The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wongpoon23, 2019-03-25 00:25:11

แฟ้มสะสมผลงาน2-2561 อ.ต่อ

50 . การวางต าแหน่งผลิตภัณฑ์หมายถึงอะไร

ก. การวางผลิตภัณฑ์บนชั้นวางสินค้าของร้านค้า
ข. การวางต าแหน่งผลิตภัณฑ์ของตนกับคู่แข่งขัน

ค. การก าหนดคุณลักษณะผลิตภัณฑ์ของตนกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งขัน

ง. การก าหนดจุดวางของผลิตภัณฑ์ในตลาดแข่งขัน
51. พฤติกรรมผู้บริโภคหมายถึงอะไร

ก. สาเหตุของการซื้อของผู้บริโภค ข. แรงจูงใจในการซื้อของผู้บริโภค
ค. รูปแบบของการแสดงพฤติกรรมของผู้บริโภค ง. กระบวนการตัดสินใจซื้อหรือใช้สินค้าของผู้บริโภค

52. ท าไมถึงจะต้องเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค
ก. ผู้บริโภคมีความต้องการหลากหลายไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทุกคน

ข. ผู้บริโภคมีความชอบไม่เหมือนกันจึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทุกคน

ค. ผู้บริโภคมีก าลังซื้อที่ต่างกันจึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทุกคน
ง. ถูกทุกข้อ

53. ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคคือข้อใด

ก. ประเมินหลังการซื้อ/ใช้ ข. ประเมินทางเลือก ค. การตัดสินใจซื้อ/ใช้ ง. ตระหนักถึงปัญหา
54. กระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคข้อใดส าคัญที่สุด

ก. การค้นหาข้อมูล ข. ประเมินทางเลือก ค. การตัดสินใจซื้อ/ใช้ ง. ตระหนักถึงปัญหา
55. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากที่สุดคือข้อใด

ก. กลุ่มอ้างอิง ข. ครอบครัว ค. ฐานะทางเศรษฐกิจ ง. วัฒนธรรมย่อย
56. ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สอดคล้องกับปัจจัยภายในที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคข้อใด

ก. การรับรู้ ข. การเรียนรู้ ค. การจูงใจ ง.ทัศนคติ

57. การตัดสินใจซื้อในครั้งถัดไปของผู้บริโภค ส่วนหนึ่งมาจากเรียนรู้จากข้อใด
ก. แฟน ข. เพื่อน ค. ประสบการณ์ ง. ความรู้สึก

58. ทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด
ก. ทุกคนต้องมีความต้องการครบทุกขั้น

ข. ขั้นที่ 2 กับ ขั้นที่ 3 บางคนไม่ต้องการ

ค. ขั้นที่ 3 กับ ขั้นที่ 4 บางคนไม่ต้องการ
ง. ขั้นที่ 4 กับ ขั้นที่ 5 บางคนไม่ต้องการ

59. อาจารย์เป็นต่อ ให้นักศึกษาทุกคน เขียนเป้าหมายในชีวิตของตนเอง หลังป้ายชื่อทุกคน
เป็นระดับความต้องการของมาสโลว์ข้อใด

ก. ความต้องการด้านร่างกาย ข. ความต้องการด้านสังคม

ค. ความต้องการการยกย่องนับถือ ง. ความต้องการความส าเร็จในชีวิต

60. พระพุทธโอวาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ท่านทรงเตือนให้เราละความชั่ว ประ พฤติความดี

เมื่อละความชั่ว ประพฤติความดีแล้ว ที่สุดก็ทรงสอนให้ละสิ่งทั้งสองนี้ไปเสียด้วย ฉะนั้น วันนี้จึงจะขอให้คติใน
เรื่องทางสายกลางคือให้ละให้ได้ หรือหลีกให้พ้นจากสิ่งทั้งสองนั้น ทั้งดี ทั้งชั่ว ทั้งบุญ ทั้งบาปที่ เป็นสุข เป็น

ทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ สอดคล้องกับทฤษฎีทัศนคติในด้านใด

ก. ID ข. Ego ค. Superego ง. Superman


ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบ

ข้อสอบปลายภาค วิชา หลักการตลาด รหัสวิชา 3200 - 1003 อาจารย์ณัฐพงษ์ แซ่อึ้ง

ค าชี้แจง ให้นักเรียน X ในข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 40 ข้อ 20 คะแนน
1. ข้อใด หมายถึง ผลิตภัณฑ์ (Product)

ก. สิ่งของ ข. บริการ ค. สิ่งที่มีตัวตน ง. ถูกทุกข้อ

2. ประโยชน์ขั้นพื้นฐานที่ส าคัญที่ลูกค้าได้รับจากการซื้อสินค้าหรือบริการคือระดับผลิตภัณฑ์ข้อใด
ก. ผลิตภัณฑ์ควบ ข. ผลิตภัณฑ์ที่แท้จริง ค. แก่นของผลิตภัณฑ์ ง. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปได้

3. การให้บริการหลังการขาย จัดเป็นระดับของผลิตภัณฑ์ในข้อใด
ก. ผลิตภัณฑ์ควบ ข. ผลิตภัณฑ์ที่แท้จริง ค. แก่นของผลิตภัณฑ์ ง. ผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง

4. ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่สามารถสัมผัสได้ รับรู้ได้ จัดเป็นระดับของผลิตภัณฑ์ในข้อใด
ก. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปได้ ข. ผลิตภัณฑ์ที่แท้จริง

ค. แก่นของผลิตภัณฑ์ ง. ผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง

5. ข้อใด ไม่ใช่ สินค้าอุปโภคบริโภค
ก. สินค้าที่ซื้อตามความสะดวก ข. สินค้าที่ซื้อโดยการเปรียบเทียบ

ค. สินค้าที่ซื้อโดยเฉพาะเจาะจง ง. สินค้าที่แสวงซื้อ

6. ลูกอม หมากฝรั่ง มีดโกนหนวด จัดเป็นการซื้อสินค้าประเภทใด
ก. สินค้าหลักที่จ าเป็น ข. สินค้าที่ซื้อยามฉุกเฉิน

ค. สินค้าที่ซื้อโดยแรงกระตุ้นฉับพลัน ง. สินค้าที่เจาะจงซื้อ
7. สินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งขั้นตอน จัดเป็นสินค้าประเภทใด

ก. วัตถุดิบ ข. ชิ้นส่วนประกอบหรืออะไหล่
ค. บริการธุรกิจ ง. วัสดุสิ้นเปลือง

8. Supplier เกี่ยวข้องกับประเภทสินค้าอุตสาหกรรมใดมากที่สุด

ก.อุปกรณ์ติดตั้ง ข. วัสดุสิ้นเปลือง ค. วัตถุดิบ ง. บริการธุรกิจ
9. Product Line คือข้อใด

ก. สายผลิตภัณฑ์ ข. รายการผลิตภัณฑ์ ค. กลุ่มผลิตภัณฑ์ ง. ตราผลิตภัณฑ์
10. ความส าคัญของบรรจุภัณฑ์ข้อใดที่มีความส าคัญที่สุด

ก. ช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่ง

ข. ช่วยท าหน้าที่ส่งเสริมการขาย
ค. ช่วยเป็นสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อสินค้าเร็วขึ้น

ง. ท าหน้าที่ป้องกันผลิตภัณฑ์ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงผู้บริโภคคนสุดท้าย
11. รูปลักษณะของบรรจุภัณฑ์มี่กี่ลักษณะ

ก. 1 ลักษณะ ข. 2 ลักษณะ ค. 3 ลักษณะ ง. 4 ลักษณะ

12. หลอดยาสีฟัน เป็นบรรจุภัณฑ์ประเภทใด
ก. Tertiary Package ข. Shipping Package

ค. Secondry Package ง. Primary Package

13. กล่องบรรจุยาสีฟัน เป็นบรรจุภัณฑ์ประเภทใด

ก. Tertiary Package ข. Shipping Package
ค. Secondry Package ง. Primary Package

14. ข้อใด ไม่ใช่ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์

ก. ตกต่ า ข. แนะน า ค. เจริญเติบโต ง. เติบโต
15. การตั้งราคาแบบใด ที่บริษัทสามารถตั้งราคาผลิตภัณฑ์ให้มีราคาสูงได้

ก. เพื่อตอบแทนจากผลลงทุน ข. เพื่อสร้างก าไรสูงสุด
ค. เพื่อส่วนครองตลาดสูงสุด ง. เพื่อความเป็นผู้น าด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์

16. โดยทั่วไป การประกอบธุรกิจนิยมก าหนดราคาตามสิ่งใด
ก. ต้นทุน ข. ลูกค้า ค. คู่แข่งขัน ง. ตลาด

17. เงินเดือนของพนักงาน จัดเป็นค่าใช้จ่ายประเภทใด

ก. Variabled Cost ข. Fixed Cost ค. Price Cost ง. Total Cost
18. นายธูปแดง ด าเนินธุรกิจขายไก่ทอดตามตลาดนัด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านทั่วไป ถ้าวันไหนนายธูป

แดงขายไก่ทอดดี ย่อมต้องใช้ถุงหูหิ้วเป็นจ านวนมาก ถ้าวันไหนเกิดขายไม่ดี นายธูปแดงก็ใช้ถุงหูหิ้วน้อยลง

ถุงหูหิ้วจัดเป็นค่าใช้จ่ายประเภทใด
ก. Variabled Cost ข. Fixed Cost ค. Price Cost ง. Total Cost

19. 2/10 , n/30 จัดเป็นส่วนลดประเภทใด
ก. ส่วนลด ข. ส่วนลดที่ยอมให้ ค. ส่วนลดปริมาณ ง. ส่วนลดเงินสด

20. ข้อใด ไม่ใช่ คนกลางทางการตลาด
ก. พ่อค้าคนกลาง ข. คนกลางที่ท าหน้าที่อ านวยความสะดวกในการซื้อสินค้า

ค. ตัวแทนคนกลาง ง. คนกลางที่ท าหน้าที่อ านวยความสะดวกในการจัดหน่าย

21. นายหน้าที่ดิน จัดเป็นคนกลางทางการตลาดประเภทใด
ก. พ่อค้าคนกลาง ข. พ่อค้าส่ง

ค. ตัวแทนคนกลาง ง. พ่อค้าปลีก
22. ข้อใดเรียงล าดับได้ถูกต้องที่สุด

ก. ผู้ผลิต ตัวแทน พ่อค้าส่ง พ่อค้าปลีก ผู้บริโภค

ข. ตัวแทน ผู้ผลิต พ่อค้าส่ง พ่อค้าปลีก ผู้บริโภค
ค. ผู้ผลิต ตัวแทน พ่อค้าปลีก พ่อค้าส่ง ผู้บริโภค

ง. ผู้ผลิต พ่อค้าส่ง พ่อค้าปลีก ตัวแทน ผู้บริโภค
23. ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบช่องทางการจัดจ าหน่าย

ก. ลักษณะของผู้บริโภคหรือผู้ใช้ ข. ลักษณะของผู้จัดหาวัตถุดิบ

ค. ลักษณะของคู่แข่งขัน ง. ลักษณะของสิ่งแวดล้อม

24. ข้อใด ไม่ใช่ การก าหนดจ านวนของคนกลางในช่องทางการจัดจ าหน่าย

ก. การจ าหน่ายอย่างหนาแน่น ข.การจัดจ าหน่ายแบบเลือกสรร
ค. การจัดจ าหน่ายแบบน้อยราย ง. การจัดจ าหน่ายแบบผูกขาด

25. ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์โออิชิ จัดเป็นร้านค้าปลีกประเภทใด

ก. ร้านค้าปลีกอิสระ ข. ร้านค้าปลีกที่ได้รับสิทธิทางการค้า
ค. ร้านค้าปลีกสินค้าเฉพาะอย่าง ง. ร้านค้าปลีกแบบลูกโซ่

26. คุณนายพอใจและคุณชายเป็นต่อ ต้องการเคลื่อนย้าย เครื่องเพชร ทองค า เงินสด โดยมีมูลค่ารวมกว่า
100 ล้านบาท เพื่อไปเป็นสินสอดทองหมั้นขอลูกสะใภ้ให้กับลูกชาย คุณนายพอใจและคุณชายเป็นต่อ

ควรเลือกช่องทางขนส่งใด
ก. ทางท่อ ข. ทางอากาศ ค. ทางเรือ ง. ทางรถไฟ

27. ช่องทางขนส่งช่องทางใดที่เก่าแก่ที่สุด

ก. ทางท่อ ข. ทางอากาศ ค. ทางเรือ ง. ทางรถไฟ
28. บริษัท Missteen เลือกใช้ คุณอั้ม พัชราภา เป็นพรีเซ็นเตอร์เครื่องส าอาง ผ่านทางโทรทัศน์

ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เป็นการใช้เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดช่องทางใด

ก. Advertising ข. Public Relations
ค. Personal Selling ง. Sales Promotion

29. สินค้าประเภท บ้าน รถ ที่ดิน ควรใช้เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดช่องทางใด
ก. Advertising ข. Public Relations

ค. Personal Selling ง. Sales Promotion
30. ข้อใด ไม่ใช่ การส่งเสริมการขาย

ก. แลก ข. แจก ค. จ่าย ง. ลด

31. การสื่อสารทางการตลาดแบบผสมผสาน มีชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร
ก. IMG ข. ILG ค. AIA ง. IMC

32. ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับ Push strategy
ก. กลยุทธ์ผลัก ข. พ่อค้าคนกลาง

ค. 2/10 , n/30 ง. โฆษณา

33. การสร้างความรู้จัก (Awareness) ควรใช้เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดใด
ก. โฆษณา ข. พนักงานขาย ค. การส่งเสริมการขาย ง. การตลาดทางตรง

34. ถ้าลูกค้าต้องการสร้างความเชื่อมั่น (Conviction) ควรใช้เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดใด
ก. โฆษณา ข. พนักงานขาย ค. การส่งเสริมการขาย ง. การตลาดทางตรง

35. ถ้าต้องการให้ลูกค้าเกิดการซื้อซ้ า (Reordering) ควรใช้เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดใด

ก. โฆษณา ข. การตลาดทางตรง ค. การส่งเสริมการขาย ง. การตลาดทางตรง
36. ในปัจจุบันการตลาดทางตรงรูปแบบใดที่นิยมใช้กันมากที่สุด

ก. จดหมาย ข. โทรศัพท์ ค. โทรทัศน์ ง. โทรสาร

37. เครื่องมือการส่งเสริมการตลาดใด ที่ช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีขององค์กรต่อสังคม

ก. การโฆษณา ข. การวิจัยตลาด
ค. การส่งเสริมการตลาด ง. การประชาสัมพันธ์

38. B2G จัดว่าเป็นการด าเนินธุรกิจระหว่างใครกับใคร

ก. ธุรกิจกับธุรกิจ ข. ธุรกิจกับลูกค้า
ค. ธุรกิจกับรัฐบาล ง. ธุรกิจกับประชาชน

39. โครงการต้นกระดาษ ดับเบิ้ล เอ จัดเป็นการช่วยเหลือสังคมในข้อใด
ก. CSV ข. CSR ค. CPR ง. SE

40. โครงการต ารวจช่าง สภ.เมืองระยอง โทร 191 คอยช่วยเหลือประชาชนพี่น้องชาวระยอง
เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ หรือรถได้รับความเสียหายระหว่างเดินทาง จัดว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมประเภทใด

ก. CSV ข. CSR ค. CPR ง. SE


ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบ YOU CAN DO IT.

ชื่อ..........................................นามสกุล.................................ระดับชั้น.................เลขที่.............


ข้อสอบปลายภาค ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561

วิชา การจัดการขาย รหัส 3202-2001 (30คะแนน)



1. การขายโดยใช้บุคคลคือ.........................................................................................................(1คะแนน)

2. การขายโดยไมใช่บุคคลคือ.....................................................................................................(1คะแนน)


3. องค์กรที่มีการรวมอ านาจหมายถึง..........................................................................................(1คะแนน)

4. องค์กรที่มีการกระจายอ านาจหมายถึง...................................................................................(1คะแนน)

5. องค์กรในปัจจุบันเป็นองค์กรเป็นประเภทใด...........................................................................(1คะแนน)


6. ปัจจัยการจูงใจมนุษย์ภายในองค์กรใช้ทฤษฎีอะไร วาดภาพประกอบ (5คะแนน)

7. หน้าที่ของผู้บริหารงานขาย มีทั้งหมด 5 ประการ ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง (5คะแนน)

.………………………………………………………………………………........................................……………………………..


…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..


…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..



8. ทักษะของผู้บริหารมีกี่ทักษะ พร้อมทั้งเรียงล าดับ และอธิบายความหมายให้ชัดเจน (5คะแนน)

.………………………………………………………………………………........................................……………………………..


…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..


…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..


9. การก าหนดอาณาเขตการขายแบ่งเป็นกี่ลักษณะอะไรบ้าง อธิบายให้ชัดเจน (5คะแนน)

………………………………………………………………………………........................................………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..


…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

10. การประเมินเพื่อหาจ านวนพนักงานขาย บริษัทตั้งยอดขาย 1,000,000,000 บาท และบริษัทคาดหวัง

ว่าพนักงานขายแต่ละคนสามารถท ายอดขายได้ปีละ 10,000,000 บาท ดังนั้นจ านวนพนักงานที่ต้องกี่คน?
จงแสดงวิธีท าให้เรียบร้อน (2คะแนน)







11. จงวาดภาพการพยากรณ์ยอดขายแบบแนวโน้ม (1คะแนน)









12. การจัดการขาย กับ หลักการขาย แตกต่างกันอย่างไร (2คะแนน)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..


…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบ

ข้อสอบปลายภาค วิชาการพัฒนาบุคลิกภาพนักการตลาด รหัสวิชา 3200 - 0006 อาจารย์ณัฐพงษ์ แซ่อึ้ง

ตอนที่ 1 ค าชี้แจง ให้นักเรียน X ในข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 40 ข้อ 20 คะแนน
1. ค าว่า “ บุคลิกภาพ ” ตรงกับภาษาอังกฤษข้อใด
ก. Personality ข. Behavior ค. Psychology ง. Psyche

2. ใครให้นิยามของบุคลิกภาพว่า “สภาพนิสัยจ าเพาะคน”
ก. เบอร์นาร์ด ข. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554

ค. มอร์แกน ง. ชไนเดอร์
3. บุคลิกภาพภายใน หมายถึงข้อใด


ก. อารมณ์ขัน ข. การใช้เสียง ค. การแต่งกาย ง. การสบสายตา

4. ข้อใด ไม่ใช่ ประสาทสัมผัสทั้ง 5

ก. การมองเห็น ข. การได้ยิน ค. การดมกลิ่น ง. การเรียนรู้


5. ข้อใด ไม่ใช่ บุคลิกภาพของบุคคลตามลักษณะโครงสร้างของร่างกาย

ก. ประเภทอ้วนฉุ ข. ประเภทสมส่วน ค. ประเภทเตี้ยล้ า ง. ประเภทผอมบาง


6. ปัจจัยที่มีผลต่อบุคลิกภาพ คือข้อใด

ก. พันธุกรรม ข.เงินทอง ค.สังคม ง. ความดี


7. การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในงานที่ดีตรงกับองค์ประกอบของบุคลิกภาพข้อใด

ก. ลักษณะที่ปรากฏแก่สายตาของผู้อื่น ข. การกระท า การปฏิบัติ

ค. ลักษณะผลรวมจากพันธุกรรม ง. ลักษณะการหล่อหลอมจากวัฒนธรรม


8. การที่บุตรมีหมู่เลือดเดียวกับแม่ กรณีเช่นนี้เป็นปัจจัยที่มีผลต่อบุคลิกภาพข้อใด

ก. สิ่งแวดล้อม ข. สังคม ค. ชีวิตวัยเด็ก ง. พันธุกรรม


9. ข้อใดเป็นบุคลิกภาพทางอารมณ์

ก. มีทัศนคติที่ดี ข. มีกิริยาท่าทาง ค. มีสุขภาพอนามัย ง. มีความคล่องแคล่ว


10. นายวิลเลี่ยม เจ คลอสเนอร์ กล่าวถึงบุคลิกภาพของคนไทยอย่างไร

ก. มีจิตใจอ่อนโยน ข. สวมหน้ากาก ค. มีความสนุกสนาน ง. ผูกพันระยะยาว

11. บิดาแห่งจิตวิทยา คือใคร
ก. เพลโต ข. อริสโตเติล ค. วิลเฮล์ม วุ้นดท์ ง. ชาร์ล ดาร์วิน
12. จิตมนุษย์ที่โครงสร้างประกอบขึ้นด้วยลักษณะที่เป็นหน่วยย่อยๆ จัดอยู่ในกลุ่มโครงสร้างใด

ก. โครงสร้างของจิต ข. หน้าที่ของจิต ค. จิตวิเคราะห์ ง. พฤติกรรมนิยม
13. การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ด้วยวิธีการย้อนตรวจสอบตนเอง จัดอยู่ในกลุ่มโครงสร้างใด

ก. โครงสร้างของจิต ข. หน้าที่ของจิต ค. จิตวิเคราะห์ ง. พฤติกรรมนิยม

14. นักจิตวิทยาซึ่งเน้นความส าคัญของจิตไร้ส านึก จัดอยู่ในกลุ่มโครงสร้างใด

ก. โครงสร้างของจิต ข. หน้าที่ของจิต ค. จิตวิเคราะห์ ง. พฤติกรรมนิยม
15. ความต้องการมีเกียรติยศ มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขาน เป็นความต้องการของมนุษย์ขั้นใด
ในทฤษฏีการจูงใจของ Maslow

ก. ด้านร่างกาย ข. ความปลอดภัย ค. ความรักและความเป็นเจ้าของ ง. ความนับถือยกย่อง
16. ทฤษฎีการจูงใจ ของมาสโลว์ ซึ่งมีผลต่อการใช้ผลิตภัณฑ์การใช้เครื่องส าอาง เกี่ยวกับข้อใด

ก. ด้านร่างกาย ข.ความปลอดภัย ค. ความรักและความเป็นเจ้าของ ง. การเข้าใจตนเอง
17. นางสาวปริศา ซื้อล๊อตเตอร์รี่ทุกเดือน เพื่อหวังถูกรางวัลที่ 1 เกี่ยวข้องกับข้อใด
ก. ด้านร่างกาย ข. ความรัก ความเป็นเจ้าของ

ค. ความนับถือยกย่อง ง. การเข้าใจตนเอง

18. ทฤษฏีความต้องการของมาสโลว์ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด
ก. ทุกคนต้องมีความต้องการครบทุกขั้น
ข. ขั้นที่ 2 กับ ขั้นที่ 3 บางคนไม่ต้องการ

ค. ขั้นที่ 3 กับ ขั้นที่ 4 บางคนไม่ต้องการ
ง. ขั้นที่ 4 กับ ขั้นที่ 5 บางคนไม่ต้องการ

19. ภาพลักษณ์ส่วนตัว มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใด
ก. จินตนาการ ข. การเรียนรู้ ค. ทัศนคติ ง. บุคลิกภาพ
20. อาจารย์เป็นต่อ ให้นักศึกษาทุกคน เขียนเป้าหมายในชีวิตของตนเอง หลังป้ายชื่อทุกคนเป็นระดับ

ความต้องการของมาสโลว์ข้อใด
ก. ด้านร่างกาย ข. ความรัก ความเป็นเจ้าของ

ค. ความนับถือยกย่อง ง. การเข้าใจตนเอง
21 ข้อใด ไม่ใช่ กระบวนการทางจิต

ก. จิต ข. จิตส านึก ค. จิตใกล้ส านึก ง. จิตไร้ส านึก
22. พระพุทธโอวาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ท่านทรงเตือนให้เราละความชั่ว ประพฤติความดี เมื่อ

ละความชั่ว ประพฤติความดีแล้ว ที่สุดก็ทรงสอนให้ละสิ่งทั้งสองนี้ไปเสียด้วย ฉะนั้น วันนี้จึงจะขอให้คติในเรื่อง
ทางสายกลางคือให้ละให้ได้ หรือหลีกให้พ้นจากสิ่งทั้งสองนั้น ทั้งดี ทั้งชั่ว ทั้งบุญ ทั้งบาปที่ เป็นสุข เป็นทุกข์
ทั้งหลายเหล่านี้ สอดคล้องกับทฤษฎีทัศนคติในด้านใด

ก. อิด ข. อีโก้ ค. ซุปเปอร์อีโก้ ง. การรับรู้
23. ข้อใด ไม่ใช่ โครงสร้างบุคลิกภาพ

ก. อิด ข. อีโก้ ค. ซุปเปอร์อีโก้ ง. การรับรู้
24. ข้อใดเป็นการให้ผลตอบแทนการกระท าในสิ่งที่อยากได้เป็นรางวัล

ก. การเสริมแรงทางบวก ข. การเสริมแรงทางลบ ค. การลงโทษ ง. การหยุดยั้ง
25. ใครเป็นผู้บุกเบิกทฤษฎีบุคลิกภาพ

ก. ฟรอยด์ ข. ฮิลการ์ด ค. คาแกน ง. สกินเนอร์
26. บุคลิกภาพของบุคคลที่แสดงออกทางสีผม ลักษณะผิว เป็นแนวทางการแสดงออกข้อใด
ก. ทางจิตใจ ข. ทางเจคติ ค. ทางการปรับตัว ง. ทางรูปร่าง

27. กลไกการป้องกันตนมีผลต่อบุคลิกภาพของบุคคลของฟรอยด์ข้อใดที่บุคคลใช้บ่อยที่สุด

ก. การเก็บกด ข. การมีความคิดตายตัว ค. การสิ่งทอดความรู้สึก ง. การแยกตัว
28. ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของบุคลิกภาพนักขาย
ก. รูปร่างหน้าตา ข. การแต่งกาย ค. ความรอบรู้ ง. กริยาท่าทาง

29. คุณลักษณะที่พนักงานขาย ไม่ควร ปฏิบัติข้อใดเพราะท าให้พนักงานขายไม่ได้รับความเชื่อถือจากลูกค้า
ก. การไม่ฟังผู้อื่น ข. ชอบโต้แย้ง ค. ชอบวิพากษ์วิจารณ์ ง. ขาดความอดทน

30. ข้อใดหมายถึงความสนใจและความพยายามอย่างเต็มที่ในการท างาน
ก. ความกระตือรือร้น ข. ความเพียรพยายาม ค. ความเชื่อถือไว้ใจได้ ง. ความเห็นอกเห็นใจ
31. การสื่อสารประเภทใดที่เป็นสัญญาณจากลูกค้าท าให้สามารถทราบถึงความคิดของลูกค้าได้มาก

ก. การสื่อสารโดยใช้ค าพูด ข. การสื่อสารโดยไม่ใช้ค าพูด

ค. การสื่อสารโดยภาษากาย ง. การสื่อสารโดยใช้สัญลักษณ์
32. ข้อใดเป็นกุญแจที่น าไปสู่ทัศนคติเชิงบวก
ก. รักษาสุขภาพ ข. มีเวลาว่างให้เสมอ ค. หลีกเลี่ยงบุคคลที่คิดลบ ง. ภูมิใจในอาชีพ

33. การเกรงใจตรงกับความหมายข้อใด
ก. ความสุภาพอ่อนน้อม ข. แนวทางในการปฎิบัติ

ค. การรู้จักระวังความรู้สึกของคนอื่น ง. การส ารวมกิริยาท่าทาง
34. ปูชนียสถาน หมายถึงข้อใด
ก. สถานที่ทางศาสนา ข. สถานที่ควรบูชา ค. บุคคลที่มีความส าคัญ ง. บุคคลที่เป็นผู้น า

35. ข้อใดเป็นมารยาทของผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐ
ก. ท างานตรงเวลาและเต็มเวลา ข. ช่วยกันรักษาความสะอาด

ค. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ง. ไม่ถืออภิสิทธิ์หรือด าเนินการใดๆโดยไม่สมควร
36. “คุณสมบัติของผู้พูดที่ดี ต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะและสุขภาพดี” ข้อความดังกล่าวตรงกับข้อใด

ก. บุคลิกภาพ ข. ภูมิรู้ ค. ภูมิธรรม ง. ภูมิฐาน
37. วัตถุประสงค์ของการพูดข้อใด เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของผู้ฟัง

ก. เพื่อเร้าใจ ข. เพื่อจูงใจ ค. เพื่อเอาชนะใจ ง. เพื่อให้เกิดความรู้
38. ข้อใดหมายถึงการพูดหมู่
ก. การอภิปราย ข. การบรรยาย ค. การเล่าเรื่อง ง. การรายงาน

39. ข้อใดเป็นการสื่อความหมายโดยใช้ถ้อยค าที่เป็นภาษาพูดและภาษาเขียนที่ใช้ในชีวิตประจ าวันของมนุษย์
ก. ภาษากาย ข. ภาษาท่าทาง ค. ภาษาอากัปกิริยา ง. ภาษาวัจนภาษา

40. ข้อใด ไม่ใช่ สิ่งที่ก่อให้เกิดการตอบสนอง

ก. สิ่งเร้าที่เกิดจากผู้ฟัง ข. สิ่งแวดล้อม


ค. ทัศนคติของผู้ฟัง ง. สิ่งเร้าที่เกิดจากผู้พูด

ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบ YOU CAN DO IT.

ข้อสอบปลายภาค วิชาพลังงานและสิ่งแวดล้อม รหัสวิชา 2001-1003 อาจารย์ณัฐพงษ์ แซ่อึ้ง

ค าชี้แจง ให้นักเรียน X ในข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 60 ข้อ 30 คะแนน

1. พลังงาน ภาษาอังกฤษ เขียนว่าอย่างไร

ก. Energy ข. Environment ค. Environ ง. Innergy
2. สิ่งแวดล้อม ภาษาอังกฤษ เขียนว่าอย่างไร


ก. Energy ข. Environment ค. Environ ง. Innergy

3. ประเทศใดไม่ได้อยู่ในอาเซียน

ก. อินโดนีเซีย ข. บรูไน ค. เวียดนาม ง. จีน


4. ขนาดเศรษฐกิจอาเซียนใหญ่เป็นอันดับใดของโลก

ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4

5. อาเซียนมีประชากรรวมกันมากเป็นอันดับใดของโลก


ก. 1 ข. 2 ค. 3 ง. 4

6. ประเทศที่มีแหล่งพลังงานประเภท น้ ามัน มากที่สุดในอาเซียนคือประเทศใด


ก. มาเลเซีย ข. บรูไน ค. เวียดนาม ง. อินโดนีเซีย

7. ประเทศที่มีแหล่งพลังงานประเภท แก๊สธรรมชาติ มากที่สุดในอาเซียนคือประเทศใด


ก. ไทย ข. ลาว ค. อินโดนีเซีย ง. กัมพูชา

8. ประเทศที่มีแหล่งพลังงานประเภท ถ่านหิน มากที่สุดในอาเซียนคือประเทศใด


ก. มาเลเซีย ข. บรูไน ค. เวียดนาม ง. อินโดนีเซีย

9. ประเทศที่มีแหล่งพลังงานประเภท พลังงานน้ า มากที่สุดในอาเซียนคือประเทศใด


ก. มาเลเซีย ข. บรูไน ค. เวียดนาม ง. อินโดนีเซีย

10. ข้อใด ไม่ใช่ รูปแบบของพลังงาน

ก. พลังงานศักย์ ข. พลังงานจลน์ ค. พลังงานกล ง. พลังงานภายใน


11. พระราชบัญญัติการพัฒนาและส่งเสริมพลังงานเกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ใด

ก. 2530 ข. 2535 ค. 2540 ง. 2545


12. ข้อใด ไม่ใช่ พลังงานภายใน

ก. ไฟฟ้า ข. เคมี ค. ความร้อน ง. กล

13. ข้อใดคือ พลังงานไฟฟ้า

ก. สถิต ข. กระแส ค. ถูกทั้ง ก. และ ข. ง. ผิดทั้ง ก. และ ข.


14. กระแสไฟฟ้าในชีวิตประวัน เรียกว่าอะไร

ก. สถิต ข. กระแส ค. สติ ง. ประแส


15. น้ ามันเบนซิน น้ ามันดีเซล เป็นแหล่งพลังงานประเภทใด

ก. ปฐมภูมิ ปฐมกฤษ์ ค. ปฐมทัศน์ ง. ทุติยภูมิ


16. พลังงานที่ส าคัญที่สุดคือพลังงานใด

ก. พลังงานแสงอาทิตย์ ข. พลังงานลม ค. พลังงานน้ า ง. พลังงานชีวมวล

17. พลังงานที่ประหยัดและปลอดภัยที่สุด คือพลังงานใด


ก. พลังงานแสงอาทิตย์ ข. พลังงานลม ค. พลังงานน้ า ง. พลังงานชีวมวล


18. พลังงานใดที่นิยมน ามาผลิตไฟฟ้ามากที่สุด

ก. พลังงานแสงอาทิตย์ ข. พลังงานลม ค. พลังงานน้ า ง. พลังงานชีวมวล

19. น้ าพุร้อนสันก าแพง จังหวัดเชียงใหม่ จัดเป็นพลังงานประเภทใด


ก. พลังงานนิวเคลียร์ ข. พลังงานน้ า ค. พลังงานแสงอาทิตย์ ง. พลังงานความร้อนใต้พิภพ

20. ชาวประมงต้องพึ่งพาพลังงานใด


ก. พลังงานลม ข. พลังงานน้ า ค. พลังงานแสงอาทิตย์ ง. พลังงานชีวมวล

21. ข้อใด ไม่ใช่ พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล


ก. แก๊สธรรมชาติ ข. เชื้อเพลิงแข็ง ค. เชื้อเพลิงน้ า ง. เชื้อเพลิงเหลว

22. ไม้ มูลสัตว์ ขยะมูลฝอย น าไปท าพลังงานใด

ก. พลังงานแสงอาทิตย์ ข. พลังงานลม ค. พลังงานน้ า ง. พลังงานชีวมวล


23. พลังงานนิวเคลียร์ เป็นการหลอมหรือรวมตัวของสารชนิดใด

ก. ออกซิเจน ข. ไฮโดรเจน ค. ไนโตรเจน ง. มีเทน


24. ข้อใดกล่าวถูกต้อง

ก. ระบบนิเวศ = กลุ่มสิ่งมีชีวิต+แหล่งที่อยู่ ข. ระบบนิเวศ = กลุ่มสิ่งไม่มีชีวิต+แหล่งที่อยู่


ค. ระบบนิเวศ = กลุ่มสิ่งมีชีวิต+เครื่องนุ่งห่ม ง. ระบบนิเวศ = กลุ่มสิ่งมีชีวิต+อาหาร

25. ข้อใด ไม่ใช่ สิ่งไม่มีชีวิตในองค์ประกอบของระบบนิเวศ

ก. สิ่งแวดล้อม ข. พลังงาน ค. องค์ประกอบทางกายภาพ ง. องค์ประกอบทางเคมี


26. ข้อใด ไม่ใช่ สิ่งมีชีวิตในองค์ประกอบของระบบนิเวศ

ก. ผู้ผลิต ข. ผู้บริโภค ค. ผู้ย่อยสลาย ง. พลังงาน


27. ต้นไม้ คาย ก๊าซ ชนิดใด

ก. คาร์บอนไดออกไซด์ ข. ออกซิเจน ค. มีเทน ง. ไนโตรเจน


28. มนุษย์ หายใจออก เป็นก๊าซชนิดใด

ก. คาร์บอนไดออกไซด์ ข. ออกซิเจน ค. มีเทน ง. ไนโตรเจน

29. มนุษย์ หายใจเข้า ด้วยก๊าซชนิดใด


ก. คาร์บอนไดออกไซด์ ข. ออกซิเจน ค. มีเทน ง. ไนโตรเจน


30. ต้นไม้ หายใจเข้า ด้วยก๊าซชนิดใด

ก. คาร์บอนไดออกไซด์ ข. ออกซิเจน ค. มีเทน ง. ไนโตรเจน

31. มนุษย์เริ่มรู้จักเลี้ยงสัตว์และการเพาะปลูกพืช ใช้สัตว์เป็นพาหนะ อยู่ในยุคใด


ก. ยุคล่าสัตว์ ข. ยุคเริ่มแรก ค. ยุคเกษตรกรรม ง. ยุคอุตสาหกรม

32. ยุคสมัยใด เกิดขึ้นเป็นอันดับแรก


ก. อยุธยา ข.ธนบุรี ค. รัตนโกสินทร์ ง.สุโขทัย

33. กิจการไฟฟ้าในประเทศไทยเริ่มด าเนินการในปี พ.ศ. ใด


ก. พ.ศ. 2424 ข. พ.ศ. 2425 ค. พ.ศ. 2526 ง. พ.ศ.2427

34. กิจการไฟฟ้าในประเทศไทย เริ่มเกิดขึ้นในปีรัชกาลใด

ก. รัชกาลที่ 1 ข. รัชกาลที่ 5 ค. รัชกาลที่ 7 ง. รัชกาลที่ 9


35. โรงงานพลังน้ าจากเขื่อนภูมิพล อยู่ในจังหวัดใด

ก. ตาก ข. ล าปาง ค. นครนายก ง. สกลนคร


36. โรงงานพลังน้ าจากเขื่อนภูมิพล ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ใด

ก. พ.ศ. 2499 ข. พ.ศ. 2500 ค. พ.ศ. 2503 ง. พ.ศ. 2505


37. โรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ ที่อ าเภอแม่เมาะ จังหวัดล าปาง ได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ใด

ก. พ.ศ. 2499 ข. พ.ศ. 2500 ค. พ.ศ. 2503 ง. พ.ศ. 2505

38. พลังงานที่มีปริมาณมากที่สุดในโลก คือพลังงานชนิดใด

ก. น้ ามันดิบ ข. แก๊สธรรมชาติ ค. ไฟฟ้าพลังงาน้ า ง. ถ่านหิน


39. แหล่งน้ ามันดิบขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ใด

ก. ตะวันออกกลาง ข. เอเชีย ค. ยุโรป ง. ตะวันตกกลาง


40. แก๊สธรรมชาติ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าอะไร

ก. พลังงานบริสุทธิ์ ข. พลังงานขาว ค. พลังงานสะอาด ง. พลังงาน


41. พลังงานชนิดใดที่นิคมน าสารกัมมันตรังสีมาใช้ในด้านการแพทย์

ก. แก๊สธรรมชาติ ข. นิวเคลียร์ ค. น้ า ง. ถ่านหิน

42. ข้อใดคือ ปัญญาสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรม


ก. น้ าทิ้ง ข. มลพิษทางอากาศ ค. ขยะ ง. ถูกทุกข้อ


43. แก๊สที่ไม่มีกลิ่น ใช้อัดลงในน้ าดื่มเพื่อให้เกิดฟองซ่า เช่นโซดา น้ าอัดลม คือแก๊สชนิดใด

ก. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ข. แก๊สมีเทน ค. แก๊สไนตรัสออกไซด์ ง. แก๊สโอโซน

44. ข้อใดคือแก๊สหัวเราะ


ก. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ข. แก๊สมีเทน ค. แก๊สไนตรัสออกไซด์ ง. แก๊สซีเอฟซี

45. แก๊สทีมีคุณสมบัติไม่ติดไฟและไม่มีพิษ คือ ก๊าซชนิดใด


ก. แก๊สซีเอฟซี ข. แก๊สโอโซน ค.แก๊สมีเทน ง. แก๊สโซตัส

46. พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ.ใด


ก. พ.ศ. 2534 ข. พ.ศ. 2535 ค. พ.ศ. 2540 ง. พ.ศ. 2545

47. พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่เท่าไร

ก. 1 เมษายน ข. 3 เมษายน ค. 1 กันยายน ง. 3 กันยายน


48. พระราชกฤษฎีกาการก าหนดอาคารควบคุม เกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ.ใด

ก. พ.ศ. 2518 ข. พ.ศ. 2528 ค. พ.ศ. 2538 ง. พ.ศ. 2548


49. พระราชกฤษฎีกาการก าหนดอาคารควบคุม มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่เท่าไร

ก. 5 ธันวาคม ข. 10 ธันวาคม ค. 12 ธันวาคม ง. 15 ธันวาคม


50. ผู้จ าหน่ายให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าหรือให้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าชุดเดียวหรือหลายชุดรวมกันมีขนาดตั้งแต่เท่าไร

ก. 500 กิโลวัตต์ ข. 1,000 กิโลวัตต์ ค. 1,500 กิโลวัตต์ ง. 2,000 กิโลวัตต์

51. ข้อใด ไม่ได้ถูกควบคุม โดยพระราชกฤษฎีกาการก าหนดอาคารควบคุม

ก. โรงงานควบคุม ข. อาคารควบคุม


ค. อาคารพระที่นั่ง ง. ผู้จ าหน่ายอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง

52. แนวทางการอนุรักษ์พลังงาน มีกี่ประเภท


ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 3 ประเภท ง. 4 ประเภท

53. การปิดไฟ ปิดพัดลม ปิดน้ า เป็นแนวทางการอนุรักษ์พลังงานประเภทใด


ก. เทคโนโลยี ข. พลังงาน ค. การจัดการ ง. สิ่งแวดล้อม

54. การใช้เครื่องไฟฟ้าที่มีเครื่องหมาย เบอร์ 5 เป็นแนวทางการอนุรักษ์พลังงานประเภทใด

ก. เทคโนโลยี ข. พลังงาน ค. การจัดการ ง. สิ่งแวดล้อม


55. ข้อใด ไม่ใช่ เมืองควบคุมมลพิษสิ่งแวดล้อม


ก. พัทยา ข. ภูเก็ต ค. สมุทรปราการ ง. เชียงใหม่

56. การปรับปรุง ฟื้นฟู บูรณะสิ่งแวดล้อมให้มีสภาพที่ดีขึ้น และสามารถน ามาใช้ให้เกิดประโยชน์
เป็นแนวคิดการจัดการสิ่งแวดล้อมในข้อใด


ก. การสงวน ข. การอนุรักษ์ ค. การพัฒนา ง. การใช้ประโยชน์

57. การดูแล ป้องกัน รักษา ซ่อมแซม เป็นแนวคิดการจัดการสิ่งแวดล้อมในข้อใด


ก. การสงวน ข. การอนุรักษ์ ค. การพัฒนา ง. การใช้ประโยชน์

58. ข้อใดคือ มาตรฐานส าหรับการจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กร

ก. ISO 14000 ข. ISO 9000 ค. ISO 12000 ง. ISO 8000


59. ข้อใดคือพระราชด าริการพัฒนาพลังงานของในหลวงรัชกาลที่ 9

ก. กังหันลม ข. สบู่ด า ค. ไบโอดีเซล ง. ถูกทุกข้อ


60. ข้อใดกล่าวผิด
ก. 3 ห่วง คือ การพอประมาณ การมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี

ข. 2 เงื่อนไข คือ ความรู้ กับคุณธรรม

ค. ให้ปฏิบัติทุกคน ปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งหมด
ง. ต้องรู้จักประหยัด ไม่ใช่จ่ายฟุ่มเฟือย ใช้ปัญญาครองตน รู้จักเก็บออม และให้พ้นภาวะหนี้สิน


ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบ YOU CAN DO IT.

ชื่อ-สกุล...................................................................................... ระดับชั้น............................ เลขที่...........


วิชาการน าเข้าและการส่งออก รหัสวิชา 3202-2105


สอบปลายภาค 30 คะแนน


ค าสั่ง จงตอบค าถามดังต่อไปนี้

1. 5 Forces Model จะช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมของธุรกิจคุณมากขึ้นว่ามีอะไรบ้างที่จะส่งผลกระทบ

กับธุรกิจของคุณ มันช่วยให้คุณรู้ว่าธุรกิจของคุณควรจะก้าวเดินอย่างไรต่อไป ต้องปรับต้องเปลี่ยนอะไร

ตรงไหนเพื่อรักษาความได้เปรียบในธุรกิจของคุณ 5 Forces Model ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง (5คะแนน)

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


2. Value chain หรือห่วงโซ่คุณค่า ถูกแบ่งออกเป็น2 กิจกรรม คือ Primary Activities และ Support
Activities โดยแต่ละกิจกรรมจะเน้นไปที่การเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการของบริษัท

จงวาดภาพ Value chain อย่างละเอียด (5คะแนน)

ซุนวู ปราชญ์แห่งพิชัยยุทธ์


หากว่าชุบเลี้ยงอย่างถึงขนาดแล้ว แต่ไม่สามารถช่วงใช้ได้


รักอย่างสุดใจ แต่ไม่อยู่ในบังคับบัญชา


กระท าผิดระเบียบวินัย ก็ไม่อาจลงโทษทัณฑ์กัน

เหล่าพลเช่นนี้ เปรียบเหมือนบุตรที่ก าเริบเสิบสาน ใช้ท าศึกไม่ได้เลย


ซุนวู เป็นผู้เขียนต ำรำพิชัยสงครำม ที่นับว่ำเป็นต ำรำยุทธศำสตร์ทำงทหำร ที่มีอิทธิพลมำกของประเทศจีน

ปัจจุบันยุทธศำสตร์ในต ำรำได้ถูกประยุกต์ ใช้อย่ำงกว้ำงขวำงในวงกำรธุรกิจและกำรเมือง หลักกำรที่ส ำคัญเช่น

รู้เขำรู้เรำ รบร้อยครั้ง มิพ่ำย ซุนวู เป็นนักกำรทหำรและนักปกครองที่เชี่ยวชำญเป็นยอดเยี่ยมในสมัยชุนชิว
เกิดเมื่อประมำณสองพันสี่ร้อยถึงห้ำร้อยปีก่อนระหว่ำงพุทธกำล ได้รับสมญำว่ำเป็นมังกรหนึ่ง


ในสมัยนั้นอันสมัยชุนชิวนั้น เป็นสมัยที่องค์จักรพรรดิเสื่อมถอยด้อยอ ำนำจลง ด้วยเจ้ำครองนครต่ำง ๆ

พำกันสร้ำงสมทหำรเพื่อชิงควำมเป็นใหญ่ มีกำรรบรำฆ่ำฟันกันตลอดยุค เพรำะฉะนั้น จึงเป็นยุคที่บ้ำนเมือง

อลวนไปด้วยข้อพิพำทและท ำศึกกัน เปิดโอกำสให้ปรำชญ์ต่ำง ๆ ได้ใช้สติปัญญำอย่ำงเต็มที่ ในกำรแสดงควำม
คิดเห็นตำมอุดมกำรณ์ของตน จึงได้ก ำเนิดเป็นลัทธิต่ำง ๆ อย่ำงกว้ำงขวำงที่สุดในประวัติศำสตร์ของจีน รู้เขำรู้

เรำ รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง คนส่วนใหญ่อำจเคยได้ยินค ำนี้แล้วก็จะรู้เลยว่ำนี่เป็นค ำสอนของซุนวู แต่เป็นเพียง

กำรรวมค ำพูดทั้งสองประโยคที่ซุนวูพูดไว้เท่ำนั้น คือ"การชนะร้อยทั้งร้อยมิใช่วิธีการอันประเสริฐแท้ แต่ชนะ
โดยไม่ต้องรบเลย จึ่งถือว่าเป็นวิธีอันวิเศษยิ่ง" กับ "หากรู้เขารู้เรา แม้นรบกันตั้งร้อยครั้งก็ไม่มีอันตรายอัน

ใด ถ้าไม่รู้เขา แต่รู้เพียงตัวเรา แพ้ชนะย่อมก้ ากึ่งอยู่ หากไม่รู้ในตัวเขาตัวเราเสียเลย ก็ต้องปราชัยทุกครั้งที่

มีการยุทธนั้นแล" ซุนวูกล่ำวว่ำ กำรรบถ้ำรู้จักกำรวำงแผนที่ดีมีสิทธิที่จะชนะทุกร้อยครั้งเหมือนสิงโต ถ้ำครำว
ใดที่ไม่สำมำรถจะล่ำเหยื่อได้จะไม่ออกล่ำเหยื่อ ในสงครำม เมื่อมีกำรรู้ก ำลังของ กองทัพของเรำเองรู้

ควำมสำมำรถของแม่ทัพ รู้ควำมสำมำรถของกองทหำรของฝ่ำยเรำ โอกำสรบชนะจะมีครึ่งหนึ่ง เมื่อใดก็ตำม

ที่เรำเรียนรู้กองก ำลังของข้ำศึก เรียนรู้ควำม สำมำรถของแม่ทัพข้ำศึก และรู้ควำมสำมำรถของกองทหำรของ
ข้ำศึก โอกำสรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งก็ไม่ไปไหนไกล แต่เมื่อใดก็ตำมที่ออกรบ แม่ทัพไม่รู้ก ำลังของตัวเอง

ไม่รู้ก ำลังของกองทหำรตัวเอง ไม่ว่ำจะออกรบกี่ครั้งก็ต้องแพ้ย่อยยับกลับมำทุกครั้ง


3. จากบทความในข้างต้น เกี่ยวข้องกับวิชาการน าเข้าและการส่งออกอย่างไร (5คะแนน)

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


ชมคนด้วยวาจา มีค่ายิ่งกว่าให้ไข่มุกเป็นของขวัญ ท าร้ายคนด้วยวาจา สาหัสยิ่งกว่าทิ่มด้วยหอกดาบ

ตีใกล้แสร้งไกล ตีไกลแสร้งใกล้ ซุนวูกล่ำวว่ำ เมื่อใดก็ตำมที่จะรุกโจมตีเมืองที่ไกลห่ำงออกไป จงหลอกล่อให้

ข้ำศึกรู้ว่ำเรำจะตีเมืองอื่นที่ใกล้กับเรำ หลอกให้ศัตรูคิดว่ำเรำ ไม่สำมำรถไปตีถึงเมืองนั้นได้ เมื่อครำใดที่เรำ

เข้ำโจมตี ศัตรูจะไหวตัวไม่ทันท ำให้รบชนะได้อย่ำงง่ำยดำย เฉกเช่นเดียวกับโจมตีเมืองที่อยู่ใกล้ แต่หลอกศัตรู

ว่ำเรำจะไปตีเมือง ที่ไกลห่ำงออกไป จงสู้รบให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชำติ


ไฟ - เมื่อยามบุก จงบุกให้เหมือนไฟ ให้รุกกระหน่ าให้โหมหนักไปเรื่อยเรื่อยจนทุกอย่างมอดไหม้

ภูเขา - เมื่อยามที่ตั้งรับ จงนิ่งสงบอย่างหุบเขา ไม่ให้ศัตรูจับได้ว่าเราซ่อนตัวอยู่ที่ไหน


ลม - เมื่อยามเคลื่อนทัพ จงเคลื่อนให้เหมือนสายลม รวดเร็วโดยไม่ทิ้งร่องรอย


สิ่งที่ผู้ปกครองไม่พึงท ำในกำรยุทธ ผู้ที่ปกครองห้ำมท ำผิดกฎ 3 ข้อดังต่อไปนี้ หำกไม่ท ำตำมจะท ำให้ประสบ

กับควำมพ่ำยแพ้ได้สั่งให้รุกขณะไม่ควรรุก หรือสั่งให้ถอยขณะ เป็นต่อข้ำศึก ท ำให้กองทัพระส่ ำระสำยไม่เข้ำใจ

ในกิจกำรของกองทัพ แต่สั่งกำรตำมอ ำเภอใจ หรือสำมัญส ำนึกของตน ท ำให้เหล่ำขุนพลสับสนไม่เข้ำใจ

หลักกำรผสมผสำนกำรใช้ ก ำลังทหำรเหล่ำต่ำง ๆ ในกำรด ำเนินกลยุทธ์ แต่เข้ำแสดงบทผู้บัญชำกำร ท ำให้

เหล่ำนำยทหำรเกิดควำมลังเล สงสัย ไม่แน่ใจเมื่อเหล่ำทัพต่ำง ๆ ตกอยู่ในสภำพลังเล สงสัย สับสน ไม่แน่ใจ

ก็เกิดควำมระส่ ำ ระสำยในกองทัพ ศัตรูก็ฉวยโอกำสนี้เข้ำกระท ำและได้รับชัยชนะ เป็น ต่อฝ่ำยเรำ ปัจจัยสู่
ชัยชนะ กำรน ำกองทัพสู่ชัยชนะมีปัจจัย 5 ประกำร


1. รู้ว่าเมื่อใดควรรบ และไม่ควรรบ


2. รู้จักการออมก าลัง


3. นาย และพลทหารเป็นน้ าหนึ่ง ใจเดียวกัน


4. วางแผนและเตรียมการดี


5. มีขุนพลผู้ที่สามารถ และไม่ถูกแทรกแซงจากผู้ปกครอง


4. จากบทความในข้างต้น เกี่ยวข้องกับวิชาการน าเข้าและการส่งออกอย่างไร (5คะแนน)

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

5. ธุรกิจเอกชนต่อเอกชน ในวิชำหลักกำรน ำเข้ำและส่งออก มีควำมหมำยว่ำอย่ำงไร (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................


6. ธุรกิจรัฐต่อรัฐ ในวิชำหลักกำรน ำเข้ำและส่งออก มีควำมหมำยว่ำอย่ำงไร (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................


7. ธุรกิจรัฐกับเอกชน ในวิชำหลักกำรน ำเข้ำและส่งออก มีควำมหมำยว่ำอย่ำงไร (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................


8. ระหว่ำงวิธีกำรน ำเข้ำสินค้ำกับกำรส่งออกสินค้ำ วิธีใดท ำได้ง่ำยกว่ำกัน และเพรำะเหตุใด (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................
9.อธิบำยควำมแตกต่ำงระหว่ำงสินค้ำมำตรฐำนและสินค้ำควบคุม (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

10.อธิบำยควำมแตกต่ำงระหว่ำงของที่ได้รับเอกสิทธิ์และของที่ได้รับบริจำค (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

11.กำรลงทุนโดยตรงในประเทศไทยมีสัดส่วนเป็นอย่ำงไร (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................


12. ประเทศใดในอำเซียนที่มีสัดส่วนกำรลงทุนเหมือนกับประเทศไทย...............................................
(1คะแนน)


13. เครื่องมือช่วยคิด ผลิตไอเดีย สู่สุดยอดแผนงำน ที่ตัวเองได้รับมอบหมำย มีชื่อว่ำอะไร (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................

14. เครื่องมือช่วยคิดผลิตไอเดีย สู่สุดยอดแผนงำน เกี่ยวข้องกับวิชำกำรน ำเข้ำและกำรส่งออกอย่ำงไร (1คะแนน)


...................................................................................................................................................................


ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบ YOU CAN DO IT.

ชื่อ-สกุล...................................................................................... ระดับชั้น............................ เลขที่...........


วิชานโยบายผลิตภัณฑ์และราคา รหัสวิชา 3202-2003 สอบปลายภาค 30 คะแนน


ค าสั่ง จงตอบค าถามดังต่อไปนี้


1. การตลาดคืออะไร (1คะแนน)

…………………………………………………………………………………………………………………………………....................

...................................................................................................................................................................


2. จงอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการเสริมการตลาดกับการส่งเสริมการขาย (1คะแนน)

…………………………………………………………………………………………………………………………………....................

3. การส่งเสริมการขายประกอบไปด้วยอะไรบ้าง......................................................................(1คะแนน)


4.การส่งเสริมการตลาดประกอบไปด้วยอะไรบ้าง (1คะแนน)

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


5.บรรจุภัณฑ์มีความส าคัญอย่างไรในปัจจุบัน (1คะแนน)

...................................................................................................................................................................

…………………………………………………………………………………………………………………………………....................


6. บรรจุภัณฑ์ขั้นแรกได้แก่.........................................................................................................(1คะแนน)

7. บรรจุภัณฑ์ขั้นที่สองได้แก่.......................................................................................................(1คะแนน)


8. บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งได้แก่...............................................................................................(1คะแนน)


9. กลุ่มของผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีจ านวนมากที่สุดได้แก่..........................................................(1คะแนน)

10. กลุ่มของผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีจ านวนน้อยที่สุดได้แก่..........................................................(1คะแนน)


11. กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง พร้อมทั้งอธิบายความหมาย (3คะแนน)


...................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………....................

...................................................................................................................................................................

12. กลยุทธ์การตั้งราคาประกอบไปด้วยอะไรบ้าง พร้อมทั้งอธิบายความหมาย (3คะแนน)

...................................................................................................................................................................

…………………………………………………………………………………………………………………………………....................

...................................................................................................................................................................

13. จงเขียนสูตรของจุดคุ้มทุน....................................................................................................(1คะแนน)


14. โค๊ก50% เป๊ปซี่ 40% เอส8% และอื่นๆ2% จงวาดภาพ Marketing Share (1คะแนน)










15. จงวาดภาพ BCG อย่างชัดเจน (3คะแนน)









16. จงวาดภาพพร้อมทั้งอธิบายวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (3คะแนน)










17. จงวาดภาพวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์แบบเห่อ (1คะแนน)




18. คุณคิดว่าโครงการหลวงมีความเกี่ยวข้องกับวิชานโยบายผลิตภัณฑ์และราคาอย่างไร (3คะแนน)


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................


19. จงเขียนคัดลอกบทความด้านล่างลงในกระดาษที่ก าหนดให้ (2คะแนน)


ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบ YOU CAN DO IT.

โครงการหลวงเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วน

พระองค์จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่พ.ศ. 2512 โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี สนองพระบรมราชโครงการในต าแหน่ง
ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ในการด าเนินงานได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัคร และหน่วยงานต่างๆ

ต่อมารัฐบาลได้ให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่ง จากนนั้นองค์กรประเทศ และรัฐบาลต่างประเทศ

ที่สนใจเข้ามาดูงาน ก็ให้การสนับสนุนเพิ่มเติม

ก่อนที่จะเป็นโครงการหลวงนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปตามดอยต่างๆ

ไม่ทราบว่ากี่ร้อยครั้ง ลงจากรถพระที่นั่ง หรือเฮลิคอปเตอร์ แล้วต้องทรงพระราชด าเนินต่อไปอีกหลาย

กิโลเมตร พระราชประสงค์ที่ทรงจัดตั้งโครงการหลวง ก็เพื่อที่จะช่วยชาวเขาให้เขาสามารถช่วยตนเองได้
ในการเลี้ยงชีพ ปลูกพืชที่มีประโยชน์ เช่น พืช ผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาวมากกว่า 200 ชนิด

ทดแทนการปลูกพืชเสพติด ช่วยสร้างรายได้ให้ชาวไทยภูเขา สามารถเลี้ยงครอบครัวของเขาได้ดีกว่าแต่

ก่อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนั้นโครงการหลวงยังช่วยลดการท าลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้

ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ าล าธารของไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งว่า ถ้าเราช่วยชาวไทยภูเขา

ให้อยู่ดีกินดี โดยไม่ต้องปลูกพืชเสพติด เท่ากับช่วยบ้านเมืองของเราให้ปลอดภัยทั่วประเทศ และได้รักษา
ป่าไม้ รักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไป ซึ่งประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก


ขณะนี้โครงการหลวงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวส าคัญ ที่มีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาตินิยมไป

ท่องเที่ยวและพักผ่อนจ านวนมากทุกปี ผลงานของโครงการหลวงเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก หลายประเทศ
มาขอรับค าแนะน า จนกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่สูงให้แก่ หลายประเทศไปแล้ว





พ ระรา ช ด ารัส ข อ งพ ระบ าท ส ม เด็ จ พ ระเจ้ า สิ ริกิ ติ์
พระบรมราชินีนาถ


รับสั่ง ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวนจิตรลดา


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2554

...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................


...................................................................................................................................................................

..................................................................................................................................................................

ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖1

นายณัฐพงษ์ แซ่อึ้ง ต าแหน่ง ครูอัตราจ้างสาขาวิชาการตลาด
วิทยาลัยเทคนิคระยอง สังกัด ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

๓. ด้านการเรียนการสอน (ต่อ) (๔๐ คะแนน)

๓.๔ วิจัยในชั้นเรียนทุกภาคเรียน (๕ คะแนน)

ล าดับที่ ผลงาน/รายงานการปฏิบัติงาน หลักฐานอ้างอิง

๑ ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อ - เล่มงานวิจัย
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3
แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง


















(นายณัฐพงษ์ แซ่อึ้ง)
ครูอัตราจ้าง สาขาวิชาการตลาด

ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อ




ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3



แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง








ณัฐพงษ์ แซ่อึ้ง



(ครูอัตราจ้าง)



สาขาวิชาการตลาด












ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา ๒๕๖1




คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคระยอง




ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ค าน า


งานวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง
มีวัตถุประสงค์ เพื่อได้ทราบถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินในการเลือกเรียนต่อระดับประกาศนียบัตร

วิชาชีพชั้นสูง และได้น าข้อมูลที่ได้รับมาใช้เป็นแนวทางในการแนะน านักเรียนให้เลือกศึกษาต่อได้อย่าง

ถูกต้อง เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพครอบครัว ความสามารถ ของนักเรียน กลุ่มตัวอย่างในการเก็บ
รวบรวมข้อมูลจ านวน 27 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้

โปรแกรมส าเร็จรูป SPSS

ทางผู้จัดท าหวังว่างานวิจัยเล่มนี้ มีประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้ที่ศึกษาเป็นอย่างมาก ทั้งยังสามารถ

น าเป็นแนวทางในการท าวิจัยในครั้งต่อไป หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้





ผู้วิจัย

ณัฐพงษ์ แซ่อึ้ง

บทคัดย่อ




การท าวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง

มีวัตถุประสงค์ได้ทราบถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินในการเลือกเรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ชั้นสูง และได้น าข้อมูลที่ได้รับมาใช้เป็นแนวทางในการแนะน านักเรียนให้เลือกศึกษาต่อได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพครอบครัว ความสามารถ ของนักเรียน


กลุ่มตัวอย่างในการเก็บรวบรวมข้อมูล จ านวน 27 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและ
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป SPSS


ผลการวิจัย ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง พบว่า
นักเรียน ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จ านวน 24 คน มีอายุต่ ากว่า 18 ปี จ านวน ๑๒ คน

คิดเป็นร้อยละ 44.40 มีเกรดเฉลี่ยสะสม 3.01 – 3.50 จ านวน ๑๒ คน คิดเป็นร้อยละ 44.40 ผู้ตอบ
แบบสอบถามส่วนใหญ่สนใจศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงแผนกวิชาการตลาด จ านวน ๑7

คน คิดเป็นร้อยละ 63.00 และ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีรายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 15,000

บาท จ านวน ๑6 คน คิดเป็นร้อยละ 59.30 และ ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษา
ต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงโดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.49 อยู่ในระดับมาก หากพิจารณาใน

รายข้อ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีความเห็นว่าชื่อเสียงของสถานศึกษามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.03 อยู่ในระดับ

มาก อยู่ในด้านจุดเด่นของสถานศึกษาที่นักเรียนเลือกศึกษาต่อ ต่อมา สภาพแวดล้อมในสถานศึกษา
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.96 อยู่ในระดับมาก อยู่ในด้านจุดเด่นของสถานศึกษาที่นักเรียนเลือกศึกษาต่อ และเลือก

เรียนตามเป้าหมายของตนเองที่ตั้งไว้ในอนาคต มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.88 อยู่ในระดับมาก อยู่ในด้านตัว
ผู้เรียน สูงสุดเป็น 3 ล าดับแรก ตามล าดับ

กิตติกรรมประกาศ




งานวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง

จะส าเร็จลุล่วงไปไม่ได้ ถ้าไม่มีกลุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิค

ระยอง ประจ าปีการศึกษา 2561 ทั้ง 27 คน มีให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ตลอดจนคุณ
พ่อ คุณแม่ คณะครูอาจารย์ในแผนกวิชาการตลาดทุกท่าน ที่ค่อยให้ก าลังใจ ให้การสนับสนุนตลอดจนเป็นที่

ปรึกษาจนงานวิจัยส าเร็จลุล่วงไปด้วยดี






ผู้วิจัย


ณัฐพงษ์ แซ่อึ้ง

สารบัญ

เรื่อง หน้า
ค าน า ก
บทคัดย่อ ข

กิตติกรรมประกาศ ค
สารบัญ ง

สารบัญตาราง จ
สารบัญภาพ ฉ

บทที่ ๑ บทน า
๑.๑ หลักการและเหตุผล ๑

๑.๒ วัตถุประสงค์ 1
๑.๓ ขอบเขตการวิจัย 2
๑.๔ ค าศัพท์นิยามเฉพาะ 2

1.5 ประโยชน์ของการวิจัย 2
บทที่ ๒ แนวคิด ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

2.1 ทฤษฎีล าดับขั้นความต้องการ 3
2.2 ทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค (Influencing Buyer Behavior) 4
2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 9

บทที่ ๓ การด าเนินโครงการ
๓.๑ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 10

๓.๒ ขั้นตอนการปฏิบัติโครงการ 10
๓.๓ เครื่องมือในการจัดท าโครงการ 10

๓.๔ การเก็บรวบรวมข้อมูล 10
๓.๕ การวิเคราะห์ข้อมูล 11

บทที่ ๔ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
๔.๑ ข้อมูลทั่วไป 13
๔.๒ ข้อมูลปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษา 14

ต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
บทที่ ๕ สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

๕.๑ สรุปผล 21
๕.๒ อภิปรายผล 21

๕.๓ ข้อเสนอแนะ 21
บรรณานุกรม 22

ภาคผนวก

สารบัญตาราง




ตารางที่ หน้า

๔.๑.๑ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามเพศ 12


๔.๑.๒ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามระดับอายุ 12

๔.๑.๓ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามเกรดเฉลี่ยสะสม 13


๔.๑.๔ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนก

ตามแผนกวิชาที่สนใจศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 13


๔.๑.๕ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามรายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน 14

๔.๒.๑ จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านตัวผู้เรียน 15


๔.๒.2 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านผู้ปกครอง 16

๔.๒.๓ จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านเพื่อนและรุ่นพี่ 17

๔.๒.4 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านสภาพแวดล้อม


ของสถานศึกษาที่นักศึกษาเลือกศึกษาต่อ 18

๔.๒.5 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านจุดเด่น


ของสถานศึกษาที่นักเรียนเลือกศึกษาต่อ 19

๔.๒.6 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือก


สถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง 20

บทที่ ๑

บทน า


1.1 หลักการและเหตุผล

การศึกษาในประเทศไทย เป็นการศึกษาที่จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย โดย

ภาครัฐ จะเข้ามาดูแลโดยตรงและเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษา
ปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ส าหรับการศึกษาภาคบังคับในประเทศไทยนั้นได้ก าหนดให้พลเมืองไทยต้อง

จบการศึกษาอย่างน้อยที่สุดในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และต้องเข้ารับการศึกษาอย่างช้าสุดเมื่ออายุ
7 ปี ซึ่งการศึกษาภาคบังคับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งแบ่งออกเป็นระดับชั้น

ประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษา 6 ปี นอกจากนี้แล้วการศึกษาขั้นพื้นฐานยังรวมถึงการศึกษาปฐมวัย
อีกด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายตามความในรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ส่วนการบริหารและการควบคุมการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจะ

ด าเนินการโดยส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ใน
ปัจจุบันการศึกษาในประเทศไทย มีทั้งสิ้น 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ

การศึกษาตามอัธยาศัย ส าหรับระบบการศึกษาในโรงเรียนของประเทศไทยนั้นจะแบ่งการศึกษาออกเป็น
4 ช่วงชั้น คือ ช่วงชั้นที่ 1 ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ช่วงชั้นที่ 2 ตั้งแต่ระดับชั้น

ประถมศึกษาปีที่ 4 -6 ช่วงชั้นที่ 3 คือระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น(มัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3) ช่วงชั้นที่ 4
คือระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ 4 –6) โดยในช่วงชั้นที่ 4 นั้นนอกจากจะมีการจัด

การศึกษาในสายสามัญแล้ว ยังมีการจัดการศึกษาในสายอาชีพด้วย ซึ่งในระดับชั้น ปวช. 1 - 3 นั้น จะ
เทียบเท่ากับระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยนักเรียนที่เลือกสายสามัญมักมีความตั้งใจที่จะศึกษาต่อ
ในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาที่เลือกสายอาชีพมักวางแผนเพื่อเตรียม พร้อมสู่การการท างานและ

ศึกษาเพิ่มเติม (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

โดยวิทยาลัยเทคนิคระยอง จัดเป็นสถาบันการอาชีวศีกษา เป็นกลุ่มสถาบันรัฐในประเทศไทย

สังกัด ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดการสอนหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ
ปวช. ตามมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

หรือ ปวส. ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หลังจากนักเรียนที่
ศึกษาจบหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช. นักเรียนส่วนใหญ่จะเลือกเข้าศึกษาต่อใน
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. และมีบางส่วนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย จึง

เป็นที่มาของงานวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง


1.2 วัตถุประสงค์

1.2.1 เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิค
ระยอง

1.3 ขอบเขตการวิจัย

1.3.๑ กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด จ านวน 27 คน

วิทยาลัยเทคนิคระยอง ปีการศึกษา ๒๕๖1
1.3.๒ ตัวแปรที่ศึกษา

ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ปัจจัยที่มีอิทธิพลมีทั้งหมด 5 ด้าน ประกอบไปด้วย


ด้านตัวผู้เรียน

ด้านผู้ปกครอง


ด้านเพื่อนและรุ่นพี่

ด้านสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาที่นักศึกษาเลือกศึกษาต่อ


ด้านจุดเด่นของสถานศึกษาที่นักเรียนเลือกศึกษาต่อ

ตัวแปรตาม ได้แก่ การตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อ ระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพชั้นสูง

1.4 ค านิยามศัพท์เฉพาะ
1.4.1 ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หมายถึง ผู้ที่เข้าศึกษาต่อในระดับนี้ จะต้องจบการศึกษาระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) หรือเทียบเท่า ถึงจะมีสิทธิเข้าศึกษาต่อใน
ระดับนี้
1.4.2 แผนกวิชาที่สนใจ หมายถึง สาขาวิชาที่สถานศึกษาปิดสอนและนักเรียนมีความสนใจเข้าศึกษาต่อ

1.4.3 อิทธิพลด้านตัวผู้เรียน หมายถึง ความสนใจของนักเรียนที่มีความชอบ ความสนใจ ความถนัดและ
อยากที่จะเรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
1.4.4 อิทธิพลด้านผู้ปกครอง หมายถึง บุคคลในครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษา

เนื่องจากผู้ปกครอง จบการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ หรือได้ยินเสียงของวิทยาลัยมา
1.4.5 อิทธิพลด้านเพื่อนและรุ่นพี่ หมายถึง เพื่อนและรุ่นพี่ เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ เนื่องจากเพื่อน
สนิทเลือกเรียนสถานศึกษาแห่งนี้ อีกทั้งเพื่อนส่วนใหญ่เลือกเข้าเรียนต่อเป็นจ านวนมาก รวมไปถึง
ค าแนะน าของรุ่นพี่ที่ก าลังศึกษาต่ออยู่ในสถานศึกษาแห่งนี้

1.4.6 ด้านสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาที่นักศึกษาเลือกศึกษาต่อ หมายถึง ระยะทางในการเดินทาง
จากบ้านไปถึงสถานศึกษา รวมไปถึงค่าเทอมในการศึกษาต่อ
1.4.7 ด้านจุดเด่นของสถานศึกษาที่นักเรียนเลือกศึกษาต่อ หมายถึง ชื่อเสียงของสถานศึกษาที่เปิดมา
อย่างยาวนาน และ สภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ร่มรื่น น่าอยู่


1.5 ประโยชน์ของการวิจัย

1.5.1 ได้ทราบถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินในการเลือกเรียนต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

1.5.2 ได้น าข้อมูลที่ได้รับมาใช้เป็นแนวทางในการแนะน านักเรียนให้เลือกศึกษาต่อได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพครอบครัว ความสามารถ ของนักเรียน

บทที่ ๒

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


การวิจัยในครั้งนี้ ผู้จัดท าได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นพื้นฐานประกอบ
การวิจัยในชั้นเรียนเรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตร

วิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง จากเอกสารต่างๆดังนี้

2.1 ทฤษฎีล าดับขั้นความต้องการ
2.2 ทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค (Influencing Buyer Behavior)

2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

2.1 ทฤษฎีล าดับขั้นความต้องการ (Hierarchy of Needs Theory)

ทฤษฎีล าดับขั้นความต้องการ (Hierarchy of Needs Theory) ของมาสโลว์ อับราฮัม มาสโลว์
กล่าวถึงสมมติฐานด้านความต้องการของมนุษย์ว่า บุคคลจะมีความต้องการไม่สิ้นสุด โดยเมื่อความต้องการหนึ่ง
ได้รับการตอบสนองแล้ว ก็จะลดแรงขับต่อพฤติกรรมลง และจะมีความต้องการในล าดับขั้นที่สูงขึ้น
โดยที่มาสโลว์ได้แบ่งล าดับขั้นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ออกเป็น 5 ขั้นคือ ความต้องการด้านร่างกาย

ความต้องการด้านความปลอดภัย ความต้องการด้านสังคม ความต้องการการยกย่อง และความต้องการประสบ
ความส าเร็จในชีวิต โดยจัดล าดับความส าคัญจากระดับต่ าไปยังระดับสูง โดยบุคคลจะแสวงหาความต้องการ
ระดับต่ าก่อน เมื่อความต้องการได้รับการตอบสนองแล้ว บุคคลจะแสวงหาความต้องการในระดับ ที่สูงขึ้น
ต่อไป ถ้าความต้องการในระดับต่ ายังไม่ได้รับการตอบสนอง ความต้องการนั้นจะยังคงอยู่ สามารถอธิบาย

รายละเอียดของความต้องการในระดับต่าง ๆ ได้ดังนี้
2.1.1 ความต้องการด้านร่างกาย (Physiological Needs) เป็นระดับของความต้องการขั้นแรก
ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานและเป็นความต้องการเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด ประกอบด้วย อากาศ น้ า อาหาร
เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรถ การพักผ่อน และความต้องการทางเพศ ซึ่งความต้องการทั้งหมดนี้เป็น

ความต้องการตามธรรมชาติของร่างกาย ถ้าความต้องการเหล่านี้ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอแล้ว
บุคคลจะมีความต้องการในระดับสูงขึ้นต่อไป
2.1.2 ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย (Safety Needs) จะเกิดขึ้นเมื่อความต้องการทางด้าน

ร่างกายได้รับการตอบสนองแล้ว ในขั้นนี้บุคคลจะต้องการความปลอดภัยและความมั่นคง ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้
เกิดพฤติกรรม ความต้องการความปลอดภัยทางกาย เช่น ความมีระเบียบ ความมั่นคง ความคุ้มครอง
ความต้องการมีสุขภาพดี ความต้องการเหล่านั้นท าให้เกิดสหภาพแรงงาน ความต้องการในบริการต่าง ๆ
มากมาย เช่น การประกันชีวิต การดูแลรักษาความปลอดภัย การออมทรัพย์ การศึกษา และการฝึกอบรม
วิชาชีพ เป็นต้น

2.1.3 ความต้องการทางสังคม (Social Needs) เป็นความต้องการด้านความรักความอบอุ่น
มิตรภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อกัน การมีส่วนร่วม และการยอมรับของสังคม ความต้องการด้านสังคมก่อให้เกิดการ
ซื้อ เพื่อให้สังคมยอมรับตนเอง ตัวอย่างเช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ สินค้าแฟชั่นต่าง ๆ การเป็นสมาชิก

สโมสรหรือสมาคมต่าง ๆ เป็นต้น

2.1.4 ความต้องการการยกย่อง (Esteem Needs) เป็นความต้องการที่เกิดจากแรงกระตุ้นทั้ง
ภายในและภายนอก เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความมั่นใจแก่ตนเอง ความต้องการที่เกิดจากภายในจะ

สะท้อนถึงความต้องการของแต่ละบุคคลเพื่อการยอมรับส่วนตัว ส่วนความต้องการภายนอกจะเป็นความต้องการ
เพื่อการยกย่อง การมีชื่อเสียง และการเคารพนับถือจากบุคคลอื่น
2.1.5 ความต้องการปราบความส าเร็จในชีวิต (Self – actualization Needs) หรือความพึง
พอใจส่วนตัว (Self – fulfillment) เป็นความปรารถนาของบุคคลที่จะตอบสนองศักยภาพของตนด้วยทุกสิ่งที่เขา

มีความสามารถและมีความต้องการจะเป็น เช่น ผู้ที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองมีความสามารถและต้องการจะเป็น
นายกรัฐมนตรี นักกีฬาทีมชาติมีความสามารถและต้องการเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก เป็นต้น

2.2 ทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค (Influencing Buyer Behavior)

พฤติกรรมผู้บริโภค เป็นการศึกษาปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์การ และกระบวนการที่พวกเขา
เหล่านั้นใช้เลือกสรร รักษา และก าจัด สิ่งที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ ประสบการณ์ หรือแนวคิด เพื่อสนองความ
ต้องการและผลกระทบที่กระบวนการเหล่านี้มีต่อผู้บริโภคและสังคมพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นการสมผสาน

จิตวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และเศรษฐศาสตร์ เพื่อพยายามท าความเข้าใจกระบวนการการ
ตัดสินของผู้ซื้อ ทั้งปัจเจกบุคคลและกลุ่มบุคคลพฤติกรรมผู้บริโภคศึกษาลักษณะเฉพาะของผู้บริโภคปัจเจกชน

อาทิลักษณะทางประชากรศาสตร์และตัวแปรเชิงพฤติกรรม เพื่อพยายามท าความเข้าใจความต้องการของ
ประชาชนพฤติกรรมผู้บริโภคโดยทั่วไปก็ยังพยายามประเมินสิ่งที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคโดยกลุ่มบุคคลเช่นครอบครัว

มิตรสหาย กลุ่มอ้างอิง และสังคมแวดล้อมด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภค (Consumer Behavior) หมายถึง การ
แสดงออกของแต่ละบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้สินค้าและบริกรทางเศรษฐกิจ รวมทั้งกระบวนการในการ

ตัดสินใจที่มีผลต่อการแสดงออก

พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) หมายถึง พฤติกรรมซึ่งผู้บริโภคท าการค้นหา

การซื้อ การใช้ การประเมินผล การใช้สอยผลิตภัณฑ์ และการบริการ ซึ่งคาดว่าจะสนองความต้องการของ

เขา (Schiffman and Kanuk, 1994)

Engel และผู้ร่วมงาน (1968) ให้ความหมายของพฤติกรรมผู้บริโภคว่า เป็นการกระท าของ

บุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการได้รับและการใช้สินค้าและบริการ รวมไปถึงกระบวนการตัดสินใจที่มีอยู่ก่อนและมี
ส่วนในการก าหนดให้มีการกระท าดังกล่าว


ชิฟแมน และคะนุค (Schiffman and Kanuk, 1987) ได้ให้ความหมายของพฤติกรรมของ
ผู้บริโภคไว้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ผู้บริโภคแสดงออกไม่ว่าจะเป็นการเสาะหา ซื้อ ใช้ ประเมินผล หรือการบริโภค

ผลิตภัณฑ์ บริการ และแนวคิดต่าง ๆ ซึ่งผู้บริโภคคาดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของตนได้เป็น
การศึกษาการตัดสินใจของผู้บริโภคในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ทั้งเงิน เวลา และก าลังเพื่อบริโภคสินค้าและบริการ
ต่าง ๆ อันประกอบด้วย ซื้ออะไร ท าไมจึงซื้อ ซื้อเมื่อไร อย่างไร ที่ไหน และบ่อยแค่ไหน


แองเจิล คอลแลต และแบลคเวลล์ (Engel Kollat and Blackwell, 1968) ได้ให้ความหมาย
ของพฤติกรรมผู้บริโภคว่า หมายถึง การกระท าของบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดหาให้ได้มา

และการใช้ซึ่งสินค้าและบริการ ทั้งนี้หมายรวมถึง กระบวนการตัดสินใจซึ่งมีมาอยู่ก่อนแล้ว และซึ่งมีส่วนในการ
ก าหนดให้มีการกระท าดังกล่าว

ศิริวรรณ เสรีรัตน์และคณะ (2541: 124 – 125) อ้างอิงจาก Kotler, Philip. (1999).
Marketing Management ได้ให้ความหมายของพฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer behavior) หมายถึง

การกระท าของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดหาให้ได้มาแล้วซึ่งการใช้สินค้าและบริการ
ทั้งนี้หมายรวมถึง กระบวนการตัดสินใจ และการกระท าของบุคคลที่เกี่ยวกับการซื้อและการใช้สินค้า




กล่าวโดยสรุปว่าพฤติกรรมของผู้บริโภค (Consumer Behavior) หมายถึง การแสดงออกของ

แต่ละบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้สินค้าและบริการทางเศรษฐกิจรวมไปถึงกระบวนการในการตัดสินใจที่มี
ผลต่อการแสดงออกของแต่ละบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป




การศึกษาเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค มีประโยชน์ทางการตลาด 5 ประการ ดังนี้

1. ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค

2. ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถหาหนทางแก้ไขพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคในสังคมได้ถูกต้อง
และสอดคล้องกับความสามารถในการตอบสนองของธุรกิจมากยิ่งขึ้น

3. ช่วยให้การพัฒนาตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถท าได้ดีขึ้น
4. เพื่อประโยชน์ในการแบ่งส่วนตลาด เพื่อการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ให้ตรงกับชนิดของสินค้า

ที่ต้องการ

5. ช่วยในการปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจต่าง ๆ เพื่อความได้เปรียบคู่แข่งขัน

ประเภทของการบริโภค สามารถแบ่งได้ตามลักษณะของสินค้าเป็น 2 ประเภท คือ


1. การบริโภคสินค้าไม่คงทน (nondurable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของชนิดที่
สิ้นเปลืองหรือใช้หมดไป เรียกว่า destruction เช่น การบริโภคน้ า อาหาร ยารักษาโรค น้ ามันเชื้อเพลิง ฯลฯ


2. การบริโภคสินค้าคงทน (durable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของที่ยังคงใช้ได้อีก
ลักษณะนี้เรียกว่า diminution เช่น การอาศัยบ้านเรือน การใช้รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ อย่างไร

ก็ตาม สินค้าประเภทนี้ก็จะค่อย ๆ สึกหรอไป จนในที่สุดจะไม่สามารถน ามาใช้ได้อีก




กระบวนการพฤติกรรมผู้บริโภค (Process of Behavior)

1. พฤติกกรมเกิดขึ้นได้ต้องมีสาเหตุท าให้เกิด

2. พฤติกรรมเกิดขึ้นได้จะต้องมีสิ่งจูงใจหรือแรงกระตุ้น


3. พฤติกรรมที่เกิดขึ้นย่อมมุ่งไปสู่เป้าหมาย

ภาพที่ ๑ พฤติกรรมผู้บริโภค


ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค

1. ปัจจัยทางวัฒนธรรม เป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานที่สุดในการก าหนดความต้องการและพฤติกรรมของมนุษย์


เช่น การศึกษา ความเชื่อ ยังรวมถึงพฤติกรรมส่วนใหญ่ที่ได้รับการยอมรับภายในสังคมใดสังคมหนึ่งโดยเฉพาะ
ลักษณะชั้นทางสังคม ประกอบด้วย 6 ระดับ


ขั้นที่ 1 Upper-Upper Class ประกอบด้วยผู้ที่มีชื่อเสียงเก่าแก่เกิดมาบนกองเงินกองทอง
ชั้นที่ 2 Lower –Upper Class เป็นชั้นของคนรวยหน้าใหม่ บุคคลเหล่านี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการบริหาร

เป็ น ผู้ ที่ มี ร า ย ได้ สู ง สุ ด ใน จ า น ว น ชั้ น ทั้ ง ห ม ด จั ด อ ยู่ ใน ร ะ ดั บ ม ห า เศ ร ษ ฐี

ชั้นที่ 3 Upper-Middle Class ประกอบด้วยชายหญิงที่ประสบความส าเร็จในวิชาอื่น ๆ สมาชิกชั้นนี้

ส่วนมากจบปริญ ญ าจากมหาวิทยาลัยกลุ่มนี้เรียกกันว่าเป็นตาเป็นสมองของสังคม

ชั้นที่ 4 Lower-Middle Class เป็นพวกที่เรียกว่าคนโดยเฉลี่ย ประกอบด้วยพวกที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก พวกท างานนั่งโต๊ะระดับต่ า


ชั้นที่ 5 Upper-Lower Class เป็นพวก จนแต่ซื่อสัตย์ ได้แก่ชนชั้นท างานเป็นชั้นที่ใหญ่ที่สุดในชั้นทาง

สังคม


ชั้นที่ 6 Lower-Lower Class ประกอบด้วยคนงานที่ไม่มีความช านาญกลุ่มชาวนาที่ไม่มีที่ดินเป็นของ

ตนเองชนกลุ่มน้อย

2. ปัจจัยทางสังคม เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจ าวันและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อ

ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มอ้างอิงครอบครัวบทบาทและสถานะของผู้ซื้อ
2.1 กลุ่มอ้างอิง หมายถึงกลุ่มใด ๆ ที่มีการเกี่ยวข้องกัน ระหว่างคนในกลุ่ม แบ่งเป็น 2 ระดับ

- กลุ่มปฐมภูมิ ได้แก่ครอบครัว เพื่อนสนิท มักมีข้อจ ากัดในเรื่องอาชีพ ระดับชั้นทางสังคม และช่วงอายุ

- กลุ่มทุติยภูมิ เป็นกลุ่มทางสังคมที่มีความสัมพันธ์แบบตัวต่อตัว แต่ไม่บ่อย มีความเหนียวแน่นน้อยกว่า
กลุ่มปฐมภูมิ


2.2 ครอบครัว เป็นสถาบันที่ท าการซื้อเพื่อการบริโภคที่ส าคัญที่สุด นักการตลาดจะพิจารณา ครอบครัว
มากกว่าพิจารณาเป็นรายบุคคล


2.3 บทบาททางสถานะ บุคคลที่จะเกี่ยวข้องกับหลายกลุ่ม เช่น ครอบครัว กลุ่มอ้างอิง ท าให้ บุคคลมี
บทบาทและสถานภาพที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม


3. ปัจจัยส่วนบุคคล การตัดสินใจของผู้ซื้อมักได้รับอิทธิพลจากคุณสมบัติส่วนบุคคลต่าง ๆ เช่น อายุ อาชีพ
สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ การศึกษา รูปแบการด าเนินชีวิต วัฏจักรชีวิตครอบครัว
4. ปัจจัยทางจิตวิทยา การเลือกซื้อของบุคคลได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางจิตวิทยา ซึ่งจัดปัจจัยในตัว ผู้บริโภคที่มี

อิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อและใช้สินค้า ปัจจัยทางจิตวิทยาประกอบด้วยการจูงใจ การรับรู้ ความเชื่อและเจตคติ
บุคลิกภาพและแนวความคิดของตนเอง


กระบวนการตัดสินใจของผู้ซื้อ

ขั้นที่ 1 การรับรู้ถึงปัญหา กระบวนการซื่อจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ซื้อตระหนักถึงปัญหาหรือความต้องการของ
ตนเอง


ขั้นที่ 2 การค้นหาข้อมูล ในขั้นนี้ผู้บริโภคจะแสวงหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจ ในขั้นแรกจะค้นหาข้อมูลจาก
แหล่งภายในก่อน เพื่อน ามาใช้ในการประเมินทางเลือก หากยังได้ข้อมูลไม่เพียงพอก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มจากแหล่ง

ภายนอก

ขั้นที่ 3 การประเมินผลทางเลือก ผู้บริโภคจะน าข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้มาจัดเป็นหมวดหมู่และวิเคราะห์

ข้อดี ข้อเสีย ทั้งในลักษณะการเปรียบเทียบหาทางเลือกและความคุ้มค่ามากที่สุด

ขั้นที่ 4 การตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด หลังการประเมิน ผู้ประเมินจะทราบข้อดี ข้อเสีย หลังจากนั้น

บุคคลจะต้องตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดในการแก็ปัญหามักใช้ประสบการณ์ในอดีตเป็นเกณฑ์
ทั้งประสบการณ์ของตนเองและผู้อื่น

ขั้นที่ 5 การประเมินภายหลังการซื้อ เป็นขั้นสุดท้ายหลังจากการซื้อ ผู้บริโภคจะน าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อนั้นมา

ใช้ และในขณะเดียวกันก็จะท าการประเมินผลิตภัณฑ์นั้นไปด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่า กระบวนการตัดสินใจซื้อของ
ผู้บริโภคเป็นกระบวนการต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดตรงที่การซื้อ

ผู้บริโภคแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันในด้านต่างๆซื่งมีผลมาจากความแตกต่างกันของลักษณะทาง
กายภาพและสภาพแวดล้อมของแต่ละบุคคลท าให้การตัดสินใจของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันดังนั้น

นักการตลาดจึงจ าเป็นต้องศึกษาถึงปัจจัยต่างๆที่จะมีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างเหมาะสม
โดยที่เราสามารถแบ่งปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. ปัจจัยภายใน เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจากตัวบุคคล ในด้านความคิดและการแสดงออก ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก
สภาพแวดล้อมต่างๆ ได้แก่ ความจ าเป็น ความต้องการหรือความปรารถนา แรงจูงใจ บุคลิกภาพ ทัศนคติ การรับรู้

การเรียนรู้ ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้
1. ความจ าเป็น ความต้องการ ความปรารถนา
2. แรงจูงใจ เมื่อบุคคลเกิดปัญหานั้นไม่รุนแรงเขาอาจปล่อยวาง ไม่คิด ไม่ใส่ใจ หรือไม่ท าการตัดสินใจ
ใดๆแต่หากปัญหานั้นๆขยายตัวหรือเกิดความรุนแรงยิ่งขึ้น เขาก็จะเกิดแรงจูงใจในการพยายามที่จะแก้ปัญหาที่

เกิดขึ้น
3. บุคลิกภาพ เป็นลักษณะนิสัยโดยรวมของบุคคลที่พัฒนาขึ้นมาจากความคิด ความเชื่อ อุปนิสัย และ
สิ่งจูงใจต่างๆระยะยาวและแสดงออกมาในด้านต่างๆซึ่งมีความสัมพันธ์ต่อการก าหนดรูปแบบในการตอบสนองของ
แต่ละบุคคลแตกต่างกัน

4 . ทัศนคติ เป็นการประเมินความรู้สึกหรือความคิดต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งของบุคคล โดยทัศนคติ
จะมีความสัมพัธ์ต่อพฤติกรรม เราจะต้องพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงได้ยาก เนื่องจากเป็นที่ถูกสร้างขึ้นในจิตใจ
ดังนั้น การปรับตัวเราให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคย่อมกระท าได้ง่ายกว่าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค

5. การรับรู้ เป็นกระบวนการของบุคคลในการยอมรับความคิดหรือการกระท าของบุคคลอื่น ก้าวแรก
ของการเข้าสู่ความคิดในการสร้างความต้องการแก้ผู้บริโภค คือ ต้องการให้เกิดการรับรู้ก่อน โดยสร้างภาพพจน์
ของสินค้าหรือองค์กรให้มีคุณค่าในสายตาของผู้บริโภค ซึ่งเป็นการสร้างการยอมรับจากผู้บริโภคได้
6. การเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของบุคคลที่เกิดจากการรับรู้และประสบการณ์ของบุคคล
ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงและคงอยู่ในระยะยาว

2.ปัจจัยภายนอก หมายถึง ปัจจัยที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวของบุคคล ซึ่งมีอิธิพลต่อความคิด และ
พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยปัจจัยภายนอกแบ่งออกเป็นองค์ประกอบที่ส าคัญ ดังนี้
1. สภาพเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่ก าหนดอ านาจซื้อของผู้บริโภค ทั้งในรูปแบบตัวเงิน และปัจจัยอื่น

ที่เกี่ยวข้อง
2. ครอบครัวการเลี้ยงดูในสภาพครอบครัวที่แตกต่างกันส่งผลให้บุคคลมีความแตกต่างกันเช่น
การตอบสนองต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ของบุคคลจะได้รับอิทธิพลจากครอบครัว ซึ่งครอบครัวจะมีความสัมพันธ์
ต่อพฤติกรรมบุคคลสูงกว่าสถาบันอื่นๆ

3. สังคม กลุ่มรอบๆตัวของบุคคลมีความสัมพันธ์ต่อการปรับพฤติกรรมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันของ
สังคม เพื่อการยอมรับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม หรือที่เรียกว่ากระบวนการขัดเกลาทางสังคม
4. วัฒนธรรมเป็นวิธีการด าเนินชีวิตที่สังคมเชื่อถือส่าเป็นสิ่งที่งาม และยอมรับปฏิบัติมา เพื่อให้สังคม
ด าเนินและมีพัฒนาการไปได้ด้วยดี บุคคลในสังคมเดียวกันจึงต้องยึดถือปัฏิบัติมาตามวัฒนธรรม เพื่อการอยู่เป็น

ส่วนหนึ่งของสังคม โดยวัฒนธรรมเป็นกลุ่มของค่านิยมพื้นฐาน การรับรู้ ความต้องการ และพฤติกรรม
5. การติดต่อธุรกิจหมายถึง โอกาสที่ผู้บริโภคจะได้พบเห็นสินค้าหรือบริการนั้นๆสินค้าใดที่ผู้บริโภค
ได้รู้จักและพบเห็นบ่อยๆก็จะมีความคุ้นเคย ซึ่งท าให้ผู้บริโภคเกิดความไว้วางใจและยินดีที่จะใช้สินค้านั้นดังนั้น
ธุรกิจจึงควนเน้นในเรื่องการท าให้เกิดการพบเห็นในตราสินค้า ให้ผู้บริโภคได้รู้จัก สัมผัส ได้ยิน ได้ฟังด้วยความถี่สูง

การสร้างให้บุคคลเปิดรับมากเท่าใดก็ยิ่งท าให้ได้ประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ตามหลักจิตวิยาที่มีอยู่
ว่าความคุ้นเคยนั้นก่อให้เกิดความรัก

6. สภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น ความปรวนแปรของสภาพอากาศ การ
ขาดแคลนน้ ามันหรือเชื้อเพลิง ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เป็นต้น ส่งผลให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเย็นกะทันหัน ท าให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อเครื่องกัน
หนาวได้เร็วและง่ายขึ้น



2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

ณัชชา สุวรรณวงศ์ (2560) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี
ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา (ระบบโควตา) ประจ าปีการศึกษา 2560

มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยด้านภาพลักษณ์ ปัจจัยด้านหลักสูตร และปัจจัยด้านเหตุผลส่วนตัวที่ส่งผลต่อการ
ตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา

(ระบบโควตา) ประจ าปีการศึกษา 2560 ผลการศึกษาพบว่า นักเรียน นักศึกษาที่ตอบแบบสอบถามมีระดับความ
คิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยด้านภาพลักษณ์ คือ มหาวิทยาลัยฯ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียงมานาน ปัจจัยด้าน

หลักสูตร คือ มหาวิทยาลัยฯ มีระบบรับนักเรียนแบบโควตาหรือรับตรง และปัจจัยด้านเหตุผลส่วนตัวคือ
มหาวิทยาลัยฯ มีหลักสูตรและสาขาวิชาตรงตามความต้องการของนักเรียน นักศึกษา


เตือนใจ อารีโรจนนุกูล (2557) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกเรียนต่อสายอาชีพของนักเรียน
ระดับชั้น ปวช.1 วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาจานวนสภาพทั่วไปของ
นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ และเพื่อศึกษา
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกศึกษาสายวิชาชีพของนักเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นปีที่ 1 ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกศึกษาต่อ

สายอาชีพของนักเรียน ทั้ง 5 ปัจจัย พบว่า ปัจจัยด้านตัวผู้เรียนเป็น ปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดเป็นอันดับ 1 แสดง
ให้เห็นว่าผู้เรียน มีการตั้งเป้าหมายของตนเองในอนาคตไว้อย่างอย่างชัดเจนแล้วว่า จะประกอบอาชีพอะไร จึงได้
ตัดสินใจเลือกตามอาชีพที่ตนเองได้ก าหนดไว้ ในอนาคตส่วนปัจจัยด้านอื่นมีอิทธิพลเรียงล าดับจากมากไปหาน้อย

ดังนี้ ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและจุดเด่นของสถานศึกษา ปัจจัยด้านผู้ปกครอง ปัจจัยด้านครูแนะแนว และปัจจัย
ด้านเพื่อนและรุ่นพี่ตามล าดับ
ฐิติพงศ์ สายอยู่ (2557) ปัจจัยการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของ
นักศึกษาสาขางานเทคนิคยานยนต์ วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยการตัดสินใจเลือก

ศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักศึกษาสาขางานเทคนิคยานยนต์ วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี
ในด้านความถนัดและความสนใจในอาชีพ ด้าน ความก้าวหน้าในอาชีพ ด้านการสนับสนุนจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ด้านการได้รับการยอมรับในสังคม และเพื่อเปรียบเทียบปัจจัยการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพชั้นสูงของนักศึกษาสาขางานเทคนิคยานยนต์ วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีโดยจ าแนกตามระดับผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน และรายได้ของผู้ปกครอง ผลการศึกษาพบว่า การตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพชั้นสูงของนักศึกษาสาขางาน เทคนิคยานยนต์ วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อ
พิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านการได้รับ
การยอมรับในสังคม ด้านความก้าวหน้าในอาชีพ ด้านการสนับสนุนจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง และด้านความถนัด

และความสนใจในอาชีพ

บทที่ ๓

วิธีการด าเนินการวิจัย


ในการท าการวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง
ในการได้ท าการวิจัยท าให้สามารถที่จะน ามาท าการก าหนดระเบียบและวิธีวิจัย ดังต่อไปนี้

3.1 ประชากร
3.2 กลุ่มตัวอย่าง
3.3 เครื่องมือที่ใช้การวิจัย

3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล
3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล
3.1 ประชากร


การศึกษาวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยจะท าการศึกษากลุ่มประชากรที่ศึกษาวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้น ปวช. 3
แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา ๒๕61

3.2 กลุ่มตัวอย่าง
ส าหรับการศึกษาวิจัยครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3

แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา ๒๕61 จ านวนนักเรียนทั้งหมด 27 คน

3.3 เครื่องมือที่ใช้การวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ เป็นการใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลจาก
การใช้แบบสอบถาม โดยใน 1 ชุด แบ่งเนื้อหาออกเป็น

ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งค าถามมีลักษณะค าถามเป็นแบบปลายปิด
ส่วนที่ 2 ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตร

วิชาชีพชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง
ซึ่งค าถามมีลักษณะค าถามเป็นแบบปลายปิด
ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะซึ่งค าถามมีลักษณะค าถามเป็นแบบปลายเปิด


3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล
3.5.1 ผู้วิจัยน าแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ไปใช้เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล
แบบสอบถามด้วยตัวเอง
3.5.2 ผู้วิจัยตรวจสอบความถูกต้องของแบบสอบถาม และน าข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์

ข้อมูลต่อไป

3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล

ในการวิจัยในครั้งนี้ จะใช้ค่าสถิติดังต่อไปนี้ ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ถ่วงน้ าหนัก

และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในลักษณะ ข้อมูลส่วนบุคคลและปัจจัยที่มีอิทธิพลใน
การตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน
การศึกษาวิจัยในครั้งนี้
จากแบบสอบถามจะก าหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละระดับและหลักเกณฑ์การแปล

ความหมายของค าถามดังนี้
ระดับความส าคัญ ค่าคะแนน
มากที่สุด 5
มาก 4

ปานกลาง 3
น้อย 2
น้อยที่สุด 1

จากท าการเก็บรวบรวมคะแนนของปัจจัยที่ได้ และน าค่าที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยเพื่อท าการ
จัดเรียงล าดับของความส าคัญ จากระดับมากที่สุดลงมาหาน้อยที่สุดแล้วท าการแปลความหมายของระดับคะแนน
เฉลี่ย โดยยึดถือหลักเกณฑ์ ดังนี้
คะแนนค่าเฉลี่ย ความหมาย
4.21 – 5.00 มากที่สุด

3.41 – 4.20 มาก
2.61 – 3.40 ปานกลาง
1.81 – 2.60 น้อย

1.00 – 1.80 น้อยที่สุด

บทที่ 4
ผลการวิจัย


การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพ ชั้นสูงของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง ผู้วิจัยได้ท าการศึกษา

จากกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 27 ชุด โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล
ได้น าเสนอเป็น 2 ส่วนดังนี้




๔.๑ ข้อมูลทั่วไป

ตารางที่ ๔.๑.๑ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามเพศ




เพศ จ านวน (คน) ร้อยละ

ชาย 3 11.10


หญิง 24 89.90

รวม ๒7 ๑๐๐.00




จากตารางที่ ๔.๑.๑ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จ านวน 2 4 คน

คิดเป็นร้อยละ 89.90 และเป็นเพศชาย จ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 11.10



ตารางที่ ๔.๑.๒ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามระดับอายุ




อายุ จ านวน (คน) ร้อยละ


ต่ ากว่า 18 ปี 12 44.40

มากกว่า 18 ปี 15 ๕๕.๖๐

รวม ๒7 ๑๐๐.00





จากตารางที่ ๔.๑.๒ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุต่ ากว่า 18 ปี จ านวน ๑๒ คน คิดเป็น
ร้อยละ 44.40 และมีอายุมากกว่า 18 ปี จ านวน ๑๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๕.๖๐

ตารางที่ ๔.๑.๓ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามเกรดเฉลี่ยสะสม




เกรดเฉลี่ยสะสม จ านวน (คน) ร้อยละ

ต่ ากว่า 2.00 ๐ ๐๐.00


2.01 – 2.50 ๔ 14.80

2.51 – 3.00 ๑๐ 37.00


3.01 – 3.50 ๑๒ 44.40

3.51 – 4.00 ๑ 3.70


รวม ๒7 ๑๐๐.00

จากตารางที่ ๔.๑.๓ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีเกรดเฉลี่ยสะสม 3.01 – 3.50 จ านวน ๑๒ คน คิด

เป็นร้อยละ 44.40 รองลงมาได้แก่ เกรดเฉลี่ยสะสม 2.51 – 3.00 จ านวน ๑๐ คน คิดเป็นร้อยละ 37.00
และเกรดเฉลี่ยสะสม 2.01 – 2.50 จ านวน ๔ คน คิดเป็นร้อยละ 14.80 ตามล าดับ


ตารางที่ ๔.๑.๔ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามแผนกวิชาที่สนใจศึกษาต่อในระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง




แผนกวิชา จ านวน (คน) ร้อยละ

การตลาด 17 63.00

การบัญชี 0 0.00


คอมพิวเตอร์ธุรกิจ 0 0.00


การจัดการส านักงาน 0 0.00

การจัดการโลจิสติกส์ 8 29.60

แผนกวิชาช่างอื่นๆ 2 7.40


รวม ๒7 ๑๐๐.00


จากตารางที่ ๔.๑.4 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่สนใจศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นสูงแผนกวิชาการตลาด จ านวน ๑7 คน คิดเป็นร้อยละ 63.00 รองลงมาได้แก่ แผนกการจัดการ
โลจิสติกส์ จ านวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 29.60 และแผนกวิชาช่างอื่นๆ จ านวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 7.40

ตามล าดับ

ตารางที่ ๔.๑.๕ จ านวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามรายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน




รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน จ านวน (คน) ร้อยละ

ไม่เกิน 15,000 บาท 16 59.30


15,001 – 30,000 บาท 10 37.00

30,0001 – 45,000 บาท 0 0.00


45,001 บาท ขึ้นไป 1 3.70

รวม ๒7 ๑๐๐.00




จากตารางที่ ๔.๑.5 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีรายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน

ไม่เกิน 15,000 บาท จ านวน ๑6 คน คิดเป็นร้อยละ 59.30 รองลงมาได้แก่ 15,001 – 30,000 บาท
จ านวน 10คน คิดเป็นร้อยละ 37.00 และ45,001 บาท ขึ้นไป จ านวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.70
ตามล าดับ

๔.๒ ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาในการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

ของนักเรียนระดับชั้น ปวช. 3 แผนกวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคนิคระยอง




ตารางที่ ๔.๒.๑ จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านตัวผู้เรียน


ระดับความพึงพอใจ


มากที่สุด มาก ปาน น้อย น้อย
กลาง ที่สุด
จ านวน จ านวน จ านวน
ด้านตัวผู้เรียน จ านวน จ านวน
(ร้อยละ) (ร้อยละ) (ร้อยละ) S.D ระดับ
(ร้อยละ) (ร้อยละ)
5 4 2

3 1


1. เลือกเรียนจาก 4 9 14 ๐ ๐
ความถนัดของ (14.80) (33.30) (51.90) (๐) (๐) 3.62 .741 มาก

ตนเอง

2. เลือกเรียนตาม 7 10 10 ๐ ๐

เป้าหมายของ (๖๑.๔) (37.0) (37.0) (๐) (๐) 3.88 .800 มาก
ตนเองที่ตั้งไว้ใน

อนาคต




ค่าเฉลี่ย (แปลผล) 3.75 มาก






จากตารางที่ ๔.๒.๑ พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาต่อระดับ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปัจจัยด้านตัวผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.75 อยู่ในระดับมาก หากพิจารณา
ในรายข้อ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีความเห็นว่าเลือกเรียนตามเป้าหมายของตนเองที่ตั้งไว้ในอนาคตมี
ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.88 อยู่ในระดับมาก และเลือกเรียนจากความถนัดของตนเองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.62

อยู่ในระดับมาก ตามล าดับ

ตารางที่ ๔.๒.2 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านผู้ปกครอง


ระดับความพึงพอใจ

มากที่สุด มาก ปาน น้อย น้อย

กลาง ที่สุด
จ านวน จ านวน จ านวน
ด้านผู้ปกครอง จ านวน จ านวน
(ร้อยละ) (ร้อยละ) (ร้อยละ) S.D ระดับ

(ร้อยละ) (ร้อยละ)
5 4 2
3 1



1. เลือกเรียน 4 10 6 7 ๐ ปาน
เพราะผู้ปกครอง (14.80) (37.00) (22.20) (25.90) (๐) 3.40 1.047 กลาง

แนะน า

2. เลือกเรียน 2 9 7 8 1
เพราะผู้ปกครองดู (7.40) (33..30) (25.90) (29.60) (3.70) ปาน

ตัวอย่างผู้อื่นที่ 3.11 1.050 กลาง
ประสบ

ความส าเร็จ




ค่าเฉลี่ย (แปลผล) 3.25 ปาน
กลาง





จากตารางที่ ๔.๒.2 พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตร

วิชาชีพชั้นสูง ปัจจัยด้านตัวผู้ปกครอง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.25 อยู่ในระดับปานกลาง หากพิจารณาในรายข้อ พบว่า
ผู้ตอบแบบสอบถาม มีความเห็นว่าเลือกเรียนเพราะผู้ปกครองแนะน ามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.40 อยู่ในระดับปาน
กลาง และเลือกเรียนเพราะผู้ปกครองดูตัวอย่างผู้อื่นที่ประสบความส าเร็จ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.11 อยู่ในระดับ

ปานกลาง ตามล าดับ

ตารางที่ ๔.๒.๓ จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านเพื่อนและรุ่นพี่


ระดับความพึงพอใจ


๕ ๔ ๓ ๒ ๑

ด้านเพื่อน มากที่สุด มาก ปาน น้อย น้อย

และรุ่นพี่ จ านวน จ านวน กลาง จ านวน ที่สุด S.D ระดับ

จ านวน จ านวน
(ร้อยละ) (ร้อยละ) (ร้อยละ)

(ร้อยละ) (ร้อยละ)

๑. เลือกเรียนตาม ๒ 7 5 11 2 ปาน

กลุ่มเพื่อนสนิท 2.85 1.13 กลาง
(7.4) (25.9) (18.5) (40.7) (7.4)

๒. เลือกเรียนตาม 2 4 9 7 5 ปาน
ตัวอย่างของรุ่นพี่ (7.4) (14.8) 2.67 1.18 กลาง
(33.3) (25.9) (18.5)



ค่าเฉลี่ย (แปลผล) 2.๗๖ ปานกลาง






จากตารางที่ ๔.๒.3 พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพชั้นสูง ปัจจัยด้านเพื่อนและรุ่นพี่ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.๗๖ อยู่ในระดับปานกลาง หากพิจารณาในรายข้อ

พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีความเห็นว่าเลือกเรียนตามกลุ่มเพื่อนสนิทมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.85 อยู่ในระดับปาน
กลาง และ เลือกเรียน ตามตัวอย่างของรุ่นพี่ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.76 อยู่ในระดับ ปานกลาง ตามล าดับ

ตารางที่ ๔.๒.4 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านสภาพแวดล้อมของ

สถานศึกษาที่นักศึกษาเลือกศึกษาต่อ

ระดับความพึงพอใจ
ด้าน
สภาพแวดล้ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑

อมของ มากที่สุด มาก ปาน น้อย น้อย
สถานศึกษา กลาง ที่สุด
ที่นักศึกษา จ านวน จ านวน จ านวน

เลือกศึกษา (ร้อยละ) (ร้อยละ) จ านวน (ร้อยละ) จ านวน S.D ระดับ
ต่อ (ร้อยละ) (ร้อยละ)



๑. ระยะทางใน 4 14 7 1 1
การเดินทางไป (14.8) (51.9) (25.9) (3.7) (3.7) 3.70 0.91 มาก

สถานศึกษา

๒. ค่าจ่ายใน

การศึกษาต่อ
4 13 9 1 ๐ 3.74 0.76 มาก
(14.8) (48.1)
(33.3) (3.7) (๐)




ค่าเฉลี่ย (แปลผล) 3.72 มาก







จากตารางที่ ๔.๒.4 พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาต่อระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาที่นักศึกษาเลือกศึกษาต่อ มีค่าเฉลี่ย

เท่ากับ 3.72 อยู่ในระดับมาก หากพิจารณาในรายข้อ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีความเห็นว่า
ค่าจ่ายในการศึกษาต่อ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.74 อยู่ในระดับมาก และระยะทางในการเดินทางไป
สถานศึกษา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.70 อยู่ในระดับมาก ตามล าดับ

ตารางที่ ๔.๒.5 จ านวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจัยที่มีอิทธิพลด้านจุดเด่นของ

สถานศึกษาที่นักเรียนเลือกศึกษาต่อ


ด้านด้าน ระดับความพึงพอใจ

จุดเด่น ๕ ๔ ๓ ๒ ๑
ของ

สถานศึกษ มาก มาก ปาน น้อย น้อย
าที่ ที่สุด จ านวน กลาง จ านวน ที่สุด S.D ระดับ

นักเรียน จ านวน จ านวน จ านวน
เลือก (ร้อยละ) (ร้อยละ)

ศึกษาต่อ (ร้อยละ) (ร้อยละ) (ร้อยละ)

๑. ชื่อเสียงของ 7 15 4 1 0

สถานศึกษา 4.0๓ 0.76 มาก
(25.9) (55.6) (14.8) (3.7) (0)

๒.
สภาพแวดล้อม 5 16 6 0 ๐ 3.96 0.65 มาก

ในสถานศึกษา
(18.5) (59.3)
(22.2) (0) (๐)




ค่าเฉลี่ย (แปลผล) 3.๙ ๙ มาก






จากตารางที่ ๔.๒.5 พบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาต่อระดับ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปัจจัยด้านด้านจุดเด่นของสถานศึกษาที่นักเรียนเลือกศึกษาต่อ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
3.98 อยู่ในระดับมาก หากพิจารณาในรายข้อ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีความเห็นว่าชื่อเสียงของสถานศึกษามี

ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 อยู่ในระดับมาก และสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.96 อยู่ในระดับมาก
ตามล าดับ


Click to View FlipBook Version