The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ekasitbank, 2022-10-13 10:06:50

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน

ปรับ 8 รายงานการศึกษาการจัดการเรียนการสอน

89

แบบเชิงรุก Active learning ในรายวิชาการพัฒนาทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย รูปแบบ
ที่นักศึกษามีความพึงพอใจมากท่ีสุด คือ รูปแบบการเรียนรูเชิงประสบการณ (Experiential
Learning) มีคาเฉลี่ย 4.58 ในระดับมากทสี่ ุด คดิ เปนรอ ยละ 91.60 และการจัดการเรยี นรแู บบเชิงรุก
Active learning ท่ีนักศึกษามีความพึงพอใจนอยท่ีสุด คือ รูปแบบการเรียนรูโดยการสืบคน
(Inquiry-Based Learning) มีคาเฉล่ีย 4.41 ในระดับมาก คิดเปนรอยละ 84.20 และประเด็นที่
นักศึกษาแสดงขอคิดเห็นมากท่ีสุด คือ นักศึกษาไดจัดทำโครงการบริการวิชาการในสถานศึกษา
และชุมชน การจัดประสบการณในสถานศึกษาเปนการสรางประสบการณการเรียนรูที่ดี เรียนรูจาก
การปฏิบัติจริง สงเสริมความกลาแสดงออกและไดแกปญหาเฉพาะหนาไดอยางแทจริง มีคาความถ่ี
44 คน คิดเปนรอยละ 81.67 การเรียนรูนอกหองเรียนในสถานศึกษา และชุมชนเปนการสราง
ประสบการณท่ีมีคณุ คาตอการเรียนรแู ละการนำไปใชในวชิ าชพี ครูไดจริง มีคาความถี่ 48 คน คิดเปน
รอยละ 80.00 และการจัดทำโครงการบริการวิชาการในสถานศึกษาและชุมชน เปนกิจกรรมที่ดี
ฝกกระบวนการทำงานท่ีเปนระบบ เปนขั้นตอน มีการวางแผน การทำงานเปนทีมท่ีเขมแข็งและ
การแกปญ หาเฉพาะหนามคี า ความถ่ี 42 คน คดิ เปน รอ ยละ 70.00

กานต อัมพานนท (2561) ทำการวิจัยเร่ือง การพัฒนารูปแบบการเรียนรูเชิงรุก
ที่สงเสริมทักษะการคิดวิชาความเปนครู สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏ
เพชรบูรณ โดยมีวัตถุประสงค เพ่ือศึกษา สราง ทดลอง และประเมินการใชรูปแบบการเรียนรูเชิงรุก
ท่ีสงเสริมทักษะ การคิด วิชาความเปนครูสำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏ
เพชรบูรณ ผลการวิจัย พบวา (1) การศึกษารูปแบบการเรียนรูเชิงรุกท่ีสงเสริมทักษะการคิด วิชา
ความเปนครูสำหรับนักศึกษา คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ จากการวิเคราะห
เอกสารและการสัมภาษณผูทรงคุณวุฒิ ในระดับอุดมศึกษา ผูทรงคุณวุฒิดานการสอนวิชา
ความเปนครู กลุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ 8 แหง และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ
กลุมภาคเหนือ พบวา ไดแนวทางในการรางรูปแบบการเรียนรูเชิงรุกท่ีสงเสริมทักษะการคิด
ประกอบดวย 3 ข้ันตอน คือ ข้ันตอนกอนการสอน ข้ันตอนการสอน และข้ันตอน หลังการสอน
(2) การสรางและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการเรียนรูเชิงรุกที่สงเสริมทักษะการคิด วิชา
ความเปนครูสำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ พบวา มี 5 ขั้นตอน
เรียกวา POSSE Model ประกอบดวย 1) ข้ันตอนการเตรียมความพรอม และทบทวนความรูเดิม
(Preparing and reviewing pre-existing knowledge : P) คือ ผูสอนควรจัดกิจกรรมเพื่อกระตุน
สมองกอ นการเรียนรู และทบทวนความรูเดมิ เพือ่ นำไปสูการเชอื่ มโยงความรูใหมด ว ยกระบวนการคิด
ของตนเอง 2) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมกระบวนการทางปญญา (Organizing Cognitive activities : O)
คือ ผูสอนควรออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรูเชิงรุกที่หลากหลาย ทาทาย ฝกทักษะ
ในสถานการณจำลองที่กำหนดให และเหมาะสมกับเนื้อหา เนนทักษะการลงมือปฏิบัติ เพื่อใหผูเรียน

90

เกิดประสบการณตรง 3) ขั้นตอนการศึกษารวบรวมขอมูล และการใชแหลงเรียนรูท่ีหลากหลาย
(Studying and collecting the data with diverse learning resources : S) คือ ผูสอนควรให
ผูเรียนไดสืบคนและรวบรวมขอมูล เพิ่มเติมจากแหลงเรียนรูท่ีหลากหลาย และนำความรูมาใช
วิเคราะหหาขอสรุป เพ่ือสงเสริมกระบวนการ แสวงหาความรูดวยตนเอง 4) ข้ันตอนการสรุป
องคความรู (Summarizing the body of knowledge : S) คือ ผูสอนควรสงเสริมการคิด
ดวยผังความคิด เพื่อใหผูเรียนสามารถแยกประเด็นยอย ๆ ได และสรุปองคความรูไดชัดเจน
5) ขั้นตอนการประเมินผลงาน (Evaluating works : E) คือ ผูสอนควรประเมินผลการเรียนรู
ประเมินทักษะ และประเมินช้ินงานของผูเรียน ซ่ึงผลการตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ พบวา มีคณุ ภาพ
โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด และในทุกองคประกอบยอยในคูมือการจัดการเรียนการสอน ไดแก
หลักการ วัตถุประสงค เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนรู ส่ือและแหลงการเรียนรู และการวัด
และประเมินผล ผลที่ไดจ ากรปู แบบมีคา เฉล่ียอยูใ นระดับมากที่สุดทุกองคป ระกอบ (3) การทดลองใช
รูปแบบการเรียนรูเชิงรุกที่สงเสริมทักษะการคิดวิชาความเปนครู สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ กับนักศึกษาที่เปนกลุมตัวอยาง พบวา นักศึกษาคณะครุศาสตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ มีทักษะการคิดหลังสูงกวากอนการจัดการเรียนรูตามรูปแบบอยางมี
นยั สำคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 โดยมคี ะแนนเฉลีย่ กอ นและหลังการจดั การเรียนรูตามรูปแบบมคี าเฉลย่ี
เทา กบั 26.57 และ 33.83 คะแนน ตามลำดับ

ยุ ภ าลั ย ม ะ ลิ ซ อ น แ ล ะ ก า ญ จ น เรือ งม น ต รี (2 5 6 3 ) ท ำก า รวิ จั ย เรื่ อ ง
การพฒั นาสมรรถนะครดู า นการจดั การเรยี นรเู ชงิ รุกในสถานศกึ ษา สงั กัดสำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา
ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 โดยมีวัตถุประสงค เพ่ือ (1) ศึกษาสภาพปจจุบัน และสภาพ
ท่ีพึงประสงคของการจัดการเรียนรูเชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 และ (2) พัฒนาสมรรถนะครูดานการจัดการเรียนรูเชิงรุก
ในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ผลการวิจัย
พบวา (1) สภาพปจจุบันของการจัดการเรียนรูเชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 โดยรวมอยูในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเปนรายดาน
พบวาอยูในระดับปานกลางทุกดาน ซ่ึงดานท่ีมีคาเฉลี่ยสูงสุด คือ การวัดและประเมินผลการเรียนรู
ตามสภาพจริง สวนสภาพที่พึงประสงคของการจัดการเรียนรูเชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณา
เปนรายดา น พบวาอยใู นระดบั มากทส่ี ุดทกุ ดาน ซ่ึงดานทมี่ ีคาเฉลีย่ สูงสุด คือ การออกแบบการเรยี นรู
(2) การพัฒนาสมรรถนะครูดานการจัดการเรียนรูเชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ดำเนินการ 2 วงรอบดังน้ี วงรอบที่ 1 โดยใชกลยุทธ
ในการพัฒนาสมรรถนะครู คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศภายใน พบวา กลุมเปาหมาย

91

สามารถจัดการเรียนรูเชิงรุกตามที่กำหนดไวในแผนการจัดการเรียนรู สรุปโดยรวมมีการปฏิบัติอยูใน
ระดับมาก ถาพิจารณารายขอพบวา กลุมเปาหมายสามารถจัดการเรียนรูเชิงรุกอยูในระดับมากท่ีสุด
2 รายการ และมีการจัดการเรียนรูเชิงรกุ อยูในระดับมาก 4 รายการ รายการท่ีมีคาเฉล่ียสรปุ โดยรวม
มากที่สุด คือ ผูสอนกำหนดวัตถุประสงคและเปาหมายในการเรียนรู และรายการที่มีคาเฉลี่ยสรุป
โดยรวมนอยที่สุด คือ ผูสอนจัดการเรียนรูที่เปดโอกาสใหผูเรียนไดวิเคราะหวิจารณและอภิปราย
อยางกวางขวาง และวงรอบที่ 2 โดยใชกลยุทธในการพัฒนาสมรรถนะครู คือ การนิเทศแบบพ่ีเล้ียง
พบวา ครูเปาหมายสามารถจัดการเรียนรูเชิงรุกตามที่กำหนดไวในแผนการจัดการเรียนรู โดยรวม
เฉล่ียมีการปฏิบัติอยูในระดับมาก ถาพิจารณารายขอพบวา ครูเปาหมายสามารถจัดการเรียนรเู ชิงรุก
อยูใ นระดับมากทส่ี ุด 5 รายการ และมีการจดั การเรียนรูเ ชิงรกุ อยใู นระดับมาก 5 รายการ รายการทมี่ ี
คาเฉลยี่ สรุปโดยรวมมากทีส่ ุด คอื ผสู อนกำหนดวตั ถุประสงคและเปาหมายในการเรยี นรู และรายการ
ที่มีคาเฉลี่ยสรุปโดยรวมนอยท่ีสุด คือ ผูสอนจัดการเรียนรูท่ีเนนใหผูเรียนเกิดทักษะการคิดข้ันสูง
และคดิ แกปญ หา

92

บทท่ี 3
วิธดี ำเนินการวจิ ยั

การศึกษา เรื่อง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เปนการดำเนินงานในลักษณะของการวิจัยและพัฒนา
(Research and Development) มีขั้นตอนในการดำเนนิ การวจิ ยั 3 ระยะ ดงั น้ี

ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดวย 3 ขน้ั ตอนยอย ดงั นี้

ข้นั ตอนท่ี 1.1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการวเิ คราะหเอกสาร

ขนั้ ตอนที่ 1.2 ศึกษาสภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสนทนากลุม

ข้นั ตอนที่ 1.3 ศึกษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการสอบถาม

ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ประกอบดว ย 1 ข้ันตอนยอย ดงั นี้

ศึกษาสภาพการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสัมภาษณ

ระยะท่ี 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประกอบดวย 1 ข้นั ตอนยอ ย ดังนี้

จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยผูว ิจัย

93

ขนั้ ตอนการวิจัย ผลลพั ธท เ่ี กดิ ข้นึ

ระยะท่ี 1 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา
สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ

1.1 ศึกษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ สภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศกึ ษา Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการวิเคราะหเ อกสาร สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1.2 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสนทนากลุม
1.3 ศึกษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศกึ ษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสอบถาม

ระยะท่ี 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ

ศกึ ษาแนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบาย แนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบาย
การจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning การจดั การเรียนการสอนแบบ Active
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสัมภาษณ Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร

ระยะที่ 3 จดั ทำขอเสนอแนะเชงิ นโยบายการดำเนนิ การจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ

จดั ทำขอ เสนอแนะเชงิ นโยบายการดำเนนิ การ ขอ เสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนนิ การ

จัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning จดั การเรยี นการสอนแบบ Active

ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยผูวจิ ยั Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ภาพท่ี 18 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจยั

94

ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร

การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ ผูวิจยั ไดก ำหนดขัน้ ตอนในการดำเนนิ การ 3 ขัน้ ตอนยอ ย ดังนี้

1.1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการวิเคราะหเ อกสาร มขี อบเขตการศกึ ษา ดงั นี้

1.1.1 แหลง ขอ มูล
1) เอกสาร งานวิจัย คูมือการปฏิบัติงานท่ีเกี่ยวของกับการดำเนินงาน

ตามนโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
2) นโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
3) คูมือ แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน

ท่ีมุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลักและการพัฒนา
ตนเองตามความถนัดและความสนใจ Active Learning สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

1.1.2 เครื่องมอื ทีใ่ ชใ นการเก็บรวบรวมขอ มลู
เคร่ืองมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูล เปนแบบบันทึกสภาพการจัดการเรียน

การสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร มีทัง้ หมด 3 ประเดน็ ดังน้ี
ประเด็นที่ 1 รูปแบบท่ีใชในการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ประเดน็ ท่ี 2 สภาพการดำเนินการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ประเด็นท่ี 3 ปจจัยท่ีสงผลตอความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning
การสรา งและหาคุณภาพเครอ่ื งมือ
แบบบันทึกสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ

สถานศึกษา สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ มขี ้นั ตอนการสรางและการหาคุณภาพเคร่อื งมือ ดงั นี้
1) ศึกษาเอกสารแบบบันทึกสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning และหลักการสรางแบบบันทึกขอมูล
2) ออกแบบบันทึกสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ

สถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
3) ตรวจสอบความตรงเชงิ เน้อื หาของแบบบันทกึ สภาพการจัดการเรียนการสอน

แบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยผูเช่ียวชาญ จำนวน 5 คน
(รายชื่อผูเ ช่ียวชาญ ดังภาคผนวก) แลวนำมาวิเคราะหห าคาดัชนีความสอดคลองระหวางประเดน็ แบบ
บันทึกกับนิยามศัพท (IOC : Index of item Objective Congruence) และพิจารณาเลือกประเด็น

95

บันทกึ ท่ีมคี า IOC ตงั้ แต 0.50 ขึ้นไป พบวา ประเด็นบนั ทกึ ใชไ ดทุกประเด็น โดยมีคา IOC ต้ังแต 0.80

– 1.00 (รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC อยใู นภาคผนวก)

สูตรการหาคา IOC มดี งั นี้ (ศิริชยั พงษวชิ ยั ม, 2554)

IOC= ΣR
Ν

เม่อื IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลองระหวา งประเด็นแบบบนั ทกึ กับนิยามศัพท

ΣR แทน คะแนนรวมท่ผี ูเ ชยี่ วชาญทกุ คนให

Ν แทน จำนวนผเู ชยี่ วชาญ

คะแนนพจิ ารณาของผเู ช่ยี วชาญ กำหนดเปน +1 หรอื 0 หรอื -1 ดังน้ี

+1 หมายถงึ แนใ จวาประเดน็ แบบบันทกึ มคี วามสอดคลอ ง

กับนิยามศัพท

0 หมายถงึ ไมแนใจวา ประเดน็ แบบบนั ทกึ มีความสอดคลอ ง

กบั นิยามศัพท

-1 หมายถึง แนใ จวา ประเด็นแบบบนั ทกึ ไมม คี วามสอดคลอง

กับนิยามศัพท

4) ปรับปรุงแบบบันทกึ สภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning

ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธกิ าร ตามขอเสนอแนะของผเู ชย่ี วชาญ

1.1.3 การเกบ็ รวบรวมขอมลู

ผวู ิจัยดำเนินการศึกษาขอ มลู จากหนังสือ ตำรา เอกสาร งานวจิ ัยทเ่ี กยี่ วของ

กบั การดำเนินงานการจดั การเรียนการสอนที่มุงเนนใหผเู รียนทกุ ระดบั มีสว นรวมสรางสรรคการเรยี นรู

เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลักและการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ (Active Learning)

ผูมีสวนเก่ียวของในการดำเนินงานแลวนำมาบันทึกลงในแบบบันทึกที่ไดกำหนดไว รวมทั้งตรวจสอบ

ความถูกตองของขอมลู กอนนำไปวิเคราะหขอ มูลตอ ไป ผศู ึกษาดำเนินการเดอื นมนี าคม 2565

1.1.4 การวเิ คราะหขอ มูล

การวิเคราะหขอมูล จำแนก จัดกลุม และสรุป การดำเนินการจัดการเรียน

การสอนแบบ Active Learning โดยการวิเคราะหเ นอ้ื หา (Content Analysis)

1.2 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา

สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ โดยการสนทนากลมุ (Focus group)

1.2.1 กลุมผใู หข อ มลู

กลุมผูใหขอมูล คือ ผูทรงคุณวุฒิ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงาน

การศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 คน

โดยการสนทนากลุม (Focus group)

96

1.2.2 เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ นการเก็บรวบรวมขอ มลู
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล คือ แบบบันทึกการสนทนากลุม

เกี่ยวกับสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ

การสรา งและหาคุณภาพเคร่ืองมือ
แบบบันทึกการสนทนากลุม ผูศึกษาไดดำเนินการสรางและหาคุณภาพ
เครอื่ งมือ ตามลำดับดังน้ี
1) จดั ทำรา งเปน ประเดน็ การสนทนากลุม แบบบนั ทกึ การสนทนากลมุ
2) นำรายการประเด็นการสนทนากลุม แบบบันทึกการสนทนากลุม
เสนอผูเ ชยี่ วชาญ 5 คน เพือ่ ตรวจสอบความตรงของเน้ือหาและภาษา
3) ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาประเด็นการสนทนากลุม แบบบันทึก
การสนทนากลุมสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ โดยผูเช่ียวชาญ จำนวน 5 คน (รายช่ือผูเชี่ยวชาญ ดังภาคผนวก)
แลวนำมาวิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางประเด็นการสนทนากลุมกับนิยามศัพท (IOC :
Index of item Objective Congruence) และพิจารณาเลือกประเด็นการสนทนากลุมที่มีคา IOC
ตั้งแต 0.50 ขน้ึ ไป พบวา ประเดน็ การสนทนากลมุ ใชไดทุกประเดน็ โดยมีคา IOC ตงั้ แต 0.80 – 1.00
(รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC อยูในภาคผนวก )
4) ปรับปรุงประเด็นการสนทนากลุมและแบบบันทึกการสนทนาสภาพ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ตามขอเสนอแนะของผเู ชยี่ วชาญ
5) ปรับปรุงและจัดทำประเด็นการสนทนาและแบบบันทึกการสนทนากลุม
ฉบบั สมบรู ณแ ลวจงึ นำไปเกบ็ รวบรวมขอ มลู
1.2.3 การเก็บรวบรวมขอมลู
ผศู ึกษาดำเนนิ การเก็บรวบรวมขอ มลู ดงั น้ี
1) ประสาน นัดหมาย ผูทรงคุณวุฒิ ทั้ง 11 ทาน เพ่ือกำหนด วัน เวลา
วธิ กี ารสนทนากลุม
2) ดำเนินการสนทนากลุม (Focus Group) เก่ียวกับสภาพการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ผานระบบ
เครือขายอิเล็กทรอนิกส Zoom meeting เม่ือวันท่ี 23 พฤษภาคม 2565 ณ หองประชุมโรงแรม
คันทรรี ีสอรท โฮเทล จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี

97

1.2.4 การวเิ คราะหขอ มูล
วิเคราะหขอมูลโดยการ สังเคราะห สรุปประเด็นจากการสนทนากลุม

ผูทรงคุณวุฒิ ท่ีมีประสบการณในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยการวิเคราะห
เนื้อหา (Content Analysis) และนำเสนอโดยการบรรยาย

1.3 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสอบถาม

1.3.1 ประชากร
ประชากร คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา

สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
กลุมตัวอยาง คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา

สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 3,137 คน ขนาดของกลุมตัวอยาง
โดยใชเกณฑต ามตาราง Krejcie and Morgan (1970) และไดมาดวยการสุมแบบแบงช้ัน (Stratified
random sampling)

1.3.2 เครอื่ งมอื ทีใ่ ชในการเกบ็ รวบรวมขอมลู
เครื่องมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูล เปนแบบสอบถาม ซึ่งมีทั้งหมด

3 ตอน ดังนี้
ตอนท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม เปนแบบสำรวจรายการ

(Check list) จำนวน 3 ขอ
ตอนที่ 2 สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning จำนวน

20 ขอ เปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) มีลักษณะเปนมาตราสวนประมาณคา
5 ระดับ

5 หมายถงึ รายการนั้นมกี ารปฏิบตั ิมากทสี่ ดุ
4 หมายถึง รายการนั้นมีการปฏบิ ัติมาก
3 หมายถึง รายการน้ันมีการปฏบิ ตั ปิ านกลาง
2 หมายถงึ รายการนนั้ มีการปฏบิ ัตินอ ย
1 หมายถึง รายการนั้นมีการปฏบิ ัตินอยทส่ี ดุ
ตอนท่ี 3 ขอเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ลักษณะขอคำถามปลายเปด

98

การสรา งและหาคณุ ภาพของเคร่ืองมอื
1) ศึกษา วิเคราะหลักษณะของขอมูลที่ตองการ โดยวิเคราะหจาก
วัตถุประสงคในการวิจัย กำหนดโครงสรางเนื้อหาของแบบสอบถาม ใหครอบคลุมเนื้อหาสาระ
ขอบเขตท่เี กี่ยวกบั การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2) สรางแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ที่มุงเนนใหผเู รียนทุกระดับมีสวนรว มสรางสรรคก ารเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และ
การพฒั นาตนเองตามความถนดั และความสนใจ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
3) นำแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ท่ีสรางข้ึนเสนอตอผูเชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เพ่ือประเมินความตรงเชิงเน้ือหา (Content Validity)
ดานความสอดคลอ ง ความครอบคลุม และความครบถวนของรายการในส่งิ ทีต่ อ งการวดั
4) นำผลการประเมินความตรงเชิงเนื้อหาของแบบสอบถามสภาพการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning มาวิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถาม
กับนิยามศัพท (IOC : Index of item Objective Congruence) และพจิ ารณาเลือกขอคำถามท่ีมคี า
IOC ต้ังแต 0.50 ข้ึนไป พบวา ขอคำถามทุกขอคำถามใชได โดยมีคา IOC ตั้งแต 0.80 – 1.00
(รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC อยใู นภาคผนวก)
5) ปรับปรุงแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามขอ เสนอแนะของผเู ชย่ี วชาญ
6) ทดลองใชแบบสอบถามกับกลุมที่คลายกลุมตัวอยางจากสำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม จำนวน 15 คน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม
เขต 2 จำนวน 15 คน รวมทง้ั สนิ้ จำนวน 30 คน เพื่อหาคา ความเทีย่ งของแบบสอบถาม
7) หาคาความเที่ยง (Reliability) ของแบบสอบถามพบวาแบบสอบถาม
ไดคาความเท่ียงภาพรวมท้ังฉบับ 0.89 (รายละเอียดของผลการหาคาความเท่ียง (Reliability)
อยใู นภาคผนวก ค)
สูตร สัมประสิทธิแ์ อลฟาของครอนบาค (Cronbach’s alpha) (พิชิต ฤทธิ์จรญู , 2556)

α = n 1 - ∑ S2 
n- 1  i 

S2
t

α หมายถงึ สมั ประสิทธคิ์ วามเที่ยง

n หมายถงึ จำนวนขอ คำถาม

∑ S2 หมายถึง ผลรวมความแปรปรวนในแตละขอ
i

S2 หมายถงึ ความแปรปรวนของคะแนนรวมทัง้ ฉบับ
t

99

8) ปรับปรุงแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ตามขอเสนอแนะของผูเช่ียวชาญ และจัดพิมพแบบสอบถามฉบับจริง เพื่อนำไปใช
เกบ็ รวบรวมขอ มลู

1.3.3 การเกบ็ รวบรวมขอมลู
ผวู ิจัยดำเนนิ การจดั เกบ็ รวบรวมขอ มลู ดงั นี้
1) จัดทำหนังสือราชการขอความรวมมือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

ทุกจังหวัด จัดเก็บขอมูลตามหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ 0207/2399 ลงวันท่ี
30 มถิ ุนายน 2565

2) ศึกษาขอมูลจากแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning

1.3.4 การวเิ คราะหข อมลู
1) วิเคราะหขอมูลที่ไดจากแบบสอบถามขอมูลทั่วไปของผูใหขอมูล โดยใช

ความถ่ี (Frequency) และรอ ยละ (Percentage) โดยใชสตู รตอไปน้ี

เมอ่ื แทน รอยละ
แทน จำนวนของสง่ิ ท่ตี องการเปรยี บเทยี บ
แทน จำนวนเตม็ ของสิ่งท่ีตองการเปรยี บเทียบ

2) วิเคราะหขอมูลท่ีไดจากแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยคำนวณคาเฉลี่ย (Mean : X )
จากสตู ร ดังน้ี

X=

เม่ือ X แทน คา เฉล่ยี
แทน ผลรวมของคะแนนทง้ั หมด
แทน จำนวนคะแนนในกลมุ

ซง่ึ มีเกณฑใ นการแปลความหมายของคาเฉลย่ี ท่ีคำนวณได 5 ระดบั ดังนี้
4.50 – 5.00 แปลความวา รายการนัน้ มกี ารปฏิบตั ิอยใู นระดับมากที่สุด
3.50 – 4.49 แปลความวา รายการนนั้ มกี ารปฏิบตั ิอยูในระดบั มาก
2.50 – 3.49 แปลความวา รายการนน้ั การปฏบิ ตั ิอยูใ นระดับกลาง

100

1.50 – 2.49 แปลความวา รายการนน้ั มกี ารปฏิบตั อิ ยใู นระดบั นอ ย
1.00 – 1.49 แปลความวา รายการนนั้ มกี ารปฏบิ ัติอยใู นระดบั นอ ยท่ีสดุ
คา สว นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D.) จากสตู ร ดังน้ี

=

เม่ือ แทน สวนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
แทน คะแนนแตละตวั
แทน จำนวนคะแนนในกลมุ

∑ แทน ผลรวม

ระยะท่ี 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร

การศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ผูวิจัยกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน ดังน้ี

2.1. กลมุ ผใู หข อมลู
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูบริหารสถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ท่ีปฏิบัติงานเกี่ยวของกับดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แยกเปน 6 ภูมิภาค จำนวน 72 คน โดยเลือก
แบบเจาะจง (Purposive Sampling)

2.2 เคร่อื งมือทีใ่ ชใ นการเกบ็ รวบรวมขอ มลู
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลครั้งน้ี คือ แบบสัมภาษณแบบก่ึงโครงสราง

(Semi-Structured Interview) เปนแบบบันทึกการสัมภาษณแนวทางการดำเนินงานตามนโยบาย
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีประเด็นการเก็บ
รวบรวมขอมูลการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ประกอบดว ย

1) ปจจยั สูความสำเร็จ ท่ีสงผลตอความสำเร็จจดั การเรียนการสอน Active Learning
ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

2) ความตองการในการสงเสริม สนับสนุน เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

3) แนวทางการดำเนินการการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร เพอ่ื ขับเคล่อื นดำเนินงานใหบ รรลเุ ปาหมาย

101

4) ขอเสนอแนะการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร

การสรา งและการหาคุณภาพของเครอื่ งมือทใ่ี ชใ นการวิจัย
1) ศึกษาวิเคราะหลักษณะของขอมูลท่ีตองการ โดยวิเคราะหจากวัตถุประสงค
ในการศึกษา การดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning และ
หลักการสรางแบบบันทกึ การสัมภาษณ โดยใชล ักษณะเปนแบบสมั ภาษณแบบก่งึ โครงสรา ง
2) ออกแบบ แบบบันทึกการสัมภาษณแนวทางการดำเนินการการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
3) ตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหาของแบบบันทกึ การสมั ภาษณแนวทางการดำเนินการ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยผูเชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน (รายชื่อผูเชี่ยวชาญ
ดังภาคผนวก) แลวนำมาวิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางประเด็นการสัมภาษณกับ
นิ ยามศัพ ท (IOC : Index of item Objective Congruence) แล ะพิ จารณ าเลื อ ก ป ระเด็ น
การสัมภาษณท่ีมีคา IOC ตั้งแต 0.50 ขึ้นไป พบวา ประเด็นการสัมภาษณใชไดทุกประเด็น โดยมีคา
IOC ตัง้ แต 0.80 – 1.00 (รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC ในภาคผนวก)
4) ปรับปรุงแบบบันทึกการสัมภาษณแนวทางการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning จดั พมิ พแบบสัมภาษณฉ บบั จรงิ เพ่อื เตรียมนำไปใชต อไป
2.3 การเกบ็ รวบรวมขอ มูล
ผวู จิ ัยดำเนินการเกบ็ รวบรวมขอ มูลในขัน้ ตอนน้ี ดังน้ี
1) ดำเนินการสัมภาษณผูปฏิบัติงานจริง ตามลำดับกรอบคิดและประเด็นขอคำถาม
การสัมภาษณผูป ฏิบตั งิ านจริง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565
2) วิเคราะหตีความขอมูลทีไ่ ดจากการสัมภาษณก ลุมผใู หข อมูล
2.4 การวเิ คราะหข อมลู
วิเคราะหข อมลู โดยยการวิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis) แนวทางการดำเนินการ
จดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning และนำเสนอโดยการบรรยาย

102

ระยะท่ี 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

การจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสนทนากลุม

3.1 แหลงขอ มูล / กลมุ ผใู หขอมูล
แหลง ขอมลู คือ ขอมูลความคดิ เห็นเกย่ี วกับการดำเนนิ การจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ที่ มุ ง เน น ใ ห ผู เรี ย น ทุ ก ร ะ ดั บ มี ส ว น ร ว ม ส ร า ง ส ร ร ค ก า ร เรี ย น รู
เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดความสนใจของกระทรวงศึกษาธิการ
และผลการศึกษาในระยะท่ี 1 และระยะท่ี 2

กลุมผูใหขอมูล คือ ผูทรงคุณวุฒิ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 คน
โดยการสนทนากลุม (Focus group)

3.2 เครอ่ื งมือที่ใชใ นการเก็บรวบรวมขอ มลู
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล คือ แบบบันทึกการสนทนากลุม

ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
กระทรวงศึกษาธิการ

การสรางและหาคุณภาพเคร่อื งมือ
แบบบันทึกการสนทนากลุม ผูศึกษาไดดำเนินการสรางและหาคุณภาพเครื่องมือ
ตามลำดบั ดังนี้
1) จัดทำรางเปน ประเด็นการสนทนากลมุ แบบบนั ทกึ การสนทนากลมุ
2) น ำราย ก ารป ระเด็ น ก ารส น ท น าก ลุ ม แ บ บ บั น ทึ ก ก ารส น ท น าก ลุ ม
เสนอผูเ ช่ยี วชาญ 5 คน เพือ่ ตรวจสอบความตรงของเนอ้ื หาและภาษา
3) ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาประเด็นการสนท นากลุม แบบบันทึ ก
การสนทนากลุมขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยผูเช่ียวชาญ จำนวน 5 คน (รายช่ือผูเชี่ยวชาญ ดัง
ภาคผนวก) แลวนำมาวิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางประเด็นการสนทนากลุมกับนิยาม
ศัพท (IOC : Index of item Objective Congruence) และพิจารณาเลือกประเด็นการสนทนากลุม
ท่ีมีคา IOC ตั้งแต 0.50 ขึ้นไป พบวา ประเด็นการสนทนากลุมใชไดทุกประเด็น โดยมีคา IOC ตั้งแต
0.80 – 1.00 (รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC อยูใ นภาคผนวก )

103

4) ปรับปรุงประเด็นการสนทนากลุมและแบบบันทึกการสนทนา
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ตามขอ เสนอแนะของผูเชีย่ วชาญ

5) ปรับปรุงและจัดทำประเด็นการสนทนาและแบบบันทึกการสนทนากลุม
ฉบบั สมบูรณแลว จึงนำไปเก็บรวบรวมขอมลู

3.3 การเก็บรวบรวมขอมูล
ผศู กึ ษาดำเนินการเก็บรวบรวมขอมลู ดังนี้
1) ประสาน นัดหมาย ผทู รงคุณวฒุ ิ ทงั้ 11 ทา น เพอ่ื กำหนด วนั เวลาการสนทนากลมุ
2) ดำเนินการสนทนากลุม (Focus Group) ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการ

จดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เมือ่ วนั ที่ 20 กันยายน 2565
ณ หองประชุมโรงเรียนโพธ์ิทองจินดามณี อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอางทอง และผานระบบเครือขาย
อิเลก็ ทรอนกิ ส Zoom meeting

3.4 การวิเคราะหข อมลู
วิเคราะหขอมลู โดยการ สังเคราะห สรปุ ประเด็นจากการสนทนากลุม ผูทรงคุณวุฒิ ที่มี

ประสบการณในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยการวิเคราะหเ น้ือหา (Content
Analysis) และนำเสนอโดยการบรรยาย

104

บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข อมลู

การศึกษา เรื่อง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เปนการดำเนินงานในลักษณะของการวิจัยและพัฒนา
(Research and Development) มีผลการดำเนินการวิจัย 3 ระยะ มีรายละเอียด ดงั นี้

ระยะท่ี 1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบดวย 3 ขัน้ ตอนยอย ดังนี้

ข้ันตอนที่ 1.1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการวิเคราะหเอกสาร

ขั้นตอนที่ 1.2 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสนทนากลมุ

ขั้นตอนที่ 1.3 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ โดยการสอบถาม

ระยะที่ 2 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร

ผลการศกึ ษาแนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสัมภาษณ

ระยะท่ี 3 ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสนทนากลมุ

105

ระยะที่ 1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ

1.1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการวเิ คราะหเ อกสาร

ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning โดยการวิเคราะห
สังเคราะหเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
สรุปไดดงั นี้

1) รปู แบบท่ีใชใ นการจัดการเรียนการสอน เรยี งตามอันดับการใชจ ากมากไปนอ ย ดงั นี้
1.1) การสอนแบบใชคำถาม (Questioning Method)
1.2) การเรียนรูโดยใชก จิ กรรมเปน ฐาน (Activity-Based Learning)
1.3) การเรียนรูแบบใชเกม (Games)
1.4) การเรยี นรเู ชงิ ประสบการณ (Experiential Learning)
1.5) การเรียนรโู ดยใชปญ หาเปน ฐาน (Problem Based Learning)
1.6) การเรยี นรูแบบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored Instruction)
1.7) การเรียนรูโดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-Based Learning)
1.8) การเรยี นรแู บบกรณศี กึ ษา (Analyze Case Studies)

2) สภาพการดำเนนิ การจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
2.1) ผูบริหาร เปนบุคคลสำคัญในการสนับสนุน ควรกำหนดเปนนโยบาย

ในการขับเคล่ือนในสถานศึกษา สงเสริมสนับสนุนและเสริมแรงจูงใจ สังเกตกระบวนการเรียนรูอยาง
ตอ เนอ่ื ง รวมท้ังสง เสรมิ ชุมชนแหงการเรยี นรทู างวิชาชีพ PLC

2.2) ครูผูสอน ควรใชคำถามเพ่ือกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรู ไมนำความคิด
ของตนเองเขาไปในการจัดการเรียนรู เปดโอกาสใหผูเรียนคิดนอกกรอบ สงเสริม พัฒนาใหผูเรียน
สามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถตอยอดและนำไปใชในชีวิตประจำวัน ดวยทักษะ
วิธกี ารจัดการเรยี นรทู ี่หลากหลาย ใชส ่อื อุปกรณท ่ีทันสมยั นาเรยี นรู ดงึ ดูความสนใจของผเู รียน

2.3) ผูเรียน การจัดการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมกับวัย สภาพ บริบท ความพรอม
ทกั ษะ สมรรถนะ ความกระตือรือรนใสใจตอการเรียนรขู องผูเรยี น

2.4) ส่ือ วัสดุ อุปกรณ ท่ีทันสมัย เพียงพอ เหมาะสม สรางความสนใจในการเรียนรู
ของผเู รียน

2.5) งบประมาณท่ีสามารถสนับสนุนจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา

106

3) ปจจยั ที่สงผลตอ ความสำเรจ็ ในการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
3.1) บทบาทของครู เปลี่ยนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวย

ความสะดวก และชว ยเหลือผเู รยี น
3.2) สมรรถนะของครู ประกอบดวย 2 สมรรถนะหลัก ไดแก 1) สมรรถนะหลัก

(Core Competency) ประกอบดวยสมรรถะ 4 ดา น คือ การมงุ ผลสมั ฤทธ์ิ การบรกิ ารท่ดี ี การพัฒนา
ตนเอง และการทำงานเปนทีม 2) สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency)
ประกอบดวยสมรรถนะ 5 ดาน คือ การจัดการเรียนรู การพัฒนาผูเรียน การบริหารจัดการชั้นเรียน
และการวิเคราะห สังเคราะหแ ละการวจิ ยั รูปแบบการเรียนรู ครูควรมีการเลือกรูปแบบการเรียนรู
ท่ีเหมาะสมกับเน้ือหาและธรรมชาติวิชา เนนใหผูเรียนไดเรียนรูดวยการลงมือปฏิบัติ เปนกิจกรรม
ท่ชี วยพัฒนาผเู รยี นใหเ กดิ 3R8C ซงึ่ เปนทกั ษะทพ่ี งึ มีในศตวรรษท่ี 21

1.2 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสนทนากลุม

ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสนทนากลุม พบวา สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร มดี งั นี้

1) บุคคล
1.1) ผูบริหาร ขาดความตระหนัก การใหความสำคัญ การสงเสริมและสนับสนุน

การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ภาวะผูนำทางวิชาการ (Instructional Leadership)
มีการเปล่ียนแปลงโยกยายสถานศกึ ษาบอย

1.2) ครูผูสอน ขาดความรู ความเขาใจ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ใชรูปแบบการสอนแบบเดิม ไมมีเวลาในการจัด
การเรียนการสอนเน่ืองจากไดรับมอบหมายใหรับผิดชอบกิจกรรมอื่น ๆ เชน งานยาเสพติด
งานอนามยั งานแนะแนว

1.3) ผูเรียน ขาดทักษะการคิดวิเคราะห การจัดการเรียนการสอนของครู
ไมเนนใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ ผูเรียนไมมีสวนรวมในการเรียนรู ไมสามารถประยุกตใชความรู
ในการแกไขปญ หาได รวมทง้ั ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู

2) วัสดุ สอ่ื อุปกรณ
2.1) ขาดแคลนวัสดุ ส่ือ และอุปกรณสำหรับใชในการจัดการเรียนการสอน เชิงรุก

ทีต่ อ งใชเพอื่ ใหผูเ รยี นไดล งมอื ปฏิบัติจรงิ
2.2) ส่อื และเทคโนโลยี ไมต อบสนองตอการเรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21

107

3) การบรหิ ารจัดการ
3.1) การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ

หนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด เชน สำนักงานศึกษาธิการจงั หวัด สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา ไม
ตอเนื่อง มีรูปแบบการดำเนินงานไมท่ีชัดเจน สงผลใหผูบริหารสถานศึกษา ไมใหความสำคัญ
ของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ในระดบั ตาง ๆ

3.2) หนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาขาดการสงเสริมครูผูสอนอยางจริงจัง
โดยเฉพาะผูท่ีจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ มีผลงาน
เชิงประจักษ เปนที่ยอมรับ ใหมีความกาวในอาชีพ สรางแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน มอบเกียรติบัตร
การพิจารณาความดีความชอบ เปนตน และขาดการพัฒนาสมรรถนะครูผูสอนอยางตอเน่ือง
ดว ยวิธีการทหี่ ลากหลาย เพอ่ื สรา งแรงบันดาลใจ

3.3) การสนับสนุนดานงบประมาณ วัสดุ อุปกรณใหกับสถานศึกษาเพ่ือใช
ในการจัดการเรยี นการสอนเชงิ รุกไมเพยี งพอตอ การจัดทำสอ่ื เพอ่ื ใหผเู รยี นไดเรียนรู

3.4) การนิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
ครผู ูสอนและผูบริหารสถานศกึ ษาขาดความตอเนอ่ื งและเปน ระบบ

3 .5 ) ก า ร ขั บ เค ลื่ อ น ก า ร จั ด ก า ร เรี ย น ก า ร ส อ น แ บ บ Active Learning
ผูตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายไพศาล วุทฒิลานนท และ นายธีร ภวัคนันท ดำเนินการ
วิเคราะห แนวทางการขบั เคล่อื น Active Learning เพอื่ พฒั นาทกั ษะแหงอนาคต ดังภาพที่ 19

108

ภาพท่ี 19 แนวทางการขับเคล่ือน Active Learning เพอื่ พัฒนาทักษะแหง อนาคต
1.3 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการสอบถาม

ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนนิ การจัดเกบ็ ขอมูล 2 ระดับ ประกอบดว ย หนวยงานการศกึ ษาระดับ
จังหวัด และสถานศกึ ษา ซึ่งมผี ลการศึกษา ดังน้ี

109

ตารางท่ี 5 ขอ มูลทว่ั ไปของผตู อบแบบสอบถาม หนวยงานระดับจังหวดั

รายการ จำนวน รอ ยละ
สงั กัด
สำนักงานศกึ ษาธิการจังหวดั 76 16.34
168 36.13
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา 55 11.83
สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา 43 9.25
สำนักงาน กศน.จังหวัด 26 5.59
สำนักงานคณะกรรมการอาชวี ศกึ ษา 12 2.58
สำนกั งานคณะกรรมการสง เสริมการศกึ ษาเอกชน 85 18.28
สำนักบริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ 465 100
ตำแหนง 200 43.01
ผูบรหิ ารการศกึ ษา 136 29.25
บุคลากรทางการศกึ ษา 129 27.74
ศึกษานิเทศก 0 0.00
465 100
อ่ืน ๆ
รวม

จากตารางที่ 5 ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด พบวา
ผูตอบแบบสอบถาม จำนวนทั้งส้ิน 465 คน สวนใหญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษา จำนวน 168 คน คิดเปนรอยละ 36.13 และดำรงตำแหนงผูบริหารการศึกษา จำนวน
200 คน คิดเปน รอ ยละ 43.01

110

ตารางท่ี 6 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ของหนวยงานการศึกษา
ระดับจงั หวัด

รายการ ระดับการปฏิบัติ แปลผล
X S.D. การปฏิบัติ
1) ครูจัดสภาพการเรยี นรูแ บบรวมมอื 4.28 0.67 มากท่ีสุด
สงเสริมใหเ กิดการรว มมอื ในกลมุ ผเู รยี น 4.23 0.74 มากท่ีสดุ
2) ครูจดั กจิ กรรมการเรียนรูโดยคำนงึ ถงึ 4.04 0.73
ความแตกตางของผเู รียนเปนรายบคุ คล 4.32 0.70 มาก
3) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรทู สี่ ง เสรมิ ทักษะการคดิ 4.40 0.67 มากที่สุด
ข้นั สูงและกระบวนการแกปญ หา 4.17 0.70 มากทส่ี ุด
4) ครจู ัดกิจกรรมการเรียนรูส งเสริมใหผเู รยี น 4.35 0.71
นำความรไู ปประยกุ ตใ ชใ นชวี ิตประจำวัน 4.09 0.73 มาก
5) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรูโดยเปดโอกาส 4.35 0.67 มากที่สุด
ใหผเู รียนมีสว นรวมในกระบวนการเรยี นรู 4.39 0.65
6) ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นรเู นนใหผ ูเรยี น 4.12 0.71 มาก
เปน ผูปฏบิ ัตแิ ละสรา งองคค วามรูดว ยตนเอง มากทส่ี ุด
7) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรดู วยวธิ ีการสอน มากท่ีสุด
ทีห่ ลากหลาย
8) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ีท่ าทาย มาก
ความสามารถของผูเ รียน
9) ครจู ัดกิจกรรมการเรยี นรูท ่สี ง เสริมใหผ ูเรยี น 4.33 0.68 มากทส่ี ุด
มคี วามรับผดิ ชอบรวมกนั
10) ครูจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู ี่สง เสรมิ ใหผเู รียน
มีวินยั ในการทำงาน
11) ครูจดั กจิ กรรมการเรยี นรูท เ่ี ปด โอกาส
ใหผเู รียนบรู ณาการขอมลู ขา วสาร
สกู ารสรา งความคดิ รวบยอด
12) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ส่ี งเสรมิ ใหผ เู รยี น
ไดพฒั นาเต็มตามศกั ยภาพ

111

รายการ ระดับการปฏิบตั ิ แปลผล
X S.D. การปฏิบัติ
13) ครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรูที่สรา งแรงบนั ดาลใจ 4.20 0.70
ใหกับผเู รยี น 4.21 0.72 มาก
14) ครูจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู ดยใชใ ชค ำถามกระตุน มากทส่ี ดุ
ใหผ เู รียนสรางองคค วามรูแ ละใชก ระบวนการเรยี นรู 4.22 0.71
ดว ยตนเอง 4.24 0.72 มากทส่ี ุด
15) ครูใชน วตั กรรม เทคโนโลยีและแหลง เรยี นรู 4.20 0.69 มากทีส่ ุด
เพ่ือกระตุนใหผ ูเรยี นประสบความสำเร็จในการเรยี นรู 4.19 0.72
16) ครทู ำการวดั และประเมินผลการเรียนรู 4.41 0.63 มาก
ตามสภาพจรงิ ดวยวธิ ีการทหี่ ลากหลาย 4.25 0.68 มาก
17) ครูสรา งโอกาสใหผ ูเ รยี นสรา งความรแู ละช้นิ งาน 4.25 0.70 มากท่ีสุด
มเี กณฑก ารประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงานท่เี หมาะสม มากทส่ี ุด
18) ครนู ำผลการวดั และประเมินผลการเรียนรู มากทส่ี ุด
มาใชแกไขปญ หาการจดั การเรยี นรอู ยา งตอ เน่อื ง
19) ครสู รา งบรรยากาศของการมสี ว นรวมและสง เสริม
ใหผูเรียนมีปฏิสมั พันธท ีด่ กี ับเพ่ือนในช้นั เรยี น
20 ครใู หค ำแนะนำ แกป ญหาและขอ มูลยอนกลับ
แกน ักเรยี นอยางสรา งสรรค

รวม

จากตารางที่ 6 พบวา สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ของหนวยงานการศึกษา ระดับจังหวัด ในภาพรวม
อยูในระดับมากท่ีสุด ( x = 4.25) เม่ือพิจารณาเปนรายการ พบวา รายการครูสรางบรรยากาศ
ของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธท่ีดีกับเพ่ือนในชั้นเรียน มีคาเฉล่ียสุงสุด
( x = 4.41) รองลงมา คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยเปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวม
ในกระบวนการเรียนรู ( x = 4.40) รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนมีวินัย
ในการทำงาน ( x = 4.39) และรองลงมามีคาเฉล่ียเทากัน 2 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรม
การเรียนรูดวยวิธีการสอนที่หลากหลาย และรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริมใหผูเรียน
มีความรับผิดชอบรวมกัน ( x = 4.35) โดยรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริมทักษะการคิด
ขั้นสูงและกระบวนการแกปญ หา มีคา เฉลี่ยตำ่ สดุ ( x = 4.04)

112

ตารางที่ 7 ขอมลู ท่ัวไปของผตู อบแบบสอบถาม หนวยงานทางการศึกษา และสถานศกึ ษา

รายการ จำนวน รอ ยละ
สังกดั 2,672 100.00
สำนกั งานศึกษาธิการจงั หวัด 46 1.72
1,275 47.72
สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา 297 11.12
สำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา 528 19.76
สำนกั งาน กศน.จงั หวดั 185 6.92
สำนักงานคณะกรรมการอาชวี ศกึ ษา 216 8.08
สำนักงานคณะกรรมการสง เสริมการศกึ ษาเอกชน 125 4.68
สำนกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ 2,672 100.00
ตำแหนง 925 34.62
ผูบริหารสถานศกึ ษา 1,741 65.16
ครู 0.22
บุคลากรทางการศกึ ษา 6 0.00
อ่นื ๆ 0 100
2,672
รวม

จากตารางท่ี 7 พบวา ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา
พบวา ผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา จำนวนท้ังส้ิน 2,672 คน
สวนใหญ สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 1,275 คน คิดเปนรอยละ 47.72
และดำรงตำแหนง ครู จำนวน 1,741 คน คดิ เปน รอ ยละ 65.16

113

ตารางท่ี 8 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ของหนวยงานการศึกษา
สถานศกึ ษา

รายการ ระดบั การปฏิบตั ิ แปลผล
X S.D. การปฏิบตั ิ
1) ครจู ดั สภาพการเรยี นรแู บบรวมมือ 4.36 0.63 มากที่สดุ
สงเสรมิ ใหเกิดการรวมมอื ในกลุมผเู รยี น 4.38 0.66 มากที่สุด
2) ครจู ดั กิจกรรมการเรียนรโู ดยคำนงึ ถึง 4.18 0.69
ความแตกตางของผเู รยี นเปน รายบุคคล 4.46 0.63 มาก
3) ครจู ัดกจิ กรรมการเรียนรูทีส่ งเสริมทักษะการคดิ 4.50 0.62 มากท่สี ุด
ขนั้ สูงและกระบวนการแกป ญหา 4.34 0.67 มากท่สี ุด
4) ครูจัดกจิ กรรมการเรยี นรูสง เสรมิ ใหผ ูเรียน 4.46 0.64 มากทส่ี ดุ
นำความรไู ปประยกุ ตใ ชใ นชวี ิตประจำวัน 4.20 0.68 มากทส่ี ดุ
5) ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นรโู ดยเปดโอกาส 4.47 0.63
ใหผ เู รียนมสี วนรว มในกระบวนการเรยี นรู 4.51 0.62 มาก
6) ครูจดั กจิ กรรมการเรียนรเู นน ใหผ ูเรยี น 4.26 0.70 มากท่ีสุด
เปน ผูปฏบิ ัติและสรา งองคค วามรดู วยตนเอง มากทส่ี ุด
7) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรดู วยวิธกี ารสอน มากทสี่ ดุ
ทห่ี ลากหลาย
8) ครจู ัดกิจกรรมการเรยี นรูที่ทาทาย 4.42 0.65 มากทีส่ ดุ
ความสามารถของผเู รียน
9) ครูจัดกิจกรรมการเรยี นรูท สี่ งเสริมใหผ ูเรยี น
มคี วามรับผดิ ชอบรวมกนั
10) ครจู ดั กจิ กรรมการเรยี นรทู ส่ี ง เสรมิ ใหผเู รียน
มวี นิ ยั ในการทำงาน
11) ครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรทู ่เี ปดโอกาส
ใหผ ูเ รยี นบูรณาการขอ มลู ขา วสาร
สกู ารสรา งความคดิ รวบยอด
12) ครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรทู ีส่ งเสริมใหผเู รยี น
ไดพ ัฒนาเต็มตามศักยภาพ

114

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ แปลผล
X S.D. การปฏบิ ตั ิ
13) ครจู ดั กจิ กรรมการเรยี นรทู ส่ี รางแรงบนั ดาลใจ 4.35 0.68 มากท่ีสดุ
ใหกับผูเรยี น 4.37 0.69 มากทสี่ ุด
14) ครจู ดั กจิ กรรมการเรยี นรูโ ดยใชใ ชคำถามกระตุน
ใหผูเ รยี นสรางองคค วามรูและใชกระบวนการเรยี นรู 4.32 0.68 มากทส่ี ุด
ดวยตนเอง 4.39 0.66 มากท่ีสดุ
15) ครใู ชน วตั กรรม เทคโนโลยีและแหลง เรียนรู 4.34 0.67 มากทีส่ ุด
เพื่อกระตนุ ใหผ เู รยี นประสบความสำเรจ็ ในการเรยี นรู 4.32 0.67 มากทส่ี ดุ
16) ครทู ำการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 4.50 0.63 มากที่สดุ
ตามสภาพจรงิ ดวยวธิ ีการท่หี ลากหลาย 4.41 0.64 มากที่สุด
17) ครูสรา งโอกาสใหผูเรยี นสรา งความรแู ละชิ้นงาน 4.38 0.66 มากท่ีสดุ
มเี กณฑการประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงานท่ีเหมาะสม
18) ครูนำผลการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
มาใชแกไขปญหาการจดั การเรยี นรอู ยางตอเนอ่ื ง
19) ครสู รา งบรรยากาศของการมีสว นรว มและสง เสริม
ใหผเู รยี นมีปฏิสัมพันธท ด่ี ีกบั เพื่อนในชัน้ เรียน
20 ครใู หค ำแนะนำ แกปญหาและขอ มูลยอ นกลับ
แกน กั เรียนอยางสรางสรรค

รวม

จากตารางที่ 8 พบวา สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
หนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด ( x = 4.38) เมื่อพิจารณา
เปน รายการ พบวา รายการครจู ัดกิจกรรมการเรยี นรทู ่ีสง เสริมใหผูเ รยี นมวี นิ ัยในการทำงาน มีคา เฉล่ีย
สูงสุด ( x = 4.51) รองลงมา มีคาเฉล่ียเทากัน 2 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรู
โดยเปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรู และรายการครูสรางบรรยากาศ
ของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดีกับเพื่อนในชั้นเรียน ( x = 4.50) รองลงมา
คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนมีความรับผิดชอบรวมกัน ( x = 4.47)
และมีคาเฉลี่ยเทากัน 2 รายการ เชนเดียวกัน คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูสงเสริมใหผูเรียน
นำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน และรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูดวยวิธีการสอน

115

ที่หลากหลาย ( x = 4.46) ตามลำดับ โดยรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมทักษะการคิด
ขัน้ สูงและกระบวนการแกปญ หา มีคา เฉล่ียต่ำสดุ ( x = 4.18)

ผลการวิเคราะหขอมูลการเสนอแนะเพิ่มเติม เก่ียวกับปญหา อุปสรรค ในการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning พบวา มขี อ มูลเสนอแนะ ดังน้ี

1. บุคคล
1.1 ผูบริหาร
- ขาดความตระหนักถึงความสำคญั ของการขับเคล่อื นนโยบายสกู ารปฏบิ ัตใิ นหองเรยี น
- ขาดการสงเสริมและกระตุน ใหครจู ดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
1.2 ครผู ูสอน
- ขาดความรู ความเขาใจ ทักษะ ความสามารถ ประสบการณในการจัดการเรียน

การสอน การสอ่ื สาร ภาษา การพฒั นาท่ีตอเน่ืองเพือ่ เพิ่มประสบการณ
- ครูมีภาระงานหลายหนาท่ี ท้ังงานที่ไดรับมอบหมายตามหนาที่และกิจกรรม

ของหนวยงานภายนอก ทำใหไ มม เี วลาออกแบบกิจกรรม หรอื เตรยี มสื่ออปุ กรณ
- ไมสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู และจัดทำแผนการจัดการเรียนรูแบบ

Active Learning ได
- เน้ือหาตามหลักสูตรมีปริมาณมากไมสอดคลองกับเวลาเรียน ทำใหครูตองจัด

การสอนแบบเดิม เนนการบรรยายเพ่ือสอนใหครบตามเนื้อหา ไมม ีเวลาจัดกิจกรรมท่ีใหผ เู รยี นไดฝ กทักษะ
- ขาดการวิเคราะหรูเรียนเปนรายบุคคล สงผลตอการจัดกิจกรรมการเรียนรู

ใหส อดคลองกบั ความแตกตา งของผูเรยี น
- ขาดแคลนครทู ่ตี รงตามวิชาเอก ครสู อนไมต รงเอก ครสู อนหลายชัน้ /วชิ า มีครไู มครบ

ชั้นเรียน ทำใหผูเรียนไมไ ดร บั การพฒั นาไดเ ต็มตามศักยภาพ
- แตละโรงเรียนมีครูบรรจุใหมจำนวนมาก ซ่ึงยังขาดประสบการณในการจัดการเรียน

การสอน
1.3 ผเู รยี น
- ผูเรียนมีความแตกตางกันและหลากหลาย เชน ความสามารถ พ้ืนฐาน ความรู

ศักยภาพและพัฒนาการของผูเรยี นมีความแตกตา งกัน ไมกลาแสดงออก การคดิ วิเคราะห สังเคราะห
ขาดการเชอ่ื มโยงการเรยี นรใู นแตละวิชา

- ขาดความรับผิดชอบ ความกระตือรือรน ความสนใจที่จะเรียนรู ขาดทักษะ
การนำเสนอ ทักษะที่จำเปน ความรว มมอื นอย สถานการณโ ควคิ ทำใหเ กิดภาวะถดถอยทางการเรยี นรู
มาเรียนไมส ม่ำเสมอ ขาดเรียนบอย

- ผูเรยี น กศน. มีงานประจำ ชว งอายุทแี่ ตกตางกนั ผูเรียนขาดการพบกลุม

116

- นักเรียนที่มีความบกพรองทางการเรียนรู ทำใหจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ไดย าก เชน อา น เขยี น ไมคลอง การเรียนรชู า ไมเ ขา ใจคำสง่ั

- นักเรียนแตละหองมีจำนวนมาก ไมสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ได

- ความพรอมดา นครอบครัวของผูเ รียน
2. วัสดุอปุ กรณ

2.1 ขาดแคลนส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ และเทคโนโลยี
2.2 สอื่ วสั ดุ อุปกรณ เทคโนโลยไี มท ันสมยั
2.3 สื่อการเรียนรู ประกอบการเรียนการสอนไมเ พียงพอกับจำนวนผูเรยี น
2.4 สัญญาณอินเตอรเ นต็ ไมดี
3. งบประมาณ
3.1 ขาดงบประมาณในการจดั ชื้อวสั ดุอุปกรณ
3.2 งบประมาณมจี ำนวนจำกดั
4. การบริหารจัดการ
4.1 การขับเคลื่อนนโยบายไมตอเนื่อง ไมตอบสนองกับสภาพบริบทของสถานศึกษา
และผูเรยี น
4.2 ขาดการกำกบั ติดตามการนิเทศการจัดการเรยี นการสอนอยา งตอ เนอ่ื ง
4.3 สถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ทำใหไมสามารถจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ สัญญาณอินเตอรเน็ตไมดี ครูและนักเรียน
ไมมปี ฏิสมั พันธก นั
4.4 ไมสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดทุกตัวช้ีวัด มาตรฐาน
ของสาระการเรยี นรู
4.5 สถานศึกษาขนาดเล็ก ไมสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ไดอยางเต็มประสิทธิภาพ เน่ืองจากขาดแคลนครู วัสดุ อุปกรณ งบประมาณ และผูเรียนไมมี
ความพรอ ม ขาดทกั ษะและสมรรถนะทจ่ี ำเปน
4.6 จำนวนเวลาที่เรียน/สัปดาหในบางรายวิชานอยไปไมสอดคลองกับการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning
4.7 สภาพหอ งเรยี น การจดั /สรา งบรรยากาศ และสิง่ แวดลอ มไมเ อ้อื ตอ การจดั การเรยี น
การสอนแบบ Active Learning
4.8 ขาดการบูรณาการรว มกนั ของแตละรายวชิ า

117

ระยะที่ 2 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดวย
ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการสัมภาษณ มผี ลการศึกษาดงั นี้
2.1 ผลการศึกษาปจจัยสูความสำเร็จ ที่สงผลตอความสำเร็จการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ของสถานศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประกอบดว ย
1) บุคคล
1.1) ผบู รหิ าร
- ใหความสำคัญของนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

และขับ เคล่ือน นำนโยบายสูการป ฏิ บั ติ อยางเป นระบ บ ท้ั งระดั บ เขต พ้ื น ท่ี การศึกษ า
ระดับสถานศกึ ษา และระดบั หองเรียนอยา งมีประสทิ ธิภาพ

- นโยบายของผูบริหารท่ีเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ท่ีลงสูครูอยางเต็มท่ี และครูไดนำไปใชกับผูเรียนเพ่ือสรางองคความรู อีกท้ังเปน
การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนและเกิดประโยชนโ ดยตรงกบั ผเู รียน

- กำหนดใหการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนตัวชี้วัดการ
ประเมินผลการปฏิบัติงานของผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา และผูบริหาร
การศึกษา ของแตละรอบการประเมิน

- การกำกับ ตดิ ตาม ตรวจสอบ นเิ ทศอยางเปนระบบตอเนื่อง โดยผูบ ริหารทุก
ระดับ และผลของขอมูลการติดตามเปน กลไกการแกไ ขปญ หาเชงิ พ้นื ที่

- การสงเสริม สนับสนุน สรางแรงจูงใจ ขวัญ กำลังใจแกผูปฏิบัติงาน
ทกุ ระดบั เชน สนับสนุนปจจัยทเ่ี อื้อตอ การพัฒนานวัตกรรม เชน การยกยอง กลา วช่ืนชมใหเกยี รตคิ รู
ท่ีสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดดี สนับสนุนใหครูเขารับการพัฒนา เชน
การอบรม การสมั มนาเชงิ ปฏิบัติการ ศึกษาดูงาน ฯลฯ เปนตน

- เปนผูนำการเปล่ยี นแปลง เปน ผูอ ำนวยการการจดั การเรียนรู เปน โคชใหก บั ครู
ในช้ันเรียน เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพ แรงจูงใจ กลยุทธการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ผูนำทางวชิ าการของผบู ริหาร เชอ่ื มโยงหลักการและทฤษฎีไปสกู ารปฏบิ ัติจริงที่สอดคลองกบั หลักสูตร
โดยไมเ พม่ิ ภาระงานแกค รู และสนบั สนนุ ทรพั ยากรทจ่ี ำเปน

1.2) ครผู ูสอน, บคุ ลากร
- เปดใจ ยอมรับการเปล่ียนแปลง พรอมรับ ปรับ เปล่ียน วิธีการจัดการเรียน

การสอนท่ีเหมาะสมกับศักยภาพ ทักษะ ความสามารถของผูเรียนใหสอดคลองกับสถานการณ และ
ชุมชน

118

- ฝกอบรม ประชุม สัมมนา พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือให
มีความรู ความเขาใจ ทักษะ ความสามารถ ประสบการณในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning สามารถออกแบบกระบวนการเรียนรู จัดทำแผนการเรียนรู จัดกิจกรรมการเรียนรู ควบคู
เนื้อหาสาระการเรียนรูกับการลงมือปฏิบัติจริง และใชวิธีการสอนที่หลากหลาย การปรับกิจกรรม
ใหเหมาะสมกับผูเรยี น

- ความพ รอมของครู ลดภาระงานของครู เพื่ อให ครูมี ความพ รอม
ในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ ไดแก ดานการจัด
การเรียนรู ดานการประเมินผล ดานการเตรียมการจัดการเรียนรู ดานการใชสื่อการเรียนรู
การเตรียมการจัดการเรียนการสอน การออกแบบกิจกรรมการเรียนรูท่ีจะชวยใหผูเรียนไดมีโอกาส
สรางความรูดวยตนเองครูผูสอนสามารถประเมินสถานการณ การใชส่ือ นวัตกรรมตาง ๆ ที่จะทำให
ผูเรยี นสามารถบรรลตุ ามวตั ถุประสงคได

- บทบาทของครผู สู อนในการจัดการเรยี นรกู ารสอนแบบ Active Learning ตอ ง
คำนึงถึงประเด็นสำคัญท่ีเปนการขับเคลื่อนใหการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ใหเกิดประสิทธิภาพอยางสูงสุด กลาวคือ 1) ครูผูสอนตองลดบทบาทของตนเองใหเปนเพียงผูช้ีแนะ
คอยแนะนำและอำนวยความสะดวกใหแกผูเรียนใหเกิดการเรียนรูและสามารถตอบสนอง
ตอวัตถุประสงคการเรียนรูไดดวยตนเอง 2) ครูผูสอนตองสรางบรรยากาศในการมีสวนรวมและ
การปฏิสัมพันธท่ีดีระหวางผูเรียนในช้ันเรียน และระหวางผูเรียนกับผูสอน เพื่อผูเรียนเกิดพฤติกรรม
กลาแสดงความคิดเห็น กลาพูด กลาคิด กลาวิพากษวิจารณเพื่อเปนการสะทอนคิด 3) ครูผูสอน
ตองสงเสริมสนับสนุนใหผูเรียนกลาคิด คอยกระตุนใหผูเรียนคนควาหาคำตอบดวยตนเอง และ
มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น 4) ครูผูสอนตองมีใจกวางยอมรับฟงความคิดเห็นของผูเรียนและ
คอยสรางแรงจูงใจในการเรียนรูใหแกผูเรียน 5) ครูผูสอนออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีเนน
ใหผูเรียนไดลงมือคิด ลงมือปฏิบัติ ลงมือทำดวยตนเองเพ่ือสะทอนความคิดในสิ่งท่ีไดเรียนรู
จากการลงมือปฏบิ ัติจรงิ 6) ครผู ูสอนตอ งจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการทัง้ เน้ือหาสาระ
วิธกี าร และฝกใหผ เู รยี นบรู ณาการเน้ือหาสูการประยุกตใชใ นสถานการณจ ริง

- เปลี่ยนบทบาท จากผูสอน มาเปนผูใหคำแนะนำ ผูชวยเหลือ โดยเร่ิมจาก
เทคนคิ งาย ๆ และบางหองเรียนที่รบั ผิดชอบ มกี ารแลกเปลี่ยนเรียนรูระหวา งกลุม ที่สำคัญคือตองให
ผูเรียนไดใชเทคโนโลยีเขามาเปนสวนหน่ึงของกิจกรรม ผลที่เกิดจากการเรียนการสอนแบบ Active
Learning สงผลใหผูเรียนเรียนอยางมีความสุข สามารถสรางองคความรูดวยตนเอง ซ่ึงแสดงถึง
ผลการเรียนรูของผูเรียนนำไปสูการเกิดความคิดสรางสรรคในการสรางผลงาน มีความสามารถ
ในการสื่อสาร มีความเชื่อม่ันในตนเอง ซ่ึงเปนคุณลักษณะของผูเรียนท่ีพึงประสงคเปนไปตาม
ที่กำหนดไว

119

- สงเสริม สนับสนุนใหครูไดปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนเปนแบบ Active
Learning (ระเบดิ จากขา งใน)

- สงเสริม สนับสนุน การใชสื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่ทันสมัย มีคุณภาพ เหมาะสมกับสถานการณ
ปจ จุบัน สอดคลอ งกบั บรบิ ทของผเู รียน และสภาพของชุมชน

- สงเสริม สนับสนุน ใหครมู ีความกาวหนา ในอาชีพ
1.3) นักเรียน

- พัฒ นาศักยภาพ ทักษะ สมรรถนะของผูเรียน ใหมีความพรอมกับ
การเรียนรูในศตวรรษที่ 21 สามารถใชอ ปุ กรณสือ่ สาร และเทคโนโลยีสมยั ใหมตาง ๆ ไดอ ยา งถูกตอง

- ความพรอมของนักเรียน นักเรียนมีสวนรวมในชั้นเรียน เกิดปฏิสัมพันธ
ระหวางครูผูสอนกับนักเรียน ทำใหนักเรียนสนใจบทเรียนและทำใหผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น
ซ่ึงนักเรียนตองมีความพรอม 1) มีความรับผิดชอบ เตรียมตัวลวงหนาใหพรอมท่ีจะเรียนรูศึกษา
และปฏิบัติงานในสิ่งท่ีครูผูสอน มอบหมายใหศึกษาลวงหนา 2) ใหความรวมมือกับผูสอน
ในการจัดการเรียนรูเร่ิมจากการวางแผนการจัดการเรียนรูการดำเนินกิจกรรม และการประเมินผล
3) มีสวนรวมในการทำกิจกรรมอยางกระตือรือรน 4) มีปฏิสัมพันธระหวางผูสอนกับผูเรียน เพ่ือสราง
องคความรูใหม การทำงานเปนทีม และการยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอ่ืน 5) มีความกระตือรอื รน
ที่จะเรียนรูไดลงมือปฏิบัติในสถานการณจริงดวยตนเองเพ่ือใหเกิดการเรียนรู ดวยตนเอง 6) มีการใช
ความคิดเชิงระบบ ไดแก การคิดวิเคราะหการคิดเชิงเหตุผล การคิดอยางมีวิจารณญาณ
การคิดเช่ือมโยง และการคิดอยางสรางสรรค 7) มีทัศนคติท่ีดีตอการเรียนรูวาการเรียนรูไมใช
เรอื่ งทนี่ า เบอื่ แตเปน การเรียนท่ีทาทายและมีชีวิตชวี า

- อ อ ก แ บ บ ก า ร จั ด ก า ร เรี ย น ก า ร ส อ น แ บ บ Active Learning ให มี
ความสอดคลองเหมาะสมกับบริบทของผูเรียน เนนการเรียนการสอนที่ใหนักเรียนไดคิดวิเคราะห
สังเคราะห โดยการตง้ั คำถาม อภปิ รายรวม ลงมอื ปฏบิ ัตจิ รงิ การแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น

2) วสั ดุอุปกรณ
- จัดหาสื่อ วัสดุ อปุ กรณ เทคโนโลยี ท่ที นั สมยั หลากหลายใหกับสถานศึกษา
- จดั สอื่ การเรียนรู ประกอบการเรียนการสอนใหเพียงพอกับจำนวนผเู รียน
- จัดใหสถานศึกษาทุกแหงมีระบบสัญญาณอินเตอรเน็ตที่ดีและครู นักเรียน

สามารถใชงานไดทุกเวลาและทุกสถานท่ี
- จดั ใหม กี ารใชท รพั ยากรรว มกนั ระดบั สถานศกึ ษา เครือขา ย เขตพน้ื ที่

120

3) งบประมาณ
- สนบั สนุนงบประมาณเพ่ือจดั ชอ้ื สือ่ วสั ดุ อปุ กรณ
- จดั งบประมาณแลกเปา สำหรับสถานศกึ ษาทตี่ อ งการพฒั นานวตั กรรม
- สนับสนุนงบประมาณจัดการเรียนรูเ พม่ิ เตมิ
- จดั สรรงบประมาณใหเพียงพอและตรงตามไตรมาสท่ีตองใชงบประมาณ

4) การบริหารจัดการ
- จัดใหมีภาคีเครือขาย แหลงเรียนรู ผูรูและภูมิปญญาท่ีหลากหลาย และให

การสนบั สนุนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
- ผปู กครองเขามามีสวนรวมในการจดั กิจกรรมการเรียน จัดระบบขอมูลสารสนเทศ

เกีย่ วกับแหลงเรียนรใู กลบรเิ วณโรงเรยี น เชือ่ มโยงกบั ชวี ิตจริงใหนกั เรียนเกดิ ทักษะชีวติ
- ผูมีสวนเก่ียวของ เชน คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน ผูปกครอง หรือ

หนวยงานอื่นที่เกี่ยวของรวมสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก ในดานนโยบาย
งบประมาณ ทรัพยากรทางหารศึกษา และดานอน่ื ๆ

- การนำนโยบายสูการปฏิบัติอยางเปนระบบมีแนวทางท่ีชัดเจนในการปฏิบัติของ
หนว ยงานตนสังกดั

- สภาพแวดลอม แหลงเรียนรูที่เอ้ือใหเกิดการเรียนรูของนักเรียน อาทิ หอง
ประกอบ บรรยากาศการเรียนการสอน ส่ือตาง ๆ อุปกรณเทคโนโลยีท่ีพรอ ม ฯลฯ ซ่งึ ลวนสง เสริมให
เกดิ กระบวนการเรียนรขู องนกั เรยี น

- จัดทำแผนปฏิบตั กิ ารและจดั สรรงบประมาณสนบั สนุนใหครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรู
ที่เนนใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติ มีการนิเทศกำกับติดตามอยางตอเน่ือง จัดสภาพแวดลอม วัสดุฝก
และพฒั นาระบบเทคโนโลยใี หม ปี ระสิทธิภาพในการสง เสริมการเรียนรขู องนักเรยี น

- กำหนดเปาหมายของโรงเรียน เพ่ือพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning โดยใชชุมชนแหงการเรียนรู เพ่ือพัฒนานักเรียนใหมีความรูตามตัวช้ีวัด
มที ักษะการคดิ วเิ คราะห โดยการพฒั นารว มกนั และถอดบทเรียนเพอ่ื พัฒนาแนวทางรวมกนั

- ความเสมอภาคในการพฒั นาครูผสู อนในพน้ื ทหี่ างไกล การสนบั สนุนสื่อเทคโนโลยี
การเรยี นการสอน สำหรบั โรงเรยี นขนาดเลก็ หางไกล

- กระบวนการจัดการเรียนการสอน กระบวนการในการดำเนินงานใช PDCA และ
PLC โดยเนนผูเรียนเปนสำคัญ

- การบูรณาการการทำงานรวมกัน เพ่ือถายทอดความรู ประสบการณ สื่อ
นวัตกรรม แลกเปล่ยี นประสบการณ

121

- มีระบบและกระบวนการนิเทศ ติดตาม การทำงานและการจัดการเรียนการสอน
ที่เขมแขง็ และตอ เนื่อง

- มีกระบวนการทำงานเปนทีมของบุคลากรในโรงเรียนเปนจุดแข็ง ทำใหสามารถ
ขับเคล่อื นและพัฒนาประสทิ ธิภาพการทำงานใหบ รรลผุ ลสำเรจ็ ไดโ ดยงา ย

- เปล่ียนแปลงกระบวนการจัดการเรียนการสอนยุคเกา ใชทั กษ ะชีวิต
และการทำงาน ซ่ึงประกอบดวย 1) ความยืดหยุนและมีความสามารถในการปรับตัว 2) มีความคิด
ริเริ่ม และการเปนผูนำ 3) ทักษะทางสังคมและการเรียนรูวัฒนธรรมท่ีแตกตาง 4) ทักษะการเรียนรู
และนวัตกรรม 5) ทักษะเทคโนโลยีดานสารสนเทศ (ความรูพ้ืนฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร) โดยจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ โดยใชผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ เรียนรูและดำเนิน
กิจกรรมตาง ๆ ดวยตนเอง โดยมีครูเปนผูใหคำแนะนำ ชี้แนะ กระตุน หรืออำนวยความสะดวก
ใหกับผูเรียนไดเกิดการเรียนรูท่ีผานกระบวนการคิด วิเคราะห สังเคราะห การแลกเปลี่ยนเรียนรู
ระหวางผเู รยี น

2.2 ผลการศกึ ษาความตองการในการสง เสริม สนบั สนุน เพอื่ เพมิ่ ประสทิ ธิภาพการจัดการ
เรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดวย

1) การพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนของครู
1.1 หนวยงานตนสังกัดจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเก่ียวกับการจัดการเรียนการสอน

แบบ Active Learning ใหแกครู โดยเนนครูไดลงมือปฏิบัติตั้งแตการออกแบบกิจกรรม และ
จัดกิจกรรมสรางความรูความเขาใจที่ชัดเจนแกครูโดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญหรือครูตนแบบ
ท่ีมีการปฏิบัติดีจนประสบผลสำเร็จ และกิจกรรมการอบรมเปนแบบ Active Learning สงผลให
ครูไดเ ห็นภาพของการจัดกจิ กรรมไดชัดเจนข้นึ

1.2 กระทรวงศึกษาธิการจัดทำตัวอยางแผนการจัดการเรียนรูแบบ Active
Learning ทุกกลุมสาระการเรียนรูและระดับชั้นเผยแพรเปนทางการจัดกิจกรรมใหแกครู และจัดทำ
แผนการจดั การเรยี นรูใหแ กครใู นสังกดั การศกึ ษาพเิ ศษและการศกึ ษาตามอัธยาศัยดวย

1.3 กระทรวงศึกษาธิการจัดทำวดิ ิทศั นสาธิตการจดั การเรียนการสอนแบบ Active
Learning ทกุ กลมุ สาระการเรยี นรเู พื่อเปนแนวทางใหแกค รู

2) งบประมาณ
2.1 สนับสนุนงบประมาณในการจัดซ้ือและ/หรือพัฒนาสื่อท่ีชวยเสริมการเรียนรู

ของนกั เรยี น เชน บอรด เกม กระดานอจั ฉรยิ ะ
2.2 สนับสนนุ งบประมาณในการสรางและพัฒนาแหลง เรียนรูที่ทันสมยั ใหนักเรยี น

ทุกคนมคี วามเสมอภาคในการเขาถึง

122

2.3`กระทรวงศึกษาจัดสรรงบประมาณใหทุกโรงเรียนมีอินเตอรเน็ตความเร็วสูง
และเครอ่ื งคอมพวิ เตอรท่มี ีประสิทธิภาพ

2.4 โรงเรียนมีการสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาดูงานโรงเรียนตนแบบการ
เรียนการสอนแบบ Active Learning

3) การบริหารจดั การ
3.1 กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนใหมีการจัดต้ังโรงเรียนตนแบบการจัดการเรียน

การสอนแบบ Active Learning เพ่อื เปนแหลง ศกึ ษาดูงานและใหค รูไดแลกเปลีย่ นเรียนรู
3.2 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายไปสูแนวการปฏิบัติท่ีชัดเจนแกหนวยงานตน

สังกัด และมอบหมายหนวยงานทำหนา ทก่ี ำกบั ดแู ลการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
3.3 หนวยงานตนสังกัดมีการติดตามการดำเนินงานแตละโรงเรียน ใหมีการรายงาน

และสะทอนผลการดำเนินงานรวมท้ังปญหาในการดำเนินงานแกหนวยงานตนสังกัด และ
กระทรวงศกึ ษาธิการตอไป

3.4 หนวยงานระดับเขตพื้นที่มีการแตงตั้งบุคลากรท่ีมีความเช่ียวชาญการเรียน
การสอนแบบ Active Learning เปนพ่เี ลีย้ งใหแกครูในสังกัด

3.5 ผูบริหารสถานศึกษาสงเสริมใหครูไดพัฒนาการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ท้งั การสนบั สนุนการอบรม งบประมาณ การสรางขวัญกำลงั ใจแกค รู

3.6 โรงเรียนและหนวยงานตนสังกัดสงเสริมใหครูไดแลกเปลี่ยนเรียนรูกันโดยจัด
ในรูปแบบของการนำเสนอผลงานทางวิชาการ การเสวนา เปน ตน

2.3 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร เพื่อขับเคล่อื นการดำเนนิ งานใหบรรลุเปา หมาย มดี ังน้ี

1) การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
1.1 โรงเรียนกำหนดเปาหมายในการพัฒนารูปแบบการพัฒนาครู และโรงเรียนทั้ง

ระบบดวยกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยใชชุมชนแหงการเรียนรู เพ่ือพัฒนา
นักเรียนใหมีความรูต ามตัวชว้ี ัดมที ักษะการคิด วิเคราะห เกดิ ข้ึน 1 รปู แบบ โดยนำแนวทางการศึกษา
บทเรียนรวมกัน (Lesson Study) มาใชเพื่อพัฒนาหนวยการเรียนรูบูรณาการ และสงเสริมทักษะ
การคดิ วเิ คราะหของนักเรียน

1.2 ปรับหลักสูตรทางดานการศึกษาใหมีการสอดคลองกับการเรียนการสอนแบบ
Active Learning เนนกระบวนการเรียนรูมากกวาเน้ือหาวิชา โดยการมีสวนรวมของผูเรียน และ
จัดการเรียนรูหลากหลายวิธี เชน จัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน จัดการเรียนรูเชิงประสบการณ
จัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน การสนับสนุนองคความรูแบบบูรณาการหลายวิชาอยางตอเน่ือง
จากผเู ช่ียวชาญหลายสาขาวชิ าทนี่ ำสูปฏิบัตไิ ด

123

1.3 การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ภายใตบริบทของโรงเรียน
สอดคลองกับวิถีชีวิตของนักเรียนซ่ึงเพ่ิมคุณคาไดมากกวาครูจัดใหตามหลักสูตร โดยมีแนวทาง
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่สามารถนำมาปรับใชในการจัดการเรยี นรูไดหลาย
ลักษณะ เชน จัดเฉพาะในบางหนวยการเรียนรูหรือเฉพาะบทหรือทั้งรายวิชา ซึ่งการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning จะเปนการนำเอาวิธีการสอนหลากหลายวิธีมาผสมผสาน
โดยครูผสู อนวางแผนคัดเลือกเทคนิคการสอนทเ่ี หมาะสมกบั ธรรมชาติรายวิชา เหมาะสมกบั เปาหมาย
การจัดการเรียนรู ลักษณะของผูเรียน รวมไปถึงการออกแบบสัดสวนของเทคนิคหลัก เทคนิครอง
ในการจัดการเรียนรูแตละครั้ง ซึ่งแนวทาง/วิธีการจัดการเรียนรูเปนไปไดหลากหลายวิธี อาทิ
1) รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) เปนรูปแบบ
การจัดการเรียนรูที่มุงเนนสงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนรูและบทบาทในการเรียนรูของ
ผูเรียน "ใชกิจกรรมเปนฐาน" เปนการนำกิจกรรมเปนที่ตั้งเพื่อพัฒนาผูเรียนใหเกิดการเรียนรูและ
สามารถบรรลุวัตถุประสงคหรือเปาหมายท่ีกำหนด 2) รูปแบบการจัดการเรียนรูเชิงประสบการณ
(Experiential Learning) เป น วิธี ก าร จั ด ก ารเรีย น รูท่ี ส งเส ริม ให ผู เรีย น เกิ ด ก ารเรีย น รู
จากประสบการณที่เปนรูปธรรม เพื่อนำไปสูความรูความเขาใจเชิงนามธรรมเหมาะกับรายวิชาท่ีเนน
ปฏิบัติหรือเนนการสงเสริมทักษะ ซึ่งสามารถใชจัดการเรียนรูไดท้ังเปนกลุมและรายบุคคล
โดยหลักการจดั การเรียนรู คือ ครวู างแผนจัดสถานการณใหผ เู รยี นมปี ระสบการณจ ำเปนตอ การเรียนรู
คอยกระตุนใหผูเรียนสะทอน ความคิด อภิปราย สิ่งที่ไดรับจากสถานการณและการนำความรู
ไปประยุกตใชในสถานการณจริง 3) รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem -
Based Learning) เปน วิธีการจัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนตัวกระตุนใหผ ูเรียนต้ังสมมติฐาน สาเหตุ
และกลไกของการเกิดปญหานั้น รวมถึงการคนควาความรูพื้นฐานที่เก่ียวของกับปญหาเพ่ือนำไปสู
การแกปญ หาตอ ไป โดยผเู รียนอาจไมมีความรใู นเร่ืองน้ัน ๆ มากอน แตอ าจใชค วามรทู ผ่ี ูเรยี นมอี ยเู ดมิ
หรือเคยเรียนมานอกจากนี้ยังมุงใหผูเรียนใฝหาความรูเพื่อแกไขปญหา ไดคิดเปน ทำเปน
มกี ารตัดสินใจที่ดี และสามารถเรยี นรูก ารทำงานเปน ทมี โดยเนน ใหผ เู รยี นไดเกดิ การเรียนรดู ว ยตนเอง
และสามารถนำทักษะจากการเรียนมาชวยแกปญหาในชีวิตการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน
4) รูปแบบการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน (Project Based Learning) เปนวิธีการจัดการเรียนรู
แบบโครงงานสามารถจัดเปนกิจกรรมกลุมหรือกิจกรรมเด่ียวก็ไดใหพิจารณาจากความยาก - งาย
ความเหมาะสมของโจทยงานและคุณลักษณะที่ตองการพัฒนา วางแผนและกำหนดเกณฑอยางกวาง
ๆ แลวใหผูเรียนวางแผนดำเนินการศึกษาคนควาขอมูลดวยตนเองโดยผูสอนมีบทบาทเปนผูให
คำปรึกษา จากน้ันใหผูเรียนนำเสนอแนวคิดการออกแบบชิ้นงาน พรอมใหเหตุผลประกอบ
จากการคนควา ใหผูสอนพิจารณารวมกับการอภิปรายในช้ันเรียน จากนั้นผูเรียนลงมือปฏิบัติ

124

ทำชิ้นงานและสงความคืบหนาตามกำหนดการประเมินผลจะประเมินตามสภาพจริง โดยมีเกณฑ
การประเมินกำหนดไวลวงหนาและแจงใหผูเรียนทราบกอนลงมือทำโครงการและมีการเชิญ
ผทู รงคณุ วฒุ ิรวมประเมินผล

1.4 จัดการเรียนรู ดวยกระบวนการเรียนรู 5 ขั้นตอน หรือ 5 STEPs” ขั้นตอนท่ี 1
การเรียนรูต้ังคำถาม หรือข้ันตั้งคำถาม ขั้นตอนที่ 2 การเรียนรูแสวงหาสารสนเทศ ข้ันตอนท่ี 3
การเรียนรูเพ่ือสรางองคความรู ขั้นตอนท่ี 4 การเรียนรูเพ่ือการส่ือสาร และขั้นตอนท่ี 5 การเรียนรู
เพือ่ ตอบแทนสงั คม

1.5 บูรณาการความรวมมือในการ 1) วิเคราะหเปาหมายการเรียนรู 2) วิเคราะห
มาตรฐาน ตัวช้ีวัด และ 3) ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู การจัดการเรียนรู การประเมินผล
แบบหลายหลาก บูรณาการทุกกลมุ สาระการเรยี นรู วดั ผลประเมินผลดวยวิธกี ารท่หี ลากหลาย

1.6 พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning และพัฒนาทักษะ
ดานการเรียนรูและนวัตกรรมสำหรับนักเรียน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน
กอนและหลังดวยกระบวนการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning และประเมินความพึงพอใจ
ของนกั เรียนดวยกระบวนการจัดการเรยี นรูแบบ Active Learning ท่ีสงเสริมพฤติกรรมทางการเรียน
ดขี ้ึน

2) นโยบาย
2.1 หนวยงานตนสังกัดและหนวยงานที่เก่ียวของ ตองมีการสนับสนุน กำกับ ติดตาม

ประเมิน และพัฒนาคุณภาพของการจัดการศึกษาโดยมุงเนนระบบการบริหารและการจัดการ
ท้งั ดา นผบู รหิ าร ครู และบุคลากรทางการศกึ ษา หลกั สูตรการเรยี นการสอน ส่อื เทคโนโลยี ทรพั ยากร
สิ่งสนับสนุนการศกึ ษา การประเมิน และการพัฒนาคณุ ภาพอยางตอ เน่ือง

2.2 ผูบ รหิ ารสถานศกึ ษาสนองนโยบาย/ขับเคลื่อนการดำเนินงานในสถานศกึ ษา
2.3 วิสัยทัศนของโรงเรียน ที่นำสูเปาหมายท่ีเดนชัด กำหนดเปาหมาย (Goal)
ของโรงเรียน และเปาหมาย (Goal) ของแตละกลมุ สาระการเรียนรู
2.4 กำหนดเปน นโยบายเรง ดวนและเชื่อมโยงกบั การประเมนิ ผลการปฏิบตั ิตงิ าน
3) ปจจยั การบรหิ าร
3.1 คน

1) ผูบรหิ าร
- ผบู ริหารใหคำแนะนำกบั ครู หรือเปนแบบอยางในการจัดกระบวนการเรียนรู
- ผบู รหิ ารท่ีมคี วามรูในกระบวนการบริหารหลักสตู ร

125

2) ครูผสู อน
- ออกแบบแผนการจัดการเรียนรูใหเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู

เหมาะกับผูเรียน กระตุนใหผูเรียนมีสวนรวมในช้ันเรียน สงเสริมปฏิสัมพันธระหวางผูเรียนกับผูเรียน
และผูเรียนกับผูสอน สงผลใหผูเรียนเกิดประสบการณและความสำเร็จในการเรียนจัดการเรียนรู
ท่ีมุงเนนกระบวนการเรียนรู ทักษะ และเชื่อมโยงองคความรูนำไปปฏิบัติติเพอแกไขปญหาหรือ
ประกอบอาชีพในอนาคตได

- ครูผูสอนท่ีมีเทคนิควิธีการสอนท่ีหลากหลายสามารถจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนแบบ Active Learning

- การพัฒนาครูใหมีเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
เพิ่มสมรรถนะและทักษะของครูผูสอนทุกประเภทเพ่ือใหผูสอนเกิดการจัดการเรียนการสอน
ทเี่ ปน ไปในรูปแบบเชิงรกุ

- การสรางปฏิสัมพันธระหวางครูกับผูเรียน มุงใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ โดยครู
เปนผูอำนวยความสะดวก สรางแรงบันดาลใจ ใหคำปรึกษา ดูแล แนะนำทำหนาที่เปนโคช แสวงหา
เทคนคิ วิธีการจดั การเรยี นรู และแหลง เรยี นรทู ่ีหลากหลาย ใชส ติปญญา คดิ สรา งสรรคผ ลงาน

- ครูตองมีความรู ความเขาใจถึงวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู โดยนำมาปรับใชในการจัดการเรียนรู
ใหแกนักเรียนใหเหมาะกับบริบทของโรงเรียน โดยการพัฒนาครู อาทิ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพ
การจัดการเรียนรู 2) การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning 3) การจัดการเรียนรู
แบบโครงงานเปนฐาน Project Base Learning 4) ทักษะการใชเทคโนโลยี ส่ือสมัยใหม
ในการปฏิบัติงานและการออกแบบการจัดการเรียนรูและสรางส่ือการเรียนรู 5) การพัฒนาผูเรียน
ดวยการเสริมสรางทักษะชวี ติ ผเู รยี นในศตวรรษท่ี 21 การใชเทคโนโลยีในการเรียนรู

3) นักเรียน
- วิเคราะหผูเรียนและออกแบบการจัดการเรียนรูโดยยึดผูเรียนเปนสำคัญ

คำนึงถึงความแตกตางระหวางบุคคล ครูผูสอนยอมรับในความแตกตางของผูเรียน จัดกิจกรรม
ใหผูเรียนกลาคิด กลาทำ กลาแสดงออกในส่ิงที่ตนเองถนัดและสนใจ ไดลงมือปฏิบัติและเรียนรู
ขั้นตอนการทำกิจกรรม รูจักการแกไขปญหาดวยตนเอง กระตุน หรืออำนวยความสะดวกใหผูเรียน
ไดเกิดการเรียนรมู ากทส่ี ุด

- ใหผูเรียนมีอิสระทางดานความคิด และการกระทำของผูเรียน ทุมเท
ในการเรียน จูงใจในการเรียน ใหผูเรียนแสดงออกถึง ความรูความสามารถ ในลักษณะการลงมือ
ปฏิบตั ิ กระบวนการเรียนรูท ี่กอ ใหเ กิดการพฒั นาเชงิ บวกท้ังตวั ผูเรยี น

126

3.2 งบประมาณ
- จัดสรรงบประมาณใหเพียงพอสำหรับการจัดการศึกษาของทุกระดับ

ทกุ ประเภท การใหความรูแ กบ คุ ลากรครู
- งบประมาณท่ีเพียงพอตอความตองการในการจัดหาส่ือ วัสดุ อุปกรณ

ในการสนบั สนนุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู
3.3 วัสดุ อุปกรณ เทคโนโลยี
- จัดทำสื่อประกอบการเรียนรู โดยใชแอปพลิเคชัน KineMaster โปรแกรม

สำเรจ็ รูปที่อยใู นรปู แบบของเว็บไซต YouTube, Canva
- การจดั สรรงบประมาณใหเ พยี งพอตอ ความตอ งการ
- การสนับสนุน ส่ือ อุปกรณ ครุภัณฑ เชน คอมพิวเตอร อุปกรณวิทยาศาสตร

ส่อื ภาษาอังกฤษ เพ่ือการจดั การเรียนรทู มี่ คี ุณภาพ
3.4 การบรหิ าร
- สรางความตระหนัก ความรู ความเขาใจ ตามสำคัญของการจัดการเรียน

การสอนแบบ Active Learning ใหผเู กย่ี วขอ งทุกระดับ กำหนดแนวทางใหค รูปรบั วิธีการจัดการเรียน
การสอนแบบเดิม ๆ ใหเนนการเรียนการสอนแบบ Active Learning ฝายบริหาร นิเทศการจัด
การเรียนการสอนของครผู ูสอนเนนแบบเชงิ รุก

- ขับเคลื่อนผาน PLC การทำงานเปนทีมอยางมีความสุข PLC กระบวนการ
บริหารหลักยึดหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” ผานกระบวนการ
ขับเคล่ือนการทำงาน PDCA

- ใหความสำคัญ เพื่อดำเนินการสนับสนุนใหการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ประสบความสำเรจ็ ทงั้ ดานงบประมาณ สอ่ื และอปุ กรณการจัดการเรียนรู

- ใหข วัญกำลังใจในเรื่องการเลอื่ นวิทยฐานะใหสงู ขนึ้
- สรางเอกสาร คูมือ ตัวอยาง ตนแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ในรูปแบบเอกสาร คลิปวิดีโอ ท่สี ามารถนำไปใชไ ดจรงิ
- คัดเลือกตนแบบท่ีมีการปฏิบัติที่ดีเพื่อเปนตัวอยางในระดับตาง ๆ โดยไมได
ประกวดแขง ขัน
- จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาท่ีครอบคลุมการจัดกิจกรรมการจัด
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
- พัฒนารูปแบบการดำเนินการแบบ PDCA 1. ประชุมวางแผน 2. มีการจัด
อบรมขยายผลใหกับครูผูสอน 3. นำสูหองเรียน 4. มีการนิเทศ ติดตาม 5. สรุปและประเมินผล

127

ประกอบกับ 1) นโยบายจากผูบริหาร 2) การจัดการเรียนการสอนของครู 3) คุณภาพของผูเรียนท่ีมี
การพฒั นาความรูอยา งตอ เน่อื ง

- ประเมินผลกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ท่ีครูผูสอน
จัดกิจกรรม โดยวัดจากผลสัมฤทธิ์ของผูเรียนรายกลุมตามครูประจำกลุมจนถึงระดับสถานศึกษา
เพ่ือนำขอดีและขอปรับปรุงมาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนแบบบ Active Learning ตอไป
ในระดบั สถานศึกษา

- รณรงคใหผูบริหารมีความรูความเขาใจการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning เพือ่ ขบั เคลอ่ื นภายในสถานศึกษา

- ถอดบทเรียนจากสถานศึกษาท่ีประสบผลสำเร็จดวยการกระบวนการจัด
การเรียนรู KM เพื่อคนหาแนวปฏิบัติท่ีดี (Best Practice) และนวัตกรรม เพ่ือแรงบันดาลใจใหกับ
สถานศึกษาท่ีกำลังพัฒนา การพัฒนาตอยอดนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning สูการปฏิบัติท่ีเปนเลิศ (Best Practices) สรางเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรูสูนวัตกรรม
การปฏิบัติทเ่ี ปนเลิศ (Best Practices) ในระดบั สถานศึกษา สูระดับประเทศ

2.4. ผลการศึกษาขอเสนอแนะการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดว ย

1) ดา นนโยบาย
1.1 กำหนดนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ท่ีเปน

รูปธรรม มีระบบการขับเคล่ือนสูการปฏิบัติที่ชัดเจน ตอเน่ือง โดยกำหนดเปนคาเปาหมาย ตัวช้ีวัด
ทชี่ ดั เจนใหแ ตละระดับไดปฏิบตั ิตามเง่อื นไข ระยะเวลา

2.2 มีระบบการกำกับ ตดิ ตาม ตรวจสอบ นเิ ทศ และรายงานผล
2.3 พัฒนา ฝกอบรมใหความรู ความเขาใจ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ
เกยี่ วกับการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ใหผปู ฏิบตั ิติงานทกุ ระดับ
2.4 การจัดสรรอัตรากำลังครูใหมีความสอดคลองตามความตองการจำเปน
เหมาะสม โดยการจัดการเรียนการสอนควบช้ัน ควบระดับ จะสงผลกระทบตอการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning
2.5 มหี นว ยงานใหคำปรึกษาการจดั การเรยี นการสอน การประเมินผล การสรางส่ือ
นวัตกรรมอยา งเปนระบบในการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2) ดา นหลกั สูตร
2.1 พัฒนาหลักสูตรการเรียนรูท่ีตอบสนองความสามารถ ความถนัด ของนักเรียน
สอดคลองกับสถานการณปจจุบันมีการกำหนดตัวช้ีวัดชัดเจนโครงสรางในการจัดการเรียนรูยืดหยุน
ตามบรบิ ทของโรงเรยี น

128

2.2 มกี ารฝก อบรม พัฒนาครูผสู อน เกี่ยวกับการออกแบบหนว ยการเรยี นรู แผนการ
จัดการเรยี นรู การวดั ประเมนิ ผลการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning

2.3 จัดทำแนวทางการการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยบูรณาการ
เชอื่ มโยงทุกกลมุ สาระการเรียนรูแ ละระดบั ชัน้ ของผูเรยี น

3) ดานการจัดการเรียนการสอน
3.1 ควรมีวิทยากรแกนนำที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning ทีส่ ามารถถายทอดความรู กระบวนการไดเ ขา ใจ และสามารถนำความรูไปปฏิบตั ไิ ดจริง
3.2 นักเรียนควรไดรับการสอนท่ีเนนทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based

Learning) เพ่ือสงเสริมทักษะในการคิดแกป ญ หาของนักเรียน
3.3 การเรียนการสอนโดยใหผ ูเรยี นปฏิบัตใิ หม ากทส่ี ุด เพ่ือนำความรูความเขาใจไปใช

ในชวี ิตประจำวัน สามารถเรียนรวู ธิ ีการจากคนใกลตัว เปน การนำความรไู ปประยุกตใ ชใ นชีวิตซึ่งตองมี
กระบวนการเรียนรูแบบรวมมือสรางองคความรูซ่ึงกระบวนการจะตองสงเสริมใหผูเรียนไดมีโอกาส
เขา รวม รวมถงึ ผเู รยี นสามารถเรยี นรูอยา งมรี ะเบียบวนิ ัยในการทำงานรว มกบั ผูอ่ืน

3.4 การจัดการเรียนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ทำใหนักเรียน
มีความสนกุ สนานผสมผสานไปกบั ความรทู ่ไี ดร บั อกี ท้ังสามารถนำความรูที่ไดไปใชในชวี ิตจริงได

3.5 ควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning อยา งตอเน่ือง
3.6 การจัดการเรียนรูในรูปแบบออนไลนสามารถดำเนินการในรูปแบบการจัดการ
เรยี นการสอนแบบ Active Learning ได
3.7 การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning สำหรับเด็กพิการของ
ศูนยการศึกษาพิเศษโดยสวนใหญเปนกิจกรรมในลักษณะที่ลงมือปฏิบัติจริงควรใหมีเอกสารแนวทาง
คูมือส่อื เทคโนโลยีใหแ กค รูผูสอน
4) ดา นการวัดและประเมนิ ผล
4.1 มีการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
เปนระยะและอยางตอเน่ือง
4.2 ควรมกี ารนเิ ทศ ตดิ ตามการสอน ประเมินการสอน อยางเปนระบบ สม่ำเสมอ
4.3 ควรใหผ ทู ่มี ีสว นไดส ว นเสยี มสี วนรว มในการประเมินการสอนของครู
5) ดา นปจ จัยบรหิ าร
5.1 บคุ ลากร

1) ผบู ริหารโรงเรียน
- ควรอบรมใหความรูแกผูบริหารใหมีทักษะในการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning

129

- ผูบริหารโรงเรียนควรสนับสนุนใหดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning

2) ดา นครู
- ควรจัดอบรมใหความรูครูและการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ควรทำเปน workshop ไมเนนทฤษฎีมากจนเกินไปจนครูมีความยากลำบาก
ทจี่ ะนำไปปฏิบตั ิควรคำนึงถึงความแตกตางของบรบิ ทในแตล ะพื้นที่

- ควรจัดอบรมครูผูสอนใหสามารถบูรณาการการจัดการเรียนการสอนภายใน
กลมุ สาระและขามกลมุ สาระการเรยี นรู

- การสนับสนุนบุคลากรใหเปนแกนนำขับเคล่ือนกิจกรรมการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning

- สรางแรงจูงใจใหกับครูเพ่ือการจัดการเรียนการสอน สรางสรรคส่ือนวัตกรรม
ที่มีคุณภาพ ประสิทธภิ าพ

- ภาระงานนอกเหนือการสอนของครูมีจำนวนมาก สงผลใหการจัดการเรียน
การสอนขาดประสิทธิภาพ ควรลดภาระงานอ่ืนของครูเพื่อใหครูไดมีเวลาเพ่ิมพูนประสิทธิภาพ
ในการสอนและไดทำหนาทห่ี ลกั ของครคู อื การสอนนน่ั เอง

- มีการประเมินการสอนของครูผูสอนวาบรรลุวัตถุประสงคหรือไม
โดยครูผูสอน เพ่ือนรวมงาน หัวหนากลุมสาระการเรียนรู ผูบังคับบัญชาท้ังภายในและภายนอก
สถานศกึ ษา

- ควรจดั ทำวดิ ิทัศนต น แบบวิธกี ารจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
เพื่ อ เป น ตั ว อ ย า ง ใ ห กั บ ค รู น ำ เท ค โ น โล ยี ท า ง ด า น ก า ร สื่ อ ส า ร ส มั ย ใ ห ม เข า ม า ป ร ะ ยุ ก ต ใ ช
ในการจดั การเรยี นรูทุกข้นั ตอนของกระบวนการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning

- การพัฒนาเครื่องมือเทคโนโลยีท่ีทันสมัยเพ่ือใหเด็กพิการรุนแรงสามารถ
เขาถงึ กจิ กรรมได

3) ดานผูม ีสวนไดสวนเสยี
- ผูท่ีมีสวนเก่ียวของทุกภาคสวนตองตระหนักเห็นความสำคัญและให

ความรว มมอื สงเสริมและสนับสนุนในการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
- ผูป กครองและนักเรียนมีสวนรวมในการจดั ทำหลกั สตู ร
- ผูป กครองและนักเรียนมีสว นรวมในการจดั การเรยี นรู
- การจัดกิจกรรมการเรียนรเู ชงิ รกุ เปน กจิ กรรมทน่ี า สนใจ
- การสนับสนุนจากผูท่ีเกี่ยวของใหดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน

แบบ Active Learning

130

5.2 งบประมาณ
1) ควรจัดสรรงบประมาณในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

ใหเพียงพอ
2) จัดสรรงบประมาณ ดานส่ืออุปกรณ การจัดการเรียนรูใหเพียงพอตอ

ความตองการของผเู รียน
3) การสนบั สนุนงบประมาณเปน ขวญั กำลงั ใจใหกบั บุคลากร

ระยะท่ี 3 ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

ของกระทรวงศึกษาธิการ มีดงั น้ี
1. ใหความสำคัญ โดยการยกระดับใหเปนวาระเรง ดว น
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคล่ือน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรมชัดเจน

เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ท้ังในภารกิจพื้นฐาน
ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพื้นท่ี ที่สงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นที่ในระดับ
กระทรวง ระดับจังหวดั /เขตพื้นท่ี และระดับสถานศกึ ษา

3. สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบการเรียนรู การลงมือปฏิบัติของผูเรียน
และรวมประเมินผลการเรียนรใู หม ากข้นึ อยางเปน รปู ธรรม

4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปล่ียนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู คอย
กระตุน สรางแรงบนั ดาลใจ แนะนำวิธเี รียนรูและวิธีจัดระเบียบการสรางความรูใหกับนักเรยี น เพ่ือให
นกั เรยี นไดร บั การปพู ื้นฐานความพรอมท้ังกาย ใจ ปญญา อยา งรอบดา น

5. สรางขวัญกำลังใจใหผูปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผูปฏิบัติงานเชิงประจักษ และสนับสนุน
ใหไดรบั โอกาสความกาวหนาในอาชพี

6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผลและการรายงานผลที่ชัดเจน
อยางตอเนื่อง โดยใชดิจิทัลแพลตฟอรมใหเกิดความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอการปฏิบัติงานทุก
ระดับ

131

บทท่ี 5
บทสรปุ

การศึกษา เรื่อง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เปนการดำเนินงานในลักษณะของการวิจัยและพัฒนา
(Research and Development) มีวตั ถปุ ระสงค 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินงาน
ตามนโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ 3) เพ่ือจัดทำ
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนนิ การวิจัย 3 ระยะ มรี ายละเอียด ดังนี้

ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ระยะท่ี 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

ระยะที่ 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ

สรปุ ผลการวิจยั
ระยะท่ี 1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา

สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
1.1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดย
การวิเคราะห สังเคราะหเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ที่เนนผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรูเพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก
และการพฒั นาตนเองตามความถนัดและความสนใจ สรปุ ไดด ังน้ี

1. รูปแบบทใี่ ชใ นการจดั การเรยี นการสอน เรียงตามอนั ดับการใชจ ากมากไปนอย ดังนี้
1.1 การสอนแบบใชค ำถาม (Questioning Method)
1.2 การเรยี นรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน(Activity-Based Learning)
1.3 การเรียนรูแบบใชเกม (Games)
1.4 การเรียนรเู ชงิ ประสบการณ (Experiential Learning)
1.5 การเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem Based Learning)
1.6 การเรยี นรแู บบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored Instruction)

132

1.7 การเรยี นรโู ดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-Based Learning)
1.8 การเรียนรูแบบกรณศี กึ ษา (Analyze Case Studies)
2. สภาพการดำเนนิ การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2.1 ดา นบคุ คล คือ ผูบรหิ าร ครูผูสอน และผเู รียน โดยมสี าระสำคญั คอื

2.1.1 ผูบริหาร เปนบุคคลสำคัญในการสนับสนุน ควรกำหนดเปนนโยบาย
ในการขับเคล่ือนในสถานศึกษา สงเสริมสนับสนุนและเสริมแรงจูงใจ สังเกตกระบวนการเรียนรู
อยางตอเนือ่ ง รวมทั้งสงเสรมิ ชุมชนแหง การเรยี นรูท างวชิ าชพี PLC

2.1.2 ครูผูสอน ควรใชคำถามเพื่อกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรู ไมนำ
ความคิดของตนเองเขาไปในการจัดการเรียนรู เปดโอกาสใหผูเรียนคิดนอกกรอบ สงเสริม พัฒนา
ใหผูเรียนสามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถตอยอดและนำไปใชในชีวิตประจำวัน
ดวยทักษะวิธีการจัดการเรียนรูท่ีหลากหลาย ใชส่ือ อุปกรณท่ีทันสมัย นาเรียนรู ดึงดูความสนใจของ
ผเู รยี น

2.1.3 ผูเรียน การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับวัย สภาพ บริบท
ความพรอ ม ทกั ษะ สมรรถนะ ความกระตือรอื รนใสใ จตอ การเรยี นรขู องผูเรียน

2.2 สื่อ วัสดุ อุปกรณ ที่ทันสมัย เพียงพอ เหมาะสม สรางความสนใจในการเรียนรู
ของผเู รียน

2.3 งบประมาณที่สามารถสนับสนุนจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา

3. ปจ จยั ที่สง ผลตอ ความสำเร็จในการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
3.1 บทบาทของครู เปล่ียนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวย

ความสะดวก และชวยเหลือผูเรยี น
3.2 สมรรถนะของครู ประกอบดวย 2 สมรรถนะหลัก ไดแก 1) สมรรถนะหลัก

(Core Competency) ประกอบดวยสมรรถนะ 4 ดาน คือ การมุงผลสัมฤทธิ์ การบริการที่ดี
การพัฒนาตนเองและการทำงานเปนทีม และ 2) สมรรถนะประจำสายงาน (Functional
Competency)ประกอบดวยสมรรถนะ 5 ดาน คือ การจัดการเรียนรู การพัฒนาผูเรียน การบริหาร
จัดการช้ันเรียน และการวิเคราะห สังเคราะหและการวิจัย 3) รูปแบบการเรียนรู ครูควรมีการเลือก
รปู แบบการเรียนรูทีเ่ หมาะสมกับเน้ือหาและธรรมชาตวิ ชิ า เนน ใหผ ูเ รยี นไดเรียนรดู วยการลงมอื ปฏิบตั ิ
เปน กจิ กรรมท่ชี ว ยพัฒนาผูเรยี นใหเกิด 3R8C ซึ่งเปนทักษะท่พี ึงมีในศตวรรษท่ี 21

133

1.2 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสนทนากลุม สรุปสภาพการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดังนี้

1. บคุ คล
1.1 ผูบริหาร ขาดความตระหนักในการสงเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียน

การสอนแบบ Active Learning ขาดภาวะผูนำทางวิชาการ (Instructional Leadership) ผูบริหาร
มีการเปล่ยี นแปลงโยกยา ยสถานศึกษาบอย

1.2 ครูผูสอน ขาดความรู ความเขาใจ ความสามารถและทักษะการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ใชรูปแบบการสอนแบบเดิม ไมมีเวลาในการจัดการเรียนการสอน
เนือ่ งจากไดรบั มอบหมายใหก จิ กรรมอื่น ๆ เชน งานยาเสพตดิ งานอนามยั งานแนะแนว

1.3 ผูเรียน ขาดทักษะการคิดวิเคราะห การจัดการเรียนการสอนของครู ไมเนน
ใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ ผูเรียนไมมีสวนรวมในการเรียนรู ไมสามารถประยุกตใชความรูในการแกไข
ปญหาได รวมทัง้ ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู

2. วัสดุ สอื่ อปุ กรณ
2.1 ขาดแคลนวัสดุ ส่ือ และอุปกรณสำหรับใชในการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning ท่ีตอ งใชเพื่อใหผ ูเรยี นไดล งมอื ปฏบิ ัติจริง
2.2 สอื่ และเทคโนโลยี ไมต อบสนองตอการเรยี นรูในศตวรรษท่ี 21

3. การบรหิ ารจัดการ
3.1 การขับเคล่ือนนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ

หนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด เชน ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ไมตอเน่ือง
มีรูปแบบการดำเนินงานไมที่ชัดเจนสงผลใหผูบริหารสถานศึกษา ไมใหความสำคัญของการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ในระดบั ตาง ๆ

3.2 หนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาขาดการสงเสริมครูผูสอนอยางจริงจัง
โดยเฉพาะผูที่จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ มีผลงาน
เชิงประจักษเปนท่ียอมรับ ใหมีความกาวในอาชีพ สรางแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน มอบเกียรติบัตร
การพิจารณาความดีความชอบ เปนตน และขาดการพัฒนาสมรรถนะครูผูสอนอยางตอเนื่อง
ดวยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย เพอื่ สรางแรงบนั ดาลใจ

3.3 การสนับสนุนดานงบประมาณ วัสดุ อุปกรณใหกับสถานศึกษาเพ่ือใช
ในการจัดการเรยี นการสอนเชิงรุกไมเ พยี งพอตอการจัดทำสื่อเพ่อื ใหผ ูเ รยี นไดเรยี นรู

134

3.4 การนิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของครูผสู อนและผบู รหิ ารสถานศกึ ษาขาดความตอเนอ่ื งและเปนระบบ

3.5 การขับเคล่ือนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ผูตรวจราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ นายไพศาล วุทฒิลานนท และ นายธีร ภวัคนันท ดำเนินการวิเคราะห
แนวทางการขบั เคลอื่ น Active Learning เพือ่ พัฒนาทักษะแหงอนาคต นำเสนอดงั รูปภาพท่ี 20

ภาพท่ี 20 แนวทางการขบั เคล่อื น Active Learning เพอื่ พฒั นาทักษะแหง อนาคต
1.3 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสอบถาม ประกอบดวย หนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด
และสถานศกึ ษา ซึง่ มผี ลการศกึ ษา ดงั น้ี

ระดับหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงาน
การศึกษาระดับจังหวัด พบวา ผูตอบแบบสอบถาม จำนวนท้ังส้ิน 465 คน สวนใหญ สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา และดำรงตำแหนงผูบริหารการศึกษา จากการศึกษาพบวา
สภาพการจัดเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ของหนวยงานการศึกษา ระดับจังหวัด ในภาพรวมอยูในระดับมากท่ีสุด ( x = 4.25) เมื่อพิจารณา
เปนรายการ พบวา รายการครูสรางบรรยากาศของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธ

135

ท่ีดีกับเพื่อนในช้ันเรียนมีคาเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา 4 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรู
โดยเปดโอกาสใหผูเรยี นมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรู รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริม
ใหผเู รียนมีวินัยในการทำงาน รายการครูจดั กิจกรรมการเรียนรูดว ยวิธีการสอนที่หลากหลาย รายการ
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนมีความรับผิดชอบรวมกัน และรายการครูจัดกิจกรรม
การเรยี นรทู ี่สงเสริมใหผ ูเรียนไดพ ฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ ตามลำดับ

ระดับหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ผลการศึกษา พบวา ผูตอบแบบสอบถาม
สวนใหญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา และดำรงตำแหนงครู ผลการศึกษา
สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา
ในภาพรวมอยูในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณาเปนรายการ พบวา รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรู
ท่ีสงเสริมใหผูเรียนมีวินัยในการทำงาน มีระดับการปฏิบัติงานมากที่สุด รองลงมา มีคาเฉล่ียเทากัน
2 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยเปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการ
เรียนรู และรายการครูสรางบรรยากาศของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดีกับ
เพื่อนในช้ันเรียน รองลงมา คือ รายการครูจัดกจิ กรรมการเรียนรูทสี่ งเสรมิ ใหผเู รียนมีความรบั ผิดชอบ
รวมกัน โดยรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริมทักษะการคดิ ขั้นสงู และกระบวนการแกปญหา
มีระดบั การปฏบิ ตั ิตำ่ สดุ

ผลการวิเคราะหขอมลู การเสนอแนะเพิ่มเติม เก่ียวกบั ปญ หา อุปสรรค ในการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning พบวา มขี อ มูลเสนอแนะ ดงั น้ี

1. บุคคล
1.1 ผูบ รหิ าร ขาดความตระหนกั ถึงความสำคญั ของการขับเคลอ่ื นนโยบายสูการปฏิบัติ

ในหองเรียน การสงเสรมิ และกระตนุ ใหครูจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
1.2 ครูผูสอน ขาดความรู ความเขาใจ ทักษะ ความสามารถ ประสบการณในการจัด

การเรียนการสอน การสื่อสาร ภาษา การพัฒนาที่ตอเน่ืองเพ่ือเพิ่มประสบการณ มีภาระงาน
หลายหนา ท่ี ท้งั งานที่ไดรบั มอบหมายตามหนา ท่แี ละกจิ กรรมของหนว ยงานภายนอก

1.3 ผูเรียน ผูเรียนมีความแตกตางกันและหลากหลาย เชน ความสามารถ พื้นฐาน
ความรู ศักยภาพและพัฒนาการของผูเรียนมีความแตกตางกัน ไมกลาแสดงออก การคิด วิเคราะห
สังเคราะห ขาดการเช่ือมโยงการเรียนรูในแตละวิชา ขาดความรับผิดชอบ ความกระตือรือรน
ความสนใจท่ีจะเรียนรู ขาดทักษะการนำเสนอ ทักษะที่จำเปน ความรวมมือนอย สถานการณโควิค
ทำใหเ กิดภาวะถดถอยทางการเรยี นรู มาเรยี นไมส ม่ำเสมอ ขาดเรียนบอ ย

136

2. วัสดอุ ปุ กรณ ขาดแคลนสื่อ วัสดุ อุปกรณ และเทคโนโลยี ท่ีเพียงพอ และทนั สมยั
3. งบประมาณ ขาดงบประมาณในการจดั ชือ้ วสั ดุอปุ กรณ งบประมาณมจี ำนวนจำกัด
4. การบริหารจัดการ การขับเคลื่อนนโยบายไมตอเน่ือง ไมตอบสนองกับสภาพ บริบท
ของสถานศึกษา และผูเรียน ขาดการกำกับ ตดิ ตามการนเิ ทศการจัดการเรยี นการสอนอยางตอ เนื่อง

ระยะที่ 2 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ พบวา โดยสวนใหญแนวทาง ความตองการ ปจจัยท่ีสงผลตอ
การดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
ข้นึ อยู

2.1 ผลการศึกษาปจจัยสูความสำเร็จ ที่สงผลตอความสำเร็จการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบดวย ทรัพยากร
ทางการบริหารตองพรอ ม คอื

1) บคุ คล คอื ผูบริหาร ครูผูสอน บคุ ลากร และผูเ รยี น
2) สือ่ วัสดุ อปุ กรณ เทคโนโลยี
3) งบประมาณ
4) การบรหิ ารจัดการ
2.2 ผลการศึกษาความตองการในการสงเสริม สนับสนุน เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการจัด
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ
1) การพัฒนาการจดั การเรียนการสอนของครู
2) งบประมาณ
3) การบรหิ ารจัดการ
2.3 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพอ่ื ขบั เคล่ือนการดำเนินงานใหบ รรลุเปา หมาย มดี งั น้ี
1) การจัดการเรียนการสอน ประกอบดวย หลักสูตร สาระการเรียนรู การออบแบบ
กระบวนการการจัดการเรียนการสอน การบรู ณาการเช่ือมโยงของการจัดการเรียนการสอน
2) นโยบาย การขบั เคลอ่ื น แนวทางการดำเนนิ งาน ทีช่ ัดเจน ตอ เนอื่ ง เปน รปู ธรรม
3) ปจจัยการบริหาร ประกอบดวย ผูบริหาร ครูผูสอน นักเรียน งบประมาณ วัสดุ
อุปกรณ การบริหารจัดการ

137

ระยะที่ 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ

กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบดวย
1. ใหความสำคญั โดยการยกระดับใหเปน วาระเรง ดว น
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคลื่อน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรมชัดเจน

เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ท้ังในภารกิจพื้นฐาน
ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพื้นที่ ท่ีสงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นที่ในระดับ
กระทรวง ระดบั จังหวดั /เขตพน้ื ท่ี และระดับสถานศึกษา

3. สง เสริมใหผูเ รยี นมสี ว นรวมในการออกแบบการเรยี นรู การลงมอื ปฏบิ ัตขิ องผเู รียน และ
รวมประเมนิ ผลการเรียนรูใหมากข้นึ อยางเปน รูปธรรม

4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปลี่ยนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู
คอยกระตุน สรางแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรูและวิธีจัดระเบียบการสรางความรูใหกับนักเรียน
เพอื่ ใหน ักเรยี นไดร ับการปูพนื้ ฐานความพรอมท้ังกาย ใจ ปญญา อยางรอบดาน

5. สรางขวัญกำลังใจใหผูปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผูปฏิบัติงานเชิงประจักษ และสนับสนุน
ใหไ ดร บั โอกาสความกา วหนาในอาชีพ

6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผลและการรายงานผลท่ีชัดเจน
อยางตอเน่ือง โดยใชดิจิทัลแพลตฟอรมใหเกิดความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอการปฏิบัติงาน
ทกุ ระดบั

อภปิ รายผลการวิจยั
1. ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยการ

วิเคราะห สังเคราะหเอกสารและงานวิจัยที่เกยี่ วของการสนทนากลุมของผูเช่ยี วชาญและเกย่ี วกบั การ
จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ท่ีเนนผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู
เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ ซ่ึงไดผลการศึกษา 3
หวั ขอ โดย พบวา

1.1 รูปแบบท่ใี ชในการจดั การเรยี นการสอนมี 8 รปู แบบ ไดแก ก า ร ส อ น แ บ บ ใ ช
คำถาม (Questioning Method) การเรียนรูโ ดยใชก ิจกรรมเปน ฐาน(Activity-Based Learning) การ
เรียนรูแบบใชเกม (Games) การเรียนรูเชงิ ประสบการณ (Experiential Learning) การเรียนรูโดยใช
ปญหาเปนฐาน (Problem Based Learning) การเรียนรูแบบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored

138

Instruction) การเรียนรูโดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-Based Learning) การเรียนรูแบบ
กรณีศึกษา (Analyze Case Studies)ซึ่งเรียงลำดับจากการนำไปใชมากไปหานอย เหตุท่ีเปนเชนนี้
อาจสืบเน่ืองมาจากการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนในคร้ังน้ีไดวิเคราะหสังเคราะหเอกสาร
และงานวิจัยท่ีเกย่ี วของท่ีดำเนนิ การในชวงตง่ั แต พ.ศ. 2553- พ.ศ.2563 ซึ่งเปนระยะเวลาหน่งึ เทาน้ัน
อีกทั้งในการศึกษาเอกสารและรายงานการวิจัยการนำไปใชอาจมีเฉพาะสวนท่ีเผยแพรและนำเสนอ
ผานระบบที่ฐานขอมูลงานวิจัยระดับชาติ และรูปแบบของการจัดการเรียนการสอนท่ีพบจาก
การศึกษาเปนขอสังเกตไดวา การจัดการเรียนการสอนในชวงระยะเวลาท่ีผานมายังจัดการเรียนการ
สอนท่ีสวนใหญยังมีรูปแบบท่ีเนนครูเปนศูนยกลางของการเรียนรู และเปนวิธีการสอนแบบใชคำถาม
(Questioning Method) มากกวาวิธีอื่น ท้ังนี้อาจสืบเนื่องจากเปนรูปแบบการสอนท่ีงายและสะดวก
สำหรับครูผูสอน เพราะผูสอนไมตองเตรียมส่ือ วัสดุ อุปกรณประกอบการจัดการเรียนการสอน
เพยี งแตใชอ งคค วามรูประสบการณจ ากวชิ าที่ทำการสอนมาตง้ั คำถาม กระตุนใหนักเรยี นเกิดความคิด
และการเรียนรูตามวัตถุประสงคท่ีต้ังไว ซึ่งสอดคลองกับแนวความคิดและงานวิจัยของ Mckinney
(2008), เยาวเรศ ภักดีจติ ร(2557) และวทิ วสั ดวงภุมเมศ และวารรี ตั น แกว อุไร (2560) ที่ไดสรุปไวว า
วธิ ีการสอนแบบใชคำถาม (Questioning Method) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรทู ่ีผูสอนตั้งคำถาม
ในลักษณะตาง ๆ ที่เปนคำถามเชิงทาทาย มุงเนนพัฒนาความคิดของผูเรียน ซึ่งเปนลักษณะคำถาม
ตามระดับชั้นของ Bloom คือ ถามความรู เปนคำถามท่ีผูเรียนสามารถตอบขอเท็จจริงได เชน ใคร
(WHO) อะไร (WHAT) เมื่อไหร (WHEN) ที่ไหน (WHERE) คำถามความเขาใจ เปนคำถามสามารถ
อธบิ ายดว ยคำพดู มกั ใชคำวา อยา งไร(HOW) ถามการนำไปใช เปน คำถามทผี่ เู รียนสามารถนำความรู
ในการแกปญหาในสถานการณใหมได ถามการวเิ คราะห เปนคำถามท่ีผเู รียนสามารถจำแนกแยกแยะ
เรือ่ งราวตาง ๆได ถามสังเคราะหเปนคำถามที่ผเู รียนใชก ระบวนการคดิ สรปุ เปน หลักการ แนวคิดใหม
ถามประเมินคา เปนคำถามท่ีผูเรียนตีคุณคาโดยใชความรูสึกนึกคิดอยา งมีเหตุผล สําหรับรูปแบบหรือ
วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรูเชิงรุกที่ครูผูสอนนํามาใชจัดการเรียนการสอน รองลงมา ไดแก การ
เรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (ActivityBased Learning) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก สํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (2562) ได นําเสนอรูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู ที่เนน
บทบาทและการมีสวนรวมของผูเรียนดวยรูปแบบ การเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-
Based Learning) ซึ่งเปนการเรียนรูท่ีเนนบทบาทและการ มีสวนรวมของผูเรียน หรือ “การเรียนรู
เชิงรุก” (Active Learning) หมายถึง นํากิจกรรมเปนท่ีตั้ง เพื่อท่ีจะฝกหรือพัฒนาผูเรียนใหเกิดการ
เรียนรูใหบรรลุวัตถุประสงคหรือเปาหมายท่ีกําหนด กิจกรรม การเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน มี
หลากหลายกิจกรรม การเลือกใชขึ้นอยูกับความเหมาะสม สอดคลองกับวัตถุประสงคของการจัด
กจิ กรรมน้ันๆ วามุงใหผูเรียนไดเรียนรูหรือพัฒนาในเรื่องใด สามารถจําแนกออกเปน 3 ประเภทหลัก
คือ (1) กิจกรรมเชิงสํารวจ เสาะหา คนควา (Exploratory) ซ่ึงเกี่ยวของกับการรวบรวม สั่งสมความรู


Click to View FlipBook Version