@&/E >/ >@ I è >/10(ğ E%< %ğ *&*1= J7 Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.LEĞ %!3= D
=& D 7%= 6C9* = %> 3>- @ #QA6-&E/ ĢJ&& J1< >. #A QA6D
success publisherINTEGRATIVE THINKING
%TD6W
@CV @ 'E*Sh 9 Wg ¶
-9 /9&#@4 @ /9& ğ>%
4 /I /.é 4 = @U I /ès3 44Ģ = @U
ขอมอบแ ด
I
success publisher
อาจหมายถึงถคาหุณยกดุ ําคลิดัง!เดินถอยหลงั
9% > @ I! è10(E ğ %< @ ğ%*&*1= J7Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞEL%!3= D 10(Eğ %< @ ğ%*&*1 = J7 Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞLE %!3= D 1>/ .@ #D I $è Ģ10(ğ E%< @ ğ%*&*1= J7Ğ 3>- @ #AQ 9Ğ %9.ĞLE %!3= D
&= D 7% = 6C9* = %> 3>- @ #QA6-&E/ ĢJ&& J1< >. #A A6Q D =& D 7%= 6C9*= %> 3>- @ #6AQ -&E JĢ && J1< >. #A 6AQ D &= D 7%= 6C9*= %> 3>- @ #AQ6-&E JĢ && J1< >. #A Q6A D
@ I è 6/>ğ 6// Ģ
¼ » ¼ ¹ ° º » ° ª » ¯ ° µ ² ° µ ® STRATEGIC TH INKING
success publisher %TD6W %TD6W %TD6W
@VC@' E*hS 9 Wg ´ @CV @ 'E*hS 9Wg ®¯ @VC@ 'E*hS 9gW ®
I/-èQ > 9 A! I ğ>L 'ģ D&%= /Eğ#%= 9%> ! . @ď 3Ğ> @ J'1 J73 J%3 6 ĞE >/I'ĥ%% = @ 6/>ğ 6// #Ģ IQA 7%C9 3>Ğ 6/>ğ 3>-I'ĥ%!Ğ9 3ğ . =Đ%I è 3>- @
4 /I /.é 4 = @U I /sè 3 44Ģ = U@ 4 /I /.é 4 = @U I /ès3 44Ģ = @U 4 /I /é. 4 = @U I /ès3 44Ģ = U@
ลายแทงนักคดิ แหลงแหง ปญ ญาลาํ้ คาท่หี าไดในตัวคณุ เอง
การคิดเชงิ พากษ กลา คิด กลา สงสยั กลาทาทาย เพ่ือพิสูจนขอเท็จจรงิ
การคิดกลยุทธ สรางความเปน ตอดว ยชั้นเชงิ ความคดิ
การคดิ เชิงสรา งสรรค ยงิ่ กวา การคดิ แปลกแหวกแนว สกู ารเปน นกั คดิ สรา งสรรคท เี่ หนอื กวา
การคดิ เชิงมโนทัศน เมอ่ื ความคดิ จบั ตอ งได อะไรกง็ า ย
การคิดเชิงประยกุ ต เคลด็ ลบั การปรบั ความคดิ ใหก บั ชวี ติ และสถานการณ
การคดิ เชิงเปรียบเทียบ รหู ลกั คดิ เทยี บ ไดเ ปรยี บทกุ สถานการณ
การคิดเชิงวิเคราะห ตใี หแ ตก แยกแยะถงึ แกน
การคิดเชิงสังเคราะห พลานภุ าพแหง การผสานความคดิ
การคิดเชงิ อนาคต เรมิ่ จากอดตี เขา ใจปจ จบุ นั รทู นั อนาคต
การคิดเชงิ บูรณาการ มองรอบทศิ คดิ รอบดา น
II
สงวนลขิ สิทธต์ิ ามพระราชบญั ญตั ิลิขสทิ ธ์ิ พ.ศ. 2537success publisher
โดย บริษัท ซคั เซส พบั ลิชชงิ่ จํากัด
หา มลอกเลียนแบบ หรือดดั แปลงสว นใดสว นหน่ึงของ
หนังสือเลม น้ี รวมทง้ั การจัดเก็บ ถายทอด สแกน
บันทกึ ถา ยภาพ ไมว า ในรปู แบบหรือวิธีการใดๆ
ในกระบวนการอเิ ลก็ ทรอนิกสโดยไมไ ดรับอนญุ าต
เปนลายลักษณอ ักษรจากทางเจา ของสิทธิ
ยกเวน เพือ่ การประชาสมั พนั ธ เทา น้นั
ชองทางการตดิ ตอ 095-714-8737
@Successpublisher
Successpublisher
www.successpublisher.com
การคดิ เชงิ บูรณาการ
ศาสตราจารย ดร.เกรยี งศักดิ์ เจรญิ วงศศักดิ์
พมิ พคร้ังที่ 1 กนั ยายน ป 2546 พมิ พค รั้งที่ 2 พฤศจิกายน ป 2546
พิมพค รั้งท่ี 3 พฤศจิกายน ป 2546 พิมพค ร้งั ที่ 4 ธันวาคม ป 2546
พิมพครง้ั ที่ 5 ธนั วาคม ป 2546 พมิ พค รั้งที่ 6 ตลุ าคม ป 2549
พิมพค ร้ังท่ี 7 กรกฎาคม ป 2554 พิมพค ร้งั ท่ี 8 มถิ ุนายน ป 2561
พิมพครั้งที่ 9 พฤษภาคม ป 2563
success publisher
สงวนลิขสิทธ์ิ © ตาม พ.ร.บ. ลขิ สทิ ธ์ิ พ.ศ. 2558
หา มคัดลอก ถายเอกสาร หรือพิมพ หรอื นาํ ไปเก็บในระบบทสี่ ามารถถายเทขอมูลได
ไมวา บางสว นหรือท้งั หมดของหนังสอื น้ี โดยไมไ ดรบั อนญุ าตจากบริษัท ซคั เซส พบั ลิชชิ่ง จํากัด
จดั พมิ พโดยและจดั จําหนา ยโดย
บรษิ ัท ซคั เซส พับลิชชิ่ง จํากัด
87/110 ซ. สุขุมวทิ 63 (เอกมยั ) แขวงคลองตันเหนอื เขตวฒั นา
กรุงเทพฯ 10110 โทร 095-7148-737
Successpublisher @Successpublisher
สําหรับหองสมุด
เกรียงศกั ด์ิ เจริญวงศศ ักด.์ิ
การคดิ เชงิ บูรณาการ.-- พิมพค ร้งั ที่ 9.-- กรงุ เทพฯ : ซคั เซส, 2563.
183 หนา.-- (คิด 4 ทิศ).
1. ความคิดและการคดิ . I. ชอ่ื เรอ่ื ง.
153.42
ISBN 978-616-8198-38-4
IV ขอขอบคณุ f0nt.com เอ้อื เฟอ ฟอนตสวยๆ ใน
สารบญั
คํานยิ มโดย
ฯพณฯ ดร.ถนดั คอมันตร VII
ฯพณฯ อานนั ท ปน ยารชนุ IX
success publisher
หมอ มราชวงศสุขมุ พันธุ บรพิ ตั ร XI
ดร.วชิ ติ วงศ ณ ปอ มเพชร XIII
คาํ นํา XVIII
บทที่ 1 ความหมายของการบรู ณาการ 1
บทท่ี 2 สมองคดิ เชิงบูรณาการหรือไม… อยางไร ? 13
บทท่ี 3 การคดิ เชงิ บูรณาการคอื อะไร ? 23
บทท่ี 4 เหตใุ ดจงึ ตอ งคิดเชิงบรู ณาการ ? 31
บทที่ 5 “สวมกรอบความคิด” หลักคดิ เชิงบูรณาการ 43
บทที่ 6 ฝกคิดเชิงบรู ณาการ = ฝก เช่ือมโยง 71
บทที่ 7 ใชค น เหต/ุ ปจ จยั …มององคร วม + คดิ บรู ณาการ 93
บทที่ 8 ใช “แกป ญ หา” อยา งไม “กอ ปญหา” 119
บทท่ี 9 ใชร วมความขัดแยงอยา งสรา งสรรค 135
บทที่ 10 พฒั นาทัศนคตแิ ละนสิ ัยนักคดิ เชิงบรู ณาการ 163
บทสง ทา ย 175
V
แดsuccess publisher
ศ.นพ. ประเวศ วะสี
ผูใหญที่หวังดตี อสว นรวม
VI
success publisherคาํ นยิ มโดย
ฯพณฯ ดร.ถนัด คอมนั ตร
อดตี รองนายกรฐั มนตรี
และอดตี รฐั มนตรวี า การกระทรวงการตา งประเทศ
กลับมาจากพัทยาไดพบ จ.ม.ของดร.เกรียงศักด์ิ ขอใหเขียนคํานิยม
analyse หนงั สอื การคดิ เชงิ บูรณาการ
ขา พเจา ยนิ ดเี ขยี นคาํ นยิ มตามทขี่ อมา เพราะเปน ครงั้ แรกทไ่ี ดเ หน็ คนไทย
ใชส มองเขยี นขอ ความที่คอนขางจะเปน ปรชั ญา โดยทขี่ อความทเ่ี ขยี นน้นั โยง
เกีย่ วกับชวี ติ ประจาํ วัน มใิ ชเปน เพียงเรื่องความคิดทางปรชั ญา
ไมว า จะเปน ประเทศใด หากยังไมมผี ูที่ใชมันสมอง ออกความคิดแมจะ
ไมใชขอคิดทางปรัชญา ก็ยังไมสามารถถือไดวาเปนประเทศที่มีหลักฐานทาง
ความคดิ เชน ประเทศในยโุ รปและอเมรกิ า ขา พเจา ยนิ ดที บ่ี ดั นม้ี คี นไทยทรี่ เิ รม่ิ
นกึ คดิ เชน นี้ อนั เปน นมิ ติ ทด่ี วี า เรากาํ ลงั ยา งไปสคู วามเปน ผใู หญ มไิ ดม แี ตเ พยี ง
ความตองการเปน CEO หรือมีทรพั ยส มบตั มิ ากมาย เขา ไปรบั ประทานอาหาร
ราคามอ้ื ละหลายพนั บาทได
การสนบั สนนุ ในการเขยี นคาํ นยิ มน้ี จงึ ไมจ าํ เปน ทจ่ี ะตอ งแสดงความเหน็
ในขอคิดเห็นทปี่ รากฏในหนังสือเลม น้ี
เปน ทห่ี วงั วา กา วแรกทป่ี รากฏในหนงั สอื ดงั กลา วคงจะชว ยนาํ ประเทศไทย
และคนไทย ไปสคู วามเจรญิ กา วหนา ในการใชม นั สมอง มใิ ชเ พยี งแสวงหาปจ จยั
หรืออํานาจบาตรใหญ ในทางการเมืองเทา นั้น
VII
success publisherขอใหดร.เกรยี งศักดิ์ ไดเติบโตและกาวหนาตอ ไป โดยมิตองคํานึงวาจะ
มีเพ่ือนรวมชาตมิ ากหรอื นอ ยเพยี งใด เห็นดวยหรือไม
ดร.ถนดั คอมนั ตร
VIII
success publisherคาํ นยิ มโดย
ฯพณฯ อานนั ท ปนยารชุน
อดตี นายกรฐั มนตรี และ
ประธานสภาทปี่ รกึ ษาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ
ยุคสมัยปจจุบัน นับไดวาเปนยุคท่ีขอมูลขาวสารจํานวนมากไดปะทะ
ถาโถมเขา มาหาเราแตล ะคนอยา งหลบเลย่ี งไมพ น นเี่ ปน เหตหุ นงึ่ ทผ่ี มเหน็ ดว ย
วาคนในยคุ นี้ จําเปน ตอ งมวี ธิ คี ดิ หรอื กรอบความคิดท่ชี ดั เจน เพือ่ สามารถใช
เปนเคร่ืองมือประกอบในการจําแนกแยกแยะ คัดเลือกเอาเฉพาะขอมูลที่
ตองการและเปนประโยชนเทานั้นมาใชงาน โดยไมตองเสียเวลาหลงวนเวียน
อยูในคล่ืนแหงขอมูลนั้น ขณะเดียวกัน ผูที่จะยืนหยัดอยูในโลกยุคน้ีไดอยาง
เขมแข็งและประสบความสําเร็จน้ัน ยอมตองมีความคิดความอานอยางเพียง
พอ คนทค่ี ดิ เปน จงึ เปน ทรพั ยากรบคุ คลทสี่ าํ คญั และเปน ทต่ี อ งการอยา งยง่ิ ของ
ประเทศชาติ
ศาสตราจารย ดร.เกรยี งศกั ดิ์ เจริญวงศศ ักด์ิ เปนผทู ที่ าํ งานรวมกนั กบั
ผม ในฐานะสมาชกิ สภาทป่ี รกึ ษาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ เปน คนทมี่ คี วาม
คดิ กา วหนา มคี วามรกู วา งขวางและมองประเดน็ ภาพรวมไดอ ยา งเปน ระบบ มี
ความกระตอื รอื รน และไดเ สนอความเหน็ ทเ่ี ปน ประโยชนย งิ่ ตอ ทปี่ ระชมุ สภาที่
ปรึกษาฯ อยา งสม่ําเสมอ ท้งั ในรูปแบบของการพดู และการเขียน ผมไดเ ห็นถงึ
ความตั้งใจและความปรารถนาดีที่ ดร.เกรียงศักด์ิมีตอสังคมไทยมาโดย
ตลอด นบั เปน ความยนิ ดีของผมอีกประการหนึ่ง ที่ไดทราบวา ดร.เกรียงศักดิ์
เจริญวงศศักดิ์ เขียนหนงั สอื เก่ียวกับเรอื่ งการคิดออกมาแลวถึง 11 เลม โดย
แตละเลมไดอธิบายขยายความใหผูอานเกิดความเขาใจการคิดในแตละแบบ
เพื่อใหงายในการนําไปปฏิบัติจริง และหนังสือการคิดเชิงบูรณาการ เลมน้ีก็
IX
success publisherเปน หน่ึงในหลาย ๆ เลม เหลานั้น ที่ ดร.เกรยี งศกั ด์ิ ปรารถนาจะถายทอดเอา
ไวใหเ ปนสวนหน่งึ ในการสรา งสังคมทีน่ ยิ มปญ ญาไดในที่สดุ
หนงั สอื การคดิ เชงิ บรู ณาการเลม นี้ จะเปน ประโยชนใ นแงท ผี่ อู า นสามารถ
นาํ มาใชใ นการแกไ ขปญ หา การวางแผนการทาํ งาน รวมถงึ การกาํ หนดนโยบาย
โดยสามารถใชไดท่ัวไปทั้งในระดับบุคคล และเรื่องใหญระดับชาติที่มีผลกระ
ทบในวงกวา ง
ผมขอใชโอกาสน้ี แสดงความชื่นชมในตัว ดร.เกรียงศกั ด์ิ ทีไ่ ดลงแรงคิด
ลงแรงเขียนหนังสือที่มีประโยชนตอการสรางคนใหเปนนักคิดออกมา ผมเช่ือ
มนั่ วา หนงั สอื การคิดเชงิ บรู ณาการเลมนี้ และหนงั สือเลม อน่ื ๆ ในชุดเดยี วกนั
จะไดร บั ความนยิ มและตอบรบั อยา งมากจากคนในสงั คมไทย ซงึ่ นน่ั จะเปน นมิ ติ
หมายทดี่ อี นั หนง่ึ ทส่ี ะทอ นวา เรากาํ ลงั กา วเขา ไปใกลค วามเปน สงั คมแหง ปญ ญา
มากขึ้นทกุ วนั
นายอานันท ปนยารชนุ
X
success publisherคาํ นยิ มโดย
หมอ มราชวงศสุขมุ พนั ธุ บริพตั ร
ผวู า ราชการกรงุ เทพมหานคร
อดตี รฐั มนตรชี ว ยวา การกระทรวงการตา งประเทศ
ผมรจู ักศาสตราจารย ดร.เกรยี งศกั ดิ์ เจรญิ วงศศกั ด์ิ มาเปน เวลานาน
แลว นับแตผ มยังเปน อาจารยป ระจาํ คณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั
และรสู กึ ชนื่ ชมทา นเสมอมาไมว า จะเปน ในเรอ่ื งผลงานทางวชิ าการหรอื ในเรอ่ื ง
กจิ กรรมเพ่ือสาธารณประโยชน โดยเฉพาะอยางย่งิ ในฐานะเปน สมาชิกสําคัญ
ของสโมสรโรตารี่กรงุ เทพฯ ซงึ่ เปน สโมสรโรตาร่ีท่เี กา แกท่สี ุดในประเทศไทย
ในสวนของผลงานทางวชิ าการน้ัน ผมมคี วามเหน็ วาอาจารยเ กรียงศักด์ิ
เปน นกั คดิ นกั เขยี นทส่ี รา งสรรคท สี่ ดุ ในประเทศไทยคนหนงึ่ สามารถผสมผสาน
องคความรูจากตางประเทศซึ่งตองยอมรับวาไดเจริญกาวหนาไปอยางรวดเร็ว
กับภูมิปญ ญาแบบไทย ๆ ใหเปน ประโยชนต อ อาจารย นิสติ นักศกึ ษา ตลอด
จนผอู านทว่ั ไปไดอ ยา งดยี ่งิ จงึ นบั วาเปนนักวชิ าการทีส่ าํ คัญทสี่ ดุ คนหนง่ึ
หนังสือ “การคิดเชิงบูรณาการ” เลมน้ีเปนสิ่งท่ีสะทอนถึงคุณสมบัติดัง
กลาวของอาจารยเ กรยี งศักดิ์ไดอ ยางดยี ิง่ ทานไดสรา งและอธิบายกรอบความ
คิดท่ีสามารถนําไปใชเพ่ือวิเคราะหและเขาใจโลกซึ่งนับวันจะมีความสลับซับ
ซอ นมากขนึ้ ตามลาํ ดบั ผมเชอื่ วา หนงั สอื เลม นจ้ี ะเปน ประโยชนอ ยา งยง่ิ สาํ หรบั
ผอู า นทกุ คนไมว า ผอู า นนนั้ ตอ งการเพยี งความรใู หมห รอื ตอ งการนาํ ความรใู หม
ไปประยกุ ตใชเ พ่อื ความสําเร็จ ความเจรญิ กาวหนาในการทาํ งาน การบริหาร
หรอื การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ เพอ่ื สว นรวม จงึ ขอแสดงความยนิ ดกี บั อาจารยเ กรยี งศกั ดิ์
XI
success publisherมา ณ ท่นี ี้ และหวงั เปน อยา งยิ่งวา ทา นจะผลติ ผลงานทมี่ ีคณุ คาใหกับสงั คม
เชน นอ้ี ีกตอไป
หมอมราชวงศสขุ ุมพนั ธุ บริพัตร
XII
success publisherคาํ นยิ มโดย
ดร.วิชติ วงศ ณ ปอ มเพชร
ราชบณั ฑติ
ศาสตราจารย ดร.เกรยี งศกั ด์ิ เจรญิ วงศศ กั ด์ิไดส ง หนังสือตา ง ๆ ทไ่ี ด
เรยี บเรยี งมาใหผ มในโอกาสขนึ้ ปใ หมต อ เนอื่ งทกุ ๆ ป ตง้ั แต พ.ศ. 2541 จนถงึ
บัดนก้ี ็เปนเวลา 5 ปแ ลว ทาํ ใหห ิ้งหนงั สอื ท่ีอยใู กล ๆ ตวั ผมเต็มไปดวยหนงั สอื
ซง่ึ เปน ผลงานการคดิ การคน ควา และการเขยี นของทา นผนู เ้ี ปน จาํ นวนประมาณ
12-13 เลม
โดยท่ี ดร.เกรยี งศักดิ์ฯ เขาใจตัง้ ชื่อเร่อื งที่ชกั ชวนใหเ ปดอาน ผมก็เลยมี
โอกาสไดอ า นทกุ เลม ทสี่ ง มา บางเลม กอ็ า นสนกุ มาก บางเลม กส็ นกุ นอ ยหนอ ย
แตทกุ เลมมีอาหารสาํ หรับความคิดสําหรับใหไดล้มิ รสเสมอไป
ผมเปนคนที่มีพ้ืนเพ ท้ังในทางสวนตัว ทางการศึกษา และทาง
ประสบการณทค่ี อนขา งจะแปลกแยกจากคนอื่น ๆ อยพู อสมควร ดังนน้ั เวลา
ท่ไี ดยนิ ไดฟ ง หรือไดอ านขอ คิดเห็นของใครตอใคร กอ็ ดที่จะรสู กึ โตแ ยง ไมไ ด
แตกระน้ันก็ชอบฟงและชอบอา น เพราะใครจะไดท ราบวาผูค นเขาคดิ อานกัน
อยา งไรในเรอ่ื งนน้ั เรือ่ งน้ี
แตส าํ หรบั ขอ คดิ เหน็ ของ ดร.เกรยี งศกั ดฯ์ิ นนั้ ผมเกอื บจะไมม คี วามรสู กึ
ขัดแยง เพราะคอ นขางจะสอดคลอ งกับขอคดิ เห็นของผมเอง ซ่งึ กด็ ูประหลาด
เพราะทานนักคิดนักเขยี นผูน้ี ตามประวตั ิท่ีไดเ ลาเอาไวเองในหนงั สือเลม หนงึ่
กม็ ภี มู หิ ลงั คนละเรอ่ื งคนละราวกบั ผม อายกุ ด็ เู หมอื นจะตา งกนั ไมน อยกวา 20
ป ทานมาจากส่ิงแวดลอ มทางธรุ กิจ ขณะทผี่ มถูกหลอหลอมในระบบราชการ
XIII
success publisherมาหลายช่วั คน ผมเรยี นหนงั สือสะเปะสะปะ แต ดร.เกรยี งศกั ดฯิ์ เปน คนรัก
การเลา เรยี นและเรยี นหนงั สอื เกง ทา นมชี วี ติ การงานทร่ี าบเรยี บ ขณะทผ่ี มเลน
ละครชีวิตแบบไมเ ลอื กบท และก็ไดแ สดงมาเกอื บทกุ บทท่เี ขาเลน กนั
จะมีอะไรที่พอจะเหมือน ๆ กันก็ตรงที่เรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัย
ออสเตรเลยี เหมอื นกนั แมจ ะเปน ชว งเวลาทห่ี า งกนั ประมาณ 2 ทศวรรษ และ
กเ็ รยี นวชิ าเศรษฐศาสตรอ ยางเดียวกัน ดร.เกรียงศกั ด์ิฯ ทา นไดป รญิ ญาเอกที่
มอแนช แตผ มไปอเมริกา
ผมไดมีโอกาสรูจักตัวศาสตราจารยเกรียงศักดิ์ เจริญวงศศักด์ิก็ท่ีงาน
ประจําปของสมาคมนกั เขียน ซึ่งคราวแรกดเู หมอื นจะเมื่อป 2544 และผมกม็ ี
ความประทบั ใจในกริ ยิ ามารยาทตลอดจนบคุ คลิกของนักวิชาการช้นั เยย่ี มผูน้ี
เมือ่ ประมาณกลางเดือนสิงหาคม 2546 ทีผ่ านมานี้ ดร.เกรยี งศักดฯ์ิ ได
สงตนฉบับหนังสือเลมใหมท่ีใหช่ือวา “การคิดเชิงบูรณาการ” มาใหผมอาน
และขอใหผมเขียนอะไรเปนความเห็นของผมเก่ียวกับหนังสือเลมนี้ดวย ขณะ
น้ันผมกําลังตดิ ภารกจิ ในเร่อื งท่เี กี่ยวกบั “เสรีไทย” อยบู างเรือ่ ง เลยเพ่ิงจะมี
โอกาสไดอ า นเมือ่ 2-3 วนั มาน้ี
อานแลวก็ตองบอกตามตรงวาผมมีความยินดีท่ีไดมีผูเขียนเร่ือง
“บูรณาการ” ขน้ึ มาในตอนน้ี เพราะคาํ ๆ น้ไี ดถ กู เผยแพรตามสือ่ ตา ง ๆ คอ น
ขา งจะถี่ และบอ ยครงั้ กห็ ลดุ ออกมาจากปากของทา นผหู ลกั ผใู หญใ นบา นเมอื ง
ดว ย จนกระทงั่ รูสกึ กนั วา ในยคุ นอี้ ะไร ๆ กจ็ ะตองกระทําในเชงิ บูรณาการจึง
จะบรรลุเปาหมาย
แตสาธารณชนกไ็ มสูจะเขาใจวา “บูรณาการ” คอื อะไร และแมคนที่พอ
จะเขา ใจความหมายของคาํ ๆ นีอ้ ยูบาง อยา งตัวผมเองเปนตน กไ็ มมีความรู
พอทจี่ ะขยายผลไดอ ยา งละเอียดลออและถกู ตอ งกบั หลักวชิ า ในยคุ ทีว่ ิชาการ
ดานการบริหารจัดการมีบทบาทสําคัญตอการกําหนดกรอบความคิดและ
XIV
success publisherนโยบายการพัฒนาและการแกไขปญหาของประเทศ ราษฎรทําทาวาจะตาม
ผนู าํ ประเทศไมค อ ยจะทันเสยี แลวเพราะไมเขา ใจคําแปลก ๆ ทีเ่ อามาพดู กนั
ดร.เกรยี งศักดฯ์ิ ดูเหมอื นจะรปู ญหาของชาวบาน จึงไดเสนอหนังสอื เลม
ใหมนีอ้ อกมา โดยเปดฉากดวยการอธบิ ายความหมายของการบูรณาการ และ
ตามมาดว ยการอธบิ ายอยา งสนิ้ ถอ ยกระบวนความวา “ความคดิ เชงิ บรู ณาการ”
นั้นเปนเชนไร เหตุใดจึงเปนสิ่งที่จําเปนสําหรับโลกในปจจุบัน ตลอดจนได
แนะนําวธิ ีการและ “เคลด็ ลบั ” ในการพัฒนาความคิดในลักษณะดังกลา วน้ี
ศาสตราจารยเกรียงศักดิ์ เจริญวงศศกั ด์ิ สะทอนธาตุแทของความเปน
ครูบาอาจารยโดยพยายามอธบิ ายทกุ เรื่องท้ังทางกวางและทางลึก พรอมดวย
ตวั อยา งตา ง ๆ แบบไทย ๆ เพือ่ ความเขา ใจโดยไมยาก ขณะท่ีสวมวญิ ญาณ
นักเขียนในการเรียบเรียงหนังสือเลมนี้อยางสละสลวยและคมชัด ทําใหผูอาน
ไดร บั ความรอู ยางสนกุ
สาํ หรบั สาระสาํ คัญท่ผี เู ขียนไดเนนแลว เนนอกี ตลอดทั้งเลมก็คือ การจะ
คดิ อะไร จะทาํ อะไร ควรจะตอ งระลกึ เอาไวเ สมอวา มปี จ จยั ทเี่ กยี่ วขอ งมากมาย
หลายอยา งทจี่ ะละเลยเสยี มไิ ด มฉิ ะนน้ั แลว กจ็ ะเปน การคดิ และการกระทาํ ทไี่ ม
ครบ บกพรองและไมแกปญหา และความคิดเชงิ บรู ณาการกค็ อื การคดิ ใหค รบ
นนั่ เอง ดร.เกรยี งศกั ดฯิ์ ไดย กตวั อยา งความไมส าํ เรจ็ ของการแกไ ขปญ หาความ
ยากจนในประเทศไทย(ทท่ี าํ กนั อยา งตอ เนอ่ื งมาหลายสบิ ป และทมุ เททรพั ยากร
ลงไปในการนน้ั เหลอื คณานบั ) วา เนอื่ งจากการขาดการคดิ เชงิ บรู ณาการ ซง่ึ ผม
เห็นดวย เพยี งจะขอเติมวา นอกจากจะคิดไมค รบแลว กย็ ังคิดไมค อยจะถูก
ตองเสียดวย คือดูเหมือนจะไมคอยเขาใจโจทย ดร.เกรียงศักดิ์ฯ ไดอธิบาย
เหตผุ ลทมี่ าของกรอบความคดิ ทผี่ ดิ พลาดวา คนเราถกู จาํ กดั กรอบความคดิ ดว ย
“กบั ดกั ” ตา ง ๆ เชน รปู แบบวธิ คี ดิ วฒั นธรรม ความรแู ละประสบการณ เปน ตน
ดังน้นั จงึ ตอ ง “ถอดกรอบ” ออกเสยี กอน อยาใหไ ปตดิ กบั ดกั อะไร แลวจากนน้ั
ก็ทําการ “ขยายกรอบความคิด” ออกไป
XV
success publisherจากนัน้ ศาสตราจารยเกรยี งศักด์ฯิ กช็ ี้ใหเห็นวา ถา แมนจะใชว ชิ าการใน
การกาํ หนดนโยบาย มาตรการตาง ๆ กค็ วรทจี่ ะมองวิชาการในลักษณะทีเ่ ปน
“สหวิทยาการ” ซ่ึงมุมมองดังกลาวนี้จะทําใหเขาใจปญหาและแนวคิดในการ
แกไ ขปญ หาไดอ ยา งลึกซึง้ และกวางขวางย่ิงขน้ึ
สมัยท่ีผมไปเรียนหนังสือท่ีกรุงเฮก ประเทศเนเธอรแลนดเมื่อเกือบคร่ึง
ศตวรรษมาแลว จําไดวา แมเราจะเรยี นเรือ่ งการพฒั นาเศรษฐกจิ การวางแผน
เศรษฐกิจอะไรพวกน้ี แตทางโรงเรียนเขาก็จะใหเนนเร่ือง “การเปลี่ยนแปลง
ทางสงั คม” เพราะจะทาํ ใหเ ราตอ งพจิ ารณาวเิ คราะหป ญ หาในเชงิ สหวทิ ยาการ
หรอื อกี นยั หนงึ่ กค็ อื ใน “เชงิ บรู ณาการ” นนั่ เอง ผมกเ็ ลยตดิ การคดิ แบบดงั กลา ว
นี้เรื่อยมาจนบัดนี้ ทําใหมีปญหาในการ “สื่อ” ความเขาใจกับทานนัก
เศรษฐศาสตรสวนมาก เพราะทา นเหลา นน้ั จะพจิ ารณาแตใ นเชิง “เศรษฐกิจ”
หรือ “ธุรกจิ ” ดานเดยี ว เมอ่ื สกั 20 ปม านี้ ผมเอาเรอ่ื ง “วิทยาศาสตรและ
เทคโนโลย”ี เขา มาใสไวใน “แบบจําลอง” ทางเศรษฐกิจดวย เพราะผมเห็นวา
เปน ปจ จยั ทกี่ าํ หนดขดี ความสามารถในการผลติ ของประเทศ ครง้ั นน้ั ไมใ ครจ ะ
มคี นยอมรบั แตเ ด๋ยี วนดี้ ูเหมือนจะเขาใจมากขึ้น แตก ไ็ มเหน็ ทาํ อะไรกัน
ผมชอบใจท่ี ดร.เกรียงศกั ด์ไิ ดกรณุ าประกาศติ “หามตดั ปจ จยั ท่วี ัดไมได
ออก” ดวยเหตผุ ลเพราะวา “วดั ไมได” จะนําเขา มาเฉพาะปจจยั ท่ีสามารถวัด
ไดเ ทา นนั้ ซงึ่ การนที้ าํ ใหผ ลการวเิ คราะหเ ศรษฐกจิ ไขวเ ขวไปหมด ผมขอยกคาํ
กลาวตอนหนึ่งในหนังสอื เลมน้ใี นเรื่องท่วี า นม้ี าปดทายขอเขียนของผม
XVI
success publisher“นักคิดเชิงบูรณาการจะไมคิดวิเคราะหโดยการพ่ึงพาเพียงปจจัยที่วัดได
แตพ ยายามหาความเปน ไปได ของผลกระทบของปจ จยั ทเ่ี กย่ี วขอ ง แมม จี าํ นวน
มาก แทนทจี่ ะตดั ปจ จยั เหลา นนั้ ทง้ิ ไปใหเ หลอื ไวเ พยี งปจ จยั ทสี่ ามารถวดั ได นกั
คิดเชิงบูรณาการจะยินดีเผชิญหนากับความซับซอนโดยการคนหาตัวแปรที่
สําคัญตัวสุดทายที่จะนํามาคิดรวมดวยตั้งแตเริ่มตน เพ่ือใหสามารถคนหา
สาเหตแุ ละผลกระทบที่เก่ียวเน่ืองเช่อื มโยง แมวา ยากที่จะคาํ นวณหรอื วดั ออก
มาไดโ ดยตระหนกั วา แมป จ จยั นน้ั อาจจะวดั ไมไ ด ยอ มตอ งนาํ มาพจิ ารณาดว ย”
ดร.วิชิตวงศ ณ ปอมเพชร
XVII
success publisherคํานาํ
คําวา บูรณาการ อาจเรียกไดว า เปน “คําใหม” ทเี่ ริม่ นิยมนํามาใชม าก
ขนึ้ ในโลกทม่ี คี วามเชอ่ื มโยงกนั อยา งซบั ซอ นเชน ปจ จบุ นั โดยมกั เขา ไปเกย่ี วขอ ง
กับการกระทําตา ง ๆ อาทิ พวงไปกบั การวางแผนหรอื กาํ หนดยทุ ธศาสตรเ รอื่ ง
ใดเรอื่ งหนง่ึ เปน ..การวางแผนหรอื ยทุ ธศาสตรเ ชิงบรู ณาการ พว งไปกบั การแก
ปญหาเร่ืองใดเรอื่ งหน่ึง เปน ..การแกป ญหาเชงิ บรู ณาการ พวงไปกับการเรียน
รูเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง เปน..การเรียนรูเชิงบูรณาการ ใหความหมายวา ไมวาจะ
เปนการวางแผน การแกปญหา หรือการเรียนรูเร่ืองใดเรื่องหน่ึง จําเปนตอง
พจิ ารณาปจ จยั อนื่ ๆ ทเี่ กย่ี วขอ งรอบดา น ไมส ามารถจาํ กดั ขอบเขตเฉพาะเรอ่ื ง
ได เพราะแตล ะปจจยั ตา งเชอื่ มโยงกนั อยา งซบั ซอ น สง ผลกระทบถงึ กนั ทง้ั ทาง
บวกและทางลบ การบูรณาการจะทาํ ใหไดม ุมมองและแนวทางแกปญ หาเรือ่ ง
นน้ั อยา งครบถวน ลดการกอปญหาดานอ่นื ๆ ตามมา
การคิดเชิงบูรณาการ จึงเปนการคิดมิติหนึ่งท่ีเราจําเปนตองเรียนรูและ
พัฒนาขึ้น เพื่อใหสอดคลองกับโลกท่ีเชื่อมโยงกันอยางซับซอนเชนในปจจุบัน
และเปนหนึ่งในหนงั สอื ชดุ “ผชู นะ 10 คดิ ” ซ่ึงผมไดน าํ เสนอวิธกี ารคดิ 10 มิติ
ทช่ี ว ยพฒั นาใหค นในสงั คม “คดิ เปน ” การคดิ เชงิ บรู ณาการเปน การคดิ บนฐาน
ความเขาใจในสจั ธรรมทวี่ า สง่ิ ตา ง ๆ นั้นไมไ ดอยอู ยางโดดเด่ยี ว ไมเกยี่ วขอ ง
กบั สงิ่ ใด แตเ ชอื่ มโยงกบั สง่ิ ตา ง ๆ มากกวา หนง่ึ สง่ิ อยา งเปน เหตผุ ลสมั พนั ธก นั
การคิดเชิงบูรณาการเลม นี้มุงหมายใหผูอา นสามารถพัฒนาตนเองสูการ
เปน “นักคิดเชิงบูรณาการ” ได เริ่มต้ังแตการปูพ้ืนฐานความเขาใจในความ
หมายของการบูรณาการและการคดิ เชงิ บูรณาการ (บทท่ี 1-4) “การสวมกรอบ
ความคิด” หลักคิดสําคัญของการคิดเชิงบูรณาการ (บทท่ี 5) การฝกคิดเชิง
บรู ณาการ และการนําไปใชจริงในสถานการณต า ง ๆ (บทท่ี 6-9) ตลอดจน
การพฒั นาทักษะและลักษณะนิสยั ของการเปนนักคิดเชิงบรู ณาการ (บทที่ 10)
ซ่ึงการคิดเชิงบูรณาการจะชวยขยายกรอบความคิดและมุมมองเก่ียวกับเรื่อง
XVIII
success publisherนนั้ ใหก วา งกวา เดมิ ทาํ ใหเ ขา ใจภาพไดอ ยา งชดั เจน เขา ใจเรอื่ งตา ง ๆ ไดอ ยา ง
ครบถวน อนั จะทาํ ใหแกป ญหาทาํ ไดต รงวตั ถปุ ระสงคแ ละเกดิ ประโยชนส งู สดุ
การพัฒนาความสามารถในการคิดเชิงบูรณาการจึงมีความจําเปนอยาง
ยงิ่ ยวดสาํ หรบั เราทุกคน เพือ่ ใหส ามารถดํารงชีวิตอยางประสบความสาํ เรจ็ ใน
โลกท่มี ีความซับซอ นมากข้นึ ทกุ ขณะ
เกรยี งศักด์ิ เจรญิ วงศศักด์ิ
XIX
success publisher XX
success publisher ความหมายของการบูรณาการ
INTEGRATIVE
THINKING
ความหมาย
ของการบรู ณาการ
1
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
คาํ วา บรู ณาการ
ในความหมายท่ัวไป หมายถึง การทําสิง่ ท่ีบกพรองใหสมบรู ณ โดย
การเพม่ิ เตมิ สว นทย่ี ังขาดอยูเขา ไป (Oxford Dictionary) หรอื เปนการ
นาํ สว นประกอบยอ ยมารวมกนั ตง้ั แตส องสง่ิ ขน้ึ ไปเพอ่ื ทาํ ใหเ ปน สว นหนง่ึ
ของสวนทัง้ หมดท่ีใหญก วา (World English Dictionary)
การบรู ณาการ มาจากคาํ ในภาษาองั กฤษวา integration มรี ากศพั ท
จากภาษาลาตนิ integrat- หมายถงึ การทาํ ใหร วมกนั ไดท งั้ หมด ไมม สี ว น
ใดขาดหายไป
การบูรณาการเปนการเชื่อมโยงสิ่งหนึ่งหรือหลายส่ิงเขาเปนสวน
ประกอบของอีกส่งิ หนง่ึ เพอ่ื ใหส ่ิงน้นั เกดิ ความสมบูรณข ึ้น มักเปนการรวม
กนั ของสว นประกอบยอยท่ีมีความแตกตา งกันต้งั แต 2 องคประกอบข้นึ ไป
ใหก ลายเปนสวนหน่ึงของแกนหลกั หรือสวนทั้งหมดท่ใี หญก วา
องคประกอบยอยดังกลาวโดยปกติจะแยกสวนกันอยู อาจดูเหมือน
ไมส ามารถเขา กนั ไดห รอื อาจมลี กั ษณะทขี่ ดั แยง แตเ มอ่ื นาํ มาวเิ คราะหแ ละ
สงั เคราะหเ ขา ดว ยกนั ใหมภ ายใตแ กนรว มเดยี วกนั กลบั สามารถรวมความ
แตกตา งเหลา นน้ั เขาดวยกนั ได และสง ผลใหม ีความสมบรู ณม ากขน้ึ
2
ความหมายของการบูรณาการ 01
μÇÑ ÍÂÒ‹ §àª¹‹ ˹Nj  ¡1, ¡2, ¡3, ¡4 áÅÐ˹Nj  ¢1,
¢2, ¢3 áÅÐ ¢4 à´ÁÔ Í¡‹Ù ¹Ñ ÍÂÒ‹ §á¡ÊÇ‹ ¹ äÁà‹ ¡ÂÕè Ǣ͌ §¡¹Ñ
¡¡¡¡ ¢¢¢¢
1234 1234
success publisher¡1 - ¡4 ÍÂ͋٠ÂÒ‹ §á¡ÊÇ‹ ¹ ¢1 - ¢4 ÍÂ͋٠ÂÒ‹ §á¡ÊÇ‹ ¹
¡ÒúÃÙ ³Ò¡ÒÃ໹š ¡ÒùÒí ÊÇ‹ ¹·áèÕ Â¡¡¹Ñ àËÅÒ‹ ¹ÁÕé ÒÃÇÁ¡¹Ñ હ‹
ÃÇÁ˹Nj  ¡ ·§éÑ ËÁ´à¢ÒŒ ´ÇŒ ¡¹Ñ áÅÐÃÇÁ˹Nj  ¢ ·§Ñé ËÁ´à¢ÒŒ ´ÇŒ Â
¡¹Ñ
¡ + ¡ + ¡ + ¡ = ºÃÙ ³Ò¡ÒÃÃÇÁ˹Nj  ¡
1 2 3 4
¢ + ¢ + ¢ + ¢ = ºÃÙ ³Ò¡ÒÃÃÇÁ˹Nj  ¢
1 2 3 4
ลักษณะของการบูรณาการไมไดเปนการรวมกันทั้งหมด แตนํามา
เฉพาะบางสว นทีส่ ามารถรวมกันไดก บั สวนทเ่ี ปน แกน
จากตวั อยางขางตน การบรู ณาการรวมหนว ย ก จาก ก1 ก2 ก3
และ ก4 ไมไดเปนการรวมหนว ยยอย ก1 ก2 ก3 ก4 ทั้งหมด โดยในองค
3
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ประกอบยอย ๆ ของส่ิงท่ีจะนํามาบรู ณาการ จะคดั เลอื กเฉพาะบางสว น
ทส่ี ามารถเสรมิ แกนหลกั ใหม คี วามสมบรู ณ อาจเปน กรอบแนวคดิ ทฤษฎี
แนวทางปฏิบัติของสวนประกอบยอยท่ีสามารถเสริมเขาเปนสวนหนึ่งของ
แกนหลกั โดยตดั รายละเอียดอน่ื ๆ ทไ่ี ม จาํ เปนท้งิ ไป แสดงใหเ ขาใจงาย
ขึน้ ดว ยภาพตอ ไปนี้
สมมตใิ ห …
สเี่ หล่ียมนค้ี อื หนวย ก
success publisher ก
ท่ยี ังขาดความสมบรู ณ
จึงพิจารณาหนวยยอย ก1 ก2 ก3 และ ก4 ในสวนที่จะสามารถ
บูรณาการเขา กบั หนว ย ก เพอื่ ทําใหห นวย ก สมบูรณยิ่งขึน้
ก1 ก2 ก3 ก4
ดึงส่วนท่เี กีย่ วขอ้ ง
การบูรณาการท่คี รบถ้วน
ทําใหเ้ กดิ ความสมบรู ณ์
การดึงเอาสว นทเี่ ก่ียวของมาบรู ณาการกบั แกนหลกั อาจตองใชหลกั
ของการมองอยางองครวม และหลักการสังเคราะหเขารวมดวย การ
บูรณาการที่ครบถวนจะกอใหเกิดความสมบูรณมากกวาภาวะกอนการ
บูรณาการ
4
ความหมายของการบูรณาการ 01
การบูรณาการสามารถทําไดใ นระดบั ท่ีสูงขึ้นไปอีก เชน
บรู ณาการหนวย ก และหนวย ข เขา ดว ยกัน
success publisher
ความหมายในภาษาไทยตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. 2525 ไมไ ดใชค ําวา บูรณาการ แตใชค ําวา บูรณาการรวมหนวย
ใหความหมายวา การนําหนวยที่แยก ๆ กันมารวมเขาเปนอันหน่ึงอัน
เดยี วกัน
ซ่ึงเม่ือพิจารณาความหมายของคําวาบูรณาการตามศัพทภาษา
องั กฤษ สามารถเทียบเคยี งกบั คาํ ในภาษาไทยหลายคาํ อันจะกลาวถึงใน
ท่ีน้ีเพื่อใหเขาใจเมื่อพบคําเหลาน้ีในภาษาไทยจะมีความหมาย เชนเดียว
กับคาํ วาบูรณาการ อาทิ
…การเช่อื มโยง
การบรู ณาการมีความหมายเชนเดยี วกบั คําวา เช่อื ม หรอื เช่อื มโยง
ความหมายตามพจนานกุ รมหมายถงึ การทาํ ใหต ดิ เปน เนอื้ เดยี วกนั เปรยี บ
เหมือนกับการที่สิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่ง มาเช่ือมกับส่ิงหน่ึงท่ีอยูในลักษณะ
แกนกลาง ทาํ ใหเ กดิ การเชอื่ มโยงเปน เครอื ขา ยทแ่ี สดงถึงความเกี่ยวพนั มี
5
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ความสมั พนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวา งกนั เชน ตน ทนุ การผลติ เชอื่ มโยงกบั ความ
ตอ งการสนิ คา และความตอ งการสินคาเชือ่ มโยงกบั ปรมิ าณการผลติ และ
ปริมาณการผลิตเชอื่ มโยงกับตนทุนการผลติ ทั้งสามปจจยั มคี วามสัมพนั ธ
เชงิ เหตผุ ลทเี่ ชอ่ื มโยงกนั การบรู ณาการคอื การนาํ ปจ จยั ทเี่ ชอ่ื มโยงกบั เรอ่ื ง
นัน้ มาพจิ ารณาผลกระทบทเี่ กดิ ขน้ึ ระหวา งกนั
…การรวมกนั -รวมกนั
การบูรณาการมีความหมายท่ีเขาใจไดงายที่สุดคือ การรวมกัน
เปนการนําสองส่ิงข้ึนไปมาบวกกัน หรือรวมเขาดวยกัน เพ่ือใหเกิดการ
เพ่ิมพนู ในทางท่ดี ีขน้ึ กวา การอยอู ยา งแยกสว นกัน การรวมกันสามารถตดั
ทอนความซ้ําซอ น และใชป ระโยชนจากสงิ่ ตาง ๆ รวมกันได ตวั อยา งเชน
¡ÒÃÃÇÁ¡¹Ñ ¢Í§Í§¤¡ Ã¸ÃØ ¡¨Ô (collaboration) à¾Í×è ãËàŒ ¡´Ô
¤ÇÒÁ»ÃÐË嫄 μÍ‹ ¢¹Ò´ (economy of scale) ¡ÒÃÃÇ‹ ÁÁÍ× ¡¹Ñ
¢Í§»ÃЪҪ¹ ËÃÍ× Í§¤¡ Ã¸ÃØ ¡¨Ô (cooperation) à¾Íè× Å´¤ÇÒÁ¢´Ñ
á§Œ ¡ÒÃÃÇ‹ Á·Òí §Ò¹à»¹š ·ÁÕ à¾Í×è ·Òí ãËàŒ ¡´Ô ¾Å§Ñ ·Ç¤Õ ³Ù (synergy) ¡ÒÃ
ÃÇÁ¡Ñ¹·Ò§àÈÃɰ¡Ô¨áÅСÒäŒÒ¢Í§»ÃÐà·Èμ‹Ò§ æ ã¹ÀÙÁÔÀÒ¤
(regional integration) à¾Í×è ¢ÂÒÂμÅÒ´ãËÁŒ ¢Õ ¹Ò´ãËÞ¢‹ ¹Öé ໹š μ¹Œ
…การผนวก
การบรู ณาการมลี กั ษณะเหมอื นการผนวก แปลตามพจนานกุ รมไดว า
เพ่ิมเขา เปนการรวมส่ิงหน่ึงเขา “เปนของ” อีกส่ิงหน่ึง อยางสมบูรณ
เปนการทําใหส ่ิงที่มอี ยูดขี ึน้ ในภาพรวมมากกวาการแยกสว นกัน
6
ความหมายของการบูรณาการ 01
ตัวอยางเชน
¡Òü¹Ç¡ÊÇ‹ ¹ºÃËÔ Ò÷àèÕ ´ÁÔ á¡ÊÇ‹ ¹ÍÊÔ ÃÐãËàŒ ¢ÒŒ ÁÒÍÂÀ‹Ù ÒÂ
ãμ¡Œ ÒúÃËÔ ÒÃÊÇ‹ ¹¡ÅÒ§ à¾Íè× ãË¡Œ ÒäǺ¤ÁØ à»¹š ä»ÍÂÒ‹ §·ÇÑè ¶§Ö áÅÐÅ´
μ¹Œ ·¹Ø ´ÒŒ ¹¡ÒúÃËÔ Òà ¡Òü¹Ç¡´¹Ô ᴹ˹§èÖ ãËÍŒ ÂÀ‹Ù ÒÂãμ¡Œ Òû¡¤Ãͧ
¢Í§Í¡Õ ´¹Ô ᴹ˹§Öè ໹š μ¹Œ
success publisher
…การประสาน
การบูรณาการมีลักษณะเหมือนการประสาน ความหมายตาม
พจนานกุ รมหมายถึง ทาํ ใหเ ขา กันสนิท เช่ือม เปนเหมอื นการทแ่ี ตล ะสิ่ง
ตา งทาํ หนาที่ของตนภายใตเ ปาหมายเดยี วกัน แมม ีความแตกตา งกัน แต
เปนไปไดอยางสอดคลองในจังหวะ เวลา หรือทวงทํานองท่ีเหมาะสมไม
ขดั แยงกัน เปรียบไดกบั การขบั รอ งเพลงประสานเสียง ซงึ่ นกั รอ งแตละคน
ตางรองดวยเสียงที่สูงตํ่าแตกตางกัน ถาใหรองเพลงอาจจะฟงไมไพเราะ
แตหากนําคนท่ีรองเพลงเสียงแตกตางกัน มารองเพลงเดียวกัน การ
ประสานเสียงอยางเหมาะสมตามจังหวะจะโคน ยอมชวยทําใหเพลงนั้น
ไพเราะข้ึนมากกวาตางคนตางรองตามเสียงของตนโดยขาดการประสาน
กนั
…การเตมิ เต็ม
การบรู ณาการมลี กั ษณะเหมอื น การเตมิ เตม็ หรอื เพม่ิ สงิ่ ทย่ี งั บกพรอ ง
ยงั ขาดอยใู หสมบูรณ เปรียบไดกบั การเตมิ คาํ ทถ่ี กู ตองลงในชองวางท่เี วน
ไว หรอื อาจเปรยี บไดก บั แผน ภาพจกิ ซอวท วี่ า งอยบู างสว น แมจ ะยงั พอมอง
7
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เห็นวาเปนภาพอะไร แตภาพนน้ั ยังขาดความสมบูรณ การบูรณาการเปน
เหมือนการนําภาพจิกซอวส วนท่ีขาดหายไปมาเติมใหเต็ม เพอื่ ใหภาพน้นั
มคี วามสมบรู ณม ากยงิ่ ขึน้
ยกตวั อยา งเชน
ËÅÒ¤çÑé àÃÒäÁà‹ ¤Â¤´Ô ¶§Ö »ÃÐ⪹¢ ͧ¤ÇÒÁÃŒÙ㹺ҧÊÒ¢Ò
·ÊèÕ ÒÁÒö¹Òí ÁÒ㪌 㹡ÒÃá¡»Œ Þ˜ ËÒ ÍÒ·Ô ¡ÒôÒí çªÇÕ μÔ ¤Ãͺ¤ÃÇÑ ÍÒ¨
äÁà‹ ¤Â¤´Ô ¶§Ö ¤ÇÒÁÊÒí ¤ÞÑ ¢Í§¡ÒÃÊÍ×è ÊÒÃÃÐËÇÒ‹ §¡¹Ñ Í¹Ñ ÍҨ໹š àËμãØ ËŒ
ªÇÕ μÔ áμ§‹ §Ò¹ÍÒ¨à¡´Ô »Þ˜ ËÒà¾ÃÒÐäÁ‹ä´ÊŒ Í×è ÊÒá¹Ñ áÅС¹Ñ ÍÂÒ‹ §àËÁÒÐ
ÊÁ ´§Ñ ¹¹Ñé ¶ÒŒ àÃÒ¹Òí ËÅ¡Ñ ¡ÒÃÊÍ×è ÊÒÃà¢ÒŒ ÁÒ㪌 㹡ÒôÒí çªÇÕ μÔ ¤Ã‹Ù Ç‹ Á¡ºÑ
ͧ¤» ÃСͺ͹è× æ હ‹ ¤ÇÒÁÃ¡Ñ ¤ÇÒÁà¢ÒŒ 㨠¡ÒÃãËÍŒ ÀÂÑ ¡¹Ñ ໹š μ¹Œ
ÂÍ‹ ÁªÇ‹ ÂãˤŒ ÇÒÁÊÁÑ ¾¹Ñ ¸Â ¹× ÂÒÇ¢¹éÖ ä´Œ ¡ÒÃÊÍè× ÊÒè§Ö ໹š àËÁÍ× ¹¡ºÑ
¨¡Ô «ÍÇμ ÇÑ Ë¹§Öè ··Õè Òí ãˤŒ ÇÒÁÊÁÑ ¾¹Ñ ¸ 㹪ÇÕ μÔ ÊÁÃÊÂ¹× ÂÒÇ¢¹éÖ ä´Œ
สรปุ ไดว า การบรู ณาการเปน การนาํ สงิ่ หนงึ่ เขา รวมกบั อกี สงิ่ หนง่ึ เพอื่
ทาํ ใหส่ิงทม่ี ีอยู “เพม่ิ พูน” เกิดความสมบูรณม ากกวาเดิมโดยเกิดการเอื้อ
ประโยชนต อ กนั
8
ความหมายของการบูรณาการ 01
หากจะเปรยี บภาพการบรู ณาการ อาจเปรยี บไดก บั เรอื พายสองลาํ …
ภาวะกอ นการบรู ณาการ …
เรือทั้งสองลํา แตละลํามีคนพายอยูหน่ึงคน
ทง้ั สองคนกาํ ลงั มงุ สูจุดหมายเดยี วกนั
success publisherภาวะบูรณาการ …
คนพายเรอื ลาํ แรก มาอยบู นเรือลาํ ทส่ี อง แลว
ชว ยกนั พายไปสจู ดุ หมายเดียวกัน
การพายเรอื ลาํ เดยี วกนั ของสองคน เกดิ ประโยชนม ากกวา ตา งคนตา ง
พาย เชน ทําใหพ ายไดเรว็ มากข้นึ และชวยประหยัดแรงเพราะเอาแรงมา
รวมกนั ทําใหอ อกแรงนอยลง หรอื อาจออกแรงเทา เดมิ แตพ ายเรือไดเ ร็ว
ข้ึน ถึงจุดหมายเร็วขึ้น จะเห็นไดวา การบูรณาการชวยกอใหเกิดความ
สมบูรณม ากกวาการอยอู ยางแยกสวน
การบรู ณาการ… รปู ธรรม vs นามธรรม
โดยทว่ั ไป เรามักจะใชก ารบูรณาการใน 2 ลักษณะ อนั ไดแก การ
บูรณาการรูปธรรม และการบูรณาการนามธรรม
การบูรณาการรปู ธรรม (factual integration)
การนําส่ิงที่มีอยูจริงมารวมกันหรือนําองคประกอบท่ีอยูอยางแยก
สวนมาทําใหเปนระบบท่ีมีลักษณะสมบูรณมากย่ิงข้ึน ใชในลักษณะของ
กระบวนการที่องคประกอบตาง ๆ อาทิ ระบบ องคการ บุคคล ฯลฯ
9
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ตั้งแต 2 หนวยขึน้ ไปรวมตวั กนั โดยมกี ารจัดโครงสรา งใหม หรอื ปรับ
กระบวนการทํางานใหมตามหนาท่ี มีการประสานงานอยางเชื่อมโยงกัน
เพื่อทําใหองคประกอบดังกลาวบรรลุถึงสภาพท่ีดีกวาสภาพกอนการ
บูรณาการ
การบูรณาการในลักษณะนี้อาจเปนการผสานศักยภาพระหวางกัน
เพอื่ ชว ยใหส ามารถใชศ กั ยภาพหรอื ความถนดั ในแตล ะดา นของแตล ะฝา ย
มาผสมผสานกัน ซงึ่ เดมิ กอ นการบูรณาการ ตา งฝา ยตา งตองทาํ ท้งั หมด
ทั้งท่ีถนัดและไมถนัด หรืออาจมีความขัดแยงเปนคูแขงหรือเปนศัตรูกัน
การบูรณาการกันสามารถจัดสรรใหมใหตางฝายตางทําในส่ิงที่ตนถนัด
และส่ิงใดที่ทํารวมกันไดใหทํารวมกัน เปนการประหยัดทรัพยากรและ
ประหยดั เวลาของแตล ะฝา ย ชว ยใหเ กดิ ผลผลติ ทเี่ พม่ิ พนู มากยงิ่ ขนึ้ สมมติ
เดิม สินคา A สินคา B และสนิ คา C แขง ขนั กนั อยูในตลาด A ตอ งออกแรง
แขง ขัน ปอ งกัน และวางกลยุทธเพื่อเอาชนะทง้ั B และ C เชน เดยี วกับ B
และ C ตา งตองออกแรงวางกลยุทธป อ งกนั และเอาชนะคูแ ขง แตเ ม่อื A
บรู ณาการกบั B โดยนาํ จดุ แขง็ ของA และB มารวมกนั โอกาสทจี่ ะสามารถ
เอาชนะ C ไดย อมมีมากกวา
ตัวอยางของการบูรณาการเชิงรูปธรรมท่ีเห็นไดชัด ไดแก การ
พยายามรวมยุโรปเปนยุโรปเดียว หรือสหภาพยุโรป (European Union:
EU) กอ นการบูรณาการจะอยอู ยางแยกสวน มีการปกครองเปน ของตนเอง
มีระบบการบริหารประเทศแบบแยกสวนจากกัน การคาระหวางประเทศ
เปน ไปในลกั ษณะของการทต่ี า งคนตา งทาํ สง ผลใหข าดพลงั ในการแขง ขนั
กบั ประเทศภายนอกภมู ภิ าค รวมทง้ั ตอ งแบกภาระตน ทนุ คา ใชจ า ยในเรอื่ ง
ทเ่ี หมอื น ๆ กนั เมอื่ เกดิ แนวคดิ การรวมยโุ รปเปน หนงึ่ เดยี ว จงึ ชว ยลดการ
10
ความหมายของการบูรณาการ 01
แขง ขนั กนั เองทางการคา กลายเปน ความรว มมอื ซงึ่ เพม่ิ พลงั การตอ รองกบั
ประเทศนอกกลุม เพราะมีขนาดตลาดที่ใหญข้ึน นอกจากน้ียังเปนการ
ผสานศักยภาพและจุดเดนของกันและกัน ลดความซ้ําซอนในการทําสิ่ง
ตาง ๆ ทเ่ี หมือนกนั เชน ความซา้ํ ซอ นดา นโครงสรางการบรหิ ารทตี่ างคน
ตา งทํา กลายมาเปน บรหิ ารเดียว ซึ่งจะชว ยใหเกดิ ความประหยัดมากขนึ้
success publisher
แนวคดิ การบรู ณาการน้ี ทาํ ใหป ระเทศตา ง ๆ ในยโุ รปเรม่ิ ปรบั ตวั เขา
สูแกนกลาง ท้งั ในดานการเงินทเ่ี ปล่ียนมาใชเ งนิ สกลุ เดยี วกัน ตลาดการ
คา รวมกนั เปน ตลาดเดยี ว ระบบเศรษฐกจิ เดยี ว และรวมตลอดถงึ การปรบั
เขาสูระบบการเมือง และระบบสังคมที่มีลักษณะเอ้ือตอแกนกลาง เชน
พยายามสรางความสมานฉันทใหเกิดข้ึนในสังคมที่มีความแตกตางหลาก
หลาย โดยมจี ดุ ยนื รว มเดียวกัน เปน ตน
การบูรณาการนามธรรม
การบูรณาการแนวคิด (conceptual integration) ที่อยูในรูปของ
แผนงาน สมมตฐิ าน กระบวนทศั น ทฤษฎี โครงการ แผนการ ฯลฯ ตง้ั แต
สองแนวคดิ ขนึ้ ไป แนวคดิ เหลา นอี้ าจมขี อ มลู บางสว นหรอื แนวคดิ ภายใน
ทด่ี เู หมอื น มคี วามขดั แยง กนั การบรู ณาการเปน การนาํ มากอ รปู ใหม โดย
นําองคประกอบยอยท่ีดูเหมือนแตกตางมารวมกันอยางผสมกลมกลืน
ผลลพั ธข องกระบวนการนค้ี อื มลู คา ทเี่ พมิ่ ขน้ึ และนา พงึ พอใจมากขนึ้ กวา
การทแี่ ตล ะแนวคดิ อยอู ยา งแยกสว น เชน จติ แพทยบ รู ณาการกลยทุ ธก าร
รักษาโรคจากสํานักตาง ๆ เพ่ือใหการรักษาไดผลมากที่สุด ผูบริหาร
องคกรและพนักงานชวยกันคิดวางแผนเพื่อใหแผนดําเนินการมีความ
สมบรู ณแ ละมีความเชอ่ื มโยงกนั เปน ตน
11
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ปจจุบันมีการนําแนวคิดเชิงบูรณาการมาใชในการศึกษาศาสตร
ตาง ๆ เรยี กวา การศกึ ษาในลกั ษณะสหวทิ ยาการ (multidisciplinary) โดย
การพยายามนาํ ศาสตรใ นสาขาทแี่ ตกตา งสาขาหนงึ่ หรอื หลายสาขา ผนวก
เขา กบั ศาสตรท เี่ ปน แกนหลกั สาขาหน่ึง เพ่ือใหศ าสตรนนั้ มีความสมบูรณ
ยง่ิ ขน้ึ อนั จะนาํ ไปสกู ารประยกุ ตใ ชท มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพมากกวา เชน การนาํ
กระบวนการสื่อสาร บูรณาการเขากับศาสตรดานจิตวิทยา สงผลใหเกิด
แนวทางการสือ่ สารทีม่ ีประสทิ ธิผล เปนตน
นอกจากน้ี การบูรณาการทางแนวคิดจะพยายามรวมคุณคาของ
แนวคดิ ทม่ี ลี กั ษณะ “ขวั้ ตรงขา ม” หรอื แนวคดิ ทไ่ี ดร บั การยอมรบั กบั แนวคดิ
ที่ถูกปฏเิ สธ บรู ณาการเขา ดว ยกนั เชน การบรู ณาการวิทยาศาสตรเ ขา กบั
ศาสนา กลายเปน ฟส กิ สข นั้ สงู (hyper physics) การบรู ณาการแนวคดิ ดา น
การพฒั นาและการอนรุ กั ษ ซง่ึ เปน แนวคดิ ขวั้ ตรงขา มไวด ว ยกนั กลายเปน
แนวคดิ การพัฒนาทยี่ ง่ั ยืน (sustainable development) เปน ตน
การบูรณาการมีความจําเปน และสาํ คัญอยา งยิง่
ในโลกยุคใหมท ่ีปจจัยตาง ๆ มคี วามเช่อื มโยงและซับซอน
การมคี วามสามารถในการคดิ เชงิ บูรณาการ
จะชวยใหเราพจิ ารณาสิง่ ตา ง ๆ ไดอ ยา งครบถว น
และสามารถนาํ สง่ิ ดที มี่ ีอยูในบริบทแวดลอม
มาชว ยสรางความสมบรู ณ
และความสาํ เร็จในสง่ิ ท่ีตอ งการได
12
success publisher สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม…อยางไร ?
INTEGRATIVE
THINKING
สมองคดิ เชิงบรู ณาการ
หรอื ไม…อยางไร ?
13
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
โดยธรรมชาติสมองของคนเราจะคิดในลักษณะบูรณาการอยูแลว
เปนการคดิ อยางเช่ือมโยงกนั ท้งั ระบบ เชน การทาํ งานประสานเชื่อมโยง
กันอยางอัตโนมัติของสมองทั้งซีกซายและซีกขวา ซึ่งมีหนาที่เฉพาะแตก
ตางกัน เมื่อตองคิดเก่ียวกับเร่ืองใดเรื่องหน่ึง สมองท้ังสองซีกจะคิดอยาง
บูรณาการกัน และแสดงผลออกมาเปน พฤติกรรมเพอ่ื วัตถปุ ระสงคเฉพาะ
เจาะจงบางอยาง อาทิ การประสานกันอยางสอดคลองท้ังมือซายและ
มอื ขวาในการเลน ดนตรี เลนกฬี า การทาํ งานอยา งประสานสอดคลอ งกนั
ของรา งกายสว นตา ง ๆ การใชท ง้ั จนิ ตนาการและเหตผุ ลในการสรา งสรรค
สิง่ ใหม เปนตน
นอกจากนี้ ในการคิดเกี่ยวกับเร่ืองใดเรื่องหน่ึง เราจะคิดอยา งเก่ยี ว
เน่อื งเชือ่ มโยง โดยมตี ัวรวมในการคดิ มารว มกนั คดิ อยางผสมผสาน ไมว า
จะเปน ความรแู ละประสบการณ กรอบโลกทศั นช วี ทศั น อารมณ นสิ ยั และ
แรงจูงใจ (เกรียงศกั ด,์ิ 2544) โดยสมองจะคดิ อยา งบรู ณาการตวั รว มเหลา
น้ี เพอ่ื ทําความเขา ใจหรือหาคาํ ตอบใหกบั เร่ืองนน้ั ผลสรุปของการคิดจึง
เปนผลรวมจากการบูรณาการตัวรวม ซึ่งการท่ีเราจะนําตัวรวมใดมารวม
คดิ มากนอ ยนน้ั ขน้ึ อยกู บั ความเคยชนิ ในนสิ ยั การคดิ โลกทศั นช วี ทศั นเ กยี่ ว
กบั เรอื่ งตา ง ๆ ลกั ษณะนสิ ยั และความรปู ระสบการณข องเราเกยี่ วกบั เรอื่ ง
ท่ีจะคดิ
14
สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม…อยางไร ? 02
กรอบโลกทัศนช์ วี ทัศน์
อารมณ์ แรงจงู ใจ
นสิ ัย
success publisherสมองซีกซา้ ย สมองซกี ขวา
คดิ บรู ณาการตวั รว่ มและใชส้ มอง
ท้ังสองซกี อย่างบูรณาการในสถานการณต์ า่ ง ๆ
ความคิดบูรณาการของสมองมีความสําคญั หลายประการ อาทิ
… สาํ คญั ตอการเรยี นรูข องมนุษย
ความคิดเชิงบูรณาการเปนสวนสําคัญของการเรียนรู การเรียนรู
เปนกระบวนการทคี่ น ๆ หนงึ่ ไดร บั ขอ มลู ใหม เชน คาํ พดู สญั ลกั ษณ หรอื
ภาพ ขอ มลู นนั้ จะถกู นาํ เขา สกู ารตคี วาม ซงึ่ จะมกี ารพสิ จู นค น หาความจรงิ
โดยการเทียบเคียงกับขอมูลและตัวรวมทางความคิดที่เก็บไวในความทรง
จาํ จากนน้ั จะทาํ การยอมรบั หรอื ปฏเิ สธ และนาํ ไปสขู อ สรปุ เปน ความรใู หม
ทีเ่ พ่ิมเขามา
ดงั น้นั ในการเรยี นรูเรอื่ งตาง ๆ หลังจากทผี่ เู รยี นรบั รูเรือ่ งทต่ี ัง้ ใจจะ
สื่อสารแลว แมจะเขาใจขอความท่ีส่ือสาร แตในข้ันนี้ยังไมสามารถ
ประยกุ ตใ ชไ ด เนอ่ื งจากยงั ไมไ ดร วมเขา กบั ทศั นะในการมองโลกของผเู รยี น
ผเู รยี นจาํ เปน ตอ งไดร บั การเปด โอกาสใหส มองไดใ ชค วามคดิ เชงิ บูรณาการ
15
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
มิฉะนน้ั ส่งิ ทีผ่ เู รียนไดรบั จะไมส ามารถยอ ยเปนความเขา ใจได
ที่ผา นมา การเรียนการสอนในระบบทอ งจําของบานเรา สะทอ นให
เหน็ ภาพการเรยี นรทู ไี่ มส มบรู ณ เพราะขาดการเปด โอกาสใหผ เู รยี นไดใ ช
ความคิดเชิงบูรณาการ เปนแตเพียงผูท่ีรับขอมูลและจดจําไวสําหรับ
ถายทอดคืนผูสอนเมื่อถึงเวลาสอบ แตไมสามารถยอยเปนความรูใหม
สําหรับนํามาประยุกตใชในชวี ติ จรงิ ได
การเรียนการสอนแบบใหมจึงเนนการเปดโอกาสใหผูเรียนคิดเชิง
บรู ณาการ โดยเนนใหผเู รียนไดมีโอกาสสังเกต พจิ ารณาใครค รวญ มีการ
ทดลองซาํ้ มกี ารเปรยี บเทยี บเพอื่ ใหผ เู รยี นเกดิ การทบทวนซา้ํ ไปมากบั ความ
รูที่ตนมี จนเกิดความเขาใจอยางถองแทเห็นถึงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้น
กลายเปนความรูใหมท ่ีนําไปใชป ระโยชนได
¤ÇÒÁ÷ŒÙ Õèä´ÃŒ ºÑ ¡ÒúÃÙ ³Ò¡ÒÃÍÂÒ‹ §´Õ
àÃÂÕ ¡ä´ÇŒ Ò‹ ໹š ÍÒËÒÃÊÁͧ·ÁèÕ ¤Õ ³Ø ¤Ò‹
μ¡¼Å¡Ö à¡´Ô à»¹š ¤ÇÒÁ¡ÃШҋ §·Ò§»Þ˜ ÞÒ
Á¤Õ ÇÒÁà©ÂÕ º¤Á㹡ÒÃÇ¹Ô ¨Ô ©ÂÑ àÃÍ×è §μÒ‹ § æ ä´´Œ ÂÕ §èÔ ¢¹éÖ
ในทางตรงกนั ขา มความรทู ไ่ี มไ ดร บั การยอ ยหรอื การคดิ บรู ณาการอาจ
เรยี กไดว า อาหารขยะ เหมอื นคนทมี่ คี วามรทู ว มหวั เอาตวั ไมร อด เพราะไม
สามารถนาํ ไปประยกุ ตใ ชป ระโยชนไ ด กลายเปน ความรทู แี่ ยกสว นจากการ
ดําเนนิ ชีวติ จรงิ
16
สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม…อยางไร ? 02
… สาํ คญั ตอการคดิ แกป ญ หาและการสรา งสรรคสิง่ ใหมsuccess publisher
การคิดเชิงบูรณาการเปนวิธีการคิดของสมองมนุษยโดยปกติ ทั้งน้ี
เพราะสมองจะคิดในลักษณะของความเก่ียวเน่ืองเช่ือมโยง (associative
thinking) อยา งอตั โนมัติ เม่ือสมองรับขอมูลใหมเ ขามา ขอ มูลนน้ั จะเชื่อม
โยงทันทีกับมโนทัศนของเร่ืองลักษณะเดียวกันท่ีอยูในความคิด และคิด
อยา งเชื่อมโยงกับความรูความเขา ใจ กรอบโลกทศั นชวี ทัศนในความทรง
จาํ ผสมผสานกบั อารมณค วามรสู กึ สญั ชาตญาณ การใชเ หตผุ ลตามความ
เคยชิน สมองทําหนา ท่เี ชื่อมโยงขอมูลนับรอย ๆ ที่เกดิ ขึน้ ในความคิดใน
ชว่ั ขณะนนั้ เพอื่ พจิ ารณาเรอื่ งนน้ั และทาํ ใหไ ดผ ลลพั ธอ ยา งครา ว ๆ สามารถ
นํามาใชในการแกไขปญ หาท่เี กิดข้นึ ในชีวิตประจําวันได
วธิ กี ารคดิ แกป ญ หาในลกั ษณะนี้ เรยี กวา วธิ คี ดิ หาคาํ ตอบของปญ หา
โดยใชเหตุผลหรอื เกณฑใ นการประเมินแบบครา ว ๆ (heuristics) คําตอบ
ท่ีไดอาจไมถูกตองแมนยําเทาวิธีการทางวิทยาศาสตรและวิธีคํานวณทาง
คณิตศาสตร แตอยูในลกั ษณะของ “ความนาจะเปน” (plausibility) หรอื
เปนไปไดท่ีจะเปนเชนนั้น ถามีเครือขายขอมูลเชื่อมโยงกันแนนหนา
เกย่ี วขอ งกบั เรอ่ื งนน้ั โอกาสของความถกู ตอ งจะเพม่ิ ขนึ้ แมว า ผลลพั ธจ าก
ความคดิ บรู ณาการไมส ามารถ ยนื ยนั ความถกู ตอ งแมน ยาํ ไดร อ ยเปอรเ ซน็ ต
แตธ รรมชาตเิ ลอื กทจี่ ะคดิ แกป ญ หาในลกั ษณะนี้ เนอ่ื งจากวธิ คี ดิ เชน นเี้ ปน
วิธีคิดที่ยืดหยุน และเปนวิธีที่สมองสามารถเทียบเคียงคนหาผลลัพธหรือ
ทางแกป ญ หาไดอ ยางรวดเร็ว ซึ่งสาํ คัญยงิ่ ตอการแกป ญ หาเฉพาะหนา ใน
สวนท่อี าจไมสามารถรอเวลาพิสจู นค วามถูกตอ งตามหลกั วิทยาศาสตรได
แตว ธิ คี ดิ เชน นก้ี ส็ ามารถชว ยใหเ ราดาํ เนนิ ชวี ติ ในโลกทมี่ คี วามซบั ซอ นและ
ไมแนน อนได
17
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
นอกจากน้ี ความสามารถในการคดิ อยา งบรู ณาการของมนษุ ยช ว ยให
เราสามารถสรา งสรรคส่งิ ใหม ๆ ใหเกิดขึ้นได โดยสมองมีความสามารถ
ในการเชอ่ื มโยงจากมโนทศั นห นงึ่ ไปสอู กี มโนทศั นห นง่ึ ซงึ่ อาจจะไมม คี วาม
เกยี่ วขอ งกัน ความคดิ ของเราจะสามารถคดิ กลบั ไปกลบั มาจนกระทง่ั เรา
ไดความคิดดี ๆ ข้ึนมาอีกความคิดหน่ึง ไดแนวการกระทําหรือการ
แสดงออกทางจิตใจและอารมณบางอยาง อันเปนท่ีมาของความคิด
สรา งสรรคข องมนุษยน ่นั เอง
ปลกุ สมองคิดบรู ณาการ
ระบบการทํางานท่ีเปนเครือขายเชื่อมโยงซับซอนของสมอง เปนสิ่ง
หน่ึงที่คอมพิวเตอรย งั ไมสามารถเลียนแบบได เพราะคอมพิวเตอรท ํางาน
ตามหลักตรรกแบบนริ นัย (deductive thinking) จึงไมส ามารถคดิ หาคาํ
ตอบโดยท่ียังไมมีตัวแบบได ในขณะที่สมองมนุษยสามารถคิดในเร่ืองท่ี
ซับซอนและยงั ไมมตี วั แบบทีแ่ นนอนได ทําใหเ ราสามารถปรับตัวตามการ
เปล่ียนแปลงไดสอดคลองกับโลกความจริงที่ส่ิงตาง ๆ มีความเชื่อมโยง
สัมพนั ธกันอยางซบั ซอ น
เจรัลด เอเดลแมน นักวิจัยสมองแหงมหาวิทยาลัยร็อกกี้เฟลเลอร
นิวยอรก เจาของรางวัลโนเบล เขาไดสรางคอมพิวเตอรช่ือ ดารวิน 3
(Darwin III) จําลองกระบวนการเรียนรูของมนุษย ภายในประกอบดวย
สญั ลกั ษณข นาดเลก็ ซง่ึ จะปรากฏบนจอเหมอื นทเี่ หน็ ในวดิ โี อเกม มนั จะไม
ปฏิบัติการซํ้า ๆ ตามโปรแกรมที่ต้ังไว แตสามารถสังเกตและสัมผัส
สญั ลกั ษณต ัวอ่ืน ๆ ไดดวย เนอ่ื งจากมันไดรบั การตดิ ตง้ั สมองจาํ ลองทมี่ ี
เซลลส าํ รองและจดุ เชอื่ มตอ นบั พัน ๆ เพอ่ื รับทราบ แลกเปลีย่ น เช่ือมโยง
และจดจาํ ขอ มูล หลังจากการทดสอบหลายพนั คร้ัง ดารว ิน 3 สามารถ
18
สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม…อยางไร ? 02
เรียนรูที่จะประสานสิ่งที่เห็นกับส่ิงท่ีสัมผัส และตอบโตกับสัญลักษณตัว
อ่ืน ๆ ที่ไดเห็นหรือสัมผัส นับวาคอมพิวเตอรสามารถเรียนรูจาก
ประสบการณไ ดร ะดบั หนงึ่ แตเ มอ่ื เปรยี บเทยี บกบั การเรยี นรแู มแ ตก บั สตั ว
ชัน้ ตํ่าหลายชนดิ แลว คอมพิวเตอรยังหางชนั้ กนั มากกับสตั วเหลา นน้ั
ดร.เจรัลด ไดกลาวไววา “คอมพิวเตอรไมสามารถปรับตัวไปตาม
ความเปลี่ยนแปลงของโลกไดอยางสมอง และจะไมสามารถทํางานไดถา
ใชระบบเช่ือมโยงแบบเดียวกับเครือขายที่แปรเปล่ียนไปเร่ือยของสมอง”
(อางจาก รดี เดอรไดเจสท, 2543)
success publisher
แมว า สมองจะมคี ุณสมบตั ิในการคดิ เชิงบรู ณาการ แตป ระสทิ ธภิ าพ
การคดิ ลกั ษณะนก้ี ลบั ถกู จาํ กดั ลงดว ยการใชเ หตผุ ลแบบวทิ ยาศาสตร เพอ่ื
ทําใหเขา ใจความซับซอ นนัน้ ไดงายข้นึ และพิสูจนไดช ัดเจนแมนยาํ จงึ มกั
มีการกําหนดขอบเขตและการจํากัดการเชื่อมโยงของเหตุและผลของสิ่ง
ตา ง ๆ ใหเหลือเพียงบางปจ จยั ท่สี ามารถวัดได สว นหนึง่ ถอื เปน การชวย
ใหค วามคดิ ของเราแจม ชดั ขนึ้ เหน็ ไดช ดั เจนในการเรยี นการสอนแบบแยก
สว น ทเี่ ปนการเรยี นลงลกึ เพอื่ ใหเ กิดความชํานาญในบางสาขาวชิ า สวน
หนึ่งชวยใหเกิดความชํานาญเฉพาะดาน และไมวุนวายสับสนจากสาขา
วชิ าทด่ี เู หมอื นไมเ กยี่ วขอ ง เชน วทิ ยาศาสตร ศาสนา ประวตั ศิ าสตร บญั ชี
เปนตน ซ่ึงเราอาจมองวาไมเ กยี่ วขอ งกบั ชวี ิตของเรา อนั เปน เหตใุ หวิธีคิด
ของเราใหน าํ้ หนกั ไปเพียงบางมุมบางดาน ทําใหพจิ ารณาเร่อื งตาง ๆ ได
อยา งไมค รบถว น ขาดการบูรณาการทส่ี มบรู ณ การแยกความคิดออกตาง
หากในลกั ษณะนเี้ ทา กบั เปน การทาํ ลายความสามารถในการคดิ ของเรา ทงั้
ความสามารถในการทํางานและการดํารงอยูอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
19
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ปจจุบันนักวิชาการจึงเร่ิมหันกลับมาใหความสําคัญกับการคิดแบบ
บูรณาการ ใหค วามสําคัญกบั การใชเ หตผุ ลที่ไมไ ดย ดึ ตดิ กับความถูกตอ ง
แมน ยาํ ตามหลกั วทิ ยาศาสตร (exact science) มาเปน การใหค วามสาํ คญั
กบั การหยงั่ รู (intuition) จากจติ สาํ นกึ และจติ ใตส าํ นกึ ของมนษุ ย ใหค วาม
สําคัญกับปจจัยท่ียังไมมีมาตรฐานในการช้ีวัดหรือหลักการคํานวณท่ี
แนน อน รวมทง้ั ยอมรบั “ความเปน ไปได” (plausibility) ของการบรู ณาการ
ระหวา งสาขาวชิ าทฤษฎี หรอื แนวคดิ ทแี่ ตกตา งหรอื ขดั แยง ซง่ึ เดมิ ตคี วาม
วา มเี พยี งหนงึ่ เดยี วทถี่ กู (true) ทเี่ หลือยอมผิด (false) เทา นั้น เรยี กวาเปน
วิทยาศาสตรแ บบบูรณาการ (integrative science) โดยเลียนแบบวิธีคิด
บรู ณาการของสมองมากยิ่งขนึ้ ทําใหไดค วามจรงิ สัมพัทธท สี่ อดคลอ งกบั
ความซับซอนและการเปล่ยี นแปลงของโลก
ไมเ พยี งเทา นนั้ ยงั มกี ารใหค วามสาํ คญั กบั การเรยี นรแู บบ สหวทิ ยาการ
(multidisciplinary) เพื่อใหเ กดิ ความรเู ชงิ บรู ณาการในศาสตรหลากหลาย
สาขาวชิ าอยา งไมแยกสว น อนั เปนการยอ นกลับไปสูการเรยี นรใู นลกั ษณะ
เดียวกับการเรียนรูในอดีต ซ่ึงผูเรียนสามารถเรียนรูหลากสาขาวิชาได
พรอม ๆ กนั นกั ปรชั ญาตะวนั ตกทเ่ี รารจู กั สว นใหญเ ปน ทงั้ นกั วทิ ยาศาสตร
นักดาราศาสตร นักคณติ ศาสตร นกั รฐั ศาสตร วศิ วกร ศลิ ปน เรยี กไดว า
คน ๆ เดยี วเรยี นรูความรทู กุ แขนงทมี่ ใี นขณะนนั้ ยกตวั อยางเชน
20
สมองคิดเชิงบูรณาการหรือไม…อยางไร ? 02
...ÍÃÊÔ âμàμÅÔ ¹¡Ñ »ÃªÑ ÞÒ¡Ã¡Õ «§èÖ à»¹š ÈÉÔ Â¢ ͧà¾Åâμ à¢Ò
ä´ÈŒ ¡Ö ÉÒ¤¹Œ ¤ÇÒŒ ÇªÔ ÒμÒ‹ § æ ÁÒ¡ÁÒ ¤Ãͺ¤ÅÁØ à¡Í× º·¡Ø ÊÒ¢Ò
ÇªÔ Ò ä´áŒ ¡‹ »ÃªÑ ÞÒ μÃÃ¡Ç·Ô ÂÒ ¨μÔ Ç·Ô ÂÒ ¨ÃÂÔ ÈÒÊμà ´ÒÃÒÈÒÊμÃ
¡ÅÈÒÊμÃ ÍØμØ¹ÔÂÁÇÔ·ÂÒ ¾Ä¡ÉÈÒÊμà ÊÑμÇÇÔ·ÂÒ ªÕÇÇÔ·ÂÒ
àÈÃɰÈÒÊμà ¡ÒÃàÁÍ× § áÅÐáÁ¡Œ Ãз§Ñè ÇÃó¤´Õ ¤ÇÒÁÃàŒÙ ËÅÒ‹ ¹ªéÕ Ç‹ Â
㹡ÒäԴàªÔ§ºÙóҡÒ÷íÒãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁËÂèѧÃÙŒ 㹤ÇÒÁ໚¹ä»¢Í§
ÊÀÒÇÐμÒ‹ § æ ·àÕè ¡´Ô ¢¹éÖ ã¹âÅ¡áÅЪÇÕ μÔ ä´Œ
success publisher
...ÅâÕ Í¹Òâ´ ´ÒÇ¹Ô ªÕ ä´ÃŒ ºÑ ¡Òâ¹Ò¹¹ÒÁÇÒ‹ ໹š ꬄ ©ÃÂÔ º¤Ø ¤Å
à¢ÒÁ¤Õ ÇÒÁÃáŒÙ ÅФÇÒÁÊÒÁÒöã¹Ç·Ô ÂÒ¡ÒÃá·º·¡Ø ᢹ§ ໹š
¨Ôμá÷Õèà¢Õ¹ÀÒ¾Êà¡çμªàÍÒäÇŒ»ÃÐÁÒ³ 5,000 ÀÒ¾ ໚¹¹Ñ¡
Ç·Ô ÂÒÈÒÊμà ¹¡Ñ ¤³μÔ ÈÒÊμà ¹¡Ñ ÊÃÃÕ Ç·Ô ÂÒ ÇÈÔ Ç¡Ã Ê¶Ò»¹¡Ô ¹¡Ñ
´ÒÃÒÈÒÊμà ¹Ñ¡ªÕÇÇÔ·ÂÒ ¹Ñ¡¿ÊÔ¡Ê ¹Ñ¡´¹μÃÕ áÅÐ໚¹¹Ñ¡¤Ô´
ÊÃÒŒ §ÊÃä· ÍèÕ Í¡áººÊ§Ôè »ÃдÉÔ °μ Ò‹ § æ àÍÒäÇÁŒ Ò¡ÁÒÂ
ปจ จบุ นั จงึ เรยี กไดว า เปน ยคุ หวนกลบั สยู คุ เดมิ ทใ่ี หค วามสาํ คญั กบั การ
เรียนรูแบบบูรณาการ อันเปนการชวยสงเสริมศักยภาพการทํางานของ
สมองท่คี ดิ เชงิ บูรณาการอยแู ลว สามารถคดิ เชือ่ มโยงไดอยา งลกึ ซง้ึ นาํ ไป
สกู ารประยกุ ตใ ชแ ละการสรางสรรคสงิ่ ใหมในแนวทางทด่ี กี วาเดิมได
21
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ความสามารถในการเชื่อมโยงแนวคิดตาง ๆ
เขา หา “แกนหลัก”
หรือวตั ถุประสงคของเรื่องที่ตัง้ ขน้ึ
โดยเชื่อมโยงอยา งครบถว นและมเี หตผุ ล
เพอื่ ใชในการอธิบายแกนหลกั นั้น
นบั เปน องคป ระกอบสําคญั ท่สี ดุ ของการบูรณาการ
22
success publisher การคิดเชิงบูรณาการคืออะไร ?
INTEGRATIVE
THINKING
การคิดเชิงบูรณาการ
คืออะไร ?
23
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การคิดเชงิ บรู ณาการ หมายถึง
ความสามารถในการเช่อื มโยงขอมูลขาวสาร มุมมองหรอื แนวคิดท่ี
แยกสวนหรือมีความแตกตางกัน ใหเขากับเรื่องท่ีเปนแกนหลักไดอยาง
เหมาะสม สง ผลใหเ ร่อื งท่ีเปนแกนหลกั นน้ั สมบรู ณแ ละมเี อกภาพ
การคดิ เชงิ บรู ณาการเปน การพฒั นาความตระหนกั รถู งึ ความสมั พนั ธ
เชื่อมโยงระหวา งสง่ิ ตา ง ๆ ซึง่ โดยปกติแลวอยอู ยางแยกสวนหรือดูเหมือน
ขดั แยงกนั อาทิ สาขาวชิ า สาขาอาชีพ ทฤษฎี แนวคิด ความเชอื่ ความ
คดิ เหน็ ทางเลอื กทแี่ ตกตา ง การคดิ เชงิ บรู ณาการ จะชว ยขยายกรอบความ
คดิ ทจ่ี าํ กดั ออกไปและพยายามเชอื่ มโยงเพอื่ หาความเปน ไปไดข องสงิ่ ทเี่ กดิ
ขน้ึ ชว ยใหเรามองเหน็ สมั พันธภาพทเ่ี ช่ือมโยงระหวางสิ่งเหลานัน้ สงผล
ใหเราสามารถหาวิธีแกปญหา สรางสรรคสิ่งใหม คนพบความเปนไปได
ใหม ๆ ท่ีดกี วาเดิม
24
การคิดเชิงบูรณาการคืออะไร ? 03
การคิดเชิงบูรณาการเปนการคิดบนฐานความเขาใจในสัจธรรมที่วา
สิ่งตา ง ๆ นั้นไมไ ดอยูอ ยา งโดดเดี่ยว ไมเกย่ี วขอ งกับสิ่งใด แตเ ชือ่ มโยง
กบั สงิ่ ตา ง ๆ มากกวา หนง่ึ สง่ิ อยา งเปน เหตผุ ลสมั พนั ธก นั ทงั้ เหตผุ ลทเ่ี ชอื่ ม
กันโดยตรงและโดยออ ม การคิดเชิงบรู ณาการจึงเกี่ยวของกับการดํารงอยู
ในสภาพแวดลอ มของโลกปจ จบุ นั ซง่ึ มผี ลกระทบตอ สงิ่ ทเี่ ราทาํ ทง้ั ทางตรง
และทางออ ม เปน การเชอื่ มความคดิ ของเราทมี่ ักจะคดิ แยกสว นหรอื ความ
คิดขัว้ ตรงขา มใหค ดิ เช่ือมโยงกนั ไดอ ยางเปนเอกภาพ
success publisher
ภาพการคิดเชิงบรู ณาการ
ภาพการคดิ เชิงบรู ณาการ อปุ มาดง่ั ภาพ ลอ เกวยี น ลอ หนึ่งทต่ี องมี
องคป ระกอบตาง ๆ ดังตอไปน้ี
…ดมุ ลอ
เปรยี บไดก ับ เรื่องหรือแนวคิดท่เี ปน “แกนหลกั ” ที่ตอ งการพิจารณา
และตอ งการทําใหเ กิดความสมบูรณ อาจเปนแนวคิดท่ยี ังมีความบกพรอง
มคี วามไมเหมาะสม หรอื มีความไมส มบูรณอ ยู และมงุ หมายนําสง่ิ อ่นื มา
เพม่ิ พนู เพ่อื ใหแกนนน้ั มคี วามสมบรู ณขึน้
ดุมลออาจเปนโจทยท่ีต้ังข้ึนเพื่อคนหา “ความเปนไปได” ของการ
รวมความขัดแยงเขาดวยกัน ความเปนไปไดในการเช่ือมโยงแนวคิดท่ีดู
เหมอื นขดั แยง กนั เขา เปน สว นของกนั และกนั เชน ความเปน ไปไดใ นการรวม
กันของแนวคิดอํานาจนิยมกับเสรีนิยม รวมทั้งดุมลอ อาจหมายถึงเปา
หมายหรือผลลัพธการแกปญหาที่นาพึงพอใจมากท่ีสุด เชน ทุกฝายพึง
พอใจ ไมก อผลกระทบอ่นื ตามมา เปน ตน
25
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
…ซี่ลอ
เปรยี บไดกบั เรอื่ งหรอื แนวคดิ ท่เี ปน “สวนประกอบยอย” ทเ่ี ม่อื นํา
บางสวนหรือท้ังหมดเขามาเชื่อมโยงกับแกนหลักแลว จะชวยทําใหแกน
หลักที่มีอยูนั้นมีความสมบูรณมากขึ้นตามตองการได อาจไดแก ปจจัย
ตาง ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ ง ความรูน อกสาขา ศกั ยภาพของทีมงาน หรือมมุ มอง
ดา นอนื่ ๆ ทเ่ี ราอาจไมไ ดค ดิ ถงึ มากอ น เปน ตน โดยพจิ ารณาวา จะนาํ สว น
ใดของซ่ลี อมาใช จะนาํ มาใชอยา งไรเพอื่ ใหเขากับดุมลอ ได ควรจะนาํ มา
ใชในเวลาใด หรืออาจจะตองปรบั โครงสรา งเดมิ ทมี่ ีอยูหรอื ไมเ พอ่ื ใหเ ช่อื ม
โยงกันไดอ ยา งเหมาะสม
…กงลอ
เช่ือมซล่ี อ เขา กบั ดุมลอ เปรยี บไดกบั “ภาวะบูรณาการ” หรือการนาํ
สวนประกอบยอ ย หรือ แนวคดิ ตา ง ๆ มาเชื่อมโยงเขากบั แกนหลกั อยา ง
เหมาะสม การเช่ือมโยงแนวคดิ ตาง ๆ เขาหาแกนหลักเปรยี บเสมือนการ
เช่ือมประสานซี่ลอ ท่มี อี ยูเปน จาํ นวนมาก เขาตอ ตดิ กบั ดุมลอ ในขณะที่ซ่ี
ลอแตละซี่ถูกเช่ือมประสานกันดวยกงลอ เปรียบเสมือนความสัมพันธซึ่ง
กันและกันระหวา งองคประกอบตา ง ๆ ทีน่ าํ มาพิจารณา เพือ่ ใหเ ปนลอ ที่
มคี วามสมบูรณแ ละแขง็ แรงพอทจ่ี ะนําไปใชประโยชนได
ดุมลอ้ = แนวคดิ ทเ่ี ปน็ แกนหลกั
ซ่ลี ้อ = สว่ นประกอบยอ่ ยท่เี ชื่อมเขา้ กับแกน
กงล้อ = การประสานเชอ่ื มโยงแนวคิดตา่ ง ๆ เขา้
26
การคิดเชิงบูรณาการคืออะไร ? 03
ผลลัพธท่ีไดจะเทากับความสมบูรณของแกน หรือการบรรลุตาม
เปา ประสงคทตี่ องการ
ยกตัวอยางเพื่อใหเกิดความเขาใจ สมมติให “ชีวิตที่ประสบความ
สําเรจ็ ” เปนเหมอื น “ดมุ ลอ ” หรอื แนวคดิ ทเ่ี ปนแกนหลัก สวนประกอบ
ยอย หรือปจจัยตาง ๆ ท่ีเอ้ือใหชีวิตประสบความสําเร็จ เปรียบเสมือน
“ซี่ลอ” ท่ีเช่ือมตอกับดุมลอ ซึ่งแตละสวนประกอบจะเสริมสรางกันเปน
เหมอื น “กงลอ ” เพ่ือนําไปสชู ีวิตทป่ี ระสบความสาํ เร็จอยางแทจ รงิ
success publisher
ในอดีต เราคิดวา คนท่ีมีสติปญญาดี มีไอคิวสูง (Intelligence
Quotient: IQ) จะประสบความสําเร็จในการดําเนินชีวิต แตปรากฏวา
ไมเปนเชน นัน้ คนที่เกงกาจอาจลม เหลวในการทํางาน ไมสามารถทํางาน
รว มกบั ผอู น่ื ได ไมส ามารถควบคมุ และจดั การอารมณ ความรสู กึ ของตนเอง
ได หรืออาจไมมีคุณธรรม กลับใชความเกงกาจทํารายผูอ่ืนและสังคม
ดังนน้ั จงึ ตอ งการองคป ระกอบอน่ื ๆ เขา มามสี ว นสนบั สนนุ ใหช วี ติ ประสบ
ความสําเรจ็
ชีวติ ทป่ี ระสบ
ความสาํ เรจ็
IQ
จากภาพจะพบวา ดมุ ลอที่มซี ่ีลอเดยี วเปน ตัวเชอื่ ม ยอ มไมส ามารถ
ทําใหลอหมุนไปไดอยางราบร่ืน โอกาสที่จะพังลงมายอมมีสูง น่ัน
หมายความวา จะตองมีสิ่งอื่นบูรณาการเขามาดวย เชน
27
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
…จะตอ งมคี วามฉลาดทางอารมณ (Emotional Quotient:
EQ) เปนสวนประกอบดวย จึงมีการบูรณาการแนวทางการ
พัฒนาทางดานอารมณท นี่ ําไปสคู วามสําเรจ็ เขา รวมดวย
…จะตองมีความฉลาดทางศีลธรรม (Moral Quotient: MQ) เปน
สว นประกอบดว ย จงึ มกี ารบรู ณาการหลกั คณุ ธรรมจรยิ ธรรมทนี่ าํ ไปสคู วาม
สาํ เรจ็ เขา รวมดว ย
…ตอมามีการคนพบวา องคประกอบหนึ่งท่ีนําไปสูความสําเร็จจะ
ตอ งประกอบดว ย ความปรารถนาทจี่ ะกา วหนา ไปสจู ดุ หมาย จงึ มกี ารสรา ง
ตวั ชี้วัดขน้ึ เรยี กวา Advancement Quotient: AQ และมีการบรู ณาการ
แนวคิดสนับสนุนใหคนดําเนินชีวิตอยางมีเปาหมายท่ีดีเปนองคประกอบ
รวมดว ย
…และเมอ่ื ไมน านมานี้ มกี ารนาํ แนวคดิ ดา นการจดั การองคก รเขา มา
บูรณาการรวมดว ย เน่อื งจากมกี ารวิเคราะหวา คนทม่ี คี วามฉลาดในการ
จัดการองคกร หรือเรียกเปนตัวช้ีวัดวา Organization Intelligence
Quotient: OQ คนทม่ี ีความฉลาดดา นน้จี ะสามารถจัดการใหการทาํ งาน
เปนทีมประสบสําเรจ็
นอกจากน้ี ยงั อาจมีองคประกอบอืน่ ๆ เพ่มิ เขามาเปนซล่ี อยดึ เขา
กับแกนเพ่มิ ขน้ึ เรือ่ ย ๆ ยง่ิ องคประกอบยอยตาง ๆ เพม่ิ มากเทาใด ย่ิงจะ
ชว ยเพิ่มความแข็งแกรงใหกับลอ หรือเพ่ิมโอกาสประสบความสําเร็จมาก
ขน้ึ เทา น้ัน
28
การคิดเชิงบูรณาการคืออะไร ? 03
EQ
…. ….
MQ AQsuccess publisher
OQ ….
IQ
ความสามารถในการเชื่อมโยงแนวคิดตาง ๆ เขาหา “แกนหลัก”
หรือวัตถุประสงคของเร่ืองที่ตั้งขึ้น โดยเชื่อมโยงอยางครบถวนและมี
เหตผุ ลเพอื่ ใชใ นการอธบิ ายแกนหลกั นน้ั นบั เปน องคป ระกอบสาํ คญั ทส่ี ดุ
ของการบูรณาการ
การคิดเชิงบูรณาการในหลายเรื่องจึงจําเปนตองใชความสามารถใน
การสังเคราะห การบูรณาการขอมูลขาวสาร รวมท้ังการสังเกตจากสวน
ตา ง ๆ หรอื สาขาวชิ าทห่ี ลากหลาย และนาํ มาบรู ณาการกอ รปู เปน รปู แบบ
ใหม หรอื กรอบความคดิ ใหมท ส่ี ามารถอธบิ ายทาํ ความเขาใจเร่อื งทง้ั หมด
ได
การคดิ เชงิ บูรณาการมีรปู แบบการคิดท่แี ตกตา งกนั ตาม “แกนหลกั ”
หรือวัตถุประสงคการคิด และมักจะมีลักษณะเปน “ชุดความคิดเชิง
บูรณาการ” สาํ หรบั การคดิ ในเร่อื งนนั้ ๆ ซง่ึ ในหนังสอื เลมนี้ จะใหความ
สําคัญกับการกอรางโครงสรางความคิดพ้ืนฐานของการเปนนักคิดเชิง
บูรณาการรวมทั้งการฝกคิดเชิงบูรณาการภาคปฏิบัติ เพอ่ื ใหส ามารถนาํ
การคดิ เชงิ บรู ณาการไปประยกุ ตใ ชก บั เรอื่ งตา ง ๆ ในชวี ติ ประจาํ วนั ได อนั
จะไดกลา วในลําดบั ตอ ไป
29