The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนนางสาวณัฐติยา ทิพชาติ ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattiya Thippachat, 2022-09-07 10:09:29

แผนการสอนสังคมศึกษา ป.1

แผนการสอนนางสาวณัฐติยา ทิพชาติ ปีการศึกษา 2565

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 พทุ ธสาวกและพทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5

เร่อื ง พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง : เจ้าพระยาสธุ รรมมนตรี (หนพู ร้อม ณ นคร) เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1 ครูผ้สู อน.................

................................................................................................................................................. .............................

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ทตี่ นนับถือและศาสนาอน่ื มีศรัทธาทีถ่ ูกต้อง ยดึ มนั่ และปฏิบัตติ ามหลกั ธรรม
เพอื่ อยู่รว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข
ตัวชวี้ ัด

ส 1.1 ป.1/2 ช่นื ชมและบอกแบบอย่างการดำเนนิ ชวี ติ และข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก เรื่องเล่า

และศาสนกิ ชนตวั อย่างตามท่ีกำหนด

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ร้แู ละเข้าใจประวตั ิพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง : เจ้าพระยาสธุ รรมมนตรี (K)
2. นำแบบอยา่ งทด่ี ขี องเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีไปปฏิบัตใิ นชวี ติ ประจำวัน (P)
3. เห็นประโยชนข์ องการศึกษาประวตั พิ ุทธศาสนิกชนตัวอยา่ ง (A)

สาระสำคัญ

เจา้ พระยาสธุ รรมมนตรเี ปน็ แบบอยา่ งท่ีดใี นการยึดมน่ั หลักธรรมคำสอนของพระพทุ ธศาสนาและ
สง่ เสริมกจิ กรรมทางศาสนาให้เจรญิ รงุ่ เรือง

สาระการเรียนรู้

แบบอย่างของพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง : เจา้ พระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม ณ นคร)

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

คำถามสำคัญ

ถา้ นักเรียนนำแบบอย่างของเจา้ พระยาสธุ รรมมนตรไี ปปฏิบัตจิ ะเกดิ ประโยชนอ์ ย่างไรบ้าง

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ข•้นั ส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกับการกระทำของนักเรียนที่คิดว่าตนเองทำความดี และตอบคำถาม
กระต้นุ ความสนใจ ดังนี้

• นักเรียนคิดวา่ ตนเองทำความดีเร่อื งใดบา้ ง (ตัวอยา่ งคำตอบ ไมร่ ังแกสตั ว์ ช่วยครถู ือสิ่งของ)
• เมอ่ื ทำความดแี ลว้ นกั เรยี นรู้สึกอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ภูมิใจ ดีใจ)
• นักเรียนคิดว่าการกระทำน้ีควรทำต่อไปหรือไม่ (ควร/ไม่ควร)
2. นกั เรยี นฟัง เรื่อง เจา้ พระยาสุธรรมมนตรี (หนพู ร้อม ณ นคร) ดงั นี้
เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม ณ นคร) รับราชการต้ังแต่รชั กาลท่ี 4-5 เมื่อมีอายอุ ุปสมบทไดท้ า่ น
ไดบ้ วชท่วี ัดพชิ ยั ญาตกิ าราม ทา่ นจะสวดมนต์ไหวพ้ ระเปน็ ประจำทุกวันในกุฏิ คืนหนง่ึ ท่านถูกคนรา้ ยลอบยงิ
ขณะกม้ กราบพระรตั นตรยั กระสนุ จงึ พุ่งขา้ มศรี ษะท่านไปทำใหท้ ่านรอดชีวิต ทา่ นจึงเชอ่ื ว่าท่ีทา่ นรอดชวี ิตเป็น
เพราะการทำความดี เป็นอานิสงส์ของการสวดมนตไ์ หว้พระ ดังนัน้ ท่านจงึ ยึดม่นั ในหลักธรรมคำสอนของ
พระพทุ ธศาสนาและส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาจนทำใหเ้ มืองนครศรธี รรมราชในยคุ นัน้ มีความเจริญรงุ่ เรือง
ทางดา้ นพระพุทธศาสนาอีกเมอื งหนงึ่
จากนน้ั นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกบั เรื่องดงั กล่าว ดังนี้
• เจ้าพระยาสธุ รรมมนตรีมชี อ่ื จรงิ วา่ อะไร (หนูพร้อม ณ นคร)
• กิจทีเ่ จ้าพระยาสธุ รรมมนตรีทำเปน็ ประจำตอนบวชเปน็ พระคอื อะไร (สวดมนต์ไหว้พระ)
• เพราะเหตุใดทา่ นจึงรอดชวี ติ จากการถูกทำร้าย
(ทา่ นกม้ ลงกราบพระรตั นตรัย กระสุนจึงพงุ่ ข้ามศีรษะทา่ นไปจึงรอดชีวติ )
• เจ้าพระยาสธุ รรมมนตรีมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาของเมืองนครศรธี รรมราชอยา่ งไร
(สง่ เสรมิ กิจกรรมของศาสนาจนพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรอื ง)
3. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกีย่ วกับเร่อื ง พทุ ธศาสนกิ ชนตวั อยา่ ง : เจา้ พระยาสุธรรมมนตรี
จากหนงั สือเรียนและแหลง่ การเรยี นรู้อ่ืน ๆ

•ข้ัน• ค•ิด•วเิ ค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

4. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ข้อคดิ ทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาพทุ ธศาสนิกชนตวั อยา่ ง
และตอบคำถาม ดงั น้ี

• นักเรียนได้ขอ้ คิดจากการศึกษาประวัตขิ องเจา้ พระยาสุธรรมมนตรีอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ การทำความดจี ะทำใหแ้ คล้วคลาดจากอนั ตรายตา่ ง ๆ)
จากนน้ั นกั เรียนร่วมกนั สรุปคำตอบเปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตวั อย่าง

การมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ทำให้คนยกย่องสรรเสรญิ

การทำความดี ทำใหแ้ คลว้ ข้อคดิ จากการศกึ ษา การบำรงุ รักษา
คลาดจากอันตราย ประวตั ิ พระพทุ ธศาสนา
ทำใหพ้ ระพุทธศาสนา
เจ้าพระยาสธุ รรมมนตรี เจรญิ รงุ่ เรือง

การยึดม่ันในการทำความดี
ทำให้ชวี ติ พบแต่ความสขุ

5. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ เก่ียวกบั ชาวพุทธตัวอย่าง และตอบคำถาม ดังนี้
• ชาวพุทธตวั อย่างควรเป็นบุคคลทม่ี ลี กั ษณะอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ทำนบุ ำรุงพระพุทธศาสนา)
• ถ้านกั เรยี นนำแบบอย่างของชาวพทุ ธตัวอย่างไปปฏิบัตจิ ะเกิดผลอย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ภาคภูมิใจ ไดร้ ับการชน่ื ชมจากพอ่ แม่และผอู้ ่ืน)

6. นักเรยี นคิดประเมนิ เพื่อเพ่ิมคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• ถ้านกั เรยี นนำแบบอย่างของเจ้าพระยาสธุ รรมมนตรีไปปฏิบัตจิ ะเกิดประโยชน์อยา่ งไรบ้าง
(ตัวอย่างคำตอบ ตนเองแคลว้ คลาดจากอนั ตราย พระพทุ ธศาสนาเจริญรงุ่ เรอื ง)

ข•้ันป•ฏ•ิบตั• แิ •ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•ัง•กา•รป•ฏ•ิบัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

7. นักเรียนวาดภาพการทำความดีของตนเองพรอ้ มกบั ระบายสีให้สวยงาม
8. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มร่วมกนั สำรวจเพ่อื นในช้ันเรียนว่ามบี ุคคลใดบ้างทเ่ี ป็นแบบอย่างทีด่ คี วรยดึ ถอื
และปฏบิ ตั ติ าม พรอ้ มบอกแบบอย่างที่ดีของเพื่อน
9. นักเรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดให้ปรบั ปรงุ แก้ไขใหด้ ีขึ้น
10. นกั เรียนร่วมกันสรปุ สิง่ ทีเ่ ขา้ ใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดงั น้ี

เจา้ พระยาสุธรรมมนตรีเป็นแบบอย่างท่ีดใี นการยึดม่ันหลกั ธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา
และสง่ เสริมกิจกรรมทางศาสนาให้เจรญิ รุ่งเรือง

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

11. นกั เรยี นออกมานำเสนอภาพวาดการทำความดขี องตนเองหน้าชน้ั เรียน
12. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายสรุปเก่ยี วกบั วิธกี ารทำงานใหเ้ หน็ การคิดเชงิ ระบบและวิธีการทำงาน
ท่มี แี บบแผน

•ข้ัน• ป•ระ•เม•ิน•เพ•่ือเ•พม่ิ• ค•ุณ•ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

13. นกั เรียนรว่ มกนั รวบรวมผลงานภาพวาดการทำความดีของตนเอง ไปจัดป้ายนิเทศเพื่อเผยแพร่
ความรูใ้ ห้กบั ผู้อืน่

14. นักเรยี นนำข้อมลู การเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ีของพุทธศาสนิกชนทด่ี ี ไปเลา่ ให้เพอ่ื นในโรงเรยี นและ
สมาชกิ ในครอบครวั ฟัง เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้กบั ผอู้ นื่

15. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความร้สู ึกหลงั การเรยี น ในประเด็นต่อไปน้ี
• สงิ่ ทนี่ กั เรียนได้เรียนรใู้ นวันน้คี ืออะไร
• นกั เรียนมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพือ่ นนักเรยี นในกลุ่มมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกบั การเรียนรู้ในวันนหี้ รือไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรทู้ ี่ไดน้ ไี้ ปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่วั ไป
ได้อย่างไร

จากน้ันแลกเปล่ยี นตรวจสอบข้นั ตอนการทำงานทุกข้ันตอนว่าจะเพิ่มคุณคา่ ไปสสู่ ังคม
เกดิ ประโยชนต์ ่อสงั คมให้มากขึ้นกว่าเดมิ ในขัน้ ตอนใดบา้ ง สำหรบั การทำงานในครง้ั ต่อไป

สื่อการเรียนรู้/แหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน พระพุทธศาสนา ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1
ของสถาบนั พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)

2. เร่ือง เจา้ พระยาสธุ รรมมนตรี (หนพู รอ้ ม ณ นคร)
3. แหลง่ การเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น

การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรอ่ื ง พุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง : เจา้ พระยาสธุ รรมมนตรี (หนูพรอ้ ม ณ นคร)
(K) ด้วยแบบทดสอบ

2. ประเมินกระบวนการทำงานกลมุ่ (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่นั ในการทำงาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกลุ่ม

รายการการประเมนิ 4 ระดับคุณภาพ 1
มีการกำหนดบทบาท 32 ไมม่ กี ารกำหนด
กระบวนการ มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
ทำงานกล่มุ และไมม่ ีการชแี้ จง
สมาชกิ ชดั เจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหน้า เป้าหมาย สมาชิก
ต่างคนต่างทำงาน
และมีการชแี้ จงเป้าหมาย มกี ารชแ้ี จงเปา้ หมาย ไม่มกี ารชี้แจงเป้าหมาย

การทำงาน อย่างชัดเจน อย่างชดั เจน

มีการปฏิบตั ิงานร่วมกัน และปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั ปฏิบัติงานรว่ มกัน

อย่างร่วมมอื ร่วมใจ แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ไมค่ รบทกุ คน

พร้อมกบั การประเมนิ เป็น เปน็ ระยะ ๆ

ระยะ ๆ

ข้อเสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา

_ ลงชอื่ ______________________________
ผลการจดั การเรียนการสอน (_____________________________)

ตำแหน่ง_____________________________

บนั ทึกหลงั การสอน

ปัญหา/อปุ สรรค

แนวทางแก้ไข

ครูผู้สอน___________________________
(__________________________)

วนั ทบ่ี ันทกึ ___________________________

ชิ้นงานที่ 6 เรื่อง การนำแบบอยา่ งที่ดีของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ไปปฏิบตั ิ

วันท่ี________เดือน_______________พ.ศ.___________ ได_้ _________คะแนน
ช่อื _____________________________เลขท_ี่ _______ชน้ั ______ คะแนนเตม็ 10 คะแนน

นกั เรยี นเสนอแนวทางการนำแบบอย่างท่ีดีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดชไป
ปฏิบตั ิ มา 1 ตัวอยา่ ง แล้ววิเคราะหผ์ ลท่ีเกิดขึ้น

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช

แบบอย่างที่ดีในด้าน แนวทางการนาไปปฏิบัติ ผลทเ่ี กดิ ขึน้

• ถา้ ทกุ คนในสงั คมนาแบบอยา่ งที่ดีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดชไปปฏิบตั ิจะส่งผลต่อสังคมอยา่ งไร (เขียนเครื่องหมาย  ลงใน
หนา้ คาตอบ ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )

เกิดความสงบสุข ประเทศชาติพฒั นา

เกิดความเป็ นระเบียบเรี ยบร้อย เกิดความเจริญรุ่งเรือง

อื่น ๆ (ระบุ)

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
และหลักคำสอนของศาสนาต่าง ๆ
ตา่ ง ๆ

เวลาเรียน 9 ชวั่ โมง

แผนผังการเรียนรแู้ บบบูรณาการ

ภาษาไทย
• การพดู สนทนา
• การพดู แสดงความคิดเห็น
• การพดู นำเสนอผลงาน
• การเลา่ เร่ืองราว

สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา ศิลปะ
• การเล่นเกมตอบได้ใหด้ าว และหลักคำสอนของศาสนาตา่ ง ๆ • การวาดภาพระบายสี
• การเลน่ เกมหนูทำได้ • การแสดงบทบาทสมมุติ

การงานอาชีพและเทคโนโลยี
• การจดั ทำแผนภาพความคิด
• การจัดป้ายนเิ ทศ

ตวั ช้ีวดั

บอกความหมาย ความสำคัญ และเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัตติ ามหลักธรรมโอวาท 3 ในพระพทุ ธศาสนา
หรือหลักธรรมของศาสนาท่ตี นนบั ถือตามที่กำหนด (ส 1.1 ป.1/3)

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาและหลักคำสอนของศาสนาตา่ ง ๆ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1

เรื่อง พระรตั นตรยั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1

เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน.....................

................................................................................................ ..............................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ที่ตนนับถือและศาสนาอนื่ มีศรัทธาทีถ่ กู ต้อง ยึดม่นั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม
เพอ่ื อยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันติสขุ
ตัวชี้วดั
ส 1.1 ป.1/3 บอกความหมาย ความสำคญั และเคารพพระรตั นตรัย ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท 3
ในพระพทุ ธศาสนา หรอื หลักธรรมของศาสนาทตี่ นนบั ถอื ตามทก่ี ำหนด

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. รู้และเข้าใจความหมายของพระรตั นตรัยและความศรัทธาในพระรัตนตรัย (K)
2. ปฏบิ ตั ติ นเพ่ือแสดงความเคารพในพระรัตนตรัยอย่างเหมาะสม (P)
3. เห็นความสำคญั ของพระรัตนตรัย (A)

สาระสาคญั

พระรัตนตรยั เป็นองค์ประกอบที่สำคญั ทางพระพุทธศาสนา พทุ ธศาสนิกชนควรมีความศรทั ธาใน
คุณของพระรตั นตรยั และปฏิบัติตนต่อพระรัตนตรัยอยา่ งเหมาะสม

สาระการเรียนรู้

พระรตั นตรัย

สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

คาถามสาคัญ

ถา้ พุทธศาสนิกชนทุกคนมีความศรทั ธาในพระรตั นตรยั จะเกิดผลอยา่ งไร

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ข•้ันส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกับพระพทุ ธศาสนา และตอบคำถาม ดังน้ี
• เมื่อพูดถึงพระพุทธศาสนา นกั เรยี นนึกถึงสิง่ ใด
(ตวั อยา่ งคำตอบ พระพุทธเจา้ พระสงฆ์ หลกั ธรรมคำสอน)
• สิง่ ดังกลา่ วเก่ียวขอ้ งกบั นกั เรียนหรือไม่ อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ เก่ยี วข้อง คือ หลักธรรมคำสอนทางศาสนาเปน็ หลกั ในการดำเนินชีวิต)

2. นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับความสำคัญของพระรัตนตรัย ดังน้ี พระรัตนตรัยเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ของพระพุทธศาสนา พระรัตนตรัย หมายถึง แก้วอันประเสริฐ 3 ดวง คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
จากน้ันนักเรียนดูภาพพระรัตนตรัยและศึกษาความหมายของพระรัตนตรัย ดังนี้ พระพุทธ หมายถึง
พระพุทธเจ้า ซ่ึงเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา พระธรรม หมายถึง คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระสงฆ์
หมายถงึ ผู้สบื ทอดและถา่ ยทอดพระพทุ ธศาสนา

3. นกั เรียนฟังเร่ือง คุณของพระรตั นตรัยในกจิ กรรม และนกั เรยี นดภู าพพระรัตนตรยั คือ พระพทุ ธ
พระธรรม และพระสงฆ์ แลว้ รว่ มกันสนทนาและตอบคำถาม ดงั น้ี

• คุณของพระพทุ ธคืออะไร
(พระพทุ ธเจ้าทรงตรสั รไู้ ด้ด้วยพระองค์เอง แล้วสอนให้ผู้อื่นร้ตู าม)
• คณุ ของพระธรรมคืออะไร
(พระธรรมคำสอนเปน็ แนวทางปฏิบตั เิ พอ่ื ให้ดำรงชวี ิตอย่างมีความสุข)
• คุณของพระสงฆ์คืออะไร
(พระสงฆ์ คือ ผู้เผยแผห่ ลกั ธรรมคำสอนของพระพุทธเจา้ เพอื่ ให้พทุ ธศาสนกิ ชนปฏิบัตติ าม)

4. นักเรียนรว่ มกิจกรรมควรทำ ไม่ควรทำ โดยฟงั ข้อความเก่ยี วกบั การปฏิบตั ติ นต่อพระรัตนตรยั ครั้ง
ละ 1 ข้อความ ถา้ ขอ้ ความนั้นควรทำ ใหน้ กั เรยี นยกมือทัง้ สองขา้ ง ชูน้วิ โปง้ ถ้าข้อความนน้ั ไม่ควรทำให้
นกั เรียนชูมือแลว้ ไขว้กนั เป็นเคร่ืองหมายผดิ ตวั อยา่ งเชน่

• ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม (ควรทำ)
• เมอ่ื พบพระสงฆร์ ีบเดนิ เล่ียงไปทางอน่ื (ไม่ควรทำ)
• นำพระพทุ ธรปู มาอวดเพื่อน (ไม่ควรทำ)
• ตักบาตรพระสงฆ์เมือ่ มีโอกาส (ควรทำ)
• นำพระไตรปฎิ กมาขีดเขียนเลน่ (ไมค่ วรทำ)
• กราบพระพุทธรูปใหถ้ กู ตอ้ ง (ควรทำ)
• เขา้ ร่วมพธิ กี รรมทางศาสนา (ควรทำ)
5. นักเรยี นอา่ นข้อความเกย่ี วกับอาเซียน ดังน้ี

ชาวพมา่ ไดช้ ือ่ ว่าเปน็ ชนชาติที่ยังยึดม่นั ในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา มีการสรา้ งเจดีย์
พระธาตุ ศาสนสถาน ทว่ั ท้งั ประเทศ จึงมีปชู นยี สถานอนั เป็นทีเ่ คารพศรัทธา สกั การบูชาของชาวพมา่
ยกตัวอยา่ งเชน่ มหาเจดยี ช์ เวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง เป็นมหาเจดยี ์ท่ีบรรจพุ ระเกศาธาตขุ อง
พระพุทธเจ้ารวม 8 เส้น มอี ายุยาวนานกว่า 2,000 ปี “ชเวดากอง” แปลว่า “เจดยี ์ทองแห่งเมือง
ดากอง” เจดียแ์ ห่งนี้ได้มีการปฏสิ งั ขรณม์ าดว้ ยกันหลายคร้ัง โดยความเชือ่ ของโบราณราชประเพณีท่ี
กษัตริย์ของเมียนมาจะขนึ้ ครองราชบลั ลังก์จะต้องถวายทองคำหนักเทา่ กบั น้ำหนกั ของพระองค์เอง
เพอื่ มาหอ่ หุ้มองค์พระเจดีย์ ซึ่งถือวา่ เป็นศูนย์กลางแห่งความศรทั ธา แห่งจิตวญิ ญาณของชาวพุทธ
ทส่ี ำคญั มาจนถงึ ปจั จุบัน

จากนน้ั ร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกับขอ้ ความท่ีอา่ น แล้วนำความร้ทู ่ไี ด้มาแลกเปล่ยี นเรยี นรู้กัน
6. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเก่ยี วกบั เรื่อง พระรตั นตรัย จากหนงั สอื เรยี นและแหลง่
การเรียนรอู้ ื่น ๆ

•ข้นั• ค•ิด•วเิ ค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

7. นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั ความสำคัญของพระรตั นตรัยและตอบคำถามกระต้นุ
ความคิด ดงั น้ี

• พระพทุ ธเจ้ามีความสำคญั ต่อพระพุทธศาสนาและชาวพทุ ธอย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เปน็ ศาสดาผู้เผยแผค่ ำสอนของพระพุทธศาสนา)
• พระธรรมมีความสำคัญตอ่ พระพุทธศาสนาและชาวพุทธอย่างไร(ตวั อยา่ งคำตอบ เป็น
หลักธรรมคำสัง่ สอนของพระพุทธเจ้าทใี่ หช้ าวพุทธนำไปปฏิบตั ิเพอื่ ใหเ้ กิดความสุขในการดำเนินชีวติ )

• พระสงฆม์ ีความสำคญั ต่อพระพุทธศาสนาและชาวพทุ ธอย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ เปน็ ผู้เผยแผ่คำสอนของพระพุทธศาสนาและสืบทอดพระพุทธศาสนา)
8. นกั เรียนร่วมกนั ยกตัวอย่างการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อพระรัตนตรัยทนี่ ักเรยี นเคยปฏิบัติ
จากนนั้ นักเรียนร่วมกนั สรปุ คำตอบเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตวั อย่าง

ตง้ั ใจฟังพระสงฆแ์ สดงธรรม
และนำไปปฏบิ ตั ิ

กราบพระพุทธรปู ดว้ ยความเคารพยิง่

การปฏิบัติตนอย่าง ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมคำสอน
เหมาะสมต่อ
สวดมนต์ไหว้พระกอ่ นเขา้ นอน พระรตั นตรัย

ทำบุญตักบาตร พูดจาสภุ าพกบั พระสงฆ์

9. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ความศรทั ธาในพระรัตนตรัย และตอบคำถาม ดังน้ี
• นักเรยี นสามารถปฏบิ ัติตนเพื่อแสดงความศรัทธาในพระรัตนตรัยไดอ้ ยา่ งไรบ้าง
(ตวั อยา่ งคำตอบ ปฏิบัตติ ามคำสอน ทำความเคารพให้ถูกวธิ ี ตกั บาตรพระสงฆ)์
• ถา้ ทกุ คนปฏิบัติได้เหมาะสมจะทำใหเ้ กิดผลดอี ย่างไร(เปน็ คนดี พระพุทธศาสนาสืบทอดต่อไป)

10. นักเรียนแบง่ กลุ่มออกเป็น 3 กลมุ่ เล่นเกมตอบไดใ้ หด้ าว โดยการตอบคำถามว่าบัตรคำทเ่ี ห็น
เกี่ยวขอ้ งกบั พระพุทธ พระธรรมหรอื พระสงฆ์ กลมุ่ ทีย่ กมือตอบได้เรว็ และถูกต้องจะไดร้ ับ 1 คะแนน
กลมุ่ ใดได้คะแนนมากทสี่ ุดเป็นผชู้ นะ ดังตัวอย่าง

บัตรคำ

เจา้ ชายสิทธตั ถะ พระพทุ ธ

ผสู้ ืบทอดพระพทุ ธศาสนา พระสงฆ์

หลกั ธรรมคาสอน พระธรรม

ศาสดาของพระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธ

พระไตรปิ ฎก พระธรรม

ผเู้ ผยแผค่ าสอนของพระพทุ ธเจา้ พระสงฆ์

11. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพ่ือเพ่มิ คุณค่า แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• ถา้ พทุ ธศาสนิกชนทกุ คนมีความศรัทธาในพระรัตนตรัยจะเกิดผลอย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ พระพุทธศาสนามีความเจริญรงุ่ เรือง คนในสงั คมปฏิบตั ิตามหลักธรรมคำสอน ทำ

ใหค้ นในสังคมดำรงชีวิตอยา่ งสงบสขุ )

ข•้นั ป•ฏ•บิ ตั• แิ •ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•ัง•กา•รป•ฏ•บิ ัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

12. นกั เรียนลากเส้นตามรอยประหน้าข้อความทเ่ี ป็นความหมายของพระรัตนตรัย แล้วตอบคำถาม
ลงในชนิ้ งานท่ี 7 เรอ่ื ง พระรัตนตรยั

13. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรียบรอ้ ย หากพบขอ้ ผดิ พลาดควรปรับปรุงแก้ไขให้ถกู ต้อง
14. นักเรียนรว่ มกันสรุปสิง่ ที่เขา้ ใจเป็นความรรู้ ่วมกนั ดงั น้ี

พระรัตนตรยั เป็นองค์ประกอบท่ีสำคญั ทางพระพุทธศาสนา พทุ ธศาสนิกชนควรมีความศรทั ธาใน
คณุ ของพระรตั นตรยั และปฏิบตั ติ นต่อพระรตั นตรยั อย่างเหมาะสม

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

15. นักเรยี นออกมานำเสนอชิ้นงาน เรื่อง พระรัตนตรยั หน้าชั้นเรยี น
16. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เก่ียวกับวธิ ีการทำงานให้เหน็ การคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทำงาน
ทีม่ แี บบแผน

•ข้ัน• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พม่ิ• ค•ณุ •ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ิตส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

17. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรยี น ในประเดน็ ต่อไปนี้
• สงิ่ ทนี่ ักเรยี นได้เรียนรู้ในวนั น้คี ืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• เพอ่ื นนักเรียนในกลุ่มมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกับการเรียนในวนั นห้ี รือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนำความรู้ที่ไดน้ ีไ้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ไดอ้ ย่างไร
จากนั้นแลกเปลีย่ นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทกุ ขน้ั ตอนว่าจะเพิม่ คุณค่าไปสูส่ งั คม

เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึน้ กวา่ เดิมในขั้นตอนใดบา้ ง สำหรบั การทำงานในคร้ังต่อไป

สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน พระพทุ ธศาสนา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ของสถาบนั พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.)

2. บัตรคำพระรัตนตรยั
3. ภาพพระรัตนตรยั
4. แหลง่ การเรยี นรทู้ ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น

การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอ่ื ง พระรตั นตรยั (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุม่ (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมินชน้ิ งาน เร่ือง พระรตั นตรัย (P) ด้วยแบบประเมนิ
4. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน

(A) ด้วยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทำงานกลมุ่

รายการการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

กระบวนการ 432 1
ทำงานกลมุ่ ไม่มีการกำหนด
มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท บทบาทสมาชกิ
และไมม่ กี ารชแี้ จง
สมาชิกชดั เจน และ สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ เป้าหมาย สมาชิก
ตา่ งคนต่างทำงาน
มีการชแ้ี จงเปา้ หมาย มีการช้แี จงเป้าหมาย ไม่มีการชแี้ จงเปา้ หมาย

การทำงาน มีการ อย่างชดั เจนและ อย่างชดั เจน

ปฏิบตั งิ านร่วมกนั ปฏบิ ัติงานร่วมกัน ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน

อย่างร่วมมือร่วมใจ แต่ไมม่ ีการประเมิน ไม่ครบทกุ คน

พรอ้ มกับการประเมินเป็น เป็นระยะ ๆ

ระยะ ๆ

แบบประเมินชิน้ งาน เรอ่ื ง พระรัตนตรยั

รายการการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

การบอกความหมาย 4 32 1
และความสำคญั บอกความหมาย บอกความหมาย
ของพระรัตนตรยั และความสำคญั บอกความหมาย บอกความหมาย และความสำคญั
ของพระรตั นตรยั ของพระรัตนตรัย
ได้ถูกต้อง มีรายละเอยี ด และความสำคญั และความสำคญั ไดไ้ ม่ถกู ต้องและ
ชัดเจนและมกี าร มรี ายละเอียดนอ้ ย
ยกตวั อย่างเพม่ิ เติม ของพระรตั นตรยั ของพระรัตนตรัย

ไดถ้ กู ต้อง ไดถ้ กู ตอ้ ง แตม่ ี

มีรายละเอียดมาก มีรายละเอียดน้อย

ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา

ลงชอื่ ______________________________
(_____________________________)

ตำแหน่ง______________________________

บันทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน

ปญั หา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู สู้ อน___________________________
(__________________________)

วันท่ีบนั ทึก___________________________

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาและหลักคำสอนของศาสนาตา่ ง ๆ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2

เร่ือง เบญจศีล เบญจธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1

เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง ครูผูส้ อน.....................

....................................................................................................................................................................... .......

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รู้และเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา

ที่ตนนับถือและศาสนาอ่นื มีศรทั ธาทีถ่ กู ต้อง ยดึ มน่ั และปฏิบัติตามหลกั ธรรม
เพอื่ อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสันตสิ ขุ
ตัวช้วี ัด
ส 1.1 ป.1/3 บอกความหมาย ความสำคญั และเคารพพระรตั นตรัย ปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรมโอวาท 3
ในพระพุทธศาสนา หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถอื ตามทก่ี ำหนด

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. ยกตวั อยา่ งการปฏบิ ตั ติ นตามหลักเบญจศลี เบญจธรรม (K)
2. นำหลกั ธรรม เร่อื ง เบญจศลี เบญจธรรมไปปฏิบัติในชวี ติ ประจำวัน (P)
3. เห็นประโยชนข์ องการปฏิบตั ิตนตามหลักเบญจศีล เบญจธรรม (A)

สาระสำคญั

เบญจศีล เบญจธรรม เป็นหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาท่ีสอนใหท้ ำความดี ละเว้นการทำความชว่ั

สาระการเรยี นรู้

เบญจศลี เบญจธรรม

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

คำถามสำคญั

1. นักเรียนจะนำหลักเบญจศลี และเบญจธรรมไปปฏบิ ัติในชวี ิตประจำวันได้อยา่ งไร
2. การนำหลักเบญจศลี และเบญจธรรมไปปฏิบตั ิกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนอ์ ย่างไร

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ข•้นั ส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นักเรยี นอ่านนิทาน เร่ือง ทำดีได้ดี ดังน้ี

นทิ าน เรื่อง ทำดีไดด้ ี
มดตวั หนึ่งกระหายน้ำ จงึ เดินไปกินนำ้ ทีล่ ำธาร แตพ่ ลดั ตกลงไปในลำธารถูกน้ำพัด
ลอยออกไปจากฝ่ัง ขณะนนั้ นกเขาทเี่ กาะอยูบ่ นต้นไม้เหนือลำธารมองเห็น จึงคาบก่งิ ไม้
ไปให้มดเกาะ มดจึงรอดตายแล้วขอบคณุ นกเขา
ตอ่ มามีนายพรานเขา้ มาล่านกในปา่ นายพรานเห็นนกเขาจึงเงื้อหน้าไมจ้ ะยิงนกเขา
มดเหน็ นกเขาจะมีอนั ตรายจงึ กดั ทีข่ านายพราน ทำให้นายพรานยงิ พลาด นกเขาจึงบินหนีไป
ได้

จากนั้นนักเรยี นร่วมกันสนทนา และตอบคำถาม ดงั นี้
• การกระทำของนกเขาเหมาะสมหรือไม่ เพราะอะไร (เหมาะสม เพราะเป็นการชว่ ยเหลือผูอ้ ืน่ )
• การกระทำของนกเขาทำใหเ้ กิดผลอย่างไร
(นกเขารอดตาย เพราะมดทตี่ นเองเคยช่วยเหลอื ไปกัดนายพราน)
• นักเรียนได้ข้อคิดอะไรจากนิทานเร่อื งน้ี (ตวั อย่างคำตอบ ทำดีไดด้ ี)
• นักเรียนคิดวา่ ถา้ นกเขาไม่เคยชว่ ยเหลอื มดมาก่อน ตอนจบของเร่อื งจะเปน็ อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ นายพรานยิงนกเขาตาย)จากน้ันนักเรียนร่วมกนั สรปุ ข้อคิดทไ่ี ด้จากนิทานวา่ การ
กระทำของนกเขาเป็นการทำความดีแล้วเกิดผลดีกับตนเอง ในทางพระพุทธศาสนาก็มีหลักธรรมซึ่งเป็นคำสั่ง
สอนของพระพทุ ธเจา้ ท่เี ปน็ แนวทางปฏบิ ัตเิ พื่อใหเ้ กิดผลดีเช่นกัน

2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับเรื่อง หลักเบญจศีลและเบญจธรรม จากหนังสือเรียน
และแหลง่ การเรยี นรอู้ ่นื ๆ

•ข้ัน• ค•ดิ •วเิ ค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

3. นกั เรียนรว่ มกันวเิ คราะห์เกีย่ วกบั หลกั ธรรมคำสอนของพระพทุ ธเจา้ : โอวาท 3 เป็นแผนภาพ
ความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง

พงึ เวน้ จากการทุจริต พงึ ประพฤติดว้ ยการสุจริต
คอื ละเวน้ การทาชวั่ คือ การทาแต่ความดี

โอวาท 3

พงึ ทาใจของตนใหบ้ ริสุทธ์ิ
ปราศจากกิเลสท้งั ปวง คือ ทาจิตใจ

ใหบ้ ริสุทธ์ิ

4. นกั เรียนรว่ มกันวเิ คราะห์การกระทำต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องกับหลักโอวาท 3 แล้วบอกสงิ่ ท่ไี ม่ควรทำ
และสงิ่ ท่คี วรทำ โดยตอบคำถาม ดงั น้ี

• มีสิ่งใดบ้างท่ีเราไมค่ วรทำ
(ตวั อย่างคำตอบ ลักขโมย ด่ืมสุรา ใชส้ ารเสพติด พดู โกหก นำสงิ่ ของของผู้อืน่ มาเป็นของตน)
• มีสิ่งใดบา้ งที่เราควรทำ (ตัวอย่างคำตอบ ไม่รังแกสัตว์ กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคณุ พูดแต่
ความจริง มคี วามเมตตากรุณาต่อผ้อู ืน่ )
จากน้นั นักเรียนร่วมกันนำคำตอบท่ีได้ สรุปเป็นแผนภาพความคดิ บนกระดาน ดังตัวอย่าง

ด่ืมสุรา ใชส้ ารเสพติด ลกั ขโมย

สิ่งท่ไี ม่ควรทา

นาส่ิงของของผอู้ ืน่ มาเป็นของตน พดู โกหก

กตญั ญูกตเวทีต่อผมู้ ีพระคณุ ไม่รังแกสตั ว์
มีความเมตตากรุณาต่อผอู้ น่ื
สิ่งท่ีควรทา

พูดแตค่ วามจริง

5. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยตอบคำถาม ดังนี้
• ถา้ เราทำในส่งิ ทไี่ ม่ควรทำจะเกดิ ผลอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ บ้านเมอื งว่นุ วายไม่มคี วามสุข ประชาชนเดอื ดร้อน)
• ถา้ เราทำในส่งิ ท่ีควรทำจะเกิดผลอยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองสงบสุข น่าอยู่)

6. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั การไม่ทำความช่ัวตามหลักเบญจศีล และการทำความดีตามหลัก
เบญจธรรม โดยตอบคำถามจากสถานการณ์ ดังน้ี

สุชาตเิ ห็นเพอ่ื นถือหนงั สือกองใหญ่ เขาจึงเขา้ ไปช่วยเพ่ือนถือหนงั สือ
• สุชาตปิ ฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมใด (เบญจธรรม)
• การปฏิบัตขิ องสชุ าติทำให้เกิดผลอยา่ งไร (ตัวอย่างคำตอบ เพอื่ นถอื หนงั สือเบาขึ้น)
• นกั เรียนเคยปฏิบัติเหมือนสชุ าติหรอื ไม่ (ตวั อย่างคำตอบ เคย)
กมลาอยากได้ดินสอสขี องอุษา แตไ่ ม่ไดข้ โมยดนิ สอสี
• กมลาปฏิบตั ติ นตามหลักธรรมใด (เบญจศีล)
• การปฏบิ ตั ิของกมลาทำใหเ้ กิดผลอย่างไร (ตวั อย่างคำตอบ อุษายังมีดนิ สอสีไว้ใช้)
• นักเรยี นเคยปฏิบัติเหมือนกมลาหรือไม่ (ตวั อยา่ งคำตอบ เคย)
สดุ าไมไ่ ด้ทำการบา้ นจงึ บอกครวู ่าลืมการบ้านไวท้ บี่ า้ น
• สดุ าปฏิบตั ิตนอยา่ งไร (โกหกครู)
• สุดาปฏบิ ัติตนได้เหมาะสมหรือไม่ (ไม่เหมาะสม)
• สุดาควรปฏิบตั ติ ามหลักเบญจศีลข้อใด (การไม่พูดโกหก)
• สุดาควรปฏิบัติตามหลกั เบญจธรรมขอ้ ใด (การพูดความจริง)
7. นกั เรียนคิดประเมนิ เพ่ือเพิ่มคุณคา่ และสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอดเกีย่ วกับการปฏบิ ตั ิตนตาม
หลักเบญจศลี เบญจธรรม โดยใช้คำถาม ดังน้ี
• นักเรียนจะนำหลักเบญจศลี และเบญจธรรมไปปฏิบตั ใิ นชวี ิตประจำวนั ได้อย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทำความดี ละเว้นความช่วั )

• การนำหลกั เบญจศลี และเบญจธรรมไปปฏิบัติกอ่ ให้เกิดประโยชน์อย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ ทำใหส้ ังคมสงบสุข)

ข•้ันป•ฏ•บิ ัต• ิแ•ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•ิบัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

8. นกั เรียนแบง่ กลุ่มเลอื กสถานการณก์ ารปฏบิ ตั ิตนตามหลกั เบญจศีลและหลกั เบญจธรรมอย่างละ 1
ขอ้ แล้วร่วมกันแสดงบทบาทสมมุติตามสถานการณ์ทเี่ ลือก

9. นกั เรียนตรวจสอบความถูกต้องเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รับปรงุ แก้ไขใหด้ ีขนึ้
10. นักเรียนรว่ มกันสรปุ สงิ่ ท่ีเขา้ ใจเปน็ ความร้รู ว่ มกนั ดงั นี้
เบญจศลี เบญจธรรม เปน็ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่สอนใหท้ ำความดี ละเว้นการทำความชว่ั

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

11. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมุติสถานการณ์การปฏบิ ตั ิตนตามหลักเบญจศีลและ
เบญจธรรมทเี่ ลือกหน้าช้ันเรียน

12. นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเกีย่ วกบั วธิ กี ารทำงานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบและวิธีการทำงาน
ที่มแี บบแผน

•ข้ัน• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พมิ่• ค•ณุ •ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

13. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั บนั ทกึ ความดีของสมาชิกในกลุ่มตามหลักเบญจศีลและ
หลักเบญจธรรม พรอ้ มกบั วาดภาพประกอบและระบายสใี หส้ วยงาม จากนน้ั นำไปจัดป้ายนเิ ทศเพ่ือเผยแพร่
ความรูใ้ ห้กบั ผู้อนื่

14. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลังการเรยี น ในประเดน็ ต่อไปนี้
• ส่ิงที่นักเรยี นได้เรียนรู้ในวันน้ีคอื อะไร
• นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอื่ นนักเรยี นในกล่มุ มีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกับการเรยี นในวันน้หี รอื ไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนน้ั แลกเปลีย่ นตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขัน้ ตอนว่าจะเพ่มิ คุณคา่ ไปส่สู ังคม

เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากข้ึนกวา่ เดมิ ในขน้ั ตอนใดบา้ ง สำหรบั การทำงานในคร้งั ต่อไป

สื่อการเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน พระพุทธศาสนา ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 1
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ (พว.)

2. นทิ าน เร่ือง ทำดีไดด้ ี
3. แหล่งการเรยี นรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน

การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง เบญจศีล เบญจธรรม (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน

(A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม

รายการการประเมนิ ระดบั คุณภาพ

กระบวนการ 432 1
ทำงานกลมุ่ ไมม่ กี ารกำหนด
มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
และไมม่ ีการชแ้ี จง
สมาชิกชดั เจน และ สมาชกิ ชดั เจน เฉพาะหัวหน้า เป้าหมาย สมาชิก
ตา่ งคนตา่ งทำงาน
มีการชี้แจงเปา้ หมาย มกี ารช้แี จงเปา้ หมาย ไม่มีการชแี้ จงเปา้ หมาย

การทำงาน มกี าร อยา่ งชดั เจนและ อย่างชดั เจน

ปฏบิ ัติงานร่วมกัน ปฏิบตั ิงานรว่ มกนั ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน

อยา่ งรว่ มมือรว่ มใจ แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ไมค่ รบทุกคน

พรอ้ มกบั การประเมินเป็น เปน็ ระยะ ๆ

ระยะ ๆ

ขอ้ เสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา

ลงชื่อ______________________________
(_____________________________)

ตำแหนง่ ______________________________

บันทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรียนการสอน

ปญั หา/อปุ สรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู สู้ อน___________________________
(__________________________)

วนั ท่บี ันทกึ ___________________________

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาและหลักคำสอนของศาสนาตา่ ง ๆ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3

เร่อื ง สงั คหวัตถุ 4 ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1
เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ครูผสู้ อน.....................

........................................................................................................................................................................... ...

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชว้ี ัด

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ท่ตี นนับถือและศาสนาอ่นื มีศรทั ธาทถ่ี กู ต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม
เพื่ออยรู่ ่วมกนั อย่างสนั ตสิ ุข
ตัวชว้ี ัด
ส 1.1 ป.1/3 บอกความหมาย ความสำคญั และเคารพพระรตั นตรัย ปฏิบัตติ ามหลกั ธรรมโอวาท 3
ในพระพุทธศาสนา หรอื หลักธรรมของศาสนาท่ตี นนบั ถอื ตามทกี่ ำหนด

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. ยกตัวอย่างการปฏิบตั ิตนตามหลกั สังควตั ถุ 4 (K)
2. นำหลักธรรม เรอื่ ง สังควัตถุ 4 ไปปฏบิ ตั ิในชวี ิตประจำวนั (P)
3. เห็นประโยชน์ของการปฏิบตั ิตนตามสังควัตถุ 4 (A)

สาระสำคัญ

การนำหลกั ธรรมสงั คหวัตถุ 4 มาปฏิบัติจะทำให้อยูร่ ว่ มกับผูอ้ ่ืนในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข

สาระการเรียนรู้

สงั คหวตั ถุ 4

สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

คำถามสำคญั

นักเรยี นจะทำอย่างไรเพ่อื ให้อยูร่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนได้อยา่ งมีความสุข

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ข•้ันส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นักเรียนสงั เกตภาพการบรจิ าคส่ิงของแกผ่ ้ปู ระสบภัยหรอื ผู้ทเ่ี ดอื ดร้อน จากนั้นนักเรียนร่วมกัน
สนทนาและตอบคำถาม ดังนี้

• คนในภาพกำลังทำอะไร (บริจาคสงิ่ ของเพื่อชว่ ยเหลือผู้อืน่ )
• นกั เรยี นเคยปฏิบัติเหมือนคนในภาพหรือไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เคย โดยการบริจาคส่ิงของให้แก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติ)
• การปฏบิ ัตดิ ังกลา่ วกอ่ ให้เกิดผลอย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ผอู้ นื่ ไดร้ บั ความชว่ ยเหลือ ทำใหม้ สี ิ่งของที่จำเปน็ ใชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ )
2. นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสังคหวัตถุ 4 ดังน้ี ในพระพุทธศาสนามีหลักธรรมซึ่งเป็นหลักที่ใช้ใน
การอยู่รว่ มกับผ้อู ื่น คอื สงั คหวัตถุ 4 ได้แก่
ทาน คอื การเสียสละ แบง่ ปนั
ปยิ วาจา คอื การกลา่ วคำสภุ าพ ไพเราะ อ่อนหวาน
อตั ถจริยา คอื การทำตนใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ละช่วยเหลือผู้อื่น
สมานัตตตา คอื การประพฤตติ นเป็นคนดี เสมอตน้ เสมอปลาย
3. นกั เรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั เร่ือง สังคหวตั ถุ 4 จากหนังสือเรียนและ
แหลง่ การเรยี นรู้อน่ื ๆ

•ข้ัน• ค•ดิ •วิเค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

4. นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับหลักการอย่รู ว่ มกบั ผ้อู น่ื โดยตอบคำถามสำคญั ดังน้ี
• นกั เรยี นจะทำอยา่ งไรเพื่อใหอ้ ยู่ร่วมกบั ผู้อืน่ ได้อย่างมคี วามสุข

(ตวั อยา่ งคำตอบ รจู้ ักให้ เออื้ เฟือ้ เผ่อื แผ่ ไมเ่ อาเปรียบผูอ้ ่ืน ช่วยเหลอื ผอู้ นื่ โดยไม่หวังผล)
5. นักเรียนร่วมกันยกตัวอยา่ งการปฏบิ ตั ิตนตามหลักสงั คหวตั ถุ 4 จากนัน้ รว่ มกันนำคำตอบทไี่ ดส้ รุป
เปน็ แผนภาพความคดิ บนกระดาน ดงั ตัวอย่าง

พดู ดว้ ยถอ้ ยคาท่ีเป็นจริง

ช่วยเหลือผอู้ ่นื ตามกาลงั ของตน

รู้จกั เอ้ือเฟ้ื อเผ่ือแผ่ ทาน ปิ ยวาจา พูดจาไพเราะ
รู้จกั ให้ พูดในส่ิงท่ีเป็ นประโยชน์

สังคหวตั ถุ 4

อตั ถจริยา สมานตั ตตา ร่วมทุกขร์ ่วมสุขดว้ ยกนั
ช่วยพอ่ แมท่ างานบา้ น ไม่เอารัดเอาเปรียบผอู้ น่ื
อธิบายการบา้ นใหเ้ พ่ือนฟัง ผกู มิตรกบั ผอู้ น่ื

ช่วยเหลือผอู้ ่นื โดยไมห่ วงั ผล

6. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุม่ รว่ มกนั เล่นเกมหนูทำได้ เก่ยี วกบั บตั รคำสังคหวตั ถุ 4 ดงั น้ี

ทาน ปิ ยวาจา อตั ถจริยา สมานตั ตตา

หยบิ บตั รคำขน้ึ มาทีละ 1 บตั รคำ แล้วนกั เรียนแต่ละกลมุ่ แขง่ ขนั กันตอบวา่ จะปฏิบัติตนอย่างไร
เพอื่ ให้สอดคล้องกับบตั รคำ กลมุ่ ที่ตอบไดถ้ ูกต้องและสอดคล้องจะได้ 1 คะแนน กลมุ่ ทีไ่ ด้คะแนนมากทส่ี ุดเปน็
ผชู้ นะ

7. นกั เรียนรว่ มกนั คิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่า และสรุปความคิดรวบยอดเก่ียวกบั สงั คหวัตถุ 4
ไปปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ ประจำวนั โดยใช้คำถาม ดังนี้

• นกั เรยี นจะนำหลักธรรมสังคหวตั ถุ 4 ไปปฏิบัตใิ นชวี ิตประจำวนั ได้อยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ แบง่ ปันสง่ิ ของให้กับผอู้ ่นื พดู จาไพเราะ ช่วยเหลอื ผูอ้ ่ืนเม่ือมีโอกาส
ชว่ ยแม่ทำงานบา้ นทุกวนั )
• การนำหลักธรรมสังคหวัตถุ 4 ไปปฏิบตั ิในชวี ติ ประจำวนั ก่อใหเ้ กิดประโยชนอ์ ย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทำให้อยูร่ ่วมกบั ผู้อ่นื ในสังคมได้อยา่ งมีความสุข)

ข•้ันป•ฏ•ิบตั• แิ •ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•บิ ตั •ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

8. นักเรยี นยกตัวอย่างการทำความดี แล้วเขียนเคร่ืองหมาย  ลงใน หนา้ ข้อความที่
ถกู ต้อง และตอบคำถามลงในแบบบนั ทึก ดงั ตวั อย่าง

แบบบนั ทึกการทาความดี
ความดีที่ทา คอื (ใหเ้ พื่อนยมื อปุ กรณ์การเรียน)

• การทาความดีดงั กล่าว ตรงกบั หลกั ธรรมใด

เบญจศีล เบญจธรรม  สงั คหวตั ถุ 4

• นกั เรียนรู้สึกอยา่ งไร (สุขใจท่ีไดแ้ บ่งปันส่ิงของให้เพอ่ื น)

กิจกรรมน้ีสร้างเสริมค่านิยมหลกั 12 ประการ ดา้ นมีศีลธรรม หวงั ดีต่อผอู้ ่ืน เผื่อแผแ่ ละแบ่งปัน

9. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต้องและความเรยี บร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดควรปรบั ปรงุ
แก้ไขให้ถูกต้อง

10. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ส่ิงทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้
การนำหลกั ธรรมสังคหวตั ถุ 4 มาปฏบิ ตั ิจะทำให้อยรู่ ่วมกับผู้อื่นในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข

•ข้นั• ส•ื่อส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

11. นกั เรยี นทุกคนออกมานำเสนอตัวอยา่ งการทำความดที ่ีตนเองเคยทำใหเ้ พ่อื นฟังหนา้ ชัน้ เรยี น

12. นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายสรปุ เกย่ี วกับวิธีการทำงานใหเ้ หน็ การคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทำงาน

ที่มีแบบแผน

•ข้ัน• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พมิ่• ค•ุณ•ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

13. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ รวบรวมแบบบันทึกการทำความดีของนักเรียนในช้นั เรียน แลว้ นำไป
จดั ป้ายนเิ ทศเพอื่ เผยแผ่หลักธรรม และเปน็ แนวทางการทำความดใี หก้ บั ผู้อ่นื

14. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรยี น ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สิง่ ที่นักเรยี นได้เรียนรใู้ นวันน้ีคืออะไร
• นกั เรียนมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุม่ มากน้อยเพียงใด

• เพือ่ นนักเรยี นในกลุ่มมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวนั นี้หรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนำความร้ทู ี่ได้น้ไี ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมทว่ั ไป

ได้อย่างไร
จากนนั้ แลกเปล่ยี นตรวจสอบขนั้ ตอนการทำงานทกุ ขัน้ ตอนว่าจะเพ่ิมคณุ ค่าไปสสู่ ังคม
เกดิ ประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึน้ กวา่ เดมิ ในขนั้ ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครงั้ ต่อไป

สือ่ การเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน พระพุทธศาสนา ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 1
ของสถาบันพฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.)

2. ภาพการบริจาคส่ิงของแกผ่ ู้ประสบภัย
3. บตั รคำสังคหวัตถุ 4
4. แหล่งการเรยี นรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรียน

กิจกรรมเสนอแนะ

นกั เรยี นวาดภาพระบายสีการปฏบิ ตั ติ นท่สี อดคล้องกับหลักธรรมสังคหวตั ถุ 4 แลว้ ออกมานำเสนอ
หนา้ ชัน้ เรียน

การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมินความรู้ เร่อื ง สงั คหวัตถุ 4 (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ มน่ั ในการทำงาน

(A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุม่

รายการการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

กระบวนการ 432 1
ทำงานกลุ่ม ไมม่ ีการกำหนด
มีการกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท บทบาทสมาชกิ
และไมม่ ีการชแ้ี จง
สมาชิกชัดเจน และ สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหน้า เป้าหมาย สมาชกิ
ต่างคนตา่ งทำงาน
มกี ารช้ีแจงเปา้ หมาย มีการช้ีแจงเปา้ หมาย ไม่มกี ารช้ีแจงเปา้ หมาย

การทำงาน มกี าร อย่างชดั เจนและ อย่างชัดเจน

ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน ปฏิบัตงิ านร่วมกนั ปฏิบตั ิงานร่วมกัน

อยา่ งร่วมมือร่วมใจ แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ไม่ครบทกุ คน

พรอ้ มกบั การประเมนิ เป็น เป็นระยะ ๆ

ระยะ ๆ

ข้อเสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา

ลงชื่อ______________________________
(_____________________________)

ตำแหน่ง______________________________

บันทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน

ปญั หา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู สู้ อน___________________________
(__________________________)

วันท่ีบนั ทึก___________________________

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาและหลักคำสอนของศาสนาตา่ ง ๆ
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 4

เรื่อง ความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และครอบครัว เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 ครผู ู้สอน.................

.................................................................................................................................................... ..........................

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 ร้แู ละเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา

ท่ตี นนบั ถือและศาสนาอ่นื มีศรทั ธาทถี่ กู ต้อง ยดึ มั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม
เพอื่ อยรู่ ่วมกนั อย่างสันตสิ ขุ
ตวั ชว้ี ดั
ส 1.1 ป.1/3 บอกความหมาย ความสำคญั และเคารพพระรตั นตรยั ปฏบิ ัติตามหลกั ธรรมโอวาท 3
ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาทต่ี นนบั ถอื ตามที่กำหนด

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และครอบครัว (K)
2. ปฏบิ ตั ติ นเพอื่ แสดงความกตัญญกู ตเวทตี ่อพ่อแม่และครอบครวั (P)
3. เห็นความสำคัญของการแสดงความกตญั ญูกตเวทีต่อพ่อแม่และครอบครัว (A)

สาระสำคัญ

การตอบแทนพระคุณของพอ่ แม่และครอบครัวแสดงถงึ การเปน็ ผมู้ ีความกตัญญูกตเวที

สาระการเรียนรู้

ความกตญั ญูกตเวทีต่อพ่อแม่และครอบครัว

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มุง่ มนั่ ในการทำงาน

คำถามสำคญั

เมอื่ โตขนึ้ นักเรียนจะตอบแทนพระคุณของพ่อแม่อย่างไร

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ข•้นั ส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นกั เรยี นฟงั เรื่อง วัลลี เด็กหญิงยอดกตัญญู ดงั น้ี

วลั ลี เด็กหญงิ ยอดกตัญญู
วัลลีเปน็ เดก็ นกั เรียนชน้ั ป.5 โรงเรียนวัดโรงธรรม อำเภอเมือง จังหวดั สมุทรสงคราม
เธอต้องวง่ิ ไปมาระหวา่ งโรงเรยี นกบั บา้ นทุกเช้า เท่ียง และเย็นทกุ ๆ วัน เพ่ือกลบั ไปดูแลแม่
ทปี่ ่วยเปน็ อมั พาตและตอ้ งใหเ้ ธอป้อนขา้ วป้อนนำ้ ให้ สว่ นยายอายุมากแล้ว และตามองไม่เห็น
วัลลีตอ้ งคอยดูแลด้วยเชน่ กัน ตอ่ มาครทู ่โี รงเรียนทราบเรื่อง หนังสือพิมพไ์ ทยรฐั นำเรอ่ื งราว
ความกตัญญูของวลั ลไี ปตีพิมพ์ เธอและครอบครวั จึงไดร้ บั ความชว่ ยเหลือจากคนท่เี ห็นใจ
และชื่นชมวัลลี

จากนั้นนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั เรอื่ งที่ได้ฟัง และตอบคำถาม ดังนี้
• วัลลีแสดงความกตัญญูต่อพอ่ แม่และยายอย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ดูแลป้อนข้าว ป้อนนำ้ ใหท้ กุ วัน)
• นักเรยี นร้สู ึกอยา่ งไรตอ่ การกระทำของวลั ลี
(ตัวอยา่ งคำตอบ ช่ืนชม สงสาร)

2. นักเรียนสังเกตภาพการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และครอบครัว จากน้ันนักเรียนศึกษา
เก่ียวกับความหมายของความกตัญญูกตเวที ดังน้ี ความกตัญญูกตเวที หมายถึง การรู้สำนึกในบุญคุณและรู้จัก
ตอบแทนบุญคุณของผู้ที่มีพระคุณ การมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และครอบครัวเป็นหลักธรรม
ข้อหนึ่งในโอวาท 3 เร่ือง การทำความดี

3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกยี่ วกบั เร่อื ง ความกตัญญูกตเวทตี อ่ พ่อแม่และครอบครวั
จากหนงั สือเรียนและแหลง่ การเรียนรอู้ ่นื ๆ

•ข้นั• ค•ดิ •วิเค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

4. สุ่มเลือกตัวแทนนักเรียนคร้ังละ 1 คน ออกมาจับลูกปิงปองในกล่องปริศนา ถ้าจับได้ลูกปิงปอง
สีขาวให้บอกว่า พ่อแม่และญาติพ่ีน้องในครอบครัวมีบุญคุณต่อนักเรียนอย่างไรมา 1 ข้อ ถ้าจับได้ลูกปิงปองสี
เหลืองให้บอกว่า จะปฏิบัติตนอย่างไรเพ่ือแสดงถึงการมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่และครอบครัว
มา 1 ขอ้

จากนั้นนักเรียนรว่ มกันนำคำตอบท่ีได้สรุปเปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาน ดงั ตัวอย่าง

ใหก้ ารศึกษา ให้ชีวติ แก่เรา

บญุ คุณของ ช่วยสอนการบา้ น
พ่อแม่

และครอบครัว

อบรมสง่ั สอนใหเ้ ราเป็นคนดี

เล้ียงดูเราจนเติบโต

เช่ือฟังคาสั่งสอนของพ่อแม่

ช่วยแบง่ เบาภาระของพอ่ แม่

การแสดงความกตัญญู ต้งั ใจเรียน ไม่เกเร
กตเวทีต่อพ่อแม่และ
พูดจาไพเราะ สุภาพ
ออ่ นนอ้ มถอ่ มตน ครอบครัว

รู้จกั เสียสละและแบง่ ปัน

5. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น และตอบคำถาม ดงั นี้
• นกั เรียนจะแสดงความกตญั ญูกตเวทีตอ่ พ่อแม่ และครอบครวั อยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ดูแลพ่อแมย่ ามเจบ็ ปว่ ย)
• การแสดงความกตัญญกู ตเวทีต่อพ่อแมแ่ ละครอบครวั กอ่ ให้เกดิ ผลอย่างไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ไดร้ ับการชืน่ ชมจากผอู้ ่ืน)

6. นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายและสรปุ ความคิดรวบยอดเกยี่ วกับความกตัญญูต่อพ่อแม่และครอบครัว
โดยตอบคำถาม ดังนี้

• เมือ่ โตขึ้นนักเรยี นจะตอบแทนพระคุณของพอ่ แม่อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เลยี้ งดูพ่อแม่ให้สขุ สบาย ดูแลทา่ นในยามเจบ็ ปว่ ย และปฏิบตั ิตนเปน็ คนดี
เชอื่ ฟังคำแนะนำและคำสง่ั สอนของพอ่ แม)่

ข•้ันป•ฏ•บิ ัต• ิแ•ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•ิบัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

7. นกั เรียนแบ่งกลุ่มวาดภาพเร่ืองเกยี่ วกับความกตัญญกู ตเวที เช่น ครอบครวั การตอบแทนบญุ คณุ
พ่อแม่ หรือทำบัตรอวยพรในวนั พอ่ วันแม่ กลุ่มละ 1 ภาพ

กิจกรรมน้ีสร้างเสริมคา่ นิยมหลกั 12 ประการ ดา้ นความกตญั ญูกตเวที

8. นกั เรียนตรวจสอบความถูกต้องและความเรยี บร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดควรปรบั ปรุง
แกไ้ ขให้ถูกต้อง

9. นักเรยี นรว่ มกันสรุปสง่ิ ที่เขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังน้ี
การตอบแทนพระคณุ ของพ่อแมแ่ ละครอบครวั แสดงถึงการเปน็ ผ้มู คี วามกตัญญกู ตเวที

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

10. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมานำเสนอภาพวาดหรอื บัตรอวยพรเกย่ี วกับเร่ืองความกตัญญูกตเวทีของ
กลมุ่ ตนเองหน้าช้ันเรยี น

11. นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายสรปุ เก่ียวกบั วิธกี ารทำงานให้เห็นการคดิ เชงิ ระบบและวธิ ีการทำงาน
ทมี่ ีแบบแผน

•ข้ัน• ป•ระ•เม•ิน•เพ•่ือเ•พม่ิ• ค•ณุ •ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ิตส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

12. นักเรียนรว่ มกันรวบรวมผลงานภาพวาดหรือบตั รอวยพรเกี่ยวกับความกตัญญูกตเวที
ไปจดั ปา้ ยนเิ ทศ เพื่อเผยแพรค่ วามรู้ และเป็นแนวทางในการปฏบิ ัตติ นให้เปน็ ผ้มู ีความกตญั ญูกตเวที

13. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความร้สู ึกหลังการเรยี น ในประเด็นต่อไปนี้
• ส่งิ ทนี่ กั เรยี นได้เรยี นรใู้ นวนั นีค้ อื อะไร
• นักเรยี นมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกลุ่มมากน้อยเพยี งใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกบั การเรียนในวันน้ีหรือไม่ เพยี งใด
• นกั เรยี นจะนำความรูท้ ่ีไดน้ ไ้ี ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ได้อยา่ งไร
จากนน้ั แลกเปลยี่ นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกข้ันตอนวา่ จะเพมิ่ คณุ คา่ ไปสสู่ งั คม

เกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคมให้มากขนึ้ กวา่ เดิมในขนั้ ตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในคร้ังต่อไป

ส่ือการเรยี นรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน พระพุทธศาสนา ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1
ของสถาบันพัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)

2. เรอ่ื ง วัลลี เด็กหญิงยอดกตญั ญู
3. ภาพการแสดงความกตญั ญตู ่อพ่อแม่และครอบครัว
4. ลกู ปงิ ปองสีขาวและสเี หลอื งพร้อมกล่องปริศนา
5. แหล่งการเรยี นรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน

การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรื่อง ความกตัญญูกตเวทตี ่อพ่อแม่และครอบครัว (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกลมุ่ (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทำงานกลมุ่

รายการการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

กระบวนการ 432 1
ทำงานกลุ่ม ไม่มีการกำหนด
มีการกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท บทบาทสมาชกิ
และไมม่ ีการชแ้ี จง
สมาชิกชดั เจน และ สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หน้า เปา้ หมาย สมาชกิ
ต่างคนตา่ งทำงาน
มกี ารช้ีแจงเปา้ หมาย มีการช้ีแจงเปา้ หมาย ไมม่ ีการชแ้ี จงเปา้ หมาย

การทำงาน มีการ อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชัดเจน

ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน ปฏบิ ัติงานร่วมกัน

อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ไม่ครบทุกคน

พรอ้ มกับการประเมินเป็น เป็นระยะ ๆ

ระยะ ๆ

ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา

ลงชอื่ ______________________________
(_____________________________)

ตำแหนง่ ______________________________

บนั ทกึ หลงั การสอน

ผลการจดั การเรียนการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู ้สู อน___________________________
(__________________________)

วนั ที่บันทกึ ___________________________

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาและหลักคำสอนของศาสนาตา่ ง ๆ

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 5

เรื่อง มงคล 38 ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1

เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง ครูผ้สู อน.....................

..............................................................................................................................................................................

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชีว้ ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา

ท่ีตนนบั ถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาท่ถี ูกต้อง ยดึ มัน่ และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม

เพ่อื อยรู่ ่วมกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข

ตัวชีว้ ัด

ส 1.1 ป.1/3 บอกความหมาย ความสำคัญ และเคารพพระรัตนตรยั ปฏิบัติตามหลกั ธรรมโอวาท 3

ในพระพทุ ธศาสนา หรือหลกั ธรรมของศาสนาทีต่ นนับถอื ตามท่กี ำหนด

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายการปฏิบัติตนตามหลกั ธรรมมงคล 38 (K)
2. นำหลักธรรมมงคล 38 ไปปฏิบัตใิ นชีวติ ประจำวัน (P)
3. เห็นประโยชน์ของการปฏบิ ัติตามหลกั มงคล 38 (A)

สาระสำคัญ

การปฏบิ ัติตนตามหลักมงคล 38 จะทำให้เกดิ ความสขุ แก่ชวี ิต

สาระการเรยี นรู้

มงคล 38

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน

คำถามสำคัญ

การนำหลกั มงคล 38 ไปปฏิบัตใิ นชีวิตประจำวันกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนอ์ ยา่ งไร

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

ข•้ันส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. นกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเกย่ี วกับคำวา่ มงคล โดยร่วมกนั ตอบคำถาม ดังน้ี
• เม่อื พูดถึงคำว่า มงคล นักเรยี นนึกถงึ สิ่งใดบา้ ง
(ตวั อย่างคำตอบ สายสญิ จน์ นำ้ พระพทุ ธมนต์ สงิ่ ศักด์สิ ิทธิ์)

2. นกั เรียนศกึ ษาเกี่ยวกับความหมายของคำว่า มงคล ดังน้ี
มงคล หมายถึง ความดีงาม พระพุทธศาสนาจะมีหลักมงคล 38 หมายถึง ส่ิงที่ชาวพุทธควรปฏิบัติ

เพื่อให้เกิดความดีงาม ความเจริญแก่ผู้ปฏิบัติ 38 ข้อ มงคล 38 ท่ีนักเรียนต้องศึกษา 3 ข้อ คือ ทำตัวดี ว่าง่าย
และรับใช้พ่อแม่ โดยนักเรียนดูภาพประกอบบนกระดาน จากนั้นนักเรียนร่วมกันสนทนาแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ โดยตอบคำถาม ดังนี้

• นักเรยี นเคยทำตวั ดีหรอื ไม่ อย่างไร (ตวั อยา่ งคำตอบ เคย คือ ตัง้ ใจเรียนหนังสือ)
• นักเรียนเคยทำตัววา่ งา่ ยหรือไม่ อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ เคย คือ ปฏบิ ตั ติ นตามคำแนะนำของคร)ู
• นักเรยี นเคยรับใชพ้ ่อแมห่ รอื ไม่ อย่างไร (ตวั อยา่ งคำตอบ เคย คอื ช่วยแมก่ วาดบ้าน)
3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเร่ือง มงคล 38 จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้
อน่ื ๆ

•ข้ัน• ค•ิดว•ิเค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

4. นักเรียนเล่นเกมเราเป็นเด็กดี โดยเลือกตัวแทนนักเรียนออกมาร่วมกิจกรรมครั้งละ 1 คน ตัวแทน
นักเรยี นจะจบั หมายเลขเดก็ ดีในกล่อง ถา้ จับได้หมายเลข 1 ใหบ้ อกวา่ ตนเองทำตัวดอี ย่างไร ถ้าจบั ไดห้ มายเลข
2 ใหบ้ อกว่าตนเองวา่ ง่ายอยา่ งไร ถ้าจบั ไดห้ มายเลข 3 ให้บอกว่าตนเองรับใช้พ่อแม่อยา่ งไร ดังตัวอยา่ ง

• ผมทำตัวดี โดยทำการบ้านสง่ ครทู ุกวัน
• หนวู ่างา่ ย โดยรบั ประทานผักตามที่แมบ่ อก

• ผมรับใชพ้ ่อแม่ โดยชว่ ยพ่อรดน้ำต้นไม้
เมอ่ื เลน่ เกมจบ นักเรยี นรว่ มกนั นำคำตอบท่ีได้ สรุปเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตวั อยา่ ง

มำโรงเรียนแตเ่ ชำ้ ทุกวนั

ทำกำรบำ้ น ทำตวั ดี วำ่ งำ่ ย กำรร่วมกิจกรรม
ส่งครูทกุ วนั ในห้องเรียน

เก็บทนี่ อนทกุ คร้ังตำมท่ีแมส่ อน หลกั มงคล 38 รับประทำนผกั ตำมท่ีแมบ่ อก

รับใชพ้ อ่ แม่ ปฏิบตั ิตำมคำส่งั สอน
ของพ่อแม่

ช่วยพ่อรดน้ำตน้ ไม้ ช่วยแมซ่ กั เส้ือผำ้

ช่วยแมล่ ำ้ งจำน

5. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเสนอแนวทางการนำหลักมงคล 38 ไปปฏิบตั ใิ นชีวติ ประจำวนั
6. นกั เรยี นรว่ มกันคดิ ประเมนิ เพ่ือเพิ่มคณุ คา่ แล้วสรปุ ความคิดรวบยอด โดยใช้คำถาม ดังน้ี

• การนำหลกั มงคล 38 ไปปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจำวันก่อใหเ้ กิดประโยชน์อยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ ทำใหช้ วี ิตมีความสขุ และไดร้ ับการชนื่ ชมจากผู้อน่ื )

ข•้นั ป•ฏ•ิบตั• ิแ•ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•ัง•กา•รป•ฏ•ิบัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

7. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม 3 กลุม่ แล้วร่วมกนั ฝกึ แสดงบทบาทสมมุติเกย่ี วกับการปฏบิ ตั ิตนตามหลกั มงคล
38 ตามหวั ข้อ ดงั น้ี

กล่มุ ที่ 1 ทำตวั ดี
กลุ่มท่ี 2 ว่างา่ ย
กลุ่มท่ี 3 รับใช้พ่อแม่
8. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ สิง่ ทเ่ี ข้าใจเปน็ ความรูร้ ว่ มกนั ดังน้ี
การปฏิบตั ติ นตามหลักมงคล 38 จะทำให้เกิดความสขุ แกช่ ีวิต

•ข้นั• ส•ื่อส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

10. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาแสดงบทบาทสมมุตเิ ก่ียวกับการปฏิบัติตนตามหลกั มงคล 38
ตามหัวขอ้ ทีไ่ ดร้ ับมอบหมายหน้าช้นั เรียน

11. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายสรปุ เกยี่ วกับวธิ ีการทำงานให้เหน็ การคดิ เชงิ ระบบและวธิ กี ารทำงาน
ที่มแี บบแผน

•ข้นั• ป•ระ•เม•ิน•เพ•่ือเ•พม่ิ• ค•ุณ•ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

12. นกั เรยี นนำการแสดงบทบาทสมมุติเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ิตนตามหลักมงคล 38 ไปแสดงใหเ้ พอ่ื นใน
โรงเรยี น หรือสมาชิกในครอบครวั ดู เพ่อื เผยแพรค่ วามรู้และสร้างสุขให้กับผู้อ่ืน

13. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรูส้ ึกหลังการเรียน ในประเดน็ ต่อไปนี้
• สิ่งทีน่ กั เรยี นได้เรียนรู้ในวันนี้คอื อะไร
• นักเรยี นมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• เพ่อื นนักเรยี นในกลุม่ มสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกบั การเรียนในวนั นห้ี รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรทู้ ่ีได้นไี้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทวั่ ไป
ได้อย่างไร จากนน้ั แลกเปลีย่ นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกข้ันตอนวา่ จะเพิ่มคุณค่าไปสู่

สังคมเกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคมใหม้ ากข้นึ กวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป

สือ่ การเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน พระพทุ ธศาสนา ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)

2. ภาพท่เี ก่ยี วข้องกบั การทำตวั ดี ว่างา่ ย และรบั ใช้พ่อแม่
3. บัตรหมายเลข 1-3 สำหรบั เล่นเกมเราเป็นเด็กดี
4. แหลง่ การเรยี นรู้ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน

การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรือ่ ง มงคล 38 (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน

(A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุม่

รายการการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

กระบวนการ 432 1
ทำงานกลุม่ ไม่มกี ารกำหนด
มกี ารกำหนดบทบาท มกี ารกำหนดบทบาท มีการกำหนดบทบาท บทบาทสมาชิก
และไมม่ กี ารชี้แจง
สมาชิกชัดเจน และ สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ เปา้ หมาย สมาชกิ
ตา่ งคนต่างทำงาน
มกี ารช้ีแจงเปา้ หมาย มกี ารช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มกี ารชแ้ี จงเป้าหมาย

การทำงาน มกี าร อยา่ งชดั เจนและ อยา่ งชดั เจน

ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน ปฏิบัตงิ านรว่ มกัน ปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั

อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ไมค่ รบทกุ คน

พรอ้ มกับการประเมนิ เป็น เปน็ ระยะ ๆ

ระยะ ๆ

ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา

ลงชอื่ ______________________________
(_____________________________)

ตำแหน่ง_____________________________
_

บนั ทกึ หลงั การสอน

ผลการจดั การเรียนการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู ้สู อน___________________________
(__________________________)

วนั ที่บันทกึ ___________________________

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาและหลกั คำสอนของศาสนาต่าง ๆ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 6

เรื่อง การทำจิตใจให้ผอ่ งใส ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1
เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง ครผู ู้สอน.....................

..................................................................................................................................................................... .........

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ดั

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเขา้ ใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนา

ท่ีตนนบั ถือและศาสนาอน่ื มีศรัทธาท่ถี ูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบตั ติ ามหลักธรรม
เพอ่ื อยู่ร่วมกันอยา่ งสันติสขุ
ตัวช้วี ดั
ส 1.1 ป.1/3 บอกความหมาย ความสำคัญ และเคารพพระรตั นตรยั ปฏิบัตติ ามหลกั ธรรมโอวาท 3
ในพระพุทธศาสนา หรือหลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือตามที่กำหนด

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายความรู้เกี่ยวกบั การทำจิตใจใหผ้ อ่ งใส (K)
2. ปฏบิ ตั ติ นเพ่อื ให้จติ ใจผอ่ งใส (P)
3. เห็นประโยชน์ของการทำจิตใจใหผ้ ่องใส (A)

สาระสำคัญ

การทำจิตใจให้ผอ่ งใส เปน็ หลักธรรมในโอวาท 3 ที่พทุ ธศาสนกิ ชนควรนำไปปฏบิ ตั ิ เพ่ือให้เกิดความสุขใน
ชีวติ

สาระการเรียนรู้

การทำจิตใจให้ผอ่ งใส

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน

คำถามสำคญั

ถา้ ทกุ คนนำวธิ กี ารทำจติ ใจให้ผอ่ งใสไปใชใ้ นการดำเนินชีวิตจะสง่ ผลดอี ยา่ งไร

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ข•้ันส•ัง•เกต• ร•วบ• ร•วม•ข•้อม•ูล•(G•a•the•ri•ng•) •

1. สุ่มเลอื กตัวแทนนกั เรยี น 2 คน ออกมาหนา้ ช้นั เรยี น โดยตวั แทนนักเรยี นคนท่ี 1 ทำหน้าบง้ึ
ตวั แทนนกั เรยี นคนที่ 2 ทำหนา้ ยิ้มแย้มแจ่มใส จากนน้ั นักเรยี นยกมือรว่ มกันสนทนาว่านักเรยี นชอบและอยาก
คยุ กับตัวแทนนักเรยี นคนใด นกั เรียนช่วยกนั นับจำนวนในการยกมือ โดยเขยี นบนั ทึกบนกระดาน
ดังตวั อยา่ ง

คนที่ 1 คนท่ี 2
0 คน 28 คน
จากนัน้ ตัวแทนนกั เรียนคนที่ 1 ทำหน้ายิม้ แย้มแจ่มใส คนที่ 2 ทำหน้าบ้ึง แล้วนับจำนวนนักเรยี น
ในหอ้ งเรยี นบันทึกลงบนกระดาน ดังตัวอย่าง

คนที่ 1 คนที่ 2
28 คน 0 คน
นักเรียนรว่ มกนั สรุปจากขอ้ มูลที่ได้วา่ คนท่มี หี น้าตายิม้ แย้มแจ่มใสจะมคี นชอบและอยากคยุ
อยากเลน่ ด้วย

2. นักเรียนร่วมกันสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการทำจิตใจให้ผ่องใส โดยตอบคำถาม
ดังนี้

• นกั เรยี นเคยโกรธเพ่ือนหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด (ตัวอยา่ งคำตอบ เคยโกรธ เพราะถูกเพ่อื นแกล้ง)
• เม่อื โกรธแลว้ นกั เรยี นร้สู กึ หรอื มที ่าทางอยา่ งไร (ตัวอยา่ งคำตอบ ไมพ่ ดู กบั เพอ่ื น ทำหนา้ บึง้ )
• นกั เรียนคิดว่า การมจี ิตใจผ่องใสเปน็ อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ไม่โกรธผ้อู ่นื จติ ใจสงบ)
3. นักเรียนร่วมกันศึกษาและรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับเร่ือง การทำจิตใจให้ผ่องใส จากหนังสือเรียน
และแหล่งการเรียนร้อู ่ืน ๆ

•ข้นั• ค•ดิ •วเิ ค•ร•าะ•ห์แ•ละ•ส•รุป•ค•วาม•ร•ู้ (•Pr•oc•ess•in•g) •

4. นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั การทำจิตใจให้ผ่องใส และตอบคำถาม ดงั นี้
• การทำจิตใจใหผ้ ่องใสปฏิบตั ไิ ด้อย่างไร (ตวั อย่างคำตอบ ไมโ่ กรธง่าย ไม่คดิ ร้ายตอ่ ผูอ้ นื่ )
• การทำจิตใจใหผ้ อ่ งใสมปี ระโยชน์อย่างไร (ตัวอยา่ งคำตอบ ทำให้จติ ใจเบกิ บาน มคี วามสขุ )

5. นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายเกย่ี วกบั วธิ ีการทำจติ ใจใหผ้ ่องใส จากน้นั นำคำตอบท่ีไดส้ รุปเป็นแผนภาพ
ความคดิ บนกระดาน ดังตวั อย่าง

ไมฟ่ ้งุ ซ่าน คิดในส่ิงท่ีดี

มีสติ วิธกี ารทาจติ ใจให้ผ่องใส รักษาศีล

ไมค่ ดิ อิจฉาริษยาคนอื่น ทาสมาธิ

6. นักเรียนคิดประเมินเพ่ือเพิ่มคุณค่าแล้วสรปุ ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับการทำจติ ใจให้ผ่องใส
โดยตอบคำถาม ดังน้ี

• ถ้าทกุ คนนำวิธกี ารทำจติ ใจให้ผ่องใสไปใชใ้ นการดำเนินชวี ิตจะส่งผลดีอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทำให้ดำเนนิ ชวี ิตอยา่ งมคี วามสุข จติ ใจเบิกบาน และสงั คมสงบสขุ )

ข•้ันป•ฏ•บิ ตั• ิแ•ละ•ส•รุป•คว•าม• ร•ู้หล•งั •กา•รป•ฏ•บิ ัต•ิ (•Ap•p•lyi•ng•a•nd•C•on•st•ru•cti•ng• th•e •Kn•o•wl•edg•e)•

7. นกั เรยี นนำหลักธรรมโอวาท 3 ไปปฏบิ ตั ิ แลว้ บนั ทกึ ผลเป็นแผนภาพความคิด และตอบคำถาม
ลงในชิน้ งานท่ี 8 เรื่อง โอวาท 3

8. นักเรยี นแต่ละคนตรวจสอบความถกู ต้องเรยี บร้อยของช้นิ งาน หากพบข้อผิดพลาดควรปรับปรงุ
แก้ไขใหถ้ ูกต้อง

9. นักเรียนรว่ มกันสรปุ ส่ิงที่เข้าใจเปน็ ความร้รู ว่ มกนั ดังน้ี
การทำจติ ใจให้ผอ่ งใส เปน็ หลักธรรมในโอวาท 3 ที่พทุ ธศาสนิกชนควรนำไปปฏิบัติ เพ่ือให้เกิด

ความสุขในชวี ติ

•ข้นั• ส•่ือส•า•รแ•ละ•น•าเส•น•อ •(A•pp•ly•ing• t•he•C•om• m• u•ni•ca•tio•n •Sk•ill•)

10. นกั เรยี นออกมานำเสนอชิ้นงาน เรื่อง โอวาท 3 หนา้ ชน้ั เรียน
11. นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายสรปุ เก่ยี วกับวิธกี ารทำงานให้เห็นการคดิ เชงิ ระบบและวิธีการทำงาน
ทม่ี แี บบแผน

•ข้นั• ป•ระ•เม•ิน•เพ•ื่อเ•พม่ิ• ค•ุณ•ค่า•บร•ิก•าร•สัง•คม•แ•ละ•จ•ติ ส•าธ•าร•ณ•ะ (•Se•lf-•R•egu•la•tin•g)•

12. นักเรียนรว่ มกนั จดั ปา้ ยนิเทศความรู้เก่ยี วกับหลักมงคล 38 เพอื่ เผยแพร่ความรู้ให้กบั เพ่ือน
ในโรงเรียน

13. นกั เรยี นประเมินตนเองหลังการเรียน ในประเดน็ ต่อไปนี้
• สงิ่ ที่นกั เรยี นได้เรียนรู้ในวนั น้ีคอื อะไร
• นกั เรียนมีส่วนรว่ มในกิจกรรมการเรยี นรู้มากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนรู้ในวันนหี้ รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนำความรูท้ ่ีไดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมทวั่ ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากน้นั แลกเปลีย่ นตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพม่ิ คุณคา่ ไปสู่สังคม

เกดิ ประโยชนต์ อ่ สังคมให้มากข้นึ กวา่ เดมิ ในขน้ั ตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในครั้งต่อไป

สอ่ื การเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน พระพุทธศาสนา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1
ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.)

2. แหล่งการเรียนร้ทู ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น

การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรือ่ ง การทำจิตใจใหผ้ อ่ งใส (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ ชิ้นงาน เรือ่ ง โอวาท 3 (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ มั่นในการทำงาน

(A) ด้วยแบบประเมนิ

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินชิ้นงาน เรอ่ื ง โอวาท 3

รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

การยกตวั อย่าง 4321
การปฏิบัตติ น
ตามหลักธรรม ยกตวั อยา่ งการปฏิบตั ติ น ยกตัวอย่างการปฏิบตั ิตน ยกตวั อย่างการปฏบิ ตั ิตน ยกตวั อย่างการปฏบิ ตั ติ น
โอวาท 3
ตามหลกั ธรรมโอวาท 3 ตามหลกั ธรรมโอวาท 3 ตามหลกั ธรรมโอวาท 3 ตามหลักธรรมโอวาท 3

ได้สมั พันธก์ นั ได้ มกี ารจำแนกข้อมูล ได้สอดคลอ้ งกับข้อมลู ได้ แตไ่ มส่ อดคล้อง

มกี ารเช่ือมโยงให้เห็นเป็น หรอื อธบิ ายให้เห็นถงึ มีการเขียนขยายความ กบั ข้อมูล เขียนตามขอ้ มลู

ภาพรวม ความสัมพันธ์กบั ตนเอง และมีการยกตัวอยา่ ง ที่อ่าน

แสดงให้เหน็ ถึง อย่างเป็นเหตเุ ปน็ ผล เพิ่มเตมิ ใหเ้ ขา้ ใจงา่ ย

ความสมั พันธ์

กับตนเองและผอู้ น่ื

ข้อเสนอแนะของผ้บู ริหารสถานศึกษา

ลงช่ือ______________________________
(_____________________________)

ตำแหนง่ ______________________________

บันทึกหลงั การสอน

ผลการจดั การเรยี นการสอน

ปญั หา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ครผู สู้ อน___________________________
(__________________________)

วันท่ีบนั ทึก___________________________

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาและหลักคำสอนของศาสนาต่าง ๆ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 7

เร่อื ง พุทธศาสนสภุ าษิต ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 1

เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง ครผู สู้ อน.....................

........................................................................................................................................................................ .....

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 1.1 รแู้ ละเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา

ทีต่ นนบั ถือและศาสนาอืน่ มีศรัทธาทถี่ ูกต้อง ยดึ ม่นั และปฏิบัติตามหลกั ธรรม
เพอื่ อยรู่ ว่ มกันอยา่ งสนั ติสุข
ตัวชีว้ ัด
ส 1.1 ป.1/3 บอกความหมาย ความสำคัญ และเคารพพระรตั นตรยั ปฏิบัติตามหลกั ธรรมโอวาท 3
ในพระพุทธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถอื ตามท่ีกำหนด

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ยกตวั อย่างการปฏิบัตติ นทีส่ อดคลอ้ งกบั พุทธศาสนสภุ าษติ (K)
2. นำขอ้ คิดท่ีได้จากพุทธศาสนสุภาษติ ไปปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจำวนั (P)
3. เห็นประโยชนข์ องการนำพุทธศาสนสุภาษติ ไปปฏิบตั ิในชวี ิตประจำวนั (A)

สาระสำคัญ

พทุ ธศาสนสภุ าษติ เป็นขอ้ คดิ ทางศาสนาท่ีใช้สำหรับเตือนใจศาสนกิ ชน

สาระการเรียนรู้

พทุ ธศาสนสุภาษิต

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต


Click to View FlipBook Version