The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by totvcr, 2021-10-18 00:46:22

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

3.การคิดเชิงบูรณาการ - ลายน้ำ

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ชว‹ ยกาํ จดั การ “คดิ ตน้ื ๆ”
ท่ีอาจเกิดขนึ้ โดยไมต‹ ้ังใจ
และช‹วยลบความ “เสียนŒอยเสยี ยาก เสียมากเสยี งา‹ ย”
ซ่งึ ส‹วนใหญ‹เปนš เพราะ
การด‹วนตดั สนิ ใจอยา‹ งงา‹ ย ๆ ของเรา
บนการคาํ นึงถึงเพยี งมุมใดมมุ หน่ึง
โดยไม‹ไดคŒ ดิ ใหŒรอบคอบ

30

success publisher เหตุใดจึงตŒองคิดเชิงบูรณาการ ?

INTEGRATIVE
THINKING

เหตใุ ดจึงตŒอง
คดิ เชงิ บรู ณาการ ?

31

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

การคดิ เชงิ บูรณาการเปนš การคิดท่ีสําคญั อกี มิตหิ นึ่ง ทีเ่ ราควรเรยี นรŒู
ทงั้ “วธิ กี ารคดิ ” และ “การฝกƒ ฝนในภาคปฏบิ ตั ”ิ ซงึ่ สามารถประมวลเหตผุ ล
ท่เี ราตŒองคดิ เชงิ บูรณาการ ไดดŒ ังนี้
เพ่ือชว‹ ยลดความผดิ พลาดจากการคิด “ไม‹ครบ”

ขŒอดีของการคิดเชิงบูรณาการประการหนึ่ง คือ การช‹วยกําจัดการ
“คดิ ตน้ื ๆ” ท่ีอาจเกดิ ข้ึนโดยไมต‹ ง้ั ใจ และชว‹ ยลบความ “เสียนŒอยเสียยาก
เสยี มากเสยี งา‹ ย” ซง่ึ สว‹ นใหญเ‹ ปนš เพราะการดว‹ นตดั สนิ ใจอยา‹ งงา‹ ย ๆ ของ
เราบนการคาํ นงึ ถงึ เพยี งมมุ ใดมมุ หนงึ่ โดยไมไ‹ ดคŒ ดิ ใหรŒ อบคอบ ซง่ึ มสี าเหตุ
จาก

…กรอบความคิดหรือมมุ มองของเรามขี อŒ จํากัด

ดงั นน้ั การตดั สนิ ใจหรอื เสนอความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งใดจงึ มโี อกาส
เส่ียงที่จะผิดพลาดไดŒมาก ดŒวยเหตุน้ีเราจึงไม‹สามารถละเลยการคิดเชิง
บรู ณาการ แลวŒ ใชเŒ พยี งความรหŒู รอื ประสบการณแ บบเดมิ ๆ ไดŒ แตเ‹ ราตอŒ ง
เรยี นรูŒทจี่ ะคิดดวŒ ยการมองใหŒครบถวŒ นทกุ แงม‹ ุมในการพิจารณาแต‹ละเรอื่ ง
การคิดเชิงบูรณาการจะช‹วยขยายกรอบความคิดและมุมมองเกี่ยวกับเร่ือง

32

เหตุใดจึงตŒองคิดเชิงบูรณาการ ? 04

นัน้ ใหกŒ วาŒ งกว‹าเดมิ ทาํ ใหŒเขŒาใจภาพไดอŒ ยา‹ งชัดเจน เขาŒ ใจเร่ืองตา‹ ง ๆ ไดŒ
อย‹างครบถŒวน อันจะทําใหŒแกŒป˜ญหาไดŒอย‹างตรงวัตถุประสงคและเกิด
ประโยชนส งู สุด

…การตอบสนองความตอŒ งการเฉพาะหนาŒ

ซงึ่ อาจทาํ ใหเŒ ราคดิ ไมค‹ รบถวŒ น เพราะเมอื่ เรามคี วามตอŒ งการบางดาŒ น
ทเ่ี รง‹ ดว‹ นอย‹ู และเราเหน็ หนทางทส่ี ามารถสนองความตอŒ งการนนั้ เราอาจ
จะไมไ‹ ดคŒ ดิ อยา‹ งรอบคอบวา‹ เปนš วธิ ที ดี่ ที ส่ี ดุ หรอื ไม‹ สนใจเพยี งผลลพั ธท จ่ี ะ
ไดจŒ ากส่ิงน้นั ณ เวลาน้นั เทา‹ น้ัน ซ่งึ แทŒจริงวิธนี ั้นอาจไมส‹ ามารถแกปŒ ˜ญหา
ไดตŒ รงวตั ถปุ ระสงค และอาจสง‹ ผลกระทบตา‹ ง ๆ ตดิ ตามมา การพิจารณา
ป˜ญหาหรือการกระทําสิ่งใดก็ตาม หากทําอย‹างไม‹รอบคอบ จะส‹งผลใหŒ
เราเสียเวลา เสียทรัพยากรไปกับส่ิงนั้นโดยไม‹สมควร แต‹หากเราคิดเชิง
บูรณาการพจิ ารณาเช่ือมโยงมมุ มองอื่น ๆ ดŒวย แมŒดูเหมอื นไมเ‹ ก่ียวขอŒ ง
กันโดยตรง เราจะสามารถหาทางแกŒป˜ญหานั้นไดอŒ ยา‹ งตรงประเด็น
success publisher
…เม่ือมีป˜ญหาเกดิ ขึ้นเรามักแกปŒ ˜ญหาโดยใชกŒ ารเลยี นแบบเหตุการณในอดตี

หรอื เลยี นแบบการแกปŒ ญ˜ หาของคนในอกี พน้ื ทห่ี นงึ่ เพราะเหน็ วา‹ การ
ทําแบบน้ันไดŒรับคําตอบตามที่ตŒองการ เช‹น สมมติเราเห็นว‹าประเทศ
สหรัฐอเมริกานาํ ระบบการศึกษาโดยครอบครัว (home schooling) มาใชŒ
และประสบความสาํ เรจ็ เราจงึ เลยี นแบบมาใชบŒ าŒ ง แตป‹ รากฏวา‹ เกดิ ปญ˜ หา
มากมาย เพราะไมเ‹ หมาะสมกับบรบิ ทสังคมไทย ในเหตุการณน ี้ การคิด
เชิงบูรณาการจะช‹วยใหŒเราเขŒาใจว‹า แทŒจริงแลŒว เหตุการณแต‹ละอย‹างที่
เกดิ ข้นึ นัน้ ตา‹ งมบี รบิ ทแวดลŒอม เวลา และองคประกอบต‹าง ๆ ทีม่ ีความ
แตกตา‹ งกนั การท่ีจะใชŒวิธีเดิมในลกั ษณะสตู รตายตัวน้นั จึงอาจไมช‹ ‹วยใน
การแกŒปญ˜ หาไดŒตรงจุด ยิ่งกว‹าน้ันอาจทาํ ใหŒปญ˜ หาอื่น ๆ เกดิ ขนึ้ ตามมา

33

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ดŒวยไดŒ ดังนั้นการคิดเชิงบูรณาการจึงช‹วยใหŒเราเรียนรูŒที่จะพิจารณาเร่ือง
แต‹ละเร่อื ง ในบรบิ ทและมุมมองทีเ่ ก่ยี วโยงกนั ไดŒอย‹างครบถวŒ น ทําใหŒการ
วนิ ิจฉยั เกี่ยวกับเรือ่ งน้ันไมผ‹ ดิ พลาด

เพ่ือช‹วยใหมŒ คี วามเขาŒ ใจเร่ืองท่ีมคี วามซับซอŒ น
ไดอŒ ยา‹ งลึกซง้ึ และกวาŒ งขวาง

ในอนาคต เมื่อโลกและระบบตา‹ ง ๆ ในโลกมีความซับซŒอนมากยิ่ง
ขึ้น เนื่องจากกระแสโลกาภิวัตนและการเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยี
สารสนเทศ ตลอดจนการเปด เสรที างเศรษฐกจิ เปนš แรงขบั เคลอื่ นสาํ คญั จะ
ทาํ ใหเŒ ศรษฐกจิ ไทยมคี วามซบั ซอŒ นจากการเชอื่ มโยงเปนš เครอื ขา‹ ยกบั ระบบ
เศรษฐกจิ โลกมากขึน้ รวมทง้ั การเชื่อมโยงของระบบเครือข‹ายสารสนเทศ
ทวั่ โลก จะทาํ ใหปŒ ˜จจยั ตา‹ ง ๆ ทกี่ ‹อนหนาŒ นไี้ มเ‹ คยมผี ลกระทบต‹อเศรษฐกจิ
และสงั คมไทย กลบั สง‹ ผลกระทบอยา‹ งรนุ แรงและรวดเรว็ มากขน้ึ ซงึ่ สะทอŒ น
ว‹าโลกท่ีเช่ือมโยงเปšนเครือข‹ายทําใหŒเราไม‹สามารถคิดแบบแยกส‹วนไดŒอีก
ตอ‹ ไป

เฟรดรกิ เวสเตอร (Frederic Vester) นกั คดิ และนกั เขยี นชาวเยอรมนั
ผมŒู คี วามรใŒู นศาสตรห ลายสาขาและมชี อื่ เสยี งในดาŒ นการคดิ เกย่ี วกบั ระบบ
ทีม่ ีความซับซŒอน ไดกŒ ลา‹ วไววŒ ‹า

“คาํ ตอบของปญหาของเรากําลังจะมาจากอนาคต มิไดม าจากอดตี
โลกวนั พรงุ นจ้ี ะตอ งพงึ่ พาการคดิ เชงิ บรู ณาการอยา งมาก ทง้ั ในการศกึ ษา
และการทํางาน ทั้งชวี ิตความเปนอยูในระดับบุคคลและระดบั สงั คม”

34

เหตุใดจึงตŒองคิดเชิงบูรณาการ ? 04

คาํ กลา‹ วนสี้ ะทอŒ นใหเŒ หน็ วา‹ การคดิ เชงิ บรู ณาการจะยง่ิ ทวคี วามสาํ คญั
มากขน้ึ ในโลกทซ่ี บั ซอŒ น เพราะภายใตคŒ วามซบั ซอŒ นมโี อกาส และทางเลอื ก
ในการตดั สนิ ใจเพมิ่ ขนึ้ หากเราเขาŒ ใจความซบั ซอŒ นดงั กลา‹ ว เราจะสามารถ
คนŒ หาโอกาสภายใตŒความสลับซบั ซอŒ นนั้นไดŒ แมวŒ า‹ โลกที่ซับซอŒ นมากขนึ้
จะมีความเสย่ี งจากความไมแ‹ นน‹ อนและผลกระทบจากป˜จจัยตา‹ ง ๆ มาก
ขึน้ ดวŒ ยเชน‹ เดยี วกนั
success publisher
ดงั นนั้ การขาดความเขŒาใจกลไกของสิง่ ทีเ่ รากําลังพิจารณาอย‹างลึก
ซ้ึงและกวŒางขวาง จะทําใหŒเราไม‹สามารถตัดสินใจไดŒอย‹างถูกตŒองและ
เหมาะสม หรือมโี อกาสสูงท่ีจะตดั สินใจผดิ พลาด รวมทงั้ ขาดความพรŒอม
ในการปอ‡ งกันผลกระทบจากปจ˜ จยั ตา‹ ง ๆ อันจะนําไปส‹ูความถดถอยหรอื
ล‹มสลายของส่ิงที่เรารับผิดชอบท้ังในระดับ บุคคล องคการ หรือระดับ
ประเทศ

เพือ่ ชว‹ ยใหกŒ ารตดั สินใจในเรอื่ งเล็ก
เกิดผลดีตอ‹ เร่อื งใหญ‹

การคิดเชิงบูรณาการเหมาะสําหรับเรื่องที่มีความซับซŒอน และมี
ผลกระทบในมมุ กวาŒ ง การตัดสนิ ใจเร่ืองใดเรอ่ื งหน่ึง จะมีผลตอ‹ ภาพรวม
ท้งั หมด ดังนั้น จึงจําเปšนตอŒ งดูภาพรวมทง้ั หมดก‹อนตัดสินใจ หรือใหขŒ Œอ
สรุปเกย่ี วกบั เร่อื งใดเรื่องหนงึ่ ยกตัวอยา‹ งเช‹น

à¡Éμá÷èÕ¢Ò¾ת¼ÅäÁ‹ä´ŒÃÒ¤ÒÁÑ¡¨Ð»´¶¹¹»ÃзŒÇ§
áÅÐàÃÂÕ ¡ÃÍŒ §ãËÃŒ °Ñ ªÇ‹ Â¾Â§Ø ÃÒ¤Ò Í¹Ñ à»¹š àËμãØ ËÃŒ °Ñ μÍŒ §ªÇ‹ ÂàËÅÍ×
¨§Ö à¡´Ô ¡ÒÃàÅÂÕ ¹áººã¹à¡ÉμáÃÃÒÂ͹×è æ ·¤Õè ´Ô ÇÒ‹ Ç¸Ô ·Õ ¨Õè зÒí ã˾Œ ª×

35

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

¼Åä´ÃŒ Ò¤Ò´Õ ¤Í× μÍŒ §àÃÂÕ ¡ÃÍŒ §¡´´¹Ñ ãËÃŒ °Ñ ªÇ‹ ÂàËÅÍ× ¨¹Ã°Ñ ·¹μÍ‹ ¡ÒÃ
àÃÂÕ ¡ÃÍŒ §äÁ‹äËÇ μÍŒ §¹Òí à§¹Ô ÁҪNj ÂàÃÍ×è Âä»

¡ÒáÃзÒí હ‹ ¹Õé ËÒ¡»ÃÐà·Èä·ÂÁàÕ ¾ÂÕ § 2 ÊÇ‹ ¹ ¤Í× Ã°Ñ ºÒÅ
áÅÐà¡Éμáà ¤§¨ÐäÁÊ‹ §‹ ¼ÅàÊÂÕ ËÒÂÁÒ¡¹¡Ñ áμ‹ã¹¤ÇÒÁ໹š ¨Ã§Ô
·¡Ø ¤Ã§Ñé ·àèÕ ¡ÉμáÃä´»Œ ÃÐ⪹ ÂÍ‹ Á¨Ðà¡´Ô ¡ÒÃàÊÂÕ »ÃÐ⪹ ã¹ÁÁØ
͹×è ´ÇŒ  હ‹ à¡ÉμáÃäÁà‹ ÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ ¨Õè ЪNj ÂμÇÑ àͧ ¡ÒÃ㪧Œ º»ÃÐÁÒ³
äÁà‹ ¡´Ô »ÃÐ⪹ʏ §Ù Ê´Ø äÁÁ‹ ¡Õ ÒÃÇÒ§á¼¹¡ÒüÅμÔ ·ÇÑè »ÃÐà·È·Òí ãËÁŒ Õ
»Þ˜ ËÒã¹Í¹Ò¤μ ÏÅÏ Ã°Ñ ºÒÅ·èÕäÁ‹ä´¤Œ ´Ô àª§Ô ºÃÙ ³Ò¡Òà Á¡Ñ μ´Ñ Ê¹Ô ã¨
àª§Ô ¹âºÒ¼´Ô ·Òí ãËŒäÁ‹ä´áŒ ¡»Œ Þ˜ ËÒÍÂÒ‹ §á·¨Œ Ã§Ô à»¹š à¾ÂÕ §¡ÒÃäËÅ
ä»μÒÁàËμ¡Ø Òóˏ ÃÍ× μͺʹͧ»Þ˜ ËÒ੾ÒÐ˹Ҍ Í¹Ñ ¨Ðʧ‹ ¼ÅãËàŒ ¡´Ô
»Þ˜ ËÒμÒ‹ § æ μÒÁÁÒÍ¡Õ ÁÒ¡ÁÒÂ

ËÒ¡ÃѰºÒÅàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè¨Ð¤Ô´Í‹ҧºÙóҡÒà áÅÐÇÒ§á¼¹àªÔ§
¹âºÒÂà¾Í×è á¡»Œ Þ˜ ËÒã¹ÁÁØ μÒ‹ § æ ·àÕè ªÍ×è Áâ§¡¹Ñ ·§éÑ ·Ò§μç·Ò§ÍÍŒ Á
¨ÐÊÒÁÒö·Òí ãËËŒ Å´Ø ¨Ò¡»Þ˜ ËÒä´¤Œ úǧ¨Ã äÁà‹ ¾ÂÕ §áμ»‹ Þ˜ ËÒÃÒ¤Ò¾ª×
¼Åà¡ÉμÃμ¡μÒíè à·Ò‹ ¹¹éÑ á쨋 ЪNj ÂãËàŒ ¡ÉμáÃÊÒÁÒöᢧ‹ ¢¹Ñ ä´Œ â´Â·èÕ
»ÃЪҪ¹·ÇÑè ä»äÁ¨‹ Òí ໹š μÍŒ §àÍÒà§¹Ô ÀÒÉÕ仪Nj Âã¹·Ò§ÍÍŒ Á

การคดิ เชงิ บรู ณาการชว‹ ยใหมŒ องเหน็ วา‹ จดุ ใดคอื จดุ ปญ˜ หา จดุ ใดคอื
จดุ แหง‹ โอกาส ทาํ ใหรŒ วŒู ‹าแตล‹ ะจดุ เชอื่ มโยงกนั อยา‹ งไร ถาŒ กระทาํ สงิ่ นจี้ ะไป
กระทบอะไรบŒาง ทาํ ใหสŒ ามารถแกปŒ ˜ญหาไดŒอยา‹ งแทŒจรงิ ไมต‹ Œองเสยี เวลา
และทรัพยากรในการแกผŒ ิดจดุ อีกท้ังยงั จะชว‹ ยทําใหทŒ ุกฝ†ายไดปŒ ระโยชน
จากการตัดสนิ ใจน้ัน

36

เหตุใดจึงตŒองคิดเชิงบูรณาการ ? 04

เพ่ือลดความซาํ้ ซŒอนและการสิ้นเปลอื งทรพั ยากร

ในการวางแผนการดําเนินกิจกรรมต‹าง ๆ ทั้งในระดับบุคคล
ครอบครวั องคการ และระดับประเทศ มีกจิ กรรมต‹าง ๆ เปšนจาํ นวนมาก
โดยแตล‹ ะกจิ กรรมมลี กั ษณะ ขัน้ ตอน ระยะเวลาการดาํ เนินการ และผูŒรบั
ผดิ ชอบทแ่ี ตกตา‹ งกนั หากเราปลอ‹ ยใหมŒ กี ารคดิ วางแผนแตล‹ ะกจิ กรรมแยก
จากกันโดยส้นิ เชงิ อาจจะทาํ ใหเŒ กดิ ความซา้ํ ซอŒ น หรือบางคร้ังขัดแยŒงกัน
ในการดําเนินงาน หรือนําไปสู‹การสิ้นเปลืองงบประมาณ และการใชŒ
ทรพั ยากรในการดาํ เนนิ กิจกรรมอยา‹ งไรŒประสทิ ธภิ าพ
success publisher
μÇÑ ÍÂÒ‹ §·àÕè ˹ç ä´ÍŒ ÂÒ‹ §ª´Ñ ਹ ä´áŒ ¡‹ ¤ÇÒÁ«Òíé «ÍŒ ¹¢Í§¡ÒÃ
·Òí §Ò¹¢Í§Ë¹Ç‹ §ҹμÒ‹ § æ ·ÃèÕ ºÑ ¼´Ô ªÍº´ÒŒ ¹ÃкºÊÒ¸Òó»Ù âÀ¤
àÃÒÁÑ¡¾ºàÊÁÍNjҶ¹¹ËÃ×Í·Ò§à´Ô¹à·ŒÒã¹àÁ×ͧä·ÂÁÑ¡ÁÕ¡Òâش æ
¶Á æ ÍÂà‹Ù ÊÁÍ áμ´‹ ÇŒ ÂÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤· μÕè Ò‹ §¡¹Ñ ºÒŒ §à¾Íè× ·Òí ¼ÇÔ ¶¹¹
ãËÁ‹ ºÒŒ §à¾Í×è ÇÒ§·Í‹ »ÃÐ»Ò ºÒŒ §à¾Í×è ÇÒ§ÊÒÂâ·ÃÈ¾Ñ · ãμ´Œ ¹Ô ºÒŒ §à¾Íè×
ÇÒ§·Í‹ ÃкÒ¹Òéí ÏÅÏ Ê§‹ ¼Å·Òí ãËÊŒ ¹Ôé à»ÅÍ× §§º»ÃÐÁÒ³áÅÐÊÃÒŒ §
¤ÇÒÁà´Í× ´ÃÍŒ ¹á¡»‹ ÃЪҪ¹¼ŒÙ㪶Œ ¹¹ÍÂÒ‹ §μÍ‹ à¹Íè× § áμË‹ ҡ˹Nj §ҹ
àËŋҹÕé ä´ŒÁÕ¡ÒäԴà¾×èͺÙóҡÒÃá¼¹§Ò¹à¢ŒÒ´ŒÇ¡ѹ¨Ð·íÒãËŒáμ‹ÅÐ
˹Nj §ҹ»ÃÐË嫄 §º»ÃÐÁҳŧä´ÁŒ Ò¡ áÅлÃЪҪ¹äÁμ‹ ÍŒ §à¼ªÞÔ
¡ºÑ ¤ÇÒÁäÁÊ‹ дǡ¨Ò¡¡Òû¯ºÔ μÑ §Ô Ò¹´§Ñ ¡ÅÒ‹ ÇÁÒ¡¹¡Ñ

37

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

เพื่อชว‹ ยใหเŒ ราสามารถแกŒไขป˜ญหาอยา‹ งเบด็ เสร็จ

ดังที่ผมไดŒเขยี นไวใŒ นหนงั สอื “ปฏริ ปู ครบวงจร : สู‹ยคุ เรืองรองของ
เมอื งไทย”(เกรยี งศกั ด,์ิ 2540) วา‹ ปญ˜ หาหนง่ึ ๆ อาจจะมาจากหลายสาเหตุ
ดังนั้น การแกŒไขเพียงสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งไม‹สามารถแกŒไขป˜ญหาที่มีอยู‹
ทง้ั หมดไดŒ หรอื การแกŒไขปญ˜ หาหนึ่ง ๆ อาจจะมคี วามเกย่ี วขอŒ งเช่อื มโยง
กบั ระบบหรอื ปจ˜ จยั ตา‹ ง ๆ การแกไŒ ขปญ˜ หาทรี่ ะบบหนงึ่ จะไมส‹ าํ เรจ็ เพราะ
ตดิ ขัดท่ีอกี ระบบหนึ่ง ดงั นนั้ จึงจําเปšนตอŒ งดําเนินการแกŒไขในทุกระบบที่
เกย่ี วขอŒ งไปพรอŒ ม ๆ กันและสอดคลŒองไปในทิศทางเดียวกัน

การคดิ เชงิ บรู ณาการทาํ ใหเ ราสามารถแกไ ขปญ หาไดอ ยา งเบด็ เสรจ็
เนอ่ื งจากมีการมองปญ หาจากมุมมองท่ีครบถว น เปน เหตุใหเ ราสามารถ
ทราบสาเหตขุ องปญ หาอยา งครบถว น และเขา ใจความเชอื่ มโยงของระบบ
ตาง ๆ ท่ีเกีย่ วของกบั ปญหานน้ั อยา งลึกซง้ึ และกวา งขวาง การเช่อื มโยง
แนวคดิ ในการแกไขปญ หา จากมุมมองตา ง ๆ ทาํ ใหส ามารถผลกั ดนั การ
แกไขปญหาอยางเบ็ดเสร็จครบวงจร โดยไมเกิดการติดขัดภายในระบบ
ตาง ๆ และไมทําใหเ กิดปญหาตอ เนอ่ื งติดตามมา

ผมขอยกตวั อยา‹ งการคดิ เชงิ บรู ณาการเพอ่ื แกไŒ ขปญ˜ หาการฉอŒ ราษฎร
บงั หลวง เมอ่ื พจิ ารณาถงึ สาเหตขุ องการฉอŒ ราษฎรบ งั หลวงดวŒ ยมมุ มองรอบ
ดาŒ น พบว‹าปญ˜ หาดงั กลา‹ วเกิดจากป˜จจยั หลกั 3 ประการ คือ คน ระบบ
และบรบิ ท

38

เหตุใดจึงตŒองคิดเชิงบูรณาการ ? 04

คน : ธนานิยม ไมซ‹ ื่อสตั ย ฟ†ุมเฟ„อยใชเŒ งินเกินตัว
ตดิ อบายมขุ รักสบายไม‹ชอบทํางานหนกั ฯลฯ

ระบบ : ขาดการตรวจสอบถว‹ งดลุ ขาดมาตรฐานการปฏบิ ัติ
ทดี่ ที สี่ ดุ ขาดระบบคณุ ธรรม ผลตอบแทนต่าํ ฯลฯ

บริบท : สงั คมนบั ถอื คนรํา่ รวยมากกวา‹ คนดี
มีวฒั นธรรมการฉŒอราษฎรบงั หลวงกันเปšนทีม
การถอื คติเขŒาเมอื งตาหลว่ิ ตอŒ งหลว่ิ ตาตาม
ประชาชนและเอกชนท่ีทํางานกบั รัฐมพี ฤติกรรม
ใหสŒ ินบนกบั เจาŒ หนาŒ ทรี่ ฐั ฯลฯ
success publisher
จากการเชือ่ มโยงมุมมองดาŒ นตา‹ ง ๆ เขาŒ ดŒวยกนั จะพบวา‹ หากเรา
แกŒไขที่ระบบเพียงอย‹างเดียว คนท่ีไม‹ซื่อสัตยย‹อมพยายามหาช‹องโหว‹ใน
ระบบเพอื่ ทาํ การโกงเงนิ ของหลวง หากเราแกไŒ ขทค่ี นเพยี งดาŒ นเดยี ว ระบบ
และบริบทแบบเก‹าจะกดดันใหŒคนดีไม‹สามารถดํารงอยู‹ไดŒ หรือลอ‹ ลวงใหŒ
คนดไี มส‹ ามารถรักษาความดไี วŒไดŒ และหากแกŒไขทบี่ ริบทเพียงอยา‹ งเดียว
จะไม‹เพียงพอทจี่ ะแกŒไขป˜ญหานีไ้ ดŒ

ดังน้ันเราจึงตองแกไขปญหาแบบ 3 ประสาน โดยแกไขท้ัง คน
ระบบ และบรบิ ท ไปพรอม ๆ กัน โดยใชมาตรการท่สี อดคลองกัน จงึ จะ
สามารถแกไขปญหาไดอยา งเบด็ เสร็จ

39

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

การแกไŒ ขป˜ญหาความยากจนในประเทศไทย เปšนอกี ตวั อย‹างหนึง่ ที่
ชดั เจนของการขาดการคิดเชิงบรู ณาการ เนือ่ งจากขาดการมองอยา‹ งเปšน
องครวม หน‹วยงานท้ังภาครัฐและภาคเอกชน พยายามแกŒไขป˜ญหาดŒวย
มุมมองของตนเอง และขาดการพิจารณาความตŒองการของประชาชนที่
ยากจน นอกจากนี้ การแกŒไขปญ˜ หายังขาดการบูรณาการแนวคิดตา‹ ง ๆ
เขาŒ หากนั สงั เกตไดจŒ ากการทต่ี า‹ งคนตา‹ งทาํ ไมม‹ กี ารวางแผนหรอื โครงการ
รว‹ มกนั สง‹ ผลทาํ ใหไŒ มป‹ ระสบความสาํ เรจ็ ในการแกไŒ ขปญ˜ หาความยากจน
เพื่อช‹วยใหŒเราเปนš คนที่ “ใจกวŒาง”

การคดิ เชงิ บรู ณาการ จะชว‹ ยฝกƒ ใหเŒ รามองนอกกรอบความจาํ กดั ของ
ตนเองสูก‹ รอบของส่ิงตา‹ ง ๆ ทส่ี ามารถเชอ่ื มโยงกันไดใŒ นกรอบท่ีกวŒางและ
ครบถวŒ นมากทสี่ ดุ การคดิ เชงิ บรู ณาการจะชว‹ ยทาํ ใหเŒ ราเกดิ ความตระหนกั
ว‹า กรอบความคิดท่ีเรามีต‹อเรื่องใดเร่ืองหนึ่งน้ัน ย‹อมถูกจํากัดดŒวย
ประสบการณ ความรŒู ความเขาŒ ใจที่เรามีตอ‹ เรื่องนัน้ ๆ ดงั นน้ั ส่ิงทีเ่ ราคดิ
จึงไม‹ใช‹มาตรฐานท่ีจะมาชีว้ ัดวา‹ ถกู หรือผดิ อยา‹ งไร

การคิดเชิงบูรณาการจึงเปนการคิดที่ไมหวังเพียงเพื่อ “ประโยชน
เฉพาะหนา ” หรือ “ประโยชนเ พอื่ ตนเอง” แตจะคิดเพ่อื ประโยชนส ูงสดุ
ตอ ภาพรวม เพราะเรารูวาเรอ่ื งตาง ๆ ท่ีเกดิ ข้ึนยอมมีความเช่อื มโยงกัน
มคี วามเปนเหตุเปน ผลกัน การตดั สินใจส่งิ ใดลงไปยอ มสงผลกระทบตอ
สิ่งอน่ื ๆ ดวย ทงั้ ในมุมบวกและมมุ ลบ

40

เหตุใดจึงตŒองคิดเชิงบูรณาการ ? 04

การตัดสินโดยไม‹พิจารณาใหŒรอบคอบครบถŒวนนั้น อาจส‹งผลดีใน
ตอนแรกแตอ‹ าจส‹งผลรŒายตามมาในภายหลัง ดังน้นั จึงจําเปนš ตอŒ งมองใหŒ
ครบทุก ๆ มุมอย‹างครบถวŒ นกอ‹ น จึงจะทาํ ใหŒการตดั สินใจใด ๆ เกดิ
ประโยชนส ูงสุด

เพ่ือชว‹ ยจดั การความขัดแยŒง
success publisher
การคดิ เชงิ บรู ณาการทาํ ใหเŒ กดิ การเชอื่ มโยงแนวคดิ ตา‹ ง ๆ เขาŒ หากนั
ไดอŒ ยา‹ งสมดลุ จะชว‹ ยทาํ ใหเŒ กดิ การประสานประโยชน และลดหรอื จดั การ
ความขัดแยŒงท่ีอาจจะเกิดขึ้นไดŒ ทั้งนี้การคิดเชิงบูรณาการจะย่ิงทวีความ
สําคัญมากข้ึนในโลกอนาคต เน่ืองจากการใหŒน้ําหนักกับความเปšน
ประชาธปิ ไตยและสทิ ธมิ นษุ ยชนมากขนึ้ สง‹ ผลทาํ ใหจŒ าํ นวนของผมŒู สี ว‹ นไดŒ
สว‹ นเสีย (stakeholder) เพ่มิ ขนึ้ และอาํ นาจตอ‹ รองของกล‹ุมผลประโยชน
(interest group) ตา‹ ง ๆ เพมิ่ สงู ขนึ้ ในขณะเดยี วกนั แนวคดิ ของคนในโลก
กําลังเปล่ียนเขŒาสู‹แนวคิดของสํานักหลังทันสมัย (postmodernism) ซ่ึง
ทําใหŒคนมีความคดิ เหน็ ที่แตกต‹างหลากหลายมากขึ้น ดังนนั้ การกําหนด
นโยบาย การวางแผน การแกไŒ ขปญ˜ หา หรอื การดาํ เนนิ กิจกรรมตา‹ ง ๆ จงึ
ตอŒ งคํานงึ ถึงมุมมองของกลุม‹ คนที่หลากหลายมากข้นึ

41

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

การคดิ เชิงบูรณาการ
สามารถนํามาใชŒในการพจิ ารณาประเด็นตา‹ ง ๆ
ไมว‹ า‹ จะเปšนการทาํ ความเขาŒ ใจในเรอื่ งใดเรือ่ งหน่ึง

การแกŒไขปญ˜ หา การวางแผนการทาํ งาน
รวมถงึ การกาํ หนดนโยบาย

การคิดเชงิ บรู ณาการเปนš ทกั ษะการคิดที่เปนš ประโยชน
ท้ังในการคดิ เร่ืองทว่ั ไปในระดบั บุคคล

และเร่อื งใหญร‹ ะดบั ชาติทีม่ ผี ลกระทบในวงกวาŒ ง
ทง้ั ยังเหมาะอย‹างยิ่งสาํ หรบั การมองประเด็นท่ีมคี วามซับซอŒ น

การพฒั นาความสามารถในการคดิ เชงิ บรู ณาการ
จงึ มคี วามจาํ เปนš อย‹างย่งิ ยวด

ในการดาํ รงชวี ติ ในโลกทีม่ คี วามซับซอŒ นมากขนึ้ ทุกขณะ

42

success publisher “สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ

INTEGRATIVE
THINKING

“สวมกรอบความคดิ ”
หลกั คิดเชิงบรู ณาการ

43

ผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

success publisher
การคดิ เชงิ บรู ณาการเปนš การขยาย “กรอบ” ความคดิ ใหเŒ ปด กวาŒ งใน
ลกั ษณะเดยี วกบั การคดิ เชงิ สราŒ งสรรค ในการวนิ จิ ฉยั สถานการณ การมอง
ป˜ญหา การหาความสัมพนั ธเ ชิงเหตผุ ล น่ันคือ ไม‹ยดึ ตดิ กบั กรอบตัวแบบ
เดมิ ไมว‹ ‹าจะเปนš กรอบทฤษฎี กรอบเหตุผลทพี่ สิ ูจนแลŒว กรอบความเชอื่
ฯลฯ แตข‹ ยายกรอบความคิดออกไปเพอ่ื ใหสŒ ามารถพจิ ารณาเรอื่ งทเ่ี กิดขนึ้
ณ เวลานน้ั ในมมุ มองทกี่ วาŒ งและครบถวŒ นมากขน้ึ อนั จะชว‹ ยใหเŒ หน็ ความ
เปšนไปไดŒ เห็นโอกาสใหม‹ ๆ หรือหาหนทางแกŒป˜ญหาในทางสราŒ งสรรค
กว‹าท่ีเปนš อย‹ูไดŒ

กรอบความคิดของนักคิดเชิงบูรณาการ จะมีลักษณะเปšนกระบวน
การคิด 3 ข้ันตอน

ขนั้ ทห่ี นึ่ง ข้นั ถอดกรอบ 1. ถอดกรอบ

ขน้ั ท่สี อง ขัน้ ขยายกรอบ 2. ขยายกรอบ
3. คลุมกรอบ

ข้ันท่ีสาม ขั้นคลุมกรอบ

44

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

ขั้นทหี่ นึง่ ขั้นถอดกรอบ

นักคิดเชิงบูรณาการจะเปšนผูŒท่ีไม‹ยึดติดกับเลนสหรือกรอบการมอง
โลกของตนเอง ในการพจิ ารณาปญ˜ หาหรอื วนิ ิจฉยั เรอ่ื งต‹าง ๆ ท่ีเกิดขึน้
เนอ่ื งจากตระหนกั ว‹า กรอบหรือมุมมองทเี่ รามีตอ‹ เรอื่ งใดนนั้ มคี วามจํากดั
ทาํ ใหŒเรามองส่งิ น้นั ดŒวยสายตาของความเคยชนิ แกŒปญ˜ หาโดยไมค‹ าํ นงึ ถึง
ผลกระทบ ดŒวยความคิดทต่ี นเองคดิ วา‹ ถูกตอŒ ง
success publisher
กรอบความคิด ไดŒแก‹ กรอบความเคยชิน กรอบทฤษฎี กรอบขŒอ
สมมติ กรอบความเชอ่ื กรอบความรŒู กรอบประสบการณ กรอบวฒั นธรรม
เปšนตŒน กรอบเหล‹านกี้ าํ หนดมมุ มองทเ่ี รามตี อ‹ เร่อื งตา‹ ง ๆ กาํ หนดวิธีการ
ใชเŒ หตผุ ลของเรา และทส่ี าํ คญั เปนš ตวั จาํ กดั ปจ˜ จยั ตา‹ ง ๆ ทเี่ กยี่ วเนอื่ งเชอ่ื ม
โยงต‹อเรื่องนั้น เนื่องจากเปšนสิ่งที่ยึดถือและปฏิบัติสืบต‹อกันมา เห็น
ประสบการณค วามสาํ เร็จจนมน่ั ใจวา‹ คร้ังต‹อไปจะเปšนเชน‹ เดยี วกันอกี ส‹ง
ผลใหไŒ ม‹เกดิ การพจิ ารณาอยา‹ งครบถวŒ น

กรอบความคิด ความเช่อื ทฤษฎี ทาํ ใหŒรูปแบบการใชเŒ หตผุ ลของเรา
เปšนลักษณะการใชŒเหตุผลแบบนริ นยั (deductive thinking) เปนš สว‹ นมาก
แมวŒ ‹าสว‹ นหนงึ่ จะชว‹ ยใหเŒ กดิ การประหยดั เวลาในการพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั สง่ิ ที่
เกิดขึ้น แต‹ย‹อมมีโอกาสใหŒเราคิดผิดไดŒถŒาขŒออŒางที่เราเช่ือว‹าถูกตŒองนั้น
แทŒจริงแลŒวมิใช‹ส่ิงท่ีถูกตŒอง อีกท้ังการคิดในลักษณะนี้ส‹งผลใหŒเราขาด
การนําปจ˜ จัยอนื่ ๆ มารว‹ มคิดดŒวย ก‹อใหŒเกิดมุมมองวินจิ ฉยั เรอ่ื งตา‹ ง ๆ
อย‹างคับแคบและเกิดปญ˜ หาตามมาไดŒ

การคิดแบบนริ นยั ทาํ ใหŒความคิดของเรามีลักษณะเปšนเสนŒ ตรง

ข้อมลู ท่ีรบั รู้ กรอบที่ยึดเป็นหลกั ขอ้ วนิ ิจฉัย

45

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ดังน้ัน แมŒธรรมชาติสมองจะคิดบูรณาการอย‹างผสมผสาน แต‹คน
จํานวนไม‹นŒอยมักมีแนวโนŒมคิดแบบ “แยกส‹วน” ไม‹ไดŒนําองคประกอบ
ต‹าง ๆ มาบูรณาการร‹วมกันอย‹างเหมาะสม ทั้งนี้เนื่องจากเราถูกจํากัด
กรอบความคดิ ใหŒคดิ แยกส‹วนดŒวยกบั ดกั ทางความคดิ 4 กบั ดัก คอื

กบั ดักรปู แบบวธิ คี ิด

อันเกิดจากการหล‹อหลอมทางการเล้ียงดู การเรียนการสอน แบบ
อย‹างของคนในครอบครัวและสังคม การไดŒรับโอกาสทางการศึกษาและ
การพฒั นาสตปิ ญ˜ ญาและโอกาสการพฒั นาศกั ยภาพดาŒ นการคดิ ซงึ่ ถาŒ เรา
ไดŒรับการฝƒกทักษะการใชŒสมองทั้งสองซีกอย‹างไม‹สมดุลตั้งแต‹ในวัยเด็ก
เมอื่ เราเตบิ โตขน้ึ เราอาจใชสŒ มองดาŒ นใดดาŒ นหนง่ึ เปนš สว‹ นใหญไ‹ ดŒ เชน‹ ถาŒ
เราไม‹ไดŒรับการสอนเรือ่ งการใชเŒ หตผุ ล ทาํ ใหŒสมองสว‹ นของการใชเŒ หตผุ ล
ทําหนาŒ ทอี่ ย‹างบกพรอ‹ ง ในการคิด การตัดสนิ ใจเร่ืองตา‹ ง ๆ จึงมีแนวโนมŒ
ทจ่ี ะใชอŒ ารมณม ากกวา‹ หรอื ในทางตรงกนั ขาŒ มถาŒ เราไดรŒ บั การฝกƒ ฝนความ
คดิ เชิงเหตผุ ลดาŒ นเดียว เราอาจติดยึดกรอบเหตุผลจนขาดความสามารถ
ในการจินตนาการ และการคิดสราŒ งสรรคไดŒ

ที่สําคัญ รูปแบบวิธีคิดของเราเปšนลักษณะคิดแบบแยกส‹วน โดยมี
“ตวั เอง” เปนš ศูนยกลาง เชน‹ คดิ ในมุมท่ตี นเหน็ ว‹าดีและถกู ตŒองโดยมไิ ดŒ
ใหคŒ วามสาํ คัญกับป˜จจัยแวดลอŒ มหรอื คํานงึ ถึงผลกระทบท่จี ะตามมา คดิ
จากแรงกระตุŒนความตŒองการใหŒตนเองเปšนผูŒชนะและประสบความสําเร็จ
จงึ มแี นวโนมŒ ของความเปนš ปฏปิ ก˜ ษต อ‹ กนั กอ‹ ใหเŒ กดิ ความขดั แยงŒ และความ
เสยี หายมากกว‹า เปนš ตŒน

46

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

กบั ดกั ทางวัฒนธรรม

คนสว‹ นใหญจ‹ ะไดรŒ บั การหลอ‹ หลอม รปู แบบวธิ คี ดิ กรอบความคดิ ใน
การมองโลกและชวี ติ จากการถา‹ ยทอดขนบธรรมเนียมประเพณี ค‹านยิ ม
ความเชื่อ ระเบียบปฏบิ ัติในสงั คมตอ‹ ๆ กนั จากครอบครวั ชุมชน และ
สังคม อันมีความแตกต‹างกันไปในแต‹ละวัฒนธรรม การท่ีเราอยู‹ใน
วัฒนธรรมใด เรามกั ยึดถอื ว‹า สิง่ ท่เี ราคดิ และปฏิบัตนิ นั้ ถกู ตอŒ งเหมาะสม
ดแี ลŒว

การยดึ กรอบความคดิ ตามรากฐานวฒั นธรรมสว‹ นหนง่ึ เปนš สง่ิ ดเี พราะ
ทาํ ใหเŒ รามหี ลกั ยดึ ในการดาํ เนนิ ชวี ติ แตใ‹ นอกี มมุ หนง่ึ นนั้ อาจกอ‹ ใหเŒ กดิ ผล
เสียมากกวา‹ ผลดี เชน‹ อาจตอŒ งรบั ป˜ญหาอันเกิดจากความบกพรอ‹ งและไม‹
เหมาะสมของสิ่งท่ียอมรับต‹อ ๆ กันมาจนเปšนความเคยชิน เม่ือบริบท
เปลย่ี นไป รวมทงั้ มแี นวโนมŒ เกดิ อคติต‹อตŒานไมย‹ อมรบั ส่งิ ทขี่ ดั แยงŒ กับสงิ่ ท่ี
ตนยดึ ถือ ทงั้ ๆ ทสี่ ิง่ นั้นอาจมีส‹วนดซี ง่ึ สามารถนํามาบูรณาการร‹วมกันไดŒ
จนเปนš เหตใุ หŒพลาดส่งิ ทดี่ ีและเหมาะสมกวา‹ เดิม เปนš ตŒน ยกตัวอยา‹ งเชน‹
success publisher
...ã¹ºÒ§Â¤Ø ÊÁÂÑ ·ÊÕè §Ñ ¤ÁãˤŒ ³Ø ¤Ò‹ ºÃØ ÉØ ໹š ãËÞ‹ ÊμÃ¨Õ Ð¶¡Ù
¨Òí ¡´Ñ º·ºÒ·ãËÍŒ ‹Ùã¹Ç§¨Òí ¡´Ñ હ‹ äÁ‹ä´ÃŒ ºÑ ¡ÒÃÂÍÁÃºÑ ãËàŒ ÅÒ‹
àÃÂÕ ¹È¡Ö ÉÒ¨¹¶§Ö ÃдºÑ ʧ٠¹ÂÔ ÁãË·Œ Òí §Ò¹ã¹ºÒŒ ¹ äÁÊ‹ ÒÁÒöÁÊÕ Ç‹ ¹
ËÇÁ·Ò§¡ÒÃàÁ×ͧ ·íÒãËŒ¤ÇÒÁÃÙŒ¤ÇÒÁÊÒÁÒö¢Í§ÊμÃÕ¶Ù¡»´¡Ñé¹
μ‹ÍÁÒã¹ÊÁÂÑ ËÅ§Ñ àÁÍè× Ê§Ñ ¤Áà»´ âÍ¡ÒÊãËÊŒ ·Ô ¸àÔ ÊÃÀÕ Ò¾á¡Ê‹ μÃÁÕ Ò¡¢¹éÖ
ʧ‹ ¼ÅãËàŒ ¡´Ô ¡ÒúÃÙ ³Ò¡ÒÃ·Ò§È¡Ñ ÂÀÒ¾·àÕè ÊÃÁÔ ÊÃÒŒ §¡¹Ñ Áҡ§Ôè ¢¹Öé હ‹
ÊμÃ·Õ ÁèÕ ºÕ ·ºÒ··Ò§¡ÒÃàÁÍ× §¨Ðà¢ÒŒ 㨻ޘ ËÒà´¡ç ÊμÃÕ áÅФÃͺ¤ÃÇÑ
ä´´Œ ¡Õ ÇÒ‹ ·Òí ãËàŒ Ë¹ç á¹Ç·Ò§á¡»Œ Þ˜ ËÒ·àèÕ ËÁÒÐÊÁ ÃÇÁ·§éÑ º¤Ø Å¡Ô ÀÒ¾

47

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

áÅÐÅ¡Ñ É³Ð¹ÊÔ ÂÑ ¢Í§ÊμÃÁÕ ÊÕ Ç‹ ¹ªÇ‹ ÂãË¡Œ ÒÃμ´Ô μÍ‹ »ÃÐÊÒ¹§Ò¹à»¹š ä»
ä´ÍŒ ÂÒ‹ §ÃҺù×è ໹š μ¹Œ ¼Åã¹ÀÒ¾ÃÇÁ·àèÕ ¡´Ô ¢¹éÖ ÂÍ‹ Á´μÕ Í‹ ¡Òþ²Ñ ¹Ò
»ÃÐà·ÈÁÒ¡¡ÇÒ‹ ¡ÒÃÁ¹Õ ¡Ñ ¡ÒÃàÁÍ× §à¾ÈªÒÂà·Ò‹ ¹¹Ñé

...¡Ò÷Òí §Ò¹·Õè ãËÍŒ Òí ¹Ò¨á¡Ë‹ ÇÑ Ë¹ÒŒ §Ò¹ áÅÐãËÅŒ ¡Ù ¹ÍŒ §à»¹š
à¾ÂÕ §¼ÃŒÙ ºÑ ¤Òí ʧÑè ä»»¯ºÔ μÑ âÔ ´ÂäÁμ‹ ÍŒ §¤´Ô à¾ÂÕ §·Òí μÒÁãËÊŒ Òí àèç
à·Ò‹ ¹¹Ñé ¾Í äÁÁ‹ ÊÕ ·Ô ¸âÔ μጠ§Œ ¡ÒÃâμጠ§Œ ËÃÍ× àʹÍá¹Ð¤ÇÒÁ¤´Ô àË¹ç ·èÕ
¢´Ñ μÍ‹ ¤Òí ʧÑè ¨Ð¶¡Ù μ´Ñ Ê¹Ô ÇÒ‹ ¢´Ñ ¢¹× ¤Òí ʧÑè áÅÐÍҨ໹š àËμãØ ËÍŒ ¹Ò¤μ¡ÒÃ
·Òí §Ò¹äÁ¡‹ ÒŒ Ç˹Ҍ ä´Œ ¤ÇÒÁ¤´Ô હ‹ ¹àéÕ »¹š Í»Ø ÊÃäμÍ‹ ¡Òþ²Ñ ¹Ò§Ò¹ãËŒ
¡ÒŒ Ç˹Ҍ à¾ÃÒТҴ¡ÒúÃÙ ³Ò¡Ò÷ҧ¤ÇÒÁ¤´Ô ÃÐËÇÒ‹ §ËÇÑ Ë¹ÒŒ áÅзÁÕ
§Ò¹ ¢Ò´¡ÒÃÊÃÒŒ §ÊÃäʏ §èÔ ãËÁ‹ æ ¹Í¡¨Ò¡¹Õé ¤¹·Òí §Ò¹¨Ð¢Ò´¤ÇÒÁ
Ãʌ٠¡Ö ໹š à¨ÒŒ ¢Í§ ·Òí ãËŒäÁà‹ ¡´Ô ¤ÇÒÁÃʌ٠¡Ö Ã¡Ñ ã¹§Ò¹··Õè Òí áÅÐäÁ»‹ ÃÒö¹Ò
ÃºÑ ¼´Ô ªÍºÍÂÒ‹ §àμÁç ·Õè

การติดยึดทางวัฒนธรรมเดิม ๆ จะเปšนอุปสรรคต‹อการคิดเชิง
บูรณาการเพื่อสิ่งที่ดีและเหมาะสมกว‹า เพราะจะเกิดความเคยชินในวิถี
ชวี ติ เชน‹ ทเ่ี คยเปนš มา สง‹ ผลใหไŒ มเ‹ กดิ การตงั้ คาํ ถามหรอื คนŒ หาสว‹ นดขี องสง่ิ
ท่ีมีความแตกต‹างหรอื การเปลย่ี นแปลงใหม‹ ๆ สง‹ ผลใหขŒ าดการประสาน
ประโยชนร‹วมกนั อย‹างกลมกลนื

48

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

กบั ดกั ทางความรŒู

ความรูŒที่หลากหลายทําใหŒเราคิดเชิงบูรณาการไดŒดี ความรูŒหลาก
หลายสาขาทําใหŒสามารถมองเรื่อง ๆ หนึ่งไดŒลึกซ้ึง และมีความเขŒาใจ
มากกว‹าคนที่มีความรูŒจํากัดเพียงบางดŒาน แต‹น‹าเสียดายท่ีการศึกษาใน
ระบบส‹งเสริมใหŒสมองไดŒรับความรูŒเฉพาะดŒาน จากการเรียนที่มีลักษณะ
แยกเปนš รายสาขาวิชาตา‹ ง ๆ เช‹น วิทยาศาสตร ศลิ ปศาสตร ศาสนา
รฐั ศาสตร แพทยศาสตร บริหารจัดการ หรอื สาขาอ่ืน ๆ อย‹างขาดการ
บรู ณาการ การแยกการเรียนการสอนดŒานการคิด การพดู การอา‹ น การ
เขยี นออกจากกนั ทง้ั ๆ ทที่ ักษะทงั้ 4 อย‹างนี้ควรทาํ ไปดŒวยกนั ทําใหคŒ น
มีความรูŒทักษะความเช่ียวชาญเฉพาะดŒาน โดยปราศจากความรูŒท่ี
ครอบคลุมเรื่องต‹าง ๆ อย‹างครบถŒวนรอบดŒาน จนไม‹สามารถพิจารณา
วนิ จิ ฉยั สง่ิ ท่อี ย‹นู อกเหนอื จากความรทŒู ่ีตนเองมี การมคี วามรŒเู พยี งบางดาŒ น
จะจํากัดความสามารถในการเช่ือมโยงความสัมพันธเชิงเหตุผลระหว‹าง
แนวคดิ หลกั กบั แนวคดิ อนื่ ๆ อยา‹ งครบถวŒ น เมอื่ ขาดมมุ มองทห่ี ลากหลาย
ในการวนิ จิ ฉัยเรอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ จงึ แสดงผลเปšนการแกŒป˜ญหาเพยี งบางมมุ
บางดาŒ น และก‹อป˜ญหาดŒานอ่นื ๆ ตามมา
success publisher
กับดกั ประสบการณ

เรามกั ตอบสนองสถานการณตา‹ ง ๆ ตามประสบการณความเคยชนิ
โดยใชรŒ ปู แบบหรอื วธิ กี ารเดมิ ๆ ทเี่ คยใชแŒ ลŒวประสบความสาํ เรจ็ นาํ มาใชŒ
กบั สถานการณใ หม‹ทเ่ี ห็นวา‹ มลี ักษณะคลาŒ ย ๆ กนั กลายเปšนเหมือน “ชดุ
ความคดิ ” ทใ่ี ชใŒ นการวนิ จิ ฉยั และตดั สนิ เรอื่ งตา‹ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ทาํ ใหมŒ กี รอบ
การมองทจ่ี ํากัด ละเลยการวเิ คราะหสาระของสถานการณน ้นั อย‹างเฉพาะ
เจาะจง ละเลยประเดน็ ทอี่ ยน‹ู อกขอบเขต โดยเฉพาะการเปลย่ี นแปลงใหม‹

49

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

วธิ คี ดิ แบบใหม‹ ป˜จจยั ใหม‹ ๆ ทเ่ี กดิ ขึ้น เพราะคิดวา‹ ไม‹มีสว‹ นเก่ยี วขŒอง จงึ
ไม‹ไดŒนํามาร‹วมคิดหรือบูรณาการเพ่ือใชŒประโยชนดŒวย ซึ่งอาจก‹อใหŒเกิด
ป˜ญหาตามมา

นอกจากนี้ ประสบการณย ังอาจทาํ ใหเŒ ราตัดสินเรือ่ งตา‹ ง ๆ อย‹างไม‹
สมเหตสุ มผล เชน‹ ถŒาเรามีประสบการณท ่ีดี เราย‹อมมีแนวโนมŒ ท่ีจะเลอื ก
ใชŒวิธีน้ันอีกในสถานการณท่ีใกลŒเคียงกัน แต‹ในทางตรงกันขŒาม ถŒาเรามี
ประสบการณท เ่ี ลวราŒ ยกบั เรอ่ื งใด หรอื ถาŒ แนวคดิ ทฤษฎี แนวทางทเ่ี ราเคย
ประสบความสาํ เรจ็ ในการนาํ มาปฏบิ ตั ิ กลบั ไมป‹ ระสบความสาํ เรจ็ ดงั ทหี่ วงั
เราพบปญ˜ หา เกดิ ขอŒ บกพรอ‹ ง ไมบ‹ รรลเุ ปา‡ หมายสมดงั ทไี่ ดตŒ ง้ั ใจไวภŒ ายใตŒ
ภาวการณเช‹นนี้ เรามีแนวโนŒมท่ีจะเลือกส่ิงใหม‹ และละทิ้งส่ิงเดิมที่มีอยู‹
ท้ังหมด โดยประเมนิ คา‹ ในลกั ษณะ 2 ข้วั คอื ดี กบั ไมด‹ ี จรงิ กับ ไมจ‹ ริง
หรือบวก กับ ลบ แยกกันเปšนสองสว‹ นอยา‹ งชัดเจน ปราศจากภาวะทีอ่ ย‹ู
คน่ั กลางระหวา‹ งสองขวั้ ทง้ั ๆ ทห่ี ากนาํ มาประสานเชอ่ื มโยงกนั อาจกอ‹ ใหŒ
เกดิ แนวทางทีน่ ําไปสคู‹ วามสาํ เรจ็ มากกวา‹ ยกตวั อย‹างเชน‹

ÊÁÁμÇÔ Ò‹ àÃÒäÁ¾‹ Íã¨á¹Ç·Ò§àÈÃɰ¡¨Ô ẺàÊÃÕ ·Õè ãˤŒ ÇÒÁ
ÊÒí ¤ÞÑ ¡ºÑ ¡ÒäҌ ÃÐËÇÒ‹ §»ÃÐà·È ¡ÒÃà»´ àÊÃ´Õ ÒŒ ¹¡ÒäҌ ¡ÒÃŧ·¹Ø
áÅСÒÃºÃ¡Ô ÒáºÑ »ÃÐà·ÈμÒ‹ § æ â´ÂÅ´¢ÍŒ ¨Òí ¡´Ñ ·Ò§´ÒŒ ¹¡®ËÁÒÂ
áÅÐÀÒÉÃÕ ÐËÇÒ‹ §¡¹Ñ à¾ÃÒÐà˹ç ÇÒ‹ »ÃÐà·ÈàÃÒàÊÂÕ à»ÃÂÕ ºäÁÊ‹ ÒÁÒö
ᢧ‹ ¢¹Ñ ¡ºÑ »ÃÐà·È͹×è æ ä´Œ Ãʌ٠¡Ö ÇÒ‹ ¶¡Ù »ÃÐà·È͹è× àÍÒà»ÃÂÕ º ËÃÍ×
ÍÒ¨àË¹ç ¢ÍŒ º¡¾ÃÍ‹ §¢Í§¡ÒôÒí à¹¹Ô á¹Ç·Ò§àÈÃɰ¡¨Ô ¹àÕé ¡´Ô ¢¹éÖ ÁÒ¡ àÃÒ
ÍÒ¨ÁáÕ ¹Çâ¹ÁŒ á¡»Œ Þ˜ ËÒã¹ÁÁØ μç¡¹Ñ ¢ÒŒ Á ¤Í× Á§‹Ø ๹Œ ¡Òþ§èÖ μ¹àͧ´ÇŒ Â
¡Òû´ »ÃÐà·Èá·¹

50

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

การคดิ เชน‹ นน้ี าํ ไปสก‹ู ารยดึ แนวคดิ อกี ขว้ั หนงึ่ อยา‹ งตกขอบ คอื ปฏเิ สธ
แนวคิดเดมิ โดยส้ินเชิง และยึดแนวคดิ ใหมโ‹ ดยส้นิ เชิงเช‹นกัน สิ่งทเ่ี กิดข้นึ
คือ การท้งิ สิง่ ที่ดซี ึง่ ยังคงมีอย‹ูไปพรŒอม ๆ กับส่ิงท่ีเราคดิ วา‹ ไมด‹ ี ทาํ ใหŒขาด
โอกาสในการนําสง่ิ ที่จะเสรมิ สรŒางมาใชปŒ ระโยชนอยา‹ งท่ีควรจะเปšน ขณะ
เดยี วกนั กต็ อŒ งเผชญิ หนาŒ กบั ปญ˜ หาทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ตามมาจากสง่ิ ทเ่ี ราคดิ วา‹ ดี
นอกจากน้ี การมองคนละมมุ ในเรอื่ งเดยี วกนั ยอ‹ มเกดิ ผลกระทบจากความ
คิดทแี่ ตกต‹างกนั อยา‹ งหลีกเล่ียงไมไ‹ ดŒ ดังนน้ั การแกไŒ ขปญ˜ หาจําเปนš ตŒอง
คิดในเรือ่ งนนั้ อยา‹ งบรู ณาการ
success publisher
กบั ดกั ทางความคดิ เหลา‹ นี้ สง‹ ผลใหเŒ รามลี กั ษณะการคดิ แบบแยกสว‹ น
ซง่ึ ตรงกนั ขาŒ มกับการคดิ เชงิ บูรณาการ อันเปšนการคิดในลักษณะของการ
ประสานประโยชน โดยตระหนกั ถงึ ความสมั พนั ธเ ชอื่ มโยงระหวา‹ งกนั การ
พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของส่ิงต‹าง ๆ ในบริบทแวดลŒอม การคิดเชิง
บูรณาการจึงคาํ นึงถึงคน ระบบ และบริบทแวดลอŒ ม อย‹างองคร วม คํานึง
ถงึ ผลกระทบทจี่ ะเกดิ ขน้ึ และคนŒ หาความเชอ่ื มโยงเพอื่ ภาพรวมทง้ั หมดจะ
สามารถไปดŒวยกันไดŒ นําไปสู‹การสรŒางความเขŒาใจและความร‹วมมือ
ระหว‹างกัน ใหŒทกุ ฝา† ยไดŒรับประโยชน และสามารถแกŒป˜ญหาไดŒในระยะ
ยาว

ดงั นน้ั นกั คิดเชงิ บรู ณาการจงึ จาํ เปน ตอ ง “ถอดกรอบ” ความคดิ
เดมิ ออกเสยี กอ น ใหม คี วามคดิ ทยี่ ดื หยนุ ไมต ดิ กรอบความคดิ เดมิ กรอบ
ความเชือ่ เดิม กรอบทฤษฎีเดิม ในการตัดสนิ หรอื วินิจฉัยสง่ิ ตาง ๆ แต
เปด ใจออกใหก ับการสงั เกตสงิ่ ใหม ๆ ทเ่ี ขามา โดยพิจารณาในเร่อื งน้ัน
อยางครบถวนเชื่อมโยง เพื่อเปดโอกาสใหเห็นความเปนไปไดหรือหา
ทางออกทเ่ี หมาะสมมากกวา

51

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ขน้ั ทส่ี อง ขยายกรอบ

การคดิ เชงิ บรู ณาการ เปนš การคดิ ในลกั ษณะของการ “ขยายขอบเขต
การคิด” ของเราท่มี ีตอ‹ เรื่องนัน้ ๆ ออกไป โดยไม‹ดว‹ นสรุปหรอื ตัดสนิ แต‹
พิจารณาเรื่องน้ันอย‹างครบถŒวนทุกมุม เปดโอกาสใหŒความคิดของเราไดŒ
ทาํ การเชอื่ มโยง เพื่อหาความเปšนไปไดใŒ นความสัมพนั ธข องส่งิ ที่ดูเหมือน
ขัดแยŒง ทําใหŒเห็นความเปšนไปไดใŒ หม‹ มมุ มองใหม‹ ๆ เหน็ แนวทางการแกŒ
ป˜ญหาที่ดีกว‹าสรŒางสรรคกว‹า รวมทั้งเพื่อใหŒเห็นความสัมพันธเชื่อมโยง
ระหวา‹ งเรอ่ื งน้ันกบั ป˜จจยั อนื่ ที่เกยี่ วขอŒ ง

การขยายขอบเขตการคิด เปนš การขยายมุมมอง 5 ดาŒ น ไดŒแก‹
1. มององคร วม
2. มองสหวิทยาการ
3. มองอยา‹ งอุปนยั
4. มองประสานขั้วตรงขŒาม
5. มองทุกฝ†ายชนะ

…มององครวม

เราควรตระหนักว‹า เรื่องใดเร่ืองหนึ่งที่เรากําลังจะคิดน้ัน มีองค
ประกอบจํานวนมากท่เี กยี่ วขอŒ งเชอ่ื มโยง และมีแง‹มุมใหพŒ จิ ารณาไดอŒ ย‹าง
หลากหลาย ดงั นน้ั เราจงึ ควรมองใหคŒ รบทกุ มมุ มองทเ่ี กย่ี วขอŒ งกบั เรอื่ งนนั้
โดยคาํ นงึ ใหคŒ รบทกุ ปจ˜ จยั หรอื ตวั แปรทเี่ กยี่ วขอŒ ง เชน‹ พจิ ารณาวา‹ เรอื่ งนนั้
เก่ยี วขŒองกบั ใคร เกี่ยวขอŒ งอย‹างไร อะไรเปšนสาเหตุ ผลกระทบเก่ียวเนือ่ ง

52

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ มอี ะไรบาŒ ง เปนš ตนŒ เรยี กวา‹ เปนš การ มองแบบองคร วม (holistic
view)

การมองแบบองคร วม เปรยี บเหมอื นกบั การขนึ้ ทส่ี งู แลวŒ มองลงมาดาŒ น
ลา‹ ง ทําใหŒเหน็ ภาพทง้ั หมดและเช่อื มโยงเรื่องราวตา‹ ง ๆ ไดอŒ ยา‹ งครบถŒวน

success publisher
การมองอยา‹ งองคร วมตรงขาŒ มกบั การมองแบบแยกสว‹ น การมองแบบ
แยกส‹วนจะเห็นและคิดไม‹ครบทุกมุม สนใจเพียงมุมใดมุมหน่ึงอย‹างเปšน
เอกเทศ ไมไ‹ ดนŒ ําส‹วนอนื่ ๆ มาร‹วมคิดดวŒ ย โดยละเลยความจริงว‹าแตล‹ ะ
เรอื่ งนั้น ๆ ไม‹ไดมŒ ีความเปšนเอกเทศ แตเ‹ ช่ือมโยงสมั พนั ธก นั

การมองแบบแยกสว‹ นเปรยี บไดŒกบั การที่เราถูกยงุ กัดตลอดเวลา จน
ทาํ ใหเŒ ราราํ คาญและแคนŒ เจาŒ ยงุ พวกนน้ั มาก จงึ ไปหยบิ กระปอ‰ งยาฆา‹ แมลง
มา ฉีด ฉดี ฉดี จนฟุง‡ กระจายไปทัว่ บŒาน ความสําเร็จทเ่ี กิดขน้ึ คือ ยุงทั้ง
หลาย “ตายเรียบ” โดยท่ีเราไม‹สนใจ หรืออาจไม‹รูŒว‹าการฉีดพ‹นของเรา
แต‹ละครงั้ นั้นสง‹ ผลใหเŒ กิดอะไรบŒาง นอกจากเจาŒ ยงุ “ศตั รูราŒ ย” ที่ตกลงมา
ตายกันอยา‹ งราบเรียบแลวŒ

53

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

• ¤¹ã¹ºŒÒ¹¨ÐμŒÍ§·¹¡Ñº¡ÅÔ蹤Çѹ¾ÔÉ·èÕÂѧμźͺÍÇÅÍÂÙ‹
áÅÐÂÍ‹ ÁÁâÕ Í¡ÒÊä´ÃŒ ºÑ ÊÒþÉÔ

• ¨Ð໹š ÍÂÒ‹ §äÃËҡš٠¢Í§àÃÒËÂºÔ ¢¹Á·μÕè ¡Í·‹Ù ¾Õè ¹×é à¢ÒŒ »Ò¡ ?

• Êà»Ã· ¾Õè ¹‹ ÍÍ¡ÁҨзÒí ÅÒÂÊÀÒ¾áÇ´ÅÍŒ ÁÍÂÒ‹ §äà ?

• àÃÒ¨ÐÃÙŒËÃ×ÍäÁ‹ ã¹ÍÕ¡ 20 »‚¢ŒÒ§Ë¹ŒÒ àÃÒÍÒ¨¨Ð໚¹âäÌÒÂ
Í¹Ñ Êº× à¹Í×è §ÁÒ¨Ò¡¡Òé´Õ ÂÒ¦Ò‹ áÁŧ ã¹Ç¹Ñ ¹éÕ ?

หากเรามง‹ุ หมายเพยี งกาํ จดั แมลงทม่ี ารบกวนเราเพยี งอยา‹ งเดยี ว แมŒ
เปา‡ หมายดงั กลา‹ วจะประสบความสาํ เรจ็ คอื แมลงตาย แตก‹ ารฉดี พน‹ ของ
เราคร้ังน้ันย‹อมส‹งผลกระทบต‹อส่ิงต‹าง ๆ รอบตัวอย‹างหลีกเล่ียงไม‹ไดŒ
โดยทเี่ ราอาจจะคดิ ไม‹ถึง ทางที่ดีเราควรพจิ ารณาในแง‹มมุ ตา‹ ง ๆ อย‹าง
ครบถวŒ น รอบคอบ กอ‹ นตัดสนิ ใจฉีดยาฆา‹ แมลงออกไปแตล‹ ะครงั้ ว‹าจะมี
ผลกระทบอะไรตดิ ตามมาบาŒ ง ใครจะไดรŒ บั ผลกระทบ อะไรจะเกดิ ขนึ้ ตาม
มา แลŒวค‹อยประเมนิ การตดั สนิ ใจของเราวา‹ คŒุมหรือไมท‹ ี่จะใชยŒ าฆ‹าแมลง
หรอื ใชŒอย‹างไรจึงจะไมเ‹ กิดอนั ตรายตามมา

การมองแบบองครวม ตŒองปฏิบัติมากกว‹าคําพังเพยท่ีว‹า “ตาบอด
คลําชาŒ ง” ขŒอมูลท่ไี ดจŒ ากการคลําชŒางของคนตาบอดหลายคน (สมมตใิ หŒ
มคี นตาบอดมากพอทจ่ี ะคลาํ ชาŒ งไดคŒ รบทกุ สว‹ น) เปรยี บเหมอื นกบั การมอง
ชาŒ งในมมุ มองต‹าง ๆ มมุ มองเหลา‹ นี้จะเกดิ ประโยชนตอ‹ เมื่อมกี ารนํามา
บูรณาการกัน โดยนําขŒอมูลเก่ียวกับลักษณะของชŒางในความเห็นของคน
ตาบอดแตล‹ ะคนมาพจิ ารณารว‹ มกนั เพอ่ื ใหสŒ ามารถตอบไดวŒ า‹ ชาŒ งมลี กั ษณะ
ท่ีแทŒจริงเปšนอย‹างไร การบูรณาการเปšนการดึงองครวมใหŒเชื่อมโยงอย‹าง
เปšนเหตุเปšนผล เพ่ือตอบวัตถปุ ระสงค หรอื แกนหลกั ทไี่ ดตŒ ้งั ข้นึ

54

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

…มองสหวิทยาการ

อันที่จริง ทุกเร่ืองควรใชŒการคิดเชิงบูรณาการ ไม‹เช‹นน้ันจะเกิดผลsuccess publisher
เสียหายมาก โดยเฉพาะการคิดเชิงบูรณาการในเร่ืองท่ีค‹อนขŒางซับซŒอน
เก่ียวโยงสัมพันธหรือส‹งผลกระทบในมุมที่กวŒางขวาง ย่ิงจะตŒองไม‹จํากัด
กรอบความคิด เฉพาะในประเดน็ ท่สี นใจ เก่ยี วขอŒ งโดยตรง หรือมองจาก
มุมที่ตนมีความเชี่ยวชาญเท‹านั้น แต‹ตŒองมองนอกกรอบออกไปใหŒกวŒาง
ขวาง เปรียบไดŒกบั หากเราอยูใ‹ นซอย ๆ หน่ึง เราจะเหน็ เฉพาะบรบิ ทใน
ซอยน้ันว‹าเปšนอย‹างไรบŒาง ย‹อมไม‹สามารถบอกไดŒว‹าเมืองท้ังเมืองเปšน
อย‹างไร แต‹ถŒาหากเราขับรถขึ้นไปบนภูเขาแลŒวมองลงมาขŒางล‹างย‹อมจะ
เห็นหมดทงั้ เมอื ง เหน็ ทกุ ตรอกซอกซอย และบอกไดŒว‹าเมอื งนัน้ มีลกั ษณะ
เชน‹ ไร การคดิ เชงิ บรู ณาการเปนš การคดิ ทเี่ หมอื นกบั การขน้ึ ทสี่ งู แลวŒ มองลง
มาดŒานลา‹ ง ทาํ ใหเŒ หน็ ภาพทงั้ หมดและเชอ่ื มโยงเร่ืองราวต‹าง ๆ ไดŒอยา‹ ง
ครบถŒวน

มุมมองของการคิดเชิงบูรณาการ อาจมีลักษณะของความเปšน
“สหวิทยาการ” (multidisciplinary) คือเปšนชุดแนวคิดอันเกิดจากการ
พจิ ารณาแนวคดิ หรอื ปญ˜ หาหนงึ่ ๆ ทีเ่ ปšนแกนกลาง โดยใชŒวิธกี ารหรอื มมุ
มองจากศาสตรต า‹ ง ๆ ซ่งึ การพิจารณาดŒวยมมุ มองแบบสหวทิ ยาการจะ
ทําใหเŒ รามคี วามเขŒาใจแนวคิดแกนกลางไดอŒ ยา‹ งลกึ ซงึ้ และกวาŒ งขวางมาก
ย่งิ ขึน้

ตวั อยา‹ งเช‹น

55

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ËÒ¡àÃÒμÍŒ §¡Ò÷Òí ¤ÇÒÁà¢ÒŒ ã¨à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¹âºÒÂàÈÃɰ¡¨Ô
â´Â·àÕè ÃÒ¾ÂÒÂÒÁãªÁŒ ÁØ Áͧ·Ò§àÈÃɰÈÒÊμÃà ¾ÂÕ §ÍÂÒ‹ §à´ÂÕ Ç
àÃÒ¨ÐäÁ‹ÊÒÁÒöࢌÒã¨ä´ŒàÅÂÇ‹ÒàËμØã´ÃѰºÒŨ֧ÍÍ¡¹âºÒ´ŒÒ¹

àÈÃɰ¡Ô¨ºÒ§»ÃСÒ÷èÕäÁ‹à»¹š ä»μÒÁ·ÄÉ®ÕàÈÃɰÈÒÊμÏ (ઋ¹
¹âºÒ·èÕäÁ·‹ Òí ãËàŒ ¡´Ô ÊÇÊÑ ´¡Ô ÒÃ椄 ¤Áʧ٠·ÊèÕ ´Ø ) áμË‹ Ò¡àÃÒãªÁŒ ÁØ Áͧ

·Ò§Ã°Ñ ÈÒÊμÃà ¢ÒŒ ÁÒÃÇ‹ Á¾¨Ô ÒóÒÃкºàÈÃɰ¡¨Ô ´ÇŒ  ¨Ð·Òí ãËàŒ ÃÒ
à¢ÒŒ ã¨à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¡ÒÃμÍ‹ ÃͧÍÒí ¹Ò¨·Ò§¡ÒÃàÁÍ× §«§èÖ à»¹š áËŧ‹ ·ÁèÕ Ò¢Í§
¡ÒáÒí ˹´¹âºÒÂμÒ‹ § æ §Ôè 仡ÇÒ‹ ¹¹éÑ ËÒ¡àÃÒÁͧÃкºàÈÃɰ¡¨Ô
â´ÂãªÁŒ ÁØ Áͧ·Ò§¨μÔ Ç·Ô ÂÒ àÃÒ¨ÐÁ¤Õ ÇÒÁà¢ÒŒ ã¨à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ
¢Í§¼ÙŒºÃÔâÀ¤áÅмٌ¼ÅÔμã¹ÃкºàÈÃɰ¡Ô¨ÁÒ¡ÂèÔ§¢éÖ¹ àÃÒ¨ÐÃٌNjÒ
»ÃЪҪ¹¨ÐμͺʹͧμÍ‹ ¹âºÒ·ÃèÕ °Ñ ºÒÅ»ÃСÒÈãªÍŒ ÂÒ‹ §äà ¡Ò÷èÕ
àÃÒ¾¨Ô ÒóҹâºÒÂàÈÃɰ¡¨Ô ´ÇŒ ÂÁÁØ Áͧ¢Í§Ç·Ô ÂÒ¡ÒôҌ ¹μÒ‹ § æ
ÍÂÒ‹ §¤Ãº¶ÇŒ ¹ ¨Ð·Òí ãËàŒ ÃÒÁ¤Õ ÇÒÁà¢ÒŒ ã¨ä´ÍŒ ÂÒ‹ §Å¡Ö «§Öé áÅСÇÒŒ §¢ÇÒ§
ÁÒ¡¢¹éÖ

ดังนั้น คนท่ีคิดจะตŒองพยายามคิดนอกกรอบสาขาความรูŒของตน
และพยายามเขาŒ ไปนง่ั ในใจของคนอื่นแลŒวคิดวา‹ “ถŒาเปนš มุมมองนีจ้ ะเปšน
อยา‹ งไร ?” “ถาŒ เปšน…จะคิดอยา‹ งไร ?” เปรยี บไดกŒ บั การใหผŒ ูŒเชยี่ วชาญ
เฉพาะสาขาหลายสาขา มาพิจารณาป˜ญหาใดป˜ญหาหน่ึงในมุมมองของ
ตน

ยกตัวอยา‹ งเช‹น ทางการตอŒ งการทดี่ นิ เพอื่ ปลูกสราŒ งส่ิงสาธารณะ จึง
จําเปšนตŒองยŒายชุมชนแออัดแห‹งหนึ่งออกไปอยู‹ในพ้ืนท่ีใหม‹ท่ีจัดเตรียมไวŒ
ใหŒ โดยจะมีการจ‹ายเงินคา‹ ตอบแทนจํานวนหนึ่ง รวมทั้งจะก‹อสรŒางบŒาน
พกั อาศยั ใหฟŒ รดี วŒ ย แตเ‹ ราไมม‹ นั่ ใจวา‹ การอพยพชมุ ชนทมี่ คี นอยห‹ู ลายรอŒ ย
ครวั เรอื นเชน‹ น้ี จะสง‹ ผลใหŒเกดิ ปญ˜ หาอะไรขนึ้ บŒาง

56

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

ในการพิจารณาเรื่องดังกล‹าวซ่ึงเปšนเร่ืองที่ค‹อนขŒางใหญ‹และมีความ
ซบั ซอŒ น เราจาํ เปนš ตอŒ งคดิ เชงิ บรู ณาการ อาจตŒองใชคŒ นในสาขาวชิ า สาขา
อาชีพต‹าง ๆ รวมทงั้ ผŒูท่มี สี ว‹ นเก่ียวขอŒ งโดยตรงช‹วยกันเสนอความคิดเห็น
ในมุมมองของตนเกย่ี วกบั เรื่องดังกล‹าว

…นักเศรษฐศาสตร เห็นวา‹ จะเกดิ …
…นักการเมือง เห็นวา‹ จะเกดิ …
…ชาวบŒาน เห็นว‹าจะเกิด…
…นกั กฎหมาย เห็นว‹าจะเกิด…
…นกั การศกึ ษา เห็นวา‹ จะเกดิ …
…นกั สงั คมวทิ ยา เหน็ ว‹าจะเกดิ …
…นกั …ฯลฯ… เหน็ วา‹ จะเกิด…

นักเศรษฐศาสตร์
success publisher
นักการเมือง

ชาวบ้าน

นกั กฎหมาย

นักการศึกษา นักสังคมวิทยา

57

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

คําตอบทไี่ ดจŒ ะถกู นํามาบูรณาการเช่อื มโยงเขŒากับแกนหลกั ของเร่ือง
หรือวัตถุประสงคข องการคดิ การบรู ณาการทาํ ใหŒมุมมองเก่ียวกบั เรอื่ งดงั
กล‹าวชัดเจนย่ิงข้ึน อันจะนําไปสู‹การแกŒป˜ญหาท่ีตรงประเด็นและมีความ
รอบคอบมากยงิ่ ข้ึน

…มองอยา‹ งอุปนัย

การขยายกรอบความคิดเปšนการเปดโอกาสใหŒสมองไดŒใชŒศักยภาพ
อยา‹ งเตม็ ทใ่ี นการเรียนรŒูและทาํ ความเขาŒ ใจต‹อเหตุการณท่ีเกิดขน้ึ โดยใชŒ
เหตุผลแบบอุปนยั (inductive thinking) เปดโอกาสใหมŒ กี ารสงั เกต การ
ตง้ั สมมตฐิ าน และการเรยี นรจŒู ากประสบการณ มากกวา‹ การใชเŒ หตผุ ลแบบ
นริ นยั (deductivethinking) หรอื ใชกŒ รอบหรอื ชดุ ความรทŒู ไ่ี ดรŒ บั การพสิ จู น
มาแลŒว ซึ่งอาจไม‹เหมาะสมกับบริบททเี่ ผชิญอย‹ู

การมองอย‹างอุปนัย เปนš สว‹ นสําคญั ของการคดิ เชงิ บรู ณาการ และ
จัดเปšนกระบวนการเรียนรูŒรูปแบบหนึ่ง เช‹นเดียวกับการทดลองทาง
วิทยาศาสตรที่ใชŒหลักของการสังเกต การตั้งสมมติฐาน และการพิสูจน
สมมติฐานเพื่อหาขŒอสรุป แต‹ในการคิดเชิงบูรณาการจะเปšนการเรียนรูŒ
ทําความเขŒาใจ และหาขŒอสรุปของความเปšนไปไดŒในส่ิงที่ยังหาตัวช้ีวัดท่ี
แนน‹ อนไม‹ไดŒ

กระบวนการคิดเชิงอุปนัยจะมีลักษณะเปšนวงกลมเวียนวน (spiral
process) เริ่มจาก การสงั เกต เมอื่ พบส่ิงทีท่ าํ ใหเŒ รารูŒสึกสงสัย หรือรสŒู ึก
แปลกใจ ในสถานการณใ หมห‹ รอื แนวคดิ ใหมท‹ ไ่ี ดรŒ บั รŒู การสงั เกตชว‹ ยทาํ ใหŒ
ความคิดของเราเปดกวาŒ งจากขอบเขตความคดิ เดิมท่มี คี วามจาํ กดั ทําใหŒ
เราเห็นความเปนš ไปไดใŒ หม‹ ๆ เหน็ ขŒอเท็จจริงใหม‹ ทําใหŒไม‹ตัดสนิ อยา‹ ง
ดว‹ นสรปุ

58

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

จากน้ัน เปดโอกาสใหŒสมองไดŒคิดบูรณาการกับกรอบความคิด
ประสบการณ ความรูŒ และตวั รว‹ มทางความคดิ เพอื่ ทําความเขŒาใจและ
หาความแตกต‹างจากเดิม สิ่งท่ีไดŒจากการสังเกตและทําความเขŒาใจ จะ
กลายเปšนความรูŒใหม‹ เปšนกรอบความคิดของเราท่ีมีต‹อเร่ืองนั้น ที่ขยาย
ออกหรอื เพ่มิ เขาŒ ไปในหมวดหมู‹มโนทศั นท เ่ี หมาะสม

success publisher
ในขณะเดยี วกนั เราจะไมด‹ ‹วนสรปุ แตก‹ าํ หนดสมมตฐิ าน บางอยา‹ งที่
ตŒองการพิสูจนหรือหาคําตอบ เปดโอกาสในการเรียนรูŒจากประสบการณ
ใหม‹ ๆ ในเรอื่ งทคี่ ลาŒ ยคลงึ กัน เพ่อื ตั้งขŒอสงั เกตและเรยี นรเูŒ พิ่มเตมิ ซา้ํ เปšน
วงกลมเวียนวนหลาย ๆ คร้ัง

ความรู้

แนวคิดใหม่

การสังเกต

ประสบการณ์

เมอื่ ไดรŒ บั ประสบการณเ กยี่ วกบั เรอื่ งทคี่ ลาŒ ย ๆ เดมิ ซาํ้ อกี ในสว‹ นของ
ขŒอมูลใหม‹จะถูกตีความ ทําความเขŒาใจและถูกนําไปจัดหมวดหมู‹ท่ี
เหมาะสม กลายเปšนความรูŒใหม‹ที่เพ่ิมเติมกรอบมโนทัศนเดิม และใน
ส‹วนของสมมติฐานในใจท่ีตั้งข้ึนเพ่ือทําการพิสูจน ในการเคลื่อนแต‹ละ
รอบจะช‹วยใหŒเห็นเหตุผลความเปšนไปไดŒของสมมติฐานชัดเจนมากขึ้น
เม่ือเห็นประสบการณซ้ําเดิมบ‹อยคร้ังเขŒา ย‹อมจะนําไปสู‹การหาขŒอสรุป

59

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

“ความน‹าจะเปšน” ของการใชŒเหตุผลเชงิ อุปนัย ซงึ่ อาจจะไมย‹ ืนยนั ความ
ถูกตŒองรอŒ ยเปอรเซน็ ต แต‹มีโอกาสเปนš ไปไดŒท่จี ะเปšนเชน‹ นน้ั และสามารถ
เพม่ิ เตมิ ใหสŒ มบรู ณห รอื เปลยี่ นแปลงไดเŒ มอื่ รบั ขอŒ มลู ใหม‹ ๆ เขาŒ มามากขนึ้
ตวั อยา‹ งเชน‹

¡Ò¹μ º³Ñ ±μÔ ¨ºãËÁà‹ ¾§Ôè ä´àŒ ¢ÒŒ ·Òí §Ò¹ã¹ºÃÉÔ ·Ñ àÍ¡ª¹á˧‹
˹§èÖ à¢Ò椄 à¡μà˹ç ÇÒ‹ ·¡Ø ¤¹··Õè Òí §Ò¹·¹Õè ¹Ñè ·Á‹Ø à··Òí §Ò¹ÍÂÒ‹ §àμÁç ·èÕ
ÂÔ¹´Õ·íÒŋǧàÇÅÒâ´ÂäÁ‹ä´ŒÃѺ¤‹Òáçà¾è×ÍãËŒ§Ò¹ÊíÒàÃç¨μÒÁàÇÅÒ·èÕ
¡Òí ˹´ ·ÊÕè Òí ¤ÞÑ ·¡Ø ¤¹´ÁÙ ¤Õ ÇÒÁÊ¢Ø ã¹¡Ò÷Òí §Ò¹ ¡Ò¹μä´μŒ §Ñé ÊÁÁμ°Ô Ò¹
¨Ò¡¡Ãͺ¤ÇÒÁ¤´Ô ¢Í§à¢ÒÇÒ‹ “ʧÊÂÑ ÇÒ‹ ¨ÐãËàŒ §¹Ô ´Õ ¤¹¨§Ö μ§éÑ ã¨·Òí §Ò¹”
¨Ò¡¹¹éÑ à¢Ò¨§Ö à½Ò‡ 椄 à¡μáÅÐà¡ºç ¢ÍŒ ÁÅÙ μÒ‹ § æ μÍ‹ ä» àÁÍè× à¢Òä´¢Œ ÍŒ ÁÅÙ
ãËÁ‹ æ à¢ÒŒ ÁÒàÃÍè× Â æ હ‹ ¾ºÇÒ‹ ÃÒÂä´¢Œ ͧ¾¹¡Ñ §Ò¹äÁ‹ä´ÊŒ §Ù ¨¹¶§Ö
ÃдѺÊÒÁÒöÊÌҧáç¨Ù§ã¨ä´Œ áÅоºÇ‹Òà¡×ͺ·Ø¡Çѹà¢Ò¨ÐàËç¹¼ÙŒ
ºÃËÔ Òâͧ·¡Ø á¼¹¡ÂÁéÔ áÂÁŒ á¨Á‹ ãÊ·¡Ñ ·Ò·ÁÕ §Ò¹ Á¡Õ ÒöÒÁä¶¶‹ §Ö
梯 ÀÒ¾áÅФÇÒÁ໹š Í¢‹Ù ͧ¤¹ã¹¤Ãͺ¤ÃÇÑ ¢Í§¾¹¡Ñ §Ò¹§Ò¹àÊÁÍ
ºÍ‹ ¤çéÑ ·¼èÕ ºŒÙ ÃËÔ ÒÃͪ‹Ù Ç‹ ·Òí §Ò¹¨¹´¡Ö ´¹×è Á¡Õ ÒÃÃºÑ »ÃзҹÍÒËÒÃ
ÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¹Í¡¨Ò¡¹àÕé ¢Ò处 椄 à¡μà˹ç Í¡Õ ÇÒ‹ ·¡Ø ¤¹ã¹Í§¤¡ ÷Òí §Ò¹´ÇŒ Â
¤ÇÒÁ梯 äÁ‹ä´ÁŒ ¤Õ ÇÒÁÃʌ٠¡Ö ÇÒ‹ §Ò¹à»¹š ÀÒÃÐ äÁà‹ ¤ÂàË¹ç ¡Ò÷ÐàÅÒÐ
àºÒÐáǧŒ ¡¹Ñ áÁÁŒ ¤Õ ÇÒÁ¢´Ñ á§Œ áμ¾‹ ´Ù ¤ÂØ ¡¹Ñ ´ÇŒ ÂàËμ¼Ø ÅáÅÐÁÁÕ μÔ ÃÀÒ¾
Í¹Ñ ´μÕ Í‹ ¡¹Ñ àÊÁÍ à¢Òä´μŒ §éÑ ÊÁÁμ°Ô Ò¹ãËÁ¨‹ Ò¡¡ÒÃ椄 à¡μÇÒ‹ “¤ÇÒÁ
Ã¡Ñ ·Òí ãˤŒ ¹»¯ºÔ μÑ μÔ Í‹ ¡¹Ñ હ‹ ¹”Õé

60

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

การพิจารณาแต‹ละคร้ังทําใหŒกานตไดŒขŒอเท็จจริงที่ช‹วยยืนยัน
สมมติฐานของเขา การที่พนักงานทุกคนเอาใจใส‹กันและทํางานอย‹างมี
ความสขุ มกั มอี งคป ระกอบของ “ความรกั และความอบอน‹ุ ” รว‹ มดวŒ ยเสมอ
ไมเ‹ พยี งแตร‹ กั ในงานทท่ี าํ เทา‹ นนั้ แตร‹ วมถงึ ความรกั และความอบอน‹ุ ทม่ี ตี อ‹
กนั หวั หนาŒ งานแสดงความรกั ท้งั ตอ‹ งานและทีมงาน ทมี งานมีความรกั ใหŒ
แก‹กัน มีการใหŒอภัยแทนการทะเลาะเบาะแวŒง การมีความรักทําใหŒไม‹มี
พนกั งานคนใดชอบเอาชนะผอูŒ น่ื อวดเกง‹ ยกตนข‹มทา‹ น แต‹ยนิ ดีรบั ฟ˜งกัน
และกัน เรียนรูแŒ ละพ่ึงพาอาศัยซึ่งกันและกัน ยอมรับความผิดพลาดและ
ใหŒอภัยกนั ในความผดิ พลาดทเ่ี กิดขนึ้
success publisher
ขŒอมูลใหม‹เหล‹าน้ีช‹วยใหŒสมองของเขาไดŒขŒอสรุปเปšน “ตัวแบบการ
ทํางานอีกรูปแบบหน่ึง” ที่ช‹วยใหŒการทํางานประสบความสําเร็จ นั่นคือ
ตอŒ งมอี งคป ระกอบของความรกั ดวŒ ย ซงึ่ เขาไมเ‹ คยรมŒู ากอ‹ น เพราะไมไ‹ ดอŒ ย‹ู
ในหลกั การบรหิ ารท่ีไดเŒ รยี นมาในมหาวทิ ยาลัย ขŒอสรุปทเี่ ขาไดเŒ ปšนการใชŒ
เหตผุ ลแบบอปุ นยั บรู ณาการขอŒ มลู ใหมจ‹ นไดขŒ อŒ สรปุ ทพ่ี อจะมคี วามเปนš ไป
ไดŒ นาํ ไปสู‹การพัฒนาและประยุกตใ ชตŒ อ‹ ไป

ในป˜จจุบันการใชŒเหตุผลเชิงอุปนัยไดŒรับการยอมรับมากยิ่งข้ึน
เนอ่ื งจากเราไมส‹ ามารถทจี่ ะหาเหตผุ ลเชงิ วทิ ยาศาสตร หรอื คาํ นวณความ
ถูกตŒองไดŒในทกุ ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรอ่ื งท่ีไม‹สามารถวดั ไดŒ อันไดแŒ ก‹ เรือ่ ง
ของอารมณ ความรสŒู กึ เรอื่ งของเหตผุ ลเหนอื ธรรมชาติ เรอื่ งทยี่ งั ไมม‹ เี ครอ่ื ง
มอื ทางวทิ ยาศาสตรว ดั ไดอŒ ยา‹ งชดั เจน เรอ่ื งเหลา‹ นเี้ คยไดรŒ บั การปฏเิ สธและ
ตดั ออกจากการพจิ ารณาเพราะตอŒ งการเฉพาะสงิ่ ทชี่ ดั เจนไมค‹ ลมุ เครอื อนั
เปšนเหตุใหŒความเปนš ไปไดทŒ ซ่ี ‹อนอย‹ูในความคลุมเครือน้นั ถกู ละเลยไป

61

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

…มองประสานข้วั ตรงขŒาม

นักคิดเชิงบูรณาการจะสลายกรอบความคิดแบบขั้วตรงขŒามใน
ลกั ษณะของการยอมรบั แนวคดิ หนงึ่ และปฏเิ สธอกี แนวคดิ หนงึ่ หรอื เชอื่ มนั่
ว‹าแนวคิดหนึ่งจริง แนวคิดที่เหลือเปšนเท็จ โดยเปดใจสราŒ งสะพานเชื่อม
ขัว้ ความคดิ ตรงขŒาม หาความเปšนไปไดใŒ นการประสานเชอื่ มโยงทัง้ สองขว้ั
หรือสรŒางดุลยภาพ ทาํ ใหเŒ กิดความพอดี โดยตระหนกั ว‹าการทท่ี ําสงิ่ ใดสง่ิ
หนึ่งมากเกินไป อาจกอ‹ ใหเŒ กิดภาวะเสยี สมดลุ

ยกตวั อยา‹ งเชน‹

¡®ËÁÒ·¤Õè Ǻ¤ÁØ »ÃЪҪ¹ÁÒ¡à¡¹Ô ä» áÁÇŒ Ò‹ ¨ÐÁ§‹Ø ËÁÒÂ
ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁ໹š ÃÐàºÂÕ ºàÃÂÕ ºÃÍŒ Â㹺Ҍ ¹àÁÍ× § ã¹Í¡Õ ÁÁØ Ë¹§èÖ
‹ÍÁ·íÒãËŒ»ÃЪҪ¹ÃÙŒÊÖ¡¶Ù¡ÅÐàÁÔ´ÊÔ·¸ÔàÊÃÕÀÒ¾ ÍÒ¨¹íÒä»ÊÙ‹¡ÒÃ
»Ãзnj §μÍ‹ μÒŒ ¹Ã°Ñ ºÒÅ ¢³Ðà´ÂÕ Ç¡¹Ñ ã¹·Ò§μç¡¹Ñ ¢ÒŒ Á ¡®ËÁÒÂ
ºÒŒ ¹àÁÍ× §·ËèÕ ÂÍ‹ ¹Âҹ㹷ҧ»¯ºÔ μÑ ÁÔ Ò¡à¡¹Ô ä»ÂÍ‹ Á¡Í‹ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁ
äÁà‹ »¹š ÃÐàºÂÕ ºàÃÂÕ ºÃÍŒ Âã¹Ê§Ñ ¤Áહ‹ ¡¹Ñ

การขยายกรอบความคดิ ในลกั ษณะนต้ี อŒ งใชคŒ วามสามารถของสมอง
ในการเชอ่ื มโยง เพ่ือหาความเปšนไปไดŒในส่ิงท่ดี เู หมอื นมคี วามขัดแยŒง ซึ่ง
สมองมีความสามารถอยูแ‹ ลวŒ ในการเชือ่ มโยงมโนทศั นของเร่อื งตา‹ ง ๆ ที่
เก็บไวŒในประสบการณและสามารถนํามารŒอยเรียงผูกโยงเขŒาเปšนสิ่งใหม‹ท่ี
ไมเ‹ คยมมี ากอ‹ น เรยี กไดŒว‹ามีความสามารถในการสราŒ งสรรคสง่ิ ใหม‹ โดย
ใชเŒ พยี งเหตผุ ลครา‹ ว ๆ หรือพอจะมคี วามเปนš ไปไดทŒ ่จี ะเปนš เช‹นน้ัน แมวŒ า‹
อาจจะยังไม‹สามารถยืนยันในลักษณะของการใชŒเหตุผลพิสูจนขŒอเท็จจริง
ว‹าเปšนเช‹นนน้ั ไดŒ

62

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

ยกตวั อยา‹ งเช‹น

ã¹Êѧ¤Á¢Í§¡Ò÷íÒ§Ò¹ã¹Êíҹѡ§Ò¹ àÃÒÂÍÁÃѺ¡Òùèѧ
·Òí §Ò¹ â´ÂÁâÕ μЍ à¡ÒŒ ÍÕé áÅÐÍ»Ø ¡Ã³Ê Òí ¹¡Ñ §Ò¹·¨èÕ Òí ໹š μÒ‹ § æ
¤ÅÒŒ Â æ ¡¹Ñ ã¹áμÅ‹ ÐÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹ á·º¨ÐäÁÁ‹ Õã¤Ã¤´Ô ¶§Ö “¡Òù͹
·Òí §Ò¹” ã¹ÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹ ËÒ¡àÃÒ¾´Ù ¶§Ö àÃÍè× §¹Õé àÃÒÍÒ¨¶¡Ù μÍ‹ ÇÒ‹ ¡ÅºÑ ÁÒä´Œ
ÇÒ‹ ໹š ʧÔè ·¼èÕ ´Ô äÁ¶‹ ¡Ù μÍŒ § ໹š àÃÍè× §μÅ¡ à¾ÃÒÐ໹š àÃÍ×è §·ÕèäÁÁ‹ Õã¤Ã
»¯ºÔ μÑ ¡Ô ¹Ñ 㹡Ò÷Òí §Ò¹ã¹Í§¤¡ ÷ÇèÑ ä»
success publisher
Z.. Z..

นงั่ ทาํ งาน นอนทาํ งาน

ถกู ผดิ

เราลองขยายความคิดของเรา ลองหาความเปšนไปไดŒของการนอน
ทาํ งานในสาํ นกั งาน

……..
การลองคดิ เชน‹ นเี้ ปนš การขยายขอบเขตความคดิ ของเรา เพอื่ ใหสŒ มอง
เช่ือมโยงคŒนหาความเปนš ไปไดŒวา‹ เราควรนอนทาํ งานไดŒบาŒ งหรือไม‹ สมอง
ของเราอาจจะคิดถึงขŒอดีของการนอน และขŒอเสียของการนั่งทํางาน
นาน ๆ แลวŒ ดงึ ส‹วนทจ่ี ะใชŒประโยชนไ ดŒนํามาประสาน เชอ่ื มโยง กลาย
เปšนคําตอบของความเปšนไปไดŒว‹า เราควรนอนทํางานหรือไม‹ ใน
สถานการณใ ดบาŒ ง ในรูปแบบอย‹างไร มสี ัดส‹วนการนอนและการนั่ง หรอื
เดนิ ท่เี หมาะสมคดิ เปนš สดั สว‹ นเท‹าไร

63

ผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ในการคิดบูรณาการเพื่อหาความเปšนไปไดŒ อาจกําหนดเปšนสัดส‹วน
การใหŒนํ้าหนักกับขั้วใดมากนŒอยต‹างกันเพียงใด อันจะช‹วยใหŒเกิดความ
สมดุลและเหมาะสมกับสถานการณต‹าง ๆ เหมือนสีเทาน้ันจะอ‹อนหรือ
เขมŒ มากนอŒ ยตา‹ งกนั ขน้ึ อยก‹ู บั สดั สว‹ นสใี ดมากกวา‹ กนั เชน‹ เวลาคดิ โครงการ
ใหม‹ ๆ อ‹านขŒอมูล หรือคิดสราŒ งสรรคง านต‹าง ๆ ซงึ่ อาจมีสดั สว‹ นการ
นอนประมาณ 20% การมีเกาŒ อท้ี ่ปี รับเอนไดŒ เพื่อใหพŒ นักงานไดŒผอ‹ นคลาย
ในลักษณะกึ่งน่ังก่ึงนอน หรืออาจมีท่ีนอนทํางานสําหรับคนป†วยที่สภาพ
รา‹ งกายไม‹สามารถทาํ งานไดŒ แตย‹ ังสามารถใชคŒ วามคิดไดŒอย‹ู ซึ่งเปšนการ
นอน 100% เปšนตŒน
success publisher
100% 0%

นง่ั ทาํ งาน สัดส่วนของ
ความเป็นไปได้
ในการนัง่ และนอนทาํ งาน

นอนทาํ งาน

0% 100%

64

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

การคิดเชิงบูรณาการเปšนการขยายกรอบความคิดเพื่อหาความเปšน
ไปไดŒในช‹องว‹างสีเทาตรงกลาง ซึ่งเราไม‹เคยสรŒางสะพานเช่ือมความคิด
ตรงขŒามนี้มาก‹อน การประสานเช่ือมโยงกันอาจก‹อใหŒเกิดแนวทาง
สรŒางสรรคและเห็นความเปšนไปไดŒใหม‹ ๆ อันช‹วยนําไปสู‹ความสําเร็จ
มากกวา‹

success publisher
ในเร่อื งทีม่ ีความขัดแยงŒ กัน เร่ืองท่ีเรามอี คตไิ ม‹ยอมรบั คิดว‹าเปนš ไป
ไมไ‹ ดŒ เปนš เร่ืองไมจ‹ รงิ ใหเŒ ราลองเปดใจออกแลŒวขยายกรอบความคดิ เพื่อ
พิจารณาถึงความเปนš ไปไดŒท่ีความขัดแยงŒ จะประสานกันไดŒ

…มองทุกฝ†ายชนะ

นักคิดเชิงบูรณาการจะขยายขอบเขตของความเปšนไปไดŒในการหา
ทางเลือกเพื่อแกŒป˜ญหาที่ทุกฝ†ายจะไดŒประโยชน (win-win approach)
ครอบคลมุ ความพึงพอใจของทุก ๆ ฝ†าย หรือครอบคลุมป˜ญหาท่ีซบั ซอŒ น
หลากหลายไดŒหมด ซ่ึงเปšนการขยายขอบเขตความคิดจากวิธีแกŒป˜ญหา
ท่ัว ๆ ไป

โดยปกติวิธีการแกŒป˜ญหาที่เรานิยมกัน นั่นคือ การหาทางเลือก
(choice) และการประนีประนอม (compromise) แต‹ทั้งสองแนวทางน้ี
อาจไม‹นําไปสู‹การแกŒป˜ญหาที่ดีท่ีสุด การเลือกโดยเสียงส‹วนใหญ‹ตาม
ระบอบประชาธปิ ไตย ทาํ ใหŒเราตŒองเลอื กทางใดทางหนงึ่ และทง้ิ ทางเลือก
อื่น ๆ ที่เหลือ ทั้ง ๆ ทีท่ างเลอื กเหล‹านั้นอาจมีส‹วนทเ่ี ปนš ประโยชน การ
หาทางเลือกทําใหŒเราตŒองเสียประโยชนในสิ่งท่ีเราไม‹ไดŒเลือกไป และอาจ
นําไปสู‹ความขัดแยŒงเพราะเมื่อเลือกทางเลือกหน่ึง ย‹อมทําใหŒเสียส‹วนดีที่
อาจมีอยูใ‹ นทางเลือกอ่นื ๆ ไดŒ

65

ผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

สว‹ นการประนปี ระนอมในลกั ษณะทที่ กุ ฝา† ยไดปŒ ระโยชนบ างสว‹ นและ
ยอมเสียประโยชนบางส‹วน อาจนําไปสู‹การสูญเสียทรัพยากรมากเกินไป
โดยไม‹จําเปšน และการประนีประนอมมักตัดสินตามอัตวิสัย หรือความ
ตŒองการของแตล‹ ะบุคคล ในบางความตŒองการอาจไมส‹ าํ คญั และสามารถ
หาทางเลอื กอนื่ ทดแทนไดŒ จงึ มกั ไมไ‹ ดนŒ าํ ไปสผ‹ู ลลพั ธภ าพรวมทนี่ า‹ พงึ พอใจ
สงู สุด
success publisher
นกั คิดเชงิ บูรณาการจะขยายมมุ มองส‹ูการแกŒปญ˜ หาทท่ี ุกฝา† ย จะไดŒ
รับมากกว‹าเสยี ก‹อใหเŒ กิดเอกภาพมากกวา‹ ความขัดแยงŒ โดยพยายามหา
ตัวร‹วมครอบคลุมความแตกต‹างหลากหลาย กลายเปšนทางเลือกใหม‹ที่
ครอบคลุมทุก ๆ ทางเลือก อันจะช‹วยใหŒทุกฝ†ายไดŒรับความพึงพอใจ
มากกวา‹

ทางเลือก 1 ทางเลือก 2 ทางเลอื ก 3 ทางเลอื ก 4 ประชาธปิ ไตย
ประนปี ระนอม
    บรู ณาการ

ทางเลือก 1 ทางเลอื ก 2 ทางเลือก 3 ทางเลือก 4

25 25 25 25

ทางเลือก 1 ทางเลอื ก 2 ทางเลอื ก 3 ทางเลือก 4

ทางเลือกเชิงบูรณาการ

การขยายกรอบความคดิ เพอ่ื ใหสŒ ามารถบรู ณาการทางเลอื กทแี่ ตกตา‹ ง
ไดŒ จะตŒองพยายามเขŒาถึง “แก‹นท่ีไม‹มีความขัดแยŒง” ซึ่งถูกห‹อหุŒมดŒวย
ลกั ษณะภายนอกทอี่ าจแตกต‹างกนั เปนš การขยายกรอบความคดิ ของเราท่ี
อาจถกู จาํ กัดดวŒ ยการมองเพียงภายนอก เช‹น เมื่อเห็นความแตกตา‹ งเพยี ง
ภายนอกย‹อมนําไปสู‹การเลือกสิ่งหนึ่งและปฏิเสธอีกสิ่งหน่ึงหรือสิ่งที่เหลือ

66

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

ท้ังหมด การคิดเชิงบูรณาการจึงพยายามเขŒาถึงแก‹นที่ไม‹มีความขัดแยŒง
เพ่อื ใหŒเหน็ ส‹วนทีส่ ามารถนาํ มารวมกันไดŒ แลŒวจึงนาํ สว‹ นทีส่ ามารถเขาŒ กัน
ไดŒนัน้ มารวมกัน

success publisherสงิ่ ท่แี ตกตา่ ง ดเู หมอื นเขา้ กันไมไ่ ด้

เขา้ ถงึ แก่นทไี่ มม่ ีความขดั แย้ง

นํามาบรู ณาการกนั

ลองพจิ ารณาตวั อยา‹ งน…ี้

¤á‹Ù μ§‹ §Ò¹ãËÁ¤‹ ˋ٠¹§Öè ¡Òí Å§Ñ ÇÒ§á¼¹·¨èÕ Ðà´¹Ô ·Ò§ä»Î¹Ñ ¹ÁÕ ¹Ù
áμ·‹ §éÑ ¤Á‹Ù ¤Õ ÇÒÁàË¹ç ·¢Õè ´Ñ á§Œ ¡¹Ñ à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ʶҹ··èÕ ¨èÕ Ðä»·Í‹ §à·ÂÕè Ç
´ÇŒ ¡¹Ñ â´ÂÊÒÁÂÕ ¹× ¡ÃÒ¹ÇÒ‹ μ¹àͧÍÂÒ¡ä»à·ÂèÕ ÇÀàÙ ¢Ò ã¹¢³Ð·½èÕ Ò† Â
ÀÃÃÂÒμŒÍ§¡ÒÃ仪Ò·ÐàÅ... àÃÒ¨Ðá¹Ð¹íÒÊÒÁÕÀÃÃÂÒ¤Ù‹¹éÕÍ‹ҧäÃ

67

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

â´Â·ÁÕè àÕ §Íè× ¹ä¢ÇÒ‹ μÍŒ §äÁÁ‹ ½Õ Ò† Âã´·μèÕ ÍŒ §ä»Î¹Ñ ¹ÁÕ ¹Ù ã¹··èÕ μÕè ¹àͧäÁ‹
ªÍº ·§éÑ ¤μ‹Ù ÍŒ §äÁዠ¡¡¹Ñ ä»·Í‹ §à·ÂÕè Ç áÅÐμÍŒ §äÁà‹ »¹š ¡ÒÃä»à·ÂèÕ Ç
ÍÂÒ‹ §ÅФçèÖ

จากป˜ญหาดังกล‹าวเราจะพบว‹า ไม‹สามารถตัดสินไดŒดŒวยระบบ
ประชาธิปไตย เน่ืองจากมีคนเพียงสองคนเทา‹ นัน้

ผมเชอื่ วา‹ คาํ ตอบทค่ี นคดิ ถงึ อนั ดบั แรก นา‹ จะเปนš การไปเทยี่ วในสถาน
ที่ที่มที ้งั ภูเขาและทะเลในบรเิ วณเดียวกัน แต‹ถŒาสมมตวิ า‹ ไม‹มีสถานท่ดี ัง
กล‹าวอย‹ูเลย ท‹านจะแนะนําสามภี รรยาคน‹ู อ้ี ย‹างไร?

……….
คําตอบ คือ
นาํ ทงั้ สองเขาŒ สก‹ู ารคนŒ หา “แกน‹ ทไ่ี มม‹ คี วามขดั แยงŒ ” โดยการพจิ ารณา
ถึงเหตผุ ลเบื้องหลังความตอŒ งการของทงั้ คู‹ ดวŒ ยการตัง้ คาํ ถามวา‹
“เหตใุ ด…?”
คําตอบท่ีไดรŒ ับจะสะทŒอนความตอŒ งการทแี่ ทจŒ ริงของทง้ั สองฝา† ย ซ่ึง
อาจช‹วยนําไปสู‹การหาทางเลือกเชิงบูรณาการ ท่ีสามารถสรŒางความพึง
พอใจแก‹ท้งั สองฝา† ยไดโŒ ดยไมต‹ Œองมปี ญ˜ หาระหวา‹ งกัน

¶ÒÁÊÒÁÕ “àËμãØ ´¤³Ø ¨§Ö μÍŒ §¡ÒÃä»ÀàÙ ¢Ò ?”
ÊÒÁμÕ Íº.. “¼ÁμÍŒ §¡ÒÃÍ·‹Ù Ò‹ Á¡ÅÒ§¸ÃÃÁªÒμÔ

ã¹·ËèÕ Ò‹ §ä¡Å ¼¤ŒÙ ¹áÅЪÁØ ª¹”

68

“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05

¶ÒÁÀÃÃÂÒ “àËμãØ ´¤³Ø ¨§Ö μÍŒ §¡ÒÃä»·ÐàÅ ?”

ÀÃÃÂÒμͺ... “©¹Ñ ªÍº¸ÃÃÁªÒμ·Ô àÕè »´ ¡ÇÒŒ §
Áͧä»ä¡Åä´ÊŒ ´Ø ¢Íº¿Ò‡ ”

ลองพจิ ารณาคาํ ตอบ เราสามารถหาทางเลอื กทส่ี ราŒ งความพึงพอใจ
ใหŒกบั ทัง้ สองคนไดŒหรอื ไม‹
success publisher
เสนอว‹าทั้งสองควรไปท…ี่

เราไมควรติดกับดักความตองการแรกของทั้งสองคนท่ีตองการไป
ภูเขาและทะเล แตพิจารณาความตองการลึก ๆ ของแตล ะคน

จากนั้น ใหŒหาทางออกที่ตอบสนองความตŒองการของทั้งสองคนไดŒ
เปšนทางเลือกท่ีบูรณาการความตŒองการของท้ังสองคนเขŒาดŒวยกัน โดย
หาสถานที่ที่จะสามารถสรŒางความพึงพอใจใหŒกับคนทั้งสองไดŒ เช‹น ขŒอ
แนะนําของเราอาจจะเสนอใหŒเขาไปพักผ‹อนในแหล‹งท‹องเที่ยวที่เปšนทุ‹ง
หญาŒ กวาŒ งในชนบททห่ี า‹ งไกล ซ่งึ เปšนทางเลอื กทไ่ี มใ‹ ช‹ความคดิ แรก แต‹ทง้ั
สองฝา† ยยังไดŒสิง่ ทตี่ นเองตŒองการ

การขยายกรอบความคดิ นบั เปนš สว‹ นสาํ คญั ของการคดิ เชงิ บรู ณาการ
เปนš การเรยี นรทŒู จ่ี ะใหสŒ มองปลดปลอ‹ ยศกั ยภาพเชงิ บรู ณาการออกมา แทน
การถกู จาํ กดั ดวŒ ยกรอบความคดิ เดมิ กรอบความคดิ ทข่ี ยายออกจะชว‹ ยใหŒ
เรามองเหน็ เร่ืองนนั้ อยา‹ งครบถวŒ น เหน็ ความเปนš ไปไดŒใหม‹ เหน็ แนวทาง
การแกŒปญ˜ หาทเี่ หมาะสมกับโลกทีเ่ ปลีย่ นแปลงและซับซŒอนเชน‹ ในปจ˜ จุบัน

69

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ขัน้ ท่ี 3 คลมุ กรอบ

ข้ันต‹อไปหลังจากท่ีกรอบความคิดของเราขยายออกในการพิจารณา
เรอื่ งนนั้ อยา‹ งครบถวŒ นแลวŒ สมองจะเขาŒ สภ‹ู าวะของการบรู ณาการเชอ่ื มโยง
มุมมองทั้งหมดเขŒาสู‹แกนหลักของเร่ือง เหมือนภาพจิกซอวที่มีความ
สมบรู ณ ทกุ ภาพนนั้ อยใ‹ู นตาํ แหนง‹ ทถ่ี กู ตอŒ ง เหน็ ความสมั พนั ธข องสง่ิ เหลา‹
น้ันอย‹างเปšนระบบ ช‹วยใหŒมุมมองที่เรามีต‹อเร่ืองน้ันครอบคลุมครบถŒวน
และทาํ ใหกŒ รอบความคดิ เดิมท่เี รามตี อ‹ เรอ่ื งน้นั กลายเปšน “กรอบความคดิ
ใหม”‹ ทีบ่ รู ณาการแลŒว

อยา‹ งไรกต็ าม กรอบนจ้ี ะมคี วามยดื หยน‹ุ และพรอŒ มทเี่ ขาŒ สก‹ู ระบวนการ
ถอดกรอบ การขยายกรอบ และการคลมุ กรอบ เปนš วงจรอีก เมื่อมีการรับ
รŒูต‹อสถานการณใ หม‹ ๆ เขาŒ มา

เนอื้ หาในบทนี้คงจะชว ยทาํ ใหสมองของเรา
“สวมกรอบความคดิ ” ของนกั คิดเชิงบรู ณาการแลว

เราจะมมี ุมมองและวิธีคิดพจิ ารณาเรือ่ งตา ง ๆ
แตกตา งไปจากเดิม

อนั จะชวยใหเ ราเรียนรแู ละคนพบความเปนไปไดใ หม ๆ
ในการแกปญ หาทส่ี รางสรรคและไมสงผลกระทบตามมา

รวมทงั้ ชว ยใหสามารถธํารงความสมั พันธระหวา งกนั
ไดอ ยางย่งั ยืน

70

success publisher ฝƒกคิดเชิงบูรณาการ = ฝƒกเช่ือมโยง

INTEGRATIVE
THINKING

ฝƒกคิดเชงิ บูรณาการ
= ฝกƒ เชือ่ มโยง

71

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ความสามารถและความเคยชินในการตระหนักรูŒถึงความสัมพันธ
เชอ่ื มโยงระหวา‹ งสง่ิ ตา‹ ง ๆ ทต่ี ามปกตแิ ลวŒ คนทว่ั ไปมกั ไมไ‹ ดนŒ าํ มาคดิ เชอื่ ม
โยงสมั พนั ธก นั นบั เปนš ลกั ษณะเดน‹ ของนกั คดิ เชงิ บรู ณาการ ดงั นน้ั ในขณะ
ที่เรากําลงั พัฒนาการคิดส‹ูการเปšนนักคิดเชงิ บูรณาการ เราคงตอŒ งเรมิ่ ดวŒ ย
การพฒั นาความเขาŒ ใจการปฏสิ มั พนั ธร ะหวา‹ งสง่ิ ตา‹ ง ๆ เพอื่ ขยายขอบเขต
ความคิดออกไปจนสามารถมองเหน็ ภาพทัง้ หมดอยา‹ งแจม‹ ชดั ขึ้น

ชวี ิตของเราดําเนนิ ไปอยา‹ งมีปฏสิ ัมพนั ธ หรอื มีผลกระทบทีเ่ ช่ือมโยง
กนั ระหวา‹ งเรากบั สงิ่ ตา‹ ง ๆ ทุกคร้ังทเ่ี รารบั รŒสู ่งิ ที่เกิดข้ึน และคิดทาํ ความ
เขŒาใจ เพือ่ ตดั สนิ ใจอย‹างใดอยา‹ งหน่ึงตอ‹ ไป เราควรเขŒาใจวา‹ เรือ่ งทเี่ ราคิด
นน้ั มีปฏิสัมพนั ธเช่ือมโยงระหวา‹ ง 3 ดาŒ นดวŒ ยกนั เหมือนวงกลม 3 วงท่ซี Œอน
อยูร‹ อบตัวเรา อันไดแŒ ก‹

• การปฏิสัมพันธภายในตนเอง
• การปฏสิ ัมพนั ธร ะหวา‹ งกัน
• การปฏสิ ัมพันธต ‹อสภาพแวดลŒอม

72

ฝƒกคิดเชิงบูรณาการ = ฝƒกเชื่อมโยง 06

ปฏิสมั พันธภ์ ายในตนเอง

ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างกนั

ปฏิสมั พันธ์ต่อสภาพแวดล้อม
success publisher
การปฏิสัมพันธภ ายในตนเอง

เปšนการเช่ือมโยงผสมผสานระหว‹างระบบคิดและระบบการทํางาน
ตา‹ ง ๆ ภายในร‹างกาย อนั ไดแŒ ก‹ การปฏิสมั พนั ธร ะหวา‹ งปรชั ญาการมอง
โลก ความรูปŒ ระสบการณ อารมณความรสŒู กึ ความเช่ือ ลักษณะนสิ ยั การ
คิดและการใชŒเหตุผล ระบบประสาท การทํางานของระบบต‹าง ๆ ใน
ร‹างกายที่ตอŒ งทาํ งานอย‹างประสานเช่อื มโยงกัน ถŒาส‹วนใดทาํ งานบกพรอ‹ ง
ย‹อมสง‹ ผลใหŒสว‹ นอ่นื ๆ บกพร‹องตามไปดวŒ ย

ยกตวั อย‹างเช‹น

...áÁÇŒ Ò‹ ¨μÔ ã¨¢Í§àÃÒ¾ÃÍŒ Á·¨Õè зÒí ʧÔè μÒ‹ § æ áμË‹ Ò¡ÃÒ‹ §¡ÒÂ
àÃÒà¨ºç »Ç† ÂÍ‹٠àÃÒÂÍ‹ ÁäÁÊ‹ ÒÁÒö´Òí à¹¹Ô ¡Òù¹Ñé ´ÇŒ Âμ¹àͧ䴌
...áÁàŒ ÃÒÁ¤Õ ÇÒÁäŒÙ ÇÒÁÊÒÁÒö ÁÃÕ Ò‹ §¡Ò·áèÕ ¢§ç áç áμà‹ ÃÒ໹š
¤¹·¢Õè Ò´¤ÇÒÁÃͺ¤Íº §Ò¹·¤èÕ ´Ô ÇÒ‹ ¨ÐμÍŒ §´àÕ ÅÈÔ á¹‹ æ ÍÒ¨¡ÅÒÂ
໹š §Ò¹·ÁÕè ¤Õ ÇÒÁ¼´Ô ¾ÅÒ´ãËÞË‹ Åǧ䴌

73

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

ในวิถีการดําเนินชีวิตของเรา ไม‹ว‹าเราจะทําส่ิงใดก็ตาม หากจะใหŒ
ประสบความสําเร็จบรรลุวัตถุประสงคที่ต้ังใจไวŒ การปฏิสัมพันธและ
บูรณาการระหว‹างส‹วนต‹าง ๆ อย‹างสมดุลและเหมาะสมที่จะบรรลุ
วตั ถปุ ระสงคจงึ เปšนสิง่ ท่ีจาํ เปšน

การปฏสิ มั พันธระหว‹างกัน

ปฏิกิริยาโตŒตอบที่เกิดข้ึนจากการแสดงพฤติกรรมบางอย‹างระหว‹าง
กัน มีลักษณะเปนš ความสมั พนั ธเ ชิงเหตุผลระหว‹างกัน เมอื่ เราแสดงออก
บางอย‹าง ยอ‹ มมผี ลบางอย‹างเกดิ ขนึ้ ทง้ั ผลทเ่ี กดิ ขึ้นอย‹างเหน็ ไดŒชัด เช‹น

...¡ÒÃáÊ´§ÁμÔ ÃÀÒ¾·àÕè ÃÒãËጠ¡¤‹ ¹ã¹¤Ãͺ¤ÃÇÑ à¾Í×è ¹ š٠¤ÒŒ
áÅФ¹Í¹×è æ ã¹Ê§Ñ ¤Á ÂÍ‹ Áʧ‹ ¼ÅÊз͌ ¹¡ÅºÑ ¤Í× ªÇ‹ Âʧ‹ àÊÃÁÔ
ãËÊŒ §èÔ ·àÕè ÃÒ·Òí »ÃÐʺ¤ÇÒÁÊÒí àèç ä´Œ

หรือผลกระทบสบื เน่อื งทเี่ กดิ ขนึ้ ในเวลาตอ‹ มา เชน‹ การกระทาํ ของ
คน ๆ หนึง่ มผี ลตอ‹ คนอีกคนหนงึ่ ทั้งโดยรูŒตัวและไมร‹ ูŒตวั อาทิ

...¾Í‹ áÁ·‹ ÐàÅÒÐÇÇÔ Ò·¡¹Ñ Á¼Õ ÅμÍ‹ ÊÀÒ¾¨μÔ ã¨áÅÐÀÒÇÐ
ÍÒÃÁ³¾ ¹×é °Ò¹¢Í§Å¡Ù ³ àÇÅÒ¹¹éÑ «§èÖ Ê§‹ ¼ÅÊº× à¹Íè× §·Òí ãËÅŒ ¡Ù
Á»Õ Þ˜ ËÒ㹡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ μÔ μ´Ñ Ê¹Ô ã¨´Òí à¹¹Ô ªÇÕ μÔ ·¼èÕ ´Ô ¾ÅÒ´áÅÐÍҨʧ‹
¼ÅÊº× à¹Íè× § μÍ‹ ä»Â§Ñ ¤¹·ÅÕè ¡Ù ä»Á»Õ ¯ÊÔ ÁÑ ¾¹Ñ ¸´ ÇŒ  ໹š μ¹Œ

74

ฝƒกคิดเชิงบูรณาการ = ฝƒกเช่ือมโยง 06

การเขาŒ ใจความเชอ่ื มโยงในปฏสิ มั พนั ธร ะหวา‹ งกนั จะชว‹ ยใหเŒ ราเรยี น
รŒทู จ่ี ะเปนš คนทสี่ ังเกต วเิ คราะห และคาดการณผลกระทบที่จะเกดิ ข้ึนจาก
พฤตกิ รรมการแสดงออกของเรา นาํ ไปสก‹ู ารตดั สนิ ใจทไี่ มก‹ อ‹ ใหเŒ กดิ ปญ˜ หา
ตามมา

การปฏิสมั พันธต อ‹ สภาพแวดลŒอม
เปšนลักษณะของความสัมพันธเชิงเหตุผลระหว‹างเร่ืองนั้นกับระบบ

ตา‹ ง ๆ ในธรรมชาตแิ ละสงั คม การมผี ลกระทบซงึ่ กนั และกนั ระหวา‹ งมนษุ ย
กบั ธรรมชาติ ขณะทเ่ี ราตอŒ งรบั ผลกระทบจากปรากฏการณธ รรมชาตทิ เ่ี กดิ
ขนึ้ ธรรมชาตยิ ‹อมรับผลกระทบจากการกระทาํ ต‹าง ๆ ของมนุษยเช‹นกัน
ทงั้ ทางตรง ทางออŒ ม ทัง้ ในระยะสนั้ และระยะยาว ยกตัวอยา‹ งเช‹น
success publisher
...¡ÒÃà»ÅÂÕè ¹á»Å§ÍμÑ ÃÒÀÒÉÕ Á¼Õ Å¡ÃзºμÍ‹ ÃÒÂä´¢Œ ͧðÑ
¢³Ðà´ÂÕ Ç¡¹Ñ ¡Áç ¼Õ ÅμÍ‹ ¡ÒÃÊÃÒŒ §á稧٠ã¨ã¹¡ÒÃŧ·¹Ø ÀÒ¤¸ÃØ ¡¨Ô
ʧ‹ ¼Å¡ÃзºÊº× à¹Íè× §ä»ÊÀ‹Ù ÒÇСÒèҌ §§Ò¹ áÅФ³Ø ÀÒ¾ªÇÕ μÔ ¢Í§
»ÃЪҪ¹μÒÁÁÒ
...¡Òþ²Ñ ¹Òà·¤â¹âÅÂÁÕ ¼Õ ÅμÍ‹ ¡ÒÃ»ÃºÑ μÇÑ ´ÒŒ ¹¡ÒÃᢧ‹ ¢¹Ñ ·Ò§
¸ÃØ ¡¨Ô áÅÐÁ¼Õ ÅμÍ‹ ¡ÒÃ»ÃºÑ μÇÑ ¢Í§º¤Ø ÅÒ¡Ã ÁÕ¼ÅμÍ‹ ¡ÒÃ»ÃºÑ »Ã§Ø
ÁÒμðҹ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ ¡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ μÔ ¢Í§¤¹ã¹»ÃÐà·È
...ʧ¤ÃÒÁ·àÕè ¡´Ô ¢¹éÖ ÃÐËÇÒ‹ § 2 »ÃÐà·È ÍҨʧ‹ ¼Å¡Ãзº·§éÑ
ÁÁØ ÅºáÅÐÁÁØ ºÇ¡μÍ‹ »ÃÐà·ÈàÃÒ
...âä«ÒÃʏ ·ÃÕè кҴ㹺ҧÀÁÙ ÀÔ Ò¤ ʧ‹ ¼Å¡ÃзºμÍ‹ ¡Ò÷͋ §
à·ÂÕè Ǣͧ»ÃÐà·È ʧ‹ ¼ÅÊº× à¹Í×è §μÍ‹ ¤ÇÒÁÍÂË٠ʹ¢Í§¼»ŒÙ ÃСͺ¡ÒÃ
μÍ‹ ÃÒÂä´ÀŒ Ò¤Ã°Ñ μÍ‹ ¡Òþ²Ñ ¹Ò»ÃÐà·È´ÒŒ ¹μÒ‹ § æ áÅÐÊÒÁÒöʧ‹
¼Å¡ÃзºμÍ‹ àÃÍ×è §Í¹×è æ μÍ‹ ä»ä´.Œ ..

75

success publisherผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

เน่ืองจากส่งิ ตา‹ ง ๆ และระบบต‹าง ๆ ในโลกลวŒ นเชือ่ มโยงสัมพันธ
กนั การทาํ ความเขาŒ ใจการปฏสิ มั พนั ธเ ชอ่ื มโยงยอ‹ มชว‹ ยใหเŒ ราเหน็ ภาพนนั้
ชัดเจนขึ้น ช‹วยใหŒเราสามารถวินิจฉัยป˜ญหาไดŒอย‹างครบถŒวนทุกมุมมอง
สามารถนําสว‹ นดีทมี่ อี ยูใ‹ นสิง่ ต‹าง ๆ มาเตมิ เตม็ หรือบูรณาการเขาŒ กบั ส่ิงท่ี
มอี ย‹ู ทําใหสŒ ง่ิ ทเ่ี ราตอŒ งการมคี วามสมบรู ณมากยงิ่ ขึ้น

อย‹างไรก็ตาม ความสัมพันธเช่ือมโยงอาจมีความซับซŒอนจนเราไม‹
สามารถเช่ือมโยงความสัมพันธเชิงเหตุผลไดŒอย‹างง‹าย ๆ การคิดเชิง
บูรณาการจึงใหŒความสําคัญต‹อการสังเกต การรวบรวมขŒอมูลข‹าวสาร
ซึ่งตŒองใชŒความอดทนต‹อสิ่งท่ียังคลุมเครือ และความสามารถในการ
สังเคราะห เพ่ืออธิบายทําความเขŒาใจเร่ืองทั้งหมด เพ่ือหาทางแกŒป˜ญหา
ที่ไม‹ก‹อผลกระทบตามมา และเพอื่ สราŒ งสรรคส งิ่ ใหม‹ ความสามารถในการ
เชอื่ มโยงความสมั พนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวา‹ งองคป ระกอบตา‹ ง ๆ จงึ เปนš ทกั ษะ
ท่สี ําคญั ยิง่ ของนกั คดิ เชิงบรู ณาการ

เอาละ‹ … ในลาํ ดบั ตอ‹ ไป เราลองมาฝกƒ ขยายความสามารถ
ดŒานการเชือ่ มโยงกนั

แบบฝƒกคิด :

…คŒนตวั เชือ่ ม + เช่ือมแกน = บรรลุวตั ถุประสงค

ดาŒ นหนงึ่ ของการคดิ เชงิ บรู ณาการ ไดแŒ ก‹ ความสามารถในการนาํ สง่ิ
ทอี่ ยอ‹ู ย‹างแยกส‹วน เชือ่ มโยงเขาŒ กบั แกนหลัก เพอ่ื ใหแŒ กนหลักน้ันมคี วาม
สมบูรณม ากข้นึ กวา‹ ภาวะก‹อนบรู ณาการของวตั ถปุ ระสงคท ต่ี Œองการ

76

ฝƒกคิดเชิงบูรณาการ = ฝƒกเชื่อมโยง 06

A
AB

B

ภาวะก่อนบูรณาการsuccess publisherภาวะบรู ณาการ

เพื่อใหŒเขŒาใจมากข้นึ … ลองตอบคาํ ถามเหลา‹ นี้

สมมติว‹า เรามนี ้าํ อยค‹ู รง่ึ แกวŒ เปนš นํา้ สะอาด

เราจะทาํ อยา‹ งไรกบั นา้ํ ครงึ่ แกŒวน้บี าŒ ง
ขอŒ 1 เมอื่ ไม‹สบาย เปšนหวดั เจบ็ คอ

……………………………………..
ขŒอ 2 เมอ่ื เพ่งิ กลับจากการทํางาน รอŒ นและเหน่ือย

……………………………………..
ขอŒ 3 หลังจากการออกกําลงั กายมาเหนื่อย ๆ

……………………………………..

หากเราตอบสนองวตั ถุประสงคท ุก ๆ ขอŒ ดŒวยการดม่ื นา้ํ ครึ่งแกŒวที่มี
อย‹ู โดยไมไ‹ ดคŒ ดิ วา‹ ตอŒ งทาํ หรอื หาสง่ิ ใดเพม่ิ เตมิ อาจจะเปนš คาํ ตอบทใี่ ชไŒ ดŒ
แต‹คงจะไม‹เหมาะสมต‹อวัตถุประสงคนัก

77

ผูŒชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ

หรอื หากเราตอบขอŒ แรกวา‹ …เอาไปตมŒ ใหอŒ น‹ุ ขอŒ สอง…เอาไปแชต‹ เŒู ยน็
กอ‹ นขอŒ สาม…ค‹อย ๆ ดม่ื นํา้ นนั้ คําตอบเหลา‹ นี้ไม‹ผิด แตย‹ ังไมไ‹ ดŒสะทอŒ น
ภาพของการคิดเชิงบูรณาการ

…ไม‹เปนš ไร จะใหŒขอŒ มลู เพม่ิ เตมิ สมมตทิ ี่บาŒ นของเรา
- มีผงเกลือแร‹ อย‹ใู นตŒยู า
- มีนา้ํ หวานขวดหนงึ่ ในตเูŒ ยน็
- มนี ํ้าแข็งอย‹ใู นชอ‹ งทาํ นาํ้ แข็ง
- มีนา้ํ รอŒ นอยใู‹ นกระติก
success publisher
…เราลองคิดต‹อไปว‹า จะใชŒสิ่งเหล‹านี้ช‹วยทําใหŒน้ําครึ่งแกŒวที่มีอยู‹
ตอบสนองวัตถุประสงคไ ดŒเหมาะสมกว‹าหรือไม‹ ?

……………….

คงงา‹ ยมากทเ่ี ราจะตอบว‹า…

…เมอื่ เราไมส‹ บาย เจบ็ คอ เราจะเอานา้ํ รŒอนมาเติมลงในนา้ํ ครงึ่ แกวŒ
น้ัน เพ่ือใหŒเปšนน้ําอ‹นุ หากเรารวŒู า‹ การด่ืมนํ้าอ‹นุ ย‹อมดกี ว‹านํ้าธรรมดา

…เมอ่ื เรารอŒ นและเหนอื่ ยจากการทาํ งาน การเตมิ นา้ํ หวานและนา้ํ แขง็
ลงไปในน้าํ คร่งึ แกŒวนนั้ ยอ‹ มแกŒกระหายและทาํ ใหŒเราสดชืน่ กว‹า

…หรือหลงั จากการออกกําลงั กาย เสยี เหงื่อไปมาก การเตมิ เกลอื แร‹
ลงไปในน้าํ แลŒวค‹อยด่ืมย‹อมชว‹ ยลดการสูญเสยี นา้ํ และทาํ ใหสŒ ดชน่ื ขน้ึ

78

ฝƒกคิดเชิงบูรณาการ = ฝƒกเช่ือมโยง 06

ก‹อนที่เราจะรับรูŒขŒอมูลใหม‹น้ี ความคิดของเราอาจถูกจํากัดดŒวย
คาํ ถามท่ีป‡อนใหŒ ทาํ ใหŒความคิดจดจ‹อกับการใชสŒ งิ่ ท่มี ีอย‹ูมากกว‹าการคิด
หาส่ิงอ่ืนที่เก่ียวขŒองมาเพิ่มเติม แต‹เม่ือไดŒรับขŒอมูลใหม‹เขŒามา สมองจะ
เชื่อมโยงขŒอมูลใหม‹ท่ีรับรูŒเขŒากับส่ิงที่มีอยู‹อย‹างอัตโนมัติ เพ่ือคŒนหาสิ่งท่ีดี
กวา‹ เดมิ จงึ บรรลุวตั ถุประสงคทีต่ อŒ งการไดมŒ ากกว‹า

success publisherหากในชีวติ การทํางานของคุณ
พบปญ หาการขาดแคลนทรัพยากร
ลองคน หา ผงเกลือแร นํา้ หวาน นาํ้ แขง็ หรอื นํ้ารอน
สําหรับงานของคุณ เพอื่ นํามาเชอ่ื มโยงกบั ปญหาท่พี บดู

…ป˜จจยั แวดลอŒ ม + เชอ่ื มแกน = ภาพทชี่ ัดเจนขึน้

กระบวนการคดิ เชงิ บรู ณาการในอีกดŒานหน่งึ ไดแŒ ก‹ ความสามารถ
ในการหาความเกี่ยวขŒองระหวา‹ งป˜จจยั ตา‹ ง ๆ กับแกนหลกั หรือเร่อื งทจี่ ะ
คิด ย่ิงเราสามารถเชือ่ มโยงป˜จจัยทมี่ อี ยูไ‹ ดŒมากเทา‹ ไร เรายง่ิ สามารถเหน็
ภาพของเรื่องท่ีเราคิดไดŒชดั เจนมากยง่ิ ขึ้นเท‹านัน้

ต‹อไปลองฝƒกขยายความสามารถในการเช่ือมโยงความสัมพันธเชิง
เหตุผลระหวา‹ งปจ˜ จัยแวดลอŒ มตา‹ ง ๆ เขŒากบั “แกนหลัก” โดยใหเŒ ราเชอ่ื ม
โยงชดุ คาํ เหลา‹ นี้ เพอ่ื อธิบายเรอื่ ง “ชีวติ คนเมอื งหลวง” ใหสŒ มบรู ณขึน้

…กาํ หนดใหŒ “แกนหลัก” ที่เราตŒองการหาคําตอบคอื “ลักษณะชีวติ
คนเมอื งหลวง”

…จะมคี าํ ตา‹ ง ๆ ทกี่ าํ หนดไวใŒ หŒ เชน‹ โทรทศั น ผสŒู งู อายุ มอเตอรไ ซค
รบั จŒาง และคาํ อน่ื ๆ ตามทป่ี รากฏในภาพดาŒ นล‹าง

79


Click to View FlipBook Version