The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Koon Kru Jirawat, 2021-11-01 23:26:00

แผนการสอนการงานอาชีพ 5

ilovepdf_merged

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  138

สาระท่ี 4 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 4.1 เขา้ ใจ มีทกั ษะที่จาํ เป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยเี พอื่

พฒั นาอาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพ

ตวั ชี้วดั ช้ันปี สาระการเรียนรู้แกนกลาง
• การหางานหรือตาํ แหน่งที่วา่ ง
1. อภิปรายการหางานดว้ ยวิธีท่ีหลากหลาย – ส่ือส่ิงพิมพ์
(ง 4.1 ม. 3/1) – สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์
• แนวทางเขา้ สู่อาชีพ
2. วิเคราะห์แนวทางเขา้ สู่อาชีพ (ง 4.1 ม. 3/2) – คุณสมบตั ิท่ีจาํ เป็น
3. ประเมินทางเลือกในการประกอบอาชีพท่ี – ความมนั่ คง
– การประเมินทางเลือก
สอดคลอ้ งกบั ความรู้ ความถนดั และความ • การประเมินทางเลือกอาชีพ
สนใจของตนเอง (ง 4.1 ม. 3/3) – แนวทางการประเมิน
– รูปแบบการประเมิน
– เกณฑก์ ารประเมิน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  139

2. กระบวนการจดั การเรียนรู้

กระบวนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยเี ป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพฒั นาใหน้ กั เรียนมีความรู้

ความเขา้ ใจ มีทกั ษะพ้ืนฐานท่ีจาํ เป็ นต่อการดาํ รงชีวิต และรู้เท่าทนั การเปล่ียนแปลง สามารถนาํ ความรู้
เก่ียวกบั การดาํ รงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยมี าใชป้ ระโยชน์ในการทาํ งานอยา่ งมีความคิดสร้างสรรค์
เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพ รักการทาํ งาน มีเจตคติท่ีดีต่อการทาํ งาน และสามารถดาํ รงชีวิตอยใู่ น
สงั คมไดอ้ ยา่ งพอเพียงและมีความสุข วิธีการหรือเทคนิคที่นาํ มาใชใ้ นกระบวนการจดั การเรียนรู้มีอยหู่ ลาย
วิธี แต่ละวิธีจะมีประสิทธิผลในการสร้างความรู้ เจตคติ ทกั ษะ และประสบการณ์ที่แตกต่างกนั ออกไป
ดงั น้นั ในการพิจารณาเลือกวิธีการใดมาใช้ ครูตอ้ งวิเคราะห์ตวั ช้ีวดั และสาระการเรียนรู้แกนกลางก่อนว่า
ตอ้ งการใหน้ กั เรียนเกิดพฤติกรรมใด ในระดบั ใด แลว้ จึงนาํ มาปรับใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั นกั เรียน ท้งั น้ีเพ่ือให้
การเรียนรู้ของนกั เรียนบรรลุตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ที่กาํ หนด

ในคู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้เล่มน้ี ไดบ้ ูรณาการเทคนิควิธีการจดั การเรียนรู้ที่สอดคลอ้ งกบั
สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระท่ี 1 การดาํ รงชีวิตและครอบครัว สาระท่ี 2 การ
ออกแบบและเทคโนโลยี และสาระที่ 4 การอาชีพ เพื่อให้ครูเลือกใชไ้ ดเ้ หมาะสมกบั เน้ือหาที่สอน ซ่ึงแต่
ละวธิ ีการจดั การเรียนรู้มีสาระพอสงั เขป ดงั น้ี

1. ทกั ษะกระบวนการทํางาน
ทกั ษะกระบวนการทาํ งานเป็ นการลงมือทาํ งานดว้ ยตนเอง โดยมุ่งเน้นการฝึ กวิธีการทาํ งาน
อย่างสม่าํ เสมอท้งั การทาํ งานเป็ นรายบุคคลและเป็ นกลุ่ม เพ่ือให้สามารถทาํ งานไดบ้ รรลุเป้ าหมาย โดย
ข้นั ตอนของกระบวนการทาํ งานมีดงั น้ี
1) การวิเคราะห์งาน นกั เรียนแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มจะตอ้ งศึกษารายละเอียดของงานที่จะทาํ
วา่ มีลกั ษณะอยา่ งไร มีรายละเอียดปลีกยอ่ ยอะไรบา้ ง เพอ่ื นาํ ขอ้ มลู เหล่าน้ีไปใชใ้ นการกาํ หนดวตั ถุประสงค์
การเตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือในการทาํ งาน พร้อมกบั กาํ หนดวิธีการทาํ ในข้นั การวางแผนในการ
ทาํ งาน
2) การวางแผนในการทาํ งาน นกั เรียนแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มควรร่วมกนั วางแผนการทาํ งาน
เพ่ือกาํ หนดแนวทางในการปฏิบตั ิงานไวล้ ่วงหน้าว่าจะทาํ อะไร ทาํ เมื่อไร ทาํ วิธีใด ใครเป็ นผูท้ าํ กาํ หนด
ระยะเวลาในการทาํ งานเสร็จเมื่อใด แลว้ จึงกาํ หนดภาระงานหรือหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคน
ไดแ้ ก่ รายการงานที่ตอ้ งปฏิบตั ิ เวลาปฏิบตั ิงาน และผรู้ ับผดิ ชอบ
3) การปฏิบัติงานตามลาํ ดับข้ันตอน เมื่อนักเรียนแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มได้รับมอบหมาย
หนา้ ที่และความรับผิดชอบแลว้ ใหล้ งมือปฏิบตั ิงานจริงตามแผนที่วางไว้
4) การประเมินผลการทาํ งาน หลงั จากนกั เรียนแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มปฏิบตั ิงานเสร็จแลว้ ให้
ร่วมกนั ตรวจสอบผลการปฏิบตั ิงานว่าเป็ นไปตามแผนที่วางไวห้ รือไม่ ผลงานมีขอ้ ดีหรือข้อบกพร่อง
อย่างไร และควรปรับปรุงผลงานส่วนใดบ้าง ถ้าพบข้อบกพร่องในส่วนใดจะต้องร่วมกันหาวิธีการ
ปรับปรุงแกไ้ ขทนั ที

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  140

2. ทักษะกระบวนการเทคโนโลยี
ทักษะกระบวนการเทคโนโลยีเป็ นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการคิดแก้ปัญหา การคิด
สร้างสรรค์ การออกแบบ เพ่ือนาํ ไปสู่การประดิษฐ์ การสร้างสิ่งของเคร่ืองใช้ อุปกรณ์ และผลิตภณั ฑ์ ซ่ึง
เป็นการปฏิบตั ิท่ีทาํ ใหม้ นุษยใ์ ชส้ อยประโยชน์ไดต้ ามความตอ้ งการ และช่วยเพิ่มพนู ประสิทธิภาพในการ
ทาํ กิจกรรมต่าง ๆ อีกดว้ ย กระบวนการเทคโนโลยมี ี 7 ข้นั ตอน ดงั น้ี
1) การกาํ หนดปัญหาหรือความต้องการ เป็ นการใหน้ กั เรียนศึกษาและกาํ หนดปัญหาที่ตอ้ งการ
แกไ้ ข หรือกาํ หนดความตอ้ งการท่ีจะสร้างส่ิงต่าง ๆ โดยการร่วมกนั แสดงความคิดเห็น แลว้ คดั เลือกปัญหา
หรือความตอ้ งการที่แทจ้ ริงและชดั เจน เพอื่ นาํ มาต้งั เป็นวตั ถุประสงค์
2) การรวบรวมข้อมูล เป็ นข้นั ตอนท่ีให้นกั เรียนร่วมกนั สาํ รวจ คน้ หา หรือแสวงหาขอ้ มูลแลว้
รวบรวมขอ้ มูลต่าง ๆ นาํ มาสร้างทางเลือกหลาย ๆ ทางเลือกเพือ่ นาํ ไปสู่การแกป้ ัญหา
3) การเลือกวิธีการแก้ปัญหา เป็ นการพิจารณาทางเลือกแต่ละทางเลือกว่ามีขอ้ ดีและข้อเสีย
อยา่ งไรบา้ ง การนาํ ทางเลือกน้ีมาใชแ้ กป้ ัญหาจะทาํ ไดห้ รือไม่ แลว้ จึงตดั สินใจเลือกทางเลือกที่ดีท่ีสุด
4) การออกแบบและปฏิบัติ เป็ นการให้นกั เรียนร่วมกนั นาํ ทางเลือกท่ีไดเ้ ลือกไวแ้ ลว้ มาลาํ ดบั
ความคิด เพื่อกาํ หนดแนวทางการแกป้ ัญหา หรือเพื่อสร้างชิ้นงาน และถ่ายทอดความคิดออกมาเป็ นภาพที่
มีรายละเอียด โดยใชค้ วามรู้ดา้ นการออกแบบเขียนเป็นภาพร่าง 3 มิติ หรือแผนท่ีความคิด จากน้นั จึงลงมือ
ปฏิบตั ิการสร้างตามข้นั ตอนของการออกแบบจนสาํ เร็จเป็นชิ้นงาน
5) การทดสอบ เป็นข้นั ตอนที่ใหน้ กั เรียนนาํ ชิ้นงานที่สร้างหรือประดิษฐเ์ สร็จแลว้ ไปทดลองใช้
งานเพื่อทดสอบดูวา่ มีขอ้ บกพร่องหรือไม่ อยา่ งไร
6) การปรับปรุงแก้ไข เป็ นการให้นักเรียนนําข้อบกพร่องของชิ้นงานหรือปัญหาท่ีพบมา
ดาํ เนินการปรับปรุงแกไ้ ขใหด้ ีข้ึน หรือนาํ ผลงานท่ีดีแลว้ มาพฒั นาใหม้ ีคุณภาพและมีประสิทธิภาพเพ่ิมข้ึน
7) การประเมินผล เป็ นข้นั ตอนที่ให้นักเรียนร่วมกนั ประเมินผลชิ้นงานที่ผ่านการปรับปรุง
แกไ้ ขแลว้ โดยพิจารณาวา่ สามารถแกป้ ัญหาหรือสนองความตอ้ งการที่ระบุไวไ้ ดห้ รือไม่

3. ทักษะการจดั การ
ทักษะการจดั การเป็ นความพยายามของบุคคลท่ีจะจดั ระบบงาน (ทาํ งานเป็ นรายบุคคล) และ

จดั ระบบคน (ทาํ งานเป็ นกลุ่ม) เพ่ือให้ทาํ งานสําเร็จตามเป้ าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ซ่ึงทกั ษะการจดั การ
เป็นวธิ ีการหรือรูปแบบในการปฏิบตั ิงานเพื่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด ซ่ึงประกอบดว้ ยข้นั ตอนต่อไปน้ี

1) การต้ังเป้ าหมาย เป็ นการกาํ หนดว่าส่ิงท่ีกลุ่มหรือองค์กรตอ้ งการคืออะไร แต่ละกลุ่มหรือ
องค์กรจะตอ้ งมีเป้ าหมายเดียวกนั ซ่ึงเป้ าหมายจะมีท้งั เป้ าหมายระยะส้ันและระยะยาว โดยเป้ าหมายท่ี
ต้งั ข้ึนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

2) การวิเคราะห์ ทรัพยากร เป็ นการพิจารณาว่าทรัพยากรท่ีมีอยู่ ได้แก่ คน วสั ดุ อุปกรณ์
เครื่องมือ งบประมาณ และเวลา จะสามารถทาํ ให้บรรลุเป้ าหมายที่ต้งั ไวห้ รือไม่ ถ้ามีทรัพยากรใดไม่
เพยี งพอจะตอ้ งรีบจดั หาทรัพยากรน้นั มาเตรียมไวใ้ หพ้ ร้อมและเพยี งพอ

3) การวางแผนและการกาํ หนดทรัพยากร เป็ นการให้นักเรียนกาํ หนดกิจกรรมไวล้ ่วงหน้าว่า
จะตอ้ งทาํ อะไร ตอ้ งจดั เตรียมสิ่งใดบา้ งเพื่อให้บรรลุเป้ าหมายที่ต้งั ไว้ โดยใชท้ รัพยากรที่มีอยใู่ ห้เหมาะสม

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  141

และใชใ้ ห้เกิดประโยชน์สูงสุด ไดแ้ ก่ การจดั คนทาํ งานในหนา้ ที่ต่าง ๆ การคน้ หาหรือจดั ซ้ือวสั ดุ อุปกรณ์
และเครื่องมือเพิ่มเติม การจดั สรรเงินเพ่ือใชใ้ นการดาํ เนินงานดา้ นต่าง ๆ รวมท้งั การบริหารเวลาในการ
ทาํ งานเพอ่ื ใหง้ านเสร็จตามกาํ หนด

4) การปฏิบัติตามแผนและการปรับแผน โดยให้นักเรียนแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มลงมือ
ปฏิบตั ิงานตามแผนและควบคุมใหเ้ ป็นไปตามแผนท่ีวางไวด้ ว้ ย แต่ถา้ พบปัญหาในขณะท่ีปฏิบตั ิงาน อาจมี
การปรับเปลี่ยนแผนที่วางไว้ เพื่อหลีกเล่ียงปัญหาหรือขอ้ บกพร่องที่อาจจะเกิดข้ึนได้

5) การประเมินผล เป็ นการตรวจสอบเพื่อให้ทราบว่าการปฏิบตั ิงานของตนเองหรือกลุ่มบรรลุ
ตามเป้ าหมายท่ีกาํ หนดไวห้ รือไม่ ซ่ึงการประเมินผลน้ันสามารถทาํ ไดใ้ นทุกข้นั ตอนของการปฏิบตั ิงาน
ตามแผน ถ้าประสบความสําเร็จเร็วก็แสดงให้เห็นว่าการจดั การของกลุ่มเป็ นการจดั การที่ดี แต่ถา้ ไม่
ประสบผลสาํ เร็จกลุ่มจะตอ้ งนาํ ปัญหาหรือขอ้ บกพร่องเหล่าน้นั มาปรับปรุงแกไ้ ข เพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางใน
การปฏิบตั ิงานในคร้ังต่อไป

4. การสาธิต
การสาธิตเป็ นวิธีการสอนเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ตามเป้ าหมายที่กาํ หนด โดยครูแสดง

หรือทาํ ส่ิงที่ตอ้ งการให้นกั เรียนเรียนรู้ แลว้ ให้นกั เรียนสงั เกต ซกั ถาม อภิปราย และสรุปความรู้ท่ีไดจ้ าก
การสาธิต ซ่ึงมีวธิ ีการดงั น้ี

1) การเตรียมตัวครู ครูควรเตรียมความพร้อมของตนเองโดยวางแผนการสาธิต ทดลองทาํ
ก่อนท่ีจะสาธิตใหน้ กั เรียนดู และจดั เตรียมสิ่งต่าง ๆ ไดแ้ ก่ วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเตรียมสถานที่ที่จะ
ใชใ้ นการสาธิต เพอื่ ใหก้ ารสาธิตดาํ เนินไปอยา่ งราบร่ืนและป้ องกนั ปัญหาที่อาจจะเกิดข้ึนได้

2) การเตรียมตัวนักเรียน ครูควรใหค้ วามรู้เก่ียวกบั เรื่องท่ีสาธิตแก่นกั เรียนอยา่ งเพียงพอ เพื่อให้
นกั เรียนเกิดความเขา้ ใจในส่ิงที่สาธิตไดด้ ียงิ่ ข้ึน และควรใหค้ าํ แนะนาํ เทคนิคการสงั เกตและการบนั ทึกการ
สาธิต

3) ลงมือสาธิต ในขณะที่ครูกาํ ลงั สาธิต ครูควรบรรยายประกอบการสาธิตใหเ้ ป็ นลาํ ดบั ข้นั ตอน
พร้อมกบั ซักถามนักเรียนเป็ นระยะ ๆ เพื่อกระตุน้ ความสนใจของนักเรียน ในกรณีท่ีการสาธิตอาจเกิด
อนั ตรายต่อนกั เรียน ครูควรแนะนาํ วิธีการป้ องกนั อนั ตรายไวใ้ หเ้ รียบร้อย และควรใชเ้ วลาในการสาธิตให้
เหมาะสมกบั เร่ืองที่สาธิต

4) การสรุปผลการสาธิต เมื่อครูสาธิตเสร็จแลว้ ควรสรุปและเปิ ดโอกาสให้นักเรียนซักถาม
ขอ้ สงสยั หรือให้นกั เรียนแต่ละคนแสดงความคิดเห็น หรือครูอาจเตรียมคาํ ถามไวถ้ ามนกั เรียนเพื่อกระตุน้
ใหน้ กั เรียนคิด แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้ท่ีไดจ้ ากการชมการสาธิตของครู

5. การฝึ กปฏิบตั ิ
การฝึ กปฏิบตั ิเป็ นวิธีการสอนที่เนน้ ให้นกั เรียนไดร้ ับประสบการณ์ตรงจากสถานการณ์จริงท่ี

จะทาํ ให้นักเรียนได้ฝึ กคิด ฝึ กลงมือทาํ ฝึ กการแกป้ ัญหา ฝึ กการทาํ งานร่วมกนั ซ่ึงจะส่งผลให้นักเรียน
เรียนรู้อยา่ งมีความสุข เกิดการพฒั นารอบดา้ น มีอิสระที่จะเลือกเรียนรู้ในส่ิงที่เหมาะสมกบั ตนเอง และยงั
สามารถนาํ ความรู้ที่ไดร้ ับไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาํ วนั ไดด้ ว้ ย ซ่ึงมีวธิ ีการจดั การเรียนรู้ดงั น้ี

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  142

1) การนาํ เข้าสู่เนื้อหา ก่อนจดั การเรียนรู้ครูจะตอ้ งกระตุน้ นักเรียนให้เกิดความกระตือรือร้น
และสนใจอยากคน้ ควา้ หาความรู้ดว้ ยวิธีการต่าง ๆ เช่น การซกั ถามเกี่ยวกบั ความสาํ คญั ของเร่ืองท่ีจะเรียน
หรือการทบทวนความรู้เดิมเพ่ือเช่ือมโยงให้เขา้ กับความรู้ใหม่ที่นักเรียนจะตอ้ งเรียนรู้ โดยครูควรแจง้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้และร่วมกาํ หนดขอบข่าย หรือประเดน็ ความรู้ใหม่

2) การศึกษา/วิเคราะห์ เป็ นการแบ่งกลุ่มนกั เรียนเพื่อทาํ กิจกรรมกลุ่มร่วมกนั โดยการแสวงหา
ความรู้ แสดงความคิดเห็น ร่วมกนั วิเคราะห์ และหาขอ้ สรุปในประเด็นท่ีต้งั ไว้ ซ่ึงครูจะตอ้ งออกแบบกลุ่ม
ใหเ้ หมาะสมเพ่ือใหน้ กั เรียนทุกคนมีส่วนร่วมมากท่ีสุด พร้อมกบั เปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดก้ าํ หนดบทบาท
หนา้ ท่ีของสมาชิกในกลุ่ม

3) การปฏิบัติ นักเรียนฝึ กปฏิบตั ิตามข้นั ตอน ฝึ กคิดวิเคราะห์ จินตนาการ และคิดสร้างสรรค์
โดยมีครูคอยอาํ นวยความสะดวกในดา้ นต่าง ๆ เพ่ือใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวตั ถุประสงคท์ ี่กาํ หนดไว้

4) การสรุปและนาํ เสนอผลการเรียนรู้ เป็นข้นั ท่ีนกั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ ผลท่ีไดจ้ ากการปฏิบตั ิมา
วิเคราะห์ สังเคราะห์เป็ นความรู้ใหม่ วิธีการใหม่ สรุป และนาํ เสนอความรู้ใหม่ต่อกลุ่มใหญ่ในรูปแบบที่
หลากหลาย ซ่ึงเป็นการแลกเปล่ียนความรู้ซ่ึงกนั และกนั ทาํ ใหเ้ กิดการขยายเครือข่ายความรู้อยา่ งกวา้ งขวาง
มากข้ึน

5) การปรับปรุงการเรียนรู้และการนาํ ไปใช้ประโยชน์ เป็นข้นั ที่นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ ขอ้ บกพร่อง
หรือปัญหาที่พบจากการนําเสนอผลงานมาปรับปรุงแกไ้ ข หรือพฒั นาผลงานของตนเองให้ดีข้ึน รวมถึง
การไดร้ ับแนวคิดจากขอ้ เสนอแนะของครูมาประยุกตส์ ร้างผลงานใหม่ ๆ ที่สามารถนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ใน
ชีวติ ไดจ้ ริง

6) การประเมินผล เป็ นการนาํ วิธีการวดั และประเมินผลตามสภาพจริงมาใชโ้ ดยเนน้ การวดั ผล
จากการปฏิบตั ิจริง จากแฟ้ มสะสมผลงาน ชิ้นงาน/ผลงาน โดยผูป้ ระเมินอาจเป็ นครู นักเรียนประเมิน
ตนเองสมาชิกในกลุ่ม หรือผปู้ กครอง

6. การอภิปรายกล่มุ ย่อย
วิธีน้ีเป็ นกระบวนการที่ครูใชใ้ นการช่วยให้นกั เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวตั ถุประสงคท์ ี่กาํ หนด

โดยการจดั นักเรียนเป็ นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 48 คน ให้นักเรียนในกลุ่มพูดคุยแลกเปล่ียนขอ้ มูล ความ
คิดเห็น และประสบการณ์ในเรื่องหรือประเดน็ ท่ีกาํ หนด แลว้ สรุปผลการอภิปรายออกมาเป็ นขอ้ สรุปของ
กลุ่ม ซ่ึงการจดั การเรียนรู้โดยใช้การอภิปรายกลุ่มย่อยน้ี จะช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการ
เรียนรู้อยา่ งทวั่ ถึง มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซ่ึงจะช่วยให้นกั เรียนเกิดการ
เรียนรู้ในเร่ืองที่เรียนกวา้ งข้ึน

ข้ันตอนของการจดั การเรียนรู้โดยใช้การอภปิ รายกลุ่มย่อย มีดงั น้ี
1) การจัดกลุ่ม ครูจดั นักเรียนออกเป็ นกลุ่มย่อย ๆ ประมาณ 4–8 คน ควรเป็ นกลุ่มท่ีไม่เล็ก
เกินไปและไม่ใหญ่เกินไป เพราะถา้ กลุ่มเล็กจะไม่ไดค้ วามคิดที่หลากหลายเพียงพอ ถา้ กลุ่มใหญ่สมาชิก
กลุ่มจะมีโอกาสแสดงความคิดเห็นได้ไม่ทว่ั ถึง ซ่ึงการแบ่งกลุ่มอาจทาํ ได้หลายวิธี เช่น วิธีสุ่มเพ่ือให้
นกั เรียนมีโอกาสไดร้ ่วมกลุ่มกบั เพ่ือนไม่ซ้าํ กนั จาํ แนกตามเพศ วยั ความสนใจ ความสามารถ หรือเลือก
อยา่ งเจาะจงตามปัญหาท่ีมีก็ได้ ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั วตั ถุประสงคข์ องครูและสิ่งท่ีจะอภิปราย

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  143

2) การกาํ หนดประเดน็ ครูหรือนกั เรียนกาํ หนดประเด็นในการอภิปราย ให้มีวตั ถุประสงคข์ อง
การอภิปรายท่ีชดั เจน โดยท่ีการอภิปรายแต่ละคร้ังไม่ควรมีประเด็นมากเกินไป เพราะจะทาํ ให้นักเรียน
อภิปรายไดไ้ ม่เตม็ ที่

3) การอภิปราย นกั เรียนเริ่มอภิปรายโดยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์
ตามประเด็นที่กาํ หนด ในการอภิปรายแต่ละคร้ังควรมีการกาํ หนดบทบาทหนา้ ท่ีท่ีจาํ เป็ นในการอภิปราย
เช่น ประธานหรือผนู้ าํ ในการอภิปราย เลขานุการ ผจู้ ดบนั ทึก และผรู้ ักษาเวลา เป็ นตน้ นอกจากน้ีครูควร
บอกใหส้ มาชิกกลุ่มทุกคนทราบถึงบทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ใหค้ วามรู้ ความเขา้ ใจ หรือคาํ แนะนาํ แก่กลุ่ม
ก่อนการอภิปราย และควรย้าํ ถึงความสาํ คญั ของการให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการอภิปราย
อยา่ งทวั่ ถึง เพราะวตั ถุประสงคห์ ลกั ของการอภิปราย คือ การให้นกั เรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอยา่ ง
ทว่ั ถึง และไดร้ ับฟังความคิดเห็นท่ีหลากหลาย ซ่ึงจะช่วยให้นกั เรียนมีความคิดที่ลึกซ้ึงและรอบคอบข้ึน
ในกรณีที่มีหลายประเดน็ ควรมีการจาํ กดั เวลาของการอภิปรายแต่ละประเด็นใหม้ ีความเหมาะสม

4) การสรุปผลการอภิปราย นกั เรียนสรุปสาระที่สมาชิกกลุ่มไดอ้ ภิปรายร่วมกนั เป็นขอ้ สรุปของ
กลุ่ม โดยครูใหส้ ญั ญาณแก่กลุ่มก่อนหมดเวลา เพื่อที่แต่ละกลุ่มจะไดส้ รุปผลการอภิปรายเป็นขอ้ สรุปของ
กลุ่ม หลงั จากน้ันอาจให้แต่ละกลุ่มนาํ เสนอผลการอภิปรายแลกเปลี่ยนกนั หรือดาํ เนินการในรูปแบบอื่น
ต่อไป

5) การสรุปหน่วยการเรียนรู้ หลงั จากการอภิปรายสิ้นสุดลง ครูจาํ เป็ นตอ้ งเช่ือมโยงความรู้ท่ี
นกั เรียนไดร้ ่วมกนั คิดกบั หน่วยการเรียนรู้ที่กาํ ลงั เรียน โดยนาํ ขอ้ สรุปของกลุ่มมาใชใ้ นการสรุปหน่วยการ
เรียนรู้ดว้ ย

7. โครงงาน
โครงงานเป็ นการจดั การเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ศึกษาคน้ ควา้ และลงมือปฏิบัติด้วย

ตนเอง ตามแผนการดาํ เนินงานที่นกั เรียนไดจ้ ดั ข้ึน โดยครูช่วยให้คาํ ปรึกษา แนะนาํ กระตุน้ ให้คิด และ
ติดตามการปฏิบตั ิงานจนบรรลุเป้ าหมาย โครงงานแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

– โครงงานประเภทสาํ รวจ รวบรวมขอ้ มลู
– โครงงานประเภททดลอง คน้ ควา้
– โครงงานประเภทศึกษาความรู้ ทฤษฎี หลกั การ หรือแนวคิดใหม่
– โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
การเรียนรู้ด้วยโครงงาน มีวธิ ีการดงั น้ี
1) การกาํ หนดหัวข้อที่จะทําโครงงาน โดยให้นักเรียนคิดหัวขอ้ โครงงาน ซ่ึงอาจได้มาจาก
ปัญหา คาํ ถาม ความอยากรู้อยากเห็นของนกั เรียนเอง หรือไดจ้ ากการอ่านหนงั สือ บทความ การไปทศั น
ศึกษาดูงาน เป็นตน้ โดยนกั เรียนตอ้ งต้งั คาํ ถามวา่ “จะศึกษาอะไร” “ทาํ ไมตอ้ งศึกษาเร่ืองดงั กล่าว”
2) การศึกษาเอกสารท่ีเก่ียวข้อง เป็นการศึกษาเอกสารต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั หวั ขอ้ ที่ทาํ โครงงาน
การขอคาํ ปรึกษาจากครู หรือผูท้ ่ีมีความรู้ความเช่ียวชาญในสาขาน้ัน ๆ รวมถึงการสํารวจวสั ดุ อุปกรณ์
และเครื่องมือต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งดว้ ย ซ่ึงการศึกษาเอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ งน้ีจะช่วยให้นกั เรียนไดแ้ นวคิดที่จะ
กาํ หนดขอบข่ายของเร่ืองท่ีจะศึกษาใหเ้ ฉพาะเจาะจงมากข้ึน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  144

3) การเขียนเค้าโครงของโครงงานหรือสร้างแผนที่ความคิด โดยทวั่ ไปเคา้ โครงของโครงงานจะ
ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ต่าง ๆ ดงั น้ี

– ช่ือโครงงาน
– ช่ือผทู้ าํ โครงงาน
– ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน
– หลกั การและเหตุผลของโครงงาน
– จุดประสงค/์ วตั ถุประสงคข์ องโครงงาน
– สมมุติฐานของการศึกษา (ในกรณีท่ีเป็นโครงงานทดลอง)
– ข้นั ตอนการดาํ เนินงาน
– แผนปฏิบตั ิงาน (ระบุรายการงานที่ปฏิบตั ิและระยะเวลาดาํ เนินการ)
– ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับ
– เอกสารอา้ งอิง/บรรณานุกรม
4) การปฏิบัติโครงงาน เป็ นการลงมือปฏิบตั ิงานตามแผนงานและข้นั ตอนที่กาํ หนดไว้ โดย
จดั เตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และสถานที่ให้พร้อม ในระหว่างปฏิบตั ิงานควรคาํ นึงถึงความประหยดั
ความปลอดภยั ในการทาํ งาน และมีความรอบคอบ รวมท้งั มีการจดบนั ทึกขอ้ มูลต่าง ๆ ไวอ้ ยา่ งละเอียดว่า
ทาํ อยา่ งไร ไดผ้ ลอยา่ งไร มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไร และมีแนวทางแกไ้ ขอยา่ งไร
5) การเขียนรายงาน เป็ นการรายงานสรุปผลการดาํ เนินงาน เพื่อให้ผูอ้ ื่นไดท้ ราบแนวคิด วิธี
ดาํ เนินงาน ผลที่ไดร้ ับ และขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกบั โครงงาน ซ่ึงการเขียนรายงานน้ีควรใชภ้ าษาท่ีสื่อ
ความเขา้ ใจไดง้ ่าย ชดั เจน และครอบคลุมประเดน็ ท่ีศึกษา
6) การแสดงผลงาน เป็ นการนาํ ผลของการดาํ เนินงานโครงงานมาเสนอ เพ่ือให้ผูอ้ ื่นรับรู้และ
เขา้ ใจ โดยจดั ไดห้ ลายรูปแบบ เช่น การอธิบาย การบรรยาย การเขียนรายงาน การจดั นิทรรศการ การจดั ทาํ
สื่อส่ิงพิมพ์ ส่ือมลั ติมีเดีย การสาธิตผลงาน เป็นตน้
8. กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมแรงร่วมใจ
วิธีการน้ีเป็ นการผสมผสานหลกั การอยู่ร่วมกันในสังคมและความสามารถทางวิชาการเข้า
ดว้ ยกนั โดยใหน้ กั เรียนที่มีความรู้ความสามารถแตกต่างกนั มาทาํ งานร่วมกนั คนท่ีเก่งกวา่ จะตอ้ งช่วยเหลือ
คนท่ีอ่อนกวา่ ทุกคนตอ้ งมีโอกาสไดแ้ สดงความสามารถ ร่วมแสดงความคิดเห็น และปฏิบตั ิจริง โดยถือวา่
ความสาํ เร็จของแต่ละบุคคล คือ ความสาํ เร็จของกลุ่ม การเรียนแบบร่วมแรงร่วมใจมีดงั น้ี
1) ขั้นเตรียม นกั เรียนแบ่งกลุ่ม แนะนาํ แนวทางในการทาํ งานกลุ่ม บทบาทหนา้ ท่ีของสมาชิก
ในกลุ่ม และแจง้ วตั ถุประสงคข์ องการทาํ งาน
2) ขั้นสอน นาํ เขา้ สู่บทเรียน แนะนาํ เน้ือหาสาระ แหล่งความรู้ แลว้ มอบหมายงานให้นกั เรียน
แต่ละกลุ่ม
3) ขนั้ ทาํ กิจกรรม นกั เรียนร่วมกนั ทาํ กิจกรรมในกลุ่มยอ่ ย โดยสมาชิกแต่ละคนมีบทบาทหนา้ ที่
ตามท่ีได้รับมอบหมาย ซ่ึงในการทาํ กิจกรรมกลุ่ม ครูจะใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น คู่คิด เพื่อนเรียน ปริศนา

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  145

ความคิด กลุ่มร่วมมือ เป็ นตน้ การทาํ กิจกรรมแต่ละคร้ังจะตอ้ งเลือกเทคนิคให้เหมาะสมกบั วตั ถุประสงค์
ในการเรียนแต่ละเร่ือง โดยอาจใชเ้ ทคนิคเดียวหรือหลายเทคนิครวมกนั กไ็ ด้

4) ขน้ั ตรวจสอบผลงาน เมื่อทาํ กิจกรรมเสร็จแลว้ ตอ้ งมีการตรวจสอบการปฏิบตั ิงานวา่ ถูกตอ้ ง
ครบถว้ นหรือไม่ โดยเริ่มจากการตรวจภายในกลุ่มและระหวา่ งกลุ่ม เพื่อนาํ ขอ้ บกพร่องในการปฏิบตั ิงาน
ไปปรับปรุงใหด้ ีข้ึน

5) ข้ันสรุปบทเรียนและประเมินผล ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปบทเรียน ครูอธิบายเพ่ิมเติมใน
ส่วนท่ีนกั เรียนยงั ไม่เขา้ ใจ และช่วยกนั ประเมินผลการทาํ งานกลุ่มวา่ จุดเด่นของงานคืออะไร และอะไรคือ
ส่ิงที่ควรปรับปรุงแกไ้ ข

ตัวอย่างเทคนิคการเรียนแบบร่ วมแรงร่ วมใจ
1) เพื่อนเรียน (Partners) ให้นกั เรียนเตรียมจบั คู่กนั ทาํ ความเขา้ ใจเน้ือหาและสาระสาํ คญั ของ
เรื่องท่ีครูกาํ หนดให้ โดยคู่ท่ียงั ไม่เขา้ ใจอาจขอคาํ แนะนาํ จากครูหรือคู่อื่นที่เขา้ ใจดีกวา่ เมื่อเกิดความเขา้ ใจ
ดีแลว้ กถ็ ่ายทอดความรู้ใหเ้ พ่ือนคู่อื่นต่อไป
2) ปริศนาความคิด (Jigsaw) แบ่งกลุ่มนักเรียนโดยคละความสามารถเก่ง–อ่อน เรียกว่า “กลุ่ม
บา้ น” (Home Groups) ครูแบ่งเน้ือหาออกเป็ นหัวขอ้ ยอ่ ย ๆ เท่ากบั จาํ นวนสมาชิกกลุ่ม ให้สมาชิกในกลุ่ม
ศึกษาหัวข้อที่แตกต่างกัน นักเรียนที่ได้รับหัวขอ้ เดียวกันมารวมกลุ่มเพื่อร่วมกันศึกษา เรียกว่า “กลุ่ม
ผูเ้ ชี่ยวชาญ” (Expert Groups) เม่ือร่วมกนั ศึกษาจนเขา้ ใจแลว้ สมาชิกแต่ละคนออกจากกลุ่มผูเ้ ชี่ยวชาญ
กลบั ไปกลุ่มบา้ นของตนเอง จากน้นั ถ่ายทอดความรู้ที่ตนศึกษามาใหเ้ พื่อน ๆ ในกลุ่มฟังจนครบทุกคน
3) กล่มุ ร่ วมมือ (Co-op) แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มคละความสามารถกนั แต่ละกลุ่มเลือกหวั ขอ้
ท่ีจะศึกษา เม่ือได้หัวข้อแล้วสมาชิกในกลุ่มช่วยกันกาํ หนดหัวข้อย่อย แล้วแบ่งหน้าท่ีกันรับผิดชอบ
โดยศึกษาคนละ 1 หัวขอ้ ย่อย จากน้ันสมาชิกนาํ ผลงานมารวมกนั เป็ นงานกลุ่ม ช่วยกนั เรียบเรียงเน้ือหา
ให้สอดคลอ้ งกนั และเตรียมทีมนาํ เสนอผลงานหน้าช้ันเรียน เม่ือนาํ เสนอผลงานแลว้ ทุกกลุ่มช่วยกัน
ประเมินผลการทาํ งานและผลงานกลุ่ม
9. กระบวนการคดิ สร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรคเ์ ป็ นความสามารถทางสมองของมนุษยท์ ่ีคิดไดก้ วา้ งไกล หลายแง่มุม และ
นาํ ไปสู่การคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ความคิดสร้างสรรคจ์ ึงถือว่า
เป็ นคุณลกั ษณะทางความคิดอยา่ งหน่ึงท่ีมีความสาํ คญั ต่อนกั เรียน ความคิดสร้างสรรคม์ ีองค์ประกอบท่ี
สาํ คญั 4 อยา่ ง ไดแ้ ก่
1) ความคิดริเร่ิม หมายถึง ความสามารถในการคิดแปลกใหม่แตกต่างจากความคิดธรรมดาหรือ
ความคิดเดิม ๆ ซ่ึงความคิดริเริ่มอาจจะเกิดจากการนาํ ความรู้เดิมมาดดั แปลงและประยุกตใ์ ห้เกิดเป็ นสิ่ง
ใหมข่ ้ึน
2) ความคล่องในการคิด หมายถึง ความสามารถในการคิดตอบสนองต่อส่ิงเร้าให้ไดม้ ากที่สุด
เท่าท่ีจะมากได้ หรือความสามารถคิดหาคาํ ตอบที่เด่นชัดและตรงประเด็นมากที่สุด ซ่ึงจะนับปริมาณ
ความคิดที่ไม่ซ้าํ กนั ในเร่ืองเดียวกนั

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  146

3) ความยืดหยุ่นในการคิด หมายถึง ความสามารถในการปรับสภาพของความคิดใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ความยดื หยนุ่ ในการคิดเนน้ ในเร่ืองของปริมาณท่ีเป็นประเภทใหญ่ ๆ ของ ความ
คล่องในการคิด ความยดื หยนุ่ ในการคิดจึงเป็นตวั เสริมและเพ่มิ คุณภาพของความคล่องในการคิด ใหม้ าก
ข้ึนดว้ ยการจดั เป็นหมวดหม่แู ละมีหลกั เกณฑม์ ากข้ึน

4) ความคิดละเอียดลออ หมายถึง ความสามารถในการมองเห็นรายละเอียดในสิ่งที่คนอื่นมอง
ไม่เห็น และยงั รวมถึงการเชื่อมโยงความสมั พนั ธ์ของส่ิงต่าง ๆ อยา่ งมีความหมาย

การจัดการเรียนการสอนทีส่ ่งเสริมให้นักเรียนเกดิ กระบวนการคดิ สร้างสรรค์ มีวธิ ีการดงั น้ี
1) ขัน้ สร้างความตระหนัก เป็นข้นั ที่ครูจะตอ้ งกระตุน้ ใหน้ กั เรียนเกิดความอยากรู้อยากเห็นดว้ ย
วธิ ีการ หรือเทคนิคต่าง ๆ เช่น เกม เพลง นิทาน เป็นตน้
2) ขน้ั ระดมพลงั ความคิด ครูจดั กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีเนน้ กระบวนการคิด เช่น คิดจินตนาการ
คิดวิเคราะห์ คิดแปลกใหม่ คิดหลากหลาย เพ่ือดึงศกั ยภาพของนกั เรียน โดยมีครูคอยอาํ นวยความสะดวก
ทุกข้นั ตอน
3) ขน้ั สร้ างสรรค์งาน เมื่อนกั เรียนไดผ้ า่ นกระบวนการเรียนรู้แลว้ ครูควรจดั กิจกรรมที่ใหน้ กั เรียน
ไดส้ ร้างสรรคช์ ิ้นงานดว้ ยตนเองหรือทาํ เป็นกลุ่ม เช่น ประดิษฐช์ ิ้นงานประเภทต่าง ๆ
4) ขนั้ นาํ เสนอผลงาน เป็นข้นั ท่ีเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดน้ าํ ชิ้นงานท่ีสร้างเสร็จแลว้ มาแสดงให้
คนอ่ืนไดร้ ับรู้ วิพากษว์ จิ ารณ์ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การนาํ เสนอผลงานของผอู้ ่ืน ซ่ึงเป็นข้นั ที่ส่งเสริม
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอนั พึงประสงค์ การรู้จกั การยอมรับ การมีเหตุผล การประยุกต์ การ
นาํ ไปใช้ ซ่ึงจะทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดความภาคภมู ิใจ
5) ขั้นวัดและประเมินผล ครูประเมินผลงานของนักเรี ยนตามสภาพจริงและให้เกิดความ
หลากหลาย พร้อมกบั เปิ ดโอกาสให้นกั เรียนไดป้ ระเมินผลร่วมกบั ผูอ้ ื่น มีการยอมรับ และเสนอแนะแนว
ทางแกไ้ ขบนพ้ืนฐานของหลกั การทางประชาธิปไตย
6) ขั้นเผยแพร่ ผลงาน เป็ นการจดั กิจกรรมที่เปิ ดโอกาสให้นักเรียนได้นําชิ้นงานของตนเอง
มาเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจดั นิทรรศการ และการนาํ ผลงานสู่สาธารณชน ซ่ึงเป็ นการนาํ เสนอ
ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ของนกั เรียน เพ่ือให้เพื่อน ผปู้ กครอง ชุมชน และบุคคลที่เก่ียวขอ้ งไดช้ ่ืน
ชมผลงานของนกั เรียน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  147

3. แฟ้ มสะสมผลงาน (Portfolio)

แฟ้ มสะสมผลงาน หมายถึง แหล่งรวบรวมเอกสาร ผลงาน หรือหลกั ฐาน เพ่ือใช้สะท้อนถึง
ผลสัมฤทธ์ิ ความสามารถ ทกั ษะ และพฒั นาการของนกั เรียน มีการจดั เรียบเรียงผลงานไวอ้ ยา่ งเป็ นระบบ
โดยนาํ ความรู้ ความคิด และการนาํ เสนอมาผสมผสานกนั ซ่ึงนกั เรียนเป็ นผคู้ ดั เลือกผลงานและมีส่วนร่วม
ในการประเมิน แฟ้ มสะสมผลงานจึงเป็ นหลกั ฐานสําคญั ท่ีจะทาํ ให้นักเรียนสามารถมองเห็นพฒั นาการ
ของตนเองไดต้ ามสภาพจริง รวมท้งั เห็นขอ้ บกพร่องและแนวทางในการปรับปรุงแกไ้ ขใหด้ ีข้ึนต่อไป

ลกั ษณะสําคญั ของการประเมนิ ผลโดยใช้แฟ้ มสะสมผลงาน
1. ครูสามารถใช้เป็ นเคร่ืองมือในการติดตามความกา้ วหน้าของนักเรียนเป็ นรายบุคคลไดเ้ ป็ น
อยา่ งดี เน่ืองจากมีผลงานสะสมไว้ ครูจะทราบจุดเด่น จุดดอ้ ยของนกั เรียนแต่ละคนจากแฟ้ มสะสมผลงาน
และสามารถติดตามพฒั นาการไดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง
2. มุ่งวดั ศกั ยภาพของนักเรียนในการผลิตหรือสร้างผลงานมากกว่าการวดั ความจาํ จากการทาํ
แบบทดสอบ
3. วดั และประเมินผลโดยเนน้ ผูเ้ รียนเป็ นศูนยก์ ลาง คือ นักเรียนเป็ นผวู้ างแผน ลงมือปฏิบตั ิงาน
รวมท้ังประเมินและปรับปรุงตนเอง ซ่ึงมีครูเป็ นผูช้ ้ีแนะ และเน้นการประเมินผลย่อยมากกว่าการ
ประเมินผลรวม
4. ฝึกใหน้ กั เรียนรู้จกั การประเมินตนเองและหาแนวทางปรับปรุงพฒั นาตนเอง
5. นกั เรียนเกิดความมนั่ ใจ ภาคภมู ิใจในผลงานของตนเอง และรู้วา่ ตนเองมีจุดเด่นในเรื่องใด
6. ช่วยในการสื่อความหมายเก่ียวกบั ความรู้ ความสามารถ ตลอดจนพฒั นาการของนักเรียนให้
ผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งทราบ เช่น ผปู้ กครอง ฝ่ ายแนะแนว ผบู้ ริหารโรงเรียน
ข้ันตอนการประเมนิ ผลโดยใช้แฟ้ มสะสมผลงาน
การจดั ทาํ แฟ้ มสะสมผลงานมี 10 ข้นั ตอน ซ่ึงแต่ละข้นั ตอนมีรายละเอียดดงั น้ี
1. การวางแผนจัดทําแฟ้ มสะสมผลงาน การจดั ทาํ แฟ้ มสะสมผลงานตอ้ งมีส่วนร่วมระหวา่ งครู
นกั เรียน และผปู้ กครอง

ครู การเตรียมตวั ของครูตอ้ งเร่ิมจากการศึกษา และวิเคราะห์หลกั สูตร คู่มือครู คาํ อธิบาย
รายวิชา วิธีการวดั และประเมินผลในหลกั สูตร รวมท้งั ครูต้องมีความรู้และความเขา้ ใจเกี่ยวกบั วิธีการ
ประเมินผลโดยใชแ้ ฟ้ มสะสมผลงาน จึงสามารถวางแผนกาํ หนดชิ้นงานได้

นักเรียน ตอ้ งมีความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เน้ือหาสาระ การประเมินผลโดยใช้
แฟ้ มสะสมผลงาน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ การกาํ หนดชิ้นงาน และบทบาทในการทาํ งาน
กลุ่ม โดยครูตอ้ งแจง้ ใหน้ กั เรียนทราบล่วงหนา้

ผู้ปกครอง ตอ้ งเขา้ มามีส่วนร่วมในการคดั เลือกผลงาน การแสดงความคิดเห็น และรับรู้
พฒั นาการของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ซ่ึงก่อนทาํ แฟ้ มสะสมผลงาน ครูตอ้ งแจง้ ให้ผูป้ กครองทราบหรือ

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  148

ขอความร่วมมือ รวมท้ังให้ความรู้ในเร่ืองการประเมินผลโดยใช้แฟ้ มสะสมผลงานแก่ผูป้ กครอง
เม่ือมีโอกาส

2. การรวบรวมผลงานและจัดระบบแฟ้ ม ในการรวบรวมผลงานตอ้ งออกแบบการจดั เก็บหรือ
แยกหมวดหมู่ของผลงานให้ดี เพ่ือสะดวกและง่ายต่อการนาํ ขอ้ มูลออกมาใช้ แนวทางการจดั หมวดหมู่
ของผลงาน เช่น

– จดั แยกตามลาํ ดบั วนั เวลา ท่ีสร้างผลงานข้ึนมา
– จดั แยกตามความซบั ซอ้ นของผลงาน เป็นการแสดงถึงทกั ษะหรือพฒั นาการของนกั เรียนท่ี
มากข้ึน
– จดั แยกตามวตั ถุประสงค์ เน้ือหา หรือประเภทของผลงาน
ผลงานที่อยู่ในแฟ้ มสะสมผลงานอาจมีหลายเรื่อง หลายวิชา ดังน้ันนักเรียนจะต้องทํา
เคร่ืองมือในการช่วยคน้ หา เช่น สารบญั ดชั นีเร่ือง จุดสี แถบสีติดไวท้ ี่ผลงานโดยมีรหสั ท่ีแตกต่างกนั
3. การคัดเลือกผลงาน ในการคดั เลือกผลงานน้ันควรให้สอดคลอ้ งกบั เกณฑ์หรือมาตรฐาน
ท่ีโรงเรียน ครู หรือนกั เรียนร่วมกนั กาํ หนดข้ึนมา และผคู้ ดั เลือกผลงานควรเป็นนกั เรียนเจา้ ของแฟ้ มสะสม
ผลงาน หรือมีส่วนร่วมกบั ครู เพ่อื น และผปู้ กครอง
ผลงานท่ีเลือกเกบ็ เขา้ แฟ้ มสะสมผลงานควรมีลกั ษณะดงั น้ี
– สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาและวตั ถุประสงคข์ องการเรียนรู้
– เป็นผลงานชิ้นท่ีดีที่สุดและมีความหมายต่อนกั เรียนมากที่สุด
– สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงพฒั นาการของนกั เรียนในทุกดา้ น
– เป็นสื่อท่ีจะช่วยใหน้ กั เรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกบั ครู ผปู้ กครอง และเพื่อน ๆ
ส่วนจาํ นวนชิ้นงานน้นั ใหก้ าํ หนดตามความเหมาะสม ไม่ควรมีมากเกินไป เพราะอาจจะทาํ ให้
ผลงานบางชิ้นไม่มีความหมาย แต่ถา้ มีนอ้ ยเกินไปจะทาํ ใหก้ ารประเมินผลไม่มีประสิทธิภาพ
4. การสร้างสรรค์แฟ้ มสะสมผลงานให้มีเอกลักษณ์ของตนเอง โครงสร้างหลกั ของแฟ้ มสะสม
ผลงานอาจเหมือนกนั แต่นกั เรียนสามารถตกแต่งรายละเอียดยอ่ ยให้แตกต่างกนั ตามความคิดสร้างสรรค์
ของแต่ละบุคคล โดยอาจใชภ้ าพ สี หรือสติกเกอร์ ตกแต่งให้สวยงามและเนน้ เอกลกั ษณ์ของเจา้ ของแฟ้ ม
สะสมผลงาน
5. การแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกต่อผลงาน ในข้ันตอนน้ี นักเรี ยนจะได้รู้จักการ
วิพากษ์วิจารณ์ หรือสะทอ้ นความคิดเกี่ยวกบั ผลงานของตนเอง ตวั อย่างขอ้ ความท่ีใชแ้ สดงความรู้สึกต่อ
ผลงาน เช่น
– ไดแ้ นวคิดจากการทาํ ผลงานชิ้นน้ีมาจากไหน
– เหตุผลท่ีเลือกผลงานชิ้นน้ีคืออะไร
– จุดเด่น จุดดอ้ ยของผลงานชิ้นน้ีคืออะไร
– รู้สึกพอใจกบั ผลงานชิ้นน้ีมากนอ้ ยเพียงใด
– ไดข้ อ้ คิดอะไรจากการทาํ ผลงานชิ้นน้ี

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  149

6. การตรวจสอบความสามารถของตนเอง เป็นการเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดป้ ระเมินความสามารถ
ของตนเอง โดยพิจารณาตามเกณฑย์ อ่ ย ๆ ท่ีครูและนกั เรียนช่วยกนั กาํ หนดข้ึน เช่น นิสยั การทาํ งาน ทกั ษะ
ทางสังคม การทาํ งานเสร็จตามระยะเวลาท่ีกาํ หนด การขอความช่วยเหลือเมื่อมีความจาํ เป็ น เป็ นต้น
นอกจากน้ียงั มีวิธีตรวจสอบความสามารถของตนเองอีกวิธีหน่ึง คือ การให้นกั เรียนเขียนวิเคราะห์จุดเด่น
จุดดอ้ ยของตนเอง และสิ่งท่ีตอ้ งปรับปรุงแกไ้ ข

7. การประเมินผลงาน เป็ นข้ันตอนที่สําคญั เนื่องจากเป็ นการสรุปคุณภาพของงานและ
ความสามารถหรือพฒั นาการของนักเรียน การประเมินแบ่งออกเป็ น 2 ลกั ษณะ คือ การประเมินโดย
ไม่ให้ระดบั คะแนน และการประเมินโดยให้ระดบั คะแนน

การประเมินโดยไม่ให้ระดับคะแนน ครูกลุ่มน้ีมีความเช่ือวา่ แฟ้ มสะสมผลงานมีไวเ้ พ่ือศึกษา
กระบวนการทํางาน ศึกษาความคิดเห็น ความรู้สึกของนักเรียนท่ีมีต่อผลงานของตนเอง ตลอดจน
ดูพฒั นาการหรือความก้าวหน้าของนักเรียนอย่างไม่เป็ นทางการ ครู ผูป้ กครอง และเพ่ือนสามารถ
ให้คาํ ช้ีแนะแก่นักเรียนได้ ซ่ึงวิธีการน้ีจะทาํ ให้นักเรียนไดเ้ รียนรู้และปฏิบตั ิงานอย่างเต็มที่ โดยไม่ตอ้ ง
กงั วลวา่ จะไดค้ ะแนนเท่าไร

การประเมินโดยให้ระดับคะแนน มีท้งั การประเมินตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การประเมิน
ระหวา่ งเรียน และการประเมินปลายภาคเรียน ซ่ึงจะช่วยในเรื่องวตั ถุประสงคด์ า้ นการปฏิบตั ิเป็ นหลกั การ
ประเมินแฟ้ มสะสมผลงานตอ้ งกาํ หนดมิติการให้คะแนน (scoring rubrics) ตามเกณฑ์ท่ีครูและนักเรียน
ร่วมกนั กาํ หนดข้ึน การใหร้ ะดบั คะแนนมีท้งั การใหค้ ะแนนเป็นรายชิ้นก่อนเกบ็ เขา้ แฟ้ มสะสมผลงาน และ
การให้คะแนนแฟ้ มสะสมผลงานท้งั แฟ้ ม ซ่ึงมาตรฐานคะแนนน้ันตอ้ งสอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์การ
จดั ทาํ แฟ้ มสะสมผลงาน และมุ่งเน้นพฒั นาการของนักเรียนแต่ละคนมากกว่าการนาํ ไปเปรียบเทียบกบั
บุคคลอ่ืน

8. การแลกเปล่ียนประสบการณ์กับผู้อื่น มีวตั ถุประสงค์เพ่ือเปิ ดโอกาสให้นักเรียนไดร้ ับฟัง
ความคิดเห็นจากผทู้ ี่มีส่วนเก่ียวขอ้ ง ไดแ้ ก่ เพ่ือน ครู และผปู้ กครอง อาจทาํ ไดห้ ลายรูปแบบ เช่น การจดั
ประชุมในโรงเรียนโดยเชิญผทู้ ่ีมีส่วนเก่ียวขอ้ งมาร่วมกนั พิจารณาผลงาน การสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่าง
นกั เรียนกบั เพอ่ื น การส่งแฟ้ มสะสมผลงานไปใหผ้ ทู้ ่ีมีส่วนเก่ียวขอ้ งช่วยใหข้ อ้ เสนอแนะหรือคาํ แนะนาํ

ในการแลกเปล่ียนประสบการณ์น้นั นกั เรียนจะตอ้ งเตรียมคาํ ถามเพ่ือถามผูท้ ี่มีส่วนเกี่ยวขอ้ ง
ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงผลงานของตนเอง ตวั อยา่ งคาํ ถาม เช่น

– ท่านคิดอยา่ งไรกบั ผลงานชิ้นน้ี
– ท่านคิดวา่ ควรปรับปรุงแกไ้ ขส่วนใดอีกบา้ ง
– ผลงานชิ้นใดท่ีท่านชอบมากท่ีสุด เพราะอะไร
ฯลฯ
9. การปรับเปล่ียนผลงาน หลงั จากท่ีนกั เรียนไดแ้ ลกเปลี่ยนความคิดเห็น และไดร้ ับคาํ แนะนาํ
จากผทู้ ี่มีส่วนเก่ียวขอ้ งแลว้ จึงนาํ ผลงานมาปรับปรุงใหด้ ีข้ึน ซ่ึงนกั เรียนสามารถนาํ ผลงานท่ีดีกวา่ เก็บเขา้
แฟ้ มสะสมผลงานแทนผลงานเดิม ทาํ ให้แฟ้ มสะสมผลงานมีผลงานท่ีดี ทนั สมยั และตรงตามจุดประสงค์
ในการประเมิน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  150

10. การประชาสัมพนั ธ์ผลงานของนักเรียน เป็นการแสดงนิทรรศการผลงานของนกั เรียน โดยนาํ
แฟ้ มสะสมผลงานของนักเรียนทุกคนมาจดั แสดงร่วมกนั และเปิ ดโอกาสให้ผูป้ กครอง ครู และนกั เรียน
ทวั่ ไปไดเ้ ขา้ ชมผลงาน ทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดความภาคภมู ิใจในผลงานของตนเอง

ผทู้ ่ีเร่ิมตน้ ทาํ แฟ้ มสะสมผลงานอาจไม่ตอ้ งดาํ เนินการท้งั 10 ข้นั ตอนน้ี แต่อาจใชข้ ้นั ตอนหลกั ๆ
ได้แก่ การรวบรวมผลงานและการจดั ระบบแฟ้ ม การคดั เลือกผลงาน และการแสดงความคิดเห็นหรือ
ความรู้สึกต่อผลงาน

องค์ประกอบสําคญั ของแฟ้ มสะสมผลงาน มีดงั น้ี
1) ส่วนนาํ ประกอบดว้ ย ปก คาํ นาํ สารบญั ประวตั ิส่วนตวั จุดมุ่งหมายของการทาํ แฟ้ มสะสม
ผลงาน
2) ส่ วนเนื้อหาแฟ้ ม ประกอบด้วย ผลงาน ความคิดเห็นที่มีต่อผลงาน และ Rubrics ประเมิน
ผลงาน
3) ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม ประกอบดว้ ย ผลการประเมินการเรียนรู้ การรายงานความกา้ วหนา้ โดยครู
และความคิดเห็นของผทู้ ี่มีส่วนเก่ียวขอ้ ง เช่น เพอ่ื น ผปู้ กครอง

1. ส่วนนํา ประกอบดว้ ย
– ปก
– คาํ นาํ
– สารบญั
– ประวตั ิ ส่วนตวั
– จุดมุ่งหมายของการทาํ
แฟ้ มสะสม ผลงาน

2. ส่วนเนือ้ หาแฟ้ ม ประกอบดว้ ย
– ผลงาน
– ความคิดเห็นท่ีมีต่อผลงาน
– Rubrics ประเมินผลงาน

3. ส่วนข้อมลู เพม่ิ เตมิ ประกอบดว้ ย
– ผลการประเมินการเรียนรู้
– การรายงานความกา้ วหนา้ โดยครู
– ความคิดเห็นของผทู้ ่ีมีส่วน
เกี่ยวขอ้ ง เช่น เพื่อน ผปู้ กครอง

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  151

4. ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้และรูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้รายช่ัวโมง

ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ที่

ข้ันท่ี 1 ผลลพั ธ์ปลายทางท่ีต้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน

ตวั ชี้วดั ช้ันปี
1.
2.

ความเข้าใจท่ีคงทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ท่ีทําให้เกดิ ความเข้าใจทค่ี งทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า…
1. –
2. –

ความรู้ของนักเรียนที่นําไปสู่ความเข้าใจที่คงทน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนทีน่ ําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า… ความเข้าใจทีค่ งทน นักเรียนจะสามารถ...
1. 1.
2. 2.

ข้นั ท่ี 2 ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซึ่งเป็ นหลกั ฐานทแี่ สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามท่ีกาํ หนดไว้อย่างแท้จริง

1. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ



2. วธิ ีการและเคร่ืองมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้ เครื่องมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้
วธิ ีการประเมนิ ผลการเรียนรู้ –
– –


3. สิ่งท่ีมุ่งประเมนิ



ข้นั ที่ 3 แผนการจดั การเรียนรู้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  152

รูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้รายช่ัวโมง

เมื่อครูออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design แลว้ ครูสามารถเขียนแผนการ
จดั การเรียนรู้รายชวั่ โมงโดยใชร้ ูปแบบของแผนการจดั การเรียนรู้แบบเรียงหวั ขอ้ ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี

ชื่อแผน... (ระบุช่ือและลาํ ดบั ที่ของแผนการจดั การเรียนรู้)
ช่ือเร่ือง... (ระบุชื่อเร่ืองท่ีจดั การเรียนรู้)
สาระท่ี... (ระบุสาระท่ีใชจ้ ดั การเรียนรู้)
เวลา... (ระบุระยะเวลาท่ีใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ต่อ 1 แผน)
ช้ัน... (ระบุช้นั ที่จดั การเรียนรู้)
หน่วยการเรียนรู้ที่... (ระบุชื่อและลาํ ดบั ท่ีของหน่วยการเรียนรู้)
สาระสําคญั ... (เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทศั นข์ องหวั เรื่องที่จดั การเรียนรู้)
ตวั ชี้วดั ช้ันปี ... (ระบุตวั ช้ีวดั ช้นั ปี ที่ใชเ้ ป็นเป้ าหมายของแผนการจดั การเรียนรู้)
จุดประสงค์การเรียนรู้... (กาํ หนดใหส้ อดคลอ้ งกบั สมรรถนะสาํ คญั และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ของนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษา ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ซ่ึง
ประกอบดว้ ย

ดา้ นความรู้ความคิด (Knowledge: K)
ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (Affective: A)
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Performance: P))
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้... (ระบุวิธีการและเครื่องมือวดั และประเมินผลท่ีสอดคลอ้ งกบั
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ท้งั 3 ดา้ น)
สาระการเรียนรู้... (ระบุสาระและเน้ือหาท่ีใชจ้ ดั การเรียนรู้ อาจเขียนเฉพาะหวั เร่ืองกไ็ ด)้
แนวทางบูรณาการ... (เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุ่มสาระอ่ืนท่ีบูรณาการร่วมกนั )
กระบวนการจัดการเรียนรู้... (กาํ หนดใหส้ อดคลอ้ งกบั ธรรมชาติของกลุ่มสาระและการบูรณาการ
ขา้ มสาระ)
กจิ กรรมเสนอแนะ... (ระบุรายละเอียดของกิจกรรมท่ีนกั เรียนควรปฏิบตั ิเพมิ่ เติม)
ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้... (ระบุรายการส่ือ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ท่ีใชใ้ นการจดั การเรียนรู้)
บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้... (ระบุรายละเอียดของผลการจดั การเรียนรู้ตามแผนท่ีกาํ หนดไว้
อาจนาํ เสนอขอ้ เด่นและขอ้ ดอ้ ยใหเ้ ป็นขอ้ มูลที่สามารถใชเ้ ป็นส่วนหน่ึงของการทาํ วิจยั ในช้นั เรียนได)้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  153

5. ใบความรู้และใบงาน

ใบความรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1

ใบความรู้ที่ 1

เรื่อง การใช้และดูแลรักษาเครื่องซักผ้าแบบประหยดั พลงั งาน

การใชแ้ ละดูแลรักษาเคร่ืองซกั ผา้ แบบประหยดั พลงั งาน มีวธิ ีการดงั น้ี
1. ติดต้งั เครื่องซกั ผา้ ในพ้ืนที่เรียบเสมอกนั ไม่ติดต้งั ไวใ้ นที่ท่ีมีแสงแดดหรือถูกน้าํ เพราะอาจทาํ
ใหเ้ ครื่องซกั ผา้ เป็นสนิมและเกิดไฟฟ้ าลดั วงจรได้
2. ควรติดต้งั เคร่ืองซกั ผา้ ใหห้ ่างจากผนงั อยา่ งนอ้ ยดา้ นละ 15 เซนติเมตร เพือ่ ใหส้ ามารถระบาย
ความร้อนไดด้ ี
3. ไม่เสียบปลก๊ั ไฟของเครื่องซกั ผา้ รวมกบั เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ าอื่น ๆ และไฟฟ้ าท่ีใชต้ อ้ งตรงตาม
ประเภทของเคร่ืองซกั ผา้ ที่บอกไวใ้ นคู่มือการติดต้งั โดยปกติจะใชก้ ระแสไฟฟ้ า 220 โวลต์
4. ก่อนซกั ผา้ ควรตรวจดูสิ่งของต่าง ๆ เช่น เหรียญ เศษกระดาษ แลว้ นาํ ออกจากเส้ือผา้ และแยก
ประเภทเส้ือผา้ ก่อนท่ีจะซกั เช่น ชนิดของผา้ ผา้ สี ผา้ ขาว
5. ตรวจสอบอุณหภมู ิของน้าํ ที่ใชก้ บั เคร่ืองซกั ผา้ ไม่ควรใหอ้ ุณหภมู ิสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส
โดยส่วนใหญ่สามารถซกั ไดด้ ว้ ยน้าํ เยน็ ซ่ึงช่วยประหยดั พลงั งานและค่าใชจ้ ่าย
6. ควรเลือกใชผ้ งซกั ฟอกชนิดที่เหมาะสมกบั เคร่ืองซกั ผา้ เท่าน้นั
7. ในขณะท่ีเคร่ืองซกั ผา้ กาํ ลงั ทาํ งาน ไม่ควรยน่ื มือหรืออวยั วะเขา้ ไปในเคร่ืองซกั ผา้ เพราะจะทาํ
ใหเ้ กิดอนั ตรายและอาจทาํ ใหเ้ คร่ืองซกั ผา้ เสียหายได้
8. ระมดั ระวงั อยา่ ใหน้ ้าํ ฉีดรดส่วนประกอบรอบนอกเครื่องซกั ผา้ เพราะอาจทาํ ใหเ้ กิดไฟฟ้ า
ลดั วงจร
9. ถอดปลกั๊ ไฟออกทุกคร้ังหลงั จากใชเ้ ครื่องซกั ผา้ เสร็จแลว้
10. ทาํ ความสะอาดเคร่ืองซกั ผา้ โดยใชผ้ า้ นุ่มเช็ดใหส้ ะอาด

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  154

ใบความรู้ท่ี 2

เร่ือง ขนมไทยทําง่าย

ปัจจุบนั ขนมไทยเป็นที่นิยมกนั มาก เพราะมีรูปร่างสวยงามและมีรสชาติอร่อย ถา้ ตอ้ งการทาํ ขนม

ไทยเพื่อใหเ้ ป็นของขวญั หรือจดั งานเล้ียงในโอกาสพเิ ศษต่าง ๆ จะตอ้ งเลือกใหเ้ หมาะสม ตวั อยา่ งขนมไทย

ที่ทาํ ไดง้ ่าย เหมาะสาํ หรับใหเ้ ป็นของขวญั หรือจดั เป็นของหวานในงานเล้ียง คือ ขนมลูกชุบ

ขนมลูกชุบ มีวธิ ีการทาํ ดงั ต่อไปน้ี

ส่วนผสม 1. ถว่ั เขียวกะเทาะเปลือก 150 กรัม

2. กะทิ 1 ถว้ ย (มะพร้าว 200 กรัม ใส่น้าํ 1 ถว้ ย)

3. น้าํ ตาลทราย 1 ถว้ ย

4. วนุ้ (วนุ้ ผง 2 ชอ้ นโตะ๊ น้าํ ลอยดอกมะลิ 4 ถว้ ย น้าํ ตาลทราย 1 ถว้ ย)

วิธีทาํ

1. แช่ถวั่ เขียวในน้าํ คา้ งคืน แลว้ เลือกเอาส่ิงสกปรกออกใหห้ มด

2. นาํ ถวั่ เขียวไปน่ึงจนสุก ยกลง ทิ้งใหเ้ ยน็

3. ค้นั กะทิแลว้ ผสมกบั ถวั่ เขียวท่ีน่ึงสุกแลว้ นาํ ไปใส่เครื่องป่ันเพอ่ื ป่ันใหล้ ะเอียด

4. นาํ ถว่ั เขียวที่ป่ันละเอียดใส่กระทะทองเหลือง แลว้ กวนโดยใชไ้ ฟอ่อน พอขน้ ใส่น้าํ ตาลทราย

กวนต่อไปจนถวั่ เขียวล่อนไมต่ ิดกระทะ ยกลง ทิ้งไวใ้ หอ้ ุ่น

5. นาํ ถว่ั เขียวท่ีกวนมาป้ันเป็ นรูปผกั หรือผลไมต้ ่าง ๆ แลว้ เสียบไมเ้ พ่ือนาํ ไปชุบหรือระบายสี

ผสมอาหาร พกั ไวจ้ นสีแหง้

6. นาํ วุน้ ผงผสมน้าํ ลอยดอกมะลิใส่หมอ้ แลว้ เค่ียวดว้ ยไฟอ่อน พอวุน้ ละลายใส่น้าํ ตาลทราย

เค่ียวต่อไปอีก 10 นาที

7. นาํ ผกั หรือผลไมท้ ่ีทาสีลงชุบในวนุ้ ทิ้งไวใ้ หแ้ หง้ แลว้ ชุบวนุ้ ต่อใหค้ รบ 3 คร้ัง

8. ตดั ใบแกว้ สาํ หรับทาํ เป็นใบไม้ นาํ ไปเสียบท่ีลกู ชุบ

ข้อเสนอแนะ

1. ไม่ควรกวนถวั่ เขียวนานเกินไป เพราะจะทาํ ใหก้ ะทิแตกมนั

2. ก่อนกวนหรือน่ึงถว่ั เขียวควรเลือกสิ่งสกปรกออกใหห้ มดก่อนเพอื่ ใหถ้ ว่ั ท่ีกวนมีสีเหลือง

สวยงาม

3. การชุบหรือระบายสี เพ่อื ผสมสีเสร็จแลว้ ควรนาํ ถว่ั เขียวที่กวนมาป้ัน แลว้ ทดลองจุ่มสีเพื่อ

เปรียบเทียบกบั ผกั หรือผลไมจ้ ริง

4. การชุบวนุ้ จะตอ้ งเค่ียววนุ้ ใหไ้ ดท้ ี่ ถา้ วนุ้ ใสจะทาํ ใหไ้ ม่มนั เป็นเงา และไม่ควรชุบวนุ้ เกิน 3

คร้ัง เพราะจะทาํ ใหห้ นาเกินไป

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  155

ใบความรู้ที่ 3

เรื่อง เรื่องน่ารู้เกยี่ วกบั บรรจุภณั ฑ์

การพฒั นาบรรจุภณั ฑ์รูปแบบใหม่โดยสร้างบรรจุภณั ฑ์อาหารชนิดยอ่ ยสลายไดท้ ่ีผลิตจากวสั ดุ
ธรรมชาติ เพ่ือใชท้ ดแทนบรรจุภณั ฑอ์ าหารท่ีทาํ จากพลาสติกและโฟมที่ยอ่ ยสลายยากและส่งผลกระทบ
ต่อสิ่งแวดลอ้ ม บรรจุภณั ฑอ์ าหารชนิดยอ่ ยสลายไดม้ ีดงั น้ี

1. บรรจุภัณฑ์อาหารที่ทําจากมันสําปะหลัง ซ่ึงมีชื่อเรียกว่า KU-GREEN เป็ นการนาํ เทคโนโลยี
มาใชใ้ นการพฒั นามนั สาํ ปะหลงั ให้เป็ นภาชนะสาํ หรับบรรจุอาหาร โดยการทดลองผลิตฟิ ลม์ บริโภคได้
จากแป้ งมนั สาํ ปะหลงั ดว้ ยการใชเ้ คร่ืองมือข้ึนรูปภาชนะอยา่ งง่าย ต่อมาจึงพฒั นาเคร่ืองมือข้ึนรูปภาชนะ
ให้เป็ นเคร่ืองข้ึนรูปภาชนะตน้ แบบ โดยผลิตภาชนะที่มีลกั ษณะ รูปร่าง และขนาดแตกต่างกนั เช่น จาน
ชาม ถว้ ย ถาดอาหาร กล่องอาหาร บรรจุภณั ฑ์อาหารที่ทาํ จากมนั สําปะหลงั เหมาะสําหรับบรรจุอาหาร
พร้อมบริโภคและอาหารก่ึงสําเร็จรูปท้งั อาหารแห้ง อาหารเหลว อาหารร้อน อาหารเยน็ โดยการใชค้ ร้ัง
เดียวและสามารถใชอ้ ุ่นในไมโครเวฟได้ การใชบ้ รรจุภณั ฑป์ ระเภทน้ีจะช่วยลดค่าใชจ้ ่ายและเวลาในการ
จดั เก็บ นอกจากน้ี หลงั การใชง้ านยงั สามารถนาํ บรรจุภณั ฑไ์ ปผสมเป็นอาหารเล้ียงสตั ว์ นาํ ไปหมกั เป็นป๋ ุย
ชีวภาพ หรือนาํ ไปฝังกลบเพื่อใหย้ อ่ ยสลายเป็นสารอินทรียท์ ี่ช่วยใหด้ ินมีความอุดมสมบรู ณ์

2. บรรจุภัณฑ์ อาหารที่ทําจากใบตอง เป็ นการพัฒนาโดยผสมผสานภูมิปัญญาท้องถ่ินกับ
เทคโนโลยีใหม่เพื่อใหไ้ ดภ้ าชนะบรรจุอาหารประเภทใชแ้ ลว้ ทิ้ง ดว้ ยการข้ึนรูปภาชนะสาํ หรับบรรจุภณั ฑ์
อาหารจากใบตอง ใช้วิธีการอดั ร้อนด้วยแม่พิมพ์ข้ึนรูปภาชนะ ทาํ ให้ได้ภาชนะบรรจุอาหารที่มีความ
แข็งแรง คงรูปไดน้ าน และสัมผสั อาหารไดอ้ ย่างปลอดภยั บรรจุภณั ฑ์อาหารจากใบตองสามารถบรรจุ
อาหารร้อน อาหารเย็น อาหารท่ีมีของเหลวและไขมนั สูง นอกจากน้ียงั สามารถเก็บภาชนะได้นานถึง
6 เดือน โดยไม่มีปัญหาเช้ือราหรือการเสียรูปร่าง สามารถกาํ จดั ได้ง่ายด้วยการฝังดินให้ย่อยสลายเอง
ตามธรรมชาติ หรือเผาไหมโ้ ดยไม่ก่อใหเ้ กิดมลพิษทางอากาศ

3. บรรจุภัณฑ์อาหารท่ีทําจากหน่อไม้ฝร่ัง เป็ นการพฒั นาเทคโนโลยีการประดิษฐ์ภาชนะบรรจุ
อาหารโดยการสกดั เส้นใยที่เหนียวของหน่อไมฝ้ ร่ัง ซ่ึงใชก้ รรมวิธีเช่นเดียวกบั การสกดั เส้นใยจากตน้ ปอ
ในกระบวนการทาํ กระดาษสา เมื่อไดเ้ ส้นใยแลว้ ก็นาํ ไปผสมกบั แป้ งมนั สาํ ปะหลงั จากน้นั นาํ ไปอบแลว้
ผ่านการกระจายตัวในแป้ ง และนําไปข้ึนรูปเป็ นภาชนะด้วยแม่พิมพ์ บรรจุภัณฑ์อาหารที่ทําจาก
หน่อไมฝ้ รั่งเป็นการนาํ วสั ดุเหลือใชม้ าทาํ ใหเ้ กิดประโยชน์ บรรจุภณั ฑท์ ี่ไดไ้ มท่ าํ ลายสภาพแวดลอ้ ม และมี
ตน้ ทุนการผลิตใกลเ้ คียงการบรรจุภณั ฑท์ ่ีทาํ จากโฟม

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  156

ใบความรู้ที่ 4

เร่ือง ผลกระทบของเทคโนโลยี

การนาํ เทคโนโลยีมาใช้โดยไม่มีการควบคุมหรือใช้ไม่เหมาะสมจะส่งผลเสียต่อมนุษย์ สังคม
และส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งหลีกเล่ียงไม่ได้ ซึงผลกระทบของเทคโนโลยมี ีดงั น้ี

1. มลภาวะทางอากาศ ส่วนใหญ่จะเกิดในเมืองใหญ่ที่มีความเจริญดา้ นเทคโนโลยีสูง ประชากร
อยอู่ ยา่ งหนาแน่น และการจราจรคบั คงั่ เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สารพิษท่ีเป็นปัญหาสุขภาพของผู้
ที่อาศยั อยใู่ นเมืองใหญ่ คือ สารตะกว่ั ซ่ึงมีสาเหตุมาจากไอเสียของรถยนต์ โดยส่งผลกระทบต่อร่างกาย
แตกต่างกนั ไปตามปริมาณที่ไดร้ ับ เช่น ปวดทอ้ งอยา่ งรุนแรง อาเจียน คอแหง้ เป็นตะคริวท่ีขา ชกั หมดสติ
และตายในที่สุด

2. มลภาวะทางเสียง เป็นสภาวะแวดลอ้ มท่ีมีเสียงดงั เกินมาตรฐานและเป็นอนั ตรายต่อร่างกาย ซ่ึง
มกั จะเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เคร่ืองเจาะคอนกรีต อู่ซ่อมรถยนต์ เสียงจากการจราจรทาง
อากาศ องคก์ ารอนามยั โลกจึงไดก้ าํ หนดระดบั เสียงโดยทวั่ ไปสาํ หรับชุมชนท่ีอาศยั อยใู่ นเมืองในช่วงเวลา
กลางวนั ไวท้ ี่ระดบั เสียงไม่เกิน 55 เดซิเบลเอ และในช่วงเวลากลางคืนไม่เกิน 45 เดซิเบลเอ อนั ตรายที่เกิด
จากมลภาวะทางเสียง เช่น หูอ้ือชวั่ คราว หูตึง นอกจากน้ีเสียงยงั ส่งผลเสียต่อสุขภาพทว่ั ไปและจิตใจ เช่น
โรคกระเพาะ ความดนั โลหิตสูง โรคหวั ใจ เป็นตน้

3. มลภาวะทางนํ้า เป็ นสภาพที่น้าํ ในแม่น้าํ ลาํ คลองหรือแหล่งน้าํ อ่ืน ๆ เน่าเสียและเสื่อมโทรม
เนื่องจากไดร้ ับมลพษิ ต่าง ๆ การวดั คุณภาพของน้าํ จะวดั ค่าโดยใชค้ ่า DO และค่า BOD ดงั น้ี

ค่า DO (Dissolved Oxygen) หมายถึง ปริมาณออกซิเจนท่ีละลายอยใู่ นน้าํ เพ่ือให้ส่ิงมีชีวิตใชใ้ น
กระบวนการหายใจ น้าํ ปกติจะมีออกซิเจนละลายอยู่ประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อน้ํา 1 ลิตร ณ อุณหภูมิ 30
องศาเซลเซียส

ค่า BOD (Biochemical Oxygen Demand) หมายถึง ปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรียใ์ ชใ้ นการย่อย
สลายสารอินทรียภ์ ายใตส้ ภาวะที่มีออกซิเจน ณ อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ในเวลา 5 วนั ปกติค่า BOD
ไม่ควรเกิน 20 มิลลิกรัมต่อน้าํ 1 ลิตร ถา้ ค่า BOD สูงกวา่ น้ีแสดงวา่ เป็นน้าํ เสีย

4. ปรากฏการณ์เรือนกระจก เป็ นปรากฏการณ์ท่ีเกิดข้ึนเมื่อแสงอาทิตยส์ ่องมายงั โลก ช้ัน
บรรยากาศของโลกจะยอมให้รังสีความร้อนผา่ นมายงั ผิวโลก ขณะเดียวกนั ก็จะสะทอ้ นกลบั ออกไปนอก
บรรยากาศ โดยปกติในช้นั บรรยากาศจะมีก๊าซห่อหุม้ อยเู่ พื่อรักษาสมดุลของอุณหภมู ิของโลกใหเ้ หมาะกบั
การดาํ รงชีวิตของส่ิงมีชีวิต แต่หากก๊าซเหล่าน้ีมีปริมาณมากก็จะดูดซบั ความร้อนไวม้ ากเกินไปและทาํ ให้
เกิดภาวะโลกร้อน เรียกว่า ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gases) เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน
คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ และโอโซน ซ่ึงส่วนใหญ่จะเกิดจากการทาํ กิจกรรม
ในชีวติ ประจาํ วนั ของมนุษย์ เช่น การตดั ไมท้ าํ ลายป่ า การใชผ้ ลิตภณั ฑท์ ่ียอ่ ยสลายยาก

ปรากฏการณ์เรือนกระจกทาํ ให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) หรือภาวะภูมิอากาศ
เปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ต่อระบบเศรษฐกิจ และสุขภาพ ทาํ ให้เกิดโรคภูมิแพ้ และโรค
ระบาด เช่น โรคมาลาเรีย อหิวาตกโรค ซ่ึงจะทาํ ใหก้ ารดาํ รงชีวิตของมนุษยม์ ีความยากลาํ บากมากข้ึน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  157

ใบความรู้ท่ี 5

เรื่อง การจําลองแบบ

การจาํ ลองแบบเป็ นการออกแบบวตั ถุ กระบวนการ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นแบบสาํ หรับ
ยอ่ ขยาย ใหเ้ ป็นผลงานตามสดั ส่วนของจริง หรือสร้างข้ึนเพ่อื ศึกษารายละเอียดจากงานออกแบบต่าง ๆ

วิธีการเขียนแบบจําลอง จะมีการกาํ หนดมาตราส่วนข้ึนเพ่ือสะดวกต่อการเขียนแบบ โดย
กาํ หนดใหแ้ น่นอนวา่ ถา้ จะยอ่ ให้เลก็ ลงจะยอ่ กี่ส่วน หรือจะขยายใหใ้ หญ่ข้ึนกี่เท่า อตั ราส่วนที่จะใชย้ อ่ ส่วน
น้ีในงานเขียนแบบใชค้ าํ ว่า “มาตราส่วน” ถา้ วตั ถุที่เขียนแบบน้นั มีขนาดเหมาะสมกบั กระดาษเขียนแบบ
และเขียนแบบเท่าของจริง โดยใชส้ เกล 1:1 เช่น ขนาดของวตั ถุจริงเท่ากบั 3 เซนติเมตร เขียนในกระดาษ
เขียนแบบตามขนาด 3 เซนติเมตร แต่ถ้าของจริงมีขนาดเล็กมาก เม่ือนํามาเขียนแบบแล้วไม่สามารถ
มองเห็นไดช้ ดั เจน หรือกาํ หนดขนาดค่อนขา้ งยากก็ควรขยายขนาดของแบบใหใ้ หญ่กว่าส่ิงน้นั ๆ โดยใช้
มาตราส่วนขยายเป็น 2 เท่า หรือแลว้ แตค่ วามตอ้ งการ โดยใชส้ เกล 2:1

คาํ ว่าสเกล 2:1 หมายความว่า ถ้าขนาดของวตั ถุจริง ๆ เป็ น 2 เซนติเมตร ให้เขียนแบบลงใน
กระดาษเขียนแบบเป็น 4 เซนติเมตร ถา้ หากวตั ถุท่ีเขียนเป็นแบบมีขนาดใหญ่มากไม่สามารถเขียนแบบลง
ในกระดาษเขียนแบบไดใ้ นมาตราส่วน 1:1 ก็ให้ใชม้ าตราส่วนยอ่ ลงไป เช่น 1:2 หมายความวา่ ขนาดของ
วตั ถุจริง 20 เซนติเมตร ยอ่ ส่วนลงในกระดาษเขียนแบบเป็น 10 เซนติเมตร เป็นตน้

มาตราส่วน (Scale) หมายถึง อตั ราส่วนระหวา่ งระยะห่างในภาพกบั ระยะห่างจริง หรือระยะห่าง
บนภาพ ในงานเขียนแบบกาํ หนดมาตราส่วนเพ่ือใช้ในการเขียนแบบชิ้นงานให้มีขนาดเหมาะสมกับ
กระดาษเขียนแบบ และสามารถเห็นรายละเอียดไดช้ ดั เจนสมบูรณ์ โดยใชส้ ดั ส่วนตามตวั เลข ซ่ึงตวั เลขตวั
หนา้ คือ ขนาดที่เขียนลงในแบบงาน และตวั เลขตวั หลงั คือ ขนาดของชิ้นงานจริงมี 3 รูปแบบ ดงั น้ี

1) มาตราส่วนจริง คือ มาตราส่วนท่ีภาพเขียนแบบกบั ชิ้นงานจริงมีขนาดเท่ากนั ซ่ึงมีอย่เู พียง
อยา่ งเดียวเท่าน้นั คือ 1:1

2) มาตราส่วนย่อ คือ มาตราส่วนท่ีภาพเขียนแบบยอ่ เล็กลงจากชิ้นงานจริง เช่น 1:2, 1:10, 1:100
เป็ นตน้

3) มาตราส่วนขยาย คือ มาตราส่วนท่ีภาพเขียนแบบขยายใหญ่ข้ึนมาจากชิ้นงานจริง เช่น 2:1,
10:1, 50:1, 100:1 เป็นตน้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  158

ใบความรู้ท่ี 6

เร่ือง การเลอื กอาชีพ

การตดั สินใจเลือกประกอบอาชีพเป็นเรื่องสาํ คญั ที่สุดสาํ หรับทุกคน บุคคลที่กาํ ลงั ศึกษาและกาํ ลงั
มองหางานหรือกาํ ลงั คิดว่าจะกา้ วเดินไปในทิศทางใดจึงจะประสบความสาํ เร็จในการศึกษาและประกอบ
อาชีพได้ ควรปฏิบตั ิดงั น้ี

1. วิเคราะห์ตนเอง ก่อนที่จะตดั สินใจเลือกอาชีพ จะตอ้ งมีความเขา้ ใจในตนเองอย่างลึกซ้ึง โดย
วิเคราะห์ตนเองว่ามีความรู้ ความสามารถ และความถนดั เก่ียวกบั งานลกั ษณะใด ซ่ึงดูไดจ้ ากผลงานที่ทาํ
ความสนใจ ความสามารถในการทาํ งาน ความกระตือรือร้นที่จะประกอบอาชีพ เงินทุน อุปนิสัยใจคอ
บุคลิกภาพ และสุขภาพอนามยั แลว้ วิเคราะห์จุดเด่นและจุดดอ้ ยของตนเอง เพื่อให้รู้ว่าอาชีพใดมีความ
เหมาะสมกบั ตนเองมากท่ีสุด ซ่ึงจะเป็นแนวทางในการเลือกอาชีพในอนาคตได้

2. วิเคราะห์อาชีพ การวิเคราะห์อาชีพมีจุดประสงคเ์ พ่ือแยกหนา้ ที่ความรับผิดชอบในการทาํ งาน
กาํ หนดขอบข่ายการทาํ งานแบ่งตามความรู้ความสามารถ รายได้ หรือค่าตอบแทน เช่น ช่างอุตสาหกรรม
แบ่งเป็นตาํ แหน่งวิศวกร ช่างเทคนิค ช่างฝีมือ ช่างก่ึงฝีมือ และช่างไร้ฝีมือ

หลงั จากวิเคราะห์ตนเองแลว้ ข้นั ตอนต่อไปจะตอ้ งมีความรู้อย่างกวา้ งขวางเกี่ยวกบั งานอาชีพ
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั อาชีพต่าง ๆ ลกั ษณะของอาชีพ การเตรียมความพร้อมก่อนเขา้ สู่
อาชีพ เวลา และค่าใชจ้ ่ายในการเตรียมตวั ก่อนประกอบอาชีพ โอกาสของงานอาชีพ ความกา้ วหน้า และ
ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน ซ่ึงเป็นปัจจยั ท่ีจะส่งเสริมใหเ้ กิดความสาํ เร็จในงานอาชีพ

3. ตัดสินใจเลือกอาชีพ เมื่อวิเคราะห์ตนเองและวิเคราะห์อาชีพแลว้ จะได้ข้อมูลเพียงพอที่จะ
นาํ ไปสู่การตดั สินใจเลือกอาชีพที่เหมาะสม โดยพิจารณาประเภทของงานอาชีพให้สอดคลอ้ งกบั ผลการ
วิเคราะห์ตนเองและวเิ คราะห์อาชีพ

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  159

ใบงาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1
ใบงานท่ี 1

เร่ือง สมั ภาษณ์ผรู้ ู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 จดั การเส้ือผา้ อยา่ งไรดี
ชื่อ ช้ัน เลขที่

คาํ ชี้แจง นกั เรียนสมั ภาษณ์ผจู้ ดั การร้านหรือพนกั งานร้านซกั อบรีดเก่ียวกบั วิธีการดูแลเส้ือผา้ อยา่ งมี
ประสิทธิภาพ บนั ทึกการสมั ภาษณ์ แลว้ นาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน

แบบบันทกึ การสัมภาษณ์

เร่ืองที่สัมภาษณ์ อาชีพ
ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ วนั ทสี่ ัมภาษณ์
ชื่อผ้สู ัมภาษณ์
สรุปผลการสัมภาษณ์

ประโยชน์ที่ได้รับจากการสัมภาษณ์
การนําความรู้ไปใช้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  160

ใบงานท่ี 2

เรื่อง จดั ทาํ รายการอาหาร หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สาํ รับครัวไทย
ชื่อ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ช้ีแจง นกั เรียนจดั ทาํ รายการเมนูอาหารสาํ หรับครอบครัวภายใน 1 สปั ดาห์ บนั ทึกผลการปฏิบตั ิงาน
แลว้ นาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน

บนั ทกึ ผลการปฏิบตั งิ าน

การวเิ คราะห์งาน

การวางแผนในการทํางาน

การปฏิบัตงิ านตามลาํ ดบั ข้นั ตอน

การประเมนิ ผลการทาํ งาน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  161

ใบงานที่ 3

เรื่อง สร้างบรรจุภณั ฑ์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 บรรจุภณั ฑส์ ร้างสรรคไ์ ด้
ชื่อ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ชี้แจง นกั เรียนวางแผนสร้างบรรจุภณั ฑ์ 1 ชนิดตามกระบวนการทาํ งาน บนั ทึกผลการปฏิบตั ิงาน
แลว้ นาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน

บันทกึ ผลการปฏิบัตงิ าน

การวเิ คราะห์งาน

การวางแผนในการทํางาน

การปฏิบัตงิ านตามลาํ ดบั ข้ันตอน

การประเมนิ ผลการทาํ งาน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  162

ใบงานท่ี 4

เรื่อง สาํ รวจเทคโนโลยใี นชุมชน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เทคโนโลยมี ีระดบั
ช่ือ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ช้ีแจง นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน สาํ รวจเทคโนโลยใี นชุมชน แลว้ บนั ทึกผลการสาํ รวจ

แบบบันทกึ ผลการสํารวจ

ช่ือเทคโนโลยี ระดับเทคโนโลยี การนําไปใช้ประโยชน์

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  163

ใบงานที่ 5

เรื่อง ออกแบบส่ิงของเคร่ืองใชอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 พ้ืนฐานการสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้
ชื่อ ช้ัน เลขที่
คาํ ชี้แจง นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน วางแผนการออกแบบและสร้างสิ่งของเครื่องใช้

อยา่ งสร้างสรรค์ 1 อยา่ ง พร้อมระบุช่ือและประโยชน์

ช่ือสิ่งของเคร่ืองใช้
ประโยชน์

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  164

ใบงานที่ 6

เรื่อง รวบรวมตาํ แหน่งงาน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 สรรหางานอาชีพ
ชื่อ ช้ัน เลขที่

คาํ ช้ีแจง นกั เรียนคน้ ควา้ ขอ้ มลู ตาํ แหน่งงานที่น่าสนใจจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ บนั ทึกความรู้
แลว้ จดั ทาํ สมุดรวบรวมตาํ แหน่งงาน

แบบบนั ทกึ ความรู้

เร่ืองที่ศึกษา บันทึกเมอื่

แหล่งค้นคว้า 1) จากหนงั สือ ผแู้ ต่ง

โรงพมิ พ์ ปี ที่พมิ พ์ หนา้
พ.ศ.
2) จากรายการวทิ ย–ุ โทรทศั น์ ชื่อรายการ

ออกอากาศเมื่อวนั ที่ เดือน

3) จากเวบ็ ไซต์

สรุปความรู้

ประโยชน์ที่ได้รับ
การนําไปใช้
แนวทางทจี่ ะปฏิบัตติ ่อไป

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  165

6. เคร่ืองมอื วดั และประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้

แบบทดสอบก่อนเรียน

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 จดั การเสื้อผ้าอย่างไรดี

ช่ือ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุดเพยี งคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. ข้อใดไม่ใช่ลกั ษณะการทํางานเชิงประสิทธิภาพ 6. การสร้างสัมพนั ธภาพทดี่ กี บั เพอื่ นร่วมงาน

ก ทาํ งานเสร็จทนั ตามกาํ หนด จะเกดิ ผลดีทส่ี ุดในข้อใด

ข ทาํ งานโดยใชท้ ุนของตนเอง ก ทาํ ใหม้ ีความสามคั คี

ค ทาํ งานโดยใชไ้ ฟฟ้ าใหน้ อ้ ยท่ีสุด ข ทาํ ใหร้ ับผดิ ชอบในหนา้ ที่
ง ทาํ งานโดยใชเ้ คร่ืองจกั รแทนแรงงานคน ค ทาํ ใหก้ ารทาํ งานมีความราบร่ืน
ง ทาํ ใหร้ ู้จกั ปฏิบตั ิตามกติกามารยาท
2. ใครทํางานแบบมปี ระสิทธิภาพ
ก ปอรีดผา้ พร้อมกบั ตม้ น้าํ 7. การทํางานร่วมกนั ข้อใดสําคญั ที่สุด
ข แป้ งรีดผา้ ทุกวนั วนั ละ 1 ชุด ก สมาชิกในกลุ่มมีความรับผดิ ชอบ
ค ปรายนาํ ผา้ ไปรีดที่ร้านซกั อบรีด ข สมาชิกในกลุ่มมีเป้ าหมายเดียวกนั
ง ปอยรีดผา้ พร้อมกบั คุยโทรศพั ทก์ บั เพือ่ น ค สมาชิกในกลุ่มทาํ งานเตม็ ความสามารถ
ง สมาชิกในกลุ่มแสดงความคิดเห็นไดอ้ ยา่ ง
3. ข้อใดไม่เก่ียวข้องกบั ประสิทธิภาพในการทํางาน อิสระ
ก ประหยดั เวลา
ข ประหยดั อาหาร 8. การซักผ้าสัปดาห์ละ 1–2 คร้ัง มีผลดีข้อใด
ค ประหยดั แรงงาน
ง ประหยดั ทรัพยากร มากทสี่ ุด
ก ประหยดั เวลา ค ประหยดั ค่าใชจ้ ่าย
4. การวางแผนการทํางานเชิงประสิทธิภาพ ข้อใด ข ประหยดั แรงงาน ง ประหยดั ทรัพยากร

มคี วามสําคญั มากท่ีสุด 9. การสํารวจความพร้อมของอุปกรณ์ในการ
ก การกาํ หนดงานท่ีชดั เจน ตากผ้าจะเกดิ ขึน้ ในข้นั ตอนใดของ
ข การจดั เตรียมวสั ดุและอุปกรณ์
ค การกาํ หนดระยะเวลาการทาํ งาน ทักษะการจัดการ
ง การกาํ หนดผรู้ ับผดิ ชอบในการทาํ งาน ก การต้งั เป้ าหมาย
5. “ในการทาํ งานร่วมกัน กล่มุ B สามารถทาํ ข การวิเคราะห์ทรัพยากร
กิจกรรมเสร็จเร็วกว่ากาํ หนด”แสดงว่ากลุ่ม B ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร
ทํางานเชิงประสิทธิภาพตามข้อใด ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน
ก ประหยดั เวลา 10. “ลดั ดาเปล่ียนที่ตากผ้าจากกลางแจ้งมาตาก
ข ประหยดั ค่าใชจ้ ่าย ในบ้านเพราะฝนตก” ลดั ดาปฏิบัตอิ ยู่ใน
ค ประหยดั ทรัพยากร ข้ันตอนใดของทกั ษะการจัดการ
ง คาํ นึงถึงความปลอดภยั ก การประเมินผล
ข การวิเคราะห์ทรัพยากร
ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร

ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  166

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สํารับครัวไทย
ช่ือ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพยี งคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. การประกอบอาหารชนิดใดไม่จาํ เป็นต้องเตรียม 6. การเตรียมภาชนะเคร่ืองใช้ก่อนประกอบอาหาร

เคร่ืองแกง ทุกคร้ังจาํ เป็ นหรือไม่ เพราะอะไร

ก ผดั เผด็ ปลา ก จาํ เป็น เพราะช่วยใหป้ ลอดภยั ข้ึน

ข แกงเลียงผกั ข จาํ เป็น เพราะช่วยใหห้ ยบิ ใชไ้ ดส้ ะดวก

ค หลนเตา้ เจ้ียว ค ไม่จาํ เป็น เพราะทาํ ใหเ้ สียเวลาทาํ งานมากข้ึน

ง แกงเขียวหวานไก่ ง ไม่จาํ เป็น เพราะภาชนะเครื่องใชม้ ีอยใู่ นครัว

2. ใครประกอบอาหารแบบมปี ระสิทธิภาพ แลว้

ก อน้ ลา้ งผกั พร้อมกบั ตม้ น้าํ 7. การประกอบขนมหวานชนดิ ใดต้องเตรียม

ข อิ๋วหน่ั เน้ือใหม้ ีขนาดพอคาํ วตั ถุดบิ ประเภทไข่เป็ นหลกั

ค แอม้ ทอดปลาดว้ ยระดบั ไฟปานกลาง ก ทองหยอด ค ขนมซ่าหร่ิม

ง แอมปิ ดเตาแก๊สทนั ทีเมื่อลวกผกั เสร็จ ข ขนมตม้ แดง ง ขนมเปี ยกปนู

3. การประกอบอาหารวธิ ีใดช่วยสงวนคุณค่า 8. หากต้องการให้ขนมหวานมสี ีเขียวควรผสม

อาหาร ด้วยใบพชื ชนิดใด

ก หนั่ ผลไมก้ ่อนนาํ ไปลา้ งน้าํ สะอาด ก ใบเตย

ข ใส่ผกั ลงตม้ ในขณะที่น้าํ กาํ ลงั เดือด ข ใบขนุน

ค น่ึงผกั นาน ๆ แทนการลวกหรือตม้ ค ใบอญั ชนั

ง ยา่ งเน้ือสตั วด์ ว้ ยไฟแรงสลบั กบั ไฟอ่อน ง ใบกหุ ลาบมอญ

4. การจัดอาหารสํารับสําหรับครอบครัวควร 9. “การประกอบอาหารสาํ รับ สมาชิกจะต้อง

คาํ นึงถงึ สิ่งใดมากท่ีสุด รู้จักหน้าที่ของตนเองและช่วยกันทาํ งาน”

ก งบประมาณ จากข้อความนีแ้ สดงว่าสมาชิกในกล่มุ

ข คุณค่าทางโภชนาการ ควรมคี ุณธรรมใด

ค จาํ นวนสมาชิกในครอบครัว ก ความขยนั ค ความซ่ือสตั ย์

ง จาํ นวนชนิดของอาหารท่ีตอ้ งการ ข ความเสียสละ ง ความสามคั คี

5. “เมื่อทาํ แกงเลียงเสร็จแล้วพบว่าผกั มีสีซีด” 10. ใครปฏิบตั อิ ยู่ในข้นั ตอนการประเมนิ ผล

จากข้อความนี้ ควรปรับปรุงการทํางานต้งั แต่ การทํางาน

ข้นั ตอนใดของทักษะกระบวนการทํางาน ก แอมเสนอความรู้ดา้ นขนมไทย

ก การวิเคราะห์งาน ข แอนใส่ฟักทองลงในหมอ้ น้าํ เดือด

ข การวางแผนในการทาํ งาน ค เดือนเติมน้าํ ตาลเพิม่ เม่ือพบวา่ รสชาติจืด

ค การประเมินผลการทาํ งาน ง ดาวลา้ งฟักทองใหส้ ะอาดก่อนปอกเปลือก

ง การปฏิบตั ิงานตามลาํ ดบั ข้นั ตอน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  167

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 บรรจุภณั ฑ์สร้างสรรค์ได้
ช่ือ ช้ัน เลขที่

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพยี งคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. การวเิ คราะห์ 5W+2H เหมาะที่จะนํามาใช้ 6. ข้อใดเป็ นบทบาทและหน้าท่ที ี่สําคญั ท่ีสุดของ

ในข้นั ตอนใดของการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ บรรจุภณั ฑ์

ก การวางแผน ค การประเมินผล ก ป้ องกนั สินคา้

ข การปฏิบตั ิงาน ง การต้งั จุดมุ่งหมาย ข สะดวกในการขนส่ง

2. การออกแบบบรรจุภัณฑ์ลกั ษณะใดควรใช้ ค ทาํ ใหร้ าคาสินคา้ เพิ่มสูงข้ึน

ทักษะในการทํางานร่วมกนั มากที่สุด ง ทาํ ใหส้ ินคา้ มีคุณภาพสูงข้ึน

ก บรรจุภณั ฑท์ ี่ทาํ ตามแบบ 7. “ปอยต้องการส่งผกั สดไปร้านอาหารไทย”

ข บรรจุภณั ฑท์ ่ีตอ้ งการความประณีต ปอยควรเลอื กใช้บรรจุภณั ฑ์ท่ีมลี กั ษณะตามข้อใด

ค บรรจุภณั ฑท์ ่ีตอ้ งการพฒั นารูปแบบ ก เกบ็ รักษาความสดไดด้ ี

ง บรรจุภณั ฑท์ ่ีตอ้ งการความสวยงามโดดเด่น ข มีขนาดเบาและง่ายต่อการขนส่ง

3. การวเิ คราะห์คุณสมบัตขิ องผ้ปู ระดษิ ฐ์ ค เป็นวสั ดุท่ีแขง็ แรงและมีคุณภาพ

บรรจุภณั ฑ์มผี ลดอี ย่างไร ง ทาํ จากวสั ดุที่มีในทอ้ งถ่ินเพือ่ ประหยดั ค่าใชจ้ ่าย

ก ช่วยใหเ้ ตรียมวสั ดุไดพ้ ร้อม 8. “แมนเลือกบรรจุภัณฑ์ที่วางแนวนอนและแนวตั้งได้

ข ช่วยลดข้นั ตอนในการทาํ งาน โดยสินค้าไม่ได้รับความเสียหาย” แมนเลอื ก

ค ช่วยใหท้ าํ งานไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล บรรจุภัณฑ์โดยคาํ นึงถงึ หน้าทีด่ ้านเทคนิคใด

ง ช่วยใหท้ าํ งานไดต้ ามความถนดั ก การบรรจุ ค การรักษาคุณภาพ

4. การเลอื กบรรจุภัณฑ์อาหารของกล่มุ ใด ข การวางจาํ หน่าย ง การรักษาส่ิงแวดลอ้ ม

มคี วามเหมาะสมมากที่สุด 9. ฉลากเขยี วเหมาะกบั บรรจุภณั ฑ์ท่ีต้องการรณรงค์

ก กลุ่ม A เลือกขวดแกว้ บรรจุน้าํ ปลา ด้านใด

ข กลุ่ม C เลือกกล่องโลหะบรรจุขนมปัง ก ดา้ นคุณธรรม

ค กลุ่ม D เลือกถุงพลาสติกบรรจุนม UHT ข ดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม

ง กลุ่ม B เลือกกระป๋ องพลาสติกบรรจุ ค ดา้ นความรับผดิ ชอบ

ผกั กาดดอง ง ดา้ นสภาพภมู ิอากาศ

5. “การกาํ หนดว่าผ้ทู ี่มีความรู้ด้านศิลปะควรมี 10. กล่องกระดาษลูกฟูกควรใช้สําหรับบรรจุภณั ฑ์

หน้าที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์” จดั เป็ นข้ันตอนใด ข้อใด

ของกระบวนการกลุ่ม ก บรรจุภณั ฑร์ อง

ก การวางแผนในการทาํ งาน ข บรรจุภณั ฑช์ ้นั ใน

ข การปฏิบตั ิตามบทบาทหนา้ ที่ ค บรรจุภณั ฑช์ ้นั นอกสุด

ค การแบ่งงานตามความสามารถ ง บรรจุภณั ฑเ์ ฉพาะหน่วย

ง การประเมินผลและการปรับปรุงงาน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  168

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เทคโนโลยมี รี ะดบั
ช่ือ ช้ัน เลขที่

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. “เป็นเทคโนโลยีที่พฒั นามาจากเทคโนโลยี 6. การปลูกพชื ในข้อใดต้องใช้เทคโนโลยรี ะดบั สูง

ระดบั พืน้ บ้าน” ข้อความนีห้ มายถงึ ข้อใด ก การปลูกพชื ในแปลง

ก ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ข การปลูกผกั ปลอดสารพษิ

ข เทคโนโลยรี ะดบั สูง ค การปลูกผกั สวนครัวลอยฟ้ า

ค เทคโนโลยรี ะดบั กลาง ง การปลูกพืชแบบไฮโดรพอนิกส์

ง เทคโนโลยรี ะดบั พ้นื บา้ น 7. ข้อใดไม่ใช่ผลดีของการใช้เทคโนโลยดี ้านการใช้

2. ข้อใดเป็ นการใช้เทคโนโลยรี ะดับพนื้ บ้านในการ ป๋ ุยหมกั

ถนอมอาหาร ก มีราคาถูกและทาํ ใชเ้ องได้

ก การฉาบ ข ช่วยใหพ้ ืชหยงั่ รากลงดินไดล้ ึก

ข การรมควนั ค มีปริมาณธาตุอาหารท่ีจาํ เป็นสูง

ค การฉายรังสี ง ทาํ ใหด้ ินร่วนซุย อุม้ น้าํ และระบายอากาศ

ง การใชเ้ คร่ืองอบแหง้ ไดด้ ี

3. การผลติ มุ้งนาโนซ่ึงสามารถกาํ จัดยงุ ได้ 8. ข้อใดเป็ นการพฒั นาระดบั ของเทคโนโลยี

เป็ นการใช้เทคโนโลยีด้านส่ิงทอระดับใด ก การใชอ้ ญั ชนั ยอ้ มสีผม

ก ระดบั สูง ข การใชแ้ สงแดดทาํ นาเกลือ

ข ระดบั กลาง ค การใชพ้ ดั ลมช่วยระบายอากาศ

ค ระดบั พ้นื บา้ น ง การใชส้ มุนไพรรักษาอาการปวด

ง ระดบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น 9. ข้อใดไม่ใช่เทคโนโลยรี ะดบั พนื้ บ้าน

4. ข้อใดไม่ใช่หลกั การของเทคโนโลยรี ะดบั พนื้ บ้าน ก การบดกลว้ ยดิบเป็นผง

ก ประหยดั พลงั งาน ข การใส่ป๋ ุยคอกใหแ้ ก่พชื

ข ใชว้ สั ดุท่ีหาไดง้ ่ายในทอ้ งถิ่น ค การป้ันสมุนไพรเป็นยาลกู กลอน

ค ใชก้ ระบวนการผลิตที่ไม่ทาํ ลาย ง การเคลือบน้าํ ตาลเพ่อื ป้ องกนั การสลายตวั

สิ่งแวดลอ้ ม ของยา

ง ใชเ้ ทคโนโลยใี หม้ ีความเหมาะสมกบั 10. “ลงุ สุขต้องการให้ส้มโอท่ีปลกู ไว้มีลกู ใหญ่

วิถีชีวติ ของคนในเมือง กว่าเดิมและมีรสหวาน” ลงุ สุขควรใส่ป๋ ุย

5. ถ้าต้องการทาํ ปลาแห้งโดยใช้เทคโนโลยี ชนิดใด

ระดับกลางควรใช้วธิ ีการใด ก ป๋ ุยคอก

ก การตาก ข ป๋ ุยพืชสด

ข การอบแหง้ ค ป๋ ุยฟอสฟอรัส

ค การใชเ้ ตาเศรษฐกิจ ง ป๋ ุยโพแทสเซียม

ง การใชค้ ล่ืนไมโครเวฟ

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  169

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 พนื้ ฐานการสร้างสิ่งของเคร่ืองใช้
ช่ือ ช้ัน เลขที่

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. “การออกแบบส่ิงของเคร่ืองใช้เพื่อตอบสนอง 6. อุปกรณ์ไฟฟ้ าใดใช้สําหรับตดั ต่อกระแสไฟฟ้ า

ความต้องการผ้ใู ช้” ตรงกบั หลักการออกแบบ ในวงจร

ส่ิงของเคร่ืองใช้ข้อใด ก ฟิ วส์

ก หนา้ ท่ีใชส้ อย ข สวติ ช์

ข ความแขง็ แรง ค สะพานไฟ

ค ความปลอดภยั ง กล่องแยกสายไฟ

ง ความสะดวกสบายในการใช้ 7. ข้อใดเป็ นการทํางานของคตั เอาต์

2. ส่ิงของเคร่ืองใช้ใดควรออกแบบโดยยดึ หลกั ก ตดั ต่อกระแสไฟฟ้ าในวงจรไฟฟ้ า

ความสะดวกสบายในการใช้มากทส่ี ุด ข เปิ ด–ปิ ดการทาํ งานของหลอดไฟฟ้ า

ก เกา้ อ้ี ค ราวตากผา้ ค เป็นอุปกรณ์ท่ีใชส้ ะสมแรงดนั ไฟฟ้ า

ข ที่ตกั ผง ง ช้นั วางของ ง ตดั วงจรไฟฟ้ าเมื่อมีกระแสไฟฟ้ าไหลเกิน

3. “นุ้ยออกแบบส่ิงของเครื่องใช้ให้ง่ายต่อการ พกิ ดั

บาํ รุงรักษา” นุ้ยออกแบบตามหลกั การใด 8. ตวั เกบ็ ประจุมคี ุณสมบัตคิ ล้ายกบั อุปกรณ์

ก การขนส่ง อเิ ลก็ ทรอนิกส์ใด

ข หนา้ ท่ีใชส้ อย ก ปลก๊ั

ค ซ่อมแซมไดง้ ่าย ข สวติ ช์

ง วสั ดุและวิธีการผลิต ค หลอดไฟ

4. ใครปฏิบัตอิ ยู่ในข้นั ตอนการปรับปรุง ง แหล่งจ่ายไฟ

ข้อบกพร่องของชิ้นงาน 9. ข้อใดเป็ นกลไกท่ใี ช้เพม่ิ และลดแรงในการทาํ งาน

ก อุม้ แกไ้ ขชิ้นงานใหม้ ีความสมบูรณ์ ก คานงดั

ข อ๋ิวกาํ หนดปัญหาหรือความตอ้ งการ ข สายพาน

ค ออ้ มร่างแบบชิ้นงานท่ีไดอ้ อกแบบไว้ ค ตะปูเกลียว

ง ออ้ ยกาํ หนดวตั ถุประสงคใ์ นการออกแบบ ง เฟื องและเกียร์

5. การเขยี นภาพฉายด้านใดที่มรี ายละเอยี ดชัดเจน 10. ส่ิงของเครื่องใช้ใดทสี่ ามารถกลบั ทางหมุน

มากทสี่ ุด โดยมีมอเตอร์เป็ นตวั ควบคุม

ก ดา้ นบน ก เครื่องซกั ผา้

ข ดา้ นขา้ ง ข เคร่ืองมือขดุ เจาะ

ค ดา้ นหนา้ ค แม่แรงยกรถยนต์

ง ดา้ นหลงั ง เกา้ อ้ีปรับระดบั ได้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  170

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 สรรหางานอาชีพ
ช่ือ ช้ัน เลขที่

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. ส่ือส่ิงพมิ พ์ชนิดใดสามารถหางานหรือตาํ แหน่ง 6. ผ้ทู ่มี อี าชีพตกแต่งสวนควรมคี ุณสมบตั เิ ด่น

ท่ีว่างได้ทุกวนั ด้านใดมากที่สุด

ก จุลสาร ก ความอดทน

ข หนงั สือพมิ พ์ ข ความคิดสร้างสรรค์

ค วารสาร นิตยสาร ค ความขยนั หมนั่ เพียร

ง สมุดรายนามผใู้ ชโ้ ทรศพั ท์ ง ความละเอียดรอบคอบ

2. การหางานจากสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์มผี ลดีตามข้อใด 7. “วฒุ ิประพฤติตนแบบตรงไปตรงมาต่อผ้อู ่ืน

ก หาข่าวไดท้ ุกท่ี ท้ังกาย วาจา ใจ” วุฒมิ คี ุณสมบัตดิ ้านใดเป็ นหลกั

ข หางานไดส้ ะดวก รวดเร็ว ก ความสุภาพ

ค มีหลกั ฐานเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร ข ความซื่อสตั ยส์ ุจริต

ง สามารถส่งขอ้ ความสอบสมั ภาษณ์งานไปถึง ค ความมีระเบียบวินยั

บริษทั ท่ีรับสมคั ร ง ความอ่อนนอ้ มถ่อมตน

3. ถ้าไตรภพต้องการรับราชการควรหาข้อมลู 8. ข้อใดไม่เก่ียวกนั กบั การประเมนิ ทางเลอื กอาชีพ

จากแหล่งใดดีทีส่ ุด โดยศึกษางานอาชีพ

ก สาํ นกั งาน ก.พ. ก ตาํ แหน่งงาน

ข สาํ นกั จดั หางาน ข ผลการดาํ เนินงาน

ค อารยใ์ นมหาวทิ ยาลยั ค หน่วยงานหรือบริษทั

ง หน่วยจดั หางานของสถานศึกษา ง ค่าตอบแทนหรือค่าจา้ ง

4. ข้อใดเป็ นข้นั ตอนแรกในการสมคั รงานกบั 9. “ลดั ดาพบว่าตนเองเป็นคนกลวั เลือดจึงหลีกเลี่ยง

กรมการจดั หางานผ่านอนิ เทอร์เน็ต อาชีพพยาบาล” ลดั ดาสํารวจตนเองในด้านใด

ก กรอกขอ้ มูลประวตั ิ ก ค่านิยม

ข คน้ หาตาํ แหน่งงานท่ีวา่ ง ข ขีดจาํ กดั

ค ขอหมายเลขและรหสั ผา่ นจากระบบ ค จุดเด่นของตนเอง

ง ดูรายละเอียดตาํ แหน่งท่ีตอ้ งการสมคั ร ง ความชอบ/ไม่ชอบ

5. อาชีพใดจัดอยู่ในประเภทอาชีพรับจ้างที่ใช้ทักษะ 10. การประเมนิ ทางเลอื กอาชีพใดที่มปี ระโยชน์

ข้นั สูง ต่อการวางแผนอนาคตตนเองในด้านอาชีพ

ก แพทย์ มากทส่ี ุด

ข กรรมกรก่อสร้าง ก หน่วยงาน

ค พนกั งานธนาคาร ข ตาํ แหน่งงาน

ง พนกั งานทาํ ความสะอาด ค ค่าตอบแทน

ง ความกา้ วหนา้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  171

แบบทดสอบหลงั เรียน

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 จดั การเสื้อผ้าอย่างไรดี

ช่ือ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบท่ีถกู ตอ้ งที่สุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. ใครทํางานแบบประหยดั แรงงาน 6. การซักผ้าจําเป็ นต้องมกี ารวางแผนในการทํางาน

ก อุม้ ใชเ้ ครื่องดูดฝ่ นุ ทาํ ความสะอาดบา้ น หรือไม่ เพราะอะไร

ข อ้มั ใชก้ รรไกรตดั ก่ิงตดั พมุ่ ไมร้ ิมร้ัวบา้ น ก ไม่จาํ เป็น เพราะเป็นการทาํ งานง่าย ๆ

ค แอมติดต้งั เครื่องปรับอากาศแทนพดั ลม ข จาํ เป็น เพราะช่วยใหท้ าํ งานเสร็จเร็วข้ึน

ง แอนใชเ้ ครื่องทาํ น้าํ อุ่นตม้ น้าํ แทนกาตม้ น้าํ ค ไม่จาํ เป็น เพราะเป็นงานท่ีทาํ เป็นประจาํ
ไฟฟ้ า ง จาํ เป็น เพราะจะทาํ ใหง้ านมีประสิทธิภาพ
2. ข้อใดเป็ นข้นั ตอนแรกของการวางแผน
7. การซักผ้าตามข้อใดช่วยประหยดั ทรัพยากร
การทาํ งานเชิงประสิทธิภาพ
ก ซกั ผา้ สปั ดาห์ละ 1–2 คร้ัง
ก การลงมือปฏิบตั ิงาน
ข ใชเ้ คร่ืองซกั ผา้ แทนการซกั ดว้ ยมือ
ข การเขียนแผนการทาํ งาน
ค การประเมินผลการปฏิบตั ิงาน ค ใชส้ ารซกั ฟอกท่ีเหมาะสาํ หรับเคร่ืองซกั ผา้
ง การรวบรวมและแจกแจงรายละเอียด ง จดั เตรียมวสั ดุและอุปกรณ์ใหพ้ ร้อมก่อน

3. ใครทํางานเชิงประสิทธิภาพทค่ี าํ นึงถึง ลงมือซกั ผา้
8. “นกตรวจสอบส่ิงของในกระเป๋ าเสือ้ ผ้าก่อน
ความปลอดภยั
ก นุ่นรักษามารยาทในสถานที่ทาํ งาน นาํ ไปซัก” นกปฏบิ ัตอิ ยู่ในข้ันตอนใดของทักษะ
ข นอตกาํ หนดผรู้ ับผดิ ชอบในการทาํ งาน
ค นอ้ ยกาํ หนดระยะเวลาในการทาํ งาน กระบวนการทาํ งาน
ก การวิเคราะห์งาน
อยา่ งชดั เจน ข การวางแผนในการทาํ งาน
ง หนุ่ยศึกษาวธิ ีการใชอ้ ุปกรณ์และเคร่ืองมือ ค การประเมินผลการทาํ งาน
ง การปฏิบตั ิงานตามลาํ ดบั ข้นั ตอน
ในการทาํ งาน 9. “มาลีนาํ ผ้าสีมาตากในร่มเพื่อป้ องกนั ผ้าสีซีด”

4. งานลกั ษณะใดควรใช้ทักษะการทาํ งานร่วมกนั มาลปี ฏิบัตอิ ยู่ในข้ันตอนใดของทักษะการจัดการ

มากทส่ี ุด ก การต้งั เป้ าหมาย

ก งานที่ตอ้ งการความรวดเร็ว ข การวิเคราะห์ทรัพยากร

ข งานที่ตอ้ งใชข้ อ้ มลู ที่ทนั สมยั ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร

ค งานท่ีตอ้ งการใชท้ รัพยากรอยา่ งคุม้ ค่า ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

ง งานท่ีตอ้ งมีการปฏิบตั ิตามลาํ ดบั ข้นั ตอน
5. การปฏิบัตขิ ้อใดประหยดั ทรัพยากรในการทํางาน 10. “กานต์พับเสือ้ กันหนาวแล้วจัดเกบ็ ใส่กล่อง”

มากทส่ี ุด กานต์ปฏิบตั ถิ ูกต้องหรือไม่ เพราะอะไร

ก เปิ ดน้าํ ใส่กะละมงั ตลอดเวลาท่ีลา้ งจาน ก ถูกตอ้ ง เพราะมีโอกาสใชน้ อ้ ย

ข ปิ ดน้าํ ใส่บวั รดน้าํ แลว้ นาํ ไปรดน้าํ ตน้ ไม้ ข ถูกตอ้ ง เพราะประหยดั พ้นื ที่ในตูเ้ ส้ือผา้

ค เปิ ดไฟฟ้ าจากโคมไฟต้งั โตะ๊ ขณะเขียนหนงั สือ ค ไมถ่ ูกตอ้ ง เพราะสิ้นเปลืองเวลาในการพบั
ง เปิ ดสวิตชห์ มอ้ หุงขา้ วไฟฟ้ าเพอ่ื ใหข้ า้ วอุ่น
ง ไม่ถกู ตอ้ ง เพราะทาํ ใหน้ าํ มาใชไ้ ม่สะดวก
ตลอดเวลา

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  172

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 สํารับครัวไทย
ช่ือ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบที่ถกู ตอ้ งท่ีสุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. ข้อใดไม่ใช่อาหารสํารับในท้องถ่ิน 6. ใครมวี ธิ ีการเตรียมวตั ถุดบิ ที่สงวนคุณค่าอาหาร

ก กวยจบั๊ ขนมจีนน้าํ ยา และขา้ วผดั ปู ก วนิ ลา้ งผกั ดว้ ยน้าํ อุ่น 2 คร้ัง แลว้ จึงนาํ ไปหนั่
ข แกงฮงั เล น้าํ พริกหนุ่ม และขา้ วแต๋น ข ออ้ ยแช่เน้ือหมใู นน้าํ สะอาด 1 ชวั่ โมง
ค แกงไตปลา น้าํ พริกกงุ้ เสียบ และขนมโค
ง แกงเลียง น้าํ พริกกะปิ และขา้ วเหนียวแกว้ ก่อนนาํ มาหนั่
ค ปอยหนั่ ผกั ใหพ้ อดีคาํ แลว้ นาํ ไปแช่ในน้าํ ผสม
2. หากมเี วลาประมาณ 15 นาที นักเรียนควรเลอื ก
ด่างทบั ทิม
ประกอบอาหารชนิดใด
ง นุ่นนาํ กงุ้ ไปลา้ งน้าํ สะอาด 2 คร้ัง ก่อนที่จะ
ประกอบอาหาร

ก แกงเลียง ค ผดั เผด็ ปลา 7. “บังอรชิมรสชาติผดั เผด็ ไก่แล้วเติมนา้ํ ปลา

ข ผดั ผกั รวม ง หลนเตา้ เจ้ียว เพื่อเพิ่มรสชาติเคม็ ” บังอรปฏิบตั อิ ยู่ในข้นั ตอนใด

3. “ทิพย์จดรายการวัตถดุ ิบท่ีจะทาํ ขนมหวานและ ของกระบวนการทํางาน
ก การวิเคราะห์งาน
สถานที่ท่ีจะซือ้ ก่อนไปจ่ายอาหาร” จากข้อความนี้ ค การวางแผนในการทาํ งาน
แสดงว่าทิพย์ทาํ งานมปี ระสิทธิภาพหรือไม่ ข การประเมินผลการทาํ งาน
เพราะเหตุใด ง การปฏิบตั ิงานตามลาํ ดบั ข้นั ตอน
ก มี เพราะประหยดั เวลา 8. ใครปฏิบัตอิ ย่ใู นข้ันตอนการวางแผนในการทาํ งาน

ข มี เพราะประหยดั ค่าใชจ้ ่าย ก นอ้ ยศึกษาขอ้ มลู การทาํ ทบั ทิมกรอบ

ค ไม่มี เพราะสิ้นเปลืองแรงงาน ข ไนทเ์ ทกะทิใส่หมอ้ แลว้ เค่ียวจนกะทิแตกมนั

ง ไม่มี เพราะเสียเวลาในการทาํ รายการวตั ถุดิบ ค ณฐั จดั เตรียมวสั ดุและอุปกรณ์ที่ใชใ้ นการ

4. ข้อใดเป็ นข้ันตอนแรกของการประกอบอาหาร ทาํ ขนม
สํารับที่มปี ระสิทธิภาพ ง นิมเติมน้าํ มะนาวใส่ยาํ เพื่อเพิม่ รสชาติ
ก การลงมือประกอบอาหารทนั ที ใหเ้ ปร้ียว
ข การชิมรสชาติของอาหารที่ประกอบ 9. การจดั สํารับอาหารใส่ขันโตกของคนภาคเหนือ
ค การเขียนข้นั ตอนการประกอบอาหาร
ง การศึกษาขอ้ มลู เกี่ยวกบั อาหารที่จะประกอบ มุ่งเน้นคุณค่าด้านใด
ก การสืบสานงานศิลปะ
5. “ในการประกอบอาหาร กล่มุ A สามารถเตรียม ข การอนุรักษป์ ระเพณีไทย
ค การอนุรักษภ์ าชนะแบบไทย

วัตถดุ ิบได้ตรงตามปริมาณท่ีต้องใช้จริง” แสดงว่า ง การสืบสานวฒั นธรรมการบริโภค

กล่มุ A ทํางานมีประสิทธิภาพตามข้อใด 10. “อุไรจัดขนมไทยใส่ถาดที่ประดิษฐ์จากใบตอง

ก ประหยดั เวลา ค ประหยดั ค่าใชจ้ ่าย เพราะหาได้ง่ายในท้องถ่ิน” อุไรปฏิบัตติ าม
ข ประหยดั แรงงาน ง ประหยดั ทรัพยากร คุณธรรมใด
ก ความเสียสละ ค ความรับผดิ ชอบ

ข ความประหยดั ง ความขยนั หมน่ั เพียร

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  173

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 บรรจุภณั ฑ์สร้างสรรค์ได้
ชื่อ ช้ัน เลขที่

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. ใครเลอื กใช้บรรจุภณั ฑ์บรรจุผลไม้โดยคาํ นึงถงึ 6. “อรรณพเปลี่ยนบรรจุภณั ฑ์ที่ทาํ จากไม้เป็นบรรจุภัณฑ์

ส่ิงแวดล้อมมากท่สี ุด ท่ีทาํ จากพลาสติกเนื่องจากต้องขนส่งในฤดฝู น”

ก ฟ้ าเลือกใชก้ ล่องโฟม อรรณพปฏิบัตอิ ยู่ในข้นั ตอนใดของทักษะการจัดการ

ข โดมเลือกใชล้ งั กระดาษ ก การต้งั เป้ าหมาย

ค ชาติเลือกใชเ้ ข่งไมย้ างพารา ข การวิเคราะห์ทรัพยากร

ง สุภาเลือกใชต้ ะกร้าพลาสติก ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร

2. “นิชาต้องการบรรจุภณั ฑ์ที่สามารถสร้าง ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

มลู ค่าเพ่ิมให้สินค้า” นิชาควรเลอื กบรรจุภณั ฑ์ 7. “กล่มุ A ต้องการบรรจุภณั ฑ์ท่ีสามารถมองเห็นสินค้า

โดยคาํ นึงถงึ หน้าทดี่ ้านการตลาดข้อใด ได้ชัดเจน” กล่มุ A ควรเลอื กบรรจุภัณฑ์โดยคาํ นึงถงึ

ก การแสดงขอ้ มลู หน้าทใี่ ด

ข การส่งเสริมการขาย ก ช่วยป้ องกนั สินคา้

ค การเพิ่มปริมาณการขาย ข เป็นตวั บ่งช้ีผลิตภณั ฑ์

ง การต้งั ราคาขายไดส้ ูงข้ึน ค รักษาคุณภาพของสินคา้
3. “รัฐควรลดภาษีสินค้าท่ีใช้บรรจุภัณฑ์ช่วยลด
ง ช่วยลดการขาดดุลทางการคา้
ปัญหาโลกร้อน” นักเรียนเห็นด้วยกบั ข้อความนี้ 8. หากต้องการบรรจุภณั ฑ์ท่เี หมาะสมกบั การกระจาย
หรือไม่ เพราะเหตุใด
สินค้าควรออกแบบโดยคาํ นึงถึงส่วนประกอบใด
ก ไม่เห็นดว้ ย เพราะมีตน้ ทุนสูง
เป็ นสําคญั
ข ไม่เห็นดว้ ย เพราะไม่สามารถปกป้ องสินคา้ ได้ ก กราฟิ ก
ค เห็นดว้ ย เพราะสามารถลดปัญหาส่ิงแวดลอ้ มได้ ข โครงสร้าง ค สภาวะตลาด

ง ลกั ษณะของสินคา้
ง เห็นดว้ ย เพราะสามารถส่งผลผลิตไปจาํ หน่าย 9. “กล่มุ D ต้องการข้อมลู ท่ีเท่ียงตรงจากการสาํ รวจ
ในต่างประเทศเป็นจาํ นวนมาก
ลกั ษณะบรรจุภณั ฑ์ของครีมอาบนา้ํ จากผ้บู ริโภค”
4. “กานดาต้องการออกแบบบรรจุภณั ฑ์” กานดา กลุ่ม D ควรมคี ุณธรรมในการทํางานข้อใด
ควรคาํ นึงถึงข้อมูลใดเป็ นอนั ดบั แรก
ก ความขยนั ค ความสามคั คี
ก ลกั ษณะของสินคา้
ข ความซื่อสตั ย์ ง ความเสียสละ
ข ลกั ษณะของบรรจุภณั ฑ์
10. “กล่มุ B เลือกบรรจุส้มในกล่องกระดาษแขง็ เพื่อ
ค ราคาของสินคา้ ที่จะบรรจุ
ขนส่งไปขายในจังหวัดต่าง ๆ แต่ก้องเป็นสมาชิก
ง ราคาของวสั ดุที่ใชท้ าํ บรรจุภณั ฑ์
ที่ไม่เห็นด้วยกับการบรรจุส้มลงในลังกระดาษแขง็ ”
5. “ณ จุดชาํ ระเงินมกั เกิดความล่าช้าทาํ ให้ลกู ค้า
ถ้านักเรียนเป็ นหัวหน้ากล่มุ จะจดั การอย่างไร
ไม่พอใจ” บรรจุภณั ฑ์จะช่วยแก้ปัญหานีไ้ ด้ด้วย ก ใหก้ อ้ งยา้ ยไปทาํ หนา้ ที่อ่ืน
วธิ ีใด ข ใหก้ อ้ งหาบรรจุภณั ฑม์ านาํ เสนอใหม่
ก ติดบาร์โคด้
ค อธิบายเหตุผล แลว้ ปล่อยใหก้ อ้ งทาํ ตามความคิด
ข ติดตรามาตรฐาน
ของตนเอง
ค ลดขนาดบรรจุภณั ฑ์
ง อธิบายเหตุผล แลว้ ใหก้ อ้ งปฏิบตั ิตามมติของ
ง ติดฉลากใหม้ องเห็นชดั เจน
สมาชิกส่วนใหญ่ในกลุ่ม

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  174

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 เทคโนโลยมี รี ะดับ
ชื่อ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบที่ถกู ตอ้ งที่สุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. การถนอมอาหารด้วยเทคโนโลยรี ะดับพนื้ บ้าน 6. ข้อใดไม่ใช่ผลดขี องการใช้เทคโนโลยดี ้านการ

มขี ้อดอี ย่างไร ถนอมอาหารโดยวธิ ีฉายรังสี

ก สะดวกและประหยดั ก ประหยดั ค่าใชจ้ ่ายในการขนส่ง

ข สามารถทาํ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ข ประหยดั พลงั งานในการฉายรังสี

ค ช่วยเพ่ิมรสชาติของอาหาร ค สามารถใชไ้ ดก้ บั อาหารทุกชนิด

ง ช่วยยบั ย้งั การทาํ งานของจุลินทรีย์ ง อาหารมีคุณภาพตามมาตรฐานท่ีกาํ หนด

2. เทคโนโลยรี ะดบั พนื้ บ้านจะต้องอาศัยความรู้ 7. การดัดแปลงพนั ธุกรรมพชื เป็ นเทคโนโลยี

จากส่ิงใด ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเร่ืองใด

ก หลกั การทางธรรมชาติ ก การใชส้ ารเคมีกาํ จดั วชั พืช

ข สินคา้ ที่จาํ หน่ายในทอ้ งถ่ิน ข การศึกษาหรือการวจิ ยั ทดลอง

ค สภาพแวดลอ้ มภายในบา้ น ค การขาดแคลนอาหารในอนาคต

ง สิ่งของเคร่ืองใชท้ ่ีมีความทนั สมยั ง การผลิตอาหารจากภาคการเกษตร

3. การปลูกพชื ในข้อใดใช้เทคโนโลยรี ะดับพนื้ บ้าน 8. ข้อใดไม่ใช่เทคโนโลยรี ะดับสูงท่ีต้องนําเข้าจาก

ก การปลูกพชื ไร้ดิน ต่างประเทศ

ข การปลูกผกั กางมุง้ ก เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์

ค การเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่ ข เทคโนโลยที างการแพทย์

ง การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ ค เทคโนโลยกี ารเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่

4. ถ้าแอ๋วต้องการเพาะเลยี้ งเนือ้ เยอื่ ตามกระบวนการ ง เทคโนโลยกี ารส่ือสารโทรคมนาคม

ทํางาน แอ๋วควรปฏิบตั สิ ิ่งใดเป็ นอนั ดับแรก 9. “ศักดาสวมใส่เสือ้ ที่มีป้ ายเขียนว่า cotton 100 %”

ก วางแผนการเพาะเล้ียงเน้ือเย่อื คุณสมบัตผิ ้าตัดเสื้อของศักดาจดั เป็ น

ข ศึกษาวธิ ีการเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่ เทคโนโลยรี ะดับใด

ค เตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ ก ระดบั สูง

ง ควบคุมอุณหภมู ิในหอ้ งเพาะเล้ียงเน้ือเยอ่ื ข ระดบั กลาง

5. ข้อใดไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่เกดิ จาก ค ระดบั พ้นื บา้ น

ผลกระทบของเทคโนโลยดี ้านสภาพแวดล้อม ง ระดบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน

ก การข่ีจกั รยานแทนการขบั รถยนต์ 10. มลพษิ ทางอากาศส่วนใหญ่เป็ นผลกระทบ

ข การฟ้ื นฟแู ละรักษาสภาพป่ าไมท้ ่ีมีอยู่ ทีเ่ กดิ จากการใช้เทคโนโลยรี ะดบั ใด

ค การทาํ ช่องระบายอากาศแทนการใชพ้ ดั ลม ก ระดบั สูง

ดูดอากาศ ข ระดบั กลาง

ง การกาํ จดั ขยะโดยใชพ้ ลงั งานความร้อน 360 ค ระดบั พ้นื บา้ น

องศาเซลเซียส ง ระดบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถิ่น

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  175

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 พนื้ ฐานการสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้
ช่ือ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบท่ีถกู ตอ้ งที่สุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. การออกแบบส่ิงของเครื่องใช้ตามหลกั การใด 6. ข้อใดเป็ นลกั ษณะการทํางานของฟิ วส์ที่เกดิ จาก

ควรมกี ารทดสอบก่อนท่ีจะนําไปผลติ เพอ่ื ไม่ให้ กระแสไฟฟ้ าไหลเกนิ พกิ ดั

เกดิ อนั ตรายต่อผ้ใู ช้ ก เกิดการหลอมละลายของฟิ วส์

ก ความแขง็ แรง ข กระแสไฟฟ้ าในวงจรไหลนอ้ ยลง

ข ความสวยงาม ค ฟิ วส์จะกกั เกบ็ พลงั งานไฟฟ้ าเขา้ มา

ค ความปลอดภยั ง ฟิ วส์จะคายพลงั งานออกมาในรูปแบบ

ง ความสะดวกสบายในการใช้ ความร้อน

2. การออกแบบสิ่งของเคร่ืองใช้ใดควรคาํ นึงถงึ 7. ตวั ต้านทานจะเกดิ พลงั งานใดเมอ่ื วงจร

ความสวยงามมากท่ีสุด อเิ ลก็ ทรอนิกส์มกี ารทาํ งาน

ก แกว้ น้าํ ค โคมไฟประดบั ก พลงั งานความเยน็

ข รองเทา้ ง โตะ๊ เขียนหนงั สือ ข พลงั งานความร้อน

3. “ป๊ อกออกแบบชั้นวางของให้สามารถวางท่ี ค พลงั งานคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้ า

มมุ ห้องได้” ป๊ อกปฏิบัตอิ ยู่ในข้นั ตอนใดของ ง พลงั งานจากแรงดนั ไฟฟ้ าในวงจร

กระบวนการออกแบบ 8. ตวั เหน่ยี วนํามสี ่วนประกอบใดท่ีทาํ ให้เกดิ

ก การปรับปรุงขอ้ บกพร่องของชิ้นงาน พลงั งานในรูปแบบสนามแม่เหลก็

ข การวิเคราะห์ปัญหาหรือความตอ้ งการ ก แกนเหลก็

ค การสร้างทางเลือกหรือออกแบบชิ้นงาน ข ตวั นาํ ไฟฟ้ า

ง การกาํ หนดความตอ้ งการของการออกแบบ ค ขดลวดตวั นาํ

4. ข้อใดเป็ นวธิ ีในการเขียนภาพฉายให้ง่ายและ ง แรงเคล่ือนไฟฟ้ าเหน่ียวนาํ

รวดเร็ว 9. กลไกใดท่ีทําหน้าท่เี ปลย่ี นแปลงความเร็ว

ก เขียนภาพใหเ้ กิดเป็นภาพ 3 มิติ ของการเคลอ่ื นไหวและเคลอื่ นที่

ข เขียนภาพชิ้นงานโดยมองภาพทีละดา้ น ก การหมุนของพดั ลม

ค เขียนภาพดา้ นหนา้ ของชิ้นงานเป็นหลกั เสมอ ข การหมุนของมอเตอร์

ง เขียนภาพแต่ละดา้ นใหม้ ีความสมั พนั ธ์และ ค การทาํ งานของคานโยก

เช่ือมโยงกนั ง การยอ่ หรือขยายภาพของเครื่องถ่ายเอกสาร

5. สิ่งใดเหมาะกบั การจําลองแบบเพอื่ ย่อแบบ 10. อุปกรณ์ใดช่วยป้ องกนั การควบคุมมอเตอร์

ก บา้ น เมอ่ื มกี ระแสไฟฟ้ าไหลเกนิ กาํ ลงั

ข ลายผา้ ก รีเลย์ ค โอเวอร์โหลด

ค มอเตอร์พดั ลม ข สวติ ช์ ง คอนแทกเตอร์

ง แผนผงั วงจรไฟฟ้ า

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  176

การการงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 สรรหางานอาชีพ
ชื่อ ช้ัน เลขท่ี

คาํ ชี้แจง เลือกคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. ข้อใดเป็ นลกั ษณะของสื่อส่ิงพมิ พ์ประเภทจุลสาร 6. “ชลาลยั หาแบบทรงผมจากอินเทอร์เนต็ แล้ว
ก มีขอ้ มูลแหลง่ งานท่ีหลากหลาย
นาํ มาให้บริการเสริมสวยแก่ลกู ค้า” ชลาลยั
ข นาํ เสนอข่าวสารและความคิดเห็น
ค นาํ เสนอสาระที่โดดเด่น น่าสนใจ มคี ุณสมบัตเิ ด่นข้อใด
ง มีกาํ หนดการพมิ พเ์ ฉพาะในวาระพิเศษ ก ความคิดสร้างสรรค์
ข ความเชื่อมน่ั ในตนเอง
2. ข้อใดเป็ นจุดมุ่งหมายหลกั ของสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์ ค ความละเอียดรอบคอบ
ง ความมุ่งมนั่ ในการทาํ งาน
เกยี่ วกบั ตาํ แหน่งงาน 7. ความมน่ั คงของอาชีพอสิ ระขนึ้ อย่กู บั ส่ิงใด
ก บอกเทคนิคการสมคั รงาน
ข ใหค้ าํ แนะนาํ เกี่ยวกบั การเขียนใบสมคั ร มากทสี่ ุด
ค ทาํ หนา้ ท่ีส่งประวตั ิยอ่ ของผสู้ มคั รงานไปยงั ก ประสบการณ์ในการทาํ งาน
ข ผลตอบแทนในการประกอบอาชีพ
หน่วยงานท่ีรับสมคั ร
ง เป็นส่ือกลางในการนาํ เสนองานหรือตาํ แหน่ง ค การบริหารจดั การของผปู้ ระกอบการ

ท่ีวา่ งใหแ้ ก่ผทู้ ่ีสนใจสมคั รงาน
3. กรณีที่สํานักจัดหางานรับสมคั รงานนอกสถานที่ ง ระยะเวลาในการดาํ เนินธุรกิจของตนเอง

เกดิ ผลดตี ่อผ้สู มคั รงานในข้อใด 8. “แพรวสาํ รวจตนเองในช่วงที่เรียนหนังสือพบว่า

ก ไดร้ ับค่าจา้ งสูงข้ึน เคยส่ งผลงานการออกแบบงานประดิษฐ์ และ

ข มีสิทธิต่อรองค่าจา้ งได้ ได้รับรางวลั ” แพรวสํารวจสิ่งใด

ค มีโอกาสไดง้ านทาํ เร็วข้ึน ก สมั ฤทธิผลทวั่ ไป
ง ไดเ้ รียนรู้กระบวนการทาํ งานนอกองคก์ ร
ข ทกั ษะการวาดภาพ
4. ถ้านักเรียนต้องการทาํ งานในช่วงปิ ดภาคเรียน
ค จุดเด่นของตนเอง
ควรหาข้อมูลตาํ แหน่งงานจากแหล่งใดจึงจะ
ง ความชอบหรือไม่ชอบ
สะดวกท่ีสุด
ก สาํ นกั งานจดั หางาน 9. “กนกค้นข้อมลู เกี่ยวกบั ผ้บู ริหารและความ
ข หน่วยงานที่ตนเองสนใจ
ค หน่วยงานแนะแนวของสถานศึกษา เป็ นไปได้ ในการขยายกิจการเพ่ือประกอบการ
ง สาํ นกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน
5. ข้อใดไม่ใช่ลกั ษณะงานของช่างเทคนคิ ระบบ ตดั สินใจ” กนกประเมนิ ทางเลอื กอาชีพข้อใด

คอมพวิ เตอร์ ก หน่วยงาน ค ตาํ แหน่งงาน

ข ค่าตอบแทน ง ความกา้ วหนา้

10. การประเมนิ ทางเลอื กอาชีพโดยศึกษา

ก บนั ทึกขอ้ มลู ดว้ ยการพมิ พค์ อมพวิ เตอร์ งานอาชีพควรพจิ ารณาจากส่ิงใด

ข ควบคุมดูแลการทาํ งานของระบบคอมพวิ เตอร์ ก ทกั ษะการทาํ งาน

ค ตรวจสอบและแกไ้ ขปัญหาที่มีต่อการใช้ ข หน่วยงานหรือบริษทั

ระบบงานคอมพวิ เตอร์ ค สิ่งแวดลอ้ มในการทาํ งาน
ง คาํ นวณขอ้ มูลรายรับและรายจ่ายของ ง ความตอ้ งการเก่ียวกบั รายได้

หน่วยงานโดยใชค้ อมพวิ เตอร์

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  177

แบบทดสอบกลางปี

การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1
ช่ือ ช้ัน เลขท่ี

ตอนที่ 1 เลือกคาํ ตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. การทํางานเชิงประสิทธิภาพมปี ระโยชน์อย่างไร 6. ข้อใดเป็ นการทํางานแบบประหยดั พลงั งาน
ก ซกั ผา้ วนั ละ 1–2 คร้ัง
ก ช่วยประหยดั ทรัพยากร ข เช็ดตูเ้ ส้ือผา้ ใหส้ ะอาด
ข ช่วยลดข้นั ตอนการทาํ งาน
ค ช่วยใหม้ ีความเป็นระเบียบ ค พบั เส้ือผา้ ใส่กระเป๋ าดว้ ยวธิ ีการมว้ น

ง ช่วยเพม่ิ ความสามารถของบุคลากร ง ตากผา้ กลางแจง้ แทนวธิ ีการอบใหแ้ หง้

2. ใครทํางานโดยคาํ นึงถงึ ความปลอดภัย 7. “นิดาซักเสือ้ ผ้าไม่เสร็จตามกาํ หนดเพราะ

ก ใหมเ่ ปลี่ยนหลอดไฟดว้ ยตนเอง ไม่สบาย” นิดาต้องการผู้ร่วมงานท่ีมคี ุณธรรม

ข ไหมซกั ผา้ ดว้ ยมือเพือ่ ประหยดั ค่าใชจ้ า่ ย ข้อใด
ก ความเสียสละ
ค หมิวใชเ้ ครื่องตดั หญา้ แทนกรรไกรตดั หญา้ ข ความรับผดิ ชอบ
ค ความขยนั อดทน
ง เหมียวตรวจสอบสายไฟก่อนเสียบปลกั๊ ง ความมีระเบียบวนิ ยั
เครื่องใชไ้ ฟฟ้ า 8. “ชมพ่ดู ูแลรักษาเสือ้ ผ้าให้สะอาดเรียบร้อย
อย่เู สมอ” การปฏิบัตขิ องชมพ่มู ีผลดีข้อใด
3. “หน่อยวางแผนซักผ้าอาทิตย์ละ 1 คร้ัง” ก ประหยดั เวลาซกั รีด
ข ประหยดั พลงั งานไฟฟ้ า
หน่อยปฏิบตั งิ านโดยคาํ นงึ ถึงสิ่งใด ค ประหยดั แรงงานในการซกั รีด
ก การประหยดั เวลา ง ประหยดั ค่าใชจ้ ่ายในการซ้ือเส้ือผา้
ข การประหยดั แรงงาน 9. “ชาลีบอกแม่ว่าจะซักผ้าเช็ดตวั ในวนั พรุ่งนี้
ค การประหยดั ค่าใชจ้ ่าย ถ้าฝนไม่ตก” ชาลปี ฏิบัตอิ ยู่ในข้นั ตอนใด
ง การประหยดั ทรัพยากร
4. “นกตรวจสอบส่ิงของในกระเป๋ าเสือ้ ผ้าก่อน

นาํ ไปซัก” นกปฏิบัตอิ ย่ใู นข้นั ตอนใดของ

กระบวนการทํางาน ของทักษะการจดั การ

ก การวิเคราะห์งาน ก การต้งั เป้ าหมาย

ข การวางแผนในการทาํ งาน ข การวิเคราะห์ทรัพยากร

ค การประเมินผลการทาํ งาน ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร

ง การปฏิบตั ิงานตามข้นั ตอน ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

5. “วิภาณีช่วยผู้ปกครองซักผ้าในวันหยดุ ” 10. “หน่อยนาํ ผ้าสีมาตากในร่มเพื่อป้ องกัน

วภิ าณมี คี ุณธรรมข้อใด ผ้าสีซีด” หน่อยปฏิบตั อิ ยู่ในข้ันตอนใด

ก ความขยนั ของทกั ษะการจดั การ
ข ความอดทน
ค ความซ่ือสตั ย์ ก การต้งั เป้ าหมาย
ข การวิเคราะห์ทรัพยากร

ง ความมีระเบียบวนิ ยั ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร

ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  178

11.“นิดาซักเสื้อผ้าไม่เสร็จตามกาํ หนด เพราะ 16. รายการอาหารข้อใดไม่ควรจัดไว้มอื้ เช้า

ไม่สบาย” นิดาต้องการผ้รู ่วมงานท่ีมี ก ขา้ วสวย ผดั ผกั บุง้

คุณธรรมข้อใด ข ขา้ วเหนียว ไก่ยา่ ง

ก ความเสียสละ ค ขา้ วตม้ ผดั ผกั กาด
ข ความรับผิดชอบ ง ขา้ วสวย แกงจืดเตา้ หู้
ค ความขยนั อดทน 17. การคาํ นวณงบประมาณทใ่ี ช้ในการประกอบ
ง ความมีระเบียบวินยั อาหารของกลุ่ม ควรรับฟังความคดิ เห็นจาก
12. ใครใช้ทรัพยากรแบบประหยดั น้อยทส่ี ุด สมาชิกที่มคี ุณสมบตั ติ ามข้อใด
ก มุกนาํ สมุดที่ใชแ้ ลว้ มาใหเ้ ดก็ พบั ของเล่น ก รู้ราคาวตั ถุดิบในตลาด

ข โมนาํ น้าํ ที่เหลือจากการลา้ งจานไปรดน้าํ ข รู้จกั สถานท่ีท่ีประกอบอาหาร

ตน้ ไม้ ค รู้จกั วิธีการเดินทางไปซ้ือวตั ถุดิบ

ค มดนาํ ปลอกหมอนมารีดหลงั จากถอดปลก๊ั ง รู้จกั วธิ ีการเลือกวตั ถุดิบที่มีคุณภาพ
18. “สมาชิกกล่มุ C ตกลงกันว่าจะจะจัดสาํ รับ
เตารีดออกแลว้
แบบขนั โตกในงานเลีย้ งปี ใหม่” กล่มุ C
ง มิน้ นาํ หลอดไฟฟ้ าแบบหลอดไสม้ าใช้
ปฏิบัตอิ ยู่ในข้ันตอนใดของการทํางานร่วมกนั
แทนหลอดผอม ก การกาํ หนดเป้ าหมาย
ข การวางแผนในการทาํ งาน
13. การสํารวจความพร้อมของอปุ กรณ์ในการ ค การปฏิบตั ิตามบทบาทหนา้ ที่
ง การแบ่งงานตามความสามารถ
ตากผ้าจะเกดิ ขนึ้ ในข้นั ตอนใดของ 19. “ผึง้ ปลกู ผกั สวนครัวเพ่ือนาํ มาประกอบ
อาหาร” ผงึ้ ปฏิบัตงิ านโดยคาํ นึงถงึ ส่ิงใด
ทกั ษะการจดั การ ก การประหยดั เวลา
ข การประหยดั แรงงาน
ก การต้งั เป้ าหมาย ค การประหยดั ค่าใชจ้ า่ ย
ง การประหยดั ทรัพยากร
ข การวิเคราะห์ทรัพยากร
20. การปรับปรุงรสชาตขิ องเต้าเจีย้ วหลน
ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร ข้อใดไม่ถกู ต้อง
ก เติมน้าํ ตม้ สุกเพื่อลดรสชาติเคม็
ง การปฏิบตั ิตามแผนและหารปรับแผน

14. อาหารหวานชนิดใดไม่มีมะพร้าวเป็ น

ส่ วนประกอบ

ก วนุ้ ไข่ ค ทบั ทิมกรอบ

ข ขา้ วตม้ มดั ง แกงบวดฟักทอง

15. “จินตนาชิมรสชาติผัดเผด็ ไก่มีรสจืดจึง

เติมนา้ํ ตาลปี บเพื่อเพิ่มรสชาติหวาน”

จินตนาปฏิบตั อิ ยู่ในข้นั ตอนใดของ ข เติมน้าํ มะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติเปร้ียว

กระบวนการทาํ งาน ค เติมน้าํ ตาลทรายเพื่อเพ่ิมรสชาติหวาน

ก การวิเคราะห์งาน ง เติมน้าํ มะขามเปี ยกเพ่อื เพ่ิมรสชาติเปร้ียว

ข การวางแผนในการทาํ งาน

ค การประเมินผลการทาํ งาน

ง การปฏิบตั ิงานตามลาํ ดบั ข้นั ตอน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  179

21. “วิไลมีหน้าท่ีจัดเตรียมวัสดแุ ละเคร่ืองปรุง 26. การประกอบทบั ทิมกรอบจําเป็ นต้องมกี าร
ในการประกอบอาหารของครอบครัว” วิไล
มคี ุณธรรมใด ประเมนิ ผลในการทาํ งานหรือไม่ เพราะอะไร
ก ความเมตตา ก ไม่จาํ เป็น เพราะเป็นการประกอบอาหารง่าย ๆ
ข ความเสียสละ ข จาํ เป็น เพราะช่วยใหก้ ารประกอบอาหาร
ค ความสามคั คี
ง ความรับผดิ ชอบ เสร็จเร็วข้ึน
ค ไม่จาํ เป็น เพราะเป็นการประกอบอาหารที่ทาํ
22. “เดือนมีทักษะในการทาํ ขนมไทย สมาชิก
ในครอบครัวจึงให้เดือนทาํ ขนมบัวลอย” เป็ นประจาํ
จากข้อความนีจ้ ดั เป็ นข้นั ตอนใดของการ ง จาํ เป็น เพราะจะทาํ ใหท้ ราบขอ้ บกพร่องใน
ทํางานร่วมกนั
ก การกาํ หนดเป้ าหมาย การประกอบอาหาร
ข การวางแผนในการทาํ งาน 27. “โอ๋เลือกบรรจุส้มในกล่องกระดาษแขง็ เพ่ือ
ค การแบ่งงานตามความสามารถ
ง การปฏิบตั ิงานตามบทบาทหนา้ ที่ ขนส่งไปขายในจังหวัดต่าง ๆ” โอ๋ตดั สินใจ

23. ถ้าทบั ทมิ กรอบมรี สจืดควรแก้ไขอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ เพราะอะไร
ก เติมเกลือ ก ถูกตอ้ ง เพราะบรรจุภณั ฑก์ ระดาษมีราคาถกู
ข เติมนมสด ข ไม่ถูกตอ้ ง เพราะบรรจุภณั ฑก์ ระดาษฉีก
ค เติมน้าํ เชื่อม
ง เติมน้าํ ตาลปี บ ขาดง่าย
ค ถกู ตอ้ ง เพราะบรรจุภณั ฑแ์ บบน้ีช่วยให้
24. หากต้องการให้ขนมหวานมีสีนํา้ เงนิ ควรผสม
ด้วยพชื ชนิดใด เคล่ือนยา้ ยสะดวก
ก ใบเตย ง ไม่ถกู ตอ้ ง เพราะบรรจุภณั ฑก์ ระดาษ
ข ใบขนุน
ค ใบอญั ชนั เหมาะสาํ หรับบรรจุของใช้
ง ใบกหุ ลาบมอญ
28. ใครปฏิบัตอิ ย่ใู นข้นั ตอนต้งั เป้ าหมาย
25. ถ้านักเรียนจะประกอบอาหารประเภทแกง
ให้คนภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือรับประทาน ของทักษะการจดั การ
วตั ถุดิบใดจาํ เป็ นน้อยที่สุด
ก พริก ค น้าํ ปลา ก เอ๋ตอ้ งการออกแบบบรรจุภณั ฑท์ ่ีมี
ข กะทิ ง ปลาร้า น้าํ หนกั เบาที่สุด

ข เก๋พบวา่ การออกแบบบรรจุภณั ฑย์ งั ขาด
การโฆษณาสินคา้

ค แนนสาํ รวจความตอ้ งการของลกู คา้ ก่อน
ออกแบบบรรจุภณั ฑ์

ง แมนยกเลิกการออกแบบบรรจุภณั ฑท์ ี่ใช้
วสั ดุท่ีส่งผลต่อสิ่งแวดลอ้ ม

29. “อรรณพเปล่ียนบรรจุภณั ฑ์ที่ทาํ จากไม้
เป็นบรรจุภัณฑ์ท่ีทาํ จากพลาสติกเนื่องจาก
มีฝนตกหนัก” อรรณพปฏิบัตอิ ย่ขู ้ันตอนใด

ของทกั ษะการจัดการ
ก การต้งั เป้ าหมาย
ข การวิเคราะห์ทรัพยากร
ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร
ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  180

30. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ด้านการตลาดของ 35. “นาํ สินค้ามาบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์จาก
กระดาษเพ่ือทดสอบความแขง็ แรง”
บรรจุภัณฑ์ ข้อความนีค้ วรอยู่ในข้ันตอนใดของทกั ษะ
ก รักษาคุณภาพ การจัดการ
ข ส่งเสริมการขาย ก การประเมินผล
ค แสดงขอ้ มลู ของสินคา้ ข การวิเคราะห์ทรัพยากร
ง สร้างความนิยมในสินคา้ ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร
31. ข้อใดไม่จัดเป็นบรรจุภณั ฑ์เฉพาะหน่วย ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน
ก ขวดน้าํ หอม
ข หลอดยาสีฟัน 36. “นิดต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สามารถคงความสด
ค ตลบั แป้ งทาหนา้ ของดอกไม้ได้นาน” นิดควรเลอื กบรรจุภณั ฑ์
ง กล่องกระดาษลูกฟกู
32. “ภาคินรับหน้าท่ีออกแบบบรรจุภัณฑ์จากไม้ โดยคาํ นึงถึงหน้าที่ใด
แทนเพ่ือน ๆ ในกล่มุ ” ภาคนิ มคี ุณธรรมใด ก ช่วยป้ องกนั สินคา้
ก ความเมตตา ข เป็นตวั บ่งช้ีผลิตภณั ฑ์
ข ความเสียสละ ค รักษาคุณภาพของสินคา้
ค ความสามคั คี ง ช่วยลดการขาดดุลทางการคา้
ง ความรับผดิ ชอบ 37. “อ้ัมรีบออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เสร็จตามกาํ หนด
33. “แจนสาํ รวจวัสดใุ นท้องถิ่นก่อนนาํ มา เพ่ือให้เมย์นาํ ไปประดิษฐ์บรรจุณฑ์ ”อ้มั มี
ออกแบบบรรจุภัณฑ์” แจนปฏิบตั อิ ยู่ใน
ข้นั ตอนใดของทกั ษะการจัดการ คุณธรรมในการทํางานข้อใด
ก การต้งั เป้ าหมาย ก ความมีเหตุผล
ข การวิเคราะห์ทรัพยากร ข ความสามคั คี
ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร ค ความรับผดิ ชอบ
ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน ง ความขยนั อดทน
34. ใครเลอื กใช้บรรจุภณั ฑ์โดยคาํ นึงถึง 38. “อรรณพเปล่ียนบรรจุภณั ฑ์ท่ีทาํ จากไม้
เป็นบรรจุภณั ฑ์ที่ทาํ จากพลาสติกเน่ืองจาก
ส่ิงแวดล้อมมากทส่ี ุด มีฝนตกหนัก” อรรณพปฏิบัติอยู่ในข้นั ตอนใด
ก พรใชบ้ รรจุภณั ฑท์ ี่มีราคาแพง
ข อน้ ใชบ้ รรจุภณั ฑท์ ่ีมีสีสนั สดใส ของทกั ษะการจัดการ
ค เกดใชบ้ รรจุภณั ฑท์ ่ียอ่ ยสลายได้ ก การต้งั เป้ าหมาย
ง แจงใชบ้ รรจุภณั ฑจ์ ากวสั ดุสงั เคราะห์ ข การวิเคราะห์ทรัพยากร
 ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร
  ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  181

39. ข้นั ตอนใดของการผลติ บรรจุภณั ฑ์ 40. “ภมู ิต้องการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพ่ือ
จะช่วยประหยดั ทรัพยากรได้ นาํ ไปใช้ในการจัดจาํ หน่าย” ภูมปิ ฏิบัติ
ก การตกแต่ง อยู่ในข้ันตอนใดของทกั ษะการจดั การ
ข การประดิษฐ์ ก การประเมินผล
ค การออกแบบ ข การต้งั เป้ าหมาย
ง การต้งั จุดมุ่งหมาย ค การวิเคราะห์ทรัพยากร
ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

ตอนที่ 2 ตอบคาํ ถามต่อไปน้ี (ขอ้ ละ 5 คะแนน)
1. นักเรียนจะนําทักษะการจัดการมาใช้ในการทํางานเชิงประสิทธิภาพอย่างไร

ใช้ในการต้งั เป้ าหมายในการทาํ งาน วิเคราะห์ทรัพยากรที่มีว่าเพียงพอหรือไม่ แล้ววางแผนและ
กาํ หนดทรัพยากรให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด ลงมือปฏิบัติตามแผน หากเกิดปัญหาก็
ปรับเปลี่ยนแผน หลงั จากปฏิบัติงานเสร็จแล้วกม็ ีการประเมินผลการทาํ งานด้วย

2. ถ้านักเรียนเป็ นหัวหน้ากล่มุ สร้างงานประดษิ ฐ์บรรจุภณั ฑ์จากไม้ นักเรียนจะปฏิบัตอิ ย่างไร
เร่ิมจากการแบ่งงาน ดแู ลช่วยเหลือการทาํ งานของสมาชิก และตรวจสอบผลการปฏิบตั ิงานของกล่มุ

สรุปการประเมิน คะแนน
เต็ม ได้
ตอนที่ 1
ตอนท่ี 2 ผู้ประเมนิ

รวม

ลงชื่อ

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  182

แบบทดสอบปลายปี

การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1
ชื่อ ช้ัน เลขท่ี

ตอนท่ี 1 เลือกคาํ ตอบท่ีถกู ตอ้ งที่สุดเพียงคาํ ตอบเดียว (ขอ้ ละ 1 คะแนน)

1. การตรวจสอบเครื่องมอื ก่อนทจ่ี ะปฏิบัตงิ าน 6. “เต้ยศึกษาวิธีการใช้เครื่องซักผ้าก่อนนาํ

ทุกคร้ังจาํ เป็ นหรือไม่ เพราะอะไร ไปใช้งาน” เต้ยปฏิบัตงิ านโดยคาํ นึงถึงส่ิงใด

ก จาํ เป็น เพราะเป็นหนา้ ท่ีท่ีตอ้ งทาํ ก ความประหยดั

ข จาํ เป็น เพราะช่วยป้ องกนั อุบตั ิเหตุ ข ความปลอดภยั
ค ไม่จาํ เป็น เพราะทาํ ใหเ้ สียเวลาทาํ งาน ค ความเป็นระเบียบ
ง ไม่จาํ เป็น เพราะเคร่ืองมือมีสภาพดีอยแู่ ลว้ ง ความสะดวกสบาย

2. ใครทํางานแบบประหยดั ทรัพยากร 7. ใครมคี วามปลอดภยั ในการทํางาน
ก เป้ ใชเ้ ครื่องดูดฝ่ นุ ทาํ ความสะอาดบา้ น ก นุชใชเ้ ครื่องซกั ผา้ ตามคู่มือการใช้
ข ปถู อดปลก๊ั เตารีดไฟฟ้ าหลงั เลิกใชง้ าน ข แนนใชส้ ารฟอกขาวสาํ หรับซกั ผา้ ขาว
ค ป่ านจดั เตรียมวสั ดุในการประกอบอาหาร ค นนั ใชเ้ กา้ อ้ีเพื่อตากผา้ บนราวท่ีสูงมาก
ง ป้ ุมศึกษาคู่มือการใชเ้ ครื่องซกั ผา้ ใหล้ ะเอียด ง นิดเปิ ดตเู้ ส้ือผา้ เป็นช่องเลก็ ๆ เพื่อระบาย
อากาศ
3. การลงมอื ปฏิบัตงิ านควรเร่ิมเมอ่ื ใด
ก ทนั ทีท่ีไดร้ ับมอบหมายงาน 8. “โดมเลือกนาํ ไม้หนีบผ้าท่ีทาํ จากไม้มาใช้
ข หลงั จากเขียนแผนการทาํ งาน หนีบผ้า” โดมปฏิบัตอิ ยู่ในข้ันตอนใด
ค ก่อนแจกแจงรายละเอียดของงาน
ง หลงั จากการประเมินผลการปฏิบตั ิงาน ของทักษะการจัดการ
ก การต้งั เป้ าหมาย
4. ข้อใดไม่จาํ เป็นต้องเขยี นไว้ในแผนการทํางาน ข การวิเคราะห์ทรัพยากร
ก ลกั ษณะงานท่ีทาํ ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร
ข ข้นั ตอนในการทาํ งาน ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน
9. ข้อใดไม่ใช่หลกั การของการทํางานร่วมกนั

ค วสั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ ก จริงใจต่อเพอื่ นร่วมงาน

ง แบบสอบถามความคิดเห็นเก่ียวกบั งาน ข รู้จกั บทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง

5. “ปรียาซักผ้าม่านด้วยเคร่ืองซักผ้า” ปรียาทํางาน ค ทาํ งานทุกอยา่ งท่ีตนเองตอ้ งการทาํ
ง ติดต่อสื่อสารดว้ ยขอ้ ความท่ีเขา้ ใจง่าย
โดยคาํ นงึ ถงึ ส่ิงใด 10. “การทาํ งานร่วมกนั สมาชิกจะต้องมี
ก การประหยดั เวลา
ข การประหยดั แรงงาน ปฏิสัมพนั ธ์กนั ” จากข้อความนีแ้ สดงว่า
ค การประหยดั ค่าใชจ้ ่าย
ง การประหยดั ทรัพยากร สมาชิกจะต้องมที กั ษะใด
ก ทกั ษะการทาํ งาน
ข ทกั ษะการสื่อสาร

ค ทกั ษะการจดั การ

ง ทกั ษะการแกป้ ัญหา

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  183

11. “แจนจัดเตรียมวสั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือก่อน 17. ถ้านักเรียนจะประกอบอาหารประเภทแกง

การซักผ้า” แจนปฏิบัตงิ านโดยคาํ นึงถึงส่ิงใด ให้คนภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือรับประทาน

ก การประหยดั เวลา วตั ถุดบิ ใดจาํ เป็ นน้อยที่สุด

ข การประหยดั แรงงาน ก พริก ค น้าํ ปลา

ค การประหยดั ค่าใชจ้ า่ ย ข กะทิ ง ปลาร้า

ง การประหยดั ทรัพยากร 18. ข้อใดเรียงลาํ ดับข้นั ตอนการปรุงแกงเลยี ง

12. ข้อใดไม่ควรปฏิบัตใิ นการจดั เกบ็ เสื้อผ้า ได้เหมาะสมที่สุด

ก ซ่อมแซมเส้ือผา้ ทนั ทีท่ีชาํ รุด ก ใส่ฟักทอง ขา้ วโพดฝักอ่อน บวบ กงุ้

ข พบั และแยกเส้ือผา้ เป็นหมวดหมู่ ข ใส่ฟักทอง บวบ กงุ้ ขา้ วโพดฝักอ่อน

ค จดั เกบ็ เส้ือผา้ ในท่ีแหง้ และสะอาด ค ใส่กงุ้ ฟักทอง บวบ ขา้ วโพดฝักอ่อน

ง แขวนเส้ือผา้ กบั ตะปูหรือโลหะอื่น ๆ ง ใส่กงุ้ บวบ ฟักทอง ขา้ วโพดฝักอ่อน

13. หากมเี วลาน้อยนักเรียนควรเลอื กประกอบ 19. “เปิ้ลนาํ ผกั ชีมาตกแต่งปลาดกุ ฟูในจาน”

อาหารชนิดใด เปิ้ ลปฏิบัตอิ ย่ใู นข้นั ตอนใดของ

ก ลาบหมู ค ไข่เจียวกงุ้ กระบวนการทํางาน

ข พะแนงไก่ ง ผดั ผกั ใส่เน้ือหมู ก การวิเคราะห์งาน

14. “หลินทาํ พริกแกงโดยใช้เครื่องป่ันอาหาร” ข การวางแผนในการทาํ งาน

หลนิ ปฏิบัตงิ านโดยคํานึงถงึ สิ่งใด ค การประเมินผลการทาํ งาน

ก การประหยดั เวลา ง การปฏิบตั ิงานตามลาํ ดบั ข้นั ตอน

ข การประหยดั แรงงาน 20. การวางแผนซื้ออาหารไม่จาํ เป็นต้องวเิ คราะห์

ค การประหยดั ค่าใชจ้ ่าย เร่ืองใด

ง การประหยดั ทรัพยากร ก ทรัพยากร

15. หากต้องการให้ขนมหวานมกี ลนิ่ หอมและ ข งบประมาณ

มสี ีสวยควรเลอื กวตั ถุดบิ ในข้อใด ค ผปู้ ระกอบอาหาร

ก กรดน้าํ ตาล ง เวลาและสถานที่ท่ีจะซ้ือ
ข น้าํ ตาลทราย
21. ขนมชนดิ ใดมมี ะพร้าวเป็ นส่วนประกอบ

ค น้าํ ตาลโตนด ก รวมมิตร ค หมอ้ แกง

ง น้าํ ตาลทรายท่ีไม่ไดฟ้ อกสี ข เมด็ ขนุน ง ทองหยบิ

16. การจัดตกแต่งอาหารควรคาํ นงึ ถงึ ส่ิงใด 22. ข้อใดเป็ นผลดขี องการวางแผนประกอบอาหาร

ก รสชาติอาหาร ก เพอ่ื ประหยดั เวลาและค่าใชจ้ ่าย

ข ความสวยงาม ข เพ่อื ฝึกทกั ษะในการวางแผนการทาํ งาน

ค ความประหยดั ค เพอ่ื เตรียมความพร้อมในการประกอบอาหาร

ง คุณค่าสารอาหาร ง เพ่ือใหอ้ าหารท่ีมีคุณภาพปลอดภยั

ถกู สุขอนามยั

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  184

23. การวเิ คราะห์แบบ 5W+2H ข้อใดเป็ นคาํ ถาม 29. “รัฐควรลดภาษีให้กับสินค้าที่บรรจุภณั ฑ์

ท่ที ําให้ต้องออกแบบบรรจุภณั ฑ์ใหม่ ด้วยวัสดทุ ่ีลดโลกร้อน” จากข้อความนี้

ก WHY ค WHAT นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเหตุใด
ก ไม่เห็นดว้ ย เพราะมีตน้ ทุนสูง
ข WHO ง WHERE ข ไม่เห็นดว้ ย เพราะไม่สามารถปกป้ อง

24. “กล่มุ D ต้องการข้อมลู ที่เที่ยงตรงจาก สินคา้ ได้
ค เห็นดว้ ย เพราะสามารถลดปัญหา
การสาํ รวจลักษณะบรรจุภัณฑ์ของครีมอาบนา้ํ
ส่ิงแวดลอ้ มได้
จากผ้บู ริโภค” กลุ่ม D ควรมคี ุณธรรมในการ ง เห็นดว้ ย เพราะสามารถส่งผลผลิตไป

ทาํ งานข้อใด จาํ หน่ายในต่างประเทศเป็นจาํ นวนมาก
30. “กานดาต้องการออกแบบบรรจุภัณฑ์”
ก ความขยนั ค ความสามคั คี
กานดาควรคาํ นึงถึงข้อมูลใดเป็ นอนั ดบั แรก
ข ความซื่อสตั ย์ ง ความเสียสละ ก ลกั ษณะของสินคา้
ข ลกั ษณะของบรรจุภณั ฑ์
25. ข้อใดเป็ นบรรจุภณั ฑ์ท่ีช่วยอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ค ราคาของสินคา้ ท่ีจะบรรจุ
ง ราคาของวสั ดุท่ีใชท้ าํ บรรจุภณั ฑ์
มากท่ีสุด
31. ข้อใดเป็ นการออกแบบบรรจุภณั ฑ์โดยคาํ นึงถึง
ก กล่องโฟม ค เข่งไมย้ างพารา

ข ลงั กระดาษ ง ตะกร้าพลาสติก

26. “ปรายต้องการขนส่งสับปะรดในสภาพ

อากาศท่ีแปรปรวนตลอดเวลา” ปรายควร

เลอื กใช้บรรจุภัณฑ์ทีท่ าํ จากวสั ดุในข้อใด

ก โฟม ค กระดาษ

ข พลาสติก ง ไมย้ างพารา ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

27. “สมาชิกในกล่มุ ร่วมกันสัมภาษณ์ผ้ปู ระกอบการ ก ออกแบบตามจุดเด่นของสินคา้

เกี่ยวกับการออกแบบรรจุภณั ฑ์” เหตกุ ารณ์นี้ ข ออกแบบตามความตอ้ งการของลูกคา้

จะเกดิ ขึน้ ในข้นั ตอนใดของการวางแผน ค ออกแบบโดยใชว้ สั ดุท่ีนาํ กลบั มาใชใ้ หม่

ออกแบบบรรจุภณั ฑ์ ง ออกแบบโดยมีองคก์ รเขา้ มาควบคุมดแู ล

ก การติดตามผล 32. “แตงโมเลือกใช้กระดาษรีไซเคิลเพ่ือนาํ มา

ข การออกแบบร่าง ออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์” แตงโม

ค การรวบรวมขอ้ มลู ปฏิบัตอิ ย่ใู นข้นั ตอนใดของทักษะการจัดการ

ง การทาํ แบบเหมือน ก การประเมินผล

28. “ริต้าต้องการบรรจุภัณฑ์ที่สามารถสร้าง ข การต้งั เป้ าหมาย

มลู ค่าเพ่ิมให้สินค้า”ริต้าเลอื กบรรจุภณั ฑ์ ค การวางแผนและกาํ หนดทรัพยากร

โดยคํานึงถึงหน้าทีด่ ้านการตลาดใด ง การปฏิบตั ิตามแผนและการปรับแผน

ก การแสดงขอ้ มลู

ข การเพิม่ ปริมาณการขาย

ค การต้งั ราคาขายไดส้ ูงข้ึน

ง การใหค้ วามถูกตอ้ งรวดเร็ว

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  185

33. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของเทคโนโลยใี นการ 38. ผ้าใยสังเคราะห์เกดิ จากการพฒั นาเทคโนโลยใี ด

ดดั แปลงพนั ธุกรรมพชื ก ระดบั กลาง ระดบั สูง

ก ปลอดภยั ต่อสุขภาพ ข ระดบั พ้ืนบา้ น ระดบั สูง

ข พืชมีความตา้ นทานต่อแมลง ค ระดบั พ้ืนบา้ น ระดบั กลาง

ค ผลผลิตสามารถเกบ็ รักษาไดน้ าน ง ระดบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ระดบั พ้ืนบา้ น

ง พืชเจริญเติบโตดีและใหผ้ ลผลิตจาํ นวนมาก 39. การปลูกพชื ในข้อใดใช้เทคโนโลยรี ะดับกลาง

34. การใช้แสงแดดตากพริกให้แห้งเพอ่ื เกบ็ ไว้ ก การปลูกผกั บุง้

รับประทานเกดิ ผลดขี ้อใดมากท่ีสุด ข การปลกู พชื ไร้ดิน

ก สะดวกและประหยดั ค การเพาะเล้ียงเน้ือเยอื่

ข ปลอดภยั จากเช้ือโรค ง การปลูกผกั ปลอดสารพิษ

ค สามารถควบคุมอุณหภมู ิได้ 40. การขยายพนั ธ์ุพชื โดยวธิ ีปักชํากง่ิ เป็ นภูมปิ ัญญา

ง นาํ ไปประกอบอาหารไดง้ ่าย ท้องถิ่นที่มขี ้อดีด้านใด

35. ข้อใดคอื วตั ถุประสงค์หลกั ของการใช้เทคโนโลยี ก รักษาพนั ธุเ์ ดิมไว้

ผลติ ยารูปแบบต่าง ๆ ข พืชตน้ ใหม่มีรากแกว้ สมบูรณ์

ก เพื่อป้ องกนั การสลายตวั ของยา ค รากพืชงอกเร็วโดยไมต่ อ้ งดูแลรักษามาก

ข เพ่อื ใหผ้ ปู้ ่ วยใชย้ าไดถ้ กู ตอ้ งและมี ง เม่ือนาํ ไปปลกู จะเติบโตและใหผ้ ลผลิตเร็ว

ประสิทธิภาพ 41. ข้อจํากดั ของการฉายรังสีเพอ่ื การถนอมอาหาร

ค เพอ่ื ใหย้ าออกฤทธ์ิติดต่อกนั นานโดย คอื ข้อใด

ไม่ตอ้ งรับประทานยาบ่อย ๆ ก สิ้นเปลืองพลงั งาน

ง เพือ่ ใชเ้ ป็นยาภายนอก ใชท้ าผวิ หนงั ข ไม่สามารถใชก้ บั อาหารไดท้ ุกชนิด

หรื อออกฤทธ์ ิโดยการสูดดม ค ทาํ ใหค้ ุณลกั ษณะภายนอกเปลี่ยนแปลง

36. “นกใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณที่ถกู นา้ํ ร้อนลวก” ง ทาํ ใหผ้ ลิตภณั ฑท์ ี่ถูกฉายรังสีไม่เป็นไป

นกใช้เทคโนโลยรี ะดบั ใด ตามมาตรฐาน

ก ระดบั สูง 42. ข้อใดเป็ นการใช้เทคโนโลยรี ะดับสูงในการ

ข ระดบั กลาง ถนอมอาหาร

ค ระดบั พ้นื บา้ น ก การฉาบ ค การฉายรังสี

ง ระดบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ข การรมควนั ง การใชเ้ คร่ืองอบแหง้

37. วธิ ีป้ องกนั ไม่ให้หัวหอมเกดิ เชื้อราจะต้องใช้ 43. ถ้าต้องการทาํ ปลาแห้งโดยใช้เทคโนโลยี

เทคโนโลยใี ด ระดับกลางควรใช้วธิ ีการใด

ก ระดบั สูง ก การตาก

ข ระดบั กลาง ข การอบแหง้

ค ระดบั พ้นื บา้ น ค การใชเ้ ตาเศรษฐกิจ

ง ระดบั ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ง การใชค้ ลื่นไมโครเวฟ

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  186

44. ข้อใดเป็ นเทคโนโลยกี ารเกษตรระดับกลาง 49. ข้อใดกล่าวถึงหลกั การออกแบบได้ถูกต้อง

ก การขยายพนั ธุโ์ ดยวิธีการปักชาํ ก การออกแบบโดยคาํ นึงถึงประโยชนใ์ ชส้ อย

ข การใชป้ ๋ ุยหมกั เพ่ือเพ่ิมอาหารแก่จุลินทรีย์ ข การสร้างแนวออกแบบใหแ้ ปลกใหม่

ค การใชป้ ๋ ุยพืชสดเพ่อื เพ่ิมธาตุอาหารในดิน อยเู่ สมอ

ง การใชป้ ๋ ุยคอกเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืช ค การกาํ หนดเกณฑค์ ุณสมบตั ิในการ

45. การเพาะเลยี้ งเนือ้ เยอ่ื เป็ นเทคโนโลยที ี่สามารถ สร้างสิ่งของเครื่องใช้

ช่วยแก้ปัญหาเร่ืองใด ง การแสวงหาขอ้ มูลและทางเลือกในการ

ก การใชส้ ารเคมีกาํ จดั วชั พืช ออกแบบส่ิงของเครื่องใช้

ข การเกบ็ รักษาพนั ธุ์พืชที่หายาก 50. การออกแบบส่ิงของเครื่องใช้ตามหลกั การใด
ค การขาดแคลนอาหารในอนาคต ต้องศึกษาชนิดของวตั ถุดบิ คุณภาพ และ
ง การผลิตอาหารจากภาคการเกษตร คุณลกั ษณะพเิ ศษของวตั ถุดบิ ก่อนการออกแบบ
46. การใช้เทคโนโลยที ่ีเข้ากบั สภาพแวดล้อม ก ความแขง็ แรง
ข ความสวยงาม
ในท้องถน่ิ จะเกดิ ผลดมี ากท่ีสุดในข้อใด
ค ความปลอดภยั
ก ประหยดั ค่าใชจ้ า่ ย
ง ความสะดวกสบายในการใช้
ข ทาํ ใหป้ ระชาชนมีรายไดเ้ พมิ่ ข้ึน
51. ใครออกแบบส่ิงของเคร่ืองใช้โดยคาํ นึงถงึ
ค ผลตอบแทนท่ีไดร้ ับเพ่ิมมากข้ึน
ความปลอดภยั
ง ทาํ ใหม้ ีการสร้างงานและพฒั นาทอ้ งถิ่น
ก ไก่ออกแบบสร้อยคอสาํ หรับผหู้ ญิง
47. เทคโนโลยรี ูปแบบใดไม่เหมาะทจ่ี ะนํามาใช้
ข แจนออกแบบโตะ๊ สาํ หรับวางโทรทศั น์
พฒั นาประเทศไทย
ค ตุม้ ออกแบบช้นั วางหนงั สือที่มีน้าํ หนกั เบา
ก เทคโนโลยที ี่ไม่ยงุ่ ยากซบั ซอ้ น
ง โอ๋ออกแบบคอมพวิ เตอร์ที่ป้ องกนั ไฟฟ้ า
ข เทคโนโลยที ่ีใชแ้ ละบาํ รุงรักษาง่าย
ลดั วงจร
ค เทคโนโลยที ี่ใชท้ ุนและพลงั งานมากกวา่ 52. การกาํ หนดวตั ถุประสงค์ของการออกแบบ
แรงงาน
ตรงกบั ข้ันตอนใดของกระบวนการออกแบบ
ง เทคโนโลยที ่ีเขา้ กนั ไดด้ ีกบั สภาพแวดลอ้ ม
ก การตดั สินใจเลือกแบบท่ีดีท่ีสุด
ในทอ้ งถ่ิน
ข การกาํ หนดความตอ้ งการออกแบบ
48. ก๊าซเรือนกระจกเป็ นผลกระทบที่เกดิ จากการใช้ ค การกาํ หนดปัญหาหรือความตอ้ งการ
เทคโนโลยรี ะดับใด
ง การวิเคราะห์ปัญหาหรือความตอ้ งการ
ก ระดบั สูง
53. ใครปฏิบัตอิ ยู่ในข้ันตอนการปรับปรุง
ข ระดบั กลาง
ข้อบกพร่องของชิ้นงาน
ค ระดบั พ้นื บา้ น
ก อุม้ แกไ้ ขชิ้นงานใหม้ ีความสมบูรณ์
ง ระดบั ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน
ข อ๋ิวกาํ หนดปัญหาหรือความตอ้ งการ

ค ออ้ ยกาํ หนดวตั ถุประสงคใ์ นการออกแบบ

ง ออ้ มเขียนร่างแบบชิ้นงานที่ไดอ้ อกแบบไว้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1  187

54. การกาํ หนดมาตราส่วน 2:1 มคี วามหมาย 59. ข้อใดเป็ นกลไกท่ใี ช้เพม่ิ และลดแรงในการ

ตรงกบั ข้อใด ทํางาน
ก การยอ่ แบบใหม้ ีขนาดเลก็ ลง
ข ขนาดของชิ้นงานที่มีสดั ส่วนจริง ก คานงดั
ค ขนาดของชิ้นงานท่ีวดั ไดจ้ ากของจริง ข สายพาน
ง การขยายแบบเพอ่ื ใหเ้ ห็นรายละเอียด ค เฟื องและเกียร์
ง เกลียวฝาขวดน้าํ
ของชิ้นงาน 60. การควบคุมมผี ลต่อการสร้างส่ิงของเครื่องใช้

หรือไม่ เพราะอะไร

55. เมอื่ วดั ขนาดความยาวชิ้นงานได้ 200 มลิ ลเิ มตร ก มี เพราะทาํ ใหเ้ กิดความน่าเชื่อถือ

แล้วเขยี นแบบเส้นความยาว 20 มลิ ลเิ มตร ข้อใด ข มี เพราะทาํ ใหส้ ่ิงของเคร่ืองใชม้ ีมาตรฐาน
ค ไม่มี เพราะไม่เกี่ยวขอ้ งกบั การสร้าง
ต่อไปนีก้ ล่าวถูกต้อง สิ่งของเคร่ืองใช้
ก ใชม้ าตราส่วน 1:20
ข ใชม้ าตราส่วน 1:50 ง ไม่มี เพราะการสร้างสิ่งของเครื่องใชม้ ี
ค ใชม้ าตราส่วน 1:100 การตรวจสอบอยแู่ ลว้
ง ใชม้ าตราส่วน 1:200
56. อุปกรณ์ไฟฟ้ าใดทีใ่ ช้งานร่วมกบั สะพานไฟ 61. อุปกรณ์ใดไม่ใช่ชุดต้นกาํ ลงั ของการควบคุม
ก ฟิ วส์
ข สวิตช์ ไฮดรอลกิ ส์
ค สะพานไฟ ก กระบอกสูบ
ง กล่องแยกสายไฟ ข ถงั เกบ็ น้าํ มนั
57. ถ้าต้องการเปลยี่ นแรงดันไฟฟ้ ากระแสสลบั เป็ น ค มอเตอร์ไฟฟ้ า
แรงดันไฟฟ้ ากระแสตรงควรใช้อปุ กรณ์ใด ง วาลว์ ระบายความร้อน
ก สวติ ช์
ข ไดโอด 62. กลไกใดทีท่ าํ หน้าที่เปลยี่ นแปลงตาํ แหน่ง
ค ตวั เหนี่ยวนาํ
ง ทรานซิสเตอร์ ของการเคลอ่ื นไหวและการเคลอ่ื นท่ี
58. ข้อใดกล่าวถงึ การใช้งานของตวั เหน่ียวนํา ก การหมุนของพดั ลม
ได้ถูกต้อง ข การหมุนของมอเตอร์
ก ใชส้ ร้างแรงดนั ไฟฟ้ า ค การหมุนเกลียวฝาขวด
ข ใชส้ ร้างสนามแม่เหลก็ ง การหมุนของเฟื องเกียร์รถจกั รยาน
ค ใชเ้ หน่ียวนาํ ไฟฟ้ าแรงสูง
ง ใชจ้ าํ กดั ปริมาณไฟฟ้ าที่ไหลในวงจร 63. ข้อใดเป็ นส่ิงของเครื่องใช้ทคี่ วบคุมด้วย

ระบบนิวเมตกิ ส์
ก โซลีนอยด์
ข เคร่ืองป๊ัมลม
ค เกา้ อ้ีปรับระดบั
ง แมแ่ รงยกรถยนต์


Click to View FlipBook Version