50 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 6. การเก็บรักษาพันธุ์พืชอาหารสัตว์พันธุ์ดีในสภาพปลอดเชื้อ (เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ) ดำเนินการเก็บรักษาพันธุ์พืชอาหารสัตว์ในสภาพปลอดเชื้อ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ นครราชสีมาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชอาหารสัตว์โดยนำเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ที่เก็บรักษาใน ตู้ควบคุมอุณหภูมิ(Seed bank) และเป็นพันธุ์พืชอาหารสัตว์ที ่ไม ่มีอยู ่ในแปลงรวบรวมพันธุ์ นำมา เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จำนวน 20 พันธุ์จากผลการดำเนินงานพบว่า ต้นกล้าปลอดเชื้อที่ได้จากการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื ่อ ที ่มีราก และลำต้นสมบูรณ์ สามารถย้ายลงปลูกเพื ่ออนุบาลให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ธรรมชาติมีจำนวน 6 พันธุ์ ได้แก่ โครตาลาเรีย (B6) ถั่วแลบแลบ (B7) ถั่วอัลฟัลฟา (B8) ถั่วสไตโล ATF3308 (B13) ถั ่วสไตโล ATF3309 (B14) ถั ่ว Egyptian clover (B28) เมื ่อพืชเจริญเติบโตได้ดี มีสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ จึงทำการย้ายต้นกล้าลงในกระถาง ดำเนินการดูแลรักษา และเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อ เก็บรักษาในธนาคารเมล็ดพันธุ์(Seed bank) ต่อไป ภาพที่8 ขั้นตอนการฟอกเมล็ด ภาพที่9 ขั้นตอนการย้ายเปลี่ยนอาหารเลี้ยงเชื้อใหม่ ภาพที่10 ห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 51 B3/66 B6/66 B7/66 B8/66 ถั่วลิสงนา N0.4 Alysicarpus vaginalis No.4 โครตาลาเรีย Crotalaria goodiformis MBEERE/Kenya ถั่วแลบแลบ Lablab purpure’s 6536 ถั่วอัลฟัลฟา Medicago sativa B9/66 B12/66 B13/66 B14/66 ถั่วอัลฟัลฟา Medicago sativa cv. CUF 101 CARWEST หินกูบ ท่าแชะ จ.ชุมพร Pueraria phaseoloides Benth. ถั่วสไตโล Stylosanthes guianensis ATF 3308 ถั่วสไตโล Stylosanthes guianensis ATF 3309 B15/66 B16/66 B17/66 B18/66 ถั่วสไตโล Stylosanthes guianensis Blackseed ถั่วทาวสวิลสไตโล Stylosanthes humilis cv. Townsville หญ้าซิกแนลตั้ง CIAT16318 Urochloa brizantha CIAT 16318 หญ้าซิกแนลตั้ง CIAT16337 Urochloa brizantha CIAT 16337 ภาพที่ 11 ต้นกล้าปลอดเชื้อในขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 20 พันธุ์
52 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ B19/66 B20/66 B21/66 B28/66 หญ้าซิกแนลตั้ง CIAT16835 Urochloa brizantha CIAT 16835 หญ้าซิกแนลตั้ง CIAT6780 Urochloa brizantha CIAT 6780 หญ้ารูซี่เตตระพลอยด์ C0.1(14) Urochloa ruziziensis (4x) C0.1(14) ถั่ว Egyptian clover Trifolium alexandrinum Annual B31/66 B32/66 B33/66 B34/66 หญ้าซิกแนลตั้ง Urochloa brizantha หญ้าซิกแนลตั้ง CIAT16827 Urochloa brizantha CIAT 16827 หญ้าซิกแนลนอน No.355744 Urochloa decumbens No. 355744 ถั่วอัลฟัลฟา Medicago sativa (VIETNAM) ภาพที่ 11 ต้นกล้าปลอดเชื้อในขวดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 20 พันธุ์
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 53 B6/66 โครตาลาเรีย Crotalaria goodiformis MBEERE/Kenya B7/66 ถั่วแลบแลบ Lablab purpureus 6536 B28/66 ถั่ว Egyptian clover Egyptian clover Trifolium alexandrinum Annual ภาพที่ 12 ต้นกล้าที่อยู่ระหว่างการอนุบาล ภาพที่ 13 ต้นกล้าที่ย้ายปลูกในกระถาง เพื่อรอเก็บเมล็ด ปัญหาและอุปสรรค ตู้ปลอดเชื้อ (Biosafety carbinet Class II) ชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ แนวทางการแก้ปัญหา ดำเนินการเปลี่ยนแผ่นกรองตามอายุการใช้งาน และสอบเทียบทุกปี เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐาน
54 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 7. การประเมินตรวจสอบลักษณะทางพันธุกรรมพืชอาหารสัตว์ ดำเนินการตรวจสอบลักษณะทางพันธุกรรมพืชอาหารสัตว์ โดยพัฒนาเครื ่องหมายโมเลกุล พืชอาหารสัตว์ จำนวน 10 สายพันธุ์ได้แก่ 1) Digitaria eriantha (unknown‘A’) หญ้าแพงโกลา 2) Digitaria decumbens Steud. cv.Transvala หญ้าแพงโกลาญี่ปุ่น 3) Digitaria eriantha (unknown ‘B’) หญ้าแพงโกลาใบเล็ก 4) Digitaria eriantha (unknown ‘C’) หญ้าแพงโกลาอาเจนตินาใบเล็ก 5) Digitaria eriantha (unknown ‘D’) หญ้าแพงโกลาอาเจนตินาใบกว้าง 6) Digitaria eriantha Steud. cv.Taiwan หญ้าแพงโกลาไต้หวัน 7) Digitaria spp. ‘Zacate’ 8) Digitaria decumbens Steud. (unknown’E’) หญ้าแพงโกลาใบกว้าง 9) Digitaria spp. (unknown’F’) 10) Digitaria milanjiana (Rendle) Stapf cv. Jarra หญ้าจาร์รา จากนั้นสกัดดีเอ็นเอ จากใบอ่อนของพืช โดยการใช้ชุดสกัดดีเอ็นเอ ตรวจสอบความเข้มข้นและ ความบริสุทธิ์ ด้วยเครื ่องวัดปริมาณความเข้มข้นสารปริมาณน้อยโดยแรงตึงผิว ใช้ปริมาณสารละลาย ดีเอ็นเอ 1 ไมโครลิตรต่อตัวอย่างต่อครั้ง ทำการวัดค่าการดูดซับแสง (absorbance) ที่ความยาวช่วงแสง 260 นาโนเมตร ลำดับต ่อมา เพิ ่มปริมาณดีเอ็นเอ โดยการทำปฏิกิริยาลูกโซ ่โพลีเมอเรส (Polymerase Chain Reaction , PCR) โดยใช้ Primer ดังนี้ ISSR 16 (5’-AGAGAGAGAGAGAGAGCT-3’) ISSR 17 (5’-GAGAGAGAGAGACC-3’) ISSR 18 (5’-ACTACTACTACTACTACTC-3’) ISSR 19 (5’-GAGAGAGAGAGAGAGAGAAC-3’) ISSR 22 (5’-ACACACACACACACACCT-3’) ISSR 23 (5’-AGAGAGAGAGAGAGAGCA-3’) ISSR 24 (5’-ACTACTACTACTACTACTT-3’) ISSR 25 (5’-ACCACCACCACCT-3’) ISSR 26 (5’-AGAGAGAGAGAGAGAGT-3’) ISSR 28 (5’-AGAGAGAGAGAGAGAGG-3’)
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 55 ลำดับต ่อมา นำ PCR Product จากขั้นตอนที ่แล้วมาตรวจสอบขนาดของดีเอ็นเอ ภายใต้ สนามไฟฟ้าโดยผ ่านตัวกลางชนิดวุ้น (Agarose gel electrophoresis) และ ถ ่ายภาพเจล พร้อมบันทึก ภาพถ่ายเจล ด้วยเครื่อง วิเคราะห์ผลและภาพถ่ายเจล จากนั้นทำการวิเคราะห์ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ด้วยการระบุเอกลักษณ์ ของหญ้าสกุล Digitaria spp. ด้วยเครื ่องหมายโมเลกุลชนิด Inter simple sequence repeat (ISSR) ได้ผลการศึกษา ดังนี้ ภาพที่ 14 แสดงลายพิมพ์ดีเอ็นเอของหญ้า 10 สายพันธุ์โดยใช้ ISSR 16 17 18 19 22 23 24 25 26 และ 28
56 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ภาพที่15 ขั้นตอนการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอ และการตรวจสอบขนาดดีเอ็นเอ ตารางที่ 16 แสดงผลการใช้เครื่องหมายโมเลกุล ISSR ในการแยก DNA ของหญ้าสกุล Digitaria Items ISSR 16 ISSR 17 ISSR 18 ISSR 19 ISSR 22 ISSR 23 ISSR 24 ISSR 25 ISSR 26 ISSR 28 1) Digitaria eriantha หญ้าแพงโกลา x x x x x x x x x x 2) Digitaria decumbens Steud. cv.Transvala หญ้าแพงโกลาญี่ปุ่น x x x x x x x x x x 3) Digitaria eriantha หญ้าแพงโกลาใบเล็ก / / / / / / / / / / 4) Digitaria eriantha หญ้าแพงโกลาอาเจนตินาใบเล็ก x x x x x x x x x x 5) Digitaria eriantha หญ้าแพงโกลาอาเจนตินาใบกว้าง x x x x x x x x x x 6) Digitaria eriantha Steud. cv.Taiwan / 7) Digitaria spp. ‘Zacate’ หญ้าซาคาเต้ / 8) Digitaria decumbens Steud. / / / / / / / / 9) Digitaria spp.ไม่ระบุชนิด / / / / / / / 10) Digitaria milanjiana (Rendle) Stapf cv. Jarra หญ้าจาร์รา / / / / / / / / / ปัญหาอุปสรรค 1) มี 2-3 สายพันธุ์ที่ไม่สามารถสร้างลายพิมพ์ดีเอ็นเอได้ด้วย น้ำยา PCR มาตรฐาน อย่างไรก็ตามเมื่อ ใช้น้ำยา PCR สำเร็จรูป (master mix, KOD) สามารถสร้างลายพิมพ์ดีเอ็นเอได้ แต่แถบดีเอ็นเอที่ ปรากฏจางกว่าปกติในหลายๆ ไพรเมอร์ 2) เครื่อง PCR ชำรุด
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 57 8. การศึกษาเชื้อจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการหมักของพืชอาหารสัตว์ ดำเนินการศึกษาคัดแยกเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการหมักพืชอาหารสัตว์ จำนวน 1 พันธุ์ดำเนินการที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา โดยทำการจำแนกสายพันธุ์ของ แบคทีเรียสร้างกรดแลคติก จากถั่วไมยรา (Desmathus) ดังนี้ 1.จำแนกระบุสายพันธุ์ของแบคทีเรียสร้างกรดแลคติก โดยการหาลำดับนิวคลีโอไทด์ของชิ้นส่วน 16S rRNA ทำการสกัดดีเอ็นเอของเชื้อแบคทีเรียด้วยชุดสกัดดีเอ็นเอสำเร็จรูป 2. นำดีเอ็นเอที่สกัดได้ทั้งหมดมาเพิ่มปริมาณ ด้วยเทคนิค PCR (Polymerase chain reaction) โดยใช้ Primer (27f/1492r) 5'-AGAGTTTGATCCTGGCTCAG-3'/'5-CTACGGCTACCTTGTTACGA-3' 3. นำ PCR Product ที่ได้มาตรวจสอบขนาดของดีเอ็นเอ ภายใต้สนามไฟฟ้าโดยผ่านตัวกลาง ชนิดวุ้น (Agarose gel electrophoresis) 4. นำ PCR product ของส ่วนยีน 16S rRNA ที ่ได้มาทำให้บริส ุทธิ์ด้วย GEL/PCR DNA Fragments Extraction Kit และนำดีเอ็นเอที่บริสุทธิ์มาวิเคราะห์หาลำดับนิวคลีโอไทด์ในส่วนของยีน 16S rRNA โดยจัดส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ที ่บริษัท U2Bio ประเทศเกาหลี ผลที่ได้จากการ วิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน 16S rRNA จากแบคทีเรียสร้างกรดแลคติกไอโซเลทที่คัดแยก จะถูก นำมาใช้ในการวิเคราะห์หาสายพันธุ์ที่มีความใกล้เคียงกันมากที่สุดโดยเปรียบเทียบลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ได้ ในฐานข้อมูล EzTaxon (http://www.ezbiocloud.net/eztaxon) โดยใช้ฟังชั่น 16S-based ID วิเคราะห์ หาค่าเปอร์เซ็นต์ความคล้ายคลึงของยีน 16S 5. เชื้อที่แยกได้: Lactiplantibacillus pentosus
58 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน 16srRNA ACCTTGTTACGACTTCACCCTAATCATCTGTCCCACCTTAGGCGGCTGGTTCCTAAAAGGTTA CCCCACCGACTTTGGGTGTTACAAACTCTCATGGTGTGACGGGCGGTGTGTACAAGGCCCGGG AACGTATTCACCGCGGCATGCTGATCCGCGATTACTAGCGATTCCGACTTCATGTAGGCGAGT TGCAGCCTACAATCCGAACTGAGAATGGCTTTAAGAGATTAGCTTACTCTCGCGAGTTCGCAA CTCGTTGTACCATCCATTGTAGCACGTGTGTAGCCCAGGTCATAAGGGGCATGATGATTTGAC GTCATCCCCACCTTCCTCCGGTTTGTCACCGGCAGTCTCACCAGAGTGCCCAACTTAATGCTG GCAACTGATAATAAGGGTTGCGCTCGTTGCGGGACTTAACCCAACATCTCACGACACGAGCTG ACGACAACCATGCACCACCTGTATCCATGTCCCCGAAGGGAACGTCTAATCTCTTAGATTTGC ATAGTATGTCAAGACCTGGTAAGGTTCTTCGCGTAGCTTCGAATTAAACCACATGCTCCACCG CTTGTGCGGGCCCCCGTCAATTCCTTTGAGTTTCAGCCTTGCGGCCGTACTCCCCAGGCGGAA TGCTTAATGCGTTAGCTGCAGCACTGAAGGGCGGAAACCCTCCAACACTTAGCATTCATCGTT TACGGTATGGACTACCAGGGTATCTAATCCTGTTTGCTACCCATACTTTCGAGCCTCAGCGTC AGTTACAGACCAGACAGCCGCCTTCGCCACTGGTGTTCTTCCATATATCTACGCATTTCACCG CTACACATGGAGTTCCACTGTCCTCTTCTGCACTCAAGTTTCCCAGTTTCCGATGCACTTCTT CGGTTGAGCCGAAGGCTTTCACATCAGACTTAAAAAACCGCCTGCGCTCGCTTTACGCCCAAT AAATCCGGACAACGCTTGCCACCTACGTATTACCGCGGCTGCTGGCACGTAGTTAGCCGTGGC TTTCTGGTTAAATACCGTCAATACCTGAACAGTTACTCTCAGATATGTTCTTCTTTAACAACA GAGTTTTACGAGCCGAAACCCTTCTTCACTCACGCGGCGTTGCTCCATCAGACTTTCGTCCAT TGTGGAAGATTCCCTACTGCTGCCTCCCGTAGGAGTTTGGGCCGTGTCTCAGTCCCAATGTGG CCGATTACCCTCTCAGGTCGGCTACGTATCATTGCCATGGTGAGCCGTTACCCCACCATCTAG CTAATACGCCGCGGGACCATCCAAAAGTGATAGCCGAAGCCATCTTTCAAACTCGGACCATGC GGTCCAAGTTGTTATGCGGTATTAGCATCTGTTTCCAGGTGTTATCCCCCGCTTCTGGGCAGG TTTCCCACGTGTTACTCACCAGTTCGCCACTCACTCAAATGTAAATCATGATGCAAGCACCAA TCAATACCAGAGTTCGTTCGACTTGCATGTATTAGGCACGCCGCCAGCGTTCGTCCTGAGCCA GGAT
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 59 ยุทธศาสตร์ ที่ 2 : ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แผนงาน : พื้นฐานด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โครงการ : พัฒนาศักยภาพกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมหลัก : พัฒนาการผลติปศุสัตว ์ 1. กิจกรรมย่อย : การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์ในฟาร์มเกษตรกร วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อสร้างฟาร์มต้นแบบในการจัดการด้านอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์ ของเกษตรกร 2. เพื่อให้หน่วยบริการจัดการอาหารสัตว์เคลื่อนที่ (FMMU) ออกติดตามให้คำแนะนำในฟาร์ม ปศุสัตว์ของเกษตรกร และสำรวจข้อมูลในพื้นที่เพื่อจัดทำปฏิทินวัตถุดิบอาหารสัตว์ในแต่ละพื้นที่ 3. บริการวิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์ และวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ฟาร์มเกษตรกร ตัวชี้วัด : 1. สร้างฟาร์มต้นแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์จำนวน 400 ฟาร์ม ประกอบด้วย - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตโคนม จำนวน 150 ฟาร์ม - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตโคเนื้อ จำนวน 120 ฟาร์ม - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตแพะ-แกะ จำนวน 70 ฟาร์ม - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตไก่พื้นเมือง จำนวน 50 ฟาร์ม - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตสุกร จำนวน 10 ฟาร์ม 2. จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตสัตว์ประสิทธิภาพสูง 8 แห่ง 3. หน่วยบริการจัดการอาหารสัตว์เคลื่อนที่ (FMMU) ให้บริการเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์4,000 ราย 4. วิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์ และวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ฟาร์มนำร่อง 130 ตัวอย่าง 5. ผลิตอาหารทีเอ็มอาร์เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกร จำนวน 200 ตัน ผลการปฏิบัติงาน : กิจกรรมย่อยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์ ในฟาร์มเกษตรกรเป็นการจัดตั้งหน่วยบริการจัดการอาหาร สัตว์เคลื่อนที่ (Feed Management Mobile Unit, FMMU) และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อออกสำรวจแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ ราคา และช ่วงระยะเวลาที ่มีจำหน ่าย เพื ่อจัดทำปฏิทิน วัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับใช้งานในพื้นที ่ ออกตรวจสอบ การให้อาหารที ่ฟาร์มของเกษตรกร ปรับสูตรอาหารให้มี ความเหมาะสมกับความต้องการของสัตว์ที่เกษตรกรเลี้ยง รวมถึงเป้าหมายในการสร้างฟาร์มต้นแบบสำหรับใช้เป็นแหล ่งเรียนรู้ และจุดถ ่ายทอดความรู้ด้าน เทคโนโลยีการจัดการอาหารสัตว์ชนิดต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจอย่างเหมาะสมสำหรับการผลิต ปศุสัตว์ทุกชนิด ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
60 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ตารางที่ 17 แผนและผลงานของกิจกรรมย่อยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์ในฟาร์มเกษตรกร ปีงบประมาณ 2566 กิจกรรม หน่วยนับ แผนงาน ผลงาน ร้อยละ 1.สร้างฟาร์มต้นแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปศุสัตว์ ฟาร์ม 400 408 102 - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตโคนม ฟาร์ม 150 146 97.33 - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตโคเนื้อ ฟาร์ม 120 141 117.50 - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตแพะ-แกะ ฟาร์ม 70 73 104.29 - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตไก่พื้นเมือง ฟาร์ม 50 32 64 - สร้างฟาร์มต้นแบบการผลิตสุกร ฟาร์ม 10 10 100 2. จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตสัตว์ประสิทธิภาพสูง แห่ง 8 8 100 3. หน่วยบริการจัดการอาหารสัตว์เคลื่อนที่ (FMMU) ให้บริการเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ราย 4,000 4,240 106 4. วิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์และวัตถุดิบอาหารสัตว์ ให้ฟาร์มนำร่อง ตัวอย่าง 130 178 136.92 5. ผลิตอาหารทีเอ็มอาร์เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกร ตัน 200 173.50 86.75 ฟาร์มต้นแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปศุสัตว์ จำนวน 400 ฟาร์ม มุ่งเน้นให้คำปรึกษาด้าน การจัดการอาหารสัตว์ ตลอดจนสนับสนุนปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการ ผลิตสัตว์ของเกษตรกร และดำเนินการถ ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวให้แก่กลุ่มเกษตรกรที ่มีความสนใจ ในพื้นที่ใกล้เคียงกับฟาร์มต้นแบบ สรุปดังนี้ ผลการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคนมในฟาร์มต้นแบบของเกษตรกร จำนวนโคนม (ตัว) 3,663 ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยในฟาร์ม (กก./ตัว/วัน) 12.25 ต้นทุนการผลิตน้ำนม (บาท/กก.น้ำนมดิบ) 9.99 เพิ่มประสิทธิภาพ (ร้อยละ) 11.88
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 61 ผลการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อในฟาร์มต้นแบบของเกษตรกร ผลการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแพะ-แกะในฟาร์มต้นแบบของเกษตรกร จำนวนโคเนื้อ (ตัว) 3,016 ต้นทุนค่าอาหารสัตว์ (บาท/ตัว/วัน) 75.90 ต้นทุนการผลิตเนื้อ (บาท/1 กก.น้ำหนักตัว) 88.45 เพิ่มประสิทธิภาพ (ร้อยละ) 17.33 จำนวนแพะ-แกะ (ตัว) 3,983 ต้นทุนค่าอาหารสัตว์ (บาท/ตัว/วัน) 7.77 ต้นทุนการผลิตเนื้อ (บาท/1 กก.น้ำหนักตัว) 47.34 เพิ่มประสิทธิภาพ (ร้อยละ) 22.88
62 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ผลการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสุกรในฟาร์มต้นแบบของเกษตรกร ผลการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสัตว์ปีกในฟาร์มต้นแบบของเกษตรกร จำนวนสุกร (ตัว) 251 ต้นทุนค่าอาหารสัตว์ (บาท/ตัว/วัน) 45.64 ต้นทุนการผลิตเนื้อ (บาท/1 กก.น้ำหนักตัว) 56.86 เพิ่มประสิทธิภาพ (ร้อยละ) 2.63 จำนวนสุกร (ตัว) 3,060 ต้นทุนค่าอาหารสัตว์ (บาท/ตัว/วัน) 1.22 ต้นทุนการผลิตเนื้อ (บาท/1 กก.น้ำหนักตัว) 39.03 เพิ่มประสิทธิภาพ (ร้อยละ) 22.96
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 63 ภาพที่ 16 ผลการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสัตว์ภายในฟาร์มต้นแบบฯ (รายชนิดสัตว์) ปัญหาอุปสรรค : มีเกษตรกรต้องการเข้าร่วมโครงการจำนวนมากแต่งบประมาณจำกัด ไม่สามารถขยายผลได้อย่างทั่วถึง ข้อเสนอแนะ : - โคนม 36% โคเนื้อ 37% แพะ 21% สัตว์ปีก 4% สุกร 2% โคนม โคเนื้อ แพะ สัตว์ปีก สุกร
64 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 2. กิจกรรมย่อย : พัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องรายชนิดสัตว์ เช่น โคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ 2. เพื ่อจัดทำฐานข้อมูลคุณค ่าทางโภชนะและความต้องการโภชนะในสัตว์เคี้ยวเอื้องที ่ระยะ การเจริญเติบโตต่างๆ 3. เพื่อผลิตโคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ สำหรับการพัฒนาด้านมาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง และสนับสนุนการใช้สัตว์ทดลองเพื่องานทางวิทยาศาสตร์ 4. เพื่อนำผลงานด้านการจัดการให้อาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องตามมาตรฐานอาหารสัตว์มาเผยแพร่ และ ถ่ายทอดแก่เกษตรกร เจ้าหน้าที่ และผู้สนใจ นำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องชนิด ต่างๆ ตัวชี้วัด : 1. ผลงานวิชาการ จำนวน 10 เรื่อง 2. สัตว์เคี้ยวเอื้องที่เหมาะสมสำหรับงานทดลอง จำนวน 20 ตัว 3. ผลิตพืชอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ทดลอง จำนวน 30,000 กิโลกรัม 4. ตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์จำนวน 500 ตัวอย่าง 5. ให้คำแนะนำด้านการจัดการอาหารสัตว์และคำนวณสูตรอาหารสัตว์จำนวน 100 ราย ผลการปฏิบัติงาน : กิจกรรมย่อยพัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง เป็นการศึกษา ทดสอบมาตรฐานอาหารสัตว์ เคี้ยวเอื้อง ตลอดจนผลิตอาหารสัตว์ทดลองที ่มีคุณภาพดี ทั้งในรูปแบบอาหารข้นและอาหารหยาบ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมพัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องให้ประสบความสำเร็จ ทำให้ได้องค์ความรู้ ที่สามารถนำมาเผยแพร่และถ่ายทอดแก่เกษตรกร และผู้สนใจ นำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์ เคี้ยวเอื้องชนิดต่างๆ ต่อไป ตารางที่ 18 แผนและผลงานของกิจกรรมย่อยพัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง ปีงบประมาณ 2566 กิจกรรม หน่วยนับ แผนงาน ผลงาน ร้อยละ 1. ผลงานวิชาการ เรื่อง 10 10 100 2. สัตว์เคี้ยวเอื้องที่เหมาะสมสำหรับงานทดลอง ตัว 20 23 115 3. ผลิตพืชอาหารสัตว์สำหรับสัตว์ทดลอง กิโลกรัม 30,000 30,000 100 4. ให้บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์ ตัวอย่าง 500 555 111 5. ให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจัดการอาหารสัตว์ ราย 100 227 277
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 65 รายชื่อโครงการวิชาการ และหน่วยงานรับผิดชอบ ผลของการใช้กากยีสต์แห้งทดแทนกากถั่วเหลืองในสูตรอาหารผสมครบส่วน ต่อสมรรถนะการ เจริญเติบโต และการย่อยได้ของโภชนะของโคพื้นเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของกากยีสต์แห้ง ผลพลอยได้จากการผลิตเบียร์ ทดแทนกากถั่วเหลืองแตกต่างกัน 3 ระดับ คือ 0 50 และ 100 เปอร์เซ็นต์ ในสูตรอาหารผสมครบส่วน ต่อสมรรถนะการเจริญเติบโต ปริมาณการกินอาหาร การย่อยได้ของโภชนะ ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนสุทธิของโคพื้นเมืองเพศผู้ไม่ตอน อายุประมาณ 20 - 23 เดือน น้ำหนัก เฉลี่ยประมาณ 200 - 250 กิโลกรัม หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง ผลผลิต ส่วนประกอบทางเคมี ค่าการย่อยได้ และค่าพลังงานใช้ประโยชน์ได้ของหญ้าสกุล Urochloa spp. 3 สายพันธุ์ โดยวิธีทางห้องปฏิบัติการ (ปีที่ 1) มีวัตถุประสงค์เพื ่อศึกษาผลผลิต ส ่วนประกอบทางเคมี ค ่าการย ่อยได้ และค ่าพลังงานใช้ประโยชน์ได้ในห้องปฏิบัติการ ของหญ้าสกุล Urochloa spp. 3 สายพันธุ์ ได้แก่ หญ้าอีสาน หญ้ารูซี ่ และหญ้ามูลาโต 2 ตัดวัดผลผลิตทุกๆ 45 วัน ดำเนินการเป็นเวลา 2 ปี หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง 1 2
66 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ การทำนายค่าการย่อยได้ของเปลือกข้าวโพดแห้ง โดยใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปก โตรสโกปี มีวัตถุประสงค์สร้างสมการเทียบมาตรฐานสำหรับเครื่อง NIR Spectrometer ในการทำนาย ค่าการย่อยได้ คือ ค่า IVTDMD และ NDFD ในเปลือกข้าวโพดแห้งที่สุ่มเก็บจากพื้นที่ต่าง ๆ หน่วยงานรับผิดชอบ :ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง การทำนายค ่าการย ่อยได้ของฟางข้าวโดยใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโกปี มีวัตถุประสงค์สร้างสมการเทียบมาตรฐานสำหรับเครื่อง NIR Spectrometer ในการทำนายค่าการย่อยได้ คือ ค่า IVTDMD และ NDFD ในฟางข้าวที่สุ่มเก็บจากพื้นที่ต่าง ๆ หน่วยงานรับผิดชอบ :ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง 3 4
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 67 การศึกษาคุณค่าทางโภชนะของเมล็ดธัญพืชและเมล็ดพืชอาหารสัตว์งอกเพื่อใช้เป็นอาหาร หยาบคุณภาพสูงทางเลือก มีวัตถุประสงค์เพื ่อศึกษาผลผลิต คุณค ่าทางโภชนะและค ่าพลังงานใช้ ประโยชน์ได้ด้วยวิธีIn vitro technique ของเมล็ดธัญพืชและเมล็ดพืชอาหารสัตว์งอกจำนวน 7 ชนิด ได้แก่ ข้าวเจ้าพันธุ์ กข81 ข้าวเหนียวพันธุ์ กข6 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หญ้ารูซี่ ถั่วคาวาลเคด ถั่วไมยรา และ ถั่วเขียว ในช่วงการเพาะ 3 ระยะ ได้แก่ 7 10 และ 14 วัน หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์มหาสารคาม ผลของระดับโปรตีนในสูตรอาหารต่อประสิทธิภาพการเจริญเติบโต และต้นทุนการผลิตของ ลูกโคนมเพศเมีย อายุ 4 - 6 เดือน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้อาหารระดับโปรตีนแตกต่างกัน โดยใช้หญ้าแพงโกลาแห้งและอาหารข้น สัดส่วนอาหารหยาบ 30 : อาหารข้น 70 ซึ่งมีค่าโปรตีนรวม 16 18 และ 20 เปอร์เซ็นต์ เลี้ยงลูกโคเพศเมีย ระยะ 4 - 6 เดือน ต่อประสิทธิภาพการเจริญเติบโต และต้นทุน ในการผลิต หน่วยงานรับผิดชอบ :ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา 5 6
68 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ การประเมินคุณค่าทางโภชนะของผลพลอยได้และวัสดุเหลือใช้จากการปลูกข้าวโพด ในโคเนื้อ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณค่าทางโภชนะ การย่อยได้ของโภชนะ และค่าพลังงานใช้ประโยชน์ ได้ของผลพลอยได้และวัสดุเหลือใช้จากการปลูกข้าวโพดที่มีใช้ในการเลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน แตกต่างกัน 5 ชนิด ได้แก่ ต้นข้าวโพดฝักอ่อนหมัก เปลือกและไหมข้าวโพดฝักอ่อนหมัก ต้นข้าวโพดหวาน หลังหักฝักหมัก เปลือกและซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห้ง และเปลือกและซังข้าวโพดโรงงานหมัก หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ลำปาง การศึกษาสมรรถนะการเจริญเติบโตของแพะเนื้อ น้ำหนัก 15 ถึง 25 กิโลกรัม ที่เลี้ยงด้วย อาหารผสมครบส่วนที่มีหญ้าใบมันสยามหมักกับหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมักเป็นอาหารหยาบหลัก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณค่าโภชนะของอาหารผสมครบส่วนที่มีหญ้าใบมันสยามหมัก อายุ 45 วัน และ อาหารผสมครบส่วนที่มีหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมัก อายุ 45 วัน เป็นแหล่งอาหารหยาบหลักเลี้ยงแพะ และได้ข้อมูลสมรรถนะการเจริญเติบโตของแพะเนื้อลูกผสมพันธุ์บอร์น้ำหนัก 15 ถึง 25 กิโลกรัม หน่วยงานรับผิดชอบ :ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ 7 8
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 69 ผลของการใช้ฝักเหรียงป่นทดแทนมันเส้นในอาหารผสมครบส่วนต่อสมรรถนะการผลิตของ แพะลูกผสมบอร์-แองโกลนูเบียนเพศผู้ระยะขุน มีวัตถุประสงค์เพื่อหาระดับที่เหมาะสมของการใช้ฝัก เหรียงทดแทนมันเส้นในสูตรอาหารผสมครบส่วน สำหรับใช้เลี้ยงแพะพันธุ์ลูกผสมบอร์-แองโกลนูเบียน เพศผู้ในระยะขุน พบว่าสามารถนำฝักเหรียงป่นมาใช้ทดแทนมันเส้นได้100 เปอร์เซ็นต์ในสูตรอาหาร ผสมครบส่วนเลี้ยงแพะ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการผลิต หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สุราษฎร์ธานี ผลของการใช้ใบชายาหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบในสูตรอาหาร TMR สำหรับแกะขุนต่อ จลนศาสตร์การผลิตแก๊ส ความสามารถในการย่อยได้ และกระบวนการหมักโดยใช้เทคนิคการวัดผลผลิต แก๊สในหลอดทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาจลนศาสตร์การผลิตแก๊ส ความสามารถในการย่อยได้ และ กระบวนการหมักของสูตรอาหาร TMR สำหรับแกะขุน เมื่อใช้ใบชายาหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบระดับ ต่างๆ ได้แก่ 0 25 50 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้เทคนิคการวัดผลผลิตแก๊สในหลอดทดลอง หน่วยงานรับผิดชอบ :ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล 9 10
70 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ปัญหาอุปสรรค : การดำเนินงานทดลองไม ่เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ เนื ่องจากสัตว์ทดลองไม ่พร้อม หลายโครงการจึงเริ่มงานล่าช้า ทำให้ยังไม่ได้รายงานฉบับสมบูรณ์ ข้อเสนอแนะ : 1. ควรส่งข้อเสนอ concept paper ที่ผ่านการอนุมัติให้ดำเนินการจากคณะกรรมการฯ ล่วงหน้า 1 ปี เพื ่อ ศมอ. จะได้จัดสรรงบประมาณที ่สอดคล้องให้แต ่ละแห่งได้ตรงตามโครงการ โดยเฉพาะหาก ต้องการซื้อสัตว์ทดลอง 2. ควรประสานหน่วยผลิตสัตว์ทดลอง เพื่อเตรียมสัตว์ทดลองให้พร้อมสำหรับเข้าโครงการฯ ตั้งแต่ ต้นปีงบประมาณ 3. ร่วมกันวางแผนงานวิจัยของสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ เพื่อเป็นโรดแมปในการดำเนินการวิจัย อย่างต่อเนื่อง 4. เมื่อดำเนินงานทดลองและเขียนรายงานเสนอคณะกรรมการวิชาการเสร็จสมบูรณ์ ต้องส่งให้ ศมอ. เพื่อรวบรวมแต่ละปีด้วย
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 71 3. กิจกรรมย่อย : การเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ของเกษตรกร โครงการโคบาลบูรพา วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้หน่วยจัดการอาหารสัตว์เคลื่อนที่ ติดตามให้คำแนะนำในฟาร์มโคเนื้อของเกษตรกร ในโครงการโคบาลบูรพา 2. เพื่อให้บริการวิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์ และปรับสูตรอาหารอย่างเหมาะสมให้ฟาร์มเกษตรกร 3. สนับสนุนจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ 4. ผลิตเสบียงสัตว์คุณภาพดี ตัวชี้วัด : 1. บริการให้คำแนะนำด้านอาหารสัตว์ 200 ราย 2. สนับสนุนจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ 3 แห่ง 3. ผลิตเสบียงสัตว์คุณภาพดี 60,000 กิโลกรัม ผลการปฏิบัติงาน : กิจกรรมย ่อยการเพิ ่มประสิทธิภาพ และความมั ่นคงด้านอาหารสัตว์ของเกษตรกร โครงการโคบาลบูรพา เป็นการให้คำแนะนำ เกษตรกรด้านอาหารสัตว์การวิเคราะห์คุณภาพ อาหารสัตว์และสนับสนุนจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ จำนวน 3 แห ่ง ในพื้นที ่ อำเภออรัญญประเทศ อำเภอวัฒนานคร และอำเภอโคกสูง มีการผลิต หญ้าแห้งคุณภาพดีเพื่อสนับสนุนเกษตรกรใน โครงการฯ ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้าง ความมั่นคงทางด้านอาหารสัตว์ของเกษตรกรในโครงการโคบาลบูรพา ตารางที่ 19 แผนและผลงานของกิจกรรมย่อยการเพิ่มประสิทธิภาพ และความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ของ เกษตรกรโครงการโคบาลบูรพา ปีงบประมาณ 2566 ปัญหาอุปสรรค : - ข้อเสนอแนะ : - กิจกรรม หน่วยนับ แผนงาน ผลงาน ร้อยละ 1. บริการให้คำแนะนำด้านอาหารสัตว์ ราย 200 200 100 2. สนับสนุนจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ แห่ง 3 3 100 3. ผลิตเสบียงสัตว์คุณภาพดี กิโลกรัม 60,000 60,000 100
72 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 4. กิจกรรมย่อย : พัฒนาการใช้จุลินทรีย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของจุลินทรีย์ แลคติแพนติบาซิลลัส พาราแพลนทารัม (Lactiplantibacillus paraplantarum) 2. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้จุลินทรีย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชอาหารสัตว์หมัก ตัวชี้วัด : จำนวนเกษตรกรผู้ผลิตพืชอาหารสัตว์หมักที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้จุลินทรีย์ใน กระบวนการผลิตพืชอาหารสัตว์หมักจำนวน 20 ราย ผลิตพืชอาหารสัตว์หมัก 20 ตัน ผลการปฏิบัติงาน : กิจกรรมย่อยพัฒนาการใช้จุลินทรีย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา ดำเนินการขยายจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ แลคติแพนติบาซิลลัส พาราแพลนทารัม (Lactiplantibacillus paraplantarum) ที ่ได้จากการดำเนินการศึกษาคัดแยก เชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการหมักพืชอาหารสัตว์ ได้เพียงพอต่อการนำไปใช้ผลิต พืชอาหารสัตว์หมัก 20 ตัน ตารางที่ 20 แผนและผลงานของกิจกรรมย่อยพัฒนาการใช้จุลินทรีย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ ปีงบประมาณ 2566 กิจกรรม หน่วยนับ แผนงาน ผลงาน ร้อยละ เกษตรกรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้จุลินทรีย์ เกษตรกรผู้ผลิตพืชอาหารสัตว์หมัก ราย 20 20 100 ผลผลิตพืชอาหารสัตว์หมัก ราย 20,000 20,000 100 จากนั้นทำการคัดเลือกเกษตรกรที ่มีความพร้อมเข้าร ่วมโครงการฯ 20 ราย ทำการส ่งเสริมและ สนับสนุนการใช้จุลินทรีย์ แลคติแพนติบาซิลลัส พาราแพลนทารัม (Lactiplantibacillus paraplantarum) เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตพืชอาหารสัตว์หมักของเกษตรกร โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเป็นเกษตรกร ในจังหวัดนครราชสีมา 19 ราย และจังหวัดสระบุรี 1 ราย โดยมีชนิดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ 4 ชนิด ได้แก่ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 จำนวน 16 ราย ข้าวโพดหวานหลังหักฝัก อายุมากกว่า 75 วัน จำนวน 2 ราย ข้าวโพดข้าวเหนียวหลังหักฝัก อายุ 75 วัน จำนวน 1 ราย และข้าวโพดพร้อมฝักหมักอายุ 75-80 วัน จำนวน 1 ราย ผลการประเมินคุณภาพพืชอาหารสัตว์หมักทางกายภาพ (ตารางที่ 21) พบว่าทั้งการใช้และไม่ใช้ จุลินทรีย์เสริมในหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมัก ข้าวโพดหวานหลังหักฝักหมัก และข้าวโพดพร้อมฝักหมัก ที่อายุการหมัก 14 และ 21 วัน ให้ผลทางกายภาพอยู่ในระดับดีมาก ไม่แตกต่างกันทั้ง 2 อายุ แต่กลับพบว่าในข้าวโพดข้าวเหนียวหลังหักฝักหมักที่อายุการหมัก 14 วัน ให้ผลทางกายภาพดีกว่า ที ่อายุการหมัก 21 วัน ทั้งนี้อาจเกิดจากวัสดุที ่นำมาหมัก รวมถึงกระบวนการเก็บรักษาพืชหมักที่ ไม่เหมาะสมก่อนครบกำหนดระยะเวลา 21 วัน โดยที่การใช้หรือไม่ใช้จุลินทรีย์ให้ผลไม่แตกต่างกัน
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 73 ตารางที่21 ผลการประเมินคุณภาพพืชอาหารสัตว์หมัก ทางกายภาพ อายุการหมัก 14 และ 21 วัน ลักษณะทาง กายภาพ หญ้าเนเปียร์ ปากช่อง1 ข้าวโพดหวาน หลังหักฝัก ข้าวโพดข้าวเหนียว หลังหักฝัก ข้าวโพดพร้อมฝักหมัก ไม่ใช้ จุลินทรีย์ ใช้ จุลินทรีย์ ไม่ใช้ จุลินทรีย์ ใช้ จุลินทรีย์ ไม่ใช้ จุลินทรีย์ ใช้ จุลินทรีย์ ไม่ใช้ จุลินทรีย์ ใช้ จุลินทรีย์ อายุการหมัก 14 วัน 1. กลิ่น 12 12 12 8 12 8 12 8 2. เนื้อพืชหมัก 4 4 4 4 4 4 4 4 3. สี 3 3 3 3 3 2 3 3 4. pH 6 6 6 6 6 6 6 6 คะแนนรวม 25 25 25 25 25 20 25 25 ผลการประเมิน คุณภาพ ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก อายุการหมัก 21 วัน 1. กลิ่น 12 12 12 8 4 4 12 8 2. เนื้อพืชหมัก 4 4 4 4 4 4 4 4 3. สี 3 3 3 3 3 3 3 2 4. pH 4 4 6 6 6 6 4 4 คะแนนรวม 23 23 25 25 17 16 23 23 ผลการประเมิน คุณภาพ ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดี ดี ดีมาก ดีมาก ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะของหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมัก พบว่าในกลุ่มที่ใช้จุลินทรีย์ ค่าวัตถุแห้งมีค่าสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้จุลินทรีย์ทั้ง 2 อายุการหมัก ส่วนค่าโปรตีนรวมกลุ่มที่ใช้จุลินทรีย์เมื่อ อายุการหมัก 21 วันมีค่าสูงกว่าพืชก่อนหมัก และพืชที่มีอายุการหมัก 14 วัน โดยค่า NFE ในกลุ่มที่เสริม จุลินทรีย์มีค่าน้อยกว่าพืชก่อนหมักและพืชหมักที่ไม่ใช้จุลินทรีย์ ตารางที่22 ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมัก รายการ (%DM) พืชก่อนหมัก ไม่ใช้จุลินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ (0 วัน) หมัก 14 วัน หมัก 21 วัน หมัก 14 วัน หมัก 21 วัน Dry matter 20.19 19.82 18.47 20.27 19.80 Crude protein 6.59 6.59 6.19 6.42 6.80 Crude fat 1.35 1.56 1.34 1.51 1.38 Crude fiber 28.50 36.38 34.38 39.17 39.04 Ash 15.19 16.17 17.18 16.35 16.89 NFE 37.76 39.31 40.92 36.56 35.91 ADF 48.38 45.18 45.35 48.56 49.51 NDF 71.28 71.46 69.63 72.98 72.37 ADL 6.53 5.95 5.74 6.9 7.04
74 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ผลการวิเคราะห์ในข้าวโพดหวานหลังหักฝักอายุมากกว่า 75 วัน หมัก พบว่าในกลุ่มที่ใช้ และ ไม่ใช้จุลินทรีย์ ผลวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะไม่แตกต่างกัน อาจเป็นเพราะต้นข้าวโพดหวานหลังหักฝัก ที่นำมาหมักมีอายุมากกว่า 75 วัน และมีลำต้นแก่ ตารางที่ 23 ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะข้าวโพดหวานหลังหักฝักหมัก รายการ (%DM) พืชก่อนหมัก ไม่ใช้จุลินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ (0 วัน) หมัก 14 วัน หมัก 21 วัน หมัก 14 วัน หมัก 21 วัน Dry matter 29.43 25.68 26.72 25.32 26.42 Crude protein 11.60 11.85 11.91 12.07 11.99 Crude fat 1.37 1.31 1.26 1.42 1.43 Crude fiber 28.64 27.77 28.39 29.19 29.19 Ash 9.60 10.55 10.30 10.53 10.86 NFE 48.80 48.53 48.15 46.80 46.54 ADF 35.74 34.87 35.48 36.59 36.63 NDF 66.03 64.39 65.22 64.72 65.76 ADL 3.90 3.68 3.71 4.37 4.08 จากการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะข้าวโพดข้าวเหนียวหลังหักฝักอายุ 75 วัน หมักพบว่าการใช้ จุลินทรีย์เสริมการหมัก ค่าโปรตีนหยาบ ค่าไขมันหยาบ และค่าเยื่อใยที่อายุการหมัก 21 วัน มีค่าสูงกว่า การหมัก 14 วัน ตารางที่ 24 ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะข้าวโพดข้าวเหนียวหลังหักฝัก รายการ (%DM) พืชก่อนหมัก ไม่ใช้จุลินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ (0 วัน) หมัก 14 วัน หมัก 21 วัน หมัก 14 วัน หมัก 21 วัน Dry matter 35.58 31.15 29.84 31.15 22.21 Crude protein 7.15 7.38 5.81 7.38 8.19 Crude fat 0.70 1.01 0.98 1.01 1.08 Crude fiber 29.48 28.32 29.92 28.32 30.30 Ash 9.46 11.82 12.02 11.82 12.13 NFE 53.21 51.47 51.27 51.47 48.30 ADF 36.76 35.51 36.42 35.51 38.85 NDF 68.28 66.94 65.36 66.94 68.00 ADL 4.44 4.24 4.41 4.24 4.17
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 75 ผลการวิเคราะห์ในข้าวโพดพร้อมฝักอายุ 75 - 80 วัน หมัก พบว่าในกลุ่มที่ไม่ใช้จุลินทรีย์ ค่าวัตถุแห้ง โปรตีนหยาบ เยื่อใย มีแนวโน้มลดลงเมื่ออายุการหมักเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มที่เสริมจุลินทรีย์ค่าวัตถุแห้ง เยื่อใย สูงขึ้นเมื่ออายุการหมักเพิ่มขึ้นยกเว้นค่าโปรตีนหยาบ ไขมัน มีแนวโน้มลดลงเมื่ออายุการหมักเพิ่มขึ้น โดยจะเห็นได้ว่ากลุ่มที่ใช้จุลินทรีย์ทั้ง 2 อายุการหมักมีค่าโปรตีนรวมสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ใช่จุลินทรีย์ ส่วนค่าผนังเซลล์ NDF ADL และ ADL ในกลุ่มที่ใช้จุลินทรีย์มีค่าน้อยกว่าพืชก่อนหมักและกลุ่มที่ไม ่ใช้ จุลินทรีย์ ตารางที่ 25 ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะข้าวโพดพร้อมฝักหมัก รายการ (%DM) พืชก่อนหมัก ไม่ใช้จุลินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ (0 วัน) หมัก 14 วัน หมัก 21 วัน หมัก 14 วัน หมัก 21 วัน Dry matter 36.73 30.07 28.50 29.90 30.12 Crude protein 9.37 9.59 8.38 11.06 10.55 Crude fat 1.87 1.93 2.03 2.41 1.92 Crude fiber 38.08 22.08 22.19 20.84 21.14 Ash 6.78 7.26 6.91 6.76 6.45 NFE 54.51 59.14 60.49 58.93 59.94 ADF 34.23 27.96 26.47 26.47 25.40 NDF 57.21 55.89 54.40 54.41 53.84 ADL 3.18 2.11 1.93 1.93 2.05 จากการสุ่มตัวอย่างพืชอาหารสัตว์หมักที่อายุ 14 และ 21 วัน ของเกษตรกรผู้ผลิตพืชอาหารสัตว์หมัก เพื่อวิเคราะห์ค่ากรดแลกติก กรดอะซิติก และกรดบิวทีริก (ตารางที่ 26) พบว่าคุณภาพของหญ้าเนเปียร์ ปากช่อง 1 หมัก ข้าวโพดหวานหลังหักฝัก และข้าวโพดพร้อมฝักหมัก ของกลุ่มที่ใช้และไม่ใช้จุลินทรีย์ให้ผล ไม่ต่างกันคืออยู่ในระดับพอใช้ถึงปานกลาง แต่พบว่าหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 หมัก และข้าวโพดหวานหลัง หักฝักที่ใช้จุลินทรีย์เสริมในการหมัก เมื่อหมักได้ 21 วัน ชั้นคุณภาพเพิ่มขึ้นจากพอใช้ เป็นปานกลาง ยกเว้น ในข้าวโพดข้าวเหนียวหลังหักฝักหมักพบว่าการใช้หรือไม่ใช้จุลินทรีย์ในทุกอายุการหมักไม่ส่งผลให้พืชหมักมี คุณภาพดีขึ้นคือยังคงที่มีคุณภาพต่ำเช่นเดิม ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญในการทำพืชหมัก คือตัวพืชที่นำมาใช้หมัก ต้องมีความชื้นที่เหมาะสม และมีค่า WSC มากพอที่จะทำให้จุลินทรีย์เปลี่ยนเป็นกรดแลกติก
76 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ตารางที่ 26 ผลการประเมินคุณภาพพืชอาหารสัตว์หมัก ทางเคมีของพืชอาหารสัตว์ที่อายุการหมัก 14 และ 21 วัน ชนิด ของ กรด เนเปียร์ปากช่อง 1 ข้าวโพดหวานหลังหักฝัก ข้าวโพดข้าวเหนียว หลังหักฝัก ข้าวโพดพร้อมฝักหมัก ไม่ใช้จุลินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ ไม่ใช้จุลินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ ไม่ใช้ จุลินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ ไม่ใช้ จุลินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์ %ของกรด คะแนน %ของกรด คะแนน %ของกรด คะแนน %ของกรด คะแนน %ของกรด คะแนน %ของกรด คะแนน %ของกรด คะแนน %ของกรด คะแนน อายุการหมัก 14 วัน กรด แลกติก 63.84 22 59.39 19 53.59 15 56.46 16 15.45 0 40 8 70.31 28 75.89 30 กรด อะซีติก 25.52 12.50 24.21 14 34.94 7.5 30.53 10 61.24 0 45.61 0 18.69 18 14.89 20 กรด บิวทีริก 10.64 8 16.40 5 11.47 8 13.01 7 23.31 0 14.39 6 11 8 9.22 9 รวม 42.50 38 30.50 33 0 7 54 59 ชั้น คุณภาพ ปานกลาง พอใช้ พอใช้ พอใช้ ต่ำ ต่ำ ปานกลาง ปานกลาง อายุการหมัก 21 วัน กรด แลกติก 70.88 25 64.53 20 55.79 16 67.48 22 28.44 3 38.01 6 77.13 30 75.78 30 กรด อะซีติก 22.10 15.50 24.98 14.50 36.39 5.50 27.85 11.50 46.30 3.50 33.33 7 15.83 18 15.67 18 กรด บิวทีริก 7.02 12 10.49 8.50 7.82 9.50 4.67 15 25.25 0 28.65 0 7.04 10 8.55 9 รวม 52.50 43 31 48.50 6.50 13 58 57 ชั้น คุณภาพ ปานกลาง ปานกลาง พอใช้ ปานกลาง ต่ำ ต่ำ ปานกลาง ปานกลาง
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 77 สรุปความพึงพอใจของเกษตรกรต่อการใช้จุลินทรีย์แบบน้ำหมักพืชอาหารสัตว์ในเกษตรกร 20 ราย รายการ ระดับความ พึงพอใจ 1. สามารถเร่งกระบวนการหมักของพืชอาหารสัตว์ให้เร็วขึ้น ปานกลาง 2 สามารถเก็บถนอมพืชหมักไว้ใช้ประโยชน์ได้นานขึ้น น้อย 3. สามารถลดการเน่าเสียของพืชหมักได้ดีขึ้น น้อย 4. ลักษณะทางกายภาพของพืชหมักมีกลิ่นคล้ายผลไม้ดอง ไม่ฉุน ปานกลาง 5. ลักษณะทางกายภาพของเนื้อพืช คงสภาพไม่เปื่อยยุ่ย ปานกลาง 6. ลักษณะทางกายภาพของพืชหมัก มีสีเขียวอมเหลือง ปานกลาง 7. ขั้นตอนนำจุลินทรีย์มาผลิตพืชหมัก ไม่ยุ่งยาก น้อย 8. จุลินทรีย์แบบน้ำเหมาะสำหรับการใช้งาน น้อย 9. วิธีการนำไปใช้ การเก็บรักษาก่อนนำไปใช้เข้าใจง่าย น้อย 10. ท่านมีความยินดีใช้จุลินทรีย์แบบน้ำในการหมักพืชครั้งต่อไป น้อย 11. ท่านคิดว่าควรมีการส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์แบบน้ำกับเกษตรกรรายอื่นต่อไป น้อย 12. สรุปภาพรวมท่านมีความพึงพอใจต่อการใช้จุลินทรีย์แบบน้ำทำพืชหมัก น้อย ปัญหาอุปสรรค : จุลินทรีย์ที่ใช้อยู่ในรูปแบบน้ำ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ที่เข้าพื้นที่เพื่อนัดหมายเกษตรกร จะต้องประสาน กับเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเพื่อเตรียมตัวอย่างหัวเชื้อจุลินทรีย์ โดยต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อน เข้าพื้นที่จริง ทำให้ไม่เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ประกอบกับเกษตรกรต้องเพิ่มขั้นตอนในการ ปฏิบัติงาน เพิ ่มการใช้แรงงานและเวลาในการผสมคลุกเคล้าให้จุลินทรีย์กระจายอย ่างสม ่ำเสมอกับ พืชอาหารสัตว์ก่อนนำไปบรรจุภาชนะหมัก ขณะที่ผลผลิตที่ได้จากการเสริมและไม่เสริมจุลินทรีย์ให้ผล ไม ่แตกต ่างกัน หากมีกระบวนการหมักที ่ถูกต้องอัดแน่นไล่อากาศออกจากภาชนะบรรจุให้ได้มากที่สุด ก็สามารถผลิตพืชอาหารสัตว์หมักคุณภาพดีได้โดยไม่ต้องเสริมจุลินทรีย์ นอกจากนี้ชนิดของพืชอาหารสัตว์ ที่นำมาใช้หมักอาจไม่เหมาะสมจึงทำให้เห็นผลไม่ชัดเจนเมื่อนำไปใช้ ข้อเสนอแนะ : 1. พัฒนาจุลินทรีย์ที่จะนำไปใช้ให้อยู ่ในรูปแบบแห้ง เพื ่อเพิ ่มความสะดวกในการใช้ในฟาร์ม เกษตรกร 2. พัฒนาหาเชื้อจุลินทรีย์ชนิดใหม่
78 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ยุทธศาสตร์ ที่ 2 : ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แผนงาน : พื้นฐานด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โครงการ : พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมหลัก : ส่งเสริมปศุสัตว ์ อนิทรีย ์ กิจกรรมย่อย : ศูนย์ต้นแบบฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ วัตถุประสงค์ : เพื ่อสร้างศูนย์ต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ (DLD Organic Farm Model) สำหรับเป็นแหล ่งเรียนรู้ การผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ รวมถึงการส่งเสริม สาธิตการผลิตอาหารสัตว์อินทรีย์ และการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ อินทรีย์สนับสนุนให้แก่เกษตรกร ตัวชี้วัด : ศูนย์ต้นแบบฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ และ/หรือแปลงพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ที ่ได้รับการรับรอง มาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ และ/หรือยื่นขอรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ จำนวน 30 แห่ง ผลการปฏิบัติงาน : กิจกรรมย ่อยศูนย์ต้นแบบฟาร์มปศุสัตว์ อินทรีย์เป็นการสร้างศูนย์ต้นแบบฟาร์มปศุสัตว์ อินทรีย์ (DLD Organic Farm Model) เพื ่อเป็น ต้นแบบและแหล ่งเรียนรู้การผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ รวมถึงการส่งเสริม สาธิตการผลิตอาหารสัตว์อินทรีย์ และการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์อินทรีย์สนับสนุน ให้แก่เกษตรกร เพื่อให้อาชีพการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ เป็นอาชีพทางเลือกที ่มีความยั ่งยืน และสามารถ แข ่งขันได้ในตลาดสินค้าเกษตรทางเลือกที ่มีความ ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ตารางที่ 27 แผนและผลงานของกิจกรรมย่อยศูนย์ต้นแบบฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ปีงบประมาณ 2566 กิจกรรม หน่วยนับ แผนงาน ผลงาน ร้อยละ สร้างศูนย์ต้นแบบฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ แห่ง 30 30 100
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 79 ศูนย์ต้นแบบฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์ 1. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สระแก้ว คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ สำนักงาน ปศุสัตว์เขต 2 เข้าตรวจต่ออายุระบบผลิตพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ (แปลงกระถินอินทรีย์ แปลงหญ้าแพงโกลา อินทรีย์ และหม่อนอินทรีย์) ทั้งนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สระแก้ว มีแผนพัฒนาเพิ่มระบบการผลิต ไข่ไก่อินทรีย์เพิ่มเติม และวางแผนการขอรับรองระบบการผลิตไก่ไข่ และไข่ไก่อินทรีย์ภายในปีงบประมาณ 2567 2. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ร้อยเอ็ด เก็บเกี่ยวผลผลิต และจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว มันสำปะหลังอินทรีย์และหญ้าแพงโกลาที่รับรองมาตรฐานระบบผลิตพืชอาหารสัตว์อินทรีย์
80 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 3. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เลย คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ สำนักงาน ปศุสัตว์เขต 4 เข้าตรวจรับรองเพื่อขยายขอบข่ายระบบการผลิตโคพื้นเมืองอินทรีย์ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 คณะกรรมการมีความเห็นว่าควรให้มีการปรับปรุงพื้นคอกที่เอื้อต่อสวัสดิภาพสัตว์ รั้วคอกคัดโค แผงกั้น ระบบน้ำให้สัตว์กินให้แล้วเสร็จ ก่อนการยื่นขอรับการตรวจรับรองฯ ครั้งต่อไป 4. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ สำนักงาน ปศุสัตว์เขต 5 เข้าตรวจติดตามระบบการผลิตไก่พื้นเมืองอินทรีย์ และการให้คำแนะนำการจัดการด้าน อาหารแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 81 5. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ลำปาง คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ สำนักงานปศุสัตว์ เขต 5 เข้าตรวจติดตามระบบการผลิตพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ 6. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์แพร่คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ สำนักงานปศุสัตว์ เขต 6 เข้าตรวจติดตามระบบการผลิตพืชอาหารสัตว์อินทรีย์
82 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 7. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์กาญจบุรีพัฒนาปรับปรุงชะลอมหมักปุ๋ยคอกอินทรีย์เพื่อใช้ภายใน แปลงพืชอินทรีย์ และกำจัดวัชพืชโดยแรงงานคนภายในแปลงผลิตหญ้าแพงโกล่าและมันสำปะหลังอินทรีย์ 8. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์กาฬสินธุ์ดำเนินการผลิตพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ ตามมาตรฐานเกษตร อินทรีย์ เล่ม 1 มกษ. 9000-2552 และ เล่ม 2 มกษ 9000-2554.
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 83 9. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชุมพร ได้รับการตรวจรับรองระบบการผลิตพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ โดยคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 10. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ตรัง ได้รับการตรวจรับรองระบบการผลิตพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ โดยคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 การจัดการควบคุมวัชพืช และการ จัดการหลังการเก็บเกี่ยว
84 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 11. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา การจัดการควบคุมกำจัดวัชพืช และการจัดการหลังการ เก็บเกี่ยวพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ ปลูกพืชอาหารสัตว์ในพื้นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ (หญ้าแพงโกลา 70 ไร่) และเตรียมพร้อมยื่นต่ออายุแปลงพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ ปี 2567 ต่อไป 12. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครศรีธรรมราช ปลูกพืชอาหารสัตว์ในพื้นที ่ได้รับการรับรอง มาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์(มันสำปะหลัง 65 ไร่) ฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์อยู่ระหว่างการยื่นขอรับการรับรอง
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 85 13. ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อำนาจเจริญ แปลงพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ การเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ปัญหาอุปสรรค : 1. เกษตรกรยังไม ่เห็นความสำคัญของมาตรฐานการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ ทำให้ระบบการผลิต ปศุสัตว์อินทรีย์ยังอยู่ในวงจำกัด และไม่ยั่งยืน 2. ประสบภัยแล้ง ระบบน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ผลผลิตต่ำ 3. วัชพืชค่อนข้างเยอะ กำจัดยาก 4. งบประมาณไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับพื้นที่ สำหรับการดำเนินงาน ข้อเสนอแนะ : 1. การสร้างความรับรู้ถึงระบบการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์แก่เกษตรกรและผู้บริโภค เพื่อให้ตระหนัก ถึงคุณประโยชน์ของความปลอดภัย และความมั ่นคงด้านอาหาร นำไปสู ่ความยั ่งยืนในการพัฒนาทั้ง ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 2. วางแผนการปลูกให้ทันฤดูกาลเพาะปลูก 3. ใช้เครื่องจักรเข้าช่วยในการกำจัดวัชพืชที่หนาแน่น 4. จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมกับพื้นที่ เป้าหมายงาน ความต้องการของแต่ละพื้นที่
86 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ยุทธศาสตร์ ที่ 2 : ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แผนงาน : ยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า โครงการ : สร้างมูลค่าเพมิ่จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร กิจกรรมหลัก : สร้างมูลค่าเพมิ่จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 1. กิจกรรมย่อย : การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทาง การเกษตรเป็นอาหารสัตว์ (Motor Pool) วัตถุประสงค์ : 1. จัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ สำหรับให้บริการกลุ่มเกษตรกรในการบริหารจัดการ และสร้างมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพใช้เป็นอาหารสัตว์ 2. เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และเพิ่มปริมาณการผลิตพืชอาหารสัตว์โดยการสนับสนุน ยืมเครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์ในการเก็บรวบรวมหรือในกระบวนการผลิตมาใช้เป็นอาหารสัตว์ แก่กลุ่มเกษตรกร ตัวชี้วัด : 1. จัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตร จำนวน 3แห่ง 2. เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการอาหารสัตว์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 7,600 ราย ผลการปฏิบัติงาน : กิจกรรมย ่อยการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทาง การเกษตรเป็นอาหารสัตว์ (Motor Pool) เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการนำวัสดุเหลือ ใช้ทางการเกษตรมาใช้เลี้ยงสัตว์ ควบคู ่กับการ ให้บริการยืมเครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์ เพื่อการเก็บรวบรวมวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จากไร่นา และระดับชุมชน นำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อ าห า ร สั ต ว์ แ ล ะ ท ด แ ท น แ รงง า น ด ้ วย เครื่องจักรกลการเกษตรทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ อีกทั้งลดปัญหาการกำจัดด้วยวิธี การเผา ลดปัญหา หมอกควัน สร้างสมดุลระบบนิเวศ รักษาสิ ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นการนำวัสดุเหลือใช้ทาง การเกษตรมาใช้เป็นอาหารสัตว์ช ่วยสนับสนุนและผลักดันให้เกษตรกรและชุมชนมีส ่วนร ่วมในการ ดำเนินงานจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ในชุมชน และเพื ่อสร้างทางเลือกในการ เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดมูลค่าใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เครื่องจักรกลที่ให้ยืมในโครงการ ได้แก่ 1) เครื่องคราดหญ้า 2) เครื่องคราดหญ้าแบบดรัมโมเวอร์ 3) รถแทรกเตอร์ 4) เครื่องอัดหญ้าแห้ง 5) เครื่องเกลี่ยหญ้าแบบรวมกอง 6) เครื่องตัดหญ้าแบบดับเบิ้ลช้อป เป็นต้น
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 87 ตารางที่ 28 แผนและผลงานของกิจกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทาง การเกษตรเป็นอาหารสัตว์ (Motor Pool) ปีงบประมาณ 2566 สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้ริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ ปี 2563 โดยนำร่อง จัดตั้งศูนย์บริการ Motor pool 2 แห่ง ภายใน หน ่วยงานศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ นครราชสีมา และศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล อาหารสัตว์ต่อมาในปี 2564 จัดตั้งศูนย์บริการ Motor pool ภายในหน ่วยงานศูนย์วิจัยและ พัฒนาอาหารสัตว์เพิ ่มอีก 7 แห ่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ สระแก้ว บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ลำปาง แพร ่ เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรีในปี 2565 จัดตั้งศูนย์บริการ Motor pool ภายในหน ่วยงานศูนย์วิจัยและ พัฒนาอาหารสัตว์เพิ ่มอีก 7 แห ่ง ได้แก่ เลย หนองคาย นครพนม สุโขทัย เชียงราย ชุมพร และสตูล และในปี 2566 จัดตั้งศูนย์บริการ Motor pool ภายในหน ่วยงานศูนย์วิจัยและ พัฒนาอาหารสัตว์เพิ ่มอีก 3 แห ่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ สกลนคร อำนาจเจริญ และประจวบคีรีขันธ์ รวมศูนย์บริการ Motor pool ที่จัดตั้งแล้วทั้งสิ้น 19 แห่ง จากการดำเนินโครงการตั้งแต่ ปี 2563–2566 ได้รับการตอบรับจากกลุ่มเกษตรกรเข้าใช้บริการยืม เครื่องจักรกลอาหารสัตว์และเข้ามารับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเครื่องจักรกลอาหารสัตว์เป็นจำนวน มาก สามารถให้บริการกลุ่มเกษตรกรได้ในทุกพื้นที่ โดยมีหลักเกณฑ์การขอยืมเครื่องจักรกลอาหารสัตว์ ดังนี้ 1. ผู้ขอรับบริการจะต้องเป็นกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ ที่เลี้ยงสัตว์ 2. เกษตรกรจะต้องทำสัญญายืมกับกรมปศุสัตว์ 3. เกษตรกรเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดและจะต้องดูแลรักษาเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพพร้อม ใช้งาน 4. เมื่อครบกำหนดส่งคืน เกษตรกรจะต้องส่งมอบคืนเครื่องจักรที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 5. เกษตรกรต้องรายงานผลผลิตเสบียงสัตว์ให้แก่เจ้าหน้าที่ ณ หน่วยบริการ กิจกรรม หน่วยนับ แผนงาน ผลงาน ร้อยละ 1. จัดตั้งศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรด้านปศุสัตว์ แห่ง 3 3 100 2. เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการอาหารสัตว์ จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ราย 7,600 7,275 95.72 Motor pool จำนวน 19 แห่ง
88 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ในปีงบประมาณ 2566 สำนักพัฒนา อาหารสัตว์ มีเป้าหมายบริการเกษตรกรเข้าร่วม โครงการจำนวน 7,600 ราย ผลการดำเนินงาน สามารถให้บริการเกษตรกรในการใช้บริการยืม เครื่องจักรกลอาหารสัตว์และการถ่ายทอด สาธิต องค์ความรู้ด้านเครื ่องจักรกลอาหารสัตว์ได้ จำนวน 7,275 ราย คิดเป็น ร้อยละ 95.72 ใน พื้นที ่ให้บริการรวม 8,210 ไร ่ หลังการขอรับ บริการยืมเครื่องจักรกล กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์สามารถสำรองผลผลิตฟางข้าวอัดฟ่อน ได้เพิ่มมากขึ้น รวม 3,905 ตัน มีต้นทุนการผลิตลดลง เท่ากับ 2,929,065 บาท ผลกำไรที่เพิ่มขึ้น เท่ากับ 6,209,618 บาท คิดเป็นมูลค่าผลผลิต 9,138,683 บาท ผลผลิตฟางข้าวที่สำรองเป็นเสบียงสัตว์สามารถ ช่วยลดปัญหาการเผาฟางและตอซังในนาข้าวและลดฝุ่นละออง PM 2.5 ได้มากกว่า 14.45 ตัน ดังนั้นการขอรับบริการยืมเครื่องจักรกลของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ จาก ศูนย์บริการเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อนำไปใช้จัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อสำรองฟางข้าวเป็น อาหารสัตว์ ในปีงบประมาณ 2566 สามารถรวบรวมฟางข้าวซึ่งเป็นเศษวัสดุเหลือใช้นำมาอัดฟ่อนเป็น อาหารสัตว์ได้ผลผลิตอาหารสัตว์สำรองในระบบเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.81 ต้นทุนการผลิตลดลงร้อยละ 41.19 มีผลกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.67 และผลผลิตมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 51.88 ดังในตารางที่ 29 ตารางที่ 29 ผลผลิตและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากฟางข้าวที่รวบรวมได้จากการดำเนินกิจกรรมการ พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นอาหารสัตว์ (Motor Pool) ปีงบประมาณ 2566 รายการ ข้อมูลการรับบริการ คิดเป็น ก่อนขอรับบริการ หลังขอรับบริการ ร้อยละ ผลผลิตรวม (กิโลกรัม) 3,342,858 3,905,420 16.81 ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิต (บาท) 4,980,858 (1.49 บาท/กิโลกรัม) 2,929,065 (0.75 บาท/กิโลกรัม) 41.19 ผลกำไร (บาท) 1,270,286 (0.38 บาท/กิโลกรัม) 6,209,618 (1.59 บาท/กิโลกรัม) 21.67 มูลค่าผลผลิต (บาท) 6,017,144 (1.80 บาท/กิโลกรัม) 9,138,683 (2.34 บาท/กิโลกรัม) 51.88
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 89 กรมปศุสัตว์ได้กำหนดแผนดำเนินโครงการ ต ่อเนื ่องในปี 2567–2568 เพื ่อจัดตั้งศูนย์บริการ Motor pool ภายในหน ่วยงานศูนย์วิจัยและพัฒนา อาหารสัตว์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศให้ครบทั้ง 33 ศูนย์ และคาดว ่าจะสามารถให้บริการยืมเครื ่องจักรกล อาหารสัตว์แก ่เกษตรกรได้ครอบคลุมทั ่วทั้งประเทศ ภายในปี 2568 นี้ผลสัมฤทธิ์ผลประโยชน์และความ คุ้มค่าของโครงการ สามารถสรุปได้ดังนี้ 1) เป็นการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ อีกทั้งแก้ปัญหาการขาด แคลนอาหารสัตว์และเพิ่มความมั่นคงทางด้านอาหารสัตว์ 2) เป็นการเพิ ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยใช้เครื ่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงาน ในครัวเรือนเกษตรช่วยในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มปริมาณผลผลิตให้กับเกษตรกร 3) เป็นการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อม ช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดจาก การเผาฟางข้าวและตอซังในนาข้าว 4) เกษตรกรได้รับองค์ความรู้ด้านการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อนำมาพัฒนาระบบการผลิต ปศุสัตว์ให้มีศักยภาพสูงสุด ปัญหาอุปสรรค : 1. ระยะเวลาการยืมเครื่องจักร มีจำนวนวันให้ยืมน้อยเกินไป (ปัจจุบัน 60 วัน) 2. ขั้นตอนการดำเนินงานด้านเอกสารซับซ้อนยุ่งยาก (สำหรับเกษตรกร) 3. ระยะเวลาที่ดำเนินการรวบรวมเอกสารไม่ควรนำมานับรวมกับจำนวนวันที่ยืมเครื่องจักร 4. เอกสารและหลักฐานประกอบสัญญายืมมากเกินไป (ไม่น้อยกว่า 3 ชุด) 5. เครื่องจักรกล Motor Pool 5 รายการ ไม่ตรงกับความต้องการของเกษตรกรในบางพื้นที่ 6. เกษตรกรไม่มีประสบการณ์และความรู้เพียงพอสำหรับซ่อมแซมหรือแก้ปัญหาการชำรุดของ เครื่องจักรที่ยืม 7. งบประมาณไม่เพียงพอ ในการออกติดตามผลการดำเนินงาน เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเบี้ยเลี้ยงและที่พัก 8. ยานพาหนะที่ใช้ออกติดตามมีสภาพเก่าไม่ปลอดภัย (เฉพาะ ศคอ.) ข้อเสนอแนะ : 1. สัญญายืมเครื่องจักร ควรเป็นรอบละ 90 วัน 2. ประเภทและจำนวนเครื่องจักร Motor Pool ควรจัดให้มีความหลากหลายมากกว่านี้ 3. ควรจัดงบประมาณให้แก่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์อื่นออกติดตามกำกับดูแลการทำสัญญา หรือให้ความรู้แก่เกษตรกรให้มากขึ้น
90 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 2. กิจกรรมย่อย : ศูนย์บริการอาหารสัตว์กรมปศุสัตว์ (Feed Center) วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อให้บริการคำแนะนำด้านการจัดการอาหารสัตว์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแก่เกษตรกร 2. เพื่อนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ในรูปแบบอาหารทีเอ็มอาร์ จำหน่าย แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ 3. เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยการนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ ตัวชี้วัด : จำนวนเกษตรกรที่ได้รับการเพิ ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการอาหารสัตว์จากวัสดุเหลือใช้ทาง การเกษตร ผลการปฏิบัติงาน : กิจกรรมย่อยศูนย์บริการอาหารสัตว์กรมปศุสัตว์ (Feed Center) เป็นการจัดตั้งโครงการสนับสนุน เกษตรกรรายย่อยใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเป็นส่วนผสม และผลิตอาหารสัตว์ใช้เอง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุน การผลิตแล้วยังช่วยเพิ่มการกระจายรายได้ในชุมชน เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์สามารถนำวัตถุดิบมาขอใช้บริการ อุปกรณ์ สถานที่ และเครื่องมือ ในการผสมอาหารสัตว์ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ นอกจากนี้ ศูนย์บริการอาหารสัตว์กรมปศุสัตว์ยังให้บริการผลิตอาหารสัตว์คุณภาพดีจากวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อจำหน่ายในราคาต้นทุนให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรนำไปใช้เลี้ยงสัตว์อีกด้วย เครื่องจักรกลที่ให้บริการในโครงการ ได้แก่ 1) เครื่องผสมอาหารทีเอ็มอาร์ 2) เครื่องตัดสับพืช อาหารสัตว์ 3) เครื ่องอัดก้อนพืชพร้อมห ่อพลาสติก 4) เครื ่องหั ่นจ ่ายหญ้า 5) รถยกขนย้ายก้อนพืช 6) รถตักวัตถุดิบ 7) รถฟาร์มแทรกเตอร์ 8) เครื่องบรรจุอาหารสัตว์ระบบสุญญากาศ เป็นต้น ภาพที่ 18 เครื่องจักรกลอาหารสัตว์ของศูนย์บริการอาหารสัตว์กรมปศุสัตว์ (Feed Center)
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 91 ตารางที่ 30 แผนและผลงานของ กิจกรรมย่อยศูนย์บริการอาหารสัตว์กรมปศุสัตว์ (Feed Center) ปีงบประมาณ 2566 ภาพที่ 19 แสดงพื้นที่จัดตั้งศูนย์บริการอาหารสัตว์กรมปศุสัตว์ (Feed center) จำนวน 14 แห่ง แยกตาม ปีงบประมาณและตามรายภาค กิจกรรม หน่วยนับ แผนงาน ผลงาน ร้อยละ เกษตรกรที่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจัดการ อาหารสัตว์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ราย 1,400 1,447 103.30 ปี หน่วยงาน ภูมิภาค 2562 ศวอ.ลำปาง เหนือ ศวอ.นครพนม ตะวันออกเฉียงเหนือ ศวอ.นครราชสีมา ตะวันออกเฉียงเหนือ ศวอ.สุราษฎร์ธานี ใต้ ศวอ.นราธิวาส ใต้ 2563 ศวอ.เพชรบูรณ์ กลาง ศวอ.ร้อยเอ็ด ตะวันออกเฉียงเหนือ ศวอ.มหาสารคาม ตะวันออกเฉียงเหนือ ศวอ.ชุมพร ใต้ 2564 ศวอ.บุรีรัมย์ ตะวันออกเฉียงเหนือ ศวอ.แพร่ เหนือ ศวอ.อำนาจเจริญ ตะวันออกเฉียงเหนือ 2565 ศวอ.สกลนคร ตะวันออกเฉียงเหนือ ศวอ.นครศรีธรรมราช ใต้
92 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ ศูนย์บริการอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ (Feed Center) จำนวน 14 แห ่ง ในปีงบประมาณ 2566 มีเป้าหมายให้บริการเกษตรกร จำนวน 1,400 ราย โดยผลการดำเนินงานสามารถให้บริการให้คำแนะนำ แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ในการผสมอาหาร TMR โดยใช้วัตถุดิบในพื้นที ่และวัสดุเหลือใช้ทาง การเกษตร เพื ่อช ่วยลดต้นทุนค ่าอาหารสัตว์ รวม จำนวน 1,447 ราย คิดเป็น ร้อยละ 103.36 และ สามารถผลิตอาหาร TMR คุณภาพดีและราคาถูก จากการใช้วัตถุดิบในพื้นที่มาประกอบสูตรอาหารและ คำนวณสูตรอาหารสัตว์อย ่างแม ่นยำตามความ ต้องการของสัตว์ จำหน่ายจำนวน 731.2 ตัน คิดเป็น มูลค่า 2,766,000 บาท ปัญหาอุปสรรค : 1. งบประมาณไม่เพียงพอ ไม่สัมพันธ์กับเป้าหมายที่ได้รับ 2. วัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพง ต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น ข้อเสนอแนะ : เพิ่มเติมงบประมาณในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 93 3. กิจกรรมย่อย : พัฒนาศักยภาพเครื่องจักรกลการผลิตอาหารสัตว์ วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อพัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพเครื่องจักรกลการผลิตอาหารสัตว์ 2. เพื่อตรวจเช็คสภาพและบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการผลิตอาหารสัตว์ ตัวชี้วัด : ถ่ายทอดเทคนิคการใช้งาน ตรวจเช็คสภาพ และบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการผลิตอาหารสัตว์ 32 แห่ง ผลการปฏิบัติงาน : กิจกรรมย ่อยพัฒนาศักยภาพเครื ่องจักรกล การผลิตอาหารสัตว์เป็นกิจกรรมถ่ายทอดเทคนิคการใช้ งาน และการทดสอบประเมินสภาพเครื่องจักรกลการ ผลิตอาหารสัตว์ เพื่อพัฒนาศักยภาพเครื่องจักรกลการ ผลิตอาหารสัตว์ให้ประสบความสำเร็จ ทำให้ได้องค์ ความรู้ที่สามารถนำมาเผยแพร่ ให้แก่เกษตรกร และผู้ที่ สนใจนำไปประย ุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการใช้ เครื่องจักรกลสำหรับผลิตอาหารสัตว์ดำเนินโครงการ โดยศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลอาหารสัตว์ ถ่ายทอด เทคนิคการใช้งานเครื่องจักรกลอาหารสัตว์ ตรวจเช็คสภาพ และถ่ายทอดเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกล อาหารสัตว์ให้กับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์จำนวน 32 แห ่ง เป็นการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (preventive maintainance) โดยเป็นการตรวจเช็คเพื่อป้องกันก่อนเกิดความเสียหายกับเครื่องจักรกล ตารางที่ 31 แผนและผลงานของ กิจกรรมย่อยพัฒนาศักยภาพเครื่องจักรกลการผลิตอาหารสัตว์ ปีงบประมาณ 2566 ปัญหาอุปสรรค : 1. ยานพาหนะที่ใช้เดินทางออกพื้นที่มีสภาพเก่า ไม่ปลอดภัยต่อการเดินทาง 2. งบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ข้อเสนอแนะ : พัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูป ที่สามารถตรวจดูข้อมูลสภาพเครื่องจักรกล การใช้งาน หรือประวัติการ ซ ่อมแซม เช ่น ตรวจสอบว ่า ในแต ่ละวัน รถฟาร์มแทรกเตอร์ หมายเลขครุภัณฑ์ นั้นๆ ทำอะไรบ้าง ใช้เวลาการทำงานกี ่ชั ่วโมง เพื ่อเป็นข้อมูลให้ สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ สามารถนำไปพิจารณาใน การตัดสินใจด้านเครื่องจักรกลของแต่ละศูนย์ฯ กิจกรรม หน่วยนับ แผนงาน ผลงาน ร้อยละ ถ่ายทอดเทคนิคการใช้งาน ตรวจเช็คสภาพ และเทคนิค การบำรุงรักษาเครื่องจักรกลการผลิตอาหารสัตว์ แห่ง 32 32 100
94 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ กิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 1. ชุดโครงการวิจัย : วิจัยและพัฒนาศักยภาพการผลิตถั่วอัลฟัลฟาพันธุ์นีโอทาชิวากาบา ในประเทศไทย ผู้อำนวยการโครงการ นายเกียรติศักดิ์ กล่ำเอม 1) ผลของอัตราปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมต่อผลผลิตและคุณค่าทางโภชนะถั่วอัลฟัลฟา พันธุ์นีโอทาชิวากาบา วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของอัตราปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่เหมาะสมต่อผลผลิตและ คุณค่าทางโภชนะของถั่วอัลฟัลฟาพันธุ์นีโอทาชิวากาบา หัวหน้าโครงการ : นายชัยกระมล คำเมือง (ศวอ.เลย) ผู้ร่วมโครงการ : นางสาวเยาวลักษณ์ แหม่งปัง (ศมอ.) นางสาวศุภลักษณ์ ศรีจันดี (ศวอ.สระแก้ว) นายเกียรติศักดิ์ กล่ำเอม (สอส.) หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เลย งบประมาณ : 324,600 บาท ระยะเวลาการดำเนินงาน : ตุลาคม 2564 – มีนาคม 2567
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 95 2) ผลของอัตราปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมต่อผลผลิตและคุณภาพเมล็ดพันธุ์ของ ถั่วอัลฟัลฟา พันธุ์นีโอทาชิวากาบา วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของอัตราปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่มีผลต่อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ และคุณภาพเมล็ดของถั่วอัลฟัลฟาสายพันธุ์นีโอทาชิวากาบา หัวหน้าโครงการ : นางสาวทองไพริน ทองไกร (ศวอ.สุพรรณบุรี) ผู้ร่วมโครงการ : นางสาวศุภลักษณ์ ศรีจันดี (ศวอ.สระแก้ว) นางสาวอาทิตยา สุขสะเกษ (ศวอ.มหาสารคาม) นายจีระศักดิ์ ชอบแต่ง (สอส.) หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สุพรรณบุรี งบประมาณ : 219,000 บาท ระยะเวลาการดำเนินงาน : ตุลาคม 2564 – มีนาคม 2567
96 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 2. ชุดโครงการวิจัย : การใช้กากกาแฟและกากใบชาที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพเป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะในระบบการผลิตสุกร ผู้อำนวยการโครงการ นายสมศักดิ์ เภาทอง 1) การพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากกากใบชาเพื่อเป็นสารเสริมในอาหารสุกร วัตถุประสงค์ : การศึกษาและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพสำคัญจาก กากใบชา เพื ่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสุกรในหลายระดับ ได้แก ่ 1.ระดับเกษตรกรรายย ่อย 2. ระดับผู้เลี้ยงสุกรขนาดกลาง 3. ระดับอุตสาหกรรม หัวหน้าโครงการ : นายวราพงษ์ เสนะวีระกุล (สอส.) ผู้ร่วมโครงการ : นายศุภกานต์ หวังชนะ (สอส.) นางสาวศิริพรรณ สุขขัง (มหาวิทยาเกษตรศาสตร์) นางรัตติกาล ปวงแก้ว (ศวอ.นครราชสีมา) นางสาวแพรวพรรณ ชูช่วย (ศวอ.นครราชสีมา) หน่วยงานรับผิดชอบ : สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ งบประมาณ : 424,800 บาท ระยะเวลาการดำเนินงาน : ตุลาคม 2564 – มีนาคม 2567
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 97 3. การประเมินลักษณะทางด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและระดับการยอมรับเทคโนโลยีของระบบ การเลี้ยงโคนมที่มีการจัดการอาหารสัตว์โดยใช้ศูนย์ผลิตและกระจายอาหารสัตว์ส่วนของสหกรณ์ วัตถุประสงค์ : 1. เพื่อประเมินลักษณะทางเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมของระบบการเลี้ยงโคนมที ่มี การใช้อาหารผสมครบส่วน 2. เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค และระดับการยอมรับเทคโนโลยีการใช้อาหารผสม ครบส่วนสำหรับเลี้ยงโคนมของเกษตรกร 3. เพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอทางนโยบาย/มาตรการสำหรับใช้ในการพัฒนาอาชีพการเลี้ยง โคนมให้มีความยั่งยืน หัวหน้าโครงการ : นายจีระศักดิ์ ชอบแต่ง (สอส.) ผู้ร่วมโครงการ : หน่วยงานรับผิดชอบ : สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ งบประมาณ : 852,800 บาท ระยะเวลาการดำเนินงาน : ตุลาคม 2565 – มีนาคม 2567 นางสาวศุภลักษณ์ ศรีจันดี(ศวอ.สระแก้ว) นางสาวพรพมล ปัทมานนท์(กสส.) นางสาวศศิธร เจาะจง (ศวอ.มหาสารคาม) นายชัยณรงค์ วงษ์สรรศรี(ศวอ.เชียงราย) นายคัมภีร์ ภักดีไทย (ศวอ.ชัยนาท) นางสาวอรฉัตร สิทธิเชนทร์(ศวอ.ชุมพร) นายธนฉัตร เพชรกาศ (ศวอ.พัทลุง) นางสาวธนพรรณ นิลกำเนิด (ศวอ.ชัยนาท) นายลิขิต สืบวงษ์(ศวอ.ยโสธร) นายอานนท์ เพียรอุดม (ศวอ.มหาสารคาม) นายณัฐพงษ์ หม้อทอง (สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี) นายคมสัน ทะกัน (ศวอ.เพชรบูรณ์) นายสนสาร มหาวัน (ศวอ.ลำปาง)
98 | รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์ 4. ชุดโครงการวิจัย : การวิจัยการจัดการอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสุกรลูกผสมปากช่อง 5 ผู้อำนวยการโครงการ นายจีระศักดิ์ ชอบแต่ง 1) ความต้องการโปรตีน พลังงาน และแร่ธาตุของสุกรลูกผสมพันธุ์ปากช่อง 5 ของกรมปศุสัตว์ เพศเมีย ระยะรุ่น (น้ำหนัก 30-60 กิโลกรัม) วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความต้องการโปรตีนสุทธิ พลังงานสุทธิ และแร่ธาตุสุทธิ (Ca, P, Na, Cl, K, Mg, Fe, Mn, Cu, Zn) เพื่อการดำรงชีพและการเจริญเติบโตของสุกรลูกผสมพันธุ์ปากช่อง 5 เพศเมีย น้ำหนัก 30 – 60 กิโลกรัม หัวหน้าโครงการ : นายลิขิต สืบวงษ์(ศวอ.ยโสธร) ผู้ร่วมโครงการ : หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สระแก้ว งบประมาณ : 808,000 บาท ระยะเวลาการดำเนินงาน : ตุลาคม 2565 – กันยายน 2567 นางสาวอนามิกา บุราณผาย (ศูนย์วิจัยและพัฒนาสุกร) นางสาวศุภลักษณ์ ศรีจันดี (ศวอ.สระแก้ว) นายจีระศักดิ์ ชอบแต่ง (สอส.) นายอานุภาพ เส็งสาย (สอส.) นางสาวธนพรรณ นิลกำเนิด (ศวอ.ชัยนาท) นางสาวแพรวพรรณ ชูช่วย (ศวอ.นครราชสีมา) นายยงยุทธ สินโพธิ์ (ศวอ.เพชรบุรี) นายธนกฤต อ่อนจันทร์(ศวอ.สระแก้ว) นางสาววรรณา อ่างทอง (สอส.)
รายงานประจ าปี 2566 ส านักพัฒนาอาหารสัตว์| 99 2) ความต้องการโปรตีน พลังงาน และแร่ธาตุของสุกรลูกผสมพันธุ์ปากช่อง 5 ของกรมปศุสัตว์ เพศผู้ตอน ระยะรุ่น (น้ำหนัก 30-60 กิโลกรัม) วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาความต้องการโปรตีนสุทธิ พลังงานสุทธิ และแร่ธาตุสุทธิ (Ca, P, Na, Cl, K, Mg, Fe, Mn, Cu, Zn) เพื่อการดำรงชีพและการเจริญเติบโตของสุกรลูกผสมพันธุ์ปากช่อง 5 เพศผู้ตอน น้ำหนัก 30-60 กิโลกรัม หัวหน้าโครงการ : นางสาวธนพรรณ นิลกำเนิด (ศวอ.ชัยนาท) ผู้ร่วมโครงการ : หน่วยงานรับผิดชอบ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สระแก้ว งบประมาณ : 808,000 บาท ระยะเวลาการดำเนินงาน : ตุลาคม 2565 – กันยายน 2567 นางสาวศุภลักษณ์ ศรีจันดี (ศวอ.สระแก้ว) นายลิขิต สืบวงษ์(ศวอ.ยโสธร) นายคัมภีร์ ภักดีไทย (ศวอ.ชัยนาท) นายจีระศักดิ์ ชอบแต่ง (สอส.) นายอุดร ศรีแสง (สอส.) นางสาวแพรวพรรณ ชูช่วย (ศวอ.นครราชสีมา) นางสาวพรจิตรา ผาดี นางสาววรรณา อ่างทอง (สอส.) นายธนกฤต อ่อนจันทร์(ศวอ.สระแก้ว)