๑๙๗
5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่
เหมาะสมมาประยุกตใ์ ชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน
6) ประเมินความก้าวหนา้ ของผเู้ รียนดว้ ยวธิ ีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาตขิ องวิชา
และระดับพัฒนาการของผเู้ รียน
7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ
จัดการเรียนการสอนของตนเอง
4.2 บทบาทของผูเ้ รยี น
1) กำหนดเป้าหมายวางแผนและรบั ผดิ ชอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
2) เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถงึ แหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ข้อความรู้ ต้ังคำถาม คิดหา
คำตอบหรอื หาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวธิ กี ารตา่ งๆ
3) ลงมอื ปฏิบตั จิ รงิ สรปุ สงิ่ ที่ได้เรยี นรแู้ ละนำความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถาน การณ์ต่างๆ
4) มปี ฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกบั กลุม่ และครู
5) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรียนร้ขู องตนเองอยา่ งต่อเนื่อง
สื่อการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสรมิ สนับสนุนการจัดการกระบวนการเรยี นรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคณุ ลกั ษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมปี ระสิทธิภาพส่ือการเรียนรู้มีหลากหลาย
ประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติสือ่ สิง่ พิมพ์สือ่ เทคโนโลยี และเครือข่ายการเรยี นรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่นการเลือกใช้สื่อควร
เลอื กให้มคี วามเหมาะสมกบั ระดับพัฒนาการ และลลี าการเรียนรู้ทหี่ ลากหลายของผเู้ รียน
การจัดหาส่ือการเรยี นรู้ ผ้เู รียนและผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึน้ เองหรือปรับปรุงเลือกใช้อย่าง
มีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสารให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง
สถานศึกษาเขตพนื้ ท่ีการศึกษา หนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ งและผมู้ หี น้าท่ีจัดการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานควรดำเนนิ การดังนี้
1. จดั ใหม้ แี หล่งการเรียนรศู้ นู ย์ส่อื การเรียนร้รู ะบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย
การเรยี นร้ทู ี่มปี ระสทิ ธิภาพท้ังในสถานศกึ ษาและในชุมชนเพ่อื การศึกษาคน้ ควา้ และการแลกเปลย่ี นประสบการณ์
การเรยี นรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษาท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก
2. จัดทำและจดั หาสื่อการเรยี นรู้สำหรบั การศึกษาค้นคว้าของผู้เรียนเสริมความรู้ให้ผู้สอนรวมทั้ง
จดั หาสงิ่ ทีม่ อี ยู่ในทอ้ งถิ่นมาประยุกตใ์ ชเ้ ป็นสือ่ การเรยี นรู้
3.เลอื กและใช้สื่อการเรียนร้ทู ี่มีคุณภาพมีความเหมาะสมมีความหลากหลาย สอดคลอ้ งกับวธิ ีการเรียนรู้ ธรรมชาติ
ของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบคุ คลของผูเ้ รยี น
3. ประเมินคุณภาพของสอ่ื การเรียนรู้ท่ีเลอื กใชอ้ ย่างเป็นระบบ
4. ศึกษาค้นคว้า วจิ ัย เพือ่ พฒั นาส่อื การเรยี นรใู้ ห้สอดคล้องกบั กระบวนการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น
๑๙๘
5.จัดให้มีการกำกับติดตามประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อ
การเรียนรู้เป็นระยะๆ และสม่ำเสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษาควรคำนึงถึง
หลักการสำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตรวัตถุประสงค์การเรียนรู้การออกแบบกิจก รรม
การเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนเนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัยไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัด
ต่อศลี ธรรมมกี ารใชภ้ าษาท่ีถูกต้องรปู แบบการนำเสนอทเ่ี ข้าใจง่ายและนา่ สนใจ
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมิน
เพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสำเร็จน้ัน
ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะ
สำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุก
ระดับไมว่ า่ จะเป็นระดับช้ันเรียนระดับสถานศึกษาระดับเขตพ้นื ท่ีการศึกษา และระดบั ชาติ การวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดง
พฒั นาการ ความก้าวหนา้ และความสำเรจ็ ทางการเรียนของผเู้ รยี น ตลอดจนขอ้ มลู ทีเ่ ป็นประโยชนต์ อ่ การส่งเสริม
ใหผ้ เู้ รยี นเกิดการพัฒนาและเรียนรอู้ ย่างเตม็ ตามศักยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา
ระดับเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา และระดบั ชาติ มีรายละเอียด ดังนี้
1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนดำเนนิ การเปน็ ปกติและสมำ่ เสมอ ในการจัดการเรยี นการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน
การใช้แบบทดสอบฯลฯโดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน
ผูป้ กครองร่วมประเมิน ในกรณที ่ไี ม่ผ่านตัวชีว้ ดั ให้มกี ารสอนซ่อมเสริม
การประเมนิ ระดบั ชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบวา่ ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรยี นรู้อัน
เป็นผลมาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพยี งใด มีสงิ่ ท่จี ะต้องได้รับการพัฒนา
ปรบั ปรุงและส่งเสริมในด้านใดนอกจากนี้ยังเปน็ ขอ้ มลู ใหผ้ สู้ อนใชป้ รับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งน้ีโดย
สอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวช้ีวัด
2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผลการ
เรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการ
เรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนใน
๑๙๙
สถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อ
การปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกนั คณุ ภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษา
ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ผปู้ กครองและชมุ ชน
3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นท่ี
การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมิน
คุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความ
ร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการ
ประเมนิ ระดับสถานศกึ ษาในเขตพ้นื ที่การศึกษา
4. การประเมินระดับชาติเปน็ การประเมินคณุ ภาพผเู้ รียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษาตอ้ งจดั ให้ผเู้ รยี นทุกคนท่ีเรียน ในชั้นประถมศึกษาปีที่3ชั้น
ประถมศึกษาปีที่6เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาใน
ระดับต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการ
ตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ
ขอ้ มูลการประเมินในระดบั ต่างๆ ขา้ งตน้ เปน็ ประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน ถือเปน็ ภาระความรบั ผดิ ชอบของสถานศึกษาท่ีจะตอ้ งจัดระบบดูแลชว่ ยเหลอื ปรบั ปรงุ
แกไ้ ข สง่ เสริมสนบั สนนุ เพื่อให้ผูเ้ รยี นได้พัฒนาเต็มตามศกั ยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลทจี่ ำแนก
ตามสภาพปญั หาและความต้องการ ไดแ้ ก่ กลุ่มผู้เรยี นทั่วไป กล่มุ ผู้เรยี นท่มี คี วามสามารถพเิ ศษกลุม่ ผเู้ รียนทมี่ ี
ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นตำ่ กล่มุ ผเู้ รยี นทม่ี ปี ัญหาดา้ นวินัยและพฤติกรรมกล่มุ ผ้เู รียนทป่ี ฏิเสธโรงเรียน กล่มุ ผูเ้ รยี น
ที่มปี ญั หาทางเศรษฐกิจและสังคม กลมุ่ พกิ ารทางรา่ งกายและสติปญั ญา เป็นตน้ ข้อมูลจากการประเมินจงึ เป็น
หัวใจของสถานศกึ ษาในการดำเนินการชว่ ยเหลือผ้เู รยี นได้ทันทว่ งที ปดิ โอกาสให้ผ้เู รยี นได้รบั การพฒั นาและ
ประสบความสำเร็จในการเรยี น
สถานศึกษาในฐานะผ้รู บั ผดิ ชอบจดั การศกึ ษาจะต้องจัดทำระเบียบว่าดว้ ยการวัดและประเมนิ ผล
การเรยี นของสถานศึกษาใหส้ อดคล้องและเป็นไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏิบัตทิ เี่ ปน็ ขอ้ กำหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพ่อื ใหบ้ ุคลากรท่ีเกยี่ วข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติรว่ มกัน
๒๐๐
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
1. การตดั สิน การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรยี น
1.1 การตัดสินผลการเรยี น
ในการตัดสนิ ผลการเรยี นของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนนน้ั ผ้สู อนตอ้ งคำนึงถึงการพัฒนาผ้เู รยี นแตล่ ะคนเป็นหลัก
และตอ้ งเก็บข้อมลู ของผเู้ รยี นทกุ ด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมทัง้ สอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้
พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ
ระดบั ประถมศึกษา
(1) ผเู้ รียนตอ้ งมเี วลาเรยี นไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
(2) ผู้เรียนตอ้ งไดร้ ับการประเมนิ ทกุ ตัวชี้วัด และผา่ นตามเกณฑท์ ส่ี ถานศึกษากำหนด
(3) ผเู้ รียนต้องได้รับการตดั สินผลการเรยี นทกุ รายวิชา
(4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
ในการอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผอ่ นผนั ใหเ้ ลื่อนชัน้ ได้ แต่หากผู้เรียนไม่
ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำช้นั ได้ ท้ังนใี้ หค้ ำนึงถึงวฒุ ภิ าวะและความรคู้ วามสามารถของผเู้ รียนเปน็ สำคัญ
1.2 การใหร้ ะดับผลการเรียน
ระดับประถมศึกษาในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชาสถานศึกษาสามารถให้
ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษรระบบร้อยละ และ
ระบบทใ่ี ช้คำสำคัญสะท้อนมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้ระดับ
ผล การประเมนิ เป็น ดเี ย่ยี ม ดี และผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและผลงานของผเู้ รยี น ตามเกณฑ์ทส่ี ถานศกึ ษากำหนด และให้ผลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเปน็ ผ่าน และ
ไมผ่ ่าน
๒๐๑
1.3 การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการส่ือสารใหผ้ ปู้ กครองและผเู้ รยี นทราบความก้าวหน้าในการ
เรียนรู้ของผู้เรยี น ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ
หรอื อยา่ งนอ้ ยภาคเรยี นละ 1 ครง้ั
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคณุ ภาพการปฏิบัตขิ องผ้เู รยี นทสี่ ะท้อนมาตรฐาน
การเรยี นรกู้ ลุ่มสาระการเรียนรู้
2. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานกำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็น 1 ระดับ
คอื ระดับประถมศกึ ษา
2.1 เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสรา้ งเวลาเรยี นท่ี
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐานกำหนด
(2) ผเู้ รยี นตอ้ งมผี ลการประเมินรายวชิ าพื้นฐาน ผา่ นเกณฑ์การประเมินตามท่ีสถานศึกษา
กำหนด
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามที่สถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
สำหรับการจบการศกึ ษาสำหรับกลุ่มเปา้ หมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษา
สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัยให้
คณะกรรมการของสถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ตาม
หลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับ
กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
๒๐๒
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
กบั พฒั นาการของผู้เรยี นในด้านตา่ ง ๆ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดังน้ี
1. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทกี่ ระทรวงศึกษาธิการกำหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรยี น เป็นเอกสารแสดงผลการเรยี นและรบั รองผลการเรียนของผู้เรียน
ตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
สถานศกึ ษา และผลการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมลู และออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียน
เปน็ รายบุคคล เมอื่ ผเู้ รยี นจบการศึกษาระดบั ประถมศกึ ษา (ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6)
1.๒ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อและ
ข้อมลู ของผ้จู บการศึกษาระดับประถมศกึ ษา (ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6)
2. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่สี ถานศกึ ษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำข้ึนเพ่ือบันทึกพัฒนาการ ผลการเรยี นรู้ และขอ้ มลู สำคญั เก่ียวกับ
ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผล
การเรียน และ เอกสารอนื่ ๆ ตามวตั ถุประสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้
การเทียบโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ
เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก
ตา่ งประเทศและขอเขา้ ศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่ง
การเรียนร้อู น่ื ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชพี การจัดการศกึ ษาโดยครอบครัว
การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกที่
สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกำหนด
รายวิชา/จำนวนหน่วยกิตทจ่ี ะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม
การพจิ ารณาการเทียบโอน สามารถดำเนินการได้ ดังน้ี
1. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศึกษา และเอกสารอ่ืนๆ ทใ่ี ห้ขอ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถของ
ผู้เรยี น
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผเู้ รียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ท้ังภาคความรู้
และภาคปฏิบตั ิ
3. พิจารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัตใิ นสภาพจริง
การเทียบโอนผลการเรยี นให้เป็นไปตาม ประกาศ หรือ แนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
๒๐๓
การบรหิ ารจัดการหลกั สตู ร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิน่ และสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตร
นั้น หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาท
หน้าที่ และความรับผิดชอบในการพัฒนาสนับสนุนส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามี
ประสทิ ธภิ าพสูงสุด อนั จะสง่ ผลให้การพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรทู้ กี่ ำหนดไว้ในระดบั ชาติ
ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มี
บทบาทในการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐานที่กำหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตร
ของสถานศกึ ษา สง่ เสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดบั สถานศกึ ษา ใหป้ ระสบความสำเรจ็
โดยมีภารกิจสำคัญ คือ กำหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถิ่นโดยพิจารณาให้
สอดคลอ้ งกับสง่ิ ท่เี ป็นความต้องการในระดบั ชาติ พฒั นาสาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับ
ท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนาการพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม
ติดตามผล ประเมินผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผู้เรยี น
สถานศึกษามีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาการวางแผนและดำเนนิ การใช้หลกั สูตร
การเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจยั และพัฒนาการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทำระเบียบการวัด
และประเมินผลในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พ้นื ฐาน และรายละเอียดท่เี ขตพ้ืนท่กี ารศึกษา หรือหนว่ ยงานสังกัดอ่นื ๆ ในระดบั ท้องถน่ิ ได้จัดทำเพ่ิมเติม รวมท้ัง
สถานศกึ ษาสามารถเพิ่มเติมในสว่ นที่เก่ียวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถิน่ และความต้องการ
ของผเู้ รยี น โดยทกุ ภาคสว่ นเข้ามามสี ่วนร่วมในการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
๒๐๔