1
คำำ�นำำ� โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอันัเนื่่�องมาจากพระราชดำริิ สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี (อพ.สธ.) ได้้ดำเนิินการจััดตั้้�งเมื่่�อพ.ศ. ๒๕๓๕ มีีวััตถุุประสงค์์เพื่่�อสร้้างความเข้้าใจและตระหนัักถึึง ความสำคััญของพัันธุุกรรมพืืชต่่าง ๆ ที่่มี�ีอยู่ใ่นประเทศไทย ก่่อให้้เกิิดกิิจกรรมร่ว่มคิิดร่ว่ มปฏิิบัติัที่่ิน�ำผลประโยชน์์ มาถึึงประชาชนชาวไทย ดำเนิินงานภายใต้้ ๓ กรอบการดำเนิินงาน ได้้แก่่ กรอบการเรีียนรู้้ทรััพยากรธรรมชาติิ กรอบการใช้้ประโยชน์์ และกรอบการสร้้างจิิตสำนึึก ใน ๘ กิิจกรรม ๓ ฐานทรััพยากร ได้้แก่่ ทรััพยากรกายภาพ ทรััพยากรชีีวภาพ ทรััพยากรวััฒนธรรมและภููมิิปััญญา กรมการพััฒนาชุุมชน ได้รั้ับพระราชทานพระราชานุุญาต ในปีี พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้้เข้้าร่ว่มสนองพระราชดำริิ ตามแผนแม่่บทโครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำริิ สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี (อพ.สธ.) ซึ่่�งสอดรัับกัับภารกิิจของกรมการพััฒนาชุุมชน ในการส่่งเสริิมการพััฒนา ทุุนชุุมชน เพื่่�อสร้้างความเข้้มแข็็งให้้กัับชุุมชน โดยมีีพื้้�นที่่�สนองพระราชดำริิจำนวน ๑๖ แห่่ง ได้้แก่่ ศููนย์์ศึึกษา และพััฒนาชุุมชน ๑๑ แห่่ง วิิทยาลััยการพััฒนาชุุมชน ศููนย์์สารภีี ๓ แห่่ง และส่่วนงานพััฒนาชุุมชนในศููนย์์ ศึึกษาการพััฒนาเขาหิินซ้้อนอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำริิ ให้้เป็็นแหล่่งเรีียนรู้้ด้้านการอนุุรัักษ์์และใช้้ประโยชน์์ จากทรััพยากรธรรมชาติิอย่่างยั่่�งยืืน ปีีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ กรมการพััฒนาชุุมชน สนองพระราชดำริิโครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืช อัันเนื่่�องมาจากพระราชดำริิ สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี ภายใต้้แผนแม่่บท อพ.สธ. ระยะ ๕ ปีีที่่� ๗ (๑ ตุุลาคม ๒๕๖๔–๓๐ กัันยายน ๒๕๖๙) โดยมอบหมายให้้สำนัักงานพััฒนาชุุมชนจัังหวััด ทุุกจัังหวััด ดำเนิินกิิจกรรมสร้้างสรรค์์การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำจัังหวััด เพื่่�อให้้เกิิดการสร้้างสรรค์์และ ส่่งเสริิมการใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำจัังหวััดโดยใช้้ภููมิิปััญญาท้้องถิ่่�นในการรัังสรรค์์ผลิิตภััณฑ์์จากต้้นไม้้ ประจำจัังหวััด ตลอดจนเพื่่�อสร้้างการรัับรู้้และความเข้้าใจ ให้้ประชาชนตระหนัักถึึงความสำคััญในการอนุุรัักษ์์ พัันธุุกรรมพืืชและทรััพยากรธรรมชาติิในชุุมชนให้้คงอยู่่สืืบไป กัันยายน ๒๕๖๖
กระบี่่� กาญจนบุรีีุ กาฬสิินธุ์ ์กำำแพงเพชร ขอนแก่่น จัันทบุรีีุ ฉะเชิิงเทรา ชลบุรีีุชััยนาท ชััยภููมิิ ชุมุพร เชีียงราย เชีียงใหม่่ตรััง ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีีมา นครศรีีธรรมราช นครสวรรค์์ นนทบุรีีุ นราธิิวาส น่่าน บึึงกาฬ บุรีีรัุมย์์ ั ปทุมธุานีี ประจวบคีีรีีขัันธ์์ ปราจีีนบุรีีุ ปััตตานีี พระนครศรีีอยุธุยา พะเยา พัังงา พััทลุุง พิิจิิตร พิิษณุุโลก เพชรบุรีีุ เพชรบููรณ์์ แพร่่ ภููเก็็ต มหาสารคาม มุุกดาหาร แม่่ฮ่่องสอน ยโสธร ยะลา ร้้อยเอ็็ด ระนอง ระยอง ราชบุรีี ุ ลพบุรีีุ ลำำ ปาง ลำพูำูน เลย ศรีีสะเกษ สกลนคร สงขลา สตููล สมุุทรปราการ สมุุทรสงคราม ๑๓๕๗๙ ๑๑ ๑๓ ๑๕ ๑๗ ๑๙ ๒๑ ๒๓ ๒๕ ๒๗ ๒๙ ๓๑ ๓๓ ๓๕ ๓๗ ๓๙ ๔๑ ๔๓ ๔๕ ๔๗ ๔๙ ๕๑ ๕๓ ๕๕ ๕๗ ๕๙ ๖๑ ๖๓ ๖๕ ๖๗ ๖๙ ๗๑ ๗๓ ๗๕ ๗๗ ๗๙ ๘๑ ๘๓ ๘๕ ๘๗ ๘๙ ๙๑ ๙๓ ๙๕ ๙๗ ๙๙ ๑๐๑ ๑๐๓ ๑๐๕ ๑๐๗ ๑๐๙ ๑๑๑ ๑๑๓ ๑๑๕ ๑๑๗ ๑๑๙ สารบััญ
สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรีสุราษฎร์ธานีสุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำำภู อ่างทอง อำำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อุบลราชธานี ๑๒๑ ๑๒๓ ๑๒๕ ๑๒๗ ๑๒๙ ๑๓๑ ๑๓๓ ๑๓๕ ๑๓๗ ๑๓๙ ๑๔๑ ๑๔๓ ๑๔๕ ๑๔๗ ๑๔๙ ๑๕๑
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดกระบี่่� ชื่่�อต้้นไม้้ ทุ้้งฟ้้า ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นไม่่ผลััดใบขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ ที่่�มีีความสููงได้้ประมาณ ๑๕–๒๕ เมตร เรืือนยอดเป็็น รููปไข่่แกมรููปกรวยแหลม ค่่อนข้้างโปร่่ง ลำต้้นมีีลัักษณะ เปลาตรง กิ่่�งใหญ่่ตั้้�งฉากกัับลำต้้นเป็็นวงรอบ โคนต้้นเป็็น พููพอน เปลืือกต้้นเรีียบเป็็นสีีขาวอมเทาหรืือสีีเทาอ่่อน มีีรููระบายอากาศทั่่�วไป เปลืือกต้้นเมื่่�อสัับดููจะมีีน้้ำยางสีีขาว เหนีียว ๆ ซึึมออกมา ส่่วนเนื้้�อไม้้มีีสีีค่่อนข้้างเหลืือง เมื่่�อทิ้้�งไว้้นาน ๆ จะเป็็นสีีน้้ำตาลแกมเหลืือง เสี้้�ยนไม้้ตรง เนื้้�อไม้้มีีความละเอีียดปานกลางและสม่่ำเสมอ แข็็ง เลื่่�อย ไสกบ และตกแต่่งได้้ง่่าย ผึ่่�งแห้้งได้้ดีี มีีความถ่่วงจำเพาะ ประมาณ ๐.๕๔ ขยายพัันธุ์์ด้ว้ยวิธีิีการเพาะเมล็็ด เจริิญเติิบโต ได้้ดีีในดิินที่่�ลึึก และมีีการระบายน้้ำได้้ดีีหรืือในสภาพระบบ วนเกษตร และควรปลููกในช่่วงประมาณต้้นฤดููฝน เพื่่�อให้้ กล้้าไม้้มีีเวลาตั้้�งตััว และระบบรากเจริิญยึึดดิินได้้ดีีก่่อนสิ้้�น ฤดููฝน ซึ่่�งจะช่ว่ ยทำให้้กล้้าไม้้สามารถรอดตายได้้ตลอดฤดููแล้้ง สามารถพบขึ้้น�ได้ทั่่้ว�ไปในป่่าดงดิิบและบนพื้้นที่่�ป่�่าเสื่่�อมโทรม หรืือพื้้นที่่�ที่่� �เคยถููกแผ้วถ้างมาก่่อนทางภาคใต้ข้องประเทศไทย ซึ่่�งบริิเวณนี้้�จะมีีปริิมาณของน้้ำฝนตกชุุกและมีีความ ชุ่่มชื้้�นมาก นอกจากนี้้�ในต่่างประเทศยัังพบขึ้้�นกระจายใน อินิเดีีย เอเชีียตะวัันออกเฉีียงใต้้ นิวกินีิี เมีียนมา และมาเลเซีีย อีีกด้้วย 1 1 ทุ้้�งฟ้้า จัังหวััดกระบี่ ่� การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพัันคอมััดย้้อม ส่่วนที่ ่� นำำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภััณฑ์์ กิ่่ง ใบ � ขั้้�นเตรีียมการ 2 ๑. เตรีียมวััสดุุอุุปกรณ์์ ได้้แก่่ กระทะ หม้้อ ถัังน้้ำสำหรัับย้้อมสีีผ้้า กะละมัังสำหรัับล้้างผ้้า กระบวย มีีดหั่่�นใบ และกิ่่�ง เตาแกส ถัังแก๊๊ส เครื่่�องชั่่�งส่่วนผสม ๒. เตรีียมส่่วนผสมในการย้้อมสีีผ้้า ได้้แก่่ ขมิ้้�น ปููนแดง น้้ำยาปรัับประจุุผ้้า เกลืือ สารส้้ม เทีียน ๓. เตรีียมวััสดุุอุุปกรณ์์ในการพิิมพ์์ลายผ้้า เช่่น ผ้้าพัันคอ (ผ้้าไหมแกมฝ้้าย) ขี้้�ผึ้้�ง บล็็อกพิิมพ์์ลายต่่าง ๆ ขั้้�นตอนการผลิิต ๑. เตรีียมผ้้าที่่�จะย้้อมโดยการนำไปซัักหรืือต้้มเพื่่�อเอาแป้้งที่่�อยู่่ในเนื้้�อผ้้าออก ๒. สกััดสีี โดยการนำใบทุ้้งฟ้้าและส่วนข่องกิ่่�งมาสัับให้้เป็นชิ้้ ็น�เล็็ก ๆ แล้วน้ ำไปต้้มเพื่่�อสกััดสีี ประมาณ ๒–๓ เซนติิเมตร โดยเติิมเกลืือลงไประมาณ ๑ ถ้้วยกาแฟ ๓. นำผ้้าที่่�ต้้มเอาแป้้งออกแล้้วมาพิิมพ์์ลายด้้วยบล็็อกพิิมพ์์หรืือใช้้วิิธีีการเขีียนเทีียน ๔. นำผ้้าที่่�พิิมพ์์ลายเสร็็จแล้้วมาแช่่ในน้้ำยาปรัับประจุุผ้้า เพื่่�อให้้ปรัับสภาพผ้้า โดยใช้้น้้ำอุ่่นประมาณ ๖๐ องศา ใช้้น้้ำ ๑๐ ลิิตรต่่อน้้ำยาปรัับประจุุผ้้า ๑ ซีีซีี แช่่ไว้้ประมาณ ๑๕–๒๐ นาทีี แล้้วยกขึ้้�นมาพัักไว้้ให้้หมาด ๕. นำผ้้ามาย้้อมในสีีที่่�เตรีียมไว้้ โดยแช่่ทิ้้�งไว้้ประมาณ ๑๕–๒๐ นาทีี แล้้วยกขึ้้�นนำไปตากให้้แห้้งสนิิท ๖. นำผ้้าไปล้้างด้้วยน้้ำเปล่่าแล้้วต้้มเพื่่�อลอกเทีียนออก ๗. ล้้างน้้ำสะอาดแล้้วนำไปแช่่น้้ำปููนเพื่่�อให้้สีีติิดทน ๘. นำไปล้้างน้้ำสะอาดแล้้วตากให้้แห้้ง ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
การสร้างสรรคผลิต ์ภณฑ์ ั จากต้นไม้ประจำำจังหวัดกาญจนบุรี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืน้ ผลััดใบ สููง ๑๕–๔๐ เมตร ลำต้น้ เปลาตรง มีีพููพอนเตี้้�ย ๆ เปลืือกเรีียบสีีเทาอมเขีียวกิ่่�งอ่่อนมีีขนสั้้�นนุ่่ม ใบเดี่่�ยว เรีียงสลัับ รููปไข่่กลัับ กว้้าง ๕–๑๓ เซนติิเมตร ยาว ๑๐–๒๕ เซนติิเมตร ปลายใบมนเป็็นติ่่�งแหลม โคนใบสอบ ขอบใบจัักฟันัเลื่่�อย แผ่น่ ใบมีขนสั้้ ีน�สากมืือ ด้้านบน ขนสั้้นนุ่่�ม ด้้านล่่าง ช่่อดอกกระจุุกกลมเรีียงบนก้้านช่่อเรีียวยาวห้้อยลง ออกตามซอกใบและปลายกิ่่�งยาว ๑๐–๓๕ เซนติิเมตร ดอก ขนาดเล็็ก สีีเหลืืองอ่่อนอมเขีียวมีีกลิ่่น�เหม็น็ กลีีบเลี้้�ยงและ กลีีบดอกมีีจำนวนอย่่างละ ๕–๖ กลีีบ เกสรเพศผู้้มีีจำนวน มาก รัังไข่่อยู่่ใต้้วงกลีีบ ก้้านเกสรเพศเมีียมีี ๒–๓ อััน ผลขนาดเล็็ก เส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๐.๓ เซนติิเมตร กลีีบเลี้้�ยงขยายกางคล้้ายปีีก เมล็็ด ๑ เมล็็ด เขตกระจายพัันธุ์์ อิินเดีีย เมีียนมา ไทย ลาว กััมพููชา เวีียดนาม มาเลเซีีย และ อิินโดนีีเซีีย ขึ้้�นในป่่าเบญจพรรณ ป่่าดิิบแล้้งและป่่าดิิบชื้้�น ชอบเขาหิินปููนพบทั่่�วทุุกภาคที่่�มีีความสููงจากระดัับน้้ำทะเล ๑๐๐–๓๕๐ เมตร ออกดอกเดืือนธัันวาคม–มกราคม ผลแก่่ เดืือนมีีนาคม–พฤษภาคม ขยายพัันธุ์์โดยเมล็็ด 33 ขานาง จัังหวััดกาญจนบุุรีี ชื่่�อต้้นไม้้ ขานาง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เส้้นด้้าย ผ้้าคลุุมไหล่่ กระเป๋๋าผ้้า จากสีีธรรมชาติิใบขานาง ส่่วนที่ ่� นำำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภััณฑ์์ ใบ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ ขั้นตอนการผลิต 4 ๑. เตรีียมวััสดุุอุุปกรณ์์ในการย้้อมผ้้า ได้้แก่่ เส้้นฝ้้าย ผ้้าฝ้้ายดิิบ กระทะ หม้้อ ไม้้พาย กะละมัังสำหรัับ การล้้างผ้้า กระบวย มีีดหั่่�นใบ เตาแก๊๊ส ถัังแก๊๊ส เครื่่�องชั่่�งส่่วนผสม เชืือกฟาง ๒. เตรีียมส่่วนผสมในการย้้อมสีีผ้้า ได้้แก่่ ใบขานางสด ใบขานางแห้้ง ปููนแดง สารส้้ม น้้ำส้้มสายชูู สนิิมเทีียม เกลืือ สารส้้ม ๓. วััสดุุในการมััดย้้อม ได้้แก่่ หนัังยาง ไม้้ไอศกรีีม ๔. วััสดุุในการตััดเย็็บกระเป๋๋า ได้้แก่่ กรรไกร เข็็ม ด้้าย ๑. ขั้้�นตอนการทำความสะอาดเส้้นฝ้้าย/ผ้้าฝ้้ายดิิบ ทำความสะอาดเส้้นฝ้้ายและผ้้าฝ้้ายดิิบเพื่่�อล้้างคราบไขมัันหรืือฝุ่่น ด้้วยผงซัักฟอก เกลืือ หรืือน้้ำยาล้้างจาน ให้้สะอาด ๒. ขั้้�นตอนการสกััดน้้ำย้้อม ๑. นำใบขานางมาล้้าง ชั่่�งน้้ำหนัักประมาณ อััตราส่่วน ใบขานาง ๑ กิิโลกรััม น้้ำ ๑๐ ลิิตร ๒. หั่่�นหรืือตำให้้ละเอีียด ๓. ต้้มด้้วยความร้้อน เมื่่�อน้้ำเดืือด ปรัับลดอุุณหภููมิิประมาณ ๙๐ องศาเซลเซีียส เป็็นเวลา ๑ ชั่่�วโมง ๔. กรองเอาเศษใบขานางออก จะได้้น้้ำสกััดจำนวน ๗.๕ ลิิตร ๓. ขั้้�นตอนการย้้อมเส้้นฝ้้าย ๑. เตรีียมเส้้นฝ้้ายหรืือผ้้าฝ้้ายดิิบมาย้้อมในอััตราส่่วน เส้้นฝ้้าย ๑ กิิโลกรััม ต่่อน้้ำสกััด ๓๐ ลิิตร ๒. นำเส้้นฝ้้ายดิิบหรืือผ้้าฝ้้ายดิิบ ลงต้้มในน้้ำสกััดใบขานาง ๓. เมื่่�อเดืือด ปรัับลดอุุณหภููมิิประมาณ ๙๐ องศาเซลเซีียส เป็็นเวลา ๑ ชั่่�วโมง ๔. กดหรืือทัับเส้้นฝ้้ายให้้จมน้้ำตลอดเวลา หมั่่�นคนหรืือกลัับด้้านเพื่่�อให้้สีีย้้อมติิดสม่่ำเสมอ ๕. เมื่่�อครบเวลาแล้้วบิิดพอหมาด นำขึ้้�นมาแช่่ในสารช่่วยติิด เช่่น น้้ำปููนใส สารส้้ม น้้ำส้้มสายชูู อััตราส่่วน น้้ำ ๑ ลิิตรต่่อสารช่่วยย้้อม (มอร์์แดนต์์ มอร์์แดนท์์) ๑๕๐ กรััม เป็็นเวลา ๑๕ นาทีี ๖. ผึ่่�งในที่่�ร่่มประมาณ ๑๕ นาทีี ก่่อนล้้างน้้ำให้้สะอาดจนสีีส่่วนเกิินหมด ๔. ขั้้�นตอนการแปรรููป กรณีีเป็นผ้็ ้าพัันคอ กระเป๋๋าผ้้า ให้้ทำความสะอาด และมััดย้้อมตามรููปแบบที่่�กำหนด ก่่อนเข้้าสู่ขั้้่น�ตอนการย้้อม สีีที่่�ได้ ้ ใบอ่่อน สีีเหลืืองแกมเขีียว ใบแห้้ง สีีน้้ำตาลอ่่อน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดกาฬสิินธุ์์ ชื่่�อต้้นไม้้ มะหาด ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืน้ เนื้้�อแข็็ง ลำต้นสูู้ ง ใบขนาดใหญ่่ เปลืือกหนาสููงได้้ถึึง ๔๐ เมตร ส่่วนต่่าง ๆ มีีน้้ำยางสีีขาว เปลืือกแตก เป็น็สะเก็็ดเล็็ก ๆ ใบเดี่่�ยว เรีียงสลัับในระนาบเดีียวกันัรููปรีี รููปไข่่ หรืือรููปขอบขนาน กว้้าง ๔–๑๗ เซนติิเมตร ยาว ๘–๓๐ เซนติิเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน กลม หรืือรููปหััวใจ ผิิวใบมีีขนทั้้�งสองด้้าน ก้้านใบยาว ๐.๕–๔ เซนติิเมตร ดอกเล็็กสีี ขาวอมเหลืือง ดอกเพศผู้้ ออกเป็็นช่่อคล้้ายช่่อเชิิงลดกลม ๆ ตามซอกใบ ดอกขนาดเล็็กจำนวนมาก ดอกเพศเมีียคล้้ายช่่อ ดอกเพศผู้้มีีก้้านช่่อยาวกว่่า ช่่อผลรวมทรงกลมเส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๗ เซนติิเมตร หุ้้มผลย่่อย มีีขนละเอีียดหนา แน่่น ผลย่่อยรููปรีี ยาว ๑–๒ เซนติิเมตร มะหาด จัังหวััดกาฬสินิธุ์ ์ � การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ 5 โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าไหมแพรวาจากเส้้นไหมย้้อมสีี ธรรมชาติิจากเปลืือกมะหาด ส่่วนที่ ่� นำำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภััณฑ์์ เปลืือกไม้้ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ๑. นำเปลืือกมะหาด ๑ กิิโลกรััม น้้ำ ๒๐ ลิิตร ต้้มไฟที่่�ใช้้ไม้้ฟืืน ใช้้เวลา ๘–๑๕ ชั่่�วโมง จากนั้้�นกรองโดยผ้้าเอาน้้ำออก ๒. นำเส้้นไหมที่่�เตรีียมไว้้ ลงต้้มในน้้ำมะหาดที่่�กรองไว้้ด้้วยไฟขนาดกลาง ๔๕ นาทีี ๓. นำไปล้้างแล้้วตากแดดให้้แห้้ง กรณีีอยากได้้คละสีี ให้้เอาไปย้้อมโคลน ๑๕ นาทีี แล้้วล้้างออกตากแดด 6 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดกำำแพงเพชร ชื่่�อต้้นไม้้ สีีเสีียดแก่่น สีีเสีียดแก่น ่ จัังหวััดกำำ�แพงเพชร ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้น สููงได้้ประมาณ ๑๕ เมตร เปลืือกสีีเทา แตกเป็น็สะเก็็ดบาง แตกกิ่่�งต่่ำ ตามกิ่่�งมีีหนามโค้้งเป็นคู่็ ใบประกอบ่ แบบแขนนกสองชั้้น� เรีียงสลัับ ใบประกอบย่่อยมีี ๑๐ –๒๐ คู่่ ใบย่่อยเล็็กมาก มีีประมาณ ๓๐ –๕๐ คู่่ช่่อดอกแบบช่่อ หางกระรอกออกตามซอกใบยาว ๕–๑๐ เซนติิเมตร ดอกขนาด เล็็กสีีเหลืือง มีีกลิ่่�นหอมอ่่อนๆ กลีีบเลี้้�ยงและกลีีบดอก มีีจำนวนอย่่างละ ๔–๕ กลีีบ เกสรเพศผู้้มีีจำนวนมากยาว ๕–๑๒ เซนติิเมตร เมล็็ด ๓–๑๐ เมล็็ด รููปรีี แบน 7 7 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพัันคอพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) โดยนำำ ใบสีีเสีียดแก่่น มาวางบนผืืนผ้้าห่มด้่ ้วยผ้้าที่่�ย้้อมศิิลาแลง ส่่วนที่ ่� นำำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภััณฑ์์ ใบสีีเสีียดแก่่น ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ ๑. นำผ้้าทอที่่�ทอเป็็นผ้้าพัันคอจากฝ้้าย มาฟอกผ้้าด้้วยน้้ำยาล้้างจานหรืือมะนาว แล้้วตากให้้แห้้ง ๒. นำผ้้ามาแช่่ด้้วยน้้ำส้้มสายชูู ๕ เปอร์์เซ็็นต์์ ๑ ลิิตร ต่่อผ้้า ๑ ผืืน สารส้้มป่่น ๙๐ กรััมต่่อน้้ำ ๑ ลิิตร เบคกิิงโซดา ๘๐ กรััมต่่อน้้ำ ๑ ลิิตร (๕ คููณ) ถ้้าผ้้าปริิมาณมาก แช่่ผ้้า ๒ ชั่่�วโมง (ห้้ามเกิิน) ๓. บิิดผ้้าให้้หมาดพอดีี เสร็็จเเล้้วปููผ้้าบนโต๊๊ะพัับครึ่่�งให้้เรีียบแล้้วนำใบไม้้มาวาง ตามความคิิดสร้้างสรรค์์ นำผ้้า ที่่�ย้้อมด้้วยศิิลาแลงมาห่่ม แล้้วใช้้ถุุงพลาสติิกมาวางบนผ้้า นำไม้้ไผ่่มาวางเเละพัันให้้เเน่่น และซีีลด้้วยเเล็็คซีีน อาหารให้้เเน่่น แล้้วน้้ำเชืือกมามััดให้้เเน่่น แล้้วนำไปนึ่่�ง ๒ ชั่่�วโมง (นึ่่�งเพราะบีีบเม็็ดสีีใบไม้้ออกมา) ๔. พอนึ่่�งเสร็็จ ให้้ลอกใบไม้้ดึึงออก แล้้วนำไปตากแดด ๒ วััน (หรืือ ๒ แดด) เสร็็จแล้้วนำเกลืือล็็อกสีีหรืือเรีียกว่่า โซเดีียม ๑ ขวด ๓๐ ซีีซีี แช่่ ๒๐ นาทีี พอเสร็็จแล้้วนำมาล้้างให้้สะอาดด้้วยน้้ำยาปรัับผ้้านุ่่ม แล้้วนำมาตากแดด แล้้วจะได้้ผลิิตภััณฑ์์ผ้้าพัันคอ โดยใช้้เทคนิิคพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) 8 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดขอนแก่่น ชื่่�อต้้นไม้้ กััลปพฤกษ์์ กััลปพฤกษ์์ จัังหวััดขอนแก่น ่ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นพรรณไม้้ยืืนต้้นผลััดใบขนาดเล็็กถึึงขนาดกลาง สููงได้้ประมาณ ๕–๑๕ เมตร มีีความสููงโดยเฉลี่่�ยประมาณ ๑๒ เมตร เรืือนยอดแผ่่กว้้าง แต่่ไม่่หนาแน่่นทึึบ แตกกิ่่�งต่่ำและ ทอดกิ่่�งยาวขึ้้�นสู่่ด้้านบน เปลืือกต้้นด้้านนอกเรีียบเป็็นสีีเทา ส่่วนเนื้้�อไม้้เป็็นสีีเหลืืองถึึงสีีน้้ำตาล บริิเวณยอดและกิ่่�งอ่่อน มีีขนอ่่อนขึ้้�นปกคลุุมหนาแน่่น นิิยมขยายพัันธุ์์ด้้วยวิิธีีการนำ เมล็็ดมาเพาะเป็นต้็น้กล้้า ขึ้้น�ได้้ในดินทั่่ ิว�ไป สามารถขึ้้น�ได้้ใน พื้้�นที่่�ที่่�ดิินไม่่ค่่อยสมบููรณ์์ ชอบความชื้้�นปานกลาง แสงแดด แบบเต็็มวััน พรรณไม้้ชนิิดนี้้�มีีถิ่่�นกำเนิิดในแถบประเทศ เมีียนมา ไทย ลาว กััมพููชา เวีียดนาม ในประเทศไทยพบ ขึ้้�นได้้ตามป่่าแดง ป่่าโคก ป่่าเต็็งรััง และป่่าเบญจพรรณแล้้ง ทางภาคเหนืือ ภาคตะวัันออก และภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือ ทั่่�วไป (บางครั้้�งพบอยู่่บนเทืือกเขาหิินปููนที่่�แห้้งแล้้ง) ที่่�ระดัับ ความสููงประมาณ ๓๐๐–๑,๐๐๐ เมตร 9 9 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เส้้นไหมสีีธรรมชาติิ ย้้อมจากกััลปพฤกษ์์ ส่่วนที่ ่� นำำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภััณฑ์์ ใบ ฝััก ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต การสกััดสีีจากใบกััลปพฤกษ์์ นำใบกััลปพฤกษ์์ไปต้้มในน้้ำสะอาดปริิมาณ ๓๐ ลิิตร นานประมาณ ๑–๒ ชั่่�วโมง กรองเอาแต่่น้้ำสีีไว้้ย้้อมต่่อไป การย้้อมสีีจากใบกััลปพฤกษ์์ ต้้มน้้ำสีีให้้เดืือด อุุณหภููมิิประมาณ ๙๐–๙๕ องศาเซลเซีียส นำเส้้นไหม/ฝ้้ายที่่�ฟอกกาวแล้้วแช่่ในน้้ำที่่�สกััดจากใบให้้เปีียกอย่่างทั่่�วถึึง กลัับเส้้นไหมทุุก ๆ ๕ นาทีี ใช้้เวลาย้้อมนาน ๑ ชั่่�วโมง นำเส้้นไหม/ฝ้้ายที่่�ย้้อมเสร็็จแล้้วไปล้้างให้้สะอาด บิิดให้้หมาด กระตุุกให้้เส้้นไหม/ฝ้้ายเรีียงตััว ตากให้้แห้้ง การสกััดสีีจากฝัักกััลปพฤกษ์์ นำฝัักล้้างแล้้วนำมาทุุบให้้ละเอีียด อััตราส่่วนฝัักจำนวน ๕๐๐ กรััม ต่่อเส้้นไหม/ฝ้้าย ๕๐ กรััม เติิมน้้ำพอท่่วมแล้้วต้้มสกััดสีีนาน ๑ ชั่่�วโมง ครบเวลากรองเก็็บน้้ำสีีไว้้สำหรัับย้้อมสีีเส้้นไหม/ฝ้้าย การย้้อมสีีจากฝัักกััลปพฤกษ์์ นำเส้้นไหม/ฝ้้ายที่่�ฟอกกาวแล้้วไปแช่่ในน้้ำให้้อิ่่�มตััวแล้้วบิิดหมาด กระตุุกให้้เส้้นไหมเรีียงตััว นำน้้ำสีที่่�ได้้มาต้้มให้้เดืือด ใส่่สารส้้มลงไปประมาณ ๑ ช้้อนโต๊๊ะ และใส่น้้ ่ ำด่่างขี้้�เถ้้าประมาณ ๑ ช้้อนโต๊๊ะ คนให้้ละลาย เข้้ากััน จากนั้้�นนำเส้้นไหม/ฝ้้ายที่่�เตรีียมลงไปย้้อมในน้้ำสีีแบบย้้อมร้้อน พลิิกเส้้นไหมไปมาเพื่่�อให้้สีีติิดสม่่ำเสมอ ต้้มย้้อมสีีนาน ๓๐–๔๕ นาทีี หรืือจนกว่่าเส้้นไหม/ฝ้้ายจะดููดน้้ำสีีหมด (น้้ำสีีจะใส) เมื่่�อครบเวลานำเส้น้ ไหม/ฝ้้ายขึ้้น�พัักให้้เย็น็ แล้วบี้ ีบน้้ำออกให้้หมาด ล้้างในน้้ำจนเส้น้ ไหมสะอาด กระตุุกให้้เส้น้เรีียงตัวั แล้้วผึ่่�งให้้แห้้ง 10 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดจัันทบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ จััน จััน จัังหวััดจัันทบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนสูู้ง ๒๐ เมตร ยอดอ่่อนมีขนี ใบเป็น็ ใบเดี่่�ยว เรีียงสลัับ รููปขอบขนานหรืือรููปรีี ดอกแยกเพศ เพศผู้้ เป็็นช่่อ กลีีบดอกเชื่่�อมติิดกัันเป็็นรููปคนโท สีีขาวนวล ดอก เพศเมีียเป็น็ดอกเดี่่�ยวลัักษณะคล้้ายกัับดอกเพศผู้้แต่มี่ขนีาด ใหญ่่กว่่า ผลเป็น็ผลสดมีีสองลัักษณะ คืือ ทรงกลมแป้น้เรีียกว่่า ลููกจันั และทรงกลมเรีียกว่่าลููกอินิ เมื่่�อสุุกสีีเหลืือง มีีกลิ่่น�หอม และกลีีบเลี้้�ยงยัังคงติิดอยู่่ปััจจุุบัันถููกจััดเป็็นพรรณไม้้ โบราณใกล้้สููญพัันธุ์์ชนิิดหนึ่่�ง เนื่่�องจากเป็็นต้้นไม้้ที่่�เจริิญ เติิบโตช้้าต้้องใช้้เวลาหลายสิิบปีีจึึงจะติิดผล ขยายพัันธุ์์โดย การเพาะเมล็็ดได้้ดีีในดิินทุุกชนิิด กลางแจ้้ง ลููกจัันลอยแก้้ว ส่่วนที่ ่� นำำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภััณฑ์์ ผล ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ ๑. เลืือกลููกจัันสุุก มีีผิิวสีีเหลืือง เมื่่�อบีีบยัังมีีลัักษณะแข็็งอยู่่ ๒. ปอกเปลืือก หั่่�นเป็็นชิ้้�นพอดีีคำ แช่่ในโซดาผสมเกลืือ ๓ เปอร์์เซ็็น นาน ๑๕ นาทีี เนื่่�องจากลููกจัันมีียาง และมีีความ ฝาดค่่อนข้้างมาก (เมื่่�อแช่่ลงไปจะมีีฝ้้าขาวลอยอยู่่ที่่�ผิิวหน้้าของน้้ำโซดาที่่�แช่่) ล้้างน้้ำสะอาด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 11 11
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ลููกจัันแช่่อิ่ม่�อบแห้้ง ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ซอสสุุกี้้�ลููกจััน ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ไอศกรีมลูีูกจััน ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ๑. ลููกจัันสุุกงอม ปอกเปลืือกล้้างทำความสะอาด แช่่น้้ำเกลืือ ๒. จััดเรีียงใส่่ภาชนะที่่�จะแช่่อิ่่�ม ๓. เตรีียมน้้ำเชื่่�อม ๔๐ องศาบริิกซ์์ สำหรัับแช่ลูู่กจันั แช่อิ่่่ �มแบบเร็ว็ ๒๔ ชั่่ว�โมง ๔. นำลููกจัันไปอบที่่�อุุณหภููมิิ ๖๕ องศาเซลเซีียส จนลููกจัันแห้้ง แต่่เนื้้�อยัังมีี ความหนึึบอยู่่ ๑. เลืือกลููกจัันสุุกงอม ปอกเปลืือกแช่่น้้ำเกลืือ แพ็็กสุุญญากาศเพื่่�อไล่่ฝาด ๒. ยีีให้้เนื้้�อลููกจัันเละ ต้้มกัับน้้ำ เติิมน้้ำผึ้้�ง มะปี๊๊�ด และเกลืือ ๓. ให้้ความร้้อนที่่�อุุณหภููมิิ ๖๐ องศาเซลเซีียส กรองเอากากออก ๔. บรรจุุร้้อนในขวดแก้้ว ปิิดฝา ๕. นำไปฆ่่าเชื้้�อที่่�อุุณหภููมิิน้้ำเดืือด นาน ๒๕ นาทีี ทำให้้ผลิิตภััณฑ์์มีีอายุุการเก็็บรัักษานาน ๑ ปีี ๓. แช่่ในสารละลายผสมของแคลเซีียมคลอไรด์์และกรดซิิตริิก (น้้ำสะอาด ๒ กิิโลกรััม กรดซิิตริิก ๖ กรััม และแคลเซีียม คลอไรด์์ ๑๔ กรััม) นาน ๒๐ นาทีี ๔. เมื่่�อครบเวลา นำมาล้้างน้้ำสะอาด ๒ ครั้้�ง บรรจุุลููกจััน ๖๕ กรััม ในถ้้วยพลาสติิก ๕. เตรีียมน้้ำเชื่่�อมความหวาน ๑๖ องศาบริิกซ์์ (น้้ำสะอาด ๕ กิิโลกรััม น้้ำตาลทราย ๖๕๐ กรััม กรดซิิตริิก ๒.๕ กรััม ต้้มให้้เดืือด ๖. บรรจุุน้้ำเชื่่�อมขณะร้้อนให้้ท่่วมลููกจััน ปิิดฝาแช่่เย็็น ๑. ตั้้�งน้้ำร้้อน ใส่่น้้ำตาลและสารผสม (คาราจีีแนน,กััวกััม,CMC) คนให้้เข้้ากััน ๒. ลููกจัันท์์ที่่�มีีลัักษณะสุุกงอมมาคนให้้เละ จากนั้้�นนำไปผสมกัับน้้ำที่่�เตรีียมไว้้ ในขั้้�นแรก ๓. เทส่่วนผสมลงในเครื่่�องปั่่�นไอศกรีีม ตั้้�งเวลาที่่� ๒๐ นาทีี ๔. บรรจุุไอศกรีีมลงในภาชนะบรรจุุที่่�ปิิดสนิิท การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 12
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดฉะเชิิงเทรา ชื่่�อต้้นไม้้ นนทรีีป่่า นนทรีีป่า ่ จัังหวััดฉะเชิิงเทรา ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลาง สููง ๑๕–๓๐ เมตร เรืือนยอด เป็็นรููปพุ่่มกลมทึึบ เปลืือกต้้นสีีทอง หรืือสีีเทาอมน้้ำตาล ใบเป็็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้้�น ใบย่่อยรููปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบมน ออกเป็็นคู่่ตรงข้้ามกััน ออกดอกเป็็น ช่่อตามปลายกิ่่�งหรืือง่่ามใบ สีีเหลืืองสด กลีีบดอกมีีลัักษณะ ย่่น ออกดอกพร้้อมกัับใบอ่่อนช่่วงเดืือนมกราคม–มีีนาคม ผลเป็็นฝัักแบนรููปหอก ขยายพัันธุ์์ โดยการเพาะเมล็็ด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 13 13
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าย้้อมและเส้้นด้้ายย้้อม จากต้้นนนทรีป่ี ่า ส่วนที่นำำมาใช้ประโยชนในการ ์ ทำำผลิตภณฑ์ ั ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. นำเปลืือกต้้นนนทรีีป่่ามาแช่่น้้ำสะอาดทิ้้�งไว้้ ๓ วััน ๒. นำเปลืือกต้้นนนทรีีป่่าที่่�แช่่น้้ำไว้้ขึ้้�นต้้มด้้วยไฟกลางประมาณ ๒ ชั่่�วโมง เพื่่�อสกััดสีีให้้ได้้ตามความต้้องการ ๓. ทิ้้�งน้้ำเปลืือกต้้นนนทรีีป่่าไว้้ให้้เย็็น แล้้วนำมากรอง เศษไม้้ออกจะได้้น้้ำสีีจากต้้นนนทรีีป่่า ซึ่่�งสามารถเก็็บไว้้ ใช้้งานได้้ระยะเวลานาน ๔. เมื่่�อต้้องการย้้อมผ้้าให้น้ ำผ้้าไปซัักด้ว้ยน้้ำสะอาด ๒ –๓ น้้ำ แล้วน้ ำมาผึ่่�งให้้หมาด จากนั้้นน�ำผ้้ามามััดด้ว้ยเชืือกฟาง หรืือหนัังยางตามแบบที่่�ต้้องการ ๕. นำน้้ำเปลืือกต้้นนนทรีีป่่าที่่�สกััดไว้้แล้้วขึ้้�นตั้้�งไฟอ่่อน รอจนสีีย้้อมเดืือด จึึงนำผ้้าลงไปย้้อม ๖. นำผ้้าที่่�ย้้อมลงแช่่ในสารช่่วยติิดสีี (มอร์์แดนท์์) เป็็นตััวที่่�ช่่วยให้้สีีติิดอยู่่บนผ้้าและเส้้นใยได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ ไม่่ตกง่่าย และสารช่ว่ยติิดสีีแต่่ละชนิิดยัังมีีผลให้้เกิิดสีที่่�แตกต่่างกันอีั ีกด้ว้ย สารช่ว่ยติิดสีี ได้้แก่่ สารส้้ม จุนสีุี เกลืือ ปููนขาว สนิิมเหล็็ก ๗. แกะวััสดุุมััดย้้อมออกและนำไปล้้างน้้ำสะอาดอีีกครั้้�ง ๘. นำผ้้าที่่�แช่่สารช่่วยติิดสีีแล้้วตากให้้แห้้ง ก่่อนนำมาซัักอีีกครั้้�ง เพื่่�อให้้สีีติิดดีีขึ้้�น การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 14
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดชลบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ ประดู่่ป่่า ประดู่ ่ ป่า ่ จัังหวััดชลบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ มีีความสููง ประมาณ ๑๕–๓๐ เมตร ผิิวเปลืือกลำต้้นมีีสีีน้้ำตาลดำหรืือ เทา หนา แตกสะเก็็ด เปลืือกในสีีน้้ำตาลมีีน้้ำเลี้้�ยงสีีแดง เนื้้�อไม้้แข็็งมีีสีีแดงอมเหลืือง มีีลวดลายสวยงาม ลำต้้นเป็็นพูู ไม่่กลม แตกกิ่่�งก้้านสาขากว้้าง มีีเรืือนยอดทึึบ ใบเป็นช่็ ่อแตก ออกจากปลายกิ่่�ง มีีใบย่่อยประกอบอยู่่ประมาณ ๖–๑๒ ใบ ลัักษณะของใบเป็นรูู็ ปมนรีีปลายใบแหลมโคน ใบมน ขอบใบ เรีียบเป็็นมัันสีีเขีียว ใบมีีขนาดยาวประมาณ ๒–๓ นิ้้�ว กว้้าง ประมาณ ๑–๒ นิ้้�ว ดอกออกเป็็นช่่อกระจะแยกแขนงออก ที่่�ซอกใบและปลายกิ่่�ง ดอกย่่อยสีีเหลืืองแกมแสด รููปถั่่�ว กลีีบเลี้้�ยงสีน้้ ีำตาลอมเขีียว หรืือสีีเขีียว ๕ กลีีบ โคนเชื่่�อมติิดกันั เป็็นรููปถ้้วย ปลายแยกเป็็น ๒ แฉก แบ่่งเป็็นอัันบน ๒ กลีีบ ติิดกััน และอัันล่่าง ๓ กลีีบติิดกััน กลีีบยาวประมาณ ๖–๘ มิิลลิิเมตร กลีีบดอก รููปผีีเสื้้�อ มีี ๕ กลีีบ ยาวประมาณ ๘–๑๕ มิิลลิิเมตร มีีเกสรเพศผู้้ ๑๐ อััน เกสรเพศเมีีย ๑ อััน ดอกมีี กลิ่่�นหอม ส่่งกลิ่่�นหอมไกล ออกดอกก่่อนฤดููฝน ดอกจะบาน พร้้อมกัันและโรยพร้้อมกััน ผลมีีขนเล็็ก ๆ ปกคลุุม ขนาดผล โตประมาณ ๔–๖ เซนติิเมตร การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 15 15
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าทอมืือ/ผ้้ามััดย้้อม ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. นำเปลืือกประดู่่ป่่ามาสัับบนเขีียงให้้ได้ขน้ าดประมาณ ๑x๑ นิ้้ว� หรืือขนาดเล็็กกว่่านั้้นก็� ็ได้้ ใส่่ในกะละมัังอะลููมิิเนีียม สำหรัับต้้ม แช่่น้้ำฝนหรืือน้้ำบ่่อให้้ท่่วมเปลืือกประดู่่ป่่า สููงประมาณ ๑ นิ้้�ว ทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน ๒. นำเปลืือกประดู่่ป่่าในกะละมัังอะลููมิิเนีียมที่่�แช่่ในน้้ำแล้ว้ ๑ คืนืต้้มด้ว้ยไฟปานกลางจนเดืือด จากนั้้น�ให้้หรี่่�ไฟอ่่อน ทิ้้�งไว้้ ๓๐–๖๐ นาทีี เพื่่�อให้้ได้้สีีที่่�เข้้มที่่�สุุด แล้้วนำไปกรองเศษไม้้ออกด้้วยผ้้าขาวบาง ๑ รอบ ใส่่ในกะละมััง อะลููมิิเนีียมอีีกใบ ๓. นำน้้ำเปลืือกประดู่่ป่่าที่่�ได้้จากการกรองในกะละมัังอะลููมิิเนีียมไปต้้มด้้วยไฟปานกลาง จากนั้้�นใส่่เกลืือเม็็ดลงไป ๒–๓ ขีีด คนจนเกลืือละลาย จากนั้้�นนำเส้้นฝ้้ายหรืือผ้้าผืืนที่่�จะทำเป็็นผ้้ามััดย้้อมใส่่ลงไปทิ้้�งไว้้ ๓๐–๖๐ นาทีี โดยสัังเกตสีีเส้้นฝ้้ายหรืือสีีผ้้ามััดย้้อมให้้ได้้สีีตามต้้องการ ในขณะย้้อมให้้หมั่่�นพลิิกกลัับเส้้นฝ้้ายหรืือผ้้ามััดย้้อม เพื่่�อให้้สีีติิดสม่่ำเสมอ (สำหรัับเส้้นฝ้้ายให้้หมั่่�นเปลี่่�ยนตำแหน่่งของเชืือกที่่�ร้้อยเส้้นฝ้้ายเพื่่�อให้้สีีติิดเส้้นฝ้้าย ตลอดทั้้�งเส้้นอย่่างทั่่�วถึึง) เมื่่�อแช่่เส้้นฝ้้ายหรืือผ้้ามััดย้้อมครบตามเวลาแล้้วให้้ปิิดเตาแก๊๊ส ทิ้้�งไว้้จนน้้ำย้้อมเย็็นลง ๔. นำเส้นฝ้้ ้ายออกจากกะละมัังอะลููมิิเนีียมแล้วน้ ำไปล้้างในน้้ำเปล่่าจนน้้ำใส บิิดน้้ำออกจากเส้นฝ้้ ้ายจนหมาด จากนั้้น� นำไปแช่่ในสารช่่วยให้้ติิดสีี (มอร์์แดนท์์) โดยสารช่่วยให้้ติิดสีีที่่�ใช้้ ได้้แก่่ ๑) น้้ำสนิิมเหล็็ก ๒) น้้ำปููนใส ๓) น้้ำด่่าง ขี้้�เถ้้า ๔) น้้ำสารส้้ม โดยโทนสีีที่่�ได้้จะต่่างกััน แช่่ไว้้ประมาณ ๓๐ นาทีี จากนั้้�นนำไปทำความสะอาดด้้วยน้้ำเปล่่า จนสะอาดแล้วน้ ำไปแขวนตากในที่่ร่�่มจนแห้้ง โดยหมั่่น�เปลี่่�ยนตำแหน่่งของเชืือกที่่�แขวนพร้้อมทั้้�งกลัับด้้าน (ล่่าง บน นอก ใน) ทุุก ๆ ๓๐ นาทีี เพื่่�อให้สี้ติีิดเสมอกันั เมื่่�อแห้้งแล้วน้ ำเส้นฝ้้ ้ายไปกรอสำหรัับใช้้ในกระบวนการทอผ้้าต่่อไป ๕. สำหรัับผ้้ามััดย้้อมเมื่่�อคลี่่�ผ้้าออกแล้้วให้้นำไปตากในที่่�ร่่มจนผ้้าแห้้งเพื่่�อให้้สีีติิด จากนั้้�นจึึงนำไปแช่่ในสารช่่วยให้้ ติิดสีี (มอร์์แดนท์์) ประมาณ ๓๐ นาทีี แล้วน้ ำไปทำความสะอาดด้ว้ยน้้ำเปล่่าจนสะอาด ตากผ้้าในที่่ร่�่มจนแห้้งสนิิท จะได้้ผ้้ามััดย้้อมที่่�มีีลวดลายต่่าง ๆ ตามต้้องการ ขั้้�นตอนการสกััดสีีจากเปลืือกประดู่่�ป่่าและการย้้อมร้้อน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 16
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดชััยนาท ชื่่�อต้้นไม้้ มะตูมู มะตูม ู จัังหวััดชััยนาท ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืน้ผลััดใบ สููง ๕–๑๐ เมตร แตกกิ่่�งต่่ำ ตาม ลำต้้นมีีหนามยาว เปลืือกสีีเทา เรืือนยอดค่่อนข้้างโปร่่ง ใบ เป็็นใบประกอบแบบขนนก มีีใบย่่อย ๓ ใบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ดอกสีีขาวอมเขีียวหรืือสีีเหลืืองอ่่อน กลิ่่�นหอม ขนาดเล็็ก ออกดอกช่ว่งเดืือนมีนีาคม – พฤษภาคม ผลเป็นรูู็ ป ไข่่แข็็ง เนื้้�อสีีเหลืือง มีียางเหนีียว และมีีสรรพคุุณตามตำรา ยาไทย ผลอ่่อน รสฝาดร้้อนปร่่าขื่่�น ฝานบาง ๆ สดหรืือแห้้ง ชงน้้ำรัับประทานแก้้ท้้องเสีีย แก้้บิิด แก้้โรคกระเพาะอาหาร ฝาดสมาน เจริิญอาหาร เป็็นยาธาตุุ แก้้ธาตุุพิิการ ขัับผายลม บำรุุงกำลััง และรัักษาโรคลำไส้้เรื้้�อรัังในเด็็ก ผลแก่่ที่่�ยัังไม่่สุุก รสฝาดหวาน แก้้บิิด แก้้เสมหะ แก้้ลม บำรุุงไฟธาตุุ ช่่วยย่่อย อาหาร ผลแก่่สุุก ทุุบให้้เปลืือกแตกต้้มทั้้�งลููกกัับน้้ำตาลแดง เป็็นยาระบายท้้อง เหมาะกัับผู้้สููงอายุุหรืือผู้้ที่่�ท้้องผููกเป็็น ประจำ ช่ว่ยขัับผายลม แก้ร้้้อนในกระหายน้้ำ แก้้ลมเสีียดแทง ในท้้อง แก้้มููกเลืือด แก้้บิิดเรื้้�อรััง บำรุุงไฟธาตุุ แก้้โรคไฟธาตุุ อ่่อน แก้้ครั่่�นเนื้้�อตััว ช่่วยย่่อยอาหาร มะตููมทั้้�ง ๕ ส่่วน (ราก ลำต้้น ใบ ดอก และผล) รสฝาดปร่่าซ่่าขื่่�น ใช้้แก้้ปวดศีีรษะ ตาลาย เจริิญอาหาร ลดความดัันโลหิิตสููง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 17 17
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าฝ้้าย/ผ้้าไหมย้้อมสีีด้้วยมะตููม ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ผล ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ขนมผกากรองไส้้มะตููม ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ผล ๑. นำน้้ำเปล่่า ๕ ลิิตร ต้้มให้้เดืือด ๒. ใส่่มะตููมแห้้ง ๑ กิิโลกรััม ต้้มนาน ๓๐ นาทีี ๓. นำมากรองด้้วยผ้้าขาวบาง ใส่่เส้้นไหม ๔ ใจ ลงไปต้้มนาน ๑.๓๐ นาทีี สัังเกตว่่าไหมกิินสีีจนเกืือบหมด ๔. นำมาผึ่่�งให้้เย็็น แล้้วล้้างด้้วยน้้ำเปล่่า นำขึ้้�นมาแล้้วแช่่ด้้วยน้้ำสารส้้ม ๕ นาทีี ๔. นำขึ้้�นตากลมให้้แห้้งแล้้วจึึงนำไปทอผ้้าได้้ ๑. ผสมเนื้้�อมะตููม เนื้้�อเปลืือกส้้มโอ น้้ำตาลโตนด เกลืือป่่น ยกขึ้้�นตั้้�งไฟผััดให้้แห้้งจนปั้้�นได้้ ๒. ปั้้�นเป็็นก้้อนขนาด ๒.๕ เชนติิเมตร ๓. ผสมหััวกะทิิ หางกะทิิ นมข้้นหวาน และน้้ำตาลให้้เข้้าด้้วยกััน ๔. บดแป้้งท้้าวยายม่่อมให้้ละเอีียด ผสมกัับแป้้งเค้้ก แป้้งทองหยอดให้้เข้้ากััน ร่่อน ๑ ครั้้�ง แล้้วร่่อนใส่่น้้ำกะทิิในข้้อ ที่่� ๓ คนให้้เข้้ากััน ๕. กรองผ่่านกระชอนลวดเนื้้�อละเอีียด ๑ ครั้้�ง ๖. ยกขึ้้�นตั้้�งไฟ กวนให้้สุุกด้้วยไฟอ่่อนหรืือปานกลาง จนแป้้งล่่อนจากกระทะ (กระทะเทฟลอน) ๗. ใส่่เนื้้�อแป้้งในถุุงร้้อน นวดให้้แป้้งเนื้้�อเนีียน พัักให้้แป้้งคลายความร้้อนนวดต่่ออีีกครั้้�ง ผสมสีีตามชอบเน้นสี้อ่ี่อน ๆ แผ่่เป็็นแผ่่นกลม บริิเวณตรงกลางแผ่่น ๘. แบ่่งแป้้งเป็็นก้้อน ๆ ขนาดเท่่า ๆ กััน แป้้งต้้องนููนหนากว่่าบริิเวณขอบแป้้ง ๙. วางไส้้มะตููมตรงกลาง หุ้้มแป้้งให้้มิิดไส้้ ปรัับแต่่งรููปทรงให้้ตั้้�งได้้ ๑๐. จัับกลีีบขนมด้้วยแหนบผกากรอง สลัับกลีีบให้้สวยงาม ๑๑. จััดวางขนมในภาชนะ ตกแต่่งด้้วยเม็็ดน้้ำตา สีีเงิิน หรืือทองทำให้้ขนมสวยงามน่่ารัับประทานยิ่่�งขึ้้�น การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 18
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดชััยภููมิิ ชื่่�อต้้นไม้้ ขี้้�เหล็็กบ้้าน ขี้้�เหล็็กบ้้าน จัังหวััดชััยภููมิิ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้น สููงประมาณ ๘–๑๕ เมตร ลำต้้นมัักคดงอ เปลืือกมีีสีีเทาถึึงน้้ำตาลดำแตกเป็็นร่่องตื้้�น ๆ ตามยาว แตกกิ่่�งก้้านเป็็นพุ่่มแคบ ส่่วนลัักษณะของผลขี้้�เหล็็กมีีลัักษณะเป็็นฝัักแบนกว้้าง ๑.๔ เซนติิเมตร ยาว ๑๕–๒๓ เซนติิเมตร มีีความหนา มีสีน้้ ีำตาล มีีเมล็็ดหลายเมล็็ด ลัักษณะของใบขี้้�เหล็็กเป็น็ ใบประกอบแบบขนนก เรีียงสลัับกันั ใบเป็นสี็ ีเขีียวเข้้ม มีีใบย่่อยรููปรีี ๕–๑๒ คู่่ กว้้างประมาณ ๑.๕ เซนติิเมตร ยาวประมาณ ๔ เซนติิเมตร ที่่�ปลายสุุดเป็็นใบเดี่่�ยว ปลายใบเว้้า ตื้้น� โคนใบมน ขอบและแผ่น่ ใบเรีียบ ลัักษณะของดอกขี้้�เหล็็กจะออกดอกเป็นช่็ ่อแยกแขนงที่่�ปลายกิ่่�ง มีีดอกสีีเหลืือง กลีีบ เลี้้�ยงกลมมีี ๓–๔ กลีีบ ปลายมน กลีีบดอกมีี ๕ กลีีบ ปลายมน โคนเรีียว หลุุดร่่วงง่่าย ก้้านดอกจะยาว ๑–๑.๕ เซนติิเมตร และมีีเกสรตัวผู้้ ั หลายเกสร และในบรรดาผัักผลไม้้ไทยทั้้�งหลาย ดอกขี้้�เหล็็กก็จั็ัดเป็นผั็ ักที่่มี�วิีิตามินซีิสููีงมากที่่สุ�ุดเป็นอั็นดัับ ๑ โดยมีีวิิตามิินซีีมากถึึง ๔๘๔ มิิลลิิกรััมต่่อดอกขี้้�เหล็็ก ๑๐๐ กรััม และยัังมีีเบตาแคโรทีีน ๐.๒ กรััม, ธาตุุแคลเซีียม ๑๓ มิิลลิิกรััม, ธาตุุฟอสฟอรััส ๔ มิิลลิิกรััม, ธาตุุเหล็็ก ๑.๖ มิิลลิิกรััม, เส้้นใยอาหาร ๙.๘ กรััม, โปรตีีน ๔.๙ กรััม, คาร์์โบไฮเดรต ๑๘.๗ กรััม และให้้พลัังงาน ๙๘ กิิโลแคลอรี่่� ในตำราการแพทย์์แผนไทยยัังได้้มีีการใช้้ประโยชน์์ของต้้นขี้้�เหล็็กในหลาย ๆ ด้้าน เช่่น ใช้้แก้้อาการท้้องผููก บำรุุงโลหิิต บำรุุงน้้ำดีี ช่่วยทำให้้เจริิญอาหาร ช่่วยกำจััดรัังแค ทำความสะอาดผมทำให้้ ผมชุ่่มชื้้�นเงางาม และนอกจากนี้้�ขี้้�เหล็็กยัังมีีสาร “บาราคอล” (Baracol) ที่่�มีีฤทธิ์์�ในการกล่่อมประสาท และมีีฤทธิ์์�เป็็น ยานอนหลัับอ่่อน ๆ ทำให้้นอนหลัับสบาย แต่่ก็็ใช่่ว่่ามัันจะได้้ผลอย่่างที่่�หลายคนเข้้าใจ เพราะในกระบวนการปรุุงอาหาร ให้้ปลอดภััยก็ต้็ ้องต้้มน้้ำทิ้้�งเสีียก่่อน เพื่่�อลดความขมและความเฝื่่�อน ทำให้้ความเป็นพิ็ษิและฤทธิ์์ดั�ังกล่่าวลดน้้อยลงไปด้ว้ย โดยส่่วนที่่�นำมาใช้้และมีีสรรพคุุณทางยา ได้้แก่่ ดอก ใบ ใบแก่่ ฝััก เปลืือกฝััก เปลืือกต้้น ลำต้้น กิ่่�ง แก่่น ทั้้�งต้้น และราก การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 19 19
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เส้้นไหมย้้อมสีีธรรมชาติิจากใบขี้้�เหล็็ก ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ ใบ ๑. นำใบขี้้�เหล็็กไปต้้มกัับน้้ำเปล่่า ๑ ชั่่�วโมง โดยใช้้ความร้้อน ๙๐ องศา ๒. นำน้้ำขี้้�เหล็็กที่่�ต้้มแล้้วไปกรองแยกใบ ให้้เหลืือแต่่น้้ำ จะได้้สีีเหลืืองอ่่อน ๆ ๓. นำเส้้นไหมแช่่น้้ำเปล่่า ๓๐ นาทีี นำไหมขึ้้�นจากน้้ำแล้้วบิิดให้้หมาด ๆ ๔. นำเส้้นไหมที่่�แช่่น้้ำแล้้วไปแช่่น้้ำสีีขี้้�เหล็็กตามข้้อ ๓ แล้้วขยำเส้้นไหมให้้สีีซึึมเข้้า และกลัับด้้านเส้้นไหมทุุก ๕ นาทีี ๕. เมื่่�อสีีซึึมเข้้าเส้้นไหมจนทั่่�วแล้้ว เอาน้้ำที่่�เหลืือจากการย้้อมไปต้้มที่่�อุุณหภููมิิ ๔๐ องศา แล้้วนำเส้้นไหมลงไปต้้ม หมั่่�นกลัับเส้้นไหมและรัักษาอุุณหภููมิิที่่� ๙๐ องศา เป็็นเวลา ๑ ชั่่�วโมง ๖. เสร็็จแล้้วนำมาล้้างน้้ำอุ่่น แล้้วตากให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 20
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดชุมุพร ชื่่�อต้้นไม้้ มะเดื่่�อชุมุพร มะเดื่่�อชุุมพร จัังหวััดชุุมพร ลัักษณะต้้นไม้้ เป็นพ็ รรณไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลาง ทรงพุ่่มกว้้าง ใบหนา ทึึบ ลำต้้นสููงประมาณ ๕–๒๐ เมตร ลำต้้นเกลี้้�ยง เปลืือกต้้น เป็นสี็ น้้ ีำตาลหรืือน้้ำตาลปนเทา กิ่่�งอ่่อนเป็นสี็ ีเขีียวส่วนกิ่่ ่ �งแก่่ เป็นสี็ น้้ ีำตาลเกลี้้�ยง ส่วน่ ใบจะเป็น็ ใบเดี่่�ยวออกเรีียงสลัับตาม กิ่่�ง ใบเป็็นรููปทรงรีีหรืือรููปหอก โคนใบมนหรืือกลม ปลายใบ แหลม ผิิวใบเกลี้้�ยงหรืือมีีขนไม่่หลุุดร่่วงง่่าย ขอบใบเรีียบ มีีเส้้นแขนงในใบประมาณ ๖–๘ คู่่ และก้้านยาวประมาณ ๖–๑๐ เซนติิเมตร ส่วน่ดอกมะเดื่่�อชุุมพรจะออกดอกเป็นช่็ ่อ ยาวตามกิ่่�ง โดยแต่่ละช่่อก็็จะมีีดอกย่่อยขนาดเล็็กเป็็นกลุ่่ม ดอกช่่อจะเกิิดภายในฐานรองดอกที่่�มีีรููปร่่างคล้้ายผล และดอกมีีสีีขาวอมชมพููลัักษณะของลููกมะเดื่่�อชุุมพร มีลัีักษณะทรงกลมแป้น้หรืือรููปไข่่ ผลจะเกาะกลุ่่มอยู่ตาม่ต้น้ และตามกิ่่�ง ห้้อยเป็น็ระย้้าสวยงาม โดยผลอ่่อนจะเป็นสี็ ีเขีียว เมื่่�อสุุกแล้้วจะเป็็นสีีแดงม่่วง มีีรสฝาดอมหวาน สามารถ รัับประทานได้้ ซึ่่�งดอกและผลนี้้�จะออกตลอดปีี การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 21 21
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าบาติิกพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) จากลููกมะเดื่่�อชุุมพร ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ผล ๑. การเตรีียมผ้้า โดยนำผ้้า เช่่น ผ้้าฝ้้าย ผ้้าลิินิิน ผ้้าไหม ผ้้าแพร ตามแบบที่่�ต้้องการมาต้้ม เพื่่�อเอาแป้้งที่่�เคลืือบที่่� ผ้้าออก นำไปตากให้้แห้้งพอหมาด ๆ แล้้วนำไปแช่่น้้ำเปรี้้�ยว ทิ้้�งไว้้ประมาณ ๑ คืืน ๒. การออกแบบลวดลาย ก่่อนลงมืือปฏิิบัติัิงานทุุกครั้้�ง ควรมีีการออกแบบลวดลายและกำหนดกลุ่่มสีที่่�จะใช้้ให้้เหมาะสม กัับชิ้้�นงานแล้้วใช้้ดิินสอเขีียนผ้้าร่่างลวดลายลงบนผ้้า หรืือวััดระยะในการวางบล็็อกที่่�ต้้องการ ๓. การเขีียนลวดลาย เป็นขั้้ ็น�ตอนสำคััญของการทำผ้้าบาติิก เพราะการเขีียนเทีียนที่่ดี�ส่ี่งผลให้ขั้้้น�ตอนการลงสีีสมบููรณ์์ ขึ้้�น และการใช้้แบบพิิมพ์์ลวดลายต่่าง ๆ จะต้้องวางผ้้าบนที่่�รองปั๊๊�มพิิมพ์์ลายตามแบบที่่�ต้้องการ แล้้วนำมาขึึงบน กรอบไม้้ (เฟรม) แล้้วใช้้เครื่่�องมืือเขีียนเทีียนตัักน้้ำเทีียนเขีียนลงบนผ้้าตามลวดลายในกรณีีที่่�ลายที่่�ปั๊๊�มขาดช่่วง หรืือน้้ำเทีียนไม่่ทั่่�วถึึง จนเสร็็จ เพื่่�อป้้องกัันไม่่ให้้สีีไหลออกนอกเส้้น ๔. การระบายสีีลงบนผ้้า ผสมสีีย้้อมเตรีียมไว้้แล้้วใช้้พู่่กัันจุ่่มสีีที่่�สกััดจากลููกมะเดื่่�อระบายลงบนผ้้าอย่่างระมััดระวััง อย่่าให้้สีีซึึมเลอะไปในบริิเวณที่่�ไม่่ต้้องการ จะทำให้้งานผ้้ามีีตำหนิิได้้ เมื่่�อสีีที่่�ระบายแห้้งสนิิทดีีแล้้วจึึงทำการ มอร์์แดนท์์ ผ้้า ด้ว้ยน้้ำส้้มสายชููน้้ำปููนแดง น้้ำปููนใส หรืือน้้ำสนิิม แล้ว้แต่่ชอบ ประมาณ ๒ รอบ ตากทิ้้�งไว้้ประมาณ ๖ ชั่่�วโมง ซึ่่�งการมอร์์แดนท์์ด้้วยน้้ำกัับสารส้้ม จะทำให้้สีีสดใสเหมืือนเดิิม การมอร์์แดนท์์ด้้วยน้้ำกัับน้้ำปููนแดง /น้้ำปููนใส จะทำให้้สีีเข้้มขึ้้�น และการมอร์์แดนท์์ด้้วยน้้ำสนิิม จะทำให้้สีีเข้้มข้้น ๕. การต้้มละลายเทีียนเป็็นขั้้�นตอนสุุดท้้ายของการทำผ้้าบาติิก โดยนำผ้้าที่่�แห้้งแล้้วไปล้้างน้้ำ ในขณะที่่�ล้้างน้้ำ จะมีสีส่ีวน่เกินิจำนวนหนึ่่�งละลายออกมากัับน้้ำ จะต้้องหมั่่น�เปลี่่�ยนน้้ำอยู่เสมอ ่ขยี้้ผ้�้าเบา ๆ จนน้้ำที่่ซั�ักผ้้าใส แล้วน้ ำ กะละมัังใส่น้้ ่ ำพอประมาณตั้้�งไฟให้น้้ ้ำเดืือด เติิมผงซัักฟอกและโซดา แอชเล็็กน้้อยแล้วน้ ำผ้้าที่่ล้�้างแล้วนั้้ ้น�ลงต้้มเพื่่�อ ละลายเทีียน จนเทีียนละลายออกหมดจึึงนำมาซัักน้้ำจนผ้้าสะอาด นำไปตากให้้แห้้ง แล้้วนำไปรีีดให้้เรีียบ ก็็จะได้้ ผลงานเป็็นผ้้าบาติิกที่่�สวยงาม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 22
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดเชีียงราย ชื่่�อต้้นไม้้ กาสะลองคำำ กาสะลองคำำ� จัังหวััดเชีียงราย ลัักษณะต้้นไม้้ ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เป็น็ ไม้ต้้น้ผลััดใบ สููง ๖–๒๐ เมตร เปลืือกสีีเทา แตก เป็็นสะเก็็ด ใบประกอบแบบขนนก ๒–๓ ชั้้�น เรีียงตรงข้้าม สลัับตั้้�งฉาก ยาว ๑๘–๖๐ เซนติิเมตร ใบประกอบย่่อย ๓–๔ คู่่ ใบย่่อยมีี ๓–๕ คู่ เ่รีียงตรงข้้าม รููปรีีหรืือรููปขอบขนานแกมรููป ใบหอกกว้้าง ๒–๖ เซนติิเมตร ยาว ๕–๑๒ เซนติิเมตร ปลาย ใบแหลมหรืือยาวคล้้ายหางโคนใบรููปลิ่่�ม ดอกออกเป็็นช่่อ กระจุุกสั้้น� ๆ ตามลำต้น้หรืือกิ่่�ง กระจุุกละ ๕–๑๐ ดอก บานไม่่ พร้้อมกัันกลีีบเลี้้�ยงแยกเป็็น ๒ ส่่วน กลีีบดอกสีีเหลืืองอมส้้ม เชื่่�อมกันัเป็น็หลอดยาว ๔.๕–๗ เซนติิเมตร ปลายแยก ๕ แฉก สั้้น� ๆ เกสรเพศผู้้ ๔ อันั สั้้น� ๒ อันั ยาว ๒ อันัมีขนีรัังไข่่อยู่เห่นืือ วงกลีีบ ผลเป็็นฝัักยาว ๓๕–๙๐ เซนติิเมตร แตกเป็็น ๒ ซีีก มีีเมล็็ดจำนวนมาก ยาวประมาณ ๑.๕ เซนติิเมตร มีีปีีก ขยายพัันธุ์์โดยเมล็็ด ตอนกิ่่�ง ปัักชำกิ่่�ง ย้้อมสีีผ้้าฝ้้าย ชาสมุุนไพร ผััดดอกกาสะลองคำำ ดอกกาสะลองคำำ ชุุบแป้้งทอด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 23 23
ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ ดอก ๑. การย้้อมสีีผ้้าฝ้้ายจากดอกกาสะลองคำ ๒.๑) ชาสมุุนไพรจากเปลืือกต้้นกาสะลองคำ นำเปลืือกต้้นกาสะลองคำมาล้้างทำความสะอาด กำจััดสิ่่�งสกปรกให้้หมด จากนั้้�นนำมาหั่่�นเป็็นชิ้้�นบาง ๆ ตาม แนวยาวของลำต้้น นำไปผึ่่�งแดดหรืืออบให้้แห้้ง ก่่อนเก็็บไว้้ในที่่�เย็็นและแห้้ง สำหรัับนำมาใช้้ในการชงกัับน้้ำร้้อนดื่่�ม เป็น็ชาเพื่่�อสุขุภาพต่่อไป ซึ่่�งมีีข้้อมููลจากการวิจัิัยของสถาบันัการศึึกษาหลายแห่่งพบว่่าชาจากเปลืือกต้น้กาสะลองคำ สามารถลดความอยากดื่่�มสุุราได้้ (ข้้อพึึงระวััง เปลืือกของต้น้กาสะลองคำมีีรสขม การชงดื่่�มเป็น็ชาควรใช้้ในปริิมาณ ที่่�น้้อย หรืือควรเติิมน้้ำตาลเพื่่�อให้้ดื่่�มง่่ายยิ่่�งขึ้้�น) ๒.๒) ผััดดอกกาสะลองคำใส่่หมูู เลืือกใช้้ดอกกาสะลองคำสด จำนวน ๒๐๐ กรััม มาล้้างทำความสะอาด เด็็ดก้้านดอกที่่�มีีรสขมออกไป นำกระเทีียม พริิกสด และหมููสัับ ๑๐๐ กรััม ผััดในน้้ำมัันจนกว่่าหมููจะสุุก แล้้วนำดอกกาสะลองคำลงไปผััด ปรุุงรสด้้วยน้้ำปลา ผงปรุุงรส น้้ำตาล ซอสหอยนางรม ซีีอิ๊๊�วขาว และพริิกไทยป่่นตามความชอบ จััดลงใส่่จาน พร้้อมรัับประทาน ๒.๓) ดอกกาสะลองคำผััดไข่่ เลืือกใช้้ดอกกาสะลองคำสด จำนวน ๒๐๐ กรััม มาล้้างทำความสะอาด เด็็ดก้้านดอกที่่�มีีรสขมออกไป นำ กระเทีียม พริิกสด ผััดในน้้ำมันั จากนั้้น�ตอกไข่่ไก่่จำนวน ๓ ฟอง หรืือตามชอบ ลงไปผััดจนกว่่าไข่่จะสุุกเป็นก้็ ้อนดีีแล้ว้ จึึงนำดอกกาสะลองคำลงไปผััด ปรุุงรสด้้วยน้้ำปลา ผงปรุุงรส น้้ำตาล ซอสหอยนางรม ซีีอิ๊๊�วขาว และพริิกไทยป่่น ตามความชอบ จััดลงใส่่จานพร้้อมรัับประทาน ๒.๔) ดอกกาสะลองคำชุุบแป้้งทอดราดน้้ำยำ เลืือกใช้้ดอกกาสะลองคำสด จำนวน ๒๐๐ กรััม มาล้้างทำความสะอาด เด็็ดก้้านดอกที่่�มีีรสขมออกไป นำแป้้ง ทอดกรอบ จำนวน ๑๐๐ กรััม ค่่อย ๆ ผสมน้้ำสะอาดลงไป คนให้้เข้้ากัันพอเหนีียวข้้น จากนั้้�นนำดอกกาสะลองคำ มาชุุบแป้้งให้้ทั่่�ว แล้้วนำลงทอดในน้้ำมัันที่่�ร้้อน ทอดพอให้้เหลืืองกรอบ แล้้วจึึงตัักพัักใส่่จาน การทำน้้ำยำ ให้้นำ กระเทีียม พริิกขี้้�หนูู รากผัักชีี และกระเทีียมดอง มาโขลกให้้ละเอีียดตามชอบ จากนั้้�นปรุุงรสด้้วยน้้ำปลา น้้ำมะนาว น้้ำตาลปี๊๊�บ ผงชููรส คนส่่วนผสมให้้เข้้ากััน นำน้้ำยำคลุุกกัับดอกกาสะลองคำที่่�ทอดกรอบไว้้แล้้ว ใส่่ขึ้้�นฉ่่าย และ มะเขืือเทศซอยลงไป จััดลงใส่่จานพร้้อมรัับประทาน ทำความสะอาดเส้นฝ้้ ้ายก่่อนการย้้อม จากนั้้นน�ำเส้นฝ้้ ้ายที่่�จะใช้ย้้้อมกดลงให้้จมน้้ำทั้้�งหมด และต้้มไว้้อย่่างน้้อย ๓๐ นาทีี หรืือจนกว่่าจะเห็นว่็ ่าไขมันัและสิ่่�งสกปรกออกจากเส้นฝ้้ ้าย เมื่่�อต้้มเส้นฝ้้ ้ายเสร็็จแล้ว้ให้น้ำเส้นฝ้้ ้ายออกจากหม้้อต้้ม และวางทิ้้�งไว้้เพื่่�อให้้เย็็นตััวลง ก่่อนนำไปล้้างโดยให้้ล้้างด้้วยน้้ำอุุณหภููมิิปกติิ ๒–๓ ครั้้�ง เพื่่�อให้้เส้้นฝ้้ายเรีียงตััว และ นำไปผึ่่�งลมในที่่�ร่่มให้้แห้้งไม่่โดนฝุ่่น อย่่างน้้อย ๑ วััน การย้้อมเส้้นฝ้้ายด้้วยสีีธรรมชาติิ เมื่่�อได้้น้้ำสีีย้้อมธรรมชาติิที่่�ผ่่านการกรองสิ่่�งสกปรกออกแล้้ว ให้้ทำตั้้�งหม้้อ/กะทะ เพื่่�อต้้มสีย้ี้อมดัังกล่่าวอีีกครั้้�ง โดยจะต้้องต้้มให้ถึ้ึงอุุณหภููมิิ ๖๐–๗๐ องศาเซลเซีียส แล้วน้ ำเส้นฝ้้ ้ายที่่�ทำความสะอาด และแห้้งแล้้วลงไปต้้มเป็็นเวลาอย่่างน้้อย ๑ ชั่่�วโมง หรืือจนกว่่าจะได้้เฉดสีีที่่�ต้้องการ ทั้้�งนี้้� มีีข้้อพึึงระวััง โดยจะต้้อง ควบคุุมความร้้อนไม่่ให้ถึ้ึงจุุดเดืือด (๑๐๐ องศาเซลเซีียส) และจะหมั่่นพลิ�ิกเส้นด้้ ้ายให้ถูู้กน้้ำย้้อมเสมอกันทุัุก ๆ ๑๐ นาทีี ๒. การแปรรููปอาหาร การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 24
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดเชีียงใหม่่ ชื่่�อต้้นไม้้ ทองกวาว ทองกวาว จัังหวััดเชีียงใหม่ ่ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ต้้นผลััดใบ สููง ๘–๑๕ เมตร เปลืือกสีีเทาคล้้ำ แตกเป็็นร่่องตื้้�น ๆ ใบประกอบมีีใบย่่อย ๓ ใบเรีียงสลัับ ใบย่่อยใบปลายรููปไข่่กลัับ ปลายใบมน โคนใบรููปลิ่่�ม ใบย่่อย ๒ ใบข้้าง รููปไข่่กว้้าง ปลายใบมน โคนใบเบี้้�ยวเล็็กน้้อย ช่่อดอก ออกตามกิ่่�งและปลายกิ่่�ง ยาว ๒–๑๕ เซนติิเมตร ช่่วง ออกดอกมัักทิ้้�งใบ ช่่อดอกแบบช่่อกระจะแยกแขนง ออกดอก ซอกใบใกล้้ปลายกิ่่�ง ดอกขนาดใหญ่่ รููปดอกถั่่�ว สีีเหลืืองถึึง แดงสดอมส้้ม กลีีบดอก ๕ กลีีบ ยาวประมาณ ๗ เซนติิเมตร เกสรเพศผู้้ ๑๐ อััน แยก ๒ มััด มััด ๙ อััน และ ๑ อััน รัังไข่่ อยู่่เหนืือวงกลีีบก้้านเกสรเพศเมีียเรีียวยาว โค้้ง ผลเป็็นฝััก รููปขอบขนาน แบน กว้้างประมาณ ๓.๕ เซนติิเมตร ยาวประมาณ ๑๔ เซนติิเมตร มีขนีหนาแน่น่ เมล็็ด ๑–๒ เมล็็ด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 25 25
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) และ ผ้้ามััดย้้อมจากสีีธรรมชาติิ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ ดอก ใบ ๑. เลืือกผ้้าที่่�จะพิิมพ์์ลายและต้้องเป็็นผ้้าเส้้นใยจากธรรมชาติิ ๒. นำผ้้าไปแช่่น้้ำส้้มสายชูู โซดาแอช กรดมะนาว ๖ ชั่่�วโมงขึ้้�นไป (หรืือแช่่ข้้ามคืืน) เพื่่�อให้้สีีของดอกไม้้ติิดผ้้า ๓. เก็็บดอกไม้้ ใบไม้้ เพื่่�อเตรีียมทำลายบนผ้้า (ดอกทองกวาวจะออกสีีแดงอมส้้มและเหลืือง สามารถใช้้ได้้ทั้้�งดอกสด และดอกแห้้ง) ทั้้�งนี้้� ดอกไม้้ ใบไม้้ที่่�เวลาทำสีีออกมาจะไม่่เหมืือนกัับสีีที่่�เห็็น บางดอกสีีชั่่�วโมงพููออกมาสีีเหลืือง ใบไม้้บางใบสีีเขีียวออกมาสีีม่่วง หรืือบางดอกไม่่ออกสีี) ๔. วางแผ่่นพลาสติิกรองพื้้�นก่่อนวางผ้้าที่่�จะใช้้พิิมพ์์ลายลงบนแผ่่นพลาสติิก ๕. จััดวางดอกไม้้ใบไม้้ลงบนผ้้า ออกแบบการจััดวางตามใจชอบ ๖. นำแผ่่นพลาสติิกมาวางคลุุมทัับบนผ้้า และค่่อย ๆ ม้้วนผ้้าจนสุุดผืืน โดยม้้วนให้้แน่่นเพื่่�อให้้สีีจากดอกไม้้ติิดกัับผ้้า แน่่นขึ้้�น ๗. นำเชืือกหรืือหนัังยางมาพัันปิิดให้ม้้วนผ้้ ้าแน่นขึ้้ ่น�ผ้้าที่่ม้�วน้เรีียบร้้อยแล้ว้ให้้ทบครึ่่�งแล้ว้ใช้ฟิ้ล์ิ์มถนอมอาหารพัันผ้้า ทั้้�งผืืนให้้ทั่่�ว ๘. นำไปนึ่่�งทิ้้�งไว้้ ๑.๕–๒ ชั่่�วโมง เสร็็จแล้้วเอาเชืือกพลาสติิกและแกะใบไม้้ออก ตากให้้แห้้ง และซัักด้้วยน้้ำสบู่่ นำไปรีีด ลายจะออกมาสวยงาม ชััดเจน ผ้้าพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) ๑. เตรีียมสีีย้้อมธรรมชาติิจากดอกทองกวาว โดยต้้มน้้ำกัับดอกทองกวาว กรองกากของดอกทองกวาวออก จะได้้สีี ย้้อมธรรมชาติิ ๒. นำผ้้าจากเส้้นใยธรรมชาติิมามััดกัับอุุปกรณ์์ต่่าง ๆ เพื่่�อให้้เกิิดเป็็นลวดลาย ๓. นำสีีย้้อมจากดอกทองกวาวไปตั้้�งไฟให้้เดืือด พอเดืือดแล้้วให้้ลดไฟลง ๔. ใส่่ผ้้าที่่�เตรีียมไว้้ลงไปต้้มประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ระหว่่างนั้้�นควรใช้้ไม้้กดผ้้าและพลิิกผ้้าเป็็นระยะ เพื่่�อให้้สีีซึึมเข้้าเนื้้�อ ผ้้าอย่่างสม่่ำเสมอ เมื่่�อครบเวลาที่่�กำหนด ยกผ้้าขึ้้�น จากนั้้�นแกะอุุปกรณ์์มััดผ้้าออก ตากผ้้าให้้แห้้ง ซัักด้้วยน้้ำ เปล่่าให้้สะอาด ผ้้ามััดย้้อมจากสีีธรรมชาติิ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 26
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดตรััง ชื่่�อต้้นไม้้ ศรีีตรััง ศรีีตรััง จัังหวััดตรััง ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นผลััดใบสููง ๕–๑๐ เมตร เรืือนยอดโปร่่ง ใบเป็็นใบประกอบแบบขนนก ออกตรงกัันข้้าม ใบย่่อยเล็็ก ออกดอกเป็็นช่่อใหญ่่ตามกิ่่�ง ดอกมีีสีีม่่วง กลีีบดอก ๕ กลีีบ เชื่่�อมกัันเป็็นหลอด เมื่่�อบานเส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๑ เซนติิเมตร ออกดอกช่่วงเดืือนมกราคม–มีีนาคม ผลเป็็น ฝัักแบน เมื่่�อแก่่แตกเป็็น ๒ ซีีก เมล็็ดมีีปีีก ที่่�มาของชื่่�อ มาจากการเป็็นต้้นไม้้ประจำจัังหวััดตรััง จึึงชื่่�อว่่า ศรีีตรััง ขยายพัันธุ์์โดยการเพาะเมล็็ดเจริิญเติิบโตได้้ในดิินทุุกชนิิด เป็็นไม้้กลางแจ้้ง ต้้องการน้้ำและความชื้้�นปานกลาง มีี ถิ่่�นกำเนิิดเป็็นไม้้ท้้องถิ่่�นของอเมริิกาใต้้ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 27 27
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าย้้อมสีีธรรมชาติิ ผ้้าพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) เขีียนลายผ้้าจากใบและดอกศรีตรัี ัง ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ใบ ดอก ๑. นำใบ เปลืือกไม้้ ส่่วนต่่าง ๆ ของต้้นศรีีตรัังไปต้้มในน้้ำ ๒. ระหว่่างที่่�รอการต้้มของใบดอกศรีีตรัังเพื่่�อให้้ได้้สีี นำผ้้าที่่�เรา ต้้องการจะย้้อมมามััดลายตามต้้องการ ๓. เมื่่�อต้้มจนได้้สีีที่่�ต้้องการ นำผ้้าที่่�มััดลายไว้้ลงไปต้้มกัับสีีที่่�ได้้จาก ใบของต้้นศรีีตรััง ๔. เมื่่�อต้้มจนผ้้าติิดสีีแล้้ว นำมาซัักล้้างด้้วยน้้ำสะอาดแล้้วจึึงนำไป ตากให้้แห้้ง ๑. นำผ้้าที่่�จะพิิมพ์์ลายไปแช่่น้้ำส้้มสายชูู จากนั้้�นนำดอกไม้้ ใบไม้้ ที่่�เราต้้องการมาดิิไซน์์ตามที่่�ต้้องการ ๒. นำถุุงดำหรืือพลาสติิกแรป มาวางทัับผ้้า ม้้วนผ้้าเเละพลาสติิกแรปให้้แน่่น แล้้วจึึงนำไปนึ่่�ง ๓. เสร็็จแล้้วเอาพลาสติิกแรป และแกะใบไม้้ออก ซัักด้้วยน้้ำสบู่่ ตากให้้แห้้ง เป็็นอัันเสร็็จเรีียบร้้อย การย้้อมสีีธรรมชาติิ การทำ ECO PRINT ๑. เตรีียมกระดาษ ดิินสอ ๒บีี เเละลายต้้นแบบที่่�ต้้องการไว้้ให้้เรีียบร้้อย ๒. วาดลายที่่�ต้้องการลงบนกระดาษด้้วยดิินสอ ๒บีี เพื่่�อความคมชััดในการลอกลายลงบนผืืนผ้้า ๓. นำผ้้าขาวที่่�เตรีียมไว้้ล้้างให้้สะอาด แล้้วขึึงให้้ตึึงกัับกรอบไม้้บาติิก ๔. เขีียนลวดลายหรืือภาพใบ ดอก ที่่�ต้้องการลงบนผ้้าที่่�เตรีียมไว้้ การเขีียนลายผ้้าจากใบและดอกศรีีตรััง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 28
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณั ฑ์จาก์ ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดตราด ชื่่�อต้้นไม้้ หููกวาง หููกวาง จัังหวััดตราด ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็ นไม้้ ยืืนต้้ นผลััดใบขนาดกลาง ที่่� มีีความสููงของต้้ น ประมาณ ๑๐–๑๕ เมตร บางครั้้�งอาจสููงได้้ ถึึง ๓๐–๓๕ เมตร (แต่่ไม่ค่่ ่อยพบต้นที่่ ้ �ใหญ่่มากในประเทศไทย) มีีเรืือนยอดหนาแน่น่ แตกกิ่่�งก้้าน แผ่่ออกในแนวราบเป็็นชั้้�น ๆ คล้้ายฉััตร ลำต้้นเปลา ตรง ต้้นที่่� มีีอายุุมากและมีีขนาดใหญ่่จะเป็็นพููพอนที่่�โคนต้้ น เปลืือกลำต้น้ เป็นสี็ น้้ ีำตาลปนเทาเกืือบเรีียบ แตกเป็นร่็ ่องแบบตื้้น� ๆ ตามแนวนอนและแนวตั้้�ง และลอกออกเป็น็สะเก็็ดเล็็ก ๆ ทั่่ว�ไป กิ่่�งอ่่อนมีีขนสีีน้้ำตาล ส่่วนเนื้้�อไม้้เป็็นสีีแดง เป็็ นกลีีบเล็็กน้้อย มีีเสี้้�ยนไม้้ละเอีียดสามารถขััดชัักเงาได้้ ดีี ขยายพัันธุ์์โดยใช้้เมล็็ด บางครั้้�งน้้ำหรืือค้้างคาวก็็ ช่่ วยในการกระจายพัันธุ์์ได้้ ด้้วยเช่่นกััน และสามารถเจริิญเติิบโตได้้ ดีีในดิินที่่� มีีการระบายน้้ำได้้ ดีีอย่่าง ดินร่ิวนพ่อควรหรืือปนทราย ต้นหูู้ กวางเป็น็ พัันธุ์์ไม้้ในป่่าชายหาด ที่่พ� บขึ้้น�กระจายตามชายฝั่่�งทะเล พบปลููกทั่่วตั้้� �งแต่่ประเทศอินิ เดีีย จนถึึงตอนเหนืือของทวีีปออสเตรเลีียทางตอนเหนืือ ต้้นหููกวางเป็็นพืืชทิ้้�งใบ โดยทั่่�วไปแล้้วจะทิ้้�งใบ ๒ ครั้้�ง ในรอบ ๑ ปีี หรืือในช่่วงประมาณเดืือนมกราคม–กุุมภาพัันธ์์ และอีีกช่่วงในช่่วงเดืือนกรกฎาคม–สิิงหาคม ซึ่่�งก่่อนจะทิ้้�งใบ ใบหููกวางจะ เปลี่่�ยนเป็็นสีีเหลืืองหรืือสีี ส้้มแดง ในปััจจุุ บัันนี้้�ได้้ มีีการนำต้้ น หููกวางมาปลููกทั่่�วไป ในพื้้�นที่่�เขตร้้อนอย่่างทวีีปเอเชีีย ส่่วนใน ประเทศไทยมัักพบขึ้้� นตามชายฝั่่�งทะเลทางภาคตะวัันออก เฉีียงใต้้ (ตราดและชลบุรีุ ี) ภาคตะวัันตกเฉีียงใต้้ (ประจวบคีรีขัีนธ์ั ์ และกาญจนบุุ รีี) และภาคใต้้ (นราธิิ วาส ตรััง และ สุุราษฎร์์ ธานีี) การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุ รัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุ มารี ี (อพ.สธ.) 29 29
ชื่่�อผลิิตภัั ณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อมจากต้้นหูกูวาง (ผ้้าฝ้้าย เสื้้�อยืืด กระเป๋๋าผ้้า หมวกผ้้า) ส่่วนที่นำ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำ ผลิิตภัณั ฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ เปลืือกไม้้ ใบ ผล ๑) การเตรีียมผ้้าก่่อนการมััดย้้อม ทำความสะอาดผ้้า โดยต้้มน้้ำสะอาดผสมน้้ำยาไลปอนเอฟ ต้้มประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ผึ่่�งให้้หมาด นำมาแช่่น้้ำเกลืือทิ้้�งไว้้ นำผ้้ามามััดลายตามที่่� ต้้องการ ๒) การย้้อมสีี ผ้้า เมื่่�อน้้ำสีีพร้้อมนำลงต้้มทิ้้�งไว้้ ๓ ชั่่�วโมงเป็็ นอย่่างน้้อย (ใช้้ไม้้พายกวนผ้้าบ่่อย ๆ) นำผ้้าออกมาผึ่่�ง รอมอร์์แดนท์์ (ช่่ วยให้้ สีี ติิดผ้้าทนนาน) ๓) การทำให้้ สีี ติิดผ้้าทนนาน น้้ำสะอาด ๕ ลิิตร ผสมผงสนิิม ๑ ช้้อนชา นำผ้้าที่่� ย้้อมสีีมาล้้างด้้วยน้้ำผสมผงสนิิม ขยำประมาณ ๒–๓ นาทีี นำผ้้าไปวางตากอากาศทิ้้�งไว้้ข้้ามคืื น นำผ้้ามาล้้างน้้ำเปล่่า จนสีีสนิิมออกหมด นำมาล้้างในน้้ำสารส้้ม (น้้ำสะอาด ๕ ลิิตร สารส้้ม ๑ ช้้อนโต๊๊ะ) แกะผ้้าออก นำไปตากผึ่่�งลมจนแห้้ง นำไปซัักทำความสะอาดด้้วยน้้ำยาปรัับผ้้านุ่่ม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุ รัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุ มารี ี (อพ.สธ.) 30
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดตาก ชื่่�อต้้นไม้้ แดง แดง จัังหวััดตาก ลัักษณะต้้นไม้้ ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ฝ้้ายย้้อมสีีจากไม้้แดง ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ เป็็นไม้้ต้้นสููง ๑๕ ถึึง ๓๐ เมตร เปลืือกสีีเทาอมแดง แตกสะเก็็ดเป็็นแผ่่นเปลืือกในสีีน้้ำตาลแดง มีีน้้ำยางสีีแดง ใบประกอบแบบขนนก ๒ ชั้้�นเรีียงสลัับ มีีดอกเล็็กสีีเหลืือง กลิ่่�นหอมอ่่อน ๆ ออกเป็็นช่่อกระจุุกแน่่น ผลเป็็นฝัักแบนแข็็ง แห้้ง แล้้วแตก ม้้วนบิิดงอ เมล็็ดมีี ๗–๑๑ เมล็็ดรููปรีีแบน ขยายพัันธุ์์โดยเมล็็ด สารช่่วยติิดสีี สารส้้ม เป็็นสารมอร์์แดนท์์ กรด น้้ำขี้้�เถ้้า น้้ำปููนใส เป็็นสารมอร์์แดนท์์ เบส สารช่่วยให้้สีีติิด ใช้้เกลืือแกง น้้ำถั่่�วเหลืือง น้้ำต้้มใบ หรืือเปลืือกต้้นยููคาลิิปตััส การเตรีียมน้้ำสีีย้้อม ขั้้�นตอนที่่� ๑ เปลืือกไม้้แดง ๕ กิิโลกรััม สัับให้้เป็็นชิ้้�นเล็็กพอประมาณ (สามารถใช้้ส่่วนอื่่�น ๆ ของไม้้แดงมา ทำน้้ำสีีย้้อมได้้ เช่่น ส่่วนใบ แก่่น ผล เมล็็ด ขึ้้�นอยู่่กัับความต้้องการของเฉดสีี) ขั้้�นตอนที่่� ๒ นำเปลืือกไม้้แดงที่่�สัับแล้้วห่่อผ้้าขาวบาง นำไปต้้มในน้้ำ ๒๐ ลิิตร ต้้มนาน ๑–๒ ชั่่�วโมง หรืือจนกว่่า จะได้้สีีตามต้้องการ (เลืือกไม้้แดง จะห่่อผ้้าขาวบางหรืือไม่่ห่่อก็็ได้้) ขั้้�นตอนที่่� ๓ กรณีีต้้มเปลืือกไม้้โดยตรงไม่่ห่่อผ้้าขาวบาง ให้้กรองเปลืือกไม้้ออก จะได้้น้้ำสีีสำหรัับย้้อมเส้้นใย ถ้้ากรณีีห่่อด้้วยผ้้าขาวบาง สามารถต้้มเส้้นใยกัับเปลืือกไม้้รวมกัันได้้ ขั้้�นตอนที่่� ๔ เติิมเกลืือแกง ๑ ถุุง (๗๐ กรััม) ลงในน้้ำสีี คนให้้ละลาย จะได้้น้้ำสีีสำหรัับย้้อมเส้้นใย การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 31 31
การเตรีียมสารช่่วยติิดสีี สารส้้ม ให้้ใช้้น้้ำ ๒๐ ลิิตร ต่่อสารส้้ม ๑๐ กรััม น้้ำปููนใส ให้้ใช้้น้้ำ ๒๐ ลิิตร ต่่อปููนแดง ๒๕๐ กรััม (แช่่ทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน กรองส่่วนใสออกมาใช้้ หรืือสามารถละลาย ในน้้ำแล้้วใช้้ได้้ทัันทีี กรณีีที่่�ไม่่ได้้แช่่) น้้ำขี้้�เถ้้า ให้้ใช้้ขี้้�เถ้้าที่่�เป็็นสีีขาว ๑ กิิโลกรััม แช่่น้้ำให้้ท่่วม ๑ คืืน กรองเอาแต่่ส่่วนใส มาละลายน้้ำ ๑๐ ลิิตร การเตรีียมเส้้นใย นำเส้้นใยฝ้้าย มาทำความสะอาด ด้้วยน้้ำสบู่่ เพื่่�อล้้างคราบไขมัันและคราบแป้้งออกให้้สะอาด กรณีีที่่�ยัังไม่่ สามารถย้้อมไม่่ทัันทีีให้้ตากให้้แห้้ง เก็็บใส่่ภาชนะบรรจุุ การย้้อมเส้้นใย วิิธีีที่่� ๑ เส้้นใยแช่่สารช่่วยติิดสีีก่่อนย้้อม โดยนำเส้้นใยฝ้้ายที่่�ทำความสะอาดแล้้ว แช่่สารช่่วยติิดสีี (Mordant) มัักใช้้เป็็นมอร์์แดนท์์ กรด ประมาณ ๑๐ นาทีี บิิดให้้หมาดแล้้วนำไปย้้อม วิิธีีที่่� ๒ เส้้นใยแช่่สารช่่วยติิดสีีหลัังย้้อม นำเส้้นใยย้้อมสีีในน้้ำสีีแล้้วค่่อยนำมาแช่่ในสารช่่วยติิดสีีทีีหลััง ให้้นำ เส้น้ ใยที่่�เตรีียมแล้ว้ แช่่ลงในน้้ำสีย้ี้อม (ระวัังอย่่าให้น้้ ้ ำสีีเดืือด) ต้้มแช่น่านประมาณ ๔๕–๖๐ นาทีี (ระหว่่างต้้มแช่่ ให้้คอยยกเส้้นใยขึ้้�นลง หรืือคอยพลิิกเส้้นใยกลัับไปกลัับมา เพื่่�อให้้สีีเข้้าแทรกซึึมในเส้้นใยได้้อย่่างสม่่ำเสมอ) นำเส้้นใยที่่�ได้้แช่่ในสารช่่วยติิดสีีที่่�เตรีียมไว้้ นาน ๑๐–๑๕ นาทีี บิิดให้้หมาด ๆ นำไปตากให้้แห้้ง (ให้้ตากในที่่�ร่่ม มีีลมโกรกตลอดเวลา) ให้้กระตุุกเส้้นใยก่่อนนำไปตากให้้แห้้ง กรณีีที่่�ต้้องการย้้อมซ้้ำให้้ล้้างน้้ำสะอาด นำไปย้้อม ในหม้้อย้้อมซ้้ำ เสร็็จแล้้วนำเส้้นใยที่่�ตากแห้้งแล้้วไปล้้างน้้ำสะอาด เพื่่�อล้้างสีีที่่�เกิินออก นำไปตากให้้แห้้ง เก็็บใส่่ถุุงหรืือบรรจุุภััณฑ์์ วิิธีีที่่� ๓ ย้้อมเส้้นใยพร้้อมสารช่่วยติิดสีี ให้้นำสารช่่วยติิดสีีผสมกัับน้้ำสีีก่่อนแล้้วค่่อยย้้อมเส้้นใยทีีหลััง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 32
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดนครนายก ชื่่�อต้้นไม้้ สุุพรรณิิการ์์ สุุพรรณิิการ์์ จัังหวััดนครนายก ลัักษณะต้้นไม้้ ไม้ต้้น้ ผลััดใบ สููง ๗–๑๕ เมตร เปลืือกเรีียบ กิ่่�งก้้านคดงอ เป็น็ ใบเรีียงเวีียนสลัับ ใบเดี่่�ยวรููปหัวัใจ โคนใบเว้้าขอบเป็น็คลื่่น� ปลายใบแยกเป็น็ ๕ แฉกแหลม ขอบใบมีขนสั้้ ี นนุ่่�ม ใบแก่ร่่ว่ง เปลี่่�ยนเป็็นสีีออกแดง ดอก ดอกช่่อสีีเหลืืองออกที่่�ปลายกิ่่�ง บานทีีละดอก กลีีบดอกบางมีี ๕ กลีีบ เมื่่�อบานเส้้นผ่่าน ศููนย์์กลาง ๖–๘ เซนติิเมตร เกสรเพศผู้้สีีเหลืืองจำนวนมาก โค้้งขนาดไม่่เท่่ากันัรัังไข่่มีีข ผลผลรููปไข่่กลัับกว้้าง ๒.๕–๓.๐ เซนติิเมตร ยาว ๕–๗ เซนติิเมตร เมื่่�อแก่่แตก ๓–๕ พูู ภายใน มีีเมล็็ดรููปไตสีีน้้ำตาล หุ้้มด้้วยปุุยขาวคล้้ายปุุยฝ้้าย การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 33 33
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อมสีีธรรมชาติิ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกกิ่่ง ดอ�ก ใบ ๑. นำดอกสุุพรรณิิการ์์ที่่�ร่่วง ทั้้�งดอกสดและดอกแห้้ง มาต้้มเพื่่�อสกััดสีี ๑–๓ ชั่่�วโมง ๒. นำใบสุุพรรณิิการ์์ที่่�ร่่วงมาต้้มเพื่่�อสกััดสีี ๑–๓ ชั่่�วโมง ๓. นำเปลืือกกิ่่�งสุุพรรณิิการ์์มาต้้มเพื่่�อสกััดสีี ๑–๓ ชั่่�วโมง ๔. นำผ้้ามััดมาต้้มในน้้ำสีีที่่�สกััดได้้ตามธรรมชาติิ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 34
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดนครปฐม ชื่่�อต้้นไม้้ จัันทน์์หอม จัันทน์์หอม จัังหวััดนครปฐม ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้น ผลััดใบ ขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สููงเต็็มที่่�ราว ๓๐ เมตร แต่่ในประเทศไทยจะพบมากราว ๒๐ เมตร มีีเส้น้รอบวงเกืือบ ๒ เมตร ลัักษณะเด่นคื่ ือเรืือนยอดเป็น็ รููปกรวยสููง ๑๕–๑๘ เมตร ชููยอดเหนืือต้้นไม้้อื่่�น เปลืือกต้้น สีีเทาแตกเป็นร่็ ่อง ใบเป็น็ ใบเดี่่�ยวเรีียงสลัับ แผ่น่ ใบเป็นรูู็ ปไข่่ รููปรีี หรืือรููปขอบขนาน ความกว้้างของใบประมาณ ๓–๖ เซนติิเมตร ยาว ๘–๑๔ เซนติิเมตร ปลายใบแหลม โคนใบ เว้้ารููปหััวใจตื้้�น ๆ มีีลัักษณะเบี้้�ยวเล็็กน้้อย ขอบใบจัักฟััน เลื่่�อยตื้้น� ๆ มีีเส้น้ โคนใบประมาณ ๓–๕ เส้น้ช่่อดอกเป็น็แบบ ช่่อแยกแขนง ออกตามปลายกิ่่�งและซอกใบ ดอกเป็็นสีีขาว มีีกลีีบเลี้้�ยงและกลีีบดอกประมาณอย่่างละ ๕ กลีีบ โดยที่่� กลีีบเลี้้�ยงยาวกว่่ากลีีบดอก ออกดอกในเดืือนสิิงหาคม– ตุุลาคม ส่วน่ผลเป็น็ผลปีีกเดีียวรููปกระสวย ความยาวของผล ประมาณ ๑–๑.๕ เซนติิเมตร มัักออกผลเป็็นคู่่ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 35
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าคลุุมไหล่พิิมพ์ ่ ์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) และเสื้้�อมััดย้้อม ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ผ้้าคลุุมไหล่่ พิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) ๑. นำผ้้าคลุุมไหล่่แช่่น้้ำที่่�ผสมด้้วยสารส้้มและ Sodium acetate ประมาณ ๑ ชั่่�วโมง เพื่่�อล้้างสารที่่�เคลืือบ บนผ้้าออก ๒. เตรีียมใบไม้้ที่่�ต้้องการใช้้ เช่่น ใบสััก ใบสาบเสืือ ใบสบู่่เลืือด ใบจัันทน์์ หรืือใบอื่่�น ๆ ที่่�หาได้้ในพื้้�นที่่� ๓. นำผ้้าที่่�แช่่น้้ำยาไว้้ขึ้้�น บิิดพอหมาด ระวัังอย่่าให้้ผ้้าแห้้งจนเกิินไป ๔. นำใบไม้้ที่่�เตรีียมไว้้วางให้้สวยงามตามต้้องการ ๕. นำไม้้ไผ่่ใส่่ในสายยาง แล้้วม้้วนผ้้ากัับแท่่งไม้้ไผ่่ โดยม้้วนให้้แน่่น เพื่่�อให้้สีีติิดชััด ๖. นำแรปห่่ออาหารมาห่่อให้้แน่่นอีีกครั้้�ง ๗. ดึึงไม้้ไผ่่ออก ให้้เหลืือแต่ผ้่ ้าคลุุมไหล่ที่่่ �พัันสายยางไว้้ (เวลานำไปนึ่่�งจะทำให้้สามารถดััดให้้งอเพื่่�อลงในซึ้้�งนึ่่�งได้้) ๘. นำยางยืืดหรืือเชืือกฟางมามััดทัับให้้แน่่น ๙. นึ่่�งไว้้ประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ห้้ามเปิิดฝาจนกว่่าจะครบเวลา ๑๐. เมื่่�อครบเวลานำผ้้าออกจากซึ้้�งนึ่่�ง รอให้้คลายร้้อน แล้้วแกะยางยืืดและแรปห่่ออาหารออก ๑๑.คลายผ้้าออก แล้้วแกะใบไม้้ที่่�วางไว้้ออก ๑๒. ทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน แล้้วนำไปซััก (ห้้ามใช้้น้้ำยาซัักผ้้าขาว) เสื้้�อมััดย้้อม ๑. นำเสื้้�อไปซัักทำความสะอาด แล้้วตากให้้แห้้ง ๒. เก็็บใบต้้นจัันทน์์ไปต้้ม สััดส่่วน ๑ : ๑ อย่่างน้้อย ๓ ชั่่�วโมง เพื่่�อให้้ออกสีี ๓. กรองใบออกให้้เหลืือแต่่น้้ำ แล้้วผสมสารส้้มลงไป ๔. นำเสื้้�อที่่�เตรีียมไว้้มามััดเป็็นลวดลายต่่าง ๆ ตามที่่�ต้้องการ ๕. นำไปต้้มในน้้ำจากใบต้้นจัันทน์์อย่่างน้้อย ๑ ชั่่�วโมง หมั่่�นคนเรื่่�อย ๆ ระวัังก้้นไหม้้ ๖. ครบ ๑ ชั่่�วโมง นำเสื้้�อขึ้้�น หากต้้องการให้้เป็็นสีีอื่่�น ๆ ให้้นำไปมอแดนท์์กัับสารต่่าง ๆ เช่่น น้้ำขี้้�เถ้้า น้้ำสนิิม น้้ำปููนแดง ๗. นำไปล้้างน้้ำหลาย ๆ น้้ำ เพื่่�อนำสีีส่่วนเกิินออก แล้้วนำไปตากให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 36
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดนครพนม ชื่่�อต้้นไม้้ กัันเกรา กัน ั เกรา จัังหวััดนครพนม ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ต้้น สููง ๑๕–๒๕ เมตร เปลืือกแตกเป็็นร่่อง ลึึก สีีน้้ำตาลเข้้ม ใบเดี่่�ยวเรีียงตรงข้้ามรููปรีี รููปขอบขนาน รููปไข่่ หรืือรููปไข่่กลัับ กว้้าง ๒.๕–๓.๕ เซนติิเมตร ยาว ๗–๑๑ เซนติิเมตร ปลายใบแหลม แหลมยาว หรืือยาวคล้้ายหาง โคนใบมนช่่อดอกแบบช่่อกระจุุก ออกตามซอกใบใกล้้ปลายกิ่่�ง ยาว ๔–๑๒ เซนติิเมตร กลีีบเลี้้�ยงและกลีีบดอกมีีจำนวน อย่่าง ละ ๕ กลีีบ กลีีบดอกสีขีาวครีีมแล้ว้เปลี่่�ยนเป็นสี็ ีเหลืืองมีีกลิ่่น� หอม รููปปากแตรแคบ ๆ ยาวได้้ประมาณ ๒ เซนติิเมตร เกสร เพศผู้้ ๕ อััน ติิดภายในหลอดกลีีบดอก ยื่่�นพ้น้ เลยปากหลอด กลีีบ รัังไข่่อยู่่เหนืือวงกลีีบ ผลแบบผลสดมีีหลายเมล็็ด เส้้น ผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๐.๕–๐.๘ เซนติิเมตร เมื่่�อสุุกสีีเหลืือง ส้้มหรืือแดง มีีเมล็็ดขนาดเล็็กจำนวนมาก การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 37 37
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าฝ้้ายย้้อมสีีธรรมชาติิ จากเปลืือกกัันเกรา ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือก ๑. นำเปลืือกกัันเกรา ๑ กิิโลกรััม น้้ำ ๒๐ ลิิตร ต้้มไฟที่่�ใช้้ไม้้ฟืืน ใช้้เวลา ๘–๑๕ ชั่่�วโมง จากนั้้�นกรองโดยผ้้าเอาน้้ำออก ๒. นำเส้้นด้้ายที่่�เตรีียมไว้้ลงต้้มในน้้ำกัันเกราที่่�กรองไว้้ด้้วยไฟกลาง ๔๕ นาทีี ๓. นำไปล้้างแล้้วตากแดดให้้แห้้ง กรณีีอยากได้้คละสีี ให้้เอาไปย้้อมโคลน ๑๕ นาทีี แล้้วล้้างออกตากแดด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 38
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดนครราชสีีมา ชื่่�อต้้นไม้้ สาธร (เดิมคืื ิอต้้นราชพฤกษ์์) สาธร จัังหวััดนครราชสีีมา ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นผลััดใบ สููง ๑–๑๙ เมตร เรืือนยอด เป็็นพุ่่มทึึบ ค่่อนข้้างกลม หรืือทรงกระบอก ใบเป็็นใบ ประกอบเรีียงสลัับ ใบย่่อยติิดเป็็นคู่่ตรงกัันข้้าม ๓–๕ คู่่ ปลายสุุดเป็็นใบเดี่่�ยว แผ่่นใบย่่อยรููปรีี ปลายใบแหลม โคน ใบมน ใบและยอดอ่่อนมีีขนยาว เปลืือกสีีเทา ออกดอก ช่่วงเดืือนมีีนาคม–พฤษภาคม ออกดอกเป็็นช่่อตามซอกใบ ง่่ามใบ และปลายกิ่่�ง ดอกสีีขาว กลีีบดอกรููปถั่่�ว สีีชมพููอ่่อน กลีีบเลี้้�ยงจำนวน ๕ กลีีบ เกสรตััวผู้้ ๑๐ อััน ก้้านเกสร เชื่่�อมติิดกัันเป็็นแผ่่น รัังไข่่อยู่่เหนืือวงกลีีบ ผลเป็็นฝััก แห้้ง แล้้วแตกแบนคล้้ายฝัักมีีด กว้้างประมาณ ๒ เซนติิเมตร ยาว ๔–๑๐ เซนติิเมตร เมล็็ดรููปโล่่เส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๑.๓ เซนติิเมตร ถิ่่�นกำเนิิดป่่าเบญจพรรณใกล้้แหล่่งน้้ำ ทั่่�วไป เขตกระจายพัันธุ์์ ไทย ลาว กััมพููชา นิิเวศวิิทยาขึ้้�น ในป่่าเบญจพรรณทางภาคเหนืือ ภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือ และภาคตะวัันออก ออกดอกเดืือนมีีนาคม–พฤษภาคม ฝััก แก่่ เดืือนพฤษภาคม–สิิงหาคม สภาพที่่�เหมาะสม สภาพดิิน ร่่วน แสงแดดจััด ต้้องการน้้ำและความชื้้�นมาก ขยายพัันธุ์์ โดยการเพาะเมล็็ด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 39 39
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าไหมพื้้�นเรียีบ ผ้้าคลุุมไหล่่ผ้้าไหม และผ้้าคลุุมไหล่่ผ้้าฝ้้ายมััดย้้อม สีีธรรมชาติิจากต้้นสาธร ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ เปลือก ฝัก ๑. ตวงน้้ำสะอาด ๒๐ ลิิตร ใส่่หม้้อสเตนเลส ยกขึ้้�นตั้้�งบนเตาไฟ ต้้มน้้ำให้้เดืือด ๒. นำเปลืือกสด ฝัักแห้้ง และใบแก่่ ของต้้นสาธรที่่�เตรีียมไว้้ใส่่ลงไปในน้้ำที่่�เดืือดจััด โดยแยกหม้้อต้้มตามส่่วน ของต้้นสาธร (ฝัักแห้้งแช่่น้้ำก่่อน ๑ คืืน ส่่วนเปลืือกสดและใบสดให้้นำไปผึ่่�งลมก่่อน) ๓. ต้้มทิ้้�งไว้้ประมาณ ๒ ชั่่�วโมง แล้้วยกออกพัักไว้้อีีก ๒ ชั่่�วโมงเพื่่�อให้้อุุณหภููมิิของน้้ำลดลง ๔. กรองเอากากเศษเปลืือกสด ใบแก่่สาธร และฝัักสาธร ด้้วยผ้้าขาวกรองออกให้้หมด ให้้เหลืือแต่่น้้ำสีี ซึ่่�งเรีียกว่่า “น้้ำย้้อม” ๕. นำเส้้นไหมที่่�เตรีียมไว้้ หย่่อนและขยำลงไปในน้้ำย้้อม ให้้น้้ำย้้อมซึึมเข้้าไปในเส้้นไหม ให้้เส้้นไหมดููดน้้ำย้้อมให้้ได้้ มากที่่�สุุด และแช่่ทิ้้�งไว้้ประมาณ ๒๐–๓๐ นาทีี ๖. นำเส้้นไหมที่่�ผ่่านการแช่่น้้ำแล้้วลงย้้อม ล้้างด้้วยน้้ำสะอาด จำนวน ๓–๔ รอบ หรืือจนกว่่าสีีของน้้ำย้้อมไม่่ตก ออกมา และนำไปตากให้้แห้้งในที่่�ร่่มและมีีลมโกรก การสกััดสีีธรรมชาติิจากต้้นสาธร การนำเปลืือกสด ใบแก่่ และฝัักแก่่ มาสกััดเป็็นสีีย้้อมเส้้นไหม และย้้อมผ้้า (ย้้อมสีีธรรมชาติิ) เป็็นการย้้อมร้้อน โดยใช้้เวลา ๑ ชั่่�วโมง และไม่่ใช้้สารช่่วยติิดสีี ๑. ละลายปููนขาว ๕๐๐ กรััม กัับน้้ำสะอาด ๒๐ ลิิตร รอให้้ตกตะกอน กรองด้้วยผ้้าขาว ได้้เป็็นน้้ำปููนใส ๒. นำผ้้าที่่�จะนำมาพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) แช่่น้้ำปููนใสใช้้เวลา ๓๐ นาทีี ๓. เลืือกสาธรตามขนาดที่่�ต้้องการ โดยใช้้เป็็นใบสด ๔. นำผ้้ามากางบนโต๊๊ะตามขนาดของผ้้า ข้้อควรระวัังคืือให้้ผ้้าตึึง ๕. วางใบสาธรที่่�เตรีียมไว้้ วางลายลงบนผ้้าตามต้้องการ แล้้วอย่่าลืืมใช้้สารช่่วยย้้อมกัับใบไม้้หรืือผ้้า ๖. วางแผ่่นพลาสติิกทัับแล้้วใช้้ไม้้ม้้วนผ้้าและมััดด้้วยเชืือกฟางให้้แน่่น ๗. นึ่่�งผ้้านาน ๑.๕–๓ ชั่่�วโมง (ระวัังอย่่าให้้ผ้้าไหม้้) เมื่่�อครบเวลานำเอาม้้วนผ้้าออก เก็็บใบสาธรออกแล้้วตากผ้้า ให้้แห้้ง การนำใบของต้้นสาธรมาทำ Eco Print บนผืืนผ้้าคลุุมไหล่่ เป็็นกระบวนการพิิมพ์์ที่่�เป็็นมิิตรกัับสิ่่�งแวดล้้อม ใช้วิ้ธีิี การพิิมพ์ผ้์ ้าด้ว้ยใบไม้ถ่้่ายโอนสีีและโครงสร้้างจากใบสาธรสู่่ผ้้าที่่�ผลิิตจากเส้น้ ใยธรรมชาติิ ๑๐๐เปอร์์เซ็น็ เท่่านั้้น� เช่น่ ฝ้้าย ไหม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 40
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำำ จัังหวััดนครศรีีธรรมราช ชื่่�อต้้นไม้้ แซะ แซะ จัังหวััดนครศรีีธรรมราช ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ต้้นขนาดใหญ่่ สููง ๑๕–๒๐ เมตร ขนาด ทรงพุ่่ม ๑๐ – ๑๕ เมตร ผลััดใบระยะสั้้น� ทรงพุ่่มค่่อนข้้างกลม ลำต้นมั้ ักแตกกิ่่�งต่่ำ เปลืือกต้นสี้ น้้ ีำตาล แตกเป็นร่็ ่อง และหลุุด ล่่อนเป็น็แผ่น่ บาง ๆ ใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่่� เรีียงสลัับ แกนกลางใบประกอบยาว ๒๐–๓๐ เซนติิเมตร ใบย่่อย ๓–๕ คู่ เ่รีียงตรงข้้ามหรืือเยื้้�องกันัเล็็กน้้อย รููปขอบขนานแกม รููปใบหอก กว้้าง ๓–๔ เซนติิเมตร ยาว ๘–๑๘ เซนติิเมตร ปลายใบเรีียว แคบเป็็นติ่่�งแหลม โคนใบเบี้้�ยว ขอบใบเรีียบ เป็็นคลื่่�นเล็็กน้้อย แผ่่นใบค่่อนข้้างหนาแต่่เหนีียว สีีเขีียว เข้้มเป็็นมััน ดอกสีีม่่วงเข้้มหรืือม่่วงอมแดง มีีกลิ่่�นหอม ออกเป็็นช่่อแบบช่่อแยกแขนงที่่�ซอกใบใกล้้ปลายกิ่่�งและ ปลายกิ่่�ง ช่่อดอกตั้้�งยาว ๑๕–๓๐ ซเมตร ดอกย่่อยรููปดอกถั่่ว� กลีีบเลี้้�ยงเชื่่�อมติิดกันัเป็นรูู็ ประฆััง ขอบหยัักซี่่ฟั�นตื้้ ัน� ๆ ๕ จััก มีีขนสั้้�น ๆ กลีีบดอก ๕ กลีีบ เกสรเพศผู้้ ๑๐ อััน ออกดอก เดืือน กุุมพาพัันธ์์–พฤษภาคม ผลแห้้งแตกสองตะเข็็บ เป็็นฝัักพอง เปลืือกหนา สีีเขีียวสด รููปรีีถึึงรููปขอบขนาน คอดระหว่่างเมล็็ดโคนเรีียวปลายงอเป็็นจะงอย เมื่่�อสุุก สีีเหลืืองอมน้้ำตาล กว้้าง ๕–๗ เซนติิเมตร ยาว ๘–๑๕ เซนติิเมตร เมล็็ดรููปเมล็็ดถั่่�ว สีีน้้ำตาลเข้้มเป็็นมัันขนาดใหญ่่ ๑–๓ เมล็็ดต่่อฝััก ติิดผลเดืือนมีีนาคม–มิิถุุนายน ขยายพัันธุ์์ โดยการเพาะเมล็็ด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 41 41
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อมสีีธรรมชาติิจากต้้นแซะ : ผ้้าพัันคอ ผ้้าผืืน และหมวก ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ เปลืือก กิ่่ง� ๑. ต้้มน้้ำให้้เดืือด พร้้อมใส่่เกลืือลงไปเพื่่�อช่่วยให้้สีีติิดผ้้านานและสีีสดขึ้้�น ๒. นำวััตถุุดิิบที่่�เป็็นส่่วนประกอบของต้้นแซะ เช่่น ใบ เปลืือก และกิ่่�ง จะใช้้สกััดสีีใส่่ลงในถุุงผ้้าหรืือถุุงตาข่่าย จากนั้้�น นำไปต้้มในน้้ำเดืือด รอจนกว่่าสีีจะออกมาเข้้มพอใจ ๓. ใส่่ผ้้าลงไปต้้ม หมั่่�นพลิิกผ้้าบ่่อย ๆ เพื่่�อให้้สีีติิดทั่่�วกัันอย่่างสม่่ำเสมอ เสร็็จแล้้วก็็นำผ้้าออกมาวางทิ้้�งไว้้จนเย็็น ๔. นำผ้้าไปขยี้้�เบา ๆ ในน้้ำตััวทำปฏิิกิิริิยา เช่่น น้้ำด่่างขี้้�เถ้้า น้้ำปููนใส น้้ำสารส้้ม และน้้ำสนิิม เพื่่�อให้้เกิิดเป็็นสีีใหม่่ ที่่�อาจจะเข้้มขึ้้�น จางลง หรืือเปลี่่�ยนสีีไปเลยก็็ได้้ (แต่่ยัังอยู่่ในโทนเดีียวกััน) ๕. แกะเชืือกหรืือหนัังยางออก พร้้อมนำไปตากแดดให้้แห้้ง ก็็เป็็นอัันเสร็็จเรีียบร้้อย การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 42
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดนครสวรรค์์ ชื่่�อต้้นไม้้ อิินทรชิิต (เสลา) อินท ิ รชิต ิ (เสลา) จัังหวััดนครสวรรค์์ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้้ผลััดใบ มีลัีักษณะเป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สููงถึึง ๓๐ เมตร มีีเรืือนยอดเป็็นพุ่่มแน่่น กิ่่�งห้้อยย้้อย ลำต้้นกลม เปลืือกมีีสีีเทา แกมดำ เปลืือกแตกเป็็นร่่องสะเก็็ดตามแนวยาว เปลืือกในมีีชั้้�นบางสีีม่่วง ตามกิ่่�ง ช่่อดอก ก้้านใบและใบมีขนสั้้ ีน�หนาแน่นสี่ น้้ ีำตาล ใบอินิทรชิิต (เสลา) ใบเดี่่�ยว เรีียงตรงข้้าม–เกืือบตรงข้้าม ใบรููปรีีหรืือรููปขอบขนาน ยาว ๑๕–๒๕ เซนติิเมตร ปลายใบมน–แหลม โคนใบมน ใบมีสีีเขีียว *จุุดเด่นที่่ ่ �แผ่น่ ใบมีขนี สั้้�นหนานุ่่มทั้้�ง ๒ ด้้าน* ก้้านใบยาว ๒–๕ มิิลลิิเมตร ดอกอิินทรชิิต (เสลา) ดอกออกเป็็นช่่อดอกยาว ๑๐–๓๐ เซนติิเมตร จะออกดอกบริิเวณกิ่่�งแก่่ หรืือปลายกิ่่�ง ตาดอกรููปไข่่ ยาว ๕–๙ มิิลลิิเมตร ก้้านดอกเทีียมยาว ๒–๗ มิิลลิิเมตร หลอดกลีีบเลี้้�ยงยาว ๓–๔ มิิลลิิเมตร ถ้้วยรองดอกมีีสัันตามยาว ๑๒ สัันตามยาวไม่่ชััดเจน มีี ๖–๘ กลีีบ รููปสามเหลี่่�ยม ยาว ๓–๖ มิิลลิิเมตร ด้้านนอกมีีขนสั้้�นนุ่่ม ด้้านในมีีขนช่่วงปลายกลีีบ ปลายกลีีบพัับงอกลัับ ในผล ดอกสีีชั่่�วโมงพููเข้้มหรืือม่่วง เปลี่่�ยนเป็็นสีีอ่่อนลง–สีีขาวเมื่่�อใกล้้โรย มีี ๖–๘ กลีีบ รููปไข่่กลัับ ยาว ๑.๕–๒ เซนติิเมตร ก้้านกลีีบยาวประมาณ ๗ มิิลลิิเมตร ขอบกลีีบเป็็นคลื่่�น จัักชายครุุย แผ่่นกลีีบย่่น เมื่่�อดอกบานจะ มีีขนาดความกว้้าง ๔–๕ เซนติิเมตร เกสรเพศผู้้วงนอก ๖–๗ อััน ยาวกว่่า วงใน รัังไข่่มีีขนสั้้�นนุ่่ม ผลอิินทรชิิต (เสลา) ผลทรงกลม รููปรีี กว้้าง ๒–๒.๕ เซนติิเมตร ยาว ๑–๒ เซนติิเมตร ผิิวนอกผลแข็็ง ผลมีีสีีเขีียวอ่่อน เมื่่�อผลสุุก จะมีีสีีน้้ำตาล และเมื่่�อผลแห้้งจะแตกออก แตกเป็็น ๕–๖ ซีีก ภายในผล มีีเมล็็ดอยู่จำ่นวนมาก เมล็็ดอินิทรชิิต (เสลา) เมล็็ดแบนมีสีน้้ ีำตาลอมเหลืือง ต้้นอนทราชิิต (เสลา) จะติิดดผลในเดืือนกุุมภาพัันธ์์–กรกฎาคม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 43 43
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าคลุุมไหล่่ กระเป๋๋าย่่าม หมวก ทรง Bucket จากผ้้า Eco Print แบบห่มสี่ ี ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ การทำผ้้าคลุุมไหล่่ นำผ้้า Eco Print แบบห่่มสีี ขนาด ๙๐x๑๘๐ เซนติิเมตร ไปเย็็บริิมและปั่่�นเกลีียวเส้้นฝ้้ายให้้เป็็นชายครุุยบริิเวณ ขอบผ้้าทั้้�ง ๒ ด้้าน ๑. นำผ้้าสีีขาวที่่�ต้้องการย้้อมไปทำความสะอาดไขมัันและคราบฝุ่่นออก โดยนำไปซัักกัับน้้ำสบู่่หรืือน้้ำยาล้้างจาน แล้้วล้้างน้้ำสะอาด ๒ ครั้้�ง ผึ่่�งให้้แห้้ง นำไปแช่่ในน้้ำสููตรแช่่ผ้้า หรืือน้้ำมอร์์แดนท์์ นาน ๖–๘ ชั่่�วโมง แล้้วบิิดผ้้า ให้้หมาด ๒. นำผ้้าที่่�ได้้ไปวางบนโต๊๊ะที่่�มีีพื้้�นผิิวเรีียบและมีีขนาดกว้้างเหมาะสมกัับขนาดของผ้้า จากนั้้�นวางใบไม้้บนผืืนผ้้า โดยจััดเรีียงตามจิินตนาการ/ตามความต้้องการ ๓. นำผ้้าที่่�จะใช้้ห่่มสีี (ผ้้ามองตากููร์์) จุ่่มในน้้ำสนิิม ๓–๕ วิินาทีี แล้้วบิิดให้้หมาด นำไปวางทัับบนผ้้าที่่�วางใบไม้้ แล้้ว วางทัับด้้วยแผ่่นพลาสติิก ๔. ใช้้ไม้้ทำเป็็นแกนสำหรัับม้้วนผ้้า โดยม้้วนเข้้าหาตััว พยายามดึึงให้้แน่่น เพื่่�อให้้ลวดลายมีีความสวยงามและคมชััด จากนั้้�นใช้้แผ่่นพลาสติิกซีีลม้้วนผ้้าให้้แน่่น เพื่่�อไม่่ให้้มีีน้้ำซึึมเข้้าเวลานำม้้วนผ้้าไปนึ่่�ง ๕. นำม้วนผ้้ ้าที่่�ได้้ไปนึ่่�งอย่่างน้้อย ๒ ชั่่ว�โมง ด้ว้ยไฟปานกลาง จากนั้้น�พัักให้้หายร้้อน และนำมาแกะออกเพื่่�อดููลวดลาย แล้้วนำไปตากในที่่�ร่่ม/ผึ่่�งลมอย่่างน้้อย ๒ วััน ๖. นำผ้้าไปซัักด้้วยน้้ำเปล่่าและน้้ำยาปรัับผ้้านุ่่ม แล้้วบิิดหมาด ผึ่่�งลมให้้แห้้ง นำไปรีีดใช้้งานได้้ ๑. ตััดผ้้าสำหรัับทำตััวย่่าม ขนาด ๗x๙ นิ้้�ว จำนวน ๒ ชิ้้�น และตััดผ้้าสำหรัับทำสายย่่าม ขนาด ๕x๕๐ นิ้้�ว จำนวน ๑ ชิ้้�น แล้้วนำไปรีีดอััดผ้้ากาว ๒. นำผ้้าสำหรัับทำตััวย่่ามไปเย็็บติิดกัับผ้้าสำหรัับทำสายย่่ามทั้้�ง ๒ ข้้าง แล้้วเย็็บซิิปติิดที่่�ปากย่่าม ๓. ตััดผ้้าขนาด ๔x๓ นิ้้�ว จำนวน ๒ ชิ้้�น แล้้วนำไปเย็็บติิดที่่�ก้้นย่่าม ๑. สร้้างแพทเทิิร์์น สำหรัับตััดหมวก ๒. ตััดผ้้าตามแพทเทิิร์์น เริ่่�มจากชิ้้�นกลมก่่อน โดยตััดส่่วนที่่�ใช้้ด้้านนอก ๑ ชิ้้�น และที่่�จะใช้้ซัับใน ๑ ชิ้้�น ๓. นำผ้้าทั้้�ง ๒ ชิ้้�น มาประกบแล้้วเย็็บติิดกััน การทำกระเป๋๋าย่่าม การทำหมวก ทรง Bucket การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 44
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดนนทบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ นนทรีี นนทรีี จัังหวััดนนทบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ต้้น้ ผลััดใบ สููง ๘ – ๓๐ เมตร เปลืือกสีีเทา เรีียบหรืือ แตกเป็็นสะเก็็ดเล็็ก ๆ กิ่่�งอ่่อนมีีขนสีีน้้ำตาลแดง ใบประกอบ แบบขนนกสองชั้้�น เรีียงสลัับ ใบประกอบย่่อยมีี ๔–๑๓ คู่่ ใบย่่อยมีี ๑๐–๒๒ คู่่ เรีียงตรงข้้าม รููปขอบขนานแกมรููปไข่่ กว้้างประมาณ ๐.๕–๐.๙ เซนติิเมตร ยาว ๑–๑.๗ เซนติิเมตร ปลายใบกลมมีีเว้้าตื้้�น ๆ โคนใบเรีียวสอบเบี้้�ยว ช่่อดอกแบบ ช่่อแยกแขนง ออกตามปลายกิ่่�ง ยาว ๒๐–๔๐ เซนติิเมตร กลีีบเลี้้�ยงและกลีีบดอกอย่่างละ ๕ กลีีบ กลีีบดอกสีีเหลืืองสด รููปไข่่กลัับ ยาวประมาณ ๒ เซนติิเมตร ย่่น เกสรตััวผู้้ ๑๐ อััน รัังไข่่อยู่่เหนืือกลีีบ ก้้านเกสรเพศเมีียเรีียวยาว ยอดเกสร แผ่่กว้้าง ผลเป็นฝั็ ักแบน รููปขอบขนานแกมรููปใบหอก ปลายโคน เรีียวสอบ กว้้างประมาณ ๒ เซนติิเมตร ยาว ๕–๑๒ เซนติิเมตร เมล็็ด ๑–๕ เมล็็ด แบน แข็็ง เรีียงตามความยาวของฝััก การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 45