The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนนางสาวณัฐติยา ทิพชาติ ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattiya Thippachat, 2022-09-07 10:09:29

แผนการสอนสังคมศึกษา ป.1

แผนการสอนนางสาวณัฐติยา ทิพชาติ ปีการศึกษา 2565

ป.1

แผนการจัดการเรยี นรู้
สงั คมศกึ ษา ศาสนา
วชิ า และวัฒนธรรม

โดย
นางสาวณฐั ตยิ า ทิพชาติ
ตาแหน่ง ครูอัตราจา้ ง

โรงเรียนบา้ นทา่ สะอาด (สวรรคค์ งคา)
สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสกลนคร เขต 2

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 พทุ ธประวัตแิ ละประวตั ศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ

เวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง

แผนผังการเรียนรแู้ บบบูรณาการ

ภาษาไทย
• การตอบคาถาม การพดู สนทนา

และการพดู แสดงความคดิ เห็น

การงานอาชีพและเทคโนโลยี พุทธประวตั แิ ละประวัติ ศิลปะ
• การจดั ป้ายนิเทศ ศาสดาของศาสนาต่าง ๆ • การวาดภาพระบายสี

มาตรฐานตัวชี้วัด
บอกพุทธประวตั หิ รือประวัติของศาสดาทต่ี นนบั ถือโดยสงั เขป (ส 1.1 ป.1/1)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 พทุ ธประวัตแิ ละประวัติศาสดาของศาสนาตา่ ง ๆ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1

เร่อื ง พทุ ธประวัติ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 1

เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง ผสู้ อน..........................

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………...…..

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา
ท่ีตนนบั ถือและศาสนาอืน่ มีศรทั ธาท่ถี กู ต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม
เพื่ออยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสันตสิ ขุ

ตัวชีว้ ัด
ส 1.1 ป.1/1 บอกพุทธประวตั หิ รือประวัตขิ องศาสดาที่ตนนบั ถือโดยสังเขป

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. รแู้ ละเข้าใจพุทธประวตั ิ (K)
2. นำข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการศึกษาพุทธประวัตไิ ปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั (P)
3. เหน็ ความสำคญั ของการศึกษาพุทธประวัติ (A)

สาระสำคัญ

พระพทุ ธเจา้ เป็นศาสดาของพระพทุ ธศาสนา การศึกษาพทุ ธประวตั ิจะทำให้ทราบประวัติความเปน็ มา
ของพระพทุ ธเจ้า

สาระการเรยี นรู้

พทุ ธประวตั ิ

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ใฝเ่ รยี นรู้

คำถามสำคญั

นักเรยี นจะนำขอ้ คดิ ที่ได้จากการศกึ ษาพุทธประวตั ิไปปฏิบตั ิในชวี ติ ประจำวนั อย่างไร

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ข•้นั ส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นักเรียนสังเกตภาพพระพุทธรูปหรอื พระพุทธรปู จรงิ มาให้นักเรยี นดู จากน้นั นกั เรียนรว่ มกัน
สนทนาและตอบคำถาม ดังนี้

• นักเรียนเคยพบเห็นพระพุทธรปู หรอื ไม่ จากทีใ่ ดบา้ ง
(ตัวอยา่ งคำตอบ เคยเห็น ทีว่ ัด ทบ่ี า้ น หรือท่ีโรงเรยี น)
• เพราะเหตุใดพระพทุ ธรปู จงึ มีอยใู่ นสถานท่ีดังกล่าว
(ตัวอย่างคำตอบ เพ่ือใหท้ ุกคนไดเ้ คารพบูชาและกราบไหว้)
• นกั เรยี นคดิ วา่ พระพุทธรปู เก่ยี วข้องกับพระพทุ ธศาสนาอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ พระพุทธรปู เป็นสิง่ ทีแ่ ทนพระพทุ ธเจา้ ซ่งึ เปน็ ศาสดาของพระพุทธศาสนา)
2. นักเรยี นฟัง เรอื่ ง พุทธประวตั ิ ตอนประสูติ พร้อมดภู าพพุทธประวัติประกอบ จากนัน้ เลือกตวั แทน
นักเรียนออกมาคร้ังละ 3 คน เล่นเกมเก้าอีด้ นตรี โดยเตรยี มเก้าอ้ี 1 ตัว แล้วนกั เรยี นร่วมกันร้องเพลงแล้วเดิน
รอบ ๆ เก้าอ้ี เม่ือได้ยินสัญ ญาณ ให้นักเรียนรีบน่ังเก้าอี้ คนท่ีได้น่ังจะได้ตอบคำถาม ตอบถูกได้
1 คะแนน นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นเลือกตัวแทนนักเรียนคร้ังละ 3 คน ออกมาร่วม
กจิ กรรมอกี 3 ครั้ง โดยแตล่ ะคร้งั จะใชค้ ำถาม 1 ขอ้ ดังนี้
• พระพุทธเจา้ มีพระนามเดมิ วา่ อะไร (เจา้ ชายสทิ ธัตถะ)
• เจ้าชายสิทธตั ถะประสตู ิท่ใี ด (ลุมพินีวัน)
• พระราชมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะคือใคร (พระนางสิรมิ หามายา)
• พระพทุ ธเจา้ อภิเษกสมรสกับใคร (พระนางยโสธรา)
3. นักเรยี นฟงั เรื่อง พุทธประวตั ิ ตอนตรัสรแู้ ละปรนิ ิพพาน จากน้ันเลือกตัวแทนนักเรยี นออกมาครงั้
ละ 1 คน จับสลากคำถามในกลอ่ งปรศิ นา 1 ข้อ ตวั แทนนักเรียนตอบ นกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
จากนน้ั ดำเนินกิจกรรมน้ีอกี 3 ครั้ง โดยมีสลากคำถามทงั้ 4 ขอ้ ดงั นี้
• ทำไมเจ้าชายสิทธตั ถะจงึ เสดจ็ ออกผนวช (ต้องการหาทางดับทกุ ข์)

• เจา้ ชายสิทธัตถะตรสั รโู้ ดยใชว้ ิธีการใด (การบำเพ็ญเพยี รทางจิต)
• พระพุทธเจา้ แสดงธรรมคร้งั แรกโปรดใคร (ปญั จวคั คีย์)
• พระพุทธเจา้ ปรินิพพานเมอ่ื พระชนมายุเทา่ ใด (80 พรรษา)
• สถานทปี่ รนิ พิ พานในปัจจุบันคือท่ีใด (สารนาถ)
4. นกั เรียนศกึ ษาและรวบรวมข้อมูลเกย่ี วกับเรอื่ ง พุทธประวัติ จากหนงั สอื เรยี นและแหล่ง
การเรยี นรู้อ่ืน ๆ

•ข้ัน• ค•ิด•วเิ ค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

5. นกั เรยี นสังเกตบัตรคำชือ่ ตอนพระพทุ ธประวัติ ประสูติ ตรัสรู้ ปรินพิ พาน และคำสำคัญ
ทเ่ี กี่ยวข้องกบั พุทธประวตั ใิ นแตล่ ะตอน ดงั น้ี

ประสูติ ตรัสรู้ ปรินพิ พาน

พระเจา้ สุทโธทนะ สารนาถ

เมืองกุสินารา พุทธคยา

ปัญจวคั คีย์ สวนลุมพินีวนั

6. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม 3 กลมุ่ แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทน 1 คน ออกมาจบั สลากชอ่ื ตอนพุทธประวัติ
ประสตู ิ ตรัสรู้ ปรนิ พิ พาน เมื่อไดช้ ื่อตอนพุทธประวตั ิแล้วครูจะถือบัตรคำ คำสำคญั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับ
พทุ ธประวตั คิ รั้งละ 1 ใบ นกั เรยี นอ่านบตั รคำ จากน้นั เมื่อได้ยนิ สญั ญาณ กลมุ่ ใดทม่ี ีช่ือตอนพุทธประวตั ิ
สอดคลอ้ งกับคำในบตั รคำให้ลุกขึ้นยนื ยกมือขึน้ แล้วพูดชอื่ ตอนพุทธประวัติของกลุ่มตนเองพร้อม ๆ กนั แลว้
ชว่ ยกนั อธิบายความเก่ียวข้อง ดงั ตวั อย่าง

พทุ ธคยา (ตรัสรู้ : เป็นสถานที่ที่พระพทุ ธเจา้ ตรัสรู้)

เพ่อื นในชน้ั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันตวั แทนแต่ละกล่มุ นำบตั รคำไปติด
บนกระดาน ดำเนินกจิ กรรมนี้จนครบทงั้ 6 บตั รคำ ดังตวั อยา่ ง

ประสูติ ตรัสรู้ ปรินพิ พาน

พระเจา้ สุทโธทนะ พุทธคยา สารนาถ

สวนลมุ พินีวนั ปัญจวคั คีย์ เมืองกสุ ินารา

7. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ พุทธประวัติและตอบคำถาม ดงั น้ี

• การศกึ ษาพทุ ธประวัติมีความสำคัญอย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ได้ทราบประวัติของพระพทุ ธเจ้า ศาสดาของพระพทุ ธศาสนา)
• การศึกษาพุทธประวัติทำให้นักเรียนได้ข้อคิดอะไรบ้างท่ีสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ได้ นกั เรียนร่วมกนั สรุปคำตอบเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดงั ตวั อยา่ ง

ต้งั ใจเรียน ข้อคดิ ทไี่ ด้จาก ถ่ายทอดความรู้
ทาความดี การศึกษา ใหแ้ ก่ผอู้ ่ืน
พทุ ธประวตั ิ
ไมป่ ระมาท
ในการดาเนินชีวิต

8. นกั เรยี นคิดประเมินเพ่ือเพิม่ คุณค่า แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอดและตอบคำถาม ดงั น้ี
• นักเรียนจะนำข้อคิดที่ได้จากการศึกษาพุทธประวตั ิไปปฏิบัติในชีวิตประจำวนั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ไมเ่ ลน่ ไม่คยุ เสยี งดังเวลาครสู อน)

ข•้นั ป•ฏ•บิ ัต• ิแ•ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•บิ ัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

9. นักเรียนวาดภาพพุทธประวัติตอนท่สี นใจมา 1 ภาพ แล้วตอบคำถามลงในชน้ิ งานที่ 1 เร่ือง
พุทธประวัติ

10. นกั เรยี นแตล่ ะคนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของช้ินงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดใหป้ รับปรุง
แกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง

11. นักเรียนรว่ มกนั สรุปสงิ่ ทีเ่ ขา้ ใจเปน็ ความรูร้ ว่ มกนั ดังน้ี

พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา การศึกษาพุทธประวัติจะทำให้ทราบประวัติ

ความเปน็ มาของพระพทุ ธเจ้า

•ข้นั• ส•ื่อส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

12. นกั เรียนออกมานำเสนอชน้ิ งาน เรื่อง พทุ ธประวตั ิ หนา้ ชัน้ เรียน
13. นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกยี่ วกับวธิ ีการทำงานใหเ้ หน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ทม่ี แี บบแผน

•ข้ัน• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พม่ิ• ค•ณุ •ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ิตส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

14. นกั เรยี นรว่ มกนั คัดเลอื กภาพวาดระบายสีไปจัดป้ายนเิ ทศในวนั สำคัญทางพระพุทธศาสนาของ
โรงเรียน

15. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรูส้ ึกหลงั การเรยี น ในประเด็นต่อไปน้ี
• ส่งิ ท่ีนกั เรียนได้เรยี นรู้ในวันน้คี ืออะไร
• นักเรียนมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพอ่ื นนักเรยี นในกลุ่มมสี ่วนร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกบั การเรียนในวนั นี้หรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนำความรู้ท่ีไดน้ ไ้ี ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมทว่ั ไป
ได้อย่างไร
จากนัน้ แลกเปลี่ยนตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทกุ ขน้ั ตอนวา่ จะเพม่ิ คณุ คา่ ไปสู่สงั คม

เกดิ ประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากข้นึ กว่าเดมิ ในขัน้ ตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครัง้ ต่อไป

ส่ือการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน พระพุทธศาสนา ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1
ของสถาบันพฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.)

2. ภาพพระพทุ ธรปู หรือพระพุทธรูปจริง
3. สลากคำถามและกลอ่ งปริศนา
4. บัตรคำช่อื ตอนพุทธประวัติและคำสำคัญทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
5. แหลง่ การเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

กจิ กรรมเสนอแนะ

นกั เรยี นฝึกอา่ นออกเสยี งและเขยี นคำศัพท์เกยี่ วกับพทุ ธประวตั ิ ดังน้ี
• ประสูติ (เกิด)
• ปรินิพพาน (ตาย)
• พระราชโอรส (ลกู ชาย)
• ผนวช (บวช)
• อภเิ ษกสมรส (แต่งงาน)

การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรือ่ ง พุทธประวัติ (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ ชน้ิ งาน เร่ือง พุทธประวัติ (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
4. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝเ่ รียนรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ

รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ

กระบวนการ 432 1
ทำงานกลุ่ม ไมม่ ีการกำหนด
มีการกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท บทบาทสมาชกิ
และไม่มกี ารชแี้ จง
สมาชิกชดั เจน และ สมาชกิ ชดั เจน เฉพาะหัวหนา้ เปา้ หมาย สมาชิก
ตา่ งคนต่างทำงาน
มกี ารชี้แจงเป้าหมาย มีการชแ้ี จงเป้าหมาย ไม่มกี ารชี้แจงเปา้ หมาย

การทำงาน มกี าร อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชัดเจน

ปฏิบัตงิ านร่วมกนั ปฏิบัตงิ านรว่ มกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกนั

อยา่ งร่วมมอื ร่วมใจ แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ไมค่ รบทกุ คน

พรอ้ มกบั การประเมนิ เป็น เป็นระยะ ๆ

ระยะ ๆ

แบบประเมนิ ช้นิ งาน เรอื่ ง พุทธประวัติ

รายการการประเมนิ ระดบั คุณภาพ

การวาดภาพ 4 32 1
พุทธประวัติ วาดภาพพทุ ธประวตั ิ วาดภาพพทุ ธประวตั ิ
ตามทีต่ นเองสนใจ วาดภาพพทุ ธประวตั ิ วาดภาพพทุ ธประวตั ิ ตามแบบอยา่ งทก่ี ำหนด
ไดอ้ ยา่ งสวยงาม และตอบคำถาม
และตอบคำถาม ตามที่ตนเองสนใจ ตามแบบอยา่ งทีก่ ำหนด ไดส้ มั พันธก์ ับภาพ
ไดส้ มั พันธ์กับภาพ
โดยเชือ่ มโยงให้เหน็ และตอบคำถาม และตอบคำถาม
เหตกุ ารณ์ท่ีสมั พนั ธก์ นั
ไดส้ มั พนั ธ์กับภาพ ไดส้ มั พันธ์กบั ภาพ

โดยเชือ่ มโยงให้เหน็ โดยเชื่อมโยงให้เหน็

เหตกุ ารณท์ สี่ มั พนั ธก์ ัน เหตกุ ารณท์ ่ีสมั พนั ธ์กัน

ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา

ลงช่ือ______________________________
(_____________________________)

ตำแหนง่ _____________________________

บนั ทกึ หลงั การสอน

ผลการจัดการเรียนการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครูผูส้ อน___________________________
(__________________________)

วันท่ีบันทึก_________________________

ช้นิ งานท่ี 1 เรื่อง พุทธประวัติ

วันท่ี________เดือน_______________พ.ศ.___________ ได_้ _________คะแนน
ชือ่ _____________________________เลขท_่ี _______ชนั้ ______ คะแนนเตม็ 10 คะแนน

นกั เรียนวาดภาพเร่ืองราวพทุ ธประวตั ิตอนทสี่ นใจมา 1 ภาพ แลว้ ตอบคำถาม โดยเขยี นเคร่อื งหมาย  ลงใน
หน้าคำตอบและนำเสนอผลงาน

1. นักเรยี นเลอื กวาดภาพพุทธประวตั ิตอนใด

ประสตู ิ ตรสั รู้ ปรินิพพาน

2. มเี หตกุ ารณ์ใดบ้างท่ีเกยี่ วข้องกับพทุ ธประวัติในภาพทน่ี ักเรียนวาด (สามารถตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

ประสูตใิ นวันเพ็ญขนึ้ 15 คำ่ เดือน 6

ดบั ขันธปรนิ พิ พานเมื่อพระชนมายุ 80 พรรษา

แสดงธรรมคร้ังแรกเรียกวา่ ธมั มจักรกัปปวตั นสูตร

ประสตู ิ ณ ลุมพินวี ัน

บำเพ็ญเพยี รทางจิต

เผยแผ่หลกั ธรรมเป็นเวลา 45 ปี จึงเสดจ็ ดบั ขนั ธปรินพิ พาน

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 พุทธประวัติและประวัตศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2

เรือ่ ง ประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1
เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง ครผู ูส้ อน......................

....................................................................................................................................................................... ...

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา
ท่ีตนนบั ถือและศาสนาอ่นื มีศรทั ธาท่ีถกู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏิบัติตามหลักธรรม
เพื่ออยู่รว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ

ตัวชว้ี ัด
ส 1.1 ป.1/1 บอกพุทธประวตั ิหรือประวตั ิของศาสดาทต่ี นนบั ถือโดยสังเขป

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. ร้แู ละเขา้ ใจประวตั ิศาสดาของศาสนาต่าง ๆ (K)

2. นำข้อคิดท่ีได้จากการศึกษาประวตั ิศาสดาของศาสนาต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวัน (P)

3. เหน็ ความสำคัญของการศึกษาประวัตศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ (A)

สาระสาคญั

การศึกษาประวัตศิ าสดาของศาสนาตา่ ง ๆ จะชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจความเป็นมาของศาสนาต่าง ๆใหด้ ยี ่งิ ขึ้น

สาระการเรียนรู้

ประวตั ศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่เรียนรู้

คาถามสาคัญ

การศึกษาประวตั ศิ าสดาของศาสนาตา่ ง ๆ มีความสำคญั อย่างไร

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ข•้นั ส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นกั เรยี นสงั เกตภาพเกี่ยวกับศาสนสถาน หรอื ภาพกิจกรรมทางศาสนาของศาสนาคริสต์ ศาสนา
อสิ ลาม แล้วร่วมกันสนทนาและตอบคำถาม ดังน้ี

• นักเรยี นเคยเหน็ ภาพเหลา่ น้ีหรือไม่ (เคย/ไมเ่ คย)
• ภาพนเ้ี กีย่ วข้องกับศาสนาใดบา้ ง (ตวั อยา่ งคำตอบ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอสิ ลาม)
• นักเรยี นมีเพอ่ื นตา่ งศาสนาหรือไม่ และจะปฏิบัตกิ บั เพอื่ นอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ มี ให้เกยี รตเิ พื่อน รักเพื่อนอย่างเท่าเทียม)
2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับเรื่อง ประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ จากหนังสือเรียน
และแหลง่ การเรียนรอู้ ่ืน ๆ

•ข้นั• ค•ิด•วิเค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

3. นักเรียนฟังเรื่อง ประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ จากนั้นนำบัตรคำท่ีเกี่ยวข้องกับศาสนาต่าง ๆ
ตดิ ลงในตารางที่กำหนดไว้บนกระดานให้สัมพันธ์กบั ศาสนา ดงั ตวั อยา่ ง

ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาคริสต์
นบีมฮุ ัมมดั พระเยซู
มักกะฮ์ เยรูซาเลม
อลั ลอฮ์ ศีลลา้ งบาป
กาเบรยี ล ไม้กางเขน
ชาวอาหรบั ชาวยวิ

4. นักเรยี นรว่ มกันสรุปประวตั ิศาสดาของศาสนาต่าง ๆ โดยใช้คำถาม ดังนี้
• พระเยซูเกี่ยวข้องกบั ศาสนาใด (ศาสนาครสิ ต์)
• นบีมฮุ มั มดั เกย่ี วข้องกับศาสนาใด (ศาสนาอสิ ลาม)

5. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับข้อคดิ ท่ไี ด้จากการศึกษาประวัตศิ าสดาของศาสนาตา่ ง
ๆ และตอบคำถาม ดังน้ี

• นักเรียนได้ขอ้ คดิ จากการศึกษาประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ อย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทำใหไ้ ด้แบบอย่างทดี่ ีในด้านความเพียรที่สามารถนำมาใช้ในชวี ิตประจำวันได้)
• นักเรียนจะนำขอ้ คิดที่ได้ไปปฏบิ ตั ิในการดำเนนิ ชวี ติ อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ ต้ังใจศึกษาเล่าเรยี น)
6. นักเรยี นคิดประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คุณคา่ แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอดโดยใชค้ ำถาม ดังน้ี
• การศกึ ษาประวัตศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ มคี วามสำคัญอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ ช่วยให้ได้ความรู้เกิดความเข้าใจในศาสนาต่าง ๆ ได้ดยี งิ่ ขึน้ )

ข•้นั ป•ฏ•ิบัต• แิ •ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•บิ ัต•ิ (•A•pp•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•ct•ing• t•he •K•no•wl•edg•e)•

7. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มสบื คน้ ข้อมลู เก่ียวกบั ประวตั ิศาสดาของศาสนาตา่ ง ๆ ทสี่ นใจมา 1 ศาสนา และ
นำเสนอข้อมูลลงในแบบบันทึกของช้นิ งานท่ี 2 เรื่อง ประวัตศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ

8. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องเรยี บรอ้ ยของชิน้ งาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รับปรงุ แก้ไขให้
ถูกต้อง

9. นกั เรียนร่วมกันสรุปส่ิงที่เขา้ ใจเป็นความรรู้ ่วมกนั ดังนี้
การศกึ ษาประวตั ิศาสดาของศาสนาต่าง ๆ จะช่วยให้เขา้ ใจความเปน็ มาของศาสนาตา่ ง ๆ

ให้ดยี ง่ิ ข้นึ

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

10. นกั เรียนออกมานำเสนอประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ ท่ีตนเองเลือกหน้าช้ันเรียน เพื่อร่วมกัน
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

11. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ียวกับวธิ ีการทำงานใหเ้ หน็ การคดิ เชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ทม่ี แี บบแผน

•ข้ัน• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พม่ิ• ค•ณุ •ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

12. นกั เรยี นนำข้อมูลประวัติศาสดาของศาสนาตา่ ง ๆ ทต่ี นเองเลอื กไปเลา่ ให้เพ่ือนในโรงเรียนหรือ
สมาชกิ ในครอบครัวฟัง เพื่อเผยแพรค่ วามรใู้ ห้กับผู้อน่ื

13. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลังการเรยี น ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สิ่งท่นี กั เรียนได้เรยี นรู้ในวันนคี้ ืออะไร
• นักเรียนมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพ่ือนนักเรียนในกลุม่ มีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรียนในวนั นีห้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรทู้ ี่ไดน้ ้ไี ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมทั่วไป
ไดอ้ ย่างไร
จากนนั้ แลกเปล่ียนตรวจสอบขัน้ ตอนการทำงานทุกข้นั ตอนว่าจะเพ่มิ คุณค่าไปสู่สงั คม

เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากขนึ้ กว่าเดิมในขน้ั ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในคร้ังต่อไป

สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน พระพทุ ธศาสนา ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 1
ของสถาบนั พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.)

2. บตั รคำท่ีสัมพนั ธ์กบั ประวตั ศิ าสดาของศาสนาตา่ ง ๆ
3. แหล่งการเรยี นรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

กจิ กรรมเสนอแนะ

จัดปา้ ยนิเทศเก่ยี วกับประวตั ิศาสดาของศาสนาตา่ ง ๆ หนา้ ช้ันเรียน

การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เร่อื ง ประวัตศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกลมุ่ (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมินช้ินงาน เร่อื ง ประวัติศาสดาของศาสนาต่าง ๆ (P) ดว้ ยแบบประเมิน
4. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝเ่ รยี นรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกลมุ่

รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ

กระบวนการ 432 1
ทำงานกลุ่ม ไมม่ กี ารกำหนด
มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท บทบาทสมาชกิ
และไมม่ กี ารช้ีแจง
สมาชิกชดั เจน และ สมาชกิ ชดั เจน เฉพาะหัวหน้า เปา้ หมาย สมาชกิ
ตา่ งคนต่างทำงาน
มกี ารชแ้ี จงเป้าหมาย มกี ารชี้แจงเปา้ หมาย ไม่มกี ารชี้แจงเปา้ หมาย

การทำงาน มกี าร อย่างชัดเจนและ อยา่ งชัดเจน

ปฏิบัติงานร่วมกนั ปฏิบัตงิ านร่วมกัน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน

อยา่ งร่วมมอื ร่วมใจ แต่ไมม่ ีการประเมิน ไม่ครบทกุ คน

พรอ้ มกับการประเมินเป็น เปน็ ระยะ ๆ

ระยะ ๆ

แบบประเมนิ ชิน้ งาน เรอ่ื ง ประวัตศิ าสดาของศาสนาตา่ ง ๆ

รายการการประเมิน ระดบั คุณภาพ

4 32 1
เขยี นอธบิ ายหรือ
การเสนอขอ้ มลู เก่ียวกบั เขยี นอธิบายหรอื เขยี นอธบิ ายหรอื เขียนอธบิ ายหรอื สรุปประวตั ิศาสดา
ของศาสนาต่าง ๆ ได้
ประวตั ศิ าสดาของ สรปุ ประวตั ิศาสดา สรปุ ประวัติศาสดา สรุปประวตั ิศาสดา แตไ่ มส่ อดคลอ้ ง
กับขอ้ มูล
ศาสนาต่าง ๆ ของศาสนาตา่ ง ๆ ของศาสนาตา่ ง ๆ ของศาสนาต่าง ๆ ได้ เขยี นตามข้อมลู ท่ีอา่ น
ไมม่ ีการอธบิ ายเพม่ิ เตมิ
ไดส้ มั พนั ธ์กัน มีการจำแนกขอ้ มลู สอดคล้องกบั ขอ้ มลู

มกี ารเชื่อมโยง หรอื อธิบายใหเ้ ห็นถงึ มกี ารเขยี นขยายความ

ให้เห็นภาพรวม ความสัมพนั ธ์กบั ตนเอง และมีการยกตัวอยา่ ง

แสดงใหเ้ ห็นถึง อย่างเปน็ เหตเุ ป็นผล เพ่ิมเตมิ ให้เข้าใจงา่ ย

ความสมั พนั ธ์กบั ตนเอง

และผู้อนื่

ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศึกษา

ลงช่ือ______________________________
(_____________________________)

ตำแหน่ง______________________________

บนั ทึกหลงั การสอน

ผลการจัดการเรยี นการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู ู้สอน___________________________
(__________________________)

วันทีบ่ นั ทกึ ___________________________

ช้ินงานที่ 2 เรือ่ ง ประวัติศาสดาของศาสนาตา่ ง ๆ

วันที่________เดอื น_______________พ.ศ.___________ ได_้ _________คะแนน
ชอื่ _____________________________เลขท_่ี _______ชั้น______ คะแนนเตม็ 10 คะแนน

นกั เรยี นสบื คน้ ข้อมูลเก่ียวกบั ประวตั ศิ าสดาของศาสนาต่าง ๆ ทสี่ นใจมา 1 ศาสนา และนำเสนอข้อมูล
ลงในแบบบันทึก

แบบบนั ทึกข้อมูลประวตั ิศาสดาทสี่ นใจ

• ศาสนาที่สนใจ คือ

• มีศาสดา คือ

• ประวตั ิที่เกี่ยวขอ้ งกบั ศาสดา (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )

เขา้ พิธีรับศีลลา้ งบาป เกิดที่นครมกั กะฮ์

ทตู ของพระเจา้ มาปรากฏกายใหเ้ ห็น ถกู กลา่ วหาวา่ ก่อกบฏ

เผยแผศ่ าสนาเป็นเวลา 3 ปี ใฝ่ หาความสงบในถ้าฮิรอฮ์

เกิดท่ีเมืองเยรูซาเลม เป็นผแู้ ทนของอลั ลอฮ์

• สรุปความรู้ที่ไดเ้ กี่ยวกบั ศาสดาของศาสนาท่ีศึกษา

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 พทุ ธสาวก ชาดก เวลาเรียน 5 ชว่ั โมง
และพุทธศาสนกิ ชนตวั อย่าง

แผนผังการเรยี นรูแ้ บบบูรณาการ

ภาษาไทย
• การพดู สนทนา
• การพูดแสดงความคดิ เหน็
• การพูดนำเสนอ
• การอา่ นข้อความ
• การเล่านิทาน

การงานอาชพี และเทคโนโลยี พทุ ธสาวก ชาดก ศิลปะ
• การแสดงบทบาทสมมุติ และพุทธศาสนิกชน • การจัดเขียนแผนภาพความคดิ
• การจัดปา้ ยนิเทศ
ตัวอยา่ ง

ตัวชี้วดั

ชนื่ ชมและบอกแบบอยา่ งการดำเนนิ ชวี ติ และข้อคิดจากประวตั สิ าวก ชาดก เรอ่ื งเลา่ และศาสนกิ ชน
ตัวอยา่ งที่กำหนด (ส 1.1 ป.1/2)

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 พุทธสาวก ชาดก และพุทธศาสนิกชนตัวอย่าง

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1

เรอื่ ง พทุ ธสาวก : สามเณรบัณฑิต ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1

เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง ครผู ู้สอน...........................

..................................................................................................................... ............................................................

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 1.1 รูแ้ ละเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ทตี่ นนับถือและศาสนาอืน่ มีศรทั ธาที่ถกู ต้อง ยึดมั่น และปฏิบัตติ ามหลกั ธรรม

เพอื่ อยู่รว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข

ตวั ช้วี ัด

ส 1.1 ป.1/2 ช่นื ชมและบอกแบบอยา่ งการดำเนินชวี ติ และข้อคิดจากประวตั ิสาวก ชาดก เรือ่ งเลา่

และศาสนิกชนตัวอย่างตามท่ีกำหนด

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายแบบอยา่ งการดำเนินชวี ติ และขอ้ คดิ ที่ได้จากประวัติสามเณรบัณฑิต (K)
2. นำแบบอย่างทดี่ ขี องสามเณรบณั ฑิตไปปฏิบตั ใิ นชวี ิตประจำวัน (P)
3. ชืน่ ชมการปฏบิ ตั ิของสามเณรบณั ฑติ (A)

สาระสำคญั

การศกึ ษาประวตั ิสามเณรบัณฑติ จะทำให้ได้แบบอย่างท่ดี ีมาปฏบิ ัติในชีวิตประจำวนั เพอ่ื ให้
ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน

สาระการเรยี นรู้

ประวตั พิ ุทธสาวก : สามเณรบัณฑติ

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้
2. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

คำถามสำคัญ

ถ้าหากนักเรยี นนำแบบอยา่ งท่ีดีของสามเณรบัณฑติ ไปปฏิบัติจะสง่ ผลอย่างไร

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ข•้นั ส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นกั เรียนฟังการต์ ูน เร่อื ง อคิ ควิ ซงั เณรนอ้ ยเจ้าปญั ญา ดงั น้ี

อิคคิวซงั เณรนอ้ ยเจ้าปญั ญา
อคิ ควิ ซังเป็นชาวญี่ปนุ่ บวชเป็นเณรต้ังแต่อายยุ งั น้อยและอยูท่ ว่ี ัดอังโกะกจุ ิ
อคิ คิวซงั เปน็ เณรท่ีมีสตปิ ญั ญาเฉลียวฉลาด เมื่อท่านโชกุนมีปัญหาให้แก้ไข
อคิ ควิ ซังจะสังเกตสิ่งตา่ ง ๆ รอบตัวแลว้ นัง่ สมาธแิ ละแก้ไขปัญหาไดท้ ุกครัง้
จนไดร้ บั การยกยอ่ งว่า เปน็ เณรนอ้ ยเจ้าปญั ญา

จากนน้ั นักเรยี นรว่ มกนั สนทนาจากเรือ่ งทไี่ ด้รบั ฟงั และตอบคำถาม ดงั น้ี
• อคิ คิวซังมลี กั ษณะเด่นอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ มีสติปัญญาดี แกไ้ ขปญั หาได้โดยการน่งั สมาธิและสังเกตส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตวั )
• นักเรยี นเคยไดย้ ินเรื่องราวของอิคคิวซังมาก่อนหรือไม่ อยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ เคย โดยดูการ์ตนู ในโทรทัศน์ตอนเย็น)
• นกั เรียนอยากเปน็ อย่างอคิ ควิ ซงั หรือไม่ เพราะอะไร
(ตัวอย่างคำตอบ อยากเป็น เพราะจะได้ฉลาด แก้ไขปัญหาตา่ ง ๆ ไดเ้ อง)
• นกั เรียนคดิ ว่าเพอ่ื นในชั้นเรยี นคนใดมลี ักษณะคล้ายกบั อิคควิ ซัง
(ตวั อย่างคำตอบ ไข่หวาน ไขต่ ้ม)
2. นกั เรียนรว่ มกนั ศึกษาเกี่ยวกบั ประวัติของสามเณรบัณฑิต ดังน้ี
ในสมัยทพ่ี ระพุทธเจา้ ยังมีพระชนมช์ พี อยู่น้นั มีพระภิกษุ สามเณร บุคคลตา่ ง ๆ มากมายท่ศี กึ ษาและ
สืบทอดพระธรรมคำสัง่ สอนของพระพุทธเจา้ บุคคลเหลา่ น้ันเรียกวา่ พุทธสาวกหรือพทุ ธสาวกิ า

โดยมีพทุ ธสาวกท่านหนึง่ อายุยังนอ้ ย แต่มีประวัติที่น่าสนใจ คือ สามเณรบัณฑติ
3. นักเรียนฟังประวัติของสามเณรบณั ฑิต และดภู าพประกอบการเล่า
จากนน้ั นักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั ประวัติของสามเณรบัณฑิต และตอบคำถาม ดงั นี้
• ใครเปน็ คนตั้งชอื่ ใหส้ ามเณรบณั ฑติ (แม่ของสามเณรบณั ฑิต)
• ตระกลู ของสามเณรบณั ฑติ เป็นตระกูลอุปฏั ฐากของใคร (พระสารีบตุ ร)
• ตระกลู อุปัฏฐากมีหน้าท่อี ย่างไร (ดแู ลพระสงฆ์)
• สามเณรบณั ฑิตบวชเป็นสามเณรเมือ่ อายุกป่ี ี (7 ปี)
• ใครเปน็ ผูบ้ วชใหส้ ามเณรบณั ฑิต (พระสารีบตุ ร)
• สามเณรบัณฑิตพบอะไรบา้ ง เมอ่ื ไปบิณฑบาตกบั พระสารบี ุตร
(ชาวนาไขน้ำเข้านา ช่างทำศรกำลังดัดลกู ธนู ชา่ งไม้กำลงั ถากไม้เพื่อทำเกวียน)
• เมื่อพบสิ่งเหลา่ น้นั สามเณรบัณฑติ เกิดความคดิ วา่ อยา่ งไร
(สิง่ ต่าง ๆ ไมม่ ชี วี ติ จติ ใจยังควบคมุ ได้ คนเรามีชีวิตจิตใจจึงตอ้ งฝกึ ตนเองได้)
• สามเณรบณั ฑิตทำอย่างไรจงึ บรรลธุ รรม (กลับไปฝกึ สมาธทิ ีก่ ฏุ ิ)
• สามเณรบัณฑติ บวชได้นานเทา่ ไรจงึ บรรลุธรรมเปน็ พระอรหันต์ (2-3 วัน)
4. นักเรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั เรอ่ื ง พทุ ธสาวก : สามเณรบณั ฑติ จากหนังสอื เรียน

และแหลง่ การเรียนรู้อืน่ ๆ

•ข้ัน• ค•ิด•วเิ ค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

5. นักเรยี นรว่ มกิจกรรมสมาธดิ ีมีปญั ญาโดยนักเรียนหลับตา เม่อื ไดย้ ินคำวา่ ชาวนา ชา่ งทำธนู
ช่างไม้ สลบั ไปมา เมอ่ื ไดย้ นิ คำวา่ ช่างฉลาด นักเรียนลมื ตาแลว้ ยกมือขนึ้ ใครยกมอื ก่อนจะได้ตอบคำถามวา่

• สามเณรบณั ฑิตเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ีอยา่ งไร
โดยตัวแทนนักเรยี นท่ียกมือก่อนจะยกตัวอย่างคำตอบ 1 ข้อ นักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ของคำตอบ จากน้นั สรุปคำตอบของนักเรยี นเปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน ดังนี้

คิดอย่างมีเหตมุ ผี ล แบบอย่าง ช่างสังเกตส่งิ ต่าง ๆ รอบตวั
มีความกตญั ญูกตเวที ที่ดขี องสามเณร เป็นผ้มู ุ่งมั่นในเร่อื งการศกึ ษา

บณั ฑิต

ดำเนนิ กิจกรรมนี้อีก 3 คร้งั จนไดค้ ำตอบ 4 คำตอบ จากน้ันนกั เรยี นร่วมกนั อ่านข้อความ
ในแผนภาพความคิด เพ่ือทบทวนอกี 1 ครัง้

6. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับประวตั ิพุทธสาวก และตอบคำถาม ดงั นี้
• นกั เรยี นร้สู กึ อย่างไรจากการปฏิบัติของสามเณรบัณฑติ (ตัวอย่างคำตอบ ช่นื ชม)
• นกั เรยี นจะนำแบบอย่างทดี่ ีของสามเณรบัณฑิตไปปฏบิ ตั ใิ นชีวิตประจำวนั ได้อย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ ชา่ งสงั เกต ตัง้ ใจฝึกฝนตนเอง เคารพเช่ือฟังผใู้ หญ่)
• การนำแบบอย่างของสามเณรบณั ฑิตไปปฏบิ ตั ิจะเกิดผลอย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ มปี ัญญา มผี ้รู กั ใครเ่ อน็ ดู)
• ถา้ ไมป่ ฏิบัตติ ามแบบอย่างของสามเณรบณั ฑติ จะเกดิ ผลอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ ไม่ฉลาด เรียนไม่เกง่ ผู้ใหญไ่ ม่รักใคร่เอ็นดู)

กิจกรรมน้ีสร้างเสริมคา่ นิยมหลกั 12 ประการ ดา้ นมีระเบียบวนิ ยั เคารพผใู้ หญ่

7. นกั เรยี นคดิ ประเมินเพอ่ื เพิ่มคุณคา่ แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใชค้ ำถาม ดังนี้
• ถ้าหากนักเรยี นนำแบบอยา่ งทดี่ ีของสามเณรบัณฑิตไปปฏิบตั ิจะสง่ ผลอย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทำให้เป็นคนรอบรู้ มคี วามเฉลยี วฉลาด)

ข•้ันป•ฏ•บิ ตั• แิ •ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•ัง•กา•รป•ฏ•ิบตั •ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

8. นักเรียนยกตวั อย่างการนำแบบอย่างที่ดีของสามเณรบัณฑติ ทีน่ กั เรียนจะนำไปปฏบิ ตั ใิ น
ชวี ิตประจำวนั มา 1 ตัวอยา่ ง วิเคราะหผ์ ลทีเ่ กิดขึน้ ลงในชนิ้ งานที่ 3 เรอื่ ง แบบอย่างทดี่ ีของสามเณรบณั ฑิต

9. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรยี บรอ้ ยของชน้ิ งาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รบั ปรุงแก้ไขใหด้ ีขนึ้
10. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปสิ่งท่เี ข้าใจเป็นความรรู้ ว่ มกนั ดงั น้ี

การศึกษาประวัติสามเณรบัณฑิตจะทำให้ได้แบบอย่างท่ีดีมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพ่ือให้
ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

11. นักเรียนออกมานำเสนอการวเิ คราะหผ์ ลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการนำแบบอยา่ งที่ดีของสามเณรบัณฑิต
ไปใช้ในชวี ิตประจำวันหนา้ ช้นั เรยี น

12. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายสรุปเกีย่ วกบั วิธีการทำงานให้เหน็ การคิดเชงิ ระบบและวิธกี ารทำงาน
ทีม่ ีแบบแผน

•ข้นั• ป•ระ•เม•ิน•เพ•่ือเ•พม่ิ• ค•ุณ•ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

13. นกั เรียนฝกึ ทักษะการเลา่ นทิ าน โดยเลือกประวตั ิพทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า เพ่ือนำคุณธรรมหรอื
แบบอยา่ งท่ีดีไปเผยแพร่ความรูใ้ หก้ ับผอู้ ื่น

14. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรูส้ ึกหลงั การเรยี น ในประเดน็ ต่อไปนี้
• ส่ิงทีน่ กั เรยี นได้เรียนรใู้ นวันนีค้ ืออะไร
• นักเรียนมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรียนรู้มากน้อยเพยี งใด
• เพ่อื นนักเรียนในกล่มุ มสี ่วนร่วมกจิ กรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนรู้ในวันนีห้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนำความรูท้ ่ีไดน้ ีไ้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ได้อยา่ งไร
จากนั้นแลกเปล่ียนตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทกุ ขน้ั ตอนวา่ จะเพ่มิ คณุ คา่ ไปสู่สังคม เกิดประโยชน์

ตอ่ สังคมใหม้ ากขนึ้ กว่าเดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในคร้งั ต่อไป

สือ่ การเรยี นรู้/แหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน พระพุทธศาสนา ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 1
ของสถาบันพฒั นาคุณภาพวิชาการ (พว.)

2. นทิ าน เรื่อง อิคคิวซงั เณรน้อยเจา้ ปัญญา
3. ภาพประกอบการเล่าประวตั ิสามเณรบณั ฑิต
4. แหลง่ การเรียนรู้ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น

การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมินความรู้ เร่ือง ประวตั ิพุทธสาวก : สามเณรบัณฑติ (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ ชน้ิ งาน เร่ือง แบบอย่างที่ดขี องสามเณรบณั ฑติ (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินชนิ้ งาน เร่ือง แบบอยา่ งทด่ี ีของสามเณรบัณฑิต

รายการการประเมิน ระดับคณุ ภาพ

4 32 1
บอกแบบอย่างทดี่ ี
การบอกแบบอยา่ งท่ีดี บอกแบบอยา่ งทดี่ ี บอกแบบอยา่ งทด่ี ี บอกแบบอยา่ งท่ดี ี ของสามเณรบณั ฑิตได้
แต่ยังไมส่ อดคลอ้ ง
ของสามเณรบณั ฑติ ของสามเณรบณั ฑิต ของสามเณรบณั ฑติ ของสามเณรบณั ฑติ กับข้อมูล ไมม่ กี ารอธบิ าย
เพ่มิ เตมิ
และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง

การนำไปประยกุ ต์ใช้ การนำไปประยกุ ต์ใช้ การนำไปประยุกต์ใช้ การนำไปประยุกต์ใช้

ในชวี ิตประจำวนั ในชวี ิตประจำวนั ในชีวิตประจำวนั ในชวี ิตประจำวนั

เพ่อื ให้เกิดประโยชน์ เพอ่ื ให้เกดิ ประโยชน์ ได้สมั พันธ์กนั

ตอ่ ส่วนรวม ตอ่ ตนเอง

ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศึกษา

ลงชอ่ื ______________________________
(_____________________________)

ตำแหนง่ ______________________________

บนั ทกึ หลงั การสอน

ผลการจัดการเรียนการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครูผสู้ อน___________________________
(__________________________)

วันทบ่ี นั ทึก___________________________

ช้นิ งานท่ี 3 เร่ือง แบบอยา่ งทีด่ ีของสามเณรบัณฑิต

วันที่________เดอื น_______________พ.ศ.___________ ได_้ _________คะแนน
ชื่อ_____________________________เลขท_ี่ _______ชั้น______ คะแนนเตม็ 10 คะแนน

นกั เรยี นยกตวั อย่างการนำแบบอยา่ งท่ีดีของสามเณรบัณฑิตทีน่ ักเรียนจะนำไปปฏิบัติ
ในชวี ิตประจำวนั มา 1 ตัวอยา่ ง วเิ คราะหผ์ ลทเี่ กดิ ข้ึนลงในแผนภาพ แล้วตอบคำถาม

แบบอย่างท่จี ะนาไปปฏิบตั ิ แนวทางการปฏิบัติ ผลทีเ่ กดิ ขึน้

1. การนาแบบอยา่ งท่ีดีของสามเณรบณั ฑิตไปปฏิบตั ิสอดคลอ้ งกบั คุณธรรม จริยธรรม และ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ อ้ ใด

ซ่ือสตั ย์ ใฝ่ เรี ยนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง

2. นกั เรียนไดป้ ระโยชน์จากการศึกษาประวตั ิของสามเณรบณั ฑิตอยา่ งไร

ไดร้ ับขอ้ คิดและแบบอยา่ งที่ดีไปปฏิบตั ิในการดาเนินชีวิต

ไดร้ ับความสนุกสนานเพลิดเพลิน

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 พุทธสาวก ชาดก และพทุ ธศาสนิกชนตวั อยา่ ง

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 2

เรอื่ ง ชาดก : วณั ณุปถชาดก (พ่อคา้ ผู้พยายาม) ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 1

เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง ครูผ้สู อน.....................

..............................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 1.1 ร้แู ละเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ทตี่ นนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาทีถ่ กู ต้อง ยึดม่ัน และปฏิบัตติ ามหลักธรรม

เพือ่ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ตวั ช้ีวัด

ส 1.1 ป.1/2 ช่นื ชมและบอกแบบอย่างการดำเนนิ ชวี ติ และข้อคดิ จากประวตั สิ าวก ชาดก เร่อื งเล่า

และศาสนิกชนตวั อย่างตามท่ีกำหนด

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. บอกข้อคดิ ที่ได้จากการศึกษาชาดก เรือ่ ง วณั ณุปถชาดก (K)
2. เสนอแนวทางแบบอยา่ งทไ่ี ด้จากชาดก เรอื่ ง วัณณปุ ถชาดกไปปฏิบัตใิ นชวี ิตประจำวัน (P)
3. เหน็ ประโยชน์ของการศึกษาชาดก เรื่อง วัณณปุ ถชาดก (A)

สาระสำคัญ

การศกึ ษาชาดก เร่ือง วณั ณุปถชาดก จะทำใหไ้ ด้ข้อคิดว่า ความพยายามจะนำไปส่คู วามสำเร็จ

สาระการเรยี นรู้

ชาดก : วณั ณุปถชาดก (พ่อค้าผูพ้ ยายาม)

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้
2. มุง่ มน่ั ในการทำงาน

คำถามสำคญั

ถ้านักเรยี นตดิ อยู่บนเกาะรา้ ง จะนำข้อคดิ ท่ไี ด้จากชาดก เร่ือง วณั ณปุ ถชาดก ไปใช้อย่างไร

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ข•้ันส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นกั เรียนรว่ มกิจกรรมความพยายามอยูท่ ไี่ หน ความสำเร็จอยทู่ น่ี ัน่ โดยเตรียมนำ้ 1 ขันใหญ่
แกว้ นำ้ เปลา่ 1 ใบ และชอ้ น 1 คัน แบ่งนกั เรียนออกเปน็ 2 ทมี ให้ยืนต่อแถวกันถอื ชอ้ นไปตกั นำ้ จากขนั
ไปเทลงในแก้วน้ำเปล่า ซ่ึงอยู่ห่างจากขัน 2-3 เมตร แล้วสลับกันตักน้ำจนเต็มแกว้ ทีมใดตักได้เต็มแกว้ ก่อนจะ
เปน็ ผูช้ นะ

เมือ่ ทำกิจกรรมเสร็จแลว้ นกั เรยี นร่วมกนั สนทนาและตอบคำถาม ดังน้ี
• เมอ่ื ใช้ช้อนตักนำ้ ไปเทลงในแก้วน้ำเปล่า 1 ครงั้ นำ้ เต็มแก้วหรอื ไม่ (ไม)่
• นักเรยี นทกุ คน ตักน้ำคนละ 1 ครั้ง ไปเทลงในแก้วน้ำเปล่า นำ้ เต็มแก้วหรือไม่ (ไม)่
• นกั เรียนแต่ละคนต้องตกั นำ้ คนละกี่ครั้ง นำ้ จงึ จะเตม็ แก้ว (ตัวอย่างคำตอบ คนละ 3 ครัง้ )
• ถ้าเลือกตัวแทนนกั เรยี นมาทำกิจกรรมน้เี พยี ง 1 คน จะต้องตกั นำ้ ก่ีครั้งน้ำจงึ จะเต็มแกว้
(ตวั อยา่ งคำตอบ 20 ครั้ง)
• กจิ กรรมนีน้ ำ้ จะเตม็ แก้วได้ ผู้ร่วมกจิ กรรมต้องมีลักษณะอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ มคี วามพยายาม และความสามัคคี)
2. นกั เรยี นศึกษาเร่ืองราวของชาดกท่ีเกี่ยวกับความพยายาม ดังนี้
ความพยายามเป็นข้อคิดหน่ึงทพี่ ระพทุ ธเจา้ สั่งสอนพระภกิ ษแุ ละชาวพุทธ โดยการเลา่ ชาดก คอื
เรื่องราวของพระพทุ ธเจ้าในชาตติ ่าง ๆ เปน็ ตัวอย่างเพื่อให้ข้อคิด ชาดกท่ีเกย่ี วกับความพยายาม คือ วณั ณปุ ถ
ชาดก พอ่ ค้าผพู้ ยายาม แลว้ ติดแถบประโยคชื่อชาดกบนกระดาน นักเรยี นอา่ นตาม 2 รอบ ใหถ้ ูกต้อง จากน้ัน
นักเรยี นฟังเร่ือง วัณณปุ ถชาดก และดูภาพประกอบบนกระดาน
3. นักเรียนร่วมกิจกรรม “ก่อนหรอื หลัง” โดยฟังขอ้ ความทีเ่ ป็นเหตุการณใ์ นวณั ณุปถชาดก
1 เหตกุ ารณ์ จากน้ันเลอื กตัวแทนนกั เรยี น 1 คน ออกมาจับสลากเหตกุ ารณ์ท่ีเตรยี มไว้ ถ้าสลากท่ตี ัวแทน
นกั เรียนจับได้แลว้ ตัวแทนนักเรียนบอกว่าเหตกุ ารณ์ในสลากที่จบั ได้เป็นเหตุการณ์ก่อนหรอื หลงั เหตุการณ์
ท่กี ำหนด ดังตัวอยา่ ง

เหตุการณท์ ่ีกำหนด : คนนำทางหลับไป โคจึงพาเกวยี นยอ้ นกลับมาจดุ เดิม
เหตกุ ารณท์ จี่ บั สลากได้ : กองเกวียนบรรทกุ อาหารและสนิ คา้ กำลังเดนิ ผา่ นทะเลทราย
(เป็นเหตกุ ารณ์ก่อนเหตุการณ์ที่ครกู ำหนดให้)
นักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ แลว้ ดำเนินกิจกรรมนี้อีก 4 ครั้ง
โดยมเี หตุการณใ์ นสลาก ดงั นี้
• หวั หน้ากองเกวียนเหน็ กอหญ้า จึงให้คนมาขุดหาน้ำ (หลัง)
• คนรบั ใช้นำค้อนเหลก็ ไปทบุ หนิ จนแตก (หลัง)
• เหล่าพ่อคา้ และบรวิ ารใช้นำ้ และอาหารจนหมด เพราะอีกคืนเดียวจะถึงจุดหมาย (กอ่ น)
• คนท่ขี ดุ ดินเลิกขดุ เม่อื พบแผ่นหนิ ใตด้ นิ (หลัง)
จากน้ันนักเรยี นร่วมกันเรียงลำดบั เหตกุ ารณท์ ี่เกดิ ข้ึน พรอ้ มกับรว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
4. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมลู เก่ยี วกบั เรอ่ื ง ชาดก : วัณณุปถชาดก จากหนังสือเรยี น
และแหลง่ การเรียนรู้อนื่ ๆ

•ข้นั• ค•ิด•วเิ ค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

5. นักเรยี นร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อคิดที่ได้จากวัณณุปถชาดก และแนวทาง
การนำไปปฏิบัติ และตอบคำถาม ดังนี้

• วณั ณุปถชาดกมขี อ้ คิดอะไรที่เราควรนำไปปฏบิ ัติ
(การมคี วามพยายาม ไมท่ อ้ ถอยเมอ่ื พบปัญหาต่าง ๆ)
• นักเรียนจะนำข้อคดิ ทไี่ ดไ้ ปปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ ประจำวนั อยา่ งไร
นักเรียนร่วมกนั สรุปคำตอบเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตวั อยา่ ง

มีความเพยี รพยายามในการกระทำสิ่งต่าง ๆ

ตง้ั ใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อใหผ้ ลการเรยี นดี การนำข้อคดิ จาก มีสตแิ ละอดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ
วณั ณปุ ถชาดก

ไปปฏบิ ตั ิ

6. นักเรียนร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกับวัณณปุ ถชาดก และตอบคำถาม ดังน้ี
• การนำข้อคดิ จากวัณณปุ ถชาดกไปปฏบิ ตั ิในชีวติ ประจำวนั ทำใหเ้ กิดผลอยา่ งไร
(ทำส่งิ ต่าง ๆ สำเรจ็ ทำการบา้ นเสรจ็ มผี ลการเรยี นดี เปน็ ท่ีช่ืนชมของผอู้ น่ื )

• ถ้าพบปัญหาแล้วไม่มคี วามพยายามในการแกป้ ัญหาจะทำให้เกดิ ผลอย่างไร
(ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อ่ืนเสมอ แก้ปญั หาเองไมไ่ ด้ ทำอะไรไมส่ ำเรจ็ )
7. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• ถ้านักเรียนตดิ อยบู่ นเกาะรา้ ง จะนำข้อคดิ ท่ีได้จากชาดก เรื่อง วัณณปุ ถชาดก ไปใชอ้ ย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ใช้ในการศึกษาเล่าเรยี นและในชวี ิตประจำวนั )

ข•้นั ป•ฏ•ิบัต• ิแ•ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•บิ ัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

8. นกั เรยี นยกตวั อย่างข้อคิดจากชาดก เรื่อง วัณณุปถชาดก พรอ้ มเสนอแนวทางการนำข้อคิด
ไปปฏบิ ตั แิ ละบอกผลที่เกิดขึ้นในชนิ้ งานที่ 4 เรื่อง ข้อคดิ จากวัณณปุ ถชาดก

9. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต้องและความเรียบร้อยของชิ้นงาน หากพบข้อผดิ พลาดใหป้ รับปรงุ
แก้ไขให้ถูกต้อง

10. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปสิ่งท่ีเขา้ ใจเป็นความรรู้ ว่ มกนั ดงั นี้
การศึกษาชาดก เร่ือง วัณณุปถชาดก จะทำให้ได้ข้อคิดว่า ความพยายามจะนำไปสู่

ความสำเร็จ

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

11. นกั เรียนออกมานำเสนอขอ้ คิดจากชาดก เรอ่ื ง วณั ณุปถชาดก พร้อมเสนอแนวทางการนำข้อคดิ ไป
ปฏบิ ตั แิ ละบอกผลทเี่ กิดขน้ึ หนา้ ช้นั เรยี น

12. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรปุ เกีย่ วกบั วิธีการทำงานใหเ้ ห็นการคิดเชงิ ระบบและวธิ ีการทำงาน
ทม่ี ีแบบแผน

•ข้นั• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พม่ิ• ค•ณุ •ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ิตส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

13. นักเรยี นร่วมกันรวบรวมข้อคิดจากชาดก เรื่อง วณั ณุปถชาดก ไปจัดปา้ ยนิเทศเพื่อเผยแพร่ความรู้
ใหก้ ับผูอ้ ื่น

14. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลังการเรยี น ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สิ่งที่นักเรยี นได้เรียนรใู้ นวนั นี้คืออะไร
• นกั เรียนมสี ่วนร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพ่ือนนักเรยี นในกลมุ่ มีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด

• นักเรยี นพอใจกบั การเรยี นในวันนีห้ รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรูท้ ่ีไดน้ ี้ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่วั ไป

ไดอ้ ย่างไร
จากนัน้ แลกเปลย่ี นตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทกุ ข้นั ตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปส่สู ังคมเกิด
ประโยชน์ตอ่ สงั คมใหม้ ากขน้ึ กวา่ เดิมในขัน้ ตอนใดบา้ ง สำหรบั การทำงานในครงั้ ต่อไป

ส่ือการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน พระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของสถาบันพฒั นาคุณภาพ
วิชาการ (พว.)

2. ขนั น้ำ แก้วนำ้ ช้อน
3. ภาพประกอบการเล่าชาดก : วัณณุปถชาดก (พ่อคา้ ผู้พยายาม)
4. แถบประโยคช่ือชาดก วณั ณุปถชาดก
5. สลากเหตุการณ์ในชาดก เรื่อง วณั ณุปถชาดก
6. แหลง่ การเรียนรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน

การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง ชาดก : วณั ณุปถชาดก (พ่อคา้ ผู้พยายาม) (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมินชน้ิ งาน เรอื่ ง ข้อคิดจากวณั ณุปถชาดก (P) ดว้ ยแบบประเมิน
4. ประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุง่ ม่ันในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทำงานกลมุ่

รายการการประเมนิ ระดับคุณภาพ

กระบวนการ 432 1
ทำงานกลุ่ม ไมม่ ีการกำหนด
มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท บทบาทสมาชกิ
และไม่มีการชี้แจง
สมาชกิ ชดั เจน สมาชิกชดั เจน เฉพาะหวั หนา้ เปา้ หมาย สมาชิก
ต่างคนต่างทำงาน
และมกี ารชีแ้ จงเปา้ หมาย มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไมม่ กี ารชี้แจงเป้าหมาย

การทำงาน อยา่ งชัดเจน อยา่ งชดั เจน

มกี ารปฏิบตั งิ านร่วมกัน และปฏิบตั ิงานรว่ มกัน ปฏิบตั งิ านรว่ มกัน

อย่างรว่ มมือรว่ มใจ แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ไม่ครบทุกคน

พร้อมกับการประเมนิ เปน็ เปน็ ระยะ ๆ

ระยะ ๆ

แบบประเมินช้ินงาน เรอ่ื ง ข้อคิดจากวัณณปุ ถชาดก

รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

การบอกขอ้ คดิ 4321
จากวณั ณปุ ถชาดก
และนำไปประยุกต์ใช้ บอกขอ้ คิดทไี่ ด้จากชาดก บอกขอ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากชาดก บอกข้อคิดทไี่ ดจ้ ากชาดก บอกขอ้ คดิ ที่ได้จากชาดก
ในชวี ิตประจำวนั
เรื่อง วัณณุปถชาดก เร่ือง วณั ณปุ ถชาดก เรือ่ ง วัณณุปถชาดก เรือ่ ง วณั ณปุ ถชาดก

และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง แต่ยงั ไมส่ อดคลอ้ ง

การนำไปประยกุ ต์ใช้ การนำไปประยกุ ตใ์ ช้ การนำไปประยุกต์ใช้ กับขอ้ มูล ไมม่ กี ารอธบิ าย

ในชวี ติ ประจำวนั ในชวี ติ ประจำวนั ในชวี ิตประจำวัน เพิม่ เตมิ

เพ่อื ใหเ้ กิดประโยชน์ เพือ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ ได้สมั พันธ์กัน

ต่อส่วนรวม ตอ่ ตนเอง

ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา

ลงชอื่ ______________________________
(_____________________________)

ตำแหน่ง_____________________________

บันทึกหลงั การสอน

ผลการจัดการเรยี นการสอน

ปญั หา/อปุ สรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู สู้ อน___________________________
(__________________________)

วนั ทบี่ นั ทึก___________________________

ช้นิ งานท่ี 4 เรือ่ ง ข้อคิดจากวัณณปุ ถชาดก

วันท่ี________เดือน_______________พ.ศ.___________ ได_้ _________คะแนน
ช่อื _____________________________เลขท_่ี _______ชนั้ ______ คะแนนเตม็ 10 คะแนน

นักเรียนยกตัวอย่างข้อคิดจากชาดก เรื่อง วัณณุปถชาดก พร้อมเสนอแนวทางการนำข้อคิดไปปฏบิ ัติ
และบอกผลทีเ่ กดิ ข้ึน

ตวั อยา่ งคำตอบ)

วณั ณุปถชาดก

ข้อคิดท่ไี ด้ แนวทางการนาไปปฏบิ ัติ ผลทเ่ี กดิ ขึน้
ความขยนั อดทน • ผลตอ่ ตนเอง
ความซ่ือสัตยส์ ุจริต
ความพยายาม • ผลตอ่ ผอู้ ่ืน

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 พุทธสาวกและพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3

เรอ่ื ง ชาดก : สุวรรณสามชาดก (สุวรรณสามยอดกตญั ญู) ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1

เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง ครผู สู้ อน....................

........................................................................................................................................ ......................................

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ทตี่ นนับถือและศาสนาอื่น มีศรทั ธาท่ถี ูกต้อง ยึดมน่ั และปฏิบัตติ ามหลักธรรม

เพอ่ื อยู่รว่ มกนั อยา่ งสันติสขุ

ตัวชี้วดั

ส 1.1 ป.1/2 ช่ืนชมและบอกแบบอย่างการดำเนนิ ชวี ติ และข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรอื่ งเล่า

และศาสนิกชนตัวอย่างตามที่กำหนด

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. บอกขอ้ คดิ ท่ีได้จากการศึกษาชาดกเกี่ยวกับสุวรรณสามชาดก (K)
2. เสนอแนวทางแบบอยา่ งท่ไี ด้รับจากการศกึ ษาชาดก เร่อื ง สุวรรณสามชาดก (P)
3. เหน็ ประโยชนข์ องการศึกษาชาดก เรอ่ื ง สวุ รรณสามชาดก (A)

สาระสำคญั

ความกตัญญูกตเวที ความมีเมตตากรณุ า และร้จู กั ให้อภยั ผู้อ่ืนจะทำใหช้ ีวติ มีความสขุ และสังคมสงบสุข

สาระการเรียนรู้

ชาดก : สุวรรณสามชาดก (สวุ รรณสามยอดกตัญญู)

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้
2. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน

คำถามสำคญั

นักเรยี นจะปฏบิ ตั ิตนอยา่ งไร เพื่อให้ไดช้ ื่อวา่ เป็นลูกกตญั ญู

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ข•้นั ส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นักเรยี นฟงั นิทาน เรอื่ ง เดก็ ชายยอดกตญั ญู ดงั น้ี

เดก็ ชายยอดกตัญญู
เม่ือเทดำ็กกชิจายกปรร้อมมเอสารยจ็ ุ แ1ล0ว้ ปนี อักาเศรัยยี อนยรกู่่วมับกแมัน่ทสนี่ตาทขน้าแงลซะา้ ยตบออบดคำตถาาขม้างดขงัวนาม้ี องเห็นเพยี งเลือนลาง
เด็กชา•ยปเมอ้ อื่มใจชะช้ ชอ้ ่วนยตแกัมนท่ ้ำำไงปานเทหลางเใงนนิ แคก่า้วอนาห้ำเาปรลแา่ ละ1คคา่ รเลงั้ ่านเรำ้ ียเตน็มโแดกยว้ กหารรือรไับมจ่ า้ (งไปมีน)่ ตน้ มะพรา้ ว
เพ่ือเกบ็ ลกู มะพร้าว และรับจ้างลา้ งจานตอนเยน็ หลังเลิกเรียนและวันเสาร์-อาทิตย์
ตอ่ มาเด็กชายป้อมได้รับทุนการศกึ ษาเพื่อให้สามารถเรียนจนจบระดับปริญญาตรี ซึ่งเป็นผลจาก
การเปน็ เดก็ กตัญญูของเขา

นักเรียนรว่ มกันสนทนาและตอบคำถาม ดังน้ี
• เด็กชายป้อมมีความกตัญญูต่อแมอ่ ย่างไร (ตวั อยา่ งคำตอบ ช่วยแมท่ ำงานหาเงนิ )
• การกระทำของเดก็ ชายปอ้ มทำให้เกิดผลอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ทำให้มีอาหารรับประทาน ไดเ้ รยี นหนงั สอื และได้รบั ทุนการศึกษา)
• นักเรียนรูส้ กึ อย่างไรต่อการกระทำของเด็กชายป้อม
(ตวั อย่างคำตอบ รู้สึกช่นื ชมที่เปน็ คนกตญั ญู)
2. นกั เรยี นศึกษาเร่ืองราวชาดกในพระพทุ ธศาสนาท่ีกล่าวถึงความกตญั ญูคอื สวุ รรณสามชาดก
(สวุ รรณสามยอดกตญั ญู) จากน้นั นกั เรยี นฟงั เรื่อง สุวรรณสามชาดก พร้อมกับดภู าพประกอบบนกระดาน
3. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกยี่ วกับสุวรรณสามชาดก และตอบคำถาม ดังนี้
• ทำไมฤๅษีซง่ึ เป็นพอ่ แม่ของสุวรรณสามจงึ ตาบอด
(ถกู งพู น่ พิษใสต่ าขณะท่ีไปหลบฝนใต้ต้นไมข้ ้างจอมปลวก)

• สวุ รรณสามปฏิบตั ิตนอย่างไรเมือ่ พอ่ แมต่ าบอด
(ปรนนิบตั ริ ับใชเ้ พอ่ื ตอบแทนบุญคณุ ด้วยความเต็มใจ)
• เพราะอะไรสตั ว์ปา่ จึงตดิ ตามสุวรรณสามเม่ือเดินทางในปา่
(เพราะสวุ รรณสามเป็นคนเมตตาต่อสัตว์ป่า)
• เมอื่ สวุ รรณสามสลบไป พระราชาทำอย่างไร
(ไปหาฤๅษผี เู้ ปน็ พ่อและแม่ของสุวรรณสามแลว้ เลา่ เรือ่ งราวใหฟ้ งั แลว้ พาฤๅษีทั้งสองไปหาสุวรรณ
สาม)
• สุวรรณสามฟ้ืนขนึ้ มาได้อยา่ งไร (ฤๅษตี งั้ จิตอธิษฐานขอให้ฟ้ืน)
• เกดิ เหตุการณอ์ ะไรหลังจากท่ีสุวรรณสามฟื้นแล้ว
(ฤๅษีท้ังสองตนมองเหน็ เหมือนเดิม พระราชาจงึ ขอโทษสุวรรณสามและสญั ญาว่าจะรักษาศลี )
• สวุ รรณสามมคี ณุ ธรรมอะไรบ้าง (มีเมตตา มคี วามกตญั ญูกตเวที)
4. นักเรยี นรว่ มกจิ กรรม “ก่อนหรอื หลงั ” โดยฟงั ขอ้ ความทเ่ี ป็นเหตกุ ารณ์ในสุวรรณสามชาดก
1 เหตกุ ารณ์ จากนัน้ เลือกตัวแทนนักเรยี นครั้งละ 1 คน ออกมาจับสลากเหตุการณ์ 1 ใบ แลว้ ให้ตวั แทน
นกั เรียนบอกว่าเหตกุ ารณใ์ นสลากทจี่ บั ไดเ้ ป็นเหตุการณก์ ่อนหรอื หลังเหตุการณ์ทกี่ ำหนด ดำเนินกิจกรรมนี้ 5
ครง้ั โดยมเี หตกุ ารณท์ ก่ี ำหนด ดังน้ี

พระราชายงิ สุวรรณสามที่อยู่ทา่ มกลางฝูงสัตวป์ ่า

เหตุการณใ์ นสลากมีดงั นี้
• สวุ รรณสามปรนนิบัตฤิ ๅษีพ่อแมท่ ่ีตาบอด (ก่อน)
• พระราชาไปเล่าเร่ืองท่สี ุวรรณสามถูกยงิ ใหฤ้ ๅษีทัง้ สองฟัง (หลงั )
• สุวรรณสามไปหาอาหารให้พ่อแม่ในปา่ โดยมีสตั วป์ ่าตดิ ตามไป (ก่อน)
• ฤๅษีอธษิ ฐานขอให้สวุ รรณสามฟน้ื (หลงั )
• ฤๅษที ั้งสองกลบั มามองเหน็ อกี ครั้ง (หลัง)
จากนนั้ นักเรยี นร่วมกันเรยี งลำดับเหตุการณ์ทีเ่ กดิ ขึน้ พร้อมกับร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
5. นักเรยี นศกึ ษาและรวบรวมข้อมลู เกยี่ วกับเรื่อง ชาดก : สุวรรณสามชาดก จากหนังสือเรียน
และแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ

•ข้นั• ค•ิด•วิเค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

6. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ข้อคิดท่ีไดจ้ ากสวุ รรณสามชาดกและแนวทาง
การนำไปปฏบิ ัติและตอบคำถาม ดงั นี้

• สุวรรณสามชาดกมขี ้อคดิ อะไรที่เราควรนำไปปฏบิ ตั ิ
(การมีความกตัญญกู ตเวทีตอ่ พ่อแม่ การมคี วามเมตตา ไมเ่ บยี ดเบยี นผู้อ่นื )
• นักเรียนจะนำข้อคิดท่ีได้ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างไร นักเรียนร่วมกันสรุปเป็นแผนภาพ
ความคิดบนกระดาน ดงั ตัวอยา่ ง

ขยนั อดทน กตญั ญูกตเวที

ต้ังใจเรยี นหนงั สือ

ชว่ ยเหลอื ผู้อื่น การนำข้อคิดจากสุวรรณสามชาดก
โดยไม่หวงั ผล ไปปฏิบตั ิ

ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ ชว่ ยพ่อแมท่ ำงานบา้ น

ไม่เบียดเบียนสตั ว์

7. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม ดังนี้
• นักเรียนจะปฏิบัตติ นอยา่ งไร เพือ่ ใหไ้ ดช้ อ่ื วา่ เป็นลูกกตัญญู
(ตวั อยา่ งคำตอบ เชอ่ื ฟังคำสง่ั สอนของบดิ า มารดา และปฏบิ ัตติ นให้เป็นคนดี ตง้ั ใจศึกษาเลา่ เรยี น)

8. นกั เรียนคิดประเมินเพื่อเพ่ิมคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยครูใช้คำถาม ดังนี้
• หากนกั เรยี นมีความกตญั ญเู หมือนสุวรรณสามชาดกจะส่งผลตอ่ นกั เรยี นอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ เป็นความภาคภูมใิ จของครอบครัว)

ข•้ันป•ฏ•บิ ตั• แิ •ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•ัง•กา•รป•ฏ•ิบัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

9. นักเรียนยกตัวอย่างข้อคิดจากชาดก เรอื่ ง สุวรรณสามชาดก พร้อมเสนอแนวทางการนำข้อคิด
ไปปฏิบัติและบอกผลที่เกิดขน้ึ ในช้นิ งานท่ี 5 เรื่อง ข้อคดิ จากสวุ รรณสามชาดก

10. นกั เรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรียบรอ้ ยของชิ้นงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รบั ปรงุ แก้ไขใหด้ ีขน้ึ
11. นักเรียนรว่ มกันสรปุ สง่ิ ท่เี ข้าใจเปน็ ความรูร้ ว่ มกนั ดังน้ี

ความกตัญญูกตเวที ความมีเมตตากรุณา และรู้จักให้อภัยผู้อื่นจะทำให้ชีวิตมีความสุขและ
สังคมสงบสุข

•ข้นั• ส•ื่อส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

12. นกั เรียนออกมานำเสนอข้อคิดจากชาดก เรอื่ ง สุวรรณสามชาดก พร้อมเสนอแนวทางการ
นำขอ้ คิดไปปฏิบตั ิและบอกผลท่เี กิดขึ้นหน้าชั้นเรยี น

13. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรปุ เก่ยี วกบั วธิ กี ารทำงานใหเ้ หน็ การคดิ เชิงระบบและวิธกี ารทำงาน
ท่มี แี บบแผน

•ข้นั• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พม่ิ• ค•ุณ•ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

14. นักเรียนรว่ มกนั คัดลอกคำกลอน เร่ือง ความขยนั หม่นั เพยี รหรือความกตญั ญูกตเวที หรอื ทำบตั ร
อวยพรคุณพ่อคุณแม่ แลว้ ร่วมกนั จดั ป้ายนเิ ทศหนา้ ชน้ั เรยี น และรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นวา่ หากทกุ คน
มีความขยันหมนั่ เพียรและความกตัญญกู ตเวทีจะส่งผลตอ่ สังคมอย่างไร

15. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลงั การเรยี น ในประเดน็ ต่อไปนี้
• ส่ิงท่ีนักเรียนได้เรยี นร้ใู นวันน้ีคืออะไร
• นกั เรียนมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมการเรียนรมู้ ากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพอใจกบั การเรียนในวันน้ีหรือไม่ เพยี งใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ที่ไดน้ ไี้ ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปลย่ี นตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทกุ ข้นั ตอนว่าจะเพม่ิ คุณค่าไปสสู่ งั คม

เกดิ ประโยชน์ต่อสังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป

ส่ือการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน พระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1
ของสถาบนั พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)

2. นทิ าน เรอ่ื ง เด็กชายยอดกตัญญู
3. ภาพประกอบการเลา่ ชาดก : สวุ รรณสามชาดก (สวุ รรณสามยอดกตญั ญู)
4. แถบประโยคชื่อชาดก สวุ รรณสามชาดก
5. สลากเหตุการณ์ในชาดก เรอ่ื ง สวุ รรณสามชาดก
6. แหล่งการเรยี นรูท้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น

การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมินความรู้ เรอื่ ง ชาดก : สุวรรณสามชาดก (สวุ รรณสามยอดกตัญญู) (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ ชนิ้ งาน เร่อื ง ข้อคดิ จากสุวรรณสามชาดก (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ด้านใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ ม่นั ในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมนิ

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินชนิ้ งาน เร่อื ง ข้อคิดจากสุวรรณสามชาดก

รายการการประเมิน ระดบั คุณภาพ

การบอกขอ้ คิด 4321
จากสุวรรณสามชาดก บอกข้อคิดที่ได้จากชาดก บอกข้อคดิ ทไ่ี ด้จากชาดก บอกขอ้ คิดทไ่ี ด้จากชาดก บอกขอ้ คดิ ที่ได้จากชาดก
และนำไปประยุกต์ใช้
ในชีวติ ประจำวนั เรอ่ื ง สวุ รรณสามชาดก เรือ่ ง สวุ รรณสามชาดก เรอื่ ง สุวรรณสามชาดก เรอ่ื ง สวุ รรณสามชาดก

และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง และเสนอแนวทาง แต่ยงั ไมส่ อดคล้อง

การนำไปประยุกต์ใช้ การนำไปประยกุ ต์ใช้ การนำไปประยกุ ต์ใช้ กบั ขอ้ มลู ไมม่ ีการอธิบาย

ในชีวิตประจำวนั ในชวี ิตประจำวัน ในชีวติ ประจำวัน เพ่ิมเตมิ

เพือ่ ใหเ้ กิดประโยชน์ เพ่ือให้เกิดประโยชน์ ได้สมั พนั ธก์ นั

ตอ่ ส่วนรวม ต่อตนเอง

ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศึกษา

ลงชอ่ื ______________________________
(_____________________________)

ตำแหนง่ ______________________________

บันทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน

ปญั หา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู สู้ อน___________________________
(__________________________)

วันท่ีบนั ทึก___________________________

ชน้ิ งานท่ี 5 เรอื่ ง ข้อคิดจากสวุ รรณสามชาดก

วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ได_้ _________คะแนน
ช่ือ_____________________________เลขท_ี่ _______ชน้ั ______ คะแนนเตม็ 10 คะแนน

นักเรยี นยกตัวอย่างข้อคิดจากชาดก เร่อื ง สวุ รรณสามชาดก พร้อมเสนอแนวทางการนำข้อคิดไป
ปฏิบตั แิ ละบอกผลที่เกดิ ข้นึ

สุวรรณสามชาดก แนวทางการปฏิบัติ ผลทีเ่ กดิ ขึน้
ข้อคิดทไี่ ด้
ความเมตตากรุณา • ผลต่อตนเอง (เกิดความสุขใจ
ความกตญั ญูกตเวที ภาคภมู ิใจในตนเอง)
ความขยนั หมน่ั เพียร • ผลต่อผอู้ ่ืน

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 พทุ ธสาวกและพทุ ธศาสนกิ ชนตวั อย่าง

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4

เรอื่ ง พทุ ธศาสนกิ ชนตวั อย่าง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 ครผู สู้ อน.................

............................................................................................................................................... ...............................

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา

ทตี่ นนับถือและศาสนาอ่นื มีศรัทธาทีถ่ กู ต้อง ยึดม่นั และปฏิบัติตามหลกั ธรรม

เพอ่ื อยู่ร่วมกนั อย่างสนั ติสขุ

ตวั ชว้ี ดั

ส 1.1 ป.1/2 ชื่นชมและบอกแบบอย่างการดำเนนิ ชีวิตและข้อคดิ จากประวตั ิสาวก ชาดก เรื่องเลา่

และศาสนกิ ชนตวั อย่างตามท่ีกำหนด

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. รู้และเขา้ ใจประวัติพุทธศาสนิกชนตัวอยา่ ง : พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช (K)
2. นำแบบอย่างท่ีดขี องพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช

ไปปฏบิ ตั ิในชวี ิตประจำวัน (P)
3. เหน็ ประโยชน์ของการศึกษาประวัตพิ ทุ ธศาสนิกชนตวั อยา่ ง (A)

สาระสำคัญ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นแบบอย่างท่ีดีของพทุ ธศาสนิกชนในด้าน
อปุ ถมั ภ์บำรุงศาสนาและด้านความกตญั ญกู ตเวที การนำแบบอยา่ งที่ดีของพระองคท์ ่านมาปฏิบตั จิ ะช่วย
สืบทอดพระพทุ ธศาสนาให้คงอยตู่ อ่ ไปและเป็นการตอบแทนบญุ คุณของผู้มีพระคณุ

สาระการเรยี นรู้

แบบอยา่ งของพุทธศาสนิกชนตัวอย่าง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้
2. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน

คำถามสำคัญ

การปฏบิ ัติตนตามแบบอย่างท่ีดีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช ก่อให้เกิด
ประโยชนต์ ่อตนเอง ครอบครัว และสังคมอย่างไร

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ข•้ันส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นกั เรียนดภู าพพระบรมฉายาลกั ษณข์ องพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช
แล้วนักเรียนร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกบั ภาพดังกลา่ ว ดงั นี้

• นักเรียนรู้จกั บคุ คลในภาพน้หี รือไม่ (รู้จัก)
• บุคคลในภาพคือใคร (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช)
• ในภาพน้ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชกำลังทำอะไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เยยี่ มเยยี นราษฎร ประกอบพิธกี รรมทางพระพุทธศาสนา)
• นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไรต่อภาพนี้ (ตวั อยา่ งคำตอบ ชื่นชม)
2. นกั เรยี นศกึ ษาและรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั เร่ือง พุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทร-
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช จากหนังสอื เรียนและแหลง่ การเรียนรู้อื่น ๆ

•ข้ัน• ค•ดิ •วเิ ค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

3. นักเรยี นร่วมกนั ฟังเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ดังน้ี

พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช เปน็ พระมหากษตั รยิ ์องค์ท่ี 9 แหง่ ราชวงศจ์ กั รี
เปน็ พระราชโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธเิ บศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเดจ็ พระศรี-
นครินทราบรมราชชนนี พระองค์ทรงเปน็ พุทธมามกะและอุปถมั ภบ์ ำรงุ ศาสนาทุกศาสนา ทรงรกั ดูแลและเอา
ใจใส่ต่อพระราชชนนีดว้ ยความอ่อนโยน ควรแกก่ ารเปน็ แบบอย่างด้านความกตัญญกู ตเวทใี ห้กบั คนไทยทง้ั ชาติ

จากนัน้ นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ และตอบคำถามกระตุ้น
ความคิด ดังน้ี

• นกั เรยี นเคยเหน็ เก่ยี วกบั การประกอบพระราชกรณยี กิจในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร-
มหาภมู พิ ลอดุลยเดชหรอื ไม่ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจใด

(ตัวอย่างคำตอบ เคยเหน็ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ทรงทอดผ้า
พระกฐนิ )

• การประกอบพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อให้เกดิ
ประโยชนอ์ ยา่ งไร

(ตัวอย่างคำตอบ ทำให้พระพทุ ธศาสนาคงอยู่สบื ตอ่ ไป)
4. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับการกระทำของนักเรียนที่ปฏบิ ัติต่อพ่อแม่ และ
ตอบคำถาม ดงั นี้

• นักเรียนเคยช่วยพอ่ แม่ทำงานบา้ นหรือไม่ (ตวั อยา่ งคำตอบ เคย โดยช่วยถูบา้ น กรอกนำ้ )
• เมอ่ื พ่อแมเ่ จ็บป่วยนกั เรยี นทำอยา่ งไร (ตวั อยา่ งคำตอบ ดูแลพ่อแม่)
• การกระทำของนกั เรียนแสดงออกว่ามีคุณธรรมขอ้ ใด (ความกตัญญกู ตเวท)ี
จากนน้ั นกั เรียนร่วมกันฟังเกีย่ วกบั พระราชประวตั ิพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร-
มหาภูมิพลอดลุ ยเดชวา่ ทรงเป็นพระมหากษัตรยิ ท์ มี่ ีความกตัญญกู ตเวทเี ปน็ อยา่ งมาก ควรยดึ ถอื
เป็นแบบอย่างในการปฏิบตั ติ ่อพ่อแม่และกลา่ วคำชมว่านักเรยี นทำดีแล้วทช่ี ว่ ยพ่อแม่ทำงานบ้านและ
ดูแลทา่ นยามเจบ็ ป่วยและควรทำต่อไป
5. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับพระราชประวัติพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร-
มหาภมู ิพลอดุลยเดช ในฐานะพทุ ธศาสนกิ ชนตวั อย่าง และตอบคำถาม ดงั น้ี
• การศกึ ษาพระราชประวตั ิพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ในฐานะ
พุทธศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง มคี วามสำคัญอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ จะทำให้ไดแ้ บบอย่างท่ีดีไปปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจำวัน)
• การนำแบบอย่างที่ดขี องพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชไปปฏิบัตจิ ะทำให้
เกิดประโยชน์อยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ เป็นการสบื ทอดพระพุทธศาสนา เป็นการตอบแทนบุญคุณของผมู้ ีพระคุณ)
• นักเรยี นเคยนำแบบอย่างทดี่ ใี นการสืบทอดพระพุทธศาสนาไปปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ ทำบญุ ตักบาตรเป็นประจำทุกวนั รักษาศีล 5)

• นกั เรยี นเคยนำแบบอยา่ งท่ดี ใี นการกตญั ญกู ตเวทีต่อบดิ ามารดาไปปฏิบตั อิ ย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ เชื่อฟงั คำสง่ั สอน ช่วยแบ่งเบาภาระ ดแู ลทา่ นยามเจบ็ ป่วย)
6. นักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ของการศึกษาพระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช โดยนกั เรยี นร่วมกนั สรุปคำตอบเปน็ แผนภาพ
ความคดิ บนกระดาน ดังตัวอย่าง

ทรงเปน็ แบบอย่าง ประโยชนข์ องการศกึ ษา ทรงเป็นแบบอยา่ งในการ
ดา้ นความกตญั ญกู ตเวที พระราชประวัติ สืบทอดพระพทุ ธศาสนา

ทรงเป็นแบบอยา่ งในการบำเพญ็ ประโยชน์ต่อส่วนรวม

7. นักเรยี นคิดประเมนิ เพื่อเพ่ิมคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังนี้
• การปฏิบัตติ นตามแบบอย่างที่ดีของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช

ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ตนเอง ครอบครัว และสังคมอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ ต่อตนเอง : มคี วามสขุ ความเจรญิ ในชีวติ ตอ่ ครอบครวั : ครอบครัวมีความสขุ

มีความอบอุ่นมั่นคง ตอ่ สงั คม : สงั คมมีความสงบร่มเยน็ เจรญิ รุง่ เรอื ง)

ข•้ันป•ฏ•บิ ัต• แิ •ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•ิบัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

8. นกั เรยี นเสนอแนวทางการนำแบบอยา่ งทด่ี ขี องพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพล
อดุลยเดชไปปฏิบตั ิ มา 1 ตวั อยา่ ง และวิเคราะห์ผลทีเ่ กิดข้ึน ลงในช้ินงานที่ 6 เรื่อง การนำแบบอย่างท่ีดี
ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปปฏิบตั ิ

9. นกั เรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง
10. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปสิง่ ทเี่ ขา้ ใจเป็นความรูร้ ว่ มกนั ดังนี้

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช ทรงเปน็ แบบอย่างทด่ี ขี องพทุ ธศาสนิกชนใน
ด้านอปุ ถัมภบ์ ำรุงศาสนาและดา้ นความกตัญญูกตเวที การนำแบบอย่างท่ีดขี องพระองค์ทา่ นมาปฏบิ ตั จิ ะชว่ ย
สืบทอดพระพทุ ธศาสนาให้คงอยู่ตอ่ ไปและเปน็ การตอบแทนบุญคณุ ของผู้มีพระคณุ

•ข้นั• ส•ื่อส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

11. นักเรียนออกมานำเสนอแนวทางการนำแบบอย่างทีด่ ีของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทร
มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชไปปฏิบตั ิ และวิเคราะห์ผลท่เี กดิ ขนึ้ หน้าชั้นเรยี น

12. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเกี่ยวกบั วธิ กี ารทำงานใหเ้ หน็ การคิดเชงิ ระบบและวิธีการทำงาน
ท่มี แี บบแผน

•ข้นั• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พม่ิ• ค•ุณ•ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ิตส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

13. นักเรียนรว่ มกันเลอื กภาพพระราชกรณยี กิจในพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพล
อดุลยเดช จากนน้ั รว่ มกันนำไปจัดป้ายนิเทศเพ่อื เผยแพร่ความรใู้ ห้กบั ผู้อนื่ และรว่ มกันจัดกิจกรรม
การทำความดโี ดยนกั เรยี นปฏิบัติ เช่น การเก็บขยะบริเวณโรงเรียน

กิจกรรมนส้ี ร้างเสริมคา่ นยิ มหลัก 12 ประการ ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์

14. นักเรียนประเมินตนเองหลงั การเรียน ในประเดน็ ต่อไปนี้
• สิง่ ท่ีนกั เรียนได้เรยี นรใู้ นวันนีค้ อื อะไร
• นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมการเรียนรูม้ ากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพงึ พอใจกบั การเรยี นในวนั นหี้ รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนำความรู้ท่ีไดน้ ไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทว่ั ไป
ได้อย่างไร
จากนัน้ แลกเปลีย่ นตรวจสอบข้นั ตอนการทำงานทุกขัน้ ตอนวา่ จะเพมิ่ คุณคา่ ไปสสู่ ังคม

เกดิ ประโยชนต์ ่อสังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ ในขัน้ ตอนใดบา้ ง สำหรบั การทำงานในครง้ั ต่อไป

สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน พระพุทธศาสนา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)

2. พระบรมฉายาลกั ษณ์พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช
3. แหล่งการเรียนร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น

การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอื่ ง พุทธศาสนิกชนตัวอยา่ ง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
(K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ ช้ินงาน เรื่อง การนำแบบอยา่ งที่ดขี องพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช

ไปปฏบิ ตั ิ (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินชนิ้ งาน เรือ่ ง การนำแบบอยา่ งทดี่ ีของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
ไปปฏบิ ตั ิ

รายการการประเมนิ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32

การนำแบบอย่างที่ดี บอกการนำแบบอยา่ งทีด่ ี บอกการนำแบบอย่างทด่ี ี บอกการนำแบบอยา่ งทด่ี ี บอกการนำแบบอยา่ งทด่ี ี

ของพระบาทสมเดจ็ ของพระบาทสมเดจ็ ของพระบาทสมเด็จ ของพระบาทสมเด็จ ของพระบาทสมเดจ็

พระปรมินทร- พระปรมินทร- พระปรมินทร- พระปรมนิ ทร- พระปรมนิ ทร-

มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชไป มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช มหาภูมิพลอดลุ ยเดช มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช

ปฏิบตั ิ ไปปฏิบตั ิ ไปปฏบิ ตั ิ ไปปฏบิ ตั ิ ไปปฏิบตั ิ

ในชีวติ ประจำวัน ในชวี ิตประจำวัน ในชีวิตประจำวนั แต่ยังไมส่ อดคลอ้ ง

เพอ่ื ให้เกิดประโยชน์ เพ่ือให้เกดิ ประโยชน์ ได้สมั พนั ธ์กัน ไม่มกี ารอธิบายเพิ่มเติม

ตอ่ สว่ นรวม ตอ่ ตนเอง

ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา

_ ลงชอ่ื ______________________________
ผลการจดั การเรียนการสอน (_____________________________)

ตำแหน่ง_____________________________

บนั ทึกหลงั การสอน

ปัญหา/อปุ สรรค

แนวทางแก้ไข

ครูผสู้ อน___________________________
(__________________________)

วนั ที่บนั ทึก___________________________


Click to View FlipBook Version