89
แบบเชิงรุก Active learning ในรายวิชาการพัฒนาทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย รูปแบบ
ที่นักศึกษามีความพึงพอใจมากท่ีสุด คือ รูปแบบการเรียนรูเชิงประสบการณ (Experiential
Learning) มีคาเฉลี่ย 4.58 ในระดับมากทสี่ ุด คดิ เปนรอ ยละ 91.60 และการจัดการเรยี นรแู บบเชิงรุก
Active learning ท่ีนักศึกษามีความพึงพอใจนอยท่ีสุด คือ รูปแบบการเรียนรูโดยการสืบคน
(Inquiry-Based Learning) มีคาเฉล่ีย 4.41 ในระดับมาก คิดเปนรอยละ 84.20 และประเด็นที่
นักศึกษาแสดงขอคิดเห็นมากท่ีสุด คือ นักศึกษาไดจัดทำโครงการบริการวิชาการในสถานศึกษา
และชุมชน การจัดประสบการณในสถานศึกษาเปนการสรางประสบการณการเรียนรูที่ดี เรียนรูจาก
การปฏิบัติจริง สงเสริมความกลาแสดงออกและไดแกปญหาเฉพาะหนาไดอยางแทจริง มีคาความถ่ี
44 คน คิดเปนรอยละ 81.67 การเรียนรูนอกหองเรียนในสถานศึกษา และชุมชนเปนการสราง
ประสบการณท่ีมีคณุ คาตอการเรียนรแู ละการนำไปใชในวชิ าชพี ครูไดจริง มีคาความถี่ 48 คน คิดเปน
รอยละ 80.00 และการจัดทำโครงการบริการวิชาการในสถานศึกษาและชุมชน เปนกิจกรรมที่ดี
ฝกกระบวนการทำงานท่ีเปนระบบ เปนขั้นตอน มีการวางแผน การทำงานเปนทีมท่ีเขมแข็งและ
การแกปญ หาเฉพาะหนามคี า ความถ่ี 42 คน คดิ เปน รอ ยละ 70.00
กานต อัมพานนท (2561) ทำการวิจัยเร่ือง การพัฒนารูปแบบการเรียนรูเชิงรุก
ที่สงเสริมทักษะการคิดวิชาความเปนครู สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏ
เพชรบูรณ โดยมีวัตถุประสงค เพ่ือศึกษา สราง ทดลอง และประเมินการใชรูปแบบการเรียนรูเชิงรุก
ท่ีสงเสริมทักษะ การคิด วิชาความเปนครูสำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏ
เพชรบูรณ ผลการวิจัย พบวา (1) การศึกษารูปแบบการเรียนรูเชิงรุกท่ีสงเสริมทักษะการคิด วิชา
ความเปนครูสำหรับนักศึกษา คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ จากการวิเคราะห
เอกสารและการสัมภาษณผูทรงคุณวุฒิ ในระดับอุดมศึกษา ผูทรงคุณวุฒิดานการสอนวิชา
ความเปนครู กลุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ 8 แหง และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ
กลุมภาคเหนือ พบวา ไดแนวทางในการรางรูปแบบการเรียนรูเชิงรุกท่ีสงเสริมทักษะการคิด
ประกอบดวย 3 ข้ันตอน คือ ข้ันตอนกอนการสอน ข้ันตอนการสอน และข้ันตอน หลังการสอน
(2) การสรางและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการเรียนรูเชิงรุกที่สงเสริมทักษะการคิด วิชา
ความเปนครูสำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ พบวา มี 5 ขั้นตอน
เรียกวา POSSE Model ประกอบดวย 1) ข้ันตอนการเตรียมความพรอม และทบทวนความรูเดิม
(Preparing and reviewing pre-existing knowledge : P) คือ ผูสอนควรจัดกิจกรรมเพื่อกระตุน
สมองกอ นการเรียนรู และทบทวนความรูเดมิ เพือ่ นำไปสูการเชอื่ มโยงความรูใหมด ว ยกระบวนการคิด
ของตนเอง 2) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมกระบวนการทางปญญา (Organizing Cognitive activities : O)
คือ ผูสอนควรออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรูเชิงรุกที่หลากหลาย ทาทาย ฝกทักษะ
ในสถานการณจำลองที่กำหนดให และเหมาะสมกับเนื้อหา เนนทักษะการลงมือปฏิบัติ เพื่อใหผูเรียน
90
เกิดประสบการณตรง 3) ขั้นตอนการศึกษารวบรวมขอมูล และการใชแหลงเรียนรูท่ีหลากหลาย
(Studying and collecting the data with diverse learning resources : S) คือ ผูสอนควรให
ผูเรียนไดสืบคนและรวบรวมขอมูล เพิ่มเติมจากแหลงเรียนรูท่ีหลากหลาย และนำความรูมาใช
วิเคราะหหาขอสรุป เพ่ือสงเสริมกระบวนการ แสวงหาความรูดวยตนเอง 4) ข้ันตอนการสรุป
องคความรู (Summarizing the body of knowledge : S) คือ ผูสอนควรสงเสริมการคิด
ดวยผังความคิด เพื่อใหผูเรียนสามารถแยกประเด็นยอย ๆ ได และสรุปองคความรูไดชัดเจน
5) ขั้นตอนการประเมินผลงาน (Evaluating works : E) คือ ผูสอนควรประเมินผลการเรียนรู
ประเมินทักษะ และประเมินช้ินงานของผูเรียน ซ่ึงผลการตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ พบวา มีคณุ ภาพ
โดยรวมอยูในระดับมากท่ีสุด และในทุกองคประกอบยอยในคูมือการจัดการเรียนการสอน ไดแก
หลักการ วัตถุประสงค เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนรู ส่ือและแหลงการเรียนรู และการวัด
และประเมินผล ผลที่ไดจ ากรปู แบบมีคา เฉล่ียอยูใ นระดับมากที่สุดทุกองคป ระกอบ (3) การทดลองใช
รูปแบบการเรียนรูเชิงรุกที่สงเสริมทักษะการคิดวิชาความเปนครู สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ กับนักศึกษาที่เปนกลุมตัวอยาง พบวา นักศึกษาคณะครุศาสตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ มีทักษะการคิดหลังสูงกวากอนการจัดการเรียนรูตามรูปแบบอยางมี
นยั สำคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 โดยมคี ะแนนเฉลีย่ กอ นและหลังการจดั การเรียนรูตามรูปแบบมคี าเฉลย่ี
เทา กบั 26.57 และ 33.83 คะแนน ตามลำดับ
ยุ ภ าลั ย ม ะ ลิ ซ อ น แ ล ะ ก า ญ จ น เรือ งม น ต รี (2 5 6 3 ) ท ำก า รวิ จั ย เรื่ อ ง
การพฒั นาสมรรถนะครดู า นการจดั การเรยี นรเู ชงิ รุกในสถานศกึ ษา สงั กัดสำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา
ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 โดยมีวัตถุประสงค เพ่ือ (1) ศึกษาสภาพปจจุบัน และสภาพ
ท่ีพึงประสงคของการจัดการเรียนรูเชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 และ (2) พัฒนาสมรรถนะครูดานการจัดการเรียนรูเชิงรุก
ในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ผลการวิจัย
พบวา (1) สภาพปจจุบันของการจัดการเรียนรูเชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 โดยรวมอยูในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเปนรายดาน
พบวาอยูในระดับปานกลางทุกดาน ซ่ึงดานท่ีมีคาเฉลี่ยสูงสุด คือ การวัดและประเมินผลการเรียนรู
ตามสภาพจริง สวนสภาพที่พึงประสงคของการจัดการเรียนรูเชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณา
เปนรายดา น พบวาอยใู นระดบั มากทส่ี ุดทกุ ดาน ซ่ึงดานทมี่ ีคาเฉลีย่ สูงสุด คือ การออกแบบการเรยี นรู
(2) การพัฒนาสมรรถนะครูดานการจัดการเรียนรูเชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ดำเนินการ 2 วงรอบดังน้ี วงรอบที่ 1 โดยใชกลยุทธ
ในการพัฒนาสมรรถนะครู คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศภายใน พบวา กลุมเปาหมาย
91
สามารถจัดการเรียนรูเชิงรุกตามที่กำหนดไวในแผนการจัดการเรียนรู สรุปโดยรวมมีการปฏิบัติอยูใน
ระดับมาก ถาพิจารณารายขอพบวา กลุมเปาหมายสามารถจัดการเรียนรูเชิงรุกอยูในระดับมากท่ีสุด
2 รายการ และมีการจัดการเรียนรูเชิงรกุ อยูในระดับมาก 4 รายการ รายการท่ีมีคาเฉล่ียสรปุ โดยรวม
มากที่สุด คือ ผูสอนกำหนดวัตถุประสงคและเปาหมายในการเรียนรู และรายการที่มีคาเฉลี่ยสรุป
โดยรวมนอยที่สุด คือ ผูสอนจัดการเรียนรูที่เปดโอกาสใหผูเรียนไดวิเคราะหวิจารณและอภิปราย
อยางกวางขวาง และวงรอบที่ 2 โดยใชกลยุทธในการพัฒนาสมรรถนะครู คือ การนิเทศแบบพ่ีเล้ียง
พบวา ครูเปาหมายสามารถจัดการเรียนรูเชิงรุกตามที่กำหนดไวในแผนการจัดการเรียนรู โดยรวม
เฉล่ียมีการปฏิบัติอยูในระดับมาก ถาพิจารณารายขอพบวา ครูเปาหมายสามารถจัดการเรียนรเู ชิงรุก
อยูใ นระดับมากทส่ี ุด 5 รายการ และมีการจดั การเรียนรูเ ชิงรกุ อยใู นระดับมาก 5 รายการ รายการทมี่ ี
คาเฉลยี่ สรุปโดยรวมมากทีส่ ุด คอื ผสู อนกำหนดวตั ถุประสงคและเปาหมายในการเรยี นรู และรายการ
ที่มีคาเฉลี่ยสรุปโดยรวมนอยท่ีสุด คือ ผูสอนจัดการเรียนรูท่ีเนนใหผูเรียนเกิดทักษะการคิดข้ันสูง
และคดิ แกปญ หา
92
บทท่ี 3
วิธดี ำเนินการวจิ ยั
การศึกษา เรื่อง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เปนการดำเนินงานในลักษณะของการวิจัยและพัฒนา
(Research and Development) มีขั้นตอนในการดำเนนิ การวจิ ยั 3 ระยะ ดงั น้ี
ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดวย 3 ขน้ั ตอนยอย ดงั นี้
ข้นั ตอนท่ี 1.1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการวเิ คราะหเอกสาร
ขนั้ ตอนที่ 1.2 ศึกษาสภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสนทนากลุม
ข้นั ตอนที่ 1.3 ศึกษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการสอบถาม
ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ประกอบดว ย 1 ข้ันตอนยอย ดงั นี้
ศึกษาสภาพการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสัมภาษณ
ระยะท่ี 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประกอบดวย 1 ข้นั ตอนยอ ย ดังนี้
จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยผูว ิจัย
93
ขนั้ ตอนการวิจัย ผลลพั ธท เ่ี กดิ ข้นึ
ระยะท่ี 1 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา
สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ
1.1 ศึกษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ สภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศกึ ษา Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการวิเคราะหเ อกสาร สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1.2 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสนทนากลุม
1.3 ศึกษาสภาพการจดั การเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศกึ ษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสอบถาม
ระยะท่ี 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
ศกึ ษาแนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบาย แนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบาย
การจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning การจดั การเรียนการสอนแบบ Active
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสัมภาษณ Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
ระยะที่ 3 จดั ทำขอเสนอแนะเชงิ นโยบายการดำเนนิ การจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ
จดั ทำขอ เสนอแนะเชงิ นโยบายการดำเนนิ การ ขอ เสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนนิ การ
จัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning จดั การเรยี นการสอนแบบ Active
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยผูวจิ ยั Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ภาพท่ี 18 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจยั
94
ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ ผูวิจยั ไดก ำหนดขัน้ ตอนในการดำเนนิ การ 3 ขัน้ ตอนยอ ย ดังนี้
1.1 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการวิเคราะหเ อกสาร มขี อบเขตการศกึ ษา ดงั นี้
1.1.1 แหลง ขอ มูล
1) เอกสาร งานวิจัย คูมือการปฏิบัติงานท่ีเกี่ยวของกับการดำเนินงาน
ตามนโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
2) นโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
3) คูมือ แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
ท่ีมุงเนนใหผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลักและการพัฒนา
ตนเองตามความถนัดและความสนใจ Active Learning สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
1.1.2 เครื่องมอื ทีใ่ ชใ นการเก็บรวบรวมขอ มลู
เคร่ืองมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูล เปนแบบบันทึกสภาพการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร มีทัง้ หมด 3 ประเดน็ ดังน้ี
ประเด็นที่ 1 รูปแบบท่ีใชในการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ประเดน็ ท่ี 2 สภาพการดำเนินการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
ประเด็นท่ี 3 ปจจัยท่ีสงผลตอความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning
การสรา งและหาคุณภาพเครอ่ื งมือ
แบบบันทึกสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ มขี ้นั ตอนการสรางและการหาคุณภาพเคร่อื งมือ ดงั นี้
1) ศึกษาเอกสารแบบบันทึกสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning และหลักการสรางแบบบันทึกขอมูล
2) ออกแบบบันทึกสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
3) ตรวจสอบความตรงเชงิ เน้อื หาของแบบบันทกึ สภาพการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยผูเช่ียวชาญ จำนวน 5 คน
(รายชื่อผูเ ช่ียวชาญ ดังภาคผนวก) แลวนำมาวิเคราะหห าคาดัชนีความสอดคลองระหวางประเดน็ แบบ
บันทึกกับนิยามศัพท (IOC : Index of item Objective Congruence) และพิจารณาเลือกประเด็น
95
บันทกึ ท่ีมคี า IOC ตงั้ แต 0.50 ขึ้นไป พบวา ประเด็นบนั ทกึ ใชไ ดทุกประเด็น โดยมีคา IOC ต้ังแต 0.80
– 1.00 (รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC อยใู นภาคผนวก)
สูตรการหาคา IOC มดี งั นี้ (ศิริชยั พงษวชิ ยั ม, 2554)
IOC= ΣR
Ν
เม่อื IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลองระหวา งประเด็นแบบบนั ทกึ กับนิยามศัพท
ΣR แทน คะแนนรวมท่ผี ูเ ชยี่ วชาญทกุ คนให
Ν แทน จำนวนผเู ชยี่ วชาญ
คะแนนพจิ ารณาของผเู ช่ยี วชาญ กำหนดเปน +1 หรอื 0 หรอื -1 ดังน้ี
+1 หมายถงึ แนใ จวาประเดน็ แบบบันทกึ มคี วามสอดคลอ ง
กับนิยามศัพท
0 หมายถงึ ไมแนใจวา ประเดน็ แบบบนั ทกึ มีความสอดคลอ ง
กบั นิยามศัพท
-1 หมายถึง แนใ จวา ประเด็นแบบบนั ทกึ ไมม คี วามสอดคลอง
กับนิยามศัพท
4) ปรับปรุงแบบบันทกึ สภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธกิ าร ตามขอเสนอแนะของผเู ชย่ี วชาญ
1.1.3 การเกบ็ รวบรวมขอมลู
ผวู ิจัยดำเนินการศึกษาขอ มลู จากหนังสือ ตำรา เอกสาร งานวจิ ัยทเ่ี กยี่ วของ
กบั การดำเนินงานการจดั การเรียนการสอนที่มุงเนนใหผเู รียนทกุ ระดบั มีสว นรวมสรางสรรคการเรยี นรู
เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลักและการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ (Active Learning)
ผูมีสวนเก่ียวของในการดำเนินงานแลวนำมาบันทึกลงในแบบบันทึกที่ไดกำหนดไว รวมทั้งตรวจสอบ
ความถูกตองของขอมลู กอนนำไปวิเคราะหขอ มูลตอ ไป ผศู ึกษาดำเนินการเดอื นมนี าคม 2565
1.1.4 การวเิ คราะหขอ มูล
การวิเคราะหขอมูล จำแนก จัดกลุม และสรุป การดำเนินการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning โดยการวิเคราะหเ นอ้ื หา (Content Analysis)
1.2 ศกึ ษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ โดยการสนทนากลมุ (Focus group)
1.2.1 กลุมผใู หข อ มลู
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูทรงคุณวุฒิ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงาน
การศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 คน
โดยการสนทนากลุม (Focus group)
96
1.2.2 เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ นการเก็บรวบรวมขอ มลู
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล คือ แบบบันทึกการสนทนากลุม
เกี่ยวกับสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ
การสรา งและหาคุณภาพเคร่ืองมือ
แบบบันทึกการสนทนากลุม ผูศึกษาไดดำเนินการสรางและหาคุณภาพ
เครอื่ งมือ ตามลำดับดังน้ี
1) จดั ทำรา งเปน ประเดน็ การสนทนากลุม แบบบนั ทกึ การสนทนากลมุ
2) นำรายการประเด็นการสนทนากลุม แบบบันทึกการสนทนากลุม
เสนอผูเ ชยี่ วชาญ 5 คน เพือ่ ตรวจสอบความตรงของเน้ือหาและภาษา
3) ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาประเด็นการสนทนากลุม แบบบันทึก
การสนทนากลุมสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัด
กระทรวงศึกษาธิการ โดยผูเช่ียวชาญ จำนวน 5 คน (รายช่ือผูเชี่ยวชาญ ดังภาคผนวก)
แลวนำมาวิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางประเด็นการสนทนากลุมกับนิยามศัพท (IOC :
Index of item Objective Congruence) และพิจารณาเลือกประเด็นการสนทนากลุมที่มีคา IOC
ตั้งแต 0.50 ขน้ึ ไป พบวา ประเดน็ การสนทนากลมุ ใชไดทุกประเดน็ โดยมีคา IOC ตงั้ แต 0.80 – 1.00
(รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC อยูในภาคผนวก )
4) ปรับปรุงประเด็นการสนทนากลุมและแบบบันทึกการสนทนาสภาพ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ตามขอเสนอแนะของผเู ชยี่ วชาญ
5) ปรับปรุงและจัดทำประเด็นการสนทนาและแบบบันทึกการสนทนากลุม
ฉบบั สมบรู ณแ ลวจงึ นำไปเกบ็ รวบรวมขอ มลู
1.2.3 การเก็บรวบรวมขอมลู
ผศู ึกษาดำเนนิ การเก็บรวบรวมขอ มลู ดงั น้ี
1) ประสาน นัดหมาย ผูทรงคุณวุฒิ ทั้ง 11 ทาน เพ่ือกำหนด วัน เวลา
วธิ กี ารสนทนากลุม
2) ดำเนินการสนทนากลุม (Focus Group) เก่ียวกับสภาพการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ผานระบบ
เครือขายอิเล็กทรอนิกส Zoom meeting เม่ือวันท่ี 23 พฤษภาคม 2565 ณ หองประชุมโรงแรม
คันทรรี ีสอรท โฮเทล จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
97
1.2.4 การวเิ คราะหขอ มูล
วิเคราะหขอมูลโดยการ สังเคราะห สรุปประเด็นจากการสนทนากลุม
ผูทรงคุณวุฒิ ท่ีมีประสบการณในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยการวิเคราะห
เนื้อหา (Content Analysis) และนำเสนอโดยการบรรยาย
1.3 ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสอบถาม
1.3.1 ประชากร
ประชากร คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
กลุมตัวอยาง คือ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
สถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 3,137 คน ขนาดของกลุมตัวอยาง
โดยใชเกณฑต ามตาราง Krejcie and Morgan (1970) และไดมาดวยการสุมแบบแบงช้ัน (Stratified
random sampling)
1.3.2 เครอื่ งมอื ทีใ่ ชในการเกบ็ รวบรวมขอมลู
เครื่องมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูล เปนแบบสอบถาม ซึ่งมีทั้งหมด
3 ตอน ดังนี้
ตอนท่ี 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม เปนแบบสำรวจรายการ
(Check list) จำนวน 3 ขอ
ตอนที่ 2 สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning จำนวน
20 ขอ เปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) มีลักษณะเปนมาตราสวนประมาณคา
5 ระดับ
5 หมายถงึ รายการนั้นมกี ารปฏิบตั ิมากทสี่ ดุ
4 หมายถึง รายการนั้นมีการปฏบิ ัติมาก
3 หมายถึง รายการน้ันมีการปฏบิ ตั ปิ านกลาง
2 หมายถงึ รายการนนั้ มีการปฏบิ ัตินอ ย
1 หมายถึง รายการนั้นมีการปฏบิ ัตินอยทส่ี ดุ
ตอนท่ี 3 ขอเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ลักษณะขอคำถามปลายเปด
98
การสรา งและหาคณุ ภาพของเคร่ืองมอื
1) ศึกษา วิเคราะหลักษณะของขอมูลที่ตองการ โดยวิเคราะหจาก
วัตถุประสงคในการวิจัย กำหนดโครงสรางเนื้อหาของแบบสอบถาม ใหครอบคลุมเนื้อหาสาระ
ขอบเขตท่เี กี่ยวกบั การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2) สรางแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ที่มุงเนนใหผเู รียนทุกระดับมีสวนรว มสรางสรรคก ารเรียนรู เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และ
การพฒั นาตนเองตามความถนดั และความสนใจ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
3) นำแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ท่ีสรางข้ึนเสนอตอผูเชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เพ่ือประเมินความตรงเชิงเน้ือหา (Content Validity)
ดานความสอดคลอ ง ความครอบคลุม และความครบถวนของรายการในส่งิ ทีต่ อ งการวดั
4) นำผลการประเมินความตรงเชิงเนื้อหาของแบบสอบถามสภาพการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning มาวิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอคำถาม
กับนิยามศัพท (IOC : Index of item Objective Congruence) และพจิ ารณาเลือกขอคำถามท่ีมคี า
IOC ต้ังแต 0.50 ข้ึนไป พบวา ขอคำถามทุกขอคำถามใชได โดยมีคา IOC ตั้งแต 0.80 – 1.00
(รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC อยใู นภาคผนวก)
5) ปรับปรุงแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามขอ เสนอแนะของผเู ชย่ี วชาญ
6) ทดลองใชแบบสอบถามกับกลุมที่คลายกลุมตัวอยางจากสำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม จำนวน 15 คน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม
เขต 2 จำนวน 15 คน รวมทง้ั สนิ้ จำนวน 30 คน เพื่อหาคา ความเทีย่ งของแบบสอบถาม
7) หาคาความเที่ยง (Reliability) ของแบบสอบถามพบวาแบบสอบถาม
ไดคาความเท่ียงภาพรวมท้ังฉบับ 0.89 (รายละเอียดของผลการหาคาความเท่ียง (Reliability)
อยใู นภาคผนวก ค)
สูตร สัมประสิทธิแ์ อลฟาของครอนบาค (Cronbach’s alpha) (พิชิต ฤทธิ์จรญู , 2556)
α = n 1 - ∑ S2
n- 1 i
S2
t
α หมายถงึ สมั ประสิทธคิ์ วามเที่ยง
n หมายถงึ จำนวนขอ คำถาม
∑ S2 หมายถึง ผลรวมความแปรปรวนในแตละขอ
i
S2 หมายถงึ ความแปรปรวนของคะแนนรวมทัง้ ฉบับ
t
99
8) ปรับปรุงแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ตามขอเสนอแนะของผูเช่ียวชาญ และจัดพิมพแบบสอบถามฉบับจริง เพื่อนำไปใช
เกบ็ รวบรวมขอ มลู
1.3.3 การเกบ็ รวบรวมขอมลู
ผวู ิจัยดำเนนิ การจดั เกบ็ รวบรวมขอ มลู ดงั นี้
1) จัดทำหนังสือราชการขอความรวมมือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
ทุกจังหวัด จัดเก็บขอมูลตามหนังสือสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ 0207/2399 ลงวันท่ี
30 มถิ ุนายน 2565
2) ศึกษาขอมูลจากแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning
1.3.4 การวเิ คราะหข อมลู
1) วิเคราะหขอมูลที่ไดจากแบบสอบถามขอมูลทั่วไปของผูใหขอมูล โดยใช
ความถ่ี (Frequency) และรอ ยละ (Percentage) โดยใชสตู รตอไปน้ี
เมอ่ื แทน รอยละ
แทน จำนวนของสง่ิ ท่ตี องการเปรยี บเทยี บ
แทน จำนวนเตม็ ของสิ่งท่ีตองการเปรยี บเทียบ
2) วิเคราะหขอมูลท่ีไดจากแบบสอบถามสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยคำนวณคาเฉลี่ย (Mean : X )
จากสตู ร ดังน้ี
X=
เม่ือ X แทน คา เฉล่ยี
แทน ผลรวมของคะแนนทง้ั หมด
แทน จำนวนคะแนนในกลมุ
ซง่ึ มีเกณฑใ นการแปลความหมายของคาเฉลย่ี ท่ีคำนวณได 5 ระดบั ดังนี้
4.50 – 5.00 แปลความวา รายการนัน้ มกี ารปฏิบตั ิอยใู นระดับมากที่สุด
3.50 – 4.49 แปลความวา รายการนนั้ มกี ารปฏิบตั ิอยูในระดบั มาก
2.50 – 3.49 แปลความวา รายการนน้ั การปฏบิ ตั ิอยูใ นระดับกลาง
100
1.50 – 2.49 แปลความวา รายการนน้ั มกี ารปฏิบตั อิ ยใู นระดบั นอ ย
1.00 – 1.49 แปลความวา รายการนนั้ มกี ารปฏบิ ัติอยใู นระดบั นอ ยท่ีสดุ
คา สว นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D.) จากสตู ร ดังน้ี
=
เม่ือ แทน สวนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
แทน คะแนนแตละตวั
แทน จำนวนคะแนนในกลมุ
∑ แทน ผลรวม
ระยะท่ี 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
การศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ผูวิจัยกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน ดังน้ี
2.1. กลมุ ผใู หข อมลู
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูบริหารสถานศึกษา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ท่ีปฏิบัติงานเกี่ยวของกับดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แยกเปน 6 ภูมิภาค จำนวน 72 คน โดยเลือก
แบบเจาะจง (Purposive Sampling)
2.2 เคร่อื งมือทีใ่ ชใ นการเกบ็ รวบรวมขอ มลู
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลครั้งน้ี คือ แบบสัมภาษณแบบก่ึงโครงสราง
(Semi-Structured Interview) เปนแบบบันทึกการสัมภาษณแนวทางการดำเนินงานตามนโยบาย
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีประเด็นการเก็บ
รวบรวมขอมูลการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ประกอบดว ย
1) ปจจยั สูความสำเร็จ ท่ีสงผลตอความสำเร็จจดั การเรียนการสอน Active Learning
ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
2) ความตองการในการสงเสริม สนับสนุน เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
3) แนวทางการดำเนินการการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร เพอ่ื ขับเคล่อื นดำเนินงานใหบ รรลเุ ปาหมาย
101
4) ขอเสนอแนะการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
การสรา งและการหาคุณภาพของเครอื่ งมือทใ่ี ชใ นการวิจัย
1) ศึกษาวิเคราะหลักษณะของขอมูลท่ีตองการ โดยวิเคราะหจากวัตถุประสงค
ในการศึกษา การดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning และ
หลักการสรางแบบบันทกึ การสัมภาษณ โดยใชล ักษณะเปนแบบสมั ภาษณแบบก่งึ โครงสรา ง
2) ออกแบบ แบบบันทึกการสัมภาษณแนวทางการดำเนินการการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
3) ตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหาของแบบบันทกึ การสมั ภาษณแนวทางการดำเนินการ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยผูเชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน (รายชื่อผูเชี่ยวชาญ
ดังภาคผนวก) แลวนำมาวิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางประเด็นการสัมภาษณกับ
นิ ยามศัพ ท (IOC : Index of item Objective Congruence) แล ะพิ จารณ าเลื อ ก ป ระเด็ น
การสัมภาษณท่ีมีคา IOC ตั้งแต 0.50 ขึ้นไป พบวา ประเด็นการสัมภาษณใชไดทุกประเด็น โดยมีคา
IOC ตัง้ แต 0.80 – 1.00 (รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC ในภาคผนวก)
4) ปรับปรุงแบบบันทึกการสัมภาษณแนวทางการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning จดั พมิ พแบบสัมภาษณฉ บบั จรงิ เพ่อื เตรียมนำไปใชต อไป
2.3 การเกบ็ รวบรวมขอ มูล
ผวู จิ ัยดำเนินการเกบ็ รวบรวมขอ มูลในขัน้ ตอนน้ี ดังน้ี
1) ดำเนินการสัมภาษณผูปฏิบัติงานจริง ตามลำดับกรอบคิดและประเด็นขอคำถาม
การสัมภาษณผูป ฏิบตั งิ านจริง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2565
2) วิเคราะหตีความขอมูลทีไ่ ดจากการสัมภาษณก ลุมผใู หข อมูล
2.4 การวเิ คราะหข อมลู
วิเคราะหข อมลู โดยยการวิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis) แนวทางการดำเนินการ
จดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning และนำเสนอโดยการบรรยาย
102
ระยะท่ี 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
การจัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสนทนากลุม
3.1 แหลงขอ มูล / กลมุ ผใู หขอมูล
แหลง ขอมลู คือ ขอมูลความคดิ เห็นเกย่ี วกับการดำเนนิ การจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ที่ มุ ง เน น ใ ห ผู เรี ย น ทุ ก ร ะ ดั บ มี ส ว น ร ว ม ส ร า ง ส ร ร ค ก า ร เรี ย น รู
เพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดความสนใจของกระทรวงศึกษาธิการ
และผลการศึกษาในระยะท่ี 1 และระยะท่ี 2
กลุมผูใหขอมูล คือ ผูทรงคุณวุฒิ ผูบริหารการศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 11 คน
โดยการสนทนากลุม (Focus group)
3.2 เครอ่ื งมือที่ใชใ นการเก็บรวบรวมขอ มลู
เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล คือ แบบบันทึกการสนทนากลุม
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
กระทรวงศึกษาธิการ
การสรางและหาคุณภาพเคร่อื งมือ
แบบบันทึกการสนทนากลุม ผูศึกษาไดดำเนินการสรางและหาคุณภาพเครื่องมือ
ตามลำดบั ดังนี้
1) จัดทำรางเปน ประเด็นการสนทนากลมุ แบบบนั ทกึ การสนทนากลมุ
2) น ำราย ก ารป ระเด็ น ก ารส น ท น าก ลุ ม แ บ บ บั น ทึ ก ก ารส น ท น าก ลุ ม
เสนอผูเ ช่ยี วชาญ 5 คน เพือ่ ตรวจสอบความตรงของเนอ้ื หาและภาษา
3) ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาประเด็นการสนท นากลุม แบบบันทึ ก
การสนทนากลุมขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยผูเช่ียวชาญ จำนวน 5 คน (รายช่ือผูเชี่ยวชาญ ดัง
ภาคผนวก) แลวนำมาวิเคราะหหาคาดัชนีความสอดคลองระหวางประเด็นการสนทนากลุมกับนิยาม
ศัพท (IOC : Index of item Objective Congruence) และพิจารณาเลือกประเด็นการสนทนากลุม
ท่ีมีคา IOC ตั้งแต 0.50 ขึ้นไป พบวา ประเด็นการสนทนากลุมใชไดทุกประเด็น โดยมีคา IOC ตั้งแต
0.80 – 1.00 (รายละเอยี ดของผลการหาคา IOC อยูใ นภาคผนวก )
103
4) ปรับปรุงประเด็นการสนทนากลุมและแบบบันทึกการสนทนา
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
กระทรวงศึกษาธกิ าร ตามขอ เสนอแนะของผูเชีย่ วชาญ
5) ปรับปรุงและจัดทำประเด็นการสนทนาและแบบบันทึกการสนทนากลุม
ฉบบั สมบูรณแลว จึงนำไปเก็บรวบรวมขอมลู
3.3 การเก็บรวบรวมขอมูล
ผศู กึ ษาดำเนินการเก็บรวบรวมขอมลู ดังนี้
1) ประสาน นัดหมาย ผทู รงคุณวฒุ ิ ทงั้ 11 ทา น เพอ่ื กำหนด วนั เวลาการสนทนากลมุ
2) ดำเนินการสนทนากลุม (Focus Group) ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการ
จดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เมือ่ วนั ที่ 20 กันยายน 2565
ณ หองประชุมโรงเรียนโพธ์ิทองจินดามณี อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอางทอง และผานระบบเครือขาย
อิเลก็ ทรอนกิ ส Zoom meeting
3.4 การวิเคราะหข อมลู
วิเคราะหขอมลู โดยการ สังเคราะห สรปุ ประเด็นจากการสนทนากลุม ผูทรงคุณวุฒิ ที่มี
ประสบการณในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยการวิเคราะหเ น้ือหา (Content
Analysis) และนำเสนอโดยการบรรยาย
104
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข อมลู
การศึกษา เรื่อง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เปนการดำเนินงานในลักษณะของการวิจัยและพัฒนา
(Research and Development) มีผลการดำเนินการวิจัย 3 ระยะ มีรายละเอียด ดงั นี้
ระยะท่ี 1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบดวย 3 ขัน้ ตอนยอย ดังนี้
ข้ันตอนที่ 1.1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการวิเคราะหเอกสาร
ขั้นตอนที่ 1.2 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสนทนากลมุ
ขั้นตอนที่ 1.3 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ โดยการสอบถาม
ระยะที่ 2 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
ผลการศกึ ษาแนวทางการดำเนนิ งานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการสัมภาษณ
ระยะท่ี 3 ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสนทนากลมุ
105
ระยะที่ 1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ
1.1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร โดยการวเิ คราะหเ อกสาร
ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning โดยการวิเคราะห
สังเคราะหเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
สรุปไดดงั นี้
1) รปู แบบท่ีใชใ นการจัดการเรียนการสอน เรยี งตามอันดับการใชจ ากมากไปนอ ย ดงั นี้
1.1) การสอนแบบใชคำถาม (Questioning Method)
1.2) การเรียนรูโดยใชก จิ กรรมเปน ฐาน (Activity-Based Learning)
1.3) การเรียนรูแบบใชเกม (Games)
1.4) การเรยี นรเู ชงิ ประสบการณ (Experiential Learning)
1.5) การเรียนรโู ดยใชปญ หาเปน ฐาน (Problem Based Learning)
1.6) การเรยี นรูแบบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored Instruction)
1.7) การเรียนรูโดยใชโครงงานเปน ฐาน (Project-Based Learning)
1.8) การเรยี นรแู บบกรณศี กึ ษา (Analyze Case Studies)
2) สภาพการดำเนนิ การจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
2.1) ผูบริหาร เปนบุคคลสำคัญในการสนับสนุน ควรกำหนดเปนนโยบาย
ในการขับเคล่ือนในสถานศึกษา สงเสริมสนับสนุนและเสริมแรงจูงใจ สังเกตกระบวนการเรียนรูอยาง
ตอ เนอ่ื ง รวมท้ังสง เสรมิ ชุมชนแหงการเรยี นรทู างวิชาชีพ PLC
2.2) ครูผูสอน ควรใชคำถามเพ่ือกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรู ไมนำความคิด
ของตนเองเขาไปในการจัดการเรียนรู เปดโอกาสใหผูเรียนคิดนอกกรอบ สงเสริม พัฒนาใหผูเรียน
สามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถตอยอดและนำไปใชในชีวิตประจำวัน ดวยทักษะ
วิธกี ารจัดการเรยี นรทู ี่หลากหลาย ใชส ่อื อุปกรณท ่ีทันสมยั นาเรยี นรู ดงึ ดูความสนใจของผเู รียน
2.3) ผูเรียน การจัดการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมกับวัย สภาพ บริบท ความพรอม
ทกั ษะ สมรรถนะ ความกระตือรือรนใสใจตอการเรียนรขู องผูเรยี น
2.4) ส่ือ วัสดุ อุปกรณ ท่ีทันสมัย เพียงพอ เหมาะสม สรางความสนใจในการเรียนรู
ของผเู รียน
2.5) งบประมาณท่ีสามารถสนับสนุนจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา
106
3) ปจจยั ที่สงผลตอ ความสำเรจ็ ในการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
3.1) บทบาทของครู เปลี่ยนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวย
ความสะดวก และชว ยเหลือผเู รยี น
3.2) สมรรถนะของครู ประกอบดวย 2 สมรรถนะหลัก ไดแก 1) สมรรถนะหลัก
(Core Competency) ประกอบดวยสมรรถะ 4 ดา น คือ การมงุ ผลสมั ฤทธ์ิ การบรกิ ารท่ดี ี การพัฒนา
ตนเอง และการทำงานเปนทีม 2) สมรรถนะประจำสายงาน (Functional Competency)
ประกอบดวยสมรรถนะ 5 ดาน คือ การจัดการเรียนรู การพัฒนาผูเรียน การบริหารจัดการชั้นเรียน
และการวิเคราะห สังเคราะหแ ละการวจิ ยั รูปแบบการเรียนรู ครูควรมีการเลือกรูปแบบการเรียนรู
ท่ีเหมาะสมกับเน้ือหาและธรรมชาติวิชา เนนใหผูเรียนไดเรียนรูดวยการลงมือปฏิบัติ เปนกิจกรรม
ท่ชี วยพัฒนาผเู รยี นใหเ กดิ 3R8C ซงึ่ เปนทกั ษะทพ่ี งึ มีในศตวรรษท่ี 21
1.2 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยการสนทนากลุม
ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสนทนากลุม พบวา สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศึกษาธกิ าร มดี งั นี้
1) บุคคล
1.1) ผูบริหาร ขาดความตระหนัก การใหความสำคัญ การสงเสริมและสนับสนุน
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ภาวะผูนำทางวิชาการ (Instructional Leadership)
มีการเปล่ียนแปลงโยกยายสถานศกึ ษาบอย
1.2) ครูผูสอน ขาดความรู ความเขาใจ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ใชรูปแบบการสอนแบบเดิม ไมมีเวลาในการจัด
การเรียนการสอนเน่ืองจากไดรับมอบหมายใหรับผิดชอบกิจกรรมอื่น ๆ เชน งานยาเสพติด
งานอนามยั งานแนะแนว
1.3) ผูเรียน ขาดทักษะการคิดวิเคราะห การจัดการเรียนการสอนของครู
ไมเนนใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ ผูเรียนไมมีสวนรวมในการเรียนรู ไมสามารถประยุกตใชความรู
ในการแกไขปญ หาได รวมทง้ั ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู
2) วัสดุ สอ่ื อุปกรณ
2.1) ขาดแคลนวัสดุ ส่ือ และอุปกรณสำหรับใชในการจัดการเรียนการสอน เชิงรุก
ทีต่ อ งใชเพอื่ ใหผูเ รยี นไดล งมอื ปฏิบัติจรงิ
2.2) ส่อื และเทคโนโลยี ไมต อบสนองตอการเรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21
107
3) การบรหิ ารจัดการ
3.1) การขับเคลื่อนนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
หนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด เชน สำนักงานศึกษาธิการจงั หวัด สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา ไม
ตอเนื่อง มีรูปแบบการดำเนินงานไมท่ีชัดเจน สงผลใหผูบริหารสถานศึกษา ไมใหความสำคัญ
ของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ในระดบั ตาง ๆ
3.2) หนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาขาดการสงเสริมครูผูสอนอยางจริงจัง
โดยเฉพาะผูท่ีจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ มีผลงาน
เชิงประจักษ เปนที่ยอมรับ ใหมีความกาวในอาชีพ สรางแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน มอบเกียรติบัตร
การพิจารณาความดีความชอบ เปนตน และขาดการพัฒนาสมรรถนะครูผูสอนอยางตอเน่ือง
ดว ยวิธีการทหี่ ลากหลาย เพอ่ื สรา งแรงบันดาลใจ
3.3) การสนับสนุนดานงบประมาณ วัสดุ อุปกรณใหกับสถานศึกษาเพ่ือใช
ในการจัดการเรยี นการสอนเชงิ รุกไมเพยี งพอตอ การจัดทำสอ่ื เพอ่ื ใหผเู รยี นไดเรียนรู
3.4) การนิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
ครผู ูสอนและผูบริหารสถานศกึ ษาขาดความตอเนอ่ื งและเปน ระบบ
3 .5 ) ก า ร ขั บ เค ลื่ อ น ก า ร จั ด ก า ร เรี ย น ก า ร ส อ น แ บ บ Active Learning
ผูตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายไพศาล วุทฒิลานนท และ นายธีร ภวัคนันท ดำเนินการ
วิเคราะห แนวทางการขบั เคล่อื น Active Learning เพอื่ พฒั นาทกั ษะแหงอนาคต ดังภาพที่ 19
108
ภาพท่ี 19 แนวทางการขับเคล่ือน Active Learning เพอื่ พัฒนาทักษะแหง อนาคต
1.3 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการสอบถาม
ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกดั กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนนิ การจัดเกบ็ ขอมูล 2 ระดับ ประกอบดว ย หนวยงานการศกึ ษาระดับ
จังหวัด และสถานศกึ ษา ซึ่งมผี ลการศึกษา ดังน้ี
109
ตารางท่ี 5 ขอ มูลทว่ั ไปของผตู อบแบบสอบถาม หนวยงานระดับจังหวดั
รายการ จำนวน รอ ยละ
สงั กัด
สำนักงานศกึ ษาธิการจังหวดั 76 16.34
168 36.13
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา 55 11.83
สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษา 43 9.25
สำนักงาน กศน.จังหวัด 26 5.59
สำนักงานคณะกรรมการอาชวี ศกึ ษา 12 2.58
สำนกั งานคณะกรรมการสง เสริมการศกึ ษาเอกชน 85 18.28
สำนักบริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ 465 100
ตำแหนง 200 43.01
ผูบรหิ ารการศกึ ษา 136 29.25
บุคลากรทางการศกึ ษา 129 27.74
ศึกษานิเทศก 0 0.00
465 100
อ่ืน ๆ
รวม
จากตารางที่ 5 ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด พบวา
ผูตอบแบบสอบถาม จำนวนทั้งส้ิน 465 คน สวนใหญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษา จำนวน 168 คน คิดเปนรอยละ 36.13 และดำรงตำแหนงผูบริหารการศึกษา จำนวน
200 คน คิดเปน รอ ยละ 43.01
110
ตารางท่ี 6 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ของหนวยงานการศึกษา
ระดับจงั หวัด
รายการ ระดับการปฏิบัติ แปลผล
X S.D. การปฏิบัติ
1) ครูจัดสภาพการเรยี นรูแ บบรวมมอื 4.28 0.67 มากท่ีสุด
สงเสริมใหเ กิดการรว มมอื ในกลมุ ผเู รยี น 4.23 0.74 มากท่ีสดุ
2) ครูจดั กจิ กรรมการเรียนรูโดยคำนงึ ถงึ 4.04 0.73
ความแตกตางของผเู รียนเปนรายบคุ คล 4.32 0.70 มาก
3) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรทู สี่ ง เสรมิ ทักษะการคดิ 4.40 0.67 มากที่สุด
ข้นั สูงและกระบวนการแกปญ หา 4.17 0.70 มากทส่ี ุด
4) ครจู ัดกิจกรรมการเรียนรูส งเสริมใหผเู รยี น 4.35 0.71
นำความรไู ปประยกุ ตใ ชใ นชวี ิตประจำวัน 4.09 0.73 มาก
5) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรูโดยเปดโอกาส 4.35 0.67 มากที่สุด
ใหผเู รียนมีสว นรวมในกระบวนการเรยี นรู 4.39 0.65
6) ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นรเู นนใหผ ูเรยี น 4.12 0.71 มาก
เปน ผูปฏบิ ัตแิ ละสรา งองคค วามรูดว ยตนเอง มากทส่ี ุด
7) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรดู วยวธิ ีการสอน มากท่ีสุด
ทีห่ ลากหลาย
8) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ีท่ าทาย มาก
ความสามารถของผูเ รียน
9) ครจู ัดกิจกรรมการเรยี นรูท ่สี ง เสริมใหผ ูเรยี น 4.33 0.68 มากทส่ี ุด
มคี วามรับผดิ ชอบรวมกนั
10) ครูจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู ี่สง เสรมิ ใหผเู รียน
มีวินยั ในการทำงาน
11) ครูจดั กจิ กรรมการเรยี นรูท เ่ี ปด โอกาส
ใหผเู รียนบรู ณาการขอมลู ขา วสาร
สกู ารสรา งความคดิ รวบยอด
12) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ส่ี งเสรมิ ใหผ เู รยี น
ไดพฒั นาเต็มตามศกั ยภาพ
111
รายการ ระดับการปฏิบตั ิ แปลผล
X S.D. การปฏิบัติ
13) ครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรูที่สรา งแรงบนั ดาลใจ 4.20 0.70
ใหกับผเู รยี น 4.21 0.72 มาก
14) ครูจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู ดยใชใ ชค ำถามกระตุน มากทส่ี ดุ
ใหผ เู รียนสรางองคค วามรูแ ละใชก ระบวนการเรยี นรู 4.22 0.71
ดว ยตนเอง 4.24 0.72 มากทส่ี ุด
15) ครูใชน วตั กรรม เทคโนโลยีและแหลง เรยี นรู 4.20 0.69 มากทีส่ ุด
เพ่ือกระตุนใหผ ูเรยี นประสบความสำเร็จในการเรยี นรู 4.19 0.72
16) ครทู ำการวดั และประเมินผลการเรียนรู 4.41 0.63 มาก
ตามสภาพจรงิ ดวยวธิ ีการทหี่ ลากหลาย 4.25 0.68 มาก
17) ครูสรา งโอกาสใหผ ูเ รยี นสรา งความรแู ละช้นิ งาน 4.25 0.70 มากท่ีสุด
มเี กณฑก ารประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงานท่เี หมาะสม มากทส่ี ุด
18) ครนู ำผลการวดั และประเมินผลการเรียนรู มากทส่ี ุด
มาใชแกไขปญ หาการจดั การเรยี นรอู ยา งตอ เน่อื ง
19) ครสู รา งบรรยากาศของการมสี ว นรวมและสง เสริม
ใหผูเรียนมีปฏิสมั พันธท ีด่ กี ับเพ่ือนในช้นั เรยี น
20 ครใู หค ำแนะนำ แกป ญหาและขอ มูลยอนกลับ
แกน ักเรยี นอยางสรา งสรรค
รวม
จากตารางที่ 6 พบวา สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ของหนวยงานการศึกษา ระดับจังหวัด ในภาพรวม
อยูในระดับมากท่ีสุด ( x = 4.25) เม่ือพิจารณาเปนรายการ พบวา รายการครูสรางบรรยากาศ
ของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธท่ีดีกับเพ่ือนในชั้นเรียน มีคาเฉล่ียสุงสุด
( x = 4.41) รองลงมา คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยเปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวม
ในกระบวนการเรียนรู ( x = 4.40) รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนมีวินัย
ในการทำงาน ( x = 4.39) และรองลงมามีคาเฉล่ียเทากัน 2 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรม
การเรียนรูดวยวิธีการสอนที่หลากหลาย และรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริมใหผูเรียน
มีความรับผิดชอบรวมกัน ( x = 4.35) โดยรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริมทักษะการคิด
ขั้นสูงและกระบวนการแกปญ หา มีคา เฉลี่ยตำ่ สดุ ( x = 4.04)
112
ตารางที่ 7 ขอมลู ท่ัวไปของผตู อบแบบสอบถาม หนวยงานทางการศึกษา และสถานศกึ ษา
รายการ จำนวน รอ ยละ
สังกดั 2,672 100.00
สำนกั งานศึกษาธิการจงั หวัด 46 1.72
1,275 47.72
สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา 297 11.12
สำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา 528 19.76
สำนกั งาน กศน.จงั หวดั 185 6.92
สำนักงานคณะกรรมการอาชวี ศกึ ษา 216 8.08
สำนักงานคณะกรรมการสง เสริมการศกึ ษาเอกชน 125 4.68
สำนกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ 2,672 100.00
ตำแหนง 925 34.62
ผูบริหารสถานศกึ ษา 1,741 65.16
ครู 0.22
บุคลากรทางการศกึ ษา 6 0.00
อ่นื ๆ 0 100
2,672
รวม
จากตารางท่ี 7 พบวา ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา
พบวา ผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา จำนวนท้ังส้ิน 2,672 คน
สวนใหญ สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 1,275 คน คิดเปนรอยละ 47.72
และดำรงตำแหนง ครู จำนวน 1,741 คน คดิ เปน รอ ยละ 65.16
113
ตารางท่ี 8 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ของหนวยงานการศึกษา
สถานศกึ ษา
รายการ ระดบั การปฏิบตั ิ แปลผล
X S.D. การปฏิบตั ิ
1) ครจู ดั สภาพการเรยี นรแู บบรวมมือ 4.36 0.63 มากที่สดุ
สงเสรมิ ใหเกิดการรวมมอื ในกลุมผเู รยี น 4.38 0.66 มากที่สุด
2) ครจู ดั กิจกรรมการเรียนรโู ดยคำนงึ ถึง 4.18 0.69
ความแตกตางของผเู รยี นเปน รายบุคคล 4.46 0.63 มาก
3) ครจู ัดกจิ กรรมการเรียนรูทีส่ งเสริมทักษะการคดิ 4.50 0.62 มากท่สี ุด
ขนั้ สูงและกระบวนการแกป ญหา 4.34 0.67 มากท่สี ุด
4) ครูจัดกจิ กรรมการเรยี นรูสง เสรมิ ใหผ ูเรียน 4.46 0.64 มากทส่ี ดุ
นำความรไู ปประยกุ ตใ ชใ นชวี ิตประจำวัน 4.20 0.68 มากทส่ี ดุ
5) ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นรโู ดยเปดโอกาส 4.47 0.63
ใหผ เู รียนมสี วนรว มในกระบวนการเรยี นรู 4.51 0.62 มาก
6) ครูจดั กจิ กรรมการเรียนรเู นน ใหผ ูเรยี น 4.26 0.70 มากท่ีสุด
เปน ผูปฏบิ ัติและสรา งองคค วามรดู วยตนเอง มากทส่ี ุด
7) ครูจดั กิจกรรมการเรยี นรดู วยวิธกี ารสอน มากทสี่ ดุ
ทห่ี ลากหลาย
8) ครจู ัดกิจกรรมการเรยี นรูที่ทาทาย 4.42 0.65 มากทีส่ ดุ
ความสามารถของผเู รียน
9) ครูจัดกิจกรรมการเรยี นรูท สี่ งเสริมใหผ ูเรยี น
มคี วามรับผดิ ชอบรวมกนั
10) ครจู ดั กจิ กรรมการเรยี นรทู ส่ี ง เสรมิ ใหผเู รียน
มวี นิ ยั ในการทำงาน
11) ครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรทู ่เี ปดโอกาส
ใหผ ูเ รยี นบูรณาการขอ มลู ขา วสาร
สกู ารสรา งความคดิ รวบยอด
12) ครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรทู ีส่ งเสริมใหผเู รยี น
ไดพ ัฒนาเต็มตามศักยภาพ
114
รายการ ระดับการปฏบิ ัติ แปลผล
X S.D. การปฏบิ ตั ิ
13) ครจู ดั กจิ กรรมการเรยี นรทู ส่ี รางแรงบนั ดาลใจ 4.35 0.68 มากท่ีสดุ
ใหกับผูเรยี น 4.37 0.69 มากทสี่ ุด
14) ครจู ดั กจิ กรรมการเรยี นรูโ ดยใชใ ชคำถามกระตุน
ใหผูเ รยี นสรางองคค วามรูและใชกระบวนการเรยี นรู 4.32 0.68 มากทส่ี ุด
ดวยตนเอง 4.39 0.66 มากท่ีสดุ
15) ครใู ชน วตั กรรม เทคโนโลยีและแหลง เรียนรู 4.34 0.67 มากทีส่ ุด
เพื่อกระตนุ ใหผ เู รยี นประสบความสำเรจ็ ในการเรยี นรู 4.32 0.67 มากทส่ี ดุ
16) ครทู ำการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู 4.50 0.63 มากที่สดุ
ตามสภาพจรงิ ดวยวธิ ีการท่หี ลากหลาย 4.41 0.64 มากที่สุด
17) ครูสรา งโอกาสใหผูเรยี นสรา งความรแู ละชิ้นงาน 4.38 0.66 มากท่ีสดุ
มเี กณฑการประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงานท่ีเหมาะสม
18) ครูนำผลการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู
มาใชแกไขปญหาการจดั การเรยี นรอู ยางตอเนอ่ื ง
19) ครสู รา งบรรยากาศของการมีสว นรว มและสง เสริม
ใหผเู รยี นมีปฏิสัมพันธท ด่ี ีกบั เพื่อนในชัน้ เรียน
20 ครใู หค ำแนะนำ แกปญหาและขอ มูลยอ นกลับ
แกน กั เรียนอยางสรางสรรค
รวม
จากตารางที่ 8 พบวา สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
หนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด ( x = 4.38) เมื่อพิจารณา
เปน รายการ พบวา รายการครจู ัดกิจกรรมการเรยี นรทู ่ีสง เสริมใหผูเ รยี นมวี นิ ัยในการทำงาน มีคา เฉล่ีย
สูงสุด ( x = 4.51) รองลงมา มีคาเฉล่ียเทากัน 2 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรู
โดยเปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรู และรายการครูสรางบรรยากาศ
ของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดีกับเพื่อนในชั้นเรียน ( x = 4.50) รองลงมา
คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนมีความรับผิดชอบรวมกัน ( x = 4.47)
และมีคาเฉลี่ยเทากัน 2 รายการ เชนเดียวกัน คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูสงเสริมใหผูเรียน
นำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน และรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูดวยวิธีการสอน
115
ที่หลากหลาย ( x = 4.46) ตามลำดับ โดยรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมทักษะการคิด
ขัน้ สูงและกระบวนการแกปญ หา มีคา เฉล่ียต่ำสดุ ( x = 4.18)
ผลการวิเคราะหขอมูลการเสนอแนะเพิ่มเติม เก่ียวกับปญหา อุปสรรค ในการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning พบวา มขี อ มูลเสนอแนะ ดังน้ี
1. บุคคล
1.1 ผูบริหาร
- ขาดความตระหนักถึงความสำคญั ของการขับเคล่อื นนโยบายสกู ารปฏบิ ัตใิ นหองเรยี น
- ขาดการสงเสริมและกระตุน ใหครจู ดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
1.2 ครผู ูสอน
- ขาดความรู ความเขาใจ ทักษะ ความสามารถ ประสบการณในการจัดการเรียน
การสอน การสอ่ื สาร ภาษา การพฒั นาท่ีตอเน่ืองเพือ่ เพิ่มประสบการณ
- ครูมีภาระงานหลายหนาท่ี ท้ังงานที่ไดรับมอบหมายตามหนาที่และกิจกรรม
ของหนวยงานภายนอก ทำใหไ มม เี วลาออกแบบกิจกรรม หรอื เตรยี มสื่ออปุ กรณ
- ไมสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู และจัดทำแผนการจัดการเรียนรูแบบ
Active Learning ได
- เน้ือหาตามหลักสูตรมีปริมาณมากไมสอดคลองกับเวลาเรียน ทำใหครูตองจัด
การสอนแบบเดิม เนนการบรรยายเพ่ือสอนใหครบตามเนื้อหา ไมม ีเวลาจัดกิจกรรมท่ีใหผ เู รยี นไดฝ กทักษะ
- ขาดการวิเคราะหรูเรียนเปนรายบุคคล สงผลตอการจัดกิจกรรมการเรียนรู
ใหส อดคลองกบั ความแตกตา งของผูเรยี น
- ขาดแคลนครทู ่ตี รงตามวิชาเอก ครสู อนไมต รงเอก ครสู อนหลายชัน้ /วชิ า มีครไู มครบ
ชั้นเรียน ทำใหผูเรียนไมไ ดร บั การพฒั นาไดเ ต็มตามศักยภาพ
- แตละโรงเรียนมีครูบรรจุใหมจำนวนมาก ซ่ึงยังขาดประสบการณในการจัดการเรียน
การสอน
1.3 ผเู รยี น
- ผูเรียนมีความแตกตางกันและหลากหลาย เชน ความสามารถ พ้ืนฐาน ความรู
ศักยภาพและพัฒนาการของผูเรยี นมีความแตกตา งกัน ไมกลาแสดงออก การคดิ วิเคราะห สังเคราะห
ขาดการเชอ่ื มโยงการเรยี นรใู นแตละวิชา
- ขาดความรับผิดชอบ ความกระตือรือรน ความสนใจที่จะเรียนรู ขาดทักษะ
การนำเสนอ ทักษะที่จำเปน ความรว มมอื นอย สถานการณโ ควคิ ทำใหเ กิดภาวะถดถอยทางการเรยี นรู
มาเรียนไมส ม่ำเสมอ ขาดเรียนบอย
- ผูเรยี น กศน. มีงานประจำ ชว งอายุทแี่ ตกตางกนั ผูเรียนขาดการพบกลุม
116
- นักเรียนที่มีความบกพรองทางการเรียนรู ทำใหจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ไดย าก เชน อา น เขยี น ไมคลอง การเรียนรชู า ไมเ ขา ใจคำสง่ั
- นักเรียนแตละหองมีจำนวนมาก ไมสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ได
- ความพรอมดา นครอบครัวของผูเ รียน
2. วัสดุอปุ กรณ
2.1 ขาดแคลนส่ือ วสั ดุ อปุ กรณ และเทคโนโลยี
2.2 สอื่ วสั ดุ อุปกรณ เทคโนโลยไี มท ันสมยั
2.3 สื่อการเรียนรู ประกอบการเรียนการสอนไมเ พียงพอกับจำนวนผูเรยี น
2.4 สัญญาณอินเตอรเ นต็ ไมดี
3. งบประมาณ
3.1 ขาดงบประมาณในการจดั ชื้อวสั ดุอุปกรณ
3.2 งบประมาณมจี ำนวนจำกดั
4. การบริหารจัดการ
4.1 การขับเคลื่อนนโยบายไมตอเนื่อง ไมตอบสนองกับสภาพบริบทของสถานศึกษา
และผูเรยี น
4.2 ขาดการกำกบั ติดตามการนิเทศการจัดการเรยี นการสอนอยา งตอ เนอ่ื ง
4.3 สถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ทำใหไมสามารถจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ สัญญาณอินเตอรเน็ตไมดี ครูและนักเรียน
ไมมปี ฏิสมั พันธก นั
4.4 ไมสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดทุกตัวช้ีวัด มาตรฐาน
ของสาระการเรยี นรู
4.5 สถานศึกษาขนาดเล็ก ไมสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ไดอยางเต็มประสิทธิภาพ เน่ืองจากขาดแคลนครู วัสดุ อุปกรณ งบประมาณ และผูเรียนไมมี
ความพรอ ม ขาดทกั ษะและสมรรถนะทจ่ี ำเปน
4.6 จำนวนเวลาที่เรียน/สัปดาหในบางรายวิชานอยไปไมสอดคลองกับการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning
4.7 สภาพหอ งเรยี น การจดั /สรา งบรรยากาศ และสิง่ แวดลอ มไมเ อ้อื ตอ การจดั การเรยี น
การสอนแบบ Active Learning
4.8 ขาดการบูรณาการรว มกนั ของแตละรายวชิ า
117
ระยะที่ 2 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดวย
ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ โดยการสัมภาษณ มผี ลการศึกษาดงั นี้
2.1 ผลการศึกษาปจจัยสูความสำเร็จ ที่สงผลตอความสำเร็จการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประกอบดว ย
1) บุคคล
1.1) ผบู รหิ าร
- ใหความสำคัญของนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
และขับ เคล่ือน นำนโยบายสูการป ฏิ บั ติ อยางเป นระบ บ ท้ั งระดั บ เขต พ้ื น ท่ี การศึกษ า
ระดับสถานศกึ ษา และระดบั หองเรียนอยา งมีประสทิ ธิภาพ
- นโยบายของผูบริหารท่ีเห็นความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ท่ีลงสูครูอยางเต็มท่ี และครูไดนำไปใชกับผูเรียนเพ่ือสรางองคความรู อีกท้ังเปน
การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนและเกิดประโยชนโ ดยตรงกบั ผเู รียน
- กำหนดใหการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เปนตัวชี้วัดการ
ประเมินผลการปฏิบัติงานของผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหารหนวยงานการศึกษา และผูบริหาร
การศึกษา ของแตละรอบการประเมิน
- การกำกับ ตดิ ตาม ตรวจสอบ นเิ ทศอยางเปนระบบตอเนื่อง โดยผูบ ริหารทุก
ระดับ และผลของขอมูลการติดตามเปน กลไกการแกไ ขปญ หาเชงิ พ้นื ที่
- การสงเสริม สนับสนุน สรางแรงจูงใจ ขวัญ กำลังใจแกผูปฏิบัติงาน
ทกุ ระดบั เชน สนับสนุนปจจัยทเ่ี อื้อตอ การพัฒนานวัตกรรม เชน การยกยอง กลา วช่ืนชมใหเกยี รตคิ รู
ท่ีสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดดี สนับสนุนใหครูเขารับการพัฒนา เชน
การอบรม การสมั มนาเชงิ ปฏิบัติการ ศึกษาดูงาน ฯลฯ เปนตน
- เปนผูนำการเปล่ยี นแปลง เปน ผูอ ำนวยการการจดั การเรียนรู เปน โคชใหก บั ครู
ในช้ันเรียน เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพ แรงจูงใจ กลยุทธการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ผูนำทางวชิ าการของผบู ริหาร เชอ่ื มโยงหลักการและทฤษฎีไปสกู ารปฏบิ ัติจริงที่สอดคลองกบั หลักสูตร
โดยไมเ พม่ิ ภาระงานแกค รู และสนบั สนนุ ทรพั ยากรทจ่ี ำเปน
1.2) ครผู ูสอน, บคุ ลากร
- เปดใจ ยอมรับการเปล่ียนแปลง พรอมรับ ปรับ เปล่ียน วิธีการจัดการเรียน
การสอนท่ีเหมาะสมกับศักยภาพ ทักษะ ความสามารถของผูเรียนใหสอดคลองกับสถานการณ และ
ชุมชน
118
- ฝกอบรม ประชุม สัมมนา พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือให
มีความรู ความเขาใจ ทักษะ ความสามารถ ประสบการณในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning สามารถออกแบบกระบวนการเรียนรู จัดทำแผนการเรียนรู จัดกิจกรรมการเรียนรู ควบคู
เนื้อหาสาระการเรียนรูกับการลงมือปฏิบัติจริง และใชวิธีการสอนที่หลากหลาย การปรับกิจกรรม
ใหเหมาะสมกับผูเรยี น
- ความพ รอมของครู ลดภาระงานของครู เพื่ อให ครูมี ความพ รอม
ในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ ไดแก ดานการจัด
การเรียนรู ดานการประเมินผล ดานการเตรียมการจัดการเรียนรู ดานการใชสื่อการเรียนรู
การเตรียมการจัดการเรียนการสอน การออกแบบกิจกรรมการเรียนรูท่ีจะชวยใหผูเรียนไดมีโอกาส
สรางความรูดวยตนเองครูผูสอนสามารถประเมินสถานการณ การใชส่ือ นวัตกรรมตาง ๆ ที่จะทำให
ผูเรยี นสามารถบรรลตุ ามวตั ถุประสงคได
- บทบาทของครผู สู อนในการจัดการเรยี นรกู ารสอนแบบ Active Learning ตอ ง
คำนึงถึงประเด็นสำคัญท่ีเปนการขับเคลื่อนใหการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ใหเกิดประสิทธิภาพอยางสูงสุด กลาวคือ 1) ครูผูสอนตองลดบทบาทของตนเองใหเปนเพียงผูช้ีแนะ
คอยแนะนำและอำนวยความสะดวกใหแกผูเรียนใหเกิดการเรียนรูและสามารถตอบสนอง
ตอวัตถุประสงคการเรียนรูไดดวยตนเอง 2) ครูผูสอนตองสรางบรรยากาศในการมีสวนรวมและ
การปฏิสัมพันธท่ีดีระหวางผูเรียนในช้ันเรียน และระหวางผูเรียนกับผูสอน เพื่อผูเรียนเกิดพฤติกรรม
กลาแสดงความคิดเห็น กลาพูด กลาคิด กลาวิพากษวิจารณเพื่อเปนการสะทอนคิด 3) ครูผูสอน
ตองสงเสริมสนับสนุนใหผูเรียนกลาคิด คอยกระตุนใหผูเรียนคนควาหาคำตอบดวยตนเอง และ
มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น 4) ครูผูสอนตองมีใจกวางยอมรับฟงความคิดเห็นของผูเรียนและ
คอยสรางแรงจูงใจในการเรียนรูใหแกผูเรียน 5) ครูผูสอนออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีเนน
ใหผูเรียนไดลงมือคิด ลงมือปฏิบัติ ลงมือทำดวยตนเองเพ่ือสะทอนความคิดในสิ่งท่ีไดเรียนรู
จากการลงมือปฏบิ ัติจรงิ 6) ครผู ูสอนตอ งจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการทัง้ เน้ือหาสาระ
วิธกี าร และฝกใหผ เู รยี นบรู ณาการเน้ือหาสูการประยุกตใชใ นสถานการณจ ริง
- เปลี่ยนบทบาท จากผูสอน มาเปนผูใหคำแนะนำ ผูชวยเหลือ โดยเร่ิมจาก
เทคนคิ งาย ๆ และบางหองเรียนที่รบั ผิดชอบ มกี ารแลกเปลี่ยนเรียนรูระหวา งกลุม ที่สำคัญคือตองให
ผูเรียนไดใชเทคโนโลยีเขามาเปนสวนหน่ึงของกิจกรรม ผลที่เกิดจากการเรียนการสอนแบบ Active
Learning สงผลใหผูเรียนเรียนอยางมีความสุข สามารถสรางองคความรูดวยตนเอง ซ่ึงแสดงถึง
ผลการเรียนรูของผูเรียนนำไปสูการเกิดความคิดสรางสรรคในการสรางผลงาน มีความสามารถ
ในการสื่อสาร มีความเชื่อม่ันในตนเอง ซ่ึงเปนคุณลักษณะของผูเรียนท่ีพึงประสงคเปนไปตาม
ที่กำหนดไว
119
- สงเสริม สนับสนุนใหครูไดปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนเปนแบบ Active
Learning (ระเบดิ จากขา งใน)
- สงเสริม สนับสนุน การใชสื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่ทันสมัย มีคุณภาพ เหมาะสมกับสถานการณ
ปจ จุบัน สอดคลอ งกบั บรบิ ทของผเู รียน และสภาพของชุมชน
- สงเสริม สนับสนุน ใหครมู ีความกาวหนา ในอาชีพ
1.3) นักเรียน
- พัฒ นาศักยภาพ ทักษะ สมรรถนะของผูเรียน ใหมีความพรอมกับ
การเรียนรูในศตวรรษที่ 21 สามารถใชอ ปุ กรณสือ่ สาร และเทคโนโลยีสมยั ใหมตาง ๆ ไดอ ยา งถูกตอง
- ความพรอมของนักเรียน นักเรียนมีสวนรวมในชั้นเรียน เกิดปฏิสัมพันธ
ระหวางครูผูสอนกับนักเรียน ทำใหนักเรียนสนใจบทเรียนและทำใหผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น
ซ่ึงนักเรียนตองมีความพรอม 1) มีความรับผิดชอบ เตรียมตัวลวงหนาใหพรอมท่ีจะเรียนรูศึกษา
และปฏิบัติงานในสิ่งท่ีครูผูสอน มอบหมายใหศึกษาลวงหนา 2) ใหความรวมมือกับผูสอน
ในการจัดการเรียนรูเร่ิมจากการวางแผนการจัดการเรียนรูการดำเนินกิจกรรม และการประเมินผล
3) มีสวนรวมในการทำกิจกรรมอยางกระตือรือรน 4) มีปฏิสัมพันธระหวางผูสอนกับผูเรียน เพ่ือสราง
องคความรูใหม การทำงานเปนทีม และการยอมรับฟงความคิดเห็นของผูอ่ืน 5) มีความกระตือรอื รน
ที่จะเรียนรูไดลงมือปฏิบัติในสถานการณจริงดวยตนเองเพ่ือใหเกิดการเรียนรู ดวยตนเอง 6) มีการใช
ความคิดเชิงระบบ ไดแก การคิดวิเคราะหการคิดเชิงเหตุผล การคิดอยางมีวิจารณญาณ
การคิดเช่ือมโยง และการคิดอยางสรางสรรค 7) มีทัศนคติท่ีดีตอการเรียนรูวาการเรียนรูไมใช
เรอื่ งทนี่ า เบอื่ แตเปน การเรียนท่ีทาทายและมีชีวิตชวี า
- อ อ ก แ บ บ ก า ร จั ด ก า ร เรี ย น ก า ร ส อ น แ บ บ Active Learning ให มี
ความสอดคลองเหมาะสมกับบริบทของผูเรียน เนนการเรียนการสอนที่ใหนักเรียนไดคิดวิเคราะห
สังเคราะห โดยการตง้ั คำถาม อภปิ รายรวม ลงมอื ปฏบิ ัตจิ รงิ การแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
2) วสั ดุอุปกรณ
- จัดหาสื่อ วัสดุ อปุ กรณ เทคโนโลยี ท่ที นั สมยั หลากหลายใหกับสถานศึกษา
- จดั สอื่ การเรียนรู ประกอบการเรียนการสอนใหเพียงพอกับจำนวนผเู รียน
- จัดใหสถานศึกษาทุกแหงมีระบบสัญญาณอินเตอรเน็ตที่ดีและครู นักเรียน
สามารถใชงานไดทุกเวลาและทุกสถานท่ี
- จดั ใหม กี ารใชท รพั ยากรรว มกนั ระดบั สถานศกึ ษา เครือขา ย เขตพน้ื ที่
120
3) งบประมาณ
- สนบั สนุนงบประมาณเพ่ือจดั ชอ้ื สือ่ วสั ดุ อปุ กรณ
- จดั งบประมาณแลกเปา สำหรับสถานศกึ ษาทตี่ อ งการพฒั นานวตั กรรม
- สนับสนุนงบประมาณจัดการเรียนรูเ พม่ิ เตมิ
- จดั สรรงบประมาณใหเพียงพอและตรงตามไตรมาสท่ีตองใชงบประมาณ
4) การบริหารจัดการ
- จัดใหมีภาคีเครือขาย แหลงเรียนรู ผูรูและภูมิปญญาท่ีหลากหลาย และให
การสนบั สนุนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
- ผปู กครองเขามามีสวนรวมในการจดั กิจกรรมการเรียน จัดระบบขอมูลสารสนเทศ
เกีย่ วกับแหลงเรียนรใู กลบรเิ วณโรงเรยี น เชือ่ มโยงกบั ชวี ิตจริงใหนกั เรียนเกดิ ทักษะชีวติ
- ผูมีสวนเก่ียวของ เชน คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน ผูปกครอง หรือ
หนวยงานอื่นที่เกี่ยวของรวมสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก ในดานนโยบาย
งบประมาณ ทรัพยากรทางหารศึกษา และดานอน่ื ๆ
- การนำนโยบายสูการปฏิบัติอยางเปนระบบมีแนวทางท่ีชัดเจนในการปฏิบัติของ
หนว ยงานตนสังกดั
- สภาพแวดลอม แหลงเรียนรูที่เอ้ือใหเกิดการเรียนรูของนักเรียน อาทิ หอง
ประกอบ บรรยากาศการเรียนการสอน ส่ือตาง ๆ อุปกรณเทคโนโลยีท่ีพรอ ม ฯลฯ ซ่งึ ลวนสง เสริมให
เกดิ กระบวนการเรียนรขู องนกั เรยี น
- จัดทำแผนปฏิบตั กิ ารและจดั สรรงบประมาณสนบั สนุนใหครจู ดั กิจกรรมการเรยี นรู
ที่เนนใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติ มีการนิเทศกำกับติดตามอยางตอเน่ือง จัดสภาพแวดลอม วัสดุฝก
และพฒั นาระบบเทคโนโลยใี หม ปี ระสิทธิภาพในการสง เสริมการเรียนรขู องนักเรยี น
- กำหนดเปาหมายของโรงเรียน เพ่ือพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning โดยใชชุมชนแหงการเรียนรู เพ่ือพัฒนานักเรียนใหมีความรูตามตัวช้ีวัด
มที ักษะการคดิ วเิ คราะห โดยการพฒั นารว มกนั และถอดบทเรียนเพอ่ื พัฒนาแนวทางรวมกนั
- ความเสมอภาคในการพฒั นาครูผสู อนในพน้ื ทหี่ างไกล การสนบั สนุนสื่อเทคโนโลยี
การเรยี นการสอน สำหรบั โรงเรยี นขนาดเลก็ หางไกล
- กระบวนการจัดการเรียนการสอน กระบวนการในการดำเนินงานใช PDCA และ
PLC โดยเนนผูเรียนเปนสำคัญ
- การบูรณาการการทำงานรวมกัน เพ่ือถายทอดความรู ประสบการณ สื่อ
นวัตกรรม แลกเปล่ยี นประสบการณ
121
- มีระบบและกระบวนการนิเทศ ติดตาม การทำงานและการจัดการเรียนการสอน
ที่เขมแขง็ และตอ เนื่อง
- มีกระบวนการทำงานเปนทีมของบุคลากรในโรงเรียนเปนจุดแข็ง ทำใหสามารถ
ขับเคล่อื นและพัฒนาประสทิ ธิภาพการทำงานใหบ รรลผุ ลสำเรจ็ ไดโ ดยงา ย
- เปล่ียนแปลงกระบวนการจัดการเรียนการสอนยุคเกา ใชทั กษ ะชีวิต
และการทำงาน ซ่ึงประกอบดวย 1) ความยืดหยุนและมีความสามารถในการปรับตัว 2) มีความคิด
ริเริ่ม และการเปนผูนำ 3) ทักษะทางสังคมและการเรียนรูวัฒนธรรมท่ีแตกตาง 4) ทักษะการเรียนรู
และนวัตกรรม 5) ทักษะเทคโนโลยีดานสารสนเทศ (ความรูพ้ืนฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร) โดยจัดการเรียนรูที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ โดยใชผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ เรียนรูและดำเนิน
กิจกรรมตาง ๆ ดวยตนเอง โดยมีครูเปนผูใหคำแนะนำ ชี้แนะ กระตุน หรืออำนวยความสะดวก
ใหกับผูเรียนไดเกิดการเรียนรูท่ีผานกระบวนการคิด วิเคราะห สังเคราะห การแลกเปลี่ยนเรียนรู
ระหวางผเู รยี น
2.2 ผลการศกึ ษาความตองการในการสง เสริม สนบั สนุน เพอื่ เพมิ่ ประสทิ ธิภาพการจัดการ
เรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดวย
1) การพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนของครู
1.1 หนวยงานตนสังกัดจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเก่ียวกับการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ใหแกครู โดยเนนครูไดลงมือปฏิบัติตั้งแตการออกแบบกิจกรรม และ
จัดกิจกรรมสรางความรูความเขาใจที่ชัดเจนแกครูโดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญหรือครูตนแบบ
ท่ีมีการปฏิบัติดีจนประสบผลสำเร็จ และกิจกรรมการอบรมเปนแบบ Active Learning สงผลให
ครูไดเ ห็นภาพของการจัดกจิ กรรมไดชัดเจนข้นึ
1.2 กระทรวงศึกษาธิการจัดทำตัวอยางแผนการจัดการเรียนรูแบบ Active
Learning ทุกกลุมสาระการเรียนรูและระดับชั้นเผยแพรเปนทางการจัดกิจกรรมใหแกครู และจัดทำ
แผนการจดั การเรยี นรูใหแ กครใู นสังกดั การศกึ ษาพเิ ศษและการศกึ ษาตามอัธยาศัยดวย
1.3 กระทรวงศึกษาธิการจัดทำวดิ ิทศั นสาธิตการจดั การเรียนการสอนแบบ Active
Learning ทกุ กลมุ สาระการเรยี นรเู พื่อเปนแนวทางใหแกค รู
2) งบประมาณ
2.1 สนับสนุนงบประมาณในการจัดซ้ือและ/หรือพัฒนาสื่อท่ีชวยเสริมการเรียนรู
ของนกั เรยี น เชน บอรด เกม กระดานอจั ฉรยิ ะ
2.2 สนับสนนุ งบประมาณในการสรางและพัฒนาแหลง เรียนรูที่ทันสมยั ใหนักเรยี น
ทุกคนมคี วามเสมอภาคในการเขาถึง
122
2.3`กระทรวงศึกษาจัดสรรงบประมาณใหทุกโรงเรียนมีอินเตอรเน็ตความเร็วสูง
และเครอ่ื งคอมพวิ เตอรท่มี ีประสิทธิภาพ
2.4 โรงเรียนมีการสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาดูงานโรงเรียนตนแบบการ
เรียนการสอนแบบ Active Learning
3) การบริหารจดั การ
3.1 กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนใหมีการจัดต้ังโรงเรียนตนแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning เพ่อื เปนแหลง ศกึ ษาดูงานและใหค รูไดแลกเปลีย่ นเรียนรู
3.2 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายไปสูแนวการปฏิบัติท่ีชัดเจนแกหนวยงานตน
สังกัด และมอบหมายหนวยงานทำหนา ทก่ี ำกบั ดแู ลการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
3.3 หนวยงานตนสังกัดมีการติดตามการดำเนินงานแตละโรงเรียน ใหมีการรายงาน
และสะทอนผลการดำเนินงานรวมท้ังปญหาในการดำเนินงานแกหนวยงานตนสังกัด และ
กระทรวงศกึ ษาธิการตอไป
3.4 หนวยงานระดับเขตพื้นที่มีการแตงตั้งบุคลากรท่ีมีความเช่ียวชาญการเรียน
การสอนแบบ Active Learning เปนพ่เี ลีย้ งใหแกครูในสังกัด
3.5 ผูบริหารสถานศึกษาสงเสริมใหครูไดพัฒนาการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ท้งั การสนบั สนุนการอบรม งบประมาณ การสรางขวัญกำลงั ใจแกค รู
3.6 โรงเรียนและหนวยงานตนสังกัดสงเสริมใหครูไดแลกเปลี่ยนเรียนรูกันโดยจัด
ในรูปแบบของการนำเสนอผลงานทางวิชาการ การเสวนา เปน ตน
2.3 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธกิ าร เพื่อขับเคล่อื นการดำเนนิ งานใหบรรลุเปา หมาย มดี ังน้ี
1) การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
1.1 โรงเรียนกำหนดเปาหมายในการพัฒนารูปแบบการพัฒนาครู และโรงเรียนทั้ง
ระบบดวยกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยใชชุมชนแหงการเรียนรู เพ่ือพัฒนา
นักเรียนใหมีความรูต ามตัวชว้ี ัดมที ักษะการคิด วิเคราะห เกดิ ข้ึน 1 รปู แบบ โดยนำแนวทางการศึกษา
บทเรียนรวมกัน (Lesson Study) มาใชเพื่อพัฒนาหนวยการเรียนรูบูรณาการ และสงเสริมทักษะ
การคดิ วเิ คราะหของนักเรียน
1.2 ปรับหลักสูตรทางดานการศึกษาใหมีการสอดคลองกับการเรียนการสอนแบบ
Active Learning เนนกระบวนการเรียนรูมากกวาเน้ือหาวิชา โดยการมีสวนรวมของผูเรียน และ
จัดการเรียนรูหลากหลายวิธี เชน จัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน จัดการเรียนรูเชิงประสบการณ
จัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน การสนับสนุนองคความรูแบบบูรณาการหลายวิชาอยางตอเน่ือง
จากผเู ช่ียวชาญหลายสาขาวชิ าทนี่ ำสูปฏิบัตไิ ด
123
1.3 การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ภายใตบริบทของโรงเรียน
สอดคลองกับวิถีชีวิตของนักเรียนซ่ึงเพ่ิมคุณคาไดมากกวาครูจัดใหตามหลักสูตร โดยมีแนวทาง
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่สามารถนำมาปรับใชในการจัดการเรยี นรูไดหลาย
ลักษณะ เชน จัดเฉพาะในบางหนวยการเรียนรูหรือเฉพาะบทหรือทั้งรายวิชา ซึ่งการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning จะเปนการนำเอาวิธีการสอนหลากหลายวิธีมาผสมผสาน
โดยครูผสู อนวางแผนคัดเลือกเทคนิคการสอนทเ่ี หมาะสมกบั ธรรมชาติรายวิชา เหมาะสมกบั เปาหมาย
การจัดการเรียนรู ลักษณะของผูเรียน รวมไปถึงการออกแบบสัดสวนของเทคนิคหลัก เทคนิครอง
ในการจัดการเรียนรูแตละครั้ง ซึ่งแนวทาง/วิธีการจัดการเรียนรูเปนไปไดหลากหลายวิธี อาทิ
1) รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-Based Learning) เปนรูปแบบ
การจัดการเรียนรูที่มุงเนนสงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการเรียนรูและบทบาทในการเรียนรูของ
ผูเรียน "ใชกิจกรรมเปนฐาน" เปนการนำกิจกรรมเปนที่ตั้งเพื่อพัฒนาผูเรียนใหเกิดการเรียนรูและ
สามารถบรรลุวัตถุประสงคหรือเปาหมายท่ีกำหนด 2) รูปแบบการจัดการเรียนรูเชิงประสบการณ
(Experiential Learning) เป น วิธี ก าร จั ด ก ารเรีย น รูท่ี ส งเส ริม ให ผู เรีย น เกิ ด ก ารเรีย น รู
จากประสบการณที่เปนรูปธรรม เพื่อนำไปสูความรูความเขาใจเชิงนามธรรมเหมาะกับรายวิชาท่ีเนน
ปฏิบัติหรือเนนการสงเสริมทักษะ ซึ่งสามารถใชจัดการเรียนรูไดท้ังเปนกลุมและรายบุคคล
โดยหลักการจดั การเรียนรู คือ ครวู างแผนจัดสถานการณใหผ เู รยี นมปี ระสบการณจ ำเปนตอ การเรียนรู
คอยกระตุนใหผูเรียนสะทอน ความคิด อภิปราย สิ่งที่ไดรับจากสถานการณและการนำความรู
ไปประยุกตใชในสถานการณจริง 3) รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem -
Based Learning) เปน วิธีการจัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนตัวกระตุนใหผ ูเรียนต้ังสมมติฐาน สาเหตุ
และกลไกของการเกิดปญหานั้น รวมถึงการคนควาความรูพื้นฐานที่เก่ียวของกับปญหาเพ่ือนำไปสู
การแกปญ หาตอ ไป โดยผเู รียนอาจไมมีความรใู นเร่ืองน้ัน ๆ มากอน แตอ าจใชค วามรทู ผ่ี ูเรยี นมอี ยเู ดมิ
หรือเคยเรียนมานอกจากนี้ยังมุงใหผูเรียนใฝหาความรูเพื่อแกไขปญหา ไดคิดเปน ทำเปน
มกี ารตัดสินใจที่ดี และสามารถเรยี นรูก ารทำงานเปน ทมี โดยเนน ใหผ เู รยี นไดเกดิ การเรียนรดู ว ยตนเอง
และสามารถนำทักษะจากการเรียนมาชวยแกปญหาในชีวิตการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน
4) รูปแบบการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน (Project Based Learning) เปนวิธีการจัดการเรียนรู
แบบโครงงานสามารถจัดเปนกิจกรรมกลุมหรือกิจกรรมเด่ียวก็ไดใหพิจารณาจากความยาก - งาย
ความเหมาะสมของโจทยงานและคุณลักษณะที่ตองการพัฒนา วางแผนและกำหนดเกณฑอยางกวาง
ๆ แลวใหผูเรียนวางแผนดำเนินการศึกษาคนควาขอมูลดวยตนเองโดยผูสอนมีบทบาทเปนผูให
คำปรึกษา จากน้ันใหผูเรียนนำเสนอแนวคิดการออกแบบชิ้นงาน พรอมใหเหตุผลประกอบ
จากการคนควา ใหผูสอนพิจารณารวมกับการอภิปรายในช้ันเรียน จากนั้นผูเรียนลงมือปฏิบัติ
124
ทำชิ้นงานและสงความคืบหนาตามกำหนดการประเมินผลจะประเมินตามสภาพจริง โดยมีเกณฑ
การประเมินกำหนดไวลวงหนาและแจงใหผูเรียนทราบกอนลงมือทำโครงการและมีการเชิญ
ผทู รงคณุ วฒุ ิรวมประเมินผล
1.4 จัดการเรียนรู ดวยกระบวนการเรียนรู 5 ขั้นตอน หรือ 5 STEPs” ขั้นตอนท่ี 1
การเรียนรูต้ังคำถาม หรือข้ันตั้งคำถาม ขั้นตอนที่ 2 การเรียนรูแสวงหาสารสนเทศ ข้ันตอนท่ี 3
การเรียนรูเพ่ือสรางองคความรู ขั้นตอนท่ี 4 การเรียนรูเพ่ือการส่ือสาร และขั้นตอนท่ี 5 การเรียนรู
เพือ่ ตอบแทนสงั คม
1.5 บูรณาการความรวมมือในการ 1) วิเคราะหเปาหมายการเรียนรู 2) วิเคราะห
มาตรฐาน ตัวช้ีวัด และ 3) ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู การจัดการเรียนรู การประเมินผล
แบบหลายหลาก บูรณาการทุกกลมุ สาระการเรยี นรู วดั ผลประเมินผลดวยวิธกี ารท่หี ลากหลาย
1.6 พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning และพัฒนาทักษะ
ดานการเรียนรูและนวัตกรรมสำหรับนักเรียน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน
กอนและหลังดวยกระบวนการจัดการเรียนรูแบบ Active Learning และประเมินความพึงพอใจ
ของนกั เรียนดวยกระบวนการจัดการเรยี นรูแบบ Active Learning ท่ีสงเสริมพฤติกรรมทางการเรียน
ดขี ้ึน
2) นโยบาย
2.1 หนวยงานตนสังกัดและหนวยงานที่เก่ียวของ ตองมีการสนับสนุน กำกับ ติดตาม
ประเมิน และพัฒนาคุณภาพของการจัดการศึกษาโดยมุงเนนระบบการบริหารและการจัดการ
ท้งั ดา นผบู รหิ าร ครู และบุคลากรทางการศกึ ษา หลกั สูตรการเรยี นการสอน ส่อื เทคโนโลยี ทรพั ยากร
สิ่งสนับสนุนการศกึ ษา การประเมิน และการพัฒนาคณุ ภาพอยางตอ เน่ือง
2.2 ผูบ รหิ ารสถานศกึ ษาสนองนโยบาย/ขับเคลื่อนการดำเนินงานในสถานศกึ ษา
2.3 วิสัยทัศนของโรงเรียน ที่นำสูเปาหมายท่ีเดนชัด กำหนดเปาหมาย (Goal)
ของโรงเรียน และเปาหมาย (Goal) ของแตละกลมุ สาระการเรียนรู
2.4 กำหนดเปน นโยบายเรง ดวนและเชื่อมโยงกบั การประเมนิ ผลการปฏิบตั ิตงิ าน
3) ปจจยั การบรหิ าร
3.1 คน
1) ผูบรหิ าร
- ผบู ริหารใหคำแนะนำกบั ครู หรือเปนแบบอยางในการจัดกระบวนการเรียนรู
- ผบู รหิ ารท่ีมคี วามรูในกระบวนการบริหารหลักสตู ร
125
2) ครูผสู อน
- ออกแบบแผนการจัดการเรียนรูใหเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู
เหมาะกับผูเรียน กระตุนใหผูเรียนมีสวนรวมในช้ันเรียน สงเสริมปฏิสัมพันธระหวางผูเรียนกับผูเรียน
และผูเรียนกับผูสอน สงผลใหผูเรียนเกิดประสบการณและความสำเร็จในการเรียนจัดการเรียนรู
ท่ีมุงเนนกระบวนการเรียนรู ทักษะ และเชื่อมโยงองคความรูนำไปปฏิบัติติเพอแกไขปญหาหรือ
ประกอบอาชีพในอนาคตได
- ครูผูสอนท่ีมีเทคนิควิธีการสอนท่ีหลากหลายสามารถจัดกิจกรรมการเรียน
การสอนแบบ Active Learning
- การพัฒนาครูใหมีเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
เพิ่มสมรรถนะและทักษะของครูผูสอนทุกประเภทเพ่ือใหผูสอนเกิดการจัดการเรียนการสอน
ทเี่ ปน ไปในรูปแบบเชิงรกุ
- การสรางปฏิสัมพันธระหวางครูกับผูเรียน มุงใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ โดยครู
เปนผูอำนวยความสะดวก สรางแรงบันดาลใจ ใหคำปรึกษา ดูแล แนะนำทำหนาที่เปนโคช แสวงหา
เทคนคิ วิธีการจดั การเรยี นรู และแหลง เรยี นรทู ่ีหลากหลาย ใชส ติปญญา คดิ สรา งสรรคผ ลงาน
- ครูตองมีความรู ความเขาใจถึงวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning มีความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู โดยนำมาปรับใชในการจัดการเรียนรู
ใหแกนักเรียนใหเหมาะกับบริบทของโรงเรียน โดยการพัฒนาครู อาทิ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพ
การจัดการเรียนรู 2) การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning 3) การจัดการเรียนรู
แบบโครงงานเปนฐาน Project Base Learning 4) ทักษะการใชเทคโนโลยี ส่ือสมัยใหม
ในการปฏิบัติงานและการออกแบบการจัดการเรียนรูและสรางส่ือการเรียนรู 5) การพัฒนาผูเรียน
ดวยการเสริมสรางทักษะชวี ติ ผเู รยี นในศตวรรษท่ี 21 การใชเทคโนโลยีในการเรียนรู
3) นักเรียน
- วิเคราะหผูเรียนและออกแบบการจัดการเรียนรูโดยยึดผูเรียนเปนสำคัญ
คำนึงถึงความแตกตางระหวางบุคคล ครูผูสอนยอมรับในความแตกตางของผูเรียน จัดกิจกรรม
ใหผูเรียนกลาคิด กลาทำ กลาแสดงออกในส่ิงที่ตนเองถนัดและสนใจ ไดลงมือปฏิบัติและเรียนรู
ขั้นตอนการทำกิจกรรม รูจักการแกไขปญหาดวยตนเอง กระตุน หรืออำนวยความสะดวกใหผูเรียน
ไดเกิดการเรียนรมู ากทส่ี ุด
- ใหผูเรียนมีอิสระทางดานความคิด และการกระทำของผูเรียน ทุมเท
ในการเรียน จูงใจในการเรียน ใหผูเรียนแสดงออกถึง ความรูความสามารถ ในลักษณะการลงมือ
ปฏิบตั ิ กระบวนการเรียนรูท ี่กอ ใหเ กิดการพฒั นาเชงิ บวกท้ังตวั ผูเรยี น
126
3.2 งบประมาณ
- จัดสรรงบประมาณใหเพียงพอสำหรับการจัดการศึกษาของทุกระดับ
ทกุ ประเภท การใหความรูแ กบ คุ ลากรครู
- งบประมาณท่ีเพียงพอตอความตองการในการจัดหาส่ือ วัสดุ อุปกรณ
ในการสนบั สนนุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู
3.3 วัสดุ อุปกรณ เทคโนโลยี
- จัดทำสื่อประกอบการเรียนรู โดยใชแอปพลิเคชัน KineMaster โปรแกรม
สำเรจ็ รูปที่อยใู นรปู แบบของเว็บไซต YouTube, Canva
- การจดั สรรงบประมาณใหเ พยี งพอตอ ความตอ งการ
- การสนับสนุน ส่ือ อุปกรณ ครุภัณฑ เชน คอมพิวเตอร อุปกรณวิทยาศาสตร
ส่อื ภาษาอังกฤษ เพ่ือการจดั การเรียนรทู มี่ คี ุณภาพ
3.4 การบรหิ าร
- สรางความตระหนัก ความรู ความเขาใจ ตามสำคัญของการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ใหผเู กย่ี วขอ งทุกระดับ กำหนดแนวทางใหค รูปรบั วิธีการจัดการเรียน
การสอนแบบเดิม ๆ ใหเนนการเรียนการสอนแบบ Active Learning ฝายบริหาร นิเทศการจัด
การเรียนการสอนของครผู ูสอนเนนแบบเชงิ รุก
- ขับเคลื่อนผาน PLC การทำงานเปนทีมอยางมีความสุข PLC กระบวนการ
บริหารหลักยึดหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” ผานกระบวนการ
ขับเคล่ือนการทำงาน PDCA
- ใหความสำคัญ เพื่อดำเนินการสนับสนุนใหการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ประสบความสำเรจ็ ทงั้ ดานงบประมาณ สอ่ื และอปุ กรณการจัดการเรียนรู
- ใหข วัญกำลังใจในเรื่องการเลอื่ นวิทยฐานะใหสงู ขนึ้
- สรางเอกสาร คูมือ ตัวอยาง ตนแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ในรูปแบบเอกสาร คลิปวิดีโอ ท่สี ามารถนำไปใชไ ดจรงิ
- คัดเลือกตนแบบท่ีมีการปฏิบัติที่ดีเพื่อเปนตัวอยางในระดับตาง ๆ โดยไมได
ประกวดแขง ขัน
- จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาท่ีครอบคลุมการจัดกิจกรรมการจัด
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
- พัฒนารูปแบบการดำเนินการแบบ PDCA 1. ประชุมวางแผน 2. มีการจัด
อบรมขยายผลใหกับครูผูสอน 3. นำสูหองเรียน 4. มีการนิเทศ ติดตาม 5. สรุปและประเมินผล
127
ประกอบกับ 1) นโยบายจากผูบริหาร 2) การจัดการเรียนการสอนของครู 3) คุณภาพของผูเรียนท่ีมี
การพฒั นาความรูอยา งตอ เน่อื ง
- ประเมินผลกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning ท่ีครูผูสอน
จัดกิจกรรม โดยวัดจากผลสัมฤทธิ์ของผูเรียนรายกลุมตามครูประจำกลุมจนถึงระดับสถานศึกษา
เพ่ือนำขอดีและขอปรับปรุงมาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนแบบบ Active Learning ตอไป
ในระดบั สถานศึกษา
- รณรงคใหผูบริหารมีความรูความเขาใจการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning เพือ่ ขบั เคลอ่ื นภายในสถานศึกษา
- ถอดบทเรียนจากสถานศึกษาท่ีประสบผลสำเร็จดวยการกระบวนการจัด
การเรียนรู KM เพื่อคนหาแนวปฏิบัติท่ีดี (Best Practice) และนวัตกรรม เพ่ือแรงบันดาลใจใหกับ
สถานศึกษาท่ีกำลังพัฒนา การพัฒนาตอยอดนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning สูการปฏิบัติท่ีเปนเลิศ (Best Practices) สรางเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรูสูนวัตกรรม
การปฏิบัติทเ่ี ปนเลิศ (Best Practices) ในระดบั สถานศึกษา สูระดับประเทศ
2.4. ผลการศึกษาขอเสนอแนะการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบดว ย
1) ดา นนโยบาย
1.1 กำหนดนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ท่ีเปน
รูปธรรม มีระบบการขับเคล่ือนสูการปฏิบัติที่ชัดเจน ตอเน่ือง โดยกำหนดเปนคาเปาหมาย ตัวช้ีวัด
ทชี่ ดั เจนใหแ ตละระดับไดปฏิบตั ิตามเง่อื นไข ระยะเวลา
2.2 มีระบบการกำกับ ตดิ ตาม ตรวจสอบ นเิ ทศ และรายงานผล
2.3 พัฒนา ฝกอบรมใหความรู ความเขาใจ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ
เกยี่ วกับการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ใหผปู ฏิบตั ิติงานทกุ ระดับ
2.4 การจัดสรรอัตรากำลังครูใหมีความสอดคลองตามความตองการจำเปน
เหมาะสม โดยการจัดการเรียนการสอนควบช้ัน ควบระดับ จะสงผลกระทบตอการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning
2.5 มหี นว ยงานใหคำปรึกษาการจดั การเรยี นการสอน การประเมินผล การสรางส่ือ
นวัตกรรมอยา งเปนระบบในการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2) ดา นหลกั สูตร
2.1 พัฒนาหลักสูตรการเรียนรูท่ีตอบสนองความสามารถ ความถนัด ของนักเรียน
สอดคลองกับสถานการณปจจุบันมีการกำหนดตัวช้ีวัดชัดเจนโครงสรางในการจัดการเรียนรูยืดหยุน
ตามบรบิ ทของโรงเรยี น
128
2.2 มกี ารฝก อบรม พัฒนาครูผสู อน เกี่ยวกับการออกแบบหนว ยการเรยี นรู แผนการ
จัดการเรยี นรู การวดั ประเมนิ ผลการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2.3 จัดทำแนวทางการการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยบูรณาการ
เชอื่ มโยงทุกกลมุ สาระการเรียนรูแ ละระดบั ชัน้ ของผูเรยี น
3) ดานการจัดการเรียนการสอน
3.1 ควรมีวิทยากรแกนนำที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ทีส่ ามารถถายทอดความรู กระบวนการไดเ ขา ใจ และสามารถนำความรูไปปฏิบตั ไิ ดจริง
3.2 นักเรียนควรไดรับการสอนท่ีเนนทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based
Learning) เพ่ือสงเสริมทักษะในการคิดแกป ญ หาของนักเรียน
3.3 การเรียนการสอนโดยใหผ ูเรยี นปฏิบัตใิ หม ากทส่ี ุด เพ่ือนำความรูความเขาใจไปใช
ในชวี ิตประจำวัน สามารถเรียนรวู ธิ ีการจากคนใกลตัว เปน การนำความรไู ปประยุกตใ ชใ นชีวิตซึ่งตองมี
กระบวนการเรียนรูแบบรวมมือสรางองคความรูซ่ึงกระบวนการจะตองสงเสริมใหผูเรียนไดมีโอกาส
เขา รวม รวมถงึ ผเู รยี นสามารถเรยี นรูอยา งมรี ะเบียบวนิ ัยในการทำงานรว มกบั ผูอ่ืน
3.4 การจัดการเรียนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ทำใหนักเรียน
มีความสนกุ สนานผสมผสานไปกบั ความรทู ่ไี ดร บั อกี ท้ังสามารถนำความรูที่ไดไปใชในชวี ิตจริงได
3.5 ควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ Active Learning อยา งตอเน่ือง
3.6 การจัดการเรียนรูในรูปแบบออนไลนสามารถดำเนินการในรูปแบบการจัดการ
เรยี นการสอนแบบ Active Learning ได
3.7 การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning สำหรับเด็กพิการของ
ศูนยการศึกษาพิเศษโดยสวนใหญเปนกิจกรรมในลักษณะที่ลงมือปฏิบัติจริงควรใหมีเอกสารแนวทาง
คูมือส่อื เทคโนโลยีใหแ กค รูผูสอน
4) ดา นการวัดและประเมนิ ผล
4.1 มีการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
เปนระยะและอยางตอเน่ือง
4.2 ควรมกี ารนเิ ทศ ตดิ ตามการสอน ประเมินการสอน อยางเปนระบบ สม่ำเสมอ
4.3 ควรใหผ ทู ่มี ีสว นไดส ว นเสยี มสี วนรว มในการประเมินการสอนของครู
5) ดา นปจ จัยบรหิ าร
5.1 บคุ ลากร
1) ผบู ริหารโรงเรียน
- ควรอบรมใหความรูแกผูบริหารใหมีทักษะในการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning
129
- ผูบริหารโรงเรียนควรสนับสนุนใหดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning
2) ดา นครู
- ควรจัดอบรมใหความรูครูและการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ควรทำเปน workshop ไมเนนทฤษฎีมากจนเกินไปจนครูมีความยากลำบาก
ทจี่ ะนำไปปฏิบตั ิควรคำนึงถึงความแตกตางของบรบิ ทในแตล ะพื้นที่
- ควรจัดอบรมครูผูสอนใหสามารถบูรณาการการจัดการเรียนการสอนภายใน
กลมุ สาระและขามกลมุ สาระการเรยี นรู
- การสนับสนุนบุคลากรใหเปนแกนนำขับเคล่ือนกิจกรรมการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning
- สรางแรงจูงใจใหกับครูเพ่ือการจัดการเรียนการสอน สรางสรรคส่ือนวัตกรรม
ที่มีคุณภาพ ประสิทธภิ าพ
- ภาระงานนอกเหนือการสอนของครูมีจำนวนมาก สงผลใหการจัดการเรียน
การสอนขาดประสิทธิภาพ ควรลดภาระงานอ่ืนของครูเพื่อใหครูไดมีเวลาเพ่ิมพูนประสิทธิภาพ
ในการสอนและไดทำหนาทห่ี ลกั ของครคู อื การสอนนน่ั เอง
- มีการประเมินการสอนของครูผูสอนวาบรรลุวัตถุประสงคหรือไม
โดยครูผูสอน เพ่ือนรวมงาน หัวหนากลุมสาระการเรียนรู ผูบังคับบัญชาท้ังภายในและภายนอก
สถานศกึ ษา
- ควรจดั ทำวดิ ิทัศนต น แบบวิธกี ารจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
เพื่ อ เป น ตั ว อ ย า ง ใ ห กั บ ค รู น ำ เท ค โ น โล ยี ท า ง ด า น ก า ร สื่ อ ส า ร ส มั ย ใ ห ม เข า ม า ป ร ะ ยุ ก ต ใ ช
ในการจดั การเรยี นรูทุกข้นั ตอนของกระบวนการจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
- การพัฒนาเครื่องมือเทคโนโลยีท่ีทันสมัยเพ่ือใหเด็กพิการรุนแรงสามารถ
เขาถงึ กจิ กรรมได
3) ดานผูม ีสวนไดสวนเสยี
- ผูท่ีมีสวนเก่ียวของทุกภาคสวนตองตระหนักเห็นความสำคัญและให
ความรว มมอื สงเสริมและสนับสนุนในการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
- ผูป กครองและนักเรียนมีสวนรวมในการจดั ทำหลกั สตู ร
- ผูป กครองและนักเรียนมีสว นรวมในการจดั การเรยี นรู
- การจัดกิจกรรมการเรียนรเู ชงิ รกุ เปน กจิ กรรมทน่ี า สนใจ
- การสนับสนุนจากผูท่ีเกี่ยวของใหดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning
130
5.2 งบประมาณ
1) ควรจัดสรรงบประมาณในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ใหเพียงพอ
2) จัดสรรงบประมาณ ดานส่ืออุปกรณ การจัดการเรียนรูใหเพียงพอตอ
ความตองการของผเู รียน
3) การสนบั สนุนงบประมาณเปน ขวญั กำลงั ใจใหกบั บุคลากร
ระยะท่ี 3 ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของกระทรวงศึกษาธิการ มีดงั น้ี
1. ใหความสำคัญ โดยการยกระดับใหเปนวาระเรง ดว น
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคล่ือน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรมชัดเจน
เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ท้ังในภารกิจพื้นฐาน
ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพื้นท่ี ที่สงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นที่ในระดับ
กระทรวง ระดับจังหวดั /เขตพื้นท่ี และระดับสถานศกึ ษา
3. สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในการออกแบบการเรียนรู การลงมือปฏิบัติของผูเรียน
และรวมประเมินผลการเรียนรใู หม ากข้นึ อยางเปน รปู ธรรม
4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปล่ียนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู คอย
กระตุน สรางแรงบนั ดาลใจ แนะนำวิธเี รียนรูและวิธีจัดระเบียบการสรางความรูใหกับนักเรยี น เพ่ือให
นกั เรยี นไดร บั การปพู ื้นฐานความพรอมท้ังกาย ใจ ปญญา อยา งรอบดา น
5. สรางขวัญกำลังใจใหผูปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผูปฏิบัติงานเชิงประจักษ และสนับสนุน
ใหไดรบั โอกาสความกาวหนาในอาชพี
6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผลและการรายงานผลที่ชัดเจน
อยางตอเนื่อง โดยใชดิจิทัลแพลตฟอรมใหเกิดความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอการปฏิบัติงานทุก
ระดับ
131
บทท่ี 5
บทสรปุ
การศึกษา เรื่อง การดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เปนการดำเนินงานในลักษณะของการวิจัยและพัฒนา
(Research and Development) มีวตั ถปุ ระสงค 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินงาน
ตามนโยบายการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ 3) เพ่ือจัดทำ
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนนิ การวิจัย 3 ระยะ มรี ายละเอียด ดังนี้
ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ระยะท่ี 2 ศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ระยะที่ 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
สรปุ ผลการวิจยั
ระยะท่ี 1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
1.1 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดย
การวิเคราะห สังเคราะหเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ที่เนนผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรูเพื่อใหเกิดสมรรถนะหลัก
และการพฒั นาตนเองตามความถนัดและความสนใจ สรปุ ไดด ังน้ี
1. รูปแบบทใี่ ชใ นการจดั การเรยี นการสอน เรียงตามอนั ดับการใชจ ากมากไปนอย ดังนี้
1.1 การสอนแบบใชค ำถาม (Questioning Method)
1.2 การเรยี นรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน(Activity-Based Learning)
1.3 การเรียนรูแบบใชเกม (Games)
1.4 การเรียนรเู ชงิ ประสบการณ (Experiential Learning)
1.5 การเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem Based Learning)
1.6 การเรยี นรแู บบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored Instruction)
132
1.7 การเรยี นรโู ดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-Based Learning)
1.8 การเรียนรูแบบกรณศี กึ ษา (Analyze Case Studies)
2. สภาพการดำเนนิ การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
2.1 ดา นบคุ คล คือ ผูบรหิ าร ครูผูสอน และผเู รียน โดยมสี าระสำคญั คอื
2.1.1 ผูบริหาร เปนบุคคลสำคัญในการสนับสนุน ควรกำหนดเปนนโยบาย
ในการขับเคล่ือนในสถานศึกษา สงเสริมสนับสนุนและเสริมแรงจูงใจ สังเกตกระบวนการเรียนรู
อยางตอเนือ่ ง รวมทั้งสงเสรมิ ชุมชนแหง การเรยี นรูท างวชิ าชพี PLC
2.1.2 ครูผูสอน ควรใชคำถามเพื่อกระตุนใหผูเรียนไดเกิดการเรียนรู ไมนำ
ความคิดของตนเองเขาไปในการจัดการเรียนรู เปดโอกาสใหผูเรียนคิดนอกกรอบ สงเสริม พัฒนา
ใหผูเรียนสามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง สามารถตอยอดและนำไปใชในชีวิตประจำวัน
ดวยทักษะวิธีการจัดการเรียนรูท่ีหลากหลาย ใชส่ือ อุปกรณท่ีทันสมัย นาเรียนรู ดึงดูความสนใจของ
ผเู รยี น
2.1.3 ผูเรียน การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับวัย สภาพ บริบท
ความพรอ ม ทกั ษะ สมรรถนะ ความกระตือรอื รนใสใ จตอ การเรยี นรขู องผูเรียน
2.2 สื่อ วัสดุ อุปกรณ ที่ทันสมัย เพียงพอ เหมาะสม สรางความสนใจในการเรียนรู
ของผเู รียน
2.3 งบประมาณที่สามารถสนับสนุนจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศึกษา
3. ปจ จยั ที่สง ผลตอ ความสำเร็จในการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning
3.1 บทบาทของครู เปล่ียนบทบาทจากผูสอนมาเปนผูใหคำแนะนำ อำนวย
ความสะดวก และชวยเหลือผูเรยี น
3.2 สมรรถนะของครู ประกอบดวย 2 สมรรถนะหลัก ไดแก 1) สมรรถนะหลัก
(Core Competency) ประกอบดวยสมรรถนะ 4 ดาน คือ การมุงผลสัมฤทธิ์ การบริการที่ดี
การพัฒนาตนเองและการทำงานเปนทีม และ 2) สมรรถนะประจำสายงาน (Functional
Competency)ประกอบดวยสมรรถนะ 5 ดาน คือ การจัดการเรียนรู การพัฒนาผูเรียน การบริหาร
จัดการช้ันเรียน และการวิเคราะห สังเคราะหและการวิจัย 3) รูปแบบการเรียนรู ครูควรมีการเลือก
รปู แบบการเรียนรูทีเ่ หมาะสมกับเน้ือหาและธรรมชาตวิ ชิ า เนน ใหผ ูเ รยี นไดเรียนรดู วยการลงมอื ปฏิบตั ิ
เปน กจิ กรรมท่ชี ว ยพัฒนาผูเรยี นใหเกิด 3R8C ซึ่งเปนทักษะท่พี ึงมีในศตวรรษท่ี 21
133
1.2 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสนทนากลุม สรุปสภาพการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศกึ ษา สังกัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดังนี้
1. บคุ คล
1.1 ผูบริหาร ขาดความตระหนักในการสงเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ขาดภาวะผูนำทางวิชาการ (Instructional Leadership) ผูบริหาร
มีการเปล่ยี นแปลงโยกยา ยสถานศึกษาบอย
1.2 ครูผูสอน ขาดความรู ความเขาใจ ความสามารถและทักษะการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ใชรูปแบบการสอนแบบเดิม ไมมีเวลาในการจัดการเรียนการสอน
เนือ่ งจากไดรบั มอบหมายใหก จิ กรรมอื่น ๆ เชน งานยาเสพตดิ งานอนามยั งานแนะแนว
1.3 ผูเรียน ขาดทักษะการคิดวิเคราะห การจัดการเรียนการสอนของครู ไมเนน
ใหผูเรียนลงมือปฏิบัติ ผูเรียนไมมีสวนรวมในการเรียนรู ไมสามารถประยุกตใชความรูในการแกไข
ปญหาได รวมทัง้ ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู
2. วัสดุ สอื่ อปุ กรณ
2.1 ขาดแคลนวัสดุ ส่ือ และอุปกรณสำหรับใชในการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ท่ีตอ งใชเพื่อใหผ ูเรยี นไดล งมอื ปฏบิ ัติจริง
2.2 สอื่ และเทคโนโลยี ไมต อบสนองตอการเรยี นรูในศตวรรษท่ี 21
3. การบรหิ ารจัดการ
3.1 การขับเคล่ือนนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
หนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด เชน ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ไมตอเน่ือง
มีรูปแบบการดำเนินงานไมที่ชัดเจนสงผลใหผูบริหารสถานศึกษา ไมใหความสำคัญของการจัด
การเรียนการสอนแบบ Active Learning ไมมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ในระดบั ตาง ๆ
3.2 หนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาขาดการสงเสริมครูผูสอนอยางจริงจัง
โดยเฉพาะผูที่จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมีประสิทธิภาพ มีผลงาน
เชิงประจักษเปนท่ียอมรับ ใหมีความกาวในอาชีพ สรางแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน มอบเกียรติบัตร
การพิจารณาความดีความชอบ เปนตน และขาดการพัฒนาสมรรถนะครูผูสอนอยางตอเนื่อง
ดวยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย เพอื่ สรางแรงบนั ดาลใจ
3.3 การสนับสนุนดานงบประมาณ วัสดุ อุปกรณใหกับสถานศึกษาเพ่ือใช
ในการจัดการเรยี นการสอนเชิงรุกไมเ พยี งพอตอการจัดทำสื่อเพ่อื ใหผ ูเ รยี นไดเรยี นรู
134
3.4 การนิเทศ กำกับ ติดตามการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของครูผสู อนและผบู รหิ ารสถานศกึ ษาขาดความตอเนอ่ื งและเปนระบบ
3.5 การขับเคล่ือนการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ผูตรวจราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ นายไพศาล วุทฒิลานนท และ นายธีร ภวัคนันท ดำเนินการวิเคราะห
แนวทางการขบั เคลอื่ น Active Learning เพือ่ พัฒนาทักษะแหงอนาคต นำเสนอดงั รูปภาพท่ี 20
ภาพท่ี 20 แนวทางการขบั เคล่อื น Active Learning เพอื่ พฒั นาทักษะแหง อนาคต
1.3 ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา
สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยการสอบถาม ประกอบดวย หนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด
และสถานศกึ ษา ซึง่ มผี ลการศกึ ษา ดงั น้ี
ระดับหนวยงานการศึกษาระดับจังหวัด ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม ของหนวยงาน
การศึกษาระดับจังหวัด พบวา ผูตอบแบบสอบถาม จำนวนท้ังส้ิน 465 คน สวนใหญ สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา และดำรงตำแหนงผูบริหารการศึกษา จากการศึกษาพบวา
สภาพการจัดเรียนการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ของหนวยงานการศึกษา ระดับจังหวัด ในภาพรวมอยูในระดับมากท่ีสุด ( x = 4.25) เมื่อพิจารณา
เปนรายการ พบวา รายการครูสรางบรรยากาศของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธ
135
ท่ีดีกับเพื่อนในช้ันเรียนมีคาเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา 4 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรู
โดยเปดโอกาสใหผูเรยี นมีสวนรวมในกระบวนการเรียนรู รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริม
ใหผเู รียนมีวินัยในการทำงาน รายการครูจดั กิจกรรมการเรียนรูดว ยวิธีการสอนที่หลากหลาย รายการ
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรูที่สงเสริมใหผูเรียนมีความรับผิดชอบรวมกัน และรายการครูจัดกิจกรรม
การเรยี นรทู ี่สงเสริมใหผ ูเรียนไดพ ฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ ตามลำดับ
ระดับหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา ผลการศึกษา พบวา ผูตอบแบบสอบถาม
สวนใหญ สังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา และดำรงตำแหนงครู ผลการศึกษา
สภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของหนวยงานทางการศึกษา สถานศึกษา
ในภาพรวมอยูในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณาเปนรายการ พบวา รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรู
ท่ีสงเสริมใหผูเรียนมีวินัยในการทำงาน มีระดับการปฏิบัติงานมากที่สุด รองลงมา มีคาเฉล่ียเทากัน
2 รายการ คือ รายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยเปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในกระบวนการ
เรียนรู และรายการครูสรางบรรยากาศของการมีสวนรวมและสงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดีกับ
เพื่อนในช้ันเรียน รองลงมา คือ รายการครูจัดกจิ กรรมการเรียนรูทสี่ งเสรมิ ใหผเู รียนมีความรบั ผิดชอบ
รวมกัน โดยรายการครูจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ีสงเสริมทักษะการคดิ ขั้นสงู และกระบวนการแกปญหา
มีระดบั การปฏบิ ตั ิตำ่ สดุ
ผลการวิเคราะหขอมลู การเสนอแนะเพิ่มเติม เก่ียวกบั ปญ หา อุปสรรค ในการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning พบวา มขี อ มูลเสนอแนะ ดงั น้ี
1. บุคคล
1.1 ผูบ รหิ าร ขาดความตระหนกั ถึงความสำคญั ของการขับเคลอ่ื นนโยบายสูการปฏิบัติ
ในหองเรียน การสงเสรมิ และกระตนุ ใหครูจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning
1.2 ครูผูสอน ขาดความรู ความเขาใจ ทักษะ ความสามารถ ประสบการณในการจัด
การเรียนการสอน การสื่อสาร ภาษา การพัฒนาที่ตอเน่ืองเพ่ือเพิ่มประสบการณ มีภาระงาน
หลายหนา ท่ี ท้งั งานที่ไดรบั มอบหมายตามหนา ท่แี ละกจิ กรรมของหนว ยงานภายนอก
1.3 ผูเรียน ผูเรียนมีความแตกตางกันและหลากหลาย เชน ความสามารถ พื้นฐาน
ความรู ศักยภาพและพัฒนาการของผูเรียนมีความแตกตางกัน ไมกลาแสดงออก การคิด วิเคราะห
สังเคราะห ขาดการเช่ือมโยงการเรียนรูในแตละวิชา ขาดความรับผิดชอบ ความกระตือรือรน
ความสนใจท่ีจะเรียนรู ขาดทักษะการนำเสนอ ทักษะที่จำเปน ความรวมมือนอย สถานการณโควิค
ทำใหเ กิดภาวะถดถอยทางการเรยี นรู มาเรยี นไมส ม่ำเสมอ ขาดเรียนบอ ย
136
2. วัสดอุ ปุ กรณ ขาดแคลนสื่อ วัสดุ อุปกรณ และเทคโนโลยี ท่ีเพียงพอ และทนั สมยั
3. งบประมาณ ขาดงบประมาณในการจดั ชือ้ วสั ดุอปุ กรณ งบประมาณมจี ำนวนจำกัด
4. การบริหารจัดการ การขับเคลื่อนนโยบายไมตอเน่ือง ไมตอบสนองกับสภาพ บริบท
ของสถานศึกษา และผูเรียน ขาดการกำกับ ตดิ ตามการนเิ ทศการจัดการเรยี นการสอนอยางตอ เนื่อง
ระยะที่ 2 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ พบวา โดยสวนใหญแนวทาง ความตองการ ปจจัยท่ีสงผลตอ
การดำเนินงานตามนโยบายการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกระทรวงศึกษาธิการ
ข้นึ อยู
2.1 ผลการศึกษาปจจัยสูความสำเร็จ ที่สงผลตอความสำเร็จการจัดการเรียนการสอน
แบบ Active Learning ของสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบดวย ทรัพยากร
ทางการบริหารตองพรอ ม คอื
1) บคุ คล คอื ผูบริหาร ครูผูสอน บคุ ลากร และผูเ รยี น
2) สือ่ วัสดุ อปุ กรณ เทคโนโลยี
3) งบประมาณ
4) การบรหิ ารจัดการ
2.2 ผลการศึกษาความตองการในการสงเสริม สนับสนุน เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการจัด
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ของสถานศึกษา สงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ
1) การพัฒนาการจดั การเรียนการสอนของครู
2) งบประมาณ
3) การบรหิ ารจัดการ
2.3 ผลการศึกษาแนวทางการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ของสถานศกึ ษา สงั กัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพอ่ื ขบั เคล่ือนการดำเนินงานใหบ รรลุเปา หมาย มดี งั น้ี
1) การจัดการเรียนการสอน ประกอบดวย หลักสูตร สาระการเรียนรู การออบแบบ
กระบวนการการจัดการเรียนการสอน การบรู ณาการเช่ือมโยงของการจัดการเรียนการสอน
2) นโยบาย การขบั เคลอ่ื น แนวทางการดำเนนิ งาน ทีช่ ัดเจน ตอ เนอื่ ง เปน รปู ธรรม
3) ปจจัยการบริหาร ประกอบดวย ผูบริหาร ครูผูสอน นักเรียน งบประมาณ วัสดุ
อุปกรณ การบริหารจัดการ
137
ระยะที่ 3 จัดทำขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของ
กระทรวงศึกษาธิการ ประกอบดวย
1. ใหความสำคญั โดยการยกระดับใหเปน วาระเรง ดว น
2. ควรจัดทำกลยุทธในการขับเคลื่อน เปนนโยบาย 3 ระดับ อยางเปนรูปธรรมชัดเจน
เหมาะสมกับคนทุกชวงวัย ดวยการวิเคราะหหวงโซคุณคา (Value Chain) ท้ังในภารกิจพื้นฐาน
ภารกิจยุทธศาสตร และภารกิจพื้นที่ ท่ีสงผลตอการบรรลุเปาหมาย สอดคลองกับพื้นที่ในระดับ
กระทรวง ระดบั จังหวดั /เขตพน้ื ท่ี และระดับสถานศึกษา
3. สง เสริมใหผูเ รยี นมสี ว นรวมในการออกแบบการเรยี นรู การลงมอื ปฏบิ ัตขิ องผเู รียน และ
รวมประเมนิ ผลการเรียนรูใหมากข้นึ อยางเปน รูปธรรม
4. พัฒนาครูใหมีทักษะ สมรรถนะ เปลี่ยนบทบาทเปนผูอำนวยการการเรียนรู
คอยกระตุน สรางแรงบันดาลใจ แนะนำวิธีเรียนรูและวิธีจัดระเบียบการสรางความรูใหกับนักเรียน
เพอื่ ใหน ักเรยี นไดร ับการปูพนื้ ฐานความพรอมท้ังกาย ใจ ปญญา อยางรอบดาน
5. สรางขวัญกำลังใจใหผูปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผูปฏิบัติงานเชิงประจักษ และสนับสนุน
ใหไ ดร บั โอกาสความกา วหนาในอาชีพ
6. จัดระบบการกำกับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผลและการรายงานผลท่ีชัดเจน
อยางตอเน่ือง โดยใชดิจิทัลแพลตฟอรมใหเกิดความคลองตัว รวดเร็ว สะดวกตอการปฏิบัติงาน
ทกุ ระดบั
อภปิ รายผลการวิจยั
1. ผลการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยการ
วิเคราะห สังเคราะหเอกสารและงานวิจัยที่เกยี่ วของการสนทนากลุมของผูเช่ยี วชาญและเกย่ี วกบั การ
จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ท่ีเนนผูเรียนทุกระดับมีสวนรวมสรางสรรคการเรียนรู
เพ่ือใหเกิดสมรรถนะหลัก และการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ ซ่ึงไดผลการศึกษา 3
หวั ขอ โดย พบวา
1.1 รูปแบบท่ใี ชในการจดั การเรยี นการสอนมี 8 รปู แบบ ไดแก ก า ร ส อ น แ บ บ ใ ช
คำถาม (Questioning Method) การเรียนรูโ ดยใชก ิจกรรมเปน ฐาน(Activity-Based Learning) การ
เรียนรูแบบใชเกม (Games) การเรียนรูเชงิ ประสบการณ (Experiential Learning) การเรียนรูโดยใช
ปญหาเปนฐาน (Problem Based Learning) การเรียนรูแบบแสดงบทบาทสมมติ (Anchored
138
Instruction) การเรียนรูโดยใชโครงงานเปนฐาน (Project-Based Learning) การเรียนรูแบบ
กรณีศึกษา (Analyze Case Studies)ซึ่งเรียงลำดับจากการนำไปใชมากไปหานอย เหตุท่ีเปนเชนนี้
อาจสืบเน่ืองมาจากการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนในคร้ังน้ีไดวิเคราะหสังเคราะหเอกสาร
และงานวิจัยท่ีเกย่ี วของท่ีดำเนนิ การในชวงตง่ั แต พ.ศ. 2553- พ.ศ.2563 ซึ่งเปนระยะเวลาหน่งึ เทาน้ัน
อีกทั้งในการศึกษาเอกสารและรายงานการวิจัยการนำไปใชอาจมีเฉพาะสวนท่ีเผยแพรและนำเสนอ
ผานระบบที่ฐานขอมูลงานวิจัยระดับชาติ และรูปแบบของการจัดการเรียนการสอนท่ีพบจาก
การศึกษาเปนขอสังเกตไดวา การจัดการเรียนการสอนในชวงระยะเวลาท่ีผานมายังจัดการเรียนการ
สอนท่ีสวนใหญยังมีรูปแบบท่ีเนนครูเปนศูนยกลางของการเรียนรู และเปนวิธีการสอนแบบใชคำถาม
(Questioning Method) มากกวาวิธีอื่น ท้ังนี้อาจสืบเนื่องจากเปนรูปแบบการสอนท่ีงายและสะดวก
สำหรับครูผูสอน เพราะผูสอนไมตองเตรียมส่ือ วัสดุ อุปกรณประกอบการจัดการเรียนการสอน
เพยี งแตใชอ งคค วามรูประสบการณจ ากวชิ าที่ทำการสอนมาตง้ั คำถาม กระตุนใหนักเรยี นเกิดความคิด
และการเรียนรูตามวัตถุประสงคท่ีต้ังไว ซึ่งสอดคลองกับแนวความคิดและงานวิจัยของ Mckinney
(2008), เยาวเรศ ภักดีจติ ร(2557) และวทิ วสั ดวงภุมเมศ และวารรี ตั น แกว อุไร (2560) ที่ไดสรุปไวว า
วธิ ีการสอนแบบใชคำถาม (Questioning Method) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรทู ่ีผูสอนตั้งคำถาม
ในลักษณะตาง ๆ ที่เปนคำถามเชิงทาทาย มุงเนนพัฒนาความคิดของผูเรียน ซึ่งเปนลักษณะคำถาม
ตามระดับชั้นของ Bloom คือ ถามความรู เปนคำถามท่ีผูเรียนสามารถตอบขอเท็จจริงได เชน ใคร
(WHO) อะไร (WHAT) เมื่อไหร (WHEN) ที่ไหน (WHERE) คำถามความเขาใจ เปนคำถามสามารถ
อธบิ ายดว ยคำพดู มกั ใชคำวา อยา งไร(HOW) ถามการนำไปใช เปน คำถามทผี่ เู รียนสามารถนำความรู
ในการแกปญหาในสถานการณใหมได ถามการวเิ คราะห เปนคำถามท่ีผเู รียนสามารถจำแนกแยกแยะ
เรือ่ งราวตาง ๆได ถามสังเคราะหเปนคำถามที่ผเู รียนใชก ระบวนการคดิ สรปุ เปน หลักการ แนวคิดใหม
ถามประเมินคา เปนคำถามท่ีผูเรียนตีคุณคาโดยใชความรูสึกนึกคิดอยา งมีเหตุผล สําหรับรูปแบบหรือ
วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรูเชิงรุกที่ครูผูสอนนํามาใชจัดการเรียนการสอน รองลงมา ไดแก การ
เรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (ActivityBased Learning) ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก สํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (2562) ได นําเสนอรูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู ที่เนน
บทบาทและการมีสวนรวมของผูเรียนดวยรูปแบบ การเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน (Activity-
Based Learning) ซึ่งเปนการเรียนรูท่ีเนนบทบาทและการ มีสวนรวมของผูเรียน หรือ “การเรียนรู
เชิงรุก” (Active Learning) หมายถึง นํากิจกรรมเปนท่ีตั้ง เพื่อท่ีจะฝกหรือพัฒนาผูเรียนใหเกิดการ
เรียนรูใหบรรลุวัตถุประสงคหรือเปาหมายท่ีกําหนด กิจกรรม การเรียนรูโดยใชกิจกรรมเปนฐาน มี
หลากหลายกิจกรรม การเลือกใชขึ้นอยูกับความเหมาะสม สอดคลองกับวัตถุประสงคของการจัด
กจิ กรรมน้ันๆ วามุงใหผูเรียนไดเรียนรูหรือพัฒนาในเรื่องใด สามารถจําแนกออกเปน 3 ประเภทหลัก
คือ (1) กิจกรรมเชิงสํารวจ เสาะหา คนควา (Exploratory) ซ่ึงเกี่ยวของกับการรวบรวม สั่งสมความรู