The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวม นวัตกรรมสร้างสรรค์คน ดี (ครู)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noiruchanee, 2021-11-28 05:14:53

รวม นวัตกรรมสร้างสรรค์คน ดี (ครู)

รวม นวัตกรรมสร้างสรรค์คน ดี (ครู)

คาํ นํา

แบบเสนอผลงานคุรุชนคนดี ด้านการเรียนการสอนเลม่ นี้ จดั ทําขึ้นเพ่อื ให้ คณะกรรมการประเมินการ
ผลิตนวัตกรรมสรา้ งสรรค์คนดี ประจาํ ปี 2564 ใชเ้ ปน็ คมู่ ือในการประเมินผูส้ ร้างนวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี
ได้รับการเสนอช่ือเขา้ รับการคัดเลอื ก จะไดท้ ราบขอ้ มลู ความรู้ ในสว่ นที่เก่ียวข้อง กับผู้ได้รบั การประเมนิ ใน
ด้านต่างๆ หวังวา่ แบบเสนอผลงานเลม่ นจ้ี ะอํานวยประโยชน์ให้แกค่ ณะกรรมการประเมนิ และผ้อู ่านไดเ้ ป็น
อย่าง ดี ขอขอบคุณผ้บู ริหารสถานศึกษา คณะครู บคุ ลากรทางการศกึ ษา คณะกรรมการสถานศกึ ษา นักเรียน
ผปู้ กครอง และชมุ ชนทีใ่ ห้ความร่วมมอื ทาํ ใหแ้ บบเสนอผลงานนี้เสรจ็ สมบูรณต์ ามเป้าหมาย

วา่ ที่รอ้ ยรอ้ ยตรหี ญิงอังคณา ไชยวงศ์
ตําแหนง่ ครู โรงเรียนบ้านอรโุ ณทัย

สารบัญ

หนา้ (ก)
คํานาํ (ข)
สารบญั 1
ความสําคญั ของนวตั กรรม. 5
จดุ ประสงค์และเป้าหมาย. 6
กระบวนการผลติ นวตั กรรม. 7
ผลการดาํ เนนิ การ. 7
ปัจจยั ความสาํ เรจ็ . 7
บทเรยี นทไี่ ด้รับ. 7
การเผยแพร่นวตั กรรม. 8
เงื่อนไขความสาํ เร็จ 9
ภาคผนวก

1

เอกสารประกอบการพจิ ารณาสง่ เสริมและคดั เลอื กนวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี
“โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.”

ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (คนละไม่เกิน 30 หน้า)

ชอื่ ผลงาน ขยะสรา้ งคนดี
ความพอเพียง
ความกตญั ญู
ความซอ่ื สัตย์สจุ ริต
ความรับผิดชอบ
อุดมการณค์ ณุ ธรรม (มวี นิ ัย มคี วามพอเพียง มีจติ สาธารณะ)
คณุ ธรรมอัตลกั ษณ์ จิตอาสา

ช่อื ผูพ้ ฒั นานวัตกรรม ว่าท่รี ้อยตรหี ญิงอังคณา ไชยวงศ์
โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนบ้านอรโุ ณทัย
สังกัด สพป./สพม. สาํ นักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 3
โทรศัพท์ 053-045557 โทรสาร 053-045557
E-mail : [email protected] โทรศัพท์เคลอ่ื นท่ี 094-6363215

รายละเอยี ดการนําเสนอนวตั กรรม
1. ความสาํ คญั ของนวัตกรรม

ปญั หาธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ยังเปน็ เรือ่ งท่พี ูดถึงกนั อย่างแพร่หลายมาช่วงในหลายปที ผี่ ่านมา
หนว่ ยงานตา่ งๆ มกี ารรณรงค์สร้างนวตั กรรมเพ่อื ใหใ้ นการแก้ไขปญั หาหมดนี้ และมีการประชาสมั พันธ์
ประชาชนใหเ้ กิดความตระหนกั ในการรกั สิง่ แวดลอ้ ม และเช่นเดียวกบั โรงเรียนบา้ นอรุโณทัยทไี่ ด้มีการรณรงค์
และเชญิ ชวนคณะครบู ุคลากรทางการศกึ ษา นักเรียน รวมถงึ ผู้ปกครอง ชมุ ชน ได้ชว่ ยกันลดการใชพ้ ลงั งาน
และอนรุ กั ษ์สิ่งแวดลอ้ มเพ่อื มุง่ สโู่ ลกสีเขียว โรงเรยี นบา้ นอรุโณทยั ได้น้อมนาํ แนวพระราชดาํ รใิ นพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพล อดุลยเดชมหราช บรมนาถบพติ รฯและสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ิตต์ิ
พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนพี ันปีหลวง เป็นกรอบการดาํ เนินงานจดั ทํานวตั กรรมขยะสร้างคนดี เพอ่ื
เปน็ การส่งเสรมิ และสนับสนนุ กระบวนการเรยี นการสอนสิ่งแวดลอ้ มศึกษา เพอ่ื สร้างนักเรยี นแกนนาํ ในการ
แก้ปญั หาและการกาํ จัดขยะในโรงเรยี น และอนุรกั ษส์ ภาพสิง่ แวดล้อมในชุมชนให้มีความสะอาดและมีความ
สมดุลในระบบนเิ วศ ด้วยการจัดทาํ นวัตกรรมขยะสรา้ งคนดี จดั กจิ กรรมให้ความรู้ เพอื่ สนองกิจกรรมต่างๆ ของ
ทางโรงเรียนบา้ นอรโุ ณทัย และชมุ นุมจติ อาสา ให้มีประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล

องคก์ ารอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ไดใ้ ห้ความหมายแก่ขยะมลู ฝอยไว้ว่า
คือสง่ิ ของจากบ้านเรอื นที่ประชาชนไม่ตอ้ งการแลว้ มผี ู้นําไปใชป้ ระโยชนจ์ นสดุ ท้ายไมม่ ีผ้นู ําไปใช้ประโยชนไ์ ด้

2
แล้วและถกู ทิ้งให้กับองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ ไปกําจดั จัดเก็บและขนสง่ น่นั หมายความว่าส่ิงของท่ีเราทิง้ จาก
ท่บี ้านถา้ ยงั มคี นนาํ ไปใช้ประโยชนต์ อ่ ได้สิง่ นน้ั กจ็ ะยังไมใ่ ช่ขยะจากความหมายดังกลา่ วไดร้ ับการตอกยํ้าด้วย
แนวคดิ ทเ่ี ห็นคณุ ค่าจากขยะดงั เช่น“พอเพยี ง = enough” “ขยะคอื ทรัพยากร” การใชท้ รัพยากรอยา่ งพอดี
เห็นคณุ ค่าบวกกับการใชภ้ ูมปิ ัญญาชาวบ้านกบั วัสดุเหลือใช้ท่มี ีรอบบา้ นเปน็ แนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาขยะ

โรงเรียนบา้ นอรุโณทยั ซ่ึงเปน็ โรงเรยี นขนาดใหญพ่ ิเศษมี เปิดทาํ การสอนตั้งแตร่ ะดับช้นั อนบุ าล 1 ถึง
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 ซึ่งมจี ํานวนนกั เรยี น 2,319 คน ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา จํานวน 105 คน
ตระหนกั ถงึ ความสาํ คัญของเรอ่ื งดังกลา่ วจึงจัดทาํ โครงการ “โรงเรยี นปลอดขยะ” ข้นึ ทงั้ น้โี ดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อปลกู จติ สาํ นึกการลดคัดแยกขยะและการนําขยะกลับมาใช้ประโยชนใ์ หมใ่ นโรงเรียนการรวบรวมขยะ เพื่อ
ส่งไปกําจดั อยา่ งถกู ต้องสร้างระบบการเรยี นร้ผู า่ นกจิ กรรมตา่ งๆ ขึน้ และเปน็ การสง่ เสรมิ ให้นักเรยี นเปน็ คน
เกง่ และคนดี มีคณุ ธรรมจริยธรรม สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นมีความพอเพียง มีความซื้อสตั ย์สจุ รติ มคี วาม
รับผดิ ชอบตอ่ สว่ นรวม และมีจิตอาสา

1.2 แนวคิดหลักการสําคัญทเี่ กยี่ วข้องกบั ผลงานหรอื นวตั กรรมสามารถอา้ งถงึ แนวคดิ หลกั การทฤษฎีรปู แบบ
วธิ ีการ ฯลฯ ท่นี าํ มาใช้ในการออกแบบผลงานหรอื นวตั กรรมได้

ทกั ษะการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี21 เพอ่ื พัฒนาทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี21 ได้แก่
1) ทกั ษะ การส่ือสาร ข้อมลู สารสนเทศ และรเู้ ทา่ ทันส่ือ
2) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
3) ทักษะความคิด สรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม
4) ทกั ษะความร่วมมอื การทาํ งานเป็นทีมและภาวะผ้นู าํ
5) ทักษะการแก้ปญั หา อย่างสรา้ งสรรค์
6) ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
7) การเขียน และการพิมพ์
8) การอา่ น และการฟงั
9)การคาํ นวณ
10)การต้ังคาํ ถาม
11)การเรียนรเู้ ปน็ กิจกรรมทางสังคม
12) ทักษะความเขา้ ใจ ต่างวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์
13) ทักษะอาชีพและทักษะการใชช้ ีวิต
14) การจัดการองค์ความรู้และ การประยกุ ตใ์ ช้
15) ความสามารถในการใช้เหตุผล
16) ทักษะการเรยี นร้ทู ีแ่ ทจ้ รงิ
17) การเรยี นร้เู ชิง กระบวนทัศน์
18) ทกั ษะการเรียนรสู้ กู่ ารเปลีย่ นแปลง และ
19) คุณธรรม จรยิ ธรรม ซึง่ การจดั การเรยี นรู้ สําหรับครใู นปัจจบุ นั จาํ เปน็ อย่างยิ่งที่ต้องศึกษาทาํ ความเข้าใจเชงิ
ลกึ ด้านเนื้อหากรอบแนวคิดและทฤษฎี ท่ีเกย่ี วกับทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21 อนั จะสง่ ผลต่อการพฒั นา
กระบวนการจัดเรยี นรูท้ เ่ี หมาะสม เชอื่ มโยงหลายมิติปฏิบัติกิจกรรมทห่ี ลากหลาย นาํ ไปสกู่ ารสร้างเครอื ข่ายการ

3
เรยี นรู้ทีม่ คี ุณภาพการจัดการ เรยี นการสอนทตี่ ้องยึดผ้เู รียนเป็นศนู ยก์ ลางการประเมนิ ผลทีค่ รอบคลุมหลักสูตร
เนือ้ หาวิชาในลกั ษณะท่ี เป็นสหวทิ ยาการ ความสอดคล้องกับบรบิ ทโรงเรียนทีแ่ ตกตา่ ง โดยเนน้ ทผ่ี เู้ รยี นมีสว่ น
รว่ ม รวมไปถึงการ ใชส้ ื่อเทคโนโลยที ท่ี ันสมยั เพอื่ เปน็ เครอ่ื งมอื ในการจัดการเรียนรใู้ หบ้ รรลผุ ลอย่างเปน็ รูปธรรม
ต่อไป (* ไดร้ ับบทความ: 11 มีนาคม 2562; แก้ไขบทความ: 27 เมษายน 2563; ตอบรับตีพมิ พ์: 19 มถิ ุนายน
2563)

คุณลกั ษณะในศตวรรษที่ 21
ทักษะพืน้ ฐานจาํ เปน็ ในการอ่าน เขยี น และคิดคาํ นวณ เปน็ ตัวการท่ที ําให้คนใน ศตวรรษท่ี 21 รู้จักใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารเป็นเครอ่ื งมือในการสืบค้น รวมรวมความรูใ้ ชก้ ระบวนการคดิ อยา่ งมี
วจิ ารณญาณใหเ้ กิดการเทา่ ทนั ส่ือสารสนเทศทจ่ี ะพิสจู นย์ นื ยันส่งิ ทตี่ นและสังคมอยากรูไ้ ดอ้ ยา่ งชาญฉลาดไมถ่ ูก
ชวนเชือ่ ชกั นาํ อย่างงมงาย เกิดเปน็ แรงบันดาลใจสรา้ งจติ นาการอยากพัฒนา อยากผลิต สรา้ งผลิตภณั ฑ์
หรือนวัตกรรมข้ึนใชใ้ นการดํารงชวี ิตในสงั คม และนาํ ไปแลกเปลีย่ นกับสงั คมอ่ืนเกิดเปน็ รายไดบ้ นเวที
ฐานเศรษฐกจิ ความรู้ ทีมีความรบั ผดิ ชอบต่อกฎ กติกา ในขนั้ ตอนการผลิต และมีความรบั ผิดชอบต่อผลท่ีเกดิ ขึ้น
ถ้าผลติ ภณั ฑ์ ผลผลิต มคี ณุ ภาพไม่ดี ภาพโดยสรปุ ก็คอื ทักษะการดาํ รงชีวติ ของคนในศตวรรษที่ 21 ซงึ่ จะถกู
หลอ่ หลอมตกผลกึ เป็นผทู้ ส่ี ามารถนาํ ทางชวี ิตตนเองได้อย่างมคี ณุ ภาพชีวติ และเกดิ เปน็ คุณลักษณะของคนใน
ศตวรรษที่ 21 สบิ คุณลักษณะ คือเป็นนักคดิ วิเคราะห์ นักแกป้ ญั หา นกั สร้างสรรค์ นกั ประสานความร่วมมือ รู้
จกั ใช้ข้อมลู และขา่ วสารเรยี นรูด้ ้วยตนเอง นักสื่อสาร ตระหนักรับรูส้ ภาวะของโลก เป็นพลเมอื งทรงคุณค่า และ
มีพน้ื ฐานความรูเ้ ศรษฐกิจและการคลัง ซง่ึ สรปุ เปน็ คณุ ลักษณะใน 3 ดา้ น ดังนี้
1. คณุ ลักษณะด้านการทาํ งาน ไดแ้ ก่ การการปรบั ตัว และความเป็นผูน้ ํา
2. คุณลกั ษณะด้านการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชีน้ าํ ตนเอง การตรวจสอบการเรียนรูข้ องตนเอง

4
3. คุณลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผูอ้ ่นื ความส่อื สัตย์ สํานกึ พลเมอื ง
น้อมนาํ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาท่ียง่ั ยืนมาใช้ ข้อที่ 8 ประหยัด เรยี บง่าย ได้ประโยชน์สงู สดุ
ในหลักการที่วา่ หลักการทรงงานขอ้ นพี้ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี 9 ทรงทาํ ใหป้ ระชาชนของ
พระองค์ดเู ป็นแบบอย่างมาโดยตลอด ตงั้ แต่เรื่องยาสพี ระทนต์ของพระองค์ท่ที รงใชอ้ ย่างคมุ้ ค่า ตลอดจนเรือ่ ง
ฉลองพระองคแ์ ละของใชส้ ว่ นพระองคต์ ่าง ๆ ทพ่ี ระองค์จะทรงใช้งานจนคุ้มค่าที่สุด ด้วยความประหยดั เรียบ
งา่ ย ทงั้ นี้ในการทาํ โครงการพระราชดาํ ริของพระองค์หรอื การให้ความชว่ ยเหลือและแก้ไขปัญหาของประชาชน
ทรงนําหลักการ “ประหยัด เรยี บง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด” เข้ามาใช้ ด้วยการจดั หาวสั ดุ สง่ิ ของ ที่สามารถหาได้
ในท้องถ่นิ ของภมู ิภาคนนั้ มาประยกุ ต์ใช้ โดยไม่ต้องลงทนุ สูงหรอื ต้องไปซื้อหามาจากตา่ งประเทศ รวมถงึ การใช้
เทคโนโลยกี จ็ ะไม่ทรงเลือกใช้เทคโนโลยที ยี่ งุ่ ยากซับซอ้ น แตจ่ ะทรงเลอื กใช้เทคโนโลยที เี่ รียบง่าย สะดวก
เหมาะสมกบั การนํามาใชง้ านในท้องถ่ินนนั้ ๆ และนอกจากน้สี ํานักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดจ้ ดั ทาํ แผน
แม่บทการบรหิ ารจดั การขยะมลู ฝอยของประเทศ (พ.ศ.2559-2564) ตามนโยบายของรฐั บาลในการจัดการขยะ
มูลฝอย เพื่อเปน็ การสรา้ งจิตสาํ นกึ และรณรงคก์ ารคัดแยกขยะประเภทขยะมลู ฝอยที่ตน้ ทางใหแ้ กน่ ักเรียนและ
เยาวชนในโรงเรยี นและสถานศกึ ษาทุกแห่งในสงั กัดให้จัดกิจกรรมรณรงค์การคดั แยกขยะมูลฝอยในสถานศกึ ษา
ด้วย

จึงทําให้ข้าพเจา้ เกิดแนวคิดทีจ่ ะส่งเสริมนกั เรยี น มีวนิ ัย มีความพอเพยี ง มจี ติ สาธารณะในเรื่องของ
การจดั การขยะที่เป็นปญั หาของโรงเรียนและชุมชน โดยสรา้ งระบบการเรียนรผู้ ่านกจิ กรรมในโครงการ
“โรงเรียนปลอดขยะ” โดยใช้หลักการและทฤษฎีกรอบการเรียนรศู้ ตวรรษท่ี 21และสง่ เสริมใหน้ ักเรียนเกดิ
คุณลกั ษณะในศตวรรษที่ 21 โดยนําหลักจัดการขยะเข้ามาชว่ ยในการจัดกจิ กรรม คือ การลดปรมิ าณขยะดว้ ย
หลัก 3Rs 3ช (ใชน้ ้อย ใช้ซํา้ นํากลบั มาใชใ้ หม่) ขยะมลู ฝอยทีเ่ ราพบเหน็ ในชีวติ ประจาํ วนั เกิดจากบ้านเรอื น
สถานประกอบการ รวมถงึ ที่สาธารณะ ดงั นน้ั เราต้องมีการจดั การขยะมลู ฝอยแบบผสมผสาน เน้นการลด การ
คัดแยก และการใช้ประโยชนจ์ ากขยะมูลฝอยให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสุดโดยการใช้หลัก 3Rs

Reduce ลด (คดิ กอ่ นใช้) : ลดระดับการใช้ปจั จุบนั ควบคมุ ปริมาณการใชใ้ ห้อยูใ่ นสัดสว่ นที่พอเหมาะ
เป็นการลดปริมาณมลู ฝอยท่อี าจเกดิ ข้นึ เชน่ ใช้ถงุ ผ้า ตระกร้า เพ่อื ลดการใช้ถุงพลาสติก ใชผ้ ้าเช็ดหน้าแทน
การใช้กระดาษทิชชู่ ใช้ป่นิ โต หรือกลอ่ งขา้ วใสอ่ าหารแทนกล่อมโฟม ปฏิเสธการรบั ถงุ พลาสตกิ เม่ือซื้อของชนิ้
เลก็ หรอื น้อยช้นิ เลือกซ้ือบรรจุภณั ฑ์ที่เป็นมิตรกับส่งิ แวดล้อม เลือกทานอาหารท่ีรา้ นแทนการห่อกลบั
หลกี เลีย่ งใช้วสั ดุสิน้ เปลอื งแบบใชค้ ร้งั เดยี วทิง้

Reuse ใช้ซํ้า (ใช้แลว้ ใช้อกี ): การใชซ้ า้ํ การนําสิ่งของท่ีใชแ้ ลว้ มาใชป้ ระโยชน์ใหค้ ุ้มค่า เชน่ ใช้กระดาษ 2
หน้า ใช้บรรจุภณั ฑซ์ ้ําหลายครั้งกอ่ นทิง้ ใช้ภาชนะทส่ี ามารถใช้ซาํ้ ได้ เลือกซอื้ สนิ คา้ ทส่ี ามารถใชซ้ ้ําได้ เชน่
ถ่านไฟฉายแบบชารต์ ได้ ดดั แปลงของเหลือใชเ้ พือ่ ใชป้ ระโยชน์ เส้อื ผา้ เก่านาํ ไปบริจาคหรือถูพ้ืน ซอ่ มแซม
อปุ กรณต์ ่างๆ ไมท่ งิ้ เปน็ ขยะ

Recycle นํากลับมาใช้ใหม่ : คัดแยกขยะมลู ฝอยแต่ละประเภททสี่ ามารถนาํ กลบั มาใชใ้ หมห่ มุนเวียน
กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตของแตล่ ะประเภท เชน่ ขวดแก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ เลือกซื้อสนิ ค้าทีน่ าํ
กลับมารไี ซเคลิ ไดห้ รอื ที่ผลติ จากวัสดรุ ีไซเคิล นําขยะอินทรียก์ ลบั มาใชป้ ระโยชน์ เชน่ ทาํ ปยุ๋ หมกั
หากทําไดค้ รบท้ัง 3Rs ก็จะสามารถลดปรมิ าณขยะมูลฝอยที่เกิดขน้ึ ได้ และยังนาํ กลบั มาใช้ประโยชนไ์ ด้อยา่ ง
คมุ้ คา่ แทนทจี่ ะถกู ทิง้ แล้วนําไปกาํ จัด ประกอบด้วย 5 กิจกรรม ดังตอ่ ไปนี้

5

- ธนาคารขยะ
- กิจกรรมแยกขยะจากหอ้ งเรียน
- กิจกรรมลดขยะอนิ ทรยี ์
- กิจกรรมนําขยะกลับมาใช้ใหม่
- กิจกรรมคัดแยกขยะ
และการจัดกิจกรรมตา่ งๆที่ไดก้ ลา่ วมาขา้ งต้นนโ้ี ดยนอ้ มนําศาสตรพ์ ระราชา สู่การพัฒนาที่ย่ังยนื มาใช้
และให้มคี วามสอดคล้องกับวิสยั ทศั น์ พันธก์ จิ (ขอ้ ท่ี 3,4) นโยบายและแผนการดาํ เนนิ งานของโรงเรียน
วิสยั ทศั น์
มงุ่ พฒั นารอบด้านผา่ นเกณฑม์ าตรฐานประสานความรว่ มมือยึดถอื นโยบายบริหารภายใตค้ ณุ ธรรม
น้อมนาํ หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

พนั ธ์กิจ
ข้อท3ี่ . สง่ เสริมให้ผ้เู รียนมคี ุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านยิ มทพ่ี งึ ประสงค์บนพ้ืนฐานความเป็นไทย
ข้อท4่ี . ส่งเสริมการนอ้ มนําหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งในการดาํ เนินชวี ติ
นโยบายในการดําเนนิ งาน
๑. สง่ เสริมการจดั การขยะภายในสถานศกึ ษา ตามหลักการ3Rs

๑.๑ นกั เรยี นและบุคลากรในสถานศกึ ษาลดการใช้ถุงพลาสตกิ และแก้วน้ําพลาสตกิ
๑.๒ สถานศกึ ษามีการจดั การขยะได้อย่างเหมาะสมกบั บริบท
๒. ส่งการจดั บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมท่ีเออื้ ต่อการเรยี นร้ขู องผูเ้ รียน
๒.๑ โรงเรยี นมีการจัดสภาพแวดลอ้ มและส่งเสรมิ การพฒั นาผู้เรยี นตามศกั ยภาพของผูเ้ รียน
๒.๒ นักเรยี น บคุ ลากร มคี วามตระหนักและรคู้ ุณคา่ ในการพฒั นาส่ิงแวดลอ้ มในสถานศึกษา
๒.๒ แผนการดาํ เนินงานโรงเรียนปลอดขยะ

แผนการดาํ เนินงานโรงเรียนปลอดขยะ
ประเดน็ ยุทธศาสตรท์ ่ี ๑ การพัฒนานักเรียน ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาในการบริหารจัดการขยะ
ประเดน็ ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๒ การจัดการขยะมูลฝอย และส่งิ แวดลอ้ มภายในโรงเรยี น
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ การส่งเสรมิ การมสี ่วนรว่ มของหน่วยงานภาครฐั และชุมชนในการจดั การขยะ
ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ การพัฒนากลไกและเครื่องมอื ในการจดั การขยะ
ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี ๕ การจัดการขยะมลู ฝอยและสิง่ แวดลอ้ มตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

2. จุดประสงค์และเป้าหมายของนวัตกรรม
1. เพอ่ื ปลูกฝัง่ ใหน้ กั เรยี น มีจติ อาสาและมีความพอเพยี ง
2. เพื่อปลูกฝงั ให้นกั เรยี น มีวินัยมีความรับผดิ ชอบตอ่ ส่วนรวม

6
3. เพ่ือใหนักเรียน เป็นผมู้ ีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๕ ประการ ตามกรอบแนวคดิ โรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ. ที่
ตอ้ งชว่ ยกันปลกู ฝังใหแ้ ก่ ครู และนักเรยี น ไดแ้ ก่ความพอเพยี ง ความกตญั ญคู วาม ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ ความ
รับผิดชอบ และอุดมการณค์ ุณธรรม
เปา้ หมายระบุจํานวนผลงานนวัตกรรมและหรอื กลมุ่ เป้าหมายท่ใี ชน้ วตั กรรมอย่างชัดเจน
เชิงปริมาณ
นกั เรยี นชั้นอนบุ าล 1 ถึงชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จํานวน 2,319 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จาํ นวน
105 คน เขา้ ร่วมกจิ กรรมตามโครงการ
เชิงคณุ ภาพ
นักเรยี น ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา เปน็ ผู้มีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๕ ประการ ตามกรอบแนวคิด
โรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ. ที่ต้องช่วยกันปลูกฝังให้แก่ ครู และนักเรยี น ได้แก่ความพอเพยี ง ความกตญั ญคู วาม
ซ่ือสตั ยส์ ุจริต ความรับผดิ ชอบ และอดุ มการณ์คุณธรรม ผ่านการจดั กจิ กรรมโครงการ “โรงเรยี นปลอดขยะ”
3. กระบวนการพัฒนานวตั กรรมหรอื ขัน้ ตอนการดาํ เนินงาน

กจิ กรรมดงั กลา่ วได้ใช้รปู แบบ PDCA ซง่ึ ลําดบั การทํางานมี 4 ขัน้ ตอน มาใช้ในการดาํ เนิน
กจิ กรรมและใชใ้ นการสร้างนวัตกรรม PDCA คอื แนวคิดการบรหิ ารจดั การอยา่ งมีคณุ ภาพ ซึง่ สามารถ
ประยกุ ต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทํางาน การเกบ็ เงนิ ไปจนถงึ การวางแผนชวี ิตในระยะยาว

6
P Plan = การวางแผนดาํ เนนิ งาน

1. ศึกษาสภาพปจั จุบนั ปญั หา
2. วางแผนการดําเนนิ กิจกรรม
3. เสนอขออนุมัตโิ ครงการ
4. ประชุมวางแผนการดาํ เนินงานเพอ่ื จัดตัง้ สมาชกิ กองลูกเสือโรงเรียนบา้ นอรโุ ณทัย
D Do = การลงมือปฏบิ ัติ

1. จัดเตรยี มเอกสาร วัสดุที่จําเปน็
2. ประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมของโครงการ
3. กจิ กรรมธนาคารขยะ การให้ความรู้ความเข้าใจในเร่อื งขยะ โดยจดั ทําป้ายนิเทศ แผ่นพบั เผยแพร่
ความรู้ และฐานการเรยี นรู้ขยะบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพื่อให้ความรูแ้ ก่ครู นักเรยี น
บุคลากรทางการศึกษา และเดินรณรงค์ให้ความรูแ้ กผ่ ้ปู กครอง ชุมชน และสามารถนาํ ไปบูรณาการกับ
ธนาคารความดี ธนาคารความรู้ ธนาคารนาํ้ และธนาคารออมทรัพย์ ของทางโรงเรียนได้
4. กิจกรรมแยกขยะจากหอ้ งเรยี น
- ขยะกระดาษ
- ขยะพลาสตกิ
- ขยะทว่ั ไป
- ขยะอนั ตราย
5. กจิ กรรมลดขยะอนิ ทรีย์
- กิจกรรมกินอาหารให้หมดไม่เหลือเศษอาหาร
6. กจิ กรรมนําขยะกลับมาใช้ใหม่
- ผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) และปยุ๋ ชีวภาพ
- ประดิษฐส์ ่งิ ประดิษฐจ์ ากเศษวสั ดุ/ประกวด (Maker)
- โครงงานขยะ
7. กิจกรรมคดั แยกขยะ
- ขยะเปยี ก
- ขยะรไี ซเคิล
- ขยะทัว่ ไป
- ขยะอนั ตราย
C Check = การตรวจสอบ
- ประเมินผลการจดั ฝึกอบรมและประเมินความพอพอใจ
A Action = การปรบั ปรุง
- รายงานสรปุ ผลการดําเนนิ โครงการ

7
4. ผลการดาํ เนินการ/ผลสัมฤทธ์ิ/ประโยชนท์ ่ีได้รับ

จากการดําเนินงานตามกจิ กรรมในโครงการ “โรงเรยี นปลอดขยะ” พบว่า
1. นกั เรยี นและบคุ ลากรในสถานศกึ ษามคี วามรู้ มีจติ สํานึกและมคี วามตระหนกั ในการจดั การขยะมลู ฝอยและ
สามารถเปน็ ตวั อยา่ งที่ดใี ห้กบั ชุมชนในการคัดแยกขยะกอ่ นท้ิงท่ยี ่งั ยนื
2. นกั เรยี น ครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ตระหนักถงึ ความสําคญั ของการของการลดการคัดแยกขยะและการ
นําขยะกลับมาใช้ประโยชนใ์ หมแ่ ละนํามาใช้ในชวี ติ ประจาํ วันรวมท้ังใหค้ วามร่วมมอื ในกจิ กรรมจากโครงการ
โรงเรยี นปลอดขยะทีโ่ รงเรยี นจัดทําขึ้น
3. โรงเรยี นมสี ภาพแวดลอ้ มทร่ี ่มรืน่ สวยงาม ปลอดขยะ และมีบรรยากาศวิชาการท่เี ออ้ื ตอ่ การเรียนรู้
4. นักเรยี นเป็นผมู้ วี ินยั มีความรับผดิ ชอบตอ่ สว่ นรวม มีจติ อาสาและจติ สาธารณะ มีความพอเพยี งในการใช้
ทรพั ยากรสิง่ แวดล้อมใหเ้ กดิ ประโยชน์ โดยเป็นผู้มีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๕ ประการ ตามกรอบแนวคิด
โรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ. ท่ีตอ้ งชว่ ยกันปลกู ฝงั ใหแ้ ก่ ครู และนกั เรียน ไดแ้ กค่ วามพอเพยี ง ความกตัญญูความ
ซอื่ สัตยส์ ุจรติ ความรบั ผดิ ชอบ และอดุ มการณค์ ณุ ธรรม
5. ปัจจยั ความสาํ เรจ็
1. ความมุง่ ม่นั ชัดเจนในเป้าหมาย
2. พรอ้ มท่จี ะเรยี นรู้อยเู่ สมอ แมง้ านนัน้ จะยุ่งยากซับซ้อน
3. นกั เรียน ครู และผบู้ ริหาร ทีม่ สี ว่ นชว่ ยให้กิจกรรมดําเนนิ ไปดว้ ยความเรียบร้อย
4. ทกั ษะการส่ือสาร ทกั ษะการทํางาน การยอมรบั ในความสามารถของแตล่ ะบุคคล หรือความสามารถของ
นกั เรยี น
5. การแกป้ ญั หาและตดั สนิ ใจ เมอ่ื เจอเหตุการณท์ ี่ไม่คาดคดิ สามารถแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหนา้ ได้ เกิดภาวะความ
เป็นผู้นํา
6. บทเรียนทีไ่ ดร้ บั (Lesson Learned)

นักเรยี นมคี วามตระหนัก รู้ เข้าใจและคิดอยา่ งมเี หตผุ ล ซึมซบั คุณค่าความดี มคี วามรูสกึ รับผิดชอบชวั่ ดี
ภูมใิ จในการทาํ ความดี เป็นผมู้ ีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๕ ประการ ตามกรอบแนวคิดโรงเรยี นคณุ ธรรม
สพฐ. ได้แก่ ความพอเพยี ง ความกตญั ญู ความซือ่ สัตยส์ จุ ริต ความรับผดิ ชอบ และอุดมการณ์คณุ ธรรม โดย
อันมผี ลมาจากการทํากิจกรรม
7. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รบั

การจดั ทาํ นวตั กรรมสร้างสรรค์คนดี ในหัวข้อ กองลูกเสืออนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มไดม้ ี
การเผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์ เผยแพรผ่ ่าน การประชาสมั พนั ธ์ผา่ นเสยี งตามสาย และกิจกรรมหนา้ เสาธงและ
กจิ กรรมจิตอาสาร่วมกับชุมชน เพือ่ ให้ผู้ปกครอง นักเรยี น และประชาชนทั่วไปได้รับทราบกจิ กรรมดงั กล่าว
และการเผยแพร่ในลกั ษณะนีถ้ อื วา่ เปน็ การลงมอื ทาํ โดยเห็นเป็นที่ประจกั ษ์ตอ่ สาธารณชน

8
8. เงื่อนไขความสาํ เรจ็

การดาํ เนินงานนวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดีถา้ หากได้รบั ความรว่ มมือจากท่านผูบ้ ริหารคณะครูและนักเรียน
ในโรงเรยี นบ้านอนุโณไทยทกุ คนกจ็ ะทําให้การจดั กจิ กรรมในโครงการประสบความสําเร็จตามเป้าหมายทําให้
นักเรียนมีความตระหนกั รู้และเข้าใจคิดอย่างมีเหตุผลมคี ณุ ลกั ษณะอันเพ่ิงประสงคส์ ี่ประการตามกรอบแนวคดิ
โรงเรยี นคุณธรรม สพฐ. เพอื่ ใหน้ ักเรียนเกิดคุณธรรมอยา่ งยงั่ ยนื

9

ภาคผนวก

10

ประชมุ วางแผนการดาํ เนนิ งาน

11

การจดั กิจกรรม

12

13

14

15

ผลท่ไี ด้จากการปฏิบตั กิ ิจกรรม







คำนำ

แบบรายงานนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี “โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.” เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเสนอ
ขอรับคัดเลอื กนวตั กรรมสร้างสรรค์คนดี “โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.” ประจำปีการศึกษา 2564

ขอขอบพระคุณ นายเจตนิพิฐ รอบคอบ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเวียงฝาง คณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน คณะครู ผู้ปกครองและชุมชน ที่ให้การสนับสนุนและเอื้อเฟื้อข้อมูล จนแบบรายงานนวัตกรรม
สร้างสรรค์คนดี “โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.” เลม่ นี้สำเร็จลลุ ่วงดว้ ยดี

หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี “โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.” เล่มน้ีจะใช้
ประกอบการพิจารณาสำหรับคณะกรรมการในการคัดเลือกนวัตกรรมสร้างสรรคค์ นดี “โครงการโรงเรียนคุณธรรม
สพฐ.” หากมีข้อผิดพลาดประการใดผ้จู ัดทำขออภยั มา ณ โอกาสน้ี

นางมาลินี ภมรพงษ์

สารบญั ขก

เรื่อง หน้า1.
ความสำคัญของนวตั กรรม
1.1เหตผุ ลทเ่ี กิดจากแรงบันดาลใจ ความจำเป็น ปัญหา 1
หรือความต้องการที่จัดทำผลงานนวัตกรรม
1.2แนวคดิ หลกั การสำคญั ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั ผลงานหรือนวตั กรรมสามารถอ้างถึง 2
แนวคดิ หลักการทฤษฎี รปู แบบ วิธกี าร ฯลฯ ท่นี ำมาใชใ้ นการออกแบบผลงาน
หรอื นวัตกรรมได้ 3
2. จุดประสงค์และเปา้ หมายของนวตั กรรม 3
2.1 จุดประสงค์ 3
2.2 เปา้ หมาย 6
3. กระบวนการพฒั นานวตั กรรม 8
4. ผลการดำเนนิ งาน/ผลสมั ฤทธ/์ิ ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั 9
5. ปัจจยั ไปสูค่ วามสำเร็จ 9
6. บทเรยี นท่ไี ดร้ ับ (Lesson Learn) 10
7. การเผยแพร/่ การไดร้ ับการยอมรบั 11
8. เงื่อนไขความสำเร็จ 12
ภาคผนวก
*****-**รปู ภาพประกอบการทำ โครงงาน“เดนิ แถวดีมีวนิ ัย”



นวัตกรรมสรา้ งสรรค์คนดี “โครงการโรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ.”
ช่อื ผลงานนวัตกรรม โครงงาน“เดนิ แถวดีมวี ินยั ”
สอดคลอ้ งกบั คุณลกั ษณะ

ความพอเพียง
ความกตัญญู
ความซือ่ สตั ยส์ ุจริต
ความรบั ผิดชอบ
อดุ มการณ์คุณธรรม
คณุ ธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน ทง้ิ ขยะให้ถกู ที่ เดนิ แถวดีมวี ินัย ใสใ่ จภาระงาน
ช่อื เจา้ ของผลงานนวตั กรรม นางมาลินี ภมรพงษ์
โรงเรียน บา้ นเวียงฝาง สงั กัด สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาเชียงใหมเ่ ขต 3
โทรศพั ท์ 053-451565 โทรสาร 053-451565
โทรศพั ท์มือถอื 08-0469-0846 Email eng1976119 @ gmail.com

รายละเอียดการนำเสนอนวตั กรรม
1. ความสำคัญของนวตั กรรม
1.1 เหตุผลที่เกดิ จากแรงบนั ดาลใจ ความจำเปน็ ปัญหาหรือความต้องการทจี่ ัดทำผลงานนวตั กรรม

เนื่องจากโรงเรียนบ้านเวียงฝาง เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 การเดินไม่เป็นแถว เวลา
จะเดินเข้าห้องเรียน หรือเปลี่ยนคาบเรียน และการเดินแถวในการรับอาหาร ซึ่งเกิดจากนักเรียนขาดจิตสำนึกใน
เรื่องของความมีระเบียบวินัย การปฏิบัติการเดินแถว มีการหยอกล้อ เล่นกันระหว่างเดินแถว ขาดมีความ
กระตือรือรน้ ในการปฏิบัตสิ ่ิงที่ดี ใหก้ ับตนเอง ขาดความสามัคคี และความรบั ผดิ ชอบซ่ึงปัญหาเหล่านี้ หากไม่ได้
รับการแก้ไขและพัฒนาให้ดีขึ้น เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นบคุ คลที่ด้อยคณุ ภาพไม่มีคณุ ธรรม-จริยธรรมนับเป็น
อุปสรรคต่อการพฒั นาประเทศ

ฉะนั้น ด้วยความเป็นครูที่อยากให้ความมีวินัยและความรับผิดชอบเกิดเป็นคุณธรรมที่ฝั่งแน่นในตัวของ
นักเรียน จึงหาวิธีที่จะสร้างความมีระเบียบวินัยในการเดินแถว โดยใช้โครงงานคุณธรรมนำมาใช้ในการแก้ไข
ปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้นักเรียนมี จิตสำนึกที่ดี มีความเป็นระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและ
ผ้อู ืน่ สร้างความสามคั คีใหก้ ับหมคู่ ณะและลดปัญหาสงั คมได้อีกด้วย จงึ ไดเ้ กดิ เปน็ โครงงาน“เดินแถวดีมวี นิ ยั ” ขน้ึ



1.2 แนวคิดหลักการสำคัญทเ่ี ก่ียวข้องกบั ผลงานหรือนวัตกรรมสามารถอ้างถงึ แนวคิดหลกั การทฤษฎี
รูปแบบ วิธีการ ฯลฯ ท่นี ำมาใช้ในการออกแบบผลงานหรือนวัตกรรมได้

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 กำหนด
จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
เปน็ มนุษยท์ ีส่ มบรู ณ์ทั้งรา่ งกายจิตใจ สติปญั ญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวฒั นธรรมในการดำรงชีวิต
โรงเรียนในฐานะหน่วยงานทางสงั คมทมี่ คี วามใกลช้ ดิ กับนักเรียนมากทสี่ ุดจงึ มีภารกิจท่สี ำคญั ในการพัฒนานักเรียน
ทั้งทางด้านความรู้ และคุณธรรมจริยธรรม โดยอาศัยความร่วมมือในการพัฒนาจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง และ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ได้กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ นักเรียนไว้ 8
ประการ ได้แก่ 1)รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2)ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต 3)มีวนิ ัย 4)ใฝ่เรยี นรู้ 5)อยู่อย่างพอเพียง 6)มุ่งม่ันในการ
ทํางาน 7)รักความเปน็ ไทย และ 8)มีจิตสาธารณะ ซ่ึงโรงเรยี นทกุ แห่งต้องจดั การเรียนรู้ให้ ครอบคลุมคุณลักษณะ
ทัง้ 8 ประการขา้ งตน้ อีกทั้งในแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติฉบับที่ 12 กำหนดวัตถุประสงค์ มุ่งให้มี
การวาง รากฐานให้คนไทยเป็นคนทส่ี มบูรณ์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจากการวเิ คราะห์สถานการณ์และแนวโน้ม
ของ สังคมไทย พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังมีปัญหาด้านคุณธรรมจริยธรรม เช่น ความมีวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต
และ จติ สาธารณะ

โดยโรงเรียนบ้านเวียงฝาง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้นักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้น ได้มีความ
เปน็ เลิศทางวิชาการ และคุณธรรม ภายใตบ้ รบิ ท ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกจิ และคุณธรรมอัตลกั ษณ์ ของ

โรงเรียน ในการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการต่างๆ ที่จะส่งเสริมให้นักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้น
โรงเรียนบ้านเวียงฝาง มีทัศนคติ วิธีคิด และการประพฤติปฏิบัติที่สะท้อนคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสมกับสังคมไทย โดยกำหนดเป้าหมายคณุ ธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน “ทิ้งขยะให้ถูกที่ เดินแถวดีมีวินยั
ใส่ใจภาระงาน”

จากผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา โรงเรียนบ้านเวียงฝาง ที่ผ่านมาพบว่า นักเรียน
โรงเรียนบา้ นเวยี งฝาง เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามคุณธรรมอตั ลักษณ์ของ
โรงเรยี นทว่ี า่ “ทงิ้ ขยะให้ถูกท่ี เดนิ แถวดีมีวนิ ยั ใสใ่ จภาระงาน” มเี จตคตทิ ด่ี ี มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมที่
พึงประสงค์ตามหลักสูตร มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่าง
ต่อเนื่อง มีความสามารถการคิดอย่างเป็นระบบ ตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างมีสติสมเหตุสมผล มีความรู้และทักษะ
ศตวรรษที่ 21 มีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผูอ้ ื่นและยอมรบั ความเห็นของผู้อื่น มี
จติ สงั คม

ทั้งนี้เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีความประพฤติด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสังคม และจิตสำนึกตาม
วัฒนธรรมอันดีของสังคม ภาคภูมิใจในท้องถ่ิน ในความเป็นไทย และเห็นคุณค่าเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย มีเหตุมีผล
และยอมรับเหตุผลความคิดเห็นของผู้อื่น มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข
โรงเรียนจึงได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม ของมูลนิธิยุวพัฒน์ คือการจัดการเรียนการสอนที่
สอดแทรกคณุ ธรรมทต่ี ้องการแกไ้ ข และคณุ ธรรมทตี่ อ้ งการใหเ้ กิดในตวั ของนักเรยี นอย่างยงั่ ยืน คอื ความ



รบั ผิดชอบ ความมวี นิ ยั และ จติ อาสา การดำเนนิ งานด้านคุณธรรมของโรงเรียน ภายใตบ้ รบิ ทของสถานศึกษา
และกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วยวงจรคุณภาพ PDCA โดยใช้หลักการ “เข้าใจ เข้าถึง
พัฒนา” โดยมีเป้าหมายทีน่ ักเรยี น ครู ผู้บรหิ ารพฒั นาให้มที ัศนคติ วิสยั ทัศน์เชงิ บวก และการประพฤติตนปฏิบัติ
หน้าที่เน้นคุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสมกับสถานศึกษา ทำให้จัดการด้านคุณธรรมของโรงเรียนเกิด
ประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลเป็นไปตามเป้าประสงค์ของโรงเรยี นสบื ไป

2. จดุ ประสงค์และเป้าหมายของนวัตกรรม

2.1 จดุ ประสงค์

1. เพือ่ ขับเคลื่อนโครงงานพัฒนาโรงเรียนคณุ ธรรมสู่การปฏิบัตอิ ย่างเปน็ รปู ธรรม
2. เพอ่ื พัฒนา นักเรยี นในระดับประถมศึกษาตอนตน้ ใหม้ ีทศั นคติ วิธีคดิ และการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิทเ่ี นน้
คณุ ธรรม และ ค่านยิ มท่ีเหมาะสม กับสังคมไทย เพิ่มเพิ่มพฤติกรรมท่พี ึงประสงค์ และลดพฤติกรรมท่ไี มพ่ ึงประสงค์

2.2 เปา้ หมาย

นักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนมีคุณธรรม ตามคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน
“ทิ้งขยะให้ถูกที่ เดินแถวดีมีวินัย ใส่ใจภาระงาน” โดยมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมที่ไม่พึง
ประสงค์ลดลง

3. กระบวนการพัฒนานวัตกรรม

การพัฒนานวัตกรรมโครงงานคุณธรรม “เดินแถวดีมีวินัย” ของนักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้น
โรงเรยี นบา้ นเวยี งฝาง แบง่ เป็น 4 ขัน้ ตอน ดงั น้ี

ข้นั ท่ี 1 "การสร้างการรบั รแู้ ละการยอมรบั "
การเข้าร่วมโครงการพฒั นาโรงเรียนคณุ ธรรม ของมลู นิธิยวุ พฒั น์ โดยสง่ ครูแกนนำแตล่ ะระดบั เข้ารับการ
อบรมเพือ่ ทราบแนวทางในการค้นหาคณุ ธรรมอัตลกั ษณข์ องโรงเรยี น และนำหลักการมาการบริหารจัดการ
สรา้ งสรรค์คนดี โดยการจัดค่ายฝกึ อบรมเชิงปฏบิ ัติการเพ่ือพัฒนานักเรยี นโรงเรยี นคุณธรรม โดยมี กรอบแนวคิด
ดังนี้

การสร้างการรับรู้เป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม ซึ่งเป็นขั้นตอนท่ี
สำคญั เพราะการพฒั นาโรงเรียนคณุ ธรรมตามแนวทางมลู นิธยิ ุวสถริ คุณ “ต้องทำทั้งโรงเรียน” ดังนน้ั จำเป็นตอ้ งให้
ครูและนักเรียนทุกคนเข้าใจกระบวนการ ส่วนของเนื้อหาสาระในการปรับปรุงหรือสร้างเสริมพฤติกรรมนักเรียน
และผเู้ กี่ยวข้องในโรงเรียนเรยี นเป็นไปตามความต้องการของ โรงเรยี นตามสภาพแวดล้อม นโยบาย ความต้ังใจจริง
และการมีส่วนร่วมของทุกคนในโรงเรียน ประการสำคัญในการสร้างการรับรู้และการยอมรับนั้นควรชี้ให้เห็นถึง
ความจำเป็นและผลดีที่จะเกิดจากการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม ทั้งกับนักเรียน ครู ผู้บริหารและชุมชน
การจดั ประชุมร่วมกันเป็นอกี หนงึ่ วิธกี ารในการสรา้ งการรับรูแ้ ละการยอมรบั ระหว่างผบู้ ริหาร ครู นกั เรียน ผู้มี



สว่ นได้เสยี และผเู้ กยี่ วขอ้ งอน่ื ๆ เพ่อื สรา้ งความตระหนักและความเขา้ ใจเรื่องโรงเรียนคุณธรรม โดยนอ้ มนำศาสตร์
พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร มา
ใชซ้ งึ่ เปน็ หลักการทรงงานที่พระองค์ใช้ในการชว่ ยเหลือประชาชนในเรื่องต่างๆ ทรงศกึ ษาให้เข้าใจความเดือดร้อน
ของประชาชนอย่างแท้จริง เสด็จพระราชดำเนินไปถึงพื้นที่จริงเพื่อทรงฟังจากปากของประชาชน และทรงให้
ความสำคญั กบั การสรา้ งการรบั รู้และยอมรบั ของประชาชนเปน็ อยา่ งมาก

ดงั นั้น ในการพฒั นาโรงเรียนคุณธรรมของโรงเรยี นบ้านเวยี งฝาง ศาสตรเ์ ร่ืองการ “เขา้ ใจ” จึงต้องเข้าใจ
จุดมุ่งหมายของโรงเรียน ต้องเข้าใจกระบวนการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม อย่างชัดเจน “พัฒนา” คือการลงมือ
ปฏบิ ัติตามแนวทางทไ่ี ด้ศกึ ษามาและอาจดำเนินการต่อยอดเป็นนวตั กรรมขน้ึ

ข้นั ที่ 2 การกำหนดคุณธรรมอตั ลกั ษณข์ องโรงเรียน

คุณธรรมอัตลักษณ์ที่สามารถนำไปแก้ปัญหาในโรงเรียนได้จริง จะต้องได้มาจากการประชุมระดม
ความคิดของแต่ละกลุ่มบุคคล ได้แก่ กลุ่มนักเรียน กลุ่มครู และกลุ่มผู้บริหาร ทุกกลุ่มมุ่งแก้ไขประเด็นปัญหา ท่ี
กลุ่มได้ค้นพบจากการระดมความคิด คุณธรรมอัตลักษณ์จึงประกอบด้วย คุณธรรมเป้าหมายของโรงเรียนและ
พฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวกของทั้ง 3 ฝ่าย (นักเรียน ครู ผู้บริหาร) หลักสำคัญของการกำหนดคุณธรรม อัตลักษณ์ของ
โรงเรียนคุณธรรม คือ การแปลงคุณธรรมเป้าหมายให้เป็นจริยธรรมหรือพฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวก การกำหนด
พฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวกต้องมีความชัดเจนสอดคล้องกับปัญหา สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และ ประเมินผลการ
เปลี่ยนแปลงได้ ประการสำคัญ ต้องมุ่งแก้ไขปัญหาของนักเรียนเพื่อชว่ ยเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของนักเรียนเป็น
หลกั โดยมคี ณุ ธรรมเป้าหมายเปน็ ตวั กำกบั ทศิ ทางการปฏิบัตพิ ฤติกรรมบ่งช้ีเชิงบวก

วธิ ีการ

1. จัดประชุมระดมความคิดเฉพาะกลุ่ม กลุ่มครู กลุ่มนักเรียน และ กลุ่มผู้บริหาร เพื่อค้นหาคุณธรรม
เป้าหมาย และพฤติกรรมบง่ ช้ีเชงิ บวกของแต่ละกลุ่ม

2. ในการระดมสมองเพื่อค้นหา “พฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวก” จะพิจารณาจากปัญหาสำคัญของโรงเรียน ท่ี
ต้องการแก้ไข หรือ พิจารณาจากพฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวกที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดขึ้นในโรงเรียน และกำหนด
“คุณธรรมเป้าหมาย” คุณธรรมเป้าหมายที่มีการระบพุ ฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวกไว้ด้วย จะเรียกรวมวา่ “คุณธรรมอัต
ลกั ษณ์”

“ตารางคณุ ธรรมอตั ลกั ษณ์” หมายถึง การระบุพฤติกรรมบ่งชเี้ ชงิ บวกของคุณธรรมเปา้ หมายแต่ละ ด้านท่โี รงเรียน
ได้คัดเลือกไว้แลว้ โดยจำแนกตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มผู้บริหารโรงเรียน กลมุ่ ครู และ กลุ่มนักเรียน เพ่ือให้แต่
ละกลมุ่ ทราบวา่ ต้องปฏบิ ตั ติ นอย่างไรบา้ งในแตล่ ะด้าน



ข้นั ท่ี 3 การกำหนดวิธกี ารบรรลุคณุ ธรรมอตั ลกั ษณ์ของโรงเรียน
1. ออกแบบโครงงานคุณธรรมให้สอดคล้องกับคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน ที่คำนึงถึง ปัญหาที่
โรงเรียนต้องการปรับปรุงแก้ไข และวิธีการแก้ไขต้องสอดคล้องกับสาเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดผลต่อการ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนตามที่กำหนดไว้ในคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียน โครงงานคุณธรรม จึงจะ
สามารถแกไ้ ขปญั หาของโรงเรียนได้
2. โครงงานคุณธรรมที่ให้ผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน ต้องเป็นโครงงานที่เด็กคิด เด็ก
เลือก เด็กทำ มีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นคว้าและฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง เป็นโครงงานที่ตรง ตาม
ความสามารถ ความถนัด ความสนใจของนักเรียน สามารถปฏิบัติได้จริง และ ต้องยึดหลักการมีส่วนร่วม รวมท้ัง
ไม่กอ่ ให้เกดิ ผลกระทบทางลบตอ่ คุณภาพชวี ติ
3. การเป็นแบบอย่างทีด่ ีในโรงเรียนคุณธรรม เปน็ กิจกรรมทีท่ ำทง้ั ในการปฏิบัติงานและการปฏบิ ัติตน ทั้ง
ผู้บริหาร ครู และนักเรียนต้องมีความรบั ผิดชอบตามบทบาทหน้าท่ี และวินัยของโรงเรยี น กลไกสำคัญที่ช่วยสร้าง
แบบอย่างที่ดีในโรงเรียน คือ การสร้างแรงจูงใจและการสร้างแรงกระตุ้น จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติเห็น
ความสำคัญและปฏบิ ัติอยา่ งต่อเนื่อง จนเกดิ เป็นวฒั นธรรมองคก์ ร
4. การบูรณาการคุณธรรมในการจดั การเรียนรู้ การบูรณาการเชงิ เนื้อหาสาระเชื่อมโยงกัน เช่น การสอน
เร่ืองความซอื่ สัตย์ ในวชิ าคณติ ศาสตร์เรอื่ งการทอนเงินผิด หรือการสอนเรอื่ งความซอ่ื สตั ยใ์ นวิชาพลศึกษา



เรื่องการเคารพและ ยอมรับกติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การบูรณาการความรู้ แนวคิดกับคุณธรรม เช่น
การเล่านิทานคุณธรรม ความเชื่อ แนวคิดหลักธรรมคำสอนทางศาสนา การบูรณาการคุณธรรมกับการปฏิบัติ
เช่น กจิ กรรมส่งเสริม การสรา้ งส่ือสารสนเทศตา่ งๆ โดยสอดแทรกเร่อื งราวเก่ียวกบั การพฒั นาคณุ ธรรมไว้

ขั้นท่ี 4 ลงมอื ปฏบิ ตั เิ พอ่ื บรรลเุ ปา้ หมายการเปลย่ี นแปลง (ตามคณุ ธรรมอตั ลกั ษณ์ ของโรงเรียน)

การลงมือปฏิบัติเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด หลังจากที่ได้คุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียนแล้ว ต้องเร่ง
ลงมือปฏบิ ตั ทิ ันที และ ต้องกระต้นุ สร้างการมสี ่วนร่วมจากทุกฝ่าย เพ่อื ให้เกิดการปฏิบตั ิ และประกาศเจตนารมณ์
ในการร่วมมือกันพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม เมื่อจัดทำคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียนแล้ว ให้ประกาศตาราง
คุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียนให้รู้ทั่วกัน และแบ่งงานความรับผิดชอบทั่วกัน วางแผนสร้างการมีส่วนร่วมจาก
ทุกฝ่าย โดยใช้แผนพัฒนาโรงเรียน และแผนปฏิบัติการเป็น เครื่องมือกำกับการปฏิบัติการ เพื่อช่วยให้เกิดความ
ร่วมมือกันในโรงเรียน จัดทำโครงงานคุณธรรม บูรณาการการสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมในชั้นเรียน กิจกรรม
พฒั นา ผ้เู รยี น ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างทด่ี ีแก่กนั และกนั และพัฒนาสภาพแวดลอ้ มให้เอ้ือตอ่ การพัฒนาคุณธรรม

4. ผลการดำเนนิ งาน/ผลสัมฤทธ/ิ์ ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับ

จากการจัดทำโครงงานคุณธรรม “เดินแถวดีมีวินัย” ของนักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้น
โรงเรียนบ้านเวียงฝาง มีดงั น้ี

1.ประชุมระดมความคิดสมาชิกทุกคนในโครงงาน “เดินแถวดีมีวินัย” เพื่อกำหนดเป้าหมายและรูปแบบ
ของกจิ กรรม ในการแกไ้ ขปัญหาการเดินแถวท่ีไมเ่ ป็นระเบยี บของนักเรยี นในระดับประถมศึกษาตอนต้น

2.ประชาสัมพันธ์โครงงาน “เดินแถวดีมีวินัยด้วย” ตัวเราให้นักเรียนทุกคนได้รับทราบนโยบายและ
กิจกรรมของโครงงานที่หน้าเสาธง ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ กิจกรรม คือ 1) เดินแถวเข้าห้องเรียน เดินแถวไปเรียน
ห้องเรียนปฏบิ ตั กิ าร 2) เดินแถวไปรบั ประทานอาหาร และ 3) เดนิ แถวกลับบ้าน

3. แต่งตั้งผูร้ ับผิดชอบในแต่ละห้องเรียนเพื่อจดบนั ทึกการทำกิจกรรม และเป็นผู้นำในการถือธงเดินแถว
อยา่ งเปน็ ระเบยี บ

4. ประชมุ คณะครใู นการจดบนั ทึกการเดินแถวในแตล่ ะชั้น
5. สะสมคะแนนเพื่อแลกกับคะแนนความประพฤติจากฝ่ายกิจการนักเรียนและ มีการประกาศคะแนน
เดือนละ 1 ครง้ั จากการสะสมคะแนน เป็นกล่มุ เพอ่ื เป็นการกระตนุ้ นกั เรียน
6. เมอ่ื ไดส้ รปุ ผลการทำโครงงาน “เดนิ แถวดีมีวนิ ยั ” ในแต่ละเดือนแล้วจะมกี ารมอบเกยี รติบตั รให้กับ
ห้องเรยี นทม่ี ีมีวนิ ยั ในการเดนิ แถวผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด เพอื่ เป็นกำลงั ใจให้กับความตั้งใจของนกั เรยี น



การดำเนนิ โครงงานคณุ ธรรม เร่ือง เดินแถวดีมีวินยั
ได้ดำเนนิ โครงงานตามขน้ั ตอนตา่ ง ๆ ดังนี้

1. ข้ันวางแผนการดำเนนิ งาน

2. ขัน้ ดำเนนิ งานตามแผน
3. ข้ันสรุปและประเมินผล

4. ขัน้ นำเสนอผลการดำเนินงาน

5. ปญั หาและอปุ สรรค

6. วิธีการแก้ไข

ผลการดำเนนิ การโครงงาน

1. ผลท่เี กิดขนึ้ กบั นักเรียน

จากการดำเนินงานโครงงาน “เดินแถวดีมีวินัย” นักเรียนในระดับประถมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้าน
เวียงฝาง ได้ฝึกปฏิบัติการเดินแถวเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ มีคุณธรรม-จริยธรรม ด้านความมีระเบียบ
วินัย ความสามัคคี ความรับผิดชอบ เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และในภาพรวมทุกคนปฏิบัติ และเข้าร่วม
กิจกรรมได้มากกว่าร้อยละ ๘๐ นกั เรยี นได้รับการพฒั นาใหม้ ีคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม คณุ ลักษณะที่ดีตามท่ี
โรงเรียนกำหนด และได้ ลงมือปฏิบัติโครงงานคุณธรรมแต่ละระดับชั้น ตลอดจนมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง
และตอ่ สงั คมส่วนรวม เกิด ความมีวนิ ยั



2. ผลที่เกิดขึ้นกบั ครู

ครมู รี ะเบียบวนิ ยั ตามวินยั ข้าราชการ ประพฤติปฏบิ ตั ิตนอยู่ในความดี ทำงานเตม็ เวลา และตรงเวลา อุทิศ
ตนต่อส่วนรวมเสียสละเวลาเพื่อการทำงานอย่างเต็มที่ มีความพอเพียงใช้จ่ายอย่างเหมาะสมตามฐานะ มี ความ
สุภาพ ยิ้มไหว้ทักทายกับผู้อื่น พูดจาไพเราะ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย มีมารยาท ช่วยเหลือกิจกรรมของ ชุมชน
และเปน็ แบบอยา่ งที่ดใี ห้กบั นักเรยี น

3. ผลที่เกดิ ขึน้ กับผูบ้ ริหาร

ผู้บริหารตระหนักถึงความสำคัญในด้านการพัฒนาคุณธรรมขององค์กร มีภาวะผู้นำ บริหารจัดการงาน
อย่างเป็นระบบตามหลักธรรมาภิบาล ยึดความโปร่งใสตรวจสอบได้ ปฏิบัติหน้าที่เต็มศักยภาพ ส่งเสริมการ
ขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมให้บรรลุเป้าหมาย ประสบความสำเร็จ โดยติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนพฤติ
ตนเปน็ แบบอยา่ งทีด่ ี

4. ผลทเ่ี กิดข้นึ กับโรงเรยี น

ผลการดำเนินงานด้านโรงเรียนคุณธรรมมีทิศทางที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิง
บวกในโรงเรียน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความ ไว้วางใจต่อชุมชนในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนต่อโรงเรียนบ้าน
เวียงฝาง

5. ผลท่ีเกิดขึ้นกบั ครอบครวั ของนกั เรยี น

ผู้ปกครองเห็นการเปลี่ยนแปลงและพึงพอใจในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนทั้งทางด้าน
ระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคมของนักเรียน ทำให้ผู้ปกครองตระหนัก
และเลง็ เหน็ ถงึ ความสำคัญในดูแลเอาใจใสน่ ักเรียนและกจิ กรรมของโรงเรียนมากข้นึ ตลอดจนการเป็นแบบอย่างที่
ดี

ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ ับ

1. นักเรยี นในระดบั ประถมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบา้ นเวยี งฝางทกุ คนทเ่ี ขา้ รว่ มกิจกรรมได้รับการปลูกฝัง
คุณธรรม-จรยิ ธรรม ดา้ นความมรี ะเบียบวินัย ความสามคั คีและความรับผดิ ชอบเกนิ กวา่ ร้อยละ 80 % ขึน้ ไป

2. นักเรยี นในระดบั ประถมศึกษาตอนต้น โรงเรยี นบ้านเวยี งฝางทุกคนปฏบิ ัติตนในการเดินแถวดี อย่างมี
ระเบียบวินยั และมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและผูอ้ นื่

5. ปจั จัยไปสคู่ วามสำเร็จ
5.1. การจัดวางระบบการจัดการที่มีรูปแบบชัดเจน เนื่องจากโรงเรียนเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่ มีครู

บคุ ลากรและนักเรยี นจำนวนมาก ต้องอาศัยการทำงานท่ีมีการวางแผน การกำหนดเป้าหมายท่ชี ัดเจน การบริหาร
จัดการนำสกู่ ารปฏบิ ตั ิในการทำโครงงานโรงเรยี นคณุ ธรรม เป็นกระบวนการทำงานท่ีขับเคลื่อนอยา่ งเป็นระบบ



5.2. การสื่อสารสร้างความเข้าใจอันดี ต่อความชัดเจนในการทำโครงงานคุณธรรม “เดินแถวดีมีวินัย”
เพื่อ เสริมสร้าง ให้เกิดความร่วมมือจากบุคลากรทีเ่ กี่ยวข้อง ทั้งในฝ่ายบริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน
ใน รูปแบบการประชุม การรบั ฟงั ขอ้ เสนอ การผ่านชอ่ งทางเทคโนโลยี เป็นต้น

5.3. การกำหนดภาระหนา้ ทข่ี องแตล่ ะฝา่ ยงานใหเ้ กิดความชัดเจน เพอ่ื ใหเ้ กิดแรงหนุนและพลังการทำงาน
อยา่ งสร้างสรรคต์ อ่ กัน

5.4. ฝ่ายบริหารมีภาวะผู้นำ และมีทัศนคติที่ดี และมีความเข้าใจในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เป็น
แบบอย่างท่ดี ีในการดำเนนิ ชวี ติ ทง้ั ในดา้ นสว่ นตนและงาน

5.5. การมีทัศนคติหรือมุมมองเชิงบวกต่อคุณธรรมเป้าหมาย ร่วมกันกำหนดพฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวก และ
ลงมือปฏบิ ัติ

5.6. ความร่วมมือ ร่วมใจ ท่ีเกิดจากการรว่ มมือกันทำกจิ กรรมอย่างต่อเนื่องด้วยความสุข และเห็น คุณค่า
ของสงิ่ ที่ทำ

6. บทเรยี นทไี่ ด้รับ (Lesson Learn)

จากการดำเนินงานการพัฒนาโรงเรียนสู่โรงเรียนคุณธรรม ด้วยหลักการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา โดย
อาศัยกระบวนการให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา ตามรูปแบบนวัตกรรมโครงงานโรงเรียนคุณธรรม
สร้างสรรค์คนดี โรงเรียนบ้านเวียงฝาง โดยใช้จัดกิจกรรมโครงงาน/วิถีชีวิตประจำวันที่ส่งเสริม คุณธรรม จนเกิด
เป็นวัฒนธรรมของโรงเรียนซ่ึงอาศัยกระบวนการแลกเปลีย่ นเรียนรู้ด้วยกระบวนการ PLC ระหว่างผู้ปฏิบัติงานใน
การพัฒนาและแก้ไชปัญหาอุปสรรคเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย
นอกจากนี้ในส่วนของนักเรียนยังได้จัดกิจกรรมสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในการเรียนการสอน โดยความรู้ท่ี
นกั เรียนได้รบั เกดิ จากการลงมือปฏบิ ตั ิ โครงงานคุณธรรมซงึ่ สง่ ผลให้เกดิ พฤติกรรมที่คงทนและส่งผลต่อความยง่ั ยนื

7. การเผยแพร่/การไดร้ ับการยอมรบั

โรงเรียนบ้านเวยี งฝางได้รับการติดตามนิเทศผลการดำเนินโครงงาน จากผู้ทรงคุณวุฒิของมลู นิธิยุวพัฒน์
ปีการศึกษาละ 2 ครั้ง มีการเผยแพร่โครงงานโรงเรียนคุณธรรม “เดินแถวดีมีวินัย” ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
อาทิ การเผยแพรผ่ ่านเว็บไซต์ของโรงเรียน การจัดประชมุ /การจัดกิจกรรมร่วมกนั ของ โรงเรียนท่ีเขา้ ร่วมโครงการ
โรงเรยี นคณุ ธรรมกับมลู นิธิยุวพฒั น์

๑๐

8. เง่อื นไขความสำเรจ็

8.1 ผู้บรหิ ารคำนงึ ถงึ ผมู้ ีส่วนได้เสียทกุ กลมุ่ ควรใหโ้ อกาสทุกกลมุ่ ในการใหข้ ้อมลู ใหค้ ำแนะนำ ให้ โอกาส
รว่ มทำ รว่ มแกไ้ ขปัญหา และร่วมช่ืนชมความสำเรจ็ ในการพัฒนาโครงงานคณุ ธรรม

8.2 มีการนิเทศติดตามโรงเรียนคุณธรรมของมูลนิธิยุวพัฒน์ ที่มาเพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานของ
กระบวนการพัฒนาโครงงานคณุ ธรรม และการปฏิบัตงิ านเกี่ยวกับโครงงานคุณธรรม มุ่งให้คำปรึกษาแนะนำ และ
กระต้นุ ใหเ้ กดิ การมีสว่ นร่วมทั้งโรงเรียน โดยนเิ ทศอาสาจะรับฟังความกา้ วหนา้ ปญั หาอุปสรรคของการดำเนินงาน
โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่ม นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน เยี่ยมชมการ ปฏิบัติงานจริงใน
โรงเรียน ให้คำปรึกษา แนะนำตามความจำเป็นเมื่อโรงเรียนต้องการ ให้ความช่วยเหลืออย่าง กัลยาณมิตร ร่วม
ถอดบทเรยี นความสำเรจ็ ในการพฒั นาโรงเรียนคณุ ธรรมเพอ่ื นำไปขยายผล การพัฒนาโรงเรียนคณุ ธรรมอยา่ งทว่ั ถึง

8.3 มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มบุคคล ได้แก่ กลุ่มครู กลุ่มนักเรียน กลุ่ม ผู้ปกครอง
และกลุ่มเครือข่ายผู้บริหาร เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็น เพื่อรวบรวมผลการปฏิบัติงาน
ความ กา้ วหนา้ ปัญหา อปุ สรรค และความสำเร็จรูปแบบต่างๆ ในการพัฒนาโครงงานคุณธรรม

8.4 การกำกบั ตดิ ตาม การประเมินและรายงาน เปน็ ฐานในการพัฒนาคุณธรรมของ โรงเรยี น

๑๑

ภาคผนวก

๑๒

ภาพบรรยากาศของการฝึกอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารเพอ่ื พฒั นาครูโรงเรียนคณุ ธรรม
โครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม มูลนิธยิ วุ พฒั น์

ภาพคณะวทิ ยากรครแู กนนำโรงเรยี นคณุ ธรรมแบง่ ปนั องค์ความรู้เกยี่ วกับ
การขบั เคล่อื นโครงการคุณธรรมของโรงเรยี นบ้านเวยี งฝา

๑๓

ภาพคณะครูรว่ มระดมความคดิ คน้ หาอัตลกั ษณ์คุณธรรมของโรงเรยี นบา้ นเวยี งฝาง

๑๔

ภาพบรรยากาศการฝึกอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ ารเพอ่ื พัฒนานกั เรยี นโรงเรยี นคณุ ธรรม
โครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม มลู นธิ ิยวุ พัฒน์

ภาพวิทยากรครูแกนนำโรงเรยี นคณุ ธรรมถา่ ยทอดองค์ความรู้เกีย่ วกับ
การขับเคลอ่ื นโครงการคุณธรรมแก่นกั เรยี นโรงเรียนบ้านเวียงฝาง

๑๕

ภาพนกั เรยี นรว่ มระดมความคิดคน้ หาปัญหา
เพ่ือนำไปส่อู ตั ลักษณ์คุณธรรมของโรงเรยี นบ้านเวยี งฝาง

๑๖

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐





คำนำ

แบบเสนอผลงาน “นวัตกรรมสร้างสรรคค์ นดี ดา้ นการเรยี นการสอน” เลม่ นี้ จดั ทำขึ้นเพือ่ ให้
คณะกรรมการประเมินการผลติ นวตั กรรมสร้างสรรค์คนดี เพือ่ รบั รางวลั ประจำปี ๒๕๖๔ ใช้เปน็ คมู่ ือในการ
ประเมนิ ผสู้ ร้างนวตั กรรมสร้างสรรค์คนดีได้รับการเสนอช่อื เขา้ รับการคัดเลอื ก จะไดท้ ราบข้อมูล ความรู้ ใน
ส่วนทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั ผ้ไู ดร้ บั การประเมินในดา้ นต่าง ๆ แบบเสนอเลม่ นป้ี ระกอบด้วยส่วนสำคญั ดงั ตอ่ ไปน้ี

๑. ความสำคัญของนวตั กรรม
๒. จดุ ประสงค์และเป้าหมาย
๓. กระบวนการผลติ นวตั กรรม
๔. ผลการดำเนินการ
๕. ปัจจยั ความสำเร็จ
๖. บทเรียนทไ่ี ด้รับ
๗. การเผยแพร่นวตั กรรม
๘. เงอ่ื นไขความสำเร็จ
ขอ้ มลู ที่ปรากฏในแบบเสนอผลงานน้เี ป็นสว่ นหน่ึงของผลงานทัง้ หมดเท่านนั้ ซ่ึงสว่ นอ่ืนๆ ท่ีเปน็
รายละเอียดทั้งหมดสามารถศกึ ษา ตรวจสอบได้ที่สถานศึกษาของผ้ไู ดร้ บั การเสนอ
หวังว่าแบบเสนอผลงานเล่มนจ้ี ะอำนวยประโยชนใ์ ห้แก่คณะกรรมการประเมนิ และผ้อู ่านไดเ้ ป็น
อยา่ งดี ขอขอบคุณผู้บริหารสถานศกึ ษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศกึ ษา
นกั เรยี น ผ้ปู กครอง และชมุ ชนที่ให้ความรว่ มมือ ทำให้แบบเสนอผลงานนี้เสรจ็ สมบูรณต์ ามเป้าหมาย

พนาทิพย์ กันทะล่นั

สารบัญ ข

คำนำ. หนา้
สารบญั . ก
ความสำคญั ของนวัตกรรม. ข
1
จดุ ประสงค์และเป้าหมาย. 2
กระบวนการผลิตนวัตกรรม. ๒

ผลการดำเนนิ การ. ๖
ปัจจัยความสำเร็จ. ๗
บทเรียนทีไ่ ดร้ บั . ๗

การเผยแพร่นวตั กรรม.
เง่ือนไขความสำเรจ็

ภาคผนวก

1

ชื่อผลงานนวตั กรรม : กจิ กรรมโครงงานนาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ นอ้ มนำศาสตรพ์ ระราชา
เจา้ ของผลงานนวตั กรรม : นางสาวพนาทพิ ย์ กนั ทะล่ัน
โรงเรยี นบา้ นอรุโณทยั
โทรศพั ทม์ อื ถอื ๐๘๕-๐๓๐๒๖๒๘
สังกดั สำนักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชียงใหม่ เขต ๓
ประเภทผลงาน นวตั กรรมด้านการสอน
สอดคลอ้ งกบั คณุ ลักษณะโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.
ความพอเพยี ง
 ความกตัญญู
 ความซ่อื สัตย์สุจริต
 ความรบั ผดิ ชอบ
 อุดมการณค์ ุณธรรม
 คุณธรรมอตั ลักษณ์(โปรดระบ)ุ .....................................................

รายละเอียดการนำเสนอนวัตกรรม
1.ความสำคัญของนวตั กรรม

ปจั จบุ นั การเรยี นนาฏศิลป์ไทยและการปฏบิ ตั ิทา่ ทางนาฏศิลปไ์ ทยไมไ่ ดร้ ับความสนใจจากนักเรยี น
โดยเฉพาะความเข้าใจทา่ รำของนาฏยศัพท์ซงึ่ ส่งผลต่อการนำไปสกู่ ารปฏิบัติถา้ รำอยา่ งถกู ตอ้ งและสวยงาม
ทำให้นกั เรียนปฏิบัตถิ ้ารำไดไ้ มด่ พี อ ผนวกกบั อิทธพิ ลของวัฒนธรรมตา่ งชาติที่เผยแพรเ่ ขา้ มาอยา่ งรวดเรว็
จึงทำให้นกั เรยี นบางคนเลือกที่จะสนใจนาฏศิลปไ์ ทยนอ้ ยลงเพราะไดร้ ับวฒั นธรรมตา่ งชาติ ที่มคี วาม
สนกุ สนานมีรูปแบบทห่ี ลากหลายมากขน้ึ เม่อื วเิ คราะห์หลักสูตรการเรยี นการสอนในระดับประถมศึกษา
พบว่าเนือ้ หาความรู้และเวลาในการเรยี นการสอนคอ่ นข้างน้อยเพราะการเรยี นกลุ่มสาระศิลปะ
ประกอบด้วยวิชาทัศนศิลป์ ดนตรี และ นาฏศิลป์ไทย พนื้ ฐานการเรยี นสาระวชิ าดังกล่าว ตอ้ งใชเ้ วลาใน
การฝกึ ปฏบิ ตั ิมากเนอ่ื งจาก นักเรียนขาดคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซึ่งสอดคล้องกบั ผลการสำรวจความคดิ เหน็
สถานการณค์ ุณธรรมของสงั คมไทย และอกี ท้ังนักเรียนขาดความต่อเน่อื งในการปฏบิ ตั ิทำใหไ้ มส่ ามารถ
ปฏิบัติได้ดี ซ่ึงปญั หาเหล่าน้ีส่งผลกระทบ ตอ่ ตวั นักเรยี น ครอบครัว ระบบการศึกษา และสงั คม จากการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนวิชานาฏศลิ ป์ไทยของโรงเรยี นบา้ นอรุโณทยั

พบว่านักเรยี นสว่ นใหญข่ าดคณุ ธรรมดา้ นความพอเพียง ด้านความซื่อสัตย์ ด้านความรบั ผิดชอบ ซึง่
สง่ ผลตอ่ การเรียนรู้ ท่ีจะทำให้ประสบผลความสำเร็จทางการเรยี นและการดำเนนิ ชวี ิต ในสังคมปัจจุบัน ดว้ ย
เหตุน้ีนวัตกรรมสร้างสรรค์นาฏศลิ ปไ์ ทย จึงเป็นนวัตกรรมหนงึ่ ที่ได้ออกแบบการเรียนการสอนโดยใช้
โครงงานเปน็ ฐาน (Project Based Learning) โดยใช้สถานการณป์ ัญหาทน่ี กั เรียนคน้ พบและตอ้ งการแกไ้ ข
เปน็ ตัวกระตนุ้ ให้นกั เรียนไดเ้ รียนร้กู ารแกไ้ ขปญั หา ดว้ ยการทำโครงงานนาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ นอ้ มนำศาสตร์
พระราชา เพ่ือพฒั นานักเรียนให้เปน็ คนดีมีคุณธรรม จรยิ ธรรม โดยใหน้ กั เรียนได้จดั ทำโครงงานนาฏศลิ ป์
ไทยสร้างสรรคใ์ หส้ อดคลอ้ งกบั สภาพจริงของโรงเรียน และทอ้ งถ่นิ นอกจากน้ใี นการสอนเร่อื งคณุ ธรรมและ
จริยธรรมของโรงเรียนบ้านอรุโณทัย เปน็ นามธรรมยากตอ่ การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนใหน้ กั เรยี น
เข้าใจ และเกิดคุณธรรม จากสภาพปญั หาดังกล่าวจึงคน้ หาวิธกี ารแก้ปญั หาด้วยรปู แบบการเรยี นการสอน
โดยยึดผ้เู รียนเปน็ ศนู ย์กลาง มาใช้ในกระบวนการพัฒนาโครงงานนาฏศิลป์ไทยสรา้ งสรรค์ นอ้ มนำศาสตร์
พระราชา ด้านความพอเพียง ด้านความซื่อสัตย์ ด้านความรบั ผดิ ชอบ เพ่ือสร้างนกั เรยี นใหเ้ ป็นคนดี
รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ จากความสำคัญของการส่งเสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรมข้างต้น ในฐานะครูทป่ี รึกษาชมุ นุม

2

นาฏศิลป์ ของโรงเรียนบา้ นอรโุ ณทัย สงั กดั สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่
เขต ๓ จึงมีแนวคดิ ในการพัฒนาคณุ ธรรม โดยการจดั การเรยี นรู้คณุ ธรรมสู่ห้องเรียนชุมนมุ นาฏศิลป์ ชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรียนบ้านอรโุ ณทยั

ดง่ั พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชบรมนาถบพติ ร ทวี่ ่า
“การศึกษาด้านศิลปะวัฒนธรรมเปน็ การศึกษาทีส่ ำคญั และควรจะดำเนินควบคูก่ ันไปกับการศึกษาด้าน
วทิ ยาศาสตร์ เพราะความเจรญิ ของบุคคล ตลอดจนถึงความเจรญิ ของประเทศและของโลกโดยส่วนรวมดว้ ย
นน้ั มที ง้ั ทางวัตถแุ ละจิตใจ ความเจรญิ ทง้ั สองทางนี้ จะต้องมปี ระกอบกนั เกือ้ กูลและส่งเสริมกันพรอ้ มมลู จึง
จะเกดิ ความเจรญิ ทแ่ี ทจ้ ริงได้ ประเทศทั้งหลายจึงต่างพยายามส่งเสรมิ การศกึ ษาดา้ นศิลปะวัฒนธรรมน้ี
พร้อมกันไปกับการศกึ ษาด้านวทิ ยาศาสตร"์

๒.จุดประสงคแ์ ละเปา้ หมายของผลงานนวัตกรรม
๒.๑ จดุ ประสงค์
๑.เพื่อใหน้ กั เรียนมีความพอเพียง พอดไี ม่มากไมน่ อ้ ยจนเกินไป หรอื ความพอใจในสิ่งท่สี มควรใน

ปรมิ าณท่ีเหมาะสม ไม่นอ้ ยจนกอ่ ให้เกดิ ความขดั สน และไมม่ ากเกนิ ไปจนฟุม่ เฟือย จนเกิน กำลังของตนเอง
หรอื ไม่เบยี ดเบยี นตนเองและผอู้ ื่น ด้วยการทำโครงงานนาฏศลิ ปส์ ร้างสรรค์ น้อมนำศาสตร์พระราชา

๒. เพื่อใหน้ กั เรยี นมคี วามซื่อสัตย์ โดยไม่ถือเอาสง่ิ ของหรอื ผลงานของผอู้ ่ืนมาเปน็ ของตน ไม่
แสวงหา ผลประโยชน์ ไมโ่ กหกและมสี ัจจะ

๓. เพ่ือให้นักเรยี นมีความรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทีข่ องตนเองตรงตอ่ เวลา อดทน แกไ้ ขปัญหาใหล้ ลุ ว่ ง
ดว้ ยดี

๒.๒ เปา้ หมาย
เป้าหมายเชงิ ปริมาณ : นกั เรยี นชมุ นมุ นาฏศิลป์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา

2564 จำนวน ๔๗ คน
เปา้ หมายเชงิ คุณภาพ : นกั เรยี นชุมนุมนาฏศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ ปีการศกึ ษา

2564 จำนวน ๔๗ คน มคี ณุ ธรรมดา้ น ความพอเพียง ด้านความรบั ผดิ ชอบและด้านความซ่ือสัตย์

๓.กระบวนการผลิตนวัตกรรม
การดำเนนิ การผลิตนวตั กรรมเพ่อื เสรมิ สรา้ งคณุ ธรรม ด้านความพอเพียง ด้านความรับผิดชอบ ด้าน

ความซอ่ื สตั ยน์ ้ัน จะใช้โครงงานนาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ นอ้ มนำศาสตรพ์ ระราชากับนักเรียนชมุ นุมนาฏศิลป์ ชน้ั
ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ โดยได้กำหนดวิธกี ารตามขน้ั ตอนดังน้ี

๑. การศกึ ษาเอกสารแนวคดิ หลกั การ
- หลกั สตู รกลุม่ สารระการเรยี นรู้ศิลปะ
- ความหมายของโครงงาน
- ขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนโครงงานนาฏศิลป์สรา้ งสรรค์ นอ้ มนำศาสตรพ์ ระราชา

๒. การสร้างนวตั กรรมและการนำไปใช้
๓. การศึกษาเอกสารแนวคิดหลกั การ

- หลักสตู รกลุ่มสารระการเรยี นรู้ศิลปะ

3

ในการเรยี นการสอนนาฏศิลปม์ ุ่งเนน้ ใหผ้ ูเ้ รียนเปน็ ศูนย์กลางมากท่ีสุด เพ่ือให้ได้ทั้งกระบวนการและ
ความรู้จากวธิ กี ารปฏิบัตจิ รงิ และนำผลทีไ่ ดม้ าจดั ระบบเปน็ หลักการ แนวคิด และองคค์ วามรู้ การจัดการ
เรียนการสอนในชมุ นมุ นาฏศลิ ป์ และรายวชิ านาฏศลิ ป์ จึงมเี ป้าหมายทสี่ ำคัญ ดงั นี้

1. เพอ่ื ให้เข้าใจหลักการ ทฤษฎแี ละกฎที่เปน็ พื้นฐานในการเรียนรนู้ าฏศลิ ป์
2. เพื่อฝกึ ความกล้าแสดงออก
3. เพอ่ื เผยแพรศ่ ิลปวฒั นธรรมไทย
4. เพอ่ื ใหส้ ่งเสริมและธำรงรักษาไว้ซงึ่ ศิลปวฒั นธรรมของไทย
5. เพอ่ื นำเปน็ การสง่ เสริมและอนุรักษ์วฒั นธรรมของชาตใิ ห้คงอยู่สืบไป
6. เพอ่ื พัฒนากระบวนการคดิ และจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา และ การ

จดั การ ทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตดั สินใจ
7. เพื่อใหเ้ ป็นผู้ท่ีมี มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มในการใช้ ในชวี ิตประจำวันได้อยา่ ง

สรา้ งสรรค์

คุณธรรม 5 ประการ ของโรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ.
กรอบแนวคิดโรงเรยี นคณุ ธรรม ทีต่ ้องชว่ ยกันปลูกฝงั ให้แกน่ กั เรียน ครู และผบู้ ริหาร 5

ประการ ไดแ้ ก่ 1.) ความพอเพียง 2.) ความกตัญญู 3.) ความซอื่ สัตย์สจุ ริต 4.) ความรบั ผิดชอบ
และ 5.) อดุ มการณ์คุณธรรม

1) ความพอเพยี ง หมายถงึ การดำรงชวี ิตพอเพียงตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จ
พระ เจา้ อยหู่ วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช โดยทำพอประมาณใหเ้ หมาะสมกับตนเอง ไมฟ่ ุ้ง เฟอ้ และฝกึ ตนเอง
ให้รู้จกั ความพอดี พอเหมาะ ถา้ ไม่พอดี ไมพ่ อเหมาะกจ็ ะเกิดความทุจรติ ในใจได้

2) กตัญญู หมายถงึ คุณธรรมพนื้ ฐานของมนษุ ย์ ซึ่งในสังคมมนษุ ย์ต้องเก่ยี วข้องสัมพนั ธก์ บั
บคุ คลตา่ ง ๆ ได้แก่ พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ญาติพ่นี ้อง เปน็ ต้น ความกตญั ญูเป็นคุณธรรมที่มนุษยค์ วร
ปฏบิ ตั ิ และไมห่ ลงลมื ตวั เมอื่ เกิดความสำเรจ็ ตอ้ งยกย่องเชดิ ชูบพุ การี ครู อาจารย์ และทุกคนท่มี สี ว่ น
ร่วม

3) ซือ่ สัตยส์ ุจริต หมายถึง พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวภมู ิพลอดุลย
เดชทว่ี ่าความซ่ือสตั ย์สจุ ริตเปน็ พ้ืนฐานของความดที กุ อยา่ งเด็กๆจึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกดิ มีขนึ้ ใน
ตนเองเพ่ือจักไดเ้ ตบิ โตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์ และมีชวี ิตที่สะอาด ท่ีเจรญิ มั่นคง (พระราชทานเพ่อื
อญั เชญิ ลง พมิ พใ์ นหนงั สอื วนั เดก็ ปีพุทธศักราช 2531)

4) ความรับผิดชอบ หมายถงึ ผบู้ รหิ าร ครู อาจารย์ ตอ้ งมจี ติ ส˚านึกในบทบาท และหน้าที่
ของ ตวั เอง และปฏิบตั หิ นา้ ทใี่ ห้ดที สี่ ุด เคารพกฎเกณฑ์กติกาพรอ้ มใหต้ รวจสอบการกระท˚าไดเ้ สมอ
โดยพร่˚า สอน เพอื่ ใหล้ กู หลานเยาวชนกา้ วทนั ตอ่ ยุคโลกาภิวฒั น์ ยึดมน่ั ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ เพือ่ สร้าง
คนดีให้ บ้านเมือง

5) อุดมการณค์ ุณธรรม หมายถงึ การเสริมสรา้ งหลักธรรมาภบิ าลของการบริหารกิจการ
บ้านเมอื งที่ดี โดยการบริหารหรือการปกครองที่มีความถูกต้อง มคี วามยตุ ธิ รรม รว่ มมือร่วมใจกัน
มงุ่ มน่ั ใหร้ ะบบการศึกษาของชาติด˚าเนนิ ไปดว้ ยความม่ันคง ยง่ั ยนื ด้วยจิตส˚านึก ทศั นคติ
พฤติกรรมทเ่ี ตม็ เป่ียม ด้วยคณุ ธรรม และจรยิ ธรรม พร้อมทง้ั ใช้หลักการใหโ้ อกาสประชาชนมีสว่ น
ร่วมรับรู้

ความหมายของโครงงาน

4

โครงงาน (Project Approach) คือ กจิ กรรมทเ่ี ปิดโอกาสให้ ผู้เรยี นได้ทำการศกึ ษาค้นควา้ และฝึก
ปฏิบัตดิ ้วยตนเองตามความสามารถ ความถนดั และความสนใจ โดยอาศยั กระบวนการในการคิด หรือ
กระบวนการอน่ื ๆ ไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบ โดยมคี รผู สู้ อนคอยกระตุ้นแนะนำ และใหค้ ำปรึกษาแก่
ผเู้ รียนอย่างใกลช้ ิด ตงั้ แต่การเลือกหัวข้อทจ่ี ะศึกษา คน้ ควา้ ดำเนินงานตามแผน กำหนดขน้ั ตอนการ
ดำเนินงานและการนำเสนอผลงาน ซง่ึ อาจทำเป็นบุคคลหรอื เป็นกลุ่ม
ประเภทโครงงาน แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่

1. โครงงานตามสาระการเรยี นรู้ เป็นการใช้บรู ณาการร่วมกบั การเรยี นรู้ ทักษะและเปน็ พ้นื ฐานใน
การกำหนดโครงงานและปฏบิ ัติ

2. โครงงานตามความสนใจ เป็นโครงงานทผี่ ูเ้ รียนกำหนดขัน้ ตอน ความถนัด ความสนใจ ความ
ต้องการ โดยใชท้ ักษะความรู้ จากกลมุ่ สาระการเรียนร้ตู ่างๆมาบรู ณาการเปน็ โครงงานและ ปฏบิ ตั ิ สามารถ
แบง่ ได้

รปู แบบ ตามวัตถปุ ระสงค์
1. โครงงานท่เี ปน็ การสำรวจ รวบรวมข้อมลู

เป็นโครงงานท่มี วี ัตถปุ ระสงค์ในการรวบรวมข้อมลู เร่ืองใดเรือ่ งหนึง่ แล้วนำขอ้ มลู นั้นมาจำแนกเป็น
หมวดหมู่ ในรูปแบบทีเ่ หมาะสม ข้อมูลท่ีได้จะนำไปปรับปรงุ พฒั นาผลงาน ส่งเสรมิ ผลผลิต ให้มีคณุ ภาพดี
ยิ่งขน้ึ ขอ้ มลู ดังกล่าว อาจมีผ้จู ัดทำขึน้ แล้ว แตม่ กี ารเปล่ยี นแปลง จึงต้องมีการจัดทำ ใหมเ่ พ่อื ให้มีความ
ทันสมัย สอดคลอ้ งกับความต้องการของผู้ศกึ ษาโครงงาน โดยใช้วธิ ีการเก็บข้อมลู ดว้ ย แบบสอบถาม แบบ
สัมภาษณ์ แบบบันทึก

2. โครงงานทเ่ี ป็นการศึกษาค้นคว้า ทดลอง
เป็นโครงงานท่มี วี ัตถุประสงค์ เพื่อการศึกษาเร่อื งใดเร่ืองหนงึ่ โดยเฉพาะ โดยศกึ ษาหลักการ และออกแบบ
การคน้ คว้า ในรปู แบบการทดลองเพ่ือยืนยันหลกั การ ทฤษฎี เพอ่ื ศึกษาหาแนวทางใน การเพิม่ คุณคา่ และ
การใชป้ ระโยชน์ใหม้ ากข้ึน

3. โครงงานทเี่ ป็นการศึกษาทฤษฎี หลักการ หรอื แนวคดิ ใหมๆ่ เป็นโครงงานทม่ี วี ตั ถุประสงค์เพอ่ื
เสนอความรู้ หรอื หลักการใหม่ๆ เกี่ยวกบั เรือ่ งใดเรือ่ งหนง่ึ ท่ยี งั ไม่มใี ครเคยคิด หรอื คิดขดั แยง้ หรือขยายจาก
ของเดมิ ทม่ี ีอยู่ จากเนือ้ หาวชิ าการหลักการทฤษฎี ต่าง ๆ นำมาปรบั ปรงุ พัฒนา ให้สอดคลอ้ งมคี วามชัดเจน
มีผลงานท่ีเป็นรปู ธรรม ซึ่งต้องผา่ นการ พิสูจนอ์ ยา่ งมีหลกั การและเชอ่ื ถอื ได้

4. โครงงานทีเ่ ป็นการสรา้ งประดษิ ฐ์ คดิ คน้ เปน็ โครงงานที่มวี ตั ถปุ ระสงค์ คอื การนำความรู้ทฤษฎี

หลักการ มาประยุกตใ์ ช้ โดยประดษิ ฐ์ เป็นเคร่ืองมือ เครือ่ งใชต้ ่างๆ เพื่อประโยชนต์ ่างๆ หรอื อาจเป็นการ

สร้างสรรค์สิง่ ประดษิ ฐ์ขึน้ มาใหม่ หรอื ปรับปรงุ ของเดมิ ใหด้ ีขึน้ ใช้ประโยชนไ์ ด้มากยิ่งขนึ้


Click to View FlipBook Version