The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ekasitbank, 2022-10-13 10:06:50

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน





ชื่อเร่ืองวิจยั รายงานการดำเนนิ งานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ผวู จิ ยั นายธรี  ภวังคนนั ท
หนวยงาน สำนกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธกิ าร
ปท ว่ี ิจัย ปการศึกษา 2565

บทคัดยอ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือ 1) ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 2) ศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงาน
ตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ และ
3) จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ การวิจัยครั้งน้ีใชวิธีการวิจัยและพัฒนา แบงกระบวนการวิจัยเปน 3 ระยะ
ระยะท่ี 1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอ มลู จากการคน ควา เอกสารและงานวจิ ัย และการสนทนากลุม ผเู ขารว ม
สนทนากลุม (Focus Group Discussion) เปนกลุมผูใหขอมูล คือ ผูทรงคุณวุฒิ ผูบริหารการศึกษา
ผูบริหารหนวยงานการศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
จำนวน 11 คน และการสำรวจความคิดเหน็ จากประชากร คือ ผูบรหิ ารการศึกษา ผูบริหารหนว ยงาน
การศึกษา สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 3,137 คน กลุมตัวอยาง
คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา จำนวน 3,137 คน ขนาดของกลุมตัวอยาง ไดมาดวยการสุมแบบแบงช้ัน (Stratified
random sampling) ระยะท่ี 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ กลุมตัวอยาง คือ ผูบริหารสถานศึกษา ขาราชการครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาท่ีปฏิบัตงิ านเก่ยี วขอ งกบั ดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แยกเปน 6 ภูมิภาค จำนวน 72 คน
โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
การดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning กลุมผูเช่ียวชาญในการตรวจสอบ
ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย จำนวน 11 คน วิเคราะหขอมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะหเน้ือหา
ขอ มูลเชิงปริมาณวิเคราะหคาสถติ ิพื้นฐาน ไดแก ความถี่ รอยละ คาเฉล่ียและสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบวา



1. ผลการศึกษารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Actives Learning เรียงตาม
อนั ดับการใชม ากทีส่ ุดไปนอ ยทส่ี ดุ

1.1 การสอนแบบใชคำถาม (Questioning Method)
1.2 การเรียนรูโดยใชก จิ กรรมเปน ฐาน (Activity-Based Learning)
1.3 การเรียนรูแ บบใชเกม (Games)
1.4 การเรยี นรูเชิงประสบการณ (Experiential Learning)
1.5 การเรยี นรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem Based Learning)
1.6 การเรียนรูแบบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored Instruction)
1.7 การเรียนรโู ดยใชโ ครงงานเปนฐาน (Project-Based Learning)
1.8 การเรยี นรแู บบกรณศี ึกษา (Analyze Case Studies)
2. สภาพการดำเนินการทางการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2.1 ดา นบุคคล คอื ผบู รหิ าร ครูผูส อน และผเู รยี น โดยมสี าระสำคญั คือ

2.1.1 ผูบริหาร เปนบุคคลสำคัญในการสนับสนุน ควรกำหนดเปนนโยบาย
ในการขับเคล่ือนในสถานศึกษา สงเสริม สนับสนุน และเสริมแรงจูงใจ สังเกตกระบวนการเรียนรู
อยางตอเนือ่ ง รวมทง้ั สงเสรมิ ชมุ ชนแหงการเรยี นรทู างวชิ าชีพ PLC

2.1.2 ครูผูสอน ควรใชคำถามเพื่อกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรู
ไมนำความคิดของตนเองเขาไปในการจัดการเรียนรู เปดโอกาสใหผูเรียนคิดนอกกรอบ สงเสริม
พัฒนาใหผูเรียนสามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถตอยอดและนำไปใชในชีวิตประจำวัน
ดวยทักษะวิธีการจัดการเรียนรูที่หลากหลาย ใชส่ือ อุปกรณท่ีทันสมัย นาเรียนรู ดึงดูดความสนใจ
ของผเู รียน

2.1.3 ผูเรียน การจัดการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมกับวัย สภาพ บริบท
ความพรอ ม ทักษะ สมรรถนะ ความกระตือรือรนใสใ จตอการเรียนรขู องผเู รยี น

2.2 สื่อ วัสดุ อุปกรณ ท่ีทันสมัย เพียงพอ เหมาะสม สรางความสนใจในการเรียนรู
ของผเู รยี น

2.3 งบประมาณที่สามารถสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา

3. ความตองการและปจจัยที่สงผลตอความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning

3.1 นโยบาย การขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ท่ีเปน
รูปธรรม ชัดเจน ตอเน่ือง เหมาะสม เปนเอกภาพ ใหความสำคัญและยกระดับเปนนโยบายเรงดวน
มมี าตรการเสรมิ แรงท้ังทางบวกและทางลบ



3.2 บทบาทครู เปล่ียนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวย
ความสะดวก ชวยเหลือ เสริมแรง ใหกำลังใจแกผูเรียน โดยครูตองมีความรู ความเขาใจ ทักษะ
สมรรถนะ เจตคติที่ดี มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล
การจดั การเรยี นรเู ชงิ บูรณาการใหผ ูเรยี นเกดิ การเรียนรูรอบดา น

3.3 ผูบริหาร มีภาวะผูนำ ใหความสำคัญกับนโยบาย ขับเคล่ือนอยางเปนระบบ
เปน ที่ปรกึ ษารอบดา น ใหคำแนะนำ กำกบั ติดตาม นเิ ทศผลการดำเนินงานจัดการเรยี นการสอนแบบ
Active Learning และรวมลงมือปฏิบัตเิ ปน แบบอยางท่ีดีแกขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในสถานศึกษา

3.4 รูปแบบการเรียนรู ควรจัดการเรียนรูดวยการที่ผูเรียนมีสวนรวมในการคิด
วิเคราะหและรว มออกแบบการเรยี นรู การลงมอื ปฏบิ ตั ิจรงิ และรวมประเมนิ ผลการเรยี นรูใหม ากขน้ึ

3.5 งบประมาณการขบั เคล่อื นการดำเนินงานที่พรอมใช
3.6 สอ่ื นวตั กรรม วัสดุ อปุ กรณ ทที่ ันสมัย เพยี งพอ สอดคลอ งกบั การจัดการเรียน
การสอนตามหลักสตู รการเรียนรู

ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ

1. ใหความสำคญั โดยการยกระดบั ใหเ ปนวาระเรงดวน
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคล่ือน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรมชัดเจน
เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ทั้งในภารกิจพ้ืนฐาน
ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพื้นท่ี ที่สงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นท่ีในระดับ
กระทรวง ระดับจงั หวดั /เขตพ้นื ท่ี และระดับสถานศึกษา
3. สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบการเรียนรู การลงมือปฏิบัติของผูเรียน
และรวมประเมนิ ผลการเรียนรูใ หม ากขึ้นอยา งเปน รปู ธรรม
4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปลี่ยนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู
คอยกระตุน สรางแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรูและวิธีจัดระเบียบการสรางความรูใหกับนักเรียน
เพอ่ื ใหน ักเรียนไดร ับการปพู นื้ ฐานความพรอมท้งั กาย ใจ และปญ ญา อยา งรอบดาน
5. สรางขวัญกำลังใจใหผูปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผูปฏิบัติงานเชิงประจักษ และสนับสนุน
ใหไ ดรบั โอกาสความกา วหนา ในอาชพี
6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผลและการรายงานผลท่ีชัดเจน
อยางตอเนื่อง โดยใชดิจิทัลแพลตฟอรมใหเกิดความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอการปฏิบัติงาน
ทกุ ระดบั



บทสรุปผบู ริหาร

รัฐบาลกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาประเทศ ภายใตยุทธศาสตร 20 ป (พ.ศ. 2561
- 2580) พัฒนาประเทศไปสู “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งค่ัง ย่ังยืน เปนประเทศพัฒนาแลว
ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ 20 ป
เปน กลไกการขับเคล่ือนยุทธศาสตรช าตใิ หบรรลุตามเปา หมายทวี่ างไวในป 2580 กระทรวงศึกษาธกิ าร
ตระหนักเห็นความสำคัญและมุงม่ันดำเนินการตามภารกิจหลักแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ
20 ป ในฐานะหนวยงานเจาภาพขับเคล่ือนทุกแผนยอยในประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู
และในประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต รวมท้ังแผนการปฏิรูปประเทศ
ดานการศึกษา และนโยบายรัฐบาลท้ังในสวนนโยบายหลักดานการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู
และการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต และนโยบายเรงดวน เรื่อง การเตรียมคนไทยสูศตวรรษ
ที่ 21 โดยคาดหวังวาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชวี ิต จะไดรับการพัฒนาการเรียนรูใหเปนคนดี
คนเกง มีคุณภาพ และมีความพรอมขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศสูความมั่นคง ม่ังคั่ง และยังยืน
ซ่ึงมีนโยบายระยะเรงดวน (Quick Win) ขอ 2 หลักสูตรฐานสมรรนะ ท่ีมุงการจัดการเรียนรู
ที่หลากหลาย โดยยึดความสามารถของผูเรียนเปนหลัก และพัฒนาผูเรียนใหเกิดสมรรถนะที่ตองการ
ซึ่งสอดคลองกับนโยบายการจัดการเรียนการสอนที่มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรค
การเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ (Active
Learning)

จากภารกิจการตรวจราชการและติดตามประเมินผลตามนโยบายการจัดการเรียน
การสอนที่มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับ มีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก
และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ (Active Learning) ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงดำเนินการศึกษา เร่ือง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning โดยการวิเคราะห สังเคราะหเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวของกับการจดั การเรียน
การสอนแบบ Active Learning และศึกษาสภาพการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ท่ีเนน ผูเรยี นทกุ ระดับมสี วนรวมสรา งสรรคการเรียนรเู พ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก
และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ สรุปการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดเก็บขอมูลจากหนวยงาน
ทางการศึกษา 77 จังหวัด กลุมผูใหขอมูล ประกอบดวย ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงาน
การศึกษา สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
จำนวน 3,137 คน ผลการศึกษาการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ พบวา



1. ผลการศึกษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา
1.1 รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Actives Learning เรยี งตามอนั ดับการใช

มากทีส่ ุดไปนอ ยทส่ี ุด
1.1.1 การสอนแบบใชคำถาม (Questioning Method)
1.1.2 การเรยี นรูโ ดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)
1.1.3 การเรยี นรูแ บบใชเกม (Games)
1.1.4 การเรยี นรเู ชงิ ประสบการณ (Experiential Learning)
1.1.5 การเรียนรูโดยใชปญหาเปน ฐาน (Problem Based Learning)
1.1.6 การเรยี นรแู บบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored Instruction)
1.1.7 การเรียนรโู ดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-Based Learning)
1.1.8 การเรยี นรแู บบกรณศี กึ ษา (Analyze Case Studies)

1.2 สภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
1.2.1 ดา นบุคคล คอื ผูบ รหิ าร ครผู ูส อน และผูเรียน โดยมีสาระสำคัญ คือ
1) ผูบริหาร เปนบุคคลสำคัญในการสนับสนุน ควรกำหนดเปนนโยบาย

ในการขับเคลื่อนในสถานศึกษา สงเสริมสนับสนุนและเสริมแรงจูงใจ สังเกตกระบวนการเรียนรู
อยา งตอเน่อื ง รวมทัง้ สง เสริมชุมชนแหง การเรียนรทู างวชิ าชพี PLC

2) ครูผูสอน ควรใชคำถามเพื่อกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรู ไมนำ
ความคิดของตนเองเขาไปในการจัดการเรียนรู เปดโอกาสใหผูเรียนคิดนอกกรอบ สงเสริม พัฒนา
ใหผูเรียนสามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถตอยอดและนำไปใชในชีวิตประจำวัน
ดวยทักษะวิธีการจัดการเรียนรูท่ีหลากหลาย ใชสื่อ อุปกรณท่ีทันสมัย นาเรียนรู ดึงดูดความสนใจ
ของผูเ รียน

3) ผูเรียน รูปแบบ กระบวนการ วิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม
กบั วัย สภาพ บริบท ความพรอม ทักษะ สมรรถนะ ความกระตอื รอื รนใสใ จตอ การเรียนรูของผเู รียน

1.2.2 สอ่ื วัสดุ อปุ กรณ ทที่ ันสมัย เพียงพอ เหมาะสม สรางความสนใจในการเรียนรู
1.2.3 งบประมาณท่ีเหมาะสม เพียงพอ รวดเรว็ ทันเวลา
2. ผลการศึกษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการสนทนากลุม
1) บคุ คล

1.1) ผูบริหาร ไมใหความสำคัญ ขาดการสงเสริมและสนับสนุนการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ขาดภาวะผูนำทางวิชาการ (Instructional Leadership)
ผูบรหิ ารมกี ารเปลี่ยนแปลงโยกยายสถานศึกษาบอ ย



1.2) ครูผูสอน ขาดความรู ความเขาใจ ความสามารถและทักษะการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ใชรูปแบบการสอนแบบเดิม ไมมีเวลาในการจัดการเรียน
การสอนเน่ืองจากไดร ับมอบหมายใหก ิจกรรมอ่ืน ๆ เชน งานยาเสพตดิ งานอนามัย งานแนะแนว

1.3) ผูเรียน ขาดทักษะการคิดวิเคราะห การจัดการเรียนการสอนของครู
ไมเนนใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ ผูเรียนไมมีสวนรวมในการเรียนรู ไมสามารถประยุกตใชความรู
ในการแกไขปญ หาได รวมทัง้ ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู

2) วัสดุ สื่อ อปุ กรณ
ขาดแคลนวัสดุ ส่ือ และอุปกรณสำหรับใชในการจัดการเรียนการสอน

แบบ Active Learning ที่ตองใชเพื่อใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติจริง สื่อเทคโนโลยี ไมตอบสนองตอ
การเรียนรใู นศตวรรษที่ 21

3) การบริหารจัดการ
3.1) การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

ของหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด เชน ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ไมตอเน่ือง มีรูปแบบการดำเนินงานไมที่ชัดเจน สงผลใหผูบริหารสถานศึกษา ไมใหความสำคัญ
ของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ในระดบั ตาง ๆ

3.2) หนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาขาดการสง เสริมครูผูสอนอยางจริงจัง
โดยเฉพาะผูท่ีจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ มีผลงาน
เชิงประจักษ เปนท่ียอมรับ ใหมีความกาวในอาชีพ สรางแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน มอบเกียรติบัตร
การพิจารณาความดีความชอบ เปนตน และขาดการพัฒนาสมรรถนะครูผูสอนอยางตอเนื่อง
ดวยวธิ กี ารท่ีหลากหลาย เพอ่ื สรางแรงบันดาลใจ

3.3) การสนับสนุนดานงบประมาณ วัสดุ อุปกรณใหกับสถานศึกษาเพ่ือใช
ในการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมเพยี งพอตอการจดั ทำสอื่ เพ่ือใหผ ูเรยี นไดเ รยี นรู

3.4) การนเิ ทศ กำกับ ตดิ ตามการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ของครผู สู อนและผูบรหิ ารสถานศึกษาขาดความตอ เน่ืองและเปน ระบบ

3. ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ

3.1 นโยบาย การขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ท่ีเปนรูปธรรม ชัดเจน ตอเนื่อง เหมาะสม เปนเอกภาพ ใหความสำคัญและยกระดับเปนนโยบาย
เรง ดว น มีมาตรการเสริมแรงท้งั ทางบวกและทางลบ



3.2 บทบาทครู เปลี่ยนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวย
ความสะดวก ชวยเหลือ เสริมแรง ใหกำลังใจแกผูเรียน โดยครูตองมีความรู ความเขาใจ ทักษะ
สมรรถนะ เจตคติที่ดี มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล
การจดั การเรียนรูเชงิ บูรณาการใหผ ูเ รียนเกิดการเรยี นรูร อบดาน

3.3 ผูบริหาร มีภาวะผูนำ ใหความสำคัญกับนโยบาย ขับเคลื่อนอยางเปนระบบ
เปนท่ีปรึกษารอบดาน ใหคำแนะนำ กำกับ ติดตาม นิเทศผลการดำเนินงานจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning รวมลงมือปฏิบัติเปนแบบอยางท่ีดีแกขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในสถานศกึ ษา

3.4 รูปแบบการเรียนรู ควรจัดการเรียนรูดวยการท่ีผูเรียนมีสวนรวมในการคิด
วเิ คราะหและรวมออกแบบการเรียนรู การลงมอื ปฏิบตั ิจริง และรว มประเมินผลการเรยี นรใู หม ากขึน้

3.5 งบประมาณการขบั เคลือ่ นการดำเนนิ งานท่ีพรอ มใช
3.6 สอื่ นวตั กรรม วสั ดุ อปุ กรณ ทีท่ นั สมยั เพยี งพอ สอดคลอ งกับการจดั การเรยี น
การสอนตามหลักสตู รการเรยี นรู

ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ

1. ใหความสำคญั โดยการยกระดบั ใหเ ปน วาระเรง ดวน
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคลื่อน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรม
ชัดเจน เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ท้ังในภารกิจ
พื้นฐาน ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพ้ืนท่ี ท่ีสงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นท่ี
ในระดบั กระทรวง ระดบั จังหวดั /เขตพ้ืนที่ และระดับสถานศกึ ษา
3. สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบการเรียนรู การลงมือปฏิบัติของผูเรียน
และรวมประเมนิ ผลการเรยี นรใู หมากขนึ้ อยา งเปนรูปธรรม
4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปลี่ยนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู คอยกระตุน
สรางแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรูและวิธีจดั ระเบียบการสรา งความรูใหกับนักเรียน เพอ่ื ใหนักเรียน
ไดร ับการปพู ้ืนฐานความพรอ มท้งั กาย ใจ และปญ ญา อยา งรอบดา น
5. สรางขวัญกำลังใจใหผูปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผูปฏิบัติงานเชิงประจักษ และสนับสนุน
ใหไดรับโอกาสความกา วหนา ในอาชีพ
6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นเิ ทศ ประเมินผลและการรายงานผลที่ชัดเจนอยางตอเน่อื ง
โดยใชดจิ ทิ ัลแพลตฟอรม ใหเ กดิ ความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอ การปฏิบตั งิ านทุกระดบั



สารบญั

บทคัดยอ หนา
บทสรุปผบู ริหาร ก
สารบญั ง
สารบัญตาราง ซ
สารบญั ภาพ ญ
บทท่ี 1 บทนำ ฎ
1
ความเปน มาและความสำคญั ของปญหา 1
คำถามวิจยั 2
วตั ถุประสงคข องการวิจยั 3
ขอบเขตของการวจิ ยั 3
ประโยชนท่คี าดวา จะไดรบั 5
นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ 5
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี กยี่ วของ 7
ความเชอื่ มโยงของ แผน 3 ระดบั 7
แนวคิดและทฤษฎีของการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning 16
การตรวจราชการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลของผตู รวจราชการ 72
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
นโยบายการตรวจราชการและติดตามผลการจดั การศึกษา 78
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประจำปง บประมาณ พ.ศ. 2565
งานวจิ ยั ท่เี กี่ยวของ 87
บทที่ 3 วธิ ีดำเนินการวจิ ยั 92
ระยะท่ี 1 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning 94

ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 100
ระยะที่ 2 ศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบายการจดั
102
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ระยะที่ 3 จัดทำขอ เสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนนิ การจัดการเรยี นการสอน

แบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร



สารบญั (ตอ)

บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข อมูล หนา
ระยะที่ 1 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning 104
ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศกึ ษาธิการ 105
ระยะที่ 2 ศกึ ษาสภาพและแนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบายการจดั
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร 117
ระยะท่ี 3 จดั ทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจดั การเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 130

บทที่ 5 บทสรปุ 131
สรุปผลการวจิ ยั 131
อภิปรายผล 137

บรรณานกุ รม
ภาคผนวก



สารบญั ตาราง หนา
43
ตารางท่ี 1 กลยทุ ธก ารจดั การเรียนรูเชงิ รุกดา นรา งกาย 44
ตารางท่ี 2 กลยุทธก ารจดั การเรยี นรูเชิงรุกดา นสติปญญา 45
ตารางที่ 3 กลยทุ ธการจดั การเรียนรูเชงิ รกุ ดานสงั คม 46
ตารางท่ี 4 กลยุทธการจดั การเรยี นรเู ชิงรุกดา นอารมณ 109
ตารางท่ี 5 ขอมลู พ้นื ฐานของผูตอบแบบสอบถาม หนวยงานระดบั จงั หวัด 110
ตารางท่ี 6 คา เฉล่ยี สว นเบีย่ งเบนมาตรฐาน และสภาพการจดั การเรียนการสอน
112
แบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ของหนว ยงานการศึกษา ระดบั จังหวดั 113
ตารางท่ี 7 ขอมลู พ้นื ฐานของผตู อบแบบสอบถาม หนวยงานทางการศกึ ษา
และสถานศึกษา
ตารางท่ี 8 คาเฉลยี่ สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และสภาพการจดั การเรยี นการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ของหนว ยงานการศึกษา สถานศกึ ษา



สารบญั ภาพ

หนา

ภาพที่ 1 กรวยแหงการเรียนรู 23

ภาพที่ 2 ความสมั พันธข องหนวยการเรยี นรูส กู ารจัดทำแผนการจดั การเรียนรู 31

ภาพท่ี 3 บทบาทของครใู นฐานะผูกระตนุ การเรยี นรู 37

ภาพที่ 4 การประเมนิ ผลกิจกรรมการเรียนรูเชงิ รกุ 39

ภาพที่ 5 เทคนคิ การสอนทใ่ี ชในการจดั การเรยี นรแู บบเนนประสบการณ 50

ภาพที่ 6 รูปแบบการสอนแบบโครงงาน (Project Based Learning) 51

ภาพท่ี 7 รปู แบบการสอนแบบใชป ญหาเปนฐาน (Problem Based Learning) 52

ภาพท่ี 8 รูปแบบการสอนท่เี นนทักษะกระบวนการคดิ (Thinking Based Learning) 52

ภาพท่ี 9 วงจรการเรียนรเู ชิงประสบการณ (Experiential Learning Cycles) 55

ภาพท่ี 10 ขัน้ ตอนการจดั การเรยี นรูแบบใชปญ หาเปน ฐาน 62

ภาพท่ี 11 โครงงานประเภทครนู ำทาง (Guided Project) 65

ภาพที่ 12 โครงงานประเภทครูลดการนำทาง - เพิม่ บทบาทผเู รียน (Less guided Project) 66

ภาพที่ 13 โครงงานประเภทผเู รียนนำเอง ครไู มต อ งนำทาง (Unguided Project) 67

ภาพท่ี 14 ขั้นตอนการจดั การเรียนรแู บบโครงงานของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 69

และกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ภาพท่ี 15 โมเดลจกั รยานแหงการเรียนรูแบบ PBL 70

ภาพที่ 16 ขั้นตอนการจดั การเรยี นรูแ บบใชโครงงานเปนฐาน 71

ภาพท่ี 17 เขตพืน้ ทตี่ รวจราชการของผตู รวจราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 86

ภาพที่ 18 ข้ันตอนการดำเนินงานวจิ ยั 93

ภาพท่ี 19 แนวทางการขับเคลอื่ น Active Learning เพ่อื พัฒนาทกั ษะแหงอนาคต 106

ภาพที่ 20 แนวทางการขบั เคลอื่ น Active Learning เพือ่ พัฒนาทักษะแหงอนาคต 134

1

บทที่ 1
บทนำ

ความเปนมาและความสำคัญของปญหา
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 4 หนาท่ีของปวงชนชาวไทย

มาตรา 50 บุคคลมีหนาท่ีดังตอไปนี้ (4) เขารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ และหมวด 5
หนาที่ของรัฐ มาตรา 54 รัฐตองดำเนินการใหเด็กทุกคนไดรับการศึกษาเปนเวลาสิบสองป ตั้งแต
กอนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอยางมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย การศึกษาทั้งปวง
ตองมุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเช่ียวชาญไดตามความถนัดของตน
และมีความรบั ผิดชอบตอครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาตโิ ดยรัฐบาลไดกำหนดกรอบทศิ ทาง
ยทุ ธศาสตรการพัฒนาประเทศในระยะยาวเพื่อพัฒนาประเทศไปสู “ประเทศไทยมีความม่ันคง มั่งค่ัง
ยั่งยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตามกรอบ
ยุทธศาสตรชาติ ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580) โดยกำหนดยุทธศาสตรในมิติตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
เพ่ือเปนกรอบในการวางแผนการทำงาน 6 ยุทธศาสตร ไดแก 1) ยุทธศาสตรดานความมั่นคง
2) ยุทธศาสตรดานการสรา งความสามารถในการแขงขนั 3) ยทุ ธศาสตรดานการพฒั นาและเสริมสรา ง
ศักยภาพทรัพยากรมนุษย 4) ยุทธศาสตรดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
5) ยุทธศาสตรด านการสรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตรตอส่ิงแวดลอม และ 6) ยุทธศาสตร
ดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ
20 ป เปนกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตรชาติใหบรรลุตามเปาหมายที่วางไวในป 2580 กำหนดให
ประชาชนทุกกลุมวัยจะไดรับประโยชน ดังน้ี กลุมประถมถึงมัธยมตน ซ่ึงเปนชวงการศกึ ษาภาคบังคับ
จะไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่มุงเนนการพัฒนา
สมรรถนะหลักท่ีจำเปนตอผูเรียน มีดิจิทัลแพลตฟอรม เพ่ือการเรียนรูแหง ชาติที่สามารถขยายความรู
และวิธีการเรียนไปสูโรงเรียน นักเรียน และครูท่ีครอบคลุมท่ัวประเทศ รวมทั้งผูเรียนในพื้นที่หางไกล
และขาดแคลนทุนทรัพยจะไดรับการโอกาสศึกษาที่เทาเทียมและทั่วถงึ ในทุก ๆ พ้ืนท่ี เพ่ือใหนักเรียน
ไดรับการปูพื้นฐานความพรอมท้ังกาย ใจ และปญญา ใหพรอมรองรับการพัฒนาของชวงวัยตอไป
และไดรับการปลูกฝงวฒั นธรรมการใชชีวติ ในสังคมท่ีดี ใหเปนคนดี มจี ิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ
ตอสวนรวม มีวินัย พรอมเติบโตเปนคนที่มีคุณภาพของประเทศตอไป และกลุมวัยรุน นักศึกษา
จะไดรับการเรียนรูใหมีทักษะและองคความรูท่ีจำเปนตอการเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21
อยางมีคุณภาพไดรับการพัฒนาวินัย คุณธรรม จริยธรรม ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาวะ
ท่ีดี ไดรับความรูและการพัฒนาสมรรถนะท่ีสอดคลองกับความตองการภาคการผลิตของประเทศ
สรางผูประกอบการ เพ่ือพัฒนาประเทศไทยสูประเทศพัฒนาแลวดวยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

2

แหงอนาคต ผานสถาบันศึกษายุคใหม ทำหนาที่ใหความรู สงเสริม สนับสนุน ความรูในทางวิชาการ
ที่สามารถใชองคความรู ทางวิชาการในการวิจัยและสรางสรรคนวัตกรรมในดานวิทยาศาสตร
สังคมศาสตร มนุษยศาสตรและใสใจ ศิลปะ วัฒนธรรมทองถ่ิน ที่แสดงถึงอัตลักษณความเปนไทย
ที่สอดคลองกับการพัฒนาประเทศ สูการสรางความสามารถในการแขงขันของประเทศท่ีทัดเทียมกับ
นานาประเทศทว่ั โลก

ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการตระหนักเห็นความสำคัญและมุงมั่นดำเนินการตามภารกิจหลัก
แผนแมบทภายใตย ุทธศาสตรชาติ 20 ป ในฐานะหนวยงานเจาภาพขับเคลื่อนทุกแผนยอยในประเด็น
12 การพัฒนาการเรียนรู และแผนยอยที่ 3 ในประเด็น 11 ศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต รวมท้ัง
แผนการปฏิรูปประเทศดานการศึกษา และนโยบายรัฐบาลทั้งในสวนนโยบายหลักดานการปฏิรูป
กระบวนการเรียนรู และการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต และนโยบายเรงดวน เรื่อง การเตรียม
คนไทยสูศตวรรษที่ 21 โดยคาดหวังวาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต จะไดรับการพัฒนา
การเรยี นรูใหเปนคนดี คนเกง มคี ุณภาพ และมคี วามพรอ มขับเคล่ือนการพฒั นาประเทศสูความมั่นคง
ม่ังคั่ง และย่ังยืน จึงไดกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปงบประมาณ
พ.ศ. 2564 – 2565 มีหลักการตามนโยบายสราง TRUST หรือ ความเช่ือมั่น ไววางใจ ใหกับสังคม
โดยเฉพาะเด็กและผูปกครอง มีนโยบายระยะเรงดวน (Quick Win) ขอ 2 หลักสูตรฐานสมรรถนะ
ท่ีมงุ การจัดการเรียนรทู ี่หลากหลายโดยยึดความสามารถของผูเรียนเปนหลัก และพัฒนาผูเรียนใหเกิด
สมรรถนะที่ตองการ ซ่ึงสอดคลองกับนโยบายการจัดการเรียนการสอนที่มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับ
มีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัด
และความสนใจ

ดังนั้น ในฐานะดำรงตำแหนง ผูตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และไดรับมอบหมาย
การตรวจราชการ และติดตามประเมินผลตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนที่มุงเนนใหผูเรียน
ทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเอง
ตามความถนดั และความสนใจ ของสถานศึกษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร จึงไดศึกษาการดำเนนิ งาน
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ประจำปก ารศกึ ษา 2564 ขน้ึ

คำถามวจิ ัย
1. สภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวง

ศกึ ษาธิการ เปนอยา งไร
2. สภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ เปนอยางไร

3

3. ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธกิ าร มอี ะไรบาง

วตั ถปุ ระสงคข องการวจิ ัย
1. เพ่ือศกึ ษาสภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สงั กดั

กระทรวงศึกษาธิการ
2. เพ่ือศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
3. เพ่ือจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ขอบเขตของการวิจยั
การวิจัยในครั้งนี้เปนการศึกษาการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning ของสถานศึกษา สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ ผูว ิจัยไดกำหนดขอบเขตของการวิจัยแยกตาม
วตั ถุประสงคแ ละระยะการศึกษา ดังน้ี

ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ

การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ผูวิจัยไดกำหนดขั้นตอนในการดำเนินการ 3 ข้ันตอนยอย
ดงั น้ี

1.1 ศกึ ษาสภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการวิเคราะหเอกสาร มีขอบเขตการวิจัย ดงั น้ี

1.1.1 แหลงขอมูล คือ เอกสาร ตำรา งานวิจัยท่ีเก่ียวของกับการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning

1.1.2 ตัวแปรท่ีศกึ ษา คือ สภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
1.2 ศกึ ษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสนทนากลมุ มขี อบเขตการวจิ ัย ดังนี้

1.2.1 กลุม ผูใ หข อมูล
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา

และขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 คน ท่ีมีความรู

4

ความสามารถ เขาใจการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยผูวิจัยเลือกแบบเจาะจง
(Purposive sampling)

1.2.2 ตวั แปรทีศ่ กึ ษา คือ สภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
1.3 ศึกษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กดั กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสอบถาม มขี อบเขตการวิจัย ดงั นี้

1.3.1 ประชากร
ประชากร คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา

และขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ
กลุมตัวอยาง คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา

และขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 3,137 คน
ขนาดของกลุมตัวอยางโดยใชเกณฑตามตาราง Krejcie and Morgan (1970) และไดมาดวยการสุม
แบบแบง ชนั้ (Stratified random sampling)

1.3.2 ตัวแปรท่ีศกึ ษา คือ สภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ระยะที่ 2 ศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ

การศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ผวู จิ ัยไดก ำหนดขอบเขตการวจิ ยั ดงั นี้

2.1. กลมุ ผใู หข อมูล
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูบริหารสถานศึกษา และขาราชการครูและบุคลากร

ทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานเก่ียวของกับดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธิการ

2.2 ตัวแปรทีศ่ กึ ษา คือ
2.2.1 สภาพการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
2.2.2 แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
ระยะที่ 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
การจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ผวู จิ ยั ไดก ำหนดขอบเขตการวิจยั ดงั นี้
3.1 แหลง ขอมลู / กลุมผูใหขอ มลู

5

แหลงขอมูล คือ ขอมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการจัดการเรยี นการ
สอนแบบ Active Learning ที่มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู
เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดความสนใจของกระทรวงศึกษาธิการ
และผลการศึกษาในระยะที่ 1 และระยะที่ 2

กลุมผูใหขอมูล คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
และขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 คน ที่มีความรู
ความสามารถ เขาใจการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยผูวิจัยเลือกแบบเจาะจง
(Purposive sampling)

3.2 ตัวแปรท่ีศึกษา คือ ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ

ประโยชนท่ีคาดวาจะไดรับ
1. ไดขอมูลสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด

กระทรวงศึกษาธิการ
2. ไดขอมูลสภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
3. ไดขอเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

ของกระทรวงศึกษาธิการ

นิยามศัพทเ ฉพาะ
1. สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด

กระทรวงศึกษาธิการ หมายถึง กระบวนการ วิธีการ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน
ของสถานศกึ ษา ที่จัดการเรยี นการสอนใหนักเรียน โดยมุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมสี ว นรว มสรางสรรค
การเรียนรู เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ ของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

2. แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ หมายถึง ปจจัย ความตองการ แนวทางกระบวนการ วิธีการ
ขั้นตอนการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการใหเปนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเปาหมายมุงเนนใหผูเรียน
ทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตาม
ความถนดั และความสนใจ

6

3. สภาพการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ หมายถึง การบริหาร การจัดการ แนวทางวิธีการ ขั้นตอนการดำเนินงาน
จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเปาหมาย
มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนา
ตนเองตามความถนัดและความสนใจ ดวยการวางแผน การปฏิบัติ การตรวจสอบ การปรับปรุงแกไข
และการดำเนนิ งาน

4. ขอเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ หมายถึง ขอเสนอ แนวทางการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning เพ่ือใหบรรลุเปาหมาย โดยมุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรค
การเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ

5. เด็กนักเรียน หมายถึง บุคคลที่มีอายุต่ำกวาสิบแปดปบริบูรณแตไมรวมถึงผูท่ีบรรลุนิติ
ภาวะดวยการสมรส และเปนเด็กนักเรียนซ่ึงกำลังรับการศึกษาที่อยูในความดูแลของหนวยงาน
การศึกษาสงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร

6. ผูบริหารการศึกษา หมายถึง ผูดำรงตำแหนงศึกษาธกิ ารจังหวัด ผูอำนวยการสำนักงาน
เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา

7. ผูบริหารหนวยงานการศึกษา หมายถึง ผูดำรงตำแหนง ผูอำนวยการโรงเรียน
ผอู ำนวยการวทิ ยาลัย ของสถานศึกษาท้งั ของรฐั และเอกชน

8. ครผู สู อน หมายถึง ผทู ำหนา ที่สอนหนงั สือในสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
9. บุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ผูทำหนาที่สงเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษา
ของสถานศกึ ษา
10. สถานศึกษา หมายถึง โรงเรียน ศูนยการเรียน หนวยงานทางการศึกษาหรือหนวยงาน
อ่นื ของรัฐหรือเอกชน ที่มีอำนาจหนาที่หรือมีวตั ถุประสงคในการจัดการศึกษา ซ่ึงอยภู ายใตการกำกับ
ดแู ลของกระทรวงศึกษาธกิ าร

7

บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ัยที่เกีย่ วของ

การศึกษา เร่ือง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีการศึกษาแนวคิด หลักการ ทฤษฎี และงานวิจัย
ท่ีเก่ียวของ ดงั นี้

1. ความเชอ่ื มโยงของ แผน 3 ระดบั
2. แนวคิดและทฤษฎขี องการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
3. การตรวจราชการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลของผตู รวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
4. นโยบายการตรวจราชการและติดตามผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2565
5. งานวิจยั ทเ่ี ก่ียวของ

1. ความเชื่อมโยงของ แผน 3 ระดับ
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใชเมื่อวันท่ี 6 เมษายน

พ.ศ. 2560 และหมวดนโยบายแหงรัฐ กำหนดใหประเทศมียุทธศาสตรชาติเพื่อเปนกรอบ
ในการพัฒนาประเทศอยางย่ังยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใชเปนกรอบจัดทำแผนระดับตาง ๆ
ใหสอดคลองและบูรณาการเพื่อเปนพลังผลักดันรวมกันสูเปาหมายใหประเทศบรรลุวิสัยทัศน
“ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” โดยประเดน็ ยทุ ธศาสตรช าตดิ า นการพฒั นาและเสริมสรางศกั ยภาพทรพั ยากร
มนุษย ในการพัฒนาเพื่อใหคนไทยในอนาคต มีความพรอมทั้งดานรางกาย จิตใจ และสติปญญา
มีทักษะท่ีจำเปนในศตวรรษท่ี 21 มีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ีสาม และมีคุณธรรม
และเมื่อวันท่ี 8 ธันวาคม.2563 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ (ราง) แผนการปฏิรูปประเทศ
(ฉบับปรับปรุง) ที่เนนกิจกรรม Big Rock ดานการศึกษาสำคัญ 5 Big Rock คือ (1) การสรางโอกาส
และความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแตระดับปฐมวัย โดยกำหนดหนวยงานรับผิดชอบหลัก
(2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสูการเรียนรูฐานสมรรถนะเพ่ือตอบสนองการเปลี่ยนแปลง
ในศตวรรษท่ี 21 (3) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ใหมีคุณภาพมาตรฐาน (4) การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เนนการฝกปฏิบัติ
อยางเต็มรูปแบบนำไปสูการจางงานและการสรางงาน และ (5) การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบ
ธรรมาภิบาล ของสถาบันอุดมศึกษาเพ่ือสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได
ปานกลางอยางย่ังยืน กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตองดำเนินการ

8

ถายทอดยุทธศาสตรดังกลาวขางตนสูการปฏิบัติ ดวยการจัดทำเปนแผนปฏิบัติราชการ ซ่ึงเปนแผน
ของหนวยงาน เรียกวา แผนระดบั ที่ 3 โดยความรวมมือของหนวยงานที่เก่ียวของตามภารกจิ ในระดับ
กระทรวงสูพ้ืนทอ่ี ยางเปนรปู ธรรมและมปี ระสิทธิภาพ

เมื่อวันท่ี 25 กุมภาพันธ 2564 เผยแพรประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เร่ือง การประกาศ
แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแลวสำหรับดานการศึกษา
(หนา 293 - 323) กำหนดเปาหมายเพือ่ ใหผเู รยี นทกุ กลุมวยั ไดรบั การศึกษาท่ีมคี ุณภาพตามมาตรฐาน
มีทักษะที่จำเปนของโลกอนาคต สามารถแกปญหา ปรับตัว ส่ือสาร และทำงานรวมกับผูอื่นไดอยาง
มีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต และเปนพลเมืองที่รูสิทธิและหนาที่
มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภาคภูมิใจในความเปนไทย มีวัตถุประสงค
ทีส่ ำคญั 3 ดา น คอื ลดความเหลือ่ มลำ้ ยกระดบั คณุ ภาพ และเพม่ิ ขดี ความสามารถในการแขง ขนั

1.1 ยทุ ธศาสตรช าติ 20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580)
รฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติใหรัฐพึงจัดใหมียุทธศาสตรชาติ

เปนเปาหมายการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพ่ือใชเปนกรอบในการจัดทำแผน
ตาง ๆ ใหสอดคลองและบูรณาการกันเพ่ือใหเกิดเปนพลังผลักดันรวมกันไปสูเปาหมายวิสัยทัศน
“ประเทศไทย มีความมั่นคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง” เปาหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข
เศรษฐกิจพัฒนาอยางตอเนื่อง สังคมเปนธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยมียุทธศาสตร
การพัฒนาประเทศ จำนวน 6 ยุทธศาสตร ทสี่ ำคญั ดังนี้

การพัฒนาประเทศในชวงระยะเวลาของยุทธศาสตรชาติ จะมุงเนนการสรางสมดุล
ระหวางการพฒั นาเศรษฐกจิ สังคม และส่ิงแวดลอ ม โดยประกอบดวย 6 ยทุ ธศาสตร ไดแ ก

1) ยทุ ธศาสตรช าตดิ า นความมนั่ คง
2) ยุทธศาสตรช าตดิ านการสรา งความสามารถในการแขงขัน
3) ยุทธศาสตรชาตดิ า นการพัฒนาและเสรมิ สรา งศักยภาพทรพั ยากรมนษุ ย
4) ยุทธศาสตรชาตดิ า นการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
5) ยุทธศาสตรชาติดา นการสรา งการเติบโตบนคุณภาพชวี ติ ที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม
6) ยุทธศาสตรช าตดิ านการปรับสมดลุ และพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครฐั
โดยมีเปาหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข
เศรษฐกจิ พฒั นาอยางตอ เน่ือง สงั คมเปนธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยัง่ ยนื ” โดยยกระดบั ศกั ยภาพ
ของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกชวงวัยใหเปนคนดี เกง และมีคุณภาพ
สรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม

9

และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชนสวนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนา
ตามยุทธศาสตรชาติ 20 ป ประกอบดว ย

1) ความอยูดีมีสขุ ของคนไทยและสงั คมไทย
2) ขีดความสามารถในการแขง ขนั การพฒั นาเศรษฐกจิ และการกระจายรายได
3) การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ยข องประเทศ
4) ความเทา เทียมและความเสมอภาคของสงั คม
5) ความหลากหลายทางชวี ภาพ คณุ ภาพสงิ่ แวดลอม และความยงั่ ยนื ของทรัพยากร

ธรรมชาติ
6) ประสทิ ธิภาพการบริหารจัดการและการเขาถึงการใหบ รกิ ารของภาครฐั
1.2 แผนแมบ ทภายใตยุทธศาสตรชาติ
แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ เปนแผนแมบทเพ่ือบรรลุเปาหมายตามท่ีกำหนดไว
ในยุทธศาสตรชาติ มีผลผูกพันตอหนวยงานของรัฐท่ีเก่ียวของจะตองปฏิบัติใหเปนไปตามน้ัน รวมท้ัง
การจัดทำงบประมาณรายจายประจำปตองสอดคลองกับแผนแมบทดวย โดยแผนแมบทภายใต
ยุทธศาสตรชาติ ประกอบดวย 23 ประเด็น 62 แผนยอย (ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง
การประกาศแผนแมบทภายใตยทุ ธศาสตรชาติ พ.ศ. 2561 - 2580) ณ วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2562
ซ่งึ เก่ยี วขอ งกับการศกึ ษา ดังนี้

ประเด็นแผนแมบ ทภายใต เปาหมายแผนแมบทภายใตย ุทธศาสตรชาติ
ยุทธศาสตรชาติ

1) ประเด็นการพฒั นาการเรยี นรู เปาหมายแผนหลกั
1. คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพ่ิมขึ้น

มที ักษะท่ีจำเปนของโลกศตวรรษท่ี 21 สามารถในการแกปญ หา
ปรับตัว ส่ือสาร และทำงาน รวมกับผูอ่ืนไดอยางมีประสิทธิผล
เพ่มิ ข้ึน มีนิสัยใฝ เรยี นรูอยา งตอ เนอ่ื งตลอดชวี ติ

2. คนไทยไดรับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัด
และความสามารถของพหุปญญาดีขน้ึ

2) ประเด็นการพัฒนาศักยภาพ เปา หมายแผนหลกั

คนตลอดชว งชีวติ คนไทยทุกชวงวัยมีคุณ ภาพเพ่ิมขึ้น ไดรับการพัฒนา

อยางสมดุล ทั้งดานรางกาย สติปญญา และคุณธรรม จริยธรรม

เปนผูท่ีมีความรู และทักษะในศตวรรษท่ี 21 รักการเรียนรู

อยางตอเนื่องตลอดชวี ติ

10

ประเด็นแผนแมบทภายใต เปาหมายแผนแมบทภายใตย ุทธศาสตรช าติ
ยุทธศาสตรช าติ

เปา หมายแผนยอ ย
วัยเรียน/วัยรุน มีความรู และทักษะในศตวรรษที่ 21

ครบถวน รูจักคิด วิเคราะห รักการเรียนรู มีสำนึกพลเมือง

มีความกลาหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแกปญหา
ปรับตัว สื่อสาร และทำงานรวมกับผูอ่ืนไดอยางมีประสิทธิผล

ตลอดชวี ติ ดีขึ้น

3) ประเด็นการบริการประชาชน เปาหมายแผนหลัก

และประสทิ ธภิ าพภาครฐั 1. บรกิ ารของรัฐมีประสทิ ธิภาพและมีคณุ ภาพเปนทีย่ อมรับ

ของผูใชบ ริการ

2. ภาครัฐมีการดำเนินการท่ีมีประสิทธิภาพดวยการนำ

นวัตกรรม เทคโนโลยีมาประยุกตใช

1.3 แผนแมบทเฉพาะกิจภายใตยุทธศาสตรชาติอันเปนผลมาจากสถานการณโควิด 19
พ.ศ. 2564 – 2565

แผนแมบทเฉพาะกิจภายใตยุทธศาสตรชาติฯ มีเปาหมายสำคัญ คือ “คนสามารถ

ยงั ชีพอยไู ดมงี านทำ กลุมเปราะบางไดรับการดูแลอยางท่ัวถึง สรางอาชีพและกระจายรายไดส ูทองถิ่น

เศรษฐกิจประเทศฟน ตวั เขา สภู าวะปกติ และมีการวางรากฐานเพ่อื รองรบั การปรบั โครงสรางเศรษฐกจิ
ใหม” โดยไดร ะบุประเด็นการพัฒนา 4 ประการ ทค่ี วรใหความสำคญั เปนพิเศษในระยะ 2 ปขางหนา

เพื่อเสริมสรางศักยภาพในการฟนฟูและขับเคล่ือนประเทศใหสามารถ “ลมแลว ลุกไว หรือ
Resilience” โดย 4 ประเด็นการพัฒนา ประกอบดวย 1. การเสริมสรางความเขมแข็งของเศรษฐกิจ

ฐานรากภายในประเทศ (Local Economy) 2. การยกระดับขีดความสามารถของประเทศเพื่อรองรับ

การเติบโตอยางย่ังยืนในระยะยาว (Future Growth) 3. การพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต
ของคนใหเปนกำลังหลักในการขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศ (Human Capital) 4.การปรับปรุง

และพัฒนาปจจัยพืน้ ฐานเพื่อสงเสริมการฟน ฟแู ละพัฒนาประเทศ (Enabling Factors)
1.4 แผนปฏิรปู ประเทศดานการศกึ ษา (ฉบับปรังปรงุ )
การปฏิรูปการศึกษา มุงเนนการยกระดบั คุณภาพการจัดการศกึ ษา ลดความเหลื่อมล้ำ

ทางการศึกษาและปฏิรูประบบการศึกษาใหมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับความหลากหลาย
ของการจัดการศึกษาและตอบโจทยการพัฒนาของโลกอนาคต โดยมีเปาหมายเพ่ือใหผูเรียน

ทุกกลุมวัยไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเปนของโลกอนาคต สามารถ

11

แกปญหา ปรับตัวสื่อสาร และทำงานรวมกับผูอ่ืนไดอยางมีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝเรียนรู
อยางตอเน่ืองตลอดชีวิต และเปนพลเมืองที่รูสิทธิและหนาที่มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ
มีความรักและความภาคภูมิใจในความเปนไทย ซ่ึงแผนการปฏิรูปประเทศดานการศึกษา
ฉบับปรับปรุงนี้ มุงเนนกิจกรรมปฏิรูปที่จะสงผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษา
ท่จี ะกอ ใหเกิดประโยชนตอผูเรยี น ประชาชนอยางมีนัยสำคัญ 5 กิจกรรม โดยพิจารณาความเชื่อมโยง
กับแผนการปฏิรูปประเทศดานการศึกษาที่คณะรัฐมนตรีมีมติเม่ือวันที่ 7 พฤษภาคม 2562
ประกอบดวย 7 เรื่อง 29 ประเด็น 131 กิจกรรม ซึ่งหนวยงานรับผดิ ชอบไดขับเคลื่อนการดำเนินการ
บางกิจกรรมไปแลว สำหรับกิจกรรมปฏิรูป 5 กิจกรรม ที่กำหนดใหมและแผนงานเดิมยังมุงเนน
การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ลดความเหล่ือมล้ำทางการศึกษา มุงสูความเปนเลิศ
และสรางขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศซ่ึงจะสงผลใหเกิดการเปล่ียนแปลงประเทศ
อยางมีนัยสำคัญ 5 กิจกรรม ประกอบดว ย

1) การสรางโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาต้งั แตร ะดบั ปฐมวยั
2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสูการเรียนรูฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนอง
การเปล่ยี นแปลงในศตวรรษท่ี 21
3) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ใหม คี ณุ ภาพมาตรฐาน
4) การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอ่ืน ๆ ท่ีเนนการฝกปฏิบัติอยางเต็ม
รูปแบบ นำไปสกู ารจางงานและการสรางงาน
5) การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา
เพื่อสนับสนนุ การพฒั นาประเทศไทยออกจากกับดักรายไดป านกลางอยางยัง่ ยนื
ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกลาวจะสงผลใหประชาชน/ผูเรียนทุกกลุมวัยจะไดรับ
การศกึ ษาทีม่ ีคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีทกั ษะท่ีจำเปนของโลกอนาคต สามารถแกปญ หา ปรบั ตัว
สือ่ สาร และทำงานรวมกับผูอ่ืนไดอยางมีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝเรียนรู อยางตอเน่ืองตลอดชีวิต
รวมทั้งเปนพลเมืองท่ีรูสิทธิและหนาที่ มีความรับผิดชอบ และมีจิตสาธารณะ เปนกำลังสำคัญ
ในการขบั เคลื่อนประเทศใหบรรลเุ ปาหมายยุทธศาสตรช าตติ อไป
1.5 แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564)
หลักการพัฒนาประเทศที่สำคัญในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 ยึดหลัก “ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเปนศูนยกลางการพัฒนา” ท่ีตอเนื่อง
จากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 - 11 และยึดหลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดความเหลื่อมล้ำ
และขับเคลื่อนการเจรญิ เติบโตจากการเพิ่มผลิตภาพการผลิตบนฐานการใชภ มู ิปญญาและนวัตกรรม

12

วตั ถุประสงค
1) เพื่อวางรากฐานใหคนไทยเปนคนที่สมบูรณ มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบ

วินัย คานิยมท่ีดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพท่ีดี ครอบครัวอบอุน
ตลอดจนเปนคนเกง ท่มี ีทักษะความรคู วามสามารถและพัฒนาตนเองไดตอ เนือ่ งตลอดชีวติ

2) เพ่ือใหคนไทยมีความม่ันคงทางเศรษฐกิจและสังคม ไดรับความเปนธรรม
ในการเขาถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมที่มีคุณภาพ ผูดอยโอกาสไดรับการพัฒนาศักยภาพ
รวมทั้งชมุ ชนมีความเขมแขง็ พง่ึ พาตนเองได

3) เพื่อใหเศรษฐกิจเขมแข็ง แขงขันได มีเสถียรภาพ และมีความยั่งยืน
สรางความเขมแข็งของฐานการผลิตและบริการเดิมและขยายฐานใหมโดยการใชนวัตกรรมที่เขมขน
มากขึ้น สรางความเขมแขง็ ของเศรษฐกิจฐานราก และสรางความม่ันคงทางพลงั งาน อาหาร และน้ำ

4) เพ่ือรักษาและฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพส่ิงแวดลอมใหสามารถ
สนับสนุนการเติบโตท่เี ปนมิตรกับสงิ่ แวดลอ มและการมคี ณุ ภาพชวี ติ ที่ดขี องประชาชน

5) เพ่ือใหการบริหารราชการแผนดินมีประสิทธิภาพ โปรงใส ทันสมัย และ
มกี ารทำงานเชงิ บูรณาการของภาคกี ารพัฒนา

6) เพ่ือใหมีการกระจายความเจริญไปสูภูมิภาค โดยการพัฒนาภาคและเมือง
เพอื่ รองรบั การพฒั นายกระดบั ฐานการผลิตและบริการเดมิ และขยายฐานการผลิตและบริการใหม

7) เพื่อผลักดันใหประเทศไทยมีความเช่ือมโยงกับประเทศตาง ๆ ทั้งในระดับ
อนุภูมิภาค ภูมิภาค และนานาชาติไดอยางสมบูรณและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งใหประเทศไทย
มบี ทบาทนำและสรางสรรคใ นดานการคา การบริการ และการลงทุนภายใตกรอบความรวมมือตาง ๆ
ท้งั ในระดับอนภุ ูมิภาคภมู ภิ าค และโลก

เปาหมายรวม
เพ่ือใหเปนไปตามวัตถุประสงคดังกลาว ไดกำหนดเปาหมายรวมการพัฒนา

ของแผนพัฒนาฯ ฉบบั ที่ 12 ประกอบดว ย
1) คนไทยมีคุณลักษณะเปน คนไทยท่สี มบูรณ
2) ความเหลอื่ มล้ำทางดา นรายไดแ ละความยากจนลดลง
3) ระบบเศรษฐกจิ มีความเขม แข็งและแขง ขนั ได
4) ทุนทางธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดลอมสามารถสนับสนุนการเติบโต

ที่เปนมติ รกบั ส่ิงแวดลอม มคี วามมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และนำ้
5) มีความม่ันคงในเอกราชและอธปิ ไตย สงั คมปลอดภัย สามัคคีสรา งภาพลกั ษณดี

และเพ่ิมความเชอื่ มน่ั ของนานาชาตติ อ ประเทศไทย

13

6) มีระบบบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย โปรงใสตรวจสอบได
กระจายอำนาจและมสี ว นรว มจากประชาชน

ยุทธศาสตรการพัฒนาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับท่ี 12
ประกอบดว ย 10 ยทุ ธศาสตร ไดแก

ยทุ ธศาสตรท ่ี 1 การเสรมิ สรางและพฒั นาศักยภาพทนุ มนุษย
ยุทธศาสตรท ี่ 2 การสรา งความเปน ธรรมลดความเหลอื่ มลำ้ ในสงั คม
ยุทธศาสตรท ี่ 3 การสรางความเขม แข็งทางเศรษฐกิจ และแขงขันไดอยา งยงั่ ยนื
ยุทธศาสตรท ่ี 4 การเตบิ โตที่เปน มิตรกับส่งิ แวดลอมเพ่อื การพัฒนาอยา งยั่งยนื
ยทุ ธศาสตรท่ี 5 การเสรมิ สรางความมั่นคงแหง ชาติเพ่อื การพัฒนาประเทศ

สูความม่งั คงั่ และย่งั ยนื
ยุทธศาสตรท ี่ 6 การบริหารจดั การในภาครฐั การปอ งกนั การทจุ ริตประพฤติมชิ อบ

และธรรมาภิบาลในสังคมไทย
ยุทธศาสตรท ่ี 7 การพัฒนาโครงสรา งพนื้ ฐานและระบบโลจิสติกส
ยทุ ธศาสตรท ่ี 8 การพฒั นาวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี วิจยั และนวัตกรรม
ยุทธศาสตรท ่ี 9 การพฒั นาภาค เมือง และพื้นทีเ่ ศรษฐกิจ
ยุทธศาสตรท่ี 10 ความรว มมอื ระหวา งประเทศเพือ่ การพัฒนา
1.6 แผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
แผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 เปนแผนท่ีวางกรอบเปาหมายและ
ทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุงจัดการศึกษาใหคนไทยทุกคนสามารถเขาถึงโอกาส
และความเสมอภาคในการศึกษาท่ีมีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
พัฒนาคนใหมีสมรรถนะในการทำงานท่ีสอดคลองกับความตองการของตลาดแรงงานและการพัฒนา
ประเทศ แนวคิดการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแหงชาติ ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษา
ประกอบดวย หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อ
ความเทาเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency
Economy) และหลักการมีสวนรวมของสังคม (All For Education) อีกท้ังยึดตามเปาหมาย
การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs 2030) ประเด็นภายในประเทศ
(Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนชวงวัย การเปล่ียนแปลงโครงสรางประชากรของประเทศ
ความเหล่ือมล้ำของการกระจายรายได และวิกฤติดานสิ่งแวดลอม โดยนำยุทธศาสตรชาติ
มาเปนกรอบความคิดสำคัญในการจัดทำแผนการศกึ ษาแหงชาติ โดยมสี าระสำคัญ ดงั นี้

14

วิสยั ทัศน คนไทยทกุ คนไดรับการศกึ ษาและเรียนรูต ลอดชวี ติ อยางมคี ณุ ภาพ ดำรงชีวติ
อยางเปนสุข สอดคลองกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษ
ที่ 21

วัตถุประสงค
1) เพ่ือพฒั นาระบบและกระบวนการจัดการศกึ ษาทีม่ คี ุณภาพและมปี ระสิทธิภาพ
2) เพ่ือพัฒนาคนไทยใหเปนพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะ

ที่สอดคลองกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ
และยทุ ธศาสตรช าติ

3) เพ่ือพัฒนาสังคมไทยใหเปนสังคมแหงการเรียนรู และคุณธรรม จริยธรรม
รูรักสามัคคี และรวมมือผนึกกำลังมุงสูการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

4) เพ่ือนำประเทศไทยกาวขามกับดักประเทศท่ีมีรายไดปานกลางและความเหลื่อมล้ำ
ภายในประเทศลดลง

ยุทธศาสตรการพัฒนาการศกึ ษา ประกอบดว ย 6 ยุทธศาสตรดงั น้ี
1) ยุทธศาสตรการจดั การศกึ ษาเพอ่ื ความม่นั คงของสังคมและประเทศชาติ
2) ยุทธศาสตรการผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสราง

ขีดความสามารถในการแขงขนั ของประเทศ
3) ยทุ ธศาสตรการพฒั นาศกั ยภาพคนทุกชว งวยั และการสรางสังคมแหงการเรียนรู
4) ยทุ ธศาสตรการสรา งโอกาส ความเสมอภาคและความเทา เทยี มทางการศกึ ษา
5) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาเพอื่ สรา งเสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปนมติ รกบั สิง่ แวดลอม
6) ยุทธศาสตรการพัฒนาประสิทธภิ าพของระบบบริหารจดั การศกึ ษา

เปา หมายการพฒั นาการศึกษา
1) การเขา ถึงการศึกษา (Access)
2) ความเทา เทียม (Equity)
3) ประสิทธิภาพ (Efficiency)
4) คุณภาพ (Quality)
5) ตอบโจทยบ ริบท ทเ่ี ปลีย่ นแปลง (Relevancy)

การขับเคล่ือนแผนการศึกษาแหงชาติสูการปฏบิ ตั ิ
1) สรางความรูความเขาใจใหทุกภาคสวนท่ีเกี่ยวของไดตระหนักถึงความสำคัญ

และพรอมเขารว มผลกั ดนั แผนการศึกษาแหงชาตไิ ปสูการปฏบิ ตั ิ

15

2) สรางความเช่ือมโยงระหวางแผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
ยุทธศาสตรชาติ นโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาการศึกษาระยะ 5 ป แผนปฏิบัติราชการระยะ 4 ป
และแผนปฏิบัตกิ ารประจาปข องหนวยงาน องคก ร

3) ปรับปรุงกฎ ระเบียบ และกฎหมายตาง ๆ ใหเอ้ือตอการขับเคล่ือนการพัฒนา
การศึกษาในระดบั ตาง ๆ

4) สรางชองทางใหประชาสังคมมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและมีสวนรวม
ในการจดั การศึกษาอยางกวางขวาง ทงั้ ระดบั นโยบายและพืน้ ท่ี

1.7 นโยบายการจัดการศึกษาของรฐั มนตรวี าการกระทรวงศกึ ษาธิการ
ตามที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธกิ าร (นางสาวตรีนุช เทยี นทอง) ไดมอบนโยบาย

และยุทธศาสตรในการปฏิบัติงานใหกับผูบริหารระดับสูง บุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ
และหนวยงานในกำกับ เพื่อเปนแนวทางในการขับเคล่ือนการจัดการศึกษาใหเกิดความเช่ือมั่น
และสรางความม่ันใจใหกับสังคมโดยมอบหลักการทำงาน นโยบายหลัก และนโยบายเรงดวน
ดังตอไปน้ี

ขอ 1 การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรูใหทันสมัย และทัน
การเปลย่ี นแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21

ขอ 2 การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารยในระดับการศึกษา
ขั้นพน้ื ฐานและอาชวี ศกึ ษาใหม ีสมรรถนะทางภาษาและดจิ ิทัล

ขอ 3 การปฏิรูปการเรียนรูดวยดิจิทัลผานแพลตฟอรมการเรียนรูดวยดิจิทัล
แหง ชาติ (NDLP) และการสงเสริมการฝก ทกั ษะดจิ ทิ ลั ในชวี ติ ประจำวัน

ขอ 4 การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการสงเสริม
สนับสนุนสถานศึกษาใหมีความเปนอิสระและคลองตัว การกระจายอำนาจการบริหารและการจัด
การศกึ ษาโดยใชจ ังหวัดเปนฐาน

ขอ 5 การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พรอมจัด
ทดสอบวัดความรแู ละทกั ษะทีจ่ ำเปนในการศึกษาตอ ระดับอุดมศกึ ษาท้งั สายวชิ าการและสายวิชาชพี

ขอ 6 การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรใหท่ัวถึงทุกกลุมเปาหมาย รวมถึง
การระดมทรพั ยากรทางการศกึ ษาจากความรว มมือทกุ ภาคสวน

ขอ 7 การนำกรอบคุณวุฒิแหงชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอางอิงอาเซียน
(AQRF) สกู ารปฏบิ ตั ิ

ขอ 8 การพัฒนาเด็กปฐมวัยใหไดรับการดูแลและพัฒนากอนเขารับการศึกษา
เพอื่ พฒั นารางกาย จติ ใจ วนิ ยั อารมณส งั คม และสตปิ ญ ญาใหส มกบั วัย

ขอ 9 การศกึ ษาเพอ่ื อาชพี และสรางขดี ความสามารถในการแขง ขันของประเทศ

16

ขอ 10 การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยดวยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี
ทีท่ ันสมัยมาใชใ นการจัดการศกึ ษาทุกระดับการศกึ ษา

ขอ 11 การเพ่ิมโอกาสและการเขาถึงการศึกษาท่ีมีคุณภาพของกลุมผูดอยโอกาส
ทางการศกึ ษา และผูเรียนที่มีความตองการจำเปนพเิ ศษ

ขอ 12 การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการ
เรียนรตู ลอดชีวติ และการมสี ว นรวมของผูม ีสวนเกี่ยวของ

2. แนวคิดและทฤษฎขี องการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนกระบวนการเรียนการสอนท่ีสงเสริม

ใหผูเรียนมีสวนรวมในช้ันเรียน สรางปฏิสัมพันธระหวางครูผูสอนกับผูเรียน มุงใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ
โดยมีครูเปนผูอำนวยความสะดวก (Facilitator) สรางแรงบันดาลใจ ใหคำปรึกษา ดูแล แนะนำ
ทำหนาท่ีเปนโคชและพี่เลี้ยง (Coach & Mentor) แสวงหาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรูและแหลง
เรียนรูท่ีหลากหลายใหผูเรียนไดเรียนรูอยางมีความหมาย (Meaningful learning) ผูเรียนสราง
องคค วามรูได มีความขาใจในตนเอง ใชสตปิ ญญา คิด วิเคราะห สรา งสรรคผลงานนวตั กรรมที่บงบอก
ถึงการมีสมรรถนะสำคัญในศตวรรษท่ี 21 มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ
บรรลุเปา หมายการเรียนรูตามระดับชว งวยั (สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน, 2562)

สุระ บรรจงจิตร (2551) ไดกลาวถึงทฤษฎีการเรียนรูกับรูปแบบการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ไววา ศาสตรเก่ียวกับการเรียนรูไดมีการพัฒนาอยางตอเน่ืองควบคูไปกับ
การพัฒนาดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี โดยในชวงแรกของการศกึ ษาเก่ียวกบั พฤติกรรมการเรียนรู
ของมนุษยเปนการศึกษาในเชิงพฤติกรรมศาสตร โดยนักพฤติกรรมศาสตรในชวงตนศตวรรษที่ 20
ไดใหนิยาม การเรียนรูวาเปน “กระบวนการที่เช่ือมโยงระหวางสิ่งเรา (Stimuli) กับการตอบสนอง
(Responses) โดยแรงจูงใจใหเกิดการเรียนรูมักมีที่มาจากความตองการพื้นฐาน” เชน การเรียนรู
ท่ีจะหาอาหารมาจากสิ่งเรา คือ ความหิว เปนตน อยางไรก็ดีนิยามของการเรียนรูในเชิงพฤติกรรม
ศาสตรยังไมสามารถอธิบาย องคประกอบอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวของกับการเรียนรูได เชน การทำความเขาใจ
และการใชเหตุผล เปนตน ตอมาเม่ือการพัฒนาดานวิทยาศาสตรการรูคิด (Cognitive Science)
ในชวงกลางศตวรรษท่ี 20 ไดมีการศึกษาเกี่ยวกับการเรียนรูในเชิงสหวิทยาการ (Multidisciplinary)
มากย่ิงข้ึน โดยรวมเอาความรูในสาขาวิชาตาง ๆ เชน มานุษยวิทยา จิตวิทยา ประสาทวิทยา
และวิทยาการคอมพิวเตอรมาประยุกตเพื่อศึกษาและทำความเขาใจเก่ียวกับกระบวนการเรียนรู
ของมนุษย โดยการเรียนรูในมุมมองของวิทยาศาสตร การรูคิดมีความหมายท่ีครอบคลุมมากกวา
นิยามเดิม กลาวคือ เปนความสามารถในการจดจำ การทำความเขาใจ การจัดโครงสรางความรู
และการถายทอดเพื่อนำความรูที่มีไปใชในการแกปญหา อยางไรก็ดีศาสตรเก่ียวกับการเรียนรู

17

ของมนุษยยังไมไดขอยุติและยังคงอยูในระหวางการศึกษาคนควาของนักวิทยาศาสตรอยางตอเน่ือง
เพ่อื ใหเ กดิ ความเขาใจทลี่ กึ ซ้ึงและชดั เจนมากยง่ิ ข้นึ

จากความกาวหนาดานวิทยาศาสตรการรูคิดในปจจุบัน นักวิทยาศาสตรไดแบงประเภท
ของความจำท่เี กีย่ วของกบั การเรยี นรอู อกเปน 2 ประเภท คือ ความจำระยะส้ัน (Working Memory)
และความจำระยะยาว (Long-Term Memory) โดยความจำระยะสั้น คือ สวนของความจำที่ใช
ในการคิด ประมวลผล จากการศึกษาของ Peterson and Peterson และ Miller พบวา ความจำ
ระยะส้ันสามารถเก็บขอมูลไดไมเกิน 7 ขอมูล และขอมูลในความจำระยะสั้นจะถูกลืมไปภายใน
30 วินาที หากไมมีการทบทวน สวนความจำระยะยาว คือ สวนของความจำที่เก็บขอมูลจำนวนมาก
ซึ่งขอมูลเหลานี้มีอิทธิพลสำคัญตอการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของมนุษย การศึกษาเก่ียวกับ
การเรยี นรูและประเภทของความจำดังท่กี ลา วมาขา งตนไดนำไปสคู วามเขา ใจในความแตกตางระหวาง
ผูเร่ิมตน (Novice) กับผูเช่ียวชาญ (Expert) โดยคณะทำงานเพ่ือพัฒนาวิทยาศาสตรในการเรียนรู
(Committee on Developments in the Science of Learning) ของสภาการวิจัยแหงชาติ
ของสหรัฐอเมริกาไดใหนิยามของผูเชี่ยวชาญวาเปน “ผูท่ีสามารถคิดไดอยางมีประสิทธิผลเกี่ยวกับ
การแกปญหาในสาขาความชำนาญน้ัน ซึ่งการศึกษาความแตกตางระหวางผูเริ่มตน กับผูเชี่ยวชาญนั้น
มีวตั ถุประสงคเพื่อนำไปสกู ารพัฒนาความสามารถในการคดิ และแกปญ หาซ่ึงเปนหนึ่งในองคป ระกอบ
ของการเรียนรู โดยจากการศึกษาพบวา ผูเชี่ยวชาญมีความแตกตางจากผูเริ่มตนตรงที่ผูเช่ียวชาญ
มีขอมูลท่ีเก่ียวของกับสาขาความเช่ียวชาญอยูภายในความจำระยะยาวมากเพียงพอท่ีจะสามารถ
แยกแยะรูปแบบของขอมูลท่ีสำคัญได นอกจากน้ีผูเชี่ยวชาญยังมีแนวโนมในการจัดเก็บความรูท่ีดี
โดยจัดขอมูลที่มีลักษณะเปนขอมูลปลีกยอยไวรอบขอมูลท่ีเปนหัวขอสำคัญ ซึ่งการจัดเก็บขอมูล
ดังกลาวชวยใหผูเช่ียวชาญสามารถดึงขอมูลท่ีเกี่ยวของออกมาจากฐานขอมูลขนาดใหญในความจำ
ระยะยาวเพื่อนำมาใชงานไดอ ยางรวดเร็ว

ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรูท่ีเก่ียวของกับวิทยาศาสตรการรูคิดอีกทฤษฎีหน่ึงคือ ทฤษฎี
การจัดหมวดหมูวัตถุประสงคของการศึกษา (Taxonomy of Educational Objectives) ซ่ึงทฤษฎีนี้
จัดแบงหมวดหมูวัตถุประสงคของการศึกษาในดานการรูคิด (Cognitive Domain) ไว 5 ระดับ
โดยวตั ถุประสงคใน 3 ระดับแรก ประกอบดว ยวัตถุประสงคข ั้นตอน ดงั นี้

1. ความรู หมายถึง ความสามารถในการจดจำขอเท็จจริง แนวคิด และหลักการ
ดวยการทอ งจำ

2. ความเขาใจ หมายถึง ความสามารถในการตีความและทำความเขาใจความหมาย
ของสิง่ ทีจ่ ำไดในมมุ มองของผูเ รียนเอง

3. การนำไปใช หมายถึง การนำความรูแ ละความเขาใจทีม่ ีไปปรับใชในชีวติ ประจำวัน

18

จะเห็นไดวาวัตถุประสงคแ ตละระดับเปนพื้นฐานท่ีจะนำไปสวู ัตถุประสงคในระดับตอ ๆ ไป
โดยวัตถุประสงคข้ันตอน 3 ระดับแรกน้ี เปนพื้นฐานท่ีจำเปนสำหรับวัตถุประสงคของการศึกษา
ในข้ันสงู อีก 3 ระดับ ดงั นี้

4. การวิเคราะห หมายถึง ความสามารถในการแยกองคประกอบยอยของความรูท่ีมี
และทำความเขาใจแตล ะองคป ระกอบนนั้ ได

5. การประเมินคา หมายถึง ความสามารถในการประเมินผลงานท่ีเกี่ยวของกับความรู
ทีม่ ดี วยเกณฑการตดั สินทเ่ี หมาะสม

6. การสังเคราะห หมายถึง ความสามารถในการสรางสรรคความรูใหมจากพื้นฐาน
ของความรูเดิมท่ีมีอยู ซ่ึงในเอกสารตนฉบับเดิมของ Bloom จัดการสังเคราะหไวที่ระดับท่ี 5
แตน ักวทิ ยาศาสตรก ารรคู ดิ สมัยใหมน ยิ มทีจ่ ะจดั การสงั เคราะหเปนวตั ถปุ ระสงคร ะดบั สูงสดุ เน่ืองจาก
ในปจ จุบันเปน ที่ยอมรบั กันวาการสังเคราะหส ่งิ ใหมเ ปนงานทย่ี ากกวา การประเมนิ คา สิง่ ที่มอี ยแู ลว

จากความกาวหนา ดานวิทยาศาสตรก ารรคู ิด ทำใหเ กิดแนวความคิดในการเรียนรแู ขนงใหม
ขึ้นมาเรียกวา Constructivist ซึ่งเปนที่มาของแนวความคิดการเรียนรูแบบ Active Learning
โดยแนวคิด Constructivist มีนิยามของการเรียนรูวา เปนการสรางขอมูลใหมในความจำระยะยาว
ดวยการนำขอมูลท่ีไดรับในความจำระยะสั้นไปผสมผสานกับขอมูลที่มีอยูแลวในความจำระยะยาว
ดังน้ัน ผูเรียนจึงเปนผูสรางความรูจากขอมูลท่ีไดรับมาใหมดวยการนำไปประกอบกับประสบการณ
สวนตัวที่ผานมาในอดีต ซ่ึงตัวผูเรียนเองจะมีบทบาทสำคัญที่สุดในการเรียนรูและการจัดองคความรู
ในความจำระยะยาวของตนเอง ดวยเหตุนี้ผูท่ีสนับสนุนแนวคิดน้ีจึงเนนกระบวนการเรียนรู
ท่ีเปดโอกาสใหผูเรียนไดมีโอกาสเรียนรูจากประสบการณดวยการลงมือปฏิบัติ การแกปญหา
และการทำงานเปน กลุม มากกวาการนงั่ ฟงผูสอนในหองเรียน ซึ่งแนวคิดนไ้ี ดพ ัฒนาตอมาเปนรปู แบบ
การเรียนรแู บบ Active Learning

2.1 ความหมายของการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
Active Learning เปนกระบวนการจัดการเรียนรูตามแนวคิดการสรางสรรค

ทางปญญา (Constructivism) ท่ีเนนกระบวนการเรียนรูมากกวาเนื้อหาวิชา เพื่อชวยใหผูเรียน
สามารถเช่ือมโยงความรูหรือสรางความรูใหเกิดขึ้นในตนเองดวยการลงมือปฏิบัติจริงผานส่ือ
หรือกิจกรรมการเรียนรูท่ีมีครูผูสอนเปนผูแนะนำ กระตุน หรืออำนวยความสะดวก ใหผูเรียน
เกิดการเรียนรูขนึ้ โดยกระบวนการคดิ ขนั้ สูง (Higher order thinking) กลา วคือ ผูเ รยี นมกี ารวเิ คราะห
สังเคราะห และการประเมินคาจากส่ิงท่ีไดรับจากกิจกรรมการเรียนรู ทำใหการเรียนรูเปนไป
อยางมีความหมาย และนำไปใชในสถานการณอ่ืน ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ (สถาพร พฤฑฒิกุล,
2558) นักการศึกษาทั้งในและตางประเทศไดกลาวถึง ความหมายของคำวา Active Learning เอาไว

19

โดยนักการศึกษาของประเทศไทยใชคำภาษาไทยคำวา “การเรียนเชิงรุก” แทน Active Learning
ซึ่งมีการนิยามความหมายดงั ตอ ไปน้ี

Bonwell (2003) กลาววา Active Learning หมายถึง การเรียนท่ีเนนใหผูเรียน
ไดปฏิบัติ และสรางความรูจากการลงมือปฏิบัติจริงในระหวางการเรียนการสอน สงผลใหผูเรียน
เชื่อมโยงความรูใหมก บั ความรเู ดมิ

Prince (2004) กลาววา การเรียนเชิงรุก หมายถึง กิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริม
พฤติกรรมการเรียนรูแบบมีสวนรวม โดยเปดโอกาสใหผูเรียนไดรวมแสดงความคิดเห็น ไดใชทักษะ
การพดู ฟง อาน เขียน และไตรตรองความคิด

Felder and Brent (2004) กลาววา Active Learning หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ก็ตาม
ท่ีเก่ียวของกับรายวิชาท่ีผูเรียนทุกคนไดถูกเรียกใหทำสิ่งตาง ๆ นอกเหนือจากการน่ังดู ฟง
และจดบันทึกอยา งเดยี ว

Gifkins (2015) ใหความหมายไววา เปนการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ผูเรียน
มีปฏิสัมพันธกับเน้ือหาในรูปแบบใด ๆ ท่ีสามารถแสดงความคิดผานกิจกรรมเพื่อการเรียนรูหรือ
ผ า น ก ร ะ บ ว น ก า ร จั ด ท ำ ข อ มู ล เพื่ อ ก ร ะ ตุ น ค ว า ม คิ ด เกี่ ย ว กั บ เนื้ อ ห า แ ท น ที่ จ ะ ถ า ย ท อ ด ข อ มู ล
เพียงอยางเดียว แตเปาหมายคือ การพัฒนาทักษะการมีสวนรวมในกิจกรรม การอภิปราย
การประยุกตใ ชห ลกั การเพื่อสงเสริมความคดิ ขน้ั สูง การคดิ เชิงวิเคราะห

กระทรวงศึกษาธิการ (2552) ที่ไดกลาวโดยสรุปวา Active Learning หมายถึง
กระบวนการเรียนรูท่ีใหผูเรียนไดเรียนรูอยางมีความหมาย โดยการรวมมือระหวางผูเรียนดวยกัน
ในการน้ีครูตองลดบทบาทในการสอนและการใหขอความรูแกผูเรียนโดยตรง แตไปเพ่ิมกระบวนการ
และกิจกรรมที่จะทำใหผูเรียนทำกิจกรรมตาง ๆ มากขึ้น และอยางหลากหลาย ไมวาจะเปน
การแลกเปลี่ยนประสบการณโดยการพูด การเขียน การอภิปรายกับเพ่ือน ๆ เพื่อใหบรรลุผลสำเร็จ
ทางดานวิชาการ เกิดทักษะทางดานการติดตอสื่อสารระหวางกัน มีการพัฒนาทักษะกระบวนการคิด
ไปสูในระดบั ท่สี งู ขน้ึ เกิดเจตคตทิ ด่ี ีตอวชิ าที่เรยี นและเกิดแรงจูงใจตอการเรียน

จิตณรงค เอี่ยมสำอาง (2558) ไดกลาววา Active Learning คือ แนวทางหรือวิธีการ
จัดการเรียนการสอนท่ียึดผูเรียนเปนศูนยกลางโดยใหผูเรียนไดคิดและมีสวนรวมในการปฏิบัติ
ในกิจกรรมการเรียนรู ใชเครื่องมืออุปกรณตาง ๆ แสดงความคิดเห็นของตนเองตามความเขาใจ
ตลอดจนรวมรับผิดชอบในผลของการปฏิบัติ โดยมีครูผูสอนเปนผูดูแลใหคำปรึกษาแนะนำ
โดยผสมผสานเทคนิคการสอนที่หลากหลายที่มุงเนนใหผูเรียนนำความรูจากหองเรียนสูการปฏิบัติ
ในสถานการณต า ง ๆ ทัง้ ในหอ งเรยี นและในโลกแหง ความเปน จรงิ

ดเิ รก พรสีมา (2559) มีความเห็นวา Active Learning คือ การจดั กิจกรรมการเรียนรู
ที่มีลักษณะทำใหผูเรียนแตละคนกระตือรือรน คิดคนหาความรูและคำตอบอยูตลอดเวลา

20

(Active Learner) โดยจัดกิจกรรมการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ สงผลทำใหเกิดคำวา
Work-based Learning หรือ Work-integrated Learning หรือ Site-based Learning จะเปนผล
ทำใหนักเรียนและครูคนพบความรูใหม สรางสรรคความรูใหม และสรางนวัตกรรมใหมได
ผูเรียนจะตองมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรูโดยเนนใหผูเรียนสรางองคความรูจากการแกปญหา
จากการลงมือกระทำดวยตนเอง

มหาวิทยาลัยทักษิณ คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร (2561) ไดใหความหมาย
ของการเรียนการสอนแบบ Active Learning คือ การเรียนท่ีเนนใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธกับการเรียน
การสอน กระตุนใหผูเรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูง (Higher-Order Thinking) ดวยการวิเคราะห
สังเคราะหและประเมินคา ไมเพียงแตฟง ผูเรียนตองอาน เขียน ถามคำถาม อภิปรายรวมกันและ
ลงมือปฏิบัติจริง โดยตองคำนึงถึงความรูเดิมและความตองการของผูเรียนเปนสำคัญ ทั้งนี้ผูเรียน
จะถกู เปล่ยี นบทบาทจากผูร ับความรูไปสกู ารมสี วนรวมในการสรา งความรู

วารินทพ ร ฟ นเฟองฟู (2562) สรุปวา การจัดการเรียนรู Active Learning
เปนกระบวนการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ เนนบทบาทและการมีสวนรวมของผูเรียน
โดยใหผูเรยี นไดลงมอื ปฏิบัติ เรยี นรูและดำเนินกิจกรรมตาง ๆ ดวยตนเอง โดยมีครูเปน ผูใหคำแนะนำ
ช้ีแนะ กระตุน หรืออำนวยความสะดวก ใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรูผานกระบวนการคิดวิเคราะห
สังเคราะห การแลกเปลี่ยนเรียนรรู ะหวางผเู รยี น และการนำเสนอขอ มูล

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (2562) ไดใหความหมายของ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning คือ การเรียนที่เนนใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธกับ
การเรียนการสอน กระตุน ใหผูเรียนเกิดกระบวนการคิดข้ันสูง (Higher-Order Thinking)
ดวยการวิเคราะห สังเคราะหและประเมินคา ไมเพียงแตเปนผูฟง ผูเรียนตองอาน เขียน ตั้งคำถาม
และถามอภิปรายรวมกัน ผูเรียนลงมือปฏิบัติจริง โดยตองคำนึงถึงความรูเดิมและความตองการ
ของผูเรียนเปนสำคัญ ทั้งน้ีผูเรียนจะถูกเปล่ียนบทบาทจากผูรับความรูไปสูการมีสวนรวมในการสราง
ความรู

2.2 ความสำคญั ของการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
การจัดกิจกรรมการเรียนรูใหสำเร็จน้ันมีหลายวิธี แต Active Learning สามารถทำให

บรรลเุ ปา หมายหรอื วัตถปุ ระสงคของการจดั การเรยี นรไู ดอ ยา งมีประสทิ ธภิ าพ เน่ืองจากเหตุผลหลาย ๆ
ประการ ดงั นี้ (Stanford Teaching Commons, 2015)

1. Active Learning สงเสริมการมีอิสระทางดานความคิดและการกระทำของผูเรียน
การมีวิจารณญาณและการคิดสรางสรรค ผูเรียนจะมีโอกาสในการมีสวนรวมในการปฏิบัติจริง
และมีการใชวิจารณญาณในการคิดและตัดสินใจในการปฏิบัติน้ัน โดยครูเปนผูดูแล ใหคำปรึกษา

21

และกระตุน ซง่ึ อาจใชการถามหรือเทคนคิ การสอนตาง ๆ ที่หลากหลายเพอื่ ใหผ ูเรยี นเกดิ การวิเคราะห
สงั เคราะห และประยกุ ตใชอ ุปกรณต า ง ๆ ในการปฏบิ ตั ิงานหรือในการเรยี นรูอ ยา งสรางสรรค

2. Active Leaning สนับสนุนสงเสริมใหเกิดความรวมมืออยางมีประสิทธิภาพ
ซ่ึงความรว มมือในการปฏบิ ตั ิงานกลุม จะนำไปสคู วามสำเร็จในภาพรวม

3. Active Learning ทำใหผเู รยี นทุมเทในการเรียน จูงใจในการเรียนและทำใหผูเรียน
แสดงออกถึงความรูความสามารถ เมื่อผูเรียนไดมีสวนรวมในการปฏิบัติอยางกระตือรือรน
ในสภาพแวดลอมท่ีเอ้ืออำนวย ผูเรียนจะมีความทุมเทเพ่ือมุงสูความสำเร็จของงาน และ
มีความรับผิดชอบ เชนเดียวกันถาผูเรียนมีสวนรวมในการตัดสินใจเขาก็จะทุมเทมุงเรียนรู
และใชค วามรูอ ยางเต็มความสามารถ

ซึ่งส อ ด ค ลอ งกั บ ส ำนั ก งาน ค ณ ะก รรม ก ารก ารศึ ก ษ าข้ั น พื้ น ฐาน (2562)
ไดกลา วถึง ความสำคัญของการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ไวด งั น้ี

1. Active Learning สงเสริมการมีอิสระทางดานความคิดและการกระทำของผูเรียน
การมีวจิ ารณญาณ และการคิดสรางสรรค ผูเรียนจะมีโอกาส มีสวนรวมในการปฏิบัติจริงและมีการใช
วิจารณญาณในการคิดและตัดสินใจในการปฏิบัติกิจกรรมน้ัน มุงสรางใหผูเรียนเปนผูกำกับทิศทาง
การเรยี นรู คนหาสไตลก ารเรยี นรูของตนเอง สูการเปนผูรคู ิด รตู ัดสินใจดว ยตนเอง (Metacognition)
เพราะฉะนั้น Active Learning จึงเปนแนวทางการจัดการเรียนรูท่ีมุงใหผูเรียนสามารถพัฒนา
ความคิดขั้นสูง (Higher order thinking) ในการมีวิจารณญาณ การวิเคราะห การคิดแกปญหา
การประเมิน ตดั สินใจ และการสรา งสรรค

2. Active Leaning สนับสนุนสงเสริมใหเกิดความรวมมือกันอยางมีประสิทธิภาพ
ซ่งึ ความรวมมอื ในการปฏิบัติงานกลุม จะนำไปสูค วามสำเรจ็ ในภาพรวม

3. Active Learning ทำใหผ เู รียนทุม เทในการเรียน จูงใจในการเรียน และทำใหผูเ รียน
แสดงออกถึงความรูความสามารถ เม่ือผูเรียนไดมีสวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรมอยางกระตือรือรน
ในสภาพแวดลอมที่เอ้ืออำนวย ผานการใชกิจกรรมท่ีครูจัดเตรียมไวใหอยางหลากหลาย ผูเรียน
เลือกเรียนรู กิจกรรมตาง ๆ ตามความสนใจและความถนัดของตนเอง เกิดความรบั ผิดชอบและทมุ เท
เพื่อมงุ สคู วามสำเร็จ

4. Active Learning สงเสริมกระบวนการเรียนรูท่ีกอใหเกิดการพัฒนาเชิงบวก
ทงั้ ตัวผเู รยี น และตัวครู เปนการปรับการเรยี นเปลี่ยนการสอน ผเู รียนจะมีโอกาสไดเ ลือกใชค วามถนัด
ความสนใจ ความสามารถท่ีเปนความแตกตางระหวางบุคคล (Individual Different) สอดรับกับ
แนวคิดพหุปญญา (Multiple Intelligence) เพื่อแสดงออกถึงตัวตนและศักยภาพของตัวเอง
สวนครูผูสอนตองมีความตระหนักที่จะปรับเปลี่ยนบทบาท แสวงหาวิธีการ กิจกรรมที่หลากหลาย
เพ่ือชวยเสริมสรางศักยภาพของผูเรียนแตละคน ส่ิงเหลาน้ีจะทำใหครูเกิดทักษะในการสอนและ

22

มีความเชี่ยวชาญในบทบาทหนาที่ท่ีรับผิดชอบ เปนการพัฒนาตน พัฒนางาน และพัฒนาผูเรียน
ไปพรอ มกัน

นอกจากน้ี การจัดการเรียนรู Active Learning มีประโยชน ดังน้ี (Center For
Teaching Innovation, 2562)

1. พฒั นาการมีสวนรว มของผเู รียนใหค ดิ และทำตลอดจนพัฒนาความคิดและทักษะ
2. มกี ารใหข อ มลู ยอนกลับเพือ่ การพัฒนาของผูเรยี น
3. ใหค วามสำคญั กับความแตกตางของผเู รียน
4. เปด โอกาสใหผ เู รยี นไดค ิด และพูดในส่ิงทเี่ ก่ยี วของกบั การเรียนและไดฝ ก ปฏบิ ัตจิ ริง
5. สรางเครือขายระหวางบุคคลรวมถึงส่ืออุปกรณในการเรียนรูตาง ๆ ซ่ึงทำใหผูเรียน
เกดิ ความสนใจในการเรยี นรู
6. มุง ฝกฝนทกั ษะสำคัญใหกับผเู รยี น เชน การรว มมอื รว มใจในการทำงาน การทำงาน
รวมกบั ผอู ่นื
7. ทำใหผ ูเ รียนมีความม่นั ใจในการนำเสนอผลงานของตนเอง
8. สรางชุมชนแหงการเรียนรูในหองเรียน โดยการสรางการมีปฏิสัมพันธระหวางครู
กับนักเรียนและนกั เรียนกับนักเรยี นในการแลกเปล่ียนเรียนรู
สำหรับ วารินทพร ฟนเฟองฟู (2562) สรุปวา การจัดการเรียนรู Active Leaning
มีขอดีคือ ผูสอนใชวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลากหลายในการจัดการเรียนรูคร้ังหนึ่ง ๆ ซึ่งเปนวิธีสอนที่ให
ผเู รียนมสี วนรวม โดยผูสอนเปนผูกำกับและอำนวยความสะดวก รวมทั้งเปนผูสนับสนุนและเสริมแรง
ให ผู เรีย น เป น ผู แ สด งแล ะต อ บ ผู เรีย น ถู ก ก ระตุ น ให มี ส วน รวม ใน ก ารเรียน รวม ทั้ ง
เกิดสัมพันธภาพท่ีดีระหวางผูเรียนดวยกัน ผูเรียนไดรับการสงเสริมในการทำงานกลุม มีปฏิสัมพันธ
กับผูอื่น (Interaction) ท ำใหปรับตัวอยูในสังคมอยางมีความสุข ผูเรียนถูกกระตุนใหมี
ความกระตือรือรน (Active) ผูเรียนเกิดการชอบเรียน ตองการเรียนรูและตองการแสวงหาความรู
เพ่ิมเติมดวยตนเอง ผูเรียนเกิดการเรียนรูดวยความเขาใจ (Meaningful Learning) นอกจากน้ี
การจัดการเรียนรู Active Leaning ยังสามารถทำใหผูเรียน สามารถคิดวิเคราะห สังเคราะห และ
ประเมินผลเปน
2.3 ลักษณะของการจัดการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
กระบวนการเรียนรู Active Learning ทำใหผูเรียนสามารถรักษาผลการเรียนรู
ใหอยูคงทนไดมากและนานกวากระบวนการเรียนรู Passive Learning เพราะกระบวนการเรียนรู
Active Learning สอดคลองกับการทำงานของสมองที่เก่ียวของกับความจำ โดยสามารถเก็บและ
จำสิ่งท่ีผูเรียนเรียนรูอยางมีสวนรวม มีปฏิสัมพันธกับเพื่อน ผูสอน สิ่งแวดลอม การเรียนรูไดผาน

23

การปฏิบัติจริง จะสามารถเก็บจำในระบบความจำระยะยาว (Long Term Memory) ทำใหผล
การเรยี นรยู งั คงอยไู ดในปรมิ าณทีม่ ากกวาระยะยาวกวา ซึ่งอธบิ ายไวด งั ภาพท่ี 1

ภาพท่ี 1 กรวยแหง การเรียนรู
จากภาพท่ี 1 จะเห็นไดว า กรวยแหงการเรยี นรนู ไี้ ดแ บง เปน 2 กระบวนการ คอื

1. กระบวนการเรยี นรู Passive Learning
1.1 กระบวนการเรยี นรูโ ดยการอาน ทอ งจำ ผเู รียนจะจำไดใ นสิ่งทเ่ี รียนไดเ พยี ง 90%
1.2 การเรียนรูโดยการฟงบรรยายเพียงอยางเดียวโดยท่ีผูเรียนไมมีโอกาสไดมี

สวนรว ม ในการเรยี นรูดว ยกจิ กรรมอืน่ ในขณะทีผ่ ูสอนสอน เม่อื เวลาผา นไปผเู รียนจะจำไดเ พียง 20%
1.3 หากในการเรียนการสอนผูเรียนมีโอกาสไดเห็นภาพประกอบดวย จะทำให

ผลการเรียนรคู งอยูไดเพ่ิมขึน้ เปน 30%
1.4 กระบวนการเรยี นรูทผ่ี ูสอนจัดประสบการณใหกบั ผูเรยี นเพิ่มข้นึ เชน การใหดู

ภาพยนตร การสาธติ จดั นทิ รรศการใหผ เู รียนไดด ู รวมท้ังการนำผูเ รยี นไปทัศนศกึ ษาหรือดูงานกท็ ำให
ผลการเรียนรูเ พ่มิ ขึ้นเปน 50%

2. กระบวนการเรยี นรู Active Learning
2.1 การใหผูเรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรูและเรียนรูอยางมีปฏิสัมพันธ

จนเกิดความรูความเขา ใจ นำไปประยุกตใช สามารถวิเคราะห สังเคราะห ประเมินคาหรือสรา งสรรค
ส่งิ ตาง ๆ และพัฒนาตนเองเต็มความสามารถ รวมถงึ การจัดประสบการณการเรียนรใู หเขาไดม ีโอกาส
รวมอภปิ ราย ใหมีโอกาสฝกทกั ษะการสื่อสาร ทำใหผ ลการเรียนรูเพิ่มข้นึ 70%

2.2 การนำเสนองานทางวิชาการ เรียนรูในสถานการณจำลอง ทั้งมีการฝกปฏิบัติ
ในสภาพจรงิ มกี ารเช่อื มโยงกับสถานการณตา ง ๆ ซง่ึ จะทำใหผ ลการเรยี นรูเกิดขึ้นถงึ 90%

ไชยยศ เรืองสุวรรณ (มปป.) ไดอธิบายถึงลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ดังนี้

24

1. เปนการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ไดแก การคิด การแกปญหา
และการนำความรไู ปประยุกตใ ช

2. เปน การเรยี นการสอนทเี่ ปดโอกาสใหผ เู รียนมสี วนรว มในกระบวนการเรียนรสู ูงสุด
3. ผูเรียนสรา งองคค วามรแู ละจัดระบบการเรียนรดู ว ยตนเอง
4. ผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนการสอนท้ังในดานการสรางองคความรู การสราง
ปฏิสมั พันธรวมกัน และรวมมอื กนั มากกวาการแขง ขัน
5. ผูเรยี นไดเ รียนรูความรับผิดชอบรว มกัน การมีวินัยในการทำงาน และการแบงหนาที่
ความรบั ผิดชอบ
6. เปนกระบวนการสรางสถานการณใหผูเรียนอาน พูด ฟง คิด อยางลุมลึก ผูเรียน
จะเปนผูจดั ระบบการเรียนรูด วยตนเอง
7. เปนกจิ กรรมการเรยี นการสอนเนน ทกั ษะการคิดข้ันสงู
8. เปนกิจกรรมที่เปดโอกาสใหผูเรียนบูรณาการขอมูล ขาวสาร สารสนเทศ
และหลักการสกู ารสรางความคดิ รวบยอด
9. ผูสอนจะเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติ
ดวยตนเอง
10. ความรเู กดิ จากประสบการณ การสรา งองคค วามรู และการสรุปทบทวนของผูเรยี น
ทวีวฒั วัฒนกุลเจริญ (2555) ไดกลาวถึง ลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ท่เี สนอโดย Alaska Pacific University; Oklahoma University ไวดงั ตอไปนี้
1. การจัดกิจกรรมใหผูเรียนมีโอกาสศึกษาดวยตนเองเพื่อใหเกิดประสบการณตรงกับ
การแกป ญหาในสถานการณจรงิ (Authentic Situation)
2. การจัดกิจกรรมเพ่ือใหผูเรียนไดกำหนดแนวคิด วางแผน ยอมรับ ประเมินผลและ
นำเสนอผลงานรวมกนั
3. การบรู ณาการเนอื้ หารายวชิ าเพอื่ เช่ือมโยงความเขา ใจวชิ าตา ง ๆ ทีแ่ ตกตา งกนั
4. การจัดบรรยากาศในชนั้ เรียนใหเอื้อตอ การทำงานรวมกนั (Collaboration)
5. ใชกลวิธีของกระบวนการกลมุ (Group Processing)
6. การจัดใหม ีการประเมินโดยเพ่ือน (Peer Assessment)
นอกจากน้ี จรรยา ดาสา (2552) กลาวถึงลักษณะสำคัญพ้ืนฐานของกิจกรรมการเรียนรู
ดวยวิธีการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไว 4 ลักษณะ ไดแก การฟงและพูด การอาน
การเขยี น และการไตรต รองหรอื โตตอบความคดิ เห็น โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี

25

1. การฟง และพดู ผูสอนจะตอ งใหผูเ รยี นฟง ใหเ ปน คือ จบั ใจความสำคญั ของเรื่องท่ฟี ง
ใหไดเมื่อฟงแลวผูเรียนควรจะสื่อสารออกมาเปนคำพูดใหผูอื่นเขาใจได สามารถพูดสื่อสารขอคิดเห็น
ของตนเองได

2. การอาน ในการอานแตละคร้ัง ผูสอนตองมั่นใจวาผูเรียนสามารถจับใจความ
หรือประเด็นสำคญั จากเรื่องทอี่ า นได

3. ผูสอนจะเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติ
ดวยตนเอง

4. ความรูเกดิ จากประสบการณก ารสรา งองคความรูและการสรุปทบทวนของผูเรยี น
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2552) ไดสรุปลักษณะของการจัด
จดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning มดี ังน้ี

1. เปน การพัฒนาศกั ยภาพการคดิ การแกป ญ หา และการนำความรไู ปประยกุ ตใ ช
2. ผูเรียนมีสวนรวมในการจัดระบบการเรียนรูและสรางองคความรูโดยมีปฏิสัมพันธ
รว มกนั ในรปู แบบของความรวมมอื มากกวา การแขงขนั
3. เปด โอกาสใหผ ูเรยี นมสี วนรว มในกระบวนการเรียนรสู ูงสดุ
4. เปนกิจกรรมท่ีใหผูเรียนบูรณาการขอมูล ขาวสาร สารสนเทศ สูทักษะการคิด
วิเคราะห และประเมนิ คา
5. ผูเ รยี นไดเรียนรคู วามมวี ินยั ในการทำงานรวมกบั ผูอนื่
6. ความรูเกดิ จากประสบการณแ ละการสรุปของผูเ รยี น
7. ผูสอนเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรูเพ่ือใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติ
ดว ยตนเอง
ลักษณะการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ตามแนวคิดของ วารินทพร ฟนเฟองฟู
(2562) กลา วไวว า ผูเ รยี นจะเปนผทู ีม่ ีสวนรวมในการดำเนนิ กิจกรรม สามารถบูรณาการความรเู ดมิ กบั
ความรูใหม เรียนรูและเกิดองคความรูดวยตนเอง ซึ่งมีรูปแบบและเทคนิคของการจัด
การเรียนรูแบบ Active Learning ท่ีหลากหลาย โดยผูสอนสามารถนำมาใชออกแบบแผนการจัด
การเรียนรูใหเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู เหมาะสมกับผูเรียน กระตุนใหผูเรียนมีสวนรวม
ในชั้นเรียน สงเสริมปฏิสัมพันธระหวางผูเรียนกับผูเรียนและผูเรียนกับผูสอน สงผลใหผูเรียน
เกิดประสบการณและความสำเร็จในการเรียน เปนการจัดการเรียนรูที่มุงเนนพัฒนากระบวนการ
เรียนรู สงเสริมใหผูเรียนประยุกตใชทักษะและเช่ือมโยงองคความรูนำไปปฏิบัติเพ่ือแกไขปญหา
หรือประกอบอาชีพในอนาคต และถือเปนการจัดการเรียนรูประเภทหน่ึงที่สงเสริมใหผูเรียน
มีคุณลกั ษณะสอดคลอ งกับการเปล่ยี นแปลงในยคุ ปจ จุบัน

26

สรุป ลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนการเรียนรู
ท่ีผูเรียนมีสวนรวมกับกิจกรรมการเรียนรู นอกจากการฟงบรรยายอยางเดียวหรือสรางประสบการณ
ผานการลงมือทำ การสังเกต ไดสนทนากับตนเองและผูอื่นผานรูปแบบหรือเทคนิคการจัดกิจกรรม
การเรียนรูที่หลากหลาย โดยผูสอนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับผูเรียนไดท้ังรายบุคคลหรือ
แบบกลุม โดยพิจารณาใหเหมาะสมกับวัตถุประสงคของการเรียนรูสาระการเรียนรู เวลา และผูเรียน
เพอื่ ใหผ ูเรยี นไดร ับการพัฒนาทกั ษะการคิดขั้นสงู

2.4 กระบวนการออกแบบกิจกรรมการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (2562) ไดเสนอกระบวนการจัด

การเรียนรู ดงั น้ี
1. จัดการเรียนรูที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ไดแก การคิด การแกปญหา และการนำ

ความรไู ปประยุกตใช
2. จัดการเรียนรูท ่ีเปดโอกาสใหผ เู รียนมีสว นรว มในกระบวนการเรยี นรสู งู สุด
3. จดั ใหผ ูเรียนสรา งองคค วามรูและจัดกระบวนการเรียนรดู วยตนเอง
4. จัดใหผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนรูท้ังในดานการสรางองคความรู การสราง

ปฏิสัมพันธ รว มกนั สรา ง รว มมอื กันมากกวา การแขงขนั
5. จัดใหผูเรียนเรียนรูเรื่องความรับผิดชอบรวมกัน การมีวินัยในการทำงานและ

การแบง หนา ทค่ี วามรบั ผิดชอบในภารกจิ ตาง ๆ
6. จัดกระบวนการเรียนท่ีสรางสถานการณใหผูเรียนอาน พูด ฟง คิดอยางลุมลึก

ผเู รยี นจะเปน ผจู ัดระบบการเรยี นรดู วยตนเอง
7. จดั กจิ กรรมการจดั การเรยี นรูท ีเ่ นน ทกั ษะการคิดขน้ั สูง
8. จัดกิจกรรมที่เปดโอกาสใหผูเรียนบูรณาการขอมูล ขาวสาร หรือสารสนเทศ

และหลักการ ความคิดรวบยอด
9. ผูสอนจะเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติ

ดวยตนเอง
10. จัดกระบวนการสรางความรูท่ีเกิดจากประสบการณ การสรางองคความรูและ

การสรปุ ทบทวนของผเู รยี น
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนกระบวนการเรียนรูท่ีผูเรียนเปนผูมีบทบาท

หรือมีสวนรวมอยางตื่นตัว (active) ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรูของตนเอง โดยความตื่นตัวน้ี
ควรเปนไป ทั้งทางรางกาย (physically active) ทางการคิดและสติปญญา (intellectually active)
ทางอารมณและจิตใจ (emotionally active) และทางสังคม (socially active) การเรียนรูท่ีมี
ความตื่นตัวท้ัง 4 ดาน จะสงผลใหการเรียนรูเกิดขึ้นไดดี ซ่ึงจะตางจากการเรียนรูเชิงรับ (passive

27

learning) ซ่ึงผูเรยี นเปนผูรับท่ีไมมบี ทบาทหรือมบี ทบาทนอยในกระบวนการสรางความเขาใจในเร่ือง
ที่เรียนรู ทำใหความต่ืนตัวที่จะเรียนรูใหเขาใจมีนอย จึงสงผลใหการเรียนรูขาดประสิทธิภาพ ดังน้ัน
กลยุทธ (Strategies) ในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning คือ การจัดกิจกรรมและ
ประสบการณการเรียนรูใหผูเรียนไดมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรูของตนอยางตื่นตัว ทั้งทางกาย
สติปญญา สงั คม และอารมณ กลา วคอื เปนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูใ หผ เู รยี น ดงั น้ี

1. ไดเคล่ือนไหวทางรางกาย (physically active) อยางเหมาะสมตามวัยและความสนใจ
ของตน เพ่ือชวยใหประสาทการรับรูมีความต่ืนตัวสามารถรับขอมูล ความรู และประสบการณตาง ๆ
ไดอยางดีและรวดเร็ว ดังนั้นในการจัดกิจกรรมตาง ๆ ควรใหมีลักษณะหลากหลายเพ่ือใหผูเรียน
ไดเปลี่ยนอิริยาบถและสามารถคงความสนใจของผูเรียนไวได ซึ่งเรื่องนี้จะมีความสำคัญเปนพิเศษ
สำหรับผูเรยี นในระดับปฐมวัยและประถมศกึ ษาตอนตน

2. ไดเคลื่อนไหวทางสมองหรือสติปญญา (intellectually active) ซึ่งก็คือการคิดนั่นเอง
ผูเรียนจะต่ืนตัวถาไดใชความคิด การคิดเปนเครื่องมือในการทำความเขาใจในสิ่งท่ีเรียนรู การคิด
ในเรื่องที่ผเู รยี นสนใจ ประเดน็ ทาทาย ประเด็นท่ีมคี วามหมายตอตนเอง จะทำใหผ ูเรยี นมีความผูกพัน
ในการคิดและการกระทำ (engagement) ในเรื่องทีเ่ รยี น สง ผลใหก ารเรียนรูมีประสทิ ธภิ าพมากข้นึ

3. ไดเคลื่อนไหวทางทางสังคม (socially active) คือ ไดมีโอกาสนำเสนอความคิดของตน
ตอผูอ่ืน ไดรับฟงและแลกเปล่ียนความคิดเห็นของผูอื่น ไดรับขอมูลยอนกลับ ไดตรวจสอบความคิด
ของตน ไดขยายความคิดของตนเอง ไดเรียนรูจากผูอ่ืน กระบวนการตาง ๆ จะชวยใหผูเรียน
มคี วามต่นื ตวั ในการเรียนรูสามารถรบั รแู ละเกดิ การเรียนรูไ ดดี

4. ไดเคลื่อนไหวทางทางอารมณ ความรูส ึก และจิตใจ (emotionally active) ซ่ึงหมายถึง
กิจกรรมและประสบการณท่ีจัดใหผูเรียนน้ัน ควรกระทบตออารมณ ความรูสึกของผูเรียนในทางที่
เอ้ือตอการเรียนรูในเร่ืองที่เรียน กิจกรรมใดกระทบตอความรูสึกของผูเรียน กิจกรรมน้ันมักมี
ความหมายตอผูเรียน และจะสงผลตอพฤติกรรมของผูเรียนดวยการออกแบบการสอนแบบ Active
Learning ตอ งพจิ ารณาวากิจกรรมที่ออกแบบเปนกิจกรรมลักษณะใด อาจจะเปนกจิ กรรมการเรียนรู
ตามมาตรฐานและตวั ชีว้ ดั ของแตละวิชาหรือกลมุ สาระการเรียนรู กิจกรรมพัฒนาผูเรียน หรือกจิ กรรม
เสริมทักษะอ่ืน ๆ โดยผูออกแบบพิจารณาแนวคิด ทฤษฎีท่ีเก่ียวของ อันประกอบดวย แนวคิด
ของบลูม (Bloom's Taxonomy) สี่เสาหลักทางการศึกษา (Four Pillars of Education) หลักการ
พัฒนาทักษะ 4 H (Head Heart Hand และ Health) และพระบรมราโชบายดานการศึกษา
ของสมเด็จพระเจาอยหู วั วชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมกี ระบวนการ ดงั น้ี

4.1 การเขียนแผนการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
แผนจัดการเรียนรู เปนการเตรียมการวางแผนการจัดการเรียนการสอนอยางเปน

ระบบ โดยนำสาระและมาตรฐานการเรียนรู คำอธิบายรายวิชา และกระบวนการเรียนรู โดยเขียน

28

เปนแผนการจัดการเรียนรูใหเปนไปตามศักยภาพของผูเรียน เพื่อเปนแนวทางในการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอน ซึ่งมีเน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการสอน และวิธีวัดผลประเมินผล
ท่ีชัดเจน ชวยใหครูสามารถดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนใหกับผูเรียนไดเหมาะสมตรงตาม
เปาหมายและมีประสิทธิภาพ (ครูเชียงราย, 2562: บทความ) โดยมีองคประกอบของแผนการจัดการ
เรียนรูท ่ีสำคญั แยกเปนสองสว น ไดแก

4.1.1 สวนหัวของแผน ไดแก โรงเรียน ช้ัน หนวยการเรียนรูท่ี... เรื่อง... เวลา...
แผนการเรยี นรูท่ี เร่ือง... วันที่ เวลา

4.1.2 สวนท่ีสองรายการทส่ี ำคญั ท่ีตองระบใุ นแผนการจดั การเรียนรู ไดแก
4.1.2.1 สาระสำคัญ (ความคิดรวบยอดหรือมโนมติของบทเรียน) หมายถึง

สาระสำคัญของเน้ือหา ประสบการณที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนหลังจากนักเรียนไดรับ
การปลูกฝงดวยเทคนิควิธีการจากครู และการมีสวนรวมในกิจกรรมรวมท้ังทำหนาท่ีเปนตัวกำหนด
ขอบเขตเนื้อหา ความรู จุดประสงคของการเรียนการสอนในแตละครั้ง ควรเขียนเปนประโยค
หรือขอ ความส้ัน ๆ

4.1.2.2 จดุ ประสงคก ารเรยี นรู แบง เปน 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1) จุดประสงคปลายทาง เปนจุดประสงคการเรียนรูท่ีเกิดขึ้นกับ

นักเรียน ซ่ึงสะทอนผลรวมทั้งหมดที่มุงหวัง และปรารถนาจะใหเกิดกับนักเรียนทุกคน เมื่อผาน
กระบวนการเรียนการสอนวิชาน้ันแลว อีกทั้งยังสะทอนจุดเนนเดน ๆ ของเน้ือหาวิชาและพฤติกรรม
สำคัญ ๆ ของวิชานั้น ๆ หรืออาจจะสะทอนผลสรุปขั้นสุดทายของกระบวนการเรียนรูก็ได วิธีการ
เขยี นใหย ึด “สาระการเรยี นรเู ปน หลัก” และนำกรอบพฤตกิ รรมบง ช้ีมาวิเคราะหใ หสอดคลองกบั สาระ
การเรียนรูและมาตรฐานการเรียนรู เชน เพื่อใหรูแ ละเขาใจระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย
เพื่อใหตระหนักถึงความสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพ่ือใหปฏิบัติตนเปนพลเมืองดี
ตามวถิ ีประชาธิปไตยได เปน ตน

2) จุดประสงคนำทาง เปนความคาดหวังท่ีเกิดขึ้นกับนักเรียน
ระหวางการเรียนในแตละครั้ง การเขียนจุดประสงคนำทางมีวัตถุประสงคใหผูสอนไดพิจารณาถึง
ผลการเรียนยอย ๆ หรือพฤติกรรมตาง ๆ ท่ีควรจะเกิดขึ้นในระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู
วิธีการเรียน ผูสอนตองกำหนดพฤติกรรมยอย ๆ ของสาระการเรียนรูยอย เพื่อนำไปสูจุดประสงค
ปลายทาง สามารถเปรียบเทียบใหเหน็ ไดดงั น้ี

จุดประสงคปลายทาง : เพื่อใหรูและเขาใจระบอบการปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตย

จุดประสงคนำทาง : 1) บอกลักษณะและประเภทของการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยได

29

2) อธิบายความสำคัญของการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยได

จุดประสงคปลายทาง : เพื่อใหตระหนักถึงความสำคัญของการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย

จุดประสงคนำทาง : ยกตัวอยางหลักการของระบอบประชาธิปไตย
ในการดำรงชีวิตได

จดุ ประสงคปลายทาง : เพ่ือใหตระหนักถึงความสำคัญของการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตย

จุดประสงคนำทาง : ปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย
ในชีวิตประจำวันได

4.1.2.3 สาระการเรียนรู หมายถึง ประมวลสาระแหงองคความรูหรือสาระ
การเรียนรูที่ปรากฏอยูในขอบขายของเรื่องที่กำหนดใหเรียน สามารถเขียนโดยอาศัยพฤติกรรม
การเรยี นรขู องผูเ รียนเปนตวั กำหนดได เชน

1) ดา นความรู ไดแก สาระความรูท ก่ี ำหนดใหผ ูเ รียนไดเรียน
2) ดานทักษะกระบวนการ หมายถึง ทักษะที่เกี่ยวของกับสาระ
การเรียนรู ทักษะการทำงาน ทกั ษะการเรยี นรทู ตี่ องการใหผูเ รยี นไดฝก
3) ดานเจตคติ คณุ คา หมายถงึ อารมณความรูสึก การเห็นประโยชน
คณุ คาของเรื่องทเ่ี รียน
4.1.2.4 กิจกรรมการเรียนรู/กระบวนการจัดการเรียนรู หมายถึง วิธีการ
สอนรูปแบบการสอนแบบตาง ๆ ท่ีใชในการจัดการเรียนรู หรอื เปน ข้นั ตอนและวธิ ีการของการกระทำ
กิจกรรมตา ง ๆ ตัง้ แตต น จนจบกระบวนการเรียนรูที่สามารถใหนกั เรยี นไดแ สดงออกทั้งดา นการปฏบิ ตั ิ
ดวยการใช ความคิด พูด และกระทำ เพื่อสรางประสบการณที่กอใหเกิดการเรียนรูในขณะท่ีเรียน
กิจกรรมการเรียนรู จัดการเรียนการสอนท่ีเนนนักเรียนเปนศูนยกลางหลักของการนำกิจกรรม
การเรียนการสอนมาทำแผนการจัดการเรียนรู คือ ยึดหลักนักเรียนเปนศูนยกลางของการจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอน ใหนกั เรยี นมีสวนรว มในการเรยี นการสอนมากท่ีสุด
4.1.2.5 ส่ือและแหลงการเรียนรู หมายถึง การเตรียมสื่อตาง ๆ เชน
ใบความรู ส่ือ วัสดุ อุปกรณ สื่อบุคคล กรณีศึกษา นิทาน เครื่องโสตทัศนูปกรณ วีดิทัศน แถบเสียง
แผนโปรงใส Power Point กระดาษ ปากกา สี บัตรคำ บัตรความรู ใบงาน หนังสือ ตำรา
เอกสารอางอิง ฯลฯ แหลงเรียนรูท่ีใชประกอบในการทำกิจกรรมการเรียนรูในคาบนั้น ๆ เชน
แหลงเรียนรูในชุมชน วัด ท่ีทำการองคการบริหารสวนตำบล ศาลจังหวัด สถานีตำรวจ อนามัยตำบล
ฯลฯ

30

4.1.2.6 การวัดและประเมินผล หมายถึง การออกแบบการประเมินผลและ
การสรางเคร่ืองมือเพื่อใชในการประเมินผล ในท่ีนี้หมายถึงการวัดและประเมินผลการเรียน
เปนรายคาบ ไดแก การสังเกตความสนใจและการมีสวนรวม การแสดงความคิดเห็นและการตรวจ
ผลงาน การใชแบบทดสอบ การทำแฟมสะสมงาน เปนตน การจัดกิจกรรมในข้ันนี้ ไดแก การนำ
ผลงานมาติดทีป่ ายนเิ ทศ การอานหนงั สอื เพิ่มเติมนอกเวลา การทำแบบทดสอบ ฯลฯ

4.1.2.7 บันทึกผลการใชแผนการจัดการเรียนรู ผูสอนสามารถประเมิน
แผนการจัดการเรียนรูโดยใชบันทึกผลการใชแผนฯ เพ่ือปรับปรุงและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู
ตอ ไป

4.2 ขน้ั ตอนในการทำแผนการจัดการเรยี นรู มีขัน้ ตอน ดงั นี้
1. วิเคราะหคำอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรูรายปหรือรายภาค และหนวย

การเรียนรูที่สถานศึกษาจัดทำข้ึน เพื่อประโยชนในการเขียนรายละเอียดของแตละหัวขอของ
แผนการจดั การเรยี นรู

2. วิเคราะหผลการเรียนรูที่คาดหวัง เพ่ือนำมาเขียนเปนจุดประสงคการเรียนรู
โดยใหค รอบคลมุ พฤติกรรมทงั้ ดานความรู ทกั ษะ/กระบวนการ เจตคติ และคานยิ ม

3. วิเคราะหสาระการเรียนรู โดยเลือกและขยายสาระที่เรียนรูใหสอดคลองกับ
ผเู รยี น ชุมชน และทองถนิ่

4. วิเคราะหกระบวนการเรียนรู โดยเลือกรูปแบบการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียน
เปนสำคญั

5. วิเคราะหกระบวนการประเมินผล โดยเลือกใชวิธีการวัดผลประเมินผล
ใหสอดคลอ งกบั จดุ ประสงคการเรยี นรู และสรา งแบบวดั ประเมนิ ผลใหค รอบคลุมเน้อื หาดว ย

6. วิเคราะหแหลงเรียนรู โดยคัดเลือกส่ือการเรียนรูและแหลงการเรียนรูทั้งใน
และนอกหอ งเรยี นใหเ หมาะสมกบั กระบวนการจดั การเรยี นรู

การออกแบบหนวยการเรียนรูและแผนการจัดการเรียนรูที่เนนการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ครูผูสอนจะมีการพิจารณาตรวจสอบโครงสรางรายวิชาท่ีสอนกอน
จึงดำเนินการ ออกแบบหนวยการเรียนรูและแผนการจัดการเรียนรูที่เนนการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ใหสอดคลองกับหลักสูตรในแตละกลุมสาระการเรียนรู/รายวิชา โครงสราง
รายวิชา เปนการกำหนดขอบขายของรายวิชาที่จะจัดสอนเพ่ือชวยใหผูสอนและผูเกี่ยวของ
เห็นภาพรวมของแตละรายวิชาวา ประกอบดวย หนวยการเรียนรูจำนวนเทาใด เร่ืองใดบาง
แตละหนวยพัฒนาใหผูเรียนบรรลุตัวช้ีวัดใด เวลาท่ีใชจัดการเรียนการสอน และสัดสวนการเก็บ
คะแนน ของรายวิชาน้ันเปนอยางไร กระบวนการจัดทำโครงสรางรายวิชา และหนวยการเรียนรู
อาจดำเนนิ การโดยมขี ้ันตอนเรม่ิ ตนหรือลงทายทแ่ี ตกตางกันไดหลายวธิ ี

31

ภาพที่ 2 ความสมั พันธข องหนว ยการเรียนรสู กู ารจดั ทำแผนการจดั การเรยี นรู
จากภาพที่ 2 ภายหลังการออกแบบหนวยการเรียนรูเสร็จส้ิน เพื่อใหการจัดการเรียนรู
สอดคลองกับหนวยการเรียนรู ครูผูสอนควรวางแผนจัดแบงเนื้อหาสาระ เวลา ใหครอบคลุมหนวย
การเรียนรู จากนั้นนำมาจัดทำแผนการจัดการเรียนรูใหเหมาะสมกับเวลา และการพัฒนาผูเรียน
ในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู ครูผูสอนจะตองกำหนดเปาหมายสำหรับผูเรียนในการ
จดั การเรียนรู โดยสามารถกำหนดเปนจุดประสงคการเรียนรูของแผนการเรียนรูนั้น ๆ ซึ่งจุดประสงค
การเรียนรูในแตละแผนการจัดการเรียนรู ตองนำพาผูเรียนไปสูมาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้ีวัด
สมรรถนะสำคัญของผูเรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงคที่กำหนดไวในหนวยการเรียนรู จากน้ัน
ตองกำหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนบรรลุเปาหมาย ครูควรใชเทคนิค/วิธีการสอน
ที่หลากหลาย โดยพิจารณาเลือกนำกระบวนการเรียนรูท่ีจะพัฒนาใหผูเรียนเกิดการเรียนรูท่ีเนน
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ซ่ึงสามารถนำกระบวนการเรียนรูดังตอไปนี้มาใช
ในการจัดการเรียนรูใหเหมาะสมกับธรรมชาติวิชา เชน กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ
กระบวนการสรางความรู กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม ฯลฯ รวมทง้ั ใหศ กึ ษาการนำเทคนิค
วิธีการสอนมาใชในการจัดการเรียนรูดวย และในการจัดการเรียนรู ครูผูสอนตองรูจักเลือกใชสื่อ/
แหลงเรียนรู ภูมิปญญาทองถ่ิน มาใชในการจัดกิจกรรม เพ่ือใหผูเรียนเกิด การเรียนรู ส่ือท่ีนำมาใช
ตองกระตุน สงเสริมใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยไมยึดส่ือใด สื่อหน่ึงเปนหลัก
ในการจัดการเรียนรู
ท้ั ง นี้ กิ จ ก ร ร ม ใ น แ ต ล ะ แ ผ น ก า ร จั ด ก า ร เรี ย น รู ต อ ง ส ง เส ริ ม แ ล ะ พั ฒ น า ใ ห ผู เรี ย น
มคี วามสามารถทจ่ี ะทำชิ้นงาน/ภาระงาน เม่ือครบทกุ แผนการจดั การเรยี นรูของหนวยการเรยี นรนู น้ั ๆ

32

ผูเรยี นตองสรางชิ้นงาน/ภาระงานของหนวยการเรียนรไู ด นอกจากนี้ในการจัดการเรียนรูตองกำหนด
วาจะใชเคร่ืองมือใดวัดและประเมินผลผูเรียนใหบรรลุตามเปาหมายที่กำหนด ดังน้ัน ในการวัด
และประเมนิ ผลครผู ูส อน ตองประเมนิ ผูเรยี นตลอดการจัดการเรียนรู โดยเลอื กใชเคร่อื งมอื ทเี่ หมาะสม
กบั ลกั ษณะกิจกรรมและสงิ่ ทีต่ องการวัดนอกเหนอื จากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน

ในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู องคประกอบของแผนการจัดการเรียนรูเปนไป
ตามท่ีโรงเรียนกำหนด โดยควรมีองคประกอบหลักท่ีสำคัญ คือ มาตรฐานการเรียนรู ตัวช้ีวัด
จุดประสงคการเรยี นรู สาระสำคัญ สาระการเรียนรู ทักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสำคัญของผูเรียน
เจตคติ/ คุณลักษณะอันพึงประสงค ภาระงาน/ชิ้นงาน กิจกรรมการเรียนรู ส่ือและแหลงการเรียนรู
การวัดและประเมินผล บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ความคิดเห็นของผูบริหารโรงเรียน
และภาคผนวกแนบทาย แผนการจดั การเรียนรู

4.3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน Active Learning
การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนกระบวนการ

จัดการเรียนรูที่ผูเรียนไดลงมือกระทำ และไดใชกระบวนการคิดเก่ียวกับสิ่งท่ีเขาไดกระทำลงไป
โดยผูเรียนจะเปลี่ยนบทบาทจากผูรับความรู (Receive) ไปสูการมีสวนรวมในการสรางความรู
(Co-Creators) ความรูท่ีเกิดขึ้นเปนความรูท่ีไดจากประสบการณ ดังน้ัน กระบวนการในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู ผูเรียนตองมีโอกาสลงมือกระทำมากกวาการฟงเพียงอยางเดียว การจัดกิจกรรม
ใหผูเรียนไดเรียนรูดวยการอาน การ เขียน การอภิปรายกับเพื่อน การวิเคราะหปญหา และ
ใชกระบวนการคิดขั้นสูง ไดแก การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา และการสรางสรรค
เปน กระบวนการเรียนรทู ่ีใหผเู รียนไดเรียนรูอ ยางมี ความหมาย โดยการรวมมือระหวางผูเรียนดวยกัน
กิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ทำใหผูเรียนสามารถรักษาผลการเรียนรู
ใหอยูคงทนไดนาน กระบวนการเรียนการสอนแบบ Active Learning จะสอดคลองกับการทำงาน
ของสมองและความจำ โดยผเู รียนสามารถเกบ็ ขอ มูลและจำสิง่ ที่เรียนรูโดยมีสวนรวม มปี ฏิสมั พนั ธก ับ
เพ่ือน ผูสอน ส่ิงแวดลอม ผานการปฏิบัติจริง สามารถเก็บความจำในระบบความจำระยะยาว (Long
Term Memory) การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning อาจแยก
การออกแบบกจิ กรรมได 2 ลักษณะ คือ

4.3.1 การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในหนวย
การเรียนรูหรือแผนการจัดการเรียนรู

4.3.2 การออกแบบกจิ กรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในกจิ กรรม
พฒั นาผูเรยี นหรือกจิ กรรมเสริมทักษะอื่น ๆ การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู

การเรียนรูเปนหัวใจสำคัญท่ีจะชวยใหนักเรียนเกิดการพัฒนา ทำใหนักเรียน
มีความรูและทักษะตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัดชั้นปที่กำหนดไวในแตละหนวยการเรียนรู

33

รวมทั้งชวยในการปลูกฝง คุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มที่พึงประสงคใหเกิดแกผูเรียน ดังนน้ั ผูสอน
จึงควรทราบหลักการและขนั้ ตอนในการจดั กิจกรรม ดังนี้

1. หลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู
1.1 เปนกิจกรรมที่พัฒนานักเรียนไปสูมาตรฐานการเรียนรู และตัวช้ีวัดชั้นป

ทีก่ ำหนดไวใ นหนว ยการเรียนรู
1.2 นำไปสกู ารเกิดหลักฐานการเรยี นรู ชิน้ งานหรอื ภาระงานท่ีแสดงถึงการบรรลุ

มาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัดชนั้ ปของนกั เรียน
1.3 นกั เรียนมีสว นรวมในการออกแบบและจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
1.4 เปน กจิ กรรมทเี่ นนนักเรยี นเปน สำคัญ
1.5 มคี วามหลากหลายและเหมาะสมกบั นักเรยี นและเนอ้ื หาสาระ
1.6 สอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมทพ่ี ึงประสงค
1.7 ชว ยใหนกั เรียนเขา สูแหลงการเรียนรแู ละเครอื ขา ยการเรียนรทู หี่ ลากหลาย
1.8 เปดโอกาสใหน ักเรยี นไดล งมือปฏบิ ัติจริง

2. ขั้นตอนในการจดั กิจกรรม
การจัดกิจกรรมการเรียนรูเพ่ือพัฒนานักเรียนใหมีศักยภาพตามมาตรฐาน

การเรียนรู ตัวชี้วัดท่ีกำหนด เปาหมายการเรียนรูท่ีพึงประสงคไวแลวนั้น ครูผูสอนตองคิดทบทวน
ยอ นกลับวา มีกระบวนการ หรือข้ันตอนกิจกรรม ตั้งแตตนจนจบอยางไร จึงจะทำใหผูเรยี นมีขั้นตอน
การพฒั นาความรู ความเขา ใจ ทกั ษะ ความสามารถตาง ๆ รวมถึงคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค จนบรรลุ
เปาหมายการเรียนรู และเกิดหลักฐานของการเรียนรูท่ีกำหนด ความรูความเขาใจที่ลึกซ้ึง อันเปนผล
มาจากการสรางความรูของผูเรียนดวยการทำความเขาใจหรอื แปลความหมายในส่ิงท่ีตนเองไดเรียนรู
ท้ังหมดทุกแงทุกมุมตลอดแนว ดวยวิธีการถามคำถาม การแสดงออก และการสะทอนผลงาน
ซ่ึงสามารถใชตัวช้ีวัดดังตอไปน้ีในการตรวจสอบวาผูเรียนเกิดการเรียนรูจนกลายเปนความรู
ความเขา ใจทล่ี ึกซึ้งแลว หรอื ไม ความเขาใจ 5 ดาน ไดแ ก

1. ผูเรียนสามารถอธิบาย (Can explain) เร่ืองราวตาง ๆ ไดอยางถูกตอง
มีหลักการ โดยแสดงใหเห็นถึงการใชเหตุผล ขอมูล ขอเท็จจริง ปรากฏการณตาง ๆ ที่นาเช่ือถือ
ประกอบในการอางองิ เชอ่ื มโยงกับประเด็นปญ หา สามารถคาดการณไ ปสอู นาคต

2. ผูเรียนสามารถแปลความหมาย (Can interpret) เร่ืองราวตาง ๆ ไดอยาง
มีความหมาย ทะลุปรุโปรง ตรงประเด็น กระจางชัด โดยอาจใชแนวคิด ทฤษฎี เหตุการณ
ทางประวตั ิศาสตร หรอื มุมมอง ของตนเองประกอบการตคี วามและสะทอ นความคดิ เหน็

3. ผูเรียนสามารถประยุกตใช ความรู (Can apply) ไดอยางมีประสิทธิภาพ
สรางสรรค เหมาะสมกบั สถานการณ คลอ งแคลว ยดื หยุน และสงางาม

34

4. ผูเรียนสามารถมองจากมุมมองท่ีหลากหลาย มองเห็น รับรูประเด็นความคิด
ตาง ๆ (Have perspective) และตัดสินใจท่ีจะเช่ือหรือไมเชื่อ โดยผานขั้นตอนการวิพากษวิจารณ
และมุมมองในภาพกวา ง โดยมแี นวคิด ทฤษฎี ขอ มลู ขอ เทจ็ จรงิ สนับสนนุ การรบั รูนัน้ ๆ

5. ผูเรียนสามารถเขาใจความรูสึกของผูอื่น บอกคุณคาในสิ่งตาง ๆ ท่ีคนอื่น
มองไมเห็น (Can empathize) หรือคิดวายากท่ีจะเช่ือถือได ดวยการพิสูจนสมมติฐานเพ่ือทำให
ขอเทจ็ จริงนัน้ ๆ ปรากฏ มีความละเอยี ดออ นที่จะซมึ ซับ รับทราบความรสู กึ นึกคิดของผูเ กี่ยวขอ ง

6. ผูเรียนรูจักตนเอง มีความตระหนักรูถึงความสามารถทางดานสติปญญา
วิถีชีวติ นิสัย ใจคอ ความเปนตัวตนของตนเอง (Have self-knowledge) ซึ่งคือเบาหลอมความเขา ใจ
ความหยั่งรูในเร่ืองราวตาง ๆ มีความตระหนักวา มีส่ิงใดอีกท่ียังไมเขาใจ และสามารถสะทอน
ความหมายของสิ่งทไี่ ด เรียนรแู ละมปี ระสบการณ ปรบั ตวั ได รจู กั ใครค รวญ และมีความเฉลยี วฉลาด

ครูผสู อนสามารถใชตัวชว้ี ัดความรคู วามเขา ใจคงทน ทั้ง 5 ตัวชวี้ ัดน้ี เปน เครื่องมอื
ในการกำหนดกิจกรรมการเรียนรูและวิธีการวัดประเมินผลเรียนรูวา ผูเรียนบรรลุผลการเรียนรู
ตรงตามท่ีกำหนดไวในมาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด และเปาหมายหลักของการจัดการเรียนรูหรือไม
หลกั การจัดประสบการณห รือกิจกรรมการเรียนรู มีดังน้ี

1. เลือกกิจกรรมที่สอดคลองกับวัตถุประสงคของการจัดการเรียนรู สอดคลอง
เชื่อมโยงกับมาตรฐานหรือตัวชี้วัด หากเปนทักษะควรเปนทักษะท่ีปฏิบัติแลวผูเรียนเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมไดต ามวตั ถุประสงค

2. เลือกกิจกรรมท่ีผูเรียนพึงพอใจ สนุก นาสนใจ ไมซ้ำซาก มีประโยชนตอ
การนำไปใชในชีวิตประจำวัน และทำใหผเู รียนมเี จตคติท่ดี ีตอการเรียน

3. เลือกกจิ กรรมทเี่ หมาะสมกับความสามารถดานรางกายของผเู รียนท่ีจะปฏิบตั ิได
และควรคำนงึ ถงึ ประสบการณเดิม เพือ่ จดั กจิ กรรมใหมไ ดอ ยา งตอ เนอื่ ง

4. เลือกกิจกรรมทส่ี ง เสริมจุดมุงหมายในการจดั การเรียนรูหลาย ๆ ดาน
5. เลือกกิจกรรมใหหลากหลาย คำนึงถึงความแตกตางระหวางบุคคล เหมาะสม
กับวยั ความสามารถและความสนใจของผูเ รยี น ใหผเู รียนไดใชประสาทสัมผัสในการเรยี นรมู ากทีส่ ุด
6. ใชสื่อ/แหลงเรียนรทู ่ีหลากหลายและเหมาะสม
7. ใชเ ทคนคิ วิธีการเรยี นรูท่ีหลากหลาย สง เสริมกระบวนการคดิ และทกั ษะตาง ๆ
8. ผูเรียนมีสวนรวมในการทำกิจกรรมและการประเมินผล มีการวดั และประเมินผล
ทห่ี ลากหลายและสอดคลองกับกิจกรรม

35

3. การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning
กิจกรรมการเรียนรู เปนกระบวนการปฏิบัติตาง ๆ ของผูเรียนท่ีกอใหเกิด

การเรียนรูอยางมีประสิทธิภาพ ไดแก วิธีการ/กิจกรรมที่ครูหรือผูเกี่ยวของนำมาใชเพื่อใหผูเรียน
ไดเรียนรูตามเปาหมาย วัตถุประสงค สอดคลองเชื่อมโยงกับมาตรฐานตัวชีว้ ัดที่กำหนดไวในหลักสูตร
สถานศึกษา โดยมีองคประกอบที่สำคัญของการจัดการเรียนรู คือ กระบวนการ/วิธีการจัดกิจกรรม
การเรยี นรทู ี่เหมาะสม ซ่งึ จะมีผลตอการเรยี นรขู องผูเรยี นอยางแทจ รงิ โดยกิจกรรมการเรียนรมู ผี ลตอ
ผูเรยี นในการกระตุนความสนใจ สนกุ สนาน ต่ืนตัวในการเรียน มีการเคลื่อนไหว เปดโอกาสใหผูเรียน
ประสบความสำเร็จในการเรียนรูป ลกู ฝงความเปนประชาธปิ ไตย การใชท กั ษะชวี ิต ฝกความรับผิดชอบ
การทำงานรวมกัน ชว ยเหลือเกื้อกูลตามศักยภาพ และคุณลักษณะท่ีดี นอกจากนี้ กิจกรรมการเรียนรู
ยังตองสงเสริมทักษะ กระบวนการตาง ๆ เชน การคิดสรางสรรค การส่ือสาร การแกปญหา
กระบวนการกลุม การบริหารจัดการ ฝกการใชเทคโนโลยีใหเกิดประโยชนเปนเครื่องมือการเรียนรู
ตลอดชีวิต สรางปฏิสัมพันธท่ีดี ระหวางผูเรียนกับผูเรียนกับครู และบุคคลที่เกี่ยวของอื่น ๆ
สรา งความเขาใจบทเรยี นและสง เสรมิ พัฒนาการผเู รียนในทกุ ๆ ดา น

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนการใชกระบวนการ
ปฏิบัตติ า ง ๆ ของผเู รยี นท่ีกอ ใหเ กดิ การเรยี นรูอยางมีประสิทธภิ าพ ไดแ ก

1. วิธีการ/กิจกรรมการเรียนรู ครูหรือผูเก่ียวของนำมาใชเพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรู
ตามเปาหมายมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด วัตถุประสงคการเรียนรูยอยของตัวชี้วัดท่ีกำหนดไว
ในหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีองคประกอบท่ีสำคัญของการจัดการเรียนรู คือ กิจกรรมการเรียนรู
ทีม่ ีผลตอผูเรยี น ในการกระตุนความสนใจ สนกุ สนาน ตน่ื ตัวในการเรียน มีการเคลือ่ นไหว เปดโอกาส
ใหผเู รียน ประสบความสำเร็จในการเรียนรู ปลกู ฝง ความเปนประชาธิปไตย เปนกิจกรรมในการเรียนรู
ที่ครูออกแบบการสอนตามลักษณะของตัวช้ีวัดวาเปนดานความรู ทักษะ/กระบวนการปฏิบัติ
คุณลักษณะอันพึงประสงค โดยเนนการลงมือปฏิบัติ การอาน ฟง คิด ถาม เขียน การแลกเปล่ียน
เรียนรู และนำเสนอ ผลงานการศึกษาคนควาของนักเรียน ท้ังน้ีข้ึนอยูกับประเภทของตัวช้ีวัด
เปนสำคญั

2. กระบวนการเรียนรู มีการสงเสริมทักษะกระบวนการสอนรูปแบบตาง ๆ
อยางเปนระบบ มีข้ันตอนการสอนเฉพาะแบบตามที่ครูเลือกใช ซึ่งการเลือกกระบวนการสอน
ในศตวรรษ 21 มหี ลากหลายที่นยิ มสอนในปจจุบัน ไดแก การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบการใช
ปญหาเปนฐาน การจัดการเรียนรูแบบเนนประสบการณ การสอนที่เนนทักษะกระบวนการคิด
การสอนแบบสะเต็มศึกษา การสอนแบบ 5STEP/QSCCS เปนตน ซึ่งกระบวนการสอนรูปแบบตาง ๆ
เหลาน้ีจะมีเทคนิคการสอนวิธีสอนผสมผสานอยู เชน การสอนคิดสรางสรรค การสื่อสาร
การแกปญหา กระบวนการกลุม การบริหารจัดการ การใชเทคโนโลยีใหเกิดประโยชนเปนเครื่องมือ

36

การเรียนรูตลอดชีวิต สรางปฏิสัมพันธท่ีดีระหวางผูเรียนกับผูเรียนกับครูและบุคคลที่เกี่ยวของอื่น ๆ
สรางความเขาใจบทเรียนและสงเสริม พัฒนาการผูเรียนในทุก ๆ ดาน การใชทักษะชีวิต
ฝก ความรบั ผดิ ชอบ การทำงานรว มกนั ชว ยเหลอื เก้อื กูลตามศักยภาพและคณุ ลักษณะทดี่ ี

ณัชนัน แกวชัยเจริญกิจ (2550) ไดกลาวถึงบทบาทของครูผูสอนในการจัดกิจกรรม
การเรียนรตู ามแนวทางของ Active Learning ดงั นี้

1. จัดใหผูเรียนเปนศูนยกลางของการเรียนการสอน กิจกรรมตองสะทอน
ความตอ งการในการพฒั นาผเู รยี นและเนนการนำไปใชประโยชนใ นชวี ิตจรงิ ของผูเ รยี น

2. สรางบรรยากาศของการมีสวนรวม และการเจรจาโตตอบที่สงเสริมใหผูเรียน
มีปฏสิ มั พนั ธทีด่ กี ับผูส อนและเพอ่ื นในชั้นเรยี น

3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหเปนพลวัต สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวม
ในทุกกจิ กรรม รวมท้ังกระตนุ ใหผ เู รยี นประสบความสำเรจ็ ในการเรียนรู

4. จัดสภาพการเรียนรแู บบรวมมอื สงเสริมใหเ กิดการรว มมือในกลุมผเู รียน
5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหทาทาย และใหโอกาสผูเรียนไดรับวิธีการสอน
ทีห่ ลากหลาย
6. วางแผนเก่ียวกับเวลาในจัดการเรียนการสอนอยางชัดเจน ท้ังในสวนของเน้ือหา
และกิจกรรม
7. ครูผูสอนตองใจกวาง ยอมรับในความสามารถในการแสดงออก และความคิด
ของผเู รียน
ดุษฎี โยเหลา และคณะ (2557) ไดกลาวถึงบทบาทสำคัญของครูในขณะจัดกิจกรรม
การเรียนรูวา ครูจะตองแสดงบทบาทตาง ๆ เพื่อสงเสริมใหเกิดกระบวนการเรียนรูแบบ Active
Learning ข้ึน โดยครูจะตองเปนผูสังเกตการทำงานของนักเรียน ครูตองสรางแรงบันดาลใจ
ในการเรียนรู โดยใชคำถามปลายเปดกระตุนการเรียนรูแทนการบอกกลาว ครูตองศึกษาและ
รูจักขอมูลนักเรียนเปนรายบุคคล เพ่ือแสดงบทบาทใหเหมาะสมในการทำใหเกิด Active Learning
กับนักเรยี นเปนรายคน ดงั น้ี

37

ภาพท่ี 3 บทบาทของครใู นฐานะผูกระตนุ การเรยี นรู
1. ใชคำถามกระตุนการเรียนรู คำถามท่ีใชในการกระตุนการเรียนรูนั้น ตองเปน
คำถามท่ีมีลักษณะเปนคำถามปลายเปด เพ่ือใหผูเรียนไดอ ธิบายโดยขึ้นตนวา “ทำไม” หรือลงทายวา
“อยา งไรบา ง” “อะไรบาง” “เพราะอะไร”
2. ทำหนาทีเ่ ปน ผูสังเกต ครูจะตอ งคอยสังเกตวา ผเู รียนแตละคนมีพฤติกรรมอยางไร
ขณะปฏบิ ัติกิจกรรมเพอื่ หาทางชี้แนะ กระตุน หรอื ยับย้ังพฤติกรรมท่ไี มเหมาะสม
3. สอนใหผูเรยี นเรียนรูการตั้งคำถาม เมื่อผูเรยี นสามารถตง้ั คำถามได จะทำใหผ ูเรยี น
รูจักถามเพื่อคนควาขอมูล รูจักรับฟงความคิดเห็นของผูอ่ืน และรวมแสดงความคิดเห็นของตนเอง
ในเรื่องทีเ่ ก่ียวขอ งกบั การเรียนรู
4. ใหคำแนะนำเม่ือผูเรียนเกิดขอสงสัย ครูจะตองเปนผูคอยแนะนำ ช้ีแจงใหขอมูล
ตาง ๆ หรือยกตัวอยางเหตุการณใกลตัวตาง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของผูเรียนเชื่อมโยงไปสู
ความรดู านอ่ืน ๆ ในขณะทำกจิ กรรมเมื่อผเู รยี นเกิดขอสงสยั หรอื คำถามโดยไมบอกคำตอบ
5. เปดโอกาสใหผูเรียนคิดหาคำตอบดวยตนเอง สังเกตและคอยกระตุนดวยคำถาม
ใหผเู รยี นไดค ิดกิจกรรมทอี่ ยากเรียนรแู ละหาคำตอบในส่ิงที่สงสัยดว ยตนเอง
6. เปดโอกาสใหผูเรียนสรางสรรคผลงานอยางอิสระตามความคิดและความสามารถ
ของตนเอง เพื่อใหผูเรียนไดใชจินตนาการและความสามารถของตนเองในการคิดสรางสรรค
อยางเตม็ ที่
นอกจากน้ี วารินทพร ฟนเฟองฟู (2512) ไดกลาวถึง Active Learning สูการปฏิบัติ
ไววาการนำรูปแบบหรือเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรูตามแนวคิด Active Learning ไปปฏิบัติ
เพื่อใหเกิดประสิทธิภาพน้ัน ผูสอนและผูเรียนลวนมีบทบาทสำคัญและมีลักษณะเฉพาะ ผูสอนจึงตอง
ศึกษาทำความเขาใจเพ่ือท่ีจะจัดกิจกรรมการเรียนรูใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และจากการวิเคราะห

38

และสงั เคราะหบ ทบาทผูสอนในการจัดการเรยี นรูจากนกั การศกึ ษา สามารถจำแนกบทบาทของผูส อน
ไดด งั นี้

1. วิเคราะหเปาหมายของการเรียนรูและเลือกเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู
ท่ีสนับสนุนการเรียนรูตามแนว Active Learning 1 - 2 วิธีท่ีเหมาะสมกับเน้ือหาและส่ิงท่ีตองการให
ผเู รียนปฏบิ ตั ิ

2. เลือกใชเทคนคิ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูทงี่ ายและใชเวลาไมมากสำหรับการเร่ิมตน
เชน “one minute paper” และ “Think-pair-share” หรือใหผูเรียนแขงขันกันตอบคำถาม
ที่เกี่ยวขอ ง กับเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี นตอไป เปน ตน

3. มีการมอบหมายงานใหผูเรียนเพ่ือการเตรียมตัวหรือเตรียมความรูกอนการเขาเรียน
เชน มกี ารมอบหมายใหอ านเน้อื หาสาระทจี่ ะเรียนหรือเร่ืองทเ่ี กีย่ วของในสง่ิ ทจ่ี ะเรยี นลว งหนา

4. บอกถึงกจิ กรรมและประโยชนท จ่ี ะไดร บั จากการรว มกจิ กรรม
5. กระตุนใหผูเรียนคนหาคำตอบดวยตนเอง มีความเขาใจและสรางมโนทัศนท่ีได
จากการเรียนรูและสรางองคความรูดวยตนเองได เชน มอบหมายใหผูเรียนศึกษาส่ือวีดีโอโดยมี
การตง้ั คำถาม และใหผ ูเ รียนหาคำตอบ
6. การจัดกิจกรรมการเรียนรูควรจัดเปนกลุมเพ่ือการเรียนรูรวมกัน และกระตุนให
ผเู รียนมีสวนรวมในการทำกจิ กรรมการเรียนรูอยา งมชี ีวิตชวี า
7. สรางสรรคกิจกรรมอยางหลากหลายมีความยืดหยุน เพ่ือขยายประสบการณ
การเรียนรูของผเู รียนดว ยการลงมือปฏิบตั ิ
8. ใหความสำคัญและกระตุนใหเกิดการสรางปฏิสัมพันธในช้ันเรียนโดยใชทักษะ
การส่ือสารแลกเปลี่ยนเรยี นรู
9. กิจกรรมการเรียนรูยึดปญหาเปนสำคัญและกระตุนใหผูเรียนเลือกใชวิธีแกปญหา
อยางหลากหลายเปนระบบ
10. กระตนุ ใหผ เู รียนเกดิ ทกั ษะการคดิ ขนั้ สงู
11. ใหผเู รียนรบั ผิดชอบในผลงาน โดยกำหนดเวลาและงบประมาณทีใ่ ช
12. มีการสรุปแลกเปล่ยี นเรยี นรกู นั กอ นเรม่ิ เนือ้ หาใหม
4. การวัดและประเมนิ ผลการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู เปนกระบวนการในการตรวจสอบผล
การดำเนินกิจกรรมวาบรรลุตามเปาหมายท่ีกำหนดไวหรือไม มีสวนใดตองปรับปรุงแกไขเพ่ือพัฒนา
ตอไป โดยประเมินท้ังกระบวนการในการจดั กิจกรรม และประเมินคุณภาพของผูเรียนใชการประเมิน
หลากหลายวิธี ใหทุกฝายไดมีโอกาสในการประเมิน เชน ครูประเมินผูเรียน ผูเรียนประเมินเพ่ือน


Click to View FlipBook Version