The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by totvcr, 2021-10-18 00:46:22

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

@&/E >/ >@ I è >/10(ğ E%< %ğ *&*1= J7 Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.LEĞ %!3= D
=& D 7%= 6C9* = %> 3>- @ #QA6-&E/ ĢJ&& J1< >. #A QA6D

success publisherINTEGRATIVE THINKING

%TD6W

@CV @ 'E*Sh 9 Wg ¶

-9 /9&#@4 @ /9& ğ>%

4• /•I /.é 4 = @U I /ès3 44Ģ = @U

ขอมอบแ ‹ด
I
success publisher

อาจหมายถึงถคŒาหุณยกดุ ําคลิดัง!เดินถอยหลงั

9% > @ I! è10(E ğ %< @ ğ%*&*1= J7Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞEL%!3= D 10(Eğ %< @ ğ%*&*1 = J7 Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞLE %!3= D 1>/ .@ #D I $è Ģ10(ğ E%< @ ğ%*&*1= J7Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞLE %!3= D
&= D 7% = 6C9* = %> 3>- @ #QA6-&E/ ĢJ&& J1< >. #A A6Q D =& D 7%= 6C9*= %> 3>- @ #6AQ -&E JĢ && J1< >. #A 6AQ D &= D 7%= 6C9*= %> 3>- @ #AQ6-&E JĢ && J1< >. #A Q6A D

@ I è 6/>ğ 6// Ģ

­ ¼ » ¼ ¹ ° º » ° ª » ¯ ° µ ² ° µ ® STRATEGIC TH INKING

success publisher %TD6W %TD6W %TD6W

@VC@' E*hS 9 Wg ´ @CV @ 'E*hS 9Wg ®¯ @VC@ 'E*hS 9gW ®­

I/-èQ > 9 A! I ğ>L 'ģ D&%= /Eğ#%= 9%> ! . @ď 3Ğ> @ J'1 J73 J%3 6 ĞE >/I'ĥ%% = @ 6/>ğ 6// #Ģ IQA 7%C9 3>Ğ ••6/>ğ 3>-I'ĥ%!Ğ9 3ğ . =Đ%I è 3>- @

4• /•I /.é 4 = @U I /sè 3 44Ģ = U@ 4• /•I /.é 4 = @U I /ès3 44Ģ = @U 4• /•I /é. 4 = @U I /ès3 44Ģ = U@

ลายแทงนักคดิ แหล‹งแหง‹ ปญ˜ ญาลาํ้ ค‹าท่หี าไดŒในตัวคณุ เอง
การคิดเชงิ พากษ กลาŒ คิด กลาŒ สงสยั กลŒาทŒาทาย เพ่ือพิสูจนขŒอเท็จจรงิ
การคิดกลยุทธ สรŒางความเปนš ต‹อดวŒ ยชั้นเชงิ ความคดิ
การคดิ เชิงสราŒ งสรรค ยงิ่ กวา‹ การคดิ แปลกแหวกแนว สก‹ู ารเปนš นกั คดิ สราŒ งสรรคท เี่ หนอื กวา‹
การคดิ เชิงมโนทัศน เมอ่ื ความคดิ จบั ตอŒ งไดŒ อะไรกง็ า‹ ย
การคิดเชิงประยกุ ต เคลด็ ลบั การปรบั ความคดิ ใหกŒ บั ชวี ติ และสถานการณ
การคดิ เชิงเปรียบเทียบ รหŒู ลกั คดิ เทยี บ ไดเŒ ปรยี บทกุ สถานการณ
การคิดเชิงวิเคราะห ตใี หแŒ ตก แยกแยะถงึ แกน‹
การคิดเชิงสังเคราะห พลานภุ าพแหง‹ การผสานความคดิ
การคิดเชงิ อนาคต เรมิ่ จากอดตี เขาŒ ใจปจ˜ จบุ นั รทŒู นั อนาคต
การคิดเชงิ บูรณาการ มองรอบทศิ คดิ รอบดาŒ น

II

สงวนลขิ สิทธต์ิ ามพระราชบญั ญตั ิลิขสทิ ธ์ิ พ.ศ. 2537success publisher
โดย บริษัท ซคั เซส พบั ลิชชงิ่ จํากัด

หา มลอกเลียนแบบ หรือดดั แปลงสว นใดสว นหน่ึงของ
หนังสือเลม น้ี รวมทง้ั การจัดเก็บ ถายทอด สแกน
บันทกึ ถา ยภาพ ไมว า ในรปู แบบหรือวิธีการใดๆ
ในกระบวนการอเิ ลก็ ทรอนิกสโดยไมไ ดรับอนญุ าต
เปนลายลักษณอ ักษรจากทางเจา ของสิทธิ
ยกเวน เพือ่ การประชาสมั พนั ธ เทา น้นั

ชองทางการตดิ ตอ 095-714-8737
@Successpublisher
Successpublisher
www.successpublisher.com

การคดิ เชงิ บูรณาการ
ศาสตราจารย ดร.เกรยี งศักดิ์ เจรญิ วงศศักดิ์

พมิ พคร้ังที่ 1 กนั ยายน ป‚ 2546 พมิ พค รั้งที่ 2 พฤศจิกายน ป‚ 2546
พิมพค รั้งท่ี 3 พฤศจิกายน ป‚ 2546 พิมพค ร้งั ที่ 4 ธันวาคม ป‚ 2546
พิมพครง้ั ที่ 5 ธนั วาคม ป‚ 2546 พมิ พค รั้งที่ 6 ตลุ าคม ป‚ 2549
พิมพค ร้ังท่ี 7 กรกฎาคม ป‚ 2554 พิมพค ร้งั ท่ี 8 มถิ ุนายน ป‚ 2561
พิมพครั้งที่ 9 พฤษภาคม ป‚ 2563
success publisher
สงวนลิขสิทธ์ิ © ตาม พ.ร.บ. ลขิ สทิ ธ์ิ พ.ศ. 2558
หาŒ มคัดลอก ถ‹ายเอกสาร หรือพิมพ หรอื นาํ ไปเก็บในระบบทสี่ ามารถถ‹ายเทขŒอมูลไดŒ
ไม‹วา‹ บางสว‹ นหรือท้งั หมดของหนังสอื น้ี โดยไมไ‹ ดŒรบั อนญุ าตจากบริษัท ซคั เซส พบั ลิชชิ่ง จํากัด

จดั พมิ พโดยและจดั จําหนา ยโดย

บรษิ ัท ซคั เซส พับลิชชิ่ง จํากัด
87/110 ซ. สุขุมวทิ 63 (เอกมยั ) แขวงคลองตันเหนอื เขตวฒั นา
กรุงเทพฯ 10110 โทร 095-7148-737

Successpublisher @Successpublisher

สําหรับหองสมุด
เกรียงศกั ด์ิ เจริญวงศศ ักด.์ิ
การคดิ เชงิ บูรณาการ.-- พิมพค ร้งั ที่ 9.-- กรงุ เทพฯ : ซคั เซส, 2563.
183 หนา.-- (คิด 4 ทิศ).

1. ความคิดและการคดิ . I. ชอ่ื เรอ่ื ง.

153.42
ISBN 978-616-8198-38-4

IV ขอขอบคณุ f0nt.com เอ้อื เฟœอ„ ฟอนตสวยๆ ใน

สารบญั

คํานยิ มโดย

ฯพณฯ ดร.ถนดั คอมันตร VII

ฯพณฯ อานนั ท ปน˜ ยารชนุ IX
success publisher
หมอ‹ มราชวงศสุขมุ พันธุ บรพิ ตั ร XI

ดร.วชิ ติ วงศ ณ ปอ‡ มเพชร XIII

คาํ นํา XVIII

บทที่ 1 ความหมายของการบรู ณาการ 1

บทท่ี 2 สมองคดิ เชิงบูรณาการหรือไม…‹ อย‹างไร ? 13

บทท่ี 3 การคดิ เชงิ บูรณาการคอื อะไร ? 23

บทท่ี 4 เหตใุ ดจงึ ตอŒ งคิดเชิงบรู ณาการ ? 31

บทที่ 5 “สวมกรอบความคิด” หลักคดิ เชิงบูรณาการ 43

บทที่ 6 ฝƒกคิดเชิงบรู ณาการ = ฝกƒ เช่ือมโยง 71

บทที่ 7 ใชคŒ นŒ เหต/ุ ปจ˜ จยั …มององคร วม + คดิ บรู ณาการ 93

บทที่ 8 ใชŒ “แกปŒ ญ˜ หา” อยา‹ งไม‹ “กอ‹ ป˜ญหา” 119

บทท่ี 9 ใชรŒ วมความขัดแยŒงอยา‹ งสราŒ งสรรค 135

บทที่ 10 พฒั นาทัศนคตแิ ละนสิ ัยนักคดิ เชิงบรู ณาการ 163

บทสง‹ ทาŒ ย 175

V

แดsuccess publisher
ศ.นพ. ประเวศ วะสี
ผูใหญที่หวังดตี อสว นรวม

VI

success publisherคาํ นยิ มโดย

ฯพณฯ ดร.ถนัด คอมนั ตร

อดตี รองนายกรฐั มนตรี
และอดตี รฐั มนตรวี า‹ การกระทรวงการตา‹ งประเทศ

กลับมาจากพัทยาไดŒพบ จ.ม.ของดร.เกรียงศักด์ิ ขอใหŒเขียนคํานิยม
analyse หนงั สอื การคดิ เชงิ บูรณาการ

ขาŒ พเจาŒ ยนิ ดเี ขยี นคาํ นยิ มตามทขี่ อมา เพราะเปนš ครงั้ แรกทไ่ี ดเŒ หน็ คนไทย
ใชสŒ มองเขยี นขอŒ ความที่ค‹อนขŒางจะเปนš ปรชั ญา โดยทขี่ Œอความทเ่ี ขยี นน้นั โยง
เกีย่ วกับชวี ติ ประจาํ วัน มใิ ช‹เปนš เพียงเรื่องความคิดทางปรชั ญา

ไมว‹ า‹ จะเปนš ประเทศใด หากยังไม‹มผี Œูที่ใชŒมันสมอง ออกความคิดแมŒจะ
ไม‹ใช‹ขŒอคิดทางปรัชญา ก็ยังไม‹สามารถถือไดŒว‹าเปšนประเทศที่มีหลักฐานทาง
ความคดิ เชน‹ ประเทศในยโุ รปและอเมรกิ า ขาŒ พเจาŒ ยนิ ดที บ่ี ดั นม้ี คี นไทยทรี่ เิ รม่ิ
นกึ คดิ เชน‹ นี้ อนั เปนš นมิ ติ ทด่ี วี า‹ เรากาํ ลงั ยา‹ งไปสค‹ู วามเปนš ผใŒู หญ‹ มไิ ดมŒ แี ตเ‹ พยี ง
ความตŒองการเปนš CEO หรือมีทรพั ยส มบตั มิ ากมาย เขาŒ ไปรบั ประทานอาหาร
ราคามอ้ื ละหลายพนั บาทไดŒ

การสนบั สนนุ ในการเขยี นคาํ นยิ มน้ี จงึ ไมจ‹ าํ เปนš ทจ่ี ะตอŒ งแสดงความเหน็
ในขŒอคิดเห็นทปี่ รากฏในหนังสือเลม‹ น้ี

เปนš ทห่ี วงั วา‹ กาŒ วแรกทป่ี รากฏในหนงั สอื ดงั กลา‹ วคงจะชว‹ ยนาํ ประเทศไทย
และคนไทย ไปสค‹ู วามเจรญิ กาŒ วหนาŒ ในการใชมŒ นั สมอง มใิ ชเ‹ พยี งแสวงหาปจ˜ จยั
หรืออํานาจบาตรใหญ‹ ในทางการเมืองเทา‹ นั้น

VII

success publisherขอใหŒดร.เกรยี งศักดิ์ ไดŒเติบโตและกŒาวหนŒาตอ‹ ไป โดยมิตŒองคํานึงว‹าจะ
มีเพ่ือนร‹วมชาตมิ ากหรอื นอŒ ยเพยี งใด เห็นดŒวยหรือไม‹

ดร.ถนดั คอมนั ตร

VIII

success publisherคาํ นยิ มโดย

ฯพณฯ อานนั ท ป˜นยารชุน

อดตี นายกรฐั มนตรี และ
ประธานสภาทปี่ รกึ ษาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง‹ ชาติ

ยุคสมัยป˜จจุบัน นับไดŒว‹าเปšนยุคท่ีขŒอมูลข‹าวสารจํานวนมากไดŒปะทะ
ถาโถมเขาŒ มาหาเราแตล‹ ะคนอยา‹ งหลบเลย่ี งไมพ‹ นŒ นเี่ ปนš เหตหุ นงึ่ ทผ่ี มเหน็ ดวŒ ย
ว‹าคนในยคุ นี้ จําเปนš ตอŒ งมวี ธิ คี ดิ หรอื กรอบความคิดท่ชี ดั เจน เพือ่ สามารถใชŒ
เปšนเคร่ืองมือประกอบในการจําแนกแยกแยะ คัดเลือกเอาเฉพาะขŒอมูลที่
ตŒองการและเปšนประโยชนเท‹านั้นมาใชŒงาน โดยไม‹ตŒองเสียเวลาหลงวนเวียน
อยู‹ในคล่ืนแห‹งขŒอมูลนั้น ขณะเดียวกัน ผูŒที่จะยืนหยัดอยู‹ในโลกยุคน้ีไดŒอย‹าง
เขŒมแข็งและประสบความสําเร็จน้ัน ย‹อมตŒองมีความคิดความอ‹านอย‹างเพียง
พอ คนทค่ี ดิ เปนš จงึ เปนš ทรพั ยากรบคุ คลทสี่ าํ คญั และเปนš ทต่ี อŒ งการอยา‹ งยง่ิ ของ
ประเทศชาติ

ศาสตราจารย ดร.เกรยี งศกั ดิ์ เจริญวงศศ ักด์ิ เปšนผŒทู ที่ าํ งานร‹วมกนั กบั
ผม ในฐานะสมาชกิ สภาทป่ี รกึ ษาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง‹ ชาติ เปนš คนทมี่ คี วาม
คดิ กาŒ วหนาŒ มคี วามรกŒู วาŒ งขวางและมองประเดน็ ภาพรวมไดอŒ ยา‹ งเปนš ระบบ มี
ความกระตอื รอื รนŒ และไดเŒ สนอความเหน็ ทเ่ี ปนš ประโยชนย งิ่ ตอ‹ ทปี่ ระชมุ สภาที่
ปรึกษาฯ อยา‹ งสม่ําเสมอ ท้งั ในรูปแบบของการพดู และการเขียน ผมไดเŒ ห็นถงึ
ความตั้งใจและความปรารถนาดีที่ ดร.เกรียงศักด์ิมีต‹อสังคมไทยมาโดย
ตลอด นบั เปนš ความยนิ ดีของผมอีกประการหนึ่ง ที่ไดŒทราบวา‹ ดร.เกรียงศักดิ์
เจริญวงศศักดิ์ เขียนหนงั สอื เก่ียวกับเรอื่ งการคิดออกมาแลŒวถึง 11 เลม‹ โดย
แต‹ละเล‹มไดŒอธิบายขยายความใหŒผูŒอ‹านเกิดความเขŒาใจการคิดในแต‹ละแบบ
เพื่อใหŒง‹ายในการนําไปปฏิบัติจริง และหนังสือการคิดเชิงบูรณาการ เล‹มน้ีก็

IX

success publisherเปนš หน่ึงในหลาย ๆ เลม‹ เหล‹านั้น ที่ ดร.เกรยี งศกั ด์ิ ปรารถนาจะถ‹ายทอดเอา
ไวŒใหเŒ ปšนส‹วนหน่งึ ในการสราŒ งสังคมทีน่ ยิ มปญ˜ ญาไดŒในที่สดุ

หนงั สอื การคดิ เชงิ บรู ณาการเลม‹ นี้ จะเปนš ประโยชนใ นแงท‹ ผี่ อŒู า‹ นสามารถ
นาํ มาใชใŒ นการแกไŒ ขปญ˜ หา การวางแผนการทาํ งาน รวมถงึ การกาํ หนดนโยบาย
โดยสามารถใชŒไดŒท่ัวไปทั้งในระดับบุคคล และเรื่องใหญ‹ระดับชาติที่มีผลกระ
ทบในวงกวาŒ ง

ผมขอใชŒโอกาสน้ี แสดงความชื่นชมในตัว ดร.เกรียงศกั ด์ิ ทีไ่ ดŒลงแรงคิด
ลงแรงเขียนหนังสือที่มีประโยชนต‹อการสรŒางคนใหŒเปšนนักคิดออกมา ผมเช่ือ
มนั่ วา‹ หนงั สอื การคิดเชงิ บรู ณาการเล‹มนี้ และหนงั สือเลม‹ อน่ื ๆ ในชุดเดยี วกนั
จะไดรŒ บั ความนยิ มและตอบรบั อยา‹ งมากจากคนในสงั คมไทย ซงึ่ นน่ั จะเปนš นมิ ติ
หมายทดี่ อี นั หนง่ึ ทส่ี ะทอŒ นวา‹ เรากาํ ลงั กาŒ วเขาŒ ไปใกลคŒ วามเปนš สงั คมแหง‹ ปญ˜ ญา
มากขึ้นทกุ วนั

นายอานันท ป˜นยารชนุ

X

success publisherคาํ นยิ มโดย

หมอ‹ มราชวงศสุขมุ พนั ธุ บริพตั ร

ผวŒู า‹ ราชการกรงุ เทพมหานคร
อดตี รฐั มนตรชี ว‹ ยวา‹ การกระทรวงการตา‹ งประเทศ

ผมรŒจู ักศาสตราจารย ดร.เกรยี งศกั ดิ์ เจรญิ วงศศกั ด์ิ มาเปนš เวลานาน
แลวŒ นับแตผ‹ มยังเปนš อาจารยป ระจาํ คณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั
และรสŒู กึ ชนื่ ชมทา‹ นเสมอมาไมว‹ า‹ จะเปนš ในเรอ่ื งผลงานทางวชิ าการหรอื ในเรอ่ื ง
กจิ กรรมเพ่ือสาธารณประโยชน โดยเฉพาะอย‹างย่งิ ในฐานะเปนš สมาชิกสําคัญ
ของสโมสรโรตารี่กรงุ เทพฯ ซงึ่ เปนš สโมสรโรตาร่ีท่เี กา‹ แก‹ท่สี ุดในประเทศไทย

ในส‹วนของผลงานทางวชิ าการน้ัน ผมมคี วามเหน็ ว‹าอาจารยเ กรียงศักด์ิ
เปนš นกั คดิ นกั เขยี นทส่ี ราŒ งสรรคท สี่ ดุ ในประเทศไทยคนหนงึ่ สามารถผสมผสาน
องคความรูŒจากต‹างประเทศซึ่งตŒองยอมรับว‹าไดŒเจริญกŒาวหนŒาไปอย‹างรวดเร็ว
กับภูมิปญ˜ ญาแบบไทย ๆ ใหŒเปนš ประโยชนต อ‹ อาจารย นิสติ นักศกึ ษา ตลอด
จนผŒอู ‹านทว่ั ไปไดอŒ ยา‹ งดยี ่งิ จงึ นบั ว‹าเปšนนักวชิ าการทีส่ าํ คัญทสี่ ดุ คนหนง่ึ

หนังสือ “การคิดเชิงบูรณาการ” เล‹มน้ีเปšนสิ่งท่ีสะทŒอนถึงคุณสมบัติดัง
กล‹าวของอาจารยเ กรยี งศักดิ์ไดอŒ ย‹างดยี ิง่ ท‹านไดŒสราŒ งและอธิบายกรอบความ
คิดท่ีสามารถนําไปใชŒเพ่ือวิเคราะหและเขŒาใจโลกซึ่งนับวันจะมีความสลับซับ
ซอŒ นมากขนึ้ ตามลาํ ดบั ผมเชอื่ วา‹ หนงั สอื เลม‹ นจ้ี ะเปนš ประโยชนอ ยา‹ งยง่ิ สาํ หรบั
ผอŒู า‹ นทกุ คนไมว‹ า‹ ผอŒู า‹ นนนั้ ตอŒ งการเพยี งความรใŒู หมห‹ รอื ตอŒ งการนาํ ความรใŒู หม‹
ไปประยกุ ตใชเŒ พ่อื ความสําเร็จ ความเจรญิ กŒาวหนŒาในการทาํ งาน การบริหาร
หรอื การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ เพอ่ื สว‹ นรวม จงึ ขอแสดงความยนิ ดกี บั อาจารยเ กรยี งศกั ดิ์

XI

success publisherมา ณ ท่นี ี้ และหวงั เปนš อยา‹ งยิ่งวา‹ ทา‹ นจะผลติ ผลงานทมี่ ีคณุ ค‹าใหŒกับสงั คม
เชน‹ นอ้ี ีกต‹อไป

หม‹อมราชวงศสขุ ุมพนั ธุ บริพัตร

XII

success publisherคาํ นยิ มโดย

ดร.วิชติ วงศ ณ ปอ‡ มเพชร

ราชบณั ฑติ

ศาสตราจารย ดร.เกรยี งศกั ด์ิ เจรญิ วงศศ กั ด์ิไดสŒ ง‹ หนังสือตา‹ ง ๆ ทไ่ี ดŒ
เรยี บเรยี งมาใหผŒ มในโอกาสขนึ้ ปใ‚ หมต‹ อ‹ เนอื่ งทกุ ๆ ป‚ ตง้ั แต‹ พ.ศ. 2541 จนถงึ
บัดนก้ี ็เปšนเวลา 5 ปแ‚ ลวŒ ทาํ ใหหŒ ิ้งหนงั สอื ท่ีอยใ‹ู กลŒ ๆ ตวั ผมเต็มไปดŒวยหนงั สอื
ซง่ึ เปนš ผลงานการคดิ การคนŒ ควาŒ และการเขยี นของทา‹ นผนŒู เ้ี ปนš จาํ นวนประมาณ
12-13 เล‹ม

โดยท่ี ดร.เกรยี งศักดิ์ฯ เขŒาใจตัง้ ชื่อเร่อื งที่ชกั ชวนใหเŒ ปดอ‹าน ผมก็เลยมี
โอกาสไดอŒ า‹ นทกุ เลม‹ ทสี่ ง‹ มา บางเลม‹ กอ็ า‹ นสนกุ มาก บางเลม‹ กส็ นกุ นอŒ ยหนอ‹ ย
แต‹ทกุ เล‹มมีอาหารสาํ หรับความคิดสําหรับใหŒไดŒล้มิ รสเสมอไป

ผมเปšนคนที่มีพ้ืนเพ ท้ังในทางส‹วนตัว ทางการศึกษา และทาง
ประสบการณทค่ี ‹อนขาŒ งจะแปลกแยกจากคนอื่น ๆ อย‹พู อสมควร ดังนน้ั เวลา
ท่ไี ดŒยนิ ไดฟŒ ˜ง หรือไดอŒ ‹านขอŒ คิดเห็นของใครต‹อใคร กอ็ ดที่จะรŒสู กึ โตแŒ ยงŒ ไมไ‹ ดŒ
แต‹กระน้ันก็ชอบฟ˜งและชอบอา‹ น เพราะใคร‹จะไดทŒ ราบว‹าผูคŒ นเขาคดิ อ‹านกัน
อยา‹ งไรในเรอ่ื งนน้ั เรือ่ งน้ี

แตส‹ าํ หรบั ขอŒ คดิ เหน็ ของ ดร.เกรยี งศกั ดฯ์ิ นนั้ ผมเกอื บจะไมม‹ คี วามรสŒู กึ
ขัดแยงŒ เพราะคอ‹ นขŒางจะสอดคลอŒ งกับขŒอคดิ เห็นของผมเอง ซ่งึ กด็ ูประหลาด
เพราะท‹านนักคิดนักเขยี นผูŒน้ี ตามประวตั ิท่ีไดเŒ ล‹าเอาไวŒเองในหนงั สือเลม‹ หนงึ่
กม็ ภี มู หิ ลงั คนละเรอ่ื งคนละราวกบั ผม อายกุ ด็ เู หมอื นจะตา‹ งกนั ไมน‹ Œอยกวา‹ 20
ป‚ ท‹านมาจากส่ิงแวดลอŒ มทางธรุ กิจ ขณะทผี่ มถูกหล‹อหลอมในระบบราชการ

XIII

success publisherมาหลายช่วั คน ผมเรยี นหนงั สือสะเปะสะปะ แต‹ ดร.เกรยี งศกั ดฯิ์ เปนš คนรัก
การเลา‹ เรยี นและเรยี นหนงั สอื เกง‹ ทา‹ นมชี วี ติ การงานทร่ี าบเรยี บ ขณะทผ่ี มเลน‹
ละครชีวิตแบบไมเ‹ ลอื กบท และก็ไดแŒ สดงมาเกอื บทกุ บทท่เี ขาเลน‹ กนั

จะมีอะไรที่พอจะเหมือน ๆ กันก็ตรงที่เรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย
ออสเตรเลยี เหมอื นกนั แมจŒ ะเปนš ชว‹ งเวลาทห่ี า‹ งกนั ประมาณ 2 ทศวรรษ และ
กเ็ รยี นวชิ าเศรษฐศาสตรอ ย‹างเดียวกัน ดร.เกรียงศกั ด์ิฯ ทา‹ นไดปŒ รญิ ญาเอกที่
มอแนช แตผ‹ มไปอเมริกา

ผมไดŒมีโอกาสรูŒจักตัวศาสตราจารยเกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิก็ท่ีงาน
ประจําป‚ของสมาคมนกั เขียน ซึ่งคราวแรกดเู หมอื นจะเมื่อป‚ 2544 และผมกม็ ี
ความประทบั ใจในกริ ยิ ามารยาทตลอดจนบคุ คลิกของนักวิชาการช้นั เยย่ี มผูŒน้ี

เมือ่ ประมาณกลางเดือนสิงหาคม 2546 ทีผ่ ‹านมานี้ ดร.เกรยี งศักดฯ์ิ ไดŒ
ส‹งตŒนฉบับหนังสือเล‹มใหม‹ท่ีใหŒช่ือว‹า “การคิดเชิงบูรณาการ” มาใหŒผมอ‹าน
และขอใหŒผมเขียนอะไรเปšนความเห็นของผมเก่ียวกับหนังสือเล‹มนี้ดŒวย ขณะ
น้ันผมกําลังตดิ ภารกจิ ในเร่อื งท่เี กี่ยวกบั “เสรีไทย” อย‹บู างเรือ่ ง เลยเพ่ิงจะมี
โอกาสไดอŒ า‹ นเมือ่ 2-3 วนั มาน้ี

อ‹านแลŒวก็ตŒองบอกตามตรงว‹าผมมีความยินดีท่ีไดŒมีผูŒเขียนเร่ือง
“บูรณาการ” ขน้ึ มาในตอนน้ี เพราะคาํ ๆ น้ไี ดถŒ กู เผยแพร‹ตามสือ่ ตา‹ ง ๆ คอ‹ น
ขาŒ งจะถี่ และบอ‹ ยครงั้ กห็ ลดุ ออกมาจากปากของทา‹ นผหŒู ลกั ผใŒู หญใ‹ นบาŒ นเมอื ง
ดวŒ ย จนกระทงั่ รŒูสกึ กนั วา‹ ในยคุ นอี้ ะไร ๆ กจ็ ะตŒองกระทําในเชงิ บูรณาการจึง
จะบรรลุเป‡าหมาย

แต‹สาธารณชนกไ็ ม‹สูŒจะเขŒาใจว‹า “บูรณาการ” คอื อะไร และแมŒคนที่พอ
จะเขาŒ ใจความหมายของคาํ ๆ นีอ้ ย‹ูบŒาง อยา‹ งตัวผมเองเปšนตนŒ กไ็ ม‹มีความรŒู
พอทจี่ ะขยายผลไดอŒ ยา‹ งละเอียดลออและถกู ตอŒ งกบั หลักวชิ า ในยคุ ทีว่ ิชาการ
ดŒานการบริหารจัดการมีบทบาทสําคัญต‹อการกําหนดกรอบความคิดและ

XIV

success publisherนโยบายการพัฒนาและการแกŒไขป˜ญหาของประเทศ ราษฎรทําท‹าว‹าจะตาม
ผนูŒ าํ ประเทศไมค‹ อ‹ ยจะทันเสยี แลŒวเพราะไม‹เขาŒ ใจคําแปลก ๆ ทีเ่ อามาพดู กนั

ดร.เกรยี งศักดฯ์ิ ดูเหมอื นจะรปูŒ ˜ญหาของชาวบŒาน จึงไดŒเสนอหนังสอื เลม‹
ใหม‹นีอ้ อกมา โดยเปดฉากดŒวยการอธบิ ายความหมายของการบูรณาการ และ
ตามมาดวŒ ยการอธบิ ายอยา‹ งสนิ้ ถอŒ ยกระบวนความวา‹ “ความคดิ เชงิ บรู ณาการ”
นั้นเปšนเช‹นไร เหตุใดจึงเปšนสิ่งที่จําเปšนสําหรับโลกในป˜จจุบัน ตลอดจนไดŒ
แนะนําวธิ ีการและ “เคลด็ ลบั ” ในการพัฒนาความคิดในลักษณะดังกลา‹ วน้ี

ศาสตราจารยเกรียงศักดิ์ เจริญวงศศกั ด์ิ สะทŒอนธาตุแทŒของความเปšน
ครูบาอาจารยโดยพยายามอธบิ ายทกุ เรื่องท้ังทางกวŒางและทางลึก พรŒอมดŒวย
ตวั อยา‹ งตา‹ ง ๆ แบบไทย ๆ เพือ่ ความเขาŒ ใจโดยไม‹ยาก ขณะท่ีสวมวญิ ญาณ
นักเขียนในการเรียบเรียงหนังสือเล‹มนี้อย‹างสละสลวยและคมชัด ทําใหŒผูŒอ‹าน
ไดรŒ บั ความรŒอู ย‹างสนกุ

สาํ หรบั สาระสาํ คัญท่ผี เูŒ ขียนไดŒเนŒนแลวŒ เนŒนอกี ตลอดทั้งเล‹มก็คือ การจะ
คดิ อะไร จะทาํ อะไร ควรจะตอŒ งระลกึ เอาไวเŒ สมอวา‹ มปี จ˜ จยั ทเี่ กยี่ วขอŒ งมากมาย
หลายอยา‹ งทจี่ ะละเลยเสยี มไิ ดŒ มฉิ ะนน้ั แลวŒ กจ็ ะเปนš การคดิ และการกระทาํ ทไี่ ม‹
ครบ บกพร‹องและไม‹แกŒป˜ญหา และความคิดเชงิ บรู ณาการกค็ อื การคดิ ใหคŒ รบ
นนั่ เอง ดร.เกรยี งศกั ดฯิ์ ไดยŒ กตวั อยา‹ งความไมส‹ าํ เรจ็ ของการแกไŒ ขปญ˜ หาความ
ยากจนในประเทศไทย(ทท่ี าํ กนั อยา‹ งตอ‹ เนอ่ื งมาหลายสบิ ป‚ และทม‹ุ เททรพั ยากร
ลงไปในการนน้ั เหลอื คณานบั ) วา‹ เนอื่ งจากการขาดการคดิ เชงิ บรู ณาการ ซง่ึ ผม
เห็นดŒวย เพยี งจะขอเติมว‹า นอกจากจะคิดไมค‹ รบแลวŒ กย็ ังคิดไมค‹ ‹อยจะถูก
ตŒองเสียดŒวย คือดูเหมือนจะไม‹ค‹อยเขŒาใจโจทย ดร.เกรียงศักดิ์ฯ ไดŒอธิบาย
เหตผุ ลทมี่ าของกรอบความคดิ ทผี่ ดิ พลาดวา‹ คนเราถกู จาํ กดั กรอบความคดิ ดวŒ ย
“กบั ดกั ” ตา‹ ง ๆ เชน‹ รปู แบบวธิ คี ดิ วฒั นธรรม ความรแŒู ละประสบการณ เปนš ตนŒ
ดังน้นั จงึ ตอŒ ง “ถอดกรอบ” ออกเสยี ก‹อน อย‹าใหไŒ ปตดิ กบั ดกั อะไร แลŒวจากนน้ั
ก็ทําการ “ขยายกรอบความคิด” ออกไป

XV

success publisherจากนัน้ ศาสตราจารยเกรยี งศักด์ฯิ กช็ ี้ใหŒเห็นวา‹ ถาŒ แมŒนจะใชวŒ ชิ าการใน
การกาํ หนดนโยบาย มาตรการต‹าง ๆ กค็ วรทจี่ ะมองวิชาการในลักษณะทีเ่ ปนš
“สหวิทยาการ” ซ่ึงมุมมองดังกล‹าวนี้จะทําใหŒเขŒาใจป˜ญหาและแนวคิดในการ
แกไŒ ขปญ˜ หาไดอŒ ยา‹ งลึกซึง้ และกวŒางขวางย่ิงขน้ึ

สมัยท่ีผมไปเรียนหนังสือท่ีกรุงเฮก ประเทศเนเธอรแลนดเมื่อเกือบคร่ึง
ศตวรรษมาแลŒว จําไดŒวา‹ แมŒเราจะเรยี นเรือ่ งการพฒั นาเศรษฐกจิ การวางแผน
เศรษฐกิจอะไรพวกน้ี แต‹ทางโรงเรียนเขาก็จะใหŒเนŒนเร่ือง “การเปลี่ยนแปลง
ทางสงั คม” เพราะจะทาํ ใหเŒ ราตอŒ งพจิ ารณาวเิ คราะหป ญ˜ หาในเชงิ สหวทิ ยาการ
หรอื อกี นยั หนงึ่ กค็ อื ใน “เชงิ บรู ณาการ” นนั่ เอง ผมกเ็ ลยตดิ การคดิ แบบดงั กลา‹ ว
นี้เรื่อยมาจนบัดนี้ ทําใหŒมีป˜ญหาในการ “สื่อ” ความเขŒาใจกับท‹านนัก
เศรษฐศาสตรส‹วนมาก เพราะทา‹ นเหลา‹ นน้ั จะพจิ ารณาแตใ‹ นเชิง “เศรษฐกิจ”
หรือ “ธุรกจิ ” ดŒานเดยี ว เมอ่ื สกั 20 ปม‚ านี้ ผมเอาเรอ่ื ง “วิทยาศาสตรและ
เทคโนโลย”ี เขาŒ มาใส‹ไวŒใน “แบบจําลอง” ทางเศรษฐกิจดŒวย เพราะผมเห็นว‹า
เปนš ปจ˜ จยั ทกี่ าํ หนดขดี ความสามารถในการผลติ ของประเทศ ครง้ั นน้ั ไมใ‹ ครจ‹ ะ
มคี นยอมรบั แตเ‹ ด๋ยี วนดี้ ูเหมือนจะเขŒาใจมากขึ้น แตก‹ ไ็ ม‹เหน็ ทาํ อะไรกัน

ผมชอบใจท่ี ดร.เกรียงศกั ด์ไิ ดŒกรณุ าประกาศติ “หŒามตดั ปจ˜ จยั ท่วี ัดไม‹ไดŒ
ออก” ดŒวยเหตผุ ลเพราะวา‹ “วดั ไม‹ได”Œ จะนําเขาŒ มาเฉพาะป˜จจยั ท่ีสามารถวัด
ไดเŒ ทา‹ นนั้ ซงึ่ การนที้ าํ ใหผŒ ลการวเิ คราะหเ ศรษฐกจิ ไขวเŒ ขวไปหมด ผมขอยกคาํ
กล‹าวตอนหนึ่งในหนังสอื เล‹มน้ใี นเรื่องท่วี า‹ นม้ี าปดทŒายขŒอเขียนของผม

XVI

success publisher“นักคิดเชิงบูรณาการจะไม‹คิดวิเคราะหโดยการพ่ึงพาเพียงป˜จจัยที่วัดไดŒ
แตพ‹ ยายามหาความเปนš ไปไดŒ ของผลกระทบของปจ˜ จยั ทเ่ี กย่ี วขอŒ ง แมมŒ จี าํ นวน
มาก แทนทจี่ ะตดั ปจ˜ จยั เหลา‹ นนั้ ทง้ิ ไปใหเŒ หลอื ไวเŒ พยี งปจ˜ จยั ทสี่ ามารถวดั ไดŒ นกั
คิดเชิงบูรณาการจะยินดีเผชิญหนŒากับความซับซŒอนโดยการคŒนหาตัวแปรที่
สําคัญตัวสุดทŒายที่จะนํามาคิดร‹วมดŒวยตั้งแต‹เริ่มตŒน เพ่ือใหŒสามารถคŒนหา
สาเหตแุ ละผลกระทบที่เก่ียวเน่ืองเช่อื มโยง แมŒวา‹ ยากที่จะคาํ นวณหรอื วดั ออก
มาไดโŒ ดยตระหนกั วา‹ แมปŒ จ˜ จยั นน้ั อาจจะวดั ไมไ‹ ดŒ ยอ‹ มตอŒ งนาํ มาพจิ ารณาดวŒ ย”

ดร.วิชิตวงศ ณ ป‡อมเพชร

XVII

success publisherคํานาํ

คําว‹า บูรณาการ อาจเรียกไดวŒ า‹ เปนš “คําใหม‹” ทเี่ ริม่ นิยมนํามาใชมŒ าก
ขนึ้ ในโลกทม่ี คี วามเชอ่ื มโยงกนั อยา‹ งซบั ซอŒ นเชน‹ ปจ˜ จบุ นั โดยมกั เขาŒ ไปเกย่ี วขอŒ ง
กับการกระทําตา‹ ง ๆ อาทิ พ‹วงไปกบั การวางแผนหรอื กาํ หนดยทุ ธศาสตรเ รอื่ ง
ใดเรอื่ งหนง่ึ เปนš ..การวางแผนหรอื ยทุ ธศาสตรเ ชิงบรู ณาการ พว‹ งไปกบั การแกŒ
ป˜ญหาเร่ืองใดเรอื่ งหน่ึง เปนš ..การแกปŒ ˜ญหาเชงิ บรู ณาการ พ‹วงไปกับการเรียน
รูŒเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง เปšน..การเรียนรูŒเชิงบูรณาการ ใหŒความหมายว‹า ไม‹ว‹าจะ
เปšนการวางแผน การแกŒป˜ญหา หรือการเรียนรูŒเร่ืองใดเรื่องหน่ึง จําเปšนตŒอง
พจิ ารณาปจ˜ จยั อนื่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอŒ งรอบดาŒ น ไมส‹ ามารถจาํ กดั ขอบเขตเฉพาะเรอ่ื ง
ไดŒ เพราะแตล‹ ะป˜จจยั ตา‹ งเชอื่ มโยงกนั อยา‹ งซบั ซอŒ น สง‹ ผลกระทบถงึ กนั ทง้ั ทาง
บวกและทางลบ การบูรณาการจะทาํ ใหŒไดมŒ ุมมองและแนวทางแกŒปญ˜ หาเรือ่ ง
นน้ั อยา‹ งครบถŒวน ลดการก‹อป˜ญหาดŒานอ่นื ๆ ตามมา

การคิดเชิงบูรณาการ จึงเปšนการคิดมิติหนึ่งท่ีเราจําเปšนตŒองเรียนรูŒและ
พัฒนาขึ้น เพื่อใหŒสอดคลŒองกับโลกท่ีเชื่อมโยงกันอย‹างซับซŒอนเช‹นในป˜จจุบัน
และเปšนหนึ่งในหนงั สอื ชดุ “ผชŒู นะ 10 คดิ ” ซ่ึงผมไดนŒ าํ เสนอวิธกี ารคดิ 10 มิติ
ทช่ี ว‹ ยพฒั นาใหคŒ นในสงั คม “คดิ เปนš ” การคดิ เชงิ บรู ณาการเปนš การคดิ บนฐาน
ความเขŒาใจในสจั ธรรมทวี่ ‹า สง่ิ ตา‹ ง ๆ นั้นไมไ‹ ดŒอย‹อู ย‹างโดดเด่ยี ว ไม‹เกยี่ วขอŒ ง
กบั สงิ่ ใด แตเ‹ ชอื่ มโยงกบั สง่ิ ตา‹ ง ๆ มากกวา‹ หนง่ึ สง่ิ อยา‹ งเปนš เหตผุ ลสมั พนั ธก นั

การคิดเชิงบูรณาการเลม‹ นี้มุ‹งหมายใหŒผูŒอา‹ นสามารถพัฒนาตนเองสู‹การ
เปšน “นักคิดเชิงบูรณาการ” ไดŒ เริ่มต้ังแต‹การปูพ้ืนฐานความเขŒาใจในความ
หมายของการบูรณาการและการคดิ เชงิ บูรณาการ (บทท่ี 1-4) “การสวมกรอบ
ความคิด” หลักคิดสําคัญของการคิดเชิงบูรณาการ (บทท่ี 5) การฝƒกคิดเชิง
บรู ณาการ และการนําไปใชŒจริงในสถานการณต า‹ ง ๆ (บทท่ี 6-9) ตลอดจน
การพฒั นาทักษะและลักษณะนิสยั ของการเปšนนักคิดเชิงบรู ณาการ (บทที่ 10)
ซ่ึงการคิดเชิงบูรณาการจะช‹วยขยายกรอบความคิดและมุมมองเก่ียวกับเรื่อง

XVIII

success publisherนนั้ ใหกŒ วาŒ งกวา‹ เดมิ ทาํ ใหเŒ ขาŒ ใจภาพไดอŒ ยา‹ งชดั เจน เขาŒ ใจเรอื่ งตา‹ ง ๆ ไดอŒ ยา‹ ง
ครบถŒวน อนั จะทาํ ใหŒแกปŒ ˜ญหาทาํ ไดตŒ รงวตั ถปุ ระสงคแ ละเกดิ ประโยชนส งู สดุ

การพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงบูรณาการจึงมีความจําเปšนอย‹าง
ยงิ่ ยวดสาํ หรบั เราทุกคน เพือ่ ใหสŒ ามารถดํารงชีวิตอย‹างประสบความสาํ เรจ็ ใน
โลกท่มี ีความซับซอŒ นมากข้นึ ทกุ ขณะ

เกรยี งศักด์ิ เจรญิ วงศศักด์ิ

XIX

success publisher XX

success publisher ความหมายของการบูรณาการ

INTEGRATIVE
THINKING

ความหมาย
ของการบรู ณาการ

1

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

คาํ วา บรู ณาการ
ในความหมายท่ัวไป หมายถึง การทําสิง่ ท่ีบกพรองใหสมบรู ณ โดย
การเพม่ิ เตมิ สว นทย่ี ังขาดอยูเขา ไป (Oxford Dictionary) หรอื เปนการ
นาํ สว นประกอบยอ ยมารวมกนั ตง้ั แตส องสง่ิ ขน้ึ ไปเพอ่ื ทาํ ใหเ ปน สว นหนง่ึ
ของสวนทัง้ หมดท่ีใหญก วา (World English Dictionary)

การบรู ณาการ มาจากคาํ ในภาษาองั กฤษวา‹ integration มรี ากศพั ท
จากภาษาลาตนิ integrat- หมายถงึ การทาํ ใหรŒ วมกนั ไดทŒ งั้ หมด ไมม‹ สี ว‹ น
ใดขาดหายไป

การบูรณาการเปšนการเชื่อมโยงสิ่งหนึ่งหรือหลายส่ิงเขŒาเปšนส‹วน
ประกอบของอีกส่งิ หนง่ึ เพอ่ื ใหสŒ ่ิงน้นั เกดิ ความสมบูรณข ึ้น มักเปšนการรวม
กนั ของสว‹ นประกอบย‹อยท่ีมีความแตกตา‹ งกันต้งั แต‹ 2 องคประกอบข้นึ ไป
ใหกŒ ลายเปšนส‹วนหน่ึงของแกนหลกั หรือส‹วนทั้งหมดท่ใี หญก‹ ว‹า

องคประกอบย‹อยดังกล‹าวโดยปกติจะแยกส‹วนกันอยู‹ อาจดูเหมือน
ไมส‹ ามารถเขาŒ กนั ไดหŒ รอื อาจมลี กั ษณะทขี่ ดั แยงŒ แตเ‹ มอ่ื นาํ มาวเิ คราะหแ ละ
สงั เคราะหเ ขาŒ ดวŒ ยกนั ใหมภ‹ ายใตแŒ กนรว‹ มเดยี วกนั กลบั สามารถรวมความ
แตกตา‹ งเหลา‹ นน้ั เขŒาดŒวยกนั ไดŒ และสง‹ ผลใหมŒ ีความสมบรู ณม ากขน้ึ

2

ความหมายของการบูรณาการ 01

μÇÑ ÍÂÒ‹ §àª¹‹ ˹Nj  ¡1, ¡2, ¡3, ¡4 áÅÐ˹Nj  ¢1,
¢2, ¢3 áÅÐ ¢4 à´ÁÔ Í¡‹Ù ¹Ñ ÍÂÒ‹ §á¡ÊÇ‹ ¹ äÁà‹ ¡ÂÕè Ǣ͌ §¡¹Ñ

¡¡¡¡ ¢¢¢¢
1234 1234

success publisher¡1 - ¡4 ÍÂ͋٠ÂÒ‹ §á¡ÊÇ‹ ¹ ¢1 - ¢4 ÍÂ͋٠ÂÒ‹ §á¡ÊÇ‹ ¹

¡ÒúÃÙ ³Ò¡ÒÃ໹š ¡ÒùÒí ÊÇ‹ ¹·áèÕ Â¡¡¹Ñ àËÅÒ‹ ¹ÁÕé ÒÃÇÁ¡¹Ñ હ‹
ÃÇÁ˹Nj  ¡ ·§éÑ ËÁ´à¢ÒŒ ´ÇŒ ¡¹Ñ áÅÐÃÇÁ˹Nj  ¢ ·§Ñé ËÁ´à¢ÒŒ ´ÇŒ Â
¡¹Ñ

¡ + ¡ + ¡ + ¡ = ºÃÙ ³Ò¡ÒÃÃÇÁ˹Nj  ¡
1 2 3 4

¢ + ¢ + ¢ + ¢ = ºÃÙ ³Ò¡ÒÃÃÇÁ˹Nj  ¢
1 2 3 4

ลักษณะของการบูรณาการไม‹ไดŒเปšนการรวมกันทั้งหมด แต‹นํามา
เฉพาะบางสว‹ นทีส่ ามารถรวมกันไดกŒ บั ส‹วนทเ่ี ปนš แกน

จากตวั อย‹างขŒางตนŒ การบรู ณาการรวมหนว‹ ย ก จาก ก1 ก2 ก3
และ ก4 ไม‹ไดŒเปšนการรวมหนว‹ ยย‹อย ก1 ก2 ก3 ก4 ทั้งหมด โดยในองค

3

ผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ประกอบย‹อย ๆ ของส่ิงท่ีจะนํามาบรู ณาการ จะคดั เลอื กเฉพาะบางสว‹ น
ทส่ี ามารถเสรมิ แกนหลกั ใหมŒ คี วามสมบรู ณ อาจเปนš กรอบแนวคดิ ทฤษฎี
แนวทางปฏิบัติของส‹วนประกอบย‹อยท่ีสามารถเสริมเขŒาเปšนส‹วนหนึ่งของ
แกนหลกั โดยตดั รายละเอียดอน่ื ๆ ทไ่ี ม‹ จาํ เปšนท้งิ ไป แสดงใหเŒ ขŒาใจง‹าย
ขึน้ ดวŒ ยภาพตอ‹ ไปนี้

สมมตใิ หŒ …
สเี่ หล่ียมนค้ี อื หน‹วย ก
success publisher ก

ท่ยี ังขาดความสมบรู ณ

จึงพิจารณาหน‹วยย‹อย ก1 ก2 ก3 และ ก4 ในส‹วนที่จะสามารถ
บูรณาการเขาŒ กบั หนว‹ ย ก เพอื่ ทําใหหŒ น‹วย ก สมบูรณยิ่งขึน้

ก1 ก2 ก3 ก4

ดึงส่วนท่เี กีย่ วขอ้ ง

การบูรณาการท่คี รบถ้วน
ทําใหเ้ กดิ ความสมบรู ณ์

การดึงเอาสว‹ นทเี่ ก่ียวขŒองมาบรู ณาการกบั แกนหลกั อาจตŒองใชŒหลกั
ของการมองอย‹างองครวม และหลักการสังเคราะหเขŒาร‹วมดŒวย การ
บูรณาการที่ครบถŒวนจะก‹อใหŒเกิดความสมบูรณมากกว‹าภาวะก‹อนการ
บูรณาการ

4

ความหมายของการบูรณาการ 01

การบูรณาการสามารถทําไดใŒ นระดบั ท่ีสูงขึ้นไปอีก เช‹น

บรู ณาการหน‹วย ก และหน‹วย ข เขาŒ ดวŒ ยกัน

success publisher
ความหมายในภาษาไทยตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. 2525 ไมไ ดใชค ําวา บูรณาการ แตใชค ําวา บูรณาการรวมหนวย
ใหความหมายวา การนําหนวยที่แยก ๆ กันมารวมเขาเปนอันหน่ึงอัน
เดยี วกัน

ซ่ึงเม่ือพิจารณาความหมายของคําว‹าบูรณาการตามศัพทภาษา
องั กฤษ สามารถเทียบเคยี งกบั คาํ ในภาษาไทยหลายคาํ อันจะกล‹าวถึงใน
ท่ีน้ีเพื่อใหŒเขŒาใจเมื่อพบคําเหล‹าน้ีในภาษาไทยจะมีความหมาย เช‹นเดียว
กับคาํ ว‹าบูรณาการ อาทิ

…การเช่อื มโยง

การบรู ณาการมีความหมายเช‹นเดยี วกบั คําวา‹ เช่อื ม หรอื เช่อื มโยง
ความหมายตามพจนานกุ รมหมายถงึ การทาํ ใหตŒ ดิ เปนš เนอื้ เดยี วกนั เปรยี บ
เหมือนกับการที่สิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่ง มาเช่ือมกับส่ิงหน่ึงท่ีอยู‹ในลักษณะ
แกนกลาง ทาํ ใหเŒ กดิ การเชอื่ มโยงเปนš เครอื ขา‹ ยทแ่ี สดงถึงความเกี่ยวพนั มี

5

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ความสมั พนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวา‹ งกนั เชน‹ ตนŒ ทนุ การผลติ เชอื่ มโยงกบั ความ
ตอŒ งการสนิ คาŒ และความตอŒ งการสินคŒาเชือ่ มโยงกบั ปรมิ าณการผลติ และ
ปริมาณการผลิตเชอื่ มโยงกับตŒนทุนการผลติ ทั้งสามป˜จจยั มคี วามสัมพนั ธ
เชงิ เหตผุ ลทเี่ ชอ่ื มโยงกนั การบรู ณาการคอื การนาํ ปจ˜ จยั ทเี่ ชอ่ื มโยงกบั เรอ่ื ง
นัน้ มาพจิ ารณาผลกระทบทเี่ กดิ ขน้ึ ระหวา‹ งกนั

…การรวมกนั -ร‹วมกนั

การบูรณาการมีความหมายท่ีเขŒาใจไดŒง‹ายที่สุดคือ การรวมกัน
เปšนการนําสองส่ิงข้ึนไปมาบวกกัน หรือรวมเขŒาดŒวยกัน เพ่ือใหŒเกิดการ
เพ่ิมพนู ในทางท่ดี ีขน้ึ กวา‹ การอยอ‹ู ยา‹ งแยกสว‹ นกัน การรวมกันสามารถตดั
ทอนความซ้ําซอŒ น และใชปŒ ระโยชนจากสงิ่ ต‹าง ๆ ร‹วมกันไดŒ ตวั อยา‹ งเชน‹

¡ÒÃÃÇÁ¡¹Ñ ¢Í§Í§¤¡ Ã¸ÃØ ¡¨Ô (collaboration) à¾Í×è ãËàŒ ¡´Ô
¤ÇÒÁ»ÃÐË嫄 μÍ‹ ¢¹Ò´ (economy of scale) ¡ÒÃÃÇ‹ ÁÁÍ× ¡¹Ñ
¢Í§»ÃЪҪ¹ ËÃÍ× Í§¤¡ Ã¸ÃØ ¡¨Ô (cooperation) à¾Íè× Å´¤ÇÒÁ¢´Ñ
á§Œ ¡ÒÃÃÇ‹ Á·Òí §Ò¹à»¹š ·ÁÕ à¾Í×è ·Òí ãËàŒ ¡´Ô ¾Å§Ñ ·Ç¤Õ ³Ù (synergy) ¡ÒÃ
ÃÇÁ¡Ñ¹·Ò§àÈÃɰ¡Ô¨áÅСÒäŒÒ¢Í§»ÃÐà·Èμ‹Ò§ æ ã¹ÀÙÁÔÀÒ¤
(regional integration) à¾Í×è ¢ÂÒÂμÅÒ´ãËÁŒ ¢Õ ¹Ò´ãËÞ¢‹ ¹Öé ໹š μ¹Œ

…การผนวก

การบรู ณาการมลี กั ษณะเหมอื นการผนวก แปลตามพจนานกุ รมไดวŒ า‹
เพ่ิมเขŒา เปšนการรวมส่ิงหน่ึงเขŒา “เปšนของ” อีกส่ิงหน่ึง อย‹างสมบูรณ
เปšนการทําใหสŒ ่ิงที่มอี ย‹ูดขี ึน้ ในภาพรวมมากกว‹าการแยกสว‹ นกัน

6

ความหมายของการบูรณาการ 01

ตัวอย‹างเชน‹

¡Òü¹Ç¡ÊÇ‹ ¹ºÃËÔ Ò÷àèÕ ´ÁÔ á¡ÊÇ‹ ¹ÍÊÔ ÃÐãËàŒ ¢ÒŒ ÁÒÍÂÀ‹Ù ÒÂ
ãμ¡Œ ÒúÃËÔ ÒÃÊÇ‹ ¹¡ÅÒ§ à¾Íè× ãË¡Œ ÒäǺ¤ÁØ à»¹š ä»ÍÂÒ‹ §·ÇÑè ¶§Ö áÅÐÅ´
μ¹Œ ·¹Ø ´ÒŒ ¹¡ÒúÃËÔ Òà ¡Òü¹Ç¡´¹Ô ᴹ˹§èÖ ãËÍŒ ÂÀ‹Ù ÒÂãμ¡Œ Òû¡¤Ãͧ
¢Í§Í¡Õ ´¹Ô ᴹ˹§Öè ໹š μ¹Œ
success publisher
…การประสาน

การบูรณาการมีลักษณะเหมือนการประสาน ความหมายตาม
พจนานกุ รมหมายถึง ทาํ ใหเŒ ขาŒ กันสนิท เช่ือม เปšนเหมอื นการทแ่ี ตล‹ ะสิ่ง
ตา‹ งทาํ หนŒาที่ของตนภายใตเŒ ป‡าหมายเดยี วกัน แมมŒ ีความแตกตา‹ งกัน แต‹
เปšนไปไดŒอย‹างสอดคลŒองในจังหวะ เวลา หรือท‹วงทํานองท่ีเหมาะสมไม‹
ขดั แยŒงกัน เปรียบไดŒกบั การขบั รอŒ งเพลงประสานเสียง ซงึ่ นกั รอŒ งแต‹ละคน
ต‹างรŒองดŒวยเสียงที่สูงตํ่าแตกต‹างกัน ถŒาใหŒรŒองเพลงอาจจะฟ˜งไม‹ไพเราะ
แต‹หากนําคนท่ีรŒองเพลงเสียงแตกต‹างกัน มารŒองเพลงเดียวกัน การ
ประสานเสียงอย‹างเหมาะสมตามจังหวะจะโคน ย‹อมช‹วยทําใหŒเพลงนั้น
ไพเราะข้ึนมากกว‹าต‹างคนต‹างรŒองตามเสียงของตนโดยขาดการประสาน
กนั

…การเตมิ เต็ม

การบรู ณาการมลี กั ษณะเหมอื น การเตมิ เตม็ หรอื เพม่ิ สงิ่ ทย่ี งั บกพรอ‹ ง
ยงั ขาดอยใู‹ หŒสมบูรณ เปรียบไดŒกบั การเตมิ คาํ ทถ่ี กู ตŒองลงในช‹องว‹างท่เี วŒน
ไวŒ หรอื อาจเปรยี บไดกŒ บั แผน‹ ภาพจกิ ซอวท วี่ า‹ งอยบ‹ู างสว‹ น แมจŒ ะยงั พอมอง

7

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

เห็นว‹าเปšนภาพอะไร แต‹ภาพนน้ั ยังขาดความสมบูรณ การบูรณาการเปšน
เหมือนการนําภาพจิกซอวส ‹วนท่ีขาดหายไปมาเติมใหŒเต็ม เพอื่ ใหŒภาพน้นั
มคี วามสมบรู ณม ากยงิ่ ขึน้

ยกตวั อยา‹ งเช‹น

ËÅÒ¤çÑé àÃÒäÁà‹ ¤Â¤´Ô ¶§Ö »ÃÐ⪹¢ ͧ¤ÇÒÁÃŒÙ㹺ҧÊÒ¢Ò
·ÊèÕ ÒÁÒö¹Òí ÁÒ㪌 㹡ÒÃá¡»Œ Þ˜ ËÒ ÍÒ·Ô ¡ÒôÒí çªÇÕ μÔ ¤Ãͺ¤ÃÇÑ ÍÒ¨
äÁà‹ ¤Â¤´Ô ¶§Ö ¤ÇÒÁÊÒí ¤ÞÑ ¢Í§¡ÒÃÊÍ×è ÊÒÃÃÐËÇÒ‹ §¡¹Ñ Í¹Ñ ÍҨ໹š àËμãØ ËŒ
ªÇÕ μÔ áμ§‹ §Ò¹ÍÒ¨à¡´Ô »Þ˜ ËÒà¾ÃÒÐäÁ‹ä´ÊŒ Í×è ÊÒá¹Ñ áÅС¹Ñ ÍÂÒ‹ §àËÁÒÐ
ÊÁ ´§Ñ ¹¹Ñé ¶ÒŒ àÃÒ¹Òí ËÅ¡Ñ ¡ÒÃÊÍ×è ÊÒÃà¢ÒŒ ÁÒ㪌 㹡ÒôÒí çªÇÕ μÔ ¤Ã‹Ù Ç‹ Á¡ºÑ
ͧ¤» ÃСͺ͹è× æ હ‹ ¤ÇÒÁÃ¡Ñ ¤ÇÒÁà¢ÒŒ 㨠¡ÒÃãËÍŒ ÀÂÑ ¡¹Ñ ໹š μ¹Œ
ÂÍ‹ ÁªÇ‹ ÂãˤŒ ÇÒÁÊÁÑ ¾¹Ñ ¸Â ¹× ÂÒÇ¢¹éÖ ä´Œ ¡ÒÃÊÍè× ÊÒè§Ö ໹š àËÁÍ× ¹¡ºÑ
¨¡Ô «ÍÇμ ÇÑ Ë¹§Öè ··Õè Òí ãˤŒ ÇÒÁÊÁÑ ¾¹Ñ ¸ 㹪ÇÕ μÔ ÊÁÃÊÂ¹× ÂÒÇ¢¹éÖ ä´Œ

สรปุ ไดวŒ า‹ การบรู ณาการเปนš การนาํ สงิ่ หนงึ่ เขาŒ รวมกบั อกี สงิ่ หนง่ึ เพอื่
ทาํ ใหŒส่ิงทม่ี ีอย‹ู “เพม่ิ พูน” เกิดความสมบูรณม ากกว‹าเดิมโดยเกิดการเอื้อ
ประโยชนต อ‹ กนั

8

ความหมายของการบูรณาการ 01

หากจะเปรยี บภาพการบรู ณาการ อาจเปรยี บไดกŒ บั เรอื พายสองลาํ …

ภาวะกอ‹ นการบรู ณาการ …

เรือทั้งสองลํา แต‹ละลํามีคนพายอยู‹หน่ึงคน
ทง้ั สองคนกาํ ลงั ม‹งุ สู‹จุดหมายเดยี วกนั

success publisherภาวะบูรณาการ …

คนพายเรอื ลาํ แรก มาอยบ‹ู นเรือลาํ ทส่ี อง แลวŒ
ชว‹ ยกนั พายไปสจ‹ู ดุ หมายเดียวกัน
การพายเรอื ลาํ เดยี วกนั ของสองคน เกดิ ประโยชนม ากกวา‹ ตา‹ งคนตา‹ ง
พาย เชน‹ ทําใหพŒ ายไดŒเรว็ มากข้นึ และช‹วยประหยัดแรงเพราะเอาแรงมา
รวมกนั ทําใหอŒ อกแรงนŒอยลง หรอื อาจออกแรงเทา‹ เดมิ แตพ‹ ายเรือไดเŒ ร็ว
ข้ึน ถึงจุดหมายเร็วขึ้น จะเห็นไดŒว‹า การบูรณาการช‹วยก‹อใหŒเกิดความ
สมบูรณม ากกว‹าการอยอู‹ ย‹างแยกส‹วน

การบรู ณาการ… รปู ธรรม vs นามธรรม

โดยทว่ั ไป เรามักจะใชกŒ ารบูรณาการใน 2 ลักษณะ อนั ไดŒแก‹ การ
บูรณาการรูปธรรม และการบูรณาการนามธรรม

การบูรณาการรปู ธรรม (factual integration)

การนําส่ิงที่มีอยูจริงมารวมกันหรือนําองคประกอบท่ีอยูอยางแยก
สวนมาทําใหเปนระบบท่ีมีลักษณะสมบูรณมากย่ิงข้ึน ใชในลักษณะของ
กระบวนการที่องคประกอบตาง ๆ อาทิ ระบบ องคการ บุคคล ฯลฯ

9

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ตั้งแต 2 หนวยขึน้ ไปรวมตวั กนั โดยมกี ารจัดโครงสรา งใหม หรอื ปรับ
กระบวนการทํางานใหมตามหนาท่ี มีการประสานงานอยางเชื่อมโยงกัน
เพื่อทําใหองคประกอบดังกลาวบรรลุถึงสภาพท่ีดีกวาสภาพกอนการ
บูรณาการ

การบูรณาการในลักษณะนี้อาจเปšนการผสานศักยภาพระหว‹างกัน
เพอื่ ชว‹ ยใหสŒ ามารถใชศŒ กั ยภาพหรอื ความถนดั ในแตล‹ ะดาŒ นของแตล‹ ะฝา† ย
มาผสมผสานกัน ซงึ่ เดมิ กอ‹ นการบูรณาการ ตา‹ งฝา† ยตา‹ งตŒองทาํ ท้งั หมด
ทั้งท่ีถนัดและไม‹ถนัด หรืออาจมีความขัดแยŒงเปšนคู‹แข‹งหรือเปšนศัตรูกัน
การบูรณาการกันสามารถจัดสรรใหม‹ใหŒต‹างฝ†ายต‹างทําในส่ิงที่ตนถนัด
และส่ิงใดที่ทําร‹วมกันไดŒใหŒทําร‹วมกัน เปšนการประหยัดทรัพยากรและ
ประหยดั เวลาของแตล‹ ะฝา† ย ชว‹ ยใหเŒ กดิ ผลผลติ ทเี่ พม่ิ พนู มากยงิ่ ขนึ้ สมมติ
เดิม สินคŒา A สินคŒา B และสนิ คŒา C แขง‹ ขนั กนั อย‹ูในตลาด A ตอŒ งออกแรง
แขง‹ ขัน ปอ‡ งกัน และวางกลยุทธเพื่อเอาชนะทง้ั B และ C เชน‹ เดยี วกับ B
และ C ตา‹ งตŒองออกแรงวางกลยุทธป อ‡ งกนั และเอาชนะคูแ‹ ขง‹ แตเ‹ ม่อื A
บรู ณาการกบั B โดยนาํ จดุ แขง็ ของA และB มารวมกนั โอกาสทจี่ ะสามารถ
เอาชนะ C ไดยŒ ‹อมมีมากกวา‹

ตัวอย‹างของการบูรณาการเชิงรูปธรรมท่ีเห็นไดŒชัด ไดŒแก‹ การ
พยายามรวมยุโรปเปšนยุโรปเดียว หรือสหภาพยุโรป (European Union:
EU) กอ‹ นการบูรณาการจะอยอ‹ู ย‹างแยกส‹วน มีการปกครองเปนš ของตนเอง
มีระบบการบริหารประเทศแบบแยกส‹วนจากกัน การคŒาระหว‹างประเทศ
เปนš ไปในลกั ษณะของการทต่ี า‹ งคนตา‹ งทาํ สง‹ ผลใหขŒ าดพลงั ในการแขง‹ ขนั
กบั ประเทศภายนอกภมู ภิ าค รวมทง้ั ตอŒ งแบกภาระตนŒ ทนุ คา‹ ใชจŒ า‹ ยในเรอื่ ง
ทเ่ี หมอื น ๆ กนั เมอื่ เกดิ แนวคดิ การรวมยโุ รปเปนš หนงึ่ เดยี ว จงึ ชว‹ ยลดการ

10

ความหมายของการบูรณาการ 01

แขง‹ ขนั กนั เองทางการคาŒ กลายเปนš ความรว‹ มมอื ซงึ่ เพม่ิ พลงั การตอ‹ รองกบั
ประเทศนอกกลุ‹ม เพราะมีขนาดตลาดที่ใหญ‹ข้ึน นอกจากน้ียังเปšนการ
ผสานศักยภาพและจุดเด‹นของกันและกัน ลดความซ้ําซŒอนในการทําสิ่ง
ต‹าง ๆ ทเ่ี หมือนกนั เช‹น ความซา้ํ ซอŒ นดาŒ นโครงสรŒางการบรหิ ารทตี่ ‹างคน
ตา‹ งทํา กลายมาเปนš บรหิ ารเดียว ซึ่งจะชว‹ ยใหŒเกดิ ความประหยัดมากขนึ้

success publisher
แนวคดิ การบรู ณาการน้ี ทาํ ใหปŒ ระเทศตา‹ ง ๆ ในยโุ รปเรม่ิ ปรบั ตวั เขาŒ
สู‹แกนกลาง ท้งั ในดŒานการเงินทเ่ี ปล่ียนมาใชเŒ งนิ สกลุ เดยี วกัน ตลาดการ
คาŒ รวมกนั เปนš ตลาดเดยี ว ระบบเศรษฐกจิ เดยี ว และรวมตลอดถงึ การปรบั
เขŒาสู‹ระบบการเมือง และระบบสังคมที่มีลักษณะเอ้ือต‹อแกนกลาง เช‹น
พยายามสรŒางความสมานฉันทใหŒเกิดข้ึนในสังคมที่มีความแตกต‹างหลาก
หลาย โดยมจี ดุ ยนื รว‹ มเดียวกัน เปนš ตŒน

การบูรณาการนามธรรม

การบูรณาการแนวคิด (conceptual integration) ที่อยูในรูปของ
แผนงาน สมมตฐิ าน กระบวนทศั น ทฤษฎี โครงการ แผนการ ฯลฯ ตง้ั แต
สองแนวคดิ ขนึ้ ไป แนวคดิ เหลา นอี้ าจมขี อ มลู บางสว นหรอื แนวคดิ ภายใน
ทด่ี เู หมอื น มคี วามขดั แยง กนั การบรู ณาการเปน การนาํ มากอ รปู ใหม โดย
นําองคประกอบยอยท่ีดูเหมือนแตกตางมารวมกันอยางผสมกลมกลืน
ผลลพั ธข องกระบวนการนค้ี อื มลู คา ทเี่ พมิ่ ขน้ึ และนา พงึ พอใจมากขนึ้ กวา
การทแี่ ตล ะแนวคดิ อยอู ยา งแยกสว น เชน จติ แพทยบ รู ณาการกลยทุ ธก าร
รักษาโรคจากสํานักตาง ๆ เพ่ือใหการรักษาไดผลมากที่สุด ผูบริหาร
องคกรและพนักงานชวยกันคิดวางแผนเพื่อใหแผนดําเนินการมีความ
สมบรู ณแ ละมีความเชอ่ื มโยงกนั เปน ตน

11

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ป˜จจุบันมีการนําแนวคิดเชิงบูรณาการมาใชŒในการศึกษาศาสตร
ต‹าง ๆ เรยี กวา‹ การศกึ ษาในลกั ษณะสหวทิ ยาการ (multidisciplinary) โดย
การพยายามนาํ ศาสตรใ นสาขาทแี่ ตกตา‹ งสาขาหนงึ่ หรอื หลายสาขา ผนวก
เขาŒ กบั ศาสตรท เี่ ปนš แกนหลกั สาขาหน่ึง เพ่ือใหศŒ าสตรนนั้ มีความสมบูรณ
ยง่ิ ขน้ึ อนั จะนาํ ไปสก‹ู ารประยกุ ตใ ชทŒ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพมากกวา‹ เชน‹ การนาํ
กระบวนการสื่อสาร บูรณาการเขŒากับศาสตรดŒานจิตวิทยา ส‹งผลใหŒเกิด
แนวทางการสือ่ สารทีม่ ีประสทิ ธิผล เปšนตŒน

นอกจากน้ี การบูรณาการทางแนวคิดจะพยายามรวมคุณค‹าของ
แนวคดิ ทม่ี ลี กั ษณะ “ขวั้ ตรงขาŒ ม” หรอื แนวคดิ ทไ่ี ดรŒ บั การยอมรบั กบั แนวคดิ
ที่ถูกปฏเิ สธ บรู ณาการเขาŒ ดวŒ ยกนั เช‹น การบรู ณาการวิทยาศาสตรเ ขาŒ กบั
ศาสนา กลายเปนš ฟส กิ สข นั้ สงู (hyper physics) การบรู ณาการแนวคดิ ดาŒ น
การพฒั นาและการอนรุ กั ษ ซง่ึ เปนš แนวคดิ ขวั้ ตรงขาŒ มไวดŒ วŒ ยกนั กลายเปนš
แนวคดิ การพัฒนาทยี่ ง่ั ยืน (sustainable development) เปนš ตนŒ

การบูรณาการมีความจําเปน และสาํ คัญอยา งยิง่
ในโลกยุคใหมท ่ีปจจัยตาง ๆ มคี วามเช่อื มโยงและซับซอน

การมคี วามสามารถในการคดิ เชงิ บูรณาการ
จะชวยใหเราพจิ ารณาสิง่ ตา ง ๆ ไดอ ยา งครบถว น

และสามารถนาํ สง่ิ ดที มี่ ีอยูในบริบทแวดลอม
มาชว ยสรางความสมบรู ณ

และความสาํ เร็จในสง่ิ ท่ีตอ งการได

12

success publisher สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม‹…อย‹างไร ?

INTEGRATIVE
THINKING

สมองคดิ เชิงบรู ณาการ
หรอื ไม‹…อย‹างไร ?

13

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

โดยธรรมชาติสมองของคนเราจะคิดในลักษณะบูรณาการอยู‹แลŒว
เปšนการคดิ อย‹างเช่ือมโยงกนั ท้งั ระบบ เชน‹ การทาํ งานประสานเชื่อมโยง
กันอย‹างอัตโนมัติของสมองทั้งซีกซŒายและซีกขวา ซึ่งมีหนŒาที่เฉพาะแตก
ต‹างกัน เมื่อตŒองคิดเก่ียวกับเร่ืองใดเรื่องหน่ึง สมองท้ังสองซีกจะคิดอย‹าง
บูรณาการกัน และแสดงผลออกมาเปนš พฤติกรรมเพอ่ื วัตถปุ ระสงคเฉพาะ
เจาะจงบางอย‹าง อาทิ การประสานกันอย‹างสอดคลŒองท้ังมือซŒายและ
มอื ขวาในการเลน‹ ดนตรี เล‹นกฬี า การทาํ งานอยา‹ งประสานสอดคลอŒ งกนั
ของรา‹ งกายสว‹ นตา‹ ง ๆ การใชทŒ ง้ั จนิ ตนาการและเหตผุ ลในการสราŒ งสรรค
สิง่ ใหม‹ เปšนตนŒ

นอกจากนี้ ในการคิดเกี่ยวกับเร่ืองใดเรื่องหน่ึง เราจะคิดอยา‹ งเก่ยี ว
เน่อื งเชือ่ มโยง โดยมตี ัวร‹วมในการคดิ มารว‹ มกนั คดิ อย‹างผสมผสาน ไมว‹ า‹
จะเปนš ความรแŒู ละประสบการณ กรอบโลกทศั นช วี ทศั น อารมณ นสิ ยั และ
แรงจูงใจ (เกรียงศกั ด,์ิ 2544) โดยสมองจะคดิ อยา‹ งบรู ณาการตวั รว‹ มเหล‹า
น้ี เพอ่ื ทําความเขาŒ ใจหรือหาคาํ ตอบใหŒกบั เร่ืองนน้ั ผลสรุปของการคิดจึง
เปšนผลรวมจากการบูรณาการตัวร‹วม ซึ่งการท่ีเราจะนําตัวร‹วมใดมาร‹วม
คดิ มากนอŒ ยนน้ั ขน้ึ อยก‹ู บั ความเคยชนิ ในนสิ ยั การคดิ โลกทศั นช วี ทศั นเ กยี่ ว
กบั เรอื่ งตา‹ ง ๆ ลกั ษณะนสิ ยั และความรปŒู ระสบการณข องเราเกยี่ วกบั เรอื่ ง
ท่ีจะคดิ

14

สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม‹…อย‹างไร ? 02

กรอบโลกทัศนช์ วี ทัศน์

อารมณ์ แรงจงู ใจ

นสิ ัย

success publisherสมองซีกซา้ ย สมองซกี ขวา

คดิ บรู ณาการตวั รว่ มและใชส้ มอง
ท้ังสองซกี อย่างบูรณาการในสถานการณต์ า่ ง ๆ

ความคิดบูรณาการของสมองมีความสําคญั หลายประการ อาทิ

… สาํ คญั ต‹อการเรยี นรูขŒ องมนุษย

ความคิดเชิงบูรณาการเปšนส‹วนสําคัญของการเรียนรูŒ การเรียนรูŒ
เปšนกระบวนการทคี่ น ๆ หนงึ่ ไดรŒ บั ขอŒ มลู ใหม‹ เชน‹ คาํ พดู สญั ลกั ษณ หรอื
ภาพ ขอŒ มลู นนั้ จะถกู นาํ เขาŒ สก‹ู ารตคี วาม ซงึ่ จะมกี ารพสิ จู นค นŒ หาความจรงิ
โดยการเทียบเคียงกับขŒอมูลและตัวร‹วมทางความคิดที่เก็บไวŒในความทรง
จาํ จากนน้ั จะทาํ การยอมรบั หรอื ปฏเิ สธ และนาํ ไปสข‹ู อŒ สรปุ เปนš ความรใŒู หม‹
ทีเ่ พ่ิมเขŒามา

ดงั น้นั ในการเรยี นรŒูเรอื่ งต‹าง ๆ หลังจากทผี่ เูŒ รยี นรบั รูŒเรือ่ งทต่ี ัง้ ใจจะ
สื่อสารแลŒว แมŒจะเขŒาใจขŒอความท่ีส่ือสาร แต‹ในข้ันนี้ยังไม‹สามารถ
ประยกุ ตใ ชไŒ ดŒ เนอ่ื งจากยงั ไมไ‹ ดรŒ วมเขาŒ กบั ทศั นะในการมองโลกของผเŒู รยี น
ผเŒู รยี นจาํ เปนš ตอŒ งไดรŒ บั การเปด โอกาสใหสŒ มองไดใŒ ชคŒ วามคดิ เชงิ บูรณาการ

15

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

มิฉะนน้ั ส่งิ ทีผ่ Œเู รียนไดŒรบั จะไมส‹ ามารถยอ‹ ยเปšนความเขาŒ ใจไดŒ

ที่ผา นมา การเรียนการสอนในระบบทอ งจําของบานเรา สะทอ นให
เหน็ ภาพการเรยี นรทู ไี่ มส มบรู ณ เพราะขาดการเปด โอกาสใหผ เู รยี นไดใ ช
ความคิดเชิงบูรณาการ เปนแตเพียงผูท่ีรับขอมูลและจดจําไวสําหรับ
ถายทอดคืนผูสอนเมื่อถึงเวลาสอบ แตไมสามารถยอยเปนความรูใหม
สําหรับนํามาประยุกตใชในชวี ติ จรงิ ได

การเรียนการสอนแบบใหม‹จึงเนŒนการเปดโอกาสใหŒผูŒเรียนคิดเชิง
บรู ณาการ โดยเนŒนใหŒผเูŒ รียนไดŒมีโอกาสสังเกต พจิ ารณาใครค‹ รวญ มีการ
ทดลองซาํ้ มกี ารเปรยี บเทยี บเพอื่ ใหผŒ เŒู รยี นเกดิ การทบทวนซา้ํ ไปมากบั ความ
รูŒที่ตนมี จนเกิดความเขŒาใจอย‹างถ‹องแทŒเห็นถึงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้น
กลายเปšนความรูŒใหมท‹ ่ีนําไปใชปŒ ระโยชนไดŒ

¤ÇÒÁ÷ŒÙ Õèä´ÃŒ ºÑ ¡ÒúÃÙ ³Ò¡ÒÃÍÂÒ‹ §´Õ
àÃÂÕ ¡ä´ÇŒ Ò‹ ໹š ÍÒËÒÃÊÁͧ·ÁèÕ ¤Õ ³Ø ¤Ò‹
μ¡¼Å¡Ö à¡´Ô à»¹š ¤ÇÒÁ¡ÃШҋ §·Ò§»Þ˜ ÞÒ
Á¤Õ ÇÒÁà©ÂÕ º¤Á㹡ÒÃÇ¹Ô ¨Ô ©ÂÑ àÃÍ×è §μÒ‹ § æ ä´´Œ ÂÕ §èÔ ¢¹éÖ

ในทางตรงกนั ขาŒ มความรทŒู ไ่ี มไ‹ ดรŒ บั การยอ‹ ยหรอื การคดิ บรู ณาการอาจ
เรยี กไดวŒ า‹ อาหารขยะ เหมอื นคนทมี่ คี วามรทŒู ว‹ มหวั เอาตวั ไมร‹ อด เพราะไม‹
สามารถนาํ ไปประยกุ ตใ ชปŒ ระโยชนไ ดŒ กลายเปนš ความรทŒู แี่ ยกสว‹ นจากการ
ดําเนนิ ชีวติ จรงิ

16

สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม‹…อย‹างไร ? 02

… สาํ คญั ต‹อการคดิ แกปŒ ญ˜ หาและการสราŒ งสรรคสิง่ ใหม‹success publisher

การคิดเชิงบูรณาการเปšนวิธีการคิดของสมองมนุษยโดยปกติ ทั้งน้ี
เพราะสมองจะคิดในลักษณะของความเก่ียวเน่ืองเช่ือมโยง (associative
thinking) อยา‹ งอตั โนมัติ เม่ือสมองรับขŒอมูลใหมเ‹ ขŒามา ขอŒ มูลนน้ั จะเชื่อม
โยงทันทีกับมโนทัศนของเร่ืองลักษณะเดียวกันท่ีอยู‹ในความคิด และคิด
อยา‹ งเชื่อมโยงกับความรŒูความเขาŒ ใจ กรอบโลกทศั นชวี ทัศนในความทรง
จาํ ผสมผสานกบั อารมณค วามรสŒู กึ สญั ชาตญาณ การใชเŒ หตผุ ลตามความ
เคยชิน สมองทําหนาŒ ท่เี ชื่อมโยงขŒอมูลนับรŒอย ๆ ที่เกดิ ขึน้ ในความคิดใน
ชว่ั ขณะนนั้ เพอื่ พจิ ารณาเรอื่ งนน้ั และทาํ ใหไŒ ดผŒ ลลพั ธอ ยา‹ งครา‹ ว ๆ สามารถ
นํามาใชŒในการแกŒไขปญ˜ หาท่เี กิดข้นึ ในชีวิตประจําวันไดŒ

วธิ กี ารคดิ แกปŒ ญ˜ หาในลกั ษณะนี้ เรยี กวา‹ วธิ คี ดิ หาคาํ ตอบของปญ˜ หา
โดยใชŒเหตุผลหรอื เกณฑใ นการประเมินแบบครา‹ ว ๆ (heuristics) คําตอบ
ท่ีไดŒอาจไม‹ถูกตŒองแม‹นยําเท‹าวิธีการทางวิทยาศาสตรและวิธีคํานวณทาง
คณิตศาสตร แต‹อยู‹ในลกั ษณะของ “ความน‹าจะเปšน” (plausibility) หรอื
เปšนไปไดŒท่ีจะเปšนเช‹นนั้น ถŒามีเครือข‹ายขŒอมูลเชื่อมโยงกันแน‹นหนา
เกย่ี วขอŒ งกบั เรอ่ื งนน้ั โอกาสของความถกู ตอŒ งจะเพม่ิ ขนึ้ แมวŒ า‹ ผลลพั ธจ าก
ความคดิ บรู ณาการไมส‹ ามารถ ยนื ยนั ความถกู ตอŒ งแมน‹ ยาํ ไดรŒ อŒ ยเปอรเ ซน็ ต
แตธ‹ รรมชาตเิ ลอื กทจี่ ะคดิ แกปŒ ญ˜ หาในลกั ษณะนี้ เนอ่ื งจากวธิ คี ดิ เชน‹ นเี้ ปนš
วิธีคิดที่ยืดหยุ‹น และเปšนวิธีที่สมองสามารถเทียบเคียงคŒนหาผลลัพธหรือ
ทางแกปŒ ญ˜ หาไดอŒ ย‹างรวดเร็ว ซึ่งสาํ คัญยงิ่ ต‹อการแกปŒ ญ˜ หาเฉพาะหนาŒ ใน
ส‹วนท่อี าจไม‹สามารถรอเวลาพิสจู นค วามถูกตอŒ งตามหลกั วิทยาศาสตรไดŒ
แตว‹ ธิ คี ดิ เชน‹ นก้ี ส็ ามารถชว‹ ยใหเŒ ราดาํ เนนิ ชวี ติ ในโลกทมี่ คี วามซบั ซอŒ นและ
ไม‹แนน‹ อนไดŒ

17

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

นอกจากน้ี ความสามารถในการคดิ อยา‹ งบรู ณาการของมนษุ ยช ว‹ ยใหŒ
เราสามารถสราŒ งสรรคส่งิ ใหม‹ ๆ ใหŒเกิดขึ้นไดŒ โดยสมองมีความสามารถ
ในการเชอ่ื มโยงจากมโนทศั นห นงึ่ ไปสอ‹ู กี มโนทศั นห นง่ึ ซงึ่ อาจจะไมม‹ คี วาม
เกยี่ วขอŒ งกัน ความคดิ ของเราจะสามารถคดิ กลบั ไปกลบั มาจนกระทง่ั เรา
ไดŒความคิดดี ๆ ข้ึนมาอีกความคิดหน่ึง ไดŒแนวการกระทําหรือการ
แสดงออกทางจิตใจและอารมณบางอย‹าง อันเปšนท่ีมาของความคิด
สราŒ งสรรคข องมนุษยน ่นั เอง

ปลกุ สมองคิดบรู ณาการ

ระบบการทํางานท่ีเปšนเครือข‹ายเชื่อมโยงซับซŒอนของสมอง เปšนสิ่ง
หน่ึงที่คอมพิวเตอรย งั ไม‹สามารถเลียนแบบไดŒ เพราะคอมพิวเตอรท ํางาน
ตามหลักตรรกแบบนริ นัย (deductive thinking) จึงไมส‹ ามารถคดิ หาคาํ
ตอบโดยท่ียังไม‹มีตัวแบบไดŒ ในขณะที่สมองมนุษยสามารถคิดในเร่ืองท่ี
ซับซŒอนและยงั ไม‹มตี วั แบบทีแ่ น‹นอนไดŒ ทําใหเŒ ราสามารถปรับตัวตามการ
เปล่ียนแปลงไดŒสอดคลŒองกับโลกความจริงที่ส่ิงต‹าง ๆ มีความเชื่อมโยง
สัมพนั ธกันอย‹างซบั ซอŒ น

เจรัลด เอเดลแมน นักวิจัยสมองแห‹งมหาวิทยาลัยร็อกกี้เฟลเลอร
นิวยอรก เจŒาของรางวัลโนเบล เขาไดŒสรŒางคอมพิวเตอรช่ือ ดารวิน 3
(Darwin III) จําลองกระบวนการเรียนรูŒของมนุษย ภายในประกอบดŒวย
สญั ลกั ษณข นาดเลก็ ซง่ึ จะปรากฏบนจอเหมอื นทเี่ หน็ ในวดิ โี อเกม มนั จะไม‹
ปฏิบัติการซํ้า ๆ ตามโปรแกรมที่ต้ังไวŒ แต‹สามารถสังเกตและสัมผัส
สญั ลกั ษณต ัวอ่ืน ๆ ไดŒดŒวย เนอ่ื งจากมันไดŒรบั การตดิ ตง้ั สมองจาํ ลองทมี่ ี
เซลลส าํ รองและจดุ เชอื่ มตอ‹ นบั พัน ๆ เพอ่ื รับทราบ แลกเปลีย่ น เช่ือมโยง
และจดจาํ ขอŒ มูล หลังจากการทดสอบหลายพนั คร้ัง ดารว ิน 3 สามารถ

18

สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม‹…อย‹างไร ? 02

เรียนรูŒที่จะประสานสิ่งที่เห็นกับส่ิงท่ีสัมผัส และตอบโตŒกับสัญลักษณตัว
อ่ืน ๆ ที่ไดŒเห็นหรือสัมผัส นับว‹าคอมพิวเตอรสามารถเรียนรูŒจาก
ประสบการณไ ดรŒ ะดบั หนงึ่ แตเ‹ มอ่ื เปรยี บเทยี บกบั การเรยี นรแŒู มแŒ ตก‹ บั สตั ว
ชัน้ ตํ่าหลายชนดิ แลวŒ คอมพิวเตอรยังห‹างชนั้ กนั มากกับสตั วเหลา‹ นน้ั

ดร.เจรัลด ไดŒกล‹าวไวŒว‹า “คอมพิวเตอรไม‹สามารถปรับตัวไปตาม
ความเปลี่ยนแปลงของโลกไดŒอย‹างสมอง และจะไม‹สามารถทํางานไดŒถŒา
ใชŒระบบเช่ือมโยงแบบเดียวกับเครือข‹ายที่แปรเปล่ียนไปเร่ือยของสมอง”
(อŒางจาก รดี เดอรไดเจสท, 2543)
success publisher
แมวŒ า‹ สมองจะมคี ุณสมบตั ิในการคดิ เชิงบรู ณาการ แตป‹ ระสทิ ธภิ าพ
การคดิ ลกั ษณะนก้ี ลบั ถกู จาํ กดั ลงดวŒ ยการใชเŒ หตผุ ลแบบวทิ ยาศาสตร เพอ่ื
ทําใหŒเขาŒ ใจความซับซอŒ นนัน้ ไดŒง‹ายข้นึ และพิสูจนไดชŒ ัดเจนแม‹นยาํ จงึ มกั
มีการกําหนดขอบเขตและการจํากัดการเชื่อมโยงของเหตุและผลของสิ่ง
ตา‹ ง ๆ ใหŒเหลือเพียงบางปจ˜ จยั ท่สี ามารถวัดไดŒ สว‹ นหนึง่ ถอื เปนš การช‹วย
ใหคŒ วามคดิ ของเราแจม‹ ชดั ขนึ้ เหน็ ไดชŒ ดั เจนในการเรยี นการสอนแบบแยก
สว‹ น ทเี่ ปšนการเรยี นลงลกึ เพอื่ ใหเŒ กิดความชํานาญในบางสาขาวชิ า ส‹วน
หนึ่งช‹วยใหŒเกิดความชํานาญเฉพาะดŒาน และไม‹วุ‹นวายสับสนจากสาขา
วชิ าทด่ี เู หมอื นไมเ‹ กยี่ วขอŒ ง เชน‹ วทิ ยาศาสตร ศาสนา ประวตั ศิ าสตร บญั ชี
เปšนตนŒ ซ่ึงเราอาจมองว‹าไมเ‹ กยี่ วขอŒ งกบั ชวี ิตของเรา อนั เปนš เหตใุ หŒวิธีคิด
ของเราใหนŒ าํ้ หนกั ไปเพียงบางมุมบางดŒาน ทําใหŒพจิ ารณาเร่อื งต‹าง ๆ ไดŒ
อยา‹ งไมค‹ รบถวŒ น ขาดการบูรณาการทส่ี มบรู ณ การแยกความคิดออกต‹าง
หากในลกั ษณะนเี้ ทา‹ กบั เปนš การทาํ ลายความสามารถในการคดิ ของเรา ทงั้
ความสามารถในการทํางานและการดํารงอย‹ูอยา‹ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

19

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ป˜จจุบันนักวิชาการจึงเร่ิมหันกลับมาใหŒความสําคัญกับการคิดแบบ
บูรณาการ ใหคŒ วามสําคัญกบั การใชเŒ หตผุ ลที่ไมไ‹ ดยŒ ดึ ตดิ กับความถูกตอŒ ง
แมน‹ ยาํ ตามหลกั วทิ ยาศาสตร (exact science) มาเปนš การใหคŒ วามสาํ คญั
กบั การหยงั่ รŒู (intuition) จากจติ สาํ นกึ และจติ ใตสŒ าํ นกึ ของมนษุ ย ใหคŒ วาม
สําคัญกับป˜จจัยท่ียังไม‹มีมาตรฐานในการช้ีวัดหรือหลักการคํานวณท่ี
แนน‹ อน รวมทง้ั ยอมรบั “ความเปนš ไปได”Œ (plausibility) ของการบรู ณาการ
ระหวา‹ งสาขาวชิ าทฤษฎี หรอื แนวคดิ ทแี่ ตกตา‹ งหรอื ขดั แยงŒ ซง่ึ เดมิ ตคี วาม
วา‹ มเี พยี งหนงึ่ เดยี วทถี่ กู (true) ทเี่ หลือย‹อมผิด (false) เทา‹ นั้น เรยี กว‹าเปšน
วิทยาศาสตรแ บบบูรณาการ (integrative science) โดยเลียนแบบวิธีคิด
บรู ณาการของสมองมากยิ่งขนึ้ ทําใหŒไดคŒ วามจรงิ สัมพัทธท สี่ อดคลอŒ งกบั
ความซับซŒอนและการเปล่ยี นแปลงของโลก

ไมเ‹ พยี งเทา‹ นนั้ ยงั มกี ารใหคŒ วามสาํ คญั กบั การเรยี นรแŒู บบ สหวทิ ยาการ
(multidisciplinary) เพื่อใหเŒ กดิ ความรเŒู ชงิ บรู ณาการในศาสตรหลากหลาย
สาขาวชิ าอยา‹ งไม‹แยกสว‹ น อนั เปšนการยอŒ นกลับไปส‹ูการเรยี นรใูŒ นลกั ษณะ
เดียวกับการเรียนรูŒในอดีต ซ่ึงผูŒเรียนสามารถเรียนรูŒหลากสาขาวิชาไดŒ
พรŒอม ๆ กนั นกั ปรชั ญาตะวนั ตกทเ่ี รารจŒู กั สว‹ นใหญเ‹ ปนš ทงั้ นกั วทิ ยาศาสตร
นักดาราศาสตร นักคณติ ศาสตร นกั รฐั ศาสตร วศิ วกร ศลิ ปน เรยี กไดวŒ ‹า
คน ๆ เดยี วเรยี นรŒูความรŒทู กุ แขนงทมี่ ใี นขณะนนั้ ยกตวั อย‹างเช‹น

20

สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม‹…อย‹างไร ? 02

...ÍÃÊÔ âμàμÅÔ ¹¡Ñ »ÃªÑ ÞÒ¡Ã¡Õ «§èÖ à»¹š ÈÉÔ Â¢ ͧà¾Åâμ à¢Ò
ä´ÈŒ ¡Ö ÉÒ¤¹Œ ¤ÇÒŒ ÇªÔ ÒμÒ‹ § æ ÁÒ¡ÁÒ ¤Ãͺ¤ÅÁØ à¡Í× º·¡Ø ÊÒ¢Ò
ÇªÔ Ò ä´áŒ ¡‹ »ÃªÑ ÞÒ μÃÃ¡Ç·Ô ÂÒ ¨μÔ Ç·Ô ÂÒ ¨ÃÂÔ ÈÒÊμÏ ´ÒÃÒÈÒÊμÏ
¡ÅÈÒÊμÏ ÍØμØ¹ÔÂÁÇÔ·ÂÒ ¾Ä¡ÉÈÒÊμÏ ÊÑμÇÇÔ·ÂÒ ªÕÇÇÔ·ÂÒ
àÈÃɰÈÒÊμÏ ¡ÒÃàÁÍ× § áÅÐáÁ¡Œ Ãз§Ñè ÇÃó¤´Õ ¤ÇÒÁÃàŒÙ ËÅÒ‹ ¹ªéÕ Ç‹ Â
㹡ÒäԴàªÔ§ºÙóҡÒ÷íÒãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁËÂèѧÃÙŒ 㹤ÇÒÁ໚¹ä»¢Í§
ÊÀÒÇÐμÒ‹ § æ ·àÕè ¡´Ô ¢¹éÖ ã¹âÅ¡áÅЪÇÕ μÔ ä´Œ
success publisher
...ÅâÕ Í¹Òâ´ ´ÒÇ¹Ô ªÕ ä´ÃŒ ºÑ ¡Òâ¹Ò¹¹ÒÁÇÒ‹ ໹š ꬄ ©ÃÂÔ º¤Ø ¤Å
à¢ÒÁ¤Õ ÇÒÁÃáŒÙ ÅФÇÒÁÊÒÁÒöã¹Ç·Ô ÂÒ¡ÒÃá·º·¡Ø ᢹ§ ໹š
¨Ôμá÷Õèà¢Õ¹ÀÒ¾Êà¡ç쪏àÍÒäÇŒ»ÃÐÁÒ³ 5,000 ÀÒ¾ ໚¹¹Ñ¡
Ç·Ô ÂÒÈÒÊμÏ ¹¡Ñ ¤³μÔ ÈÒÊμÏ ¹¡Ñ ÊÃÃÕ Ç·Ô ÂÒ ÇÈÔ Ç¡Ã Ê¶Ò»¹¡Ô ¹¡Ñ
´ÒÃÒÈÒÊμÏ ¹Ñ¡ªÕÇÇÔ·ÂÒ ¹Ñ¡¿Êԡʏ ¹Ñ¡´¹μÃÕ áÅÐ໚¹¹Ñ¡¤Ô´
ÊÃÒŒ §ÊÃ䷏ ÍèÕ Í¡áººÊ§Ôè »ÃдÉÔ °μ Ò‹ § æ àÍÒäÇÁŒ Ò¡ÁÒÂ

ปจ˜ จบุ นั จงึ เรยี กไดวŒ า‹ เปนš ยคุ หวนกลบั สย‹ู คุ เดมิ ทใ่ี หคŒ วามสาํ คญั กบั การ
เรียนรูŒแบบบูรณาการ อันเปšนการช‹วยส‹งเสริมศักยภาพการทํางานของ
สมองท่คี ดิ เชงิ บูรณาการอย‹แู ลวŒ สามารถคดิ เชือ่ มโยงไดŒอยา‹ งลกึ ซง้ึ นาํ ไป
สกู‹ ารประยกุ ตใ ชแŒ ละการสรŒางสรรคสงิ่ ใหม‹ในแนวทางทด่ี กี ว‹าเดิมไดŒ

21

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ความสามารถในการเชื่อมโยงแนวคิดต‹าง ๆ
เขาŒ หา “แกนหลัก”

หรือวตั ถุประสงคของเรื่องที่ตัง้ ขน้ึ
โดยเชื่อมโยงอยา‹ งครบถวŒ นและมเี หตผุ ล

เพอื่ ใชŒในการอธิบายแกนหลกั นั้น
นบั เปนš องคป ระกอบสําคญั ท่สี ดุ ของการบูรณาการ

22

success publisher การคิดเชิงบูรณาการคืออะไร ?

INTEGRATIVE
THINKING

การคิดเชิงบูรณาการ
คืออะไร ?

23

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

การคิดเชงิ บรู ณาการ หมายถึง
ความสามารถในการเช่อื มโยงขอมูลขาวสาร มุมมองหรอื แนวคิดท่ี
แยกสวนหรือมีความแตกตางกัน ใหเขากับเรื่องท่ีเปนแกนหลักไดอยาง
เหมาะสม สง ผลใหเ ร่อื งท่ีเปนแกนหลกั นน้ั สมบรู ณแ ละมเี อกภาพ

การคดิ เชงิ บรู ณาการเปนš การพฒั นาความตระหนกั รถŒู งึ ความสมั พนั ธ
เชื่อมโยงระหวา‹ งสง่ิ ตา‹ ง ๆ ซึง่ โดยปกติแลŒวอย‹อู ย‹างแยกส‹วนหรือดูเหมือน
ขดั แยŒงกนั อาทิ สาขาวชิ า สาขาอาชีพ ทฤษฎี แนวคิด ความเชอื่ ความ
คดิ เหน็ ทางเลอื กทแี่ ตกตา‹ ง การคดิ เชงิ บรู ณาการ จะชว‹ ยขยายกรอบความ
คดิ ทจ่ี าํ กดั ออกไปและพยายามเชอื่ มโยงเพอื่ หาความเปนš ไปไดขŒ องสงิ่ ทเี่ กดิ
ขน้ึ ชว‹ ยใหŒเรามองเหน็ สมั พันธภาพทเ่ี ช่ือมโยงระหว‹างสิ่งเหล‹านัน้ ส‹งผล
ใหŒเราสามารถหาวิธีแกŒป˜ญหา สรŒางสรรคสิ่งใหม‹ คŒนพบความเปšนไปไดŒ
ใหม‹ ๆ ท่ีดกี ว‹าเดิม

24

การคิดเชิงบูรณาการคืออะไร ? 03

การคิดเชิงบูรณาการเปšนการคิดบนฐานความเขŒาใจในสัจธรรมที่ว‹า
สิ่งตา‹ ง ๆ นั้นไมไ‹ ดŒอยูอ‹ ยา‹ งโดดเดี่ยว ไม‹เกย่ี วขอŒ งกับสิ่งใด แตเ‹ ชือ่ มโยง
กบั สงิ่ ตา‹ ง ๆ มากกวา‹ หนง่ึ สง่ิ อยา‹ งเปนš เหตผุ ลสมั พนั ธก นั ทงั้ เหตผุ ลทเ่ี ชอื่ ม
กันโดยตรงและโดยออŒ ม การคิดเชิงบรู ณาการจึงเกี่ยวขŒองกับการดํารงอย‹ู
ในสภาพแวดลอŒ มของโลกปจ˜ จบุ นั ซง่ึ มผี ลกระทบตอ‹ สงิ่ ทเี่ ราทาํ ทง้ั ทางตรง
และทางออŒ ม เปนš การเชอื่ มความคดิ ของเราทมี่ ักจะคดิ แยกสว‹ นหรอื ความ
คิดขัว้ ตรงขาŒ มใหคŒ ดิ เช่ือมโยงกนั ไดอŒ ย‹างเปšนเอกภาพ
success publisher
ภาพการคิดเชิงบรู ณาการ

ภาพการคดิ เชิงบรู ณาการ อปุ มาดง่ั ภาพ ลอŒ เกวยี น ลอŒ หนึ่งทต่ี Œองมี
องคป ระกอบต‹าง ๆ ดังต‹อไปน้ี

…ดมุ ลอŒ

เปรยี บไดกŒ ับ เรื่องหรือแนวคิดท่เี ปšน “แกนหลกั ” ที่ตอŒ งการพิจารณา
และตอŒ งการทําใหเŒ กิดความสมบูรณ อาจเปšนแนวคิดท่ยี ังมีความบกพร‹อง
มคี วามไม‹เหมาะสม หรอื มีความไมส‹ มบูรณอ ย‹ู และมงุ‹ หมายนําสง่ิ อ่นื มา
เพม่ิ พนู เพ่อื ใหŒแกนนน้ั มคี วามสมบรู ณขึน้

ดุมลŒออาจเปšนโจทยท่ีต้ังข้ึนเพื่อคŒนหา “ความเปšนไปไดŒ” ของการ
รวมความขัดแยŒงเขŒาดŒวยกัน ความเปšนไปไดŒในการเช่ือมโยงแนวคิดท่ีดู
เหมอื นขดั แยงŒ กนั เขาŒ เปนš สว‹ นของกนั และกนั เชน‹ ความเปนš ไปไดใŒ นการรวม
กันของแนวคิดอํานาจนิยมกับเสรีนิยม รวมทั้งดุมลŒอ อาจหมายถึงเป‡า
หมายหรือผลลัพธการแกŒป˜ญหาที่น‹าพึงพอใจมากท่ีสุด เช‹น ทุกฝ†ายพึง
พอใจ ไมก‹ ‹อผลกระทบอ่นื ตามมา เปนš ตŒน

25

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

…ซี่ลŒอ

เปรยี บไดŒกบั เรอื่ งหรอื แนวคดิ ท่เี ปนš “ส‹วนประกอบย‹อย” ทเ่ี ม่อื นํา
บางส‹วนหรือท้ังหมดเขŒามาเชื่อมโยงกับแกนหลักแลŒว จะช‹วยทําใหŒแกน
หลักที่มีอยู‹นั้นมีความสมบูรณมากขึ้นตามตŒองการไดŒ อาจไดŒแก‹ ป˜จจัย
ต‹าง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอŒ ง ความรูนŒ อกสาขา ศกั ยภาพของทีมงาน หรือมมุ มอง
ดาŒ นอนื่ ๆ ทเ่ี ราอาจไมไ‹ ดคŒ ดิ ถงึ มากอ‹ น เปนš ตนŒ โดยพจิ ารณาวา‹ จะนาํ สว‹ น
ใดของซ่ลี ŒอมาใชŒ จะนาํ มาใชŒอยา‹ งไรเพอื่ ใหŒเขŒากับดุมลอŒ ไดŒ ควรจะนาํ มา
ใชŒในเวลาใด หรืออาจจะตŒองปรบั โครงสราŒ งเดมิ ทมี่ ีอยู‹หรอื ไมเ‹ พอ่ื ใหเŒ ช่อื ม
โยงกันไดอŒ ยา‹ งเหมาะสม

…กงลŒอ

เช่ือมซล่ี อŒ เขาŒ กบั ดุมลŒอ เปรยี บไดŒกบั “ภาวะบูรณาการ” หรือการนาํ
ส‹วนประกอบยอ‹ ย หรือ แนวคดิ ตา‹ ง ๆ มาเชื่อมโยงเขŒากบั แกนหลกั อยา‹ ง
เหมาะสม การเช่ือมโยงแนวคดิ ต‹าง ๆ เขŒาหาแกนหลักเปรยี บเสมือนการ
เช่ือมประสานซี่ลอŒ ท่มี อี ยู‹เปนš จาํ นวนมาก เขŒาตอ‹ ตดิ กบั ดุมลŒอ ในขณะที่ซ่ี
ลŒอแต‹ละซี่ถูกเช่ือมประสานกันดŒวยกงลŒอ เปรียบเสมือนความสัมพันธซึ่ง
กันและกันระหวา‹ งองคประกอบตา‹ ง ๆ ทีน่ าํ มาพิจารณา เพือ่ ใหเŒ ปšนลอŒ ที่
มคี วามสมบูรณแ ละแขง็ แรงพอทจ่ี ะนําไปใชŒประโยชนไดŒ

ดุมลอ้ = แนวคดิ ทเ่ี ปน็ แกนหลกั
ซ่ลี ้อ = สว่ นประกอบยอ่ ยท่เี ชื่อมเขา้ กับแกน
กงล้อ = การประสานเชอ่ื มโยงแนวคิดตา่ ง ๆ เขา้

26

การคิดเชิงบูรณาการคืออะไร ? 03

ผลลัพธท่ีไดŒจะเท‹ากับความสมบูรณของแกน หรือการบรรลุตาม
เปา‡ ประสงคทตี่ Œองการ

ยกตัวอย‹างเพื่อใหŒเกิดความเขŒาใจ สมมติใหŒ “ชีวิตที่ประสบความ
สําเรจ็ ” เปšนเหมอื น “ดมุ ลอŒ ” หรอื แนวคดิ ทเ่ี ปšนแกนหลัก ส‹วนประกอบ
ย‹อย หรือป˜จจัยต‹าง ๆ ท่ีเอ้ือใหŒชีวิตประสบความสําเร็จ เปรียบเสมือน
“ซี่ลŒอ” ท่ีเช่ือมต‹อกับดุมลŒอ ซึ่งแต‹ละส‹วนประกอบจะเสริมสรŒางกันเปšน
เหมอื น “กงลอŒ ” เพ่ือนําไปส‹ชู ีวิตทป่ี ระสบความสาํ เร็จอย‹างแทจŒ รงิ
success publisher
ในอดีต เราคิดว‹า คนท่ีมีสติป˜ญญาดี มีไอคิวสูง (Intelligence
Quotient: IQ) จะประสบความสําเร็จในการดําเนินชีวิต แต‹ปรากฏว‹า
ไม‹เปšนเชน‹ นัน้ คนที่เก‹งกาจอาจลมŒ เหลวในการทํางาน ไม‹สามารถทํางาน
รว‹ มกบั ผอŒู น่ื ไดŒ ไมส‹ ามารถควบคมุ และจดั การอารมณ ความรสŒู กึ ของตนเอง
ไดŒ หรืออาจไม‹มีคุณธรรม กลับใชŒความเก‹งกาจทํารŒายผูŒอ่ืนและสังคม
ดังนน้ั จงึ ตอŒ งการองคป ระกอบอน่ื ๆ เขาŒ มามสี ว‹ นสนบั สนนุ ใหชŒ วี ติ ประสบ
ความสําเรจ็

ชีวติ ทป่ี ระสบ
ความสาํ เรจ็

IQ

จากภาพจะพบว‹า ดมุ ลŒอที่มซี ่ีลŒอเดยี วเปนš ตัวเชอื่ ม ยอ‹ มไมส‹ ามารถ
ทําใหŒลŒอหมุนไปไดŒอย‹างราบร่ืน โอกาสที่จะพังลงมาย‹อมมีสูง น่ัน
หมายความวา‹ จะตŒองมีสิ่งอื่นบูรณาการเขŒามาดŒวย เช‹น

27

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

…จะตอŒ งมคี วามฉลาดทางอารมณ (Emotional Quotient:
EQ) เปšนส‹วนประกอบดŒวย จึงมีการบูรณาการแนวทางการ
พัฒนาทางดŒานอารมณท นี่ ําไปสค‹ู วามสําเรจ็ เขาŒ ร‹วมดŒวย

…จะตŒองมีความฉลาดทางศีลธรรม (Moral Quotient: MQ) เปšน
สว‹ นประกอบดวŒ ย จงึ มกี ารบรู ณาการหลกั คณุ ธรรมจรยิ ธรรมทนี่ าํ ไปสค‹ู วาม
สาํ เรจ็ เขาŒ ร‹วมดวŒ ย

…ต‹อมามีการคŒนพบว‹า องคประกอบหนึ่งท่ีนําไปสู‹ความสําเร็จจะ
ตอŒ งประกอบดวŒ ย ความปรารถนาทจี่ ะกาŒ วหนาŒ ไปสจ‹ู ดุ หมาย จงึ มกี ารสราŒ ง
ตวั ชี้วัดขน้ึ เรยี กว‹า Advancement Quotient: AQ และมีการบรู ณาการ
แนวคิดสนับสนุนใหŒคนดําเนินชีวิตอย‹างมีเป‡าหมายท่ีดีเปšนองคประกอบ
ร‹วมดวŒ ย

…และเมอ่ื ไมน‹ านมานี้ มกี ารนาํ แนวคดิ ดาŒ นการจดั การองคก รเขาŒ มา
บูรณาการร‹วมดวŒ ย เน่อื งจากมกี ารวิเคราะหวา‹ คนทม่ี คี วามฉลาดในการ
จัดการองคกร หรือเรียกเปšนตัวช้ีวัดว‹า Organization Intelligence
Quotient: OQ คนทม่ี ีความฉลาดดาŒ นน้จี ะสามารถจัดการใหŒการทาํ งาน
เปšนทีมประสบสําเรจ็

นอกจากน้ี ยงั อาจมีองคประกอบอืน่ ๆ เพ่มิ เขŒามาเปšนซล่ี Œอยดึ เขŒา
กับแกนเพ่มิ ขน้ึ เรือ่ ย ๆ ยง่ิ องคประกอบย‹อยต‹าง ๆ เพม่ิ มากเท‹าใด ย่ิงจะ
ชว‹ ยเพิ่มความแข็งแกร‹งใหŒกับลอŒ หรือเพ่ิมโอกาสประสบความสําเร็จมาก
ขน้ึ เทา‹ น้ัน

28

การคิดเชิงบูรณาการคืออะไร ? 03

EQ
…. ….

MQ AQsuccess publisher

OQ ….
IQ

ความสามารถในการเชื่อมโยงแนวคิดตาง ๆ เขาหา “แกนหลัก”
หรือวัตถุประสงคของเร่ืองที่ตั้งขึ้น โดยเชื่อมโยงอยางครบถวนและมี
เหตผุ ลเพอื่ ใชใ นการอธบิ ายแกนหลกั นน้ั นบั เปน องคป ระกอบสาํ คญั ทส่ี ดุ
ของการบูรณาการ

การคิดเชิงบูรณาการในหลายเรื่องจึงจําเปšนตŒองใชŒความสามารถใน
การสังเคราะห การบูรณาการขŒอมูลข‹าวสาร รวมท้ังการสังเกตจากส‹วน
ตา‹ ง ๆ หรอื สาขาวชิ าทห่ี ลากหลาย และนาํ มาบรู ณาการกอ‹ รปู เปนš รปู แบบ
ใหม‹ หรอื กรอบความคดิ ใหมท‹ ส่ี ามารถอธบิ ายทาํ ความเขŒาใจเร่อื งทง้ั หมด
ไดŒ

การคดิ เชงิ บูรณาการมีรปู แบบการคิดท่แี ตกตา‹ งกนั ตาม “แกนหลกั ”
หรือวัตถุประสงคการคิด และมักจะมีลักษณะเปšน “ชุดความคิดเชิง
บูรณาการ” สาํ หรบั การคดิ ในเร่อื งนนั้ ๆ ซง่ึ ในหนังสอื เล‹มนี้ จะใหŒความ
สําคัญกับการก‹อร‹างโครงสรŒางความคิดพ้ืนฐานของการเปšนนักคิดเชิง
บูรณาการรวมทั้งการฝƒกคิดเชิงบูรณาการภาคปฏิบัติ เพอ่ื ใหสŒ ามารถนาํ
การคดิ เชงิ บรู ณาการไปประยกุ ตใ ชกŒ บั เรอื่ งตา‹ ง ๆ ในชวี ติ ประจาํ วนั ไดŒ อนั
จะไดŒกลา‹ วในลําดบั ตอ‹ ไป

29


Click to View FlipBook Version