ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อมสีีธรรมชาติิจากอิินทนิิลน้ำำ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. นำใบอิินทนิิลที่่�ร่่วงมาแช่่น้้ำนาน ๑ คืืน ในสััดส่่วนใบอิินทนิิล ๒ กิิโลกรััมต่่อน้้ำ ๑๐ ลิิตร ๒. ต้้มใบอิินทนิิลที่่�แช่่น้้ำระยะเวลา ๑–๒ ชั่่�วโมง อุุณหภููมิิไม่่เกิิน ๙๐ องศา ๓. เมื่่�อได้้สีีตามที่่�ต้้องการให้้เอาใบออก หลัังจากนั้้�นใส่่เกลืือ ๒ กำมืือ ๔. นำผ้้าที่่�ต้้องการย้้อมมามััดกัับไม้้ไอศกริิมด้้วยยางวงตามลายที่่�ต้้องการ ๕. นำผ้้าไปต้้มในน้้ำที่่�เตรีียมไว้้นาน ๑ ชั่่�วโมง แล้้วนำขึ้้�นมาพัักให้้เย็็น ๖. นำผ้้าไปแช่่ในน้้ำสารช่ว่ยติิดสีี/ช่ว่ยย้้อม (น้้ำหมาก, ขี้้�เถ้้า, สารส้้ม, น้้ำสนิิม, โคลนทะเล, น้้ำดินขิาว) นานครึ่่�งชั่่ว�โมง ๗. ล้้างน้้ำสะอาด แกะยางออกแล้้วนำไปตากจะได้้เสื้้�อที่่�มีีลวดลายตามต้้องการ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ) 96
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดระยอง ชื่่�อต้้นไม้้ ประดู่่ ประดู่ ่ จัังหวััดระยอง ลัักษณะต้้นไม้้ ลำต้้น ขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สููงถึึง ๒๕ เมตร ผลััด ใบก่่อนออกดอก เรืือนยอดรููปคล้้ายทรงกระบอก ยอดอ่่อนมีขนี ปกคลุุมเล็็กน้้อย เปลืือกนอกสีีน้้ำตาลเทา หนา แตกหยาบ ๆ เป็็นร่่องลึึก ใบ ใบเรีียงสลัับ ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่่� ใบ ย่่อยเรีียงตััวแบบสลัับ จำนวน ๗–๑๓ ใบ ใบย่่อยรููปไข่่ รููปรีี หรืือรููปขอบขนาน กว้้าง ๓–๖ เซนติิเมตร ยาว ๔–๑๓ เซนติิเมตร โคนใบมนหรืือค่่อนข้้างแหลม หรืือ Oblique ปลายใบแหลม ขอบใบเรีียบ โคนก้้านใบมีีหููใบ ๒ อัันเป็็นเส้้นยาว ผิิวใบมีีขน สั้้น� ๆ ปกคลุุมด้้านท้้องใบมากกว่่าด้้านหลัังใบ ก้้านใบอ่่อนมีขนี ปกคลุุมเล็็กน้้อย ดอกดอกช่่อแบบช่่อกระจาย ออกที่่ซ�อกใบหรืือ ปลายกิ่่�ง โคนก้้านมีีใบประดัับ ๑–๒ อััน รููปรีีกลีีบเลีียง ๕ กลีีบ ติิดกันัเป็นถ้็ว้ยสีีเขีียว ปลายแยกเป็น็ ๒ แฉกอันับนจาก ๒ กลีีบ ติิดกันอันล่ั ่างจาก ๓ กลีีบติิดกันั กลีีบดอก ๕ กลีีบ สีีเหลืือง แกมแสด ลัักษณะกลีีบเป็็นรููปผีีเสืือ (Papilionaceous) เกสรเพศผู้้ ๑๐ อััน ก้้านชููอัับเรณููติิดกัันเป็็น ๒–๓ กลุ่่ม เกสรเพศเมีีย ๑ อันัผลผลแห้้งแบบ Samaroid รููปกลมหรืือรีีแบน ขอบมีปีีก บางคล้้ายใบโดยรอบ แผ่่นปีีกบิิดเป็็นคลื่่�น ผิิวมีีขนละเอีียด เส้้นผ่่านศููนย์์กลางผล ๔–๘ เซนติิเมตร มีี ๑ เมล็็ด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 97
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ กระเป๋๋าผ้้าทอมืือลายตากะหมุุก สีีประดู่่ ผ้้าทอมืือลายตากะหมุุกเส้้นใยฝ้้ายย้้อมสีีเปลืือกประดู่่ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. การเตรีียมเส้้นใยก่่อนย้้อม นำเส้น้ ใยฝ้้ายแช่่ในน้้ำผสมผงซัักฟอก ๑ คืนื หลัังจากนั้้นน�ำเส้น้ ใยฝ้้ายซัักให้้สะอาด บิิดเส้้นใย หรืือผึ่่�งลมให้้พอหมาด ๒. การเตรีียมน้้ำย้้อม นำเปลืือกประดู่่ต้้มในน้้ำ ใช้้ระยะเวลาประมาณ ๑–๔ ชั่่�วโมง เพื่่�อสกััดเอาน้้ำสีีกรอง เอาเปลืือกและสิ่่�งสกปรกออกให้้หมด จะได้้น้้ำสีีส้้มหรืือค่่อนไปทางสีีแดง เติิมน้้ำด่่างและเกลืือในน้้ำสีี เพื่่�อช่่วยในการติิดสีี ๓. การย้้อมสีีนำเส้้นใยฝ้้ายที่่�ผ่่านการทำความสะอาด ลงต้้มในหม้้อน้้ำย้้อมสีีเปลืือกประดู่่เป็็นระยะเวลา ๑ ชั่่�วโมง พลิิกกลัับเส้้นใยในภาชนะ ให้้เส้้นใยสััมผััสน้้ำย้้อมอย่่างสม่่ำเสมอ กระตุุกเส้้นใยให้้เรีียงตััว นำเส้้นใย ผึ่่�งลมให้้แห้้ง ๑ คืืน ๔. การปรัับเฉดสีีด้้วยสารย้้อมสีี (สารส้้ม สนิิมเหล็็ก และจุุนสีี) เติิมสารช่่วยติิดสีี ทั้้�ง ๓ ประเภทในน้้ำเปล่่านำ เส้้นใยที่่�ผ่่านการย้้อมและผึ่่�งลมแห้้งแล้้วนั้้�นลงแช่่ในสารช่่วยติิดสีีแต่่ละประเภทนาน ๑ ชั่่�วโมง ๕. การทำความสะอาดเส้้นใย นำเส้น้ ใยไปล้้างน้้ำสะอาด จนน้้ำไม่มี่ น้้ ีำสีย้ี้อมปะปน บิิดเส้น้ ใยให้้แห้้ง กระตุุกเส้น้ ใย ให้้เรีียงตััว แล้้วนำลมให้้แห้้งอีีกครั้้�ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 98
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดราชบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ โมกมััน โมกมัน ั จัังหวััดราชบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดเล็็ก สููงได้ถึ้ึง ๑๕ เมตร กิ่่�งอ่่อนเกลี้้�ยงหรืือมีขนี ประปราย มีรููีอากาศมาก เปลืือกสีีเทาหรืือสีน้้ ีำตาลอ่่อน เปลืือกด้้านในมีีน้้ำยางขาว ใบเดีียวเรีียงตรงข้้ามสลัับตั้้�งฉาก รููปรีี กว้้าง ๓–๔ เซนติิเมตร ยาว ๘–๑๐ เซนติิเมตร ปลายแหลมหรืือเรีียวแหลม โคนสอบ ขอบเรีียบ แผ่น่ ในบางคล้้ายกระดาษ ผิวด้ิ ้านบนมีขนีเฉพาะที่่�เส้น้กลางใบหรืือมีขนทั่่ ีว�ไป ด้้านล่่างมีีขนที่่�เส้้นกลางใบ และเส้้นแขนงใบถึึงมีีขนทั่่�วไป เส้้นแขนงใบข้้างละ ๘–๑๒ เส้้น ก้้านใบยาว ๓–๔ มิิลลิิเมตร มีขนสั้้ ี นนุ่่�มประปราย ช่่อดอกแบบช่่อกระจุุกออกที่่�ปลายกิ่่�ง ยาว ๓–๖ เซนติิเมตร ดอกสีขีาวหรืือสีีชมพููรููปกรวย ก้้านช่่อดอก และก้้านดอกย่่อยมีีขนสั้้�นนุ่่มประปรายถึึงหนาแน่่น กลีีบเลี้้�ยง ๕ กลีีบ รููปไข่่ กว้้าง ๒–๓ มิิลลิิเมตร ยาว ๒.๕–๕ มิิลลิิเมตร ปลายมนถึึงกลม มีีขนสั้้�นนุ่่มประปรายถึึงหนาแน่่น กลีีบดอก ๕ กลีีบ โคนเชื่่�อมติิดกััน เป็็นหลอดยาว ๔–๕ มิิลลิิเมตร ปลายแยกเป็็นแฉกรููปรีี รููปรีีแกมรููปไข่่กลัับ หรืือรููปไข่่กลัับ กว้้าง ๔–๖ มิิลลิิเมตร ยาว ๐.๘–๑.๒ เซนติิเมตร ปลายมน ปลายหลอดกลีีบดอกด้้านนอก มีีขนสั้้�นนุ่่ม ด้้านในเกลี้้�ยงถึึงมีีขนละเอีียด กระบัังรอบที่่�ติิดตรงข้้ามกลีีบดอกยาว ๓.๕–๕ มิิลลิิเมตร ติิดแนบเกืือบตลอดความยาว ปลายจัักซี่่�ฟััน กระบัังรอบที่่�ติิดสลัับกัับกลีีบดอกยาว ๑.๕–๓ มิิลลิิเมตร รููปแถบ ปลายแยกเป็็น ๒ แฉก เกสรเพศผู้้ติิดบนหลอดกลีีบดอก โผล่่พ้้นปากหลอด อัับเรณููรููปหััวลููกศร มีีขนสั้้�นนุ่่มที่่�ด้้านนอก รัังไข่่ อยู่เห่นืือวงกลีีบ คาร์์เพลเชื่่�อม ๒ อันั ผลแบบผลแตกแนวเดีียว เป็นฝั็ ักคู่เ่ชื่่�อมติิดกันัรููปร่่างเกืือบตรง ห้้อยลง กว้้าง ๑.๒–๑.๕ เซนติิเมตร ยาว ๖.๕–๓๐ เซนติิเมตร ผิิวฝัักเกลี้้�ยง ไม่่มีีรููอากาศ เมล็็ดรููปแถบกว้้าง ๑.๕–๒.๕ มิิลลิิเมตร ยาว ๑.๒–๑.๕ เซนติิเมตร มีีกระจุุกขนที่่�ปลายด้้านหนึ่่�ง กระจุุกขนยาว ๒–๔ มิิลลิิเมตร พบตามป่่าผลััดใบ ป่่าเบญจพรรณ ป่่าดิิบแล้้ง ที่่�ความสููงจากระดัับน้้ำทะเลถึึง ๒๘๐ เมตร ออกดอกราวเดืือนเมษายนถึึงสิิงหาคม ติิดผลราวเดืือนสิิงหาคม – ธัันวาคม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 99
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เส้้นไหมย้้อมสีีจากใบโมกมััน ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. นำใบของต้้นโมกมัันแช่่น้้ำ โดยใช้้สััดส่่วนใบโมกมััน ๒๐ กิิโลกรััมต่่อน้้ำสะอาด ๑๐ ลิิตร ๒. น้้ำใบโมกมัันไปต้้มในสััดส่่วน ๒๐ กิิโลกรััม ต่่อน้้ำสะอาด ๑๐ ลิิตร โดยใช้้ไฟอ่่อน ระยะเวลาประมาณ ๒–๓ ชั่่�วโมง ๓. นำน้้ำสีีที่่�ได้้จากการต้้มใบโมกมัันมากรองโดยผ้้าขาวบาง ๔. นำสีีที่่�ได้้จากการกรองมาต้้มอีีกครั้้�ง และใช้้ย้้อมสีีเส้้นไหม ๕. หลัังจากย้้อมสีีเส้้นไหมเสร็็จ สามารถนำสีีที่่�ได้้ไปย้้อมเสื้้�อและผ้้าพัันคอ โดยใช้้เทคนิิคการมััดย้้อมและใช้้วััสดุุ ให้้สีีจากธรรมชาติิเพิ่่�มเติิม โดยใช้้ไม้้ฝางนำมาต้้มให้้สีีแดง/ชั่่�วโมงพูู การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 100
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดลพบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ พิิกุุล พิกุุ ิ ล จัังหวััดลพบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สููง ๑๐–๒๕ เมตร ไม่่ผลััดใบ เรืือนยอดเป็นพุ่่ ็มทรงกลมรููปเจดีย์ี์หรืือกลมทึึบ ใบดก ออกหนาแน่น่ เปลืือกต้นสี้ น้้ ีำตาลอมเทา แตกเป็นร่็ ่องตามแนว ยาว ทั้้�งต้้นมีีน้้ำยางสีีขาว กิ่่�งอ่่อนและตามีีขนสีีน้้ำตาลปกคลุุม ใบเดี่่�ยว เรีียงสลัับกัันห่่าง ๆ ใบรููปไข่่ รููปรีี หรืือรููปขอบขนาน ใบกว้้าง ๒–๖.๕ เซนติิเมตร ยาว ๕–๑๕ เซนติิเมตร ก้้านใบยาว ๔–๖ เซนติิเมตร โคนใบมน ปลายใบแหลม เป็นติ่่ ็ �งสั้้น� ๆ ขอบใบ เรีียบและเป็็นคลื่่�นเล็็กน้้อย แผ่่นใบค่่อนข้้างหนาและเหนีียว สีีเขีียวสด เรีียบเป็็นมััน หููใบรููปเรีียวแคบ ยาว ๓–๕ มิิลลิิเมตร ร่ว่งง่่าย ดอกออกเดี่่�ยว ๆ หรืือเป็น็กระจุุก ๒–๖ ดอก ตามซอกใบ ใกล้้ปลายกิ่่�ง ดอกมีีกลิ่่�นหอม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 101
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ น้ำ ำมัันนวดสมุุนไพร ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต แก่่น ดอก ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์น้ำ ำมัันนวดสมุุนไพร ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ พิิมเสนน้ำ ำ ว่่านสีีเหลืือง ๑. นำน้้ำมัันงามาหุุงกัับสมุุนไพรสด ได้้แก่่ ผัักเสี้้�ยนผีี แมงลัักคา พญายอ โดยใช้้ไฟอ่่อน ๆ ๓๐ นาทีี และทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน จึึงนำใส่่ภาชนะปิิดฝาให้้มิิดชิิดทิ้้�งไว้้ ๖–๘ เดืือน ๒. นำน้้ำมัันระกำมาหุุงกัับว่่านเอ็็นเหลืือง ไพร และสมุุนไพรรสร้้อนอื่่�น ๆ ใช้้ไฟอ่่อน ๆ ๓๐ นาทีี และทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน จึึงนำใส่่ภาชนะปิิดฝามิิดชิิดทิ้้�งไว้้ ๖–๘ เดืือน ๓. นำน้้ำมัันแก้้วมาหุุงกัับใบ–ดอกพิิกุุล มะลิิ ใบแก้้วผัักแพว คาดหััวแหวน ใช้้ไฟอ่่อน ๆ ๓๐ นาทีีและทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน จึึงนำใส่่ภาชนะปิิดฝามิิดชิิดทิ้้�งไว้้ ๖ ถึึง ๘ เดืือน ๔. นำน้้ำมัันงาสกััดกลิ่่�นหอมระเหยข้้อที่่� ๑ น้้ำมัันระกำข้้อที่่� ๒ และน้้ำมัันแก้้วข้้อที่่� ๓ ที่่�ครบกำหนดแล้้ว มาหุุงให้้ น้้ำมัันร้้อน โดยแยกกัันหุุง นำน้้ำมัันแต่่ละชนิิดมากรอง (แยกกััน) ในผ้้าดิิบ แขวนทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน เมื่่�อผ่่านไปแล้้ว ตามเวลาที่่�ต้้องการ นำน้้ำมัันงาสกััดกลิ่่�นมาตั้้�งไฟให้้พอร้้อนแล้้วใส่่การบููรตามด้้วยพิิมเสนและเกล็็ดสะระแหน่่ ให้ปิ้ ิดไฟแล้ว้เทน้้ำมันัระกำสกััดสมุนุไพรพร้้อมน้้ำมันัแก้ว้สกััดกลิ่่น�หอมระเหยลงไป คนให้้เข้้ากันั และปิิดฝาหม้้อ ทัันทีี เมื่่�อผสมรวมกัันแล้้วให้้ทิ้้�งไว้้อีีก ๓–๕ คืืน ครบกำหนดจึึงนำมากรองด้้วยผ้้าดิิบและเก็็บใส่่ภาชนะโลหะ หรืือขวดแก้้ว สามารถนำไปใช้้ได้้ทัันทีี ๑. นำน้้ำมัันงามาหุุงกัับว่่านกระดููกไก่่ดำ เสลดพัังพอน และสมุุนไพรรสเย็็นอื่่�น ๆ สมุุนไพรดัับพิิษแมลงกััดต่่อย แบบสด ใช้้ไฟอ่่อน ๆ ๓๐ นาทีี และทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน จึึงนำใส่่ภาชนะปิิดฝาให้้มิิดชิิดทิ้้�งไว้้ ๖–๘ เดืือน ๒. นำน้้ำมัันแก้้วมาหุุงกัับดอกพิิกุุลและเกสรทั้้�ง ๙ (แบบแห้้ง) ใบพิิกุุล ใบแก้้ว แบบสด ๆ ใช้้ไฟอ่่อน ๆ ๓๐ นาทีี และทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน จึึงนำใส่่ภาชนะปิิดฝาให้้มิิดชิิดทิ้้�งไว้้ ๖–๘ เดืือน ๓. เมื่่�อถึึงกำหนดเวลา นำน้้ำมัันงาสกััดสมุุนไพรข้้อที่่� ๑ น้้ำมัันแก้้วสกััดกลิ่่�นหอมระเหยข้้อที่่� ๒ มาหุุง เคี่่�ยวให้้น้้ำมัันร้้อน (แยกกััน) นำน้้ำมัันมากรองในผ้้าดิิบแขวนทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน ๔. นำน้้ำมันังาสกััดสมุนุไพรมาตั้้�งไฟให้พ้อร้้อนและใส่ว่าสลีนีพาราฟินิ การบููร ตามด้ว้ยพิิมเสน และเกล็็ดสะระแหน่่ ให้ปิ้ ิดไฟแล้ว้เทน้้ำมันัแก้วที่่ ้ผ่�่านการสกััดกลิ่่น�หอมระเหย ลงไปในภาชนะที่่�บรรจุนุ้้ำมันังา แล้ว้คนให้้เข้้ากันั ปิิด ฝาหม้้อทัันทีี นำน้้ำมัันสมุุนไพรที่่�ผสมเสร็็จแล้้วเทใส่่ขวดแก้้ว ยัังไม่่ต้้องปิิดฝา ระบายความร้้อนทิ้้�งไว้้ ๕ ชั่่�วโมง เมื่่�อถึึงเวลาให้้ปิิดฝาพร้้อมเช็็ดทำความสะอาด ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ๑. นำน้้ำมันัแก้ว้สกััดว่่านเอ็น็เหลืือง ว่่านนางคำ เปลืือกสมุุลแว้้ง แก่นพิ่กุิุล ดอกพิกุิุล โกฐหัวบัวั โกฐสอ (แบบแห้้ง) ตั้้�งไฟอ่่อน ๆ ๓๐ นาทีีและทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน ปิิดฝาให้้มิิดชิิดทิ้้�งไว้้ ๒ เดืือน ๒. นำน้้ำมัันแก้้วสกััดกลิ่่�นหอมระเหยข้้อที่่� ๑ ตั้้�งไฟอ่่อน ๆ ๑๐ นาทีี ปิิดฝาไว้้ ๑๐ นาทีี แล้้วนำเครื่่�องหอมระเหย การบููร พิิมเสน เกล็็ดสะระแหน่่ ใส่่ลงไป คนเครื่่�องหอมให้้ละลายเข้้ากััน กรองด้้วยผ้้าดิิบทัันทีี และทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน จึึงนำบรรจุุในขวดแก้้วที่่�เตรีียมไว้้ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 102
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดลำำ ปาง ชื่่�อต้้นไม้้ ขะจาว ขะจาว จัังหวััดลำำ�ปาง ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้น ผลััดใบสููง ๑๕–๓๐ เมตร ลำต้้นมัักแตก ง่่ามใกล้้โคนต้้นเปลืือกสีีน้้ำตาลอมเทามีีช่่องอากาศกระจาย ใบเดี่่�ยว เรีียงสลัับ รููปรีี หรืือรููปไข่่กลัับแกมรููปขอบขนาน กว้้าง ๔–๙ เซนติิเมตร ยาว ๗–๑๔ เซนติิเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน เบี้้�ยว ขอบเรีียบหรืือเป็็นจัักฟัันเลื่่�อยห่่าง ๆ ช่่อดอก แบบช่่อกระจุุก ออกสั้้น� ๆ ตามซอกใบ ยาว ๐.๘–๑.๕ เซนติิเมตร กลีีบรวม ๕–๖ กลีีบมีีขน เกสรเพศผู้้ ๓–๙ อััน รัังไข่่อยู่่เหนืือ วงกลีีบ มีีก้้านสั้้�น ๆ ยอดเกสรเพศเมีียแยกเป็็น ๒ แฉก ผลรููปรีีแบน มีีปีีกบางล้้อมรอบ กว้้าง ๐.๘–๑.๔ เซนติิเมตร ยาว ๑.๓–๒ เซนติิเมตร ก้้านเกสรเพศเมีีย ๒ อันัติิดทนขยายพัันธุ์์ โดยเมล็็ด ขึ้้�นในป่่าเบญจพรรณแล้้งและป่่าดิิบแล้้ง พบแทบทุุก ภาคของประเทศไทย ออกดอกเดืือน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 103
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผลิิตภััณฑ์์ผ้้า ECO PRINT แบบทุุบ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ดอก ๑. นำผ้้าทอธรรมชาติิไปซัักด้้วยสบู่่อ่่อน ๆ ก่่อน เพื่่�อขจััดไขมัันที่่�ค้้างอยู่่บนผ้้า ๒. ต้้มน้้ำแล้้วใส่่สารส้้มลงไปประมาณ ๑ กำมืือ คนให้้ละลายแล้้วใส่่ผ้้าลงไปต้้มเป็็นระยะเวลา ๓๐ นาทีี จากนั้้�น นำผ้้าไปตากให้้แห้้ง ๓. นำใบของต้นข้ะจาว และดอกไม้้/ใบไม้้แบบอื่่น� ๆ ที่่�จะช่ว่ยสร้้างสีสัีนัให้กั้ับผ้้า แช่่ในนำสนิิมประมาณครึ่่�งชั่่ว�โมง และยกออกพัักไว้้ให้้สะเด็็ดน้้ำ (การแช่่น้้ำสนิิมจะช่่วยขัับสีีย้้อมให้้ชััดขึ้้�น) ๔. นำใบต้้นขะจาว และดอกไม้้ที่่�จะใช้้มาวางจััดเรีียงลงบนผ้้าตามแบบที่่�ต้้องการ หรืือตามแบบที่่�ได้้ออกแบบ ลวดลายไว้้ ๕. จากนั้้�นนำแผ่่นพลาสติิกมาคลุุมทัับผ้้า หรืือจะพัับทบผ้้าก็็ได้้หากอยากได้้ลวดลายแบบสลัับข้้างกััน ๖. ใช้้ค้้อนหรืือไม้้ทุุบใบขะจาว และดอกไม้้ที่่�วางเรีียงไว้้ หากไม่่แน่่ใจว่่าสีีติิดผ้้าหรืือไม่่สามารถเปิิดดููได้้แล้้วทุุบ ใบไม้้ต่่อ หากไม่่สะดวกทุุบสามารถใช้้วััตถุุทรงกระบอกกลิ้้�งลงบนใบไม้้ ดอกไม้้จนช้้ำก็็ได้้ ๗. เมื่่�อทุุบเสร็็จแล้้วให้้แกะเศษใบไม้้ และดอกไม้้ออก จากนั้้�นนำไปผึ่่�งให้้แห้้ง ๘. เมื่่�อผ้้าแห้้งดีีแล้้วให้้นำไปแช่่ในน้้ำเกลืือ เพื่่�อฟิิกซ์์สีีหรืือป้้องกัันสีีตกเป็็นเวลา ๑ ชั่่�วโมง (อััตราส่่วน น้้ำ ๑ ลิิตร ต่่อเกลืือ ๑ ช้้อนโต๊๊ะ) ๙. เมื่่�อครบ ๑ ชั่่�วโมง ให้้ล้้างผ้้าในน้้ำเปล่่าแล้้วนำไปผึ่่�งในร่่มให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 104
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดลำพูำูน ชื่่�อต้้นไม้้ จามจุุรีี (ก้้ามปููแดง) จามจุุรีี (ก้้ามปููแดง) จัังหวััดลำำ�พููน ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดใหญ่่ สููง ๑๐–๒๕ เมตร มีีกิ่่�งก้้าน สาขามาก เปลืือกสีีดำหรืือสีีเทาแตกล่่อนเป็น็สะเก็็ด มีีใบขนาด เล็็กและผลััดใบเก่่ง ใบประกอบแบบขนนกสองชั้้�นเรีียงสลัับ ใบประกอบย่่อย ๒–๕ คู่่มีีต่่อมใต้้ระหว่่างใบประกอบย่่อย ใบย่่อยมีี ๓–๖ คู่่รููปรีี รููปไข่่ หรืือรููปสี่่�เหลี่่�ยมขนมเปีียกปููนเบี้้�ยว กว้้าง ๐.๗–๓ เซนติิเมตร ยาว ๑.๕–๖ เซนติิเมตร ดอกเล็็ก สีีชมพููออกช่่อกระจุุกบนก้้านช่่อเชิิงหลั่่�น ช่่อกลางดอกมีี ขนาดใหญ่่กว่่าช่่อข้้าง ๆ เล็็กน้้อย มีีผลเป็็นฝััก ยาว ๑๕–๒๐ เซนติิเมตร เมล็็ดแข็็ง ฝัักละ ๑๕–๒๕ เมล็็ด รููปรีียาวประมาณ ๑ เซนติิเมตร ผลมีีเนื้้�อสีีชมพููรสหวาน สััตว์์เคี้้�ยวเอื้้�องชอบกิิน เป็็นอาหาร ต้้นจามจุุรีีมีีอายุุยืืนได้้นัับร้้อย ๆ ปีี การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 105
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อม/ผ้้าเช็็ดหน้้า/ผ้้าผืืนที่่�ย้้อมจาก ต้้นจามจุุรีี ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ การทำผ้้ามััดย้้อม ๑. การทำความสะอาดเส้้นฝ้้ายเพื่่�อกำจััดสิ่่�งสกปรกที่่�ติิดมากัับเส้้นฝ้้าย รวมทั้้�งสารที่่�เกาะเคลืือบเส้้นใยฝ้้าย อยู่่ซึ่่�งจะทำให้้การย้้อมติิดสีีของเส้้นฝ้้ายไม่่ดีีเท่่าที่่�ควร จึึงจำเป็็นต้้องทำความสะอาดเส้้นฝ้้ายก่่อนเสมอ การทำความสะอาดสามารถเลืือกใช้้ได้้ทั้้�งสบู่่ และผงซัักฟอก ๒. การย้้อมเส้้นฝ้้ายด้้วยใบต้้นจามจุุรีี ๒.๑ นำใบจามจุรีุีสดเด็็ดออกเป็น็ ใบ ๆ แล้วน้ ำมาต้้มน้้ำในน้้ำสะอาดตามอััตราส่วน่ (เส้นฝ้้ ้าย ๑ กิิโลกรััม ต่่อ ใบ ๔ กิิโลกรััม ต่่อ น้้ำ ๑๐ ลิิตร) จนเดืือดนาน ๑ ชั่่�วโมง (กรณีีใช้้เปลืือกต้้นจามจุุรีี ให้้เลืือกเปลืือกของต้้น ที่่�มีีอายุุมาก ประมาณ ๕ ปีีขึ้้�นไป ตััดเป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ แล้้วแช่่น้้ำไว้้ ๑ คืืน ก่่อนที่่�จะนำมาต้้ม) ๒.๒ ตัักใบจามจุุรีีออก กรองเอาเฉพาะน้้ำ ให้้เหลืือแต่่น้้ำสีี (น้้ำย้้อม) ถ้้าปริิมาณน้้ำย้้อมเหลืือไม่่เท่่าเดิิม ก็็เติิมน้้ำสะอาดให้้ได้้ปริิมาตรเท่่าเดิิม ๒.๓ นำน้้ำย้้อมตามอััตราส่่วนต่่อเส้้นฝ้้าย (เส้้นฝ้้าย ๑ กิิโลกรััม ต่่อ น้้ำย้้อม ๑๐ ลิิตร) มาต้้มให้้ร้้อนประมาณ ๗๐ องศาเซลเซีียส สัังเกตว่่ามีีควัันขาวขึ้้�น ๒.๔ น้้ำเส้นฝ้้ ้ายมาชุุบน้้ำ บิิดพอหมาดลงต้้มย้้อมนาน ๑ ชั่่ว�โมง ระหว่่างการย้้อมต้้องพยายามรัักษาอุุณหภููมิิ (ความร้้อน) ให้้คงที่่� และคนพลิิกเส้้นฝ้้ายอย่่างสม่่ำเสมอ ๒.๕ นำเส้้นฝ้้ายขึ้้�น บิิดพอหมาด กระตุุกให้้เส้้นฝ้้ายคลายตััว ๒.๖ ละลายสารช่่วยย้้อม (มอร์์แดนท์์) ในน้้ำสะอาดตามอััตราส่่วน ๒.๗ ต้้มน้้ำสารช่่วยย้้อม (มอร์์แดนท์์) ให้้อุ่่นประมาณ ๕๐ องศาเซลเซีียส นำเส้้นฝ้้ายที่่�บิิดพอหมาดลงย้้อม นานประมาณ ๓๐ นาทีี ระหว่่างย้้อมต้้องคนพลิิกเส้้นฝ้้ายอย่่างสม่่ำเสมอ โดยมอร์์แดนท์์ ที่่�ใช้้ ได้้แก่่ สารส้้ม น้้ำปููนใส/ปููนขาว น้้ำสนิิมเหล็็ก ซึ่่�งสีีที่่�ได้้จากสารส้้มจะเป็็นสีีเหลืืองสว่่าง สีีที่่�ได้้จากน้้ำปููนใส/ ปููนขาวจะเป็็นสีีเหลืืองออกน้้ำตาล และสีีที่่�ได้้จากน้้ำสนิิมเหล็็กจะเป็็นสีีเหลืืองอมเทา/อมเขีียว ๒.๘ ผึ่่�งในที่่�ร่่มทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน หรืือประมาณ ๑๒ ชั่่�วโมง ๒.๙ นำเส้้นฝ้้ายไปซัักด้้วยน้้ำเปล่่าจนสะอาด บิิดพอหมาด ๒.๑๐ ผึ่่�งในที่่�ร่่มจนแห้้ง แล้้วนำไปทอต่่อไป ๒.๑๑ สำหรัับการมััดย้้อมผ้้าเช็็ดหน้้า/ผ้้ามััดย้้อม ให้้ใช้ก้้ ้อนหินิ ไม้้ไอศกรีีม หรืืออุุปกรณ์อื่่์น� ๆ และหนัังยางช่ว่ย มััดผ้้าเป็น็ลวดลายต่่าง ๆ แล้วน้ ำไปย้้อมเช่น่เดีียวกัับการย้้อมเส้นฝ้้ ้าย เมื่่�อย้้อมตามขั้้น�ตอนเสร็็จเรีียบร้้อยแล้ว้ จะได้้ผ้้าเช็็ดหน้้า/ผ้้ามััดย้้อมที่่�มีีลวดลายต่่าง ๆ ตามความต้้องการ ใบ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 106
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดจัังหวััดเลย ชื่่�อต้้นไม้้ สนสามใบ สนสามใบ จัังหวััดเลย ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลางถึึงขนาดใหญ่่ มีีความสููงของต้น้ ประมาณ ๑๐–๓๐ เมตร วััดรอบได้้ประมาณ ๓๐–๔๐ เมตร ลำต้น้ เปลาตรง เรืือนยอดแตกออกเป็็นพุ่่มกลม เปลืือกต้้นแตกล่่อน เป็็นสะเก็็ดตื้้�น ๆ รููปตาข่่าย เปลืือกต้้นเป็็นสีีน้้ำตาลแกมสีีชมพูู ขยายพัันธุ์์ด้ว้ยวิธีิีการเพาะเมล็็ด เจริิญเติิบโตได้ดี้ีในดินร่ิวน่หรืือ ดิินร่่วนปนทราย มีีถิ่่�นกำเนิิดในประเทศเมีียนมาและมีีเขต การกระจายพัันธุ์์ในอิินเดีียจนถึึงอิินโดนีีเซีีย เมีียนมามาเลเซีีย ฟิิลิิปปิินส์์ มัักพบขึ้้�นเป็็นกลุ่่ม ๆ บนเขาหรืือตามเนิินเขา ที่่�ความสููงจากระดัับน้้ำทะเลตั้้�งแต่่ ๑,๐๐๐–๑,๖๐๐ เมตร ในประเทศไทยพบขึ้้�นได้้เป็็นกลุ่่ม ๆ ทางภาคเหนืือ ภาคกลาง และภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือ ตามป่่าสนเขาที่่�ความสููงจาก ระดัับน้้ำทะเลประมาณ ๘๐๐–๑,๖๐๐ เมตร ใบสนสามใบ ใบ มีีขนาดเล็็กยาวเรีียว ออกเป็็นกระจุุก กระจุุกละ ๓ ใบ ลัักษณะ เป็็นรููปเข็็ม เรีียงสลัับ มีีความยาวประมาณ ๑๐–๒๕ เซนติิเมตร ส่่วนขอบใบหยัักเป็็นฟัันเลื่่�อยละเอีียด ออกดอกเป็็นช่่อ ดอก เพศผู้้ออกเป็็นช่่อสีีเหลืืองแบบหางกระรอก โดยจะออกใกล้้ ๆ กัับปลายกิ่่�ง ช่่อหนึ่่�งยาวได้้ประมาณ ๒–๔ เซนติิเมตร ส่่วนดอก เพศเมีียออกดอกเดี่่�ยวหรืืออย่่างมากจะออกไม่่เกิิน ๓ ดอก โดย จะออกตามกิ่่�ง ออกดอกในช่่วงเดืือนพฤศจิิกายน –มกราคม ผลเป็็นโคน มีีลัักษณะเป็็นก้้อนแข็็ง โคนป้้อมปลายสอบ มีีขนาด กว้้างประมาณ ๕–๘ เซนติิเมตร ผลเมื่่�อแก่่จะแยกออกเป็็นกลีีบ แข็็ง แต่่บริิเวณโคนกลีีบยัังคงติิดอยู่่กัับแกนกลางของผล ภายใน มีีเมล็็ดรููปรีีมีีครีีบบาง ๆ ซึ่่�งยาวกว่่าเมล็็ดสี่่�เท่่า ส่่วนก้้านผล ยาวได้้ประมาณ ๐.๕ เซนติิเมตร โดยจะติิดผลในช่่วงเดืือน ธัันวาคม – มีีนาคม 107 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าฝ้้ายมััดย้้อม / ผ้้าทอมืือ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ เปลืือก ใบ ขั้้�นตอนการผลิิต ๑. เตรีียมวััสดุุอุุปกรณ์์ ได้้แก่่ หม้้อต้้ม เตาไฟ ฟืืน ถัังน้้ำสำหรัับย้้อมสีีผ้้า กะละมัังสำหรัับการล้้างผ้้า ไม้้ทุุบผ้้า ห่่วงคล้้องผ้้า เครื่่�องชั่่�งส่่วนผสม เตาแก๊๊ส เชืือกฟาง ๒. เตรีียมส่่วนผสมในการย้้อมสีีผ้้า ได้้แก่่ เปลืือกสนสามใบได้้สีีน้้ำตาล และใบสนสามใบได้้สีีเขีียวและสีีเหลืือง น้้ำส้้มสายชููปููนขาว สารส้้ม สำหรัับตััวช่่วยจัับสีี ๓. เตรีียมอุุปกรณ์์ สำหรัับการมััดย้้อม ได้้แก่่ ผ้้าฝ้้าย เข้้ม ด้้าย กรรไกร ดิินสอ ยางลบ ๑. ทำความสะอาดผ้้าที่่�ต้้องการมััดย้้อม แล้้วผึ่่�งลมให้้แห้้ง ๒. ออกแบบลวดลายตามต้้องการ ใช้้เข็็มกัับด้้ายเนาตามรอย แล้้วรููด มััด ให้้แน่่น เพื่่�อเวลานำไปย้้อมสีี สีีจะได้้ ไม่่ซึึมเข้้าไปในส่่วนที่่�เราต้้องการให้้เห็็นลายชััดเจนขึ้้�น ๓. ให้น้ำผ้้าที่่มั�ัดเสร็็จไปแช่่ในน้้ำเปล่่า เพื่่�อให้้เส้น้ ใยอิ่่�มตัวด้ัว้ยน้้ำ หลัังจากนั้้นบิ�ิดให้้หมาด ๆ นำลงแช่่ในน้้ำมอร์์แดนท์์ ตััวช่่วยจัับสีี (น้้ำส้้มสายชููปููนขาว สารส้้ม) ๓๐ นาทีี บิิดให้้หมาด ๔. นำผ้้าลงย้้อม ในน้้ำสีีที่่�ต้้มสกััดสีีจากเปลืือก ใบของสนสามใบ แช่่ทั้้�งไว้้ ๓๐ นาทีี ๕. นำผ้้าขึ้้�นมาพัักไว้้ให้้เย็็น แล้้วนำไปล้้างด้้วยน้้ำเปล่่าให้้สะอาด ๖. แกะปมด้้ายที่่�รููด เนา มััด ออกให้้หมด ๗. นำไปล้้างน้้ำเปล่่าให้้สะอาดอีีกรอบ แช่่น้้ำยาฟิิกส์์สีี ๓๐ นาทีี ๘. บิิดให้้หมาดแล้้วผึ่่�งลมให้้แห้้ง เสร็็จวิิธีีการมััดย้้อมด้้วยเปลืือก ใบ สนสามใบ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 108
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดศรีีสะเกษ ชื่่�อต้้นไม้้ ลำำดวน ลำำ�ดวน จัังหวััดศรีีสะเกษ ลัักษณะต้้นไม้้ มีีแหล่่งกำเนิิดในเอเชีียตะวัันออกเฉีียงใต้้ จััดเป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดเล็็กไม่่ผลััดใบ มีีความสููงของต้้นประมาณ ๑๐–๑๕ เมตร ลำต้น้ตรง แตกกิ่่�งใบจำนวนมาก เรืือนยอดเป็นพุ่่ ็มกลมหรืือเป็นพุ่่ ็มเป็นรูู็ ปกรวยคว่่ำ เปลืือกต้น้เรีียบเป็นสี็ ีเทา เมื่่�อลำต้้นแก่่เปลืือกต้้นจะเป็็นสีีน้้ำตาลอมดำ มีีรอยแตกตามแนวยาวของลำต้้น ส่่วนกิ่่�งอ่่อนเป็็นสีีเขีียวสด ยอดอ่่อนและ ใบอ่่อนเป็็นสีีแดง ขยายพัันธุ์์ด้้วยวิิธีีการเพาะเมล็็ดและวิิธีีการตอนกิ่่�ง เจริิญเติิบโตได้้ดีีในดิินร่่วนซุุย ชอบความชื้้�นสููง และ แสงแดดแบบเต็็มวัันถึึงครึ่่�งวััน ชอบขึ้้น�ในที่่�โล่่งและมีีแสงแดด พบได้้ตามป่่าเบญจพรรณ ป่่าดิิบแล้้งทางภาคตะวัันออก และ ภาคกลาง และพบได้้มากในจัังหวััดศรีีสะเกษ เนื่่�องจากต้้นลำดวนเป็็นต้้นไม้้ประจำจัังหวััดศรีีสะเกษ ใบลำดวน ใบเป็น็ ใบเดี่่�ยว ออกเรีียงสลัับ ลัักษณะของใบเป็นรูู็ ปไข่่หรืือรููปขอบขนาน ปลายใบและโคนใบแหลมหรืือ สอบ ส่วนข่ อบใบเรีียบ แผ่น่ ใบเป็นสี็ ีเขีียวเข้้มเป็นมั็นัผิวิใบเกลี้้�ยงทั้้�งสองด้้าน ผิวิใบด้้านบนเป็นมั็นัส่วนด้่ ้านล่่างมีสีอ่ี่อนกว่่า เส้น้กลางใบเป็นสี็ ีออกเหลืืองนููนเด่นทั้้ ่ �งสองด้้าน ออกดอกเดี่่�ยวหรืือออกเป็นช่็ ่อแบบกระจุุกประมาณ ๒–๓ ดอก โดยจะออก ตามซอกใบหรืือปลายกิ่่�ง ดอกเป็นสี็ ีเหลืืองนวล มีีกลิ่่น�หอม ลัักษณะเป็นรูู็ ปไข่ป้่ ้อมถึึงรููปเกืือบกลม ปลายกลีีบแหลม โคนกลีีบ กว้้าง ดอกมีีกลีีบ ๖ กลีีบ กลีีบดอกหนาแข็็ง สีีเขีียวปนเปลืือง และมีขนี แยกเป็น็ ๒ วง ชั้้นน�อกมีี ๓ กลีีบ กลีีบแผ่่แบน ลัักษณะ ของกลีีบเป็็นรููปสามเหลี่่�ยมขนาดใหญ่่กว่่ากลีีบดอกวงใน ปลายกลีีบแหลม โคนกลีีบกว้้าง ส่่วนกลีีบดอกชั้้�นในงุ้้มเข้้าหากััน ลัักษณะเป็็นรููปโดม มีีขนาดเล็็กกว่่า แต่่จะหนาและโค้้งกว่่ากลีีบชั้้�นนอก ดอกมีีขนาดเส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๒–๒.๕ เซนติิเมตร ดอกมีีเกสรเพศผู้้ขนาดเล็็ก เกสรเพศผู้้และรัังไข่มี่ ีจำนวนมากอยู่บ่นฐานสั้้น� ๆ รัังไข่่ไม่มี่ขนีส่วน่กลีีบเลี้้�ยงมีขนีาดเล็็ก มีีด้้วยกััน ๓ กลีีบ ลัักษณะของกลีีบเลี้้�ยงเป็็นรููปเกืือบกลม ปลายกลีีบมนเกลี้้�ยงหรืือมีีขนประปราย โดยจะออกดอกในช่่วง เดืือนพฤศจิิกายนถึึงเดืือนมกราคม และแต่่ละต้น้จะมีช่ีว่งที่่�ดอกบานอยู่ประมาณ ๑๕ วัั่น ผลเป็น็ผลสดแบบมีีเนื้้�อ ออกผลเป็น็ กลุ่่ม มีีผลย่่อยประมาณ ๑๕–๒๗ ผล ลัักษณะของผลเป็็นรููปทรงกลมรีี รููปไข่่ หรืือรููปกลม ผลอ่่อนเป็็นสีีเขีียว เมื่่�อแก่่แล้้ว จะเปลี่่�ยนเป็็นสีีแดง และผลสุุกมีีสีีน้้ำเงิินดำ มีีคราบขาว ภายในผลมีีเมล็็ดประมาณ ๑–๒ เมล็็ด ใช้้รัับประทานได้้ โดยจะมีี รสหวานอมเปรี้้�ยว โดยจะติิดผลในช่่วงเดืือนมกราคม – มีีนาคม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 109
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าศรีลำี ำดวน และสีีผงจากต้้นลำำดวน ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. ทำความสะอาดใบลำดวน ตากให้้แห้้งด้้วยแสงอาทิิตย์์ หรืืออบในตู้้อบลมร้้อน หรืืออบในตู้้อบพลัังงาน แสงอาทิิตย์์ ๒. บดใบลำดวนด้้วยเครื่่�องบดสมุุนไพรจะได้้สีีผงจากใบลำดวน ๓. เตรีียมน้้ำย้้อมใบลำดวนตามอััตราส่วนที่่ ่ �กำหนด (สููตรการย้้อม) ต้้มที่่อุ�ุณหภููมิิ ๘๐ องศาเซลเซีียส นาน ๓๐ นาทีี จากนั้้�นกรองด้้วยผ้้ากรองแบบละเอีียด ๔. นำเส้้นไหมจำนวน ๕๐๐ กรััม ไปแช่่น้้ำให้้อิ่่�มตััว บิิดให้้หมาด และนำไปย้้อมในน้้ำย้้อมที่่�เตรีียมไว้้ ที่่�อุุณหภููมิิ ๖๐–๘๐ องศาเซลเซีียส กลัับเส้้นไหมเพื่่�อให้้ดููดซึึมเม็็ดสีีให้้สม่่ำเสมอทุุก ๕ นาทีี เป็็นเวลา ๓๐ นาทีี หรืือจนกว่่า เส้้นไหมจะอิ่่�มสีีย้้อม ๕. นำเส้้นไหมออกจากหม้้อย้้อม ทิ้้�งให้้เย็็นแล้้วกระตุุกเพื่่�อให้้เส้้นไหมเรีียงตััวกัันอย่่างเป็็นระเบีียบ ทิ้้�งไว้้ให้้แห้้ง ๖. ล้้างให้้สะอาด บิิดให้้หมาด แล้้วกระตุุกเพื่่�อให้้เส้้นไหมเรีียงตััวกัันอย่่างเป็็นระเบีียบ ทิ้้�งให้้แห้้ง จะได้้เส้้นไหม ศรีีลำดวน นำเส้้นไหมที่่�ได้้ไปทอจะได้้ผ้้าศรีีลำดวน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 110
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสกลนคร ชื่่�อต้้นไม้้ อิินทนิิลน้ำ ำ อินทนิ ิ ิลน้ำ � � ำ จัังหวััดสกลนคร ลัักษณะต้้นไม้้ เป็นต้็น้ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลางถึึงขนาดใหญ่่ ต้นมี้ ีความสููง ประมาณ ๕–๒๐ เมตร มีีเรืือนยอดที่่�แผ่่กว้้าง เป็็นพุ่่มลัักษณะ คล้้ายร่่ม เปลืือกจะมีีสีีเทาหรืือน้้ำตาลอ่่อน มัักจะมีีรอยด่่าง ๆ เป็็นดวงขาว ๆ ผิิวเปลืือกค่่อนข้้างเรีียบมีีความหนาประมาณ ๑ เซนติิเมตร เนื้้�อไม้้จะมีีสีีแดงจาง ๆ หรืือสีีชมพููอ่่อน เนื้้�อไม้้มีี ความละเอีียด มีีความแข็็งแรงปานกลาง แต่่มีีความเหนีียวและ ทนทาน หากจะนำไปใช้้ประโยชน์์ต้้องนำมาแช่่น้้ำแล้้วนำมาไส กบสามารถนำไปทำโต๊๊ะ เก้้าอี้้�ได้้ ใบต้้นอิินทนิิลน้้ำ มีีลัักษณะ เป็็นใบเดี่่�ยวรููปทรงเป็็นขอบขนานแกมรููปหอก กว้้างประมาณ ๕–๑๐ เซนติิเมตร ยาวประมาณ ๑๑–๒๖ เซนติิเมตร ใบมีีสีี เขีียว เนื้้�อใบค่่อนข้้างหนาและเกลี้้�ยงเป็็นมัันทั้้�งสองด้้าน ขอบ ใบเรีียบหรืือเป็็นคลื่่�นเล็็กน้้อย ส่่วนปลายใบเรีียวเป็็นติ่่�งแหลม มีีเส้้นแขนงใบประมาณ ๙–๑๗ คู่่ ดอกอิินทนิิลน้้ำ ดอกใหญ่่ มีีหลายสีี เช่่น สีีม่่วงอมชมพููสีีม่่วงสด ออกดอกรวมกัันเป็็น ช่่อใหญ่่ตามปลายกิ่่�ง มีีความยาวประมาณ ๓๐ เซนติิเมตร ส่่วนบนสุุดของดอกตููมจะมีีตุ่่มกลม ๆ เล็็ก ๆ ตั้้�งอยู่่ตรงกลาง ดอกอินิทนิิลน้้ำมีีกลีีบดอกบาง ลัักษณะเป็นรูู็ ปช้้อนที่่มี�ีโคนกลีีบ เป็็นก้้านเรีียว ผิิวกลีีบจะเป็็นคลื่่�นเล็็กน้้อย เมื่่�อดอกบานเต็็มที่่� จะมีีรััศมีีความกว้้างประมาณ ๕ เซนติิเมตร และมีีรัังไข่่กลม เกลี้้�ยง จะเริ่่�มออกดอกได้้เมื่่�อมีีอายุุประมาณ ๔–๖ ปีี ผลลัักษณะ เป็็นรููปไข่่ กว้้างประมาณ ๑.๕–๒ เซนติิเมตร มีีสีีน้้ำตาลแดง เมื่่�อแก่่จะแตกออกเป็น็ ๖ เสี่่�ยง ขยายพัันธ์ุุด้ว้ยวิธีิีการเพาะเมล็็ด 111 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าฝ้้ายมััดหมี่่�ย้้อมสีีธรรมชาติิ (อิินทนิิลน้ำำ) ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการย้้อม ใบ การย้อมสีเส้นฝ้ายด้วยเปลือกอินทนิลน้�้ำำ ๑. สัับเปลืือกอิินทนิิลน้้ำให้้เป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ จำนวน ๕–๘ กิิโลกรััม หรืือแล้้วแต่่ความต้้องการความเข้้มข้้นของสีี ๒. ต้้มสกััดเปลืือกอิินทนิิลน้้ำ ใช้้เวลาประมาณ ๑–๒ ชั่่�วโมง ให้้ได้้น้้ำย้้อมประมาณ ๓๐ ลิิตรต่่อเส้้นฝ้้าย ๑ กิิโลกรััม ๓. นำเส้้นฝ้้ายลงไปย้้อมเย็็นประมาณ ๕–๑๐ นาทีี หลัังจากย้้อมเย็็นเสร็็จ นำน้้ำสีีขึ้้�นตั้้�งไฟ เติิมสารส้้ม ๒ ช้้อนโต๊๊ะ คนให้้ละลาย แล้้วรอให้้น้้ำย้้อมอุ่่น อุุณหภููมิิประมาณ ๖๐–๗๐ องศาเซลเซีียส ยกเส้้นฝ้้ายที่่�พัักไว้้ลงย้้อม ร้้อนต่่อและเพิ่่�มอุุณหภููมิิให้้ได้้ ๘๐–๙๐ องศาเซลเซีียส หมั่่�นพลิิกกลัับเส้้นฝ้้ายบ่่อย ๆ เพื่่�อไม่่ให้้เส้้นฝ้้ายด่่าง ใช้้เวลาในการย้้อม ๑ ชั่่�วโมง ๔. เมื่่�อครบเวลา นำเส้้นฝ้้ายขึ้้�นบิิดให้้น้้ำย้้อมออก ปล่่อยทิ้้�งไว้้ให้้เย็็น ๕. นำเส้นฝ้้ ้ายไปล้้างด้ว้ยน้้ำยาอเนกประสงค์์ เพื่่�อซัักล้้างทำความสะอาด หลัังจากนั้้นน�ำไปล้้างน้้ำสะอาดประมาณ ๒–๓ ครั้้�ง บิิดหมาดกระตุุกให้้เรีียงเส้้น ผึ่่�งให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 112
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสงขลา ชื่่�อต้้นไม้้ สะเดาเทีียม สะเดาเทีียม จัังหวััดสงขลา ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นต้้นไม้้ที่่�มีีขนาดสููงใหญ่่ ๓๐–๔๐ เมตร ลำต้้นเปลา ตรง เปลืือกเรีียบ สีีเทาปนน้้ำตาล หรืือสีีเทาอมขาว เปลืือกใน สีีขาว มีีรููระบายอากาศทั่่�วไป มัักมีีรอยตาของกิ่่�งที่่�หลุุดร่่วง ไปแล้้วเนื้้�อไม้้สีีเหลืืองหรืือสีีน้้ำตาลอ่่อน เรืือนยอดเป็็นพุ่่มกลม หรืือรููปกรวยคว่่ำ เปลืือกมีีลัักษณะเรีียบเมื่่�ออายุุยัังน้้อย และ เมื่่�อมีีอายุุมากขึ้้�นเปลืือกจะแตกล่่อนเป็็นแผ่่น ใบประกอบรููป ขนนก ก้้านใบยาว ๒๐–๖๐ เซนติิเมตร เรีียงสลัับกัันเป็็นกระ จุุกที่่�ปลายกิ่่�ง ใบย่่อยเยื้้�องสลัับกัันเล็็กน้้อย จำนวน ๗–๑๑ คู่่ แผ่่นใบย่่อยรููปไข่่ กว้้าง ๓–๔ เซนติิเมตร ยาว ๕–๘ เซนติิเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบในสีีเขีียวอ่่อน ออกดอกเป็็นช่่อตาม ง่่ามใบ ก้้านดอกมีีความยาวประมาณ ๑ มิิลลิิเมตร มีีขนสั้้�น ปกคลุุมอยู่่ส่่วนกลีีบดอกมีีทั้้�งหมด ๕ กลีีบ ยาว ๕ มิิลลิิเมตร กว้้าง ๑.๕–๒.๒ มิิลลิิเมตร ดอกมีสีขีาวอมสีีเขีียวอ่่อน กลิ่่น�หอม ช่่วงเวลาของการออกดอก คืือช่่วงต้้นเดืือนมีีนาคม ผลของต้้น สะเดาเทีียมมีรููีปไข่่หรืือรููปทรงรีี เมื่่�อผลอ่่อนจะมีสีีเขีียวส่วน่ผล แก่่จะมีีสีีเหลืือง ขนาดความกว้้างของผลประมาณ ๒.๔–๓.๒ เซนติิเมตร และยาวประมาณ ๑.๓–๑.๖ เซนติิเมตร เปลืือกนอก ค่่อนข้้างหนา ส่่วนเนื้้�อภายในผลมีีความนุ่่มสามารถนำมา รัับประทานได้้ เปลืือกหุ้้มเมล็็ดจะแข็็ง ผลแก่่เต็็มที่่�ช่่วงเดืือน พฤษภาคม–มิิถุุนายน ขยายพัันธุ์์โดยการเพาะเมล็็ดในถุุง เพาะกล้้าจนงอก และแข็็งแรงก่่อนจึึงย้้ายไปปลููกลงดิิน สภาพที่่�เหมาะสมในการเจริิญเติิบโตคืือดิินร่่วนปนทราย มีีการ ระบายน้้ำและอากาศได้ดี้ี พบขึ้้นทั่่�ว�ไปทางภาคใต้้ ตั้้�งแต่จั่ ังหวััด ชุุมพรลงไป ส่่วนมากพบขึ้้�นอยู่่ตามเรืือกสวนไร่่นา การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 113
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ การหมัักสีีจากต้้นสะเดาเทีียม ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ เปลืือกไม้้ ๑. นำใบและเปลืือกของต้้นสะเดาเทีียม แช่่น้้ำทิ้้�งไว้้ ๑ คืืน ๒. นำไปต้้ม โดยใช้้น้้ำ ๑๐ ลิิตร ต่่อใบ และเปลืือกของต้้นสะเดาเทีียม ๒๐ กิิโลกรััม ๓. ต้้มโดยใช้้ไฟอ่่อน ประมาณ ๓–๔ ชั่่�วโมง ๔. เมื่่�อต้้มจนได้้สีีแล้้ว นำมากรองเอาน้้ำสีี ๕. นำน้้ำสีีที่่�ได้้ไปใช้้ย้้อมผ้้า การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 114
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสตููล ชื่่�อต้้นไม้้ กระซิิก กระซิิก จัังหวััดสตูล ู ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืน้บางครั้้�งรอเลื้้�อย ลำต้นมี้ ีหนามเปลืือกสีีเทา เรืือนยอดมีีลัักษณะไม่่แน่่นอน ใบเป็็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่่อยเรีียงสลัับกัันบนก้้านใบดอกขนาดเล็็ก กลิ่่�นหอมออกเป็็น ช่่อตามปลายกิ่่�งหรืือง่่ามใบใกล้้ยอดออกดอก ช่ว่งเดืือนมีนีาคม– มิิถุุนายน ผลเป็็นฝัักแบน ขอบฝัักบางคล้้ายมีีด เมล็็ดรููปไต เรีียงติิดตามยาวของฝััก ฝัักแก่่จะไม่่แตกแยกจากกััน ขยาย พัันธุ์์โดยเพาะเมล็็ด สภาพที่่�เหมาะสมในการเจริิญเติิบโตในดิิน ทุุกชนิิดเป็็นไม้้กลางแจ้้ง น้้ำ และความชื้้�นปานกลาง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 115
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อม ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. เตรีียมผ้้าฝ้้ายสำหรัับนำมามััดย้้อมโดยตััดเป็็นผืืนขนาด ๒ เมตร และนำมาล้้างทำความสะอาดด้้วยน้้ำยาซัักผ้้า ชนิิดอ่่อน นำไปแช่่ในน้้ำสารส้้มเพื่่�อเปิิดให้้ผ้้าสามารถรัับสีีได้้ดีี ประมาณ ๑๐ นาทีี แล้้วนำขึ้้�นตากให้้แห้้ง ๒. นำผ้้ามามััดด้้วยยางรััดตามรููปแบบที่่�ต้้องการ ๓. ต้้มน้้ำเพื่่�อสกััดสีีจากใบกระซิิกจนสีีใบซีีดน้้ำเป็็นสีีเข้้ม แล้้วนำขึ้้�นกรองเอากากและตะกอนออก ๔. นำน้้ำที่่�ได้้จากการสกััดสีีไปต้้มให้้เดืือดอีีกครั้้�งแล้้วนำผ้้าที่่�มััดไว้้แล้้วลงต้้มในน้้ำ ใช้้เวลาประมาณ ๔๐ นาทีี ๕. ยกผ้้าขึ้้�นนำไปตากให้้แห้้ง ๖. นำผ้้ามาล้้างด้้วยน้้ำสะอาดแล้้วแช่่ลงในสารล็็อคสีีผ้้า ได้้แก่่ น้้ำขี้้�เถ้้า น้้ำปููนใส น้้ำสนิิม น้้ำสารส้้ม ประมาณ ๑๕ นาทีี เพื่่�อช่่วยให้้สีีติิดดีีขึ้้�น และน้้ำซึ่่�งเป็็นสารล็็อกสีีผ้้าชนิิดต่่างกัันจะมีีสีีผ้้าออกมาแตกต่่างกััน ๗. นำผ้้าขึ้้�นตากให้้แห้้งในที่่�ร่่มโดยไม่่ให้้โดนแดด ๘. นำไปตััดเย็็บเป็็นผลิิตภััณฑ์์ต่่าง ๆ ได้้แก่่ เสื้้�อ กางเกง กระโปรง กระเป๋๋า หมวก การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 116
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ ประจำจัำ ังหวััดสมุุทรปราการ ชื่่�อต้้นไม้้ โพทะเล โพทะเล จัังหวััดสมุุทรปราการ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดเล็็ก สููง ๘–๑๒ เมตร ลำต้น้ โค้้งและแตกกิ่่�งในระดัับต่่ำ ลัักษณะของต้น้เป็น็ทรงเรืือนยอดแผ่่กว้้าง และค่่อนข้้างหนาทึึบ เปลืือกเป็นสี็ ีเทาอ่่อนหรืือสีน้้ ีำตาล มีลัีักษณะเรีียบหรืือขรุขุระ มีีรอยแตกตามยาวเป็นร่็ ่อง ๆ ขยายพัันธุ์์ ด้้วยวิิธีีการเพาะเมล็็ด โดยจััดเป็็นไม้้กลางแจ้้งที่่�ชอบแสงแดดจััด เจริิญเติิบโตได้้ดีีในสภาพดิินแทบทุุกชนิิดที่่�มีีความชุ่่มชื้้�น และจะพบได้้มากที่่�ดอนหรืือตามชายฝั่่�งทะเลและตามริิมแม่่น้้ำที่่�เป็็นดิินร่่วนปนทราย มีีเขตการกระจายพัันธุ์์เป็็นวงกว้้าง สามารถพบได้้ในแอฟริิกา อิินเดีีย ศรีีลัังกา จีีน ไต้้หวััน ญี่่�ปุ่่น เวีียดนาม กััมพููชา ฟิิลิิปปิินส์์ รวมไปถึึงภููมิิภาคมาเลเซีียและ ในหมู่่เกาะแปซิิฟิิก สำหรัับประเทศไทยพบได้้ตามชายฝั่่�งทะเลทั่่�วไป ลัักษณะใบคล้้ายรููปหััวใจ ปลายใบกว้้างแหลมยาวถึึง เรีียวแหลม ส่วน่ฐานใบเว้้าลึึก ขอบใบเรีียบ มีีเส้น้ ใบออกจากโคนของใบ ผิวิใบด้้านบนมีลัีักษณะเกลี้้�ยงเป็นมั็นัท้้องใบมีสีีเทา แกมสีีน้้ำตาลและมีีเกล็็ด มีีหููใบที่่�มีีลัักษณะเป็็นรููปใบหอกและหลุุดร่่วงง่่าย ออกดอกตามง่่ามใบ เป็็นดอกเดี่่�ยวหรืือดอกคู่่ ตามซอกใบ ดอกมีีริ้้�วประดัับ ๓ แฉก ร่่วงได้้ง่่าย มีีลัักษณะเป็็นรููปสามเหลี่่�ยมแคบ ๆ และมีีเกล็็ด ส่่วนวงกลีีบเลี้้�ยงเป็็น รููปถ้้วยไม่่มีีแฉก ส่่วนโคนกลีีบติิดกัันเป็็นรููประฆัังและมีีจุุดสีีแดงเข้้มอมสีีน้้ำตาลแต้้มอยู่่ที่่�โคนกลีีบดอกด้้านใน ดอกจะบาน เต็็มที่่�ภายในวัันเดีียวแล้ว้จะเปลี่่�ยนเป็นสี็ ชั่่ีว�โมงพููแกมสีม่ีว่งอ่่อนและเหี่่�ยวอยู่บ่นต้นก่้ ่อนจะร่ว่งหล่น่ ในวัันถััดมา ลัักษณะผล ค่่อนข้้างกลม มีน้้ ีำยางสีีเหลืือง ผลอ่่อนเป็นสี็ ีเขีียวอ่่อน ส่วน่ผลแก่่เป็นสี็ ีเขีียวเข้้ม เปลืือกผลแข็็ง มีวีงกลีีบเลี้้�ยง ลัักษณะคล้้าย จานติิดอยู่่ที่่�ขั้้�วของผล เมื่่�อผลแก่่จะแห้้งแตกไม่่มีีทิิศทาง ไม่่ร่่วงหล่่นและติิดอยู่่บนต้้น ในผลมีีเมล็็ดอยู่่หลายเมล็็ด ผลจะแก่่ ประมาณเดืือนกุุมภาพัันธ์์ – เมษายน (ออกผลในช่่วงเดืือนกรกฎาคม – สิิงหาคม) การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 117
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อมด้้วยสีีจากใบโพทะเล ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. นำผ้้าที่่�เตรีียมไว้้แช่่ในน้้ำละลายสารส้้ม ประมาณ ๑๕–๒๐ นาทีี เพื่่�อให้้สีีติิดผ้้าได้้ดีียิ่่�งขึ้้�น ๒. ต้้มใบโพทะเลให้้เดืือด โดยใช้้อััตราส่่วนน้้ำ ๔๕ ลิิตร และใบโพทะเลประมาณ ๔๐ กิิโลกรััม ๓. นำผ้้าที่่�เตรีียมไว้้ลงไปในน้้ำต้้มใบโพทะเลประมาณ ๓๐ นาทีี โดยพลิิกผ้้าอย่่างต่่อเนื่่�อง เพื่่�อให้้สีีติิดทั่่�วกัันอย่่าง สม่่ำเสมอ ๔. นำผ้้าไปขยี้้�เบา ๆ ในน้้ำตััวทำปฏิิกิิริิยา เช่่น น้้ำด่่างขี้้�เถ้้า น้้ำปููนใส น้้ำสารส้้ม และน้้ำสนิิม เพื่่�อให้้เกิิดเป็็นสีีใหม่่ ที่่�อาจจะเข้้มขึ้้�น หรืือจางลง ๕. นำไปตากแห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 118
การสร้้างสรรค์์การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ ประจำจัำ ังหวััดสมุุทรสงครามชื่่�อต้้นไม้้ จิิกทะเลจิิกทะเล จัังหวััดสมุุทรสงคราม ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็ นไม้้ ยืืนต้้ น ขนาดกลาง มีีความสููงประมาณ ๘–๑๕ เมตร แตกกิ่่�งระดัับต่่ำ เรืือนยอดแน่นทึ่ ึบ เปลืือกหยาบ สีีเทาเข้้ม มัักจะพบได้้ในจัังหวััดที่่มี�พื้้ี นที่่�ติ�ิดทะเล ใบ เป็น็ ใบเดี่่�ยว เรีียงเวีียน รอบกิ่่�ง หนาแน่่นที่่�ปลายกิ่่�ง แผ่่ นใบรููปไข่่กลัับ ขนาด ๑๐–๒๕ x ๒๕–๔๐เซนติิเมตร ปลายใบกลมหรืือแหลมกว้้าง ฐานใบ แหลม หรืือรููปติ่่�งหููผิิ วใบด้้านบนสีีเขีียวเป็็นมััน ใบเกลี้้�ยงทั้้�ง หน้้าและหลัังใบ แผ่่ นใบนุ่่ม ก้้านใบอ้้วนสั้้�น ดอก ออกเป็็นช่่อ แบบช่่อกระจะที่่�ปลายกิ่่�ง ช่่อดอกสั้้�น ตั้้�งตรง ดอกใหญ่่ เส้้นผ่่าน ศููนย์์กลาง ๗–๑๐ เซนติิเมตร ใบประดัับรููปไข่่ ไม่มี่ ก้ ี้านก้้านดอกย่่อย ยาว ๔–๕ เซนติิเมตร หลอดกลีีบเลี้้�ยงเปิิดออก เป็็ นสองแฉก ขนาดไม่่เท่่ากััน กลีีบดอก ๔ กลีีบ สีี ขาว ไม่่ ติิดกััน รููปรีี โค้้งออก เกสรเพศผู้้จำนวนมาก สีี ขาวและแดง ผลมีีขนาดใหญ่่ เส้้นผ่่าน ศููนย์์กลาง ๑๐–๑๕ เซนติิเมตร รููปพีีระมิิด–สี่่�เหลี่่�ยม เห็็ นเป็็ น เหลี่่�ยมชััดเจน ปลายมนป้้าน เปลืือกเป็น็ เส้น้ ใยหนา คล้้ายเปลืือก มะพร้้าว ลอยน้้ำได้้ ผลอ่่อนสีีเขีียว เมื่่�อแก่่ สีีน้้ำตาล ผลแก่่ ไม่่แตก มีี ๑ เมล็็ด ออกดอกและผลระหว่่างเดืือนสิิงหาคม – พฤศจิิกายน เป็็ นพัันธุ์์ไม้้ที่่� พบได้้ตามริิมชายฝั่่�งทะเล ที่่�เป็็นดิิ นทรายหรืือโขดหิิ น การขยายพัันธุ์์ เพาะเมล็็ด โดย สามารถนำเมล็็ดมาแบ่่งเป็็นชิ้้� น ๆและเพาะลงในดิิ นปลููก สามารถเจริิญเติิบโตได้้ทั้้�งในพื้้�นที่่� ดิิ นเค็็มและดิินจืืด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุ รัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุ มารี ี (อพ.สธ.) 119
ชื่่�อผลิิตภัั ณฑ์์ ผ้้าย้้อมสีีธรรมชาติิจากต้้นจิิกทะเล ส่่วนที่นำ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำ ผลิิตภัณั ฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. การเตรีียมวััสดุุจากต้นจิ้ ิกทะเล ใช้ส่้วน่ ใบสดที่่มี� สี ีีเขีียว จำนวน ๓๐ กิิโลกรััม เพื่่�อเป็น็สารให้สี้ีสำหรัับการย้้อมผ้้า สัับย่่อยใบต้้นจิิกทะเลให้้มีีขนาดเล็็กลงประมาณ ๕ ส่่วน เพื่่�อให้้สามารถขัับสีี ธรรมชาติิจากใบได้้ ดีีขึ้้�น หมัักใบ ต้้นจิิกทะเลในถัังที่่�เตรีียมไว้้ โดยใส่่จนเต็็มถัังสีีที่่�เตรีียมไว้้จำนวน ๑๐ ถััง และเติิมน้้ำให้้เต็็มโดยหมัักทิ้้�งไว้้เป็็ น ระยะเวลา ๒๐–๓๐ วััน เพื่่�อให้้ สีี ของใบต้้นจิิกทะเลละลายน้้ำ ๒. การเตรีียมการมััดย้้อม หลัังจากที่่�หมัักใบต้้นจิิกทะเลสัับครบตามระยะเวลาที่่�กำหนดแล้้ว นำถัังหมัักใบต้้นจิิก ทะเล มาเพื่่�อรินิเอาน้้ำหมัักและนำส่วนที่่ ่ �เป็น็ ไปคั้้น�เอานำออกให้้หมดแล้วจึ้ ึงเอาเศษใบไปใช้้เป็นปุ๋๋ ็ ยให้้แก่ต้่ น้ ไม้้ โดยจะมีี ธาตุุอาหารประเภทไนโตรเจนสููง ๓. นำน้้ำที่่�ได้้จากการกรองเศษใบแล้้ว มาต้้มในกะละมัังอะลููมิิเนีียมที่่�เตรีียมไว้้ ให้้ได้้ อุุณหภููมิิที่่� ร้้อนจััด (จุุดเดืือด) โดยต้้มทิ้้�งไว้้ประมาณ ๒–๓ ชั่่�วโมง เพื่่�อให้้ สีี ของน้้ำสำหรัับย้้อมผ้้ามีีความเข้้มข้้น และมีี สีีเข้้มเหมาะสำหรัับ ย้้อมผ้้า โดยแยกเป็็ น ๓ กะละมััง จากนั้้�นเติิมสารเกาะสีีลงไปในแต่่ละกะละมััง ได้้แก่่ สารส้้ม สนิิมเหล็็ก (เฟอร์์ รััสฟอสเฟต) และจุุนสีี โดยแยกกะละมัังละ ๑ ชนิิด ๔. เตรีียมผ้้าที่่�จะย้้อมมามััดด้้วยวััสดุุ ต่่าง ๆ เพื่่�อสร้้างลวดลาย เช่่ น ไม้้ไอศกรีีม ก้้อนหิิ น ฝาขวดน้้ำ หรืือวััสดุุอื่่� น ๆ เพื่่�อสร้้างลวดลายตามที่่� ต้้องการให้้ทั่่�วทั้้�งผืื น ซึ่่�งบริิเวณที่่� มีีการมััดด้้วยเชืือกหรืือยางจะเป็็นพื้้�นที่่�ที่่�ไม่่โดนสีีจาก น้้ำย้้อมสีี ทำให้้เป็็นสีี ขาว เพราะฉะนั้้�นการออกแบบลวดลายจึึงขึ้้�นอยู่่กัับการมััดผ้้าเพื่่�อกำหนดให้้เกิิดเป็็นริ้้�ว ในรููปแบบต่่าง ๆ แล้้วนำไปแช่่น้้ำให้้ชุ่่มเพื่่�อให้้ใยผ้้าเกิิดการขยายตััว ๕. นำผ้้าที่่� มััดสร้้างลวดลายเสร็็จแล้้ว ลงไปต้้มในน้้ำย้้อมผ้้าที่่�เตรีียมไว้้จนมีีความเข้้มข้้นของสีีตามที่่� ต้้องการ โดยสีี ของผ้้าจะมีีความเข้้มหรืืออ่่อนนั้้�นขึ้้�นอยู่่กัับชนิิดของสารยึึดเกาะ ชนิิดของผ้้าและระยะเวลาที่่�แช่่ ผ้้าในน้้ำย้้อมสีี จากการทดลองมีีข้้อค้้นพบว่่า ผ้้าฝ้้ายจะมีีการดููดซึึมสีีจากน้้ำย้้อมผ้้าต้้นจิิกทะเลได้้ ดีีกว่่าผ้้าไหม ซึ่่�งเงื่่�อนไข สำคััญคืือ ผ้้าไหมเป็็ นใยผ้้าที่่�สร้้างจากโปรตีีนของตััวไหม จึึงทำให้้การยึึดเกาะดููดซึึมสีี ผ้้าน้้อยกว่่าผ้้าฝ้้าย และ ทิ้้�งให้้ ผ้้าดููดซึึมสีี โดยฝ้้าฝ้้ายใช้้ระยะเวลาไม่่ น้้อยกว่่า ๓ ชั่่�วโมง, ผ้้าไหมใช้้ระยะเวลาในการดููดซึึมประมาณ ๘–๙ วััน จากนั้้�นให้้นำผ้้ามาแกะวััสดุุที่่� มััดลวดลายออก แล้้วนำไปล้้างด้้วยน้้ำสะอาด ผึ่่�งไว้้ให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุ รัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุ มารี ี (อพ.สธ.) 120
การสร้้างสรรค์์การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ ประจำจัำ ังหวััดสมุุทรสาคร ชื่่�อต้้นไม้้ พญาสััตบรรณ พญาสัตบ ั รรณ จัังหวััดสมุุทรสาคร ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้ าดใหญ่่ มีีความสููงประมาณ ๑๒–๒๐ เมตร มีีถิ่่�นดั้้�งเดิิมในเอเชีียตะวัันออกเฉีียงใต้้และพบได้้ทุุกภาค ในประเทศไทย ต้้นมีีเปลืือกหนาแต่่เปราะ ผิิวต้้นมีีสะเก็็ดเล็็ก ๆ สีีขาวปนน้้ำตาล กรีีดดููจะมีียางสีีขาว ลำต้้นตรง แตกกิ่่�งก้้าน สาขามาก ลัักษณะเป็นชั้้ ็น� ๆ เปลืือกชั้้น�ในสีน้้ ีำตาล มีน้้ ีำยางสีขีาว ใบออกเป็็นกลุ่่มบริิเวณปลายกิ่่�งช่่อหนึ่่�งมีีใบประมาณ ๕–๗ ใบ ก้้านใบสั้้�น ใบสีีเขีียวถ้้าเด็็ดก้้านใบจะมีียางสีีขาว ลัักษณะใบ ยาวรีี ปลายใบมน โคนใบแหลม ขนาดใบยาว ประมาณ ๑๐–๑๒ เซนติิเมตร ดอกสีีเขีียวอ่่อนเป็็นช่่อตามปลายกิ่่�ง ปากท่่อของ กลีีบดอกมีขนียาวปุุกปุุย ดอกเป็น็กลุ่่มคล้้ายดอกเข็็มช่่อหนึ่่�งจะมีี กลุ่่มดอกประมาณ ๗ กลุ่่ม ดอกมีสีขีาวอมเหลืือง ปกติิจะออกดอก ในช่่วงเดืือนตุุลาคม – ธัันวาคม ผลเป็็นฝัักยาว ฝัักคู่่หรืือเดี่่�ยว ลัักษณะเป็็นเส้้น ๆ กลมเรีียวยาวประมาณ ๒๐–๓๐ เซนติิเมตร เมื่่�อแก่่จะแตก มีีขุุยสีีขาวคล้้ายฝ้้ายปลิิวไปตามลม ในฝัักมีีเมล็็ด เล็็ก ๆ ติิดอยู่่กัับขุุย 121 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เรืือประมงจำลำองจากต้้นพญาสััตบรรณ (อัตลัักษณ์์ทางภููมิิปััญญาของชุุมชน) ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ลำำต้้น ๑. การนำไม้้ของต้้นพญาสััตบรรณ มาปรัับแต่่งเป็็นรููปสี่่�เหลี่่�ยมผืืนผ้้าตามขนาดที่่�ต้้องการ และวางแผนการตััด ชิ้้�นงานโดยวาดแบบเรืือด้้านบนและด้้านข้้างบนท่่อนไม้้ที่่�ปรัับแต่่งแล้้ว ๒. ใช้้เลื่่�อยมืือหรืือเลื่่�อยไฟฟ้้า สำหรัับตััดตกแต่่งท่่อนไม้้ตามรููปทรงที่่�ออกแบบไว้้ ได้้ตััวเรืือตามแบบแล้้วเจาะขููด ท้้องเรืือให้้เป็็นโพรงตามแบบ แล้้วขััดเกลารููปทรงแต่่งผิิวของเรืือด้้วยกระดาษทรายหยาบให้้เรีียบ ๓. ทำส่่วนประกอบของเรืือ ประกอบด้้วย กระดููกงูู โขน ราโท (แคมเรืือ) ก้้ามปูู เสากระโดงเรืือ ฝัักมะขาม ฝาระวาง จานท้้าย เก๋๋งเรืือ และเบทเรืือ ๔. ติิดตกแต่่งโครงสร้้างและส่่วนประกอบของเรืือประมง ดัังนี้้� ติิดกระดููกงููข้้างล่่างเรืือเพื่่�อรองรัับตััวเรืือ ติิดโขน เรืือ ซึ่่�งอยู่่ข้้างหน้้าเรืือเพื่่�อกำหนดทรงของเรืือและเป็็นที่่�สถิิตของแม่่ย่่านางเรืือ ติิดเสากระโดงเรืือ สำหรัับติิด หลััดเบทเรืือ และเชืือก ติิดราโท (แคมเรืือ) รอบลำเรืือ สำหรัับเหยีียบเดิินรอบเรืือ ติิดก้้ามปููขอบบนเรืือ ตกแต่่ง เพื่่�อความสวยงาม ติิดจานท้้ายเรืือเพื่่�อปิิดท้้ายเรืือพร้้อมใบพััด วางฝัักมะขาม เพื่่�อเป็็นคานรัับพื้้�นดาดฟ้้าเรืือ และวางดาดฟ้้าเรืือ ปีีกน้้ำ สำหรัับประคองเรืือในการทรงตััว ติิดตุ๊๊กตาสำหรัับผููกคล้้องเชืือก แล้้วใส่่ฝาระวาง ทำเก๋๋งเรืือ เพื่่�อเป็นที่่ ็ �พััก โดยการแกะฉลุลูู ุกฝัักเก๋๋งเรืือให้้สวยงาม และประกอบเก๋๋งเรืือและส่วนต่่ ่าง ๆ เข้้าด้ว้ยกันั เบทเรืือ สำหรัับกว้้านอวน กว้้านปลาขึ้้�นมาบนเรืือ ทำฐานสำหรัับวางเรืือ เก็็บรายละเอีียด เหลารููปเรืือให้้ ได้้ความโค้้งเว้้าสวยงามตามที่่�ต้้องการ การทำสีีเรืือประมง โดยใช้้สีีสเปรย์์พ่่นอะคริิลิิก พ่่นสีีตามส่่วนต่่าง ๆ ของเรืือตามความชอบ และเก็็บให้้อยู่่ในอุุณหภููมิิที่่�เหมาะสม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 122
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสระแก้้ว ชื่่�อต้้นไม้้ มะขามป้้อม มะขามป้้อม จัังหวััดสระแก้้ว ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นต้้นไม้้ที่่�มีีความสููงประมาณ ๒๐ เมตร เปลืือกเรีียบสีีน้้ำตาลปนเทา ใบเดี่่�ยว เรีียงสลัับในระนาบเดีียวกััน เรีียงชิิดกัันรููปขอบขนาน รููปใบหอก หรืือรููปแถบ กว้้าง ๐.๒–๐.๔ เมตร ยาว ๐.๙–๒ เซนติิเมตร ปลายใบบน โคน ใบคล้้ายรููปหััวใจ เบี้้�ยว ก้้านใบสั้้�นมาก ดอกออกเป็็นกระจุุกตามซอกใบ สีีขาวนวล ดอกขนาดเล็็ก กลีีบเลี้้�ยง ๖ กลีีบ ไม่่มีีกลีีบดอก เกสรเพศผู้้ ๓ อััน ดอกเพศเมีียใหญ่่กว่่าดอกเพศผู้้เล็็กน้้อย รัังไข่่อยู่่เหนืือวงกลีีบ เกสรเพศเมีีย ๓ อััน แยกกััน ผลแบบผนัังผลชั้้�นในแข็็ง เส้้นผ่่านศููนย์์กลาง ๒–๓ เซนติิเมตร เมล็็ด ๒ เมล็็ด ขนาดไม่่เท่่ากััน ยาวได้้ประมาณ ๐.๕ เซนติิเมตร การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 123
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ น้ำ ำ มะขามป้้อม ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ ผล สูตรมะขามป้อมสด (ได้้น้้ำมะขามป้้อมประมาณ ๑๕ ลิิตร/บรรจุุขวด ขนาด ๒๕๐ มิิลลิิลิิตร ได้้ ๖๐ ขวด) สููตรมะขามป้้อมแห้้ง (ได้้น้้ำมะขามป้้อมประมาณ ๕ ลิิตรบรรจุุขวดขนาด ๒๕๐ มิิลลิิลิิตร ได้้ ๒๐ ขวด) หมายเหตุุ – สามารถปรัับปรุุงรสชาติิได้้ตามชอบ สามารถรัับประทานได้้ทั้้�งแบบร้้อนและแบบเย็็น – สููตรมะขามป้้อมสด ไม่่ได้้ต้้มเนื้้�อมะขาม จะมีีรสชาติิคล้้ายน้้ำฝรั่่�ง มีีความฝาดมากกว่่าน้้ำมะขามป้้อมแห้้ง – เมล็็ดมะขามป้้อมแบบเล็็ก จะมีีสารสำคััญทางยามากกว่่าแบบเมล็็ดใหญ่่ หมายเหตุุ – สามารถปรัับปรุุงรสชาติิได้้ตามชอบ สามารถรัับประทานได้้ทั้้�งแบบร้้อนและแบบเย็็น – รสชาติิฝาดจะน้้อยกว่่ามะขามป้้อมสด แต่่ความหอมตอนรัับประทานแบบร้้อนจะมากกว่่าสููตรมะขามป้้อมสด สรรพคุุณ ลดอาการเป็็นหวััด คััดจมููก หรืือป้้องกัันไม่่ให้้เกิิดอาการเหล่่านี้้� ๑. ต้้มน้้ำเชื่่�อม สััดส่่วนน้้ำตาล ๓ กิิโลกรััม น้้ำสะอาด ๓ กิิโลกรััม ให้้เดืือด และพัักให้้เย็็น ๒. ต้้มน้้ำสะอาดที่่�เหลืือให้้เดืือด และพัักให้้เย็็น ๓. ใช้มี้ีด/เครื่่�องกะเทาะเมล็็ดมะขามป้้อมกัับเนื้้�อมะขามป้้อมออกจากกันั (เมล็็ดสามารถนำไปตากทำพัันธุ์์เพาะปลููก ต่่อได้้) ๔. นำเนื้้�อมะขามป้้อมที่่�เอาเมล็็ดออกแล้ว้แช่่ในน้้ำปููนใส (พัักน้้ำปููนที่่�ผสมน้้ำให้ปููน้ตกตะกอนก่่อน ตััก/เทใช้้เฉพาะ ส่่วนบน) พัักไว้้ ๒ ชั่่�วโมง ๕. ล้้างมะขามป้้อมให้้สะอาด ๖. ปั่่�นเนื้้�อมะขามป้้อมผสมน้้ำสะอาด ๗. กรองน้้ำมะขามป้้อมด้้วยผ้้าขาวบาง ๘. นำน้้ำมะขามป้้อมที่่�กรองแล้้วมาผสมกัับน้้ำเชื่่�อม ๙. ใส่่เกลืือเล็็กน้้อย ๑. ต้้มน้้ำให้้เดืือด ระหว่่างนั้้�นล้้างมะขามป้้อมแห้้งให้้สะอาด ๒. ใส่่มะขามป้้อมลงไป ๓. เคี่่�ยวให้้น้้ำมะขามป้้อมออก สัังเกตน้้ำจะเปลี่่�ยนเป็็นสีีน้้ำตาลเข้้มขึ้้�น ๔. ใส่่น้้ำตาล ๑ กิิโลกรััม คนให้้เข้้ากััน ๕. ใส่่เกลืือเล็็กน้้อย ๖. เอาหม้้อลงจากเตา พัักให้้เย็็น ๗. บรรจุุขวด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 124
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสระบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ ตะแบก ตะแบก จัังหวััดสระบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็นพ็ รรณไม้ยื้นต้ื นกึ่่ ้ �งผลััดใบขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ มีีความสููงได้้ประมาณ ๑๕–๓๕ เมตร เรืือนยอดเป็นรูู็ ปเจดีย์ี์ ต่่ำ ๆ แตกกิ่่�งก้้านสาขาออกรอบต้น้ เปลืือกลำต้น้เกลี้้�ยงเป็นสี็ ีเทาอมเหลืืองหรืือสีน้้ ีำตาลอมเทา มีีรอยขรุขุระเป็น็หลุุมตื้้น� ๆ เกิิดจากสะเก็็ดแผ่่นบาง ๆ ของเปลืือกที่่�หลุุดร่่วงไป ส่่วนเปลืือกชั้้�นในเป็็นสีีชั่่�วโมงพููอมม่่วง ซ้้อนกัันเป็็นชั้้�น ๆ สลัับกัับชั้้�น ลายเส้นสี้ขีาว โคนต้น้เป็นพููพ็อนชััดเจน ตรงส่วนที่่ ่ �เป็นพููพ็อนมัักจะกลวงขึ้้น�ไปประมาณ ๓–๕ เมตรจากผิวดินิ ตามกิ่่�งอ่่อน มีขนสีน้้ ีำตาลสาก ๆ ขึ้้น�หนาแน่น่ เนื้้�อไม้มี้ีความแข็็งประมาณ ๖๒๘ กิิโลกรััม และมีีความทนทานตามธรรมชาติิ ขยายพัันธุ์์ด้ว้ย เมล็็ด พบขึ้้น�ในป่่าราบ ป่่าดงดิิบ (ต้น้ตะแบกที่่ขึ้้�น�ในป่่าดงดิิบจะไม่่ผลััดใบ) และป่่าเบญจพรรณชื้้น�และแล้้งทั่่ว�ไปทางภาคเหนืือ ภาคกลาง ภาคตะวัันออก ภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือ และภาคตะวัันออกเฉีียงใต้้ พบได้้มากที่่�ป่่ายุุบศรีีราชา ใบเดี่่�ยว ออก ตรงข้้ามหรืือเยื้้�องกัันเล็็กน้้อย ใบอ่่อนสีีแดงมีีขนสั้้�นอ่่อนนุ่่มปกคลุุม ใบแก่่ขนจะหลุุดหายไป แผ่่นใบรููปขอบขนานแกม รููปหอก ปลายใบเป็็นติ่่�งแหลม โคนสอบ เห็็นตามง่่ามชััดเจน แผ่่นใบเป็็นสีีเขีียว หลัังใบเกลี้้�ยงหรืือเกืือบเกลี้้�ยง ส่่วนท้้องใบ มีขนสีน้้ ีำตาลสาก ๆ ขึ้้น�หนาแน่น่ ผลััดใบในช่ว่ งประมาณเดืือนธันวัาคมถึึงเดืือนมีนีาคม และจะแตกใบใหม่่ในช่ว่ งประมาณ เดืือนกุุมภาพัันธ์์–พฤษภาคม ดอกสีีม่่วงอมชั่่�วโมงพููต่่อมาเปลี่่�ยนเป็็นสีีขาวหรืือเกืือบขาว ออกรวมกัันเป็็นช่่อตามปลายกิ่่�ง ออกดอกเป็็นช่่อแบบเป็็นกลุ่่มย่่อย ดอกจะมีีขนาดเล็็ก ดอกมีีกลีีบดอก ๖ กลีีบ แยกจากกัันเป็็นอิิสระ ออกดอกในช่่วงฤดูู ร้้อนระหว่่างเดืือนมีีนาคม–พฤษภาคม เวลาดอกบานต้้นทั้้�งต้้นจะมีีอยู่่ ๒ สีี ดููสวยงามมาก เมื่่�อดอกร่่วงจะติิดผล ผลรููปรีี ยาวประมาณ ๒ เซนติิเมตร ผลแก่่แห้้งแตกเป็็น ๖ ซีีก เมล็็ดเล็็ก มีีปีีกโค้้งทางด้้านบน ๑ ปีีก ผลแก่่จะเริ่่�มในช่่วงประมาณ เดืือนตุุลาคม–ธัันวาคม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 125
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าทอจากเปลืือกตะแบก โดยแปรรูปู /พััฒนาเป็็น ผลิิตภััณฑ์์ เช่่น เสื้้�อคอกระเช้้า ต่่างหูู รองเท้้า หมวก และผ้้ามััดย้้อมมููลวััวนม พิิมพ์์ลายใบตะแบก ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ การย้้อมสีีธรรมชาติิจากเปลืือกตะแบก ๑. ลอกเอาเฉพาะเปลืือกต้้นตะแบกนำมาสัับเป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ ตากให้้แห้้ง ล้้างน้้ำเปล่่าให้้สะอาด ๑–๒ ครั้้�ง ๒. เปลืือกตะแบก นำมาตุ๋๋�นในหม้้อทรงสููงให้้น้้ำเดืือด คนเป็็นครั้้�งคราว ปิิดหม้้อตุ๋๋�นไว้้ จนเปลืือกตะแบกเริ่่�มเปื่่�อย และมีีสีีน้้ำตาลออกมา จากนั้้�นกรองด้้วยผ้้าขาวบาง ๓. นำเส้้นฝ้้ายไปล้้างน้้ำให้้สะอาด บิิดหมาด ๔. น้้ำสีีจากเปลืือกตะแบก ต้้มพออุ่่น ๖๐–๘๐ องศาเซลเซีียส นำเส้้นฝ้้ายลงต้้มจนน้้ำสีีซีีด หมั่่�นพลิิกเส้้นฝ้้าย ให้้โดนน้้ำสม่่ำเสมอกััน ต้้มจนน้้ำสีีจาง ประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ๕. บิิดหมาด จากนั้้�นนำเส้้นฝ้้ายมาล้้างน้้ำ จนน้้ำที่่�ล้้างออกมาใส ๖. นำเส้้นฝ้้ายมาล๊๊อกสีี นำจุุนสีีมาละลายในน้้ำอุ่่น แล้้วนำเส้้นฝ้้ายมาแช่่ในน้้ำละลายจุุนสีี หมั่่�นพลิิกเส้้นฝ้้ายให้้ โดนน้้ำสม่่ำเสมอกััน แช่่เส้้นฝ้้ายทิ้้�งไว้้ประมาณ ๑๕ นาทีี ๗. นำเส้้นฝ้้ายไปล้้างในน้้ำสะอาด จำนวน ๑–๒ น้้ำ บิิดหมาด ตากในร่่มให้้แห้้งก่่อนนำไปทอผ้้า ๘. นำไปแปรรููปและพััฒนาเป็น็ผลิิตภััณฑ์์ด้ว้ยการถัักโครเชต์์จากเส้นฝ้้ ้ายและผ้้าทอที่่ย้�้อมด้ว้ยเปลืือกตะแบก เช่น่ เสื้้�อคอกระเช้้า ต่่างหูู รองเท้้า หมวก การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 126
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสิิงห์์บุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ มะกล่ำต้ ำ ้น มะกล่ำ � � ำ ต้้น จัังหวััดสิิงห์์บุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ ผลััดใบระยะสั้้�น สููงได้้ถึึง ๒๐ เมตร เรืือนยอดแผ่่กิ่่�งกว้้าง ต้้นทรงโปร่่ง เปลืือกต้้นหนาสีีน้้ำตาลอ่่อน เปลืือกชั้้�นในนุ่่มสีีครีีมอ่่อน ใบประกอบแบบขนนกสองชั้้�นปลายคู่่ เรีียงสลัับ ใบย่่อยรููปวงรีี รููปไข่่ หรืือรููปขอบขนาน มีี ๘–๑๖ คู่่ เรีียงสลัับ กว้้าง ๑–๓.๕ เซนติิเมตร ยาว ๒–๕.๕ เซนติิเมตร แผ่่นใบบาง สีีเขีียวเข้้ม เรีียบเกลี้้�ยง แกนกลางใบประกอบยาว ๓๐–๔๐ เซนติิเมตร ก้้านใบย่่อยไม่มี่หููีใบ ขอบใบเรีียบ ปลายใบมน ฐานไม่่สมมาตร ก้้านใบสั้้น�ด้้านหลัังใบเกลี้้�ยงสีีเขีียวอมเทา ท้้องใบสีอ่ี่อนกว่่าสีนวีล เล็็กน้้อย มีขนนุ่่ ีม ก้้านใบหลััก หููใบเล็็กมาก หลุุดร่ว่งง่่าย ดอกช่่อ ช่่อดอกแคบยาวรููปทรงกระบอก ดอกออกตามซอกใบบน ๆ หรืือแตกแขนงที่่�ปลายกิ่่�ง ช่่อดอกยาว ๗.๕–๒๐ เซนติิเมตร ดอกย่่อยขนาดเล็็ก ดอกขนาด ๐.๓ เซนติิเมตร กลีีบดอกสีีเหลืือง อ่่อนอมครีีม ดอกแก่่เปลี่่�ยนเป็นสี็ส้ี้ม มีขนี ประปราย ดอกมีีกลิ่่น� หอมอ่่อน ๆ ในตอนเย็น็ คล้้ายกลิ่่น�ดอกส้้ม ออกเป็นช่็ ่อเดี่่�ยวหรืือ หลายช่่อรวมกััน กลีีบดอกมีี ๕ กลีีบ ขนาด ๒.๕–๓ มิิลลิิเมตร เชื่่�อมกัันที่่�ฐานเป็็นหลอด กลีีบแคบ ปลายแหลม ก้้านดอกสั้้�น ทรงแคบ ส่่วนปลายเป็็นถ้้วยตื้้�นแยกเป็็น ๕ กลีีบ ก้้านดอกยาว ๑.๕–๓ มิิลลิิเมตร มีีขนคล้้ายไหม กลีีบเลี้้�ยงโคนเชื่่�อมติิดกััน เป็นรูู็ ปถ้ว้ย เกสรตัวผู้้มี ั ี ๑๐ อันัอัับเรณููมีต่ี่อมที่่�ปลาย ผลเป็นฝั็ ัก รููปแถบ จะแตกสองตะเข็็บ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 127
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ย้้อมสีีด้้วยเปลืือกและลำำต้้นไม้้มะกล่ำ ำ ผ้้าบาติิกพิิมพ์์ลายดอกทองอุุไร (ดอกไม้้ประจำจัำ ังหวััดสิิงห์บุ์ุรีี) ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ เปลืือกไม้้ และลำำต้้น การย้้อมสีีด้้วยเปลืือกและลำต้้นไม้้มะกล่่ำ การทำผ้้าบาติิกพิิมพ์์ลายดอกทองอุุไร (ดอกไม้้ประจำจัังหวััดสิิงห์์บุุรีี) นำผ้้าคอตตอนลายสองที่่�ย้้อมสีีด้้วยไม้้มะกล่่ำมาวางบนแท่่นพิิมพ์์ เทีียนบาติิกตั้้�งไฟให้้ร้้อนจนเทีียนละลาย นำบล็็อกพิิมพ์์ลายดอกทองอุุไรมาจุ่่มที่่�เทีียนบาติิก แล้ว้สลััดให้้แห้้ง นำไปปั๊๊�มบนผ้้าคอตตอนที่่�เตรีียมไว้้ให้้เต็็มผืนื แล้วน้ ำผ้้า ไปขึึงบนเฟรมไม้้ ใช้้จัันติิงจุ่่มเทีียนเขีียนต่่อลายเพื่่�อกัันสีี แล้้วใช้้พู่่กัันจุ่่มสีีระบายบนดอกไม้้และใบไม้้ ๑. เปลืือก เนื้้�อไม้้มะกล่่ำ จำนวน ๒ กิิโลกรััม ๒. น้้ำ ๓ ลิิตร ๓. สารส้้ม ๑ ช้้อนโต๊๊ะ ๔. เกลืือเม็็ด ๕. ผ้้าคอตตอนลายสอง ๖. แช่่เส้้นฝ้้ายหรืือผ้้าคอตตอนลายสองไว้้ ๒ ชั่่�วโมง แล้้วนำไปตากในที่่�ร่่ม ๑. ผ้้าคอตตอนลายสองที่่�ย้้อมสีีด้้วยไม้้มะกล่่ำ ๒. บล็็อกพิิมพ์์ลายดอกทองอุุไร ๓. เทีียนบาติิก ๔. เฟรมไม้้ เชืือก ตะปูู เข็็มกลััด ๕. จัันติ้้�งเขีียนลาย ๖. สีีเคมีี ๗. พู่่กััน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 128
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสุุโขทััย ชื่่�อต้้นไม้้ ตาลโตนด ตาลโตนด จัังหวััดสุุโขทััย ลัักษณะต้้นไม้้ เป็นพื็ ืชที่่มี�ีลำต้นสูู้ง สููงสุุดถึึง ๓๐ เมตร ต้น้หนึ่่�งมีีจำนวน ใบประมาณ ๒๕–๔๐ ใบ แต่่ละใบกว้้างประมาณ ๒–๓ เมตร มีี รููปร่่างแบบพััด กาบใบมีสีีเหลืืองปนม่ว่ งปนเขีียว และมีีหนามอยู่่ ตามบริิเวณขอบใบ เมื่่�อต้้นตาลอายุุยัังน้้อยอยู่่ จะมีีกาบใบหุ้้ม ลำต้้นอยู่่ทั่่�วไป เมื่่�ออายุุมากขึ้้�น ใบที่่�อยู่่ล่่างสุุดจะเริ่่�มแห้้งและ หลุุดร่่วงในเวลาต่่อมาปรากฏเป็็นรอยแผลอยู่่ตามบริิเวณของ ลำต้้นตาลที่่�มีีอายุุมาก ดอกของตาลจะทยอยบานจากส่่วนล่่าง ของงวงขึ้้�นไป ช่่อดอกเพศผู้้เป็็นช่่อดอกยาว ประกอบด้้วยช่่อ ดอกเล็็ก ๆ ยาวประมาณ ๒๕–๓๐ เซนติิเมตร ช่่อดอกเพศเมีีย จะใหญ่่กว่่าช่่อดอกเพศผู้้แต่่จะให้้ปริิมาณน้้ำตาลน้้อยกว่่า ระยะเวลาการเกิิดช่่อดอก จนกระทั่่�งผลิิตผลได้้สมบููรณ์์ใช้้เวลา ประมาณ ๔–๕ เดืือน 129 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ กล่่องข้้าวใบตาล ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. เตรีียมใบตาลสำหรัับใช้้ในการสานกล่่องข้้าว จำนวน ๒๔ เส้้น แล้้วนำไปใส่่ในแท่่นพิิมพ์์ตััดใบตาล เพื่่�อตััดแต่่ง ให้้ใบตาลมีีขนาดความกว้้างเท่่ากััน ๒. นำใบตาลที่่�ตััดแต่่งแล้้วไปแช่่น้้ำในภาชนะที่่�เตรีียมไว้้เป็็นเวลา ๒๐ วิินาทีี จากนั้้�นนำกรรไกรตััดแต่่งปลายทั้้�ง สองด้้านให้้เป็็นรููปปลายแหลม เพื่่�อให้้ง่่ายในการสานใบตาล ๓. การสานตัวักล่่องข้้าว ให้น้ำใบตาลที่่�เตรีียมไว้ว้างเรีียงชิิดกันัในแนวตั้้�ง จำนวน ๖ เส้น้ และสานสลัับเส้น้ ในแนวนอน อีีก ๖ เส้้น สำหรัับเป็็นฐานกล่่องข้้าว ๔. จากนั้้�นให้้สานขึ้้�นมุุมตััวกล่่องข้้าวทั้้�งสี่่�ด้้าน แล้้วสานใบตาลสลัับกัันไปเรื่่�อย ๆ จนได้้ความสููงตามที่่�ต้้องการ ๕. เมื่่�อสานจนได้้ความสููงตามที่่ต้�้องการแล้ว้ จากนั้้น�ให้้สานเก็็บขอบกล่่องข้้าว โดยให้้สานดััดปลายใบตาลลงไปยััง ตััวกล่่องข้้าว เพื่่�อเก็็บปลายใบตาลให้้สวยงาม เป็็นอัันเสร็็จสิ้้�นการทำตััวกล่่องข้้าว ๖. การทำฝากล่่องข้้าวนั้้�น จะมีีขั้้�นตอนการทำเหมืือนการสานตััวกล่่องข้้าวดัังข้้อ ๓ – ข้้อ ๕ ทุุกขั้้�นตอน เพีียงแต่่ การสานตััวกล่่องข้้าวนั้้�นในการสานจะต้้องดึึงใบตาลให้้แน่่น แต่่สำหรัับการสานฝากล่่องข้้าวนั้้�นให้้ดึึงใบตาล ไม่่ต้้องแน่่นมาก เพื่่�อให้้สามารถขยายขนาดของฝากล่่องให้้สวมรัับกัับตััวกล่่องข้้าวได้้พอดีี ๗. เมื่่�อได้ตั้ัวกล่่องและฝากล่่องข้้าวแล้้วให้้ลองนำมาสวมกัันและปรัับขนาด ฝากล่่องให้้พอดีีสามารถสวมรัับกัับตััว กล่่องข้้าวได้้ จากนั้้�นใช้้กรรไกรตััดแต่่งเก็็บปลายใบตาลให้้เรีียบร้้อย สวยงาม เป็็นอัันเสร็็จสิ้้�นการทำกล่่องข้้าว แบบสี่่�เหลี่่�ยม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 130
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสุุพรรณบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ มะเกลืือ มะเกลืือ จัังหวััดสุุพรรณบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ต้้นขน้าดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สููง ๘–๑๕ เมตร อาจ สููงได้้ถึึง ๓๐ เมตร ผลััดใบหรืือไม่่ผลััดใบ เปลืือกสีีดำ แตกเป็็น สะเก็็ดเล็็ก ๆ ตามยาว แก่่นสีีดำสนิิท เนื้้�อละเอีียดมัันสวยงาม ทุุกส่่วนของมะเกลืือเมื่่�อแห้้งจะเปลี่่�ยนเป็็นสีีดำ ใบอ่่อนและ กิ่่�งอ่่อนมีขนนุ่่ ีมทั้้�งสองด้้าน ใบเดี่่�ยว เรีียงสลัับ แผ่น่ ใบรููปไข่่ หรืือ รููปไข่่แกมรููปขอบขนาน กว้้าง ๑.๕–๔ เซนติิเมตร ยาว ๔–๘ เซนติิเมตร ปลายแหลม โคนสอบมน ขอบใบเรีียบ ก้้านใบยาว ๕–๑๐ เซนติิเมตร ใบอ่่อนมีีขนสีีเงิิน ใบแก่่หนา ผิิวเรีียบมััน ด้้านใต้้ใบสีีเขีียวซีีด บางเกลี้้�ยง เมื่่�อแห้้งสีีออกดำเงินิ เส้น้ ใบข้้าง ๑๐–๑๕ คู่่ก้้านใบยาว ๐.๕–๑ เซนติิเมตร ดอกสีขีาวหรืือเหลืืองอ่่อน แยกเพศอยู่่ต่่างต้้นกััน ดอกเพศผู้้ออกรวมเป็็นช่่อสั้้�น ๆ ตามซอกใบประมาณ ๓ ดอก กลีีบเลี้้�ยง ๔ กลีีบ กลีีบดอกโคน เชื่่�อมติิดกัันเป็็นรููปเหยืือกน้้ำปลายแยก ๔ กลีีบ โค้้งไปข้้างหลััง หลอดกลีีบดอกกลม ๖–๘ มิิลลิิเมตร แยกลึึกทั้้�งสองด้้าน ½ ของ หลอดกลีีบ เกสรเพศผู้้มีี ๑๔–๒๔ อันั เป็น็หมันั ๘–๑๐ อันั ไม่มี่ขนี ดอกเพศเมีีย ออกเป็น็ดอกเดี่่�ยวคล้้ายดอกเพศผู้้แต่มี่ขนี าดใหญ่่ กว่่า มีีขนนุ่่มปกคลุุม สีีเหลืือง ก้้านดอกยาว ๑–๓ มิิลลิิเมตร ก้้านเกสรตััวเมีีย ๔ แฉก รัังไข่่มีีขน ผลสด รููปทรงกลม เส้้นผ่่าน ศููนย์์กลางประมาณ ๒ เซนติิเมตร ผิิวเรีียบเกลี้้�ยง กลีีบจุุกผลมีี กลีีบเลี้้�ยง ๔ กลีีบ ติิดที่่�ขั้้�วของผล ผลดิิบสีีเขีียว ผลสุุกสีีเหลืือง อมดำ มีีเมล็็ด ๒–๓ เมล็็ด ชั้้�นกลีีบเลี้้�ยงขนาด ๕ มิิลลิิเมตร โค้้ง ไปด้้านหลััง โดยสามารถปลููกได้ทั่่ ้ว�ไปในที่่�โล่่งแจ้้ง ในป่่าผลััดใบ ป่่าเบญจพรรณ และป่่าดิิบ 131 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. นำใบมะเกลืือมาล้้างให้้สะอาด (ผึ่่�งไว้้ให้้แห้้ง) ๒. นำผ้้าที่่�เตรีียมไว้้ไปแช่่น้้ำปููนแล้้วนำไปตากให้้แห้้ง ๓. นำส่่วนผสมที่่�เตรีียมไว้้มาผสมให้้เข้้ากััน ๔. นำผ้้าที่่�ตากมาแช่่ในส่่วนผสมที่่�เตรีียมไว้้ โดยแช่่ให้้เข้้าเนื้้�อผ้้า อย่่างน้้อยประมาณ ๒๐ นาทีี ๕. เมื่่�อแช่่ครบกำหนดแล้้วบีีบผ้้าให้้หมาดมากที่่�สุุดเพื่่�อความคมชััดของลวดลาย ยึึดพื้้�นผิิวผ้้าให้้ตึึงและวางผ้้า ลงบนโต๊๊ะที่่�มีีขนาดเหมาะสม จััดวางใบไม้้ที่่�เตรีียมไว้้ตามจิินตนาการ ๖. ใช้้พลาสติิกคลุุมผิิวหน้้าทั้้�งหมดแล้้วกดให้้แนบสนิิทกัับผ้้า แล้้วนำไม้้หรืือแกนในพลาสติิก กลิ้้�งหรืือม้้วนทัับผ้้า ไปในทิิศทางเดีียวกัันเพื่่�อไม่่ให้้ใบไม้้ขยัับหรืือเคลื่่�อนที่่� ให้้ม้้วนไม้้หรืือแกนพลาสติิกไปพร้้อมกัับผ้้าให้้แน่่นที่่�สุุด แล้วซี้ ีลด้ว้ยพลาสติิกถนอมอาหารเพื่่�อกันัความชื้้น�ออกและเข้้า จากนั้้นมั�ัดเชืือกแล้วน้ ำไปนึ่่�งอย่่างน้้อย ๒๐ นาทีี หรืือจนกว่่าผ้้าจะนิ่่�ม ๗. เมื่่�อครบเวลาแกะห่่อผ้้าออก (พลาสติิกถนอมอาหารออก) ผึ่่�งให้้แห้้งแล้้วนำไปซัักน้้ำเปล่่า (ไม่่ควรใช้้น้้ำยา ปรัับผ้้านุ่่มโดยเด็็ดขาด เพราะจะทำให้้สีีเปลี่่�ยนหรืือตกได้้) ผึ่่�งในที่่�ร่่มให้้แห้้งสนิิท การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 132
การสร้้างสรรค์์การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ ประจำจัำ ังหวััดสุุราษฎร์์ธานีี ชื่่�อต้้นไม้้ เคี่่�ยม เคี่่�ยม จัังหวััดสุุราษฎร์์ธานีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลางถึึงขนาดใหญ่่ ลำต้นตั้้ ้ �งตรง มีีความสููงประมาณ ๒๐–๔๐ เมตร ลัักษณะเรืือนยอดเป็นพุ่่ ็มทึึบ รููปเจดีีย์์แบบต่่ำ ๆ ส่่วนเปลืือกต้้นเป็็นสีีน้้ำตาล เปลืือกเรีียบ มีีรอยด่่างสีีเทาและสีีเหลืืองสลัับกััน และมีีต่่อมระบายอากาศ กระจายอยู่่ทั่่ว�ไป เปลืือกด้้านในเป็นสี็ น้้ ีำตาลอ่่อน มีชัีนัใสตามลำต้น้และจะจัับกันัเป็นก้็ ้อนสีีเหลืืองเมื่่�อทิ้้�งไว้น้าน ขยายพัันธุ์์ ด้้วยวิิธีีการใช้้เมล็็ด โดยเด็็ดปีีกออกก่่อนนำไปเพาะ และวิิธีีการตอนกิ่่�ง เจริิญเติิบโตได้้ในดิินทุุกชนิิด ชอบดิินร่่วนและ ดิินร่่วนปนทรายที่่�มีีการระบายน้้ำได้้ดีี ชอบความชื้้�นสููงและแสงแดดปานกลาง โดยต้้นเคี่่�ยมสามารถพบขึ้้�นได้้ทั่่�วไปตามป่่า ดงดิิบทางภาคใต้้ ตั้้�งแต่่จัังหวััดชุุมพรลงไป ที่่�จัังหวััดสุุราษฎร์์ธานีีมีีต้้นเคี่่�ยมอยู่่ ๒ ชนิิด คืือ เคี่่�ยมขาวและเคี่่�ยมดำ ซึ่่�งเคี่่�ยม ดำเปลืือกต้้นจะหนาและเข้้มกว่่าเปลืือกต้้นเคี่่�ยมขาว ใบเคี่่�ยมมีีลัักษณะเป็็นรููปไข่่ ปลายใบสอบเรีียวหรืือหยัักเป็็นติ่่�งยาว ส่่วนโคนใบมน แผ่่นใบหนาหลัังใบเรีียบเป็็นมััน ส่่วนท้้องใบมีีขนสีีน้้ำตาลปนสีีเหลืือง ดอกเคี่่�ยมเป็็นดอกสีีขาว มีีกลิ่่�นหอม แบบอ่่อน ๆ ออกดอกเป็็นช่่อตามยาวที่่�ปลายกิ่่�งและตามง่่ามใบ ผลเคี่่�ยม ลัักษณะของผลเป็็นรููปทรงกลม มีีขนาดเล็็ก ผลมีี ขนาดเส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๐.๗ เซนติิเมตร มีีขนนุ่่มคล้้ายขนกำมะหยี่่�สีีน้้ำตาล มีีปีีก ๕ ปีีก แบ่่งเป็็นปีีกยาว ๒ ปีีก ปลายปีีกมนเรีียวสอบมาทางโคน มีีเส้้นตามยาว ๕ เส้้น และปีีกสั้้�นอีีก ๓ ปีีก ลัักษณะเป็็นรููปหอก ยาวประมาณ ๑ ใน ๓ รองรัับผลอยู่่ และจะติิดผลในช่่วงเดืือนกุุมภาพัันธ์์–เมษายน 133 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เส้้นฝ้้ายย้้อมสีีธรรมชาติิจากต้้นเคี่่�ยม ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. นำเปลืือกไม้้เคี่่�ยมมาตััดเป็นท่็ ่อนขนาด ๒–๓ นิ้้ว� แล้ว้ทำบุุบให้้แตก และนำไปต้้มผสมกัับตะบููน หรืือใบส้้มเสี้้�ยว เพื่่�อให้้สีีเข้้มมากขึ้้�น ต้้มประมาณ ๑–๒ ชั่่�วโมง กรองเอากากออกพัักไว้้ ๒. เตรีียมเส้้นฝ้้ายด้้วยการลอกกาวเพื่่�อล้้างไขมัันและช่่วยให้้สีีติิดดีียิ่่�งขึ้้�น โดยล้้างด้้วยสบู่่ โซดาแอช น้้ำยา อเนกประสงค์์ (น้้ำยาซัักล้้างที่่�ไม่่มีีกลิ่่�น) เตรีียมน้้ำยาสบู่่ ๑๘๐ กรััม หั่่�นฝอย ต้้มละลายในน้้ำ ๓๐–๔๐ ลิิตร เติิมโซดาแอช ๕๐ กรััม หรืือน้้ำยาอเนกประสงค์์ ๑ ช้้อนโต๊๊ะ คนให้้เข้้ากััน (ส่่วนผสมน้้ำยาลอกกาว ๓๐ ลิิตร ต่่อฝ้้าย ๑ กิิโลกรััม) ๓. นำเส้้นฝ้้ายที่่�ผ่่านการลอกกาวมาล้้างให้้สะอาด ตากแดดพอหมาด ๔. นำน้้ำต้้มเปลืือกเคี่่�ยมที่่�พัักไว้้มาต้้มจนเดืือด แล้้วนำเส้้นฝ้้ายที่่�เตรีียมไว้้มาต้้ม ใช้้เวลา ๑–๒ ชั่่�วโมงขึ้้�นอยู่่กัับ ความต้้องการความเข้้มของสีีฝ้้าย ๕. ต้้มจนได้้ความเข้้มสีีที่่�ต้้องการแล้้ว นำเส้้นฝ้้ายมาแช่่ด้้วยน้้ำปููนใสหรืือสารส้้มประมาณ ๑–๒ นาทีี เพื่่�อล๊๊อกสีี ให้้ติิดนาน ๖. นำเส้้นฝ้้ายมาซัักล้้างด้้วยน้้ำสะอาดจนสีีไม่่ตก น้้ำที่่�ล้้างใส แล้้วตากจนแห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 134
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดสุริุินทร์์ ชื่่�อต้้นไม้้ กัันเกรา กัน ั เกรา จัังหวััดสุุรินทร์์ ิ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สููงประมาณ ๑๐–๑๕ เมตร (อาจสููงได้้ถึึง ๒๕ เมตร) เปลืือกต้้นเรีียบมีี สีีน้้ำตาล เมื่่�อต้้นแก่่จะแตกเป็็นร่่องลึึกตามยาว ขยายพัันธุ์์ด้้วย วิธีิีการเพาะเมล็็ดและการปัักชำ มีถิ่่ีน�กำเนิิดตามป่่าเบญจพรรณ และตามที่่�ใกล้้กัับแหล่่งน้้ำ ในประเทศไทย เมีียนมา มาเลเซีีย เวีียดนาม และอินิเดีีย สำหรัับในบ้้านเราต้นกั้นัเกราขึ้้น�ได้ทั่่้ว�ไปใน ทุุกภาคของประเทศไทย แต่่จะพบได้้มากทางภาคใต้้ ใบกันัเกรา ลัักษณะของใบเป็็นใบเดี่่�ยว ออกเรีียงตรงข้้ามกััน ใบหนาแน่่น ที่่�ปลายกิ่่�ง เป็็นรููปรีี สีีเขีียวเข้้มเป็็นมััน ปลายใบและโคนใบ แหลม ขอบใบเรีียบ แผ่น่ ใบเรีียบ เนื้้�อใบค่่อนข้้างเหนีียว ใบกว้้าง ประมาณ ๔–๖ เซนติิเมตร และยาวประมาณ ๘–๑๒ เซนติิเมตร ผลกัันเกรา ลัักษณะผลเป็็นผลเดี่่�ยวทรงกลม มีีรสขม เส้้นผ่่าน ศููนย์์กลางประมาณ ๖–๘ มิิลลิิเมตร ผิวิเรีียบเป็นมั็นัมีติ่่ี�งแหลม ๆ สั้้�น ๆ อยู่่ตรงปลายสุุด ผลอ่่อนจะมีีสีีเขีียว เมื่่�อสุุกแล้้วจะเป็็นสีี แดงเลืือดนก จะติิดผลในช่ว่งเดืือนเมษายน – มิิถุุนายน และใน ผลมีีเมล็็ดเล็็ก ๆ จำนวนมาก สีีน้้ำตาลไหม้้ มีีรููปทรงไม่่แน่่นอน ฝัังอยู่่ในเนื้้�อนุ่่ม ๆ สีีแดง ดอกกัันเกรา ลัักษณะออกดอก เป็็นช่่อตามซอกใบ เมื่่�อเริ่่�มบานจะเป็็นสีีขาว เมื่่�อบานเต็็มที่่� จะเป็็นสีีเหลืืองอมแสด ที่่�กลีีบโคนเชื่่�อมติิดกัันเป็็นหลอดสั้้�น ปลายแยกออกเป็็น ๕ แฉก ปลายแฉกแหลม มีีเกสรเพศผู้้ ยาวติิดกัับกลีีบดอก และมีีเกสรตััวเมีียยาวอีีก ๑ อััน ออกดอก ในช่่วงเดืือนเมษายน – มิิถุุนายน 135 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ เส้้นไหมสีีธรรมชาติิ จากกัันเกรา ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ใบ ฟอกไหม ๑. นำไหมที่่�เตรีียมไว้้และทำความสะอาดแล้ว้มาต้้มในน้้ำย้้อมที่่อุ�ุณหภููมิิ ๖๐–๘๐ องศา ใช้้เวลาประมาณ ๑ ชั่่ว�โมง พลิิกสลัับด้้านเพื่่�อให้้สีีย้้อมซึึมเข้้าเส้้นใยสม่่ำเสมอ ๒. จากนั้้�นล้้างเส้้นใยให้้สะอาดประมาณ ๔ น้้ำ ๓. กระตุุกให้้เส้้นเรีียงตััว นำไปผึ่่�งในที่่�ร่่มจนแห้้ง ๔. สัับเปลืือกหรืือใบให้้เป็นชิ้้ ็น�เล็็กละเอีียด แล้วน้ ำไปต้้มในน้้ำเดืือด ใช้้เวลาประมาณ ๖ ชั่่ว�โมง กรองเอาน้้ำย้้อมออก ๕. เอาเส้้นไหมหมาด ๆ ใส่่ห่่วงย้้อม นำไปย้้อมในหม้้อสีี ยกขึ้้�นลง ๖. นำเส้น้ ไหมจุ่่มลงในน้้ำย้้อมที่่ต้�้ม พอขึ้้น�ไอ ใช้้เวลาประมาณ ๔๕–๖๐ นาทีี พลิิกสลัับด้้านไปมาทุุก ๑๕ นาทีี เพื่่�อ ให้้สีีย้้อมซึึมเข้้าเส้้นใยสม่่ำเสมอ ๗. เติิมสารส้้มในหม้้อย้้อมให้้สีีเหลืืองนวล (สีีดั้้�งเดิิม) หรืือเติิมจุุนสีีในหม้้อย้้อม ๑–๑.๕ ช้้อนโต๊๊ะ ให้้เป็็น สีีน้้ำตาลทอง ๘. ย้้อมเส้้นไหมต่่ออีีก ๔–๕ ชั่่�วโมง พลิิกสลัับด้้านไปมาทุุก ๑๕ นาทีี เพื่่�อให้้สีีย้้อมซึึมเข้้าเส้้นใยสม่่ำเสมอ (ไฟไม่่แรงจนเกิินไป) การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ) 136
การสร้างสรรคผลิต ์ภณฑ์ ั จากต้นไม้ประจำำจังหวัดหนองคาย ชื่่�อต้้นไม้้ ชิิงชััน ชิิงชัน ั จัังหวััดหนองคาย ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นที่่�มีีขนาดกลางไปจนถึึงขนาดใหญ่่ มีีความสููงประมาณ ๑๕–๒๕ เมตร เปลืือกของต้้นชิิงชัันมีีสีีเทาปน น้้ำตาลเล็็กน้้อย ผิิวสััมผััสเป็็นเกล็็ดบาง ๆ บริิเวณเปลืือกภายในจะเป็็นสีีเหลืือง เนื้้�อไม้้สีีน้้ำตาลอ่่อนอมเหลืืองมีีเส้้นแทรก สีีดำ เนื้้�อละเอีียดปานกลาง แข็็งและเหนีียวมาก 137 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ผ้้าไหมมััดหมี่่�ย้้อมสีีธรรมชาติิต้้นชิิงชััน ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือก แก่่น ใบ การสกััดสีีเปลืือก/แก่่น ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ การสกััดใบ วิิธีีการย้้อมสีี การย้้อมด้้วยสารช่่วยติิดสีีจากธรรมชาติิน้้ำปููนใส น้้ำโคลน ๑. เตรีียมเปลืือกและแก่นชิ่ ิงชันอััตราส่วน่ ๖ กิิโลกรััม ต่่อเส้น้ ไหม ๑ กิิโลกรััม นำมาสัับเป็นชิ้้ ็น�เล็็ก ๆ เติิมน้้ำ ๓๐ ลิิตร ๒. นำไปต้้มให้้เดืือดนาน ประมาณ ๓ ชั่่�วโมง ๓. ทิ้้�งไว้้ให้้เย็็นแล้้วนำมากรองด้้วยผ้้าขาวบาง เอาเฉพาะน้้ำสีี ปรัับปริิมาณให้้ได้้ ๓๐ ลิิตร ๑. เตรีียมใบชิิงชััน อััตราส่่วน ๙–๑๐ กิิโลกรััม ต่่อเส้้นไหม ๑ กิิโลกรััม ๒. ใส่่ภาชนะต้้ม เติิมน้้ำ ๓๐ ลิิตร นาน ๓ ชั่่�วโมง ๓. ทิ้้�งไว้้ให้้เย็็นแล้้วนำมากรองด้้วยผ้้าขาวบาง เอาเฉพาะน้้ำสีี ปรัับปริิมาณให้้ได้้ ๓๐ ลิิตร ๑. นำเส้้นไหมที่่�ลอกกาวแล้้วไปแช่่น้้ำให้้อิ่่�มตััวแล้้วบิิดหมาด กระตุุกให้้เส้้นไหมเรีียงตััว ๒. นำเส้้นไหมที่่�เตรีียมไว้้ลงไปย้้อมในน้้ำสีีที่่�เตรีียมไว้้ แบบย้้อมเย็็นที่่�อุุณหภููมิิปกติิ พลิิกเส้้นไหมไปมาเพื่่�อให้้สีีติิด สม่่ำเสมอ นานประมาณ ๑๕ นาทีี ยกเส้้นไหมออกพัักไว้้ ๓. นำน้้ำสีขึ้้ีนตั้้� �งไฟ คุุมอุุณหภููมิิ ๘๐–๙๐ องศาเซลเซีียส นำเส้น้ ไหมลงย้้อม นาน ๓๐ นาทีี แล้วน้ ำเส้น้ ไหมขึ้้น�พัักไว้้ ๔. นำสารส้้มใส่่ลงไปในหม้้อสีีประมาณ ๒ ช้้อนโต๊๊ะ หรืือ ๕๐ กรััม คนให้้ละลาย ๕. นำเส้้นไหมลงย้้อมประมาณ ๑๕ นาทีี สัังเกตจากเส้้นไหมดููดน้้ำสีีจนหมด (น้้ำสีีจะใส) ๖. นำเส้้นไหมขึ้้�นแล้้วบิิดหมาด ๆ กระตุุกเส้้นไหมให้้เรีียงตััว ๗. นำเส้้นไหมมาล้้างด้้วยน้้ำอุ่่นประมาณ ๒–๓ นาทีี นำเส้้นไหมขึ้้�นแล้้วบิิดหมาด ๆ กระตุุกเส้้นไหมให้้เรีียงตััว แล้้วนำไปล้้างในน้้ำสะอาด ๓ น้้ำ หรืือจนกว่่าสีีจะไม่่ตก ๑. นำปููนขาว อััตราส่่วน ๒๐๐ กรััม ต่่อน้้ำ ๑๐ ลิิตร คนให้้เข้้ากัันแล้้วทิ้้�งไว้้จนตกตะกอน ริินเอาเฉพาะน้้ำใส ๒. นำเส้้นไหมที่่�ได้้จากการย้้อมลงแช่่ในน้้ำปููนใส ๕ นาทีี ๓. เมื่่�อครบเวลานำเส้น้ ไหมไปล้้างให้้สะอาดแล้วน้ ำไปกระตุุกตากให้้แห้้ง สีขีองเส้น้ ไหมที่่�ได้้จะเข้้มขึ้้น� หรืือเปลี่่�ยน เฉดสีี ๑. เตรีียมน้้ำโคลนโดยใช้้อััตราส่่วน โคลน ๒ ส่่วน ต่่อน้้ำ ๑ ส่่วน ผสมให้้เข้้ากััน ทิ้้�งไว้้ประมาณ ๒–๓ วััน แล้้วกรอง เอาแต่่น้้ำโคลน ๒. นำเส้้นไหมที่่�ย้้อมสีีแล้้วแช่่ในน้้ำโคลนนาน ๑ ชั่่�วโมง ระหว่่างย้้อมหมั่่�นกลัับเส้้นไหมเพื่่�อป้้องกัันเส้้นไหมสีีด่่าง ๓. ครบเวลาให้้นำเส้้นไหมที่่�ย้้อมมาล้้างให้้สะอาด แล้้วนำไปกระตุุกให้้เส้้นเรีียงตััว ตากให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ) 138
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ ประจำจัำ ังหวััดหนองบััวลำำภูู ชื่่�อต้้นไม้้ พะยููง พะยููง จัังหวััดหนองบััวลำำ�ภู ู ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ ผลััดใบช่่วงสั้้�น ๆ มีีลัักษณะคล้้ายกัับต้้นประดู่่ โดยมีีความสููงของต้้นได้้ถึึง ๒๕ เมตร เมื่่�อโตเต็็มที่่�ลำต้้นจะมีีลัักษณะเปลาตรง มีีเรืือนยอดเป็็นรููปทรงกลมหรืือรููปไข่่ทึึบ เปลืือกต้้นเรีียบเป็็นสีีเทา และ ล่่อนเป็็นแผ่่นบาง ๆ ส่่วนเปลืือกด้้านในเป็็นสีีน้้ำตาลแกมสีีเหลืือง เนื้้�อไม้้เป็็นสีีแดงอมม่่วงถึึงแดงเลืือดหมููแก่่ เนื้้�อละเอีียด มีีความแข็็งแรงทนทาน มีีแก่น่หอมร้้อนและมีีรสขมฝาดเล็็กน้้อย ใบพะยููง ใบเป็น็ ใบประกอบ ออกเป็นช่็ ่อแบบขนนกปลายคี่่� ช่่อติิดเรีียงสลัับกััน ใบและช่่อจากเป็็นใบย่่อยมีีลัักษณะเป็็นรููปรีีแกมรููปไข่่ ติิดเรีียงสลัับประมาณ ๗–๙ ใบ ปลายสุุดของช่่อ ใบเป็น็ ใบเดี่่�ยวลัักษณะของใบเป็นรูู็ ปไข่่แกมรููปขอบขนาน รููปไข่่ หรืือรููปใบหอก ปลายใบแหลมยื่่น�เล็็กน้้อย โคนใบมนกว้้าง แล้วค่้ ่อย ๆ เรีียวสอบแหลมไปทางปลายใบ ส่วนข่ อบใบเรีียบเป็น็คลื่่น�เล็็กน้้อย ใบมีลัีักษณะเหนีียวคล้้ายกัับแผ่น่หนัังบาง ๆ หลัังใบเป็็นมัันสีีเขีียวเข้้มกว่่าด้้านท้้องใบ โดยท้้องใบเป็็นสีีเขีียวนวล ใบเกลี้้�ยงไม่่มีีขนทั้้�งสองด้้าน เส้้นแขนงใบมีีประมาณ ๖–๘ คู่่พอสัังเกตเห็็นได้้ทั้้�งสองด้้าน ดอกพะยููง ดอกออกรวมกัันเป็็นช่่อแยกแขนง ตามปลายกิ่่�งหรืือตามง่่ามใบใกล้้กัับ ปลายยอด ช่่อดอกตั้้�งขึ้้น� ดอกมีขนีาดเล็็ก ลัักษณะของกลีีบดอกเป็นรูู็ ปดอกถั่่วสี�ขีาวนวล มีีกลิ่่น�หอมอ่่อน ๆ ส่วน่กลีีบฐานดอก เชื่่�อมติิดกัันเป็็นรููปถ้้วยตื้้�น ๆ หรืือเป็็นรููประฆััง ขอบหยัักเป็็นแฉกตื้้�น ๆ ๕ แฉก มีีขนสั้้�น กลีีบคลุุมมีีลัักษณะคล้้ายรููปโล่่ กลีีบปีีกสองกลีีบมีีลัักษณะเป็็นรููปขอบขนาน ส่่วนกลีีบกระโดงเชื่่�อมติิดกััน มีีลัักษณะคล้้ายรููปพระจัันทร์์ครึ่่�งเสี้้�ยวหรืือ รููปเรืือ ดอกมีีเกสรเพศผู้้ ๑๐ อััน อัันบนอยู่่เป็็นอิิสระ ออกดอกในช่่วงประมาณเดืือนพฤษภาคม–กรกฎาคม ผลเป็็นฝััก ลัักษณะของฝัักเป็็นรููปขอบขนาน แบนและบอบบาง ผิิวฝัักเกลี้้�ยง ตรงกลางมีีกระเปาะหุ้้มเมล็็ด บริิเวณที่่�หุ้้มเมล็็ดจะมอง เห็็นเส้้นแขนงไม่่ชััดเจน ฝัักจะแก่่ประมาณ ๒ เดืือนหลัังการออกดอก ซึ่่�งจะอยู่่ในช่่วงประมาณเดืือนกรกฎาคม–กัันยายน เมื่่�อฝัักแก่่แล้้วจะไม่่แตกออกเหมืือนฝัักมะค่่าโม่่งหรืือฝัักไม้้แดง แต่่ฝัักจะร่่วงหล่่นโดยที่่�เมล็็ดยัังอยู่่ในฝัักเมล็็ดพะยููง เมล็็ด มีีลัักษณะเป็็นรููปไต สีีน้้ำตาลเข้้ม มีีประมาณ ๑–๔ เมล็็ดต่่อฝััก ผิิวเมล็็ดค่่อนข้้างมััน มีีขนาดกว้้างประมาณ ๔ มิิลลิิเมตร และยาวประมาณ ๗ มิิลลิิเมตรขยายพัันธุ์์ที่่�นิิยมทำกัันก็็คืือ การนำเมล็็ดมาเพาะให้้เป็็นต้้นกล้้า สามารถขึ้้�นได้้ในดิิน ทุุกชนิิด ทนแล้้งได้้ดีี การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ 139 โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ผ้้าพิิมพ์์สีีธรรมชาติิจากใบพะยููง (Eco Print) ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ขั้้�นเตรีียมการ ใบ ดอก ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ นำผ้้าที่่�ต้้องการทำลวดลายไปแช่่สารช่่วยย้้อมสีีธรรมชาติิ ประกอบด้้วย ๑) สารส้้ม ๑ ส่่วน ๒)น้้ำส้้มสายชูู ๑ ส่่วน ๓) เบกิิงโซดา ๑ ส่่วน แช่่ผ้้าไว้้ ๑ คืืน แล้้วนำมาปั่่�นให้้หมาด ๆ วางผ้้าที่่�ต้้องการทำลวดลายบนพื้้�นที่่�สะอาด หรืือบนโต๊๊ะ นำใบไม้้ ดอกไม้้ที่่�จััดเตรีียมไว้้มาวางบนผืืนผ้้า เพื่่�อให้้เกิิดลวดลายตามที่่�ต้้องการ นำพลาสติิกมาขึึงวาง ปิิดทัับผ้้าทั้้�งผืืน ใช้้สายยางเป็็นแกนกลางในการม้้วนผืืนผ้้า ข้้อควรระวััง ควรขึึงผืืนผ้้าให้้ตึึงระหว่่างการม้้วนผ้้า อาจ มีีคลิิปดำหนีีบผ้้าให้้ม้้วนตึึง ใช้้พลาสติิกห่่อหุ้้มม้้วนผ้้าให้้มิิดชิิดทุุกด้้าน นำม้้วนผ้้าที่่�ม้้วนเสร็็จเรีียบร้้อยแล้้วไปนึ่่�ง ๒ ชั่่�วโมง หลัังจากนึ่่�งแล้้ว นำผ้้าที่่�นึ่่�งมาคลี่่�ออกผึ่่�งลมโกรก ไม่่ควรตากแดด วิิธีีการย้้อมสีี วิิธีีการซัักผ้้าและการทำให้้สีีติิดทนนาน ๑. นำผ้้าพิิมพ์์สีีธรรมชาติิ Eco Print ที่่�แห้้งสนิิทแล้้วมาล้้าง ๒. นำผ้้ามาขยำกัับเกลืือ สารส้้ม ประมาณ ๑๕–๒๐ นาทีี เพื่่�อให้้ผ้้าคงสภาพ ๓. นำมาล้้างด้้วยน้้ำสะอาด แล้้วแช่่น้้ำยาปรัับผ้้านุ่่ม ๔. ควรตากในที่่�ร่่ม ลมโกรก เวลารีีดต้้องใช้้ไฟปานกลาง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ) 140
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดอ่่างทอง ชื่่�อต้้นไม้้ มะพลับั มะพลับ ั จัังหวััดอ่า ่ งทอง ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืน้สููงประมาณ ๘ – ๑๕ เมตร เปลืือกต้นสี้ ีเทา ปนดำ ทรงพุ่่มกลมทึึบ การเกาะติิดของใบบนกิ่่�งแบบสลัับ ใบเป็็นใบเดี่่�ยว รููปขอบขนาน ขนาดประมาณ ๔x๘ เซนติิเมตร ปลายแหลมมน และโคนใบมน ดอกออกเป็็นช่่อที่่�ซอกใบ ดอกขนาดเล็็กสีีขาวนวล รููปคนโทคว่่ำ มีีกลิ่่�นหอมอ่่อน ๆ ผลทรงกลมขนาดเส้นผ่้ ่านศููนย์์กลางประมาณ ๓.๕๐ เซนติิเมตร ผลสุุกสีีส้้มเหลืือง เมล็็ดมีี ๘ เมล็็ด สีีน้้ำตาลดำทรงรีีแป้้น ขนาดประมาณ ๑x๒ เซนติิเมตร มะพลัับเป็็นพัันธุ์์ไม้้ป่่าดงดิิบ พบขึ้้�นในป่่าที่่�ลุ่่มต่่ำบริิเวณแนวกัันชน ระหว่่างป่่าบกและป่่า ชายเลน บริิเวณชายคลองและชายป่่าพรุุ เหนืือระดัับน้้ำทะเล ๒–๓๐ เมตร ทางภาคใต้้ของประเทศไทย ในต่่างประเทศ พบที่่�มาเลเซีีย การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 141
ผ้้าบาติิกโดยใช้้จัันติง Canting เ ิขีียนลายดอกมะพลัับ ด้้วยปากกาเทีียนและย้้อมด้้วยยางมะพลัับ ผ้้าบาติิก ลายดอกมะพลัับ ลายสน ลายขอ โดยใช้้พิิมพ์์เทีียน เขีียนและย้้อมด้้วยยางมะพลัับ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ดอก ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ๑. นำเปลืือกมะพลัับมาต้้มในน้้ำสะอาดนาน ๑ ชั่่�วโมง เพื่่�อเคี่่�ยวเอายางออก ๒. นำเทีียนบาติิก ใส่่หม้้อต้้มเทีียน (ใบเล็็ก) สำหรัับใส่่จัันติ้้�งเพื่่�อใช้้สำหรัับพิิมพ์์เทีียน ๓. แบ่่งผ้้าออกชิ้้�นละ ๑ เมตร ๔. ทำความสะอาดผ้้าโดยใช้้น้้ำยาล้้างจาน และนำไปตากให้้แห้้ง ๕. นำผ้้ามาเขีียนลายดอกมะพลัับด้้วยดิินสอ (ลอกลาย) ๖. เขีียนลายดอกมะพลัับด้้วยจัันติิงใส่่น้้ำเทีียน และใช้้บล็็อกพิิมพ์์ลายดอกมะพลัับและลายสน จุ่่มลงในหม้้อต้้ม เทีียนเพื่่�อนำมาพิิมพ์์ลงบนผ้้า (พิิมพ์์เทีียน) โดยออกแบบลายผ้้าตามต้้องการ ๗. หลัังจากเขีียนลายผ้้าเสร็็จแล้้ว นำผ้้าไปแช่่ในน้้ำยาล้้างจาน และนำไปผึ่่�งให้้หมาด ๆ ๘. นำผ้้ามาย้้อมสีีด้้วยยางมะพลัับ โดยนำผ้้าใส่่ในกระป๋๋องที่่�เตรีียมไว้้ และเทน้้ำยางมะพลัับลงไป โดยเทให้้ทั่่�วผืืน และขยำผ้้าเพื่่�อให้้น้้ำยางซึึมลงผ้้าอย่่างทั่่�วถึึงและทิ้้�งไว้้นาน ๒ ชั่่�วโมง ๙. หลัังจากนั้้�นนำผ้้าไปแช่่น้้ำยาล้้างจานเพื่่�อล้้างยางมะพลัับออก และนำไปตากให้้แห้้ง ๑๐. นำผ้้ามาต้้มด้ว้ยน้้ำเปล่่าผสมด้ว้ยน้้ำยาล้้างจานจนเทีียนที่่�อยู่บ่นผ้้าออกจนหมด และนำไปแช่ด้่ว้ยน้้ำยาปรัับผ้้านุ่่ม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 142
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดอำำนาจเจริิญ ชื่่�อต้้นไม้้ ตะเคีียนหิิน ตะเคีียนหิน ิ จัังหวััดอำำ�นาจเจริิญ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สููง ๑๕–๓๐ เมตร ไม้ต้้น้ผลััดใบ เปลืือกสีน้้ ีำตาลแก่่ แตกล่่อนเป็น็สะเก็็ด โคนต้นมั้ ัก มีีพููพอนต่่ำ เรืือนยอดเป็็นพุ่่ม กลมหรืือรููปกรวยแหลมมองเห็็น สีีแดงอ่่อนในระยะที่่�ผลิิใบใหม่่ ๆ กิ่่�งอ่่อนเรีียบมีีขนประปราย ใบเดี่่�ยวเรีียงสลัับ แผ่่นใบรููปไข่่แกมรููปหอก กว้้าง ๒.๕–๓ เซนติิเมตร ยาว ๖–๘.๕ เซนติิเมตร ปลายเป็นติ่่ ็ �งทู่ โค่นมนกว้้าง ค่่อย ๆ เรีียวไปทางปลาย ดอกเล็็ก สีขีาวหรืือขาวปนเหลืืองอ่่อน ออกเป็็นช่่อสั้้�น ๆ ตามง่่ามใบและปลายกิ่่�ง ผลโตประมาณ ๑.๔ เซนติิเมตร ปลายเป็็นติ่่�งแหลม มีีขนประปราย มีีปีีกยาว ๒ ปีีก การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ 143 โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ผ้้าขิิดลายตะขอสลัับเอื้้�อ ย้้อมสีีจากต้้นตะเคีียนหิิน ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ใบ ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ สารช่่วยติิดสีี (มอร์์แดนท์์) เป็็นตััวที่่�ช่่วยให้้สีีติิดอยู่่บนผ้้าและเส้้นใยได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ ไม่่ตกง่่าย และสาร ช่่วยติิดสีีแต่่ละชนิิดยัังมีีผลให้้เกิิดสีีที่่�แตกต่่างกัันอีีกด้้วย สารช่่วยติิดสีี ได้้แก่่ สารส้้ม จุุนสีี เกลืือ ปููนขาว สนิิมเหล็็ก สาร ช่่วยติิดสีีธรรมชาติิโดยทั่่�วไปนิิยมใช้้โคลนหรืือน้้ำบาดาล ใช้้ใบไม้้ ผลไม้้ เปลืือกไม้้ เช่่น ใบเหมีียด ใบส้้มเสี้้�ยว ใบส้้มป่่อย ใบมะขาม มะนาว และน้้ำขี้้�เถ้้า สารกระตุ้้น ในการย้้อมสีธีรรมชาติที่่ิมี�คุีุณสมบัติัิเป็น็กรด จะใช้้ได้ดี้กัีับเส้น้ ใยที่่�ได้้จากสััตว์์ คืือ ไหม และที่่มี�คุีุณสมบัติัิ เป็็นด่่าง จะใช้้ได้้ดีีกัับเส้้นใยที่่�ได้้จากพืืช การเลืือกใช้้สารกระตุ้้นในการย้้อมสีีธรรมชาติิมีี ๓ วิิธีี คืือ ขั้้�นตอนการทอผ้้า หลัักการในการทอผ้้า คืือ การเอาเส้้นไหมมากกว่่า ๒ เส้้นขึ้้�นไปมาขััดสลัับกััน ซึ่่�งมีีวิิธีีการทอ เป็็นขั้้�น ๆ ดัังนี้้� ๑. นำเส้้นฝ้้ายที่่�จะย้้อมมาต้้มในน้้ำสบู่่หรืือผงซัักฟอกเพื่่�อไล่่ไขมััน ใช้้เวลาประมาณ ๓๐ นาทีี จากนั้้�นนำขึ้้�นมาผึ่่�ง ให้้เย็็นแล้้วนำไปน้้ำซัักในสะอาด ๒. นำเปลืือกไม้้/ใบไม้้ตะเคีียนหิินที่่�เตรีียมไว้้ มาต้้มจนเดืือด ใช้้เวลาประมาณ ๔๕ นาทีี แล้้วกรองแยกกากออก ๓. นำน้้ำสีีที่่�กรองแล้้วมาต้้มในหม้้อ ใส่่เกลืือทะเล ๑ ช้้อนโต๊๊ะ คนจนละลายแล้้วนำฝ้้ายที่่�ไล่่ไขมัันไว้้แล้้วลงมา ต้้มต่่อประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ๔. เตรีียมสารช่่วยย้้อมหรืือสารช่่วยติิดสีี (มอร์์แดนท์์) โดยใช้้น้้ำปููนใสและน้้ำสนิิมในการปรัับสมดุุลให้้ฝ้้าย นำฝ้้าย ลงไปแช่่จนกว่่าจะได้้สีีตามที่่�ต้้องการ ๕. นำฝ้้ายที่่ย้�้อมแล้ว้ ออกผึ่่�งมาให้้สะเด็็ดน้้ำ ทิ้้�งไว้้จนเย็น็ แล้วน้ ำไปซัักจนสะอาด นำฝ้้ายที่่ซั�ักสะอาดดีีแล้ว้ไปตาก จนแห้้ง ส่วนฝ้ ่ ้ายที่่�ใช้้เป็น็เส้นยื้นนื ำไปแช่่ในแป้้งเปีียกก่่อนนำออกไปตาก เพื่่�อให้้เส้นด้้ ้ายมีีความเหนีียวไม่ข่าดง่่าย ๑. ใช้้ก่่อนย้้อมสีี นำเส้้นใยแช่่ในสารกระตุ้้นก่่อนนำไปลงย้้อมในน้้ำสีีที่่�เตรีียมไว้้ ๒. ใช้้พร้้อมกัับการย้้อม ใส่่สารกระตุ้้นไปพร้้อมกัับน้้ำสีีในระหว่่าการย้้อม ๓. ใช้้หลัังการย้้อม หลัังจากย้้อมสีีแล้้วจึึงนำเส้้นใยไปจุ่่มหรืือแช่่ในสารกระตุ้้น ๑. เมื่่�อเตรีียมไหมเส้้นพุ่่งและไส้้หููกเรีียบร้้อยแล้้ว นำเอาเส้้นหููกอัันใหม่่สืืบต่่อกัับไส้้หููกที่่�ค้้างอยู่่ในเขาหููกและ ร่่องฟัันฟืืมเดิิม กางกี่่�หรืือหููกให้้เรีียบร้้อย ๒. เอาหลอดไหมเข้้าร่่องกระสวย ร้้อยไหมจากหลอดผ่่านรููเล็็ก ๆ ข้้างกระสวย หากเส้้นไหมหมดจากหลอดแรก ต้้องเอาหลอดที่่� ๒, ๓… ตามลำดัับหลอดที่่�ร้้อยไว้้ บรรจุุเข้้ากระสวยและทอตามลำดัับ ๓. คล้้องเชืือกจากเขาหููกอัันหนึ่่�งเข้้ากัับไม้้คัันเหยีียบข้้างใดข้้างหนึ่่�งและคล้้องเชืือกเขาหููกที่่�เหลืืออีีกอัันเข้้า กัับไม้้คัันเหยีียบอีีกอััน เมื่่�อเหยีียบไม้้คัันเหยีียบข้้างหนึ่่�ง ไส้้หููกกางออกเป็็นช่่องเนื่่�องจากการดึึงของเขาหููก พุ่่งกระสวยผ่่านช่่องว่่างนั้้�น แล้้วดึึงฟืืมกระทบเส้้นฝ้้ายที่่�ออกมาจากกระสวยเข้้าไปเก็็บไว้้ เหยีียบไม้้คัันเหยีียบ อีีกอััน พุ่่งกระสวยผ่่านช่่องว่่างกลัับมาทางเดิิม ดึึงฟืืมกระทบเส้้นฝ้้ายเข้้าเก็็บ เหยีียบไม้้คัันเหยีียบอีีกอััน พุ่่งกระสวย ดึึงฟืืมกระทบ เหยีียบไม้้คัันเหยีียบ ทำสลัับกัันไปเรื่่�อย ๆ จนได้้ผืืนผ้้า การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ) 144
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดอุุดรธานีี ชื่่�อต้้นไม้้ รััง รััง จัังหวััดอุุดรธานีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืน้ผลััดใบ ขนาดเล็็กถึึงขนาดกลางสููง ๑๐– ๒๕ เมตร เปลืือกสีีเทาหรืือน้้ำตาลอมเทา แข็็ง และหนามาก แตกเป็นร่็ ่องลึึกตามยาวของลำต้น้ เปลืือกด้้านในสีีแดงออก น้้ำตาล น้้ำยางสีีเหลืืองอ่่อนถึึงสีีน้้ำตาล ใบเดี่่�ยวเรีียงสลัับ รููปไข่่กว้้างถึึงรููปขอบขนาน ปลายเรีียวแหลมหรืือมน โคน รููปหััวใจขอบเรีียบ ขอบเป็็นคลื่่�นขึ้้�นลง ใบอ่่อนแตกใหม่่ สีน้้ ีำตาลแดง แผ่น่ ใบเรีียบ แผ่น่ ใบบางคล้้ายกระดาษถึึงหนา คล้้ายแผ่่นหนััง เกลี้้�ยง แผ่่นใบด้้านล่่างมีีขนประปราย ดอก มัักออกก่่อนแตกใบอ่่อน ดอกตููมรููปไข่่ หรืือรููปรีีขนาดใหญ่่ ดอกย่่อยสีีเหลืือง กลิ่่�นหอมอ่่อน ๆ กลุ่่มละ ๕–๒๐ ดอก มีี ๕ กลีีบ รููปไข่่ ปลายบิิดเป็น็เกลีียวคล้้ายกัังหันั ปลายกลีีบโค้้ง ไปด้้านหลััง ฐานกลีีบเชื่่�อมกััน กลิ่่�นหอม ดอกหลุุดร่่วงง่่าย ดอกรััง ออกดอกเป็็นช่่อแบบช่่อแยกแขนง โดยจะออกตาม ซอกใบเหนืือรอยแผลใบหรืือออกที่่�ปลายกิ่่�งดอกมัักจะออก ก่่อนแตกใบอ่่อน ดอกตููมมีีลัักษณะเป็็นรููปไข่่หรืือรููปรีีขนาด ใหญ่่ ดอกย่่อยเป็็นสีีเหลืือง มีีกลิ่่�นหอมอ่่อน ๆ มีีกลุ่่มละ ๕–๒๐ ดอก มีี ๕ กลีีบ ลัักษณะเป็็นรููปไข่่ ปลายบิิด เป็็นเกลีียวคล้้ายกัังหััน ปลายกลีีบโค้้งไปด้้านหลััง โคนกลีีบ เชื่่�อมกััน มีีกลิ่่�นหอม ดอกหลุุดร่่วงได้้ง่่าย ส่่วนกลีีบเลี้้�ยง มีลัีักษณะเป็นรูู็ ปไข่่แกมรููปใบหอกกว้้าง มีีอยู่ ๕ ก่ลีีบ ปลายกลีีบ เลี้้�ยงเรีียวแหลม โคนเชื่่�อมติิดกััน ผิิวด้้านนอกมีีขน ผลรััง ผลเป็็นแบบผลผนัังชั้้�นในแข็็ง ลัักษณะเป็็นรููป ไข่่ มีปีีกที่่�พััฒนามาจากกลีีบเลี้้�ยง ๕ ปีีก ลัักษณะเป็นรูู็ ปช้้อน มีีเส้้นตามยาวชััดเจน แบ่่งเป็็นปีีกยาว ๓ ปีีก ปลายป้้านเป็็น รููปใบพาย และปีีกสั้้�นอีีก ๒ ปีีก มีีเส้้นตามยาวของปีีกตั้้�งแต่่ ๗ เส้้นขึ้้�นไป ภายในผลมีีเมล็็ด ๑ เมล็็ด จะออกดอกและ เป็็นผลในช่่วงระหว่่างเดืือนมกราคมถึึงเดืือนเมษายน เมื่่�อ ออกดอกหลัังใบร่ว่งแล้ว้จะพร้้อมแตกใบใหม่พ่บ ตามป่่าเต็็ง รัังป่่าเต็็งรัังผสมก่่อและสน เขาหิินปููน ออกดอกและเป็็นผล ระหว่่างเดืือนมกราคม–เมษายน 145 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)