351 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
352 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 Does Oscar like sailing? เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ชอบและไม่ชอบได้ - เลือกภาพตรงตามความหมายของประโยคได้ - เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ตนเองชอบและไม่ชอบได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/5 พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบที่ฟัง สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/1 พูดและทำท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา ต 2.1 ป.4/2 ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ตัวชี้วัด ต 2.2 ป.4/1 บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
353 ต 2.2 ป.4/2 บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชนและสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์และโครงสร้างประโยคที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ไม่ชอบ ช่วยให้สนทนา พูด/ เขียนสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: Does Oscar like sailing? Yes, he does. No, he doesn’t. Vocabulary: months, seasons, hole, seed, flower, plant, cover, water, grow, catch, gardening, swim, jump, wet, run, sail Function: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ 2) Language Skills Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ 3) Culture: กีฬาที่นิยมเล่นในประเทศอังกฤษ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up
354 1. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น gardening, sailing, fishing, swimming, skiing, cooking, playing tennis, listening to music โดยขออาสาสมัครออกมาแสดงท่าทางใบ้คำ แล้วให้นักเรียนที่เหลือ ถามว่า Do you like + คำกริยาเติม -ing? จนกว่าเพื่อนจะตอบว่า Yes, I do. Weak classes: ครูอาจดาวน์โหลดบัตรภาพ แล้วนำเสนอคำศัพท์จากบัตรภาพก่อน ครูสามารถดาวน์โหลดบัตรภาพจากเว็บไซต์ต่อไปนี้ https://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/flashcards/sports-flashcards https://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/flashcards/free-time-activities-flashcards https://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/flashcards/music-flashcards http://www.mes-english.com/flashcards/hobbies.php 2. นำเข้าสู่บทเรียนด้วยการเปิดคลิปวิดีโอเพลง The leaves on the tree จาก https://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/songs/the-leaves-the-tree แล้วให้นักเรียนฝึกร้องเพลงตามเพื่อทบทวนเกี่ยวกับเรื่องฤดูกาล 3. ทบทวนเกี่ยวกับการใช้ like + v -ing ด้วยการเขียนโครงสร้างต่อไปนี้บนกระดาน Why do you like ... ? Because I like + v -ing. จากนั้นครูยกตัวอย่าง Why do you like summer? นักเรียนอาจจะตอบว่า Because I like going to the beach. แล้วรวบรวมคำตอบจากนักเรียนและวาดแผนที่ความคิด (mind map) เสร็จแล้วครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับฤดูกาลอื่น ๆ ด้วย ขั้น Presentation 1. นำภาพเด็กผู้ชาย 1 คน มาแสดงและพูดแนะนำว่า This is Ken. จากนั้นครูเขียน What does Ken like doing? บนกระดาน และให้นักเรียนอ่านคำถามตามครู ครูเขียน He likes + v -ing. แล้วให้ นักเรียน 1 คน ที่มีความสามารถในการวาดรูปออกมาเป็นผู้ช่วยครู ด้วยการวาดภาพตามคำศัพท์ที่ครูเขียนใน กระดาษแผ่นเล็ก เช่น playing football, gardening, swimming, skiing, cooking, listening to music, watching TV, dancing, sailing, fishing แล้วให้เพื่อน ๆ ช่วยกันทาย ภาพใดที่นักเรียนทายถูกต้อง ครูให้ นักเรียนช่วยกันสะกดคำศัพท์และบอกความหมาย โดยครูเป็นผู้เขียนบนกระดาน สุดท้ายครูถาม นักเรียนอีกครั้งว่า What does Ken like doing? เพื่อให้นักเรียนพูดตอบครูแบบเต็มประโยค ครูเน้นให้ นักเรียนออกเสียง s ที่ท้ายคำกริยา like เพราะประธานเป็นเอกพจน์ ตัวอย่าง T: What does Ken like doing? S1: Ken likes playing football. hot season go to the beach swim in the sea build a sand castle play a kite
355 2. ให้นักเรียนช่วยกันบอกหลักการเติม -ing หลังคำกริยา โดยครูเขียนคำกริยาและให้นักเรียนช่วยบอก วิธีการ เช่น draw → drawing come → coming play → playing swim → swimming ครูเน้นให้นักเรียนจดจำว่า คำกริยาที่ลงท้ายด้วย -e เช่น come ต้องตัด e ออกก่อนจะเติม -ing และคำที่ ลงท้ายด้วยสระ 1 ตัว พยัญชนะ 1 ตัว เช่น swim ต้องเพิ่มตัวสะกดอีก 1 ตัวก่อนเติม (swimming) 3. ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน Peter likes watching TV and reading a book. Peter likes playing football, but he doesn’t like playing basketball. Anne likes singing and dancing. Anne likes eating, but she doesn’t like cooking. ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงประโยคเหล่านี้ตามครู โดยเน้นให้ออกเสียง s หลังคำกริยา ครูถามนักเรียน ว่าทำไมคำกริยาเหล่านี้ต้องเติม s เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตอบว่า เมื่อกล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเป็น ประจำนิสัย ถ้า ประธานเป็นเอกพจน์ คำกริยาต้องเติม -s หรือ -es จากนั้นครูขีดเส้นใต้ and และ but แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกว่า คำใดใช้เชื่อมคำหรือข้อความที่คล้อย ตามกันหรือเป็นการเพิ่มข้อมูล (and) และคำใดที่ใช้เชื่อมคำหรือข้อความที่แสดงความขัดแย้งกัน (but) เมื่อได้คำตอบแล้ว ครูให้นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคโดยใช้ and และ but อย่างละ 1 ประโยค ครู รวบรวมคำตอบจากนักเรียนหลาย ๆ คน เช่น S1: I like reading a book, but I don’t like swimming. S2: I like gardening and watching TV. 4. ครูขียนข้อมูลและภาพต่อไปนี้บนกระดาน play the piano swim จากนั้นครูถามนักเรียนว่า Do you like playing the piano? ครูชี้ที่ภาพหน้ายิ้มเพื่อให้นักเรียนตอบว่า Yes, I do. ต่อมาครูถามนักเรียนว่า Do you like swimming? ครูชี้ที่ภาพหน้าบึ้งเพื่อให้นักเรียนตอบว่า No, I don’t. ครูอธิบายเรื่องการออกเสียงสูง-ต่ำ (intonation) ในประโยคคำถามแบบ Yes/No questions ว่า เราจะลงเสียงสูงที่ท้ายประโยค จากนั้นครูถามนักเรียนว่า ประโยคคำถามในภาษาไทยมีการลงเสียง สูง-ต่ำเหมือนในภาษาอังกฤษหรือไม่ ถ้ามี เราจะลงเสียงสูงหรือต่ำที่ท้ายประโยค ครูอาจเขียนประโยค ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อให้นักเรียนเปรียบเทียบ เช่น Do you like swimming? เธอชอบว่ายน้ำหรือไม่ Does she like playing the piano? เธอชอบเล่นเปียโนหรือไม่ เสร็จแล้วครูสรุปโครงสร้างบนกระดาน A: Do you like + v -ing? B: Yes, I do. No, I don’t. I like + v -ing. ครูถามนักเรียนว่า ถ้าถามข้อมูลของบุคคลที่เราคุยด้วย เราจะใช้ Do you like + v -ing? แต่ถ้าเราถาม ข้อมูลของบุคคลที่ 3 เราจะถามอย่างไร ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน และเขียนโครงสร้างคำถามบน
356 กระดาน ดังนี้ Does he/she like + v -ing? Yes, he/she does. No, he/she doesn’t. Do they like + v -ing? Yes, they do. No, they don’t. เสร็จแล้วครูนำภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงมาติดบนกระดาน และวาดภาพกิจกรรมต่าง ๆ ที่เขาชอบทำและ ไม่ชอบทำบนกระดาน เช่น Does he like …? ครูขออาสาสมัคร ครั้งละ 2 คน ให้ออกมาพูดถาม-ตอบ โดยใช้ข้อมูลในตาราง เช่น S1: Does he like sailing?
357 S2: No, he doesn’t. S1: Does he like football? S2: Yes, he does. ครูทำกิจกรรมเช่นนี้จนนักเรียนถาม-ตอบครบทุกภาพ เสร็จแล้วครูชี้ที่ภาพอีกครั้งทีละภาพ แล้วให้ นักเรียนพูดถาม-ตอบพร้อม ๆ กัน สุดท้ายครูถามนักเรียนว่า What does he like doing? เพื่อให้นักเรียน พูดตอบว่า He likes fishing, playing football and skiing. ต่อมาครูให้นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้ but เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คน ออกมาอ่านประโยคที่ตนเองแต่ง พร้อมแสดงสีหน้าและท่าทาง ประกอบด้วย เช่น He likes fishing, but he doesn’t like sailing. ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 55 Ex. 7 ครูอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนดูตารางและพูดบอกว่า แต่ละคนชอบและ ไม่ชอบกิจกรรมอะไรบ้าง จากนั้นครูอ่านตัวอย่างให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนพูดบอกสิ่งที่ Oscar, Tom และ Cindy ชอบและไม่ชอบทำ สุดท้ายครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียนหลาย ๆ คน และเขียน คำตอบที่ถูกต้องบนกระดาน Oscar likes swimming and sailing but he doesn’t like gardening. Tom likes gardening and sailing but he doesn’t like swimming. Cindy likes swimming and sailing but she doesn’t like gardening. กิจกรรมเพิ่มเติม ครูให้นักเรียนเล่นเกมเพื่อทบทวนการใช้ like และ don’t like ที่เว็บไซต์ http://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/grammar-games/and-don’t 2. หนังสือเรียน หน้า 55 Ex. 8 ครูให้นักเรียนดูภาพ 1-8 และบอกว่าแต่ละภาพคือภาพกิจกรรมอะไร เช่น T: Look at picture no. 1. What activity is it? Ss: Sailing. T: Look at picture no. 2. What activity is it? Ss: Gardening. T: Look at picture no. 3. What activity is it? Ss: Playing football. เมื่อทำกิจกรรมครบทุกภาพแล้ว ครูเขียนคำว่า dislike บนกระดาน และอธิบายว่า dislike หมายความว่า not like (ไม่ชอบ) โดย dis- นำมาไว้ข้างหน้าจะมีความหมายว่า ไม่ เช่น disagree (ไม่เห็นด้วย), dishonest (ไม่ซื่อสัตย์) จากนั้นครูวาดภาพหน้ายิ้ม และหน้าบึ้งบนกระดาน ครูถามว่า ภาพใดคือ dislike และภาพใดคือ like ต่อมาครูคำถามนักเรียนดังนี้ T: Look at picture no. 1. Does Oscar like sailing? Ss: Yes, he does.
358 T: Look at picture no. 2. Does he like gardening? Ss: No, he doesn’t. ครูขออาสาสมัคร 2 คน ลุกขึ้นยืน พูดถาม-ตอบเกี่ยวกับกิจกรรมที่ Oscar ทำในภาพที่ 3 S1: Look at picture no. 3. Does Oscar like playing football? Ss: No, he doesn’t. เสร็จแล้วครูให้เวลานักเรียนจับคู่กัน ผลัดกันพูดถาม-ตอบกิจกรรมในภาพที่ 4-6 ครูเดินสังเกตการทำ กิจกรรมของนักเรียน สุดท้ายสุ่มเรียกนักเรียนหลาย ๆ คู่ ลุกขึ้นยืนพูดถาม-ตอบกิจกรรมในภาพที่ 4-6 3 A: Does Oscar like playing football? B: No, he doesn’t. 4 A: Does he like swimming? B: No, he doesn’t. 5 A: Does Oscar like horse riding? B: Yes, he does. 6 A: Does he like skiing? B: Yes, he does. 3. หนังสือเรียน หน้า 55 Ex. 9 ครูอ่านคำสั่ง Read and talk with your friend. และครูอ่านรายชื่อกิจกรรมที่ ให้มาและให้นักเรียนอ่านตามครู จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน อ่านตัวอย่างพร้อมกัน แล้วผลัดกัน พูดถาม-ตอบ เหมือนดังตัวอย่าง เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนหลาย ๆ คู่ พูดถาม-ตอบให้เพื่อนฟัง เช่น S1: Do you like playing tennis? S2: No, I don’t. Do you? S1: Yes, I do! Do you like swimming? S2: Yes, I do! 4. ครูทบทวนประโยคที่ใช้บอกสิ่งที่ชอบและไม่ชอบอีกครั้ง โดยให้นักเรียนพูดบอกกิจกรรมที่ นักเรียนชอบและไม่ชอบมาอย่างละ 2 กิจกรรม เช่น I like sailing and swimming, but I don’t like cooking and gardening. ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนจับคู่กันและสนทนาเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองชอบและไม่ชอบ โดยใช้ บทสนทนาใน Ex. 9 เป็นต้นแบบ จากนั้นให้นักเรียนฝึกพูดให้คล่อง โดยสลับคู่กับเพื่อนอีก 1-2 ครั้ง เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาพูดที่หน้าชั้นให้เพื่อนฟัง เช่น S1: Do you like playing football? S2: Yes, I do! Do you? S1: No, I don’t. Do you like fishing? S2: No, I don’t. etc.
359 2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม จากนั้นให้นักเรียนสำรวจกิจกรรมที่สมาชิกในกลุ่มชอบทำและ ไม่ชอบทำ โดยครูวาดตารางต่อไปนี้บนกระดานและให้นักเรียนลอกใส่สมุดก่อนเริ่มการสำรวจ Topic like don’t like playing football playing tennis fishing cooking playing the piano listening to music swimming drawing a picture dancing total ต่อมาครูบอกว่า ให้แต่ละกลุ่มเลือกกิจกรรมในตารางมากลุ่มละ 5 กิจกรรม จากนั้นให้นักเรียนถาม กิจกรรมที่สมาชิกในกลุ่มชอบทำโดยใช้โครงสร้าง Do you like …? หากชอบกิจกรรม ให้ทำ เครื่องหมาย / ลงในช่อง like หากไม่ชอบให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่อง don’t like แล้วให้แต่ละกลุ่ม รวบรวมคำตอบของสมาชิกมาทำเป็นแผนภูมิแท่ง เพื่อนำเสนอประกอบการรายงานผลการสำรวจที่ หน้าชั้น 3. แบบฝึกหัด หน้า 47 Ex. 7 ครูให้นักเรียนดูภาพและพูดบอกกิจกรรมที่ Extra ชอบทำ โดยก่อนทำ กิจกรรมครูทบทวนโครงสร้างที่ใช้บอกสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ได้แก่ ประธาน + like (s) + กริยาเติม -ing. ต่อมาครูให้นักเรียนดูภาพที่ 1 แล้วถามว่า What does Extra like doing? เมื่อนักเรียนตอบว่า He likes dancing. ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับภาพ 2-10 ด้วย เสร็จแล้วครูให้นักเรียนจับคู่พูดถาม- ตอบโดยใช้ ข้อมูลในข้อ 1-10 5 Malee Surachai Wandee Meena Lalita Wasin 4 3 2 1 swimming listening to music cooking drawing playing football
360 1 Extra likes dancing. 2 Extra likes visiting friends. 3 Extra likes skiing. 4 Extra likes gardening 5 Extra likes swimming. 6 Extra likes fishing. 7 Extra likes horse riding. 8 Extra likes tidying his room. 9 Extra likes cooking. 10 Extra likes playing football. 4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 47 Ex. 8 เป็นการบ้าน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการพูดขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับกิจกรรมที่นักเรียนชอบและไม่ ชอบ แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการพูดประโยคจากภาพ แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจการเขียนประโยคเกี่ยวกับ กิจกรรมที่ตนเองชอบและไม่ชอบ แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้และ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 บัตรภาพ/บัตรคำศัพท์ 8.4 อินเทอร์เน็ต
361 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
362 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 Put some seeds in the hole. เวลา 2 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ตอบคำถามจากการอ่านได้ - แสดงบทสนทนาจากเรื่องที่อ่านได้ - อ่านออกเสียงในบทสนทนาหรือเรื่องสั้นได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่ายๆ สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/1 พูดและทำท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจความหมายคำศัพท์ สำนวน และโครงสร้างประโยค ทำให้เข้าใจเรื่องที่อ่านและสามารถเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของสิ่งที่ปรากฏในเนื้อหาที่ได้ฟังและอ่านได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: Make a small hole. Put some seeds in the hole. Then cover and water the seeds.
363 Vocabulary: months, seasons, hole, seed, flower, plant, cover, water, grow, catch, gardening, swim, jump, wet, run, sail 2) Language Skills Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน Speaking: แสดงบทสนทนา 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ให้นักเรียนเล่นเกม Spelling Bee ทบทวนคำศัพท์ เช่น gardening, sailing, swimming, catch, jump, wet โดยแบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มผลัดกันส่งตัวแทนมายืนหน้าชั้น ครูจับฉลากและบอก คำศัพท์ ให้ตัวแทนกลุ่มพูดสะกดคำศัพท์ให้ถูกต้อง ครูเขียนคำศัพท์ที่นักเรียนบอกบนกระดาน นักเรียนที่สะกดคำศัพท์ถูกต้องจะได้ 1 คะแนน กลุ่มใดสะกดคำศัพท์ได้ถูกต้องมากที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ 2. ทบทวนโครงสร้างที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ชอบ โดยครูเตรียมบัตรคำเกี่ยวกับกิจกรรม ต่าง ๆ เช่น play in the snow, ride a bicycle, play the guitar จากนั้นครูแจกบัตรคำให้นักเรียนคนละ 1 ใบ แล้วบอกนักเรียนว่า ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน แต่งประโยคถาม-ตอบ เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คู่ ยืนขึ้น ผลัดกันพูดถาม-ตอบให้เพื่อนในชั้นฟัง เช่น S1: (บัตรคำ play the guitar) Do you like playing the guitar? S2: Yes, I do. Do you? S1: No, I don’t. I like playing the piano. etc. 3. ทบทวนสภาพอากาศแต่ละฤดูกาล โดยถามคำถาม เช่น T: What’s the weather like in spring? Ss: It’s windy. T: What’s the weather like in summer? Ss: It’s hot. 4. ครูทบทวนการพูดบอกกิจกรรมที่ชอบและไม่ชอบ โดยครูเขียนคำต่อไปนี้บนกระดาน She / not like / grow / flowers I / like / fly / my kite He / not like / drink coffee
364 จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาเขียนประโยคให้ถูกต้อง โดยใช้คำที่กำหนดให้บนกระดาน และผัน คำกริยาตามประธาน ให้ถูกต้อง คำตอบ: She doesn’t like planting flowers. I like flying my kite. He doesn’t like drinking coffee. 5. นำเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนดูภาพคร่าว ๆ ในหนังสือเรียน หน้า 56 จากนั้นครูถามนักเรียน 2-3 คำถาม เช่น T: Where are Extra and Wendy? Ss: They are at the backyard. T: What season is it? Ss: It is spring. T: What are they doing? Ss: They are planting the seeds. ขั้น Presentation 1. ครูแสดงท่าทางต่าง ๆ และถามคำถามนักเรียน เพื่อให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าครูกำลังทำอะไร เช่น T: (ครูทำท่าเดิน) What am I doing? Ss: Walk. T: I am walking. T: (ครูทำท่าเขียนบนกระดาน) What am I doing? Ss: You are writing. จากนั้นครูเขียนคำถามต่อไปนี้บนกระดาน What are you doing? ครูถามนักเรียนว่าคำถามนี้ถามว่าอะไร เมื่อได้คำตอบว่า ถามถึงสิ่งที่กำลังทำแล้ว ครูแสดงท่าทางเช่นเดิมอีกครั้ง โดยครั้งนี้ ให้นักเรียนเป็นผู้ถามคำถามครู เช่น T: (ครูทำท่าเดิน) Ss: What are you doing? T: I am walking. T: (ครูทำท่าเขียนบนกระดาน) Ss: What are you doing? T: I’m writing. เสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกโครงสร้างประโยคของการพูดบอกสิ่งที่ทำ ประธาน + verb to be (is/am/are) + v -ing ครูให้นักเรียนพูดทบทวนว่า is/am/are ใช้กับประธานตัวใดบ้าง 2. ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน 1) He is planting some flowers. 2) He always plants flowers in spring.
365 ครูให้นักเรียนช่วยกันอธิบายความหมายของประโยคทั้ง 2 นี้ จากนั้นครูพูดสรุปให้นักเรียนฟังว่า ประโยคที่ 1 โครงสร้าง ประโยคคือ verb to be (is/am/are) + v -ing เรียกว่า present continuous ใช้กล่าวถึงสิ่งที่กำลังกระทำในขณะที่พูด หรือช่วงเวลาที่พูด ส่วนประโยคที่ 2 คือ present simple เพราะคำกริยาเติม -s เมื่อประธานเป็นเอกพจน์ โครงสร้างประโยคนี้ใช้กล่าวถึงสิ่ง ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ หรือกิจวัตรประจำวัน ต่อมาครูพูดประโยคต่อไปนี้และให้นักเรียนช่วยกันบอกว่าคือ tense อะไร พร้อมทั้งอธิบายความหมาย ของประโยคที่ครูพูดด้วยภาษาไทย T: I’m teaching English in the classroom right now. Ss: Present continuous. ฉันกำลังสอนภาษาอังกฤษอยู่ในห้องเรียนตอนนี้ ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า now, right now, at the moment เป็นคำ/วลีบอกเวลา มีความหมายว่า ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ T: I usually teach English on Tuesday mornings. (ครูควรเปลี่ยนช่วงเวลาที่สอนตามความเป็นจริง เพื่อให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น) Ss: Present simple. โดยปกติฉันสอนภาษาอังกฤษทุกวันอังคารตอนช่วงเช้า ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า always (เสมอ), usually (โดยปกติ), often (บ่อย ๆ), sometimes (บางครั้ง), never (ไม่เคย) เป็น คำกริยาวิเศษณ์บอกความถี่ (adverbs of frequency) มักใช้ร่วมกับ Present simple ตัวอย่าง What are you doing? I’m planting some flowers. ครูอธิบายว่า ประโยคถาม-ตอบนี้มีโครงสร้างคือ What + v. to be + ประธาน + กริยาเติม -ing? ใช้ถาม ถึงสิ่งที่เรากำลังทำ ณ ช่วงเวลานั้น จากนั้นครูถามคำถามนักเรียนและให้นักเรียนตอบสิ่งที่นักเรียน กำลังทำ 3. ครูอธิบายคำว่า later ในวลีtwo hours later ครูอธิบายว่า later เป็นกริยาวิเศษณ์ มีความหมายว่า ผ่านไป หรือต่อมา เช่น three months later (สามเดือนผ่านไป) six hours later (6 ชั่วโมงต่อมา) ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เรายังใช้ later ในการกล่าวอำลาอย่างไม่เป็นทางการ มีความหมายว่า พบกันคราวหน้า เช่น Later, Tom! See you later. ขั้น Practice 1. ให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้า 56 Ex. 10 จากนั้นครูบอกให้นักเรียนปิดหนังสือ แล้วครูเปิด CD ให้ นักเรียนฟัง 1 รอบ ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกคำที่นักเรียนได้ยิน ต่อมาครูบอกนักเรียน Open your book. และ เปิด CD ให้นักเรียนฟังและอ่านเนื้อเรื่องตามไปด้วย เสร็จแล้วครูให้เวลานักเรียนสั้น ๆ อ่าน เนื้อเรื่องด้วยตนเองและเลือก คำตอบที่ถูกต้อง ต่อมาครูเปิด CD อีกครั้งเพื่อให้นักเรียนตรวจคำตอบ 1 c) summer
366 2. หนังสือเรียน หน้า 57 Ex. 11 ครูอ่านคำสั่ง Now read the story and say yes or no. จากนั้นครูให้เวลา นักเรียนกลับไปอ่านเนื้อเรื่องด้วยตนเองอีกครั้งในเวลาสั้น ๆ และระบุว่า ประโยคที่ให้มาถูกหรือผิด ครูสุ่มเรียกนักเรียนพูดรายงานคำตอบ ครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องบนกระดาน สุดท้ายครูเปิด CD ให้ นักเรียนฟังและฝึกอ่านออกเสียงตาม CD 1 no 2 yes 3 no ครูเขียนประโยคคำสั่งจากเนื้อเรื่องบนกระดาน ดังนี้ Make a small hole. Put some seeds in the hole. Then cover and water the seeds. ครูอ่านประโยคให้นักเรียนฟังและอ่านออกเสียงตามพร้อม ๆ กัน แล้วครูถามนักเรียนว่าประโยคเหล่านี้ คือประโยคอะไร เมื่อได้คำตอบว่า ประโยคคำสั่ง หรือ imperatives แล้ว ครูให้นักเรียนช่วยกันทบทวน โครงสร้างประโยคอีกครั้ง ดังนี้ กริยารูป base form (ช่องที่ 1) + ... . 3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน เพื่อเป็น Extra, Wendy และ Oscar แล้วครูเปิด CD ให้นักเรียนฟัง ทีละกรอบ และฝึกอ่านออกเสียงบทสนทนาจนคล่อง โดยเน้นให้นักเรียนแบ่งวรรคตอนและออกเสียง ตามระดับสูง-ต่ำในประโยค (intonation) ให้เหมือนกับต้นฉบับที่ได้ฟังจาก CD ขั้น Production 1. ให้นักเรียนปิดหนังสือเรียน จากนั้นครูแจก Story Cutouts ซึ่งถ่ายเอกสารมาจากแบบฝึกหัด หน้า 82 ให้นักเรียนกลุ่มเดิมฝึกพูดประโยคจากภาพใน Story Cutouts จนคล่อง ครูกำหนดเวลาให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มในการฝึกซ้อม และเดินสังเกตการทำงานของแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่จำเป็น เสร็จแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 กลุ่ม ออกมาแสดงที่หน้าชั้น ครูย้ำให้นักเรียนแสดงสีหน้าท่าทางให้เหมาะสม กับบทบาทที่ได้รับด้วย เมื่อแต่ละกลุ่มแสดงเสร็จ ครูให้กลุ่มที่เป็นคนดูบอกข้อดีและข้อที่ควรปรับปรุง ให้กับเพื่อนที่แสดงอย่างละ 1 ข้อ 2. หลังจากการแสดงแล้ว ครูให้นักเรียนที่แสดงเป็น Oscar พูดแสดงความรู้สึกว่า ถ้านักเรียนเป็น Oscar นักเรียนจะรู้สึกอย่างไร ถ้าตกลงไปในบ่อน้ำโดยที่ไม่ได้ตั้งใจและตัวเปียก แต่เพื่อนกลับหัวเราะ เช่น อับอาย ตลกขบขัน จากนั้นครูถามนักเรียนที่เป็น Extra และ Wendy ว่า เมื่อเห็นเพื่อนตกลงไป ในน้ำ แล้วหัวเราะ นักเรียนคิดว่า Extra และ Wendy หัวเราะด้วยความขบขัน หรือหัวเราะด้วย ความสะใจหรือสมน้ำหน้าเพื่อน ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน แล้วชี้ให้เห็นว่า บางครั้งเมื่อเกิด เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ทำให้เราแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมออกไป เช่น หัวเราะ แต่จริง ๆ แล้ว คนที่หัวเราะ ไม่ได้มีเจตนาที่จะสมน้ำหน้าหรือรู้สึกสะใจ เสร็จแล้วครูให้นักเรียนช่วยกันคิดว่า Extra และ Wendy ควรจะทำอย่างไรต่อไป จนได้คำตอบว่า รีบไปช่วยดึง Oscar ขึ้นมาจากน้ำและอาจจะ ขอโทษ Oscar ด้วย ถ้าเกิด Oscar มีอาการโกรธ 3. ให้นักเรียนฝึกอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือเรียน หน้า 56-57 ด้วยตนเองที่บ้าน และอ่านให้ครูฟังนอก เวลาเรียน
367 4. ก่อนหมดชั่วโมงเรียน ครูให้นักเรียนพูดบอกลาครูโดยใช้สำนวน See you later. หรือ Goodbye. 5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 48 Exs. 9-10 เป็นการบ้าน Ex. 9 2 planting flowers 5 because it’s windy 3 Extra 6 summer 4 in summer Ex. 10 2 March 4 seeds 3 hole 5 water 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการแสดงบทสนทนา แบบประเมินการแสดงบทบาท สมมติ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการพูดสื่อสาร แบบประเมินความสามารถ ในการพูดสื่อสาร ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการตอบคำถามจากการอ่าน แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 บัตรภาพ Story Cutouts
368 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ....................................................................................................................... ................................................... แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
369 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 Penfriends! เวลา 2 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - อ่านออกเสียงข้อความในจดหมายได้ - ตอบคำถามจากการฟังได้ - เขียนจดหมายถึง penfriend เล่าเกี่ยวกับกิจกรรมที่ชอบได้ - พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ชอบได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/1 พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ต 1.2 ป.4/5 พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบที่ฟัง มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา
370 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์และโครงสร้างถาม-ตอบเกี่ยวกับกิจกรรมที่ชอบทำ ช่วยให้เข้าใจเรื่องที่อ่านและเขียนสื่อสารได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: I like listening to music and dancing. I like horse riding too! I like dogs very much. Do you like playing basketball? Yes, I do. Vocabulary: months, seasons, hole, seed, flower, plant, cover, water, grow, catch, gardening, swim, jump, wet, run, sail, later Function: บอกกิจกรรมที่ชอบทำ 2) Language Skills Speaking: พูดบอกกิจกรรมที่ชอบ Listening: ตอบคำถามจากการฟัง Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน Writing: เขียนจดหมายถึง penfriend 3) Culture: มารยาทในการเขียนจดหมาย 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูเดินเข้ามาในห้องและทักทายนักเรียน Good morning. How are you? เมื่อนักเรียนตอบพร้อมกันแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คน พูดตอบครู เช่น T: Good morning. How are you? S1: I’m good. And you? T: I’m OK.
371 2. ทบทวนคำศัพท์ที่เรียนมาแล้ว เช่น sail, run, catch, swim, jump, dance ด้วยการให้นักเรียน เล่นเกม Invisible Man โดยครูวาดภาพคนบนกระดาน ประกอบด้วยหัว ตัว แขนขวา แขนซ้าย ขาขวา และขาซ้าย จากนั้นครูขีดเส้นใต้เท่าจำนวนตัวอักษรในคำศัพท์ ครูอธิบายว่า ให้นักเรียนทายพยัญชนะที่ อยู่ในคำศัพท์ที่กำหนด ถ้าทายถูกครูจะลบอวัยวะออกไปครั้งละ 1 ส่วน ครูให้นักเรียนทายตัวอักษรไป เรื่อย ๆ จนภาพคนบนกระดานหายไป 3. ทบทวนเนื้อหาจากคาบเรียนที่แล้วโดยถามนักเรียน 2-3 คำถาม เช่น T: What do Oscar and Wendy do in spring? Ss: They plant flowers. T: Does Oscar like spring? Ss: No, he doesn’t. T: Why doesn’t Oscar like spring? Ss: Because it’s windy. 4. ทบทวนการใช้ and และ but โดยให้นักเรียนแต่งประโยค and และ but มาคนละ 1 ประโยค จากนั้น ครูสุ่มเรียก นักเรียน 5-6 คน ยืนขึ้นอ่านประโยคที่ตัวเองแต่งให้เพื่อนฟัง เช่น S1: I like cooking and gardening. I like playing basketball, but I don’t like playing football. 5. ครูทบทวนการพูดบอกกิจกรรมที่ชอบ โดยครูถามนักเรียนว่า What do you like doing? จากนั้นครู รวบรวม คำตอบจากนักเรียนมาเขียนบนกระดานในรูปแผนที่ความคิด (mind map) ขั้น Presentation 1. หนังสือเรียน หน้า 58 Ex.12 ครูชี้ที่จดหมายและถามนักเรียนว่า What is this? เมื่อได้คำตอบว่า a letter แล้ว ครูบอกนักเรียนว่า จดหมายฉบับดังกล่าวเป็นของ Cindy ที่เขียนถึงเพื่อนทางจดหมายหรือ penfriend ครูให้นักเรียนอ่าน 2 บรรทัดแรกของจดหมาย หลังคำขึ้นต้นจดหมาย ครูถามนักเรียนว่า Cindy เขียนจดหมายติดต่อกับ Sabrina นานหรือยัง เมื่อได้คำตอบว่าครั้งแรก ให้นักเรียนอธิบายเหตุผล หลังจากนั้นครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและอ่านจดหมายตามไปด้วย ครูเปิด CD อีกครั้งโดยหยุดเป็น
372 ช่วง ๆ ให้นักเรียนพูดตามพร้อมกันและทีละคน ครูชี้ให้นักเรียนดูภาพทีละภาพในหนังสือเรียน และถามคำถามนักเรียน ดังนี้ T: (ครูชี้ที่ภาพ Cindy ฟังเพลง) What does Cindy like? Ss: She likes listening to music. T: (ครูชี้ที่ภาพ Cindy กอดสุนัข) What does Cindy like? Ss: She likes dogs. T: (ครูชี้ที่ภาพ Cindy ขี่ม้า) What does Cindy like? Ss: She likes horse riding. T: (ครูชี้ที่ภาพ Cindy รับประทานไอศกรีม) What is Cindy doing? Ss: She likes eating ice cream. 2. ครูให้นักเรียนดูจดหมายอีกครั้ง และถามนักเรียนว่า คำขึ้นต้นจดหมายคือคำว่าอะไร เมื่อได้คำตอบว่า Dear ครู บอกว่า เรายังสามารถใช้ Hi ____, Hello ____, โดยครูอธิบายว่า คำขึ้นต้นเหล่านี้จะตามด้วยชื่อ บุคคลที่เราเขียนถึงซึ่งเรารู้จักเป็นอย่างดี เช่น เพื่อนสนิท สมาชิกในครอบครัว อาจจะเป็นชื่อเล่นหรือ ชื่อจริงก็ได้ ตัวอย่างเช่น Dear Amy, ถึง เอมี Hi Mary, สวัสดี แมรี Hello Dave, (David’s nickname) สวัสดี เดฟ (ชื่อเล่นของเดวิด) 3. ครูอธิบายว่า ถ้าเรารู้จักผู้เขียนอยู่แล้ว เรามักจะขึ้นต้นจดหมาย เช่น How are you? Thanks for your letter. ก่อนจะเริ่มต้นเนื้อหาในจดหมาย เราควรกล่าวคำทักทายหรือขอบคุณคนที่เขียนจดหมายมาหา ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับมารยาทในการเขียนจดหมายว่า นักเรียนไม่ควรใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดใน การเขียนจดหมาย เพราะจะเปรียบเสมือนเป็นการตะโกนใส่ผู้อ่าน ซึ่งไม่สุภาพ 4. ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน Write back soon. (เขียนกลับมาเร็ว ๆ นะ) Write soon. (เขียนมาเร็ว ๆ นะ) That’s for now. (ขอจบเพียงเท่านี้) Write and tell me. (เขียนมาและเล่าให้ฉันฟังบ้างนะ) Hope to see you soon. (หวังว่าจะได้พบกันเร็ว ๆ นี้นะ) จากนั้นครูอธิบายว่า ประโยคเหล่านี้ใช้ในการจบเนื้อหาในจดหมายอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น โดย จะวางไว้ก่อนคำลง ท้าย 5. นำเสนอคำลงท้ายจดหมายอย่างไม่เป็นทางการ ให้นักเรียนหาคำลงท้ายจดหมายที่ Cindy ใช้ เมื่อได้ คำตอบว่า Best Wishes (ด้วยความปรารถนาดี) แล้ว ครูเขียนคำต่อไปนี้บนกระดานและบอกความหมาย เช่น Love. (รัก) All the best. (ด้วยความปรารถนาดี) Cheers. (ลาก่อน) ครูอธิบายว่า เราสามารถใช้คำเหล่านี้ลงท้ายจดหมายได้ ขั้น Practice
373 1. หนังสือเรียน หน้า 58 Ex. 13 ครูอ่านข้อความในกรอบคำพูดให้นักเรียนฟัง ครูถามนักเรียนว่า What do you like doing? Tell me two things. gardening and tidying my room.ครูสุ่มเลือกนักเรียน 1 คน พูดบอก กิจกรรมที่ตนเองชอบ เมื่อนักเรียนตอบแล้ว ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนและพูดถาม-ตอบกัน เช่น S1: What do you like doing? S2: I like cooking, dancing. 2. หนังสือเรียน หน้า 59 Ex. 14 ครูพูดบอกว่านักเรียนจะได้เล่นเกม โดยครูสุ่มเรียกนักเรียน 1 คน ยืนขึ้น อ่านรายชื่อกิจกรรมที่ให้มาในกรอบสีเหลือง จากนั้นครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและอธิบายกติกา การเล่นเกมว่า ให้นักเรียนแต่ละคนเขียนกิจกรรมที่ตนเองชอบทำลงในกระดาษแผ่นเล็ก ๆ จากนั้นครู สุ่มเรียกนักเรียน 1 คน ออกมายืนที่หน้าชั้น ให้นักเรียนที่เหลือถามคำถามเพื่อทายกิจกรรมที่นักเรียน คนดังกล่าวเขียนไว้ในกระดาษโดยใช้โครงสร้าง Do you like …? นักเรียนที่ทายถูกจะได้ออกมายืน หน้าชั้นและทำกิจกรรมต่อไป ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมไปเรื่อย ๆ จนสังเกตว่า นักเรียนทำกิจกรรม ได้คล่อง Tom: Do you like gardening? Oscar: No, I don’t. Lin: Do you like playing basketball? Oscar: Yes, I do. ขั้น Production 1. หนังสือเรียน หน้า 63 หัวข้อ Portfolio ครูถามคำถามเกี่ยวกับตัวนักเรียน เช่น T: How old are you? S1: I’m ten years old. T: Where are you from? S1: I’m from Bangkok. T: What do you like doing? S1: I like watching TV and playing tennis. T: What do you dislike doing? S1: I don’t like cooking and gardening. T: Have you got a pet? S1: Yes, I have. I’ve got a dog. T: What is its name? S1: Its name is Charlie. T: What do you like eating? S1: I like eating pizza and ice cream.
374 จากนั้นครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนเขียนจดหมายถึง penfriend บอกเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองชอบทำ และไม่ชอบทำและสัตว์เลี้ยงของตนเอง ครูเขียนคำถามที่ครูถามไปบนกระดาน เพื่อให้นักเรียนใช้เป็น แนวทางในการเขียน เสร็จแล้วครูให้เวลานักเรียนในการเขียนจดหมาย Weak classes: ครูและนักเรียนเขียนจดหมายร่วมกันบนกระดานก่อน แล้วจึงให้นักเรียนเขียนด้วย ตนเองที่บ้าน หรือครู อาจเขียนจดหมาย 1 ฉบับ แต่เว้นช่องว่างให้นักเรียนเติมข้อมูลด้วยตนเอง (ตัวอย่างคำตอบ) 8, Sukhothai Road Bangkok, Thailand 16th June 2016 Dear Paul, My name’s Somchai. I’m ten years old and I’m from Thailand. I like watching TV and playing tennis. I like animals very much. I’ve got a dog. My dog’s name is Charlie. I like eating pizza and ice cream but I don’t like cooking or gardening – do you? Write and tell me what you like doing. Best wishes, Somchai 2. ครูให้เวลานักเรียนตรวจทานงานเขียนของตนเอง โดยตรวจสอบความถูกต้องของตัวสะกด ไวยากรณ์ และเครื่องหมาย วรรคตอน เมื่อแก้ไขเสร็จแล้ว ให้จับคู่กับเพื่อนและอ่านจดหมายให้เพื่อนฟัง 3. แบบฝึกหัด หน้า 49 Ex. 11 ครูบอกว่า นักเรียนจะได้ฟังบทสนทนาระหว่าง Becky และผู้ชายคนหนึ่ง เกี่ยวกับสิ่งที่ Becky ชอบ จากนั้นครูทบทวนการลงเสียงหนักในคำศัพท์เกี่ยวกับเดือน ฤดูกาล อาหาร และกิจกรรม ดังนี้ Months: January , February, March, April, May, June, July, August, September, October, November, December Seasons: summer, spring, autumn, winter Food: chicken, hot dog, sausage, pizza, cake, ice cream, chips, salad, bacon, toast, cereal, waffle, cream, muffin, orange juice, milk, water, coffee, tomatoes, banana, apples Activities: ? ต่อมาครูทบทวนโครงสร้างที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบ ดังนี้ What do you like? I like …
375 What’s your favourite …? My favourite … is … ./I like … . Do you like ….? Yes, I do./No, I don’t. 4. ครูขออาสาสมัครนักเรียนออกมายืนหน้าชั้น 1 คน จากนั้นให้นักเรียนแสดงท่าทางใบ้กิจกรรม ที่ตนเองชอบทำ ให้นักเรียนคนที่เหลือช่วยกันเดาคำตอบที่ถูกต้อง ตัวอย่าง S1: (mimes swimming) Class: You like swimming! etc. 5. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 49 Ex. 12 เป็นการบ้าน 6. ให้นักเรียนฝึกอ่านจดหมายในหนังสือเรียน หน้า 58 ด้วยตนเองที่บ้าน และมาอ่านให้ครูฟัง นอกเวลาเรียน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินงานเขียนจดหมายถึง Penfriend ประเมินการเขียน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการพูดบอกสิ่งที่ชอบ แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการตอบคำถามจากการฟังและ อ่าน แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 อินเทอร์เน็ต
376 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ....................................................................................................................... ................................................... แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
377 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 Let’s sing! เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - อ่านออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพท์เกี่ยวกับฤดูกาลและกิจกรรมที่ทำได้ - เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาได้ - บอกคำคล้องจองของคำศัพท์ที่กำหนดได้ - เลือกภาพตรงตามความหมายของประโยคได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ตัวชี้วัด ต 2.2 ป.4/1 บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด ต 4.2 ป.4/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
378 การรู้และเข้าใจความหมายของคำศัพท์ สำนวน และโครงสร้างถาม-ตอบ ช่วยให้เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: I like coffee., I like tea., I like swimming in the sea! Vocabulary: rhyming words: tea, sea, cake, lake, May, play, school, pool Pronunciation: ออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ 2) Language Skills Reading: อ่านเนื้อเพลง 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูทักทายนักเรียนว่า Hello. How are you? เมื่อนักเรียนพูดตอบแล้ว ครูให้นักเรียนกล่าวทักทาย เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ทั้ง ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา 2. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับฤดูกาลและเดือนในภาษาอังกฤษ โดยให้นักเรียนเล่นเกม Noughts and Crosses หรือ Tic-Tac-Toe ซึ่งมีวิธีการเล่นเช่นเดียวกับเกม OX ในประเทศไทย โดยให้แต่ละทีมผลัดกันบอก ชื่อฤดูกาลและเดือน พร้อมทั้งสะกดคำให้ถูกต้อง ตัวแทนทีมที่บอกได้ถูกต้อง จะมีสิทธิ์เลือกช่องและ ทำเครื่องหมาย O หรือ X ทีมที่ทำเครื่องหมายได้ครบ 3 ช่อง ติดกันในแนวใดก็ได้ก่อนคือทีมชนะ 3. ให้นักเรียนเล่นเกม Simon Says เพื่อทบทวนประโยคคำสั่ง โดยครูเป็นผู้ออกคำสั่งให้นักเรียน ปฏิบัติตาม เช่น T: Simon says, “Clap your hands.” Ss: (นักเรียนปรบมือ) T: Simon says, “Touch your head.” Ss: (นักเรียนเอามือไปจับศีรษะตนเอง)
379 4. ครูทบทวนประโยคคำสั่งที่ใช้ในห้องเรียนและการเชื่อมเสียง โดยเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน Look at the picture. Walk along this road. Talk about your family. Stand up. Repeat after me. Turn off the light. Turn on the light. จากนั้นครูอ่านทีละประโยคและให้นักเรียนพูดตามพร้อมกันหรือทีละคน แล้วให้นักเรียนช่วยกันพูด บอกความหมายในภาษาไทย ขั้น Presentation 1. นำเสนอคำศัพท์ที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ โดยครูเขียนคำต่อไปนี้บนกระดาน cake (เค้ก) lake (ทะเลสาบ) park (สวนสาธารณะ) shark (ปลาฉลาม) bike (รถจักรยาน) like (ชอบ) pink (สีชมพู) drink (ดื่ม) rock (ก้อนหิน) sock (ถุงเท้า 1 ข้าง) book (หนังสือ) cook (ทำอาหาร) จากนั้นครูชี้แต่ละคำและพูดให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู โดยครูเน้นออกเสียง /k/ ที่ท้ายคำให้ชัดเจน เสร็จแล้วครูอธิบายการออกเสียง /k/ ให้นักเรียนฟัง หลักการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ คนไทยมักจะมีปัญหาการออกเสียง /k/ ที่ท้ายพยางค์ โดยจะออกเสียงเพี้ยนเป็นตัวสะกด ก ในภาษาไทยแทน หรือไม่ออกเสียง /k/ เลย ดังนั้นครูต้องฝึกให้นักเรียนออกเสียง /k/ ท้ายคำ ให้ชัดเจน โดยออกเสียง เคอะ (k) เล็กน้อยที่ท้ายพยางค์ เพื่อที่จะได้สื่อสารกับชาวต่างชาติเข้าใจ มากขึ้น ที่มา: http://betterenglishforthai.net/book_pronunciation/chapter11/ ต่อมาครูเขียนประโยคเหล่านี้บนกระดาน A pink book is in the park.
380 Look at the black bike. A rock is in the sock. I eat cake and drink some milk. เสร็จแล้วครูอ่านออกเสียงประโยคดังกล่าวให้นักเรียนฟัง 1-2 ครั้ง แล้วให้นักเรียนพูดตามจนคล่อง กิจกรรมเพิ่มเติม ครูเขียนคำศัพท์ต่อไปนี้บนกระดานและให้นักเรียนลอกลงสมุด song sock cool cook bag back pig pink leg lake จากนั้นครูอ่านออกเสียง 3-4 คำ ให้นักเรียนวงกลมคำศัพท์ที่นักเรียนได้ยิน 2. ครูสอนเรื่อง rhyming words โดยอธิบายว่า ในภาษาไทยมีคำคล้องจอง ในภาษาอังกฤษก็เช่นกัน โดย มักจะเห็นในกลอนหรือในเพลง จากนั้นครูเขียนคำว่า wet บนกระดาน และเขียนคำว่า hole, pet, sail บนกระดาน ครูถามนักเรียนว่า What rhymes with “wet”? ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงตัวเลือก พร้อมกัน เมื่อได้คำตอบว่า pet แล้ว ครูให้นักเรียนช่วยกันคิดคำศัพท์อื่นที่ออกเสียงคล้องจองกับคำว่า wet โดยถามนักเรียนว่า Can you think of other rhymes for “wet”? ตัวอย่าง net, set, let, vet, get เสร็จแล้วครูให้นักเรียนช่วยกันบอกคำที่ออกเสียงคล้องจองกับคำอื่น ๆ เช่น sail, cook, draw ตัวอย่าง sail - nail, bell, fail, mail cook - book, look, hook, took draw - claw, flaw, jaw, law ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 59 หัวข้อ Sound Spot ครูเขียนประโยค A pink book is in the park. บนกระดาน จากนั้นครูอ่านออกเสียงและให้นักเรียนอ่านตามพร้อมกัน 1 ครั้ง ครูสุ่มเรียกนักเรียน 6-7 คน อ่าน ประโยคบนกระดาน เสร็จแล้วครูเปิด CD เสียง /k/ ให้นักเรียนฟังและฝึกออกเสียงตามหลาย ๆ ครั้ง A pink book is in the park. กิจกรรมเพิ่มเติม ครูเปิดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ เปรียบเทียบกับเสียง /g/ ให้ นักเรียนดูจาก https://www.youtube.com/watch?v=SFxmh5y2y_M หรือให้นักเรียนไปฝึกด้วยตนเอง โดยครูบอกคำสำคัญ เช่น /k/ and /g/ pronunciation หรือ ชื่อคลิป English: How to Pronounce G and K consonants: American Accent ให้นักเรียนเข้าไป
381 เปิดดูด้วยตนเองที่ www.youtube.com 2. ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อเพลงในหนังสือเรียน หน้า 60 ครูให้นักเรียนดูเพลงท่อนแรกและถามนักเรียน ว่า What rhymes with tea? เมื่อได้คำตอบว่า sea แล้ว ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับคำว่า cake (lake), May (play), school (pool) และให้นักเรียนสังเกตว่า rhyming words ในเนื้อเพลงนี้จะอยู่ในบรรทัดที่ 4 ของเนื้อเพลงแต่ละท่อน 3. หนังสือเรียน หน้า 60 Ex. 15 ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและฝึกร้องตาม จากนั้นครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม แล้วอธิบายภาระงานว่า ให้แต่ละกลุ่มฝึกร้องเพลงจนคล่อง เสร็จแล้วออกมาร้องเพลงให้เพื่อนฟัง 4. หนังสือเรียน หน้า 60 Ex. 16 ครูอธิบายภาระงาน แล้วชี้ที่ภาพคนในเนื้อเพลงทีละภาพและถามนักเรียน ว่ามีใครบ้าง เมื่อได้คำตอบว่า Oscar, Tom, Wendy และ Cindy ครูถามคำถาม ดังนี้ T: What does Oscar like doing? Ss: He likes drinking milk and tea and swimming. T: What does Tom like doing? Ss: He likes eating ice cream and cake and fishing in the lake. T: What does Wendy like doing? Ss: She likes going to the park and playing a ball. T: What does Cindy like doing? Ss: She likes studying English and swimming in the pool. ครูให้เวลานักเรียนอ่านเนื้อเพลงอีกครั้งและจับคู่ชื่อคน 1-4 และกิจกรรมที่ชอบทำ เสร็จแล้วครูเฉลย คำตอบพร้อมกันกับนักเรียน 5. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม จากนั้นครูมอบหมายเนื้อเพลงแต่ละท่อนให้แต่ละกลุ่มไปฝึกร้อง จนคล่อง จากนั้นครูเปิด CD โดยก่อนเล่น CD ครูบอกนักเรียนว่า เมื่อเพลงถึงท่อนของกลุ่มใด ให้ นักเรียนกลุ่มนั้นร้องท่อนของกลุ่มตนเอง ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนทำงานกลุ่ม ค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต หรือหนังสือเรียนภาษาอังกฤษเพื่อหาคำศัพท์ที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ มากลุ่มละ 10 คำ จากนั้นให้นักเรียน ทำโปสเตอร์นำเสนอคำศัพท์ โดยเรียงลำดับคำศัพท์ตามตัวอักษร (alphabetical order) พร้อมวาดภาพ ประกอบและตกแต่งให้สวยงาม เสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานโดยการอ่านคำศัพท์ให้ เพื่อนฟัง 2. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมแต่งเพลงโดยใช้โครงสร้าง I like + กิจกรรมที่ชอบ. ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ ตัวอย่างในหนังสือ เรียนหน้า 60 Ex. 15 พร้อมวาดภาพตกแต่งให้สวยงาม ครูย้ำให้นักเรียนใช้ คำคล้องจองในการแต่งเพลงด้วย 3. ให้นักเรียนค้นหาคำคล้องจองในภาษาอังกฤษมาคนละ 3 คู่ โดยวาดภาพและเขียนบอกความหมาย ให้ถูกต้อง พร้อมทั้งเขียนตัวอย่างประโยค 4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 50 Ex. 13 เป็นการบ้าน
382 1 b 2 c 3 d 4 a 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินชิ้นงานโปสเตอร์คำศัพท์ที่ลง ท้ายด้วยเสียง /k/ แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ประเมินชิ้นงานคำคล้องจอง แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้และ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 อุปกรณ์ทำโปสเตอร์ 8.5 อินเทอร์เน็ต
383 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
384 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 Activities for all seasons! เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ตอบคำถามจากการอ่านได้ - พูด/เขียนบอกกิจกรรมที่ต้องการทำในประเทศสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทยได้ - เลือกภาพตรงตามความหมายของประโยคได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/3 พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเองและขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่าย ๆ สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และ นำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/2 ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้อง ตัวชี้วัด ต 2.2 ป.4/2 บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด
385 ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ช่วยให้อ่าน พูด/เขียนแนะนำเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษาได้ อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: Winters are cold and snowy. You can go skiing, snowboarding and ice skating. Summers are fun in Vermont, too! You can go hiking, play golf, or go mountain biking. Vocabulary: months, seasons, hole, seed, flower, plant, cover, water, grow, catch, gardening, swim, jump, wet, run, sail, later, skiing, snowboarding, ice skating, go hiking, play golf, go mountain biking, fishing, canoeing Function: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ต้องการทำ 2) Language Skills Speaking: พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ต้องการทำ Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน Writing: เขียนนำเสนอเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำในแต่ละฤดูกาลของรัฐอื่น ๆ ใน สหรัฐอเมริกา, เขียนบอกสิ่งที่ต้องทำ 3) Culture: กิจกรรมที่ทำในแต่ละฤดูในรัฐเวอร์มอนต์ (Vermont) ประเทศ สหรัฐอเมริกา 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูตัดภาพเด็กฝรั่ง 1 คน มาจากนิตยสาร แล้วครูสมมติว่าเป็นเด็กคนดังกล่าวและออกมาพูดแนะนำ ตัว
386 summer build a sandcastle swim in the sea/pool sumbathe go to the beach have a picnic go surfing กับนักเรียนในห้อง เช่น T: Hello! My name is Alex. I come from Vermont, the USA. Ss: Nice to meet you, Alex. T: Nice to meet you too. จากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่ทักทายกับเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ โดยสมมติให้นักเรียน 1 คน มาจากรัฐเวอร์มอนต์ 2. ทบทวนการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ โดยครูเขียนคำศัพท์ต่อไปนี้บนกระดาน cake lake park shark bike like pink drink rock sock book cook เสร็จแล้วครูชี้ไปที่คำศัพท์และให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน หากนักเรียนคนใดมีปัญหาใน การออกเสียงนี้ ครูฝึกให้นักเรียนอ่านออกเสียงให้ครูฟังจนคล่อง หรือให้นักเรียนไปฝึกอ่านออกเสียง กับครูนอกเวลาเรียน 3. ทบทวนเนื้อเพลงในหนังสือเรียน หน้า 60 โดยครูให้นักเรียนร้องเพลงพร้อมกับช่วยกันปรบมือ เข้า จังหวะ 4. นำเข้าสู่บทเรียนโดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ ในฤดูกาลต่าง ๆ แล้ว นำเสนอเป็นแผนที่ความคิด (mind map) เช่น
387 ขั้น Presentation 1. นำเสนอคำศัพท์ที่เกี่ยวกับกิจกรรมที่เจ้าของภาษานิยมทำในฤดูกาลต่าง ๆ เช่น skiing (สกี), snowboarding (สโนว์บอร์ด), ice skating (สเก็ตน้ำแข็ง), go hiking (ไปเดินป่า), play golf (เล่นกอล์ฟ), go mountain biking (ปั่นจักรยานภูเขา), fishing (ตกปลา), canoeing (พายเรือแคนู) โดยใช้บัตรภาพหรือ หาภาพจากอินเทอร์เน็ตมาเปิดให้นักเรียนดู จากนั้นครูเขียนตาราง 2 ช่อง บนกระดาน และเขียนชื่อฤดูกาล winter และ summer ลงไป ครูถาม นักเรียนว่า กิจกรรมแต่ละกิจกรรมนิยมเล่นในฤดูกาลใด ครูรวบรวมคำตอบของนักเรียนมาเขียนใส่ ในตาราง winter summer คำตอบ: (winter) skiing, ice skating, snowboarding (summer) play golf, go mountain biking, fishing, canoeing 2. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับกีฬาประเภทต่าง ๆ ด้วยการให้นักเรียนเล่นเกม What is missing? โดยครูแบ่ง นักเรียนออกเป็น 2 ทีม ทีมละเท่า ๆ กัน จากนั้นครูให้แต่ละทีมส่งตัวแทนออกมายืนหน้าชั้น ครูนำ บัตรภาพ กีฬา 4 ใบ มาติดเรียงกันบนกระดาน จากนั้นให้เวลาตัวแทนแต่ละทีมจดจำคำศัพท์ แล้วให้ นักเรียนหันกลับไปหาเพื่อน ต่อมาครูดึงบัตรภาพออก 1 ใบ แล้วให้นักเรียนหันมาและบอกครูว่า บัตรภาพใดหายไป ทีมที่ตอบถูกจะได้ 1 คะแนน ทีมที่ได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นทีมที่ชนะ ครูสามารถดาวน์โหลดบัตรภาพกีฬาต่าง ๆ จากเว็บไซต์ต่อไปนี้ http://www.mes-english.com/flashcards/sports.php https://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/flashcards/sports-flashcards 3. ครูเขียนคำว่า Vermont บนกระดาน พร้อมกับชื่อบทอ่านในหนังสือเรียน หน้า 61 จากนั้นครูพูด แนะนำรัฐเวอร์มอนต์ ให้นักเรียนฟังสั้น ๆ T: Vermont is a state in the USA. The name comes from two French words - ‘vert’ meaning green and ‘mont’ meaning mountain. The state’s nickname is the Green Mountain State. You can do a lot of things there all year round. ครูดาวน์โหลดแผนที่รัฐเวอร์มอนต์ ประเทศสหรัฐอเมริกามาให้นักเรียนดูจากเว็บไซต์ต่อไปนี้ http://www.mapsofworld.com/usa/states/vermont/vermont-location-map.html http://www.mapsofworld.com/usa/states/vermont/
388 หรือเปิดคลิปวิดีโอชื่อ Vermont from Above (High Definition - HD) จาก https://www.youtube.com/watch?v=UBwqn9BRWhA หรือ Vermont Tourist Attractions: 12 Places To Visit จาก https://www.youtube.com/watch?v=PuJwD9xYYME รัฐเวอร์มอนต์ (Vermont) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ใกล้ ๆ กับ รัฐนิวยอร์กและมีชายแดนติดกับประเทศแคนาดา มีป่าไม้ครอบคลุมถึง 75% ของพื้นที่รัฐ ทั้งหมด เป็นรัฐที่มีอากาศหนาวเย็นเป็นลำดับที่ 7 ในสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในรัฐที่เรียกว่า นิวอิงแลนด์ (New England) เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนแรกที่ชาวอังกฤษอพยพเข้ามาอยู่อาศัยใน ประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นรัฐเดียวที่ไม่มีชายแดนติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก รัฐเวอร์- มอนต์ยังเป็นรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นลำดับที่ 6 มีประชากรอาศัยอยู่น้อยที่สุดเป็นลำดับที่ 2 รองจากรัฐไวโอมิ่ง (Wyoming) ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Vermont http://www.ldoceonline.com/dictionary/new-england http://www.oxfordlearnersdictionaries.com/definition/english/vermont?q=vermont ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 61 Ex. 17 ครูอ่านชื่อเรื่อง และอ่านข้อความทีละประโยค โดยหยุดให้นักเรียนฝึก อ่านตามพร้อมกัน ก่อนอ่าน ครูย้ำว่า ประโยคบอกเล่าที่ลงท้ายด้วยเครื่องหมายตกใจ (!) ให้นักเรียนใส่ ความรู้สึกลงไปในการอ่าน ต่อมาครูสุ่มเรียกนักเรียน 1-2 คน ยืนขึ้นอ่านเนื้อหาทั้งหมดอีกครั้ง หลังจากนั้นครูให้เวลานักเรียนจับคู่กิจกรรม 1-8 กับภาพ a-h ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน เสร็จแล้ว ครูเฉลยคำตอบบนกระดาน 2. หนังสือเรียน หน้า 61 Ex. 18 ครูอ่านคำถาม จากนั้นให้เวลานักเรียนอ่านบทอ่านอีกครั้งในใจอย่าง รวดเร็วเพื่อตอบคำถามดังกล่าว เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียนหลาย ๆ คน และเฉลยคำตอบ บนกระดาน 3. ครูให้นักเรียนจับคู่ ผลัดกันถาม-ตอบเกี่ยวกับกิจกรรมที่ชอบทำในหนังสือเรียน หน้า 61 โดยใช้ โครงสร้าง Do you like + กริยาเติม -ing? ครูสนทนากับนักเรียน 1-2 คน เพื่อเป็นตัวอย่าง เช่น T: Do you like skiing? S1: Yes, I do. T: Do you like snowboarding? S2: No, I don’t. I like ice skating. จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กัน ถาม-ตอบ โดยให้นักเรียนสลับคู่อีก 1-2 ครั้ง เมื่อนักเรียนฝึกพูดจนคล่อง แล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คู่ ออกมาพูดที่หน้าชั้น กิจกรรมเพิ่มเติม
389 ครูสุ่มเลือกนักเรียนมา 1 คน และให้นักเรียนคนดังกล่าวเลือกกิจกรรมจากบทเรียนโดยไม่ให้เพื่อน ในชั้นรู้ จากนั้นครูให้นักเรียนคนดังกล่าวทำท่าทางเพื่อใบ้กิจกรรมที่หน้าชั้น โดยให้นักเรียนที่เหลือ ช่วยกันเดาว่าเป็นกิจกรรมใด เช่น S1: (ทำท่าตกปลา) Class: Fishing! ต่อมาครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มผลัดกันเล่นเกมโดยส่งตัวแทนกลุ่มละ 1 คน มายืน หน้าชั้น โดย ห้ามหันหลังไปมองกระดาน จากนั้นครูอธิบายกติกาว่า ครูจะเขียนคำศัพท์บนกระดาน ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันใบ้คำศัพท์ โดยห้ามพูดคำศัพท์บนกระดาน ตัวแทนกลุ่มใดบอกคำศัพท์ และสะกดคำได้ถูกต้องจะได้คำละ 1 คะแนน กลุ่มที่ได้คะแนนมาก ที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ\ 4. ครูเขียนคำถามต่อไปนี้บนกระดาน What do you want to do in Vermont? จากนั้นครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำถามนี้ตามครู แล้วครูบอกสิ่งที่ครูต้องการทำ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับนักเรียน เช่น I want to go canoeing. แล้วครูถามนักเรียนหลาย ๆ คน เกี่ยวกับกิจกรรมที่นักเรียนต้องการทำที่รัฐ Vermont เมื่อ นักเรียนตอบได้คล่องแล้ว ครูให้นักเรียนจับคู่กัน ฝึกพูดถาม-ตอบ โดยสลับคู่กับเพื่อนอีก 1-2 ครั้ง ขั้น Production 1. ครูถามนักเรียนว่า What do you want to do in hot season in Thailand? ครูให้นักเรียนช่วยกันพูดระดม ความคิด ครูเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน ต่อมาครูถามนักเรียนว่า What do you want to do in cool season in Thailand? ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้จนครบทุกฤดูกาลของไทย 2. ครูแจกกระดาษ A4 ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น ครูให้นักเรียนแบ่งกระดาษออกเป็น 4 ส่วน และเขียน หัวข้อในแต่ละช่อง ดังนี้ In winter, in Vermont, USA In cold season, in ... Thailand In summer, in Vermont, USA In hot season, in ... Thailand โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น ให้นักเรียนระบุจังหวัดที่นักเรียนอยากไปทำกิจกรรมด้วยตนเอง เช่น in Phuket, Thailand จากนั้นครูอธิบายว่า ให้นักเรียนวาดภาพสิ่งที่นักเรียนต้องการทำที่รัฐ Vermont และในจังหวัดที่นักเรียนเลือกในประเทศไทยในหน้าร้อนและหน้าหนาว แล้วเขียนประโยคบอกสิ่งที่ ต้องการจะทำ โดยใช้โครงสร้าง I want to … . เสร็จแล้วระบายสีให้สวยงาม ครูย้ำให้นักเรียนเขียนกิจกรรมที่นักเรียนสามารถทำได้ตามความเป็นจริง เช่น นักเรียนไม่สามารถที่
390 จะเล่น snowboarding หรือ skiing ในประเทศไทยได้เพราะฤดูหนาวของประเทศไทยไม่มีหิมะ เป็นต้น 3. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 51 Exs. 14-15 เป็นการบ้าน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินชิ้นงานกิจกรรมที่ต้องการทำ ที่รัฐ Vermont และในประเทศไทย แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 บัตรภาพ 8.4 อินเทอร์เน็ต
391 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
392 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 Seasons in Vietnam and the Philippines เวลา 2 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ตอบคำถามจากการอ่านได้ - เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ตนเองทำในฤดูกาลต่าง ๆ ในประเทศไทยได้ - พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับฤดูต่าง ๆ ในประเทศของตนเองและประเทศอังกฤษได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ตัวชี้วัด ต 2.2 ป.4/2 บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์และโครงสร้างภาษา ทำให้เข้าใจเรื่องที่อ่าน พูดและเขียนสื่อสารเกี่ยวกับฤดูกาลและกิจกรรมที่ทำ ในแต่ละฤดูกาลของประเทศในภูมิภาคอาเซียนและเข้าใจว่า สภาพอากาศและฤดูกาลของไทยและเจ้าของภาษามีทั้งความ เหมือนและแตกต่างกันได้ 3. สาระการเรียนรู้
393 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: In the north of Vietnam, cool season is from November to April. Vocabulary: months, seasons, activities, climate, trekking, hiking, snorkelling, puppet show, typhoons 2) Language Skills Speaking: พูดนำเสนอเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำในฤดูกาลต่าง ๆ ในประเทศ ของตนเอง Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน Writing: เขียนบรรยายเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำในฤดูกาลต่าง ๆ ในประเทศ ของตนเอง 3) Culture: กิจกรรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ใน ฤดูกาลต่าง ๆ, การทักทายของตะวันตกและอาเซียน 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากนั้นครูสุ่มนักเรียน 5-6 คนออกมายืนหน้าชั้น ครูให้นักเรียนเหล่านี้สมมติว่า ตนเองมาจากประเทศในอาเซียน ให้นักเรียนพูดแนะนำตนเอง โดยบอกชื่อ อายุ ประเทศ และเชื้อชาติ เช่น S1: I’m Surachai. I’m ten years old. I’m from Malaysia. I’m Malaysian. S2: My name is Warisa. I’m eleven years old. I come from Vietnam. I’m Vietnamese. 2. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศ เช่น hot, cold, raining/rainy โดยครูวาดสัญลักษณ์สภาพอากาศ บนกระดาน แล้วให้นักเรียนบอกสภาพอากาศโดยใช้โครงสร้าง It’s + สภาพอากาศ. เช่น It’s raining. It’s hot. 3. ทบทวนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น ภาษาที่ใช้ การแต่งกาย เมืองหลวงของ แต่ละประเทศ โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2-3 ทีม เพื่อแข่งขันกันตอบปัญหา ASEAN quiz ทีมใด ทราบคำตอบให้ยกมือขึ้น กลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ
394 ตัวอย่าง T: What is the capital city of Malaysia? Team 1: Kuala Lumpur. T: That’s right. One point for team 1. T: What do Vietnamese people usually wear? Team 2: They wear Ao Dai. T: That’s right. One point for team 2. T: What is the official language of Indonesia? Team 3: Bahasa Indonesia. T: That’s right. One point for team 3. etc. 4. นำเข้าสู่บทเรียนโดยครูนำบัตรภาพสถานที่ต่าง ๆ ที่สำคัญในประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์มาแสดง หน้าชั้น แล้วถามนักเรียนว่า Where is it? ขั้น Presentation 1. นำเสนอคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ได้แก่ climate (ภูมิอากาศ), trekking (การเดินป่า), hiking (การเดินเเท้าระยะไกล), snorkelling (การดำน้ำตื้น โดยใช้เพียงหน้ากาก ตีนกบ ท่อหายใจ), puppet show (การแสดงหุ่นกระบอก), typhoons (พายุไต้ฝุ่น), geography (ภูมิศาสตร์) โดยครู เขียนคำศัพท์บนกระดานและพูดบอกความหมาย ต่อมาครูให้นักเรียนฝึกลงเสียงหนักในคำที่มีมากกว่า 1 พยางค์ ดังนี้ climate trekking / hiking snorkelling puppet show typhoons geography ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 63 Ex. 1 ครูอ่านประโยคที่ให้มา ให้นักเรียนฟัง แล้วครูอธิบายว่า ให้นักเรียนใช้วิธีการอ่านแบบ Scanning และเลือกวงคำตอบที่ถูกต้อง เมื่อนักเรียนเข้าใจแล้ว ครูให้เวลานักเรียนทำ กิจกรรมต่าง ๆ เสร็จแล้วครูรวบรวม คำตอบและเฉลยคำตอบบนกระดาน 2. หนังสือเรียน หน้า 63 Ex. 2 ครูอ่านคำสั่ง Match the pictures with the activities. จากนั้นครูให้นักเรียน อ่านคำที่ให้มาในข้อ 1-4 ครูถามว่า คำเหล่านี้คือคำชนิดใด จากนั้นครูอธิบายว่า คำศัพท์เหล่านี้ คือ ชื่อเฉพาะ (proper nouns) ภาษาอังกฤษจะต้องขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ (capital letters) เสมอ จากนั้นครู อธิบายเพิ่มเติมว่า ชื่อเฉพาะมีอะไรบ้าง เช่น ชื่อบุคคล ประเทศ เชื้อชาติ วัน เดือน สถานที่ทาง ภูมิศาสตร์ เสร็จแล้ว ครูอธิบายว่า ให้นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องอีกครั้งอย่างรวดเร็ว โดยใช้วิธีการอ่านแบบ scanning หาชื่อเฉพาะที่ให้มา เมื่อพบ แล้วให้อ่านข้อความแวดล้อมประมาณ 1-2 ประโยคก่อนหน้านี้ หรือถัดไป เมื่อเข้าใจแล้วจึงจับคู่กับกิจกรรมที่ให้มา ต่อมาครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน โดยถาม นักเรียนว่า What can you do in Sapa? และอ่านตัวเลือก a-d เพื่อให้นักเรียนเลือกคำตอบ เมื่อได้คำตอบ ว่า d. cycling แล้ว ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับข้อที่เหลือ สุดท้ายครูอาจถาม คำถามเพิ่มเติมว่าแต่ละ สถานที่อยู่ที่ประเทศใด เช่น T: Where is Sapa? Ss: It’s in Vietnam. 3. ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน In the north of Vietnam, cool season is from November to April.
395 จากนั้นครูอธิบายว่าประโยคนี้ใช้บอกเดือนที่เริ่มต้นและเดือนที่สิ้นสุดฤดูกาล มีโครงสร้างเป็น In (ประเทศหรือเมือง), (ฤดู) is from (เดือนที่เริ่มต้นฤดู) to (เดือนที่สิ้นสุดฤดู) . นอกจากนี้ยังสามารถใช้ start แทน is ได้ด้วย เช่น In Thailand, hot season starts from March to May. เสร็จแล้วครูให้นักเรียนจับคู่ ผลัดกันฝึกพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับฤดูกาลและกิจกรรมที่ชอบทำ เช่น S1: When is hot season in Thailand? S2: Hot season in Thailand starts from March to June. S1: What do you like doing in hot season? S2: I like swimming in the sea. etc. ขั้น Production 1. หนังสือเรียน หน้า 63 หัวข้อ Over to you ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนทำโปสเตอร์My favourite season นำเสนอฤดูกาลที่นักเรียนชื่นชอบและกิจกรรมที่นักเรียนมักจะทำ โดยให้นักเรียนเขียน คำบรรยายสั้น ๆ ว่า ฤดูกาลดังกล่าวในประเทศไทยเริ่มและสิ้นสุดในเดือนใด และนักเรียนชอบทำ กิจกรรมใดในฤดูกาลนี้ โดยครูให้นักเรียนใช้เนื้อหาในหนังสือเรียน หน้า 62 เป็นต้นแบบในการเขียน พร้อมวาดภาพหรือติดภาพประกอบ เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คน ออกมาพูดนำเสนอผลงาน ของตนเองที่หน้าชั้น เช่น Cold season in Thailand starts from November to January. In cold season, I like visiting Doi Inthanon in Chiangmai. 2. ครูถามนักเรียนว่า How many seasons are there in Britain? What are they? เมื่อได้คำตอบแล้ว ครูถาม คำถามเช่นเดียวกันนี้เกี่ยวกับประเทศไทย จากนั้นครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนหาข้อมูลเกี่ยวกับ สภาพอากาศในแต่ละฤดูกาลของประเทศอังกฤษและไทย และทำโปสเตอร์นำเสนอข้อมูลสั้น ๆ 3. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 52-53 หัวข้อ Modular Revision and Assessment 5 Exs. 1-7 ในคาบเรียน เสร็จแล้วเฉลยคำตอบพร้อมกัน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินชิ้นงาน My favourite season แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ประเมินชิ้นงานโปสเตอร์เปรียบเทียบ ฤดูกาลของไทยและอังกฤษ แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการตอบคำถามจากการอ่าน แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
396 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ...................................................................................................................................................................... .. ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
397 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 CLIL 5 All Year Round! เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ตอบคำถามจากการอ่านได้ - เขียนนำเสนอการเปลี่ยนแปลงของต้นไม้ในแต่ละฤดูกาลได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ต 1.3 ป.4/2 พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัวตามที่ฟังหรืออ่าน สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/2 ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของ เจ้าของภาษา ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ตัวชี้วัด ต 3.1 ป.4/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วย การพูด/การเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจความหมายของคำศัพท์และสำนวน ช่วยให้เข้าใจเรื่องที่อ่านและใช้ภาษาอังกฤษในการเชื่อมโยงความรู้กับ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น พร้อมทั้งเขียนสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
398 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Feathers and Functions Structure: The apple tree is full of blossoms. The apple tree is full of green leaves. The apple tree is full of apples. The apple tree is empty. There are no leaves or apples on the tree. Vocabulary: months, seasons, activities, full, blossoms, leaves, empty 2) Language Skills Writing: เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของต้นซากุระในแต่ละฤดู 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร - ทักษะการเชื่อมโยง 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up ครูกล่าวทักทายนักเรียน และทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับฤดูกาลและสภาพอากาศโดยให้นักเรียนเล่นเกม Bingo ครูให้นักเรียนวาดตาราง 9 ช่อง และเขียนคำศัพท์เกี่ยวกับฤดูกาลและสภาพอากาศต่าง ๆ ลงไป จากนั้นครูอธิบายวิธีการเล่นเกมว่า ให้นักเรียนวงคำศัพท์ที่นักเรียนได้ยิน ใครวงครบ 3 ช่องติดกันใน แนวใดก็ได้ก่อนให้พูดว่า Bingo และจะเป็นผู้ชนะ ตัวอย่างตาราง autumn summer spring windy winter rainy snowy hot cold
399 ขั้น Presentation 1. ครูเขียนคำว่า all year round บนกระดาน จากนั้นครูยกตัวอย่างประโยค เพื่อให้นักเรียนช่วยกันเดา ความหมาย This tree stays green all year round. Drinking and driving is a problem all year round. เสร็จแล้วครูสรุปให้นักเรียนฟังอีกครั้งว่า all year round หมายถึง ตลอดทั้งปี all year round = If you say something happens all year round or all the year round, it happens continually throughout the year. (ที่มา: http://www.collinsdictionary.com/dictionary/english/all-year-round) 2. ครูนำแอปเปิลเข้ามาในชั้นเรียนหรืออาจใช้บัตรภาพ และพูดแนะนำว่า This is an apple. ครูให้นักเรียน ออกเสียงตามครู จากนั้นครูถามนักเรียนว่า Who likes apples? Raise your hand. ครูทำท่ายกมือให้ นักเรียนดู ครูอาจสุ่มถามนักเรียนบางคนที่ไม่ยกมือว่า You don’t like apples? และแสดงสีหน้าท่าทาง ประกอบว่าไม่ชอบ เพื่อตรวจสอบว่านักเรียนเข้าใจหรือไม่ เสร็จแล้วครูผ่าผลแอปเปิลให้นักเรียนดู แล้วอธิบายว่า Apple trees grow from apple seeds. จากนั้นครูวาดภาพต้นแอปเปิลทั้ง 4 ฤดูกาลเหมือน อย่างในแบบฝึกหัด หน้า 72 บนกระดาน หรือครูใช้บัตรภาพจากส่วนท้ายของแผนนี้ และถามนักเรียน แต่ละภาพ เช่น ภาพแรก ภาพต้นแอปเปิลที่มีดอกเต็มต้น ครูถามนักเรียนว่า In which season does the tree look like this? เมื่อได้คำตอบว่า spring แล้ว ครูพูดว่า The apple tree is full of blossoms in spring. ครูถามนักเรียนว่า What does the word ‘blossom’ mean? ถ้านักเรียนยังเดาไม่ได้ ครูอาจวาดรูปดอกไม้และ พูดว่า This is an apple blossom. เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตอบว่า คือ ดอกของต้น แอปเปิล ครู อธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่า An apple blossom is an apple flower. ครูทำกิจกรรมเช่นนี้กับภาพอื่น ๆ เพื่อนำเสนอคำศัพท์ เช่น full of (เต็มไปด้วย), green leaves (ใบไม้ สีเขียว), no leaves (ไม่มีใบ), empty (ว่างเปล่า) ขั้น Practice 1. แบบฝึกหัด หน้า 72 Ex. 1 ครูอ่านคำสั่ง Read and write spring, summer, autumn and winter. Then colour. และอธิบายภาระงาน จากนั้นครูอ่านข้อความในแต่ละช่องและให้นักเรียนอ่านตามครู ครูให้ เวลานักเรียนทำแบบฝึกหัดด้วยตนเอง เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน และเขียนเฉลยบน กระดาน 1 spring 2 summer 3 autumn 4 winter 2. ครูนำภาพต้นแอปเปิลในแต่ละฤดูกาลมาแสดงอีกครั้ง โดยครูแสดงทีละภาพและพูดประโยค ให้นักเรียน เติมคำในประโยค เช่น T: The apple tree is full of blossoms. (แสดงบัตรภาพ) Repeat after me.
400 Ss: The apple tree is full of blossoms. T: The apple tree is full of … Ss: Blossoms. T: The apple tree is … Ss: Full of blossoms. T: Very good. ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้จนครบทุกภาพ 3. แบบฝึกหัด หน้า 73 Ex. 2 Let’s sing! ครูอธิบายความหมายของคำว่า fine (ดี), left (เหลือ), nothing (ไม่มี) ในเนื้อเพลง จากนั้นครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและอ่านเนื้อเพลงตามไปด้วย จากนั้นครูเปิด CD อีกครั้ง เพื่อให้นักเรียนฝึกร้องตามพร้อมกัน ครูอาจแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มและให้ผลัดกันร้องเพลง แต่ละท่อนก็ได้ 4. ครูถามนักเรียนว่า What rhymes with ‘sweet’? เมื่อได้คำตอบว่า eat แล้ว ครูถามว่า What rhymes with ‘time’ in line 2? ครูย้ำกับนักเรียนว่า คำที่คล้องจองกันในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า rhyme นั้น จะต้อง ลงท้ายด้วยเสียงเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องสะกดเหมือนกัน นักเรียนอาจตอบว่า time คล้องจองกับคำว่า fine ครูอ่านออกเสียงคำว่า time กับ fine ให้นักเรียนฟังและถามนักเรียนว่า ทั้งสองคำนี้ออกเสียง เหมือนกันหรือไม่ เสร็จแล้วครูเฉลยว่า ไม่มีคำที่คล้องจองกับ time ในเพลงนี้ ส่วนคำว่า fine นั้น เป็น near rhyme หรือ half rhyme ซึ่งเป็นคำที่ออกเสียงคล้ายกัน แต่ยังไม่ใช่คำคล้องจองที่สมบูรณ์ near rhyme มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า slant rhyme หรือ half rhyme โดย near rhyme เป็น ชื่อเรียกโดยทั่วไป ใช้บรรยายคำที่มีเสียงคล้ายกัน แต่ไม่ใช่คำพ้องเสียง ที่มา: http://www.poetry4kids.com/blog/lessons/poetry-dictionary-for-kids/#sightrhyme ขั้น Production แบบฝึกหัด หน้า 73 หัวข้อ Project Time ครูพูดบอกนักเรียน Look at the picture. Is it an apple tree? เมื่อได้คำตอบว่า No, it isn’t. It is a cherry tree. แล้ว ครูถามนักเรียนต่อว่า Where can you see cherry trees? Can you see them in Thailand? จากนั้นครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แล้วอธิบายภาระงานว่า ให้แต่ละกลุ่มทำโปสเตอร์นำเสนอวัฏจักรการเติบโตของต้นซากุระ พร้อมทั้งตกแต่งให้สวยงาม ครูอาจปรับกิจกรรมเป็นให้นักเรียนสังเกตต้นไม้ในท้องถิ่นของตนเองว่า ออกดอกในช่วงฤดูใด และออกผลในช่วงฤดูใด แล้วทำโปสเตอร์เพื่อนำเสนอต้นไม้ในท้องถิ่นของตนเอง ครูอาจ ช่วยเหลือนักเรียนเรื่องชื่อของต้นไม้ 7. การวัดและประเมินผล