success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
พิจารณาตอไปวา
…เมื่อทําใหสินคามีความหลากหลายแลว จะสงผลกระทบตอเน่ือง
ตามมาอยางไรบาง ?
ลองคนหาผลกระทบตอเนอ่ื งสกั 2-3 ข้ัน แลว ลองหาทางแกป ญหา
ท่เี กิดขนึ้ นัน้
…ความสามารถในการผลิต
- ลดลงเพราะผลติ จาํ นวนนอย
…ตน ทุนวัตถุดบิ
- แพงขนึ้ เพราะใชจ ํานวนนอ ย
- เมอ่ื ตน ทนุ แพงขึ้น ยอ มสง ผลใหร าคาขายสูงข้นึ
- เมอ่ื ราคาขายสงู ขนึ้ อาจกระทบตอความตองการของผซู อ้ื
…ตน ทุนการออกแบบสินคา
- เพิม่ ข้ึน
- แผนกออกแบบตองทาํ งานมากข้นึ
- เสียคาลว งเวลา
- ตน ทุนสงู ขึน้
- ราคาจาํ หนายสงู ขึ้น
- ความตอ งการของผบู รโิ ภคลดลง
130
ใช “แกปญหา” อยางไม “กอปญหา” 08
ตงั้ คาํ ถามตอไปวา
… จะทาํ อยา งไรใหก ารเพม่ิ ความหลากหลายของสนิ คา ไมก ระทบกบั
ภาคการผลิต ?
… จะแกไขปญ หาทีเ่ กิดข้นึ ตามมาไดอ ยางไร ?
success publisher
เมอื่ เราเหน็ ผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ ตามมา เราอาจหาวธิ แี กป ญ หาใน
ลกั ษณะบรู ณาการทเี่ มอื่ แกแ ลว สามารถมนั่ ใจไดว า จะไมเ กดิ ปญ หาทไ่ี มไ ด
คดิ ลว งหนา ไวก อ นตามมา เชน เมอ่ื ความตอ งการของผบู รโิ ภคลดลงเพราะ
ราคาสงู ขน้ึ เราอาจจะตงั้ เปา หมายเพม่ิ เตมิ …ทาํ อยา งไรใหเ กดิ ความหลาก
หลายของสนิ คา และราคาจาํ หนา ยเทา เดมิ เปา หมายนอี้ าจนาํ ไปสกู ารเพมิ่
ความหลากหลายของสนิ คา พรอม ๆ กับกระตนุ การซือ้ ครั้งละมาก ๆ
เพอื่ ใหก ารผลติ แตล ะครง้ั มคี วามคมุ คา หรอื สรา งความตอ งการตอ เนอื่ งใน
ตัวสินคา เชน เม่อื ใชผลติ ภณั ฑ 1 แลวควรตามดว ยผลิตภณั ฑ 2 หรอื 3
โดยใหราคาพิเศษเม่ือซื้อครบทั้งชุด หรือทางแกปญหาอาจจะเปนการ
เปลีย่ นไปใชว ัตถุดิบที่มรี าคาถกู ลง
อยา งไรกต็ าม เมื่อเราคดิ หาทางเลอื กใหม เราตองคิดตอไปวา ทาง
แกป ญ หานจ้ี ะสง ผลกระทบตอ เนอื่ งใหเ กดิ อะไรขน้ึ ไดบ า ง เชน เมอื่ คณุ ภาพ
สินคาต่ําลง อาจหมายถึง ความตองการของลูกคาลดลงดวย น่ัน
หมายความวา เราจะตอ งตง้ั เปา หมายการแกป ญ หาเรอื่ งคณุ ภาพของสนิ คา
เขา ไปดว ย และลองหาทางแกป ญหาทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ทงั้ หมด เชน ไมผ ลติ เอง
แตเ พม่ิ ความหลากหลายของสนิ คา ดว ยการซอ้ื ชน้ิ สว นวตั ถดุ บิ สาํ เรจ็ รปู จาก
โรงงานตา ง ๆ มาประกอบในรปู แบบทเี่ ราออกแบบไว ซง่ึ ทาํ ใหเ ราสามารถ
131
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ควบคมุ ตน ทนุ และเพมิ่ ความหลากหลายของสนิ คา ได หรอื รว มมอื กบั บรษิ ทั
ผูผ ลิตสินคารายอืน่ ๆ ในการแบงกันผลิตสินคา โดยใชตราสนิ คา รวมกนั
หรือในอีกมุมหน่ึง แทนที่เราจะต้ังเปาหมายการแกปญหาลูกคา
ตองการความหลากหลายของสินคา ดวยการผลิตสินคาที่มีความหลาก
หลาย เราอาจแกป ญ หาในทางตรงกันขา ม เชน การเพ่มิ คุณคา ดา นภาพ
ลกั ษณข องสนิ คา ทจ่ี าํ หนา ย เพอ่ื ใหล กู คา รสู กึ พงึ พอใจสนิ คา ทมี่ รี ปู แบบเชงิ
อนุรักษ ใหคุณคาในการคงเอกลักษณเดิมในความเกาแกที่ดํารงมานาน
เปน ตน อยา งไรกต็ าม ในการแกป ญหาของเราทกุ ครง้ั จําเปน ตอ งคดิ ถึง
ผลกระทบตอ เนือ่ งท่ีอาจตามมาดว ย
…อยา “ยดึ ” ทางแกเดมิ ยดื หยุนและครอบคลมุ ทกุ ปญ หา
การคิดแกปญหาเชิงบูรณาการ จะใหความสําคัญตอการมองผล
กระทบของปญหาท่ีอาจจะเกิดข้ึนตามมา เพ่ือนําไปสูการคิดทบทวน
กาํ หนดเปาหมายของการแกป ญ หาใหม หรอื แกป ญหาที่ตามมาจนม่ันใจ
วาเม่อื แกไขปญหาน้ันแลว จะไมมีปญหาอื่น ๆ เกิดข้นึ ตามมาอกี
ยกตัวอยา งงาย ๆ เชน เม่ือเราไมส บาย เรามกั กาํ หนดเปา หมายคือ
หายโรค วธิ กี ารทที่ าํ ใหเราหายโรคคอื การรับประทานยา
äÁÊ‹ ºÒÂ ÃºÑ »ÃзҹÂÒ ËÒÂâä
การกําหนดเปาหมายเพียงแคหายโรค อาจทําใหเมื่อเราเห็นวิธีการ
ใดกไ็ ดท ่ีรักษาโรคได เราจะเลอื กใชวิธนี นั้ ทนั ที ซึง่ แมวา เมอ่ื รับประทาน
ยาแลวจะหายโรค แตอาจไดร ับผลขางเคียงจากยาน้ันดวย
äÁÊ‹ ºÒÂ ÃºÑ »ÃзҹÂÒ ¼Å¢ÒŒ §à¤ÂÕ §
132
ใช “แกปญหา” อยางไม “กอปญหา” 08
การคํานึงถึงผลกระทบที่ตามมาทําใหเรากําหนดเปาหมายการแก
ปญ หาใหม เชน หายโรคโดยไมม ีผลขา งเคยี ง เปาหมายใหมน ําไปสูการ
หาทางแกปญหาใหม เชน
…หาทางเลือกอ่ืน เชน เลอื กยาท่ีไมก อ ใหเ กิดผลขา งเคยี ง เลอื กไม
กนิ ยาแตใ ชว ธิ อี น่ื ทเี่ หมาะสมแทน เชน การพกั ผอ นใหเ พยี งพอ รบั ประทาน
อาหารทเ่ี หมาะสม
success publisher
…ใชท างเลือกเดมิ โดยหาทางปอ งกนั ผลกระทบท่จี ะเกดิ ขน้ึ ตามมา
ดวย เชน ทานยาทร่ี กั ษาโรคนั้น และทานยาปอ งกันผลขางเคียงของยา
อยางไรก็ตาม ทางเลือกใด ๆ ก็ตามที่เราเลือกในการแกปญหา
จําเปนตองพิจารณาผลกระทบตอเนื่องที่อาจจะเกิดข้ึน และพยายามหา
ทางแกป ญหาทีต่ ามมาอยา งครอบคลมุ
เราอาจจะตองแกปญหาจากผลกระทบตอเน่ืองท่ีตามมาเปนจํานวน
มาก หากไมคิดเชิงบูรณาการตั้งแตตน การคิดเชิงบูรณาการจึงเปนการ
มองปญหาอยา งครบถวนรอบดา น และคาดการณผ ลกระทบทอี่ าจจะเกิด
ขน้ึ ในแงมุมตาง ๆ จากปจ จยั ทหี่ ลากหลายกอ นท่ผี ลกระทบน้ันจะเกิดขึ้น
จรงิ เพือ่ หาทางออกทจ่ี ะไมก อ ใหเ กิดปญ หาอน่ื ตามมา ซง่ึ จะชว ยใหเ ราไม
ตอ งรบั ผลรา ยที่จะเกิดขึ้นจากการคิดอยา งไมบูรณาการ
133
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ในความคดิ เห็นท่ีแตกตา งหลากหลาย
มุมมองในเรือ่ งเดียวกันท่ดี ูเหมอื นขัดแยง กัน
เราจะหาขอ สรปุ ใหกับเรอ่ื งนั้นได
โดยปราศจากความขดั แยง
แตสามารถรวมเปนขอสรุปท่ีเปนเอกภาพได
โดยการใชเหตุผลเชิงอปุ นัย
134
success publisher ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค
INTEGRATIVE
THINKING
ใชร วมความขัดแยง
อยางสรางสรรค
135
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ความสามารถในการคดิ เชงิ บรู ณาการจะเปน ประโยชนอ ยางย่งิ เม่ือ
นาํ มาใชในการจัดการความขดั แยง ความแตกตางในความคดิ เห็น ความ
คดิ ในลกั ษณะขว้ั ตรงขา ม เพอื่ หาทางเลอื กทที่ กุ ฝา ยเกดิ ความพงึ พอใจและ
บรรลุเปาหมายรว มกนั ไดมากกวา การคดิ เชงิ บูรณาการเปน การพยายาม
หาความเปนไปไดท ่ีจะนาํ ทกุ ๆ ความคิดเหน็ ทกุ ๆ ทางเลือก ทุก ๆ
ความขดั แยง ใหส ามารถรวมกนั ไดภ ายใตแ กนรว มเดยี วกนั เรยี กไดว า เปน
“การรวมความแตกตางอยา งสรางสรรค”
กระบวนการคิดสาํ คัญทนี่ าํ มาใชมี 2 ขน้ั ตอน อนั ไดแก
ข้นั ตอนที่หนึ่ง การเขา ถึงแกน ท่ีไมมีความขดั แยง
…พยายามมองขามความแตกตาง คน หาความเขา กันไดห รอื ความ
เชื่อมโยงกนั ภายใตความขัดแยงนนั้ เพราะความขดั แยงน้นั อาจจะเกดิ ขน้ึ
จากขอสมมตทิ ี่ไมต รงกนั ความคิดเห็นที่ตา งกนั ในรายละเอียด วิธกี ารท่ี
แตกตา งกัน อคตริ ะหวา งกนั ทําใหมองไมเ ห็นถึงความเชอ่ื มโยงสมั พนั ธ
กนั ทน่ี าํ ใหเ ขา ถงึ แกน ทไ่ี มม คี วามขดั แยง อนั ไดแ ก เปา หมายเดยี วกนั ความ
ตอ งการในสิ่งเดยี วกนั ประโยชนท ่จี ะไดร บั รว มกนั เพม่ิ ขนึ้ ท่ที าํ ใหเรามอง
เหน็ “โอกาส” หรอื “ความเปน ไปได” ในการนําความแตกตา งเหลา น้นั
มารวมกัน ภายใตแกนเดียวกัน
136
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
ข้นั ตอนที่สอง การนํามารวมภายใตแ กนเดียวกัน
…การนํามารวมกันหรือเชื่อมโยงกันโดยยึดแกนวัตถุประสงคท่ี
ตองการเปนหลัก ทําใหแนวคิดทั้งหมดเกิดการประสานสอดคลองใน
ทศิ ทางเดยี วกัน และใหนํ้าหนกั แกแ นวคดิ ตาง ๆ ทขี่ ดั แยงกนั อยางสมดลุ
จดุ มงุ หมายเพอื่ ใหแ กนรว มนนั้ มคี วามสมบรู ณม ากทสี่ ดุ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค
ในภาพรวมท่ีสรางสรรคกวา สามารถสรางความพึงพอใจแกทุกฝาย
มากกวา
success publisher
การคิดเชิงบูรณาการเปนการขยายขอบเขตความคิด ลบขอบเขต
ความคดิ ของการแยกสว น มงุ หมายทจ่ี ะหาความเปน ไปไดข องการรวมกนั
เพ่ือใหไดส่งิ ทดี่ ีกวา ผลลัพธข องกระบวนการนค้ี ือการรวมกันทุก ๆ สวน
ประกอบบางสว นท่มี คี ณุ คาของสิง่ เดมิ หรือสงิ่ ทม่ี ีความขดั แยงกนั ภายใน
กลายเปนสิ่งใหมท่ีมีมูลคาเพิ่มขึ้นและนาพึงพอใจมากข้ึนกวาการท่ีแตละ
ส่งิ อยอู ยา งแยกสวนกนั
บทสรปุ ของการบรู ณาการอาจออกมาไดห ลายลกั ษณะ อาทิ ลกั ษณะ
ของเอกภาพในความหลากหลาย (unity in diversity) เปนเอกภาพใน
วตั ถปุ ระสงคร ว มกนั แตย งั คงความแตกตา งไดใ นรายละเอยี ด ลกั ษณะของ
การท่ีทุกฝายไดรับ แบบชนะ-ชนะ (positive sum game…win-win
approach) มากกวาท่ีจะเปนฝายหน่ึงไดรับและอีกฝายหนึ่งเสีย แบบ
ชนะ-แพ (zero sum game) การรวมแรงรว มใจกนั (collaborative) ท่ี
ทุกฝายสามารถไดรับความพึงพอใจ ขณะเดียวกันภาพรวมท้ังหมดไดรับ
ประโยชนด วย
137
. ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
สิง่ ทแ่ี ตกต่าง ดเู หมือนเขา้ กนั ไมไ่ ด้
เขา้ ถงึ แก่นทีไ่ ม่มีความขดั แย้ง
success publisher นํามารวมภายใต้แกนเดียวกนั
การแกปญหาเชิงบูรณาการจะพยายามหาทางเลือกที่ไมเกิดปญหา
ตามมา ไมกอ ความขดั แยง แตย งั คงสามารถบรรลวุ ัตถุประสงคและสรา ง
ความพงึ พอใจใหท ุกฝา ยท่เี ก่ยี วขอ ง
ผลลพั ธการแกปญหาดว ยการคดิ เชิงบรู ณาการ จงึ ประกอบดว ยการ
บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค การไมเ กดิ ความขดั แยง หรอื ใหท กุ ฝา ยพงึ พอใจและการ
ไมกอ ปญหาตามมา
ผลลัพธ์การแก้ปัญหาเชงิ บรู ณาการ บรรลุวัตถปุ ระสงค์ ทุกฝ่ายพึงพอใจ ไมก่ อ่ ปญั หาตามมา
138
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
“เราจะคิดแบบเขาถงึ แกน ท่ีไมม คี วามขดั แยง ไดอ ยา งไร ?”
เราอาจมคี ําถามน้เี กิดขึน้ ในใจ
การคิดเชิงบูรณาการเพื่อเขาถึงแกนที่ไมมีความขัดแยงสามารถใช
เหตผุ ลไดใ น 2 ลักษณะทัง้ เหตผุ ลเชิงนิรนยั (deductive) และเหตุผลเชงิ
อุปนัย (inductive)
success publisher
เอาละ … เรามาลองพิจารณาและเรียนรูไปดว ยกนั จากตัวอยางเหลา
น้ี
เขาถึงแกนท่ีไมมคี วามขดั แยงโดย…
ใชเหตผุ ลเชิงนิรนยั
กาวขา มประเดน็ ขัดแยง
สูการคนหา “ความตอ งการท่แี ทจ ริง” รวมกัน
ความขดั แยง ทไ่ี มส ามารถตกลงกนั ไดในบางกรณี เกดิ ข้นึ จากการท่ี
แตละคน “ติดกับดัก” ของปญ หาท่ีเกดิ ขึ้น ณ เวลาน้ัน และตกลงกันไม
ไดใ นแนวทางแกป ญ หา มีความคดิ เห็นทีแ่ ตกตางหลากหลาย ทําใหการ
ตดั สนิ ใจเลอื กทางใดทางหนง่ึ ยอ มทาํ ใหอ กี ฝา ยไมพ ึงพอใจ และอาจสง ผล
กระทบไมพ งึ ประสงคต ามมา การตดิ กับดักของปญหา มกั เกดิ จากกรอบ
ขอสมมติท่จี าํ กดั การไมไดเ ขาถงึ ความตองการท่ีแทจริงรวมกัน ท้ัง ๆ ที่
หากเราขยายกรอบความคิดของเราออกไป เราอาจพบวา สิ่งที่เราคิดวา
เปน ปญ หานน้ั มิใชป ญ หาทีแ่ ทจ ริง และสามารถคน พบความตองการที่แท
จรงิ รวมกนั อนั นําไปสกู ารหาทางเลอื กใหมสรางความพึงพอใจรวมกันได
มากกวา
139
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ในบางสถานการณที่อาจกอใหเกิดความขัดแยงและความไมลงรอย
กันในทางเลือก เราสามารถเขาถงึ ความตอ งการทแ่ี ทจริงได เม่ือ…
…ขยายกรอบขอสมมติ หาทางเลอื กใหม
àÃÍ×è §¢Í§ºÃÙ ¾Ò¡ºÑ μÐÇ¹Ñ ...
ºÃÙ ¾Ò¡ºÑ μÐÇ¹Ñ ä´ÃŒ ºÑ ÁͺËÁÒ¨ҡËÇÑ Ë¹ÒŒ §Ò¹ãˌ仹Òí àʹÍ
ÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´Ê¹Ô ¤ÒŒ μÒ‹ § æ ¢Í§ºÃÉÔ ·Ñ á¡Å‹ ¡Ù ¤ÒŒ ÃÒÂ˹§èÖ à¹Íè× §¨Ò¡Å¡Ù ¤ÒŒ
μÍŒ §¹Òí àʹÍÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´àËÅÒ‹ ¹μéÕ Í‹ ¼ºŒÙ ÃËÔ ÒÃ㹡ÒûÃЪÁØ àªÒŒ Ç¹Ñ Ã§‹Ø ¢¹Öé
¢³Ð¹¹Ñé ໹š àÇÅÒ 16.00 ¹. ·§éÑ Êͧ¨ÐμÍŒ §ä´¾Œ ´Ù ¤ÂØ ¡ºÑ š٠¤ÒŒ ¡Í‹ ¹
16.30 ¹. à¾ÃÒÐËÅ§Ñ ¨Ò¡¹¹Ñé š٠¤ÒŒ ¨Ðμ´Ô »ÃЪÁØ ÊÒí ¤ÞÑ
·§éÑ Êͧμ¡Å§¡¹Ñ äÁ‹ä´àŒ ÃÍ×è §àʹŒ ·Ò§·¨Õè Ðä»ËÒš٠¤ÒŒ ä´àŒ ÃÇç ·ÊèÕ ´Ø
ºÃÙ ¾ÒàʹÍãË¢Œ ¹Öé ·Ò§´Ç‹ ¹ áμμ‹ ÐÇ¹Ñ à˹ç ÇÒ‹ äÁ¹‹ Ò‹ ¨Ð·¹Ñ à¾ÃÒСÒèÃÒ¨Ã
àÃÁèÔ ¤ºÑ ¤§Ñè áÅÇŒ ¨§Ö àʹÍãË¢Œ ¹éÖ Ã¶ä¿¿Ò‡ áÅÐä»μÍ‹ Ã¶á·¡ç «Õè «§Öè ºÃÙ ¾Òà˹ç
ÇÒ‹ ¨Ò¡μç¹éÕ仢¹Öé ö俿҇ áÅкǡ¡ºÑ ªÇ‹ §·¢èÕ ¹éÖ á·¡ç «Õèä»·ºèÕ ÃÉÔ ·Ñ ¹¹éÑ
¡¹Ô àÇÅÒ¾Í æ ¡ºÑ ¡ÒâºÑ ö仫§Öè ËÁÒ¤ÇÒÁÇÒ‹ äÁ·‹ ¹Ñ μÒÁàÇÅÒ¹´Ñ
Í´‹Ù Õ ¶§Ö ¡Ãй¹Ñé ..μÐÇ¹Ñ Â§Ñ ¤§Â¹× Â¹Ñ ÇÒ‹ àÃÇç ¡ÇÒ‹ á¹¹‹ ͹ áÅÐàʹÍÇÒ‹
ËÒ¡¡ÅÇÑ äÁ·‹ ¹Ñ ÍÒ¨ä»μÍ‹ öÁÍàμÍÃ䫤à ºÑ ¨ÒŒ §¡äç ´Œ áμº‹ ÃÙ ¾Ò»¯àÔ Ê¸
¡ÒÃâ´ÂÊÒÃöÁÍàμÍÃ䫤Á Òâ´ÂμÅÍ´à¾ÃÒÐà¡Ã§ÇÒ‹ ¨Ðà¡´Ô Í¹Ñ μÃÒÂ
คณุ คิดวาทัง้ สองคนควรใชว ธิ ใี ดดี จึงตกลงกนั ไดอยางสันติวธิ ี รวม
ท้งั สามารถพูดคุยกับลกู คาตามเวลาทน่ี ดั หมายไวไ ด
……….
140
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
เราอาจจะนาํ เสนอทางเลอื กอนื่ ๆ เชน
…โทรไปบอกลกู คา วา อาจไปถงึ ชา กวา เวลาทน่ี ดั ไว แตย นิ ดรี อจนกวา
ลูกคาประชุมเสรจ็
…ใหต ะวันไปคนเดยี วตามแนวทางท่เี ขาเสนอ
……….
ความคิดของเราอาจแกปญหาที่เกิดขึ้นได แตสมมติวากอใหเกิด
ปญ หาตามมา เชน ทง้ั สามคนตอ งเสยี เวลาเพมิ่ ขน้ึ นอกเหนอื เวลางาน และ
อาจตอ งยกเลกิ นดั อนื่ ๆ ทวี่ างแผนไว ทางเลอื กนท้ี าํ ใหม กี ารเสยี ประโยชน
เกดิ ขน้ึ หรอื หากใหต ะวนั ไปคนเดยี ว อาจเกดิ ความรสู กึ บาดหมางในความ
สัมพันธร ะหวา งกัน
…มีทางเลือกอ่ืน ๆ อีกหรือไมท่ีทั้งสองจะเกิดความพึงพอใจ และ
สามารถพดู คยุ กับลกู คาตามเวลาทน่ี ดั หมาย
……….
เราอาจพบวา หาทางออกใหก ับปญหาที่ดูเหมือนงาย ๆ น้ี ไมไดงาย
อยางทีค่ ิด หากความคิดของเรายังตดิ อยใู นกบั ดกั ของ “ขอ สมมต”ิ ท่ีวา
“การติดตอพูดคุยกับลูกคาตองไปถึงสถานที่นั้น” “ตองนั่งคุยกันหนาตอ
หนา ” อนั เปนรูปแบบท่เี กดิ ข้ึนตามความเคยชนิ ทําใหก ารแกป ญ หาจึงมุง
ไปท่ีการหาวิธีเดนิ ทางไปพบลกู คา
success publisher
ในความเปนจริง ถาเราลองถอดกรอบขอสมมติ และขยายกรอบขอ
สมมตขิ องเราออก โดยคดิ ใหมว า การตดิ ตอ พดู คยุ และนาํ เสนอรายละเอยี ด
ของสนิ คา กบั ลกู คา อาจไมจ าํ เปน ตอ งไปทท่ี าํ งานของลกู คา อาจไมจ าํ เปน
ตองนั่งคุยหนาตอหนา แตยังสามารถบรรลุวัตถุประสงคตามที่ต้ังใจไว
ทาํ ไดหรือไม
141
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การเขา ถงึ แกนท่ไี มมีความขัดแยง สาํ หรับกรณนี คี้ อื การถอดกรอบ
และขยายกรอบขอ สมมตจิ ากเดมิ ใหก วางข้นึ อนั จะชวยใหม องเห็นความ
ตอ งการหรอื วตั ถปุ ระสงคท แ่ี ทจ รงิ ของปญ หาทเี่ กดิ ขน้ึ และชว ยใหส ามารถ
คนหาทางออกของปญหาในมมุ มองใหมท ่ีสรางสรรคก วาเดมิ
…ทงั้ สองคนไมไ ดต อ งการไปพบลกู คา มากเทา กบั ตอ งการพดู คยุ และ
เสนอรายละเอียดสนิ คาแกลกู คา ตามเวลาทีน่ ัดหมาย
…เอาละ ลองชว ยท้ังสองคนอีกทวี าจะแกปญหานีอ้ ยา งไรไดบ าง ?
แตอยา ลมื วา
…ตองเปน ทางแกท ่บี รรลุวตั ถุประสงค
…ทกุ ฝายพึงพอใจ
…ไมก อปญ หาอ่นื ๆ ตามมา
……….
คงจะไดท างออกท่ีงายขน้ึ และสรางสรรคม ากกวา เดมิ บาง
เมอื่ ดูวตั ถุประสงคของการเจรจาเราจะเห็นวา ไมม คี วามจําเปนทท่ี ้ัง
สองฝา ยจะตอ งพดู คยุ กนั หนา ตอ หนา เพราะยงั ไมม ฝี า ยใดฝา ยหนง่ึ ตดั สนิ
ใจ จึงเปนไปไดท ีเ่ ราอาจจะเสนอวา
…โทรหาลูกคาขอเปล่ียนวิธีการพูดคุย โดยใชการเปดเว็บไซต
ของบริษัทเขาไปดูสินคาพรอม ๆ กับการพูดคุยอธิบายรายละเอียดไป
พรอม ๆ กัน สวนแคตตาล็อกสินคา สินคาตัวอยางและรายละเอียด
อ่ืน ๆ หลังจากพูดคุยเสร็จแลวจะนําไปสงใหท่ีทํางานลูกคา เม่ือลูกคา
142
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
เสร็จจากประชุมจะไดรับและหากมีปญหาหรือตองการสอบถามเพ่ิมเติม
สามารถโทรคยุ กนั ไดต ลอดเวลา แนน อนวา จะทาํ ใหล กู คา เสนอผบู รหิ ารได
ทันในตอนเชา
ทางเลอื กนน้ี า จะเปน ทางเลอื กทต่ี อบสนองตอ วตั ถปุ ระสงค หรอื ความ
ตอ งการทแ่ี ทจ รงิ อกี ทงั้ ยงั กอ ใหเ กดิ ความพงึ พอใจแกท กุ ฝา ย สามารถทาํ ได
สาํ เรจ็ ตามเวลาทน่ี ดั หมายไว และสองคนรวมทงั้ ลกู คา จงึ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค
ของการพูดคุยคร้ังนไ้ี ด
success publisher
จากตัวอยา งน้ี ทาํ ใหเราเรยี นรูวา ในหลาย ๆ เรื่องท่ไี มส ามารถหา
ทางออกทนี่ า พงึ พอใจและเกดิ ผลลพั ธท ดี่ กี วา ไดน น้ั สว นสาํ คญั เกดิ จากการ
ท่ีเรายดึ ตดิ กบั กรอบขอสมมติของความเคยชนิ ทําใหพลาดจากการมองสู
วัตถุประสงคหรือความตองการท่ีแทจริงในการแกปญหานั้น ดังนั้น จึง
สามารถแกไ ขทางเลอื กทไ่ี มล งรอยกนั ในหลายเรอื่ งได โดยการขยายกรอบ
ขอ สมมติของทง้ั สองฝายออกไปใหกวางข้ึน เพอื่ เขาถึงความตอ งการรวม
กันหรอื วตั ถปุ ระสงคท ่แี ทจ ริงรวมกัน
เม่ือเราเขาถึงแกนท่ีไมมีความขัดแยงแลว ยอมชวยใหเราเขาสูขั้นท่ี
สอง คือ หาทางเลือกใหมท่ีสามารถนําความตองการของทุกฝายมารวม
กนั โดยใชว ธิ ใี หมท เ่ี หมาะสมและไมก อ ปญ หากวา การเลอื กทางใดทางหนงึ่
143
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
…ทบทวนปญหา หาทางเลอื กใหม
ลองพจิ ารณาปญ หาท่ใี หญข ้นึ … ดเู หมอื นซับซอ นขน้ึ
㹡Òþ¨Ô ÒóÒâ¤Ã§¡Òá͋ ÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¼ÅμÔ ä¿¿Ò‡ á˧‹ ˹§Öè
ä´ÁŒ ¡Õ ÒþÂÒÂÒÁ¾¨Ô ÒóÒàÃÍ×è §¹ÍéÕ ÂÒ‹ §Í§¤Ã ÇÁ â´Â¡ÒÃã˹Œ ¡Ñ
ÇªÔ Ò¡Òà áÅк¤Ø ¤Å¨Òí ¹Ç¹Ë¹§èÖ ·ÁÕè ÊÕ Ç‹ ¹ä´ÊŒ Ç‹ ¹àÊÂÕ ¡ºÑ ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹
áÊ´§¤ÇÒÁ¤´Ô à˹ç ÁÁØ ÁͧÊÇ‹ ¹Ë¹§Öè Á¤Õ ÇÒÁ¢´Ñ á§Œ ¡¹Ñ ·§Ñé àË¹ç ´ÇŒ Â
áÅÐäÁà‹ Ë¹ç ´ÇŒ  ÍÒ·Ô
¹¡Ñ ªÅ»Ãзҹ : à¢Í×è ¹ªÇ‹ ¡¡Ñ à¡ºç ¹Òéí ·Òí ãËÁŒ ¹Õ Òéí ´ºÔ à¾ÂÕ §¾Í
μÅÍ´»‚ áÅÐÊÒÁÒö»Í‡ §¡¹Ñ ¹Òíé ·Ç‹ Áã¹Ä´¹Ù Òíé ËÅÒ¡ä´Œ
¹¡Ñ Í·Ø ¡Ç·Ô ÂÒ : »ÃÁÔ Ò³¹Òéí ÁàÕ ¾ÂÕ §¾ÍÊÒí ËÃºÑ ¡Òá¡Ñ ࡺç à¾Íè×
¼ÅμÔ ä¿¿Ò‡
¹¡Ñ ÀÁÙ ÈÔ ÒÊμà : ¾¹é× ·¡Õè Í‹ ÊÃÒŒ §à»¹š ÃÍ‹ §à¢ÒÅ¡Ö áÅÐ᤺ àËÁÒÐ
ÊÒí ËÃºÑ ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¼ÅμÔ ä¿¿Ò‡
¹¡Ñ ¸Ã³ÇÕ ·Ô ÂÒ : â¤Ã§ÊÃÒŒ §·Ò§¸Ã³ÇÕ ·Ô ÂÒᢧç áç áÅÐ໹š
¾¹×é ·»Õè ÅÍ´¨Ò¡á¼¹‹ ´¹Ô äËÇ
ÇÈÔ Ç¡Ã : ´ÇŒ Âà·¤â¹âÅÂÕã¹»¨˜ ¨ºØ ¹Ñ àÃÒÊÒÁÒö¡Í‹ ÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹
·ÁÕè ¡Õ Òí Å§Ñ ¡ÒüÅμÔ ä¿¿Ò‡ ...àÁ¡ÐÇμÑ μ
ªÒÇ¹Ò : à¢Í×è ¹·Òí ãËÊŒ ÒÁÒö»Å¡Ù ¢ÒŒ Çä´¶Œ §Ö »Å‚ Ð 2 ¤Ã§éÑ
ªÒÇ»ÃÐÁ§à˹Í× à¢Íè× ¹ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Í×è ¹ªÇ‹ ÂãËÁŒ áÕ Ëŧ‹ ¨ºÑ »ÅÒ
ÁÒ¡¢¹éÖ
ªÒÇ»ÃÐÁ§·ÒŒ Âà¢Íè× ¹ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Í×è ¹·Òí ã˨Œ Òí ¹Ç¹»ÅÒã¹áËŧ‹
¹Òíé μÒÁ¸ÃÃÁªÒμÅÔ ´Å§
144
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
success publisher à¨ÒŒ ¢Í§ºÃÉÔ ·Ñ ·ÇÑ Ã : à¢Íè× ¹¨Ð¡ÅÒÂ໹š áËŧ‹ ·Í‹ §à·ÂèÕ Çá˧‹ ãËÁ‹
·ÊÕè ÃÒŒ §ÃÒÂä´Œ ãˤŒ ¹ã¹·ÍŒ §¶¹Ôè
¹¡Ñ àÈÃɰÈÒÊμà : à¢Íè× ¹á˧‹ ¹¨Õé ЪNj ÂãËàŒ ÃÒÊÒÁÒö¢ÂÒ¡ÒÃ
ŧ·¹Ø ¢¹Ò´ãËÞ‹ä´Œ
¼ŒÙ㪌俿҇ : Ã°Ñ ¨Òí ໹š μÍŒ §ÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¼ÅμÔ ä¿¿Ò‡ à¾ÃÒФÇÒÁ
μÍŒ §¡ÒÃ㪌俿҇ à¾ÁèÔ ¢¹Öé ÍÂÒ‹ §ÃÇ´àÃÇç
ǹ¡Ã : ¡ÒÃÊÌҧà¢è×͹¨Ð·íÒãËŒÊÙÞàÊÕ¾×é¹·èÕ»†ÒáÅÐÊÑμÇ»†Ò
¨Òí ¹Ç¹ÁËÒÈÒÅ
¹¡Ñ ÊÒ¸ÒÃ³Ê¢Ø : ¡Òá¡Ñ à¡ºç ¹Òíé à˹Í× à¢Íè× ¹ÍÒ¨¨Ð·Òí ãËàŒ ¡´Ô âä
¨Ò¡¾ÂÒ¸ªÔ ¹´Ô ˹§Öè
¹¡Ñ ªÇÕ Ç·Ô ÂÒ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¨Ð·Òí ãËጠËŧ‹ ¤ÇÒÁËÅÒ¡ËÅÒÂ
·Ò§ªÇÕ ÀÒ¾¶¡Ù ·Òí ÅÒÂ
¹¡Ñ ͹ØÃ¡Ñ ɸ ÃÃÁªÒμÔ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢×è͹໚¹¡Ò÷íÒÅÒÂÃкº
¹àÔ ÇÈ¹Ç ·Ô ÂÒ
¹¡Ñ âºÃÒ³¤´Õ : à¢Í×è ¹·Òí ãËጠËŧ‹ âºÃÒ³¤´·Õ ÊÕè Òí ¤ÞÑ ¨ÁÍ‹ÙãμŒ
·ÍŒ §¹Òíé
ªÒǺҌ ¹·èÕä´ÃŒ ºÑ ¼Å¡Ãзº : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹·Òí ãËŒ äÁÁ‹ ·Õ ÍÕè ‹Ù
ÍÒÈÂÑ áÅз´èÕ ¹Ô ·Òí ¡¹Ô
¹¡Ñ ÁÒ¹ÉØ ÂÇ·Ô ÂÒ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹·Òí ÅÒÂÇ²Ñ ¹¸ÃÃÁ ÀÁÙ »Ô Þ˜ ÞÒ
áÅÐÇ¶Ô ªÕ ÇÕ μÔ ¢Í§ªÁØ ª¹
¹¡Ñ ¡ÒÃàÁÍ× § : ¡ÒÃμÍ‹ μÒŒ ¹¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¨Ðʧ‹ ¼Å¡ÃзºμÍ‹
àʶÂÕ ÃÀÒ¾¢Í§Ã°Ñ ºÒÅ
ÏÅÏ
145
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
สมมตวิ า เราเปน ผทู ร่ี บั ผดิ ชอบในการพจิ ารณาอนมุ ตั กิ ารกอ สรา งเขอื่ น
ดังกลาว และตองการพิจารณาเร่ืองดังกลาวดวยใจท่ีเปนกลาง และเพ่ือ
ประโยชนส งู สดุ ของประเทศ เราจะตอ งนาํ มมุ มองตา ง ๆ มาพจิ ารณาอยา ง
ครบถว น และชัง่ น้ําหนกั ผลดผี ลเสียอยางสมดุล ซง่ึ จะทาํ ใหก ารตดั สนิ ใจ
ของเราเปนสงิ่ ที่ดที ี่สดุ สาํ หรับภาพรวม
แตท วา…เราจะตดั สินใจอยางไรจึงจะเปน ผลดีทสี่ ุดตอทกุ ฝา ย
……….
เราคงพบวา เรอ่ื งนไ้ี มส ามารถหาขอ สรปุ ทท่ี กุ ฝา ยพงึ พอใจได เพราะ
มีท้ังฝายท่ียอมและไมยอม หากเลือกท่ีจะสรางยอมมีปญ หากบั กลุม ท่ีตอ
ตาน ในทํานองเดียวกัน หากเลือกที่จะไมสรางยอมกอใหเกิดปญหาการ
ขาดแคลนไฟฟาในระยะยาวได
ทางออกของเรอื่ งน้ี หากมที างเลอื กเพยี ง “สรา ง” กบั “ไมส รา ง” การ
แกป ญ หาเพอื่ ใหเ กดิ ความเหน็ พอ งไปทางใดทางหนงึ่ จะตอ งใช การลงแรง
มาก และไมสามารถรบั ประกนั ผลสําเร็จได
สมมตวิ า รฐั บาลตอ งการใหส รา ง…โดยเบอ้ื งตน รฐั ใชว ธิ จี งู ใจใหค ลอ ย
ตาม พยายามสงเจาหนาท่ีออกไปใหความรูความเขาใจ เพ่ือใหฝาย
ตาง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ งเห็นประโยชนและเห็นดว ยกับการสรา งเขื่อน พยายาม
เปลี่ยนใจฝายท่ีไมเห็นดวย โดยจูงใจวา จะเกิดผลดมี ากกวา ผลเสีย ผลท่ี
ไดรับคือสามารถเปล่ยี นใจคนไดบางสว น แตไ มส ามารถทําใหเห็นดว ยได
ทั้งหมด
146
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
จากน้ันจึงหาขอสรุปโดยใชเสียงขางมาก (majority) โดยแกปญหา
และหาขอ ยุตดิ วยการลงประชามติ ผลปรากฏวา เสียงสวนใหญตอ งการ
ใหม ีการสรางเขอ่ื น
กระนน้ั กด็ ี กลุมคนท่ีเสียประโยชนหรือไมเ ห็นดว ยกลุม ตา ง ๆ ไมว า
จะเปน กลมุ ชาวบา นทตี่ อ งอพยพ กลมุ ชาวประมงทา ยเขอื่ น นกั อนรุ กั ษ นกั
โบราณคดี นกั ประวัตศิ าสตร วนกร ไดล กุ ฮือขึ้นตอตา นไมยอมใหมกี าร
กอ สรา ง สง ผลใหแ มเ สยี งสว นใหญเ หน็ ดว ย แตก ารสรา งเขอื่ นอาจไมส าํ เรจ็
ได
success publisher
หรือในอีกมุมหน่ึง แมวาเสียงสวนใหญจะยอมรับในประชามติ แต
ผลกระทบทเี่ กดิ จากการสรา งเขอื่ นยอ มยงั คงมอี ยู ในบางเรอื่ งอาจแกไ ขได
เชน หาที่ทํากินใหมใหกับชาวบานท่ีเดือดรอน แตอีกหลายเร่ืองอาจเปน
ความสูญเสียท่ีตองเกิดขึ้นโดยไมสามารถแกไขได ไมวาจะเปนพื้นท่ีปา
สตั วปา โบราณสถาน วิถชี ีวิตชมุ ชน ซึง่ เปนความสญู เสียทตี่ องเกิดข้ึนเพอ่ื
แลกกบั การสรา งเขอ่ื น
ถา เราเปน รัฐบาล เราจะแกป ญ หาทเ่ี กดิ ขน้ึ อยา งไร ?
……….
เราอาจจะบอกวา เราไมไดเปนรัฐบาล เร่ืองใหญขนาดน้ีเราไม
สามารถแกไดห รอก แตถ า เราเปลี่ยนมุมมองความคิดใหค ิดเชงิ บรู ณาการ
เราอาจสามารถหาทางเลือกใหมทบ่ี รรลุวัตถุประสงคและทุกฝายพึงพอใจ
ได
147
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ในปญ หาทม่ี ีความขัดแยง ทางเลอื กตา ง ๆ ไมสามารถชว ยใหความ
ขัดแยงนั้นหมดไป การแกปญหาเชิงบูรณาการจะพยายามหาทางเลือกที่
ไมเกิดปญหาตามมา ไมกอความขัดแยง แตยังคงสามารถบรรลุ
วัตถุประสงคและสรางความพึงพอใจใหทุกฝายที่เก่ียวของ โดยพยายาม
หาวธิ เี ขาถึงแกนทไ่ี มมีความขดั แยง
การเขา ถึงแกนทีไ่ มมีความขัดแยง สาํ หรบั กรณนี ้ีคือ “การคนหาตัว
รวม” วา มอี ะไรทเ่ี ปน ปญหารวมกนั เปน ความตองการรว มกนั เปน ส่งิ ทพ่ี งึ
ประสงครวมกนั สาํ หรับทุกฝา ย
ลองพิจารณาจากตัวอยางขางตน เราจะพบวา การสรางเข่ือนเปน
ทางออกของปญ หา ไมใชเ ปนตัวปญหา
น่ันหมายความวา เราตองกลับไปทบทวนวา ปญหาที่แทจริง คือ
อะไร ? เหตุใดจึงตอ งสรางเข่อื น ?
……….
ปญหาคือ การขาดแคลนพลังงานไฟฟาท่ีมีแนวโนมวาจะเกิดข้ึนใน
อนาคต
สมมตวิ า ทกุ คนเห็นพอ งตอ งกันวา สง่ิ น้ีเปนปญ หา
ปญ หานน้ี าํ ไปสกู ารตง้ั คําถามวา “ทาํ อยา งไรในอนาคตประเทศไทย
จึงมไี ฟฟา ใชอยา งพอเพยี ง ?”
…การสรา งเขือ่ นเปนเพยี งทางเลือกหนง่ึ
อีกทง้ั ยงั เปนทางเลอื กที่กอ ใหเ กดิ ผลกระทบตามมามากมาย
148
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
การคนพบปญหาที่แทจริงของทุกคนรวมกัน นําไปสูการหาวิธีการ
อ่ืน ๆ ในการแกปญหา แตอ ยาลมื วา
…ตองเปนทางแกทบ่ี รรลวุ ัตถปุ ระสงค
…ทุกฝา ยพึงพอใจ
success publisher…ไมกอ ปญ หาอืน่ ๆ ตามมา
เอาละ…ลองหาทางเลือกอ่ืนดู
……….
เราอาจนําเสนอทางเลือกอ่ืน เชน
• ลงทุนวิจัยเพื่อหาความเปนไปไดในการใชพลังงานทดแทนเพ่ือ
ผลติ ไฟฟา เชน พลงั งานแสงอาทติ ย พลงั งานชีวภาพ พลงั งาน
ลม หรือพลงั งานจากคล่นื ในทะเล
• ซ้อื ไฟฟา จากประเทศเพอื่ นบาน
• สง เสริมการประหยัดไฟฟา
• สรา งโรงไฟฟา ขนาดเลก็ ในชมุ ชนทม่ี ศี กั ยภาพดา นการผลติ โดย
ใชพลังงานชีวภาพ
• สง เสริมครัวเรือนท่มี ีฐานะใหใ ชพ ลังงานแสงอาทิตย
• ใหสิทธิพเิ ศษแกน ักลงทุน
• ทางเลือกอน่ื ๆ
149
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การแกป ญ หาดว ยการหาทางเลอื กใหมใ นกรณที ท่ี างเลอื กเดมิ มคี วาม
ขดั แยงที่หาขอยุติไมได จะชว ยเปดกวางใหเหน็ แนวทางใหม ๆ ในการแก
ปญหาแทนการยดึ ติดกับรูปแบบการแกปญหาในลกั ษณะเดิม
ตัวอยางนี้ ชวยใหเราเรียนรูวาปญหาจํานวนไมนอยที่เกิดความขัด
แยง อนั ยากทจี่ ะแกไ ข เกดิ ขน้ึ จากการไมไ ดห วนกลบั ไปสคู วามตอ งการรว ม
กนั หรือการยอมรบั ในปญ หาเดียวกัน แตมักจะขัดแยง กนั เพราะพยายาม
ใชว ธิ ีการเดียวในการแกป ญ หา ทั้ง ๆ ที่มวี ธิ ีการอกี มากมายทสี่ ามารถนํา
มาแกป ญ หา และสามารถสรางความพงึ พอใจใหก ับทุกฝายได การคิดเชงิ
บรู ณาการจงึ พยายามเขา ถงึ ความตอ งการรว มกนั เพอื่ หาทางเลอื กทห่ี ลาก
หลายกวา อันจะชวยใหเ หน็ ทางเลอื กทส่ี ามารถสรางความพงึ พอใจแกทกุ
ฝายและกอ ใหเกดิ ปญหาตามมานอยทีส่ ุด
เขาถงึ แกนท่ีไมม ีความขดั แยง ไดเ มอื่ …
ใชเหตุผลเชิงอุปนยั
เชื่อมสัมพันธค วามขดั แยงสขู อ สรุปเอกภาพเดยี ว
ในการพจิ ารณาเรื่องใดเร่อื งหน่งึ เรามักเคยชินกบั การพจิ ารณาตาม
กรอบความคิด ความเขา ใจ และประสบการณข องเรา ดงั นน้ั เมือ่ มีความ
คดิ เหน็ ทขี่ ดั แยง กบั เรา เรามกั จะโตแ ยง หรอื ชกั จงู ใจใหอ กี ฝา ยเหน็ วา ความ
คิดของตนเปนฝายถูกตอง ความคิดของอกี ฝายหนง่ึ เปน ส่ิงท่ผี ดิ ทงั้ ๆ ท่ี
ความคดิ ทงั้ ของเราและของเขาอาจถกู ตอ งทง้ั คู เพยี งแตอ ยใู นสถานการณ
และบรบิ ทแวดลอ มทแี่ ตกตา งกนั นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจงึ ไมเ ปน คนทดี่ งึ ดนั
เอากรอบเหตผุ ลและกรอบความคดิ ของตนเองเปน ใหญ แตถ อดกรอบออก
150
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
เพือ่ เปด โอกาสใหก รอบอน่ื ๆ ไดเ ขา มาพสิ ูจนห าความเปน ไปได หาเหตุ
ผลของความคดิ เหน็ หรอื แนวทางปฏบิ ตั ทิ แี่ ตกตา งจากเรา อนั จะชว ยใหเ รา
ไดขอสรุปความเปนไปไดที่กวางกวาขอสรุปท่ีเรายึดหรือเช่ือจากความรู
ประสบการณของเราเพยี งประการเดยี ว
ในความคิดเห็นท่ีแตกตางหลากหลาย มุมมองในเร่ืองเดียวกันท่ีดู
เหมอื นขดั แยง กนั เราจะหาขอ สรปุ ใหก บั เรอื่ งนน้ั ไดโ ดยปราศจากความขดั
แยง แตสามารถรวมเปนขอสรุปท่ีเปนเอกภาพไดโดยการใชเหตุผลเชิง
อุปนัย
success publisher
…ขอ ขัดแยงสูขอสรปุ เดียวกนั
ลองดตู วั อยางตอ ไปนี…้
㹻ʂ ´Ø ·ÒŒ ¢ͧ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ ¤Ã·Ù §Ñé ËÁ´ÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¾¨Ô ÒóÒà¡ÂèÕ Ç
¡ºÑ ¼Å¡ÒÃàÃÂÕ ¹¢Í§¹¡Ñ àÃÂÕ ¹ â´ÂÊÇ‹ ¹ãËÞ¤‹ ÷٠¡Ø ¤¹¨ÐÁ¤Õ ÇÒÁ
à˹ç à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹áμÅ‹ Ф¹·¤Õè Í‹ ¹¢ÒŒ §μç¡¹Ñ áμÊ‹ Òí ËÃºÑ ¤ÇÒÁà˹ç
à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ¢Í§¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¤¹Ë¹§Öè ¤Í× à´¡ç ªÒÂÍÁà ¡ÅºÑ Á¤Õ ÇÒÁ
áμ¡μÒ‹ §¡¹Ñ ¤ÃºÙ Ò§¤¹à˹ç ÇÒ‹ ÍÁÃ໹š à´¡ç ·àÕè ÍÒã¨ãÊá‹ ÅÐãˤŒ ÇÒÁÃÇ‹ Á
ÁÍ× ã¹¡¨Ô ¡ÃÃÁμÒ‹ § æ ໹š ÍÂÒ‹ §´Õ á줋 ÃÍÙ ¡Õ ¨Òí ¹Ç¹Ë¹§Öè à˹ç ÇÒ‹ ÍÁÃ໹š
à´¡ç à¡ÂÕ ¨¤ÃÒŒ ¹
·Ñé§Êͧ½†Ò¾ÂÒÂÒÁ¡μÑÇÍ‹ҧ¾ÄμÔ¡ÃÃÁ¢Í§ÍÁÃà¾è×Í
ʹºÑ ʹ¹Ø ¤ÇÒÁàË¹ç ¢Í§μ¹ áμÅ‹ н҆ Âμ´Ñ Ê¹Ô ¤ÇÒÁ¤´Ô àË¹ç ·μèÕ Ã§¢ÒŒ Á
¡ºÑ μ¹àͧÇÒ‹ äÁÁ‹ ¤Õ ÇÒÁ¹Ò‹ àªÍè× ¶Í× áÅÐà˹ç ÇÒ‹ ÁÍÕ ¤μμÔ Í‹ à´¡ç
151
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
สมมติวาเราเปนผูอํานวยการโรงเรียน จะตัดสินแกไขปญหานี้ได
อยางไร ?
……….
หากเราตัดสินใจแกปญหาดวยวิธีลงคะแนนแบบประชาธิปไตย ใช
เสียงขา งมากเปน หลัก ปรากฏวา สิง่ ทค่ี รสู ว นใหญเ หน็ พอ งกนั ไมไ ดท ําให
ครูสวนนอ ยยอมรบั ได เพราะพวกเขายังยนื ยนั ความคดิ เห็นตามขอสังเกต
ของตนเชน เดิม
วธิ ีนี้จงึ มใิ ชการหาขอสรุปท่ดี ีนกั
ผูอํานวยการจึงเลือกท่ีจะใชวิธีการประนีประนอมมากขึ้น โดยการ
พยายามหาคาเฉลี่ย ใหครูแตละคนประเมินออกมาเปนคาเฉล่ียวาอมรมี
พฤตกิ รรมเปน อยา งไร โดยกาํ หนดรอ ยละ 0 หมายถงึ การเปน เดก็ ทแี่ ยท ส่ี ดุ
และรอ ยละ 100 หมายถึงการเปน เดก็ ที่ดีทส่ี ดุ อยา งไรก็ตาม วิธีนี้ไมม ีครู
คนใดสามารถประเมินความเหน็ ของตนเองออกมาเปน ตวั เลขได
ผอู ํานวยการรสู ึกหนกั ใจ… นั่งคดิ ไปคิดมาวา จะทาํ อยา งไรดี สกั พกั
จงึ เกดิ ปง ! ความคดิ ขึ้นมาไดวา การท่คี รูแตล ะคนมคี วามคิดเห็นเกยี่ วกบั
เด็กชายอมรแตกตางกนั นัน้ เด็กชายอมรอาจเปน เชนนัน้ จริง อนั เกิดจาก
อารมณและบริบทแวดลอมในเวลาน้ันเปนตัวกําหนด ทําใหการแสดง
พฤติกรรมแตกตางกันกับครูแตละคนในแตละเวลา ขอสังเกตที่ครูแตละ
คนมตี ออมรอาจจะถูกตอง แตเปนหลักฐานทเี่ กดิ ขึ้นตา งสถานการณกัน
152
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
เมอื่ ไดข อ สงั เกตเชน นี้ ผอู าํ นวยการจงึ ตง้ั สมมตฐิ านไดว า พฤตกิ รรม
ของอมรอาจไมค งเสนคงวา เนือ่ งจากปจ จยั แวดลอมภายนอกอน่ื ๆ อาทิ
ครอบครวั หรือแรงกดดัน มุมมองเกย่ี วกับพฤติกรรมของอมรท่ปี ฏิบตั ิตอ
ครแู ตละคนจึงอาจจะแตกตา งกนั เพือ่ พิสจู นห าขอสรุปตอ ไป
ผอู าํ นวยการจงึ เรยี กคณะครทู เ่ี กย่ี วขอ งมาอธบิ ายถงึ พฤตกิ รรมทอ่ี มร
แสดงออกตอ ครแู ตล ะคน
success publisher
วิธีการดังกลาวทําใหเกิดการเปดมุมมองใหม คณะครูจึงพยายาม
อธิบายถงึ พฤติกรรมของอมร และครูทกุ คนชว ยกันมองถงึ ความเปน ไปได
วาเหตุใดอมรจึงมีพฤติกรรมเชนนั้น โดยไมไดตัดสินวาฝายใดผิดหรือถูก
จากนนั้ ผอู าํ นวยการจงึ พยายามใชก ารคดิ เชงิ บรู ณาการเพอื่ บรู ณาการความ
เหน็ ของครแู ตล ะคน เพอื่ หาขอ สรปุ ทวั่ ไปเกยี่ วกบั “ความเปน เดก็ ชายอมร”
ขอ สรปุ ทว่ั ไปจากการนาํ ความคดิ เหน็ ทไ่ี ดจ ากขอ สงั เกตของครแู ตล ะ
คนสามารถสรปุ ไดวา อมรเปน เด็กทฉ่ี ลาด มีความคดิ สรางสรรค มคี วาม
กระตือรือรนในการทําสิ่งที่เขาสนใจ และทําสิ่งนั้นไดอยางดี แตเขาจะ
เปลย่ี นเปน คนละคนหากถกู บงั คบั ใหท าํ ในสง่ิ ทไี่ มส นใจ คอื จะเกยี จครา น
ไมส นใจการสอน ไมป ฏบิ ตั ติ ามหากสงิ่ นน้ั ไมด งึ ดดู ความสนใจไดม ากเพยี ง
พอ
คณะครตู า งเหน็ ดว ยกับแนวคดิ เชงิ บูรณาการของผูอ ํานวยการ จงึ มี
ฉนั ทามตริ วมกนั อยา งเปนเอกฉันทวา อมรเปนเด็กฉลาด เขาใจสงิ่ ตา ง ๆ
ไดง า ย แตข าดวนิ ยั และเปลย่ี นพฤตกิ รรมตามสงิ่ ทต่ี นเองสนใจไดแ บบทนั ที
ทนั ใด ดังนั้น วธิ กี ารแกไขพฤติกรรมของอมรทถี่ ูกเสนอข้นึ มา คอื การจดั
กิจกรรมท่ีนาสนใจเพ่ือพัฒนาใหเขามีความสนใจที่กวางมากข้ึน และ
สามารถควบคมุ ตนเองไดย าวนานข้นึ
153
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ภายหลงั จากนนั้ จงึ เปน การงายทีจ่ ะทําความเขา ใจมุมมองทข่ี ัดแยง
ซงึ่ เกดิ จากการพยายามอธบิ ายขอ มลู จากการสงั เกตเพยี งดา นเดยี ว(เหมอื น
ตาบอดคลาํ ชา ง) การแกไ ขความขดั แยง อาจจะไมส ามารถแกไ ขไดโ ดยการ
สาํ รวจที่แมน ยาํ มากขึ้น หรือการใชต รรกะเหตุผลมากข้ึน
ความขัดแยงเกิดจากขอสรุปที่ไดจากการสังเกตสิ่งเดียวกัน แตตาง
มุม ตางวาระและเวลา ทําใหภาพท่ีไดออกมาไมเหมือนกัน แตนั่นมิได
หมายความวา เรอื่ งนน้ั มใิ ชเ รอื่ งเดยี วกนั เหมอื นกบั คนตาบอดคลาํ ชา ง คน
ตาบอดแตล ะคนไดข อ สรปุ ของ “ความเปนชาง” ในขอบเขตความคดิ เทา
ทต่ี นเองสมั ผัสได
คนท่ีคลําสวนขา บอกวา… ชางมีลักษณะเหมือนทอนซุงขนาดพอ
เหมาะ
คนทคี่ ลําสวนหวั บอกวา…ชา งมีลักษณะประหลาด มีใบพดั ใหญ ๆ
สองใบอยูส องขา ง มีตาอนั เลก็ ๆ และยังมสี วนท่ีเปน ทอ นกลม ๆ ยนื่ ยาว
ออกมาเคลื่อนไหวไปมาและหยิบจบั สง่ิ ของได
คนทจ่ี ับลาํ ตัว บอกวา… ชางตวั กลมใหญมหมึ า โอบคนเดยี วไมร อบ
ขนาดใหญพอ ๆ กับตนไมใ หญอายุหลายรอยป
……….
เมอ่ื คนตาบอดทง้ั สามมาคยุ กนั ถา เขาถกเถยี งดงึ ดนั วา สงิ่ ทต่ี นสมั ผสั
คือชางทง้ั หมด ยอ มเกดิ การถกเถยี งกนั ไมสิน้ สดุ และหาขอสรุปไมได แต
ถาทั้งสามคนพยายามนําขอมูลที่ตนไดรับมาบูรณาการรวมกัน ยอม
สามารถประกอบกันเปน ชางตัวหนงึ่ ได
154
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
การคิดเชิงบูรณาการเชนเดียวกัน ความคิดท่ีขัดแยงจะถูกทลายลง
ไดด ว ยการเปด ใจออกหาความเปน ไปไดใ นเหตผุ ลของขอ สงั เกตทแี่ ตกตา ง
อันจะชวยใหเห็นโอกาสความเปนไปไดในการนํามารวมเปนเรื่องเดียวกัน
ได
…ขอขดั แยง สูการผนวกภายใตแกนเดียวกนั
success publisher
นักคิดเชิงบูรณาการจะพยายามเช่ือมโยงหรือรวมความแตกตาง
ใด ๆ กต็ ามใหส ามารถเขากันไดภายใตแกนเดยี วกนั โดยมีวัตถุประสงค
เพื่อใหเกิดสภาวะท่ีนาพึงพอใจมากกวาสภาวะกอ นการบูรณาการ ดังนั้น
ในแนวคดิ ทม่ี คี วามขดั แยง ในความคิดเหน็ ทแี่ ตกตา ง หรอื ทา มกลางทาง
เลอื กหลายทางในลกั ษณะไดอ ยา ง-เสยี อยา ง (trade-off) ซง่ึ หากเราตดั สนิ
ใจเลือกทางใดทางหนึ่งยอ มไมเกิดผลลัพธที่ดีที่สุด ทางแกที่ดีกวา คือการ
พยายามหาทางเลือกเชิงบูรณาการ โดยพยายามเช่ือมโยงหรือรวมองค
ประกอบที่ทกุ ฝา ยจะไดป ระโยชนเ ขาไวดว ยกัน
การฝก คดิ เชงิ บรู ณาการจงึ จาํ เปน ตอ งเรยี นรทู จ่ี ะจดั การความขดั แยง
ดว ยวธิ ที ส่ี รา งสรรคก วา โดยใชห ลกั ทไ่ี ดก ลา วมาแลว นนั่ คอื การถอดกรอบ
การขยายกรอบ และคลุมกรอบ
ถอดกรอบ… แทนการมองจากกรอบความคิดของตนเอง เปลย่ี นวธิ ี
คิดจากภายในสูภายนอก หรือเปล่ียนจากการมองจากกรอบความคิดที่มี
ตนเองเปนศนู ยกลาง เปนการคดิ จากภายนอกเขาสภู ายใน หรือมองจาก
คน ระบบ และบรบิ ทแวดลอ มท่ีเก่ียวของ
ขยายกรอบ… หาความเปน ไปไดท ี่จะรวมหรอื เชื่อมโยงทุก ๆ ความ
คดิ เห็นใหอ ยูภ ายใตแ กนเดยี วกัน
155
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
คลุมกรอบ… กอ นทจ่ี ะหาขอสรุปและตัดสนิ ใจสิ่งใด ๆ เพอ่ื ทาํ ใหไ ด
ผลลพั ธทนี่ าพึงพอใจ ลดความขดั แยงระหวางกนั
ยกตวั อยางเชน ในระดับความสมั พันธพืน้ ฐาน การคดิ เชิงบรู ณาการ
เปนการเรยี นรูทจี่ ะเอาใจเขามาใสใ จเรา เรยี นรูที่จะสวมรองเทาคเู ดียวกบั
ผอู ื่น เพอ่ื ใหเ ขาใจเหตผุ ล อารมณความรสู ึก และความตองการของผอู ่นื
วาเหตุใดเขาจึงคิดเชนนั้น ทําเชนนั้น อะไรคือเหตุผลเบ้ืองหลังความคิด
ของเขา เมื่อเรารูวาความตองการและความพึงพอใจของเขาซ่ึงอาจไม
เหมอื นกบั เรา เรายอ มสามารถปรบั เปลยี่ นหรอื หาทางแกไ ขใหไ ดผ ลลพั ธท ี่
ดีขนึ้ ได อนั จะชวยลดความขัดแยงท่ีอาจเกิดข้ึนจากการดวนสรุป โดยใช
กรอบความคดิ ของตนเองเปน ศนู ยก ลาง แตพ ยายามหาทางออกทจ่ี ะทาํ ให
ทั้งความพึงพอใจของเราและของเขาไดรบั การตอบสนอง รวมทั้งภาพรวม
ไมเสียประโยชน
การหาทางเลือกเชิงบูรณาการจะพยายามนําความคิดเห็น ความ
ตอ งการของทกุ ๆ คนทมี่ ตี อ เรอื่ งนนั้ มารวมกนั และจดั การในลกั ษณะของ
ความรวมมือระหวางกัน โดยทุกคนไดประโยชน ขณะที่ภาพรวมได
ประโยชนดวย
ลองพจิ ารณาตัวอยา งน…ี้
½†Ò¾Ѳ¹Ò·ÃѾÂҡúؤ¤Å¢Í§ºÃÔÉÑ·áË‹§Ë¹Öè§ ¾ºÇ‹Ò
¨Òí ¹Ç¹¾¹¡Ñ §Ò¹ÁÒ·Òí §Ò¹ÊÒÂÁàÕ ¾ÁÔè ¢¹Öé ·¡Ø à´Í× ¹ ¤¹·ÁèÕ ÒÊÒÂÍ‹Ù
໹š »ÃШÒí áÅÇŒ ÁáÕ ¹Çâ¹ÁŒ ÊÒÂÁÒ¡¢¹éÖ ¡ÇÒ‹ à´ÁÔ áÁÇŒ Ò‹ ¨ÐÁ¡Õ ÒÃË¡Ñ à§¹Ô
μÒÁÃÐàºÂÕ º¡μç ÒÁ à¾Íè× á¡»Œ Þ˜ ËÒ´§Ñ ¡ÅÒ‹ ǽ҆ º¤Ø ¤Å¨§Ö àʹÍá¹Ç·Ò§
á¡»Œ Þ˜ ËÒ ´§Ñ ¹éÕ
156
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
• à¾ÁèÔ ¡ÒÃË¡Ñ à§¹Ô ¨Ò¡à´ÁÔ ¢¹Öé Í¡Õ 5%
• ÍÍ¡¨´ËÁÒÂàμÍ× ¹àÁÍ×è ÊÒÂà¡¹Ô à´Í× ¹ÅÐ 5 ¤Ã§Ñé ¾¹¡Ñ §Ò¹
¤¹ã´ä´ÃŒ ºÑ 3 ©ººÑ ã¹ 1 »‚ ·Ò§ºÃÉÔ ·Ñ ÁÊÕ ·Ô ¸¾Ôì ¨Ô ÒóÒäÁ‹
¢¹éÖ à§¹Ô à´Í× ¹áÅÐ⺹ÊÑ »ÃШÒí »¹‚ ¹éÑ
• ãËŒÁÕÃÒ§ÇÑžÔàÈÉÊíÒËÃѺ¾¹Ñ¡§Ò¹·ÕèäÁ‹ÁÒ·íÒ§Ò¹ÊÒÂàÅÂ
μ´Ô μÍ‹ ¡¹Ñ 3 à´Í× ¹ áÅжҌ ÁÒäÁÊ‹ ÒÂàÅ 1 »¨‚ Ðä´ÃŒ ºÑ
⺹ÊÑ ¾àÔ ÈÉ à¾ÁèÔ Í¡Õ ¤Ã§èÖ à´Í× ¹
success publisher
เมอ่ื ระเบยี บนถ้ี กู ประกาศใช ปรากฏวา เดอื นแรกมพี นกั งานขอลาออก
จํานวน 3 คน โดยสองในสามทาํ หนาทใี่ นตาํ แหนง ท่ีสาํ คญั ตอความสาํ เร็จ
ขององคก รในภาพรวม และมคี วามชํานาญพเิ ศษ
เม่ือผูบริหารทราบเร่ืองจึงไดสั่งระงับการลาออกทันที และเรียก
พนักงานทัง้ สามมาเจรจาตอรอง ใหส ิทธพิ ิเศษ โดยมอบหมายใหทํางาน
เปน ชิน้ งาน ไมต องเขางานตามระบบแตท ํางานใหสําเร็จตามเวลาทไ่ี ดร บั
มอบหมาย เปน การประนีประนอมทอ่ี งคกรไมเสยี ประโยชน
สงิ่ ท่ีเกิดขึน้ คอื พนักงานคนอ่ืน ๆ เกิดความไมพ อใจเพราะเห็นวา
องคกรปฏิบัติอยา งไมยุตธิ รรม จึงเกิดการเรียกรองตามความตอ งการของ
แตละคน
ผบู รหิ ารเหน็ วา หากใชว ธิ กี ารประนปี ระนอมยอ มทาํ ใหเ กดิ การเปรยี บ
เทียบ ทําใหองคกรสูญเสียมากกวาไดรับ เพราะเอาความตองการของ
พนักงานเปนท่ีต้ัง ในขณะเดียวกันการออกกฎที่แข็งกราวยอมสรางแรง
กดดันใหพ นักงานลาออกไปหางานใหมท น่ี า พงึ พอใจมากกวา โดยเฉพาะ
157
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
คนทมี่ ฝี ม อื จะออกจากองคก รไดง า ยกวา เพราะตลาดแรงงานตอ งการ และ
การรบั พนกั งานใหมท ีม่ ปี ระสบการณ ความชาํ นาญ ไมใ ชเ รอื่ งงา ย อีกทง้ั
ตองใชเวลานานในการพัฒนาความรู อันจะทําใหองคกรสูญเสียความ
สามารถในการแขง ขนั ในตลาดสนิ คา ประเภทเดยี วกนั ได จงึ สรปุ วา การออก
กฎทเ่ี ขม งวดมแี นวโนม จะทําใหอ งคกรสญู เสยี มากกวา
ผูบริหารจึงกลับมาทบทวนวาจะจัดการอยางไรดี โดยกําหนดเปา
หมายผลลัพธก ารแกปญหาไวว า…
…พนกั งานทกุ คนพงึ พอใจในเวลาเขางาน
…ไมมพี นกั งานคนใดลาออก
…องคก รไมเสียประโยชน
…ไมกระทบตอ ลกู คาและการติดตองาน
…พนักงานทกุ คนทํางานไดเต็มประสิทธิภาพ
…องคกรยังคงความเปน ระเบยี บเรยี บรอ ย
…
แมวาจะกําหนดเปาหมายการแกปญหาเพ่ือใหทุกฝายไดประโยชน
แตผ ูบรหิ ารไมมั่นใจวา การทีฝ่ ายบรหิ ารใชอ าํ นาจในการออกกฎ โดยไมม ี
ขอมูลเกย่ี วกับความตอ งการของพนักงานอยางเพียงพอ อาจไดผ ลลัพธที่
ไมพ งึ ประสงคเ กดิ ขน้ึ ได ดงั นนั้ แทนการออกกฎจากศนู ยก ลาง ผบู รหิ ารจงึ
ออกแบบสํารวจรับฟงความคิดเห็นและความตองการของแตละคนท่ีมีตอ
เร่อื งน้ี ใหท ุกคนลงเวลาการเขา งานและเลิกงานที่เหมาะสม ไมกระทบตอ
ผูอ ่ืนและองคกร ขอเสนอแนะเกย่ี วกบั การเขางานและเลิกงาน เปนเวลาที่
ประเมนิ แลว วา ตนเองจะสามารถทาํ งานไดอยา งมีประสทิ ธภิ าพสูงสุดและ
158
ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค 09
องคกรจะไดประโยชนสูงสุด ตลอดจนเสนอระบบลงโทษกรณีไมสามารถ
ทาํ งานไดต ามความรับผดิ ชอบ
เม่ือไดขอมูลความตองการเหลานี้มา ผูบริหารจึงพยายามนําความ
คดิ เหน็ เหลา นน้ั มารวมกนั ในตาํ แหนง แหง ทท่ี เี่ หมาะสม เปน การบรู ณาการ
สงิ่ ทผี่ บู ริหารตอ งการ สง่ิ ทห่ี ัวหนางานตองการ และส่ิงท่พี นกั งานตองการ
เปน การพยายามทําใหท กุ ฝา ยไดร บั ประโยชนม ากทส่ี ดุ ความคดิ เหน็ เหลา
นอ้ี าจมีความขดั แยง แตต อ งพยายามใหเ กิดการรวมกันได โดยการเขาถึง
แกนที่ไมมีความขัดแยงเพื่อหาทางใชประโยชนจากความแตกตางน้ันรวม
กัน
…บางขอ เสนออาจเหมาะสมในบางเวลา
…บางขอเสนออาจทดแทนไดดวยขอ เสนออนื่ ๆ
…บางขอเสนออาจเปนทางเลือกท่ีเหมาะสมกับสถานการณที่เฉพาะ
เจาะจง
…บางขอ เสนออาจเก็บไวเ ปนทางเลือกเพ่ืออนาคต
success publisher
ขอสรปุ จากความคิดเหน็ อนั หลากหลายอาจนําไปสกู ารเปล่ียนระบบ
การทาํ งานทต่ี รวจสอบตามผลสัมฤทธ์ิของงาน โดยไมข นึ้ อยกู ับระบบการ
เขา หรอื เลกิ งาน มรี ะบบการหกั เงนิ ตามความรบั ผดิ ชอบของพนกั งานแตล ะ
คน ถารับผิดชอบไมไ ดแ ละเกิดความเสียหาย
การคดิ เชงิ บรู ณาการเปน การพยายามทําใหเกดิ ความคดิ ทีว่ า สิ่งนนั้
เปน ความคิดของทกุ ๆ คนรว มกนั โดยกอนตัดสนิ ใจเรอ่ื งอะไรกต็ าม ควร
มีขอมูลที่เพียงพอหรือไดพูดคุยกับคนท่ีเก่ียวของกับการตัดสินใจของเรา
พจิ ารณาถงึ คนทงั้ หมดทจี่ ะมสี ว นไดร บั ผลกระทบจากการตดั สนิ ใจใหค รบ
159
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ถวนเสียกอ น พยายามรบั ฟง ความคดิ เห็นและความตอ งการของแตล ะคน
ทม่ี ตี อ เรอื่ งนนั้ นาํ ความคดิ เหน็ เหลา นนั้ มารวมกนั ในตาํ แหนง แหง ทท่ี เี่ หมาะ
สม เพอื่ ใหก ารตดั สนิ ใจเกดิ ความรว มมอื อยา งเปน ระบบ หลกี เลย่ี งการเกดิ
กลมุ คนที่มีความขัดแยง เรยี กวา การตดั สนิ ใจโดยการสรางความรวมมือ
(collaborative decision-making)
การหาทางเลือกเชงิ บูรณาการจะแตกตา งจากการใชทางเลือกอนื่ ๆ
ไมวาจะเปนการใชอํานาจจากบนลงลางของฝายบริหาร แมจะกระทําได
แตในเรื่องที่เก่ียวของกับผลประโยชนของผูอื่นยอมเส่ียงตอผลลัพธในเชิง
ลบทจ่ี ะเกิดขนึ้ หรือการใชเ สยี งสวนใหญ แมจะเปน ท่ยี อมรับกนั ในสงั คม
ประชาธิปไตย แตย อมทําใหเสียงสวนนอยไมพ อใจ อีกทง้ั ยังอาจไมไดสง
ผลดตี อภาพรวมหากเสียงสวนใหญมองที่ประโยชนต นเองเปน หลัก
หรือแมกระทั่งการใชวิธีฉันทามติ เม่ือเทียบกับการบูรณาการ การ
ทาํ ใหเ กิดฉนั ทามติ จะตองลงแรงมากกวาในการพยายามจงู ใจใหคนเหน็
ดวยตามขอเสนอของเรารอยเปอรเซ็นต แตแมเราลงแรงเต็มที่จะยังไม
สามารถม่ันใจในผลลัพธวา ทุกคนจะเห็นพองกับจุดยืนของเราหรือไม
เพราะการจงู ใจหรอื บงั คบั ใหค นเปลยี่ นตามความตอ งการของเราเปน เรอ่ื ง
ยาก แตถ า เราใหท กุ คนเสนอความคดิ เห็น ส่ิงที่เขาตองการ หรอื ขอเสนอ
แนะในเรอ่ื งเดยี วกนั เราอาจไดค วามคดิ เหน็ ทแี่ ตกตางหลากหลายในเรอื่ ง
น้ัน แตท ําใหเ กิดความรวมมือสูเปา หมายไดงายกวา
160
ฉันทามติsuccess publisher บูรณาการ
เปา้ หมาย
no ความต้องการ เปา้ หมาย
ของแต่ละคน
yes
จงู ใจให้ทกุ คน รวมความต้องการของทกุ คน ใชรวมความขัดแยงอยางสรางสรรค
เหน็ ด้วยกับเป้าหมาย เพอื่ เปา้ หมายเดยี วกัน
..ไม่มัน่ ใจวา่ ทกุ คนจะร่วมมอื
ทุกคนไดร้ บั +ภาพรวมได้ประโยชน์ = ร่วมมอื
161 09
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ความสามารถในการบูรณาการความขัดแยง
แทจ ริงแลวตองเริม่ จาก “ใจ” ของเราเปน สําคญั
ผูท ่ีจะคิดเชิงบรู ณาการ
ในลกั ษณะของการรวมความขดั แยง ไดด ีนัน้
ตอ งเปน ผูที่ไมปรารถนาชนะฝายเดียว
แตตอ งการใหทกุ ฝายชนะรวมกันท้ังหมด
เพราะนน่ั หมายถงึ การชนะในระยะยาวและยง่ั ยนื มากกวา
รวมท้ังตองเปน ผูทป่ี ราศจากอคติ
และไมย ึดมน่ั ในเปา หมายของตนเปน หลกั
แตย ืดหยนุ และพรอ มที่จะใหเ กดิ การผสมผสาน
การใหค วามแตกตางมโี อกาสเขา มาบรู ณาการรว ม
เพ่อื ใหเปา หมายหรอื แกนทต่ี อ งการน้นั มคี วามสมบรู ณม ากที่สดุ
ซึ่งในเรอื่ งของทัศนคตแิ ละนิสัยนกั คดิ เชิงบรู ณาการนั้น
จะไดก ลา วอยางละเอยี ดในบทตอ ไป
162
success publisher พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ
INTEGRATIVE
THINKING
พฒั นาทศั นคตแิ ละ
นสิ ยั นกั คดิ เชงิ บรู ณาการ
163
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ในโลกทที่ กุ อยา งเชอื่ มโยงกนั อยา งซบั ซอ น การเกดิ ขน้ึ ดาํ รงอยู หรอื
ดับลงของสง่ิ ๆ หนง่ึ ยอมสง ผลกระทบทั้งดา นดีและดา นลบตอ สงิ่ อื่น ๆ
มิเพยี งสิ่งเดียว แตตอเน่อื งกนั ไปไดอ ยา งไมส้นิ สุด การเรยี นรูทจ่ี ะคดิ เชงิ
บรู ณาการจงึ เปน เรอ่ื งทส่ี าํ คญั เพอื่ ใหม คี วามสามารถในการเชอื่ มโยงเรอื่ ง
ตาง ๆ เขา สแู กนเดียวกนั อยา งเปนเอกภาพ โดยพจิ ารณาเฉพาะเรอ่ื งน้นั
อยางไมแ ตกข้ัว และพยายามประสานประโยชนเขาหากนั ยอ มจะชวยให
เราแกป ญ หาที่เกิดข้นึ ไดอยา งครบถว นแทจรงิ
เชนเดียวกับการคิดในมิติอื่น ๆ องคประกอบสําคัญที่จะพัฒนาให
เราเปนนักคิดเชิงบูรณาการตองเร่ิมจากการพัฒนาทัศนคติและลักษณะ
นสิ ยั การคดิ เนือ่ งจากลักษณะการคดิ เชิงบรู ณาการเปนวธิ ีคดิ ท่ขี ดั แยง กับ
ธรรมชาติการคิดของคนสวนใหญ คนเรามักจะคิดเรื่องของตนเอง เร่ือง
ใกลตัว และเรื่องท่ีตัวเองมีความรูหรือประสบการณเทานั้น เน่ืองจากตัว
รวมทางการคิด อนั ไดแ ก กรอบโลกทัศน/ ชีวทัศน นิสยั อารมณ และแรง
จงู ใจ หรอื เรยี กวา “ความเปน ตวั เรา(being)”(เกรยี งศกั ด,์ิ 2544) มอี ทิ ธพิ ล
มากในการกําหนดลักษณะการคดิ ของแตละคน ดังน้ัน การพฒั นาความ
สามารถในการคิดเชิงบูรณาการจึงไมเพียงพัฒนาวิธกี ารคิดเชิงบูรณาการ
ดงั ทีก่ ลา วไวในบทกอ น ๆ เทา นัน้ แตตอ งพัฒนาทศั นคติและลักษณะ
นิสยั การคดิ ของเราใหสอดคลอ งดวย
164
พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10
ทัศนคติและลักษณะนิสัยการคิดที่ควรพัฒนาเพ่ือใหการคิดเชิง
บูรณาการมีประสิทธิภาพ ไดแ ก
มองใหครบ…มองลกึ มองกวา ง มองไกล
นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจะมลี กั ษณะนสิ ยั ประการหนงึ่ ทเ่ี ปน ลกั ษณะพเิ ศษsuccess publisher
นนั่ คอื ไมว าจะพิจารณาเร่อื งใด ๆ กต็ าม เขาจะพจิ ารณาอยางรอบคอบ
ไมด ว นสรปุ เชน เมอ่ื ตนเองตอ งการทาํ สง่ิ ใดสงิ่ หนงึ่ ใหส าํ เรจ็ จะไมเ พยี งแต
มุงทําส่ิงนั้น โดยไมสนใจวาสิ่งท่ีตนเองตองการทํานั้นเก่ียวเนื่องเชื่อมโยง
กบั สง่ิ อน่ื ๆ อยา งไร จะเกดิ ผลกระทบอะไรตามมาบา ง แตจ ะมองถงึ ความ
เกี่ยวเนอ่ื งเชอ่ื มโยงระหวา งเรอ่ื งนนั้ กับเร่ืองตา ง ๆ มองผลกระทบทจี่ ะเกดิ
ขึ้นตามมา โดยตระหนกั วา ความสาํ เรจ็ จะเกิดข้นึ อยา งยงั่ ยนื ไดนน้ั ตอ ง
เปน ความสําเรจ็ ทไ่ี มส งผลรายตอ สิง่ ทีเ่ กย่ี วของดวย มฉิ ะนนั้ ผลรา ยท่เี กดิ
ขน้ึ ยอ มสามารถยอ นกลับมาทาํ ลายความสําเร็จของตนเองไดในวนั หนงึ่
ดังนั้น หากเราตองการพัฒนาตนเองสูการเปนนักคิดเชิงบูรณาการ
จาํ เปนตองพัฒนานสิ ัยการพจิ ารณาหรือมองส่งิ ตาง ๆ อยางครบถวนทง้ั
3 มิติ อันไดแ ก มิติความลึก มติ ิความกวา ง และมติ ิความไกล
มองลกึ … มองอยางลกึ ซึ้งในเรอื่ งทเ่ี ราคิด ปญ หาทเี่ ราตอ งการหาคํา
ตอบวา เราตองการอะไร อะไรคือปญหาทีแ่ ทจริง
มองกวา ง… มองความเกย่ี วขอ งสมั พนั ธ พจิ ารณาวา เรอ่ื งนนั้ เกย่ี วขอ ง
กบั คน ระบบ และบรบิ ทแวดลอ มอะไรบา ง
มองไกล… มองอยางคาดการณวา หากเร่ืองนั้นเกิดขึ้นจะสงผล
กระทบอยางไร เกิดผลตอ สวนตาง ๆ ที่เก่ียวของอยางไรบา ง
165
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เมอ่ื เรามองอยา งครบถว นแลว จะชว ยนาํ ไปสขู อ สรปุ ทางเลอื กในการ
แกปญหาในลกั ษณะของการบูรณาการเพ่อื ผลดีท่ีจะเกดิ ข้นึ ท้งั ตอ ตนเอง
ผอู นื่ ภาพรวม รวมทง้ั เกดิ ผลดีท้งั ในระยะส้นั และในระยะยาว
รกั เรยี นรู…รูอยางสหวทิ ยาการ
นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจะตองเปน นกั เรียนรูดว ย ลักษณะของนักเรียนรู
ไดแ ก การเปน คนทช่ี า งสงั เกต การมองเหน็ ความแตกตา งความแปลกใหม
ความผิดปกติ ทามกลางความเคยชินในชวี ติ ประจาํ วัน ความชอบทจ่ี ะรับ
ความรูใหม ๆ ความรูท่แี ตกตา งจากสาขาวิชาของตน นําไปสูขั้นตอนตอ
ไปที่สาํ คญั น่นั คือ การเปด โอกาสใหส มองบรู ณาการขอสังเกตและความรู
ใหม ๆ ทไ่ี ดร บั นนั้ เขา กบั ความรเู ดมิ การฝก ใหส มองบรู ณาการความรใู หม
เขากบั ความรูเดมิ ที่มีอยอู ยา งตอ เนอ่ื งและสม่ําเสมอ จะชวยใหเ ราเปน คน
ทม่ี กี รอบความคดิ และความเขา ใจตอเรอื่ งนนั้ คมชดั มากยงิ่ ขนึ้ มมี โนทศั น
ทชี่ ัดเจนแมนยํา และถูกตอ งมากขึ้น มีความรคู วามเขาใจในเรอื่ งทีห่ ลาก
หลาย รวมทั้งชวยใหเ กดิ ความคดิ สรางสรรคใ หม ๆ ข้นึ ได
วธิ หี นึ่งทีช่ ว ยฝก สมองใหเ รียนรสู ่ิงใหม ๆ ไดอยา งบรู ณาการ ไดแ ก
ความพึงพอใจในการเรียนรูนอกสาขา เพ่ือใหเกิดการบูรณาการศาสตร
ตาง ๆ อยางสหวิทยาการ
โดยปกติ เรามกั ติดยึดกับความรคู วามเช่ียวชาญเฉพาะศาสตร อนั
เปนเหตุใหเราขาดความยืดหยุนทางความคิด ไมสามารถพิจารณาเรื่อง
ตาง ๆ ในมุมมองทีค่ รบถวนได เพราะไมมีความรกู วา งขวางเพยี งพอทจ่ี ะ
เขา ใจคน ระบบ บริบทตาง ๆ ทีต่ อ งเขา ไปเก่ยี วขอ งดว ย จึงไมสามารถ
แกไ ขปญ หาที่เกี่ยวขอ งกับวทิ ยาการจากหลายสาขาได และในทสี่ ดุ เราจะ
ไมสามารถปรับตัวไดเ มื่อบริบทแวดลอมเปลีย่ นแปลง
166
พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10
ดังนั้น หากเราตองการพัฒนาตนเองสูการเปนนักคิดเชิงบูรณาการ
เราจําเปน ตองเห็นคณุ คาของการเรียนรูใ นสาขาวิชาอ่ืน ๆ ทีน่ อกเหนอื ไป
จากศาสตรท เ่ี ราเรยี นรอู ยา งเฉพาะเจาะจง ทส่ี าํ คญั อยา งยงิ่ เราจาํ เปน ตอ ง
ปลดปลอ ยขออา งท่ีอาจเกิดข้นึ วา การเรียนรขู ามศาสตรที่เราไมมีพ้นื ฐาน
ความรมู ากอนนัน้ เปนเร่ืองทเ่ี ปน ไปไดยาก หรือคดิ วาศาสตรแ ตล ะศาสตร
มีความเฉพาะตัว มิไดมีความเกี่ยวของกัน แตแทที่จริงแลว ศาสตรทุก
สาขาแตกแขนงมาจากรากฐานปรัชญาการแสวงหาความรูอยางเดียวกัน
นักปราชญในอดีตมิไดเปนผูท่ีมีความรูในศาสตรเพียงสาขาเดียว แตมี
ความเช่ยี วชาญในหลากหลายสาขา และสามารถเชอ่ื มโยงศาสตรต าง ๆ
ได เชน เพลโต ปโตเลมี อรสิ โตเติล ลโี อนาโด ดา วนิ ชี เปนตน รวมท้งั
นักคิดที่มีช่ือเสียงทั้งในอดีตและปจจุบันตางเปนผูท่ีมีความรูในศาสตร
ตาง ๆ อยางกวา งขวางทงั้ สน้ิ นอกจากนีก้ ารเรียนรวู ทิ ยาการอยางกวา ง
ขวาง ยงั ทาํ ใหเ รามคี วามเขา ใจความรเู ดมิ ทเ่ี รามอี ยมู ากขน้ึ ดว ย ดงั จะเหน็
ไดจ ากการพัฒนาอยา งกาวกระโดดของศาสตรห ลายสาขา เกิดจากการที่
นําวิธีคิดของศาสตรหนง่ึ ไปใชใ นการศึกษาในอีกศาสตรหนง่ึ เสมอ
success publisher
สลดั ความเคยชนิ …ต่นื ตัวรบั รสู ภาวะแวดลอ ม
ในการทํางานและการดําเนินชีวิตประจําวัน ยอมมีตัวแบบบาง
ประการท่ีทําใหเราสามารถดําเนินการไปตามน้ันได เชน หนาที่การงาน
เรารวู า ในแตล ะวนั เราตอ งทาํ สงิ่ ใด เรามกั ทาํ สงิ่ เดมิ ๆ โดยไมไ ดค ดิ ถงึ การ
ปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงมากนัก หากส่ิงที่เราทําอยูยังคงสงผลใหเรา
ประสบความสาํ เรจ็ ตามเปา หมายทว่ี างไว เราจะเปลยี่ นแปลงตอ เมอื่ เราทาํ
ส่งิ เดิมแลว เกดิ ปญหาข้ึน
167
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เราจึงให “ปญหา” ทเ่ี กิดขึ้นแลว เปน ตวั กระตุนใหฉกุ คดิ ถงึ สภาพ
แวดลอมท่ีเปล่ียนแปลงไป นักคิดเชิงบูรณาการจะไมเพียงปลอยชีวิตไป
เรื่อย ๆ โดยปราศจากความตระหนักตอการเปล่ียนแปลงของสภาพ
แวดลอม แตจะเปนผูท่ีรับรูสภาวะแวดลอมท่ีเกิดขึ้นรอบตัว ทั้งสภาพ
แวดลอมภายในที่เก่ียวของกับเราโดยตรง และสภาพแวดลอมภายนอก
พยายามเชอ่ื มโยงวา สง่ิ ทเี่ กดิ ขน้ึ นนั้ อาจมสี ว นเกยี่ วขอ งกบั เราอยา งไร เชน
เดยี วกบั นกั คดิ เชงิ กลยทุ ธท ร่ี วู า ความพา ยแพล ม เหลวอาจมาถงึ ได หากไมร ู
จกั มองการเปลยี่ นแปลงใด ๆ กต็ ามท่เี กดิ ข้นึ ทัง้ ไกลตัวและใกลต ัว
นักคิดเชิงบูรณาการจะตองเปนผูท่ีไมพึงพอใจในสิ่งที่เปนอยู แต
ตระหนักเสมอวาความเคยชินที่ตนยอมรับอยูอาจผสมผสานไปดวยความ
ไมเหมาะสมกับสภาวะปจจุบัน และอาจกาํ ลังไดร บั ผลกระทบบางอยา งที่
ทาํ ใหเ ราตอ งเปลยี่ นแปลงอยา งตง้ั ตวั ไมท นั นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจะพยายาม
เช่ือมโยงเหตุการณที่เกิดข้ึนกับสภาพปจจุบัน โอกาสความเปนไปไดของ
การเกดิ ผลกระทบ โดยตดิ ตามความเปลย่ี นแปลงอยา งตอ เนอ่ื งเพอื่ ใหเ หน็
ภาพชดั เจนขึ้น อนั จะชว ยใหส ามารถเตรยี มความพรอมและปรบั ตัวไดทัน
เราอาจฝกคดิ เชิงวิพากษใ นเร่อื งตา ง ๆ ดว ยมมุ มองท่ีแตกตางจาก
มุมมองของเรา เพื่อใหเกิดการฉุกคิดในอีกแงมุมหนึ่งซ่ึงคิดไมถึงมากอน
รวมไปถึงเราตองเรียนรูท่ีจะสรางความพึงพอใจที่จะอยูในสภาพแวดลอม
ทผ่ี ูคนมคี วามหลากหลาย มคี วามแตกตา งจากตนเอง เพ่ือใหเ กิดการแลก
เปลี่ยนความรู วธิ คี ดิ คา นิยม วิถีการดาํ เนินชวี ติ ระหวางกนั อนั จะชวยให
เราเขาใจเร่ืองน้ันนอกขอบเขตความจํากัดของเราได รวมท้ังหากมีการ
ปฏิสัมพันธเพ่ือเปาหมายหรือวัตถุประสงคเดียวกัน ยอมนําไปสูแนวทาง
สรางสรรคไ ดมากกวาที่เกดิ จากคนกลุม เดยี ว
168
พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10
เชน เดยี วกบั ทอ่ี งคก รการทาํ งานหลายแหง ในปจ จบุ นั เรม่ิ ตระหนกั วา
คนทอี่ ยใู นบรษิ ทั หรอื แผนกใดแผนกหนง่ึ มาเปน เวลานาน จะเกดิ ความรสู กึ
เคยชนิ ความเคยชินน่ีเองทําใหเ กดิ การยอมรบั และไมเกดิ ความรูสึกวา จะ
ตองเปลี่ยนแปลงอะไรใหม ไมเห็นวาส่ิงที่มีอยูขัดแยงกับสภาพแวดลอม
ภายนอก ไมเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือความไมเหมาะสมที่เกิดขึ้นใน
องคกร วธิ ีหนง่ึ ท่อี งคกรบางแหง นาํ มาใชไดแ ก การสรา งสภาวะ “ตา น”
สภาพแวดลอมที่เคยชิน หรือสภาวะแวดลอมปกติ เชน การนําคนนอก
แผนก หรือคนนอกองคก รเขามารวมทํางานดว ย คนนอกท่เี ขา มาจะเหน็
ความผิดปกติ เห็นสิ่งที่ไมเหมาะสมและอาจไดขอเสนอแนะการ
เปลย่ี นแปลงทเี่ ปน ประโยชนแ กอ งคก รในการปรบั ปรงุ แกไ ข เปน การคดิ ใน
มมุ ตรงกนั ขา มเพอื่ ใหเ ราเกดิ ความฉกุ คดิ หรอื ตระหนกั รใู นสภาวะทเ่ี ปน อยู
ไมห ลงยดึ ติดกบั กรอบความเคยชนิ
success publisher
นอกจากนี้ องคก รการทํางานทตี่ องพฒั นาตนเองใหอ ยูบ นฐานความ
รู (knowledge-based) ในปจจุบนั ซง่ึ ใหความสําคัญกบั การสรา งความ
รูใหม การสรางนวัตกรรมใหมใหเกดิ ขน้ึ ในงานดานตาง ๆ ขององคก ร ได
พัฒนาวิธกี ารทเ่ี รยี กวา “การสรางความรโู ดยวธิ กี ารรวมกลมุ ” โดยการนาํ
คนทม่ี มี มุ มองตา ง ๆ มาอยใู นทเ่ี ดยี วกนั เพอ่ื ดาํ เนนิ โครงการหรอื แกป ญ หา
อยา งใดอยา งหนงึ่ รว มกนั หรอื การนาํ เอาคนทมี่ คี วามรมู ปี ระสบการณต า ง
กนั มาทาํ งานรว มกนั วธิ นี ก้ี อ ใหเ กดิ แนวทางการแกป ญ หาทสี่ รา งสรรคกวา
การแกปญหาแบบธรรมดา ๆ เนื่องจากทุกคนพยายามนําความรู
ประสบการณ ความชํานาญในสาขาวชิ าของตน เขา รว มคดิ แกปญหาที่
เกดิ ขน้ึ พรอม ๆ กบั เปด ใจออกใหค นทม่ี คี วามรูประสบการณนอกสาขา
ไดม โี อกาสเขา มารว มคดิ ในเรอื่ งเดยี วกนั อนั จะสง ผลใหเ กดิ การบรู ณาการ
และการสรางสรรคค ําตอบทีล่ งตัวสําหรบั ปญหาเฉพาะท่ีเกิดขนึ้ นไ้ี ด
169
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
คดิ แงบวก…อุปสรรคเปนส่งิ ทาทาย
นักคิดเชิงบูรณาการจะมีลักษณะเชนเดียวกับนักคิดอื่น ๆ คือ
ตระหนักวาอุปสรรคสําคัญท่ีทําใหแกปญหาไมไดนั้น มิใชการไรซ่ึงความ
สามารถท่ีจะคิด แตเปนทัศนคติแงลบ เพียงเห็นปญหาที่ซับซอนอยูตรง
หนา ยงั ไมท นั จะพจิ ารณากลบั กลวั เสยี แลว วา จะไมส ามารถแกไ ขได ความ
กลัวและความคิดแงลบนี่เองเปนอุปสรรคตัวจริงที่สงผลใหไมสามารถคิด
แกป ญหานัน้ ไดอยา งรอบคอบ ถกู ตองและเหมาะสม นักคดิ เชงิ บูรณาการ
จึงเปนคนท่ีไมมองอุปสรรคเปนเคร่ืองกีดขวางท่ีบ่ันทอน แตมองวาเปน
ความทาทายใหหาทางออกทีส่ รางสรรคแ ละยดื หยุน มากกวาท่เี ปน อยู
โรเจอร มารตนิ และฮิลาร่ี ออสเตน (Martin, R.and Austen, H.,
2002) ผเู ชย่ี วชาญในการนาํ ศลิ ปะการคดิ เชงิ บรู ณาการมาใชใ นการจดั การ
ธรุ กิจ กลา วไวอ ยา งนา สนใจวา ผูนํายคุ ใหมจ ําเปนตอ งคิดเชิงบรู ณาการ
และนักคิดเชิงบูรณาการคือคนท่ีตองอาแขนรับความซับซอนของปญหา
อดทนตอ ความไมแ นน อนทเี่ กดิ ขน้ึ และจดั การกบั แรงกดดนั ทเี่ กดิ ขน้ึ ดว ย
การคนหาทางออกทสี่ รา งสรรคเพอ่ื แกปญ หาดังกลาว
เมื่อมีอุปสรรคหรือความทาทายใหตองหาทางเลือกหรือหาทางแก
ปญ หาดว ยวธิ กี ารทตี่ นเองไมเ คยชนิ คนทไี่ มค ดิ เชงิ บรู ณาการจะมแี นวโนม
มองส่ิงเหลาน้เี ปนเหมือนเครื่องผกู มดั เชน สมมติวา ผูบรหิ ารคนหน่ึงพบ
ปญ หาทเ่ี กดิ ขึ้นพรอม ๆ กัน ท้ังภายในองคกรและภายนอกองคกร เขามี
ความคิดวา ตนเองนั้นไมสามารถจัดการกับแรงกดดนั ภายในองคกรและ
แรงกดดันภายนอกองคกร จึงคิดวาตนนาจะเลือกทําอยางใดอยางหน่ึง
เฉพาะท่ีตนเองถนัดจะเหมาะสมกวา แลวใหประธานบริษัทมาจัดการกับ
ปญ หาในอกี สวนหน่งึ ทั้ง ๆ ท่ีในความเปนจริงปญ หาทงั้ สองสว นนัน้ อาจ
170
พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10
มีความเช่ือมโยงกันอยูและสามารถหาจุดแหงความพึงพอใจใหกับทั้งสอง
ฝา ยได
ในฐานะนักคิดเชิงบูรณาการ แทนที่จะเห็นวาการแกปญหาเปนขอ
ผูกมัด เขากลับมองวาเปนสิ่งทาทายใหหาทางแกปญหาที่สามารถ
ครอบคลมุ ปญ หาไดท งั้ ภายในและภายนอก เปน เหมอื นแรงกดดนั ใหห าวธิ ี
จดั การทสี่ รา งสรรคแ ละยดื หยนุ มากกวา นกั คิดเชงิ บรู ณาการจงึ ตอ งเปนผู
ท่ีอดทนตอความตึงเครียดและความคลุมเครือไวไดนานพอที่จะคนหา
ทางออกท่ีสรางสรรค ตอ งมีทัศนคติทเี่ ปดกวางเพือ่ หาจุดท่ีทั้งสองฝายพงึ
พอใจสูงสุด มากย่งิ กวา การเรง รีบแกปญหาใหจ บสนิ้ ไป
success publisher
รักความสมานฉนั ท… ลบอคติจากใจ
อคตเิ ปน ศตั รตู วั รา ยของการพฒั นาการคดิ เชงิ บรู ณาการ จติ ใจทเ่ี ตม็
ดว ยอคตจิ ะปด กนั้ ใจของเราจากมมุ มองทเ่ี ปน เหตเุ ปน ผล และมกั จะทาํ ให
เราเกดิ ความคดิ แบบขวั้ ตรงขา ม ตดั สนิ สงิ่ ใดสงิ่ หนงึ่ วา ถกู ทงั้ หมด ดที ง้ั หมด
อีกสิง่ หนึง่ ผดิ ทั้งหมด ไมดีทัง้ หมด โดยมิไดพ จิ ารณาในรายละเอียด เชน
การปฏิเสธแนวคิดท่ีมาจากตะวันตกอยางสิ้นเชิง เพียงเพราะความคิดที่
เห็นวาประเทศทางตะวันตกมีแนวโนมเอาเปรียบประเทศอื่น ๆ เปนตน
อคติจะทําใหเรามองประเด็นในมุมมองที่ไมครบถวน เพราะเราไดต้ัง
เง่ือนไขหรือตัดสินไวก อนแลว วา แนวคดิ แบบนด้ี ีหรอื ไมด ี
เราอาจจะเปนคนหนงึ่ ที่ภาคภมู ใิ จในศาสตรทีเ่ ราไดรา่ํ เรียน โดยคดิ
วาวิธีวิทยาในศาสตรอื่น ๆ เปนสิ่งที่ไมถูกตอง ตัวอยางเชน ผูที่เรียน
วทิ ยาศาสตรอ าจจะคดิ วา สงั คมศาสตรเ ปน วชิ าทโ่ี คมลอย ไรเ หตผุ ล พสิ จู น
ไมได ในขณะที่ผูเรียนสังคมศาสตรอาจจะมองวา… วิทยาศาสตรเปน
171
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ศาสตรท แ่ี คบ เพราะคดิ เฉพาะเรอ่ื งทพี่ สิ จู นไ ดเ ทา นน้ั หรอื อกี ตวั อยา งหนง่ึ
นกั เศรษฐศาสตรอ าจจะคดิ วา … เศรษฐศาสตรเ หนอื กวา สงั คมศาสตรส าขา
อ่นื ๆ เพราะมีการพฒั นาเครอ่ื งมือศึกษาวิจยั ทก่ี าวหนามากกวา แตน ัก
สงั คมศาสตรส าขาอน่ื ๆ มองวา … กรอบการศกึ ษาทางเศรษฐศาสตรขาด
ความยดื หยุน การยดึ ติดในศาสตรเพยี งศาสตรเดยี วอยางมอี คตจิ ะทําให
เรามมี ุมมองทีแ่ คบ ไมสามารถคิดจากมมุ มองตา ง ๆ ไดอยางครบถวน
คนที่มีอคติจะมีแนวโนมเปนผูสรางความขัดแยงและบอนทําลาย
ความสันติ แนวความคิดของคนที่มอี คติมักจะขาดความสมดุล แตเอียง
ขา งจนตกขอบไปดา นใดดา นหนงึ่ เสมอ ดว ยเหตนุ ้ี ผทู ม่ี อี คตจิ งึ ไมส ามารถ
คิดเชิงบูรณาการไดเลย ใจที่มีอคติเชนนี้อาจจะทําใหเราพลาดจากการ
คาํ นงึ ถึงมมุ มองท่เี ราคาดไมถ ึง
ตรงขามกับนักคดิ เชงิ บรู ณาการ นกั คดิ เชงิ บูรณาการจะเปน คนท่รี กั
การสรางสมานฉันท ตองการใหค วามขัดแยง ตาง ๆ ไดอ ยูรวมกนั อยา ง
สนั ติ ตระหนกั วา มมุ มองทต่ี รงขา มยอ มมเี หตผุ ลทมี่ คี วามเปน ไปไดเ ชน กนั
จงึ เปด ใจกวา ง ไมย ดึ ตดิ กบั กรอบความคดิ หรอื เชอื่ มน่ั เพยี งสง่ิ ทตี่ นเองพงึ ใจ
แตย อมใหค วามคดิ ทแ่ี ตกตา งไดม โี อกาสแสดงเหตผุ ลและพยายามประสาน
ความแตกตางใหอ ยูรวมกนั ไดอ ยา งเปนเอกภาพ นักคิดเชงิ บรู ณาการจะมี
ความสามารถในการประสานประโยชน ประสานความขัดแยง พยายาม
หาความเปน ไปไดท า มกลางส่งิ ท่ีดเู หมอื นเปนไปไมได โดยใจท่ปี ราศจาก
อคติจะชวยใหมองประเด็นตาง ๆ ของเร่ืองน้ันดวยมุมมองท่ีครบถวน
ทําใหไ ดผลลพั ธที่เปน ประโยชนตอทุกฝา ย และสงผลดอี ยา งย่งั ยืนกวา
172
พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10
เพมิ่ พนู จิตสาธารณะ…ละเลิกความเห็นแกตวั
คนที่จะคิดเชิงบูรณาการไดตองมีใจท่ีเห็นแกประโยชนของผูอื่นและsuccess publisher
สว นรวมดว ย เพราะการคดิ เชงิ บรู ณาการมใิ ชก ารคดิ เพอื่ ใหต นเองเปน ฝา ย
ชนะ ผอู นื่ เปน ฝา ยแพ และมใิ ชก ารคดิ เพอ่ื ประโยชนเ ฉพาะสองฝา ยรว มกนั
เทานนั้ แตเ ปน การคดิ เพือ่ ใหเกดิ ประโยชนตอ บริบทโดยรวม ทงั้ ในระยะ
สน้ั และระยะยาว
เราจะเห็นสภาพความเส่ือมโทรมในดานตาง ๆ ที่เกิดข้ึนในสังคม
ไทย สวนหนึง่ เกดิ จากการท่คี นในสงั คมขาดจิตสาํ นึกสาธารณะ เมือ่ ขาด
จติ สาํ นกึ นยี้ อ มสง ผลใหค นขาดความคดิ เชงิ บรู ณาการดว ย เพราะมงุ หมาย
เพยี งกอบโกยผลประโยชนส ูตนเทา นน้ั เราจะพบเหน็ เสมอ ๆ วา สง่ิ ของที่
เปนของสาธารณะจะเสยี หายเรว็ กวา สงิ่ ของสว นตวั เชน หอ งนา้ํ สาธารณะ
จะสกปรกมากกวา หอ งนา้ํ ทบ่ี า น ตโู ทรศพั ทส าธารณะจาํ นวนมากถกู ทาํ ลาย
จนแทบใชการไมได การตัดไมทําลายปา โดยกลุมนายทุนจับมือกับเจา
หนาท่ี การปลอ ยนํ้าเสียของโรงงานอุตสาหกรรม เปนตน เม่ือพฤติกรรม
ของคนในสงั คมตา งยดึ ประโยชนข องตนเองเปน ทตี่ งั้ ในขณะทผี่ ลประโยชน
ของสวนรวมถูกละเลยเชนน้ี สังคมไทยจึงเปรียบเสมือนวัวนมท่ีผูคนตาง
มารีดนมไปดม่ื กิน แตไมมีใครดแู ลใหอาหารแกว ัว จนทาํ ใหว ัวผอมโซและ
ตายลงในท่สี ดุ
ในทํานองเดยี วกนั ถาในระดับเราแตละคนเห็นแกประโยชนส ว นตน
เปนที่ตั้ง ขาดจิตสํานึกสาธารณะ การมองประเด็นตาง ๆ ท่ีเกิดขึ้นใน
สงั คม ยอ มพงุ ความสนใจไปทผ่ี ลกระทบหรอื ผลประโยชนท ตี่ นเองจะไดร บั
เทานน้ั ไมไดคดิ เผ่ือสําหรบั คนอน่ื ๆ หรอื คดิ เผอื่ สาํ หรบั ภาพรวมในสังคม
ลกั ษณะเชน นที้ าํ ใหไ มส ามารถคดิ เชงิ บรู ณาการได เพราะมองเหน็ ภาพรวม
173
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ของประเด็นนั้นอยางบดิ เบยี้ ว ดว ยเหตุท่จี ิตใจทขี่ าดความสนใจและจติ ใจ
ท่ีเปนกลาง
ดงั นน้ั หากเราตองการเปนนกั คิดเชิงบูรณาการเราควรละเลกิ ความ
เห็นแกต วั และเพ่มิ พูนจติ สาธารณะ โดยเห็นแกประโยชนทจี่ ะเกิดข้นึ แก
ภาพรวมเปน หลัก อนั จะชวยใหเราแกปญหาในทางทีจ่ ะกอ ประโยชนและ
อยูร วมกนั ไดอ ยางยงั่ ยืนมากขน้ึ
การพัฒนาทัศนคติและนสิ ยั การคดิ เชงิ บรู ณาการดังกลา วขา งตน
จะชวยใหเราเปนคนท่ไี มทําสงิ่ ตาง ๆ อยางฉาบฉวย
แตม คี วามรอบคอบ พิจารณาองคป ระกอบตาง ๆ
บคุ คลตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ ง
นาํ มาซึ่งการหาคาํ ตอบในเร่ืองตาง ๆ ไดเหมาะสม
โดยเรยี นรูท่ีจะทําความเขาใจภาพรวมจากมมุ มองท่ีครบถว น
เขาใจความสมั พนั ธของแตล ะองคประกอบยอยท่เี กยี่ วของ
เขาใจท้ังแนวกวา งและแนวลกึ เก่ียวกับประเด็นนัน้
และคดิ ถงึ ผลท่จี ะเกิดขน้ึ ทง้ั ระยะสนั้ และระยะยาว
ท่สี าํ คัญหากเราทุกคนสามารถคดิ เชิงบูรณาการได
จะไมเ พียงแตเปนผลดตี อตวั เราเทา นั้น
แตจะสงผลดตี อ สงั คมท่ีเราอยอู าศยั
อนั จะนําผลดกี ลับมาสูตัวเราในทีส่ ุดดวย
174
success publisher บทสงทาย
INTEGRATIVE
THINKING
บทสงทาย
175
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การคิดเชิงบูรณาการเปนการคิดท่ีไมเพียงแตกอประโยชนตอผูที่คิด
เทานั้น แตยังกอประโยชนตอภาพรวมทั้งในระยะส้ันและระยะยาวดวย
เพราะนักคิดเชิงบูรณาการจะตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหวางปจจัย
ตาง ๆ อยางเปนเหตุเปนผลและมีผลกระทบระหวางกัน การแกปญหา
ใด ๆ จงึ จําเปนตอ งมองใหค รบทกุ ๆ มุมอยา งครบถวน มเิ พียงมงุ หวงั
ประโยชนแ กต นเทา นน้ั ทาํ ใหก ารตดั สนิ ใจใด ๆ กต็ ามเกดิ ประโยชนส งู สดุ
และเรยี กไดว า เปน วธิ คี ดิ แบบมผี ชู นะทกุ ฝา ย ซง่ึ เปน มติ กิ ารคดิ ทส่ี าํ คญั และ
จาํ เปน อยางยิ่งในปจ จุบนั
อยางไรก็ตาม การท่ีเราจะคิดเปนอยางผูชนะน้ัน นอกจากมีความ
สามารถในการคดิ เชงิ บรู ณาการแลว ยงั จาํ เปน ตอ งพฒั นาทกั ษะการคดิ ใน
มิตอิ ่ืน ๆ ดวย ซ่ึงหนงั สือชุด “ผูชนะ 10 คิด” เลมอ่ืน ๆ เม่ืออานครบทกุ
เลม จะตอบคาํ ถามเหลา นีไ้ ดอยางครบถว น หนงั สอื ในชดุ น้มี ที ้งั หมด 11
เลม เลม แรกชอ่ื หนงั สอื “ลายแทงนักคดิ ” เปนการปูพื้นฐานความเขาใจ
เรอ่ื งการคดิ และอกี 10 เลม จะแบง ออกเปน ความคดิ มติ ลิ ะหนง่ึ เลม ทง้ั หมด
10 มิติ อันไดแก
176
บทสงทาย …
การคิดเชงิ วพิ ากษ (Critical Thinking)
การคิดเชงิ วเิ คราะห (Analytical Thinking)
การคิดเชงิ สงั เคราะห (Synthesis-Type Thinking)
การคดิ เชงิ เปรียบเทยี บ (Comparative Thinking)
การคดิ เชิงมโนทัศน (Conceptual Thinking)
การคิดเชิงสรางสรรค (Creative Thinking)
การคดิ เชงิ ประยกุ ต (Applicative Thinking)
การคดิ เชิงกลยุทธ (Strategic Thinking)
การคดิ เชงิ บรู ณาการ (Integrative Thinking)
การคดิ เชิงอนาคต (Futuristic Thinking)
success publisher
เน้ือหาในแตละเลมจะนําผูอานเขาสูมิติใหมแหงการฝกคิดในภาค
ปฏบิ ตั ิ ความโดดเดน ของการคดิ แตล ะแบบนน้ั อยทู กี่ ารพยายามประยกุ ต
ใหเ หมาะสมกบั วธิ คี ดิ ของคนในสงั คมไทยมากทส่ี ดุ โดยมงุ หวงั ใหผ อู า นได
รับการพัฒนาทางความคิดจากรากฐานโลกทัศน ชีวทัศน คา นิยม นสิ ยั
และจากวธิ กี ารคดิ แบบเดมิ สกู ระบวนการคดิ ใหมท จี่ ะนาํ ไปสกู ารบรรลเุ ปา
หมายการคดิ ไดอ ยา งมเี หตผุ ล สรา งสรรค อนั จะชว ยใหเ รามโี อกาสประสบ
ความสาํ เร็จมากกวา การยดึ วธิ คี ิดแบบเดมิ
177
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
บรรณานกุ รม
Douglas, G. Integrative thinking - the NEW IT revolution. Available on the
internet. http://www.integrative-thinking.com.
Drenska, S., Alkalay, Y., Tenchev, D., Bazliankov, L. An approach to
developing systemic and integrative thinking in the process of
management education. Available on the internet. http://www.
ou-link.ru/654/bul etin_654_8/tc-1.htm#english.
Federman, M. Integral awareness, integrative thinking. McLuhan
Management Studies. Available on the internet. http://www.mcluhan.
utoronto.ca/article_integralawareness.htm
Gladstone, Arthur (1992). A loving way of life. Trumpeter: 9, 3 Available on
the internet. http://www.icaap.org/iuicode?6.9.3.11.
Martin, Roger and Austen, Hilary. (1999). The art of integrative thinking.
Rotman Management (Fal). Available on the internet. www.rotman.
utoronto.ca/rogermartin/ The Art of Integrative Thinking.pdf.
Microsoft Corporation (1999). Encarta World English Dictionary & (P).
Developed for Microsoft by Bloomsbury Publishing Plc..
Mitroff, Ian I. (1997). Smart thinking for crazy times: the art of solving the
right problems. San Francisco: Berrett-Koehler Publishers.
Oxford Dictionary. Oxford University Press.
Senge, P. M. (1990). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the
Learning Organization. New York: Currency/Doubleday.
The Academy for Integrative Psychology. A first approach to the concept
of “integration”. Available on the internet. http://www.psy.cc/
integrationfirst.html.
178
บทสงทาย …
The Academy for Integrative Psychology. Resources for integrativesuccess publisher
thinking.. Available on the internet. http://www.psy.cc/resources.html.
The Academy for Integrative Psychology. The integrative procedure: A
deeper approach. Available on the internet. http://www.psy.cc/
integrationdeeper.html.
The Academy for Integrative Psychology. What is integration?. Available
on the internet. http://www.psy.cc/integration.html.
The Noosphere Network. The Procedure of Conceptual Integration.
Available on the internet. http://noosphere.cc/integrationProcedure.
html. Posted 21/4/02
The Noosphere Network. What is integration?. Available on the internet.
http://noosphere.cc/integration.html. Latest Update 14/04/02.
เกรียงศกั ด์ิ เจริญวงศศกั ด.ิ์ (2539). ศกึ ษติ ในศตวรรษที่ 21 : แนวคิดปฏิรูปการ
ศึกษาไทย. กรงุ เทพฯ : ซคั เซส มีเดีย.
เกรยี งศกั ด์ิ เจรญิ วงศศ ักดิ์. (2540). ปฏริ ูปครบวงจร : สยู คุ เรืองรองของเมืองไทย.
กรงุ เทพฯ : ซคั เซส มเี ดยี .
เกรียงศกั ด์ิ เจริญวงศศกั ด์ิ. (2544). ลายแทงนักคิด. กรงุ เทพฯ : ซคั เซส มีเดีย.
เกรียงศกั ดิ์ เจรญิ วงศศ กั ด.์ิ (2545). การคิดเชงิ มโนทศั น. กรุงเทพฯ : ซัคเซส มเี ดยี .
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2538). พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2525 พิมพ
คร้ังท่ี 5. กรุงเทพฯ : อักษรเจรญิ ทัศน อจท.
รดี เดอรไ ดเจสท. (2543). “บทที่ 2 สมองมหัศจรรย” อัศจรรยจ ติ มนษุ ย. กรุงเทพฯ
: รดี เดอร ไดเจสท (ประเทศไทย).
179