รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย ๑๔๖
แบบสรปุ ผลการเรยี นรู้รายบคุ คล กลมุ่ สาระภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖/๒
เลขที่ ชอื่ -สกลุ ประเมนิ การ ประเมนิ การ ประเมนิ รวมคา่ ผลการประเมนิ
ตอบคำถาม ทำกจิ กรรม คุณลกั ษณะฯ คะแนน
๖ ๑๒ ๑๒ ๓๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
๑ เดก็ ชายภัทรพงษ์ โกสมุ า ๕ ๑๑ ๑๐ ๒๖ ✓
๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๒ เดก็ ชายสันสกฤษ สมมาทา ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๙ ๑๐ ๒๔ ✓
๓ เด็กชายธนโชติ กันธา ๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๔ เดก็ ชายเป็นหนงึ่
๕ เด็กชายบุญจอง คำหม่นั
๖ เดก็ ชายราชศักด์ิ ดวงจนั ทร์
๗ เดก็ ชายภชู ิด คงเนยี ม ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๘ เด็กชายไชยภพ เลาหาง ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๙ เดก็ ชายสาธติ คลองวิมาน ๖ ๑๐ ๙ ๒๕ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๐ เดก็ ชายธัญนภัทร กว้างเคน ๕ ๙ ๙ ๒๓ ✓
๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๑๑ เด็กชายปารมี ปรีดามณี ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๒ เด็กชายธนกร วรรณแกว้ ๕ ๙ ๙ ๒๓ ✓
๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๑๓ เด็กหญิงธนชั พร ทองทวี ๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๖ ๑๐ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๔ เด็กหญงิ ธนัชภัค ขนุ ณาลยั ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๕ เดก็ หญิงอภชิ ญา ปนั สุภา ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๑๖ เดก็ หญิงแดง ชูลา
๑๗ เดก็ หญงิ ทอฝนั หวลจิต
๑๘ เด็กหญงิ พลอยพชิ ชา พุ่มพัชรพร
๑๙ เด็กหญิงพอลลนี เลส่อ
๒๐ เดก็ หญิงปวีณา สมนา
๒๑ เด็กหญงิ วิไลพร ยง่ิ เจรญิ
๒๒ เดก็ หญงิ ภัศศร นิชภาพงค์
๒๓ เดก็ หญิงดาว ลงุ ซอ
เกณฑ์ระดับคะแนน ช่วงคะแนน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
๒๗ – ๓๐ ๒๓ – ๒๖ ๑๘ – ๒๒ ต่ำกวา่ ๑๘
ระดับคุณภาพ
เกณฑก์ ารผ่าน ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป (๓๐ คะแนนขึ้นไป)
ลงชื่อ ..................................................................... ผปู้ ระเมิน
(พระธิติ วิจติ ฺตาจาโร (ตาเขียว))
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย ๑๔๗
รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมการตอบคำถาม (Rubrics)
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
รายการประเมนิ ๖ (ดี) ๔ (พอใช)้ ๒ (ปรบั ปรงุ )
การตอบคำถาม ร่วมตอบคำถามในเรือ่ ง ร่วมตอบคำถามใน ไม่ตอบคำถาม
ที่ครถู ามทุกครงั้ และ เรอ่ื งทคี่ รถู ามเปน็
ตอบถกู ต้องทกุ ข้อ บางคร้งั และส่วนมาก
ตอบถูก
เกณฑ์การประเมินคุณภาพ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป (๔ คะแนนข้ึนไป)
รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ การทำกจิ กรรม (Rubrics)
รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดบั คะแนน
ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
๑.ความถูกตอ้ ง เขียนเนอ้ื หาได้ถกู ต้อง เขียนเนอ้ื หาได้ถูกต้อง เขยี นเนอื้ หาได้ไม่
ตรงตามกำหนดทั้งหมด ตรงตามกำหนดค่อนขา้ งดี ตรงตามหัวขอ้ ทกี่ ำหนด
๒.ความครบถ้วน เขียนเนื้อหาได้ เขียนเนอ้ื หาได้ เขียนเนอ้ื หาไม่
๓.การใช้ภาษา
ครบถว้ นทุกประเดน็ ตรงตามขอ้ คำถามท่ีกำหนด ตรงตามข้อคำถามท่กี ำหนด
๔.ความตรง
ประเด็น คำถาม คอ่ นข้างดี
ใช้ภาษาเหมาะสมกบั ใช้ภาษาเหมาะสมกบั ใชภ้ าษาเหมาะสมกบั
กาลเทศะและเหตกุ ารณ์ กาลเทศะและเหตุการณ์ กาลเทศะและเหตกุ ารณ์
ส่อื ความหมายชัดเจนและมี สื่อความค่อนขา้ งชัดเจน สือ่ ความหมายชดั เจน
มารยาทในการเขียน มีมารยาทในการเขียน พอสมควร มมี ารยาท
ในการเขยี น
เขยี นเนอ้ื หาได้ เขยี นเนอื้ หาได้ เขยี นเนอื้ หาไม่
ตรงตามข้อคำถามท่ีกำหนด ตรงตามข้อคำถามท่กี ำหนด ตรงตามข้อคำถามที่กำหนด
ทกุ ประเดน็ คอ่ นข้างดี
เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๗ คะแนนขึ้นไป)
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐-๑๒ ดี
๗-๙
ตำ่ กวา่ ๗ พอใช้
ปรบั ปรุง
รายงานการปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๔๘
รายละเอียดเกณฑก์ ารประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Rubrics)
คณุ ลักษณะอนั พึง เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประสงค์ ดีเย่ยี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ไม่ผา่ น (๑)
มวี นิ ยั ปฏบิ ัติตนตาม ปฏบิ ัตติ นตาม ปฏิบตั ติ นตาม ไม่ปฏิบัติตนตาม
ข้อตกลงในระหว่าง ข้อตกลงในระหว่าง ข้อตกลงในระหว่าง ขอ้ ตกลงในระหวา่ ง
กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ไดด้ ี ได้ แต่ต้องมีการ ต้องมีการเตือนเป็น
เตอื นเปน็ บางคร้ัง ส่วนใหญ่
ใฝ่เรยี นรู้ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรียน ไม่ต้ังใจเรียน
และมคี วามเพียร และมคี วามเพียร
พยายามในการ พ ย า ย า ม ใ น ก า ร
เรียนและเข้าร่วม เรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
ม่งุ มนั่ ในการทำงาน ต้งั ใจและ ต้ังใจและ ตัง้ ใจปฏิบัตหิ น้าทท่ี ่ี ไมต่ งั้ ใจปฏบิ ัติ
รบั ผิดชอบในการ รับผิดชอบในการ ไดร้ ับมอบหมาย หน้าทที่ ไ่ี ด้รบั
ปฏบิ ตั หิ น้าทที่ ี่ ปฏิบัติหนา้ ที่ที่ มอบหมาย
ได้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมาย
ใหสำเรจ็ มกี าร ให้สำเรจ็
ปรบั ปรงุ การ
ทำงานใหด้ ีขนึ้
เกณฑ์การประเมินคุณภาพ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๗ คะแนนขึน้ ไป)
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๐-๑๒ ดมี าก
๗-๙ ดี
๔–๖ พอใช้
ต่ำกวา่ ๓ ปรับปรงุ
รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๔๙
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ (ออนไลน)์
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๒
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒/๒๕๖๔
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรอื่ ง สวยร้ายสายลับ เวลา ๖ ช่วั โมง
เร่อื ง คิดวิเคราะห์ด้วยแผนภาพโครงเร่อื ง เวลา ๑ ชั่วโมง
ผสู้ อน พระธิติ ตาเขยี ว วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
...............................................................................................................................................................
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพ่ือนำไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการ
ดำเนิน ชีวิตและมีนสิ ัยรกั การอ่าน
๒. ตัวชวี้ ดั
ท ๑.๑ ป.๖/๓ เขยี นแผนภาพโครงเร่อื งและแผนภาพความคดิ เพ่อื ใชพ้ ัฒนางานเขยี น
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นบอกวิธีการเขยี นแผนภาพโครงเรอื่ งได้ (K)
๒. นกั เรียนเขยี นแผนภาพโครงเรื่องจากเรื่องทอี่ ่านได้ (P)
๓. นกั เรยี นนำคณุ คา่ ท่ีอา่ นไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริงได้ A)
๔. สาระสำคัญ
การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเรือ่ งและจำเรื่องทอี่ ่านได้แมน่ ยำยังเป็นการช่วย
ฝึกทกั ษะ และพฒั นาในด้านการเขียน การพดู ต่อไป
๕. สาระการเรยี นรู้
- การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง
๖. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
- ทักษะการอ่าน
- ทกั ษะการฟงั การดู และการพดู
๒. ความสามารถในการคิด
- การสังเคราะห์
- การวเิ คราะห์
๗. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวินัย
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. มุ่งม่นั ในการทำงาน
รายงานการปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย ๑๕๐
๘. ภาระงาน/ชิ้นงาน
ใบงาน เรือ่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง
๙. ส่ือการสอน/แหลง่ เรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
๒. Google Classroom
๓. Google meet
๑๐. กิจกรรมการเรียนรู้ (ออนไลน์)
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
๑. ครูกล่าวทกั ทายนักเรียน แจง้ ใหน้ กั เรียนทราบวันนีจ้ ะเรยี นเรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง
ขน้ั สอน
๒. ครูและนกั เรียนสนทนาทบทวนเร่อื ง “สวยรา้ ยสายลับ” โดยใช้ภาพจากบทเรยี นประกอบ
๓. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายวิเคราะหโ์ ครงเรอื่ ง ลำดบั เหตุการณ์ของเร่อื งและบอกประเดน็ สำคญั
๔. นกั เรยี นอ่านและศึกษาใบความรู้ เร่ือง หลักการเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
๕. นักเรียนอ่านในใจเรื่อง “สายลับเกาหลเี หนือ” จากหนังสือเรียนภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปีที่
๖ แลว้ ร่วมกันทำใบงาน เร่ือง การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง เม่อื นักเรยี นทำใบงานเสร็จเรียบรอ้ ยให้นักเรียน
สง่ ใบงานในหอ้ งงาน Classroom
๖. ครสู มุ่ ตัวแทนนกั เรยี นออกมานำเสนอแผนภาพโครงเร่อื ง และครูชว่ ยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
แนะนำเพมิ่ เติมใหส้ มบรู ณ์
ขั้นสรปุ
๗. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปบทเรยี น เร่อื ง การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ ง และแนวทางปฏิบัติท่ี
ถูกตอ้ งในการเล่าเรอื่ ง
๑๑. การวัดและประเมินผล
รายการที่ประเมิน วธิ ีการประเมนิ เคร่ืองมือที่ใช้ เกณฑ์การประเมิน
ในการประเมนิ
๑. นักเรียนบอกวิธีการเขียน สังเกตการตอบ แบบสังเกตพฤตกิ รรม ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
แผนภาพโครงเร่อื งได้ (K) คำถาม การตอบคำถาม
๒. นักเรยี นเขยี นแผนภาพโครง ตรวจการทำ แบบประเมนิ ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
เรือ่ งจากเรื่องทีอ่ า่ นได้ (P) ใบงาน การทำใบงาน
๓. นกั เรยี นนำคุณคา่ ท่ีอ่านไป สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ร้อยละ ๖๐ ขน้ึ ไป
ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ ได้ A) อนั พึงประสงค์
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะต๋อย ๑๕๑
บันทึกผลหลังการสอน
๑. ขอ้ คดิ เหน็ ของครผู ู้สอน
✓ สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ มีจดุ ประสงค์ K P A
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ......................................................................
อ่ืน ๆ .........................................................................................................................................
๒. ผลการเรยี นของนกั เรียน
ระดบั คุณภาพ ป.๖/๑ (๒๔ คน) ป.๖/๒ (๒๓ คน)
ดีมาก ๕ ๗
ดี ๑๔ ๑๒
พอใช้ ๕ ๔
ปรบั ปรุง --
๓. ปญั หาและอุปสรรค
กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา
มีนักเรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา
มนี ักเรียนท่ไี ม่สนใจเรยี น
อ่นื ๆ .........................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เร่อื ง .................................................................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนทไี่ มผ่ ่านการประเมนิ /ไม่สนใจเรยี น ......................................................
✓ ไมม่ ขี ้อเสนอแนะ
ลงชือ่ ...........................................ผสู้ อน ลงชื่อ................................................ครูประจำวชิ า
(พระธิติ ตาเขียว) (นางสาวศันสนีย์ อินทขีณี)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณ์วชิ าชพี ครู ตำแหน่งครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการ
บนั ทกึ ผลหลังการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรฉู้ บับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหวั หน้าระดบั ชั้นและฝ่ายวชิ าการแล้ว
ลงชื่อ ................................................. ลงช่ือ ..................................................
(นางลัดดา ไหวดี) (นางรุง่ นภา แก้วก๋อง)
หวั หน้างานวิชาการ
หวั หนา้ ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖
ลงช่อื ...........................................................
(นางจนั จริ า อนิ ต๊ะเสาร)์
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา โรงเรยี นเทศบาลวัดทา่ สะต๋อย
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๕๒
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๕๓
รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวัดทา่ สะตอ๋ ย ๑๕๔
แบบสรปุ ผลการเรยี นรู้รายบคุ คล กลุม่ สาระภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖/๑
เลขที่ ช่ือ-สกลุ ประเมินการ ประเมินการ ประเมิน รวมค่า ผลการประเมิน
ตอบคำถาม ทำใบงาน คุณลกั ษณะฯ คะแนน
๖ ๑๒ ๑๒ ๓๐ ผ่าน ไมผ่ า่ น
๑ เด็กชายชานุวัฒน์ บญุ ยเนตร ๕ ๙ ๘ ๒๒ ✓
๒ เด็กชายเนติภทั ร ธมิ า ๖ ๙ ๙ ๒๔ ✓
๓ เดก็ ชายกฤษฎา โปธิ ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๔ เด็กชายณรงค์ชยั เมืองใส ๕ ๑๐ ๑๑ ๒๖ ✓
๕ เด็กชายเทพพิทักษ์ วริ ยิ ะพงษ์จินดา ๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๖ เด็กชายนวพล มัน่ คง ๖ ๙ ๙ ๒๔ ✓
๗ เดก็ ชายธนั วา พรมสอน ๖ ๑๐ ๑๑ ๒๗ ✓
๖ ๑๐ ๑๐ ๒๖ ✓
๘ เด็กชายสิทธพิ นั ธ์ นามอื ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๙ เดก็ ชายศรัญยภ์ ัทร ทา้ วภกู า ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๐ ๑๐ ๒๖ ✓
๑๐ เด็กชายจักรภัทร พุ่มพนั ฆ้อง ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๕ ๙ ๑๐ ๒๔ ✓
๑๑ เดก็ ชายจิรโชติ วจิ ติ ร ๖ ๙ ๙ ๒๔ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๒ เด็กชายชานนท์ ลุงคำ ๖ ๘ ๙ ๒๓ ✓
๖ ๘ ๙ ๒๓ ✓
๑๓ เด็กชายจกั รพันธ์ มหาน้ำ ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๖ ๑๐ ๑๐ ๒๖ ✓
๑๔ เดก็ หญิงกมลพรรณ อตุ ศรี ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๑๕ เดก็ หญิงสุธางครุ์ ตั น์ ประกอบทรพั ย์ ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๙ ๘ ๒๒ ✓
๑๖ เดก็ หญงิ ธวัลรัตน์ ทองทวี
ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
๑๗ เด็กหญิงแพรวชโยวดี ธรรมโม
๑๘ เดก็ หญิงณชิ าภรณ์ แซ่หาญ
๑๙ เดก็ หญิงลักษิกา เพญ็ ทนุพงศ์
๒๐ เด็กหญิงศิรนิ าถ แสงสว่าง
๒๑ เดก็ หญงิ มันทนา
๒๒ เด็กหญิงพรวิมล เสาร์เพ็ง
๒๓ เดก็ หญิงอรณชิ า ชื่นมาลัย
๒๔ เดก็ หญิงสาธิกา ลีโภชนะชัย
เกณฑ์ระดบั คะแนน ช่วงคะแนน
ระดบั คุณภาพ ๒๗ – ๓๐ ๒๓ – ๒๖ ๑๘ – ๒๒ ต่ำกวา่ ๑๘
เกณฑ์การผา่ น ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป (๓๐ คะแนนข้นึ ไป)
ลงช่อื ..................................................................... ผู้ประเมิน
(พระธิติ วจิ ิตตฺ าจาโร (ตาเขียว))
รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย ๑๕๕
แบบสรุปผลการเรยี นรรู้ ายบคุ คล กลมุ่ สาระภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖/๒
เลขที่ ชือ่ -สกุล ประเมนิ การ ประเมินการ ประเมนิ รวมคา่ ผลการประเมนิ
ตอบคำถาม ทำใบงาน คุณลกั ษณะฯ คะแนน
๖ ๑๒ ๑๒ ๓๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
๑ เด็กชายภทั รพงษ์ โกสุมา ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๒ เดก็ ชายสนั สกฤษ สมมาทา ๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๓ เดก็ ชายธนโชติ กันธา ๕ ๙ ๑๐ ๒๔ ✓
๖ ๙ ๙ ๒๔ ✓
๔ เด็กชายเป็นหนึ่ง
๕ เด็กชายบญุ จอง คำหมน่ั
๖ เด็กชายราชศักด์ิ ดวงจนั ทร์
๗ เดก็ ชายภูชดิ คงเนียม ๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๕ ๙ ๑๐ ๒๔ ✓
๘ เด็กชายไชยภพ เลาหาง ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๐ ๑๑ ๒๗ ✓
๙ เด็กชายสาธติ คลองวมิ าน ๖ ๑๐ ๙ ๒๕ ✓
๕ ๙ ๘ ๒๒ ✓
๑๐ เด็กชายธัญนภทั ร กวา้ งเคน ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๖ ๑๐ ๑๐ ๒๖ ✓
๑๑ เดก็ ชายปารมี ปรีดามณี ๖ ๙ ๑๑ ๒๖ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๒ เด็กชายธนกร วรรณแกว้ ๖ ๘ ๙ ๒๓ ✓
๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๑๓ เดก็ หญิงธนัชพร ทองทวี ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๖ ๑๐ ๑๐ ๒๖ ✓
๑๔ เดก็ หญิงธนชั ภคั ขุนณาลยั ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๕ เด็กหญิงอภิชญา ปันสุภา ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๑๖ เด็กหญิงแดง ชลู า
๑๗ เด็กหญิงทอฝนั หวลจิต
๑๘ เด็กหญงิ พลอยพิชชา พมุ่ พชั รพร
๑๙ เด็กหญิงพอลลีน เลสอ่
๒๐ เดก็ หญิงปวีณา สมนา
๒๑ เด็กหญงิ วไิ ลพร ย่งิ เจริญ
๒๒ เดก็ หญิงภศั ศร นชิ ภาพงค์
๒๓ เดก็ หญิงดาว ลงุ ซอ
เกณฑร์ ะดบั คะแนน ช่วงคะแนน ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
๒๗ – ๓๐ ๒๓ – ๒๖ ๑๘ – ๒๒ ตำ่ กวา่ ๑๘
ระดับคณุ ภาพ
เกณฑ์การผา่ น รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๓๐ คะแนนข้นึ ไป)
ลงชื่อ ..................................................................... ผู้ประเมิน
(พระธติ ิ วิจิตฺตาจาโร (ตาเขียว))
รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๕๖
รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนพฤตกิ รรมการตอบคำถาม (Rubrics)
เกณฑ์การให้คะแนน
รายการประเมนิ ๖ (ดี) ๔ (พอใช)้ ๒ (ปรบั ปรงุ )
การตอบคำถาม ร่วมตอบคำถามในเร่ือง รว่ มตอบคำถามใน ไม่ตอบคำถาม
ทค่ี รถู ามทกุ ครง้ั และ เรอ่ื งที่ครถู ามเป็น
ตอบถูกตอ้ งทุกขอ้ บางครัง้ และสว่ นมาก
ตอบถกู
เกณฑก์ ารประเมินคุณภาพ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๔ คะแนนข้นึ ไป)
รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมินการทำใบงาน (Rubrics)
รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
๑.ความถกู ต้อง เขยี นเนอ้ื หาได้ถูกต้อง เขยี นเนื้อหาไดถ้ ูกตอ้ ง เขียนเนอ้ื หาไดไ้ ม่
ตรงตามกำหนดทั้งหมด ตรงตามกำหนดค่อนข้างดี ตรงตามหัวขอ้ ทกี่ ำหนด
๒.ความครบถว้ น เขียนเนอ้ื หาได้ เขียนเน้ือหาได้ เขยี นเนอ้ื หาไม่
๓.การใช้ภาษา
ครบถว้ นทุกประเด็น ตรงตามข้อคำถามท่กี ำหนด ตรงตามขอ้ คำถามทก่ี ำหนด
๔.ความตรง
ประเด็น คำถาม คอ่ นข้างดี
ใช้ภาษาเหมาะสมกบั ใชภ้ าษาเหมาะสมกับ ใช้ภาษาเหมาะสมกบั
กาลเทศะและเหตกุ ารณ์ กาลเทศะและเหตกุ ารณ์ กาลเทศะและเหตกุ ารณ์
สอ่ื ความหมายชดั เจนและมี สอื่ ความค่อนขา้ งชัดเจน ส่อื ความหมายชัดเจน
มารยาทในการเขียน มมี ารยาทในการเขียน พอสมควร มีมารยาท
ในการเขยี น
เขียนเน้ือหาได้ เขียนเนอ้ื หาได้ เขยี นเนื้อหาไม่
ตรงตามขอ้ คำถามท่กี ำหนด ตรงตามขอ้ คำถามที่กำหนด ตรงตามขอ้ คำถามทก่ี ำหนด
ทกุ ประเดน็ คอ่ นข้างดี
เกณฑ์การประเมินคุณภาพ รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป (๗ คะแนนขึน้ ไป)
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐-๑๒ ดี
๗-๙
ต่ำกวา่ ๗ พอใช้
ปรบั ปรุง
รายงานการปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๕๗
รายละเอียดเกณฑก์ ารประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Rubrics)
คณุ ลักษณะอนั พึง เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประสงค์ ดีเย่ยี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ไม่ผา่ น (๑)
มวี นิ ยั ปฏบิ ัติตนตาม ปฏบิ ัตติ นตาม ปฏิบตั ติ นตาม ไม่ปฏิบัติตนตาม
ข้อตกลงในระหว่าง ข้อตกลงในระหว่าง ข้อตกลงในระหว่าง ขอ้ ตกลงในระหวา่ ง
กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ไดด้ ี ได้ แต่ต้องมีการ ต้องมีการเตือนเป็น
เตอื นเปน็ บางคร้ัง ส่วนใหญ่
ใฝ่เรยี นรู้ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรียน ไม่ต้ังใจเรียน
และมคี วามเพียร และมคี วามเพียร
พยายามในการ พ ย า ย า ม ใ น ก า ร
เรียนและเข้าร่วม เรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
ม่งุ มนั่ ในการทำงาน ต้งั ใจและ ต้ังใจและ ตัง้ ใจปฏิบัตหิ น้าทท่ี ่ี ไมต่ งั้ ใจปฏบิ ัติ
รบั ผิดชอบในการ รับผิดชอบในการ ไดร้ ับมอบหมาย หน้าทที่ ไ่ี ด้รบั
ปฏบิ ตั หิ น้าทที่ ี่ ปฏิบัติหนา้ ที่ที่ มอบหมาย
ได้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมาย
ใหสำเรจ็ มกี าร ให้สำเรจ็
ปรบั ปรงุ การ
ทำงานใหด้ ีขนึ้
เกณฑ์การประเมินคุณภาพ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๗ คะแนนขึน้ ไป)
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๐-๑๒ ดมี าก
๗-๙ ดี
๔–๖ พอใช้
ต่ำกวา่ ๓ ปรับปรงุ
รายงานการปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๕๘
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๗ (ออนไลน)์
กลุ่ม สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รหัสวิชา ท ๑๖๑๐๒
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๒/๒๕๖๔
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๓ เรอื่ ง สวยร้ายสายลบั เวลา ๖ ชว่ั โมง
เรือ่ ง การเขยี นตามจนิ ตนาการและสร้างสรรค์ เวลา ๑ ชว่ั โมง
ผสู้ อน พระธติ ิ ตาเขียว วนั ท่ี ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
...............................................................................................................................................................
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนสือ่ สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรปู
แบตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
๒. ตวั ชวี้ ัด
ท ๒.๑ ป.๖/๒ เขยี นเร่อื งตามจินตนาการและสรา้ งสรรค์
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรียนบอกหลักการเขยี นตามจนิ ตนาการได้ (K)
๒. นักเรียนเขียนเรอื่ งตามจนิ ตนาการและสร้างสรรค์ได้ (P)
๓. นกั เรียนมีมารยาทในการเขยี น (A)
๔. สาระสำคัญ
การเขียนตามจินตนาการและสร้างสรรค์การเขียนเพือ่ ถ่ายทอดข้อความหรือเรื่องราวใหผู้อ่นื รับรู
โดยอาศัยประสบการณเดิมของผู้เขียนผสมผสานกับกับความคิดเชงิ สร้างสรรค์ รวมทง้ั ความสามารถในการ
ใชภาษาเรียบเรียงนำเสนอไดอ้ ย่างเหมาะสม
๕. สาระการเรียนรู้
- การเขยี นตามจนิ ตนาการและสร้างสรรค์
๖. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
- ทักษะการอา่ น
- ทักษะการฟงั การดู และการพูด
๒. ความสามารถในการคิด
- การสังเคราะห์
- การสรปุ ความรู้
๗. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝ่เรยี นรู้
๓. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะต๋อย ๑๕๙
๘. ภาระงาน/ช้ินงาน
- ใบงาน เร่ือง เล่าเรือ่ งจากภาพ
๙. ส่อื การสอน/แหล่งเรยี นรู้
๑. หนังสือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖
๒. Google Classroom
๓. Google meet
๑๐. กิจกรรมการเรียนรู้ (ออนไลน์)
ขน้ั นำ
๑. ครูกลา่ วทกั ทายนักเรยี น แจ้งใหน้ กั เรยี นทราบวันน้ีจะเรยี นเรอื่ ง การเขียนตามจนิ ตนาการ
ข้นั สอน
๒. ใหนักเรียนศึกษาเรื่อง การเขียนตามจินตนาการและสร้างสรรค จากหนังสือเรียน รายวิชา
พืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ หนา ๑๗๗
๓. ครูอธบิ ายสรุปหลกั การเขยี นเร่อื งตามจินตนาการและสรา้ งงสรรค์
๔. ให้นักเรียนทุกคนฝึกเขียนประโยคบรรยายภาพที่ครูนำมาเป็นสื่อ จำนวน ๒ ภาพ โดยเขียนลง
ในสมุดแล้วส่มุ ชอ่ื นักเรยี นให้มาอ่านข้อความบรรยายภาพของตนเอง แล้วร่วมกันพจิ ารณาตดั สนิ ว่าในแต่ละ
ภาพข้อความใดของบุคคลใดบรรยายได้ดีท่ีสดุ ทีส่ ุด
๕. ครูอธิบายเสริมเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้นักเรียนไดส้ อบถามข้อสงสัย ก่อนที่จะให้ทำใบงาน
เร่อื ง การเขียนตามจินตนาการจากรปู ภาพ
๖. นักเรียนทำใบงาน เรื่อง เล่าเรื่องจากภาพ ซึ่งให้นักเรียนเขียนตามจินตนาการและสร้างสรรค์
และกำหนดชื่อเรื่องตามอิสระ เมื่อนักเรียนทำใบงานเสร็จเรียบร้อยให้นักเรียนส่งใบงานในห้องงาน
Classroom
ขั้นสรุป
๗. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรูท้ ีน่ ักเรียนได้ในชัว่ โมงน้ี
๑๑. การวัดและประเมนิ ผล
รายการทีป่ ระเมิน วิธีการประเมิน เคร่อื งมือทใี่ ช้ เกณฑก์ ารประเมิน
ในการประเมิน
๑. นกั เรียนบอกหลกั การเขียนตาม สงั เกตการตอบ แบบสังเกตพฤติกรรม รอ้ ยละ ๖๐ ขนึ้ ไป
จินตนาการและสรา้ งสรรคไ์ ด้ (K) คำถาม การตอบคำถาม
๒. นกั เรยี นเขียนเรือ่ งตาม ตรวจการทำ แบบประเมิน ร้อยละ ๖๐ ข้นึ ไป
จนิ ตนาการและสรา้ งสรรค์ได้ (P) ใบงาน การทำใบงาน
๓. นกั เรยี นมีมารยาทในการเขยี น สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ คุณลักษณะ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
(A) อนั พึงประสงค์
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะต๋อย ๑๖๐
บันทึกผลหลังการสอน
๑. ขอ้ คดิ เหน็ ของครผู ู้สอน
✓ สอนได้ตามแผนการจดั การเรียนรู้ มีจุดประสงค์ K P A
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก ......................................................................
อ่ืน ๆ .........................................................................................................................................
๒. ผลการเรยี นของนกั เรียน
ระดบั คุณภาพ ป.๖/๑ (๒๔ คน) ป.๖/๒ (๒๓ คน)
ดีมาก ๘ ๑๑
ดี ๑๓ ๙
พอใช้ ๓ ๓
ปรบั ปรุง --
๓. ปญั หาและอุปสรรค
กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา
มีนักเรียนทำใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกำหนดเวลา
มนี ักเรียนท่ไี ม่สนใจเรยี น
อ่นื ๆ .........................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
ควรนำแผนไปปรับปรงุ เร่อื ง .................................................................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นทไี่ มผ่ ่านการประเมนิ /ไม่สนใจเรยี น ......................................................
✓ ไมม่ ขี ้อเสนอแนะ
ลงชือ่ ...........................................ผสู้ อน ลงชื่อ................................................ครูประจำวชิ า
(พระธิติ ตาเขียว) (นางสาวศนั สนีย์ อินทขณี ี)
นกั ศกึ ษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี ครู ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการ
บนั ทกึ ผลหลังการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรฉู้ บับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากหวั หนา้ ระดบั ชั้นและฝ่ายวชิ าการแล้ว
ลงชื่อ ................................................. ลงชอ่ื ..................................................
(นางลัดดา ไหวดี) (นางรงุ่ นภา แก้วก๋อง)
หวั หนา้ งานวิชาการ
หวั หนา้ ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖
ลงช่อื ...........................................................
(นางจนั จริ า อนิ ต๊ะเสาร)์
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา โรงเรยี นเทศบาลวัดท่าสะต๋อย
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๖๑
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๖๒
รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดทา่ สะต๋อย ๑๖๓
แบบสรปุ ผลการเรยี นรูร้ ายบุคคล กลุ่มสาระภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖/๑
เลขท่ี ชือ่ -สกลุ ประเมนิ การ ประเมนิ การ ประเมนิ รวมคา่ ผลการประเมนิ
ตอบคำถาม ทำใบงาน คณุ ลักษณะฯ คะแนน
๖ ๑๒ ๑๒ ๓๐ ผ่าน ไมผ่ า่ น
๑ เดก็ ชายชานุวฒั น์ บุญยเนตร ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๒ เด็กชายเนติภัทร ธมิ า ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๓ เด็กชายกฤษฎา โปธิ ๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๔ เดก็ ชายณรงค์ชัย เมืองใส ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ เดก็ ชายเทพพิทักษ์ วริ ยิ ะพงษจ์ นิ ดา ๕ ๙ ๘ ๒๒ ✓
๖ เดก็ ชายนวพล มนั่ คง ๕ ๙ ๑๐ ๒๔ ✓
๗ เด็กชายธันวา พรมสอน ๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๘ เด็กชายสทิ ธิพนั ธ์ นามือ ๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๖ ๑๐ ๙ ๒๕ ✓
๙ เด็กชายศรัญย์ภทั ร ทา้ วภูกา ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๐ ๑๐ ๒๖ ✓
๑๐ เด็กชายจกั รภัทร พุม่ พันฆอ้ ง ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๑ เด็กชายจิรโชติ วจิ ิตร ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๐ ๙ ๒๕ ✓
๑๒ เด็กชายชานนท์ ลงุ คำ ๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๑๓ เดก็ ชายจกั รพันธ์ มหาน้ำ ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๔ เด็กหญิงกมลพรรณ อตุ ศรี ๕ ๙ ๙ ๒๓ ✓
๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๑๕ เด็กหญิงสธุ างคร์ุ ตั น์ ประกอบทรพั ย์ ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๙ ๘ ๒๒ ✓
๑๖ เดก็ หญงิ ธวัลรัตน์ ทองทวี
ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
๑๗ เดก็ หญงิ แพรวชโยวดี ธรรมโม
๑๘ เด็กหญิงณชิ าภรณ์ แซ่หาญ
๑๙ เด็กหญิงลักษกิ า เพ็ญทนุพงศ์
๒๐ เด็กหญิงศริ ินาถ แสงสวา่ ง
๒๑ เดก็ หญงิ มันทนา
๒๒ เดก็ หญงิ พรวมิ ล เสารเ์ พ็ง
๒๓ เดก็ หญิงอรณชิ า ชนื่ มาลยั
๒๔ เดก็ หญิงสาธิกา ลีโภชนะชยั
เกณฑร์ ะดบั คะแนน ชว่ งคะแนน
ระดบั คุณภาพ ๒๗ – ๓๐ ๒๓ – ๒๖ ๑๘ – ๒๒ ตำ่ กว่า ๑๘
เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ ขึ้นไป (๓๐ คะแนนข้นึ ไป)
ลงชื่อ ..................................................................... ผู้ประเมิน
(พระธิติ วิจติ ตฺ าจาโร (ตาเขยี ว))
รายงานการปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย ๑๖๔
แบบสรุปผลการเรยี นรรู้ ายบคุ คล กล่มุ สาระภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖/๒
เลขท่ี ชื่อ-สกุล ประเมนิ การ ประเมนิ การ ประเมนิ รวมคา่ ผลการประเมนิ
ตอบคำถาม ทำใบงาน คุณลักษณะฯ คะแนน
๖ ๑๒ ๑๒ ๓๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
๑ เด็กชายภัทรพงษ์ โกสุมา ๕ ๑๑ ๑๐ ๒๖ ✓
๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๒ เด็กชายสนั สกฤษ สมมาทา ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๙ ๑๐ ๒๔ ✓
๓ เดก็ ชายธนโชติ กันธา ๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๔ เดก็ ชายเปน็ หนึ่ง
๕ เด็กชายบุญจอง คำหม่นั
๖ เด็กชายราชศกั ดิ์ ดวงจนั ทร์
๗ เด็กชายภูชดิ คงเนยี ม ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๘ เดก็ ชายไชยภพ เลาหาง ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๙ เดก็ ชายสาธิต คลองวมิ าน ๖ ๑๐ ๙ ๒๕ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๐ เดก็ ชายธญั นภทั ร กว้างเคน ๕ ๙ ๙ ๒๓ ✓
๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๑๑ เดก็ ชายปารมี ปรีดามณี ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๒ เดก็ ชายธนกร วรรณแกว้ ๕ ๙ ๙ ๒๓ ✓
๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๑๓ เด็กหญิงธนชั พร ทองทวี ๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๖ ๑๐ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๔ เดก็ หญงิ ธนชั ภัค ขนุ ณาลยั ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๕ เด็กหญงิ อภิชญา ปันสภุ า ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๑๖ เดก็ หญงิ แดง ชลู า
๑๗ เด็กหญงิ ทอฝนั หวลจิต
๑๘ เดก็ หญิงพลอยพิชชา พุ่มพชั รพร
๑๙ เด็กหญิงพอลลนี เลส่อ
๒๐ เด็กหญิงปวีณา สมนา
๒๑ เดก็ หญงิ วไิ ลพร ยิง่ เจรญิ
๒๒ เดก็ หญงิ ภศั ศร นิชภาพงค์
๒๓ เดก็ หญิงดาว ลงุ ซอ
เกณฑร์ ะดับคะแนน ชว่ งคะแนน ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
๒๗ – ๓๐ ๒๓ – ๒๖ ๑๘ – ๒๒ ตำ่ กวา่ ๑๘
ระดบั คณุ ภาพ
เกณฑ์การผา่ น ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๓๐ คะแนนข้ึนไป)
ลงชือ่ ..................................................................... ผู้ประเมิน
(พระธติ ิ วจิ ติ ตฺ าจาโร (ตาเขยี ว))
รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๖๕
รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนพฤตกิ รรมการตอบคำถาม (Rubrics)
เกณฑ์การให้คะแนน
รายการประเมนิ ๖ (ดี) ๔ (พอใช)้ ๒ (ปรบั ปรงุ )
การตอบคำถาม ร่วมตอบคำถามในเร่ือง รว่ มตอบคำถามใน ไม่ตอบคำถาม
ทค่ี รถู ามทกุ ครง้ั และ เรอ่ื งที่ครถู ามเป็น
ตอบถูกตอ้ งทุกขอ้ บางครัง้ และสว่ นมาก
ตอบถกู
เกณฑก์ ารประเมินคุณภาพ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๔ คะแนนข้นึ ไป)
รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมินการทำใบงาน (Rubrics)
รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
๑.ความถกู ต้อง เขยี นเนอ้ื หาได้ถูกต้อง เขยี นเนื้อหาไดถ้ ูกตอ้ ง เขียนเนอ้ื หาไดไ้ ม่
ตรงตามกำหนดทั้งหมด ตรงตามกำหนดค่อนข้างดี ตรงตามหัวขอ้ ทกี่ ำหนด
๒.ความครบถว้ น เขียนเนอ้ื หาได้ เขียนเน้ือหาได้ เขยี นเนอ้ื หาไม่
๓.การใช้ภาษา
ครบถว้ นทุกประเด็น ตรงตามข้อคำถามท่กี ำหนด ตรงตามขอ้ คำถามทก่ี ำหนด
๔.ความตรง
ประเด็น คำถาม คอ่ นข้างดี
ใช้ภาษาเหมาะสมกบั ใชภ้ าษาเหมาะสมกับ ใช้ภาษาเหมาะสมกบั
กาลเทศะและเหตกุ ารณ์ กาลเทศะและเหตกุ ารณ์ กาลเทศะและเหตกุ ารณ์
สอ่ื ความหมายชดั เจนและมี สอื่ ความค่อนขา้ งชัดเจน ส่อื ความหมายชัดเจน
มารยาทในการเขียน มมี ารยาทในการเขียน พอสมควร มีมารยาท
ในการเขยี น
เขียนเน้ือหาได้ เขียนเนอ้ื หาได้ เขยี นเนื้อหาไม่
ตรงตามขอ้ คำถามท่กี ำหนด ตรงตามขอ้ คำถามที่กำหนด ตรงตามขอ้ คำถามทก่ี ำหนด
ทกุ ประเดน็ คอ่ นข้างดี
เกณฑ์การประเมินคุณภาพ รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป (๗ คะแนนขึน้ ไป)
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐-๑๒ ดี
๗-๙
ต่ำกวา่ ๗ พอใช้
ปรบั ปรุง
รายงานการปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๖๖
รายละเอียดเกณฑก์ ารประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Rubrics)
คณุ ลักษณะอนั พึง เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประสงค์ ดีเย่ยี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ไม่ผา่ น (๑)
มวี นิ ยั ปฏบิ ัติตนตาม ปฏบิ ัตติ นตาม ปฏิบตั ติ นตาม ไม่ปฏิบัติตนตาม
ข้อตกลงในระหว่าง ข้อตกลงในระหว่าง ข้อตกลงในระหว่าง ขอ้ ตกลงในระหวา่ ง
กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ไดด้ ี ได้ แต่ต้องมีการ ต้องมีการเตือนเป็น
เตอื นเปน็ บางคร้ัง ส่วนใหญ่
ใฝ่เรยี นรู้ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรียน ไม่ต้ังใจเรียน
และมคี วามเพียร และมคี วามเพียร
พยายามในการ พ ย า ย า ม ใ น ก า ร
เรียนและเข้าร่วม เรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
ม่งุ มนั่ ในการทำงาน ต้งั ใจและ ต้ังใจและ ตัง้ ใจปฏิบัตหิ น้าทท่ี ่ี ไมต่ งั้ ใจปฏบิ ัติ
รบั ผิดชอบในการ รับผิดชอบในการ ไดร้ ับมอบหมาย หน้าทที่ ไ่ี ด้รบั
ปฏบิ ตั หิ น้าทที่ ี่ ปฏิบัติหนา้ ที่ที่ มอบหมาย
ได้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมาย
ใหสำเรจ็ มกี าร ให้สำเรจ็
ปรบั ปรงุ การ
ทำงานใหด้ ีขนึ้
เกณฑ์การประเมินคุณภาพ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๗ คะแนนขึน้ ไป)
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๐-๑๒ ดมี าก
๗-๙ ดี
๔–๖ พอใช้
ต่ำกวา่ ๓ ปรับปรงุ
รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ๑๖๗
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๘ (ออนไลน)์
กลุ่ม สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๑๖๑๐๒
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๔
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรือ่ ง สวยร้ายสายลับ เวลา ๖ ชัว่ โมง
เร่ือง การสรปุ ความ เวลา ๑ ชั่วโมง
ผู้สอน พระธิติ ตาเขยี ว วนั ที่ ๑๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
...............................................................................................................................................................
๑. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพือ่ นำไปตัดสนิ ใจแก้ปัญหาในการ
ดำเนิน ชีวติ และมนี ิสัยรกั การอ่าน
๒. ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ป.๖/๗ อธิบายความหมายของขอ้ มลู จากการอา่ นแผนผัง แผนท่ี แผนภูมิและกราฟ
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นบอกสญั ลกั ษณ์การอ่านแผนท่ีและแผนผงั ได้ (K)
๒. นักเรียนอา่ นแผนทแ่ี ละแผนผงั ได้ (P)
๓. นกั เรยี นนำความร้จู ากการอ่านแผนที่และแผนผงั ไปใชป้ ระโยชน์ได้ (A)
๔. สาระสำคญั
การอ่านแผนที่ แผนผัง ซึ่งเป็นแบบที่เขียนย่อของสิ่งต่าง ๆ ของพื้นดนิ แม่น้า ฝั่งทะเลและอื่น ๆ
ตอ้ งร้จู กั ทิศ เครอื่ งหมายในแผนท่ี มาตราสว่ นและเสน้ รุ้งเสน้ แวงจงึ จะเกดิ ความเข้าใจและอา่ นไดถ้ กู ต้อง
๕. สาระการเรยี นรู้
การอา่ นแผนท่ีและแผนผัง
๖. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
- ทักษะการอา่ น
- ทกั ษะการฟัง การดู และการพดู
๒. ความสามารถในการคดิ
- การสังเคราะห์
- การสรปุ ความรู้
- การประเมินค่า
๗. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ยั
๒. ใฝเ่ รียนรู้
๓. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๖๘
๘. ภาระงาน/ช้ินงาน
- ใบงาน เรื่อง การอา่ นแผนท่ี
๙. ส่อื การสอน/แหล่งเรียนรู้
๑. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖
๒. Google Classroom
๓. Google meet
๑๐. กิจกรรมการเรยี นรู้ (ออนไลน์)
ขัน้ นำ
๑. ครตู งั้ คำถามวา่ นักเรียนจะเดนิ ทางไปสถานทีใ่ ดสถานทีห่ นึ่ง นกั เรยี นจะวางแผนหรอื เตรยี มตวั
อะไรบ้างเพอื่ ให้การเดินทางไปถงึ สถานที่ที่นกั เรียนตงั้ ใจจะไป ครูเช่อื มโยงเข้าส่บู ทเรยี น เรอื่ ง การอ่านแผน
ทแี่ ละแผนผัง
ขน้ั สอน
๒. ครแู จกตัวอยา่ งแผนที่ ครูและนักเรียนรว่ มสนทนากัน
- นกั เรยี นบอกทศิ เหนอื อย่ตู ำแหน่งใด
- เครอ่ื งหมายทแี่ ทนเสน้ กนั ระหวา่ งอำเภอ มลี ักษณะอย่างไร
- จากแผนที่ นักเรียนเห็นแม่น้ำหรือคลองหรือไม่ มีแม่น้ำหรือคลองอะไรบ้าง
เครอื่ งหมายหรอื สญั ลกั ษณ์เปน็ อยา่ งไร
- นกั เรยี นลองหาว่าท่ีตัง้ จังหวัดเชียงใหมอ่ ยทู่ ใี่ ด มอี ำเภออะไรบ้าง
๓. ครูให้นักเรียน ศึกษาการอ่านแผนผัง จากหนังสือเรียน ภาษาพาทีชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ ๖
หนา้ ที่ ๑๗๘-๑๗๙
๔. ครใู หน้ กั เรียนรว่ มตอบคำถาม
- แผนผังกบั แผนทีต่ า่ งกนั อยา่ งไร
- จากหนังสือเรียน หน้าที่ ๑๗๙ ถ้าห้องประชุมมีขนาดความกว้างเป็น ๑๐ เมตร
นักเรียนคิดว่าแผนผังห้องห้องประชุมจะมีขนาดกี่เซนติเมตร (๕ เซนติเมตร) แล้ว
นกั เรยี นดจู ากสิง่ ใด (มาตราสว่ น)
๕. ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงาน เรอื่ ง การอา่ นแผนท่ี เมื่อนกั เรียนทำใบงานเสร็จเรยี บรอ้ ยใหน้ กั เรียนส่ง
ใบงานในหอ้ งงาน Classroom ครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยคำตอบ
ขนั้ สรุป
๖. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ บทเรียน เรื่อง การอ่านแผนที่และแผนผัง ชี้ให้เห็นถึงความสำคญั
ของการใช้แผนทลี่ ะแผนผัง
รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๖๙
๑๑. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการประเมนิ เครอื่ งมือท่ีใช้ เกณฑ์การประเมนิ
รายการท่ปี ระเมนิ ในการประเมนิ รอ้ ยละ ๖๐ ข้นึ ไป
สังเกตการตอบ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป
๑. นกั เรียนบอกสัญลกั ษณก์ ารอ่าน คำถาม การตอบคำถาม ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป
แผนทแี่ ละแผนผังได้ (K) แบบประเมิน
๒. นกั เรยี นอา่ นแผนทีแ่ ละแผนผงั ตรวจการทำ การทำใบงาน
ได้ (P) ใบงาน แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ
๓. นักเรยี นนำความรจู้ ากการอ่าน อันพึงประสงค์
แผนท่แี ละแผนผังไปใชป้ ระโยชน์ สงั เกตพฤติกรรม
ได้ (A)
รายงานการปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๗๐
บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
๑. ข้อคดิ เหน็ ของครูผ้สู อน
✓ สอนได้ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ มจี ุดประสงค์ K P A
สอนไมไ่ ดต้ ามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่อื งจาก ......................................................................
อื่น ๆ .........................................................................................................................................
๒. ผลการเรียนของนักเรยี น
ระดับคุณภาพ ป.๖/๑ (๒๔ คน) ป.๖/๒ (๒๓ คน)
ดีมาก ๘ ๑๑
ดี ๑๓ ๙
พอใช้ ๓ ๓
ปรับปรงุ --
๓. ปัญหาและอุปสรรค
✓ กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ ไมเ่ หมาะสมกับเวลา
มนี ักเรียนทำใบงาน/ใบกจิ กรรมไม่ทันตามกำหนดเวลา
มนี ักเรียนทไี่ มส่ นใจเรียน
อน่ื ๆ .........................................................................................................................................
๔. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
✓ ควรนำแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง .................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านการประเมนิ /ไมส่ นใจเรยี น ......................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงชือ่ ...........................................ผู้สอน ลงชอื่ ................................................ครปู ระจำวชิ า
(พระธิติ ตาเขียว) (นางสาวศนั สนีย์ อินทขณี ี)
นักศึกษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชพี ครู ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการ
บนั ทกึ ผลหลังการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรฉู้ บับนี้ ได้รับการพจิ ารณาจากหวั หน้าระดบั ช้ันและฝา่ ยวชิ าการแลว้
ลงชอ่ื ................................................. ลงชอื่ ..................................................
(นางลัดดา ไหวดี) (นางรุ่งนภา แก้วก๋อง)
หวั หนา้ งานวชิ าการ
หวั หนา้ ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔-๖
ลงชอ่ื ...........................................................
(นางจนั จิรา อินต๊ะเสาร)์
ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา โรงเรยี นเทศบาลวัดทา่ สะตอ๋ ย
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๗๑
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๗๒
รายงานการปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๗๓
แบบสรุปผลการเรยี นรรู้ ายบคุ คล กลมุ่ สาระภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖/๑
เลขท่ี ชื่อ-สกุล ประเมนิ การ ประเมินการ ประเมิน รวมค่า ผลการประเมนิ
ตอบคำถาม ทำใบงาน คุณลกั ษณะฯ คะแนน
๖ ๑๒ ๑๒ ๓๐ ผ่าน ไมผ่ ่าน
๑ เด็กชายชานวุ ฒั น์ บุญยเนตร ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๒ เดก็ ชายเนติภทั ร ธิมา ๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๓ เดก็ ชายกฤษฎา โปธิ ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๔ เด็กชายณรงคช์ ยั เมอื งใส ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ เด็กชายเทพพิทักษ์ วิรยิ ะพงษจ์ ินดา ๕ ๘ ๘ ๒๒ ✓
๖ เดก็ ชายนวพล ม่ันคง ๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๗ เดก็ ชายธันวา พรมสอน ๕ ๙ ๑๐ ๒๔ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๘ เด็กชายสิทธพิ นั ธ์ นามือ ๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๙ เด็กชายศรญั ย์ภัทร ทา้ วภูกา ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๐ ๑๐ ๒๖ ✓
๑๐ เด็กชายจกั รภัทร พุม่ พนั ฆอ้ ง ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๑ เดก็ ชายจริ โชติ วิจิตร ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๒ เด็กชายชานนท์ ลุงคำ ๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๑๓ เด็กชายจักรพันธ์ มหาน้ำ ๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๔ เด็กหญงิ กมลพรรณ อุตศรี ๕ ๙ ๙ ๒๓ ✓
๕ ๑๐ ๙ ๒๔ ✓
๑๕ เด็กหญงิ สธุ างคุ์รัตน์ ประกอบทรัพย์ ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๙ ๘ ๒๒ ✓
๑๖ เดก็ หญิงธวลั รตั น์ ทองทวี
ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
๑๗ เดก็ หญงิ แพรวชโยวดี ธรรมโม
๑๘ เดก็ หญงิ ณิชาภรณ์ แซห่ าญ
๑๙ เดก็ หญงิ ลักษกิ า เพ็ญทนุพงศ์
๒๐ เดก็ หญิงศิรนิ าถ แสงสวา่ ง
๒๑ เด็กหญิงมันทนา
๒๒ เด็กหญิงพรวมิ ล เสาร์เพ็ง
๒๓ เด็กหญิงอรณิชา ชื่นมาลยั
๒๔ เดก็ หญงิ สาธกิ า ลโี ภชนะชัย
เกณฑ์ระดบั คะแนน ชว่ งคะแนน
ระดบั คุณภาพ ๒๗ – ๓๐ ๒๓ – ๒๖ ๑๘ – ๒๒ ต่ำกวา่ ๑๘
เกณฑ์การผ่าน รอ้ ยละ ๖๐ ขน้ึ ไป (๓๐ คะแนนขึ้นไป)
ลงช่ือ ..................................................................... ผู้ประเมิน
(พระธติ ิ วิจติ ฺตาจาโร (ตาเขียว))
รายงานการปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย ๑๗๔
แบบสรุปผลการเรยี นรรู้ ายบคุ คล กล่มุ สาระภาษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖/๒
เลขท่ี ชื่อ-สกุล ประเมนิ การ ประเมนิ การ ประเมนิ รวมคา่ ผลการประเมนิ
ตอบคำถาม ทำใบงาน คุณลักษณะฯ คะแนน
๖ ๑๒ ๑๒ ๓๐ ผา่ น ไมผ่ า่ น
๑ เด็กชายภัทรพงษ์ โกสุมา ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๑ ๑๐ ๒๖ ✓
๒ เด็กชายสนั สกฤษ สมมาทา ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๙ ๑๐ ๒๔ ✓
๓ เดก็ ชายธนโชติ กันธา ๖ ๙ ๑๐ ๒๕ ✓
๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๔ เดก็ ชายเปน็ หนึ่ง
๕ เด็กชายบุญจอง คำหม่นั
๖ เด็กชายราชศกั ดิ์ ดวงจนั ทร์
๗ เด็กชายภูชดิ คงเนยี ม ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๑ ๑๐ ๒๗ ✓
๘ เดก็ ชายไชยภพ เลาหาง ๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๙ เดก็ ชายสาธิต คลองวมิ าน ๖ ๑๐ ๙ ๒๕ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๐ เดก็ ชายธญั นภทั ร กว้างเคน ๕ ๙ ๙ ๒๓ ✓
๖ ๑๐ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๑ เดก็ ชายปารมี ปรีดามณี ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๕ ๑๐ ๑๐ ๒๕ ✓
๑๒ เดก็ ชายธนกร วรรณแกว้ ๕ ๙ ๙ ๒๓ ✓
๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๑๓ เด็กหญิงธนชั พร ทองทวี ๕ ๑๑ ๑๑ ๒๗ ✓
๖ ๑๐ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๔ เดก็ หญงิ ธนชั ภัค ขนุ ณาลยั ๖ ๑๑ ๑๑ ๒๘ ✓
๖ ๑๐ ๑๑ ๒๗ ✓
๑๕ เด็กหญงิ อภิชญา ปันสภุ า ๕ ๘ ๙ ๒๒ ✓
๑๖ เดก็ หญงิ แดง ชลู า
๑๗ เด็กหญงิ ทอฝนั หวลจิต
๑๘ เดก็ หญิงพลอยพิชชา พุ่มพชั รพร
๑๙ เด็กหญิงพอลลนี เลส่อ
๒๐ เด็กหญิงปวีณา สมนา
๒๑ เดก็ หญงิ วไิ ลพร ยิง่ เจรญิ
๒๒ เดก็ หญงิ ภศั ศร นิชภาพงค์
๒๓ เดก็ หญิงดาว ลงุ ซอ
เกณฑร์ ะดับคะแนน ชว่ งคะแนน ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
๒๗ – ๓๐ ๒๓ – ๒๖ ๑๘ – ๒๒ ตำ่ กวา่ ๑๘
ระดบั คณุ ภาพ
เกณฑ์การผา่ น ร้อยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๓๐ คะแนนข้ึนไป)
ลงชือ่ ..................................................................... ผู้ประเมิน
(พระธติ ิ วจิ ติ ตฺ าจาโร (ตาเขยี ว))
รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๗๕
รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนพฤตกิ รรมการตอบคำถาม (Rubrics)
เกณฑ์การให้คะแนน
รายการประเมนิ ๖ (ดี) ๔ (พอใช)้ ๒ (ปรบั ปรงุ )
การตอบคำถาม ร่วมตอบคำถามในเร่ือง รว่ มตอบคำถามใน ไม่ตอบคำถาม
ทค่ี รถู ามทกุ ครง้ั และ เรอ่ื งที่ครถู ามเป็น
ตอบถูกตอ้ งทุกขอ้ บางครัง้ และสว่ นมาก
ตอบถกู
เกณฑก์ ารประเมินคุณภาพ รอ้ ยละ ๖๐ ขึน้ ไป (๔ คะแนนข้นึ ไป)
รายละเอยี ดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมินการทำใบงาน (Rubrics)
รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน
ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)
๑.ความถกู ต้อง เขยี นเนอ้ื หาได้ถูกต้อง เขยี นเนื้อหาไดถ้ ูกตอ้ ง เขียนเนอ้ื หาไดไ้ ม่
ตรงตามกำหนดทั้งหมด ตรงตามกำหนดค่อนข้างดี ตรงตามหัวขอ้ ทกี่ ำหนด
๒.ความครบถว้ น เขียนเนอ้ื หาได้ เขียนเน้ือหาได้ เขยี นเนอ้ื หาไม่
๓.การใช้ภาษา
ครบถว้ นทุกประเด็น ตรงตามข้อคำถามท่กี ำหนด ตรงตามขอ้ คำถามทก่ี ำหนด
๔.ความตรง
ประเด็น คำถาม คอ่ นข้างดี
ใช้ภาษาเหมาะสมกบั ใชภ้ าษาเหมาะสมกับ ใช้ภาษาเหมาะสมกบั
กาลเทศะและเหตกุ ารณ์ กาลเทศะและเหตกุ ารณ์ กาลเทศะและเหตกุ ารณ์
สอ่ื ความหมายชดั เจนและมี สอื่ ความค่อนขา้ งชัดเจน ส่อื ความหมายชัดเจน
มารยาทในการเขียน มมี ารยาทในการเขียน พอสมควร มีมารยาท
ในการเขยี น
เขียนเน้ือหาได้ เขียนเนอ้ื หาได้ เขยี นเนื้อหาไม่
ตรงตามขอ้ คำถามท่กี ำหนด ตรงตามขอ้ คำถามที่กำหนด ตรงตามขอ้ คำถามทก่ี ำหนด
ทกุ ประเดน็ คอ่ นข้างดี
เกณฑ์การประเมินคุณภาพ รอ้ ยละ ๖๐ ขึ้นไป (๗ คะแนนขึน้ ไป)
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๐-๑๒ ดี
๗-๙
ต่ำกวา่ ๗ พอใช้
ปรบั ปรุง
รายงานการปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๗๖
รายละเอียดเกณฑก์ ารประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Rubrics)
คณุ ลักษณะอนั พึง เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประสงค์ ดีเย่ยี ม (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ไม่ผา่ น (๑)
มวี นิ ยั ปฏบิ ัติตนตาม ปฏบิ ัตติ นตาม ปฏิบตั ติ นตาม ไม่ปฏิบัติตนตาม
ข้อตกลงในระหว่าง ข้อตกลงในระหว่าง ข้อตกลงในระหว่าง ขอ้ ตกลงในระหวา่ ง
กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ไดด้ ี ได้ แต่ต้องมีการ ต้องมีการเตือนเป็น
เตอื นเปน็ บางคร้ัง ส่วนใหญ่
ใฝ่เรยี นรู้ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ ตั้งใจเรียน ไม่ต้ังใจเรียน
และมคี วามเพียร และมคี วามเพียร
พยายามในการ พ ย า ย า ม ใ น ก า ร
เรียนและเข้าร่วม เรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
ม่งุ มนั่ ในการทำงาน ต้งั ใจและ ต้ังใจและ ตัง้ ใจปฏิบัตหิ น้าทท่ี ่ี ไมต่ งั้ ใจปฏบิ ัติ
รบั ผิดชอบในการ รับผิดชอบในการ ไดร้ ับมอบหมาย หน้าทที่ ไ่ี ด้รบั
ปฏบิ ตั หิ น้าทที่ ี่ ปฏิบัติหนา้ ที่ที่ มอบหมาย
ได้รับมอบหมาย ได้รบั มอบหมาย
ใหสำเรจ็ มกี าร ให้สำเรจ็
ปรบั ปรงุ การ
ทำงานใหด้ ีขนึ้
เกณฑ์การประเมินคุณภาพ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป (๗ คะแนนขึน้ ไป)
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๐-๑๒ ดมี าก
๗-๙ ดี
๔–๖ พอใช้
ต่ำกวา่ ๓ ปรับปรงุ
บทที่ ๓
สรุป วิจารณแ์ ละข้อเสนอแนะ
เนื้อหารายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ในบทที่ ๓ มุ่งนำเสนอข้อสรุปของการปฏิบัติ
การสอนในสถานศึกษาที่ผ่านมา พร้อมทั้งข้อวิจารณ์และข้อเสนอแนะที่มีต่อสถานศึกษาและบุคลากร
ผูเ้ กย่ี วขอ้ ง ฉะน้นั เน้อื หาในบทนี้จงึ ประกอบด้วย สรุปการปฏิบัติการสอน วิจารณแ์ ละขอ้ เสนอแนะดังน้ี
๓.๑ สรุปการปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศึกษา
การปฏิบัติการสอนของพระธิติ วิจิตฺตาจาโร (ตาเขียว) นักศึกษาการปฏิบัติการสอน ชั้นปีที่ ๕
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา รหัส ๖๐๑๐๕๔๐๑๑๑๐๘๑ ภาคการศึกษาที่ ๒
ปีการศึกษา ๒๕๖๔ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ถึง ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ณ โรงเรียน
เทศบาลวัดท่าสะต๋อย ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีนางวิไลวรรณ คำมาเมือง
เปน็ ครพู ่ีเลย้ี ง ให้คำปรกึ ษาเร่ืองการจัดทำแผนการเรียนรู้ วธิ กี ารสอนและการแก้ไขปญั หาในดา้ นต่าง ๆ
ภาระหนา้ ที่หลักในการสอน ข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ปฏิบัตกิ ารสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
วิชาภาษาไทย รหัส ท ๑๖๑๐๒ จำนวน ๒ หน่วยกิต รวมทั้งหมด ๔ คาบต่อสัปดาห์ ในระดับช่วงช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ ๖ มีนักเรียนที่ข้าพเจ้าได้สอนทั้งหมด ๒ ห้อง รวม ๔๗ คน จำนวน ๘ คาบต่อสัปดาห์
และได้รับมอบหมายให้สอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ วิชาภาษาไทย รหัส ท ๒๓๑๐๒ จำนวน ๒ ห้อง
รวม ๖๓ คน จำนวน ๖ คาบตอ่ สัปดาห์ รวมรายวชิ าภาษาไทยทส่ี อนทง้ั หมด ๑๔ คาบต่อสัปดาห์
๓.๒ วิจารณ์
ดา้ นงานสอน
จากการศึกษางานด้านงานสอน จะพบว่าในด้านจัดการเรียนการสอนของข้าพเจ้า ทางครูพี่เลี้ยง
ได้มอบหมายให้จัดทำการสอนในรายวิชาภาษาไทยช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
รวมเปน็ จำนวน ๑๔ คาบตอ่ สปั ดาห์ ตามตารางการสอนท่ฝี า่ ยวิชาการได้กำหนดมา และในการสอนรายวิชา
ภาษาไทยนี้ ในช่วงก่อนเปิดภาคการศึกษา ข้าพเจ้าได้ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้และจัดส่งแผน
การเรียนรู้ในแตล่ ะช่วงชั้นที่ได้รับหน้าท่ีให้สอนเสนอตอ่ ฝ่ายวิชาการเพอ่ื ทำการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
ก่อนการสอนจริง เมื่อแผนการจัดการเรียนรู้ได้รับอนุญาตให้สอนแล้วข้าพเจ้าได้ดำเนินการสอน
ตามแผนการเรียนรู้รายชั่วโมงที่ได้จัดทำไว้ เมื่อสอนเสร็จแต่ละครั้งจะมีการบันทึกหลังการสอนทุกคร้ัง
ในการวดั ผลประเมินผลจะวัดดว้ ยวธิ กี ารท่ีหลากหลายเช่น ประเมนิ สภาพจริง ประเมินผลงาน ชิน้ งาน และ
มีการใช้เกณฑ์การประเมินแบบรบู ริคเปน็ เครื่องมอื เพื่อให้ครอบคลุมกับจุดประสงค์การเรียนของนักเรยี น
และเมื่อพบว่าผู้เรียนมีผลไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของแผนการเรียนรู้ก็จะมี วิธีการแก้ไขปัญหาโดย
มกี ารสอนซอ่ มเสริมในชนั้ เรียน และสอนซ้ำ จากนน้ั จงึ สง่ แผนรายงานให้ฝ่ายบรหิ ารรบั ทราบ
รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ๑๗๘
นอกจากนีใ้ นการจัดการเรียนสอนในหอ้ งเรียนได้มกี ารตัง้ กฎกติการ่วมกันในช้ันเรยี น โดยข้าพเจ้า
นำแอปพลิเคชัน Class DoJo มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อการ
เรียนการสอนมากยิ่งขึ้น เช่น การตรวจเช็คชื่อนักเรียน การตอบคำถาม การส่งงานตามกำหนด
และมีผลงานดีเด่น เมื่อนักเรียนประพฤติตามเงื่อนไขที่กำหนดร่วมกัน นักเรียนจะได้แต้มสะสม
เพื่อนำมาแลกของรางวัลจากครูผู้สอนและข้าพเจ้าได้นำแอปพลิเคชัน Class DoJo ในการจัดการเรียน
การสอนมาพัฒนาเปน็ งานวิจัยในชั้นเรียนเพื่อวัดเจตคติของนักเรยี นที่มีต่อวิชาภาษาไทย พบว่า นักเรียน
มีเจตคตขิ องนกั เรียนทีม่ ตี ่อวิชาภาษาไทยอยู่ในระดบั มาก ถือว่าบรรลุวตั ถุประสงค์ที่ได้ตงั้ ไว้
ในช่วงที่ฝกึ ปฏบิ ัติการสอนนี้เปน็ ช่วงที่เกิดโรคระบาคโควิด ทางโรงเรียนจงึ มีคำส่ังใหน้ ักเรียนหยุด
ทำการเรยี นการสอนในโรงเรียน ในด้านการเรยี นการสอนจึงได้เปล่ยี นจากการเรยี นในช้ันเรียนปกติมาเป็น
การเรยี นผ่านทางออนไลน์ ซึง่ การสอนในรูปแบบนี้ทำใหเ้ กดิ ปญั หาต่าง ๆ ทงั้ ต่อตัวผู้สอนและต่อตัวนักเรียน
เชน่ การไมเ่ ข้าเรียน การมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบระหว่างครูกับนกั เรียนจะมีนักเรยี นไม่กี่คนท่ีพูดโต้ตอบกับครู
และในเรอ่ื งของการส่งงานมีนักเรียนบางส่วนทีไ่ ม่สง่ งานและการบ้าน ฯลฯ ข้าพเจา้ จึงได้แก้ปัญหา และได้
ประยุกต์รูปแบบการสอนเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการสอนออนไลน์ เมื่อสอนครบในแต่ละเดือน
ทางโรงเรยี นจะให้ครูผูส้ อนทุกคนทำรายงานการจดั การเรยี นการสอนออนไลน์ส่งฝ่ายวชิ าการในทกุ ๆ เดือน
ด้านงานกิจกรรมนกั เรยี นและการแนะแนว
จากการศึกษางานด้านกิจกรรมนักเรียน จะพบว่าจากการศึกษากิจกรรมของโรงเรียนตลอดปี
การศึกษา ทางโรงเรียนได้มีการวางแผนล่วงหน้าไว้เป็นท่ีเรียบรอ้ ยในแต่ละภาคการเรียน ซึ่งสังเกตได้จาก
ปฏิทินวิชาการของทางโรงเรียน ซึ่งได้กำหนดไว้แล้วว่าในแต่ละกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ ใด สัปดาห์
ทใ่ี ดของเดอื นซง่ึ แต่ละกิจกรรมท่ีกำหนดน้ีจะสอดคล้องกับกลยุทธข์ องโรงเรียนขอ้ ตา่ ง ๆ ในโรงเรียนแห่งน้ี
ในช่วงที่โรงเรียนยังเปิดเรียนปกติกิจกรรมที่พบเห็นเป็นประจำทุกวันคือ กิจกรรมการเข้าแถวหน้าเสาธง
โดยจะมีการแบ่งช่วงชั้นในการเข้าแถว เพราะไม่สามารถให้ทุกช่วงชั้นมาเข้าแถวพร้อมกันได้เนื่องจาก
อยู่ในสถานการณ์โรคระบาดโควดิ ส่วนช่วงชั้นที่ไมไ่ ด้มาเข้าแถวหน้าเสาธงจะต้องมาเข้าแถวเคารพธงชาติ
หนา้ หอ้ งของแตล่ ะช่วงชน้ั แทน เมอ่ื เข้าแถวไหวพ้ ระ เคารพธงชาตเิ สร็จ กจ็ ะมคี รูทีไ่ ด้รบั ผดิ ชอบในแต่ละวัน
ออกมาพูดประชาสมั พนั ธข์ ้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ เรียกว่าครูเวร เมื่อครูเวรพูดเสร็จก็จะให้นักเรียนเข้าห้อง
ของตนเองเพื่อไปเข้ากจิ กรรมโฮมรูม ในส่วนกิจกรรมโฮมรูมนีข้ ้าพเจ้าได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ช่วยดำเนนิ
กิจกรรมร่วมกับครูประจำชั้น ในช่วงกิจกรรมโฮมรูมน้ีก็จะได้สนทนาปัญหาการเรียนของนักเรียนในห้อง
ไดช้ ่วยแนะนำแนะแนวทางการแกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ให้กบั นักเรียน ซงึ่ จะทำเปน็ กิจวตั รประจำทกุ วัน
ในส่วนของกิจกรรมแนะแนว พบว่าทางโรงเรียนคอยให้บริการแนะแนวในด้านต่าง ๆ อย่างครบ
ครัน อาทิเช่น มีระบบการช่วยเหลือนักเรียน มีการตรวจคัดกรอง แยกประเภทผู้เรียน ให้การช่วยเหลือ
ผู้เรียนและช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีการจัดคาบเรียนในรายวิชาแนะแนว มีครูชำนาญการเฉพาะด้านเปน็
ผู้ให้คำแนะนำและคอยให้คำปรึกษาต่าง ๆ นอกจากมีครูแนะแนวแล้ว ครูที่ปรึกษาของนักเรียนแต่ละชนั้
ก็ยังสามารถทำหน้าที่ในด้านนี้ได้ใน ในส่วนของนักเรียนที่จะจบการศึกษาจากโรงเรียนนี้ทางโรงเรียนได้
รายงานการปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ๑๗๙
ให้ความสำคัญโดยได้จัดให้มีสถาบันต่าง ๆ เข้ามาแนะแนวโรงเรียนผ่านระบบออนไลน์ และมีการติดป้าย
ประกาศต่าง ๆ โดยมีครทู ีป่ รึกษาเป็นผู้แนะแนวเสริมเพ่มิ เตมิ ในการเลอื กเข้ารบั การศึกษาตอ่
ด้านงานธุรการในชั้นเรียน
จากการศึกษางานด้านธุรการชั้นเรียน จะพบว่างานด้านธุรการชั้นเรียนน้ีเป็นงานที่มีความสำคญั
อกี ด้านหนึง่ และถอื วา่ มีความสำคญั ไม่น้อยไปกวา่ งานด้านการสอน เพราะเป็นอีกหนง่ึ งานทีม่ ีความเก่ียวขอ้ ง
กับตัวผู้เรียนเป็นอย่างมาก เมื่อเข้ามาฝึกปฏิบัติการสอนงานในด้านธุรการในชั้นเรียนในโรงเรียนแห่งนี้
จะแบ่งเป็นหัวข้อตา่ ง ๆ ไดด้ งั น้ี
- การเช็คชื่อนักเรียนในแต่ละวัน ซึ่งทางครูประจำชั้นได้จัดทำเป็นบัญชีรายชื่อนักเรียนและ
จะมีการเช็คชื่อทำสถิติการมาเรียนของนักเรียนในตอนเช้าในช่วงเวลากิจกรรมโฮมรมู ข้าพเจ้าได้มีหน้าที่
ตรวจเชค็ การมา ลา ขาดของนกั เรียนแตล่ ะคนเม่อื มีการเชค็ ชื่อเสร็จเรียบรอ้ ยจะมอบหมายหน้าท่ีให้หัวหน้า
หอ้ งไปบนั ทึกสถติ ิบนกระดานไวท์บอรด์ หน้าห้อง
- การบนั ทกึ ขอ้ มลู กิจกรรมโฮมรูม โดยครูประจำชนั้ โดยจะลงขอ้ มูลบันทกึ ทุกครัง้ ท่ีเข้าทำกิจกรรม
โฮมรูม ลงรายละเอียดว่าพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้ออะไร เรื่องอะไร ฯลฯ เมื่อสิ้นภาคเรียนครูจะต้องสรุป
เปน็ รายงานนำเสนอตอ่ ฝ่ายวิชาการ
- บันทึกการเก็บเงินออมทรัพย์ในโครงการ “ธนาคารโรงเรียน” ซึ่งเป็นโครงการที่ทางโรงเรียน
ได้จัดทำขึ้นโดยจะเก็บตลอดปีการศึกษา นอกจากการเกบ็ เงินออมทรัพย์แล้วก็จะมีการเก็บเงนิ ออมทรัพย์
ของหอ้ งวันละ ๕ บาท เปน็ เงนิ ส่วนกลางของหอ้ ง เพือ่ เอาไว้ซอื้ อุปกรณท์ ่จี ำเปน็ และนำมาใช้จ่ายในกจิ กรรม
ภายในหอ้ ง
- งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งครูประจำชั้นและข้าพเจ้าจะคอยรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของ
นักเรียนเป็นรายบุคคล มีการเตรียมเครื่องมือเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล เก็บรวบรวมข้อมูล
อย่างเป็นระบบเช่น งานคัดกรองผู้เรียน ระเบียนสะสม ทำแบบประเมินและแบบบันทึกต่าง ๆ ที่เกี่ยวกบั
งานดแู ลชว่ ยเหลอื
- การบันทึกข้อมูลผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนรายวิชา (ปพ.๕) แต่ทางโรงเรียนจะเรียก
เอกสารนีว้ า่ ปถ.๕ เป็นเอกสารทบ่ี นั ทึกข้อมลู ทค่ี รูใช้บนั ทกึ เวลาเรยี น ขอ้ มลู การวดั และประเมินผลการเรยี น
ต่าง ๆ ใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบ ยืนยัน สภาพการเรียน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ
ในรายวิชานั้น ๆ โดยเมื่อปลายภาคเรียนมาถึงครูจะสรุปข้อมูลและส่งให้ครูประจำชั้นเพื่อจะได้สรุปลง
ปพ.๖ อีกคร้ัง
การบันทึกข้อมูล ปพ.๕ และ ปพ.๖ นี้ทางโรงเรียนจะบันทึกผ่านโปรแกรมคำนวณสำเร็จรูป
ทำให้มีความสะดวกแมน่ ยำและลดความผดิ พลาดได้เป็นอยา่ งมาก
ด้านงานธรุ การ
จากการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ข้าพเจ้าได้ศึกษาข้อมูลด้านธุรการในโรงเรียนมีข้อมูล
ดงั ตอ่ ไปนี้
รายงานการปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๘๐
เมอื่ ไดส้ อบถามถึงหนา้ ที่งานธุรการท่ีตอ้ งทำเปน็ กจิ วตั ร พนกั งานธุรการกไ็ ดใ้ ห้ข้อมูลอย่างคร่าว ๆ
คือ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานธรุ การและงานสารบรรณการรับ-ส่งหนังสือ การลงทะเบยี นรับหนังสอื ท่อี งค์กร
หน่วยงานต่าง ๆ ที่ส่งเข้ามา และร่างโต้ตอบหนังสือราชการ จัดเก็บหนังสือราชการเป็นหมวดหมู่
เพือ่ จะได้สะดวกต่อการค้นหา จัดเก็บรวบรวมสง่ ข้อมูลรายงานประจำเดือน ตรวจสอบส่งเอกสารการเบิก-
จา่ ยเงินสวัสดิการต่าง ๆ จัดทำเวรครปู ระจำเดือน และงานอน่ื ๆ ท่เี กีย่ วขอ้ งหรอื ตามท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
ส่วนขั้นตอนการรับส่งหนังสือเมื่อมีหนังสือราชการมาถึงยังโรงเรียนจะมีช่องรับหนังสือราชการ
อยู่ทหี่ นา้ หอ้ ง เมื่อรบั มาแลว้ ก็จะทำการตรวจสอบหนังสือ แยกประเภทหนังสือ และลงทะเบียนหนังสือรับ
แล้วจึงปฏิบัติตามคำเสนอที่กำหนดมาตามหนังสือราชการ เช่น หนังสือถึงผู้อำนวยการ ก็จะนำเสนอ
ผู้อำนวยการให้รับทราบและเกษยี ณหนังสือไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ
ในสว่ นของขา้ พเจ้าที่มธี ุระเกีย่ วข้องกับฝ่ายธุรการก็คือ ประสานงาน และตดิ ตอ่ ขอ้ มูลของโรงเรียน
ตลอดถึงจกั ทำเอกสารบนั ทกึ ข้อความถงึ ผอู้ ำนวยการโรงเรียน
นอกจากเร่อื งของภาระหน้าท่ีงานธุระการแล้ว อปุ กรณส์ ง่ิ ของเครื่องมือเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับงานธุรการจะมีการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีตู้เหล็ก ลิ้นชักสำรับจัดเก็บเอกสาร
อย่างเป็นระบบ มีการแยกเอกสารแต่ละอย่างออกเปน็ หมวด ๆ บนโต๊ะทำงานมีหนงั สือเอกสารทางธุรการ
จดั เตรียมพร้อมไว้อยู่ ไดแ้ ก่ หนังสือบันทกึ ข้อความเข้า-ออก ทะเบยี นหนังสือรบั -ส่ง หนังสือบันทึกข้อความ
เสนอผอู้ ำนวยการ สมุดเลขที่คำสัง่ สมดุ ลงรายการเบิกวัสดุ สมุดเสนอเซ็น ฯลฯ
ดา้ นงานพัฒนาโรงเรยี นและชุมชน
จากการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ข้าพเจ้าได้ศึกษาข้อมูลด้านพัฒนาโรงเรียนและชุมชน
มีข้อมลู ดังต่อไปนี้
ในด้านการพัฒนาโรงเรียนทางฝ่ายบริหารของโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุง
อาคารสถานที่ของโรงเรียนให้ดูร่มรื่นน่าอยู่ เช่น การปลูกต้นไปประดับ ทำสวนหย่อม การเตรียม
ความพร้อมและให้บริการต่าง ๆ เช่นน้ำดื่ม ห้องน้ำ อ่างล้างมือ และความสะอาดของอาคาร มีการตกแตง่
ห้องเรียนให้ดูสะอาด ปลอดโปร่ง น่าเรียน และมีอุปกรณ์การเรียนการสอนครบครัน อีกทั้งได้นำเอา
ความได้เปรียบในด้านสถานที่ คือโรงเรียนที่ติดกับเขตศาสนสถาน ทางโรงเรียนแห่งนี้จึงจะเต็มไปด้วย
ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ยกเอามาเป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียนเป็นการพัฒนาโรงเรียนร่วมกับชุมชน
ไปดว้ ยกนั
ในด้านของความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ทางโรงเรียนก็ได้มีกิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์
กับชนุ ชนอย่ตู ่อเนื่องตั้งแตเ่ ปดิ ภาคเรยี นไปจนถึงชว่ งปิดการเรียนการสอน ตวั อย่างกิจกรรมเชน่
ด้านทเ่ี ก่ียวข้องกบั ผู้ปกครอง
๑. การเชิญผปู้ กครองและประชาชนในชมุ ชนมาประชมุ เช่นในวันปฐมนเิ ทศวันเปดิ เรยี น
๒. การรายงานผลการเรียนใหผ้ ปู้ กครองทราบ
๓. มีช่องทางการตดิ ตอ่ กบั ผปู้ กครองท้ังแบบกลุ่มและบุคคล
รายงานการปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวัดท่าสะตอ๋ ย ๑๘๑
ด้านทเี่ ก่ยี วข้องกบั ชมุ ชน ทง้ั ที่โรงเรยี นออกสู่ชุมชน และชุมชนมาส่โู รงเรยี น
๑. มีการประกาศข้อมูลข่าวสาร ต่าง ๆ ของโรงเรียนให้ผู้ปกครองและชุมชนรับทราบผ่านป้าย
ประกาศและสือ่ ออนไลน์ ต่าง ๆ
๒. จัดประชุมคณะกรรมโรงเรียนและศิษยเ์ ก่าเพ่ือประสานความร่วมมือในการพฒั นาสถานศึกษา
ทุก ๆ ดา้ น
๓. กจิ กรรมทางพุทธศาสนา เวียนเทยี น ทำความสะอาดวดั อบรมคณุ ธรรม
๔. การไดร้ บั การสนับสนุนในเร่อื งของเงนิ สนับสนนุ และอปุ กรณจ์ ากองค์กรตา่ ง ๆ
๕. จัดสถานท่ีบรกิ ารชมุ ชนทมี่ าร่วมกจิ กรรมภายในโรงเรยี นและกจิ กรรมอ่นื ๆ ท่เี ปน็ ประโยชนต์ ่อ
ชุมชน ใชเ้ ปน็ สถานท่ีตรวจคดั กรองโรคระบาดโควดิ และเป็นสถานที่โรงพยาบาลสนามสำรอง ฯลฯ
๓.๓ ขอ้ เสนอแนะ
ดา้ นงานสอน
ในด้านการสอนของข้าพเจ้า อาจจะใช้รูปแบบการสอนท่ีให้ครูเป็นผู้ปอ้ นข้อมลู ให้กับนักเรียนมาก
เกินไปหรือเรียกว่าครูเป็นศูนย์กลางของห้องเรียน คือครูเป็นผู้สอนให้ความรู้ และอธิบายเป็นส่วนใหญ่
ครเู ปน็ ผู้ถ่ายทอดแต่เพยี งฝา่ ยเดียว นาน ๆ ครงั้ ท่จี ะใหน้ ักเรียนเปน็ ผู้สะท้อนการเรยี นรูแ้ ละความคิดออกมา
จึงควรที่จะใช้การสอนที่เนน้ รูปแบบการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นศนู ย์กลางมากขน้ึ กว่าเดิม ให้มีการโต้ตอบ
ทั้งสองฝ่าย ให้ผู้เรียนได้สะท้อนผลย้อนกลับมากยิ่งขึ้น มีการร่วมมือกันทำงานกลุ่มและนำเสนอชิ้นงาน
เพื่อใหต้ อบโจทย์ผลลัพธข์ องนักเรียนรุ่นใหม่ในศตวรรษท่ี ๒๑ คอื ต้องคดิ เปน็ ทำเปน็ สรา้ งผลงานได้
ในชว่ งสถานการณ์โควิดนจ้ี งึ ทำใหต้ ้องสอนนักเรียนในรูปแบบออนไลน์ กระบวนการเรียนการสอน
จึงต้องมีการปรบั ประยุกต์เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ใช้เวลาสอนใหค้ ุ่มค่าและประหยัดเวลามากทีส่ ดุ
เพราะนักเรียนจะเกิดความเบื่อหน่ายไดจ้ ากการสอนนาน ๆ หลาย ๆ วิชา และในเรื่องของการมอบหมาย
งานและการบ้าน ควรลดจำนวนการให้งานควรปรับประยุกต์ทจ่ี ะมอบหมายใหท้ ำเปน็ การบ้านมาทำร่วมกัน
ในชว่ั โมงเรียน หรอื พยายามสรา้ งใบงาน ๑ ใบงานให้ครอบคลมุ หลาย ๆ ตวั ชี้วัด เพ่ือลดภาระของนักเรียน
ดา้ นงานกจิ กรรมนักเรียนและการแนะแนว
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทท่ี างโรงเรียนได้จัดขน้ึ มาแต่ละกจิ กรรมล้วนจดั ข้นึ มาเพื่อให้สอดคล้องกับกุลยุทธ์
ยุทธศาสตร์ของโรงเรียนทั้งสิ้น บางกิจกรรมที่เป็นกิจกรรมที่ดี เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อนักเรียน เช่นกิจกรรม
ทเี่ กย่ี วกับดา้ นนันทนาการ จากการสอบถามนักเรียนเสียงสว่ นใหญ่นักเรียนต้องการให้มกี ิจกรรมประเภทน้ี
บ่อย ๆ กจิ กรรมนันทนาการเมื่อจัดทำขึ้นมาแลว้ และมีผลสอดคล้องกับกลุ ยทุ ธ์และยุทธศาสตร์ของโรงเรียน
ไปแล้ว ควรจะมีการจัดทำกิจกรรมซ้ำอีกครั้ง ถ้าหากไม่กระทบกับภาระด้าน ๆ อื่นมากเกินไป
เพราะเนื่องจากจะทำให้ผู้เรียนมีกำลังใจ มีความรู้สึกดีต่อการเรียนมากขึ้น และเป็นการผ่อนคลายไม่ให้
เครง่ เครียดกบั การเรยี นในหอ้ งเรยี นมากจนเกนิ ไป
ในส่วนช่วงที่เกิดโรคระบาคโควิด ทางโรงเรียนจึงมีคำสั่งให้นักเรียนหยุดมาโรงเรียน ในส่วนของ
กิจกรรมที่ให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมก็ไม่สามารถที่จะทำได้ เนื่องมาจากความไม่พร้อมในหลาย ๆ ด้าน
รายงานการปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ๑๘๒
แ ต ่ ค ว ร จ ะ มี ก า ร จ ั ด ก ิ จ ก ร ร ม ข ึ ้ น ม า บ ้ า ง อ า จ จ ะ เ ป ็ น ก ิ จ ก ร ร ม ป ร ะ เ ภ ท น ั น ท น า ก า ร ท ี ่ พ อ จ ะ จ ั ด ทำไ ด้
และไมก่ ระทบต่อทุกฝา่ ย นำมาแทนการสอนเพือ่ ให้นกั เรยี นได้ผอ่ นคลายไม่จำเจอยกู่ บั การสอนมากเกิน
ดา้ นงานธรุ การในชน้ั เรียน
การเช็คช่ือนักเรยี นในแต่ละวนั เมอ่ื ครปู ระจำชัน้ ได้มีการเช็คการมา ลา ขาดของนักเรียนแต่ละคน
เรียบร้อยแล้ว ในกรณีของนักเรียนที่ลาและขาด ควรจะมีการเขียนใบลาให้เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐาน
มายืนยัน ส่วนใหญ่นักเรียนจะโทรมาบอกครูหรือส่งข้อความมาทางแชทกลุ่ม หรือในกรณีของนักเรียนที่
ขาดเรียน ควรมีการติดตามเพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการขาดเรยี นของนักเรยี นเพื่อจะได้ช่วยแก้ไขปัญหา
รว่ มกนั ได้
กิจกรรมโฮมรูม พบว่านักเรียนมักจะไม่ให้ความสนใจในกิจกรรมนี้เท่าที่ควรสังเกตได้
จากความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมของแต่ละคน คือ นักเรียนแต่ละคนกว่าจะเข้ามาในห้อง
ก็เสยี เวลาไปหลายนาที จนบางครง้ั กวา่ จะเลกิ กจิ กรรมก็เลยเวลากิจกรรมไปหลายนาทกี ระทบต่อคาบเรียน
ถัดไป อาจจะแก้ไขโดยให้ครูประจำชั้นควรเข้าไปคุมขณะที่นักเรียนเลิกแถวหลังเคารพธงชาติเสร็จ
ให้ม่งุ ตรงมายังห้องเรียนเพอ่ื เข้ากิจกรรมโฮมรูมทนั ที
ด้านงานธุรการ
การดำเนินการเกี่ยวกับหน้าท่ีธุรการอาจจะมีความบกพร่องบ้างเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น การจัดสรร
ลำดับความสำคัญของงานเอกสาร และคำขอร้องตามรายละเอียดที่แนบมา เอกสารบางฉบับอาจจะมี
การดำเนินการความล่าช้าไปบ้าง ทั้งนี้ก็อาจเนื่องมาจากภาระงานที่มากด้วย ข้อเสนอแนะจึงอยากให้
พนกั งานธุรการผทู้ ำหน้าท่ีเมื่อไดร้ ับเอกสารหรือรบั เรื่องไปแล้วควรจัดสรรลำดับความสำคัญและตรวจสอบ
งานเอกสารให้ครบถ้วน เช่น การรับหนังสือราชการจากภายนอกควรจะมีการตรวจสอบและทำตาม
รายละเอียดตามที่แนบมาในหนังสือราชการอย่างถูกต้องครบถ้วน เพราะหนังสือราชการถือเป็นหนังสือ
ท่ีสำคญั เป็นอย่างมาก หากผิดพลาดเพยี งเลก็ นอ้ ยกอ็ าจะเกิดผลเสียต่อโรงเรียนได้
ดา้ นงานพฒั นาโรงเรียนและชุมชน
ในดา้ นของการพฒั นาผู้เรยี นและการพฒั นาโรงเรียนพบว่าเงนิ งบประมานสว่ นใหญ่จะเน้นส่งเสริม
พัฒนาด้านผู้เรียนเป็นส่วนมาก จึงทำให้งานด้านการพัฒนาปรับปรุงโรงเรียนได้เงินสนับสนุนพอประมาณ
จึงทำให้อุปกรณ์ สถานที่บางส่วนที่มีการชำรุดทรุดโทรมเสียหาย ไม่ได้รับการปรับปรุงแกไ้ ขทนั ที ทางที่ดี
ไมค่ วรปลอ่ ยให้จนเกดิ เปน็ ปัญหาต่อผู้ใชบ้ รกิ ารหรือรอให้มีการร้องเรยี น จึงจะแกไ้ ขปรบั ปรุง ควรมีการเพ่ิม
เงินงบประมานมาสนับสนุนในด้านนี้เพิ่มมากกว่าเดิม เพราะงานด้านการพัฒนาโรงเรี ยน
กม็ คี วามสำคัญไม่น้อยกวา่ งานพฒั นาผ้เู รียน
รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดทา่ สะต๋อย ๑๘๓
๓.๔ กรณีศึกษา
ผู้ศึกษา พระธิติ วิจิตฺตาจาโร (ตาเขียว) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา กลุ่มสาระ
การเรียนรูภ้ าษาไทย โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะต๋อย อำเภอเมอื ง จงั หวัดเชยี งใหม่
ผู้รับการศึกษา เด็กชายจิรโชติ วิจิตร นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ระยะเวลาทำการศึกษา
ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
๑. สาเหตทุ ศี่ กึ ษา/พฤตกิ รรมทศ่ี ึกษา นกั เรยี นแสดงออกมา แล้วทำใหส้ นใจ
- นักเรยี นไมเ่ ข้าเรยี น สรา้ งความเดอื ดรอ้ นใหก้ บั เพอื่ น ๆ ในห้องเรยี น
- เมื่อเข้าเรยี นก็แสดงพฤติกรรมไม่สนใจเรยี น พดู คุยกบั เพ่อื น และเดนิ ไปมาในหอ้ งเรียน
- ขาดความรบั ผดิ ชอบไมท่ ำงานส่ง และไมท่ ำการบ้านตามทค่ี รมู อบหมาย
๒ . ลักษณะของปัญหา/ความพิเศษ
- มพี ฤตกิ รรมไมต่ ้งั ใจเรียน
- ผลการเรียนไม่ดเี ท่าที่ควร
- ขาดความกระตือรอื ร้นในการเรียน
- ไมส่ นใจงานตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
๓. วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพ่ือสรา้ งทศั นคติท่ดี ตี อ่ การเรยี นให้แก่นกั เรยี น
๒. เพื่อปรบั พฤตกิ รรมนกั เรยี นให้มวี นิ ยั และความรบั ผิดชอบมากขึน้
๔. ขอ้ มูลพื้นฐาน
๔.๑ ขอ้ มลู สว่ นตวั
- ชื่อ - นามสกลุ เด็กชายจริ โชติ วิจติ ร นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖
- ครูทป่ี รึกษา นางสาวศนั สนีย์ อินทขีณี ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖
๔.๒ ดา้ นพฤตกิ รรม
- จากผลการเรียน เฉลี่ยในภาคเรียน/ปีการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า เด็กชายจิรโชติ วิจิตร
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในแต่ละวิชา อยู่ในเกณฑ์พอใช้และปรับปรุง พฤติกรรม
การเรียน คือไม่สนใจเรียน ไม่เข้าเรียนเกือบทุกวิชา ไม่ร่วมกิจกรรมการเรียน
การสอน ไม่นำหนังสือ สมุดและอุปกรณ์การเรียนมาเรียน สร้างความเดือดร้อน
ให้กับเพื่อน ๆ ในช้นั เรียน
รายงานการปฏบิ ัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๘๔
๔.๓ ด้านสขุ ภาพ
- ด้านร่างกาย มีความสูงและน้ำหนักตามเกณฑ์ ไม่มีโรคประจำตัว มีความพกพร่อง
ทางการเรียนรู้, บกพรอ่ งทางพฤตกิ รรม หรอื อารมณ์
- ด้านจิตใจและอารมณ์ เมื่อเกิดความไม่พอใจจะทำให้มีอารมณ์รุนแรง ฉุนเฉียวง่าย
บางครั้งชอบใชก้ ำลังทำร้ายผู้อน่ื และมกั รบกวนหรอื เรียกรอ้ งความสนใจจากผู้อื่นอยู่
เสมอ
- ด้านพฤติกรรมที่มีผลต่อการเรียน อยู่ไม่นิ่ง ไม่สนใจเรียน และชอบคุยกับเพื่อนใน
เวลาเรียน
๔.๔ ด้านครอบครวั
- ด้านเศรษฐกิจ รายได้ของแม่อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง จำนวนเงินที่ได้รับมาโรงเรียน
ในแต่ละวัน วนั ละ ๒๐–๓๐ บาท การใชจ้ า่ ยในแต่ละวนั เพยี งพอ
- ความสัมพันธ์ในครอบครัว อาศัยอยู่กับบิดา มารดา ครอบครัวไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่
เท่าท่คี วร ทำใหเ้ กิดพฤตกิ รรมทีไ่ มเ่ หมาะสม มคี วามก้าวร้าวและรังแกผู้อ่นื การพดู คยุ
ภายในครอบครัวใช้ถ้อยคำที่หยาบคายทำให้นักเรียนซึมซับ แล้วนำมาใช้ที่โรงเรียน
ครูต้องคอยตกั เตอื น
- ดา้ นการคุ้มครองและสวัสดิภาพ สภาพบา้ นดี ระยะทางจากบา้ นไปโรงเรียนประมาณ
๓ กิโลเมตร นกั เรยี นมาโรงเรยี นโดยรถประจำทาง
๔.๕ ด้านสารเสพติด
- ไมส่ บู บหุ ร่,ี ไมด่ ่มื เครือ่ งดมื่ ท่มี แี อลกอฮอล์
๔.๖ ข้อมูลอื่น ๆ
- ความฝนั ในอนาคตไม่มี
- ไมใ่ ช้เวลาว่างให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ การเรยี น
- ความคิดเห็นของนกั เรียนมาเรียนดว้ ยความสนกุ สนานแต่ไม่ตงั้ ใจเรยี น
- ความคิดเห็นของนักเรียนต่อครอบครัวและบุคคลในครอบครัว คือ ครอบครัว
ขาดความอบอุ่น และรู้สึกว่าผู้ปกครองให้ความสนใจ เอาใจใส่ไม่ทั่วถึงต่อตนเอง
เพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้ปกครองทำแต่งาน ส่วนเรื่องการให้คำปรึกษาหรือพูดคุย
ในครอบครัวไมค่ อ่ ยมี
- ความคิดเห็นของนักเรียนต่อครูที่ปรึกษาและเพื่อน ๆ ในห้องมีความคิดที่ดีต่อครูและ
เพ่อื น
รายงานการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะต๋อย ๑๘๕
๕. เคร่ืองมือและกลวิธที ี่ใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มูล
ผู้ศึกษาได้ใช้เครื่องมือและกลวิธีต่าง ๆ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตั้งแต่วันที่ ๓ เดือนมกราคม
พ.ศ. ๒๕๖๕ ถงึ วนั ที่ ๓๑ เดอื นมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนี้
๑. การสงั เกต ไดส้ งั เกตนักเรียนในขณะเขา้ เรยี นในชั้นเรยี นในวิชาภาษาไทย
๒. การสมั ภาษณ์
๒.๑ เพ่อื นนักเรียน ประกอบดว้ ยหัวหน้าห้อง เพื่อน ๆ ในห้องเรยี น ๕ คน
๒.๒ ครูทีป่ รกึ ษา
๒.๓ ตัวนักเรียนผู้รับการศึกษา จำนวน ๒ ครั้ง พบว่า นักเรียนมีความสนใจเรียนในวิชา
ภาษาไทย เพราะมีกจิ กรรมต่าง ๆ และไดร้ ับของรางวลั ทกุ ครง้ั หลงั ทำกจิ กรรม
๒.๔ ผ้ปู กครอง จำนวน ๑ คร้งั พบว่า นกั เรยี นไมม่ กี ารบา้ นมาทำทีบ่ ้านเลย เวลาถามเก่ียวกับ
การเรียนทโ่ี รงเรยี นก็มักจะตอบว่า ไม่มีปัญหา ทำทโ่ี รงเรยี นเสรจ็ เรยี บรอ้ ย
๓. จากระเบยี นสะสม ทำใหท้ ราบข้อมูลดังนี้
๓.๑ ดา้ นการเรยี น อยูใ่ นระดับต่ำ
๓.๒ ด้านสขุ ภาพ แข็งแรง
๓.๓ ดา้ นสขุ ภาพจติ ไม่คอ่ ยรา่ เริง
๔. จากแบบประเมนิ พฤตกิ รรม และความฉลาดทางอารมณ์
๔.๑ ด้านพฤตกิ รรม พบวา่ ผิดปกติ
๔.๒ ดา้ นความฉลาดทางอารมณ์ พบวา่ มีความบกพร่อง
๕. การเยี่ยมบ้าน พบว่าครอบครวั ฐานะปานกลาง อาศัยอยู่กบั มารดา บิดาและพี่ชาย ครอบครัวขาด
ความอบอ่นุ และการดแู ลเอาใจใส่
๖. การวนิ ิจฉยั
ช่ือ-นามสกุล เดก็ ชายจริ โชติ วิจิตร เป็นนักเรียนท่ีมีจุดเด่น/จุดด้อย/มีปัญหาทคี่ น้ พบ คอื
๑. จุดเด่น คือ เป็นคนที่ชอบช่วยเหลืองานผู้อื่น (การออกแรง) มากกว่าการเรียน
หรอื ทำกิจกรรมอื่น ๆ
๒. จุดด้อย คือ เป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง ไม่สนใจเรียน ไม่ส่งงาน มีปฏิกิริยาที่ไม่ดี
เมื่อครูตักเตือน หรอื ไมพ่ อใจ และในขณะท่คี รสู อน
๓. ปัญหาที่พบ คอื
๑) ปญั หาด้านการเรียน
๒) ปัญหาทางด้านอารมณ์
๓) ไม่ต้ังใจเรียน
๔) ขาดความรบั ผิดชอบทค่ี รมู อบหมายให้ทำ
รายงานการปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดทา่ สะตอ๋ ย ๑๘๖
๗. สมมตฐิ าน
จากการวิเคราะห์ การวินิจฉัย พฤติกรรมและปัญหาของ เดก็ ชายจิรโชติ วจิ ิตร อาจเป็นไปได้ว่า
๑) เมือ่ มีปญั หาทางการเรยี นหรือเรื่องอื่น ๆ นกั เรียนไมค่ อ่ ยไดป้ รึกษาพูดคยุ กับครอบครวั
๒) นักเรียนไม่ร้จู ักแบง่ เวลาเรียนให้เป็นสดั เป็นสว่ น
๓) นักเรยี นเปน็ คนที่ไมม่ ีวนิ ยั ขาดความรับผิดชอบ
๘. สรุปการให้ความช่วยเหลอื /ส่งเสริม/แกไ้ ข
การให้ความช่วยเหลือ/ส่งเสริมและวิธีการดำเนิน จากข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของ เด็กชาย
จิรโชติ วิจิตร การวินิจฉัยวิเคราะห์สาเหตุ และแนวทางในการให้ความช่วยเหลือผู้ศึกษาได้ให้ความ
ชว่ ยเหลือโดยมวี ธิ กี ารดำเนนิ การ ดังตอ่ ไปน้ี
- ด้านการเรียน ครูต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด พูดคุยกับนักเรียนและทำความเข้าใจ
กับนักเรียนพร้อมทั้งเสริมสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเร่ืองการสร้างแรงจูงใจในการ
เรียนให้กับนกั เรียน
- ด้านเศรษฐกิจ ไม่มปี ัญหา
- ด้านสังคม ไมม่ ปี ญั หา
- ดา้ นอารมณ์ สรา้ งความเปน็ กนั เอง ความคนุ้ เคยเปน็ หลัก ให้เด็กรู้สกึ วา่ มีคนทเี่ ข้าใจ ฝกึ ทักษะ
การผ่อนคลายตนเอง เช่น ดนตรี ศิลปะ ฝึกลมหายใจ สติ สมาธิ และหากิจกรรมสร้างสรรคด์ ึงดดู
ความสนใจ เพ่อื ควบคมุ อารมณไ์ ม่ใหไ้ ปสรา้ งความเดอื ดร้อนกบั ผู้อืน่
- ด้านพฤติกรรม ผู้ปกครองและคุณครู พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาของเด็กที่พบในบ้าน
และโรงเรยี น ชว่ ยกนั ดแู ลสอดสอ่ งพฤตกิ รรม ใหค้ ำปรึกษา เสรมิ สรา้ งกำลังใจให้แก่นกั เรยี น
๙. การตดิ ตามผล
ผลการติดตาม ๑ เดือน หลงั จากให้การดูแลชว่ ยเหลอื พบว่า
ดา้ นการเรยี น นกั เรยี นเขา้ เรียนทุกคาบ เวลาเรียนไม่พดู คยุ กับเพื่อน ขณะครสู อนและไม่มี
พฤติกรรมต่อต้านครู พฤติกรรมที่ปฏิบัติกับครูดีข้ึน มีงานส่งครู อาจจะมีช้ากวา่ กำหนด
บ้าง ผลการเรียนดีขึน้
ดา้ นเศรษฐกจิ อยใู่ นเกณฑท์ ่ดี ี
ด้านสังคม ไมม่ ปี ญั หา
ดา้ นอารมณ์ ไมม่ ีปัญหา สภาพทางอารมณ์ดีขน้ึ
ดา้ นพฤตกิ รรม ดขี ึ้นขยันเรียนมากกวา่ เดิม สง่ งานมากข้นึ
รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย ๑๘๗
๑๐. สรุปผล
จากกรณีศึกษา เด็กชายจิรโชติ วิจิตร พบว่ามีปัญหา คือ นักเรียนมีปัญหาด้านความประพฤติ
ใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย และเกรี้ยวกราด ไม่สนใจเรียน เบื่อหน่ายกับการเรียน พูดคุย
กับเพื่อนขณะที่ครูสอน ไม่มีสัมมาคารวะกับครู และแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเมื่อครูตักเตือน หรือ
ไม่ถูกใจ เป็นเพราะว่านักเรียนไม่เห็นความสำคัญของการเรียน รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ และไม่มีที่ปรึกษา
เมื่อมีปัญหา ขาดการดูแลเอาใจใส่ ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน และไม่รู้จักแบ่งเวลา จึงส่งผลให้การเรียน
ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ไม่ส่งงานตามที่ครูกำหนด ขาดความรับผิดชอบ ครูจึงหาทางแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าว
ทำให้นักเรียนมีพฤติกรรมดีขึ้น เป็นผลให้การเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี เมื่อให้การดูแลช่วยเหลือ แก้ไข
ปัญหาโดยวิธีการตา่ ง ๆ ไดผ้ ลดขี ้นึ
๑. ต้ังใจเรียนมากข้ึน เขา้ เรยี นวิชาภาษาไทยทกุ ครั้ง
๒. ไม่พดู คยุ ขณะครูสอนดขี ้ึน
๓. มงี านสง่ ผลการเรียนดขี น้ึ
๔. ควบคมุ อารมณ์ได้ดขี น้ึ
๑๑. ขอ้ เสนะแนะ
ครูผู้สอนและครูที่ปรึกษามีความสำคัญต่อนักเรียนเป็นอย่างมาก เพราะครูที่สอนจะทราบ
พฤติกรรมการเรียนของนักเรียนดีเมื่อสอน ส่วนครูที่ปรึกษาจะทราบภูมิหลังของนักเรียนทุกคนเน่ืองจาก
มีการเยี่ยมบ้าน สอบถามความเปน็ อยู่ของนักเรยี น ดังนั้น เมื่อนกั เรียนคนใดมีความผิดปกติในด้านใดดา้ น
หนึ่ง ครผู ู้สอนและครูท่ปี รึกษาต้องร่วมกนั หาทางแกไ้ ขให้กบั นกั เรยี นคนนน้ั โดยครทู ีส่ อนแตล่ ะวิชาเมื่อเห็น
เด็กมีปัญหาก็สามารถปรึกษาและหาข้อมูลจากครูที่ปรึกษา เพื่อประสานงานกับครูที่ปรึกษา
และผู้ปกครองในการช่วยเหลือ เพื่อให้นักเรียนมีพฤติกรรมด้านการเรียน หรือพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ดีขึ้น
และปรบั ปรงุ แก้ไขใหด้ ขี ึ้นตอ่ ไป
รายงานการปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวัดท่าสะตอ๋ ย ๑๘๘
๓.๕ การวจิ ัยทางการศกึ ษาและการวิจยั ในช้นั เรยี น
๑. ชอ่ื เรือ่ ง
การใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo เพื่อเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของนักเรียน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ โรงเรยี นเทศบาลวัดท่าสะตอ๋ ย อำเภอเมือง จงั หวัดเชยี งใหม่
๒. ความเป็นมาและความสำคญั
ในศตวรรษที่๒๑ มีการสื่อสารอย่างไร้พรมแดนในยุคสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ในด้าน
การจดั การเรยี นการสอน จึงต้องมกี ารพฒั นากิจกรรมการเรียนการสอนเพอื่ ให้สอดคล้องกบั สภาพแวดล้อม
สังคม และยุคสมัยของผเู้ รียนท่เี ปลย่ี นแปลงไป เด็กร่นุ ใหมเ่ กิดมาพร้อมกบั ความสามารถในการสบื ค้นข้อมูล
ได้อยา่ งรวดเรว็ โดยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งเป็นลกั ษณะเฉพาะของเด็ก “Generation Z” ที่มีความเป็น
ตัวของตัวเอง คิดเร็ว ทำเร็ว มีความเชื่อม่ันในตนเองสูง ชอบความท้าทาย นิยมการสื่อสารผ่านเทคโนโลยี
ทที่ ันสมยั
แต่ดว้ ยความทนั สมยั น้ีกลับทำให้นักเรยี นเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเจตคติทีด่ ีตอ่ การเรยี นการสอน
ลดลง เจตคตขิ องนกั เรียนจึงเปน็ สิง่ ทีม่ ีความสำคญั มาก เพราะถา้ นกั เรียนมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไรก็จะทำ
ตามความรสู้ กึ นกึ คิดนน้ั เนอ่ื งจากเจตคตมิ ีอทิ ธพิ ลตอ่ การแสดงออกของความรู้สกึ นกึ คิด และการแสดงออก
ของพฤติกรรม ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เจตคติเป็นสิ่งที่สนับสนุนให้บุคคลแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ
หากนักเรียนมีเจตคติทีด่ ีต่อการเรียน ต่อครูผู้สอนและต่อกระบวนการวิชาที่เรียน ย่อมส่งผลให้นักเรียนมี
ความขยนั ต้ังใจเรยี นและประสบความสำเรจ็ ทางการเรยี น
เพื่อให้การเรียนการสอนสอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปครูจึงควรใช้เทคโนโลยีทางการ
เรียนเข้ามาใช้ในการสอน ซง่ึ แอปพลเิ คชัน Class Dojo เป็นแอปพลิเคชันที่ใชใ้ นการบรหิ ารจดั การชั้นเรียน
ที่มีประสิทธิภาพวิธีการหนึ่ง เนื่องจากตัวแอปพลิเคชันมีแนวคิดหลักในการช่วยจัดกิจกรรมการเรียน
การสอน โดยมีการผสมผสานวิธกี ารสอนและวธิ ีการประเมินที่หลากหลายได้เป็นอย่างดีและยังสามารถใช้
บนอุปกรณ์ต่างๆได้ทุกชนิดจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องมือในการจัดการชั้นเรียนที่ช่วยผู้สอนสามารถติดตาม
พฤติกรรมของผู้เรียนในชั้นเรียนได้อย่างรวดเร็ว และง่ายในรูปแบบเรียลไทม์อีกทั้งยังส่งเสริมให้ผู้เรียน
มสี ว่ นร่วมในชั้นเรยี น จดจอ่ อยกู่ บั กิจกรรมการเรียนรู้
จากความสำคัญที่ตอ้ งการให้ผู้เรยี นมเี จตคติทด่ี ีตอ่ การเรียนวชิ าภาษาไทยในยุคสมยั ที่เทคโนโลยี
และนวตั กรรมพัฒนากา้ วหน้าไปอย่างรวดเร็ว จึงจำเปน็ ตอ้ งใช้เคร่อื งมอื ในการจัดการช้ันเรียนรูปแบบใหม่
ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนรุ่นใหม่ ผู้วิจัยในฐานะที่เป็นครูสอนวิชาภาษาไทยจึงมี
ความสนใจใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo เพื่อเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของนักเรียน
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย อำเภอเมือง จังหวดั เชยี งใหม่ใหด้ ียิ่งขึ้นไป
๓. ปัญหาการวจิ ัย
การใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo เพื่อเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของนักเรียน
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย อำเภอเมอื ง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอย่างไร
รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๘๙
๔. วตั ถุประสงคข์ องการวิจัย
เพื่อศึกษาการใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo ในการเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของ
นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะต๋อย อำเภอเมือง จังหวัดเชยี งใหม่
๕. ขอบเขตการวจิ ยั
การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาการใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo เพื่อเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชา
ภาษาไทยของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย อำเภอเมอื ง จังหวดั เชียงใหม่
ซง่ึ กำหนดขอบเขตการวิจยั ดงั น้ี
ขอบเขตด้านประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน ๔๗ คน โรงเรียน
เทศบาลวัดท่าสะต๋อย ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ขอบเขตดา้ นเวลา
การทำวิจัยคร้ังน้ีดำเนินการในภาคเรยี นที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
๖. ตวั แปรในการวิจัย
๑. ตัวแปรอิสระ (ต้น) ไดแ้ ก่ แอปพลเิ คชนั Class Dojo
๒. ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ เจตคติตอ่ รายวชิ าภาษาไทย
๗. สมมตุ ฐิ านการวิจยั
เจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หลังการใช้แอปพลิเคชัน
Class Dojo อยู่ในระดบั มาก
๘. นิยามศัพท์เฉพาะ
เจตคติต่อการเรยี นภาษาไทย หมายถึง แนวคดิ ความคดิ เห็น ความรู้สึกนกึ คิด ทัง้ ด้านชอบและ
ไม่ชอบ ของนกั เรยี นท่มี ตี อ่ ประสบการณ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ซงึ่ วดั ไดจ้ ากการตอบแบบสอบถามวัด
เจตคติตอ่ การเรียนภาษาไทย จำนวน ๑๕ ขอ้
แอปพลิเคชัน Class Dojo หมายถึงแอปพลิเคชันที่ใช้ในการบริหารจัดการชั้นเรียนที่ครูใช้ใน
กิจกรรมการเรยี น เพอื่ ให้นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ โรงเรยี นเทศบาลวัดท่าสะต๋อย มีส่วนร่วมในการ
เรียนการสอน
๙. ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการวจิ ยั
๑. ทำให้ครูผู้สอนทราบเจตคติของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะตอ๋ ย
ท่ีมตี อ่ รายวชิ าภาษาไทย
๒. เพื่อนำผลที่ได้มาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนในรายวิชา
ภาษาไทย
รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย ๑๙๐
๑๐. เอกสารและงานวิจัยที่เกยี่ วข้อง
การใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo เพื่อเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษา
เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กยี่ วข้องมดี ังต่อไปน้ี
๑๐.๑ ความหมายของเจตคติ (Attitude)
๑๐.๒ องคป์ ระกอบของเจตคติ
๑๐.๓ แอปพลเิ คชัน Class Dojo
๑๐.๔ งานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วข้อง
๑๐.๑ ความหมายของเจตคติ (Attitude)
เจตคติ มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน (๒๕๒๕:๓๙๓) เป็นคำนาม หมายถึง
ท่าทีหรอื ความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อส่งิ ใดสิ่งหน่งึ หรือในภาษาอังกฤษตรงกบั คำว่า Attitude ซ่ึงมีรากศัพท์
มาจากภาษาลาตินว่า Aptus แปลว่า โน้มเอียง เหมาะสม สำหรับความหมายที่นักจิตวิทยาหรือกลุ่ม
ผทู้ สี่ นใจศกึ ษาเกยี่ วกับเจตคตไิ ดใ้ ห้ความหมายไวอ้ ย่างหลากหลาย แตม่ ีสิ่งที่ตรงกนั พอสรุปได้วา่ เจตคตเิ ป็น
เรื่องของอารมณ์ความรู้สึกภายในตัวบุคคลที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อมีข้อมูลของสิ่งใดสิ่งหนึ่งส่งไปยังสมอง
บุคคลจะแสดงออกเป็นพฤติกรรมสนองตอบ จึงไม่สามารถสังเกตได้โดยตรง โดยพฤติกรรมที่แสดงออก
จะมลี กั ษณะเป็นไปในทางบวก ลบ หรอื เปน็ กลาง และเจตคติมีความคงทนแตก่ ็ยังสามารถเปล่ียนแปลงได้
บุญเรือง ศรีเหรัญ (๒๕๕๔ : ๕๖) กล่าวว่า เจตคติ หมายถึง ความรู้สึกของบุคคลอันเป็นผล
เนือ่ งมาจากการเรยี นรู้ ประสบการณ์ และจะเป็นตวั กระตนุ้ ให้บคุ คลแสดงพฤตกิ รรมตา่ ง ๆ ไปในทิศทางใด
ทศิ ทางหนึ่งที่อาจเปน็ การสนบั สนนุ หรือต่อต้านกไ็ ด้
บุญญลักษม์ ตำนานจิตร (๒๕๕๒ : ๓๕) กล่าวว่าเจตคติ หมายถึง ความรู้สึกที่แสดงออกมาใน
ทางบวกหรือทางลบหรือที่เป็นกลาง เช่น พอใจ ไม่พอใจ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ชอบหรือไม่ชอบต่อบุคคล
หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือไม่มีความรู้สึกใด ๆ และบุคคลซึ่งแสดงความรู้สึกทางด้านพฤติกรรม ทั้งพฤติกรรม
ภายนอก ที่สังเกตได้ด้วยท่าทางหน้าตาบ่งบอกถึงความพึงพอใจ และพฤติกรรมภายใน เป็นพฤติกรรม
ทสี่ งั เกตไม่ไดช้ อบหรอื ไมช่ อบกไ็ ม่แสดงออก
๑๐.๒ องค์ประกอบของเจตคติ
ประภาเพ็ญ สุวรรณ (๒๕๒๖ : ๓๔) ได้แบง่ องค์ประกอบของเจตคติ ๓ ประการ คอื
๑. องค์ประกอบดา้ นความรู้ความเข้าใจ (Cognitive Component) ความรู้ความเข้าใจของบุคคล
ท่ีมตี ่อสงิ่ เร้านน้ั ๆ เพือ่ เปน็ เหตผุ ลทีจ่ ะสรุปความและรวมเปน็ ความเช่ือ
๒. องค์ประกอบดา้ นความร้สู กึ และอารมณ์ (Affective Component) ความรู้สกึ หรืออารมณ์ของ
บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งเร้าต่างเป็นผลต่อเนื่องมาจากที่บุคคลประเมินค่าสิ่งเร้านั้นแล้วพบว่าพอใจ
หรือไม่พอใจ ต้องการหรือไมต่ อ้ งการ เชน่ เจตคติท่ีมีตอ่ งานทที่ ำ
รายงานการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวัดท่าสะตอ๋ ย ๑๙๑
๓. องค์ประกอบด้านพฤติกรรม (Behavioral Component) ความพร้อมหรือความโน้มเอียง
ทบ่ี ุคคลประพฤติปฏิบัติหรือตอบสนองตอ่ สงิ่ เรา้ ในทิศทางที่จะสนับสนุนหรอื คัดค้าน ทงั้ น้ขี ้ึนอยู่กบั ความเชื่อ
หรือความร้สู ึกของบุคคลทีไ่ ดร้ ับจากการประเมินคา่ ให้สอดคล้องกบั ความรู้สกึ ทีม่ ีอยู่
๑๐.๓ แอปพลเิ คชัน Class Dojo
สุรพล บุญลือ (ออนไลน)์ กลา่ ววา่ แอปพลเิ คชนั Class Dojo เปน็ แอปพลิเคชนั ที่ใช้ในการบริหาร
จัดการชั้นเรียนที่มีประสิทธภิ าพวิธีการจัดการเรียนการสอนท่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นศูนยก์ ลาง ที่มีการผสมผสาน
วิธีการสอนและวิธีการประเมินที่หลายหลายได้เป็นอย่างดีรวมถึงยังสามารถเพิ่มผู้มีส่วนร่วมได้มากมาย
และยังสามารถใชบ้ นอุปกรณต์ า่ งๆไดท้ ุกชนิด
ผ้ใู ช้งานโปรแกรม จะมีอยู่ด้วยกัน ๓ ประเภท คือ
๑. ผูส้ อน ซ่งึ จะมผี ู้สอนหลักและเพม่ิ ผู้สอนร่วมได้
๒. นักเรียน นักศึกษา จะต้องเข้ามาทำกิจกรรมการเรียนรู้และสามารถรับรู้ผลการประเมินในทุก
ส่วนได้
๓. ผู้ปกครอง เนื่องจากแอปพลิเคชันนี้เป็นการใช้งานได้ตั้งแต่ระดับประถมเป็นต้นไปดังนั้น
ผู้ปกครองจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการรบั รู้การประเมิน และความก้าวหน้าของนักเรียนในปกครอง
ของตนเองได้ จะเห็นไดว้ ่า การใช้งานที่หลากหลายจึงไม่เป็นการแปลกเลยที่แอปพลิเคขันนี้จะไดร้ บั ความ
นิยมอยา่ งรวดเรว็ และมีการใชง้ านท่ีหลากหลาย กิจกรรมตา่ งๆ
แอปพลิเคชัน Class Dojo เป็นระบบที่สนับสนุนการเรียนการสอนที่ออกแบบโดยใช้แนวคิด
ของเกมมิฟิเคชัน แอปพลิเคชัน Class Dojo เป็นเครื่องมือในการจัดการชั้นเรียนที่ช่วยครูผู้สอนควบคุม
พฤตกิ รรมของนักเรียนในชัน้ เรยี นไดอ้ ย่างรวดเรว็ และง่ายดายในรปู แบบเรียลไทม์สง่ เสริมให้นกั เรียนมีส่วน
ร่วมในช้ันเรยี น จดจอ่ อยกู่ ับกิจกรรมการเรยี นรู้
ระบบการจัดการของแอปพลเิ คชนั คลาส โดโจที่สำคัญมี ๔ ด้าน ดงั นี้
๑. ระบบการสร้างตัวละครของนักเรียน โดยนกั เรียนจะมตี วั ละครประจําตัวของตนเองในชั้นเรียน
นกั เรียนสามารถเลอื กและปรบั เปลยี่ นตวั ละครดว้ ยตนเองได้
๒. ระบบการเสริมแรง ครผู ูส้ อนสามารถให้รางวัลเพิ่มสำหรับนักเรียนทม่ี ีพฤติกรรมในชั้นเรียนที่ดี
และสามารถลดคะแนนนกั เรยี นในกรณที ่ีนกั เรียนมีพฤตกิ รรมที่ไมพ่ งึ ประสงคไ์ ด้ทันที
๓. ระบบรายงานพฤติกรรมของนักเรียน ครูผู้สอนสามารถแจ้งพฤติกรรมของนักเรียนให้แก่
ผปู้ กครอง และผูบ้ ริหารโรงเรียนทราบได้
๔. นอกจากนี้แล้ว ยังมีระบบการวิเคราะห์คะแนนเบื้องต้น ซึ่งจะประเมินทักษะในด้านต่าง ๆ
ออกมาเป็นกราฟ เพื่อให้เห็นคะแนนในด้านต่าง ๆ ทั้งบวกและลบได้ในทันทีอีกทั้งยังสามารถนําข้อมูล
ออกมาอยใู่ นรปู แบบของ Excel ได้อีกดว้ ย
รายงานการปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวัดทา่ สะตอ๋ ย ๑๙๒
๑๐.๔ งานวิจัยท่เี กย่ี วขอ้ ง
รววี รรณ อนิ จยุ้ (๒๕๖๒ : บทคดั ย่อ) วจิ ัยเรือ่ ง ผลของการจัดกจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดยใช้เทคนิคเกม
มิฟิเคชันต่อแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และความพึงพอใจของนักเรียนพยาบาลกองทัพบก ผลการวิจัยพบว่า
นักเรียนพยาบาลมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์หลังได้รับกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชันในรายวิชา
ปฏิบัติการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชสูงกว่ากว่าก่อนได้รับกิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนพยาบาล
มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชันแตกต่างกัน
อย่างมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั .๐๕ ความพึงพอใจของนักเรยี นพยาบาลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย
ใช้เทคนิคเกมมิฟิเคชัน ในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช มีระดับความพึงพอใจโดย
รวมอยู่ในระดบั ปานกลาง ( ̅ = ๓.๘๐, SD = ๐.๘๓)
นิธินันท์ ธนปรีชานันท์ (๒๕๖๐ : บทคัดย่อ) วิจัยเรื่อง การใช้การจัดอนั ดับแต้มขยัน Class Dojo
ในการพัฒนาอุปนิสัยด้านการพัฒนาตนเองอยู่เสมอของนักเรียนชั้น ป.๕/๔ โรงเรียนปรินส์รอยเยลส์
วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่า การนำแต้มขยันในห้องเรยี น (ClassDojo) และการจัดอันดับ
แต้มขยันมาใช้ควบคู่ไปกับการเรียนการสอน ทำให้นักเรยี นมีความรับผิดชอบต่อการศึกษาเพิ่มขึ้น และยงั
กระตุ้นใหน้ ักเรยี นมีความคิดรเิ รมิ่ ท่ีจะเปลีย่ นแปลงตัวเอง สง่ ผลใหค้ ะแนนเฉล่ยี ของนักเรียนกวา่ ร้อยละ ๘๐
เป็นไปในทิศทางท่ีดีข้ึน จากการสรุปคะแนนผลสัมฤทธ์ทิ งั้ สองภาคเรียน
กรอมุ า แจม่ วิญญู (๒๕๕๘ : บทคัดยอ่ ) วจิ ยั เรอื่ ง การใช้เว็บไซต์ Classdojo.com เพอื่ การจัดการ
ในชั้นเรียนเชงิ บวก และพัฒนาผลสมั ฤทธิ์วิชาภาษาองั กฤษ ของนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ผลการวิจัย
พบว่า ผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาอังกฤษในปลายภาคเรียนที่ ๑ และกลางภาคเรียนที่ ๒ เพิ่มมากขึ้นในทั้ง ๓
ห้องหโดยเพิ่มขึ้น ๒.๒๖, ๓.๔๓ และ ๒.๕๒ ตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการเรียนที่เพิ่มข้ึน
นอกจากนี้คะแนนจากแบบสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียนพบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยรวมเท่ากับ ๑๘.๒๖
เทียบเกณฑ์อยู่ในระดับดมี าก
วิจิตร หลานวงค์ (๒๕๖๒ : บทคัดย่อ) วิจัยเรื่องกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเจตคติของ
นักเรียน ที่มีต่อการเรยี นวิชาภาษาไทย : กรณีศึกษาโรงเรยี นเทศบาลสวนสนุก ผลการวิจัยพบวา่ นักเรียน
ทุกคนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทยสูงทุกด้าน ซึ่งด้านที่สูงมากที่สุดได้แก่ ด้านครูผู้สอนวิชา
ภาษาไทย ดา้ นเจตคติท่มี ีตอ่ กิจกรรมการเรยี นการสอนวิชาภาษาไทย และด้านเนอ้ื หาวิชาภาษาไทย
๑๑. วธิ ดี ำเนินการวจิ ยั
การวิจัยเรื่อง “การใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo เพื่อเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชาภาษาไทย
ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นเทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย อำเภอเมือง จงั หวดั เชยี งใหม่” นี้ ผู้วิจัย
ได้ศึกษา เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้องมาประกอบการวิจยั ตามวัตถุประสงคข์ องการวิจัย คือ เพื่อศึกษา
การใช้แอปพลเิ คชนั Class Dojo ในการเสริมสร้างเจตคตติ ่อรายวิชาภาษาไทยของนกั เรียนชัน้ ประถมศึกษา
ปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ
(Quantitative Research) ผวู้ ิจัยมแี นวทางและมวี ิธกี ารดำเนนิ การวิจยั ดังตอ่ ไปน้ี
รายงานการปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศึกษา ๒ โรงเรยี นเทศบาลวดั ท่าสะตอ๋ ย ๑๙๓
๑๑.๑ ประชากรในการวิจยั
๑๑.๒ ขอ้ มลู และแหล่งข้อมลู
๑๑.๓ เครื่องมือทใี่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
๑๑.๔ วธิ ีสรา้ งเคร่ืองมือในการวิจยั
๑๑.๕ วธิ เี ก็บรวบรวมข้อมูล
๑๑.๖ การวิเคราะหข์ อ้ มูล
๑๑.๑ ประชากรในการวิจยั
การวิจัยน้ีเป็นการวิจัยเชงิ ปรมิ าณ จึงกำหนดกลมุ่ ประชากรไว้ ดงั น้ี
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน ๔๗ คน โรงเรียน
เทศบาลวัดท่าสะต๋อย ตำบลวดั เกต อำเภอเมอื ง จังหวัดเชยี งใหม่
๑๑.๒ ข้อมลู และแหลง่ ข้อมูล
ในการศึกษา ครง้ั น้ผี ูว้ ิจยั ได้เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากแหล่งขอ้ มลู ๒ แหล่งได้แก่
๑. ข้อมลู ปฐมภูมิ เปน็ ข้อมลู ที่ผวู้ จิ ัยไดจ้ ดั เก็บขอ้ มูล โดยการใชแ้ บบแบบสอบถาม
๒. ข้อมูลทุติยภูมิ เป็นข้อมูลที่ได้จากรวบรวมเอกสาร การทบทวน แนวคิดเกี่ยวกับ
การปฏบิ ัติงาน ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง ไดแ้ ก่ สิ่งพิมพ์ ขอ้ มูลที่เผยแพรท่ างอนิ เตอร์เน็ต
๑๑.๓ เครือ่ งมือทใ่ี ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในการวจิ ยั เรอ่ื งน้ี ได้แก่
แบบสอบถาม (Queastionair) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการถามผู้เรียน โดยผู้วิจยั จะต้องใชว้ ิธีการ
เกบ็ รวบรวมข้อมลู ซึ่งแบ่งแนวคำถามออกเป็น ๒ ตอน ดงั นี้
ตอนที่ ๑ ขอ้ มูลปจั จยั ส่วนบคุ คล
ตอนที่ ๒ ข้อมูลเกี่ยวกบั เจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน
เทศบาลวดั ทา่ สะต๋อย จำนวน ๑๕ ข้อ
๑๑.๔ การสรา้ งเครอื่ งมือในการวจิ ัย
ผวู้ ิจัยไดส้ ร้างแบบสอบถามเจตคติเพ่ือใชใ้ นการวิจัยคร้งั นี้
๑. การสร้างแบบสอบถามที่เป็นเชิงปริมาณ ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร
และงานวิจัยท่ีเกยี่ วข้อง
๒. นำเครือ่ งมอื ไปทดลองใช้ (Try-Out) กับนกั เรยี นโรงเรียนเทศบาลวัดทา่ สะตอ๋ ย
๓. นำเครอ่ื งมอื ที่ได้รับการปรับปรงุ แก้ไขแลว้ ไปเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในสถานศึกษาจริงกับ
นักเรยี นทุกคน
… ๑๑.๕ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
๑. เก็บข้อมูลเชิงปริมาณ จากนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
รวม ๒ หอ้ ง โดยเกบ็ ขอ้ มูลดว้ ยตนเอง จนไดข้ อ้ มูลตามทีต่ ้องการ
รายงานการปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ทา่ สะตอ๋ ย ๑๙๔
๒. เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากเอกสาร ทบทวน แนวคิด ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง ได้แก่
ส่งิ พมิ พ์ ขอ้ มูลที่เผยแพรท่ างอนิ เตอรเ์ นต็
๑๑.๖ การวิเคราะห์ขอ้ มลู และประมวลผล
ผู้วิจัยนำขอ้ มูลที่ได้มาวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรมสำเรจ็ รปู
ทางสถิติ เพือ่ วเิ คราะห์หาค่าสถิติตา่ ง ๆ ใช้คา่ สถติ ิเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ดว้ ยการแจกแจง
ความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(Standard Deviation)
๑๒. ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
การวิจัยเรื่อง “การใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo เพื่อเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชาภาษาไทย
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาลวัดท่าสะต๋อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ”นี้
ผู้วิจัยได้ศึกษา เอกสารและงานวจิ ัยที่เก่ียวขอ้ งมาประกอบการวิจัยตามวตั ถุประสงค์ของการวิจัย คือ เพ่ือ
ศึกษาการใช้แอปพลิเคชัน Class Dojo ในการเสริมสร้างเจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาลวัดทา่ สะต๋อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวม
ข้อมูลด้วยเคร่ืองมือแบบสอบถาม จำนวน ๔๗ ชุด แล้วนำมาวิเคราะห์และประมวลผลข้อมลู เพื่อคำนวณ
หาค่าสถิติต่าง ๆ สำหรับตอบปัญหาการวจิ ัย และวัตถุประสงค์การวจิ ัย พร้อมทั้งนำเสนอผลการวิเคราะห์
ข้อมูล โดยมรี ายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี
๑๒.๑ สัญลักษณท์ ่ใี ชใ้ นการเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
๑๒.๒ ขน้ั ตอนของการวเิ คราะห์ข้อมลู
๑๒.๓ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล มีรายละเอียดสำคัญ ดงั ต่อไปน้ี
๑๒.๑ สญั ลกั ษณ์ทีใ่ ช้ในการเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
เพ่ือความเขา้ ใจทต่ี รงกนั ในการแปลความหมายขอ้ มูล จงึ กำหนดสญั ลกั ษณ์ทีใ่ ช้ในการเสนอผลการ
วเิ คราะหข์ ้อมูลดังน้ี
̅ แทน คา่ เฉลีย่ (Mean)
S.D. แทน ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
n แทน จำนวนประชากร
๑๒.๒ ข้นั ตอนของการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
ตอนที่ ๑ ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ เกรดเฉลี่ยและสถานภาพ
ใช้การวิเคราะห์หาค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) และนำเสนอในรูปตาราง
ประกอบการบรรยาย
ตอนที่ ๒ เจตคติต่อรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาล
วัดท่าสะต๋อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้การวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( ̅) และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (S.D.)
รายงานการปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา ๒ โรงเรียนเทศบาลวดั ท่าสะต๋อย ๑๙๕
๑๒.๓ ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
ตอนท่ี ๑ ปัจจยั สว่ นบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม
ปัจจยั สว่ นบคุ คลของผตู้ อบแบบสอบถาม ไดแ้ ก่ เพศ อายุ เกรดเฉลีย่ และสถานภาพ นำเสนอในรูป
ตารางประกอบการบรรยาย ดงั ตารางต่อไปน้ี
ตารางแสดงจำนวนและรอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตามเพศ
เพศ จำนวน ร้อยละ
๑. ชาย ๒๕ ๕๓.๑๙
๒. หญงิ ๒๒ ๔๖.๘๑
รวม ๔๗ ๑๐๐
จากตาราง พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามจำนวนทั้งส้นิ ๔๗ คน เป็นเพศชาย จำนวน ๒๕ ราย
คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๑๙ และเพศหญงิ จำนวน ๒๒ ราย คิดเปน็ ร้อยละ ๔๖.๘๑
ตารางแสดงจำนวนและร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจำแนกตามอายุ
อายุ จำนวน ร้อยละ
๑. อายุ ๑๐ ปี ๐๐
๒. อายุ ๑๑ ปี ๑๕ ๓๑.๗๕
๓. อายุ ๑๒ ปี ๓๐ ๖๓.๔๙
๔. อายุ ๑๓ ปีข้นึ ไป ๒ ๔.๗๖
รวม ๔๗ ๑๐๐
จากตาราง พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนทั้งสิ้น ๔๗ คน มีอายุ ๑๒ ปี จำนวน ๓๐ ราย คิด
เป็นร้อยละ ๖๓.๔๙ อายุ ๑๑ ปี จำนวน ๑๕ ราย คิดเป็นร้อยละ ๓๑.๗๕ และอายุ ๑๓ ปีขึ้นไปจำนวน
๒ ราย คิดเป็นรอ้ ยละ ๔.๗๖ ตามลำดบั
ตารางแสดงจำนวนและรอ้ ยละของผูต้ อบแบบสอบถามจำแนกตามระดบั ผลการเรยี น
ผลการเรียน จำนวน ร้อยละ
๑. ตำ่ กวา่ ๒.๐๐ ๒ ๔.๗๖
๒. ๒.๐๑- ๒.๕๐ ๗ ๑๔.๒๙
๓. ๒.๕๑-๓.๐๐ ๑๓ ๒๘.๕๗
๔. ๓.๐๑ ขนึ้ ไป ๒๕ ๕๒.๓๘
รวม ๔๗ ๑๐๐
จากตาราง พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามจำนวนทัง้ สิ้น ๔๗ ผลการเรียน ๓.๐๑ ข้ึนไป จำนวน ๒๕ คน
คิดเป็นร้อยละ ๕๒.๓๘ ผลการเรียน ๒.๕๑-๓.๐๐ จำนวน ๑๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๘.๕๗ มีผลการเรียน
๒.๐๑-๒.๕๐ จำนวน ๗ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๑๔.๒๙ และมเี กรดตำ่ กว่า ๒.๐๐ จำนวน ๒ ราย คิดเป็นรอ้ ยละ
๔.๗๖ ตามลำดบั