เลขที่ ชือ่ - นามสกุล พฤติกรรมการแสดงออก
27 มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
28
29 321032103210
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวบณุ รดา สิงห์วชิ ัย)
เกณฑก์ ารให้คะแนน
มวี นิ ยั =ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณ ฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจำวนั และรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ =แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆมีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบสรุปความรู้
ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
มงุ่ มน่ั ใน = มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมายมีความอดทนและไม่
การทำงาน ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็ เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
หมายเหตุ : ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ระดับ ช่วงคะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งบางครง้ั ให้ 1 คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 7-9 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างน้อยคร้ัง ให้ 0 คะแนน ดเี ยี่ยม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง 2-3 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 0-1 คะแนน
ผา่ น
ไม่ผา่ น
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทดลอง
จุดประสงค์ : เพื่อวดั ความสามารถและทกั ษะในการปฏิบตั ิการทดลอง
การทดลองเร่อื งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและปรมิ าตรของอากาศ
กลมุ่ ท/่ี ชอ่ื กลุ่ม กลุ่มที่ ……………………
สมาชกิ ในกลมุ่ 1. ………………………………………………… เลขท่ี …………
2. ……………………………………………….. เลขที่ …………
3………………………………………………… เลขท่ี ………..
4………………………………………………… เลขท่ี ………..
คำช้ีแจงให้กาเครื่องหมายถูก (√) ลงในช่องระดับคุณภาพ ที่ตรงกับระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนตาม
แบบบันทึกรายงานการปฏบิ ัติทกั ษะการทดลอง
รายการท่ปี ระเมนิ ระดับคณุ ภาพ
4321
1. เลอื กใช้เครือ่ งมือและอุปกรณ์การทดลองไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. ตรวจเชค็ เคร่ืองมอื และอุปกรณ์การทดลองก่อนการทดลอง
3. ใชเ้ คร่ืองมอื และอปุ กรณก์ ารทดลองได้อย่างถูกตอ้ งตรงตามประเภทของงาน
4. ปฏิบัติตามข้ันตอนการทดลองไดอ้ ย่างถูกต้อง
5. ผลการทดลองมีความถกู ตอ้ งชดั เจน
6. ปฏิบัตกิ ารทดลองได้แล้วเสรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด
7. ทำความสะอาดเครื่องมอื และอุปกรณก์ ารทดลองภายหลงั ส้ินสดุ การทดลอง
8. มกี ารบนั ทกึ ผลการทดลองทถี่ กู ต้องและชัดเจน
9. สรปุ และอภิปรายผลการทดลองไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม
10. มกี ารรายงานผลการทดลอง
รวมคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน = 4 คะแนน ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมนิ
= 3 คะแนน (นางสาวบณุ รดา สงิ ห์วิชัย)
ปฏบิ ัตกิ ารทดลองถูกต้องครบถ้วน = 2 คะแนน
ปฏบิ ัตกิ ารทดลองยังมีข้อบกพรอ่ งเล็กน้อย = 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ปฏิบตั ิการทดลองมขี ้อบกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่
ปฏบิ ตั ิการทดลองมีข้อบกพร่องมาก ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
31 - 40 ดีมาก
21 - 30 ดี
11 - 20 พอใช้
1–10 ปรบั ปรุง
แบบประเมินการนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
คำช้แี จง: ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างการนำเสนอ แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่างท่ีตรงกับ
ระดับคะแนน
กลมุ่ ท/ี่ ชอ่ื กลมุ่ กลุ่มที่ ......................
สมาชิกในกลุ่ม 1. ..................................................เลขที่ .............
2. ..................................................เลขท่ี ............
3.....................................................เลขที่ ..............
4. ...................................................เลขที่ ..............
ลำดบั ที่ รายการประเมิน คุณภาพการปฏิบตั ิ
4321
1 นำเสนอเนอื้ หาในผลงานได้ถูกตอ้ ง
2 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกบั เวลา
4 ความกลา้ แสดงออก
5 บุคลิกภาพ น้ำเสียงเหมาะสม
รวม
ลงช่อื ................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวบณุ รดา สงิ ห์วิชยั )
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัติงานสมบรู ณ์ ชัดเจน = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ัตงิ านยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อย = 3 คะแนน
ปฏิบตั งิ านมขี ้อบกพรอ่ งเปน็ สว่ นใหญ่ = 2 คะแนน 17 - 20 ดมี าก
ปฏิบตั งิ านมขี ้อบกพร่องมาก = 1 คะแนน
13 - 16 ดี
9 - 12 พอใช้
5 - 8 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเพมิ่ เติม เคมี 3 ว30223 ภาคเรยี นที่ 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5
เวลา 18 ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1แกส๊ และสมบตั ิของแกส๊ เวลา 1 ชัว่ โมง
เรอ่ื งการประยุกตใ์ ช้ความรู้เก่ยี วกับแกส๊ และสมบตั ขิ องแกส๊
ครผู สู้ อน นางสาวบุณรดา สิงหว์ ิชยั
1. สาระการเรียนรูแ้ ละผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 5 สาระเคมี
1. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติ
ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำ
ความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1.สืบค้นข้อมูลนำเสนอตัวอย่างและอธิบายการ ประยุกต์ใช้ความรู้เก่ียวกับสมบัติและกฎต่าง ๆ ของ
แกส๊ ในการอธบิ ายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและในอุตสาหกรรม
2. สาระสำคัญ
สมบัติและกฎต่าง ๆ ของแกส๊ สามารถนำไปใช้ อธิบายปรากฏการณ์ หรือประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวัน
และในอตุ สาหกรรม
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบายปรากฏการณ์ และยกตัวอย่างการนำความรู้เก่ียวกับแก๊สและ
สมบัติของแก๊สไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. นักเรยี นสามารถสืบค้นขอ้ มูลการใชป้ ระโยชน์จากความร้เู รอ่ื งแกส๊ และสมบตั ขิ องแกส๊ ได้
3.10 ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. นักเรียนมคี วามรับผิดชอบต่องานท่ีได้รับมอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกับผู้อน่ื ได้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 การประยกุ ต์ใชค้ วามร้เู กีย่ วกบั แกส๊ และสมบัติของแก๊ส
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี ินัย
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
6.3 มุ่งมั่นในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรียนรู้ (2ชั่วโมง)
ใช้วิธกี ารสอนแบบ 5E Learning
7.1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1.นกั เรยี นตอบคําถามเพ่ือนําเขา้ สู่เรอ่ื งการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้เก่ยี วกับแกส๊ และสมบตั ขิ องแกส๊ ดงั น้ี
- ท่ีด้ามปากกาลูกลื่นและปากกาหมึกซึมบางชนิดจะมีรูเล็กๆรูหน่ึง นักเรียนคิดว่ารูนี้มี
ประโยชนอ์ ยา่ งไร” (แนวคำตอบ คอื ตามความคิดของผูเ้ รียน)
- จากที่นักเรียนเรียนเรื่องแก๊สมาแล้ว นักเรียนจะนำความรู้ท่ีได้มาประยุกต์ใช้อย่างไร”
(แนวคำตอบ คอื ตามความคดิ ของผ้เู รยี น)
7.2 ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นกั เรยี นและครูร่วมกันศกึ ษาการประยุกต์ใชค้ วามรู้เก่ียวกับแกส๊ และสมบัตขิ องแก๊สในการ
อธิบายปรากฏการณ์หรือนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรือในอุตสาหกรรม ได้แก่ รูขนาดเล็กบนถ้วย
กาแฟ ปอ๊ บคอร์นจากเมล็ดขา้ วโพด และการแยกไอโซโทปยูเรเนยี ม ตามรายละเอยี ดในหนงั สือเรียน หน้า 46
2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน คละตามความสามารถของผู้เรียน เพ่ือทำกิจกรรม
สบื ค้นขอ้ มลู การใชป้ ระโยชน์จากความร้เู รอ่ื งแก๊สและสมบตั ขิ องแกส๊ (กลุ่มเดมิ )
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลการใช้ประโยชน์จากความรู้เร่ืองแก๊สและสมบัติของแก๊ส
โดยแตล่ ะกลุ่มตอ้ งไดข้ อ้ มลู ไม่เหมือนกัน
4. นักเรียนนำข้อมูลท่ีได้จากการค้นคว้าทำเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามความคิดเห็นของแต่ละ
กลมุ่ เช่น แผนภาพ แผนผงั เขยี นบรรยาย ลงในกระกาษทค่ี รูมอบให้
7.3 ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอเร่ืองท่ีไดศ้ กึ ษาคน้ คว้าข้อมลู และผลงานการจัดทำ
ข้อมลู ของกลุ่มตนเองหน้าช้ันเรียนทลี ะกลุ่มเพ่ือแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ กนั จนครบทุกกลุม่
2. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายสรุปความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับแก๊ส
และสมบตั ิของแกส๊ ท่นี กั เรยี นค้นควา้ มา
7.4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
1. นักเรียนสอบถามเนอ้ื หาทยี่ ังไม่เขา้ ใจ และใหค้ วามรู้เพิม่ เตมิ ในส่วนนน้ั
2. ครูยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ความรู้เก่ียวกับแก๊สและสมบัติของแก๊ส เช่น อาการหูอ้ือเม่ือ
ขนึ้ ไปอยู่บนทีส่ งู รเู ลก็ ๆบนด้ามปากกา เป็นต้น
7.5 ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
1.นักเรียนตอบคํา ถามตรวจสอบความเข้าใจโดยจับคู่ความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ท่ีเกิด
ข้นึ กบั กฎของแก๊ส
2. นักเรยี นและครูร่วมกันสรปุ เน้ือหาภายในบทเรยี น แลว้ ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหดั ทา้ ยบท
8. สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้
8.1 กระดาษปรฟู๊
8.2 หนังสอื เรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตรเ์ พิ่มเติมเคมี เล่ม 3 สสวท. (ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
8.3 แ ห ล่ ง สื บ ค้ น ข้ อ มู ล อ อ น ไ ล น์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-chem/m5-chem-
book3/chem-m5b3-024/
9. การวดั ประเมนิ ผล
จุดประสงค์ วธิ กี ารวัด/เครือ่ งมือวัด เกณฑก์ ารประเมิน
1. ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบายปรากฏการณ์ -การตอบ -ข้อคำถาม -ได้คะแนนร้อยละ
และยกตัวอย่างการนำความรู้เก่ียวกับ คำถาม 70 ขน้ึ ไป
แก๊สและสมบัติของแก๊สไปใช้ประโยชน์ -การนำเสนอ -แบบประเมิน -ไดค้ ะแนนในระดับ
ได้ หน้าชน้ั เรียน การนำเสนอ 3 (ด)ี ข้นึ ไป
2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลการ -การตอบ -ขอ้ คำถาม -ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ
ใช้ประโยชน์จากความรู้เรื่องแก๊สและ คำถาม 70 ขน้ึ ไป
-ไดค้ ะแนนในระดับ
สมบัตขิ องแก๊สได้ -การนำเสนอ -แบบประเมิน 3 (ดี) ข้ึนไป
การนำเสนอ
หนา้ ชั้นเรยี น
3. ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1.นกั เรียนมคี วามรบั ผิดชอบต่องาน -การสงั เกต -แบบประเมนิ -ไดค้ ะแนนในระดบั
ท่ีไดร้ บั มอบหมายและสามารถทำงาน คุณลกั ษณะอัน 3 (ดี) ขึ้นไป
รว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ พึงประสงค์
10. บันทกึ หลังการสอน
ผลการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………….
(นางสาวบุณรดา สงิ หว์ ิชัย)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………….
(นางจนั เพญ็ พนู สวุ รรณ)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคดิ เหน็ / ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................... .
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ……………………………………………….
()
รองผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพ่อื การประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คำชี้แจง การบันทกึ ใหท้ ำเคร่ืองหมาย / ลงในช่องทตี่ รงกับพฤตกิ รรมที่เกดิ ขน้ึ จริง
เลขท่ี ชือ่ - นามสกลุ พฤติกรรมการแสดงออก
1 มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน
2
3 321032103210
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
เลขที่ ชือ่ - นามสกุล พฤติกรรมการแสดงออก
27 มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
28
29 321032103210
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวบณุ รดา สิงห์วชิ ัย)
เกณฑก์ ารให้คะแนน
มวี นิ ยั =ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณ ฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจำวนั และรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ =แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆมีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบสรุปความรู้
ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
มงุ่ มน่ั ใน = มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมายมีความอดทนและไม่
การทำงาน ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็ เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
หมายเหตุ : ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ระดับ ช่วงคะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งบางครง้ั ให้ 1 คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 7-9 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างน้อยคร้ัง ให้ 0 คะแนน ดเี ยี่ยม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง 2-3 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 0-1 คะแนน
ผา่ น
ไม่ผา่ น
แบบประเมินการนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
คำช้แี จง: ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างการนำเสนอ แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่างท่ีตรงกับ
ระดับคะแนน
กลมุ่ ท/ี่ ชอ่ื กลมุ่ กลุ่มที่ ......................
สมาชิกในกลุ่ม 1. ..................................................เลขที่ .............
2. ..................................................เลขท่ี ............
3.....................................................เลขที่ ..............
4. ...................................................เลขที่ ..............
ลำดบั ที่ รายการประเมิน คุณภาพการปฏิบตั ิ
4321
1 นำเสนอเนอื้ หาในผลงานได้ถูกตอ้ ง
2 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกบั เวลา
4 ความกลา้ แสดงออก
5 บุคลิกภาพ น้ำเสียงเหมาะสม
รวม
ลงช่อื ................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวบณุ รดา สงิ ห์วิชยั )
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัติงานสมบรู ณ์ ชัดเจน = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ัตงิ านยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อย = 3 คะแนน
ปฏิบตั งิ านมขี ้อบกพรอ่ งเปน็ สว่ นใหญ่ = 2 คะแนน 17 - 20 ดมี าก
ปฏิบตั งิ านมขี ้อบกพร่องมาก = 1 คะแนน
13 - 16 ดี
9 - 12 พอใช้
5 - 8 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 10
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าเพ่ิมเติม เคมี 3 ว30223 ภาคเรียนท่ี 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5
เวลา 18 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี เวลา 3 ช่วั โมง
เรือ่ งความหมายของอตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ครผู สู้ อน นางสาวบณุ รดา สิงห์วิชยั
1. สาระการเรียนรแู้ ละผลการเรียนรู้
สาระท่ี 5 สาระเคมี
2. เขา้ ใจการเขยี นและการดลุ สมการเคมี ปริมาณสมั พนั ธ์ในปฏิกริ ิยาเคมี อัตราการเกิด
ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า
รวมท้ังการนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1.ทดลองและเขยี นกราฟการเพม่ิ ขน้ึ หรือลดลงของสารทีท่ ำการวัดในปฏกิ ิริยา
2. สาระสำคญั
ปฏิกิริยาเคมีแต่ละปฏิกิริยามีอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีต่างกัน โดยอาจวัดจากการลดลงของสารตั้ง
ตน้ หรือการเพ่ิมขึ้นของผลิตภัณฑ์ต่อหน่ึงหน่วยเวลา และหารด้วยเลขสัมประสิทธ์ิของสารนั้น ๆ ในสมการเคมี
เพื่อให้ได้อัตราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมีที่เทา่ กนั ไมว่ ่าจะเปน็ การวดั จากสารตง้ั ต้นหรอื ผลิตภณั ฑ์
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถบอกความหมายของอัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณ สารใน
ปฏิกริ ยิ าเคมไี ด้
2. นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างค่าความชันกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ของสารทป่ี รากฏในกราฟแสดงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปรมิ าตรของแก๊สไฮโดรเจนกับเวลาได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. นักเรียนสามารถทำการทดลองเร่ืองศึกษาการเกิดแก๊สไฮโดรเจนจากปฏิกิริยาระหว่าง
โลหะแมกนีเซยี มกบั กรดไฮโดรคลอรกิ
2. นักเรียนสามารถเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรของแก๊สไฮโดรเจนกับ
เวลาได้
3.11 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบต่องานทไี่ ด้รบั มอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกับผู้อืน่ ได้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความหมายอัตราการเปดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน (เฉพาะทีเ่ กิดในหน่วยการเรียนรนู้ ้)ี
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
6.1. ทกั ษะการสังเกต
6.2. ทกั ษะการทดลอง
6.3. ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป
6.4. การจดั กระทำและสื่อความหมายข้อมลู
7. ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
7.1 การคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและการแก้ปัญหา
7.2 ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ
7.3 การสอื่ สารสารสนเทศและการร้เู ท่าทันส่อื
8. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (เฉพาะท่ีเกิดในหน่วยการเรยี นรู้นี)้
8.1 มีวินัย
8.2 ใฝ่เรียนรู้
8.3 มุ่งม่ันในการทำงาน
9. กิจกรรมการเรยี นรู้ (3ชั่วโมง)
ใช้วิธกี ารสอนแบบ 5E Learning
9.1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นกั เรยี นทบทวนความรเู้ ดิม เรื่อง แกส๊ และสมบัตขิ องแก๊สโดยใช้คำถาม ดงั นี้
(ทักษะเพอื่ การดำรงชีวติ ในศตวรรษที่ 21: การคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา)
- กฎของบอยส์กล่าวไว้ว่าอย่างไร (แนวคำตอบ คือ เม่ืออุณหภูมิและจำนวนโมลของ
แกส๊ คงที่ ปริมาตรของแกส๊ ใดๆ จะแปรผกผนั กับความดันของแกส๊ น้นั ๆ)
- กฎของชาร์ลกล่าวไว้ว่าอย่างไร (แนวคำตอบ คือ เม่ือความดันและจำนวนโมลของ
แก๊สคงที่ ปรมิ าตรของแก๊สจะแปรผนั ตรงกับอุณหภูมิเคลวิน)
- กฎของเกย์-ลูสแซกกล่าวไว้ว่าอย่างไร (แนวคำตอบ คือ เม่ือปริมาตรและจำนวนโม
ลของแกส๊ คงที่ ความของแกส๊ จะแปรผันตรงกับอณุ หภมู ิเคลวิน)
- กฎของอาโวกาโดกล่าวไว้ว่าอย่างไร (แนวคำตอบ คือ เม่ือความดันและอุณหภูมิของ
แก๊สคงที่ ปริมาตรของแก๊สจะแปรผนั ตรงกับจำนวนโมเลกุลของแกส๊ นั้น)
2. นักเรียนทบทวนความรู้เดิม เรื่อง การเกิดปฏิกิริยาเคมี โดยให้อธิบายความหมายและสังเกต
ได้อย่างไรว่ามีปฏิกิริยาเคมีเกิดข้ึน โดยใช้คำถาม “ให้นักเรียนยกตัวอย่างการเปล่ียนแปลงที่นักเรียนคิดว่าเป็น
ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวันมา 3-4 อย่าง” (แนวการตอบ : การเผากระดาษ การเกิดสนิมเหล็กการเน่าเสียของ
อาหาร) จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายความหมายของการเกิดปฏิกิริยาเคมีว่า ปฏิกิริยาเคมี หมายถึง
การท่สี ารตัง้ ต้นมาทำปฏิกิริยากนั แลว้ ไดส้ ารใหม่ ซึ่งเรียกวา่ สารผลติ ภัณฑ์
9.2 ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. ครใู ช้คำถามเพื่อเป็นการกระตุ้นผ้เู รยี นเขา้ สู่เร่ือง ความหมายของอัตราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
โดยใชค้ ำถามดังต่อไปนี้ (ทักษะเพอ่ื การดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21: การสือ่ สารสารสนเทศและการรู้เทา่ ทนั
สอ่ื )
-นักเรียนคิดวา่ การเปลยี่ นแปลงของสารจำนวนมากที่เราพบเห็นในธรรมชาติและในชีวิต
ประจำของเราเกิดจากอะไร (แนวคำตอบ คือ เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคม)ี
- นักเรียนคิดว่าปฏิกิริยาเคมีแต่ละปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นใช้เวลาในการเกิดเท่ากันหรือไม่
(แนวคำตอบ คอื ไมเ่ ท่ากนั )
2. นกั เรียนตอบคำถาม “แลว้ สิ่งใดเป็นตัวกำหนดว่าปฏกิ ิริยาเคมีปฏิกิรยิ าหน่งึ จะเกิดไดเ้ ร็วหรือ
ชา้ ” (แนวคำตอบ คอื ตามความคดิ ของผูเ้ รยี น จากน้นั สรุปวา่ “นกั เรยี นจะได้คำตอบจากการทดลองต่อไปน้ี”)
3.นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน คละตามความสามารถของผู้เรยี นเพือ่ ทำการ
ทดลองศึกษาการเกดิ แกส๊ ไฮโดรเจนจากปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งโลหะแมกนีเซียมกบั กรดไฮโดรคลอริก (ทักษะเพ่ือ
การดำรงชวี ติ ในศตวรรษที่ 21: ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ ำ)
4. ครูใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT(Learning Together)มาจัดกระบวนการ
เรยี นรู้โดยกำหนดใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนภายในกลมุ่ มบี ทบาทหน้าท่ีของตนเอง ดังน้ี
- สมาชิกคนท่ี1 : ทำหน้าที่เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลองเร่ือง ปฏิกิริยา
ระหวา่ งโลหะแมกนเี ซียมกบั กรดไฮโดรคลอริก
- สมาชิกคนที่ 2 : ทำหน้าที่อ่านวิธีการทดลอง ทำความเข้าใจ และอธิบายให้สมาชิก
ในกลุม่ ฟัง
- สมาชกิ คนที่ 3 : ทำหน้าท่บี ันทกึ ผลการทดลอง
- สมาชกิ ทุกคน : ทำหน้าทีน่ ำเสนอผลการทดลอง
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งสมาชิกคนที่ 1 รับอุปกรณ์การทดลอง กลุ่มละ 1 ชุด ประกอบด้วย
โล ห ะ แ ม ก นี เซี ย ม ส า ร ล ะ ล า ย ไฮ โด ร ค ล อ ริ ก เข้ ม ข้ น 0.2mol/L บี ก เก อ ร์ ข น า ด 100 cm3
จุกคอร์ก กระบอกตวงขนาด 10 cm3นาฬิกาจับเวลา กระดาษทราย มีดคัดเตอร์ ที่เหนียบหลอดทดลองพร้อมขา
ต้ังใบกิจกรรมการทดลองศึกษาการเกิดแก๊สไฮโดรเจนจากปฏิกิริยาระหว่างโลหะแมกนีเซียมกับกรดไฮโดรคลอริก
และใบรายงานผลการทดลอง
6. นักเรียนทุกกลุ่มลงมือปฏิบัติการทดลองตามข้ันตอนการทดลองในใบกิจกรรม เร่ือง
ศึกษาการเกดิ แก๊สไฮโดรเจนจากปฏกิ ริ ิยาระหว่างโลหะแมกนเี ซียมกับกรดไฮโดรคลอริก
9.3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. สุ่มนักเรยี นจำนวน 3 กลมุ่ มานำเสนอผลการทดลองหนา้ ชน้ั เรียนเพ่ือแลกเปล่ียนความ
คดิ เหน็ ซง่ึ กันและกนั (ทักษะเพอ่ื การดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21: การสือ่ สารสารสนเทศและการ
รู้เทา่ ทนั สื่อ)
2. นกั เรียนและครูรว่ มกันอภิปรายลงขอ้ สรปุ เกย่ี วกับการทดลอง พร้อมทั้งครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ
ในส่วนทยี่ ังไม่ครอบคลมุ เนอ้ื หาโดยใชแ้ นวคำถามดงั ต่อไปน้ี (ทกั ษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21: การ
คิดอยา่ งมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา)
- แก๊สที่เกิดขึ้นจากการทดลองคือแก๊สชนิดใด และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเขียนแสดงเป็นสมการ
เคมีได้อย่างไร(แนวคำตอบ คือ แก๊สท่ีเกิดขึ้น คือ แก๊สไฮโดรเจน ปฏิกิริยาท่ีเกิดข้ึนเขียนแสดงเป็นสมการเคมี
ได้ ดงั น้ี
Mg (s) +2HCl (aq) →MgCl2 (aq) + H2 (g) )
- เวลาทีใ่ ชใ้ นการเกบ็ แก๊สไฮโดรเจนในแต่ละชว่ งปริมาตรเปน็ อยา่ งไร (แนวคำตอบ คือ
เวลาท่ใี ช้ในการเกบ็ แก๊สไฮโดรเจนในแต่ละช่วงปรมิ าตรมีค่าไมเ่ ท่ากนั โดยในชว่ งแรกจะใชเ้ วลาน้อย ในชว่ ง
ถดั ไปจะใชเ้ วลามากขึ้น ตามลำดับ)
- กราฟแสดงความสมั พันธ์ระหว่างปริมาตรของแกส๊ ไฮโดรเจนทเี่ กดิ ขึ้นกับเวลามี
ลกั ษณะเปน็ อย่างไร(แนวคำตอบ คือ
)
- จากกราฟ สามารถแปลความหมายได้วา่ อย่างไร(แนวคำตอบ คือ ลักษณะของกราฟ
ในตอนแรกจะมีความชันมาก แสดงว่า ปฏิกิริยาเกิดได้เร็ว และเม่ือเวลาผ่านไปความชันของกราฟลดลง แสดง
วา่ ปฏิกิริยาเกดิ ข้นึ ไดช้ ้าลง)
3. นักเรียนรับความรู้เพ่ิมเติมจนได้ข้อสรุปดังนี้ “การเกิด H2 จากปฏิกิริยาระหว่าง Mg กับ
HCl ในช่วงแรกเกิดข้ึนเร็วและค่อย ๆ ช้าลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งสัมพันธ์กับความชันของกราฟระหว่างปริมาตร
H2 กับเวลา”
4. นกั เรียนแตล่ ะคนทำแบบฝึกหดั
9.4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
1. นักเรยี นรบั ความรเู้ พ่ิมเตมิ เก่ยี วกับการติดตามการดำเนนิ ไปของปฏิกิรยิ าเคมซี ง่ึ ทำได้
หลายวธิ แี ต่ในทางปฏิบตั ิจะเลือกการวดั ปรมิ าณสารด้วยวิธที ี่สะดวกทส่ี ุดโดยใชเ้ ครื่องมือต่าง ๆ เช่น (ทกั ษะ
เพื่อการดำรงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21: การสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทันสื่อ)
- วดั ความเปน็ กรดเบสของสารละลายดว้ ย pH meter
- วดั ปรมิ าณสารมสี ีในสารละลายด้วย spectrophotometer
- วัดการนำไฟฟ้าด้วย conductometer
pH meter spectrophotometer conductometer
2. ครูนำผลการเปล่ียนแปลงความเข้มขน้ ของสารต้งั ต้น ณ เวลาตา่ ง ๆ ทีอ่ ณุ หภมู ิ
300 องศาเซลเซียส ของปฏกิ ิรยิ า 2NO2 (g)→2NO(g)+ O2(g)
เวลา (s) ความเขม้ ขน้ ของ 2NO2 (M)
4
1 2.87
2 2
3 1.72
4 1.3
5 0.94
6 0.78
7 0.55
8 0.43
9
3. นักเรียนนำข้อมูลไปเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเวลากับความเข้มข้นของ
2NO2
4. นักเรียนและครูร่วมกันเปรียบเทียบแนวโน้มของกราฟระหว่างกราฟแสดงความสัมพันธ์
ระหว่างปริมาตรของแก๊สไฮโดรเจนกับเวลา และกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของ2NO2
กับเวลาจนได้ข้อสรุปว่า “ลักษณะของกราฟท้ังสองกราฟในตอนแรกจะมีความชันมาก แสดงว่า ปฏิกิรยิ าเกิด
ได้เร็ว และเมื่อเวลาผ่านไปความชันของกราฟลดลง แสดงว่า ปฏิกิริยาเกิดข้ึนได้ช้าลง ซึ่งปฏิกิริยาเคมีเกิดข้ึน
ช้าหรือเร็ว มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีต่อหน่ึงหน่วยเวลา ซ่ึงเรียกว่า
อัตราการเปล่ียนแปลงปริมาณสาร” (ทักษะเพ่ือการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 : การส่ือสารและความ
ร่วมมอื )
9.5 ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 ข้อ โดยใชเ้ วลาไม่เกนิ 10 นาที
2. นกั เรยี นสรปุ สงิ่ ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ เกย่ี วกับความหมายของอตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมลี งในสมุด
3. ให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ หนา้ 60 ลงในสมุด (ทักษะเพ่ือการ
ดำรงชวี ิตในศตวรรษท่ี 21: การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและการแก้ปญั หา)
10. สื่อและแหล่งเรียนรู้
10.1 อปุ กรณ์การทดลองต่อกลุ่มดงั น้ี
- โลหะแมกนเี ซียม - นาฬกิ าจับเวลา
- สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเขม้ ขน้ 0.2mol /L - กระดาษทราย
- บกี เกอร์ขนาด 100cm3 - มดี คัดเตอร์
- ท่หี นบี หลอดทอลองพรอ้ มขาตง้ั - จุกคอร์ก
- กระบอกตวงขนาด 10 cm3
10.2 ชุดกิจกรรมท่ี 1 เรื่อง ความหมายและการคำนวณอตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
10.3 ใบความรู้ เรือ่ ง ความหมายและการคำนวณอตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
10.4 PowerPoint เร่ือง อัตราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
10.5 หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเคมี เล่ม 3 สสวท. (ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขนั้ พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
10.6 ใบกจิ กรรม เรือ่ ง ศกึ ษาการเกิดแกส๊ ไฮโดรเจนจากปฏกิ ิรยิ าระหวา่ งโลหะแมกนเี ซยี มกบั กรด
ไฮโดรคลอรกิ และใบรายงานผลการทดลอง
10.7 แหล่งสบื คน้ ข้อมลู ออนไลน์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-sci-basic/physical-sci-
book1/sci-m5b1-010/
11. การวัดประเมนิ ผล วธิ ีการวัด/เคร่ืองมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
จดุ ประสงค์ -ไดค้ ะแนนในระดบั
-สังเกตการ -แบบประเมนิ 3 (ดี) ข้ึนไป
1. ด้านความรู้ (K) นำเสนอหนา้ ชั้น การนำเสนอ
1. นักเรยี นสามารถบอกความหมาย เรยี น ผลงานหน้าชั้น -ไดค้ ะแนนร้อยละ
70 ขึน้ ไป
ของอัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณสาร เรียน
ในปฏกิ ริ ยิ าเคมีได้ ได้คะแนนในระดับ
-การตอบ -ขอ้ คำถาม 3 (ด)ี ขนึ้ ไป
2. นกั เรียนสามารถอธิบายความ คำถาม
สัมพนั ธ์ระหว่างคา่ ความชนั กับอตั ราการ -ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ
เกดิ ปฏิกริ ิยาเคมีของสารทป่ี รากฏใน -สงั เกตการทำ -แบบสังเกต 70 ขนึ้ ไป
กราฟแสดงความสมั พันธ์ระหว่าง การทดลอง พฤติกรรมการ
ปรมิ าตรของแกส๊ ไฮโดรเจนกับเวลาได้ ทดลอง ได้คะแนนในระดับ
2. ด้านทักษะ/กระบวนการคิด (P) 3 (ดี) ขน้ึ ไป
-ตรวจใบ -ใบรายงานผล
1. นักเรยี นสามารถทำการทดลอง
รายงานผลการ การทดลอง
เรอื่ งศึกษาการเกดิ แก๊สไฮโดรเจนจาก
ทดลอง
ปฏกิ ริ ิยาระหว่างโลหะแมกนเี ซียมกับ
-การสังเกต -แบบประเมิน
กรดไฮโดรคลอริก คุณลกั ษณะอัน
พงึ ประสงค์
2. นกั เรียนสามารถเขยี นกราฟแสดง
ความสัมพนั ธ์ระหว่างปรมิ าตรของแกส๊
ไฮโดรเจนกับเวลาได้
3. ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1.นกั เรียนมีความรบั ผิดชอบต่องาน
ที่ได้รบั มอบหมายและสามารถทำงาน
ร่วมกบั ผู้อื่นได้
12. บันทกึ หลังการสอน
ผลการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………….
(นางสาวบุณรดา สงิ หว์ ิชัย)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………….
(นางจนั เพญ็ พนู สวุ รรณ)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคดิ เหน็ / ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................... .
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ……………………………………………….
()
รองผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
แบบประเมนิ ความรู้
คำช้ีแจง ประเมนิ โดยการตรวจการบันทึกผลการทดลองเรื่อง…………………………………………………………
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5/4
คะแนน คะแนน คะแนน คะแนนรวม
ความ ความ ความ
เลขท่ี ชอ่ื - นามสกุล ถูกต้อง เรียบร้อย ตรงตอ่ เวลา
ของเน้ือหา ของงาน (2) (10)
(6) (2)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
คะแนน คะแนน คะแนน คะแนนรวม
ความ ความ ความ
เลขที่ ช่ือ - นามสกุล ถกู ต้อง เรียบร้อย ตรงตอ่ เวลา
ของเน้อื หา ของงาน (2) (10)
(6) (2)
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ลงช่อื ................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวบณุ รดา สงิ ห์วชิ ยั )
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพ่อื การประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คำชี้แจง การบันทกึ ใหท้ ำเคร่ืองหมาย / ลงในช่องทตี่ รงกับพฤตกิ รรมที่เกดิ ขน้ึ จริง
เลขท่ี ชือ่ - นามสกลุ พฤติกรรมการแสดงออก
1 มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน
2
3 321032103210
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
เลขที่ ชือ่ - นามสกุล พฤติกรรมการแสดงออก
27 มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
28
29 321032103210
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวบณุ รดา สิงห์วชิ ัย)
เกณฑก์ ารให้คะแนน
มวี นิ ยั =ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณ ฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจำวนั และรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ =แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆมีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบสรุปความรู้
ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
มงุ่ มน่ั ใน = มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมายมีความอดทนและไม่
การทำงาน ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็ เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
หมายเหตุ : ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ระดับ ช่วงคะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งบางครง้ั ให้ 1 คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 7-9 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างน้อยคร้ัง ให้ 0 คะแนน ดเี ยี่ยม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง 2-3 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 0-1 คะแนน
ผา่ น
ไม่ผา่ น
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทดลอง
จุดประสงค์ : เพื่อวดั ความสามารถและทกั ษะในการปฏิบตั ิการทดลอง
การทดลองเร่อื งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความดันและปรมิ าตรของอากาศ
กลมุ่ ท/่ี ชอ่ื กลุ่ม กลุ่มที่ ……………………
สมาชกิ ในกลมุ่ 1. ………………………………………………… เลขท่ี …………
2. ……………………………………………….. เลขที่ …………
3………………………………………………… เลขท่ี ………..
4………………………………………………… เลขท่ี ………..
คำช้ีแจงให้กาเครื่องหมายถูก (√) ลงในช่องระดับคุณภาพ ที่ตรงกับระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนตาม
แบบบันทึกรายงานการปฏบิ ัติทกั ษะการทดลอง
รายการท่ปี ระเมนิ ระดับคณุ ภาพ
4321
1. เลอื กใช้เครือ่ งมือและอุปกรณ์การทดลองไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. ตรวจเชค็ เคร่ืองมอื และอุปกรณ์การทดลองก่อนการทดลอง
3. ใชเ้ คร่ืองมอื และอปุ กรณก์ ารทดลองได้อย่างถูกตอ้ งตรงตามประเภทของงาน
4. ปฏิบัติตามข้ันตอนการทดลองไดอ้ ย่างถูกต้อง
5. ผลการทดลองมีความถกู ตอ้ งชดั เจน
6. ปฏิบัตกิ ารทดลองได้แล้วเสรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด
7. ทำความสะอาดเครื่องมอื และอุปกรณก์ ารทดลองภายหลงั ส้ินสดุ การทดลอง
8. มกี ารบนั ทกึ ผลการทดลองทถี่ กู ต้องและชัดเจน
9. สรปุ และอภิปรายผลการทดลองไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม
10. มกี ารรายงานผลการทดลอง
รวมคะแนน
เกณฑ์การใหค้ ะแนน = 4 คะแนน ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมนิ
= 3 คะแนน (นางสาวบณุ รดา สงิ ห์วิชัย)
ปฏบิ ัตกิ ารทดลองถูกต้องครบถ้วน = 2 คะแนน
ปฏบิ ัตกิ ารทดลองยังมีข้อบกพรอ่ งเล็กน้อย = 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ปฏิบตั ิการทดลองมขี ้อบกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่
ปฏบิ ตั ิการทดลองมีข้อบกพร่องมาก ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
31 - 40 ดีมาก
21 - 30 ดี
11 - 20 พอใช้
1–10 ปรบั ปรุง
แบบประเมินการนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
คำช้แี จง: ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างการนำเสนอ แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่างท่ีตรงกับ
ระดับคะแนน
กลมุ่ ท/ี่ ชอ่ื กลมุ่ กลุ่มที่ ......................
สมาชิกในกลุ่ม 1. ..................................................เลขที่ .............
2. ..................................................เลขท่ี ............
3.....................................................เลขที่ ..............
4. ...................................................เลขที่ ..............
ลำดบั ที่ รายการประเมิน คุณภาพการปฏิบตั ิ
4321
1 นำเสนอเนอื้ หาในผลงานได้ถูกตอ้ ง
2 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกบั เวลา
4 ความกลา้ แสดงออก
5 บุคลิกภาพ น้ำเสียงเหมาะสม
รวม
ลงช่อื ................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวบณุ รดา สงิ ห์วิชยั )
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัติงานสมบรู ณ์ ชัดเจน = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ัตงิ านยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อย = 3 คะแนน
ปฏิบตั งิ านมขี ้อบกพรอ่ งเปน็ สว่ นใหญ่ = 2 คะแนน 17 - 20 ดมี าก
ปฏิบตั งิ านมขี ้อบกพร่องมาก = 1 คะแนน
13 - 16 ดี
9 - 12 พอใช้
5 - 8 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 11
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
รายวิชาเพ่มิ เติม เคมี 3 ว30223 เวลา 18 ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 อัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี เวลา 3 ชัว่ โมง
เรอ่ื งการคำนวณอัตราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ครผู ้สู อน นางสาวบณุ รดา สิงห์วิชัย
1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรยี นรู้
สาระที่ 5 สาระเคมี
2. เข้าใจการเขยี นและการดลุ สมการเคมี ปรมิ าณสมั พนั ธใ์ นปฏิกริ ิยาเคมี อตั ราการเกดิ
ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า
รวมทงั้ การนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1.คำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของสารท่ีไม่ได้วัดใน
ปฏิกริ ยิ า
2. สาระสำคญั
ปฏิกิริยาเคมีแต่ละปฏิกิริยามีอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีต่างกัน โดยอาจวัดจากการลดลงของสารต้ัง
ต้นหรือการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ต่อหนึง่ หน่วยเวลา และหารด้วยเลขสัมประสิทธ์ิของสารน้ัน ๆ ในสมการเคมี
เพือ่ ให้ได้อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมีท่ีเท่ากันไมว่ ่าจะเป็นการวดั จากสารตั้งตน้ หรือผลิตภัณฑ์
ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นเร็วหรือช้า มีความสัมพันธ์กับการเปลยี่ นแปลงปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีต่อ
หน่ึงหน่วยเวลา ซ่ึงเรียกวา่ อัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณสาร สามารถเขียนแสดงความสมั พันธ์ไดด้ ังน้ี สาร A
เปลยี่ นไปเปน็ สาร B ดังสมการต่อไปน้ี
AB
-ปริมาณของสาร A ทเ่ี ปลีย่ นแปลงไป
อัตราการเปลย่ี นแปลงปริมาตรของสาร A = ระยะเวลาทีเ่ กิดปฏิกริ ิยา
= -∆∆At
-= A2- A1
t2- t1
ในทางกลับกนั อตั รการเปล่ยี นแปลงปรมิ าณของสารผลติ ภัณฑจ์ ะมคี ่าเพม่ิ ขนึ้ เม่ือปฏกิ ริ ยิ าเคมดี ำเนิน
ไป เขยี นแสดงความสมั พนั ธไ์ ด้ดังน้ี
ปรมิ าณของสาร B ที่เปลยี่ นแปลงไป
อัตราการเปลี่ยนแปลงปรมิ าตรของสาร B = ระยะเวลาทเี่ กิดปฏิกริ ิยา
= ∆B
∆t
= B2- B1
t2- t1
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบอัตราการเปล่ียนแปลงปริมาณของสารแต่ละชนิดในแต่ละ
ช่วงเวลาได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. นักเรียนสามารถคำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาของสารแต่ละชนิดที่เวลาเดียวกันหรือ
แตกตา่ งกันได้
2. นักเรียนสามารถเขยี นกราฟการลดลงหรือเพิ่มข้ึนของสารท่ีไม่ไดว้ ัดในปฏิกิรยิ าเคมีได้
3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. นกั เรยี นมีความรับผิดชอบต่องานทีไ่ ดร้ ับมอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื ได้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 การคำนวณอตั ราการเปิดปฏกิ ิริยาเคมี
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มวี นิ ัย
6.2 ใฝเ่ รยี นรู้
6.3 มุง่ มั่นในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (3ช่ัวโมง)
ใช้วิธกี ารสอนแบบ 5E Learning
7.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นักเรยี นศึกษากราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างปริมาตรของแกส๊ ไฮโดรเจนกับเวลาจากน้ัน
นกั เรียนทบทวนความรู้เดิมโดยตอบคำถาม ดังน้ี
- กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรของแก๊สไฮโดรเจนท่ีเกิดขึ้นกับเวลา
มีลักษณะเป็นอย่างไร(แนวคำตอบ คือ ในช่วงแรกเกิดข้ึนเร็วและค่อย ๆ ช้าลงเม่ือเวลาผ่านไป ซึ่งสัมพันธ์กับ
ความชันของกราฟระหวา่ งปรมิ าตร H2 กับเวลา)
- จากกราฟ สามารถแปลความหมายได้ว่าอย่างไร(แนวคำตอบ คอื ลักษณะของกราฟใน
ตอนแรกจะมีความชนั มาก แสดงว่า ปฏิกริ ิยาเกดิ ได้เรว็ และเม่ือเวลาผา่ นไปความชนั ของกราฟลดลง แสดงว่า
ปฏกิ ิรยิ าเกิดข้ึนได้ช้าลง)
- อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สามารถหาได้จากวธิ ีการใด(แนวคำตอบคอื ปริมาณสารตั้ง
ต้นทล่ี ดลง หรือปรมิ าณสารผลิตภัณฑ์ท่ีเกดิ ข้นึ จากปฏกิ ริ ิยาใน 1หน่วยเวลา)
7.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
1. แบ่งกล่มุ นกั เรียนออกเป็น 8 กลมุ่ กลมุ่ ละ 5 คน โดยใช้โปรแกรม Popsicle Sticks
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มและครูร่วมกันอภิปรายความหมายของอัตราการเปล่ียนแปลงปริมาณ
ของสารโดยใช้ตัวอย่างการดำเนินไปของปฏิกิริยาจาก A B และใช้รูป 8.1 ประกอบการอธิบาย
และแสดงสมการคำนวณอตั ราการเปลย่ี นแปลงปริมาณของสารทัง้ ที่เปน็ สารตง้ั ต้นและผลิตภัณฑ์ จนได้ข้อสรุป
ดงั นี้
“อัตราการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีมีค่าเป็นบวก (+) เสมอ แต่เนื่องจากอัตราการ
เปลยี่ นแปลงปริมาณสารตั้งตน้ มีค่าเป็นลบ (-) ดังน้นั ในสมการจงึ ต้องมเี ครอื่ งหลายลบ ดังน้ี
-ปรมิ าณของสาร A ที่เปล่ียนแปลงไป
อัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของสาร A = ระยะเวลาทเี่ กิดปฏกิ ิรยิ า
= -∆∆At
-=A2- A1
t2- t1
ในทางกลบั กัน อตั ราการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารผลิตภัณฑ์จะมีคา่ เพ่ิมขึน้ เม่อื ปฏิกริ ิยาเคมี
ดำเนนิ ไป เขียนแสดงความสัมพันธไ์ ดด้ ังน้ี
ปริมาณของสาร B ทเี่ ปล่ียนแปลงไป
อัตราการเปล่ียนแปลงปรมิ าตรของสาร B = ระยะเวลาที่เกิดปฏกิ ิรยิ า
∆B
= ∆t
= B2- Bt11”
t2-
3. นักเรียนศึกษาตัวอย่างปฏิกิริยาการสลายตัวของแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ได้ผลิตภัณฑ์เป็น
แกส๊ ไนโตรเจนออกไซด์กับแก๊สออกซิเจน ซงึ่ มคี วามเข้มขน้ ของสารชนิดต่าง ๆ ในแตล่ ะช่วงเวลาหน่งึ ๆ ดงั ตาราง
เวลา (s) [NO2] (M) [NO] (M) [O2] (M)
0 4.00 x 10-3 0 0
100 2.83 x 10-3 1.18 x 10-3 0.59 x 10-3
240 2.00 x 10-3 2.00 x 10-3 1.00 x 10-3
320 1.72 x 10-3 2.28 x 10-3 1.14 x 10-3
500 1.30 x 10-3 2.70 x 10-3 1.35 x 10-3
780 0.94 x 10-3 3.06 x 10-3 1.53 x 10-3
1000 0.78 x 10-3 3.22 x 10-3 1.61 x 10-3
1500 0.55 x 10-3 3.46 x 10-3 1.73 x 10-3
2000 0.43 x 10-3 3.56 x 10-3 1.78 x 10-3
2500 0.32 x 10-3 3.67 x 10-3 1.83 x 10-3
4.นักเรียนศึกษาวิธีการคำนวณอัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณของแก๊สแต่ละชนิดในช่วงเวลา
0 – 100 วนิ าทจี ากครู
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรม 8.2 การคำนวณอัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณของ
สารที่เวลาต่าง ๆโดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมาจับสลากช่วงเวลาท่ีจะทำการคำนวณอัตราการ
เปลี่ยนแปลงปริมาณของสาร ณ ช่วงเวลาที่กลุ่มตัวเองได้รับ จากน้ันแสดงการคำนวณลงในกระดาษท่ีครูแจกให้
จากน้ันนักเรียนนำคำตอบมาเขียนท่ีหน้ากระดาน ครูสุ่มนักเรียน 2 กลุ่ม มาแสดงวิธีการคำนวณบนหน้ากระดาน
โดยใช้ “เกมมงกุฎท่ีไม่มีใครอยากได้”
7.3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. นักเรียนและครรู ่วมกันอภปิ รายผลการทำกจิ กรรม โดยใชค้ ำถามต่อไปนี้
- อัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารแต่ละชนิดในช่วงเวลาเดียวกันมีค่าเท่ากัน
หรือไม่ (แนวคำตอบ คือ มีทง้ั เทา่ กันและไมเ่ ทา่ กนั )
- อัตราการเปล่ียนแปลงปริมาณของสารใดบ้างท่ีมีค่าใกล้เคียงกัน (แนวคำตอบ คือ
อตั ราการเปลยี่ นแปลงปรมิ าณของแกส๊ ไนโตรเจนไดออกไซด์กับแกส๊ ไนโตรเจนมอนอกไซด์)
- จากกิจกรรมน้ี สามารถสรุปได้อย่างไร (แนวคำตอบ คือ จากการคำนวณพบว่า
อัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารแต่ละชนิดในช่วงเวลาเดียวกันมีท้ังเท่ากันและไม่เท่ากัน โดยอัตราการ
เปลี่ยนแปลงปริมาณของแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์มีค่าใกล้เคียงกับแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ และมีค่า
มากกว่าแกส๊ ออกซเิ จนประมาณ 2 เทา่ )
2. นักเรียนพิจารณาเลขสัมประสิทธิ์จำนวนโมลหน้าสมการปฏิกิริยาการสลายตัวของแก๊ส
ไนโตรเจนไดออกไซด์ จากนั้นถามว่า “จากปฏิกิริยาปริมาณสารที่เปลี่ยนแปลงไปจะมีความสัมพันธ์กับเลข
สมั ประสทิ ธใ์ิ นสมการท่ีดุลแลว้ หรือไม่ (แนวคำตอบ คอื ขึ้นอยู่กบั ผู้เรยี น)”
3. นักเรียนทุกกลุ่มนําข้อมูลที่กลุ่มตัวเองคํานวณได้จากการทำกิจกรรม 8.2 หารด้วยเลข
สัมประสิทธิ์ของสารน้ันตามสมการ 2NO2(g) 2NO(g) + O2(g) จากน้ันให้นักเรียนออกมาเขยี นคำตอบที่
หน้ากระดาน จากน้ันครูสรุปว่า จากการนำเลขสัมประสิทธ์ิของสารนั้นมาหาร พบว่าอัตราการเปลี่ยนแปลง
ความเข้มข้นจะมีค่าเท่ากันในช่วงเวลาเดยี วกนั ซงึ่ อัตราที่เท่ากันน้เี รียกวา่ อตั ราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
7.4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
1. นักเรยี นรบั ความรเู้ พิ่มเตมิ เก่ียวกบั ความสมั พันธ์ของอัตราการเปลย่ี นแปลงปริมาณของ
NO2NO และ O2เพือ่ นําเขา้ สกู่ ารคำนวณหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมแี ลว้ ใช้ตัวอยา่ ง 1 อธิบายประกอบการ
คํานวณเกีย่ วกบั อัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมตี ามรายละเอยี ดในหนังสอื เรยี น
2. นกั เรยี นตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจหนา้ 67 ลงในสมุด
3. นักเรียนรับความรูเ้ พิ่มเติมเก่ียวกับความหมายของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเฉลี่ย โดยเน้น
ให้เห็นว่าเป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารจากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุดในช่วงเวลาท่ีกำหนด ซึ่งอาจ
เป็นต้ังแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดปฏิกิริยาเคมีหรือในแต่ละช่วงเวลาก็ได้จากน้ันอธิบายเก่ียวกับการค ำนวณอัตราการ
เกิดปฏิกิริยาเคมีณ ขณะหนึ่ง โดยใช้รูป 8.2 ประกอบการอธิบาย โดยชี้ประเด็นให้นักเรียนเห็นว่าในการหา
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีณ ขณะหนึ่ง จะหาจากค่าความชันของกราฟหารด้วยเลขสัมประสิทธิ์ของสารใน
สมการเคมี
4. นักเรียนและครูอภปิ รายเพิ่มเติมเกี่ยวกบั คา่ ความชันของกราฟว่า การลากเส้นสัมผสั ของกราฟ
นั้น ไม่ว่าจะลากเส้นสัมผัสยาวเท่าใดก็จะได้ความชันเท่ากันเสมอ เนื่องจากเป็นการหาความชันของเส้นตรงเส้น
เดียวกัน ทั้งนี้นักเรียนอาจหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีณ ขณะหน่ึงได้แตกต่างกันเน่ืองจากลากเส้นสัมผัสกราฟท่ีมี
ความชันแตกต่างกัน
7.5 ขัน้ ประเมินผล (Evaluation)
1. นักเรียนลงมือทำกิจกรรม 8.3 เพื่อเขียนกราฟแสดงการเปล่ียนแปลงปริมาณอื่นท่ไี ม่ได้วัด
ในปฏิกริ ิยาเคมพี รอ้ มทั้งคำนวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีลงในใบรายผลการทำกิจกรรมท่ี 8.3การเขียนกราฟ
แสดงการเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารท่ไี ม่ได้วัดในปฏิกิริยาเคมี และการคำนวณอตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
2. นักเรียนสรปุ ส่งิ ที่ไดเ้ รยี นรู้ เกีย่ วกบั การคำนวณอัตราการเปดิ ปฏิกิริยาเคมีลงในสมดุ
3. นักเรียนทำแบบฝึกหัด 8.1 เพอ่ื ทบทวนความรู้
8. สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
8.1ใบรายผลการทำกิจกรรมที่ 8.3การเขียนกราฟแสดงการเปล่ียนแปลงปริมาณของสารท่ีไม่ได้วัดใน
ปฏกิ ิรยิ าเคมี และการคำนวณอัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
8.2 PowerPoint เรือ่ ง อตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
8.3 หนังสือเรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเติมเคมี เลม่ 3 สสวท. (ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
8.4 แหลง่ สบื ค้นขอ้ มูลออนไลน์
https://www.youtube.com/watch?v=K96RMu8AOL0
9. การวดั ประเมินผล
จุดประสงค์ วิธกี ารวดั /เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การประเมิน
1. ด้านความรู้ (K) -การตอบ -ขอ้ คำถาม ได้คะแนนร้อยละ 70
1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบอัตรา คำถาม -กจิ กรรม ขน้ึ ไป
การเปลี่ยนแปลงปริมาณของสารแต่ละ -ตรวจกิจกรรม ตรวจสอบ
ชนิดในแต่ละชว่ งเวลาได้ ตรวจสอบความ ความเข้าใจ
เข้าใจ
2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. นักเรียนสามารถคำนวณอัตราการ -ตรวจใบ -ใบรายงานผล ได้คะแนนรอ้ ยละ 70
เกิดปฏิกิริยาของสารแต่ละชนิดท่ีเวลา รายงานผลการ การทำ ข้นึ ไป
เดยี วกันหรอื แตกตา่ งกนั ได้ ทำกิจกรรม กิจกรรม
-ตรวจ ที่ 8.3
2. นักเรียนสามารถเขียนกราฟการลดลง แบบฝึกหดั 8.1 -แบบฝึกหัด
หรือเพ่ิมข้ึนของสารท่ีไม่ได้วัดในปฏิกิริยา 8.1
เคมีได้
3. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) - แบบประเมนิ ไดค้ ะแนนในระดบั 3
1.นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานที่ - การสงั เกต คณุ ลกั ษณะ (ดี) ขน้ึ ไป
ได้รับมอบหมายและสามารถทำงาน อันพงึ ประสงค์
รว่ มกบั ผู้อืน่ ได้
10. บันทกึ หลังการสอน
ผลการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………….
(นางสาวบุณรดา สงิ หว์ ิชัย)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………….
(นางจนั เพญ็ พนู สวุ รรณ)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคดิ เหน็ / ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................... .
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ……………………………………………….
()
รองผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
แบบประเมนิ ความรู้
คำช้ีแจง ประเมนิ โดยการตรวจการบันทึกผลการทดลองเรื่อง…………………………………………………………
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5/4
คะแนน คะแนน คะแนน คะแนนรวม
ความ ความ ความ
เลขท่ี ชอ่ื - นามสกุล ถูกต้อง เรียบร้อย ตรงตอ่ เวลา
ของเน้ือหา ของงาน (2) (10)
(6) (2)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
คะแนน คะแนน คะแนน คะแนนรวม
ความ ความ ความ
เลขที่ ช่ือ - นามสกุล ถกู ต้อง เรียบร้อย ตรงตอ่ เวลา
ของเน้อื หา ของงาน (2) (10)
(6) (2)
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ลงช่อื ................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวบณุ รดา สงิ ห์วชิ ยั )
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพ่อื การประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คำชี้แจง การบันทกึ ใหท้ ำเคร่ืองหมาย / ลงในช่องทตี่ รงกับพฤตกิ รรมที่เกดิ ขน้ึ จริง
เลขท่ี ชือ่ - นามสกลุ พฤติกรรมการแสดงออก
1 มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน
2
3 321032103210
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
เลขที่ ชือ่ - นามสกุล พฤติกรรมการแสดงออก
27 มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
28
29 321032103210
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวบณุ รดา สิงห์วชิ ัย)
เกณฑก์ ารให้คะแนน
มวี นิ ยั =ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณ ฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจำวนั และรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ =แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆมีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบสรุปความรู้
ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
มงุ่ มน่ั ใน = มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมายมีความอดทนและไม่
การทำงาน ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็ เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
หมายเหตุ : ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ระดับ ช่วงคะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งบางครง้ั ให้ 1 คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 7-9 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างน้อยคร้ัง ให้ 0 คะแนน ดเี ยี่ยม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง 2-3 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 0-1 คะแนน
ผา่ น
ไม่ผา่ น
แบบประเมินการนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
คำช้แี จง: ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างการนำเสนอ แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งว่างท่ีตรงกับ
ระดับคะแนน
กลมุ่ ท/ี่ ชอ่ื กลมุ่ กลุ่มที่ ......................
สมาชิกในกลุ่ม 1. ..................................................เลขที่ .............
2. ..................................................เลขท่ี ............
3.....................................................เลขที่ ..............
4. ...................................................เลขที่ ..............
ลำดบั ที่ รายการประเมิน คุณภาพการปฏิบตั ิ
4321
1 นำเสนอเนอื้ หาในผลงานได้ถูกตอ้ ง
2 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกบั เวลา
4 ความกลา้ แสดงออก
5 บุคลิกภาพ น้ำเสียงเหมาะสม
รวม
ลงช่อื ................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวบณุ รดา สงิ ห์วิชยั )
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัติงานสมบรู ณ์ ชัดเจน = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ัตงิ านยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อย = 3 คะแนน
ปฏิบตั งิ านมขี ้อบกพรอ่ งเปน็ สว่ นใหญ่ = 2 คะแนน 17 - 20 ดมี าก
ปฏิบตั งิ านมขี ้อบกพร่องมาก = 1 คะแนน
13 - 16 ดี
9 - 12 พอใช้
5 - 8 ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 12
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเพิ่มเติม เคมี 3 ว30223 ภาคเรียนท่ี 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5
เวลา 18 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 อตั ราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี เวลา 2 ช่วั โมง
เร่ืองแนวคดิ เกีย่ วกับการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี (ทฤษฎกี ารชน)
ครูผ้สู อน นางสาวบณุ รดา สิงหว์ ิชยั
1. สาระการเรยี นร้แู ละผลการเรียนรู้
สาระที่ 5 สาระเคมี
2. เขา้ ใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปริมาณสมั พนั ธ์ในปฏิกิรยิ าเคมี อัตราการเกิด
ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า
รวมทั้งการนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1.เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานท่ีส่งผลต่ออัตราการ
เกิดปฏกิ ิริยาเคมี
2. สาระสำคญั
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในการเกิดปฏิกิริยาเคมี อนุภาคของสาต้ังต้นซ่ึงอาจเป็นโมเลกุล อะตอมหรือ
ไอออนจะตอ้ งชนกัน ถ้าการชนกันทุกครั้งทำให้เกิดปฏิกริ ิยาเคมี จะเป็นผลให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่จากการทดลองพบว่าการชนกันของอนุภาค ไม่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีได้ทุกครั้ง มีเพียงบางคร้ัง
เท่านัน้ ทม่ี ีปฏกิ ริ ิยาเคมเี กดิ ขนึ้
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบายแนวคิดเก่ียวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีโดยใช้ทฤษฎีการชน
ได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. นักเรยี นสามารถเขยี นแผนภาพนำเสนอทฤษฎีการชนในการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมไี ด้
3.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. นกั เรยี นมคี วามรับผิดชอบต่องานทไี่ ด้รับมอบหมายและสามารถทำงานร่วมกบั ผู้อืน่ ได้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 แนวคิดเกย่ี วกบั การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5.4 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 มวี นิ ยั
6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรยี นรู้ (2ชั่วโมง)
ใช้วิธกี ารสอนแบบ 5E Learning
7.1 ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1. นักเรยี นและครูอธบิ ายและทบทวนความรเู้ ดมิ เกย่ี วกบั ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ทีว่ ่าแกส๊ มี
อนุภาคท่ีอยไู่ มเ่ ป็นระเบียบและมีการเคล่ือนทต่ี ลอดเวลา โมเลกลุ ของแกส๊ เคลือ่ นท่ีอยา่ งรวดเร็วใน
แนวเส้นตรง เปน็ อิสระดว้ ยอัตราเรว็ คงทแ่ี ละไม่เป็นระเบยี บจนกระท่ังชนกบั โมเลกุลอ่นื หรือชนกับ
ผนงั ภาชนะจึงจะเปลี่ยนทศิ ทางและอตั ราเรว็ (นักเรยี นใช้คุณธรรมคา่ นยิ ม 12 ประการ: ใฝห่ า
ความรู้ หมั้นศกึ ษาเลา่ เรียนทัง้ ทางตรงและทางอ้อม)
2. จากน้ันนกั เรยี นตอบคำถามนำว่า การชนกันของอนุภาคสารต้ังต้นสามารถนำไปสกู่ ารเกิด
ผลิตภัณฑ์ได้หรือไม่ และมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร (แนวคำตอบ คือ ข้ึนอยู่กับผู้เรียน ครูไม่
คาดหวงั ในคำตอบ)
7.2 ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)
1. นกั เรยี นศึกษาเกยี่ วกบั ผลการชนกันของรถยนต์ ระหวา่ งการชนกนั ทีม่ ีความเร็วสงู และการ
ชนกันของรถยนต์ที่ขับช้าๆ แล้วเปรียบเทียบผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจากน้ันให้นักเรียนศึกษาทฤษฎีการชนของ
แก๊ส แลว้ เปรยี บเทียบกบั การชนของรถยนต์ว่าเหมือนหรอื แตกตา่ งกันอยา่ งไร
2.หลังจากศึกษาทฤษฎีการชนของแก๊สแล้ว ให้นักเรียนวิเคราะห์ว่าการชนกันของอนุภาค
ของแกส๊ ส่งผลให้เกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมีข้นึ ทุกครัง้ ทเ่ี กิดการชนหรือไม่
3. นักเรียนพิจารณาปฏิกิริยาระกว่างแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ กับแก๊สไนโตรเจนไตร
ออกไซด์ ไดผ้ ลิตภัณฑ์เปน็ แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ ดงั สมการเคมี
NO(g)+ NO3(g) 2NO2(g)
ปฏิกริ ิยาเคมจี ะเกดิ ขนึ้ ได้โมเลกุลของ NO กบั NO3ตอ้ งมีการชนกัน โดยอาจจัดตวั ขณะชนกนั ไดด้ งั รปู 8.3
หน้า 74
(เงอ่ื นไขความรู้: นกั เรียนนำความร้มู าเช่ือมโยงเพอื่ ประกอบการวางแผนต่องานที่ไดร้ บั มอบหมาย)
7.3 ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
1. นกั เรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับแนวคดิ กับการเกิดปฏิกิริยาเคมตี ามทฤษฏกี ารชน
จ น ได้ ข้ อ ส รุ ป ดั งนี้ “เม่ื อ อ นุ ภ า ค ข อ งส า ร ต้ั งต้ น เค ล่ื อ น ท่ี ม า ช น กั น แ ล้ ว เกิ ด ป ฏิ กิ ริ ย า เค มี
การชนนัน้ จะตอ้ งมที ิศทางท่เี หมาะสมและอนภุ าคทชี่ นกนั ต้องมีพลังงานจลม์ ากพอ”
2. นักเรียนรับความรเู้ พม่ิ เพิ่มจากครูจากความรู้เก่ียวกับทฤษฎีจลนข์ องแก๊สที่ไดศ้ ึกษามาแล้ว
อธิบายได้ว่า ณ อุณหภูมิหนึ่ง โมเลกุลของแก๊สชนิดเดียวกันเคล่ือนท่ีด้วยอัตราเร็วแตกต่างกัน โมเลกุลที่
เคลื่อนท่ีช้าจะมีพลังงานจลน์ต่ำ ส่วนโมเลกุลท่ีเคล่ือนท่ีเร็วจะมีพลังงานจลน์สูง ถ้าโมเลกุลท่ีพลังงานจลน์สูง
หรือเคล่ือนที่เร็วชนกัน พลังงานที่เกิดจากการชนกันก็จะมีค่าสูงด้วย และถ้าพลังงานมีค่าสูงพอก็จะเกิดการ
สลายพันธะในสารต้ังต้นแลว้ สร้างพันธะใหม่เกิดเปน็ ผลิตภณั ฑ์ ซงึ่ กค็ อื การเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
(นกั เรียนใช้คณุ ธรรมค่านิยม 12 ประการ: มีสติ รู้ตวั รู้คดิ รู้ทำ)
7.4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูยกตัวอย่างแสดงทิศทางในการชนของอนุภาคของปฏิกิริยาระหว่างแก๊สไนโตรเจนได
ออกไซด์ (NO2)กับแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)ได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์และแก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2)โดยใชรูปประกอบการอธิบาย
(นกั เรียนใช้คณุ ธรรมคา่ นิยม 12 ประการ: ใฝห่ าความรู้ หม้ันศึกษาเลา่ เรยี นท้ังทางตรงและทางอ้อม)
7.5 ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation)
1. นักเรียนวาดรูปแสดงทิศทางการชนกันของแก๊สไนโตรเจนมอนอกไซด์ (NO) กับแก๊ส
โอโซน (O3) ทม่ี ผี ลตอ่ การเกิดแก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)กับแก๊สออกซเิ จน (O2) ลงในสมดุ
2.นักเรียนสรุปส่ิงท่ีได้เรียนรู้ เกี่ยวกับแนวคิดเก่ียวกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี (ทฤษฎีการชน) ลงใน
สมดุ
(เง่ือนไขความรู้ : นกั เรยี นมคี วามรอบรู้ รอบคอบ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้
(เง่ือนไขคณุ ธรรม : นกั เรยี นมคี วามซอื่ สตั ย์ ขยนั หม่ันเพียร มคี วามรบั ผดิ ชอบต่องานทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมาย)
8. สอื่ และแหล่งเรียนรู้
8.1 PowerPoint เร่อื ง อัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
8.2 หนังสือเรียนรายวชิ าวิทยาศาสตร์เพิม่ เติมเคมี เลม่ 3 สสวท. (ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
8.3 แหล่งสบื ค้นขอ้ มลู ออนไลน์ https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-chem/m5-chem-
book3/chem-m5b3-014/
9. การวัดประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์ วธิ กี ารวดั /เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ -การตอบ -ขอ้ คำถาม -ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ
อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีโดยใช้ทฤษฎีการ คำถาม 70 ขน้ึ ไป
ชนได้
2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P) -ตรวจ
1.นกั เรียนสามารถเขียนแผนภาพนำเสนอ กจิ กรรม -กิจกรรม -ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ
ทฤษฎีการชนในการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมีได้ ตรวจสอบ ตรวจสอบ 70 ขนึ้ ไป
ความเขา้ ใจ ความเข้าใจ
3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) -การสังเกต -แบบประเมิน -ไดค้ ะแนนในระดบั
1.นักเรียนมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ งานท่ี คณุ ลักษณะ 3 (ดี) ขึน้ ไป
ได้รบั มอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกบั อนั พงึ ประสงค์
ผอู้ ื่นได้
10. บันทกึ หลังการสอน
ผลการเรียนรู้
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหาและอปุ สรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………….
(นางสาวบุณรดา สงิ หว์ ิชัย)
ครูผสู้ อน
ความคดิ เห็น / ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………………….
(นางจนั เพญ็ พนู สวุ รรณ)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ความคดิ เหน็ / ข้อเสนอแนะของรองผู้อำนวยการกล่มุ บริหารวิชาการ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................... .
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ……………………………………………….
()
รองผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพ่อื การประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คำชี้แจง การบันทกึ ใหท้ ำเคร่ืองหมาย / ลงในช่องทตี่ รงกับพฤตกิ รรมที่เกดิ ขน้ึ จริง
เลขท่ี ชือ่ - นามสกลุ พฤติกรรมการแสดงออก
1 มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน
2
3 321032103210
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
เลขที่ ชือ่ - นามสกุล พฤติกรรมการแสดงออก
27 มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
28
29 321032103210
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวบณุ รดา สิงห์วชิ ัย)
เกณฑก์ ารให้คะแนน
มวี นิ ยั =ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณ ฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจำวนั และรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ =แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆมีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบสรุปความรู้
ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
มงุ่ มน่ั ใน = มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมายมีความอดทนและไม่
การทำงาน ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็ เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
หมายเหตุ : ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ระดับ ช่วงคะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน คุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งบางครง้ั ให้ 1 คะแนน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 7-9 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างน้อยคร้ัง ให้ 0 คะแนน ดเี ยี่ยม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ได้คะแนนรวมระหว่าง 2-3 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 0-1 คะแนน
ผา่ น
ไม่ผา่ น
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าเพ่ิมเติม เคมี 3 ว30223 ภาคเรียนที่ 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
เวลา 18 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 อัตราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี เวลา 2 ชั่วโมง
เร่อื งแนวคิดเก่ยี วกับการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี (ทฤษฎีสถานะแทรนซิชัน)
ครูผ้สู อน นางสาวบณุ รดา สิงหว์ ิชัย
1. สาระการเรียนรูแ้ ละผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 5 สาระเคมี
2. เขา้ ใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปรมิ าณสมั พนั ธ์ในปฏิกริ ยิ าเคมี อัตราการเกิด
ปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยาเคมี สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า
รวมท้ังการนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานท่ีส่งผลต่ออัตราการ
เกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
2. สาระสำคญั
ในการเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีพลังงานเข้ามาเก่ียวข้องคือพลังงานก่อกัมมันต์ คือ (พลังงานกระตุ้น =
Activation energy) ย่อว่า Eaคือ พลังงานจำนวนน้อยทสี่ ุดทเ่ี กิดจากการชนของอนุภาคของสารตั้งต้นแล้ว
ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมี ใช้หน่วยเป็น kJ/mol หรือ kcal/mol มีลักษณะสำคัญคือ 1) ปฏิกิริยาเคมีที่ต่าง
ชนิดกันพลังงานก่อกัมมันต์ต่างกัน 2) ปฏิกิริยาท่ีมีพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำปฏิกิริยาจะเกิดง่ายหรือเร็วกว่า
ปฏิกิรยิ าที่มีพลังงานก่อกัมมนั ต์สงู 3) พลังงานก่อกัมมันตไ์ ม่เก่ียวข้องกับอัตราการเกิดปฏิกิริยา คือ ปฏกิ ิริยาที่
มีพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำปฏิกิริยานั้นอาจจะมีอัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วหรือสูงก็ได้ 4) พลังงานก่อกัมมันต์ไม่
เกย่ี วขอ้ งกบั พลงั งานของปฏกิ ริ ยิ า
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถแปลความหมายจากกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานกับการ
ดำเนินไปของปฏิกิริยา และระบุได้ว่าเป็นปฏิกิริยาประเภทดูดพลังงานหรือคายพลังงานได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. นักเรียนสามารถหาค่าพลังงานที่ดูดกลืน พลังงานท่ีคายออก และพลังงานรวมของ
ปฏิกิรยิ าจากกราฟได้
3.3 ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. นักเรยี นมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมายและสามารถทำงานร่วมกับผู้อ่ืนได้
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ทฤษฎสี ถานะแทรนซชิ ัน
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5.4 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มีวนิ ยั
6.2 ใฝ่เรียนรู้
6.3 มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (2ชั่วโมง)
ใชว้ ิธกี ารสอนแบบ 5E Learning
7.1 ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนทบทวนความรเู้ ดมิ เก่ียวกบั เรื่อง ทฤษฎกี ารชน โดยดภู าพทค่ี รูนำมาให้ จากนน้ั ให้
นักเรียนรว่ มกันตอบคำถาม ดงั ต่อไปน้ี
- จากภาพมีแบบใดบ้างที่สามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ผลิตภัณฑ์ NO2และO2เพราะ
เหตใุ ด (แนวคำตอบ คือ แบบที่ 3 เนอ่ื งจากทศิ ทางการชนกนั ของโมเลกุลท้งั สองมีความเหมาะสม)
- และจากภาพมีแบบใดบ้างท่ีไม่สามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ผลิตภัณฑ์ NO2และO2
เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ คือ แบบท่ี 1 และ 2 เน่ืองจากทิศทางการชนกันของโมเลกุลท้ังสองไม่มีความ
เหมาะสม)
2. นกั เรียนรว่ มกันตอบคำถาม โดยตอบคำถามต่อไปน้ี
- นักเรียนสังเกตปฏิกิริยาการเผาไหม้นักเรียนจะรู้สึกว่ามีความร้อน และเม่ือ
นักเรยี นสังเกตว่านำแอลกอฮอล์มาเชด็ ท่ผี ิวหนงั จะรู้สึกเยน็ เพราะเหตุใดทั้งสองปฏิกริ ยิ าจึงมีความแตกตา่ งกัน
(แนวคำตอบ คอื ขนึ้ อยูก่ ับผ้เู รียน)