The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ekasitbank, 2022-10-13 10:06:50

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน

139

ความคดิ รวบยอด และทักษะ (2) กิจกรรมเชงิ สรางสรรค (Constructive) ซ่ึงเกีย่ วขอ งกบั การรวบรวม
ส่ังสมประสบการณ โดยผานการปฏิบัติ หรือการทํางานท่ี ริเร่ิมสรางสรรค (3) กิจกรรมเชิงการ
แสดงออก (Expressional) ไดแ ก กิจกรรมทเ่ี กยี่ วกบั การนําเสนอ การเสนอผลงาน

1.2 ส ภ าพ ก ารด ำเนิ น ก ารจั ด ก ารเรีย น ก ารส อ น แบ บ Active Learning
ประกอบดวย 3 ดาน ไดแก 1)ดานบุคคล คือ คือ 1) ผูบริหาร ขาดความตระหนักในการสงเสริมและ
สนับสนุน ขาดภาวะผูนำทางวิชาการ อีกทั้งมีการโยกยายสถานศึกษาบอย 2) ครูผูสอน ขาดความรู
ความเขาใจ และทักษะในการจัดการเรียนการสอน และมีภาระงานอ่ืนไดรบั มอบหมายมากเกินไป 3)
ผูเรียน ขาดทักษะการคิดวิเคราะห การจัดการเรียนการสอนของครู ไมเนนใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ
ผูเรียนไมมีสวนรวมในการเรียนรู ไมสามารถประยุกตใชความรูในการแกไขปญหาได รวมท้ังขาด
แรงจงู ใจในการเรียนรู 2) ดานสื่อ วสั ดุ อุปกรณ ไดแก การขาดแคลนวสั ดุ สื่อ และอปุ กรณสำหรับใช
ในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่ตองใชเพ่ือใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติจริง ส่ือและ
เทคโนโลยี ไมตอบสนองตอการเรียนรูในศตวรรษที่ 21และ3)ดานงบประมาณขาดงบประมาณในการ
จัดช้ือวัสดุอุปกรณ งบประมาณมีจำนวนจำกัดและ 4)การบริหารจัดการ ไดแก 4.1) การขับเคลื่อน
นโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด เชน
ศกึ ษาธิการจงั หวดั สำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา ไมต อเนอื่ ง มีรูปแบบการดำเนนิ งานไมท ชี่ ัดเจนสง ผล
ใหผูบริหารสถานศึกษา ไมใหความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมมี
การแลกเปล่ียนเรียนรูการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในระดับตาง ๆ
4.2) หนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาขาดการสงเสริมครูผูสอนอยางจริงจังโดยเฉพาะผูท่ีจัดการ
เรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยา งมปี ระสิทธภิ าพ มีผลงานเชิงประจักษเปนที่ยอมรบั ใหมี
ความกาวในอาชีพ สรางแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน มอบเกียรติบัตร การพิจารณาความดีความชอบ
เปนตน และขาดการพัฒนาสมรรถนะครูผูสอนอยางตอเน่ือง ดวยวิธีการที่หลากหลาย เพ่ือสรางแรง
บันดาลใจ 4.3) การสนับสนุนดานงบประมาณ วัสดุ อุปกรณใหกับสถานศึกษาเพ่ือใชในการจัดการ
เรยี นการสอนเชงิ รกุ ไมเ พยี งพอตอการจัดทำสอื่ เพ่ือใหผเู รยี นไดเรียนรู 4.4) การนิเทศ กำกับ ตดิ ตาม
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของครูผูสอนและผูบริหารสถานศึกษาขาดความ
ตอเนื่องและเปนระบบ 4.5) การขับเคล่ือนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ผูตรวจ
ราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายไพศาล วุทฒิลานนท และ นายธีร ภวัคนันท ดำเนินการวิเคราะห
แนวทางการขับเคลื่อน Active Learning เพื่อพัฒนาทักษะแหงอนาคต เหตุที่เปนเชนนี้อาจสืบ
เนอื่ งมาจากการดำเนินการการจัดการพัฒนาการคุณภาพการศกึ ษานั้นมีสว นสำคญั อยู 4 สว นดวยกัน
คือ คน(Man)วัสดุ(Material) เงิน(Money) และ การจัดการ(Management) ซ่ึงสอดคลองกับทฤษฎี
หลกั การแนวคิดการบริหารองคก ร 4M (เกยี รตพิ งษ อดุ มธนะธีระ (2560) ท่ีไดใหร ายละเอยี ดไววา


140

1) ทรัพยากรมนุษย (Man) คือ คนงาน พนักงาน หรือบุคลากรทั้งจากภายในและภายนอก ซ่ึงถือวา
เปนปจจัยหลักท่ีสำคัญที่สุด เพราะการทำธุรกิจหรือดำเนินการใดๆ จะตองเกิดขึ้นไดตองอาศัย
คนท้ังในดานความคิด การวางแผน การดำเนนิ การ หรือจัดการทำใหเ กิดผลทางธุรกิจทกุ รูปแบบ การ
พฒั นาคนจงึ เปน สิง่ สำคญั ทสี่ ดุ เพอ่ื ใหประสบความสำเร็จในการดำเนินธรุ กิจ 2) งบประมาณ (Money)
คือ เงิน หรือทุนที่ใชในการดำเนินธุรกิจท้ังจากเงินทุนภายในและภายนอก ในทางธุรกิจเงินทุนถือวา
เปนปจจัยหลักท่ีสำคัญที่สุด เพราะการทำธุรกิจทุกอยางไมสามารถดำเนินไดดีหากขาดทุนใน
การดำเนินงาน กลาวไดวาการทำธุรกิจทุกอยางจะตองเกิดขึ้นไดตองอาศัยเงินทุน เพราะจะเปนตัว
ขับเคล่ือนธุรกิจและปจจัยตางๆ ใหดำเนินการไปไดทั้งในดานคาแรงคน คาใชจายในการดำเนินงาน
คาใชจายในการซื้อวัสดุมาใชในการดำเนินธุรกิจ การมุงเปาไปท่ีการพัฒนาเงินจึงเปนสิ่งสำคัญที่สุด
เพื่อใหประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ 3) วัสดุ อุปกรณ(Material)คือ วัสดุสิ่งของ วัตถุดิบ
ชิ้นสวนอะไหล ผลิตภัณฑ บริการหรืออุปกรณอนื่ ๆ ซึง่ มีสวนนำมาใชในการผลิตสนิ คา เปนส่ิงทส่ี ำคัญ
อันดับตอมา เพราะทุกธุรกิจตองอาศัยสิ่งท่ีไดในกลุมนี้มาใชในการผลิต ดังนั้นตองรูจักบริหารจัดการ
วัตถุดิบ ใหมีประสิทธิภาพสามารถมีเพียงพอในการผลิต การบริหารวัสดุ ในการดำเนินงาน
วา ทำอยางไรใหสิ้นเปลืองทรัพยากรในการผลิตใหนอยที่สุด หรือการใชใหเกิดประโยชนคุมคาสูงสุดธ
4) วิธีปฏบิ ตั ิงาน(Management) คอื วธิ ีการ ข้ันตอน หรือขบวนการในการทำธุรกจิ ความสำเรจ็ ของ
การดำเนินธุรกิจสวนใหญจะมาจากการท่ีองคกรมีการกำหนดขั้นตอนแนวทางในการดำเนินงานที่ดี
การท่ีจะมีแนวทางการปฏิบัติงานและขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจที่ดีได ควรตองมีการกำหนด
นโยบายท่ีชัดเจน มีวิสัยทัศนที่ดี มีการวางแผนจัดการ การติดตามความกาวหนาของงาน การ
ตรวจสอบคุณภาพผลงานท่ีได และการควบคุมการทำทำงานอยางตอเนื่อง ตองมีการพัฒนาข้ันตอน
การทำงาน นำเอาความรูเทคโนโลยีใหม และวางแผนขบวนการทำงานใหดี มีขั้นตอนท่ีไมยุงยาก
ประหยัดเวลา สามารถติดตามตรวจสอบไดงาย และกระบวนการจัดการบริหารควบคุมเพื่อใหงาน
ทั้งหมดเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและเกิดสวนใหญ ซ่ึงทั้ง 4 สวนมีสวนท่ีมีความสัมพันธเกี่ยวเน่ือง
สง เสริมซ่งึ กนั และกันตอเน่อื งและสอดรับกับแนวนโยบายนำสกู ารปฏบิ ัตทิ ช่ี ดั เจนเปน ระบบ

1.3 ปจ จัยที่สงผลตอความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ไดแก 1) บทบาทของครู เปล่ียนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวยความสะดวก และ
ชวยเหลือผูเรียน 2) สมรรถนะของครู ไดแก 2.1) สมรรถนะหลัก (Core Competency)
ประกอบดวย การมุงผลสัมฤทธ์ิ การบริการท่ีดี การพัฒนาตนเองและการทำงานเปนทีม และ
2.2) สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency) ประกอบดวย การจัดการเรียนรู การ
พัฒนาผูเรียน การบริหารจัดการช้ันเรียน และการวิเคราะห สังเคราะหและการวิจัย และ 2.3)
รูปแบบการเรียนรู ครูควรมีการเลือกรูปแบบการเรียนรูท่ีเหมาะสมกับเนื้อหาและธรรมชาติวิชา เนน
ใหผเู รียนไดเรียนรูดวยการลงมือปฏิบัติ เปนกิจกรรมที่ชวยพัฒนาผูเรียนใหเกิด 3R8C ซึ่งเปนทักษะที่


141

พึงมีในศตวรรษที่ 21 เหตุที่เปนเชนน้ีอาจสืบเน่ืองมาจากการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ครผู ูสอนเปนผูทสี่ วนสำคญั มากที่สุดและมีความใกลชิดกับตัวผูเรยี นมากท่สี ุดในการกระตุน
และนำวิธกี ารทหี่ ลากหลายตามบรบิ ทและความตองการของผเู รยี นแตล ะคน หรือแตละกลุม อีกทงั้ ยัง
ปรับเปลี่ยนบทบาทตนเองใหคอยอำนวยความสะดวก ชวยเหลือผูเรียนใหเกิดการเรียนรูใหมากท่ีสุด
โดยอาศัยครูผูสอนที่มีสมรรถนะหลักและรองที่พรอมในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ที่สามารถชวยใหผูเรียนพัฒนาและเกิดการเรียนรูดวยตัวของผูเรียนไดเองตามศักยภาพ
สูงสุดตอไป สอดคลองกับแนวคิดและงานวิจัยของ ณัชนัน แกวชัยเจริญกิจ (2550) ไดกลาวถึง
บทบาทของครูผูสอนในการจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก (Active Learning) ไววา ครูควรมี
สมรรถนะในการจัดการเรียนการสอนที่จัดใหผูเรียนเปนศูนยกลางของการเรียน สรางและสะทอน
ความตองการของผูเรียนใหมากที่สุด สรางบรรยากาศของการมีสวนรวมและภายใตความรวมมือ
จัดการเรียนการสอนใหเปนพลวัต ทาทาย หลากหลาย วางแผนและใจกวางในการยอมรับ
ความสามารถและการแสดงออกของผเู รียน

2. ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสอบถาม ประกอบดวย หนวยงานการศึกษาระดับ
จังหวัด และสถานศึกษา ซ่ึงมีผลการศึกษา ดังนี้ ระดับหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด ขอมูล
ผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด พบวา ผูตอบแบบสอบถาม จำนวนทั้งสิ้น
465 คน สวนใหญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา และดำรงตำแหนงผูบริหาร
การศึกษา จากการศึกษาพบวา สภาพการจัดเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ของหนวยงานการศึกษา ระดับจังหวัด ในภาพรวมอยูในระดับมากท่ีสุด
( x = 4.25) เม่ือพิจารณาเปนรายการ พบวา รายการครูสรางบรรยากาศของการมีสวนรวมและ
สงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดีกับเพื่อนในชั้นเรียนมีคาเฉล่ียสูงสุด รองลงมา 4 รายการ คือ
รายการครูจัดกิจกรรมการเรยี นรูโดยเปดโอกาสใหผูเรียนมีสว นรว มในกระบวนการเรยี นรู รายการครู
จัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนมีวินัยในการทำงาน รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูดวย
วิธีการสอนท่ีหลากหลาย รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริมใหผูเรียนมีความรับผิดชอบ
รวมกัน และรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนไดพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
ตามลำดับ เหตุท่ีเปนเชนนี้สืบเน่ืองจาก การจัดเรียนการสอนแบบ Active Learning น้ันเปน
กระบวนการท่ีครูผูสอนเปนผูสรางบรรยากาศการมีสวนรวมระหวางครูและผูเรียนมากที่สุด ผูเรียน
เกิดการเรียนรูผานการลงมือปฏิบัติจริง ตามศักยภาพและความรวมมือของผูเรียนแตละบุคคล
สอดคลองกบั แนวคดิ และงานวิจัยของ เมเยอรและโจนส (1993) ไดก ลา ววากจิ กรรมการเรียนรภู ายใต


142

สมมติฐานพ้ืนฐาน การเรียนรูโดยธรรมชาติของผูเรียน และแนวทางในการเรียนรูที่แตกตางกันของ
แตละบคุ คล

ระดับหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ผลการศึกษา พบวา ผูตอบ
แบบสอบถามสวนใหญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา และดำรงตำแหนงครู ผล
การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของหนวยงานทางการศึกษา
สถานศึกษา ในภาพรวมอยูในระดับมากท่ีสุด เม่อื พิจารณาเปน รายการ พบวา รายการครูจดั กิจกรรม
การเรียนรทู ่ีสงเสรมิ ใหผเู รียนมวี นิ ยั ในการทำงาน มีระดบั การปฏิบตั งิ านมากทส่ี ุด รองลงมา มีคา เฉล่ีย
เทากัน 2 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยเปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมใน
กระบวนการเรียนรู และรายการครูสรางบรรยากาศของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมี
ปฏิสมั พนั ธทด่ี ีกับเพ่ือนในช้นั เรียน รองลงมา คอื รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรทู ี่สง เสรมิ ใหผเู รยี น
มีความรับผิดชอบรวมกัน โดยรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมทักษะการคิดข้ันสูงและ
กระบวนการแกปญหา มีระดับการปฏิบัติต่ำสุด สอดคลองกับแนวคิดของบอนเวลลและอีสัน(1991)
สถาพร พฤฑฒิกุล (2555) สิริพร ปาณวงษ (2560) และปรียานุช พรหมภาสิต (2559) ไดสรุปไววา
การจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก (Active Learning) นั้นเปนกระบวนการที่เนนการเรียนรู
มากกวาเน้ือหา สรางความรูดวยตัวของผูเรียนเอง โดยครูผูสอน เปนผูคอยแนะนำ กระตุน หรือ
อำนวยความสะดวกใหผเู รียนเกิดการเรยี นรดู วยกระบวนการคดิ ขนั้ สูง สามารุคิดวิเคราะห สังเคราะห
และประเมนิ คา จากสิง่ ทีไ่ ดร บั จากกิจกรรมการเรยี นการสอนได

3. ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ประกอบดว ย

1. ใหความสำคญั โดยการยกระดับใหเปน วาระเรงดว น
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคลื่อน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรมชดั เจน
เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ท้ังในภารกิจพ้ืนฐาน
ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพ้ืนท่ี ที่สงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นท่ีในระดับ
กระทรวง ระดบั จงั หวัด/เขตพืน้ ที่ และระดบั สถานศกึ ษา
3. สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบการเรียนรู การลงมือปฏิบัติของผูเรียน
และรว มประเมนิ ผลการเรยี นรใู หมากขึน้ อยางเปนรูปธรรม


143

4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปล่ียนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู
คอยกระตุน สรางแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรูและวิธีจัดระเบียบการสรางความรูใหกับนักเรียน
เพือ่ ใหน กั เรียนไดร บั การปูพนื้ ฐานความพรอ มทัง้ กาย ใจ ปญ ญา อยา งรอบดาน

5. สรางขวัญกำลงั ใจใหผูปฏิบัตงิ าน โดยเฉพาะผปู ฏิบตั งิ านเชิงประจักษ และสนบั สนุน
ใหไ ดร บั โอกาสความกา วหนาในอาชีพ

6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผลและการรายงานผลที่ชัดเจน
อยางตอเนื่อง โดยใชดิจิทัลแพลตฟอรมใหเกิดความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอการปฏิบัติงาน
ทุกระดับ


144

บรรณานุกรม

จุฑามาศ เพิ่มพูนเจริญยศ. (2561). การพัฒนาการจัดการเรียนรูเชิงรุกผานหองเรียนอัจฉริยะ
สำหรับนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนอนุบาลไทรโยค. สารนิพนธ
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
มหาวิทยาลยั ศรปี ทมุ .

จิตณรงค เอ่ยี มสําอางค, (2558), “Active Learning แนวทางการจัดการเรยี นรูสําหรับผเู รยี นใน
ยุคศตวรรษท่ี 21.” เขาถงึ เมื่อ 4 มนี าคม 2565. เขา ถึงไดจ าก:
http://chitnarongactivelearning

ชรินทร ชะเอมเทส. (2561) . การใชรูปแบบการสอน Active Learning เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวชิ าการบัญชบี ริหาร สำหรับผูเรียนระดับปวส. 2 สาขา การบัญช.ี วิจัยชนั้
เรยี น. วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาสันติราษฎร ในพระอปุ ถมั ภฯ

ณชั นัน แกวชัยเจรญิ กจิ . (2550). “ภาวะผนู าํ และนวัตกรรมทางการศกึ ษา: บทบาทของครกู บั
ActiveLearning.” เขาถึงเม่อื 22 มนี าคม 2563. เขา ถึงไดจ าก:
http://www.pochanukul.com

ดเิ รก พรสีมา. (2554), “ครไู ทย 4.0 กระทรวงศึกษาธิการ.” เขา ถึงเมอื่ 5 เมษายน 2565. เขา ถงึ
ไดจ าก: http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID

ดุษฎี โยเหลา และคณะ, (2557), “การศึกษาการจัดการเรยี นรูแ บบ PBL ทีไ่ ดจากโครงการสรางชดุ
ความรเู พือ่ สรา งเสรมิ ทกั ษะแหง ศตวรรษท่ี ๒๑ ของเดก็ และเยาวชน: จากประสบการณ
ความสําเร็จของโรงเรียนไทย. กรุงเทพฯ: ทพิ ยว สิ ุทธ์ิ

เดชดนัย, เกษรา บาวแชมชอย, และศิริกัญญา แกนทอง จุยชุม. (2559). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน เรื่อง ทักษะการคิดของนักศึกษาในรายวิชาทักษะการคิด (Thinking
Skills) รหัสวิชา 11-024-112 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2558 ดวยการเรียนรูแบบมี
สว นรวม (Active Learning). วารสารมหาวทิ ยาลยั นราธวิ าสราชนครินทร , 47-57.

มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ คณะมนษุ ยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร (2561), แนวปฏบิ ัติทดี่ ีการเรยี นการสอน
เชงิ รุก (Active Learning. ม.ป.ท.

เยาวเรศ ภกั ดีจิตร. (2557), “Active Learning กบั การเรยี นรใู นศตวรรษท่ี ๒๑.” เอกสาร
ประกอบการเสวนาทางวชิ าการ “วนั สงเสรมิ วิชาการสูคุณภาพการเรยี นการสอน”
20 กรกฎาคม 2557 ณ หอประชมุ มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครสวรรค

วารนิ ทพ ร ฟนเฟอ งฟู. (2562), “การจดั การเรยี นรู Active Learning ใหสําเรจ็ ” วารสารวไลยลง
กรณปริทัศน (มนุษยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร) 9, 1 มกราคม - เมษายน): 135 – 145


145

วิทวัส ดวงภมู เมศ และวารีรตั น แกวอไุ ร. (2560), การจดั การเรยี นรใู นยคุ ไทยแลนด 4.0 ดวยการ
เรียนรูอยา งกระตอื รอื รน . วารสารมนษุ ยศาสตรแ ละสังคมศาสตรบ ัณฑติ วิทยาลยั
มหาวิทยาลัยราช ภัฏพบิ ลู สงคราม. 11(2), 1-4.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแหงชาติ ฉบบั ท่ีสิบสอง (พ.ศ. 2560 – 2564). กรงุ เทพฯ.

สำนักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2560). แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ ารฉบับท่ี
12 (พ.ศ. 2560 - 2564). กรงุ เทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2560 – 2579.
กรุงเทพฯ: สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา

Bonwell, C. C. ( 2003). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom.
Retrieved May 14, 2022, from shorturl.at/fGJVY

Felder, R. & Brent, R. (1996). Navigating the Bumpy Road to Student-Centered
Instruction. Journal of College Teaching. 44(6), 43-47.

Gifkins, J. (2015). What Is ‘Active Learning’ and Why Is It Important?.
E-international relations. [Online], Available:
http://www.eir.info/2015/10/08/what-is-active learning-and-why-is-it-
important. (2022, 23 January).

Fink, L. D. (1999 ). Active learning. [Online], Available:
http://www.honolulu.hawaii.edu/intranet. (2017, 21 January).

Felder, R. M. and Brent, R. (boom). Active Learning: An Introduction. (online)
Available:http://wwwe.ncsu.edu/unity/lockers/users/f/felder/bublic/Papers/A
Lpaper (ASQ).pdf

Johnson, D. W. (1991). Cooperation in the classroom. American Psychological
Association.

Johnson, D.W. Johnson, R.T.& Holubec, E.J. (1994). The nuts and bolts of cooperative
learning. Edina, Minnesona: Interaction Book Company.

Joyce, B. & Weil, M. (1996). Model of teaching. (5th ed.). London: Allyn and Bacon.
Joyce, B., Weil, M. & Showers, B. (1992). Model of teaching. (@th ed.). London: Allyn

and Bacon.
Krathwohl, D.R. , Bloom, B.S. & Masia, B. (1956). Taxonomy of educational objectives,

Book le. Affective Domain. Newyork: Mckay.


146

Mckinney, S. E. (2008). Developing teachers for high-poverty schools: The role of the
internship experience. Urban Education. m(o), ba-holo. [Online], Available:
http://www.eric.ed.gor (600, lo January).

Meyers, C., & Jones, T. B. (1993). Promoting Active Learning: Strategies or the College
Classroom. San Francisco: Josey-Bass Publishers.

Michaelsen, S. & Michaelsen, L.K. (2012). Team - based learning in the social science
and humanities: group work that works to generate critical thinking and
engagement. Sterling, VA.: Stylus Publishing.

Prince, M. (2004). Does Active Learning Work? A Review of the Research. Journal of
Engineering Education. 93(3), 223-232.

Raths, L.E., Hamin, M. & Simon, S.B. (1966). alue and Teaching .Columbus Ohio:
Charles E.Merile Publishing.

Shenker, J. I., Goss, S. A., & Bernstein, D. A. (1996). Instruction's Resource Manual for
Psychology: Implementing Active Learning in the Classroom. [Online],
Available:
http://www.s.psych/uiuic.edu/~jskenker/active.html. (2018', 6. January).

Standford Teaching Commons. (2015). Course Design Overview. [Online], Available:
https://teachingcommons.


147

ภาคผนวก

ประมวลภาพกิจกรรมการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร


148


149


150


151


152
ประมวลภาพกจิ กรรมการติดตามผลการดำเนนิ งานนโยบายการจัดการเรยี นการสอน Active Learning
ของโรงเรียนปาบอนพทิ ยาคม
สงั กดั สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษาพทั ลุง


153


154


155


156


157


158


159


160


161
Anchored


162


Click to View FlipBook Version