151 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนและทบทวนประโยคขอร้อง Can you help me? โดยครูยืนถือหนังสือ หลาย ๆ เล่มอยู่หน้าประตู แล้วถามนักเรียนว่า Can you help me? เมื่อนักเรียนมาช่วยถือหนังสือ ครูกล่าวขอบคุณนักเรียน จากนั้นครูเขียนสรุปบนกระดาน ดังนี้ A: Can you help me? B: Sure./Sorry, I can’t. เสร็จแล้วครูย้ำกับนักเรียนว่า เมื่อคนอื่นช่วยเหลือเราแล้ว เราต้องกล่าวขอบคุณเสมอ 2. ทบทวนเพลงในหนังสือเรียน หน้า 24 Ex. 14 โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่ม รับผิดชอบเนื้อเพลง แต่ละท่อน จากนั้นครูให้แต่ละกลุ่มร้องท่อนที่รับผิดชอบ โดยให้นักเรียนทุกคน ช่วยกันปรบมือเป็นจังหวะเพลง ขั้น Presentation 1. ครูนำบัตรภาพหรือดาวน์โหลดภาพจากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับอาหารเช้ามาแสดงให้นักเรียนดู ได้แก่ toast (ขนมปังปิ้ง), bacon (เบคอน), sausage (ไส้กรอก), fried egg (ไข่ดาว), bread (ขนมปัง), blueberry jam (แยมบลูเบอร์รี), butter (เนย), waffle (วาฟเฟิลหรือขนมปังรังผึ้ง), pancake (แพนเค้ก), cereal (ธัญพืช), muffin (มัฟฟิน), sandwich (แซนด์วิช), milk (นม), orange juice (น้ำส้มคั้น), tea (น้ำชา), coffee (กาแฟ) ครูพูดคำศัพท์ และให้นักเรียนฝึกพูดตามครู 1-2 ครั้ง เพื่อฝึกลงเสียงหนักให้ถูกต้อง bacon sausage butter waffle pancake cereal muffin sandwich orange juice coffee blueberry ครูสามารถเข้าไปดาวน์โหลดบัตรภาพเกี่ยวกับอาหารได้ที่เว็บไซต์ต่อไปนี้ http://files.havefunteaching.com/flash-cards/themes/breakfast-flash-cards.pdf http://esl-kids.com/flashcards/food.html https://learnenglishkids.britishcouncil.org/sites/kids/files/attachment/flashcards-foodset-1.pdf https://learnenglishkids.britishcouncil.org/sites/kids/files/attachment/flashcards-foodset-2.pdf http://www.mes-english.com/flashcards/food.php หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.letshavefunwithenglish.com/vocabulary/breakfast/vocabulary.html ซึ่งสามารถ กดปุ่มเพื่อฟังเสียงคำศัพท์ได้ด้วย 2. ครูแสดงภาพอีกครั้ง และถามนักเรียนทีละภาพว่า Do you eat … for breakfast? / Do you drink … for breakfast? เมื่อถามจนครบทุกภาพแล้ว ครูสุ่มถามนักเรียนอีกครั้งว่า What do you have for breakfast? เพื่อให้นักเรียนตอบโดยใช้โครงสร้าง I have … and … for breakfast. ครูอาจเขียนโครงสร้างประโยค บนกระดาน เพื่อช่วยเหลือนักเรียนในการตอบ
152 3. ครูถามนักเรียนว่า ผู้ปกครองเคยถามนักเรียนหรือไม่ว่า อยากรับประทานอะไรเป็นอาหารเช้า โดยใน ภาษาอังกฤษจะใช้คำถามว่า What would you like for breakfast? ครูให้นักเรียนพูดประโยคนี้ตามครู 2-3 ครั้ง จากนั้นครูถามคำถามนี้กับนักเรียนหลาย ๆ คน โดยครูอาจเขียนโครงสร้างในการตอบให้ นักเรียน I would like …, … and … for breakfast. เช่น I would like some bread, an egg and a glass of milk for breakfast. เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแล้ว ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนเคยไม่รับประทานอาหารเช้า แล้วรู้สึกหิวขณะที่อยู่ ในห้องเรียนหรือไม่ ขณะที่นักเรียนรู้สึกหิว นักเรียนมีสมาธิในการเรียนหรือไม่ เสร็จแล้วครูพูดสรุปให้ นักเรียนฟังว่า การรับประทานอาหารเช้ามีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ดังนั้นนักเรียนจึงควร รับประทานอาหารเช้าทุกวัน การรับประทานอาหารเช้าทุกวัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน ทำให้ระบบความจำ ทักษะ การเรียนรู้ และสุขภาพจิตดี การอดอาหารเช้าเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่าย การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์และ ยังส่งผลต่อสติปัญญา ทำให้ขาดสมาธิส่งผลเสียในระยะยาวเมื่ออายุมากขึ้น ที่มา: http://www.todayhealth.org/daily-health/ประโยชน์ของอาหารเช้า.html อาหารเช้าแบบต่าง ๆ อาหารเช้าแบบอังกฤษ (English breakfast) ประกอบด้วยธัญพืชราดนม ขนมปังปิ้ง เบคอน ไข่ดาว และมะเขือเทศย่างพอเกรียม รับประทานกับชาหรือกาแฟ สำหรับอาหารเช้ามื้อใหญ่ ชาวอังกฤษจะเรียกว่า “big breakfast” หรือ “full English breakfast” ซึ่งอาหารจะมีความหลากหลายมากกว่า เช่น มีมะเขือเทศ (tomatoes) เห็ดย่าง (grilled mushrooms) ถั่วอบ (baked beans) ไส้กรอกที่ทำจากเลือดหมู(black pudding) เป็นต้น อาหารเช้าแบบอเมริกัน (American breakfast) ประกอบด้วยไข่คน (scrambled eggs) หรือ ไข่เจียว (omelet) วาฟเฟิลหรือแพนเค้ก ราดด้วยน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง หรือทาแยมบลูเบอร์รี่และ ครีม ชาวอเมริกันยังนิยมรับประทานมัฟฟินกับกาแฟเป็นอาหารเช้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีอาหารเช้าที่เรียกว่า “continental breakfast” หรือ “อาหารเช้าภาคพื้น ยุโรป” ประกอบด้วยขนมปังก้อนกลม (rolls) ขนมปังรูปพระจันทร์เสี้ยวหรือครัวซอง (croissant) ขนมปังปิ้ง (toast) ขนมอบ (pastries) เช่น มัฟฟิน (muffin) เบเกิล (bagel) นิยมรับประทานคู่กับชา กาแฟหรือน้ำผลไม้ ที่มา: http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?id=96193
153 การออกเสียงคำที่ขึ้นต้นด้วย br ครูอ่านออกเสียงคำว่า breakfast อีกครั้ง โดยเน้นการออกเสียงพยัญชนะควบกล้ำ /br/ จากนั้นครูอธิบายว่า คนไทยส่วนใหญ่มักจะละเลยการออกเสียง /r/ ทำให้การสื่อสารไม่เป็น ธรรมชาติเท่าที่ควร ครูควรฝึกให้นักเรียนออกเสียงคำที่ขึ้นต้นด้วย br ให้ชัดเจน ตัวอย่างคำศัพท์ breakfast brick brunch bread brush broom ที่มา: http://nkw05169new.circlecamp.com/index.php?page=07 กิจกรรมเพิ่มเติม ครูอาจเปิดคลิปวิดีโอให้นักเรียนฝึกฟังและออกเสียงคำที่ขึ้นต้นด้วย br เพิ่มเติมที่ https://www.youtube.com/watch?v=mfquGEwzStU หรือให้นักเรียนไปฝึกด้วยตนเอง โดยครูบอกคำสำคัญ เช่น br pronunciation หรือชื่อคลิป br - Consonant Blends - bring, bright, breeze ให้นักเรียนเข้าไปเปิดดูด้วยตนเองที่ www.youtube.com 4. ครูนำเสนอคำศัพท์อื่น ๆ เกี่ยวกับมื้ออาหาร โดยให้นักเรียนช่วยกันบอก เช่น lunch (อาหารกลางวัน), dinner (อาหารเย็น) จากนั้นครูสอนเพิ่มเติมคำว่า brunch และ supper brunch (n) = a meal eaten in the late morning that is a combination of breakfast and lunch (อาหารที่กินตอนสาย ๆ โดยมักรวมเอามื้อเช้าและกลางวันเข้าด้วยกัน) ตัวอย่าง I got up late so I had brunch. ครูอธิบายว่า คำนี้เป็นการผสมระหว่างคำว่า breakfast และ lunch supper (n) = an evening meal, but more informal than dinner and usually eaten at home. It can also be a late meal or something to eat and drink before going to bed. (มีได้สองความหมายคือ อาหารมื้อเย็น ซึ่งเหมือนกับ dinner หรืออาหาร มื้อเย็นที่ไม่เป็นทางการ มื้อเล็ก ๆ มักจะเป็นอาหารว่างก่อนเข้านอน) ตัวอย่าง I'm having beans on toast for supper. ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 16 ครูอธิบายภาระงาน ครูอ่านคำถาม What do the British and Americans eat for breakfast? ให้นักเรียนฟัง จากนั้นให้เวลานักเรียนอ่านเนื้อหาด้วยตนเองแล้วตอบคำถามครู ปากเปล่าพร้อมกัน ครูรวบรวมคำตอบของนักเรียนมาเขียนบนกระดาน โดยเขียนสรุปออกมาเป็น แผนที่ความคิด (mind mapping) 2. หนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 17 ครูอธิบายภาระงาน ให้เวลานักเรียนอ่านบทอ่านในหนังสือเรียน หน้า 25 Ex. 16 อีกครั้ง จากนั้นให้นักเรียนนำข้อมูลมาเติมลงในช่องว่างในภาพให้ถูกต้อง เสร็จแล้วครูเขียน เลขข้อบนกระดาน แล้วขออาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบ ครูตรวจคำตอบอีกครั้งว่า นักเรียนตอบถูก
154 หรือไม่ เสร็จแล้วครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อม ๆ กัน 3. ให้นักเรียนจับคู่ ผลัดกันถาม-ตอบเกี่ยวกับอาหารเช้าที่นักเรียนอยากรับประทาน จากนั้นครูสุ่มเรียก นักเรียน 3-4 คู่ ออกมาพูดถาม-ตอบหน้าชั้น เช่น S1: What would you like for breakfast? S2: I’d like some bread, an egg and a glass of orange juice. ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกับอาหารเช้าในประเทศของตนเอง พร้อมวาด ภาพประกอบและ ตกแต่งให้สวยงาม ครูอาจให้นักเรียนนำภาพจากนิตยสารหรืออินเทอร์เน็ต มาติดก็ได้ โดยก่อนทำ ครูให้นักเรียนช่วยกันระดมสมองบอกอาหารที่คนไทยมักจะรับประทานร่วมกัน ก่อน และช่วยแนะนำวิธีการหาคำศัพท์เกี่ยวกับชื่ออาหารจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต เสร็จแล้วครูให้นักเรียนออกมาอ่านและนำเสนอผลงานหน้าชั้น 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินชิ้นงาน Breakfast in Thailand แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตการออกเสียงคำศัพท์ ที่กำหนด แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 อุปกรณ์ทำชิ้นงาน 8.4 อินเทอร์เน็ต
155 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
156 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 Fruits of Southeast Asia เวลา 2 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ตอบคำถามจากการอ่านได้ - เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลไม้ในประเทศอาเซียนได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูดเข้า จังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย เพื่อนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด ต 2.2 ป.4/2 บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา
157 มาตรฐาน 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด ต 4.2 ป.4/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ 2. สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด การรู้คำศัพท์เกี่ยวกับผลไม้ในภูมิภาคอาเซียนและคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้เข้าใจเรื่องที่อ่านและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ของสิ่งที่ปรากฏในเนื้อหาที่ฟังและอ่านได้ ทำให้เข้าใจความเหมือน/ความแตกต่างของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Vocabulary: (nouns) rambutans, durians, mangosteens (adjectives) bright, thick, juicy, creamy, purple 2) Language Skills Listening: ตอบคำถามจากการฟัง Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลไม้ในภูมิภาคอาเซียน Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน Writing: เขียนบรรยายสั้น ๆ เกี่ยวกับผลไม้ในภูมิภาคอาเซียน 3) Culture: ผลไม้ในภูมิภาคอาเซียน 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารเช้าโดยการเล่นเกม Memory Chain ครูอธิบายวิธีการเล่นเกมว่า ให้ นักเรียนพูดคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารเช้าที่เรียนมาแล้วพูดต่อ ๆ กัน โดยคนที่พูดต่อต้องพูดคำศัพท์ที่ เพื่อนพูดก่อนหน้านั้นด้วย เช่น S1: egg
158 S2: egg, waffle S3: egg, waffle, tomato etc. 2. ให้นักเรียนทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับผลไม้ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม จากนั้นครูให้ตัวแทน แต่ละกลุ่มผลัดกันออกมาเขียนชื่อผลไม้ให้ได้มากที่สุด กลุ่มใดเขียนได้มากที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ 3. ครูทบทวนชื่อประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยให้นักเรียนออกมาเขียนชื่อประเทศบนกระดาน ให้ครบ จากนั้นครูให้ นักเรียนช่วยกันพูดบอกคำศัพท์เกี่ยวกับเชื้อชาติของประเทศเหล่านี้ Brunei Darussalam - Bruneian Cambodia - Cambodian Indonesia - Indonesian Laos - Lao Malaysia - Malaysian Myanmar - Burmese the Philippines - Filipino Singapore - Singaporean Thailand - Thai Vietnam - Vietnamese ครูให้นักเรียนออกเสียงคำศัพท์เหล่านี้ตามครู เพื่อฝึกลงเสียงหนักในคำศัพท์ให้ถูกต้อง ครูสอนนักเรียนลงเสียงหนักในชื่อประเทศและเชื้อชาติของประเทศต่อไปนี้ Brunei Darussalam - Bruneian Cambodia - Cambodian Indonesia - Indonesian Malaysia - Malaysian Myanmar - Burmese the Philippines - Filipino Singapore - Singaporean Thailand - Thai Vietnam - Vietnamese ต่อมาครูให้นักเรียนจับคู่กัน โดยสมมติว่า นักเรียนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาจากประเทศในภูมิภาค อาเซียน แล้วผลัดกันพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับประเทศและเชื้อชาติ เช่น S1: Where do you come from? S2: I come from Malaysia. I’m Malaysian. And you? S1: I come from Myanmar. I’m Burmese. etc. 4. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการถามคำถามนักเรียน 2-3 คำถาม เช่น
159 T: Do you like fruit? S1: Yes, I do. T: What’s your favourite fruit? S1: My favourite fruit is apple. etc. ขั้น Presentation 1. นำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับผลไม้ ได้แก่ rambutans (เงาะ), durians (ทุเรียน), mangosteens (มังคุด) โดย การแสดงบัตรภาพหรือครูอาจนำผลไม้จริงมาแสดงหน้าชั้น ต่อมาครูสอนนักเรียนลงเสียงหนักในคำศัพท์เหล่านี้ rambutans durians mangosteens ผลไม้ในภูมิภาคอาเซียน เงาะ (rambutans) เป็นไม้ผลเมืองร้อน มีลักษณะโดยทั่วไป คือ มีเปลือกสีแดงสด ขนหนา และเนื้อข้างในหวานฉ่ำ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และ ฟิลิปปินส์ ในประเทศไทยนิยมปลูกในภาคตะวันออกและภาคใต้ มีหลายสายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์โรงเรียน พันธุ์สีทอง พันธุ์สีชมพู (เงาะสี) ทุเรียน (durians) เป็นผลไม้ขนาดใหญ่ มีหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ก้านยาว พันธุ์หมอนทอง พันธุ์ชะนี เปลือกมีสีเขียวถึงน้ำตาลและมีหนามแข็งปกคลุมทั่วเปลือก เนื้อในมีสีเหลืองซีด ถึงแดง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และมีกลิ่นเฉพาะตัว มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย บรูไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มังคุด (mangosteens) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย นิยมปลูกอย่าง แพร่หลายในประเทศไทย ผลมีลักษณะกลม มีสีม่วงเข้ม มีกลีบสีเขียวอมเหลืองติดอยู่ที่ผล เนื้อในเป็นสีขาวฉ่ำน้ำ ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/เงาะ https://th.wikipedia.org/wiki/ทุเรียน https://th.wikipedia.org/wiki/มังคุด 2. นำเสนอคำคุณศัพท์ที่ใช้บรรยายเกี่ยวกับผลไม้ ได้แก่ bright (สว่าง), thick (หนา), juicy (ที่ฉ่ำน้ำ), soft (นุ่ม), creamy (ที่มีลักษณะเป็นเนื้อครีม), strong (รุนแรง), delicious (อร่อย) โดยเขียนคำศัพท์บน กระดาน เสร็จแล้วครูชี้ที่คำศัพท์แต่ละคำและอ่านออกเสียงให้นักเรียนพูดตามครูพร้อมกันหรือทีละคน จากนั้นครูเขียนประโยคตัวอย่างบนกระดานและให้นักเรียนดูและฝึกพูดตามครูพร้อมกันอีกครั้ง ตัวอย่าง Rambutans are bright red. Mangosteens have got thick skin. Oranges are juicy.
160 inside outside Bananas are soft fruit. Mum’s chocolate cake is smooth and creamy. Durians have a strong smell. I really like eating cake. It is delicious! ครูขีดเส้นใต้คำคุณศัพท์ที่ต้องการสอน แล้วให้นักเรียนช่วยกันเดาความหมายของคำศัพท์ ครูให้นักเรียนฝึกลงเสียงหนักในคำที่มีมากกว่า 1 พยางค์ ดังนี้ juicy creamy delicious 3. นำเสนอคำนามบอกตำแหน่ง ได้แก่ inside (ข้างใน) และ outside (ข้างนอก) โดยครูวาดภาพอย่างง่าย ๆ ให้นักเรียนดู แล้วยกตัวอย่างประโยคให้นักเรียนฝึกอ่านตามครูพร้อม ๆ กัน ตัวอย่าง The inside of the circle is white. The outside of the circle is black จากนั้นครูนำภาพทุเรียนมาแสดงให้นักเรียนดู โดยให้เห็นทั้งเปลือกข้างนอกและเนื้อข้างใน ครูชี้ภาพ ทุเรียนแล้วพูดว่า The outside of durian is green. The inside of durian is yellow. ครูวาดภาพผลไม้อีก 2-3 ชนิด เช่น เงาะ แตงโม แอปเปิล เพื่อให้นักเรียนฝึกพูดลักษณะภายนอกและภายในของผลไม้ต่าง ๆ จนคล่อง เสร็จแล้วครูให้นักเรียนทำงานคู่ แต่งประโยคเกี่ยวกับผลไม้ โดยใช้ inside และ outside เช่น The inside of apple is yellow. The outside of apple is red. ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 27 Ex. 1 ให้เวลานักเรียนอ่านบทอ่าน Fruits of Southeast Asia ในหน้า 26 ด้วย ตนเองอีกครั้ง และเลือกคำตอบมาเติมให้ถูกต้อง เสร็จแล้วครูเฉลยคำตอบพร้อมกันในชั้นเรียน 1 creamy 2 Mangosteens 3 Rambutans 2. หนังสือเรียน หน้า 27 Ex. 2 ครูอ่านคำสั่งให้นักเรียนฟัง จากนั้นอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนจับคู่ คำศัพท์กับคำบรรยายให้ถูกต้อง เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 1-3 คน พูดบอกคำตอบของตนเอง ครู เฉลยคำตอบที่ถูกต้องอีกครั้ง
161 1 b 2 a 3 c 3. ครูถามคำถาม Wh-questions เกี่ยวกับผลไม้ในบทอ่านและรวบรวมคำตอบจากนักเรียน เสร็จแล้วครู เขียนคำถามบนกระดานและให้นักเรียนฝึกพูดถาม-ตอบกันอีกครั้ง โดยเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่น เช่น T: Where can we find durians? Ss: We can find durians in Thailand, Indonesia and Malaysia. T: What colour is the inside of durians? Ss: The inside of durians is yellow. T: What colour is the outside of durians? S2: The outside of durians is green. etc. 4. ให้นักเรียนช่วยกันคิดว่า เพราะอะไร อาเซียนจึงสามารถเพาะปลูกผลไม้ที่ใกล้เคียงกันหรือเหมือนกันได้ ครูรวบรวมคำตอบ จากนักเรียน เสร็จแล้วสรุปให้นักเรียนฟังว่า เป็นเพราะอาเซียนมีภูมิประเทศและสภาพอากาศที่ใกล้เคียงกัน 5. ให้นักเรียนช่วยกันพูดบอกชื่อผลไม้ในเมืองหนาวที่นักเรียนรู้จัก เช่น strawberry, apple, kiwi, blueberry เป็นต้น เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบของนักเรียนมาเขียนบนกระดาน ขั้น Production 1. หนังสือเรียน หน้า 27 Ex. 3 ครูแจกกระดาษ A4 ให้นักเรียนและอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนค้นคว้า ข้อมูล เกี่ยวกับผลไม้ในประเทศอาเซียนมาคนละ 1 ชนิด จากนั้นให้นักเรียนเขียนบรรยายสั้น ๆ เกี่ยวกับ ผลไม้ดังกล่าว พร้อม กับหาภาพประกอบมาติด 2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 22-23 หัวข้อ Modular Revision and Assessment 2 Exs. 1-7 ในคาบเรียน เสร็จแล้วเฉลยคำตอบพร้อมกัน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินชิ้นงานผลไม้ในประเทศ อาเซียน แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่ เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 บัตรภาพ 8.5 อุปกรณ์ทำชิ้นงาน
162 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
163 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 CLIL 2 Food Groups เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - อ่านออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารกลุ่มต่าง ๆ ได้ - พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและกลุ่มของอาหารได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ตัวชี้วัด ต 3.1 ป.4/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วย การพูด/การเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ช่วยให้ค้นคว้า รวบรวม และนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระวิชาอื่นได้ อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้
164 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Feathers and Functions Structure: Which food group are tomatoes? Tomatoes are in vegetables group. Vocabulary: grain group, vegetables group, milk group, fat and sweets group, meat and fish group, fruit group Function: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและกลุ่มของอาหาร 2) Language Skills Speaking: พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารและกลุ่มของอาหาร 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร - ทักษะการจำแนกประเภท - ทักษะการจัดกลุ่ม 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนทั้งชั้น How are you? เมื่อนักเรียนพูดตอบแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 5-6 คน พูดตอบครู โดยที่คำตอบต้องไม่ซ้ำกัน เช่น T: Hello. How are you? S1: I’m good. T: Hello. How are you? S2: I’m OK. etc. 2. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารโดยครูติดบัตรภาพอาหารบนกระดาน จากนั้นให้นักเรียนพูดบอก คำศัพท์ดังกล่าว 3. เข้าสู่บทเรียนโดยถามคำถามนักเรียน 2-3 คำถาม เช่น T: What is your favourite food? S1: I like burgers and sausages. T: What do you have for breakfast? S1: I have rice and chicken. etc.
165 ขั้น Presentation 1. ครูนำเสนอกลุ่มของอาหาร โดยวาดแผนที่ความคิด (mind map) บนกระดาน ดังนี้ ต่อมาครูนำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารกลุ่มต่าง ๆ โดยแสดงบัตรภาพเพื่อให้นักเรียนเดาความหมาย ได้แก่ grain group (กลุ่มธัญพืช), vegetables group (กลุ่มผัก), fruit group (กลุ่มผลไม้), meat and fish group (กลุ่มเนื้อสัตว์และปลา), milk group (กลุ่มนม) จากนั้นครูนำภาพ My Plate ที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์มาแสดงให้นักเรียนดู แล้วอธิบายว่า อาหารที่เรา รับประทานในแต่ละวันแบ่งได้เป็นหลาย ๆ กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมีประโยชน์แตกต่างกันไป สัดส่วน การรับประทานแต่ละกลุ่มก็ไม่เหมือนกันด้วย เสร็จแล้วครูถามนักเรียนว่า นักเรียนควรจะรับประทาน อาหารกลุ่มใดมากที่สุด และควรรับประทานกลุ่มใดน้อยที่สุด เพราะอะไร ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ปกติเราแบ่งอาหารออกเป็น 5 กลุ่ม แต่บางครั้งจะรวมกลุ่ม fat and sweets group เข้าไปด้วย ซึ่ง เป็นกลุ่มอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ครูสามารถดาวน์โหลดใบงาน My Plate ได้จากเว็บไซต์ต่อไปนี้ http://www.nourishinteractive.com/nutrition-education-printables/448-kids-my-platepicture-chart-printable-easy-healthy-eating-learning-food-groups กลุ่มของอาหาร (food groups) กลุ่มธัญพืช (grain group) คือ อาหารจำพวกแป้งและธัญพืช ร่างกายเราต้องการอาหารกลุ่มนี้ มากที่สุด เพราะช่วยให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายมีแรงเคลื่อนไหว เพื่อทำงานหรือประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้ อาหารในกลุ่มนี้ เช่น ข้าว (rice), bread (ขนมปัง), potato (มันฝรั่ง), cereal (ธัญพืช) กลุ่มผักต่าง ๆ (vegetables group) คือ อาหารจำพวกผักต่าง ๆ เป็นกลุ่มอาหารที่ร่างกายต้องการ รองลงมาจากกลุ่มธัญพืช อาหารในกลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร ช่วยเสริมสร้าง ควบคุมการทำงาน และช่วยควบคุมการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย อาหารใน Food groups Meat and fish group Milk group Vegetables group Grain group Fruit group
166 กลุ่มนี้ เช่น carrot (แครอต), broccoli (บรอกโคลี), spinach (ผักโขม) กลุ่มผลไม้ (fruit group) คืออาหารจำพวกผลไม้ กลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และ ใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ร่างกายสดชื่น อาหารในกลุ่มนี้ เช่น apple (แอปเปิล), orange (ส้ม), banana (กล้วย) กลุ่มเนื้อสัตว์และปลา (meat and fish group) คือ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น หมู ปลา ไก่ อาหารกลุ่มนี้ให้โปรตีนสูง ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกระดูก กล้ามเนื้อ น้ำย่อย ฮอร์โมน อาหารในกลุ่มนี้ เช่น fish (เนื้อปลา), chicken (เนื้อไก่), beef (เนื้อวัว) กลุ่มนม (milk group) คือ อาหารทุกประเภทที่ทำจากนม เป็นกลุ่มที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ช่วย เสริมสร้างกระดูก อาหารในกลุ่มนี้ เช่น yogurt (โยเกิร์ต), cheese (เนยแข็ง), milk (นม) นอกจากอาหารทั้ง 5 กุล่มแล้ว ยังมีกลุ่มไขมันและอาหารที่มีน้ำตาลสูง (fat and sweets group) ซึ่งร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อยมาก อาหารหมู่นี้ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย นักเรียน สามารถรับประทานได้ แต่ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้เป็น โรคอ้วนหรือมีโรคต่าง ๆ ที่ร้ายแรงตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง อาหาร ในกลุ่มนี้ เช่น chocolate (ช็อกโกแลต), sweets (ลูกกวาด) ที่มา: http://nutrition.anamai.moph.go.th/web/desise1.html ครูให้นักเรียนฝึกฟังและสังเกตการออกเสียงคำว่า chocolate จากเว็บไซต์ต่อไปนี้ http://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/chocolate 2. นำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับอาหาร ได้แก่ pasta (พาสต้า), sweets (ลูกกวาด), carrots (แครอต), peas (ถั่ว), broccoli (บรอกโคลี), yoghurt (โยเกิร์ต), potato (มันฝรั่ง), chocolate (ช็อกโกแลต), honey (น้ำผึ้ง), butter (เนย), cherry (เชอร์รี), strawberry (สตรอว์เบอร์รี) โดยการชูบัตรภาพ และให้นักเรียนอ่าน ออกเสียงตามครู โดยลงเสียงหนักในคำให้ถูกต้อง จากนั้นครูแสดงบัตรภาพอีกครั้งแล้วถามนักเรียนว่า What is this? และให้นักเรียนพูดบอก It is _____. ครูถามนักเรียนต่อว่า อาหารแต่ละชนิดอยู่ในกลุ่มใด เช่น T: Which food group are tomatoes? Ss: Tomatoes are in vegetables group. T: Which food group is honey? Ss: Honey is in fat and sweets group. etc.
167 การลงเสียงหนักในคำ (word stress) pasta carrots broccoli yoghurt potato chocolate honey butter cherry strawberry ครูสามารถดาวน์โหลดบัตรภาพเกี่ยวกับอาหารจากเว็บไซต์ต่อไปนี้ https://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/flashcards/food-flashcards http://www.kids-pages.com/folders/flashcards/Food_3/page1.htm ขั้น Practice 1. แบบฝึกหัด หน้า 66 Ex. 1 ครูอ่านชื่อกลุ่มอาหารที่ให้มาและให้นักเรียนดูภาพอาหารและช่วยกันบอกว่า มีอาหารอะไรบ้าง เมื่อบอกอาหารครบทุกกลุ่มแล้ว ครูออกเสียงคำศัพท์ให้นักเรียนออกเสียงตาม โดย ครูย้ำให้นักเรียนลงเสียงหนักในคำศัพท์ที่มีมากกว่า 1 พยางค์ให้ถูกต้อง เช่น spaghetti, lettuce Grain group: spaghetti, rice, bread, potato, crisps Vegetables group: carrots, peas, lettuce Fruit group: grapes, bananas, strawberry, cherry Meat and fish group: fish, chicken, pork Milk group: yoghurt, milk, cheese Fat and sweets group: chocolate, honey, ice cream, sweets, hamburger ต่อมาครูอ่านคำสั่งและอธิบายคำว่า the odd one out (สิ่งของที่ไม่เข้าพวก) จากนั้นให้เวลานักเรียน วงกลมภาพอาหารที่ไม่เข้าพวก แล้วครูถามคำถามนักเรียนเพื่อรวบรวมคำตอบ เช่น Look at the grain group. Which food is not in the grain group? เมื่อได้คำตอบแล้ว ครูทำกิจกรรมเช่นนี้จนครบทุกกลุ่ม อาหาร เสร็จแล้วครูถามคำถามเพื่อตรวจคำตอบของนักเรียนอีกครั้ง เช่น T: Look at the grain group. Which food is in the grain group? Ss: Spaghetti, rice and bread are in the grain group. T: Look at the vegetables group. Which food is in the vegetables group? Ss: Carrots, peas and lettuce are in the vegetables group. 2. แบบฝึกหัด หน้า 67 Ex. 2 ครูอ่านคำสั่งให้นักเรียนฟังและอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนดูภาพ แล้ว เขียนคำตอบว่าอาหารในแต่ละข้ออยู่ในกลุ่มใด จากนั้นครูอ่านคำศัพท์ในข้อ 1 แล้วถามว่า Which food
168 group are potatoes in? จนได้คำตอบว่า grain group แล้วครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับข้อที่เหลือ เมื่อนักเรียน ตอบคำถามครบทุกข้อแล้ว ครูเขียนเฉลยคำตอบอีกครั้งบนกระดาน เพื่อให้นักเรียนตรวจ คำตอบของตนเอง 1 vegetables group 2 fruit group 3 meat and fish group 4 fat and sweets group 5 milk group 6 meat and fish group 7 milk group 8 grain group ขั้น Production แบบฝึกหัด หน้า 67 หัวข้อ Project Time ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2-3 กลุ่ม จากนั้นครูอธิบายภาระงาน ว่า ให้นักเรียนทำโปสเตอร์ food groups พร้อมกับวาดภาพ ระบายสีและตกแต่งให้สวยงาม โดยให้ แต่ละกลุ่มค้นคว้าหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหรือหนังสือเกี่ยวกับอาหารที่อยู่ใน food groups มาเพิ่มเติม อีกกลุ่มละ 5 อย่าง 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินชิ้นงานโปสเตอร์ Food groups แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้และ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 อุปกรณ์ทำชิ้นงาน 8.4 บัตรภาพ 8.5 อินเทอร์เน็ต
169 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
170 1 มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/1 ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ (instructions) ง่าย ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/1 พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ต 1.2 ป.4/2 ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตง่าย ๆ ต 1.2 ป.4/3 พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ ง่ายๆ ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว ต 1.2 ป.4/5 พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบที่ฟัง มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว ต 1.3 ป.4/2 พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัวตามที่ฟังหรืออ่าน สาระที่ 2 ภาษากับวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 3 What’s the Weather Like? เวลาเรียน 12 ชั่วโมง
171 ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/1 พูดและทำท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา ต 2.1 ป.4/2 ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของ เจ้าของภาษา ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย เพื่อนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด ต 2.2 ป.4/1 บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ต 2.2 ป.4/2 บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษากับของไทย สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ตัวชี้วัด ต 3.1 ป.4/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้วย การพูด/การเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่าน/เขียนในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา มาตรฐาน 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด ต 4.2 ป.4/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ 2 สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจเรื่องที่ได้ศึกษา คำศัพท์ สำนวน และโครงสร้างภาษา หลักวิธีการเขียน ช่วยให้สนทนา เขียนโต้ตอบ พูด/ เขียนสื่อสารเกี่ยวกับสภาพอากาศ และสถานการณ์ที่กำหนดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3 สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions
172 Vocabulary: (Weather) It’s sunny., It’s raining., It’s windy., It’s snowing., It’s hot., It’s cold.; (Verbs) watch TV, read, make a snowman, fish, drink, cook, swim, eat, ride, listen, draw, throwing water, pay respect; (Phrases), dive, sunbathe, hunters in the snow, cloudy and stormy weather; (Nouns) summer, warm, cold, winter, boats, bare trees, rainy day, yellow sun, green trees, water, hats, beginning, elders, colourful shirts, beach, island, ferry, sea, the UK, Scotland, Ireland, Wales, England Structure: What’s the weather like? It’s raining. Is Lin dancing? No, she isn’t. She’s drawing. What’s the weather like and what are you doing? It’s sunny and we are fishing. Where is Wendy? She’s in the garden. What is she doing? She is playing. Are you having fun on the school trip? It’s snowing here. What’s the weather like at home? Let’s go fishing. It’s snowing here in Snowdonia. I’m watching Wendy, Oscar and Tom. They are making a snowman. We’re fishing at the lake. We’re swimming in the sea. InScotland today it’s cold and it’s snowing. Pronunciation: ออกเสียงคำที่มีสระผสม /eI/, ออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ กับ ออกเสียงคำที่ขึ้นต้นด้วยเสียง /sk/, ออกเสียงรูปย่อ (contractions), ออกเสียงคำที่ประกอบด้วย -eeFunction: ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ และกิจกรรมที่กำลังทำ, ๆ รายงานสภาพอากาศในแต่ละประเทศ 2) Language Skills Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน, อ่านเพื่อความเข้าใจ Listening: ตอบคำถามจากการฟัง, ฟังเพื่อความเข้าใจ Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศและกิจกรรมที่กำลังทำ, พูดบอกสภาพอากาศในภาพวาดที่มีชื่อเสียง, พูดรายงานสภาพอากาศ ใน ประเทศของตนเอง, พูดและแสดงบทบาทสมมติ, พูดนำเสนอ เกี่ยวกับเทศกาลใน ประเทศของตนเอง Writing: เขียนโปสการ์ดบรรยายสภาพอากาศและกิจกรรมที่กำลังทำ, เขียนบรรยายสั้น ๆ เกี่ยวกับเทศกาลในประเทศของตนเอง
173 3) Culture: วัฒนธรรมการรับประทานบาร์บีคิวของชาวออสเตรเลีย, สหราช- อาณาจักร, สภาพอากาศในสหราชอาณาจักร, เทศกาลสงกรานต์, คริสต์มาสและวันขอบคุณพระ เจ้า, ภาพวาดของศิลปินที่มีชื่อเสียง 4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1ความสามารถในการสื่อสาร 4.2ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.3ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร - ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทักษะการเชื่อมโยง 4.4 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6 ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. การพูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ 2. ชิ้นงาน What’s your family doing? 3. การพูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศและกิจกรรมที่ทำ 4. การพูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และกิจกรรมที่กำลังทำ 5. การแสดงบทบาทสมมติ 6. การเขียนโปสการ์ดบรรยายสภาพอากาศและกิจกรรมที่กำลังทำ 7. ชิ้นงานโปสเตอร์คำศัพท์ที่ประกอบด้วย -ee8. ชิ้นงาน Our beach holiday 9. การพูดรายงานสภาพอากาศในแต่ละประเทศ 10.การพูดนำเสนอเทศกาลในประเทศของตนเอง 11. ชิ้นงาน Paint the weather 7 การวัดและประเมินผล 7.1 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ - ทำแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน หน้า 28-39 - ทำแบบฝึกหัดใน Workbook หน้า 24-31 7.2 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินชิ้นงานในข้อ 6 8 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
174 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 อุปกรณ์ทำชิ้นงาน 8.5 บัตรภาพ/บัตรคำ 8.6 บัตรภาพ Story Cutouts 8.7 กระดาษขนาดเท่าโปสการ์ด 8.8 Worksheet A 8.9 อินเทอร์เน็ต
175 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 What’s the Weather Like? เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - อ่านออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศได้ - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/2 พูด/วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัวตามที่ฟังหรืออ่าน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจความหมายของคำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศ โครงสร้างภาษา ช่วยให้สนทนา พูด/เขียนสื่อสารใน ชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา
176 1) Language Features and Functions Structure: What’s the weather like? It’s raining. Vocabulary: It’s sunny., It’s raining., It’s windy., It’s snowing., It’s hot., It’s cold., watch TV, read, make a snowman Pronunciation: ออกเสียงคำที่มีสระผสม /eI/, ออกเสียงเชื่อมคำในภาษาอังกฤษ Function: ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ 2) Language Skills Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนในชั้น Good morning. How are you today? เมื่อนักเรียนพูดตอบแล้วครูถาม นักเรียนว่า นอกจาก Good morning. แล้ว เราสามารถทักทายด้วยคำอื่นได้หรือไม่ ให้นักเรียนช่วยกัน พูดบอก เช่น Hi. Hello. จากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่ ผลัดกันพูดทักทาย เช่น S1: Hello. How are you today? S2: I’m good. And you? S1: I’m fine. etc. 2. ครูเขียนคำว่า weather บนกระดาน จากนั้นครูอ่านออกเสียงคำดังกล่าว แล้วบอกนักเรียนว่า Repeat after me. เสร็จแล้วครูให้นักเรียนคิดคำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศที่นักเรียนรู้จัก แล้วผลัดกันออกมาเขียน คำศัพท์บนกระดานให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการสำรวจว่า นักเรียนรู้คำศัพท์มากน้อยเพียงใด ขั้น Presentation 1. นำเสนอคำคุณศัพท์ที่ใช้บรรยายสภาพอากาศ ได้แก่ sunny (มีแดดออก), hot (ร้อน), cold (หนาว), windy (มีลม พัดแรง), foggy (มีหมอกหนา), stormy (มีพายุ), cloudy (มีเมฆมาก), chilly (เย็น) โดย การแสดงบัตรภาพ แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกความหมาย จากนั้นครูสอนนักเรียนลงเสียงหนักในคำที่ มีมากกว่า 1 พยางค์ ดังนี้
177 sunny windy foggy stormy cloudy chilly ต่อมาครูอธิบายว่า เราจะวางคำคุณศัพท์ไว้หลัง verb to be และหน้าคำนาม เช่น It is sunny. It is a sunny day. It is stormy. It is a stormy day. สุดท้ายครูให้นักเรียนฝึกออกเสียงเชื่อมคำในประโยค ดังนี้ It is sunny. It is a sunny day. It is stormy. It is a stormy day. ครูอธิบายการออกเสียง a ในประโยค It is a sunny day. เพิ่มเติมว่า เราจะไม่ออกเสียง เอ (/eɪ/) แต่จะลด รูปเป็นเสียง เออะ (/ə/) แทน 2. นำเสนอการบรรยายสภาพอากาศที่กำลังเกิดขึ้น โดยใช้ Present continuous โดยครูเขียนประโยคตัวอย่างบนกระดาน It is raining. It is snowing. จากนั้นครูบอกว่า โครงสร้าง It is + กริยาเติม -ing. ใช้บอกสภาพอากาศที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด 3. นำเสนอคำกริยา/วลี watch TV (ดูโทรทัศน์), read (อ่าน), make a snowman (ปั้นตุ๊กตาหิมะ) โดย การแสดงบัตรภาพหรือวาดภาพบนกระดาน จากนั้นครูอ่านคำศัพท์ให้นักเรียนฟังและพูดตาม พร้อมกัน ครูย้ำให้ นักเรียนออกเสียงเชื่อมคำในวลี make a snowman เสียงเชื่อมระหว่างคำในภาษาอังกฤษ (linking sound) ในภาษาอังกฤษ เจ้าของภาษามักจะออกเสียงเชื่อมระหว่างคำเพื่อความไหลลื่นของ การสนทนา การเชื่อมเสียงระหว่างคำจะเกิดขึ้นเมื่อคำถัดไปขึ้นต้นด้วยสระ เช่น It is sunny. I like it very much. What is it? They like to make a snowman. 4. นำเสนอสำนวนที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ โดยครูถามนักเรียนว่า What’s the weather like? พร้อมกับชี้ไปที่นอกหน้าต่าง เพื่อให้นักเรียนพูดบอกครู จากนั้นเขียนโครงสร้างต่อไปนี้บน กระดาน A: What’s the weather like? B: It’s raining./It’s rainy. เสร็จแล้วครูอ่านประโยคดังกล่าวให้นักเรียนฝึกพูดตาม ครูอธิบายว่า ประโยค What’s the weather like? ใช้ถามเกี่ยวกับสภาพอากาศ เวลาตอบเราจะใช้โครงสร้าง It’s + สภาพอากาศ. เช่น
178 It’s sunny. It’s windy. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า นอกจากประโยค What’s the weather like? แล้ว เรายังสามารถถามเกี่ยวกับ สภาพอากาศโดยใช้ประโยค How’s the weather? ได้ เช่น A: How’s the weather? B: It’s foggy. ต่อมาครูติดบัตรภาพดวงอาทิตย์บนกระดาน แล้วถามนักเรียนว่า What’s the weather like? เมื่อ นักเรียนตอบคำถาม แล้ว ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับบัตรภาพสภาพอากาศอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้ นักเรียนฝึกถาม-ตอบจนคล่อง เช่น T: (ชูบัตรภาพดวงอาทิตย์) What’s the weather like? Ss: It’s sunny! T: (ชูบัตรภาพก้อนเมฆ) What’s the weather like? Ss: It’s cloudy. etc. 5. ครูเขียนคำว่า rain บนกระดาน แล้วอ่านคำดังกล่าวให้นักเรียนฟัง 1-2 ครั้ง จากนั้นครูอธิบายการ ออกเสียงสระผสม /eI/ ในคำว่า rain ให้นักเรียนฟังและยกตัวอย่างคำศัพท์ที่สะกดด้วยสระ /e/ และ สระผสม /eI/ เพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนเห็นความแตกต่างของสระเดี่ยวและสระผสม ดังนี้ /e/ /eI/ men main pen pain ten train wet wait ต่อมาครูอ่านออกเสียงคำศัพท์ทีละคำและให้นักเรียนออกเสียงตามพร้อมกัน โดยให้นักเรียนสังเกต เสียงสระ /e/ และ /eI/ ในแถวแรกว่าต่างกันอย่างไร เมื่อได้คำตอบแล้ว ครูอธิบายว่า คนไทยมักจะเข้าใจ ผิดว่าสระผสม /eI/ ในภาษาอังกฤษออกเสียงคล้ายสระเอ ซึ่งเป็นสระเดี่ยวในภาษาไทย สระ /eI/ ใน ภาษาอังกฤษเป็นสระเสียงยาวที่ประกอบด้วยสระสองตัว ได้แก่ สระเอ และสระอิ ซึ่งต่างจากภาษาไทย คือมีเสียงเอ อย่างเดียว สำหรับการฝึกออกเสียงสระผสม /eI/ นั้น ให้ออกเสียงเอและเสียงอิ ต่อกันอย่าง รวดเร็ว กิจกรรมเพิ่มเติม ครูเปิดคลิปวิดีโอชื่อ How to pronounce diphthong EI in British English accent: pain/pen, tail/tell, main/men เพื่อให้นักเรียนฝึกออกเสียงสระผสม /eI/ เพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=SC6mMgl4Qn0 หรือครูอาจบอกคำสำคัญ เช่น diphthong /eI/ แล้วให้นักเรียนไปค้นคว้าด้วยตัวเองที่เว็บไซต์ www.youtube.com
179 ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 28 Ex. 1 ครูอ่านคำสั่ง Listen, point and repeat. แล้วเปิด CD ให้นักเรียนฟังและ ชี้ตาม จากนั้นครูเปิด CD อีกครั้ง โดยหยุดเป็นระยะ ๆ ให้นักเรียนพูดตามพร้อมกันหรือเป็นรายบุคคล 2. หนังสือเรียน หน้า 28 Ex. 2 ครูให้นักเรียนดูภาพข้อ 1 และอ่านข้อความในกรอบคำพูดให้นักเรียนฟัง จากนั้นครูให้นักเรียนดูภาพข้อ 2 แล้วถามว่า Look at Number 2. What’s the weather like? เมื่อนักเรียน ตอบแล้ว ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับข้อที่เหลือด้วย 3. ครูให้นักเรียนจับคู่กัน ฝึกถาม-ตอบประโยคในหนังสือเรียน หน้า 28 Ex. 2 จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คู่ออกมาพูดถาม-ตอบให้เพื่อนฟังที่หน้าชั้น เช่น S1: Number 2. What’s the weather like? S2: It’s windy. S3: Number 4. What’s the weather like? S4: It’s sunny. etc. 4. ครูเขียนชื่อเมืองหลวงของประเทศต่าง ๆ บนกระดาน และวาดภาพสัญลักษณ์อากาศลงไปข้าง ๆ จากนั้นครูถามเกี่ยวกับสภาพอากาศของเมืองหลวงในแต่ละประเทศ เช่น T: What’s the weather like in London, England? Ss: It’s raining. T: What’s the weather like in Paris, France? Ss: It’s cold. Country Weather London, England Paris, France Berlin, Germany Russia, Moscow Country Weather Rome, Italy Bangkok, Thailand เสร็จแล้วครูให้นักเรียนทำงานคู่ เลือกเมืองหลวงของประเทศต่าง ๆ มา 5 ประเทศ และวาดภาพ สัญลักษณ์สภาพอากาศแบบง่าย ๆ ลงไป จากนั้นผลัดกันพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับสภาพอากาศของแต่ละ สถานที่
180 ครูแนะนำให้นักเรียนฝึกฝนเกี่ยวกับการบรรยายสภาพอากาศเพิ่มเติม โดยพิมพ์คำว่า What’s the weather like? Game ในช่องค้นหาใน www.google.com หรือเข้าไปที่ https://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/games/whats-the-weather นักเรียนจะได้ดูคลิปการรายงานสภาพอากาศในเมืองหลวงของประเทศต่าง ๆ จากนั้นให้ นักเรียนนำภาพสัญลักษณ์สภาพอากาศไปใส่ในภาพธงชาติของแต่ละประเทศให้ถูกต้อง 5. ครูเขียนวลี watch TV, read a book, make a snowman บนกระดานแล้วสุ่มเรียกนักเรียน 1 คน พูด ถาม-ตอบกับครู ดังนี้ T: What do you do when it’s cold? S1: I make a snowman. T: Good idea. จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กัน พูดถาม-ตอบดังตัวอย่าง โดยใช้วลีที่กำหนดให้บนกระดาน ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนทำบัตรภาพสภาพอากาศต่าง ๆ ที่เรียนมา พร้อมตกแต่งให้สวยงาม จากนั้นให้นักเรียน จับคู่ ผลัดกันถาม-ตอบเกี่ยวกับสภาพอากาศในบัตรภาพของตนเอง เสร็จแล้วครู สุ่มเรียกนักเรียนหลาย ๆ คู่ ออกมาพูดถาม-ตอบที่หน้าชั้นอีกครั้ง ตัวอย่าง S1: (แสดงบัตรภาพของตนเอง) S2: What’s the weather like? S1: It’s sunny! etc. 2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 24 Exs. 1-2 เป็นการบ้าน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการพูดขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับสภาพอากาศ แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ประเมินชิ้นงานบัตรภาพเกี่ยวกับ สภาพอากาศ แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้าน ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4
181 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
182 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 Is Lin dancing? เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำโดยใช้ Present continuous ได้ - เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์และโครงสร้างประโยคเกี่ยวกับการบอกสิ่งที่กำลังทำ ช่วยให้สนทนา พูด/เขียนสื่อสารใน ชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions
183 Structure: Is Lin dancing? No, she isn’t. She’s drawing. Pronunciation: ลงเสียงหนักในคำ Function: ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำ 2) Language Skills Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำ Writing: เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังทำ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับทักทายนักเรียน Good morning. How are you today? เมื่อได้ คำตอบจาก นักเรียนแล้ว ครูพูดว่า Look outside. What’s the weather like? และชี้ไปทางหน้าต่างให้นักเรียนมอง ออกไปนอกหน้าต่างเพื่อให้นักเรียนบอกสภาพอากาศในวันนั้น 2. ทบทวนการขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศด้วยการให้นักเรียนเล่นเกมใบ้ท่าทาง โดยครูบอกว่า ครูจะใบ้ท่าทางให้นักเรียนบอกว่าเป็นสภาพอากาศใด ครูอาจใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ร่ม หมวก ผ้าพันคอ ไหมพรม ตัวอย่าง T: (ครูทำท่าร้อน ทำมือพัดไปมา) What’s the weather like? Ss: It’s hot! T: (ครูทำท่าหนาวสั่น) What’s the weather like? Ss: It’s cold! etc. 3. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศด้วยการเล่นเกม Spelling Bee โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ทีม จากนั้นครูบอก นักเรียนว่า ครูจะพูดคำศัพท์ คำละ 2 ครั้ง ให้แต่ละทีมพูดสะกดคำศัพท์ให้ถูกต้อง ทีมที่สะกดคำได้ถูกต้องมากที่สุดเป็นทีม ที่ชนะ 4. ทบทวนคำศัพท์ที่มีสระผสม /eI/ โดยแสดงบัตรคำ เช่น rain, train, pain แล้วให้นักเรียนอ่านคำศัพท์ พร้อมกันหรือทีละคน จากนั้นครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน The rain in Spain falls mainly on the plain. ครูอ่านประโยคและให้นักเรียนอ่านตามพร้อมกัน ครูสังเกตการออกเสียงของนักเรียนว่าถูกต้องหรือไม่
184 ขั้น Presentation 1. ครูเขียนคำว่า I am writing. บนกระดาน พร้อมกับอ่านออกเสียง จากนั้นครูพูดประโยคอื่น ๆ พร้อมกับแสดงท่าทาง ประกอบด้วย เช่น I am reading. (ครูทำท่าอ่านหนังสือ) I am walking. (ครูเดินไปมา) I am sitting. (ครูทำท่านั่งเก้าอี้) I am sleeping. (ครูทำท่านอนหลับ) I am eating. (ครูทำท่ารับประทานอาหาร) ต่อมาครูให้นักเรียน 1 คน ออกมาหน้าชั้นเรียน และทำท่าเดินที่หน้าชั้น ครูพูดประโยค Ken is walking. ครูเดินไปพร้อมกับนักเรียนคนดังกล่าว และพูดว่า I am walking. We are walking. จากนั้นครูเขียน โครงสร้างประโยคของ Present continuous บนกระดาน ดังนี้ ประธาน + verb to be (is/am/are) + กริยาเติม -ing. ครูถามนักเรียนว่า โครงสร้าง Present continuous ใช้พูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นเมื่อใด เมื่อได้คำตอบว่า ในขณะที่พูดหรือช่วงเวลาที่พูดแล้ว ครูนำเสนอรูปย่อของ verb to be ดังนี้ I am - I’m He is - He’s She is - She’s It is - It’s We’re - We’re They’re - They’re ครูให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงรูปย่อ แล้วจึงฝึกพูดประโยคตามครู เช่น I’m studying. He’s studying. เสร็จแล้วครูหาภาพที่มีคนทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือขออาสาสมัครออกมาแสดงท่าทางและให้นักเรียนพูด บรรยาย 2. ครูพูดประโยคต่อไปนี้ I am teaching. I am not reading a book. You are looking at me. You are not looking at Ken. Ken is listening to me. He is not listening to Anne. จากนั้นครูเขียนประโยคบนกระดาน ครูอ่านออกเสียงประโยคทั้งหมดให้นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียน อ่านออกเสียงตาม แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกว่า ประโยคแต่ละคู่บนกระดานแตกต่างกันอย่างไร เมื่อได้คำตอบว่าประโยคที่มี not เป็นประโยคปฏิเสธแล้ว ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกโครงสร้างประโยค เสร็จแล้วครูเขียนโครงสร้างประโยคให้นักเรียนดูบนกระดานอีกครั้ง ดังนี้ ประธาน + is/am/are + กริยาเติม -ing. ประธาน + is/am/are + not + กริยาเติม -ing.
185 ต่อมาครูนำเสนอรูปย่อปฏิเสธของ verb to be I am not - I’m not He is not - He isn’t She is not - She isn’t It is not - It isn’t We are not - We aren’t They are not - They aren’t ครูให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงรูปย่อปฏิเสธ แล้วจึงฝึกพูดประโยคตามครู เช่น I’m not sleeping. He isn’t sleeping. เสร็จแล้วครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 ฝั่ง ให้นักเรียนฝั่งซ้ายช่วยกันพูดประโยคบอกเล่าในรูป Present continuous และนักเรียนฝั่งขวาพูดให้อยู่ในรูปประโยคปฏิเสธ ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเช่นนี้ไป เรื่อย ๆ จนพูดได้คล่อง เสร็จ แล้วให้นักเรียนแต่ละฝั่งสลับบทบาทกัน 3. ครูเขียนคำกริยาหลาย ๆ คำบนกระดาน เช่น run, sit, play, make, do แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอก วิธีการเติม -ing จากนั้นครูให้นักเรียนช่วยกันนำคำกริยาเหล่านี้มาแต่งประโยคโดยใช้ Present continuous ตัวอย่าง I’m running with my friends. I’m sitting in the room. I’m playing a toy. I’m doing homework. 4. ครูให้นักเรียน 1 คน ออกมาเป็นผู้ช่วยครู โดยแสดงท่าทางต่าง ๆ ตามที่ครูกระซิบบอก ครูพูดถาม นักเรียนในชั้น เช่น T: Is he reading? (ทำท่าวิ่ง) Ss: No, he isn’t. T: That’s right. etc. เสร็จแล้วครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปโครงสร้างประโยคคำถามและคำตอบแบบสั้นของ Present continuous บนกระดานอีกครั้ง ดังนี้ A: Is/Am/Are + ประธาน + v. ing? B: Yes, I am. หรือ No, I’m not. 5. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปโครงสร้างประโยค Present continuous ทั้งรูปบอกเล่า คำถามและปฏิเสธ ดังนี้ ประโยคบอกเล่า → ประธาน + is/am/are + v. ing. ประโยคปฏิเสธ → ประธาน + is/am/are + not + v. ing. ประโยคคำถาม → Is/Am/Are + ประธาน + v. ing? คำตอบ → Yes, I am. No, I’m not. ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 29 Ex. 3 ครูอ่านตัวอย่างคำตอบข้อ 1 ให้นักเรียนฟัง และอธิบายภาระงานว่า ให้
186 นักเรียนจับคู่ภาพกับคำศัพท์ จากนั้นแต่งประโยคโดยใช้ Present continuous เสร็จแล้วให้นักเรียนพูด ตอบปากเปล่า ครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องบนกระดานอีกครั้ง ครูให้นักเรียนศึกษาไวยากรณ์เพิ่มเติมในหนังสือเรียน หน้า 84 หัวข้อ Grammar Handbook ด้วยตนเอง กิจกรรมเพิ่มเติม ครูให้นักเรียนเข้าไปเล่นเกม Sentence Monkey เพื่อฝึกโครงสร้าง Present continuous ที่เว็บไซต์ http://www.eslgamesplus.com/present-progressive-continuous-esl-grammar-fun-game-online/ 2. หนังสือเรียน หน้า 29 Ex. 4 ครูให้นักเรียนดูตัวอย่างคำตอบข้อ 1 แล้วถามว่า What is Lin doing? Is she dancing? เมื่อนักเรียนตอบว่า No, she isn’t. แล้ว ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับข้อที่เหลือ เสร็จแล้วให้เวลานักเรียนจับคู่กันและฝึกพูดถาม-ตอบอีกครั้ง พร้อมทั้งเขียนคำตอบลงในสมุดของ ตนเอง 2 A: Is Wendy singing? B: No, she isn’t. She’s making a snowman. 3 A: Is Oscar eating a hot dog? B: No, he isn’t. He’s drinking (hot chocolate). 4 A: Is Cindy jumping? B: No, she isn’t. She’s eating (a hot dog). 5 A: Is Tom drinking hot chocolate? B: No, he isn’t. He’s reading (a book). 3. ครูแจกบัตรภาพคำกริยา เช่น play, eat, walk, sleep, run แก่นักเรียน โดยก่อนแจกบัตรคำ ครูถามคำถาม นักเรียนเพื่อฝึกให้นักเรียนแต่งประโยคโดยใช้โครงสร้าง Present continuous เช่น T: What are you doing? S1: I’m playing football. T: What are you doing? S2: I’m sleeping. จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กัน แต่งประโยคถาม-ตอบ เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คู่ ลุกขึ้นพูดถามตอบให้เพื่อนดูอีกครั้ง 4. หนังสือเรียน หน้า 29 หัวข้อ Go Green ครูอ่านข้อความในกรอบให้นักเรียนฟังและอธิบายคำศัพท์ที่ นักเรียนไม่เข้าใจ จากนั้นครูแบ่งนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันอภิปรายเป็นภาษาไทยว่า เหตุใดการยืมหนังสือจึงดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการซื้อหนังสือเล่มใหม่ ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนทำชิ้นงาน What’s your family doing now? โดยให้นักเรียนวาดภาพ
187 บุคคลในครอบครัวของตนเองทำกิจกรรมต่าง ๆ เหมือนอย่างในหนังสือเรียน หน้า 29 Ex. 3 จากนั้นให้ นักเรียนแต่ง ประโยคบรรยายว่าพวกเขากำลังทำอะไร โดยใช้โครงสร้าง Present continuous เช่น My father is reading a book. My mother is watching TV. My brother is playing football. I am doing homework. 2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 25 Exs. 3-4 เป็นการบ้าน Ex. 3 2 3 4 5 6 Ex. 4 2 Is the boy drinking hot chocolate? No, he isn’t. He’s eating chocolate. 3 Is the boy sitting on his bed? Yes, he is. 4 Is his mum cooking? No, she isn’t. She’s talking to him. 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินชิ้นงาน What’s your family doing now? แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 บัตรภาพ/คำศัพท์ 8.5 อุปกรณ์ทำชิ้นงาน 8.6 อินเทอร์เน็ต
188 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
189 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 What’s the weather like and what are you doing? เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - อ่านออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายคำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศและกิจกรรมที่กำลังทำได้ - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศและกิจกรรมที่กำลังทำได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/1 ปฏิบัติตามคำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ (instructions) ง่าย ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว สาระที่ 2 ภาษากับวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย เพื่อนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด ต 2.2 ป.4/1 บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
190 การรู้และเข้าใจคำศัพท์และโครงสร้างภาษาเกี่ยวกับสภาพอากาศและกิจกรรมที่กำลังทำ ช่วยให้สนทนา พูด/เขียนสื่อสาร ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: What’s the weather like and what are you doing? It’s sunny and we are fishing. Vocabulary: fish, drink, cook, watch TV, swim, eat, ride, read, listen, draw Pronunciation: ออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ Function: ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศและกิจกรรมที่กำลังทำ 2) Language Skills Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศและกิจกรรมที่กำลังทำ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูและนักเรียนกล่าวทักทายกัน และให้นักเรียนทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศและคำกริยา โดยให้นักเรียนเล่นเกม Bingo ด้วยการให้นักเรียนแต่ละคนวาดตาราง 9 ช่อง และเขียนคำศัพท์เกี่ยวกับ สภาพอากาศและคำกริยาที่เคยเรียนลงไป เช่น sunny, windy, hot, cold, snowing, watch TV, read, make a snowman จากนั้นครูอธิบายการเล่นเกมว่า ครูจะพูดคำศัพท์หรือวลี ให้นักเรียนวงกลมคำศัพท์ หรือวลีที่ได้ยิน นักเรียนคนใดที่วงกลมคำศัพท์ครบ 3 ช่องต่อกันในแนวใดก็ได้ก่อนให้ตะโกนว่า บิงโก และเป็นผู้ชนะ 2. ทบทวนโครงสร้างประโยคถาม-ตอบแบบสั้น โดยครูเตรียมบัตรภาพที่มีคนกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ จากนั้นครูชูบัตรภาพขึ้นและถามคำถามเพื่อให้นักเรียนตอบ ถ้าตอบปฏิเสธ ให้นักเรียนตอบด้วยว่า คนในภาพกำลังทำอะไร ตัวอย่าง T: Is he running? (ชูภาพคนกำลังอ่านหนังสือ) S: No, he isn’t. He is reading. 3. ให้นักเรียนเล่นเกม Teacher says เพื่อทบทวนคำกริยา โดยครูให้นักเรียนทั้งหมดออกมายืนเป็นวงกลม ที่หน้าชั้น จากนั้นครูอธิบายกติกาการเล่นเกมว่า เมื่อครูพูด Teacher says นักเรียนต้องปฏิบัติตามที่ครู
191 พูด แต่หากครูไม่พูด Teacher says ให้นักเรียนทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ตรงกับที่ครูพูด ครูให้เล่นเกมไป เรื่อย ๆ จนเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียว ตัวอย่าง T: Teacher says, “jump.” Ss: (นักเรียนกระโดด) T: Read. Ss: (นักเรียนทำท่าอื่นที่ไม่ใช่อ่านหนังสือ) etc. 4. ทบทวนการเติม -ing หลังคำกริยา โดยครูเขียนคำกริยาต่อไปนี้บนกระดาน sing run sit take jump ski walk have cook จากนั้นครูให้นักเรียนเปลี่ยนคำกริยาเหล่านี้ให้อยู่ในรูป -ing ที่ถูกต้อง ดังนี้ singing running sitting taking jumping skiing walking having cooking เสร็จแล้วครูให้นักเรียนแต่งประโยค Present continuous โดยใช้คำกริยาบนกระดาน สุดท้ายครูสุ่มเรียก นักเรียน 6-7 คน ออกมาเขียนประโยคที่ตนเองแต่งบนกระดาน ขั้น Presentation 1. นำเสนอคำกริยาต่อไปนี้ fish (ตกปลา), drink (ดื่ม), cook (ทำอาหาร), watch (ดู), swim (ว่ายน้ำ), eat (กิน), ride (ขับรถ), read (อ่าน), listen (ฟัง), draw (วาด) โดยใช้บัตรภาพหรือแสดงท่าทางใบ้คำ เพื่อให้นักเรียนบอกความหมาย เมื่อนักเรียนเข้าใจความหมายแล้ว ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำศัพท์ เหล่านี้ตามครู โดยครูเน้นให้นักเรียนออกเสียงพยัญชนะท้ายคำให้ถูกต้อง ครูยกตัวอย่างเสียง /k/ ถ้านักเรียนออกเสียงผิด ความหมายของคำก็จะผิดไป เช่น bag back dog dock 2. ครูขออาสาสมัคร 2 คน มายืนที่หน้ากระดาน ครูพูดซักซ้อมกับนักเรียน จากนั้นให้นักเรียน 2 คน แสดง ท่าทางว่ากำลังทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยไม่ให้เหมือนกัน จากนั้นครูเดินไปถามคำถามนักเรียน ดังนี้ T: What are you doing, Ken? Ken: I’m reading. T: What are you doing, Anne? Anne: I’m writing. ต่อมาครูให้นักเรียนทั้ง 2 คน แสดงท่าทางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ให้แสดงท่าทางเดียวกัน ครูพูดถาม คำถามอีกครั้ง T: What are you doing? Ken & Anne: We’re eating.
192 ครูให้เพื่อน ๆ กล่าวขอบคุณนักเรียนที่อาสาสมัครออกมาแสดงหน้าชั้น จากนั้นครูเขียนประโยคคำถาม และคำตอบ บนกระดานดังนี้ What are you doing? I’m reading. I’m writing. We’re eating. ครูให้นักเรียนช่วยกันอธิบายว่า ทำไมคำถามถามด้วย you แต่เวลาตอบสามารถตอบได้ทั้ง I และ We ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน แล้วครูสุ่มถามนักเรียน 6-7 คน ในห้องว่า What are you doing? ต่อมาครูถามนักเรียนทั้งชั้น What are you doing? โดยใช้มือชี้ไปที่นักเรียนทั้งห้อง เพื่อให้นักเรียน เข้าใจว่า you ในที่นี้ถามถึงนักเรียนทั้งหมด ครูเขียนคำว่า study บนกระดาน แล้วครูถามนักเรียนว่า What are you doing? เพื่อให้นักเรียนทั้งห้องตอบพร้อมกันว่า We’re studying. ต่อมาครูให้นักเรียนถาม คำถาม What are you doing? กับคนที่นั่งด้านซ้ายและขวาของตนเองด้วย สุดท้ายครูให้นักเรียนสังเกตประโยคบนกระดานอีกครั้ง จากนั้นถามนักเรียนว่า ในภาษาไทยมีคำที่บอก สิ่งที่กำลังทำหรือไม่ เมื่อได้คำตอบว่า “กำลัง” ครูให้นักเรียนช่วยกันเปรียบเทียบโครงสร้างประโยค ภาษาอังกฤษและ ภาษาไทย ดังนี้ ภาษาอังกฤษ: ประธาน + is/am/are + กริยาเติม -ing. เช่น I am writing. ภาษาไทย: ประธาน + กำลัง + กริยา. เช่น ฉันกำลังเขียน คำถาม What are you doing? สามารถตอบได้ทั้ง I และ We หากคู่สนทนามีเพียงคนเดียว คำตอบเป็น I เช่น A: What are you doing? B: I’m playing the piano. เราสามารถตอบ We ได้หากคนที่เราสนทนาด้วยเป็นกลุ่มคนหรือองค์กรที่กำลังทำกิจกรรม เดียวกัน เช่น A: What are you doing? B: We are cooking. ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 30 Ex. 5 ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังพร้อมกับชี้ที่ภาพแต่ละภาพตามไปด้วย จากนั้น ครูเปิด CD อีกครั้ง และหยุด CD เมื่อจบแต่ละคำ เพื่อให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามพร้อมกันหรือ ทีละคน
193 2. หนังสือเรียน หน้า 30 Ex. 6 ครูพูดว่า Look at the speech bubble. Repeat after me. แล้วครูอ่านข้อความ ในกรอบคำพูดและให้นักเรียนอ่านตามครูพร้อมกัน จากนั้นครูอธิบายสถานการณ์ว่า แม่ของ Lin โทรศัพท์มาหา Tom กับ Oscar และถามว่า กำลังทำอะไร ให้นักเรียนดูภาพและตอบคำถาม โดยสมมติ ว่าตัวเองเป็น Tom กับ Oscar ต่อมาครูให้นักเรียนดูข้อ 1 และถามว่า Look at the picture. What’s the weather like and what are you doing? ให้นักเรียนตอบปากเปล่าว่า It’s cold and we’re drinking tea. ครูทำเช่นเดียวกันนี้กับข้อที่เหลือ ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนวาดภาพกิจกรรมที่ตนเองทำในสภาพอากาศต่าง ๆ โดยเลือกกิจกรรม จากหนังสือเรียน หน้า 30 ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน เสร็จแล้วให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน เพื่อฝึกพูดถาม-ตอบกัน เช่น S1: What’s the weather like and what are you doing? S2: It’s windy and I’m playing a kite. 2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 26 Ex. 5 เป็นการบ้าน 8 Debbie is drawing. 9 Paul is riding his bike. 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการพูดขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับสภาพอากาศและกิจกรรมที่ ทำ แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ สังเกตการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วย เสียง /k/ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 บัตรภาพ/บัตรคำศัพท์ 8.5 อินเทอร์เน็ต
194 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ....................................................................................................................... ................................................... แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
195 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 Where is Wendy? เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่กำลีงทำโดยใช้ Present continuous ได้ - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และกิจกรรมที่กำลังทำในสถานที่นั้นได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/2 ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และคำขออนุญาตง่าย ๆ ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษากับวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/2 ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของ เจ้าของภาษา สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด
196 ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์และโครงสร้างภาษาเกี่ยวกับสถานที่และกิจกรรมที่กำลังทำในสถานที่นั้น ช่วยให้สนทนาในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: Where is Wendy? She’s in the garden. What is she doing? She’s playing. Function: ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และกิจกรรมที่ทำในสถานที่นั้น 2) Language Skills Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และกิจกรรมที่ทำในสถานที่นั้น 3) Culture: วัฒนธรรมการรับประทานบาร์บีคิวของชาวออสเตรเลีย 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูและนักเรียนกล่าวทักทายกัน จากนั้นทบทวนการทักทายโดยครูถามคำถาม How are you? แล้วให้นักเรียนพูด ต่อมาครูทบทวนประโยคขออนุญาตที่ใช้ในห้องเรียน โดยถามนักเรียนว่า หาก นักเรียนจะออกไปข้าง นอกหรือกลับเข้ามาในห้องเรียนจะพูดว่าอย่างไร 2. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศและคำกริยาที่เกี่ยวข้อง โดยให้นักเรียนเล่นเกม Memory chain ด้วยการพูดคำศัพท์ต่อกันไปเรื่อย ๆ โดยคนถัดไปต้องพูดคำศัพท์ของเพื่อนคนก่อนหน้านี้ด้วย เช่น S1: sunny S2: sunny, cloudy S3: sunny, cloudy, rainy etc. 3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มแล้ววาดตาราง 9 ช่อง 2 ตารางบนกระดาน โดยตารางที่ 1 เขียนประธาน เช่น I, You, We, Cindy, Tom ส่วนตารางที่ 2 เขียนคำกริยา เช่น eat, read, cook, listen, ride ลงไป ให้แต่ละกลุ่มผลัดกันส่งตัวแทนออกมาเลือกประธานจากตารางที่ 1 และคำกริยาจากตารางที่ 2 มาแต่ง
197 ประโยค Present continuous ถ้าตัวแทนกลุ่มใดแต่งประโยคถูกต้อง กลุ่มนั้นจะได้คะแนน เมื่อเล่นเกม เสร็จแล้ว ครู เดินตรวจสอบความถูกต้อง กลุ่มที่แต่งประโยคได้ถูกต้องมากที่สุดเป็นกลุ่มที่ชนะ 4. ทบทวนโครงสร้างถาม-ตอบ What + is/am/are + ประธาน + กริยาเติม -ing? โดยครูแสดงบัตรภาพ แล้วให้นักเรียนพูดบอกว่าบุคคลในภาพกำลังทำอะไร เช่น T: What is she doing? Ss: She is swimming. T: What is he doing? Ss: He is riding a bike. etc. 5. ทบทวนการออกเสียงคำที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ โดยครูเขียนคำศัพท์ที่ลงท้ายด้วยเสียง /k/ และ /g/ บน กระดาน เพื่อให้นักเรียนเปรียบเทียบกัน ดังนี้ /k/ /g/ back bag dock dog lock log pick pig wick wig จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียนให้อ่านทีละคน ขั้น Presentation 1. นำเสนอวลีและคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ write a letter (เขียนจดหมาย), ride a bike (ขี่จักรยาน), have lunch (รับประทานอาหารกลางวัน), play the piano (เล่นเปียโน), listen to music (ฟังเพลง), sing a song (ร้องเพลง), read a book (อ่านหนังสือ), play football (เล่นฟุตบอล), have a barbecue (รับประทานหรือมีปาร์ตี้บาร์บีคิว), sleep (นอน) โดยการเขียนคำศัพท์บนกระดานและให้นักเรียน ช่วยกันพูดบอก ความหมาย เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาแสดงท่าทางเพื่อให้เพื่อนทาย โดยใช้ โครงสร้าง You’re + กริยาเติม -ing. 2. นำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ ได้แก่ garden (สวน), kitchen (ห้องครัว), bedroom (ห้องนอน), living room (ห้องรับแขก), lake (ทะเลสาบ), park (สวนสาธารณะ) โดยการแสดงบัตรภาพ หรือพูด บอกความหมาย ครูเขียนตัวอย่างประโยคให้นักเรียนดูเพิ่มเติมบนกระดาน เช่น Mom is having a barbeque in the garden. Tom and Oscar are watching TV in the living room. I’m reading a book in my bedroom. จากนั้นครูเขียนคำกริยากับสถานที่บนกระดาน ดังนี้ water - garden cook - kitchen sleep - bedroom play a toy - living room swim - lake walk - park เสร็จแล้วครูให้นักเรียนเลือกคำศัพท์บนกระดานมาแต่งประโยค Present continuous เช่น I’m sleeping in my bedroom.
198 I’m swimming in the lake. I’m walking in the park. I’m playing a toy in the living room. กิจกรรมเพิ่มเติม ครูทำบัตรคำสถานที่และคำกริยา อย่างละ 8 คำ เพื่อให้นักเรียนเล่นเกม Memory Game โดยครู แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ครูแจกชุดบัตรคำให้กลุ่มละ 1 ชุด เรียงบัตรคำคว่ำหน้าบนพื้น 2 แถว แถวละ 4 คำ แล้วแต่ละกลุ่มแบ่งออกเป็น 2 ทีม ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเปิดบัตรคำและพยายาม จดจำตำแหน่งของคำที่สัมพันธ์กันให้ได้ภายใน 1 นาที เสร็จแล้วคว่ำบัตรคำไว้ที่ตำแหน่งเดิม แล้วให้แต่ละทีมผลัดกันเปิดบัตรคำศัพท์สถานที่และคำกริยาที่สัมพันธ์กัน ถ้าเปิดได้ถูกต้อง ให้ แต่งประโยค เช่น I’m at the lake. I’m swimming. แต่ถ้าเปิดไม่ถูก ให้ปิดบัตรคำไว้ที่ตำแหน่งเดิม ทีมที่เปิดบัตรคำและแต่งประโยคได้มากที่สุดคือทีมที่ชนะ วัฒนธรรมการทำบาร์บีคิวของชาวออสเตรเลีย ในช่วงฤดูร้อนของประเทศออสเตรเลีย กิจกรรมที่ผู้คนนิยมทำกันมาก คือ การปิ้งบาร์บีคิว รับประทานกันนอกบ้านหรือชาวออสเตรเลียเรียกแบบไม่เป็นทางการว่า “Barbie” กิจกรรมนี้ มักจะจัดขึ้นที่สวนหลังบ้านหรือที่ชายหาด ซึ่งแทบทุกบ้านจะมีเตาปิ้งบาร์บีคิวติดครัวไว้ อาหาร ที่นำมาปิ้งมีหลายชนิด เช่น ไส้กรอก เบคอน เนื้อหมู เป็นต้น ที่มา: http://www.australian-information-stories.com/australian-bbq.html ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 31 Ex. 7 ครูอ่านคำสั่ง Read and complete. และอธิบายว่า ให้นักเรียนเติมประโยค 1-6 ให้สมบูรณ์ โดยใช้คำในวงเล็บ พร้อมทั้งเปลี่ยนคำในวงเล็บให้อยู่ในรูป Present continuous ที่ ถูกต้อง ครูอ่านตัวอย่างในข้อ 1 และให้นักเรียนอ่านข้อ 2-6 พร้อมกันและพูดตอบปากเปล่า เสร็จแล้ว ครูให้เวลานักเรียนเขียนคำตอบในสมุด ครูสุ่มเรียกนักเรียนอ่านคำตอบอีกครั้ง เพื่อตรวจคำตอบของ นักเรียน เสร็จแล้วครูเขียนคำตอบที่ถูกต้องบนกระดานอีกครั้ง 2 are not riding 5 are having 3 Is she running 6 Are they making 4 am not swimming เสร็จแล้วครูย้ำเรื่องการใช้เครื่องหมาย . (full stop) และ ? (question mark) ว่าเครื่องหมาย . (full stop) ใส่หลังประโยคบอกเล่า ส่วนเครื่องหมาย ? (question mark) ใส่หลังประโยคคำถาม 2. หนังสือเรียน หน้า 31 Ex. 8 ครูให้นักเรียนอ่านโจทย์ข้อ 1-4 พร้อมกัน จากนั้นครูอธิบายภาระงานว่า
199 นักเรียนจะได้ยินเสียงคนทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักเรียนตอบว่าเป็นเสียงกิจกรรมอะไร ต่อมาครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและเขียนคำตอบ ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน แล้วจึงเฉลยคำตอบพร้อมกัน 3. หนังสือเรียน หน้า 31 Ex. 9 ครูให้นักเรียนดูกรอบคำพูด จากนั้นครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและอ่านตาม ไปด้วย โดยครูพูดว่า Look at the speech bubbles. Listen and repeat. ต่อมาครูให้นักเรียนอ่านประโยค ด้วยตนเองอีกครั้ง โดยครูพูดว่า Say it again. เสร็จแล้วครูให้นักเรียนจับคู่พูดถาม-ตอบข้อ 2-4 ครูขอ อาสาสมัคร 3 คู่ออกมาแสดงบทสนทนาที่หน้าชั้น ครูสังเกตว่านักเรียนลงเสียงต่ำ (falling intonation) เมื่อจบประโยคบอกเล่าและคำถามแบบ Wh-questions หรือไม่ ครูแนะนำและให้ความช่วยเหลือ นักเรียน เพื่อให้นักเรียนใช้ระดับเสียงให้ถูกต้อง ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนวาดภาพตนเองกำลังทำกิจกรรมในสถานที่ใดที่หนึ่ง จากนั้นให้นักเรียน จับคู่กับเพื่อน แต่งประโยคถาม-ตอบเกี่ยวกับภาพของตนเอง เสร็จแล้วให้นักเรียนออกมาผลัดกันพูด ถาม-ตอบหน้าชั้น ตัวอย่าง S1: Where are you? S2: I’m in the kitchen. S1: What are you doing? S2: I’m washing the dishes. etc. 2. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 27 Exs. 6-7 เป็นการบ้าน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการพูดขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับสถานที่และกิจกรรมที่ กำลังทำ แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ สังเกตการขึ้น-ลงเสียงต่ำใน ประโยค แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้าน ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 บัตรภาพ/บัตรคำ 8.5 อินเทอร์เน็ต
200 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ