42
ตารางท่ี 4: (ตอ่ ) แสดงระดบั ความพงึ พอใจของนักเรียนระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
โรงเรยี นหาดสองแคว อ.ตรอน จ.อตุ รดติ ถ์ ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 7 คน ท่มี ตี ่อการทดลองใช้แบบฝกึ
ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้เรอ่ื งทักษะการอ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล
ประเด็นและรายการทปี่ ระเมนิ ̅ . ระดบั ความพงึ
พอใจ
ด้านบรรยากาศ
เปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นมสี ่วนรว่ มในการทำกจิ กรรม 4.7 0.5 มากที่สุด
นกั เรียนมีความกระตอื รอื รน้ ในการเรียนมากขึน้ 4.6 0.5 มากที่สุด
เปิดโอกาสให้ซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ 50 มากที่สุด
นักเรียนสนกุ สนาน เพลิดเพลนิ 50 มากทส่ี ุด
บรรยากาศเออ้ื ต่อความสนใจของนกั เรียน 4.9 0.4 มากทส่ี ุด
บรรยากาศในการเรยี นไมต่ งึ เครียด มีความเปน็ กนั เอง 50 มากทส่ี ุด
29.2 1.4 มากท่ีสุด
รวม ̅ . ระดับความพึง
ประเด็นและรายการทปี่ ระเมนิ พอใจ
ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 50 มากทสี่ ดุ
กจิ กรรมการเรียนสนุกและน่าสนใจ 50 มากที่สดุ
นกั เรียนอ่านสะกดคำไดม้ ากขน้ึ 10 0 มากทสี่ ดุ
รวม 50 มากที่สดุ
ด้านเกมตามลา่ สมบัติ 4.7 0.5 มากที่สดุ
เกมสนุกสนาน มีความทา้ ทายอยากหาคำตอบดว้ ยตนเอง 4.7 0.5 มากทส่ี ดุ
มคี วามพอใจทีไ่ ดเ้ ลน่ เกมกบั เพือ่ น 14.4 1 มากทสี่ ดุ
อปุ กรณใ์ นการเล่นเกมมสี สี ัน 77.9 3.4 มากที่สดุ
รวม
รวมทง้ั หมด
จากตารางท่ี 4 พบวา่ เม่อื วเิ คราะห์โดยภาพรวม นกั เรียนระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรยี นบา้ น
หาดสองแคว อำเภอตรอน จงั หวัดอตุ รดติ ถ์ ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 7 คน มคี วามพงึ พอใช้
ต่อการทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกับเกมตามลา่ สมบตั ิ จัดกิจกรรมการเรียนรู้
43
เรอ่ื งทกั ษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ระดบั มากท่ีสุด ( ̅ = 77.9 . =3.4 แตเ่ มือ่ วเิ คราะห์เป็นราย
ดา้ นโดยเรียงลำดับระดบั ค่าเฉล่ียจากระดับมากสดุ ไปหานอ้ ยสุด 3 ลำดับ พบวา่ นกั เรียนมีความพึงพอใจต่อ
ด้านบรรยากาศ (̅ =29.2 =1.4 ) มคี วามพงึ พอใจระดบั มากที่สดุ รองลงมาคอื ดา้ นเกมตามลา่ สมบตั ิ
(̅ = 14.4 = 1 ) มีความพงึ พอใจระดับมากท่ีสดุ และลำดบั สดุ ทา้ ยคอื ดา้ นภาพประกอบในการอา่ น ( ̅
= 14.3 = 1 ) มีความพึงพอใจระดบั มากที่สุด
44
บทที่ 5
สรปุ อภิปราย และขอ้ เสนอแนะผลการวจิ ัย
สรุปผลการวิจัย
เป้าหมายของการวจิ ัยเพ่อื ตอ้ งการการพฒั นาผลการเรยี นรูเ้ รอื่ ง การพฒั นาการอา่ นสะกดคำควบกล้ำที่
มี ร ล ของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ของนกั เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว
ทงั้ นเ้ี พราะว่าจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดว้ ยนวัตกรรมเดิม พบว่า นกั เรียนมีผลการเรียนรทู้ ่ีระดบั พอใช้ เม่อื
เทยี บกบั เกณฑข์ อง สพฐ. ซ่งึ ระดับผลการเรยี นรดู้ ังกล่าวต่ำกว่าระดับ ดี ซงึ่ เปน็ เกณฑป์ ระเมินผ่าน ดว้ ยสาเหตุ
ดงั กล่าว ผู้วิจัยในฐานะผู้สอนจึงตอ้ งการทำการวิจยั เพ่อื พัฒนาผลการเรยี นรเู้ ร่อื งการพัฒนาการอ่านสะกดคำ
ควบกลำ้ ท่ีมี ร ล
โดยอาศัยงานวิจัยที่เกี่ยวขอ้ งของ ประพันธ์ จมู คำมลู (2541: 9) ชอื่ เร่ือง วิจัยการพฒั นากิจกรรม
การเรยี นรูโ้ ดยใชเ้ กม เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ของนกั เรยี นชนั้
ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนบ้านเกาะ สำนักงานเขตมนี บุรี โดยทดลองใช้เกมผลการวจิ ัยพบว่า นกั เรียนมีผล
การเรียนรทู้ รี่ ะดับยอดเยี่ยม
ลนุ า ศรีกุตา (2553) ทำการวจิ ัยเร่ือง การพัฒนาการอา่ นและเขยี นคำพ้นื ฐานภาษาไทยโดยใชแ้ บบ
ฝกึ ทักษะสาระการเรียนรภู้ าษาไทยของนักเรยี นระดับช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 กับ นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีที่
2 โดยทดลองใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ผลการวจิ ัยพบวา่ นักเรียนมผี ลสมั ฤทธก์ิ ารเรียนดา้ น
ทักษะการอ่านและเขยี นคำพื้นฐานสงู ขน้ึ มคี ่าเฉลยี่ รอ้ ยละ 86.47
อศิ รยี ์ มนีวิโรรจน์, อินธิสาร ไชยสขุ (2561) ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาการเรยี นรู้คำศัพท์
ภาษาอังกฤษสำหรบั นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 โดยใชเ้ กมตามทฤษฎพี หุปญั ญา มผี ลการการทดสอบ
คำศัพท์ภาษาองั กฤษก่อนเล่นเกมร้อยละ 45 และทดสอบหลงั เล่นเกม มีผลคะแนนเพ่ิมข้นึ รอ้ ยละ 84.20 การ
เรยี นร้คู ำศพั ทภ์ าษาองั กฤษจากการทำแบบทดสอบหลังการจัดกิจกรรมเกมการเรียนร้ตู ามแนวทฤษฎพี หุ
ปัญญา สงู กวา่ ก่อนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ อย่างมนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ .05
ซึ่งเปน็ ผลจากการทบบทวนเอกสารและงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ้ งนกั วิจยั จงึ พฒั นาแบบฝกึ ทักษะพัฒนาการ
อ่านสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกบั เกมตามลา่ สมบตั ิ พรอ้ มท้งั กำหนดสมมติฐานการวจิ ยั ว่า การทดลองใช้แบบ
ฝกึ ทักษะพฒั นาการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกบั เกมตามลา่ สมบัติ จดั กิจกรรมการเรยี นรู้จะมผี ลตอ่ การ
พฒั นาผลการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ท่มี ี ร ล และระดับความพงึ พอใจของนกั เรียน
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรยี นบา้ นหาดสองแคว
45
เม่ือจัดกจิ กรรมการเรยี นรเู้ รอ่ื งการพฒั นาการอ่านสะกดคำควบกล้ำท่มี ี ร ล กบั นกั เรยี นระดับชนั้
ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรยี นบ้านหาดสองแคว ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 7 คน ซ่งึ เป็นกลมุ่
ตัวอย่างด้วยนวัตกรรมที่แตกตา่ งกนั 2 วธิ ี และวธิ แี รกใช้นวตั กรรมเดมิ และวธิ ีทสี่ องใช้แบบฝกึ ทกั ษะ
พัฒนาการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกบั เกมตามล่าสมบัติ แลว้ นำระดบั ผลการเรียนรู้มาของกลมุ่ ตวั อยา่ ง
จากการใช้นวตั กรรมท่แี ตกต่างกนั ท้งั 2 วิธี มาเปรยี บเทียบกนั ผลการวิจัยพบว่า
1. เม่ือเทยี บระดบั ผลการเรยี นรูก้ บั เกณฑ์ของ สพฐ. กลุ่มตวั อย่างมผี ลการเรยี นรทู้ ี่ระดบั พอใช้ จากการ
จดั กิจกรรมการเรยี นรูด้ ้วยนวตั กรรมเดมิ ตำ่ กวา่ ทร่ี ะดบั พอใช้ การจดั กิจกรรมการเรียนรดู้ ้วยแบบฝึกทักษะ
พฒั นาการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มกับเกมตามล่าสมบตั ิ
2. เมอื่ เปรียบเทียบระดบั ผลสัการเรียนรู้ของกลุ่มตวั อยา่ งจากการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ด้วย
นวัตกรรมท่ีแตกตา่ งกัน การวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบจะใช้ Paired – Sample t Test หรอื พบว่า ระดบั ผลการ
เรยี นรขู้ องกลุม่ ตวั อยา่ งจากการใชน้ วัตกรรมเดมิ ต่ำกวา่ การทดลองใช้แบบฝกึ ทกั ษะพฒั นาการอา่ นสะกดคำ
ควบกลำ้ ร ล ร่วมกบั เกมตามลา่ สมบัติ อย่างมนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ 0.05 หรือทรี่ ะดบั ความเช่อื ม่ัน 95%
3. เมือ่ ทำการประเมินระดบั ความพึงพอใจซง่ึ กำหนดเป็น 5 ด้าน ประกอบด้วยด้านรูปเล่มแบบฝกึ
ทกั ษะ ด้านภาพประกอบในการอ่าน ด้านบรรยากาศ ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ และด้านเกมตามล่า
สมบัติ พบว่า กลุ่มตัวอยา่ งมีความพึงพอใจตอ่ การจัดกจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยภาพรวมทกุ ด้านทรี่ ะดบั มากท่ีสดุ
และมีความพึงพอใชเ้ ฉพาะตอ่ การใชแ้ บบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกับเกมตามลา่ สมบัติ ที่
ระดับมากที่สดุ
จากผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลดงั กลา่ วขอ้ 1 -3 สรุปวา่ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้โดยทดลองใชแ้ บบฝกึ
ทักษะการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกบั เกมตามล่าสมบตั ิ มีผลตอ่ การพัฒนาผลการเรยี นรเู้ รื่อง การ
พฒั นาการอ่านสะกดคำควบกล้ำทม่ี ี ร ล ของนกั เรยี นระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนบ้านหาดสองแคว
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 7 คนอย่างมีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ี่ 0.05 หรือทร่ี ะดับความเชื่อมนั่ 95%
โดยนกั เรยี นจะมผี ลการเรียนรทู้ ร่ี ะดบั พอใช้ มคี วามพงึ พอใจโดยภาพรวมทกุ ดา้ นทร่ี ะดับมากท่สี ุด และมคี วาม
พงึ พอใชเ้ ฉพาะตอ่ การใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มกับเกมตามลา่ สมบัติ ทรี่ ะดบั มากท่สี ดุ
อภปิ รายผลการวจิ ยั
จากผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ดังกล่าวในบทที่ 4 ประเดน็ ทจี่ ะหยบิ ยกขึ้นมาสูก่ ารอภิปรายผลการวิจัย
ประกอบด้วย ผลการพัฒนาผลการเรียนรู้ของนกั เรยี น และระดับความพึงพอใจของนักเรียน แตล่ ะประเด็น
ดังกล่าว นำมาอภปิ ราย ดงั นี้
46
1. ผลการพัฒนาผลการเรียนรูข้ องนักเรยี น
จากผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ในบทที่ 4 พบวา่ นักเรยี นมคี วามพึงพอใจต่อการทดลองใช้แบบฝึก
ทกั ษะการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ร่วมกับเกมตามลา่ สมบัติ จดั กิจกรรมการเรยี นรเู้ รอ่ื ง การพฒั นาการอา่ น
สะกดคำควบกล้ำทมี่ ี ร ล ทร่ี ะดบั มากทส่ี ุด ทงั้ น้ีเป็นเพราะวา่ เมอ่ื ทำการประเมนิ ระดับความพงึ พอใจซึ่งกำหนด
เป็น 5 ดา้ น ประกอบด้วยดา้ นรูปเลม่ แบบฝกึ ทักษะ ด้านภาพประกอบในการอ่าน ด้านบรรยากาศ ดา้ นการจดั
กจิ กรรมการเรยี นรู้ และดา้ นเกมตามล่าสมบตั ิ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมคี วามพงึ พอใจตอ่ การจัดกจิ กรรมการ
เรยี นรู้โดยภาพรวมทุกดา้ นทรี่ ะดบั มากทส่ี ุด และมคี วามพึงพอใช้เฉพาะต่อการใช้แบบฝกึ ทักษะ
การอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล รว่ มกบั เกมตามลา่ สมบตั ิ ทร่ี ะดบั มากท่ีสุด ซึ่งผลดังกลา่ วสอดคลอ้ งกับงานวจิ ยั
ทเี่ ก่ียวขอ้ งของ ประพนั ธ์ จมู คำมลู (2541: 9) ชอ่ื เรอื่ ง วิจยั การพัฒนากจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้เกม เพ่อื
พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน
บ้านเกาะ สำนกั งานเขตมนี บุรี โดยทดลองใชเ้ กมผลการวจิ ยั พบว่า นักเรยี นมีผลการเรียนรทู้ ี่ระดับยอดเย่ียม
ลุนา ศรกี ุตา (2553) ทำการวจิ ยั เร่ือง การพัฒนาการอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยโดยใช้แบบ
ฝกึ ทกั ษะสาระการเรยี นร้ภู าษาไทยของนักเรียนระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 กบั นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี
2 โดยทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผลการวิจัยพบวา่ นกั เรยี นมีผลสมั ฤทธก์ิ ารเรียนดา้ น
ทกั ษะการอา่ นและเขียนคำพน้ื ฐานสงู ขึ้น มีคา่ เฉลย่ี รอ้ ยละ 86.47
อศิ รยี ์ มนีวิโรรจน์, อนิ ธสิ าร ไชยสขุ (2561) ทำการวจิ ัยเร่อื ง การพฒั นาการเรยี นรู้คำศพั ท์
ภาษาองั กฤษสำหรับนักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 โดยใชเ้ กมตามทฤษฎพี หุปญั ญา มผี ลการการทดสอบ
คำศัพทภ์ าษาอังกฤษกอ่ นเลน่ เกมรอ้ ยละ 45 และทดสอบหลงั เลน่ เกม มผี ลคะแนนเพ่มิ ขนึ้ รอ้ ยละ 84.20 การ
เรียนร้คู ำศัพท์ภาษาอังกฤษจากการทำแบบทดสอบหลงั การจดั กิจกรรมเกมการเรยี นรูต้ ามแนวทฤษฎพี หุ
ปัญญา สงู กวา่ กอ่ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ อยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิติท่รี ะดับ .05 นอกจากนี้ผลการ
วิเคราะหด์ งั กลา่ วยงั สอดคลอ้ งกับงานวิจัยของ
ประพันธ์ จูมคำมลู (2541: 9) ชื่อเรื่อง วิจัยการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม เพื่อพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้าน
เกาะ สำนกั งานเขตมนี บุรี โดยทดลองใชเ้ กม โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่ือพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กล่มุ สาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 โดยใช้โดยทดลองใช้เกม, เพื่อทดลองและ
ศึกษาใช้เกมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม กับนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 1 และเพื่อศกึ ษาระดับความพงึ พอใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ที่มีต่อการ
ทดลองใชเ้ กม
ผลการวิจัยพบว่า นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ ลุนา ศรีกุตา (2553) ทำการวิจัยเรื่อง
การพฒั นาการอ่านและเขยี นคำพื้นฐานภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทกั ษะสาระการเรียนรภู้ าษาไทยของนักเรียน
47
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 กบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 โดยทดลองใชแ้ บบฝึกทกั ษะสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนดา้ นทกั ษะการอ่านและเขียนคำพืน้ ฐานสูงขึ้น มี
ค่าเฉลี่ยร้อยละ 86.47 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพัฒนาการอ่านและเขียนคำพื้นฐานภาษาไทย ของ
นกั เรียนระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย, เพือ่ ทดลองและศึกษา
ใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทยจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาการอ่านและเขียนคำ
พื้นฐานภาษาไทย กับนักเรียนระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2และเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรยี น
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ทม่ี ีต่อการทดลองใช้แบบฝึกทกั ษะสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ผลการวิจยั พบว่า นอกจากนย้ี ังสอดคล้องกบั นวัตกรรมในงานวิจัยของ อิศรยี ์ มนวี โิ รรจน์, อนิ ธสิ าร
ไชยสขุ (2561) ทำการวจิ ัยเร่อื ง การพฒั นาการเรยี นรคู้ ำศัพทภ์ าษาอังกฤษสำหรบั นกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษา
ปที ี่ 4 โดยใช้เกมตามทฤษฎีพหปุ ญั ญา มผี ลการการทดสอบคำศพั ทภ์ าษาองั กฤษก่อนเลน่ เกมรอ้ ยละ 45 และ
ทดสอบหลังเล่นเกม มีผลคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 84.20 การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากการทำ
แบบทดสอบหลังการจัดกิจกรรมเกมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีพหุปัญญา สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ อย่างมีนยั สำคัญทางสถิติทีร่ ะดับ .05 โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาการเรียนรู้คำศัพทภ์ าษาองั กฤษ
ของนกั เรียนระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 โดยใชเ้ กมตามทฤษฎพี หุปัญญา, เพ่อื ทดลองและศึกษาใช้เกมตาม
ทฤษฎีพหุปัญญา จดั กิจกรรมการเรยี นร้เู ร่ือง การพัฒนาการเรยี นรู้คำศพั ทภ์ าษาองั กฤษ กบั นักเรียนระดับช้นั
ประถมศึกษาปีที่ 4 และเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ที่มีต่อการ
ทดลองใช้เกมตามทฤษฎพี หุปัญญา
จากการอภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงลงข้อสรุปว่า การจัดกิจกรรมการ
เรียนรูเ้ ร่อื งการพฒั นาการอ่านสะกดคำควบกล้ำท่ีมี ร ล โดยการทดลองใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่านสะกดคำควบ
กล้ำ ร ล รว่ มกบั เกมตามล่าสมบัติ มผี ลต่อการพฒั นาผลการเรียนรขู้ องนกั เรียน ซึ่งสอดคลอ้ งกบั สมมตฐิ านการ
วิจัยทกี่ ำหนดขน้ึ ดงั สมมตุ ิฐาน
สมมติฐานการวจิ ัยที่ 1
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาอ่านสะกดคำควบกล้ำ ร ล โดยใช้การเรียนรู้แบบ
บรรยาย กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบา้ นหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
พบวา่ เม่อื เทยี บกบั ระดับผลการเรียนรูต้ ามเกณฑข์ อง สพฐ. นักเรยี นจำนวนทง้ั หมดมี
ผลการเรียนรทู้ ี่ระดับ หมายเหตุ : ยังไมท่ ราบคะแนน ซึ่งตำ่ กว่าเกณฑป์ ระเมินผา่ นคือตอ้ งผ่านอย่างน้อยร้อย
ละ ๗๐ สาเหตเุ ปน็ เพราะ เนื่องจากการความสามารถในการอา่ นสะกดคำของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1
เปน็ เรอ่ื งทีค่ อ่ นขา้ งยาก ในการเรยี นรู้โดยการฟงั ครผู ้สู อนอยา่ งเดียว การฝกึ สะกดคำควรเลือกวธิ กี ารสอนท่ีมี
48
ประสิทธิภาพโดยเริ่มจากการวิเคราะห์สภาพปญั หาผู้เรียน และสาเหตุปัญหาการอ่านสะกดคำของนักเรียน
หลงั จากน้นั จึงศกึ ษาแนวทางการแก้ปัญหา แนวทางการจัดกจิ กรรมการอ่านสะกดคำ โดยอาศัยความรู้จาก
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อสรุปวิธีการที่จะสามารถนำไปแก้ปัญหาในการอ่านสะกดคำของ
นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 จากการสำรวจท่ีมาของปัญหา พบว่า นักเรยี นไมส่ ามารถเกิดทักษะอา่ นสะกด
คำ จากการฟงั ครผู ูส้ อนเพียงอยา่ งเดียวเพราะครผู ู้สอนขาดการเนน้ ยำ้ การออกเสยี ง ร ล ทำให้นักเรียนขาด
การฝกึ ฝน ความชำนาญ และกิจกรรม ทีน่ ำไปสกู่ ารอา่ นสะกดคำทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
จากการทบทวนเอกสารและงานวจิ ัยท่เี ก่ยี วขอ้ งพบว่าแบบฝึกการอ่านสะกดคำและเกมตามลา่ สมบัติ
ที่สร้างขึ้นตามแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการของ เกมการศึกษาเป็นกิจกรรมการสอนชนิดหนึ่งที่สนับสนนุ
ทฤษฏีการเรียนรขู้ องเดก็ คือจดั ใหเ้ ดก็ ได้ เรียนรู้จากการเล่น และเล่นจากส่ิงทเี่ ป็นรูปธรรม เกมการศึกษาจึงเป็น
กจิ กรรมการเล่นทช่ี ่วยฝึกทกั ษะด้านต่าง ๆ อนั เป็นพน้ื ฐานของการเรียนร้ใู นระดบั ประถมศึกษา ซง่ึ มงุ่ ให้เดก็ ได้ใช้
ทักษะการคิดในการสงั เกตคดิ หา เหตผุ ลและแก้ปัญหาโดยใชเ้ วลาส้ันท่สี ุดและกระบวนการในการทำงานและอยู่
ร่วมกันในสังคม (เยาวพา เดชคุปต์. 2528: 36) มีสาระสำคญั คือเกมการศกึ ษาจึงเป็นกิจกรรมการเล่นที่ช่วยฝึก
ทกั ษะด้านตา่ ง ๆ อันเป็นพนื้ ฐานของการเรียนร้ใู นระดบั ประถมศกึ ษา ซึง่ มุง่ ใหเ้ ด็กไดใ้ ช้ทกั ษะการคดิ ในการสงั เกต
คิดหา เหตุผลและแก้ปัญหาโดยใช้เวลาสั้นที่สุดและกระบวนการในการทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคมซ่ึง
สาระสำคัญดังกล่าวสัมพันธ์กับสาเหตุของปัญหาของนักเรียนดังกล่าวก่อนหน้าคือนักเรียนไม่สามารถเกิด
ทกั ษะอา่ นสะกดคำ จากการฟงั ครูผสู้ อนเพียงอยา่ งเดียวเพราะครผู ู้สอนขาดการเน้นย้ำการออกเสยี ง ร ล ทำ
ให้นักเรยี นขาดการฝึกฝน ความชำนาญ และกิจกรรม ที่นำไปสู่การอ่านสะกดคำท่ีมีประสิทธิภาพ และจาก
การทบทวนเฉพาะงานวิจัยทเ่ี กยี่ วขอ้ งยงั พบอกี
ประพันธ์ จูมคำมูล (2541: 9) ชื่อเรื่อง วิจัยการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม เพื่อพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนบ้าน
เกาะ สำนักงานเขตมีนบรุ ี โดยทดลองใชเ้ กมผลการวจิ ัยพบวา่ นักเรยี นมผี ลการเรียนรทู้ ่ีระดบั ยอดเย่ียม
นา ศรกี ุตา (2553) ทำการวิจัยเรอ่ื ง การพัฒนาการอา่ นและเขียนคำพืน้ ฐานภาษาไทยโดยใช้แบบฝึก
ทกั ษะสาระการเรยี นรภู้ าษาไทยของนกั เรยี นระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2 กับ นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
โดยทดลองใชแ้ บบฝกึ ทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผลการวิจยั พบวา่ นกั เรยี นมผี ลสมั ฤทธิ์การเรียนด้าน
ทกั ษะการอา่ นและเขยี นคำพืน้ ฐานสูงขึ้น มีค่าเฉล่ียร้อยละ 86.47
อศิ รีย์ มนวี โิ รรจน์, อินธสิ าร ไชยสขุ (2561) ทำการวิจยั เรอ่ื ง การพัฒนาการเรยี นรู้คำศัพท์
ภาษาองั กฤษสำหรบั นักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 โดยใช้เกมตามทฤษฎพี หปุ ัญญา มีผลการการทดสอบ
คำศัพทภ์ าษาองั กฤษก่อนเล่นเกมร้อยละ 45 และทดสอบหลังเลน่ เกม มีผลคะแนนเพมิ่ ขน้ึ รอ้ ยละ 84.20 การ
49
เรียนรูค้ ำศพั ท์ภาษาอังกฤษจากการทำแบบทดสอบหลงั การจดั กจิ กรรมเกมการเรยี นรตู้ ามแนวทฤษฎีพหุ
ปญั ญา สูงกว่ากอ่ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ อยา่ งมีนยั สำคัญทางสถิติทร่ี ะดบั .05
สมมตฐิ านการวจิ ัยที่ 2
จากการทบทวนเอกสารและงานวิจยั ท่ีเกย่ี วขอ้ งพบว่า (ประพันธ์ จมู คำมูล (2541: 9) ช่อื เร่อื ง วจิ ัย
การพฒั นากจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชเ้ กม เพ่ือพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านเกาะ สำนักงานเขตมีนบุรี โดยทดลองใช้เกมผลการวิจัย
พบวา่ นกั เรยี นมีผลการเรียนรู้ท่ีระดบั ยอดเย่ยี ม ผลการวจิ ัยพบวา่ นกั เรียน มีความพึงพอใจตอ่ การทดลองจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ดว้ ยนวตั กรรมดงั กลา่ วท่ีระดบั ยอดเยี่ยม
นา ศรีกตุ า (2553) ทำการวจิ ยั เรือ่ ง การพฒั นาการอ่านและเขียนคำพ้นื ฐานภาษาไทยโดยใช้แบบ
ฝกึ ทกั ษะสาระการเรยี นรภู้ าษาไทยของนักเรยี นระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2 กบั นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่
2 โดยทดลองใชแ้ บบฝกึ ทักษะสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ผลการวจิ ยั พบวา่ นกั เรียนมีผลสมั ฤทธ์ิการเรียนดา้ น
ทกั ษะการอา่ นและเขยี นคำพื้นฐานสูงขึ้น มคี ่าเฉลี่ยรอ้ ยละ 86.47 ผลการวจิ ยั พบวา่ นักเรียนมีความพึงพอใจ
ตอ่ การทดลองจดั กิจกรรมการเรยี นรดู้ ว้ ยนวัตกรรมดังกล่าวทีร่ ะดบั ยอดเยี่ยม
อศิ รีย์ มนีวิโรรจน์, อินธสิ าร ไชยสขุ (2561) ทำการวจิ ัยเรื่อง การพฒั นาการเรียนรู้คำศพั ท์
ภาษาองั กฤษสำหรับนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 โดยใช้เกมตามทฤษฎพี หุปัญญา มผี ลการการทดสอบ
คำศัพทภ์ าษาอังกฤษก่อนเลน่ เกมร้อยละ 45 และทดสอบหลงั เลน่ เกม มผี ลคะแนนเพม่ิ ขึน้ รอ้ ยละ 84.20 การ
เรยี นรคู้ ำศัพท์ภาษาอังกฤษจากการทำแบบทดสอบหลงั การจัดกจิ กรรมเกมการเรียนรูต้ ามแนวทฤษฎีพหุ
ปัญญา สงู กว่ากอ่ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ อยา่ งมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดับ .05
จากการอา้ งอิงนวัตกรรมท่นี ำมาใชท้ ดลองจดั กจิ กรรมการเรียนรขู้ องงานวิจัยทีเ่ ก่ยี วข้องดงั กลา่ ว
จึงกำหนดสมมติฐานการวิจยั ขอ้ ที่ ๒ ว่า การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้เรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำควบ
กล้ำ ร ล โดยทดลองใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเกมตามล่าสมบัติ มีผลต่อระดับความพึงพอใจของนักเรียน
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ โรงเรยี นบา้ นหาดสองแคว อำเภอตรอน จังหวัดอตุ รดิตถ์ ทีร่ ะดับยอดเย่ียม
ขอ้ เสนอแนะ
1. ขอ้ เสนอแนะการใชป้ ระโยชนผ์ ลการวจิ ัย
1.1 ควรมกี ารศกึ ษาเพ่มิ เติมเกีย่ วกบั นวัตกรรมอื่น ๆ ทงั้ น้ีเพราะผลการวิจัย พบว่า
เม่อื เทียบระดับผลการเรียนรกู้ บั เกณฑข์ อง สพฐ. กลมุ่ ตวั อย่างมผี ลการเรยี นรทู้ รี่ ะดบั พอใช้ จากการจดั กจิ กรรม
การเรียนรู้ดว้ ยนวตั กรรมเดมิ และทรี่ ะดับพอใช้ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ดว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะพัฒนาการอา่ น
สะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกบั เกมตามลา่ สมบตั ิ และเมอ่ื เปรยี บเทียบระดบั ผลการเรียนรขู้ องกลุ่มตัวอยา่ งจา
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ดว้ ยนวตั กรรมทีแ่ ตกต่างกนั การวิเคราะห์เปรียบเทียบจะใช้ Paired – Sample t
50
Test หรือ พบว่า ระดับผลการเรยี นรู้ของกล่มุ ตวั อยา่ งจากการใชน้ วัตกรรมเดมิ ตำ่ กวา่ การทดลองใช้แบบฝึก
ทกั ษะพัฒนาการอา่ นสะกดคำควบกล้ำ ร ล ร่วมกับเกมตามล่าสมบตั ิ อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถิตทิ ี่ 0.05 หรอื ที่
ระดบั ความเชอ่ื มน่ั 95%
2. ข้อเสนอแนะการศกึ ษาเพมิ่ เตมิ หรือทำวจิ ัยตอ่ ยอด
2.1 ควรมกี ารศกึ ษาเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกับนวตั กรรมอื่น ๆ ทั้งนเ้ี พราะผลการวจิ ัย พบว่า
เม่ือเทยี บระดับผลการเรยี นร้กู บั เกณฑข์ อง สพฐ. กลุ่มตัวอย่างมผี ลการเรยี นรทู้ ีร่ ะดบั พอใช้ จากการจดั กจิ กรรม
การเรยี นรู้ดว้ ยนวัตกรรมเดมิ และทรี่ ะดับพอใช้ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรดู้ ว้ ยแบบฝึกทักษะพฒั นาการอ่าน
สะกดคำควบกล้ำ ร ล รว่ มกับเกมตามลา่ สมบตั ิ ควรต่อยอดเปน็ เกมอน่ื ๆ ที่มลี ักษณะคล้ายเกมตามลา่ สมบตั ิ
หรือหากแตกต่าง ควรเป็นเกมทสี่ ามารถพฒั นาการอา่ นสะกดคำควบกลำ้ ร ล ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และมี
นยั สำคญั ทางสถิติที่ 0.05 หรอื ทร่ี ะดับความเชอื่ มั่น 95%
51
บรรณานุกรม
https://etraining2012.wordpress.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%
E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%
E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%
E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A/
ครุรักษภ์ ิรมย์รักษ.์ 2544. เรยี นรแู ละฝ ้ ึกปฏิบตัิการวิจยในช ั ้นเร ั ียน.(พมพิ คร์ ง้ ทั ่ี 4). ชลบุรี : โรงพิมพ์
งามช่าง.
https://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2010/9742/7/Chapter2.pdf
52
ภาคผนวก
คะแนนกอ่ นเรยี น-หลงั เรียน
53
54
ภาคผนวก
แบบเชญิ ผู้เช่ียวชาญ
-ความเท่ียงตรง
-ความเหมาะสม
55
56
57
58
59
60
61
62
63
64
65
66
67
ภาคผนวก
แบบประเมนิ ความเทย่ี งตรง
-แบบประเมินความเที่ยงตรงแบบฝกึ ทักษะ
-แบบประเมินความเท่ียงตรงแผนการจดั การเรยี นรู้
- แบบประเมินความเทีย่ งตรงความพงึ พอใจ
แบบประเมินความเท่ียงตรงแบบฝึกทกั ษะ 68
69
70
71
72
73
74
75
76
แบบประเมินความเท่ียงตรงแผนการจดั การเรยี นรู้ 77
78
79
80
81
82
แบบประเมินความเท่ียงตรงความพงึ พอใจ 83
84
85
86
87
88
89
ภาคผนวก
แบบประเมินความเหมาะสม
-แบบประเมินความเหมาะสมแผนการจดั การเรยี นรู้
-แบบประเมนิ ความเหมาะสมแบบฝึกทกั ษะ
- แบบประเมนิ ความเหมาะสมความพงึ พอใจ
แบบประเมนิ ความเหมาะสมแผนการจัดการเรียนรู้
90
91