The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by totvcr, 2021-10-18 00:46:22

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

พิจารณาต‹อไปวา‹

…เมื่อทําใหŒสินคŒามีความหลากหลายแลŒว จะส‹งผลกระทบต‹อเน่ือง
ตามมาอย‹างไรบŒาง ?

ลองคŒนหาผลกระทบต‹อเนอ่ื งสกั 2-3 ข้ัน แลวŒ ลองหาทางแกปŒ ˜ญหา
ท่เี กิดขนึ้ นัน้

…ความสามารถในการผลิต
- ลดลงเพราะผลติ จาํ นวนนŒอย

…ตนŒ ทุนวัตถุดบิ
- แพงขนึ้ เพราะใชจŒ ํานวนนอŒ ย
- เมอ่ื ตนŒ ทนุ แพงขึ้น ยอ‹ มสง‹ ผลใหรŒ าคาขายสูงข้นึ
- เมอ่ื ราคาขายสงู ขนึ้ อาจกระทบต‹อความตŒองการของผซŒู อ้ื

…ตนŒ ทุนการออกแบบสินคาŒ
- เพิม่ ข้ึน
- แผนกออกแบบตŒองทาํ งานมากข้นึ
- เสียค‹าลว‹ งเวลา
- ตนŒ ทุนสงู ขึน้
- ราคาจาํ หน‹ายสงู ขึ้น
- ความตอŒ งการของผบูŒ รโิ ภคลดลง

130

ใชŒ “แกŒป˜ญหา” อย‹างไม‹ “ก‹อป˜ญหา” 08

ตงั้ คาํ ถามต‹อไปวา‹

… จะทาํ อยา‹ งไรใหกŒ ารเพม่ิ ความหลากหลายของสนิ คาŒ ไมก‹ ระทบกบั
ภาคการผลิต ?

… จะแกŒไขปญ˜ หาทีเ่ กิดข้นึ ตามมาไดอŒ ย‹างไร ?

success publisher
เมอื่ เราเหน็ ผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ ตามมา เราอาจหาวธิ แี กปŒ ญ˜ หาใน
ลกั ษณะบรู ณาการทเี่ มอื่ แกแŒ ลวŒ สามารถมนั่ ใจไดวŒ า‹ จะไมเ‹ กดิ ปญ˜ หาทไ่ี มไ‹ ดŒ
คดิ ลว‹ งหนาŒ ไวกŒ อ‹ นตามมา เชน‹ เมอ่ื ความตอŒ งการของผบŒู รโิ ภคลดลงเพราะ
ราคาสงู ขน้ึ เราอาจจะตงั้ เปา‡ หมายเพม่ิ เตมิ …ทาํ อยา‹ งไรใหเŒ กดิ ความหลาก
หลายของสนิ คาŒ และราคาจาํ หนา‹ ยเทา‹ เดมิ เปา‡ หมายนอี้ าจนาํ ไปสก‹ู ารเพมิ่
ความหลากหลายของสนิ คาŒ พรŒอม ๆ กับกระตŒนุ การซือ้ ครั้งละมาก ๆ
เพอื่ ใหกŒ ารผลติ แตล‹ ะครง้ั มคี วามคมŒุ คา‹ หรอื สราŒ งความตอŒ งการตอ‹ เนอื่ งใน
ตัวสินคาŒ เชน‹ เม่อื ใชŒผลติ ภณั ฑ 1 แลŒวควรตามดวŒ ยผลิตภณั ฑ 2 หรอื 3
โดยใหŒราคาพิเศษเม่ือซื้อครบทั้งชุด หรือทางแกŒป˜ญหาอาจจะเปšนการ
เปลีย่ นไปใชวŒ ัตถุดิบที่มรี าคาถกู ลง

อยา‹ งไรกต็ าม เมื่อเราคดิ หาทางเลอื กใหม‹ เราตŒองคิดต‹อไปวา‹ ทาง
แกปŒ ญ˜ หานจ้ี ะสง‹ ผลกระทบตอ‹ เนอื่ งใหเŒ กดิ อะไรขน้ึ ไดบŒ าŒ ง เชน‹ เมอื่ คณุ ภาพ
สินคŒาต่ําลง อาจหมายถึง ความตŒองการของลูกคŒาลดลงดŒวย น่ัน
หมายความวา‹ เราจะตอŒ งตง้ั เปา‡ หมายการแกปŒ ญ˜ หาเรอื่ งคณุ ภาพของสนิ คาŒ
เขาŒ ไปดวŒ ย และลองหาทางแกปŒ ˜ญหาทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ทงั้ หมด เชน‹ ไมผ‹ ลติ เอง
แตเ‹ พม่ิ ความหลากหลายของสนิ คาŒ ดวŒ ยการซอ้ื ชน้ิ สว‹ นวตั ถดุ บิ สาํ เรจ็ รปู จาก
โรงงานตา‹ ง ๆ มาประกอบในรปู แบบทเี่ ราออกแบบไวŒ ซง่ึ ทาํ ใหเŒ ราสามารถ

131

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ควบคมุ ตนŒ ทนุ และเพมิ่ ความหลากหลายของสนิ คาŒ ไดŒ หรอื รว‹ มมอื กบั บรษิ ทั
ผูผŒ ลิตสินคŒารายอืน่ ๆ ในการแบ‹งกันผลิตสินคาŒ โดยใชŒตราสนิ คาŒ ร‹วมกนั

หรือในอีกมุมหน่ึง แทนที่เราจะต้ังเป‡าหมายการแกŒป˜ญหาลูกคŒา
ตŒองการความหลากหลายของสินคŒา ดŒวยการผลิตสินคŒาที่มีความหลาก
หลาย เราอาจแกปŒ ญ˜ หาในทางตรงกันขาŒ ม เช‹น การเพ่มิ คุณคา‹ ดาŒ นภาพ
ลกั ษณข องสนิ คาŒ ทจ่ี าํ หนา‹ ย เพอ่ื ใหลŒ กู คาŒ รสŒู กึ พงึ พอใจสนิ คาŒ ทมี่ รี ปู แบบเชงิ
อนุรักษ ใหŒคุณค‹าในการคงเอกลักษณเดิมในความเก‹าแก‹ที่ดํารงมานาน
เปนš ตนŒ อยา‹ งไรกต็ าม ในการแกปŒ ˜ญหาของเราทกุ ครง้ั จําเปนš ตอŒ งคดิ ถึง
ผลกระทบตอ‹ เนือ่ งท่ีอาจตามมาดวŒ ย

…อย‹า “ยดึ ” ทางแกŒเดมิ ยดื หย‹ุนและครอบคลมุ ทกุ ปญ˜ หา

การคิดแกŒป˜ญหาเชิงบูรณาการ จะใหŒความสําคัญต‹อการมองผล
กระทบของป˜ญหาท่ีอาจจะเกิดข้ึนตามมา เพ่ือนําไปสู‹การคิดทบทวน
กาํ หนดเป‡าหมายของการแกปŒ ญ˜ หาใหม‹ หรอื แกปŒ ˜ญหาที่ตามมาจนม่ันใจ
ว‹าเม่อื แกŒไขป˜ญหาน้ันแลŒว จะไม‹มีป˜ญหาอื่น ๆ เกิดข้นึ ตามมาอกี

ยกตัวอยา‹ งง‹าย ๆ เช‹น เม่ือเราไมส‹ บาย เรามกั กาํ หนดเปา‡ หมายคือ
หายโรค วธิ กี ารทที่ าํ ใหŒเราหายโรคคอื การรับประทานยา

äÁÊ‹ ºÒÂ ÃºÑ »ÃзҹÂÒ ËÒÂâä

การกําหนดเป‡าหมายเพียงแค‹หายโรค อาจทําใหŒเมื่อเราเห็นวิธีการ
ใดกไ็ ดทŒ ่ีรักษาโรคไดŒ เราจะเลอื กใชŒวิธนี นั้ ทนั ที ซึง่ แมŒว‹า เมอ่ื รับประทาน
ยาแลŒวจะหายโรค แต‹อาจไดรŒ ับผลขŒางเคียงจากยาน้ันดŒวย

äÁÊ‹ ºÒÂ ÃºÑ »ÃзҹÂÒ ¼Å¢ÒŒ §à¤ÂÕ §

132

ใชŒ “แกŒป˜ญหา” อย‹างไม‹ “ก‹อป˜ญหา” 08

การคํานึงถึงผลกระทบที่ตามมาทําใหŒเรากําหนดเป‡าหมายการแกŒ
ปญ˜ หาใหม‹ เชน‹ หายโรคโดยไมม‹ ีผลขาŒ งเคยี ง เป‡าหมายใหมน‹ ําไปส‹ูการ
หาทางแกŒป˜ญหาใหม‹ เชน‹

…หาทางเลือกอ่ืน เชน‹ เลอื กยาท่ีไมก‹ อ‹ ใหเŒ กิดผลขาŒ งเคยี ง เลอื กไม‹
กนิ ยาแตใ‹ ชวŒ ธิ อี น่ื ทเี่ หมาะสมแทน เชน‹ การพกั ผอ‹ นใหเŒ พยี งพอ รบั ประทาน
อาหารทเ่ี หมาะสม
success publisher
…ใชทŒ างเลือกเดมิ โดยหาทางปอ‡ งกนั ผลกระทบท่จี ะเกดิ ขน้ึ ตามมา
ดŒวย เชน‹ ทานยาทร่ี กั ษาโรคนั้น และทานยาปอ‡ งกันผลขŒางเคียงของยา

อย‹างไรก็ตาม ทางเลือกใด ๆ ก็ตามที่เราเลือกในการแกŒป˜ญหา
จําเปšนตŒองพิจารณาผลกระทบต‹อเนื่องที่อาจจะเกิดข้ึน และพยายามหา
ทางแกปŒ ˜ญหาทีต่ ามมาอยา‹ งครอบคลมุ

เราอาจจะตŒองแกŒป˜ญหาจากผลกระทบต‹อเน่ืองท่ีตามมาเปšนจํานวน
มาก หากไม‹คิดเชิงบูรณาการตั้งแต‹ตŒน การคิดเชิงบูรณาการจึงเปšนการ
มองป˜ญหาอยา‹ งครบถŒวนรอบดาŒ น และคาดการณผ ลกระทบทอี่ าจจะเกิด
ขน้ึ ในแง‹มุมต‹าง ๆ จากปจ˜ จยั ทหี่ ลากหลายกอ‹ นท่ผี ลกระทบน้ันจะเกิดขึ้น
จรงิ เพือ่ หาทางออกทจ่ี ะไมก‹ อ‹ ใหเŒ กิดปญ˜ หาอน่ื ตามมา ซง่ึ จะชว‹ ยใหเŒ ราไม‹
ตอŒ งรบั ผลราŒ ยที่จะเกิดขึ้นจากการคิดอยา‹ งไม‹บูรณาการ

133

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ในความคดิ เห็นท่ีแตกตา‹ งหลากหลาย
มุมมองในเรือ่ งเดียวกันท่ดี ูเหมอื นขัดแยงŒ กัน

เราจะหาขอŒ สรปุ ใหŒกับเรอ่ื งนั้นไดŒ
โดยปราศจากความขดั แยŒง

แต‹สามารถรวมเปšนขŒอสรุปท่ีเปšนเอกภาพไดŒ
โดยการใชŒเหตุผลเชิงอปุ นัย

134

success publisher ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค

INTEGRATIVE
THINKING

ใชรŒ วมความขัดแยŒง
อย‹างสรŒางสรรค

135

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ความสามารถในการคดิ เชงิ บรู ณาการจะเปนš ประโยชนอ ย‹างย่งิ เม่ือ
นาํ มาใชŒในการจัดการความขดั แยŒง ความแตกต‹างในความคดิ เห็น ความ
คดิ ในลกั ษณะขว้ั ตรงขาŒ ม เพอื่ หาทางเลอื กทที่ กุ ฝา† ยเกดิ ความพงึ พอใจและ
บรรลุเป‡าหมายรว‹ มกนั ไดŒมากกวา‹ การคดิ เชงิ บูรณาการเปนš การพยายาม
หาความเปšนไปไดทŒ ่ีจะนาํ ทกุ ๆ ความคิดเหน็ ทกุ ๆ ทางเลือก ทุก ๆ
ความขดั แยงŒ ใหสŒ ามารถรวมกนั ไดภŒ ายใตแŒ กนรว‹ มเดยี วกนั เรยี กไดวŒ า‹ เปนš
“การรวมความแตกต‹างอยา‹ งสรŒางสรรค”

กระบวนการคิดสาํ คัญทนี่ าํ มาใชŒมี 2 ขน้ั ตอน อนั ไดŒแก‹
ข้นั ตอนที่หนึ่ง การเขาŒ ถึงแกน‹ ท่ีไม‹มีความขดั แยŒง

…พยายามมองขŒามความแตกต‹าง คนŒ หาความเขาŒ กันไดหŒ รอื ความ
เชื่อมโยงกนั ภายใตŒความขัดแยŒงนนั้ เพราะความขดั แยŒงน้นั อาจจะเกดิ ขน้ึ
จากขŒอสมมตทิ ี่ไมต‹ รงกนั ความคิดเห็นที่ตา‹ งกนั ในรายละเอียด วิธกี ารท่ี
แตกตา‹ งกัน อคตริ ะหวา‹ งกนั ทําใหŒมองไมเ‹ ห็นถึงความเชอ่ื มโยงสมั พนั ธ
กนั ทน่ี าํ ใหเŒ ขาŒ ถงึ แกน‹ ทไ่ี มม‹ คี วามขดั แยงŒ อนั ไดแŒ ก‹ เปา‡ หมายเดยี วกนั ความ
ตอŒ งการในสิ่งเดยี วกนั ประโยชนท ่จี ะไดรŒ บั รว‹ มกนั เพม่ิ ขนึ้ ท่ที าํ ใหŒเรามอง
เหน็ “โอกาส” หรอื “ความเปนš ไปไดŒ” ในการนําความแตกตา‹ งเหลา‹ น้นั
มารวมกัน ภายใตŒแกนเดียวกัน

136

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

ข้นั ตอนที่สอง การนํามารวมภายใตแŒ กนเดียวกัน

…การนํามารวมกันหรือเชื่อมโยงกันโดยยึดแกนวัตถุประสงคท่ี
ตŒองการเปšนหลัก ทําใหŒแนวคิดทั้งหมดเกิดการประสานสอดคลŒองใน
ทศิ ทางเดยี วกัน และใหŒนํ้าหนกั แกแ‹ นวคดิ ต‹าง ๆ ทขี่ ดั แยŒงกนั อย‹างสมดลุ
จดุ มง‹ุ หมายเพอื่ ใหแŒ กนรว‹ มนนั้ มคี วามสมบรู ณม ากทสี่ ดุ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค
ในภาพรวมท่ีสรŒางสรรคกว‹า สามารถสรŒางความพึงพอใจแก‹ทุกฝ†าย
มากกว‹า
success publisher
การคิดเชิงบูรณาการเปšนการขยายขอบเขตความคิด ลบขอบเขต
ความคดิ ของการแยกสว‹ น มง‹ุ หมายทจ่ี ะหาความเปนš ไปไดขŒ องการรวมกนั
เพ่ือใหŒไดŒส่งิ ทดี่ ีกวา‹ ผลลัพธข องกระบวนการนค้ี ือการรวมกันทุก ๆ ส‹วน
ประกอบบางสว‹ นท่มี คี ณุ ค‹าของสิง่ เดมิ หรือสงิ่ ทม่ี ีความขดั แยŒงกนั ภายใน
กลายเปšนสิ่งใหม‹ท่ีมีมูลค‹าเพิ่มขึ้นและน‹าพึงพอใจมากข้ึนกว‹าการท่ีแต‹ละ
ส่งิ อยอ‹ู ยา‹ งแยกส‹วนกนั

บทสรปุ ของการบรู ณาการอาจออกมาไดหŒ ลายลกั ษณะ อาทิ ลกั ษณะ
ของเอกภาพในความหลากหลาย (unity in diversity) เปšนเอกภาพใน
วตั ถปุ ระสงคร ว‹ มกนั แตย‹ งั คงความแตกตา‹ งไดใŒ นรายละเอยี ด ลกั ษณะของ
การท่ีทุกฝ†ายไดŒรับ แบบชนะ-ชนะ (positive sum game…win-win
approach) มากกว‹าท่ีจะเปšนฝ†ายหน่ึงไดŒรับและอีกฝ†ายหนึ่งเสีย แบบ
ชนะ-แพŒ (zero sum game) การร‹วมแรงรว‹ มใจกนั (collaborative) ท่ี
ทุกฝ†ายสามารถไดŒรับความพึงพอใจ ขณะเดียวกันภาพรวมท้ังหมดไดŒรับ
ประโยชนด Œวย

137

. ผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

สิง่ ทแ่ี ตกต่าง ดเู หมือนเขา้ กนั ไมไ่ ด้
เขา้ ถงึ แก่นทีไ่ ม่มีความขดั แย้ง

success publisher นํามารวมภายใต้แกนเดียวกนั

การแกŒป˜ญหาเชิงบูรณาการจะพยายามหาทางเลือกที่ไม‹เกิดป˜ญหา
ตามมา ไม‹กอ‹ ความขดั แยงŒ แตย‹ งั คงสามารถบรรลวุ ัตถุประสงคและสราŒ ง
ความพงึ พอใจใหทŒ ุกฝา† ยท่เี ก่ยี วขอŒ ง

ผลลพั ธการแกŒป˜ญหาดวŒ ยการคดิ เชิงบรู ณาการ จงึ ประกอบดวŒ ยการ
บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค การไมเ‹ กดิ ความขดั แยงŒ หรอื ใหทŒ กุ ฝา† ยพงึ พอใจและการ
ไม‹กอ‹ ป˜ญหาตามมา

ผลลัพธ์การแก้ปัญหาเชงิ บรู ณาการ บรรลุวัตถปุ ระสงค์ ทุกฝ่ายพึงพอใจ ไมก่ อ่ ปญั หาตามมา

138

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

“เราจะคิดแบบเขŒาถงึ แกน‹ ท่ีไมม‹ คี วามขดั แยงŒ ไดอŒ ยา‹ งไร ?”

เราอาจมคี ําถามน้เี กิดขึน้ ในใจ

การคิดเชิงบูรณาการเพื่อเขŒาถึงแก‹นที่ไม‹มีความขัดแยŒงสามารถใชŒ
เหตผุ ลไดใŒ น 2 ลักษณะทัง้ เหตผุ ลเชิงนิรนยั (deductive) และเหตุผลเชงิ
อุปนัย (inductive)
success publisher
เอาละ‹ … เรามาลองพิจารณาและเรียนรูŒไปดวŒ ยกนั จากตัวอย‹างเหล‹า
น้ี

เขŒาถึงแก‹นท่ีไม‹มคี วามขดั แยŒงโดย…
ใชŒเหตผุ ลเชิงนิรนยั

กŒาวขาŒ มประเดน็ ขัดแยงŒ
สู‹การคŒนหา “ความตอŒ งการท่แี ทจŒ ริง” ร‹วมกัน

ความขดั แยงŒ ทไ่ี มส‹ ามารถตกลงกนั ไดŒในบางกรณี เกดิ ข้นึ จากการท่ี
แต‹ละคน “ติดกับดัก” ของปญ˜ หาท่ีเกดิ ขึ้น ณ เวลาน้ัน และตกลงกันไม‹
ไดใŒ นแนวทางแกปŒ ญ˜ หา มีความคดิ เห็นทีแ่ ตกต‹างหลากหลาย ทําใหŒการ
ตดั สนิ ใจเลอื กทางใดทางหนง่ึ ยอ‹ มทาํ ใหอŒ กี ฝา† ยไมพ‹ ึงพอใจ และอาจสง‹ ผล
กระทบไมพ‹ งึ ประสงคต ามมา การตดิ กับดักของป˜ญหา มกั เกดิ จากกรอบ
ขŒอสมมติท่จี าํ กดั การไม‹ไดเŒ ขŒาถงึ ความตŒองการท่ีแทŒจริงร‹วมกัน ท้ัง ๆ ที่
หากเราขยายกรอบความคิดของเราออกไป เราอาจพบว‹า สิ่งที่เราคิดว‹า
เปนš ปญ˜ หานน้ั มิใชป‹ ญ˜ หาทีแ่ ทจŒ ริง และสามารถคนŒ พบความตŒองการที่แทŒ
จรงิ ร‹วมกนั อนั นําไปสก‹ู ารหาทางเลอื กใหม‹สรŒางความพึงพอใจร‹วมกันไดŒ
มากกวา‹

139

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ในบางสถานการณที่อาจก‹อใหŒเกิดความขัดแยŒงและความไม‹ลงรอย
กันในทางเลือก เราสามารถเขŒาถงึ ความตอŒ งการทแ่ี ทŒจริงไดŒ เม่ือ…

…ขยายกรอบขŒอสมมติ หาทางเลอื กใหม‹

àÃÍ×è §¢Í§ºÃÙ ¾Ò¡ºÑ μÐÇ¹Ñ ...
ºÃÙ ¾Ò¡ºÑ μÐÇ¹Ñ ä´ÃŒ ºÑ ÁͺËÁÒ¨ҡËÇÑ Ë¹ÒŒ §Ò¹ãˌ仹Òí àʹÍ
ÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´Ê¹Ô ¤ÒŒ μÒ‹ § æ ¢Í§ºÃÉÔ ·Ñ á¡Å‹ ¡Ù ¤ÒŒ ÃÒÂ˹§èÖ à¹Íè× §¨Ò¡Å¡Ù ¤ÒŒ
μÍŒ §¹Òí àʹÍÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´àËÅÒ‹ ¹μéÕ Í‹ ¼ºŒÙ ÃËÔ ÒÃ㹡ÒûÃЪÁØ àªÒŒ Ç¹Ñ Ã§‹Ø ¢¹Öé
¢³Ð¹¹Ñé ໹š àÇÅÒ 16.00 ¹. ·§éÑ Êͧ¨ÐμÍŒ §ä´¾Œ ´Ù ¤ÂØ ¡ºÑ š٠¤ÒŒ ¡Í‹ ¹
16.30 ¹. à¾ÃÒÐËÅ§Ñ ¨Ò¡¹¹Ñé š٠¤ÒŒ ¨Ðμ´Ô »ÃЪÁØ ÊÒí ¤ÞÑ
·§éÑ Êͧμ¡Å§¡¹Ñ äÁ‹ä´àŒ ÃÍ×è §àʹŒ ·Ò§·¨Õè Ðä»ËÒš٠¤ÒŒ ä´àŒ ÃÇç ·ÊèÕ ´Ø
ºÃÙ ¾ÒàʹÍãË¢Œ ¹Öé ·Ò§´Ç‹ ¹ áμμ‹ ÐÇ¹Ñ à˹ç ÇÒ‹ äÁ¹‹ Ò‹ ¨Ð·¹Ñ à¾ÃÒСÒèÃÒ¨Ã
àÃÁèÔ ¤ºÑ ¤§Ñè áÅÇŒ ¨§Ö àʹÍãË¢Œ ¹éÖ Ã¶ä¿¿Ò‡ áÅÐä»μÍ‹ Ã¶á·¡ç «Õè «§Öè ºÃÙ ¾Òà˹ç
ÇÒ‹ ¨Ò¡μç¹éÕ仢¹Öé ö俿҇ áÅкǡ¡ºÑ ªÇ‹ §·¢èÕ ¹éÖ á·¡ç «Õèä»·ºèÕ ÃÉÔ ·Ñ ¹¹éÑ
¡¹Ô àÇÅÒ¾Í æ ¡ºÑ ¡ÒâºÑ ö仫§Öè ËÁÒ¤ÇÒÁÇÒ‹ äÁ·‹ ¹Ñ μÒÁàÇÅÒ¹´Ñ
Í´‹Ù Õ ¶§Ö ¡Ãй¹Ñé ..μÐÇ¹Ñ Â§Ñ ¤§Â¹× Â¹Ñ ÇÒ‹ àÃÇç ¡ÇÒ‹ á¹¹‹ ͹ áÅÐàʹÍÇÒ‹
ËÒ¡¡ÅÇÑ äÁ·‹ ¹Ñ ÍÒ¨ä»μÍ‹ öÁÍàμÍÏ䫤Ï ºÑ ¨ÒŒ §¡äç ´Œ áμº‹ ÃÙ ¾Ò»¯àÔ Ê¸
¡ÒÃâ´ÂÊÒÃöÁÍàμÍÏ䫤Á Òâ´ÂμÅÍ´à¾ÃÒÐà¡Ã§ÇÒ‹ ¨Ðà¡´Ô Í¹Ñ μÃÒÂ

คณุ คิดว‹าทัง้ สองคนควรใชวŒ ธิ ใี ดดี จึงตกลงกนั ไดŒอย‹างสันติวธิ ี รวม
ท้งั สามารถพูดคุยกับลกู คŒาตามเวลาทน่ี ดั หมายไวไŒ ดŒ

……….

140

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

เราอาจจะนาํ เสนอทางเลอื กอนื่ ๆ เชน‹
…โทรไปบอกลกู คาŒ วา‹ อาจไปถงึ ชาŒ กวา‹ เวลาทน่ี ดั ไวŒ แตย‹ นิ ดรี อจนกวา‹
ลูกคŒาประชุมเสรจ็
…ใหตŒ ะวันไปคนเดยี วตามแนวทางท่เี ขาเสนอ
……….

ความคิดของเราอาจแกŒป˜ญหาที่เกิดขึ้นไดŒ แต‹สมมติว‹าก‹อใหŒเกิด
ปญ˜ หาตามมา เชน‹ ทง้ั สามคนตอŒ งเสยี เวลาเพมิ่ ขน้ึ นอกเหนอื เวลางาน และ
อาจตอŒ งยกเลกิ นดั อนื่ ๆ ทวี่ างแผนไวŒ ทางเลอื กนท้ี าํ ใหมŒ กี ารเสยี ประโยชน
เกดิ ขน้ึ หรอื หากใหตŒ ะวนั ไปคนเดยี ว อาจเกดิ ความรสŒู กึ บาดหมางในความ
สัมพันธร ะหวา‹ งกัน

…มีทางเลือกอ่ืน ๆ อีกหรือไม‹ท่ีทั้งสองจะเกิดความพึงพอใจ และ
สามารถพดู คยุ กับลกู คŒาตามเวลาทน่ี ดั หมาย

……….

เราอาจพบวา‹ หาทางออกใหกŒ ับป˜ญหาที่ดูเหมือนง‹าย ๆ น้ี ไม‹ไดŒง‹าย
อย‹างทีค่ ิด หากความคิดของเรายังตดิ อยใ‹ู นกบั ดกั ของ “ขอŒ สมมต”ิ ท่ีวา‹
“การติดต‹อพูดคุยกับลูกคŒาตŒองไปถึงสถานที่นั้น” “ตŒองนั่งคุยกันหนŒาต‹อ
หนาŒ ” อนั เปšนรูปแบบท่เี กดิ ข้ึนตามความเคยชนิ ทําใหกŒ ารแกปŒ ญ˜ หาจึงมุง‹
ไปท่ีการหาวิธีเดนิ ทางไปพบลกู คาŒ
success publisher

ในความเปšนจริง ถŒาเราลองถอดกรอบขŒอสมมติ และขยายกรอบขŒอ
สมมตขิ องเราออก โดยคดิ ใหมว‹ า‹ การตดิ ตอ‹ พดู คยุ และนาํ เสนอรายละเอยี ด
ของสนิ คาŒ กบั ลกู คาŒ อาจไมจ‹ าํ เปนš ตอŒ งไปทท่ี าํ งานของลกู คาŒ อาจไมจ‹ าํ เปนš
ตŒองนั่งคุยหนŒาต‹อหนŒา แต‹ยังสามารถบรรลุวัตถุประสงคตามที่ต้ังใจไวŒ
ทาํ ไดŒหรือไม‹

141

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

การเขาŒ ถงึ แก‹นท่ไี ม‹มีความขัดแยงŒ สาํ หรับกรณนี คี้ อื การถอดกรอบ
และขยายกรอบขอŒ สมมตจิ ากเดมิ ใหกŒ วŒางข้นึ อนั จะช‹วยใหมŒ องเห็นความ
ตอŒ งการหรอื วตั ถปุ ระสงคท แ่ี ทจŒ รงิ ของปญ˜ หาทเี่ กดิ ขน้ึ และชว‹ ยใหสŒ ามารถ
คŒนหาทางออกของป˜ญหาในมมุ มองใหมท‹ ่ีสรŒางสรรคก ว‹าเดมิ

…ทงั้ สองคนไมไ‹ ดตŒ อŒ งการไปพบลกู คาŒ มากเทา‹ กบั ตอŒ งการพดู คยุ และ
เสนอรายละเอียดสนิ คŒาแก‹ลกู คาŒ ตามเวลาทีน่ ัดหมาย

…เอาล‹ะ ลองชว‹ ยท้ังสองคนอีกทวี ‹าจะแกŒป˜ญหานีอ้ ยา‹ งไรไดบŒ Œาง ?
แต‹อยา‹ ลมื วา‹
…ตŒองเปนš ทางแกทŒ ่บี รรลุวตั ถุประสงค
…ทกุ ฝ†ายพึงพอใจ
…ไมก‹ ‹อปญ˜ หาอ่นื ๆ ตามมา
……….
คงจะไดทŒ างออกท่ีง‹ายขน้ึ และสรŒางสรรคม ากกวา‹ เดมิ บŒาง
เมอื่ ดูวตั ถุประสงคของการเจรจาเราจะเห็นว‹า ไมม‹ คี วามจําเปšนทท่ี ้ัง
สองฝา† ยจะตอŒ งพดู คยุ กนั หนาŒ ตอ‹ หนาŒ เพราะยงั ไมม‹ ฝี า† ยใดฝา† ยหนง่ึ ตดั สนิ
ใจ จึงเปšนไปไดทŒ ีเ่ ราอาจจะเสนอว‹า
…โทรหาลูกคŒาขอเปล่ียนวิธีการพูดคุย โดยใชŒการเปดเว็บไซต
ของบริษัทเขŒาไปดูสินคŒาพรŒอม ๆ กับการพูดคุยอธิบายรายละเอียดไป
พรŒอม ๆ กัน ส‹วนแคตตาล็อกสินคŒา สินคŒาตัวอย‹างและรายละเอียด
อ่ืน ๆ หลังจากพูดคุยเสร็จแลŒวจะนําไปส‹งใหŒท่ีทํางานลูกคŒา เม่ือลูกคŒา

142

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

เสร็จจากประชุมจะไดŒรับและหากมีป˜ญหาหรือตŒองการสอบถามเพ่ิมเติม
สามารถโทรคยุ กนั ไดตŒ ลอดเวลา แนน‹ อนวา‹ จะทาํ ใหลŒ กู คาŒ เสนอผบŒู รหิ ารไดŒ
ทันในตอนเชาŒ

ทางเลอื กนน้ี า‹ จะเปนš ทางเลอื กทต่ี อบสนองตอ‹ วตั ถปุ ระสงค หรอื ความ
ตอŒ งการทแ่ี ทจŒ รงิ อกี ทงั้ ยงั กอ‹ ใหเŒ กดิ ความพงึ พอใจแกท‹ กุ ฝา† ย สามารถทาํ ไดŒ
สาํ เรจ็ ตามเวลาทน่ี ดั หมายไวŒ และสองคนรวมทงั้ ลกู คาŒ จงึ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค
ของการพูดคุยคร้ังนไ้ี ดŒ
success publisher
จากตัวอยา‹ งน้ี ทาํ ใหŒเราเรยี นรูŒวา‹ ในหลาย ๆ เรื่องท่ไี มส‹ ามารถหา
ทางออกทนี่ า‹ พงึ พอใจและเกดิ ผลลพั ธท ดี่ กี วา‹ ไดนŒ น้ั สว‹ นสาํ คญั เกดิ จากการ
ท่ีเรายดึ ตดิ กบั กรอบขŒอสมมติของความเคยชนิ ทําใหŒพลาดจากการมองสู‹
วัตถุประสงคหรือความตŒองการท่ีแทŒจริงในการแกŒป˜ญหานั้น ดังนั้น จึง
สามารถแกไŒ ขทางเลอื กทไ่ี มล‹ งรอยกนั ในหลายเรอื่ งไดŒ โดยการขยายกรอบ
ขอŒ สมมติของทง้ั สองฝ†ายออกไปใหŒกวŒางข้ึน เพอื่ เขŒาถึงความตอŒ งการร‹วม
กันหรอื วตั ถปุ ระสงคท ่แี ทจŒ ริงร‹วมกัน

เม่ือเราเขŒาถึงแก‹นท่ีไม‹มีความขัดแยŒงแลŒว ย‹อมช‹วยใหŒเราเขŒาสู‹ขั้นท่ี
สอง คือ หาทางเลือกใหม‹ท่ีสามารถนําความตŒองการของทุกฝ†ายมารวม
กนั โดยใชวŒ ธิ ใี หมท‹ เ่ี หมาะสมและไมก‹ อ‹ ปญ˜ หากวา‹ การเลอื กทางใดทางหนงึ่

143

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

…ทบทวนป˜ญหา หาทางเลอื กใหม‹

ลองพจิ ารณาปญ˜ หาท่ใี หญข‹ ้นึ … ดเู หมอื นซับซอŒ นขน้ึ

㹡Òþ¨Ô ÒóÒâ¤Ã§¡Òá͋ ÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¼ÅμÔ ä¿¿Ò‡ á˧‹ ˹§Öè
ä´ÁŒ ¡Õ ÒþÂÒÂÒÁ¾¨Ô ÒóÒàÃÍ×è §¹ÍéÕ ÂÒ‹ §Í§¤Ã ÇÁ â´Â¡ÒÃã˹Œ ¡Ñ
ÇªÔ Ò¡Òà áÅк¤Ø ¤Å¨Òí ¹Ç¹Ë¹§èÖ ·ÁÕè ÊÕ Ç‹ ¹ä´ÊŒ Ç‹ ¹àÊÂÕ ¡ºÑ ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹
áÊ´§¤ÇÒÁ¤´Ô à˹ç ÁÁØ ÁͧÊÇ‹ ¹Ë¹§Öè Á¤Õ ÇÒÁ¢´Ñ á§Œ ¡¹Ñ ·§Ñé àË¹ç ´ÇŒ Â
áÅÐäÁà‹ Ë¹ç ´ÇŒ  ÍÒ·Ô
¹¡Ñ ªÅ»Ãзҹ : à¢Í×è ¹ªÇ‹ ¡¡Ñ à¡ºç ¹Òéí ·Òí ãËÁŒ ¹Õ Òéí ´ºÔ à¾ÂÕ §¾Í
μÅÍ´»‚ áÅÐÊÒÁÒö»Í‡ §¡¹Ñ ¹Òíé ·Ç‹ Áã¹Ä´¹Ù Òíé ËÅÒ¡ä´Œ
¹¡Ñ Í·Ø ¡Ç·Ô ÂÒ : »ÃÁÔ Ò³¹Òéí ÁàÕ ¾ÂÕ §¾ÍÊÒí ËÃºÑ ¡Òá¡Ñ ࡺç à¾Íè×
¼ÅμÔ ä¿¿Ò‡
¹¡Ñ ÀÁÙ ÈÔ ÒÊμÏ : ¾¹é× ·¡Õè Í‹ ÊÃÒŒ §à»¹š ÃÍ‹ §à¢ÒÅ¡Ö áÅÐ᤺ àËÁÒÐ
ÊÒí ËÃºÑ ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¼ÅμÔ ä¿¿Ò‡
¹¡Ñ ¸Ã³ÇÕ ·Ô ÂÒ : â¤Ã§ÊÃÒŒ §·Ò§¸Ã³ÇÕ ·Ô ÂÒᢧç áç áÅÐ໹š
¾¹×é ·»Õè ÅÍ´¨Ò¡á¼¹‹ ´¹Ô äËÇ
ÇÈÔ Ç¡Ã : ´ÇŒ Âà·¤â¹âÅÂÕã¹»¨˜ ¨ºØ ¹Ñ àÃÒÊÒÁÒö¡Í‹ ÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹
·ÁÕè ¡Õ Òí Å§Ñ ¡ÒüÅμÔ ä¿¿Ò‡ ...àÁ¡ÐÇμÑ μ
ªÒÇ¹Ò : à¢Í×è ¹·Òí ãËÊŒ ÒÁÒö»Å¡Ù ¢ÒŒ Çä´¶Œ §Ö »Å‚ Ð 2 ¤Ã§éÑ
ªÒÇ»ÃÐÁ§à˹Í× à¢Íè× ¹ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Í×è ¹ªÇ‹ ÂãËÁŒ áÕ Ëŧ‹ ¨ºÑ »ÅÒ
ÁÒ¡¢¹éÖ
ªÒÇ»ÃÐÁ§·ÒŒ Âà¢Íè× ¹ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Í×è ¹·Òí ã˨Œ Òí ¹Ç¹»ÅÒã¹áËŧ‹
¹Òíé μÒÁ¸ÃÃÁªÒμÅÔ ´Å§

144

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

success publisher à¨ÒŒ ¢Í§ºÃÉÔ ·Ñ ·ÇÑ Ã : à¢Íè× ¹¨Ð¡ÅÒÂ໹š áËŧ‹ ·Í‹ §à·ÂèÕ Çá˧‹ ãËÁ‹
·ÊÕè ÃÒŒ §ÃÒÂä´Œ ãˤŒ ¹ã¹·ÍŒ §¶¹Ôè

¹¡Ñ àÈÃɰÈÒÊμÏ : à¢Íè× ¹á˧‹ ¹¨Õé ЪNj ÂãËàŒ ÃÒÊÒÁÒö¢ÂÒ¡ÒÃ
ŧ·¹Ø ¢¹Ò´ãËÞ‹ä´Œ

¼ŒÙ㪌俿҇ : Ã°Ñ ¨Òí ໹š μÍŒ §ÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¼ÅμÔ ä¿¿Ò‡ à¾ÃÒФÇÒÁ
μÍŒ §¡ÒÃ㪌俿҇ à¾ÁèÔ ¢¹Öé ÍÂÒ‹ §ÃÇ´àÃÇç

ǹ¡Ã : ¡ÒÃÊÌҧà¢è×͹¨Ð·íÒãËŒÊÙÞàÊÕ¾×é¹·èÕ»†ÒáÅÐÊÑμǏ»†Ò
¨Òí ¹Ç¹ÁËÒÈÒÅ

¹¡Ñ ÊÒ¸ÒÃ³Ê¢Ø : ¡Òá¡Ñ à¡ºç ¹Òíé à˹Í× à¢Íè× ¹ÍÒ¨¨Ð·Òí ãËàŒ ¡´Ô âä
¨Ò¡¾ÂÒ¸ªÔ ¹´Ô ˹§Öè

¹¡Ñ ªÇÕ Ç·Ô ÂÒ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¨Ð·Òí ãËጠËŧ‹ ¤ÇÒÁËÅÒ¡ËÅÒÂ
·Ò§ªÇÕ ÀÒ¾¶¡Ù ·Òí ÅÒÂ

¹¡Ñ ͹ØÃ¡Ñ ɸ ÃÃÁªÒμÔ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢×è͹໚¹¡Ò÷íÒÅÒÂÃкº
¹àÔ ÇȹǏ ·Ô ÂÒ

¹¡Ñ âºÃÒ³¤´Õ : à¢Í×è ¹·Òí ãËጠËŧ‹ âºÃÒ³¤´·Õ ÊÕè Òí ¤ÞÑ ¨ÁÍ‹ÙãμŒ
·ÍŒ §¹Òíé

ªÒǺҌ ¹·èÕä´ÃŒ ºÑ ¼Å¡Ãзº : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹·Òí ãËŒ äÁÁ‹ ·Õ ÍÕè ‹Ù
ÍÒÈÂÑ áÅз´èÕ ¹Ô ·Òí ¡¹Ô

¹¡Ñ ÁÒ¹ÉØ ÂÇ·Ô ÂÒ : ¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹·Òí ÅÒÂÇ²Ñ ¹¸ÃÃÁ ÀÁÙ »Ô Þ˜ ÞÒ
áÅÐÇ¶Ô ªÕ ÇÕ μÔ ¢Í§ªÁØ ª¹

¹¡Ñ ¡ÒÃàÁÍ× § : ¡ÒÃμÍ‹ μÒŒ ¹¡ÒÃÊÃÒŒ §à¢Íè× ¹¨Ðʧ‹ ¼Å¡ÃзºμÍ‹
àʶÂÕ ÃÀÒ¾¢Í§Ã°Ñ ºÒÅ

ÏÅÏ

145

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

สมมตวิ า‹ เราเปนš ผทŒู ร่ี บั ผดิ ชอบในการพจิ ารณาอนมุ ตั กิ ารกอ‹ สราŒ งเขอื่ น
ดังกล‹าว และตŒองการพิจารณาเร่ืองดังกล‹าวดŒวยใจท่ีเปšนกลาง และเพ่ือ
ประโยชนส งู สดุ ของประเทศ เราจะตอŒ งนาํ มมุ มองตา‹ ง ๆ มาพจิ ารณาอยา‹ ง
ครบถวŒ น และชัง่ น้ําหนกั ผลดผี ลเสียอย‹างสมดุล ซง่ึ จะทาํ ใหกŒ ารตดั สนิ ใจ
ของเราเปšนสงิ่ ที่ดที ี่สดุ สาํ หรับภาพรวม

แตท‹ ว‹า…เราจะตดั สินใจอย‹างไรจึงจะเปนš ผลดีทสี่ ุดต‹อทกุ ฝา† ย
……….
เราคงพบวา‹ เรอ่ื งนไ้ี มส‹ ามารถหาขอŒ สรปุ ทท่ี กุ ฝา† ยพงึ พอใจไดŒ เพราะ
มีท้ังฝ†ายท่ียอมและไม‹ยอม หากเลือกท่ีจะสรŒางย‹อมมีปญ˜ หากบั กลุม‹ ท่ีต‹อ
ตŒาน ในทํานองเดียวกัน หากเลือกที่จะไม‹สรŒางย‹อมก‹อใหŒเกิดป˜ญหาการ
ขาดแคลนไฟฟ‡าในระยะยาวไดŒ
ทางออกของเรอื่ งน้ี หากมที างเลอื กเพยี ง “สราŒ ง” กบั “ไมส‹ ราŒ ง” การ
แกปŒ ญ˜ หาเพอื่ ใหเŒ กดิ ความเหน็ พอŒ งไปทางใดทางหนงึ่ จะตอŒ งใชŒ การลงแรง
มาก และไม‹สามารถรบั ประกนั ผลสําเร็จไดŒ
สมมตวิ า‹ รฐั บาลตอŒ งการใหสŒ ราŒ ง…โดยเบอ้ื งตนŒ รฐั ใชวŒ ธิ จี งู ใจใหคŒ ลอŒ ย
ตาม พยายามส‹งเจŒาหนŒาท่ีออกไปใหŒความรูŒความเขŒาใจ เพ่ือใหŒฝ†าย
ต‹าง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอŒ งเห็นประโยชนและเห็นดวŒ ยกับการสราŒ งเขื่อน พยายาม
เปลี่ยนใจฝ†ายท่ีไม‹เห็นดŒวย โดยจูงใจวา‹ จะเกิดผลดมี ากกวา‹ ผลเสีย ผลท่ี
ไดŒรับคือสามารถเปล่ยี นใจคนไดŒบางสว‹ น แตไ‹ มส‹ ามารถทําใหŒเห็นดวŒ ยไดŒ
ทั้งหมด

146

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

จากน้ันจึงหาขŒอสรุปโดยใชŒเสียงขŒางมาก (majority) โดยแกŒป˜ญหา
และหาขอŒ ยุตดิ Œวยการลงประชามติ ผลปรากฏว‹า เสียงส‹วนใหญ‹ตอŒ งการ
ใหมŒ ีการสรŒางเขอ่ื น

กระนน้ั กด็ ี กลุ‹มคนท่ีเสียประโยชนหรือไมเ‹ ห็นดวŒ ยกลุม‹ ตา‹ ง ๆ ไมว‹ า‹
จะเปนš กลม‹ุ ชาวบาŒ นทตี่ อŒ งอพยพ กลม‹ุ ชาวประมงทาŒ ยเขอื่ น นกั อนรุ กั ษ นกั
โบราณคดี นกั ประวัตศิ าสตร วนกร ไดลŒ กุ ฮือขึ้นต‹อตาŒ นไม‹ยอมใหŒมกี าร
กอ‹ สราŒ ง สง‹ ผลใหแŒ มเŒ สยี งสว‹ นใหญเ‹ หน็ ดวŒ ย แตก‹ ารสราŒ งเขอื่ นอาจไมส‹ าํ เรจ็
ไดŒ
success publisher
หรือในอีกมุมหน่ึง แมŒว‹าเสียงส‹วนใหญ‹จะยอมรับในประชามติ แต‹
ผลกระทบทเี่ กดิ จากการสราŒ งเขอื่ นยอ‹ มยงั คงมอี ย‹ู ในบางเรอื่ งอาจแกไŒ ขไดŒ
เช‹น หาที่ทํากินใหม‹ใหŒกับชาวบŒานท่ีเดือดรŒอน แต‹อีกหลายเร่ืองอาจเปšน
ความสูญเสียท่ีตŒองเกิดขึ้นโดยไม‹สามารถแกŒไขไดŒ ไม‹ว‹าจะเปšนพื้นท่ีป†า
สตั วป†า โบราณสถาน วิถชี ีวิตชมุ ชน ซึง่ เปšนความสญู เสียทตี่ Œองเกิดข้ึนเพอ่ื
แลกกบั การสราŒ งเขอ่ื น

ถาŒ เราเปนš รัฐบาล เราจะแกปŒ ญ˜ หาทเ่ี กดิ ขน้ึ อยา‹ งไร ?

……….

เราอาจจะบอกว‹า เราไม‹ไดŒเปšนรัฐบาล เร่ืองใหญ‹ขนาดน้ีเราไม‹
สามารถแกŒไดหŒ รอก แตถ‹ าŒ เราเปลี่ยนมุมมองความคิดใหคŒ ิดเชงิ บรู ณาการ
เราอาจสามารถหาทางเลือกใหม‹ทบ่ี รรลุวัตถุประสงคและทุกฝ†ายพึงพอใจ
ไดŒ

147

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ในปญ˜ หาทม่ี ีความขัดแยŒง ทางเลอื กตา‹ ง ๆ ไม‹สามารถชว‹ ยใหŒความ
ขัดแยŒงนั้นหมดไป การแกŒป˜ญหาเชิงบูรณาการจะพยายามหาทางเลือกที่
ไม‹เกิดป˜ญหาตามมา ไม‹ก‹อความขัดแยŒง แต‹ยังคงสามารถบรรลุ
วัตถุประสงคและสรŒางความพึงพอใจใหŒทุกฝ†ายที่เก่ียวขŒอง โดยพยายาม
หาวธิ เี ขŒาถึงแก‹นทไ่ี ม‹มีความขดั แยŒง

การเขาŒ ถึงแก‹นทีไ่ ม‹มีความขัดแยŒง สาํ หรบั กรณนี ้ีคือ “การคŒนหาตัว
ร‹วม” วา‹ มอี ะไรทเ่ี ปนš ป˜ญหาร‹วมกนั เปนš ความตŒองการรว‹ มกนั เปนš ส่งิ ทพ่ี งึ
ประสงคร‹วมกนั สาํ หรับทุกฝา† ย

ลองพิจารณาจากตัวอย‹างขŒางตŒน เราจะพบว‹า การสรŒางเข่ือนเปšน
ทางออกของปญ˜ หา ไม‹ใชเ‹ ปšนตัวป˜ญหา

น่ันหมายความว‹า เราตŒองกลับไปทบทวนว‹า ป˜ญหาที่แทŒจริง คือ
อะไร ? เหตุใดจึงตอŒ งสรŒางเข่อื น ?

……….
ป˜ญหาคือ การขาดแคลนพลังงานไฟฟ‡าท่ีมีแนวโนŒมว‹าจะเกิดข้ึนใน
อนาคต
สมมตวิ า‹ ทกุ คนเห็นพอŒ งตอŒ งกันวา‹ สง่ิ น้ีเปšนปญ˜ หา
ปญ˜ หานน้ี าํ ไปสก‹ู ารตง้ั คําถามว‹า “ทาํ อยา‹ งไรในอนาคตประเทศไทย
จึงมไี ฟฟา‡ ใชŒอยา‹ งพอเพยี ง ?”
…การสราŒ งเขือ่ นเปšนเพยี งทางเลือกหนง่ึ
อีกทง้ั ยงั เปšนทางเลอื กที่กอ‹ ใหเŒ กดิ ผลกระทบตามมามากมาย

148

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

การคŒนพบป˜ญหาที่แทŒจริงของทุกคนร‹วมกัน นําไปสู‹การหาวิธีการ
อ่ืน ๆ ในการแกŒป˜ญหา แตอ‹ ย‹าลมื วา‹

…ตŒองเปšนทางแกŒทบ่ี รรลวุ ัตถปุ ระสงค

…ทุกฝา† ยพึงพอใจ

success publisher…ไม‹กอ‹ ปญ˜ หาอืน่ ๆ ตามมา

เอาล‹ะ…ลองหาทางเลือกอ่ืนดู

……….

เราอาจนําเสนอทางเลือกอ่ืน เชน‹
• ลงทุนวิจัยเพื่อหาความเปšนไปไดŒในการใชŒพลังงานทดแทนเพ่ือ

ผลติ ไฟฟา‡ เช‹น พลงั งานแสงอาทติ ย พลงั งานชีวภาพ พลงั งาน
ลม หรือพลงั งานจากคล่นื ในทะเล
• ซ้อื ไฟฟา‡ จากประเทศเพอื่ นบŒาน
• สง‹ เสริมการประหยัดไฟฟ‡า
• สราŒ งโรงไฟฟา‡ ขนาดเลก็ ในชมุ ชนทม่ี ศี กั ยภาพดาŒ นการผลติ โดย
ใชŒพลังงานชีวภาพ
• สง‹ เสริมครัวเรือนท่มี ีฐานะใหใŒ ชพŒ ลังงานแสงอาทิตย
• ใหŒสิทธิพเิ ศษแกน‹ ักลงทุน
• ทางเลือกอน่ื ๆ

149

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

การแกปŒ ญ˜ หาดวŒ ยการหาทางเลอื กใหมใ‹ นกรณที ท่ี างเลอื กเดมิ มคี วาม
ขดั แยŒงที่หาขŒอยุติไม‹ไดŒ จะชว‹ ยเปดกวŒางใหŒเหน็ แนวทางใหม‹ ๆ ในการแกŒ
ป˜ญหาแทนการยดึ ติดกับรูปแบบการแกŒป˜ญหาในลกั ษณะเดิม

ตัวอย‹างนี้ ช‹วยใหŒเราเรียนรูŒว‹าป˜ญหาจํานวนไม‹นŒอยที่เกิดความขัด
แยงŒ อนั ยากทจี่ ะแกไŒ ข เกดิ ขน้ึ จากการไมไ‹ ดหŒ วนกลบั ไปสค‹ู วามตอŒ งการรว‹ ม
กนั หรือการยอมรบั ในปญ˜ หาเดียวกัน แต‹มักจะขัดแยงŒ กนั เพราะพยายาม
ใชวŒ ธิ ีการเดียวในการแกปŒ ญ˜ หา ทั้ง ๆ ที่มวี ธิ ีการอกี มากมายทสี่ ามารถนํา
มาแกปŒ ญ˜ หา และสามารถสรŒางความพงึ พอใจใหกŒ ับทุกฝ†ายไดŒ การคิดเชงิ
บรู ณาการจงึ พยายามเขาŒ ถงึ ความตอŒ งการรว‹ มกนั เพอื่ หาทางเลอื กทห่ี ลาก
หลายกวา‹ อันจะช‹วยใหเŒ หน็ ทางเลอื กทส่ี ามารถสรŒางความพงึ พอใจแก‹ทกุ
ฝ†ายและกอ‹ ใหŒเกดิ ป˜ญหาตามมานŒอยทีส่ ุด
เขŒาถงึ แก‹นท่ีไมม‹ ีความขดั แยงŒ ไดเŒ มอื่ …
ใชŒเหตุผลเชิงอุปนยั

เชื่อมสัมพันธค วามขดั แยŒงสขู‹ อŒ สรุปเอกภาพเดยี ว

ในการพจิ ารณาเรื่องใดเร่อื งหน่งึ เรามักเคยชินกบั การพจิ ารณาตาม
กรอบความคิด ความเขาŒ ใจ และประสบการณข องเรา ดงั นน้ั เมือ่ มีความ
คดิ เหน็ ทขี่ ดั แยงŒ กบั เรา เรามกั จะโตแŒ ยงŒ หรอื ชกั จงู ใจใหอŒ กี ฝา† ยเหน็ วา‹ ความ
คิดของตนเปšนฝ†ายถูกตŒอง ความคิดของอกี ฝ†ายหนง่ึ เปนš ส่ิงท่ผี ดิ ทงั้ ๆ ท่ี
ความคดิ ทงั้ ของเราและของเขาอาจถกู ตอŒ งทง้ั ค‹ู เพยี งแตอ‹ ยใ‹ู นสถานการณ
และบรบิ ทแวดลอŒ มทแี่ ตกตา‹ งกนั นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจงึ ไมเ‹ ปนš คนทดี่ งึ ดนั
เอากรอบเหตผุ ลและกรอบความคดิ ของตนเองเปนš ใหญ‹ แตถ‹ อดกรอบออก

150

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

เพือ่ เปด โอกาสใหกŒ รอบอน่ื ๆ ไดเŒ ขาŒ มาพสิ ูจนห าความเปนš ไปไดŒ หาเหตุ
ผลของความคดิ เหน็ หรอื แนวทางปฏบิ ตั ทิ แี่ ตกตา‹ งจากเรา อนั จะชว‹ ยใหเŒ รา
ไดŒขŒอสรุปความเปšนไปไดŒที่กวŒางกว‹าขŒอสรุปท่ีเรายึดหรือเช่ือจากความรูŒ
ประสบการณของเราเพยี งประการเดยี ว

ในความคิดเห็นท่ีแตกต‹างหลากหลาย มุมมองในเร่ืองเดียวกันท่ีดู
เหมอื นขดั แยงŒ กนั เราจะหาขอŒ สรปุ ใหกŒ บั เรอื่ งนน้ั ไดโŒ ดยปราศจากความขดั
แยŒง แต‹สามารถรวมเปšนขŒอสรุปท่ีเปšนเอกภาพไดŒโดยการใชŒเหตุผลเชิง
อุปนัย
success publisher
…ขอŒ ขัดแยŒงสู‹ขŒอสรปุ เดียวกนั

ลองดตู วั อย‹างตอ‹ ไปนี…้

㹻ʂ ´Ø ·ÒŒ ¢ͧ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ ¤Ã·Ù §Ñé ËÁ´ÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¾¨Ô ÒóÒà¡ÂèÕ Ç
¡ºÑ ¼Å¡ÒÃàÃÂÕ ¹¢Í§¹¡Ñ àÃÂÕ ¹ â´ÂÊÇ‹ ¹ãËÞ¤‹ ÷٠¡Ø ¤¹¨ÐÁ¤Õ ÇÒÁ
à˹ç à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹áμÅ‹ Ф¹·¤Õè Í‹ ¹¢ÒŒ §μç¡¹Ñ áμÊ‹ Òí ËÃºÑ ¤ÇÒÁà˹ç
à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ¢Í§¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¤¹Ë¹§Öè ¤Í× à´¡ç ªÒÂÍÁà ¡ÅºÑ Á¤Õ ÇÒÁ
áμ¡μÒ‹ §¡¹Ñ ¤ÃºÙ Ò§¤¹à˹ç ÇÒ‹ ÍÁÃ໹š à´¡ç ·àÕè ÍÒã¨ãÊá‹ ÅÐãˤŒ ÇÒÁÃÇ‹ Á
ÁÍ× ã¹¡¨Ô ¡ÃÃÁμÒ‹ § æ ໹š ÍÂÒ‹ §´Õ á줋 ÃÍÙ ¡Õ ¨Òí ¹Ç¹Ë¹§Öè à˹ç ÇÒ‹ ÍÁÃ໹š
à´¡ç à¡ÂÕ ¨¤ÃÒŒ ¹

·Ñé§Êͧ½†Ò¾ÂÒÂÒÁ¡μÑÇÍ‹ҧ¾ÄμÔ¡ÃÃÁ¢Í§ÍÁÃà¾è×Í
ʹºÑ ʹ¹Ø ¤ÇÒÁàË¹ç ¢Í§μ¹ áμÅ‹ н҆ Âμ´Ñ Ê¹Ô ¤ÇÒÁ¤´Ô àË¹ç ·μèÕ Ã§¢ÒŒ Á
¡ºÑ μ¹àͧÇÒ‹ äÁÁ‹ ¤Õ ÇÒÁ¹Ò‹ àªÍè× ¶Í× áÅÐà˹ç ÇÒ‹ ÁÍÕ ¤μμÔ Í‹ à´¡ç

151

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

สมมติว‹าเราเปšนผูŒอํานวยการโรงเรียน จะตัดสินแกŒไขป˜ญหานี้ไดŒ
อย‹างไร ?

……….
หากเราตัดสินใจแกŒป˜ญหาดŒวยวิธีลงคะแนนแบบประชาธิปไตย ใชŒ
เสียงขาŒ งมากเปนš หลัก ปรากฏวา‹ สิง่ ทค่ี รสู ว‹ นใหญเ‹ หน็ พอŒ งกนั ไมไ‹ ดทŒ ําใหŒ
ครูส‹วนนอŒ ยยอมรบั ไดŒ เพราะพวกเขายังยนื ยนั ความคดิ เห็นตามขŒอสังเกต
ของตนเชน‹ เดิม
วธิ ีนี้จงึ มใิ ช‹การหาขŒอสรุปท่ดี ีนกั
ผูŒอํานวยการจึงเลือกท่ีจะใชŒวิธีการประนีประนอมมากขึ้น โดยการ
พยายามหาค‹าเฉลี่ย ใหŒครูแต‹ละคนประเมินออกมาเปšนค‹าเฉล่ียว‹าอมรมี
พฤตกิ รรมเปนš อยา‹ งไร โดยกาํ หนดรอŒ ยละ 0 หมายถงึ การเปนš เดก็ ทแี่ ยท‹ ส่ี ดุ
และรอŒ ยละ 100 หมายถึงการเปนš เดก็ ที่ดีทส่ี ดุ อยา‹ งไรก็ตาม วิธีนี้ไมม‹ ีครู
คนใดสามารถประเมินความเหน็ ของตนเองออกมาเปนš ตวั เลขไดŒ
ผอูŒ ํานวยการรŒสู ึกหนกั ใจ… นั่งคดิ ไปคิดมาวา‹ จะทาํ อยา‹ งไรดี สกั พกั
จงึ เกดิ ปง ! ความคดิ ขึ้นมาไดŒวา‹ การท่คี รูแตล‹ ะคนมคี วามคิดเห็นเกยี่ วกบั
เด็กชายอมรแตกต‹างกนั นัน้ เด็กชายอมรอาจเปนš เช‹นนัน้ จริง อนั เกิดจาก
อารมณและบริบทแวดลŒอมในเวลาน้ันเปšนตัวกําหนด ทําใหŒการแสดง
พฤติกรรมแตกต‹างกันกับครูแต‹ละคนในแต‹ละเวลา ขŒอสังเกตที่ครูแต‹ละ
คนมตี ‹ออมรอาจจะถูกตŒอง แต‹เปšนหลักฐานทเี่ กดิ ขึ้นตา‹ งสถานการณกัน

152

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

เมอื่ ไดขŒ อŒ สงั เกตเชน‹ นี้ ผอŒู าํ นวยการจงึ ตง้ั สมมตฐิ านไดวŒ า‹ พฤตกิ รรม
ของอมรอาจไมค‹ งเสŒนคงวา เนือ่ งจากปจ˜ จยั แวดลŒอมภายนอกอน่ื ๆ อาทิ
ครอบครวั หรือแรงกดดัน มุมมองเกย่ี วกับพฤติกรรมของอมรท่ปี ฏิบตั ิต‹อ
ครแู ต‹ละคนจึงอาจจะแตกตา‹ งกนั เพือ่ พิสจู นห าขŒอสรุปตอ‹ ไป

ผอŒู าํ นวยการจงึ เรยี กคณะครทู เ่ี กย่ี วขอŒ งมาอธบิ ายถงึ พฤตกิ รรมทอ่ี มร
แสดงออกตอ‹ ครแู ตล‹ ะคน
success publisher
วิธีการดังกล‹าวทําใหŒเกิดการเปดมุมมองใหม‹ คณะครูจึงพยายาม
อธิบายถงึ พฤติกรรมของอมร และครูทกุ คนชว‹ ยกันมองถงึ ความเปนš ไปไดŒ
ว‹าเหตุใดอมรจึงมีพฤติกรรมเช‹นนั้น โดยไม‹ไดŒตัดสินว‹าฝ†ายใดผิดหรือถูก
จากนนั้ ผอŒู าํ นวยการจงึ พยายามใชกŒ ารคดิ เชงิ บรู ณาการเพอื่ บรู ณาการความ
เหน็ ของครแู ตล‹ ะคน เพอื่ หาขอŒ สรปุ ทวั่ ไปเกยี่ วกบั “ความเปนš เดก็ ชายอมร”

ขอŒ สรปุ ทว่ั ไปจากการนาํ ความคดิ เหน็ ทไ่ี ดจŒ ากขอŒ สงั เกตของครแู ตล‹ ะ
คนสามารถสรปุ ไดŒว‹า อมรเปนš เด็กทฉ่ี ลาด มีความคดิ สรŒางสรรค มคี วาม
กระตือรือรŒนในการทําสิ่งที่เขาสนใจ และทําสิ่งนั้นไดŒอย‹างดี แต‹เขาจะ
เปลย่ี นเปนš คนละคนหากถกู บงั คบั ใหทŒ าํ ในสง่ิ ทไี่ มส‹ นใจ คอื จะเกยี จคราŒ น
ไมส‹ นใจการสอน ไมป‹ ฏบิ ตั ติ ามหากสงิ่ นน้ั ไมด‹ งึ ดดู ความสนใจไดมŒ ากเพยี ง
พอ

คณะครตู า‹ งเหน็ ดวŒ ยกับแนวคดิ เชงิ บูรณาการของผูอŒ ํานวยการ จงึ มี
ฉนั ทามตริ ‹วมกนั อยา‹ งเปšนเอกฉันทว‹า อมรเปšนเด็กฉลาด เขŒาใจสงิ่ ตา‹ ง ๆ
ไดงŒ า‹ ย แตข‹ าดวนิ ยั และเปลย่ี นพฤตกิ รรมตามสงิ่ ทต่ี นเองสนใจไดแŒ บบทนั ที
ทนั ใด ดังนั้น วธิ กี ารแกŒไขพฤติกรรมของอมรทถี่ ูกเสนอข้นึ มา คอื การจดั
กิจกรรมท่ีน‹าสนใจเพ่ือพัฒนาใหŒเขามีความสนใจที่กวŒางมากข้ึน และ
สามารถควบคมุ ตนเองไดยŒ าวนานข้นึ

153

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ภายหลงั จากนนั้ จงึ เปนš การง‹ายทีจ่ ะทําความเขาŒ ใจมุมมองทข่ี ัดแยŒง
ซงึ่ เกดิ จากการพยายามอธบิ ายขอŒ มลู จากการสงั เกตเพยี งดาŒ นเดยี ว(เหมอื น
ตาบอดคลาํ ชาŒ ง) การแกไŒ ขความขดั แยงŒ อาจจะไมส‹ ามารถแกไŒ ขไดโŒ ดยการ
สาํ รวจที่แมน‹ ยาํ มากขึ้น หรือการใชตŒ รรกะเหตุผลมากข้ึน

ความขัดแยŒงเกิดจากขŒอสรุปที่ไดŒจากการสังเกตสิ่งเดียวกัน แต‹ต‹าง
มุม ต‹างวาระและเวลา ทําใหŒภาพท่ีไดŒออกมาไม‹เหมือนกัน แต‹นั่นมิไดŒ
หมายความวา‹ เรอื่ งนน้ั มใิ ชเ‹ รอื่ งเดยี วกนั เหมอื นกบั คนตาบอดคลาํ ชาŒ ง คน
ตาบอดแตล‹ ะคนไดขŒ อŒ สรปุ ของ “ความเปšนชŒาง” ในขอบเขตความคดิ เทา‹
ทต่ี นเองสมั ผัสไดŒ

คนท่ีคลําส‹วนขา บอกว‹า… ชŒางมีลักษณะเหมือนท‹อนซุงขนาดพอ
เหมาะ

คนทคี่ ลําส‹วนหวั บอกว‹า…ชาŒ งมีลักษณะประหลาด มีใบพดั ใหญ‹ ๆ
สองใบอยูส‹ องขาŒ ง มีตาอนั เลก็ ๆ และยังมสี ‹วนท่ีเปนš ทอ‹ นกลม ๆ ยนื่ ยาว
ออกมาเคลื่อนไหวไปมาและหยิบจบั สง่ิ ของไดŒ

คนทจ่ี ับลาํ ตัว บอกว‹า… ชŒางตวั กลมใหญ‹มหมึ า โอบคนเดยี วไมร‹ อบ
ขนาดใหญ‹พอ ๆ กับตŒนไมใŒ หญ‹อายุหลายรŒอยป‚

……….
เมอ่ื คนตาบอดทง้ั สามมาคยุ กนั ถาŒ เขาถกเถยี งดงึ ดนั วา‹ สงิ่ ทต่ี นสมั ผสั
คือชŒางทง้ั หมด ยอ‹ มเกดิ การถกเถยี งกนั ไม‹สิน้ สดุ และหาขŒอสรุปไม‹ไดŒ แต‹
ถŒาทั้งสามคนพยายามนําขŒอมูลที่ตนไดŒรับมาบูรณาการรวมกัน ย‹อม
สามารถประกอบกันเปนš ชŒางตัวหนงึ่ ไดŒ

154

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

การคิดเชิงบูรณาการเช‹นเดียวกัน ความคิดท่ีขัดแยŒงจะถูกทลายลง
ไดดŒ วŒ ยการเปด ใจออกหาความเปนš ไปไดใŒ นเหตผุ ลของขอŒ สงั เกตทแี่ ตกตา‹ ง
อันจะช‹วยใหŒเห็นโอกาสความเปšนไปไดŒในการนํามารวมเปšนเรื่องเดียวกัน
ไดŒ

…ขŒอขดั แยงŒ สู‹การผนวกภายใตŒแกนเดียวกนั

success publisher
นักคิดเชิงบูรณาการจะพยายามเช่ือมโยงหรือรวมความแตกต‹าง
ใด ๆ กต็ ามใหสŒ ามารถเขŒากันไดŒภายใตŒแกนเดยี วกนั โดยมีวัตถุประสงค
เพื่อใหŒเกิดสภาวะท่ีน‹าพึงพอใจมากกว‹าสภาวะกอ‹ นการบูรณาการ ดังนั้น
ในแนวคดิ ทม่ี คี วามขดั แยŒง ในความคิดเหน็ ทแี่ ตกตา‹ ง หรอื ทา‹ มกลางทาง
เลอื กหลายทางในลกั ษณะไดอŒ ยา‹ ง-เสยี อยา‹ ง (trade-off) ซง่ึ หากเราตดั สนิ
ใจเลือกทางใดทางหนึ่งยอ‹ มไม‹เกิดผลลัพธที่ดีที่สุด ทางแกŒที่ดีกวา‹ คือการ
พยายามหาทางเลือกเชิงบูรณาการ โดยพยายามเช่ือมโยงหรือรวมองค
ประกอบที่ทกุ ฝา† ยจะไดปŒ ระโยชนเ ขŒาไวŒดวŒ ยกัน

การฝกƒ คดิ เชงิ บรู ณาการจงึ จาํ เปนš ตอŒ งเรยี นรทŒู จ่ี ะจดั การความขดั แยงŒ
ดวŒ ยวธิ ที ส่ี ราŒ งสรรคก วา‹ โดยใชหŒ ลกั ทไ่ี ดกŒ ลา‹ วมาแลวŒ นนั่ คอื การถอดกรอบ
การขยายกรอบ และคลุมกรอบ

ถอดกรอบ… แทนการมองจากกรอบความคิดของตนเอง เปลย่ี นวธิ ี
คิดจากภายในสู‹ภายนอก หรือเปล่ียนจากการมองจากกรอบความคิดที่มี
ตนเองเปšนศนู ยกลาง เปšนการคดิ จากภายนอกเขŒาส‹ภู ายใน หรือมองจาก
คน ระบบ และบรบิ ทแวดลอŒ มท่ีเก่ียวขŒอง

ขยายกรอบ… หาความเปนš ไปไดทŒ ี่จะรวมหรอื เชื่อมโยงทุก ๆ ความ
คดิ เห็นใหอŒ ยูภ‹ ายใตแŒ กนเดยี วกัน

155

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

คลุมกรอบ… กอ‹ นทจ่ี ะหาขŒอสรุปและตัดสนิ ใจสิ่งใด ๆ เพอ่ื ทาํ ใหไŒ ดŒ
ผลลพั ธทนี่ ‹าพึงพอใจ ลดความขดั แยŒงระหว‹างกนั

ยกตวั อย‹างเช‹น ในระดับความสมั พันธพืน้ ฐาน การคดิ เชิงบรู ณาการ
เปšนการเรยี นรูŒทจี่ ะเอาใจเขามาใสใ‹ จเรา เรยี นรŒูที่จะสวมรองเทŒาคเู‹ ดียวกบั
ผŒอู ื่น เพอ่ื ใหเŒ ขŒาใจเหตผุ ล อารมณความรสูŒ ึก และความตŒองการของผŒอู ่นื
ว‹าเหตุใดเขาจึงคิดเช‹นนั้น ทําเช‹นนั้น อะไรคือเหตุผลเบ้ืองหลังความคิด
ของเขา เมื่อเรารูŒว‹าความตŒองการและความพึงพอใจของเขาซ่ึงอาจไม‹
เหมอื นกบั เรา เรายอ‹ มสามารถปรบั เปลยี่ นหรอื หาทางแกไŒ ขใหไŒ ดผŒ ลลพั ธท ี่
ดีขนึ้ ไดŒ อนั จะช‹วยลดความขัดแยŒงท่ีอาจเกิดข้ึนจากการด‹วนสรุป โดยใชŒ
กรอบความคดิ ของตนเองเปนš ศนู ยก ลาง แตพ‹ ยายามหาทางออกทจ่ี ะทาํ ใหŒ
ทั้งความพึงพอใจของเราและของเขาไดŒรบั การตอบสนอง รวมทั้งภาพรวม
ไม‹เสียประโยชน

การหาทางเลือกเชิงบูรณาการจะพยายามนําความคิดเห็น ความ
ตอŒ งการของทกุ ๆ คนทมี่ ตี อ‹ เรอื่ งนนั้ มารวมกนั และจดั การในลกั ษณะของ
ความร‹วมมือระหว‹างกัน โดยทุกคนไดŒประโยชน ขณะที่ภาพรวมไดŒ
ประโยชนดŒวย

ลองพจิ ารณาตัวอยา‹ งน…ี้

½†Ò¾Ѳ¹Ò·ÃѾÂҡúؤ¤Å¢Í§ºÃÔÉÑ·áË‹§Ë¹Öè§ ¾ºÇ‹Ò
¨Òí ¹Ç¹¾¹¡Ñ §Ò¹ÁÒ·Òí §Ò¹ÊÒÂÁàÕ ¾ÁÔè ¢¹Öé ·¡Ø à´Í× ¹ ¤¹·ÁèÕ ÒÊÒÂÍ‹Ù
໹š »ÃШÒí áÅÇŒ ÁáÕ ¹Çâ¹ÁŒ ÊÒÂÁÒ¡¢¹éÖ ¡ÇÒ‹ à´ÁÔ áÁÇŒ Ò‹ ¨ÐÁ¡Õ ÒÃË¡Ñ à§¹Ô
μÒÁÃÐàºÂÕ º¡μç ÒÁ à¾Íè× á¡»Œ Þ˜ ËÒ´§Ñ ¡ÅÒ‹ ǽ҆ º¤Ø ¤Å¨§Ö àʹÍá¹Ç·Ò§
á¡»Œ Þ˜ ËÒ ´§Ñ ¹éÕ

156

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

• à¾ÁèÔ ¡ÒÃË¡Ñ à§¹Ô ¨Ò¡à´ÁÔ ¢¹Öé Í¡Õ 5%

• ÍÍ¡¨´ËÁÒÂàμÍ× ¹àÁÍ×è ÊÒÂà¡¹Ô à´Í× ¹ÅÐ 5 ¤Ã§Ñé ¾¹¡Ñ §Ò¹
¤¹ã´ä´ÃŒ ºÑ 3 ©ººÑ ã¹ 1 »‚ ·Ò§ºÃÉÔ ·Ñ ÁÊÕ ·Ô ¸¾Ôì ¨Ô ÒóÒäÁ‹
¢¹éÖ à§¹Ô à´Í× ¹áÅÐ⺹ÊÑ »ÃШÒí »¹‚ ¹éÑ

• ãËŒÁÕÃÒ§ÇÑžÔàÈÉÊíÒËÃѺ¾¹Ñ¡§Ò¹·ÕèäÁ‹ÁÒ·íÒ§Ò¹ÊÒÂàÅÂ
μ´Ô μÍ‹ ¡¹Ñ 3 à´Í× ¹ áÅжҌ ÁÒäÁÊ‹ ÒÂàÅ 1 »¨‚ Ðä´ÃŒ ºÑ
⺹ÊÑ ¾àÔ ÈÉ à¾ÁèÔ Í¡Õ ¤Ã§èÖ à´Í× ¹
success publisher
เมอ่ื ระเบยี บนถ้ี กู ประกาศใชŒ ปรากฏวา‹ เดอื นแรกมพี นกั งานขอลาออก
จํานวน 3 คน โดยสองในสามทาํ หนŒาทใี่ นตาํ แหนง‹ ท่ีสาํ คญั ต‹อความสาํ เร็จ
ขององคก รในภาพรวม และมคี วามชํานาญพเิ ศษ

เม่ือผูŒบริหารทราบเร่ืองจึงไดŒสั่งระงับการลาออกทันที และเรียก
พนักงานทัง้ สามมาเจรจาต‹อรอง ใหสŒ ิทธพิ ิเศษ โดยมอบหมายใหŒทํางาน
เปนš ชิน้ งาน ไมต‹ ŒองเขŒางานตามระบบแตท‹ ํางานใหŒสําเร็จตามเวลาทไ่ี ดรŒ บั
มอบหมาย เปนš การประนีประนอมทอ่ี งคกรไม‹เสยี ประโยชน

สงิ่ ท่ีเกิดขึน้ คอื พนักงานคนอ่ืน ๆ เกิดความไมพ‹ อใจเพราะเห็นวา‹
องคกรปฏิบัติอยา‹ งไม‹ยุตธิ รรม จึงเกิดการเรียกรŒองตามความตอŒ งการของ
แต‹ละคน

ผบŒู รหิ ารเหน็ วา‹ หากใชวŒ ธิ กี ารประนปี ระนอมยอ‹ มทาํ ใหเŒ กดิ การเปรยี บ
เทียบ ทําใหŒองคกรสูญเสียมากกว‹าไดŒรับ เพราะเอาความตŒองการของ
พนักงานเปšนท่ีต้ัง ในขณะเดียวกันการออกกฎที่แข็งกรŒาวย‹อมสรŒางแรง
กดดันใหพŒ นักงานลาออกไปหางานใหมท‹ น่ี า‹ พงึ พอใจมากกวา‹ โดยเฉพาะ

157

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

คนทมี่ ฝี ม‚ อื จะออกจากองคก รไดงŒ า‹ ยกวา‹ เพราะตลาดแรงงานตอŒ งการ และ
การรบั พนกั งานใหมท‹ ีม่ ปี ระสบการณ ความชาํ นาญ ไมใ‹ ชเ‹ รอื่ งงา‹ ย อีกทง้ั
ตŒองใชŒเวลานานในการพัฒนาความรูŒ อันจะทําใหŒองคกรสูญเสียความ
สามารถในการแขง‹ ขนั ในตลาดสนิ คาŒ ประเภทเดยี วกนั ไดŒ จงึ สรปุ วา‹ การออก
กฎทเ่ี ขมŒ งวดมแี นวโนมŒ จะทําใหอŒ งคกรสญู เสยี มากกว‹า

ผูŒบริหารจึงกลับมาทบทวนว‹าจะจัดการอย‹างไรดี โดยกําหนดเป‡า
หมายผลลัพธก ารแกŒป˜ญหาไววŒ ‹า…

…พนกั งานทกุ คนพงึ พอใจในเวลาเขŒางาน
…ไม‹มพี นกั งานคนใดลาออก
…องคก รไม‹เสียประโยชน
…ไม‹กระทบตอ‹ ลกู คŒาและการติดต‹องาน
…พนักงานทกุ คนทํางานไดŒเต็มประสิทธิภาพ
…องคกรยังคงความเปนš ระเบยี บเรยี บรอŒ ย


แมŒว‹าจะกําหนดเป‡าหมายการแกŒป˜ญหาเพ่ือใหŒทุกฝ†ายไดŒประโยชน
แตผ‹ Œูบรหิ ารไม‹มั่นใจวา‹ การทีฝ่ †ายบรหิ ารใชอŒ าํ นาจในการออกกฎ โดยไมม‹ ี
ขŒอมูลเกย่ี วกับความตอŒ งการของพนักงานอย‹างเพียงพอ อาจไดผŒ ลลัพธที่
ไมพ‹ งึ ประสงคเ กดิ ขน้ึ ไดŒ ดงั นนั้ แทนการออกกฎจากศนู ยก ลาง ผบŒู รหิ ารจงึ
ออกแบบสํารวจรับฟ˜งความคิดเห็นและความตŒองการของแต‹ละคนท่ีมีต‹อ
เร่อื งน้ี ใหทŒ ุกคนลงเวลาการเขาŒ งานและเลิกงานที่เหมาะสม ไม‹กระทบต‹อ
ผูอŒ ่ืนและองคกร ขŒอเสนอแนะเกย่ี วกบั การเขŒางานและเลิกงาน เปšนเวลาที่
ประเมนิ แลวŒ วา‹ ตนเองจะสามารถทาํ งานไดŒอยา‹ งมีประสทิ ธภิ าพสูงสุดและ

158

ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค 09

องคกรจะไดŒประโยชนสูงสุด ตลอดจนเสนอระบบลงโทษกรณีไม‹สามารถ
ทาํ งานไดตŒ ามความรับผดิ ชอบ

เม่ือไดŒขŒอมูลความตŒองการเหล‹านี้มา ผูŒบริหารจึงพยายามนําความ
คดิ เหน็ เหลา‹ นน้ั มารวมกนั ในตาํ แหนง‹ แหง‹ ทท่ี เี่ หมาะสม เปนš การบรู ณาการ
สงิ่ ทผี่ บูŒ ริหารตอŒ งการ สง่ิ ทห่ี ัวหนŒางานตŒองการ และส่ิงท่พี นกั งานตŒองการ
เปนš การพยายามทําใหทŒ กุ ฝา† ยไดรŒ บั ประโยชนม ากทส่ี ดุ ความคดิ เหน็ เหลา‹
นอ้ี าจมีความขดั แยŒง แตต‹ อŒ งพยายามใหเŒ กิดการรวมกันไดŒ โดยการเขŒาถึง
แก‹นที่ไม‹มีความขัดแยŒงเพื่อหาทางใชŒประโยชนจากความแตกต‹างน้ันร‹วม
กัน

…บางขอŒ เสนออาจเหมาะสมในบางเวลา
…บางขŒอเสนออาจทดแทนไดŒดŒวยขอŒ เสนออนื่ ๆ
…บางขŒอเสนออาจเปšนทางเลือกท่ีเหมาะสมกับสถานการณที่เฉพาะ

เจาะจง
…บางขอŒ เสนออาจเก็บไวเŒ ปšนทางเลือกเพ่ืออนาคต
success publisher
ขŒอสรปุ จากความคิดเหน็ อนั หลากหลายอาจนําไปสกู‹ ารเปล่ียนระบบ
การทาํ งานทต่ี รวจสอบตามผลสัมฤทธ์ิของงาน โดยไมข‹ นึ้ อยกู‹ ับระบบการ
เขาŒ หรอื เลกิ งาน มรี ะบบการหกั เงนิ ตามความรบั ผดิ ชอบของพนกั งานแตล‹ ะ
คน ถŒารับผิดชอบไมไ‹ ดแŒ ละเกิดความเสียหาย

การคดิ เชงิ บรู ณาการเปนš การพยายามทําใหŒเกดิ ความคดิ ทีว่ า‹ สิ่งนนั้
เปนš ความคิดของทกุ ๆ คนรว‹ มกนั โดยก‹อนตัดสนิ ใจเรอ่ื งอะไรกต็ าม ควร
มีขŒอมูลที่เพียงพอหรือไดŒพูดคุยกับคนท่ีเก่ียวขŒองกับการตัดสินใจของเรา
พจิ ารณาถงึ คนทงั้ หมดทจี่ ะมสี ว‹ นไดรŒ บั ผลกระทบจากการตดั สนิ ใจใหคŒ รบ

159

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ถŒวนเสียกอ‹ น พยายามรบั ฟง˜ ความคดิ เห็นและความตอŒ งการของแตล‹ ะคน
ทม่ี ตี อ‹ เรอื่ งนนั้ นาํ ความคดิ เหน็ เหลา‹ นนั้ มารวมกนั ในตาํ แหนง‹ แหง‹ ทท่ี เี่ หมาะ
สม เพอื่ ใหกŒ ารตดั สนิ ใจเกดิ ความรว‹ มมอื อยา‹ งเปนš ระบบ หลกี เลย่ี งการเกดิ
กลม‹ุ คนที่มีความขัดแยงŒ เรยี กว‹า การตดั สนิ ใจโดยการสรŒางความร‹วมมือ
(collaborative decision-making)

การหาทางเลือกเชงิ บูรณาการจะแตกตา‹ งจากการใชŒทางเลือกอนื่ ๆ
ไม‹ว‹าจะเปšนการใชŒอํานาจจากบนลงล‹างของฝ†ายบริหาร แมŒจะกระทําไดŒ
แต‹ในเรื่องที่เก่ียวขŒองกับผลประโยชนของผูŒอื่นย‹อมเส่ียงต‹อผลลัพธในเชิง
ลบทจ่ี ะเกิดขนึ้ หรือการใชเŒ สยี งส‹วนใหญ‹ แมŒจะเปนš ท่ยี อมรับกนั ในสงั คม
ประชาธิปไตย แตย‹ ‹อมทําใหŒเสียงส‹วนนŒอยไมพ‹ อใจ อีกทง้ั ยังอาจไม‹ไดŒสง‹
ผลดตี ‹อภาพรวมหากเสียงส‹วนใหญ‹มองที่ประโยชนต นเองเปนš หลัก

หรือแมŒกระทั่งการใชŒวิธีฉันทามติ เม่ือเทียบกับการบูรณาการ การ
ทาํ ใหเŒ กิดฉนั ทามติ จะตŒองลงแรงมากกว‹าในการพยายามจงู ใจใหŒคนเหน็
ดŒวยตามขŒอเสนอของเรารŒอยเปอรเซ็นต แต‹แมŒเราลงแรงเต็มที่จะยังไม‹
สามารถม่ันใจในผลลัพธว‹า ทุกคนจะเห็นพŒองกับจุดยืนของเราหรือไม‹
เพราะการจงู ใจหรอื บงั คบั ใหคŒ นเปลยี่ นตามความตอŒ งการของเราเปนš เรอ่ื ง
ยาก แตถ‹ าŒ เราใหทŒ กุ คนเสนอความคดิ เห็น ส่ิงที่เขาตŒองการ หรอื ขŒอเสนอ
แนะในเรอ่ื งเดยี วกนั เราอาจไดคŒ วามคดิ เหน็ ทแี่ ตกต‹างหลากหลายในเรอื่ ง
น้ัน แตท‹ ําใหเŒ กิดความร‹วมมือส‹ูเปา‡ หมายไดŒง‹ายกว‹า

160

ฉันทามติsuccess publisher บูรณาการ

เปา้ หมาย

no ความต้องการ เปา้ หมาย
ของแต่ละคน
yes

จงู ใจให้ทกุ คน รวมความต้องการของทกุ คน ใชŒรวมความขัดแยŒงอย‹างสรŒางสรรค
เหน็ ด้วยกับเป้าหมาย เพอื่ เปา้ หมายเดยี วกัน
..ไม่มัน่ ใจวา่ ทกุ คนจะร่วมมอื
ทุกคนไดร้ บั +ภาพรวมได้ประโยชน์ = ร่วมมอื

161 09

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ความสามารถในการบูรณาการความขัดแยง
แทจ ริงแลวตองเริม่ จาก “ใจ” ของเราเปน สําคญั

ผูท ่ีจะคิดเชิงบรู ณาการ
ในลกั ษณะของการรวมความขดั แยง ไดด ีนัน้

ตอ งเปน ผูที่ไมปรารถนาชนะฝายเดียว
แตตอ งการใหทกุ ฝายชนะรวมกันท้ังหมด
เพราะนน่ั หมายถงึ การชนะในระยะยาวและยง่ั ยนื มากกวา

รวมท้ังตองเปน ผูทป่ี ราศจากอคติ
และไมย ึดมน่ั ในเปา หมายของตนเปน หลกั
แตย ืดหยนุ และพรอ มที่จะใหเ กดิ การผสมผสาน
การใหค วามแตกตางมโี อกาสเขา มาบรู ณาการรว ม
เพ่อื ใหเปา หมายหรอื แกนทต่ี อ งการน้นั มคี วามสมบรู ณม ากที่สดุ
ซึ่งในเรอื่ งของทัศนคตแิ ละนิสัยนกั คดิ เชิงบรู ณาการนั้น

จะไดก ลา วอยางละเอยี ดในบทตอ ไป

162

success publisher พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ

INTEGRATIVE
THINKING

พฒั นาทศั นคตแิ ละ
นสิ ยั นกั คดิ เชงิ บรู ณาการ

163

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ในโลกทที่ กุ อยา‹ งเชอื่ มโยงกนั อยา‹ งซบั ซอŒ น การเกดิ ขน้ึ ดาํ รงอย‹ู หรอื
ดับลงของสง่ิ ๆ หนง่ึ ย‹อมสง‹ ผลกระทบทั้งดาŒ นดีและดาŒ นลบตอ‹ สงิ่ อื่น ๆ
มิเพยี งสิ่งเดียว แต‹ต‹อเน่อื งกนั ไปไดอŒ ยา‹ งไม‹ส้นิ สุด การเรยี นรŒูทจ่ี ะคดิ เชงิ
บรู ณาการจงึ เปนš เรอ่ื งทส่ี าํ คญั เพอื่ ใหมŒ คี วามสามารถในการเชอื่ มโยงเรอื่ ง
ต‹าง ๆ เขาŒ สแู‹ กนเดียวกนั อยา‹ งเปšนเอกภาพ โดยพจิ ารณาเฉพาะเรอ่ื งน้นั
อย‹างไมแ‹ ตกข้ัว และพยายามประสานประโยชนเขŒาหากนั ยอ‹ มจะช‹วยใหŒ
เราแกปŒ ญ˜ หาที่เกิดข้นึ ไดŒอยา‹ งครบถวŒ นแทŒจรงิ

เช‹นเดียวกับการคิดในมิติอื่น ๆ องคประกอบสําคัญที่จะพัฒนาใหŒ
เราเปšนนักคิดเชิงบูรณาการตŒองเร่ิมจากการพัฒนาทัศนคติและลักษณะ
นสิ ยั การคดิ เนือ่ งจากลักษณะการคดิ เชิงบรู ณาการเปšนวธิ ีคดิ ท่ขี ดั แยงŒ กับ
ธรรมชาติการคิดของคนส‹วนใหญ‹ คนเรามักจะคิดเรื่องของตนเอง เร่ือง
ใกลŒตัว และเรื่องท่ีตัวเองมีความรูŒหรือประสบการณเท‹านั้น เน่ืองจากตัว
ร‹วมทางการคิด อนั ไดแŒ ก‹ กรอบโลกทัศน/ ชีวทัศน นิสยั อารมณ และแรง
จงู ใจ หรอื เรยี กวา‹ “ความเปนš ตวั เรา(being)”(เกรยี งศกั ด,์ิ 2544) มอี ทิ ธพิ ล
มากในการกําหนดลักษณะการคดิ ของแต‹ละคน ดังน้ัน การพฒั นาความ
สามารถในการคิดเชิงบูรณาการจึงไม‹เพียงพัฒนาวิธกี ารคิดเชิงบูรณาการ
ดงั ทีก่ ลา‹ วไวŒในบทกอ‹ น ๆ เทา‹ นัน้ แต‹ตอŒ งพัฒนาทศั นคติและลักษณะ
นิสยั การคดิ ของเราใหŒสอดคลอŒ งดŒวย

164

พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10

ทัศนคติและลักษณะนิสัยการคิดที่ควรพัฒนาเพ่ือใหŒการคิดเชิง
บูรณาการมีประสิทธิภาพ ไดแŒ ก‹

มองใหŒครบ…มองลกึ มองกวาŒ ง มองไกล

นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจะมลี กั ษณะนสิ ยั ประการหนงึ่ ทเ่ี ปนš ลกั ษณะพเิ ศษsuccess publisher
นนั่ คอื ไมว‹ ‹าจะพิจารณาเร่อื งใด ๆ กต็ าม เขาจะพจิ ารณาอย‹างรอบคอบ
ไมด‹ ว‹ นสรปุ เชน‹ เมอ่ื ตนเองตอŒ งการทาํ สง่ิ ใดสงิ่ หนงึ่ ใหสŒ าํ เรจ็ จะไมเ‹ พยี งแต‹
มุ‹งทําส่ิงนั้น โดยไม‹สนใจว‹าสิ่งท่ีตนเองตŒองการทํานั้นเก่ียวเนื่องเชื่อมโยง
กบั สง่ิ อน่ื ๆ อยา‹ งไร จะเกดิ ผลกระทบอะไรตามมาบาŒ ง แตจ‹ ะมองถงึ ความ
เกี่ยวเนอ่ื งเชอ่ื มโยงระหวา‹ งเรอ่ื งนนั้ กับเร่ืองตา‹ ง ๆ มองผลกระทบทจี่ ะเกดิ
ขึ้นตามมา โดยตระหนกั ว‹า ความสาํ เรจ็ จะเกิดข้นึ อยา‹ งยงั่ ยนื ไดŒนน้ั ตอŒ ง
เปนš ความสําเรจ็ ทไ่ี มส‹ ‹งผลรŒายตอ‹ สิง่ ทีเ่ กย่ี วขŒองดŒวย มฉิ ะนนั้ ผลราŒ ยท่เี กดิ
ขน้ึ ยอ‹ มสามารถยอŒ นกลับมาทาํ ลายความสําเร็จของตนเองไดŒในวนั หนงึ่

ดังนั้น หากเราตŒองการพัฒนาตนเองสู‹การเปšนนักคิดเชิงบูรณาการ
จาํ เปšนตŒองพัฒนานสิ ัยการพจิ ารณาหรือมองส่งิ ต‹าง ๆ อย‹างครบถŒวนทง้ั
3 มิติ อันไดแŒ ก‹ มิติความลึก มติ ิความกวาŒ ง และมติ ิความไกล

มองลกึ … มองอย‹างลกึ ซึ้งในเรอื่ งทเ่ี ราคิด ปญ˜ หาทเี่ ราตอŒ งการหาคํา
ตอบว‹า เราตŒองการอะไร อะไรคือป˜ญหาทีแ่ ทŒจริง

มองกวาŒ ง… มองความเกย่ี วขอŒ งสมั พนั ธ พจิ ารณาวา‹ เรอ่ื งนนั้ เกย่ี วขอŒ ง
กบั คน ระบบ และบรบิ ทแวดลอŒ มอะไรบาŒ ง

มองไกล… มองอย‹างคาดการณว‹า หากเร่ืองนั้นเกิดขึ้นจะส‹งผล
กระทบอย‹างไร เกิดผลตอ‹ ส‹วนต‹าง ๆ ที่เก่ียวขŒองอย‹างไรบาŒ ง

165

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

เมอ่ื เรามองอยา‹ งครบถวŒ นแลวŒ จะชว‹ ยนาํ ไปสข‹ู อŒ สรปุ ทางเลอื กในการ
แกŒป˜ญหาในลกั ษณะของการบูรณาการเพ่อื ผลดีท่ีจะเกดิ ข้นึ ท้งั ตอ‹ ตนเอง
ผŒอู นื่ ภาพรวม รวมทง้ั เกดิ ผลดีท้งั ในระยะส้นั และในระยะยาว

รกั เรยี นรŒู…รŒูอย‹างสหวทิ ยาการ
นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจะตŒองเปนš นกั เรียนรูŒดวŒ ย ลักษณะของนักเรียนรŒู

ไดแŒ ก‹ การเปนš คนทช่ี า‹ งสงั เกต การมองเหน็ ความแตกตา‹ งความแปลกใหม‹
ความผิดปกติ ท‹ามกลางความเคยชินในชวี ติ ประจาํ วัน ความชอบทจ่ี ะรับ
ความรŒูใหม‹ ๆ ความรูŒท่แี ตกตา‹ งจากสาขาวิชาของตน นําไปสู‹ขั้นตอนตอ‹
ไปที่สาํ คญั น่นั คือ การเปด โอกาสใหสŒ มองบรู ณาการขŒอสังเกตและความรูŒ
ใหม‹ ๆ ทไ่ี ดรŒ บั นนั้ เขาŒ กบั ความรเŒู ดมิ การฝกƒ ใหสŒ มองบรู ณาการความรใŒู หม‹
เขŒากบั ความรูŒเดมิ ที่มีอยอู‹ ยา‹ งตอ‹ เนอ่ื งและสม่ําเสมอ จะช‹วยใหเŒ ราเปนš คน
ทม่ี กี รอบความคดิ และความเขาŒ ใจต‹อเรอื่ งนนั้ คมชดั มากยงิ่ ขนึ้ มมี โนทศั น
ทชี่ ัดเจนแม‹นยํา และถูกตอŒ งมากขึ้น มีความรŒคู วามเขŒาใจในเรอื่ งทีห่ ลาก
หลาย รวมทั้งช‹วยใหเŒ กดิ ความคดิ สรŒางสรรคใ หม‹ ๆ ข้นึ ไดŒ

วธิ หี นึ่งทีช่ ว‹ ยฝกƒ สมองใหเŒ รียนรสŒู ่ิงใหม‹ ๆ ไดŒอยา‹ งบรู ณาการ ไดแŒ ก‹
ความพึงพอใจในการเรียนรูŒนอกสาขา เพ่ือใหŒเกิดการบูรณาการศาสตร
ต‹าง ๆ อย‹างสหวิทยาการ

โดยปกติ เรามกั ติดยึดกับความรŒคู วามเช่ียวชาญเฉพาะศาสตร อนั
เปšนเหตุใหŒเราขาดความยืดหยุ‹นทางความคิด ไม‹สามารถพิจารณาเรื่อง
ต‹าง ๆ ในมุมมองทีค่ รบถŒวนไดŒ เพราะไม‹มีความรŒกู วาŒ งขวางเพยี งพอทจ่ี ะ
เขาŒ ใจคน ระบบ บริบทต‹าง ๆ ทีต่ อŒ งเขาŒ ไปเก่ยี วขอŒ งดวŒ ย จึงไม‹สามารถ
แกไŒ ขปญ˜ หาที่เกี่ยวขอŒ งกับวทิ ยาการจากหลายสาขาไดŒ และในทสี่ ดุ เราจะ
ไม‹สามารถปรับตัวไดเŒ มื่อบริบทแวดลŒอมเปลีย่ นแปลง

166

พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10

ดังนั้น หากเราตŒองการพัฒนาตนเองสู‹การเปšนนักคิดเชิงบูรณาการ
เราจําเปนš ตŒองเห็นคณุ ค‹าของการเรียนรูใŒ นสาขาวิชาอ่ืน ๆ ทีน่ อกเหนอื ไป
จากศาสตรท เ่ี ราเรยี นรอŒู ยา‹ งเฉพาะเจาะจง ทส่ี าํ คญั อยา‹ งยงิ่ เราจาํ เปนš ตอŒ ง
ปลดปลอ‹ ยขŒออาŒ งท่ีอาจเกิดข้นึ ว‹า การเรียนรขูŒ Œามศาสตรที่เราไม‹มีพ้นื ฐาน
ความรมŒู าก‹อนนัน้ เปšนเร่ืองทเ่ี ปนš ไปไดŒยาก หรือคดิ ว‹าศาสตรแ ตล‹ ะศาสตร
มีความเฉพาะตัว มิไดŒมีความเกี่ยวขŒองกัน แต‹แทŒที่จริงแลŒว ศาสตรทุก
สาขาแตกแขนงมาจากรากฐานปรัชญาการแสวงหาความรูŒอย‹างเดียวกัน
นักปราชญในอดีตมิไดŒเปšนผูŒท่ีมีความรูŒในศาสตรเพียงสาขาเดียว แต‹มี
ความเช่ยี วชาญในหลากหลายสาขา และสามารถเชอ่ื มโยงศาสตรต ‹าง ๆ
ไดŒ เชน‹ เพลโต ปโตเลมี อรสิ โตเติล ลโี อนาโด ดา วนิ ชี เปšนตŒน รวมท้งั
นักคิดที่มีช่ือเสียงทั้งในอดีตและป˜จจุบันต‹างเปšนผูŒท่ีมีความรูŒในศาสตร
ต‹าง ๆ อย‹างกวาŒ งขวางทงั้ สน้ิ นอกจากนีก้ ารเรียนรŒวู ทิ ยาการอย‹างกวาŒ ง
ขวาง ยงั ทาํ ใหเŒ รามคี วามเขาŒ ใจความรเŒู ดมิ ทเ่ี รามอี ยม‹ู ากขน้ึ ดวŒ ย ดงั จะเหน็
ไดจŒ ากการพัฒนาอยา‹ งกŒาวกระโดดของศาสตรห ลายสาขา เกิดจากการที่
นําวิธีคิดของศาสตรหนง่ึ ไปใชใŒ นการศึกษาในอีกศาสตรหนง่ึ เสมอ
success publisher
สลดั ความเคยชนิ …ต่นื ตัวรบั รสŒู ภาวะแวดลอŒ ม

ในการทํางานและการดําเนินชีวิตประจําวัน ย‹อมมีตัวแบบบาง
ประการท่ีทําใหŒเราสามารถดําเนินการไปตามน้ันไดŒ เช‹น หนŒาที่การงาน
เรารวŒู า‹ ในแตล‹ ะวนั เราตอŒ งทาํ สงิ่ ใด เรามกั ทาํ สงิ่ เดมิ ๆ โดยไมไ‹ ดคŒ ดิ ถงึ การ
ปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงมากนัก หากส่ิงที่เราทําอยู‹ยังคงส‹งผลใหŒเรา
ประสบความสาํ เรจ็ ตามเปา‡ หมายทว่ี างไวŒ เราจะเปลยี่ นแปลงตอ‹ เมอื่ เราทาํ
ส่งิ เดิมแลวŒ เกดิ ป˜ญหาข้ึน

167

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

เราจึงใหŒ “ป˜ญหา” ทเ่ี กิดขึ้นแลŒว เปนš ตวั กระตุŒนใหŒฉกุ คดิ ถงึ สภาพ
แวดลŒอมท่ีเปล่ียนแปลงไป นักคิดเชิงบูรณาการจะไม‹เพียงปล‹อยชีวิตไป
เรื่อย ๆ โดยปราศจากความตระหนักต‹อการเปล่ียนแปลงของสภาพ
แวดลŒอม แต‹จะเปšนผูŒท่ีรับรูŒสภาวะแวดลŒอมท่ีเกิดขึ้นรอบตัว ทั้งสภาพ
แวดลŒอมภายในที่เก่ียวขŒองกับเราโดยตรง และสภาพแวดลŒอมภายนอก
พยายามเชอ่ื มโยงวา‹ สง่ิ ทเี่ กดิ ขน้ึ นนั้ อาจมสี ว‹ นเกยี่ วขอŒ งกบั เราอยา‹ งไร เชน‹
เดยี วกบั นกั คดิ เชงิ กลยทุ ธท ร่ี วŒู า‹ ความพา‹ ยแพลŒ มŒ เหลวอาจมาถงึ ไดŒ หากไมร‹ Œู
จกั มองการเปลยี่ นแปลงใด ๆ กต็ ามท่เี กดิ ข้นึ ทัง้ ไกลตัวและใกลตŒ ัว

นักคิดเชิงบูรณาการจะตŒองเปšนผูŒท่ีไม‹พึงพอใจในสิ่งที่เปšนอยู‹ แต‹
ตระหนักเสมอว‹าความเคยชินที่ตนยอมรับอยู‹อาจผสมผสานไปดŒวยความ
ไม‹เหมาะสมกับสภาวะป˜จจุบัน และอาจกาํ ลังไดรŒ บั ผลกระทบบางอยา‹ งที่
ทาํ ใหเŒ ราตอŒ งเปลยี่ นแปลงอยา‹ งตง้ั ตวั ไมท‹ นั นกั คดิ เชงิ บรู ณาการจะพยายาม
เช่ือมโยงเหตุการณที่เกิดข้ึนกับสภาพป˜จจุบัน โอกาสความเปšนไปไดŒของ
การเกดิ ผลกระทบ โดยตดิ ตามความเปลย่ี นแปลงอยา‹ งตอ‹ เนอ่ื งเพอื่ ใหเŒ หน็
ภาพชดั เจนขึ้น อนั จะชว‹ ยใหสŒ ามารถเตรยี มความพรŒอมและปรบั ตัวไดŒทัน

เราอาจฝƒกคดิ เชิงวิพากษใ นเร่อื งตา‹ ง ๆ ดวŒ ยมมุ มองท่ีแตกต‹างจาก
มุมมองของเรา เพื่อใหŒเกิดการฉุกคิดในอีกแง‹มุมหนึ่งซ่ึงคิดไม‹ถึงมาก‹อน
รวมไปถึงเราตŒองเรียนรูŒท่ีจะสรŒางความพึงพอใจที่จะอยู‹ในสภาพแวดลŒอม
ทผ่ี Œูคนมคี วามหลากหลาย มคี วามแตกตา‹ งจากตนเอง เพ่ือใหเŒ กิดการแลก
เปลี่ยนความรูŒ วธิ คี ดิ คา‹ นิยม วิถีการดาํ เนินชวี ติ ระหว‹างกนั อนั จะช‹วยใหŒ
เราเขŒาใจเร่ืองน้ันนอกขอบเขตความจํากัดของเราไดŒ รวมท้ังหากมีการ
ปฏิสัมพันธเพ่ือเป‡าหมายหรือวัตถุประสงคเดียวกัน ย‹อมนําไปสู‹แนวทาง
สรŒางสรรคไ ดŒมากกว‹าที่เกดิ จากคนกลุม‹ เดยี ว

168

พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10

เชน‹ เดยี วกบั ทอ่ี งคก รการทาํ งานหลายแหง‹ ในปจ˜ จบุ นั เรม่ิ ตระหนกั วา‹
คนทอี่ ยใ‹ู นบรษิ ทั หรอื แผนกใดแผนกหนง่ึ มาเปนš เวลานาน จะเกดิ ความรสŒู กึ
เคยชนิ ความเคยชินน่ีเองทําใหเŒ กดิ การยอมรบั และไม‹เกดิ ความรŒูสึกวา‹ จะ
ตŒองเปลี่ยนแปลงอะไรใหม‹ ไม‹เห็นว‹าส่ิงที่มีอยู‹ขัดแยŒงกับสภาพแวดลŒอม
ภายนอก ไม‹เห็นความเปลี่ยนแปลงหรือความไม‹เหมาะสมที่เกิดขึ้นใน
องคกร วธิ ีหนง่ึ ท่อี งคกรบางแหง‹ นาํ มาใชŒไดแŒ ก‹ การสราŒ งสภาวะ “ตาŒ น”
สภาพแวดลŒอมที่เคยชิน หรือสภาวะแวดลŒอมปกติ เช‹น การนําคนนอก
แผนก หรือคนนอกองคก รเขŒามาร‹วมทํางานดวŒ ย คนนอกท่เี ขาŒ มาจะเหน็
ความผิดปกติ เห็นสิ่งที่ไม‹เหมาะสมและอาจไดŒขŒอเสนอแนะการ
เปลย่ี นแปลงทเี่ ปนš ประโยชนแ กอ‹ งคก รในการปรบั ปรงุ แกไŒ ข เปนš การคดิ ใน
มมุ ตรงกนั ขาŒ มเพอื่ ใหเŒ ราเกดิ ความฉกุ คดิ หรอื ตระหนกั รใŒู นสภาวะทเ่ี ปนš อย‹ู
ไมห‹ ลงยดึ ติดกบั กรอบความเคยชนิ
success publisher
นอกจากนี้ องคก รการทํางานทตี่ Œองพฒั นาตนเองใหอŒ ยูบ‹ นฐานความ
รŒู (knowledge-based) ในป˜จจุบนั ซง่ึ ใหŒความสําคัญกบั การสราŒ งความ
รŒูใหม‹ การสรŒางนวัตกรรมใหม‹ใหŒเกดิ ขน้ึ ในงานดŒานต‹าง ๆ ขององคก ร ไดŒ
พัฒนาวิธกี ารทเ่ี รยี กว‹า “การสรŒางความรโŒู ดยวธิ กี ารรวมกล‹มุ ” โดยการนาํ
คนทม่ี มี มุ มองตา‹ ง ๆ มาอยใ‹ู นทเ่ี ดยี วกนั เพอ่ื ดาํ เนนิ โครงการหรอื แกปŒ ญ˜ หา
อยา‹ งใดอยา‹ งหนงึ่ รว‹ มกนั หรอื การนาํ เอาคนทมี่ คี วามรมŒู ปี ระสบการณต า‹ ง
กนั มาทาํ งานรว‹ มกนั วธิ นี ก้ี อ‹ ใหเŒ กดิ แนวทางการแกปŒ ญ˜ หาทสี่ ราŒ งสรรคกวา‹
การแกŒป˜ญหาแบบธรรมดา ๆ เนื่องจากทุกคนพยายามนําความรูŒ
ประสบการณ ความชํานาญในสาขาวชิ าของตน เขาŒ รว‹ มคดิ แกŒป˜ญหาที่
เกดิ ขน้ึ พรŒอม ๆ กบั เปด ใจออกใหคŒ นทม่ี คี วามรŒูประสบการณนอกสาขา
ไดมŒ โี อกาสเขาŒ มารว‹ มคดิ ในเรอื่ งเดยี วกนั อนั จะสง‹ ผลใหเŒ กดิ การบรู ณาการ
และการสรŒางสรรคค ําตอบทีล่ งตัวสําหรบั ป˜ญหาเฉพาะท่ีเกิดขนึ้ นไ้ี ดŒ

169

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

คดิ แง‹บวก…อุปสรรคเปšนส่งิ ทŒาทาย

นักคิดเชิงบูรณาการจะมีลักษณะเช‹นเดียวกับนักคิดอื่น ๆ คือ
ตระหนักว‹าอุปสรรคสําคัญท่ีทําใหŒแกŒป˜ญหาไม‹ไดŒนั้น มิใช‹การไรŒซ่ึงความ
สามารถท่ีจะคิด แต‹เปšนทัศนคติแง‹ลบ เพียงเห็นป˜ญหาที่ซับซŒอนอยู‹ตรง
หนาŒ ยงั ไมท‹ นั จะพจิ ารณากลบั กลวั เสยี แลวŒ วา‹ จะไมส‹ ามารถแกไŒ ขไดŒ ความ
กลัวและความคิดแง‹ลบนี่เองเปšนอุปสรรคตัวจริงที่ส‹งผลใหŒไม‹สามารถคิด
แกปŒ ˜ญหานัน้ ไดŒอยา‹ งรอบคอบ ถกู ตŒองและเหมาะสม นักคดิ เชงิ บูรณาการ
จึงเปšนคนท่ีไม‹มองอุปสรรคเปšนเคร่ืองกีดขวางท่ีบ่ันทอน แต‹มองว‹าเปšน
ความทŒาทายใหŒหาทางออกทีส่ รŒางสรรคแ ละยดื หยุน‹ มากกว‹าท่เี ปนš อย‹ู

โรเจอร มารตนิ และฮิลาร่ี ออสเตน (Martin, R.and Austen, H.,
2002) ผเŒู ชย่ี วชาญในการนาํ ศลิ ปะการคดิ เชงิ บรู ณาการมาใชใŒ นการจดั การ
ธรุ กิจ กลา‹ วไวอŒ ยา‹ งนา‹ สนใจว‹า ผูŒนํายคุ ใหมจ‹ ําเปšนตอŒ งคิดเชิงบรู ณาการ
และนักคิดเชิงบูรณาการคือคนท่ีตŒองอŒาแขนรับความซับซŒอนของป˜ญหา
อดทนตอ‹ ความไมแ‹ นน‹ อนทเี่ กดิ ขน้ึ และจดั การกบั แรงกดดนั ทเี่ กดิ ขน้ึ ดวŒ ย
การคŒนหาทางออกทสี่ ราŒ งสรรคเพอ่ื แกŒปญ˜ หาดังกล‹าว

เมื่อมีอุปสรรคหรือความทŒาทายใหŒตŒองหาทางเลือกหรือหาทางแกŒ
ปญ˜ หาดวŒ ยวธิ กี ารทตี่ นเองไมเ‹ คยชนิ คนทไี่ มค‹ ดิ เชงิ บรู ณาการจะมแี นวโนมŒ
มองส่ิงเหล‹าน้เี ปšนเหมือนเครื่องผกู มดั เช‹น สมมติว‹า ผŒูบรหิ ารคนหน่ึงพบ
ปญ˜ หาทเ่ี กดิ ขึ้นพรŒอม ๆ กัน ท้ังภายในองคกรและภายนอกองคกร เขามี
ความคิดว‹า ตนเองนั้นไม‹สามารถจัดการกับแรงกดดนั ภายในองคกรและ
แรงกดดันภายนอกองคกร จึงคิดว‹าตนน‹าจะเลือกทําอย‹างใดอย‹างหน่ึง
เฉพาะท่ีตนเองถนัดจะเหมาะสมกว‹า แลŒวใหŒประธานบริษัทมาจัดการกับ
ปญ˜ หาในอกี ส‹วนหน่งึ ทั้ง ๆ ท่ีในความเปšนจริงปญ˜ หาทงั้ สองสว‹ นนัน้ อาจ

170

พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10

มีความเช่ือมโยงกันอยู‹และสามารถหาจุดแห‹งความพึงพอใจใหŒกับทั้งสอง
ฝา† ยไดŒ

ในฐานะนักคิดเชิงบูรณาการ แทนที่จะเห็นว‹าการแกŒป˜ญหาเปšนขŒอ
ผูกมัด เขากลับมองว‹าเปšนสิ่งทŒาทายใหŒหาทางแกŒป˜ญหาที่สามารถ
ครอบคลมุ ปญ˜ หาไดทŒ งั้ ภายในและภายนอก เปนš เหมอื นแรงกดดนั ใหหŒ าวธิ ี
จดั การทสี่ ราŒ งสรรคแ ละยดื หยน‹ุ มากกวา‹ นกั คิดเชงิ บรู ณาการจงึ ตอŒ งเปšนผŒู
ท่ีอดทนต‹อความตึงเครียดและความคลุมเครือไวŒไดŒนานพอที่จะคŒนหา
ทางออกท่ีสรŒางสรรค ตอŒ งมีทัศนคติทเี่ ปดกวŒางเพือ่ หาจุดท่ีทั้งสองฝ†ายพงึ
พอใจสูงสุด มากย่งิ กวา‹ การเรง‹ รีบแกŒป˜ญหาใหจŒ บสนิ้ ไป
success publisher
รักความสมานฉนั ท… ลบอคติจากใจ

อคตเิ ปนš ศตั รตู วั ราŒ ยของการพฒั นาการคดิ เชงิ บรู ณาการ จติ ใจทเ่ี ตม็
ดวŒ ยอคตจิ ะปด กนั้ ใจของเราจากมมุ มองทเ่ี ปนš เหตเุ ปนš ผล และมกั จะทาํ ใหŒ
เราเกดิ ความคดิ แบบขวั้ ตรงขาŒ ม ตดั สนิ สงิ่ ใดสงิ่ หนงึ่ วา‹ ถกู ทงั้ หมด ดที ง้ั หมด
อีกสิง่ หนึง่ ผดิ ทั้งหมด ไม‹ดีทัง้ หมด โดยมิไดพŒ จิ ารณาในรายละเอียด เชน‹
การปฏิเสธแนวคิดท่ีมาจากตะวันตกอย‹างสิ้นเชิง เพียงเพราะความคิดที่
เห็นว‹าประเทศทางตะวันตกมีแนวโนŒมเอาเปรียบประเทศอื่น ๆ เปšนตŒน
อคติจะทําใหŒเรามองประเด็นในมุมมองที่ไม‹ครบถŒวน เพราะเราไดŒต้ัง
เง่ือนไขหรือตัดสินไวกŒ ‹อนแลวŒ วา‹ แนวคดิ แบบนด้ี ีหรอื ไมด‹ ี

เราอาจจะเปšนคนหนงึ่ ที่ภาคภมู ใิ จในศาสตรทีเ่ ราไดŒรา่ํ เรียน โดยคดิ
ว‹าวิธีวิทยาในศาสตรอื่น ๆ เปšนสิ่งที่ไม‹ถูกตŒอง ตัวอย‹างเช‹น ผูŒที่เรียน
วทิ ยาศาสตรอ าจจะคดิ วา‹ สงั คมศาสตรเ ปนš วชิ าทโ่ี คมลอย ไรเŒ หตผุ ล พสิ จู น
ไม‹ไดŒ ในขณะที่ผูŒเรียนสังคมศาสตรอาจจะมองว‹า… วิทยาศาสตรเปšน

171

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ศาสตรท แ่ี คบ เพราะคดิ เฉพาะเรอ่ื งทพี่ สิ จู นไ ดเŒ ทา‹ นน้ั หรอื อกี ตวั อยา‹ งหนง่ึ
นกั เศรษฐศาสตรอ าจจะคดิ วา‹ … เศรษฐศาสตรเ หนอื กวา‹ สงั คมศาสตรส าขา
อ่นื ๆ เพราะมีการพฒั นาเครอ่ื งมือศึกษาวิจยั ทก่ี ŒาวหนŒามากกว‹า แตน‹ ัก
สงั คมศาสตรส าขาอน่ื ๆ มองวา‹ … กรอบการศกึ ษาทางเศรษฐศาสตรขาด
ความยดื หย‹ุน การยดึ ติดในศาสตรเพยี งศาสตรเดยี วอย‹างมอี คตจิ ะทําใหŒ
เรามมี ุมมองทีแ่ คบ ไม‹สามารถคิดจากมมุ มองตา‹ ง ๆ ไดŒอย‹างครบถŒวน

คนที่มีอคติจะมีแนวโนŒมเปšนผูŒสรŒางความขัดแยŒงและบ‹อนทําลาย
ความสันติ แนวความคิดของคนที่มอี คติมักจะขาดความสมดุล แต‹เอียง
ขาŒ งจนตกขอบไปดาŒ นใดดาŒ นหนงึ่ เสมอ ดวŒ ยเหตนุ ้ี ผทŒู ม่ี อี คตจิ งึ ไมส‹ ามารถ
คิดเชิงบูรณาการไดŒเลย ใจที่มีอคติเช‹นนี้อาจจะทําใหŒเราพลาดจากการ
คาํ นงึ ถึงมมุ มองท่เี ราคาดไมถ‹ ึง

ตรงขŒามกับนักคดิ เชงิ บรู ณาการ นกั คดิ เชงิ บูรณาการจะเปนš คนท่รี กั
การสรŒางสมานฉันท ตŒองการใหคŒ วามขัดแยงŒ ต‹าง ๆ ไดอŒ ยู‹ร‹วมกนั อยา‹ ง
สนั ติ ตระหนกั วา‹ มมุ มองทต่ี รงขาŒ มยอ‹ มมเี หตผุ ลทมี่ คี วามเปนš ไปไดเŒ ชน‹ กนั
จงึ เปด ใจกวาŒ ง ไมย‹ ดึ ตดิ กบั กรอบความคดิ หรอื เชอื่ มน่ั เพยี งสง่ิ ทตี่ นเองพงึ ใจ
แตย‹ อมใหคŒ วามคดิ ทแ่ี ตกตา‹ งไดมŒ โี อกาสแสดงเหตผุ ลและพยายามประสาน
ความแตกต‹างใหอŒ ยู‹ร‹วมกนั ไดอŒ ยา‹ งเปšนเอกภาพ นักคิดเชงิ บรู ณาการจะมี
ความสามารถในการประสานประโยชน ประสานความขัดแยŒง พยายาม
หาความเปนš ไปไดทŒ า‹ มกลางส่งิ ท่ีดเู หมอื นเปšนไปไม‹ไดŒ โดยใจท่ปี ราศจาก
อคติจะช‹วยใหŒมองประเด็นต‹าง ๆ ของเร่ืองน้ันดŒวยมุมมองท่ีครบถŒวน
ทําใหไŒ ดŒผลลพั ธที่เปนš ประโยชนต‹อทุกฝา† ย และส‹งผลดอี ยา‹ งย่งั ยืนกว‹า

172

พัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงบูรณาการ 10

เพมิ่ พนู จิตสาธารณะ…ละเลิกความเห็นแก‹ตวั

คนที่จะคิดเชิงบูรณาการไดŒตŒองมีใจท่ีเห็นแก‹ประโยชนของผูŒอื่นและsuccess publisher
สว‹ นรวมดวŒ ย เพราะการคดิ เชงิ บรู ณาการมใิ ชก‹ ารคดิ เพอื่ ใหตŒ นเองเปนš ฝา† ย
ชนะ ผอŒู นื่ เปนš ฝา† ยแพŒ และมใิ ชก‹ ารคดิ เพอ่ื ประโยชนเ ฉพาะสองฝา† ยรว‹ มกนั
เท‹านนั้ แตเ‹ ปนš การคดิ เพือ่ ใหŒเกดิ ประโยชนตอ‹ บริบทโดยรวม ทงั้ ในระยะ
สน้ั และระยะยาว

เราจะเห็นสภาพความเส่ือมโทรมในดŒานต‹าง ๆ ที่เกิดข้ึนในสังคม
ไทย ส‹วนหนึง่ เกดิ จากการท่คี นในสงั คมขาดจิตสาํ นึกสาธารณะ เมือ่ ขาด
จติ สาํ นกึ นยี้ อ‹ มสง‹ ผลใหคŒ นขาดความคดิ เชงิ บรู ณาการดวŒ ย เพราะมง‹ุ หมาย
เพยี งกอบโกยผลประโยชนส ู‹ตนเทา‹ นน้ั เราจะพบเหน็ เสมอ ๆ วา‹ สง่ิ ของที่
เปšนของสาธารณะจะเสยี หายเรว็ กวา‹ สงิ่ ของสว‹ นตวั เชน‹ หอŒ งนา้ํ สาธารณะ
จะสกปรกมากกวา‹ หอŒ งนา้ํ ทบ่ี าŒ น ตโŒู ทรศพั ทส าธารณะจาํ นวนมากถกู ทาํ ลาย
จนแทบใชŒการไม‹ไดŒ การตัดไมŒทําลายป†า โดยกลุ‹มนายทุนจับมือกับเจŒา
หนŒาท่ี การปลอ‹ ยนํ้าเสียของโรงงานอุตสาหกรรม เปšนตŒน เม่ือพฤติกรรม
ของคนในสงั คมตา‹ งยดึ ประโยชนข องตนเองเปนš ทตี่ งั้ ในขณะทผี่ ลประโยชน
ของส‹วนรวมถูกละเลยเช‹นน้ี สังคมไทยจึงเปรียบเสมือนวัวนมท่ีผูŒคนต‹าง
มารีดนมไปดม่ื กิน แต‹ไม‹มีใครดแู ลใหŒอาหารแกว‹ ัว จนทาํ ใหวŒ ัวผอมโซและ
ตายลงในท่สี ดุ

ในทํานองเดยี วกนั ถŒาในระดับเราแต‹ละคนเห็นแก‹ประโยชนส ว‹ นตน
เปšนที่ตั้ง ขาดจิตสํานึกสาธารณะ การมองประเด็นต‹าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นใน
สงั คม ยอ‹ มพง‹ุ ความสนใจไปทผ่ี ลกระทบหรอื ผลประโยชนท ตี่ นเองจะไดรŒ บั
เท‹านน้ั ไม‹ไดŒคดิ เผ่ือสําหรบั คนอน่ื ๆ หรอื คดิ เผอื่ สาํ หรบั ภาพรวมในสังคม
ลกั ษณะเชน‹ นที้ าํ ใหไŒ มส‹ ามารถคดิ เชงิ บรู ณาการไดŒ เพราะมองเหน็ ภาพรวม

173

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ของประเด็นนั้นอย‹างบดิ เบยี้ ว ดวŒ ยเหตุท่จี ิตใจทขี่ าดความสนใจและจติ ใจ
ท่ีเปšนกลาง

ดงั นน้ั หากเราตŒองการเปšนนกั คิดเชิงบูรณาการเราควรละเลกิ ความ
เห็นแกต‹ วั และเพ่มิ พูนจติ สาธารณะ โดยเห็นแก‹ประโยชนทจี่ ะเกิดข้นึ แก‹
ภาพรวมเปนš หลัก อนั จะช‹วยใหŒเราแกŒป˜ญหาในทางทีจ่ ะกอ‹ ประโยชนและ
อยูร‹ ‹วมกนั ไดอŒ ย‹างยงั่ ยืนมากขน้ึ

การพัฒนาทัศนคติและนสิ ยั การคดิ เชงิ บรู ณาการดังกลา วขา งตน
จะชวยใหเราเปนคนท่ไี มทําสงิ่ ตาง ๆ อยางฉาบฉวย
แตม คี วามรอบคอบ พิจารณาองคป ระกอบตาง ๆ
บคุ คลตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ ง
นาํ มาซึ่งการหาคาํ ตอบในเร่ืองตาง ๆ ไดเหมาะสม

โดยเรยี นรูท่ีจะทําความเขาใจภาพรวมจากมมุ มองท่ีครบถว น
เขาใจความสมั พนั ธของแตล ะองคประกอบยอยท่เี กยี่ วของ

เขาใจท้ังแนวกวา งและแนวลกึ เก่ียวกับประเด็นนัน้
และคดิ ถงึ ผลท่จี ะเกิดขน้ึ ทง้ั ระยะสนั้ และระยะยาว
ท่สี าํ คัญหากเราทุกคนสามารถคดิ เชิงบูรณาการได

จะไมเ พียงแตเปนผลดตี อตวั เราเทา นั้น
แตจะสงผลดตี อ สงั คมท่ีเราอยอู าศยั
อนั จะนําผลดกี ลับมาสูตัวเราในทีส่ ุดดวย

174

success publisher บทส‹งทŒาย

INTEGRATIVE
THINKING

บทส‹งทŒาย

175

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

การคิดเชิงบูรณาการเปšนการคิดท่ีไม‹เพียงแต‹ก‹อประโยชนต‹อผูŒที่คิด
เท‹านั้น แต‹ยังก‹อประโยชนต‹อภาพรวมทั้งในระยะส้ันและระยะยาวดŒวย
เพราะนักคิดเชิงบูรณาการจะตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว‹างป˜จจัย
ต‹าง ๆ อย‹างเปšนเหตุเปšนผลและมีผลกระทบระหว‹างกัน การแกŒป˜ญหา
ใด ๆ จงึ จําเปšนตอŒ งมองใหคŒ รบทกุ ๆ มุมอยา‹ งครบถŒวน มเิ พียงมงุ‹ หวงั
ประโยชนแ กต‹ นเทา‹ นน้ั ทาํ ใหกŒ ารตดั สนิ ใจใด ๆ กต็ ามเกดิ ประโยชนส งู สดุ
และเรยี กไดวŒ า‹ เปนš วธิ คี ดิ แบบมผี ชŒู นะทกุ ฝา† ย ซง่ึ เปนš มติ กิ ารคดิ ทส่ี าํ คญั และ
จาํ เปนš อย‹างยิ่งในปจ˜ จุบนั

อย‹างไรก็ตาม การท่ีเราจะคิดเปšนอย‹างผูŒชนะน้ัน นอกจากมีความ
สามารถในการคดิ เชงิ บรู ณาการแลวŒ ยงั จาํ เปนš ตอŒ งพฒั นาทกั ษะการคดิ ใน
มิตอิ ่ืน ๆ ดŒวย ซ่ึงหนงั สือชุด “ผŒูชนะ 10 คิด” เล‹มอ่ืน ๆ เม่ืออ‹านครบทกุ
เลม‹ จะตอบคาํ ถามเหลา‹ นีไ้ ดŒอย‹างครบถวŒ น หนงั สอื ในชดุ น้มี ที ้งั หมด 11
เล‹ม เลม‹ แรกชอ่ื หนงั สอื “ลายแทงนักคดิ ” เปšนการปูพื้นฐานความเขŒาใจ
เรอ่ื งการคดิ และอกี 10 เลม‹ จะแบง‹ ออกเปนš ความคดิ มติ ลิ ะหนง่ึ เลม‹ ทง้ั หมด
10 มิติ อันไดŒแก‹

176

บทส‹งทŒาย …

การคิดเชงิ วพิ ากษ (Critical Thinking)
การคิดเชงิ วเิ คราะห (Analytical Thinking)
การคิดเชงิ สงั เคราะห (Synthesis-Type Thinking)
การคดิ เชงิ เปรียบเทยี บ (Comparative Thinking)
การคดิ เชิงมโนทัศน (Conceptual Thinking)
การคิดเชิงสรŒางสรรค (Creative Thinking)
การคดิ เชงิ ประยกุ ต (Applicative Thinking)
การคดิ เชิงกลยุทธ (Strategic Thinking)
การคดิ เชงิ บรู ณาการ (Integrative Thinking)
การคดิ เชิงอนาคต (Futuristic Thinking)
success publisher
เน้ือหาในแต‹ละเล‹มจะนําผูŒอ‹านเขŒาสู‹มิติใหม‹แห‹งการฝƒกคิดในภาค
ปฏบิ ตั ิ ความโดดเดน‹ ของการคดิ แตล‹ ะแบบนน้ั อยท‹ู กี่ ารพยายามประยกุ ต
ใหเŒ หมาะสมกบั วธิ คี ดิ ของคนในสงั คมไทยมากทส่ี ดุ โดยมง‹ุ หวงั ใหผŒ อŒู า‹ นไดŒ
รับการพัฒนาทางความคิดจากรากฐานโลกทัศน ชีวทัศน คา‹ นิยม นสิ ยั
และจากวธิ กี ารคดิ แบบเดมิ สก‹ู ระบวนการคดิ ใหมท‹ จี่ ะนาํ ไปสก‹ู ารบรรลเุ ปา‡
หมายการคดิ ไดอŒ ยา‹ งมเี หตผุ ล สราŒ งสรรค อนั จะชว‹ ยใหเŒ รามโี อกาสประสบ
ความสาํ เร็จมากกวา‹ การยดึ วธิ คี ิดแบบเดมิ

177

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

บรรณานกุ รม

Douglas, G. Integrative thinking - the NEW IT revolution. Available on the
internet. http://www.integrative-thinking.com.

Drenska, S., Alkalay, Y., Tenchev, D., Bazliankov, L. An approach to
developing systemic and integrative thinking in the process of
management education. Available on the internet. http://www.
ou-link.ru/654/bul etin_654_8/tc-1.htm#english.

Federman, M. Integral awareness, integrative thinking. McLuhan
Management Studies. Available on the internet. http://www.mcluhan.
utoronto.ca/article_integralawareness.htm

Gladstone, Arthur (1992). A loving way of life. Trumpeter: 9, 3 Available on
the internet. http://www.icaap.org/iuicode?6.9.3.11.

Martin, Roger and Austen, Hilary. (1999). The art of integrative thinking.
Rotman Management (Fal). Available on the internet. www.rotman.
utoronto.ca/rogermartin/ The Art of Integrative Thinking.pdf.

Microsoft Corporation (1999). Encarta World English Dictionary & (P).
Developed for Microsoft by Bloomsbury Publishing Plc..

Mitroff, Ian I. (1997). Smart thinking for crazy times: the art of solving the
right problems. San Francisco: Berrett-Koehler Publishers.

Oxford Dictionary. Oxford University Press.
Senge, P. M. (1990). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the

Learning Organization. New York: Currency/Doubleday.
The Academy for Integrative Psychology. A first approach to the concept

of “integration”. Available on the internet. http://www.psy.cc/
integrationfirst.html.

178

บทส‹งทŒาย …

The Academy for Integrative Psychology. Resources for integrativesuccess publisher
thinking.. Available on the internet. http://www.psy.cc/resources.html.

The Academy for Integrative Psychology. The integrative procedure: A
deeper approach. Available on the internet. http://www.psy.cc/
integrationdeeper.html.

The Academy for Integrative Psychology. What is integration?. Available
on the internet. http://www.psy.cc/integration.html.

The Noosphere Network. The Procedure of Conceptual Integration.
Available on the internet. http://noosphere.cc/integrationProcedure.
html. Posted 21/4/02

The Noosphere Network. What is integration?. Available on the internet.
http://noosphere.cc/integration.html. Latest Update 14/04/02.

เกรียงศกั ด์ิ เจริญวงศศกั ด.ิ์ (2539). ศกึ ษติ ในศตวรรษที่ 21 : แนวคิดปฏิรูปการ
ศึกษาไทย. กรงุ เทพฯ : ซคั เซส มีเดีย.

เกรยี งศกั ด์ิ เจรญิ วงศศ ักดิ์. (2540). ปฏริ ูปครบวงจร : สย‹ู คุ เรืองรองของเมืองไทย.
กรงุ เทพฯ : ซคั เซส มเี ดยี .

เกรียงศกั ด์ิ เจริญวงศศกั ด์ิ. (2544). ลายแทงนักคิด. กรงุ เทพฯ : ซคั เซส มีเดีย.
เกรียงศกั ดิ์ เจรญิ วงศศ กั ด.์ิ (2545). การคิดเชงิ มโนทศั น. กรุงเทพฯ : ซัคเซส มเี ดยี .
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2538). พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2525 พิมพ

คร้ังท่ี 5. กรุงเทพฯ : อักษรเจรญิ ทัศน อจท.
รดี เดอรไ ดเจสท. (2543). “บทที่ 2 สมองมหัศจรรย” อัศจรรยจ ติ มนษุ ย. กรุงเทพฯ

: รดี เดอร ไดเจสท (ประเทศไทย).

179


Click to View FlipBook Version