ก
ก
ชื่อเร่ืองวิจยั รายงานการดำเนนิ งานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ผวู จิ ยั นายธรี ภวังคนนั ท
หนวยงาน สำนกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธกิ าร
ปท ว่ี ิจัย ปการศึกษา 2565
บทคัดยอ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพ่ือ 1) ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 2) ศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงาน
ตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ และ
3) จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ การวิจัยครั้งน้ีใชวิธีการวิจัยและพัฒนา แบงกระบวนการวิจัยเปน 3 ระยะ
ระยะท่ี 1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอ มลู จากการคน ควา เอกสารและงานวจิ ัย และการสนทนากลุม ผเู ขารว ม
สนทนากลุม (Focus Group Discussion) เปนกลุมผูใหขอมูล คือ ผูทรงคุณวุฒิ ผูบริหารการศึกษา
ผูบริหารหนวยงานการศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
จำนวน 11 คน และการสำรวจความคิดเหน็ จากประชากร คือ ผูบรหิ ารการศึกษา ผูบริหารหนว ยงาน
การศึกษา สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 3,137 คน กลุมตัวอยาง
คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา จำนวน 3,137 คน ขนาดของกลุมตัวอยาง ไดมาดวยการสุมแบบแบงช้ัน (Stratified
random sampling) ระยะท่ี 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ กลุมตัวอยาง คือ ผูบริหารสถานศึกษา ขาราชการครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาท่ีปฏิบัตงิ านเก่ยี วขอ งกบั ดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แยกเปน 6 ภูมิภาค จำนวน 72 คน
โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
การดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning กลุมผูเช่ียวชาญในการตรวจสอบ
ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย จำนวน 11 คน วิเคราะหขอมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะหเน้ือหา
ขอ มูลเชิงปริมาณวิเคราะหคาสถติ ิพื้นฐาน ไดแก ความถี่ รอยละ คาเฉล่ียและสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบวา
ข
1. ผลการศึกษารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Actives Learning เรียงตาม
อนั ดับการใชม ากทีส่ ุดไปนอ ยทส่ี ดุ
1.1 การสอนแบบใชคำถาม (Questioning Method)
1.2 การเรียนรูโดยใชก จิ กรรมเปน ฐาน (Activity-Based Learning)
1.3 การเรียนรูแ บบใชเกม (Games)
1.4 การเรยี นรูเชิงประสบการณ (Experiential Learning)
1.5 การเรยี นรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem Based Learning)
1.6 การเรียนรูแบบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored Instruction)
1.7 การเรียนรโู ดยใชโ ครงงานเปนฐาน (Project-Based Learning)
1.8 การเรยี นรแู บบกรณศี ึกษา (Analyze Case Studies)
2. สภาพการดำเนินการทางการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2.1 ดา นบุคคล คอื ผบู รหิ าร ครูผูส อน และผเู รยี น โดยมสี าระสำคญั คือ
2.1.1 ผูบริหาร เปนบุคคลสำคัญในการสนับสนุน ควรกำหนดเปนนโยบาย
ในการขับเคล่ือนในสถานศึกษา สงเสริม สนับสนุน และเสริมแรงจูงใจ สังเกตกระบวนการเรียนรู
อยางตอเนือ่ ง รวมทง้ั สงเสรมิ ชมุ ชนแหงการเรยี นรทู างวชิ าชีพ PLC
2.1.2 ครูผูสอน ควรใชคำถามเพื่อกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรู
ไมนำความคิดของตนเองเขาไปในการจัดการเรียนรู เปดโอกาสใหผูเรียนคิดนอกกรอบ สงเสริม
พัฒนาใหผูเรียนสามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถตอยอดและนำไปใชในชีวิตประจำวัน
ดวยทักษะวิธีการจัดการเรียนรูที่หลากหลาย ใชส่ือ อุปกรณท่ีทันสมัย นาเรียนรู ดึงดูดความสนใจ
ของผเู รียน
2.1.3 ผูเรียน การจัดการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมกับวัย สภาพ บริบท
ความพรอ ม ทักษะ สมรรถนะ ความกระตือรือรนใสใ จตอการเรียนรขู องผเู รยี น
2.2 สื่อ วัสดุ อุปกรณ ท่ีทันสมัย เพียงพอ เหมาะสม สรางความสนใจในการเรียนรู
ของผเู รยี น
2.3 งบประมาณที่สามารถสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา
3. ความตองการและปจจัยที่สงผลตอความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning
3.1 นโยบาย การขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ท่ีเปน
รูปธรรม ชัดเจน ตอเน่ือง เหมาะสม เปนเอกภาพ ใหความสำคัญและยกระดับเปนนโยบายเรงดวน
มมี าตรการเสรมิ แรงท้ังทางบวกและทางลบ
ค
3.2 บทบาทครู เปล่ียนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวย
ความสะดวก ชวยเหลือ เสริมแรง ใหกำลังใจแกผูเรียน โดยครูตองมีความรู ความเขาใจ ทักษะ
สมรรถนะ เจตคติที่ดี มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล
การจดั การเรยี นรเู ชงิ บูรณาการใหผ ูเรยี นเกดิ การเรียนรูรอบดา น
3.3 ผูบริหาร มีภาวะผูนำ ใหความสำคัญกับนโยบาย ขับเคล่ือนอยางเปนระบบ
เปน ที่ปรกึ ษารอบดา น ใหคำแนะนำ กำกบั ติดตาม นเิ ทศผลการดำเนินงานจัดการเรยี นการสอนแบบ
Active Learning และรวมลงมือปฏิบัตเิ ปน แบบอยางท่ีดีแกขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในสถานศึกษา
3.4 รูปแบบการเรียนรู ควรจัดการเรียนรูดวยการที่ผูเรียนมีสวนรวมในการคิด
วิเคราะหและรว มออกแบบการเรยี นรู การลงมอื ปฏบิ ตั ิจรงิ และรวมประเมนิ ผลการเรยี นรูใหม ากขน้ึ
3.5 งบประมาณการขบั เคล่อื นการดำเนินงานที่พรอมใช
3.6 สอ่ื นวตั กรรม วัสดุ อปุ กรณ ทที่ ันสมัย เพยี งพอ สอดคลอ งกบั การจัดการเรียน
การสอนตามหลักสตู รการเรียนรู
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ
1. ใหความสำคญั โดยการยกระดบั ใหเ ปนวาระเรงดวน
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคล่ือน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรมชัดเจน
เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ทั้งในภารกิจพ้ืนฐาน
ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพื้นท่ี ที่สงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นท่ีในระดับ
กระทรวง ระดับจงั หวดั /เขตพ้นื ท่ี และระดับสถานศึกษา
3. สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบการเรียนรู การลงมือปฏิบัติของผูเรียน
และรวมประเมนิ ผลการเรียนรูใ หม ากขึ้นอยา งเปน รปู ธรรม
4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปลี่ยนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู
คอยกระตุน สรางแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรูและวิธีจัดระเบียบการสรางความรูใหกับนักเรียน
เพอ่ื ใหน ักเรียนไดร ับการปพู นื้ ฐานความพรอมท้งั กาย ใจ และปญ ญา อยา งรอบดาน
5. สรางขวัญกำลังใจใหผูปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผูปฏิบัติงานเชิงประจักษ และสนับสนุน
ใหไ ดรบั โอกาสความกา วหนา ในอาชพี
6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผลและการรายงานผลท่ีชัดเจน
อยางตอเนื่อง โดยใชดิจิทัลแพลตฟอรมใหเกิดความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอการปฏิบัติงาน
ทกุ ระดบั
ง
บทสรุปผบู ริหาร
รัฐบาลกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาประเทศ ภายใตยุทธศาสตร 20 ป (พ.ศ. 2561
- 2580) พัฒนาประเทศไปสู “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งค่ัง ย่ังยืน เปนประเทศพัฒนาแลว
ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ 20 ป
เปน กลไกการขับเคล่ือนยุทธศาสตรช าตใิ หบรรลุตามเปา หมายทวี่ างไวในป 2580 กระทรวงศึกษาธกิ าร
ตระหนักเห็นความสำคัญและมุงม่ันดำเนินการตามภารกิจหลักแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ
20 ป ในฐานะหนวยงานเจาภาพขับเคล่ือนทุกแผนยอยในประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู
และในประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต รวมท้ังแผนการปฏิรูปประเทศ
ดานการศึกษา และนโยบายรัฐบาลท้ังในสวนนโยบายหลักดานการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู
และการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต และนโยบายเรงดวน เรื่อง การเตรียมคนไทยสูศตวรรษ
ที่ 21 โดยคาดหวังวาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชวี ิต จะไดรับการพัฒนาการเรียนรูใหเปนคนดี
คนเกง มีคุณภาพ และมีความพรอมขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศสูความมั่นคง ม่ังคั่ง และยังยืน
ซ่ึงมีนโยบายระยะเรงดวน (Quick Win) ขอ 2 หลักสูตรฐานสมรรนะ ท่ีมุงการจัดการเรียนรู
ที่หลากหลาย โดยยึดความสามารถของผูเรียนเปนหลัก และพัฒนาผูเรียนใหเกิดสมรรถนะที่ตองการ
ซึ่งสอดคลองกับนโยบายการจัดการเรียนการสอนที่มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรค
การเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ (Active
Learning)
จากภารกิจการตรวจราชการและติดตามประเมินผลตามนโยบายการจัดการเรียน
การสอนที่มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับ มีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก
และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ (Active Learning) ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงดำเนินการศึกษา เร่ือง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning โดยการวิเคราะห สังเคราะหเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวของกับการจดั การเรียน
การสอนแบบ Active Learning และศึกษาสภาพการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ท่ีเนน ผูเรยี นทกุ ระดับมสี วนรวมสรา งสรรคการเรียนรเู พ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก
และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ สรุปการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดเก็บขอมูลจากหนวยงาน
ทางการศึกษา 77 จังหวัด กลุมผูใหขอมูล ประกอบดวย ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงาน
การศึกษา สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
จำนวน 3,137 คน ผลการศึกษาการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ พบวา
จ
1. ผลการศึกษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา
1.1 รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Actives Learning เรยี งตามอนั ดับการใช
มากทีส่ ุดไปนอ ยทส่ี ุด
1.1.1 การสอนแบบใชคำถาม (Questioning Method)
1.1.2 การเรยี นรูโ ดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning)
1.1.3 การเรยี นรูแ บบใชเกม (Games)
1.1.4 การเรยี นรเู ชงิ ประสบการณ (Experiential Learning)
1.1.5 การเรียนรูโดยใชปญหาเปน ฐาน (Problem Based Learning)
1.1.6 การเรยี นรแู บบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored Instruction)
1.1.7 การเรียนรโู ดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-Based Learning)
1.1.8 การเรยี นรแู บบกรณศี กึ ษา (Analyze Case Studies)
1.2 สภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
1.2.1 ดา นบุคคล คอื ผูบ รหิ าร ครผู ูส อน และผูเรียน โดยมีสาระสำคัญ คือ
1) ผูบริหาร เปนบุคคลสำคัญในการสนับสนุน ควรกำหนดเปนนโยบาย
ในการขับเคลื่อนในสถานศึกษา สงเสริมสนับสนุนและเสริมแรงจูงใจ สังเกตกระบวนการเรียนรู
อยา งตอเน่อื ง รวมทัง้ สง เสริมชุมชนแหง การเรียนรทู างวชิ าชพี PLC
2) ครูผูสอน ควรใชคำถามเพื่อกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรู ไมนำ
ความคิดของตนเองเขาไปในการจัดการเรียนรู เปดโอกาสใหผูเรียนคิดนอกกรอบ สงเสริม พัฒนา
ใหผูเรียนสามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถตอยอดและนำไปใชในชีวิตประจำวัน
ดวยทักษะวิธีการจัดการเรียนรูท่ีหลากหลาย ใชสื่อ อุปกรณท่ีทันสมัย นาเรียนรู ดึงดูดความสนใจ
ของผูเ รียน
3) ผูเรียน รูปแบบ กระบวนการ วิธีการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม
กบั วัย สภาพ บริบท ความพรอม ทักษะ สมรรถนะ ความกระตอื รอื รนใสใ จตอ การเรียนรูของผเู รียน
1.2.2 สอ่ื วัสดุ อปุ กรณ ทที่ ันสมัย เพียงพอ เหมาะสม สรางความสนใจในการเรียนรู
1.2.3 งบประมาณท่ีเหมาะสม เพียงพอ รวดเรว็ ทันเวลา
2. ผลการศึกษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการสนทนากลุม
1) บคุ คล
1.1) ผูบริหาร ไมใหความสำคัญ ขาดการสงเสริมและสนับสนุนการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ขาดภาวะผูนำทางวิชาการ (Instructional Leadership)
ผูบรหิ ารมกี ารเปลี่ยนแปลงโยกยายสถานศึกษาบอ ย
ฉ
1.2) ครูผูสอน ขาดความรู ความเขาใจ ความสามารถและทักษะการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ใชรูปแบบการสอนแบบเดิม ไมมีเวลาในการจัดการเรียน
การสอนเน่ืองจากไดร ับมอบหมายใหก ิจกรรมอ่ืน ๆ เชน งานยาเสพตดิ งานอนามัย งานแนะแนว
1.3) ผูเรียน ขาดทักษะการคิดวิเคราะห การจัดการเรียนการสอนของครู
ไมเนนใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ ผูเรียนไมมีสวนรวมในการเรียนรู ไมสามารถประยุกตใชความรู
ในการแกไขปญ หาได รวมทัง้ ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู
2) วัสดุ สื่อ อปุ กรณ
ขาดแคลนวัสดุ ส่ือ และอุปกรณสำหรับใชในการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ที่ตองใชเพื่อใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติจริง สื่อเทคโนโลยี ไมตอบสนองตอ
การเรียนรใู นศตวรรษที่ 21
3) การบริหารจัดการ
3.1) การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด เชน ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ไมตอเน่ือง มีรูปแบบการดำเนินงานไมที่ชัดเจน สงผลใหผูบริหารสถานศึกษา ไมใหความสำคัญ
ของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ในระดบั ตาง ๆ
3.2) หนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาขาดการสง เสริมครูผูสอนอยางจริงจัง
โดยเฉพาะผูท่ีจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ มีผลงาน
เชิงประจักษ เปนท่ียอมรับ ใหมีความกาวในอาชีพ สรางแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน มอบเกียรติบัตร
การพิจารณาความดีความชอบ เปนตน และขาดการพัฒนาสมรรถนะครูผูสอนอยางตอเนื่อง
ดวยวธิ กี ารท่ีหลากหลาย เพอ่ื สรางแรงบันดาลใจ
3.3) การสนับสนุนดานงบประมาณ วัสดุ อุปกรณใหกับสถานศึกษาเพ่ือใช
ในการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมเพยี งพอตอการจดั ทำสอื่ เพ่ือใหผ ูเรยี นไดเ รยี นรู
3.4) การนเิ ทศ กำกับ ตดิ ตามการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ของครผู สู อนและผูบรหิ ารสถานศึกษาขาดความตอ เน่ืองและเปน ระบบ
3. ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
3.1 นโยบาย การขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ท่ีเปนรูปธรรม ชัดเจน ตอเนื่อง เหมาะสม เปนเอกภาพ ใหความสำคัญและยกระดับเปนนโยบาย
เรง ดว น มีมาตรการเสริมแรงท้งั ทางบวกและทางลบ
ช
3.2 บทบาทครู เปลี่ยนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวย
ความสะดวก ชวยเหลือ เสริมแรง ใหกำลังใจแกผูเรียน โดยครูตองมีความรู ความเขาใจ ทักษะ
สมรรถนะ เจตคติที่ดี มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู การวัดและประเมินผล
การจดั การเรียนรูเชงิ บูรณาการใหผ ูเ รียนเกิดการเรยี นรูร อบดาน
3.3 ผูบริหาร มีภาวะผูนำ ใหความสำคัญกับนโยบาย ขับเคลื่อนอยางเปนระบบ
เปนท่ีปรึกษารอบดาน ใหคำแนะนำ กำกับ ติดตาม นิเทศผลการดำเนินงานจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning รวมลงมือปฏิบัติเปนแบบอยางท่ีดีแกขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในสถานศกึ ษา
3.4 รูปแบบการเรียนรู ควรจัดการเรียนรูดวยการท่ีผูเรียนมีสวนรวมในการคิด
วเิ คราะหและรวมออกแบบการเรียนรู การลงมอื ปฏิบตั ิจริง และรว มประเมินผลการเรยี นรใู หม ากขึน้
3.5 งบประมาณการขบั เคลือ่ นการดำเนนิ งานท่ีพรอ มใช
3.6 สอื่ นวตั กรรม วสั ดุ อปุ กรณ ทีท่ นั สมยั เพยี งพอ สอดคลอ งกับการจดั การเรยี น
การสอนตามหลักสตู รการเรยี นรู
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ
1. ใหความสำคญั โดยการยกระดบั ใหเ ปน วาระเรง ดวน
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคลื่อน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรม
ชัดเจน เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ท้ังในภารกิจ
พื้นฐาน ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพ้ืนท่ี ท่ีสงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นท่ี
ในระดบั กระทรวง ระดบั จังหวดั /เขตพ้ืนที่ และระดับสถานศกึ ษา
3. สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบการเรียนรู การลงมือปฏิบัติของผูเรียน
และรวมประเมนิ ผลการเรยี นรใู หมากขนึ้ อยา งเปนรูปธรรม
4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปลี่ยนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู คอยกระตุน
สรางแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรูและวิธีจดั ระเบียบการสรา งความรูใหกับนักเรียน เพอ่ื ใหนักเรียน
ไดร ับการปพู ้ืนฐานความพรอ มท้งั กาย ใจ และปญ ญา อยา งรอบดา น
5. สรางขวัญกำลังใจใหผูปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผูปฏิบัติงานเชิงประจักษ และสนับสนุน
ใหไดรับโอกาสความกา วหนา ในอาชีพ
6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นเิ ทศ ประเมินผลและการรายงานผลที่ชัดเจนอยางตอเน่อื ง
โดยใชดจิ ทิ ัลแพลตฟอรม ใหเ กดิ ความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอ การปฏิบตั งิ านทุกระดบั
ซ
สารบญั
บทคัดยอ หนา
บทสรุปผบู ริหาร ก
สารบญั ง
สารบัญตาราง ซ
สารบญั ภาพ ญ
บทท่ี 1 บทนำ ฎ
1
ความเปน มาและความสำคญั ของปญหา 1
คำถามวิจยั 2
วตั ถุประสงคข องการวิจยั 3
ขอบเขตของการวจิ ยั 3
ประโยชนท่คี าดวา จะไดรบั 5
นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ 5
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี กยี่ วของ 7
ความเชอื่ มโยงของ แผน 3 ระดบั 7
แนวคิดและทฤษฎีของการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning 16
การตรวจราชการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลของผตู รวจราชการ 72
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
นโยบายการตรวจราชการและติดตามผลการจดั การศึกษา 78
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประจำปง บประมาณ พ.ศ. 2565
งานวจิ ยั ท่เี กี่ยวของ 87
บทที่ 3 วธิ ีดำเนินการวจิ ยั 92
ระยะท่ี 1 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning 94
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 100
ระยะที่ 2 ศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบายการจดั
102
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ระยะที่ 3 จัดทำขอ เสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนนิ การจัดการเรยี นการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ฌ
สารบญั (ตอ)
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข อมูล หนา
ระยะที่ 1 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning 104
ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศกึ ษาธิการ 105
ระยะที่ 2 ศกึ ษาสภาพและแนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบายการจดั
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร 117
ระยะท่ี 3 จดั ทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจดั การเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 130
บทที่ 5 บทสรปุ 131
สรุปผลการวจิ ยั 131
อภิปรายผล 137
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
ญ
สารบญั ตาราง หนา
43
ตารางท่ี 1 กลยทุ ธก ารจดั การเรียนรูเชงิ รุกดา นรา งกาย 44
ตารางท่ี 2 กลยุทธก ารจดั การเรยี นรูเชิงรุกดา นสติปญญา 45
ตารางที่ 3 กลยทุ ธการจดั การเรียนรูเชงิ รกุ ดานสงั คม 46
ตารางท่ี 4 กลยุทธการจดั การเรยี นรเู ชิงรุกดา นอารมณ 109
ตารางท่ี 5 ขอมลู พ้นื ฐานของผูตอบแบบสอบถาม หนวยงานระดบั จงั หวัด 110
ตารางท่ี 6 คา เฉล่ยี สว นเบีย่ งเบนมาตรฐาน และสภาพการจดั การเรียนการสอน
112
แบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ของหนว ยงานการศึกษา ระดบั จังหวดั 113
ตารางท่ี 7 ขอมลู พ้นื ฐานของผตู อบแบบสอบถาม หนวยงานทางการศกึ ษา
และสถานศึกษา
ตารางท่ี 8 คาเฉลยี่ สว นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และสภาพการจดั การเรยี นการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
ของหนว ยงานการศึกษา สถานศกึ ษา
ฎ
สารบญั ภาพ
หนา
ภาพที่ 1 กรวยแหงการเรียนรู 23
ภาพที่ 2 ความสมั พันธข องหนวยการเรยี นรูส กู ารจัดทำแผนการจดั การเรียนรู 31
ภาพท่ี 3 บทบาทของครใู นฐานะผูกระตนุ การเรยี นรู 37
ภาพที่ 4 การประเมนิ ผลกิจกรรมการเรียนรูเชงิ รกุ 39
ภาพที่ 5 เทคนคิ การสอนทใ่ี ชในการจดั การเรยี นรแู บบเนนประสบการณ 50
ภาพที่ 6 รูปแบบการสอนแบบโครงงาน (Project Based Learning) 51
ภาพท่ี 7 รปู แบบการสอนแบบใชป ญหาเปนฐาน (Problem Based Learning) 52
ภาพท่ี 8 รูปแบบการสอนท่เี นนทักษะกระบวนการคดิ (Thinking Based Learning) 52
ภาพท่ี 9 วงจรการเรียนรเู ชิงประสบการณ (Experiential Learning Cycles) 55
ภาพท่ี 10 ขัน้ ตอนการจดั การเรยี นรูแบบใชปญ หาเปน ฐาน 62
ภาพท่ี 11 โครงงานประเภทครนู ำทาง (Guided Project) 65
ภาพที่ 12 โครงงานประเภทครูลดการนำทาง - เพิม่ บทบาทผเู รียน (Less guided Project) 66
ภาพที่ 13 โครงงานประเภทผเู รียนนำเอง ครไู มต อ งนำทาง (Unguided Project) 67
ภาพท่ี 14 ขั้นตอนการจดั การเรียนรแู บบโครงงานของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 69
และกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ภาพท่ี 15 โมเดลจกั รยานแหงการเรียนรูแบบ PBL 70
ภาพที่ 16 ขั้นตอนการจดั การเรยี นรูแ บบใชโครงงานเปนฐาน 71
ภาพท่ี 17 เขตพืน้ ทตี่ รวจราชการของผตู รวจราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 86
ภาพที่ 18 ข้ันตอนการดำเนินงานวจิ ยั 93
ภาพท่ี 19 แนวทางการขับเคลอื่ น Active Learning เพ่อื พัฒนาทกั ษะแหงอนาคต 106
ภาพที่ 20 แนวทางการขบั เคลอื่ น Active Learning เพือ่ พัฒนาทักษะแหงอนาคต 134
1
บทที่ 1
บทนำ
ความเปนมาและความสำคัญของปญหา
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 4 หนาท่ีของปวงชนชาวไทย
มาตรา 50 บุคคลมีหนาท่ีดังตอไปนี้ (4) เขารับการศึกษาอบรมในการศึกษาภาคบังคับ และหมวด 5
หนาที่ของรัฐ มาตรา 54 รัฐตองดำเนินการใหเด็กทุกคนไดรับการศึกษาเปนเวลาสิบสองป ตั้งแต
กอนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอยางมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย การศึกษาทั้งปวง
ตองมุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเช่ียวชาญไดตามความถนัดของตน
และมีความรบั ผิดชอบตอครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาตโิ ดยรัฐบาลไดกำหนดกรอบทศิ ทาง
ยทุ ธศาสตรการพัฒนาประเทศในระยะยาวเพื่อพัฒนาประเทศไปสู “ประเทศไทยมีความม่ันคง มั่งค่ัง
ยั่งยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ตามกรอบ
ยุทธศาสตรชาติ ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580) โดยกำหนดยุทธศาสตรในมิติตาง ๆ ที่เกี่ยวของ
เพ่ือเปนกรอบในการวางแผนการทำงาน 6 ยุทธศาสตร ไดแก 1) ยุทธศาสตรดานความมั่นคง
2) ยุทธศาสตรดานการสรา งความสามารถในการแขงขนั 3) ยทุ ธศาสตรดานการพฒั นาและเสริมสรา ง
ศักยภาพทรัพยากรมนุษย 4) ยุทธศาสตรดานการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
5) ยุทธศาสตรด านการสรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเปนมิตรตอส่ิงแวดลอม และ 6) ยุทธศาสตร
ดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งแผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ
20 ป เปนกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตรชาติใหบรรลุตามเปาหมายที่วางไวในป 2580 กำหนดให
ประชาชนทุกกลุมวัยจะไดรับประโยชน ดังน้ี กลุมประถมถึงมัธยมตน ซ่ึงเปนชวงการศกึ ษาภาคบังคับ
จะไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพ มีหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานที่มุงเนนการพัฒนา
สมรรถนะหลักท่ีจำเปนตอผูเรียน มีดิจิทัลแพลตฟอรม เพ่ือการเรียนรูแหง ชาติที่สามารถขยายความรู
และวิธีการเรียนไปสูโรงเรียน นักเรียน และครูท่ีครอบคลุมท่ัวประเทศ รวมทั้งผูเรียนในพื้นที่หางไกล
และขาดแคลนทุนทรัพยจะไดรับการโอกาสศึกษาที่เทาเทียมและทั่วถงึ ในทุก ๆ พ้ืนท่ี เพ่ือใหนักเรียน
ไดรับการปูพื้นฐานความพรอมท้ังกาย ใจ และปญญา ใหพรอมรองรับการพัฒนาของชวงวัยตอไป
และไดรับการปลูกฝงวฒั นธรรมการใชชีวติ ในสังคมท่ีดี ใหเปนคนดี มจี ิตสาธารณะ มีความรับผิดชอบ
ตอสวนรวม มีวินัย พรอมเติบโตเปนคนที่มีคุณภาพของประเทศตอไป และกลุมวัยรุน นักศึกษา
จะไดรับการเรียนรูใหมีทักษะและองคความรูท่ีจำเปนตอการเปล่ียนแปลงในศตวรรษที่ 21
อยางมีคุณภาพไดรับการพัฒนาวินัย คุณธรรม จริยธรรม ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาวะ
ท่ีดี ไดรับความรูและการพัฒนาสมรรถนะท่ีสอดคลองกับความตองการภาคการผลิตของประเทศ
สรางผูประกอบการ เพ่ือพัฒนาประเทศไทยสูประเทศพัฒนาแลวดวยนวัตกรรมและเทคโนโลยี
2
แหงอนาคต ผานสถาบันศึกษายุคใหม ทำหนาที่ใหความรู สงเสริม สนับสนุน ความรูในทางวิชาการ
ที่สามารถใชองคความรู ทางวิชาการในการวิจัยและสรางสรรคนวัตกรรมในดานวิทยาศาสตร
สังคมศาสตร มนุษยศาสตรและใสใจ ศิลปะ วัฒนธรรมทองถ่ิน ที่แสดงถึงอัตลักษณความเปนไทย
ที่สอดคลองกับการพัฒนาประเทศ สูการสรางความสามารถในการแขงขันของประเทศท่ีทัดเทียมกับ
นานาประเทศทว่ั โลก
ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการตระหนักเห็นความสำคัญและมุงมั่นดำเนินการตามภารกิจหลัก
แผนแมบทภายใตย ุทธศาสตรชาติ 20 ป ในฐานะหนวยงานเจาภาพขับเคลื่อนทุกแผนยอยในประเด็น
12 การพัฒนาการเรียนรู และแผนยอยที่ 3 ในประเด็น 11 ศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต รวมท้ัง
แผนการปฏิรูปประเทศดานการศึกษา และนโยบายรัฐบาลทั้งในสวนนโยบายหลักดานการปฏิรูป
กระบวนการเรียนรู และการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต และนโยบายเรงดวน เรื่อง การเตรียม
คนไทยสูศตวรรษที่ 21 โดยคาดหวังวาการพัฒนาศักยภาพคนตลอดชวงชีวิต จะไดรับการพัฒนา
การเรยี นรูใหเปนคนดี คนเกง มคี ุณภาพ และมคี วามพรอ มขับเคล่ือนการพฒั นาประเทศสูความมั่นคง
ม่ังคั่ง และย่ังยืน จึงไดกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปงบประมาณ
พ.ศ. 2564 – 2565 มีหลักการตามนโยบายสราง TRUST หรือ ความเช่ือมั่น ไววางใจ ใหกับสังคม
โดยเฉพาะเด็กและผูปกครอง มีนโยบายระยะเรงดวน (Quick Win) ขอ 2 หลักสูตรฐานสมรรถนะ
ท่ีมงุ การจัดการเรียนรทู ี่หลากหลายโดยยึดความสามารถของผูเรียนเปนหลัก และพัฒนาผูเรียนใหเกิด
สมรรถนะที่ตองการ ซ่ึงสอดคลองกับนโยบายการจัดการเรียนการสอนที่มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับ
มีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัด
และความสนใจ
ดังนั้น ในฐานะดำรงตำแหนง ผูตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และไดรับมอบหมาย
การตรวจราชการ และติดตามประเมินผลตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนที่มุงเนนใหผูเรียน
ทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเอง
ตามความถนดั และความสนใจ ของสถานศึกษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร จึงไดศึกษาการดำเนนิ งาน
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ประจำปก ารศกึ ษา 2564 ขน้ึ
คำถามวจิ ัย
1. สภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวง
ศกึ ษาธิการ เปนอยา งไร
2. สภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ เปนอยางไร
3
3. ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธกิ าร มอี ะไรบาง
วตั ถปุ ระสงคข องการวจิ ัย
1. เพ่ือศกึ ษาสภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สงั กดั
กระทรวงศึกษาธิการ
2. เพ่ือศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
3. เพ่ือจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ขอบเขตของการวิจยั
การวิจัยในครั้งนี้เปนการศึกษาการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ ผูว ิจัยไดกำหนดขอบเขตของการวิจัยแยกตาม
วตั ถุประสงคแ ละระยะการศึกษา ดังน้ี
ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ผูวิจัยไดกำหนดขั้นตอนในการดำเนินการ 3 ข้ันตอนยอย
ดงั น้ี
1.1 ศกึ ษาสภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการวิเคราะหเอกสาร มีขอบเขตการวิจัย ดงั น้ี
1.1.1 แหลงขอมูล คือ เอกสาร ตำรา งานวิจัยท่ีเก่ียวของกับการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning
1.1.2 ตัวแปรท่ีศกึ ษา คือ สภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
1.2 ศกึ ษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสนทนากลมุ มขี อบเขตการวจิ ัย ดังนี้
1.2.1 กลุม ผูใ หข อมูล
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
และขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 คน ท่ีมีความรู
4
ความสามารถ เขาใจการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยผูวิจัยเลือกแบบเจาะจง
(Purposive sampling)
1.2.2 ตวั แปรทีศ่ กึ ษา คือ สภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
1.3 ศึกษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กดั กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสอบถาม มขี อบเขตการวิจัย ดงั นี้
1.3.1 ประชากร
ประชากร คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
และขา ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ
กลุมตัวอยาง คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
และขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 3,137 คน
ขนาดของกลุมตัวอยางโดยใชเกณฑตามตาราง Krejcie and Morgan (1970) และไดมาดวยการสุม
แบบแบง ชนั้ (Stratified random sampling)
1.3.2 ตัวแปรท่ีศกึ ษา คือ สภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ระยะที่ 2 ศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
การศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ผวู จิ ัยไดก ำหนดขอบเขตการวจิ ยั ดงั นี้
2.1. กลมุ ผใู หข อมูล
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูบริหารสถานศึกษา และขาราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานเก่ียวของกับดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธิการ
2.2 ตัวแปรทีศ่ กึ ษา คือ
2.2.1 สภาพการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
2.2.2 แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
ระยะที่ 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
การจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ผวู จิ ยั ไดก ำหนดขอบเขตการวิจยั ดงั นี้
3.1 แหลง ขอมลู / กลุมผูใหขอ มลู
5
แหลงขอมูล คือ ขอมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการจัดการเรยี นการ
สอนแบบ Active Learning ที่มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู
เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดความสนใจของกระทรวงศึกษาธิการ
และผลการศึกษาในระยะที่ 1 และระยะที่ 2
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
และขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 คน ที่มีความรู
ความสามารถ เขาใจการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยผูวิจัยเลือกแบบเจาะจง
(Purposive sampling)
3.2 ตัวแปรท่ีศึกษา คือ ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
ประโยชนท่ีคาดวาจะไดรับ
1. ไดขอมูลสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ
2. ไดขอมูลสภาพและแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
3. ไดขอเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ
นิยามศัพทเ ฉพาะ
1. สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ หมายถึง กระบวนการ วิธีการ รูปแบบการจัดการเรียนการสอน
ของสถานศกึ ษา ที่จัดการเรยี นการสอนใหนักเรียน โดยมุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมสี ว นรว มสรางสรรค
การเรียนรู เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ ของ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
2. แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ หมายถึง ปจจัย ความตองการ แนวทางกระบวนการ วิธีการ
ขั้นตอนการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการใหเปนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเปาหมายมุงเนนใหผูเรียน
ทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตาม
ความถนดั และความสนใจ
6
3. สภาพการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ หมายถึง การบริหาร การจัดการ แนวทางวิธีการ ขั้นตอนการดำเนินงาน
จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเปาหมาย
มุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนา
ตนเองตามความถนัดและความสนใจ ดวยการวางแผน การปฏิบัติ การตรวจสอบ การปรับปรุงแกไข
และการดำเนนิ งาน
4. ขอเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ หมายถึง ขอเสนอ แนวทางการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning เพ่ือใหบรรลุเปาหมาย โดยมุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรค
การเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ
5. เด็กนักเรียน หมายถึง บุคคลที่มีอายุต่ำกวาสิบแปดปบริบูรณแตไมรวมถึงผูท่ีบรรลุนิติ
ภาวะดวยการสมรส และเปนเด็กนักเรียนซ่ึงกำลังรับการศึกษาที่อยูในความดูแลของหนวยงาน
การศึกษาสงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
6. ผูบริหารการศึกษา หมายถึง ผูดำรงตำแหนงศึกษาธกิ ารจังหวัด ผูอำนวยการสำนักงาน
เขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา
7. ผูบริหารหนวยงานการศึกษา หมายถึง ผูดำรงตำแหนง ผูอำนวยการโรงเรียน
ผอู ำนวยการวทิ ยาลัย ของสถานศึกษาท้งั ของรฐั และเอกชน
8. ครผู สู อน หมายถึง ผทู ำหนา ที่สอนหนงั สือในสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
9. บุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ผูทำหนาที่สงเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษา
ของสถานศกึ ษา
10. สถานศึกษา หมายถึง โรงเรียน ศูนยการเรียน หนวยงานทางการศึกษาหรือหนวยงาน
อ่นื ของรัฐหรือเอกชน ที่มีอำนาจหนาที่หรือมีวตั ถุประสงคในการจัดการศึกษา ซ่ึงอยภู ายใตการกำกับ
ดแู ลของกระทรวงศึกษาธกิ าร
7
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ัยที่เกีย่ วของ
การศึกษา เร่ือง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีการศึกษาแนวคิด หลักการ ทฤษฎี และงานวิจัย
ท่ีเก่ียวของ ดงั นี้
1. ความเชอ่ื มโยงของ แผน 3 ระดบั
2. แนวคิดและทฤษฎขี องการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
3. การตรวจราชการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลของผตู รวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
4. นโยบายการตรวจราชการและติดตามผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2565
5. งานวิจยั ทเ่ี ก่ียวของ
1. ความเชื่อมโยงของ แผน 3 ระดับ
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใชเมื่อวันท่ี 6 เมษายน
พ.ศ. 2560 และหมวดนโยบายแหงรัฐ กำหนดใหประเทศมียุทธศาสตรชาติเพื่อเปนกรอบ
ในการพัฒนาประเทศอยางย่ังยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใชเปนกรอบจัดทำแผนระดับตาง ๆ
ใหสอดคลองและบูรณาการเพื่อเปนพลังผลักดันรวมกันสูเปาหมายใหประเทศบรรลุวิสัยทัศน
“ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” โดยประเดน็ ยทุ ธศาสตรช าตดิ า นการพฒั นาและเสริมสรางศกั ยภาพทรพั ยากร
มนุษย ในการพัฒนาเพื่อใหคนไทยในอนาคต มีความพรอมทั้งดานรางกาย จิตใจ และสติปญญา
มีทักษะท่ีจำเปนในศตวรรษท่ี 21 มีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ีสาม และมีคุณธรรม
และเมื่อวันท่ี 8 ธันวาคม.2563 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ (ราง) แผนการปฏิรูปประเทศ
(ฉบับปรับปรุง) ที่เนนกิจกรรม Big Rock ดานการศึกษาสำคัญ 5 Big Rock คือ (1) การสรางโอกาส
และความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแตระดับปฐมวัย โดยกำหนดหนวยงานรับผิดชอบหลัก
(2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสูการเรียนรูฐานสมรรถนะเพ่ือตอบสนองการเปลี่ยนแปลง
ในศตวรรษท่ี 21 (3) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ใหมีคุณภาพมาตรฐาน (4) การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เนนการฝกปฏิบัติ
อยางเต็มรูปแบบนำไปสูการจางงานและการสรางงาน และ (5) การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบ
ธรรมาภิบาล ของสถาบันอุดมศึกษาเพ่ือสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได
ปานกลางอยางย่ังยืน กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตองดำเนินการ
8
ถายทอดยุทธศาสตรดังกลาวขางตนสูการปฏิบัติ ดวยการจัดทำเปนแผนปฏิบัติราชการ ซ่ึงเปนแผน
ของหนวยงาน เรียกวา แผนระดบั ที่ 3 โดยความรวมมือของหนวยงานที่เก่ียวของตามภารกจิ ในระดับ
กระทรวงสูพ้ืนทอ่ี ยางเปนรปู ธรรมและมปี ระสิทธิภาพ
เมื่อวันท่ี 25 กุมภาพันธ 2564 เผยแพรประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เร่ือง การประกาศ
แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแลวสำหรับดานการศึกษา
(หนา 293 - 323) กำหนดเปาหมายเพือ่ ใหผเู รยี นทกุ กลุมวยั ไดรบั การศึกษาท่ีมคี ุณภาพตามมาตรฐาน
มีทักษะที่จำเปนของโลกอนาคต สามารถแกปญหา ปรับตัว ส่ือสาร และทำงานรวมกับผูอื่นไดอยาง
มีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต และเปนพลเมืองที่รูสิทธิและหนาที่
มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภาคภูมิใจในความเปนไทย มีวัตถุประสงค
ทีส่ ำคญั 3 ดา น คอื ลดความเหลือ่ มลำ้ ยกระดบั คณุ ภาพ และเพม่ิ ขดี ความสามารถในการแขง ขนั
1.1 ยทุ ธศาสตรช าติ 20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580)
รฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติใหรัฐพึงจัดใหมียุทธศาสตรชาติ
เปนเปาหมายการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพ่ือใชเปนกรอบในการจัดทำแผน
ตาง ๆ ใหสอดคลองและบูรณาการกันเพ่ือใหเกิดเปนพลังผลักดันรวมกันไปสูเปาหมายวิสัยทัศน
“ประเทศไทย มีความมั่นคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนาตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง” เปาหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข
เศรษฐกิจพัฒนาอยางตอเนื่อง สังคมเปนธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยมียุทธศาสตร
การพัฒนาประเทศ จำนวน 6 ยุทธศาสตร ทสี่ ำคญั ดังนี้
การพัฒนาประเทศในชวงระยะเวลาของยุทธศาสตรชาติ จะมุงเนนการสรางสมดุล
ระหวางการพฒั นาเศรษฐกจิ สังคม และส่ิงแวดลอ ม โดยประกอบดวย 6 ยทุ ธศาสตร ไดแ ก
1) ยทุ ธศาสตรช าตดิ า นความมนั่ คง
2) ยุทธศาสตรช าตดิ านการสรา งความสามารถในการแขงขัน
3) ยุทธศาสตรชาตดิ า นการพัฒนาและเสรมิ สรา งศักยภาพทรพั ยากรมนษุ ย
4) ยุทธศาสตรชาตดิ า นการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม
5) ยุทธศาสตรชาติดา นการสรา งการเติบโตบนคุณภาพชวี ติ ที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม
6) ยุทธศาสตรช าตดิ านการปรับสมดลุ และพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครฐั
โดยมีเปาหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข
เศรษฐกจิ พฒั นาอยางตอ เน่ือง สงั คมเปนธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยัง่ ยนื ” โดยยกระดบั ศกั ยภาพ
ของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกชวงวัยใหเปนคนดี เกง และมีคุณภาพ
สรางโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม
9
และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชนสวนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนา
ตามยุทธศาสตรชาติ 20 ป ประกอบดว ย
1) ความอยูดีมีสขุ ของคนไทยและสงั คมไทย
2) ขีดความสามารถในการแขง ขนั การพฒั นาเศรษฐกจิ และการกระจายรายได
3) การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ยข องประเทศ
4) ความเทา เทียมและความเสมอภาคของสงั คม
5) ความหลากหลายทางชวี ภาพ คณุ ภาพสงิ่ แวดลอม และความยงั่ ยนื ของทรัพยากร
ธรรมชาติ
6) ประสทิ ธิภาพการบริหารจัดการและการเขาถึงการใหบ รกิ ารของภาครฐั
1.2 แผนแมบ ทภายใตยุทธศาสตรชาติ
แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ เปนแผนแมบทเพ่ือบรรลุเปาหมายตามท่ีกำหนดไว
ในยุทธศาสตรชาติ มีผลผูกพันตอหนวยงานของรัฐท่ีเก่ียวของจะตองปฏิบัติใหเปนไปตามน้ัน รวมท้ัง
การจัดทำงบประมาณรายจายประจำปตองสอดคลองกับแผนแมบทดวย โดยแผนแมบทภายใต
ยุทธศาสตรชาติ ประกอบดวย 23 ประเด็น 62 แผนยอย (ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง
การประกาศแผนแมบทภายใตยทุ ธศาสตรชาติ พ.ศ. 2561 - 2580) ณ วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2562
ซ่งึ เก่ยี วขอ งกับการศกึ ษา ดังนี้
ประเด็นแผนแมบ ทภายใต เปาหมายแผนแมบทภายใตย ุทธศาสตรชาติ
ยุทธศาสตรชาติ
1) ประเด็นการพฒั นาการเรยี นรู เปาหมายแผนหลกั
1. คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพ่ิมขึ้น
มที ักษะท่ีจำเปนของโลกศตวรรษท่ี 21 สามารถในการแกปญ หา
ปรับตัว ส่ือสาร และทำงาน รวมกับผูอ่ืนไดอยางมีประสิทธิผล
เพ่มิ ข้ึน มีนิสัยใฝ เรยี นรูอยา งตอ เนอ่ื งตลอดชวี ติ
2. คนไทยไดรับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัด
และความสามารถของพหุปญญาดีขน้ึ
2) ประเด็นการพัฒนาศักยภาพ เปา หมายแผนหลกั
คนตลอดชว งชีวติ คนไทยทุกชวงวัยมีคุณ ภาพเพ่ิมขึ้น ไดรับการพัฒนา
อยางสมดุล ทั้งดานรางกาย สติปญญา และคุณธรรม จริยธรรม
เปนผูท่ีมีความรู และทักษะในศตวรรษท่ี 21 รักการเรียนรู
อยางตอเนื่องตลอดชวี ติ
10
ประเด็นแผนแมบทภายใต เปาหมายแผนแมบทภายใตย ุทธศาสตรช าติ
ยุทธศาสตรช าติ
เปา หมายแผนยอ ย
วัยเรียน/วัยรุน มีความรู และทักษะในศตวรรษที่ 21
ครบถวน รูจักคิด วิเคราะห รักการเรียนรู มีสำนึกพลเมือง
มีความกลาหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแกปญหา
ปรับตัว สื่อสาร และทำงานรวมกับผูอ่ืนไดอยางมีประสิทธิผล
ตลอดชวี ติ ดีขึ้น
3) ประเด็นการบริการประชาชน เปาหมายแผนหลัก
และประสทิ ธภิ าพภาครฐั 1. บรกิ ารของรัฐมีประสทิ ธิภาพและมีคณุ ภาพเปนทีย่ อมรับ
ของผูใชบ ริการ
2. ภาครัฐมีการดำเนินการท่ีมีประสิทธิภาพดวยการนำ
นวัตกรรม เทคโนโลยีมาประยุกตใช
1.3 แผนแมบทเฉพาะกิจภายใตยุทธศาสตรชาติอันเปนผลมาจากสถานการณโควิด 19
พ.ศ. 2564 – 2565
แผนแมบทเฉพาะกิจภายใตยุทธศาสตรชาติฯ มีเปาหมายสำคัญ คือ “คนสามารถ
ยงั ชีพอยไู ดมงี านทำ กลุมเปราะบางไดรับการดูแลอยางท่ัวถึง สรางอาชีพและกระจายรายไดส ูทองถิ่น
เศรษฐกิจประเทศฟน ตวั เขา สภู าวะปกติ และมีการวางรากฐานเพ่อื รองรบั การปรบั โครงสรางเศรษฐกจิ
ใหม” โดยไดร ะบุประเด็นการพัฒนา 4 ประการ ทค่ี วรใหความสำคญั เปนพิเศษในระยะ 2 ปขางหนา
เพื่อเสริมสรางศักยภาพในการฟนฟูและขับเคล่ือนประเทศใหสามารถ “ลมแลว ลุกไว หรือ
Resilience” โดย 4 ประเด็นการพัฒนา ประกอบดวย 1. การเสริมสรางความเขมแข็งของเศรษฐกิจ
ฐานรากภายในประเทศ (Local Economy) 2. การยกระดับขีดความสามารถของประเทศเพื่อรองรับ
การเติบโตอยางย่ังยืนในระยะยาว (Future Growth) 3. การพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต
ของคนใหเปนกำลังหลักในการขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศ (Human Capital) 4.การปรับปรุง
และพัฒนาปจจัยพืน้ ฐานเพื่อสงเสริมการฟน ฟแู ละพัฒนาประเทศ (Enabling Factors)
1.4 แผนปฏิรปู ประเทศดานการศกึ ษา (ฉบับปรังปรงุ )
การปฏิรูปการศึกษา มุงเนนการยกระดบั คุณภาพการจัดการศกึ ษา ลดความเหลื่อมล้ำ
ทางการศึกษาและปฏิรูประบบการศึกษาใหมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับความหลากหลาย
ของการจัดการศึกษาและตอบโจทยการพัฒนาของโลกอนาคต โดยมีเปาหมายเพ่ือใหผูเรียน
ทุกกลุมวัยไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเปนของโลกอนาคต สามารถ
11
แกปญหา ปรับตัวสื่อสาร และทำงานรวมกับผูอ่ืนไดอยางมีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝเรียนรู
อยางตอเน่ืองตลอดชีวิต และเปนพลเมืองที่รูสิทธิและหนาที่มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ
มีความรักและความภาคภูมิใจในความเปนไทย ซ่ึงแผนการปฏิรูปประเทศดานการศึกษา
ฉบับปรับปรุงนี้ มุงเนนกิจกรรมปฏิรูปที่จะสงผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษา
ท่จี ะกอ ใหเกิดประโยชนตอผูเรยี น ประชาชนอยางมีนัยสำคัญ 5 กิจกรรม โดยพิจารณาความเชื่อมโยง
กับแผนการปฏิรูปประเทศดานการศึกษาที่คณะรัฐมนตรีมีมติเม่ือวันที่ 7 พฤษภาคม 2562
ประกอบดวย 7 เรื่อง 29 ประเด็น 131 กิจกรรม ซึ่งหนวยงานรับผดิ ชอบไดขับเคลื่อนการดำเนินการ
บางกิจกรรมไปแลว สำหรับกิจกรรมปฏิรูป 5 กิจกรรม ที่กำหนดใหมและแผนงานเดิมยังมุงเนน
การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ลดความเหล่ือมล้ำทางการศึกษา มุงสูความเปนเลิศ
และสรางขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศซ่ึงจะสงผลใหเกิดการเปล่ียนแปลงประเทศ
อยางมีนัยสำคัญ 5 กิจกรรม ประกอบดว ย
1) การสรางโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาต้งั แตร ะดบั ปฐมวยั
2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสูการเรียนรูฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนอง
การเปล่ยี นแปลงในศตวรรษท่ี 21
3) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ใหม คี ณุ ภาพมาตรฐาน
4) การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอ่ืน ๆ ท่ีเนนการฝกปฏิบัติอยางเต็ม
รูปแบบ นำไปสกู ารจางงานและการสรางงาน
5) การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา
เพื่อสนับสนนุ การพฒั นาประเทศไทยออกจากกับดักรายไดป านกลางอยางยัง่ ยนื
ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกลาวจะสงผลใหประชาชน/ผูเรียนทุกกลุมวัยจะไดรับ
การศกึ ษาทีม่ ีคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีทกั ษะท่ีจำเปนของโลกอนาคต สามารถแกปญ หา ปรบั ตัว
สือ่ สาร และทำงานรวมกับผูอ่ืนไดอยางมีประสิทธิผล มีวินัย มีนิสัยใฝเรียนรู อยางตอเน่ืองตลอดชีวิต
รวมทั้งเปนพลเมืองท่ีรูสิทธิและหนาที่ มีความรับผิดชอบ และมีจิตสาธารณะ เปนกำลังสำคัญ
ในการขบั เคลื่อนประเทศใหบรรลเุ ปาหมายยุทธศาสตรช าตติ อไป
1.5 แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2564)
หลักการพัฒนาประเทศที่สำคัญในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 ยึดหลัก “ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเปนศูนยกลางการพัฒนา” ท่ีตอเนื่อง
จากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 - 11 และยึดหลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดความเหลื่อมล้ำ
และขับเคลื่อนการเจรญิ เติบโตจากการเพิ่มผลิตภาพการผลิตบนฐานการใชภ มู ิปญญาและนวัตกรรม
12
วตั ถุประสงค
1) เพื่อวางรากฐานใหคนไทยเปนคนที่สมบูรณ มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบ
วินัย คานิยมท่ีดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพท่ีดี ครอบครัวอบอุน
ตลอดจนเปนคนเกง ท่มี ีทักษะความรคู วามสามารถและพัฒนาตนเองไดตอ เนือ่ งตลอดชีวติ
2) เพ่ือใหคนไทยมีความม่ันคงทางเศรษฐกิจและสังคม ไดรับความเปนธรรม
ในการเขาถึงทรัพยากรและบริการทางสังคมที่มีคุณภาพ ผูดอยโอกาสไดรับการพัฒนาศักยภาพ
รวมทั้งชมุ ชนมีความเขมแขง็ พง่ึ พาตนเองได
3) เพื่อใหเศรษฐกิจเขมแข็ง แขงขันได มีเสถียรภาพ และมีความยั่งยืน
สรางความเขมแข็งของฐานการผลิตและบริการเดิมและขยายฐานใหมโดยการใชนวัตกรรมที่เขมขน
มากขึ้น สรางความเขมแขง็ ของเศรษฐกิจฐานราก และสรางความม่ันคงทางพลงั งาน อาหาร และน้ำ
4) เพ่ือรักษาและฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพส่ิงแวดลอมใหสามารถ
สนับสนุนการเติบโตท่เี ปนมิตรกับสงิ่ แวดลอ มและการมคี ณุ ภาพชวี ติ ที่ดขี องประชาชน
5) เพ่ือใหการบริหารราชการแผนดินมีประสิทธิภาพ โปรงใส ทันสมัย และ
มกี ารทำงานเชงิ บูรณาการของภาคกี ารพัฒนา
6) เพ่ือใหมีการกระจายความเจริญไปสูภูมิภาค โดยการพัฒนาภาคและเมือง
เพอื่ รองรบั การพฒั นายกระดบั ฐานการผลิตและบริการเดมิ และขยายฐานการผลิตและบริการใหม
7) เพื่อผลักดันใหประเทศไทยมีความเช่ือมโยงกับประเทศตาง ๆ ทั้งในระดับ
อนุภูมิภาค ภูมิภาค และนานาชาติไดอยางสมบูรณและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งใหประเทศไทย
มบี ทบาทนำและสรางสรรคใ นดานการคา การบริการ และการลงทุนภายใตกรอบความรวมมือตาง ๆ
ท้งั ในระดับอนภุ ูมิภาคภมู ภิ าค และโลก
เปาหมายรวม
เพ่ือใหเปนไปตามวัตถุประสงคดังกลาว ไดกำหนดเปาหมายรวมการพัฒนา
ของแผนพัฒนาฯ ฉบบั ที่ 12 ประกอบดว ย
1) คนไทยมีคุณลักษณะเปน คนไทยท่สี มบูรณ
2) ความเหลอื่ มล้ำทางดา นรายไดแ ละความยากจนลดลง
3) ระบบเศรษฐกจิ มีความเขม แข็งและแขง ขนั ได
4) ทุนทางธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดลอมสามารถสนับสนุนการเติบโต
ที่เปนมติ รกบั ส่ิงแวดลอม มคี วามมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และนำ้
5) มีความม่ันคงในเอกราชและอธปิ ไตย สงั คมปลอดภัย สามัคคีสรา งภาพลกั ษณดี
และเพ่ิมความเชอื่ มน่ั ของนานาชาตติ อ ประเทศไทย
13
6) มีระบบบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย โปรงใสตรวจสอบได
กระจายอำนาจและมสี ว นรว มจากประชาชน
ยุทธศาสตรการพัฒนาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบับท่ี 12
ประกอบดว ย 10 ยทุ ธศาสตร ไดแก
ยทุ ธศาสตรท ่ี 1 การเสรมิ สรางและพฒั นาศักยภาพทนุ มนุษย
ยุทธศาสตรท ี่ 2 การสรา งความเปน ธรรมลดความเหลอื่ มลำ้ ในสงั คม
ยุทธศาสตรท ี่ 3 การสรางความเขม แข็งทางเศรษฐกิจ และแขงขันไดอยา งยงั่ ยนื
ยุทธศาสตรท ่ี 4 การเตบิ โตที่เปน มิตรกับส่งิ แวดลอมเพ่อื การพัฒนาอยา งยั่งยนื
ยทุ ธศาสตรท่ี 5 การเสรมิ สรางความมั่นคงแหง ชาติเพ่อื การพัฒนาประเทศ
สูความม่งั คงั่ และย่งั ยนื
ยุทธศาสตรท ี่ 6 การบริหารจดั การในภาครฐั การปอ งกนั การทจุ ริตประพฤติมชิ อบ
และธรรมาภิบาลในสังคมไทย
ยุทธศาสตรท ่ี 7 การพัฒนาโครงสรา งพนื้ ฐานและระบบโลจิสติกส
ยทุ ธศาสตรท ่ี 8 การพฒั นาวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี วิจยั และนวัตกรรม
ยุทธศาสตรท ่ี 9 การพฒั นาภาค เมือง และพื้นทีเ่ ศรษฐกิจ
ยุทธศาสตรท่ี 10 ความรว มมอื ระหวา งประเทศเพือ่ การพัฒนา
1.6 แผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
แผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 เปนแผนท่ีวางกรอบเปาหมายและ
ทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุงจัดการศึกษาใหคนไทยทุกคนสามารถเขาถึงโอกาส
และความเสมอภาคในการศึกษาท่ีมีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
พัฒนาคนใหมีสมรรถนะในการทำงานท่ีสอดคลองกับความตองการของตลาดแรงงานและการพัฒนา
ประเทศ แนวคิดการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแหงชาติ ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษา
ประกอบดวย หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อ
ความเทาเทียมและทั่วถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency
Economy) และหลักการมีสวนรวมของสังคม (All For Education) อีกท้ังยึดตามเปาหมาย
การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs 2030) ประเด็นภายในประเทศ
(Local Issues) อาทิ คุณภาพของคนชวงวัย การเปล่ียนแปลงโครงสรางประชากรของประเทศ
ความเหล่ือมล้ำของการกระจายรายได และวิกฤติดานสิ่งแวดลอม โดยนำยุทธศาสตรชาติ
มาเปนกรอบความคิดสำคัญในการจัดทำแผนการศกึ ษาแหงชาติ โดยมสี าระสำคัญ ดงั นี้
14
วิสยั ทัศน คนไทยทกุ คนไดรับการศกึ ษาและเรียนรูต ลอดชวี ติ อยางมคี ณุ ภาพ ดำรงชีวติ
อยางเปนสุข สอดคลองกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษ
ที่ 21
วัตถุประสงค
1) เพ่ือพฒั นาระบบและกระบวนการจัดการศกึ ษาทีม่ คี ุณภาพและมปี ระสิทธิภาพ
2) เพ่ือพัฒนาคนไทยใหเปนพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะ
ที่สอดคลองกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ
และยทุ ธศาสตรช าติ
3) เพ่ือพัฒนาสังคมไทยใหเปนสังคมแหงการเรียนรู และคุณธรรม จริยธรรม
รูรักสามัคคี และรวมมือผนึกกำลังมุงสูการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
4) เพ่ือนำประเทศไทยกาวขามกับดักประเทศท่ีมีรายไดปานกลางและความเหลื่อมล้ำ
ภายในประเทศลดลง
ยุทธศาสตรการพัฒนาการศกึ ษา ประกอบดว ย 6 ยุทธศาสตรดงั น้ี
1) ยุทธศาสตรการจดั การศกึ ษาเพอ่ื ความม่นั คงของสังคมและประเทศชาติ
2) ยุทธศาสตรการผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสราง
ขีดความสามารถในการแขงขนั ของประเทศ
3) ยทุ ธศาสตรการพฒั นาศกั ยภาพคนทุกชว งวยั และการสรางสังคมแหงการเรียนรู
4) ยทุ ธศาสตรการสรา งโอกาส ความเสมอภาคและความเทา เทยี มทางการศกึ ษา
5) ยุทธศาสตรการจัดการศึกษาเพอื่ สรา งเสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ทเ่ี ปนมติ รกบั สิง่ แวดลอม
6) ยุทธศาสตรการพัฒนาประสิทธภิ าพของระบบบริหารจดั การศกึ ษา
เปา หมายการพฒั นาการศึกษา
1) การเขา ถึงการศึกษา (Access)
2) ความเทา เทียม (Equity)
3) ประสิทธิภาพ (Efficiency)
4) คุณภาพ (Quality)
5) ตอบโจทยบ ริบท ทเ่ี ปลีย่ นแปลง (Relevancy)
การขับเคล่ือนแผนการศึกษาแหงชาติสูการปฏบิ ตั ิ
1) สรางความรูความเขาใจใหทุกภาคสวนท่ีเกี่ยวของไดตระหนักถึงความสำคัญ
และพรอมเขารว มผลกั ดนั แผนการศึกษาแหงชาตไิ ปสูการปฏบิ ตั ิ
15
2) สรางความเช่ือมโยงระหวางแผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
ยุทธศาสตรชาติ นโยบายรัฐบาล แผนพัฒนาการศึกษาระยะ 5 ป แผนปฏิบัติราชการระยะ 4 ป
และแผนปฏิบัตกิ ารประจาปข องหนวยงาน องคก ร
3) ปรับปรุงกฎ ระเบียบ และกฎหมายตาง ๆ ใหเอ้ือตอการขับเคล่ือนการพัฒนา
การศึกษาในระดบั ตาง ๆ
4) สรางชองทางใหประชาสังคมมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและมีสวนรวม
ในการจดั การศึกษาอยางกวางขวาง ทงั้ ระดบั นโยบายและพืน้ ท่ี
1.7 นโยบายการจัดการศึกษาของรฐั มนตรวี าการกระทรวงศกึ ษาธิการ
ตามที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธกิ าร (นางสาวตรีนุช เทยี นทอง) ไดมอบนโยบาย
และยุทธศาสตรในการปฏิบัติงานใหกับผูบริหารระดับสูง บุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ
และหนวยงานในกำกับ เพื่อเปนแนวทางในการขับเคล่ือนการจัดการศึกษาใหเกิดความเช่ือมั่น
และสรางความม่ันใจใหกับสังคมโดยมอบหลักการทำงาน นโยบายหลัก และนโยบายเรงดวน
ดังตอไปน้ี
ขอ 1 การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรูใหทันสมัย และทัน
การเปลย่ี นแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21
ขอ 2 การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารยในระดับการศึกษา
ขั้นพน้ื ฐานและอาชวี ศกึ ษาใหม ีสมรรถนะทางภาษาและดจิ ิทัล
ขอ 3 การปฏิรูปการเรียนรูดวยดิจิทัลผานแพลตฟอรมการเรียนรูดวยดิจิทัล
แหง ชาติ (NDLP) และการสงเสริมการฝก ทกั ษะดจิ ทิ ลั ในชวี ติ ประจำวัน
ขอ 4 การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการสงเสริม
สนับสนุนสถานศึกษาใหมีความเปนอิสระและคลองตัว การกระจายอำนาจการบริหารและการจัด
การศกึ ษาโดยใชจ ังหวัดเปนฐาน
ขอ 5 การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พรอมจัด
ทดสอบวัดความรแู ละทกั ษะทีจ่ ำเปนในการศึกษาตอ ระดับอุดมศกึ ษาท้งั สายวชิ าการและสายวิชาชพี
ขอ 6 การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรใหท่ัวถึงทุกกลุมเปาหมาย รวมถึง
การระดมทรพั ยากรทางการศกึ ษาจากความรว มมือทกุ ภาคสวน
ขอ 7 การนำกรอบคุณวุฒิแหงชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอางอิงอาเซียน
(AQRF) สกู ารปฏบิ ตั ิ
ขอ 8 การพัฒนาเด็กปฐมวัยใหไดรับการดูแลและพัฒนากอนเขารับการศึกษา
เพอื่ พฒั นารางกาย จติ ใจ วนิ ยั อารมณส งั คม และสตปิ ญ ญาใหส มกบั วัย
ขอ 9 การศกึ ษาเพอ่ื อาชพี และสรางขดี ความสามารถในการแขง ขันของประเทศ
16
ขอ 10 การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยดวยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี
ทีท่ ันสมัยมาใชใ นการจัดการศกึ ษาทุกระดับการศกึ ษา
ขอ 11 การเพ่ิมโอกาสและการเขาถึงการศึกษาท่ีมีคุณภาพของกลุมผูดอยโอกาส
ทางการศกึ ษา และผูเรียนที่มีความตองการจำเปนพเิ ศษ
ขอ 12 การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการ
เรียนรตู ลอดชีวติ และการมสี ว นรวมของผูม ีสวนเกี่ยวของ
2. แนวคิดและทฤษฎขี องการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนกระบวนการเรียนการสอนท่ีสงเสริม
ใหผูเรียนมีสวนรวมในช้ันเรียน สรางปฏิสัมพันธระหวางครูผูสอนกับผูเรียน มุงใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ
โดยมีครูเปนผูอำนวยความสะดวก (Facilitator) สรางแรงบันดาลใจ ใหคำปรึกษา ดูแล แนะนำ
ทำหนาท่ีเปนโคชและพี่เลี้ยง (Coach & Mentor) แสวงหาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรูและแหลง
เรียนรูท่ีหลากหลายใหผูเรียนไดเรียนรูอยางมีความหมาย (Meaningful learning) ผูเรียนสราง
องคค วามรูได มีความขาใจในตนเอง ใชสตปิ ญญา คิด วิเคราะห สรา งสรรคผลงานนวตั กรรมที่บงบอก
ถึงการมีสมรรถนะสำคัญในศตวรรษท่ี 21 มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ
บรรลุเปา หมายการเรียนรูตามระดับชว งวยั (สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน, 2562)
สุระ บรรจงจิตร (2551) ไดกลาวถึงทฤษฎีการเรียนรูกับรูปแบบการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ไววา ศาสตรเก่ียวกับการเรียนรูไดมีการพัฒนาอยางตอเน่ืองควบคูไปกับ
การพัฒนาดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี โดยในชวงแรกของการศกึ ษาเก่ียวกบั พฤติกรรมการเรียนรู
ของมนุษยเปนการศึกษาในเชิงพฤติกรรมศาสตร โดยนักพฤติกรรมศาสตรในชวงตนศตวรรษที่ 20
ไดใหนิยาม การเรียนรูวาเปน “กระบวนการที่เช่ือมโยงระหวางสิ่งเรา (Stimuli) กับการตอบสนอง
(Responses) โดยแรงจูงใจใหเกิดการเรียนรูมักมีที่มาจากความตองการพื้นฐาน” เชน การเรียนรู
ท่ีจะหาอาหารมาจากสิ่งเรา คือ ความหิว เปนตน อยางไรก็ดีนิยามของการเรียนรูในเชิงพฤติกรรม
ศาสตรยังไมสามารถอธิบาย องคประกอบอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวของกับการเรียนรูได เชน การทำความเขาใจ
และการใชเหตุผล เปนตน ตอมาเม่ือการพัฒนาดานวิทยาศาสตรการรูคิด (Cognitive Science)
ในชวงกลางศตวรรษท่ี 20 ไดมีการศึกษาเกี่ยวกับการเรียนรูในเชิงสหวิทยาการ (Multidisciplinary)
มากย่ิงข้ึน โดยรวมเอาความรูในสาขาวิชาตาง ๆ เชน มานุษยวิทยา จิตวิทยา ประสาทวิทยา
และวิทยาการคอมพิวเตอรมาประยุกตเพื่อศึกษาและทำความเขาใจเก่ียวกับกระบวนการเรียนรู
ของมนุษย โดยการเรียนรูในมุมมองของวิทยาศาสตร การรูคิดมีความหมายท่ีครอบคลุมมากกวา
นิยามเดิม กลาวคือ เปนความสามารถในการจดจำ การทำความเขาใจ การจัดโครงสรางความรู
และการถายทอดเพื่อนำความรูที่มีไปใชในการแกปญหา อยางไรก็ดีศาสตรเก่ียวกับการเรียนรู
17
ของมนุษยยังไมไดขอยุติและยังคงอยูในระหวางการศึกษาคนควาของนักวิทยาศาสตรอยางตอเน่ือง
เพ่อื ใหเ กดิ ความเขาใจทลี่ กึ ซ้ึงและชดั เจนมากยง่ิ ข้นึ
จากความกาวหนาดานวิทยาศาสตรการรูคิดในปจจุบัน นักวิทยาศาสตรไดแบงประเภท
ของความจำท่เี กีย่ วของกบั การเรยี นรอู อกเปน 2 ประเภท คือ ความจำระยะส้ัน (Working Memory)
และความจำระยะยาว (Long-Term Memory) โดยความจำระยะสั้น คือ สวนของความจำที่ใช
ในการคิด ประมวลผล จากการศึกษาของ Peterson and Peterson และ Miller พบวา ความจำ
ระยะส้ันสามารถเก็บขอมูลไดไมเกิน 7 ขอมูล และขอมูลในความจำระยะสั้นจะถูกลืมไปภายใน
30 วินาที หากไมมีการทบทวน สวนความจำระยะยาว คือ สวนของความจำที่เก็บขอมูลจำนวนมาก
ซึ่งขอมูลเหลานี้มีอิทธิพลสำคัญตอการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของมนุษย การศึกษาเก่ียวกับ
การเรยี นรูและประเภทของความจำดังท่กี ลา วมาขา งตนไดนำไปสคู วามเขา ใจในความแตกตางระหวาง
ผูเร่ิมตน (Novice) กับผูเช่ียวชาญ (Expert) โดยคณะทำงานเพ่ือพัฒนาวิทยาศาสตรในการเรียนรู
(Committee on Developments in the Science of Learning) ของสภาการวิจัยแหงชาติ
ของสหรัฐอเมริกาไดใหนิยามของผูเชี่ยวชาญวาเปน “ผูท่ีสามารถคิดไดอยางมีประสิทธิผลเกี่ยวกับ
การแกปญหาในสาขาความชำนาญน้ัน ซึ่งการศึกษาความแตกตางระหวางผูเริ่มตน กับผูเชี่ยวชาญนั้น
มีวตั ถุประสงคเพื่อนำไปสกู ารพัฒนาความสามารถในการคดิ และแกปญ หาซ่ึงเปนหนึ่งในองคป ระกอบ
ของการเรียนรู โดยจากการศึกษาพบวา ผูเชี่ยวชาญมีความแตกตางจากผูเริ่มตนตรงที่ผูเช่ียวชาญ
มีขอมูลท่ีเก่ียวของกับสาขาความเช่ียวชาญอยูภายในความจำระยะยาวมากเพียงพอท่ีจะสามารถ
แยกแยะรูปแบบของขอมูลท่ีสำคัญได นอกจากน้ีผูเชี่ยวชาญยังมีแนวโนมในการจัดเก็บความรูท่ีดี
โดยจัดขอมูลที่มีลักษณะเปนขอมูลปลีกยอยไวรอบขอมูลท่ีเปนหัวขอสำคัญ ซึ่งการจัดเก็บขอมูล
ดังกลาวชวยใหผูเช่ียวชาญสามารถดึงขอมูลท่ีเกี่ยวของออกมาจากฐานขอมูลขนาดใหญในความจำ
ระยะยาวเพื่อนำมาใชงานไดอ ยางรวดเร็ว
ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนรูท่ีเก่ียวของกับวิทยาศาสตรการรูคิดอีกทฤษฎีหน่ึงคือ ทฤษฎี
การจัดหมวดหมูวัตถุประสงคของการศึกษา (Taxonomy of Educational Objectives) ซ่ึงทฤษฎีนี้
จัดแบงหมวดหมูวัตถุประสงคของการศึกษาในดานการรูคิด (Cognitive Domain) ไว 5 ระดับ
โดยวตั ถุประสงคใน 3 ระดับแรก ประกอบดว ยวัตถุประสงคข ั้นตอน ดงั นี้
1. ความรู หมายถึง ความสามารถในการจดจำขอเท็จจริง แนวคิด และหลักการ
ดวยการทอ งจำ
2. ความเขาใจ หมายถึง ความสามารถในการตีความและทำความเขาใจความหมาย
ของสิง่ ทีจ่ ำไดในมมุ มองของผูเ รียนเอง
3. การนำไปใช หมายถึง การนำความรูแ ละความเขาใจทีม่ ีไปปรับใชในชีวติ ประจำวัน
18
จะเห็นไดวาวัตถุประสงคแ ตละระดับเปนพื้นฐานท่ีจะนำไปสวู ัตถุประสงคในระดับตอ ๆ ไป
โดยวัตถุประสงคข้ันตอน 3 ระดับแรกน้ี เปนพื้นฐานท่ีจำเปนสำหรับวัตถุประสงคของการศึกษา
ในข้ันสงู อีก 3 ระดับ ดงั นี้
4. การวิเคราะห หมายถึง ความสามารถในการแยกองคประกอบยอยของความรูท่ีมี
และทำความเขาใจแตล ะองคป ระกอบนนั้ ได
5. การประเมินคา หมายถึง ความสามารถในการประเมินผลงานท่ีเกี่ยวของกับความรู
ทีม่ ดี วยเกณฑการตดั สินทเ่ี หมาะสม
6. การสังเคราะห หมายถึง ความสามารถในการสรางสรรคความรูใหมจากพื้นฐาน
ของความรูเดิมท่ีมีอยู ซ่ึงในเอกสารตนฉบับเดิมของ Bloom จัดการสังเคราะหไวที่ระดับท่ี 5
แตน ักวทิ ยาศาสตรก ารรคู ดิ สมัยใหมน ยิ มทีจ่ ะจดั การสงั เคราะหเปนวตั ถปุ ระสงคร ะดบั สูงสดุ เน่ืองจาก
ในปจ จุบันเปน ที่ยอมรบั กันวาการสังเคราะหส ่งิ ใหมเ ปนงานทย่ี ากกวา การประเมนิ คา สิง่ ที่มอี ยแู ลว
จากความกาวหนา ดานวิทยาศาสตรก ารรคู ิด ทำใหเ กิดแนวความคิดในการเรียนรแู ขนงใหม
ขึ้นมาเรียกวา Constructivist ซึ่งเปนที่มาของแนวความคิดการเรียนรูแบบ Active Learning
โดยแนวคิด Constructivist มีนิยามของการเรียนรูวา เปนการสรางขอมูลใหมในความจำระยะยาว
ดวยการนำขอมูลท่ีไดรับในความจำระยะสั้นไปผสมผสานกับขอมูลที่มีอยูแลวในความจำระยะยาว
ดังน้ัน ผูเรียนจึงเปนผูสรางความรูจากขอมูลท่ีไดรับมาใหมดวยการนำไปประกอบกับประสบการณ
สวนตัวที่ผานมาในอดีต ซ่ึงตัวผูเรียนเองจะมีบทบาทสำคัญที่สุดในการเรียนรูและการจัดองคความรู
ในความจำระยะยาวของตนเอง ดวยเหตุนี้ผูท่ีสนับสนุนแนวคิดน้ีจึงเนนกระบวนการเรียนรู
ท่ีเปดโอกาสใหผูเรียนไดมีโอกาสเรียนรูจากประสบการณดวยการลงมือปฏิบัติ การแกปญหา
และการทำงานเปน กลุม มากกวาการนงั่ ฟงผูสอนในหองเรียน ซึ่งแนวคิดนไ้ี ดพ ัฒนาตอมาเปนรปู แบบ
การเรียนรแู บบ Active Learning
2.1 ความหมายของการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
Active Learning เปนกระบวนการจัดการเรียนรูตามแนวคิดการสรางสรรค
ทางปญญา (Constructivism) ท่ีเนนกระบวนการเรียนรูมากกวาเนื้อหาวิชา เพื่อชวยใหผูเรียน
สามารถเช่ือมโยงความรูหรือสรางความรูใหเกิดขึ้นในตนเองดวยการลงมือปฏิบัติจริงผานส่ือ
หรือกิจกรรมการเรียนรูท่ีมีครูผูสอนเปนผูแนะนำ กระตุน หรืออำนวยความสะดวก ใหผูเรียน
เกิดการเรียนรูขนึ้ โดยกระบวนการคดิ ขนั้ สูง (Higher order thinking) กลา วคือ ผูเ รยี นมกี ารวเิ คราะห
สังเคราะห และการประเมินคาจากส่ิงท่ีไดรับจากกิจกรรมการเรียนรู ทำใหการเรียนรูเปนไป
อยางมีความหมาย และนำไปใชในสถานการณอ่ืน ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ (สถาพร พฤฑฒิกุล,
2558) นักการศึกษาทั้งในและตางประเทศไดกลาวถึง ความหมายของคำวา Active Learning เอาไว
19
โดยนักการศึกษาของประเทศไทยใชคำภาษาไทยคำวา “การเรียนเชิงรุก” แทน Active Learning
ซึ่งมีการนิยามความหมายดงั ตอ ไปน้ี
Bonwell (2003) กลาววา Active Learning หมายถึง การเรียนท่ีเนนใหผูเรียน
ไดปฏิบัติ และสรางความรูจากการลงมือปฏิบัติจริงในระหวางการเรียนการสอน สงผลใหผูเรียน
เชื่อมโยงความรูใหมก บั ความรเู ดมิ
Prince (2004) กลาววา การเรียนเชิงรุก หมายถึง กิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริม
พฤติกรรมการเรียนรูแบบมีสวนรวม โดยเปดโอกาสใหผูเรียนไดรวมแสดงความคิดเห็น ไดใชทักษะ
การพดู ฟง อาน เขียน และไตรตรองความคิด
Felder and Brent (2004) กลาววา Active Learning หมายถึง กิจกรรมใด ๆ ก็ตาม
ท่ีเก่ียวของกับรายวิชาท่ีผูเรียนทุกคนไดถูกเรียกใหทำสิ่งตาง ๆ นอกเหนือจากการน่ังดู ฟง
และจดบันทึกอยา งเดยี ว
Gifkins (2015) ใหความหมายไววา เปนการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ผูเรียน
มีปฏิสัมพันธกับเน้ือหาในรูปแบบใด ๆ ท่ีสามารถแสดงความคิดผานกิจกรรมเพื่อการเรียนรูหรือ
ผ า น ก ร ะ บ ว น ก า ร จั ด ท ำ ข อ มู ล เพื่ อ ก ร ะ ตุ น ค ว า ม คิ ด เกี่ ย ว กั บ เนื้ อ ห า แ ท น ที่ จ ะ ถ า ย ท อ ด ข อ มู ล
เพียงอยางเดียว แตเปาหมายคือ การพัฒนาทักษะการมีสวนรวมในกิจกรรม การอภิปราย
การประยุกตใ ชห ลกั การเพื่อสงเสริมความคดิ ขน้ั สูง การคดิ เชิงวิเคราะห
กระทรวงศึกษาธิการ (2552) ที่ไดกลาวโดยสรุปวา Active Learning หมายถึง
กระบวนการเรียนรูท่ีใหผูเรียนไดเรียนรูอยางมีความหมาย โดยการรวมมือระหวางผูเรียนดวยกัน
ในการน้ีครูตองลดบทบาทในการสอนและการใหขอความรูแกผูเรียนโดยตรง แตไปเพ่ิมกระบวนการ
และกิจกรรมที่จะทำใหผูเรียนทำกิจกรรมตาง ๆ มากขึ้น และอยางหลากหลาย ไมวาจะเปน
การแลกเปลี่ยนประสบการณโดยการพูด การเขียน การอภิปรายกับเพ่ือน ๆ เพื่อใหบรรลุผลสำเร็จ
ทางดานวิชาการ เกิดทักษะทางดานการติดตอสื่อสารระหวางกัน มีการพัฒนาทักษะกระบวนการคิด
ไปสูในระดบั ท่สี งู ขน้ึ เกิดเจตคตทิ ด่ี ีตอวชิ าที่เรยี นและเกิดแรงจูงใจตอการเรียน
จิตณรงค เอี่ยมสำอาง (2558) ไดกลาววา Active Learning คือ แนวทางหรือวิธีการ
จัดการเรียนการสอนท่ียึดผูเรียนเปนศูนยกลางโดยใหผูเรียนไดคิดและมีสวนรวมในการปฏิบัติ
ในกิจกรรมการเรียนรู ใชเครื่องมืออุปกรณตาง ๆ แสดงความคิดเห็นของตนเองตามความเขาใจ
ตลอดจนรวมรับผิดชอบในผลของการปฏิบัติ โดยมีครูผูสอนเปนผูดูแลใหคำปรึกษาแนะนำ
โดยผสมผสานเทคนิคการสอนที่หลากหลายที่มุงเนนใหผูเรียนนำความรูจากหองเรียนสูการปฏิบัติ
ในสถานการณต า ง ๆ ทัง้ ในหอ งเรยี นและในโลกแหง ความเปน จรงิ
ดเิ รก พรสีมา (2559) มีความเห็นวา Active Learning คือ การจดั กิจกรรมการเรียนรู
ที่มีลักษณะทำใหผูเรียนแตละคนกระตือรือรน คิดคนหาความรูและคำตอบอยูตลอดเวลา
20
(Active Learner) โดยจัดกิจกรรมการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ สงผลทำใหเกิดคำวา
Work-based Learning หรือ Work-integrated Learning หรือ Site-based Learning จะเปนผล
ทำใหนักเรียนและครูคนพบความรูใหม สรางสรรคความรูใหม และสรางนวัตกรรมใหมได
ผูเรียนจะตองมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรูโดยเนนใหผูเรียนสรางองคความรูจากการแกปญหา
จากการลงมือกระทำดวยตนเอง
มหาวิทยาลัยทักษิณ คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร (2561) ไดใหความหมาย
ของการเรียนการสอนแบบ Active Learning คือ การเรียนท่ีเนนใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธกับการเรียน
การสอน กระตุนใหผูเรียนเกิดกระบวนการคิดขั้นสูง (Higher-Order Thinking) ดวยการวิเคราะห
สังเคราะหและประเมินคา ไมเพียงแตฟง ผูเรียนตองอาน เขียน ถามคำถาม อภิปรายรวมกันและ
ลงมือปฏิบัติจริง โดยตองคำนึงถึงความรูเดิมและความตองการของผูเรียนเปนสำคัญ ทั้งนี้ผูเรียน
จะถกู เปล่ยี นบทบาทจากผูร ับความรูไปสกู ารมสี วนรวมในการสรา งความรู
วารินทพ ร ฟ นเฟองฟู (2562) สรุปวา การจัดการเรียนรู Active Learning
เปนกระบวนการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ เนนบทบาทและการมีสวนรวมของผูเรียน
โดยใหผูเรยี นไดลงมอื ปฏิบัติ เรยี นรูและดำเนินกิจกรรมตาง ๆ ดวยตนเอง โดยมีครูเปน ผูใหคำแนะนำ
ช้ีแนะ กระตุน หรืออำนวยความสะดวก ใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรูผานกระบวนการคิดวิเคราะห
สังเคราะห การแลกเปลี่ยนเรียนรรู ะหวางผเู รยี น และการนำเสนอขอ มูล
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (2562) ไดใหความหมายของ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning คือ การเรียนที่เนนใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธกับ
การเรียนการสอน กระตุน ใหผูเรียนเกิดกระบวนการคิดข้ันสูง (Higher-Order Thinking)
ดวยการวิเคราะห สังเคราะหและประเมินคา ไมเพียงแตเปนผูฟง ผูเรียนตองอาน เขียน ตั้งคำถาม
และถามอภิปรายรวมกัน ผูเรียนลงมือปฏิบัติจริง โดยตองคำนึงถึงความรูเดิมและความตองการ
ของผูเรียนเปนสำคัญ ทั้งน้ีผูเรียนจะถูกเปล่ียนบทบาทจากผูรับความรูไปสูการมีสวนรวมในการสราง
ความรู
2.2 ความสำคญั ของการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
การจัดกิจกรรมการเรียนรูใหสำเร็จน้ันมีหลายวิธี แต Active Learning สามารถทำให
บรรลเุ ปา หมายหรอื วัตถปุ ระสงคของการจดั การเรยี นรไู ดอ ยา งมีประสทิ ธภิ าพ เน่ืองจากเหตุผลหลาย ๆ
ประการ ดงั นี้ (Stanford Teaching Commons, 2015)
1. Active Learning สงเสริมการมีอิสระทางดานความคิดและการกระทำของผูเรียน
การมีวิจารณญาณและการคิดสรางสรรค ผูเรียนจะมีโอกาสในการมีสวนรวมในการปฏิบัติจริง
และมีการใชวิจารณญาณในการคิดและตัดสินใจในการปฏิบัติน้ัน โดยครูเปนผูดูแล ใหคำปรึกษา
21
และกระตุน ซง่ึ อาจใชการถามหรือเทคนคิ การสอนตาง ๆ ที่หลากหลายเพอื่ ใหผ ูเรยี นเกดิ การวิเคราะห
สงั เคราะห และประยกุ ตใชอ ุปกรณต า ง ๆ ในการปฏบิ ตั ิงานหรือในการเรยี นรูอ ยา งสรางสรรค
2. Active Leaning สนับสนุนสงเสริมใหเกิดความรวมมืออยางมีประสิทธิภาพ
ซ่ึงความรว มมือในการปฏบิ ตั ิงานกลุม จะนำไปสคู วามสำเร็จในภาพรวม
3. Active Learning ทำใหผเู รยี นทุมเทในการเรียน จูงใจในการเรียนและทำใหผูเรียน
แสดงออกถึงความรูความสามารถ เมื่อผูเรียนไดมีสวนรวมในการปฏิบัติอยางกระตือรือรน
ในสภาพแวดลอมท่ีเอ้ืออำนวย ผูเรียนจะมีความทุมเทเพ่ือมุงสูความสำเร็จของงาน และ
มีความรับผิดชอบ เชนเดียวกันถาผูเรียนมีสวนรวมในการตัดสินใจเขาก็จะทุมเทมุงเรียนรู
และใชค วามรูอ ยางเต็มความสามารถ
ซึ่งส อ ด ค ลอ งกั บ ส ำนั ก งาน ค ณ ะก รรม ก ารก ารศึ ก ษ าข้ั น พื้ น ฐาน (2562)
ไดกลา วถึง ความสำคัญของการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ไวด งั น้ี
1. Active Learning สงเสริมการมีอิสระทางดานความคิดและการกระทำของผูเรียน
การมีวจิ ารณญาณ และการคิดสรางสรรค ผูเรียนจะมีโอกาส มีสวนรวมในการปฏิบัติจริงและมีการใช
วิจารณญาณในการคิดและตัดสินใจในการปฏิบัติกิจกรรมน้ัน มุงสรางใหผูเรียนเปนผูกำกับทิศทาง
การเรยี นรู คนหาสไตลก ารเรยี นรูของตนเอง สูการเปนผูรคู ิด รตู ัดสินใจดว ยตนเอง (Metacognition)
เพราะฉะนั้น Active Learning จึงเปนแนวทางการจัดการเรียนรูท่ีมุงใหผูเรียนสามารถพัฒนา
ความคิดขั้นสูง (Higher order thinking) ในการมีวิจารณญาณ การวิเคราะห การคิดแกปญหา
การประเมิน ตดั สินใจ และการสรา งสรรค
2. Active Leaning สนับสนุนสงเสริมใหเกิดความรวมมือกันอยางมีประสิทธิภาพ
ซ่งึ ความรวมมอื ในการปฏิบัติงานกลุม จะนำไปสูค วามสำเรจ็ ในภาพรวม
3. Active Learning ทำใหผ เู รียนทุม เทในการเรียน จูงใจในการเรียน และทำใหผูเ รียน
แสดงออกถึงความรูความสามารถ เม่ือผูเรียนไดมีสวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรมอยางกระตือรือรน
ในสภาพแวดลอมที่เอ้ืออำนวย ผานการใชกิจกรรมท่ีครูจัดเตรียมไวใหอยางหลากหลาย ผูเรียน
เลือกเรียนรู กิจกรรมตาง ๆ ตามความสนใจและความถนัดของตนเอง เกิดความรบั ผิดชอบและทมุ เท
เพื่อมงุ สคู วามสำเร็จ
4. Active Learning สงเสริมกระบวนการเรียนรูท่ีกอใหเกิดการพัฒนาเชิงบวก
ทงั้ ตัวผเู รยี น และตัวครู เปนการปรับการเรยี นเปลี่ยนการสอน ผเู รียนจะมีโอกาสไดเ ลือกใชค วามถนัด
ความสนใจ ความสามารถท่ีเปนความแตกตางระหวางบุคคล (Individual Different) สอดรับกับ
แนวคิดพหุปญญา (Multiple Intelligence) เพื่อแสดงออกถึงตัวตนและศักยภาพของตัวเอง
สวนครูผูสอนตองมีความตระหนักที่จะปรับเปลี่ยนบทบาท แสวงหาวิธีการ กิจกรรมที่หลากหลาย
เพ่ือชวยเสริมสรางศักยภาพของผูเรียนแตละคน ส่ิงเหลาน้ีจะทำใหครูเกิดทักษะในการสอนและ
22
มีความเชี่ยวชาญในบทบาทหนาที่ท่ีรับผิดชอบ เปนการพัฒนาตน พัฒนางาน และพัฒนาผูเรียน
ไปพรอ มกัน
นอกจากน้ี การจัดการเรียนรู Active Learning มีประโยชน ดังน้ี (Center For
Teaching Innovation, 2562)
1. พฒั นาการมีสวนรว มของผเู รียนใหค ดิ และทำตลอดจนพัฒนาความคิดและทักษะ
2. มกี ารใหข อ มลู ยอนกลับเพือ่ การพัฒนาของผูเรยี น
3. ใหค วามสำคญั กับความแตกตางของผเู รียน
4. เปด โอกาสใหผ เู รยี นไดค ิด และพูดในส่ิงทเี่ ก่ยี วของกบั การเรียนและไดฝ ก ปฏบิ ัตจิ ริง
5. สรางเครือขายระหวางบุคคลรวมถึงส่ืออุปกรณในการเรียนรูตาง ๆ ซ่ึงทำใหผูเรียน
เกดิ ความสนใจในการเรยี นรู
6. มุง ฝกฝนทกั ษะสำคัญใหกับผเู รยี น เชน การรว มมอื รว มใจในการทำงาน การทำงาน
รวมกบั ผอู ่นื
7. ทำใหผ ูเ รียนมีความม่นั ใจในการนำเสนอผลงานของตนเอง
8. สรางชุมชนแหงการเรียนรูในหองเรียน โดยการสรางการมีปฏิสัมพันธระหวางครู
กับนักเรียนและนกั เรียนกับนักเรยี นในการแลกเปล่ียนเรียนรู
สำหรับ วารินทพร ฟนเฟองฟู (2562) สรุปวา การจัดการเรียนรู Active Leaning
มีขอดีคือ ผูสอนใชวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลากหลายในการจัดการเรียนรูคร้ังหนึ่ง ๆ ซึ่งเปนวิธีสอนที่ให
ผเู รียนมสี วนรวม โดยผูสอนเปนผูกำกับและอำนวยความสะดวก รวมทั้งเปนผูสนับสนุนและเสริมแรง
ให ผู เรีย น เป น ผู แ สด งแล ะต อ บ ผู เรีย น ถู ก ก ระตุ น ให มี ส วน รวม ใน ก ารเรียน รวม ทั้ ง
เกิดสัมพันธภาพท่ีดีระหวางผูเรียนดวยกัน ผูเรียนไดรับการสงเสริมในการทำงานกลุม มีปฏิสัมพันธ
กับผูอื่น (Interaction) ท ำใหปรับตัวอยูในสังคมอยางมีความสุข ผูเรียนถูกกระตุนใหมี
ความกระตือรือรน (Active) ผูเรียนเกิดการชอบเรียน ตองการเรียนรูและตองการแสวงหาความรู
เพ่ิมเติมดวยตนเอง ผูเรียนเกิดการเรียนรูดวยความเขาใจ (Meaningful Learning) นอกจากน้ี
การจัดการเรียนรู Active Leaning ยังสามารถทำใหผูเรียน สามารถคิดวิเคราะห สังเคราะห และ
ประเมินผลเปน
2.3 ลักษณะของการจัดการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
กระบวนการเรียนรู Active Learning ทำใหผูเรียนสามารถรักษาผลการเรียนรู
ใหอยูคงทนไดมากและนานกวากระบวนการเรียนรู Passive Learning เพราะกระบวนการเรียนรู
Active Learning สอดคลองกับการทำงานของสมองที่เก่ียวของกับความจำ โดยสามารถเก็บและ
จำสิ่งท่ีผูเรียนเรียนรูอยางมีสวนรวม มีปฏิสัมพันธกับเพื่อน ผูสอน สิ่งแวดลอม การเรียนรูไดผาน
23
การปฏิบัติจริง จะสามารถเก็บจำในระบบความจำระยะยาว (Long Term Memory) ทำใหผล
การเรยี นรยู งั คงอยไู ดในปรมิ าณทีม่ ากกวาระยะยาวกวา ซึ่งอธบิ ายไวด งั ภาพท่ี 1
ภาพท่ี 1 กรวยแหง การเรียนรู
จากภาพท่ี 1 จะเห็นไดว า กรวยแหงการเรยี นรนู ไี้ ดแ บง เปน 2 กระบวนการ คอื
1. กระบวนการเรยี นรู Passive Learning
1.1 กระบวนการเรยี นรูโ ดยการอาน ทอ งจำ ผเู รียนจะจำไดใ นสิ่งทเ่ี รียนไดเ พยี ง 90%
1.2 การเรียนรูโดยการฟงบรรยายเพียงอยางเดียวโดยท่ีผูเรียนไมมีโอกาสไดมี
สวนรว ม ในการเรยี นรูดว ยกจิ กรรมอืน่ ในขณะทีผ่ ูสอนสอน เม่อื เวลาผา นไปผเู รียนจะจำไดเ พียง 20%
1.3 หากในการเรียนการสอนผูเรียนมีโอกาสไดเห็นภาพประกอบดวย จะทำให
ผลการเรียนรคู งอยูไดเพ่ิมขึน้ เปน 30%
1.4 กระบวนการเรยี นรูทผ่ี ูสอนจัดประสบการณใหกบั ผูเรยี นเพิ่มข้นึ เชน การใหดู
ภาพยนตร การสาธติ จดั นทิ รรศการใหผ เู รียนไดด ู รวมท้ังการนำผูเ รยี นไปทัศนศกึ ษาหรือดูงานกท็ ำให
ผลการเรียนรูเ พ่มิ ขึ้นเปน 50%
2. กระบวนการเรยี นรู Active Learning
2.1 การใหผูเรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรูและเรียนรูอยางมีปฏิสัมพันธ
จนเกิดความรูความเขา ใจ นำไปประยุกตใช สามารถวิเคราะห สังเคราะห ประเมินคาหรือสรา งสรรค
ส่งิ ตาง ๆ และพัฒนาตนเองเต็มความสามารถ รวมถงึ การจัดประสบการณการเรียนรใู หเขาไดม ีโอกาส
รวมอภปิ ราย ใหมีโอกาสฝกทกั ษะการสื่อสาร ทำใหผ ลการเรียนรูเพิ่มข้นึ 70%
2.2 การนำเสนองานทางวิชาการ เรียนรูในสถานการณจำลอง ทั้งมีการฝกปฏิบัติ
ในสภาพจรงิ มกี ารเช่อื มโยงกับสถานการณตา ง ๆ ซง่ึ จะทำใหผ ลการเรยี นรูเกิดขึ้นถงึ 90%
ไชยยศ เรืองสุวรรณ (มปป.) ไดอธิบายถึงลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ดังนี้
24
1. เปนการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ไดแก การคิด การแกปญหา
และการนำความรไู ปประยุกตใ ช
2. เปน การเรยี นการสอนทเี่ ปดโอกาสใหผ เู รียนมสี วนรว มในกระบวนการเรียนรสู ูงสุด
3. ผูเรียนสรา งองคค วามรแู ละจัดระบบการเรียนรดู ว ยตนเอง
4. ผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนการสอนท้ังในดานการสรางองคความรู การสราง
ปฏิสมั พันธรวมกัน และรวมมอื กนั มากกวาการแขง ขัน
5. ผูเรยี นไดเ รียนรูความรับผิดชอบรว มกัน การมีวินัยในการทำงาน และการแบงหนาที่
ความรบั ผิดชอบ
6. เปนกระบวนการสรางสถานการณใหผูเรียนอาน พูด ฟง คิด อยางลุมลึก ผูเรียน
จะเปนผูจดั ระบบการเรียนรูด วยตนเอง
7. เปนกจิ กรรมการเรยี นการสอนเนน ทกั ษะการคิดข้ันสงู
8. เปนกิจกรรมที่เปดโอกาสใหผูเรียนบูรณาการขอมูล ขาวสาร สารสนเทศ
และหลักการสกู ารสรางความคดิ รวบยอด
9. ผูสอนจะเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติ
ดวยตนเอง
10. ความรเู กดิ จากประสบการณ การสรา งองคค วามรู และการสรุปทบทวนของผูเรยี น
ทวีวฒั วัฒนกุลเจริญ (2555) ไดกลาวถึง ลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ท่เี สนอโดย Alaska Pacific University; Oklahoma University ไวดงั ตอไปนี้
1. การจัดกิจกรรมใหผูเรียนมีโอกาสศึกษาดวยตนเองเพื่อใหเกิดประสบการณตรงกับ
การแกป ญหาในสถานการณจรงิ (Authentic Situation)
2. การจัดกิจกรรมเพ่ือใหผูเรียนไดกำหนดแนวคิด วางแผน ยอมรับ ประเมินผลและ
นำเสนอผลงานรวมกนั
3. การบรู ณาการเนอื้ หารายวชิ าเพอื่ เช่ือมโยงความเขา ใจวชิ าตา ง ๆ ทีแ่ ตกตา งกนั
4. การจัดบรรยากาศในชนั้ เรียนใหเอื้อตอ การทำงานรวมกนั (Collaboration)
5. ใชกลวิธีของกระบวนการกลมุ (Group Processing)
6. การจัดใหม ีการประเมินโดยเพ่ือน (Peer Assessment)
นอกจากน้ี จรรยา ดาสา (2552) กลาวถึงลักษณะสำคัญพ้ืนฐานของกิจกรรมการเรียนรู
ดวยวิธีการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไว 4 ลักษณะ ไดแก การฟงและพูด การอาน
การเขยี น และการไตรต รองหรอื โตตอบความคดิ เห็น โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี
25
1. การฟง และพดู ผูสอนจะตอ งใหผูเ รยี นฟง ใหเ ปน คือ จบั ใจความสำคญั ของเรื่องท่ฟี ง
ใหไดเมื่อฟงแลวผูเรียนควรจะสื่อสารออกมาเปนคำพูดใหผูอื่นเขาใจได สามารถพูดสื่อสารขอคิดเห็น
ของตนเองได
2. การอาน ในการอานแตละคร้ัง ผูสอนตองมั่นใจวาผูเรียนสามารถจับใจความ
หรือประเด็นสำคญั จากเรื่องทอี่ า นได
3. ผูสอนจะเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติ
ดวยตนเอง
4. ความรูเกดิ จากประสบการณก ารสรา งองคความรูและการสรุปทบทวนของผูเรยี น
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2552) ไดสรุปลักษณะของการจัด
จดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning มดี ังน้ี
1. เปน การพัฒนาศกั ยภาพการคดิ การแกป ญ หา และการนำความรไู ปประยกุ ตใ ช
2. ผูเรียนมีสวนรวมในการจัดระบบการเรียนรูและสรางองคความรูโดยมีปฏิสัมพันธ
รว มกนั ในรปู แบบของความรวมมอื มากกวา การแขงขนั
3. เปด โอกาสใหผ ูเรยี นมสี วนรว มในกระบวนการเรียนรสู ูงสดุ
4. เปนกิจกรรมท่ีใหผูเรียนบูรณาการขอมูล ขาวสาร สารสนเทศ สูทักษะการคิด
วิเคราะห และประเมนิ คา
5. ผูเ รยี นไดเรียนรคู วามมวี ินยั ในการทำงานรวมกบั ผูอนื่
6. ความรูเกดิ จากประสบการณแ ละการสรุปของผูเ รยี น
7. ผูสอนเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรูเพ่ือใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติ
ดว ยตนเอง
ลักษณะการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning ตามแนวคิดของ วารินทพร ฟนเฟองฟู
(2562) กลา วไวว า ผูเ รยี นจะเปนผทู ีม่ ีสวนรวมในการดำเนนิ กิจกรรม สามารถบูรณาการความรเู ดมิ กบั
ความรูใหม เรียนรูและเกิดองคความรูดวยตนเอง ซึ่งมีรูปแบบและเทคนิคของการจัด
การเรียนรูแบบ Active Learning ท่ีหลากหลาย โดยผูสอนสามารถนำมาใชออกแบบแผนการจัด
การเรียนรูใหเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู เหมาะสมกับผูเรียน กระตุนใหผูเรียนมีสวนรวม
ในชั้นเรียน สงเสริมปฏิสัมพันธระหวางผูเรียนกับผูเรียนและผูเรียนกับผูสอน สงผลใหผูเรียน
เกิดประสบการณและความสำเร็จในการเรียน เปนการจัดการเรียนรูที่มุงเนนพัฒนากระบวนการ
เรียนรู สงเสริมใหผูเรียนประยุกตใชทักษะและเช่ือมโยงองคความรูนำไปปฏิบัติเพ่ือแกไขปญหา
หรือประกอบอาชีพในอนาคต และถือเปนการจัดการเรียนรูประเภทหน่ึงที่สงเสริมใหผูเรียน
มีคุณลกั ษณะสอดคลอ งกับการเปล่ยี นแปลงในยคุ ปจ จุบัน
26
สรุป ลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนการเรียนรู
ท่ีผูเรียนมีสวนรวมกับกิจกรรมการเรียนรู นอกจากการฟงบรรยายอยางเดียวหรือสรางประสบการณ
ผานการลงมือทำ การสังเกต ไดสนทนากับตนเองและผูอื่นผานรูปแบบหรือเทคนิคการจัดกิจกรรม
การเรียนรูที่หลากหลาย โดยผูสอนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรูใหกับผูเรียนไดท้ังรายบุคคลหรือ
แบบกลุม โดยพิจารณาใหเหมาะสมกับวัตถุประสงคของการเรียนรูสาระการเรียนรู เวลา และผูเรียน
เพอื่ ใหผ ูเรยี นไดร ับการพัฒนาทกั ษะการคิดขั้นสงู
2.4 กระบวนการออกแบบกิจกรรมการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (2562) ไดเสนอกระบวนการจัด
การเรียนรู ดงั น้ี
1. จัดการเรียนรูที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ไดแก การคิด การแกปญหา และการนำ
ความรไู ปประยุกตใช
2. จัดการเรียนรูท ่ีเปดโอกาสใหผ เู รียนมีสว นรว มในกระบวนการเรยี นรสู งู สุด
3. จดั ใหผ ูเรียนสรา งองคค วามรูและจัดกระบวนการเรียนรดู วยตนเอง
4. จัดใหผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนรูท้ังในดานการสรางองคความรู การสราง
ปฏิสัมพันธ รว มกนั สรา ง รว มมอื กันมากกวา การแขงขนั
5. จัดใหผูเรียนเรียนรูเรื่องความรับผิดชอบรวมกัน การมีวินัยในการทำงานและ
การแบง หนา ทค่ี วามรบั ผิดชอบในภารกจิ ตาง ๆ
6. จัดกระบวนการเรียนท่ีสรางสถานการณใหผูเรียนอาน พูด ฟง คิดอยางลุมลึก
ผเู รยี นจะเปน ผจู ัดระบบการเรยี นรดู วยตนเอง
7. จดั กจิ กรรมการจดั การเรยี นรูท ีเ่ นน ทกั ษะการคิดขน้ั สูง
8. จัดกิจกรรมที่เปดโอกาสใหผูเรียนบูรณาการขอมูล ขาวสาร หรือสารสนเทศ
และหลักการ ความคิดรวบยอด
9. ผูสอนจะเปนผูอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู เพื่อใหผูเรียนเปนผูปฏิบัติ
ดวยตนเอง
10. จัดกระบวนการสรางความรูท่ีเกิดจากประสบการณ การสรางองคความรูและ
การสรปุ ทบทวนของผเู รยี น
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนกระบวนการเรียนรูท่ีผูเรียนเปนผูมีบทบาท
หรือมีสวนรวมอยางตื่นตัว (active) ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรูของตนเอง โดยความตื่นตัวน้ี
ควรเปนไป ทั้งทางรางกาย (physically active) ทางการคิดและสติปญญา (intellectually active)
ทางอารมณและจิตใจ (emotionally active) และทางสังคม (socially active) การเรียนรูท่ีมี
ความตื่นตัวท้ัง 4 ดาน จะสงผลใหการเรียนรูเกิดขึ้นไดดี ซ่ึงจะตางจากการเรียนรูเชิงรับ (passive
27
learning) ซ่ึงผูเรยี นเปนผูรับท่ีไมมบี ทบาทหรือมบี ทบาทนอยในกระบวนการสรางความเขาใจในเร่ือง
ที่เรียนรู ทำใหความต่ืนตัวที่จะเรียนรูใหเขาใจมีนอย จึงสงผลใหการเรียนรูขาดประสิทธิภาพ ดังน้ัน
กลยุทธ (Strategies) ในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning คือ การจัดกิจกรรมและ
ประสบการณการเรียนรูใหผูเรียนไดมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรูของตนอยางตื่นตัว ทั้งทางกาย
สติปญญา สงั คม และอารมณ กลา วคอื เปนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูใ หผ เู รยี น ดงั น้ี
1. ไดเคล่ือนไหวทางรางกาย (physically active) อยางเหมาะสมตามวัยและความสนใจ
ของตน เพ่ือชวยใหประสาทการรับรูมีความต่ืนตัวสามารถรับขอมูล ความรู และประสบการณตาง ๆ
ไดอยางดีและรวดเร็ว ดังนั้นในการจัดกิจกรรมตาง ๆ ควรใหมีลักษณะหลากหลายเพ่ือใหผูเรียน
ไดเปลี่ยนอิริยาบถและสามารถคงความสนใจของผูเรียนไวได ซึ่งเรื่องนี้จะมีความสำคัญเปนพิเศษ
สำหรับผูเรยี นในระดับปฐมวัยและประถมศกึ ษาตอนตน
2. ไดเคลื่อนไหวทางสมองหรือสติปญญา (intellectually active) ซึ่งก็คือการคิดนั่นเอง
ผูเรียนจะต่ืนตัวถาไดใชความคิด การคิดเปนเครื่องมือในการทำความเขาใจในสิ่งท่ีเรียนรู การคิด
ในเรื่องที่ผเู รยี นสนใจ ประเดน็ ทาทาย ประเด็นท่ีมคี วามหมายตอตนเอง จะทำใหผ ูเรยี นมีความผูกพัน
ในการคิดและการกระทำ (engagement) ในเรื่องทีเ่ รยี น สง ผลใหก ารเรียนรูมีประสทิ ธภิ าพมากข้นึ
3. ไดเคลื่อนไหวทางทางสังคม (socially active) คือ ไดมีโอกาสนำเสนอความคิดของตน
ตอผูอ่ืน ไดรับฟงและแลกเปล่ียนความคิดเห็นของผูอื่น ไดรับขอมูลยอนกลับ ไดตรวจสอบความคิด
ของตน ไดขยายความคิดของตนเอง ไดเรียนรูจากผูอ่ืน กระบวนการตาง ๆ จะชวยใหผูเรียน
มคี วามต่นื ตวั ในการเรียนรูสามารถรบั รแู ละเกดิ การเรียนรูไ ดดี
4. ไดเคลื่อนไหวทางทางอารมณ ความรูส ึก และจิตใจ (emotionally active) ซ่ึงหมายถึง
กิจกรรมและประสบการณท่ีจัดใหผูเรียนน้ัน ควรกระทบตออารมณ ความรูสึกของผูเรียนในทางที่
เอ้ือตอการเรียนรูในเร่ืองที่เรียน กิจกรรมใดกระทบตอความรูสึกของผูเรียน กิจกรรมน้ันมักมี
ความหมายตอผูเรียน และจะสงผลตอพฤติกรรมของผูเรียนดวยการออกแบบการสอนแบบ Active
Learning ตอ งพจิ ารณาวากิจกรรมที่ออกแบบเปนกิจกรรมลักษณะใด อาจจะเปนกจิ กรรมการเรียนรู
ตามมาตรฐานและตวั ชีว้ ดั ของแตละวิชาหรือกลมุ สาระการเรียนรู กิจกรรมพัฒนาผูเรียน หรือกจิ กรรม
เสริมทักษะอ่ืน ๆ โดยผูออกแบบพิจารณาแนวคิด ทฤษฎีท่ีเก่ียวของ อันประกอบดวย แนวคิด
ของบลูม (Bloom's Taxonomy) สี่เสาหลักทางการศึกษา (Four Pillars of Education) หลักการ
พัฒนาทักษะ 4 H (Head Heart Hand และ Health) และพระบรมราโชบายดานการศึกษา
ของสมเด็จพระเจาอยหู วั วชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมกี ระบวนการ ดงั น้ี
4.1 การเขียนแผนการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
แผนจัดการเรียนรู เปนการเตรียมการวางแผนการจัดการเรียนการสอนอยางเปน
ระบบ โดยนำสาระและมาตรฐานการเรียนรู คำอธิบายรายวิชา และกระบวนการเรียนรู โดยเขียน
28
เปนแผนการจัดการเรียนรูใหเปนไปตามศักยภาพของผูเรียน เพื่อเปนแนวทางในการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอน ซึ่งมีเน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการสอน และวิธีวัดผลประเมินผล
ท่ีชัดเจน ชวยใหครูสามารถดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนใหกับผูเรียนไดเหมาะสมตรงตาม
เปาหมายและมีประสิทธิภาพ (ครูเชียงราย, 2562: บทความ) โดยมีองคประกอบของแผนการจัดการ
เรียนรูท ่ีสำคญั แยกเปนสองสว น ไดแก
4.1.1 สวนหัวของแผน ไดแก โรงเรียน ช้ัน หนวยการเรียนรูท่ี... เรื่อง... เวลา...
แผนการเรยี นรูท่ี เร่ือง... วันที่ เวลา
4.1.2 สวนท่ีสองรายการทส่ี ำคญั ท่ีตองระบใุ นแผนการจดั การเรียนรู ไดแก
4.1.2.1 สาระสำคัญ (ความคิดรวบยอดหรือมโนมติของบทเรียน) หมายถึง
สาระสำคัญของเน้ือหา ประสบการณที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนหลังจากนักเรียนไดรับ
การปลูกฝงดวยเทคนิควิธีการจากครู และการมีสวนรวมในกิจกรรมรวมท้ังทำหนาท่ีเปนตัวกำหนด
ขอบเขตเนื้อหา ความรู จุดประสงคของการเรียนการสอนในแตละครั้ง ควรเขียนเปนประโยค
หรือขอ ความส้ัน ๆ
4.1.2.2 จดุ ประสงคก ารเรยี นรู แบง เปน 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1) จุดประสงคปลายทาง เปนจุดประสงคการเรียนรูท่ีเกิดขึ้นกับ
นักเรียน ซ่ึงสะทอนผลรวมทั้งหมดที่มุงหวัง และปรารถนาจะใหเกิดกับนักเรียนทุกคน เมื่อผาน
กระบวนการเรียนการสอนวิชาน้ันแลว อีกทั้งยังสะทอนจุดเนนเดน ๆ ของเน้ือหาวิชาและพฤติกรรม
สำคัญ ๆ ของวิชานั้น ๆ หรืออาจจะสะทอนผลสรุปขั้นสุดทายของกระบวนการเรียนรูก็ได วิธีการ
เขยี นใหย ึด “สาระการเรยี นรเู ปน หลัก” และนำกรอบพฤตกิ รรมบง ช้ีมาวิเคราะหใ หสอดคลองกบั สาระ
การเรียนรูและมาตรฐานการเรียนรู เชน เพื่อใหรูแ ละเขาใจระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย
เพื่อใหตระหนักถึงความสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพ่ือใหปฏิบัติตนเปนพลเมืองดี
ตามวถิ ีประชาธิปไตยได เปน ตน
2) จุดประสงคนำทาง เปนความคาดหวังท่ีเกิดขึ้นกับนักเรียน
ระหวางการเรียนในแตละครั้ง การเขียนจุดประสงคนำทางมีวัตถุประสงคใหผูสอนไดพิจารณาถึง
ผลการเรียนยอย ๆ หรือพฤติกรรมตาง ๆ ท่ีควรจะเกิดขึ้นในระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู
วิธีการเรียน ผูสอนตองกำหนดพฤติกรรมยอย ๆ ของสาระการเรียนรูยอย เพื่อนำไปสูจุดประสงค
ปลายทาง สามารถเปรียบเทียบใหเหน็ ไดดงั น้ี
จุดประสงคปลายทาง : เพื่อใหรูและเขาใจระบอบการปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตย
จุดประสงคนำทาง : 1) บอกลักษณะและประเภทของการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยได
29
2) อธิบายความสำคัญของการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยได
จุดประสงคปลายทาง : เพื่อใหตระหนักถึงความสำคัญของการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย
จุดประสงคนำทาง : ยกตัวอยางหลักการของระบอบประชาธิปไตย
ในการดำรงชีวิตได
จดุ ประสงคปลายทาง : เพ่ือใหตระหนักถึงความสำคัญของการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตย
จุดประสงคนำทาง : ปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย
ในชีวิตประจำวันได
4.1.2.3 สาระการเรียนรู หมายถึง ประมวลสาระแหงองคความรูหรือสาระ
การเรียนรูที่ปรากฏอยูในขอบขายของเรื่องที่กำหนดใหเรียน สามารถเขียนโดยอาศัยพฤติกรรม
การเรยี นรขู องผูเ รียนเปนตวั กำหนดได เชน
1) ดา นความรู ไดแก สาระความรูท ก่ี ำหนดใหผ ูเ รียนไดเรียน
2) ดานทักษะกระบวนการ หมายถึง ทักษะที่เกี่ยวของกับสาระ
การเรียนรู ทักษะการทำงาน ทกั ษะการเรยี นรทู ตี่ องการใหผูเ รยี นไดฝก
3) ดานเจตคติ คณุ คา หมายถงึ อารมณความรูสึก การเห็นประโยชน
คณุ คาของเรื่องทเ่ี รียน
4.1.2.4 กิจกรรมการเรียนรู/กระบวนการจัดการเรียนรู หมายถึง วิธีการ
สอนรูปแบบการสอนแบบตาง ๆ ท่ีใชในการจัดการเรียนรู หรอื เปน ข้นั ตอนและวธิ ีการของการกระทำ
กิจกรรมตา ง ๆ ตัง้ แตต น จนจบกระบวนการเรียนรูที่สามารถใหนกั เรยี นไดแ สดงออกทั้งดา นการปฏบิ ตั ิ
ดวยการใช ความคิด พูด และกระทำ เพื่อสรางประสบการณที่กอใหเกิดการเรียนรูในขณะท่ีเรียน
กิจกรรมการเรียนรู จัดการเรียนการสอนท่ีเนนนักเรียนเปนศูนยกลางหลักของการนำกิจกรรม
การเรียนการสอนมาทำแผนการจัดการเรียนรู คือ ยึดหลักนักเรียนเปนศูนยกลางของการจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอน ใหนกั เรยี นมีสวนรว มในการเรยี นการสอนมากท่ีสุด
4.1.2.5 ส่ือและแหลงการเรียนรู หมายถึง การเตรียมสื่อตาง ๆ เชน
ใบความรู ส่ือ วัสดุ อุปกรณ สื่อบุคคล กรณีศึกษา นิทาน เครื่องโสตทัศนูปกรณ วีดิทัศน แถบเสียง
แผนโปรงใส Power Point กระดาษ ปากกา สี บัตรคำ บัตรความรู ใบงาน หนังสือ ตำรา
เอกสารอางอิง ฯลฯ แหลงเรียนรูท่ีใชประกอบในการทำกิจกรรมการเรียนรูในคาบนั้น ๆ เชน
แหลงเรียนรูในชุมชน วัด ท่ีทำการองคการบริหารสวนตำบล ศาลจังหวัด สถานีตำรวจ อนามัยตำบล
ฯลฯ
30
4.1.2.6 การวัดและประเมินผล หมายถึง การออกแบบการประเมินผลและ
การสรางเคร่ืองมือเพื่อใชในการประเมินผล ในท่ีนี้หมายถึงการวัดและประเมินผลการเรียน
เปนรายคาบ ไดแก การสังเกตความสนใจและการมีสวนรวม การแสดงความคิดเห็นและการตรวจ
ผลงาน การใชแบบทดสอบ การทำแฟมสะสมงาน เปนตน การจัดกิจกรรมในข้ันนี้ ไดแก การนำ
ผลงานมาติดทีป่ ายนเิ ทศ การอานหนงั สอื เพิ่มเติมนอกเวลา การทำแบบทดสอบ ฯลฯ
4.1.2.7 บันทึกผลการใชแผนการจัดการเรียนรู ผูสอนสามารถประเมิน
แผนการจัดการเรียนรูโดยใชบันทึกผลการใชแผนฯ เพ่ือปรับปรุงและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู
ตอ ไป
4.2 ขน้ั ตอนในการทำแผนการจัดการเรยี นรู มีขัน้ ตอน ดงั นี้
1. วิเคราะหคำอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรูรายปหรือรายภาค และหนวย
การเรียนรูที่สถานศึกษาจัดทำข้ึน เพื่อประโยชนในการเขียนรายละเอียดของแตละหัวขอของ
แผนการจดั การเรยี นรู
2. วิเคราะหผลการเรียนรูที่คาดหวัง เพ่ือนำมาเขียนเปนจุดประสงคการเรียนรู
โดยใหค รอบคลมุ พฤติกรรมทงั้ ดานความรู ทกั ษะ/กระบวนการ เจตคติ และคานยิ ม
3. วิเคราะหสาระการเรียนรู โดยเลือกและขยายสาระที่เรียนรูใหสอดคลองกับ
ผเู รยี น ชุมชน และทองถนิ่
4. วิเคราะหกระบวนการเรียนรู โดยเลือกรูปแบบการจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียน
เปนสำคญั
5. วิเคราะหกระบวนการประเมินผล โดยเลือกใชวิธีการวัดผลประเมินผล
ใหสอดคลอ งกบั จดุ ประสงคการเรยี นรู และสรา งแบบวดั ประเมนิ ผลใหค รอบคลุมเน้อื หาดว ย
6. วิเคราะหแหลงเรียนรู โดยคัดเลือกส่ือการเรียนรูและแหลงการเรียนรูทั้งใน
และนอกหอ งเรยี นใหเ หมาะสมกบั กระบวนการจดั การเรยี นรู
การออกแบบหนวยการเรียนรูและแผนการจัดการเรียนรูที่เนนการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ครูผูสอนจะมีการพิจารณาตรวจสอบโครงสรางรายวิชาท่ีสอนกอน
จึงดำเนินการ ออกแบบหนวยการเรียนรูและแผนการจัดการเรียนรูที่เนนการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ใหสอดคลองกับหลักสูตรในแตละกลุมสาระการเรียนรู/รายวิชา โครงสราง
รายวิชา เปนการกำหนดขอบขายของรายวิชาที่จะจัดสอนเพ่ือชวยใหผูสอนและผูเกี่ยวของ
เห็นภาพรวมของแตละรายวิชาวา ประกอบดวย หนวยการเรียนรูจำนวนเทาใด เร่ืองใดบาง
แตละหนวยพัฒนาใหผูเรียนบรรลุตัวช้ีวัดใด เวลาท่ีใชจัดการเรียนการสอน และสัดสวนการเก็บ
คะแนน ของรายวิชาน้ันเปนอยางไร กระบวนการจัดทำโครงสรางรายวิชา และหนวยการเรียนรู
อาจดำเนนิ การโดยมขี ้ันตอนเรม่ิ ตนหรือลงทายทแ่ี ตกตางกันไดหลายวธิ ี
31
ภาพที่ 2 ความสมั พันธข องหนว ยการเรียนรสู กู ารจดั ทำแผนการจดั การเรยี นรู
จากภาพที่ 2 ภายหลังการออกแบบหนวยการเรียนรูเสร็จส้ิน เพื่อใหการจัดการเรียนรู
สอดคลองกับหนวยการเรียนรู ครูผูสอนควรวางแผนจัดแบงเนื้อหาสาระ เวลา ใหครอบคลุมหนวย
การเรียนรู จากนั้นนำมาจัดทำแผนการจัดการเรียนรูใหเหมาะสมกับเวลา และการพัฒนาผูเรียน
ในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู ครูผูสอนจะตองกำหนดเปาหมายสำหรับผูเรียนในการ
จดั การเรียนรู โดยสามารถกำหนดเปนจุดประสงคการเรียนรูของแผนการเรียนรูนั้น ๆ ซึ่งจุดประสงค
การเรียนรูในแตละแผนการจัดการเรียนรู ตองนำพาผูเรียนไปสูมาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้ีวัด
สมรรถนะสำคัญของผูเรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงคที่กำหนดไวในหนวยการเรียนรู จากน้ัน
ตองกำหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรูเพื่อใหผูเรียนบรรลุเปาหมาย ครูควรใชเทคนิค/วิธีการสอน
ที่หลากหลาย โดยพิจารณาเลือกนำกระบวนการเรียนรูท่ีจะพัฒนาใหผูเรียนเกิดการเรียนรูท่ีเนน
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ซ่ึงสามารถนำกระบวนการเรียนรูดังตอไปนี้มาใช
ในการจัดการเรียนรูใหเหมาะสมกับธรรมชาติวิชา เชน กระบวนการเรียนรูแบบบูรณาการ
กระบวนการสรางความรู กระบวนการคิด กระบวนการทางสงั คม ฯลฯ รวมทง้ั ใหศ กึ ษาการนำเทคนิค
วิธีการสอนมาใชในการจัดการเรียนรูดวย และในการจัดการเรียนรู ครูผูสอนตองรูจักเลือกใชสื่อ/
แหลงเรียนรู ภูมิปญญาทองถ่ิน มาใชในการจัดกิจกรรม เพ่ือใหผูเรียนเกิด การเรียนรู ส่ือท่ีนำมาใช
ตองกระตุน สงเสริมใหผูเรียนเกิดการเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยไมยึดส่ือใด สื่อหน่ึงเปนหลัก
ในการจัดการเรียนรู
ท้ั ง นี้ กิ จ ก ร ร ม ใ น แ ต ล ะ แ ผ น ก า ร จั ด ก า ร เรี ย น รู ต อ ง ส ง เส ริ ม แ ล ะ พั ฒ น า ใ ห ผู เรี ย น
มคี วามสามารถทจ่ี ะทำชิ้นงาน/ภาระงาน เม่ือครบทกุ แผนการจดั การเรยี นรูของหนวยการเรยี นรนู น้ั ๆ
32
ผูเรยี นตองสรางชิ้นงาน/ภาระงานของหนวยการเรียนรไู ด นอกจากนี้ในการจัดการเรียนรูตองกำหนด
วาจะใชเคร่ืองมือใดวัดและประเมินผลผูเรียนใหบรรลุตามเปาหมายที่กำหนด ดังน้ัน ในการวัด
และประเมนิ ผลครผู ูส อน ตองประเมนิ ผูเรยี นตลอดการจัดการเรียนรู โดยเลอื กใชเคร่อื งมอื ทเี่ หมาะสม
กบั ลกั ษณะกิจกรรมและสงิ่ ทีต่ องการวัดนอกเหนอื จากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน
ในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู องคประกอบของแผนการจัดการเรียนรูเปนไป
ตามท่ีโรงเรียนกำหนด โดยควรมีองคประกอบหลักท่ีสำคัญ คือ มาตรฐานการเรียนรู ตัวช้ีวัด
จุดประสงคการเรยี นรู สาระสำคัญ สาระการเรียนรู ทักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสำคัญของผูเรียน
เจตคติ/ คุณลักษณะอันพึงประสงค ภาระงาน/ชิ้นงาน กิจกรรมการเรียนรู ส่ือและแหลงการเรียนรู
การวัดและประเมินผล บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู ความคิดเห็นของผูบริหารโรงเรียน
และภาคผนวกแนบทาย แผนการจดั การเรียนรู
4.3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน Active Learning
การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนกระบวนการ
จัดการเรียนรูที่ผูเรียนไดลงมือกระทำ และไดใชกระบวนการคิดเก่ียวกับสิ่งท่ีเขาไดกระทำลงไป
โดยผูเรียนจะเปลี่ยนบทบาทจากผูรับความรู (Receive) ไปสูการมีสวนรวมในการสรางความรู
(Co-Creators) ความรูท่ีเกิดขึ้นเปนความรูท่ีไดจากประสบการณ ดังน้ัน กระบวนการในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู ผูเรียนตองมีโอกาสลงมือกระทำมากกวาการฟงเพียงอยางเดียว การจัดกิจกรรม
ใหผูเรียนไดเรียนรูดวยการอาน การ เขียน การอภิปรายกับเพื่อน การวิเคราะหปญหา และ
ใชกระบวนการคิดขั้นสูง ไดแก การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา และการสรางสรรค
เปน กระบวนการเรียนรทู ่ีใหผเู รียนไดเรียนรูอ ยางมี ความหมาย โดยการรวมมือระหวางผูเรียนดวยกัน
กิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ทำใหผูเรียนสามารถรักษาผลการเรียนรู
ใหอยูคงทนไดนาน กระบวนการเรียนการสอนแบบ Active Learning จะสอดคลองกับการทำงาน
ของสมองและความจำ โดยผเู รียนสามารถเกบ็ ขอ มูลและจำสิง่ ที่เรียนรูโดยมีสวนรวม มปี ฏิสมั พนั ธก ับ
เพ่ือน ผูสอน ส่ิงแวดลอม ผานการปฏิบัติจริง สามารถเก็บความจำในระบบความจำระยะยาว (Long
Term Memory) การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning อาจแยก
การออกแบบกจิ กรรมได 2 ลักษณะ คือ
4.3.1 การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในหนวย
การเรียนรูหรือแผนการจัดการเรียนรู
4.3.2 การออกแบบกจิ กรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในกจิ กรรม
พฒั นาผูเรยี นหรือกจิ กรรมเสริมทักษะอื่น ๆ การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู
การเรียนรูเปนหัวใจสำคัญท่ีจะชวยใหนักเรียนเกิดการพัฒนา ทำใหนักเรียน
มีความรูและทักษะตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัดชั้นปที่กำหนดไวในแตละหนวยการเรียนรู
33
รวมทั้งชวยในการปลูกฝง คุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มที่พึงประสงคใหเกิดแกผูเรียน ดังนน้ั ผูสอน
จึงควรทราบหลักการและขนั้ ตอนในการจดั กิจกรรม ดังนี้
1. หลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู
1.1 เปนกิจกรรมที่พัฒนานักเรียนไปสูมาตรฐานการเรียนรู และตัวช้ีวัดชั้นป
ทีก่ ำหนดไวใ นหนว ยการเรียนรู
1.2 นำไปสกู ารเกิดหลักฐานการเรยี นรู ชิน้ งานหรอื ภาระงานท่ีแสดงถึงการบรรลุ
มาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัดชนั้ ปของนกั เรียน
1.3 นกั เรียนมีสว นรวมในการออกแบบและจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
1.4 เปน กจิ กรรมทเี่ นนนักเรยี นเปน สำคัญ
1.5 มคี วามหลากหลายและเหมาะสมกบั นักเรยี นและเนอ้ื หาสาระ
1.6 สอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมทพ่ี ึงประสงค
1.7 ชว ยใหนกั เรียนเขา สูแหลงการเรียนรแู ละเครอื ขา ยการเรียนรทู หี่ ลากหลาย
1.8 เปดโอกาสใหน ักเรยี นไดล งมือปฏบิ ัติจริง
2. ขั้นตอนในการจดั กิจกรรม
การจัดกิจกรรมการเรียนรูเพ่ือพัฒนานักเรียนใหมีศักยภาพตามมาตรฐาน
การเรียนรู ตัวชี้วัดท่ีกำหนด เปาหมายการเรียนรูท่ีพึงประสงคไวแลวนั้น ครูผูสอนตองคิดทบทวน
ยอ นกลับวา มีกระบวนการ หรือข้ันตอนกิจกรรม ตั้งแตตนจนจบอยางไร จึงจะทำใหผูเรยี นมีขั้นตอน
การพฒั นาความรู ความเขา ใจ ทกั ษะ ความสามารถตาง ๆ รวมถึงคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค จนบรรลุ
เปาหมายการเรียนรู และเกิดหลักฐานของการเรียนรูท่ีกำหนด ความรูความเขาใจที่ลึกซ้ึง อันเปนผล
มาจากการสรางความรูของผูเรียนดวยการทำความเขาใจหรอื แปลความหมายในส่ิงท่ีตนเองไดเรียนรู
ท้ังหมดทุกแงทุกมุมตลอดแนว ดวยวิธีการถามคำถาม การแสดงออก และการสะทอนผลงาน
ซ่ึงสามารถใชตัวช้ีวัดดังตอไปน้ีในการตรวจสอบวาผูเรียนเกิดการเรียนรูจนกลายเปนความรู
ความเขา ใจทล่ี ึกซึ้งแลว หรอื ไม ความเขาใจ 5 ดาน ไดแ ก
1. ผูเรียนสามารถอธิบาย (Can explain) เร่ืองราวตาง ๆ ไดอยางถูกตอง
มีหลักการ โดยแสดงใหเห็นถึงการใชเหตุผล ขอมูล ขอเท็จจริง ปรากฏการณตาง ๆ ที่นาเช่ือถือ
ประกอบในการอางองิ เชอ่ื มโยงกับประเด็นปญ หา สามารถคาดการณไ ปสอู นาคต
2. ผูเรียนสามารถแปลความหมาย (Can interpret) เร่ืองราวตาง ๆ ไดอยาง
มีความหมาย ทะลุปรุโปรง ตรงประเด็น กระจางชัด โดยอาจใชแนวคิด ทฤษฎี เหตุการณ
ทางประวตั ิศาสตร หรอื มุมมอง ของตนเองประกอบการตคี วามและสะทอ นความคดิ เหน็
3. ผูเรียนสามารถประยุกตใช ความรู (Can apply) ไดอยางมีประสิทธิภาพ
สรางสรรค เหมาะสมกบั สถานการณ คลอ งแคลว ยดื หยุน และสงางาม
34
4. ผูเรียนสามารถมองจากมุมมองท่ีหลากหลาย มองเห็น รับรูประเด็นความคิด
ตาง ๆ (Have perspective) และตัดสินใจท่ีจะเช่ือหรือไมเชื่อ โดยผานขั้นตอนการวิพากษวิจารณ
และมุมมองในภาพกวา ง โดยมแี นวคิด ทฤษฎี ขอ มลู ขอ เทจ็ จรงิ สนับสนนุ การรบั รูนัน้ ๆ
5. ผูเรียนสามารถเขาใจความรูสึกของผูอื่น บอกคุณคาในสิ่งตาง ๆ ท่ีคนอื่น
มองไมเห็น (Can empathize) หรือคิดวายากท่ีจะเช่ือถือได ดวยการพิสูจนสมมติฐานเพ่ือทำให
ขอเทจ็ จริงนัน้ ๆ ปรากฏ มีความละเอยี ดออ นที่จะซมึ ซับ รับทราบความรสู กึ นึกคิดของผูเ กี่ยวขอ ง
6. ผูเรียนรูจักตนเอง มีความตระหนักรูถึงความสามารถทางดานสติปญญา
วิถีชีวติ นิสัย ใจคอ ความเปนตัวตนของตนเอง (Have self-knowledge) ซึ่งคือเบาหลอมความเขา ใจ
ความหยั่งรูในเร่ืองราวตาง ๆ มีความตระหนักวา มีส่ิงใดอีกท่ียังไมเขาใจ และสามารถสะทอน
ความหมายของสิ่งทไี่ ด เรียนรแู ละมปี ระสบการณ ปรบั ตวั ได รจู กั ใครค รวญ และมีความเฉลยี วฉลาด
ครูผสู อนสามารถใชตัวชว้ี ัดความรคู วามเขา ใจคงทน ทั้ง 5 ตัวชวี้ ัดน้ี เปน เครื่องมอื
ในการกำหนดกิจกรรมการเรียนรูและวิธีการวัดประเมินผลเรียนรูวา ผูเรียนบรรลุผลการเรียนรู
ตรงตามท่ีกำหนดไวในมาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด และเปาหมายหลักของการจัดการเรียนรูหรือไม
หลกั การจัดประสบการณห รือกิจกรรมการเรียนรู มีดังน้ี
1. เลือกกิจกรรมที่สอดคลองกับวัตถุประสงคของการจัดการเรียนรู สอดคลอง
เชื่อมโยงกับมาตรฐานหรือตัวชี้วัด หากเปนทักษะควรเปนทักษะท่ีปฏิบัติแลวผูเรียนเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมไดต ามวตั ถุประสงค
2. เลือกกิจกรรมท่ีผูเรียนพึงพอใจ สนุก นาสนใจ ไมซ้ำซาก มีประโยชนตอ
การนำไปใชในชีวิตประจำวัน และทำใหผเู รียนมเี จตคติท่ดี ีตอการเรียน
3. เลือกกจิ กรรมทเี่ หมาะสมกับความสามารถดานรางกายของผเู รียนท่ีจะปฏิบตั ิได
และควรคำนงึ ถงึ ประสบการณเดิม เพือ่ จดั กจิ กรรมใหมไ ดอ ยา งตอ เนอื่ ง
4. เลือกกิจกรรมทส่ี ง เสริมจุดมุงหมายในการจดั การเรียนรูหลาย ๆ ดาน
5. เลือกกิจกรรมใหหลากหลาย คำนึงถึงความแตกตางระหวางบุคคล เหมาะสม
กับวยั ความสามารถและความสนใจของผูเ รยี น ใหผเู รียนไดใชประสาทสัมผัสในการเรยี นรมู ากทีส่ ุด
6. ใชสื่อ/แหลงเรียนรทู ่ีหลากหลายและเหมาะสม
7. ใชเ ทคนคิ วิธีการเรยี นรูท่ีหลากหลาย สง เสริมกระบวนการคดิ และทกั ษะตาง ๆ
8. ผูเรียนมีสวนรวมในการทำกิจกรรมและการประเมินผล มีการวดั และประเมินผล
ทห่ี ลากหลายและสอดคลองกับกิจกรรม
35
3. การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning
กิจกรรมการเรียนรู เปนกระบวนการปฏิบัติตาง ๆ ของผูเรียนท่ีกอใหเกิด
การเรียนรูอยางมีประสิทธิภาพ ไดแก วิธีการ/กิจกรรมที่ครูหรือผูเกี่ยวของนำมาใชเพื่อใหผูเรียน
ไดเรียนรูตามเปาหมาย วัตถุประสงค สอดคลองเชื่อมโยงกับมาตรฐานตัวชีว้ ัดที่กำหนดไวในหลักสูตร
สถานศึกษา โดยมีองคประกอบที่สำคัญของการจัดการเรียนรู คือ กระบวนการ/วิธีการจัดกิจกรรม
การเรยี นรทู ี่เหมาะสม ซ่งึ จะมีผลตอการเรยี นรขู องผูเรยี นอยางแทจ รงิ โดยกิจกรรมการเรียนรมู ผี ลตอ
ผูเรยี นในการกระตุนความสนใจ สนกุ สนาน ต่ืนตัวในการเรียน มีการเคลื่อนไหว เปดโอกาสใหผูเรียน
ประสบความสำเร็จในการเรียนรูป ลกู ฝงความเปนประชาธปิ ไตย การใชท กั ษะชวี ิต ฝกความรับผิดชอบ
การทำงานรวมกัน ชว ยเหลือเกื้อกูลตามศักยภาพ และคุณลักษณะท่ีดี นอกจากนี้ กิจกรรมการเรียนรู
ยังตองสงเสริมทักษะ กระบวนการตาง ๆ เชน การคิดสรางสรรค การส่ือสาร การแกปญหา
กระบวนการกลุม การบริหารจัดการ ฝกการใชเทคโนโลยีใหเกิดประโยชนเปนเครื่องมือการเรียนรู
ตลอดชีวิต สรางปฏิสัมพันธท่ีดี ระหวางผูเรียนกับผูเรียนกับครู และบุคคลที่เกี่ยวของอื่น ๆ
สรา งความเขาใจบทเรยี นและสง เสรมิ พัฒนาการผเู รียนในทกุ ๆ ดา น
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนการใชกระบวนการ
ปฏิบัตติ า ง ๆ ของผเู รยี นท่ีกอ ใหเ กดิ การเรยี นรูอยางมีประสิทธภิ าพ ไดแ ก
1. วิธีการ/กิจกรรมการเรียนรู ครูหรือผูเก่ียวของนำมาใชเพ่ือใหผูเรียนไดเรียนรู
ตามเปาหมายมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด วัตถุประสงคการเรียนรูยอยของตัวชี้วัดท่ีกำหนดไว
ในหลักสูตรสถานศึกษา โดยมีองคประกอบท่ีสำคัญของการจัดการเรียนรู คือ กิจกรรมการเรียนรู
ทีม่ ีผลตอผูเรยี น ในการกระตุนความสนใจ สนกุ สนาน ตน่ื ตัวในการเรียน มีการเคลือ่ นไหว เปดโอกาส
ใหผเู รียน ประสบความสำเร็จในการเรียนรู ปลกู ฝง ความเปนประชาธิปไตย เปนกิจกรรมในการเรียนรู
ที่ครูออกแบบการสอนตามลักษณะของตัวช้ีวัดวาเปนดานความรู ทักษะ/กระบวนการปฏิบัติ
คุณลักษณะอันพึงประสงค โดยเนนการลงมือปฏิบัติ การอาน ฟง คิด ถาม เขียน การแลกเปล่ียน
เรียนรู และนำเสนอ ผลงานการศึกษาคนควาของนักเรียน ท้ังน้ีข้ึนอยูกับประเภทของตัวช้ีวัด
เปนสำคญั
2. กระบวนการเรียนรู มีการสงเสริมทักษะกระบวนการสอนรูปแบบตาง ๆ
อยางเปนระบบ มีข้ันตอนการสอนเฉพาะแบบตามที่ครูเลือกใช ซึ่งการเลือกกระบวนการสอน
ในศตวรรษ 21 มหี ลากหลายที่นยิ มสอนในปจจุบัน ไดแก การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบการใช
ปญหาเปนฐาน การจัดการเรียนรูแบบเนนประสบการณ การสอนที่เนนทักษะกระบวนการคิด
การสอนแบบสะเต็มศึกษา การสอนแบบ 5STEP/QSCCS เปนตน ซึ่งกระบวนการสอนรูปแบบตาง ๆ
เหลาน้ีจะมีเทคนิคการสอนวิธีสอนผสมผสานอยู เชน การสอนคิดสรางสรรค การสื่อสาร
การแกปญหา กระบวนการกลุม การบริหารจัดการ การใชเทคโนโลยีใหเกิดประโยชนเปนเครื่องมือ
36
การเรียนรูตลอดชีวิต สรางปฏิสัมพันธท่ีดีระหวางผูเรียนกับผูเรียนกับครูและบุคคลที่เกี่ยวของอื่น ๆ
สรางความเขาใจบทเรียนและสงเสริม พัฒนาการผูเรียนในทุก ๆ ดาน การใชทักษะชีวิต
ฝก ความรบั ผดิ ชอบ การทำงานรว มกนั ชว ยเหลอื เก้อื กูลตามศักยภาพและคณุ ลักษณะทดี่ ี
ณัชนัน แกวชัยเจริญกิจ (2550) ไดกลาวถึงบทบาทของครูผูสอนในการจัดกิจกรรม
การเรียนรตู ามแนวทางของ Active Learning ดงั นี้
1. จัดใหผูเรียนเปนศูนยกลางของการเรียนการสอน กิจกรรมตองสะทอน
ความตอ งการในการพฒั นาผเู รยี นและเนนการนำไปใชประโยชนใ นชวี ิตจรงิ ของผูเ รยี น
2. สรางบรรยากาศของการมีสวนรวม และการเจรจาโตตอบที่สงเสริมใหผูเรียน
มีปฏสิ มั พนั ธทีด่ กี ับผูส อนและเพอ่ื นในชั้นเรยี น
3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหเปนพลวัต สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวม
ในทุกกจิ กรรม รวมท้ังกระตนุ ใหผ เู รยี นประสบความสำเรจ็ ในการเรียนรู
4. จัดสภาพการเรียนรแู บบรวมมอื สงเสริมใหเ กิดการรว มมือในกลุมผเู รียน
5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหทาทาย และใหโอกาสผูเรียนไดรับวิธีการสอน
ทีห่ ลากหลาย
6. วางแผนเก่ียวกับเวลาในจัดการเรียนการสอนอยางชัดเจน ท้ังในสวนของเน้ือหา
และกิจกรรม
7. ครูผูสอนตองใจกวาง ยอมรับในความสามารถในการแสดงออก และความคิด
ของผเู รียน
ดุษฎี โยเหลา และคณะ (2557) ไดกลาวถึงบทบาทสำคัญของครูในขณะจัดกิจกรรม
การเรียนรูวา ครูจะตองแสดงบทบาทตาง ๆ เพื่อสงเสริมใหเกิดกระบวนการเรียนรูแบบ Active
Learning ข้ึน โดยครูจะตองเปนผูสังเกตการทำงานของนักเรียน ครูตองสรางแรงบันดาลใจ
ในการเรียนรู โดยใชคำถามปลายเปดกระตุนการเรียนรูแทนการบอกกลาว ครูตองศึกษาและ
รูจักขอมูลนักเรียนเปนรายบุคคล เพ่ือแสดงบทบาทใหเหมาะสมในการทำใหเกิด Active Learning
กับนักเรยี นเปนรายคน ดงั น้ี
37
ภาพท่ี 3 บทบาทของครใู นฐานะผูกระตนุ การเรยี นรู
1. ใชคำถามกระตุนการเรียนรู คำถามท่ีใชในการกระตุนการเรียนรูนั้น ตองเปน
คำถามท่ีมีลักษณะเปนคำถามปลายเปด เพ่ือใหผูเรียนไดอ ธิบายโดยขึ้นตนวา “ทำไม” หรือลงทายวา
“อยา งไรบา ง” “อะไรบาง” “เพราะอะไร”
2. ทำหนาทีเ่ ปน ผูสังเกต ครูจะตอ งคอยสังเกตวา ผเู รียนแตละคนมีพฤติกรรมอยางไร
ขณะปฏบิ ัติกิจกรรมเพอื่ หาทางชี้แนะ กระตุน หรอื ยับย้ังพฤติกรรมท่ไี มเหมาะสม
3. สอนใหผูเรยี นเรียนรูการตั้งคำถาม เมื่อผูเรยี นสามารถตง้ั คำถามได จะทำใหผ ูเรยี น
รูจักถามเพื่อคนควาขอมูล รูจักรับฟงความคิดเห็นของผูอ่ืน และรวมแสดงความคิดเห็นของตนเอง
ในเรื่องทีเ่ ก่ียวขอ งกบั การเรียนรู
4. ใหคำแนะนำเม่ือผูเรียนเกิดขอสงสัย ครูจะตองเปนผูคอยแนะนำ ช้ีแจงใหขอมูล
ตาง ๆ หรือยกตัวอยางเหตุการณใกลตัวตาง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของผูเรียนเชื่อมโยงไปสู
ความรดู านอ่ืน ๆ ในขณะทำกจิ กรรมเมื่อผเู รยี นเกิดขอสงสยั หรอื คำถามโดยไมบอกคำตอบ
5. เปดโอกาสใหผูเรียนคิดหาคำตอบดวยตนเอง สังเกตและคอยกระตุนดวยคำถาม
ใหผเู รยี นไดค ิดกิจกรรมทอี่ ยากเรียนรแู ละหาคำตอบในส่ิงที่สงสัยดว ยตนเอง
6. เปดโอกาสใหผูเรียนสรางสรรคผลงานอยางอิสระตามความคิดและความสามารถ
ของตนเอง เพื่อใหผูเรียนไดใชจินตนาการและความสามารถของตนเองในการคิดสรางสรรค
อยางเตม็ ที่
นอกจากน้ี วารินทพร ฟนเฟองฟู (2512) ไดกลาวถึง Active Learning สูการปฏิบัติ
ไววาการนำรูปแบบหรือเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรูตามแนวคิด Active Learning ไปปฏิบัติ
เพื่อใหเกิดประสิทธิภาพน้ัน ผูสอนและผูเรียนลวนมีบทบาทสำคัญและมีลักษณะเฉพาะ ผูสอนจึงตอง
ศึกษาทำความเขาใจเพ่ือท่ีจะจัดกิจกรรมการเรียนรูใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และจากการวิเคราะห
38
และสงั เคราะหบ ทบาทผูสอนในการจัดการเรยี นรูจากนกั การศกึ ษา สามารถจำแนกบทบาทของผูส อน
ไดด งั นี้
1. วิเคราะหเปาหมายของการเรียนรูและเลือกเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู
ท่ีสนับสนุนการเรียนรูตามแนว Active Learning 1 - 2 วิธีท่ีเหมาะสมกับเน้ือหาและส่ิงท่ีตองการให
ผเู รียนปฏบิ ตั ิ
2. เลือกใชเทคนคิ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูทงี่ ายและใชเวลาไมมากสำหรับการเร่ิมตน
เชน “one minute paper” และ “Think-pair-share” หรือใหผูเรียนแขงขันกันตอบคำถาม
ที่เกี่ยวขอ ง กับเรอ่ื งทจ่ี ะเรยี นตอไป เปน ตน
3. มีการมอบหมายงานใหผูเรียนเพ่ือการเตรียมตัวหรือเตรียมความรูกอนการเขาเรียน
เชน มกี ารมอบหมายใหอ านเน้อื หาสาระทจี่ ะเรียนหรือเร่ืองทเ่ี กีย่ วของในสง่ิ ทจ่ี ะเรยี นลว งหนา
4. บอกถึงกจิ กรรมและประโยชนท จ่ี ะไดร บั จากการรว มกจิ กรรม
5. กระตุนใหผูเรียนคนหาคำตอบดวยตนเอง มีความเขาใจและสรางมโนทัศนท่ีได
จากการเรียนรูและสรางองคความรูดวยตนเองได เชน มอบหมายใหผูเรียนศึกษาส่ือวีดีโอโดยมี
การตง้ั คำถาม และใหผ ูเ รียนหาคำตอบ
6. การจัดกิจกรรมการเรียนรูควรจัดเปนกลุมเพ่ือการเรียนรูรวมกัน และกระตุนให
ผเู รียนมีสวนรวมในการทำกจิ กรรมการเรียนรูอยา งมชี ีวิตชวี า
7. สรางสรรคกิจกรรมอยางหลากหลายมีความยืดหยุน เพ่ือขยายประสบการณ
การเรียนรูของผเู รียนดว ยการลงมือปฏิบตั ิ
8. ใหความสำคัญและกระตุนใหเกิดการสรางปฏิสัมพันธในช้ันเรียนโดยใชทักษะ
การส่ือสารแลกเปลี่ยนเรยี นรู
9. กิจกรรมการเรียนรูยึดปญหาเปนสำคัญและกระตุนใหผูเรียนเลือกใชวิธีแกปญหา
อยางหลากหลายเปนระบบ
10. กระตนุ ใหผ เู รียนเกดิ ทกั ษะการคดิ ขนั้ สงู
11. ใหผเู รียนรบั ผิดชอบในผลงาน โดยกำหนดเวลาและงบประมาณทีใ่ ช
12. มีการสรุปแลกเปล่ยี นเรยี นรกู นั กอ นเรม่ิ เนือ้ หาใหม
4. การวัดและประเมนิ ผลการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู เปนกระบวนการในการตรวจสอบผล
การดำเนินกิจกรรมวาบรรลุตามเปาหมายท่ีกำหนดไวหรือไม มีสวนใดตองปรับปรุงแกไขเพ่ือพัฒนา
ตอไป โดยประเมินท้ังกระบวนการในการจดั กิจกรรม และประเมินคุณภาพของผูเรียนใชการประเมิน
หลากหลายวิธี ใหทุกฝายไดมีโอกาสในการประเมิน เชน ครูประเมินผูเรียน ผูเรียนประเมินเพ่ือน