ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
สิ่งทเี่ ราตองทําคอื
ใหเ รานาํ คําเหลา น้ี มาเช่อื มโยงกับชีวิตคนเมอื งหลวง
เพือ่ อธิบายความเปน “ชวี ติ คนเมอื งหลวง”
ตามความเขาใจของเรา
โทรทศั น์ ผู้สงู อายุ หา้ งสรรพสินคา้
success publisher
ตน้ ไม้ ชีวติ คนเมอื งหลวง มอเตอรไ์ ซคร์ บั จา้ ง
ทีท่ ํางาน
สอ่ื มวลชน เวลา โทรศพั ท์มือถอื
หวยใตด้ ิน
เดก็ กําพร้า
ขยะ หมิ ะ โคลนน่งิ สนุ ขั ความยากจน
ครอบครัว
มลภาวะ ตะวันตก
นโยบายบา้ นเอ้อื อาทร
ตัวอยางเชน เราอาจเชื่อมโยงคํานั้นเพื่ออธิบายชีวิตคนเมืองหลวง
โดยตรง เชน เชอ่ื ม คาํ วา “ผูส ูงอายุ” กับชวี ิตคนเมอื งหลวง เราอาจเช่อื ม
ไดว า
...¼ÊŒÙ §Ù ÍÒ嬯 Òí ¹Ç¹äÁ¹‹ ÍŒ ÂμÍŒ §Íº‹Ù ÒŒ ¹à¾ÂÕ §ÅÒí ¾§Ñ ¢³Ð·èÕ
š٠ËÅҹ价Òí §Ò¹¹Í¡ºÒŒ ¹ áÅмʌ٠§Ù ÍÒÂÍØ ¡Õ ¨Òí ¹Ç¹Ë¹§Öè ÍÂμ‹Ù Ò‹ §
¨§Ñ ËÇ´Ñ ¢³Ð·ÅèÕ ¡Ù ËÅÒ¹à¢ÒŒ ÁÒËÒ§Ò¹·Òí ã¹¡Ã§Ø à·¾Ï
หรือ เชอื่ มโยงความสมั พันธเ ชงิ เหตุผลระหวา งคําอน่ื ๆ เชน
80
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเช่ือมโยง 06
คําวา “โทรทศั น” กับ “หางสรรพสนิ คา” เราอาจเช่ือมไดวา
...ã¹Ç¹Ñ Ë嫯 Á¡Ñ ¨ÐãªàŒ ÇÅÒ㹡ÒôâÙ ·Ã·ÈÑ ¹ ËÃÍ× äÁ¡‹ äç »à´¹Ôsuccess publisher
ËÒŒ §ÊÃÃ¾Ê¹Ô ¤ÒŒ
หรือเราอาจเชื่อมโยงไดอยางหลากหลาย ทั้งในลักษณะของการ
พจิ ารณาสภาพปจจุบันหรอื การคาดการณอ นาคต อาจเพิ่มคาํ เช่อื มอืน่ ๆ
เขาไปเพ่ือขยายความ อาจใชจินตนาการของเราในการเชื่อมโยงคําท่ีดู
เหมอื นเชื่อมกนั ไมไ ด เชน คําวา “หมิ ะ” “โคลนนิง่ ” เราอาจจะเห็นความ
สัมพนั ธเชอ่ื มโยงอยา งมเี หตผุ ล
เอาละ… ลองดูซิวาคุณสามารถเช่ือมโยงคําเหลาน้ีเพื่ออธิบายชีวิต
คนเมอื งไดไหม ? …
เรม่ิ ได… ใหเวลาไมเ กิน 10 นาที
……….
เราจะพบวา แมวา ยังไมส ามารถอธิบายชีวิตคนเมืองอยา งครบถวน
แตอยางนอยจะชวยใหภาพในความคิดของเราเก่ียวกับชีวิตคนในเมืองมี
ความสมบูรณเพิ่มขนึ้ กวาเดิม
เราอาจมองเห็นภาพตา ง ๆ เชน
...ªÇÕ μÔ ¤¹ã¹àÁÍ× §μÍŒ §Í·‹Ù Ò‹ Á¡ÅÒ§ÊÀÒ¾áÇ´ÅÍŒ Á·¤Õè Í‹ ¹
¢ÒŒ §àÊÍè× Áâ·ÃÁ àμÁç ä»´ÇŒ ÂÁÅÀÒÇШҡÍÒ¡ÒÈ໹š ¾ÉÔ »ÃÁÔ Ò³
¢ÂÐà¾ÁèÔ ¢¹Öé ·¡Ø ǹÑ
81
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
...¤¹àÁÍ× §·ÍèÕ Â‹Ùã¹»ÃÐà·Èä·ÂÊÇ‹ ¹ãËÞ‹äÁà‹ ¤Âà˹ç ËÁÔ Ðà¾ÃÒÐ
Í‹Ùã¹à¢μÃÍŒ ¹ Í¹Ñ ÍÒ¨¨Ð໹š àËμ¼Ø Å˹§èÖ (áÁ¨Œ ÐäÁÁ‹ Ò¡¹¡Ñ ) ··Õè Òí ãËŒ
¤¹ä·Â·ÁÕè °Õ Ò¹Ðà´¹Ô ·Ò§ä»´ËÙ ÁÔ Ð¶§Ö μÒ‹ §»ÃÐà·Èà¾Í×è ´ÁÙ ¹Ñ
...¡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ μÔ ¹ÂÔ ÁμÒÁ¡ÃÐáÊμÐÇ¹Ñ μ¡ ´§Ñ ¹¹Ñé âÍ¡ÒÊ·¡èÕ ÒÃ
â¤Å¹¹§èÔ ¨Ðà¡´Ô ¢¹éÖ ã¹»ÃÐà·È¨§Ö Á¤Õ ÇÒÁ໹š ä»ä´Œ ã¹Í¹Ò¤μ
...â¤Ã§¡ÒúҌ ¹àÍÍ×é ÍÒ·Ã ªÇ‹ ÂãˤŒ ¹ã¹àÁÍ× §¨Òí ¹Ç¹Ë¹§Öè ·ÁÕè ÃÕ ÒÂ
ä´¹Œ ÍŒ ÂáÅÐäÁÁ‹ ·Õ ¾èÕ ¡Ñ ÍÒÈÂÑ ÁâÕ Í¡ÒÊ·¨Õè ÐÁ·Õ ÍÕè Â͋٠ÒÈÂÑ à»¹š ¢Í§μ¹àͧ
áμ¡‹ äç Áá‹ ¹‹ã¨ÇÒ‹ Ã°Ñ ¨ÐÃºÑ ÀÒÃйÕéä´ËŒ ÃÍ× äÁ‹ã¹ÃÐÂÐÂÒÇ
...¤Ãͺ¤ÃÇÑ ã¹àÁÍ× §Á¡Ñ ໹š ¤Ãͺ¤ÃÇÑ à´ÂÕè Ç Í¡‹Ù ¹Ñ Ẻ¾Í‹ áÁ‹
š٠»Þ˜ ËÒ¤Ãͺ¤ÃÇÑ à¾ÁèÔ Ê§Ù ¢¹Öé ¡ÒÃËÂÒ‹ ÃÒŒ §Ê§Ù ¢¹Öé
...¤¹ã¹àÁÍ× §¨Òí ¹Ç¹äÁ¹‹ ÍŒ ¹ÂÔ ÁàŹ‹ ËÇÂãμ´Œ ¹Ô
...ÁÍàμÍÃ䫤à ºÑ ¨ÒŒ §à»¹š ¾Ò˹ÐÂÍ´¹ÂÔ Á â´Â੾ÒЪNj §·ÃÕè ¶
μ´Ô à¾ÃÒÐμÍŒ §ÃºÕ ä»·Òí §Ò¹ ËÃÍ× ä»ãË·Œ ¹Ñ ¹´Ñ ËÁÒÂ
...âÍ¡ÒÊ·àèÕ ´¡ç ¡Òí ¾ÃÒŒ Á¨Õ Òí ¹Ç¹Ê§Ù ¢¹Öé ໹š ä»ä´ÁŒ Ò¡ àÁÍ×è ´¨Ù Ò¡¢Ò‹ Ç
·ÊèÕ Í×è ÁÇŪ¹ÃÒ§ҹãË·Œ ÃÒº
...¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤ÃÁ¹Õ âºÒ¤ÁØ ¡Òí à¹´Ô Ê¹Ø ¢Ñ ¨Ã¨´Ñ ¨§Ö ¤Ò´ÇÒ‹ Ê¹Ø ¢Ñ
¨Ã¨´Ñ ¹Ò‹ ¨ÐÅ´¨Òí ¹Ç¹Å§
...ÊǹÊÒ¸ÒóÐÁàÕ ¾ÂÕ §äÁ¡‹ áÕè ˧‹ μ¹Œ äÁÃŒ ÁÔ ·Ò§ÁàÕ ¾ÁÔè ¢¹Öé á줋 ÇÃ
à¾ÁÔè ¨Òí ¹Ç¹μ¹Œ äÁ¢Œ ¹Öé Í¡Õ à¾Í×è ¤³Ø ÀÒ¾ªÇÕ μÔ ·´Õè ¢Õ Í§¤¹ã¹àÁÍ× §
...â·ÃÈ¾Ñ ·Á Í× ¶Í× ¢Í§¤¹ã¹àÁÍ× §à»¹š ¤ÇÒÁ¨Òí ໹š ÁÒ¡¡ÇÒ‹ ໹š
Ὺ¹Ñè
...¤¹ÃѺ¤‹Ò¹ÔÂÁμÐÇѹμ¡ã¹´ŒÒ¹μ‹Ò§ æ ¼‹Ò¹·Ò§Êè×ÍÁÇŪ¹
Ê¹Ô ¤ÒŒ â¦É³Ò áÅÐºÃ¡Ô ÒÃμÒ‹ § æ
... ÏÅÏ
82
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเช่ือมโยง 06
การเชื่อมโยงของเราอาจจะไดภาพท่ีมีความแตกตางไป ท้ังนี้ขึ้นอยู
กบั มมุ มอง ความรคู วามเขาใจ และประสบการณท ่ีเรามเี กี่ยวกับเร่ืองนั้น
เอาละ… สิ่งที่ตองการใหทําตอไป คือ การนําภาพการเช่ือมโยง
ท้ังหมดที่เราเช่ือมโยงไดมาเรียงรอยใหเปนเรื่องเดียวกัน โดยเราอาจจะ
เขียนหรือเลา ใหเพ่ือน ๆ ฟง
success publisher
……….
…ปจจยั เหตุ + เชือ่ มแกนผล = เพ่มิ ความเปนไปได
นักคิดเชิงบูรณาการจะเปนคนท่ีพยายามมองส่ิงตาง ๆ อยางองค
รวมคอื พยายามหาปจ จัยทกุ ๆ ปจจยั ทีเ่ กย่ี วขอ งกับเร่ืองนัน้ ทัง้ ทางตรง
ทางออ ม หรอื คดิ ถงึ ผลกระทบของเร่ืองนน้ั ในแงมมุ ตา ง ๆ อยา งตอ เนื่อง
เพ่ือใหเห็นภาพของเร่ืองน้ันไดครบถวน มองเห็นความเปนไปได ปญหา
สิ่งที่อาจจะเกิดข้ึนท้ังดีและไมดี ดังน้ันในการฝกคิดท่ีจะเปนนักคิดเชิง
บรู ณาการ จงึ ควรมองสง่ิ ตา ง ๆ อยา งองคร วม โดยคดิ หาปจ จยั ทเี่ กยี่ วขอ ง
กับเรื่องน้ันออกมาใหมากท่ีสุด และอดทนในการหาความเชื่อมโยงหรือ
ความเปนไปไดท่ีปจจัยนั้นจะมีผลตอแกนหลักของเรามุมใดมุมหนึ่ง การ
คดิ ในลกั ษณะนจ้ี ะชว ยใหเ ราเหน็ ความเปน ไปไดม ากมายของปจ จยั ตา ง ๆ
ทั้งทเ่ี รารูวา เกีย่ วขอ งกนั และปจ จยั ที่ดูเหมือนไมม ีความเกีย่ วขอ งกนั แต
เมื่อนํามารวมกบั แกนหลักแลว สามารถทาํ ใหแกนหลักสมบูรณข นึ้ กวา เดมิ
เอาละ … มาฝก จากเรือ่ งงา ย ๆ กนั
83
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
จากความรปู ระสบการณแ ละความคดิ เห็นของเรา ลองรวบรวมออก
มาทง้ั หมดเพอื่ หาคาํ ตอบวา “เงอื่ นไขการทาํ งานใหม ปี ระสทิ ธภิ าพและเกดิ
ประสทิ ธิผล… มีอะไรบา ง
มี 3 คําถามทเ่ี ราตอ งตอบ
1. เราคิดวา มปี จจัยใดบา งที่เกย่ี วของกบั การทาํ งานให
เกิดประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผล ?
………………………………………………………
2. ปจ จัยเหลา นั้นเช่ือมโยงกบั การทาํ งานที่มปี ระสทิ ธภิ าพ
และประสทิ ธผิ ลอยา งไร ?
………………………………………………………
3. นําคาํ ตอบท่ไี ดท ้งั หมดมาบูรณาการกันเพื่อตอบคําถามวา
“เงื่อนไขการทาํ งานใหมปี ระสิทธิภาพและเกดิ ประสิทธิผล”
มีอะไรบาง
เอาละ … เร่มิ ได ใหเ วลา 15 นาที
………………………………………………………
คุณคงได “ชุดความคิด” มาชุดหนึ่งซึ่งรวบรวมจากความรู
ประสบการณท เี่ กยี่ วขอ งกบั การทาํ งาน ความรจู ากชดุ ความคดิ ของผรู ทู ไี่ ด
รา่ํ เรียนมา รวบรวมเปนคําตอบเรยี บรอ ยแลว
ทนี …้ี อยากใหค ดิ ตอ ไปอกี หนอ ย หลงั จากทไ่ี ดใ หท ป่ี ระชมุ ไดม โี อกาส
ระดมความคิดตอเรอ่ื งดังกลา ว เพ่ือนาํ มาพัฒนางาน โดยใหท ุกคนแสดง
ความคดิ เหน็ และความคิดสรางสรรคออกมาอยางเตม็ ที่ ทาํ ใหพ บปจจยั ที่
เกย่ี วขอ งจํานวนมากดงั ภาพทแี่ สดงตอ ไปนี้
84
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเช่ือมโยง 06
ความรกั ในงานที่ทาํsuccess publisherการทาํ งานให้มีประสิทธิภาพเปา้ หมาย
ความรู้ การวางแผน
ดนตรี การบริหารงาน
ทกั ษะ/ความชํานาญ โทรทัศน์
ตปู้ ลา ทีมงาน
ความคิดแงบ่ วก หนงั สือ ภาวะผ้นู าํ
ความคดิ สร้างสรรค์ การบริหารทมี งาน
การคิดเชิงกลยทุ ธ์ การจดั การความขดั แย้ง
ภาวะอารมณ์ ลกั ษณะงาน
สภาพแวดล้อม
ความรับผดิ ชอบ อุปกรณก์ ารทาํ งาน
ความรอบคอบ
ความอดทนพากเพียร เทคโนโลยี
ช่วงเวลาในการทํางาน คูแ่ ขง่
การพักผอ่ น สภาพเศรษฐกิจ
สภาพสงั คม
การออกกาํ ลังกาย สถานการณ์โลก
สุขภาพ
ครอบครัว
เพอ่ื น
ชุมชน
85
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
หนาที่ของคุณคือ ชวยคนหาความเช่ือมโยงระหวางปจจัยเหลาน้ีวา
จะสงผลทําใหก ารทํางานมปี ระสทิ ธภิ าพและเกิดประสิทธิผลไดอ ยา งไร ?
(เลอื กเฉพาะปจจยั ท่ียังไมไดค ิด)
หากระดาษวา ง ๆ สกั 1 แผน เขยี นแผนทคี่ วามเชอ่ื มโยงปจ จยั เหลา นี้
เริ่มได… ………………..
เราคงสังเกตเห็นวา มีหลายปจจัยท่ีเราเองอาจไมทราบมากอนวา
เกย่ี วขอ ง แตเ มอื่ นาํ มาพจิ ารณาเราจะพบความเชอื่ มโยงวา มสี ว นทาํ ใหก าร
ทํางานมปี ระสิทธภิ าพและเกิดประสทิ ธิผลได
ยกตัวอยางเชน
¤ÇÒÁÃ¡Ñ ã¹§Ò¹··èÕ Òí ... ÂÍ‹ ÁÁÊÕ Ç‹ ¹Ê§‹ ¼ÅãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁμ§éÑ ã¨
·¨èÕ Ð·Òí §Ò¹¹¹éÑ ãËÊŒ Òí àèç
Å¡Ñ É³Ð§Ò¹... §Ò¹·àèÕ ¤Â·Òí ÁÒáÅÇŒ áÅÐà¤Â·Òí ÊÒí àÃ¨ç ¨ÐÁÕ
¤ÇÒÁÁ¹Ñè ã¨ã¹¤ÇÒÁÊÒí àèç àÁÍè× ·Òí ¤Ã§Ñé μÍ‹ æ ä» áμ¶‹ ÒŒ à¤Â·Òí áÅÇŒ äÁ‹
ÊÒí àèç ÍÒ¨Ãʌ٠¡Ö ¢Ò´¤ÇÒÁÁ¹Ñè 㨠áÅÐÍÒ¨Á¤Õ ÇÒÁ¤´Ô á§Å‹ ºà¡ÂèÕ Ç¡ºÑ §Ò¹
¹¹Ñé
¤ÇÒÁ¤´Ô ᧺‹ Ç¡... ·Òí ãËàŒ ÃÒÁ¤Õ ÇÒÁËÇ§Ñ àÊÁÍáÁÍŒ ·‹Ù Ò‹ Á¡ÅÒ§
Í»Ø ÊÃä ÊÒÁÒöãË¡Œ Òí Å§Ñ ã¨·ÁÕ §Ò¹ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁàÍÒ¨Ã§Ô àÍÒ¨§Ñ 㹡ÒÃ
·Òí §Ò¹ãËÁŒ »Õ ÃÐÊ·Ô ¸ÀÔ Ò¾ä´Œ
μ»ŒÙ ÅÒ... ´àÙ ËÁÍ× ¹äÁà‹ ªÍè× Áâ§ áμ¶‹ ÒŒ àÃÒ¤´Ô ´Õ æ àÃÒàË¹ç »ÃÐ⪹
¢Í§Ê§èÔ ¹Õé હ‹ ¡Òô»Ù ÅÒ·ÇÕè Ò‹ Âä»ÁÒÍ‹Ùã¹μŒÙ ·Òí ãËàŒ ÃÒÃʌ٠¡Ö ¼Í‹ ¹¤ÅÒÂ
86
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเช่ือมโยง 06
success publisher¤ÇÒÁà¤ÃÂÕ ´ ËÃÍ× àÁÍ×è àÃÒμÍŒ §¡ÒäÇÒÁ¤´Ô ÊÃÒŒ §ÊÃä ¡ÒÃÁÍ§μ»ŒÙ ÅÒ
ÍÒ¨·Òí ãËàŒ ÃÒ¤´Ô ÊÃÒŒ §ÊÃÃ¤Ê §èÔ ãËÁ‹ æ ä´Œ
´¹μÃ.Õ .. ÍÒ¨·Òí ãËàŒ ÃÒàªÍ×è Áâ§ä»ä´ÇŒ Ò‹ ¡ÒÃà»´ à¾Å§àºÒ æ
ÃÐËÇÒ‹ §¡Ò÷Òí §Ò¹¨ÐªÇ‹ ÂãË·Œ ÁÕ §Ò¹à¡´Ô ¤ÇÒÁ¼Í‹ ¹¤ÅÒ¤ÇÒÁà¤ÃÂÕ ´
áÅЪNj ÂãË¡Œ Ò÷Òí §Ò¹Á»Õ ÃÐÊ·Ô ¸ÀÔ Ò¾¢¹éÖ ä´Œ
¤á‹Ù ¢§‹ ... ¤ÇÒÁ¡ÃÐμÍ× ÃÍ× Ã¹Œ ¢Í§¤á‹Ù ¢§‹ àÃÒ ÂÍ‹ Á໹š áç¼Å¡Ñ ´¹Ñ
ãËàŒ ÃÒáÅзÁÕ §Ò¹μÍŒ §·Òí §Ò¹ÍÂÒ‹ §Ë¹¡Ñ à¾Í×è ÁÔã˾Œ Ò‹ Âᾌ
ªÇ‹ §àÇÅÒ㹡Ò÷Òí §Ò¹... ºÒ§¤¹·Òí §Ò¹ä´ÍŒ ÂÒ‹ §Á»Õ ÃÐÊ·Ô ¸ÀÔ Ò¾
㹪Nj §àªÒŒ ¤ÇÒÁ¤´Ô ¨ÐâÅ´áŹ‹ ´¡Õ ÇÒ‹ àÁÍ×è à·ÂÕ º¡ºÑ ªÇ‹ §ºÒ‹ ÂËÅ§Ñ ÃºÑ
»ÃзҹÍÒËÒèЧNj §¹Í¹ àÃÒ¤ÇÃ»ÃºÑ Å¡Ñ É³Ð§Ò¹ãËàŒ ËÁÒÐÊÁ¡ºÑ
ªÇ‹ §àÇÅÒ·ÁÕè »Õ ÃÐÊ·Ô ¸ÀÔ Ò¾¢Í§áμÅ‹ Ф¹
¤ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô ªÍº... ÅÒí ¾§Ñ ·ÁÕ §Ò¹··èÕ Òí §Ò¹à¡§‹ Á¤Õ ÇÒÁäŒÙ ÇÒÁ
ÊÒÁÒö¹¹éÑ Â§Ñ äÁà‹ ¾ÂÕ §¾Í μÍŒ §Á¤Õ ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô ªÍºμÍ‹ §Ò¹´ÇŒ Â
¤ÇÒÁÃͺ¤Íº... áÁ·Œ Òí §Ò¹àÊèç àÃÇç áμ‹äÁË ͺ¤Íº ÍҨࡴÔ
¼ÅàÊÂÕ ·μèÕ ÍŒ §á¡Œã¹ÀÒÂËÅ§Ñ ËÃÍ× ÊÃÒŒ §¤ÇÒÁàÊÂÕ ËÒÂãËÞË‹ Åǧ䴌 ·ÁÕ
§Ò¹·¡Ø ¤¹μÍŒ §Á¤Õ ÇÒÁÃͺ¤Íºã¹¡Ò÷Òí ˹Ҍ ·¢èÕ Í§μ¹
¤ÇÒÁÍ´·¹¾Ò¡à¾ÂÕ Ã... ໹š ÊÇ‹ ¹ÊÒí ¤ÞÑ ··Õè ¡Ø ¤¹¤ÇÃÁÕ à¾ÃÒÐ
¶ÒŒ àÃÒäÁÍ‹ ´·¹¾Ò¡à¾ÂÕ Ã àÃÒÍÒ¨ÅÁŒ àÅ¡Ô ä»¡ÅÒ§¤¹Ñ ä´Œ
â·Ã·ÈÑ ¹. .. ÍÒ¨ÁÊÕ Ç‹ ¹ªÇ‹ ÂãËàŒ ÃÒμ´Ô μÒÁ¢Ò‹ ÇÊÒÃʶҹ¡Òó· èÕ
à¡´Ô ¢¹éÖ ·Òí ãËàŒ ÃÒ»ÃºÑ μÇÑ ËÃÍ× ¤´Ô ÇÒ§á¼¹§Ò¹ãËÁ‹ æ ä´Œ
..........
87
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เราจะพบวา ทุก ๆ ปจจัยท่ีกําหนดขึน้ สามารถเช่ือมโยงเขา กับแกน
หลกั ของเรอ่ื งทเ่ี รากาํ ลงั คดิ ได ทงั้ ทางตรงทางออ ม ทง้ั ในทกุ ๆ สถานการณ
หรือเหมาะสมเพียงบางเงื่อนไขบางสถานการณ
ส่ิงที่เราเรียนรูจากตัวอยางขางตน เมื่อตองทําส่ิงตาง ๆ ในชีวิต
ประจําวัน นั่นคือ การท่ีเราควรเปนคนชางสังเกตบริบทแวดลอม และ
พยายามเช่ือมโยงปจจัยเหลาน้ีวามีผลในเชิงบวก หรือเชิงลบตอสิ่งท่ีเรา
กําลังทําอยู ยอมจะชวยใหความเขาใจตอเรื่องนั้นคมชัดขึ้น มองเห็น
แนวทางการพฒั นา แนวทางแกป ญหา หรือแนวทางสรา งสรรคส ง่ิ ใหม ๆ
ไดเพม่ิ ขึน้ มากกวาธํารงสภาวะปจ จบุ นั ใหคงอยู
เอาละ … ลองอีกสักหนงึ่ ตัวอยา ง
…ปจ จยั “ดเู หมือน” ไมเก่ียว + เชอ่ื มแกน = ดีกวาเดิม
การบูรณาการอาจเปน การนาํ สิ่งที่ดูเหมอื นไมเ ก่ียวขอ ง ดูเหมอื นเขา
กนั ไมไ ด ดูเหมอื นอยคู นละหมวดหมู ไมม คี วามสมั พนั ธ ไมม ีความเชื่อม
โยงกัน เขามาเชื่อมโยงเขากับแกนหลัก โดยดึงหรือสกัดเฉพาะสวนท่ี
เก่ียวขอ งกบั แกนหลกั เขา มา เพื่อทาํ ใหแ กนหลกั นัน้ เกดิ ความสมบรู ณม าก
ข้ึนกวาภาวะกอนบูรณาการ ยกตัวอยางเชน
การทาํ งานในองคก ร กบั ดนตรี
…อาจดเู หมือนไมมีความเก่ยี วโยงสมั พันธก ัน
การทาํ งานของพนกั งานในองคก ร เราอาจจะคดิ วา ความเงยี บจะชว ย
ใหเ กดิ สมาธใิ นการทาํ งาน พนกั งานจะสามารถทาํ งานไดด ขี นึ้ หรอื อาจจะ
ไมไดค ดิ อะไรท่ีเกี่ยวขอ งกันเลย แตถ าเรารปู ระโยชนข องเสียงดนตรี เชน
88
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเชื่อมโยง 06
เพลงบรรเลงเมื่อเปดเบา ๆ จะชว ยใหเกิดความรูสึกผอ นคลายมคี วามสขุ
สรา งความเพลิดเพลิน มีสว นชวยลดความเครยี ด ทําใหสมองปลอดโปรง
แจมใส ซึ่งอาจมีสวนทําใหเกิดความกระตือรือรนและมีความสุขในการ
ทาํ งานมากขนึ้ เราจงึ บรู ณาการดนตรเี ขากับการทาํ งานเพ่อื ใหการทํางาน
เกดิ ประสทิ ธภิ าพการทาํ งานของพนกั งานในองคก รในทางออ ม
success publisherการนาํ มาใช เชน
…เปด เพลงบรรเลงเบา ๆ ขณะทาํ งาน
…เปด โอกาสใหม ชี ว งเบรกวนั ละ 5-10 นาที ในการฟง เพลง เพอ่ื ผอ น
คลายความเครยี ด เพิ่มความคดิ สรา งสรรค
…การเปด เพลงในชว งพัก ระหวา งการประชุมทเ่ี ครง เครียด
การนําคุณลักษณะหรือคุณสมบัติของดนตรี ประเภทของดนตรีใน
ดา นทเี่ สรมิ สรา งและมผี ลเชงิ บวกตอ การทาํ งาน ยอ มมสี วนเสริมสรา งการ
ทํางานได
นอกจากน้ี ดนตรยี งั สามารถนาํ ไปบรู ณาการเขา กับการทําส่ิงตาง ๆ
เพ่อื ทาํ ใหเกดิ ผลลพั ธของการรวมกันในเชงิ บวก
…ใหเ ราลองคิดเช่ือมโยงระหวาง
ดนตรี + การแพทย = ………………..
ดนตรี + การปลูกพชื = ………………..
ดนตรี + การเรียน = ………………..
ดนตรี + การออกกาํ ลังกาย = ………………..
89
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ลองพิจารณาวา รวมกนั ไดห รือไม เมื่อรวมกันแลวจะเกิดอะไรข้ึน มี
ผลดเี กิดขึ้นอยา งไร?
คาํ ตอบที่ไดอ าจจะเปน…
…ในทางการแพทยอ าจบรู ณาการดนตรเี ขา กบั การรกั ษาโรคบางชนดิ
โดยอาศยั จงั หวะ ทว งทาํ นอง ประเภทดนตรที เี่ หมาะแกก ารนาํ มาใชค วบคู
กับยารกั ษาโรค
…การปลกู พชื นอกจากใชก ารรดนา้ํ ตน ไม ใสป ยุ และใหถ กู แสงแดด
แลว การเปดเพลงใหฟ งจะชวยกระตนุ การเจริญเตบิ โต การผลดิ อกออก
ผลใหงดงามมากข้ึนได
…การเรียน ดนตรีบางประเภทสามารถชวยพัฒนาวุฒิภาวะทาง
อารมณ เสรมิ สรา งความจํา และเสริมสรา งความคิดสรางสรรคแ กเดก็ ได
…การออกกําลงั กาย ดนตรเี ขา มามีสว นรว มทช่ี ว ยใหการออกกาํ ลัง
กายทําไดอยางสนุกสนานเพลดิ เพลินมากข้ึน
success publisher
เรอื่ งท่ีเป็นแกนหลัก
+ การทํางาน เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการทาํ งานของพนกั งานในองคก์ ร
+ การรกั ษาโรค ใชด้ นตรบี าํ บัดอาการทางจิต ลดความเครยี ด
ดนตรี + การเรียน พัฒนาด้านอารมณ์ และความจาํ ของเด็ก
+ การออกกําลังกาย เกดิ ความเพลิดเพลิน ความสนกุ สนาน
+ การปลูกพชื พืชเจริญเตบิ โตไดด้ ี ให้ผลผลติ เพ่ิมขน้ึ
บรู ณาการ ผลท่เี กดิ ข้นึ
90
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเชื่อมโยง 06
เมอื่ ความคดิ ของเรายดื หยนุ พอทจี่ ะมองสง่ิ ตา ง ๆ อยา งเชอ่ื มโยงกนั
อยา งเปน นสิ ยั การคดิ แลว ขอบเขตการพจิ ารณาสง่ิ ตา ง ๆ ของเราจะกวา ง
ข้ึนสูการพยายามหาความสัมพันธเช่ือมโยงระหวางส่ิงท่ีดูเหมือนไม
เกย่ี วขอ งกนั หรอื สงิ่ ทด่ี เู หมอื นไมน า เขา กนั ได การคดิ เชงิ บรู ณาการจะชว ย
ขยายขอบเขตกรอบความคิดของเราออกไปใหกวางกวาความรูเชื่อมโยง
ในลกั ษณะ "ชดุ ความคดิ " ที่นักคิดหรอื ผรู ู (Guru) ไดกาํ หนดไว แมวาส่ิง
น้จี ะเปนสิง่ ท่ดี ีและจาํ เปน แตน กั คิดเชิงบรู ณาการจะตองไปใหไกลกวา น้ัน
คือ มที กั ษะของการสังเกตปจจัยเกย่ี วของ สงั เกตสง่ิ ทเ่ี กิดขนึ้ รอบตวั และ
พยายามคดิ อยา งเชอื่ มโยงสมั พนั ธก นั ระหวา งปจ จยั ตา ง ๆ ทาํ ใหเ กดิ ความ
เขาใจท่ีลึกซึ้งและแกปญหาไดเหมาะสมกับสถานการณที่เฉพาะเจาะจง
นอกจากนี้ ยังชว ยใหเราสามารถนําสวนดจี ากสงิ่ อนื่ ๆ มาเชื่อมโยงหรอื
เตมิ เตม็ ใหส่งิ ที่มอี ยสู มบรู ณขึน้
success publisher
91
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เมอื่ เราวินจิ ฉัยสถานการณห รือปญหาท่เี กดิ ขนึ้
เราจาํ เปนตองมองอยา งองครวม
คน หาปจจัยที่เกย่ี วเนอื่ งเชอื่ มโยง
กบั เร่ืองที่เปนแกนหลกั และคดิ อยางบรู ณาการ
หรอื นํามาเช่อื มเขากบั เรอื่ งแกนหลกั
ทตี่ อ งการคิดไดอยางเหมาะสม
92
success publisher ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ
INTEGRATIVE
THINKING
ใชคน เหตุ/ปจจัย…
มององคร วม + คดิ บรู ณาการ
93
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การคดิ เชงิ บรู ณาการเปน การคดิ ทม่ี ลี กั ษณะเปน กระบวนการ ภายใต
กรอบความคดิ ของนกั คดิ เชงิ บรู ณาการ3 ขนั้ ตอน อนั ไดแ ก การถอดกรอบ
การขยายกรอบ และการคลุมกรอบ ดงั ท่กี ลาวไปแลว ในบทน้ีจะนําผอู าน
ไปสกู ารฝก ฝนการคดิ เชงิ บรู ณาการในสถานการณต า ง ๆ เพอ่ื ใหบ รรลเุ ปา
หมายในการคิด จากวิธีคิดแบบเดิมตามความเคยชิน ในการวินิจฉัย
เหตกุ ารณ ในการแกป ญหา ในการหาทางเลือกทเี่ หมาะสม สกู ารใชวิธีคิด
แบบบูรณาการที่จะเปน “ตวั ชว ย” ใหสามารถคิดไดอ ยา งครอบคลมุ และ
นาํ ไปสคู ําตอบทีพ่ ึงประสงคม ากข้ึน
มององคร วม + คดิ บูรณาการ
ลองสาํ รวจดวู า เราคิดเชิงบรู ณาการมากนอยเพยี งใด…
สมมติเราเปน พนกั งานบริษัทแหงหนง่ึ หนว ยงานของเรากาํ ลังจะจดั
งานกีฬาสปี ระจําปข น้ึ โดยเราเปน ผทู ี่ไดร ับมอบหมายใหจ ัดทมี แขง ชกั เยอ
สาํ หรบั ทีมสีแดง จาํ นวน 10 คน เราจะคัดเลือกคนมารวมทมี อยางไรเพือ่
ใหเปนทมี ที่นาจะไดเปรยี บคูตอ สมู ากทส่ี ดุ โดยที่เราไมรูว าทีมสีอนื่ ๆ จัด
ทีมอยางไร
94
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
…ลองคดั คนมารว มทมี ดู โดยสมมตใิ หพ นกั งานทอ่ี ยสู ีเดยี วกบั เรา มี
ลักษณะตามแบบที่เราตองการได เพ่ือใหเราคิดไดอยางอสิ ระ
เริม่ ได…………………………..
เอาละ เราคงไดนักกีฬาชักเยอท่ีแข็งแกรงและมีโอกาสที่จะไดรับ
ชัยชนะมากกวา ทีมอนื่ แลว
success publisher
ทนี ี้ลองมาสาํ รวจความคดิ ของเรากัน
àÃÁèÔ μ¹Œ ¤ÇÒÁ¤´Ô ¢Í§àÃÒ¨ÐàªÍè× Áâ§ä»Ê¡‹Ù ÃÍºÅ¡Ñ É³Ð
¢Í§¼·ŒÙ àÕè ËÁÒÐÊÁ ÊÁͧ¨ÐÁÕ “μÇÑ áºº” Å¡Ñ É³Ð·Ò§¡ÒÂÀÒ¾
¢Í§¤¹·èÕ¹‹Ò¨Ð¹íÒ·ÕÁä»ÊÙ‹¤ÇÒÁÊíÒàÃç¨ä´Œ μÑÇẺàËŋҹÕéà¡Ô´¨Ò¡
»ÃÐʺ¡Òó¡ ÒÃàÃÂÕ ¹ÃáŒÙ ÅФÇÒÁ·Ã§¨Òí ·èÕä´ŒÃºÑ ã¹Í´Õμ ¡ÒÃà·Õº
à¤ÂÕ §Å¡Ñ ɳТͧàÃÍè× §·èÕ ã¡ÅàŒ ¤ÂÕ § હ‹ àÃÒÁ¤Õ ÇÒÁÃnj٠ҋ ¡ÒÃàÍÒª¹Ðä´Œ
μÍŒ §ãª¤Œ ¹·ÁÕè áÕ Ã§ÁÒ¡ ÍÒ¨¨Ðà»¹š ¤¹μÇÑ ãËÞË‹ ÃÍ× à»¹š ¹¡Ñ ¡ÌÕ Ò
เราจงึ คดั คนที่ตัวใหญ และมกี าํ ลังมากมา 10 คน โดยคดั เลือกผชู าย
ท้ังหมด
สมมตติ อ ไปวา … ปรากฏวา ทมี อน่ื ๆ ไดค ดั เลอื กนกั กฬี าทม่ี ลี กั ษณะ
เดียวกันน้ีเชนกัน เราจะมีปจจัยอื่น ๆ อีกหรือไมที่จะทําใหทีมมีโอกาส
ประสบความสาํ เร็จมากข้ึน
ลองคดิ ดู………. ?
95
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เอาละ … ลองคิดตามคําถามเหลานว้ี า เปนปจจัยเกีย่ วเน่ืองตอ ความ
สาํ เรจ็ ของทีมหรอื ไม ?
…ความสามัคคขี องคนในทมี
คนในทมี เกิดความไมพ อใจกนั
หรอื ลูกทีมไมพ อใจหวั หนา ทีมหรอื ไม
…กาํ ลงั ใจของทมี
มีกองเชยี รท่ที าํ ใหเกดิ พลงั ฮึดหรือไม
…การสรางแรงจงู ใจใหกบั คนในทีม
ควรตง้ั รางวลั พเิ ศษทน่ี า สนใจ และจงู ใจไดม ากกวา รางวลั ตาม
ปกติหรือไม เพื่อสรางความตองการความสําเร็จของคนในทีม
เราทม่ี ากกวา ทมี อน่ื ๆ เชน กาํ หนดเงอ่ื นไขวา ถา ชนะจะใหเ งนิ
รางวัลพเิ ศษอีกคนละ 2,000 บาท ซึง่ ทมี อน่ื ไมม เี หมือนเรา
…ลักษณะนิสัยของคนในทมี
คนในทีมเปน คนทอ่ี ดทนหรอื ไม มลี ักษณะของนักสู
ทไี่ มยอมแพอะไรงาย ๆ หรือเปน คนท่ีขาดความอดทน
…การพกั ผอนอยางเพยี งพอของคนในทมี
มีใครนอนไมพอ หรอื กอนแขง ไปเทยี่ วกลางคืนหรอื ไม
…สขุ ภาพของคนในทมี ในขณะน้ัน
มใี ครเจ็บปวยหรอื ไม
…เรอื่ งอื่น ๆ ที่เราคิดได
96
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
หลังจากนน้ั ใหเราลองเชอ่ื มโยงปจจยั ตาง ๆ เขากบั “แกนหลัก”
หรือโจทยทว่ี า “ทมี ทีน่ า จะไดเ ปรยี บมากทีส่ ุด”
ทีมท่ีนาจะไดเปรียบมากท่ีสุด ประกอบไปดวยชายหนุมท่ีมีสุขภาพ
รางกายแข็งแรง มีสัมพันธภาพที่ดีตอกัน มีเปาหมายรวมที่อยากใหทีม
ประสบความสาํ เรจ็ มคี วามอดทน จะมกี ารฝก ซอ มและเกบ็ ตวั กอ นลงแขง
1 วัน ทั้งน้ีจะมีการสรางขวัญกําลงั ใจใหดวยการมอบเงินรางวัลพเิ ศษให
ทกุ คนถาเปนฝา ยชนะ
success publisher
เราจะเห็นภาพแผนที่ความสัมพันธของปจจัยตาง ๆ ที่จะนําไปสู
ความสําเร็จตามเปาหมายมากกวาการพิจารณาเพียงปจจัยเดียว เชน
พิจารณาท้ังทางดา นกําลังกาย กาํ ลงั ใจ สขุ ภาพอนามัย แรงจงู ใจ รวมท้ัง
เรอื่ งความสามารถในการรว มทมี ดว ย เปน ตน การคน หาปจ จยั ดา นตา ง ๆ
ยงิ่ มจี าํ นวนปจ จยั เกยี่ วขอ งมากเทา ใด ยงิ่ ชว ยใหเ ราเหน็ ความสมั พนั ธเ ชอ่ื ม
โยงกับความสาํ เรจ็ ที่ตอ งการมากเทา น้ัน
ทมี
97
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เราจะเห็นหลักสําคัญของการคิดเชิงบูรณาการ เมื่อเราวินิจฉัย
สถานการณห รือปญหาที่เกดิ ขน้ึ เราจําเปนตอ ง มองอยา งองครวม คนหา
ปจ จยั ทเี่ กย่ี วเนอ่ื งเชอื่ มโยงกบั เรอื่ งทเี่ ปน แกนหลกั และคดิ อยา งบรู ณาการ
หรือนํามาเช่ือมเขากับเร่ืองแกนหลกั ทตี่ องการคดิ ไดอยางเหมาะสม
คน้ เหต/ุ ปจั จยั มองอยา่ งองคร์ วม คดิ อยา่ งบูรณาการ
success publisher
การคดิ เชงิ บรู ณาการจะใหค วามสาํ คญั ตอ การคน หาปจ จยั ทเี่ กย่ี วขอ ง
กบั เรอ่ื งนนั้ ใหค วามสาํ คญั กบั รายละเอยี ดปลกี ยอ ยตา ง ๆ ทเ่ี ชอื่ มโยงและ
อาจสงผลกระทบตอความสําเรจ็ ในภาพรวม และพยายามหาทางอดุ ชอ ง
วางเหลา นน้ั ใหไ ดอ ยา งครบถวนกอนตดั สนิ ใจดาํ เนนิ การใด ๆ ลงไป ดัง
น้ัน แมเ ปนเร่ืองเล็กนอ ย เชน การคดั เลอื กคนเขารวมทีมชกั เยอ จะไม
เพียงพิจารณาเฉพาะปจจัยทางดานกายภาพ หรือความแข็งแกรงของ
รา งกายเทา นน้ั แตพ จิ ารณาปจ จยั อน่ื ๆ รว มดว ย อนั จะชว ยใหเ ราสามารถ
คดั เลอื กคนทจ่ี ะมารว มทีมทมี่ แี นวโนม นาํ ทมี ไปสูความสาํ เร็จมากยิง่ ขึน้
จากตัวอยา งนี้ ทําใหเ ราเหน็ ภาพของการคิดเชิงบูรณาการ ในกรณีท่ี
เราตอ งการคาํ ตอบทมี่ คี วามสมบรู ณ ควรพจิ ารณาครบทกุ ปจ จยั ทเ่ี กยี่ วขอ ง
แทนการแกป ญหาแบบสตู รสาํ เร็จ หรือแกป ญ หาตามความเคยชนิ เพราะ
จะชวยลดขอผิดพลาดและขอบกพรองจากการไมไดนําบางปจจัยท่ี
เกี่ยวขอ งมารว มคิด นําไปสูคําตอบท่พี งึ ประสงคมากกวา
นกั คดิ เชิงบรู ณาการจงึ เปนผูท่ไี มดว นสรปุ เมอ่ื พิจารณาวินจิ ฉัยหรอื
แกป ญ หาใด ๆ จะไมร บี กา วเขา สขู อ สรปุ ของเรอื่ งนนั้ ทนั ที แตค น หาปจ จยั
ตา ง ๆ ทเี่ กยี่ วเนอื่ งเชอื่ มโยง ซง่ึ การคน หาวา เรอ่ื งนน้ั เกย่ี วขอ งกบั อะไรบา ง
จะใชว ธิ ีคนหา 2 ลักษณะประกอบกัน อนั ไดแก
98
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
1. ใชค วามรู
โดยวิเคราะหจากความรูประสบการณเดิมท่ีมีเก่ียวกับเร่ืองนั้น หรือ
คนหาความรจู ากผูเช่ียวชาญและตาํ ราตาง ๆ ทไี่ ดศ ึกษาไว โดยนําหลัก
การ ทฤษฎี หรอื ความคิดเหน็ ทย่ี อมรบั แลวเปน หลกั ในการวินิจฉยั ปจจยั
องคประกอบดานตาง ๆ ทีเ่ ก่ียวของกับเหตุการณน้นั เรยี กวาเปน การคิด
โดยใชเ หตผุ ลแบบนริ นัย (deductive thinking) โดยการตอบคาํ ถามวา…
success publisher
… เรือ่ งน้ีเกย่ี วขอ งกับอะไรบาง ? ?
… เกี่ยวของอยา งไร ?
2. ใชก ารสงั เกต
โดยการสังเกตความเปลี่ยนแปลงจากสถานการณที่เกิดขึ้น ดวย
ตระหนกั วา การวนิ ิจฉยั โดยใช “ชดุ ความรู” ทไ่ี ดข อสรปุ มาแลว เทานนั้ อาจ
จะไมเ พยี งพอตอ เหตกุ ารณห รอื บรบิ ททเ่ี กดิ ขน้ึ ในเวลานน้ั ซงึ่ อาจจะมปี จ จยั
ใหม ๆ ความสัมพันธเชิงเหตุผลที่ซับซอนและมีความแตกตางในราย
ละเอยี ดปลีกยอ ย เชน อาจมีปจจัยดานคา นยิ ม วัฒนธรรม พฤตกิ รรม
อารมณค วามรสู กึ หรอื มรี ายละเอยี ดปลกี ยอ ยใหม ๆ ทไี่ มส ามารถคาํ นวณ
ไดเ ขา มาเกย่ี วขอ งดว ย ในบรบิ ทเรอื่ งทค่ี ดิ ในเวลานน้ั การคดิ เชงิ บรู ณาการ
ใชความสามารถในการหย่ังรูของสมองเขามามีสวนรวมคิดคอนขางมาก
เพื่อหา “ความเปน ไปได” ของปจ จยั ใหม ๆ ท่อี าจสง ผลกระทบเช่อื มโยง
กบั เรือ่ งทีเ่ ราคิด
99
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การคิดเชิงบูรณาการจะใหความสําคัญตอการสังเกตในการคนหา
ปจจัยท่ีเก่ียวของกับเรื่องนั้น เม่ือเห็นความผิดปกติบางอยาง ซึ่งอาจขัด
แยง กบั ความรทู เ่ี คยมี และยงั ไมส ามารถหาขอ สรปุ ในความเกยี่ วเนอื่ งเชอื่ ม
โยงหรอื ความสมั พนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวา งกนั เพยี งแตม คี วามรสู กึ วา มคี วาม
เปน ไปไดท ป่ี จ จยั น้ันจะเปน ตวั แปรท่มี ีอทิ ธิพลตอแกนหลักทเ่ี ราคดิ ดังน้นั
สง่ิ ทเี่ ราสงสยั จะถูกต้ังเปน สมมตฐิ านเพื่อหาความเปนไปได
เราอาจจะพบความสมั พนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวา งปจ จยั ทเี่ ราสงสยั วา จะ
เปนสาเหตุ อาจเปน ไปตามท่ีเราต้ังสมมติฐานไว หรอื อาจมีปจจัยอืน่ ๆ
ผสมผสานเพมิ่ เติมเขา มาดว ยก็เปน ได ทาํ ใหเ ราพบปจจัยทีม่ ีความเปน ไป
ไดวา จะเปนสาเหตุ ในสถานการณที่แตกตางกัน ทําใหเรามองภาพเรื่อง
ทัง้ หมดทเี่ กดิ ข้นึ ไดเปน ภาพใหญภาพเดยี วทีเ่ ชือ่ มโยงกัน
สงั เกตการเปลี่ยนแปลง
success publisher
ทดสอบสมมติฐาน พบความผิดปกติ
กาํ หนดสมมตฐิ าน ค้นหาตวั แปรทนี่ ่าสงสยั
ลองพจิ ารณาตวั อยา งของการวนิ จิ ฉยั เหตกุ ารณแ ละการแกป ญ หาโดย
ใชหลักท้ังสองนี้
100
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
การวินิจฉัยเหตุการณ…
à´¡ç ªÒÂ˹§Öè »Å¡Ù μ¹Œ äÁμŒ ¹Œ ˹§èÖ äÇŒ ã¹μ͹àÂ¹ç ¢Í§·¡Ø æ
Ç¹Ñ à¢Ò¨ÐμÍŒ §Ã´¹Òéí áÅÐà½Ò‡ ´¡Ù ÒÃà¨ÃÞÔ àμºÔ âμ¢Í§Á¹Ñ μ¹Œ äÁμŒ ¹Œ ¹Õé
àμºÔ âμ¢¹Öé àÃÍè× Â æ à¢Òà·ÂÕè Ç仺͡ã¤ÃμÍ‹ ã¤ÃÇÒ‹ “μ¹Œ äÁμŒ ¹Œ ¹àéÕ μºÔ âμ
ä´´Œ ÇŒ ¡ÒÃô¹Òéí ¢Í§¼Á”
success publisher
คุณคดิ อยา งไรกบั การวเิ คราะหเ หตผุ ลของเดก็ ชายหนึ่ง ?
……….
สมมตวิ า คณุ เปน ผปู กครองของเดก็ ชายหนง่ึ คณุ จะอธบิ ายใหเ ขาฟง
อยางไรวา การเจริญเติบโตของตน ไมต นน้ีขน้ึ อยกู ับปจจยั ใดบา ง
คาํ ตอบของเดก็ ชายหนงึ่ อาจจะถกู ตอ งกไ็ ดว า ความอยรู อดของตน ไม
ตนน้ขี ึ้นอยกู บั การรดนํา้ ตนไมของเขา แตกอ นที่เขาจะตอบเชนนนั้ ได เขา
ควรพิจารณาเรอื่ งดังกลาวอยางเปนองครวมใหครบทกุ ๆ มุมวา
…ตน ไมอ ยูรอดไดเนื่องจากปจ จัยอะไรไดบ าง
…ตน ไมตายเพราะปจ จยั อะไรไดบ า ง
เนื่องจากเด็กชายหน่ึงยังเปนเด็ก จึงอาจขาดความรูเก่ียวกับเรื่องนี้
เราสามารถสอนเขาใหรูถึงปจจัยเหลาน้ี จากความรูประสบการณท่ีเรามี
หรอื จากขอ มลู ทค่ี น ควา ซงึ่ เปน ขอ มลู ในลกั ษณะทเี่ ปน ความจรงิ ทว่ั ไป เพอื่
เพม่ิ เตมิ ขอบเขตความรคู วามสามารถในการวเิ คราะหข องเดก็ ชายหนงึ่ ให
กวางข้ึน โดยใหความรูวาตนไมจะเจริญเติบโตหรือไม ขึ้นอยูกับปจจัย
ตาง ๆ อาทิ
101
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
…ถา ดินไมดี ตน ไมอ าจตายได
…ถามีแมลง/เพล้ีย/กาฝาก ตน ไมอ าจตายได
…ถา ไมไดร บั แสงแดด ตน ไมอ าจตายได
…ถา เกดิ นํ้าทวม ตนไมอ าจตายได
…ถาเปลี่ยนท่ีไปปลูกท่ีอ่ืน สภาพอากาศที่เปลี่ยนอาจทําใหตนไม
ตายได
และในเรื่องอน่ื ๆ อีกทอ่ี าจเปนเหตผุ ลวา
…ตนไมจ ะอยูรอดไดหรือไม ?
102
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
การใหความรูดังกลาวแกเด็กชายหนึ่งยังไมใชขอสรุปของการเจริญ
เติบโตของตน ไมต นน้ี แตควรใหเ ด็กชายหน่งึ นําปจจัยตาง ๆ เหลานมี้ า
พจิ ารณา เปรยี บเทยี บกบั ตน ไมข องตน โดยพจิ ารณาใหค รบถว นวา สาํ หรบั
ตนไมต นน้ี ปจจัยแตล ะปจจยั เชอื่ มโยงกนั อยา งไร
- นา้ํ …รดนาํ้ เปน ประจาํ
- โรคพืช …ไมม ี
- แสงแดด …เม่อื ลองเปลี่ยนไปปลกู ในท่ีรม
ปรากฏวา 2-3 วันตอ มา ใบเรมิ่ เห่ียวลง
- ฯลฯ
success publisher
เมอ่ื เชอื่ มโยงอยา งบรู ณาการเขา หากนั คาํ ตอบของเราอาจจะเปลยี่ น
ไปจากตอนแรกที่เราบอกวา “ความอยูรอดของตนไมขึ้นอยูกับการรดน้ํา
ตน ไมข องฉนั ” อาจไมใ ชเ หตผุ ลเพยี งประการเดยี ว แตอ าจจะตอ งใหต น ไม
โดนแสงแดดดว ย
นอกจากนี้เรายังตองเปดโอกาสใหเด็กชายหนึ่งสังเกตการเปล่ียน
แปลงของตนไม เมอ่ื เขาพบความผิดปกติ หรือขอ สังเกตบางประการ ที่
อาจจะเปน ปจจยั ทมี่ ผี ลตอการเจรญิ เติบโตของตนไม เชน เขาสังเกตวา
เพอื่ นบา นของเขามักจะเปด เพลงเบา ๆ ฟง สบาย ๆ ทุกเชา และเยน็ จน
กระท่งั วันหนึง่ เพือ่ นบา นคนน้ียายออกไป หลังจากนั้น เขาสงั เกตวา ตน ไม
ซง่ึ เดมิ มกั จะออกดอกเบง บานเสมอ กลบั ไมค อ ยออกดอกเทา ทค่ี วร เขาจงึ
ลองเปด เพลงลกั ษณะเดยี วกนั ใหฟ ง ปรากฏวา ตน ไมเ รม่ิ ออกดอก เขาลอง
ทาํ เวยี นซาํ้ หลายรอบ รวมทงั้ นาํ ตนไมต นอื่น ๆ มารว มทําการทดลองดว ย
ทําใหเขาคนพบวามีความเปนไปไดที่เสียงเพลงกับการเจริญงอกงามของ
ตนไมม คี วามสมั พันธกนั โดยทีข่ นึ้ อยกู ับปจจัยอ่ืน ๆ ดวย
103
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
หรอื เขาอาจสงั เกตเหน็ วา บา นของเขาอยใู กลส นามเทนนสิ ซงึ่ เปด ไฟ
สปอตไลตท กุ คนื และตนไมข องเขาอยใู นตําแหนง ท่ีใกลพอจะไดรับความ
รอนและความสวางจากแสงไฟนี้
เขาอาจไมเ คยตง้ั คาํ ถามถงึ ความเกย่ี วเนอื่ งเชอ่ื มโยงกนั เพราะไมเ คย
คิดมากอ น
การคดิ เชงิ บูรณาการ
จะใชหลักสังเกตและตง้ั คําถามเชงิ วิพากษว า
…”การเปด ไฟสปอตไลต มผี ลตอ การเจรญิ เตบิ โตของตน ไมห รอื ไม ?”
การฉกุ คดิ เชน นี้ เปน เพยี งขอ สงั เกตเบอื้ งตน ถงึ ความเปน ไปได นาํ ไป
สูการสืบคนความเกี่ยวเน่ืองเช่ือมโยงกันในผลกระทบที่อาจจะเปนไปได
เชน ความรอนจากไฟสปอตไลตอาจแรงเกินกวาที่ตนไมจะรับได ความ
สวางในตอนกลางคืนซ่ึงขัดกับภาวะธรรมชาติ กลางวัน/กลางคืน อาจมี
ผลตอ วงจรการเจริญเติบโตของตน ไมได
จากการคดิ ลกั ษณะนี้ นอกจากเดก็ ชายหนงึ่ จะไดค าํ ตอบของประเดน็
ท่ีตองการทราบครบถวนทุกมุมมอง เด็กชายหนึ่งยังไดรับความรูใหม ๆ
เพิ่มเตมิ เขา มาดวย
การคนหาปจจัยที่เก่ียวของกับเรื่องท่ีคิดมีความสําคัญ แตขณะ
เดยี วกัน ยอมไมใชเ ร่อื งงา ยที่จะคน หาปจจัยตาง ๆ ที่เกี่ยวขอ งไดอยา ง
ครบถวน เน่ืองจากความจาํ กัดในมมุ มองของเราในเรื่องตา ง ๆ โดยขึน้
อยูกับความรูและประสบการณท่ีเรามีเก่ียวกับเรื่องนั้น ตัวแบบมโนทัศน
ของเรอื่ งอนื่ ทพ่ี อจะนาํ มาเทยี บเคยี งได ความรจู ากศาสตรท ส่ี ามารถคน ควา
104
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
ได ซงึ่ อาจทาํ ใหป จ จยั ตา ง ๆ ขาดความครบถว น การฝก คดิ เชงิ บรู ณาการ
จึงใหความสําคัญกับการพัฒนาความสามารถในการ “คนหา” ปจจัยที่
เกี่ยวของกับเร่ืองแกนหลัก โดยใช “ความเปนคนชางสังเกต” เปนองค
ประกอบทส่ี าํ คญั พรอ มกบั การพฒั นาความสามารถในการเชอ่ื มโยงปจ จยั
ตาง ๆ เพอ่ื อธบิ ายเร่ืองนัน้ อยา งเปนเอกภาพ
success publisherการแกปญหา…
เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น เมื่อรูสึกไมพึงพอใจในสภาวะท่ีเปนอยู
เราเรยี กสภาวะที่เกดิ ขึ้นนัน้ วา สภาวะปญหา การเผชิญหนากบั สภาวะที่
เปนปญหานําไปสูค วามรสู กึ บบี คั้นและตอ งการหลดุ จากสภาวะน้นั ซึ่งวิธี
การแกป ญหาวธิ หี นงึ่ คอื การคดิ เชงิ บรู ณาการ เพอ่ื ชว ยในการคน หาสาเหตุ
ท่ีอาจกอใหเ กิดปญ หา อันจะนําไปสกู ารมองเห็นปญหาแทจ รงิ ทตี่ อ งแกไ ข
รวมทั้งการหาวิธกี ารแกไขอยา งบูรณาการ
ลองพิจารณาจากตวั อยา งตอไปน…้ี
»Þ˜ ËҢͧ¨ÃÃÂÒ ?
¨ÃÃÂҤ͋ ¹¢ÒŒ §¡ÅÁŒØ 㨷Õè “Á¹Ô ¹”èÕ Å¡Ù ÊÒÇÇÂÑ 10 ¢Çº á·º
¨ÐäÁÊ‹ ¹ã¨àÃÂÕ ¹àÅÂ Ç¹Ñ æ Á¡Ñ ¨ÐËÁ¡μÇÑ Í¡‹Ù ºÑ ¡ÒÃàŹ‹ à¡ÁáÅТͧ
àŹ‹ ·Òí ã˼Œ Å¡ÒÃàÃÂÕ ¹μ¡μÒèí ÁÒμÅÍ´
¨ÃÃÂÒá¡»Œ Þ˜ ËÒ·àÕè ¡´Ô ¢¹éÖ ËÅÒÂÇ¸Ô ´Õ ÇŒ ¡¹Ñ
- à¸Í¨§Ù ã¨Á¹Ô ¹ÇÕè Ò‹ ¨Ð¾Òä»à·ÂèÕ ÇμÒ‹ §»ÃÐà·È ËÒ¡Êͺä´àŒ ¡Ã´
3.2 ¢¹éÖ ä» Á¹Ô ¹¢Õè Â¹Ñ ¢¹Öé ÁÒ¹´Ô ˹͋  áμ·‹ Òí ä´àŒ ¾ÂÕ § 2.0
105
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
- à¸Í¢Ç‹Ù Ò‹ ¨Ðŧâ·É ËÒ¡äÁ·‹ Òí ¡ÒúҌ ¹ äÁÍ‹ Ò‹ ¹Ë¹§Ñ ÊÍ× áμ‹ äÁ‹
ä´¼Œ Åà·Ò‹ ã´¹¡Ñ ·Òí ä´ÊŒ ¡Ñ ¾¡Ñ ¡àç »¹š àËÁÍ× ¹à´ÁÔ
- à¸Í¾Òä»àÃÂÕ ¹¾àÔ ÈÉËÅÒÂá˧‹ ËÇ§Ñ ¨ÐãËÅŒ ¡Ù ÊÒǢͧà¸Íà¡§‹
¢¹Öé áμ‹äÁ‹ä´¼Œ Å ÁáÕ μà‹ ÊÂÕ à§¹Ô ä»à»ÅÒ‹ æ
¨ÃÃÂÒª¡Ñ àÃÁèÔ Ê§ÊÂÑ ÇÒ‹ š٠ÊÒÇà¸ÍÁÊÕ μ»Ô Þ˜ ÞÒäÁà‹ ·Ò‹ à´¡ç ¤¹Í¹×è
ËÃÍ× à»ÅÒ‹ áμà‹ ·Ò‹ ·àÕè ˹ç àÃÍ×è §Í¹×è æ ¾ºÇÒ‹ à¸Í©ÅÒ´´Õ μͺâμÊŒ §èÔ μÒ‹ § æ
ä´ÃŒ Ç´àÃÇç â´Â੾ÒÐʧÔè ·àèÕ ¸ÍãˤŒ ÇÒÁʹ㨠¨ÃÃÂÒ¨§Ö äÁË nj٠ҋ à¸Í¨Ð
á¡»Œ Þ˜ ËÒÍÂÒ‹ §äÃ´Õ ?
คุณจะแนะนําจรรยาวา อยางไร ?
……….
คณุ อาจพบวา จรรยาแกป ญ หาไมถ กู ตอ ง หรอื “เกาไมถ กู ทค่ี นั ” เพราะ
เธอยังไมทราบสาเหตุของปญหา
คณุ อาจจะชใี้ หเ ธอเหน็ วา การแกป ญ หาทเี่ ธอคดิ วา เปน สาเหตทุ ที่ าํ ให
ลกู สาวเรยี นไมเ กงทีละเร่ือง ๆ นั้น เปนความผิดพลาดอยางมาก เพราะ
ทาํ ใหเ ธอตองเสยี เวลา เสยี เงินเสยี ทอง และเสยี กําลังใจวา เธอไมส ามารถ
ชวยเหลือลูกสาวของเธอได และแนะนําเธอวา ควรหาสาเหตุท่ีแทจ ริงให
พบวา การทมี่ นิ น่เี ปน เชน นัน้ เกดิ จากสาเหตใุ ดไดบา ง
จรรยาจึงตงั้ วัตถุประสงคก ารคดิ ซึ่งถอื เปน “แกนหลัก” น่ันคอื การ
คนหาสาเหตุที่แทจริงวา การท่ีมินนี่ไมขยันและมีผลการเรียนที่ตกต่ําน้ัน
เปนเพราะเหตใุ ด เพ่อื ใหส ามารถแกป ญ หาไดอ ยางเหมาะสมแทจริง
106
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
จากนั้นจรรยาจึงไดเขาสูการคิดเชิงบูรณาการเพ่ือแกปญหานี้ 4
ขั้นตอนดวยกัน
1. การคน หาสาเหตขุ องปญ หา
2. วิเคราะหค วามสัมพันธของสาเหตเุ ชอ่ื มโยงกับแกนหลกั
3. การกําหนดแนวทางการแกป ญ หาอยา งเชื่อมโยง
4. วิพากษเ พือ่ ใหเกดิ การบรู ณาการครบถวน
success publisher
ขน้ั ทหี่ นึง่ การคน หาสาเหตุของปญหา
จรรยาไดเริ่มคิดใครครวญดูวาองคประกอบใดบาง ท่ีเปนเหตุให
มินนี่ลูกของเธอเรียนไมเกง และไมขยันเรียน โดยใชท้ังการสังเกตและ
ความรทู ม่ี ี
เธอพยายามสงั เกตพฤตกิ รรมของมนิ นี่ และตงั้ คําถามเพื่อคน หาคาํ
ตอบ
…การชอบดูโทรทศั นของมนิ นม่ี ผี ลทาํ ใหเ รียนไมเ กงหรือไม
…มินนีไ่ มช อบเรียนหนงั สอื แตช อบเลนมากกวา มผี ลทําใหเรยี นไม
เกง หรือไม
…มนิ นี่เปนเดก็ ท่ีมสี มาธิสั้น ทําส่ิงเดียวกนั ตดิ ตอ กนั นาน ๆ ไมไ ด
…รางวัลที่เธอตง้ั ไวยังจงู ใจไมพอ
…มนิ น่ีเลน เกมคอมพวิ เตอรมากเกินไป
……….
107
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เธอคดิ วา ความคดิ ของเธออาจจะไมค รบถว นจงึ ไปศกึ ษาและหาขอ มลู
จากหนังสือ ปรึกษากับแพทย เพ่ือนท่ีมีบุตร ครูอาจารยที่โรงเรียน ชม
รายการจากสอ่ื ตาง ๆ แมก ระทัง่ สืบคน ขอ มลู ผานทางอินเทอรเ นต็ เพอ่ื
รวบรวมองคป ระกอบและมมุ มองอนั หลากหลายเกี่ยวกบั
…การท่ีเดก็ เรียนไมเ กง ไมข ยันเรียนนั้น เกดิ จากสาเหตใุ ดไดบ าง
…วธิ ีทาํ ใหเด็กเรียนเกง พอ แมจ ะมสี วนชวยอยางไร
…เดก็ ทเ่ี รยี นเกง มลี กั ษณะอยา งไร ดาํ เนนิ ชวี ติ อยา งไร บรบิ ทแวดลอ ม
ตองเปน อยางไร
สง่ิ ที่เธอคน พบมมี ากมาย หลายเรื่องนา สนใจเปนอยา งยิ่ง เชน เธอ
ไมเ คยรมู ากอ นเลยวา การไมฝ ก วนิ ยั มนิ น่ี แตป ลอ ยใหใ ชเ วลาอยา งสบาย ๆ
จะมีผลกระทบทําใหเด็กไมรูวาเวลาใดควรทําสิ่งใด หรือการท่ีเธอคิดวา
รางวัลของเธอยังไมจ งู ใจมินนีเ่ พียงพอนนั้ เธอคดิ ไมครบถว นเพราะวาเธอ
ตอ งใหม นิ น่ีมเี ปาหมายชีวติ ทีเ่ ขาตองการจะไปใหถึง เปา หมายนัน้ จึงเปน
แรงผลักใหเขาทาํ ในส่งิ ทปี่ รารถนาได และยงั มอี ีกหลาย ๆ เร่อื ง เธอจงึ
จดรายการองคประกอบทั้งหมดที่มีผลตอการเรียนออกมา แลวพิจารณา
วามีสวนเชื่อมโยงกบั ปญ หาทเ่ี กิดขนึ้ กบั มนิ น่ขี องเธอหรือไม
เพอ่ื ชว ยในการแกป ญ หาของเธอ เธอจงึ ทาํ ตารางเชอ่ื มโยง โดยการนาํ
องคป ระกอบทง้ั หมดเทา ทเ่ี ธอคดิ ได เขยี นไวด า นซา ย สว นดา นขวาจะเปน
ชอ งทเี่ ธอจะทาํ เครอ่ื งหมายไวว า ปจ จยั นน้ั มสี ว นเชอ่ื มโยงกบั ปญ หาของมนิ
นีห่ รอื ไม
108
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
success publisherองคป์ ระกอบท่ีมีผลตอ่ การเรยี น มีส่วนเช่อื มโยงกับปญั หามนิ น่ี
มี ไมม่ ี
ระดบั สตปิ ญั ญาของเด็ก
บรรยากาศในหอ้ งเรยี น -
เพอ่ื น -
การสอนของครู -
วชิ าทเ่ี รยี น -
ปัญหาครอบครัว -
สภาพแวดลอ้ มภายในบ้าน -
การกระตุน้ ให้เด็กเรยี นรขู้ องพ่อแม่
- การสรา้ งแรงจงู ใจ -
- การให้รางวลั
- การสรา้ งความคาดหวัง -
- การใหโ้ อกาส
การกาํ หนดเป้าหมายชีวิต -
- เปา้ หมายชีวิตด้านต่าง ๆ
- การวางแผนการเรียนอย่างเปน็ ขัน้ ตอน -
- การกระตนุ้ ให้เห็นคุณคา่ ของเป้าหมาย -
- ความพยายามทําใหเ้ ปา้ หมายนน้ั ประสบความสาํ เร็จ -
การสรา้ งระเบยี บวนิ ัย
- การใชเ้ วลา
- การฝกึ ความรบั ผิดชอบ
- การควบคมุ ใหเ้ ด็กดโู ทรทศั น์
- การควบคมุ การเล่นเกมคอมพิวเตอร์
- การวางกฎระเบียบต่าง ๆ อยา่ งมมี าตรฐาน
- มาตรฐานการลงโทษและการชมเชย
การพกั ผ่อน
อาหาร
การเปน็ แบบอย่างของพ่อแม่
อนื่ ๆ….
109
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ขัน้ ทส่ี อง วเิ คราะหความสัมพันธของสาเหตุเชื่อมโยงกบั แกนหลกั
จากนั้น จรรยาไดวิเคราะหขอมูลเหลานั้นเขากับเร่ืองหลักวามีสวน
เกย่ี วเนอื่ งเช่อื มโยงกันอยา งไร
ค้นเหตแุ หง่ ปญั หา
success publisher
จากความร/ู้ ประสบการณ์ จากการสงั เกต
เช่อื มโยงเหต-ุ ผล
สรปุ เหตุแห่งปัญหา
จรรยาพบสาเหตุวา การทมี่ ินน่ีมกี ารเรยี นตกตา่ํ นั้น มไิ ดเ กดิ จาก
การทมี่ นิ นี่มสี ติปญญาไมดี แตเ กดิ จากหลายสาเหตุรว มกัน อาทิ
- เพ่อื นไมเ ปนแบบอยา งเรอื่ งความขยันเรยี น
- บรรยากาศในหองเรียน มีการคยุ กันตลอดเวลา
- วิชาที่เรียนสวนใหญอยูในลักษณะของการบอกจด เด็กไมมี
ปฏิสมั พันธ จงึ เกดิ ความรสู ึกเบ่ือหนา ย สว นวชิ าทเี่ ดก็ ไดเคล่ือนไหวไดท ํา
กิจกรรมมินนี่จะทาํ ไดด ี
- ถา เดก็ ทาํ ในสงิ่ ทเ่ี ขาชอบ เขาจะทาํ ไดด ี
110
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
- เด็กไมม เี ปาหมายในการเรียน ไมรวู าเรียนไปเพอื่ อะไร
- เดก็ ขาดการกระตนุ ใหมีเปา หมาย โดยการสรางแรงจงู ใจจากพอ
แมใ หรกั การเรยี นรู
- เดก็ ไมไดร บั ประทานอาหารเชาทมี่ ปี ระโยชนและพอเพียง
- เด็กใชเ วลาไมด ี ไมจดั สรรเวลาอยา งเปน ระเบียบ ไมมีวนิ ัย ชอบ
ใชเ วลาสว นใหญใ นการดูโทรทศั น หรอื ไมกเ็ ลนเกมคอมพิวเตอร
- พอแมไมไดควบคุมและตรวจสอบการเรียนของมินนี่อยางดี
เนือ่ งจากไมม เี วลา ทาํ ใหไมร วู า มินน่ีทบทวนบทเรยี น ทาํ การบาน อยางดี
ทุกวนั หรอื ไม
- พอ แมไ มไดเ ปน แบบอยา งการเรยี นรทู ่ีบาน เพราะมกั ใชเ วลาสว น
ใหญดูโทรทศั น
- ที่บานไมมีการวางกฎเกณฑที่เดนชัด ไมมีมาตรฐานการลงโทษ
หรอื ใหรางวัลทช่ี ัดเจน ทาํ ใหลูกอยูอยางสบาย ๆ ชอบทําตามใจตนเอง
- และเรื่องอื่น ๆ ที่เม่ือเธอพิจารณาไปทีละเรื่องแลวพบวา มันมี
ความเชอื่ มโยงสคู าํ ตอบของปญ หาวา “เหตใุ ดมนิ นจ่ี งึ ไมข ยนั ไมต ง้ั ใจเรยี น
และเรยี นไมเ กง ”
success publisher
เธอเร่ิมมองออกแลว วา จะตอ งแกไ ขในเร่อื งนีอ้ ยา งไรบาง
111
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ขนั้ ที่สาม การกาํ หนดแนวทางการแกป ญหาอยา งเชื่อมโยง
การแกปญ หาน้ี จรรยารวู า จาํ เปนตอ งแกในเรื่องตา ง ๆ ทเี่ ชื่อมโยง
กับปญ หา ไมสามารถแกไขเพียงบางสวนบางเสี้ยวเชนท่ีเธอเคยทาํ ได แต
เม่ือพิจารณาแลวเธอเห็นวา เรื่องที่เธอคิดวาเล็ก ๆ กลับกลายเปนเรื่อง
ใหญ เพราะมเี รอื่ งทเี่ ธอจะตอ งแกไ ขอยา งมากมาย และทสี่ าํ คญั เรอ่ื งเหลา
นี้ เธอไมสามารถแกไดเพียงลําพังเพราะเก่ียวของเชื่อมโยงกับหลายฝาย
เชน สามี ลูก ครู โรงเรียน หรือแมแ ตเพ่อื น ๆ ของมนิ นี่ เธอรูถ ึงความ
ยากในการแกป ญหาน้ี ส่ิงที่เธอทาํ คอื
1. จดั ลาํ ดับความสาํ คัญของปญ หาที่ตอ งแกไข
พจิ ารณาวา เรอื่ งใดสาํ คัญท่ีสดุ เรื่องใดสําคัญรอง ๆ ลงมา
• เรือ่ งใดเปนเร่ืองเรง ดว นท่ตี องไดร ับการแกไขกอ น
…การไมมีเปา หมายชวี ิต
…ความไมม วี ินยั
…รูปแบบการสอนที่นาเบ่ือหนาย
• เรอื่ งใดบางท่ตี องไดร ับการแกไ ขพรอม ๆ กนั
…การรับประทานอาหารเชา
…การใชเ วลาอยา งสุรยุ สุรา ย
• เร่ืองใดทย่ี ังรอเวลาได
…หลักสูตรการเรยี นการสอนในโรงเรยี น
…การคุยกันในหอ งเรยี น
112
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
2. พจิ ารณาวา เรอ่ื งดังกลา วเกี่ยวขอ งกบั ใครบา งsuccess publisher
…เกย่ี วขอ งกบั ตวั ลกู โดยเฉพาะ
…เกีย่ วของกบั จรรยาและสามี
…เกี่ยวของกบั เพ่อื นของมนิ น่ี
…เก่ียวขอ งกับครูและโรงเรยี น
…แยกแยะวาเร่ืองใดเกี่ยวของกบั ใคร ..ลูก จรรยา สามี ครู
3. พิจารณาวา จะแกไขปญหาเหลา นอ้ี ยา งบูรณาการไดอยางไร
…การวางแผนเปาหมายชวี ติ
…การฝก วนิ ยั
…ควบคมุ การใชเ วลาของมนิ นี่ ฝก ใหมีระเบียบวนิ ยั
…การจัดสรรเวลา
…การสรา งแรงจงู ใจ
…การสรา งบรรยากาศการเรียนรูในบา น
…พยายามกระตุนความสนใจใหมินนใี่ ฝเรียนรเู สมอ
…การเปนแบบอยางของพอ แม
…การยา ยสถานที่เรยี นทมี่ บี รรยากาศการเรียนรู
113
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ลําดบั แนวทางแกป้ ญั หา เร่งด่วน ทําพรอ้ ม รอได้
ความสาํ คญั กัน
กาํ หนดเป้าหมายชวี ติ ให้ลูก
1. - วางแผนชีวิตร่วมกันกับลกู
- ให้เขาเลือกในส่ิงทช่ี อบ สนใจ
2. - วางแผนตารางเวลา
การฝึกวนิ ัย
success publisher3.- มีกฎระเบียบและมาตรฐานที่สมาชกิ ในบ้าน
ตอ้ งทาํ ตามอย่างเครง่ ครดั
4. - มีการควบคมุ และตรวจสอบการดําเนินชวี ิต
5. - มมี าตรฐานการลงโทษ/ให้รางวัลทช่ี ดั เจน
6. - ฝกึ ให้รับผดิ ชอบตนเอง
การสรา้ งแรงจูงใจในการเรยี น
- ให้กําลงั ใจเสมอ
- ตัง้ เป้าหมายที่รู้วา่ ลกู ตอ้ งไปถงึ แล้วค่อย ๆ
ขยบั เป้าใหส้ ูงข้ึนทลี ะขัน้
จัดเตรียมอาหารเช้าที่มปี ระโยชนแ์ ละพอเพยี ง
พ่อแม่เป็นแบบอยา่ ง
...แบบอยา่ งการเรยี นรู้ทบี่ า้ น
…แบบอย่างความมีระเบยี บวนิ ยั
การสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้เป็นบา้ น
แห่งการเรียนรู้
- สรา้ งห้องสมดุ
- เกมเสริมสร้างความรู้
- มีสอ่ื การเรียนร้ทู ีท่ ันสมัยและเหมาะกบั วัย
7. เพื่อน
8. 8.
- พจิ ารณาการคบเพอ่ื นของลกู
114
- หากจิ กรรมทล่ี กู จะมเี พื่อนท่สี นใจการเรยี นรู้
โรงเรยี น/ครู
- อาจต้องย้ายโรงเรยี นในเทอมตอ่ ไป
- หาโรงเรียนทีจ่ ะชว่ ยเสรมิ สร้างศกั ยภาพของลูก
- โรงเรยี นทเี่ ปดิ โอกาสใหเ้ ด็กคิด กลา้ แสดงออก
เขา้ ใจ จติ วิทยาเด็ก
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
ขนั้ ท่สี ่ี วิพากษเพ่อื ใหเ กดิ การบูรณาการครบถว น
การแกป ญ หาทรี่ อบคอบกอ นการดาํ เนนิ การ ควรเปด โอกาสใหต นเอง
หรือผทู ่ีเกีย่ วของ มีโอกาสวิพากษว า
• แนวทางแกป ญ หาในแตล ะเรอื่ งทน่ี าํ เสนอนน้ั แกป ญ หาหลกั หรอื
แกป ญ หามินน่ีไมร กั การเรียนไดจ รงิ หรือไม เพราะเหตใุ ด
success publisher
• การแกป ญหาเร่อื งหน่ึง จะสงผลกระทบเชงิ ลบตอเรอ่ื งอน่ื ๆ ที่
อาจคาดไมถงึ หรอื ไม
• การแกปญหาเชน นีค้ รบถว นทกุ มมุ ขาดบางมมุ บางดานที่ไมไ ด
กลา วถึงหรอื ไม
• คาดวา จะมีปญหาใด ๆ เกิดขึ้นตามมาหรอื ไม จะปอ งกันหรอื
แกไ ขลวงหนา อยางไร
การวิพากษจะชวยใหจรรยาเร่ิมพิจารณาเร่ืองนี้อีกคร้ังหนึ่ง และ
พยายามอดุ ชอ งโหวท ่ีอาจเกดิ ขน้ึ เชน
…การทตี่ วั เธอเองและสามตี อ งใหเ วลากบั ลกู มากขนึ้ ทาํ ใหท งั้ สองคน
ตองจัดสรรเวลาทํางานใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจตองยอมใชเวลา
ทํางานนอ ยลง แมร ายไดจะลดลงบาง เพื่อใหเวลากับลูกเพ่ิมขึน้ ซง่ึ ก็ตอง
คิดวาครอบครัวจะประสบปญหาเศรษฐกิจหรือไม ตองเตรียมพรอม
ประหยดั คา ใชจ ายอยา งไร
115
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
…การที่ตองสรางบรรยากาศบานแหงการเรียนรู อาจจะตองใชงบ
ลงทนุ จาํ นวนหนงึ่ จรรยาจะจดั สรรและเตรยี มพรอ มอยา งไร อกี ทงั้ การตอ ง
เปล่ียนลักษณะนิสัยเพ่ือเปนแบบอยางแกลูก จรรยากับสามีจะทําเชนน้ัน
ไดสําเร็จหรอื ไม
…การทต่ี องออกจากโรงเรียนเดมิ เขา โรงเรียนใหม จะตองพิจารณา
วา คุม หรอื ไม และจะมโี รงเรยี นในลกั ษณะทเ่ี ราตองการหรือไม หากไมม ี
จะทาํ อยางไร มีทางอื่นท่ีพอเปนไปไดนอกจากทางเลอื กน้ีอกี หรอื ไม
การวิพากษใ นแงมุมตาง ๆ ทําใหเ ราเกิดความคิดทีเ่ ฉียบคมมากข้ึน
และจะชว ยสง ผลใหก ารบูรณาการในเรื่องน้ันมคี วามคมชัด ครบถว นทุก
มุมมอง ซ่ึงยอมสงผลดีตอการแกปญหาน้ันไดตรงวัตถุประสงค และลด
ผลกระทบท่ีเกิดจากการผิดพลาดในการตดั สนิ ใจ
การคิดเชงิ บูรณาการเพือ่ การหาขอ วินิจฉยั และแกปญหา
จะเกยี่ วของกบั การคดิ มติ อิ นื่ ๆ
ไมวา จะเปนการคิดเชงิ วเิ คราะห การคดิ เชงิ วิพากษ การคิดเชิงมโน
ทศั น การคิดเชิงเปรียบเทยี บ การคดิ เชงิ สรางสรรค ฯลฯ
และเมือ่ บวกกบั การคิดเชิงบูรณาการ
ยอมจะชวยใหเราพิจารณาปจจัยเช่ือมโยง ณ บริบทน้ันไดอยาง
ครอบคลมุ มากขึน้
116
ใชคนเหตุ/ปจจัย…มององครวม + คิดบูรณาการ 07
ทําใหเราไมละเลยรายละเอยี ด
และความสัมพันธเ ช่ือมโยงระหวา งองคประกอบตา ง ๆ
ที่ดเู หมือนไมเ กย่ี วของกัน หรอื เปน ปจจัยที่เราคดิ ไมถ งึ
การคดิ เชงิ บรู ณาการ
success publisher
ชวยใหเราสรา งแผนท่ีความสัมพันธเ ชอ่ื มโยงระหวางปจจัยตาง ๆ
ที่อยูล อมรอบปญหาทเ่ี ราตอ งการหาทางแกไ ข
และชว ยใหเราสามารถแกไ ขปญ หาไดอ ยา งครบถวน
117
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
นกั คดิ เชิงบรู ณาการ
จะยินดีเผชิญหนา กบั ความซบั ซอ น
โดยการคนหาตวั แปรทส่ี าํ คัญตัวสุดทา ย
ท่ีจะนาํ มาคดิ รวมดว ยต้งั แตเรมิ่ ตน
เพอ่ื ใหสามารถคน หาสาเหตแุ ละผลกระทบ
ทีเ่ ก่ยี วเนื่องเชือ่ มโยง
แมวายากท่ีจะคํานวณหรอื วดั ออกมาได
โดยตระหนักวา แมป จจยั น้ันอาจจะวดั ไมได
ยอ มตอ งนาํ มาพจิ ารณาดวย
118
success publisher ใช “แกปญหา” อยางไม “กอปญหา”
INTEGRATIVE
THINKING
ใช “แกป ญหา”
อยา งไม “กอ ปญ หา”
119
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ปญหาจาํ นวนมากท่เี กิดข้ึนมักมลี กั ษณะที่ซบั ซอน มปี จจัยเกยี่ วขอ ง
จํานวนมาก จนไมสามารถวิเคราะหปจจัยท่ีเกี่ยวของออกมาไดหมด ท่ี
สาํ คัญเมอ่ื เกดิ ปญหาข้นึ เรามกั จะมงุ ไปท่ปี ญหาท่เี กิดขนึ้ แลวพยายามหา
ทางแกปญหานั้น โดยอาจไมไดคํานึงวาทางแกนั้นจะกลับกอใหเกิดผล
กระทบดานอื่น ๆ ตามมาหรือไม ซึ่งในความเปน จรงิ แลว ปจ จยั ตาง ๆ
มคี วามสัมพันธเชอื่ มโยงระหวางกนั ดังนั้น เมอ่ื แกปญ หาหนึ่งเสร็จ อาจ
สง ผลกระทบใหเ กดิ อกี ปญหาอื่นตามมา
ยกตัวอยางเชน
ã¹»‚ ¾.È. 2440 ÍμØ ÊÒË¡ÃÃÁ¢Í§»ÃÐà·È½Ã§Ñè àÈÊ¢ÂÒÂ
μÇÑ ÁÒ¡ ·Òí ãËàŒ ¡´Ô ¡ÒâҴá¤Å¹áç§Ò¹ ¼»ŒÙ ÃСͺ¡Òè§Ö ¨Òí ໹š
μÍŒ §ãªáŒ ç§Ò¹ÇÂÑ Ã¹‹Ø áÅÐà´¡ç ÁÒ¡¢¹éÖ ã¹ªÇ‹ §àÇÅÒà´ÂÕ Ç¡¹Ñ Ã°Ñ ºÒÅ
½ÃèѧàÈÊä´ŒÍÍ¡¡®ËÁÒ¤،Á¤Ãͧáç§Ò¹à´ç¡ â´ÂãËŒ¹Ò¨ŒÒ§ãªŒ
áç§Ò¹à´¡ç ä´àŒ ©¾ÒЧҹà¾ÂÕ §ºÒ§ÍÂÒ‹ § áÅÐãË´Œ áÙ Å´ÒŒ ¹Í¹ÒÁÂÑ áÅÐ
ầ‹ àÇÅÒãË¡Œ ÒÃÈ¡Ö ÉÒá¡à‹ ´¡ç ÃÇÁ·§Ñé ¡Òí ˹´º·ºÞÑ ÞμÑ Ô ËÅÒ»ÃСÒÃ
à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¤ÇÒÁ໹š ä»¢Í§à´¡ç ··Õè Òí §Ò¹ã¹âç§Ò¹ÍμØ ÊÒË¡ÃÃÁ áÁÇŒ Ò‹
¡®ËÁÒ´§Ñ ¡ÅÒ‹ ÇÁàÕ ¨μ¹ÒÃÁ³· ´èÕ Õ áμ¼‹ Å¡Ãзº·àÕè ¡´Ô ¢¹éÖ ¤Í×
120
ใช “แกปญหา” อยางไม “กอปญหา” 08
• ÍμØ ÊÒË¡ÃÃÁμÒ‹ § æ »Å´áç§Ò¹à´¡ç ÍÍ¡ à¹Í×è §¨Ò¡äÁμ‹ ÍŒ §¡ÒÃ
Á»Õ Þ˜ ËÒ¨¡Ø ¨¡Ô ã¹àÃÍè× §¡ÒôáÙ Åáç§Ò¹à´¡ç ÃÇÁ·§éÑ Â§Ñ ·Òí ãË⌠ç§Ò¹
ÁμÕ ¹Œ ·¹Ø à¾ÁÔè ¢¹Öé Í¡Õ ·§éÑ à´¡ç 处 ·Òí §Ò¹ä´ŒäÁà‹ ·Ò‹ ¡ºÑ ¼ŒÙãËÞ‹ à¾ÃÒÐ
¶¡Ù ¨Òí ¡´Ñ ´ÇŒ ¡®ËÁÒÂ
• ¼Å¼ÅμÔ ¢Í§ÍμØ ÊÒË¡ÃÃÁã¹»ÃÐà·È½Ã§Ñè àÈÊŴŧ à¹Íè× §¨Ò¡¡ÒÃ
¢Ò´á¤Å¹áç§Ò¹ ʧ‹ ¼Å·Òí ãˤŒ Ò‹ ¨ÒŒ §áç§Ò¹Ê§Ù ¢¹éÖ áÅÐÃÒ¤Ò
Ê¹Ô ¤ÒŒ ʧ٠¢¹Öé ÃÒÂä´¨Œ Ò¡ÀÒÉ·Õ ÃèÕ °Ñ ºÒÅä´ÃŒ ºÑ ¨§Ö Ŵŧ
• à´¡ç äÁÁ‹ âÕ Í¡ÒÊä´ÃŒ ºÑ ¡Òý¡ƒ ½¹¡Ò÷Òí §Ò¹ à¹Í×è §¨Ò¡äÁÁ‹ ¹Õ Ò¨Ҍ §
ÂÍÁ¨ÒŒ §à¢ÒŒ ·Òí §Ò¹
• à´¡ç ··Õè Òí ¼´Ô ·Ò§ÍÒÞÒà¾ÁèÔ ¢¹Öé à¾ÃÒÐäÁÁ‹ §Õ Ò¹·Òí ¨§Ö Ë¹Ñ ä»·Òí ʧÔè
·¼Õè ´Ô ¡®ËÁÒÂ
success publisher
จากตัวอยา งจะเห็นวา การออกกฎหมายลกั ษณะน้ีเปนการพจิ ารณา
มมุ เดยี วอยา งแยกสว น จงึ สง ผลใหเ กดิ ปญ หาตามมาใหต อ งหาทางแกภ าย
หลัง เพราะแมวาทางแกปญหาของเราจะทําใหปญหาหมดไป แตขณะ
เดยี วกนั อาจกอ ใหเ กดิ ผลกระทบตอ เรอื่ งอน่ื ๆ ตามมาดว ยทง้ั ดา นบวกและ
ดานลบ ทางท่ีดีกวานั่นคือ กอนตัดสินใจนําทางเลือกน้ันสูภาคปฏิบัติ
จําเปนตองมีการพิจารณาวา เรื่องนั้นเก่ียวของกับเรื่องอะไรบาง และ
เกีย่ วขอ งอยางไร โดยคาดการณผ ลกระทบที่จะเกิดขึ้นในลกั ษณะตอเน่ือง
อันจะชว ยใหเ ราเห็นผลท่จี ะเกิดขนึ้ ตามมาหากตดั สินใจเชน น้ันไป
121
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ ทางแก้ปัญหา
กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
เปา้ หมาย เด็ก อุตสาหกรรม เกีย่ วขอ้ งกบั …….
ไดร้ บั การค้มุ ครอง ทํางานได้ ต้นทุน ผลกระทบ
จํากดั ปลดแรงงาน
ผลกระทบ
่
success publisher
ไมไ่ ด้ฝกึ ฝนการทํางาน ไมม่ ีงาน ขาดแคลนแรงงาน
…… ทําผดิ ทางอาญา ค่าจ้างแรงงาน ผลผลติ
…… …… ภาษเี งินได้ลดลง
……
การคนหาปจ จยั ท่เี ก่ียวขอ งกับทางเลือก และคาดการณผ ลกระทบท่ี
อาจเกดิ ข้ึนกบั ปจ จยั เหลา นี้ จะชว ยใหเราเห็นภาพอนาคตของโอกาสและ
ปญหา ชว ยใหเราสามารถนาํ มาใชหรือปอ งกนั ปญหาลว งหนามใิ หเ กดิ ขึน้
ได จากตัวอยางในการออกกฎหมายเพ่ือคุมครองสวัสดิภาพของเด็กควร
นําปจ จัยเกี่ยวขอ งอื่น ๆ อาทิ ความอยูร อดของผปู ระกอบการมารวมคดิ
ดว ย ควรคํานงึ วา กฎหมายคมุ ครองแรงงานเดก็ ดังกลาว จะสง ผลกระทบ
อยา งไรบา งตอ อตุ สาหกรรมทเี่ ปน อยู ควรคาํ นงึ ถงึ สภาพทางเศรษฐกจิ ของ
เด็กและครอบครัวของเดก็ ฯลฯ และส่งิ ทเ่ี กิดข้ึนจะสงผลกระทบตอเนอ่ื ง
อะไรตามมาบา ง จากนน้ั ลองคดิ หาทางออกในลกั ษณะทท่ี งั้ ผปู ระกอบการ
สามารถอยไู ดและเด็กไดร บั การคุมครองดว ย
122
ใช “แกปญหา” อยางไม “กอปญหา” 08
การแกป ญ หาเชงิ บรู ณาการจงึ เปน การพยายามหาทางแกป ญ หาทไี่ ม
กอใหเกิดปญหาอื่นตามมา โดยพยายามพิจารณาปจจัยที่เช่ือมโยงวาจะ
รับผลกระทบอยางไรบาง อันทําใหเกิดการทบทวนการหาทางแกปญหา
จนมั่นใจวา เมื่อแกไ ขปญหานนั้ แลว จะไมมปี ญหาอื่น ๆ เกดิ ขน้ึ ตามมา
อีก
success publisher
วธิ คี ดิ … ทกุ ครั้งท่เี ราคน พบทางออกของปญหาใด ๆ กต็ าม ใหเ รม่ิ
ตนต้งั คาํ ถามกับตนเองเสมอวา
ทางแกป ญ หาน้เี ก่ยี วขอ งกับปจจยั ใดบา ง ?
จะสงผลกระทบตอปจ จยั เหลา นัน้ อยางไร ?
จะปรบั ปรงุ ทางแกป ญหาของเราอยา งไร ?
“แกปญ หาน”้ี แลว “กอปญหาอืน่ ” หรือไม ?
คําถามนี้จะนําเราไปสูการคนหาปจจัยที่เก่ียวของกับเรื่องนั้น การ
คาดการณผ ลกระทบจากวธิ กี ารแกป ญ หาทเ่ี ราใชต อ ปจ จยั เหลา นที้ เ่ี ราอาจ
ไมคาดคิดมากอน อันนําไปสูการทบทวนแนวทางการแกปญหาให
ครอบคลุมและไมส ง ผลกระทบตามมา 3 ขน้ั ตอน
1. คนหาปจ จัยทีเ่ ก่ียวของ
2. คาดการณผลกระทบตอเนือ่ งจากปจ จยั ตาง ๆ
3. บรู ณาการทางแกปญหาที่ไมกอ ปญ หาตามมา
กระบวนการคิดจะมีลักษณะเปนวงจรท่ียอนกลับมาคิดทบทวนทาง
แกปญหานนั้ ใหม ภายหลงั จากทไ่ี ดค นหาปจจัยทเี่ กี่ยวขอ ง ผลกระทบท้งั
เชิงบวกและเชิงลบท่ีอาจจะเกิดขึ้น เพื่อแกไขหรือเปล่ียนแปลงใหทางแก
ปญ หาที่ตองการนน้ั ไมกอใหเ กดิ ปญ หาอื่น ๆ ตามมา
123
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ทางแก้ปัญหา
ผลกระทบตอ่ เน่อื ง ปจั จัยเกยี่ วขอ้ ง
success publisher
การหาทางแกป้ ัญหาเชงิ บูรณาการ
สิง่ ทีค่ วรตระหนกั ในการคิด
…อยา “ตดั ” ปจจยั ทวี่ ดั ไมไดท งิ้ ใหนํามารว มคดิ ดวย
ในปญหาที่ซับซอนจะมีปจจัยมากมายที่เกี่ยวของกับปญหานั้น เรา
อาจพบวา มปี จ จยั จาํ นวนมากทเ่ี กย่ี วขอ ง รวมทงั้ ไมม น่ั ใจวา สาเหตขุ องเรอื่ ง
นั้นเกิดจากตวั แปรตวั ใดบาง วิธกี ารที่นยิ มทาํ กนั นนั่ คือ การลดความซับ
ซอน โดยตัดบางปจจัยท่ีเปนสาเหตุออกและเหลือไวเฉพาะปจจัยที่เรา
สามารถวดั ได ทเี่ ห็นไดชัด ไดแ ก การทาํ งานของนักเศรษฐศาสตร ซึ่งมัก
จะนําปจจัยหรอื ตวั แปรเพยี งบางตัวท่ีสามารถวดั ได โดยตัดปจ จยั ท่ีวัดไม
ไดออกไป เพ่อื สรา งตัวแบบทง่ี ายสาํ หรบั การวเิ คราะห เชน การออกแบบ
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีตอรายไดการจัดเก็บภาษี โดย
ปราศจากการพิจารณาผลกระทบของอัตราภาษีที่มีตอการสรางแรงจูงใจ
ในการทํางานและการลงทุน เนอ่ื งจากเปนการยากทจี่ ะกําหนดตัวแบบใน
การวดั แรงจูงใจ เปนตน ทําใหเมอ่ื นาํ มาใชจ ริงอาจกอใหเ กดิ ปญหาตาม
มาได
124
ใช “แกปญหา” อยางไม “กอปญหา” 08
นกั คิดเชิงบรู ณาการจะไมคดิ วิเคราะหโ ดยการพ่ึงพาเพียงปจ จยั ทว่ี ัด
ได แตพยายามหา “ความเปนไปได” ของผลกระทบของปจ จยั ท่เี กี่ยวของ
แมม ีจาํ นวนมาก แทนทจี่ ะตดั ปจจัยเหลา นนั้ ทิ้งไปใหเหลือไวเพยี งปจ จยั ท่ี
สามารถวดั ได นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจะยนิ ดเี ผชญิ หนา กบั ความซบั ซอ นโดย
การคน หาตวั แปรทส่ี าํ คญั ตวั สดุ ทา ยทจ่ี ะนาํ มาคดิ รว มดว ยตงั้ แตเ รม่ิ ตน เพอ่ื
ใหสามารถคนหาสาเหตุและผลกระทบท่ีเกี่ยวเน่ืองเชื่อมโยง แมวายากที่
จะคาํ นวณหรือวดั ออกมาได โดยตระหนกั วา แมปจจัยนนั้ อาจจะวัดไมไ ด
ยอมตองนํามาพจิ ารณาดวย
success publisher
ยกตวั อยา งเชน
¡ÒûÃÐàÁ¹Ô ¼Å¡Ãзº¢Í§¡Òû´ âç§Ò¹¢¹Ò´ãËÞዠ˧‹ ˹§Öè
à¨ÒŒ ¢Í§âç§Ò¹ÍÒ¨¤Òí ¹§Ö ¶§Ö ¤ÇÒÁÍÂË٠ʹ¨Ò¡ÀÒÇÐÅÁŒ ÅÐÅÒÂ໹š
ËÅ¡Ñ áÅÐÍÒ¨¤Òí ¹§Ö ¶§Ö ¡ÒôÒí à¹¹Ô ¡ÒÃã˶Œ ¡Ù μÍŒ §μÒÁ¡®ËÁÒ¤ÁŒØ ¤Ãͧ
áç§Ò¹ áμ¢‹ ³Ðà´ÂÕ Ç¡¹Ñ ÀÒ¤Ã°Ñ ÍÒ¨μÍŒ §¤Òí ¹§Ö ¶§Ö ¼Å¡ÃзºμÍ‹ à¹Í×è §
´ÒŒ ¹μÒ‹ § æ ·àèÕ ¡ÂÕè Ǣ͌ §´ÇŒ  હ‹ ¤¹§Ò¹ ¼ºŒÙ ÃâÔ À¤ ÊÀÒ¾àÈÃɰ¡¨Ô
¢Í§»ÃÐà·È ºÃÉÔ ·Ñ ¼¼ŒÙ ÅμÔ ÇμÑ ¶´Ø ºÔ ËÃÍ× »¨˜ ¨ÂÑ Í¹×è æ ·ÁÕè ÊÕ Ç‹ ¹à¡ÂèÕ Ç¢ÍŒ §
¡ºÑ ¡Òû´ âç§Ò¹ã¹á§Á‹ ÁØ μÒ‹ § æ
ปจจัยตา ง ๆ จะถกู นํามาพจิ ารณาตอ โดยการคาดการณผ ลกระทบ
ท่จี ะเกิดข้ึน เชน เมือ่ ปดโรงงานยอ มกระทบตอคนงานท่ีตองตกงาน เพอื่
ประเมินวาคุมหรือไมที่จะตัดสินใจใหโรงงานนี้ปดลง จะตองคาดการณ
ผลกระทบตอเน่ืองท่จี ะเกิดแกคนงานหลงั จากทโี่ รงงานนปี้ ดตวั ไป
125
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการปดโรงงานsuccess publisherคนงานหางานใหมไ่ ด้จบจบ
126 หางานไม่ได้
ไมล่ ําบาก
ผบู้ รโิ ภค ค้นหาศกั ยภาพ สร้างงานเอง จบ
การแข่งขัน ลาํ บาก
ผู้ประกอบการ ไม่มเี งิน
เครียด ฆ่าตัวตาย ทําร้ายผ้อู ่ืน สังคมสญู เสีย
เปนโรคประสาท
ทํางานผดิ กฎหมาย ถกู จับ
ผ้ผู ลติ วตั ถุดบิ สงั คมสูญเสีย
สงั คมสญู เสีย
กู้ ใชจ้ ่าย คนื ปญหาสังคม
ลงทนุ ไมม่ ีคนื ถกู ฟอง
ลูกไม่ไดเ้ รยี น สังคมสูญเสยี
ใช “แกปญหา” อยางไม “กอปญหา” 08
การคาดการณผ ลกระทบท่ีเกิดข้นึ อยางตอ เน่อื งในแงม ุมตา ง ๆ จะ
ทาํ ใหเ ราเหน็ ความเปน ไปไดข องอนาคตทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ เชน สมมตวิ า โรงงาน
น้ีมีพนักงานอยูจํานวน 1,000 คน แมวาจะไดรับเงินชดเชยท่ีโรงงานปด
กิจการ แตเมื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นท้ังดานดีและดานไมดี จะ
ชวยทําใหเราแกปญหาท่ีเกิดขึ้นตามมาไดอยางมาก เชน เม่ือประเมิน
วาการวางงานจะกระตุนใหคนหาทางออกโดยการคนหาศักยภาพ และ
สรางอาชพี ของตนเองตามความถนดั ซึ่งเปน ส่งิ ท่ดี ี รัฐยอมจะสนบั สนุนให
มกี ารฝก อาชพี เพอื่ ใหค นงานสามารถดาํ รงชพี ได หรอื หางานอนื่ ๆ รองรบั
เพอ่ื ลดปญ หาทจ่ี ะตดิ ตามมา หรอื ในมมุ ผลกระทบตอ ปจ จยั อนื่ ๆ เชน ถา
ปด โรงงานนไี้ ป ผผู ลติ วตั ถดุ บิ ทเี่ กย่ี วเนอ่ื งยอ มไดร บั ผลกระทบตามไปดว ย
รวมทั้งคนงานท่ีอยูในองคกรเหลานี้ดวย เมื่อประเมินแลวอาจจะไมคุมท่ี
จะปด โรงงานน้ี แตหาทางแกป ญ หาในลักษณะอนื่ แทน เชน ขายกิจการ
ใหผูประกอบการอ่ืน การสนับสนุนจากภาครัฐดานเงินทุน การปรับปรุง
และพฒั นาผลติ ภณั ฑเพือ่ เพ่ิมมูลคาและลดตน ทุน แทนการปด โรงงาน
success publisher
การเพ่มิ ปจ จัยท่เี ก่ียวขอ งเขา ไปมาก ๆ อาจทําใหสับสนได ดังน้นั
การตัดสินใจนําปจจัยใดมาคาดการณผลกระทบท่ีจะเกิดตอเนื่องตามมา
จึงข้ึนอยูกับวิจารณญาณในการจัดลําดับความสําคัญวาควรนําปจจัยใด
ตัวแปรใดมาคิดกอน ณ โอกาสน้ัน
…อยา มอง “เสน ตรง” มองสัมพันธเ ชอื่ มโยง
การคดิ เชงิ บรู ณาการเปน วธิ คี ดิ ทพี่ ยายามทาํ ความเขา ใจภาพรวมโดย
พิจารณาจากมมุ มองตา ง ๆ อยา งครบถว น ในขณะเดยี วกนั ตองเขาใจ
ความสัมพันธเชอื่ มโยงระหวา งตัวแปรตา ง ๆ ท่เี ก่ียวขอ ง
ยกตัวอยางเชน
127
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
¼ÙŒ¼ÅÔμÊÔ¹¤ŒÒ¾ºÇ‹Ò ÂÍ´¢ÒÂÊÔ¹¤ŒÒÅ´μíèÒŧ ÊÒàËμØ
à¹Íè× §¨Ò¡Å¡Ù ¤ÒŒ μÍŒ §¡ÒäÇÒÁËÅÒ¡ËÅÒÂ¢Í§Ê¹Ô ¤ÒŒ à¾Í×è á¡»Œ Þ˜ ËÒ
´§Ñ ¡ÅÒ‹ Ç ¼¼ŒÙ ÅμÔ ¨§Ö à¾ÁÔè ¤ÇÒÁËÅÒ¡ËÅÒÂ¢Í§Ê¹Ô ¤ÒŒ ãËÁŒ Ò¡¢¹éÖ
ความหลากหลายของสินค้า
ความตอ้ งการบริโภคสนิ คา้
จากภาพจะเห็นวา ผูผลิตสินคาเชื่อมโยงความสัมพันธเชิงเหตุผล
ระหวางความตอ งการบรโิ ภคสนิ คา กบั ความหลากหลายของสินคา โดย
ปราศจากการคํานงึ ถึงความเชอื่ มโยงกับปจ จยั อ่นื ๆ ท่ีเกีย่ วขอ ง ดงั น้นั
แมว า ความตอ งการบรโิ ภคสนิ คา จะเพม่ิ ขน้ึ เมอื่ ความหลากหลายของสนิ คา
เพิ่มข้ึน แตผูประกอบการกลับตองประสบปญหาการผลิตตามมาดวย
เนื่องจากการทําใหเกิดความหลากหลายของสินคา เชื่อมโยงกับความ
สามารถในการผลติ ดว ย แตเ ปน ในเชงิ ลบ คอื กอ ใหเ กดิ การผลติ ทแ่ี พงและ
มีวงจรส้ัน
ความหลากหลายของสินค้า
ความสามารถในการผลิต
128
ใช “แกปญหา” อยางไม “กอปญหา” 08
การจัดการโดยไมไดพิจารณาความเช่ือมโยงกับปจจัยสําคัญอ่ืน ๆ
อยางครบถว น สง ผลใหเ กิดปญหาดานอ่ืน ๆ ตามมา และในทสี่ ุดจะสง
ผลกระทบทาํ ใหไ มส ามารถแกป ญ หาทเ่ี ราคดิ ไวไ ด เชน การทาํ ใหเ กดิ ความ
หลากหลายในสนิ คา อาจทาํ ไดในชวงแรก แตจะสง ผลตอ ความจํากัดใน
ดา นการผลติ ตามมา และเมอื่ มปี ญ หาการผลติ ยอ มนาํ ไปสกู ารไมส ามารถ
ทําใหสินคามีความหลากหลาย และยอมมีผลกระทบตอความตองการ
บรโิ ภคสนิ คา ของลูกคาไดในที่สดุ
success publisher
ความสามารถในการผลติ
ความหลากหลายของสินค้า
ความต้องการบรโิ ภคสินคา้
การแกไขปญหาจึงจําเปนตองคิดอยางบูรณาการเพื่อหาทางออกให
กบั ปญหาโดยไมเ ปนการสรา งปญ หาอ่นื ตามมาภายหลัง โดยพิจารณาผล
กระทบของทางเลอื ก ในลกั ษณะของการหาความสมั พนั ธเ ชิงเหตผุ ลเชอ่ื ม
โยงกบั ปจ จยั อน่ื
ดว ยการตั้งคําถามเพอ่ื คนหาปจจยั ทเ่ี ก่ยี วขอ ง
…การทําใหสนิ คามคี วามหลากหลายเก่ยี วของกับเรือ่ งอะไรบา ง ?
- ความสามารถในการผลิต
- ตน ทนุ วตั ถุดิบ
- ตนทนุ การออกแบบสินคา
- อืน่ ๆ
129