The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือสำเร็จไวถ้าใช้สมองเป็น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattapon Sukarak, 2023-02-06 02:57:30

หนังสือสำเร็จไวถ้าใช้สมองเป็น

หนังสือสำเร็จไวถ้าใช้สมองเป็น

ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 1


ขอมอบแด่


สำเร็จไว ถ้าใช้สมองเป็น


สำเร็จไว ถ้าใช้สมองเป็น ผู้เขียน ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล บรรณาธิการ ยงยุทธ คุนทา กฤษฎิธาดาพงศ์ ผู้ช่วยบรรณาธิการ นันทิกร วงศ์ทอง พิสูจน์อักษร ชนากานต์ วงศ์ทอง ปกและรูปเล่ม เอนก เอื้อการุณวงศ์ ISBN 978-616-92114-3-3 พิมพ์ครั้งที่ 1 สิงหาคม 2558 ราคา 195 บาท สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ สำเร็จไว ถ้าใช้สมองเป็น ©2015 ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล จัดทำหนังสือคุณภาพโดย บริษัท วิช กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด 421/48 บางขุนศรี บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 FB: WishGroup99 โทร. 083 619 5414 จัดพิมพ์โดย Learning Hub Thailand 13/2 ซ.อินทามระ 39 แยก 3 ถ.สุทธิสาร เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 www.learninghubthailand.com โทร. 094 959 2645


คำนำสำนักพิมพ์ สุดยอดความลับของสมอง ที่นักวิทยาศาสตร์ และหลายคนที่ประสบความสำเร็จ ต่างยอมรับและสรุปเป็นเสียงเดียวกันว่า สมอง คือ จุดเริ่มต้น และจุดเปลี่ยนสู่ความสำเร็จทั้งมวล! แต่น่าเสียดายที่ “ความลับของสมอง” ซึ่งมีเพียงไม่กี่คน ที่รู้วิธีใช้มัน และเขาเหล่านั้นต่างประสบความสำเร็จ และสร้าง ผลลัพธ์อย่างน่าทึ่ง อาทิเช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, บิล เกตส์, ไมเคิล โบลดัค, ดร.นโปเลียน ฮิลล์ ฯลฯ ปรากฏการณ์ทั้งหมดเป็นผลงานที่สร้างจาก “การใช้สมอง เป็น” จนกลายเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืนและยอดเยี่ยม


สมอง จึงเปรียบเสมือน “ม้าชั้นยอด” หากเราสามารถควบคุมสมองได้ จะกลายเป็น “ม้าศึก ชั้นเยี่ยม” ที่จะนำคุณทะยานไปสู่เป้าหมาย และข้ามอุปสรรค นานัปการได้อย่างอาจหาญ สร้างผลลัพธ์ยอดเยี่ยม คว้าความ สำเร็จได้อย่างรวดเร็ว และน่าภาคภูมิ หนังสือเล่มนี้ ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล จะมาเล่าความลับ การใช้สมองให้มีประสิทธิภาพ จนนำไปสู่การลงมือทำที่ไร้ เงื่อนไข และคว้าความสำเร็จจนอยู่หมัด ซึ่งผู้เขียนได้ผนวก ทั้งประสบการณ์การตรง จากการนำ “สูตรลับความสำเร็จ ขั้นเทพ” ไปใช้จริง ให้ผลทันตา หลอมรวมกับองค์ความรู้จากปรมาจารย์ผู้สร้างความ สำเร็จระดับโลกอีกหลายท่าน เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ คัดสรร และเปิดเผย “ความลับ ของสมองสู่ความสำเร็จ” ตั้งแต่การใส่โปรแกรมสมองที่ถูกต้อง ภาษาสมองที่ทรงพลัง และการตั้งคำถามที่ทรงประสิทธิภาพ พร้อมตัวอย่างที่เห็นภาพ เพื่อให้คุณผู้อ่านได้ทำตามง่ายๆ และ ให้ผลลัพธ์ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่


ยิ่งไปกว่านั้น หนังสือเล่มนี้ ยังมีนวัตกรรมของสมองใน ยุคอนาคต ด้วยการแถมฟรี APP สูตรลับความสำเร็จขั้นเทพ ที่ช่วยย่อเส้นทางความสำเร็จให้เข้าใกล้ขึ้นมาอีก และง่ายดาย ยิ่งขึ้น ดังนั้น ก่อนที่คุณจะออกไปพิชิตความสำเร็จภายนอก เราควรสร้าง “สมองแห่งความสำเร็จ” ภายในเสียก่อน เพราะสิ่งที่เหมือนกัน จะดึงดูดเข้าหากัน “สมองแห่งความสำเร็จ” จะนำคุณไปสู่ “ความสำเร็จ” อย่างแน่นอน ด้วยรักและปรารถนาดี Learning Hub Thailand


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล หรือ โค้ชเพียว มีความรู้ หลากหลายและศึกษามามาก เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ กลั่น จากความเข้าใจ “ศาสตร์แห่งความสำเร็จ” โดยแท้จริง มี ความครอบคลุม อ่านง่าย เข้าใจดี ผมเชื่อมั่นว่า ผู้อ่าน หนังสือเล่มนี้แม้เพียงเล่มเดียว ชีวิตก็สำเร็จได้อย่างไว สมกับ ชื่อของหนังสือครับ พันโทอานันท์ ชินบุตร ผู้แปล ผู้เขียน และผู้ฝึกอบรม จิตวิทยาประยุกต์เพื่อชีวิตเปี่ยมพลัง


ท่ามกลางสภาวะผันผวนและของสภาวะสังคม โลก ศาสตร์แห่งสมองที่ได้รับการเปิดเผยขึ้นเรื่อยๆ “สำเร็จไว ถ้าใช้สมองเป็น” เป็นหนังสืออีกหนึ่งเล่ม ที่เหมาะกับนักอ่านทั้งหลายที่หาหนทางลัด และได้ ข้อคิดในการดำรงชีวิตที่มีผลลัพธ์จะพึงพอใจ ด้วย ภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ และตรงไปตรงมา ทำให้เรื่อง ยากๆ นั้น จดจำได้ง่ายใช้ประโยชน์ได้ทันที


ด้วยความตั้งใจของผู้เขียนที่ตั้งใจให้เป็นคู่มือ ก็เป็นที่ น่ายินดีกับการมีหนังสือดีๆ มาให้ผู้อ่านนั้นได้เริ่มต้นทำความ เข้าใจ และทำตามได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนที่ได้เรียบเรียงจาก ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล ผู้ผ่านประสบการณ์แห่งความสำเร็จทั้ง ภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นตัวอย่างแห่งความมุ่งมั่น ที่ได้ใช้สูตรสำเร็จระดับโลกในการสร้างตนเองมาเป็นผู้สำเร็จ และเป็นแบบอย่างให้อีกหลายชีวิตนั้นได้มีแบบอย่างได้เดินตาม ขอให้ผู้อ่านทุกท่านได้ใช้ศักยภาพแห่งสมองอย่างเต็มที่ ด้วยการพัฒนาทักษะตามคู่มือหนังสือเล่มนี้ และมีชีวิตดังที่ พึงปรารถนาทุกท่านเทอญ ดร.ขวัญนภา ชูแสง ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการจัดการผสมผสานศาสตร์ NLP & Brain Based Coaching


สมองอยู่กับเราตั้งแต่เกิดจนตาย แต่เรากลับ “รู้จัก” และ “รู้เท่าทัน” สมองน้อยเหลือเกิน สมองเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์กับสัตว์แตกต่างกัน แต่เรากลับใช้สมองได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาให้คุณรู้จักสมอง เพื่อให้คุณฉลาด เรียนเก่ง หรืออะไรทำนองนั้น แต่ผู้เขียน ดร.วีรพงษ์ ทำให้เรารู้จักกับสมอง ในฐานะที่มันกำหนด “ความสำเร็จ” ในชีวิตเราได้เลย


ถ้าเราควบคุมสมองไม่เป็น สมองนั่นแหละที่จะควบคุมเรา เราไม่ได้เป็นสิ่งที่เราคิดตลอดเวลา เพราะสิ่งที่เราคิด เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรา ถ้าเรารู้เท่าทัน เราจะควบคุมความคิดได้ และเมื่อควบคุมความคิดได้ ก็จะควบคุมชีวิตเราได้ สิ่งที่ผมชอบที่สุดของหนังสือเล่มนี้คือ อ่านง่าย เข้าใจง่าย เพราะวางโครงสร้างของหนังสือไว้ได้ดีมาก ผมรู้เลยว่า “ผังความคิด” ในสมองของ ดร.วีรพงษ์ ไม่ธรรมดา ถ้าจะมีหนังสือสักเล่มที่ว่าด้วยเรื่องของ “สมอง” ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง คงต้องเป็นหนังสือเล่มนี้อย่างแน่นอน “อาหารสมองชั้นเลิศ” คือนิยามของหนังสือเล่มนี้ครับ บอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ นักเขียนหนังสือขายดี (best seller) นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ www.boywisoot.com


“จะดีไหมครับ ถ้ามีใครสักคนมาบอกคุณตอนเด็กๆ ว่า ต้องใช้งานสมองอย่างไร เพื่อสร้างความสำเร็จที่คุณต้องการ ให้เกิดเร็วขึ้น” และถ้าเผอิญ... คุณรู้วิธีว่าจะใช้งานสมองตัวเองอย่างไร เพื่อสร้างความสำเร็จในแบบที่คุณต้องการตั้งแต่ตอนนั้น “คุณว่าวันนี้ชีวิตของคุณจะอยู่ตรงจุดไหนครับ” สำหรับผม ผมตอบตัวเองได้ทันทีว่า ผมโชคดีมากและ ความสำเร็จต้องเกิดเร็วกว่านี้แน่นอน! คำนำผู้เขียน


จากจุดเริ่มต้นในวัยเด็ก ผมเป็นลูกชาวไร่อ้อยไร่มันสำปะหลัง ฐานะยากจน ครอบครัวล้มละลาย มีหนี้สินมากกว่ารายได้ พ่อ แม่ต้องไปยืมเงินคนอื่น เพื่อให้ผมได้ไปโรงเรียน ผมจำความได้ ว่า ต้องทำงานควบคู่กับการเรียนไปด้วย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการ ใช้งานสมองของตัวเอง แม้จะใช้แบบสะเปะสะปะโดยไม่รู้ตัว ก็ตาม ทั้งหมดก็เพื่อผลักดันชีวิตให้ออกมาจากจุดนั้นให้ได้ ซึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือ... สมัยประถม ผมสอบได้ที่หนึ่งทุกปี ตอนมัธยมต้น ผมชนะที่หนึ่งในงานแข่งขันวิทยาศาสตร์ ระดับจังหวัด สอบเข้าเรียนโรงเรียนดังของจังหวัดได้ ตอนมัธยมปลาย สอบติดโควต้าเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เรียนฟรีไม่ต้องจ่ายค่าเทอม เพราะสอบได้ เกรด A 5 วิชาตลอดเกือบทุกเทอม เรียนจนได้เกียรตินิยม อันดับหนึ่ง และสอบชิงทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาต่อระดับ ปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น


16 ตอนเข้าทำงาน ก็มีผู้สนับสนุนแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการที่ อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทจากผลงาน “เตะตา” ผู้บริหารอย่างจัง จากนั้นก็ย้ายมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ทรัพยากรบุคคลที่สามารถเพิ่มระดับความผูกพันของพนักงาน ในแบบที่น้องคนหนึ่งให้ฉายาว่า... “พี่คือตำนาน” ผมเพิ่งมารู้ความลับทั้งหมดในช่วงวัยกลางคน ที่จริงแล้ว ผมไม่ใช่คนเรียนเก่ง และไม่ได้เก่งไปกว่าคนอื่น เพียงแต่ผม รู้จักการใช้งานสมองตัวเองเท่านั้น แต่มันถูกใช้มาแบบตามมี ตามเกิด ไม่มีขั้นตอน แต่ก็สร้างผลลัพธ์ให้แก่ผมอย่างน่าพอใจ ทีเดียว ผมจึงเริ่มสนใจศึกษาศาสตร์การใช้สมองอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในเรื่อง ศาสตร์ของโปรแกรมภาษาสมอง (Neuro Linguistic Programming: NLP) ซึ่งผมมีโอกาสเรียนกับทั้ง โค้ชชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทยและของโลก


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 17 ของเมืองไทยคือ พันโทอานันท์ ชินบุตร ซึ่งเป็นผู้นำ ศาสตร์นี้เข้ามาในเมืองไทยเป็นคนแรก ผ่านการแปลหนังสือ พลังไร้ขีดจำกัด (Unlimited Power) ของ แอนโทนี่ ร็อบบิ้นส์ และ ดร.ขวัญนภา ชูแสง นักสร้างความสำเร็จจากจิตใต้สำนึก ที่ผมให้ความเคารพนับถือเป็นครูบาอาจารย์ฝ่ายไทย ส่วนโค้ชต่างชาตินั้น ผมมีโอกาสได้เรียนกับสถาบัน NLP Top Coach เป็นแห่งแรก และมาถูกเติมเต็มมากยิ่งขึ้นในเรื่อง การใช้งานที่ทรงพลัง และสร้างผลลัพธ์ได้สุดยอด เมื่อได้เจอ และเรียนรู้กับ ไมเคิล โบลดัค (Michael Bolduc) โค้ช มือหนึ่งของโลกในด้านการตั้งและบรรลุเป้าหมาย ซึ่งผู้เรียนกับ ไมเคิล ก็ต้องผ่านหลักสูตรสร้างผลลัพธ์ความสำเร็จออกมาเป็น รูปธรรมด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้น ถือว่าไม่ผ่าน นอกจากนี้ ผมยังมีโอกาสได้เรียนรู้ศาสตร์การโค้ชจาก โค้ชระดับเทพของเอเชีย ซึ่งได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ช นานาชาติ (International Coach Federation: ICF) ใน ระดับสูงสุดคือ Master Certified Coach (MCC) เช่นกัน เป็นการโค้ชที่เน้นสร้างการเปลี่ยนแปลงจากการตระหนักรู้ของ


ตัวเอง ซึ่งอาวุธที่สำคัญที่สุดในการโค้ชก็คือ “คำถาม” และผม ได้แทรกคำถามทรงพลังเหล่านั้นไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วย ดังนั้น สูตรลับความสำเร็จขั้นเทพที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ มาจากประสบการณ์โดยตรงของผม ครูบาอาจารย์ทั่วโลก และจากการสั่งสอนของไมเคิล โบลดัค เป็นสูตรลับการใช้ สมองที่เปลี่ยนชีวิตเขาจากยาจกมาเป็นเศรษฐีร้อยล้าน ภายในเวลา 3 ปีครึ่ง ซึ่งผมเห็นว่า นี่แหละคือสิ่งที่ตอบโจทย์ ของคนที่อยากประสบความสำเร็จไว ผมจึงได้เรียบเรียงขึ้นเป็น ฉบับภาษาไทย สำหรับทุกคนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ถือว่าโชคดีกว่าผม มาก เพราะจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาคลำทางที่จะไปสู่ จุดหมายแห่งความสำเร็จ และไม่ต้องเสียดายเหมือนผม “ถ้ามีคนเขียนให้ผมอ่าน เหมือนอย่างหนังสือเล่มนี้ ชีวิต ผมคงประสบความสำเร็จไปนานแล้ว” ขอให้สนุกกับการอ่านครับ ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล โค้ชเพียว นักสร้างสมองแห่งความสำเร็จ


บทที่ 1 : นิยามของความสำเร็จ 24 1. ความสำเร็จคืออะไร 25 2. ความสำเร็จเริ่มมาจากไหน 28 3. ทางสามแพร่งแห่งความสำเร็จ 31 4. คำถามของคนสำเร็จ 35 5. คุณอยู่ตรงไหนของความสำเร็จในวันนี้ 45 บทที่ 2 : 5 อุปสรรคฉุดรั้งความสำเร็จ 50 1. ไม่ชัดเจนในสิ่งที่คุณอยากได้ 51 2. ไม่มีแผนการสู่ความสำเร็จ 54 3. มีความขัดแย้งภายในตัวเอง 57 4. มีข้อจำกัดในการตัดสินใจ 61 5. ติดอยู่ในโซนขี้เกียจ 66 สารบัญแห่งความสำเร็จ ความสำเร็จมีเรื่องราวให้ร้อยเรียงฉันท์ใด หนังสือ “สำเร็จไว” ก็ต้องมีสารบัญฉันท์นั้น


บทที่ 3 : สมองและความสำเร็จ 70 1. ภาษาสมอง 71 2. ลบทิ้ง เหมารวม บิดเบือนคือหน้าที่ของเขาล่ะ 76 3. “สมอง” เครื่องจับคู่ให้ความหมาย 82 4. “ความเจ็บปวด” และ “ความพึงพอใจ” 85 คือแรงขับ 5. แผนที่สมอง ตัวกำกับความเป็นไปของมนุษย์ 94 6. แผนที่ไม่ใช่พื้นที่จริง 98 7. ความต้องการของมนุษย์ 6 อย่าง 101 8. ทำความสำเร็จให้เป็นวิทยาศาสตร์ 106 9. ควบคุมความคิดพิชิตความสำเร็จ 112 บทที่ 4 : มาทำความสำเร็จให้เป็นจริง 118 1. เริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมาย 119 2. ใช้หลัก SMART Goals ในการตั้งเป้าหมาย 122 3. ตั้งเป้าหมายที่เร้าใจและเป็นบวก 126 4. ปักหมุดเป้าหมายของคุณให้อยู่ในสมอง 129 5. ย่อยเป้าหมายลงมาทีละขั้น 132 6. เป้าหมายได้เดี๋ยวนี้เลย 135 7. ร่ายมนต์ใส่ตัวเองเพื่อความสำเร็จ 140


บทที่ 5 : สำเร็จไวใช้สูตรสำเร็จขั้นเทพ 144 1. รู้เป้าหมาย 145 2. ใส่ความเชื่อ 149 3. หาแผนการ 161 4. ทำทันที 165 5. ตีความหมาย 170 บทที่ 6 : เทคนิคเสริมเพื่อความสำเร็จเร็วเว่อร์ 176 1. ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนในแต่ละวัน 177 2. ใส่ความสนุกไปในกระบวนการ 179 3. สร้างความสำเร็จให้อยู่ในเกมของคุณ 181 4. ให้รางวัลแก่ตัวเองและฉลองความสำเร็จทุกครั้ง 183 5. ใช้กฎแห่งแรงดึงดูดเสริม 185 บทที่ 7 : งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา 190 ประวัตินักเขียน 195


22 หลายท่านอาจสงสัย ว่าทำไมผมจึงเขียนหนังสือเล่มนี้ มันมีที่มาที่ไปครับ ตอนเรียนอยู่ชั้นประถมฐานะทางบ้าน แย่มากๆ จำได้แม่นยำเลยว่าตอนเรียนอยู่ ป.4 มีคนบริจาคเงิน เพื่อเป็นทุนการศึกษา และโรงเรียนคัดชื่อผมให้รับทุนเด็กเรียนดี แต่ยากจน เป็นเงิน 500 บาท ผมดีใจมากที่สุดในชีวิต ตอนนั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ต่อสู้ความลำบากตามลำพัง เพราะยังมี คนจิตใจดีที่เขาคอยช่วยเหลือคนอื่นที่ลำบากกว่าอยู่เสมอ ตลอดเวลาที่ผมหาเงินได้จากการทำงาน ผมจะให้ทุนเด็กเหล่านี้ ตามกำลังทรัพย์ เพราะเงินไม่กี่บาทสำหรับบางคนในวันนั้น ได้ ทำให้เด็กบ้านนอกจนๆ คนหนึ่ง ตั้งใจเรียนจนจบดอกเตอร์และ คิดจะตอบแทนสังคมของเขาอยู่ตลอดเวลา ก่ อ น ใ ช้ ส ม อ ง


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 23 หนังสือเล่มนี้ จะมาเปิดเผยกระบวนการทำงานของ สมองและขั้นตอนการใช้งานที่สามารถสร้างผลลัพธ์ความสำเร็จ ได้รวดเร็วและง่ายดายกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้คุณผู้อ่านไม่ต้องมา เสียเวลาเหมือนผม ผมจึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากให้เด็กไทยมีเป้าหมาย และสามารถใช้สมองของตัวเองสร้างความสำเร็จให้แก่ตัวเขา เองได้ ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม นอกจากนี้ผมจะสร้าง แรงบันดาลใจผ่านการสอนเรื่องการใช้สมองและมอบทุนการ ศึกษาให้แก่เด็กทั่วประเทศไทย 77 จังหวัด จังหวัดละ 100 ทุน ด้วยความหวังว่า ใน 7,700 คนที่ได้รับทุนนี้ จะสร้างเด็กไทยที่ มีคุณภาพเพื่อมาช่วยเหลือสังคมของเขาเองได้บ้างไม่มากก็น้อย เมื่อเขาเหล่านั้นโตขึ้น ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่มีส่วนร่วมในปณิธานนี้ และ มาช่วยสร้างอนาคตของประเทศไทยร่วมกันเพราะรายได้ 10 เปอร์เซ็นต์ จากการจำหน่ายหนังสือเล่มนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อ การนี้ครับ


นิยามของความสำเร็จ เราคงไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เราจะสำเร็จเมื่อไหร่ ถ้าเราไม่รู้ว่า อะไรเรียกว่าความสำเร็จ ที่มาที่ไป หนทางของมัน และใครบ้างที่ถูกเรียกว่าคนสำเร็จ รวมถึงตัวเราเองนั้น อยู่ตรงไหนของความสำเร็จกันแน่ มาเริ่มเดินทางไปพร้อมๆ กันดีกว่าครับ


1. ความสำเร็จคืออะไร คุณนิยามความสำเร็จไว้อย่างไรกันบ้าง อันที่จริงความสำเร็จก็คือสิ่งที่ใครๆ ก็ปรารถนา เพราะมัน หมายถึงการได้มาซึ่งอะไรบางอย่างที่เขาและเธออยากได้ อยากมี และเขาหรือเธอก็สามารถหามันมา หรือทำให้มันเกิดขึ้นได้ จึง เรียกว่า ความสำเร็จ และหลายคนก็ต้องการสิ่งนี้แหละ จึง ต่างก็ดิ้นรนเพื่อให้ได้มันมา โดยยอมแลกกับอะไรบางอย่าง เช่น เวลา โอกาส สุขภาพ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งใช่ไหมครับ ไม่ว่า ความสำเร็จนั้นจะเป็น…


26 “การที่มีเงินล้านก่อนอายุ 30 การมีเงิน 100 ล้าน 1,000 ล้าน การได้งานที่เงินเดือนดีและมั่นคง การได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการ การได้เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว การได้แฟนที่น่ารัก การเป็นเจ้าของหนังสือขายดี (Best Seller) การมีครอบครัวที่อบอุ่น การที่จบการศึกษาดีกรีเมืองนอกเมืองนา การสอบได้ที่ 1 ของชั้น การมีรถยนต์หรูๆ ราคาแพงสักคัน การมีบ้านหรือคอนโดฯ มูลค่าหลายล้านบาท การที่มีรายได้แบบ Passive Income หรือ ‘รายได้เชิงรับ’ เดือนละล้าน การใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องวิตกกังวล” และอื่นๆ อีกมากมายที่หลายคนหรือคุณให้ความหมาย ว่ามันคือความสำเร็จ


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 27 สำหรับผม ผมให้นิยามความสำเร็จว่า การได้มาซึ่งสิ่งที่ อยากได้โดยที่ผมมีความสุขรอบด้าน ทั้งด้านการงาน การเงิน ความสัมพันธ์ สุขภาพ เวลา สถานที่ อารมณ์และจิตวิญญาณ ผมเชื่ออย่างที่สุดว่า.. “Success without happiness is a failure” “ความสำเร็จที่ปราศจากความสุข ก็คือความล้มเหลวดีๆ นี่เอง” สำเร็จไว Trick#1 ความสำเร็จที่แท้จริง ต้องมาควบคู่กับ ความสุขเสมอ


28 2. ความสำเร็จเริ่มมาจากไหน หลายคนคงเคยถามตัวเองว่า ความสำเร็จนี่มันมาจากไหน กัน คุณเคยรู้สึกไหมว่า บางคนหยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง พอเราจับบ้างดันกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ เห็นคนนั้นคนนี้ทำอะไรก็สำเร็จแล้วมองย้อนกลับมาดู ตัวเอง ก็แปลกใจว่า บางครั้งเราก็ทำเหมือนเขา แต่ทำไมไม่เห็น สำเร็จเหมือนเขา ทั้งๆ ที่เราก็มีความรู้ความสามารถไม่ได้ด้อย กว่าเขาเลย หรือว่าโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง หรือว่าฟ้าอยากเล่นตลกกับเราหรือเปล่า หรือว่าฝนจะตกไม่ทั่วฟ้าเมืองไทย ถ้าหากเราเชื่อว่า “อันว่าความสำเร็จใดๆ ในโลกนี้ จะมี ใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้า สุราลัยสู่แดนดิน” ดิ้นรนไปก็เท่านั้น เพราะเรามีต้นทุนชีวิต สู้กับใครเขาไม่ได้


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 29 ส่วนคนอีกประเภทหนึ่ง ก็จะดิ้นรนไขว่คว้าหาความสำเร็จ ทำทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ งานนอกงานใน งานหลวง งานราษฎร์ งานพิเศษก็ทำ ขายตรงก็ไม่เว้น เทรดหุ้น ออปชั่น ฟอร์เรกส์ เรียกว่าไม่มีงานอะไรที่เราทำไม่ได้ ดูเหมือนว่าใครๆ ก็ถวิลหาความสำเร็จกันทั้งนั้น แน่นอน ครับ ทุกอย่างมันมีศาสตร์ของมัน ความสำเร็จก็เหมือนกัน ไม่ใช่แค่คุณทำสิ่งเดียวกับคนที่สำเร็จแล้วจะสำเร็จ บางครั้งคุณ ต้องกลับมาดูที่จุดเริ่มต้นของความสำเร็จก่อนว่า ท่านเหล่านั้น มาจากไหน คงไม่ได้หล่นมาเองจากฟากฟ้าเป็นแน่ ดร.นโปเลียน ฮิลล์ กล่าวไว้ว่า คนที่จะสำเร็จได้ต้อง เริ่มจาก “การมีความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ” ก่อนครับ ซึ่งก็หมายความว่า คนจะสำเร็จได้นั้นจะรู้ว่าเขา ต้องการอะไร และการจะรู้ได้นั้น ก็ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ ก่อนว่า... ทำไมถึงต้องการมันจริงๆ ความสำเร็จนี้ให้อะไรแก่เขา แล้วทำไมเขาถึงต้องได้มันมาด้วย


30 คำตอบตัวนี้แหละครับ จะเป็นตัวทั้งผลักทั้งดึงทั้งดัน รวมถึงกระชากลากถู ให้คนคนนั้นก้าวไปสู่เส้นทางแห่งความ สำเร็จได้ดังที่เขาตั้งเป้าหมายเอาไว้ หากวันนี้คุณอยากสำเร็จหรืออยากได้อะไรบางอย่าง ลองถามตัวเองแบบไม่กั๊กไปเลยว่า “ฉันต้องการมันจริงๆ หรือเปล่า” หากคำตอบคือใช่ คุณเริ่มมาถูกทางแล้วครับ แต่ หากได้คำตอบแบบไม่แน่ใจ นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งก็ได้ว่า ทำไม คุณถึงยังไม่ได้ในสิ่งที่คุณปรารถนาหรือทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักที ลองถามตัวเองดูนะครับ! สำเร็จไว Trick#2 เมื่ออยากประสบความสำเร็จมากพอ จึงจะมีความสำเร็จปรากฏขึ้นให้เห็น


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 31 เป้าหมาย เครียด/กดดัน 3. ทางสามแพร่งแห่งความสำเร็จ ทุกความสำเร็จย่อมมีทางเดินไปสู่จุดหมายเสมอ เรา อาจจะเรียกมันว่า หนทางแห่งความสำเร็จก็ได้ ทุกคนต่างก็เดิน ไปบนทางเส้นนี้ แต่จุดเปลี่ยนจะมาทันทีเมื่อมีอุปสรรคขวากหนาม ทำให้คนที่กำลังเดินบนเส้นทางนี้ ต้องมาเจอทางสามแพร่งและ ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งเพื่อจะเดินต่อไป มาดูกันว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกเดินทางไหน เป้าหมาย อุปสรรค 3 อุปสรรค 2 อุปสรรค 1 เหลาะแหละ เป้าหมาย ต้นแบบ/โค้ชชิ่ง


32 3.1) ทางของพวกเหลาะแหละ (Dabbler path) กลุ่มแรกนี้ เราเรียกว่า พวกเหลาะแหละ มีความมุ่งมั่น และปรารถนาที่จะบรรลุเป้าหมายเหมือนกัน ท่านก็จัดการเริ่ม ลงมือทำเพื่อไปสู่เป้าหมายเลยครับ ทำไป ทำไป เริ่มสนุกกับ สิ่งที่ทำเพราะได้ผลลัพธ์บางอย่างกลับมา แต่พอเจออุปสรรคเมื่อไหร่ คนกลุ่มนี้จะถอดใจและล้มเลิก เป้าหมายก่อนใคร เรียกว่า แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งก็ว่าได้ ดังนั้น คำว่า ‘เหลาะแหละ’ จึงเหมาะกับคนกลุ่มนี้ด้วยประการทั้งปวง 3.2) ทางของพวกอาร์ตติส กดดัน เครียด (Stressor path) กลุ่มที่สองนี้ ค่อนข้างจะอารมณ์ติส มีเป้าหมาย มีความ ปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จเหมือนกัน แต่มีอารมณ์อ่อนไหว ง่าย ชอบเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอในการ ทำงาน แต่ถ้ามีอารมณ์พวกเขาก็ลงมือทำด้วยความมุ่งมั่น เขา จะคิดและลงมือทำด้วยตัวเอง เรียกได้ว่า ทำงานตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต เลยทีเดียว คนกลุ่มนี้เมื่อเจออุปสรรคจะไม่มีคำว่า “ยอมแพ้” ครับ พวกเขาจะคิดหาทางออกของปัญหา แต่ก็คิด


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 33 ไป ปวดหัวไป เครียด สับสนบ้าง แต่สุดท้ายก็พบทางออกจนได้ อย่างภาคภูมิใจ และพร้อมที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จอีกขั้น แต่...แต่ยังไม่จบแค่นี้ เพราะเขาจะไปเจอกับอุปสรรค ใหม่ครับ และเริ่มเข้าสู่กระบวนการเครียด เครียด เครียด แล้ว ก็เครียดเหมือนเดิม แต่ใช้เวลาไม่นานเขาก็ได้คำตอบ และก็ทำ ต่อไป วนเวียนไปอยู่อย่างนี้ สังเกตได้ว่าคนกลุ่มนี้ที่ประสบ ความสำเร็จ หน้าตาของพวกเขาดูอาจจะแก่เกินวัย 3.3) ทางของพวกใช้ต้นแบบและโค้ชชิ่ง (Coaching path) กลุ่มสุดท้าย กลุ่มนี้จะใช้หนทางเพื่อไปสู่เป้าหมายอย่าง ชาญฉลาด แน่นอนว่า ความปรารถนาที่จะบรรลุเป้าหมาย ไม่แตกต่างจากสองกลุ่มที่ผ่านมา แต่มีการหาวิธีลงมือทำต่างๆ นานาเพื่อไปสู่เป้าหมาย ทันทีที่คนกลุ่มนี้เจออุปสรรค เขาจะเริ่มมองหาร่องรอย ความสำเร็จที่คนอื่นเคยทิ้งไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นต้นแบบของ คนที่เคยทำมาแล้วจนประสบความสำเร็จ หรือเคยเจอกับ ปัญหานี้คล้ายๆ กัน แล้วมาศึกษาดูว่า เขาแก้ปัญหากัน อย่างไร หรือเข้าไปขอคำปรึกษา แล้วมาทำตามคำแนะนำนั้น


34 หรือถึงขั้นจ้างโค้ชส่วนตัว เพื่อมาแนะนำและชี้ทางออกให้เขา หลุดจากอุปสรรคนี้ได้ เขาก็ทำครับ สุดท้ายก็จะผ่านปัญหานั้น มาได้ และมุ่งสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นทางที่สามนี่แหละ จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย ได้เร็วกว่าแบบอื่นๆ ครับ สำเร็จไว Trick#3 หากคุณอยากไปช้าๆ ก็จงเลือกทางเดินช้าๆ หากคุณอยากไปเร็วกว่า ก็จงเลือกทางลัดที่เร็วๆ


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 35 4. คำถามของคนสำเร็จ หากคุณลองไปถามคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ไม่ว่า จะด้านไหนก็ตาม มักจะได้ยินคำพูดที่เขาพูดติดปากเสมอว่า “ผมสำเร็จได้เพราะผมรู้คำถาม” ฟังดูแปลกๆ ใช่ไหมครับ แต่คุณจะไม่ประหลาดใจเลย ถ้าคุณรู้ว่า ในทุกๆ ความสำเร็จของชีวิตนั้น “คำถามสำคัญ กว่าคำตอบ” เมื่อคุณตั้งคำถามดีๆ ให้ตัวเอง สมองจะมีหน้าที่หา คำตอบมาให้เอง ถ้าไม่เชื่อคุณลองตั้งคำถามเล่นๆ กับตัวเองดู สมองของคุณสามารถตอบได้หมดครับ ส่วนคนสำเร็จนั้น เขาจะมีคำถามเพื่อความสำเร็จของเขา และเขาเองก็รู้คำตอบของคำถามนั้นด้วย อยากรู้แล้วใช่ไหมว่า คำถามของคนที่ประสบความสำเร็จคืออะไร มาดูกันเลยครับ


36 คำถามข้อที่ 1 : ฉันต้องการอะไร และทำไมฉันถึงต้องการมัน คนสำเร็จส่วนใหญ่จะรู้ว่าเขาต้องการอะไร และเขาก็จะ นึกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความร่ำรวย การประสบความสำเร็จทางธุรกิจหรือในหน้าที่การงาน ความสุข สมหวัง การเป็นที่รักของคนรอบข้าง และการมีบุคลิกภาพที่ดี แต่ในขณะเดียวกัน คนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เขาจะ คิดตรงกันข้าม คือนึกถึงสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการตลอดเวลา เช่น หนี้สิน ความล้มเหลว การทรยศหักหลัง การนอกใจ ความอ้วน ความกลัว ฯลฯ ลองนึกดูว่า ทุกวันนี้คุณนึกถึงสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่ ต้องการสิ่งใดมากกว่ากัน


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 37 นอกจากจะนึกถึงสิ่งที่เขาต้องการแล้ว คนสำเร็จยังรู้อีก ว่า ทำไมเขาถึงต้องสำเร็จ การรู้ว่า “ทำไม” นี้ก่อให้เกิดความ ชัดเจนในสิ่งที่เขาต้องการมากขึ้น ในภาษาอังกฤษมีคำกล่าว ที่ว่า “Clarity is Power” หมายถึง “ความชัดเจนคือพลัง” และพลังตัวนี้ก็มาจากการเข้าใจว่า “ทำไม” คุณถึงต้องได้ความ สำเร็จนี้มา ยิ่งพลังของคำว่า “ทำไม” ใหญ่มากเพียงใด คุณจะพบหนทางที่จะประสบความสำเร็จไวมากขึ้นเท่านั้น คำถามข้อที่ 2 : อะไรที่เป็นอุปสรรคฉุดรั้งฉันไว้ตอนนี้ เมื่อคนสำเร็จรู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร คำถามต่อมาที่ เขาจะถามตัวเองก็คือ อะไรเป็นสิ่งที่ฉุดรั้ง หรือเป็นอุปสรรค ขัดขวางเขาไว้จากความสำเร็จ เพื่อจะได้หาทางก้าวข้าม อุปสรรคต่างๆ เหล่านั้นไปได้ เช่น การไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว ตัวเองต้องการอะไร หรือไม่มีแรงจูงใจมากพอ (Compelling Reason) ที่จะได้เป้าหมายนั้นมา


38 แท้จริงแล้ว เขาไม่มีแผนการที่จะสามารถนำตัวเองไปสู่ ความสำเร็จที่ตั้งไว้ หรือบางครั้ง เขาอาจจะมีความขัดแย้งในใจ เกี่ยวกับตัวตนและคุณค่าตัวเอง รวมถึงเป้าหมายอาจจะไม่เป็น ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกิดอารมณ์ลบ เบื่อ หงุดหงิด ที่มา คอยฉุดรั้งตัวเขาไว้ เสมือนการเดินไปข้างหน้าสองก้าว แล้ว ถอยหลังสามก้าว ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะไปไม่ถึงไหนกันพอดี เมื่อเข้าใจว่า อะไรคืออุปสรรค คนสำเร็จจะต้องหาทาง จัดการมัน เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จ ดังคำกล่าว ที่ว่า... “When you are committed, there’s always be the way” “เมื่อคุณตั้งเป้าไว้และให้คำมั่นกับตัวเอง ว่าจะต้องสำเร็จ หนทางย่อมมีเสมอ”


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 39 คำถามข้อที่ 3 : ฉันจะเปลี่ยนชีวิตฉันได้อย่างไรตอนนี้ เมื่อคนสำเร็จรู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร และอะไรที่เป็น อุปสรรคขวากหนาม คำถามที่จะทำให้เขาก้าวไปข้างหน้าก็คือ “ฉันจะเปลี่ยนชีวิตฉันได้อย่างไร ณ ตอนนี้” ถ้าเป็นแนวของ แอนโทนี่ ร็อบบิ้นส์ โค้ชด้านความ สำเร็จระดับโลก จะใช้คำว่า “Raise your standard by turning a SHOULD into a MUST” นั่นคือในการกระทำ เพื่อไปสู่ความสำเร็จ ไม่มีคำว่า “ควรจะ” แต่คุณ “ต้องทำ” อย่างเต็มกำลังความสามารถโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น ความสำเร็จไม่มีทางหนีไปไหนได้ ถ้าคุณให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่าจะทำมัน นอกจากนี้ การจะเปลี่ยนชีวิตได้นั้น คนสำเร็จให้ความ สำคัญกับ ‘ความเชื่อ’ อย่างมาก ถ้าเขาเชื่อว่ามันมีโอกาส สำเร็จ ถึงแม้โอกาสจะมีเพียง 50/50 ก็ตาม เขาก็ยังมองเห็น ความเป็นไปได้ นอกจากนี้เขาต้องเชื่อในศักยภาพของตัวเอง ว่าเขาทำได้ และจะต้องรู้ว่าความเชื่อใดที่ไม่สนับสนุนเขา เขาก็ เลือกที่จะไม่เชื่ออย่างนั้น และไม่ยอมให้มันมาเป็นตัวถ่วงได้


40 เหมือนดังคำกล่าวของ เฮนรี่ ฟอร์ด ว่า... “Whether you think you can or you think you can’t-- you’re right.” “ถ้าคุณคิดว่าจะทำมันสำเร็จได้ คุณก็จะทำได้ แต่ถ้าคุณคิดว่ามันทำไม่ได้ คุณก็ทำไม่ได้ครับ” คำถามเปลี่ยนชีวิตของไมเคิล โบลดัค สำหรับตัวอย่างความสำเร็จที่เห็นและจับต้องได้ชัดเจน ผมขอนำเอาเรื่องเกี่ยวกับโค้ชของผมมาเล่าสักเล็กน้อยครับ โค้ช ไมเคิล โบลดัค กูรูด้านความสำเร็จที่ได้รับการยอมรับ ในระดับโลก ถึงขั้น ไบรอัน เทรซี่ ยังกล่าวยกย่องว่า ไมเคิล คือโค้ชหมายเลขหนึ่งของโลกในด้านการตั้งและบรรลุเป้าหมาย เพราะเขาได้เป็นโค้ชส่วนตัวให้ ไบรอัน เทรซี่ ในคราวที่เขา ประสบปัญหาหลายต่อหลายครั้ง หากทราบประวัติของไมเคิล คุณอาจจะอึ้งไปเลยก็ได้ ครับ เขาไม่ได้เกิดมารวย (คือเกิดมาจนนั่นแหละ) และเรียน ไม่จบมัธยมปลายอีกต่างหาก ตอนวัยเด็ก เขามีประสบการณ์ ชีวิตอันเลวร้าย เห็นพ่อใช้ปืนยิงแม่จนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 41 พอเขาอายุ 7 ขวบ เขาถูกส่งไปอยู่กับลุงที่มีอาชีพปลูกผักขาย และต้องนำผักเหล่านั้นออกขายเองเพื่อให้ได้เงินมาประทังชีวิต เมื่อไมเคิลอายุ 16 ปี ลุงก็ไล่ออกจากบ้าน และเขาต้อง ไปทำงานเป็นเด็กถือถุงกอล์ฟ มีรายได้ต่ำมากๆ และต้องนอน ข้างถนนเพราะไม่มีบ้านอยู่ ช่วงหนึ่ง ไมเคิล ทำงานหาเงินอย่างหนักและขายทุกอย่าง ที่มี ทั้งสร้อยคอ กีตาร์ ทั้งรูดบัตรเครดิต เพื่อเอาเงินมาใช้จ่าย เข้าคอร์สสัมมนาต่างๆ เป็นร้อยๆ สัมมนาที่มีคนบอกว่าดี เพราะ เขาอยากประสบความสำเร็จและได้หลุดพ้นไปจากสภาพเดิม แต่ชีวิตของเขาก็ก้าวไปข้างหน้าได้ไม่มากนัก จนกระทั่งเขามา พบสูตรลับความสำเร็จขั้นเทพ ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเขาจาก ฐานะที่เรียกได้ว่า ‘ยาจก’ มาเป็น ‘เศรษฐีร้อยล้าน’ ภายใน ระยะเวลาแค่สามปีครึ่งเท่านั้น ซึ่งผมจะนำสูตรลับขั้นเทพนี้ มาบอกท่านผู้อ่านในบทหลังๆ ของเล่มนี้ครับ ประเด็นสำคัญคือ ไมเคิลมีคำถามและคำตอบอะไร ที่ ทำให้เขาประสบความสำเร็จ อยากรู้แล้วใช่ไหมครับ งั้น ก็ตามผมมาเลย


42 คำถามข้อที่ 1 : ฉันต้องการอะไรและทำไมฉันถึง ต้องการมัน ไมเคิลต้องการเงินครับ ถูกต้องครับ “เงิน” คนส่วนใหญ่ก็ต้องการเงินเช่นกันถูกต้องไหมครับ ตอนแรก นั้นไมเคิลรู้แต่ว่าเขาต้องการเงิน และต้องออกไปทำงานต่างๆ มากมายที่บ้านเกิดในแคนาดา แต่มันก็ยังไม่ได้เงินตามที่ต้องการ จนกระทั่งเขาต้องยอมลงทุนจ้างโค้ชส่วนตัวเพื่อมาช่วยแนะนำ ให้ตัวเขาหลุดพ้นจากภาวะนี้เสียที และจากการโค้ช ทำให้เขา ถึงกับน้ำตาไหลริน เพราะเขารู้ชัดแจ้งในสมองแล้วว่า ที่เขา ต้องการเงินนั้นก็เพราะ “เขาอยากพบลูกชาย” ซึ่งได้แยกจาก กันตอนที่ลูกยังเล็กๆ และความต้องการเงินของไมเคิลนั้น เพื่อ มาทำในสิ่งที่เขาต้องการยิ่งกว่านั่นก็คือ การได้มาใช้ชีวิตอยู่กับ ลูกชายที่เมืองไทย นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความชัดเจนในสมอง ที่มี พลังมาจากคำว่า “ทำไม” และเป็นพลังที่รุนแรงมากซะด้วย


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 43 คำถามข้อที่ 2 : อะไรที่เป็นอุปสรรคฉุดรั้งฉันไว้ตอนนี้ รู้ไหมว่า อะไรที่ฉุดรั้งไมเคิลไว้ รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะครับ ทั้งๆ ที่ไมเคิลก็เป็นโค้ช ช่วงที่เขาตกต่ำนั้น เขามีบางอย่างในใจ ที่คอยพร่ำบอกอยู่ตลอดเวลาว่า เขาคงไม่สามารถประสบความ สำเร็จในอาชีพนี้ได้ เพราะ “ตัวเขาไม่สูงเหมือนโค้ชที่ดังระดับ โลก โค้ชที่ประสบความสำเร็จระดับโลกได้ต้องตัวสูง” (ตอนที่รู้นี่ผมแทบตกเก้าอี้ เพราะตัวจริงของเขาก็สูง มาตรฐานฝรั่ง เพียงแต่คนที่เขาไปเปรียบเทียบด้วย สูงกว่าเขา มาก ดังกว่าเขามาก และประสบความสำเร็จมากกว่า) สิ่งเหล่านี้มันทำให้เขาไม่มั่นใจ และมักถอดใจอยู่บ่อยๆ มีรายได้ไม่พอกิน จนต้องหันไปเป็นคนติดตั้งจานดาวเทียมที่ บ้านเกิดอยู่พักหนึ่ง แน่นอนครับ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉุดรั้งเขาไว้ก็คือ ‘ความเชื่อ’ นั่นเอง เขาก็ต้องมีวิธีการจัดการกับมัน ซึ่งในกรณี ของความเชื่อนั้น ไมเคิลใช้กระบวนการโค้ชจัดการมันซะอยู่หมัด เลยครับ


44 คำถามข้อที่ 3 : ฉันจะเปลี่ยนชีวิตฉันได้อย่างไรตอนนี้ ไมเคิลบอกว่า หลังจากที่รู้แล้วว่าตัวเองติดอะไร เขาให้ คำมั่นสัญญาว่า เขาต้องประสบความสำเร็จ และจะไม่ใช่ไมเคิล คนเดิมอีกต่อไป เขาตะโกนบอกตัวเองทุกวันว่า “ฉันจะทำ ทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับลูกชาย” เขาเริ่มเปลี่ยนความเชื่อ หาโค้ชช่วยวางแผนการทำธุรกิจ และเริ่มลงมือทำงานแบบไม่ ลืมหูลืมตา จนเขาสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น 600 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาสองเดือน และเขาก็ใช้ประสบการณ์ตรงนั้น สร้าง ความสำเร็จขั้นต่อไป เหมือนที่เขามักจะพูดเสมอว่า... “Success built on success” ความสำเร็จถูกสร้างบนความสำเร็จนั่นเอง เขาใช้กระบวนการเดียวกันกับการตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้น ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จและกลายเป็น ‘เศรษฐีร้อยล้าน’ และส่งต่อสูตรความสำเร็จนี้ให้แก่ผู้คนทั่วไปได้เดินตามรอยและ ประสบความสำเร็จกันมากมายครับ สำเร็จไว Trick#4 คุณไม่มีทางได้คำตอบที่ถูกต้อง จากการตั้งคำถามที่ผิด


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 45 5. คุณอยู่ตรงไหนของความสำเร็จในวันนี้ เมื่อดูความสำเร็จของคนอื่นมาเยอะแล้ว คราวนี้ลองมาดู ความสำเร็จในชีวิตของคุณกันบ้าง ว่าคุณอยู่ตรงไหนของความ สำเร็จในแต่ละด้านของชีวิต วิธีทำก็ง่ายๆ ครับ ลองดูภาพ “วงล้อชีวิต 8 ด้าน” ตามภาพด้านล่าง แล้วลองให้คะแนนดู ถ้าให้คะแนน 1-10 โดยที่ 1 คือน้อยสุด และ 10 คือ มากสุด วันนี้คุณพึงพอใจกับแต่ละด้านของชีวิตคุณเป็นคะแนน เท่าไรครับ • คุณพึงพอใจกับสุขภาพ ร่างกาย ความฟิต ของคุณ เท่าไร • คุณพึงพอใจกับการจัดการด้านอารมณ์ (นิ่งสงบ ผีเข้า ผีออก โกรธง่าย หงุดหงิด) ของคุณเท่าไร • คุณพึงพอใจกับความสัมพันธ์ของคุณกับคนรอบข้าง (ครอบครัว แฟน เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน) ของคุณเท่าไร • คุณพึงพอใจกับอาชีพการงาน หรือธุรกิจปัจจุบันของ คุณเท่าไร


46 • คุณพึงพอใจกับสถานะทางการเงินของคุณเท่าไร • คุณพึงพอใจกับการใช้เวลาของคุณเท่าไร • คุณพึงพอใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัวคุณ (ที่บ้าน ที่ทำงาน) ของคุณเท่าไร • คุณพึงพอใจในด้านจิตวิญญาณ (สิ่งยึดเหนี่ยว ความ สนุกสนาน หรือคุณค่าตัวเอง) ของคุณเท่าไร


ดร.วีรพงษ์ ศรัทธาผล 47 ให้คะแนนแต่ละด้านเสร็จแล้ว ก็ระบายสีพื้นด้านล่าง ลงไปจนถึงจุดศูนย์กลางของวงล้อ ตามตัวอย่างดังนี้ ดังที่กล่าวไว้แล้วว่า ความสำเร็จของคนคนหนึ่งไม่สามารถ วัดได้ด้วยด้านใดด้านหนึ่ง ความสำเร็จของคนคนหนึ่งควรจะ ประกอบไปด้วยความสมดุลในทุกๆ ด้าน เปรียบเหมือนวงล้อที่ วิ่งไปข้างหน้า ถ้ามันไม่สมดุลกัน มันก็วิ่งไปข้างหน้าได้ไม่ราบรื่น และพาชีวิตคุณสะดุดหัวคะมำอยู่ตลอดเวลา


48 สำเร็จไว Trick#5 สิ่งที่พาคุณมาเป็นคุณในวันนี้ อาจจะไม่สามารถพาไปอีกจุด ในชีวิตที่คุณปรารถนาได้ อย่างเช่น บางคนมีฐานะร่ำรวย แต่ครอบครัวไม่มี ความสุข มีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดทุกเรื่องในชีวิต อีกทั้ง สุขภาพไม่ดี อย่างนี้ก็ไม่ไหวครับ หรือบางคนร่างกายแข็งแรง มีเงินใช้จ่ายพอสมควร แต่ไม่มีความสุขกับงานที่ทำ หรือบางคนมีงานดี เงินดี เวลาว่างก็มี แต่ทะเลาะกับ แฟนกับพ่อแม่ได้ตลอดเวลา เรียกว่ากลับบ้านเป็นปรี๊ดแตก อย่างนี้เราไม่จัดอยู่ในความสำเร็จตามนิยามของหนังสือเล่มนี้ ครับ คราวนี้เมื่อคุณรู้แล้วว่า ถ้ามันไม่มีความสมดุลแสดงว่า มีบางด้านที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม คุณก็ควรไปใส่ใจกับด้านที่คะแนน น้อยๆ สัก 1-3 ด้าน และต้องตั้งเป้าหมายเพื่อให้มีคะแนน เพิ่มขึ้นมาก่อน เปรียบเหมือนรถยนต์ยางแบนข้างใดข้างหนึ่ง ถ้าคุณจะไปต่อ ก็ต้องเติมลมยางข้างที่แบนก่อน ถึงจะไปต่อ ได้อย่างปลอดภัยใช่ไหมครับ สิ่งสำคัญคือ คุณต้องรู้ว่าสาเหตุที่คะแนนด้านนั้นน้อย เพราะคุณใช้พฤติกรรมแบบเดิมๆ ความคิดความเชื่อเดิมๆ ใน การจัดการกับความไม่พอใจด้านนั้น


Click to View FlipBook Version