The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) และแผนการจัดการเรียนรู้ระดับชั้นประถมศึกษาษาปีที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nonchanschool.2474, 2022-12-06 11:04:48

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) และแผนการจัดการเรียนรู้ระดับชั้นประถมศึกษาษาปีที่ 2

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti-Corruption Education) และแผนการจัดการเรียนรู้ระดับชั้นประถมศึกษาษาปีที่ 2

48

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

คาํ ชแี้ จ้ง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน

คณุ ลักษณะอนั พึง รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
ประสงค์ด้าน 321

มุ่งมนั่ ในการ 1. มีความตั้งใจและพยายามในการทาํ งานที่ไดร้ ับ
ทาํ งาน มอบหมาย

2. มีความอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรคเพื่อให้งาน
สําเร็จ

ลงชือ่ ผู้ประเมิน
(นายธรี วงศ์ จดุ พมิ าย)

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
พฤติกรรมทีป่ ฏิบัติชดั เจนและสมาํ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยคร้งั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิบางครัง้ ให้ 1 คะแนน

49

50

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุม่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม วิชา การป้องกันการทุจรติ รหัสวชิ า ส12201

ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 เรอ่ื ง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม เวลา 16 ชวั่ โมง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๕ เรื่อง เรอ่ื ง ระบบคิดฐาน 2 (แยกแยะพฤติกรรมตวั อย่าง) เวลา ๒ ชวั่ โมง

สอนวนั ท่ี เดอื น พ.ศ. ผสู้ อน นายธีรวงศ์ จดุ พมิ าย

1. ผลการเรียนรู้
1.1 มีความรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม
1.2 สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนกับผลประโยชนส์ ว่ นรวมได้

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 นักเรยี นสามารถแยกแยะพฤติกรรมตัวอย่างท่เี ปน็ ระบบคิดฐาน ๒ ได้

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้
“ระบบคิดฐาน ๒ (Digital)” คือ เป็นระบบคดิ ที่สามารถแยกเรอื่ งประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ สว่ นรวม

ออกจากกันได้อยา่ งชดั เจน ไม่นาํ มารวมกัน ส่ิงไหนถูกส่งิ ไหนผิด ส่ิงไหนทาํ ได้สง่ิ ไหนทําไมไ่ ด้ ผลประโยชน์สว่ นรวมยอ่ ม
สาํ คัญกวา่ ผลประโยชนส์ ่วนตน ควรยดึ ผลประโยชน์สว่ นรวมเป็นหลกั

3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กิด)
1) ความสามารถในการสื่อสาร (อา่ น ฟงั พดู เขยี น)
2) ความสามารถในการคิด ( จดั กล่มุ สรุป )
3.3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ / ค่านยิ ม
1) มงุ่ มน่ั ในการทาํ งาน

4. กิจกรรมการเรียนรู้
4.1 ขน้ั ตอนการเรียนรู้
1) ชว่ั โมงที่ 1
1. ครนู าํ ป้ายขอ้ ความพฤตกิ รรมตัวอยา่ ง เรอ่ื งระบบคดิ ฐาน ๒ ตดิ บนกระดาน
2. ให้นกั เรียนอา่ นข้อความพฤตกิ รรมตวั อยา่ ง เร่ืองระบบคิดฐาน ๒ และอธิบายพฤติกรรม ดังกล่าว

แต่ละข้อเพิ่มเตมิ จากนนั้ ครูใช้คาํ ถามต่อนกั เรยี นดังตอ่ ไปนี้
2.1 เหตุการณ์ดงั กลา่ วเปน็ เหตุการณ์ท่ีดีหรือไม่
2.2 พฤติกรรมดังกลา่ วนักเรียนเคยปฏบิ ตั ิหรือข้อใดบ้าง
2.3 ถา้ มีคนเอาเปรยี บนักเรยี น นกั เรียนจะรสู้ ึกอย่างไร

3. ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ละ 3-4 คน รว่ มกันแยกตวั อย่าง พรอ้ มทั้งใช้ใบงาน เรื่อง แยกแยะ
พฤติกรรม
ตวั อย่างท่เี ปน็ ระบบคิดฐาน ๒
2) ช่วั โมงที่ 2
1. แต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนนาํ เสนอผลงานแยกแยะพฤติกรรมตวั อยา่ งทเ่ี ป็นระบบคดิ ฐาน 2 อภิปราย
รว่ มกันและสรุปหน้าชัน้ เรยี น

51

2. ครนู ํานักเรียนรว่ มกนั สรุปความร้ตู วั อยา่ งของระบบคดิ ฐาน ๒ จากการนําเสนอ
3. ครสู ะทอ้ นความคิดจากการนําเสนอของนักเรียนว่าการกระทาํ ใดท่ีเราควรปฏบิ ัติ และการ กระทํา
ใดท่ไี ม่ควรปฏบิ ัติ
4. ใหน้ กั เรยี นนาํ ปา้ ยข้อความทคี่ รเู ตรียมไว้ ของตัวอย่างพฤติกรรมของระบบคิดฐาน ๒ มา ออกแบบ
ทําปา้ ยรณรงค์ในกระดาษบรู๊ฟ
๔.๒ ส่ือการเรียนรู้/ แหล่งการเรียนรู้
๑) กระดาษบรฟู๊
๒) ใบงานท่ี 1 เรอื่ งการแยกแยะพฤติกรรมระบบคดิ ฐาน ๒
๓) กระดาษส/ี ปากกาเมจิก/สไี ม้/กาว
4) ปา้ ยนเิ ทศ
5) ปา้ ยขอ้ ความ ตัวอย่างพฤติกรรมของระบบคดิ ฐาน ๒
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
5.1 วิธีการประเมนิ
1) ตรวจใบงาน
2) สงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน
5.2 เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการประเมิน
1) แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
2) แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน
5.3 เกณฑ์การตดั สนิ
นักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป ถอื วา่ ผ่าน

52

๖. ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื
(นางสุจิรา รุง่ รัตน์ตระกูล)

ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านโนจาน(เนตรขันธ์ราษฎรบ์ ำรงุ )

๗. บันทกึ ผลหลงั การสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแกไ้ ข

ลงชอ่ื ผสู้ อน
(นายธีรวงศ์ จุดพิมาย)
ตำแหนง่ ครูผ้ชู ว่ ย

53

8.ภาคผนวก

เกณฑก์ ารประเมนิ
- นักเรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 80 ขึน้ ไป ถอื วา่ ผ่าน (ตอบถูก 8 ขอ้ )

54

55

56

57

แผนการจัดการเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม วิชา การป้องกันการทุจริต รหสั วิชา ส12201

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวม เวลา 16 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง ระบบคิดฐาน 2 (การนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ) เวลา ๒ ชวั่ โมง

สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ผูส้ อน นายธรี วงศ์ จุดพมิ าย

1. ผลการเรยี นรู้
1.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน กับสว่ นรวม

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 นักเรยี นสามารถนาํ ระบบคิดฐาน ๒ ไปใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ในโรงเรียนได้

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ความรู้ ตัวอย่างเหตกุ ารณ์ทเ่ี กิดขึน้ ในชีวิตประจาํ วัน ของระบบคดิ ฐาน ๒ เชน่
1) ไม่ใช้รถโรงเรยี นไปซ้ือของท่ีตลาด
2) ไมใ่ ช้โทรศัพทโ์ รงเรียนโทรธรุ ะส่วนตัว
3) ไมน่ าํ โทรศัพท์มาชาร์ตท่ที ํางาน
4) ไมน่ ําไม้กวาดของโรงเรยี นไปใชท้ ี่บ้าน
5) ไม่ท้งิ ขยะลงในถังขยะ
6) ไม่หยบิ ของเล่นในห้องเรยี นกลบั ไปเลน่ ทบ่ี า้ นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากครู
7) ไมน่ าํ สิ่งของเพื่อนมาเปน็ ของตนเอง
8) เล่นของเลน่ แล้วไม่ตอ้ งเก็บเขา้ ท่ี
9) ชอบทําของใช้สว่ นรวมพงั เสยี หาย
10) ชอบขีดเขยี นตามฝาผนังในหอ้ งเรียน
11) เขา้ หอ้ งน้าํ เสร็จแล้วไม่ราดน้าํ ทกุ ครงั้
12) แทรกแถวเพื่อรบั อาหารหรือนม
13) ถอดรองเทา้ แลว้ ไม่เรยี งรองเทา้ ใหเ้ ปน็ ระเบียบ
3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกดิ )
1) ความสามารถในการส่ือสาร (อา่ น ฟัง พดู เขยี น)
2) ความสามารถในการคดิ (จัดกลมุ่ สรปุ )
3) ความสามรถในการใช้ทักษะชวี ติ
3.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ / คา่ นิยม
1) มงุ่ มั่นในการทาํ งาน

4. กจิ กรรมการเรียนรู้
4.1 ข้ันตอนการเรยี นรู้
1) ชั่วโมงที่ 1
1. ครูนําเสนอวีดีโอ เรือ่ ง หยิบ โดยครูเน้นย้าํ นักเรียนให้ตงั้ ใจดูคลิปน้ัน
2. ครูอธบิ ายเน้อื เร่ืองในคลปิ ดังกลา่ วเพื่อความเขา้ ใจของนักเรียนยงิ่ ข้ึน

58

3. ครูใชค้ ําถามนักเรยี นดังต่อไปนี้
3.1 เรื่องที่นกั เรยี นดูเกิดขนึ้ ที่ไหน และมตี ัวละครใดบ้าง
3.2 นกั เรียนชอบตัวละครตัวไหน เพราะอะไร
3.3 นักเรยี นอยากเป็นเหมือนตวั ละคร (นกั เรยี นในคลปิ ) นั้นไหม เพราะอะไร

4. ครใู ห้นกั เรยี นนงั่ เป็นกลุ่ม ละ 3-4 คน พรอ้ มแจกใบความรู้ เรื่องตวั อย่างระบบคดิ ฐาน ๒ให้
รว่ มกันคิดตัวอย่างพฤติกรรมทีบ่ ่งชี้ของระบบคดิ ฐาน ๒ จากเรอ่ื งของตัวเองหรือคนใกล้ตัว ตามความ เขา้ ใจของนักเรียน
5 เหตกุ ารณ์ และครูเขยี นตวั อยา่ งดังกล่าวบนกระดาน

5. ครูแจกแบบสํารวจที่ 1 เรือ่ ง ระบบคดิ ฐาน ๒ และใหค้ รูอา่ นและอธบิ าย แบบสาํ รวจดังกล่าวทลี ะ
ข้อ

2) ชว่ั โมงที่ 2
1. แต่ละกลุม่ ส่งตัวแทนนาํ เสนอผลงาน อภิปรายร่วมกันและสรปุ หน้าชน้ั เรยี น
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปตวั อย่างของระบบคิดฐาน ๒จากการนําเสนอ ว่าส่ิงใดควรหรอื ไม่ ควร

ปฏบิ ัติ และมีผลกระทบกับคนรอบข้างอยา่ งไรบา้ ง
3. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสนทนาและหาสถานการณ์ ตวั อย่างใกล้ตัว ของระบบคิดฐาน ๒ ว่าการ

กระทาํ ใดท่เี ราควรปฏิบัติ และการกระทําใดที่ไม่ควรปฏบิ ัติ
4. หลังจากการเรยี นการสอนใหน้ กั เรียนเขยี น ส่ิงที่จะปฏิบัติลงในใบงานท่ี 1 เร่ืองระบบคิดฐาน ๒

หลงั จากการเรียนการสอน คนละ 3 ขอ้ แลว้ ตดิ ทปี่ ้ายนิเทศหนา้ หอ้ งเรยี น
๔.๒ สื่อการเรยี นร้/ู แหล่งการเรียนรู้
๑) แบบสาํ รวจ 1 เรอื่ ง ระบบคิดฐาน ๒
2) วดี โี อ เรอื่ ง หยิบ
3) ป้ายนเิ ทศ
4) ใบความรู้ เรือ่ งตวั อยา่ งระบบคดิ ฐาน ๒
5) ใบงานท1่ี เรอ่ื งระบบคิดฐาน ๒

5. การประเมินการเรยี นรู้
5.1 วิธีการประเมนิ
1) ตรวจใบงาน
2) การสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
5.2 เคร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นการประเมิน
1) แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
2) แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
5.3 เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ 80 ขึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ น

59

๖. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่
(นางสุจิรา รงุ่ รัตน์ตระกลู )

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นโนจาน(เนตรขนั ธ์ราษฎร์บำรงุ )

๗. บันทกึ ผลหลงั การสอน

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงช่ือ ผสู้ อน
(นายธรี วงศ์ จุดพิมาย)
ตำแหนง่ ครูผูช้ ่วย

60

๘.ภาคผนวก

61

62

เกณฑ์การประเมนิ
- นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผ่าน (ตอบถูก 4 ขอ้ ละ 2 คะแนน)

63

64

65

66

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม วิชา การป้องกันการทุจรติ รหัสวชิ า ส12201

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม เวลา 16 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๗ ระบบคิดฐาน ๑๐ (แยกแยะพฤติกรรมตวั อยา่ ง) เวลา ๒ ชว่ั โมง

สอนวนั ที่ เดอื น พ.ศ. ผูส้ อน นายธรี วงศ์ จุดพมิ าย

1. ผลการเรยี นรู้
1.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ส่วนรวม
1.2 สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนกับสว่ นรวมได้

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 นกั เรียนสามารถแยกแยะพฤตกิ รรมตวั อย่างทเ่ี ป็นระบบคดิ ฐาน ๑๐ได้

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้ ตวั อยา่ งของระบบคดิ ฐาน ๑๐ เชน่ ใชร้ ถโรงเรยี นไปซอื้ ของทีต่ ลาด , ใหเ้ พ่ือนทําการบา้ นให้โดยมี

ขนมเปน็ ข้อแลกเปลีย่ น , ใช้โทรศัพท์โรงเรยี นโทรธรุ ะสว่ นตัว , มาโรงเรยี นสายเพอ่ื หลกี เลีย่ งการทาํ เวร , นาํ โทรศพั ท์
มาชารต์ ท่ีทํางาน , เอาหนงั สอื กลบั มาอ่านที่บา้ นโดยไม่ขออนญุ าตก่อน ,นาํ ไม้กวาดของโรงเรียนไปใช้ ทีบ่ า้ น หรอื เข้า
แทรกแถวรอรับอาหารกลางวัน

3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด)
1) ความสามารถในการสื่อสาร (อา่ น ฟงั พดู เขยี น)
2) ความสามารถในการคดิ (จัดกลมุ่ สรุป )

3.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ / ค่านยิ ม
1) ม่งุ มนั่ ในการทํางาน

4. กจิ กรรมการเรยี นรู้
4.1 ข้ันตอนการเรียนรู้

1) ช่วั โมงที่ 1
1. ครูเขียนพฤติกรรมตัวอย่าง เรือ่ งระบบคดิ ฐาน ๑๐ บนกระดาน
2. ครอู ่านตัวอย่าง เรื่องระบบคิดฐาน ๑๐ บนกระดาน และอธบิ ายพฤติกรรมดงั กลา่ วแตล่ ะข้อ ให้นักเรยี นเข้าใจ

จากนนั้ ครูใช้คาํ ถามต่อนักเรียนดงั ต่อไปนี้
2.2 เหตุการณด์ งั กลา่ วเป็นเหตุการณ์ท่ีดหี รอื ไม่
2.3 พฤตกิ รรมดังกล่าวนักเรียนเคยปฏบิ ัติหรือไมข่ ้อใดบา้ ง
2.4 ถ้ามีคนเอาเปรยี บนักเรียน นกั เรียนจะร้สู ึกอยา่ งไร

3. ครูให้นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม ละ 3-4 คน ร่วมกันแยกตัวอยา่ ง พร้อมท้งั ใชใ้ บงาน เร่ือง แยกแยะพฤติกรรม
ตัวอย่าง ทีเ่ ป็นระบบคดิ ฐาน ๑๐

2) ช่ัวโมงที่ 2
1. แตล่ ะกล่มุ ส่งตัวแทนนําเสนอผลงาน อภปิ รายร่วมกันและสรปุ หน้าช้นั เรยี น
2. ครูนํานกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ความร้ตู ัวอยา่ งของระบบคดิ ฐาน ๑๐

67

3. ครสู ะท้อนความคิดจากการนาํ เสนอของนักเรียนว่าการกระทําใดทเี่ ราควรปฏบิ ตั ิ และการ กระทาํ ใดท่ีไมค่ วร
ปฏบิ ัติ

4. ให้นักเรยี นนาํ ป้ายข้อความทคี่ รเู ตรยี มไว้ ของตวั อยา่ งพฤตกิ รรมระบบคดิ ฐาน ๑๐ มาออกแบบ ทาํ ป้าย
รณรงค์ในกระดาษบร๊ฟู

๔.๒ สื่อการเรยี นรู้/ แหลง่ การเรียนรู้
๑) กระดาษบรู๊ฟ
๒) ใบงานที่ 1 เร่อื งการแยกแยะพฤตกิ รรมระบบคิดฐาน ๑๐
๓) กระดาษส/ี ปากกาเมจิก/สไี ม/้ กาว
4) ปา้ ยนเิ ทศ
5) ปา้ ยขอ้ ความ ตวั อยา่ งพฤตกิ รรมของระบบคิดฐาน ๑๐

5. การประเมินการเรยี นรู้
5.1 วธิ ีการประเมิน
1) ตรวจใบงาน
2) การสงั เกตพฤติกรรมนักเรียน
5.3 เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมิน
1) แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
2) แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
5.3 เกณฑก์ ารตดั สิน
นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น

68

๖. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่
(นางสุจริ า ร่งุ รัตน์ตระกลู )

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นโนจาน(เนตรขนั ธ์ราษฎรบ์ ำรงุ )

๗. บันทกึ ผลหลงั การสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงช่ือ ผ้สู อน
(นายธีรวงศ์ จุดพิมาย)
ตำแหนง่ ครูผูช้ ่วย

69

เกณฑ์การประเมนิ
- นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผ่าน (ตอบถูก 4 ขอ้ ละ 2 คะแนน)

70

71

72

73

แผนการจัดการเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม วิชา การป้องกนั การทจุ รติ รหสั วชิ า ส12201

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรื่อง การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม เวลา 16 ช่วั โมง

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 ระบบคดิ ฐาน ๑๐ (สถานการณใ์ กลต้ ัว) เวลา ๒ ชว่ั โมง

สอนวันท่ี เดอื น พ.ศ. ผสู้ อน นายธีรวงศ์ จดุ พมิ าย

1. ผลการเรยี นรู้5
1.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน กับส่วนรวม
1.2 สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนกับสว่ นรวมได้

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
2.1 นักเรียนสามารถคดิ แยกแยะพฤตกิ รรมตวั อยา่ งที่เป็นระบบคิดฐาน ๑๐ ได้

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ความรู้
ตัวอยา่ งของระบบคดิ ฐาน ๑๐ เชน่
- ใช้รถโรงเรียนไปซ้ือของทต่ี ลาด - ให้เพอ่ื นทําการบ้านให้โดยมีขนมเปน็ ข้อแลกเปลี่ยนก่อน
- ใชโ้ ทรศัพท์โรงเรียนโทรธุระส่วนตัว - มาโรงเรยี นสายเพอื่ หลกี เลย่ี งการทําเวร
- นําโทรศพั ทม์ าชารต์ ทท่ี ํางาน - เอาหนงั สือกลับมาอ่านทบ่ี ้านโดยไมข่ ออนญุ าตก่อน
- นาํ ไมก้ วาดของโรงเรยี นไปใช้ทบ่ี า้ น - เขา้ แทรกแถวรอรบั อาหารกลางวนั
3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กิด)
1) ความสามารถในการสื่อสาร (อ่าน ฟงั พดู เขียน)
2) ความสามารถในการคดิ (จัดกลุ่ม สรุป)
3.3 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ / คา่ นยิ ม
1) มงุ่ มนั่ ในการทาํ งาน

4. กิจกรรมการเรียนรู้
4.1 ข้นั ตอนการเรียนรู้
1) ช่วั โมงท่ี 1
1. ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพคนกาํ ลงั รับสินบน แลว้ สนทนาโดยใช้คาํ ถาม ดงั นี้
1.1 จากภาพนกั เรียนเห็นอะไรบา้ ง
1.2 นกั เรยี นคดิ อย่างไรกับคนทมี่ พี ฤติกรรมแบบน้ี
1.3 นักเรยี นโตขึ้นจะทําแบบน้หี รอื ไม่
2. ครใู หน้ ักเรยี นออกมาเขยี นพฤติกรรมที่แสดงออกระบบคิดฐาน 10 บนกระดานคนละ 1 ขอ้ ทพ่ี บเห็น

ในชีวิตประจําวัน
3. ให้นักเรยี นจดบนั ทกึ ข้อความลงสมุดของตนเอง
4. ครยู กตัวอยา่ งสถานการณ์ใหน้ ักเรียนฟัง จากนนั้ สนทนาโดยใชค้ ําถาม ดังน้ี ในการเลอื กตัง้ หัวหนา้
ห้องชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2 เดก็ ชายอนันตส์ ญั ญาจะเป็นตัวแทนท่ดี ีมีความรับผิดชอบ สว่ นเดก็ หญิงวารี

แจกขนมเพื่อนและและสัญญาว่าจะเปน็ ตวั แทนท่ีดี

74

4.1 จากสถานการณด์ ังกลา่ วนักเรียนจะเลอื กใครเป็นหัวหน้าห้อง เพราะอะไร
4.2 เด็กหญงิ วารมี ีพฤติกรรมอยา่ งไร
5. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปสาระสําคัญทเ่ี รยี นไปในวันนี้
2) ชัว่ โมงท่ี 2
1. แจกใบความรู้ เร่อื ง ระบบการคิดฐาน 10 ให้นกั เรยี นศึกษา
2. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งเป็นกลุ่ม ละ 3-4 คน รว่ มกนั คิดแยกแยะพฤตกิ รรมตวั อย่างที่เปน็ ระบบ คดิ ฐาน
๑๐ จากนั้นใหว้ าดภาพพฤติกรรมทพ่ี บเห็นในปัจจบุ นั มากลุ่มละ 1 ภาพลงในกระดาษบรู๊ฟ
3. แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาํ เสนอผลงาน อภปิ รายร่วมกนั และสรุปหนา้ ช้นั เรียน
4. ครนู าํ นักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรตู้ ัวอย่างของระบบคดิ ฐาน ๑๐จากการนาํ เสนอ
5. ครสู ะท้อนความคดิ จากการนาํ เสนอของนักเรยี นว่าการกระทาํ ใดที่เราควรประพฤติ และการ กระทาํ ใด
ทีไ่ ม่ควรปฏิบัติ
๔.๒ สอื่ การเรียนรู้/ แหลง่ การเรยี นรู้
๑) ใบความรู้ เร่ือง ระบบการคดิ ฐาน 10
2) กระดาษบร๊ฟู /ปากกาเมจิก/สีไม้/กาว
3) ป้ายนิเทศ
5. การประเมินการเรียนรู้
5.1 วธิ ีการประเมิน
การสงั เกตพฤติกรรมนักเรียน
5.2 เคร่อื งมือทีใ่ ช้ในการประเมิน
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น
5.3 เกณฑก์ ารตดั สนิ
นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน

75

๖. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอื่
(นางสุจริ า รุ่งรัตน์ตระกลู )

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นบา้ นโนจาน(เนตรขนั ธ์ราษฎร์บำรุง)

๗. บันทกึ ผลหลงั การสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงช่ือ ผ้สู อน
(นายธีรวงศ์ จุดพิมาย)
ตำแหนง่ ครูผูช้ ่วย

76

8.ภาคผนวก

77

78

79

80

หน่วยที่ 2
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ

81

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม วชิ า การปอ้ งกันการทจุ ริต รหสั วิชา ส12201
ปกี ารศึกษา 2564
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1
เวลา 10 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 ช่อื หนว่ ย ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ เวลา ๒ ชวั่ โมง
ผู้สอน นายธรี วงศ์ จดุ พมิ าย
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง การทําการบ้าน

สอนวนั ที่ เดือน พ.ศ.

1. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ไมท่ นและละอายต่อการทุจริตทุกรปู แบบ

๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรียนบอกพฤตกิ รรมท่เี กย่ี วกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต และไม่ปฏบิ ัตติ นตาม

พฤติกรรมน้นั
๓. สาระการเรียนรู้

๓.๑ ความร้คู วามละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ (การทําการบา้ น) พฤติกรรมที่เก่ียวกบั ความละอายและ
ความไม่ทนตอ่ การทุจรติ ในการทาํ การบ้าน เช่น ไม่ยอมให้เพอ่ื นลอกการบ้าน บอกครู ฯลฯ

๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ
๑) ความสามารถในการส่ือสาร
๒) ความสามารถในการคิด

๓.๓ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๑) มีความซื่อสตั ย์

๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้
1) ชั่วโมงท่ี ๑
1. นกั เรียนดู วดี โี อ “วธิ ลี อกแบบเนยี น” “วิธลี อกแบบเนียน” จากวดี โี อ
๑.1 ขโมย
1.๒ ลอกแบบเนยี น
1.๓ ว่ิงราวการบา้ น
1.๔ มายากล
1.๕ เด๋ียว เห็นไรวะ๊
1.๖ บอกตรง
2. นกั เรียนและครสู นทนาถึงพฤติกรรมของนักเรยี นทีไ่ ดด้ ูจากวดี ีโอ วา่ มพี ฤติกรรมอะไรบ้าง
ครู จดบนั ทกึ บนกระดาน

82

3. ครูนาํ สนทนาวา่ พฤตกิ รรมของนักเรยี นทีใ่ ห้ดูนั้น ดหี รือไม่ และนักเรียนจะทาํ ตามไหม
เพราะ เหตุใด (ไมด่ ี ไม่ทําตาม)

2) ชว่ั โมงที่ ๒
1. นกั เรียนทบทวนความหมายของคาํ วา่ “ละอาย”
2. ให้นกั เรียนช่วยกันบอกพฤตกิ รรมการลอกการบา้ นของเพ่อื นในห้องทีน่ กั เรยี นเคยเหน็ ครู

จด บนกระดานเป็นข้อ
3. ครูเน้นยํ้าถึงพฤตกิ รรมท่นี ักเรียนบอกว่าไมด่ ี เป็นสิง่ น่าละอายถา้ เราโตไปเปน็ ผู้ใหญ่ เราจะ

เป็นคนไม่ดี ไม่มีคนรกั และไม่ให้นกั เรยี นประพฤติอีก
4. ครูถามนาํ นกั เรียนว่านักเรียนควรทาํ อยา่ งไร เม่ือเห็นพฤติกรรมการลอกการบา้ นของเพอ่ื น

และจะแกไ้ ขอย่างไร
5. นกั เรยี นทาํ ใบงานที่ 1 เรอ่ื ง “ไม่ทนและละอายต่อการทุจรติ ”

๔.๒ ส่อื การเรียนรู้
๑) วดี โี อ เรื่อง “วธิ ีลอกแบบเนียน”
๒) ใบงานท่ี 1 เร่อื ง “ไม่ทนและละอายตอ่ การทุจรติ ”

5. การประเมนิ การเรยี นรู้
5.1 วธิ กี ารประเมิน
1) ตรวจใบงาน
2) การสงั เกตพฤติกรรมนักเรียน
5.2 เครื่องมือทใี่ ช้ในการประเมิน
1) แบบตรวจใหค้ ะแนนใบงาน
2) แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
5.3 เกณฑก์ ารตัดสิน
นักเรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน

๖. ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื
(นางสุจิรา ร่งุ รัตนต์ ระกลู )

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนจาน(เนตรขนั ธ์ราษฎรบ์ ำรงุ )

83
๗. บนั ทึกผลหลงั การสอน

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
 ปัญหา/อปุ สรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงชอื่ ผสู้ อน
(นายธรี วงศ์ จุดพิมาย)
ตำแหนง่ ครูผูช้ ว่ ย

84

8.ภาคผนวก

85

86

87

88

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม วชิ า การปอ้ งกันการทุจริต รหสั วชิ า ส12201
ปกี ารศกึ ษา 2564
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1
เวลา 10 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ เวลา ๒ ชว่ั โมง
ผูส้ อน นายธีรวงศ์ จุดพิมาย
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง การทําการบา้ น

สอนวันที่ เดือน พ.ศ.

1. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความร้คู วามเขา้ ใจเก่ยี วกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ

๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนบอกพฤตกิ รรมทเี่ กยี่ วกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริตในการทําเวรได้
๒.๒ นักเรยี นไมป่ ฏิบตั ิตนเป็นคนทจุ ริตในการทาํ เวร

๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ (การทําเวร) ความละอาย หมายถงึ รสู้ ึกอายท่จี ะทาํ สง่ิ ไมด่ ี

ไมถ่ ูกไมค่ วร
ความไม่ทน หมายถึง การแสดงออกต่อการกระทาํ ทเ่ี กดิ ขึน้ กับตนเองในลักษณะไมย่ ินยอม ไมย่ อมรับ

ในสงิ่ ทเ่ี กิดขึ้น เช่น เพอื่ นไม่ยอมทําเวร ก็แสดงใหเ้ พือ่ นรู้ว่าตนเองไมพ่ อใจ โดยการบอกให้เพื่อนทําเวรหรอื แจ้ง ให้ครู
ทราบ

การไมป่ ฏิบตั เิ ป็นคนทจุ ริตในการทาํ เวร คอื การรับผดิ ชอบในหน้าท่ีของตนเอง โดยทาํ เวรตามท่ไี ด้รับ
มอบหมายทกุ ครั้ง

๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
๑) ความสามารถในการสื่อสาร
๒) ความสามารถในการคดิ

๓.๓ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑) ซ่ือสัตยส์ ุจริต
๒) มุ่งมัน่ ในการทํางาน

๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขั้นตอนการเรยี นรู้
1) ชั่วโมงที่ ๑
1. นกั เรียนดวู ีดโี อ เรอื่ ง “ความรบั ผดิ ชอบ”
2. นกั เรียนและครูร่วมกนั สนทนาถึงพฤติกรรมของบอมส์ว่าเปน็ คนอยา่ งไร (เปน็ คนขี้เกียจ/

เห็น แกต่ ัว/ไม่รบั ผิดชอบ/มกั ง่าย)

89

3. ครนู าํ สนทนาว่าพฤติของบอมส์ ดีหรือไม่ นกั เรียนทําตามไดห้ รือไม่ (ไมด่ ี ทําตามไม่ได้
เพราะ เปน็ ส่งิ ทน่ี ่าละอาย เป็นพฤติกรรมท่ีไมด่ ี)

2) ชว่ั โมงท่ี ๒
1. นักเรยี นบอกพฤติกรรมของเพ่อื นในการหลีกเลย่ี งเพื่อท่ีจะไม่ทาํ เวร (มาโรงเรยี นสาย/ลมื /ไม่

อยากทาํ /ขเ้ี กยี จ/กวาดขยะไม่เปน็ /อ้างว่าผูป้ กครองมารับต้องรบี กลับ/ฯลฯ)
2. ครถู ามนักเรียนว่า ถ้านักเรียนมเี พื่อนท่ีไม่ยอมทาํ เวรนักเรียนจะทําอยา่ งไร (ใหเ้ ขาเปล่ียน

เวร ไปอยู่วันอนื่ /บอกคร/ู ให้ครลู งโทษ/ใหท้ าํ เวรคนคนเดียว ฯลฯ)
3. นกั เรยี นทาํ ใบงาน เรอ่ื ง “ความรบั ผดิ ชอบ”

๔.๒ สอื่ การเรยี นรู้
๑) วดี ีโอ เรื่อง “ความรบั ผิดชอบ”
๒) ใบงานที่ 1 เรอื่ ง “ความรับผิดชอบ”

5. การประเมินการเรียนรู้
5.1 วธิ ีการประเมนิ
1) ตรวจใบงาน
2) การสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
5.2 เครือ่ งมือทใ่ี ช้ในการประเมิน
1) แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
2) แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
5.3 เกณฑก์ ารตัดสนิ
นกั เรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมินรอ้ ยละ 80 ข้ึนไป ถอื วา่ ผ่าน

๖. ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผู้ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(นางสจุ ิรา รงุ่ รัตนต์ ระกูล)

ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นโนจาน(เนตรขันธร์ าษฎร์บำรงุ )

90
๗. บนั ทึกผลหลงั การสอน

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงช่ือ ผ้สู อน
(นายธีรวงศ์ จุดพมิ าย)
ตำแหนง่ ครูผู้ช่วย

91

8.ภาคผนวก

92

93

94

95

96

แผนการจดั การเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม วชิ า การป้องกนั การทจุ ริต รหสั วิชา ส12201
ปกี ารศึกษา 2564
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1
เวลา 10 ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 ช่ือหนว่ ย ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต เวลา ๒ ชวั่ โมง
ผสู้ อน นายธรี วงศ์ จุดพิมาย
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 เรอื่ ง การสอบ

สอนวนั ที่ เดอื น พ.ศ.

1. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามร้คู วามเข้าใจเกีย่ วกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ
๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผูล้ ะอายและไม่ทนตอ่ การทุจรติ ทกุ รูปแบบ

๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นักเรยี นบอกพฤตกิ รรมท่ีเก่ยี วกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริตในการสอบได้
๒.๒ นกั เรียนปฏิบตั ิตนเปน็ คนไม่ทุจรติ ในการทําข้อสอบได้

๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ (การสอบ) ความละอาย หมายถงึ รู้สึกอายท่ีจะทําส่ิงไม่ดี ไม่ถูกไม่ควร
ความไม่ทน หมายถึง การแสดงออกต่อการกระทาํ ท่เี กดิ ข้นึ กับตนเองในลักษณะไม่ยนิ ยอม ไม่ยอมรับ ในสงิ่ ท่ี

เกดิ ข้นึ เช่น เพื่อนลอกข้อสอบ กแ็ สดงใหเ้ พื่อนรู้ว่าตนเองไม่พอใจ โดยการปิดข้อสอบของตนเอง หรอื แจ้งใหค้ รูทราบ
การปฏิบตั ิตนเป็นคนไม่ทจุ ริตในการสอบ คือ การทําข้อสอบดว้ ยตนเองไม่ลอกเพื่อน
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
๑) ความสามารถในการคิด
๓.๓ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑) มวี นิ ัย

๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรยี นรู้
1) ชั่วโมงที่ ๑
1. ครูนําแผนภมู ิ “ขอ้ ปฏิบตั ิในการสอบ” ให้นักเรียนอ่านทบทวน

2. ครใู ห้นกั เรียนแสดงบทบาทสมมุติ “การลอกข้อสอบในห้องเรียนของนกั เรียน”

97

3. ครูแบง่ กลมุ่ นกั เรียนเป็น ๒ กลมุ่
4. ครูใหน้ กั เรียนแสดงบทบาทสมมตุ ิ "การลอกข้อสอบในห้องเรียนของนกั เรยี น” ดังน้ี

4.1 กลมุ่ ท่ี ๑ แสดงเป็นนักเรียนท่กี าํ ลังลอกข้อสอบขณะสอบ
4.2 กลุ่มท่ี ๒ แสดงเป็นครูและนกั เรยี นทีเ่ หน็ พฤติกรรมในการลอกข้อสอบของเพือ่ น
(โดยครเู ป็นผู้แนะนาํ พฤตกิ รรมตา่ ง ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจ)
5. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มแสดงบทบาทสมมุติ ตามบทบาทท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2) ชวั่ โมงที่ ๒
1. ครูนํานักเรียนสนทนา การลอกข้อสอบของเพื่อนวา่ ดหี รือไม่ และถ้านักเรยี นเห็นเพอ่ื นลอก
ข้อสอบกัน หรือเพ่ือนลอกข้อสอบของนกั เรียนเอง นกั เรยี นจะทําอย่างไร (การลอกข้อสอบของเพ่ือนเปน็ สงิ่ ไม่ดี
นา่ ละอาย ไม่ควรทํา เปน็ คนเห็นแกต่ วั ถ้าเห็นเพ่อื นกาํ ลงั ลอกข้อสอบของเรา เราก็พยายามปดิ เพ่ือแสดงให้ เพื่อนรวู้ า่ เรา
ไม่พอใจ เราไม่อยากใหเ้ พ่ือนลอกหรอื บอกใหค้ รูทราบ เพ่ือให้ครูตกั เตือนหรอื ลงโทษตามความ เหมาะสม)
2. นักเรียนทํา ใบงานที่ 1 เร่ือง “ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต”
๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้
๑) แผนภมู ิ “ขอ้ ปฏบิ ัตใิ นการสอบ”
๒) บทบาทสมมุติ “การลอกข้อสอบในห้องเรยี นของนักเรยี น”
๓) ใบงานท่ี 1 เรื่อง “ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต”
5. การประเมนิ การเรียนรู้
5.1 วิธกี ารประเมนิ
1) ตรวจใบงาน
2) การสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
5.๒ เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการประเมิน
1) แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
2) แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
5.3 เกณฑก์ ารตดั สนิ
นกั เรยี นผา่ นเกณฑก์ ารประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน


Click to View FlipBook Version