อาจจะเก ิ ดได ้ จากพรสรรรค ์ ท ี ่ ต ิ ดต ั วมาต ้ ั งแต ่ ก าเนด ิ หรือ จากประสบการณ์ในการท างาน หรือจากการฝึกอบรม และหมายความรวมถึงระดับของ ความสามารถในการปรับใช้กระบวนทัศน์เพื่อการปฏิบัติงานให้เกิดคุณภาพ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคล สมรรถนะ จึงเป็นคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมเป็นกลุ่มพฤติกรรมที่องค์กรต้องการ หรือค ุ ณล ั กษณะของผ ู ้ ด ารงต าแหนง ่ น ้ น ั ๆ ที่อยู่กายใต้ผลการปฏิบัติงานที่ประสบ ความส าเร็จ จะแสดงออกมาเป็นการกระท าหรือพฤติกรรมที่ส่งผลให้การด าเนินงาน บรรลุผลส าเร็จ ตามวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ขององค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ มีประสิทธิผล
องค์ประกอบของสมรรถนะ รัตนศิริเข็มราช (2553) ได้แบ่งองค์ประกอบของสมรรถนะ ดังนี้1. ความรู้(Knowledge) ได้แก่ ข้อมูลหรือเนื้อหาเฉพาะของ วิชาชีพ อัน ท าให้บุคคลต้องมีความรู้ในด้านต่าง ๆ อย่างไรบ้างจึงจะปฏิบัติงานได้ประสบความส าเร็จ 2. ทักษะ (Skills) ได้แก่ ความสามารถหรือความช านาญในการ ปฏ ิ บ ั ต ิ งานท ้ ั งทางด ้ านการใช ้ อว ั ยวะของร ่ างกาย และการใช ้ ท ั กษะการค ิ ดทางสมองซ ่ ึ งท าให ้ บุคคลสามารถท าอะไร ๆ ได้3. คุณลักษณะ (Attributes) ที่บุคคลต้องมีอันประกอบด้วย 3.1 แรงจูงใจ หมายถ ึ งส ิ ่ งต ่ าง ๆ ที่เป็นแรงขับ ให้บุคคลกระท าการ ในเร ่ ื องใดเร ่ ื องหน ่ ึ ง 3.2 พฤติกรรมและอุปนิสัย หมายถึง ลักษณะทางกายภาพที่มีการ ตอบสนองต่อข้อมูลหรือ สถานการณ์ต่าง ๆ อย่างสม่าเสมอ 3.3 อัตมโนทัศน์หมายถึง ทัศนคติค่านิยม หรือจินตภาพส่วน บุคคล วรรณ์ชัย จองแก (2554) ได้แบ่งองค์ประกอบของสมรรถนะ ไว้6 องค์ประกอบ ดังนี้1. ทักษะ (skills) เป็ นส ิ ่ งท ี ่ บ ุ คคลกระท าได ้ ด ี และฝึกปฏิบัติเป็นประจ า จนเกิดความช านาญ เช่น ทักษะของครูในการสอนที่สอนมานานโดยไม่ดูต ารา ความ สามารถในการ ปฏ ิ บ ั ต ิ งานตามความมง ุ ่ ม ่ น ั จากจ ิ ตใจและร ่ างกาย โดยความสามารถนี้จะรวมไปถึงการคิดเชิงระบบ ที่จะต้องคิดถึงความเป็นเหตุเป็นผล ด้วย 2. ความถนัด (aptitude) จะเป็นความสามารถที่มีมาแต่เดิม จะน าไปส ู ่ ท ั กษะและความร ู ้ ซ ่ ึ งเป็ นประสบการณ ์เป็นความสามารถที่มีมา แต่เดิม และ ความสามารถท ี ่ เก ิ ดข ้ ึ นภายหล ั งท ี ่ จ าเป็ นต ้ องใช ้ การเร ี ยนร ู ้ ความพยายามศ ึ กษาหาข ้ อม ู ล 3. ความรู้(knowledge) เป็น ความรู้เฉพาะด้านของบุคคล เช่น ความรู้ภาษาอังกฤษ ความรู้ด้านการสอนของครูและความรู้ด้านการบริหารการศึกษา เป็นต้น 4. ทัศนคติหรือแนวคิดของตน (self concept) เป็นทัศนคติค่านิยม และความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตน หรือ ส ิ ่ งท ี ่ บ ุ คคลเช ่ ื อ ว่า ตนเป็น ซ ่ ึ งจะสามารถส ั งเกตจากพฤต ิ กรรมท ี ่ แสดงออกมา เช่น เป็นคนที่มีความเชื่อ ม ่ น ั ในตนเองส ู ง จะเชื่อว่า ตนเองสามารถแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ได้ 5. บุคลิกลักษณะประจ าตัวของบุคคล (personal characteristic or attributes) เป็นบุคลิกประจ าตัวของบุคคล หรือ เป็นอุปนัย เป็นคุณลักษณะที่มักจะ แสดงออกเพื่อโต้ตอบต่อสถานการณ์ข ้ ึ นอย ู ่ ก ั บสภาพแวดล ้ อม สถานการณ์และ ประสบการณ์ของแต่ละคน เป็ นส ิ ่ งท ี ่ อธ ิ บายถ ึ งบ ุ คคลผ ู ้ น ้ ั น 6. แรงจูงใจหรือแรงขับดันภายใน (motivation) เป็นแรงจูงใจหรือแรง ขับภายใน ซ ่ ึ งท าให ้ บ ุ คคลแสดง พฤต ิ กรรมท ี ่ มง ุ ่ ไปส ู ่ ส ิ ่ งท ี ่ เป็ นเป้ าหมายของเขา เช่น บุคคลที่ มง ุ ่ ผลส าเร ็ จมก ั ชอบต ้ ั งเป้ าหมายท ี ่ ท ้ าทาย และพยายามท างานให้ส าเร็จตาม เป้าที่ต้ังไว้ตลอดจนพยายามปรับปรงวิธีการท างานของตนเองตลอดเวลาร ัตนศิริเข็มราช สมรรถนะส าหร ับผู ้บริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษานานาชาติของ มหาวิทยาลัยบูรพาในทศวรรษหน้า วิทยานิพนธ ์กศ ม ชลบุรี มหาวิทยาลัยบูรพา วรรณ์ช ัย จองแก การปฏิบัติตามสมรรถนะประจ าสายงานของครู โรงเรียนวังเหนือวิทยา อ าเภอวังเหนือ จังหวัดล าปาง วิทยานิพนธ ์ศษ ม เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่