การพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยใช้แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล
ร่วมกับเกมตามล่าสมบัติ ของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1
จดั ทำโดย
นางสาว ชญานิศ แก้วเกย๋ี ง รหัส 62031280113
นาย ชนาภัทร มีมา รหัส 62031280113
นางสาว ธดิ าทิพย์ สดุ สาย รหัส 62031280123
นางสาว บญุ พิทักษ์ ขัติเนตร รหสั 62031280125
สาขาวิชาการประถมศึกษา Section ๐๑
การวิจยั ในชน้ั เรยี นภาคเรียนท่ี 2/64
รายวิชา 1104903 การวจิ ัยและสมั มนาปัญหาในชั้นเรียนในระดบั ประถมศกึ ษา
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอตุ รดิตถ์
การพัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยใช้แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล
รว่ มกบั เกมตามล่าสมบัติ ของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1
จดั ทำโดย
นางสาว ชญานิศ แก้วเก๋ียง รหัส 62031280113
นาย ชนาภัทร มมี า รหสั 62031280113
นางสาว ธิดาทิพย์ สุดสาย รหสั 62031280123
นางสาว บุญพทิ กั ษ์ ขตั ิเนตร รหัส 62031280125
สาขาวชิ าการประถมศกึ ษา Section ๐๑
การวิจยั ในชนั้ เรยี นภาคเรยี นที่ 2/64
รายวชิ า 1104903 การวจิ ยั และสัมมนาปัญหาในช้ันเรยี นในระดบั ประถมศกึ ษา
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอตุ รดิตถ
สารบญั หนา้
ก
บทที่ ข-ค
กิตติกรรมประกาศ ง-จ
บทคดั ยอ่ ภาษาไทย
บทคัดย่อภาษาองั กฤษ 1-11
สารบัญ
4
1. บทนำ 4
ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา 4
คำถามวจิ ัย 5-6
วตั ถุประสงค์ของการวิจัย 5-9
ผลและประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั 9-11
ขอบเขตของการวจิ ยั 12-18
นิยามศพั ท์เฉพาะ 19-30
สมมุตฐิ านการวจิ ยั 19
19-20
2. เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ยี วขอ้ ง 20
3. วิธีการดำเนินวิจยั 20-28
28-29
ระเบียบวิธีวจิ ัย 30
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 30
เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ในการวิจยั 31-43
การสร้างและหาประสิทธิภาพเครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ัย 44-50
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
สิถิตกิ ารวเิ คราะหข์ ้อมลู
การวิเคราะห์ข้อมูลและการนำเสนอเคร่อื งมอื
4. ผลการวิเคราะห์ข้อมลู
5. สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
บทที่ หน้า
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ภาคผนวก คะแนนก่อน-หลังเรียน
ภาคผนวก แบบเชญิ ผูเ้ ช่ียวชาญประเมนิ แบบประเมิน
ความเทย่ี งตรงและความเหมาะสม
ภาคผนวก แบบประเมนิ ความเที่ยงตรง
ภาคผนวก แบบประเมนิ ความเหมาะสม
ภาคผนวก แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคผนวก แบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ร่วมกบั เกมตามลา่ สมบัติ
ก
กิตตกิ รรมประกาศ
การวจิ ัยเรื่อง สามารถดำเนินการจนประสบความสำเร็จลลุ ่วงไปดว้ ยดี เน่อื งจากไดร้ ับความ
อนเุ คราะห์และสนับสนนุ เป็นอย่างดียง่ิ จาก อาจารย์อสิ ระ ทบั สีสด อาจารย์ผู้รบั ผดิ ชอบรายวิชาทีไ่ ด้กรณุ า
ให้คำปรกึ ษา ความรู้ ขอ้ คดิ ข้อแนะนำ และปรับปรงุ แก้ไขขอ้ บกพร่องตา่ ง ๆ จนกระทัง่ การวจิ ยั ครัง้ น้สี ำเร็จ
เรยี บร้อยดว้ ยดี ผูว้ ิจัยขอกราบขอบพระคณุ เปน็ อย่างสูงไว้ ณ ท่ีน้ี ขอขอบคณุ เพอื่ นร่วมงานทกุ คนที่อำนวย
ความสะดวกและช่วยเหลอื ในการทำวิจัยครัง้ นี้ สุดทา้ ยน้ผี วู้ ิจยั หวงั ว่างานวจิ ัยฉบบั น้ีคงเป็นประโยชนส์ ำหรบั
หน่วยงานทเี่ กีย่ วขอ้ ง และผ้ทู ่สี นใจศกึ ษาตอ่ ไป
คณะผวู้ ิจยั
ข
การพัฒนาทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ร่วมกับเกมตามล่าสมบตั ขิ องนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1
นายชนาภทั ร มมี า *
นางสาวชญานศิ แก้วเก๋ยี ง*
นางสาวธดิ าทิพย์ สดุ สาย*
นางสาวบญุ พิทักษ์ ขตั ิเนตร*
* นกั ศกึ ษาวิชาเอกสาขาการประถมศกึ ษา คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อตุ รดติ ถ์
บทคดั ยอ่
การวิจัยครั้งนีก้ ระทำกับกลุม่ ตัวอย่างเดียวที่ถูกคัดเลือกโดยวิธกี ารสุ่มตามหลักการความน่าจะเป็น
อย่างง่าย จากนกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรยี นบา้ นหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
วัตถุประสงค์ของการวจิ ัยเพื่อ
1. เพอ่ื พฒั นาทักษะในการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรยี นระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 โดย
ใช้แบบฝกึ ทกั ษะร่วมกับเกมตามลา่ สมบัติ
2. เพื่อทดลองและศึกษาใช้แบบฝึกทักษะร่วมกบั เกมตามล่าสมบัติจัดกิจกรรมการเรียนรูเ้ รื่องการ
อา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล กับนักเรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 1
3. เพอ่ื ศกึ ษาระดับความพึงพอใจของนกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 ทม่ี ตี อ่ การทดลองใช้แบบ
ฝกึ ทกั ษะรว่ มกบั เกมตามล่าสมบัตจิ ัดกจิ กรรมการเรียนรู้เรือ่ งการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล
ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง เครื่องมือการวิจัยซึ่งผ่านการหาประสิทธิภาพแล้ว
ประกอบด้วยแบบฝกึ ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกับเกมตามล่าสมบัติ และ แบบวดั ระดับความ
พึงพอใจวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired - Sample t Test ผลการวิจัย
พบว่า แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกับเกมตามลา่ สมบัติ สร้างขึ้นตามแนวคิด ทฤษฎี
หลักการ วิธีการของ ประพันธ์ จูมคำมูล (2541: 9) ชื่อเรื่อง วิจัยการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
โรงเรยี นบ้านเกาะ สำนักงานเขตมีนบรุ ี โดยทดลองใชเ้ กมผลการวิจัยพบว่า นักเรยี นมีผลการเรียนร้ทู ี่ระดบั
ยอดเยีย่ ม
ลนุ า ศรกี ตุ า (2553) ทำการวิจยั เรื่อง การพฒั นาการอ่านและเขียนคำพ้ืนฐานภาษาไทยโดยใช้แบบฝึก
ทกั ษะสาระการเรยี นรภู้ าษาไทยของนกั เรยี นระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2 กับ นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2
โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ผลการวจิ ัยพบวา่ นักเรยี นมีผลสมั ฤทธกิ์ ารเรียนด้าน
ค
ทักษะการอา่ นและเขยี นคำพื้นฐานสูงขึน้ มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 86.47 แล้วนำผลมาเปรียบเทียบกับทกั ษะการ
อ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ที่อยูเ่ ดิมดว้ ยแบบฝึกทักษะก่อน-หลงั ใช้นวัตกรรม ด้วยวิธีการดงั กล่าวการอา่ น
สะกดคำควบกล้ำ ร ล ของกลุ่มตัวอย่างท่ีมีอยู่เดิมอยู่ที่ระดับพอใช้ เมื่อเทยี บกับเกณฑ์ของ สพฐ. และจาก
การทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกับเกมตามล่าสมบัติ อยู่ที่ระดับพอใช้เมอ่ื
เทียบกบั เกณฑ์เดยี วกัน และเมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบด้วย Paired –Sample t Test ทักษะการอ่านสะกด
คำควบกล้ำ ร ล สงู กว่าท่มี อี ยู่เดิมอยา่ งมีนัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ 0.05 หรอื ทีร่ ะดับความเชอ่ื มั่น 95 % มีความ
พึงพอใจต่อเฉพาะการทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกับเกมตามล่าสมบัติ ที่
ระดบั มากท่สี ดุ
ง
Developing reading and spelling skills by using the practice of reading spelling and
spelling skills together with the treasure hunting game of grade 1 students.
Mr. Chanaphat Meema *
Ms Chayanit Kaewkieng*
Ms. Thidathip Sudsai*
Ms. Boonphithak Katinat*
* Students majoring in Primary Education, Faculty of Education, Uttaradit Rajabhat
University
Abstract
This research was done with a single sample selected by a simple probability-based
randomization method. from elementary school students at Ban Hat Song Khwae School,
Tron District, Uttaradit Province The purpose of the research is to
1. To develop skills in reading, spelling and spelling of elementary school students by using
the skill exercises together with the treasure hunting game.
2. To experiment and study using the skill exercises together with the treasure hunting
game, organized learning activities on reading, spelling, and spelling with elementary school
students.
3. To study the level of satisfaction of elementary school students on using the skill
exercises in combination with the treasure hunting game, organized learning activities on
reading, spelling and spelling.
The research methodology was quasi-experimental. The research tool, which was
evaluated for effectiveness, consisted of a spelling and spelling skill exercise, a treasure
hunt game, and a mean satisfaction scale. standard deviation and Paired - Sample t Test.
Practice exercises for reading spelling and diphthongs together with a treasure hunt game.
Created according to the concepts, theories, principles and methods of Praphan
จ
Joomkhammoon (1998: 9) title: Research on the development of learning activities using
games. to develop academic achievement Thai language learning subject group of primary
school students at Ban Koh School Minburi District Office By using the game, the results of
the research found that Students have excellent learning outcomes.
Luna Srikuta (2010) conducted research on The development of reading and writing
basic Thai words by using the Thai language learning content practice form of elementary 2
students and elementary 2 students by using the Thai language learning content practice
form. The results showed that Students had higher learning achievements in reading and
writing skills. with an average of 86.47%. The results were compared with the previous skills
of reading spelling and spelling with an innovative pre-poster skills exercise. Existing at a fair
level Compared to the criteria of OBEC and from the experimental practice of reading,
spelling and spelling skills together with the treasure hunting game at a fair level compared
to the same criteria And when compared with Paired –Sample t Test, the spelling and
diphthong reading skills were significantly higher than the former at 0.05 or at 95%
confidence level. They were satisfied with only the trial. Practice exercises for reading
spelling and diphthongs together with a treasure hunt game. at the highest level
1
บทท่ี 1
บทนำ
ความสำคัญและความเปน็ มาของวิจยั
มาณี แสงหริ ญั (2554) ไดก้ ล่าวถึง กระบวนการเรียนการสอนดงั น้ี เพ่ือใหผ้ ้เู รียนเกดิ การเรียนรู้น้ันมี
ขน้ั ตอนทส่ี อดคล้องกัน โดยเริ่มต้นจากการมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน ต้องมีพฤติกรรมเป็นอย่างไร ทั้งด้าน
ความรู้ (K) ดา้ นทักษะ (P)และด้านคุณลักษณะ (A) เม่อื มีวัตถปุ ระสงค์ดงั กลา่ วแลว้ จึงดำเนนิ การจัดกจิ กรรม
การเรยี นรู้ เพ่อื เอ้อื และสนับสนุนส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นเกิดพฤติกรรมการเรยี นรทู้ ่ตี อ้ งการ ส่วนข้ันตอนสุดท้าย
คือการวดั และประเมนิ ผล เพื่อใหท้ ราบวา่ ผเู้ รยี นเกดิ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ตามทกี่ ำหนดวัตถุประสงคไ์ วห้ รือไม่
ถา้ ประเมนิ ผลแล้วผ้เู รียนไมเ่ กิดพฤตกิ รรมการเรียนรู้ตามที่ตอ้ งการ จึงตอ้ งทำการวเิ คราะหว์ า่ อะไรเปน็ สาเหตุ
ของปัญหา และอุปสรรคเมื่อพบสาเหตขุ องปญั หาแล้วจึงดำเนินการหาวธิ ีการแก้ปัญหาสภาพการเรียนการ
สอนน้นั ๆ โดยอาศยั วิธีการแก้ปัญหาด้วยวธิ กี ารสอนโดยการใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ ผลสรุปของวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะได้ผลสำเร็จ หรือไม่สำเร็จ ถ้าไม่ได้
ผลสำเรจ็ ก็จะดำเนินการแสวงหาวิธีใหม่ในการแก้ปัญหาตอ่ ๆไป จะถอื ได้วา่ ได้พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ข้ึนมา
กระบวนการดังที่ได้กล่าวมาเรียกได้ว่าครูผู้สอนได้ใช้วิธีการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรูข้ องนักเรียนซึ่งเปน็
หน้าที่ของครูผู้สอนที่ดีทุกคนที่ต้องปฏิบัติซึ่งความตระหนักในความสำคัญของการอ่านสะกดคำได้ของ
นักเรียนจะเห็นได้จากการบังคับใช้ในการกล่าวของหลักสูตรการศึกษา ในปัจจุบันที่กล่าวว่า นักเรี ยนใน
ระดบั ช้ันประถมศึกษานั้นพงึ อา่ นออกเขยี นไดส้ ะกดคำคลอ่ งเพ่ือเปน็ สมรรถนะทางภาษาไทยข้ันพ้ืนฐาน
คำควบกล้ำเป็นลักษณะเฉพาะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของภาษาไทยปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้
ความสำคญั ต่อการออกเสียงควบกล้ำ ร ล ใหถ้ กู ต้องชัดเจนและแต่คนทอี่ ยู่ในวงการการศกึ ษาหรือบุคคลที่มี
ตำแหน่งหน้าที่ของประเทศก็จะพูดตามสบายขาดความระมัดระวังในเรื่องการออกเสียงคำประเภทนี้
เทา่ ทคี่ วรซึ่งเปน็ ตัวอยา่ งใหเ้ ยาวชนรุน่ หลงั ไมใ่ หค้ วามสำคัญ ต่อการออกเสยี งคำไทยให้ถูกตอ้ งด้วย ครูผู้สอน
ควรสรา้ งความตระหนกั ใหน้ ักเรียนเล็งเหน็ ความจำเป็นและความสำคญั เร่ืองการออกเสียงคำควบกล้ำหากผู้
พูดไม่ระมัดระวังการออกเสียงจะออกเสียงผิดทำให้ความหมายผิดไปด้วยและการออกเสียงผิดจะโดย
พลั้งเผลอหรือความไม่ใสใ่ จก็ตามย่อมแสดงถึงความเป็นผู้ไมส่ ันทัดในการใช้ภาษาพดู การไมร่ ะมัดระวังการ
ออกเสียงอา่ นหรือพูดให้ชดั เจนนอกจากจะทำให้การสื่อสารผิดความหมายแล้วยังทำใหบ้ ุคลิกภาพของผ้พู ูด
หรอื ผู้อ่านน้ันเสยี อีกดว้ ย (กรมวิชาการ 2546 : 168-170)
2
คำควบกลำ้ หรืออกั ษรควบหมายถึงคำที่มีพยัญชนะต้น 2 ตัวเรียงกนั พยัญชนะต้นตัวหลงั เป็น ร ล ว
ประสมสระเดยี วกันออกเสยี งคำควบกล้ำเป็นพยางค์เดียวโดยออกเสียงวรรณยุกต์ตามพยัญชนะตัวหนา้ สรุป
ได้ว่าคำควบกลำ้ หมายถงึ คำทมี่ พี ยัญชนะต้น 2 ตวั เรยี งกนั ประสมสระเดยี วกนั และอา่ นออกเสียงพยญั ชนะต้น
ทง้ั 2 ตัวพร้อมกนั ออกเสยี งควบกล้ำหรอื พยัญชนะตวั ควบหรอื ตัวคือตัวหลงั ทีเ่ ป็นเสียงสนั้ มเี พยี ง 3 ตวั
คือร ล ว (ประสงค์ ด่านพงษ์ 2553:63) คำที่ใช้ ร ล เปน็ พยญั ชนะต้น พยัญชนะต้น คือ พยญั ชนะตัวแรกที่
ประสมกับสระ ทำให้อา่ นออกเสียงไปต่างๆ คำท่ใี ช้ “ ร ” เปน็ พยญั ชนะตน้ เวลาอา่ นออกเสียงจะกระดกล้ิน
คำทใี่ ช้ “ ล ” เปน็ พยัญชนะต้น เวลาอา่ นออกเสียงไม่ตอ้ งกระดกลิน้ เทา่ ตวั “ร” คำทใ่ี ช้ “ร” และ “ล” เป็น
พยัญชนะต้นประสมสระเดียวกนั เช่น คำว่า รัก มีเสียงใกล้ชิดกับคำว่า “ ลัก ” แต่ความหมายต่างกัน ถ้า
กระดกลิน้ ไมถ่ ูกก็จะทำให้สลับสับสนใจ แต่ในการเขยี นตอ้ งรูค้ วามหมายของแต่ละคำ จึงจะเขียนไดถ้ ูกต้อง
กับใจความทต่ี อ้ งการ (ทรปู ลกู ปญั ญา 2564)
การจัดกิจกรรมการเรยี นรรู้ ายวิชาภาษาไทย ให้กบั นักเรยี นระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนบ้าน
หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดติ ถ์ ทเี่ คยเปน็ มาพบว่าการพฒั นาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของกลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาไทยจะจัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยใชน้ วตั กรรมเดิมโดยมีการจัดกิจกรรมตามลำดับขัน้ ดังตอ่ ไปน้ี
คือ ครผู สู้ อนใชว้ ิธีการสอนตามขนั้ ตอนคอื ครูมกี ารสอนคำควบกลำ้ ร ล โดยการเขยี นลงบนกระดาษดำแล้ว
ให้นกั เรยี นอ่านสะกดคำตาม และใหน้ กั เรียนอ่านคำควบกล้ำ ร ล ในหนงั สอื มานะมานี โดยครูผู้สอนยังขาด
การฝกึ แนน่ ยำ้ การออกสยี ง ร ล เพยี งแค่พูดถึงหลักการออกเสยี ง ร ล นักเรียนจึงไม่สามารถออกเสียง ร ล ได้
จากการวดั และประเมินผลรวมทงั้ ชัน้ เรียนเร่ืองการพฒั นาอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรียนชั้น
ป.1 โดยใช้แบบฝกึ ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทงั้ เกมตามล่าสมบัติ ตามเกณฑ์การประเมนิ ผา่ น
พบว่า นกั เรียนทีม่ ีผลการเรยี นรรู้ ะดบั พอใช้ คิดเป็นรอ้ ยละ ๕๓.๓๓ ซงึ่ ต่ำกว่าเกณฑ์ประเมนิ ผา่ นทก่ี ำหนดคือ
ร้อยละ ๖๕ จากการสัมภาษณ์นักเรียนพบว่า สาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนรู้ต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินผ่านท่ี
กำหนดเป็นเพราะว่าการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เร่ือง การพัฒนาอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ดังกล่าวก่อนหน้า
ผวู้ จิ ยั จงึ ตอ้ งทำการวิจัยเพ่อื พฒั นา/ปรบั ปรุงผลการเรยี นรเู้ ร่ืองดงั กลา่ วของนักเรียนระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่
1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวดั อตุ รดติ ถ์ โดยการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้แบบฝึกทกั ษะร่วมกับ
เกมตามลา่ สมบัติหมายถงึ การใชส้ ือ่ ประเภทแบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทง้ั เกมตามล่า
สมบัติ เพอ่ื ใช้ในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนให้นกั เรียนไดม้ ีส่วนร่วมเหน็ ภาพตามและสามารถสะกดคำ
ควบกลำ้ ร ล ทเี่ ห็นได้ อาจกล่าวไดว้ า่ การใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทง้ั เกมตามล่า
สมบตั ิ เป็นสอื่ ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้จะช่วยให้การพฒั นาอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ได้ดีกว่านวัตกรรม
เดิมโดยไม่ใชส้ ือ่ ซ่งึ มีสาระสำคญั /หลกั การคือเป็นสอื่ การเรยี นการสอนท่ผี ทู้ ำการวิจยั ได้ออกแบบและจัดทำขน้ึ
3
เพื่อประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ที่สอดคลอ้ งกบั เนอื้ หาการเรยี นรเู้ พ่อื ช่วยให้ผู้เรยี นเกดิ การเรียนรู้ท่ีมี
ประสทิ ธิภาพ โดยอา้ งองิ ผลการเรียนรูจ้ ากการจดั กิจกรรมโดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล
รว่ มทงั้ เกมตามลา่ สมบัติ จากตัวอย่างงานวิจยั ดังนี้
ประพันธ์ จมู คำมลู (2541: 9) ช่ือเร่ือง วจิ ัยการพฒั นากิจกรรมการเรียนร้โู ดยใชเ้ กม เพอื่ พัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนบา้ นเกาะ
สำนกั งานเขตมนี บุรี โดยทดลองใช้เกมผลการวจิ ยั พบว่า นักเรยี นมผี ลการเรียนรทู้ รี่ ะดับยอดเยี่ยม
ลนุ า ศรกี ตุ า (2553) ทำการวจิ ยั เร่ือง การพัฒนาการอา่ นและเขยี นคำพน้ื ฐานภาษาไทยโดยใชแ้ บบฝึกทกั ษะ
สาระการเรยี นรู้ภาษาไทยของนกั เรียนระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 กับ นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2 โดย
ทดลองใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ผลการวจิ ัยพบว่า นักเรยี นมผี ลสัมฤทธ์กิ ารเรียนดา้ นทกั ษะ
การอ่านและเขยี นคำพ้นื ฐานสงู ข้นึ มคี า่ เฉลีย่ ร้อยละ 86.47
อิศรยี ์ มนวี โิ รรจน์, อินธสิ าร ไชยสขุ (2561) ทำการวจิ ัยเร่ือง การพฒั นาการเรยี นรูค้ ำศัพท์ภาษาองั กฤษ
สำหรับนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4 โดยใช้เกมตามทฤษฎีพหปุ ัญญา มผี ลการการทดสอบคำศพั ท์
ภาษาอังกฤษก่อนเล่นเกมรอ้ ยละ 45 และทดสอบหลงั เล่นเกม มีผลคะแนนเพ่ิมขนึ้ รอ้ ยละ 84.20 การเรยี นรู้
คำศพั ท์ภาษาองั กฤษจากการทำแบบทดสอบหลังการจัดกิจกรรมเกมการเรียนรตู้ ามแนวทฤษฎพี หุปัญญา สงู
กว่าก่อนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ อยา่ งมีนยั สำคัญทางสถติ ิทรี่ ะดับ .05
จากผลการทบทวนตวั อยา่ งงานวิจยั ทจ่ี ดั กจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยใชแ้ บบฝึกทักษะร่วมกับเกมตามล่า
สมบตั ิ เมือ่ วเิ คราะห์โดยภาพรวมนักเรียนมรี ะดบั ผลการเรยี นรทู้ ัง้ 3 ดา้ นรวมกันคอื ด้านความรู้(K) ดา้ น
ผลผลิต/กระบวนการ (P) และด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) ทีร่ ะดับยอดเย่ยี ม ด้วยบทบาทหน้าที่ของ
ผสู้ อน ตามพ.ร.บ. การศกึ ษาแหง่ ชาตพิ .ศ. 2542 มาตรา ที่ 22 มาตรา ที่ 24 วงเลบ็ 5 มาตราท่ี 30 และจาก
สภาพของปญั หาและความสำคญั ของการจัดกิจกรรมการเรียนรเู้ ร่อื ง การพฒั นาการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ผสู้ อนจงึ มแี นวคดิ ท่ีจะทำวิจยั เพ่อื พฒั นา/ปรับปรุงผลการเรียนรู้ของนักเรยี นระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1
โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จงั หวดั อุตรดติ ถ์ โดยทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะรว่ มกับเกมตามล่า
สมบตั ิผลการวิจยั จะทำใหน้ กั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 1 มผี ลการเรียนรู้เรือ่ งการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ
ร ล เพม่ิ ขึน้ เมอื่ เปรียบเทยี บกับนวตั กรรมเดิม
4
คำถามการวิจยั
1. การพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ของนักเรยี นระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 1 โดยใช้
แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มท้งั เกมตามล่าสมบตั ิทำอยา่ งไร
2. ผลการทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ จัด
กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล กับนักเรียนระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1
เป็นอยา่ งไร
3. ระดับความพงึ พอใจของนักเรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 ท่มี ีตอ่ การทดลองใช้แบบฝึกทักษะ
การอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมทัง้ เกมตามล่าสมบตั ิ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้เรือ่ ง การพัฒนาการอ่านสะกด
คำควบกลำ้ ร ล เปน็ อยา่ งไร
วตั ถปุ ระสงค์การวจิ ัย
1. เพอื่ พฒั นาทกั ษะในการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนกั เรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 โดย
ใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มท้งั เกมตามล่าสมบตั ิ
2. เพื่อทดลองและศึกษาใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ
จัดกิจกรรมการเรยี นรู้เร่ืองการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล กบั นกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1
3. เพอ่ื ศกึ ษาระดับความพึงพอใจของนกั เรยี นระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 1 ที่มีตอ่ การทดลองใช้แบบ
ฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ จดั กจิ กรรมการเรียนร้เู ร่ืองการอ่านสะกด
คำควบกล้ำ ร ล
ผลและประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะได้รบั
1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่า
สมบตั ิ ทำให้พฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรยี นใหด้ ขี ึ้น
2. นักเรียนสามารถศึกษานำความรู้เก่ียวกับการพัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล เพื่อตอ่
ยอดการอ่านอ่นื ๆได้
3. นกั เรยี นมีการพฒั นาทักษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ตามเกณฑป์ ระเมินผา่ น
5
ขอบเขตการวจิ ยั
1. ขอบเขตด้านแหล่งขอ้ มลู
1.1 ประชากร นกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรยี นบา้ นหาดสองแคว อำเภอตรอน
จงั หวดั อุตรดติ ถ์ ซึง่ เทยี บเคยี งประชากรท่มี จี ำนวนไมจ่ ำกดั (Infinite Population)
1.2 กลมุ่ ตวั อย่าง นกั เรียนระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อำเภอต
รอน จงั หวัดอุตรดติ ถ์ ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา 256๔ จำนวน ๗ คน วิธีการคดั เลือกกลุม่ ตวั อยา่ งเทียบเคียง
กับใช้วิธกี ารสมุ่ แบบอาศัยความน่าจะเป็นอยา่ งง่าย (Simple Random Sampling) เพราะถอื ว่านักเรียนแต่
ละคนของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของแต่ละปีการศึกษาเมื่อวิเคราะห์โดยภาพรวมแล้วพบว่า มาจาก
บริบทของชุมชนเดียวกันจึงสร้างข้อสรุปว่าไม่มีความแตกต่างกัน ประชากรของนกั เรียนดังกล่าวจึงเป็นเอก
พันธ์ (Homogeneous Population) สามารถคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบอาศยั ความน่าจะ
เป็นอย่างงา่ ย
2. ขอบเขตดา้ นตัวแปร
2.1 ตวั แปรอิสระ
2.1.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรียนชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอตุ รดติ ถ์ โดยใช้นวัตกรรมเดิม
2.1.2 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรียนชั้น
ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวดั อตุ รดติ ถ์ โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะการ
อา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทง้ั เกมตามลา่ สมบัติ
2.2 ตัวแปรตาม
2.2.1 ระดับผลการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้
นวัตกรรมเดิม
2.2.2 ระดับผลการเรียนรู้เรื่องเรื่อง การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรียนชน้ั
ประถมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรียนบา้ นหาดสองแคว อำเภอตรอน จงั หวดั อุตรดิตถ์ โดยทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะการ
อา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มท้งั เกมตามลา่ สมบัติ
6
2.2.3. ระดบั ความพงึ พอใจของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นบา้ นหาดสองแคว อำเภอตรอน
จังหวดั อตุ รดิตถ์ทม่ี ีต่อการจดั กิจกรรมการเรยี นรเู้ รื่องการพฒั นาอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยทดลองใช้แบบ
ฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมทงั้ เกมตามล่าสมบตั ิ
3. ขอบเขตดา้ นเนื้อหา
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เรื่องการพัฒนาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ตามตัวชี้วัดที่ ท ๑.๑
ป.1/1 อา่ นออกเสียงคำคลอ้ งจองและข้อความสนั้ ๆ มาตรฐานการเรยี นรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้าง
ความร้แู ละความคดิ เพ่ือนำไปใชต้ ดั สินใจแก้ปญั หาในการดำเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอา่ น
4. ขอบเขตด้านระยะเวลาและสถานท่ี
ดำเนินการวจิ ยั ระหวา่ งเดอื น มกราคม ถึง เดอื นมนี าคม พ.ศ. 2564 โรงเรียนบา้ น
หาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดติ ถ์
นิยามคำศัพทเ์ ฉพาะ
1. นกั เรยี นระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หมายถึง นักเรียนระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 1
โรงเรียนบา้ นหาดสองแคว อำเภอตรอน จงั หวัดอตุ รดิตถ์ ภาคเรียนท่ี ๒
2. เกมตามล่าสมบตั ิ คอื การจัดกิจกรรมเกมการเรียนรู้จดั ตามเน้ือหาทต่ี อ้ งการสอนเร่อื ง การอ่านสะกด
คำควบกลำ้ ร ล และประยกุ ต์ผ่านแนวทฤษฏพี หปุ ญั ญามีข้นั ตอนดังต่อไปน้ี คือ ครูให้นักเรยี นเดนิ ทางตามหา
สมบัติในบริเวณโรงเรียนตามคำใบท้ ่ีครูให้ หาสมบตั ใิ ห้ครบทกุ ชน้ิ และอ่านสะกดคำในแบบฝึกทักษะร่วมกับ
สมบัตนิ ัน้ ๆ ซึง่ ในสมบตั ิจะมีรูปภาพคำควบกล้ำ ร ล insku (2564) การจัดกจิ กรรมเกมการเรียนรู้ตามแนว
ทฤษฏีพหุปัญญาทน่ี ำมาใช้ ไม่เพียงแตพ่ ัฒนาด้านการเรียนเทา่ นน้ั เกมยังสามารถนำมาชว่ ยส่งเสริมและเพิ่ม
พัฒนาการเรียนรขู้ องนักเรยี นทมี่ คี วามสามารถแตกต่างกนั ในดา้ นตา่ งๆตามเชาว์ปัญญาของนักเรยี นแต่ละคน
ใหเ้ พมิ่ มากขน้ึ สอดคลอ้ งกบั ทฤษฎกี ารเรยี นรู้ของไวก๊อตสกี้ (Vy-gotsky, 1979) กลา่ ววา่ ในขณะเดยี วกนั การ
นำเกมมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เกมยังช่วยลดความตงึ เครียดในการเรียนของนักเรียน และช่วยให้
นกั เรยี นเกิดความสนุกสนานไปพร้อมๆกับการเรยี นรู้ อิศรยี ์ มนีวโิ รรชน์, อินทิสาร ไชยสุข (2561)
3. นวัตกรรมเดมิ คอื มีการจดั กิจกรรมตามลำดับข้นั ดังต่อไปน้ี คอื ครูผู้สอนใช้วิธีการสอนตามขั้นตอน
คือ ครูมีการสอนคำควบกล้ำ ร ล โดยการเขียนลงบนกระดาษดำแล้วให้นกั เรียนอ่านสะกดคำตาม และให้
นกั เรียนอ่านคำควบกล้ำ ร ล ในหนังสอื มานะมานี โดยครผู สู้ อนยังขาดการฝึกแนน่ ยำ้ การออกสยี ง ร ล เพยี ง
แคพ่ ูดถงึ หลกั การออกเสียง ร ล
7
4. แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล คือ แบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วม
ทั้งเกมตามล่าสมบัติ เรื่อง การอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยคำควบกล้ำที่ใช้ ร ล เป็นพยัญชนะต้น
พยัญชนะต้น คอื พยญั ชนะตัวแรกทีป่ ระสมกับสระ ทำให้อ่านออกเสยี งไปต่างๆ คำที่ใช้ “ ร ” เป็นพยัญชนะ
ต้น เวลาอ่านออกเสียงจะกระดกลิน้ คำที่ใช้ “ ล ” เป็นพยัญชนะต้น เวลาอ่านออกเสียงไมต่ ้องกระดกลน้ิ
เทา่ ตวั “ร” คำที่ใช้ “ร” และ “ล” เป็นพยัญชนะต้นประสมสระเดียวกัน เช่น คำว่า รกั มีเสยี งใกล้ชิดกับคำ
ว่า “ ลัก ” แตค่ วามหมายตา่ งกัน ถา้ กระดกลิ้นไมถ่ กู กจ็ ะทำใหส้ ลบั สบั สนใจ แตใ่ นการเขียนต้องรคู้ วามหมาย
ของแตล่ ะคำ จงึ จะเขยี นไดถ้ กู ต้องกับใจความทต่ี ้องการ (ทรปู ลกู ปญั ญา 2564) โดยผจู้ ดั ทำจึงได้จัดทำแบบ
ฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทง้ั เกมตามล่าสมบัติ เรอื่ ง การอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยใช้
แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีผลการ
เรยี นดา้ นทกั ษะการอ่านและเขยี นคำพืน้ ฐานโดยใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมท้ังเกม
ตามลา่ สมบตั ิ สูงข้นึ มีค่าเฉลย่ี ร้อยละ 86.47 อ้างอิง นา ศรีกตุ า (2553)
5. ผลการเรียนรู้ หมายถึง
2.1 ผลการเรียนร้อู าจหมายถึง พฤติกรรมทผ่ี ูเ้ รียนสามารถแสดงออกเป็นรูปธรรมและ
สามารถวดั และประเมนิ ผลไดเ้ ป็นความสำเร็จของผู้เรียน หลังการจบการเรียนรขู้ องผูเ้ รียนในแต่ละบทเรียน
2.2 คา่ คะแนนเฉลยี่ รวมผลการเรยี นรขู้ องนักเรยี นระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1
โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดติ ถ์ จำนวน ๗ คน ปีการศึกษา 2564 จากการวัดและ
ประเมนิ ผลภายหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูเ้ ร่ือง การพัฒนาอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยทดลองใช้ แบบ
ฝกึ ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มท้ังเกมตามลา่ สมบตั ิ
2.3 ค่าคะแนนเฉลี่ยรวมผลการเรียนรขู้ องนกั เรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 3 คน ปีการศึกษา 2564 จากการวัดและ
ประเมินผลภายหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยใช้ การจัดการ
เรียนรูแ้ บบนวัตกรรมเดิม
8
๖. ระดบั ผลการเรียนรู้ หมายถึง ระดับผลการเรียนรทู้ ีก่ ำหนดตามเกณฑว์ ัดและประเมนิ ผลของ
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐานหรือ สพฐ.(2550) ดังน้ี
ดเี ยย่ี ม มคี า่ รอ้ ยละของคา่ คะแนนเฉลยี่ 80-100
ดี มคี ่ารอ้ ยละของค่าคะแนนเฉลี่ย 65-79
พอใช้ (ผ่าน) มคี า่ รอ้ ยละของคา่ คะแนนเฉลย่ี 50-64
ต้องปรบั ปรงุ (ตำ่ กว่าเกณฑ์) มคี า่ รอ้ ยละของคา่ คะแนนเฉล่ียต่ำกว่า 50
๗. การพัฒนาผลการเรียนรู้ หมายถงึ ผลการเปรยี บเทียบระดบั ผลการเรียนรูข้ องนักเรียนระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ปีการศึกษา 256๔ ระหว่าง
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้เร่อื งการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยทดลองใช้ แบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำ
ควบกล้ำ ร ล รว่ มท้งั เกมตามล่าสมบัติ กบั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้การอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยใช้
นวตั กรรมเดิม
ระดับผลการเรียนรกู้ ารจดั กจิ กรรมการเรียนรเู้ รื่อง การอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล กจิ กรรม
การเรียนรู้เรื่อง การอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน
จงั หวดั อตุ รดิตถ์ ปีการศึกษา2564 จำนวน 7 คน เมื่อวิเคราะหเ์ ปรียบเทียบด้วย Paired– Sample t Test
ท่ีระดบั นยั สำคญั ทางสถติ ิ 0.05 (α 0.05) หรอื ที่ระดับความเชื่อมนั่ 95%
๘. ความพึงพอใจ หมายถึง ความพึงพอใจของนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบา้ น
หาดสองแคว อำเภอตรอน จงั หวัดอตุ รดิตถ์ ท่มี ีตอ่ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูเ้ รื่อง การพัฒนาการอ่านสะกด
คำควบกล้ำ ร ล โดยทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ
ประกอบด้วยด้าน เนอื้ หาสาระในกจิ กรรม ระยะเวลาในการทำกิจกรรม ความเหมาะสมของสถานที่ในการทำ
กจิ กรรม ไดร้ บั ความรูเ้ กีย่ วกับการพัฒนาอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล มีโอกาสได้พฒั นาตนเอง แสวงหาความรู้ มี
เจตคติทีด่ ตี ่อภาษาไทย มพี ฒั นาในการพัฒนาอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล มากย่ิงข้นี
๙. ระดับความพึงพอใจ หมายถึง ระดับความพึงพอใจแบบประมาณค่า (Likert Scale) โดย
เรยี งลำดับจากระดับมากทีส่ ดุ ถงึ น้อยทสี่ ดุ 5 ระดบั คอื มคี วามพงึ พอใจมากทีส่ ดุ มคี วามพงึ พอใจมาก มีความ
พึงพอใจปานกลาง มีความพึงพอใจคอ่ นขา้ งน้อย และมคี วามพงึ พอใจน้อยทสี่ ดุ แตล่ ะระดบั ดงั กลา่ ว กำหนด
โดยเกณฑ์ตามช่วงคา่ เฉล่ียของ พวงรัตน์ ทวีรตั น์ หรือบุญชม ศรีสะอาด ดังน้ี
9
ระดับความพึงพอใจ ระดับค่าเฉล่ยี
นอ้ ยท่ีสุด 1.00 – 1.50
น้อย 1.51 – 2.50
ปานกลาง 2.51 - 3.50
มาก 3.51 - 4.50
มากทส่ี ุด 4.51 - 5.00
สมมติฐานการวจิ ัย
สมมติฐานการวิจยั ที่ 1
จากการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เรื่อง การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยใช้นวัตกรรมเดิม กับ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่า เม่ือ
เทยี บกับระดบั ผลการเรยี นรู้ตามเกณฑ์ของ สพฐ. นักเรยี นจำนวนทงั้ หมดมผี ลการเรยี นรู้ที่ระดับพอใช้ ซึ่งต่ำ
กว่าเกณฑ์ประเมินผา่ นคือตอ้ งผ่านอย่างน้อยร้อยละ ๖๕ สาเหตเุ ป็นเพราะ เน่อื งจากการความสามารถในการ
อ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 เป็นเรื่องทคี่ อ่ นข้างยาก ในการเรยี นรโู้ ดยการ
ฟังครผู ู้สอนอย่างเดียว การฝึกสะกดคำควบกลำ้ ร ล ควรเลือกวิธกี ารสอนที่มีประสทิ ธิภาพโดยเริม่ จากการ
วเิ คราะหส์ ภาพปัญหาผเู้ รียน และสาเหตุปัญหาการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ของนกั เรยี น หลงั จากนน้ั จึงศึกษา
แนวทางการแกป้ ัญหา แนวทางการจัดกิจกรรมการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยอาศัยความร้จู ากเอกสาร
และงานวจิ ัยที่เกย่ี วข้องจนได้ขอ้ สรุปวิธีการที่จะสามารถนำไปแก้ปญั หาในการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้น
ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จากการสำรวจทม่ี าของปญั หา พบว่า นักเรียนไม่สามารถเกิดทกั ษะอา่ นสะกดคำควบกล้ำ
ร ล จากการฟังครผู ูส้ อนเพยี งอยา่ งเดยี วเพราะครูผสู้ อนขาดการเน้นย้ำการออกเสยี ง ร ล ทำให้นักเรียนขาด
การฝึกฝน ความชำนาญ และกิจกรรม ท่ีนำไปสกู่ ารอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ทมี่ ีประสทิ ธิภาพ
จากการทบทวนเอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวข้องพบว่าแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบตั ิ ทีส่ ร้างขึน้ ตามแนวคิด ทฤษฎี หลกั การ วธิ ีการของ (เยาวพา เดชคุปต.์ 2528: 36) ได้
กล่าวถงึ เกมการศกึ ษาเปน็ กจิ กรรมการสอนชนดิ หนง่ึ ทีส่ นบั สนุนทฤษฏกี ารเรยี นรขู้ องเด็กคอื จัดให้เด็กได้ เรียนรู้
จากการเล่น และเล่นจากสิ่งท่ีเป็นรูปธรรม เกมการศึกษาจึงเปน็ กิจกรรมการเล่นที่ช่วยฝกึ ทักษะด้านต่าง ๆ อัน
เป็นพืน้ ฐานของการเรียนรูใ้ นระดับประถมศึกษา ซึ่งมุ่งให้เด็กได้ใช้ทกั ษะการคิดในการสังเกตคิดหา เหตุผลและ
แกป้ ญั หาโดยใชเ้ วลาสั้นท่ีสุดและกระบวนการในการทำงานและอยู่ร่วมกนั ในสังคม มีสาระสำคญั คอื เกมการศึกษา
จึงเป็นกจิ กรรมการเล่นที่ชว่ ยฝึกทักษะด้านต่าง ๆ อันเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในระดับประถมศึกษา ซึ่งมุ่งให้
10
เดก็ ไดใ้ ชท้ ักษะการคิดในการสังเกตคดิ หา เหตผุ ลและแก้ปัญหาโดยใช้เวลาสนั้ ที่สุดและกระบวนการในการทำงาน
และอยรู่ ่วมกนั ในสังคมซึ่งสาระสำคัญดังกล่าวสัมพันธ์กับสาเหตุของปัญหาของนักเรียนดังกล่าวก่อนหนา้ คือ
นกั เรยี นไมส่ ามารถเกดิ ทกั ษะอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล จากการฟงั ครผู สู้ อนเพียงอยา่ งเดียวเพราะครูผู้สอน
ขาดการเน้นยำ้ การออกเสยี ง ร ล ทำใหน้ ักเรยี นขาดการฝึกฝน ความชำนาญ และกิจกรรม ท่นี ำไปสูก่ ารอ่าน
สะกดคำควบกลำ้ ร ลทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ และจากการทบทวนเฉพาะงานวจิ ัยท่เี กี่ยวข้องยังพบอกี
ประพันธ์ จูมคำมูล (2541: 9) ชื่อเรื่อง วิจัยการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม เพื่อพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้าน
เกาะ สำนกั งานเขตมีนบุรี โดยทดลองใช้เกมผลการวจิ ยั พบว่า นกั เรยี นมผี ลการเรยี นรูท้ ่ีระดบั ยอดเย่ียม
นา ศรกี ตุ า (2553) ทำการวจิ ัยเรื่อง การพัฒนาการอ่านและเขยี นคำพน้ื ฐานภาษาไทยโดยใชแ้ บบฝึก
ทักษะสาระการเรียนรภู้ าษาไทยของนักเรยี นระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 กับ นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2
โดยทดลองใชแ้ บบฝึกทกั ษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผลการวิจัยพบวา่ นักเรยี นมผี ลสัมฤทธิ์การเรียนด้าน
ทักษะการอา่ นและเขยี นคำพ้ืนฐานสงู ขึน้ มคี า่ เฉล่ยี รอ้ ยละ 86.47
อศิ รยี ์ มนวี ิโรรจน์, อนิ ธสิ าร ไชยสขุ (2561) ทำการวิจยั เรือ่ ง การพัฒนาการเรยี นรู้คำศัพท์
ภาษาองั กฤษสำหรับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 โดยใชเ้ กมตามทฤษฎพี หุปัญญา มีผลการการทดสอบ
คำศัพทภ์ าษาอังกฤษกอ่ นเล่นเกมรอ้ ยละ 45 และทดสอบหลังเลน่ เกม มผี ลคะแนนเพิม่ ข้ึนรอ้ ยละ 84.20 การ
เรยี นรู้คำศพั ท์ภาษาองั กฤษจากการทำแบบทดสอบหลงั การจดั กิจกรรมเกมการเรียนรูต้ ามแนวทฤษฎีพหุ
ปัญญา สงู กวา่ ก่อนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถติ ิทร่ี ะดบั .05
จากการอ้างอิงนวตั กรรมท่นี ำมาใชท้ ดลองจัดกจิ กรรมการเรียนร้ขู องงานวิจัยที่เกย่ี วข้องดงั กลา่ ว
จึงกำหนดสมมติฐานการวิจัยขอ้ ที่ ๒ ว่า การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้เร่ืองการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบ
กล้ำ ร ล โดยทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ มีผลต่อระดับ
ความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัด
อุตรดิตถ์ ทร่ี ะดบั ยอดเย่ยี ม
สมมติฐานการวจิ ัยที่ 2
จากการทบทวนเอกสารและงานวจิ ยั ทีเ่ กี่ยวข้องพบว่า (ประพนั ธ์ จูมคำมูล (2541: 9) ช่ือเรอ่ื ง วิจัย
การพฒั นากจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้เกม เพือ่ พฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านเกาะ สำนักงานเขตมีนบุรี โดยทดลองใช้เกมผลการวิจัย
11
พบวา่ นักเรียนมีผลการเรียนรู้ทรี่ ะดบั ยอดเย่ียม ผลการวิจยั พบว่า นักเรียน มคี วามพึงพอใจตอ่ การทดลองจัด
กจิ กรรมการเรยี นร้ดู ้วยนวตั กรรมดังกล่าวที่ระดับยอดเยยี่ ม
นา ศรีกตุ า (2553) ทำการวจิ ัยเร่อื ง การพัฒนาการอา่ นและเขยี นคำพ้นื ฐานภาษาไทยโดยใช้แบบ
ฝกึ ทกั ษะสาระการเรยี นรู้ภาษาไทยของนกั เรยี นระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 กับ นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี
2 โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ผลการวิจัยพบว่า นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธก์ิ ารเรยี นด้าน
ทักษะการอ่านและเขยี นคำพ้นื ฐานสงู ข้ึน มคี า่ เฉล่ยี รอ้ ยละ 86.47 ผลการวิจัยพบวา่ นักเรียนมคี วามพึงพอใจ
ต่อการทดลองจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมดงั กลา่ วท่ีระดบั ยอดเย่ียม
อศิ รีย์ มนีวโิ รรจน์, อินธิสาร ไชยสขุ (2561) ทำการวจิ ยั เรอ่ื ง การพัฒนาการเรียนรูค้ ำศัพท์
ภาษาองั กฤษสำหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใชเ้ กมตามทฤษฎีพหุปัญญา มีผลการการทดสอบ
คำศพั ท์ภาษาองั กฤษก่อนเลน่ เกมร้อยละ 45 และทดสอบหลังเล่นเกม มผี ลคะแนนเพม่ิ ขน้ึ รอ้ ยละ 84.20 การ
เรียนรู้คำศัพท์ภาษาองั กฤษจากการทำแบบทดสอบหลงั การจดั กจิ กรรมเกมการเรยี นรูต้ ามแนวทฤษฎพี หุ
ปญั ญา สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ อยา่ งมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดบั .05
จากการอา้ งองิ นวัตกรรมที่นำมาใชท้ ดลองจัดกิจกรรมการเรียนรขู้ องงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ งดงั กล่าว
จงึ กำหนดสมมติฐานการวิจัยขอ้ ที่ ๒ ว่า การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้เร่ืองการพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคำควบ
กล้ำ ร ล โดยทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ มีผลต่อระดบั
ความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัด
อตุ รดิตถ์ ทรี่ ะดับยอดเย่ยี ม
12
บทที่ 2
การทบทวนเอกสารงานวจิ ยั ทีเ่ กยี่ วข้อง
การวจิ ยั ในชนั้ เรียนเรอ่ื ง การพัฒนาอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2
โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกบั เกมตามลา่ สมบตั ิ ผู้วิจยั ขอเสนอผลการ
ทบทวนเอกสารและงานวิจยั ที่เก่ียวข้องประกอบดว้ ยหัวข้อหลักตามลำดับ ดงั นี้
1. การวิจัยในชน้ั เรยี น
2. ความจำเปน็ ท่ีครูตอ้ งทำวจิ ยั ในชัน้ เรียน
3. นวัตกรรมทางการศึกษา
4. เกมการศึกษา
5. งานวิจัยท่เี กยี่ วขอ้ ง
แตล่ ะหวั ขอ้ หลกั ดงั กลา่ ว นำเสนอรายละเอียดตามลำดับข้ัน ดังน้ี
1. การวจิ ัยในชน้ั เรียน
1.1 ความหมายของการวจิ ัยในชั้นเรยี น
การวิจยั ในชั้นเรียน หมายถงึ การวิจัยทีท่ ำในบริบทของชนั้ เรยี น และมงุ่ นำผลการวิจยั มา
ใชใ้ นการพัฒนาการเรียนการสอนของตน เป็นการนำกระบวนการวิจัยไปใช้ในการพฒั นาครใู ห้ไปสู่ความเป็น
เลิศ และมอี ิสระทางวิชาการ (ทิศนา แขมมณี 2540: 5)
การวจิ ยั ในช้นั เรียน คือกระบวนการแสวงหาความรอู้ ันเปน็ ความจริงท่เี ชอ่ื ถือได้ ในเนอื้ หาเกย่ี วกับการ
พัฒนาการจดั การเรยี นการสอน เพ่ือการพฒั นาการเรียนรขู้ องนักเรียนในบรบิ ทของชนั้ เรียน (สวุ ฒั นา
สวุ รรณเขตนิคม 2540: 3)
การวิจัยปฏิบัตกิ ารในชนั้ เรียน เป็นการศึกษาคน้ ควา้ ของครู ซง่ึ จดั ว่าเปน็ ผูป้ ฏิบตั ิงานในชน้ั
เรยี นเพอื่ แกป้ ัญหา (Problem Solving) การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื พฤตกิ รรมนักเรียนและคดิ
วิเคราะห์ (Critical Thinking) เพือ่ พฒั นานวัตกรรมการเรยี นการสอน (ประวิต เอราวรรณ์ 2542: 3)
การวิจยั ในชน้ั เรียน คอื การวิจัยทีท่ ำโดยครูผ้สู อนในหอ้ งเรยี น เพอ่ื แก้ไขปญั หาที่เกิดข้ึนใน
ห้องเรียนและนำผลมาใช้ปรับปรงุ การเรียนการสอนเพอ่ื ประโยชน์สูงสดุ แกผ่ ู้เรียน เปน็ การวิจยั ที่ตอ้ งทำอย่าง
รวดเร็ว นำผลไปใชท้ ันทีและสะท้อนขอ้ มูลเก่ียวกบั การปฏิบตั งิ านต่าง ๆ ของตนเอง ให้ท้ังตนเองและกล่มุ
เพื่อนรว่ มงาน (สวุ ิมล ว่องวานชิ 2543: 163)
13
การวิจัยในชน้ั เรียน คือกระบวนการแสวงหาความจรงิ ดว้ ยวธิ ีการทีเ่ ชือ่ ถอื ได้ในเนือ้ หาที่
เกี่ยวกับการจัดการเรยี นการสอน เพ่อื นำไปสกู่ ารแก้ปญั หาและพัฒนาความสามารถของผเู้ รียนอย่างเป็น
ระบบ (ประกอบ มณีโรจน์ 2544: 4)
จากท่ีกลา่ วมานีส้ รุปไดว้ า่ การวจิ ยั ในชั้นเรยี นเป็นการวิจยั ท่คี รทู ำเพื่อแก้ปัญหาท่เี กดิ ขึ้นใน
ห้องเรยี นของผ้เู รยี นบางคน บางกลุ่ม หรอื ทง้ั หมด ซงึ่ ผลการวิจัยสามารถนำมาใช้ในการปรบั ปรุง
การเรียน การสอน และพฤตกิ รรมของผเู้ รียน โดยมกี ระบวนการวางแผน ปฏิบตั ิตามแผน สังเกตผล
ทเ่ี กดิ ข้นึ และการสะทอ้ นความคิด
1.2 ประเภทของการวิจัยในชน้ั เรียน
รปู แบบของการวจิ ัยในช้ันเรยี น สามารถทำได้หลายรปู แบบ ดังน้ี
1. การวิจยั เชิงปริมาณ ไดแ้ ก่
- การวิจยั ท่ีไมใ่ ช่เชงิ ทดลอง เชน่ การวจิ ยั ทศ่ี ึกษาปรากฎการณ์ทเี่ กิดขึน้ แลว้ การหา
ความสัมพนั ธ์ การวจิ ัยเชิงสำรวจ
- การวจิ ัยเชิงทดลอง เชน่ การวจิ ัยก่อนทดลอง การวิจยั กึง่ ทดลอง
2. การวิจัยเชงิ คณุ ภาพ เช่น การศกึ ษารายกรณี
(ท่ีมา : นพเก้า ณ พทั ลุง. (2552). เอกสารประกอบการบรรยาย การวิจยั ในช้ันเรียน วนั ท่ี
22 กันยายน พ.ศ. 2552 ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏยะลา.)
2. ความจำเป็นท่ีครูตอ้ งทำการวจิ ัยในชน้ั เรยี น
จากความจำเปน็ ในการวิจยั ในชั้นเรยี นนีส้ อดคลอ้ งกับเจตนารมณข์ องพระราชบัญญัติการศกึ ษา
แหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะหมวด 4 แนวการจัดการศกึ ษาใน มาตรา 22-30 ทเ่ี น้นกระบวนการจัดการ
เรียนรทู้ ย่ี ดึ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ซงึ่ กระบวนการวิจยั ปฏิบัติการในชน้ั เรียนเป็นปจั จยั สำคญั ในการพฒั นาการ
เรยี นรดู้ งั กลา่ ว
3. แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล คือ แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมท้งั
เกมตามลา่ สมบตั ิ เร่ือง การอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยคำควบกล้ำท่ีใช้ ร ล เป็นพยัญชนะต้น พยัญชนะ
ต้น คอื พยญั ชนะตัวแรกทป่ี ระสมกับสระ ทำใหอ้ า่ นออกเสยี งไปต่างๆ คำท่ีใช้ “ ร ” เป็นพยญั ชนะต้น เวลา
อา่ นออกเสยี งจะกระดกลิ้น คำท่ใี ช้ “ ล ” เป็นพยญั ชนะตน้ เวลาอ่านออกเสยี งไม่ต้องกระดกล้ินเทา่ ตัว “ร”
คำที่ใช้ “ร” และ “ล” เป็นพยัญชนะต้นประสมสระเดียวกัน เช่น คำว่า รัก มีเสียงใกล้ชิดกับคำว่า “ ลัก ”
แตค่ วามหมายตา่ งกนั ถ้ากระดกล้ินไม่ถูกกจ็ ะทำให้สลับสับสนใจ แต่ในการเขยี นต้องรคู้ วามหมายของแต่ละ
คำ จึงจะเขียนได้ถูกตอ้ งกับใจความท่ีต้องการ (ทรูปลูกปญั ญา 2564) โดยผู้จัดทำจึงไดจ้ ัดทำแบบฝึกทกั ษะ
การอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มทง้ั เกมตามล่าสมบตั ิ
14
3.1 แนวคิด/ทฤษฎี/หลักการ/วธิ กี าร
โดยผู้จัดทำจึงได้จัดทำแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่า
สมบตั ิ เรอื่ ง การอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ
ร ล รว่ มทง้ั เกมตามลา่ สมบตั ิ โดยทบทวนงานวจิ ยั ท่ีเกย่ี วข้อง ของ นา ศรีกุตา (2553) ทำ
การวิจัยเร่ือง การพัฒนาการอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยโดยใชแ้ บบฝกึ ทักษะสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทยของนกั เรยี นระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2 กับ นักเรียนชนั้ ประถมศึกษา
ปีที่ 2 โดยทดลองใชแ้ บบฝกึ ทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมี
ผลสมั ฤทธ์กิ ารเรียนดา้ นทกั ษะการอ่านและเขยี นคำพน้ื ฐานสงู ข้นึ มีค่าเฉลยี่ รอ้ ยละ 86.47
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการทดลองจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย
นวตั กรรมดงั กล่าวท่รี ะดบั ยอดเยย่ี ม
3.2 ลำดบั ขั้นตอนในการดำเนนิ กิจกรรม
3.2.1 ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
- นกั เรียนครกู ล่าวคำทักทายกัน
ครู : “สวัสดคี ะ่ นักเรยี นทุกคน”
นักเรยี น : “สวสั ดีคะ่ คุณครู”
- นักเรยี นฟังเพลง คำควบกลำ้
- ครแู จง้ จุดประสงค์การเรยี นรู้
- บอกลักษณะคำควบกลำ้
- อา่ นคำควบกลำ้
- มุง่ มนั่ ในการทำงาน
3.2.2 ขน้ั ตกลงกระบวนการเรียนรู้
- ครูแจง้ ขอ้ ตกลงระหว่างนักเรียนกบั นกั เรียน มี 4 ข้อ
- ไม่สง่ เสยี งดัง
- ไมน่ ำขนมเข้ามารบั ประทานในหอ้ ง
- ใหค้ วามรว่ มมอื ในการทำกจิ กรรม
- ไมพ่ ดู คยุ ขณะครสู อน
15
3.2.3 ข้นั สอน
- นักเรยี นตอบคำถามจากการฟงั ดพลง
คำถาม : เพลงทีน่ กั เรยี นฟงั เกย่ี วกบั เรื่องอะไร
คำตอบ : คำควบกล้ำ
- ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมายของคำควบกลำ้ คอื พยญั ชนะสองตวั เขียนเรียงกัน
อยตู่ น้ พยางค์ และใชส้ ระเดียวกัน เวลาอ่านออกเสียงกลำ้ เปน็ พยางคเ์ ดยี วกัน เสียงวรรณยุกต์ของ
พยางคน์ ้ันจะผันเป็นไปตามเสยี งพยญั ชนะตัวหนา้
- ครอู ธิบายเก่ียวกับคำควบกล้ำ 2 ประเภท คือ คำควบกล้ำแท้ และคำควบกล้ำไม่
แท้
- ครูตดิ บตั รคำบนกระดาษ ได้แกค่ ำวา่ ครอบครวั และคำวา่ สรา้ ง ใหน้ กั เรียนอา่ น
พร้อมกับใหน้ กั เรียนรว่ มกบั นสงั เกตลุ กั ษณะคำควบกลำ้ ท้งั 2 คำนี้
- ครูสุ่มถามนักเรยี นเกย่ี วกับลกั ษณะคำควบกล้ำ จำนวน 3 คน
คำถาม : คำควบกล้ำแท้ ประกอบไปด้วย พยัญชนะอะไรบ้าง
คำถาม : คำควบกล้ำไม่แท้ประกอบไปด้วยพยญั ชนะอะไรบ้าง
คำถาม : ยกตวั อยา่ งคำควบกลำ้ แท้ และคำควบกล้ำไมแ่ ท้ อย่างละ 1 คำ
- นักเรียนทำแบบฝกึ หดั เรอ่ื ง ลกั ษณะคำควบกล้ำ ร ล กจิ กรรมเกมลา่ สมบตั ิ
- คณุ ครูจดั เตรยี มวสั ดุอกุ รณใ์ นการนักเรยี นออกมาแจกบตั รคำใหส้ มาชกิ ใน
ห้องเรยี น เชน่ คำวา่ สวย มวย หวย
3.2.4 ขัน้ สรุป
- นักเรียนและครรู ่วมกนั อภิปรายสรุปในประเดน็ ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้
- คำควบกลำ้ แบง่ เป็น 2 ลักษณะได้แก่ คำควบกลำ้ แท้ และคำควบกล้ำไมแ่ ท้
คำควบกล้ำแท้จะมลี กั ษณะ เป็นอักษรควบทเ่ี กิดจากพยญั ชนะ 2 ตัวทมี่ ี ร ล ว ประสมอยู่ด้วย ประสม
แล้วอ่านออกเสียงพร้อมกนั สองตัว เชน่ เปลย่ี น แปลง ครบ ครนั ปรบั ปรุง ขรุขระ ครอบครวั ตรากตรำ
ปรบั ปรงุ พร้อมเพรียง กลมเกลยี ว กวา้ งขวาง ขวกั ไขว่ เคว้งคว้าง พลาดพล้งั ผลผี ลามควาย ความ
กลว้ ย เป็นต้น ส่วนคำควบกล้ำไม่แท้ จะมีลักษณะ พยญั ชนะท่ีมตี ัว ร ควบอยู่ แตอ่ อกเสยี งเหมอื น
พยญั ชนะเดยี่ ว จะออกเสยี งเพียงพยัญชนะตวั หน้าเทา่ น้ัน
16
4. เกมการศึกษา
4.1 วัตถุประสงคข์ องเกมการศึกษา
สวุ ทิ ย์ มูลคำ และ อรทยั มลู คำ (2547:90) กล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการนำเกม
มาใช้ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ ดังน้ี
4.1.1 เพ่ือให้ผู้เรยี นได้เรียนรู้เร่อื งราวตา่ งๆ ด้วยความสนุกสนาน และทา้ ทายความสามารถ
โดยผเู้ รยี นเป็นผเู้ ล่นเอง ทำให้ได้รับประสบการณต์ รง
4.1.2 เปน็ วธิ ีการทเ่ี ปิดโอกาสใหผ้ ูเ้ รียนฝึกทักษะและเทคนิคต่างๆ การมีสว่ นรว่ มใน
การเรียนรมู้ ีโอกาสแลกเปลี่ยนและประสบการณ์การเรยี นร้รู ่วมกับผูอ้ ืน่ นิตยา สุวรรณศรี (2536 : 12)
ระบุจดุ ประสงค์ในการใช้เกมเพม่ิ เตมิ วา่ เพอื่ เปน็ กิจกรรมในการออกกำลงั กายใช้ในการบำบัด ความเครยี ด
ทางกายและประสาท สรา้ งบรรยากาศใหน้ ักเรียนไดส้ นุกสนาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2539 : 50) ได้กำหนดจดุ ประสงค์ของเกมการศึกษาไว้ ดงั น้ี
ฝกึ นกั เรยี นรจู้ กั สงั เกต เปรยี บเทียบ และจำแนก ส่งเสรมิ การคดิ หาเหตผุ ล และตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา
ส่งเสริมพัฒนากล้ามเน้อื และประสานสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมอื กับตา และส่งเสรมิ การเล่นรว่ มกัน และ
เช่นเดยี วกับ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2540 : 40) ได้กลา่ ววตั ถุประสงคข์ องเกมการศกึ ษาไวด้ งั น้ี
1. สง่ เสรมิ การสงั เกต จำแนกและเปรยี บเทยี บ
2. ส่งเสรมิ การประสานสมั พนั ธ์ระหว่างมือกับตา
3. สง่ เสรมิ การคิดหาเหตุผล
4. ฝกึ การตดั สินใจและแก้ปญั หา
5. ชว่ ยให้เกิดความคิดรวบยอดเก่ียวกบั สง่ิ ท่ีเรียนรู้
6. เรียนรู้ทักษะและพน้ื ฐานต่างๆ
7. ปลกู ฝังใหม้ คี ณุ ธรรมตา่ งๆ เชน่ ความรับผิดชอบ ความมรี ะเบียบวินยั ความเออื้ เฟ้ือ
และแบง่ ปนั รับผิดชอบ ความซื่อสัตย์
สรปุ ไดว้ ่าจุดประสงคข์ องเกมการศึกษา ดังกลา่ วมาเพ่อื มุง่ เสรมิ ให้เด็กในเร่อื งการสังเกต
17
จำแนก เปรยี บเทยี บ ส่งเสริมการคิดมีเหตุผล และฝึกประสานระหวา่ งมอื กบั ตา สง่ เสรมิ การคดิ หา
เหตุผล ฝึกการตัดสินใจในการแกป้ ัญหา ปลกู ฝงั ในดา้ นคุณธรรม ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบ
วนิ ัย ความเออ้ื เฟือ้ แบ่งปนั
เกมตามลา่ สมบัติ คอื การจัดกิจกรรมเกมการเรยี นรจู้ ดั ตามเนอ้ื หาที่ต้องการสอนเรอ่ื ง การอ่าน
สะกดคำควบกล้ำ ร ล และประยุกตผ์ ่านแนวทฤษฏีพหปุ ัญญามีข้ันตอนดังตอ่ ไปนี้ คอื ครูให้นักเรียนเดินทาง
ตามหาสมบตั ใิ นบริเวณที่ครูกำหนดให้ หาสมบัติใหค้ รบทุกช้นิ และอา่ นสะกดคำในแบบฝกึ ทักษะการอา่ น
สะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกับสมบตั นิ ัน้ ๆ ซง่ึ ในสมบัติจะมีรูปภาพคำควบกล้ำ ร ล insku (2564) การจดั
กิจกรรมเกมการเรียนรูต้ ามแนวทฤษฏพี หุปัญญาทีน่ ำมาใช้ ไมเ่ พยี งแต่พฒั นาดา้ นการเรยี นเทา่ นัน้ เกมยงั
สามารถนำมาช่วยส่งเสริมและเพม่ิ พฒั นาการเรยี นร้ขู องนักเรยี นทม่ี คี วามสามารถแตกตา่ งกนั ในดา้ นตา่ งๆ
ตามเชาว์ปญั ญาของนักเรยี นแตล่ ะคนใหเ้ พ่ิมมากขึน้ สอดคลอ้ งกับทฤษฎกี ารเรียนรู้ของไวกอ๊ ตสกี้ (Vy-
gotsky, 1979) กล่าวว่าในขณะเดยี วกนั การนำเกมมาใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ เกมยงั ช่วยลดความตึง
เครียดในการเรยี นของนกั เรียน และช่วยใหน้ ักเรยี นเกดิ ความสนกุ สนานไปพร้อมๆกบั การเรยี นรู้ อิศรีย์ มนีวิ
โรรชน์, อนิ ทสิ าร ไชยสขุ (2561)
2. แนวคิด/ทฤษฎี/หลกั การ/วิธกี าร
การจดั กจิ กรรมเกมการเรยี นรูต้ ามแนวทฤษฏีพหุปญั ญาท่ีนำมาใช้ ไม่เพยี งแต่พฒั นาด้านการเรียน
เท่านัน้ เกมยงั สามารถนำมาชว่ ยสง่ เสรมิ และเพ่ิมพฒั นาการเรยี นร้ขู องนักเรียนทม่ี คี วามสามารถแตกต่างกนั
ในด้านตา่ งๆตามเชาว์ปัญญาของนักเรียนแต่ละคนใหเ้ พม่ิ มากข้ึน สอดคล้องกบั ทฤษฎีการเรียนรขู้ องไวกอ๊ ตส
กี้ (Vy-gotsky, 1979)
การนำเกมมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ เกมยงั ช่วยลดความตึงเครยี ดในการเรียนของนกั เรียน
และช่วยให้นักเรียนเกดิ ความสนุกสนานไปพรอ้ มๆกับการเรียนรู้ อศิ รยี ์ มนีวิโรรชน์, อนิ ทิสาร ไชยสุข
(2561)
3. ลำดบั ขนั้
3.1 คณุ ครใู หน้ กั เรียนเดินทางตามหาสมบัติในบรเิ วณทค่ี รกู ำหนดให้
3.2 นกั เรียนทกุ คนชว่ ยกันหาสมบัติใหค้ รบทกุ ชิ้น
3.3 นักเรียนอา่ นสะกดคำจากสมบัติท่ีได้รว่ มกบั แบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ซึ่งใน
สมบัตจิ ะมรี ูปภาพคำควบกล้ำ ร ล
5. เอกสารงานวจิ ัยท่ีเก่ยี วขอ้ ง
18
ประพนั ธ์ จมู คำมลู (2541: 9) ช่ือเรอื่ ง วิจัยการพัฒนากิจกรรมการเรยี นรู้โดยใชเ้ กม เพ่อื พัฒนา
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรียนบา้ น
เกาะ สำนักงานเขตมนี บรุ ี โดยทดลองใช้เกมผลการวิจยั พบวา่ นกั เรยี นมีผลการเรียนร้ทู ร่ี ะดบั ยอดเยยี่ ม
ลุนา ศรกี ุตา (2553) ทำการวจิ ัยเร่ือง การพัฒนาการอ่านและเขยี นคำพน้ื ฐานภาษาไทยโดยใช้แบบ
ฝึกทักษะสาระการเรียนรภู้ าษาไทยของนักเรียนระดับช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 กับ นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี
2 โดยทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ผลการวจิ ยั พบว่า นักเรียนมผี ลสมั ฤทธ์ิการเรยี นด้าน
ทกั ษะการอา่ นและเขียนคำพ้นื ฐานสูงข้นึ มีค่าเฉลี่ยรอ้ ยละ 86.47
อศิ รยี ์ มนีวโิ รรจน์, อินธสิ าร ไชยสขุ (2561) ทำการวิจัยเร่ือง การพฒั นาการเรียนรูค้ ำศัพท์
ภาษาองั กฤษสำหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 โดยใชเ้ กมตามทฤษฎีพหุปญั ญา มผี ลการการทดสอบ
คำศพั ทภ์ าษาอังกฤษก่อนเล่นเกมรอ้ ยละ 45 และทดสอบหลังเล่นเกม มีผลคะแนนเพิ่มข้นึ รอ้ ยละ 84.20 การ
เรียนร้คู ำศัพทภ์ าษาอังกฤษจากการทำแบบทดสอบหลงั การจดั กจิ กรรมเกมการเรียนรตู้ ามแนวทฤษฎีพหุ
ปญั ญา สูงกว่าก่อนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ อย่างมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ร่ี ะดับ .05
19
บทที่ 3
วธิ ดี ำเนนิ การวิจัย
1. ระเบียบวิธวี ิจยั
เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยเริ่มดำเนินการวิจัยปีการศึกษา 256๔ โดยปีการศึกษา 25๖๔ ทำ
การวเิ คราะหน์ ักเรยี นและค้นพบปญั หาผลการเรยี นรู้เรื่องการพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำทม่ี ี ร ล
โดยใชน้ วตั กรรมเดมิ ของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1 มีระดบั คุณภาพต่ำกว่า เกณฑ์มาตรฐานทีก่ ำหนด ปี
การศึกษา 25๖๔ ทำการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อหา แนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการท่ี
สอดคล้องเพอ่ื ใช้เปน็ แนวทางแกป้ ญั หาด้วยกระบวนการวิจัย พรอ้ มท้งั จดั ทำแบบฝึกทกั ษะรว่ มกับเกมตามล่า
สมบัติ และหาประสทิ ธิภาพนวัตกรรมที่สร้างข้ึนทั้งประสิทธิภาพเชงิ เหตุผล (Rational Efficiency) และเชิง
ประจักษ์ (Empirical Efficiency) โดยการทดลองใช้กับนักเรยี นระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรียนบ้าน
หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดติ ถ์ ประจำปีการศึกษา 256๓ จำนวน ๗ คน พร้อมท้งั ทำการปรับปรุงแกไ้ ขท้ัง
แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มทัง้ เกมตามลา่ สมบัติ และเครอ่ื งมือการวิจยั ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ส่วน
ปีการศึกษา 25๖4 เทอมที่ ๒ นำแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติมา
ทดลองใชก้ บั นกั เรียนระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนบา้ นหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดิตถ์ ประจำปี
การศึกษา 2564 จำนวน ๗ คน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างเดียวกัน รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมทั้งจัดทำ
รายงานการวจิ ยั
2. ประชากรและกลุม่ ตัวอยา่ ง
1.1 ประชากร
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ประจำปี
การศกึ ษา 2564 จำนวนประชากร จดั เป็นประชากรทไ่ี มท่ ราบจำนวน (Infinite Population) การระบุเชน่ น้ี
อา้ งตามเหตผุ ลดงั กล่าวแลว้ ในหัวขอ้ ขอบเขตการวิจัยดา้ นประชากรของบทที่ 1
1.2 กลมุ่ ตัวอย่าง
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ประจำปี
การศกึ ษา 2564 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน ๗ คน ด้วยเหตผุ ลทว่ี า่ นักเรยี นระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 1 นน้ั ท่ีเข้า
มาศกึ ษาในโรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดติ ถน์ ัน้ มิไดม้ ีการคัดเลือกแบบเจาะจงดว้ ยวธิ ีใดวิธีการ
หนึ่ง เช่น การสอบคัดเลือก เป็นต้น นักเรียนทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ดังนั้น เมื่อเทียบเคียงกับวิธีการ
20
คัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง จึงเป็นการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายโดยใช้ความน่าจะเป็น
(Probability Simple Random Sampling)
3. เครื่องมอื การวิจยั
3.1 เครื่องมือการวิจัยที่เป็นนวัตกรรมโดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่อง การ
พฒั นาอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนกั เรยี นที่เปน็ กล่มุ ตัวอยา่ งคอื แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ
ร ล ร่วมท้ังเกมตามล่าสมบตั ิ
3.2 เครือ่ งมอื สำหรับการรวบรวมขอ้ มลู
3.2.1 แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามลา่ สมบตั ิ เพื่อวดั ผลการ
เรียนรู้เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 1
โรงเรียนบา้ นหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดติ ถ์
3.2.2 แบบวัดระดบั ความพึงพอใจของนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนบ้าน
หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดติ ถ์ ทีม่ ีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการทดลองใช้แบบ
ฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มท้ังเกมตามลา่ สมบัติ เรอ่ื ง การพฒั นาทักษะการ
อา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล
4. การสรา้ งและหาประสทิ ธภิ าพเคร่อื งมอื การวจิ ัย
การสรา้ งและหาประสิทธภิ าพเครือ่ งมือของการวิจัยแต่ละชนดิ ผูว้ จิ ัยนำเสนอกล่าวควบคู่กัน
ดังนี้
1. แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ ดำเนินการตามลำดับข้นั
ดงั น้ี
1.1 ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้องเพื่อจัดแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ร่วมทัง้ เกมตามล่าสมบัติ
1.2 ทบทวนเอกสารและงานวิจัยท่ีเกย่ี วขอ้ งเพอ่ื ยกร่าง แบบฝกึ ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร
ล ร่วมทง้ั เกมตามลา่ สมบัติ
1.3 สร้างแบบประเมินประสิทธิภาพเชิงเหตุผลของแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
รว่ มทั้งเกมตามล่าสมบัติ ดำเนนิ การตามลำดับขนั้ ดงั น้ี
1.3.1 ทบทวนเอกสารและงานวิจัยทีเ่ กย่ี วข้องเพอื่ หาแนวคดิ หลักการ วิธกี ารประเมิน
21
ประสทิ ธิภาพเชงิ เหตผุ ล ผลการทบทวนดังกลา่ วพบว่า ใชว้ ิธปี ระเมินความเหมาะสมโดยมีหลกั การ
เชน่ เดียวกับการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรทพี่ ัฒนาดงั ตวั อยา่ งงานวิจัยของ ศภุ โชค เสือทอง
(2556) และ วารณุ ี อศั วโภคนิ (2554) ลักษณะแบบประเมินเปน็ แบบสอบถามชนิดประมาณคา่ (Rating
Scale) 5 อันดับตัวเลือก
1.3.2 ทบทวนเอกสารและงานวจิ ยั ทีเ่ กยี่ วข้องเพ่อื กำหนดประเดน็ ท่ีจะทำการประเมิน
แบบฝึกทักษะร่วมกับเกมตามล่าสมบัติผลการทบทวนดังกล่าวจะกำหนดประเด็นที่จะทำการ
ประเมินโดยอ้างอิงแนวคิด หลักการ วิธีการของกรมวิชาการ (2545) ชม ภูมิภาค (2549) คณะกรรมการ
ศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน (2550) และ สถาบนั สร้างสรรคส์ ื่อเพอื่ การเรยี นรู้ (ออนไลน์. 2559)
1.3.3 ยกรา่ งแบบประเมนิ ความเหมาะสมแบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วม
ท้ังเกมตามลา่ สมบัติ
1.3.4 อย่างไม่เป็นทางการ ร้องขอให้ผู้เชี่ยวชาญทางดา้ นภาษาโรงเรียนบ้านหาดสองแคว
อ.ตรอน จ.อตุ รดิตถ์ ให้คำแนะนำ และตรวจสอบความถูกตอ้ งของภาษา พรอ้ มทัง้ นำมาปรับปรงุ แก้ไข
1.4 นำแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติฉบับร่าง พร้อมแบบ
ประเมนิ ให้ผ้สู อนทีม่ ีตำแหน่งทางวิชาการเป็น ครชู ำนาญการพิเศษ (ค.ศ. 3) จำนวน ๓ คน เป็นผู้เช่ียวชาญ
ทำหนา้ ทีป่ ระเมินประสิทธิภาพเชงิ เหตผุ ลของแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทงั้ เกมตามลา่
สมบตั ิ สำหรบั เกณฑ์การประเมนิ ระดบั ความเหมาะสมแต่ละข้อคำถามของแบบประเมนิ จะใช้ค่าเฉลี่ยจากผล
การประเมินของผเู้ ช่ยี วชาญทกุ คน และเกณฑ์ระดับค่าเฉล่ยี จะอ้างอิงของพวงรัตน์ ทวรี ัตน์ (2540) ดังนี้
4.50 – 5.00 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมท่ีระดบั มากที่สุด
3.50 – 4.49 หมายถงึ มีความเหมาะสมท่รี ะดับมาก
2.50 3 3.49 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมท่รี ะดบั ปานกลาง
1.50 – 2.49 หมายถงึ มีความเหมาะสมท่ีระดับนอ้ ย
1.00 – 1.49 หมายถึง มีความเหมาะสมท่รี ะดับน้อยสุด
แต่ละขอ้ คำถามของแบบประเมนิ ตอ้ งมีผลการประเมนิ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมีความเหมาะสม
ระดบั มาก (≥3.50) ข้อใดมผี ลการประเมินต่ำกวา่ 3.50 ผู้เชี่ยวชาญอาจเสนอแนะใหต้ ัดออก หรือ
ปรับปรุง (พวงรัตน์ ทวรี ัตน.์ 2540)
22
1.5 ปรบั ปรุงแบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทง้ั เกมตามล่าสมบัติตามคําแนะนําของ
ผเู้ ช่ียวชาญ จดั ทําเปน็ ฉบับพร้อมทจี่ ะใช้ทดลองหาประสทิ ธิภาพเชงิ ประจกั ษ์
1.6 ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวคิด หลักการ วิธีการที่เหมาะสมเพื่อนํามาหา
ประสทิ ธภิ าพเชงิ ประจักษข์ องแบบฝกึ ทักษะรว่ มกับเกมตามล่าสมบตั ิแนวคดิ หลักการ วธิ กี ารท่เี ลือกใช้คอื ใช้
เกณฑ์ประสิทธิภาพ E1/E2 (ชัยยงศ์พรหมวงศ์ 12.2531) ซึ่งปัจจุบันยังเป็นที่ยอมรับสําหรับใช้หา
ประสิทธภิ าพเชิงประจกั ษ์ของนวัตกรรมทางการศึกษา สูตรการคาํ นวณหาเกณฑ์ประสิทธิภาพ E1/E2 เป็น
ดังนี้
สตู ร 1 = [∑ ] × 100
เมื่อ E1 หมายถึงค่าประสิทธิภาพของกระบวนการเรียนรู้ระหว่างการทดลองใช้แบบฝึก
ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทงั้ เกมตามลา่ สมบัติ
∑ หมายถึงผลรวมของคะแนนการทํากิจกรรมทา้ ยบทของแต่ละบทแบบฝึกทกั ษะการ
อ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทัง้ เกมตามล่าสมบตั ิของนักเรียนทุกคน
N หมายถึงจํานวนนักเรียนที่ใช้ในการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการ
อา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมท้งั เกมตามลา่ สมบัติ
P หมายถึงคะแนนเต็มแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่า
สมบตั ิทกุ ชดุ รวมกนั
และ
สูตร 2 = [ ] × 100
0
เมื่อ
E2 หมายถงึ คา่ ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์การเรียนรู้หลงั การทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ น
สะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทงั้ เกมตามล่าสมบัติครบทกุ บท
23
หมายถึงผลรวมของคะแนนของนักเรียนทุกคนจากแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำ
ควบกล้ำ ร ล ร่วมกับเกมตามลา่ สมบัติเมื่อทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
รว่ มทงั้ เกมตามลา่ สมบัติครบทุกบท
N หมายถึงจาํ นวนนักเรียนท่ีใช้ในการทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร
ล รว่ มทั้งเกมตามล่าสมบัติ
O หมายถงึ คะแนนเตม็ ของแบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มทง้ั เกมตามล่า
สมบตั ิเพือ่ วัดผลการเรยี นรูข้ องนักเรยี นจากการทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะรว่ มกับเกมตามลา่ สมบตั ิ
ภายหลังการทดลองใช้หลักสูตรเพื่อหาประสทิ ธิภาพเชงิ ประจักษ์แล้วนาํ ค่าคํานวณจากสูตร
E1/E2 มาเทยี บคา่ ประสิทธิภาพที่กาํ หนดขน้ึ ตามเกณฑเ์ พื่อทีจ่ ะยอมรับหรอื ปฏิเสธประสิทธิภาพเชิง
ประจักษ์ของแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ ซึ่งผู้วิจัยใช้
เกณฑข์ องฉลองชยั สุรวัฒนสมบรู ณ์ (2528)
1.สูงกวา่ เกณฑ์ทก่ี ําหนดเมอ่ื คา่ ประสิทธภิ าพจากการคาํ นวณสงู กวา่ เกณฑท์ ่ีกําหนดมากกว่า
คา่ ร้อยละของความแปรปรวน 2.5
2.เท่ากับเกณฑ์ที่กําหนดเมื่อค่าประสิทธิภาพจากการคํานวณเท่ากับหรือสูงกว่าเกณฑ์ท่ี
กาํ หนดแตไ่ มเ่ กนิ คา่ ร้อยละของความแปรปรวน 2.5
3.ตำ่ กว่าเกณฑท์ ่ีกาํ หนดเมอื่ ค่าประสิทธภิ าพจากการคาํ นวณต่ำกว่าเกณฑ์ท่กี าํ หนด
แตย่ อมรับไดถ้ ้าไม่ต่ำกว่าค่ารอ้ ยละของความแปรปรวน 2.5
4.ค่าร้อยละความแปรปรวนระหว่าง E1 และ E2 ต้องไมเ่ กิน 5.0
สําหรบั การวจิ ยั คร้งั น้ี ผวู้ จิ ยั กําหนดประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ของแบบฝกึ การอ่านสะกดคำ
และเกมตามล่าสมบัติ ทเ่ี กณฑป์ ระสิทธิภาพ E1/E2= ๗0/๗0
1.7 พร้อมแบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมท้งั เกมตามล่าสมบตั ิเพ่อื วดั ผลการเรยี นรู้
ของนกั เรยี นเรอ่ื ง การพฒั นาอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล และแบบวดั ระดับความพงึ พอใจของนกั เรียนที่ทําการ
หาประสิทธิภาพเชิงเหตุผลแล้ว ทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่า
สมบัติ เพื่อหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสอง
แคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ประจำปกี ารศึกษา 256๔ ภาคเรียนท่ี ๒ จำนวน ๗ คน นกั เรียนดังกล่าวเป็นกลุ่ม
ตัวอยา่ งเดียวกับเป้าหมายการวิจยั
24
1.8 ปรับปรุงแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามลา่ สมบัติ และจัดทําเป็น
ฉบับที่จะใช้ทดลองกับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.
อุตรดติ ถ์ ประจำปกี ารศึกษา 2564 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน ๗ คน ซง่ึ เปน็ กลุ่มตวั อย่างเดียวกับเป้าหมายการ
วิจยั
2. แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติเพื่อวัดผลการเรียนรู้
ของนกั เรยี น
วัตถุประสงค์หนึ่งของการวิจยั คือต้องการตอบโจทยว์ ่า การจัดกิจกรรมการเรียนรูเ้ รื่อง การพัฒนา
ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยการทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมท้ัง
เกมตามล่าสมบัติน้ัน มีผลต่อการพัฒนาผลการเรียนรู้ของนกั เรียนระดบั ช้ันประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 โรงเรียน
บ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ประจำปีการศึกษา 2564 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน ๗ คน หรือไม่
อยา่ งไรเม่อื เปรียบเทยี บกบั การใช้นวัตกรรมเดิม เพื่อให้เห็นการเปรยี บเทียบดังกล่าวแบบฝึกทักษะการอ่าน
สะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มท้งั เกมตามลา่ สมบตั ิ เพ่ือวัดการเรยี นร้ขู องนักเรียนกลุม่ ตวั อยา่ งเดยี วกบั เป้าหมาย
วจิ ัย จึงเปน็ ฉบบั เดยี วกนั และผู้วิจยั ใช้สําหรับการวดั และประเมินผล ผลการเรียนรขู้ องนักเรยี นมาแล้ว โดย
ใชน้ วตั กรรมเดมิ ในเรอ่ื งเดยี วกัน ก่อนที่จะนํามาหาประสทิ ธิภาพในปีการศกึ ษา 2564 เทอมที่ ๒ และทดลอง
ใชใ้ นปีการศึกษา 2564 เทอมที่ ๒ ดงั นน้ั ตามขนั้ ตอนการสร้างและหาประสิทธภิ าพเครือ่ งมอื การวิจัย ถือว่า
แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติเพื่อวัดผลการเรียนรูข้ องนักเรียนถกู
สรา้ งขึน้ แล้วโดยผ่านการวิเคราะห์ความสมั พันธร์ ะหว่างแต่ละขอ้ คําถามของแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำ
ควบกลำ้ ร ล รว่ มท้งั เกมตามลา่ สมบัติ กับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ทาํ การวัดและประเมนิ ผล แต่เพื่อให้แบบ
ฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ มีประสิทธิภาพและถูกต้องตาม
กระบวนการวจิ ยั ผู้วจิ ัยจงึ ดําเนินการหาประสิทธภิ าพตามลําดับขั้นตอน ดังนี้
2.1 ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อทําความรู้ ความเข้าใจ หลักการ วิธีการหา
ประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติวัดผลการเรียนรู้ของ
นักเรียนเรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 1
โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดติ ถ์ ประจำปีการศกึ ษา 2564 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน ๗ คน
2.2 ยกร่างแบบประเมินค่าดรรชนีความสอดคล้อง (Index of Item –ObjectiveCongruence) ตัว
ย่อคอื IOC) เพื่อหาค่าความเท่ียงตรง (Validity) แบบประเมนิ ทีส่ รา้ งข้ึนจดั เปน็ แบบประเมนิ ประสทิ ธิภาพเชิง
เหตผุ ล
2.3 นําแบบประเมินค่าดรรชนีความสอดคล้องที่สร้างขึ้นมาให้ผู้เชี่ยวชาญจํานวน ๓ คน ทําการ
ประเมินอยา่ งเป็นอิสระตอ่ กัน ดงั นี้
25
ผู้เชี่ยวชาญจะทําการประเมินความสอดคล้องระหว่างแต่ละข้อคําถามของแบบทดสอบกับ
จุดประสงค์การเรียนรู้ของแบบทดสอบนั้น รายการประเมินมี 3 ตัวเลือกคือ ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ามีความ
สอดคล้อง (+1)ไม่แน่ใจว่ามีความสอดคล้อง (0) และ ไม่มีความสอดคล้อง (-1) สัญลักษณ์ที่กํากับคือค่า
คะแนนของแต่ละตัวเลือก
2.4 นาํ ผลการประเมินแบบทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาวเิ คราะห์หาค่าดรรชนคี วามสอดคล้องของแบบ
ฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทั้งเกมตามล่าสมบัติ เปน็ รายขอ้ ดว้ ยคา่ เฉล่ีย ค่าดรรชนีความ
สอดคล้องแตล่ ะขอ้ ของแบบทดสอบมีค่ามากสดุ เท่ากับ 1 และเกณฑ์การประเมนิ ของแบบทดสอบแต่ละราย
ข้อต้องมคี ่าดรรชนีความสอดคลอ้ งมากกวา่ หรอื เทา่ กบั (≥) 0.50 จงึ จะตัดสินว่า แบบฝกึ ทักษะการอา่ นสะกด
คำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบตั ิ ข้อนั้นมีความเท่ียงตรงสามารถใช้สําหรบั การวัดและประเมินผล
ตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ถา้ แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มทัง้ เกมตามลา่ สมบัติ ข้อใดมี
คา่ ดรรชนีความสอดคลอ้ งนอ้ ยกวา่ (<)0.50 จะตัดสินว่าแบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทั้ง
เกมตามลา่ สมบัติ ข้อน้ันไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ผเู้ ชี่ยวชาญอาจใหค้ าํ แนะนําเพือ่ ปรับปรุงหรือตดั ออกแล้วแตก่ รณี
2.5 ปรับปรุงแก้ไขแบบทดสอบตามคําแนะนาํ ของผู้เชีย่ วชาญ จัดทําแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำ
ควบกล้ำ ร ล เป็นฉบับเพื่อใช้สําหรับการทดลองหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ ซึ่งประกอบด้วยการหาค่า
ความเชือ่ มน่ั (Reliability) คา่ อํานาจการจาํ แนก (Discrimination) ค่าความยากงา่ ย (Difficulty)
2.6 พร้อมกับแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ และแบบวัด
ระดับความพึงพอใจที่ทําการหาประสิทธิภาพเชงิ เหตุผลแล้ว ใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
รว่ มทงั้ เกมตามลา่ สมบัติเพอ่ื วัดผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาชั้นปีท่ี 1 โรงเรียนบ้านหาด
สองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดิตถ์ ประจำปกี ารศึกษา 2564 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน ๗ คน ภายหลังส้ินสุดการจัด
กิจกรรมการเรยี นรเู้ รอ่ื ง การพฒั นาทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยการทดลองใช้แบบฝึกทักษะการ
อา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทง้ั เกมตามล่าสมบัติน้ัน
2.7 นําคะแนนจากการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติเพ่ือ
วัดผลการเรียนรู้ของนักเรียนเรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ดังกล่าวข้อ 2.7 มาหา
ประสทิ ธิภาพเชิงประจักษด์ ว้ ยวิธีการดงั กล่าวข้อ 2.6 ดงั น้ี
2.7.1 การหาคา่ ความเชือ่ ม่ัน หาค่าความเชือ่ มั่นของแบบฝกึ ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล
ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติทั้งฉบับด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’ Alpha
Coefficient) ซง่ึ สตู รที่ใช้ในการคาํ นวณคือ
26
สูตร = ( − 1) (1 − 1 = 21 12)
ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคต้องมีค่าอย่างน้อยที่ 0.8 จึงจะถือว่าแบบฝึกทักษะการอ่าน
สะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มทัง้ เกมตามลา่ สมบัติท้ังฉบับมีความเชื่อม่ันระดับดี (ศริ ชิ ัย กาญจนวาสี.2544)
2.7.2 การหาคา่ ความยากงา่ ย หาค่าความยากง่ายของแบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ร่วมทง้ั เกมตามล่าสมบัติแต่ละขอ้ โดยใชส้ ตู ร
สูตร =
เมื่อ P = ความยากง่ายของแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทัง้
เกมตามลา่ สมบตั ิขอ้ ทที่ าํ การวิเคราะห์
R =จํานวนนกั เรยี นที่ตอบแบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทงั้ เกม
ตามลา่ สมบตั ิข้อที่ทาํ การวิเคราะห์ถกู ตอ้ ง
N = จํานวนนักเรยี นทง้ั หมด
สําหรับการตดั สินค่าความยากง่ายของแบบทดสอบแต่ละข้อตัดสินท่ีP =. 20 –.80แบบทดสอบข้อใดต่ำ
กวา่ .20 จะตัดออกเพราะคอ่ นขา้ งง่าย สว่ นข้อใดมากกว่า .80 จะตัดออกเพราะค่อนขา้ งยาก
2.7.3 การหาค่าอํานาจการจําแนก นักเรียนมีจํานวนทั้งหมด ๗ คน คัดเลือกผู้ที่มีคะแนนสูงสุด
เรยี งลาํ ดับลงจํานวน 5 คน (สดั สว่ น 1/3) และคัดเลือกผู้ท่ีมีคะแนนจากตำ่ สุดเรยี งลําดบั ขึ้นมา 5 คน (สัดสว่ น
1/3) นาํ คะแนนของนกั เรียนท้งั สองกลุ่มมาหาค่าการจาํ แนกของแบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล
ร่วมทัง้ เกมตามลา่ สมบัติแต่ละข้อโดยใชส้ ตู รสดั ส่วน
สูตร = −
27
แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติแต่ละข้อตัดสินอํานาจการ
จําแนกท่ี D มีค่าอย่างน้อย. 30 ซึ่งหมายความวา่ แบบทดสอบข้อน้ันมีอาํ นาจการจําแนกอย่างน้อยที่ระดับ
พอใช้
2.8 ปรับปรุงแบบฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติวัดผลการเรียนรู้
ของนักเรียนเร่ือง การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ตามข้อค้นพบจากการนํามาทดลองหาประสิทธิภาพ
เชิงประจักษร์ ว่ มกับ แบบฝกึ ทกั ษะและเกมตามล่าสมบตั ิ
2.9 จัดทาํ เปน็ ฉบับสาํ หรับการทดลองใช้วัดผลสัการเรียนรขู้ องนกั เรยี นเรือ่ ง การพฒั นาทกั ษะการอา่ น
สะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติของ
นักเรยี นระดบั ช้นั ประถมศึกษาช้ันปที ่ี 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดติ ถ์ ประจำปีการศึกษา
2564 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน ๗ คน
3.แบบวดั ระดับความพึงพอใจของนักเรยี น
เป็นแบบวดั ระดบั ความพงึ พอใจของของนักเรียนระดับช้ันประถมศกึ ษาชั้นปีที่ 1 โรงเรียนบ้าน
หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดิตถ์ ท่ีมีต่อการทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมท้ัง
เกมตามล่าสมบัติ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาทักษะอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล การสร้างและหา
ประสทิ ธภิ าพดําเนินการตามลาํ ดับ ดังน้ี
3.1ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวขอ้ งเพื่อศึกษาวิธีการ แนวคิด หลักการ ที่จะนํามาเป็นหลกั
คดิ วิธีการประเมนิ และประเด็นทจ่ี ะทาํ การประเมิน
3.1 ออกแบบและยกรา่ งแบบวดั ระดับความพึงพอใจของนักเรียนลักษณะของแบบวัดระดับความพึง
พอใจดังกล่าว จะเปน็ แบบสอบถามแบบประมาณค่า 5 อันดบั โดยคา่ เฉลีย่ เรียงตามลําดบั จากมากมาหา
น้อยคือ พึงพอใจที่ระดบั มากสุด พึงพอใจที่ระดบั มาก พึงพอใจที่ระดับปานกลาง พึงพอใจที่ระดับนอ้ ย
และพึงพอใจที่ระดบั น้อยสุด ส่วนเกณฑ์ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจแต่ละระดับ ใช้เกณฑ์ของพวงรัตน์ ทวีรัตน์
(2540) ซึ่งเป็นเกณฑเ์ ดยี วกับทีใ่ ช้ประเมินความเหมาะสมของแบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ร่วมท้ังเกมตามลา่ สมบตั ิ
3.2 นําแบบวัดระดบั ความพึงพอใจของนักเรยี นให้ผูเ้ ชยี่ วชาญชุดเดียวกับที่ประเมินคา่ ความเที่ยงตรง
ของแบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมท้งั เกมตามลา่ สมบัติเพื่อวัดผลการเรียนรู้ของนักเรียน
ทําการประเมินความเที่ยงตรงของแต่ละข้อคําถามด้วยค่าดรรชนีความสอดคล้อง วิธีการประเมินของ
ผเู้ ช่ียวชาญใช้วิธีเดียวกับการประเมนิ ค่าความเท่ยี งตรงของแบบฝกึ ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วม
ทั้งเกมตามล่าสมบัติ ดังกล่าวถงึ ผลการประเมินค่าดรรชนีความสอดคล้องของแต่ละข้อคําถามมีค่ามากกวา่
28
0.05 จงึ ถอื ว่า แบบวดั ระดบั ความพึงพอใจของนักเรียนของนกั เรียนระดับช้ันประถมศึกษาชั้นปีท่ี 1 โรงเรียน
บา้ นหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดติ ถ์ ท่มี ีต่อการทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วม
ทง้ั เกมตามลา่ สมบัติ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้เร่อื ง การพัฒนาทักษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล
3.3 ปรับปรุงแบบวัดระดบั ความพงึ พอใจของนักเรียนตามคําของผู้เชีย่ วชาญพร้อมจดั ทาํ เปน็ ฉบับเพื่อ
ทดลองใช้หาค่าความเชื่อมน่ั
3.4 พร้อมกับแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ และแบบฝึก
ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทง้ั เกมตามล่าสมบัติ วดั ผลการเรียนร้เู รื่องการพฒั นาทักษะการอ่าน
สะกดคำควบกล้ำ ร ล นําแบบวัดระดับความพึงพอใจของนักเรียนมาทดลองใช้กับของนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศึกษาชั้นปที ี่ 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ปีการศึกษา 2564 จํานวน ๗ คน
เพื่อหาค่าความเชื่อมั่นด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ซึ่งการคํานวณนั้นใช้สูตรเดียวกับที่การ
คํานวณหาสมั ประสทิ ธิแ์ อลฟาของแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมท้งั เกมตามลา่ สมบัติ และ
เกณฑ์ค่าสมั ประสิทธ์แิ อลฟาของครอนบาคทต่ี ้องการคอื 0.8
ผลการหาคา่ สมั ประสทิ ธิ์แอลฟาของครอนบาคพบว่ามีคา่ มากกว่า 0.8 จึงถือวา่ แบบวัดระดับความพึง
พอใจของนกั เรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาชนั้ ปที ่ี 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ทีม่ ีตอ่ การ
ทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทัง้ เกมตามลา่ สมบตั ิ จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง
การพัฒนาทักษะอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
3.5 ปรับปรงุ แบบวัดระดับความพึงพอใจของนักเรียนจากขอ้ ค้นพบขณะทาํ การทดลองเพ่ือหาค่าความ
เชื่อมั่น พร้อมทั้งจัดทาํ ฉบับเพื่อใช้วัดระดับความพึงพอใจการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ปี
การศึกษา 2564 จํานวน ๗ คน
5.การเกบ็ รวมรวมข้อมูล
เนื่องจากงานวิจัยดาํ เนินการวิจัยโดยการบูรณาการเข้ากับการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ตามปกติของ
รายวิชาภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ซึ่งมีสาระการเรียนรู้ส่วนหนึ่งคือ เรื่อง การพัฒนาอ่าน
สะกดคำควบกล้ำ ร ล ดังนั้น การเก็บรวบรวบรวมข้อมูลจะกระทําเฉพาะภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
การเกบ็ รวมข้อมูลจึงแบ่งเป็น 2 ระยะดงั นี้
1.ระยะที่ 1 เป็นการรวบรวมข้อมลู เพื่อหาประสิทธิภาพเชงิ ประจักษ์ของนวัตกรรมเดิม เรื่อง การ
พฒั นาทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล เก็บรวบรวมข้อมลู โดยจดั กิจกรรมการเรียนรูเ้ ร่ือง การพัฒนาทักษะ
การอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ของนกั เรียนระดบั ช้นั ประถมศึกษาชัน้ ปีที่ 1 โรงเรียนบา้ นหาดสองแคว อ.ตรอน
29
จ.อุตรดิตถ์ ปกี ารศึกษา 2564 จาํ นวน ๗ คน โดยใช้นวตั กรรมเดมิ ขอ้ มลู ที่เกบ็ รวบรวมจะถกู นาํ มาวิเคราะห์
เพอื่ หาคุณภาพเชงิ ประจกั ษ์
2.ระยะที่ 2 เป็นการรวบรวมเพือ่ ศึกษาผลการทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะและเกมตามล่าสมบัติ เรื่อง
การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 1
โรงเรียนบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ปีการศึกษา 2564 จํานวน ๗ คน ดําเนินการเก็บรวบรวม
ขอ้ มูลตามลําดับข้ัน ดงั น้ี
2.1 ชี้แจงเพื่อทําความเข้าใจกับนักเรียนถึงวัตถุประสงคข์ องการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การ
พัฒนาทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยการทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
รว่ มทัง้ เกมตามล่าสมบัติ
2.2 ใหน้ กั เรียนทําแบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทัง้ เกมตามลา่ สมบัติเพ่ือวัดผล
การเรียนร้เู รอ่ื งการพฒั นาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยการทดลองใชแ้ บบฝึกทักษะและเกมตาม
ล่าสมบตั ิ พรอ้ มท้ังประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องนกั เรยี นทั้งชน้ั ดว้ ยคา่ เฉล่ียและสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
2.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง การพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้กบั นกั เรียนระดบั ชั้นประถมศกึ ษาชั้นปที ี่ 1 โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 7
คน โดยการทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทงั้ เกมตามลา่ สมบัติ
2.4เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยจัด
กิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรยี นระดับช้นั ประถมศึกษาช้นั ปที ี่ 1 โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดิตถ์
จำนวน 7 คน โดยการทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมทั้งเกมตามล่าสมบัติ
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ของนักเรียนท้งั ช้ันดว้ ยค่าเฉลีย่ และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
2.5 พร้อมกบั การส้ินสดุ กิจกรรมดงั กล่าวข้อ 2.4 ใหน้ กั เรยี นตอบแบบวดั ระดบั ความพึงพอใจที่มีต่อ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยการทดลองใช้แบบฝึก
ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมทง้ั เกมตามล่าสมบตั ิ
พร้อมทั้งวิเคราะห์ระดบั ความพงึ พอใจของนักเรยี นทั้งชั้นดว้ ยค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
2.6วเิ คราะหข์ อ้ มลู เปรยี บเทยี บผลการเรยี นรู้ของนกั เรยี นเรอ่ื ง การพัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล
โดยใช้นวัตกรรมเดิม กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล กับ
นกั เรียนระดับชน้ั ประถมศกึ ษาชั้นปที ่ี 1 โดยการทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วม
ท้งั เกมตามล่าสมบัติ ดว้ ยวิธีการใช้ Paired Sample t-Test ทรี่ ะดับนัยสาํ คญั ทางสถติ ิ α0.05
30
6. สถิติการวเิ คราะหข์ ้อมลู
1.ระดับผลการเรียนรู้ของนักเรียนเรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล วิเคราะห์
ขอ้ มลู ด้วยค่าเฉลย่ี ควบคูก่ บั (Mean) สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน(Standard Deviation)
2.การเปรยี บเทียบผลการเรียนรู้จากการจัดกิจกรรมการเรียนรเู้ รือ่ ง การพฒั นาการอ่านสะกดคำคำ
ควบกลำ้ ท่ีมี ร ล ดว้ ยนวัตกรรมท่ีแตกต่างกนั 2 นวัตกรรมกับนักเรยี นระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียน
บ้านหาดสองแคว ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 7 คน ซึ่งเป็นกลุม่ ตัวอย่าง ครั้งแรกโดยการใช้
นวัตกรรมเดิม ส่วนครั้งที่สอง โดยทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะพฒั นาการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกบั เกม
ตามลา่ สมบัติ ด้วยวิธีการใช้ Paired Sample t-Test ท่ีระดับนัยสําคัญทางสถิติ α0.05
การวเิ คราะหแ์ ละนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู
วิเคราะหข์ ้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพวิ เตอรส์ ำเร็จรปู และนำเสนอด้วยตาราง พรอ้ มด้วยเขยี น
บรรยายด้วยความเรยี งประกอบ
31
บทท่ี 4
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
การวิจัยเร่ืองการพฒั นาทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ที่มี ร ล โดยใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะร่วมกบั เกมตาม
ล่าสมบัตขิ องนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
ผวู้ ิจยั เสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ตามประเด็นของวัตถุประสงคก์ ารวิจยั ดงั น้ี
1. เพื่อพฒั นาทักษะในการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของนักเรียนระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดย
ใช้แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มท้งั เกมตามลา่ สมบตั ิ
2. เพื่อทดลองและศึกษาใช้แบบฝึกทักษะรว่ มกับเกมตามลา่ สมบตั ิจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการ
อ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล กับนักเรียนระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1
3. เพ่อื ศึกษาระดบั ความพึงพอใจของนกั เรยี นระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1 ท่ีมีต่อการทดลองใช้แบบ
ฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทงั้ เกมตามลา่ สมบตั ิ จดั กจิ กรรมการเรียนรู้เรือ่ งการอ่านสะกด
คำควบกลำ้ ร ล
ผลการพฒั นาแบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกบั เกมตามล่าสมบตั ิ
1. นวัตกรรมท่สี รา้ ง
1.1 แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล
1.2 เกมตามลา่ สมบัติ
1.3 แผนการสอน 1 แผนเรือ่ ง คำควบกลำ้ ร ล
2. ลงรายละเอยี ดกจิ กรรม
2.1 ข้นั นำเขา้ สู่บทเรียน
2.1.1 นกั เรยี นครูกล่าวคำทกั ทายกนั
ครู : “สวัสดคี ่ะนักเรยี นทกุ คน”
นกั เรียน : “สวัสดคี ะ่ คุณครู”
2.1.2 นกั เรียนฟังเพลง คำควบกลำ้
2.1.3 ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- บอกลกั ษณะคำควบกล้ำ
- อา่ นคำควบกล้ำ
32
- มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
2.2 ขนั้ ตกลงกระบวนการเรยี นรู้
2.2.1 ครูแจง้ ข้อตกลงระหวา่ งนักเรียนกับนักเรียน มี 4 ข้อ
- ไมส่ ง่ เสียงดัง
- ไมน่ ำขนมเข้ามารบั ประทานในหอ้ ง
- ใหค้ วามรว่ มมือในการทำกิจกรรม
- ไมพ่ ดู คยุ ขณะครสู อน
2.3 ข้นั สอน
2.3.1 นกั เรยี นตอบคำถามจากการฟังดพลง
คำถาม : เพลงท่ีนักเรียนฟงั เกย่ี วกับเรอ่ื งอะไร
คำตอบ : คำควบกล้ำ
2.3.2 ครอู ธบิ ายเก่ียวกบั ความหมายของคำควบกลำ้ คือ พยญั ชนะสองตวั เขยี น
เรยี งกนั อยตู่ น้ พยางค์ และใช้สระเดยี วกัน เวลาอ่านออกเสียงกล้ำเป็นพยางค์เดียวกัน เสียง
วรรณยุกตข์ องพยางคน์ น้ั จะผนั เป็นไปตามเสียงพยัญชนะตัวหนา้
2.3.3 ครูอธบิ ายเกย่ี วกบั คำควบกล้ำ 2 ประเภท คือ คำควบกล้ำแท้ และคำควบ
กล้ำไมแ่ ท้
2.3.4 ครตู ดิ บัตรคำบนกระดาษ ได้แก่คำว่า ครอบครวั และคำวา่ สร้าง ให้นกั เรยี น
อา่ นพร้อมกบั ใหน้ กั เรียนร่วมกบั นสงั เกตุลักษณะคำควบกลำ้ ทงั้ 2 คำน้ี
2.3.5 ครูสมุ่ ถามนักเรียนเก่ยี วกับลักษณะคำควบกล้ำ จำนวน 3 คน
คำถาม : คำควบกลำ้ แท้ ประกอบไปด้วย พยญั ชนะอะไรบา้ ง
คำถาม : คำควบกล้ำไม่แท้ประกอบไปดว้ ยพยญั ชนะอะไรบ้าง
คำถาม : ยกตัวอยา่ งคำควบกลำ้ แท้ และคำควบกลำ้ ไม่แท้ อย่างละ 1 คำ
2.3.6 นักเรียนทำแบบฝกึ หัดเร่ือง ลักษณะคำควบกล้ำ ร ล กิจกรรมเกมลา่ สมบัติ
2.3.7 คุณครจู ดั เตรียมวัสดอุ กุ รณ์ในการนักเรียนออกมาแจกบตั รคำให้สมาชิกใน
หอ้ งเรียน เช่น คำว่า สวย มวย หวย
2.4 ขั้นสรุป
2.4.1 นักเรียนและครูรว่ มกนั อภิปรายสรปุ ในประเด็นตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
33
- ควบควบกลำ้ แบ่งเปน็ 2 ลักษณะได้แก่ คำควบกลำ้ แท้ และคำควบ
กล้ำไมแ่ ท้ คำควบกลำ้ แทจ้ ะมีลกั ษณะ เป็นอักษรควบทเี่ กิดจากพยญั ชนะ 2 ตวั ที่มี ร ล ว ประสมอยู่ด้วย
ประสมแล้วอา่ นออกเสยี งพรอ้ มกันสองตัว เช่น เปล่ยี น แปลง ครบ ครนั ปรับปรุง ขรขุ ระ ครอบครัว
ตรากตรำ ปรบั ปรุง พรอ้ มเพรียง กลมเกลยี ว กวา้ งขวาง ขวักไขว่ เคว้งคว้าง พลาดพลัง้ ผลีผลามควาย
ความ กลว้ ย เปน็ ตน้ ส่วนคำควบกลำ้ ไม่แท้ จะมลี กั ษณะ พยญั ชนะท่มี ีตัว ร ควบอยู่ แตอ่ อกเสียง
เหมือนพยัญชนะเดยี่ ว จะออกเสียงเพียงพยญั ชนะตัวหนา้ เทา่ นน้ั
สื่อและแหล่งการเรียนรู้
1. เพลง เรอื่ ง คำควบกล้ำ ร ล
2. ใบงานที่ 1 เรื่องลกั ษณะคำควบกล้ำ ร ล
3. เกมตามล่าสมบัติ
4. บัตรคำ
การหาประสทิ ธิภาพของนวตั กรรม
2.1 การหาประสิทธภิ าพเชิงเหตผุ ล (Rational Approach) เมอ่ื ประเมินความเหมาะสมของ
แบบฝกึ ทกั ษะรว่ มกับเกมตามลา่ สมบัติ ด้วยแบบประเมินความเหมาะสมจากผเู้ ช่ียวชาญจำนวน 3 คน ผลการ
ประเมินแสดงดงั ตารางที่ 1
ตารางท่ี 1 : แสดงผลการประเมนิ ความเหมาะสมของแบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มทง้ั
เกมตามลา่ สมบัติจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน
ประเดน็ ท่ีประเมิน รายการประเมนิ ̅ .
ลกั ษณะรูปเล่ม หน้าปกแบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ 0
ด้านคำชี้แจง ร ล มสี ีสันทน่ี า่ สนใจ สวยงาม เม่ือเห็นแล้วอยากเปดิ 5
อา่ น 0
ขนาดและตวั อกั ษรของรูปเลม่ มคี วามเหมาะสม 5 0
ความเหมาะสมของปก 5 0
รปู เลม่ มคี วามเหมาะสม 5 0
5
ขอ้ ปฏิบัตใิ นการใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำ 5 0
ควบกลำ้ ร ล เข้าใจง่าย ชดั เจน
คำชี้แจงในแบบฝึกทักษะมีความชดั เจน เขา้ ใจงา่ ย
ดา้ นการจัดภาพ ภาพประกอบมคี วามสวยงามและชัดเจน 5 34
ภาพสอดคล้องเหมาะสมกับเนื้อเรอ่ื ง 5
ภาพประกอบในแบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบ 0
กลำ้ ร ล มีความน่าสนใจ ชัดเจน และเหมาะสมกบั 5 0
นกั เรยี น 0
รูปภาพเรา้ ความสนใจของผเู้ รียน 5
การจดั เรยี งรปู ภาพมีความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ย 5 0
การใช้สขี องรปู ภาพและตวั อักษรเหมาะสม 0
5 0
คำชแี้ จงในการทำแบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำ 5 0
ควบกลำ้ ร ล เขา้ ใจง่าย 0
0
แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล มคี วาม 5 0
เหมาะสมกบั ชว่ งอายขุ องผู้เรียน
0
แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล มคี วาม 5 0
เหมาะสมสอดคลอ้ งกับมาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั 0
0
เนอ้ื หามคี วามเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับ 0.6
0
จดุ ประสงค์ในการทำแบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำ 5
ควบกลำ้ ร ล
ด้านเนอ้ื หา เนื้อหาแบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล 5
เปน็ ไปตามลำดบั ขน้ั ตอนการเรียนรู้จากง่ายไปยาก
ดา้ นกิจกรรมการ
เรียนรู้ เน้อื หาในแบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร 5
ล มคี วามสอดคล้องกันทกุ ขอ้
แบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล มี 5
องคป์ ระกอบสำคญั ครบถว้ น
รูปภาพประกอบในแบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำ 5
ควบกลำ้ ร ล มคี วามน่าสนใจ
แบบฝกึ ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล กระตุ้น 4.66
ความสนใจในการเรียน
สอดคลอ้ งกับการใชแ้ บบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำ 5
ควบกล้ำ ร ล
35
มอบหมายงานและใหเ้ วลาในการทำงานอย่าง 4.66 0.6
เหมาะสม
0
สง่ เสรมิ ทกั ษะการอ่านของนกั เรยี น 5 0
0
ส่งเสรมิ ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล 5
0
รปู ภาพประกอบในแบบฝึกทกั ษะการอ่านสะกดคำ 5
ควบกลำ้ ร ล นา่ สนใจ 0
แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล 5 0
สอดคลอ้ งกบั สาระการเรียนรู้
0
แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ช่วย 5 0
กระตนุ้ ความสนใจในการเรยี น
ด้านสอ่ื และอุปกรณ์
การเรยี นการสอน แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ชว่ ยให้ 5
ผเู้ รยี นเกิดความรู้ ทกั ษะจากการปฏิบตั ิ
การใชส้ ขี องรปู ภาพ และตวั อกั ษรมคี วามเหมาะสม 5
ระบุการใช้สือ่ นวัตกรรม/แหลง่ เรยี นร้สู ัมพันธ์
สอดคล้องกบั กิจกรรมการเรียนรู้ 5
เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ทกั ษะ 5 0
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลครอบคลมุ ทง้ั ความรู้
ด้านการวดั และการ และเจตคติ 5 0
ประเมินผล สอดคล้องกบั ตวั ช้ีวดั
สอดคล้องกบั จุดประสงค์ 5 0
จดั อันดับของจุดประสงคก์ ารเรียน 5 0
จดุ ประสงค์วัดและประเมนิ ผลได้ 5 0
5 0
จากตารางที่ 1 พบวา่ แต่ละรายการที่ประเมนิ ของแต่ละประเดน็ มีคา่ เฉล่ียตั้งแต่ 4.66 ซ่ึงผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ ขัน้ ตำ่ คือ 3.50 ดงั นัน้ จึงสรุปวา่ แบบฝึกทักษะพฒั นาการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกับเกมตามลา่
สมบัติมคี วามเหมาะสม
36
การพฒั นาผลการเรยี นรู้
1. คะแนนผลการเรียนรู้
จากการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้เรือ่ งการพฒั นาการอ่านสะกดคำคำควบกล้ำที่มี ร ล ดว้ ย
นวตั กรรมทแ่ี ตกตา่ งกนั 2 นวัตกรรมกบั นักเรียนระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรียนบา้ นหาดสองแคว ภาค
เรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 จำนวน 7 คน ซ่ึงเปน็ กลุม่ ตวั อยา่ ง ครง้ั แรกโดยการใช้นวัตกรรมเดิม สว่ นคร้งั ที่
สอง โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกบั เกมตามลา่ สมบัติ คะแนนผลการเรียนรู้
ของกลุ่มตวั อยา่ งจากวิธีการจดั กิจกรรมการเรียนร้ดู ้วยนวัตกรรมที่แตกตา่ งกนั ทงั้ 2 นวัตกรรม แสดงดงั ตารางที่
2
ตารางท่ี 2 : แสดงคะแนนผลการเรยี นรู้เร่ืองการพฒั นาการอา่ นสะกดคำควบกล้ำทม่ี ี ร ล จากการจัด
กจิ กรรม ที่แตกตา่ งกนั 2 นวัตกรรมกับกลมุ่ ตวั อยา่ งเดยี วกัน นวตั กรรมแรกโดยใช้ นวัตกรรมเดมิ และ
นวตั กรรมที่ 2 โดยทดลองใช้ แบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกบั เกมตามลา่ สมบตั ิ เมือ่
คะแนนเตม็ ของแตล่ ะนวัตกรรมเทา่ กบั 30 .คะแนน และเทา่ กบั 30 .คะแนน ตามลำดับ
ที่ คะแนนผลการเรียนรู้ของนวตั กรรมแรก คะแนนผลการเรียนรขู้ องนวัตกรรมทีส่ อง
1 12 14
2 14 16
3 17 18
4 20 21
5 15 16
6 18 19
7 16 18
รวม 7 รวมคะแนน 112 คะแนน รวมคะแนน 122 คะแนน
คน
̅ = 16.00 = 2.646 หรือคิดเปน็ ̅ = 17.43 = 2.299 หรือคดิ เป็นร้อย
ร้อยละ 53.33 ละ 58.1
จากตารางท่ี 2 พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรเู้ รอ่ื ง การพฒั นาการอา่ นสะกดคำควบกล้ำทีม่ ี
ร ล โดยใช้นวตั กรรมเดิม กบั กลุ่มตวั อย่าง กล่มุ ตัวอยา่ งมีคา่ คะแนนเฉล่ียผลการเรียนรู้ 16.00 คะแนน คดิ เป็น
ร้อยละ 53.33 ค่าส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานเทา่ กบั 2.646 และเม่ือจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เรื่องเดยี วกันโดย
ทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกับเกมตามล่าสมบตั ิ กบั กลุ่มตัวอยา่ งเดิม กลมุ่
ตวั อยา่ งมคี ่าคะแนนเฉล่ยี ผลการเรยี นรู้ 17.43 คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ 58.1 คา่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานเทา่ กับ
2.299
37
2. การเปรียบเทยี บผลการเรียนรู้
เม่ือใชว้ ิธกี ารทางสถิติ Pair - Sample t-Test วิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บผลการเรียนรเู้ รอ่ื ง การ
พฒั นาการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ท่มี ี ร ล ระหวา่ งการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยครั้งแรกใชน้ วตั กรรมเดมิ และ
ครงั้ หลงั ทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มกับเกมตามลา่ สมบตั ิ ผลการเปรียบเทยี บ
ผลการเรยี นรขู้ องกลมุ่ ตัวอยา่ งจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ดู ว้ ย 2 นวัตกรรมทแ่ี ตกต่างกันดงั กลา่ วแสดงดัง
ตารางที่ 3
ตารางที่ 3 : แสดงผลการเปรียบเทียบผลการเรียนรู้เร่อื ง การพัฒนาการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ของ
กลมุ่ ตัวอยา่ งเดียวกนั ระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดยทดลองใชน้ วตั กรรมเดมิ และโดยทดลองใชแ้ บบ
ฝึกทักษะร่วมกบั เกมตามล่าสมบัตเิ ม่อื α = 0.05 หรือที่ระดบั ความเช่ือมน่ั 95 %
Pair - Sample t Test
นวตั กร จำนวน คะแนน คา่ คะแนน สว่ นเบยี่ งเบน เกณฑร์ ะดับผลการเรยี นรูข้ อง สพฐ.
รม (คน) เต็ม เฉลยี่ ( ̅ ) มาตรฐาน ทีกำหนดและระดับผลการเรยี นรทู้ ่ี
( ) เทยี บ
pretes 7 30 16.00 2.646 เกณฑ์ สพฐ. พอใช้ (50-64 %)
t 30 ผลการเรยี นรู้ พอใช้ (53.33%)
17.43 2.299 เกณฑ์ สพฐ. พอใช้ (50-64 %)
postte 7 ผลการเรียนรู้ พอใช้ (58.1%)
st
Pair –Sample Statistics
Pair Sample Sig. t Sig.
Correlation df (2- Confidence Level (%)
tailed
Pair1 pretest .000 - 6 .000 95
- posttest 7.071
1. การจัดกิจกรรมการเรยี นรเู้ รือ่ ง การพัฒนาการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยครงั้ แรกใช้นวัตกรรม
เดิม และครง้ั ท่ีสองโดยทดลองใชแ้ บบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกับเกมตามล่าสมบตั ิ พบวา่
38
มผี ลตอ่ ผลการเรียนร้ขู องกลมุ่ ตัวอย่าง แตกต่างกันอยา่ งมีนัยสำคัญทางสถติ ทิ ี่ α 0.05 หรอื ที่ระดบั ความ
เชอื่ มน่ั 95%
2. เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยพบว่า การจัดกิจกรรมการเรยี นรเู้ รื่องการพัฒนาการ
อา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยใชน้ วัตกรรมเดิม คา่ คะแนนเฉล่ียของกลุ่มตัวอย่างเทา่ กบั 16.00 ส่วนการจดั
กิจกรรมการเรียนรเู้ รอ่ื งเดียวกนั โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะพัฒนาการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มกับเกม
ตามล่าสมบตั ิ คา่ คะแนนเฉล่ยี ของกล่มุ ตัวอย่างเท่ากับ 17.43 ดังน้ัน การจดั กจิ กรรมการเรียนร้โู ดยทดลองใช้
แบบฝึกทักษะพัฒนาการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกับเกมตามล่าสมบัติ มีผลตอ่ ผลการเรียนรขู้ องกลุ่ม
ตวั อย่างสูงกวา่ การใช้นวัตกรรมเดมิ อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ ่ี α 0.05 หรือท่ีระดับความเช่ือมน่ั 95%
3. พบวา่ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรูเ้ ร่ือง การพฒั นาการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยทดลองใช้
แบบฝกึ ทักษะพฒั นาการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มกบั เกมตามล่าสมบัติ กล่มุ ตวั อย่าง มีค่าคะแนนเฉล่ีย
ร้อยละ 17.43 ซง่ึ เมอ่ื เทยี บกบั เกณฑข์ อง สพฐ. พบว่า มีผลการเรยี นรทู้ ่รี ะดับพอใช้ ดังน้นั จงึ สรปุ ว่า ทรี่ ะดบั
มีนยั สำคญั ทางสถติ ทิ ่ี α 0.05 หรือทรี่ ะดับความเชือ่ ม่ัน 95% การจัดกิจกรรมการเรียนร้เู ร่ืองการพฒั นาการ
อา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะพัฒนาการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกับเกมตาม
ลา่ สมบัติ มีผลตอ่ การพฒั นาผลการเรยี นรูเ้ ร่ืองดงั กลา่ วของนกั เรียนระดบั ชนั้ ระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1
โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จงั หวดั อุตรดิตถ์
1. คะแนนก่อน-หลงั การทดลอง
จากการทำแบบทดสอบกอ่ นการทดลองใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรเู้ รอื่ งการพัฒนาการอ่าน
สะกดคำควบกล้ำ ร ล เพื่อวดั พ้ืนฐานการพัฒนาการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ท่ีตอ้ งการพัฒนา (Post-Test)
และจากการวดั และประเมินผลภายหลังการทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะพัฒนาการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล
รว่ มกบั เกมตามลา่ สมบัติ เพอ่ื พฒั นาการพัฒนาการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล (Post-Test) ค่าคะแนนของ
นักเรียนระดบั ชั้นระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว อำเภอตรอน จงั หวัดอุตรดติ ถ์ ภาค
เรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 7 คน ซง่ึ เป็นกล่มุ ตวั อย่างแสดงดงั ตารางท่ี 2
39
ตารางที่ 2 : แสดงคะแนนผลการเรยี นรเู้ ร่ืองการพัฒนาการอ่านสะกดคำคำควบกล้ำที่มี ร ล จากการจดั
กจิ กรรม ท่ีแตกตา่ งกนั 2 นวัตกรรมกบั กลมุ่ ตัวอย่างเดียวกนั นวตั กรรมแรกโดยใช้ นวตั กรรมเดมิ และ
นวตั กรรมที่ 2 โดยทดลองใช้ แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกบั เกมตามลา่ สมบัติ เม่อื
คะแนนเตม็ ของแต่ละนวตั กรรมเท่ากบั 30 คะแนน และเท่ากบั 30 คะแนน ตามลำดับ
ที่ คะแนนผลการเรียนร้ขู องนวัตกรรม คะแนนผลการเรียนรขู้ องนวัตกรรมท่สี อง
แรก
1 12 14
2 14 16
3 17 18
4 20 21
5 15 16
6 18 19
7 16 18
รวม 7 รวมคะแนน 112 คะแนน รวมคะแนน 122 คะแนน
คน
̅ = 16.00 = 2.646 หรือคดิ เปน็ ̅ = 17.43 = 2.299 หรอื คดิ เปน็ รอ้ ย
ร้อยละ 53.33 ละ 58.1
จากตารางท่ี 2 พบว่า การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้เู รอื่ งการพฒั นาการอา่ นสะกดคำคำควบกล้ำท่มี ี ร
ล โดยใช้นวัตกรรมเดมิ กับกลมุ่ ตวั อย่าง กลุ่มตัวอยา่ งมคี ่าคะแนนเฉลยี่ ผลการเรยี นรู้ 16.00 คะแนน
คิดเปน็ รอ้ ยละ 53.33 คา่ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานเทา่ กับ 2.646 และเม่ือจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรอื่ งเดยี วกนั
โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะพัฒนาการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกบั เกมตามลา่ สมบัติ กับกลุม่ ตวั อยา่ ง
เดมิ กลุม่ ตวั อยา่ งมคี ่าคะแนนเฉลย่ี ผลการเรยี นรู้ 17.43 คะแนน คดิ เป็นร้อยละ 58.1 ค่าส่วนเบย่ี งเบน
มาตรฐานเท่ากับ 2.299
2. การเปรียบเทียบคะแนนก่อน-หลงั การทดลอง
เมอื่ ใชว้ ิธกี ารทางสถติ ิ Pair-Sample t-Test วิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บคะแนนกอ่ น-หลังการทดลอง
ใชแ้ บบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกบั เกมตามลา่ สมบตั ิ เพอ่ื พัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบ
กลำ้ ร ล ของนกั เรียนระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดิตถ์ ปกี ารศึกษา
2564จำนวน 7 คน ซึ่งเป็นกลมุ่ ตัวอย่าง ผลการเปรยี บเทียบแสดงดงั ตารางท่ี 3
40
ตารางที่ 3: แสดงผลการเปรยี บเทยี บผลการเรียนรู้เร่ืองพัฒนาการอ่านสะกดคำคำควบกลำ้ ที่มี ร ล
ของกลมุ่ ตัวอย่างเดียวกันระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยทดลองใชน้ วตั กรรมเดมิ
และโดยทดลองใชแ้ บบฝึกทักษะรว่ มกบั เกมตามลา่ สมบัตเิ ม่อื α = 0.05 หรือที่ระดับความ
เช่ือมน่ั 95 %
Pair - Sample t Test
นวตั กร จำนวน คะแนน คา่ คะแนน สว่ นเบ่ียงเบน เกณฑร์ ะดบั ผลการเรียนรู้ของ
รม (คน) เต็ม เฉลยี่ ( ̅ ) มาตรฐาน สพฐ.
( )
pretes 7 30 16.00 ทีกำหนดและระดบั ผลการ
t 30 17.43 2.646 เรยี นรู้ท่ีเทยี บ
เกณฑ์ สพฐ. พอใช้ (50-64 %)
postte 7 2.299 ผลการเรยี นรู้ พอใช้ (53.33%)
st เกณฑ์ สพฐ. พอใช้ (50-64 %)
ผลการเรยี นรู้ พอใช้ (58.1%)
Pair –Sample Statistics
Pair Sample Sig. t Sig.
Correlation df (2- Confidence Level (%)
tailed
Pair1 pretest .000 - 6 .000 95
- posttest 7.071
จากตารางท่ี 3 วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบคะแนนกอ่ น-หลังการทดลองใชแ้ บบฝึกทกั ษะการอ่าน
สะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกบั เกมตามล่าสมบตั ิ เพอ่ื พฒั นาทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ของกลมุ่ ตวั อยา่ ง
ดงั นี้
1. ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อน-หลังก่อนการทดลองของกล่มุ ตัวอย่างพบว่า คะแนนหลังการ
ทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกับเกมตามลา่ สมบัติ เพอ่ื พัฒนาทกั ษะการอ่านสะกด
คำควบกล้ำ ร ล แตกตา่ งกับคะแนนก่อนการทดลองใช้นวัตกรรมดังกลา่ วอย่างมนี ยั สำคัญทางสถิตทิ ี่ .05 เม่อื α
= 0.05 หรือท่ีระดบั ความเช่ือมั่น 95 %
41
2. เมอื่ วเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บค่าคะแนนเฉลยี่ พบวา่ ค่าคะแนนเฉลย่ี หลังการทดลองใช้ทกั ษะการอา่ น
สะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกับเกมตามลา่ สมบตั ิ เพ่อื พัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล สูงกวา่ คา่ คะแนน
เฉลีย่ ก่อนการทดลองใชน้ วตั กรรมดงั กลา่ วอย่างมนี ัยสำคัญทางสถติ ทิ ี่ เมือ่ α = 0.05 หรือท่รี ะดับความเชือ่ ม่นั
95 %
จากผลการวิเคราะห์ตารางดังกล่าวขอ้ 1-2 จึงสรุปวา่ ทร่ี ะดบั นยั สำคัญทางสถติ ทิ ี่ .05 เมอ่ื α 0.05
หรอื ท่รี ะดับความเชอ่ื ม่นั 95% การทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มกบั เกมตามล่า
สมบตั ิต่อการพัฒนาทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกบั เกมตามล่าสมบัติ นกั เรียนระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรยี นหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์
ระดบั ความพงึ พอใจ
จากการจัดกิจกรรมการเรยี นรูเ้ รื่องทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะ
การอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล กับนกั เรียนระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นหาดสองแคว อ.ตรอน จ.
อุตรดติ ถ์ ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 7 คน เม่อื วิเคราะห์ระดับความพงึ พอใจ ผลการวเิ คราะห์แสดงดังตาราง
ที่ 4
ตารางที่ 4 : แสดงระดับความพงึ พอใจของนกั เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนหาดสองแคว อ.ต
รอน จ.อตุ รดติ ถ์ ปกี ารศกึ ษา 2564จำนวน 7 คน ทีม่ ตี อ่ การทดลองใช้แบบฝึกทักษะการอา่ นสะกดคำควบ
กล้ำ ร ล จดั กิจกรรมการเรียนร้เู รื่องทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล
ประเดน็ และรายการทป่ี ระเมิน ̅ . ระดับความพงึ
พอใจ
ด้านรูปเล่มของแบบฝึกทักษะ 50
รปู เลม่ สวยงามดงึ ดูดความสนใจ 50 มากท่ีสดุ
ขนาดตวั อักษรอา่ นได้งา่ ย 10 0 มากที่สุด
มากทส่ี ดุ
รวม 50
ดา้ นภาพประกอบในการอา่ น 4.7 0.5 มากท่สี ุด
ภาพสีสนั สวยงามดงึ ดูดความสนใจ มากที่สดุ
ภาพประกอบคำควบกล้ำ ร ล สามารถเข้าใจไดต้ รงกับคำท่ี 4.6 0.5
กำหนด 14..3 1 มากที่สุด
ภาพประกอบมีขนาดพอดี มากที่สุด
รวม