ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อมจากเปลืือกต้้นนนทรีี (ผ้้าพัันคอ) ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. ทำน้้ำสีี โดยการแช่่เปลืือกต้้นนนทรีีในน้้ำประมาณ ๒–๓ วััน แล้้วนำมาต้้มในน้้ำเดืือดแล้้วกรองเอาเปลืือกนนทรีี ออกจะได้้น้้ำสีี ๒. การย้้อมผ้้า นำผ้้าที่่�มััดลายลงต้้มน้้ำสีีประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ๓. นำผ้้ามััดย้้อมที่่ยั�ังไม่่แกะเชืือกมััดลายลงแช่่ในตัวัทำปฏิิกิริิยาหลัังย้้อม เช่น่ น้้ำปููนใสหรืือสารส้้ม ซึ่่�งจะให้สี้ ที่่�แตกต่่าง กัันไป เช่่น น้้ำปููนใส จะให้้สีีที่่�อ่่อนลง ปููนใสจะให้้สีีที่่�เข้้มขึ้้�น การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 46
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดนราธิิวาส ชื่่�อต้้นไม้้ ตะเคีียนชัันตาแมว ตะเคีียนชันตา ั แมว จัังหวััดนราธิวาิส ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนสูู้ง ๓๐–๔๐ เมตร ขึ้้น�ตามที่่�ลาดชันัในป่่าดิิบชื้้น� พบที่่�ความสููงจากระดัับน้้ำทะเลปานกลาง ๓๐๐–๕๐๐ เมตร ทางแหลมมลายูู เป็น็ ไม้้มงคลพระราชทาน ประจำจัังหวััดนราธิวิาส มีีลัักษณะเรืือนยอดเป็็นพุ่่มทึึบ ลำต้้นขึ้้�นตรง เปลืือกสีีน้้ำตาลเข้้ม ล่่อนเป็น็สะเก็็ดตลอดลำต้น้มีียางข้้นสีขีาว ใบ เป็น็ ใบเดี่่�ยวเรีียงสลัับ แผ่่นใบรููปหอกหรืือรููปดาบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ออกดอก เป็นช่็ ่อตามง่่ามใบและปลายกิ่่�ง สีขีาว กลิ่่น�หอม ออกดอกช่ว่งเดืือน เมษายน–มิิถุุนายน พบมากทางแถบป่่าดงดิิบที่่�จัังหวััดยะลาและ นราธิิวาส จััดเป็็นพัันธุ์์ไม้้มงคลหายาก และมีีคุุณค่่าทางเศรษฐกิิจ สููงชนิิดหนึ่่�ง ใบเป็็นใบเลี้้�ยงเดี่่�ยวออกเรีียงสลัับตามกิ่่�งทรงใบหอก กว้้าง ๒–๔ เซนติิเมตร โคนใบมน ปลายใบแหลม ผิวิเกลี้้�ยง ขอบเรีียบ มีีเส้้นแขนงใบ ๙–๑๑ คู่่ ดอกออกเป็็นช่่อตามซอกใบและปลายกิ่่�ง แต่่ละช่่อมีีดอกย่่อยมาก เวลาบานมีสีขีาวอมเหลืือง กลิ่่น�หอมทั้้�งวััน เมล็็ดเป็็นทรงกระบอกโค้้ง ปลายแหลม มีีกลีีบเลี้้�ยงรองผล ๕ กลีีบ เส้้นผ่่านศููนย์์กลางผล ๑.๕–๒ เซนติิเมตร ยาว ๕–๗ เซนติิเมตร ลำต้้น มีีขนาดใหญ่่สููงเฉลี่่�ยประมาณ ๓๐–๔๐ เมตร ลำต้้นขึ้้�นตรง เปลืือกสีีน้้ำตาลเข้้มล่่อนเป็็นสะเก็็ด เปลืือกในเหลืืองและแตกเป็็น สะเก็็ดตามแนวสููงของต้้น การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 47
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าคลุุมไหล่่ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ดอก ๑. เลืือกใบไม้้สดจากต้้นตะเคีียนชัันตาแมวที่่�ต้้องการ ๒. เลืือกผ้้าที่่�จะพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) ต้้องเป็็นเส้้นใยธรรมชาติิเท่่านั้้�น ๓. วางใบไม้้และดอกไม้้ต้้นตะเคีียนชัันตาแมวลงบนผ้้าตามต้้องการ โดยใช้้สารช่่วยย้้อมกัับใบไม้้หรืือผ้้า ๔. ม้้วนผ้้าที่่�มีีใบไม้้วางไว้้เรีียบร้้อยแล้้วลงใปนึ่่�งในหม้้อนึ่่�ง ใช้้เวลาประมาณ ๒ ชั่่�วโมง เพื่่�อให้้ลายใบไม้้ชััดเจนขึ้้�น และ สีีย้้อมผ้้าติิดลงในเนื้้�อผ้้า ๕. นำผ้้าออกจากหม้้อนึ่่�ง แกะม้้วนผ้้าออกมา และแกะใบไม้้ออกจากผ้้า ๖. นำผ้้าไปผึ่่�งให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 48
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดน่่าน ชื่่�อต้้นไม้้ กำลัำ ังเสืือโคร่่ง กำำ�ลัังเสืือโคร่่ง จัังหวััดน่าน ่ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ต้้น สููง ๒๐–๓๕ เมตร เปลืือกสีีเทา กิ่่�งมีีขนอุุยและ ต่่อมหนาแน่น่ ใบเดี่่�ยว เรีียงสลัับ รููปไข่่ รููปใบหอกหรืือรููปใบหอกแกม รููปไข่่ กว้้าง ๑.๕–๖.๕ เซนติิเมตร ยาว ๖.๕–๑๓.๕ เซนติิเมตร ขอบ ใบจัักฟัันเลื่่�อย แผ่่นใบด้้านล่่างมีีจุุดโปร่่งใสหนาแน่่น ช่่อดอกเพศผู้้ แบบช่่อหางกระรอก ออกตามซอกใบห้้อยลง ออกก่่อนผลิิใบ มีีใบประดัับจำนวนมาก เรีียงซ้้อนเหลี่่�ยม ในแต่่ละใบประดัับมีี ๑–๓ ดอก กลีีบเลี้้�ยงขนาดเล็็ก ๔ กลีีบ ไม่่มีีกลีีบดอก เกสรเพศผู้้ ๒ อััน ช่่อดอกเพศเมีียมีี ๓–๕ ช่่อ ออกแบบช่่อกระจะห้้อยลง รููปทรง กระบอกแคบ ๆ ยาว ๕–๑๐ เซนติิเมตร กลีีบเลี้้�ยงคล้้ายเกล็็ด มีี ๑–๖ กลีีบ รัังไข่่อยู่ใ่ต้ว้งกลีีบ ก้้านเกสรเพศเมีีย ๒ อันั ผลแบบเปลืือกแข็็ง เมล็็ดล่่อน แบน ยาวประมาณ ๐.๒ เซนติิเมตร มีีปีีกบาง 49 49 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าทอมืือจากฝ้้ายย้้อมสีีธรรมชาติิ จากต้้นกำำลัังเสืือโคร่่ง ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือก ใบ ๑. ใช้้เปลืือกสดและใบสัับละเอีียด จำนวน ๕ กิิโลกรััม ต่่อน้้ำ ๒๐ ลิิตร ๒. ต้้มน้้ำให้้เดืือดอย่่างน้้อย ๑ ชั่่�วโมง ๓. กรองให้้สะอาด ๔. นำฝ้้ายขาวไปซัักด้้วยสบู่่ลาย นำไปต้้มด้้วยน้้ำสบู่่ แล้้วนำมาซัักให้้สะอาด ใช้้เวลา ๑ ชั่่�วโมง ๕. นำฝ้้ายไปต้้มในน้้ำเดืือด (น้้ำสีี) ใช้้เวลา ๒๐ นาทีี ใส่่เกลืือแกง ๓ ขีีด (ช่่วยดููดสีี) แล้้วต้้มต่่ออีีก ๑ ชั่่�วโมง ๖. ส่่วนประกอบของการทำสีี ได้้แก่่ ปููนขาว น้้ำขี้้�เถ้้า น้้ำสารส้้ม สนิิมหรืือเฟอร์์รััสซััลเฟต ๗. สััดส่่วน ฝ้้าย ๑ ใจ ต่่อน้้ำ ๒ ลิิตร/ฝ้้าย ๑๐ ใจ ต่่อน้้ำ ๒๐ ลิิตร ๘. แช่่ในน้้ำสีี ๑ ชั่่�วโมง บิิดให้้แห้้งและนำไปตาก ๙. ซัักด้้วยน้้ำเปล่่าอีีก ๑ รอบ (จนน้้ำใส) กระบวนการค้้นหาภููมิิปััญญา การนำส่่วนต่่าง ๆ ของต้้นกำลัังเสืือโคร่่งมาใช้้ในการย้้อมฝ้้าย เพื่่�อนำไปทอเป็็น ผลิิตภััณฑ์์ผ้้าทอมืือย้้อมสีีธรรมชาติิ โดยมีีขั้้�นตอนดัังนี้้� การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 50
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดบึึงกาฬ ชื่่�อต้้นไม้้ สิิริินธรวััลลีี สิริ ิ นธ ิ รวััลลีี จัังหวััดบึึงกาฬ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้เลื้้�อยขนาดใหญ่่ ลำต้้นเป็็นเถาเลื้้�อยพาดตามต้้นไม้้ อื่่น� สามารถเลื้้�อยได้้ยาวมากกว่่า ๒๐ เมตร เป็น็ ไม้้เนื้้�อแข็็งในวงศ์ถั่่์ว� กิ่่�งอ่่อนมีขนสีน้้ ีำตาลอมแดง กิ่่�งแก่่ไม่มี่ขนี กิ่่�งเกลี้้�ยง ใบเป็นลั็ ักษณะ ใบเดี่่�ยวเรีียงสลัับ รููปไข่่จนเกืือบกลม ใบอ่่อนมีสีีเขีียวอ่่อน เมื่่�อใบแก่่ มีีสีีเขีียวแก่่ ปลายใบฉีีกเป็็นสองแฉก ฐานใบรููปหััวใจ ขอบใบเรีียบ ปลายใบพููมน มีีขนบริิเวณเส้้นกลางใบ แผ่่นของใบหนาคล้้ายแผ่่น หนััง ผิวิใบด้้านบนเข้้มเป็นมั็นั เส้น้ ใบข้้างละ ๙–๑๑ เส้น้ จากโคนใบ ก้้านใบยาว ๒–๗ เซนติิเมตร ดอกมีีสีีน้้ำตาลแดงหรืือสีีส้้มเข้้ม ดอก ออกเป็็นช่่อกระจุุกที่่�ปลายกิ่่�ง แต่่ละช่่อมีีดอกจำนวนมาก ดอกตููมรีี ช่่อดอกยาวได้้ถึึงประมาณ ๑๕ เซนติิเมตร ออกดอกตลอดปีี แต่่ดอกจะบานมากในช่่วงเดืือนสิิงหาคม–ตุุลาคม ขยายพัันธุ์์ เพาะเมล็็ด ปัักชำกิ่่�ง และตอนกิ่่�ง สภาพที่่�เหมาะสม เติิบโตได้้ดีี ในดินร่ิวน่ ปนทราย และดินิเหนีียว ปลููกได้ทั้้้ �งการปลููกลงดินิและปลููก ในกระถาง ถิ่่�นกำเนิิด เป็็นไม้้ถิ่่�นเดีียวในประเทศไทย พบครั้้�งแรก โดย ดร.ชวลิิต นิิยมธรรม เมื่่�อ ๒๐ กัันยายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ที่่�ภููทอกน้้อยจัังหวััดบึึงกาฬ ต่่อมากรมป่่าไม้้ได้้ขอพระราชทาน ชื่่�อด้้วยการใช้้พระนามาภิิไธยของสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี เพราะพระองค์์ได้้ทรงสนพระทััยเกี่่�ยวกัับ ทางด้้านพฤกษศาสตร์์มาตลอด 51 51 การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าทอสีีธรรมชาติิ ชาสิิริินธรวัลลีั ี สบู่่สมุุนไพรสิิริินธรวัลลีั ี ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ใบ ๑. เตรีียมวััตถุุดิิบ/อุุปกรณ์์การย้้อมสีี ได้้แก่่ สารชั้้�นต้้นของสีีธรรมชาติิ ด้้าย/ฝ้้าย ๒. เตรีียมอุุปกรณ์์เครื่่�องมืือในการทอ ได้้แก่่ กี่่� ฟืืม หููก ๓. การย้้อมสีีธรรมชาติิจากใบ เปลืือก หรืือดอกสิิริินธร ๔. นำผ้้าที่่�ย้้อมไปตากผึ่่�งลมแต่่ละสีีที่่�ได้้จากการย้้อม จนแห้้งดีี ๕. ออกแบบลวดลายอััตลัักษณ์์ของกลุ่่มที่่�ต้้องการ และนำไปสืืบหููก เล่่งด้้าย กรอด้้ายลงในหลอดด้้าย และทอ ออกมาเป็็นผืืน ๑. เก็็บใบสิิริินธรก่่อนพระอาทิิตย์์ขึ้้�น แล้้วล้้างทำความสะอาด ผี่่�งลมไว้้ในร่่ม จากนั้้�นนำมาหั่่�นฝอย คล้้ายหั่่�นใบยาสููบ ลายขวางของใบ ขนาดกว้้าง ๐.๒–๐.๓ เซนติิเมตร ความยาวแล้้วแต่่ความกว้้างของใบ ๒. ขั้้�นตอนการคั่่�วด้้วยถ่่านธรรมชาติิ คลึึงด้้วยลููกประคบให้้ความร้้อนกระจายไปทั่่�ว พร้้อมยกเส้้นชาขึ้้�นระหว่่างคั่่�ว เพื่่�อให้้ความร้้อนและไอระเหยออกจากใบ และนำไปสู่่การอบแห้้งอีีกครั้้�ง ๓. หลัังจากคั่่�วเสร็็จ นำไปร่่อนบนตะแกรง เอาเศษตะกอนหรืือเศษไหม้้ออก (ป้้องกัันกลิ่่�นไหม้้) แล้้วนำเข้้าเตาอบ ตั้้�งเวลา ๓๐–๔๕ นาทีี ค่่อยนำเข้้าเครื่่�องปั่่�นละเอีียด เพื่่�อรอบรรจุุในซองผ้้ากรอง ๔. เตรีียมบรรจุุซองผ้้าและอบอีีกครั้้�ง จากนั้้�นบรรจุุในซองฟอยล์์ ๕. บรรจุุซองฟอยล์์และซีีลหน้้ากล่่อง บรรจุุลงในกล่่องชาสิิริินธร ๑. เคี่่�ยวกลีีเชอรีีนจนละลาย ทิ้้�งไว้้ให้้เย็็น ๒. กรองเอาน้้ำสมุุนไพรจากใบสิิริินธรผสมน้้ำสะอาด ½ คนให้้เข้้ากััน ๓. นำสมุุนไพรที่่�คนจนเข้้ากัันแล้้วเทผสมกัับกลีีเชอรีีนคนจนเข้้ากััน แต่่งกลิ่่�นน้้ำหอมและน้้ำผึ้้�ง จากนั้้�นเทลงบล็็อก ที่่�เตรีียมไว้้ รููปแบบลัักษณะต่่าง ๆ ปล่่อยไว้้จนแห้้งดีี นำมาขััดเกลาให้้กลมกลืนกัื ับรููปแบบที่่น่�่าใช้้ บรรจุหีุีบห่่อตาม รููปแบบ กล่่องติิดสติิกเกอร์์ สบู่่�สมุุนไพรสิิริินธรวััลลีี ชาสิิริินธรวััลลีี ผ้้าทอสีีธรรมชาติิ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 52
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดบุรีีรัุมย์์ ั ชื่่�อต้้นไม้้ แปะ แปะ จัังหวััดบุุรีีรััมย์์ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้้ผลััดใบ มีีทรงพุ่่มใหญ่่ ลำต้นมี้ ีความสููงได้ถึ้ึง ๑๒ เมตร เปลืือกลำต้้นสีีเทา–ครีีม มัักแตกและลอกออกคล้้าย ๆ ต้้นตะแบก ตามกิ่่�งจะมีนีม ซึ่่�งเป็นปุ่่ ็มคล้้ายหนาม ใบเป็น็ ใบประกอบ ๓ ใบย่่อย จัับดููจะรู้้สึึกสากคล้้ายใบข่่อย มีีดอกปลายกิ่่�งสีีขาวออกเหลืือง ผลเท่่า ๆ กัับมะเขืือพวง ตอนผลแก่่ก็็ยัังเห็็นเป็็นสีีเขีียวอยู่่ อาจจะมีี สีีเหลืืองหรืือสีีดำเพิ่่�มขึ้้�นบ้้าง ผลของต้้นแปะเอามาเคี้้�ยวแทนหมาก จะได้้น้้ำสีีเหลืืองอมแดง รสฝาด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 53 53
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าไหมยกขิิดเมืืองแปะ (ผ้้าไหมพื้้�นเรียีบยกขิิด ย้้อมสีีธรรมชาติิ) ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต กิ่่ง ใบ � ๑. ตวงน้้ำสะอาด ๒๐ ลิิตร ใส่่หม้้อสเตนเลส ยกขึ้้�นตั้้�งบนเตาไฟ ต้้มน้้ำให้้เดืือด ๒. นำกิ่่�งและใบของต้้นแปะที่่�เตรีียมไว้้ใส่่ลงไปในน้้ำที่่�เดืือดจััด ๓. ต้้มทิ้้�งไว้้ประมาณ ๒ ชั่่�วโมง ใส่่จุุนสีีและสารส้้ม จำนวน ๑๐๐ กรััม แล้้วยกออกพัักไว้้อีีก ๒ ชั่่�วโมง เพื่่�อให้้อุุณหภููมิิของน้้ำลดลง ๔. กรองเอากากเศษกิ่่�งและใบของต้้นแปะออกให้้หมด ให้้เหลืือแต่่น้้ำสีี ซึ่่�งเรีียกว่่า “น้้ำย้้อม” ๕. นำเส้้นไหมที่่�เตรีียมไว้้หย่่อนและขยำลงไปในน้้ำย้้อม ให้้น้้ำย้้อมซึึมเข้้าไปในเส้้นไหม ให้้เส้้นไหมดููดน้้ำย้้อมให้้ ได้้มากที่่�สุุด และแช่่ทิ้้�งไว้้ประมาณ ๒๐–๓๐ นาทีี ๖. นำเส้้นไหมที่่�ผ่่านการแช่่น้้ำย้้อม มาล้้างด้้วยน้้ำสะอาดจำนวน ๓–๔ รอบ หรืือจนกว่่าสีีของน้้ำย้้อมไม่่ตกออกมา ๗. นำไปตากให้้แห้้งในที่่�ร่่มและมีีลมโกรก ๘. นำเส้้นไหมที่่�ตากแห้้งแล้้วไปเข้้ากระบวนการทอเป็็นผ้้าไหมพื้้�นเรีียบ ย้้อมสีีธรรมชาติิจากต้้นแปะ ๙. นำเส้้นที่่�ได้้ขึ้้�นฟืืม/ยกตะกอ เพื่่�อดำเนิินการทอ ขั้้�นตอนการทำน้้ำย้้อมสีีธรรมชาติิ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 54
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดปทุมธุานีี ชื่่�อต้้นไม้้ ทองหลางลาย ทองหลางลาย จัังหวััดปทุุมธานีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ ผลััดใบ สููงประมาณ ๑๐–๒๐ เมตร ผิิวเปลืือกลำต้้นบาง สีีเทาหรืือเปลืือกเป็็นลายคล้้าย เปลืือกแตกตื้้�น ๆ สีีเทาอ่่อน และเหลืืองอ่่อน ๆ ลำต้้นและกิ่่�งก้้าน มีีหนามแหลมคม หรืือบางชนิิดมีีหนามเล็็ก ๆแหลมคมตลอด เรืือนยอดเป็นพุ่่ ็ มกลมโปร่่ง ใบเป็น็ ใบประกอบแบบขนนก มีีใบย่่อย ๓ ใบ ใบกลางจะโตกว่่าสองใบด้้านข้้าง ลัักษณะใบเป็นรูู็ ปสามเหลี่่�ยม คล้้ายใบโพธิ์์� กว้้างประมาณ ๒–๓ นิ้้�ว ยาวประมาณ ๓–๕ นิ้้�ว ผิิว ใบเรีียบ สีีเขีียวหรืือด่่างเหลืือง ๆ ใต้้ท้้องใบมีีสีีขาวขุ่่น ก้้านช่่อยาว ประมาณ ๓–๕ นิ้้�ว บางชนิิดลัักษณะใบมนคล้้ายกัับใบของถั่่�วพูู ใบโตประมาณ ๓–๔ นิ้้�ว ก้้านใบจะมีีใบย่่อย ๓ ใบ และบางชนิิด ใบประกอบเรีียงสลัับ มีี ๓ ใบย่่อย มีีหููใบ ใบย่่อยรููปไข่่หรืือโค้้ง ใบมีีขน ดอกเป็็นช่่อติิดกัันเป็็นกลุ่่มออกตามบริิเวณข้้อต้้นหรืือ โคนก้้านใบ ลัักษณะดอกคล้้ายกัับดอกถั่่วมี�สีีแดง หรืือชั่่ว�โมงพูู กลีีบดอก กว้้างประมาณ ๑–๒ นิ้้ว� ยาวประมาณ ๒–๓ นิ้้ว�ช่่อดอกยาวประมาณ ๔–๘ นิ้้�ว ผลเป็็นฝัักแบนโค้้งเล็็กน้้อย ยาวประมาณ ๑๕–๓๐ เซนติิเมตร เป็็นข้้อ ๆ สีีน้้ำตาลเข้้ม โคนฝัักจะลีีบเล็็ก ผลแก่่ฝัักจะ แตกที่่�ปลายอ้้าออก ภายในฝัักมีีเมล็็ดเป็็นเหลี่่�ยม บ้้างฝัักยาวคอด เป็็นข้้อ ๆ สีีน้้ำตาลเข้้ม บ้้างฝัักแคบ ภายในมีีเมล็็ด ๒–๔ เมล็็ด มีีลัักษณะรููปร่่างกลม สีีแสดออกดอก เดืือนมกราคม–กุุมภาพัันธ์์ การขยายพัันธุ์์ด้้วยเมล็็ด การปัักชำ และการตอน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 55 55
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าคลุุมไหล่่/ เสื้้�อยืืดพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Printing) ด้้วยใบและต้้นทองหลางลายและใบไม้้ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ กระบวนการพิิมพ์์สีีจากใบไม้้ธรรมชาติิ (Eco Printing) เป็็น กระบวนการพิิมพ์ที่่์ �เป็นมิ็ ิตรกัับสิ่่�งแวดล้้อม ใช้วิ้ธีิีการพิิมพ์ผ้์ ้าด้ว้ยใบไม้ถ่้่ายโอนสีี และโครงสร้้างจากใบไม้สู่้่ผ้้าที่่�ผลิิตจากเส้น้ ใยธรรมชาติิ ๑๐๐เปอร์์เซ็น็ เท่่านั้้น� เช่่น ฝ้้าย ไหม ป่่าน ปอ ลิินิิน เทคนิิคการพิิมพ์์ผ้้าแบบนี้้�ค่่อนข้้างมีีความ หลากหลาย และเปลี่่�ยนไปทุุกครั้้�ง ถึึงแม้้ว่่าจะใช้้วััสดุุเดีียวกััน แต่่ลายและสีี ที่่�ออกมาจะแตกต่่างกันั ทำให้้ผลงานแต่่ละชิ้้นมี�ีความเป็น็เอกลัักษณ์์เฉพาะตัวั ๑. การเลืือกผ้้า พบว่่าผ้้าฝ้้ายจะพิิมพ์์สีีธรรมชาติิได้้คมชััดดีีกว่่า ผ้้าสาลููให้้สีีธรรมชาติิแบบกระจาย ผ้้ามััสลิินจะรัับสีี จากใบไม้น้้ ้อยกว่่าผ้้าฝ้้าย แต่่จะรัับสีีดอกไม้้ได้้หลายชนิิดและรัับได้ดี้ีกว่่าผ้้าฝ้้าย ผ้้าลินินิจะรัับสีีจากใบไม้้ยากกว่่าผ้้า ชนิิดอื่่�น ๆ ผ้้าจากพืืชจะนำมาพิิมพ์์สีีธรรมชาติิได้้ดีี ๒. การทำความสะอาดผ้้า แบ่่งออกเป็็น ๒ วิิธีี ได้้แก่่ การซัักผ้้าและการต้้มผ้้า การซัักผ้้าทำให้้สารเคมีีที่่�อาจจะติิด มากัับผ้้าหลุุดออกไป ซึ่่�งจะทำให้้ไม่่มีีสารเคมีีไปขััดขวางการติิดสีีของใบไม้้ วิิธีีการซััก สามารถซัักด้้วยน้้ำยาซัักผ้้า หรืือผงซัักฟอก และตามด้ว้ยน้้ำสะอาด หรืือสามารถเลืือกวิธีิีการต้้มผ้้า ซึ่่�งใช้้เวลา ๑ ชั่่ว�โมง และล้้างด้ว้ยน้้ำสะอาด จากนั้้�นตากผ้้าให้้แห้้งสนิิท เพื่่�อนำไปทำกระบวนการเตรีียมผ้้าต่่อไป ๓. การทำผ้้าให้้มีีความเป็็นกรด–ด่่าง นำสารมอร์์แดนท์์ (สารช่่วยติิด น้้ำส้้มสายชูู สนิิมเหล็็ก ปููนขาว ตามสููตร) มาผสมกัันให้้ทุุกอย่่างละลายเป็็นเนื้้�อเดีียวกััน แล้้วนำผ้้าที่่�เตรีียมไว้้ไปขยำ ๑๐–๑๕ นาทีี นำไปตากให้้แห้้ง ๔. การเตรีียมใบไม้้ คััดเลืือกใบไม้้ เลืือกใบไม้้ที่่�จะนำมาพิิมพ์์ผ้้า นำใบไม้้มาล้้างขจััดฝุ่่นออกให้้หมด จากนั้้�นนำมาผึ่่�ง ให้้พอสะเด็็ดน้้ำ และนำมาจััดวางเป็็นลวดลายลงบนผืืนผ้้า โดยสามารถผสมผสานกัับใบไม้้ได้้ตามที่่�ต้้องการ ๕. การวางลวดลาย นำผ้้าที่่�เตรีียมเสร็็จแล้้วมาวางในแนวราบดึึง ให้้ตึึงจััดวางตามรููปแบบที่่�ต้้องการ การวางใบไม้้มีี หลายวิิธีี คืือ วางใบไม้้เต็็มผืืนผ้้าจะได้้ลายตามที่่�วาง หรืือวางใบไม้้ครึ่่�งหนึ่่�งของผ้้า อีีกครึ่่�งหนึ่่�งพัับทัับลงบนใบไม้้ หรืือพัับขอบผ้้าสองด้้าน จะได้้ลายเหมืือนกัันกัับอีีกด้้านหนึ่่�งเป็็นเสมืือนเงา จากนั้้�นนำพลาสติิกมาคลุุมทัับบนผ้้า และใบไม้้ ม้้วนผ้้าให้้แน่่นล็็อกกัับกระบอกซิิลิิโคน ซ้้ำและมััดด้้วยเชืือก ๖. การนึ่่�งผ้้า นึ่่�งผ้้าที่่�อุุณหภููมิิ ๗๐ องศาเซลเซีียส นาน ๒ ชั่่�วโมง จากนั้้�นปิิดไฟ และทิ้้�งไว้้ที่่�อุุณหภููมิิห้้องให้้เย็็น หลัังจากครบเวลาตามกำหนด แกะผ้้าและนำใบไม้้ออก นำไปผึ่่�งลมหรืือแดดอ่่อน เมื่่�อถููกอากาศที่่�มีีออกซิิเจนสีีจะ เปลี่่�ยนแปลงเล็็กน้้อย หลัังจากนั้้�นนำผ้้าไปซัักด้้วยน้้ำสะอาดเพื่่�อให้้สีีที่่�เกิินและเศษใบไม้้ออกจากผ้้า แล้้วจึึงนำผ้้า ไปตากในที่่�ร่่มและรีีดให้้เพื่่�อความสวยงามตามต้้องการ ข้้อควรระวััง ควรใช้้เตารีีดไอน้้ำและเลืือกระดัับความร้้อน ปานกลาง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 56
การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากต้นไม้ประจำำ จังหวัดประจวบครีขันี ธ์ ชื่่�อต้้นไม้้ เกด เกด จัังหวััดประจวบคีีรีีขันธ์์ ั ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลาง ไม่่ผลััดใบ เรืือนยอดเป็็นพุ่่มกลม ลำต้้นและกิ่่�งก้้านมัักคดงอ โดยเฉพาะกิ่่�งมัักหัักงอเป็็นข้้อศอก ทุุกส่่วนมีียางขาว ใบเป็็นใบเดี่่�ยวออกสลัับ แผ่่นใบรููปไข่่กลัับ ปลายหยัักเว้้าเล็็กน้้อย โคนใบสอบ เนื้้�อใบหนาเกลี้้�ยง หลัังใบสีีเขีียว แก่่เป็็นมััน ท้้องใบสีีขาวหรืือนวล ดอกออกดอกเป็็นกระจุุกตาม ง่่ามใบ ดอกขนาดเล็็ก สีีเหลืือง ออกดอกระหว่่างเดืือนมกราคม– กรกฎาคม ผลมีีเนื้้�อหนึ่่�งถึึงหลายเมล็็ด รููปทรงรีีหรืือรููปไข่่แกมรููป ขอบขนาน ปลายผลมีีติ่่�งแหลม ผลสุุกสีีเหลืืองหรืือเหลืืองอมส้้ม เนื้้�อนุ่่ม กิินได้้ มีี ๑–๒ เมล็็ด เมล็็ดแข็็ง รููปไข่่ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 57 57
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อมสีีธรรมชาติิจากต้้นเกด ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. นำเปลืือกต้้นเกดมาทุุบและสัับเป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ ๒. หลัังจากนั้้�นนำไปต้้มในน้้ำเกลืือทิ้้�งไว้้ ๑ ชั่่�วโมง จากนั้้�นกรองน้้ำที่่�ต้้มด้้วยผ้้าขาวบาง ๓. ต้้มน้้ำที่่�กรองไว้้ด้้วยไฟอ่่อนประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ก่่อนเติิมน้้ำปููนใส หรืือน้้ำขี้้�เถ้้าเพื่่�อให้้สีีติิดมากขึ้้�นและสีีไม่่ตก ขั้้�นตอนการทำน้้ำย้้อมสีีธรรมชาติิ ๑. แช่่ผ้้าที่่�ย้้อมด้้วยน้้ำเกลืือประมาณ ๑๐ นาทีี ก่่อนนำไปต้้มในน้้ำสีีย้้อมเป็็นเวลา ๓๐ นาทีี ๒. คนผ้้าในหม้้อต้้มบ่่อย ๆ ก่่อนทิ้้�งผ้้าให้้อุุณหภููมิิอุ่่น ๆ แล้้วใช้้มืือขยำผ้้าเพื่่�อให้้สีีซึึมเข้้าผ้้าอย่่างสม่่ำเสมอ ๓. นำผ้้าที่่�ย้้อมสีีมาล้้างให้้สะอาดจำนวน ๔ รอบ แล้้วบิิดให้้หมาดก่่อนนำผ้้าไปผึ่่�งให้้แห้้ง การย้้อมสีีผ้้า การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 58
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดปราจีีนบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ ศรีีมหาโพธิ์์ (�ต้้นโพธิ์์)� ศรีีมหาโพธิ์์� (ต้้นโพธิ์์�) จัังหวััดปราจีีนบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดใหญ่่ ผลััดใบ แตกกิ่่�งก้้านสาขาออกเป็็นพุ่่มตรงส่่วนยอดของลำต้้น ปลายกิ่่�งลู่่ลง กิ่่�งอ่่อนเกลี้้�ยง ตามกิ่่�งมีีรากอากาศห้้อยลงมาบ้้าง ลำต้้นมีีความสููงประมาณ ๒๐–๓๐ เมตร ลำต้้นมีีขนาดเส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๑.๕–๓ เมตร และมีีน้้ำยางสีีขาว เปลืือกต้้นเรีียบเป็็นสีีน้้ำตาลปนเทา โคนต้้นเป็็นพููพอนขนาดใหญ่่ พบขึ้้�นทั่่�วไปทั้้�งในทวีีป เอเชีีย ปากีีสถาน จีนีตอนใต้้ และภููมิิภาคอินิโดจีนี ในไทยพบในธรรมชาติน้ิ้อยมาก เข้้าใจว่่ากระจายพัันธุ์์มาจากต้นที่่ ้มี�ีการนำ มาปลููกเอง และพบขึ้้�นมากตามซากอาคาร และนิิยมปลููกกัันทั่่�วไปในวััดทุุกภาคของประเทศไทย ใบเป็็นใบเดี่่�ยว ออกเรีียง สลัับ ลัักษณะของใบเป็็นรููปใจ ปลายใบแหลมและมีีติ่่�งหรืือหางยาว (ปลายติ่่�งบางใบมีีความยาวมากกว่่าครึ่่�งหนึ่่�งของใบ) โคนใบมนเว้้าเข้้าหาก้้านใบเป็็นรููปหััวใจ ใบมีีขนาดกว้้างประมาณ ๘–๑๕ เซนติิเมตร และยาวประมาณ ๑๒–๒๔ เซนติิเมตร ผิิวใบเกลี้้�ยงเป็็นมััน เนื้้�อใบค่่อนข้้างเหนีียว ใบมีีลัักษณะห้้อยลง แผ่่นใบเป็็นสีีเขีียวนวล ๆ ส่่วนยอดอ่่อนหรืือใบอ่่อนนั้้�น เป็็นสีีน้้ำตาลแดง ก่่อนใบจะร่่วงหล่่นเปลี่่�ยนเป็็นสีีเหลืือง ก้้านใบยาวและอ่่อน มีีความยาวได้้ประมาณ ๘–๑๒ เซนติิเมตร มีีหููใบยาวประมาณ ๐.๕–๑ เซนติิเมตร หลุุดร่่วงได้้ง่่าย เมื่่�อลมพััดจะเห็็นใบโพธิ์์�พลิ้้�วไปตามต้้นใหญ่่ดููสวยงาม ออกดอกเป็็น ช่่อกลม ๆ รวมกัันเป็็นกระจุุกภายในฐานรองดอกรููปคล้้ายผล โดยจะออกที่่�ตอนปลายของกิ่่�ง ดอกย่่อยเป็็นแบบแยกเพศ ไม่่มีีก้้าน มีีใบประดัับเล็็กที่่�โคน ฐานดอกเป็็นรููปทรงกลม ดอกย่่อยมีีขนาดเล็็กและมีีจำนวนมาก มีีขนาดเส้้นผ่่านศููนย์์กลาง ประมาณ ๑–๑.๕ เซนติิเมตร ดอกเป็็นสีีเหลืืองนวล และจะเจริิญไปเป็็นผล ลัักษณะของผลเป็็นรููปทรงกลมขนาดเล็็ก มีีขนาดเส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๐.๘ เซนติิเมตร ผลอ่่อนเป็็นสีีเขีียว เมื่่�อสุุกแล้้วจะเปลี่่�ยนเป็็นสีีชั่่�วโมงพููม่่วง สีีแดงคล้้ำ หรืือม่่วงดำ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 59 59
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพิิมพ์์ลายธรรมชาติิจากต้้นไม้้ ประจำจัำ ังหวััด กระเป๋๋าสตางค์์จากผ้้า พิิมพ์์ลายธรรมชาติิ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. นำผ้้าฝ้้ายที่่�ซัักแล้้วไปผ่่านกระบวนการ “Modant Dyeing หรืือการย้้อม” โดยใช้้สารช่่วยย้้อมธรรมชาติิ เช่่น สารส้้ม สนิิมเหล็็ก น้้ำส้้มสายชูู เพื่่�อช่่วยให้้สีีติิดผ้้าได้้คงทนมากยิ่่�งขึ้้�น ๒. สะบััดผ้้าให้้หมาดเพื่่�อให้ผ้้้ามีีปริิมาณความชื้้นน้�้อยที่่สุ�ุด เนื่่�องจากความชื้้นข�องผ้้าส่่งผลต่่อความคมชััดของลวดลาย วางผ้้าและยืืดพื้้�นผิิวผ้้าให้้ตึึง จากนั้้�นจััดวางใบโพธิ์์�และใบไม้้อื่่�น ๆ ที่่�ให้้สีีและรููปทรงตามความต้้องการ ๓. นำผ้้ายืืดที่่�มีีขนาดเท่่ากัับผ้้าฝ้้ายที่่�วางใบไม้้ไปชุุบในน้้ำสีีธรรมชาติิที่่�เตรีียมไว้้ เช่่น น้้ำคราม น้้ำฝาง บิิดพอหมาด แล้้วนำมาวางบนผืืนผ้้าฝ้้ายที่่�วางใบไม้้ไว้้ ดึึงให้้ตึึง ๔. ใช้้พลาสติิกคลุุมผิิวหน้้าของผ้้า แล้้วออกแรงกดให้้ใบไม้้แนบสนิิทกัับผ้้า นำแท่่งอะลููมิิเนีียมวางไว้้บนผ้้า แล้้วเริ่่�ม ม้้วนจากริิมผ้้าไปในทิิศทางเดีียวเพื่่�อไม่่ให้้เกิิดการขยัับตำแหน่่งของใบไม้้ที่่�วาง ม้้วนให้้แน่่น (พลาสติิกที่่�ใช้้คลุุมผิิว หน้้าผ้้าจะช่่วยป้้องกัันความชื้้�น) แล้้วมััดด้้วยหนัังยาง ๕. นำผ้้าที่่�มััดเรีียบร้้อยแล้้วไปนึ่่�งในหม้้อนึ่่�ง ด้้วยไฟระดัับอ่่อนอย่่างน้้อย ๒ ชั่่�วโมง ๖. เมื่่�อนึ่่�งผ้้าครบตามเวลาที่่�กำหนด ให้้แกะผ้้าออกจากพลาสติิกที่่�ห่่อไว้้ นำไปล้้างด้้วยน้้ำเปล่่า ๑ ครั้้�ง ใส่่น้้ำยาปรัับ ผ้้านุ่่มในน้้ำล้้างครั้้�งที่่� ๒ แล้้วนำผ้้าไปผึ่่�งแดดให้้แห้้ง ๗. นำผ้้า Eco Printing ที่่�แห้้งแล้้วมาตััดเย็็บเป็็นกระเป๋๋าสตางค์์และผลิิตภััณฑ์์อื่่�น ๆ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 60
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดปััตตานีี ชื่่�อต้้นไม้้ ตะเคีียนทอง ตะเคีียนทอง จัังหวััดปััตตานีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นต้้นไม้้ผลััดใบที่่�มีีขนาดใหญ่่ ลำต้้นตรง สููงประมาณ ๒๐–๔๐ เมตร ลัักษณะของเรืือนยอดเป็น็ทรงพุ่่มกลม ทึึบ บางครั้้�งอาจ เป็็นรููปทรงเจดีีย์์ต่่ำ เปลืือกบริิเวณลำต้้น มีีสีีน้้ำตาลดำและหนา แตกออกเป็็นสะเก็็ด แก่่นไม้้ตะเคีียนมีีสีีน้้ำตาลแดง ส่่วนเนื้้�อไม้้จะมีี สีีเหลืืองหม่น่หรืือสีน้้ ีำตาลอมสีีเหลืืองมัักมีีเส้นสี้ขีาวหรืือเส้นสี้ ีเทาขาว ผ่่านเสมอ ไม้้ตะเคีียนเป็็นไม้้ที่่�มีีความแข็็งแรงทนทานและเหนีียว ใบ มีีลัักษณะเป็็นใบเดี่่�ยว โดยจะเป็็นรููปไข่่หรืือรููปหอกแหลม โคนใบมน ปลายเรีียว มีีขนาดความกว้้างประมาณ ๓–๖ เซนติิเมตร และยาว ๑๐–๑๕ เซนติิเมตร แม้้ผิิวจะบางแต่่เนื้้�อใบค่่อนข้้างเหนีียว ขอบใบมีีตุ่่มหููดอยู่่ตามง่่ามแขนง ใบมีีแขนงประมาณ ๙–๑๓ คู่่ ส่่วนหลัังใบจะเกลี้้�ยง ดอกเป็็นช่่อแบบช่่อแยกแขนง ออกที่่�บริิเวณ ง่่ามใบหรืือบริิเวณปลายกิ่่�ง ในแต่่ละช่่อจะมีีดอกย่่อยอยู่่ประมาณ ๔๐–๕๐ ดอก โดยช่่อดอกมีีความยาวประมาณ ๕–๗ เซนติิเมตร ดอกมีี สีีเหลืืองอมสีน้้ ีำตาลและมีีกลิ่่�มหอม อีีกทั้้�งมีขนนุ่่ ีม กลีีบดอกมีี ๕ กลีีบ หากดอกบานเต็็มที่่�จะบิิดเป็น็กงจัักร ดอกมีีเกสรตัวผู้้ ั ๑๕ อันัอัับเรณูู ยอดแหลม ส่่วนเกสรตััวเมีียจะมีีรัังไข่่เหนืือวงกลีีบ ลัักษณะเล็็ก มีีความยาวเท่่ากัับรัังไข่่ ดอกจะออกช่ว่งเดืือนมกราคม–เดืือนมีนีาคม แต่่จะไม่่ออกดอกทุุกปีี ผลจะมีีลัักษณะเป็็นผลแห้้งมีีสีีเขีียวอ่่อน เมื่่�อผลสุุกจะมีีสีีน้้ำตาลเข้้ม ลัักษณะผลเป็็นลููกไข่่ เส้้นผ่่านศููนย์์กลาง ประมาณ ๐.๖ เซนติิเมตร ปลายมนเป็็นติ่่�งคล้้ายหนามแหลม มีปีีกยาว ๑ คู่ และ่มีปีีกสั้้น� ๓ ปีีกซ้้อนกันั โดยปีีกจะซ้้อนกันัอยู่แ่ต่่จะหุ้้ม ส่่วนกลางผลไม่่มิิด ใน ๑ ผลมีีเมล็็ด ๑ เมล็็ด เมล็็ดค่่อนข้้างกลม มีีสีีน้้ำตาล การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 61 61
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าบาติิกย้้อมสีีเปลืือกตะเคีียนทอง ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. เตรีียมน้้ำสะอาดใส่่ในกะละมัังหรืือหม้้อต้้มที่่�มีีเปลืือกตะเคีียนทอง แช่่ประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ๒. ต้้มโดยใช้้ไฟกลาง ๆ เป็็นเวลา ๓ ชั่่�วโมง หรืือเคี่่�ยวจนสีีออกมาเป็็นสีีน้้ำตาลอมแดง แล้้วทิ้้�งไว้้ให้้เย็็น ๓. กรองน้้ำที่่�ได้้จากการต้้มใส่่ภาชนะที่่�เตรีียมไว้้ ๔. นำผ้้ามาล้้างน้้ำให้้สะอาดเพื่่�อกำจััดสารเคมีีที่่�ติิดมากัับผ้้า แล้้วผึ่่�งผ้้าให้้แห้้งก่่อนนำมาพิิมพ์์หรืือเขีียนลวดลาย ลงบนผืืนผ้้า ๕. ลงสีีบนผืืนผ้้าตามต้้องการ ผึ่่�งให้้แห้้งแล้้วลงสีีซ้้ำใหม่่หลาย ๆ ครั้้�งเพื่่�อให้้เนื้้�อสีีซึึมลงไปในผืืนผ้้า สีีจะเข้้มขึ้้�น ติิดทนนาน ๖. เมื่่�อได้้สีีเป็็นที่่�พอใจแล้้ว ให้้เคลืือบสีีด้้วยน้้ำต้้มใบยููคาลิิปตััสแล้้วทิ้้�งไว้้ให้้ผ้้าแห้้งเพื่่�อเป็็นการล็็อกสีีให้้ติิดทน กัับเนื้้�อผ้้า ๗. นำผ้้าไปต้้มเพื่่�อเอาเทีียนออก ผึ่่�งผ้้าในที่่�ร่่มให้้แห้้ง เป็็นอัันเสร็็จสิ้้�นขั้้�นตอนการย้้อมสีีธรรมชาติิ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 62
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำำ จัังหวััดพระนครศรีีอยุธุยา ชื่่�อต้้นไม้้ หมััน หมัน ั จัังหวััดพระนครศรีีอยุุธยา ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ต้้น้ผลััดใบขนาดเล็็ก สููงประมาณ ๑๐–๑๕ เมตรเรืือน ยอดเป็็นพุ่่มกลม เปลืือกต้้นสีีเทาเข้้มปนดำ ใบเป็็นใบเดี่่�ยวเรีียง สลัับ รููปไข่่กลัับ กว้้าง ๖–๑๐ เซนติิเมตร ยาว ๙.๕–๑๕.๕ เซนติิเมตร ปลายใบมนหรืือแหลมทู่ โค่นใบสอบ เส้น้แขนงใบข้้างละ ๕–๖ เส้น้ ก้้านใบยาว ๒.๕–๕ เซนติิเมตร ดอกออกเป็็นช่่อแบบแยกแขนง ตามซอกใบ กิ่่�ง หรืือปลายกิ่่�ง ช่่อดอกยาว ๑๐–๒๕ เซนติิเมตร สีีขาว มีีกลิ่่�นหอมอ่่อน ๆ กลีีบดอกโคนเชื่่�อมติิดกัันเป็็นหลอด ปลายแยกเป็็น ๔–๕ แฉก เกสรเพศผู้้มีี ๕ อััน ดอกบานเต็็มที่่�กว้้าง ๕–๖ มิิลลิิเมตร ดอกออกเกืือบตลอดทั้้�งปีี ผลเป็น็แบบผลสด มีีเนื้้�อ ทรงกลม ปลายผลมีีติ่่�งแหลมขนาด ๑.๕–๒.๒ เซนติิเมตร เมื่่�อสุุก มีสีชั่่ีว�โมงพููอมส้้ม เนื้้�อผลเป็น็ยางเหนีียวใส ภายในมีีเมล็็ดเดี่่�ยวรููปไข่่ เจริิญเติิบโตได้้ดีีในสภาพดิินเลน ต้้องการน้้ำ และความชื้้�นสููง ขยายพัันธุ์์โดยเมล็็ด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 63 63
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ (Eco Print) ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ดอก เลืือกใบและดอกวางลงบนผ้้าตามต้้องการ ใช้้สารช่่วยย้้อม วางแผ่่นพลาสติิกทัับแล้้วใช้้ไม้้ม้้วนผ้้าและมััดให้้แน่่น นึ่่�งผ้้านาน ๑.๕–๓ ชั่่�วโมง เมื่่�อครบกำหนดเวลาให้้นำผ้้าออกตากให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 64
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดพะเยา ชื่่�อต้้นไม้้ สารภีี สารภีี จัังหวััดพะเยา ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดเล็็กถึึงขนาดกลาง ไม่่ผลััดใบ สููง ๑๐–๑๕ เมตร เรืือนยอดเป็็นพุ่่มทึึบแผ่่กว้้าง เปลืือกสีีเทาหรืือ เทาปนน้้ำตาล แตกล่่อนเป็็นสะเก็็ด เปลืือกชั้้�นในสีีแดงเข้้ม มีีน้้ำยางสีีคล้้ายน้้ำนม เมื่่�อทิ้้�งให้้สััมผััสกัับอากาศจะเปลี่่�ยนเป็็น สีีเหลืืองอ่่อน กิ่่�งอ่่อนเป็นสั็ นสี่่ ั �เหลี่่�ยม ใบเดี่่�ยวเรีียงตรงข้้ามสลัับตั้้�งฉาก รููปรีี รููปขอบขนาน หรืือรููปไข่่กลัับแกมรููปขอบขนาน กว้้าง ๔–๖.๕ เซนติิเมตร ยาว ๑๕–๒๐ เซนติิเมตร ปลายมนหรืือแหลม โคนสอบแคบหรืือสอบเรีียว ปลายใบมนหรืือสอบทู่ ๆ่ อาจมีีติ่่�งสั้้�น ๆ หรืือหยัักเว้้าตื้้�น ๆ ขอบเรีียบ แผ่่นใบหนาคล้้ายแผ่่นหนััง เกลี้้�ยงทั้้�งสองด้้าน สีีเขีียวเข้้มเป็็นมััน เส้้นแขนง ใบจำนวนมาก ไม่่ชััดเจน ก้้านใบยาว ๐.๕–๑ เซนติิเมตร เกลี้้�ยง ดอกออกเป็็นช่่อ ช่่อเดีียวหรืือหลายช่่อตามกิ่่�ง สีีขาว กลิ่่น�หอมมาก เมื่่�อใกล้้โรยดอกเปลี่่�ยนเป็นสี็ ีเหลืือง ก้้านดอกยาว ๐.๕–๒.๕ เซนติิเมตร กลีีบเลี้้�ยง ๒ กลีีบ เกืือบกลม โค้้งเป็น็แอ่่ง โคนเชื่่�อมติิดกััน ติิดทน และขยายโตตามผล กลีีบดอก ๔ กลีีบ รููปไข่่กลัับ กว้้าง ๔–๖ เซนติิเมต ยาว ๗–๘ เซนติิเมตร มีีเส้้นตามยาว เมื่่�อบานมีีเส้้นผ่่านศููนย์์กลางราว ๑.๕ เซนติิเมตร เกสรเพศผู้้มีีจำนวนมาก ก้้านชููอัับเรณููเรีียวยาว อัับเรณูู รููปขอบขนาน สีีเหลืืองเข้้ม รัังไข่่อยู่่เหนืือวงกลีีบ มีี ๒ ช่่อง แต่่ละช่่องมีีออวุุล ๒ เม็็ด ยอดเกสรเพศเมีียเป็็น ๓ แฉก ผลแบบ ผลผนัังชั้้�นในแข็็ง รููปรีีหรืือรููปกระสวย กว้้าง ๐.๘–๒.๕ เซนติิเมตร ยาว ๒–๒.๕ เซนติิเมตร เมื่่�อสุุกสีีเหลืืองอมส้้ม มีีเนื้้�อสีีเหลืืองหรืือสีีแสดหุ้้มเมล็็ด ก้้านผลยาว ๑.๔–๑.๖ ซเมตร ผลแก่่แตกออกได้้ เมล็็ด ๑ เมล็็ด ขนาดใหญ่่ แข็็ง พบตามป่่า เต็็งรััง ป่่าเบญจพรรณ และป่่าดิิบแล้้ง ออกดอกระหว่่างเดืือนมกราคม – เมษายน เป็็นผลระหว่่างเดืือนเมษายน–มิิถุุนายน ความสููงตั้้�งแต่่ใกล้้ระดัับน้้ำทะเลจนถึึงประมาณ ๕๐๐ เมตร การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 65 65
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าคลุุมไหล่่มััดย้้อมสีีสารภีี ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือก ๑. นำเปลืือกต้้นสารภีี (ควรเป็็นเปลืือกที่่�ถากทิ้้�งไว้้อย่่างน้้อย ๒ วััน เพื่่�อลดปริิมาณยาง) มาสัับให้้ละเอีียดเพื่่�อให้้ สีีเปลืือกมีีความเข้้มข้้น ๒. นำเปลืือกสารภีสัีับจำนวน ๔ กิิโลกรม ต่่อน้้ำ ๓๒ ลิิตร ต้้มให้้เดืือดอย่่างน้้อย ๓ ชั่่ว�โมง หรืือจนกว่่าสีีจะมีีความเข้้มข้้น กรองเอาน้้ำสะอาด ๓. นำฝ้้ายทอไปล้้างทำความสะอาด บิิดหมาด ๔. นำสีธีรรมชาติิจากต้น้สารภีที่่�กรองแล้ว้เทใส่่หม้้อต้้มและน้้ำเส้น้ฝายบิิดหมาด ๆ ลงต้้มในหม้้อต้้มอุ่่น ๖๐–๘๐ องศา เซลเซีียส ต้้มทิ้้�งไว้้ประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ๕. บิิดหมาด จากนั้้�นนำมาล้้างน้้ำจนนำที่่�ล้้างออกมาใส แล้้วนำไปตากให้้แห้้ง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 66
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดพัังงา ชื่่�อต้้นไม้้ เทพทาโร เทพทาโร จัังหวััดพัังงา ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้ าดกลาง ไม่่ผลััดใบ เรืือนยอดเป็นพุ่่ ็มกลีีบทึึบ ใบมีีสีีเขีียวเข้้ม ลำต้้นเรีียบไม่่มีีพููพอน เปลืือกต้้นสีีเทาอมเขีียว หรืืออมน้้ำตาล ค่่อนข้้างเรีียบ แตกเป็็นร่่องยาวตามลำต้้น เมื่่�อ ถากเปลืือกออกจะมีีกลิ่่�นหอม กิ่่�งมีีลัักษณะอ่่อนเรีียว เกลี้้�ยง และมัักมีีคราบขาว ใบเป็น็ชนิิดใบเดี่่�ยว ออกเรีียงสลัับกันั เป็น็ ใบรููปรีี แกมรููปไข่่ หรืือรููปไข่่แกมรููปขอบขนาน เนื้้�อใบค่่อนข้้างหนา ผิวิใบ เกลี้้�ยง ท้้องใบมีีคราบขาว ปลายใบแหลม โคนใบแหลมและกลม ยาวประมาณ ๗–๒๐ เซนติิเมตร ก้้านใบเรีียวเล็็ก ๒.๕–๓.๕ เซนติิเมตร ดอกออกเป็็นช่่อ สีีขาวหรืือเหลืืองอ่่อน มีีกลิ่่�นหอม ออกดอกตามปลายกิ่่�งเป็็นกระจุุกยาว ๒.๕–๗.๕ เซนติิเมตร ก้้านช่่อดอกจะเรีียวยาวและเล็็กมาก ผลมีีขนาดเล็็กและกลม ขนาดเส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๗ มิิลลิิเมตร ผลอ่่อนมีีสีีเขีียว ผลแก่่มีีสีีม่่วงดำ ก้้านผลเรีียว ยาวประมาณ ๓–๕ เซนติิเมตร ลัักษณะเนื้้�อไม้้มีีสีีเทาแกมน้้ำตาล มีีกลุ่่มหอมฉุุน มีีริ้้�วสีีเขีียว แกมเหลืือง เนื้้�อไม้้เป็็นมัันเลื่่�อม เสี้้�ยนตรง หรืือสัับสน เป็็นคลื่่�น บ้้างเล็็กน้้อย เหนีียว แข็็งพอประมาณ เลื่่�อย ไส้้กบ ตบแต่่ง ง่่าย สารสำคััญในเนื้้�อไม้้ จะพบ D–Camphor ที่่�ใช้้แทน Sassafras ได้ดี้ีให้น้้ ้ ำมันที่่ ัมี�ีสารหอม คืือ Safrol และ Cinnamic Aaldehyde และยัังพบ Safrol ในเปลืือกต้น้และใบ การขยายพัันธุ์์ไม้้เทพทาโร ที่่�นิิยมปฏิิบััติิกัันคืือ การขยายพัันธุ์์ด้้วยการเพาะเมล็็ดและการ ปัักชำ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 67 67
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ยาดมสมุุนไพรเทพทาโร ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เมล็็ด ใบ นำเมล็็ดต้้นเทพทาโร กานพลููพริิกไทยดำ รกลููกจัันใบต้้นเทพทาโรตากแห้้ง เมล็็ดกระวาน เมล็็ดลููกจััน อบเชย ลููกผัักชีี ตำพอแตกไม่่ต้้องละเอีียด ๑. นำการบููร พิิมเสน เมนทอล มาผสมกััน ๒. นำเมล็็ดต้้นเทพทาโร กานพลููพริิกไทยดำ รกลููกจัันทร์์ ใบต้้นเทพทาโรตากแห้้ง เมล็็ดกระวาน เมล็็ดลููกจัันทร์์ อบเชย ลููกผัักชีี และการบููร พิิมเสน เมนทอล และน้้ำมัันเทพทาโร ๑๐๐ เปอร์์เซ็็น มาผสมคลุุกเคล้้าให้้เข้้ากััน ๓. เก็็บใส่่ภาชนะปิิดให้้มิิดชิิด เก็็บไว้้ ๗ วััน ๔. นำมาใส่่ถุุงตาข่่ายและบรรจุุในขวดแก้้ว การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 68
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดพััทลุุง ชื่่�อต้้นไม้้ พะยอม พะยอม จัังหวััดพัทลุุ ั ง ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ต้้นสูู้ ง ๑๕–๓๐ เมตร เปลืือกสีีเทาเข้้มแตกเป็นร่็ ่อง ใบเดี่่�ยวออกสลัับ รููปขอบขนานกว้้าง ๓.๕–๖.๕ เซนติิเมตร ยาว ๘–๑๕ เซนติิเมตร ปลายมนหรืือเป็็นติ่่�งสั้้�น ๆ โคนมน ขอบ เป็น็คลื่่นผิ�วิเกลี้้�ยงเป็นมั็นั ดอกสีขีาว กลิ่่น�หอมจััด ออกเป็นช่็ ่อใหญ่่ ตามกิ่่�งและปลายกิ่่�ง กลีีบเลี้้�ยง ๕ กลีีบ โคนเชื่่�อมติิดกััน กลีีบดอก ๕ กลีีบ เรีียงเวีียนกัันแบบกัังหััน เมื่่�อบานเส้้นผ่่านศููนย์์กลาง ๑–๒ เซนติิเมตร เกสรตััวผู้้ ๑๕ อััน ผลรููปรีีกว้้างประมาณ ๑ เซนติิเมตร ยาวประมาณ ๒ เซนติิเมตร กลีีบเลี้้�ยงเจริิญไปเป็นปี็ ีกยาว ๓ ปีีกสั้้น� ๒ ปีีก คล้้ายผลยาง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 69
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าบาติิกสีีธรรมชาติิ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ การทำผ้้าบาติิกโดยวิธีิีการเขีียนลวดลายหรืือใช้้บล็็อกพิิมพ์์ลวดลายลงบนผืนผ้ื ้าได้้ตามต้้องการ เพราะเราสามารถระบาย สีีได้้หลายสีีลงบนผ้้าผืืนเดีียวกัันสะดวกและรวดเร็็วกว่่าวิิธีีย้้อม ช่่วยให้้เกิิดความสวยงามแปลกตาขึ้้�น มีีขั้้�นตอน ดัังนี้้� ๑. การออกแบบลวดลาย ก่่อนปฏิิบััติิงานทุุกครั้้�งควรมีีการออกแบบลวดลายและกำหนดกลุ่่มสีีที่่�จะใช้้ให้้เหมาะสม กัับชิ้้�นงาน แล้้วใช้้ดิินสอเขีียนผ้้าร่่างลวดลายลงบนผ้้าเตรีียมไว้้ ๒. การเขีียนลวดลาย เป็็นขั้้�นตอนสำคััญของการทำผ้้าบาติิก การเขีียนเทีียนที่่�ดีีส่่งผลให้้ขั้้�นตอนการลงสีีสมบููรณ์์ขึ้้�น เทีียนที่่�เขีียนผ้้าต้้องซึึมทะลุุผ้้าด้้านหน้้าและด้้านหลัังจึึงจะสามารถกัันสีีย้้อมได้้ เรานำผ้้าที่่�ร่่างลวดลายไว้้แล้้วนั้้�น มาขึึงบนกรอบไม้้แล้้วใช้้เครื่่�องมืือเขีียนเทีียนตัักน้้ำเทีียนเขีียนลงบนผ้้าตามลวดลายนั้้�นจนเสร็็จ สำหรัับผู้้ที่่�มีี ความชำนาญก็็ไม่่จำเป็็นต้้องร่่างลวดลายไว้้ก่่อน สามารถเขีียนเทีียนลงบนผ้้าได้้เลย ๓. การระบายสีีลงบนผ้้า ผสมสีีย้้อมเตรีียมไว้้แล้้วใช้้พู่่กัันจุ่่มสีีระบายลงบนผ้้าอย่่างระมััดระวััง อย่่าให้้สีีซึึมเลอะไป ในบริิเวณที่่�ไม่่ต้้องการ จะทำให้้เกิิดข้้อบกพร่่องในงานได้้ เมื่่�อสีีที่่�ระบายแห้้งสนิิทดีีแล้้วจึึงทาด้้วยโซเดีียมซิิลิิเกรต ให้้ทั่่�วผ้้าทิ้้�งไว้้ประมาณ ๑–๒ ชั่่�วโมง ๔. การต้้มละลายเทีียน เป็นขั้้ ็น�ตอนสุุดท้้ายของการทำผ้้าบาติิก โดยนำผ้้าที่่�ทาเคลืือบด้ว้ยโซเดีียมซิลิิเกตไปล้้างน้้ำขณะ ล้้างน้้ำจะมีสีส่ีวน่เกินิจำนวนหนึ่่�งละลายออกมากัับน้้ำ จึึงต้้องหมั่่น�เปลี่่�ยนน้้ำอยู่เสมอ ่ขยี้้ผ้�้าเบา ๆ จนน้้ำที่่ซั�ักผ้้าใส นำอ่่างใส่่น้้ำพอประมาณตั้้�งไฟให้้น้้ำเดืือด เติิมผงซัักฟอกและโซดาแอชเล็็กน้้อยแล้้วนำผ้้าที่่�ล้้างโซเดีียมซิิลิิเกรต แล้วนั้้ ้น�ลงต้้มเพื่่�อละลายเทีียน จนเทีียนละลายออกหมดจึึงนำมาซัักน้้ำจนผ้้าสะอาดก็็จะได้้ผลงานผ้้าบาติิกที่่�สวยงาม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 70
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดพิิจิิตร ชื่่�อต้้นไม้้ บุุนนาค บุุนนาค จัังหวััดพิจิติร ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้าดกลางถึึงขนาดใหญ่่ มีีความสููงประมาณ ๑๕–๒๕ เมตร และอาจสููงได้้ถึึง ๓๐ เมตร ลัักษณะเป็็นทรงยอด พุ่่มทึึบและแคบ มีีทรงพุ่่มใหญ่่ลัักษณะคล้้ายเจดีีย์์ต่่ำ ๆ มีีพููพอน เล็็กน้้อยตามโคนต้น้ เป็น็ ไม้้ไม่่ผลััดใบ เนื้้�อไม้้แข็็ง กิ่่�งก้้านเรีียวเล็็ก ห้้อยลง เปลืือกต้้นมีีสีน้้ ีำตาลเข้้ม มีีรอยแตกตื้้�น ๆ หลุุดร่ว่ งได้ง่้่าย ที่่�เปลืือกชั้้น�ในจะมีน้้ ีำยางสีีเหลืืองอ่่อนเล็็กน้้อย ส่วน่ ในเนื้้�อไม้้จะ มีีสีีแดงคล้้ำเป็็นมัันเลื่่�อม พบได้้มากในป่่าดิิบชื้้�น ตามลำธารหรืือ ริิมห้้วย พบได้้มากในประเทศอิินเดีียและศรีีลัังกา ใบเป็็นใบเดี่่�ยว ออกตรงข้้ามกััน ลัักษณะของใบคล้้ายรููปหอกหรืือรููปขอบขนาน แกมรููปหอก ปลายใบเรีียวแหลม คล้้ายใบมะปราง โคนใบสอบ แผ่่นใบหนา ผิิวใบเรีียบเกลี้้�ยง ท้้องใบมีีคราบขาวปกคลุุมอยู่่ ดอก เป็น็ดอกเดี่่�ยวหรืือดอกคู่ตาม่ซอกใบหรืือปลายกิ่่�ง กลีีบดอกมีสีขีาว จนถึึงสีีเหลืืองอ่่อน กลีีบดอกมีี ๔ กลีีบซ้้อนกััน ลัักษณะของกลีีบ ดอกเป็็นรููปไข่่หััวกลัับ ปลายบานและเว้้า โคนสอบ ปลายกลีีบ ย่่นเล็็กน้้อย เมื่่�อดอกบานเต็็มกลีีบจะแผ่่กว้้างออก และมีีเส้้นผ่่าน ศููนย์์กลางของดอกราว ๕–๑๐ เซนติิเมตร ดอกบุุนนาคเป็็นดอก สมบููรณ์์เพศ ดอกจะห้้อยลง จะออกดอกในช่่วงระหว่่างฤดููร้้อน ถึึงฤดููฝน (เดืือนกุุมภาพัันธ์์–เมษายน) ผลเป็็นรููปไข่่ ผลแข็็งมาก ส่่วนปลายโค้้งแหลม ปลายไม่่แตก เปลืือกผลมีีรอยด่่างสีีน้้ำตาล ผลมีีสีีส้้มแก่่หรืือสีีม่่วงน้้ำตาล มีีเปลืือกเป็็นเส้้นใยห่่อหุ้้มอยู่่ และมีีหยดยางเหนีียว ส่่วนเมล็็ดบุุนนาคมีีลัักษณะแบนและแข็็ง มีีสีีน้้ำตาลเข้้ม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 71 71
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าย้้อมสีีธรรมชาติิ จากใบบุุนนาค ลายผ้้าดอกบุุนนาคลายขอพระราชทาน สบู่่ใบบุุนนาค ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต การย้้อมผ้้าด้้วยสีีธรรมชาติิด้้วยใบบุุนนาค ใบ การทำสบู่่�จากใบบุุนนาค ๑. เตรีียมน้้ำสะอาดปริิมาณ ๕–๖ ลิิตร ใส่่ในกะละมัังหรืือหม้้อต้้มที่่�มีีใบบุุนนาคหนััก ๕ กิิโลกรััม ๒. ใส่่เกลืือทะเลผสมลงไป ๑ ช้้อนชา แล้้วนำไปต้้มโดยใช้้ไฟกลาง ๆ เป็็นเวลา ๓ ชั่่�วโมง ๓. นำฝ้้ายดิิบมาล้้างน้้ำให้้สะอาดแล้้วบิิดให้้หมาด ๆ เพื่่�อเตรีียมการย้้อม ๔. กรองน้้ำที่่�ได้้จากการต้้มใส่่กะละมััง นำฝ้้ายที่่�เตรีียมไว้้ลงมาชุุบย้้อม ในระหว่่างที่่�ย้้อมให้้มีีการยกเส้้นฝ้้ายขึ้้�นลง และใช้้ไม้้คนให้้สีีซึึมเข้้าในเส้้นฝ้้าย ประมาณ ๔๕ นาทีี ๕. บิิดเส้นฝ้้ ้ายที่่ต้�้มเสร็็จแล้ว้ให้้หมาด ๆ นำไปตากที่่�ราวแขวนที่่�เตรีียมไว้้ จำนวน ๑ รอบ (ย้้อมรอบเดีียว) ตากไว้้ ๑ วััน ล้้างฝ้้ายที่่�ตากไว้้ด้้วยน้้ำสะอาด จำนวน ๓ รอบ ๖. นำฝ้้ายไปบิิดให้้หมาด ๆ แล้้วดึึงกระตุุกฝ้้ายแรง ๆ เพื่่�อให้้เส้้นฝ้้ายเรีียงเส้้น แล้้วนำไปตากแดดอีีก ๑ วััน เป็็นอััน เสร็็จสิ้้�นขั้้�นตอนการย้้อม ๑. เตรีียมน้้ำสะอาด ๒ ลิิตร ใบบุุนนาคจำนวน ๑ กิิโลกรััม นำไปต้้มโดยใช้้ไฟกลาง ๆ เป็็นเวลา ๖ ชั่่�วโมง ๒. นำน้้ำต้้มใบบุุนนาคหนััก ๑๒๐ กรััม โซเดีียมไฮดรอกไซด์์ (Sodium Hydroxide) หนััก ๖๐ กรััม คนให้้เข้้ากััน ๓. เติิมน้้ำมัันพืืชปาล์์มจำนวน ๑ ลิิตร ลงไปปั่่�นกวนตีีจนมีีความหนืืด เติิมน้้ำหอมลงไป ๔. เทลงพิิมพ์์ที่่�ต้้องการ รอสบู่่เย็็นตััว (ประมาณ ๒–๓ ชั่่�วโมง) จึึงแกะจากพิิมพ์์ รอ ๓๐ วััน จึึงจะเริ่่�มใช้้สบู่่ได้้ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 72
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดพิิษณุุโลก ชื่่�อต้้นไม้้ ปีบี ปีี บ จัังหวััดพิษณุุิ โลก ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดเล็็กถึึงขนาดกลาง ลำต้้นตรง สููงได้้ถึึง ๑๐–๒๐ เมตร ลำต้้น เปลืือกหนาสีีน้้ำตาลอ่่อนปนเทา แตกเป็็นร่่องลึึก มีีช่่องอากาศ ใบ ใบประกอบแบบขน ๒–๓ ชั้้�น ออกเรีียงตรงข้้าม ลัักษณะเป็็นใบหอกแกมรููปไข่่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบหยัักเป็็นซี่่�หยาบ กว้้าง ๑.๕–๒.๕ เซนติิเมตร ยาว ๓–๕ เซนติิเมตร ใบเรีียบทั้้�งสองด้้าน เนื้้�อใบบางคล้้ายกระดาษ มองเห็็นเส้้นใบชััดที่่�ด้้านท้้องใบ ดอก ออกเป็็นช่่อกระจุุก แยกแขนงที่่�ปลายกิ่่�ง ดอกย่่อยจำนวนมาก กลีีบดอกสีีขาว มีีกลิ่่�นหอม กลีีบดอกมีี ๕ กลีีบ โคนเชื่่�อมติิดกัันเป็็นหลอด ปลายกลีีบแหลมแยกเป็็นหลอดปากแตร ๕ แฉก ออกดอกช่่วง เดืือนกัันยายน–ธัันวาคมผล เป็็นฝัักแบน ยาวแคบ ปลายฝััก แหลม ฝัักอ่่อนสีีเขีียวมีีเนื้้�อ พอแห้้งแข็็งแตกออกได้้เป็็น ๒ ซีีก ติิดผลช่่วงเดืือนพฤศจิิกายน–กุุมภาพัันธ์์เมล็็ด แบน รููปหยดน้้ำ มีีปีีกสีีขาวค่่อนข้้างบางใสอยู่่โดยรอบเมล็็ด ยกเว้้นบริิเวณ ส่่วนปลายเมล็็ด การขยายพัันธุ์์ขยายพัันธุ์์โดยเพาะเมล็็ด หรืือแยกหน่่อที่่�แตกจากราก การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 73
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ กระเป๋๋าสะพายผ้้า Eco–Print ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ใบ ๑. นำผ้้าฝ้้ายที่่�ซัักแล้้วไปผ่่านกระบวนการ “มอร์์แดนท์์ Dyeing หรืือการย้้อม” โดยใช้้สารช่่วยย้้อมธรรมชาติิ เช่่น สารส้้ม สนิิมเหล็็ก น้้ำส้้มสายชูู เพื่่�อช่่วยให้้สีีติิดเส้้นด้้ายได้้คงทนมากยิ่่�งขึ้้�น ๒. สะบััดผ้้าให้้หมาดเพื่่�อให้ผ้้้ามีีปริิมาณความชื้้นน้�้อยที่่สุ�ุด เนื่่�องจากความชื้้นข�องผ้้าส่่งผลต่่อความคมชััดของลวดลาย วางผ้้าและยืืดพื้้�นผิิวผ้้าให้้ตึึง จากนั้้�นจััดวางใบปีีบและใบไม้้อื่่�น ๆ ที่่�ให้้สีีและรููปทรงตามความต้้องการ ๓. ใช้้พลาสติิกคลุุมผิิวหน้้าของผ้้า แล้้วออกแรงกดให้้ใบไม้้แนบสนิิทกัับผ้้าโดยการกลิ้้�งไม้้ทัับในทิิศทางเดีียวเพื่่�อไม่่ให้้ เกิิดการขยัับตำแหน่่งของใบไม้ที่่้ว�าง (พลาสติิกที่่�ใช้้คลุุมผิวิหน้้าผ้้าจะช่ว่ยป้้องกันัความชื้้น� ) แล้วมั้ ัดด้ว้ยผ้้าหรืือเชืือก ๔. นำผ้้าที่่�มััดเรีียบร้้อยแล้้ว ไปนึ่่�งด้้วยไฟระดัับอ่่อนอย่่างน้้อย ๑ ชั่่�วโมง ๓๐ นาทีี ๕. เมื่่�อนึ่่�งผ้้าครบตามเวลาที่่�กำหนด ให้้แกะผ้้าออกจากพลาสติิกที่่�ห่่อไว้้ และนำผ้้าไปผึ่่�งแดดให้้แห้้ง ๖. นำผ้้า Eco Printing ที่่�แห้้งแล้้วมาตััดเย็็บเป็็นกระเป๋๋าสะพาย การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 74
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดเพชรบุรีีุ ชื่่�อต้้นไม้้ หว้้า หว้้า จัังหวััดเพชรบุุรีี ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดใหญ่่ ลำต้้นค่่อนข้้างเปลาตรง เปลืือก ค่่อนข้้างเรีียบ สีีเทาอ่่อน แตกกิ่่�งก้้านมาก ปลายกิ่่�งห้้อยย้้อยลง ใบดกหนาแน่นทึ่ ึบ ทำให้้เกิิดเป็นพุ่่ ็มทรงรููปไข่่ ใบเป็น็ ใบเดี่่�ยว ออก เป็นคู่็ ๆ ตรงข้้าม ่กันั ใบอ่่อนมีสีีแดงเรื่่�อและบาง ใบแก่ค่่ ่อนข้้างหนา มีีต่่อมน้้ำมัันอยู่่ทั่่�วไป รููปใบมนหรืือแกมรููปหอก ใบเกลี้้�ยงเป็็นมััน เส้้นแขนงใบละเอีียดอ่่อนและเรีียงขนานกััน ดอกสีีขาวออกเป็็น ช่่อสั้้�น ๆ กระจุุกตามกิ่่�งเหนืือรอยแผลใบ กลีีบเลี้้�ยงรููปถ้้วย กลีีบ ดอกสีีขาว ร่่วงง่่าย มีีกลิ่่�นหอมอ่่อน ๆ ผลกลมรีี ผลยาวประมาณ ๑–๓ เซนติิเมตร และกลมประมาณ ๑ เซนติิเมตร มีีเนื้้�อเยื่่�อหุ้้ม ผล อ่่อนสีีเขีียว เมื่่�อผลแก่่มีีสีีออกชั่่�วโมงพููแดง พอแก่่จััดจะมีีสีีดำ รัับ ประทานเป็น็ผลไม้้ได้้ มีีรสอมเปรี้้�ยวอมหวาน มีี ๑ เมล็็ด ขยายพัันธุ์์ โดยการเพาะเมล็็ด การตอน และทาบกิ่่�ง สรรพคุุณของหว้้า และวิธีิีใช้้ เปลืือกและใบหว้้า ใช้้ทำยาอม ยากวาดคอ แก้้ปากเปื่่�อย ลิ้้�นและคอมีีเม็็ด ใบและเมล็็ดหว้้า ใช้้แก้้บิิด มููกเลืือด ท้้องเสีีย นำใบและเมล็็ดหว้้ามาต้้มกัับนํ้้�า แล้วน้ ำนํ้้�าที่่�ได้้มาใช้้ในการชะล้้าง แผลเน่่าเปื่่�อย หรืือนำใบและเมล็็ดหว้้ามาตำแล้้วใช้้ทาแก้้ โรคผิิวหนััง เมล็็ดหว้้าเมื่่�อนำมาต้้มหรืือบด แล้้วนำมารัับประทาน มีีสรรพคุุณใช้้แก้้เบาหวาน แก้้บิิด แก้้ท้้องร่่วงได้้ ผลหว้้าสุุก มีีลัักษณะสีีม่่วงดำ และมีีรสเปรี้้�ยวฝาดอมหวาน จึึงสามารถ นำมาใช้้ในการทำไวน์์ได้้ดีี ส่่วนยอดอ่่อนของหว้้าสามารถใช้้ รัับประทานเป็็นผัักสด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 75
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผลิิตภััณฑ์์ผ้้าแปรรูปูมััดย้้อม จากเปลืือกต้้นหว้้า ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือก ๑. นำเปลืือกต้้นหว้้ามาสัับให้้เป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ ประมาณ ๑๕ กิิโลกรััม ใส่่ลงในกะละมััง/หม้้อสเตนเลส เติิมน้้ำปริิมาณ ๑๐๐ ลิิตร แล้้วแช่่ค้้างคืืนไว้้ ๒. นำกะละมััง/หม้้อสเตนเลสที่่�แช่่เปลืือกไม้้ไปต้้มให้้เดืือดประมาณ ๒ ชั่่�วโมง เพื่่�อให้้สีีที่่�อยู่่ในเปลืือก/ชิ้้�นไม้้ละลาย ออกมาให้้มากที่่�สุุด (ระหว่่างต้้ม หากน้้ำลดลงให้้เติิมน้้ำลงไปให้้อยู่่ในปริิมาณเท่่าเดิิม) เมื่่�อครบเวลาใช้้กระชอนตััก เปลืือก/ชิ้้�นไม้้ออก แล้้วกรองน้้ำสีีด้้วยผ้้าขาวบาง แล้้วตั้้�งน้้ำย้้อมพอร้้อนมีีควัันไม่่ถึึงกัับเดืือด ๓. ใส่่เกลืือแกงลงไปในน้้ำย้้อม จะใช้้ผสมกัับน้้ำสีีย้้อมเพื่่�อช่่วยให้้สีีติิดเส้้นด้้ายได้้ง่่ายขึ้้�น ๔. นำวััสดุุที่่�จะใช้้ย้้อม ได้้แก่่ กระเป๋๋า ผ้้าเช็็ดหน้้า ผ้้าพัันคอ มามััดทำลวดลายตามความต้้องการ ๕. เมื่่�อมััดวััสดุทีุ่่�จะใช้ย้้้อมตามลวดลายที่่ต้�้องการแล้ว้นำไปล้้างน้้ำให้้สะอาด สะบััดให้้หมาด ๆ แล้วน้ ำไปลงย้้อมในน้้ำสีี นานประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ๖. หมั่่�นพลิิกกระเป๋๋า ผ้้าเช็็ดหน้้า ผ้้าพัันคอ ให้้ถููกน้้ำย้้อมเสมอกัันทุุกๆ ๑๐ นาทีี ๗. นำผ้้าที่่�ผ่่านการย้้อมสีีที่่�บิิดให้้หมาดแล้้วกระตุุก ๒–๓ ครั้้�ง จึึงนำมาขยำในน้้ำสารช่่วยย้้อม (น้้ำสารส้้ม) เวลาใช้้ ขึ้้�นอยู่่กัับว่่าต้้องการสีีเข้้มหรืือสีีจาง โดยทั่่�วไปประมาณ ๑๕–๓๐ นาทีี ๘. การย้้อมซ้้ำ ถ้้าสีที่่ย้�้อมเสร็็จแล้วยั้ ังได้สี้ ที่่�จางหรืือมีีรอยด่่างเนื่่�องจากสีติีิดไม่่เสมอกันั สามารถแก้้ไขได้้โดยนำไปย้้อม ซ้้ำสีีเดิิม ก็็จะได้้สีีที่่�เข้้มและมีีความคงทนมากขึ้้�น ๙. นำผ้้าที่่�ผ่่านการขยำในน้้ำสารช่่วยย้้อมมาผึ่่�งให้้แห้้ง ๑๐.พอผ้้าแห้้งหมาด ๆ แล้้ว นำมาแกะยางวงที่่�รััดทำลวดลายออก จะได้้ผ้้ามััดย้้อมลวดลายที่่�สวยงาม การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 76
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดเพชรบููรณ์์ ชื่่�อต้้นไม้้ มะขาม มะขาม จัังหวััดเพชรบููรณ์์ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้น สููงประมาณ ๑๐–๒๕ เมตร ลำต้้นสีีเทาดำ เปลืือกต้้นแตกเป็็นร่่องตามยาว แตกกิ่่�งก้้านสาขาจำนวนมาก กิ่่�งมีีความเหนีียวของเนื้้�อไม้้มาก ทรงพุ่่มค่่อนข้้างกลม ใบเป็็นใบ ประกอบแบบขนนกชั้้�นเดีียว มีีใบย่่อย ๒๔–๓๒ คู่่ ใบย่่อย ขนาดประมาณ ๐.๕x๒.๐ เซนติิเมตร ดอกสีีเหลืืองมีีลายเส้้น สีีแดงเป็็นเส้้นยาวตามกลีีบ ออกดอกเป็็นช่่อที่่�กิ่่�งหรืือปลายยอด ดอกสมบููรณ์์เพศ เกสรเพศผู้้ ๓ อััน เกสรเพศเมีีย ๑ อััน ผลเป็็น ฝัักยาวค่่อนข้้างกลมมีีหลายเมล็็ด เมล็็ดสีีน้้ำตาลแดงรููปสี่่�เหลี่่�ยม จัังหวััดเพชรบููรณ์์มีีมะขามหวานพัันธุ์์ต่่าง ๆ มากกว่่า ๑๐ พัันธุ์์ และมีีประวััติิที่่�มาแตกต่่างกััน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ 77 โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าไหมขามทอง ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ๑. สกััดน้้ำจากส่่วนประกอบของมะขาม ๑.๑ เมล็็ดมะขาม นำเมล็็ดมะขามมาคั่่�วในกะทะ คนเรื่่�อย ๆ ให้้ทั่่�วถึึง เมื่่�อเปลืือกมะขามเริ่่�มแตก ให้้ใส่่น้้ำสะอาด ให้้ท่่วมเมล็็ดมะขาม ต้้มให้้น้้ำสีีน้้ำตาลออกมา จากนั้้�นกรองด้้วยผ้้าขาวบาง ๑.๒ ซัังและเปลืือกมะขาม นำมาตุ๋๋น� ในหม้้อทรงสููงให้น้้ ้ำเดืือด คนเป็น็ครั้้�งคราว ปิิดหม้้อตุ๋๋น� ไว้้ จนซัังและเปลืือกมะขาม เริ่่�มเปื่่�อยและมีีสีีน้้ำตาลออกมา จากนั้้�นกรองด้้วยผ้้าขาวบาง ๒. นำไหมไปล้้างน้้ำให้้สะอาด บิิดหมาด ๓. นำน้้ำสีีที่่�สกััดจากเมล็็ดมะขามต้้มพออุ่่น ๖๐–๘๐ องศาเซลเซีียส นำไหมลงต้้มจนน้้ำสีีซีีด หมั่่�นพลิิกไหมให้้โดนน้้ำ สม่่ำเสมอกััน ต้้มจนน้้ำสีีจาง ประมาณ ๑ ชั่่�วโมง ๔. บิิดหมาด จากนั้้�นนำไหมมาล้้างน้้ำ จนน้้ำที่่�ล้้างออกมาใส ๕. นำไหมมาล๊๊อกสีี โดยการนำมาแช่่ในน้้ำผสมน้้ำยาล้้างจาน หมั่่�นพลิิกไหมให้้โดนน้้ำสม่่ำเสมอกััน เมล็็ด ซััง เปลืือกผล การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ) 78
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดแพร่่ ชื่่�อต้้นไม้้ ยมหิิน ยมหิน ิ จัังหวััดแพร่ ่ ลัักษณะต้้นไม้้ ต้้นกล้้า (Seedling) จะมีีเปลืือกเรีียบ แต่่จะมีีรอยแตกเป็็นร่่องตามยาว จััดเป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ เป็็นไม้้ผลััดใบแต่่ผลิิใบใหม่่เร็็ว มีีความสููงของต้้นประมาณ ๑๕–๒๕ เมตร ลำต้้นเปลาตรง มีีพููพอนที่่�โคนต้้น เปลืือกต้้นเป็็น สีีน้้ำตาลคล้้ำ สีีเทาหรืือสีีเทาปนดำ เปลืือกต้้นแตกเป็็นสะเก็็ดรููปสี่่�เหลี่่�ยม เมื่่�อมีีอายุุมากขึ้้�นแตกเป็็นร่่องลึึกตามยาวของ ลำต้้น เปลืือกชั้้�นในเป็็นสีีแดงออกน้้ำตาลหรืือสีีชั่่�วโมงพููส่่วนกระพี้้�เป็็นสีีเหลืืองคล้้ายฟางข้้าว และแก่่นไม้้เป็็นสีีเหลืืองเข้้ม ถึึงสีีน้้ำตาล กิ่่�งอ่่อน ใบอ่่อน และช่่อดอกมีีขนนุ่่ม ขยายพัันธุ์์ด้้วยวิิธีีการเพาะเมล็็ด เจริิญเติิบโตได้้ดีีในสภาพดิินทุุกชนิิด ใบ ประกอบแบบขนนกปลายคี่่� ออกเยื้้�องกัันเล็็กน้้อย มีีใบย่่อยที่่�ออกตรงข้้ามกััน จััดเรีียงตััวกัันแบบสลัับ ลัักษณะของใบย่่อย เป็็นรููปรีี รููปไข่่ หรืือรููปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรืือกลม ส่่วนขอบใบเรีียบ หลัังใบเรีียบเป็็นมััน ท้้องใบมีีขน อ่่อนนุ่่ม ๒ ชนิิด ชนิิดแรกเป็็นขนยาว ปลายแหลม อ่่อนนุ่่ม ส่่วนอีีกชนิิดจะมีีจำนวนน้้อยกว่่าและสั้้�นกว่่า มีีลัักษณะปลาย ขนแข็็งกว่่าชนิิดแรก ขึ้้น�ปกคลุุมด้้านหลัังใบเป็น็จำนวนมาก ดอกมีลัีักษณะเป็นช่็ ่อ เกิิดที่่มุ�ุมของกิ่่�งอ่่อน หรืือที่่�ปลายกิ่่�ง ดอก มีีกลิ่่น�หอม เป็น็ดอกชนิิดมีีเพศและดอกสมบููรณ์์เพศ เกสรตัวผู้้ ัจะติิดอยู่บ่นขอบทรงกระบอกนี้้� ไม่มี่ขนี มีสีีเหมืือนกลีีบดอก รัังไข่่ เป็็นแบบรัังไข่่เหนืือวงกลีีบ รููปทรงคล้้ายแจกััน ผลออกเป็็นพวง ลัักษณะของผลเป็็นรููปทรงไข่่ ผลแห้้งมีีเปลืือกแข็็ง สีีน้้ำตาล ปลายผลเป็็นติ่่�งแหลม มีีขนาดเส้้นผ่่านศููนย์์กลางประมาณ ๑.๘–๔ เซนติิเมตร ผลเป็็นสีีน้้ำตาล เมื่่�อสุุกจะเปลี่่�ยน สีีดำ เมื่่�อแห้้งหรืือแก่่จะแตกเป็็น ๓–๕ เสี่่�ยง ภายในผลแบ่่งออกเป็็นช่่องประมาณ ๓–๕ ช่่อง เมล็็ดมีีลัักษณะแบน เป็็นแผ่่น บาง ๆ สีีน้้ำตาล มีีความยาวเป็็น ๒ เท่่าของความกว้้าง โดยมีีขนาดกว้้างประมาณ ๐.๔–๑.๐ เซนติิเมตร และยาวประมาณ ๐.๘–๑.๘ เซนติิเมตร ในแต่่ละช่่องของผลจะมีีเมล็็ดอยู่่ประมาณ ๖๐–๑๐๐ เมล็็ด ซึ่่�งการเรีียงตััวของเมล็็ดยมหิินจะเรีียง ตััวกัันแบบสลัับกัันระหว่่างส่่วนหััวและปลายเมล็็ดที่่�อยู่่ในช่่องแต่่ละช่่อง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 79 79
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้ามััดย้้อมและผ้้า/ฝ้้ายย้้อมสีี ธรรมชาติิจากต้้นยมหิิน ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกในของต้้น ๑. การจััดเตรีียมวััสดุุ/อุุปกรณ์์ ได้้แก่่ ผ้้าฝ้้าย/ผ้้าสปััน/ฝ้้าย/ยางรััด/อุุปกรณ์์ในการสร้้างลาย/สารส้้ม/พืืชให้้สีี (เปลืือกด้้านในของต้้นยมหิิน) /อุุปกรณ์์สำหรัับสกััดสีี (เตาแก๊๊ส,หม้้อต้้น, ถัังสำหรัับซัักหรืือล้้าง) ๒. การสกััดสีีใช้้เปลืือกด้้านในของต้้นยมหิิน โดยการนำเปลืือก (ใบ) ต้้นไม้้มาต้้ม ในน้้ำเดืือด ๑ ชั่่�วโมง หลัังจากนั้้�น กรองเอาน้้ำสีีออก (โดยใช้้ผ้้าขาวบาง) นำน้้ำสีีไปต้้มอีีกรอบ พร้้อมกัับใส่่สารสารส้้ม ๑ ช้้อนแกง(พููน) ใช้้น้้ำด่่าง (ขี้้�เถ้้า) ๑ แก้้ว (ประมาณ ๒๕๐ ซีีซีี) ใส่่ไปด้้วย หลัังจากสารส้้มละลายแล้้ว ให้้นำผ้้า/ฝ้้าย/วััสดุุ (ต้้องซัักน้้ำสะอาด ๑ รอบ) ที่่�เตรีียมไว้้ที่่�มััดย้้อม ลงไปในภาชนะที่่�ต้้มน้้ำสีี ใช้้เวลา ๓๐ นาทีี นำผ้้าออกมาผึ่่�งในที่่�ร่่มลมพััดผ่่าน ๑๕ นาทีี หลัังจากนั้้�นบิิดเอาน้้ำที่่�อยู่่ในผ้้าออก แล้้วนำไปแช่่ในสารส้้มอีีก ๒๐ นาทีี เพื่่�อปรัับสภาพสีีให้้สว่่าง สวยงามขึ้้�น หลัังจากนั้้�นนำผ้้าไปล้้าง (ซััก) ๔ น้้ำ (๔ ครั้้�ง) ทำให้้ผ้้าสีีไม่่ตก ๓. วิิธีีการรัักษาผ้้าย้้อมสีีธรรมชาติิ เวลาซัักผ้้า ให้้นำตากในที่่�ร่่มเพื่่�อป้้องกัันแสงแดดทำให้้สีีซีีด การรีีดผ้้า ให้้ใช้้ไฟกลาง ๆ หรืือรีีดกลัับด้้าน (ด้้านใน) ห้้ามใช้้ไฟแรงเพราะจะทำให้้สีีผ้้าซีีดเร็็ว แนะนำให้้ซัักผ้้าด้้วยมืือ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 80
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดภููเก็็ต ชื่่�อต้้นไม้้ ประดู่่บ้้าน ประดู่ ่ บ้้าน จัังหวััดภูเ ู ก็ต ็ ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ต้้น ผลััดใบ สููง ๑๕–๓๐ เมตร มีีพููพอนเตี้้�ย ๆ เปลืือกสีีเทาอมน้้ำตาล แตกเป็็นสะเก็็ด หรืือเป็็นร่่องตื้้�น ๆ ในต้นที่่ ้ �อายุุมาก ๆ เปลืือกในมีน้้ ีำยางสีน้้ ีำตาลแดงกิ่่�งมัักห้้อยลู่ลง ่ ใบประกอบแบบขนนกเรีียงสลัับใบย่่อยมีี ๗–๙ ไบ เรีียงสลัับ รููปรีีปลายใบแหลม ปลายเป็็นติ่่�งแหลม โคนใบรููปลิ่่�มกว้้างหรืือ กลม ช่่อดอกส่่วนมากแบบช่่อแยกแขนง ออกตามซอกใบหรืือ ปลายกิ่่�ง ยาว ๒๐–๓๐ เซนติิเมตร กลีีบเลี้้�ยง ๕ กลีีบ หยัักตื้้�น ๆ กลีีบดอกรููปดอกถั่่ว�สีีเหลืือง กลิ่่น�หอมอ่่อน ๆ เกสรเพศผู้้ ๑๐ อันั แยกเป็น็ ๒ มััด มััดละ ๕ อันัรัังไข่่อยู่เห่นืือวงกลีีบ ก้้านเกสรเพศเมีีย เรีียวยาวผลเป็็นฝัักแบน รููปโล่่ ขอบบางคล้้ายปีีก เส้้นผ่่าน ศููนย์์กลาง ๓–๕ เซนติิเมตร มีีเมล็็ด ๑–๒ เมล็็ด สีีน้้ำตาลแดง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 81 81
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพิิมพ์์ลายธรรมชาติิ Eco Print เทคนิิคการห่มสี่ ีจากต้้นประดู่่บ้้าน ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. สกััดสีีจากเปลืือกต้้นประดู่่บ้้านด้้วยวิิธีีการต้้ม ๒. เตรีียมสารช่่วยติิดสีีตามสููตรที่่�ต้้องการ ๓. นำผ้้าที่่�ทำความสะอาดแล้้ว แช่่ลงในสารช่่วยติิดสีี ให้้สารช่่วยติิดสีีท่่วมผ้้า ๔. นำผ้้าขึ้้�นมาตากแดดจนแห้้งเพื่่�อให้้สารช่่วยติิดสีีติิดที่่�ผ้้าอย่่างสมบููรณ์์ ๕. นำผ้้าที่่�แห้้งแล้้วมาขยำในน้้ำหิินปููน ๖. นำผ้้าขึ้้�นมาล้้างน้้ำเปล่่าแบบผ่่านเร็็ว ๆ บิิดหมาด สะบััดและจุ่่มลงในน้้ำสนิิมเหล็็ก ๗. ยึึดพื้้�นผิิวผ้้าให้้ตึึงเพื่่�อความคมชััดของลวดลาย จากนั้้�นวางผ้้าลงบนโต๊๊ะที่่�สะอาด จััดวางใบไม้้ ดอกไม้้ ตาม ความเหมาะสม ๘. ใช้้ผ้้าวอร์์มที่่�แช่่สีีสกััดจากเปลืือกต้้นประดู่่บ้้าน ห่่มทัับผ้้าที่่�จััดเรีียงใบไม้้/ดอกไม้้ และใช้้พลาสติิกคลุุมผิิวหน้้าผ้้า ตลอดทั้้�งผืืน แล้้วออกแรงกดใบไม้้ให้้แนบสนิิทกัับผ้้ามากขึ้้�น โดยการใช้้ไม้้ม้้วนหรืือพลาสติิกหนััก ๆ กลิ้้�งทัับไป ในทิิศทางเดีียวกัันเพื่่�อไม่่ให้้เกิิดความคลาดเคลื่่�อนของใบไม้้ ๙. ม้้วนผ้้าให้้แน่่นที่่�สุุดโดยใช้้แกนไม้้ไผ่่ที่่�ตรง หุ้้มด้้วยพลาสติิกเพื่่�อป้้องกัันความชื้้�นพร้้อมมััดด้้วยเชืือก และนำไปนึ่่�ง เป็็นเวลา ๒ ชั่่�วโมง ๑๐. เมื่่�อครบเวลา นำผ้้าออกจากหม้้อ ทิ้้�งไว้้จนเย็็น หรืือแกะห่่อผ้้าออกได้้เลยหรืือทิ้้�งไว้้ข้้ามคืืนก็็ได้้ ๑๑. นำผ้้าผึ่่�งให้้แห้้งสนิิทหรืือผึ่่�งทิ้้�งไว้้ ๒–๓ วััน จึึงนำไปซัักด้้วยน้้ำเปล่่า และผึ่่�งในที่่�ร่่มให้้แห้้งสนิิท ๑๒. นำผ้้าที่่�แห้้งแล้้วไปแช่่น้้ำยากัันสีีตก บิิดหมาดตากให้้แห้้งสนิิท ซัักด้้วยน้้ำยาซัักฟอกอ่่อน ๆ ล้้างให้้สะอาด ผึ่่�งไว้้ ในที่่�มีีแสงรำไรจนแห้้งสนิิท แล้้วนำไปแปรรููปเป็็นผลิิตภััณฑ์์ เช่่น กระเป๋๋า หมวก เสื้้�อผ้้า ผ้้าพัันคอ ผ้้าเช็็ดหน้้า ผ้้าม่่าน ฯลฯ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 82
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ ประจำจัำ ังหวััดมหาสารคาม ชื่่�อต้้นไม้้ พฤกษ์์ พฤกษ์ ์ จัังหวััดมหาสารคาม ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นยืืนต้้นขนาดกลางถึึงใหญ่่ สููง ๒๐–๓๐ เมตร ผลััดใบ เปลืือกนอกขรุขุระ สีีเทาแก่่ แตกเป็นร่็ ่องยาว เปลืือกในสีีแดงเลืือด นก กระพี้้�สีีขาว แยกจากแก่่น กิ่่�งอ่่อนเกลี้้�ยงหรืือมีีขนละเอีียด ประปราย ใบเป็น็ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้้น� เรีียงสลัับ แกนช่่อ ใบยาว บนแกนช่่อมีีช่่อแขนงด้้านข้้าง ใบรููปรีี ปลายใบมน โคนใบ กลมหรืือเบี้้�ยว หลัังใบเกลี้้�ยง ท้้องใบมีขนีละเอีียด ออกดอกสีขีาว เป็นช่็ ่อกลมตามง่่ามใบใกล้้ปลายกิ่่�ง กลิ่่น�หอม ออกดอกช่ว่งเดืือน มีีนาคม–เมษายน ผลเป็็นฝัักรููปบรรทััด แบนและบาง สีีเทาอม เหลืือง หรืือสีฟีางข้้าวผิวิเกลี้้�ยงเป็นมั็นั เมล็็ดรููปไข่่ ขยายพัันธุ์์โดย การเพาะเมล็็ด ต้้นพฤกษ์์มีีถิ่่�นกำเนิิดอยู่่ในเขตร้้อนชื้้�นของทวีีป เอเชีีย พบว่่าเป็็นต้้นไม้้พื้้�นบ้้านที่่�ขึ้้�นเองตามธรรมชาติิอยู่่ทุุกภาค ของประเทศไทย ประโยชน์์ เนื้้�อไม้้ใช้้ทำสิ่่�งปลููกสร้้าง เครื่่�องมืือ ทางการเกษตร เปลืือกให้น้้ ้ ำฝาดใช้ฟ้อกหนััง ใช้รั้ักษาแผลในปาก ลำคอ เหงืือก ใบใช้้ดัับพิิษร้้อนทำให้้เย็็น เมล็็ดรัักษาโรคผิิวหนััง การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 83
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าไหมและผ้้าฝ้้ายย้้อมสีีธรรมชาติิ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ กิ่่ง� ๑. การเลืือกใช้้วััตถุุดิิบ การใช้้เปลืือกไม้้จากต้้นพฤกษ์์ แนะนำให้้ใช้้เปลืือกแห้้ง เพื่่�อไม่่ให้้กระทบลำต้้นพฤกษ์์ และการใช้้แก่่นพฤกษ์์ ใช้้แก่่นพฤกษ์์จากกิ่่�งที่่�มีีขนาดเส้้นผ่่านศููนย์์กลาง ๑๕ เซนติิเมตรขึ้้�นไป สำหรัับขี้้�เลื่่�อย ให้้ ใช้้ขี้้�เลื่่�อยของต้้นพฤกษ์์ที่่�ได้้จากการทำเฟอร์์นิิเจอร์์ ๒. วิิธีีการสกััดสีีจากพืืช นำแก่่นพฤกษ์์ เปลืือกพฤกษ์์ มาผ่่าให้้เป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ และนำแก่่นพฤกษ์์ เปลืือกพฤกษ์์ และ ขี้้�เลื่่�อย อย่่างละ ๑๐ กิิโลกรััม ต่่อน้้ำ ๒๐ ลิิตร ต้้มโดยใช้้เวลาต้้มนาน ๓ ชั่่�วโมง หลัังจากนั้้นน�ำน้้ำต้้มจากแก่่นพฤกษ์์ เปลืือกพฤกษ์์ และขี้้�เลื่่�อยมาทดลองสีี โดยจะนำน้้ำต้้มจากทั้้�ง ๓ ชนิิด มาทดลองสีี ผสมกัับสนิิมเหล็็ก เกลืือ ปููนใส และสารส้้ม พอได้้สีีที่่�ชอบแล้้วก็็นำมาย้้อมสีี ๓. วิิธีีการย้้อมสีีธรรมชาติินำเส้้นฝ้้าย/เส้้นไหมที่่�เตรีียมไว้้ ลงไปแช่่ในน้้ำต้้มจากแก่่นพฤกษ์์ เปลืือกพฤกษ์์ ขี้้�เลื่่�อยที่่�เตรีียมไว้้ แช่่น้้ำให้้อิ่่�มตััว ประมาณ ๒๐–๓๐ นาทีี ยกขึ้้�นผึ่่�งไว้้ในที่่�ร่่มให้้หมาด บิิดเส้้นฝ้้ายและกระตุุกให้้ เส้้นไหมกระจายตััว นำเส้้นฝ้้าย/เส้้นไหมไปเข้้าสู่่กระบวนการทอต่่อไป ๔. การย้้อมสีีจากแก่่นพฤกษ์์ ผสมกัับสารส้้มจำนวน ๑ ช้้อนโต๊๊ะ โดยใช้้เส้้นฝ้้ายและเส้้นฝ้้ายชีีกวงในการย้้อม ย้้อมเสร็็จจะได้้สีีเขีียวทอง หากย้้อมสีีจากขี้้�เลื่่�อย ผสมกัับเกลืือจำนวน ๑ ช้้อนโต๊๊ะ โดยใช้้เส้้นไหมในการย้้อม ย้้อมเสร็็จ สีีที่่�ได้้จะเป็็นสีีเขีียวไพร และหากย้้อมสีีของเปลืือกพฤกษ์์ ผสมกัับสนิิมเหล็็ก ๒ ช้้อนโต๊๊ะ โดยใช้้เส้้นไหม ในการย้้อม ย้้อมเสร็็จจะได้้สีีเทาควัันบุุหรี่่� การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 84
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ ประจำจัำ ังหวััดมุุกดาหาร ชื่่�อต้้นไม้้ ช้้างน้้าว ช้้างน้้าว จัังหวััดมุุกดาหาร ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้พุ่่ ้มหรืือไม้ยื้นต้ืนขน้าดเล็็ก ผลััดใบ สููงได้ถึ้ึง ๑๒ เมตร กิ่่�งก้้านแผ่ข่ ยายออก ลำต้นมั้ ักคดงอ เปลืือกสีน้้ ีำตาลเข้้ม ลำต้้นแตกเป็็นสะเก็็ดเป็็นร่่องลึึก ตามปลายกิ่่�งมีีกาบหุ้้มตาแข็็งและแหลม ใบเดี่่�ยวเรีียงสลัับ มัักพบเรีียงชิิดกัันเป็็นกลุ่่ม ที่่�ปลายกิ่่�ง ใบรููปขอบขนานแกมรููปไข่่กลัับ หรืือรููปใบหอกแกมรููปไข่่กลัับ ปลายแหลมหรืือเรีียวแหลม พบบ้้างที่่�ปลายมน โคนแหลมหรืือมน ขอบใบจัักฟัันเลื่่�อยถี่่� ผิิวใบเรีียบ เส้้นใบข้้าง ๗–๑๕ คู่่หัักโค้้งงอ และมีีเส้้นระหว่่างกลางไม่่จดกััน ใบแก่่ เขีียวหม่น่ เหนีียวเหมืือนแผ่น่หนััง มีหููีใบเล็็ก ๆ หลุุดร่ว่งง่่าย ทิ้้�งร่่องรอยไว้้บนกิ่่�งก้้าน ช่่อดอกแบบช่่อกระจุุกแยกแขนง ออก ที่่�ซอกใบและใกล้้ปลายกิ่่�งที่่�ไม่่มีีใบ มัักออกดอกพร้้อมแตกใบใหม่่ แต่่ละช่่อมีี ๔–๘ ดอก กลีีบดอกสีีเหลืืองสด เวลาบานมััก มีีสีีเหลืืองทั้้�งต้้น ช่่อยาว ๓.๕–๖ เซนติิเมตร ก้้านช่่อดอกยาว ๒–๕ มิิลลิิเมตร มีีดอกจำนวนมาก เส้้นผ่่านศููนย์์กลาง ๓–๔.๕ เซนติิเมตร ก้้านดอกยาว ๒–๔ เซนติิเมตร ใกล้้โคนก้้านมีีลัักษณะเป็็นข้้อต่่อ ใบประดัับขนาดเล็็ก ร่่วงง่่าย กลีีบเลี้้�ยง ๕ กลีีบ รููปไข่ถึ่ ึงรููปไข่่แกมรููปขอบขนาน สีีแดง กว้้าง ๕–๘ มิิลลิิเมตร ยาว ๑๐–๑๕ มิิลลิิเมตรผิวทั้้ ิ �งสองด้้านเรีียบ กลีีบดอก ๕–๘ กลีีบ สีีเหลืืองสด กลีีบบอบบาง หลุุดร่่วงง่่าย ฐานกลีีบแคบ กลีีบรููปไข่่กลัับ ปลายกลีีบมนหรืือกลม โคนสอบเรีียว คล้้ายก้้านกลีีบ ขอบหยััก เกสรเพศผู้้จำนวน ๓๒–๕๐ อััน ก้้านชููอัับเรณูู ยาว ๐.๕–๑.๒ เซนติิเมตร ขนาดไม่่เท่่ากััน วงนอกยาวกว่่าวงใน อัับเรณููยาว ๕–๖ มิิลลิิเมตร อัับเรณููมีช่ี่องเปิิดอยู่่ด้้านปลาย ฐานรองดอกพองนููน รููปครึ่่�งวงกลม เส้นผ่้ ่านศููนย์์กลาง ๑.๕–๒.๕ มิิลลิิเมตร ขยายขนาดและมีีสีีแดงเมื่่�อเป็็นผล รัังไข่่อยู่่เหนืือวงกลีีบ คาร์์เพล ๖–๑๒ อััน แต่่ละอัันมีี ๑ ช่่อง และมีีออวุุล ๑ เม็็ด ก้้านเกสรเพศเมีียมีี ๑ อััน ยาว ๑.๒–๒ เซนติิเมตร ติิดกัับฐานของรัังไข่่ ปลายแยก ๖–๑๐ แฉก สั้้�น ๆ ยอดเกสรเพศ เมีีย มีีจำนวนพููเท่่ากัับคาร์์เพล ผลสดแบบผลผนัังชั้้�นในแข็็ง ผลค่่อนข้้างกลม กว้้าง ๘–๙ มิิลลิิเมตร ยาว ๑–๑.๒ เซนติิเมตร มีสีีเขีียว เมื่่�อแก่่เปลี่่�ยนเป็นสี็ ีดำ ผิวมัินั ผลมีก้ี้านเกสรตัวัเมีียคงเหลืืออยู่ และ่มีีกลีีบเลี้้�ยงสีีแดงสดเจริิญตามมารองรัับ มีีเมล็็ด ๑ เมล็็ด ชั้้�นหุ้้มเมล็็ดแข็็งขนาดใหญ่่ มีีเนื้้�อบาง ๆ หุ้้ม พบทั่่�วไปตามป่่าเบญจพรรณ ป่่าเต็็งรััง ป่่าดิิบแล้้ง ป่่าสน ป่่าชายหาด ความสููงตั้้�งแต่่ใกล้้ระดัับน้้ำทะเลจนถึึงประมาณ ๑,๒๐๐ เมตร ออกดอก และเป็็นผลระหว่่างเดืือนมกราคม–มิิถุุนายน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 85
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพัันคอย้้อมสีีธรรมชาติิ จากต้้นช้้างน้้าว ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ดอก กิ่่ง� ๑. การเลืือกใช้้วััตถุุดิิบ การใช้้เปลืือกไม้้ ถากเปลืือกไม้้โดยไม่่ให้้ถึึงแก่่น ไม่่ถากเปลืือกไม้้รอบลำต้้น ใช้้ดิินเหนีียวชุุบ น้้ำปะรอบรอยถากเพื่่�อให้้ต้้นไม้้ฟื้้�นตััวเร็็ว การใช้้ใบไม้้ ไม่่เก็็บใบจนหมดต้้น จะเก็็บเพีียงบางส่่วนเท่่านั้้�น การใช้้ แก่่นไม้้ ควรใช้้กิ่่�งไม้้ที่่�มีีอายุุตั้้�งแต่่ ๕ ปีีขึ้้�นไปแทนแก่่นไม้้จากลำต้้น การใช้้รากไม้้ นำรากไม้้มาใช้้บางส่่วนเท่่านั้้�น ไม่่ใช่่ตััดรากทั้้�งหมดของต้้นไม้้ ๒. วิิธีีการสกััดสีี ดอก นำไปต้้มในน้้ำร้้อนประมาณ ๑ ชั่่�วโมง (อุุณหภููมิิไม่่ถึึงเดืือด) ผล ทุุบหรืือตำให้้แตก แช่่น้้ำ ทิ้้�งไว้้ค้้างคืืนหรืือต้้มสกััดสีีแล้้วแต่่ชนิิดของพืืช เมล็็ด ทุุบหรืือตำให้้แตก แช่่น้้ำทิ้้�งไว้้ค้้างคืืนแล้้วต้้มสกััดสีี ใบ สัับให้้ ละเอีียดหรืือหยาบ แล้้วต้้มสกััดสีีประมาณ ๑ ชั่่�วโมง เปลืือก ทุุบหรืือสัับให้้เป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ แช่่น้้ำทิ้้�งไว้้ค้้างคืืน หรืือ สกััดสีีประมาณ ๑–๒ ชั่่�วโมง แก่่น สัับให้้เป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ แช่่น้้ำทิ้้�งไว้้ค้้างคืืน ต้้มสกััดสีีประมาณ ๓–๔ ชั่่�วโมง ราก ทุุบหรืือสัับให้้เป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ แช่่น้้ำทิ้้�งไว้้ค้้างคืืน แล้้วต้้มเคี่่�ยวประมาณ ๑–๒ ชั่่�วโมง ๓. วิิธีีการย้้อมสีีธรรมชาติิเส้้นฝ้้าย ๑ กิิโลกรััม แช่่น้้ำให้้อิ่่�มตััว ประมาณ ๒๐ นาทีี ยกขึ้้�นผึ่่�งไว้้ในที่่�ร่่มให้้หมาด เตรีียมน้้ำสีี ๔๐ ลิิตร บิิดเส้้นฝ้้ายและกระตุุกให้้เส้้นฝ้้ายกระจายตััว นำเส้้นฝ้้ายลงย้้อมในน้้ำสีี ๕ นาทีี แล้้วยก เส้น้ฝ้้ายขึ้้น� เติิมเกลืือแกง ๕๐ กรััม ลงในน้้ำสีี คนให้ทั่่ ้ว�จนเกลืือละลาย นำเส้น้ฝ้้ายลงย้้อมต่่ออีีก ๕ นาทีี แล้ว้ยกขึ้้น� นำน้้ำสีขึ้้ีนตั้้� �งไฟ อุุณหภููมิิประมาณ ๕๐ องศา นำเส้น้ ไหมลงย้้อม ๑๐ นาทีี ครบเวลาแล้ว้เพิ่่�มความร้้อนให้้ได้อุุ้ณหภููมิิ ประมาณ ๗๐ องศา ย้้อมเส้้นฝ้้าย ๑๐ นาทีี ครบเวลาเพิ่่�มความร้้อนให้้ได้้ ๙๐ องศา และย้้อมต่่อไปอีีก ๒๐ นาทีี เมื่่�อครบเวลายกเส้้นไหมขึ้้�นผึ่่�งในร่่มให้้แห้้ง จึึงนำเส้้นฝ้้ายไปล้้างด้้วยน้้ำเปล่่าให้้สะอาด จนกว่่าน้้ำจะใสไม่่มีีสีี ๔. การทอผ้้าพัันคอ ๔.๑ สืืบเส้นด้้ ้ายยืนืเข้้ากัับแกนม้วนด้้ ้ายยืนื และร้้อยปลายด้้ายแต่่ละเส้น้ เข้้าในตะกอแต่่ละชุุดและฟันัหวีี ดึึงปลาย เส้นด้้ ้ายยืนทั้้ ื �งหมดม้วน้ เข้้ากัับแกนม้วนผ้้ ้าอีีกด้้านหนึ่่�ง ปรัับความตึึงหย่่อนให้พ้อเหมาะ กรอด้้ายเข้้ากระสวย เพื่่�อใช้้เป็็นด้้ายพุ่่ง ๔.๒ เริ่่�มการทอโดยกดเครื่่�องแยกหมู่ตะกอ เ่ส้นด้้ ้ายยืนชุืุดที่่� ๑ จะถููกแยกออกและเกิิดช่่องว่่าง สอดกระสวยด้้าย พุ่่งผ่่าน สลัับตะกอชุุดที่่� ๑ ยกตะกอชุุดที่่� ๒ สอดกระสวยด้้ายพุ่่งกลัับ ทำสลัับกัันไปเรื่่�อย ๆ ๔.๓ การกระทบฟัันหวีี (ฟืืม) เมื่่�อสอดกระสวยด้้ายพุ่่งกลัับก็็จะกระทบฟัันหวีี เพื่่�อให้้ด้้ายพุ่่งแนบติิดกััน ได้้เนื้้�อ ผ้้าที่่�แน่่นหนา ๔.๔ การเก็็บหรืือม้วนผ้้ ้า เมื่่�อทอผ้้าได้พ้อประมาณแล้วก็้ ็จะม้วน้เก็็บในแกนม้วนผ้้ ้า โดยผ่่อนแกนด้้ายยืนืให้้คลายออก และปรัับความตึึงหย่่อนใหม่่ให้้พอเหมาะ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 86
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดแม่่ฮ่่องสอน ชื่่�อต้้นไม้้ กระพี้้�จั่่น� กระพี้้จั่่ � น � จัังหวััดแม่่ฮ่่องสอน ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ต้้น ขนาดเล็็กถึึงขนาดกลาง สููง ๘–๒๐ เมตร ผลััดใบ เรืือนยอดทรงกลมโคนต้้นเป็็นพููพอน เปลืือกสีีน้้ำตาล หรืือน้้ำตาลเทาแตกเป็็นสะเก็็ดเล็็ก ๆ ตามกิ่่�งมีีรอยแผลทั่่�วไป ลัักษณะใบเป็น็ ใบประกอบแบบขนนกชั้้น�เดีียว ปลายใบคี่่� เรีียง เวีียนสลัับ ใบย่่อยรููปรีีแกมขอบขนาน กว้้าง ๑–๑.๕ เซนติิเมตร ยาว ๓–๔.๕ เซนติิเมตร เรีียงตรงข้้าม โคนใบมน สอบเรีียว หรืือเบี้้�ยว ขอบใบเรีียบ ปลายใบทู่่ แผ่่นใบบาง ลัักษณะดอก ช่่อแยกแขนง ออกตามกิ่่�งและง่่ามใบ ดอกย่่อยสีีม่่วงแกมขาว หรืือสีชั่่ีว�โมงพููอมม่ว่งรููปถั่่ว� กลีีบเลี้้�ยงสีม่ีว่ งดำเชื่่�อมติิดกันัคล้้าย รููประฆััง ปลายแยกออกเป็็น ๕ แฉก ยาว ๐.๔–๐.๕ เซนติิเมตร มีีขนอ่่อนปกคลุุม ดอกตููมสีีน้้ำตาลเข้้มหรืือม่่วงดำ มีีกลีีบดอก ๕ กลีีบ ๔ กลีีบมีีรููปร่่างยาวรีีรููปขอบขนานกว้้าง ๐.๓–๐.๕ เซนติิเมตร ยาว ๑.๐ – ๑.๕ เซนติิเมตร และอีีก ๑ กลีีบมีีรููปร่่าง กลมบิิดม้้วน กว้้าง ๑.๕เซนติิเมตร ยาว ๑.๘–๒.๐ เซนติิเมตร มีีเกสรเพศผู้้ ๑๐ อััน ลัักษณะผล ผลแห้้งแก่่แล้้วแตกสองแนว ฝัักแบนโคนแคบกว่่าปลาย กว้้าง ๒–๒.๕ เซนติิเมตร ยาว ๙–๑๒ เซนติิเมตร เปลืือกเกลี้้�ยงหนาคล้้ายแผ่่นหนัังขอบเป็็นสััน เมล็็ดสีีน้้ำตาลดำ ๑–๔ เมล็็ด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 87
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพัันคอ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. นำเปลืือกไม้้กระพี้้�จั่่�นมาสัับเป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ เพื่่�อนำไปต้้ม ๒. นำมาต้้มประมาณ ๓๐ นาทีี หรืือจนกว่่าสีีของเปลืือกไม้้จะออก ๓. เมื่่�อน้้ำเดืือดจึึงแยกกากออกให้้เหลืือแต่่น้้ำสีี ซึ่่�งเรีียกว่่าน้้ำย้้อม ๔. นำด้้ายมาต้้มในน้้ำย้้อม จะเร็็วหรืือช้้าขึ้้�นอยู่่กัับความเข้้มหรืืออ่่อนของเฉดสีีที่่�ต้้องการ ๕. จากนั้้�นนำด้้ายที่่�ต้้มจนได้้เฉดสีีที่่�ต้้องการออกจากหม้้อต้้มทิ้้�งไว้้สัักพััก ๖. จุ่่มด้้ายลงในมอร์์แดนท์์เพื่่�อให้้สีีที่่�ย้้อมติิดเส้้นใยดีีขึ้้�น และยัังสามารถเปลี่่�ยนสีีที่่�ต้้มเป็็นอีีกเฉดสีีหนึ่่�งได้้อีีกด้้วย โดยมอร์์แดนท์ที่่์ �ใช้้ ได้้แก่่ น้้ำสนิิมและน้้ำด่่างขี้้�เถ้้า ซึ่่�งสีที่่�ได้้จากนำ้สนิิมเป็นสี็ ชั่่ีว�โมงพููอ่่อน ส่วนสี่ ที่่�ได้้จากน้้ำด่่าง ขี้้�เถ้้าเป็็นสีีน้้ำตาล ๗. นำด้้ายที่่�จุ่่มมอร์์แดนท์์ไปล้้างให้้สะอาด แล้้วนำไปตากจนแห้้ง ด้้ายที่่�แห้้งแล้้วจะทำให้้สีีที่่�ย้้อมเข้้มขึ้้�น สีีที่่�ได้้จะ เป็็นสีีแนวเอิิร์์ธโทน ซึ่่�งเป็็นสีีที่่�นิิยมกัันในปััจจุุบััน ๘. นำด้้ายที่่�ตากจนแห้้ง ไปต้้มกัับน้้ำที่่�ผสมแป้้งมันัสำปะหลัังแล้ว้ตากอีีกครั้้�งจนแห้้งเพื่่�อให้ด้้ ้ายแข็็งตัวจึั ึงจะสามารถ นำไปทอได้้ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 88
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดยโสธร ชื่่�อต้้นไม้้ ยางนา ยางนา จัังหวััดยโสธร ลัักษณะต้้นไม้้ เป็น็ ไม้ยื้นต้ืนขน้ าดใหญ่สูู่งถึึง ๔๐ เมตร ไม่่ผลััดใบ ลำต้น้ เปลาตรง เปลืือกเรีียบหนาสีีเทา โคนต้นมี้พููพีอน เรืือนยอดเป็น็ พุ่่มกลม ใบเป็น็ ใบเดี่่�ยวรููปไข่่แกมรููปหอกกว้้าง ปลายใบสอบเรีียว เนื้้�อใบหนา ดอกสีชั่่ีว�โมงพูู ออกเป็นช่็ ่อสั้้น� ๆ สีน้้ ีำตาล กลีีบดอก มีี ๕ กลีีบ โคนกลีีบประสานเหลื่่�อมกััน ปลายกลีีบบิิดเวีียนตาม กัันแบบกัังหััน เกสรเพศผู้้มีี ๒๕ อััน รัังไข่่มีี ๓ ช่่อง ออกดอก ระหว่่างเดืือนมีีนาคม–พฤษภาคม ผลเป็็นผลแห้้งทรงกลม มีีครีีบตามยาว ๕ ครีีบ ปีีกยาว ๒ ปีีก การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 89
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าพัันคอมััดย้้อมสีีธรรมชาติิ จากต้้นยางนา ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือกไม้้ ๑. การเตรีียมน้้ำย้้อม หากวััตถุุดิิบที่่�ให้้เป็็นสีีจากเปลืือกไม้้ต้้นยาง ให้้ทำการสัับหรืือผ่่าให้้เป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ ชั่่�งเปลืือก ชิ้้�นไม้้ที่่�สัับเป็็นชิ้้�นเล็็ก ๆ ประมาณ ๓ กิิโลกรััม ใส่่ลงในกะละมัังหรืือหม้้อสเตนเลส เติิมน้้ำปริิมาณ ๒๐ ลิิตร แล้้วแช่่ค้้างคืืนไว้้ นำกะละมัังหรืือหม้้อสเตนเลสที่่�แช่่เปลืือกไม้้ไปต้้มให้้เดืือดประมาณ ๒ ชั่่�วโมง เพื่่�อให้้สีีที่่�อยู่่ ในเปลืือกชิ้้�นไม้้ละลายออกมาให้้มาก เมื่่�อครบเวลาใช้้กระชอนตัักเปลืือก ชิ้้�นไม้้ออกแล้้วกรองน้้ำสีีด้้วยผ้้าขาวบาง ๒. การเตรีียมสารช่่วยย้้อม หรืือสารช่่วยติิดสีี มีี ๓ วิิธีี คืือ วิธีิที่่� ๑ การใช้้สารช่ว่ยย้้อมก่่อนการย้้อมสีี สารแทนนินิ ได้้จากพืืชที่่�ให้้รสฝาดและขม เช่น่ ใบฝรั่่�ง ใบยููคาลิิปตััส เปลืือกสีีเสีียด เปลืือกผลทัับทิิม เปลืือกประดู่่ ใบเหมืือดแอ ซึ่่�งสารดัังกล่่าวมีีคุุณสมบััติิช่่วยให้้สีีติิดกัับเส้้นด้้าย ได้้ดีีขึ้้�น โดยการต้้มสกััดน้้ำฝาด หรืือแทนนิินจากพืืชดัังกล่่าว แล้้วนำเส้้นด้้ายลงไปต้้มย้้อมกัับน้้ำฝาดก่่อน จาก นั้้�นจึึงนำเส้้นด้้ายไปย้้อมกัับน้้ำสีีย้้อมอีีกครั้้�ง โปรตีีนจากถั่่�วเหลืืองใช้้ต้้มกัับเส้้นด้้ายก่่อนการย้้อมสีี เพื่่�อช่่วย ในการเพิ่่�มโปรตีนีบนเส้นด้้ ้าย ทำให้้สามารถย้้อมสีติีิดได้ดี้ีมากขึ้้น� ทางญี่่ปุ่่น�จะชุุบฝ้้ายไหมด้ว้ยน้้ำถั่่ว�เหลืืองก่่อนเสมอ โดยแช่่ไว้้ ๑ คืืน ยิ่่�งทำให้้สีีติิดมาก (๓) เกลืือแกง จะใช้้ผสมกัับน้้ำสีีย้้อมเพื่่�อช่่วยให้้สีีติิดเส้้นด้้ายได้้ง่่ายขึ้้�น มัักจะใช้้ใน กรณีีที่่�ต้้องการย้้อมสีีด้้วยครั่่�ง วิิธีีที่่� ๒ การใช้้สารช่่วยย้้อมพร้้อมกัับการย้้อมสีี วิิธีีนี้้�เป็็นการใส่่สารช่่วยย้้อมลงไปในน้้ำสีี ทำให้้เกิิดเม็็ดสีีขึ้้�น จากนั้้�นจึึงนำเส้้นด้้ายลงไปย้้อม วิิธีีที่่� ๓ การใช้้สารช่่วยย้้อมหลัังการย้้อมสีี เป็็นการนำเส้้นด้้ายลงไปย้้อมสีีก่่อนแล้้วจึึงนำไปชุุบหรืือย้้อมด้้วย สารช่่วยย้้อมในภายหลััง วิิธีีการนี้้�จะช่่วยทำให้้เกิิดเฉดสีีใหม่่ขึ้้�น ๓. การย้้อมสีี นำน้้ำย้้อมที่่ผ่�่านการกรองแล้ว้ มาตั้้�งไฟปานกลาง พอร้้อนมีีควัันไม่ถึ่ ึงกัับเดืือด ใส่่สารช่ว่ยย้้อมสีีอย่่าง ใดอย่่างหนึ่่�งที่่�ต้้องการ โดยการทดลองสีีก่่อน แล้้วจึึงเลืือกใส่่ลงไปพร้้อมน้้ำย้้อมที่่�ได้้ การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 90
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดยะลา ชื่่�อต้้นไม้้ ศรีียะลา ศรีียะลา จัังหวััดยะลา ลัักษณะต้้นไม้้ ไม้้ต้้น สููงได้้ถึึง ๑๐ เมตร เป็็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่่อย ๔–๘ คู่่รููปไข่่ถึึงรููปขอบขนานแกมใบหอก กว้้าง ๓–๙ เซนติิเมตร ยาว ๗–๓๐ เซนติิเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ถึึงมนกลม ใบอ่่อนห้้อยลง ออกสีีแกมม่่วง ดอกมีีสีีเหลืืองสด ออกเป็็นช่่อ ขนาด ๑๕–๓๕ เซนติิเมตร ใบประดัับรููปไข่่ ดอกย่่อยจำนวนมาก ฐานรองดอกเชื่่�อมเป็็นหลอดแคบ ยาว ๑.๒–๒.๖ เซนติิเมตร กลีีบรองดอก ๔ กลีีบ ไม่่มีีกลีีบดอก เกสรเพศผู้้ ๔–๖ อััน รัังไข่่มีีขน ผล สีีม่่วงอมแดง เป็็นฝัักแบน รููปขอบขนาน กว้้าง ๓.๕–๘ เซนติิเมตร ยาว ๑๕–๔๐ เซนติิเมตร เมื่่�อแก่่แล้้วแตกด้้านข้้าง ถิ่่�นกำเนิิด เมีียนมา จนถึึงอิินโดนีีเซีีย ประเทศไทยพบตามป่่าดงดิิบใกล้้ริิมน้้ำทางภาคใต้้ ปััจจุุบััน พบปลููกประดัับทั่่�วไป ออกดอกช่่วงเดืือนมกราคม–เมษายน การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 91
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าย้้อมสีีธรรมชาติิจากต้้นศรียีะลา ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต เปลืือก ใบ ดอก ฝััก ๑. นำเปลืือก ใบ ดอก และฝััก มาล้้างให้้สะอาด จากนั้้�นแยกแต่่ละส่่วน และนำมาต้้มโดยแยกส่่วน แต่่ละส่่วน ของต้น้ศรีียะลาให้สี้ ที่่�แตกต่่างกันั ในอััตราส่วน่พืืช ๓ กิิโลกรััม ต่่อ น้้ำ ๑ ลิิตรครึ่่�ง การต้้มใช้้ระยะเวลา ๒ ชั่่ว�โมง หรืือมากกว่่านั้้�น โดยหมั่่�นสัังเกต เมื่่�อพืืชออกสีีแล้้ว พืืชจะสีีจางลงถืือว่่าใช้้ได้้ นำเศษพืืชออกจากน้้ำที่่�ต้้ม โดยวิธีิีกรองน้้ำสีด้ีว้ยผ้้าขาวบาง จะได้สี้ ที่่�สะอาด เก็็บไว้้ใช้ทุ้ ุก ๆ ๒ วััน ใบจะให้สี้ีเขีียวอ่่อนหรืือเหลืือง ดอกจะให้้ สีีเหลืืองหรืือสีีน้้ำตาลอมเหลืือง ฝัักจะให้้สีีน้้ำตาล เปลืือกจะให้้สีีน้้ำตาลอมแดง ๒. การเตรีียมผ้้าสำหรัับย้้อมสีีธรรมชาติิ นำผ้้าที่่�จะใช้้ย้้อมซัักทำความสะอาดให้้เรีียบร้้อย เมื่่�อผ้้าสะอาดแล้้ว นำไปแช่่ด้้วยน้้ำส้้มสายชููขยำและบิิดให้้ทั่่�ว คุุณสมบััติิของน้้ำส้้มสายชููเป็็นสารช่่วยให้้สีีติิดดีีขึ้้�น โดยแช่่ทิ้้�งไว้้ ๒๐ นาทีี นำขึ้้�นตากให้้แห้้ง โดยมีีอััตราส่่วน น้้ำส้้มสายชูู ๒ ช้้อนโต๊๊ะ ต่่อ น้้ำ ๓ ลิิตร ๓. การพิิมพ์์ การเขีียนเทีียน และการมััดย้้อม เมื่่�อได้้ผ้้าที่่�ผ่่านการแช่่ด้้วยสารช่่วยติิดแล้้ว นำผ้้าขึ้้�นโต๊๊ะพิิมพ์์ ตามแบบที่่ต้�้องการ หรืือจะใช้วิ้ธีิีการเขีียนเทีียนตามแบบที่่ต้�้องการ โดยลัักษณะของแม่พิ่ ิมพ์์จะแบ่่งเป็น็แม่พิ่ ิมพ์์ ปิิดและเปิิด (แม่่พิิมพ์์เปิิด คืือ ในตััวลายจะมีีช่่องว่่างสำหรัับไล่่สีีเข้้าไปในตััวลายเพื่่�อทำให้้ลวดลายมีีหลายสีี แม่่พิิมพ์์ปิิด คืือ แม่่พิิมพ์์ที่่�ไม่่มีีช่่องว่่างในตััวลาย ลัักษณะคืือ ตััวลายทึึบทั้้�งหมด) ๔. น้้ำผ้้าที่่�ผ่่านการพิิมพ์์ลวดลายตามต้้องการแล้้วไปขึึงกัับเฟรม โดยใช้้เข็็มกลััดเป็็นตััวช่่วยยึึดจัับผ้้าให้้ตึึง พร้้อม สำหรัับการลงสีี ๕. การลงสีี นำสีีธรรมชาติิที่่�ผ่่านการต้้มแล้้วมาทาลงบนผ้้า โดยการใช้้แปรงทาสีีหรืือพู่่กัันแต้้มสีีที่่�ต้้องการลงซ้้ำ หลาย ๆ ชั้้�น เพื่่�อเพิ่่�มความเข้้มของสีี หรืือจะใช้้การย้้อมในภาชนะที่่�มีีสีีเตรีียมไว้้ก็็ได้้ โดยวิิธีีการจุ่่มลงไปและ ขยำให้้ทั่่�ว เพื่่�อให้้สีีซึึมเข้้าเนื้้�อผ้้า จะได้้ลวดลายของผ้้าที่่�มีีมิิติิแตกต่่างกััน ๖. นำผ้้าที่่�ลงสีีแล้้วไปตากแดด โดยมีีข้้อควรระวัังหากแดดร้้อนเกิินไปจะทำให้้เทีียนที่่�พิิมพ์์ไว้้บนผ้้าละลาย ซึ่่�งจะมีีผลกัับลวดลายที่่�พิิมพ์์ลงบนเนื้้�อผ้้าจะไม่่คมชััด ๗. การเคลืือบสีี (มอร์์แดนท์์) สารที่่�ใช้้เคลืือบไม่่ให้้สีีตกมีีอยู่่หลายชนิิด เช่่น สารส้้ม จะให้้สีีที่่�สว่่างขึ้้�น ปููนแดง จะให้้สีีที่่�เข้้มขึ้้�น น้้ำสนิิม จะให้้สีีที่่�เข้้มมาก โคลน จะทำให้้ผ้้ามีีความนุ่่ม สีีที่่�ได้้คืือเทา น้้ำขี้้�เถ้้า จะให้้สีี อมน้้ำตาลเทา ๘. การต้้มน้้ำผสมผงซัักฟอก รอจนน้้ำเดืือด นำผ้้าลงต้้มในน้้ำที่่�ผสมแล้้วเพื่่�อละลายเทีียนบนผ้้า จะได้้ลวดลายผ้้า ตามที่่�พิิมพ์์ไว้้ หลัังจากนั้้�นนำไปล้้างออกด้้วยน้้ำสะอาดหลายน้้ำจนน้้ำใสดีี ๙. นำผ้้าที่่�ผ่่านการต้้มและล้้างด้้วยน้้ำสะอาดแล้้วไปตากลมจนแห้้ง จะได้้สีีตามจริิงตามต้้องการ ๑๐.ต้้นศรีียะลา ใบ ดอก เปลืือก ฝััก จะให้้สีีแตกต่่างกััน ขึ้้�นอยู่่ที่่�ผู้้ทำต้้องสัังเกตการเลืือกตััวกัันตก (มอร์์แดนท์์) อยู่่ ที่่�ความต้้องการของผู้้ทำ เมื่่�อเราทำทุุกกระบวนการแล้้ว นำผ้้าไปล้้าง ต้้มเอาเทีียนออกและซัักด้้วยผงซัักฟอก สีีบางสีีเมื่่�อผ่่านกระบวนการต้้มและซัักล้้าง สีีอาจจะเปลี่่�ยนได้้ การทำสีีธรรมชาติิต้้องสัังเกตและจดบัันทึึก จึึงจะได้้งานที่่�ออกมาดีี การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 92
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดร้้อยเอ็็ด ชื่่�อต้้นไม้้ กระบก กระบก จัังหวััดร้้อยเอ็็ด ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ สููงได้้ถึึง ๓๕ เมตร ลำต้้นเปลาตรง เรืือนยอดแน่่นทึึบและแผ่่กว้้าง ลำต้้นหนา โคน ต้้นที่่�อายุุมากมัักเป็็นพููพอน เปลืือกต้้นมีีสีีเทาอ่่อนปนสีีน้้ำตาล ค่่อนข้้างเรีียบ ไม้้กระบกเป็น็ ไม้้เนื้้�อแข็็งและหนััก มีีเสี้้�ยนตรงแข็็งมาก มีีใบเป็็นใบเดี่่�ยวติิดเรีียงสลัับกััน ลัักษณะของใบเป็็นรููปไข่่หรืือรููปรีี แกมรููปขอบขนาน จนถึึงรููปใบหอก ใบกว้้าง ประมาณ ๒–๙ เซนติิเมตร และ เนื้้�อใบหนา เกลี้้�ยงทั้้�งสองด้้าน ขอบใบเรีียบโคนใบมนแหลมหรืือ เว้้าเล็็กน้้อย สอบเรีียวไปทางปลายใบ ปลายใบแหลมทู่่ขอบใบเรีียบ มีีเส้้นแขนง ใบประมาณ ๘–๑๔ คู่่ และมัักมีีเส้้นแขนงปลอมแซม ระหว่่างกลาง เส้น้ ใบย่่อยเป็น็แบบขั้้นบั�นัได เห็น็ ได้ชั้ัดจากด้้านท้้องใบ เมื่่�อใบแห้้งจะเห็็นเส้้นร่่างแหชััดทั้้�งสองด้้าน ปลายใบเป็็นติ่่�งมน มีหููีใบ หููใบมีลัีักษณะพิิเศษ คืือ ม้วนหุ้้ ้มยอด เรีียวแหลม โค้้งเล็็กน้้อย ลัักษณะเป็นรูู็ ปดาบ ออกดอกเป็นช่็ ่อตามซอกใบและปลายกิ่่�ง ดอก มีีสีีเขีียวอมเขีียวอ่่อน มีีกลีีบเลี้้�ยง ๕ กลีีบ กลีีบดอก ๕ กลีีบ มีีเกสร เพศผู้้อยู่่ ๑๐ อััน และจะออกดอกในช่่วงเดืือนมกราคม–มีีนาคม ลัักษณะของผลเป็็นรููปกลมรีี หรืือค่่อนข้้างเป็็นรููปไข่่ ลัักษณะ แบนเล็็กน้้อยคล้้ายกัับผลมะม่่วงขนาดเล็็ก โดยผลอ่่อนจะมีีสีีเขีียว แต่่เมื่่�อแก่่แล้้วจะเปลี่่�ยนเป็็นสีีเหลืืองในผลมีีเมล็็ดและมีีเนื้้�อหุ้้ม เมล็็ดเละ ๆ เหมืือนมะม่ว่ ง ในผลกระบกมีีเมล็็ดกระบกหรืือเม็็ดกระบก เมล็็ดโตเป็็นรููปไข่่ เป็็นเมล็็ดเดี่่�ยวมีีเปลืือกแข็็ง เนื้้�อในเมล็็ดมีีสีีขาว อััดแน่น่อยู่ และ่มีน้้ ีำมันัมัักติิดผลในช่ว่งเดืือนกุุมภาพัันธ์์ –เมษายน 93 ผลสรุุปการดำำเนิินงานสร้้างสรรค์์การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริ ิโครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืช อัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิ สมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารีี
ชื่่�อผลิิตภััณฑ์์ ผ้้าสไบ/ผ้้าคลุุมไหล่่ ส่่วนที่นำ ่� ำมาใช้้ประโยชน์์ในการทำำผลิิตภัณัฑ์์ ขั้้� นตอน/วิธีี ิการผลิิต ผล ๑. นำผลกระบกสุุกมาทุุบให้้ผลแตกแล้้วคั้้�นกัับน้้ำ โดยใช้้ผลกระบกสุุก ๑๕ กิิโลกรััม นำมาสกััดด้้วยวิิธีีการต้้มกัับ น้้ำในอััตราส่่วน ๑ : ๒ นาน ๑ ชั่่�วโมง กรองใช้้เฉพาะน้้ำ สามารถย้้อมเส้้นไหมได้้ ๑ กิิโลกรััม ๒. นำเส้้นไหม ๑ กิิโลกรััม มาแช่่น้้ำก่่อน แล้้วนำน้้ำสีีที่่�สกััดไว้้และกรองเรีียบร้้อยแล้้วใส่่หม้้อสเตนเลสหรืือ อะลููมิิเนีียมขึ้้�นตั้้�งไฟ จนมีีอุุณหภููมิิอยู่่ที่่�ประมาณ ๖๕–๘๐ องศาเซลเชีียส โดยใช้้กรรมวิิธีีการย้้อมร้้อนนาน ๑ ชั่่�วโมง ความร้้อนจะช่่วยให้้เส้้นไหมพองตััว ทำให้้เม็็ดสีีเคลื่่�อนที่่�เข้้าไปในเส้้นไหม/ฝ้้ายได้้มากขึ้้�นและเร็็วขึ้้�น (มีีปััญหาจากการที่่�น้้ำในหม้้อระเหยน้้ำแห้้ง ทำให้้สีีในน้้ำย้้อมมีีความเข้้มข้้นไม่่คงที่่�) ๓. นำเส้้นไหมในปริิมาณที่่�เหมาะสมกัับปริิมาณน้้ำสีี ใส่่ในห่่วงย้้อมผ้้า (๑ คู่่) แล้้วแช่่เส้้นไหมในน้้ำสีีให้้น้้ำท่่วม เส้้นไหมแช่่ไว้้ประมาณ ๑๐ นาทีี ๔. ยกห่ว่งคล้้องเส้น้ ไหมขึ้้น� ให้้เส้นด้้ ้ายส่วน่หนึ่่�งยัังแช่่ในน้้ำสีี โยกขยัับเส้นด้้ ้ายส่วนที่่ ่ �อยู่ใ่นน้้ำสีขึ้้ีน�มาสััมผััสอากาศ และขยัับอีีกส่่วนลงไปแช่่ในน้้ำสีี ทำเช่่นนี้้�วน ๆ ไป สลัับกัับการพลิิกกลัับเส้้นไหมที่่�อยู่่ด้้านในออกมาด้้านนอก เพื่่�อให้ส่้วนต่่ ่าง ๆ ของเส้นด้้ ้ายได้ดูู้ดซัับเม็็ดสีีเข้้าไปอย่่างเต็็มที่่�และสม่่ำเสมอ การโยกเส้น้ ไหมขึ้้น�ลงจะช่ว่ยป้้องกันั ไม่่ให้้เม็็ดสีีตกตะกอนนอนอยู่่ก้้นหม้้อ ทำเช่่นนี้้�ประมาณ ๑๐ นาทีี แล้้วแช่่เส้้นไหมลงในน้้ำสีีทิ้้�งไว้้อีีกประมาณ ๑๐ นาทีี ทำสลัับกัับการโยกเส้น้ ไหมขึ้้น�ลงในน้้ำสีี รอบละ ๑๐ นาทีี หากไม่มี่ห่ีว่งย้้อมผ้้า ให้้ใช้้ไม้พ้ายคนและยก เส้้นไหมขึ้้�นลงกลัับไปกลัับมา เพื่่�อให้้เม็็ดสีีแทรกซึึมเข้้าไปในเส้้นไหมอย่่างทั่่�วถึึง หมั่่�นคนเพื่่�อไม่่ให้้สีีตกตะกอน เพราะจะทำให้้สีีติิดเส้้นไหมเสมอ สลัับกัับการแช่่เส้้นไหมไว้้โดยไม่่ต้้องคน รอบละประมาณ ๑๐ นาทีีเช่่นกััน ๕. ทำขั้้�นตอนที่่� ๓ สลัับกัันไปจนครบ ๖๐–๙๐ นาทีี หรืือจนกว่่าเส้้นไหมจะอิ่่�มสีี หรืือได้้เฉดสีีที่่�พอใจ และมีีสีีสััน สม่่ำเสมอทั่่วกั�นั ในขณะที่่�แช่่ควรกลัับเส้น้ ไหมบ่่อย ๆ เพื่่�อป้้องกันัการด่่างของเส้น้ ไหม ไม่่ควรแช่่เส้น้ ไหมค้้างคืนื ในแต่่ละวัันควรล้้างเส้น้ ไหมให้้สะอาดก่่อนแช่น้้ ่ ำสนิิมในวัันถััดไป เมื่่�อครบ ๓ วััน ให้น้ำเส้น้ ไหมที่่�แช่่อยู่ใ่นน้้ำสนิิม มาย้้อมต่่อที่่�อุุณหภููมิิ ๖๐–๗๐ องศาเซลเซีียส จะได้้เส้้นไหมสีีเทาถึึงเทาดำ แล้้วนำสีีสนิิมมาใส่่ ถ้้าอยากได้้ สีีเข้้มให้้ใส่่สีีสนิิมปริิมาณมาก ๖. บิิดเส้้นไหมพอหมาด ๆ แล้้วนำขึ้้�นตากในที่่�ร่่มและอากาศถ่่ายเทสะดวกโดยการคล้้องในราวตาก และคอยขยัับ หมุุนเส้้นไหมไม่่ให้้น้้ำสีีไหลมากองรวม ณ จุุดเดีียว เพราะจะทำให้้สีีไม่่สม่่ำเสมอ ขยัับจนเส้้นไหมแห้้งหมาด ๆ จากนั้้�นจึึงตากเส้้นไหมทิ้้�งไว้้จนแห้้งสนิิท ๗. นำเส้้นไหมที่่�ทิ้้�งไว้้จนแห้้งสนิิทแล้้วไปลงในน้้ำสะอาดจนสีีหลุุดออกน้้อยที่่�สุุด บิิดพอหมาดแล้้วตากในที่่�ร่่มและ อากาศถ่่ายเทสะดวกจนแห้้งสนิิท เก็็บเส้้นไหมในที่่�ปลอดแสงและอากาศถ่่ายเทสะดวกไม่่อัับชื้้�น ก่่อนนำ เส้้นไหม/ฝ้้ายไปใช้้งานต่่อไป การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.) 94
การสร้้างสรรค์์ผลิิตภัณัฑ์จาก์ต้้นไม้้ประจำจัำ ังหวััดระนอง ชื่่�อต้้นไม้้ อิินทนิิลน้ำ ำ อินทนิ ิ ิลน้ำ � � ำ จัังหวััดระนอง ลัักษณะต้้นไม้้ เป็็นไม้้ยืืนต้้นขนาดกลางถึึงขนาดใหญ่่ ต้้นมีีความสููง ประมาณ ๕–๒๐ เมตร มีีเรืือนยอดที่่�แผ่่กว้้างเป็็นพุ่่ม ลัักษณะ คล้้ายร่่ม เปลืือกจะมีีสีีเทาหรืือน้้ำตาลอ่่อน มัักจะมีีรอยด่่าง ๆ เป็็นดวงขาว ๆ ผิิวเปลืือกค่่อนข้้างเรีียบมีีความหนาประมาณ ๑ เซนติิเมตร เนื้้�อไม้้จะมีีสีีแดงจาง ๆ หรืือสีีชั่่�วโมงพููอ่่อน เนื้้�อไม้้ มีีความละเอีียด มีีความแข็็งแรงปานกลาง แต่่มีีความเหนีียว และทนทาน หากจะนำไปใช้้ประโยชน์ต้์ ้องนำมาแช่น้้ ่ ำแล้วน้ ำมา ไสกบสามารถนำไปทำโต๊๊ะ เก้้าอี้้�ได้้ ใบต้้นอิินทนิิลน้้ำมีีลัักษณะ เป็็นใบเดี่่�ยว รููปทรงเป็็นขอบขนานแกมรููปหอก กว้้างประมาณ ๕–๑๐ เซนติิเมตร ยาวประมาณ ๑๑–๒๖ เซนติิเมตร ใบมีสีีเขีียว เนื้้�อใบค่่อนข้้างหนาและเกลี้้�ยงเป็็นมัันทั้้�งสองด้้าน ขอบใบเรีียบ หรืือเป็็นคลื่่�นเล็็กน้้อย ส่่วนปลายใบเรีียวเป็็นติ่่�งแหลมมีี เส้น้แขนงใบประมาณ ๙–๑๗ คู่ ดอก่อินิทนิิลน้้ำ ดอกใหญ่มี่ ีหลายสีี เช่่น สีีม่่วงอมชั่่�วโมงพููสีีม่่วงสด ออกดอกรวมกัันเป็็นช่่อใหญ่่ ตามปลายกิ่่�ง มีีความยาวประมาณ ๓๐ เซนติิเมตร ส่่วนบนสุุด ของดอกตููมจะมีีตุ่่มกลม ๆ เล็็ก ๆ ตั้้�งอยู่่ตรงกลาง ดอกอิินทนิิล น้้ำมีีกลีีบดอกบาง ลัักษณะเป็นรูู็ ปช้้อนที่่มี�ีโคนกลีีบเป็นก้็ ้านเรีียว ผิวิกลีีบจะเป็น็คลื่่น�เล็็กน้้อย เมื่่�อดอกบานเต็็มที่่�จะมีรัีัศมีีความกว้้าง ประมาณ ๕ เซนติิเมตร และมีรัีังไข่่กลมเกลี้้�ยง จะเริ่่�มออกดอกได้้ เมื่่�อมีีอายุุประมาณ ๔–๖ ปีี ผลลัักษณะเป็นรูู็ ปไข่่ กว้้างประมาณ ๑.๕–๒ เซนติิเมตร มีีสีีน้้ำตาลแดง เมื่่�อแก่่จะแตกออกเป็็น ๖ เสี่่�ยง ขยายพัันธ์ุุด้้วยวิิธีีการเพาะเมล็็ด การใช้้ประโยชน์์จากต้้นไม้้ประจำำจัังหวััด กิิจกรรมสนองพระราชดำำริิ 95 โครงการอนุุรัักษ์์พัันธุุกรรมพืืชอัันเนื่่�องมาจากพระราชดำำริ ิสมเด็็จพระเทพรััตนราชสุุดาฯ สยามบรมราชกุุมารี ี (อพ.สธ.)