คดิ เปน็ ร้อยละ 96.83
๒. การดาเนินงานสุขศึกษาเพ่ือการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพและการปูองกันโรค จังหวัดสุพรรณบุรี ปี ๒๕60
ดาเนินการ ดังนี้
๓.๑ สมั มนาสอื่ มวลชนเพอ่ื การสร้างเสริมพฤตกิ รรมสุขภาพ จานวน 5๐ คน
๓.๒ เผยแพร่การสร้างเสรมิ พฤติกรรมสขุ ภาพ โดย
- จดั รายการวิทยุ - สถานีวทิ ยุแห่งประเทศไทยจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี จานวน 49 ครง้ั (ทุกวันจนั ทร์)
- สถานวี ทิ ยุวทิ ยาลัยสารพดั ชา่ ง (R-Radio network) จานวน 42 คร้งั
(ทกุ วนั องั คาร) - เขียนบทความด้านสุขภาพลงในหนงั สือพิมพ์ท้องถ่ิน จานวน 3 ฉบับๆ
ละ ๒๔ ครั้ง
(เดือนละ ๒ ครั้ง/ฉบบั ) ในหนงั สอื พิมพฅ์ นสุพรรณ ,ข่าวมวลชน และชนบทนิวส์
๔. สนบั สนนุ กลมุ่ งาน/งานอ่ืนๆในสานักงานสาธารณสุขจังหวดั สพุ รรณบุรี
๔.๑ งานข้อมูลข่าวสาร ตามพระราชบัญญตั ิข้อมูลขา่ วสาร ปี พ.ศ.๒๕๔๐
๔.๒ ถ่ายรูปและลงเวบ็ ไซต์ประชาสมั พนั ธใ์ ห้ในนามสานักงานสาธารณสขุ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ีและ
เฟสบคุ๊ สือ่ สร้างสรรคป์ ระชาสมั พันธส์ านกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั สุพรรณบุรี
4.3 จดั ทาข่าวในวาระสาคัญขององค์กร ประชาสัมพนั ธล์ งในขา่ วสานกั สารนิเทศ สานักงาน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และในหนงั สือพมิ พ์หลกั และหนงั สือพมิ พท์ ้องถ่ิน
๔.4 เปน็ พิธีกรในฐานะองคก์ ร และสนับสนนุ กลมุ่ งาน/งานอื่นๆ
4.5 ร่วมจดั งานรณรงคข์ องฝาุ ยอื่นๆ ไดแ้ ก่ จดั งานเทดิ พระเกยี รติวนั แม่แหง่ ชาติ , วนั เอดสโ์ ลก ,
วัน อสม.แห่งชาติ ฯลฯ
สรปุ ผลการดาเนินงานสุขศึกษา ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๐
ตวั ชว้ี ัด : จานวนชอ่ งทางทที่ นั สมัยเพิ่มขนึ้ อยา่ งน้อย ปีละ ๑ ช่องทาง
วเิ คราะห์สถานการณ์และสภาพปัญหา :
สานักงานสาธารณสุขจงั หวดั สพุ รรณบุรี มนี โยบายในการดาเนนิ งานสง่ เสริมสขุ ภาพและปูองกนั โรค โดยใชก้ ล
ยทุ ธใ์ นการดาเนินงาน คือ การผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทความและข้อมูลสขุ ภาพ ให้กับประชาชนผา่ นชอ่ งทาง
สื่อสาธารณะ เช่น เสยี งตามสาย หอกระจายขา่ ว สถานีวทิ ยุหลัก สถานีวิทยชุ ุมชน สื่อทางโซเชยี ลมเี ดีย เพ่ือให้
ประชาชนมคี วามรู้ ความเข้าใจ เข้าถงึ ข้อมลู ข่าวสารด้านสุขภาพ สามารถดแู ลตนเองและครอบครัวได้ ซง่ึ สอดรับกบั
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ : ส่งเสรมิ ให้ประชาชนมคี วามรอบรูด้ า้ นสุขภาพและพฒั นาพฤติกรรมสขุ ภาพไปในทางที่ถูกต้อง
(Health Literacy)
แนวทางการดาเนินงาน :
๑. กาหนดแนวทางและรูปแบบการดาเนินงาน
๒. แจ้งแนวทางการดาเนนิ งานและประสานความรว่ มมอื กับหน่วยงานท่เี ก่ยี วข้อง
๓. ผลิตบทความสขุ ภาพ และส่ือประชาสัมพนั ธ์ด้านสุขภาพตา่ งๆ สนับสนนุ ให้กับส่ือสาธารณะในพื้นท่ี
๔. ปรบั ปรุงฐานข้อมูลสื่อสาธารณะในพื้นที่ ทง้ั ในสว่ นของหอกระจายขา่ ว เสยี งตามสาย สถานีวิทยุหลัก และสถานีวิทยุ
ชมุ ชน
๕. ตดิ ตามผลการดาเนนิ งาน รวมทั้งปญั หาอปุ สรรคทีพ่ บ
๖. สรปุ และรายงานผลการดาเนินงาน
สรุปผลการดาเนินงาน :
จานวนส่ือสาธารณะในพ้นื ท่ี น่วยวัด ห ๒ ผลการดาเนนิ งานทีผ่ ่านมา ๒
จานวน หอกระจายข่าว/เสยี งตามสาย ทั้งหมด ๕๕๘ ๒
จานวน หอกระจายขา่ ว/เสียงตามสาย ทด่ี าเนนิ การ
จานวน สถานีวทิ ยุหลกั /สถานีวทิ ยชุ มุ ชน ทงั้ หมด ๕๕๙ ๕๖๐
จานวน สถานวี ทิ ยหุ ลกั /สถานวี ทิ ยชุ ุมชนทด่ี าเนนิ การ
แ๘ ๘ ๘
ห่ง ๕๓ / ๑๗๗ ๕๓ / ๑๗๗ ๕๓ / ๑๗๗
แ๖ ๓ ๓
หง่ ๗๕ / ๑๗๗ ๙๖ / ๑๔๔ ๙๖ / ๑๔๔
แ๑ ๑ ๑
ห่ง / ๖๕ / ๖๕ / ๖๕
แ๑ ๑ ๑
ห่ง / ๖๕ / ๖๕ / ๖๕
งานสุขภาพจิต
สถานการณ์ จากการสารวจสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยของกรมอนามัย พบว่าเด็กแรกเกิด -5 ปี มีพัฒนาการ
สมวัยลดลงจากร้อยละ 71.7 ใน พ.ศ. 2542เป็นร้อยละ 67.3 ใน พ.ศ. 2553และเพิ่มข้ึนเป็นร้อยละ 72.5 ในปี2557 สาหรับกลุ่ม
เด็กวัยเรยี น(5–14ปี) ผลการสารวจ IQ ปี 2559 พบว่าเด็กใน จ.สุพรรณมี IQ เฉลี่ย 101 (ค่ากลาง ร้อยละ 98.59) และมีมี IQ ต่า
กว่าปกติร้อยละ 27.1 (ค่ากลาง ร้อยละ25.6) นอกจากนี้เด็กไทยอายุ 6 - 11 ปี มีความฉลาดทางอารมณ์เท่ากับ 45.12 ซ่ึงจัดอยู่
ในระดับต่ากว่าเกณฑ์ปกติ (50 - 100) ในกลุ่มเด็กวัยรุ่น (15 – 21 ปี) พบปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ในวัยรุ่น 15 - 24 ปี เพ่ิมข้ึน
จากรอ้ ยละ 21.6 ในพ.ศ. 2554 เป็นร้อยละ23.7 และพบวา่ ความชุกของการสบู บุหรี่ในวัยรุ่นเปน็ รอ้ ยละ 22.4 พฤติกรรมเสี่ยงทาง
เพศของวัยรุ่นพบว่าอายุเฉล่ียของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกมีอายุน้อยลง สาหรับกลุ่มวัยทางาน (15 – 59 ปี)และกลุ่มผู้สูงอายุ
(60ปีข้ึนไป) พบมีปัญหาเครียด ซึมเศร้า โรคเร้ือรัง เพ่ิมมากขึ้น จากฐานข้อมูลของผู้ปุวยโรคซึมเศร้าจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2559
พบว่าร้อยละ 30 ของผู้ปุวยโรคซึมเศร้าเป็นกลุ่มวัยทางาน และพบว่าผู้ปุวยโรคซึมเศร้า มีปัญหาการกลับเป็นซ้า ร้อยละ 31.15
นอกจากนี้ข้อมูลการฆ่าตัวตายสาเร็จในปี 2559 ของจังหวัดสุพรรณบุรี พบถึงร้อยละ 7.06 จากปัญหาดังกล่าวน้ีทาให้เกิดผล
กระทบต่อสภาพจิตใจแก่ผู้ใกล้ชิด และการสูญเสียแก่ประเทศชาติในเชิงเศรษฐกิจอย่างมากจากค่าใช้จ่ายเพ่ือการดูแลรักษาและ
เยียวยาจิตใจ ดังน้ันการดาเนินงานเพื่อปูองกัน แก้ไขปัญหาด้านสุขภาพจิต จึงจาเป็นต้องมีการดูแลปูองกันและส่ งเสริมให้
ครอบคลุมแก่ประชาชนในทุกกลมุ่ วัยและมีระบบหรอื วิธีการในการนาผู้ที่เส่ียงต่อการฆา่ ตวั ตายใหไ้ ด้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสม
ก็จะสามารถลดปัญหาต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นลงได้ จากตารางท่ี 1 เป็นข้อมูลท่ีแสดงถึงผลลัพธ์การปูองกันปัญหาสุขภาพจิต ของ
จงั หวัดสุพรรณบรุ ี ยอ้ นหลัง 3 ปี โดยพบวา่ อัตราการเข้าถงึ บริการของผ้ปู ุวยโรคซมึ เศร้ามีแนวโนม้ ท่ีเพม่ิ ข้นึ ทุกปี แต่ในเชงิ ระบบยัง
พบปัญหาเรอื่ งระบบฐานข้อมูล/การนิยามศพั ทเ์ พอ่ื การดึงข้อมูลรายงานในระบบ HDC อาจมคี วามคลาดเคล่ือน ทาให้การคิดอตั รา
การเข้าถงึ บริการอาจมีความคลาดเคล่อื นตามมาได้ ในส่วนปัญหาอัตราการฆ่าตัวตายสาเร็จ ในปี 2558 -2559 มีแนวโน้มที่สูงขึ้น
ในทกุ พน้ื ที่ของจงั หวัดสุพรรณบรุ ีซึ่งจาเป็นตอ้ งมีการหารปู แบบหรอื วธิ ีการปูองกัน แกไ้ ขปัญหาดงั กล่าวตอ่ ไป
2.สรปุ ประเด็นสาคญั ที่เปน็ ความเส่ียงต่อการทาใหก้ ารขับเคล่อื นนโยบาย หรอื การดาเนินงานไม่ประสบความสาเรจ็ (Key
Risk Area/ Key Risk Factor)
2.1 การดาเนินงานดา้ นการสง่ เสรมิ สุขภาพจติ ในทุกชว่ งวยั ยงั ไม่ครอบคลุม และยงั ขาดการบูรณาการระบบงานร่วมกนั
ของหน่วยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งทั้งใน-นอก ระบบสาธารณสุข
2.2 การพฒั นาระบบบรกิ ารสุขภาพจิตและจติ เวช
- การเข้าถึงบรกิ ารโรคซมึ เศรา้ และระบบฐานขอ้ มลู ผปู้ ุวยโรคซมึ เศรา้ ใน HDC ( การขบั เคลอ่ื นในส่วนของ service plan )
- การแก้ไขและปูองกนั ปัญหาการฆา่ ตวั ตายในระดบั ชมุ ชน
3.แผนงาน/โครงการท่ีดาเนินการในปงี บประมาณ 2560 (ในสว่ นของ กลุ่มงาน NCD สสจ.สุพรรณบุร)ี
การพฒั นาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพคน
กิจกรรม :สนบั สนนุ การสร้างเสริมสขุ ภาพ เฝาู ระวังปูองกันควบคุมโรคและภัยสขุ ภาพ
โครงการพฒั นาและสร้างเสรมิ ศักยภาพคนไทยกลุ่มวัยเรยี นและวัยรนุ่ (สขุ ภาพจติ ) ของจังหวดั สพุ รรณบรุ ี ประจาปงี บประมาณ
2560 จนท.รพ สต จานวน 80 คน 34,600
*หมายเหตุ: กาหนดการจัดอบรมเพอื่ พัฒนา ในต้น กรกฎาคม 2560
Non UC
กรอบกระบวนการดาเนินงานที่มกี ารบูรณาการรว่ มกันกับระบบงานท่ีเก่ียวขอ้ ง
กรอบท1่ี กรอบการดาเนินงานสุขภาพจติ และจิตเวช จังหวดั สพุ รรณบุรี ปี 2560
กรอบท่ี 2 การขับเคลือ่ นงานสขุ ภาพจิตในระบบสขุ ภาพอาเภอของจงั หวดั สุพรรณบรุ ี
- การดูแลสุขภาพจติ ตามกล่มุ วยั และการคดั กรอง ดูแลผู้ปุวยโรคทางจติ เวช
- การแกไ้ ขและปูองกนั ปญั หาการฆา่ ตัวตาย
กรอบท่ี 3 แนวทางการดาเนินงานตามมาตรการการสง่ เสริมและพฒั นาสขุ ภาพจติ ตามกลมุ่ วัย
กรอบงานท่ี 4 การบูรณาการระบบงานสขุ ภาพจิตและงานกลมุ่ วยั รนุ่
กรอบงานท่ี 5 การพัฒนาระบบบรกิ ารในระดบั ปฐมภมู ิทเ่ี ชือ่ มโยงกบั ระบบงาน service plan สาขาสขุ ภาพจิตและจติ เวช จงั หวดั
สุพรรณบรุ ี
กรอบงานท่ี 6 การสร้างชมุ ชนเพ่อื การดแู ลสขุ ภาพจติ จ.สพุ รรณบรุ ี ปี 2560
4.1 การส่งเสรมิ สุขภาพจิตกลมุ่ วยั
ได้มีการดาเนนิ งาน โดยบรู ณาการกบั ระบบงานในแตล่ ะกลมุ่ วัยซึ่งใชก้ รอบการดาเนินงานตามทส่ี รา้ งไว้ (กรอบงานที่ 3 )
ซึ่งในปี 2560 มกี ารบูรณาการและดาเนินการอย่างเปน็ รปู ธรรมในกล่มุ เด็กเล็ก ชว่ งอายุ 3-5ปี และกลุ่มวยั รุน่ ส่วนในกลุ่มวัยอืน่ มี
การบูรณาการระบบงานตามกรอบงานท่ีวางไวแ้ ต่ยงั ไม่ครอบคลมุ ในทกุ พน้ื ที่ และยงั ขาดการดาเนินงานและการตดิ ตามอยา่ ง
เขม้ ข้น ตลอดจนระบบรายงานท่มี รี ายละเอียดมากทาให้ไม่สะดวกตอ่ การเกบ็ ขอ้ มูล อกี ทัง้ ยงั ขาดความชดั เจนในส่วนของคาอธบิ าย
การเกบ็ ขอ้ มลู ตัวชวี้ ดั ในแต่ละกลมุ่ วัยเพอ่ื ความเข้าใจทตี่ รงกนั ซงึ่ ตอ้ งหาแนวทางในการพฒั นาต่อไป
การดาเนินงานกลุ่มเด็กเลก็
ไดม้ ีการบูรณาการแผนงาน กิจกรรมร่วมกบั กลมุ่ ปฐมวัย และร่วมชแ้ี จงแนวทางการดาเนินงานใหแ้ กผ่ ู้รบั ผดิ ชอบงานใน
ระดับพ้ืนทเ่ี พือ่ ให้เข้าใจบทบาทของผู้ที่มสี ่วนเกย่ี วขอ้ งในการสง่ เสรมิ ดา้ นพัฒนาการ และความฉลาดทางอารมณ์ในเดก็ ตลอดจน
ทศิ ทางการดาเนินงาน พรอ้ มทัง้ จัดทา “ค่มู ือแนวทางการดาเนินงานเพื่อส่งเสรมิ สขุ ภาพจิตกลุ่มเดก็ ปฐมวยั ” ให้แก่ครูใน ศพด.
และ จนท.รพ.สต ในพืน้ ที่นารอ่ งทัง้ 10 อาเภอ ซงึ่ การดาเนินงานดังกลา่ วมีจุดมุ่งหมายเพ่อื เพิ่มคณุ ภาพการเล้ียงดู การส่งเสรมิ ด้าน
พัฒนาการ และความฉลาดทางอารมณ์ เพ่ือใหเ้ ดก็ กลมุ่ น้ีเมือ่ เขา้ สู่วยั เรยี นจะไดม้ คี วามฉลาดทางอารมณอ์ ย่ใู นระดับปกติ โดยมี
กิจกรรมในภาพรวมดงั น้ี 1.สอนพ่อแม่เร่ืองการเลี้ยงดเู ดก็ เพ่ือกระตนุ้ พฒั นาการ(พัฒนาการของเด็ก) 2.การดแู ลตนเองของมารดาที่
ตงั้ ครรภ์(พฒั นาการและIQของเด็ก) และ 3.กจิ กรรมสนบั สนนุ การใหน้ มแม(่ ความสัมพนั ธ,์ พัฒนาการ,ความฉลาดทางอารมณข์ อง
เดก็ ) นอกจากนยี้ ังไดก้ าหนดลงตดิ ตามเพอ่ื รับฟังผลการดาเนินงาน ปัญหาอุปสรรค เพ่ือร่วมกันหาแนวทางแกไ้ ข
4 สรปุ ผลการดาเนินงาน
การดาเนินงานกล่มุ วัยรุ่น
มกี ารดาเนนิ งานทมี นักจัดการสุขภาพวัยรุ่น (Teen managers ) ในพื้นที่ ตามกรอบงานที่ 4 และจากการติดตามนิเทศ
งานในระดบั พื้นท่ีพบว่ากลุ่มวยั รนุ่ ทีม่ คี วามเสยี่ งตอ่ การเกิดปัญหาดังกล่าวข้างต้นนั้นยังเข้าถึงบริการได้น้อย เน่ืองจากรูปแบบการ
ให้บริการในสถานบริการสาธารณสุขไม่สอดคล้องกับทัศนคติ วิถีชีวิต และสภาพปัญหาของวัยรุ่นอีกท้ังเจ้าหน้าท่ีท่ีให้การดูแลยัง
ขาดทกั ษะด้านการส่ือสารและการเข้าถึงวัยรนุ่ กลมุ่ เสี่ยง ซ่ึงการเพม่ิ การเขา้ ถึงบรกิ ารในกลมุ่ วัยรนุ่ และการทเี่ จ้าหนา้ ท่มี ีทักษะและ
องค์ความรูใ้ นเร่อื งดังกล่าวจะชว่ ยทาให้เกิดระบบการดูแลชว่ ยเหลอื ทางดา้ นสังคมจติ ใจท่มี คี ุณภาพมาตรฐานเพม่ิ มากข้นึ ซ่ึงในการ
นี้ กลมุ่ งาน NCD ได้จดั ทาโครงการฝึกอบรมการให้คาปรึกษาในโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพตาบล ของจังหวัดสุพรรณบุรี ประจาปี
งบประมาณ ๒๕๖๐ ขึน้ เพ่อื ให้ประชาชนกลมุ่ วัยรุน่ ในระดับพ้นื ที่ ไดเ้ ขา้ ถึงบรกิ ารเรอื่ งการขอรบั คาปรึกษาไดม้ ากขึ้นอนั จะเป็นการ
ชว่ ยลดปญั หาดา้ นสุขภาพจติ และปญั หาท่ีเกย่ี วขอ้ งในอนาคตได้
สรุปผลการดาเนินงาน ตามการประเมินผลโครงการ ฝึกอบรมการให้คาปรึกษาในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล (ภายใต้
โครงการพัฒนาและสรา้ งเสริมศักยภาพคนไทยกลมุ่ วยั เรยี นและวัยรุน่ ประจาปีงบประมาณ 2560)
1.เพือ่ พฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากรในระดบั รพ.สต ในการใหค้ าปรกึ ษาเบือ้ งตน้
1.กลุม่ เปาู หมายเข้ารับการอบรมครบตามเกณฑ์
2.วยั รนุ กลุมเส่ยี งที่มีปญี หาพฤตกิ รรม – อารมณไ์ ดร้ บั การดแู ลชวยเหลือตาม เกณฑทก่ี าหนดไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80
ร้อยละ 60
1.กลุม่ เปาู หมาย ( จนท.รพ สต.) เขา้ รบั การอบรมครบตามเกณฑ์ จานวน 2 วัน คิดเป็นร้อยละ 93.75 (75คน)
2.วัยรุนกลุมเส่ยี งท่มี ปี ญี หาพฤติกรรม– อารมณไ์ ดร้ บั การดูแลชวยเหลือ ให้คาแนะนาสง่ ตอ่ ร้อยละ 95
2.เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพระบบการใหบ้ รกิ ารดา้ นสุขภาพจิตและจติ เวชใน ระดบั รพ.สต.
การประเมนิ ผลการอบรม
ผลการประเมินจากผเู้ ข้ารบั การอบรม จานวน 2 รุ่น รวม 80 คน พบวา่ ดา้ นการฝึกอบรมอยู่ในเกณฑท์ ดี่ ีมาก (ผลการประเมนิ อยูใ่ น
เกณฑ์ ร้อยละ 90.32) และดา้ นวทิ ยากรมคี วามรู้ ความสามารถในการถ่ายทอดความรอู้ ยู่ในเกณฑท์ ด่ี มี าก (ผลการประเมินอยู่ใน
เกณฑ์ รอ้ ยละ 93.66)
หลักสตู รที่สนใจและตอ้ งการอบรมในคร้ังตอ่ ไป
1.การดแู ลปอู งกัน การทารา้ ยรา่ งกาย สตรี
2.พฤติกรรมของเด็กเมื่อเกิดความผดิ หวัง
3.ปญั หาวัยร่นุ
4.การจดั การแกไ้ ขปญั หาสุขภาพจติ ในชุมชน
5.การให้คาปรึกษาเกยี่ วกับเรือ่ งการมารบั บรกิ ารฉดี วัคซนี
6.การให้คาปรึกษาขั้นสงู (2ความเห็น)
ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
1.ควรเพ่มิ สอื่ /วดี ีโอ
2.อยากให้ เจ้าหนา้ ทีใ่ นรพ.สต. ไดร้ บั ความรดู้ ีดแี บบนบ้ี า้ ง
3.อยากใหม้ กี ารทบทวนทุกปี (2ความเห็น)
สรุปปญั หาอปุ สรรคทไ่ี ม่เป็นไปตามแผน
1.เพ่ือให้เกิดประสทิ ธภิ าพในการฝกึ อบรมเรื่องการใหค้ าปรึกษาเบ้อื งตน้ จงึ จาเป็นต้องมีการเรยี นร้ทู ั้งภาคทฤษฎี ตลอดจน เทคนคิ
วธิ ี และกระบวนการต่างๆ ท่เี กยี่ วข้อง จากน้นั คอ่ ยลงมือฝึกปฏิบตั ิ ซ่งึ การอบรมในลักษณะนตี้ อ้ งใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 2 วัน ซง่ึ
ในบางคร้งั ทาใหเ้ จ้าหน้าท่กี ล่มุ เปาู หมายท่ีเข้ารบั การอบรมบางส่วนไมส่ ามารถเขา้ รับการอบรมไดค้ รบตามระยะเวลาทีก่ าหนด
2. การดาเนนิ การแก้ไขปญั หา / ขอ้ เสนอแนะ
2.1 ผ้เู ขา้ รับการอบรม ควรนาความรู้ /เทคนิค และทักษะต่างๆ ท่ีไดร้ บั จากการอบรมไปฝกึ ปฏิบตั ติ ่อในระดบั พ้ืนท่ี โดย
สามารถขอรับคาปรึกษาเพิม่ เตมิ ได้ที่งานสขุ ภาพจิตและจิตเวช/กลมุ่ งานจิตเวช ของโรงพยาบาลในทกุ อาเภอได้
2.2 ผเู้ ขา้ อบรมสามารถทบทวนความรู้ /เทคนคิ ตา่ งๆ เพ่ิมเติมไดจ้ ากค่มู อื การใหค้ าปรึกษาเบื้องต้น ทที่ างผจู้ ัดการอบรม
ได้จดั ทาไวใ้ ห้ เพื่อใช้เปน็ ค่มู อื แนวทางในการดาเนนิ งาน
- จานวนวยั รนุ่ (15-19ป)ี ทีไ่ ด้รบั การดแู ลช่วยเหลือ (คน)
จากตารางท่ี 6 เป็นขอ้ มลู การดูแลชว่ ยเหลือกลมุ่ วัยร่นุ ทีม่ คี วามเสีย่ งต่อปญั หาพฤตกิ รรม อารมณ์ และได้รับการดแู ลให้ความ
ช่วยเหลอื ใหค้ าปรกึ ษาที่ psychosocial clinic ของโรงพยาบาล ซง่ึ มีการดาเนินงานในโรงพยาบาลทกุ แห่ง แต่ยงั ขาดความ
ครอบคลมุ และตอ่ เนอ่ื งในเร่อื งของการจัดเก็บข้อมลู เน่อื งจากเป็นระบบขอ้ มลู ที่ตอ้ งมกี ารจดั เก็บแยกตา่ งหากไมไ่ ด้มีการบนั ทึกลง
ในระบบฐานข้อมูล HDC ซึ่งต้องหารูปแบบในการจดั เกบ็ และรายงานขอ้ มูลท่ีเหมาะสม และไมเ่ ปน็ ภาระของผู้ปฏบิ ตั ิงาน
นอกจากนย้ี งั มีผลการดาเนนิ การดแู ลสขุ ภาพจติ ชมุ ชน โดยการเปลีย่ นพฤตกิ รรมในกล่มุ วัยร่นุ เพ่อื พิชติ ปัญหาการตงั้ ครรภใ์ นวยั รนุ่
ของตาบลบ่อสุพรรณ อาเภอสองพีน่ อ้ ง จังหวัดสุพรรณบุรี ซงึ่ เปน็ การร่วมมอื กันของภาคเี ครือข่ายที่เกย่ี วข้องในการดแู ลปูองกัน
ปัญหาในระดับพ้นื ท่ี จนเกิดความสาเรจ็ สามารถเปน็ ตน้ แบบและขยายผลการดาเนนิ งานไปยังพืน้ ท่อี ่ืนๆ ได้
4.2 การขบั เคลื่อนงานสขุ ภาพจิตในระบบสขุ ภาพอาเภอ
จากปญั หาการฆ่าตัวตายในระดบั พ้นื ท่ี ท่ีมอี ตั ราสงู เกินเกณฑก์ าหนดน้ัน ทางสานักงานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบรุ ีไดม้ กี าร
ดาเนินงานเพ่อื ขบั เคลื่อนการทางานผา่ นระบบสขุ ภาพอาเภอเพอ่ื ใหก้ ารดูแลรักษา สง่ เสรมิ ปอู งกนั และฟื้นฟูสุขภาพ โดย
ขบั เคลอื่ นผ่าน DHS และตาบลจดั การสขุ ภาพ ในทุกอาเภอ และมีการนารอ่ งการดาเนินงานในพ้ืนที่อาเภอศรีประจนั ต์ ดงั นี้
กระบวนการแกไ้ ขปัญหาดว้ ยการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ดงั นี้
กิจกรรมสรา้ งการมสี ่วนรว่ มของชุมชน หมทู่ ่ี 8 ตาบลดอนปรู อาเภอศรปี ระจนั ต์
การสรา้ งการมสี ่วนรว่ มของชุมชน ซง่ี ตอ้ งทาใหช้ ุมชนเหน็ ความสาคญั ของปัญหา ในการคืนข้อมลู /ปัญหาสขุ ภาพจติ ในพ้ืนท่ี
(ซมึ เศรา้ /การฆา่ ตวั ตาย) เพื่อใหช้ มุ ชนรบั ทราบและเกดิ การรบั รขู้ ้อมูลจนเกดิ ความตระหนักนั้น จะเปน็ การช่วยสร้างให้เกดิ พลังของ
ชมุ ชน และรว่ มกนั คดิ วางแผนหาแนวทางปอู งกันและแก้ไขปญั หาทเี่ กิดข้นึ
สรุปกจิ กรรมทไี่ ด้มีการดาเนนิ งานในชมุ ชนเพ่อื ช่วยกันแกไ้ ขปัญหาการฆา่ ตวั ตาย ดงั น้ี
1.สร้างความเขม้ แข็งในชุมชนเพอ่ื ให้คนในชมุ ชนการดแู ลช่วยเหลือกนั ร่วมรับรู้ ร่วมคิด รว่ มทา ร่วมรบั ผลประโยชน์
และรว่ มกนั พฒั นาหาแนวทางแก้ไข
2.การพฒั นาองค์ความรู้ ดา้ นสขุ ภาพจติ แก่คนในชมุ ชนให้มคี วามรเู้ รอื่ ง การดูแลตนเองเมือ่ เกิดความเครียด และสงั เกต/
แนะนาหรือใหก้ ารดแู ล คนทส่ี งสยั มคี วามเครียดได้
3.มีกิจกรรมในชุมชนท่ีช่วยใหค้ นในชุมชนมีสุขภาพกายทสี่ มบรู ณ์ และสขุ ภาพจติ ที่เขม้ แขง็ และชักชวนใหม้ ีสมาชกิ เข้า
มาร่วมกิจกรรมเพม่ิ ข้ึน
4.มผี ูท้ ีค่ อยให้คาแนะนา (ทีป่ รกึ ษา) หรอื ให้กาลงั ใจ เมอ่ื เกิดปญั หา หรือมเี รื่องทีค่ ับข้องใจ (นวัตกรรมเพอื่ นคู่ใจ-ให้
คาปรึกษา)
5.มกี จิ กรรมทช่ี ่วยส่งเสรมิ สมั พนั ธภาพให้คนในครอบครวั เข้าใจกันมากขึ้น
ผลสาเรจ็ ของงานทเี่ กิดขนึ้
1.ผลลัพธ์ด้านระบบการทางาน ซง่ึ ทาใหเ้ กดิ เครอื ข่ายการทางานในระดับพน้ื ท่ี ท่เี ปน็ รูปธรรม และมบี ทบาทชัดเจนขน้ึ ผู้
ทม่ี ีสว่ นเกี่ยวข้อง หรอื ประชาชนในพนื้ ท่มี ีสว่ นรว่ มในการปอู งกันแกไ้ ขปญั หาเพิ่มมากขึ้น สามารถเป็นพน้ื ทต่ี น้ แบบในการพฒั นา
ระบบงานและการสร้างนวตกรรมการดูแล “เพื่อนคูใ่ จให้คาปรกึ ษา” ซึง่ เปน็ นวตกรรมทท่ี าให้ อสม.สาขาสขุ ภาพจติ ในพ้นื ที่ ไดร้ บั
รางวลั อสม.ดเี ดน่ สาขาสขุ ภาพจติ ชมุ ชน ระดับภาคกลางประจาปี 2560
2.ผลลพั ธด์ า้ นสุขภาพของประชาชน โดยพบวา่ มกี ารบรู ณาการเรื่องการส่งเสรมิ สขุ ภาพจติ ในทุกชว่ งวยั ครอบคลมุ ปชช.
ทุกกลุม่ วัย และกลุ่มผปู้ ุวยโรคทางจติ เวชมกี ารเขา้ ถงึ บริการเพิ่มข้นึ /มีแนวโนม้ การฆา่ ตัวตายในพ้ืนทล่ี ดลง
4.3 การขบั เคลื่อนการดาเนนิ งานของทีมเยียวยาจิตใจฯ (ทีม MCATT)ในปี 2560 ทมี MCATT ไดม้ ีการพฒั นาระบบการดแู ล และ
ได้รับการพฒั นาองค์ความรมู้ ากขน้ึ ทาให้มกี ารบูรณาการกบั ระบบงานทีเ่ กย่ี วข้องมากย่งิ ขึน้ โดยมกี ารพัฒนาระบบงานร่วมกับการพฒั นา
ระบบศูนยต์ อบโตภ้ าวะฉุกเฉนิ และภัยสุขภาพ ดังน้ี
1) เขา้ ร่วมประชมุ คณะทางานตามผังบญั ชาการ ICS ICS ระดับจงั หวดั และอาเภอ เมื่อวนั ที่ 2 มนี าคม 2560 ซึ่งทีม
MCATT เปน็ สว่ นหนงึ่ ของสว่ นสว่ นปฏิบัตกิ ารตามผัง ICS
2) จัดทาคู่มือ/แนวทางการดแู ลชว่ ยเหลอื เยียวยาจติ ใจ ของจังหวดั สุพรรณบุรเี พือ่ ใช้เป็นแนวทางการดาเนินงานร่วมกนั
โดยคมู่ ือนีจ้ ะถกู นาไปรวมไว้ในค่มู อื การดาเนินงานของ ศนู ยป์ ฏิบตั กิ ารตอบโต้ภาวะฉุกเฉนิ EOC
3) รว่ มซ้อมแผนกบั ทมี ทีเ่ กย่ี วขอ้ งในภาพรวมของจังหวัด ซึง่ มกี าหนดการ ในวนั ท่ี 1 มถิ ุนายน 2560
ผลการดาเนินงาน
1).จัดทาขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน (Work Procedure) เตรยี มความพร้อมและตอบโตส้ าธารณภยั ด้านการแพทยแ์ ละการ
สาธารณสุขสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั สุพรรณบรุ ี ในสว่ นของทมี สขุ ภาพจิต (Mental Health Crisis Assessment and
Treatment Team : MCATT) เพอ่ื ใช้เป็นแนวทางปฏิบตั ริ ว่ มกบั ทมี อื่นๆ ใน EOC ทั้งในระดับจังหวดั และระดบั อาเภอ
2). มกี ารประชุมเพอื่ วางแผนการดาเนนิ งานปูองกัน/แกไ้ ขปญั หาสขุ ภาพจิต ในช่วงเดอื นตลุ าคม 2559
3).ทีม MCATT อาเภอสองพ่นี ้อง จงั หวัดสุพรรณบรุ ี นาโดย นพ.เอก อัศวโรจน์พงษ์ พรอ้ มด้วยพยาบาลและนักจิตวิทยา
ไดล้ งพ้ืนท่เี พ่อื ใหก้ ารดแู ลเยยี วยาจติ ใจ และตรวจรกั ษาผู้ปุวยจติ เวช ในเขตอาเภอบางสะพาน จงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ หลงั เกดิ เหตุ
นา้ ทว่ มในชว่ งเดอื นมกราคม 2560 ท่ีผ่านมา
4).ทมี MCATT ระดบั จังหวดั /อาเภอ เขา้ ร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพและความรขู้ องบุคลากรในระบบ ICS ICS และการ
เตรยี มพรอ้ มตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉิน เมอ่ื วนั ที่ 2 มนี าคม 2560
4.4 ผลงานสาคญั ดา้ นการพัฒนาระบบบริการสขุ ภาพจิตและจติ เวช (service plan สขุ ภาพจติ และจิตเวช)
จากตารางท่ี 4 เป็นข้อมูลการเขา้ ถงึ บริการโรคซมึ เศรา้ ของจังหวัดสพุ รรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2560 (ต.ค 59-ก.ย 60) โดยใช้
ฐานข้อมลู ผ้ปู วุ ยโรคซมึ เศรา้ ทไี่ ดร้ บั การวนิ ิ๗ฉัย และรบั การรักษาในแตล่ ะโรงพยาบาลตามรหสั ICD-10 ซง่ึ ในภาพรวมของจงั หวัด
สพุ รรณบรุ พี บว่ามีผูป้ วุ ยโรคซึมเศรา้ เขา้ ถงึ บริการรอ้ ยละ 53.81 ของยอดประมาณการณ์ นอกจากนย้ี งั มีระบบขอ้ มลู การเขา้ ถงึ
บริการโรคซมึ เศรา้ จากโปรแกรม HDC ซ่ึงมีการปรับปรงุ ระบบข้อมลู ในปี 2560 จึงทาใหภ้ าพรวมของข้อมูลทีไ่ ดย้ งั ไม่ครบถว้ น
สมบรู ณ์ซึ่งถือเปน็ โอกาสพฒั นาตอ่ ไปในปี 2561 อาเภอ จานวน ปชก.อายุ 15 ปขี นึ้ ไป (ปชก จาก HDC)
จานวนผูป้ วุ ยโรคซมึ เศร้าที่คาดประมาณการณ์ (รอ้ ยละ 2.4* ของ ปชก.อายุ 15 ปี ขึน้ ไป ) เพอ่ื ใช้คิดเปูาการทางานปี 60
เปูาหมายการเข้าถงึ บริการของผ้ปู วุ ยโรคซมึ เศร้า ปี 2560 (คน ) ผลการดาเนินงานการเข้าถงึ บริการของผู้ปวุ ยโรคซมึ เศร้า
ใชฐ้ านขอ้ มูลผ้ปู ุวยจากรายงานของหนว่ ยบรกิ าร(>= รอ้ ยละ 50 ของยอดประมาณการ )
5. ปญั หา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
5.1 ระบบการบูรณาการงานสุขภาพจติ ตามกล่มุ วัย (ผู้รับผิดชอบงาน/แผนงาน/ นโยบาย)
5.2 การใหค้ วามสาคญั กบั ปญั หาทางดา้ นสุขภาพจติ และจิตเวช และการสนับสนุนผ้ปู ฏิบตั งิ าน
แผนงานที่ 3 ลดปจั จัยเสีย่ งด้านสขุ ภาพ
ตัวชวี้ ัด: 1) รอ้ ยละของผลิตภัณฑอ์ าหารสดและอาหารแปรรูปมคี วามปลอดภยั (รอ้ ยละ 80)
2) รอ้ ยละของผลติ ภัณฑส์ ขุ ภาพทีไ่ ด้รับการตรวจสอบได้มาตรฐานตามเกณฑท์ ่ีกาหนด (รอ้ ยละ 95)
3) รอ้ ยละของสถานพยาบาล และสถานประกอบการเพ่ือสขุ ภาพผา่ นเกณฑม์ าตรฐานตามที่กฎหมาย
กาหนด (รวมเฉลีย่ รอ้ ยละ 80)
ผลการดาเนนิ งานตามตวั ชีว้ ดั
1. อาหารสดและอาหารแปรรปู มคี วามปลอดภัย ร้อยละ 95.84
2. ผลติ ภณั ฑส์ ขุ ภาพท่ีได้รบั การตรวจสอบได้มาตรฐานตามเกณฑท์ ่ีกาหนด รอ้ ยละ 95.48
3. สถานพยาบาล และสถานประกอบการเพ่ือสขุ ภาพผา่ นเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกาหนด
เฉลีย่ ร้อยละ 99.81
การดาเนนิ งานตามโครงการ
โครงการท่ี 1 โครงการส่งเสริมและพัฒนาความปลอดภยั ด้านอาหาร
ปี 2560 ผลิตภัณฑ์อาหารสดและอาหารแปรรูป ผ่านมาตรฐานที่กาหนด ร้อยละ 95.84 ซ่ึงอาหารท่ีผ่าน
มาตรฐาน ร้อยละ 100 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน อาหารท่ีไม่ผ่านมาตรฐาน ได้แก่ ผักสดปนเป้ือนยาฆ่าแมลง
เน้ือสัตว์ปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง น้าดื่มในภาชนะบรรจุปิดสนิทพบเชื้อโคลิฟอร์ม น้าแข็งบริโภคตกมาจรฐาน และ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปนเป้ือนสารที่มีฤทธิ์ทางยา ซ่ึงพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจเฝูาระวังสถานที่ผลิตและ
สถานทจ่ี าหน่าย เพือ่ ควบคุมกากับใหม้ ีมาตรฐานสถานที่ตามท่ีกฎหมายกาหนด พร้อมเก็บตัวอย่างอาหารเพ่ือตรวจ
วิเคราะห์ และเม่ือพบว่ามีอาหารไม่ผ่านมาตรฐานจะดาเนินคดีทันที และติดตามการพัฒนาสถานท่ีเพ่ือแก้ปัญหาท่ี
พบจนผ่านมาตรฐาน
โครงการที่ 2 โครงการคุ้มครองผบู้ รโิ ภคดา้ นผลติ ภัณฑ์สุขภาพและบรกิ ารสุขภาพ
กลุม่ งานคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค ไดด้ าเนนิ การควบคุม กากับ ดูแล สถานประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งผู้ผลิต
และผู้ขาย สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ โดยพนักงานเจ้าหน้าท่ีตรวจเฝูาระวังสถาน
ประกอบการตามแผนท่ีกาหนดและเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์สุขภาพเพ่ือตรวจวิเคราะห์ตามมาตรฐาน ปัญหาที่พบ
ได้แก่ สถานที่ผลิตเครื่องสาอางไม่มีจริงตามระบุในใบรับจดแจ้ง เครื่องสาอางปนเปื้อนสารปรอทและไฮโดรควิโนน
ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการดาเนินการแก้ไขข้อมูลสถานท่ีให้ตรงตามความจริง และดาเนินคดีกับ
ผผู้ ลติ หรือผ้ขู ายเคร่ืองสาอางผสมสารห้ามใช้พร้อมท้ังส่งข้อมูลให้สานักงานคณะกรรมการอาหารและยาดาเนินการ
เพิกถอนใบรับแจ้งเครื่องสาอางท่ีพบสารห้ามใช้ นอกจากน้ันพบยาแผนโบราณไม่ผ่านมาตรฐานซึ่งได้ตรวจสอบ
สถานทผี่ ลิตและพัฒนาให้ได้มาตรฐานทีก่ าหนดแลว้
การกากับ ดูแลสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ พนักงานเจ้าหน้าท่ีระดับจังหวัด ได้
ร่วมกับเจ้าหน้าท่ีระดับอาเภอ ได้แก่ เภสัชกรโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จากสานักงานสาธารณสุขอาเภอ เจ้าหน้าที่
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ดาเนินการตรวจสอบสถานพยาบาลตามมาตรฐานทุกแห่ง ปีละ 1 คร้ัง ซึ่งปี
2560 พบสถานพยาบาลไม่ผ่านมาตรฐาน 1 แห่ง เน่ืองจากผู้ดาเนินกิจการสถานพยาบาลไม่สามารถดาเนินกิจการ
ตามเวลาท่ีขออนุญาตได้ จึงได้แจ้งให้ปิดกิจการไว้ก่อนจนกว่าจะแก้ไขให้แล้วเสร็จ ในส่วนสถานประกอบการเพื่อ
สุขภาพ มีการตรวจมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทุกแห่ง ซ่ึงปัจจุบันมีสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพใน
จังหวดั สุพรรณบรุ ที ้ังสิน้ 6 แห่ง และมกี ารรบั ลงทะเบียนผูใ้ หบ้ ริการอย่างต่อเนอ่ื ง
รายละเอยี ดตัวชี้วัดท่ี 1.รอ้ ยละของผลิตภัณฑ์อาหารสดและอาหารแปรรปู มีความปลอดภัย (เปาู หมาย รอ้ ยละ 80)
1.1 ผกั ผลไมส้ ด ปลอดสารเคมีกาจดั ศตั รพู ืช
1.2 เนอื้ สตั ว์สด ปลอดสารเร่งเนอ้ื แดง
1.3 น้าบริโภคในภาชนะบรรจุทปี่ ิดสนิท มีคณุ ภาพ ปลอดภัย
1.4 ผลิตภัณฑจ์ ากเนื้อสัตว์ มีการใชว้ ัตถเุ จอื ปนอาหารตามกฎหมายกาหยด
1.5 ผลิตภณั ฑ์เสรมิ อาหาร ปลอดภัยจากการปลอมปนสารทีม่ ีฤทธิ์ทางยา
1.6 นมโรงเรยี น มีคณุ ภาพ ปลอดภัย
1.7 ผลติ ภัณฑจ์ ากแปูง มีการใชว้ ัตถุเจือปนอาหารตามท่ีกฎหมายกาหนด
1.8 นา้ มนั ทอดอาหาร มปี รมิ าณสารโพลารต์ ามกฎหมายกาหนด
1. สถานการณ์
ในปีงบประมาณ 2560 ตรวจสอบสถานที่ผลิตน้าบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และน้าแข็งทั้งหมด 110 แห่ง แบ่งเป็น
สถานท่ีผลิตนา้ บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ป่ี ดิ สนิท 88 แหง่ และน้าแข็ง 22 แห่งพบว่าผลการตรวจสอบสถานท่ีผลิตบริโภคใน
ภาชนะบรรจุท่ีปิดสนิทผ่านมาตรฐาน 85 (97.6%) แห่ง ไม่ผ่านมาตรฐาน 3 (2.4%) แห่ง ทาให้ถูกดาเนินคดี 3 แห่ง
และผลการตรวจสอบสถานทีผ่ ลติ น้าแขง็ ผ่านมาตรฐาน 22 แหง่
จากการเก็บตัวอย่างน้าบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และน้าแข็ง เพ่ือตรวจวิเคราะห์ทั้งหมด 110 แห่ง แบ่งเป็น น้า
บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ่ีปดิ สนทิ 88 แห่ง และน้าแข็ง 22 แห่ง พบว่าผลการตรวจวิเคราะห์น้าบริโภคในภาชนะบรรจุท่ีปิด
สนิทผ่านคุณภาพ 72 (81.8%) แห่ง ไม่ผ่านคุณภาพ 16 (18.2%) แห่ง ทาให้ถูกดาเนินคดี 16 แห่ง และผลการตรวจ
วเิ คราะหน์ า้ แข็งผ่านคณุ ภาพ 19 (86.4%) แหง่ ไมผ่ ่านคณุ ภาพ 3 (13.6%) แหง่ ทาให้ถูกดาเนินคดี 3 แห่ง
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสถานท่ีผลิตนมโรงเรียนทัง้ หมด 2 แห่ง พบว่าผา่ นมาตรฐานท้ังหมด และจากการเก็บตัวอย่าง
นมโรงเรยี น เพ่ือตรวจวิเคราะห์ พบว่าผ่านคุณภาพทงั้ หมด
2. ผลการดาเนินงานรายอาเภอ รายการข้อมลู อาเภอ อาเภอ อาเภอ
เมือง สองพีน่ อ้ ง บางปลาม
ลาดบั ตัวชีว้ ดั เปูาหมาย
ดาเนนิ การ 117 39 -
1 รอ้ ยละของผกั และผลไมส้ ดมี 117 39 -
ความปลอดภยั จากสารเคมกี าจัด ผา่ น 117 38 -
ศตั รูพืช ผลงาน ไม่ผา่ น
(ร้อยละ 95) -1 -
รอผลวเิ คราะห์ -- -
2 รอ้ ยละของเนอื้ สัตวส์ ด มีความ ร้อยละ 100 97.44 -
ปลอดภยั จากการปลอมปนสาร เปาู หมาย 22 11 -
เร่งเนอื้ แดง(ร้อยละ 95) ดาเนินการ
ผา่ น 22 11 -
3 รอ้ ยละของน้าบรโิ ภคในภาชนะ 18 11
บรรจทุ ี่ปดิ สนทิ กลมุ่ เปาู หมายมี ผลงาน ไมผ่ า่ น
คุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ท่ี รอผลวเิ คราะห์ 4- -
กาหนด รอ้ ยละ
(รอ้ ยละ 100) -- -
81.82 100
4. รอ้ ยละของผลติ ภัณฑ์จาก
เน้อื สัตวท์ มี่ ีการใช้วตั ถเุ จอื ปน เปูาหมาย 4 3 2
ดาเนนิ การ 4 3 2
4 3 2
ผ่าน
ผลงาน ไม่ผา่ น 0 0 -
รอผลวเิ คราะห์ - - -
ร้อยละ 100 100 100
เปูาหมาย 5- -
ดาเนินการ 5- -
อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ ภาพรวมจงั หวัด
มา้ ศรปี ระจนั ต์ อูท่ อง สามชุก ดอนเจดีย์ เดิมบางฯ หนองหญ้าไซ ด่านชา้ ง
156 16 44 18 30 17 25 462
156 16 44 18 30 17 25 462
155 16 42 18 30 17 25 458
1 -2 - - - - 4
- -- - - - - -
99.36 100 95.45 100 100 100 100 99.13
7 6 5 10 3 7 5 76
7 6 5 10 3 7 5 76
7 4 5 10 3 7 5 70
- 2- - - - - 6
- -- - - - - -
100 66.67 100 100 100 100 100 92.11
2 3- - 2 - 2 18
2 3- - 2 - 2 18
2 3- - 2 - 2 18
- -- - - - - 0
- -- - - - - -
100 100 - - 100 - 100 100
- -- - - - - 5
- -- - - - - 5
ลาดบั ตวั ชว้ี ดั รายการข้อมลู อาเภอ อาเภอ อาเภอ
เมอื ง สองพ่ีนอ้ ง บางปลาม
อาหารตามเกณฑ์
ทกี่ าหนด (รอ้ ยละ 70) ผ่าน 5- -
ผลงาน ไมผ่ า่ น
5. รอ้ ยละของผลติ ภัณฑ์เสรมิ อาหาร 0- -
มคี วามปลอดภัยจากการ รอผลวเิ คราะห์
ปลอมปนสารทม่ี ีฤทธ์ทิ างยา รอ้ ยละ -- -
(รอ้ ยละ 75)
(ทาหนงั สือส่งไปยงั จงั หวดั ทผ่ี ลติ 80 - -
ของตัวอย่างทไี่ มผ่ า่ นแล้ว)
เปาู หมาย 5- -
6. รอ้ ยละของผลติ ภณั ฑน์ มโรงเรยี น ดาเนินการ 5- -
ณ สถานทผ่ี ลติ มคี ณุ ภาพมาตรฐาน 3- -
ตามเกณฑท์ ีก่ าหนด ผ่าน 2- -
(ร้อยละ 100) ผลงาน ไมผ่ า่ น
7. ร้อยละของผลิตภัณฑจ์ ากแปงู มกี าร รอผลวเิ คราะห์ -- -
ใช้วัตถุเจอื ปนอาหารตามเกณฑท์ ่ี
กาหนด ร้อยละ 60 - -
(รอ้ ยละ 70)
เปาู หมาย 2- -
ดาเนนิ การ 2- -
ผา่ น 2- -
-- -
ผลงาน ไมผ่ า่ น -- -
รอผลวเิ คราะห์ 100 - -
ร้อยละ
เปาู หมาย 42 -
42 -
ดาเนินการ 42 -
-- -
ผลงาน ผ่าน
ไม่ผา่ น
อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ ภาพรวมจงั หวดั
มา้ ศรปี ระจนั ต์ อู่ทอง สามชกุ ดอนเจดีย์ เดมิ บางฯ หนองหญา้ ไซ ด่านช้าง
- -- - - - - 5
- -- - - - - -
- -- - - - - -
- - - - - - - 100
- -- - - - - 5
- -- - - - - 5
- -- - - - - 3
- -- - - - - 2
- -- - - - - -
- - - - - - - 60
- -- - - 2 - 4
- -- - - 2 - 4
- -- - - 2 - 4
- -- - - - - -
- -- - - - - -
- - - - - 100 - 100
1 -- - - - - 7
1 -- - - - - 7
1 -- - - - - 7
- -- - - - - -
ลาดับ ตวั ชวี้ ัด รายการข้อมลู อาเภอ อาเภอ อาเภอ
เมอื ง สองพี่นอ้ ง บางปลาม
8. ร้อยละของรอ้ ยละของน้ามันทอด
อาหาร ณ สถานทีผ่ ลติ รอผลวเิ คราะห์ -- -
กล่มุ เปูาหมายและสถานท่ี 100 100 -
จาหนา่ ย มปี รมิ าณสารโพลาร์ ร้อยละ 2+4 3 -
เป็นไปตามเกณฑ์ทกี่ าหนด (รอ้ ย 2+4 3 -
ละ 80) เปูาหมาย 2+3 3 -
0+1 - -
ดาเนินการ -- -
ผลงาน ผา่ น
ไม่ผา่ น
รอผลวเิ คราะห์
รอ้ ยละ 83.33 100 -
ตัวอยา่ งอาหารที่มีผลการวิเคราะห์ตกมาตรฐาน สานกั งานสาธารณสุขจงั หวัดจงั หวดั สุพร
แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง ภายใน 15 วนั ซง่ึ เมือ่ พนักงานเจ้าหน้าท่ไี ด้ดาเนินการเก็บตวั อย่างตรวจ
การตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ผา่ นมาตรฐานทกุ แห่ง
- ผลการดาเนนิ คดีผู้ประกอบการตาม พรบ. อาหาร พ.ศ. 2522 ประจาปี 2
การดาเนินคดีผู้ประกอบการด้านอาหาร จังหวัดสุพรรณบุรี ตาม พรบ.อาหาร พ.ศ.25
จานวนทัง้ สิน้ 3 คดี กรณนี า้ บริโภคในภาชนะบรรจุทปี่ ิดสนิทตกมาตรฐานทั้งหมด
- การดาเนนิ การตรวจสอบเรอ่ื งรอ้ งเรียนด้านอาหาร
ปงี บประมาณ 2560 สานักงานสาธารณสุขจงั หวดั สพุ รรณบุรี ได้รับเร่ืองร้องเรียนดา้ นอาห
แสดงฉลากอาหารไมถ่ ูกต้อง ทง้ั 2 เร่ือง ถูกตกั เตือน จานวนท้งั สน้ิ 3 เรอ่ื ง และไม่พบการก
อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ อาเภอ ภาพรวมจงั หวัด
มา้ ศรีประจนั ต์ อทู่ อง สามชกุ ดอนเจดยี ์ เดิมบางฯ หนองหญา้ ไซ ดา่ นช้าง
- -- - - - - -
100 - - - - - - 100
- 1 7 9 3 3 6 2+36
- 1 7 9 3 3 6 2+36
- 1 5 9 2 3 4 2+30
- - 2 - 1 - 2 0+6
- -- - - - - -
- 100 71.43 100 66.67 100 66.67 84.21
รรณบรุ ี ไดด้ าเนนิ คดีเปรยี บเทยี บปรบั ผปู้ ระกอบการผลติ อาหาร และแจ้งให้ปรบั ปรุง
จวิเคราะห์ซา้ ผลการดาเนนิ การภายหลังการแก้ไขกระบวนการผลิต พบว่าทุกแห่งมีผล
2560
522 ประจาปี 2560 มีการ ดาเนินคดีเปรียบเทียบปรับกรณี ผลิตอาหารตกมาตรฐาน
ด
หาร จานวนทั้งส้ิน 12 เร่อื ง ถูกดาเนนิ คดีเปรียบเทยี บปรับ จานวนท้ังสิน้ 2 เรื่อง กรณี
กระทาความผดิ จานวนทั้งส้ิน 7 เรอ่ื ง
3. ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ
- จานวนตัวอยา่ งผกั ผลไม้ท่ตี รวจหาสารเคมีกาจัดศัตรพู ชื ตกค้างมจี ากดั ตามท่ไี ด้รับการสนับสนุนการ
ตรวจจากหนว่ ยเคลอ่ื นทเี่ พ่ือความปลอดภัยด้านอาหารจากสานกั งานสาธารณสุขจงั หวัดเพชรบุรี และ
ตลาดนดั หลายแห่งไม่ไดร้ บั การตรวจสอบเน่ืองจากชุดทดสอบไม่เพียงพอและเปิดไมต่ รงกับแผนการ
ตรวจของหน่วยเคล่ือนท่ี ดังน้ันทอ้ งถ่ินควรมีบทบาทในการสนบั สนุนงบประมาณในการตรวจหา
สารเคมีกาจัดศตั รพู ชื ตกค้างเพื่อเปน็ การคุ้มครองผู้บริโภคในพ้ืนที่
รายละเอียดตัวช้ีวดั ที่ 2 รอ้ ยละของผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพที่ไดร้ บั การตรวจสอบไดม้ าตรฐานตามเกณฑท์ ี่กาหนด (รอ้ ย
ละ 95)
ผลการตรวจสอบ เฝูาระวงั ผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพทไ่ี ด้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กาหนด ปี 2560
ประเภท ทงั้ หมด ผ่าน ตก รอ้ ยละ
อาหาร 1033 990 43 95.84
เคร่อื งสาอาง 80 73 7 91.25
ยาแผนโบราณ 16 15 1 93.75
รวม 1129 1078 51 95.48
เครือ่ งสาอาง
กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค ได้ดาเนินการควบคุม กากับ ดูแล สถานประกอบการเคร่ืองสาอางท้ังผู้ผลิตและ
ผู้ขาย โดยได้ตรวจเฝูาระวังสถานท่ีผลิตเคร่ืองสาอางตามใบรับจดแจ้งในระบบเครื่องสาอาง ของสานักงาน
คณะกรรมการอาหารและยา เฝูาระวังการจาหน่ายเครื่องสาอางที่ผิดกฎหมายในร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะร้านขายส่ง
เครอื่ งสาอางและสถานประกอบกจิ การ และเกบ็ ตวั อย่างเครือ่ งสาอางที่วางจาหน่ายส่งตรวจวิเคราะห์หาสารห้ามใช้ฯ
ท่ีเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ซ่ึงในปี 2560 ท่ีผ่านมาพบปัญหาการแจ้งสถานที่ผลิตเครื่องสาอางไม่ตรงตามความจริง
และการผลติ และจาหน่ายเครอ่ื งสาอางผสมสารหา้ มใช้ฯ ซ่ึงจากการสารวจพบว่ามีสถานที่ผลิตเครื่องสาอาง 35 แห่ง
จาก 143 ไม่มีสถานท่ีผลิตอยู่จริงตามที่แจ้ง และพบการผลิตเคร่ืองสาอางผสมสารปรอท 1 ราย ในพ้ืนที่อาเภอดอน
เจดยี ์ และจาหนา่ ยเคร่อื งสาอางผสมสารปรอทและไฮโดรควโิ นน 1 รายในอาเภอเมอื งสพุ รรณบรุ ี
ด้านเรอ่ื งรอ้ งเรียนและการดาเนนิ คดี ในปี 2560 มีเรอื่ งรอ้ งเรียนดา้ นเคร่ืองสาอาง 2 เร่ือง ได้แก่การโฆษณา
บนอนิ เตอรเ์ น็ต 1 เรือ่ ง ซง่ึ ได้ตรวจสอบแลว้ แตไ่ ม่พบข้อมูลการโฆษณาตามทรี่ ้องเรยี น และการจาหน่ายเครื่องสาอาง
ผสมสารอนั ตราย 1 เร่ือง ซง่ึ เมือ่ ตรวจสอบแล้วพบวา่ มีการจาหนา่ ยเครอ่ื งสาอางผสมสารปรอทและไฮโดรควิโนนจริง
จึงไดส้ ่งขอ้ มลู ต่อใหพ้ นกั งานสอบสวนและอยู่ในระหวา่ งการดาเนินคดี
P&P Excellence Page 33
ยา
กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค ได้ทาความตกลงร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการตรวจ
วิเคราะห์มาตรฐานยาแผนโบราณท่ีผลิตในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน 1 ตัวอย่าง
จาก 16 ตวั อยา่ ง ไดแ้ จง้ ให้ผปู้ ระกอบการหยุดผลติ ปรบั ปรงุ สถานทแ่ี ละกระบวนการผลิตจนผ่านมาตรฐานแล้ว ส่วน
ยาแผนปจั จบุ นั ไม่มผี ู้ผลติ ในจังหวัดสพุ รรณบุรี
4. ปญั หาและข้อเสนอแนะ
- ระบบการอนุญาตสถานทแ่ี ละการจดแจ้งผลิตภณั ฑเ์ ครื่องสาอางผูป้ ระกอบการสามารถบนั ทึกข้อมลู ในระบบได้โดย
ไมต่ ้องมีการตรวจสอบสถานทีแ่ ละผลิตภัณฑ์ ดังน้ันพนักงานเจา้ หน้าทจ่ี ึงตรวจสอบไดย้ าก กลมุ่ งานคุม้ ครอง
ผบู้ รโิ ภคไดเ้ สนอปญั หาต่อสานกั งานคณะกรรมการอาหารและยาเพ่ือหาแนวทางแก้ไขแลว้
รายละเอียดตัวช้ีวดั ท่ี 3 ร้อยละของสถานพยาบาล และสถานประกอบการเพ่ือสขุ ภาพผ่านเกณฑม์ าตรฐานตามท่ี
กฎหมายกาหนด (รวมเฉลี่ย รอ้ ยละ 80)
1. การดาเนินงาน
1.1 ด้านสถานพยาบาล
1.1.1 ประเภททร่ี บั ผู้ปุวยไวค้ ้างคนื (โรงพยาบาลเอกชน)
- ตรวจมาตรฐานสถานพยาบาลประเภทท่รี ับผู้ปวุ ยไว้ค้างคืน ปลี ะ 1 ครง้ั
1.1.2 ประเภทท่ไี ม่รบั ผูป้ วุ ยไวค้ า้ งคนื (คลนิ ิก)
- ตรวจมาตรฐานเพือ่ ประกอบการอนุญาตประกอบกิจการ/ดาเนินการ
- ตรวจเฝาู ระวงั มาตรฐาน อย่างนอ้ ยปีละ 1 คร้งั (มอบหมายพืน้ ทีด่ าเนินการ)
- ตรวจสอบกรณีร้องเรียนด้านสถานพยาบาล
1.2 ดา้ นสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ
- การขึ้นทะเบียนผูใ้ หบ้ รกิ าร ในสถานประกอบการเพ่อื สขุ ภาพ
- การอนญุ าตผ้ดู าเนนิ การสถานประกอบการเพื่อสขุ ภาพ
- การอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (สปา และนวดเพ่ือสุขภาพหรือเสรมิ ความงาม)
2. ตวั ชี้วดั การดาเนินงาน
รอ้ ยละของสถานพยาบาล และสถานประกอบการเพื่อสขุ ภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกาหนด
1) สถานพยาบาล รอ้ ยละ 100
2) สถานประกอบการเพ่อื สุขภาพ รอ้ ยละ 60
3) ภาพรวม รอ้ ยละ 80
P&P Excellence Page 34
3. ผลการดาเนนิ งาน
1) สถานพยาบาล 266 แหง่ ผา่ นมาตรฐาน 265 แหง่ (รอ้ ยละ 99.62)
2) สถานประกอบการเพอ่ื สุขภาพ 6 แหง่ ผ่านมาตรฐาน 6 แหง่ (ร้อยละ 100)
3) ภาพรวม สถานประกอบการ 272 แหง่ ผ่านมาตรฐาน 271 แหง่ (รอ้ ยละ 99.63)
4. ปญั หาและขอ้ เสนอแนะ
- เจา้ หน้าที่ไม่สามารถจดั การปญั หาเก่ยี วกับการโฆษณาสถานพยาบาลได้ ซึ่งกลมุ่ งานค้มุ ครองผบู้ รโิ ภคได้เสนอแนะ
สานักสถานพยาบาลควรกาหนดแนวทางในการจดั การปัญหาในช่วงที่ยงั ไม่มกี ฎกระทรวงฯ เก่ียวกับการอนุญาต
โฆษณาบังคับใช้
- การอนญุ าตสถานประกอบการเพื่อสขุ ภาพ มีบางประเดน็ ที่ยงั ไม่มีความชัดเจน เช่นนวดเพ่ือเสริมความงามจัดเป็น
อีกประเภทของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ท่ีนอกเหนือจาก สปา และ นวดเพื่อสุขภาพหรือไม่ หรือรวมอยู่เป็น
ประเภทเดียวกับนวดเพื่อสุขภาพ ตลอดจนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตนั้นเป็นอย่างไร ซ่ึงกลุ่มงานคุ้มครอง
ผบู้ รโิ ภคไดเ้ สนอแนะให้กองสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพควรจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าท่ีในส่วน
ภูมภิ าค เพอ่ื ทาความเขา้ ใจใหต้ รงกนั
- ภายหลงั การบังคับใชก้ ฎหมาย พรบ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มาได้ระยะหน่ึง สิ่งที่ตามมาคือข้อ
ร้องเรียนด้านสถานประกอบการ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าท่ียังขาดความเช่ียวชาญในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ซ่ึง
นับเป็นกฎหมายที่ต้องใช้วิธีทางการปกครองเข้ามาบังคับใช้ในหลายๆ ประเด็น ซึ่งกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคได้
เสนอแนะใหก้ องสถานประกอบการเพอ่ื สขุ ภาพควรจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพพนักงานเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาค ใน
งาน Post marketing ไปด้วยพร้อมกนั และควรจัดทีมปฏบิ ัติงาน Post marketing จากกรม เพ่ือคอยช่วยเหลือเมื่อ
จังหวัดรอ้ งขอ กรณเี ร่อื งร้องเรยี นทีซ่ ับซอ้ น หรือมอี ทิ ธิพลในพืน้ ที่
สถานการณ์แอลกอฮอล์และยาสูบ สาหรับอัตราการบริโภคยาสูบของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปในเขต
สุขภาพที่ 5 โดยจาแนกรายจังหวัดปี 2544, 2550, 2554 และ 2557 พบว่า จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ มีอัตราการบริโภคยาสูบสูงกว่าค่าเฉล่ียของประเทศ และค่าเฉล่ีย ของเขต จังหวัดเพชรบุรี มีอัตรา
การบริโภคยาสูบสูงกว่าค่าเฉล่ียของเขต ส่วนจังหวัดอ่ืนๆ ได้แก่ จังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร
และสมุทรสงคราม มีอตั ราการบรโิ ภคยาสูบต่ากว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ และค่าเฉล่ียของเขต และเม่ือพิจารณาอัตรา
การ บริโภคยาสูบรายจังหวัดในปี 2557 เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศ พบว่า จังหวัดกาญจนบุรี แ ละ
ประจวบครี ขี นั ธ์ ยงั คงมีอัตรา การบรโิ ภคยาสูบสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ เม่ือเปรียบเทียบกับค่าเปูาหมายประเทศ
(ร้อยละ 18.7) พบว่า จังหวัดกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี มีอัตราการบริโภคยาสูบสูงกว่าค่าเปูาหมาย
โดยมีอัตราการบริโภคยาสูบร้อยละ 25.72 ร้อยละ 25.14 และ ร้อยละ 20.12 ตามลาดับ ส่วนจังหวัดราชบุรี
สมุทรสงคราม สมทุ รสาคร สุพรรณบุรี และนครปฐม มีอตั ราการบริโภคยาสูบ ร้อยละ 18.52 ร้อยละ 17.67 ร้อยละ
P&P Excellence Page 35
16.37 รอ้ ยละ 16.07 และร้อยละ 15.40 ตามลาดบั อตั ราการบริโภคยาสูบของประชากรวัยรุ่นอายุ 15 – 18 ปี ใน
เขตสขุ ภาพที่ 5 ปี พ.ศ. 2550 จังหวัดสมุทรสาคร มีอัตราการ บริโภคยาสูบในกลุ่มวัยรุ่นมากที่สุดในเขตสุขภาพท่ี 5
คือ ร้อยละ 12.03 ซึ่งมากกว่าค่าเฉล่ียของเขต (7.30) และมากกว่าค่าเฉล่ีย ของประเทศ (9.21) รองลงมา ได้แก่
จังหวัดกาญจนบุรี ร้อยละ 10.85 และจังหวัดราชบุรี ร้อยละ 6.91 ปี พ.ศ. 2554 จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ มีอัตรา
การบริโภคยาสูบในกลุ่มวัยรุ่นมากท่ีสุด คือ ร้อยละ 9.87 ซ่ึงมากกว่าค่าเฉลี่ยของเขต (ร้อยละ 6.40) และ มากกว่า
ค่าเฉลี่ยของประเทศ (ร้อยละ 9.21) รองลงมา ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร ร้อยละ 6.81 จังหวัดสุพรรณบุรี ร้อ ยละ
6.74 และ จงั หวัดราชบรุ ี รอ้ ยละ 6.31 (แผนภูมิที่ 10) การบริโภคยาสูบในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2534-2556
พบวา่ ในชว่ งแรก (ปี พ.ศ.2534-2550) อัตราการสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเน่ือง จากอัตรา ผู้สูบบุหร่ี ร้อยละ
32.0 ในปี พ.ศ.2534 เป็น ร้อยละ 21.22 ในปี พ.ศ.2550 โดยมีอัตราการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยลดลง ร้อยละ 2.50
ต่อปี ช่วงหลัง (ปี พ.ศ.2550-2556) อัตราการสูบบุหร่ีมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ จากเดิม (พ.ศ.2550) ลดลงเป็น ร้อย
ละ 20.70 ในปี พ.ศ.2552 และกลบั เพิ่มข้ึนเป็น ร้อยละ 21.36 ในปี พ.ศ.2554 และลดลงในปีปัจจุบัน (พ.ศ.2556)
รอ้ ยละ 19.94 โดยมอี ัตราการเปลยี่ นแปลงเฉล่ียลดลง รอ้ ยละ 0.97 ตอ่ ปี
สว่ นสถานการณ์ในเขตสุขภาพที่ 5 ปี 2554 พบว่า ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปในจังหวัดกาญจนบุรี มีความ
ชุกการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากท่ีสุด โดยคิดเป็นร้อยละ 29.1 รองลงมา ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร เพชรบุรี และสมุทรสงคราม คิดเปน็ ร้อยละ 27.7, 24.8, 24.6, 21.9, 21.7,
21.6 และ 19.8 ตามลาดับ เมื่อเปรยี บเทียบ ข้อมูลปี 2550 และ 2554 พบว่า จังหวัดเพชรบุรีมีความชุกการบริโภค
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นมากที่สุด จากร้อยละ 15.0 เป็น ร้อยละ 21.6 รองลงมา ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี
เพ่ิมข้ึนจากร้อยละ 24.8 เป็นร้อยละ 29.1 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพิ่มขึ้นจากร้อย ละ 25.9 เป็นร้อยละ 27.7
จงั หวัดสุพรรณบุรี เพ่ิมขนึ้ จากร้อยละ 20.2 เป็นร้อยละ 21.9 จังหวัดนครปฐม เพิ่มข้ึนจากร้อยละ 23.5 เป็นร้อยละ
24.8 และจงั หวดั สมทุ รสงคราม เพิ่มขน้ึ จากรอ้ ยละ 19.0 เป็นร้อยละ 19.8 ขณะท่ีจังหวัดสมุทรสาคร มีความชุกการ
บรโิ ภคเคร่อื งด่มื แอลกอฮอลล์ ดลงมากท่สี ุด จากรอ้ ยละ 27.6 เป็นรอ้ ยละ 21.7 รองลงมา ไดแ้ ก่ จังหวัดราชบุรี ลดลง
จากรอ้ ยละ 25.2 เปน็ ร้อยละ 24.6
ผลการดาเนนิ งาน โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนการควบคุมยาสูบจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2559-2560
กิจกรรมหลัก ผลการดาเนินงาน หมายเหตุ
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การสร้างเสริมความเข้มแขง็ และพฒั นาขีดความสามารถในการ
ควบคมุ ยาสบู เจ้าหน้าท่รี ะดบั จงั หวดั สสอ. และ รพ.สต. ได้รับ Page 36
1.จดั อบรมพฒั นาศกั ยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสขุ ระดบั จงั หวดั สสอ.และ รพ.สต. การการอบรมความรู้ และการดาเนินงานในพืน้ ที่
เก่ียวกบั พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ ผลติ ภณั ฑ์ยาสบู พ.ศ.2560 และ พรบ.แอลกอฮอล์ เก่ียวกบั พรบ.ยาสบู พ.ศ.2560 และ พรบ.
พ.ศ.2551 จานวน 200 คน วนั ที่ 19 มิถนุ ายน 2560 แอลกอฮอล์ พ.ศ.2551
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การป้ องกนั มใิ ห้เกิดผ้เู สพรายใหม่
1.พฒั นาศกั ยภาพ ครู และนกั เรียนแกนนา ระดบั มธั ยมศกึ ษา อาชีวะศกึ ษา จะดาเนนิ การปี 61
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ชว่ ยผ้เู สพให้เลกิ ใช้ยาสบู เจ้าหน้าท่ี อสม. รพ. และ สสอ. ได้รับการอบรม
P&P Excellence
1.จดั อบรมพฒั นาเจ้าหน้าท่สี าธารณสขุ และ อสม.เพื่อเลกิ บหุ ร่ี จานวน 200 คน เรื่อง พษิ ภยั บหุ ร่ี และการชว่ ยผ้เู สพเลกิ เสพยาสบู
วนั ท่ี 21 กมุ ภาพนั ธ์ 60 เพ่ือให้ เจ้าหน้าท่ีสาธารณสขุ และ อสม.ชกั ชวน
และสร้างแรงจงู ใจให้ผ้สู บู บหุ รี่ในการเลกิ บหุ ร่ีใน
ชมุ ชน
ยุทธศาสตร์ท่ี 5 ทาสงิ่ แวดล้อมให้ปลอดควนั บหุ ร่ี ประชาสมั พนั ธ์ให้ผ้ปู ระกอบการ ร้านค้า ได้ทราบ
1.ออกตรวจเตอื น เฝ้ าระวงั และบงั คบั ใช้กฎหมายควบคมุ เคร่ืองดม่ื แอลกอฮอลแ์ ละ กฎหมายเก่ียวกบั การจาหนา่ ยเคร่ืองด่ืม
ยาสบู ช่วงเทศกาลปี ใหม่ (วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 59) จานวน 14 แหง่ ประกอบด้วย แอลกอฮอล์และยาสบู
ร้านอาหาร และสถานบนั เทงิ
2.ออกตรวจเตอื น ประชาสมั พนั ธ์ ร้านค้าจาหนา่ ยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบหุ รี่
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ (วนั ท่ี 11 เมษายน 60) จานวน 30 แหง่
3.ออกตรวจเตอื น ประชาสมั พนั ธ์ ร้านค้า ในชมุ ชน เกี่ยวกบั กฎหมายควบคมุ
เคร่ืองดม่ื แอลกอฮอลแ์ ละยาสบู ชว่ งวนั ท่ี 22 -31 พฤษภาคม 60 ทงั้ 10 อาเภอ
จานวน 100 ร้าน
มีการเปรียบเทยี บปรับ จานวน 10 ราย (สภ.อทู่ อง) ประกอบด้วย มีการเปรียบเทียบปรับ รายละ 3,000 บาท
- ดื่มเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ห้ามดืม่ จานวน 9 ราย
- ขายเคร่ืองดม่ื แอลกอฮอล์ในบริเวณท่ีห้ามขาย
จานวน 1 ราย
ปญั หาอุปสรรค
1. ปัจจบุ นั การเขา้ ถึงเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์และยาสบู สามารถทาได้งา่ ยและสะดวกยากต่อการควบคมุ
2. ผปู้ ระกอบการร้านค้าจาหนา่ ยเครื่องด่ืมแอลกอฮอลย์ าสูบ บางรายยงั มกี ารฝาุ ฝืนกฎหมาย
4. สถานประกอบการและสถานทที่ ่ีเก่ียวข้องบางแหง่ ยงั ไม่ใหค้ วามร่วมมือและไมใ่ ห้ความสาคญั ในการปฏิบตั ิ
ตาม พระราชบัญญตั ิควบคมุ เคร่ืองดืม่ แอลกอฮอลแ์ ละยาสูบ
สรุปผลการดาเนนิ งานการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหายาเสพติด ปงี บประมาณ ๒๕๖๐
สถานการณ์
ในแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ วางเปูาหมายใหค้ นไทย
คุณลกั ษณะเป็นคนไทยท่ีสมบรู ณ์ มคี วามสุข ท้ังมิตกิ าย ใจ สงั คมและจิตวิญญาณ โดยให้คนไทยมีพฤติกรรมเสี่ยงทาง
สุขภาพท่ีลดลงและมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน รัฐบาลให้ความสาคัญกับการกาหนดกรอบทิศทางยุทธศาสตร์ในการ
พัฒนาประเทศระยะยาวเพ่ือพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ย่ังยืน ตามร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ
๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) เป็นแผนแมบ่ ทหลกั ในการพัฒนาประเทศ เพ่ือให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ใช้
เป็นแนวทาง ในการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ การพัฒนานโยบายยาเสพติด คณะรัฐมนตรี
คณะกรรมการปูองกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และศูนย์อานวยการปูองกันและปราบปรามยาเสพติด
แหง่ ชาติ (ศอ.ปส.) พฒั นาปรับเปลี่ยนนโยบายยาเสพติดหลายเร่ือง เช่น การปรับกฎหมายยาเสพติด การปรับระบบ
ควบคมุ ตัวยา การปรบั ระบบการบาบัดรักษา การวางระบบการแก้ปัญหายาเสพติดในพ้ืนท่ี ตามแผนประชารัฐร่วมใจ
P&P Excellence Page 37
สร้างหมู่บ้าน ชุมชนม่ันคง ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐ ถือเป็นหัวใจสาคัญ ซึ่งจะนาไปสู่ความม่ันคง
ยั่งยืน ของการแก้ไขปัญหา โดยมีเปูาหมายการสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้านชุมชน สามารถควบคุมดูแลปัญหายา
เสพติดในพ้ืนท่ี พัฒนามาตรการด้านการปูองกัน การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันเชิงรุก กลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มผู้ใช้
แรงงาน กลุ่มประชาชนทั่วไป ขยายหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน การปูองกันยาเสพติดใน ๓ กลุ่มเปูาหมาย คือ
กลุม่ เดก็ และเยาวชน ทั้งในโรงเรียน สถานศึกษา นอกระบบ กลุ่มแรงงาน โรงงานและสถานประกอบการ และกลุ่ม
ประชาชนทว่ั ไปในหมู่บ้านชมุ ชน
ในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทย ได้ดาเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกร่วมกับประเทศเพ่ือนบ้าน แก้ไขปัญหา
ยาเสพติดในภูมิภาค สามเหล่ียมทองคา ๖ ประเทศ ได้แก่ จีน ลาว กัมพูชา เวียดนาม และประเทศไทย ตาม
แผนปฏิบัติการลุ่มแม่น้าโขงปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๑ ส่งผลนาไปสู่การทาลายแหล่งผลิต และสารต้ังต้นจาก
ตา่ งประเทศเขา้ สพู่ ้นื ท่ีผลติ
ผลการจับกุมยาเสพติดภายในประเทศไทย ยาเสพติดที่จับกุมได้ คือ ยาบ้า ไอซ์ เฮโรอิน กัญชาแห้ง ฝิ่น
โคเคน ยาแก้ไอ พ้ืนท่ีนาเข้ายาเสพติด เป็นพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่รอง
คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาสาคัญ คือ ปัญหาการเสพและใช้ยาเสพติด
ในกลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการ ที่ยังไม่มีมาตรฐานระบบการปูองกันและควบคุม
ท่ีดีพอ การแพร่ระบาดในหมู่บ้าน ชุมชน ซ่ึงนามาสู่ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน กลุ่มเด็กและเยาวชน
สัดส่วนผ้เู ขา้ รับการบาบดั รักษาในกลุ่มเยาวชนอายุ 15 - 24 ปี มีอตั ราลดลงเล็กนอ้ ย (ร้อยละ ๔๑.๖ จากเดิม ร้อยละ
๔๒.๓) ผลการสารวจความคิดเห็นของประชาชน แม้ว่าประชาชนจะพึงพอใจต่อการแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาล
แต่ปัญหายาเสพติดก็เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ภายนอก
ประเทศ จากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก ค.ศ. ๒๐๑๖ หรือ UNGASS
๒๐๑๖ (United Nation General Assembly Special Session) ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา สรุปแนวทาง ๕
หัวข้อหลกั คอื
หวั ข้อที่ ๑ ยาเสพตดิ และสุขภาพ มีการเปลี่ยนกรอบความคิดจากสงครามยาเสพติด เป็นการใช้สาธารณสุข
นาการแก้ไขปญั หายาเสพติด เน้นสขุ ภาพผู้ปวุ ยในลกั ษณะบูรณาการ ครอบคลุมและสมดุล กลุ่มสารกระตุ้นชนิดใหม่
หรอื NPS ในตลาดมืด เป็นสารประเภทออกฤทธิต์ ่อจิตประสาท ได้ถกู นามาใช้มากขึน้
หัวข้อที่ ๒ ยาเสพติดและอาชญากรรม ขณะนี้ทุกประเทศยอมรับยาเสพติดเป็นปัญหาอาชญากรรม
ข้ามชาติ ตอ้ งร่วมมือกันปรับปรงุ กฎหมาย กฎระเบยี บและประสานงานตรง เช่น การประสานงานข้ามพรมแดน โดย
ข้อมูลต้องทันเวลา นอกจากน้ี เสนอให้มีการควบคุมสารต้ังต้น และความร่วมมือด้านข้อมูลต่างๆ และไทยได้เสนอ
P&P Excellence Page 38
เกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์สารเสพติด ในการค้นหาแหล่งผลติ จากตราสัญลกั ษณด์ ้วย และมีการเน้นพิสูจน์ความบริสุทธิ์
ของยาเสพตดิ
หัวขอ้ ท่ี ๓ ยาเสพตดิ และมนุษยชน มีการกลา่ วถึงมติ ิในเรื่องมนุษยชนมากข้ึน โดยรวมถึงสิทธิของการเข้าถึง
ตัวยาและการใช้ยารวมท้ังการบริการสาธารณสุข การคุ้มครองกลุ่มเปราะบางเด็กในกระบวนการยุติธรรม การ
คานึงถึงถูกตีตรา เมื่อติดยาเสพติดหรือครอบครองยาเสพติด การลดทอนความเป็นอาชญากรรม การยกเลิกโทษ
ประหารชวี ิต
หัวข้อที่ ๔ ยาเสพติดและความท้าทายใหม่ๆ ท่ีประชุมได้มีความกังวลเก่ียวกับเรื่องวัตถุออกฤทธ์ิต่อจิตและ
ประสาทชนิดใหมๆ่ หรอื NPS ประเทศไทยได้มีการควบคุมแลว้ ๑๖ ชนิด แต่ยงั มีอยู่มากกวา่ ๑,๐๐๐ ชนดิ
หัวข้อที่ ๕ การพัฒนาทางเลือก ในตลาดสารเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของอนุสัญญาสหประชาชาติ
จะต้องมีการติดตามและเฝูาระวังต่อไป ที่ประชุมให้ความสาคัญของการใช้แนวทางการพัฒนาทางเลือกในการแก้ไข
ปัญหายาเสพติด เพือ่ ให้เกดิ ความย่ังยนื ในการแก้ไขปัญหา โดยใหม้ กี ารพัฒนาสภาพแวดล้อม และปัจจัยพื้นฐานใน
การดารงชีวิต เพื่อให้เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร โดยปัจจัยท่ีจะช่วยให้เกิดความสาเร็จในการดาเนินการ
ไดแ้ ก่ ความรว่ มมือจากภาครัฐ และการมสี ว่ นรว่ มจากทุกภาคส่วน ทศิ ทางของการแกไ้ ขปัญหายาเสพติด จะยดึ
มุมมองทางสาธารณสุขมากขึ้น ควบคู่ไปกับการปูองกันและปราบปราม โดยคานึงสิทธิมนุษยชนอย่างครอบคลุม ทั้ง
สตรี เด็กและเยาวชน โดยกรอบการทางานจะมีความเช่ือมโยงกับมิตติ า่ งๆ การลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด การ
ใชย้ าเสพติดอย่างถูกกฎหมาย สทิ ธิในการใชย้ าและการเข้าถึงบริการ การลดทอนความผิดทางอาญา จะถูกกล่าวมาก
ข้นึ ในระยะต่อไป
สถานการณ์ของจังหวดั สพุ รรณบรุ ี มสี ถานท่ี ซ่ึงเปน็ แหล่งมั่วสมุ่ เช่น สถานบนั เทิง ผบั ร้านอาหาร มีอย่ใู น
เขตอาเภอเมืองฯ เปน็ สว่ นใหญ่ สถานประกอบการ กระจายอยูใ่ นพ้ืนทที่ ุกอาเภอ
ตวั ยาเสพติด พบ ยาบ้า และไอซ์ มีการแพรร่ ะบาดอย่างมากในพน้ื ที่ ส่งผลให้กลมุ่ วัยรุน่ กลุม่ ผู้เสพ
ยาเสพติด เขา้ ถงึ ตัวยาเสพติด ได้งา่ ย และพบกลมุ่ เด็กและเยาวชน ใชย้ าในทางทผ่ี ิดอย่างตอ่ เนื่อง
กลมุ่ ผเู้ สพยาเสพตดิ ไม่ตอ้ งการเข้ารบั การบาบัดรกั ษาฯ ถ้าไมถ่ ูกจบั กุม หรือถูกบงั คบั ให้เข้ารับการ
บาบัดรกั ษาฯ โดยมีเง่ือนไข ไม่ตอ้ งถูกดาเนินคดี ถา้ ยอมเข้ารบั การบาบดั รักษาฯ
ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ การดาเนนิ งานปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหายาเสพตดิ
ด้านการปอ้ งกนั ยาเสพติด
P&P Excellence Page 39
บรู ณาการ การดาเนินงานตามโครงการรณรงคป์ ูองกนั และแกไ้ ขปญั หายาเสพติด TO BE NUMBER ONE
ในทูลกระหมอ่ มหญิงอบุ ลรัตนราชกัญญา สิรวิ ฒั นาพรรณวดี จงั หวัดสุพรรณบรุ ี กบั ทกุ หน่วยงานทเ่ี กยี่ วข้อง เพ่อื ให้
เดก็ และเยาวชนของจังหวัดสุพรรณบุรี ทงั้ ในและนอกสถานศกึ ษา ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ สามารถปูองกนั ตนเอง
ครอบครวั และชุมชน ปลอดภัยจากปัญหายาเสพตดิ ได้อย่างยงั่ ยนื โดยดาเนนิ งานเพิ่มศักยภาพและรูปแบบการ
ปอู งกันเชิงรุก ในการสรา้ งเสริมภมู ิคมุ้ กนั ปูองกันการแพรร่ ะบาดของยาเสพตดิ ในเยาวชนกลุ่มเส่ยี ง ตามแนวทาง
TO BE NUMBER ONE สนบั สนุน/ส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ และเยาวชน แสดงศักยภาพและความสามารถในทางสร้างสรรค์
จดั กิจกรรมรณรงค์สรา้ งกระแส ค่านยิ มและเสรมิ สรา้ งภมู ิคุ้มกนั ทางจิตใจในกล่มุ เยาวชนไมใ่ ห้ยุง่ เก่ียวกบั ยาเสพติด
สนบั สนนุ เยาวชนและชุมชนให้จัดกิจกรรมสรา้ งสรรค์ โดยการสนบั สนุนของสังคม ภาคีเครอื ข่าย สร้างความเข้าใจ
ยอมรบั ผมู้ ีปญั หายาเสพตดิ โดยใหโ้ อกาสกลับมาเปน็ คนดีของสังคม ตลอดจนเผยแพร่ความรู้เก่ยี วกับการปูองกันและ
แก้ไขปญั หายาเสพติด ในกลุ่มเยาวชนและประชาชนท่ัวไป
การดาเนินงานปูองกันปญั หายาเสพติด โดยใช้กระบวนการ ๙ ขัน้ ตอน ในการสรา้ งชมุ ชนเข็มแข็งต่อต้านยา
เสพตดิ
ขน้ั ตอนท่ี ๑ คัดเลือกชุมชนเปาู หมาย
ขนั้ ตอนที่ ๒ สืบสภาพชมุ ชน
ข้ันตอนท่ี ๓ พบผนู้ าชมุ ชน
ขั้นตอนที่ ๔ เลอื กผู้นาธรรมชาติ (เวทีประชาคมครงั้ แรก)
ขน้ั ตอนท่ี ๕ รณรงค์ประชาสัมพนั ธ์
ขน้ั ตอนท่ี ๖ คัดแยกผมู้ ีพฤติกรรมเกย่ี วข้องกบั ยาเสพติด (เวทีประชาคมครงั้ ท่ี ๒)
ขั้นตอนที่ ๗ การรบั รองครัวเรือน (เวทปี ระชาคมคร้ังที่ ๓)
ขน้ั ตอนท่ี ๘ ใช้มาตรการทางสงั คม
ข้ันตอนที่ ๙ รกั ษาสถานะชุมชนเขม้ แข็ง
หลังกระบวนการ ๙ ขนั้ ตอน ประธานชมุ ชนฯ ประธานชุมชนเข้มแข็ง และคณะกรรมการชุมชนฯ พรอ้ ม
เจา้ หน้าทตี่ ารวจ CPO เรียกผู้ค้าเข้าพบ เพ่ือปรับทัศนคติ ท้ังนี้ ประชาชนในชุมชน เกดิ ความใจและให้ความรว่ มมือ
ในการดาเนินกบั เจา้ หน้าท่ีของภาครัฐเพิม่ มากขึ้น ใช้มาตรการของชุมชนทก่ี าหนดขึ้น จัดการ แก้ไขปัญหาในแตล่ ะ
ชมุ ชน ปญั หายาเสพติด เปน็ ปัญหาของหมู่บ้าน/ชุมชน ซ่ึงทุกคนในหมบู่ ้าน/ชมุ ชน ตอ้ งช่วยกนั แก้ปญั หาอยา่ งจริงจงั
และตอ่ เน่ือง จากการดาเนินงาน สรา้ งชมุ ชนเขม็ แข็งตอ่ ต้านยาเสพตดิ กระทรวงสาธารณสุขมอบโล่ห์ รางวลั ผลงาน
ดีเด่น Best Practice สาขายาเสพติด : การดาเนนิ งานปูองกันปัญหายาเสพติด โดยใช้กระบวนการ ๙ ขั้นตอน
ในการสร้างชมุ ชนเขม็ แขง็ ต่อตา้ นยาเสพตดิ
P&P Excellence Page 40
ปงี บประมาณ ๒๕๖๐ จังหวดั สุพรรณบรุ ี เขา้ รว่ มกจิ กรรมกบั สานักงานงานโครงการ TO BE NUMBER
ONE กรมสุขภาพจติ ได้รบั รางวลั ดีเดน่ จานวน 2 ประเภท คอื
จังหวัด TO BE NUMBER ONE ดีเดน่
ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน ดเี ด่น หมูท่ ่ี 4 บ้านบางแม่หม้าย ตาบลบางใหญ่
อาเภอบางปลาม้า จงั หวัดสุพรรณบรุ ี
ด้านการบาบัดรกั ษาและฟ้นื ฟูสมรรถภาพผปู้ ่วยยาเสพติด
ในปี ๒๕๖๐ ทกุ หน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งได้ดาเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและตามประกาศ คสช.ที่ ๑๐๘/
๒๕๕๗ ในสว่ นของสานักงานสาธารณสขุ จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ดาเนนิ งานตามข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุข ด้าน
การบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูสมรรถภาพ " ผู้เสพ คือ ผู้ปุวย " และตามประกาศ คสช.ที่ ๑๐๘/๒๕๕๗กาหนดให้
โรงพยาบาลทุกแห่ง เป็นศูนย์คัดกรองผู้ปุวยยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบาบัดรักษาฯ โดยบูรณราการกับทุกหน่วยงาน
ที่เก่ียวข้อง ให้บริการครอบคลุม ท้ังด้านการปูองกัน การบาบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ปุวย ยาเสพ
ตดิ และลดอนั ตรายจากการใช้ยาเสพตดิ
ผลการดาเนินงานด้านการบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ปุวยยาเสพติด มีผู้ปุวยยาเสพติดเข้ารับการ
บาบัดรักษาฯ ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง ในสังกัดสานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี จานวนรวมท้ังส้ิน ๘๗๙ คน
เปน็ เพศชาย ๘๑๔ คน เพศหญิง ๖๕ คน อายุต่าสดุ ท่เี ข้ารบั การบาบัดรักษา ๑๓ ปี อายุมากท่ีสุด ๖๕ ปี ส่วนมาก
ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และรับจ้าง ยาเสพติดที่ใช้ คือยาบ้า กัญชา สารระเหย และไอซ์ สาเหตุที่ใช้ยาเสพติด
อยากลอง เพ่ือนชวน กลุ่มอายุท่ีเข้ารับการบาบัด ช่วงอายุ ๑๕ – ๒๕ ปี จานวนรวมทั้งสิ้น ๒๖๖ คน คิดเป็น
ร้อยละ ๓๐.๒๖ ของผูเ้ ข้ารับการบาบัดรักษาฯ ทง้ั หมด
มีผู้ปุวยยาเสพตดิ ที่บาบัดรักษาฯ ครบและจาหนา่ ยจานวน ๒๔๖ ราย แลมีผ้ผู ่านการบาบัดรกั ษาฯ หยดุ
เสพตอ่ เน่ือง ๓ เดือน หลังจาหน่ายจาการบาบัดรักษา จานวน ๒๓๒ ราย คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๙๔.๓ (3 Month
remission rate)
ปัญหา/อุปสรรค
๑.การดาเนินงานคัดกรองผู้ต้องสงสัยเพื่อเข้ารับการบาบัดรักษาฯ ไม่สามารถดาเนินงานได้ตามเกณฑ์/
มาตรฐานทกี่ าหนด เนอ่ื งจาก การกาหนดกลมุ่ เปาู หมายเพอื่ เขา้ รับการบาบัดรักษาฯ ในแต่ละรุ่น มีจานวน ๑๐๐ คน
ไม่สามารถคัดแยกกลุ่มผู้ปุวยยาเสพติด ตามแบบการคัดกรองได้ และกลุ่มผู้ปุวยยาเสพติดไม่บอกรายละเอียดตาม
ความจรงิ ของตนเอง
P&P Excellence Page 41
๒.พบการซา้ ซ้อน ของการเข้ารับการบาบัดรักษาฯ ของผู้ปุวยยาเสพติด ในค่ายปรับเปล่ียนพฤติกรรมกับใน
สถานพยาบาล
๓.การติดตามผู้ปุวยยาเสพติดท่ีผ่านการบาบัดรักษาฯ ไม่มีการดาเนินงานท่ีเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ขาด
การบรู ณาการดาเนินงาน กบั ทุกหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง
๔.โครงสร้างการดาเนินงานการปูองกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประกอบด้วย ๓ ส่วนหลัก คือ การ
ปูองกัน การปราบปราม และการบาบัดรักษาฯ ซึง่ การดาเนนิ งานการปอู งกนั และแก้ไขปัญหายาเสพติด ของจังหวัด
สุพรรณบุรี ยังขาดการบูรณาการดาเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง มุ่งเน้น ดาเนินงาน
ตามภารกิจท่ีถกู สัง่ การ ใหบ้ รรลตุ ามเปูาหมายและวตั ถุประสงคข์ องหน่วยงานต้นสงั กดั
ขอ้ เสนอแนะ
๑.การบาบัดรักษาฯ เป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติด ท่ีปลายสาเหตุ มีปัจจัยหลายอย่างไม่เอื้อในการ
ดาเนินงาน เช่น ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ด้านตัวยาเสพติด ที่แพร่กระจายอยู่ในพื้นท่ีอย่างมาก กลุ่มผู้เสพยาเสพ
ติด ไม่ต้องการเข้ารับการบาบัดรักษาฯ ผู้ปุวยยาเสพติดท่ีผ่านการบาบัดรักษาฯ ได้รับการติดตามไม่ครบตามเกณฑ์
มาตรฐาน และกลบั ไปเสพยาเสพตดิ ซ้า พบเดก็ และเยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกบั ยาเสพติดเพิ่มมากข้ึน
๒.บูรณาการดาเนินงานด้านการปูองกันปัญหายาเสพติด กับทุกหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ตามแนวทาง TO BE
NUMBER ONE
๓.บูรณาการดาเนินงานในพื้นท่ี กับทุกหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ตามนโยบายของรัฐบาล และตามประกาศ
คสช.๑๐๘/๒๕๕๗ มงุ่ เนน้ ให้ชมุ ชนเข้ามามีส่วนรว่ มในการแก้ไขปญั หายาเสพติด
P&P Excellence Page 42
แผนงานที่ 4 บริหารจดั การสงิ่ แวดล้อม
สรุปผลการดาเนนิ งาอนามยั ส่งิ แวดล้อม ประจาปี ๒๕๖๐
การวิเคราะห์สถานการณ์ สภาพปญั หาของพื้นท่ี
กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหนง่ึ ทด่ี ูแลรับผิดชอบ ดา้ นการส่งเสรมิ สุขภาพ และการจัดการ
สง่ิ แวดล้อมทีเ่ อื้อต่อการมสี ขุ ภาพดีของประชาชน ท้งั นเ้ี นือ่ งจากส่ิงแวดลอ้ มมผี ลต่อสุขภาพของประชาชน กลา่ วคอื
บุคคลที่อย่ใู นส่งิ แวดลอ้ มทดี่ ีย่อมสง่ ผลใหบ้ คุ คลนั้นมีสุขภาพดี มีความสขุ ใจในการดารงชพี ในทางตรงขา้ ม ถา้
สิ่งแวดลอ้ มไม่ดี มีส่งิ ท่เี ปน็ ภยั และเปน็ อันตรายตอ่ สุขภาพ อาจมีผลทาใหบ้ ุคคลนนั้ ไมส่ บายกาย ไม่สบายใจ และอาจ
ก่อให้เกดิ โรคได้ ดงั น้นั สานักงานสาธารณสุขจงั หวัดสุพรรณบุรี จงึ มีบทบาทเขา้ มาสง่ เสริมสนับสนนุ และพัฒนาองค์กร
ภาคีเครอื ข่ายตา่ งๆ เช่น องค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ ผูน้ าทอ้ งถน่ิ อาสาสมัครสาธารณสขุ รวมถึงภาคประชาชนและ
ผ้มู ีสว่ นไดส้ ่วนเสีย ใหม้ คี วามเข้มแข็ง และดาเนินงานได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ ในการรว่ มกนั ดูแลสุขภาพของ
ประชาชน ในเรอ่ื งของการจัดการ/พัฒนาสง่ิ แวดลอ้ มทเี่ อ้ือต่อการมสี ุขภาพดี ไดแ้ ก่ การพฒั นาสว้ มมาตรฐาน HAS,
การเฝูาระวงั คุณภาพน้าประปา, การจัดกิจกรรมเพื่อลดภาวะโลกรอ้ นด้วยกลวิธี GREEN, การจดั การมลู ฝอยตดิ เช้ือ
ในสถานบรกิ ารสาธารณสุข, การสนับสนนุ การใช้ พรบ.การสาธารณสขุ พ.ศ. 2535 การตรวจสอบเหตุรอ้ งเรียน การ
ดาเนนิ งานพฒั นาสถานทท่ี างานน่าอยู่น่าทางาน และรวมถึงการดาเนนิ งานด้านอาชีวอนามยั ท้งั นีเ้ พ่อื ใหป้ ระชาชนมี
สุขภาพอนามยั ทด่ี สี ามารถพงึ่ พาตนเองดา้ นสขุ ภาพได้อยา่ งยัง่ ยนื
จากการเย่ียมนิเทศติดตามการดาเนินงานที่ผ่านมา พบว่า การพัฒนาส้วมสาธารณะ
มาตรฐาน HAS, การเฝูาระวังคุณภาพน้าประปา, การจัดกิจกรรมเพื่อลดภาวะโลกร้อนด้วยกลวิธี
GREEN&CLEAN Hospital, การจัดการมูลฝอยติดเช้ือในสถานบริการสาธารณสุข, การสนับสนุนการใช้ พรบ.
การสาธารณสุข พ.ศ.2535 การตรวจสอบเหตุร้องเรียน การประเมินระบบบริการด้านอนามัยส่ิงแวดล้อมของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(EHA),และการดาเนินงานพัฒนาสถานท่ีทางานน่าอยู่น่าทางาน ซึ่งพบปัญหา
อุปสรรคต่าง ๆ ในการดาเนินงาน เช่น ความรู้ความเข้าใจ และความร่วมมือของบุคลากร, องค์กรภาคีเครือข่าย
ท่ีเกี่ยวข้อง, ปัญหาเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนซ่ึงมีค่อนข้างจากัด, ภาระงานที่รับผิดชอบ
ประจาอยูน่ นั้ มคี ่อนขา้ งมาก, ดังน้ันการดาเนินงานต่างๆ มุ่งให้ความสาคัญไปที่ปัญหาที่มีผลกระทบต่อตัวบุคคล
ก่อน ก่อนที่จะคานึงถึงปัญหาหรืองานด้านสิ่งแวดล้อม, เกณฑ์การประเมินรับรองมาตรฐาน เช่น เกณฑ์การ
ประเมนิ สถานที่ทางานน่าอยู่ นา่ ทางาน เป็นเกณฑ์ท่ีใช้ประเมินรวมทุกประเภทกิจการ ซึ่งอาจทาให้สับสนหรือ
เขา้ ใจผิดในการประเมินได้, การได้รับสนับสนุนเอกสารวิชาการ/แผ่นพับ/โปสเตอร์ ปูายรณรงค์ในบางกิจกรรม
ค่อนขา้ งจากดั เปน็ ต้น
การที่จะพัฒนางานส่ิงแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือ
จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง สานักงานสาธารณสุขจังหวัด
P&P Excellence Page 43
สุพรรณบุรี จึงได้จัดทา “โครงการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม จังหวัดสุพรรณบุรี ปี ๒๕๕9” เพ่ือสร้าง
ความเข้มแข็ง ส่งเสริม และสนับสนุนให้แก่ภาคีเครือข่ายให้สามารถดาเนินงานในเร่ืองของการจัดการ/พัฒนา
สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ, เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือกับภาคี
เครือข่ายในทุกระดับตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับปฏิบัติงาน ท้ังน้ี เพ่ือให้ประชาชนมีความเข้มแข็งเข้าถึงสิทธิ
ประโยชน์ด้านสุขภาพของตนเองตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เก่ียวข้องเพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน
ติดตามและแลกเปล่ียนเรียนรู้ของภาคีเครือข่ายชมรม ที่เก่ียวข้องกับงานด้านอนามัยส่ิงแวดล้อม (ส้วม
น้าประปา ขยะ สถานที่ทางานน่าอยู่น่าทางาน การแก้ไขเรื่องร้องเรียนเหตุราคาญ การรณรงค์ลดโลกร้อน
ฯลฯ) ใหม้ ีความเข้มแข็งตั้งแต่ระดับพื้นที่ อาเภอ จังหวัด และระดับเขต ซึ่งจะส่งผลช่วยในการดูแลสุขภาพของ
ประชาชน โดยมีมาตรการ และกจิ กรรมดังนี้
มาตรการท่ี 1 พัฒนาระบบการจดั การอนามยั สง่ิ แวดล้อมขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ
กิจกรรม 1. จดั อบรมเพื่อพฒั นาศักยภาพเจ้าหน้าทอ่ี งค์การปกครองสว่ นท้องถ่นิ และภาคเี ครอื ขา่ ยแบบ
บรู ณาการ (การบรกิ ารอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ (EHA), ลดโลกร้อน, สว้ มสาธารณะ,
นา้ บริโภค, ขยะและขยะตดิ เช้ือ, สถานท่ีทางานนา่ อยู่ นา่ ทางาน, การประเมนิ ความเส่ยี งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม
ท่ีมผี ลกระทบตอ่ สุขภาพ การจัดการเหตรุ อ้ งเรียน โปรแกรมระบบการจัดการเหตรุ ้องเรยี น)
๒. สนับสนุน ติดตาม ตรวจเยี่ยมให้คาแนะนา การจัดบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมของภาคีเครือข่าย
ตา่ งๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง
มาตรการที่ 2 กลไกการเฝ้าระวงั และป้องกันแก้ไขปญั หาดา้ นส่งิ แวดลอ้ มและสุขภาพ
กิจกรรม 1.จดั ทาฐานขอ้ มูลสถานการณ์อนามัยสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด
๒.พฒั นาระบบ/กลไกเฝูาระวงั ฯในจังหวัด และมีการจัดการแก้ไขปญั หาด้านอนามยั สิ่งแวดล้อม
๒.นเิ ทศ/ติดตามสนบั สนนุ การดาเนนิ งานขององค์กรภาคีเครือขา่ ย ฯ (รพ./รพ.สต./อปท.)
เนื่องจากงบประมาณท่ีได้รับสรร ไม่สามารถจะดาเนินการได้ทุกกิจกรรม ซ่ึงงานอนามัย
สิง่ แวดล้อม มีกิจกรรมท่ีจะดาเนินงานในเรื่องต่างๆ หลายกิจกรรม ได้แก่ การจัดอบรมเพ่ือพัฒนาศักยภาพ
ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในบุคลากรของหน่วยบริการสาธารณสุขระดับตาบลอาเภอ และจังหวัด การจัดซื้อ
วัสดุเพ่ือใช้สนับสนุนในการดาเนินงานของภาคีเครือข่าย รวมถึงการแก้ไขปัญหาด้านอนามัยส่ิงแวดล้อมท่ี
เกิดข้ึน และการนิเทศติดตามให้การสนับสนุนในการดาเนินงานขององค์กรภาคีเครือข่าย เพ่ือสร้างความรู้
ความเข้าใจ และผลักดันให้เกิด แผนปฏิบัติงาน/แผนการใช้งบประมาณ (Action Plan) ในระดับพื้นที่ โดย
ให้ความสาคัญกับงานอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม เพือ่ ขบั เคลื่อนการดาเนินงานอนามยั ส่ิงแวดล้อม ที่เอ้ือต่อสุขภาพ
ให้มปี ระสิทธิผลบรรลตุ ามเกณฑ์ชีว้ ัดทีต่ ้ังไวไ้ ด้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปผลผลการดาเนินงาน
ตารางที่ 1 แสดงผลการดาเนนิ งานอนามยั สงิ่ แวดลอ้ ม
P&P Excellence Page 44
ลาดบั รายการข้อมลู ข้อมลู
๑. โครงการบริหารจัดการ ๑.การพัฒนาด้านอนามยั สิ่งแวดล้อมของโรงพยาบาลตามเกณฑ์
ขยะและสงิ่ แวดล้อมใน GREEN&CLEAN Hospital
สถานบรกิ ารสาธารณสุข ผลการตรวจประเมินโดยคณะกรรมการตรวจประเมนิ GREEN&CLEAN
ปี 2560 hospital ระดับจังหวัด ดังน้ี
เปา้ หมายร้อยละ๗๕ ของโรงพยาบาลทั้งหมดผา่ นเกณฑ์ระดบั พ้ืนฐาน
๑.๑ ผา่ นเกณฑ์ระดับดีมาก(ต้นแบบ)จานวน ๓ แห่ง ไดแ้ ก่
-โรงพยาบาลศนู ย์เจา้ พระยายมราช
-โรงพยาบาลสมเดจ็ พระสังฆราชองคท์ ่ี ๑๗
-โรงพยาบาลศรีประจนั ต์
๑.๒ ผ่านเกณฑร์ ะดับดีมาก จานวน ๓ แห่ง ได้แก่
- โรงพยาบาลอทู่ อง
- โรงพยาบาลสามชุก
๑.๓ ผ่านเกณฑร์ ะดบั ดี จานวน ๕ แห่ง ไดแ้ ก่
- โรงพยาบาลบางปลาม้า
- โรงพยาบาลนองหญ้าไซ
- โรงพยาบาลด่านช้าง
- โรงพยาบาลดอนเจดีย์
- โรงพยาบาลเดมิ บางนางบวช
1.4 โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตาบลเข้าร่วมโครงการและผา่ นการ
ประเมินตนเองผา่ นเกณฑ์ระดับพื้นฐาน จานวน 24 แห่ง ใน๑๐ อาเภอ
2 โครงการบริหารจัดการ ๒.๑ การตรวจประเมินการพัฒนาระบบบรกิ ารอนามยั ส่ิงแวดล้อมของ
อนามยั สงิ่ แวดล้อมใน องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน (เทศบาล)
สถานบริการสาธารณสขุ จานวนเทศบาลท้งั 45 แหง่
จงั หวดั สุพรรณบุรี ปี สมัครเข้ารว่ มการประเมนิ ๒๔ แหง่
2560 -ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ๒๔ แห่ง
- ผา่ นเกณฑ์การประเมินด้านการจดั การมลู ฝอย(EHA๔๐๐๑) ๒๐ แห่ง
- ผา่ นเกณฑ์การประเมินด้านอาหาร(EHA๑๐๐๑-๓) 15 แหง่
- ผ่านเกณฑก์ ารประเมินด้านน้าบรโิ ภค(EAH2001-3) 6 แหง่
- ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ด้านสว้ มและสงิ่ ปฏกิ ูล(๓๐๐๑-๓ 1 แหง่
P&P Excellence Page 45
- ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินการบงั คับใช้กฎหมาย(๙๐๐๑-๕) ๕ แห่ง
๒.๒. การเฝ้าระวังพฒั นาคุณภาพน้าประปา
- ระบบประปาภูมิภาค/เทศบาล ไดร้ บั การตรวจสอบและดาเนนิ การเฝูา
ระวงั ตรวจหาคลอรีนตกค้างในน้าประปา/ เกบ็ ตวั อยา่ งน้าส่งตรวจโดยศูนย์
อนามัยท่ี ๕ ราชบุรี จานวน 20 ตัวอยา่ ง ผลการตรวจผ่าน ๑๔ ตัวอยา่ ง
คิดเป็นรอ้ ยละ ๗0.00 ตวั อยา่ งท่ไี มผ่ า่ นพบโคลิฟอรม์ และฟิคลั โคลิฟอร์ม
แบคทีเรยี เนื่องจากการเตมิ คลอรีนไมส่ ม่าเสมอ
๒.๓. การจัดการมลู ฝอยตดิ เช้ือในสถานบริการสาธารณสขุ
- รพ. มกี ารจดั การมลู ฝอยติดเช้อื ไดต้ ามเกณฑ์มาตรฐาน
จานวน 10 แห่ง คิดเปน็ รอ้ ยละ 100.0
ตารางท่ี 1 แสดงผลการดาเนินงานอนามัยสง่ิ แวดล้อม (ต่อ)
ลาดับ รายการข้อมูล ขอ้ มูล
๒. โครงการบรหิ ารจดั การ -รพ.สต. มีการจัดการมลู ฝอยติดเชอื้ ไดต้ ามเกณฑ์มาตรฐาน
อนามยั สงิ่ แวดล้อมในสถาน จานวน 174 แหง่ ผ่าน 17๔ แหง่ คิดเปน็ ร้อยละ ๑๐๐
บริการสาธารณสขุ จงั หวดั -โรงพยาบาลเอกชน มีการจัดการมูลฝอยติดเชือ้ ไดต้ ามเกณฑ์
สุพรรณบุรี ปี ๒๕60 (ต่อ) มาตรฐาน จานวน 5 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100
๒.๔. การพัฒนาสถานที่ทางานนา่ อยู่ นา่ ทางาน
- รพ. (10 แหง่ ) ผ่านเกณฑ์
ระดบั ดีเดน่ 3 แหง่ คิดเปน็ รอ้ ยละ 30.๐
ระดับดีมาก ๑ แห่ง คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐.๐
ระดับดี ๖ แหง่ คดิ เปน็ ร้อยละ ๖๐.๐
- รพ.สต. (174 แหง่ ) ผ่านเกณฑ์
ระดบั ดมี าก ๕๓ แหง่ คดิ เป็นร้อยละ ๓๐.๔๕
ระดบั ดี ๖๗ แหง่ คิดเปน็ ร้อยละ ๓๘.๕๐
ระดับพ้ืนฐาน ๔๘ แห่ง คิดเปน็ ร้อยละ ๒๗.๕๘
- สถานพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชนจงั หวัดสุพรรณบุรี
ระดับดมี าก 1 แหง่ คิดเป็นร้อยละ 100.00
๖. การพฒั นารา้ นแตง่ ผม-เสรมิ สวย
- ร้านแต่งผม-เสริมสวย ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
P&P Excellence Page 46
ระดับดมี าก จานวน ๘๑ แห่ง
ระดับดี จานวน ๔๔ แห่ง
ระดับพืน้ ฐาน จานวน ๙ แห่ง
รวมจานวนท้ังหมด 137 แหง่
ปญั หาและอปุ สรรค
๑. งบประมาณทไ่ี ด้รับจดั สรร ไมส่ ามารถดาเนนิ การไดค้ รอบคลุมทุกกจิ กรรม
๒. องค์กรภาคีเครือข่าย (ภาครัฐ/เอกชน) บางแห่ง ให้ความสาคญั กับการดาเนนิ งานอนามัยส่ิงแวดล้อม
คอ่ นข้างน้อย จึงทาให้ขาดความรู้ความเข้าใจ และความรว่ มมอื ของบคุ ลากรในการดาเนินงานที่เกีย่ วข้อง, การ
ดาเนินงานและงบประมาณต่างๆ ม่งุ ให้ความสาคัญไปท่ปี ัญหาท่ีมีผลกระทบต่อตวั บคุ คลกอ่ น ท่จี ะคานงึ ถงึ ปัญหา
หรืองานด้านสงิ่ แวดล้อม
3. เจา้ หนา้ ท่ีในพืน้ ท่ี มีหน้าทีร่ ับผดิ ชอบงานหลายงานและขาดประสบการณใ์ นดา้ นอนามยั สง่ิ แวดล้อม
4. การบูรณาการของหน่วยงานทางด้านสาธารณสขุ กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นบางอาเภอยังมีน้อย
ขอ้ เสนอแนะและแนวทางการแกไ้ ข
๑. ปรบั กลวิธดี าเนนิ งาน โดยใช้การนเิ ทศติดตาม ให้การสนับสนนุ ในการดาเนนิ งานขององค์กรภาคี
เครอื ข่าย โดยสร้างความรู้ ความเขา้ ใจ ในการกาหนดตวั ช้ีวดั ของการดาเนินงานฯ และผลักดันใหเ้ กดิ แผนปฏิบตั ิ
งาน/แผนการใช้งบประมาณ (Action Plan) ในระดบั พน้ื ที่ ทใี่ ห้ความสาคัญกบั งานตา่ ง ๆ ดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม เพื่อ
ขบั เคล่อื นการดาเนินงานสิง่ แวดลอ้ มทเ่ี อ้อื ต่อสขุ ภาพให้มีประสทิ ธิผลบรรลตุ ามเกณฑช์ ้ีวดั ที่ต้ังไว้
2. การดาเนินงาน และการประเมนิ รบั รองมาตรฐานของงานตา่ ง ๆ อาทิเชน่ การประเมนิ ระบบบริการ
ด้านอนามัยส่งิ แวดล้อมขององค์การปกครองส่วนทอ้ งถิน่ (EHA) สว้ มมาตรฐาน HAS, สถานท่ที างานนา่ อยู่น่าทางาน,
สถานบริการแต่งผม-เสรมิ สวย ควรปรับตามความเหมาะสมในบรบิ ทของพ้ืนที่หรือสถานทีน่ ้นั ๆ
๓. สรา้ งแรงจงู ใจ และความตระหนกั ใหผ้ ูร้ บั ผิดชอบงานเหน็ ความสาคญั ของการพฒั นางานอนามัย
ส่งิ แวดล้อม
งานด้านกฎหมายสาธารณสขุ
(สนับสนนุ อปท ในการมแี ละบังคับใช้ รบ การสาธารณสุข 5 5
ความเป็นมา และการวเิ คราะห์สถานการณ์ ส า ปญั หาของ ้ืนท่ี
ดว้ ยสถานการณด์ ้านอนามัยสิ่งแวดลอ้ มที่มีแนวโน้มเปล่ียนแปลงไป จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความ
เป็นอยู่ของประชาชน ราชการส่วนท้องถิ่นถือว่าเป็นหน่วยงานท่ีมีบทบาทสาคัญในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ข อง
P&P Excellence Page 47
ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดการปญั หาดา้ นอนามัยสงิ่ แวดลอ้ ม ซึง่ อาศยั พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
๒๕๓๕ ในการออกข้อกาหนดท้องถิ่น เพื่อใชบ้ ังคับในการตรวจสอบ ควบคมุ ดูแล รวมถึงการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ให้
บรรลุเจตนารมณ์และเป็นไปตามขอบเขตของกฎหมาย จากการสารวจสถานการณ์การดาเนินการตามกฎหมายว่า
ด้วยการสาธารณสุขของราชการส่วนท้องถ่ิน ยังพบปัญหาด้านคุณภาพในการบังคับใช้กฎหมาย อีกท้ังท้องถ่ินในแต่
ละแหง่ จะมคี วามแตกต่างกนั ทั้งลักษณะพื้นที่ ประชากร เศรษฐกิจ รายได้ สังคม และวัฒนธรรม ซ่ึงถือว่าเป็นปัจจัย
ท่ีมีผลต่อการกาหนดขนาดขอบเขตหน้าที่รวมถึงศักยภาพการดาเนินงานด้านต่าง ๆ ด้วย ดังนั้น คณะอนุกรรมการ
สาธารณสุข จึงได้มีมติเห็นชอบ แนวทางการพัฒนารูปแบบการดาเนินงานบังคับใช้กฎหมายระดับพื้นท่ี เพื่อให้เกิด
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดาเนินงานมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยอานาจตามมาตรา ๑๖ แต่งต้ัง
คณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ตามคาสั่งคณะกรรมการสาธารณสุขที่ ๑/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๔
กันยายน ๒๕๕๗ โดยมผี วู้ า่ ราชการจงั หวัดเปน็ ประธานคณะอนกุ รรมการฯ มหี ัวหน้าส่วนราชการจังหวัดที่รับผิดชอบ
ดูแลงานด้านการจัดการส่ิงแวดล้อม การอานวยความยุติธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและภาคเอกชนเป็น
กรรมการ และมนี ายแพทยส์ าธารณสุขจังหวดั และเจา้ หน้าที่ผู้รบั ผดิ ชอบงานอนามัยสิ่งแวดลอ้ มเปน็ ฝ่ายเลขานุการ
สรปุ ผลการดาเนนิ งาน
การที่จะดาเนินงานต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ท้ังภาครัฐ
และเอกชน องค์กรภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง สานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้จัดทาโครงการ
พัฒนาศักยภาพและกลไกการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข จังหวัดสุพรรณบุรี ปีงบประมาณ 2560 งบประมาณ
95,620 บาท (เก้าหม่ืนห้าพันหกร้อยย่ีสิบบาทถ้วน) โดยมี ๒ มาตรการ คือมาตรการท่ี ๑ เพ่ิมประสิทธิภาพและ
กลไกการบังคับใช้กฎหมาย (การดาเนินงานคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัด : อสธจ.) และมาตรการท่ี ๒
พฒั นาศกั ยภาพการจดั การเหตรุ าคาญและระบบขอ้ มลู และมผี ลการดาเนนิ งานตา่ งๆ ดงั น้ี
๑. จดั ประชุมคณะอนกุ รรมการสาธารณสุขจังหวัด (เปา้ หมาย จานวน 2 ครง้ั ) ผลงาน 2 ครั้ง คิดเป็น
ร้อยละ 66.66 (ครั้งที่ 3 มติทป่ี ระชุมให้นางบประมาณไปจดั ประชุมบูรณาการเร่ืองการจดั การขยะ)
- มีมติของ อสธจ. ทเี่ กิดข้นึ เร่งรดั ใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ดาเนนิ การออกข้อกาหนดท้องถน่ิ ใน ๔
เร่ืองท่สี าคัญ ได้แก่ ๑.การกาจัดสิง่ ปฏิกลู และมูลฝอย ๒.กิจการทเ่ี ปน็ อนั ตรายต่อสุขภาพ ๓.ตลาดและสถานท่ี
สะสมอาหาร ๔.การจาหน่ายสนิ คา้ ในทีห่ รอื ทางสาธารณะ
- กาหนดให้ แตง่ ตั้งคณะทางานศึกษาวเิ คราะห์หาแนวทางการออกข้อกาหนดทอ้ งถนิ่ จังหวัดสุพรรณบรุ ี
ประกอบด้วยบุคลากรจากหน่วยงานตา่ งๆทเ่ี กย่ี วข้อง และมีผทู้ รงคุณวฒุ ดิ ้านการสาธารณสขุ และอนามัยส่งิ แวดล้อม
เป็นประธานคณะทางานฯ
๒. จากมติท่ีประชุมคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัดอนุมัติให้ใช้งบประมาณจากการประชุม อสธจ.
ครงั้ ที่ 3 นามาจัดการประชุมบรู ณาการสนบั สนุนการออกขอ้ บัญญตั ิของท้องถนิ่ เพ่อื จัดการขยะให้กับองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินทุกแห่งร่วมกับท้องถิ่นจังหวัด และสานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้เข้าร่วม
ประชุมจากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน จานวน 120 แห่งจาก 126 แหง่ ผู้เขา้ ร่วมประชมุ จานวน 131 คน
๓. การตดิ ตามสง่ เสรมิ สนับสนุนการดาเนินงานของภาคเี ครือข่ายฯ และร่วมตรวจสอบเหตุร้องเรียนในพ้ืนท่ี
P&P Excellence Page 48
ตรวจสอบ แก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน ร่วมกับศูนย์ดารงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี กอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี และส่วน
ราชการท่ีเกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนกรณีต่าง ๆ 12 กรณี (กลิ่นเหม็น จากการเลี้ยงสัตว์, กลิ่นเหม็นจากการ
ประกอบกจิ การเชงิ อุตสาหกรรม และพาณิชย์, เหตุราคาญจากการประกอบอาชพี และ นา้ ประปา)
ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนนิ งาน
ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนินงาน พบว่า เทศบาล/อบต. บางแห่งออกข้อกาหนดท้องถ่ินยังไม่
ครอบคลุม/ และการไม่บังคับใช้กฎหมาย, เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง/ผู้ประกอบการบางรายยังขาดองค์ความรู้ ความ
เข้าใจ และเทคนิคบางประการ ในการท่ีจะแก้ไขปัญหาเหตุราคาญต่าง ๆ ท่ีเกิดจากการประกอบกิจการ เป็นต้น
รวมถงึ การขาดอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการดาเนินงานตรวจสอบฯ
ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข
ควรใช้การดาเนินงานคณะอนุกรรมการสาธารณสุขจังหวัด เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการออกข้อกาหนด
ท้องถ่ิน และการบังคับใช้กฎหมายของ อปท. ตลอดจนพัฒนาศักยภาพ และองค์ความรู้ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องให้กับ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซ่ึงจะส่งผลให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายสาธารณสุข ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการ
ดาเนนิ งานด้านอนามัยส่ิงแวดลอ้ มในระดบั พ้ืนท่ี และคุ้มครองสทิ ธิทางสขุ ภาพให้กบั ประชาชนตอ่ ไป
า การประชุมคณะอนกุ รรมการสาธารณสขุ จงั หวัดสุ รรณบุรี ปีงบประมาณ ๒๕
า ประกอบการประชุมบรู ณาการสนบั สนุนการออกขอ้ บญั ญตั ขิ องทอ้ งถ่ินเ ือ่ จดั การขยะ
ให้กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในจังหวดั สุ รรณบุรี ปีงบประมาณ ๒๕
P&P Excellence Page 49
า การตรวจสอบเหตรุ ้องเรียน ปงี บประมาณ ๒๕
สรุปผลการดาเนนิ งานสขุ า บิ าลอาหาร ประจาปีงบประมาณ ปี 5
ผลการดาเนินงานดา้ นสขุ า บิ าลอาหารของจังหวดั สุ รรณบรุ ี จาแนกตามประเภทสถานประกอบการ ได้
ดังนี้
ประเภทสถานประกอบการ จานวนทัง้ หมด ผา่ นเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละ
1. รา้ นอาหาร 331 ร้าน 281 90.35
2. แผงลอยจาหน่ายอาหาร 1,383 แผง 86.33
3. โรงครัวของโรงพยาบาล 10 แห่ง 1,194 แผง 100
4. ตลาดสด 13 แห่ง 10 แห่ง 100
13 แหง่
ปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงาน ัฒนารา้ นอาหารและแผงลอย
1. องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน บางแห่งยังขาดการมีส่วนร่วมในการผลักดันและสนับสนุนให้มี
การจดั ตัง้ ชมรมในระดับอาเภอ
2.งบประมาณสาหรับจัดทาป้ายรับรองมาตรฐานอาหารสะอาดรสชาติอร่อย (Clean Food
Good Test) ไม่เพียงพอต่อจานวนรา้ นอาหารและแผงลอยฯ ทผี่ ่านการประเมิน
3. โรงเรียนขาดแคลนชุดทดสอบโคลิฟอร์มขั้นต้น (SI2) เพ่ือใชฝ้ ยการสุ่มตรวจโรงอาหาร
รา้ นอาหาร แผงลอยฯ ท่จี าหนา่ ยอาหารในโรงเรยี น
4.ผู้สัมผัสอาหารบางส่วนยังขาดความตระหนักเร่ืองสุขวิทยาส่วนบุคคล ท่ีพบเห็นบ่อยๆ ได้แก่
P&P Excellence Page 50
ไม่สวมใส่ผ้ากันเปื้อน หมวกคมุ ผม ใส่แหวน/เครอื่ งประดับในขณะทีส่ ัมผัสอาหาร
ขอ้ เสนอแนะ
1.คณะอนุกรรมการสาธารณสุขระดับจังหวัด (อสธจ.) ควรบูรณาการและขับเคล่ือนให้องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ มีการออกขอ้ กาหนด/เทศบญั ญัติ ใหค้ รอบคลุมตามหมวดใน พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535
2.หนว่ ยงานระดับกรม/กระทรวง ควรบูรณาการเกี่ยวกับการถ่ายโอนภารกิจให้กับส่วนราชการที่
เกี่ยวขอ้ ง
สรุปผลการดาเนนิ งานโรคจากการประกอบอาชพี และส่งิ แวดลอ้ มจังหวัดสพุ รรณบุรี ปี ๒๕๖๐
วเิ คราะหส์ ถานการณ์ และสภาพปัญหา
จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเมืองเกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร มีอาชีพทานา ทาไร่ ทาสวน
มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ ๒,๔๘๘,๐๖๖ ไร่ มีจานวนเกษตรกรท้ังหมด ๓๐๔,๑๗๐ คน (เกษตรกรรม การล่าสัตว์
และการปุาไม้) แบ่งเป็นกลุ่มแรงงานในระบบ จานวน ๑๖๗,๕๐๘ คน และกลุ่มแรงงานนอกระบบ จานวน
๓๕๖,๔๔๕ คน ดังน้นั แรงงานภาคเกษตรกรรมจึงถือว่าเป็นกาลังแรงงานท่ีมีสัดส่วนสูงท่ีสุดของจังหวัดสุพรรณบุรี
และเป็นอาชีพท่มี เี ส่ียงตอ่ การเกิดอนั ตรายจากการใช้สารเคมกี าจดั ศัตรพู ืช เมอ่ื พจิ ารณาปัญหาสภาพแวดล้อมในการ
ทางานปัญหาส่วนใหญ่ มีปัญหาเกี่ยวกับอิริยาบถในการทางานสูงสุดร้อยละ ๔๑.๑ รองลงมาสภาพแวดล้อมทาง
กายภาพ เชน่ มฝี ุนละออง ควัน กล่นิ รอ้ ยละ ๒๘.๓ และสภาพอากาศร้อน แสงสว่างไม่เพียงพอ และเสียงดังเกินค่า
มาตรฐานที่กาหนด ร้อยละ ๑๓.๗ ส่วนภาคอุตสาหกรรม มีโรงงาน ๑,๑๗๑ แห่ง จานวนคนงาน ๓๒,๒๐๕ คน
ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร ปัญหาสภาพแวดล้อมในการทางานปัญหาส่วนใหญ่
พบว่า มีปัญหาเก่ียวกับอิริยาบถในการทางานสูงสุดร้อยละ ๔๑.๑ รองลงมาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เช่น มีฝุน
ละออง ควัน กล่ิน ร้อยละ ๒๘.๓และสภาพอากาศร้อน แสงสว่างไม่เพียงพอ และเสียงดังเกินค่ามาตรฐานท่ีกาหนด
ร้อยละ ๑๓.๗
สรุปผลการดาเนินงานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดลอ้ ม ดงั น้ี
๑. หน่วยบริการปฐมภูมมิ ีการจดั บริการอาชวี อนามยั ใหแ้ รงงานในชุมชน จานวน ๑๐๖ แหง่ (ยอดสะสมปี
๒๕๕๙ จานวน ๖๘ แห่ง) ร้อยละ ๑๐๐ ผ่านเกณฑ์ระดับพ้ืนฐานจานวน ๑๐๙ แห่ง ร้อยละ ๖๒.๖ระดับเร่ิมต้น
จานวน ๕๖ แห่ง รอ้ ยละ ๓๒.๑ ผา่ นเกณฑ์ระดับดี จานวน ๒ แห่ง ร้อยละ ๑.๑และ ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ
ดีมากจานวน๗ แห่ง ร้อยละ ๔.๐ และกลุ่มแรงงานนอกระบบภาคเกษตรและประชาชนได้รับการตรวจคัดกรอง
ความเสยี่ งจากการสัมผสั สารเคมกี าจดั ศัตรูพืชโดยใช้กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส จานวน ๖,๖๒๖ ราย พบว่ามี
ระดับสารเคมตี กค้างในเลือดอยู่ในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย จานวน ๒,๙๔๑ ราย คิดเป็นร้อยละ ๔๔.๓๘ เพ่ิมขึ้น
P&P Excellence Page 51
จากปี ๒๕๕๙ รอ้ ยละ ๓.๒๘
๒. การดาเนนิ งานตามแผนควบคมุ โรคจากการประกอบอาชีพภาคอุตสาหกรรม ได้ดาเนินการดังนี้
๒.๑ โครงการสถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข มีสถานประกอบการเข้าร่วม
จานวน ๑๙ แห่ง ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นสถานประกอบการปลอดโรคปลอดภัยกายใจเป็นสุข จานวน ๑ แห่ง
คอื บริษัทเจอาร์แพค จากดั ไดร้ ับรางวัลใบประกาศเกยี รติคุณระดับจังหวดั ระดับดีเด่น
๒.๒ ดาเนินการจัดบริการอาชีวอนามัยครบวงจรในสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง เร่ืองเสียง แสง
และความร้อน จานวน ๑ แห่ง คอื ร้านเดมิ บางผ้าไทย อาเภอเดิมบางนางบวช
๓. การดาเนนิ งานตามแผนควบคุมปูองกนั โรคและภยั สขุ ภาพบคุ ลากรในโรงพยาบาล ได้ดาเนนิ การดงั นี้
๓.๑ โรงพยาบาลประเมนิ ความเสย่ี งจากการทางานของบุคลากรในโรงพยาบาล ระดับ ๑-๕ จานวน
๑ แห่ง คือ โรงพยาบาลเดมิ บางนางบวช ผา่ นการรบั รองผลการประเมินความเส่ยี งบคุ ลากรในโรงพยาบาล ระดบั ๕
๓.๒ โรงพยาบาลจัดบริการอาชีวอนามัยและเวชกรรมสิ่งแวดล้อม สาหรับโรงพยาบาลทั่วไป และ
ชุมชน จานวน ๒ แห่ง คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๗ ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีเด่น และ
โรงพยาบาลอ่ทู องผา่ นเกณฑก์ ารประเมินระดบั เร่ิมตน้
๓.๓ โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบลจดั บริการอาชีวอนามัยและเวชกรรมส่ิงแวดล้อม ผ่านเกณฑ์
การประเมินระดับเริ่มต้น จานวน ๒ แห่ง คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านทุ่งมะกอก และโรงพยาบาล
ส่งเสริมสขุ ภาพตาบลบ้านทบั ผ้ึงน้อย อาเภอด่านชา้ ง
๔. แผนงานควบคมุ โรคและภยั สขุ ภาพจากขยะ และมลพิษส่ิงแวดล้อม ได้ดาเนินการดงั น้ี
๔.๑ ดาเนินการเฝูาระวังสุขภาพประชาชน ผู้สัมผัสขยะ และสิ่งแวดล้อมรอบบ่อขยะ โดยได้
ดาเนินการในพ้ืนที่ ๒ แห่ง ได้แก่ ที่กาจัดขยะของเทศบาลตาบลดอนเจดีย์ ต้ังอยู่ในหมู่ที่ ๖ ตาบลดอนเจดีย์ อาเภอ
ดอนเจดีย์ และที่กาจัดขยะของเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ในตาบลบ้านโพธิ์ อาเภอเมืองสุพรรณบุรี ดาเนินการ
คัดกรองหาความเสย่ี งทางสขุ ภาพและส่ิงแวดล้อม โดยใช้แบบคดั กรองความเส่ยี งทางส่งิ แวดล้อมและสขุ ภาพ
ล ั พื้ ท่ี เ เป้ ย ส ปค เสี่ยง
1 เทศบาลดอนเจดีย์(พนักงานเทศบาล) 17 ค เสี่ยง A เ ่ อี (B) อ แ ง(C)
2 ซาเลง้ 2
3 คนงานโรงพยาบาลดอนเจดยี ์ 9 3 11 23 คน 3
0 2 113 คน 0
เปา้ หมายกลุ่มคัดกรอง B และ C 153 2 6 1
4 ประชาชนรอบบ่อขยะ ม.6 บา้ นหนองหลอด รวม 50 คน
56 H1/40 H2/83 12 คน H3/30
เป้าหมายกลุ่มคดั กรอง H2 และ H3 13 รวม
5 พนักงานเทศบาลเมอื ง (ยมราช) 14 30 12
6 ประชาชนอาชีพคดั แยกขยะ (ยมราช) 22 5 8 0
รวม
เปา้ หมายกลุ่มคัดกรอง B และ C H1/10 H2/11 H3/1
7 ประชาชนรอบบ่อขยะ (ยมราช) รวม
เปา้ หมายกลุ่มคัดกรอง H2 และ H3
P&P Excellence Page 52
๔.๒ ดาเนนิ การเฝาู ระวงั สง่ิ แวดลอ้ ม โดยการเกบ็ ตวั อยา่ งดิน และน้าจากบ่อน้าต้ืนรอบบ่อขยะ เพื่อ
หาปรมิ าณการปนเป้อื นโลหะหนัก ตะก่ัว (Pb) ทองแดง (Cu) นิกเกิล (Ni) โครเมียม (Cr) สังกะสี (Zn) สรุปผลการ
วิเคราะห์คุณภาพน้าผิวดินในบริเวณบ่อขยะ จานวน ๑ ตัวอย่าง พบว่าไม่เกินค่ามาตรฐาน และน้าบาดาลในรัศมี ๑
กิโลเมตรจากบ่อขยะ จานวน ๑ ตัวอย่าง พบว่าไม่เกินค่ามาตรฐาน และเก็บดินที่บ่อขยะ จานวน ๑ ตัวอย่าง พบ
โลหะหนกั ได้แก่ ตะก่ัวและนกิ เกิลไมเ่ กินค่ามาตรฐาน
๔.๓ ดาเนินการเฝูาระวังสุขภาพประชาชนในพื้นที่เส่ียงจากมลพิษส่ิงแวดล้อมเหมืองเก่า (สารหนู)
ดาเนินการเฝูาระวังส่ิงแวดล้อม โดยการเก็บตัวอย่างน้า จากตาบลองค์พระ จานวน ๔ ตัวอย่าง พบว่าเกินค่า
มาตรฐานท่ีกาหนดจานวน ๒ ตัวอย่าง และเก็บตัวอย่างน้าจากตาบลวังคัน จานวน ๔ ตัวอย่าง พบว่าเกินค่า
มาตรฐาน จานวน ๓ ตวั อยา่ ง
สรุปผลการวิเคราะห์คุณภาพน้า (เกณฑค์ ณุ ภาพนา้ กรมอนามัย ปรมิ าณสารหนูต้องไม่เกิน ๐.๐๑ มก./ล.)
ลาดบั สถานทเ่ี กบ็ น้า ปริมาณสารหนู(มก./ล.) หมายเหตุ
๑ น้าดิบอ่างเก็บน้า ม.๕ บา้ นหนองมะเขอื ขนื่ ต.องคพ์ ระ ๐.๐๐๕ ไม่เกินเกณฑ์
๒ น้าดิบ ประปาผวิ ดิน ม.๕ บา้ นหนองมะเขือขนื่ ต.องคพ์ ระ ๐.๗๘๐ เกินเกณฑ์
๓ น้าประปา(ผา่ ระบบ) ม.๕ บา้ นหนองมะเขือขืน่ ต.องคพ์ ระ ๐.๐๐๗ ไม่เกินเกณฑ์
๔ น้าประปา ร.ร.วดั คอกชา้ ง ม.๕ บา้ นหนองมะเขอื ขนื่ ๐.๖๔๐ เกินเกณฑ์
๕ น้าผวิ ดิน ขา้ งประปา ม.๒ บา้ นหนองยายเงิน ต.วงั คนั ๐.๐๖๑ เกินเกณฑ์
๖ น้าประปาบาดาล (เจาะหหม่) ม.๒ บา้ นหนองยายเงิน ๐.๐๘๒ เกินเกณฑ์
๗ น้าประปาบาดาล (หอถงั พกั สูง ๔ ลูก) ม.๒บา้ นหนองยายเงิน ๐.๐๘๓ เกินเกณฑ์
๘ น้าประปาบาดาล (เจาะหหม่) ม.๖ บา้ นบ่งุ ยาง ต.วงั คนั ๐.๐๐๕ ไม่เกินเกณฑ์
P&P Excellence Page 53
Service Excellence
แผนงานท่ี 5 การพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภมู (ิ PCC)
พฒั นาระบบการแพทย์ปฐมภูมแิ ละเครอื ขา่ ยระบบสุขภาพระดบั อาเภอ
1. สถานการณ์ คลินิกหมอครอบครวั (Primary Care Cluster : PCC)
จังหวัดสุพรรณบุรี มี 10 อาเภอ ประชากรจากการสารวจ 702,943 คน หน่วยบริการสาธารณสุข
ประกอบดว้ ยโรงพยาบาลศนู ย์ จานวน 1 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป จานวน 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน จานวน 8
แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล จานวน 174 แห่ง และศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง (ศสม.) จานวน 5 แห่ง
ในปีงบประมาณ 2559 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้ดาเนินงานพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิ
(Primary Care Cluster : PCC) โดยการจัดกลุ่มหน่วยบริการปฐมภูมิเพื่อร่วมกันดูแลและให้บริการ
ประชาชนอย่างมีคุณภาพครอบคลุมและทั่วถึงมีการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันทั้งคน เงิน และ
วัสดุ/ครุภัณฑ์มีทีมสหวิชาชีพดูแลประชาชนภายในกลุ่มเครือข่าย ๆ ละ 1-3 ทีม ซึ่งในแต่ละทีม
รับผิดชอบดูแลประชากรประมาณ 8,000 – 10,000 คน โดยกาหนดให้มีการนาร่องคลินิกหมอ
ครอบครัว (PCC) ในเขตเมือง จานวน 48 ทีมใน 16 จังหวัด ซ่ึงจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นหน่ึงในจังหวัดที่เป็น
เปาู หมายดังกล่าวโดยโรงพยาบาลเจา้ พระยายมราช ได้จัดตั้งคลนิ ิกหมอครอบครวั (PCC) จานวน 1 Cluster มี
3 ทีม ใช้ที่ทาการของ ศสม.เดิมเป็นอาคารสานักงานให้บริการแก่ประชาชน ได้แก่ ศสม.ปราสาททอง และ
ศสม.ประตูสาร มีประชากรในพื้นที่รวมท้ังสิ้น จานวน 25,915 คน ในปีงบประมาณ 2560 มีนโยบายให้
ดาเนินงานพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิ (Primary Care Cluster : PCC) ในเขตเมือง 1 Cluster มี 3
ทีม และในเขตชนบท อย่างน้อย 1 ทีม จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดตั้งในเขตเมืองที่ ศสม.ชุมชนสองพี่น้อง
รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 จานวน 1 Cluster มี 3 ทมี ครอบคลมุ ประชากร 30,261 คน และในเขต
ชนบท ต้ังท่ี รพ.สต.ดอนคา รพช.อู่ทอง จานวน 1 ทีม ประชากร 12,206 คน และมีแผนการจัดต้ัง PCC
10 ปี (2559-2569) รายละเอียดดงั ตาราง
ตารางแสดง แผนการจดั ตง้ั คลนิ กิ หมอครอบครวั (Primary Care Cluster : PCC) 10 ปี (2559-2569) จงั หวดั
สุพรรณบุรี
ลา ชอ่ื อาเภอ ประชาก แผนจัดตั้งจานวนทมี /ปี รวมแผน 10 ปี
ดบั 69 ทมี Cluster
ร 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68
0 15 5
1 เมืองสพุ รรณบุรี 142,620 3 3333 06 2
1
2 เดิมบางนางบวช 55,727 0 0 0 3 0 3 0 0 0 1 62
2 62
3 ดา่ นช้าง 59,788 411 52
14 2
4 บางปลามา้ 66,293 321 12 4
42
5 ศรีประจนั ต์ 51,468 3 2 1 12 4
42
6 ดอนเจดยี ์ 38,318 11 2 74 27
7 สองพี่นอ้ ง 99,584 3333
8 สามชุก 46,657 13
9 อูท่ อง 105,326 0 1 1 2 2 1 1 1 1
10 หนองหญ้าไซ 38,654 0 0 1 1 0 1 1
รวม 704,435 3 4 15 21 10 12 2 1 2
Service Excellence Page 54
จานวนทีมสะสม 3 7 22 43 53 65 67 68 70 72 74
เปอร์เซ็นต์ความครอบคลุม 4.23 9.86 30.99 60.56 74.65 91.55 94.37 95.77 98.59 101.41 104.23
3.ขอ้ มลู ประกอบการวเิ คราะห์
3.1 เปูาหมายการดาเนินงาน : ร้อยละของคลินิกหมอครอบครวั (Primary Care Cluster : PCC) ท่ีเปิดดาเนินการใน
พืน้ ที่ (รอ้ ยละ 90)
ตารางแสดง ผลการดาเนนิ งานคลนิ ิกหมอครอบครวั (Primary Care Cluster : PCC) ปี 2560 จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
ลา ตวั ชีว้ ัด รายการ พ้นื ท่เี ปาู หมายการจัดต้ัง PCC ปี 2560 ภาพรวมจงั หวัด
ดบั ข้อมลู อ.เมืองฯ อ.สองพนี่ ้อง อ.อทู่ อง
รพศ.เจ้าพระยายมราช รพท.สมเดจ็ ฯ17 รพช.อทู่ อง
1 ร้อยละของคลินิก เปาู หมาย 3 ทีม 3ทมี 1ทมี 7 ทมี
หมอครอบครัวที่เปิด ผลงาน 3ทมี 3 ทีม 1 ทีม 7 ทมี
ดาเนินการในพ้ืนท่ี อัตรา 100 100 100 100
(PCC)
3.2 ผลงานการดาเนนิ งาน
ผลการจดั ตั้ง PCC ตามเกณฑ์ 3S ได้แก่ Staff, System และ Structure มผี ลการดาเนินงานดงั น้ี
1) Staff : จานวนบคุ ลากรในคลนิ กิ หมอครอบครวั
ปีงบประมาณ 2560 จังหวัดสุพรรณบุรีขยายบริการคลินิกหมอครอบครัว (PCC) จากเดิมเป็น 7 ทีม ได้แก่
PCCเครือข่ายโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช (อาเภอเมืองฯ) จานวน 3 ทีม PCCชุมชนสองพี่น้อง
(โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 อาเภอสองพ่ีน้อง) จานวน 3 ทีม และ PCCดอนคา (โรงพยาบาลชุมชนอู่
ทอง) จานวน 1 ทมี มสี หวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในคลินิกหมอครอบครัวรวมท้ังส้ิน 87 คน ขาดสหวิชาชีพตามเกณฑ์ 25 คน
รายละเอยี ดดังตาราง
ตารางแสดง จานวนบคุ ลากรในคลนิ กิ หมอหมอครอบครัว จงั หวัดสพุ รรณบุรี ปี 2560
เกณฑ์ บคุ ลากร PCC เครอื ขา่ ย PCC ชมุ ชนสองพ่ีน้อง PCC ดอนคา ภาพรวม ภาพรวมจงั หวัด
เจ้าพระยายม รพท.สมเด็จ รพ.อู่ทอง จงั หวดั ความต้องการเพมิ่
ราช พระสังฆราชองค์ที่ 17 (ข้อมลู ณ (ตามเกณฑ์)
วันทีร่ บั ตรวจ)
Staff แพทย์เวชศาสตร์ 3 3 17 0
ครอบครวั
พยาบาล 16 13 3 31 1 (อูท่ อง)
นวก./จพ.สธ. 4 22 6 31 8 (เมือง)
ทันตแพทย์ 1 1 0 2 1 (อู่ทอง)
เภสัชกร 3 1 0 4 1 (อทู่ อง)
ทนั ตาภบิ าล 0 4 1 4 4 (เมือง/สพน.)
จพ.เภสัชกรรม 6 1 0 7 3 (สพน./อู่ทอง)
แพทยแ์ ผนไทยฯ 1 1 0 1 6 (ทุกแห่ง)
Service Excellence Page 55
นักกายภาพฯ 1 1 0 2 1 (อูท่ อง)
รวม 34
42 11 87 25
***ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถนุ ายน2560
2) System : ระบบบริการและการบรหิ ารจัดการ
- การจดั บรกิ ารให้บริการแบบองคร์ วมตามกลุม่ วยั โดยมบี ริการรักษาพยาบาลในสานกั งานและการ
บริการเชิงรุก ได้แก่ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ปูองกันโรคในชุมชนและโรงเรียน การส่งเสริมการออกกาลังกาย การ
จดั การอาหารปลอดภัยและผลติ ภัณฑ์สขุ ภาพ เชน่ นา้ ดืม่ นา้ แขง็ อาหารและยาสมนุ ไพร เปน็ ต้น การประเมิน
ตลาด/โรงอาหารของโรงเรียน การเฝาู ระวัง สอบสวนและควบคุมโรค ตลอดจนการกาจดั และลดภาวะเสยี่ งต่อ
โรคติดตอ่ และโรคไม่ติดต่อ
มีระบบส่ือสารทางไลน์รับปรกึ ษา ใหค้ าแนะนาแก่เครือข่าย ผนู้ าชมุ ชน และไลน์สอื่ สารแลกเปลีย่ น
เรียนรู้ PCC คุณภาพทุกระดับตง้ั แตอ่ าเภอ จังหวัดและเขตสุขภาพ
-ระบบสง่ ต่อ ใช้โปรแกรม Thai Refer ในการสง่ ตอ่ ผู้ปวุ ยและการสง่ กลบั Refer back ที่เช่ือมโยง
เพื่อใหผ้ ปู้ วุ ยไดร้ บั บรกิ ารที่รวดเร็ว มีคณุ ภาพและได้มาตรฐาน ชอ่ งทางดว่ น (Green Chanel) ในการสง่ ผปู้ วุ ย
จากทีมหมอครอบครัวไปยังโรงพยาบาลแม่ขา่ ยอยรู่ ะหว่างดาเนินการ
-ระบบบญั ชี พบว่า คลินกิ หมอครอบครัว ทงั้ 3 เครือขา่ ย ยังไม่ได้ดาเนนิ การจดั ทา Virtual Account
-ระบบขอ้ มลู เช่ือมต่อ Lan กับโรงพยาบาลแม่ขา่ ยดว้ ยระบบ MPLS มรี ะบบรายงานความกา้ วหนา้
รายงานรายเดือน/รายไตรมาส ทางานได้ผา่ นระบบอินเทอรเ์ น็ต ด้วยเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ตัง้ โตะ๊ Notebook
Tablet /Smart phone
-ระบบบรหิ ารจัดการ มีการแต่งตัง้ ผจู้ ดั การทีม ผ้จู ัดการ Cluster ผจู้ ดั การระดบั อาเภอ/CUP
ผูป้ ระสานและผูจ้ ดั การระดบั จังหวัด ครบทุกระดบั
3) Structure : ด้านโครงสรา้ ง
อาคารสถานที่ใช้สถานที่เดิมของศูนย์สขุ ภาพชุมชนในเขตเมือง (ศสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตาบล โดยมกี ารปรับปรุงใหส้ ามารถเข้าถึงบริการได้งา่ ย มีบริการครอบคลมุ ทุกด้าน คลินกิ หมอครอบครวั ของ
เครอื ข่ายรพศ.เจา้ พระยายมราชใช้ศนู ย์สขุ ภาพชมุ ชนเมือง (ศสม.) ซง่ึ เชา่ สถานทข่ี องเอกชนทงั้ 3 ศนู ย,์ รพท.
สมเดจ็ พระสังฆราชองคท์ ี่ 17 ใช้ ศสม.ซง่ึ เปน็ อาคารของชุมชน และ รพ.สต.อีก 2 แห่ง คอื รพ.สต.บ้านท่าไชย และรพ.
สต.บ้านกุม่ สว่ น รพช.อ่ทู อง ต้งั ท่ี รพ.สต.ดอนคา ดังตาราง
กลไกการขับเคล่ือนใหเ้ กิดการทางานของคลนิ ิกหมอครอบครัว(Primary care cluster)
Service Excellence Page 56
รายละเอียดของกลไกการบริหารจดั การเพื่อขบั เคลื่อนระบบการจัดต้ัง และดาเนนิ การคลนิ กิ หมอ
ครอบครัวไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพในระดับเขตบริการสุขภาพและระดับจังหวดั ต้องการใหเ้ กดิ คณะกรรมการขบั เคล่ือนคลนิ ิก
หมอครอบครัว และผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครวั และกาลังคนดา้ นปฐมภูมิระดับจงั หวัด โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้
ระดับ องคป์ ระกอบของผ้ขู บั เคล่ือน บทบาท/หนา้ ท่ีท่กี าหนด
งาน/กรรมการหรืออนื่ ๆ
1.ระดบั เขต มีคณะกรรมการพัฒนาระบบ
บริการปฐมภมู ริ ะดบั เขต
2.ระดับจังหวัด 1.คณะกรรมการวางแผนและ 1. วางแผนโครงสรา้ งการจัดตั้งคลนิ ิกหมอครอบครัวให้สอดคล้อง
ประเมนิ ผลระดับจังหวัด กบั บรบิ ทของพื้นที่ บุคลากร
2.คณะทางานพัฒนาระบบ 2. สนับสนุนให้การขับเคลื่อนนโยบายคลินิกหมอครอบครัว
บริการสุขภาพ สาขาปฐมภมู ิ สามารถปฏบิ ัตหิ น้าท่ีได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ล
3. ตดิ ตาม กากับการดาเนนิ งานของคลนิ ิกหมอครอบครัว
4. ประเมินผลการดาเนินงานของคลินิกหมอครอบครัวและ
วางแผนสนับสนนุ แก้ไขปัญหาในระดับจังหวัด
5. สนบั สนนุ ดา้ นวิชาการ (วจิ ัย/นวัตกรรม)
แผนงานท่ี 6 พฒั นาระบบบรกิ ารสุขภาพ)
การพฒั นาเครือขา่ ยสุขภาพอาเภอ (DHS) จงั หวัดสุพรรณบุรี ปี 2560
1.สถานการณ์
จังหวัดสพุ รรณบรุ ี มีหนว่ ยบริการปฐมภูมิ จานวน 177 แห่ง จาแนกเป็น ศสม. จานวน 3 แห่ง เป็น
รพ.สต. จานวน 174 แห่ง (รพ.สต.ทั่วไป 166 แห่ง, รพ.สต.ขนาดใหญ่ 8 แห่ง) โดยมีสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ
จานวน 2 แหง่ ไดแ้ ก่ สอน.ตาบลบ่อสพุ รรณ อ.สองพนี่ ้อง และสอน.บ้านดอนไร่ ตาบลหนองสะเดา อาเภอสามชุก
รพ.สต.ขนาดใหญ่ จานวน 8 แห่ง ได้แก่ 1.รพ.สต.รัว้ ใหญ่ 2.รพ.สต.สระแกว้ 3.รพ.สต.สนามชัย
4.รพ.สต.เฉลมิ พระเกยี รติ ฯบอ่ สพุ รรณ 5.รพ.สต.บา้ นหวั วงั 6.รพ.สต.นางบวช7.รพ.สต.บางปลาม้า และ8.รพ.สต.บา้ นกร่าง
ศนู ย์สุขภาพชุมชนเมือง (ศสม.) จานวน 3 แห่ง ได้แก่ 1. ศสม.ปราสาททอง 2. ศสม.ประตูสาร 3.
ศสม.ชุมชนสองพนี่ ้อง รายละเอียดดงั ตาราง
ตารางแสดง จานวนหนว่ ยบรกิ ารปฐมภูมิ จาแนกรายอาเภอ จังหวัดสพุ รรณบรุ ี ปี 2560
ลาดับ อาเภอ การจาแนกหน่วยบรกิ ารปฐมภมู ิ รวม
ศสม. รพ.สต.ขนาดใหญ่ รพ.สต.ท่วั ไป
Service Excellence Page 57
1. เมืองสพุ รรณบรุ ี 2 3 26 32
2. เดมิ บางนางบวช 1 19 20
3. ด่านชา้ ง 16 16
4. บางปลาม้า 1 16 17
5. ศรีประจันต์ 1 13 14
6. ดอนเจดีย์ 99
7. สองพนี่ อ้ ง 1 2 23 27
8. สามชุก 13 13
9. อทู่ อง 22 22
10. หนองหญา้ ไซ 99
รวม 3 8 166 177
ดา้ นบคุ ลกร
จังหวัดสุพรรณบุรี มีประชากร จานวน 679,200 คน (DB pop ณ วันท่ี 30 กันยายน 2559) เป็น
ประชากรในเขต รพ.สต.รับผิดชอบ จานวน 583,772 คน บุคลากรใน รพ.สต. พบว่า มีจานวนทั้งส้ิน 760 คน
บุคลากรเฉล่ีย 4.37 คน/แห่ง อาเภอท่ีมีบุคลากรเฉล่ียต่อแห่งสูงที่สุด คือ อาเภอศรีประจันต์ มีบุคลากรเฉลี่ย
4.86 คน/แหง่ อาเภอทม่ี บี คุ ลากรเฉลย่ี ตอ่ แห่งน้อยที่สดุ คือ อาเภอเดิมบางนางบวช มบี ุคลากรเฉลี่ย 3.95 คน/
แห่ง มแี พทยแ์ ผนไทย 14 คน ปฏบิ ตั ริ าชการท่ี 1.รพ.สต.รั้วใหญ่ 2.รพ.สต.สระแก้ว 3.รพ.สต.สนามชัย(2 คน) 4.รพ.
สต.นางบวช 5.รพ.สต.ยางนอน 6.รพ.สต.บางปลามา้ 7.รพ.สต.บ้านกร่าง(2 คน) 8.สอน.บ่อสุพรรณ 9.รพ.สต.บ้านหัว
วัง 10.สอน.บา้ นดอนไร่ 11.รพ.สต.จรเข้สามพัน 12.รพ.สต.พลบั พลาไชย รายละเอียดดังตาราง (ข้อมูลจากกลุ่ม
งานทรพั ยากรบุคคล ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2560)
ตารางแสดง จานวนบคุ ลากร ของ รพ.สต. จาแนกรายอาเภอ จงั หวัดสุพรรณบรุ ี ปี 2560
ลา จงั หวัด ประชากร จานวนบุคลากร ของ รพ.สต
ดับ db pop
(เฉพาะ พยาบาล สดั สว่ น นวก. สัดสว่ น จพ.ทนั ต สัดส่วน แพทย์ กาย จพ. รวม บคุ ลา
สสอ.)ณ วิชาชีพ พยาบาล สธ. + นวก.สธ + สาธารณ จพ.ทันต แผน ภาพ เภสั กร
30 ก.ย. ตอ่ จพ.สช จพ.สชต่อ สุข สาธารณสุข ไทย บาบัด ช เฉลี่ย
59 ประชากร ประชากร ต่อประชากร
1 เมอื ง ฯ 121,236 42 2,887 70 1,732 17 7,132 4 0 0 133 4.59
2 เดมิ บางฯ 50,044 22 2,275 47 1,065 8 6,256 2 0 0 79 3.95
3 ด่านช้าง 40,764 18 2,265 42 971 6 6,794 0 0 0 66 4.13
4 บางปลามา้ 56,561 19 2,977 44 1,285 7 8,080 1 0 0 71 4.18
5 ศรปี ระจันต์ 43,908 21 2,091 37 1,187 7 6,273 2 0 1 68 4.86
6 ดอนเจดยี ์ 29,422 11 2,675 24 1,226 4 7,356 0 0 0 39 4.33
7 สองพ่ีน้อง 91,244 28 3,259 74 1,233 15 6,083 2 0 0 119 4.76
8 สามชกุ 33,621 14 2,402 31 1,085 7 4,803 1 0 0 53 4.08
9 อทู่ อง 87,654 23 3,811 60 1,461 9 9,739 2 0 0 94 4.27
10 หนองหญา้ ไซ 29,318 9 3,258 26 1,128 3 9,773 0 0 0 38 4.22
Service Excellence Page 58
รวม 583,772 207 2,820 455 1,283 83 7,033 14 0 1 760 4.37
(มนี กั กายภาพบาบดั จานวน 2 คน ที่รพ.สต.สระแก้ว อาเภอเมือง โดยเทศบาลตาบลสระแก้วเป็นผจู้ ้าง )
หมายเหตุ ตามเกณฑ์ FTE พยาบาลวิชาชีพ 1 : 2,500 คน นวก.สธ. / จพ.สธ 1:1,250 คน จพ.ทันตฯ 1:8,000 คน
นักการแพทย์แผนไทย มใี น รพ.สต.ขนาดใหญ่ และ รพ.สต.เฉลิมพระเกยี รติ 1 : 5,000 คน นักกายภาพ 1 : รพ.สต 5 แห่ง
จากการวิเคราะห์อัตรากาลังของ รพ.สต. ตามเกณฑ์ FTE พบว่า มีความต้องการบุคลากร
สายพยาบาลวิชาชีพ จานวน 34 คน สายนักวิชาการสาธารณสุข + เจ้าพนักงานสาธารณสุข จานวน 39 คน
สายเจา้ พนกั งานทนั ตสาธารณสุข จานวน 3 คน สายแพทย์แผนไทย จานวน 9 คน และสายนักกายภาพบาบัด
จานวน 33 คน มรี พ.สต.ทไ่ี มม่ พี ยาบาลวิชาชพี จานวน 1 แหง่ ไดแ้ ก่ รพ.สต.วดั โบสถ์ อ.บางปลามา้
ตารางแสดง ความตอ้ งการบคุ ลากรของ รพ.สต ตามเกณฑ์ FTE จาแนกรายอาเภอ จงั หวดั สุพรรณบรุ ี ปี 2560
ลา จงั หวัด ความต้องการบคุ ลากร ของ รพ.สต ตามเกณฑ์ FTE รพ.สต ที่ รพ.สต ทไี่ ม่มี
ดบั พยาบาล นวก.สธ จพ.ทนั ต แพทย์ นกั รวม ไมม่ ี พยาบาลวิชาชพี
พยาบาล แต่มี นวก./จพ.
วชิ าชีพ + สาธารณ แผนไทย กายภาพบา
บดั วิชาชพี มวี ุฒิชีพ
จพ.สช สขุ
1. เมอื งสพุ รรณบุรี 7 29 0 5 4 51 0 0
2. เดิมบางนางบวช 0 0 0 0 440 0
3. ด่านช้าง 0000 330 0
4. บางปลามา้ 4001 381 0
5. ศรปี ระจนั ต์ 0001 340 0
6. ดอนเจดยี ์ 2000 230 0
7. สองพี่น้อง 8002 5 18 0 0
8. สามชกุ 0000 330 0
9. อทู่ อง 10 10 2 0 4 29 0 0
10. หนองหญา้ ไซ 3010 260 0
รวม 34 39 3 9 33 129 1 0
เปูาหมายในการดาเนินงาน ปี 2560
1 พฒั นาคุณภาพเครือขา่ ยสุขภาพอาเภอ (DHS) ตามองคป์ ระกอบ UCCARE ผา่ นระดบั 3 ข้ึนไปทกุ ขอ้
ร้อยละ 100 และผา่ นระดบั 4 ทุกขอ้ ร้อยละ 20 (เปาู หมายจังหวดั สุพรรณบุร)ี
2 การพัฒนา ODOP ตามนโยบาย 3 เร่ือง ได้แก่
1) ปัญหาพ้ืนท่ี 2) อบุ ตั ิเหตจุ ราจร (RTI) 3) LTC
3 กลุ่มเปาู หมายท่ีมภี าวะพึง่ พิง ไดแ้ ก่ ผ้สู งู อายุติดบา้ น ติดเตียง ผพู้ ิการทต่ี ้องไดร้ บั การดูแลผูป้ ุวย
palliative care เด็กอายุ 0-5 ปีท่ีมพี ฒั นาการล่าช้า และผปู้ ุวยเบาหวานความดันโลหิตสูงทีม่ ี
ภาวะแทรกซอ้ นโรคไตระยะท่ี 3 ข้ึนไป ไดร้ ับการดแู ลตามนโยบายหมอครอบครัว (FCT) ร้อยละ 100
ผลลัพธ์ (เปูาประสงค์)
1. ลดอัตราปุวย/ตาย และภาวะแทรกซ้อนโรคท่ีเป็นปัญหาพื้นที่
2. ภาคีเครอื ข่ายเขม้ แข็ง
3. ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ (Self Care)
Service Excellence Page 59
มาตรการ/กิจกรรม
มาตรการ กจิ กรรมหลกั
มาตรการที่ 1 สร้างความเข็มแข็งภาคี 1.ทบทวนและแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคล่ือน DHS ระดบั จงั หวัด
เครือข่ายทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมใน 2.ประชุมคณะกรรมการระดบั จังหวัด ทุก 3 เดือน
การดูแลสขุ ภาพของประชาชน 3.แตง่ ตั้งคณะกรรมการขบั เคลื่อน DHB ระดับอาเภอ ทุกอาเภอ
4.อาเภอกาหนดปัญหาในพ้ืนที่ 3 ปัญหา ได้แก่ ปัญหาของพ้ืนที่ การดูแลระยะ
ยาว (Long term Care) และกาหนดจุดเสี่ยงในอาเภอและมีการแก้ไขปัญหา
อุบัตเิ หตุ (RTI)
5.อาเภอมีการประเมินตนเองตามประเดน็ UCCARE
6. ทบทวนโครงสร้างทีมหมอครอบครัว ระดับอาเภอ/ระดับตาบล/ระดับชุมชน
เพื่อดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ผู้พิการท่ีต้องได้รับการดูแล ผู้ปุวย Palliative Care
เด็ก 0-5 ปี ที่มีพัฒนาการล่าช้า และผู้ปุวยเบาหวาน /ความดัน ท่ีมี
ภาวะแทรกซ้อนโรคไต stage 3
7.เสริมสมรรถนะทีม DHS ตามกระบวนการ DHML (District Health
Mangement Learning) จานวน 10 อาเภอ
8.นิเทศติดตามการดาเนินงานระดับอาเภอ/ตาบล โดยทีมเยี่ยมเสริมพลัง (DHS-
PCA)
การติดตามประเมินผล (Quick win)
ระบบสุขภาพอาเภอ (DHS)
3 เดอื น 6 เดือน 9 เดือน 12 เดือน
มีการประเมินตนเอง โดย -มีแผนการดาเนินงานท่ีเชื่อมโยง -มีกระบวนการแก้ไขปัญหา -มีอาเภอที่ผ่าน DHS
ใช้แนวทางการพัฒนา ระบบบริการปฐมภูมิและบูรณา สุขภาพของแต่ละพื้นที่ตาม ระดับ 3 ทุกข้อร้อยละ
DHS-PCA และมีแผนการ การร่วมกับการพัฒนาระบบ บริบท ไม่น้อยกว่า 3 เร่ือง 100
ดาเนินการ ไม่น้อยกว่า 3 บริการ (service plan)และบูรณา -มโี ครงสร้าง FCT ระดับอาเภอ/ -ระดับ 4 ทุกขอ้
เรอื่ ง การ 5 กลุ่มวยั ตาบล/หมู่บา้ น ร้อยละ 20
-ผ่านระดบั 3 ทุกข้อ รอ้ ยละ 50 -ผา่ นระดับ 3 ทุกข้อรอ้ ยละ 100
2.ผลการดาเนนิ งาน
1. การพฒั นาระบบสขุ ภาพระดบั อาเภอ (District Health System : DHS) ท่ีเช่ือมโยงระบบบริการปฐม
ภูมิกับชุมชนและท้องถ่ิน ตามองค์ประกอบ UCCARE และมีผลลัพธ์การพัฒนาระบบสุขภาพระดับอาเภอท่ี
สามารถยกระดับข้ึนหนึ่งระดับทุกข้อ หรือตั้งแต่ระดับสามข้ึนไปทุกข้อ ตามแนวทางการพัฒนา DHS–PCA
พบว่า ทกุ เครือขา่ ยมกี ารวางแผนการแกไ้ ขปัญหาตามบริบทของพ้ืนที่ อย่างน้อย 3 เร่ือง ไดแ้ ก่ 1.ปญั หาพืน้ ท่ี
2. อบุ ตั เิ หตจุ ราจร (RTI) 3. LTC และร้อยละ 100 ของอาเภอ มี DHS เชื่อมโยงระบบบริการปฐมภูมิกับ
ชุมชนและท้องถิ่นอย่างมีคุณภาพท่ีสามารถยกระดับข้ึนหนึ่งระดับทุกข้อหรือเกินระดับสามข้ึนไปทุกข้อ
รายละเอียดดังตาราง
ตารางแสดง คะแนนการประเมินตนเองการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพระดับอาเภอ (DHS) ตามองค์ประกอบ UCCARE
จาแนกรายอาเภอ จังหวัดสุพรรณบรุ ี ปงี บประมาณ 2560 (ตุลาคม 2559 – กนั ยายน 2560)
ที่ อาเภอ Unity District Customer Community Appreciation Resource sharing Essential ผ่าน/
Health Team Focus Participation Care
and Human ไม่ผ่าน
Development (รอบ 2)
Service Excellence Page 60
1. เมืองสพุ รรณบุรี 4 4 4 4 ผ่าน
1. ดูแลผู้ปวุ ยทีม่ ีภาวะไตเส่ือม 3.5 4 4 ผ่าน
2. อุบตั เิ หตุจราจร (RTI) 5 4.5 3.5 4 4 4 ผ่าน
3. LTC 4 4 4 3 4 3.5 ผา่ น
2. เดิมบางนางบวช 3.5
1. พฒั นาการเดก็ 433 3 ผ่าน
2. อุบัติเหตจุ ราจร (RTI) 4 3 3.5 3.5 3 3 ผ่าน
3. LTC 4 3 3 4 3 3.5 ผา่ น
3. ดา่ นช้าง 4 3 3 ผา่ น
1. วยั รนุ่ :การปูองกันการ 4 3.5 4 3.5
2ต.ั้งคอรบุ รัตภิเซ์ห้าตใุจนรแามจว่รยั (รRนุ่ TI) 4 3.5 4 3.5 ผ่าน
3. LTC 4 3.5 4 4 4 3.5 ผา่ น
4. บางปลามา้ 4 4 4 ผ่าน
1. ไข้เลือดออก 4 4 3.5 4 4 4 ผ่าน
2. อบุ ตั ิเหตุจราจร (RTI) 5 4.5 3 4
3. LTC 4 4 4 3.5 ผ่าน
5. ศรีประจนั ต์ 3.5 4 3.5 ผ่าน
1.DHF 4 4 4 4.5 4 4 ผ่าน
2.อบุ ัตเิ หตุจราจร (RTI) 4 4 3.5 3 4 3.5 ผ่าน
3. LTC 4 4 4 3
6. ดอนเจดีย์ 3 ผ่าน
1. พัฒนาการเดก็ 3.5 3 3.5 3.5 4 4 ผา่ น
2. อุบตั ิเหตุจราจร (RTI) 3 3.5 4 3.5 3.5 4 ผา่ น
3. LTC 5 4.5 4.5 3.5 4 4 ผา่ น
7. สองพี่นอ้ ง
1. NCD (HT / DM) 444 3 ผ่าน
2. อบุ ัตเิ หตุ(RTI) 333 3 4 4 ผ่าน
3. LTC 3 3 3 3 3 3 ผา่ น
8. สามชกุ 5 4.5 ผ่าน
1. NCD (HT/ DM) 4 3.5 3.5 4
2. อุบัติเหตุ (RTI) 3.5 3.5 3.5 4 ผา่ น
3. LTC 4 3.5 3.5 4 3 3 ผ่าน
9. อู่ทอง 3 3 ผา่ น
1. Palliative Care 333 3 3 ผา่ น
2. อุบตั ิเหตุ (RTI) 333
3. LTC 3 3 3 ผ่าน
10 หนองหญา้ ไซ 3.5 3.5 ผา่ น
1. พฒั นาการสมวยั 454 3.5 3 ผา่ น
2. อบุ ัติเหตจุ ราจร (RTI) 444 3.5 3 ผา่ น
3. LTC 4 4 4
ผา่ น
3 3 ผา่ น
3 3 ผา่ น
3 3 ผา่ น
ผา่ น
4 5 ผ่าน
4 4 ผ่าน
4 4 ผ่าน
1 .1 ปัญหาในพ้ืนท่ี (ODOP)
จากการวเิ คราะหป์ ัญหาในพ้ืนท่ีของอาเภอต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า ส่วนใหญ่มีปัญหาโรค NCD
และพัฒนาการเด็ก โดยอาเภอท่ีมีปัญหาโรค NCD จานวน 3 อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมือง อาเภอสองพ่ีน้อง และ
อาเภอสามชุก อาเภอท่ีมีปัญหาพฒั นาการเด็ก จานนวน 3 อาเภอ ได้แก่ อาเภอ เดิมบางนางบวช อาเภอดอนเจดีย์
และอาเภอหนองหญ้าไซ รองลงมาได้แก่ปัญหาโรคไข้เลือดออก ได้แก่ อาเภอบางปลาม้า และอาเภอศรีประจันต์
สว่ นอาเภอทีเ่ หลอื มปี ญั หาการตงั้ ครรภ์ซ้าในแม่วัยรุ่น และ Palliative Care ได้แก่ อาเภอด่านช้าง และอาเภอ
อูท่ อง ตามลาดับรายละเอยี ดดงั ตาราง
ตารางแสดง ปญั หาพน้ื ที่ (ODOP) จาแนกรายอาเภอ จงั หวัดสพุ รรณบุรี ปี 2560(ต.ค.-ก.ย.60)
Service Excellence Page 61
ลาดบั ท่ี อาเภอ ปญั หาพนื้ ท่ี
1 เมืองสุพรรณบุรี ผ้ปู ุวยที่มีภาวะไตเสอื่ ม
2 เดมิ บางนางบวช พฒั นาการเด็ก
3 ด่านช้าง การตงั้ ครรภ์ซ้าในแม่วัยรนุ่
4 บางปลาม้า โรคไข้เลือดออก
5 ศรปี ระจันต์ โรคไขเ้ ลือดออก
6
7 ดอนเจดีย์ พัฒนาการเด็ก
8 สองพ่ีน้อง NCD (HT/DM)
9 สามชกุ NCD (HT/DM)
10 อ่ทู อง Palliative Care
หนองหญ้าไซ พัฒนาการสมวยั
อาเภอที่มีการจัดทาคาส่ังแต่งต้ังคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพอาเภอ (District
Health Board : DHB) แล้ว มจี านวน 10 อาเภอ ได้แก่
1. อาเภอเมอื งสพุ รรณบุรี
2. อาเภอเดมิ บางนางบวช
3. อาเภอดา่ นช้าง
4. อาเภอบางปลาม้า
5. อาเภอศรปี ระจนั ต์
6. อาเภอดอนเจดีย์
7. อาเภอสองพี่น้อง
8. อาเภอสามชุก
9. อาเภออ่ทู อง
10. อาเภอหนองหญ้าไซ
1.2 การดาเนินงานปูองกันการบาดเจบ็ จากการจราจร
จานวนจุดเส่ียงอุบัติเหตุ ปี 2560 ท้ังหมด 15 แห่ง จุดเสี่ยงที่ได้รับการแก้ไข 9 แห่ง คิดเป็น
ร้อยละ 60.00 รายละเอียดดังตาราง
ตารางแสดง จานวนและรอ้ ยละจดุ เสีย่ งที่ได้รบั การแกไ้ ข จาแนกรายอาเภอ จังหวัดสุพรรณบุรี
ปี 2559-2560 (ต.ค.-ก.ย.60)
จานวนจดุ เสี่ยง จุดเส่ียงท่ไี ด้รับการแก้ไข
ลาดับท่ี อาเภอ (แหง่ ) (แหง่ )
ปีงบประมาณ ปงี บประมาณ
2559 2560 2559 2560
จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ
1 เมืองสพุ รรณบรุ ี 2 1 2 100.00 0 0.00
2 เดมิ บางนางบวช
3 0 3 100.00 0 0.00
3 ด่านชา้ ง 7 3 4 57.14 3 100.00
Service Excellence Page 62
4 บางปลาม้า 5 1 5 100.00 1 100.00
5 ศรปี ระจันต์
6 ดอนเจดีย์ 6 4 6 100.00 2 50.00
7 สองพีน่ ้อง
8 สามชุก 5 4 5 100.00 2 50.00
9 อูท่ อง
10 หนองหญา้ ไซ 3 0 3 100.00 0 0.00
รวม 5 0 5 100.00 0 0.00
5 1 5 100.00 0 0.00
3 1 2 66.67 1 100.00
44 15 40 90.91 9 60.00
ในปี 2560 มีการเกิดอุบัติเหตุ จานวน 1,126 ครั้ง ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จานวน 1,662 คน
ผู้เสยี ชวี ิต จานวน 229 คน รายละเอียดดงั ตาราง
ตารางแสดง จานวนการเกดิ อบุ ัติเหตุ การบาดเจบ็ การเสียชวี ิตจากจราจร จาแนกรายอาเภอ
จงั หวัดสุพรรณบรุ ี ปี 2559-2560 (ต.ค.-ก.ย.60)
ลาดับ จานวนคร้ังทเ่ี กิดอบุ ตั เิ หตุ จานวนผทู้ ไี่ ดร้ บั บาดเจ็บ จานวนผ้ทู ีเ่ สียชวี ติ
ท่ี
อาเภอ ปีงบประมาณ ปงี บประมาณ ปงี บประมาณ
2558 2559 2560 2558 2559 2560 2558 2559 2560
1 เมือง - 563 285 - 1935 701 - 75 48
2 เสดุพิมรบราณงบฯุรี - 183 115 - 343 105 - 41 14
3 ดา่ นชา้ ง - 74 37 - 104 52 - 23 7
4 บางปลาม้า - 227 85 - 285 77 - 51 28
5 ศรีประจนั ต์ - 71 68 - 112 75 - 15 13
6 ดอนเจดยี ์ - 103 40 - 88 61 - 20 8
7 สองพีน่ ้อง - 248 185 - 133 265 - 40 46
8 สามชุก - 133 77 - 184 95 - 24 14
9 อู่ทอง - 68 169 - 124 158 - 21 38
10 หนองหญา้ ไซ - 71 65 - 147 73 - 20 13
รวม - 1,741 1,126 - 3,455 1,662 - 330 229
1.3 ตาบลมรี ะบบการสง่ เสริมสขุ ภาพระยะยาว (Long term Cere)
จังหวัดสุพรรณบุรี มีตาบลจัดการสุขภาพ จานวน 110 ตาบล มี อปท.ท่ีดาเนินการ LTC จานวน
66 แหง่ ผา่ นเกณฑ์ 43 แห่ง มี Care Manager จานวน 88 คน และ Care Giver จานวน 496 คน รายละเอยี ดดังตาราง
ตารางแสดง จานวนตาบลทีม่ ีระบบส่งเสริมสขุ ภาพ จาแนกรายอาเภอ จังหวดั สพุ รรณบรุ ี
ปี 2560 (ต.ค.-ก.ย.60)
ลาดับ อาเภอ จานวนตาบล จานวน อปท. ท่ี จานวน Care จานวน Care
ท่ี จัดการสขุ ภาพ ดาเนนิ การ LTC Manager Giver
/ผา่ นเกณฑ์(แหง่ ) (คน)
(ตาบล) (คน)
1 เมืองสุพรรณบุรี 20 11/6 13 100
2 เดมิ บางนางบวช 14 7/5 12 51
3 ด่านชา้ ง 7 5/3 5 33
4 บางปลามา้ 14 8/5 8 45
Service Excellence Page 63
5 ศรปี ระจนั ต์ 9 8/4 15 43
6 ดอนเจดีย์ 5 4/3 7 28
7 สองพ่นี ้อง 15 9/5 9 45
8 สามชกุ 7 4/4 7 29
9 อู่ทอง 13 6/5 8 82
10 หนองหญ้าไซ 6 4/3 4 41
110 66/43 88 496
รวม
2 การดาเนนิ งานตามนโยบายทมี หมอครอบครัว (FCT)
จังหวัดสุพรรณบรุ ี มที ีมหมอครอบครัว (FCT) ระดบั อาเภอ จานวน 85 ทมี ระดับตาบล จานวน 187
ทีม ระดับชุมชน จานวน 959 ทมี รายละเอียดดังตาราง
ตารางแสดง จานวนทีมหมอครอบครวั (FCT) จาแนกรายอาเภอ จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2560(ต.ค.-ก.ย.60)
ลาดบั ที่ อาเภอ FCT ระดบั อาเภอ FCT ระดับตาบล FCT ระดับชุมชน
1 เมืองสุพรรณบรุ ี 17 32 140
2 เดมิ บางนางบวช 6 21 121
3 ด่านชา้ ง 7 17 93
4 บางปลาม้า 17 18 68
5 ศรปี ระจันต์ 6 15 58
6 ดอนเจดีย์ 4 10 50
7 สองพน่ี ้อง 7 26 165
8 สามชุก 5 14 68
9 อ่ทู อง 11 24 155
10 หนองหญา้ ไซ 5 10 41
รวม 85 187 959
กลุ่มเปูาหมายที่มีภาวะพึ่งพิงและต้องได้รับการดูแลจาก FCT ได้แก่ ผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง
ผู้พิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และต้องได้รับการดูแล ผู้ปุวย palliative care เด็กอายุ 0-5 ปีที่มีพัฒนาการ
ล่าช้า และผู้ปุวยเบาหวานความดันที่มีภาวะแทรกซ้อนโรคไต Stage 3 ขึ้นไป มีทั้งหมด จานวน 21,299 คน
ไดร้ ับการดูแลโดย FCT จานวน 20,560 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 96.53 ดังตาราง (เปูาหมายการดูแล ร้อยละ 100)
ตารางแสดง จานวนและร้อยละกลุม่ เปูาหมายท่มี ีภาวะพ่ึงพิง ได้รบั การดแู ลโดย FCT จาแนกรายอาเภอ
จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2560 (ต.ค.-ก.ย.60)
ลาดบั ท่ี อาเภอ จานวนกลุ่มเปูาหมายทั้งหมด จานวนทไี่ ด้รบั การดแู ลโดย FCT ร้อยละ
1 เมอื งสุพรรณบรุ ี 2,888 2,888 100.00
2 เดิมบางนางบวช 1,919 1,204 62.74
3 ด่านชา้ ง 940 924 98.30
4 บางปลาม้า 2,505 2,505 100.00
5 ศรปี ระจนั ต์ 2,358 2,350 99.66
6 ดอนเจดีย์ 982 982 100.00
Service Excellence Page 64
7 สองพี่นอ้ ง 2,708 2,708 100.00
8 สามชุก 1,504 1,504 100.00
9 อู่ทอง 3,572 3,572 100.00
10 หนองหญ้าไซ 1,923 1,923 100.00
21,299 20,560 96.53
รวม
ผู้สูงอายตุ ดิ บ้าน, ติดเตียง
จงั หวดั สพุ รรณบุรี มีผู้สูงอายุทั้งหมด จานวน 152,735 คน เป็นผู้สูงอายุติดเตียง จานวน 1,298 คน
ได้รับการดูแล จานวน 1,298 คน คิดเป็นร้อยละ 100 เป็นผู้สูงอายุติดบ้าน จานวน 3,798 คน ได้รับการดูแล
จานวน 3,798 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ดังตาราง
ตารางแสดง จานวนและรอ้ ยละกลุ่มผูส้ งู อายุติดบา้ น, ติดเตยี ง ได้รับการดูแลโดย FCT จาแนกรายอาเภอ
จังหวดั สพุ รรณบรุ ี ปี 2560 (ต.ค.-ก.ย.60)
ลาดับ อาเภอ จานวน จานวน จานวน รอ้ ยละ ของ จานวน จานวน ร้อยละ ของ
ที่ ผู้สูงอายุ ผู้สงู อายุ ผสู้ งู อายุติด ผ้สู งู อายุตดิ ผู้สูงอายุ ผ้สู ูงอายตุ ดิ ผู้สงู อายตุ ดิ
ท้ังหมด ติดเตยี ง เตยี งได้รับ เตยี งไดร้ บั ตดิ บ้าน บ้านได้รบั บ้านได้รับ
การดูแล การดูแล การดูแล การดแู ล
1 เมอื งสุพรรณบุรี 30,474 233 233 100.00 866 866 100.00
2 เดิมบางฯ
15,194 153 153 100.00 257 257 100.00
3 ดา่ นช้าง
9,044 111 111 100.00 125 125 100.00
4 บางปลามา้ 15,649 277 277 100.00 383 383 100.00
5 ศรปี ระจันต์ 12,717 87 87 100.00 248 248 100.00
6 ดอนเจดยี ์
8,304 46 46 100.00 165 165 100.00
7 สองพน่ี อ้ ง 19,223 89 89 100.00 788 788 100.00
8 สามชกุ
11,016 68 68 100.00 345 345 100.00
9 อู่ทอง
22,560 205 205 100.00 501 501 100.00
10 หนองหญ้าไซ 8,554 29 29 100.00 120 120 100.00
รวม 152,735 1,298 1,298 100.00 3,798 3,798 100.00
ผพู้ กิ ารทชี่ ว่ ยเหลอื ตัวเองไม่ไดแ้ ละตอ้ งไดร้ บั การดแู ล
จังหวดั สพุ รรณบุรี มีผู้พิการท้ังหมด จานวน 18,971 คน เป็นผู้พิการท่ีช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และ
ต้องไดร้ บั การดูแล จานวน 2,683 คน ไดร้ บั การดูแล จานวน 2,678 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99.81 รายละเอยี ดดงั ตาราง
ตารางแสดง จานวนและรอ้ ยละของผูพ้ กิ ารท่ตี ้องไดร้ บั การดูแล ได้รับการดูแลโดย FCT จาแนกรายอาเภอ
จังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2560 (ต.ค.-ก.ย.60)
ลาดบั อาเภอ จานวนผู้ จานวนผ้พู กิ ารที่ จานวนผูพ้ ิการท่ี รอ้ ยละ ของผพู้ ิการ
ที่ พิการทัง้ หมด ตอ้ งได้รบั การดแู ล ได้รับการดูแล ทไ่ี ด้รับการดูแล
1 เมอื งสุพรรณบรุ ี 2971 393 393 100.00
2 เดิมบางนางบวช 1,468 117 117 100.00
3 ดา่ นชา้ ง 1882 102 102 100.00
4 บางปลามา้ 1186 274 274 100.00
5 ศรีประจันต์ 2181 462 457 98.92
6 ดอนเจดยี ์ 56 56 100.00
875
Service Excellence Page 65
7 สองพนี่ ้อง 2,139 611 611 100.00
8 สามชุก 2,985 59 59 100.00
9 อ่ทู อง
10 หนองหญา้ ไซ 1,930 372 372 100.00
1354 237 237 100.00
รวม 18,971 2,683 2,678 99.81
ผูป้ ุวยท่ีตอ้ งไดร้ ับการดแู ลแบบประคบั ประคอง (Palliative Care)
ผู้ปุวยท่ตี อ้ งไดร้ ับการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) มที งั้ หมด จานวน 1,882 คน
ไดร้ บั การดูแลแบบประคบั ประคอง จานวน 1,878 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99.79 รายละเอยี ดดงั ตาราง
ตารางแสดง จานวนและรอ้ ยละของผู้ปวุ ย Palliative Care ได้รับการดูแลโดย FCT จาแนกรายอาเภอ
จังหวัดสพุ รรณบุรี ปี 2560 (ต.ค.-ก.ย.60)
ลาดบั จานวนผปู้ วุ ยทต่ี อ้ งได้รับการ จานวนผู้ที่ไดร้ บั การ ร้อยละ ของผทู้ ี่
ท่ี
อาเภอ ดูแลแบบประคับประคอง ดูแลแบบ ไดร้ ับการดูแลแบบ
(Palliative Care) ทง้ั หมด ประคับประคอง ประคับประคอง
1 เมอื งสุพรรณบุรี 123 123 100.00
2 เดิมบางนางบวช 71 71 100.00
3 ดา่ นช้าง 148 144 97.30
4 บางปลามา้ 306 306 100.00
5 ศรปี ระจันต์ 245 245 100.00
6 ดอนเจดยี ์ 73 73 100.00
7 สองพีน่ ้อง 311 311 100.00
8 สามชุก 75 75 100.00
9 อู่ทอง 335 335 100.00
10 หนองหญา้ ไซ 195 195 100.00
1,882 1,878 99.79
รวม
เด็กอายุ 0-5ปี ที่มีพัฒนาการลา่ ชา้ และต้องได้รบั การดูแล
เด็กอายุ 0-5 ปี ที่ได้รบั การตรวจประเมินพัฒนาการ จานวน 20,726 คน เด็กอายุ 0-5 ปี (9 เดือน,
18 เดอื น, 30 เดือน, 42 เดือน) พบเด็ก ที่พฒั นาการลา่ ช้า จานวน 56 คน ได้รับการดูแล จานวน 56 คน คดิ เป็น
รอ้ ยละ 100 รายละเอียดดังตาราง
ตารางแสดง จานวนและรอ้ ยละของเดก็ 0-5 ปีทม่ี ีพัฒนาการล่าช้า ไดร้ บั การดูแลโดย FCT จาแนกรายอาเภอ
จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ปี 2560 (ต.ค.- ก.ย.60)
จานวนเดก็ จานวนเด็กอายุ 0-5 จานวนเด็กอายุ 0-5ปี รอ้ ยละของเด็กอายุ 0-5ปี
ลาดับ อาเภอ อายุ 0-5ปี ที่ ปี (9 เดอื น,18 (9 เดอื น,18 เดอื น (9 เดอื น ,18 เดือน ,30
ท่ี ไดร้ ับการ เดือน,30 เดอื น,42 ,30 เดอื น,42 เดือน) เดอื น,42 เดือน)ทม่ี ี
ตรวจประเมนิ เดือน)ทมี่ ี ทมี่ พี ฒั นาการล่าช้า พฒั นาการลา่ ช้าไดร้ ับ
พัฒนาการ พฒั นาการลา่ ชา้ ไดร้ บั การดูแล ดูแล
1 เมืองสุพรรณบรุ ี 4,002 14 14 100.00
2 เดิมบางนางบวช 1,572 5 5 100.00
3 ด่านช้าง 1,988 7 7 100.00
Service Excellence Page 66
4 บางปลาม้า 1,752 2 2 100.00
5 ศรีประจนั ต์ 1,185 3 3 100.00
6 ดอนเจดีย์ 1,134 1 1 100.00
7 สองพ่นี ้อง 3,535 10 10 100.00
8 สามชุก 1,185 1 1 100.00
9 อู่ทอง 3,140 9 9 100.00
10 หนองหญ้าไซ 1,233 4 4 100.00
รวม 20,726 56 56 100.00
ผู้ปวุ ยเบาหวานความดนั โลหิตสูงทม่ี ภี าวะแทรกซอ้ นโรคไตตง้ั แต่ stage 3 ขึ้นไป
ผูป้ ุวยเบาหวานความดนั โลหิตสูงท่ีมภี าวะแทรกซอ้ นโรคไต stage 3 ข้ึนไป ท้งั หมด จานวน 11,582 คน
ได้รบั การดูแล จานวน 10,852 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 93.70 รายละเอียดดังตาราง
ตารางแสดง จานวนและรอ้ ยละผปู้ วุ ยเบาหวานความดันที่มีภาวะแทรกซ้อนโรคไต Stage 3 ขนึ้ ไป ไดร้ บั การดูแล
โดย FCT จาแนกรายอาเภอ จังหวดั สพุ รรณบุรี ปี 2560 (ต.ค.-ก.ย.60)
ลาดบั อาเภอ จานวนผู้ปวุ ย HT/DM ที่ จานวนผ้ปู วุ ย HT/DM ที่มี ร้อยละ ของผปู้ ุวย HT/DM
ท่ี มภี าวะแทรกซ้อนไต ภาวะแทรกซอ้ นไต stage ทมี่ ีภาวะแทรกซ้อนไต stage
stage 3 ขึน้ ไปท้งั หมด 3 ขึ้นไป ทไี่ ดร้ บั การดูแล 3 ขนึ้ ไป ทีไ่ ด้รบั การดแู ล
1 เมืองสุพรรณบุรี 1,259 1,259 100.00
2 เดมิ บางนางบวช 1,316 601 45.67
3 ด่านชา้ ง 447 435 97.32
4 บางปลามา้ 1,263 1,263 100.00
5 ศรปี ระจนั ต์ 1,313 1,310 99.77
6 ดอนเจดยี ์ 641 641 100.00
7 สองพ่นี ้อง 899 899 100.00
8 สามชกุ 956 956 100.00
9 อทู่ อง 2,150 2,150 100.00
10 หนองหญา้ ไซ 1,338 1,338 100.00
11,582 10,852 93.70
รวม
3. ผลงานดา้ นการจดั บรกิ าร
สาหรับในปี 2560 ผลการดาเนินงานต้ังแต่ ตุลาคม 2559 – กันยายน 2560 จากรายงาน HDC ณ
วันท่ี 16 ตุลาคม 2560 พบวา่ มีผลการดาเนนิ งาน ดงั นี้
3.1 การใชบ้ ริการของประชาชนในเขตรับผิดชอบใช้บรกิ ารผู้ปวุ ยนอก (OPD) ทห่ี น่วยบรกิ ารปฐมภูมิ
จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี
ประชาชนในเขตรับผิดชอบของหนว่ ยบริการปฐมภมู ิจงั หวัดสพุ รรณบุรี มารับบรกิ ารผ้ปู วุ ยนอก
(OPD)ที่หน่วยบริการปฐมภูมิ จานวน 381,626 คน จากจานวนประชากรในเขตรับผิดชอบของหน่วยบริการ
ปฐมภูมิทง้ั หมด จานวน 567,398 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 67.26 ต่ากว่าเปูาหมายทีก่ าหนด (เปูาหมาย 80 %)
3.2 ผปู้ ุวยนอกโรคเบาหวาน มารบั บรกิ ารใน ศสม.และรพ.สต.เทียบกบั โรงพยาบาลแม่ขา่ ย (คร้งั )
ผู้ปุวยโรคเบาหวานในเขตรับผิดชอบของ ศสม./รพ.สต.มารับบริการผู้ปุวยนอกที่ ศสม./รพ.สต.
และโรงพยาบาลแม่ข่าย รวมทัง้ หมด จานวน 271,836 ครั้ง มารับบริการท่ี ศสม./รพ.สต. จานวน 107,107 ครั้ง
Service Excellence Page 67
ผู้ปุวยนอกโรคเบาหวาน มารับบริการใน ศสม.และรพ.สต.เทียบกับโรงพยาบาลแม่ข่าย (คร้ัง) คิดเป็นร้อยละ
39.40 ตา่ กวา่ เปาู หมาย (เปาู หมาย 60%)
3.3 ผู้ปวุ ยนอกโรคความดันโลหิตสงู มารับบรกิ ารใน ศสม.และรพ.สต.เทียบกบั โรงพยาบาลแมข่ ่าย (คร้ัง)
มีผู้ปุวยโรคความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบของ ศสม./รพ.สต.มารับบริการผู้ปุวยนอกที่ ศสม./รพ.สต.
และโรงพยาบาลแม่ข่าย รวมทั้งหมด จานวน 385,856 ครั้ง มารับบริการที่ ศสม./รพ.สต. จานวน 223,670 คร้ัง
ผู้ปุวยนอกโรคความดันโลหิตสูง มารับบริการใน ศสม.และรพ.สต.เทียบกับโรงพยาบาลแม่ข่าย (คร้ัง) คิดเป็น
ร้อยละ 57.97 ต่ากว่าเปูาหมายทก่ี าหนด (เปาู หมาย 60%)
3.4 ผูป้ ุวยนอกโรคเบาหวาน ท่มี ารับบริการในศสม.และรพ.สต.มีผลการควบคุมโรคเบาหวาน ตามเกณฑ์
ผ้ปู ุวยโรคเบาหวาน มารบั บรกิ ารที่ ศสม./รพ.สต. ควบคมุ โรคเบาหวานไดต้ ามเกณฑ์ จานวน
19,303 คน จากจานวนผู้ปุวยโรคเบาหวาน ที่มารับบริการที่ ศสม./รพ.สต. ท้ังหมดจานวน 36,214 คน คิด
เปน็ รอ้ ยละ 53.3 สงู กวา่ เปาู หมายท่ีกาหนด (เปูาหมาย 40%)
3.5 ผปู้ วุ ยนอกโรคความดันโลหิตสูง ท่ีมารบั บริการใน ศสม.และรพ.สต.มีผลการควบคุมความดันโลหติ ตามเกณฑ์
ผู้ปุวยโรคความดันโลหิตสูง มารับบริการที่ ศสม./รพ.สต. ควบคุมโรคความดันโลหิต ได้ตามเกณฑ์
จานวน 32,727 คน จากจานวนผู้ปุวยโรคความดันโลหิตสูง ท่ีมารับบริการที่ ศสม./รพ.สต. ท้ังหมดจานวน
95,973 คน คิดเปน็ ร้อยละ 34.1 ต่ากวา่ เปูาหมายทก่ี าหนด (เปูาหมาย 50%)
4. ผลการสารวจความพึงพอใจของผูร้ บั บรกิ ารปฐมภูมิ (รพ.สต./ศสม.) ปี 2560
จากการสารวจความพึงพอใจของผู้มารับบริการท่ีหน่วยบริการปฐมภูมิทุกแห่ง(รพ.สต. 174 แห่ง ศสม. 3
แห่ง) ของจังหวัดสุพรรณบุรี ในภาพรวม ปีงบประมาณ 2560 จานวน 17,711 คน พบว่า ผู้มารับบริการ มี
ความพึงพอใจ ร้อยละ 92.08 สูงกว่าเปูาหมายท่ีกาหนด (ร้อยละ 85) อาเภอท่ีมีความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ อ.
ดอนเจดีย์ ร้อยละ 94.56 รองลงมาเป็น อ.อู่ทอง ร้อยละ 93.55 และ อ.เดิมบางนางบวช ร้อยละ 93.39
ตามลาดบั ดงั ตาราง
ตารางแสดง จานวนและร้อยละ ความพงึ พอใจของผมู้ ารบั บริการในหน่วยบริการปฐมภูมิ จาแนกรายอาเภอ
จงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ปีงบประมาณ 2560
ลาดบั ท่ี อาเภอ จานวนผู้ตอบแบบสอบถาม รอ้ ยละของความพึงพอใจ
1. เมอื งสุพรรณบรุ ี 2,835 91.96
2. เดมิ บางนางบวช 2,000 93.39
3. ด่านช้าง 1,600 91.94
4. บางปลาม้า 1,701 90.98
5. ศรีประจันต์ 1,400 87.76
6. ดอนเจดีย์ 857 94.56
7. สองพ่ีนอ้ ง 2,420 92.74
8. สามชุก 1,331 92.66
9. อู่ทอง 2,267 93.55
10. หนองหญ้าไซ 900 89.86
11. ศสม. (รพ.เจา้ พระยายมราช) 200 92.78
12. ศสม. (รพ.สมเด็จพระสังฆราช) 200 91.61
17,711 92.08
ภาพรวม
Service Excellence Page 68