251 stay - stays cry - cries pay - pays carry - carries say - says study - studies buy - buys fly - flies ครูชี้ให้นักเรียนสังเกตจนได้ข้อสรุปว่า ถ้าหน้า y เป็นสระ ได้แก่ a, e, i, o, u จะสามารถเติม -s ได้เลย แต่ถ้าหน้า y เป็น พยัญชนะ จะต้องเปลี่ยน y เป็น i ก่อน แล้วจึงเติม -es เช่น studies, flies 3. ครูนำภาพเด็กผู้หญิง 1 คน มาติดบนกระดาน ครูพูดแนะนำชื่อ This is Mary. จากนั้นครูเขียนตารางกิจวัตรประจำวันของ Mary บนกระดาน Monday have a piano lesson Tuesday walk the dog Wednesday have a guitar lesson Thursday wash the dog Friday play basketball Saturday go to the cinema Sunday watch TV ครูสนทนากับนักเรียน 1 คน เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของ Mary ดังนี้ T: Does Mary have a piano lesson on Mondays? S1: Yes, she does. T: Does she have a guitar lesson on Tuesdays? S1: No, she doesn’t. She walks the dog on Tuesdays. T: Does she go to the cinema on Sundays? S1: No, she doesn’t. She watches TV on Sundays. เมื่อสนทนาครบทุกวันแล้ว ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน Do you play football? Yes, I do. No, I don’t. ครูให้นักเรียนช่วยกันอธิบายโครงสร้าง จนได้ข้อสรุปว่า Do จะใช้กับประธาน I, You และประธานพหูพจน์ คำกริยาใน ประโยคจะอยู่ในรูป base form หรือช่องที่ 1 ต่อมาครูเขียนประโยคคำถามที่ประธานเป็นเอกพจน์บนกระดาน และให้นักเรียนช่วยกันพูดตอบ เช่น Does he play football? Mary
252 Yes, he does. No, he doesn’t. ครูให้นักเรียนช่วยกันอธิบายโครงสร้าง จนได้ข้อสรุปว่า Does จะใช้กับประธานเอกพจน์ คำกริยาในประโยคจะกลับมาอยู่ ในรูป base form หรือช่องที่ 1 เหมือนเดิม โดยครูอาจเขียนประโยคบอกเล่าบนกระดานและเปลี่ยนให้อยู่ในรูปประโยค คำถาม เพื่อให้นักเรียนเห็นการเปลี่ยนแปลงของคำกริยา He plays football. → Does he play football? He has a guitar lesson. → Does he have a guitar lesson? 4. ครูให้นักเรียนฝึกเปลี่ยนประโยคบอกเล่าเป็นประโยคคำถาม 7-8 ประโยค โดยใช้คำศัพท์ที่เรียน 5. ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่นั่งด้านซ้ายของตนเอง และผลัดกันพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน ของ Mary ครูสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียน และให้ feedback เกี่ยวกับประเด็นที่ผิดพลาดบ่อย แล้ว ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนใหม่ และฝึกสนทนาอีกครั้ง กิจกรรมเพิ่มเติม ครูให้นักเรียนเล่มเกมเพื่อฝึกการใช้ประโยค Present simple จากเว็บไซต์ต่อไปนี้ http://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/grammar-games/present-simple-andpresent-continuous ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 41 Ex. 3 ครูอ่านคำสั่ง Read and complete. จากนั้นครูขออาสาสมัครยืนขึ้น และ อ่านตัวอย่าง ให้เพื่อนในห้องฟัง ต่อมาครูให้นักเรียนดูข้อ 2 แล้วถามคำถามนักเรียน เช่น T: Does Tom go to the cinema on Fridays? Ss: No, he doesn’t. He washes the dog on Fridays. ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้กับข้อที่เหลือ เสร็จแล้วครูให้เวลานักเรียนเขียนคำตอบลงในสมุด 2 ... he doesn’t. He washes the dog on Fridays. 3 ... she doesn’t. She goes to the cinema on Saturdays. ต่อมาครูให้นักเรียนจับคู่ ฝึกถาม-ตอบเกี่ยวกับกิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 41 Ex. 3 อีกครั้งจนคล่อง เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คู่ ลุกขึ้นยืนพูดถาม-ตอบให้เพื่อนในห้องฟัง ชาวอังกฤษเรียกโรงภาพยนตร์ว่า cinema ในขณะที่ชาวอเมริกันจะเรียกว่า movie theater 2. หนังสือเรียน หน้า 41 Ex. 4 ครูอ่านคำสั่งให้นักเรียนฟัง จากนั้นครูอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนเรียงลำดับคำให้เป็น ประโยค Present simple ที่ถูกต้อง ครูให้เวลานักเรียนทำงาน เสร็จแล้วครูขออาสาสมัครออกมาเขียนคำตอบของตนเอง บนกระดาน ครูตรวจคำตอบของนักเรียนบนกระดานอีกครั้งว่าถูกต้องหรือไม่ เมื่อแก้ไขถูกต้องแล้ว ครูให้นักเรียนอ่าน ประโยคที่ถูกต้องพร้อม ๆ กัน
253 2 Tom drinks milk every morning. 3 Lin dances every afternoon. 4 Oscar has a guitar lesson every Tuesday. 3. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม จากนั้นครูแจกประโยค ซึ่งตัดเป็นคำ ๆ ไว้ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งกัน เรียงประโยค กลุ่มใดที่เรียงประโยคเสร็จก่อนและถูกต้องเป็นกลุ่มที่ชนะ ตัวอย่าง walks the dog Sundays on She She walks the dog on Sundays. football play Friday I every I play football every Friday. 4. ครูทบทวนประโยคคำสั่งแบบปฏิเสธ โดยเขียนประโยคต่อไปนี้ และให้นักเรียนอ่านออกเสียงตาม Don’t smoke. Don’t forget your bag. Don’t run in the corridor. Don’t eat in the classroom. ครูวาดภาพประกอบและให้นักเรียนช่วยกันอธิบายความหมาย ต่อมาครูอธิบายความหมายของคำว่า waste ว่าหมายถึง ทำให้สิ้นเปลืองหรือหมดไปโดยเปล่าประโยชน์ ครูให้นักเรียน ช่วยกันคิดว่ามีสิ่งของอะไรในโลก นอกจากกระดาษที่เราไม่ควรจะใช้โดยสิ้นเปลือง ครูเขียนคำศัพท์บนกระดาน เช่น water (น้ำ), energy (พลังงาน), electricity (ไฟฟ้า) และ trees (ต้นไม้) ให้นักเรียนช่วยกันแต่งประโยค เช่น Don’t waste water. Don’t waste energy. Don’t waste electricity. Don’t waste trees. เสร็จแล้วครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ให้เลือกประโยคมาคนละ 1 ประโยค แล้วทำแผ่นป้ายประกาศ Don’t waste … . พร้อม ทั้งวาดภาพประกอบและระบายสีให้สวยงาม 5. หนังสือเรียน หน้า 41 หัวข้อ Go Green ครูพูดว่า Look at the picture. What do you see in the picture? เพื่อให้นักเรียนพูดบอกสิ่งที่นักเรียนเห็นในภาพ ต่อมาครูถามนักเรียนว่า กระดาษทำมาจากอะไร ให้ นักเรียนระดมสมองช่วยกันบอกคำตอบ จากนั้นครูอ่านข้อความให้นักเรียนฟังและให้นักเรียนช่วยกัน อภิปรายถึงความสำคัญของการนำกระดาษกลับมาใช้ใหม่ เมื่ออภิปรายเสร็จแล้ว ครูแบ่งนักเรียน ออกเป็น 3 กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับวิธีประหยัดกระดาษ เสร็จแล้วให้แต่ละ กลุ่มส่งตัวแทนออกมาพูดนำเสนอวิธีประหยัดกระดาษให้เพื่อนในชั้นฟัง ครูสอนให้นักเรียนรู้จักใช้พจนานุกรมในการหาความหมายของคำศัพท์ เช่น ในกรอบ Go Green ครูให้นักเรียนแข่งกันค้นหาความหมายของคำว่า tonne (หน่วยชั่งน้ำหนักเป็น ตัน ซึ่ง 1 ตัน มีค่าเท่ากับ 1,000 กิโลกรัม)
254 กิจกรรมเพิ่มเติม ครูอาจเปิดคลิปวิดีโอ Sesame Street: Where Does Paper Come From? ให้นักเรียนดูจากเว็บไซต์ ต่อไปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=uA56TLfEE9k หรือครูอาจให้นักเรียนไปดูด้วยตนเองนอกเวลาเรียน โดยครูบอกคำสำคัญ “How paper is made” หรือชื่อวิดีโอ เพื่อให้นักเรียนไปค้นหาคลิปด้วยตนเองใน www.youtube.com ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนจับคู่ ผลัดกันถาม-ตอบเกี่ยวกับกิจกรรมที่เพื่อนทำเป็นประจำ ครูให้เวลา นักเรียนฝึก พูดจนคล่อง จากนั้นครูให้นักเรียนออกมาพูดถาม-ตอบที่หน้าชั้น ตัวอย่าง S1: Do you play football on Mondays? S2: Yes, I do. /No, I don’t. I watch TV. etc. 2. ให้นักเรียนทำงานคู่ เลือกตัวการ์ตูนที่นักเรียนชื่นชอบมา 3 ตัว จากนั้นให้นักเรียนถามคำถามเกี่ยวกับ กิจวัตรประจำวันของตัวการ์ตูนดังกล่าว พร้อมทั้งเขียนตอบด้วย โดยใช้กิจกรรมใน Ex. 3 เป็นต้นแบบ เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ครูให้นักเรียนฝึกพูดถาม-ตอบกันเกี่ยวกับข้อมูลของตัวการ์ตูนที่นักเรียนทำไว้ด้วย โดยอาจจับคู่กับนักเรียนอีกคู่หนึ่งก็ได้ (ตัวอย่าง) Does Conan play basketball on Mondays? No, he doesn’t. He plays football. Does Elsa have a guitar lesson on Fridays? No, she doesn’t. She has a piano lesson. Does Naruto tidy his room on Sundays? No, he doesn’t. He goes to the cinema. 3. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 35 Exs. 3-4 เป็นการบ้าน 2 visits 3 play
255 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการพูดขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของผู้อื่น แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการเขียนขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของตัว การ์ตูนที่ชอบ แบบประเมินการเขียน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ประเมินแผ่นป้ายประกาศ แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการเขียนประโยคตรงตาม ความหมายของภาพ แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 บัตรภาพ/บัตรคำศัพท์ 8.4 อุปกรณ์ทำชิ้นงาน 8.5 อินเทอร์เน็ต
256 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ...................................................................................................................... .................................................... แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
257 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 It’s one o’clock. It’s time for lunch! เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - อ่านออกเสียง สะกดคำ และบอกความหมายของคำศัพท์เกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำเป็นประจำได้ - สนทนาเกี่ยวกับเวลาและกิจกรรมที่ทำเป็นประจำได้ - เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของตนเองได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา
258 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์ โครงสร้างที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาและกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ ช่วยให้สนทนา พูด/เขียน สื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: What time is it? it’s one o’clock. It’s time for lunch! Vocabulary: Days of the week, wake up, get up, go to school, play basketball, o’clock, breakfast, lunch, dinner, break, school, bed Pronunciation: ลงเสียงหนักในคำ (word stress) Function: ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาและกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ 2) Language Skills Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาและกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ 3) Culture: การบอกเวลา 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูทักทายนักเรียนในชั้นโดยพูดว่า Hello. How are you today? ให้นักเรียนพูดทักทายกลับ 2. ทบทวนตัวเลข 1-20 โดยให้นักเรียนนับเลข 1-20 เป็นภาษาอังกฤษพร้อมกัน หรือครูอาจให้นักเรียน ที่นั่งอยู่แถวหน้าเป็นผู้เริ่มนับ 1 ก่อน จากนั้นให้นักเรียนคนถัดไปนับเลขไปเรื่อย ๆ จนถึงคนที่ 20 คนที่ 21 จะเริ่มนับ 1 ใหม่ 3. ทบทวนคำศัพท์ที่ขึ้นต้นและลงท้ายด้วยเสียง /f/ ด้วยบัตรคำ โดยครูชูบัตรคำขึ้นมา แล้วให้นักเรียน ช่วยกันอ่านออกเสียงพร้อมกัน เช่น farmer, farm, fight, fall, food, fruit, feed, family ขั้น Presentation 1. นำเสนอเรื่องการบอกเวลาโดยครูเปิดคลิปวิดีโอหรือเพลงเกี่ยวกับเรื่องเวลาให้นักเรียนดูจากเว็บไซต์ www.youtube.com
259 2. ครูนำนาฬิกาจำลองมาแสดงให้นักเรียนดู และถามว่า What is this? เมื่อได้คำตอบว่า It’s a clock. แล้ว ครูอธิบายว่า การบอกเวลาเป็นชั่วโมงให้ดูที่เข็มสั้น ส่วนนาทีให้ดูที่เข็มยาว จากนั้นครูหมุนเข็มยาวไปที่ เลข 12 และเข็มสั้นของนาฬิกาไปที่เลข 1 ครูถามเวลานักเรียนดังนี้ T: What time is it? S1: It’s one o’clock. ครูเขียนประโยคถาม-ตอบบนกระดาน และอธิบายว่า ในการถามเวลา เรามักจะใช้คำตอบว่า What time is it? หรือ What is the time? ก็ได้ ส่วนในการบอกเวลา ถ้าเป็นเวลาตรงที่ไม่มีเศษนาที เราจะใช้คำว่า o’clock ครูให้นักเรียนออก เสียง o’clock ตามครูหลาย ๆ ครั้ง โดยให้นักเรียนลงเสียงหนักในคำว่า clock ส่วน o ให้ออกเสียงรูป weak form ซึ่งจะ ออกเสียงเป็น /ə/ o’clockออกเสียงเป็น /əˈklɒk/ จากนั้นครูเปลี่ยนตำแหน่งของเข็มสั้นของนาฬิกาจากเลข 1 ไปเป็นเลข 2-12 ตามลำดับ แล้วครูพูดถามเวลา นักเรียน เช่น T: What time is it? S1: It’s two o’clock. ต่อมาครูเปลี่ยนตำแหน่งของเข็มสั้นนาฬิกา โดยไม่เรียงตามลำดับเวลา แล้วสุ่มเรียกให้นักเรียนพูดบอกเวลา ครูสังเกตการ พูดบอกเวลาของนักเรียน โดยถ้ามีนักเรียนที่พูดบอกเวลาไม่คล่อง ให้นักเรียนฝึกพูดกับครูนอกเวลาเรียน เพื่อหาสาเหตุ เพราะนักเรียนอาจจะพูดบอกเวลาไม่ได้ อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น ดูนาฬิกาไม่เป็น หรือจดจำวิธีบอกเลขใน ภาษาอังกฤษไม่ได้ เป็นต้น ครูนำนาฬิกาจำลองมาแสดงอีกครั้ง จากนั้นหมุนเข็มนาฬิกาไปที่เวลา 07:00 น. ครูถามเวลานักเรียน และให้นักเรียนช่วยกันบอกเวลาว่าเรามักจะทำอะไรในเวลาดังกล่าว โดยครูแสดงท่าทางประกอบ เช่น T: Look at the clock. What time is it? Ss: It’s 7 o’clock. T: What do you do at 7 o’clock? (ครูทำท่าทาง กำลังกินข้าว) Ss: We have breakfast. T: Correct. It’s 7 o’clock. It’s time for breakfast. Repeat after me. Ss: It’s 7 o’clock. It’s time for breakfast. ครูเขียนประโยค It’s time for breakfast. บนกระดาน และอธิบายว่า เราสามารถเขียนประโยคได้อีกรูปแบบหนึ่ง คือ It’s time to have breakfast. โดยให้นักเรียนจดจำไว้ว่า For + คำนาม To + คำกริยา
260 ต่อมาครูเปลี่ยนตำแหน่งเข็มสั้นของนาฬิกาไปที่เวลา 10:00, 12:00, 06:00 และ 09:00 ตามลำดับ เพื่อให้นักเรียนฝึกพูด บอกเวลา และโครงสร้าง It’s time for + คำนาม./to +คำกริยา เช่น It’s 3 o’clock. It’s time for break./It’s time to have break. It’s 12 o’clock. It’s time for lunch./It’s time to have lunch. It’s 6 o’clock. It’s time for dinner./It’s time to have dinner. It’s 9 o’clock. It’s time for bed./It’s time to go to bed. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ในภาษาพูด เช่น เพื่อนพูดกับเพื่อนหรือ พูดกับคนในครอบครัว เราสามารถละ It’s ได้ เช่น Time for breakfast/break/lunch/dinner/bed. 3. นำเสนอคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ได้แก่ breakfast (มื้อเช้า), lunch (มื้อกลางวัน), dinner (มื้อเย็น), break (ช่วงพัก), school (โรงเรียน), bed (เตียงนอน) โดยครูเขียนตัวอย่างประโยคบนกระดาน I have breakfast at 7 o’clock. I have lunch at 12 o’clock. We have break between lessons at school. We usually have break at 10 o’clock in the morning and 3 o’clock in the afternoon. I go to school at 6 o’clock. I go to bed at 9 o’clock. ครูอธิบายว่า go to bed มีความหมายว่า เข้านอน จากนั้นครูออกเสียงให้นักเรียนฟังและพูดตามพร้อมกัน หรือทีละคน ครูย้ำให้นักเรียนสังเกต ขณะครูออกเสียง breakfast และ dinner ว่าเน้นหนักที่พยางค์ใด 4. ครูเขียนตารางกิจวัตรประจำวันของเด็กชาย Peter บนกระดาน จากนั้นครูพูดถามเวลาและให้นักเรียน พูดบอกเวลา และกิจกรรมที่ Peter ทำในเวลาต่าง ๆ โดยใช้โครงสร้าง It’s time to … . ตัวอย่างเช่น 07:00 have breakfast 08:00 go to school 10:00 take a break 12:00 have lunch 04:00 go home 07:00 have dinner 09:00 go to bed T: (ชี้ไปที่เวลา 7 นาฬิกา) What time is it? Ss: It’s seven o’clock. It’s time to have breakfast.
261 T: (ชี้ไปที่เวลา 8 นาฬิกา) What time is it? Ss: It’s eight o’clock. It’s time to go to school. T: (ชี้ไปที่เวลา 10 นาฬิกา) What time is it? Ss: It’s ten o’clock. It’s time to have break. 5. ครูลบคำกริยาในตารางบนกระดาน ให้เหลือแต่คำนาม ดังนี้ 07:00 breakfast 08:00 school 10:00 break 12:00 lunch 04:00 home 07:00 dinner 09:00 bed จากนั้นครูพูดถามเวลา และให้นักเรียนพูดบอกเวลาและกิจกรรมอีกครั้ง โดยใช้โครงสร้าง It’s time for … . เช่น T: (ชี้ไปที่เวลา 7 นาฬิกา) What time is it? Ss: It’s seven o’clock. It’s time for breakfast. T: (ชี้ไปที่เวลา 8 นาฬิกา) What time is it? Ss: It’s eight o’clock. It’s time for school. T: (ชี้ไปที่เวลา 10 นาฬิกา) What time is it? Ss: It’s ten o’clock. It’s time for a break. ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 42 Ex. 5 ครูอ่านคำสั่ง What’s the time? Complete. Then listen, point and repeat. จากนั้นครูเปิด CD ให้นักเรียนฟัง 2-3 ครั้ง เพื่อให้นักเรียนเติมคำตอบให้ถูกต้อง เมื่อจบ CD แต่ละครั้ง ครูให้เวลานักเรียนเขียนคำตอบด้วย โดยระหว่างที่ทำนั้น ครูเดินสังเกตการทำงานของนักเรียน It’s three o’clock. It’s four o’clock. It’s five o’clock. It’s six o’clock. It’s seven o’clock. It’s eight o’clock. It’s nine o’clock. It’s ten o’clock.
262 It’s eleven o’clock. It’s twelve o’clock. breakfast, lunch, dinner, break, school, bed 2. หนังสือเรียน หน้า 42 Ex. 6 ครูให้นักเรียนอ่านคำศัพท์ที่ให้มาตามครู แล้วให้นักเรียน 2 คนอ่านตัวอย่าง คำถามและคำตอบที่ให้มา จากนั้นครูให้นักเรียนเขียนเวลาที่นักเรียนทำกิจกรรมที่กำหนดให้ และให้ นักเรียนจับคู่กัน แล้วฝึกพูดถาม-ตอบ ตัวอย่าง S1: What time is it? S2: It’s nine o’clock. It’s time for school. S1: What time is it? S2: It’s twelve o’clock. It’s time for lunch. ขั้น Production 1. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนเขียนบันทึกประจำวันของตนเอง (My diary) โดยเขียนบรรยายกิจกรรม ที่ทำ ณ เวลาต่าง ๆ ใน 1 วัน พร้อมวาดภาพประกอบด้วย เสร็จแล้วครูให้นักเรียนออกมาอ่านบันทึก ประจำวันของตนเองให้เพื่อนฟังหน้าชั้น ตัวอย่าง It’s seven o’clock. It’s time to go to school. It’s eleven o’clock. It’s time for break. It’s one o’clock. It’s time for lunch It’s four o’clock. It’s time to play football. It’s five o’clock. It’s time to wash the dog. etc. 2. ครูถามนักเรียนว่า รู้จักเรื่อง Cinderella หรือไม่ แล้วให้นักเรียนที่รู้จักเล่าเรื่องคร่าว ๆ ให้เพื่อนฟัง จากนั้นครูอธิบายว่า ครูจะเปิดคลิปวิดีโอเรื่อง Cinderella - What time is it? (จาก www.youtube.com) ให้นักเรียนดู ซึ่งเป็นการ์ตูนสั้น ๆ ที่ปรับมาจากเรื่อง Cinderella แต่จะเน้นเรื่องการบอกเวลา เมื่อ นักเรียนดูจบแล้ว ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ซึ่งจะมีตัวละครได้แก่ stepmom (แม่เลี้ยง), stepsister 1 (พี่สาว/น้องสาวต่างมารดา), stepsister 2 (พี่สาว/น้องสาวต่างมารดา), Cinderella (ซินเดอเรลลา), fairy (นางฟ้า), prince (เจ้าชาย) เมื่อนักเรียนแบ่งบทบาทกันเสร็จแล้ว ครูนำบทสนทนาจาก เรื่องดังกล่าวมาแจกให้แต่ละกลุ่ม ซึ่งครูควรเปลี่ยนเวลาในบทสนทนาให้เป็น o’clock ทั้งหมด สุดท้าย ครูให้เวลานักเรียนปรึกษาและฝึกซ้อมกันสั้น ๆ และให้นักเรียนไปฝึกซ้อมต่อนอกเวลาเรียน แล้วนัดหมาย เวลาเพื่อมาแสดงให้ครูดู Cinderella - What time is it? Stepmom: What time is it? Stepsister 1: It’s 12 o’clock. Stepsister 2: Time for lunch. Stepmom: Cinderella, lunch time. Cinderella: Okay. Coming! Stepsister 1: What time is it? Stepsister 2: It’s 5:30. Stepmom: It’s party time.
263 Stepsister 1: Let’s go. Cinderella: Please wait for me. Fairy: Cinderella, close your eyes. Fairy: Open your eyes, please. Cinderella: Wow! Thanks. Fairy: You’re welcome. Party time, Cinderella. Prince: Time for dancing. Cinderella: What time is it? Prince: It’s 11 o’clock Cinderella: Oh, no! It’s late. Good night! Prince: Please wait for me. ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=BBRtA5vQfWg 3. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 36 Exs. 5-6 เป็นการบ้าน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการเขียนบันทึกประจำวัน ของตนเอง (My diary) แบบประเมินการเขียน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่าน เกณฑ์ ประเมินการพูดขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับเวลาและกิจกรรมที่ทำ แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่าน เกณฑ์ ประเมินการแสดงบทสนทนาเรื่อง Cinderella - What time is it? แบบประเมินการแสดงบทบาท สมมติ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่าน เกณฑ์ ตรวจการเลือกคำศัพท์ตรงตาม ความหมายของภาพ แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่าน เกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4
264 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
265 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 What does Jack Michaels do at six o’clock? เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ฟังและเติมคำได้ - พูดและเขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันได้ - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันและเวลาได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
266 การรู้และเข้าใจคำศัพท์ โครงสร้างภาษาและสำนวนที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันและเวลา ช่วยให้สนทนา และพูด/เขียนสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: What does Jack Michaels do at six o’clock? He gets up. Vocabulary: Days of the week, meals, wake up, get up, go to school, play basketball, o’clock, break, school, bed Function: ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันและเวลา 2) Language Skills Listening: ฟังและเติมคำได้ Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันและเวลา 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน How are you today? จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 5-6 คน พูดตอบครูโดยที่ คำตอบของนักเรียนแต่ละคนต้องไม่ซ้ำกัน เช่น T: How are you today? S1: I’m OK. T: How are you today? S2: I’m not fine. etc. 2. ทบทวนการลงเสียงหนักในคำ (word stress) โดยครูเขียนคำศัพท์ต่อไปนี้บนกระดาน breakfast dinner cinema lesson basketball favourite doctor teacher grandfather
267 จากนั้นครูชี้ที่คำศัพท์แต่ละคำและให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู โดยใช้คำสั่งว่า Repeat after me. จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียนอ่านคำศัพท์แต่ละคำ ครูพูดย้ำให้นักเรียนฝึกฝนการลงเสียงหนักในคำที่มี มากกว่า 1 พยางค์ให้ถูกต้อง โดยใช้พจนานุกรมออนไลน์ เช่น Cambridge, Oxford, Longman 3. ทบทวนการเติม -s และ -es หลังคำกริยาที่มีประธานเป็นเอกพจน์โดยเขียนคำศัพท์ต่อไปนี้บนกระดาน swim watch play draw wash listen จากนั้นครูให้นักเรียนช่วยกันพูดบอกว่าคำใดเติม -s และคำใดเติม -es ดังนี้ swims watches plays draws washes listens ครูให้นักเรียนฝึกออกเสียงคำละ 2-3 ครั้ง แล้วครูให้นักเรียนแต่งประโยค Present simple โดยใช้คำศัพท์ บนกระดาน เสร็จแล้วครูขออาสาสมัครออกมาเขียนประโยคที่ตนเองแต่งบนกระดาน เช่น He plays basketball every Saturday. She listens to music on Mondays. 4. ให้เล่นเกม Bingo เกี่ยวกับเวลา โดยครูแจกตารางบิงโกให้นักเรียนคนละ 1 ใบ (ดูใบงานท้ายแผน) ให้ นักเรียนผลัด กันจับฉลากและพูดบอกเวลาที่จับได้ ใครมีเวลาดังกล่าวในตารางบิงโกของตนเองให้ กากบาททับช่องดังกล่าว คนที่กากบาท ทับได้ 3 ช่อง ติดต่อกันก่อนในแนวใดก็ได้ ให้ตะโกนว่า บิงโก ขั้น Presentation 1. ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน I get up at 6 o’clock. I don’t get up at 6 o’clock. He plays football at 4 o’clock. He doesn’t play football at 4 o’clock. จากนั้นให้นักเรียนอ่านทีละประโยคพร้อมกัน แล้วให้นักเรียนช่วยกันสรุปโครงสร้างประโยคบอกเล่า และปฏิเสธบนกระดาน ดังนี้ ประธาน + กริยาช่องที่ 1 (-s, -es). ประธาน + doesn’t/don’t + กริยารูป base form (ช่องที่ 1). ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เราจะใช้ doesn’t เมื่อประธานเป็นเอกพจน์ เช่น He, She, It ส่วนประธานพหูพจน์ รวมทั้ง I และ You เราจะใช้ don’t ต่อมาครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน What time do you get up? I get up at 6 o’clock. What time does he get up? He gets up at 6 o’clock. จากนั้นครูอ่านประโยคดังกล่าวให้นักเรียนอ่านตาม ครูอธิบายว่า ประโยคคำถามเหล่านี้ใช้ถามถึงเวลา ที่เราทำกิจกรรมต่าง ๆ มีโครงสร้างดังนี้ What time does + ประธานเอกพจน์ + กริยารูป base form (ช่องที่ 1)? What time do + ประธานพหูพจน์รวมทั้ง I และ You + กริยารูป base form (ช่องที่ 1)? ส่วนการตอบเราจะใช้โครงสร้าง ประธาน + กริยา (-s, -es) + at + เวลา. ครูย้ำว่าเราจะใช้คำบุทบท at ในการบอกเวลาที่แน่นอน เช่น I get up at 6 o’clock. แต่ถ้าเป็นช่วงเวลา เช่น ช่วงเช้า ช่วงบ่าย ช่วงเย็น เราจะใช้ in เช่น in the morning, in the afternoon, in the evening ยกเว้นช่วงกลางคืน เราจะใช้ at night ครูให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างประโยค แล้วครูเขียนบนกระดาน เช่น We have breakfast in the morning. We play football in the afternoon.
268 We gave dinner in the evening. We sleep at night. 2. ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน What do you do on Saturdays? ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครูพร้อม ๆ กัน และทีละคน จากนั้นครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน T: What do you do on Saturdays? Anne: I tidy my room. ครูเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดาน และให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อม ๆ กัน Anne tidies her room on Saturdays. ต่อมาครูถามนักเรียนอีกครั้งว่า Anne ทำอะไรในวันเสาร์ เพื่อให้นักเรียนฝึกใช้ประธานเอกพจน์ ใน ประโยค Present simple และใช้คำบุพบท on ร่วมกับวัน T: What does Anne do on Saturdays? Ss: She tidies her room on Saturdays. ครูถามคำถามเช่นเดียวกันนี้กับนักเรียนอีกหลาย ๆ คน เสร็จแล้วครูบอกนักเรียนว่า on เป็นคำบุพบท (preposition) ที่ใช้ร่วมกับวัน เช่น Monday, Tuesday และ วันที่ เช่น My birthday is on 20 July. ครูอาจถามคำถามนักเรียนเพิ่มเติม เช่น When is your birthday? 3. ครูเขียนคำ/วลีบ่งบอกเวลาและตารางต่อไปนี้บนกระดาน January afternoon night August 5th December Sunday evening six o’clock 12 o’clock morning Wednesday Tuesdays IN ON AT ครูให้เวลานักเรียนสั้น ๆ เติมข้อมูลลงในตารางให้ถูกต้อง เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน และเขียนเฉลยลงใน ตารางบนกระดาน คำตอบ: IN - January, afternoon, August, evening, morning ON - 5th December, Sunday, Wednesday, Tuesdays AT - night, six o’clock, 12 o’clock 2. on ใช้กับวันในสัปดาห์ วันที่ หรือวันเฉพาะในเทศกาลต่าง ๆ ตัวอย่าง He washes the dog on Mondays. My birthday is on 14th July. 3. at ใช้บอกเวลาตามเข็มนาฬิกา ตัวอย่าง He gets up at 7 o’clock.
269 I have a piano lesson at 3 o’clock. นอกจากนี้ยังใช้กับสำนวน at noon, at night, at midday, at midnight, at lunchtime, at sunrise, at sunset, at present, at the moment, at the same time ตัวอย่าง See you at lunchtime. I don’t play football at night. ที่มา: http://www.pasaangkit.com/การใช้บุพบท-in-on-at-บอกเวลาใน/ ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 43 Ex. 7 ครูอ่านคำสั่ง Read and correct. และอ่านตัวอย่างให้นักเรียนฟัง จากนั้น ครูถามนักเรียนว่า ทำไม don’t ถึงเป็นคำตอบที่ไม่ถูกต้อง เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตอบว่า เพราะประธาน เป็นเอกพจน์ กริยาช่วยต้องเป็น doesn’t ครูให้เวลานักเรียนทำข้อที่เหลือ เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบ จากนักเรียนมาเขียนบนกระดาน เสร็จแล้วเฉลยคำตอบพร้อมกัน 2. หนังสือเรียน หน้า 43 Ex. 8 ครูพูดว่า Look at exercise 8. ให้นักเรียนเติมคำบุพบทบอกเวลา in, on หรือ at ลงในช่องว่างให้ถูกต้อง จากนั้นครูอ่านประโยคแต่ละข้อ ให้นักเรียนพูดตอบปากเปล่า โดยครูเขียน คำตอบที่ถูกต้องบนกระดาน เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนอ่านประโยคที่เติมคำตอบสมบูรณ์ 3. หนังสือเรียน หน้า 43 Ex. 9 ให้นักเรียนดูภาพที่ให้มา และระบุว่าคือกีฬาชนิดใด เมื่อได้คำตอบว่า basketball แล้ว ให้นักเรียนอ่านข้อมูลที่ให้มา ครูชี้ให้เห็นว่า มีบางคำที่นักเรียนออกเสียงไม่ถูกต้อง ซึ่ง ส่งผลต่อการฟังของนักเรียน จากนั้นครูเขียนคำศัพท์ต่อไปนี้บนกระดาน ให้นักเรียนฝึกออกเสียง o’clock ออกเสียง /əˈklɒk/ seven ออกเสียง /ˈsevn/ morning ออกเสียง /ˈmɔːnɪŋ/ evening ออกเสียง /ˈiːvnɪŋ/ breakfast ออกเสียง /ˈbrekfəst/ basketball ออกเสียง /ˈbɑːskɪtbɔːl/ นอกจากนี้ยังมีคำบางคำในประโยค เวลาออกเสียงจะมีเสียงเชื่อมระหว่างคำ เช่น get up gets up swim in swims in ครูให้นักเรียนฝึกออกเสียงเชื่อมระหว่างคำ จากนั้นครูอธิบายภาระงานว่า นักเรียนจะได้ฟังบทสนทนา ระหว่างคน 2 คน โดยมีผู้ชายคนหนึ่งพูดถามคำถาม Jack Michaels ซึ่งคือบุคคลที่นักเรียนเห็นในภาพ ในหนังสือเรียนเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของเขา เมื่อนักเรียนเข้าใจแล้ว ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟัง 1-2 ครั้งและเติมข้อมูลลงในช่องว่าง โดยเขียนคำตอบลงในสมุด เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบจาก นักเรียนมาเขียนบนกระดาน แล้วเฉลยคำตอบ หรือครูอาจเปิด CD อีกครั้ง โดยหยุด CD หลังจบแต่ละ ข้อ เพื่อให้นักเรียนตรวจคำตอบ Weak classes: ครูนำ Audio Script ของ Ex. 9 มาติดบนกระดาน และเปิด CD อีกครั้ง ให้นักเรียนฟัง เพื่อให้นักเรียนรู้สึกว่าเข้าใจในสิ่งที่ตนเองฟังมากขึ้น 4. ครูเขียนคำถามที่อยู่ใน Audio Script บนกระดาน จากนั้นครูถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ Jack Michaels
270 ทำในเวลาต่าง ๆ เช่น T: What does Jack Michaels do at 6 o’clock? Ss: He gets up. T: What does he do at 7 o’clock? Ss: He swims in the pool. T: What does he do at 8 o’clock? Ss: He has breakfast. T: What does he do in the morning? Ss: He goes to the gym. /He visits his friends. T: What does he do in the evening? Ss: He plays basketball. etc. ครูย้ำให้นักเรียนออกเสียงเชื่อมระหว่างคำ และลงเสียงหนักในคำและ intonation ให้ถูกต้อง กิจกรรมเพิ่มเติม หลังจากทบทวนการออกเสียงสูง-ต่ำ (intonation) ในประโยคบอกเล่าและประโยคคำถาม Wh-questions แล้ว ครูถามนักเรียนว่า ในภาษาไทยมีการออกเสียงสูง-ต่ำในประโยคเหล่านี้ หรือไม่ ครูออกเสียงให้นักเรียนเห็นความแตกต่าง I go to school at 8 o’clock. ฉันไปโรงเรียนเวลา 8 นาฬิกา Mary likes eating pizza. แมรีชอบรับประทานพิซซ่า What do you have for breakfast? เธอรับประทานอะไรเป็นอาหารเช้า Why does he go to school late? ทำไมเขาจึงไปโรงเรียนสาย Where do you live? เธออาศัยอยู่ที่ไหน ขั้น Production 1. หนังสือเรียน หน้า 43 หัวข้อ Now ask and answer. ให้นักเรียนจับคู่ ฝึกพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับกิจวัตร ประจำวันของ Jack Michaels แล้วสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คู่ออกมาพูดถาม-ตอบให้เพื่อนฟังอีกครั้ง เช่น S1: What does Jack do at 7 o’clock? S2: He swims in the pool. S1: What does Jack do at 8 o’clock? S2: He has breakfast. S1: What does Jack do in the morning? S2: He goes to the gym or visits his friends. S1: What does Jack do in the evening? S2: He plays basketball. 2. ครูอธิบายว่า ให้จับคู่กัน สนทนาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของตนเอง ครูอาจกำหนดเวลาให้นักเรียน เช่น - 7 o’clock - 3 o’clock - at night - in the morning - 1 o’clock - on Saturdays
271 ให้นักเรียนใช้รูปแบบใน Now ask and answer. หน้า 43 เป็นต้นแบบในการสนทนา ตัวอย่าง S1: What do you do at seven o’clock? S2: I have breakfast. S1: What do you do at eleven o’clock? S2: I have a dance lesson. etc. เสร็จแล้วขออาสาสมัคร 4-5 คู่ ออกมาพูดหน้าชั้น หลังจากนักเรียนพูดจบ 1 คู่ ครูถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่ เพื่อนทำ เช่น T: What does Anne do at 7 o’clock? S: She has breakfast. ครูย้ำให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการเป็นผู้ฟังที่ดี โดยถามว่า ขณะที่พูด ถ้าคนฟังไม่ตั้งใจฟัง จะรู้สึก อย่างไร เรา ควรจะทำอย่างไร เพื่อให้ผู้พูดรู้ว่าเราตั้งใจฟัง เช่น พยักหน้า ตอบรับสั้น ๆ การถามกลับ กิจกรรมเพิ่มเติม แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มและถามว่า What should students do every day? ครูอธิบายคำว่า should แปลว่า ควรทำ จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันระดมสมองบอกสิ่งที่ควรทำเป็นประจำทุกวัน เช่น You should read books every day. You should wear a uniform to school. เสร็จแล้วให้กลุ่มที่เขียน ได้มากที่สุด ส่งตัวแทนออกมาอ่านให้เพื่อนฟัง ครูถามกลุ่มอื่นว่า มีประโยคใดที่เพื่อนยังไม่ได้พูด ให้ ตัวแทนกลุ่มดังกล่าวออกมาอ่านให้เพื่อนฟัง 3. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 37 Exs. 7-9 เป็นการบ้าน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจการตอบคำถามจากการฟัง แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการพูดขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของตนเอง แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้และ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 บัตรภาพ/บัตรคำศัพท์
272 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................. ............................................................. แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ........................................... ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
273 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 Does the bus come on Saturdays? เวลา 2 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ตอบคำถามจากการฟังและอ่านได้ - แสดงบทสนทนาจากเรื่องที่อ่านได้ - อ่านออกเสียงได้ถูกต้องตามหลักการอ่าน - เลือกภาพตรงตามความหมายของประโยคที่อ่านได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/1 พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ต 1.2 ป.4/3 พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ ง่าย ๆ สาระที่ 2 ภาษากับวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/1 พูดและทำท่าประกอบอย่างสุภาพ ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา
274 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจความหมายของคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน สำนวนภาษาและโครงสร้างภาษา ช่วยให้ตอบคำถาม จากการอ่านและฟัง รวมทั้งใช้พูดสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: Does the bus come on Saturdays? He doesn’t go to school on Saturdays. I get up at six o’clock every morning. I swim in the pool and I have a shower. Then I have breakfast. Vocabulary: Days of the week, meals, wake up, get up, go to school, play basketball, o’clock, break, school, bed 2) Language Skills Listening: ตอบคำถามจากการฟัง Speaking: แสดงบทสนทนา Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน 3) Culture: คำนำหน้าชื่อ Mr, Miss, Ms และ Mrs 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูทักทายนักเรียนตามช่วงเวลา เช่น Good morning/Good afternoon. และให้นักเรียนทักทายกลับ จากนั้นครูพูดบอกเวลาต่าง ๆ และให้นักเรียนทักทายอีกครั้ง เช่น T: It’s five o’clock in the evening. Ss: Good evening. etc. 2. ทบทวนประโยคที่ใช้ขอความช่วยเหลือ โดยจำลองสถานการณ์ว่า ครูทำหนังสือหล่นจากโต๊ะ ต้องการ ให้นักเรียนช่วยเก็บโดยพูดว่า Can you help me, please? เมื่อนักเรียนช่วยครูเก็บหนังสือแล้ว ครูอธิบาย ว่า ในการตอบรับ นักเรียนสามารถตอบว่า Yes. หรือ Sure. ก็ได้ ส่วนถ้าปฏิเสธให้นักเรียนตอบว่า Sorry, I can’t. จากนั้นครูสุ่มขอความช่วยเหลือนักเรียน 3-4 คน เช่น
275 T: Can you help me, please? S: Yes. T: Can you help me, please? S: Sorry, I can’t. etc. 3. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน เช่น eat, sleep, study, breakfast, lunch, dinner โดยให้ นักเรียนเล่นเกม Spelling Bee โดยครูอธิบายกติกาการเล่นเกมว่า ครูจะเป็นพูดคำศัพท์ 2-3 ครั้ง ให้ นักเรียนสะกดคำศัพท์ลงในกระดาษแล้วยกขึ้นให้ครูตรวจความถูกต้อง ถ้านักเรียนสะกดคำผิดจะถูก คัดออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียว 4. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับอาหาร เช่น sausage, egg, pizza, bread, salad, chicken, fish, milk, cake, orange, banana ด้วยการเล่นเกม Bingo โดยให้นักเรียนทำตาราง 9 ช่อง แล้วให้นักเรียนเขียนชื่ออาหารที่เรียน มาแล้วลงไปในแต่ละช่อง จากนั้นครูพูดชื่ออาหาร ใครที่มีชื่ออาหารดังกล่าวในตารางบิงโกของตนเอง ให้กากบาททับช่องดังกล่าว นักเรียนที่กากบาททับได้ 3 ช่องติดต่อกันในแนวใดก็ได้ ให้ตะโกนว่า บิงโก 5. ให้นักเรียนจับคู่ ผลัดกันถาม-ตอบเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันที่เพื่อนทำในแต่ละวัน เช่น S1: What do you do on Saturdays? S2: I watch TV. etc. 6. นำเข้าสู่บทเรียนโดยให้นักเรียนเปิดดูภาพประกอบในหนังสือเรียน หน้า 44 แล้วพูดว่า Look at the pictures. Who are they? (Oscar, Oscar’s mum, Oscar’s sister and Tom) Where are they? (They are at home.) ขั้น Presentation 1. ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน Do you want pizza? จากนั้นอ่านออกเสียงและให้นักเรียนอ่าน ออกเสียง ตามพร้อมกัน ให้นักเรียน 1 คน พูดตอบคำถาม เช่น T: Do you want pizza? (ครูแสดงบัตรภาพหน้ายิ้ม) Anne: Yes, please. T: Do you want burgers? (ครูแสดงบัตรภาพหน้าบึ้ง) Anne: No, thank you. ครูเขียนประโยคนี้บนกระดาน ให้นักเรียนฝึกอ่านตาม Anne wants pizza, but she doesn’t want burgers. ต่อมาครูถามนักเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่ Anne ต้องการอีกครั้ง T: Does Anne want pizza? Ss: Yes, she does. T: Does Anne want burgers? Ss: No, she doesn’t. ให้นักเรียนช่วยกันอธิบายการใช้ do และ does ในประโยคคำถามและปฏิเสธของ Present simple กิจกรรมเพิ่มเติม
276 ครูเปิดคลิปชื่อ What Do You Want? - Simple Skits จาก https://www.youtube.com/watch?v=_ISGxmJYliU ให้นักเรียนดูและฝึกพูดตาม โดยครูสามารถกดปุ่มเพื่อแสดง subtitles ได้ ซึ่งอยู่ด้านซ้ายของปุ่ม setting หรือปุ่มแสดง script ของคลิปนี้ได้ในปุ่มหัวข้อ More และเลือกหัวข้อ Transcript ครูอาจให้ นักเรียนฝึกฝนด้วยตนเองเพิ่มเติมที่บ้าน 2. ครูอธิบายวิธีการตอบรับและปฏิเสธอย่างสุภาพ เมื่อมีคนเสนอสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เรา หากเราตอบรับ จะพูดว่า Yes, please. หากปฏิเสธเราจะพูดว่า No, thank you. หรือ No, thanks. แทน เช่น A: Do you want chicken? B: Yes, please. A: Do you want ice cream? B: No, thank you. A: Do you want something to eat? B: Yes, please. I want salad and some pizza. ครูย้ำความสำคัญของ Thank you. ว่าเป็นประโยคที่แสดงความสุภาพและถือเป็นมารยาทที่นักเรียน ควรทำเป็นนิสัย 3. ครูอธิบายคำศัพท์ในเนื้อเรื่อง ได้แก่ point (แต้ม/คะแนน), late (สาย), wake up (ตื่นได้แล้ว) จากนั้นครู ทบทวนความหมายของสำนวน wake up ว่าหมายถึง ลืมตาตื่นนอน ต่อมาครูอธิบายว่า late เป็นได้ทั้ง คำคุณศัพท์และคำกริยาวิเศษณ์ จากนั้นครูช่วยยกตัวอย่างประโยค late (adj) = after the planned, expected, usual, or necessary time ตัวอย่าง This train is always late. late (adv) = after the arranged or expected time ตัวอย่าง Ellen has to work late tonight. ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 44 Ex. 10 ครูสั่งนักเรียนว่า Close your book. แล้วอ่านคำถาม What day is it? แล้ว เขียนตัวเลือกทั้ง 3 ข้อบนกระดาน จากนั้นครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและเลือกคำตอบให้ถูกต้อง เสร็จแล้วครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียนและอ่านเนื้อเรื่องอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำตอบ ครูรวบรวม คำตอบจากนักเรียนแล้วเปิด CD ให้นักเรียนฟังและอ่านเนื้อเรื่องตามไปด้วยในใจ เพื่อตรวจคำตอบ ครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้องอีกครั้งบนกระดาน 2. หนังสือเรียน หน้า 45 Ex. 11 ครูอ่านคำสั่งให้นักเรียนฟัง จากนั้นให้นักเรียนกลับไปอ่านเนื้อเรื่อง อีกครั้ง โดยครูกำหนดเวลาสั้น ๆ เพื่อให้นักเรียนฝึกอ่านเนื้อเรื่องอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำตอบ เสร็จแล้ว ครูถามว่า คำพูดในแต่ละข้อปรากฏอยู่ในภาพใดบ้าง ให้นักเรียนยกมือตอบ ครูเขียนคำตอบบนกระดาน 3. ครูเขียน Mr, Mrs, Miss และ Ms บนกระดาน จากนั้นครูอธิบายว่า คำเหล่านี้เป็นคำนำหน้าชื่อเพื่อบอก เพศ หรือสถานะสมรส ดังนี้ Mr = นาย Miss = นางสาว Mrs = นาง (ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว)
277 Ms = ใช้นำหน้าชื่อผู้หญิงทั่วไปที่เราไม่แน่ใจว่าเป็นสาวโสดหรือแต่งงานแล้ว โดยคำนำหน้าชื่อเหล่านี้จะอยู่หน้าชื่อและนามสกุล เช่น Mr Ryan Reynolds, Miss Miley Cyrus ถ้าหากเป็นคนที่เราเพิ่ง รู้จัก อาทิ พ่อแม่เพื่อนที่เราเพิ่งรู้จัก เราจะใช้คำนำหน้าชื่อกับนามสกุลอย่างเดียว เช่น Mr Atkinson, Mrs Spears, Miss Watson 4. ครูเปิด CD อีกครั้ง และหยุด CD เมื่อจบเนื้อเรื่องในแต่ละภาพ เพื่อให้นักเรียนฝึกอ่านออกเสียงตาม CD ครูย้ำให้นักเรียนออกเสียงสูง-ต่ำตามต้นแบบที่ได้ฟัง 5. ครูให้นักเรียนทำงานคู่ โดยครูถ่ายเอกสารเนื้อเรื่องในหนังสือเรียน หน้า 44-45 และตัดออกตามกรอบ แล้วแจกให้นักเรียนคู่ละ 1 กรอบ ครูให้แต่ละคู่ไปฝึกพูดจนคล่อง โดยห้ามดูบท ตัวอย่าง S1: Wake up, Oscar! It’s time to get up! S2: Oh, no! I’m late! ครูเปิด CD อีกครั้ง และหยุด CD ให้นักเรียนฟังหลังจบแต่ละกรอบ ให้นักเรียนที่ได้ข้อความในกรอบ ฝึกอ่านออกเสียงตาม CD พร้อมกัน เสร็จแล้วให้เวลาแต่ละคู่ฝึกซ้อมด้วยตนเอง ครูย้ำให้แสดงสีหน้า และท่าทาง ประกอบการพูดของตนเองด้วย ขั้น Production 1. ครูให้นักเรียนแต่ละคู่ที่ได้เนื้อหาเรียงต่อกัน ออกมาแสดงทีละกลุ่ม 2. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน จากนั้นครูแจก Story Cutouts ซึ่งถ่ายเอกสารมาจาก แบบฝึกหัด หน้า 81 ให้แต่ละกลุ่มแบ่งบทบาทกันเป็นตัวละครในเรื่องนี้ และฝึกพูดประโยคจากภาพ ใน Story Cutouts จนคล่อง เมื่อนักเรียนฝึกพูดจนคล่องแล้ว ให้แต่ละกลุ่มออกมาพูดและแสดงท่าทาง ประกอบที่หน้าชั้น โดยที่ไม่ดูข้อความในหนังสือเรียน Weak classes: ระหว่างที่นักเรียนพูดบทพูดของตนเอง นักเรียนคนอื่นอาจช่วยบอกบทได้ 3. ให้นักเรียนฝึกอ่านเนื้อเรื่องในหนังสือเรียน หน้า 44-45 ด้วยตนเอง และอ่านให้ครูฟังนอกเวลาเรียน 4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 38 Exs. 10-12 เป็นการบ้าน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ตอบคำถามจากการอ่าน แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจการจับคู่ประโยคกับรูปภาพ แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการแสดงบทสนทนา แบบประเมินการแสดงบท สนทนา ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์
278 ประเมินการพูดสื่อสาร แบบประเมินความสามารถ ในการพูดสื่อสาร ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้านใฝ่เรียนรู้และ มุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 บัตรคำศัพท์ 8.5 บัตรภาพ Story Cutouts 8.6 อินเทอร์เน็ต
279 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข .................................................................................................................................................................. ...... ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
280 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 My day! เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่านได้ - พูดบรรยายกิจวัตรประจำวันของนักร้องที่ชื่นชอบได้ - เขียนบรรยายเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของตนเองได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดยการพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์ โครงสร้างที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาและกิจวัตรประจำวัน ช่วยให้เข้าใจเรื่องที่อ่าน และพูด/ เขียนสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: She gets up at seven o’clock every morning. She has breakfast at eight o’clock. At four o’clock she plays the piano and she sings. Vocabulary: Days of the week, meals, wake up, get up, go to school, play basketball, o’clock, break, school, bed, favourite, singer, theatre Function: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน 2) Language Skills Speaking: พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของนักร้องที่ชื่นชอบ
281 Listening: ตอบคำถามจากการฟัง Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน Writing: เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของตนเอง 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warn Up 1. ครูให้นักเรียนเล่นเกม Bingo เพื่อทบทวนการบอกเวลา โดยครูให้นักเรียนวาดตาราง 9 ช่อง ลงในสมุด จากนั้นวาดนาฬิกาเวลาต่าง ๆ ลงในแต่ละช่อง ครูอธิบายวิธีการเล่นเกมว่า ครูจะพูดบอกเวลา ให้ นักเรียนวงนาฬิกาที่นักเรียนได้ยิน คนที่วงได้ครบ 3 ช่องติดกันในแนวใดก็ได้ก่อน ให้พูดว่า บิงโก และเป็นผู้ชนะ 2. ทบทวนการอ่านออกเสียงคำกริยาที่เติม s โดยครูเขียนคำศัพท์บนกระดาน แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียง พร้อม ๆ กัน ขั้น Presentation 1. ครูนำรูปนักแสดงหรือนักร้องที่มีชื่อเสียงมาติดบนกระดาน จากนั้นครูเขียนตารางกิจวัตรประจำวันของ บุคคล ดังกล่าวบนกระดาน เช่น 07:00 get up 08:00 have breakfast 09:00 walk the dog 10:00 have singing lessons 12.00 have lunch 01:00 have dance lessons 03:00 go home
282 05:00 watch TV 06:00 have dinner 07:00 take a shower 08:00 watch a film 10:00 go to bed จากนั้นครูพูดถามเวลาที่นักแสดงหรือนักร้องคนดังกล่าวทำกิจกรรมในเวลานั้น เช่น What does she do at 7 o’clock? She gets up. ครูทำกิจกรรมเช่นนี้ไปจนครบทุกกิจกรรมในตารางบนกระดาน เสร็จแล้วครูเปลี่ยนเป็นการถามเวลา บ้าง เช่น What time does she get up? She gets up at 7 o’clock. เสร็จแล้วให้นักเรียนจับคู่กัน พูดถาม-ตอบโดยใช้ข้อมูลจากตารางบนกระดาน ครูกำหนดให้นักเรียน ถามเกี่ยวกับเวลา 3 คำถามและถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำในเวลานั้นอีก 3 คำถาม เช่น S1: What time does she have breakfast? S2: She has breakfast at 8 o’clock. S1: What time does she have singing lessons? S2: She has singing lessons at 10 o’clock. S1: What time does she watch TV? S2: She watches TV at 5 o’clock. S1: What does she do at 9 o’clock? S2: She walks the dog. S1: What does she do at 7 o’clock? S2: She takes a shower. S1: What does she do at 8 o’clock? S2: She watches a film. เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คู่ พูดให้เพื่อนฟังอีกครั้ง 2. นำเสนอวลีได้แก่ play the piano (เล่นเปียโน), go to the theatre (ไปดูหนัง), go to bed (เข้านอน) โดย ครูเขียนวลีบนกระดานแล้วให้นักเรียนช่วยกันเดาความหมาย ต่อมาครูสอนนักเรียนลงเสียงหนักในคำ ที่มีมากกว่า 1 พยางค์ ดังนี้ piano theatre ขั้น Practice
283 1. หนังสือเรียน หน้า 46 Ex. 12 ให้นักเรียนปิดบทอ่านด้านซ้าย และครูอธิบายว่า นักเรียนจะได้ฟัง เรื่องราวในชีวิต 1 วัน ของนักร้องที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Helen Sanders จากนั้นครูเปิด CD ให้ นักเรียนฟังและจับคู่นาฬิกากับประโยค ที่ให้มา ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียนมาเขียนบนกระดาน เสร็จแล้วให้นักเรียนอ่านบทอ่านด้านซ้ายอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจ คำตอบ ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน และเฉลยคำตอบที่ถูกต้องบนกระดาน ครูถามนักเรียนว่า 2. ครูถามคำถามเกี่ยวกับเวลาที่ Helen ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น T: What time does Helen Sanders get up? Ss: She gets up at 7 o’clock. จากนั้นให้นักเรียนจับคู่กัน ฝึกพูดถาม-ตอบ 3. ครูเปิด CD ให้นักเรียนอ่านเนื้อเรื่องตาม CD อีกครั้ง จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 2-3 คน อ่านเนื้อเรื่อง คนละ 2-3 บรรทัด ขั้น Production 1. หนังสือเรียน หน้า 46 Ex. 13 ให้นักเรียนนำภาพนักร้องที่นักเรียนชื่นชอบที่นักเรียนเตรียมมาจากบ้าน มาแสดง จากนั้นครูถามนักเรียนว่า Who is your favourite singer? ครูให้นักเรียนแสดงภาพและพูด แนะนำนักร้องที่นักเรียนชื่นชอบด้วยประโยค My favourite singer is … . ต่อมาครูอ่านประโยคใน กรอบคำพูดและให้นักเรียนอ่านตาม แล้วให้นักเรียนเขียนบรรยายกิจวัตรประจำวันของนักร้องที่ตนเอง นำมา ครูบอกว่า ให้นักเรียนสมมติข้อมูลขึ้นมาก็ได้ เสร็จแล้วครูให้นักเรียนตรวจทานความถูกต้อง ทั้งเรื่องตัวสะกด ไวยากรณ์ และเครื่องหมายวรรคตอน แล้วจับคู่กับเพื่อน ผลัดกันพูดบรรยายให้เพื่อน ฟัง สุดท้ายครูขออาสาสมัครออกมาพูดนำเสนอหน้าชั้น ก่อนพูดครูแนะนำให้นักเรียนกล่าวทักทาย เพื่อนในชั้น เช่น Hi. หรือ Hello, everyone. Advanced Classes: ครูเปิดคลิปวิดีโอชื่อ This is Britain food จากเว็บไซต์ต่อไปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=aKbIilKwJwg จากนั้นครูถามคำถามและให้นักเรียนช่วยกันตอบ เช่น What time do they have lunch? What do they eat? What day do they go to the supermarket? 2. หนังสือเรียน หน้า 51 หัวข้อ Portfolio ครูให้นักเรียนดูภาพ แล้วถามนักเรียนเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน เพื่อเป็นแนวทางในการเขียนเรียงความ เช่น T: What time do you get up? S1: I get up at 6 o’clock. T: What time do you have a shower? S1: I take a shower at 7 o’clock? T: What time do you have breakfast? S1: I have breakfast at 7 o’clock. T: What time do you go to school?
284 S1: I go to school at 8 o’clock. ให้นักเรียนพูดตอบและเขียนข้อมูลลงในสมุด จากนั้นครูอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนเขียนกิจวัตร ประจำวันของตนเอง โดยใช้คำตอบที่ตนเองจดไว้ พร้อมทั้งวาดภาพประกอบให้สวยงาม เสร็จแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมารายงานคำตอบให้เพื่อนฟัง (ตัวอย่าง) I get up at six o’clock. I take a shower and I have breakfast at seven o’clock. I go to school at eight o’clock. At twelve o’clock I have lunch. At three o’clock school finishes and I go home. I do my homework at five o’clock and then I play games on my computer. At eight o’clock I have dinner. I go to bed at ten o’clock. 3. ให้นักเรียนไปทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 39 Ex. 13 เป็นการบ้าน 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการเขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับ กิจวัตรประจำวันของตนเอง แบบประเมินการเขียน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการตอบคำถามจากการอ่าน แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตร ประจำวันของนักร้องที่ชื่นชอบ ประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมที่บ่งชี้ด้าน ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 ภาพนักแสดงหรือศิลปินที่มีชื่อเสียง 8.5 อินเทอร์เน็ต
285 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
286 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 Let’s sing! เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันได้ - พูดแสดงความต้องการได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคำ สะกดคำ อ่านกลุ่มคำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูด เข้าจังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และ แสดงความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ต 1.2 ป.4/3 พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ ง่าย ๆ ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะกับวัย มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง ตัวชี้วัด ต 2.2 ป.4/1 บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคมโลก
287 ตัวชี้วัด ต 4.2 ป.4/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจความหมายของคำศัพท์ สำนวนและโครงสร้างที่ใช้ในการขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันและ ความต้องการ ช่วยให้พูด/เขียนสื่อสาร เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และใช้ภาษาใน การสืบค้นและรวบรวมข้อมูลได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: This is the time I go to school, it’s eight o’clock in the morning. What do you do on Monday? I play the piano. Vocabulary: Days of the week, meals, wake up, get up, go to school, play basketball, o’clock, break, school, bed, favourite, singer, theatre Pronunciation: ออกเสียงคำที่มี sh ประกอบ Function: ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตประจำวันและความต้องการ 2) Language Skills Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมและความต้องการ Writing: เขียนนำเสนอผลการสำรวจ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร - ทักษะการสำรวจค้นหา - ทักษะการรวบรวมข้อมูล 4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน Good morning. How are you doing? จากนั้นสุ่มเรียกนักเรียน 5-6 คน พูดตอบ โดยใช้คำตอบที่ต่างกัน เช่น
288 T: How are you doing? S1: I’m great. T: How are you doing? S2: I’m not OK. etc. 2. ทบทวนการแนะนำตนเอง โดยครูเขียนคำถามต่อไปนี้บนกระดาน - What’s your name? - How old are you? - Where do you live? จากนั้นครูขออาสาสมัครออกมายืนหน้าชั้น 1 คน เพื่อตอบคำถามดังกล่าว เช่น T: What’s your name? S1: My name is Somchart Rakthai. T: How old are you? S1: I’m nine years old. T: Where do you live? S1: I live in Nontaburi. เสร็จแล้วครูให้นักเรียนแต่งประโยคแนะนำตนเองโดยใช้คำถามบนกระดานเป็นแนวทาง เมื่อ นักเรียนฝึกพูดจน คล่องแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 5-6 คน ออกมาพูดแนะนำตนเองหน้าชั้น โดยก่อน พูดแนะนำตนเอง ครูกระตุ้นให้นักเรียน กล่าวทักทายเพื่อนในชั้นด้วย เช่น Good afternoon, everyone. My name is Thongchai Rattanabundit. I am ten years old. I live in Bangkok. 3. ทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับเวลาและกิจวัตรประจำวัน เช่น breakfast, lunch, dinner, break, basketball, singer, theatre ด้วยการเล่นเกม Invisible Man โดยครูแบ่งนักเรียนเป็น 2 ทีม ครูเลือกคำศัพท์มาครั้งละ 1 คำ แล้วขีดเส้นตามจำนวนตัวอักษรของคำศัพท์แต่ละคำนั้น เช่น คำว่า breakfast ครูขีด 9 ขีด ดังนี้ __ __ __ __ __ __ __ __ __ จากนั้นครูวาดภาพคนอย่างง่ายบนกระดาน 2 ภาพ เพื่อเป็นตัวแทนของ แต่ละทีมโดยประกอบด้วยหัว ตัว แขนซ้าย แขนขวา ขาซ้ายและขาขวา แล้วให้นักเรียนแต่ละทีมผลัดกัน ทายตัวอักษร ถ้าทายถูกครูจะลบอวัยวะออก 1 ส่วน ทีมใดที่ครูลบอวัยวะออกหมดก่อนเป็นทีมที่ชนะ 4. ทบทวนโครงสร้างที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำในวันต่าง ๆ ของสัปดาห์ โดยครูสุ่มเรียก นักเรียน 1 คน ออกมาตอบคำถามครูที่หน้าชั้น เช่น T: Ken, what do you do on Sundays? S1: I watch TV with my brother. T: What time do you watch TV? S2: I watch TV at seven o’clock. เสร็จแล้วครูให้นักเรียนคนที่ออกมายืนหน้าชั้นถามคำถามเพื่อน เช่น S1: Anne, what do you do on Saturdays? S2: I go to the cinema.
289 S1: What time do you go to the cinema? S2: I go to the cinema at five o’clock. 5. ทบทวนการใช้ in the morning, in the afternoon, in the evening, at night โดยครูพูดถาม-ตอบกับ นักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ เช่น T: What do you do in the morning? S1: I have breakfast and have piano lessons. T: What do you do in the evening? S1: I have dinner and watch TV. ขั้น Presentation 1. ครูเขียนคำต่อไปนี้บนกระดาน ship sheep shower shark shirt fish dish wash brush finish ครูอธิบายว่า เสียงตัวอักษร sh ในคำเหล่านี้ออกเสียงเป็น /ʃ/ โดยครูออกเสียงให้นักเรียนฟัง แล้วให้ นักเรียนทำตาม ด้วยการห่อริมฝีปากยื่นออกไปแล้วทำเสียง Shhhhhh เหมือนเวลาที่เราต้องการให้คนอื่น เงียบ ครูออกเสียงให้นักเรียนฟังอีกครั้งและให้นักเรียนฝึกออกเสียงด้วยตนเองจนคล่อง เสร็จแล้วครู สุ่มเรียกนักเรียน 5-6 คน อ่านออกเสียงคำศัพท์ให้เพื่อนในชั้นฟัง ครูถามนักเรียนว่า เสียงนี้มีใน ภาษาไทยหรือไม่ ถ้านักเรียนบอกเสียง /ช/ ครูออกเสียงให้นักเรียนฟังและสังเกตริมฝีปากครูระหว่าง เสียง /ช/ และ /ʃ/ เช่น ช้าง ship เชิด shirt 2. ครูนำบัตรภาพอาหารที่นักเรียนเคยเรียนมาแล้วมาแสดงทีละภาพ เช่น fish, salad, pizza, burger, chicken, rice, sausage, egg, bread, milk ครูอาจสอนคำศัพท์เพิ่มเติม เช่น noodles (ก๋วยเตี๋ยว) แล้วให้ นักเรียนบอกคำศัพท์ จากนั้นครูสนทนากับนักเรียน 1 คน เกี่ยวกับอาหารที่ต้องการรับประทานในมื้อ ที่กำหนด เช่น T: What do you want for breakfast? S1: I want milk and bread, please. T: What do you want for lunch? S: I want noodles. T: What do you want for dinner? S: I want rice and chicken. ครูถามนักเรียนว่า want มีความหมายว่าอย่างไร (ต้องการ) จากนั้นครูสุ่มถามนักเรียนหลาย ๆ คน พูดบอกอาหารที่ต้องการรับประทาน เสร็จแล้วครูให้นักเรียนจับคู่ฝึกพูดถาม-ตอบกัน ครูเดินสังเกต เพื่อให้คำแนะนำที่จำเป็น https://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/flashcards/food-flashcards ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 47 หัวข้อ Sound Spot ครูเขียนประโยค A big fish is in the dish. บนกระดาน ครูนำ
290 นักเรียนอ่านประโยคพร้อมกัน 1 ครั้ง จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียน 6-7 คน อ่านประโยคบนกระดาน ครูสังเกตว่านักเรียนออกเสียงคำที่ประกอบด้วย sh ถูกต้องหรือไม่แล้วครูเปิด CD เสียง /ʃ/ ให้นักเรียน ฟังและฝึกออกเสียงตามหลาย ๆ ครั้ง A big fish is in the dish. กิจกรรมเพิ่มเติม ครูให้นักเรียนฝึกออกเสียงคำศัพท์ที่มี sh ประกอบเพิ่มเติม โดยเขียนประโยคบนกระดาน She shops for a shirt. She shops for a dish. She shops for a brush. She shops for sheep. ครูอธิบายความหมายของ shop for ว่าหมายถึง ไปซื้อของ กิจกรรมเพิ่มเติม ครูเปิดคลิปวิดีโอให้นักเรียนฝึกร้องเพลงเกี่ยวกับคำศัพท์ที่มี sh ประกอบจากเว็บไซต์ https://www.youtube.com/watch?v=HfMtsRVZWfE หรือให้นักเรียนฝึกร้องด้วยตนเอง โดยครูบอกคำสำคัญ เช่น sh sound หรือชื่อคลิป Digraphs | Let's Learn About the Digraph sh | Phonics Song for Kids | Jack Hartmann ให้นักเรียนเข้าไปเปิดดูด้วยตนเองที่ www.youtube.com 2. หนังสือเรียน หน้า 48 Ex. 15 ครูให้นักเรียนดูภาพประกอบในหนังสือเรียน แล้วพูดบอกนักเรียนว่า Look at Tom! What does he do at 8 o’clock? จนได้คำตอบว่า He goes to school. ครูทำกิจกรรม เช่นเดียวกันนี้กับตัวละครอื่น ๆ ด้วย 3. ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและอ่านเนื้อเพลงตาม 1 รอบ จากนั้นครูเปิด CD อีกครั้ง เพื่อให้นักเรียนฝึก ร้องตามเป็นจังหวะพร้อมกัน หรือปรบมือเข้าจังหวะเพื่อความสนุกสนาน 4. หนังสือเรียน หน้า 48 Ex. 16 ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม จากนั้นครูอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียน แต่งเพลงเกี่ยวกับกิจกรรมที่นักเรียนทำในแต่ละช่วงเวลา โดยใช้เนื้อเพลงใน Ex. 15 เป็นตัวอย่าง เสร็จแล้วครูให้นักเรียนซ้อมร้องเพลงจนคล่อง แล้วออกมายืนร้องเพลงให้เพื่อนฟังที่หน้าชั้น 5. ครูบอกนักเรียนทั้ง 4 กลุ่มเดิมว่า ครูจะมอบหมายเนื้อเพลงในหนังสือเรียน หน้า 48 Ex. 15 แต่ละท่อน ให้แต่ละกลุ่มไปฝึกร้องจนคล่อง จากนั้นครูเปิด CD โดยก่อนเล่น CD ครูบอกนักเรียนว่า เมื่อเพลงถึง ท่อนของกลุ่มใด ให้นักเรียนกลุ่มนั้นร้องท่อนของกลุ่มตนเอง 6. หนังสือเรียน หน้า 47 Ex. 14 ครูอ่านคำสั่ง Listen. Play the game. และอ่านวลีในกรอบให้นักเรียนฟัง จากนั้นครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและอ่านตาม แล้วครูแบ่งนักเรียนเป็น 2 ทีมเพื่อเล่นเกมทายกิจวัตร ประจำวัน โดยก่อนเริ่มเล่นเกมครูทบทวนประโยคที่ใช้ในการเล่นเกม เช่น Start. It’s your turn. My turn. จากนั้นครูอธิบายกติกาการเล่นเกมว่า ให้แต่ละทีมเลือกวันมา 1 วัน แล้วให้นักเรียนถามครู โดยใช้โครงสร้าง Do you…? ครูเขียนคำตอบไว้ในกระดาษ เมื่อมีนักเรียนตอบถูก ครูแสดงกระดาษให้
291 นักเรียนดู ทีมที่ทายถูกได้ 1 คะแนน ทีมที่ได้คะแนนสูงสุดเป็นทีมที่ชนะ ตัวอย่าง T: Which day do you want? Team A: Friday. T: What do I do on Fridays? Team A: Do you watch TV? T: No, I don’t. Team A: Do you go to the cinema? T: Yes, I do. Team A: What time do you go to the cinema? T: At 7 o’clock. A: What do you do on Monday? B: I play the piano. A: What time do you play the piano? B: At four o’clock. ครูเขียนคำถาม What do you want to do? บนกระดาน ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู 2-3 ครั้ง ครูถามว่า คำถามนี้หมายความว่าอย่างไร (คุณต้องการจะทำอะไร) จากนั้นครูสุ่มเรียกนักเรียนหลาย ๆ คน พูดตอบคำถามนี้ โดยใช้โครงสร้าง I want to + คำกริยา. ครูแนะนำให้นักเรียนใช้วลีในหนังสือเรียน หน้า 47 Ex. 14 หรือวลีอื่น ๆ ที่นักเรียนเคยได้เรียนมา เช่น ride a bike, walk the dog, wash the dog, go to the park, eat pizza, listen to music ครูย้ำว่า หลัง to จะต้องตามด้วยคำกริยา T: What do you want to do? S1: I want to play the piano. จากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่ฝึกพูดถาม-ตอบเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการทำ ขั้น Production 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6-8 คน ให้นักเรียนสำรวจกิจกรรมที่สมาชิกในกลุ่มต้องการทำ โดยถาม คำถาม What do you want to do? ครูให้เวลาแต่ละกลุ่มเลือกกิจกรรมมากลุ่มละ 6 ชนิด เพื่อเป็นตัวเลือก ให้สมาชิกเลือกตอบ จากนั้นให้หัวหน้ากลุ่มถามคำถามและเลขากลุ่มบันทึกคำตอบ แล้วสมาชิกในกลุ่ม ช่วยกันทำแผนภูมิแท่ง เพื่อนำเสนอข้อมูลและเขียนบรรยายผลการสำรวจ โดยครูเขียนตัวอย่างและ อธิบายวิธีการทำแผนภูมิแท่งแบบง่าย ๆ ให้นักเรียนดูดังนี้
292 5 Anne Alex Kevin Jay Mick Jessica 4 3 2 1 ride a bike watch TV go to the cinema play football play basketball go swimming (ตัวอย่าง) 5 Preecha Nalinee Kwanjai Araya Sompong Lada Weerachai Thana 4 3 2 1 ride a bike watch TV go to the cinema play football play basketball go swimming In our group, three people want to play basketball. Two people want to ride a bike. Two people want to watch TV. Only one person wants to play football. No one wants to go swimming and go to the cinema. 2. ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนทำงานกลุ่ม ค้นคว้าข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับคำที่มี sh ประกอบ มากลุ่มละ 10 คำ โดย ให้นักเรียนจัดเรียงลำดับคำตามตัวอักษร จากนั้นทำโปสเตอร์ พร้อมตกแต่งให้ สวยงาม เสร็จแล้วให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาพูดนำเสนอคำศัพท์ของกลุ่มตนเองที่หน้าชั้น 3. ให้นักเรียนทำกิจกรรมในแบบฝึกหัด หน้า 40 Ex. 14 เป็นการบ้าน 2 a 3 d 4 b
293 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินชิ้นงานการสำรวจความ ต้องการ แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ประเมินชิ้นงานโปสเตอร์คำศัพท์ ที่มี sh ประกอบ แบบประเมินชิ้นงาน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด (Workbook) ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ สังเกตการออกเสียงคำศัพท์ แบบประเมินการออกเสียง ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมบ่งชี้ด้าน ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียน EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.2 แบบฝึกหัด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.3 Class Audio CD ประกอบสื่อฯ ชุด EXTRA and Friends 4 ป. 4 8.4 อุปกรณ์ทำโปสเตอร์ 8.5 อินเทอร์เน็ต
294 บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำน วน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ............................................. แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุประวีณ์ สีหอมกลิ่น) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ
295 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 School days! เวลา 1 ชั่วโมง จุดประสงค์ (Objectives) - ตอบคำถามจากการอ่านได้ - พูดและเขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียนของตนเองได้ 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด ต 1.1 ป.4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย การพูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.3 ป.4/1 พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้ อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ตัวชี้วัด ต 2.1 ป.4/2 ตอบคำถามเกี่ยวกับเทศกาล/วันสำคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด ต 4.1 ป.4/1 ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรู้และเข้าใจคำศัพท์เกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียน ช่วยให้เข้าใจเรื่องที่อ่าน และสามารถเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของสิ่งที่ปรากฏในเนื้อหาที่ได้อ่าน เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษาและพูด/เขียนสื่อสารในชีวิตประจำวัน ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Structure: All the pupils at Melissa’s school wear a school uniform.
296 Melissa has Geography every Tuesday and Thursday. Vocabulary: Days of the week, meals, daily activities, o’clock, break, school, bed, favourite, singer, theatre, school uniform, bus, computer lab, school team, subject, geography Pronunciation: ออกเสียงคำที่มี ch ประกอบ 2) Language Skills Speaking: พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียนของตนเองและผู้อื่น Reading: ตอบคำถามจากการอ่าน Writing: เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียนของตนเอง 3) Culture: ชีวิตนักเรียนในประเทศอังกฤษ, รถโดยสารสองชั้น (double decker) ในประเทศอังกฤษ, อาหารกลางวัน, เครื่องแบบนักเรียนในประเทศ อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดที่ใช้ในการสื่อสาร 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5.1 ใฝ่เรียนรู้ 5.2 มุ่งมั่นในการทำงาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้น Warm Up 1. ทบทวนการออกเสียงคำที่มี sh ประกอบ โดยเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน ship sheep shower shark shirt fish dish wash brush finish จากนั้นครูขออาสาสมัคร 3 คน ออกมาอ่านประโยคให้เพื่อนฟัง โดยให้แต่ละคนอ่านประโยคละ 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 และ 3 ให้นักเรียนเพิ่มความเร็วในการอ่านขึ้นเรื่อย ๆ นักเรียนคนใดอ่านประโยค ดังกล่าวได้ ชัดเจนมากที่สุดเป็นผู้ชนะ She likes sheep but she doesn’t like sharks. She brushes her teeth and washes her hair every day. 2. ครูเขียน school days บนกระดาน ให้ช่วยกันระดมความคิดบอกคำศัพท์เกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียน เช่น uniform, subject, school bus, teacher, student เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบมาเขียนบนกระดานใน
297 รูปแบบ mind map เช่น ขั้น Presentation 1. นำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับวิชาต่าง ๆ ได้แก่ geography (ภูมิศาสตร์), physical education (พลศึกษา), history (ประวัติศาสตร์), Information Technology (เทคโนโลยีสารสนเทศ), drama (ละคร) และ French (ภาษาฝรั่งเศส) โดยเขียนคำศัพท์บนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกความหมายของคำศัพท์ กิจกรรมเพิ่มเติม ครูให้นักเรียนเล่นเกมฝึกฝนคำศัพท์เกี่ยวกับวิชาต่าง ๆ ที่เว็บไซต์ http://learnenglishkids.britishcouncil.org/en/word-games/hangman/school-subjects 2. นำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ เช่น computer lab (ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์), computer room (ห้องคอมพิวเตอร์), canteen (โรงอาหาร), gymnasium (โรงยิม), football field (สนามฟุตบอล), staff room (ห้องพักครู), library (ห้องสมุด), first aid room (ห้องปฐมพยาบาล), toilet (ห้องน้ำ) โดยเขียน คำศัพท์บนกระดานแล้วพูดบอกความหมาย 3. นำเสนอคำศัพท์เกี่ยวกับบุคคลในโรงเรียน ได้แก่ teacher (ครู), student (นักเรียน), pupil (เด็ก นักเรียน โดยเฉพาะ ในโรงเรียน), headteacher (ครูใหญ่), caretaker (ภารโรง) โดยบอกชื่อบุคคลที่ นักเรียนรู้จักในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนเดาความหมาย ครูอธิบายคำศัพท์ที่ชาวอังกฤษและอเมริกันใช้ต่างกัน ดังนี้ BrE AmE headteacher principal caretaker janitor 4. นำเสนอคำศัพท์อื่น ๆ เช่น uniform (เครื่องแบบ), school team (ทีมโรงเรียน), subject (วิชา) โดยครู เขียนคำศัพท์บนกระดานแล้วพูดบอกความหมาย 5. ทบทวนคำศัพท์ที่ได้เรียนไปแล้ว เช่น geography, canteen, gymnasium, teacher, student ด้วยการแบ่ง นักเรียนเป็น 2 ทีมเพื่อเล่นเกม Invisible Man โดยครูวาดภาพคน 2 คนบนกระดาน ซึ่งประกอบด้วยหัว school uniform subject school bus student teacher canteen blackboard
298 ตัว แขนซ้าย แขนขวา ขาซ้าย และขาขวา จากนั้นครูเลือกคำศัพท์มา 1 คำ แล้วขีดเส้นใต้เท่าจำนวน ตัวอักษรในคำ ให้แต่ละทีมผลัดกันพูดตัวอักษรที่คิดว่ามีในคำศัพท์ดังกล่าว ถ้าทีมใดทายถูกต้อง ครูจะ ลบอวัยวะออกครั้งละ 1 ส่วน ทีมใดที่ครูลบอวัยวะจนหมดเป็นทีมที่ชนะ 6. นำเสนอโครงสร้างที่ใช้บรรยายเกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียน โดยครูวาดตารางบนกระดาน ดังนี้ 9.00-10.00 10.00- 11.00 11.00- 12.00 12.00- 13.00 Lunch 14.00- 15.00 Monday English history science P.E. art Tuesday geography science maths drama music Wednesday maths English French history art Thursday geography English science IT P.E. Friday history maths IT French music จากนั้นครูให้นักเรียนดูตาราง Look at the table. แล้วให้นักเรียนสังเกตคำว่า geography และพูดว่า She has geography every Tuesday and Thursday. แล้วให้นักเรียนพูดตาม ครูชี้ไปที่ P.E. แล้วให้บอก ครูว่า She has P.E. every Monday and Thursday. ครูทำกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้จนครบทุกวิชา ต่อมาครูให้นักเรียนดูตารางอีกครั้งแล้วพูดว่า Look at the table again. What time does the first class start? เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตอบว่า The first class starts at 9 o’clock. ครูถามต่อว่า What time does the last class finish? เมื่อได้คำตอบว่า The last class finishes at 3 o’clock. 7. ครูเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน I go to school by bus. จากนั้นครูอธิบายว่า I go to school by bus. มี ความหมายว่า ฉันเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถโดยสารประจำทาง เมื่อนักเรียนต้องการบอกว่า ตนเอง เดินทางโดยวิธีใดจะใช้ โครงสร้าง I go to school by _______. จากนั้นครูสุ่มถามนักเรียนแต่ละคนว่า นักเรียนเดินทางมาโรงเรียนอย่างไร ครู รวบรวมคำตอบจากนักเรียนมาเขียนบนกระดานในรูปแบบ mind map
299 6. ครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คน ตอบคำถามเกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียนตามความเป็นจริง เช่น T: What time does your school start/finish? S1: My school starts at 8 o’clock. My school finishes at 3 o’clock. T: What time does your school finish? S2: My school finishes at 3 o’clock. T: What subjects do you have at school? S2: I have maths, science, English, art, music, history and P.E. T: What sports do you play at school? S2: I play basketball and volleyball. T: Do you wear a school uniform? S3: Yes, I do. T: What time do you have lunch? S3: I have lunch at 12 o’clock. T: How do you get to school? S3: I get to school by bike. 7. ครูชี้ที่ภาพทีละภาพในหนังสือเรียน หน้า 49 Ex. 17 และถามคำถามเกี่ยวกับภาพ เช่น T: Look at picture 1. Who is she? Ss: She is a student/pupil. T: Look at picture 2. What subject do children have at school? Ss: They have geography. T: Look at picture 3. What is it? Ss: It is a bus. T: Look at picture 4. Where are the children? how to get to school by bicycle on foot/walk by car by bus by motorcycle by bike
300 Ss: They are at the canteen. T: Look at picture 5. Where is the girl? Ss: She is at the computer lab/computer room. T: Look at picture 6. What sport do they play at school? Ss: They play football. ขั้น Practice 1. หนังสือเรียน หน้า 49 Ex. 17 ครูอธิบายภาระงานว่า ให้นักเรียนดูภาพอีกครั้งและอ่านข้อความทั้งหมด แล้วให้เวลานักเรียนเติมคำตอบในแต่ละข้อให้ถูกต้อง เสร็จแล้วครูอ่านข้อความแรกให้นักเรียนฟังซึ่งมี ตัวอย่างคำตอบให้แล้ว จากนั้นครูอ่านข้อความที่ 2 ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน ครูทำเช่นเดียวกันนี้ กับข้ออื่นด้วย เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนยืนขึ้นอ่านข้อความในแต่ละข้ออีกครั้ง เพื่อตรวจคำตอบ 2. ครูให้นักเรียนจับคู่กัน ฝึกพูดถาม-ตอบโดยใช้คำถามต่อไปนี้ - Where do you study? - When does the school start? - When does the school finish? - Do you wear a school uniform? - What do you study at school? - What is your favourite subject? - How do you get to school? - What time do you have lunch? - What do you do after school? - What sport do you play? เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คน ออกมารายงานผลการสำรวจของตนเองหน้าชั้น ขั้น Production 1. แบบฝึกหัด หน้า 41 Ex. 15 ครูอธิบายภาระงาน ให้นักเรียนเขียนอีเมลถึงเพื่อนเพื่อเล่าเกี่ยวกับชีวิตในโรงเรียนของตนเอง โดยนำคำตอบที่นักเรียนได้ถาม-ตอบกับเพื่อนมาตอบ เสร็จแล้วครูให้เวลานักเรียนตรวจทานความถูกต้อง เช่น การสะกด คำ ไวยากรณ์ เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียน 3-4 คน ออกมาอ่านที่หน้าชั้น 7. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการเขียนบรรยายเกี่ยวกับชีวิต ในโรงเรียนของตนเอง แบบประเมินการเขียน ระดับคุณภาพ พอใช้ ผ่านเกณฑ์ ตรวจการตอบคำถามจากการอ่าน แบบฝึกหัด (Workbook)/ แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์