๗
2.1.4 ศึกษารูปแบบ SANO Model ในกรวิจัยครั้งนี้ได้เลือกการเรียนรู้แบบ SANO
Model เป็นทางการและกา่ หนดไว้ในแผนการจดั การเยนรปู้ ระกอบดว้ ย 4 ช้ัน คือ ข้นั นา่ เข้าสู่บทเรียน ขนั้ เรียนรกู้ ลุ่ม
ย่อย ข้นั การสรปุ และข้ันการนา่ ไปใช้
2.1.5 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสาระการเรียนรู้ สาระส่าคัญ ผลการเรียนรู้และ
รูปแบบการเรียนรู้แบบ SANO Mode ทีเลือกใช้เพือด่าเนินการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning
โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรับนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ี 3 จ่านวน 4 ชุด
ทดลองในภาคเรียนที 1 ปีการศึกษา 2563 ในชัวโมงกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิมเวลารู้ สัปดาห์ละ 4 คาบ 6 สัปดาห์
คาบละ 30 นาที รวมระยะเวลาทดลองสอนทั้งหมด 24 คาบ 12 ชวั โมง ไมร่ วมกับเวลาทีใช้ทดสอบหลังเรยี น (Post-
test) โดยผ้วู จิ ัยดา่ เนินการสอนด้วยตนเอง ดงั แสดงในตาราง 1
ตาราง 1 ก่าหนดชุดกิกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Leaning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการ
การเกษตรในโรงเรียน สา่ หรับนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีที 3 ของโรงเรยี นบา้ นฮา่ งตา่ โดยใช้นวตั กรรมเกียวกับชุดกิจ
กรมการเรียนรู้ เรือง เศรษฐกจิ พอเพยี งเล้ียงชีพได้ ซงึ ประกอบด้วย 4 ชุดกจิ กรรม ดงั น้ี
ชดุ ที่ ชดุ กิจกรรม จานวนช่ัวโมง
1 ชดุ ที 1 พืชผักรักษ์ไทย 3
2 ชุดที 2 ไรน่ าสาธิต 3
3 ชดุ ที 3 สับ ซอย หมกั เพมิ คุณ่คา่ 3
4 ชดุ ที 4 เลี้ยงปลาไดป้ ระโยชน์ 3
2.1.6. คู่มือครู เป็นส่วนหนึงของชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้
รูปแบบ SANO Model บูรณาการก ารเ ก ษ ตร ในโ ร ง เรีย น ส่าหรับนักเรียนชั้น ปร ะ ถ ม ศึก ษ าปี ที 3
ของโรงเรียนบ้านฮ่างตา่ ดงั น้ี
3.1 ค่านา่
3.2 ค่าช้แี จง
3.3 คา่ แนะน่าสา่ หรับนักเรียน
3.4 ค่าแนะน่าในการวางแผนและบริหารการจัดการเรยี นร้ตู ามรูปแบบ SANO Model
3.5 โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้
3.6 แบบทดสอบกอ่ นเรียน
3.7 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
3.8 แผนการจัดการเรียนรู้
1) ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1.1 ครูจะแจ้งผลการเรียนบอกเกณฑ์และรางวัลของกลุ่มทีประสบความส่าเร็จ
1.2 ทบทวนความรู้เดมิ ทีเกียวข้องกับความรู้ใหม่
2) ขั้นเรียนรูก้ ลุ่มยอ่ ย
2.1 แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มกลุ่มละ 4 คน ประกอบด้วยนักเรียนเก่ง 1 คน
นกั เรยี นออ่ น 1 คน นกั เรียนปานกลาง 2 คน
2.2 ครูแบ่งหน้าทีให้นักเรียนท้ัง 4 ดังนี้ คนที 1 รับผิดชอบควบคุมวางแผนการ
ทา่ งานเป็นทีมแบบมีแบบแผน (S : Schedule) คนที 2 รับผิดชอบสรา้ งความร่วมมอื ในทมี งาน (A : Associate) คนที
นวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบ้านฮ่างตา่ อา่ เภอแม่อาย จงั หวดั เชียงใหม่
๘
3 รับผิดชอบสอบถามความต้องการของเพือนในทีม (N : Neediness)และคนที 4 รับผิดชอบควบคุมการท่างนตาม
บทบาทหน้าทีและติดตามผลภายในทมี (O : Observance)
2.2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมตามชุดกิจกรรมโดยจะต้องให้ความ
ร่วมมอื และชว่ ยเหลือซึงกนั และกนั เพือใหง้ านประสบความสา่ เรจ็
3) ขน้ั การสรปุ
3.1 หลังจากเรียนจบแลว้ ให้นักเรียนแต่ละคนทดสอบ
3.2 น่าคะแนนของแต่ละคนทีได้จกการทดสอบมารวมกันภายในกลุ่มหาค่า
คะแนนเฉลยี ของกลุ่ม
3.3 นักเรียนคนที 4 ทีรับผิดชอบควบคุมการท่างานตามบทบาทหน้าทีและ
ติดตามผลภายในทมี (0 : Observance) บนั ทึกผลคะแนนนา่ เสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
3.4 กลุม่ ทีได้คะแนนสูงสดุ จะประกาศไวห้ นา้ ช้ันเรยี น (ใหร้ างวลั )
4) ขน้ั การนาไปใช้
4.1 ครูตั้งค่าถามกระตุ้นให้นักเรียนเห็นความส่าคัญและร่วมแสดงความคิดเห็นว่า
นักเรียนสามารถน่าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ่าวันได้อย่างไร (ครูพยายามให้นักเรียนแสดงออกตามหน้าทีของตนเองที
ได้วางไว้) ซึงแตล่ ะกลุ่มจะร่วมกันอภิปรายและออกแสดงความคิดเหน็
4.2 ครปู ระเมินพฤตกิ รรมนักเรยี นจากการแสดงความคดิ เหน็
3.9 สือการเรยี นรู้ ใบความรู้ ใบงาน
3.10 การวัดและการประเมินผล ใช้วิธีการทีหลากหลาย ประเมินสิงทีผู้เรียนได้เรียนรจู้ าก
การจัดกิจกรรม ซงึ ไดจ้ ากการ สรปุ การทดสอบ การบันทกึ การตรวจผลงาน
3.11 ความคิดเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระ ผอู้ า่ นวยการโรงเรยี น
3.11.1 บันทกึ หลังแผนการจดั การเรียนรู้
3.11.2 ภาคผนวก
3.12 แบบเฉลย
3.13 แบบประเมินพฤตกิ รรม
2.1.7 น่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model
บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที 3 ของโรงเรียนบ้านฮ่างต่า และคู่มือครู
ประกอบการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้เชิงรุก Active Learning โดยใชร้ ูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรใน
โรงเรียน ส่าหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที 3 ทีสร้างข้ึนเสนอต่อกรรมการทีปรึกษาวิจัยเพือพิจารณาความ
เหมาะสมกบั เรอื งการใชภ้ าษา
2.1.8 นา่ ชุดกจิ กรรมเสนอต่อผูเ้ ชยี วชาญ จา่ นวน 3 ทา่ น เพอื ตรวจสอบความเทียงตรงเชิง
เนอ้ื หาเพอื ให้ข้อเสนแนะในด้านเนื้อหา กิจกรรม การประเมินผล
2.1.9 น่าแบบประเมินทีผู้เชียวชาญประเมินโดยใช้แบบมาตรส่วนประมาณค่า (Rating
Scale) ตามแบบของลิเคอร์ (Liker Scale) ก่าหนดการให้คะแนนการประเมินผลตามเกณฑ์ ดังน้ี (บุญชม ศรีสะอาด,
2545, หน้า 14
นวัตกรรมสรา้ งสรรค์คนดี โรงเรยี นบ้านฮา่ งตา่ อา่ เภอแม่อาย จังหวดั เชยี งใหม่
๙
ค่าเฉลยี่ ความหมาย
4.51-5.00 เหมาะสมมากทีสุด
3.51-4.50 เหมาะสมมาก
2.51-3.50 เหมาะสมปานกลาง
1.51-2.50 เหมาะสมน้อย
1.00-1.50 เหมาะสมน้อยทีสดุ
2.1.10 น่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model
บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที 3 ของโรงเรียนบ้านฮ่างต่า มาแก้ไขตาม
คา่ แนะนา่ ของผู้เชยี วชาญ
2.1.11 น่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model
บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที 3 ของโรงเรียนบ้านฮ่างต่า ไปทดลองใช้กับ
นกั เรียนทไี มใ่ ช่กลุ่มตัวอยา่ ง
ขั้นตอนการสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ
SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที 3 ดังรายละเอียดในภาพที 4
ดังน้ี
ศกึ ษาเอกสารหลักสูตร กาหนดเนอื้ หาโดยเลือก การนาเอาพืชทีอ่ ยู่ในท้องถ่ินมาศึกษา (ข้าว) ใหน้ กั เรียนเหน็
คุณค่า การรกั ษาไว้ และสามารถนามาสรา้ งรายได้
ศกึ ษาเอกสาร งานวจิ ยั ท่ีเกยี่ วกับชุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบ Active learning โดยใชร้ ปู แบบ SANO Model
บรู ณาการการเกษตรในโรงเรียน
วิเคราะหส์ าระการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรียนรแู้ ละรปู แบบ/เทคนิควิธกี ารจัดการเรียนรู้
กาหนดรปู แบบและสรา้ งชุดกิจกรรมการเรียนร้แู ละสร้างชดุ กิจกรรม จานวน ๔ ชดุ
เสนอคณะกรรมการท่ีปรึกษาเพ่อื ตรวจสอบและให้คาแนะนา/แกไ้ ขปรบั ปรงุ
ผเู้ ช่ียวชาญตรวจสอบประเมนิ คณุ ภาพชดุ กิจกรรมการเรยี นการสอนและใหค้ าแนะนา/แก้ไขปรับปรุง
ทดลองใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นการสอนกบั นักเรยี นที่ไมใ่ ช้กลุ่มตัวอย่างและแก้ไขปรบั ปรุง
จัดพิมพช์ ุดกจิ กรรมการเรียนการสอนฉบับจรงิ จานวน ๔ ชดุ เพอื่ นาไปใช้ในการทดลองกับกลมุ่ ตัวอย่างตอ่ ไป
ภาพที 1 ขน้ั ตอนการสรา้ งและพฒั นาชดุ กจิ กรรม
2.2. แบบประเมินพฤติกรรมการเรยี นรู้ของนกั เรยี น
นวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบ้านฮา่ งต่า อา่ เภอแม่อาย จังหวดั เชียงใหม่
๑๐
การสรา้ งและหาคุณภาพแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีที
3 ทีเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรใน
โรงเรยี น มขี ั้นตอน ดงั นี้
2.2.1 ศึกษาเอกสาร ตา่ รา และงานวจิ ยั ทเี กยี วกับพฤติกรรมการเรียนรู้ของนกั เรียน
2.2.2 ศึกษาวิธีสร้างแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้และก่าหนดรูปแบบแบบประเมิน
จากเอกสาร ตา่ รา และงานวจิ ัยทเี กียวขอ้ ง
2.2.3 สร้างแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที 3 ทีเรียน
ดว้ ยชดุ กจิ กรรมการเรยี นรเู้ ชิงรุก Active Learning โดยใช้รปู แบบ SANO Model บรู ณาการการเกษตรในโรงเรียน ที
เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามแบบของลิเคอร์ท (Likert) เป็น 5 ระดับ จ่านวน 1 ฉบับ
จ่านวน 20 ข้อ โดยก่าหนดเกณฑก์ ารให้คะแนน ดังน้ี
พฤตกิ รรมการเรยี นรอู้ ยู่ในระดับมากทีสดุ ให้ 5 คะแนน
พฤติกรรมการเรียนรอู้ ยใู่ นระดบั มาก ให้ 4 คะแนน
พฤติกรรมการเรยี นร้อู ยใู่ นระดบั ปานกลาง ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมการเรยี นรู้อยู่ในระดับนอ้ ย ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมการเรียนรู้อยใู่ นระดบั น้อยทสี ดุ ให้ 1 คะแนน
และใช้เกณฑ์การแปลผลเพือเป็นแนวทางกรแปลความหมายของผลการสอบถามการ
ประเมินพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนทีเรียนโดยใช้ชุดกิกรรมการเรียนรู้ ดังน้ี (บุญชม ศรีสะอาด, 2560, หน้า
102-103)
ค่าเฉลีย 4.51-5.00 แปลว่า มพี ฤตกิ รรมการเรียนรอู้ ย่ใู นระดบั มากทีสดุ
คา่ เฉลยี 3.51-4.50 แปลว่า มพี ฤตกิ รรมการเรยี นรู้อยูใ่ นระดับใจมาก
ค่าเฉลยี 2.51-3.50 แปลว่า มพี ฤตกิ รรมการเรียนรู้อย่ใู นระดับปานกลาง
ค่าเฉลีย 1.51-2.50 แปลว่า มีพฤตกิ รรมการเรียนรู้อยู่ในระดบั น้อย
คา่ เฉลยี 1.00-1.50 แปลวา่ มีพฤตกิ รมการเรียนรอู้ ยใู่ นระดบั น้อยทีสุด
2.2.4 น่าแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเยนช้ันประถมศึกษาปีที 3 ทีเรียนด้วย
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ที
สร้างข้ึน เสนอต่อคณะกรรมการทีปรึกษาวิทยานิพนธเ์ พือพิจารณาความเหมาะสมและตรวจสอบความชัดเจนของขอ้
คา่ ถาม
2.2.5 น่าผลการประเมินของผู้เชียวชาญ มาวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าดัชนีความสอดคล้อง
(IOC) (บุญชม ศรสะอาด, 2545: 151-152) แล้วพิจารณาคัดเลือกข้อค่าถามทีมีค่าดัชนีความสอดคล้องต้ังแต่
0.50 ขึน้ ไป
2.2.6 จัดพิมพ์แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ฉบับจริงเพือน่ามาใช้ศึกษากับกลุ่ม
ตวั อยา่ งตอ่ ไป
การสร้างและหาคุณภาพแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรม
การเรยี นรู้สามารถแสดงได้ดงั รายละเอยี ดในภาพที 2
นวตั กรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบา้ นฮา่ งตา่ อ่าเภอแมอ่ าย จังหวดั เชยี งใหม่
๑๑
ศกึ ษาเอกสาร ตารา และงานวิจยั ทเี่ ก่ยี วกับพฤตกิ รรมการเรียนรู้
ศกึ ษาวธิ กี ารสรา้ งแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้/กาหนดรปู แบบแบบประเมนิ
จดั ทาแบบประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรู้ ตามรปู แบบของแบบสอบถามชนดิ มาตราส่วนประมาณคา่ ตามแบบ
ของ ลเิ คอร์ท ๕ ระดับ จานวน ๒๐ ขอ้
เสนอต่อคณะกรรมการทป่ี รึกษา ให้คาแนะนา แกไ้ ข/ปรบั ปรงุ
จดั พิมพ์เป็นฉบับจริงเพื่อนาไปใชก้ ับกล่มุ ตัวอยา่ งต่อไป
ภาพที 2 การสรา้ งและหาคุณภาพแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรยี น
3.3 การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
ผวู้ จิ ัยดา่ เนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปี ที
3 ในภาคเรียนที 1 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านฮ่างต่า ต่าบลแม่นาวาง อ่าเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สังกัด
ส่านักงานเขตพ้ืนทีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 ภาคเรียนที 1 ปีการศึกษา 2563 จ่านวน 20 คน โดย
ดา่ เนินการทดลองตามข้นั ตอน ดังนี้
1. ชี้แจงวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการ
การเกษตรในโรงเรยี นเพอื ให้นักเรยี นเข้าใจตรงกันและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมได้ถกู ต้อง
2. ด่าเนินการสอน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model
บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี 3 ของโรงเรยี นบ้านฮา่ งต่า จา่ นวน 4 ชดุ
3. ทดสอบหลงั เรียน (Post-test) โดยใช้แบบทดสอบความสามารถทางด้านความรู้
3.4 การวิเคราะห์ขอ้ มูล
8.4.1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO
Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที 3 ของโรงเรียนบ้านฮ่างต่า ตามเกณฑ์
มาตรฐาน 80/80 โดยใชส้ ูตร E1/E2 และคา่ สถติ ิพืน้ ฐาน ได้แก่ ค่าเฉลยี คา่ รอ้ ยละ ส่วนเบยี งเบนมาตรฐาน
8.4.2 ประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน หลังการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรม
การเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรับนักเรียน
ช้ันประถมศึกษาปที ี 3 ของโรงเรยี นบ้านฮ่างต่า
นวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบ้านฮา่ งตา่ อา่ เภอแม่อาย จงั หวดั เชียงใหม่
๑๒
3.5 สถิติที่ใช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมลู
3.5.1 สถิตทิ ใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มลู แบง่ เปน็ 3 กลมุ่ ดังนี้
1.1 หาค่าเฉลีย (บญุ ชม ศรสี ะอาด. 2545:105) โดยคา่ นวณจากสตู ร
= ̅ ∑
เมือ ̅ แทน คา่ เฉลีย
∑ แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดในกลุ่ม
n แทน จา่ นวนข้อมูลท้งั หมด
1.2 ส่วนเบยี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใชส้ ูตรดงั น้ี (บุญชม ศรสี ะอาด.
2545:106) S = √ ∑ 2−(∑ 2)
( −1)
เมอื S แทน ส่วนเบียงเบนมาตรฐานของกลุ่มตวั อย่าง
X แทน ข้อมูลแต่ละค่าของกลมุ่ ตวั อย่าง
n แทน จ่านวนข้อมลู ของกลุ่มตวั อย่าง
1.3 ร้อยละ โดยใชส้ ูตรดงั น้ี (บญุ ชม ศรีสะอาด. 2545:104)
P = x 100
เมือ P แทน รอ้ ยละ
f แทน ความถีทตี อ้ งการแปลงใหเ้ ปน็ ร้อยละ
N แทน จา่ นวนความถที ั้งหมด
3.5.2 สถิตทิ ีใ่ ชใ้ นการหาประสทิ ธภิ าพของเครอื่ งมือ มีดงั น้ี
2.1 การหาค่าความเทียงตรงเชิงเน้ือหาของแบบทดสอบและแบบสอบถามโดยใช้สูตรดัชนีความ
สอดคล้อง ของผู้เชียวชาญทง้ั หมด IOC (Index of Item objective Congruence) (สมนกึ ภัททยิ ธนี้ 2553 : 220)
IOC = ∑
เมอื IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลอ้ ง
∑ แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชียวชาญดา้ นเน้อื หาท้ังหมด
N แทน จ่านวนผ้เู ชยี วชาญ
3.5.3 สถิติทีใ่ ช้ในการตรวจสอบสมมตฐิ าน ได้แก่
3.1 การหาประสทิ ธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยก่าหนดเกณฑ์การประเมิน 80/80 ใชส้ ตู ร
∑
1 = x 100
เมอื 1 แทน ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ
∑ แทน คะแนนเฉลยี ของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี นรวมกัน
A แทน คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบยอ่ ยทกุ ชดุ รวมกัน
N แทน จ่านวนผู้เรียนทงั้ หมด
นวตั กรรมสรา้ งสรรค์คนดี โรงเรยี นบา้ นฮ่างตา่ อา่ เภอแม่อาย จังหวดั เชยี งใหม่
๑๓
∑
2 = x 100
เมือ 2 แทน ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์
∑ แทน คะแนนเฉลยี ของแบบทดสอบหลังเรยี น
B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลงั เรยี น
N แทน จ่านวนผู้เรียนทั้งหมด
4. ผลการดาเนนิ การ/ผลสัมฤทธ/์ิ ประโยชน์ที่ได้รบั
4.1 ผลการดาเนินการ
1. ผู้วิจัยได้พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการ
การเกษตรในโรงเรียนส่าหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที 3 ของโรงเรียนบ้านฮ่างต่า ประกอบด้วย 4 ชุดการเรียนรู้
ได้แก่ ชุดที 1 พืชผักรักษ์ไทย ชุดที 2 ไร่นาสาธิต ชุดที 3 สับ ซอย หมัก เพิมคุณค่า และชุดที 4 เลี้ยงปลาได้
ประโยชน์ ไดป้ ระสิทธภิ าพของนวัตกรรม ผ่านเกณฑ์ 80/80
ตาราง 1 ผลวิเคราะห์ประสทิ ธิภาพของชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้เชงิ รกุ Active learning โดยใช้รูปแบบ SANO
Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรยี น ส่าหรับนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปีที 3 ของโรงเรียนบา้ นฮ่างต่า
หนว่ ยการเรยี นรูแ้ บบบูรณาการ
เศรษฐกิจพอเพยี งเลย้ี งชีพได้ 82.08 80.14
จากตาราง 1 แสดงว่า คะแนนจากการท่ากิจกรรมระหว่างเรียนในแต่ละครั้งมีค่าเฉลียร้อยละ 82.08 และ
คะแนนทีไดจ้ ากการท่าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น มีค่าเฉลียร้อยละ 80.14 ซงึ พบว่า ประสทิ ธิภาพของ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน มีค่า
เป็น 82.08/80.14 ซงึ เป็นไปตามสมมติฐาน
2. ผู้วิจัยได้ศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ความกระตือรือร้นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที 3 โรงเรียนบ้าน
ฮ่างต่า ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรใน
โรงเรยี น ซงึ พฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผูเ้ รียนอยใู่ นระดบั มาก มีค่าเฉลยี 4.06
ตาราง 2 ผลวิเคราะหร์ ะดับพฤติกรรมการเรยี นรู้ของนกั เรยี นด้วยชดุ กจิ กรรมการเรียนรเู้ ชงิ รกุ Active
learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรยี น ส่าหรับนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที 3 ของ
โรงเรยี นบ้านฮ่างตา่
หนว่ ยการเรียนรู้แบบบูรณาการ ระดบั พฤติกรรมการเรยี นรู้ ค่าเฉลีย่
เศรษฐกิจพอเพียงเลยี้ งชพี ได้ มาก 4.06
จากตาราง 2 แสดงว่า คะแนนจากการศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ความกระตือรือร้นของนักเรียนช้ันประถม
ศึกษาปีที 3 คร้ังนี้มีค่าเฉลียร้อยละ 4.06 พบว่า ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active learning
โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน มีระดับพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนอยู่ในระดับ
มาก มคี ่าเฉลียอยู่ระหว่าง 3.51-4.50 ซงึ เป็นไปตามสมมตฐิ าน
นวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบ้านฮา่ งตา่ อ่าเภอแมอ่ าย จงั หวดั เชียงใหม่
๑๔
4.2 ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั
1. ได้สือการสอน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการ
การเกษตรในโรงเรียน เพือส่งเสริมการเรยี นแบบกระตือรอื รน้
2. แนวทางในการพัฒนาชดุ กิจกรรมการเรียนรแู้ บบ Active learning ส่าหรบั รายวชิ าอนื ๆ
5.ปัจจยั ความสาเร็จ
รูปแบบทีจะสามารถให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองเกิดการพัฒนาทักษะต่างๆ ร่วมกับการบริหาร
จดั การการท่างานเป็นทีม ในการท่างานรว่ มกันให้ประสบผลสา่ เร็จตามป้าหมาย มาปรบั ใช้กบั ข้นั ตอนในกระบวนการ
เรียนรู้ โดยการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ Active Leaning โดยใชร้ ูปแบบ SANO Model สา่ หรบั นักเรียนโรงเรยี น
บ้านฮา่ งต่าเพอื นา่ ผลวจิ ัยทีได้มาปรับปรุงการเรียนการสอน ในรายวิชา อนื ๆ ใหเ้ กิดประสิทธผิ ลและประสิทธิภาพมาก
ทีสดุ
6.บทเรยี นท่ีได้รบั (Lesson Learned)
จากการทีนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทีดีขึ้น ได้เรียนรู้ผ่านชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active learning โดยใช้
รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียนโรงเรียน “เศรษฐกิจพอเพียงเล้ียงชีพได้ ” ส่าหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที 3 ของโรงเรียนบ้านฮ่างต่า แสดงว่า คะแนนจากการท่ากิจกรรมระหว่างเรียนในแต่ละคร้ังมี
ค่าเฉลยี รอ้ ยละ 82.08 และคะแนนทีได้จากการทา่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน มีค่าเฉลียร้อยละ 80.14
ซึง พบว่า ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการ
การเกษตรในโรงเรียน “เศรษฐกิจพอเพียงเล้ียงชีพได้ ” มีค่าเป็น 82.08/80.14 ซึงเป็นไปตามสมมติฐาน และผล
วิเคราะห์ระดับพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active learning โดยใช้รูปแบบ
SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน ส่าหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที 3 ของโรงเรียนบ้านฮ่างต่า
แสดงว่า คะแนนจากการศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ความกระตือรือร้นของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที 3 คร้ังนี้มี
ค่าเฉลียร้อยละ 4.06 พบว่า ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active learning โดยใช้รูปแบบ SANO
Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียนโรงเรียน “เศรษฐกิจพอเพียงเล้ียงชีพได้ ” มีระดับพฤติกรรมการเรียนรู้ของ
นักเรียนอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลียอยู่ระหว่าง 3.51-4.50 ซึงเป็นไปตามสมมติฐาน ซึงเป็นขั้นบูรณาการการ
สร้างสรรคอ์ ย่างแทจ้ ริงและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เปิดความร้แู ละ ประสบการณแ์ ละเปลยี นความคิดซึงกันและกันโดย
ผา่ นกระบวนการพฒั นาทักษะท้งั สมองซีกซ้ายและขวาจึงท่าให้นักเรยี นเกดิ การเรยี นรู้อย่างแทจ้ ริง
นวตั กรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบ้านฮ่างตา่ อา่ เภอแมอ่ าย จงั หวดั เชยี งใหม่
๑๕
7.การเผยแพร่/การไดร้ บั การยอมรับ/รางวัลทีไ่ ด้รับ
- ผู้นา่ เสนอไดเ้ สนอผลงานทางวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนร้เู ชงิ รกุ Active learning โดยใชร้ ปู แบบ
SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียน โรงเรยี น “เศรษฐกิจพอเพียงเล้ยี งชีพได้ ” เผยแพร่ทางเพจเฟสบุ๊ค
ของโรงเรยี นบ้านฮ่างตา่
- เผยแพรค่ วามรู้ให้เพือนๆ น้องๆนักเรียนในโรงเรียนบา้ นฮ่างตา่
- การไดร้ บั การยอมรับจากชมุ ชนบ้านฮา่ งตา่ และบา้ นฮ่องถ่อน
8.เงอ่ื นไขความสาเรจ็
8.1 ข้อเสนอแนะ
1. ขอ้ เสนอแนะต่อการนาผลการศกึ ษาไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.1 ควรมีการเตรียมความพร้อมของครูในเรืองของการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active
Learning โดยใชร้ ูปแบบ SANO Model บรู ณาการการเกษตรในโรงเรียนโรงเรียน “เศรษฐกจิ พอเพยี งเล้ียงชพี ได้ ”
1.2 ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้
รปู แบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียนโรงเรยี น “เศรษฐกิจพอเพียงเล้ยี งชพี ได้ ” ผู้สอนตอ้ งอธิบาย
ข้ันตอนการเรยี นรู้ บทบาทของนักเรยี นใหช้ ัดเจนเข้าใจง่าย
1.3 ควรให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาตนเองในลักษณะของการท่างานเป็นทีม ใน
กิจกรรมทีเป็นการฝึกนอกช้ันเรียน เช่น การพานักเรียนเยียมชมสวนเศรษฐกิจพอเพียงหลังโรงเรียน พานักเรียนไปดู
วิธีการสาธติ การปลูกข้าว ผลิตเมล็ดข้าว ฯลฯ ท้ังน้ีผู้สอนต้องบูรณาการ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั
ในรายวชิ าอืนๆ สา่ หรับนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปที ี 3 ดว้ ย
1.4 ควรด่าเนินการเผยแพร่ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถินในรูปแบบอืน ๆ อาทิ หนังสือ แผ่นพับ
จุรสาร เปน็ ตน้
นวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบา้ นฮา่ งต่า อา่ เภอแม่อาย จังหวดั เชยี งใหม่
๑๖
2. ข้อเสนอแนะในการทาวจิ ยั ครั้งตอ่ ไป
2.1 ควรมีการศึกษาโดยการทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้
รูปแบบ SANO Model บูรณาการการเกษตรในโรงเรียนโรงเรียน “เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงชีพได้ ” ในรายวิชาอืนๆ
หรอื ในนกั เรียนชั้นอืนๆ
2.2 ควรนา่ รปู แบบและวธิ ีการของการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้นี้ ไปใชว้ จิ ัยและพัฒนาหลักสูตร
ภมู ิปญั ญาทอ้ งถินอืน ๆ หรอื ใช้พฒั นาหลักสูตรท้องถนิ การสรา้ งหน่วยการเรยี นรแู้ บบบูรณาการสา่ หรับครูผู้สอนระดับ
การศึกษาอืน
2.3 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning โดยใช้รูปแบบ SANO Model บูรณาการ
การเกษตรในโรงเรียน โรงเรียน “เศรษฐกิจพอเพียงเล้ียงชีพได้ ”เป็นการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถินส่าหรับจัด
กิจกรรมเสริมทักษะในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ทีผู้วิจัยพัฒนาข้ึนเป็นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทีใช้ส่าหรับนักเรียน
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาในคาบกิจกรรมลดเวลาเรยี น เพิมเวลารู้ ดงั น้นั หากครูจะน่าชุดกิจกรรมดังกล่าวไปใช้ควรศึกษา
สภาพปัญหาภายในชมุ ชนและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน พิจารณาเกยี วกบั การให้ความร่วมมอื ของชมุ ชนและโรงเรียน
เพอื ใหก้ ารสอนตามหลักสูตรทพี ฒั นาข้นึ เกดิ ประสทิ ธิผล
2.4 ในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนตามหลักสตู รของโรงเรียน อาจยดื หยนุ่ เวลาให้เหมาะสมกับ
กิจกรรม โดยเฉพาะการฝึกปฏิบัติทีเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงมากทีสุด เพือให้เกิดทักษะและความ
ช่านาญ โดยครแู ละภูมิปัญญาท้องถนิ เปน็ ผ้สู าธิตและอธิบายใหน้ ักเรยี นฝกึ ปฏบิ ตั ิ
นวตั กรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบ้านฮา่ งตา่ อ่าเภอแม่อาย จังหวดั เชียงใหม่
๑๗
นวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี โรงเรยี นบา้ นฮ่างต่า อา่ เภอแมอ่ าย จงั หวดั เชียงใหม่
1
ช่ือนวตั กรรม นวัตกรรมสรา้ งสรรค์คนดี “สรา้ งคนดี มีศีลธรรม”
เจา้ ของนวตั กรรม นายวรี ะ คาดวงดาว
โทรศพั ท:์ 084-5039958 E-mail : [email protected]
สงั กัด โรงเรยี นบา้ นหัวฝาย
สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 3
สอดคล้องกบั คุณลกั ษณะโรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.
- อดุ มการณ์คุณธรรม
- คุณธรรมอัตลกั ษณ์
1. ท่ีมาและความสาคัญของนวัตกรรม
โรงเรยี นบา้ นหวั ฝาย เป็นโรงเรยี นขยายโอกาส ตั้งอยใู่ นเขตอาเภอไชยปราการ ทางโรงเรียนจดั
การศึกษาอยา่ งหลากหลายวธิ ี จัดกจิ กรรมให้นักเรยี นไดเ้ รยี นรจู้ ากการปฏบิ ตั ิจริง สรา้ งวิธกี ารเรียนรู้ให้
นักเรียนมีทกั ษะในการจดั การและทักษะในการดาเนินชวี ติ เพ่อื ให้นักเรียนได้เสรมิ สร้างคุณธรรม จรยิ ธรรม
ศลี ธรรมอนั ดงี ามท่เี กดิ ข้นึ ในตัวนกั เรียน ตลอดจนความรู้ความเขา้ ใจในพฤติกรรมท่ีตนประพฤติปฏิบตั ิ สิ่ง
เหลา่ น้ีถ้าเกิดขึน้ ในตัวของนักเรียนแล้วจะสง่ ผลทาใหก้ ารจัดการเรยี นการสอนประสบผลสาเรจ็ ได้ในระดับหนง่ึ
จงึ จาเปน็ ตอ้ งพัฒนานกั เรียนในทุกมติ อิ ย่างสมดลุ ทงั้ ร่างกาย จติ ใจ ความรแู้ ละทักษะความสามารถ และในการ
พัฒนานกั เรียนนน้ั จาเปน็ ตอ้ งพฒั นาอยา่ งเปน็ ระบบควบค่กู นั ไปท้ังด้านพฤติกรรม จติ ใจและปัญญา ส่งิ ทีเ่ ป็น
หัวใจสาคัญของการพฒั นาคือ การพัฒนานน้ั ตอ้ งเปน็ การพฒั นาท่ยี งั่ ยืน นนั่ คอื ผู้ทีไ่ ด้รับการพัฒนาอยา่ งเปน็
ระบบสามารถเปน็ แกนกลางในการประสาน ปรับเปลย่ี น บูรณาการในระบบองค์รวม โดยเฉพาะเดก็ และ
เยาวชนซึ่งเปน็ ทรพั ยากรมนุษยท์ ม่ี ีคุณค่า ยงิ่ ต้องไดร้ ับการพัฒนาด้านรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และ
สติปญั ญา ซึง่ การพฒั นานักเรยี นนน้ั ต้องเริม่ จากการปลกู ฝังและพัฒนาตั้งแต่เยาว์วยั ในรปู แบบต่าง ๆ ซึง่ เปน็
กระบวนการท่เี กย่ี วขอ้ งในการขัดเกลา อบรม บ่มนิสยั และพฒั นาศักยภาพ เพ่ือให้นักเรียนเหล่านี้ประพฤตแิ ละ
ปฏบิ ัตติ นอย่างเหมาะสมดีงามและพรอ้ มเติบโตเป็นผใู้ หญ่ที่ดมี คี ุณภาพของประเทศชาติ
ดงั น้ันทางโรงเรียนบ้านหัวฝาย ได้ดาเนนิ งานโครงการและกิจกรรมท่ีหลากหลายเพอื่ จะ พัฒนาให้
นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ตามวิสัยทศั นข์ องโรงเรียนที่ปลูกฝังใหน้ ักเรียนมีสตกิ ่อนปฏิบตั หิ น้าท่ี
ตามนโยบายของกระทรวงศึกษา คณุ ธรรม นาความรู้ เป็นคนเก่งมีคณุ ธรรม มภี มู ิคมุ้ กันทางสงั คม มเี หตุมีผลใช้
ปญั ญาธรรมในตดั สนิ ใจแก้ปญั หา เพอ่ื เป็นพลเมอื งทด่ี ีของสังคมในอนาคต และนาไปสปู่ ณิธานของโรงเรียน
และเปน็ อตั ลักษณ์ของโรงเรียนเพอื่ สร้างคนดี มศี ีลธรรมสู่สงั คมในที่สดุ เพ่ือบรรลเุ ป้าหมายของโครงการ เพ่อื
สร้างคนดใี ห้โรงเรยี น ครอบครวั และสังคม ประเทศชาติ
2
2. จุดประสงค์และเปา้ หมาย
2.1 จุดประสงค์
1.เพื่อพฒั นานักเรียนใหม้ ีคณุ ลักษณะโรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ. ด้วยกจิ กรรม
“สรา้ งคนดี มีศลี ธรรม”
2. เพอ่ื สร้างผู้เรยี นเป็นคนดี มีศีลธรรมตามปรชั ญา และวสิ ยั ทศั นข์ องโรงเรียน
3. เพอ่ื สร้างผู้เรยี นมีจติ อาสาบาเพญ็ ประโยชนต์ วั สว่ นรวม
4. เพ่ือสรา้ งนักเรียนเปน็ ลกู ท่ดี ีของพอ่ แม่
5. เพอ่ื สรา้ งให้ผู้เรยี นมที ักษะชวี ติ ในการทางานรว่ มกบั ผ้อู ่นื อยา่ งมคี วามสุข
2.2 เป้าหมาย
2.2.1 เชงิ ปรมิ าณ
รอ้ ยละ 80 นกั เรยี นโรงเรียนบา้ นหวั ฝาย มีคุณลักษณะที่เป็นไปตามอตั ลักษณข์ อง
โรงเรียนเป็นคนดี มีศีลธรรม เปน็ ลูกทข่ี องพ่อแม่ เปน็ นักเรียนทดี่ ี มจี ิตอาสาเป็นต้นแบบด้าน
ศลี ธรรม มที กั ษะในทางานรว่ มกับผู้ร่วมยอมรับคิดและวัฒนธรรมที่แตกตา่ งและปฏบิ ตั ติ าม
หลกั ธรรม ศาสนา ดารงชวี ิตตามบริบททอ้ งถิ่น
2.2.2 เชงิ คณุ ภาพ
นกั เรียนโรงเรยี นบ้านหวั ฝาย เปน็ คนดี มีศีลธรรม มคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ท่ี
เป็นไปตามอัตลักษณ์ของโรงเรียนเป็นคนดีมีศลี ธรรมเปน็ ลกู ทข่ี องพอ่ แม่ เปน็ นกั เรียนทดี่ ี มี
จติ อาสาเปน็ ต้นแบบดา้ นศีลธรรม มที ักษะในทางานรว่ มกบั ผรู้ ่วมยอมรับคิดและวัฒนธรรมท่ี
แตกต่างและปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม ศาสนา ดารงชีวิตตามบรบิ ททอ้ งถิ่น
3. กระบวนการผลิตนวัตกรม/วธิ ีการดาเนินงาน
ขัน้ ตอนท่ี 1 ประชุมชี้แจงใหบ้ ุคลากรในโรงเรยี นรบั ทราบรายละเอยี ดขอบขา่ ยของการจัดกิจกรรม
สร้างคนดี มีศีลธรรม ให้แก่นักเรียนโดยมีกจิ กรรมพฒั นานักเรยี นในรูปแบบตา่ ง ๆ
ข้ันตอนที่ 2 เสนอนวัตกรรมสร้างสรรคค์ นดี “สร้างคนดี มศี ีลธรรม”ต่อผ้บู รหิ ารเซ็นอนุมัติกิจกรรม
ข้ันตอนท่ี 3 แตง่ ต้ังคณะครู- ดารงตาแหน่งคณะกรรมการดาเนินกิจกรรมตา่ ง ๆ
ข้นั ตอนท่ี 4 ดาเนินกจิ กรรมต่าง ๆ เพ่อื “สรา้ งคนดี มีศีลธรรม”
1. กจิ กรรมโฮมรูม/บนั ทึกพฤติกรรม
1.1 ครปู ระจาชนั้ พบนกั เรียนเช้า เย็น สรา้ งความสัมพันธร์ ะหว่างครแู ละนกั เรียน
1.2 การสร้างความตระหนักแกน่ ักเรียน เปน็ คนดี - มีศีลธรรม
1.3 ปลกู ฝงั กระบวนการคดิ การเลา่ ขา่ วนทิ านสร้างความกตัญญูแก่พอ่ แม่ ครแู ละญาติผู้ใหญ่
1.4 สร้างวินยั ในการทางานด้านวิชาการและสว่ นรวม
1.5 สร้างทักษะชีวติ การอยรู่ ว่ มกนั อย่างมีสุข การรูจ้ กั ให้เสียสละ
3
1.6 การชมเชย ยกย่องนักเรียนทาความดปี ระจาวนั
1.7 ตักเตอื นนกั เรยี นทีท่ าผดิ กฎธรรมนูญห้องเรียนแลว้ ให้โอกาสนกั เรยี นปรับเปลย่ี น
พฤติกรรม
2. กจิ กรรมยามเชา้ หนา้ เสาธง
2.1 สถานท่นี สี้ ร้างนักเรียนใหเ้ กิดความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
2.2 การฝกึ ความอดทนในการเคารพธงชาติ สวดมนต์ น่งั สมาธิ ทาความเคารพครู เพอ่ื น
2.3 สร้างวินยั ในการตรงต่อเวลาในการเขา้ แถว
2.4 การปลูกฝังคุณธรรมจากคณะครูผ้บู ริหาร
2.5 การยกย่องชมเชยคนทาดีประจาวัน
2.6 สรา้ งความสามัคคี
2.7 กจิ กรรมการฝกึ สติ เดินสมาธิขน้ึ หอ้ งเรยี น
3.กจิ กรรมวันสาคัญต่าง ๆ
3.1 กิจกรรมค่ายยุวชนคนคณุ ธรรม
3.2 กิจกรรมสวนสนามลกู เสือ
3.3 กิจกรรมธรรมศึกษา
3.4 กิจกรรมไหวค้ รู
3.5 กจิ กรรมตักบาตรประจาปี
3.6 กจิ กรรมวนั พระราชพระสมภพ รชั กาลที่ ๑๐
3.7 กจิ กรรมถวายเทยี นพรรษา
3.8 กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ
3.9 กิจกรรมวันพอ่ แห่งชาติ
3.10 กิจกรรมวนั สาคัญทางศาสนา
4.กจิ กรรมกอ่ นกลบั บ้าน
4.1 กิจกรรมทาความสะอาดบริเวณรอบโรงเรยี น
4.2 กจิ กรรมลดธงชาติ สวดมนต์ ทาความเคารพครู เพื่อน
4.3 กิจกรรมการฝกึ สติ เดินสมาธกิ ลบั บ้าน
ข้ันตอนท่ี 5 ตดิ ตามผลการดาเนินกิจกรรม มกี ารนาขอ้ บกพรอ่ งมาประชุมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
ระหว่างนกั เรียนและคุณครู เพ่อื ปรับปรงุ แก้ไข
ขั้นตอนที่ 6 ประเมินผลการดาเนินกิจกรรมวา่ ประสบผลสาเร็จหรอื ไม่ หากไมส่ าเร็จ กป็ รับปรงุ
และดาเนนิ การแก้ไข
ขัน้ ตอนที่ 7 สรุปผลการดาเนินกิจกรรม
ขัน้ ตอนที่ 8 รายงานผลการจัดกิจกรรมตอ่ ผูอ้ านวยการโรงเรียนเผยแพรแ่ ละประชาสมั พนั ธ์กจิ กรรม
4
4. ผลการดาเนนิ งาน/ผลสมั ฤทธ/์ิ ประโยชน์ท่ีได้รับ
จากการดาเนนิ งานตามแนวทางกจิ กรรม “สร้างคนดี มีศีลธรรม”พบวา่ นักเรียนโรงเรียนบา้ นหัวฝาย มี
วนิ ัยในตนเองมากขึ้น จะเหน็ ไดจ้ ากนกั เรียนสว่ นมากปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรมด้านตา่ งๆ ของตนเองในทางท่ีดขี ึ้น
เชน่ นกั เรียนมีคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงคต์ ามหลกั สูตรและคา่ นิยมไทย 12 ประการ นกั เรยี นมคี วามเอ้ืออาทร
ต่อผู้อ่ืนและกตัญญูกตเวทีตอ่ ผมู้ ีพระคุณ นักเรยี นมีจิตอาสาเพอ่ื สงั คมและยอมรับความคดิ และวฒั นธรรมท่ี
แตกตา่ ง นกั เรยี นมคี วามตระหนกั รูค้ ุณคา่ รว่ มอนุรักษแ์ ละพฒั นาสง่ิ แวดล้อม นักเรียนมีสามารถวางแผนการ
ทางานและดาเนินการจนสาเรจ็ นกั เรยี นสามารถทางานอยา่ งมคี วามสุข มงุ่ มัน่ พัฒนางาน และภูมใิ จในผลงาน
ของตนเอง สิ่งที่ไดป้ ฏิบตั นิ น้ั ส่งผลใหน้ ักเรยี นได้ทาความดมี ากมาย โดยทน่ี กั เรียนทกุ คนทาแลว้ เกิดความสุข
สรา้ งระเบยี บ วนิ ัยทีด่ ี นกั เรียนมสี ติ และสมาธิ ในการเรยี นแตล่ ะวชิ ามากขึน้ จะเห็นได้ชดั เจนวา่ กิจกรรมต่างๆ
ทีท่ างโรงเรียนได้จดั ทาขนึ้ นั้น สามารถปรบั เปลีย่ นพฤติกรรมทไี่ ม่ดขี องนักเรียนสว่ นมาก ให้เปน็ เดก็ ดี มศี ีลธรรม
ทด่ี ีงาม ตามอตั ลกั ษณ์ของโรงเรยี นเพื่อสรา้ งคนดี มศี ีลธรรม
5. ปัจจยั ไปสคู่ วามสาเรจ็
กจิ กรรม “สร้างคนดี มีศีลธรรม” เปน็ กจิ กรรมที่มกี ารร่วมมอื กนั ของทุกๆคนในโรงเรียนบา้ นหัวฝาย
ไมว่ า่ จะเปน็ นักเรียน ครผู ้สู อนนกั เรยี นในวิชาตา่ งๆ และครทู ีด่ ูแลการทากจิ กรรมต่างๆ ผ้อู านวยการโรงเรียน
บา้ นหัวฝายที่สนบั สนนุ การรว่ มมือรว่ มใจกันของนักเรยี นท่ีอยากกระทาความดีให้มีวนิ ัยตามอตั ลกั ษณข์ อง
โรงเรยี นเพอื่ สร้างคนดี มศี ีลธรรม การร่วมมอื กันของคณะครูที่รบั ผิดชอบกิจกรรมตา่ งๆ การร่วมกนั วางแผน
แก้ไขและดาเนินกิจกรรมไปได้ด้วยดี และอีกสง่ิ ทสี่ าคัญ คือ การรว่ มมอื กันทัง้ นักเรียน ครู และผู้บริหารโรงเรยี น
จงึ เกดิ ผลความสาเร็จได้ ตามอตั ลกั ษณ์ของโรงเรียนเพอ่ื สรา้ งคนดี มีศลี ธรรม
6. บทเรียนทไ่ี ด้รบั
จากการดาเนินงานที่ประสบผลสาเร็จ คือ นกั เรยี น ครู และผูบ้ รหิ ารโรงเรยี น ได้รว่ มกระบวนการเขา้ ใจ
ในสาระสาคญั ของกจิ กรรมต่าง ๆ ท่ีปลกู ฝักให้นักเรียนเปน็ คนดี มศี ลี ธรรม ในขณะเดียวกันการจัดกจิ กรรม
ต่างๆผดู้ าเนินงาน คือนักเรียนใหค้ วามร่วมมอื ได้ดี การปลูกฝงั่ คณุ ลักษณะท่ีดี ให้นักเรียนเปน็ คนดี มศี ลี ธรรม มี
วินัย ซอื่ สัตวส์ ุจรติ มจี ิตอาสา ตอ้ งใช้เวลาและความอดทนเพื่อใหไ้ ปสู่ความสาเร็จ และยั่งยืน
7. การเผยแพร่/การได้รบั การยอมรับ
จัดแสดงผลงานการดาเนินงานกจิ กรรมเพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ในงานสาคญั ตา่ งๆท่ี
โรงเรียนจัดขน้ึ และชุมชนมาเข้าร่วมเพือ่ ประชาสมั พันธ์ เช่น งานประชมุ คณะกรรมการสถานศกึ ษา
งานประชุมผ้ปู กครอง งานนาเสนอผลงานโรงเรียนในสถานท่ตี า่ ง ๆ เปน็ ต้น และการจดั แสดงผลงานการดาเนนิ
กิจกรรมผ่านทาง social network Facebook เพ่อื ประชาสมั พนั ธ์ใหบ้ คุ คลภายนอกไดร้ บั รู้
5
8. เงื่อนไขความสาเร็จ
การดาเนินงานในลักษณะกิจกรรมที่กลา่ วขา้ งตน้ ต้องอาศัยเวลาในการทากิจกรรมต่างๆเพอ่ื ปลูกฝ่งั ให้
นักเรยี นเกดิ ความรู้ความเขา้ ใจในกิจกรรมต่างๆ และต้องมคี วามอดทน ท่มุ เท เสียสละ ของครูและนกั เรียนที่
ดาเนนิ งานเพือ่ ใหเ้ กดิ ผลทีด่ ีท่ีสดุ บุคลากรทกุ ฝ่ายใหค้ วามร่วมมือ ตัง้ แต่ครอบครัว ชมุ ชน สังคม หนว่ ยงาน
อื่นท้งั ภาครัฐและเอกชน ตระหนักถงึ ความสาคัญในการพฒั นาคณุ ธรรมในสถานศกึ ษาให้แก่เด็กและเยาวชน
มีการจัดระบบการติดตาม สง่ เสริม สนบั สนนุ ช่วยเหลอื ทจี่ รงิ จงั ต่อเน่อื งและมีประสิทธภิ าพเพื่อให้การ
ดาเนินงานมีประสทิ ธภิ าพ และต้องมกี ารปรบั ปรุงและต่อยอดในครั้งต่อไป
6
ภาคผนวก
ภาพกจิ กรรม
7
กิจกรรมหน้าเสาธง การเคารพธงชาติ การสวดมนต์ไหวพ้ ระ การไหวค้ ุณครู การไหวเ้ พอื่ น
8
กิจกรรมหน้าเสาธง การเคารพธงชาติ การสวดมนต์ไหวพ้ ระ การไหวค้ ุณครู การไหวเ้ พอื่ น
9
กิจกรรมโฮมรูม/บันทกึ พฤตกิ รรม
10
การรว่ มกิจกรรมวันไหวค้ รู
11
ได้รบั การอบรมดา้ นศลี ธรรม วชิ าธรรมศึกษา
12
จัดการเรยี นการสอนในวชิ าจรยิ ธรรม ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาและมัธยมศึกษา
13
กิจกรรมวนั ถวายเทยี นพรรษาและตานกว๋ ยสลาก การแสดงการตีกลองสะบดั ชัย
14
มีความตง้ั ใจเรียน สนใจเรยี น และรว่ มกันทางานในวชิ าต่างๆ
15
การประชมุ สภานกั เรียนเพ่ือช่วยกนั พัฒนาโรงเรยี น และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น วชิ าลูกเสือสามญั ร่นุ ใหญ่
16
จติ อาสารว่ มกันทาความสะอาดในโรงเรยี นและบรเิ วณรอบโรงเรยี น
17
กจิ กรรมวนั แม่แหง่ ชาติ
18
งานทาบุญตกั บาตรโรงเรยี น
19
การเข้าคา่ ยยุวชนคนคุณธรรม จรยิ ธรรม ที่วัดในชุมชน
20
การประชาสมั พนั ธ์ การทาความดี ในวันสาคัญต่าง ๆ
21
การประชาสมั พนั ธ์ การทาความดี ในวันสาคัญต่าง ๆ
22
การประชาสมั พนั ธ์ การทาความดี ในวันสาคัญต่าง ๆ
นวตั กรรมสรา้ งคนดี โรงเรยี นบา้ นหว้ ยปา่ ซาง อำเภอแม่อาย จงั หวดั เชยี งใหม่
ชื่อผลงานนวตั กรรม ละออ่ นนอ้ ยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน้อยใจงา)ม
ชอื่ เจา้ ของผลงาน นายชัยรัตน์ มงี าม
โรงเรียน/หน่วยงาน โรงเรียนบา้ นหว้ ยป่าซาง
สงั กดั สพป ./สพม. สำนกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาเชยี งใหม่ เขต 3
โทรศัพท์ 094 - 6314446 โทรสำร -
โทรศัพทม์ อื ถือ 094 – 6314446 E-mail [email protected]
ประเภทผลงาน ดา้ นการบริหาร
√ ด้านการเรียนการสอน
สอดคลอ้ งกบั คณุ ลักษณะโรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.
ความพอเพียง
√ ความกตญั ญู
ความซ่ือสตั ย์สจุ ริต
√ ความรับผดิ ชอบ
อุดมการณ์คุณธรรม
√ คณุ ธรรมอตั ลักษณ์ ความมวี นิ ยั ความพอเพยี ง จติ อาสำ ความซื่อสตั ย์
รายละเอยี ดเอกสำรการนำเสนอผลงานนวตั กรรม
1. ความสำคัญของผลงานนวตั กรรม
1.1 เหตุผลท่เี กิดจากแรงบันดาลใจ
จุดมุ่งหมายของการจัดการศกึ ษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง และสามารถดำรงชวี ติ ได้อย่าง
สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และตระหนังถึงคุณค่าของวัฒนธรรม
ท้องถ่ิน โรงเรยี นบ้านหว้ ยป่าซางในฐานะหน่วยงานทางสงั คมท่ีมีความใกล้ชดิ กับนักเรยี นมากท่ีสดุ จึงมีภารกิจที่
สำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมผู้เรียน ทั้งทางด้านความรู้และคุณธรรมจริยธรรม โดยอาศัยความร่วมมือของ
นกั เรยี น บุคลากรในสถานศึกษา และคณะครทู กุ ท่าน ท่ีมวี ตั ถุประสงคห์ ลกั เพ่อื ส่งเสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และ
วัฒนธรรมท้องถิ่นให้โรงเรียนบ้านห้วยป่าซางได้พัฒนาการเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เป็นเครื่องมือในการ
เรียนรู้ความดคี วามงามจากการลงมือปฏิบัติจริง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนรว่ ม มงุ่ พัฒนาบุคลากรท้ังผู้บริหาร
ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ให้มีทัศนคติ วิธีคิด และการประพฤติปฏิบัติที่สะท้อน
คุณธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นิยมทีเ่ หมาะสมกบั วฒั นธรรมทอ้ งถ่ิน เปน็ ต้น
นวัตกรรมสรา้ งคนดี โรงเรยี นบ้านห้วยป่าซาง อำเภอแม่อาย จงั หวัดเชียงใหม่
จากการสำรวจของโรงเรียนบา้ นหว้ ยป่าซาง พบวา่ บรเิ วณโรงเรยี นบ้านห้วยปา่ ซางเขตพืน้ ท่ีรับผิดชอบ
ของแต่พื้นที่ หรือแต่ละห้องเรียน เริ่มมีเศษขยะเกลื่อนกลาดเป็นจำนวนมาก สกปรก ทำให้บริเวณรอบๆ
โรงเรียนไม่สะอาด นกั เรียนทง้ิ ขยะไม่ถูกท่ี นักเรยี นขาดความความรบั ผิดชอบ ซง่ึ เป็นสภาพแวดล้อมท่ีนักเรียน
ควรตระหนัก อีกทั้งยังขาดการใสใ่ จดูแลพ่อแม่ และขาดความสนใจต่อประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงได้จัดทำ
นวัตกรรม ละอ่อนน้อยใจง๋ าม (ลอ่นอ นน ้อใยจงา)ม ยของนักเรียนโรงเรียนบา้ นห้วยปา่ ซาง
ดังนั้นคุณครูชยั รตั น์ มีงามและนักเรียนจึงมีความคิดเห็นจัดทำนวัตกรรมนี้ข้ึน เพื่อปลูกฝังให้นักเรยี น
ครู บุคลากรในโรงเรียนร่วมทั้งผู้ปกครอง ชุมชน ได้ร่วมมือกันทำความสะอาดและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
และนักเรียได้ร่วมมือกันรับผิดชอบเขตพื้นทำความสะอาดเพื่อให้เกิดคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึ่ง
ประสงค์ พฤตกิ รรมเชงิ บวกของตนเอง และสง่ เสริมอัตลักษณ์วฒั นธรรมท้องถน่ิ
1.2 แนวคดิ หลกั การสำคัญ
1. นักเรียนสำรวจสงิ่ ทอี่ ยากแก้ปญั หา
2. ใหซ้ อ่ื สัตย์สุจริต มรี ะเบียบวนิ ยั
3. ใหร้ จู้ ักบำเพ็ญตนเพ่ือสำธารณประโยชน์
4. ให้ร้จู กั ประเพณวี ัฒนธรรมทอ้ งถิ่น
5. นกั เรยี น ครู และบคุ ลากรในโรงเรียน ช่วยกันทำความสะอาด ร่วมมอื ร่วมใจสามัคคีกัน
6. ครูมีการสร้างองค์ความรู้ ทักษะให้นักเรียน เกิดการเรียนรู้กระบวนการต่างๆ เช่น การ
ประชุมชี้แจง วางแผนการทางาน การทางานเป็นกลุ่ม ช่วยเหลือกัน ออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับ
ประเพณีทอ้ งถน่ิ ใหก้ บั นักเรยี น
7. มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีการศึกษาอย่างแท้จริง การดำเนินโครงการให้มีการ
พฒั นาทต่ี อ่ เน่อื ง เป็นอกี แนวทางหน่งึ ที่ให้นกั เรียนได้รู้ เขา้ ใจ เกิดทักษะ และเปน็ นสิ ยั
2. จุดประสงคแ์ ละเป้าหมายของผลงานนวตั กรรม
2.1 จุดประสงค์นวตั กรรม
1.เพอื่ ปลกู ฝังความมีจิตสำธารณะให้กับนกั เรียน
2.เพ่อื ใหโ้ รงเรยี นสะอาด นา่ อยู่ นวตั กรรมสร้างสรรค์คนดี โรงเรยี นบ้านห้วยป่าซาง
อำเภอแม่อาย จังหวัดเชยี งใหม่
3. เพื่อให้นักเรียนมแี หล่งเรยี นรู้ และใช้แหลง่ เรียนรู้ทางการศกึ ษาอยา่ งมปี ระโยชน์
นวัตกรรมสรา้ งคนดี โรงเรียนบา้ นหว้ ยป่าซาง อำเภอแม่อาย จงั หวดั เชยี งใหม่
4. เพอ่ื สง่ เสริมใหน้ กั เรียนมีส่วนรว่ มในการรบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การทิ้งขยะภายใน
โรงเรียน
5. เพื่อส่งเสริมการตระหนักถึงคุณค่าของประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านการทำตน้
ผ้ึงต้นเทียน
2.2 เปา้ หมายของนวตั กรรม
1.นักเรยี นในโรงเรียนบ้านหว้ ยป่าซาง มีสิ่งแวดลอ้ มบรรยากาศ น่าเรียน สะอาด
ร้อยละ 100
2.นักเรียนเกดิ จิตสำนึกที่ดีและตระหนักถงึ การแกป้ ญั หาเร่ืองการทิง้ ขยะ
3.นักเรียนใช่แหล่งเรยี นรู้ ทำการศึกษาอย่างมปี ระโยชน์
4.นักเรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบ มสี ว่ นร่วมในการทางานร่วมกัน
5. นักเรียนตระหนกั ถึงคณุ คา่ ของวัฒนธรรมท้องถน่ิ
3. กระบวนการผลิตนวตั กรรมหรอื ขั้นตอนการดำเนินงาน
3.1 การออกแบบผลงาน/นวตั กรรม
ละอ่อนน้อยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน้อยใจงา)ม ย เป็นนวัตกรรมที่สร้างจิตสำนึก ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อ
โรงเรียน ในการสร้างจติ สำนกึ ใหเ้ กดิ กับนักเรียน ฝึกทกั ษะ กระบวนการทางาน การทางานร่วมกบั ผูอ้ ่ืน และได้
ส่งเสริมการมีจติ าสาธารณะต่อสังคม และยังปลูกฝังให้นักเรยี นมีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จัก เข้าใจตัวเอง สร้างจิตสำนึกในการออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำรงชีวิตอย่างมี
ความสุข ตระหนักถึงคุณค่าของประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งมีขั้นตอนของการดำเนินงาน ละอ่อนน้อยใจ๋
งาม (ลอ่นอ นน ้อยใจงา)ม ยดงั นี้
1.ประชุมวางแผนกิจกรรมเจ้าตัวน้อยพิชติ จติ อาสำกับคณะครู
- ครูประชุมวางแผนกิจกรรม ละอ่อนนอ้ ยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน ้อยใจงา)ม
- แจง้ นกั เรยี นท่เี ข้ารว่ มกจิ กรรมละอ่อนน้อยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน้อใยจงา)ม ในการบำเพญ็ ประโยชน์
แกช่ ุมชนและสถานศกึ ษา
2. ดำเนินการจัดกจิ กรรมให้ความรู้ละออ่ นนอ้ ยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน้อใยจงา)ม
- แจ้งรายละเอยี ดในการปฏิบัตงิ านของละอ่อนน้อยใจง๋ าม (ลอ่นอ นน้อใยจงา)ม
นวตั กรรมสร้างคนดี โรงเรยี นบา้ นหว้ ยป่าซาง อำเภอแม่อาย จังหวดั เชียงใหม่
3. ดำเนนิ งานตามภาะระหนา้ ที่ละอ่อนน้อยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน้อใยจงา)ม
- ชี้แจงวตั ถุประสงคข์ องกจิ กรรมละอ่อนนอ้ ยใจง๋ าม (ลอ่นอ นน้อใยจงา)ม
- เชิญวทิ ยากรใหค้ วามรเู้ กยี่ วกับขยะท่ีสง่ ผลตอ่ สิง่ แวดล้อมอยา่ งไร
- ให้ความรู้เกย่ี วกับวฒั นธรรมประเพณีภาคเหนือ
- เปิดวิดีทศั น์ศิลปวฒั นธรรมลา้ นนาแต่ละประเพณีต่างๆใหเ้ ด็กๆได้ชมเพ่ือสรา้ งแรงบนั ดาลใจ
4.ประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน
- ครูจติ อาสา ประเมนิ โดยการสังเกต ภาระงานประจำวันของนกั เรียน
- การดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ ได้แก่การเก็บขยะทำความสะอาดภายในบริเวณโรงเรียน และเขตที่
รับผิดชอบ การประเมินโดยการสังเกต และสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น นักเรียน
คณะครู ผู้ปกครอง
- การดำเนินกิจกรรมการทำต้นผึ้งต้นเทียน ในด้านของการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถ่ิน
การประเมินโดยชน้ิ งาน และการทำงานเป็นกลุ่ม
4. ผลการดำเนินการ
จากการดำเนินงานตามขั้นตอนต่างๆของ “ละอ่อนน้อยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน้อยใจงา)ม ” ก่อให้เกิดผลอัน
น่าพึงพอใจต่อนักเรียน ครู และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ทำให้นักเรียนมีความเป็นจิตอาสำ จิตสำธารณะ มี
ความรบั ผิดชอบ และรกั ส่ิงแวดล้อมมากยง่ิ ข้นึ ตระหนักถงึ คณุ ค่าของการอนรุ กั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมท้องถนิ่
ผลที่เกิดกับนักเรียน ตามนวัตกรรมที่ได้ปฏิบัติทำให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคม และตัวนักเรียน
ที่เห็นประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าส่วนตน มีจิตอาสำเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ทำให้ประสบความสำเร็จ ในด้านต่างๆ
เช่น มีความเสียสละ นึกถึงประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าส่วนตน เกิดจิตสำนึกในการดูแลคนในครอบครัวผ่าน
กิจกรรมดา้ นการอนุรกั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมทอ้ งถิน่
ผลทีเ่ กิดกับสถานศกึ ษา โรงเรยี นได้รบั คำยกยอ่ ง คำชมจากผ้ปู กครอง ครู ทำให้ไดร้ บั ความรว่ มมือ
จากผเู้ กี่ยวข้องทุกฝ่ายเป็นอย่างดี เปน็ ฐานแหล่งเรยี นรูว้ ัฒนธรรมชมุ ชน
ผลที่เกิดกบั ชมุ ชน นักเรียนได้มสี ว่ นร่วมกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน ในดา้ นการอนรุ กั ษส์ ิ่งแวดล้อม ใน
ชุมชนเป็นอย่างดี วัฒนธรรมประเพณีท้องถิน่ ได้รบั การสืบทอดอยา่ งถูกต้อง
นวัตกรรมสร้างคนดี โรงเรียนบ้านหว้ ยปา่ ซาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
5. ปจั จยั ความสำเรจ็
5.1 นกั เรยี นได้แสดงความสามารถ ในการดำเนนิ กจิ กรรมในทกุ กิจกรรมของโรงเรียน โรงเรียนได้เปิด
โอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถตามศักยภาพ แสดงความเป็นผู้นำในทุกโอกาสตามความถนัดของ
นักเรยี น
5.2 การสนับสนุนจากครูและผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้คอยให้คำแนะนา ที่ปรึกษา คอยดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนเป็นอย่างดี ผ้บู ริหารใหก้ ารสนับสนุนเป็นอยา่ งดใี นทกุ กจิ กรรม
5.3 การบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้และระบบดูแลนักเรียน นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จาก
การเรยี นรูใ้ นสาระวชิ าตา่ งๆมาประยุกต์ใชใ้ นกิจกรรมและการแกป้ ัญหาในชวี ิตประจำวนั ได้
5.4 การให้ความร่วมมือจากปราชญ์ชาวบ้านและคุณครูที่มีความรู้เรื่องการทำต้นผึ้งต้นเทียน ทำให้
นักเรียนเกดิ ความสนใจ และใส่ใจในการทำกิจกรรม
6. บทเรียนทไ่ี ดร้ บั (Lesson Learned)
6.1 นักเรียนทุกคนมีศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้ สถานศึกษามีการออกแบบกิจกรรมที่เอื้อให้
นักเรียนได้แสดงศักยภาพของตนเองในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มที่ นักเรียนได้มีโอกาสพัฒนาตนเอง
ไดเ้ ตม็ ที่ โรงเรยี นจงึ ไดเ้ ปดิ โอกาสและส่งเสริมใหน้ กั เรยี นแสดงความสามารถได้เต็มศักยภาพในทกุ ๆดา้ น
6.2 ความสำเรจ็ ในการใช้นวตั กรรมของ “ละอ่อนน้อยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน้อยใจงา)ม ” เกิดจากความร่วมมือ
ของทุกฝา่ ย คือ ผบู้ ริหาร ครู นกั เรยี น ผู้ปกครอง และชุมชน
6.3 การจัดกิจกรรมต่างๆ ของนักเรียน หลักการของลูกเสือ เนตรนารี มาใช้ในการดำเนินงาน
ส่งผลให้นักเรียนเข้าใจถึงการเสยี สละ และพรอ้ มทจี่ ะชว่ ยเหลอื ผอู้ ื่นดว้ ยความเตม็ ใจทุกเม่ือ
6.4 การจัดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมโดยการนำของปราชญ์ชาวบ้าน ส่งผลให้นักเรียนตระหนักถึง
คุณคา่ ของวฒั นธรรมท้องถิ่น ให้เวลากบั ความสำคัญต่อพอ่ แม่และคนในครอบครัว
7. การเผยแพร่
1. โรงเรียนไดม้ ีการดำเนินการจัดประชมุ ผปู้ กครอง เพื่อชแี้ จงรบั ทราบนโยบายการดำเนินจดั กิจกรรม
“ละอ่อนน้อยใจง๋ าม (ลอ่นอ นน ้อยใจงา)ม ” ของนักเรยี น
2. โรงเรียนได้มีการประชาสมั พันธผ์ า่ นสื่อของโรงเรยี น เฟสบ๊กุ ไลน์
3. เผยแพร่การจัดกจิ กรรมภายในโรงเรียน กิจกรรมการทำตน้ ผ้งึ ตน้ เทยี น
4. เผยแพร่ภายในโรงเรียนให้ช้ันเรยี นอืน่ ๆไดเ้ รียนรู้
นวัตกรรมสรา้ งคนดี โรงเรียนบา้ นห้วยป่าซาง อำเภอแม่อาย จงั หวัดเชยี งใหม่
8. เงื่อนไขความสำเร็จ
1. ครูและผู้ปกครองให้การสนับสนุนในเรอ่ื งจิตสาธารณะของนักเรยี น
2. ครูและผปู้ กครองให้การสง่ เสรมิ เพื่อเปน็ การปลกู ฝงั คุณธรรมจริยธรรม จิตสำธารณะประโยชนแ์ ก่
ชมุ ชน สถานศกึ ษา
3. ครแู ละผู้ปกครองใหก้ ารสง่ เสรมิ การอนรุ ักษ์ศลิ ปวฒั นธรรมท้องถ่ิน
นวัตกรรมสรา้ งคนดี โรงเรยี นบา้ นหว้ ยป่าซาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
ภาคผนวก
นวตั กรรมสรา้ งคนดี โรงเรยี นบ้านหว้ ยปา่ ซาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชยี งใหม่
รูปภาพ การประชมุ วางแผนการดำเนินงานโดยคณะครู และกรรมการสถานศึกษา
รูปภาพ ละอ่อนน้อยใจ๋งาม (ลอ่นอ นน ้อยใจงา)ม ด้านสง่ิ แวดล้อม
นวตั กรรมสร้างคนดี โรงเรียนบ้านหว้ ยปา่ ซาง อำเภอแม่อาย จงั หวดั เชียงใหม่
รูปภาพ ละออ่ นน้อยใจง๋ าม (ลอ่นอ นน ้อใยจงา)ม ด้านการอนรุ ักษศ์ ิลปวัฒนธรรมท้องถ่นิ
นวตั กรรมสร้างคนดี โรงเรยี นบา้ นหว้ ยป่าซาง อำเภอแม่อาย จงั หวัดเชยี งใหม่
นวตั กรรมสรา้ งคนดี โรงเรยี นบา้ นหว้ ยปา่ ซาง อำเภอแม่อาย จงั หวดั เชยี งใหม่