4. การสูญู เสีียทางสัังคม
4.1 การเสีียชื่่อ� เสียี งและฐานะทางสัังคม ของผู้�ติดิ ยา ผู้้ต� ิิดยาย่่อมเป็น็ ที่่ร� ังั เกีียจของสังั คม
4.2 ปััญหาในครอบครััว การติิดยาเสพติิดทำ�ำ ให้้คนในครอบครััวได้้รัับความลำ�ำ บากทั้้�งด้้านจิิตใจ
และฐานะการเงิิน มีีผลให้้เกิิดความแตกแยกในครอบครัวั ได้้ ดัังนั้้�นจะเห็็นได้้ว่่าผู้ต� ิดิ ยามีีอััตราการหย่่าร้้างสููง
4.3 ปััญหาอาชญากรรม ผู้�ติิดยาจำ�ำ เป็็นต้้องใช้้เงิินจำ�ำ นวนมากในการซื้้�อยามาใช้้ ประกอบกัับ
ความอยากยารุุนแรงทำำ�ให้้ขาดการยั้้�งคิิด จึึงเกิิดอาชญากรรมต่่างๆ ขึ้้�นได้้ ในชุุมชนใดที่่�มีีผู้้�ติิดยาเสพติิดอยู่่�
โอกาสที่จ่� ะเกิิดการลัักขโมยมีีมากขึ้้�น
นอกจากนี้้� ปััญหายาเสพติิดอาจเป็็นปััญหาทางการเมืืองในประเทศหรืือระหว่่างประเทศ และมีี
ผลกระทบต่่อความมั่่น� คงของชาติไิ ด้้
ที่�่มา : http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=9&chap=13&page=t9-13-infodetail04.html
มููลนิธิ ิิสารนุุกรมไทยสำำ�หรัับเยาวชน
Be Smart Say No To Drugs 183
5. การใช้ย้ าในทางที่ผ�่ ิิด
การใช้้ยาในทางที่�่ผิิด หมายถึึง การนำ�ำ ยารัักษาโรคมาใช้้โดยไม่่มีีจุุดมุ่่�งหมายทางการแพทย์์ แต่่มุ่่�งหวััง
เพื่่อ� ตอบสนองความต้้องการบางอย่่าง เช่่น การกระตุ้น� ประสาทเพื่่อ� ให้้ร่่างกายมีีการตื่่น� ตัวั อยู่เ�่ สมอ การใช้้เพื่่อ�
ความสนุุกสนาน การทำ�ำ ให้้เกิิดความเคลิิบเคลิ้้�ม การหลบหนีีจากความกดดัันของสัังคม เป็็นต้้น ซึ่่�งทำำ�ให้้เกิิด
อัันตรายต่่อร่่างกาย และจิติ ใจของผู้ใ� ช้้ยา
ปััจจุุบัันเด็็กและเยาวชนมีีการนำำ�ยารัักษาโรคหลายชนิิดมาใช้้ในทางที่�่ผิิด ซึ่่�งก่่อให้้เกิิดผลกระทบ
ต่่อร่่างกาย และจิติ ใจ โดยยาที่เ�่ ด็็กและเยาวชนมัักจะนำ�ำ มาใช้้ในทางที่�่ผิิด มีีดัังนี้้�
ชนิดิ ของยา ลกั ษณะของยา ลักษณะการน�ำมาใช้ การออกฤทธิ์/ผลตอ่ จติ ประสาท
ในทางที่ผิด
1. ยาแก้้ไอผสม โคเดอีีนผลิติ จากฝิ่่น� ใช้้ปริมิ าณมาก ออกฤทธิ์์ต� ่อ่ ระบบประสาท
โคเดอีีน และถููกนำำ�มาผลิิต เพื่่อ� มุ่�่งหวัังให้้เกิดิ ส่ว่ นกลางมีีอาการคลื่่น� ไส้้
ชื่�อ่ เรีียกอื่่�น : MB, เป็็นส่่วนผสมของ อาการเคลิ้้�มสุุข อาเจีียน ง่่วงซึมึ ท้้องผููก ใจสั่่�น
ลีีน, บาร์์ ยาแก้้ไอในรููปแบบ โดยการ หััวใจเต้้นเร็ว็ กล้้ามเนื้้�อแข็ง็ เกร็็ง
ต่่างๆ - ดื่่ม� โดยไม่่ผสม พููดไม่่ชััด เคลิบิ เคลิ้้�ม มึนึ งง
ได้้แก่่ ยาแก้้ไอ กับั อะไรเลย ประสาทหลอน การใช้้ในขนาด
ชนิดิ เม็ด็ ยาแคปซููล - ผสมกบั น�้ำอดั ลม ที่ส่� ููงมาก ทำำ�ให้้กดศููนย์ค์ วบคุมุ
และยาน้ำ�ำ� เชื่อ� ม และใสน่ �้ำแขง็ ดื่ม การหายใจ ช็อ็ ก และอาจถึึง
- ผสมกับยาบางชนิด แก่่ชีีวิิตได้้ การใช้้ติิดต่่อ
เป็็นเวลานานทำำ�ให้้เกิดิ การติิดยา
ได้้ทั้้ง� ทางร่่างกายและจิติ ใจ
อีีกทั้้ง� มีีอาการถอนยาเมื่�อขาดยา
2. ยาแก้้ไอ เปน็ ยาลดอาการไอ ใช้้ปริิมาณมาก ออกฤทธิ์์�ต่อ่ ระบบประสาท
เดกซ์โ์ ทรเมทอร์แ์ ฟน แบบไม่มีเสมหะมี ทำำ�ให้้เกิิดอาการเมา การใช้้ยาเกินิ ขนาดจะทำ�ำ ให้้
ชื่่อ� เรียี กอื่�น่ : ลกั ษณะเป็นยาเมด็ เคลิิบเคลิ้้�ม ลดความ มีีอาการ คลื่่น� ไส้้ อาเจีียน
เรดเดวิิล,เด็ก็ ซ์์, และยาน�้ำเชอ่ื ม เจ็็บปวด โดยการ เวีียนศีีรษะ มึนึ งง ง่่วงนอน
DXM, CCC, robo - ยาเม็็ดนำ�ำ ไปบดเป็็น กล้้ามเนื้้อ� ทำำ�งานไม่่ประสานกััน
ผงเพื่่อ� สููดเข้้าทางจมููก พููดไม่่ชัดั ม่่านตาขยาย เคลิบิ เคลิ้้ม�
หรือื ใส่่แคปซููล หััวใจเต้้นเร็ว็ ความดันั โลหิิตสููง
รับั ประทาน กัังวล หงุ ดหงิิด ประสาทหลอน
- ยาน้ำ��ำ นำ�ำ ไปผสมกัับ กระวนกระวายสั่�น ชััก
น้ำำ��อัดั ลม เสีียความทรงจำ�ำ หมดสติิ
กดการหายใจ
และอาจถึึงแก่่ชีีวิติ ได้้
184 รู้้ค� ิดิ รู้�้ทันั ป้้องกันั ยาเสพติิด
ชนิิดของยา ลักั ษณะของยา ลักั ษณะการนำำ�มาใช้้ การออกฤทธิ์์/� ผลต่อ่ จิติ ประสาท
ในทางที่่ผ� ิิด
3. ยาโรฮิิบนอล
ชื่่อ� เรียี กอื่�่น : แมว เป็น็ ยานอนหลัับ นำำ�ไปผสมเครื่่อ� งดื่�ม ออกฤทธิ์์ก� ดระบบประสาท
ยาหลัับ สีีม่่วง มีีลักั ษณะเป็็นยาเม็ด็ โดยเฉพาะเครื่่�องดื่ �ม ทำำ�ให้้ง่่วงซึึม มึึนงง ปวดศีีรษะ
ยาเมาโรเช่่ รููปวงรีีขนาดใหญ่่ ที่่�มีีแอลกอฮอล์์ ความทรงจำ�ำ ในระหว่่างที่�่ได้้รัับยา
สีีเขีียวขี้ �ม้้า เพื่่อ� ให้้ออกฤทธิ์์แ� รงขึ้น� ลดลง ประสาทหลอน พฤติิกรรม
4. ยามิดาโซแลม โดยหวัังผลในการ ผิิดปกติิ การใช้้ติิดต่่อกััน
หรอื ยาโดมคิ ุม่ ก่่ออาชญากรรม เช่่น เป็็นเวลานานทำำ�ให้้เกิดิ ภาวะ
ชื่อเรียกอื่น : การปลดทรััพย์์ พึ่่�งพิิงได้้ พึ่่�งยา ทั้้ง� ทางร่่างกาย
กุ้มคมุ่ ยามอมยา การลวนลาม และจิติ ใจ เมื่อ� หยุุดยาจะทำ�ำ ให้้เกิดิ
สลัดผ้ายาส่าย การข่่มขืืน เป็น็ ต้้น อาการถอนยา เช่่น คลื่่น� ไส้้
อาเจีียน เปลือื กตากระตุุก สั่่น�
เป็น็ ต้้น กรณีีใช้้ร่่วมกับั เครื่่�องดื่ม�
แอลกอฮอล์์จะมีีความเสี่�่ยง
ต่่อการเสีียชีีวิิตสููง เพราะ
แอลกอฮอล์์จะเสริมิ ฤทธิ์์�
ทำำ�ให้้กดประสาทมากขึ้้�น
และอาจกดศููนย์์ควบคุุม
การหายใจ
เป็็นยานอนหลัับ นำำ�ไปใช้้ในการ ออกฤทธิ์์�กดระบบประสาท
มีีทั้้ง� ยาเม็ด็ และยาฉีีด ก่่ออาชญากรรม ทำำ�ให้้ง่่วงซึึม เดินิ เซ เพ้้อ มึึนงง
โดยยาเม็็ดมีีสีีฟ้า้ โดยการมอมเมาเหยื่ อ� สัับสน พููดไม่่ชััด คลื่่�นไส้้ อาเจีียน
ด้้านหนึ่่ง� มีีตััวอัักษร เป้้าหมาย หากได้้รับั ยาติดิ ต่่อกันั เป็น็ เวลานาน
ส่่วนอีีกด้้านหนึ่่ง� มีีขีีด ที่เ�่ ป็็นหญิงิ สาว อาจทำำ�ให้้เกิดิ ภาวะพึ่่ง� ยา
แบ่่งครึ่่�งเม็ด็ ทั้้ง� ทางร่่างกาย และจิิตใจได้้
เมื่อ� หยุุดยากะทันั หันั อาจก่่อให้้เกิดิ
อาการถอนยา คืือ นอนไม่่หลัับ
Be Smart Say No To Drugs 185
ชนิดของยา ลักั ษณะของยา ลัักษณะการนำ�ำ มาใช้้ การออกฤทธิ์์/� ผลต่่อจิิตประสาท
ในทางที่ผ�่ ิดิ
5. ยาอัลปราโซแลม เป็็นยารัักษาอาการ นำำ�ไปใช้้เป็็น ออกฤทธิ์์�กดประสาทส่่วนกลาง
ชื่อ�่ เรีียกอื่่�น : วิติ กกัังวล สงบ ยานอนหลัับอย่่างแรง ทำ�ำ ให้้มีีอาการง่่วงซึึม อ่่อนแรง
โซแลม, ซาแนก, ประสาท และช่่วยให้้ หรืือผสมในเครื่่�องดื่ม� เดินิ เซ หลงลืมื โดยจะจำ�ำ เหตุุการณ์์
ยาแมว, ยาแฮปปี้้,� นอนหลัับ เป็็นยาเม็็ด แอลกอฮอล์์ ต่่างๆ หลัังรับั ประทานยาไม่่ได้้
ลููกเม็็ด, เอ็็ม 10, มีีทั้้ง� สีีขาว สีีชมพูู เพื่่อ� ล่่วงละเมิดิ ทางเพศ จึงึ เป็น็ ที่่ม� าของการนำำ�ยามาใช้้
ยาเสียสาว และสีีม่่วง โดยสีีม่่วง และใช้้ผสมยาแก้้ไอ ในทางที่่�ผิิด นอกจากนี้้ก� ารใช้้ยา
จะมีีความแรงมาก หรือื น้ำำ��ต้้มใบกระท่่อม ติิดต่่อกันั เป็น็ เวลานาน ทำ�ำ ให้้เกิดิ
ที่ส่� ุุด ซึ่่�งการใช้้ยานี้้� แล้้วดื่�มเพื่่อ� ให้้เกิดิ การติดิ ยาได้้ทั้้�งทางร่่างกาย
ต้้องสั่ �งจ่่ายโดยแพทย์์ ความมึึนเมา และจิิตใจ ซึ่่ง� ถ้้าหยุุดยาทันั ทีี
เท่่านั้้�น อาจเกิดิ อาการขาดยา
หรืือถอนยา เช่่น คลื่่น� ไส้้
นอนไม่่หลับั มือื สั่น� หัวั ใจเต้้นเร็ว็
ชักั ซึมึ เศร้้า อาจเป็น็ โรคจิติ ได้้กรณีี
ใช้้ร่่วมกับั เครื่่�องดื่�มแอลกอฮอล์์
จะมีีความเสี่�ย่ งต่่อการเสีียชีีวิติ สููง
เพราะแอลกอฮอล์์จะเสริิมฤทธิ์์�
ทำำ�ให้้กดประสาทมากขึ้้น� และอาจ
กดการหายใจจะทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิติ ได้้
6. ยาไดอาซีแพม เป็น็ ยาคลายกัังวล - ใช้ยาในปรมิ าณมาก ออกฤทธิ์์�ต่อ่ ระบบประสาท
ชื่อเรียกอื่น : หรือื ยากล่่อมประสาท - ใช้้ยาติิดต่่อกััน ส่ว่ นกลางทำำ�ให้้ง่่วงซึมึ อ่่อนเพลีีย
วาเลีียม, แวเลียี ม ทำำ�ให้้กล้้ามเนื้้อ� เป็็นระยะเวลานาน กล้้ามเนื้้�ออ่่อนแรง มีีอาการคล้้าย
คลายตัวั และระงัับ - ใช้้ยาร่่วมกับั ยา อาการเมาค้้าง ปวดศีีรษะ คลื่่น� ไส้้
อาการชักั มีีลักั ษณะ แก้้ปวดที่�ส่ กัดั จากฝิ่่�น อาเจีียน ปากแห้้งหากใช้้ปริมิ าณมาก
เป็น็ ยาเม็ด็ ยาแคปซููล - ใช้้ยาร่่วมกัับ ทำ�ำ ให้้มีีอาการง่่วงนอนมาก สับั สน
และยาฉีีด เครื่่�องดื่ม� แอลกอฮอล์์ หายใจลำำ�บาก ไม่่รู้ส้� ึกึ ตัวั นอกจากนี้้�
ซึ่ �งการใช้้ยานี้้� โดยมุ่งหวงั ใหเ้ กดิ การใช้้ยาต่่อเนื่่อ� งเป็น็ ระยะเวลานาน
ต้้องมีีใบสั่�งจากแพทย์์ ความผอ่ นคลาย และ อาจทำ�ำ ให้้ติิดยาได้้ทั้้�งทางร่่างกาย
และอยู่�ภ่ ายใต้้ เคลิบเคลิ้ม และจิติ ใจ ซึ่่�งหากหยุุดใช้้ทัันทีี
การควบคุุมของแพทย์์ อาจเกิดิ อาการขาดยาหรือื ถอนยา
เท่่านั้้�น เช่่น คลื่่น� ไส้้ นอนไม่่หลัับ มือื สั่น�
หััวใจเต้้นเร็ว็ ชักั ซึึมเศร้้า
เป็็นโรคจิติ ได้้
186 รู้ค�้ ิิด รู้้ท� ััน ป้อ้ งกัันยาเสพติิด
ชนดิ ของยา ลกั ษณะของยา ลกั ษณะการน�ำมาใช้ การออกฤทธ์/ิ ผลต่อจติ ประสาท
ในทางที่ผิด
7. ยาไนเมตาซแี พม เป็น็ ยานอนหลับั - ใช้้ยาในปริิมาณมาก ออกฤทธิ์์ก� ดประสาท มีีอาการ
ชื่อเรียกอื่น : และคลายเครีียด - ใช้้ยาติิดต่่อกันั ง่วงซึึม มึึนงง สับั สน สููญเสีีย
อิริมิน 5, ซึ่ง� ใช้้ภายใต้้การควบคุุม เป็็นระยะเวลานาน การทรงตัวั และสููญเสีียความทรงจำ�ำ
ไฟว-์ ไฟว์ ของแพทย์์เท่่านั้้น� แต่่ - ใช้้ยาร่่วมกับั เครื่่อ� งดื่ม� หากหยุุดยาทันั ทีีหลังั ได้้รับั ยา
(five - five), ยาไนเมตาซีีแพมนี้้� แอลกอฮอล์์ เพื่่�อให้้ ขนาดสููง หรือื เป็น็ ระยะเวลานาน
กฟิ มีไฟว,์ ไม่่มีีการอนุุมัตั ิทิ ะเบีียน เกิดิ อาการเคลิ้้ม� ฝันั อาจเกิดิ อาการถอนยา อีีกทั้้ง� ถ้้าใช้้
แฮปป้ี 5 ตำ�ำ รับั ยาในประเทศไทย - ใช้้เป็น็ ยาที่ท�่ ำ�ำ ให้้หลับั ร่่วมกับั เครื่่อ� งดื่ม� แอลกอฮอล์์ หรือื
8. ยาทรามาดอล ยาที่�พ่ บจึึงเป็็น หลังั จากการใช้้ยาอีี สารที่่�มีีฤทธิ์์ก� ดระบบประสาท
ชื่อ่� เรีียกอื่�น่ : การลัักลอบนำ�ำ เข้้า และยาบ้้า ส่่วนกลาง เช่่น ยาแก้้ปวดที่ส่� กัดั
แค็็บ,แท็็กซี่่,� มาจำำ�หน่่ายจาก ใช้้ยาปริมิ าณมาก โดย จากฝิ่่�น หรือื ยาแก้้ปวดอื่�นๆ
เขีียวเหลืือง ต่่างประเทศ ใช้้ครั้้ง� ละหลายๆ เม็ด็ อาจทำ�ำ ให้้เสีียชีีวิติ ได้้
มีีลัักษณะเป็็นยาเม็็ด ต่่อเนื่่อ� งกันั หรือื นำ�ำ ไป ออกฤทธิ์์ก� ดการทำำ�งานของระบบ
เป็็นยาบรรเทาอาการ ใช้้ร่่วมกับั เครื่่อ� งดื่�ม ประสาทเช่่นเดีียวกัับมอร์ฟ์ ีีน
ปวดระดัับปานกลาง ที่ม�่ ีีแอลกอฮอล์์ ทำ�ำ ให้้คลื่่�นไส้้ อาเจีียน ง่่วงซึึม
ถึงึ ระดับั รุุนแรง เครื่่อ� งดื่�มชููกำำ�ลััง หรืือ มึนึ งง ปวดศีีรษะ ชััก การใช้้ยา
ทั้้ง� ชนิิดเฉีียบพลััน น้ำ�ำ�อััดลม โดยหวัังผล เกินิ ขนาด ทำ�ำ ให้้กดศููนย์ค์ วบคุมุ
และเรื้อ� รังั มีีทั้้ง� ยาเม็ด็ ให้้รู้�ส้ ึึกสบาย และ การหายใจ การหายใจช้้า ง่่วงซึึม
ยาน้ำ�ำ� ยาเหน็็บทวาร เคลิ้้�มสุุขได้้แรงอย่่าง หากรุุนแรงจะหมดสติิถึึงขั้ �นโคม่่า
ยาฉีีด และยาแคปซููล รวดเร็็ว ส่่งผลให้้เกิิด กล้้ามเนื้้�ออ่่อนแรง อาจมีีอาการ
สีีเขีียวเหลืือง ความต้้องการ ชักั หัวั ใจเต้้นช้้า ความดันั โลหิติ ต่ำ�ำ�
ใช้้ยาทุุกวััน และหััวใจอาจจะหยุุดเต้้น ทำำ�ให้้
เสีียชีีวิิตได้้
Be Smart Say No To Drugs 187
ชนิดของยา ลัักษณะของยา ลัักษณะการนำำ�มาใช้้ การออกฤทธิ์์�/ผลต่อ่ จิิตประสาท
ในทางที่ผ�่ ิิด
9. ยาโปรเมทธาซนี เป็น็ ยาใช้้เพื่่�อบรรเทา นำำ�ไปผสมกับั ออกฤทธิ์์�กดระบบประสาท
ชื่่�อเรีียกอื่่�น : อาการแพ้้ชนิดิ น้ำ��ำ เครื่่�องดื่ม� น้ำ�ำ� แข็็ง ส่ว่ นกลางทำำ�ให้้ง่่วงซึมึ ปากแห้้ง
โพโคดิิล, โปรโคดิลิ สำำ�หรัับเด็็กป้้องกััน หรือื ยาชนิดิ ต่่างๆ เช่่น มองเห็น็ ภาพไม่่ชััด หัวั ใจเต้้นเร็็ว
อาการคลื่่�นไส้้ น้ำำ��อััดลม น้ำำ��ผลไม้้ ปวดศีีรษะ ปัสั สาวะขััด ท้้องผููก
อาเจีียน มีีลัักษณะ ยาแก้้ปวด หากใช้้ยาในขนาดที่�่สููง ทำำ�ให้้
เป็น็ ยาน้ำำ�� เชื่�อมใส ยาทรามาดอล กระสับั กระส่่าย ชักั เกร็็ง
สีีน้ำำ�� ตาล มีีรสหวาน น้ำ��ำ ต้้มใบกระท่่อม หัวั ใจเต้้นผิดิ ปกติิ ประสาทหลอน
โดยหวังั ผลให้้ หวาดกลัวั อย่่างควบคุุมไม่่ได้้
เกิิดอาการมึึนเมา กดศููนย์ค์ วบคุุมการหายใจ
คล้้ายดื่ม� เหล้้า หมดสติิ กล้้ามเนื้้�ออ่่อนแรง
หยุุดหายใจชั่่�วคราว
และเสีียชีีวิติ ได้้
10. ยาเบนซ์เ์ ฮกซอล เป็็นยารัักษา นำำ�ไปใช้้ร่่วมกับั ทำำ�ให้้ง่่วงซึึม คลื่่�นไส้้ อาเจีียน
ชื่อเรยี กอื่น : โรคพาร์์กิินสันั ยาหลอนประสาท บวมบริเิ วณหน้้า ริมิ ฝีีปาก ลิ้้�น
บไี ฟว,์ B5 รัักษาอาการสั่่�นที่่�มีี ตััวอื่น� ๆ โดยหวัังผล ประสาทหลอน ซึึมเศร้้า มีีผื่่�นแดง
สาเหตุุมาจาก ให้้เกิดิ ความเคลิบิ เคลิ้้ม� คััน ผื่่น� ลมพิษิ มีีอาการสับั สน
การรัับประทานยา เป็น็ เวลานานๆ การใช้้ปริมิ าณมาก และใช้้ร่่วมกัับ
บางชนิิด และบรรเทา ยาหลอนประสาทตััวอื่น� ๆ
อาการข้้างเคีียง จะทำ�ำ ให้้หััวใจเต้้นเร็็ว
จากการกิินยา ไม่่เป็็นจัังหวะ หายใจลำ�ำ บาก
ทางจิติ เวช มีีลัักษณะ และชักั ได้้
เป็น็ ยาเม็ด็ กลมสีีขาว
ที่่�มา : คู่่�มือื การดำ�ำ เนินิ งานด้้านการป้้องกันั และแก้้ไขปััญหายาเสพติดิ สำ�ำ หรับั อาสาสมัคั รสาธารณสุุขกรุุงเทพมหานคร
188 รู้ค�้ ิดิ รู้ท้� ััน ป้้องกัันยาเสพติิด
สาเหตุุที่่�เยาวชนใช้้ยาในทางที่ผ�่ ิิด
ไม่่มีีเหตุุผลข้้อหนึ่่�งข้้อใดโดยเฉพาะว่่าทำำ�ไมเยาวชนใช้้ยาในทางที่่�ผิิด ตััวผู้�ใช้้ยาและครอบครััวมัักจะ
ถููกกล่่าวโทษก่่อน แต่่จริิงๆ แล้้วยัังมีีปััจจััยอื่�นๆ อีีกมากมายที่่�นำ�ำ ไปสู่่�การใช้้ยาในทางที่�่ผิิด เช่่น ปััจจััย
ทางสัังคมและสภาพแวดล้้อม การที่�่หายาได้้ง่่าย และความขาดแคลน หรืือไม่่สามารถเข้้าถึึงการสนัับสนุุน
ทางสัังคม
ปััจจััยอีีกปััจจััยหนึ่่�งที่�่นำำ�ไปสู่�่การใช้้ยาเสพติิดที่่�มัักจะไม่่ค่่อยนึึกถึึงกัันก็็คืือ องค์์ประกอบด้้านศรััทธา
ความเชื่อ� (Spiritual component) ในขณะที่ส่� ังั คมและสิ่ง� แวดล้้อมเป็น็ ปัจั จัยั ภายนอกที่น่� ำ�ำ ไปสู่ก�่ ารใช้้ยาเสพติดิ
การไม่่มีีความตระหนักั ในคุุณค่่าของตนเอง และขาดศรัทั ธาความเชื่อ� ในทางบวก มีีผลทำำ�ให้้ไม่่สามารถเผชิญิ หน้้า
กัับความท้้าทายต่่างๆ ในชีีวิติ และเป็็นความเสี่ย่� งต่่อการใช้้ยาในทางที่ผ�่ ิิด
องค์์ประกอบทั้้�ง 4 คืือ คน สิ่่�งแวดล้้อม สัังคม และศรััทธาความเชื่�อ เป็็นองค์์ประกอบที่�่กำำ�หนดหรืือ
มีีอิิทธิพิ ลต่่อการใช้้หรือื ไม่่ใช้้ยาเสพติิดของคนเรา
ศรัทั ธาความเชื่อ่�
สัังคม สิ่ง� แวดล้้อม
คน
องค์์ประกอบเหล่่านี้้�มีีการปฏิิสััมพัันธ์์กัันตลอดเวลา โดยเฉพาะแต่่ละตััวมีีผลต่่อการเติิบโต
และพัฒั นาการของแต่่ละบุุคคล การขาดหรือื ปราศจากองค์ป์ ระกอบตัวั ใดตัวั หนึ่่ง� ส่่งผลถึงึ พัฒั นาการของบุุคคล
และทำ�ำ ให้้ทัักษะทางสัังคมและการเผชิิญหน้้ากัับปัญั หาต่่างๆ ลดลง
คน ช่่วงวัยั รุ่น�่ เป็น็ ช่่วงเวลาของการเปลี่ย่� นแปลงทางร่่างกายและอารมณ์อ์ ย่่างมหาศาล วัยั รุ่น�่ มักั จะรู้ส้� ึกึ
กระอัักกระอ่่วนและกัังวลเกี่่�ยวกัับตนเอง และบางทีีรู้้�สึึกว่่าตนเองต้้องเลืือกระหว่่างการดำ�ำ เนิินตามแบบแผน
กัับความต้้องการที่่�จะแตกต่่าง วััยรุ่่�นอาจจะไม่่มีีทัักษะ ประสบการณ์์ และการสนัับสนุุนเพื่่�อจััดการ
กัับความเครีียดและแรงกดดัันในชีีวิิตเสมอไป ทั้้�งๆ ที่่�วััยรุ่�่นมีีจุุดอ่่อนในเรื่ �องเหล่่านี้้�มาก ปััจจััยด้้านตััวคน
รวมถึึงการมีีทัักษะทางสัังคมที่่�เข้้มแข็็ง สภาพแวดล้้อมทางครอบครััวที่�่เกื้�อหนุุนและพื้้�นฐานทางศรััทธา
ความเชื่ �อในทางบวก หากขาดองค์์ประกอบตััวใดตััวหนึ่่�งไป เยาวชนอาจจะหัันไปยาเสพติิดเพื่่�อเป็็นหนทาง
ในการเผชิิญกับั ปัญั หาต่่างๆ
Be Smart Say No To Drugs 189
ศรััทธาความเชื่่�อ เป็็นตััวกำ�ำ หนดคุุณธรรมและจริิยธรรมของแต่่ละคน ศรััทธาความเชื่�อมัักถููกเข้้าใจ
ว่่าเป็็นความเชื่ �อทางศาสนาหรืือความเลื่ �อมใสศรััทธา ทั้้�งๆ ที่�่ความจริิงแล้้ว ศรััทธาความเชื่ �อเป็็นการเชื่ �อ
ในพลัังอำำ�นาจที่�่สููงกว่่าหรืือแหล่่งของพลัังที่�่คนแต่่ละคนสามารถพึ่่�งพาได้้ ในเวลาที่�่พบกัับความยุ่่�งยากลำำ�บาก
สำำ�หรัับเยาวชนการมีีพื้้�นฐานความเชื่ �อที่�่เข้้มแข็็งจะช่่วยให้้สามารถเผชิิญกัับความขััดแย้้ง ความท้้าทาย
และความเข้้าใจจากเพื่่อ� น สื่่อ� มวลชน และสังั คม ดังั นั้้น� ในการพยายามเผชิญิ หน้้ากับั ชีีวิติ การขาดความตระหนักั
ในศรัทั ธาความเชื่�อและพลัังของตนเอง อาจนำ�ำ เยาวชนบางคนไปสู่่�การใช้้ยาในทางที่ผ่� ิิด
สังั คม เยาวชนเป็น็ ส่่วนประกอบที่ม�่ ีีคุุณค่่าของสังั คม และมีีบทบาทสำ�ำ คัญั ในการมีีส่่วนช่่วยจัดั รููปสังั คม
ของเรา ข่่าวสารที่�่ผสมผสานจากสื่่�อ เพื่่�อน พ่่อแม่่ ผู้้�ปกครอง สถานศึึกษาและที่่�ทำำ�งาน มัักจะสวนทางหรืือ
ขััดแย้้งกัับประสบการณ์์ของเยาวชน ซึ่่�งสื่ �อให้้เห็็นว่่าเยาวชนได้้รัับข้้อมููลป้้อนกลัับทั้้�งที่�่เป็็นการส่่งเสริิมและ
ยัับยั้�งการใช้้ยาเสพติิด ในบางสัังคมเยาวชนอาจรู้้�สึึกถููกกดดัันให้้ใช้้ยาเสพติิดเพื่่�อให้้ได้้เป็็นส่่วนหนึ่่�งของกลุ่�่ม
ดังั นั้้น� การใช้้ยาในทางที่ผ่� ิดิ จึงึ มักั ถููกมองว่่าให้้ผลเป็น็ ความบันั เทิงิ ที่ด่� ีีสำ�ำ หรับั เยาวชน โดยเฉพาะอย่่างยิ่ง� ในกรณีีที่�่
ขาดกิิจกรรมทางเลือื กที่เ�่ หมาะสมอื่่น� ๆ
สภาพแวดล้้อม ปัจั จััยด้้านสภาพแวดล้้อมที่่�มีีอิทิ ธิิพลต่่อการใช้้ยาในทางที่ผ�่ ิิด รวมถึึงการโฆษณาและ
ส่่งเสริิมการใช้้ยา ซึ่่�งมัักพุ่่�งเป้้าไปที่�่เยาวชน ยิ่่�งกว่่านั้้�นการที่่�หายาเสพติิดได้้ง่่ายและมีีอยู่�่พร้้อมในบางชุุมชน
ทำำ�ให้้เยาวชนเข้้าสู่ว่� งจรยาเสพติดิ ได้้ง่่ายขึ้น� สภาพที่ไ�่ ม่่มั่่น� คงในครอบครัวั รวมทั้้ง� ความสัมั พันั ธ์ท์ ี่ไ่� ม่่ดีีที่โ่� รงเรีียน
หรืือที่่�ทำำ�งานเป็็นสภาพแวดล้้อมอีีกแบบหนึ่่�งที่�่อาจทำ�ำ ให้้เกิิดการใช้้ยาในทางที่่�ผิิด การประมาณการจำ�ำ นวน
การใช้้ยาในทางที่่ผ� ิดิ ในกลุ่�มเยาวชน ทำ�ำ ได้้ยากด้้วยสาเหตุหุ ลายประการ ผลที่่เ� กิดิ จากการใช้้ยาแตกต่า่ งกันั ไป
ในแต่ล่ ะคนและการใช้้ยาเสพติิดของแต่ล่ ะคนจะแตกต่่างกัันไปในแต่่ละช่่วงเวลา
190 รู้้�คิดิ รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกัันยาเสพติิด
ข้้อบ่ง่ ชี้้�ที่่�แสดงว่่าเยาวชนอาจมีีการใช้้ยาในทางที่�่ผิดิ
สััญญาณและอาการของการใช้้ยาในทางที่่ผ� ิิด
การระบุุสัญั ญาณที่แ่� น่่นอนว่่าเยาวชนมีีการใช้้ยาในทางที่ผ�่ ิดิ ไม่่ใช่่เรื่อ� งง่าย สัญั ญาณต่่างๆ เหล่่านี้้� หลายตัวั
เป็น็ เพีียงกระบวนการปกติขิ องการเติบิ โตในช่่วงวัยั รุ่น�่ แต่่ในขณะที่ย่� ังั ไม่่มีีสัญั ญาณเตือื นที่แ่� น่่นอนว่่ามีีการใช้้ยา
ในทางที่�่ผิิด มีีข้้อบ่่งชี้ �บางอย่่างที่�่อาจแสดงถึึงปััญหาดัังกล่่าว ถึึงกระนั้้�นการที่�่สัังเกตเห็็นสััญญาณเหล่่านี้้�
ก็อ็ าจจะไม่่ได้้หมายความว่่าคนนั้้�นใช้้ยาเสพติิด
สััญญาณทางร่า่ งกาย - คััดจมููกหรือื น้ำ��ำ มููกไหลตลอดเวลา
ของการใช้้ยาในทางที่่�ผิดิ - ตาแดง (มัักสวมแว่่นดำำ�เพื่่อ� อำำ�พราง)
- ไอและหอบ
สัญั ญาณทางพฤติิกรรม - รอยช้ำ�ำ�ดำ�ำ ที่ม�่ องเห็็นได้้ตามแขนและขา
ของการใช้ย้ าในทางที่่ผ� ิิด - พููดไม่่เป็็นคำ�ำ
- คลื่่�นไส้้และอาเจีียน
สััญญาณทางสภาพแวดล้้อม - เดิินโซเซและปฏิิกิิริยิ าช้้า
ของการใช้้ยาในทางที่่�ผิดิ - ลมหายใจมีีกลิ่่�นแอลกอฮอล์์
- ไม่่สนใจตัวั เอง
- เหนื่่�อยง่าย อ่่อนเพลีีย
- ขาดเรีียน ผลการเรีียนหรือื การทำำ�งานตกต่ำำ��ลง
- ปลีีกตััวหรืือหลบเลี่�่ยงคนอื่ �นๆ
- หดหู่�่ และ/หรืือกระวนกระวาย
- ใช้้จ่่ายเงินิ มากเป็็นประจำ�ำ หรือื อยู่�ๆ่ ก็ม็ ีีเงิินมาก
- เปลี่ย่� นกลุ่ม่� เพื่่อ� น
- เปลี่่ย� นนิสิ ััยการกินิ การนอน
- อารมณ์์แปรปรวนตลอดเวลา ก้้าวร้้าว และมีีแนวโน้้ม
ใช้้ความรุุนแรง
- มีีความลัับเกี่ย่� วกัับการกระทำ�ำ ที่่�อยู่่� หรือื ทรััพย์ส์ ิิน
- ขาดความสนใจในสภาพของตนเองและสุุขอนามััย
- ใช้้น้ำ�ำ�หอม โคโลญจน์์ หรือื น้ำ��ำ ยาปรัับอากาศมากขึ้้�น
- อยู่่น� อกบ้้านจนดึึก หรือื ไม่่กลับั บ้้านหลายวัันบ่่อยๆ
- พบยาหรือื อุุปกรณ์ก์ ารเสพยา
- ทรัพั ย์์สินิ มีีค่่าในบ้้านหายไป
สาเหตุุที่�่เยาวชนยัังคงใช้้ยาในทางที่�่ผิิดต่่อไปเมื่�อไม่่สามารถแก้้ปััญหาหรืือไม่่ได้้รัับความช่่วยเหลืือ
เมื่�อเกิิดปััญหา อย่่างไรก็็ตาม การใช้้ยาเสพติิดหรืือใช้้ยาในทางที่่�ผิิดต่่อเนื่่�องนี้้�มัักจะมีีความซัับซ้้อนเพิ่่�มขึ้้�น
เนื่่อ� งจากปัจั จััยทางชีีววิทิ ยา ทางสังั คม และปััจจัยั ส่่วนตััว
Be Smart Say No To Drugs 191
การใช้้ยาเสพติิดอย่่างต่่อเนื่่�องมัักจะมีีปััจจััยเสริิมจากสถานการณ์์ทางสัังคม เช่่น อิิทธิิพลของเพื่่�อน
สััญญาณอีีกอย่่างหนึ่่�งของการใช้้ยาเสพติิดต่่อเนื่่�องคืือ สภาพแวดล้้อมทางครอบครััว ความสััมพัันธ์์ระหว่่าง
พ่่อแม่่กับั ลููกที่ก�่ ดดันั หรือื ไม่่ดีี หรือื พ่่อแม่่ที่ด่�ื่ม� จัดั หรือื ใช้้ยาเสพติดิ มักั จะเป็น็ เครื่่อ� งชี้ว� ่่าเยาวชนมีีปัญั หาการใช้้ยา
ในทางที่�่ผิิด
เยาวชนใช้้ยาเสพติิดชนิิดเดีียวกัับผู้�ใหญ่่ทั้้�งที่่�เป็็นยาเสพติิดถููกกฎหมาย เช่่น สุุรา บุุหรี่�่ กาแฟ
ยารัักษาโรค และยาต่่างๆ ทั้้�งที่่�ถููกกฎหมายและผิิดกฎหมายสามารถก่่อให้้เกิิดอัันตราย โดยเฉพาะอย่่างยิ่�ง
ถ้้าใช้้เป็น็ ประจำ�ำ หรืือใช้้ติิดต่่อกันั เป็็นเวลานาน ซึ่่ง� นำำ�ไปสู่ก�่ ารติิดยาทางร่่างกายและจิติ ใจ
การรัับรู้�้ของสาธารณชนทั่่�วไป คืือ การใช้้ยาเสพติิดของวััยรุ่่�นเป็็นความไม่่ปกติิโดยแท้้ แม้้จะเป็็น
การรัักษาโรค จากความคิิดนี้้�นำำ�ไปสู่่�ทััศนะว่่าการใช้้ยาเท่่าการใช้้ในทางที่่�ผิิดหรืือติิดยา จึึงจำำ�เป็็นอย่่างยิ่ �ง
ที่จ�่ ะต้้องแยกแยะระหว่่างเยาวชนที่ใ่� ช้้ยาอย่่างเป็น็ อัันตรายหรือื เป็น็ ภััยกัับเยาวชนที่�ไ่ ม่่ได้้ใช้้ยาในทางที่่�ผิดิ
ที่ม่� า : คู่่�มืือ “เทคนิคิ การจััดกิจิ กรรมเพื่่อ� สอนทัักษะชีีวิติ สำำ�หรับั เยาวชน” สนับั สนุุนโดยโครงการที่่�ปรึกึ ษาด้้านยาเสพติดิ
สำำ�นัักงานแผนโคลัมั โบ จัดั ทำ�ำ โดย สำำ�นักั งาน ป.ป.ส.
การใช้ย้ า “อย่า่ งปลอดภััย”
“ยา” แม้้สามารถใช้้รัักษาทำำ�ให้้หายป่่วยและร่่างกายรู้�้สึึกดีีขึ้้�นได้้ แต่่สิ่่�งสำ�ำ คััญที่�่ควรตระหนัักไว้้เสมอ
คืือ ยาทั้้�งหลายล้้วนแล้้วแต่่มีีอัันตรายเฉกเช่่นเดีียวกัับที่�่มีีคุุณประโยชน์์ ฉะนั้้�น ทำำ�อย่่างไรจึึงปลอดภััย
จากการใช้้ยา...
“ประโยชน์์ของยา” มาจากฤทธิ์์�ของยาตามวััตถุุประสงค์์ที่�่ใช้้ เช่่น ช่่วยลดความดัันโลหิิต ช่่วยรัักษา
การติิดเชื้อ� บรรเทาอาการปวดหรืือลดไข้้ ซึ่่�งทราบได้้จากสรรพคุุณหรืือข้้อบ่่งใช้้ของแต่่ละตัวั ยา
“อันั ตรายจากยา” ก็ส็ ามารถเกิดิ ขึ้น� ได้้ตลอดเวลาเช่่นกันั เริ่ม� จากอาการไม่่พึงึ ประสงค์์ หรือื ผลข้้างเคีียง
ของยา ซึ่่ง� มีีทั้้ง� ที่ไ่� ม่่รุุนแรง เช่่น คลื่่น� ไส้้ กระสัับกระส่่าย นอนไม่่หลับั หรืือง่วงนอน จนกระทั่่�งรุุนแรงถึึงแก่่ชีีวิติ
เช่่น การทำ�ำ ลายตัับ หรืือทำ�ำ ให้้เกิิดอาการหายใจไม่่ออก เป็น็ ต้้น อันั ตรายจากยายัังอาจเกิดิ ขึ้น� ได้้จากสาเหตุุอื่่น�
เช่่น เกิิดจากปฏิิกิิริิยาระหว่่างยาตั้�งแต่่ 2 ชนิิดขึ้�นไป (drug interaction) ปฏิิกิิริิยาระหว่่างยากัับอาหาร
เครื่่อ� งดื่ม� หรือื อาหารเสริิม (เช่่น วิิตามิิน หรือื สมุุนไพร) ที่�่รัับประทานระหว่่างการใช้้ยา โดยอาจส่่งผลให้้ยา
ที่ร�่ ับั ประทานบางชนิดิ มีีประสิทิ ธิภิ าพลดลงหรือื ออกฤทธิ์์ร�ุุนแรงเกินิ ไป เกิดิ ผลข้้างเคีียงนอกเหนือื ความคาดหมาย
หรือื อาจเกิดิ สารเคมีีตััวใหม่่ที่�่มีีอัันตรายสููง
แม้้ว่่าการใช้้ยามีีอันั ตรายควบคู่ไ�่ ปกับั คุุณประโยชน์ก์ ็ต็ าม แต่่ท่่านสามารถที่จ�่ ะปฏิบิ ัตั ิติ น เพื่่อ� ลดอันั ตราย
จากการใช้้ยาได้้อย่่างไม่่ยาก ซึ่่ง� ประโยชน์ท์ ี่ไ�่ ด้้รับั จะคุ้ม� ค่่าเป็น็ อย่่างยิ่ง�
คำ�ำ แนะนำำ�เบื้้�องต้้นสำำ�หรัับ การใช้้ “ยา” อย่่างปลอดภััย คืือ การทำำ�ให้้ความเสี่�่ยงจากการใช้้ยาลดลง
และได้้รัับประโยชน์จ์ ากยาสููงสุุด มีี 5 ประการ ได้้แก่่
1. คุุยกัับแพทย์์ เภสััชกร บอกเล่่ารายละเอีียดเกี่่ย� วกับั ตัวั ท่่านเองให้้มากที่ส่� ุุด เช่่น
- ท่่านมีีประวัตั ิกิ ารแพ้้ยาอะไรหรือื ไม่่
- รับั ประทานยาหรือื อาหารเสริมิ อื่่น� ๆ อยู่�ห่ รืือไม่่ อะไรบ้้าง
- ข้้อจำ�ำ กััดบางประการต่่อใช้้ยา (เช่่น มีีปััญหาการกลืืนยา หรืือ ต้้องทำ�ำ งานกัับเครื่่�องจัักร
ที่่�เป็น็ อัันตรายไม่่สามารถทานยาที่่�ทำ�ำ ให้้ง่่วงได้้)
- อยู่�ใ่ นระหว่่างการตั้้�งครรภ์ห์ รือื ให้้นมบุุตร (กรณีีของผู้ห� ญิิง)
192 รู้�้คิดิ รู้้�ทันั ป้้องกัันยาเสพติิด
นอกจากนั้้�นหากท่่านสงสััยหรืือไม่่เข้้าใจเรื่�องอะไร ควรสอบถามให้้ละเอีียด เพื่่�อหลีีกเลี่่�ยงการใช้้ยา
อย่่างผิดิ ๆ
2. ทำำ�ความรู้้จ� ักั ยาที่่ใ� ช้้ ทั้้�งยาที่่�แพทย์ส์ั่�งจ่่าย หรืือที่่�ซื้�อเองจากร้้านขายยา เช่่น
- ชื่่อ� สามััญทางยา เพื่่อ� เป็น็ การหลีีกเลี่ย�่ งการใช้้ยาซ้ำ�ำ� ซ้้อน และได้้รับั ยาเกิินขนาด
- ชื่่อ� ทางการค้้าของยา
- ลัักษณะทางกายภาพของยา เช่่น สีี กลิ่่น� รููปร่่าง เป็น็ ต้้น เมื่�อสภาพของยาเปลี่�่ยนแปลงไป เช่่น
สีีเปลี่ย่� นไป ควรหลีีกเลี่�่ยงการใช้้ยาดัังกล่่าว เพราะอาจก่่อให้้เกิดิ อัันตรายได้้
- ข้้อกำำ�หนดการใช้้ยา เช่่น รับั ประทานอย่่างไร เวลาใด จำ�ำ นวนเท่่าไร และควรรับั ประทานนานแค่่ไหน
- ภายใต้้สถานการณ์ใ์ ด ที่ค่� วรหยุุดใช้้ยาทัันทีี
- ผลข้้างเคีียงของยาหรือื ปฏิกิ ิริ ิิยาของยาที่�ค่ วรระวััง
3. อ่่านฉลากยาและปฏิิบััติติ ามอย่่างเคร่่งครััด
- ทำ�ำ ความเข้้าใจรายละเอีียดเกี่่�ยวกัับยาจากฉลากยา ควรอ่่านฉลากยาอย่่างน้้อย 2 ครั้้�ง
ก่่อนการใช้้ยา เพื่่�อความมั่่�นใจว่่ารัับประทานยาถููกต้้อง หากไม่่เข้้าใจประการใดควรปรึึกษาแพทย์์ เภสััชกร
หรืือผู้เ� ชี่ย�่ วชาญ
- เก็บ็ ยาในที่ท�่ ี่�เ่ หมาะสมตามที่่�ระบุุในฉลาก
- ห้้ามเก็็บยาต่่างชนิิดกัันในภาชนะเดีียวกััน และไม่่ควรเก็็บยาสำำ�หรัับใช้้ภายในและยาสำ�ำ หรัับ
ใช้้ภายนอกไว้้ใกล้้เคีียงกััน
4. หลีีกเลี่�่ยงการเพิ่่�มความเสี่่�ยงต่่อการเกิิดปฏิกิ ิริ ิยิ าระหว่่างยา
- ระลึึกถึึง และหลีีกเลี่�่ยงอย่่างเคร่่งครััด ต่่อการรัับประทานยา อาหารหรืือเครื่่�องดื่�มที่่�ทำ�ำ ให้้เกิิด
ปฏิิกิริ ิยิ ากับั ยาที่ร่� ัับประทาน ซึ่่�งทำำ�ให้้เกิดิ ผลเบี่ย�่ งเบนการออกฤทธิ์์แ� ละเพิ่่�มอัันตรายจากยาได้้
- หากเป็น็ ไปได้้ ทุุกครั้้ง� ที่ท่� ่่านต้้องมีีการรับั ประทานยาใหม่่ๆ เพิ่่ม� เติมิ ควรนำ�ำ ยาเดิมิ ที่�่รับั ประทาน
อยู่ไ่� ปแสดงให้้แพทย์์ หรือื เภสัชั กร ได้้ตรวจสอบให้้ด้้วยว่่า มีียาใดที่ซ�่ ้ำ��ำ ซ้้อน หรือื ทำำ�ให้้เกิดิ ปฏิกิ ิริ ิยิ าระหว่่างกันั ได้้
เพื่่�อที่จ่� ะได้้จััดยาให้้ร่่วมรับั ประทานได้้เหมาะสม
5. สังั เกตตััวเองต่่อผลของยาและอาการข้้างเคีียงจากการใช้้ยา
- สัังเกตว่่าผลของยาเป็็นไปตามแผนการใช้้ยาหรืือไม่่ หากไม่่เป็็นเช่่นนั้้�น ควรไปหาแพทย์์หรืือ
เภสััชกรอีีกครั้้�ง เพื่่�อประเมิินและปรับั การรัักษา
- ให้้ความสำ�ำ คัญั กัับอาการต่่างๆ ของร่่างกาย หากมีีสิ่่�งใดผิดิ ปกติิควรรีีบปรึึกษาแพทย์์
- สอบถามล่่วงหน้้าว่่า ควรจะปฏิบิ ัตั ิติ นอย่่างไรเมื่อ� เกิดิ อาการข้้างเคีียงจากการใช้้ยา หรือื สอบถาม
ข้้อมููลบางอย่่างเพื่่อ� ลดอาการข้้างเคีียง เช่่น ควรรับั ประทานยาหลังั รับั ประทานอาหารทันั ทีีเพื่่อ� ลดอาการปวดท้้อง
ที่�่สำ�ำ คััญ ท่่านควรระลึึกไว้้เสมอว่่า การที่�่ท่่านมีีส่่วนร่่วมกัับแพทย์์ เภสััชกร และผู้�เชี่�่ยวชาญในการปฏิิบััติิ
ตามวิิธีีที่่�ถููกต้้องในการใช้้ยาของตััวท่่านเองอย่่างใกล้้ชิิด จะทำ�ำ ให้้ท่่านมีีความปลอดภััยในการใช้้ยามากยิ่่�งขึ้�น
และนำำ�มาสู่ค�่ วามสำำ�เร็จ็ ในการรัักษาโรค
Be Smart Say No To Drugs 193
“รู้้�ทันั ปัญั หาการใช้ย้ าของวััยรุ่่�น” หนึ่่�งปััญหาของการใช้ย้ าในทางที่�่ผิดิ
ยาโปรโคดิิล (procodyl) และยาทรามาดอล (tramadol) ยากลุ่ม่� แก้้แพ้้ และแก้้ปวดที่่�มีีความจำำ�เป็็น
ต่่อการรักั ษาโรคที่ผ่�ู้ป� ่ว่ ยสามารถเข้้าถึงึ เพื่่อ� บรรเทาอาการเจ็บ็ ป่ว่ ยในเบื้้อ� งต้้นโดยไม่่ต้้องเสีียเวลาในการเดินิ ทาง
ไปถึึงโรงพยาบาล เนื่่�องจากผู้้�ป่่วยสามารถหาซื้ �อได้้เองตามร้้านยาทั่่�วไป แต่่ใครจะคิิดว่่ายาที่่�ก่่อประโยชน์์
ในการรักั ษาอาการเจ็บ็ ป่ว่ ยนี้้ก� ลับั มีีกลุ่ม�่ วัยั รุ่น่� นำ�ำ มาใช้้แบบผิดิ วิธิ ีีกันั อย่่างแพร่่หลาย และทำำ�ให้้เกิดิ เป็น็ อันั ตราย
ถึึงแก่่ชีีวิิต เพื่่�อสร้้างความตระหนัักในการใช้้ยาอย่่างถููกต้้องและปลอดภััย หน่่วยเวชศาสตร์์ผู้�ป่่วยนอกเด็็ก
และวัยั รุ่น�่ ภาควิชิ ากุุมารเวชศาสตร์ ์ ร่่วมกับั ศููนย์พ์ ิษิ วิทิ ยา คณะแพทยศาสตร์โ์ รงพยาบาลรามาธิบิ ดีี ร่่วมแถลงข่่าว
“ปัญั หาที่พ่� บจากการใช้้ยาโปรโคดิลิ (procodyl) และยาทรามาดอล (tramadol) ในหมู่ว�่ ัยั รุ่น�่ ” เนื่่อ� งจากขณะนี้้�
มีีเด็็กและวััยรุ่่�นนำ�ำ ไปใช้้ในทางที่�่ผิิด ซึ่่ง� ทำำ�ให้้มีีผลกระทบต่่อร่่างกายและจิติ ใจ
อ.พญ.จิิราภรณ์์ อรุุณากููร อาจารย์ภ์ าควิิชากุุมารเวชศาสตร์ ์ คณะแพทยศาสตร์์โรงพยาบาลรามาธิบิ ดีี
มหาวิทิ ยาลััยมหิิดล กล่่าวว่่า ขณะนี้้เ� ด็ก็ มัธั ยมมีีการใช้้ยาที่�่ใช้้ในการรักั ษาโรคอื่่น� ๆ แต่่นำำ�มาใช้้ผิดิ วััตถุุประสงค์์
เช่่น ยาโปรโคดิลิ และยาทรามาดอล ผสมยาแก้้ไอและน้ำำ�� อัดั ลมกินิ กันั ในหมู่ว่� ัยั รุ่น่� จำ�ำ นวนมาก โดยตัวั ยาสามารถ
หาซื้ �อได้้จากร้้านขายยาใกล้้โรงเรีียน ลัักษณะการกิินคืือ การชัักชวนกัันในบรรดาเพื่่�อนๆ มาจัับกลุ่่�มกิินกััน
โดยสถานที่ท�่ ี่น่� ิยิ มกินิ กันั คือื สถานศึกึ ษา บ้้านเพื่่อ� น โดยขณะนี้้โ� รงพยาบาลรามาธิบิ ดีีมีีผู้้ป� ่ว่ ยวัยั รุ่น�่ อายุุน้้อยกว่่า
15 ปี ี มาเข้้ารับั การรักั ษาด้้วยอาการชักั หมดสติิ แล้้วจำ�ำ นวน 4 ราย โดยทุุกรายได้้ให้้ประวัตั ิติ รงกันั ว่่า ยานี้้ก� ินิ กันั
อย่่างแพร่่หลายในโรงเรีียน โดยบางรายได้้กิินยาทรามาดอลแผงละ 10 เม็็ด สููงถึึง 11 แผง ผสมยาโปรโคดิิล
ขวดใหญ่่ และน้ำำ��อัดั ลม 1 ลิติ ร กินิ กับั เพื่่อ� นขณะนั่่ง� เรีียนพิเิ ศษตอนเย็น็ ผู้้ป� ่ว่ ยมีีอาการชักั เกร็ง็ และหมดสตินิ าน
ประมาณ 4 นาทีี จึงึ ถููกนำ�ำ ส่่งโรงพยาบาล
ข้้อมููลอ้้างอิงิ http://www.wongkarnpat.com/viewya.php?id=1717
อาจารย์์ ดร.ภก.ลืือรัตั น์์ อนุุรัตั น์์พานิิช
ภาควิิชาเภสัชั กรรม คณะเภสัชั ศาสตร์ ์ มหาวิิทยาลัยั มหิดิ ล
ปััจจุุบัันปััญหาการใช้้ยาในทางที่�่ผิิดของวััยรุ่่�นกำำ�ลัังทวีีความรุุนแรงขึ้�นและส่่งผลกระทบต่่อสัังคมไทย
ในรููปแบบของปััญหายาเสพติิด ปััญหาอาชญากรรมและปััญหาเศรษฐกิิจในที่�่สุุด ร้้านขายยามีีบทบาทสำ�ำ คััญ
การแก้้ปััญหาใช้้ยาในทางที่ผ่� ิิด ดังั นี้้�
1. บทบาทในการคัดั กรองผู้�ใช้้ยาในทางที่�่ผิิด
2. ส่่งเสริิมให้้เกิดิ กำ�ำ ลัังใจแก่่วัยั รุ่น�่ ไม่่ให้้ข้้องแวะกัับยาที่่�มีีผลกระทบต่่อสุุขภาพ
3. เป็็นผู้�ให้้เบาะแสแก่่ผู้้ป� กครองหรืือหน่่วยงานที่่เ� กี่�ย่ วข้้องในการแก้้ไขปััญหาของวััยรุ่่น� ในชุุมชน
วิธิ ีีการที่่ร� ้้านขายยามีสี ่่วนร่ว่ มในการป้้องกันั การใช้้ยาทางที่่ผ� ิดิ ของวััยรุ่่�นทำำ�ได้้ดัังนี้้�
1. สัังเกตพฤติิกรรมการซื้้อ� ยาของวััยรุ่น�่ และการสอบถามเพื่่�อตรวจสอบ-ป้้องกััน
เริ่�มต้้นจากการไม่่ใช้้อคติิต่่อวััยรุ่่�นต้้องไม่่ใช้้สีีหน้้าของการจัับผิิด การใช้้คำ�ำ พููดต้้องอ่่อนโยนเพื่่�อสร้้าง
ความอุ่น�่ ใจแก่่วัยั รุ่น�่ สิ่ง� ที่ค่� วรสังั เกตคือื วัยั รุ่น่� มีีอาการหลบสายตา ไม่่กล้้าสู้ห� น้้า หรือื มีีท่่าทีีของการระแวดระวังั
ในการของซื้อ� ยาหรือื ไม่่ เพราะพฤติกิ รรมเหล่่านี้้� เป็น็ เครื่่อ� งชี้ใ� ห้้เห็น็ ว่่าวัยั รุ่น�่ อาจมีีเจตนาซื้อ� ยาไปใช้้ในทางที่ผ่� ิดิ
194 รู้�ค้ ิิด รู้้�ทััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด
เภสััชกรหรืือเจ้้าของร้้านควรสอบถามวััยรุ่่�นว่่าจะซื้ �อยาดัังกล่่าวไปเพื่่�ออะไร บางกรณีีเขาอาจมีีความจำำ�เป็็น
ต้้องใช้้ยาเหล่่านั้้�น หรืือซื้�อให้้คนที่่�บ้้านก็็ได้้ แต่่ถ้้าวััยรุ่่�นตอบมาว่่าใช้้เพื่่�อบรรเทาอาการไอหรืือหวััด เภสััชกร
หรือื เจ้้าของร้้านควรมีีการซักั ประวัตั ิเิ พื่่อ� ประกอบการตัดั สินิ ใจ เพราะวัยั รุ่น�่ ที่ซ�่ื้อ� ยาเพื่่อ� ไปใช้้ในทางที่ผ�่ ิดิ จะไม่่มีี
อาการที่�่ชี้น� ำ�ำ ให้้เห็็นความจำำ�เป็็นในการจ่่ายยา
เมื่ �อมีีสััญญาณของการซื้้�อยาไปใช้้ในทางที่่�ผิิด เภสััชกรและเจ้้าของร้้านควรที่�่จะปฏิิเสธการขายยา
ให้้แก่่วัยั รุ่น�่ เพราะการขายยาให้้แก่่เขาจะเป็็นการสร้้างปัญั หาแก่่สังั คมและบ้้านเมืือง
อย่่าคิดิ ว่่าถึงึ เราไม่่ขายยาแก่่วัยั รุ่น�่ เขาก็จ็ ะไปซื้้อ� ได้้ที่ร่�้้านยาอื่น� เพราะถ้้าร้้านยาอื่น� ๆ ที่ม�่ ีีความรับั ผิดิ ชอบ
ต่่อสัังคมร่่วมมืือกัันไม่่ขายจะทำ�ำ ให้้วััยรุ่่�นเข้้าถึึงยาเหล่่านี้้�ไปยากขึ้้�น ทั้้�งการไม่่ขายยาแก่่วััยรุ่่�นที่�่มีีแนวโน้้ม
จะนำ�ำ ยาไปใช้้ในทางที่�่ผิิดจะเป็็นการแสดงความรัักชาติิ และรัับผิิดชอบกัับเยาวชนซึ่�งเป็็นอนาคตของชาติิ
โดยที่่�เรายอมสละประโยชน์์ที่่�เราได้้จากการขาย แต่่รัักษาประโยชน์์ของสัังคมคืือคนส่่วนใหญ่่ สมดัังปณิิธาณ
ของสมเด็็จพระมหิิตลาธิิเบศรอดุุลยเดชวิิกรม พระบรมราชชนก ที่�่ว่่า “ขอให้้ถืือประโยชน์์ส่่วนตนเป็็นที่่�สอง
ประโยชน์์ของเพื่่อ� นมนุุษย์เ์ ป็น็ กิจิ ที่�ห่ นึ่่�ง”
2. สื่่อ� สารเพื่่อ� สร้้างการเปลี่ย่� นแปลงวััยรุ่น�่ ให้้มีีจิติ ใจเข้้มแข็็ง และห่่างไกลจากการใช้้ยาในทางที่่ผ� ิดิ
ก่่อนอื่�นต้้องเริ่�มจากการสื่่�อสารเพื่่�อสร้้างความไว้้วางใจ มีีท่่าทีีที่�่เป็็นมิิตรและเป็็นกัันเอง น่่าอุ่�่นใจ
ชวนพููดคุุยเพื่่�อให้้เข้้าใจสถานการณ์์ของวััยรุ่�่น เพื่่�อให้้ทราบว่่าพวกเขากำำ�ลัังประสบความกดดัันอะไรบ้้าง
เราต้้องรัับฟัังอย่่างตั้�งใจและไม่่ใช้้อคติิ เพื่่�อสร้้างความสััมพัันธ์์ที่่�ดีีและนำำ�เสนอทางเลืือกที่่�เหมาะสม เช่่น
การออกกำ�ำ ลัังกาย การทำ�ำ สาธารณประโยชน์์ เพื่่�อสร้้างการยอมรัับ บางครั้้�งวััยรุ่่�นต้้องการสร้้างการยอมรัับ
จึึงใช้้ยาในทางที่่�ผิิดร่่วมกัับเพื่่�อน เพื่่�อให้้ได้้การยอมรัับจากการมีีอััตลัักษณ์์ร่่วมกััน ดัังนั้้�น เราควรที่่�จะ
สร้้างโอกาสในชุุมชนให้้แก่่วัยั รุ่น�่ กลุ่ม�่ นี้้ผ� ่่านกิจิ กรรมสาธารณประโยชน์ด์ ังั กล่่าว ยกตัวั อย่่างของวัยั รุ่น่� ที่เ�่ ข้้มแข็ง็
และพ้้นจากพิิษภััยให้้รับั ทราบ พร้้อมทั้้�งชี้ใ� ห้้เห็็นตััวอย่่างในทางเสื่อ� มเสีียจากการใช้้ยาในทางที่ผ่� ิิด
3. การให้้ข้้อมููลแก่่หน่่วยงานที่่�รัับผิิดชอบในการพััฒนาเยาวชนและสาธารณสุุข เช่่น ศููนย์์เยาวชน
ศููนย์์กีีฬาและนัันทนากร ห้้องสมุุด รวมทั้้�งโรงพยาบาลชุุมชนและศููนย์์บริกิ ารสาธารณสุุข เพื่่�อให้้ทราบปััญหา
และร่่วมสร้้างกิิจกรรมเพื่่�อให้้วััยรุ่�่นทราบถึึงพิิษภััยของการใช้้ยาในทางที่่�ผิิด และมีีกิิจกรรมที่่�ส่่งเสริิมให้้วััยรุ่�่น
ใช้้เวลาให้้เป็็นประโยชน์์ รวมทั้้�งสร้้างการยอมรับั จากชุุมชน
4. พููดคุุยกับั พ่่อแม่่ผู้้ป� กครองของวัยั รุ่น�่ เพื่่อ� รัับทราบพฤติกิ รรม และร่่วมมือื กัันชัักชวนให้้ ลด ละ เลิิก
การใช้้ยาในทางที่ผ่� ิิด
ทั้้�งนี้้�เพราะพ่่อแม่่ผู้้�ปกครองเป็็นองค์์ประกอบสำำ�คััญของสัังคม จึึงจำำ�เป็็นที่�่ต้้องให้้พ่่อแม่่ผู้้�ปกครอง
มีีความเข้้าใจถึงึ ปัญั หาเหล่่านี้้� โดยต้้องแนะนำ�ำ ให้้พ่่อแม่่ให้้เวลากับั บุุตรหลานให้้มากกว่่าที่เ่� ป็น็ อยู่ ่� การพููดคุุยกับั
บุุตรหลาน รวมทั้้ง� การสอดส่่งพฤติิกรรมที่่�ผิิดปกติิของวััยรุ่่�นเพื่่อ� ให้้เกิดิ การรัับมืือเสีียแต่่เนิ่่�นๆ เพื่่อ� การป้้องกันั
ปััญหา
นี่�่คืือวิิธีีการเบื้้�องต้้นในการช่่วยแก้้ปััญหาการใช้้ยาที่�่ผิิดในวััยรุ่่�น และจะเป็็นการป้้องกัันเยาวชนของ
ชาติิจากโทษของการใช้้ยาในทางที่่�ผิิด อีีกทั้้�งยัังเป็็นการทำ�ำ ให้้พลเมืืองของประเทศในอนาคตมีีความเข้้มแข็็ง
ทั้้ง� ร่่างกายและจิิตใจในการพััฒนาชาติติ ่่อไป
Be Smart Say No To Drugs 195
6. ยาเสพติดิ ที่่�แพร่่ระบาดในปััจจุุบันั
เคนมผง
ตามขา� วสารระบุุวา� ยาเคนมผง ประกอบดว� ย เฮโรอีีน โรเซ ไอซ (เมทแอมเฟตามีีน) และบางแหลงขา� ว
ระบุุว�ามีี คีีตามีีน ซึ่่ง� สารแตละตััว มีีพิิษตอรางกาย ดังั นี้้�
1) เมทแอมเฟตามีีน (Methamphetamine) ปริิมาณที่ป่� ลอดภััย - อัันตราย
จากการศึึกษาพบว�าผููที่่�เสพ methamphetamine ในขนาด 5 - 30 มิิลลิิกรััม จะมีีอาการตื่่�นตััว
เคลิ้้�มสุุข เมื่�อเสพในขนาดที่�่สููงกว�า 50 มิิลลิิกรััม ทำำ�ใหมีีอาการทางจิิตได ปริิมาณที่่�เสพมากขึ้้�นทำ�ำ ให�เกิิด
อันั ตรายและเกิดิ ภาวะเปนพิษิ ไดมากขึ้้น� อยา� งไรก็ต็ าม มีีรายงานการฉีีดเขา� หลอดเลือื ดดำ�ำ ปริมิ าณ 30 มิลิ ลิกิ รัมั
สามารถทำำ�ให�เกิดิ ภาวะเปนพิษิ รุุนแรง และหากไดรัับในปริมิ าณ 120 มิลิ ลิิกรััม ทำ�ำ ให�เสีียชีวิ ติ ได�
พิษิ เฉียี บพลััน
ผููเสพจะมีีอาการที่�่ระบบประสาทอััตโนมััติิ sympathetic ถููกกระตุุนมากเกิินไป เช�นเดีียวกัับผููเสพ
cocaine แตจะมีีอาการนานกว�า กลาวคืือ มีีความดัันโลหิิตสููง ชีีพจรเตนเร็็ว หััวใจเตนผิิดจัังหวะ มีีอุุณหภููมิิ
รางกาย สููง เหงื่�อแตก รููมานตาขยาย การกระตุุนระบบประสาทส�วนกลางทำำ�ใหมีีอาการกระวนกระวาย
หวาดระแวง (paranoid psychosis) ประสาทหลอน ชักั และเสีียชีีวิติ นอกจากนี้้ผ� ููเสพอาจมีีอาการเจ็บ็ หนา� อก
จากภาวะกลามเนื้้อ� หัวั ใจตาย (acute myocardial infarction) มีีอาการผิดิ ปกติทิ างระบบประสาทจากภาวะ
ผิดิ ปกติขิ องหลอดเลือื ดสมอง
อวัยั วะเปาหมาย และอันั ตรายที่่ส� ำำ�คััญ
อวัยั วะเปาหมายหลักั คือื สมองและระบบหัวั ใจและหลอดเลือื ด โดยเมื่อ� เกิดิ ผลตอสมองจะทำ�ำ ให ผููเสพ
เกิดิ โรคหลอดเลืือดสมองไดทั้้�งแบบหลอดเลือื ดสมองอุุดตันั (ischemic stroke) และหลอดเลืือดในสมองแตก
(hemorrhagic stroke) ชักั ได สว� นระบบหััวใจและหลอดเลือื ด จะพบหลอดเลืือดหดตัวั จนทำ�ำ ใหเ� กิิดความดััน
โลหิติ สููงวิกิ ฤต (hypertensive emergency) ทำ�ำ ใหเ� กิดิ การฉีีกเซาะของหลอดเลือื ดแดงใหญเ� อออรตา (aortic
dissection) หัวั ใจเตนเร็็ว หัวั ใจเตนผิดิ จังั หวะ กลามเนื้้อ� หัวั ใจขาดเลืือด (myocardial ischemic)
นอกจากนี้้ผ� ููเสพอาจมีีอาการกระวนกระวาย อุุณหภููมิริ างกายสููง ทำ�ำ ใหเ� กิดิ ภาวะแทรกซอน กลามเนื้้อ�
ลายสลายตัวั (rhapdomiolysis) ไตวายเฉีียบพลันั การแข็ง็ ตัวั ของเลือื ดผิดิ ปกติิ (coagulopathy) อวัยั วะตางๆ
ทำ�ำ งานลมเหลวและเสีียชีีวิิตได�
2) เคตามีีน (Ketamine) ปริิมาณที่่�ปลอดภััย - อัันตราย
ขนาดของยาที่ใ�่ ชใ� นการนำ�ำ สลบโดยการฉีีดเขา� หลอดเลือื ดดำ�ำ คือื 1 - 4.5 มิลิ ลิกิ รัมั ตอกิโิ ลกรัมั โดยพบวา�
ยาในขนาด 1 มิิลลิิกรััมตอกิิโลกรััม จะเริ่�มส�งผลใหผููปวยเริ่�มมีีอาการง�วงซึึม จากการศึึกษาในประเทศฮ�องกง
พบว�า รอยละ 48 ของผููที่่�มาด�วยอาการเฉีียบพลัันจะมีีอาการทางระบบประสาท โดยจะมีีอาการสัับสน ซึึม
หรือื หมดสติชิั่ว� ขณะ และยังั สามารถพบอาการหัวั ใจเตนเร็ว็ ความดันั โลหิติ สููงได นอกจากนี้้ย� ังั พบอาการอักั เสบ
ของกระเพาะปสสาวะไดถึงึ รอยละ 32 ของผููที่่เ� สพ
อวัยั วะเปาหมายและอันั ตราย
อวััยวะเปาหมายหลัักในการออกฤทธิ์์�ของสาร คืือ ระบบประสาท โดยสามารถทำ�ำ ให�เกิิดอาการ
ประสาทหลอน อาการเคลิ้้�มสุุขและง�วงซึึมได และยัังสามารถส�งผลกระทบตอระบบหััวใจและระบบทางเดิิน
ปสสาวะได�ดว� ย
196 รู้ค้� ิิด รู้ท้� ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ
3) เฮโรอีีน (Heroin) ปริิมาณที่่�ปลอดภััย - อันั ตราย
ขนาดของ heroin ที่ใ่� ชปกติใิ นผููใหญ 4 มิลิ ลิกิ รัมั (ซึ่ง� มีีคาเทีียบเทา morphine 10 มิลิ ลิกิ รัมั ) ในผููใหญ่่
heroin เปนสารที่ม�่ ีีพิษิ สููง ดังั นั้้น� หากกิินน�อยกว�า 1 grain (65 มิลิ ลิิกรัมั ) ก็ท็ ำำ�ให�เสีียชีีวิิตได ปริมิ าณหรืือขนาด
ยาที่ก�่ อใหภาวะพิษิ จาก morphine คอนขา� งกวา� งและไมแนน� อน เนื่่อ� งจากการเกิดิ พิษิ ขึ้น� กับั หลายปจจัยั เชน�
ชอ� งทางที่ใ�่ ชย� า ความเร็็วในการใชย� า และภาวะทนยา (tolerance) จากการใชย� านั้้น� เปนประจำ�ำ หรือื ตอเนื่่อ� ง
โดยทั่่�วไปทารกและเด็็กไมเคยใช�ยาที่�่มีีฤทธิ์์�แบบนี้้�มากอน จะเกิิดภาวะพิิษได�ง�ายกว�าการเสีียชีีวิิตเปนผล
จากภาวะหายใจลมเหลว ซึ่่�งเกิิดจากการหยุุดหายใจหรืือสำำ�ลักั น้ำ�ำ�ย�อยในกระเพาะ อาหารลงปอด นอกจากนี้้�
ยังั ทำำ�ให�เกิดิ ภาวะน้ำ��ำ ทวมปอดที่่�ไมใช�เหตุุหััวใจ (noncardiogenic pulmonary edema)
อาการแสดงของการเกิิดพิิษ
พิิษเฉีียบพลััน
Heroin สามารถดููดซึมึ ไดดีีจากทุุกชอ� งทาง (โพรงจมููก การหายใจ การฉีีดใตชั้้น� ผิวิ หนังั การฉีีดเขา� กลาม
การฉีีดเข�าทางหลอดเลืือดดำ�ำ และการเหน็็บยาทางทวารหนััก) แตการฉีีดเปนวิิธีีที่�่ใช�บ�อย ผลทั่่�วไป คืือ
ลดอาการ ปวด เหงื่อ� ออก หนา� แดง เวีียนศีีรษะ คิดิ ชา� การมองเห็น็ ผิิดปกติิ งว� งซึึม ออ� นแรง เปนลม อยููไมนิ่่ง�
กระสัับกระสา� ย เคลิ้้�มสุุข (euphoria) หรือื อึดึ อัดั (dysphoria) ชััก เพ�อ กดการหายใจ โคมา รููมานตาอาจเล็็ก
หรืือใหญ�ได ความดััน โลหิิตอาจสููงหรืือต่ำำ�� ได การกดหายใจหรืือการหยุุดหายใจเกิิดขึ้�น ภาวะน้ำ�ำ� ทวมปอด
พบไดรอยละ 48 ในรายที่ใ่� ช heroin เกินิ ขนาด โดยมีีอาการของน้ำ�ำ� ทวมปวดหลังั ใชภายใน 2 ชั่่ว� โมง แตถา� ใชทาง
โพรงจมููกอาการน้ำำ��ทวมปอด จะช�าลงเปน 4 ชั่่�วโมง การใช heroin แบบสููดดมอาจกอใหเ� กิดิ โรคปอดอัักเสบ
สาร opioid สามารถกระตุุนให�เกิิดภาวะซึึมและโคมาซึ่�งอาจเกิิดซ้ำ��ำ ได ผลทางระบบประสาทส�วนกลางอื่�นๆ
ประกอบดว� ย อาการ tonic clonic seizures และคลื่่น� ไฟฟา้ สมองเปลี่ย�่ น นอกจากนี้้ย� ังั ทำำ�ใหกลามเนื้้อ� ออ� นแรง
กระตุุกเปนระยะ และเสน� ประสาทรับั ความรููสึกึ สว� นปลายไมทำ�ำ งาน นอกจากนี้้ย� ังั เพิ่่ม� ความตึงึ ตัวั ของ กลามเนื้้อ�
และแรงในการหดรัดั ของกลามเนื้้อ� เรีียบ ทำำ�ใหสููญเสีียการบีีบตัวั ของลำำ�ไส และเปนเหตุุใหกระเพาะอาหารวา� ง
ช�าลง และเกิิดอุุจจาระแข็็ง ถ�ายไมออก การปสสาวะออกยากขึ้้�นจากกลามเนื้้�อหููรููดของกระเพาะ ปสสาวะ
หดรัดั เพิ่่ม� ขึ้้�น กลามเนื้้�อลายสลายตัวั (rhabdomyolysis)
ระดัับรุนุ แรง กดการหายใจนำ�ำ ไปสููการหยุุดหายใจ ภาวะขาดออกซิิเจน โคมา หััวใจหยุุดเตน หรืือการ
บาดเจ็็บของปอดเฉีียบพลััน (acute lung injury) ส�วนการชัักซึ่่�งพบได�น�อย เกิิดจากการขาดออกซิิเจน
การเสีียชีีวิติ อาจเกิิดจากภาวะแทรกซอน
การเสีียชีีวิิตเปนผลจากภาวะหายใจลมเหลว ซึ่่�งเกิิดจากการหยุุดหายใจหรือื สำ�ำ ลัักน้ำำ��ย�อยในกระเพาะ
อาหารลงปอด นอกจากนี้้�ยัังทำำ�ให�เกิิดภาวะน้ำ��ำ ทวมปอดที่่�ไมใช�เหตุุหััวใจ (noncardiogenic pulmonary
edema)
4) ฟลููไนตราซีีแปม (Flunitrazepam) หรืือ ยาโรเซ
ปริมิ าณที่่ป� ลอดภััย - อันั ตราย
ขนาดยาที่ใ�่ ช�ในการรัักษาโรคปกติอิ ยููที่�่ 0.5 - 2 มิลิ ลิิกรัมั ตอวััน การเสีียชีีวิติ จากยาในกลุุม benzodi-
azepine เกิินขนาดเกิดิ ขึ้�นนอ� ยมาก ยกเวน� ไดรัับรวมกัับยากดประสาทชนิิดอื่น�
อาการเฉีียบพลันั
ยามีีฤทธิ์์ท� ำ�ำ ใหเ� กิดิ อาการงว� งซึมึ เปนหลักั ผููเสพบางรายอาจมีีอาการเดินิ เซ พููดไมชัดั สับั สน การประสานงาน
ของกลามเนื้้�อผิดิ ปกติิ หากกิินปริมิ าณมากหรือื ใชรวมกัับยากดประสาทชนิิดอื่�น อาจกดการหายใจได้้
Be Smart Say No To Drugs 197
การเสพสารที่่�มีฤี ทธิ์์ต� างกััน
การเสพสารที่ม�่ ีีฤทธิ์์ต� างกันั อาจทำ�ำ เพื่่อ� เพิ่่ม� ใหเ� กิดิ ผลตอจิติ ประสาทหลายแบบในคราวเดีียวกันั ในกรณีีนี้้�
ขออธิบิ ายเฉพาะ การใชสารกระตุุนประสาทร่วมกัับสารที่่ม� ีฤี ทธิ์์ง� ่วงซึมึ ดังั นี้้�
อาการ ทำ�ำ ใหมีีอาการเคลิ้้ม� สุุข สับั สน ขณะที่อ�่ าการกระวนกระวายและพฤติกิ รรมกาวราวจากสารกระตุุน
ประสาทลดลง และการง�วงซึึมจะไมรุุนแรงเทากัับการใช�สารที่่�มีีฤทธิ์์�ง�วงซึึมเพีียงอย�างเดีียว ในบางครั้้�งผููเสพ
จึึงใช สารเหลานี้้�ในปริิมาณที่�่สููงขึ้�นทำำ�ให�เกิิดผลตอรางกายรุุนแรงขึ้�นได ตััวอย�างเช�น การใช�เมทแอมเฟตามีีน
(methamphetamine) รวมกับั ยานอนหลับั ในกลุุม benzodiazepine หรือื สุุรา การใชโ� คเคน (cocaine) รวมกับั
เฮโรอีีน (heroin) มีีชื่่อ� เรีียกการเสพแบบนี้้ว� า� สปดบอล (speedball) ซึ่่ง� จะทำ�ำ ใหการขับั cocaine และ heroin
ออกจากรางกายชา� ลง และอาจมีีอาการเคลิ้้ม� สุุขไวขึ้น� แตการใชนี้้เ� สี่ย�่ งตอการเสีียชีีวิติ จาก heroin สููงมาก เนื่่อ� งจาก
ช�วงแรกมีี cocaine กระตุุนประสาททำ�ำ ให�ฤทธิ์์�ง�วงซึึม กดประสาทและการหายใจของ heroin ไมชััดเจน
เมื่�อ cocaine ซึ่่�งมีีระยะเวลาออกฤทธิ์์�สั้�นกว�าหมดฤทธิ์์�ผลของ heroin จึงึ เดน� ขึ้�น ทำำ�ให�เกิิดอาการโคมา หยุุด
หายใจและเสีียชีีวิติ ในเวลาตอมา
สารกดประสาท
การเสพสารที่ม่� ีีฤทธิ์์ง� ว� งซึมึ หลายชนิดิ รวมกันั อาจเสริมิ ฤทธิ์์ก� ันั ทํําใหมีีอาการเมา งว� งซึมึ หลับั ลึกึ โคมา
ชีีพจรชา� ความดันั โลหิติ ต่ำ�ำ� และอาจหยุุดหายใจได้้
การรัักษา เน�นการรัักษาตามอาการและประคัับประคอง ตรวจสอบทางเดิินหายใจและการหายใจ
ว�าปกติิหรืือไม หากมีีทางเดิินหายใจอุุดกั้ �นหรืือหลัับลึึกจนไมอาจปองกัันการสํําลัักเองได จะตองทํําการใส่่
ทอช�วยหายใจ หากมีีการหายใจช�าหรือื ไมหายใจตองทํําการช�วยหายใจ
“การใชยาเสพติิด/สารเสพติิดตััวเดีียวก็ม็ ีีอันั ตรายแลว
แตก่ ารใชผสมหลายตัวั ยา และฤทธิ์์ต� า่ งกัันยิ่่�ง อัันตราย”
ที่ม่� า : ศููนยพิษิ วิทิ ยารามาธิบิ ดีี คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบิ ดีี. ๒๕๖๑. รายงานองคความรููพิษิ วิทิ ยาของ ยาเสพติดิ และยาอันั ตราย
ที่ม�่ ีีการนำำ�มาใช�ในทางที่่�ผิดิ ทั้้ง� ในประเทศและตางประเทศ
198 รู้้�คิิด รู้�้ทััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด
Be Smart Say No To Drugs 199
7. กฎหมายยาเสพติิดเบื้้�องต้้น
ความรู้้�เบื้้อ� งต้น้ เกี่ย่� วกับั กฎหมายยาและสารเสพติิด
1. กฎหมายเกี่่�ยวกับั ยาเสพติดิ
1.1 กฎหมายเกี่่ย� วกับั การบำ�ำ บัดั รักั ษา และฟื้้น� ฟููสมรรถภาพผู้เ� สพ/ผู้�ติดิ ยาและสารเสพติิด
1.1.1 กรณีีสมัคั รใจเข้้ารัับการบำำ�บัดั รักั ษาที่�ส่ ถานพยาบาลด้้วยตนเอง
กฎหมายที่่�เกี่่�ยวข้อ้ ง รายละเอีียดโดยสรุุป
1. พระราชบััญญััติิยาเสพติิดให้้โทษ - ผู้้ใ� ดเสพยาเสพติดิ ให้้โทษ/เสพวัตั ถุุออกฤทธิ์์ต� ่่อจิติ และประสาท
พ.ศ. 2522 - ผู้้ใ� ดเสพและมีีไว้้ในครอบครอง ทั้้�งยาเสพติิดให้้โทษ และวััตถุุ
(มาตรา 94) ออกฤทธิ์์ต� ่่อจิิตและประสาท
2. พระราชบััญญััติวิ ัตั ถุุออกฤทธิ์์� - ผู้้ใ� ดเสพและมีีไว้้ในครอบครองเพื่่อ� จำ�ำ หน่่าย หรือื เสพและ
ต่่อจิิตและประสาท พ.ศ. 2559 จำ�ำ หน่่ายยาเสพติดิ ให้้โทษ และวัตั ถุุออกฤทธิ์์ต� ่่อจิติ และประสาท
(มาตรา 155) - ผู้้ใ� ดใช้้สารระเหยบำำ�บัดั ความต้้องการของร่่างกายหรือื จิติ ใจ
3. พระราชกำ�ำ หนดป้้องกัันสารระเหย และได้้สมััครใจขอเข้้ารับั การบำำ�บัดั รัักษาในสถานพยาบาลก่่อน
พ.ศ. 2533 ความผิิดจะปรากฏต่่อพนัักงานเจ้้าหน้้าที่�ห่ รือื พนัักงาน
(มาตรา 24/2) ฝ่า่ ยปกครองหรืือตำำ�รวจ อีีกทั้้ง� ได้้ปฏิิบััติิครบถ้้วนตามระเบีียบ
ข้้อบัังคัับเพื่่อ� ควบคุุมการบำ�ำ บััดรัักษา และระเบีียบวินิ ัยั สำ�ำ หรับั
สถานพยาบาลดังั กล่่าว จนได้้รับั การรัับรองเป็น็ หนัังสือื
จากพนักั งานเจ้้าหน้้าที่ท�่ ี่ร�่ ัฐั มนตรีีกำ�ำ หนดแล้้ว ให้้พ้้นจากความผิดิ
ตามที่ก่� ฎหมายบัญั ญััติไิ ว้้ แต่่ทั้้�งนี้้�ไม่่รวมถึงึ กรณีีความผิดิ
ที่�ไ่ ด้้กระทำ�ำ ไปภายหลัังการสมัคั รใจเข้้ารับั การบำ�ำ บัดั รักั ษา
1.1.2 กรณีีสมัคั รใจเข้้ารับั การบำ�ำ บัดั ฟื้น้� ฟููต่่อเจ้้าหน้้าที่ก�่ ฎหมายยาเสพติดิ (ไม่่มีีประวัตั ิคิ ดีีอาญา)
กฎหมายที่่�เกี่�่ยวข้อ้ ง รายละเอียดโดยสรุป
ประกาศ คสช. ฉบัับที่�่ 108/2557 ผู้ใ� ดต้้องสงสััยว่่ากระทำ�ำ ความผิดิ ฐานเสพยาเสพติิด หรือื เสพ
(ข้้อที่�่ 1) และมีียาเสพติิดไว้้ในครอบครองตามลักั ษณะชนิิดประเภท
และปริิมาณที่ก�่ ำ�ำ หนดตามบัญั ชีีท้้ายประกาศนี้้� ได้้แก่่
ยาเสพติดิ ให้้โทษประเภท 1:เฮโรอีีนเมทแอมเฟตามีีนฯลฯ
ยาเสพติิดให้้โทษประเภท 2 : โคคาอีีน และฝิ่�น
ยาเสพติิดให้้โทษประเภท 5 ได้้แก่่ กัญั ชา
ถ้้าไม่่ปรากฏว่่าผู้น�ั้้น� เป็น็ ผู้ต� ้้องหาหรือื อยู่ใ่� นระหว่่างถููกดำำ�เนินิ คดีี
ในความผิิดฐานอื่น� ซึ่ง� เป็น็ ความผิดิ ที่่�มีีโทษจำ�ำ คุุก หรืืออยู่่�
ในระหว่่างรับั โทษจำ�ำ คุุกตามคำ�ำ พิพิ ากษาของศาล และไม่่มีี
พฤติิกรรมที่อ�่ าจก่่อให้้เกิดิ อันั ตรายแก่่ผู้้อ�ื่�นหรืือสัังคม หากผู้้น� ั้้น�
ยินิ ยอมเข้้ารับั การบำำ�บัดั ฟื้น้� ฟููให้้เจ้้าหน้้าที่ต่� ามกฎหมายเกี่ย่� วกับั
ยาเสพติิดดำ�ำ เนิินการให้้ผู้้�นั้้น� เข้้ารับั การบำ�ำ บััดฟื้้�นฟูู
200 รู้�้คิดิ รู้ท�้ ััน ป้อ้ งกัันยาเสพติดิ
1.1.3 กรณีีถููกบังั คัับบำ�ำ บัดั ตามพระราชบััญญััติฟิ ื้้น� ฟููสมรรถภาพผู้ต� ิดิ ยาเสพติดิ พ.ศ. 2545
(มีีประวััติคิ ดีีอาญาจนกว่่าจะบำำ�บััดฟื้น�้ ฟููสำ�ำ เร็จ็ )
กฎหมายที่่�เกี่�ย่ วข้้อง รายละเอีียดโดยสรุุป
พระราชบััญญััติฟิ ื้�้นฟููสมรรถภาพ ผู้�ใดต้้องหาว่่ากระทำ�ำ ความผิดิ ฐานเสพยาเสพติิด เสพและมีีไว้้
ผู้�ติดิ ยาเสพติดิ พ.ศ. 2545 ในครอบครอง เสพและมีีไว้้ในครอบครองเพื่่อ� จำ�ำ หน่่าย หรือื เสพ
(มาตรา 19) และจำำ�หน่่ายยาเสพติดิ ตามลัักษณะชนิดิ ประเภท และปริิมาณ
ที่่�กำ�ำ หนดในกฎกระทรวง ถ้้าไม่่ปรากฏว่่าต้้องหาหรืืออยู่ใ�่ น
ระหว่่างถููกดำำ�เนิินคดีีในความผิิดฐานอื่�น ซึ่่�งเป็น็ ความผิดิ ที่่�มีี
โทษจำำ�คุุก หรืืออยู่�ใ่ นระหว่่างรับั โทษจำำ�คุุกตามคำ�ำ พิพิ ากษา
ของศาล... การส่่งไปตรวจพิสิ ููจน์์การเสพ หรือื การติดิ ยาเสพติดิ
ให้้ศาลพิจิ ารณาส่่งตัวั ไปควบคุุมเพื่่อ� ตรวจพิิสููจน์ท์ ี่่�ศููนย์์ฟื้�น้ ฟูู
สมรรถภาพผู้ต� ิดิ ยาเสพติดิ สถานที่เ่� พื่่อ� การตรวจพิสิ ููจน์ ์ การฟื้น�้ ฟูู
สมรรถภาพผู้�ติดิ ยาเสพติดิ หรืือการควบคุุมตััวตามที่่�รัฐั มนตรีี
ประกาศกำ�ำ หนด โดยคำ�ำ นึงึ ถึงึ อายุุ เพศ และลักั ษณะเฉพาะบุุคคล
ประกอบด้้วย... ในระหว่่างที่ผ่�ู้�ต้้องหาถููกควบคุุม
ตามพระราชบััญญััตินิ ี้้� พนัักงานสอบสวนหรืือพนัักงานอัยั การ
ไม่่ต้้องดำำ�เนินิ การฝากขััง หรืือขอผััดฟ้้องตามกฎหมาย
1.2 บทกำ�ำ หนดโทษการผลิิต นำ�ำ เข้้า หรือื ส่่งออก การเสพ ครอบครองและจำำ�หน่่ายยาเสพติดิ
1.2.1 ฐานความผิิดยาเสพติดิ ให้้โทษประเภทที่�่ 1 ได้้แก่่ ยาบ้้า ไอซ์์ ยาอีี เฮโรอีีน แอลเอสดีี
ยาเลิิฟ เป็น็ ต้้น
ความผดิ บทกำ�ำ หนดโทษ
1.ผผู้ ลิต น�ำเขา้ - มีีโทษจำ�ำ คุุกตั้้�งแต่่ 10 ปีี ถึงึ ตลอดชีีวิิต และปรับั ตั้ง� แต่่ 1,000,000 - 5,000,000 บาท
หรอื สง่ ออก - หากเป็็นการผลิิต นำำ�เข้้า หรืือส่่งออกเพื่่�อจำำ�หน่่าย มีีโทษจำำ�คุุกตลอดชีีวิิต และปรัับ
(มาตรา 65) ตั้�งแต่่ 1,000,000 - 5,000,000 บาท หรืือประหารชีีวิติ
- หากเป็็นการผลิติ นำ�ำ เข้้า หรือื ส่่งออกโดยการแบ่่งบรรจุุ หรืือรวมบรรจุุ มีีโทษจำ�ำ คุุก
ตั้ง� แต่่ 4 - 15 ปีี หรือื ปรัับตั้�งแต่่ 80,000 - 300,000 บาท หรือื ทั้้ง� จำ�ำ ทั้้�งปรับั
- หากเป็็นการผลิติ นำำ�เข้้า หรืือส่่งออกโดยการแบ่่งบรรจุุ หรืือรวมบรรจุุ เพื่่อ� จำำ�หน่่าย
มีีโทษจำำ�คุุกตั้้ง� แต่่ 4 ปีี ถึึงตลอดชีีวิิต และปรัับตั้�งแต่่ 400,000 - 5,000,000 บาท
2. ผู้้�เสพ - มีีโทษจำ�ำ คุุกตั้้ง� แต่่ 6 เดือื น - 3 ปีี หรือื ปรัับตั้ง� แต่่ 10,000 - 60,000 บาท
(มาตรา 91) หรือื ทั้้�งจำำ�ทั้้�งปรับั
Be Smart Say No To Drugs 201
ความผิิด บทกำ�ำ หนดโทษ
3. ผู้้�ครอบครอง - มีีโทษจำำ�คุุกตั้้ง� แต่่ 1 - 10 ปีี หรือื ปรับั ตั้ง� แต่่ 20,000 - 200,000 บาท หรือื ทั้้ง� จำำ�ทั้้ง� ปรับั
(มาตรา 67) - หากเป็น็ แอลเอสดีี ที่ม่� ีีน้ำำ��หนักั สุุทธิติั้ง� แต่่ 300 มิลิ ลิกิ รัมั ขึ้้น� ไป ถือื เป็น็ การครอบครอง
เพื่่อ� จำ�ำ หน่่าย
- หากเป็น็ เมทแอมเฟตามีีน ที่ม่� ีีน้ำ�ำ� หนักั สุุทธิติั้ง� แต่่ 1.5 กรัมั ขึ้้น� ไป ถือื เป็น็ การครอบครอง
เพื่่�อจำำ�หน่่าย
- ยาเสพติิดให้้โทษประเภท 1 นอกจากแอลเอสดีีและเมทแอมเฟตามีีน ที่�่มีีปริิมาณ
คำำ�นวณเป็็นสารบริิสุุทธิ์์ต�ั้�งแต่่ 3 กรัมั ขึ้้น� ไป ถืือเป็็นการครอบครองเพื่่อ� จำ�ำ หน่่าย
4. ผู้้�จำำ�หน่่าย -หากเป็น็ แอลเอสดีี ที่ม่� ีีน้ำำ�� หนักั สุุทธิไิ ม่่เกินิ 300 มิลิ ลิกิ รัมั เมทแอมเฟตามีีน ที่ม�่ ีีน้ำำ��หนักั สุุทธิิ
หรืือครอบครอง ไม่่เกินิ 1.5 กรัมั และยาเสพติดิ ให้้โทษประเภท 1 นอกจากแอลเอสดีีและเมทแอมเฟตามีีน
เพื่่อ� จำำ�หน่่าย ที่ม่� ีีปริมิ าณคำ�ำ นวณเป็น็ สารบริสิ ุุทธิ์์ไ� ม่่เกินิ 3 กรัมั มีีโทษจำ�ำ คุุกตั้้ง� แต่่ 4 - 15 ปีี หรือื ปรับั
(มาตรา 66) ตั้ง� แต่่ 80,000 - 300,000 บาท หรือื ทั้้�งจำ�ำ ทั้้�งปรับั
- หากเป็น็ แอลเอสดีี ที่ม�่ ีีน้ำำ�� หนักั สุุทธิเิ กินิ 300 มิลิ ลิกิ รัมั เมทแอมเฟตามีีนที่ม�่ ีีน้ำ�ำ� หนักั สุุทธิิ
เกินิ 1.5 กรัมั และยาเสพติดิ ให้้โทษประเภท 1 นอกจากแอลเอสดีีและเมทแอมเฟตามีีน
ที่ม�่ ีีปริมิ าณคำ�ำ นวณเป็น็ สารบริสิ ุุทธิ์์เ� กินิ 3 กรัมั แต่่ไม่่เกินิ 20 กรัมั มีีโทษจำำ�คุุกตั้้ง� แต่่ 4 ปีี
ถึึงตลอดชีีวิติ และปรัับตั้ง� แต่่ 400,000 - 5,000,000 บาท
- หากเป็็นสารบริิสุุทธิ์์�เกิิน 20 กรััมขึ้้�นไป มีีโทษจำ�ำ คุุกตลอดชีีวิิต และปรัับตั้�งแต่่
1,000,000 - 5,000,000 บาท หรืือประหารชีีวิิต
1.2.2 ฐานความผิิดยาเสพติดิ ให้้โทษประเภทที่่� 5 ได้้แก่่ พืืชกััญชา และพืืชกระท่่อม
ความผิิด บทกำำ�หนดโทษ
1. ผู้้ผ� ลิิต นำ�ำ เข้้า หรืือส่่งออก - มีีโทษจำำ�คุุกไม่่เกินิ 5 ปีี และปรัับไม่่เกินิ 500,000 บาท
(โดยไม่่ได้้รับั อนุุญาตตามที่่� - หากเป็็นการผลิติ นำำ�เข้้า หรืือส่่งออกเพื่่อ� จำำ�หน่่าย มีีโทษจำำ�คุุกตั้้�งแต่่
กฎหมายกำ�ำ หนด) 1 - 15 ปีี และปรัับตั้ง� แต่่ 100,000 - 1,500,000 บาท
(มาตรา 75)
2. ผู้้�เสพ - มีีโทษจำำ�คุุกไม่่เกินิ 1 ปีี หรือื ปรับั ไม่่เกินิ 20,000 บาท หรือื ทั้้ง� จำ�ำ ทั้้ง� ปรับั
(โดยไม่่เป็น็ การเสพเพื่่อ� รัักษา - หากเป็็นพืืชกระท่่อม มีีโทษปรับั ไม่่เกิิน 2,000 บาท
โรคตามคำ�ำ สั่่ง� ของแพทย์ท์ ี่�ไ่ ด้้
รับั อนุุญาต หรืือไม่่เป็น็ การ
เสพเพื่่�อการศึกึ ษาวิจิ ััย)
(มาตรา 92)
202 รู้้ค� ิิด รู้้�ทััน ป้้องกันั ยาเสพติิด
ความผิดิ บทกำ�ำ หนดโทษ
3. ผู้้�ครอบครอง - มีีโทษจำำ�คุุกไม่่เกินิ 5 ปีี หรือื ปรับั ไม่่เกินิ 100,000 บาท หรือื ทั้้ง� จำ�ำ ทั้้ง� ปรับั
(โดยไม่่ได้้รัับอนุุญาตตาม - หากเป็็นพืชื กระท่่อม มีีโทษปรัับไม่่เกิิน 20,000 บาท
ที่่�กฎหมายกำ�ำ หนด) - หากมีียาเสพติิดประเภท 5 ตั้้�งแต่่ 10 กิโิ ลกรััมขึ้้น� ไป ถืือเป็น็
(มาตรา 76) การครอบครองเพื่่อ� จำำ�หน่่าย
4. ผู้้จ� ำำ�หน่่าย หรืือครอบครอง - หากยาเสพติิดมีีจำ�ำ นวนไม่่ถึงึ 10 กิโิ ลกรัมั มีีโทษจำ�ำ คุุกไม่่เกิิน 5 ปีี
เพื่่�อจำำ�หน่่าย หรืือปรับั ไม่่เกิิน100,000 บาท หรืือทั้้�งจำ�ำ ทั้้ง� ปรับั
(โดยไม่่ได้้รับั อนุุญาตตาม - หากยาเสพติิดมีีจำ�ำ นวนตั้�งแต่่ 10 กิโิ ลกรัมั ขึ้้น� ไป มีีโทษจำ�ำ คุุก 1 - 15 ปีี
ที่่�กฎหมายกำ�ำ หนด) และปรัับตั้ง� แต่่ 100,000 - 1,500,000 บาท
(มาตรา 76/1) - หากเป็น็ พืชื กระท่่อม จำ�ำ นวนไม่่ถึงึ 10 กิโิ ลกรัมั มีีโทษจำำ�คุุกไม่่เกินิ 2 ปีี
หรืือปรัับไม่่เกิิน 40,000 บาท หรือื ทั้้�งจำ�ำ ทั้้�งปรัับ
- หากเป็็นพืืชกระท่่อม จำ�ำ นวนตั้�งแต่่ 10 กิิโลกรััมขึ้้�นไป มีีโทษจำำ�คุุก
ไม่่เกินิ 2 ปีี และปรัับไม่่เกิิน 200,000 บาท
หมายเหตุุ : พืชื กระท่่อมอยู่�่ระหว่่างการพิจิ ารณายกเลิิกออกจากยาเสพติิดให้้โทษภายในปีี 2564
สืืบเนื่่�องจาก พระราชบััญญััติิยาเสพติิดให้้โทษ (ฉบัับที่่� 7) พ.ศ. 2562 ที่�่มีีการแก้้ไขเพิ่่�มเติิมเกี่�่ยวกัับ
ยาเสพติิดให้้โทษในประเภทที่�่ 5 โดยสรุุปสาระสำ�ำ คัญั ได้้ ดังั นี้้�
1) ผู้้ท� ี่ส�่ ามารถขออนุุญาตผลิติ (ปลููก) นำ�ำ เข้้า ส่่งออก จำ�ำ หน่่าย หรือื มีีไว้้ในครอบครองซึ่ง� พืชื กัญั ชา
หรือื พืืชกระท่่อมได้้ ได้้แก่่ (มาตรา26/5)
(1) หน่่วยงานของรััฐที่่�มีีหน้้าที่่�ศึึกษาวิิจััย จััดการเรีียนการสอนทางการแพทย์์ เภสััชกรรม
วิิทยาศาสตร์์ หรืือเกษตรกรรม หรืือหน่่วยงานของรััฐที่่�มีีหน้้าที่�่ในการป้้องกััน ปราบปราม และแก้้ไขปััญหา
ยาเสพติิด หรืือสภากาชาดไทย
(2) ผู้้ป� ระกอบวิชิ าชีีพแพทย์์ เภสัชั กร ทันั ตแพทย์ ์ สัตั วแพทย์์ แพทย์แ์ ผนไทย แพทย์แ์ ผนไทย
ประยุุกต์์ หรืือหมอพื้้�นบ้้านตามกฎหมายว่่าด้้วยวิิชาชีีพการแพทย์์แผนไทย ทั้้�งนี้้� ผู้้�ประกอบวิิชาชีีพแพทย์์
ทั้้�งแผนปััจจุุบััน และแพทย์แ์ ผนไทยต้้องผ่่านการอบรมและได้้รัับใบอนุุญาตจากกระทรวงสาธารณสุุข
(3) สถาบัันอุุดมศึึกษาที่่�มีีหน้้าที่่�ศึึกษาวิิจััย และจััดการเรีียนการสอนทางการแพทย์์ หรืือ
เภสััชศาสตร์์
(4) ผู้้ป� ระกอบอาชีีพเกษตรกรรมที่ร่� วมกลุ่ม�่ เป็น็ วิสิ าหกิจิ ชุุมชน โดยจดทะเบีียนตามกฎหมาย
ว่่าด้้วยการส่่งเสริมิ วิสิ าหกิจิ ชุุมชน ซึ่่ง� ต้้องดำ�ำ เนินิ การภายใต้้ความร่่วมมือื และการกำ�ำ กับั ดููแลของหน่่วยงานของรัฐั
(5) ผู้้ป� ระกอบการขนส่่งสาธารณะระหว่่างประเทศ
(6) ผู้้�ป่่วยเดิินทางระหว่่างประเทศที่่�มีีความจำ�ำ เป็็นต้้องนำ�ำ ยาเสพติิดให้้โทษในประเภท 5
ติิดตัวั เข้้ามาหรือื ออกไปนอกราชอาณาจักั ร เพื่่อ� ใช้้รักั ษาโรคเฉพาะตัวั
(7) ผู้้ข� ออนุุญาตอื่่�นๆ โดยความเห็็นชอบของคณะกรรมการที่ก่� ำ�ำ หนดในกฎกระทรวง
2) การเสพยาเสพติิดให้้โทษในประเภท 5 ยัังคงผิิดกฎหมาย ยกเว้้นเป็็นการเสพเพื่่�อการรัักษาโรค
ตามคำ�ำ สั่่�งของแพทย์์ ทัันตแพทย์์ แพทย์์แผนไทย แพทย์์แผนไทยประยุุกต์์ หรืือหมอพื้้�นบ้้านตามกฎหมายว่่า
ด้้วยวิิชาชีีพการแพทย์์แผนไทย ซึ่่�งแพทย์์ดัังกล่่าวต้้องได้้รัับใบอนุุญาต หรืือเป็็นการเสพเพื่่�อการศึึกษาวิิจััย
ทั้้�งนี้้�ยาที่�เ่ สพต้้องถููกกฎหมายและได้้มาตรฐาน(มาตรา 58 วรรคสอง)
Be Smart Say No To Drugs 203
1. พ.ร.บ. ยาเสพติดิ ให้้โทษ
2. การป้้องกัันการขนส่่งยาเสพติิดหรืือสิ่�งของผิดิ กฎหมายทางไปรษณีีย์์
204 รู้ค�้ ิิด รู้�้ทันั ป้้องกันั ยาเสพติดิ
8. ยาเสพติิดเพื่่�อใช้้ประโยชน์ท์ างการแพทย์์
2.1 น้ำำ�� มัันกัญั ชา คืือ ?
น้ำำ��มันั กัญั ชาเป็น็ สารสกัดั จากช่่อดอกกัญั ชาซึ่ง� ผ่่านกระบวนการสกัดั เพื่่อ� นำำ�ประโยชน์ม์ าใช้้ทางการแพทย์์
ใช้้ตััวทำำ�ลายเป็็นน้ำำ��มััน มีีลัักษณะเหนีียวหนืืด สีีเข้้ม โดยน้ำ�ำ�มัันที่�่นิิยมใช้้ เช่่น น้ำ�ำ�มัันมะกอก น้ำ�ำ�มัันทานตะวััน
น้ำำ��มัันถั่�วลิิสง เป็็นต้้น ทั้้�งนี้้� สารออกฤทธิ์์�หลัักที่�่นำำ�มาใช้้ทางการแพทย์์มีี 2 ชนิิด คืือ แคนนาบิิไดออล
(Cannabidiol : CBD) และเตตราไฮโดรแคนนาบิินอล (Tetrahydrocannabinol : THC) โดยสาร CBD
และ THC ออกฤทธิ์์แ� ตกต่่างกันั ดัังนี้้�
THC มีีฤทธิ์์�ต่่อจิิตและประสาท เปลี่�่ยนการรัับรู้้�และความรู้้ส� ึกึ ตััว ทำำ�ให้้รู้้�สึกึ มึึนเมาได้้ ช่่วยให้้
รู้�้สึึกผ่่อนคลาย นอนหลัับ ลดอาการปวด กระตุ้�นให้้อยากอาหาร และต้้านอาการคลื่่�นไส้้อาเจีียน ซึ่่�งจากการ
ออกฤทธิ์์�ต่่อจิิตและประสาทของ THC จึงึ มีีข้้อห้้ามสำำ�หรับั ผู้ป� ่ว่ ยบางโรคที่่ไ� ม่่ควรใช้้สาร THC
CBD ไม่่ออกฤทธิ์์�ต่่อจิิตและประสาท เป็็นสารที่่�นิิยมนำำ�มาใช้้ทางการแพทย์์และการวิิจััย
เพื่่อ� การรักั ษาโรค ได้้แก่่ ภาวะคลื่่น� ไส้้อาเจีียนจากการทำำ�เคมีีบำ�ำ บัดั ลดอาการบวมอักั เสบ โรคลมชักั ที่ร่� ักั ษายาก
ในเด็็กโรคลมชัักที่�่ดื้�อต่่อยารัักษา ภาวะกล้้ามเนื้้�อหดเกร็็งในผู้�ป่่วยปลอกประสาทเสื่�อมแข็็ง และอาการปวด
ประสาทที่่ร� ักั ษาด้้วยวิธิ ีีต่่างๆไม่่ได้้ผล
ทั้้�งนี้้� องค์์การเภสััชกรรมได้้วิิจััยพััฒนา และผลิิตสารสกััดกััญชาสำ�ำ หรัับใช้้ทางการแพทย์์แผนปััจจุุบััน
ภายใต้้หลัักเกณฑ์์ มาตรฐาน และการควบคุุมคุุณภาพทุุกขั้้�นตอน โดยผลิิตภััณฑ์์สารสกััดน้ำ��ำ มัันกััญชา
ชนิดิ หยดใต้้ลิ้้น� มีี 3 สููตร ได้้แก่่
1. สููตรที่ม�่ ีีสารทีีเอชทีี (THC) กล่่องสีีแดง มีีฤทธิ์์�มึนึ เมาและเสพติดิ ได้้
2. สููตรซีีบีีดีี (CBD) กล่่องสีีเขีียวมีีฤทธิ์์�มึึนเมาต่ำำ��
3. สููตรที่�ม่ ีีอััตราส่่วนสารซีีบีีดีีและทีีเอชซีีเท่่ากันั (THC : CBD 1:1) กล่่องสีีเหลือื ง มีีฤทธิ์์�มึึนเมาปานกลาง
Be Smart Say No To Drugs 205
2.2 สาร CBD และ THC ออกฤทธิ์์�ต่อ่ ร่่างกายได้อ้ ย่่างไร ?
CBD และ THC เป็น็ สารกลุ่ม�่ แคนนาบินิ อยด์์ (Cannabinoids) ซึ่่ง� มีีการค้้นพบ THC ก่่อน และภายหลังั
จึงึ ค้้นพบ CBD สารทั้้ง� สองชนิดิ นี้้ม� ีีความคล้้ายคลึงึ กันั มากมีีโครงสร้้างทางเคมีีคล้้ายสาร “เอ็น็ โดแคนนาบินิ อยด์”์
ที่�่ร่่างกายผลิิตได้้เอง ซึ่่�งคนที่�่มีีร่่างกายแข็็งแรง และมีีระบบภายในสมดุุลนั้้�นไม่่จำ�ำ เป็็นต้้องใช้้กััญชา เนื่่�องจาก
ร่่างกายของคนเราจะมีีการผลิิตสารเอ็็นโดแคนนาบิินอยด์์และมีีตััวรัับแคนนาบิินอยด์์ที่�่ทำ�ำ หน้้าที่�่ควบคุุม
ปริมิ าณสารสื่่�อประสาท เช่่น โดปามีีน (Dopamine) ที่่�ช่่วยคลายความกัังวล ลดความเศร้้าปรัับระดับั กรดด่่าง
ของเลืือดปรัับภููมิิต้้านทานของร่่างกายปรัับปริิมาณอิินซููลิินเพื่่�อควบคุุมระดัับน้ำำ��ตาลในเลืือดให้้อยู่�่ในระดัับ
ปกติิ รวมไปถึึงความจำำ� อารมณ์์ ความอยากอาหาร การนอนหลัับ ความปวด และการอัักเสบ เมื่�อทุุกอย่่าง
อยู่่�ในภาวะสมดุุล ร่่างกายจะสามารถต่่อต้้านโรคและซ่่อมแซมตััวเองได้้ตามกลไกปกติิ ดัังนั้้�น คนที่�่ใช้้กััญชา
จึงึ ได้้รับั ผลของสารแคนนาบินิ อยด์เ์ พราะร่่างกายสามารถผลิติ ได้้บางส่่วน และมีีตัวั รับั อยู่ใ่� นร่่างกายของทุุกคน
สารแคนนาบิินอยด์์ที่ไ�่ ด้้จากพืชื กััญชง และพืชื กััญชา เช่่น CBD, THC จึึงถููกนำำ�มาใช้้ในผู้�ป่ว่ ยที่ร�่ ่่างกาย
ผลิิตสารเอ็็นโดแคนนาบิินอยด์์ไม่่เพีียงพอ อยู่�่ในภาวะเจ็็บป่่วย ไม่่สมดุุล แต่่หากสุุขภาพแข็็งแรงก็็ไม่่มีี
ความจำ�ำ เป็น็ ต้้องนำำ�มาใช้้ เนื่่�องจากในกััญชา จะมีี THC ประกอบอยู่�่ถึึง 12% และมีี CBD เพีียงไม่่ถึึง 0.30%
การสููบโดยตรงเพื่่�อรัักษาโรคที่่� CBD ทำำ�ได้้นั้้�น ล้้วนแต่่ทำ�ำ ให้้ร่่างกายได้้รัับ THC มากเกิินไป การจะนำำ� CBD
มาใช้้งานได้้อย่่างมีีประสิทิ ธิภิ าพ จึงึ ต้้องอาศัยั การสกัดั CBD ออกมา นั่่น� หมายถึงึ การนำำ�กัญั ชาเข้้าสู่ก่� ระบวนการ
อุุตสาหกรรมแปรรููปเสีียก่่อน ซึ่่ง� เป็น็ เรื่�องที่่ค� นทั่่�วไปนั้้�นแทบจะทำำ�ไม่่ได้้
2.3 น้ำ��ำ มัันกัญั ชา มีีประโยชน์์ ?
2.3.1. การใช้้ผลิติ ภัณั ฑ์ก์ ัญั ชาที่ม่� ีีหลักั ฐานเชิงิ ประจักั ษ์อ์ ย่่างมีีคุุณภาพยืนื ยันั ถึงึ ประสิทิ ธิผิ ลชัดั เจนใน
การรัักษาทางการแพทย์์ ได้้แก่่
1) ภาวะคลื่่�นไส้้อาเจีียนจากเคมีีบำำ�บััด
2) โรคลมชักั ที่ร�่ ักั ษายากซึ่่ง� CBD สามารถต้้านอาการชักั ได้้ดีี และไม่่มีีความเป็น็ พิษิ ต่่อระบบประสาท
3) ภาวะกล้้ามเนื้้อ� หดเกร็็ง ในผู้�ป่่วยโรคปลอกประสาทเสื่�อมแข็็ง
4) ภาวะปวดประสาทส่่วนกลางที่่�รัักษาด้้วยมาตรฐานแล้้วไม่่ได้้ผลสารในกลุ่�่มแคนนาบิินอยด์์
ส่่วนใหญ่่โดยเฉพาะ THC สามารถใช้้ลดอาการปวดแบบฉัับพลััน และแบบเรื้�อรััง
5) ภาวะเบื่่อ� อาหารในผู้�ป่่วยเอดส์์ (AIDS) ที่่�มีีน้ำำ�� หนักั น้้อย
6) การเพิ่่ม� คุุณภาพชีีวิติ ผู้้ป� ่ว่ ยที่ไ่� ด้้รับั การดููแลแบบประคับั ประคองหรือื ผู้ป� ่ว่ ยระยะสุุดท้้ายของชีีวิติ
2.3.2 การใช้้ผลิิตภััณฑ์์กััญชาที่่�มีีหลัักฐานเชิิงประจัักษ์์สนัับสนุุนอยู่�่จำ�ำ กััด แต่่มีีรายงานการวิิจััย หรืือ
หลักั ฐานทางวิิชาการสนับั สนุุนว่่าการใช้้กัญั ชาอาจจะได้้ประโยชน์์ในการควบคุมุ อาการ ได้้แก่่
1) โรคพาร์์กิินสันั ที่ไ่� ด้้รับั การรัักษาด้้วยวิธิ ีีมาตรฐานอย่่างน้้อย 1 ปีี
2) โรคอััลไซเมอร์์
3) ผู้้ป� ่่วยที่่�มีีภาวะผิิดปกติทิ างจิิตจากเหตุุการณ์ร์ ุุนแรง
4) ผู้้�ป่ว่ ยโรคมะเร็ง็ เพื่่�อใช้้ในการบรรเทาอาการปวด
5) โรคโครห์น์ (Crohn’S Disease) เป็น็ ความผิดิ ปกติเิ รื้อ� รังั ของลำ�ำ ไส้้ใหญ่่ ทำ�ำ ให้้เกิดิ การระคายเคือื ง
และทางเดินิ อาหาร ซึ่่�งโรคนี้้�จัดั อยู่ใ่� นกลุ่�่มโรคลำำ�ไส้้อักั เสบเรื้อ� รังั แต่่ยัังต้้องมีีการศึึกษาเพิ่่�มเติมิ
206 รู้�ค้ ิดิ รู้ท้� ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ
2.4 น้ำ��ำ มันั กััญชา ทุุกคนสามารถใช้ไ้ ด้้ ?
ผู้�ที่�่ไม่่สามารถรัับการรักั ษาด้้วยสารสกััดกัญั ชาทางการแพทย์์ได้้ คือื
2.4.1 สตรีีตั้้�งครรภ์์ หรืือให้้นมบุุตร
2.4.2 ผู้้ท� ี่�่มีีประวััติิแพ้้ผลิติ ภััณฑ์์ที่่�ได้้จากสารสกัดั กััญชา
2.4.3 ผู้้�ป่ว่ ยโรคหัวั ใจและหลอดเลืือด โรคตับั โรคไตที่่�รุุนแรง
2.4.4 ผู้้�ที่่�รัับประทานยาต้้านการแข็ง็ ตัวั ของเลือื ด
2.4.5 ผู้้ป� ่่วยโรคจิติ เภท โรคจิิตจากยา/สารเสพติิด โรคซึึมเศร้้า โรคอารมณ์ส์ องขั้�ว (ไบโพล่่า)
2.4.6 ผู้้�ที่ม่� ีีความเสี่�่ยงสููงในการทำ�ำ ร้้ายตนเอง
2.5 น้ำ�ำ�มันั กัญั ชามีีผลข้้างเคีียงอะไรบ้้าง ?
ผลข้้างเคีียงของการใช้้น้ำ��ำ มันั กัญั ชาที่พ่� บบ่่อย คือื ง่วงนอนมากกว่่าปกติ ิ คลื่่น� ไส้้อาเจีียน ปากแห้้ง ปวดศีีรษะ
ตาแดง กล้้ามเนื้้อ� ล้้า อารมณ์เ์ ปลี่ย�่ นแปลง ซึ่่ง� อาจต้้องปรับั ลดขนาดยาลง สำ�ำ หรับั บางรายที่เ่� กิดิ อาการหัวั ใจเต้้นเร็ว็
และรััวผิิดจังั หวะ หมดสติิ เจ็บ็ หน้้าอก ร้้าวไปที่แ่� ขน เหงื่อ� แตก ตัวั สั่น� อึึดอััดหายใจไม่่สะดวก เดินิ เซ พููดไม่่ชััด
สับั สนกระวนกระวาย วิติ กกังั วล ซึมึ เศร้้า หวาดระแวง หููแว่่ว พููดคนเดีียว ประสาทหลอน จำำ�เป็น็ ต้้องหยุุดใช้้
ทัันทีีและไปพบแพทย์์
2.6 น้ำ�ำ� มัันกัญั ชา ถ้า้ จะเริ่่ม� ใช้ค้ วรทำำ�อย่่างไร?
ทราบและตรวจสอบข้้อมููลก่่อนใช้้ ระหว่า่ งใช้้
- จำ�ำ เป็็นต้้องใช้้หรืือไม่่ หากการรัักษา - ใช้้ผลิติ ภัณั ฑ์ส์ ารสกัดั กัญั ชาที่ถ่� ููกกฎหมาย
ปััจจุุบัันยัังได้้ผลดีี เพราะสารสกััดกััญชา รู้�แ้ หล่่งที่่�มาของผู้�ผลิิต มีีคุุณภาพมาตรฐาน
ไม่่ใช่่ทางเลือื กแรกในการรัักษา และสั่ �งจ่่ายโดยแพทย์์ที่�่ผ่่านการอบรมแล้้ว
- ใช้้สารสกััดกััญชาเสริิมจากการรัักษา เท่่านั้้�น
มาตรฐาน โดยไม่่หยุุดการรัักษาที่�่รัับอยู่�่ - ไม่่มีีขนาดยาเริ่ม� ต้้นที่แ�่ น่่นอนในผลิติ ภัณั ฑ์์
ในปััจจุุบันั กััญชาแต่่ละชนิิด ขนาดยาที่่�เหมาะสม
- ต้้องทราบประโยชน์ท์ ี่ค�่ าดว่่าจะได้้รับั และ ขึ้น� อยู่ก�่ ับั ลักั ษณะของผู้ป� ่ว่ ยแต่่ละคน ดังั นั้้น�
ความเสี่�่ยงที่�่อาจจะเกิิดขึ้ �น ควรเริ่ม� ที่ข�่ นาดต่ำ�ำ�และปรับั เพิ่่ม� ขนาดช้้า ๆ
- มีีโรค/อาการที่่�กำ�ำ หนดให้้ใช้้สารสกััด จนได้้ขนาดยาที่่�เหมาะสมให้้ผลการรัักษา
กัญั ชาทางการแพทย์ห์ รืือไม่่ สููงสุุด และเกิิดผลข้้างเคีียงต่ำำ��สุุด
- ไม่่ควรซื้้�อใช้้เอง ต้้องพบแพทย์์เพื่่�อ - ควรมีีผู้้�ดููแลอยู่�่ด้้วยเมื่ �อเริ่ �มใช้้ หากเกิิด
ประเมิินความจำ�ำ เป็็นในการใช้้ และให้้ ผลข้้างเคีียง ให้้หยุุดใช้้และรีีบไปพบแพทย์์
แพทย์เ์ ป็น็ ผู้�สั่ง� จ่่าย - การใช้้สารสกัดั กัญั ชาครั้้ง� แรก ควรใช้้ก่่อน
- แจ้้งชื่�อยาที่่�ผู้�ป่่วยใช้้อยู่่�ก่่อนให้้แพทย์์ นอนและมีีผู้้ด� ููแลใกล้้ชิิด
ทราบ เพื่่อ� ป้อ้ งกันั การเกิดิ ปฏิกิ ิริ ิยิ าระหว่่าง
ยากับั สารสกััดกัญั ชา
Be Smart Say No To Drugs 207
2.7 น้ำ��ำ มัันกััญชา ใช้อ้ ย่่างไรไม่่อันั ตราย ?
ปัจั จุุบันั ประชาชนและผู้ป� ่ว่ ยจำ�ำ นวนมากมีีความสนใจและต้้องการใช้้สารสกัดั กัญั ชาในการบำ�ำ บัดั รักั ษา
บรรเทาอาการของโรคหรืือฟื้้�นฟููสุุขภาพ แพทย์์และบุุคลากรสาธารณสุุขที่�่เกี่่�ยวข้้องจำำ�เป็็นต้้องใช้้ดุุลยพิินิิจ
อย่่างมืืออาชีีพในการพิิจารณาว่่าสารสกััดกัญั ชาเป็น็ การรักั ษาที่�่เหมาะสมสำ�ำ หรัับผู้�ป่่วยแต่่ละรายหรือื ไม่่ และ
จะต้้องเป็็นผลิิตภััณฑ์์ที่�่ได้้รัับการรัับรองด้้านคุุณภาพ ประสิิทธิิผล และความปลอดภััย จากสำำ�นัักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่่านั้้�น ทั้้�งนี้้�ในกรณีีที่่�ยัังไม่่มีีเหตุุผลทางการแพทย์์ที่�่เพีียงพอ ผู้้�ป่่วยอาจ
ไม่่สามารถรัับการรักั ษาโดยใช้้ผลิิตภัณั ฑ์ก์ ััญชาทางการแพทย์์ดัังกล่่าวได้้
ข้้อควรปฏิบิ ััติิในการใช้้น้ำำ�� มัันกััญชาอย่่างปลอดภััยมีี ดัังนี้้�
1) ใช้้ผลิติ ภัณั ฑ์ก์ ัญั ชาตามวิธิ ีีที่ร่� ะบุุบนฉลากและปฏิบิ ัตั ิติ นตามคำ�ำ แนะนำ�ำ ของแพทย์อ์ ย่่างเคร่่งครัดั
2) ควรปรึกึ ษาแพทย์/์ เภสัชั กร หากจะใช้้ผลิติ ภัณั ฑ์ก์ ัญั ชาร่่วมกับั ยาหรือื ผลิติ ภัณั ฑ์อ์ื่น� ที่น�่ อกเหนือื
จากแพทย์์สั่ ง�
3) ไม่่ควรขัับรถ หรืือทำำ�งานเกี่่�ยวกัับเครื่่อ� งจักั รหลัังจากการใช้้ผลิิตภัณั ฑ์์กััญชา
4) หลีีกเลี่่�ยงการใช้้ผลิิตภััณฑ์์กััญชาร่่วมกัับแอลกอฮอล์์และ/หรืือสารอื่่�นๆ ที่่�ออกฤทธิ์์�ต่่อจิิต
และประสาท
5) หลีีกเลี่�่ยงการใช้้กััญชาจากแหล่่งอื่�นๆ ร่่วมด้้วย เช่่น การสููบกััญชา การรัับประทานยากััญชา
ยาต้้ม ยาชงจากพืชื กััญชา หรืือน้ำ��ำ มันั กัญั ชาที่�่ไม่่ถููกกฎหมาย
6) จััดเก็็บผลิิตภัณั ฑ์ก์ ััญชาในที่ป่� ลอดภัยั ให้้พ้้นมือื เด็็กและอยู่ห่� ่่างจากเยาวชน
7) ห้้ามนำ�ำ ผลิิตภััณฑ์์กััญชาของท่่านไปให้้ผู้้�อื่�นใช้้ การที่�่ท่่านใช้้แล้้วได้้ผลดีี ไม่่ได้้หมายความว่่า
ผลิิตภััณฑ์์ดัังกล่่าวจะมีีประโยชน์์แก่่ผู้้�อื่ �นด้้วยเช่่นกันั
2.8 น้ำำ�� มันั กััญชาทางการแพทย์ใ์ นรูปู แบบหยดใต้้ลิ้้�น มีีวิิธีีการใช้้อย่่างไร ?
1) บ้้วนปากด้้วยน้ำ�ำ�เปล่่า กลืืนน้ำ�ำ� ลาย
2) เปิิดปาก ยกลิ้้น� ของคุุณให้้สััมผัสั กับั เพดานปาก จากนั้้�นหยดยาที่่�ใต้้ลิ้้�น 1 หยด
3) รอประมาณ 1 นาทีี ให้้ยาดููดซึมึ เข้้าใต้้ลิ้้น� พยายามอย่่ากลืนื น้ำำ��ลายในช่่วงนี้้� หลังั จาก 1 นาทีีแล้้ว
สามารถกลืนื น้ำ��ำ ลายและหยดยาหยดต่่อไปได้้
4) หลัังจากที่�่หยดยาครบตามจำำ�นวนที่�่แพทย์์สั่�ง ไม่่ควรบ้้วนปาก ดื่่�มน้ำำ�� หรืือกิินอาหารเป็็นเวลา 5
ถึงึ 10 นาทีี หลัังจากนั้้น� ไม่่มีีข้้อจำ�ำ กััดในการบ้้วนปาก ดื่่�มน้ำ��ำ หรือื รัับประทานอาหาร
5) หากยัังไม่่ชำ�ำ นาญในการหยดยาเข้้าใต้้ลิ้้�น แนะนำำ�ให้้หยดยาหน้้ากระจกเพื่่�อจะได้้เห็็นจำำ�นวนหยด
และตำำ�แหน่่งหยดยาที่่�ถููกต้้อง
208 รู้�ค้ ิิด รู้้�ทันั ป้อ้ งกัันยาเสพติดิ
9. การดููแล บำ�ำ บัดั รัักษา ผู้้�ป่ว่ ยยาเสพติดิ และการให้โ้ อกาสคืืนสู่่�สังั คม
1. การบำ�ำ บััดฟื้�้นฟูผู ู้้�ป่ว่ ยยาเสพติดิ กระทรวงสาธารณสุุข
1.1 การจัดั ระบบบริิการ
ให้้โรงพยาบาลศููนย์์ โรงพยาบาลทั่่�วไป จััดเตีียงสำ�ำ รองไว้้รองรัับผู้�ป่่วยยาเสพติิดที่่�ต้้องดููแลแบบ
ผู้ป� ่ว่ ยใน ในระยะเวลาไม่่เกินิ 2 สัปั ดาห์์ และให้้สถาบันั บำ�ำ บัดั รักั ษาและฟื้น�้ ฟููผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ แห่่งชาติิ บรมราชชนนีี
สัังกััดกรมการแพทย์์ รัับผู้�ป่่วยในแต่่ละเขตสุุขภาพที่�่โรงพยาบาลสัังกััดสำ�ำ นัักงานปลััดกระทรวงสาธารณสุุข
เกินิ ขีีดความสามารถ อีีกทั้้�งให้้โรงพยาบาลสัังกััดกรมสุุขภาพจิติ รัับผู้�ป่่วยยาเสพติดิ ที่่�มีีอาการจิติ เวชที่่ร� ุุนแรง
กรณีี : โรงพยาบาลสังั กััดสำ�ำ นักั งานปลัดั กระทรวงสาธารณสุุข เกินิ ขีีดความสามารถ
1.2 ระบบสมัคั รใจบำำ�บัดั (Walk in) และสมัคั รใจตามประกาศ คสช.108/2557 ตามประกาศสำ�ำ นักั งาน
คณะกรรมการป้อ้ งกันั และปราบปรามยาเสพติิด พ.ศ. 2560 ดัังนี้้�
(1) การค้้นหา
ให้้บุุคลากรสาธารณสุุข ในพื้้น� ที่่�ร่่วมแผนปฏิิบััติิการในการค้้นหาผู้เ� สพผู้ต� ิิดยาเสพติิด
(2) การคัดั กรอง
ให้้จััดตั้�งศููนย์์เพื่่�อการคััดกรอง ในระดัับโรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลศููนย์์สถาบััน
บำำ�บััดรัักษาและฟื้�้นฟููยาเสพติิดแห่่งชาติิ บรมราชชนนีี สัังกััดกรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสัังกััด
กรมสุุขภาพจิิต โดยใช้้แบบคััดกรองผู้�ป่่วยยาและสารเสพติิด กระทรวงสาธารณสุุข (บคก.สธ. (V2)) จำ�ำ แนก
ผู้�ป่ว่ ยยาเสพติิด กลุ่ม�่ ผู้้ใ� ช้้ ผู้้�เสพ และผู้�ติิดยาเสพติดิ
(3) การบำ�ำ บััดฟื้้�นฟูู
ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำ�ำ บล โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย์์
สถาบัันบำำ�บััดรัักษาและฟื้้�นฟููยาเสพติิดแห่่งชาติิ บรมราชชนนีี สัังกััดกรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสัังกััด
กรมสุุขภาพจิติ ดำ�ำ เนินิ การบำำ�บัดั ฟื้น้� ฟููและติดิ ตามผู้้ป� ่ว่ ยยาเสพติดิ ตามศักั ยภาพ ของสถานบริกิ ารที่ม�่ าตรฐาน
กำำ�หนด ดังั นี้้�
3.1) กรณีีผู้้ใ� ช้้ : ให้้การบำำ�บัดั ฟื้�น้ ฟูู ในโรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำ�ำ บล โรงพยาบาลชุุมชน
โรงพยาบาลทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย์ ์ สถาบันั บำ�ำ บัดั รักั ษาและฟื้น�้ ฟููผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ แห่่งชาติิ บรมราชชนนีีสังั กัดั
กรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสัังกััดกรมสุุขภาพจิิต ด้้วยการให้้คำ�ำ แนะนำำ�แบบสั้�น (Brief Advice : BA)
และหรืือการบำ�ำ บััดแบบสั้�น (Brief Intervention : BI) อย่่างน้้อย 1 ครั้้�ง และการช่่วยเหลืือของครอบครััว
โรงเรีียน และชุุมชน รวมถึงึ การบำ�ำ บััดโรคร่่วมทางจิติ เวช (ถ้้ามีี)
3.2) กรณีีผู้้�เสพ : ให้้การบำำ�บััดฟื้้�นฟูู ในโรงพยาบาลส่่งเสริิมสุุขภาพตำำ�บล ที่�่มีีความพร้้อม
โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบัันบำำ�บััดรัักษาและฟื้้�นฟููผู้้�ติิดยาเสพติิดแห่่งชาติิ
บรมราชชนนีีสังั กััดกรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสัังกััดกรมสุุขภาพจิติ และศููนย์์ปรัับเปลี่ย่� นพฤติิกรรม
ผู้ป� ่ว่ ยต้้องห้้ามเข้้ารับั การอบรมด้้วยวิิธีีปรัับเปลี่ย�่ นพฤติกิ รรม ในศููนย์์ปรับั เปลี่่ย� นพฤติกิ รรม
ได้้แก่่
1) ภาวะแทรกซ้้อนทางจิิตรุุนแรง
2) โรคทางกายภาพที่�่รุุนแรง
3) โรคติดิ ต่่อในระยะติิดต่่อ
4) ผู้้เ� สพสารกลุ่ม�่ ฝิ่่�น (ฝิ่�น มอร์์ฟีนี เฮโรอีีน)
5) ผู้้ป� ่่วยติิดสุุราเรื้�อรังั และรุุนแรง
Be Smart Say No To Drugs 209
6) เยาวชนที่่�มีีอายุุต่ำำ��กว่่า 18 ปีี
7) บุุคคลที่�่อาจมีีผลกระทบต่่อการศึึกษา/การทำ�ำ งาน/ความรัับผิิดชอบต่่อครอบครััว
อัันหลีีกเลี่�่ยงไม่่ได้้อยู่่�ในดุุลยพิินิิจของคณะกรรมการคััดกรอง ซึ่่�งประกอบด้้วย เจ้้าหน้้าที่่�ฝ่่ายปกครอง
สาธารณสุุข ตำ�ำ รวจ และผู้�นำ�ำ ท้้องที่�่
3.3) กรณีีผู้้ต� ิดิ : ให้้การบำำ�บัดั ฟื้น้� ฟูู ในโรงพยาบาลทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบันั บำำ�บัดั รักั ษา
และฟื้น�้ ฟููผู้้�ติิดยาเสพติดิ แห่่งชาติิบรมราชชนนีีสังั กัดั กรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสังั กััดกรมสุุขภาพจิติ
(4) การติิดตามดููแลผู้้�ผ่่านการบำำ�บััดฯ
กรณีีสมััครใจรัักษา (Walk in) ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริิมสุุขภาพตำ�ำ บล โรงพยาบาลชุุมชน
โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบัันบำ�ำ บััดรัักษาและฟื้�้นฟููผู้้�ติิดยาเสพติิดแห่่งชาติิบรมราชชนนีีสัังกััด
กรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสังั กัดั กรมสุุขภาพจิติ ให้้ดำ�ำ เนินิ การติดิ ตามดููแลผู้้ผ� ่่านการบำ�ำ บัดั อย่่างน้้อย 4 ครั้้ง�
ใน 1 ปีี
กรณีีสมััครใจตามประกาศ คสช.108/2557 ตามประกาศสำ�ำ นัักงานคณะกรรมการป้้องกััน
และปราบปรามยาเสพติดิ พ.ศ. 2560 มีี 2 ประเภท ดัังนี้้�
ประเภทที่�่ 1 ผู้้ผ� ่่านการบำ�ำ บัดั ตามประกาศ คสช.108/2557 (ศููนย์ป์ รับั เปลี่ย่� นพฤติกิ รรม)
ติิดตามโดยบุุคลากรกระทรวงมหาดไทย กำ�ำ หนดให้้ผู้้�ผ่่านการบำำ�บััดมารายงานตััวทุุกเดืือนและตรวจปััสสาวะ
ทุุกครั้้�ง เป็น็ เวลา 1 ปีี
ประเภทที่่� 2 ผู้้ผ� ่่านการบำำ�บัดั ตามประกาศ คสช.108/2557 (สถานพยาบาล) สำ�ำ นักั งาน
สาธารณสุุขจัังหวััด ประสานศููนย์์อำ�ำ นวยการป้้องกัันและปราบปรามยาเสพติิดจัังหวััด ให้้มีีคำ�ำ สั่่�งกำ�ำ หนดให้้
โรงพยาบาลในสัังกััดกระทรวงสาธารณสุุขในพื้้�นที่่� เป็็นสถานที่่�ที่่�รัับแสดงตนเพื่่�อการติิดตามดููแลช่่วยเหลืือ
ภายหลัังการบำำ�บััดฟื้�้นฟููของผู้�ผ่่านการบำำ�บััดฟื้้�นฟูู ณ โรงพยาบาลในสัังกััดกระทรวงสาธารณสุุขและบุุคลากร
กระทรวงสาธารณสุุขเป็็นหลัักในการติิดตาม โดยให้้ผู้้�ผ่่านการบำำ�บััดฟื้�้นฟููมารายงานตััวทุุกเดืือน และตรวจ
ปัสั สาวะทุุกครั้้�งเป็็นระยะเวลา 1 ปีี
(5) ระบบข้้อมููลยาเสพติดิ
ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำ�ำ บล โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย์ ์
สถาบันั บำ�ำ บัดั รักั ษาและฟื้น้� ฟููผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ แห่่งชาติบิ รมราชชนนีีสังั กัดั กรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสังั กัดั
กรมสุุขภาพจิิต บัันทึึกข้้อมููลการคััดกรอง บำำ�บััดรัักษา และติิดตามดููแลผู้้�ผ่่านการบำ�ำ บััดในระบบรายงาน
ยาเสพติิด (บสต.)
1.3 ระบบสมััครใจ (จิิตสัังคมในสถานศึึกษา)
(1) การค้้นหา
ครูู/อาจารย์์ กระทรวงศึึกษาธิิการ เป็็นผู้�รัับผิิดชอบหลัักดำ�ำ เนิินการค้้นหานัักเรีียน/นัักศึึกษา
ที่่�เข้้าไปเกี่�่ยวข้้องกัับยาเสพติิดในสถานศึึกษา และประสานความร่่วมมืือกัับเจ้้าหน้้าที่�่สาธารณสุุขในพื้้�นที่�่
ร่่วมดำำ�เนินิ การค้้นหานักั เรีียน/นักั ศึกึ ษาที่่�เข้้าไปเกี่�่ยวข้้องกัับยาเสพติิด
(2) การคััดกรอง
ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำำ�บล โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบันั
บำ�ำ บััดรัักษาและฟื้�้นฟููผู้้�ติิดยาเสพติิดแห่่งชาติิบรมราชชนนีีสัังกััดกรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสัังกััด
กรมสุุขภาพจิิต ให้้การสนัับสนุุนพััฒนาองค์์ความรู้้�ในการคััดกรองผู้�ป่่วยยาเสพติิด (จิิตสัังคมในสถานศึึกษา)
โดยใช้้แบบคัดั กรองและส่่งต่่อผู้�ป่่วยที่ใ่� ช้้ยาและสารเสพติิด กระทรวงสาธารณสุุข (บคก.สธ. (V2))
210 รู้้�คิดิ รู้้ท� ันั ป้อ้ งกัันยาเสพติิด
(3) การบำำ�บัดั ฟื้�น้ ฟูู
กรณีีผู้้�ใช้้ : ครูู/อาจารย์์ บำำ�บััดฟื้�้นฟููให้้เป็็นไปตามคู่�่มืือแนวทางการจััดกิิจกรรมการดููแล
ด้้านจิิตสัังคมในสถานศึึกษาระดัับประถมศึึกษา ระดัับมััธยมศึึกษา ระดัับอาชีีวศึึกษา และระดัับโรงเรีียน
ขยายโอกาสทางการศึกึ ษาที่่�กระทรวงศึึกษาธิิการกำ�ำ หนด ซึ่่�งผ่่านการเห็็นชอบจากกระทรวงสาธารณสุุข
กรณีีผู้้�เสพ : ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำำ�บลที่ม่� ีีความพร้้อม โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาล
ทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบันั บำ�ำ บัดั รักั ษาและฟื้น�้ ฟููผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ แห่่งชาติบิ รมราชชนนีีสังั กัดั กรมการแพทย์์
และโรงพยาบาลสังั กัดั กรมสุุขภาพจิิต ดำ�ำ เนิินการบำำ�บััดฟื้้น� ฟููกลุ่�่มผู้้เ� สพและผู้ต� ิิดยาเสพติิด ของสถานพยาบาล
บริกิ ารที่่ม� าตรฐานกำำ�หนด
กรณีีผู้้�ติิด : ให้้โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบัันบำ�ำ บััดรัักษา
และฟื้�้นฟููผู้้�ติิดยาเสพติิดแห่่งชาติิบรมราชชนนีีสัังกััดกรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสัังกััดกรมสุุขภาพจิิต
ดำำ�เนิินการบำ�ำ บััดฟื้�้นฟููกลุ่ม่� ผู้้�เสพและผู้ต� ิิดยาเสพติดิ ของสถานพยาบาลบริกิ ารที่ม่� าตรฐานกำ�ำ หนด
(4) การติิดตาม
กรณีีผู้้ใ� ช้้ : ติิดตามโดยครูู/อาจารย์ ์ กระทรวงศึกึ ษาธิกิ าร
กรณีีผู้้เ� สพและผู้�ติิด : ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำ�ำ บล โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่ว� ไป
โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบัันบำำ�บััดรัักษาและฟื้้�นฟููผู้้�ติิดยาเสพติิดแห่่งชาติิบรมราชชนนีี สัังกััดกรมการแพทย์์
และโรงพยาบาลสังั กัดั กรมสุุขภาพจิติ ดำำ�เนินิ การติดิ ตามผู้้ผ� ่่านการบำำ�บัดั ฟื้น้� ฟููฯ อย่่างน้้อย 4 ครั้้ง� ในระยะเวลา
1 ปีี กรณีีพบว่่าผู้�ผ่่านการบำำ�บััดฟื้�้นฟููยัังคงศึึกษาอยู่ใ่� นระบบการศึึกษา หน่่วยบริกิ ารสาธารณสุุข ประสานแจ้้ง
ข้้อมููลผู้้�ผ่่านการบำ�ำ บัดั ฟื้้น� ฟูู ให้้สถานศึึกษาและครูู/อาจารย์์ร่่วมติดิ ตาม และเฝ้้าระวังั พฤติกิ รรมการเสพติิดซ้ำ��ำ
(5) ระบบข้้อมููล
กรณีีผู้้�ใช้้ : ผู้้�รับั ผิดิ ชอบ กระทรวงศึกึ ษาธิิการ บันั ทึึกในระบบ CATAS ของกระทรวงศึกึ ษาธิกิ าร
กรณีีผู้้เ� สพและผู้ต� ิดิ : ผู้้ร� ับั ผิดิ ชอบ กระทรวงสาธารณสุุข บันั ทึกึ ในข้้อมููลการบำ�ำ บัดั และการติดิ ตาม
ในระบบรายงานยาเสพติดิ (บสต.)
4 ระบบบังั คัับบำำ�บัดั
(1) การตรวจพิิสููจน์์
ให้้นายแพทย์์สาธารณสุุขจัังหวััด หรืือผู้�แทนระดัับจัังหวััด เข้้าร่่วมเป็็นคณะอนุุกรรมการฟื้้�นฟูู
สมรรถภาพผู้ต� ิิดยาเสพติิด ซึ่่ง� เป็น็ ไปตามพระราชบัญั ญััติฟิ ื้�้นฟููสมรรถภาพ พ.ศ. 2545
(2) การตรวจหาสารเสพติิดในปัสั สาวะตามพรบ.ฟื้�น้ ฟููฯ พ.ศ. 2545 ดังั นี้้�
ให้้โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบัันบำำ�บััดรัักษาและฟื้้�นฟููผู้้�ติิด
ยาเสพติิดแห่่งชาติิบรมราชชนนีีสัังกััดกรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสัังกััดกรมสุุขภาพจิิต ถืือปฏิิบััติิตาม
การตรวจหาสารเสพติดิ ในปััสสาวะตามพรบ.ฟื้้�นฟููฯ พ.ศ. 2545 ดังั นี้้�
(๒.๑) การตรวจปััสสาวะขั้�นแรก : ตรวจโดยเจ้้าพนัักงานทั่่�วไป เช่่น เจ้้าหน้้าที่่�ตำ�ำ รวจ หรืือ
ผู้อ� อกตรวจนอกสถานที่ ่� ซึ่่ง� การตรวจดัังกล่่าว ใช้้ชุุดตรวจสำ�ำ เร็จ็ รููป
(๒.๒) การตรวจปััสสาวะขั้�นที่�่สอง : เป็็นการตรวจที่�่รัับรองผลการตรวจ โดยเจ้้าหน้้าที่�่ห้้อง
ปฏิิบััติิการหรืือผู้�ปฏิิบััติิการหรืือผู้�ปฏิิบััติิหน้้าที่�่ที่�่ได้้รัับมอบหมายในโรงพยาบาลของรััฐ เป็็นการตรวจยืืนยััน
การคัดั กรองโดยบุุคคลที่่ส� าม และคณะอนุุกรรมการฟื้�้นฟููสมรรถภาพผู้ต� ิดิ ยาเสพติิดตามพระราชบัญั ญัตั ิิฟื้น้� ฟูู
สมรรถภาพผู้ต� ิดิ ยาเสพติดิ พ.ศ. 2545 ให้้สามารถใช้้เป็น็ หลักั ฐานประกอบการพิจิ ารณาผู้เ� ข้้ารับั การตรวจพิสิ ููจน์์
ว่่าเป็น็ ผู้�เสพ/ผู้ต� ิดิ ยาเสพติดิ ตามพรบ.ฟื้้�นฟููฯ พ.ศ. 2545
Be Smart Say No To Drugs 211
(2.3) การตรวจปััสสาวะขั้�นที่่�สาม : เป็็นการตรวจยืืนยัันด้้วยวิิธีีการทางห้้องปฏิิบััติิการ
โดยกรมวิทิ ยาศาสตร์์การแพทย์ใ์ นเขตพื้้น� ที่ร�่ ับั ผิิดชอบ
(3) การบำำ�บััดฟื้้�นฟูู
ให้้โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบัันบำำ�บััดรัักษาและฟื้�้นฟูู
ผู้�ติิดยาเสพติิดแห่่งชาติิบรมราชชนนีีสัังกััดกรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสัังกััดกรมสุุขภาพจิิตถืือปฏิิบััติิ
ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุุข
(4) การติิดตาม
(4.1) ก่่อนการบำำ�บััด : ในกรณีีที่�่ผู้�เข้้ารัับการฟื้้�นฟููฯ ไม่่มาพบบุุคลากรของหน่่วยงานสัังกััด
กระทรวงสาธารณสุุขตามกำ�ำ หนดนััด หน่่วยงานสัังกััดกระทรวงสาธารณสุุขดำำ�เนิินการจััดทำ�ำ หนัังสืือ
แจ้้งสำำ�นัักงานคุุมประพฤติิทราบภายใน 7 วััน นัับตั้ง� แต่่ได้้รับั หนังั สืือส่่งตััว
(4.2) ระหว่่างการบำ�ำ บัดั : ในกรณีีที่ผ�ู่้เ� ข้้ารับั การฟื้น�้ ฟููฯ มาพบบุุคลากรของหน่่วยงานในสังั กัดั
กระทรวงสาธารณสุุข ไม่่ครบตามกำำ�หนดนััด หน่่วยงานสัังกััดกระทรวงสาธารณสุุขต้้องติิดตามตััวผู้�เข้้ารัับ
การบำำ�บัดั ฟื้น้� ฟููฯ จำำ�นวน 2 ครั้้�ง พร้้อมบันั ทึึกการติิดตามตามแบบที่่�กำำ�หนด ถ้้าไม่่สามารถติิดต่่อได้้ หน่่วยงาน
สังั กัดั กระทรวงสาธารณสุุข จะดำำ�เนินิ การทำำ�หนังั สือื แจ้้งพร้้อมแนบบันั ทึกึ การติดิ ตามส่่งคืนื คณะอนุุกรรมการฯ
ภายใน 15 วันั นัับตั้�งแต่่ได้้รัับหนังั สือื ส่่งตััว
(4.3) หลัังการบำำ�บััด : เมื่�อหน่่วยบริิการรัับผู้�ป่่วยเข้้าสู่่�กระบวนการฟื้�้นฟููฯ ให้้ดำำ�เนิินการ
รายงานผลการบำำ�บััดฟื้้�นฟููฯ เมื่�อครบระยะเวลาการฟื้�้นฟููฯ โดยการประสานแจ้้งหนัังสืือไปยัังสำ�ำ นัักงาน
คุุมประพฤติิจัังหวััด เพื่่�อดำ�ำ เนิินการในการส่่วนที่่�เกี่�่ยวข้้อง กรณีีบำำ�บััดครบตามระยะเวลาฟื้�้นฟูู สำ�ำ นัักงาน
คุุมประพฤติิจัังหวััด ส่่งต่่อผู้�ป่่วยในระบบ บสต.ให้้ศููนย์์เพื่่�อประสานการดููแลผู้้�ผ่่านการบำ�ำ บััดฟื้้�นฟููอำ�ำ เภอ
เป็น็ ผู้�ติดิ ตามต่่อไป
(5) ระบบข้้อมููลยาเสพติดิ
ให้้โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบัันบำ�ำ บััดรัักษาและฟื้�้นฟูู
ผู้ต� ิดิ ยาเสพติดิ แห่่งชาติบิ รมราชชนนีีสังั กัดั กรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสังั กัดั กรมสุุขภาพจิติ ให้้บันั ทึกึ ข้้อมููล
การบำ�ำ บัดั รัักษาในระบบรายงานยาเสพติิด (บสต.)
3.5 ระบบต้้องโทษ
(1) การคััดกรอง
ให้้หน่่วยงานสาธารณสุุขในพื้้�นที่�่ ให้้การสนัับสนุุนพััฒนาองค์์ความรู้�้ในการคััดกรองผู้�ป่่วย
ยาเสพติิดในระบบต้้องโทษ โดยใช้้แบบคััดกรองและส่่งต่่อผู้�ป่่วยที่�่ใช้้ยาและสารเสพติิด กระทรวงสาธารณสุุข
(บคก.สธ. (V2))
(2) การบำำ�บััดฟื้�้นฟูู
สนัับสนุุนการให้้ความรู้้� หรืือเข้้าร่่วมบำ�ำ บััดฟื้�้นฟููในระบบต้้องโทษ ศููนย์์ฝึึกอบรมเด็็กและเยาวชน
และสถานฟื้�น้ ฟููสมรรถภาพผู้ต� ้้องขัังติดิ ยาเสพติิดในเรืือนจำ�ำ /ทัณั ฑสถาน
(3) ระบบข้้อมููลยาเสพติิด
ให้้สำ�ำ นัักงานสาธารณสุุขจัังหวััด สนัับสนุุนองค์์ความรู้�้ในการบัันทึึกข้้อมููลการบำ�ำ บััดรัักษา
และติดิ ตามดููแลผู้้ผ� ่่านบำ�ำ บัดั ในระบบรายงานยาเสพติดิ (บสต.) ให้้แก่่ศููนย์ฝ์ ึกึ อบรมเด็ก็ และเยาวชน กรมพินิ ิจิ
และคุ้�มครองเด็็กและเยาวชน สถานฟื้�้นฟููสมรรถภาพผู้�ต้้องขัังติิดยาเสพติิดในเรืือนจำ�ำ /ทััณฑ์์สถาน
กรมราชทััณฑ์์ กรณีีผู้้�ต้้องขัังหลัังพ้้นโทษยาเสพติิดมีีโรคร่่วมฝ่่ายกาย และจิิต ซึ่่�งเรืือนจำำ�/ทััณฑสถานในพื้้�นที่่�
212 รู้�้คิิด รู้�้ทััน ป้อ้ งกัันยาเสพติิด
ส่่งข้้อมููลให้้สำ�ำ นักั งานสาธารณสุุขจังั หวัดั อย่่างน้้อย 1 ครั้้ง� /เดือื น เพื่่อ� ดำำ�เนินิ การติดิ ตามดููแลช่่วยเหลือื สุุขภาพ
กายและจิติ
2. การลดอันั ตรายจากยาเสพติิด (Harm Reduction)
หมายถึงึ การลดปัญั หาหรือื ภาวะเสี่ย�่ งอันั ตราย การแพร่่ระบาด การสููญเสีียจากการใช้้ยาเสพติดิ ที่อ่� าจ
เกิิดกัับตััวบุุคคล ชุุมชน และสัังคม เป็็นการป้้องกัันอัันตรายโดยการทำำ�ให้้เกิิดพฤติิกรรมที่�่เป็็นอัันตรายลดลง
ในขณะที่�่ยัังไม่่สามารถหยุุดยาเสพติิดได้้ เป็็นการยืืดหยุ่่�นวิิธีีการรัักษา ที่�่ยึึดความพร้้อมของผู้ �ป่่วยเป็็นฐาน
โดยคำ�ำ นึงึ ถึงึ ศักั ดิ์์ศ� รีีของความเป็น็ มนุุษย์ ์ มนุุษยธรรม สิทิ ธิมิ นุุษยชนและความเข้้าใจธรรมชาติขิ องผู้ใ� ช้้ยาเสพติดิ
การลดอัันตรายจากยาเสพติดิ (Harm Reduction) ซึ่่ง� มีีขั้้�นตอนการดำำ�เนินิ งานดังั นี้้�
(1) การค้้นหา
ให้้หน่่วยงานสังั กัดั กระทรวงสาธารณสุุข สนับั สนุุนภาคประชาสังั คมในการค้้นหากลุ่ม่� ผู้้ใ� ช้้ยาเสพติดิ
ร่่วมกัับเจ้้าหน้้าที่�ข่ องรัฐั ในพื้้�นที่่�
(2) การจััดบริิการ “ชุุดบริกิ ารลดอัันตรายจากยาเสพติิดด้้านสุุขภาพ”
กรณีีใช้้ยาเสพติิดแบบฉีีด
(2.1) ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำ�ำ บล จัดั บริกิ ารการให้้ความรู้เ�้ กี่ย�่ วกับั โทษพิษิ ภัยั ยาเสพติดิ
การป้อ้ งกันั การติดิ เชื้อ� เอชไอวีี โรคติดิ ต่่อทางเพศสัมั พันั ธ์ ์ วัณั โรค และไวรัสั ตับั อักั เสบบีีและซีี การสนับั สนุุนให้้ใช้้
ถุุงยางอนามัยั อย่่างถููกวิิธีี และการคัดั กรองจิิตเวช
(2.2) ให้้โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์ สถาบัันบำ�ำ บััดรัักษาและ
ฟื้น�้ ฟููผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ แห่่งชาติบิ รมราชชนนีีสังั กัดั กรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสังั กัดั กรมสุุขภาพจิติ จัดั บริกิ าร
ให้้ความรู้้เ� กี่่�ยวกัับโทษพิิษภัยั ยาเสพติดิ การป้้องกัันการติิดเชื้อ� เอชไอวีี โรคติดิ ต่่อทางเพศสััมพัันธ์ ์ วัณั โรค และ
ไวรัสั ตับั อักั เสบบีี และซีีการบำ�ำ บัดั รักั ษายาเสพติดิ โดยใช้้สารทดแทนระยะยาว เช่่น เมทาโดน การจัดั ให้้มีีบริกิ าร
ป้้องกัันและดููแลรัักษาอาการจากการใช้้ยาเสพติิดเกิินขนาดในพื้้�นที่�่ เช่่น การให้้บริิการ Naloxone การให้้
คำำ�ปรึึกษาและตรวจการติิดเชื้ �อเอชไอวีีโดยสมััครใจ และส่่งต่่อเข้้ารัับบริิการดููแลรัักษาด้้วยยาต้้านไวรััสเอดส์์
การให้้คำ�ำ ปรึกึ ษา ตรวจหา และส่่งต่่อเข้้ารับั บริกิ ารดููแลรักั ษาการติดิ เชื้อ� ไวรัสั ตับั อักั เสบบีีและซีี การสนับั สนุุนให้้ใช้้
ถุุงยางอนามัยั อย่่างถููกวิธิ ีี การคัดั กรอง ตรวจวินิ ิจิ ฉัยั และรักั ษาโรคติดิ ต่่อทางเพศสัมั พันั ธ์ ์ การคัดั กรอง ตรวจวินิ ิจิ ฉัยั
และรักั ษาวััณโรค และการคััดกรองรักั ษาโรคทางจิติ เวช ตามบริบิ ทและศัักยภาพของสถานพยาบาล
กรณีีใช้้ยาเสพติิดวิธิ ีีอื่่�น
(2.3) ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำำ�บล จัดั บริกิ ารการให้้ความรู้เ�้ กี่ย่� วกับั โทษพิษิ ภัยั ยาเสพติดิ
การป้้องกัันการติดิ เชื้อ� เอชไอวีี โรคติดิ ต่่อทางเพศสัมั พันั ธ์์ วััณโรค และไวรัสั ตับั อัักเสบบีี และซีี การสนับั สนุุน
ให้้ใช้้ถุุงยางอนามััย อย่่างถููกวิธิ ีี และการคัดั กรองโรคทางจิติ เวช
(2.4) ให้้โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์ โรงพยาบาลสถาบัันบำ�ำ บััด
รักั ษาและฟื้น�้ ฟููผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ แห่่งชาติบิ รมราชชนนีีสังั กัดั กรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสังั กัดั กรมสุุขภาพจิติ
จััดบริิการให้้ความรู้�้เกี่่�ยวกัับโทษพิิษภััยยาเสพติิด การป้้องกัันการติิดเชื้�อเอชไอวีี โรคติิดต่่อทางเพศสััมพัันธ์ ์
วััณโรค และไวรััสตัับอัักเสบบีี และซีี การใช้้ยาเพื่่�อลดอาการจากการใช้้ยาเสพติิดการให้้คำ�ำ ปรึึกษาและตรวจ
การติิดเชื้ �อเอชไอวีีโดยสมััครใจ และส่่งต่่อเข้้ารัับบริิการดููแลรัักษาด้้วยยาต้้านไวรััสเอดส์์ การสนัับสนุุนให้้ใช้้
ถุุงยางอนามััย อย่่างถููกวิิธีี การคััดกรอง ตรวจวิินิิจฉััย และรัักษาโรคติิดต่่อ ทางเพศสััมพัันธ์์ การคััดกรอง
ตรวจวิินิจิ ฉัยั และรัักษาวัณั โรค และการคััดกรอง ตรวจวิินิิจฉัยั รักั ษาโรคทางจิิตเวช
Be Smart Say No To Drugs 213
(3) ระบบข้้อมููล
ให้้โรงพยาบาลส่่งเสริมิ สุุขภาพตำำ�บล โรงพยาบาลชุุมชนโรงพยาบาลทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย์ ์ สถาบันั บำ�ำ บัดั
รักั ษาและฟื้น�้ ฟููผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ แห่่งชาติบิ รมราชชนนีีสังั กัดั กรมการแพทย์์ และโรงพยาบาลสังั กัดั กรมสุุขภาพจิติ
บัันทึึกข้้อมููลผู้้�เข้้ารัับบริิการตามมาตรการการลดอัันตรายจากยาเสพติิด ในฐานข้้อมููล 43 แฟ้้ม และระบบ
รายงาน บสต.
ที่�่มา : 1. แนวทางการปฏิบิ ััติิสำำ�หรัับนักั สัังคมสงเคราะห์์กับั ผู้�ป่ว่ ยยาเสพติิด ปีี 2562
2. แนวทางการดำ�ำ เนินิ งานด้้านการบำำ�บัดั ฟื้�น้ ฟููและลดอัันตรายจากยาเสพติดิ กระทรวงสาธารณสุุขปีงี บประมาณ พ.ศ. 2561
2. มาตรการด้้านบำำ�บััดฟื้�้นฟูผู ู้้�ป่ว่ ยยาเสพติิด
2.1 มาตรการคัดั กรองผู้ป� ่่วยยาเสพติิด
1. มาตรการสื่่อ� สารเชิงิ บวกกับั ผู้ใ� ช้้/ผู้เ� สพ/ผู้ต� ิดิ ยาเสพติดิ เพื่่อ� เข้้าสู่ร�่ ะบบสมัคั รใจบำำ�บัดั โดยอาศัยั
ความร่่วมมือื ของครอบครัวั ชุุมชน โรงเรีียน สถานประกอบการ ตำำ�รวจ และภาคีีเครือื ข่่าย
2. มาตรการ คสช.108 ค้้นหาผู้�ป่่วยยาเสพติิดโดยการตั้้�งจุุดตรวจ, จััดระเบีียบสัังคม, ประชาคม
แบบบููรณการ ร่่วมกัับภาคีีเครืือข่่ายฝ่่ายปกครอง ตำ�ำ รวจ สาธารณสุุข แรงงาน ฯลฯ ในกรณีียิินยอม ให้้ส่่ง
ศููนย์์เพื่่อ� การคัดั กรอง
3. ให้้จััดตั้ง� ศููนย์เ์ พื่่�อการคัดั กรอง ในระดัับโรงพยาลาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย์์
โรงพยาบาลสังั กััดกรมสุุขภาพจิติ โรงพยาบาลธััญญารัักษ์์ กรมการแพทย์์ และศููนย์์บริิการสาธารณสุุข กทม.
4. ใช้้แบบคััดกรองและส่่งต่่อผู้�ป่่วยที่�่ใช้้ยาและสารเสพติิดเพื่่�อรัับการบำ�ำ บััดรัักษากระทรวง
สาธารณสุุข (บคก.กสธ.) V.2 แยกผู้้�ป่่วยเป็็น 3 ประเภท ผู้้�ใช้้ (V2=2-3) ผู้้�เสพ (V2=4-26) และผู้�ติิด (V2
มากกว่่าหรือื เท่่ากัับ 27)
2.2 มาตรการบำำ�บัดั ฟื้น้� ฟููผู้้ป� ่ว่ ยยาเสพติิด
1. การบำ�ำ บััดยาเสพติิดในกลุ่่�มผู้้�ใช้้ ในโรงพยาบาลส่่งเสริิมสุุขภาพตำ�ำ บลขึ้้�นไป โดยให้้คำำ�ปรึึกษา
ระยะสั้น� 1 ครั้้�ง
2. การบำ�ำ บัดั ยาเสพติดิ ในกลุ่ม�่ ผู้้เ� สพ ในโรงพยาบาลชุุมชนขึ้น� ไป โดยให้้คำ�ำ ปรึกึ ษา (brief Counselling)
อย่่างน้้อย 3 - 12 ครั้้�ง ในระยะเวลา 4 เดืือน และสุ่่�มตรวจปััสสาวะหาสารเสพติิดอย่่างน้้อย 2 ครั้้�ง บำ�ำ บััด
ได้้ในโรงพยาบาลชุุมชนขึ้�นไป การส่่งตััวเข้้ารัับการรัักษาในค่่ายปรัับพฤติิกรรม 9 วััน ในกรณีี ประเมิินด้้วย
แบบคัดั กรองและส่่งต่่อผู้ป� ่ว่ ยที่ใ�่ ช้้ยาและสารเสพติดิ เพื่่อ� เข้้ารับั การบำำ�บัดั รักั ษากระทรวงสาธารณสุุข บคก.สธ.
(V.2) เป็็นกลุ่่�มผู้้�เสพ ในระดัับเสพน้้อยร่่วมกัับดุุลพิินิิจของผู้�คััดกรองในศููนย์์คััดกรองกระทรวงสาธารณสุุข
เห็น็ ว่่าควรส่่งเข้้าบำ�ำ บัดั ระบบค่่ายปรับั เปลี่ย�่ นพฤติกิ รรม และขณะบำ�ำ บัดั ฟื้น�้ ฟูู ผู้้ป� ่ว่ ยยังั มีีอาการอยากยารุุนแรง
จากการใช้้สารเสพติิดมาก สามารถส่่งตััวเข้้ารัับการบำำ�บััดฟื้้�นฟููภายในโรงพยาบาลธััญญารัักษ์์ สัังกััดกรม
การแพทย์์ได้้
3. การบำำ�บัดั ยาเสพติดิ ในกลุ่ม่� ผู้้ต� ิดิ ในโรงพยาบาลชุุมชนขึ้น� ไป ในกรณีีบำ�ำ บัดั แบบผู้ป� ่ว่ ยนอกบำ�ำ บัดั
ฟื้น�้ ฟููโดยใช้้ Matrix program อย่่างน้้อย 16 ครั้้ง� ใน 4 เดือื น และสุ่�่มตรวจปััสสาวะหาสารเสพติิดอย่่างน้้อย
4 ครั้้�ง
4. การบำำ�บััดยาเสพติิดในกลุ่่�มผู้้�ติิด ในโรงพยาบาลชุุมชนขึ้�นไป (ที่่�มีีศัักยภาพ) กรณีีบำ�ำ บััดแบบ
ผู้�ป่่วยใน รัับผู้�ป่่วยไว้้ในการบำำ�บัดั ฟื้น�้ ฟููจำำ�นวน 4 เดืือน หรือื รับั ไว้้แบบผู้�ป่่วยในจำ�ำ นวน 1 เดืือน + ผู้้ป� ่ว่ ยนอก
จำ�ำ นวน 3 เดือื น และสุ่ม�่ ตรวจปััสสาวะหาสารเสพติิดอย่่างน้้อย 4 ครั้้�ง
214 รู้้�คิิด รู้�้ทันั ป้้องกันั ยาเสพติิด
5. การบำำ�บัดั ยาเสพติดิ ในกลุ่ม่� ผู้้ต� ิดิ รุุนแรง/เรื้อ� รังั หรือื นอนรักั ษาแบบผู้ป� ่ว่ ยในมากกว่่า 7 - 14 วันั
ให้้ส่่งตััวบำ�ำ บัดั ฟื้�น้ ฟููในโรงพยาบาลธััญญารัักษ์์ กรมการแพทย์์
6. การบำำ�บัดั ยาเสพติดิ ในกลุ่ม่� ผู้้ต� ิดิ ในกรณีีผู้้ต� ิดิ ยาเสพติดิ และมีีอาการทางจิติ เวชร่่วมด้้วยที่ร่� ุุนแรง
ให้้ส่่งตัวั บำ�ำ บัดั ฟื้น�้ ฟููในโรงพยาบาลสังั กัดั กรมสุุขภาพจิิต
7. ระบบบังั คับั บำำ�บัดั แบบไม่่ควบคุุมตัวั ส่่งเข้้าบำำ�บัดั ฟื้น้� ฟููยาเสพติดิ ในหน่่วยบริกิ ารของกระทรวง
สาธารณสุุข
8. ระบบบัังคัับบำ�ำ บััด แบบควบคุุมตััว แบ่่งเป็็น 2 ประเภท คืือ ไม่่เข้้มงวด บำ�ำ บััดฟื้�้นฟูู โดย
หน่่วยบริกิ ารกรมการแพทย์ ์ กรมสุุขภาพจิติ และพหุุภาคีี (ทอ. ทบ. ทร. ตร. ปค.) กรณีีเข้้มงวด เข้้ารับั การบำ�ำ บัดั
ในหน่่วยของกรมคุุมประพฤติิ และ ทอ. ทร.
2.3 มาตรการติิดตามผู้้ป� ่ว่ ยยาเสพติิดหลัังบำำ�บััดฟื้้�นฟูู
1. ระบบสมััครใจ
1.1) การติิดตามผู้้�ป่่วยยาเสพติิดในกลุ่่�มใช้้ โดยบุุคลากรกระทรวงสาธารณสุุขเป็็นหลััก
ร่่วมกับั พหุุภาคีี จำ�ำ นวน 1 ครั้้�ง
1.2) การติิดตามผู้้�ป่่วยยาเสพติิดในกลุ่�่มผู้้�เสพ ให้้มีีการติิดตามผู้้�ป่่วยอย่่างน้้อย 4 ครั้้�ง และ
สุ่�ม่ ตรวจปััสสาวะอย่่างน้้อย 4 ครั้้ง� ในระยะเวลา 1 ปีี
1.3) การติิดตามผู้้�ป่่วยยาเสพติดิ ในกลุ่่�มผู้้ต� ิิด ให้้มีีการติดิ ตามผู้้ป� ่่วยอย่่างน้้อย 4 ครั้้�ง และสุ่�ม่
ตรวจปััสสาวะอย่่างน้้อย 4 ครั้้ง� ในระยะเวลา 1 ปีี
2. ระบบบัังคัับบำำ�บัดั
ติดิ ตามโดยเจ้้าหน้้าที่่�กระทรวงมหาดไทยเป็น็ หลััก ร่่วมกัับพหุุภาคีี
3. ระบบต้้องโทษ
ติดิ ตามโดยเจ้้าหน้้าที่�ก่ รมพินิ ิิจและคุ้�มครองเด็็กและเยาวชน กรมราชทัณั ฑ์์ เป็น็ หลัักร่่วมกัับ
พหุุภาคีี โดยประสานสำำ�นัักงานสาธารณสุุขจัังหวัดั ในพื้้น� ที่่� รับั ทราบขณะบำ�ำ บััดและพ้้นโทษ
ที่�่มา : คู่�่มืือการดำ�ำ เนินิ งานด้้านการแก้้ไขปััญหาผู้เ� สพติิดยาเสพติดิ ประจำำ�ปีีงบประมาณ พ.ศ.2560
Be Smart Say No To Drugs 215
10. ช่่องทางการให้บ้ ริิการรัักษาผู้้�ติดิ ยาเสพติดิ
รููปแบบการบำ�ำ บัดั รัักษา
เนน� นโยบายผููเสพคือื ผููปวย โนมนา� ว/ชักั ชวน/จููงใจใหผููเสพเขา� สููกระบวนการบํําบัดั รักั ษาในระบบสมัคั รใจ
โดยสถานพยาบาลในระดัับโรงพยาบาลส�งเสริิมสุุขภาพตํําบล โรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป
โรงพยาบาลศููนย โรงพยาบาลธัญั ญารัักษสังั กััดกรมการแพทย และโรงพยาบาล สัังกััดกรมสุุขภาพจิติ ในพื้้น� ที่่�
ดํําเนิินการคััดกรองโดยใช�แบบคััดกรองผููปวยที่่�ใช�ยาและสารเสพติิด กระทรวงสาธารณสุุข (V2) เพื่่�อจํําแนก
ผููปวยยาเสพติิดเปนกลุุมผููใช ผููเสพ และผููติิด และดํําเนิินการบํําบััดฟ้�นฟููหรืือส�งตอตามสภาพการเสพติิด
ภายใตมาตรฐานที่ก่� ระทรวงสาธารณสุุขกํําหนด ดัังนี้้�
1) กรณีีผููใช : ใหการบํําบััดฟ้�นฟููในโรงพยาบาลส�งเสริิมสุุขภาพตํําบล โรงพยาบาลชุุมชน
โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย โรงพยาบาลธััญญารัักษสัังกััดกรมการแพทย และโรงพยาบาล
สังั กัดั กรมสุุขภาพจิติ ดว� ยการใหความรููและสง� เสริมิ สุุขภาพ (Health Education & Promotion) การใหคํําแนะนํํา
แบบสั้น� (Brief Advice : BA) หรือื การบํําบัดั แบบสั้น� (Brief Intervention : BI) อยา� งนอ� ย 1 ครั้้ง� และการชว� ยเหลือื
ของครอบครััว โรงเรีียน และชุุมชน รวมถึงึ การบํําบัดั โรครวมทางจิิตเวช (ถ�ามีี)
2) กรณีีผููเสพ : ใหการบํําบััดฟ้�นฟููในโรงพยาบาลชุุมชน โรงพยาบาลทั่่�วไป โรงพยาบาลศููนย
โรงพยาบาลธััญญารัักษสัังกััดกรมการแพทย โรงพยาบาล สัังกััดกรมสุุขภาพจิิต การบํําบััดในรููปแบบศููนย์์
ปรับั เปลี่ย�่ นพฤติิกรรม
3) กรณีีผููติดิ : ใหการบํําบัดั ฟน�้ ฟููในโรงพยาบาลทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย โรงพยาบาลธัญั ญารักั ษ
สัังกััดกรมการแพทย และโรงพยาบาล สัังกัดั กรมสุุขภาพจิติ
สถานที่่�ในการบํําบััดรักั ษา
ผููที่ใ�่ ชย� าเสพติดิ หรือื ผููปกครองหรือื ครอบครัวั นํําผููเสพซึ่ง� รัฐั บาลถือื วา� เปนผููปวยเขา� มารับั การบํําบัดั รักั ษา
ไดที่่�โรงพยาบาลรััฐทุุกแหง� ตามสิิทธิิหลักั ประกัันสุุขภาพ ซึ่่�งอาจจะเปนโรงพยาบาลสง� เสริิมสุุขภาพตํําบล หรืือ
โรงพยาบาลชุุมชนที่่�เปนโรงพยาบาลระดัับอํําเภอที่�่มีีอยููกว�า หนึ่่�งหมื่�นแห�งทั่่�วประเทศ รวมไปถึึงโรงพยาบาล
ทั่่ว� ไป โรงพยาบาลศููนย และโรงพยาบาลเฉพาะทาง ซึ่่ง� ไดแ� ก โรงพยาบาลธัญั ญารักั ษ ที่ม่� ีีอยูู 7 แหง� ทั่่ว� ประเทศ
ได�แก จัังหวััดปทุุมธานีี เชีียงใหม แมฮ�องสอน ขอนแกน อุุดรธานีี สงขลา และปตตานีี และโรงพยาบาล
ในสังั กััดกรมสุุขภาพจิิตจํํานวน 16 แห�ง
เตรีียมตััวอยา่ งไร
ขั้�นตอนในการเตรีียมตัวั สํําหรับั ผููปวยที่ส�่ มััครใจเขา� รับั การบํําบััดรักั ษาในโรงพยาบาล ดังั นี้้�
1) เตรีียมความพรอมผููปวยและญาติิผููดููแล ซึ่่�งทั้้�งผููปวยและญาติิตองเข�าใจขั้้�นตอนการบํําบััดรัักษา
วา� มีีแนวทางอย�างไร ใชเ� วลาเทาไร
216 รู้้�คิดิ รู้้�ทันั ป้้องกัันยาเสพติดิ
2) เตรีียมเอกสารที่แ�่ สดงตัวั ตนของผููปวย เชน� บัตั รประจํําตััวประชาชน สํําเนาทะเบีียนบา� น หรืือบััตร
ที่ท่� างราชการออกใหแ� ละมีีรููปถ�ายของผููปวยติดิ ไว�
3) การบํําบััดรัักษายาเสพติิดไมมีีคาใชจายใดๆ ทั้้�งสิ้�น ยกเว�นถ�าหากมีีโรครวมโรคแทรก เช�น วััณโรค
ทองเสีีย ไวรััสตัับอัักเสบ ฯลฯ ผููปวยสามารถใชสิิทธิิบััตรประกัันสุุขภาพหรืือบััตรทอง บััตรประกัันสัังคม
รวมไดใ� นสถานพยาบาลตามที่ร่� ะบุุในบััตร
สื่่อ� รณรงค์์ประชาสัมั พันั ธ์ท์ ี่เ�่ กี่�ย่ วข้้อง
ที่่�มา : เว็บ็ ไซด์ส์ ำำ�นัักงาน ป.ป.ส.
Be Smart Say No To Drugs 217
2ตอนที่่�
ทัักษะชีวี ิติ เพื่่�อการป้อ้ งกันั ยาเสพติดิ
1. ทัักษะการตระหนัักรู้้�ในคุุณค่า่ ของตนเอง
การสร้้างความตระหนักั รู้ใ�้ นคุุณค่่าของตนเองเป็น็ ปัจั จัยั ที่ส�่ ำ�ำ คัญั อย่่างหนึ่่ง� ในการป้อ้ งกันั การใช้้ยาเสพติดิ
และการใช้้ยาในทางที่�่ผิิดในเยาวชน แต่่ความตระหนัักในคุุณค่่าของตนเองมัักจะกำ�ำ หนดได้้ยากมาก
เพราะเยาวชนบางคน มีีความตระหนักั รู้ใ้� นคุุณค่่าของตนเองสููง ในขณะที่บ�่ างคนไม่่มีี ซึ่่ง� เป็น็ เรื่อ� งเฉพาะบุุคคล
อาจขึ้้น� อยู่�ก่ ัับสภาพแวดล้้อมหรืือบริบิ ทเฉพาะบุุคคลด้้วย
ความตระหนัักในคุุณค่่าของตนเองคืืออะไร
ความตระหนัักในคุุณค่่าของตนเอง อาจอธิิบายได้้ว่่าเป็็นการมองเห็็นคุุณค่่าของตนเองและอาจได้้รัับ
อิิทธิิพลจากการกระทำำ� กิิจกรรมบุุคลิิกภายนอกและการตััดสิินของคนอื่�นๆ ที่่�มีีความสำ�ำ คััญต่่อบุุคคลนั้้�น
และมักั จะเปลี่่�ยนแปลงไปตามสถานการณ์ห์ รือื ผู้�คนที่่แ� วดล้้อมตััวเยาวชน
การสร้้างความตระหนักั ในคุุณค่่าของตนเอง ควรต้้องมีีสิ่่�งต่่อไปนี้้�
- คิิดเชิิงบวก
- ยินิ ดีีกับั เรื่อ� งเล็ก็ ๆ น้้อยๆ ในทุุกวันั
- อดทนกับั ตััวเอง
- หลีีกเลี่่�ยงอิทิ ธิพิ ลที่่�ไม่่ดีี (การทะเลาะวิิวาท ยาเสพติิด และอื่น� ๆ)
- อยู่ใ่� นกลุ่ม่� คนที่่ช� อบช่่วยเหลืือผู้�อื่น�
- รู้จ�้ ัักจัดั ลำ�ำ ดัับความสำำ�คัญั
- มีีอารมณ์์ขันั
- มีีความรับั ผิดิ ชอบต่่อผู้�อื่น�
218 รู้้�คิดิ รู้้�ทััน ป้้องกันั ยาเสพติิด
ทำำ�ไมความตระหนัักในคุุณค่า่ ของตนเองจึงึ เป็็นทัักษะชีีวิติ ที่�่สำ�ำ คััญ
ความตระหนัักในคุุณค่่าของตนเองสููงจะทำำ�ให้้มีีการตััดสิินใจที่�่ดีีและสามารถทำำ�ในสิ่�งที่�่เหมาะสม
และเป็็นตััวของตััวเองในสถานการณ์์ที่�่มีีความขััดแย้้งโดยความตระหนัักในคุุณค่่าของตนเองซึ่ �งได้้รัับอิิทธิิพล
จากผู้้�อื่น� จะมีีมากขึ้้น� ในบรรยากาศที่�่ดีีและมีีความช่่วยเหลือื กันั
ความตระหนักั ในคุุณค่่าของตนเองอาจจะมีีมากหรือื น้้อยขึ้น� อยู่ก�่ ับั เหตุุการณ์แ์ ละสภาพแวดล้้อมในชีีวิติ
ส่่วนใหญ่่ขึ้้�นอยู่�่กัับความรู้้�สึึกที่่�เกิิดกัับเหตุุการณ์์เหล่่านี้้� และเป็็นสิ่�งที่่�เราสามารถควบคุุมได้้ ในการควบคุุม
ความตระหนัักรู้้�ในคุุณค่่าของตนเอง เราจำำ�เป็็นต้้องเข้้าใจว่่าอะไรทำ�ำ ให้้เรามีีความรู้้�สึึกดีีๆ เกี่่�ยวกัับตนเอง
และเพราะอะไรและวางแผนเพื่่�อทำำ�ในสิ่�งเหล่่านั้้�นขึ้�น ในทางกลัับกัันเราต้้องเรีียนรู้�้ที่�่จะหลีีกเลี่่�ยงอิิทธิิพล
หรืือผู้ค� นที่ไ�่ ม่่ดีีหรือื เรีียนรู้�้ที่�่จะเรีียนรู้�ใ้ ห้้ทันั อิิทธิพิ ลหรืือบุุคคลเหล่่านี้้� และผลที่่จ� ะเกิิดขึ้น� กัับเรา
ที่�่มา : คู่่�มืือเทคนิคิ การจัดั กิจิ กรรมเพื่่�อสอนทัักษะชีีวิติ ในเยาวชน
2. ทักั ษะการคิดิ วิเิ คราะห์์
เป็็นความสามารถในการคิิดวิิเคราะห์์ข้้อมููล ประเมิินปััญหาและปััจจััยต่่างๆ ที่่�มีีอิิทธิิพลต่่อทััศนคติิ
และพฤติิกรรมการดำำ�เนิินชีีวิิตให้้ปลอดภััยจากปััญหาต่่างๆ เป็็นความสามารถในการใช้้คำ�ำ พููดและท่่าทาง
เพื่่อ� แสดงออกถึงึ ความรู้้ส� ึึกนึกึ คิิดของตนเองในสถานการณ์ต์ ่่างๆ ได้้อย่่างเหมาะสม
อ้้างอิิงจาก https://sites.google.com/site/khrusirwithy/sthankarn-seiyng/thaksa-chiwit5W1H
กระบวนการคิดิ วิเิ คราะห์์ เป็น็ การแสดงให้้เห็น็ จุุดเริ่ม� ต้้น สิ่่ง� ที่ส�่ ืบื เนื่่อ� งหรือื เชื่อ� มโยงสัมั พันั ธ์ก์ ันั ในระบบ
การคิิด และจุุดสิ้�นสุุดของการคิิด โดยกระบวนการคิิดวิิเคราะห์์มีีความสอดคล้้องกัับองค์์ประกอบ
เรื่ �องความสามารถในการให้้เหตุุผลอย่่างถููกต้้อง รวมทั้้�งเทคนิิคการตั้้�งคำำ�ถามจะต้้องเข้้าไปเกี่�่ยวข้้องในทุุกๆ
ขั้น� ตอน ดัังนี้้�
ขั้น� ที่่� 1 ระบุุหรือื ทำ�ำ ความเข้้าใจกับั ประเด็น็ ปัญั หา ผู้้ท� ี่จ�่ ะทำ�ำ การคิดิ วิเิ คราะห์จ์ ะต้้องทำ�ำ ความเข้้าใจปัญั หา
อย่่างกระจ่่างแจ้้ง ด้้วยการตั้้�งคำ�ำ ถามหลายๆ คำำ�ถาม เพื่่อ� ให้้เข้้าใจปัญั หาต่่างๆ ที่�่กำำ�ลัังเผชิิญอยู่่น� ั้้�นอย่่างดีีที่�่สุุด
ตััวอย่่างคำ�ำ ถาม เช่่น ปััญหานี้้�เป็็นปััญหาที่�่สำ�ำ คััญที่�่สุุดของบ้้านเมืืองใช่่หรืือไม่่ (ความสำำ�คััญ) ยัังมีีปััญหาอื่�นๆ
ที่่�สำำ�คััญไม่่ยิ่่�งหย่่อนกว่่ากัันอีีกหรืือไม่่ (ความสำ�ำ คััญ) ทราบได้้อย่่างไรว่่าเรื่�องนี้้�เป็็นปััญหาที่�่สำ�ำ คััญที่�่สุุด
(ความชััดเจน)
ขั้�นที่่� 2 รวบรวมข้้อมููลที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับปััญหา ในขั้�นนี้้�ผู้�ที่�่จะทำำ�การคิิดวิิเคราะห์์ จะต้้องรวบรวมข้้อมููล
จากแหล่่งต่่างๆ เช่่น จากการสังั เกต จากการอ่่าน จากข้้อมููลการประชุุม จากข้้อเขีียน บันั ทึกึ การประชุุม บทความ
จากการสัมั ภาษณ์ ์ การวิิจััย และอื่�นๆ การเก็็บข้้อมููลจากหลายๆ แหล่่ง และด้้วยวิธิ ีีการหลายๆ วิิธีีจะทำำ�ให้้ได้้
ข้้อมููลที่�ส่ มบููรณ์์ ชััดเจน และมีีความเที่ย่� งตรงคำำ�ถามที่จ�่ ะต้้องตั้�งในตอนนี้้� ได้้แก่่
1. เราจะหาข้้อมููลให้้ครบถ้้วนโดยวิิธีีใดได้้อีีกบ้้างและหาอย่่างไร (เที่่�ยงตรง)
2. ข้้อมููลนี้้�มีีความเกี่่ย� วข้้องกัับปััญหาอย่่างไร (ความสััมพันั ธ์์เกี่่ย� วข้้อง)
3. จำำ�เป็น็ ต้้องหาข้้อมููลเพิ่่�มเติิมในเรื่�องใดอีีกบ้้าง (ความกระชัับพอดีี)
ขั้�นที่่� 3 พิิจารณาความน่่าเชื่�อถืือของข้้อมููล หมายถึึง ผู้้�ที่�่คิิดวิิเคราะห์์พิิจารณาความถููกต้้องเที่�่ยงตรง
ของสิ่�งที่่น� ำ�ำ มาอ้้าง รวมทั้้�งการประเมินิ ความพอเพีียงของข้้อมููลที่่�จะนำ�ำ มาใช้้ คำำ�ถามที่ค�่ วรจะนำำ�มาใช้้ในตอนนี้้�
ได้้แก่่
Be Smart Say No To Drugs 219
1. ข้้อมููลที่่�ได้้มามีีความเป็็นไปได้้มากน้้อยเพีียงไร (ความเที่่ย� งตรง)
2. เราจะหาหลักั ฐานได้้อย่่างไรถ้้าข้้อมููลที่�ไ่ ด้้มาเป็็นเรื่อ� งจริงิ (ความเที่�ย่ งตรง)
3. ยังั มีีเรื่�องอะไรอีีกในส่่วนนี้้ท� ี่�ย่ ัังไม่่รู้�้ (ความชััดเจน)
4. ยังั มีีข้้อมููลอะไรในเรื่อ� งนี้้�อีีกที่่�ยังั ไม่่นำ�ำ มากล่่าวถึงึ (ความกว้้างของการมอง)
ขั้�นที่่� 4 การจััดข้้อมููลเข้้าเป็็นระบบ เป็็นขั้�นที่่�ผู้�คิิดจะต้้องสร้้างความคิิด ความคิิดรวบยอด หรืือสร้้าง
หลัักการขึ้้�นให้้ได้้ด้้วยการเริ่�มต้้นจากการระบุุลัักษณะของข้้อมููล แยกแยะข้้อเท็็จจริิง ข้้อคิิดเห็็น จััดลำ�ำ ดัับ
ความสำำ�คัญั ของข้้อมููล พิจิ ารณาขีีดจำำ�กัดั หรือื ขอบเขตของปัญั หารวมทั้้ง� ข้้อตกลงพื้้น� ฐาน การสังั เคราะห์ข์ ้้อมููล
เข้้าเป็็นระบบและกำ�ำ หนดข้้อสัันนิิษฐานเบื้้อ� งต้้นคำำ�ถามที่่�ควรนำำ�มาใช้้ในตอนนี้้� ได้้แก่่
1. ข้้อมููลส่่วนนี้้เ� กี่่�ยวข้้องกัับปัญั หาอย่่างไร (ความสัมั พัันธ์เ์ กี่ย่� วข้้อง)
2. จำ�ำ เป็็นต้้องหาข้้อมููลเพิ่่ม� เติิมในเรื่อ� งนี้้อ� ีีกหรือื ไม่่ จากใครที่่�ใด (ความกว้้างของการมอง)
3. อะไรบ้้างที่ท�่ ำำ�ให้้การจััดข้้อมููลในเรื่�องนี้้เ� กิิดความลำำ�บาก (ความลึกึ )
4. จะตรวจสอบได้้อย่่างไรว่่าการจัดั ข้้อมููลมีีความถููกต้้อง (ความเที่ย�่ งตรง)
5. สามารถจััดข้้อมููลโดยวิิธีีอื่่�นได้้อีีกหรือื ไม่่ (ความกว้้างของการมอง)
ขั้�นที่่� 5 ตั้้�งสมมติิฐาน เป็็นขั้�นที่�่นัักคิิดวิิเคราะห์์จะต้้องนำำ�ข้้อมููลที่�่จััดระบบระเบีียบแล้้วมาตั้�งเป็็น
สมมติิฐานเพื่่�อกำำ�หนดขอบเขตและการหาข้้อสรุุปของข้้อคำำ�ถาม หรืือปััญหาที่�่กำำ�หนดไว้้ซึ่่�งจะต้้องอาศััย
ความคิิดเชื่�อมโยงสััมพัันธ์์ในเชิิงของเหตุุผลอย่่างถููกต้้อง สมมติิฐานที่่�ตั้�งขึ้�นจะต้้องมีีความชััดเจนและมาจาก
ข้้อมููลที่ถ่� ููกต้้องปราศจากอคติิหรืือความลำ�ำ เอีียงของผู้�ที่�่เกี่�่ยวข้้องคำำ�ถามที่ค่� วรนำำ�มาใช้้ในตอนนี้้� ได้้แก่่
1. ถ้้าสมมติฐิ านที่ต่�ั้�งขึ้�นถููกต้้อง เราจะมีีวิธิ ีีตรวจสอบได้้อย่่างไร (ความเที่่ย� งตรง)
2. สามารถทำำ�ให้้กระชับั กว่่านี้้�ได้้อีีกหรือื ไม่่ (ความกระชับั ความพอดีี)
3. รายละเอีียดแต่่ละส่่วนเกี่่�ยวข้้องกัับปัญั หาอย่่างไร (ความสัมั พันั ธ์์เกี่ย่� วข้้อง)
ขั้�นที่่� 6 การสรุุป เป็็นขั้�นตอนของการลงความเห็็น หรืือการเชื่�อมโยงสััมพัันธ์์ระหว่่างเหตุุผลกัับผล
อย่่างแท้้จริิง ซึ่่�งผู้ �คิิดวิิเคราะห์์จะต้้องเลืือกพิิจารณาเลืือกวิิธีีการที่�่เหมาะสมตามสภาพของข้้อมููลที่่�ปรากฏ
โดยใช้้เหตุุผลทั้้ง� ทางตรรกศาสตร์์ เหตุุผลทางวิทิ ยาศาสตร์์ และพิจิ ารณาถึงึ ความเป็น็ ไปได้้ตามสภาพที่เ�่ ป็น็ จริงิ
ประกอบกััน คำ�ำ ถามที่่�ควรนำำ�มาถามได้้แก่่
1. เราสามารถจะตรวจสอบได้้หรือื ไม่่ ตรวจสอบอย่่างไร (ความเที่ย�่ งตรง)
2. ผลที่่�เกิิดขึ้น� มีีที่่�มาอย่่างไร (ความสััมพัันธ์เ์ กี่�่ยวข้้อง)
3. ข้้อสรุุปนี้้�ทำ�ำ ให้้เราเข้้าใจอะไรได้้บ้้าง (ความสัมั พัันธ์์เกี่่�ยวข้้อง)
4. สิ่่�งที่�ส่ รุุปนั้้�นเป็็นเหตุุผลที่�ส่ มบููรณ์์หรืือไม่่ (หลักั ตรรกวิทิ ยา)
ขั้�นที่�่ 7 การประเมิินข้้อสรุุป เป็็นขั้�นสุุดท้้ายของการคิิดวิเิ คราะห์์ เป็น็ การประเมิินความสมเหตุุสมผล
ของการสรุุป และพิิจารณาผลสืืบเนื่่�องที่�่จะเกิิดขั้�นต่่อไป เช่่น การนำ�ำ ไปประยุุกต์์ใช้้ในสถานการณ์์จริิง หรืือ
การแก้้ปััญหาที่�่เกิดิ ขึ้น� จริงิ ๆ คำำ�ถามที่่�ควรนำ�ำ มาถาม ได้้แก่่
1. ส่่วนไหนของข้้อสรุุปที่ม่� ีีความสำ�ำ คััญที่�ส่ ุุด (ความสำำ�คัญั )
2. ยัังมีีข้้อสรุุปเรื่�องใดอีีกที่ค�่ วรนำ�ำ มากล่่าวถึึง (ความกว้้างของการมอง)
3. ถ้้านำ�ำ เรื่อ� งนี้้�ไปปฏิบิ ัตั ิิจะมีีปัญั หาอะไรเกิดิ ขึ้�นบ้้าง (ความกว้้างของการมอง)
4. อะไรจะทำ�ำ ให้้ปัญั หามีีความซับั ซ้้อนยิ่ง� ขึ้น� (ความลึึก)
สรุุปได้้ว่่ากระบวนการคิดิ วิเิ คราะห์ม์ ีีความสำ�ำ คัญั อย่่างยิ่ง� สำ�ำ หรับั การแก้้ปัญั หาต่่างๆ ของมนุุษย์ ์ การคิดิ
วิิเคราะห์์เป็็นจะช่่วยให้้มนุุษย์์มองเห็็นปััญหา ทำ�ำ ความเข้้าใจปััญหา รู้้�จัักปััญหาอย่่างแท้้จริิง และจะสามารถ
แก้้ปัญั หาทั้้ง� หลายได้้
ที่ม่� า : http://tishafan-analysisthinking.blogspot.com/
220 รู้้ค� ิดิ รู้้�ทันั ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด
3. ทัักษะการตััดสิินใจ
เป็น็ ทักั ษะที่ต�่ ้้องใช้้ควบคู่ก่� ันั และผสมผสานกันั ระหว่่างความคิดิ และความรู้ส�้ ึกึ ในการใช้้เหตุุผลตัดั สินิ ใจ
เนื่่อ� งจากจะมีีผลกระทบทั้้ง� ต่่อตนเองและผู้อ�ื่น� ดังั นั้้น� จึงึ ต้้องมีีการตัดั สินิ ใจอย่่างรอบคอบโดยกระบวนการตัดั สินิ ใจ
และการแก้้ปััญหา มีี 6 ขั้้�นตอน ดัังนี้้�
1. กำ�ำ หนดปััญหาโดยระบุุปััญหาอย่่างชััดเจน
2. ค้้นหาสาเหตุุของปัญั หาและกำำ�หนดแนวทางเลือื กโดยเขีียนแนวทางการแก้้ไขปัญั หาให้้มีีหลากหลาย
วิิธีีป้้องกััน
3. การวิเิ คราะห์์ทางเลือื ก เพื่่�อวิิเคราะห์์ถึงึ วิธิ ีีการแก้้ไขปัญั หาตามวิธิ ีีการต่่างๆ
4. การตััดสิินใจเลือื ก เพื่่�อกำำ�หนดแนวทางวิิธีีการแก้้ไขปััญหาที่่�ดีีที่�ส่ ุุด
5. ตรวจสอบผลภายหลังั ที่ไ่� ด้้ดำำ�เนินิ การตามวิธิ ีีเลือื กว่่าได้้ผลหรือื ปัญั หายังั คงมีีอยู่่� เพื่่อ� แก้้ไขข้้อบกพร่่อง
ของทางเลืือกที่่�เกิิดจาการตััดสิินใจ
6. ประเมินิ ผลจากการติดิ สินิ ใจ ว่่าตัดั สินิ ใจถููกหรือื ผิดิ เกิดิ ผลดีีหรือื ผลเสีียอย่่างไร ขั้้น� ตอนนี้้ถ� ือื ว่่าสำ�ำ คัญั
ที่�่สุุดการตัดั สินิ ใจที่่�ดีีจะช่่วยในการป้อ้ งกััน ลดความขััดแย้้งและแก้้ปัญั หาได้้
การตััดสิินใจ
การตััดสินิ ใจคืืออะไร
การตััดสิินใจเป็็นทัักษะที่่�ช่่วยให้้เยาวชนสามารถจััดการอย่่างสร้้างสรรค์์กัับการตััดสิินใจเกี่�่ยวกัับชีีวิิต
ของตนเอง เป็็นทักั ษะชีีวิิตที่�่สามารถเรีียนรู้แ�้ ละฝึึกฝนได้้โดยใช้้วิธิ ีีการ 3 ขั้้น� ตอน ดัังต่่อไปนี้้�
ขั้�นที่�่ 1 ทำ�ำ ความกระจ่่าง หรืือระบุุเรื่�องที่่�จะต้้องทำำ�การตัดั สิินใจหรือื ปััญหาที่่จ� ะต้้องแก้้ให้้ชัดั เจน
ขั้�นที่่� 2 พิิจารณาทางเลืือกที่่เ� ป็็นไปได้้และผลที่่�เกิิดจากทางเลืือกแต่่ละทาง
ขั้น� ที่่� 3 เลือื กทางเลือื กที่ด่� ีีที่ส�่ ุุด
ทำำ�ไมการตััดสิินใจจึึงเป็็นทัักษะชีวี ิิตที่่ส� ำำ�คััญ
ชีีวิติ เต็ม็ ไปด้้วยการตัดั สินิ ใจและปัญั หาที่ต่� ้้องแก้้ไข การตัดั สินิ ใจต้้องฉลาดและอยู่บ่� นพื้้น� ฐานของความรู้้�
และข้้อเท็็จจริิง ความเข้้าใจในสถานการณ์์ ความตระหนัักถึึงจุุดแข็็งและจุุดอ่่อนของตนเอง และใช้้ทัักษะ
ในการตััดสิินใจ
การตัดั สินิ ใจเกี่ย� วข้้องกับั การป้้องกัันการใช้้ยาในทางที่่ผ� ิดิ อย่า่ งไร
การใช้้ยาเสพติดิ เสี่ย่� งต่่อหลายเรื่อ� ง เช่่น เสี่ย่� งต่่อกฎหมาย เสี่ย�่ งต่่อสุุขภาพ เสี่ย่� งทางสังั คมในการทำำ�ลาย
ความสัมั พันั ธ์์ และเสี่ย�่ งต่่อการกลายเป็น็ คนติดิ ยาเสพติดิ เยาวชนควรได้้รับั การเสริมิ สร้้างให้้สามารถตัดั สินิ ใจได้้
อย่่างมีีเหตุุผล โดยการได้้รัับข้้อมููลเบื้้�องต้้นเกี่�่ยวกัับผลของยาต่่างๆ ทางเลืือกอื่่�นๆ และทัักษะในการตััดสิินใจ
เพื่่�อให้้สามารถตััดสิินใจได้้อย่่างถููกต้้อง การตััดสิินใจที่�่มีีประสิิทธิิภาพเป็็นสิ่�งที่�่จำ�ำ เป็็นในการเลืือกกิิจกรรม
ทางเลืือกแทนการเลืือกเข้้าสู่่�วงจรอบายมุุขหรืือพฤติิกรรมเสี่่�ยงต่่างๆ
ที่่�มา : คู่่ม� ือื “เทคนิคิ การจัดั กิจิ กรรมเพื่่�อสอนทัักษะชีีวิิตสำ�ำ หรัับเยาวชน” สนัับสนุุนโดยโครงการที่�่ปรึกึ ษาด้้านยาเสพติิด
สำ�ำ นัักงานแผนโคลัมั โบ จััดทำ�ำ โดย สำ�ำ นัักงาน ป.ป.ส.
Be Smart Say No To Drugs 221
4. ทักั ษะการยัับยั้้ง� ชั่่ง� ใจ
Inhibition หรือื Inhibitory คือื ทักั ษะด้้านการยับั ยั้ง� ชั่ง� ใจ คิดิ ไตร่่ตรอง เป็น็ ทักั ษะพื้้น� ฐานในการควบคุุม
ตนเอง (Self - Control) และความต้้องการของตนให้้อยู่่�ในระดัับที่่�เหมาะสม สามารถหยุุดยั้�งพฤติิกรรมได้้
ในเวลาที่�่สมควรโดยอาศััยสมาธิิและเหตุุผลเป็็นตััวช่่วย ทัักษะ Inhibition เป็็นส่่วนหนึ่่�งของทัักษะด้้าน
Executive Functions (EFs) หรืือกระบวนการทางความคิิดที่ช�่ ่่วยให้้เรามุ่ง่� มั่น� สามารถจััดการกับั งานหลายๆ
อย่่างให้้สำ�ำ เร็็จ ควบคุุมแรงกระตุ้�นต่่างๆ ไม่่ให้้สนใจไปนอกลู่่�นอกทาง ทัักษะด้้าน Inhibition จะช่่วยควบคุุม
พฤติกิ รรมและการกระทำ�ำ ที่่�ไม่่เหมาะสม และให้้เราตอบสนองในทางที่่�ดีีขึ้้น� ต่่อเหตุุการณ์ต์ ่่างๆ
การที่่�ทักั ษะด้้าน (Inhibition) อ่อ่ นหรืือบกพร่อ่ ง เป็น็ สาเหตุุสำ�ำ คัญั ที่ท�่ ำำ�ให้้เกิดิ โรคสมาธิสิั้น� (ADHD)
โดยความรุุนแรงของอาการสามารถแสดงให้้เห็น็ ได้้ใน 3 ระดัับ ดัังนี้้�
ระดับั ร่่างกาย (Motor level) : ไม่่สามารถควบคุุมพฤติิกรรมได้้ อยู่ไ่� ม่่นิ่่�ง ซุุกซน
ระดับั สมาธิิ (Attention Level) : ไม่่ค่่อยมีีสมาธิใิ นการทำำ�งานหรือื ทำำ�สิ่่ง� ต่่างๆ มักั โดนรบกวนได้้ง่่าย
ระดับั พฤติกิ รรม (Behavioral level) : หุุนหันั พลันั แล่่น ถููกกระตุ้น� ได้้ง่่าย ไม่่สามารถหยุุดยั้ง� พฤติกิ รรม
ที่�่ไม่่เหมาะสมได้้ เช่่น อารมณ์์ร้้อนและหงุ ดหงิิดขณะขัับรถ บีีบแตรรััวหลายครั้้�งเวลาโดนขัับรถปาดหน้้า
Inhibition เป็น็ หนึ่่�งในทักั ษะที่เ�่ ราใช้้มากที่่�สุุดในชีีวิิตประจำ�ำ วััน สมองจะช่่วยปรับั พฤติิกรรมให้้เป็็นไป
ในทิิศทางเหมาะสม ทัักษะนี้้�จะช่่วยให้้เราสามารถคิิดก่่อนที่�่จะพููด ช่่วยให้้สงบสติิอารมณ์์และยัับยั้ �งชั่ �งใจ
ไม่่วอกแวกกับั สิ่ง� กระตุ้น� หากทักั ษะด้้านนี้้ด� ีีก็จ็ ะส่่งผลที่ด่� ีีต่่อการใช้้ชีีวิติ ประจำำ�วันั เช่่น ช่่วยให้้สามารถขับั รถได้้
อย่่างใจเย็น็ และมีีสติ ิ ช่่วยให้้ตื่่น� ไปทำ�ำ งานหรือื เรีียนแม้้ในวันั ที่เ�่ ราขี้เ� กีียจ ช่่วยให้้เราสามารถรับั มือื กับั เหตุุการณ์์
ที่�่ไม่่คาดคิิดได้้อย่่างถููกต้้องและรวดเร็็ว ทั้้�งยัังช่่วยปรัับปรุุงพฤติิกรรม และเพิ่่�มประสิิทธิิภาพในการเรีียน
การทำำ�งาน การขัับรถ และการใช้้ชีีวิติ ให้้เป็็นไปในทางที่่�ดีี
ที่ม�่ า : https://www.brainandlifecenter.com/inhibition-attention-selfcontrol
5 แนวคิิด! ยับั ยั้้�งชั่่ง� ใจตััวเอง เมื่่อ� คุุณเริ่่ม� รู้้�ตัวั ว่า่ กำำ�ลัังจะลงมืือทำำ�ผิดิ
ทุุกคนคงเคยได้้ยิินว่่ารสชาติิขอความลุ่่�มหลงนั้้�นหอมหวานและเป็็นเหมืือนยาชููกำ�ำ ลัังทางใจ แต่่ไม่่ได้้
หมายความว่่ารสหวานของการทำ�ำ ผิิดหรืือความลุ่ม�่ หลงเป็็นเรื่�องที่�่ดีี แต่่จะพููดถึึงแนวคิิดที่�่จะช่่วยในการยัับยั้�ง
ชั่�งใจความคิดิ ของตััวเอง ก่่อนที่จ�่ ะลงมือื ทำำ�อะไรที่ผ่� ิิดเกินิ กว่่าจะแก้้ไขได้้ โดยมีีแนวคิดิ 5 วิธิ ีีที่่�จะช่่วยให้้ทุุกคน
ไตร่่ตรองตัวั เองก่่อนว่่าควรทำ�ำ หรือื ไม่่
1. หยุุดความคิิดนั่่น� ซะ
จุุดเริ่ม� ต้้นของการกระทำำ�หลายๆ อย่่าง ล้้วนเกิดิ มาจากความคิิด ส่่งต่่อไปจนถึึงการกระทำ�ำ และเมื่�อเรา
กระทำำ� สิ่่ง� ต่่อมาก็ค็ ือื ผลของการกระทำ�ำ เพราะขั้น� ตอนแรกของการยับั ยั้ง� ชั่ง� ใจ คือื การหยุุดความคิดิ ที่จ�่ ะทำ�ำ ผิดิ นั้้น�
ไม่่ว่่าในความคิิดของเราจะสุุข จะดีีขนาดไหนก็็ตาม เพราะความจริิงแล้้วอะไรที่�่ทำำ�ให้้คนอื่�นเป็็นทุุกข์์ แล้้วเรา
มีีความสุุขแบบนั้้�นไม่่ได้้เรีียกว่่าความสุุขแต่่มัันเรีียกว่่าความผิิดแบบเห็็นแก่่ตััว เพราะเราทำำ�ร้้ายคนอื่�น
เพื่่อ� ได้้ความสุุขนั้้น� มา
222 รู้�ค้ ิดิ รู้ท�้ ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด
2. รู้จ�้ ักั ผิิดชอบชั่ว� ดีี
ทำ�ำ ไมเวลาคนเราไม่่พอใจอะไรใคร ทำ�ำ ไมถึงึ ไม่่ฆ่่าให้้รู้แ้� ล้้วรู้ร�้ อดล่่ะบอกได้้เลยว่่าถ้้าทุุกคนคิดิ แบบนั้้น� กันั หมด
โลกนี้้�คงไม่่มีีเหลืือ แต่่สิ่่�งที่�่หยุุดและคััดกรองความคิิดแบบนั้้�นของมนุุษย์์เราได้้ คืือความรู้้�สึึกผิิดชอบชั่�วดีีที่่�อยู่่�
ในใจคนแทบจะทุุกคน โดยสิ่�งที่�่ยึึดเหนี่�่ยวไว้้ไม่่ว่่าจะเป็็นศาสนา โรงเรีียนหรืือพ่่อแม่่ ก็็ล้้วนแต่่คอยบอก
และสอนให้้ทุุกคนเป็น็ คนดีี ดังั นั้้น� อย่่าลืมื คิดิ ทุุกครั้้ง� ที่จ่� ะลงมือื ทำำ� ว่่าชั่ว� หรือื ดีี จะได้้ไม่่เป็น็ ทุุกข์ใ์ นใจคอยระแวง
ในการกระทำ�ำ ของตัวั เอง
3. ยัับยั้�งชั่ง� ใจ
เรายัังเชื่�อว่่าทุุกคนรู้้�ว่่าอะไรดีีไม่่ดีี รู้้�ว่่าอะไรควรไม่่ควร แต่่กลัับมีีบางครั้้�งที่่�ลงมืือหรืือพลาดพลั้�งทำำ�ผิิด
ไปทั้้ง� ๆ ที่ใ�่ จก็ร็ ู้�้ เพีียงเพราะไม่่มีีความยับั ยั้ง� ชั่ง� ใจ โดยเรื่อ� งของความยับั ยั้ง� ชั่ง� ใจนั่่น� ไม่่ใช่่แค่่เฉพาะเรื่อ� งของการคิดิ
ก่่อนลงมือื ทำ�ำ ผิดิ เท่่านั้้น� แต่่หมายความไปถึงึ เรื่อ� งของความประสบความสำ�ำ เร็จ็ ในชีีวิติ และการตัดั สินิ ใจในหน้้าที่�่
การงานอีีกด้้วยเพราะเราควรรู้�้จักั ฝึึกยัับยั้�งชั่ง� ใจกันั เข้้าไว้้ (จากหนัังสืือ Don’t Eat the Marshmallow Yet!
The Secret to Sweet Success in Work and Life)
4. อย่่าคิิดว่่าคนอื่น� รับั ได้้
อย่่าเอาเหตุุผลเป็็นข้้ออ้้างของการกระทำ�ำ ความผิิด รู้้�ว่่าอะไรดีีไม่่ดีีแต่่ก็็ยัังทำ�ำ อยู่�่ โดยคนเรามัักจะชอบ
โทษคนอื่�น แต่่ไม่่รู้�้จัักโทษตััวเองว่่าสิ่�งที่�่กำำ�ลัังทำำ�อยู่่�นั้้�นดีีหรืือไม่่ดีี เราว่่าทุุกคนมีีความคิิด มีีจิิตใจ เพราะขอ
อย่่าทำำ�อะไรลงไปโดยคิดิ ว่่า “ทำ�ำ ไมคนอื่น� รับั ไม่่ได้้ล่่ะแค่่นี้้เ� องนะ” เพราะความคิดิ และความรู้ส้� ึกึ คนเราไม่่เท่่ากันั
อาจทำำ�ให้้คุุณพลาดพลั้�งทำ�ำ ร้้ายจิิตใจใครไปตลอดชีีวิิตเลยก็็ได้้
5. อย่่าทำำ�ผิดิ เพื่่�อลบล้้างความผิิด
คนที่อ�่ ยากลบความผิดิ ที่เ่� คยทำำ�มากับั คนนี้้ด� ้้วยการไปทำ�ำ ความผิดิ กับั คนอื่น� แบบนี้้ไ� ม่่ใช่่การลบล้้างความผิดิ
โดยสิ่�งที่�่ดีีที่�่สุุดในการลบล้้างสิ่�งที่่�ก่่อไว้้ คืือควรเลิิกทำ�ำ ผิิดและจะไม่่ทำำ�อีีกแล้้วต่่างหาก โดยคนส่่วนใหญ่่ชอบ
พยายามลบล้้างสิ่�งที่่�ทำำ�ลงไปด้้วยด้้วยคำำ�ว่่าแค่่นี้้�คงไม่่เป็็นไรหรอก จนติิดเป็็นนิิสััย แต่่แท้้จริิงแล้้วเป็็นเรื่�องที่�่
ไม่่ควรทำำ�ตั้้�งแต่่แรกต่่างหาก เราอาจเริ่�มทำ�ำ ทีีละข้้อหรืือนึึกถึึงทุุกครั้้�งที่่�จะทำ�ำ อะไรที่่�คล้้ายกัับว่่าผิิดหรืือไม่่ดีี
ต้้องสำ�ำ รวจตัวั เองและหัักห้้ามใจตััวเอง เพราะวัันที่�่พลาดพลั้�งไปแล้้ว จะไม่่สามารถย้้อนวันั ย้้อนเวลา กลับั มา
แก้้ไขได้้อีีก
ที่ม�่ า : https://www.unlockmen.com/continental-maxcontact-mc6
Be Smart Say No To Drugs 223
5. ทัักษะการปฏิเิ สธ
หลักั การปฏิิเสธ
1. ปฏิิเสธอย่่างจริงิ จัังทั้้ง� ท่่าทางคำ�ำ พููดและน้ำ�ำ�เสีียง เพื่่�อแสดงความตั้้ง� ใจอย่่างชััดเจน
2. ใช้้ความรู้�้สึึกเป็็นข้้ออ้้างประกอบเหตุุผลเพราะการใช้้เหตุุผลอย่่างเดีียวมัักถููกโต้้แย้้งด้้วยเหตุุผลอื่่�น
การอ้้างความรู้�ส้ ึกึ จะทำำ�ให้้โต้้แย้้งได้้ยากขึ้้น� เช่่น ฉันั ไม่่สบายใจเลยเพราะอาจทำ�ำ ให้้คนเข้้าใจผิิดได้้
3. การบอกปฏิิเสธให้้ชััดเจน เช่่น ฉันั ไม่่ไปด้้วยหรอก ฉันั ขอไม่่ไป ผมไม่่ชอบ … ฯลฯ
4. การขอความเห็น็ ชอบและแสดงอาการขอบคุุณเมื่อ� ผู้�ชวนยอมรับั และเป็็นการรัักษาน้ำำ�� ใจของผู้�ชวน
เช่่น คุุณคงไม่่ว่่านะ คุุณคงเข้้าใจนะ ฯลฯ
5. เมื่�อถููกเซ้้าซี้�หรืือสบประมาท ไม่่ควรหวั่�นไหวไปกัับคำ�ำ พููดเหล่่านั้้�น เพราะจะทำ�ำ ให้้ขาดสมาธิิ
ควรยืืนยันั การปฏิิเสธและหาทางออกโดยเลืือกวิธิ ีีต่่อไปนี้้�
5.1 ปฏิิเสธซ้ำ��ำ โดยไม่่ต้้องใช้้ข้้ออ้้างพร้้อมทั้้ง� บอกลาแล้้วเดิินจากไปทัันทีี
5.2 การต่่อรอง โดยการชัักชวนให้้ทำ�ำ กิิจกรรมอื่่�นทดแทน เช่่น เรากลัับบ้้านกัันดีีกว่่า
เดี๋�ยวพ่่อ แม่่จะเป็็นห่่วง เราไปเล่่นกีีฬากัันดีีกว่่า ไปห้้องสมุุดกัันไหม พร้้อมทั้้�งบอกลาแล้้วเดิินจากไปทัันทีี
5.3 การผััดผ่่อน โดยการขอยืืดระยะเวลาออกไป เพื่่�อให้้ผู้้�ชวนเปลี่่�ยนความตั้้�งใจ เช่่น เอาไว้้
วัันหลัังดีีกว่่า ไว้้โอกาสหน้้าก็แ็ ล้้วกััน ตอนนี้้�ยังั ไม่่ว่่างไว้้ให้้มีีเวลาว่่างก่่อนนะ ฯลฯพร้้อมทั้้�งบอกลาแล้้วเดิินจาก
ไปทันั ทีี
6. ออกจากสถานการณ์น์ ั้้น�
หมายเหตุุ หากเป็น็ สถานการณ์ท์ ี่่เ� กี่ย� วข้อ้ งกับั บุคุ คลอื่่น� ๆที่่ไ� ม่น่ ่า่ ไว้ว้ างใจมากๆและอาจเป็น็ อันั ตราย ไม่จ่ ำ�ำ เป็น็
ต้้องรักั ษาน้ำ��ำ ใจเพียี งแต่่ปฏิิเสธให้ส้ ุภุ าพแล้ว้ ออกมาจากสถานการณ์โ์ ดยเร็ว็
อ้า้ งอิิงจาก : http://elsd.ssru.ac.th/jarmon_si/mod/page/view.php?id=13
6. ทักั ษะการแก้ไ้ ขปัญั หาในชีวี ิติ (ทางเลืือกในการแก้ไ้ ขปัญั หา โดยไม่แ่ ก้ป้ ัญั หาด้ว้ ยยาเสพติดิ )
ทัักษะการแก้้ไขปััญหา เป็็นทัักษะที่่�ต้้องทำำ�หลัังจากใช้้ทัักษะการตััดสิินใจเลืือกแนวทางปฏิิบััติิแล้้ว
โดยใช้้เหตุุผลและสติิในการแก้้ไขปััญหาอย่่างรอบคอบแทนการใช้้อารมณ์์ เพื่่�อให้้ปััญหาคลี่�่คลายไปในทาง
ที่่�ถููกต้้อง การแก้้ปััญหาโดยใช้้เหตุุผลการแก้้ปััญหา จะทำ�ำ ให้้ปััญหาต่่างๆ ได้้รัับการแก้้ไขให้้สำ�ำ เร็็จลุุล่่วงไปได้้
ด้้วยดีี และช่่วยป้อ้ งกันั และลดความขัดั แย้้ง ดังั นั้้น� จะต้้องฝึกึ ใช้้เหตุุผลในการแก้้ปัญั หาจนติดิ เป็น็ นิสิ ัยั และต้้องรู้จ�้ ักั
แยกแยะอารมณ์์ ความรู้�้สึึกที่่�เกิิดขึ้�น พร้้อมทั้้�งต้้องฝึึกการควบคุุมอารมณ์์ที่�่เกิิดขึ้�นเพื่่�อไม่่ให้้อารมณ์์เข้้าไป
มีีบทบาทในการแก้้ปััญหา ซึ่่�งอาจส่่งผลเสีียต่่อการแก้้ปัญั หาได้้
ทัักษะในการเผชิิญปัญั หา
ทักั ษะในการเผชิญิ ปัญั หาคืืออะไร
ทัักษะในการเผชิิญปััญหา เกี่�่ยวข้้องกัับความสามารถของบุุคคลในการรัับผิิดชอบต่่อชีีวิิตของตนเอง
โดยใช้้ความรู้�้ ทััศนคติิและทัักษะ และเป็็นทัักษะที่�่ปรากฏและแสดงออกมาทางพฤติิกรรมที่่�ดีีต่่อตนเอง
และสามารถอยู่�่ร่่วมกัับผู้ �อื่ �นได้้ หรืือโดยสภาวะทางจิิตที่่�สมบููรณ์์และบุุคลิิกภาพที่�่ดีี ในชีีวิิตประจำำ�วััน
224 รู้ค้� ิิด รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกัันยาเสพติิด
แล้้วทัักษะในการเผชิิญปััญหาอาจหมายถึึงความสามารถในการจััดการความเครีียด ความโกรธ ความขััดแย้้ง
และการบริิหารเวลา
ทำำ�ไมทัักษะในการเผชิิญปััญหาจึงึ สำำ�คััญ
การพัฒั นาทักั ษะในการเผชิญิ ปัญั หาทำ�ำ ให้้บุุคคลสามารถดููแลตนเองและคนอื่น� ๆ ได้้ และทำ�ำ ให้้สามารถ
ควบคุุมปัจั จัยั ต่่างๆ ที่แ่� วดล้้อมทั้้ง� ทางสังั คมและทางกายภาพของตนเอง ในขณะที่จ�่ ัดั การกับั สถานการณ์ท์ ี่เ�่ ป็น็
ปัญั หาและความกดดันั ต่่างๆ ในชีีวิติ ปัจั จุุบันั บุุคคลที่ม�่ ีีทักั ษะในการเผชิญิ ปัญั หาอย่่างมีีประสิทิ ธิภิ าพ สามารถ
แปลความหมายและตอบสนองอิทิ ธิิพลทางสัังคม สภาพแวดล้้อมที่่�มีีต่่อพฤติิกรรมของตนเองได้้อย่่างฉับั ไว
ทัักษะในการเผชิิญปััญหาเกี่ �ยวข้้องกัับเยาวชนในการป้้องกัันการใช้้ยาเสพติิดและการใช้้ยา
ในทางที่่�ผิดิ อย่า่ งไร
การใช้้ยาเสพติิดและการใช้้ยาในทางที่่�ผิิดของเยาวชนมัักจะเกิิดจากความไม่่สามารถเผชิิญหน้้ากัับ
ความกดดัันจากสัังคม จากตััวเอง หรืือกลุ่่�มเพื่่�อน การมีีทััศนคติิที่่�ดีีต่่อตนเอง การสามารถปฏิิเสธคนอื่ �น
การรับั มือื กับั ความกดดััน การบริหิ ารเวลา การคิิดเชิิงบวกและสร้้างสรรค์์ และตั้�งเป้า้ หมายที่่�สามารถบรรลุุได้้
ล้้วนแล้้วแต่่มีีส่่วนร่่วมในการทำำ�ให้้บุุคคลสามารถจัดั การกับั แรงกดดันั และอิทิ ธิพิ ลเหล่่านี้้อ� ย่่างมีีประสิทิ ธิภิ าพ
และสามารถดำ�ำ เนิินชีีวิิตอย่่างมีีคุุณภาพและปลอดจากการใช้้ยาเสพติิดและการใช้้ยาในทางที่่�ผิิด
ที่ม�่ า : คู่ม�่ ือื “เทคนิคิ การจัดั กิจิ กรรมเพื่่อ� สอนทักั ษะชีีวิติ สำ�ำ หรับั เยาวชน” สนับั สนุุนโดยโครงการที่ป�่ รึกึ ษาด้้านยาเสพติดิ สำ�ำ นักั งานแผนโคลัมั โบ
จััดทำำ�โดย สำ�ำ นัักงาน ป.ป.ส.
7. ทัักษะการประเมินิ ตัวั เอง เมื่่อ� พลั้้�งพลาดเข้้าไปเกี่่�ยวข้อ้ งกัับยาเสพติิด
การประเมิินตนเอง ไม่่ให้้พลั้�งพลาด การตระหนัักรู้้�และเห็็นคุุณค่่าในตนเองและผู้�อื่�น หมายถึึง การรู้้�
ความถนััด ความสามารถ รู้้�จุุดเด่่น จุุดด้้อยของตนเอง เข้้าใจความแตกต่่างของแต่่ละบุุคคล รู้�้จัักตนเอง
ยอมรับั เห็น็ คุุณค่่าและภาคภููมิใิ จในตนเองและผู้อ�ื่น� มีีเป้า้ หมายในชีีวิติ และมีีความรับั ผิดิ ชอบต่่อสังั คม ซึ่่ง� ระบุุ
พฤติกิ รรมทักั ษะชีีวิิตที่�่คาดหวััง ดังั นี้้�
1. ค้้นพบความถนััด ความสามารถ และบุุคลิิกภาพของตนเอง ไม่่ให้้เข้้าไปยุ่ง�่ เกี่ย่� วกัับยาเสพติิดนั้้น� อีีก
2. ค้้นพบจุุดเด่่นจุุดด้้อยของตนเอง เมื่อ� ก้้าวพลาดกัับการใช้้ยาเสพติิด
3. ยอมรับั ความแตกต่่างระหว่่างตนเองและผู้�อื่�น
4. มองตนเองและผู้อ�ื่�นในแง่บวก
5. รักั และเห็็นคุุณค่่าในตนเองและผู้�อื่น� ให้้มากขึ้้�น
6. มีีความภาคภููมิใิ จในตนเองและผู้อ�ื่�น
7. มีีความเชื่อ� มั่น� ในตนเองและผู้อ�ื่�น
8. รู้�ส้ ิทิ ธิขิ องตนเองและเคารพสิทิ ธิิผู้�อื่�น
9. มีีทัักษะชีีวิติ ในการกำ�ำ หนดเป้า้ หมายและทิิศทางสู่�่ความสำ�ำ เร็จ็ ให้้มากขึ้้น�
10. มีีความรับั ผิิดชอบต่่อสังั คม ในเรื่อ� งของการไม่่ยุ่่ง� เกี่่ย� วกับั ยาเสพติิดอีีก การไม่่กลับั ไปเสพซ้ำ�ำ�
ที่่�มา : https://www.oncb.go.th/ONCB_OR5/PublishingImages/Pages/DownloadManual
Be Smart Say No To Drugs 225
8. ทักั ษะการวางแผนอนาคต การกำ�ำ หนดเป้า้ หมายชีีวิติ
การมีีเป้้าหมายในชีีวิิต เกิิดจากมีีความเชื่�อที่�่ว่่า ชีีวิิตของตนเองมีีความสำ�ำ คััญหรืือมีีความหมาย
และเมื่ �อค้้นพบความหมายและเป้้าหมายในชีีวิิต ทำำ�ให้้เกิิดความรู้้�สึึกถึึงความมีีคุุณค่่าในตนเอง รู้�้สึึกพึึงพอใจ
ในชีีวิิต มีีความหวังั มีีความเข้้มแข็็ง และมีีพลังั ในการดำำ�เนิินชีีวิิต
1. ตระหนัักถึึงคุุณค่า่ ในตนเอง และความภาคภููมิิใจในตนเอง
1.1 สามารถพึ่่�งตนเองได้้และสามารถเอาชนะอุุปสรรคด้้วยความขยััน
1.2 เป็น็ ความหวังั และเป็น็ ที่พ�่ ึ่่�งของพ่่อแม่่
1.3 เป็น็ ลููกศิษิ ย์ท์ ี่่�ดีีของครูู
1.4 เป็น็ กำำ�ลัังในการพััฒนาชาติใิ นอนาคต
1.5 เป็็นที่่�พึ่่�งของเพื่่อ� น
2. รัับรู้�้เป้้าหมายของชีีวิิต คืือ การสำำ�เร็็จการศึึกษาเพราะการศึึกษามีีความสำ�ำ คััญต่่อการมีีอาชีีพที่�่ดี
การมีีชีีวิติ ที่�่ดีี และการเป็็นที่พ่� ึ่่ง� ของผู้�อื่น� ได้้
3. เรีียนรู้�้วิิธีีการที่่�จะไปถึึงเป้้าหมาย ซึ่่�งเชื่�อมโยงกัับสุุขภาพองค์์รวมและการดำำ�เนิินชีีวิิตด้้วยปรััชญา
ของเศรษฐกิิจพอเพีียง เช่่น มีีทัักษะในการใช้้ชีีวิิต เรีียนรู้�้และศึึกษาประวััติิผู้�บรรลุุเป้้าหมาย คบเพื่่�อนที่่�ดีี
มีีความขยััน มีีความมุ่ง�่ มั่�นและตั้�งใจเรีียน วางแผนอนาคต และมีีเป้้าหมายในชีีวิติ
4. ปัจั จัยั ที่่�เป็็นอุปุ สรรคของเป้้าหมายในชีีวิติ ซึ่ง� เกี่�่ยวข้้องกับั ปัญั หาสุุขภาวะทางจิติ สังั คม สติิปััญญา
และจิิตวิิญญาณ และการใช้้ชีีวิิตอย่่างขาดเหตุุผล เช่่น ติิดเกมส์์ ตามเพื่่�อน มีีแฟนในวััยเรีียน ไม่่ตั้้�งใจเรีียน
และเลือื กเรีียนในสิ่�งที่�่ไม่่เหมาะสมกัับตนเอง ดังั ที่่�สะท้้อนว่่า “ถ้้าท้้องจะเรีียนต่่อไม่่ได้้ อายเพื่่�อน”
5. คิดิ หาวิธิ ีกี ารป้อ้ งกันั อุปุ สรรคของเป้า้ หมายในชีวี ิติ ด้้วยสติปิ ัญั ญาและความพอเพียี ง เช่่น หางาน
อดิิเรกทำ�ำ มีีความคิิดเห็็นของตนเอง คบเพื่่�อนที่่�ดีี ปรัับความเข้้าใจกัับผู้�ปกครอง ไม่่ติิดแฟน ไม่่มีีเพศสััมพัันธ์์
ก่่อนวัยั อันั ควร และปรัับตัวั ในเรื่อ� งการเรีียนได้้อย่่างเหมาะสม
ที่ม่� า : บทความวิจิ ัยั การพัฒั นารููปแบบการใช้้แนวคิดิ เป้า้ หมายในชีีวิติ และปรัชั ญาของเศรษฐกิจิ พอเพีียงเพื่่อ� การสร้้างเสริมิ สุุขภาพแบบองค์ร์ วม
ของวััยรุ่น่� ไทย
9. ทักั ษะในการส่ง่ เสริมิ การมีีส่ว่ นร่ว่ มในการป้้องกันั ยาเสพติดิ จากครอบครััว โรงเรีียน
ชุุมชน สัังคม
การสร้้างพื้้�นที่่�ปลอดภััย หมายถึึง การดำ�ำ เนิินงานเพื่่�อให้้พื้้�นที่�่ หนึ่่�งๆ มีีความสามารถบริิหารจััดการ
ให้้หน่่วยงาน/องค์์กรต่่างๆ และทุุกภาคส่่วนในพื้้�นที่่� ได้้แก่่ สถานศึึกษา สถานประกอบการ หมู่�่บ้้านชุุมชน
เกิิดการดำำ�เนิินงานป้้องกัันและแก้้ไขปััญหายาเสพติิดด้้วยการมีีส่่วนร่่วมของประชากรในพื้้�นที่่�นั้้�นๆ เพื่่�อนำำ�สู่�่
ความปลอดภััยจากปััญหายาเสพติิดและลดผลกระทบที่�่เกิิดขึ้�นจากปััญหายาเสพติิด โดยครอบคลุุมใน 3 มิิติิ
สำ�ำ คััญ ได้้แก่่
1. ดููแลช่่วยเหลือื กลุ่ม�่ ที่ม�่ ีีความเสี่ย�่ งสููง เพื่่อ� ป้อ้ งกันั มิใิ ห้้เข้้าไปยุ่ง�่ เกี่ย่� วกับั ยาเสพติดิ และดููแลแก้้ไขปัญั หา
กลุ่ม�่ ที่ป�่ ระสบปัญั หา อาทิ ิผู้้เ� สพ - ผู้้ต� ิดิ เพื่่อ� ลดผลกระทบต่่อครอบครัวั ชุุมชน และสังั คม รวมทั้้ง� ประคับั ประคอง
จนสามารถลดละเลิิกยาเสพติิดได้้
226 รู้ค�้ ิิด รู้�ท้ ััน ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด
2. เพิ่่�มปััจจััย/กิิจกรรม/พื้้�นที่่�เชิิงบวก เพื่่�อส่่งเสริิมให้้ประชากรในพื้้�นที่่�มีีบริิบทแวดล้้อมที่�่ดีี สามารถ
มีีทางเลืือกที่่�ดีีในการใช้้ชีีวิิต ไม่่หัันไปยุ่�่งเกี่่�ยวกัับยาเสพติิด อาทิิ การจััดกิิจกรรมพััฒนาคุุณภาพชีีวิิต
การฝึึกอาชีีพและสร้้างงานเพื่่�อให้้เด็็กและเยาวชนมีีอนาคตที่�่ดีี การจััดให้้มีีพื้้�นที่�่ดำำ�เนิินกิิจกรรมสร้้างสรรค์์
การเสริมิ สร้้างสถาบัันครอบครัวั ที่�่อบอุ่่�น การสร้้างองค์์กรชุุมชนที่เ�่ ข้้มแข็ง็
3. ขจััด หรืือ ควบคุุม เฝ้้าระวัังปััจจััยเสี่�่ยง/พื้้�นที่่�เสี่�่ยง อาทิิ การจััดระเบีียบสัังคมสถานบัันเทิิง
สถานบริิการ ตลอดจนแหล่่งมั่�วสุ่่�มต่่างๆ ในพื้้�นที่�่ และเฝ้้าระวัังมิิให้้ปััจจััย/พื้้�นที่่�เหล่่านั้้�น มีีอิิทธิิพลเหนี่�่ยวนำำ�
ประชากรเข้้าไปสู่ว่� งจรยาเสพติดิ
10. วิิธีีการป้้องกัันตนเองและเพื่�่อน
1. ไม่่ควรลองยาเสพติดิ ทุุกชนิดิ
2. หาความรู้้แ� ละศึึกษาให้้เข้้าใจถึงึ โทษพิิษภัยั ของยาเสพติดิ และการใช้้ยาอื่น� อย่่างถููกวิธิ ีี
3. ระมัดั ระวัังการใช้้การใช้้ยาและไม่่หลงเชื่�อคำำ�โฆษณาหรือื คำำ�แนะนำำ�ใดๆ ที่ช�่ ัักชวนให้้เสพยาเสพติิด
4. เลือื กคบเพื่่อ� นที่ด�่ ีี หลีีกเลี่ย่� งเพื่่อ� นที่ช่� อบชักั จููงไปในทางเสื่อ� มเสีีย ปฏิเิ สธหากเพื่่อ� นชักั จููงไปในทางที่ผ่� ิดิ
5. ใช้้ความคิิดและเหตุุผลในการแก้้ไขปััญหาต่่างๆ
6. ถ้้าไม่่สามารถแก้้ปัญั หาได้้ควรปรึกึ ษา พ่่อ แม่่ ผู้้ป� กครอง ครููอาจารย์์ หรือื ญาติผิู้ใ� หญ่่ที่ส�่ นิทิ และไว้้วางใจ
7. หลีีกเลี่�่ยงให้้ห่่างไกลสิ่่�งแวดล้้อมที่�่มีียาเสพติิด
8. สร้้างความรััก ความเข้้าใจและความสััมพัันธ์์ อัันดีีต่่อครอบครััว
9. ใช้้เวลาว่่างในทางที่ถ่� ููกและให้้เป็น็ ประโยชน์์ต่่อตนเองและผู้�อื่น�
10. ค้้นหาและตั้ง� เป้า้ หมายของชีีวิติ ในทางที่ด�่ ีี เช่่น อยากมีีอาชีีพอะไร อยากประสบความสำ�ำ เร็จ็ ด้้านใด
เป็น็ ต้้น แล้้วเริ่ม� เดินิ ทางตามเส้้นทางนั้้น� อย่่างมุ่่�งมั่�น
ที่�่มา : โปสเตอร์์ 10 วิิธีีหลีีกหนีียาเสพติิด
การป้อ้ งกันั ยาเสพติิดในวััยรุ่่�น
เยาวชนจำ�ำ นวนไม่่น้้อยที่�่ตกเป็็นทาสของยาเสพติิด อัันเนื่่�องมาจากสาเหตุุต่่างๆ อาทิิ ความอยากรู้� ้
อยากลอง ความต้้องการให้้เป็น็ ที่่ย� อมรับั ของกลุ่ม�่ เพื่่�อน ความรู้้เ� ท่่าไม่่ถึึงการณ์์ของกลุ่ม�่ เพื่่อ� น เป็็นต้้น ซึ่่�งการ
ป้้องกันั ตนเองของเยาวชนให้้ปลอดภัยั จากปัญั หายาเสพติดิ สามารถทำำ�ได้้โดย
1. ศึึกษาหาความรู้�้เกี่�่ยวกัับโทษและพิิษภัยั ของยาเสพติิด
2. มีีความภาคภููมิใิ จโดยนัับถืือตนเอง
3. สำ�ำ นึึกในบทบาทหน้้าที่่�ของตน
4. ทำ�ำ จิิตใจให้้ร่่าเริิงแจ่่มใส
5. เลือื กคบเพื่่อ� นที่�่ดีี
6. ใช้้เวลาว่่างให้้เกิิดประโยชน์์
7. รู้จ�้ ัักแก้้ไขปัญั หาชีีวิติ ในทางที่่ถ� ููก
8. ปรึกึ ษาผู้�ใหญ่่เมื่อ� มีีปัญั หา
Be Smart Say No To Drugs 227
การป้้องกันั ตนเอง
1. ไม่่ทดลองเสพสิ่ง� ที่�ร่ ู้ว�้ ่่ามีีภัยั เพราะอาจจะทำ�ำ ให้้ติดิ ได้้ง่่าย
2. เลือื กคบเพื่่อ� นที่ด�่ ีี พยายามหลีีกเลี่่�ยงเพื่่อ� นที่ช่� อบชัักจููงไปในทางเสื่อ� มเสีีย
3. รู้�้จัักใช้้วิิจารณญาณในการแก้้ปััญหา แต่่หากว่่าไม่่สามารถแก้้ไขเองได้้ ก็็ควรจะปรึึกษากัับพ่่อแม่่
หรืือญาติผิ ู้ �ใหญ่่ที่�่ไว้้ใจได้้
4. การสร้้างทักั ษะชีีวิติ โดยเฉพาะทักั ษะการปฏิเิ สธเมื่อ� ถููกเพื่่อ� นชักั ชวนให้้เสพสิ่ง� เสพติดิ ต้้องรู้จ้� ักั ปฏิเิ สธ
อย่่างนุ่ม่� นวล โดยการชี้้แ� จงผลเสีียของสิ่ง� เสพติดิ ต่่อการเรีียนและอนาคต การรู้จ�้ ักั ปฏิเิ สธอย่่างจริงิ จังั และจิติ ใจ
แน่่วแน่่จะทำำ�ให้้เพื่่อ� นเกรงใจไม่่กล้้าชวนอีีก
ป้อ้ งกัันตนเอง ทำ�ำ ได้้โดย..
• ศึึกษาหาความรู้�้ เพื่่อ� ให้้รู้เ�้ ท่่าทันั โทษพิษิ ภััยของยาเสพติดิ
• ไม่่ทดลองใช้้ยาเสพติิดทุุกชนิิดและปฏิิเสธเมื่�อถููกชักั ชวน
• ระมััดระวัังเรื่อ� งการใช้้ยา เพราะยาบางชนิดิ อาจทำำ�ให้้เสพติิดได้้
• ใช้้เวลาว่่างให้้เป็น็ ประโยชน์์
• เลืือกคบเพื่่อ� นดีี ที่ช่� ักั ชวนกัันไปในทางสร้้างสรรค์์
• เมื่อ� มีีปัญั หาชีีวิติ ควรหาหนทางแก้้ไขที่ไ�่ ม่่ข้้องเกี่ย�่ วกับั ยาเสพติดิ หากแก้้ไขไม่่ได้้ควรปรึกึ ษา ผู้้ใ� หญ่่
การป้้องกันั ในครอบครัวั
ผู้�ที่�่ติิดสิ่�งเสพติิดส่่วนใหญ่่จะเกิิดจากครอบครััวที่่�แตกแยกมีีปััญหา ขาดความรัักความอบอุ่่�น
เกิดิ ความว้้าเหว่่ ขาดที่ย่� ึดึ เหนี่ย�่ วทางจิติ ใจ ซึ่่�งเป็น็ เหตุุให้้เด็ก็ ๆ หัันไปพึ่่�งยาเสพติิดแทน ดังั นั้้�นพ่่อแม่่จึงึ ควรให้้
ความรััก ความอบอุ่�่น พ่่อแม่่ก็็ควรจะประพฤติิตนเป็็นแบบอย่่างที่่�ดีี และเป็็นที่�่ปรึึกษาให้้แก่่ลููกๆ ได้้ ทำำ�ให้้
ลููกไม่่หัันไปพึ่่ง� พายาเสพติิด
ป้้องกัันครอบครััว ทำ�ำ ได้้โดย
• สร้้างความรััก ความอบอุ่่น� และความสัมั พันั ธ์อ์ ันั ดีีระหว่่างสมาชิกิ ในครอบครัวั
• รู้้�และปฏิบิ ััติติ ามบทบาทหน้้าที่่�ของตนเอง
• ดููแลสมาชิิกในครอบครัวั ไม่่ให้้ข้้องเกี่�่ยวกับั ยาเสพติดิ
• ให้้กำำ�ลังั ใจและหาทางแก้้ไข หากพบว่่าสมาชิิกในครอบครัวั ติดิ ยาเสพติิด
การป้อ้ งกันั ในโรงเรีียน
ครููควรให้้ความรู้�้เกี่่�ยวกัับโทษและอัันตรายของสิ่�งเสพติิดให้้กัับนัักเรีียน จััดให้้มีีกิิจกรรมนัันทนาการ
ในโรงเรีียนให้้เพีียงพอและสนับั สนุุนให้้นักั เรีียนได้้ร่่วมกิจิ กรรมนันั ทนาการต่่างๆ และสอนให้้เด็ก็ รู้จ้� ักั ใช้้เวลาว่่าง
ให้้เกิดิ ประโยชน์์
228 รู้้�คิิด รู้ท้� ันั ป้้องกันั ยาเสพติดิ
การป้้องกันั ชุุมชน
การป้อ้ งกันั ชุุมชนจากปัญั หาสิ่�งเสพติิดทำำ�ได้้หลายวิธิ ีี เช่่น
1. การให้้ความรู้�้ โดยการอบรม/การรณรงค์์ประชาสััมพัันธ์์ให้้ความรู้้�แก่่ทุุกคนในชุุมชนให้้เห็็นโทษ
หรืืออันั ตรายจากสิ่่ง� เสพติิด
2. เสริิมกิิจกรรมยามว่่าง โดยการส่่งเสริิมอาชีีพแก่่ชุุมชนยามว่่าง เช่่น การเย็็บเสื้อ� ผ้้า การทำ�ำ รองเท้้า
เป็น็ ต้้น
3. ตั้้ง� ศููนย์ร์ ัับแจ้้งเบาะแสเกี่ย�่ วกับั สิ่ง� เสพติิด เมื่อ� พบว่่ามีีการซื้้�อขายหรือื เสพสิ่�งเสพติิดภายในชุุมชน
4. เข้้าร่่วมโครงการชุุมชนปลอดสิ่�งเสพติิดต่่างๆ ทั้้ง� ที่ท่� างราชการจัดั ขึ้น� และชุุมชนคิดิ ริเิ ริ่ม� ขึ้้�นมาเอง
ป้อ้ งกัันชุุมชน ทำำ�ได้้โดย
• ช่่วยชุุมชนในการต่่อต้้านยาเสพติดิ
• เมื่อ� ทราบแหล่่งเสพ แหล่่งค้้า หรือื ผลิติ ยาเสพติดิ ควรแจ้้งให้้เจ้้าหน้้าที่ท่� ราบทันั ทีี ที่ส�่ ายด่่วน 1386
ปััจจัยั เสี่�่ยงและปัจั จัยั ป้อ้ งกััน
โครงการด้้านป้้องกัันควรเพิ่่�มปััจจััยป้้องกัันและแก้้ไขหรืือลดปััจจััยเสี่่�ยงการแทรกแซงปััจจััยเสี่่�ยง
ตั้ง� แต่่แรกในระหว่่างช่่วงวัยั ที่เ�่ ป็น็ การกำำ�หนดรููปแบบความคิดิ และพฤติกิ รรมมีีผลกระทบมากกว่่าการแทรกแซง
ในภายหลังั จึงึ มีีความจำำ�เป็น็ ที่จ่� ะต้้องสามารถระบุุปัจั จัยั เสี่ย่� งที่ม�่ ีีในช่่วงวัยั เด็ก็ ระยะต้้นทั้้ง� ในส่่วนของตัวั บุุคคล
กลุ่�ม่ เพื่่อ� น ครอบครัวั สถานศึกึ ษา และสิ่ง� แวดล้้อม แล้้วแก้้ไขปััจจััยเสี่�่ยง เหล่่านั้้�นให้้กลัับมาเป็็นปัจั จัยั ป้้องกันั
ต่่อไป
ปัจั จัยั เสี่�ยง
ครอบครัวั
- ความขััดแย้้งกับั พ่่อแม่่ผู้้�ปกครอง
- ความรุุนแรงในครอบครััว
- พ่่อแม่่ผู้้ป� กครองใช้้ยาเสพติิดหรือื ติดิ สุุรา
- เป็็นลููกหลานหรืือเกี่่ย� วข้้องกัับตระกููลนัักเลง
- ขาดความยืดื เหนี่�ย่ วในครอบครััว
- มีีความกดดัันในครอบครััว
- ขาดการดููแลเอาใจใส่่
- ขาดระเบีียบวิินััยในครอบครััว
- ครอบครััวแยกตัวั จากชุุมชน
ตัวั บุุคคล
- ไม่่มีีความสามารถในการเรีียน
- หนีีเรีียน
- ชอบเสี่ย�่ ง
- แสวงหาความตื่่น� เต้้น
Be Smart Say No To Drugs 229
- ทำ�ำ ตัวั ตามกลุ่ม�่
- มีีความผิดิ ปกติติ ้้านพฤติิกรรม
- ทักั ษะการเรีียนต่ำ�ำ�
- มีีพฤติกิ รรมต่่อต้้านสังั คม
กลุ่�ม่ เพื่่อ� น
- คบกลุ่ม่� เพื่่อ� นที่�่กระทำำ�ความผิดิ
- คบกลุ่ม่� เพื่่อ� นที่ใ่� ช้้ยาเสพติิด
- เกี่ย่� วข้้องกัับกลุ่ม่� เพื่่อ� นที่เ่� ป็็นก๊๊วน แกงค์์
- คบกลุ่ม่� เพื่่�อนที่ถ่� ููกให้้ออกจากโรงเรีียน
- คบกลุ่ม่� เพื่่�อนที่แ�่ ยกตััวจากสังั คม
- คบกลุ่ม่� เพื่่อ� นที่่�ต่่อต้้านความสำำ�เร็็จต้้านการศึึกษา
สถานศึกึ ษา
- ขาดความผููกพันั กัับสถานศึกึ ษา
- ความล้้มเหลวที่ส�่ ถานศึึกษา
- นักั เรีียนมีีเจตคติทิ ี่่�ดีีต่่อการใช้้ยาเสพติิด
- สถานศึกึ ษาขาดคุุณภาพ
- ขาดประสิิทธิภิ าพในการจััดการกัับนัักเรีียน
สภาพแวดล้้อมในชุุมชน
- ไม่่มีีการรวมตััวในชุุมชน/แบ่่งกัันเป็น็ ก๊๊วน แกงค์์
- การบัังคับั ใช้้กฎหมายไม่่ดีี
- มีีปััญหายาเสพติิดในพื้้น� ที่�่
ปััจจััยเสี่่�ยงที่่เ� กี่ย�่ วข้้องกัับการใช้้ยาและสารเสพติดิ
ลัักษณะในตััวบุุคคล และสิ่�งแวดล้้อมรอบๆ ตััวบุุคคลที่�่มีีอิิทธิิพลด้้านลบ ส่่งผลให้้บุุคคลมีีภููมิิคุ้�มกััน
ยาเสพติิดที่อ�่ ่่อนแอ และตกอยู่่ใ� นภาวะเสี่�่ยงต่่อปััญหาการใช้้ยาเสพติิด
ปัจั จัยั เสี่�ยงในตนเอง เกิดิ จาก
ความไม่่รู้�้ ไม่่รู้�ว้ ่่าสิ่ง� ใดเป็็นยาเสพติิด ไม่่รู้�้โทษพิษิ ภััยของยาเสพติดิ ทำ�ำ ให้้เชื่อ� คำำ�ชวน/แอบอ้้างของผู้อ�ื่น�
เช่่น ทำ�ำ ให้้มีีแรงทำ�ำ งาน ทำ�ำ ให้้ผิวิ ขาว รููปร่่างดีี ฯลฯ
ความอยากรู้อ�้ ยากเห็น็ หลงทดลองใช้้ยาเสพติิดจนเสพติิด
- ความคึึกคะนอง ต้้องการทำ�ำ สิ่่�งอัันตราย เช่่น ใช้้สิ่่�งเสพติิด ด้้วยหวัังให้้เพื่่�อนฝููงยอมรัับว่่าตนเก่่ง
โดยมิิได้้คำำ�นึึงถึงึ ผลเสีียหายที่่จ� ะเกิดิ ขึ้�นภายหลััง
- ความหลงผิิด คิิดว่่าเป็็นทางออกของชีีวิิต เช่่น ท้้อแท้้หมดหวัังแก้้ปััญหาชีีวิิตไม่่ได้้ จึึงใช้้ยาเสพติิด
ด้้วยหวัังช่่วยคลายทุุกข์์ หรืือเพื่่�อประชดตนเอง/คนใกล้้ตััว หรืือเห็็นการเสพยาเสพติิดเป็็นสิ่�งโก้้เก๋๋
เห็น็ ความเมามายด้้วยฤทธิ์์ย� าเสพติิดเป็็นความสุุขสนุุกสนาน
- ขาดทัักษะในการดำ�ำ เนิินชีีวิิต ไม่่รู้�้จัักวิิธีีปฏิิเสธเมื่�อถููกเพื่่�อนหรืือคนใกล้้ชิิดชวนให้้เสพ ด้้วยเกรง
จะเสีียเพื่่อ� น/เสีียความสััมพันั ธ์์
- เพื่่�อนเสี่่�ยง ผู้้�เสพ/ติิดส่่วนใหญ่่รู้้�จัักยาเสพติิดจากเพื่่�อน ได้้รัับยาครั้้�งแรกจากเพื่่�อน ใช้้ยาครั้้�งแรก
ที่่�บ้้านเพื่่อ� น เห็็นการใช้้ยาเสพติิดเป็น็ สิ่ง� แสดงความเป็น็ พวกเดีียวกันั เป็็นเครื่่�องมืือทำำ�ให้้เพื่่�อนยอมรัับ
230 รู้ค้� ิิด รู้�้ทััน ป้้องกัันยาเสพติิด
- ครอบครััวเสี่่�ยง มีีครอบครััวที่่�ไม่่ใส่่ใจ ไม่่ช่่วยเหลืือกััน ตำ�ำ หนิิ ดุุว่่า ประชดประชััน คอยจัับผิิด
ใช้้ความรุุนแรงต่่อกันั หรือื ครอบครัวั ที่ต�่ ามใจกันั มากเกินิ ไป จนลููกหลานกลายเป็น็ คนอ่่อนแอ พึ่่ง� พาคนอื่น� เสมอ
ไม่่อดทน ไม่่รัับผิิดชอบ ครอบครััวที่�่ปลููกฝัังค่่านิิยมผิิดๆ สอนหรืือปล่่อยปละให้้เห็็นแก่่ตนเอง บริิโภคนิิยม
มากกว่่าคุุณธรรมจริิยธรรม
- ชุุมชนเสี่ย่� ง
1. ละแวกบ้้านมีีอบายมุุขมากมาย ทั้้ง� ยาเสพติิด การพนันั ฯลฯ
2. ขาดผู้ใ� หญ่่ที่่�เป็็นแบบอย่่างอัันดีี หรืือผู้ใ� หญ่่ที่จ่� ะให้้คำำ�แนะนำำ�ไปในทางดีี
3. ไม่่มีีพื้้�นที่่�หรืือกิจิ กรรมดีีๆ ทำำ�ยามว่่าง ทำ�ำ ให้้มั่่�วสุุมกันั ในที่�่สุุดจะถููกชักั จููงไปสู่่อ� บายมุุขเหล่่านั้้�นได้้
ที่�่มา : บทความวิิจััย การพัฒั นารููปแบบการใช้้แนวคิดิ เป้้าหมายในชีีวิติ และปรััชญาเศรษฐกิจิ พอเพีียงเพื่่�อการสร้้างเสริิมสุุขภาพแบบองค์์รวม
ของวััยรุ่น�่ ไทย
11. วิิธีีช่ว่ ยเหลืือเพื่่�อน ฉุุดดึึงเพื่่อ� นไปในทางบวก
ในโลกแห่่งความจริิง เยาวชนต้้องพบปะบุุคคลมากมาย ทั้้�งดีีและไม่่ดีี การคบเพื่่�อนและบุุคคลต่่างๆ
เยาวชนควรรู้จ้� ักั คบเพื่่อ� น แนะนำ�ำ สิ่่ง� ที่ด�่ ีีของเพื่่อ� นเหล่่านั้้น� มาปรับั ใช้้กับั ชีีวิติ ประจำ�ำ วันั ของตนเอง ต้้องรู้จ�้ ักั ปฏิเิ สธ
ในสิ่�งที่่�ควรปฏิิเสธ เช่่น การพููดปฏิเิ สธเมื่อ� ถููกชัักชวนให้้ลองยาเสพติดิ เป็็นต้้น
ลักั ษณะของเพื่�่อนที่่�ดีี มิติ รที่่ค� วรคบ
มนุุษย์์เป็็นสััตว์์สัังคมที่่�ต้้องอยู่�่ร่่วมกัันเป็็นกลุ่�่ม ดัังนั้้�น ไม่่ว่่าอย่่างไรก็็ตามทุุกคนจะต้้องมีีเพื่่�อน
อย่่างแน่่นอน จะเพื่่�อนมากเพื่่�อนน้้อยก็็ขึ้�นอยู่่�กัับสภาพสัังคมของแต่่ละคน อย่่างไรก็็ตามจำ�ำ นวนของเพื่่�อน
ไม่่ได้้สำ�ำ คััญนััก หากเพื่่�อนที่ม่� ีีล้้วนแต่่เป็น็ ประเภทที่่�ชักั จููงไปในทางที่เ่� สื่�อมเสีีย
การจะเลืือกคบเพื่่�อน ควรที่่�จะเลืือกคบคนที่่�เป็็นมิิตรแท้้ คอยช่่วยเหลืือซึ่�งกัันและกััน และพากัันไป
ในทางแห่่งความสุุขความสำำ�เร็็จ เรื่�องฐานะหรือื ระดัับการศึกึ ษาไม่่ได้้เกี่่ย� วข้้องและบ่่งบอกได้้เลยว่่าเพื่่�อนที่ค�่ บ
จะเป็น็ คนที่�่ดีี หากแต่่ควรพิิจารณาอุุปนิสิ ัยั ใจคออย่่างละเอีียดดังั นี้้�
ลักั ษณะของเพื่�อ่ นที่่ด� ีี
1. ไม่่ทำ�ำ ให้้ผู้้�อื่�นเดืือดร้้อน คนที่�่มีีนิิสััยชอบทำ�ำ ให้้คนอื่�นเดืือดร้้อน เช่่น ชอบหาเรื่�องทะเลาะวิิวาท
ข้้องเกี่ย่� วกับั อบายมุุขที่�่ผิิดกฎหมาย ฯลฯ คนเหล่่านี้้จ� ัดั อยู่�ใ่ นกลุ่�ม่ คนพาลที่่จ� ะนำ�ำ มาแต่่ความเดืือดเนื้้อ� ร้้อนใจ
2. รู้จ�้ ัักทำ�ำ มาหากิิน พึ่่ง� พาตนเอง บุุคคลที่ข�่ ยัันขัันแข็ง็ สู้้ก� ารสู้้�งาน ทำำ�มาหากิิน เลี้�ยงชีีพด้้วยการพึ่่�งพา
ตนเอง เป็็นบุุคคลที่�่น่่ายกย่่อง ไม่่สำำ�คััญว่่างานที่่�เขาทำ�ำ จะมีีตำำ�แหน่่งใหญ่่โตหรืือไม่่ เพีียงแค่่เป็็นงานสุุจริิต
ก็น็ ่่าชื่น� ชมแล้้ว
3. พััฒนาตนเองอยู่่�เสมอ คนที่่�รู้้�จัักเพิ่่�มความสามารถให้้ตนเอง เป็็นบุุคคลที่่�ควรคบหาสมาคม
เพราะจะทำำ�ให้้เราก้้าวหน้้าตามไปด้้วย
4. ให้้คำำ�แนะนำ�ำ ชัักจููงไปในทางที่�่ถููกต้้อง หากเพื่่�อนของคุุณแนะนำำ�ให้้คุุณเข้้าสู่่�หนทางของสิ่�งไม่่ดีี
ไม่่ว่่าจะเป็็นงานผิดิ กฎหมายหรืือยาเสพติดิ แสดงว่่าเขาไม่่ได้้ปรารถนาดีีต่่อคุุณเลย
ที่่ม� า : https://sites.google.com/site/chonnnikan334455/laksna-khxng-pheuxn-thi-di-mitr-thi-khwr-khb
Be Smart Say No To Drugs 231
12. วิธิ ีีหลีีกเลี่ย�่ ง การขอความช่ว่ ยเหลืือ และแก้ไ้ ขปัญั หาเบื้้อ� งต้น้ เมื่อ่� เจอสถานการณ์ค์ ับั ขันั
วิิธีีหลีีกเลี่่�ยงเบื้้�องต้น้
1. เชื่อ� ฟังั คำ�ำ สั่่ง� สอนของพ่่อแม่่ ผู้้ป� กครอง ครููอาจารย์์ และผู้ใ� หญ่่ที่�่หวังั ดีี
2. เมื่�อมีีปััญหาควรปรึึกษาพ่่อแม่่ ผู้้�ปกครองหรืือครููอาจารย์์ ไม่่เก็็บปััญหาเอาไว้้ และไม่่ควรคิิดว่่า
การเสพสิ่ง� เสพติดิ จะช่่วยให้้ลืืมปัญั หาเหล่่านั้้�นได้้
3. ศึึกษาทำ�ำ ความเข้้าใจเกี่ย�่ วกับั พิิษภัยั ของสิ่�งเสพติดิ ชนิดิ ต่่าง ๆ
4. ไม่่มั่่�วสุุมกัับเด็ก็ ที่ต�่ ิิดสิ่ง� เสพติิด
5. ไม่่ชัักชวนเพื่่�อนฝููงทดลองเสพสิ่�งเสพติิด เมื่�ออยู่�่ในกลุ่�่มเพื่่�อนควรจัับกลุ่่�มกัันทำำ�กิิจกรรมที่่�เป็็น
ประโยชน์์หรืือเล่่นกีีฬา
6. อย่่าคิิดว่่าการดื่่�มสุุรา การสููบบุุหรี่่� หรืือการเสพสิ่�งเสพติดิ เป็็นสิ่ง� โก้้เก๋๋
7. ทำำ�จิติ ใจให้้ร่่าเริงิ แจ่่มใส และปรัับตัวั เข้้ากับั กลุ่่�มเพื่่�อน
8. ไม่่ทดลองสิ่�งเสพติิดทุุกชนิิดเพราะติิดง่ายและรักั ษาให้้หายได้้ยาก
9. ไม่่ใช้้ยาทุุกชนิิดโดยไม่่ได้้รัับคำ�ำ แนะนำ�ำ จากแพทย์์หรืือ เภสััชกร
10. ยึึดมั่�นในหลักั ธรรมของศาสนา คำำ�สอนของทุุกศาสนามีีจุุดมุ่�ง่ หมาย ให้้บุุคคลประพฤติิแต่่สิ่่�งดีีงาม
และละเว้้นความชั่่ว�
11. หากรู้้�สึกึ ตัวั เองหรืือว่่าสงสััยว่่าถููกหลอกให้้เสพสิ่ง� เสพติิด ต้้องรีีบบอกพ่่อแม่่หรืือผู้ป� กครองทัันทีี
12. เมื่ �อพบผู้�ใดติิดหรืือสงสัยั ว่่าติดิ สิ่ง� เสพติิด จงช่่วยแนะนำำ�ให้้ไปรัับการรักั ษาโดยเร็็ว
วิิธีีการขอความช่ว่ ยเหลืือเบื้้อ� งต้น้ เมื่่�อต้อ้ งเจอสถานการณ์์คัับขันั
1. สอนให้้เขารู้้จ� ักั ปฏิเิ สธ สอนให้้ไม่่รับั หรืือปฏิเิ สธสิ่�งของที่่�คนแปลกหน้้าให้้
2. การสอนให้้สนใจสิ่่�งรอบตััว ให้้เขารู้้�จัักระวัังตััว รวมถึึงสอนให้้รู้�้จัักจดจำำ�สิ่่�งต่่าง ๆ ที่่�จำ�ำ เป็็นด้้วย
ไม่่ว่่าจะเป็็นเบอร์โ์ ทรศััพท์ข์ องคุุณพ่่อ คุุณแม่่ ชื่่�อซอยบ้้าน สถานที่่�ตั้�งของบ้้าน และสถานที่�ใ่ กล้้เคีียง
3. สอนลููกเอาตััวรอด ในสถานการณ์์คัับขันั เช่่น การวิ่่�ง การหลบซ่่อน เป็น็ ต้้น
4. สอนให้้รู้้จ� ักั บอกผู้้�ใหญ่่ เมื่�อมีีเหตุุการณ์ผ์ ิิดปกติิ
ที่่ม� า : https://www.amarinbabyandkids.com/health/accident/teach-kids-to-survive/2/
การไม่่เชื่อ่� คนแปลกหน้า้ ถ้า้ โดนชัักชวนจะทำ�ำ ยัังไงดีี
1. สอนเรื่�องบุุคคลและสถานที่่�ในชุุมชน เพื่่�อให้้เด็ก็ รู้ว�้ ่่าในสัังคมมีีทั้้�งคนดีีและคนไม่่ดีี ดัังนั้้�น การสอน
ให้้รู้จ้� ักั คนในอาชีีพต่่างๆ เช่่น แม่่ค้้า ตำำ�รวจ ทหาร หมอ พยาบาล ว่่าใครมีีหน้้าที่่อ� ย่่างไร เช่่น ตำำ�รวจมีีหน้้าที่�่
จัับโจรผู้้�ร้้าย ก็จ็ ะทำำ�ให้้เด็็กเข้้าใจง่่ายๆ ได้้ว่่าหากเกิิดเหตุุร้้ายจะขอความช่่วยเหลืือจากใคร
2. สอนให้้เป็็นเด็็กช่่างสัังเกต ว่่าคนที่�่เข้้ามาคุุยด้้วยมีีลัักษณะอย่่างไร ผอม สููง อ้้วน ผิิวดำ�ำ ขาว
และลัักษณะการพููดเป็็นอย่่างไร พููดชัดั หรืือไม่่ เพื่่อ� เป็น็ การฝึกึ จำ�ำ ลัักษณะท่่าทางเบื้้�องต้้นได้้
232 รู้้�คิดิ รู้ท้� ันั ป้อ้ งกันั ยาเสพติิด