success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ชว ยกาํ จดั การ “คดิ ตน้ื ๆ”
ท่ีอาจเกิดขนึ้ โดยไมต ้ังใจ
และชวยลบความ “เสียนอยเสยี ยาก เสียมากเสยี งา ย”
ซ่งึ สวนใหญเปน เพราะ
การดวนตดั สนิ ใจอยา งงา ย ๆ ของเรา
บนการคาํ นึงถึงเพยี งมุมใดมมุ หน่ึง
โดยไมไดค ดิ ใหรอบคอบ
30
success publisher เหตุใดจึงตองคิดเชิงบูรณาการ ?
INTEGRATIVE
THINKING
เหตใุ ดจึงตอง
คดิ เชงิ บรู ณาการ ?
31
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การคดิ เชงิ บูรณาการเปน การคิดท่ีสําคญั อกี มิตหิ นึ่ง ทีเ่ ราควรเรยี นรู
ทงั้ “วธิ กี ารคดิ ” และ “การฝก ฝนในภาคปฏบิ ตั ”ิ ซงึ่ สามารถประมวลเหตผุ ล
ท่เี ราตองคดิ เชงิ บูรณาการ ไดด ังนี้
เพ่ือชว ยลดความผดิ พลาดจากการคิด “ไมครบ”
ขอดีของการคิดเชิงบูรณาการประการหนึ่ง คือ การชวยกําจัดการ
“คดิ ตน้ื ๆ” ท่ีอาจเกดิ ข้ึนโดยไมต ง้ั ใจ และชว ยลบความ “เสียนอยเสียยาก
เสยี มากเสยี งา ย” ซง่ึ สว นใหญเ ปน เพราะการดว นตดั สนิ ใจอยา งงา ย ๆ ของ
เราบนการคาํ นงึ ถงึ เพยี งมมุ ใดมมุ หนงึ่ โดยไมไ ดค ดิ ใหร อบคอบ ซง่ึ มสี าเหตุ
จาก
…กรอบความคิดหรือมมุ มองของเรามขี อ จํากัด
ดงั นน้ั การตดั สนิ ใจหรอื เสนอความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งใดจงึ มโี อกาส
เส่ียงที่จะผิดพลาดไดมาก ดวยเหตุน้ีเราจึงไมสามารถละเลยการคิดเชิง
บรู ณาการ แลว ใชเ พยี งความรหู รอื ประสบการณแ บบเดมิ ๆ ได แตเ ราตอ ง
เรยี นรูทจี่ ะคิดดว ยการมองใหครบถว นทกุ แงม ุมในการพิจารณาแตละเรอื่ ง
การคิดเชิงบูรณาการจะชวยขยายกรอบความคิดและมุมมองเกี่ยวกับเร่ือง
32
เหตุใดจึงตองคิดเชิงบูรณาการ ? 04
นัน้ ใหก วา งกวาเดมิ ทาํ ใหเขาใจภาพไดอ ยา งชัดเจน เขา ใจเร่ืองตา ง ๆ ได
อยางครบถวน อันจะทําใหแกปญหาไดอยางตรงวัตถุประสงคและเกิด
ประโยชนส งู สุด
…การตอบสนองความตอ งการเฉพาะหนา
ซงึ่ อาจทาํ ใหเ ราคดิ ไมค รบถว น เพราะเมอื่ เรามคี วามตอ งการบางดา น
ทเ่ี รง ดว นอยู และเราเหน็ หนทางทส่ี ามารถสนองความตอ งการนนั้ เราอาจ
จะไมไ ดค ดิ อยา งรอบคอบวา เปน วธิ ที ดี่ ที ส่ี ดุ หรอื ไม สนใจเพยี งผลลพั ธท จ่ี ะ
ไดจ ากส่ิงน้นั ณ เวลาน้นั เทา น้ัน ซ่งึ แทจริงวิธนี ั้นอาจไมส ามารถแกป ญหา
ไดต รงวตั ถปุ ระสงค และอาจสง ผลกระทบตา ง ๆ ตดิ ตามมา การพิจารณา
ปญหาหรือการกระทําสิ่งใดก็ตาม หากทําอยางไมรอบคอบ จะสงผลให
เราเสียเวลา เสียทรัพยากรไปกับส่ิงนั้นโดยไมสมควร แตหากเราคิดเชิง
บูรณาการพจิ ารณาเช่ือมโยงมมุ มองอื่น ๆ ดวย แมดูเหมอื นไมเ ก่ียวขอ ง
กันโดยตรง เราจะสามารถหาทางแกปญหานั้นไดอ ยา งตรงประเด็น
success publisher
…เม่ือมีปญหาเกดิ ขึ้นเรามักแกป ญหาโดยใชก ารเลยี นแบบเหตุการณในอดตี
หรอื เลยี นแบบการแกป ญ หาของคนในอกี พน้ื ทห่ี นงึ่ เพราะเหน็ วา การ
ทําแบบน้ันไดรับคําตอบตามที่ตองการ เชน สมมติเราเห็นวาประเทศ
สหรัฐอเมริกานาํ ระบบการศึกษาโดยครอบครัว (home schooling) มาใช
และประสบความสาํ เรจ็ เราจงึ เลยี นแบบมาใชบ า ง แตป รากฏวา เกดิ ปญ หา
มากมาย เพราะไมเ หมาะสมกับบรบิ ทสังคมไทย ในเหตุการณน ี้ การคิด
เชิงบูรณาการจะชวยใหเราเขาใจวา แทจริงแลว เหตุการณแตละอยางที่
เกดิ ข้นึ นัน้ ตา งมบี รบิ ทแวดลอม เวลา และองคประกอบตาง ๆ ทีม่ ีความ
แตกตา งกนั การท่ีจะใชวิธีเดิมในลกั ษณะสตู รตายตัวน้นั จึงอาจไมช วยใน
การแกปญ หาไดตรงจุด ยิ่งกวาน้ันอาจทาํ ใหปญ หาอื่น ๆ เกดิ ขนึ้ ตามมา
33
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ดวยได ดังนั้นการคิดเชิงบูรณาการจึงชวยใหเราเรียนรูที่จะพิจารณาเร่ือง
แตละเร่อื ง ในบรบิ ทและมุมมองทีเ่ ก่ยี วโยงกนั ไดอยางครบถว น ทําใหการ
วนิ ิจฉยั เกี่ยวกับเรือ่ งน้ันไมผ ดิ พลาด
เพ่ือชวยใหม คี วามเขา ใจเร่ืองท่ีมคี วามซับซอ น
ไดอ ยา งลึกซง้ึ และกวา งขวาง
ในอนาคต เมื่อโลกและระบบตา ง ๆ ในโลกมีความซับซอนมากยิ่ง
ขึ้น เนื่องจากกระแสโลกาภิวัตนและการเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยี
สารสนเทศ ตลอดจนการเปด เสรที างเศรษฐกจิ เปน แรงขบั เคลอื่ นสาํ คญั จะ
ทาํ ใหเ ศรษฐกจิ ไทยมคี วามซบั ซอ นจากการเชอื่ มโยงเปน เครอื ขา ยกบั ระบบ
เศรษฐกจิ โลกมากขึน้ รวมทง้ั การเชื่อมโยงของระบบเครือขายสารสนเทศ
ทวั่ โลก จะทาํ ใหป จจยั ตา ง ๆ ทกี่ อนหนา นไี้ มเ คยมผี ลกระทบตอเศรษฐกจิ
และสงั คมไทย กลบั สง ผลกระทบอยา งรนุ แรงและรวดเรว็ มากขน้ึ ซงึ่ สะทอ น
วาโลกท่ีเช่ือมโยงเปนเครือขายทําใหเราไมสามารถคิดแบบแยกสวนไดอีก
ตอ ไป
เฟรดรกิ เวสเตอร (Frederic Vester) นกั คดิ และนกั เขยี นชาวเยอรมนั
ผมู คี วามรใู นศาสตรห ลายสาขาและมชี อื่ เสยี งในดา นการคดิ เกย่ี วกบั ระบบ
ทีม่ ีความซับซอน ไดก ลา วไวว า
“คาํ ตอบของปญหาของเรากําลังจะมาจากอนาคต มิไดม าจากอดตี
โลกวนั พรงุ นจ้ี ะตอ งพงึ่ พาการคดิ เชงิ บรู ณาการอยา งมาก ทง้ั ในการศกึ ษา
และการทํางาน ทั้งชวี ิตความเปนอยูในระดับบุคคลและระดบั สงั คม”
34
เหตุใดจึงตองคิดเชิงบูรณาการ ? 04
คาํ กลา วนสี้ ะทอ นใหเ หน็ วา การคดิ เชงิ บรู ณาการจะยง่ิ ทวคี วามสาํ คญั
มากขน้ึ ในโลกทซ่ี บั ซอ น เพราะภายใตค วามซบั ซอ นมโี อกาส และทางเลอื ก
ในการตดั สนิ ใจเพมิ่ ขนึ้ หากเราเขา ใจความซบั ซอ นดงั กลา ว เราจะสามารถ
คน หาโอกาสภายใตความสลับซบั ซอ นนั้นได แมว า โลกที่ซับซอ นมากขนึ้
จะมีความเสย่ี งจากความไมแ นน อนและผลกระทบจากปจจัยตา ง ๆ มาก
ขึน้ ดว ยเชน เดยี วกนั
success publisher
ดงั นนั้ การขาดความเขาใจกลไกของสิง่ ทีเ่ รากําลังพิจารณาอยางลึก
ซ้ึงและกวางขวาง จะทําใหเราไมสามารถตัดสินใจไดอยางถูกตองและ
เหมาะสม หรือมโี อกาสสูงท่ีจะตดั สินใจผดิ พลาด รวมทงั้ ขาดความพรอม
ในการปอ งกันผลกระทบจากปจ จยั ตา ง ๆ อันจะนําไปสูความถดถอยหรอื
ลมสลายของส่ิงที่เรารับผิดชอบท้ังในระดับ บุคคล องคการ หรือระดับ
ประเทศ
เพือ่ ชว ยใหก ารตดั สินใจในเรอื่ งเล็ก
เกิดผลดีตอ เร่อื งใหญ
การคิดเชิงบูรณาการเหมาะสําหรับเรื่องที่มีความซับซอน และมี
ผลกระทบในมมุ กวา ง การตัดสนิ ใจเร่ืองใดเรอ่ื งหน่ึง จะมีผลตอ ภาพรวม
ท้งั หมด ดังนั้น จึงจําเปนตอ งดูภาพรวมทง้ั หมดกอนตัดสินใจ หรือใหข อ
สรุปเกย่ี วกบั เร่อื งใดเรื่องหนงึ่ ยกตัวอยา งเชน
à¡Éμá÷èÕ¢Ò¾ת¼ÅäÁ‹ä´ŒÃÒ¤ÒÁÑ¡¨Ð»´¶¹¹»ÃзŒÇ§
áÅÐàÃÂÕ ¡ÃÍŒ §ãËÃŒ °Ñ ªÇ‹ Â¾Â§Ø ÃÒ¤Ò Í¹Ñ à»¹š àËμãØ ËÃŒ °Ñ μÍŒ §ªÇ‹ ÂàËÅÍ×
¨§Ö à¡´Ô ¡ÒÃàÅÂÕ ¹áººã¹à¡ÉμáÃÃÒÂ͹×è æ ·¤Õè ´Ô ÇÒ‹ Ç¸Ô ·Õ ¨Õè зÒí ã˾Œ ª×
35
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
¼Åä´ÃŒ Ò¤Ò´Õ ¤Í× μÍŒ §àÃÂÕ ¡ÃÍŒ §¡´´¹Ñ ãËÃŒ °Ñ ªÇ‹ ÂàËÅÍ× ¨¹Ã°Ñ ·¹μÍ‹ ¡ÒÃ
àÃÂÕ ¡ÃÍŒ §äÁ‹äËÇ μÍŒ §¹Òí à§¹Ô ÁҪNj ÂàÃÍ×è Âä»
¡ÒáÃзÒí હ‹ ¹Õé ËÒ¡»ÃÐà·Èä·ÂÁàÕ ¾ÂÕ § 2 ÊÇ‹ ¹ ¤Í× Ã°Ñ ºÒÅ
áÅÐà¡Éμáà ¤§¨ÐäÁÊ‹ §‹ ¼ÅàÊÂÕ ËÒÂÁÒ¡¹¡Ñ áμ‹ã¹¤ÇÒÁ໹š ¨Ã§Ô
·¡Ø ¤Ã§Ñé ·àèÕ ¡ÉμáÃä´»Œ ÃÐ⪹ ÂÍ‹ Á¨Ðà¡´Ô ¡ÒÃàÊÂÕ »ÃÐ⪹ ã¹ÁÁØ
͹×è ´ÇŒ  હ‹ à¡ÉμáÃäÁà‹ ÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ ¨Õè ЪNj ÂμÇÑ àͧ ¡ÒÃ㪧Œ º»ÃÐÁÒ³
äÁà‹ ¡´Ô »ÃÐâª¹Ê §Ù Ê´Ø äÁÁ‹ ¡Õ ÒÃÇÒ§á¼¹¡ÒüÅμÔ ·ÇÑè »ÃÐà·È·Òí ãËÁŒ Õ
»Þ˜ ËÒã¹Í¹Ò¤μ ÏÅÏ Ã°Ñ ºÒÅ·èÕäÁ‹ä´¤Œ ´Ô àª§Ô ºÃÙ ³Ò¡Òà Á¡Ñ μ´Ñ Ê¹Ô ã¨
àª§Ô ¹âºÒ¼´Ô ·Òí ãËŒäÁ‹ä´áŒ ¡»Œ Þ˜ ËÒÍÂÒ‹ §á·¨Œ Ã§Ô à»¹š à¾ÂÕ §¡ÒÃäËÅ
ä»μÒÁàËμ¡Ø ÒÃ³Ë ÃÍ× μͺʹͧ»Þ˜ ËÒ੾ÒÐ˹Ҍ Í¹Ñ ¨Ðʧ‹ ¼ÅãËàŒ ¡´Ô
»Þ˜ ËÒμÒ‹ § æ μÒÁÁÒÍ¡Õ ÁÒ¡ÁÒÂ
ËÒ¡ÃѰºÒÅàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè¨Ð¤Ô´Í‹ҧºÙóҡÒà áÅÐÇÒ§á¼¹àªÔ§
¹âºÒÂà¾Í×è á¡»Œ Þ˜ ËÒã¹ÁÁØ μÒ‹ § æ ·àÕè ªÍ×è Áâ§¡¹Ñ ·§éÑ ·Ò§μç·Ò§ÍÍŒ Á
¨ÐÊÒÁÒö·Òí ãËËŒ Å´Ø ¨Ò¡»Þ˜ ËÒä´¤Œ úǧ¨Ã äÁà‹ ¾ÂÕ §áμ»‹ Þ˜ ËÒÃÒ¤Ò¾ª×
¼Åà¡ÉμÃμ¡μÒíè à·Ò‹ ¹¹éÑ á쨋 ЪNj ÂãËàŒ ¡ÉμáÃÊÒÁÒöᢧ‹ ¢¹Ñ ä´Œ â´Â·èÕ
»ÃЪҪ¹·ÇÑè ä»äÁ¨‹ Òí ໹š μÍŒ §àÍÒà§¹Ô ÀÒÉÕ仪Nj Âã¹·Ò§ÍÍŒ Á
การคดิ เชงิ บรู ณาการชว ยใหม องเหน็ วา จดุ ใดคอื จดุ ปญ หา จดุ ใดคอื
จดุ แหง โอกาส ทาํ ใหร วู าแตล ะจดุ เชอื่ มโยงกนั อยา งไร ถา กระทาํ สงิ่ นจี้ ะไป
กระทบอะไรบาง ทาํ ใหส ามารถแกป ญหาไดอยา งแทจรงิ ไมต องเสยี เวลา
และทรัพยากรในการแกผ ิดจดุ อีกท้ังยงั จะชว ยทําใหท ุกฝายไดป ระโยชน
จากการตัดสนิ ใจน้ัน
36
เหตุใดจึงตองคิดเชิงบูรณาการ ? 04
เพ่ือลดความซาํ้ ซอนและการสิ้นเปลอื งทรพั ยากร
ในการวางแผนการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ ทั้งในระดับบุคคล
ครอบครวั องคการ และระดับประเทศ มีกจิ กรรมตาง ๆ เปนจาํ นวนมาก
โดยแตล ะกจิ กรรมมลี กั ษณะ ขัน้ ตอน ระยะเวลาการดาํ เนินการ และผูรบั
ผดิ ชอบทแ่ี ตกตา งกนั หากเราปลอ ยใหม กี ารคดิ วางแผนแตล ะกจิ กรรมแยก
จากกันโดยส้นิ เชงิ อาจจะทาํ ใหเ กดิ ความซา้ํ ซอ น หรือบางคร้ังขัดแยงกัน
ในการดําเนินงาน หรือนําไปสูการสิ้นเปลืองงบประมาณ และการใช
ทรพั ยากรในการดาํ เนนิ กิจกรรมอยา งไรประสทิ ธภิ าพ
success publisher
μÇÑ ÍÂÒ‹ §·àÕè ˹ç ä´ÍŒ ÂÒ‹ §ª´Ñ ਹ ä´áŒ ¡‹ ¤ÇÒÁ«Òíé «ÍŒ ¹¢Í§¡ÒÃ
·Òí §Ò¹¢Í§Ë¹Ç‹ §ҹμÒ‹ § æ ·ÃèÕ ºÑ ¼´Ô ªÍº´ÒŒ ¹ÃкºÊÒ¸Òó»Ù âÀ¤
àÃÒÁÑ¡¾ºàÊÁÍNjҶ¹¹ËÃ×Í·Ò§à´Ô¹à·ŒÒã¹àÁ×ͧä·ÂÁÑ¡ÁÕ¡Òâش æ
¶Á æ ÍÂà‹Ù ÊÁÍ áμ´‹ ÇŒ ÂÇμÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤· μÕè Ò‹ §¡¹Ñ ºÒŒ §à¾Íè× ·Òí ¼ÇÔ ¶¹¹
ãËÁ‹ ºÒŒ §à¾Í×è ÇÒ§·Í‹ »ÃÐ»Ò ºÒŒ §à¾Í×è ÇÒ§ÊÒÂâ·ÃÈ¾Ñ · ãμ´Œ ¹Ô ºÒŒ §à¾Íè×
ÇÒ§·Í‹ ÃкÒ¹Òéí ÏÅÏ Ê§‹ ¼Å·Òí ãËÊŒ ¹Ôé à»ÅÍ× §§º»ÃÐÁÒ³áÅÐÊÃÒŒ §
¤ÇÒÁà´Í× ´ÃÍŒ ¹á¡»‹ ÃЪҪ¹¼ŒÙ㪶Œ ¹¹ÍÂÒ‹ §μÍ‹ à¹Íè× § áμË‹ ҡ˹Nj §ҹ
àËŋҹÕé ä´ŒÁÕ¡ÒäԴà¾×èͺÙóҡÒÃá¼¹§Ò¹à¢ŒÒ´ŒÇ¡ѹ¨Ð·íÒãËŒáμ‹ÅÐ
˹Nj §ҹ»ÃÐË嫄 §º»ÃÐÁҳŧä´ÁŒ Ò¡ áÅлÃЪҪ¹äÁμ‹ ÍŒ §à¼ªÞÔ
¡ºÑ ¤ÇÒÁäÁÊ‹ дǡ¨Ò¡¡Òû¯ºÔ μÑ §Ô Ò¹´§Ñ ¡ÅÒ‹ ÇÁÒ¡¹¡Ñ
37
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เพื่อชว ยใหเ ราสามารถแกไขปญหาอยา งเบด็ เสร็จ
ดังที่ผมไดเขยี นไวใ นหนงั สอื “ปฏริ ปู ครบวงจร : สูยคุ เรืองรองของ
เมอื งไทย”(เกรยี งศกั ด,์ิ 2540) วา ปญ หาหนง่ึ ๆ อาจจะมาจากหลายสาเหตุ
ดังนั้น การแกไขเพียงสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งไมสามารถแกไขปญหาที่มีอยู
ทง้ั หมดได หรอื การแกไขปญ หาหนึ่ง ๆ อาจจะมคี วามเกย่ี วขอ งเช่อื มโยง
กบั ระบบหรอื ปจ จยั ตา ง ๆ การแกไ ขปญ หาทรี่ ะบบหนงึ่ จะไมส าํ เรจ็ เพราะ
ตดิ ขัดท่ีอกี ระบบหนึ่ง ดงั นนั้ จึงจําเปนตอ งดําเนินการแกไขในทุกระบบที่
เกย่ี วขอ งไปพรอ ม ๆ กันและสอดคลองไปในทิศทางเดียวกัน
การคดิ เชงิ บรู ณาการทาํ ใหเ ราสามารถแกไ ขปญ หาไดอ ยา งเบด็ เสรจ็
เนอ่ื งจากมีการมองปญ หาจากมุมมองท่ีครบถว น เปน เหตุใหเ ราสามารถ
ทราบสาเหตขุ องปญ หาอยา งครบถว น และเขา ใจความเชอื่ มโยงของระบบ
ตาง ๆ ท่ีเกีย่ วของกบั ปญหานน้ั อยา งลึกซง้ึ และกวา งขวาง การเช่อื มโยง
แนวคดิ ในการแกไขปญ หา จากมุมมองตา ง ๆ ทาํ ใหส ามารถผลกั ดนั การ
แกไขปญหาอยางเบ็ดเสร็จครบวงจร โดยไมเกิดการติดขัดภายในระบบ
ตาง ๆ และไมทําใหเ กิดปญหาตอ เนอ่ื งติดตามมา
ผมขอยกตวั อยา งการคดิ เชงิ บรู ณาการเพอ่ื แกไ ขปญ หาการฉอ ราษฎร
บงั หลวง เมอ่ื พจิ ารณาถงึ สาเหตขุ องการฉอ ราษฎรบ งั หลวงดว ยมมุ มองรอบ
ดา น พบวาปญ หาดงั กลา วเกิดจากปจจยั หลกั 3 ประการ คือ คน ระบบ
และบรบิ ท
38
เหตุใดจึงตองคิดเชิงบูรณาการ ? 04
คน : ธนานิยม ไมซ ื่อสตั ย ฟุมเฟอยใชเ งินเกินตัว
ตดิ อบายมขุ รักสบายไมชอบทํางานหนกั ฯลฯ
ระบบ : ขาดการตรวจสอบถว งดลุ ขาดมาตรฐานการปฏบิ ัติ
ทดี่ ที สี่ ดุ ขาดระบบคณุ ธรรม ผลตอบแทนต่าํ ฯลฯ
บริบท : สงั คมนบั ถอื คนรํา่ รวยมากกวา คนดี
มีวฒั นธรรมการฉอราษฎรบงั หลวงกันเปนทีม
การถอื คติเขาเมอื งตาหลว่ิ ตอ งหลว่ิ ตาตาม
ประชาชนและเอกชนท่ีทํางานกบั รัฐมพี ฤติกรรม
ใหส ินบนกบั เจา หนา ทรี่ ฐั ฯลฯ
success publisher
จากการเชือ่ มโยงมุมมองดา นตา ง ๆ เขา ดวยกนั จะพบวา หากเรา
แกไขที่ระบบเพียงอยางเดียว คนท่ีไมซื่อสัตยยอมพยายามหาชองโหวใน
ระบบเพอื่ ทาํ การโกงเงนิ ของหลวง หากเราแกไ ขทค่ี นเพยี งดา นเดยี ว ระบบ
และบริบทแบบเกาจะกดดันใหคนดีไมสามารถดํารงอยูได หรือลอ ลวงให
คนดไี มส ามารถรักษาความดไี วได และหากแกไขทบี่ ริบทเพียงอยา งเดียว
จะไมเพียงพอทจี่ ะแกไขปญหานีไ้ ด
ดังน้ันเราจึงตองแกไขปญหาแบบ 3 ประสาน โดยแกไขท้ัง คน
ระบบ และบรบิ ท ไปพรอม ๆ กัน โดยใชมาตรการท่สี อดคลองกัน จงึ จะ
สามารถแกไขปญหาไดอยา งเบด็ เสร็จ
39
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การแกไ ขปญหาความยากจนในประเทศไทย เปนอกี ตวั อยางหนึง่ ที่
ชดั เจนของการขาดการคิดเชิงบรู ณาการ เนือ่ งจากขาดการมองอยา งเปน
องครวม หนวยงานท้ังภาครัฐและภาคเอกชน พยายามแกไขปญหาดวย
มุมมองของตนเอง และขาดการพิจารณาความตองการของประชาชนที่
ยากจน นอกจากนี้ การแกไขปญ หายังขาดการบูรณาการแนวคิดตา ง ๆ
เขา หากนั สงั เกตไดจ ากการทต่ี า งคนตา งทาํ ไมม กี ารวางแผนหรอื โครงการ
รว มกนั สง ผลทาํ ใหไ มป ระสบความสาํ เรจ็ ในการแกไ ขปญ หาความยากจน
เพื่อชวยใหเราเปน คนที่ “ใจกวาง”
การคดิ เชงิ บรู ณาการ จะชว ยฝก ใหเ รามองนอกกรอบความจาํ กดั ของ
ตนเองสูก รอบของส่ิงตา ง ๆ ทส่ี ามารถเชอ่ื มโยงกันไดใ นกรอบท่ีกวางและ
ครบถว นมากทสี่ ดุ การคดิ เชงิ บรู ณาการจะชว ยทาํ ใหเ ราเกดิ ความตระหนกั
วา กรอบความคิดท่ีเรามีตอเรื่องใดเร่ืองหนึ่งน้ัน ยอมถูกจํากัดดวย
ประสบการณ ความรู ความเขา ใจที่เรามีตอ เรื่องนัน้ ๆ ดงั นน้ั ส่ิงทีเ่ ราคดิ
จึงไมใชมาตรฐานท่ีจะมาชีว้ ัดวา ถกู หรือผดิ อยา งไร
การคิดเชิงบูรณาการจึงเปนการคิดที่ไมหวังเพียงเพื่อ “ประโยชน
เฉพาะหนา ” หรือ “ประโยชนเ พอื่ ตนเอง” แตจะคิดเพ่อื ประโยชนส ูงสดุ
ตอ ภาพรวม เพราะเรารูวาเรอ่ื งตาง ๆ ท่ีเกดิ ข้ึนยอมมีความเช่อื มโยงกัน
มคี วามเปนเหตุเปน ผลกัน การตดั สินใจส่งิ ใดลงไปยอ มสงผลกระทบตอ
สิ่งอน่ื ๆ ดวย ทงั้ ในมุมบวกและมมุ ลบ
40
เหตุใดจึงตองคิดเชิงบูรณาการ ? 04
การตัดสินโดยไมพิจารณาใหรอบคอบครบถวนนั้น อาจสงผลดีใน
ตอนแรกแตอ าจสงผลรายตามมาในภายหลัง ดังน้นั จึงจําเปน ตอ งมองให
ครบทุก ๆ มุมอยางครบถว นกอ น จึงจะทาํ ใหการตดั สินใจใด ๆ เกดิ
ประโยชนส ูงสุด
เพ่ือชว ยจดั การความขัดแยง
success publisher
การคดิ เชงิ บรู ณาการทาํ ใหเ กดิ การเชอื่ มโยงแนวคดิ ตา ง ๆ เขา หากนั
ไดอ ยา งสมดลุ จะชว ยทาํ ใหเ กดิ การประสานประโยชน และลดหรอื จดั การ
ความขัดแยงท่ีอาจจะเกิดขึ้นได ทั้งนี้การคิดเชิงบูรณาการจะย่ิงทวีความ
สําคัญมากข้ึนในโลกอนาคต เน่ืองจากการใหน้ําหนักกับความเปน
ประชาธปิ ไตยและสทิ ธมิ นษุ ยชนมากขนึ้ สง ผลทาํ ใหจ าํ นวนของผมู สี ว นได
สว นเสีย (stakeholder) เพ่มิ ขนึ้ และอาํ นาจตอ รองของกลุมผลประโยชน
(interest group) ตา ง ๆ เพมิ่ สงู ขนึ้ ในขณะเดยี วกนั แนวคดิ ของคนในโลก
กําลังเปล่ียนเขาสูแนวคิดของสํานักหลังทันสมัย (postmodernism) ซ่ึง
ทําใหคนมีความคดิ เหน็ ที่แตกตางหลากหลายมากขึ้น ดังนนั้ การกําหนด
นโยบาย การวางแผน การแกไ ขปญ หา หรอื การดาํ เนนิ กิจกรรมตา ง ๆ จงึ
ตอ งคํานงึ ถึงมุมมองของกลุม คนที่หลากหลายมากข้นึ
41
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
การคดิ เชิงบูรณาการ
สามารถนํามาใชในการพจิ ารณาประเด็นตา ง ๆ
ไมว า จะเปนการทาํ ความเขา ใจในเรอื่ งใดเรือ่ งหน่ึง
การแกไขปญ หา การวางแผนการทาํ งาน
รวมถงึ การกาํ หนดนโยบาย
การคิดเชงิ บรู ณาการเปน ทกั ษะการคิดที่เปน ประโยชน
ท้ังในการคดิ เร่ืองทว่ั ไปในระดบั บุคคล
และเร่อื งใหญร ะดบั ชาติทีม่ ผี ลกระทบในวงกวา ง
ทง้ั ยังเหมาะอยางยิ่งสาํ หรบั การมองประเด็นท่ีมคี วามซับซอ น
การพฒั นาความสามารถในการคดิ เชงิ บรู ณาการ
จงึ มคี วามจาํ เปน อยางย่งิ ยวด
ในการดาํ รงชวี ติ ในโลกทีม่ คี วามซับซอ นมากขนึ้ ทุกขณะ
42
success publisher “สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ
INTEGRATIVE
THINKING
“สวมกรอบความคดิ ”
หลกั คิดเชิงบรู ณาการ
43
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
success publisher
การคดิ เชงิ บรู ณาการเปน การขยาย “กรอบ” ความคดิ ใหเ ปด กวา งใน
ลกั ษณะเดยี วกบั การคดิ เชงิ สรา งสรรค ในการวนิ จิ ฉยั สถานการณ การมอง
ปญหา การหาความสัมพนั ธเ ชิงเหตผุ ล น่ันคือ ไมยดึ ตดิ กบั กรอบตัวแบบ
เดมิ ไมว าจะเปน กรอบทฤษฎี กรอบเหตุผลทพี่ สิ ูจนแลว กรอบความเชอื่
ฯลฯ แตข ยายกรอบความคิดออกไปเพอ่ื ใหส ามารถพจิ ารณาเรอื่ งทเ่ี กิดขนึ้
ณ เวลานน้ั ในมมุ มองทกี่ วา งและครบถว นมากขน้ึ อนั จะชว ยใหเ หน็ ความ
เปนไปได เห็นโอกาสใหม ๆ หรือหาหนทางแกปญหาในทางสรา งสรรค
กวาท่ีเปน อยูได
กรอบความคิดของนักคิดเชิงบูรณาการ จะมีลักษณะเปนกระบวน
การคิด 3 ข้ันตอน
ขนั้ ทห่ี นึ่ง ข้นั ถอดกรอบ 1. ถอดกรอบ
ขน้ั ท่สี อง ขัน้ ขยายกรอบ 2. ขยายกรอบ
3. คลุมกรอบ
ข้ันท่ีสาม ขั้นคลุมกรอบ
44
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
ขั้นทหี่ นึง่ ขั้นถอดกรอบ
นักคิดเชิงบูรณาการจะเปนผูท่ีไมยึดติดกับเลนสหรือกรอบการมอง
โลกของตนเอง ในการพจิ ารณาปญ หาหรอื วนิ ิจฉยั เรอ่ื งตาง ๆ ท่ีเกิดขึน้
เนอ่ื งจากตระหนกั วา กรอบหรือมุมมองทเี่ รามีตอ เรอื่ งใดนนั้ มคี วามจํากดั
ทาํ ใหเรามองส่งิ น้นั ดวยสายตาของความเคยชนิ แกปญ หาโดยไมค าํ นงึ ถึง
ผลกระทบ ดวยความคิดทต่ี นเองคดิ วา ถูกตอ ง
success publisher
กรอบความคิด ไดแก กรอบความเคยชิน กรอบทฤษฎี กรอบขอ
สมมติ กรอบความเชอ่ื กรอบความรู กรอบประสบการณ กรอบวฒั นธรรม
เปนตน กรอบเหลานกี้ าํ หนดมมุ มองทเ่ี รามตี อ เร่อื งตา ง ๆ กาํ หนดวิธีการ
ใชเ หตผุ ลของเรา และทส่ี าํ คญั เปน ตวั จาํ กดั ปจ จยั ตา ง ๆ ทเี่ กยี่ วเนอื่ งเชอ่ื ม
โยงตอเรื่องนั้น เนื่องจากเปนสิ่งที่ยึดถือและปฏิบัติสืบตอกันมา เห็น
ประสบการณค วามสาํ เร็จจนมน่ั ใจวา คร้ังตอไปจะเปนเชน เดยี วกันอกี สง
ผลใหไ มเกดิ การพจิ ารณาอยา งครบถว น
กรอบความคิด ความเช่อื ทฤษฎี ทาํ ใหรูปแบบการใชเ หตผุ ลของเรา
เปนลักษณะการใชเหตุผลแบบนริ นยั (deductive thinking) เปน สว นมาก
แมว าสว นหนงึ่ จะชว ยใหเ กดิ การประหยดั เวลาในการพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั สง่ิ ที่
เกิดขึ้น แตยอมมีโอกาสใหเราคิดผิดไดถาขออางที่เราเช่ือวาถูกตองนั้น
แทจริงแลวมิใชส่ิงท่ีถูกตอง อีกท้ังการคิดในลักษณะนี้สงผลใหเราขาด
การนําปจ จัยอนื่ ๆ มารว มคิดดวย กอใหเกิดมุมมองวินจิ ฉยั เรอ่ื งตา ง ๆ
อยางคับแคบและเกิดปญ หาตามมาได
การคิดแบบนริ นยั ทาํ ใหความคิดของเรามีลักษณะเปนเสน ตรง
ข้อมลู ท่ีรบั รู้ กรอบที่ยึดเป็นหลกั ขอ้ วนิ ิจฉัย
45
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ดังน้ัน แมธรรมชาติสมองจะคิดบูรณาการอยางผสมผสาน แตคน
จํานวนไมนอยมักมีแนวโนมคิดแบบ “แยกสวน” ไมไดนําองคประกอบ
ตาง ๆ มาบูรณาการรวมกันอยางเหมาะสม ทั้งนี้เนื่องจากเราถูกจํากัด
กรอบความคดิ ใหคดิ แยกสวนดวยกบั ดกั ทางความคดิ 4 กบั ดัก คอื
กบั ดักรปู แบบวธิ คี ิด
อันเกิดจากการหลอหลอมทางการเล้ียงดู การเรียนการสอน แบบ
อยางของคนในครอบครัวและสังคม การไดรับโอกาสทางการศึกษาและ
การพฒั นาสตปิ ญ ญาและโอกาสการพฒั นาศกั ยภาพดา นการคดิ ซงึ่ ถา เรา
ไดรับการฝกทักษะการใชสมองทั้งสองซีกอยางไมสมดุลตั้งแตในวัยเด็ก
เมอื่ เราเตบิ โตขน้ึ เราอาจใชส มองดา นใดดา นหนง่ึ เปน สว นใหญไ ด เชน ถา
เราไมไดรับการสอนเรือ่ งการใชเ หตผุ ล ทาํ ใหสมองสว นของการใชเ หตผุ ล
ทําหนา ทอี่ ยางบกพรอ ง ในการคิด การตัดสนิ ใจเร่ืองตา ง ๆ จึงมีแนวโนม
ทจ่ี ะใชอ ารมณม ากกวา หรอื ในทางตรงกนั ขา มถา เราไดร บั การฝก ฝนความ
คดิ เชิงเหตผุ ลดา นเดียว เราอาจติดยึดกรอบเหตุผลจนขาดความสามารถ
ในการจินตนาการ และการคิดสรา งสรรคได
ที่สําคัญ รูปแบบวิธีคิดของเราเปนลักษณะคิดแบบแยกสวน โดยมี
“ตวั เอง” เปน ศูนยกลาง เชน คดิ ในมุมท่ตี นเหน็ วาดีและถกู ตองโดยมไิ ด
ใหค วามสาํ คัญกับปจจัยแวดลอ มหรอื คํานงึ ถึงผลกระทบท่จี ะตามมา คดิ
จากแรงกระตุนความตองการใหตนเองเปนผูชนะและประสบความสําเร็จ
จงึ มแี นวโนม ของความเปน ปฏปิ ก ษต อ กนั กอ ใหเ กดิ ความขดั แยง และความ
เสยี หายมากกวา เปน ตน
46
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
กบั ดกั ทางวัฒนธรรม
คนสว นใหญจ ะไดร บั การหลอ หลอม รปู แบบวธิ คี ดิ กรอบความคดิ ใน
การมองโลกและชวี ติ จากการถา ยทอดขนบธรรมเนียมประเพณี คานยิ ม
ความเชื่อ ระเบียบปฏบิ ัติในสงั คมตอ ๆ กนั จากครอบครวั ชุมชน และ
สังคม อันมีความแตกตางกันไปในแตละวัฒนธรรม การท่ีเราอยูใน
วัฒนธรรมใด เรามกั ยึดถอื วา สิง่ ท่เี ราคดิ และปฏิบัตนิ นั้ ถกู ตอ งเหมาะสม
ดแี ลว
การยดึ กรอบความคดิ ตามรากฐานวฒั นธรรมสว นหนง่ึ เปน สง่ิ ดเี พราะ
ทาํ ใหเ รามหี ลกั ยดึ ในการดาํ เนนิ ชวี ติ แตใ นอกี มมุ หนง่ึ นนั้ อาจกอ ใหเ กดิ ผล
เสียมากกวา ผลดี เชน อาจตอ งรบั ปญหาอันเกิดจากความบกพรอ งและไม
เหมาะสมของสิ่งท่ียอมรับตอ ๆ กันมาจนเปนความเคยชิน เม่ือบริบท
เปลย่ี นไป รวมทงั้ มแี นวโนม เกดิ อคติตอตานไมย อมรบั ส่งิ ทขี่ ดั แยง กับสงิ่ ท่ี
ตนยดึ ถือ ทงั้ ๆ ทสี่ ิง่ นั้นอาจมีสวนดซี ง่ึ สามารถนํามาบูรณาการรวมกันได
จนเปน เหตใุ หพลาดส่งิ ทดี่ ีและเหมาะสมกวา เดิม เปน ตน ยกตัวอยา งเชน
success publisher
...ã¹ºÒ§Â¤Ø ÊÁÂÑ ·ÊÕè §Ñ ¤ÁãˤŒ ³Ø ¤Ò‹ ºÃØ ÉØ ໹š ãËÞ‹ ÊμÃ¨Õ Ð¶¡Ù
¨Òí ¡´Ñ º·ºÒ·ãËÍŒ ‹Ùã¹Ç§¨Òí ¡´Ñ હ‹ äÁ‹ä´ÃŒ ºÑ ¡ÒÃÂÍÁÃºÑ ãËàŒ ÅÒ‹
àÃÂÕ ¹È¡Ö ÉÒ¨¹¶§Ö ÃдºÑ ʧ٠¹ÂÔ ÁãË·Œ Òí §Ò¹ã¹ºÒŒ ¹ äÁÊ‹ ÒÁÒöÁÊÕ Ç‹ ¹
ËÇÁ·Ò§¡ÒÃàÁ×ͧ ·íÒãËŒ¤ÇÒÁÃÙŒ¤ÇÒÁÊÒÁÒö¢Í§ÊμÃÕ¶Ù¡»´¡Ñé¹
μ‹ÍÁÒã¹ÊÁÂÑ ËÅ§Ñ àÁÍè× Ê§Ñ ¤Áà»´ âÍ¡ÒÊãËÊŒ ·Ô ¸àÔ ÊÃÀÕ Ò¾á¡Ê‹ μÃÁÕ Ò¡¢¹éÖ
ʧ‹ ¼ÅãËàŒ ¡´Ô ¡ÒúÃÙ ³Ò¡ÒÃ·Ò§È¡Ñ ÂÀÒ¾·àÕè ÊÃÁÔ ÊÃÒŒ §¡¹Ñ Áҡ§Ôè ¢¹Öé હ‹
ÊμÃ·Õ ÁèÕ ºÕ ·ºÒ··Ò§¡ÒÃàÁÍ× §¨Ðà¢ÒŒ 㨻ޘ ËÒà´¡ç ÊμÃÕ áÅФÃͺ¤ÃÇÑ
ä´´Œ ¡Õ ÇÒ‹ ·Òí ãËàŒ Ë¹ç á¹Ç·Ò§á¡»Œ Þ˜ ËÒ·àèÕ ËÁÒÐÊÁ ÃÇÁ·§éÑ º¤Ø Å¡Ô ÀÒ¾
47
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
áÅÐÅ¡Ñ É³Ð¹ÊÔ ÂÑ ¢Í§ÊμÃÁÕ ÊÕ Ç‹ ¹ªÇ‹ ÂãË¡Œ ÒÃμ´Ô μÍ‹ »ÃÐÊÒ¹§Ò¹à»¹š ä»
ä´ÍŒ ÂÒ‹ §ÃҺù×è ໹š μ¹Œ ¼Åã¹ÀÒ¾ÃÇÁ·àèÕ ¡´Ô ¢¹éÖ ÂÍ‹ Á´μÕ Í‹ ¡Òþ²Ñ ¹Ò
»ÃÐà·ÈÁÒ¡¡ÇÒ‹ ¡ÒÃÁ¹Õ ¡Ñ ¡ÒÃàÁÍ× §à¾ÈªÒÂà·Ò‹ ¹¹Ñé
...¡Ò÷Òí §Ò¹·Õè ãËÍŒ Òí ¹Ò¨á¡Ë‹ ÇÑ Ë¹ÒŒ §Ò¹ áÅÐãËÅŒ ¡Ù ¹ÍŒ §à»¹š
à¾ÂÕ §¼ÃŒÙ ºÑ ¤Òí ʧÑè ä»»¯ºÔ μÑ âÔ ´ÂäÁμ‹ ÍŒ §¤´Ô à¾ÂÕ §·Òí μÒÁãËÊŒ Òí àèç
à·Ò‹ ¹¹Ñé ¾Í äÁÁ‹ ÊÕ ·Ô ¸âÔ μጠ§Œ ¡ÒÃâμጠ§Œ ËÃÍ× àʹÍá¹Ð¤ÇÒÁ¤´Ô àË¹ç ·èÕ
¢´Ñ μÍ‹ ¤Òí ʧÑè ¨Ð¶¡Ù μ´Ñ Ê¹Ô ÇÒ‹ ¢´Ñ ¢¹× ¤Òí ʧÑè áÅÐÍҨ໹š àËμãØ ËÍŒ ¹Ò¤μ¡ÒÃ
·Òí §Ò¹äÁ¡‹ ÒŒ Ç˹Ҍ ä´Œ ¤ÇÒÁ¤´Ô હ‹ ¹àéÕ »¹š Í»Ø ÊÃäμÍ‹ ¡Òþ²Ñ ¹Ò§Ò¹ãËŒ
¡ÒŒ Ç˹Ҍ à¾ÃÒТҴ¡ÒúÃÙ ³Ò¡Ò÷ҧ¤ÇÒÁ¤´Ô ÃÐËÇÒ‹ §ËÇÑ Ë¹ÒŒ áÅзÁÕ
§Ò¹ ¢Ò´¡ÒÃÊÃÒŒ §ÊÃÃ¤Ê §èÔ ãËÁ‹ æ ¹Í¡¨Ò¡¹Õé ¤¹·Òí §Ò¹¨Ð¢Ò´¤ÇÒÁ
Ãʌ٠¡Ö ໹š à¨ÒŒ ¢Í§ ·Òí ãËŒäÁà‹ ¡´Ô ¤ÇÒÁÃʌ٠¡Ö Ã¡Ñ ã¹§Ò¹··Õè Òí áÅÐäÁ»‹ ÃÒö¹Ò
ÃºÑ ¼´Ô ªÍºÍÂÒ‹ §àμÁç ·Õè
การติดยึดทางวัฒนธรรมเดิม ๆ จะเปนอุปสรรคตอการคิดเชิง
บูรณาการเพื่อสิ่งที่ดีและเหมาะสมกวา เพราะจะเกิดความเคยชินในวิถี
ชวี ติ เชน ทเ่ี คยเปน มา สง ผลใหไ มเ กดิ การตงั้ คาํ ถามหรอื คน หาสว นดขี องสง่ิ
ท่ีมีความแตกตางหรอื การเปลย่ี นแปลงใหม ๆ สง ผลใหข าดการประสาน
ประโยชนรวมกนั อยางกลมกลนื
48
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
กบั ดกั ทางความรู
ความรูที่หลากหลายทําใหเราคิดเชิงบูรณาการไดดี ความรูหลาก
หลายสาขาทําใหสามารถมองเรื่อง ๆ หนึ่งไดลึกซ้ึง และมีความเขาใจ
มากกวาคนที่มีความรูจํากัดเพียงบางดาน แตนาเสียดายท่ีการศึกษาใน
ระบบสงเสริมใหสมองไดรับความรูเฉพาะดาน จากการเรียนที่มีลักษณะ
แยกเปน รายสาขาวิชาตา ง ๆ เชน วิทยาศาสตร ศลิ ปศาสตร ศาสนา
รฐั ศาสตร แพทยศาสตร บริหารจัดการ หรอื สาขาอ่ืน ๆ อยางขาดการ
บรู ณาการ การแยกการเรียนการสอนดานการคิด การพดู การอา น การ
เขยี นออกจากกนั ทง้ั ๆ ทที่ ักษะทงั้ 4 อยางนี้ควรทาํ ไปดวยกนั ทําใหค น
มีความรูทักษะความเช่ียวชาญเฉพาะดาน โดยปราศจากความรูท่ี
ครอบคลุมเรื่องตาง ๆ อยางครบถวนรอบดาน จนไมสามารถพิจารณา
วนิ จิ ฉยั สง่ิ ท่อี ยนู อกเหนอื จากความรทู ่ีตนเองมี การมคี วามรเู พยี งบางดา น
จะจํากัดความสามารถในการเช่ือมโยงความสัมพันธเชิงเหตุผลระหวาง
แนวคดิ หลกั กบั แนวคดิ อนื่ ๆ อยา งครบถว น เมอื่ ขาดมมุ มองทห่ี ลากหลาย
ในการวนิ จิ ฉัยเรอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ จงึ แสดงผลเปนการแกปญหาเพยี งบางมมุ
บางดา น และกอปญหาดานอ่นื ๆ ตามมา
success publisher
กับดกั ประสบการณ
เรามกั ตอบสนองสถานการณตา ง ๆ ตามประสบการณความเคยชนิ
โดยใชร ปู แบบหรอื วธิ กี ารเดมิ ๆ ทเี่ คยใชแ ลวประสบความสาํ เรจ็ นาํ มาใช
กบั สถานการณใ หมทเ่ี ห็นวา มลี ักษณะคลา ย ๆ กนั กลายเปนเหมือน “ชดุ
ความคดิ ” ทใ่ี ชใ นการวนิ จิ ฉยั และตดั สนิ เรอื่ งตา ง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ ทาํ ใหม กี รอบ
การมองทจ่ี ํากัด ละเลยการวเิ คราะหสาระของสถานการณน ้นั อยางเฉพาะ
เจาะจง ละเลยประเดน็ ทอี่ ยนู อกขอบเขต โดยเฉพาะการเปลย่ี นแปลงใหม
49
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
วธิ คี ดิ แบบใหม ปจจยั ใหม ๆ ทเ่ี กดิ ขึ้น เพราะคิดวา ไมมีสว นเก่ยี วของ จงึ
ไมไดนํามารวมคิดหรือบูรณาการเพ่ือใชประโยชนดวย ซึ่งอาจกอใหเกิด
ปญหาตามมา
นอกจากนี้ ประสบการณย ังอาจทาํ ใหเ ราตัดสินเรือ่ งตา ง ๆ อยางไม
สมเหตสุ มผล เชน ถาเรามีประสบการณท ่ีดี เรายอมมีแนวโนม ท่ีจะเลอื ก
ใชวิธีน้ันอีกในสถานการณท่ีใกลเคียงกัน แตในทางตรงกันขาม ถาเรามี
ประสบการณท เ่ี ลวรา ยกบั เรอ่ื งใด หรอื ถา แนวคดิ ทฤษฎี แนวทางทเ่ี ราเคย
ประสบความสาํ เรจ็ ในการนาํ มาปฏบิ ตั ิ กลบั ไมป ระสบความสาํ เรจ็ ดงั ทหี่ วงั
เราพบปญ หา เกดิ ขอ บกพรอ ง ไมบ รรลเุ ปา หมายสมดงั ทไี่ ดต ง้ั ใจไวภ ายใต
ภาวการณเชนนี้ เรามีแนวโนมท่ีจะเลือกส่ิงใหม และละทิ้งส่ิงเดิมที่มีอยู
ท้ังหมด โดยประเมนิ คา ในลกั ษณะ 2 ข้วั คอื ดี กบั ไมด ี จรงิ กับ ไมจ ริง
หรือบวก กับ ลบ แยกกันเปนสองสว นอยา งชัดเจน ปราศจากภาวะทีอ่ ยู
คน่ั กลางระหวา งสองขวั้ ทง้ั ๆ ทห่ี ากนาํ มาประสานเชอ่ื มโยงกนั อาจกอ ให
เกดิ แนวทางทีน่ ําไปสคู วามสาํ เรจ็ มากกวา ยกตวั อยางเชน
ÊÁÁμÇÔ Ò‹ àÃÒäÁ¾‹ Íã¨á¹Ç·Ò§àÈÃɰ¡¨Ô ẺàÊÃÕ ·Õè ãˤŒ ÇÒÁ
ÊÒí ¤ÞÑ ¡ºÑ ¡ÒäҌ ÃÐËÇÒ‹ §»ÃÐà·È ¡ÒÃà»´ àÊÃ´Õ ÒŒ ¹¡ÒäҌ ¡ÒÃŧ·¹Ø
áÅСÒÃºÃ¡Ô ÒáºÑ »ÃÐà·ÈμÒ‹ § æ â´ÂÅ´¢ÍŒ ¨Òí ¡´Ñ ·Ò§´ÒŒ ¹¡®ËÁÒÂ
áÅÐÀÒÉÃÕ ÐËÇÒ‹ §¡¹Ñ à¾ÃÒÐà˹ç ÇÒ‹ »ÃÐà·ÈàÃÒàÊÂÕ à»ÃÂÕ ºäÁÊ‹ ÒÁÒö
ᢧ‹ ¢¹Ñ ¡ºÑ »ÃÐà·È͹×è æ ä´Œ Ãʌ٠¡Ö ÇÒ‹ ¶¡Ù »ÃÐà·È͹è× àÍÒà»ÃÂÕ º ËÃÍ×
ÍÒ¨àË¹ç ¢ÍŒ º¡¾ÃÍ‹ §¢Í§¡ÒôÒí à¹¹Ô á¹Ç·Ò§àÈÃɰ¡¨Ô ¹àÕé ¡´Ô ¢¹éÖ ÁÒ¡ àÃÒ
ÍÒ¨ÁáÕ ¹Çâ¹ÁŒ á¡»Œ Þ˜ ËÒã¹ÁÁØ μç¡¹Ñ ¢ÒŒ Á ¤Í× Á§‹Ø ๹Œ ¡Òþ§èÖ μ¹àͧ´ÇŒ Â
¡Òû´ »ÃÐà·Èá·¹
50
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
การคดิ เชน นน้ี าํ ไปสกู ารยดึ แนวคดิ อกี ขว้ั หนงึ่ อยา งตกขอบ คอื ปฏเิ สธ
แนวคิดเดมิ โดยส้ินเชิง และยึดแนวคดิ ใหมโ ดยส้นิ เชิงเชนกัน สิ่งทเ่ี กิดข้นึ
คือ การท้งิ สิง่ ที่ดซี ึง่ ยังคงมีอยูไปพรอม ๆ กับส่ิงท่ีเราคดิ วา ไมด ี ทาํ ใหขาด
โอกาสในการนําสง่ิ ที่จะเสรมิ สรางมาใชป ระโยชนอยา งท่ีควรจะเปน ขณะ
เดยี วกนั กต็ อ งเผชญิ หนา กบั ปญ หาทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ตามมาจากสง่ิ ทเ่ี ราคดิ วา ดี
นอกจากน้ี การมองคนละมมุ ในเรอื่ งเดยี วกนั ยอ มเกดิ ผลกระทบจากความ
คิดทแี่ ตกตางกนั อยา งหลีกเล่ียงไมไ ด ดังนน้ั การแกไ ขปญ หาจําเปน ตอง
คิดในเรือ่ งนนั้ อยา งบรู ณาการ
success publisher
กบั ดกั ทางความคดิ เหลา นี้ สง ผลใหเ รามลี กั ษณะการคดิ แบบแยกสว น
ซง่ึ ตรงกนั ขา มกับการคดิ เชงิ บูรณาการ อันเปนการคิดในลักษณะของการ
ประสานประโยชน โดยตระหนกั ถงึ ความสมั พนั ธเ ชอื่ มโยงระหวา งกนั การ
พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของส่ิงตาง ๆ ในบริบทแวดลอม การคิดเชิง
บูรณาการจึงคาํ นึงถึงคน ระบบ และบริบทแวดลอ ม อยางองคร วม คํานึง
ถงึ ผลกระทบทจี่ ะเกดิ ขน้ึ และคน หาความเชอ่ื มโยงเพอื่ ภาพรวมทง้ั หมดจะ
สามารถไปดวยกันได นําไปสูการสรางความเขาใจและความรวมมือ
ระหวางกัน ใหทกุ ฝา ยไดรับประโยชน และสามารถแกปญหาไดในระยะ
ยาว
ดงั นน้ั นกั คิดเชงิ บรู ณาการจงึ จาํ เปน ตอ ง “ถอดกรอบ” ความคดิ
เดมิ ออกเสยี กอ น ใหม คี วามคดิ ทยี่ ดื หยนุ ไมต ดิ กรอบความคดิ เดมิ กรอบ
ความเชือ่ เดิม กรอบทฤษฎีเดิม ในการตัดสนิ หรอื วินิจฉัยสง่ิ ตาง ๆ แต
เปด ใจออกใหก ับการสงั เกตสงิ่ ใหม ๆ ทเ่ี ขามา โดยพิจารณาในเร่อื งน้ัน
อยางครบถวนเชื่อมโยง เพื่อเปดโอกาสใหเห็นความเปนไปไดหรือหา
ทางออกทเ่ี หมาะสมมากกวา
51
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ขน้ั ทส่ี อง ขยายกรอบ
การคดิ เชงิ บรู ณาการ เปน การคดิ ในลกั ษณะของการ “ขยายขอบเขต
การคิด” ของเราท่มี ีตอ เรื่องนัน้ ๆ ออกไป โดยไมดว นสรุปหรอื ตัดสนิ แต
พิจารณาเรื่องน้ันอยางครบถวนทุกมุม เปดโอกาสใหความคิดของเราได
ทาํ การเชอื่ มโยง เพื่อหาความเปนไปไดใ นความสัมพนั ธข องส่งิ ที่ดูเหมือน
ขัดแยง ทําใหเห็นความเปนไปไดใ หม มมุ มองใหม ๆ เหน็ แนวทางการแก
ปญหาที่ดีกวาสรางสรรคกวา รวมทั้งเพื่อใหเห็นความสัมพันธเชื่อมโยง
ระหวา งเรอ่ื งน้ันกบั ปจจยั อนื่ ที่เกยี่ วขอ ง
การขยายขอบเขตการคิด เปน การขยายมุมมอง 5 ดา น ไดแก
1. มององคร วม
2. มองสหวิทยาการ
3. มองอยา งอุปนยั
4. มองประสานขั้วตรงขาม
5. มองทุกฝายชนะ
…มององครวม
เราควรตระหนักวา เรื่องใดเร่ืองหนึ่งที่เรากําลังจะคิดน้ัน มีองค
ประกอบจํานวนมากท่เี กยี่ วขอ งเชอ่ื มโยง และมีแงมุมใหพ จิ ารณาไดอ ยาง
หลากหลาย ดงั นน้ั เราจงึ ควรมองใหค รบทกุ มมุ มองทเ่ี กย่ี วขอ งกบั เรอื่ งนนั้
โดยคาํ นงึ ใหค รบทกุ ปจ จยั หรอื ตวั แปรทเี่ กยี่ วขอ ง เชน พจิ ารณาวา เรอื่ งนนั้
เก่ยี วของกบั ใคร เกี่ยวขอ งอยางไร อะไรเปนสาเหตุ ผลกระทบเก่ียวเนือ่ ง
52
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ มอี ะไรบา ง เปน ตน เรยี กวา เปน การ มองแบบองคร วม (holistic
view)
การมองแบบองคร วม เปรยี บเหมอื นกบั การขนึ้ ทส่ี งู แลว มองลงมาดา น
ลา ง ทําใหเหน็ ภาพทง้ั หมดและเช่อื มโยงเรื่องราวตา ง ๆ ไดอ ยา งครบถวน
success publisher
การมองอยา งองคร วมตรงขา มกบั การมองแบบแยกสว น การมองแบบ
แยกสวนจะเห็นและคิดไมครบทุกมุม สนใจเพียงมุมใดมุมหน่ึงอยางเปน
เอกเทศ ไมไ ดน ําสวนอนื่ ๆ มารวมคิดดว ย โดยละเลยความจริงวาแตล ะ
เรอื่ งนั้น ๆ ไมไดม ีความเปนเอกเทศ แตเ ช่ือมโยงสมั พนั ธก นั
การมองแบบแยกสว นเปรยี บไดกบั การที่เราถูกยงุ กัดตลอดเวลา จน
ทาํ ใหเ ราราํ คาญและแคน เจา ยงุ พวกนน้ั มาก จงึ ไปหยบิ กระปอ งยาฆา แมลง
มา ฉีด ฉดี ฉดี จนฟุง กระจายไปทัว่ บาน ความสําเร็จทเ่ี กิดขน้ึ คือ ยุงทั้ง
หลาย “ตายเรียบ” โดยท่ีเราไมสนใจ หรืออาจไมรูวาการฉีดพนของเรา
แตละครงั้ นั้นสง ผลใหเ กิดอะไรบาง นอกจากเจา ยงุ “ศตั รูรา ย” ที่ตกลงมา
ตายกันอยา งราบเรียบแลว
53
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
• ¤¹ã¹ºŒÒ¹¨ÐμŒÍ§·¹¡Ñº¡ÅÔ蹤Çѹ¾ÔÉ·èÕÂѧμźͺÍÇÅÍÂÙ‹
áÅÐÂÍ‹ ÁÁâÕ Í¡ÒÊä´ÃŒ ºÑ ÊÒþÉÔ
• ¨Ð໹š ÍÂÒ‹ §äÃËҡš٠¢Í§àÃÒËÂºÔ ¢¹Á·μÕè ¡Í·‹Ù ¾Õè ¹×é à¢ÒŒ »Ò¡ ?
• Êà»Ã· ¾Õè ¹‹ ÍÍ¡ÁҨзÒí ÅÒÂÊÀÒ¾áÇ´ÅÍŒ ÁÍÂÒ‹ §äà ?
• àÃÒ¨ÐÃÙŒËÃ×ÍäÁ‹ ã¹ÍÕ¡ 20 »‚¢ŒÒ§Ë¹ŒÒ àÃÒÍÒ¨¨Ð໚¹âäÌÒÂ
Í¹Ñ Êº× à¹Í×è §ÁÒ¨Ò¡¡Òé´Õ ÂÒ¦Ò‹ áÁŧ ã¹Ç¹Ñ ¹éÕ ?
หากเรามงุ หมายเพยี งกาํ จดั แมลงทม่ี ารบกวนเราเพยี งอยา งเดยี ว แม
เปา หมายดงั กลา วจะประสบความสาํ เรจ็ คอื แมลงตาย แตก ารฉดี พน ของ
เราคร้ังน้ันยอมสงผลกระทบตอส่ิงตาง ๆ รอบตัวอยางหลีกเล่ียงไมได
โดยทเี่ ราอาจจะคดิ ไมถึง ทางที่ดีเราควรพจิ ารณาในแงมมุ ตา ง ๆ อยาง
ครบถว น รอบคอบ กอ นตัดสนิ ใจฉีดยาฆา แมลงออกไปแตล ะครงั้ วาจะมี
ผลกระทบอะไรตดิ ตามมาบา ง ใครจะไดร บั ผลกระทบ อะไรจะเกดิ ขนึ้ ตาม
มา แลวคอยประเมนิ การตดั สนิ ใจของเราวา คุมหรือไมท ี่จะใชย าฆาแมลง
หรอื ใชอยางไรจึงจะไมเ กิดอนั ตรายตามมา
การมองแบบองครวม ตองปฏิบัติมากกวาคําพังเพยท่ีวา “ตาบอด
คลําชา ง” ขอมูลท่ไี ดจ ากการคลําชางของคนตาบอดหลายคน (สมมตใิ ห
มคี นตาบอดมากพอทจ่ี ะคลาํ ชา งไดค รบทกุ สว น) เปรยี บเหมอื นกบั การมอง
ชา งในมมุ มองตาง ๆ มมุ มองเหลา นี้จะเกดิ ประโยชนตอ เมื่อมกี ารนํามา
บูรณาการกัน โดยนําขอมูลเก่ียวกับลักษณะของชางในความเห็นของคน
ตาบอดแตล ะคนมาพจิ ารณารว มกนั เพอ่ื ใหส ามารถตอบไดว า ชา งมลี กั ษณะ
ท่ีแทจริงเปนอยางไร การบูรณาการเปนการดึงองครวมใหเชื่อมโยงอยาง
เปนเหตุเปนผล เพ่ือตอบวัตถปุ ระสงค หรอื แกนหลกั ทไี่ ดต ้งั ข้นึ
54
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
…มองสหวิทยาการ
อันที่จริง ทุกเร่ืองควรใชการคิดเชิงบูรณาการ ไมเชนน้ันจะเกิดผลsuccess publisher
เสียหายมาก โดยเฉพาะการคิดเชิงบูรณาการในเร่ืองท่ีคอนขางซับซอน
เก่ียวโยงสัมพันธหรือสงผลกระทบในมุมที่กวางขวาง ย่ิงจะตองไมจํากัด
กรอบความคิด เฉพาะในประเดน็ ท่สี นใจ เก่ยี วขอ งโดยตรง หรือมองจาก
มุมที่ตนมีความเชี่ยวชาญเทานั้น แตตองมองนอกกรอบออกไปใหกวาง
ขวาง เปรียบไดกบั หากเราอยูใ นซอย ๆ หน่ึง เราจะเหน็ เฉพาะบรบิ ทใน
ซอยน้ันวาเปนอยางไรบาง ยอมไมสามารถบอกไดวาเมืองท้ังเมืองเปน
อยางไร แตถาหากเราขับรถขึ้นไปบนภูเขาแลวมองลงมาขางลางยอมจะ
เห็นหมดทงั้ เมอื ง เหน็ ทกุ ตรอกซอกซอย และบอกไดวาเมอื งนัน้ มีลกั ษณะ
เชน ไร การคดิ เชงิ บรู ณาการเปน การคดิ ทเี่ หมอื นกบั การขน้ึ ทสี่ งู แลว มองลง
มาดานลา ง ทาํ ใหเ หน็ ภาพทงั้ หมดและเชอ่ื มโยงเร่ืองราวตาง ๆ ไดอยา ง
ครบถวน
มุมมองของการคิดเชิงบูรณาการ อาจมีลักษณะของความเปน
“สหวิทยาการ” (multidisciplinary) คือเปนชุดแนวคิดอันเกิดจากการ
พจิ ารณาแนวคดิ หรอื ปญ หาหนงึ่ ๆ ทีเ่ ปนแกนกลาง โดยใชวิธกี ารหรอื มมุ
มองจากศาสตรต า ง ๆ ซ่งึ การพิจารณาดวยมมุ มองแบบสหวทิ ยาการจะ
ทําใหเ รามคี วามเขาใจแนวคิดแกนกลางไดอ ยา งลกึ ซงึ้ และกวา งขวางมาก
ย่งิ ขึน้
ตวั อยา งเชน
55
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ËÒ¡àÃÒμÍŒ §¡Ò÷Òí ¤ÇÒÁà¢ÒŒ ã¨à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¹âºÒÂàÈÃɰ¡¨Ô
â´Â·àÕè ÃÒ¾ÂÒÂÒÁãªÁŒ ÁØ Áͧ·Ò§àÈÃɰÈÒÊμÃà ¾ÂÕ §ÍÂÒ‹ §à´ÂÕ Ç
àÃÒ¨ÐäÁ‹ÊÒÁÒöࢌÒã¨ä´ŒàÅÂÇ‹ÒàËμØã´ÃѰºÒŨ֧ÍÍ¡¹âºÒ´ŒÒ¹
àÈÃɰ¡Ô¨ºÒ§»ÃСÒ÷èÕäÁ‹à»¹š ä»μÒÁ·ÄÉ®ÕàÈÃɰÈÒÊμà (ઋ¹
¹âºÒ·èÕäÁ·‹ Òí ãËàŒ ¡´Ô ÊÇÊÑ ´¡Ô ÒÃ椄 ¤Áʧ٠·ÊèÕ ´Ø ) áμË‹ Ò¡àÃÒãªÁŒ ÁØ Áͧ
·Ò§Ã°Ñ ÈÒÊμÃà ¢ÒŒ ÁÒÃÇ‹ Á¾¨Ô ÒóÒÃкºàÈÃɰ¡¨Ô ´ÇŒ  ¨Ð·Òí ãËàŒ ÃÒ
à¢ÒŒ ã¨à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¡ÒÃμÍ‹ ÃͧÍÒí ¹Ò¨·Ò§¡ÒÃàÁÍ× §«§èÖ à»¹š áËŧ‹ ·ÁèÕ Ò¢Í§
¡ÒáÒí ˹´¹âºÒÂμÒ‹ § æ §Ôè 仡ÇÒ‹ ¹¹éÑ ËÒ¡àÃÒÁͧÃкºàÈÃɰ¡¨Ô
â´ÂãªÁŒ ÁØ Áͧ·Ò§¨μÔ Ç·Ô ÂÒ àÃÒ¨ÐÁ¤Õ ÇÒÁà¢ÒŒ ã¨à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ
¢Í§¼ÙŒºÃÔâÀ¤áÅмٌ¼ÅÔμã¹ÃкºàÈÃɰ¡Ô¨ÁÒ¡ÂèÔ§¢éÖ¹ àÃÒ¨ÐÃٌNjÒ
»ÃЪҪ¹¨ÐμͺʹͧμÍ‹ ¹âºÒ·ÃèÕ °Ñ ºÒÅ»ÃСÒÈãªÍŒ ÂÒ‹ §äà ¡Ò÷èÕ
àÃÒ¾¨Ô ÒóҹâºÒÂàÈÃɰ¡¨Ô ´ÇŒ ÂÁÁØ Áͧ¢Í§Ç·Ô ÂÒ¡ÒôҌ ¹μÒ‹ § æ
ÍÂÒ‹ §¤Ãº¶ÇŒ ¹ ¨Ð·Òí ãËàŒ ÃÒÁ¤Õ ÇÒÁà¢ÒŒ ã¨ä´ÍŒ ÂÒ‹ §Å¡Ö «§Öé áÅСÇÒŒ §¢ÇÒ§
ÁÒ¡¢¹éÖ
ดังนั้น คนท่ีคิดจะตองพยายามคิดนอกกรอบสาขาความรูของตน
และพยายามเขา ไปนง่ั ในใจของคนอื่นแลวคิดวา “ถาเปน มุมมองนีจ้ ะเปน
อยา งไร ?” “ถา เปน…จะคิดอยา งไร ?” เปรยี บไดก บั การใหผ ูเชยี่ วชาญ
เฉพาะสาขาหลายสาขา มาพิจารณาปญหาใดปญหาหน่ึงในมุมมองของ
ตน
ยกตัวอยา งเชน ทางการตอ งการทดี่ นิ เพอื่ ปลูกสรา งส่ิงสาธารณะ จึง
จําเปนตองยายชุมชนแออัดแหงหนึ่งออกไปอยูในพ้ืนท่ีใหมท่ีจัดเตรียมไว
ให โดยจะมีการจายเงินคา ตอบแทนจํานวนหนึ่ง รวมทั้งจะกอสรางบาน
พกั อาศยั ใหฟ รดี ว ย แตเ ราไมม นั่ ใจวา การอพยพชมุ ชนทมี่ คี นอยหู ลายรอ ย
ครวั เรอื นเชน น้ี จะสง ผลใหเกดิ ปญ หาอะไรขนึ้ บาง
56
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
ในการพิจารณาเรื่องดังกลาวซ่ึงเปนเร่ืองที่คอนขางใหญและมีความ
ซบั ซอ น เราจาํ เปน ตอ งคดิ เชงิ บรู ณาการ อาจตองใชค นในสาขาวชิ า สาขา
อาชีพตาง ๆ รวมทงั้ ผูท่มี สี ว นเก่ียวขอ งโดยตรงชวยกันเสนอความคิดเห็น
ในมุมมองของตนเกย่ี วกบั เรื่องดังกลาว
…นักเศรษฐศาสตร เห็นวา จะเกดิ …
…นักการเมือง เห็นวา จะเกดิ …
…ชาวบาน เห็นวาจะเกิด…
…นกั กฎหมาย เห็นวาจะเกิด…
…นกั การศกึ ษา เห็นวา จะเกดิ …
…นกั สงั คมวทิ ยา เหน็ วาจะเกดิ …
…นกั …ฯลฯ… เหน็ วา จะเกิด…
นักเศรษฐศาสตร์
success publisher
นักการเมือง
ชาวบ้าน
นกั กฎหมาย
นักการศึกษา นักสังคมวิทยา
57
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
คําตอบทไี่ ดจ ะถกู นํามาบูรณาการเช่อื มโยงเขากับแกนหลกั ของเร่ือง
หรือวัตถุประสงคข องการคดิ การบรู ณาการทาํ ใหมุมมองเก่ียวกบั เรอื่ งดงั
กลาวชัดเจนย่ิงข้ึน อันจะนําไปสูการแกปญหาท่ีตรงประเด็นและมีความ
รอบคอบมากยงิ่ ข้ึน
…มองอยา งอุปนัย
การขยายกรอบความคิดเปนการเปดโอกาสใหสมองไดใชศักยภาพ
อยา งเตม็ ทใ่ี นการเรียนรูและทาํ ความเขา ใจตอเหตุการณท่ีเกิดขน้ึ โดยใช
เหตุผลแบบอุปนยั (inductive thinking) เปดโอกาสใหม กี ารสงั เกต การ
ตง้ั สมมตฐิ าน และการเรยี นรจู ากประสบการณ มากกวา การใชเ หตผุ ลแบบ
นริ นยั (deductivethinking) หรอื ใชก รอบหรอื ชดุ ความรทู ไ่ี ดร บั การพสิ จู น
มาแลว ซึ่งอาจไมเหมาะสมกับบริบททเี่ ผชิญอยู
การมองอยางอุปนัย เปน สว นสําคญั ของการคดิ เชงิ บรู ณาการ และ
จัดเปนกระบวนการเรียนรูรูปแบบหนึ่ง เชนเดียวกับการทดลองทาง
วิทยาศาสตรที่ใชหลักของการสังเกต การตั้งสมมติฐาน และการพิสูจน
สมมติฐานเพื่อหาขอสรุป แตในการคิดเชิงบูรณาการจะเปนการเรียนรู
ทําความเขาใจ และหาขอสรุปของความเปนไปไดในส่ิงที่ยังหาตัวช้ีวัดท่ี
แนน อนไมได
กระบวนการคิดเชิงอุปนัยจะมีลักษณะเปนวงกลมเวียนวน (spiral
process) เริ่มจาก การสงั เกต เมอื่ พบส่ิงทีท่ าํ ใหเ รารูสึกสงสัย หรือรสู ึก
แปลกใจ ในสถานการณใ หมห รอื แนวคดิ ใหมท ไ่ี ดร บั รู การสงั เกตชว ยทาํ ให
ความคิดของเราเปดกวา งจากขอบเขตความคดิ เดิมท่มี คี วามจาํ กดั ทําให
เราเห็นความเปน ไปไดใ หม ๆ เหน็ ขอเท็จจริงใหม ทําใหไมตัดสนิ อยา ง
ดว นสรปุ
58
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
จากน้ัน เปดโอกาสใหสมองไดคิดบูรณาการกับกรอบความคิด
ประสบการณ ความรู และตวั รว มทางความคดิ เพอื่ ทําความเขาใจและ
หาความแตกตางจากเดิม สิ่งท่ีไดจากการสังเกตและทําความเขาใจ จะ
กลายเปนความรูใหม เปนกรอบความคิดของเราท่ีมีตอเร่ืองนั้น ที่ขยาย
ออกหรอื เพ่มิ เขา ไปในหมวดหมูมโนทศั นท เ่ี หมาะสม
success publisher
ในขณะเดยี วกนั เราจะไมด วนสรปุ แตก าํ หนดสมมตฐิ าน บางอยา งที่
ตองการพิสูจนหรือหาคําตอบ เปดโอกาสในการเรียนรูจากประสบการณ
ใหม ๆ ในเรอื่ งทคี่ ลา ยคลงึ กัน เพ่อื ตั้งขอสงั เกตและเรยี นรเู พิ่มเตมิ ซา้ํ เปน
วงกลมเวียนวนหลาย ๆ คร้ัง
ความรู้
แนวคิดใหม่
การสังเกต
ประสบการณ์
เมอื่ ไดร บั ประสบการณเ กยี่ วกบั เรอื่ งทคี่ ลา ย ๆ เดมิ ซาํ้ อกี ในสว นของ
ขอมูลใหมจะถูกตีความ ทําความเขาใจและถูกนําไปจัดหมวดหมูท่ี
เหมาะสม กลายเปนความรูใหมที่เพ่ิมเติมกรอบมโนทัศนเดิม และใน
สวนของสมมติฐานในใจท่ีตั้งข้ึนเพ่ือทําการพิสูจน ในการเคลื่อนแตละ
รอบจะชวยใหเห็นเหตุผลความเปนไปไดของสมมติฐานชัดเจนมากขึ้น
เม่ือเห็นประสบการณซ้ําเดิมบอยคร้ังเขา ยอมจะนําไปสูการหาขอสรุป
59
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
“ความนาจะเปน” ของการใชเหตุผลเชงิ อุปนัย ซงึ่ อาจจะไมย ืนยนั ความ
ถูกตองรอ ยเปอรเซน็ ต แตมีโอกาสเปน ไปไดท่จี ะเปนเชน นน้ั และสามารถ
เพม่ิ เตมิ ใหส มบรู ณห รอื เปลยี่ นแปลงไดเ มอื่ รบั ขอ มลู ใหม ๆ เขา มามากขนึ้
ตวั อยา งเชน
¡Ò¹μ º³Ñ ±μÔ ¨ºãËÁà‹ ¾§Ôè ä´àŒ ¢ÒŒ ·Òí §Ò¹ã¹ºÃÉÔ ·Ñ àÍ¡ª¹á˧‹
˹§èÖ à¢Ò椄 à¡μà˹ç ÇÒ‹ ·¡Ø ¤¹··Õè Òí §Ò¹·¹Õè ¹Ñè ·Á‹Ø à··Òí §Ò¹ÍÂÒ‹ §àμÁç ·èÕ
ÂÔ¹´Õ·íÒŋǧàÇÅÒâ´ÂäÁ‹ä´ŒÃѺ¤‹Òáçà¾è×ÍãËŒ§Ò¹ÊíÒàÃç¨μÒÁàÇÅÒ·èÕ
¡Òí ˹´ ·ÊÕè Òí ¤ÞÑ ·¡Ø ¤¹´ÁÙ ¤Õ ÇÒÁÊ¢Ø ã¹¡Ò÷Òí §Ò¹ ¡Ò¹μä´μŒ §Ñé ÊÁÁμ°Ô Ò¹
¨Ò¡¡Ãͺ¤ÇÒÁ¤´Ô ¢Í§à¢ÒÇÒ‹ “ʧÊÂÑ ÇÒ‹ ¨ÐãËàŒ §¹Ô ´Õ ¤¹¨§Ö μ§éÑ ã¨·Òí §Ò¹”
¨Ò¡¹¹éÑ à¢Ò¨§Ö à½Ò‡ 椄 à¡μáÅÐà¡ºç ¢ÍŒ ÁÅÙ μÒ‹ § æ μÍ‹ ä» àÁÍè× à¢Òä´¢Œ ÍŒ ÁÅÙ
ãËÁ‹ æ à¢ÒŒ ÁÒàÃÍè× Â æ હ‹ ¾ºÇÒ‹ ÃÒÂä´¢Œ ͧ¾¹¡Ñ §Ò¹äÁ‹ä´ÊŒ §Ù ¨¹¶§Ö
ÃдѺÊÒÁÒöÊÌҧáç¨Ù§ã¨ä´Œ áÅоºÇ‹Òà¡×ͺ·Ø¡Çѹà¢Ò¨ÐàËç¹¼ÙŒ
ºÃËÔ Òâͧ·¡Ø á¼¹¡ÂÁéÔ áÂÁŒ á¨Á‹ ãÊ·¡Ñ ·Ò·ÁÕ §Ò¹ Á¡Õ ÒöÒÁä¶¶‹ §Ö
梯 ÀÒ¾áÅФÇÒÁ໹š Í¢‹Ù ͧ¤¹ã¹¤Ãͺ¤ÃÇÑ ¢Í§¾¹¡Ñ §Ò¹§Ò¹àÊÁÍ
ºÍ‹ ¤çéÑ ·¼èÕ ºŒÙ ÃËÔ ÒÃͪ‹Ù Ç‹ ·Òí §Ò¹¨¹´¡Ö ´¹×è Á¡Õ ÒÃÃºÑ »ÃзҹÍÒËÒÃ
ÃÇ‹ Á¡¹Ñ ¹Í¡¨Ò¡¹àÕé ¢Ò处 椄 à¡μà˹ç Í¡Õ ÇÒ‹ ·¡Ø ¤¹ã¹Í§¤¡ ÷Òí §Ò¹´ÇŒ Â
¤ÇÒÁ梯 äÁ‹ä´ÁŒ ¤Õ ÇÒÁÃʌ٠¡Ö ÇÒ‹ §Ò¹à»¹š ÀÒÃÐ äÁà‹ ¤ÂàË¹ç ¡Ò÷ÐàÅÒÐ
àºÒÐáǧŒ ¡¹Ñ áÁÁŒ ¤Õ ÇÒÁ¢´Ñ á§Œ áμ¾‹ ´Ù ¤ÂØ ¡¹Ñ ´ÇŒ ÂàËμ¼Ø ÅáÅÐÁÁÕ μÔ ÃÀÒ¾
Í¹Ñ ´μÕ Í‹ ¡¹Ñ àÊÁÍ à¢Òä´μŒ §éÑ ÊÁÁμ°Ô Ò¹ãËÁ¨‹ Ò¡¡ÒÃ椄 à¡μÇÒ‹ “¤ÇÒÁ
Ã¡Ñ ·Òí ãˤŒ ¹»¯ºÔ μÑ μÔ Í‹ ¡¹Ñ હ‹ ¹”Õé
60
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
การพิจารณาแตละคร้ังทําใหกานตไดขอเท็จจริงที่ชวยยืนยัน
สมมติฐานของเขา การที่พนักงานทุกคนเอาใจใสกันและทํางานอยางมี
ความสขุ มกั มอี งคป ระกอบของ “ความรกั และความอบอนุ ” รว มดว ยเสมอ
ไมเ พยี งแตร กั ในงานทท่ี าํ เทา นนั้ แตร วมถงึ ความรกั และความอบอนุ ทม่ี ตี อ
กนั หวั หนา งานแสดงความรกั ท้งั ตอ งานและทีมงาน ทมี งานมีความรกั ให
แกกัน มีการใหอภัยแทนการทะเลาะเบาะแวง การมีความรักทําใหไมมี
พนกั งานคนใดชอบเอาชนะผอู น่ื อวดเกง ยกตนขมทา น แตยนิ ดีรบั ฟงกัน
และกัน เรียนรูแ ละพ่ึงพาอาศัยซึ่งกันและกัน ยอมรับความผิดพลาดและ
ใหอภัยกนั ในความผดิ พลาดทเ่ี กิดขนึ้
success publisher
ขอมูลใหมเหลาน้ีชวยใหสมองของเขาไดขอสรุปเปน “ตัวแบบการ
ทํางานอีกรูปแบบหน่ึง” ที่ชวยใหการทํางานประสบความสําเร็จ นั่นคือ
ตอ งมอี งคป ระกอบของความรกั ดว ย ซงึ่ เขาไมเ คยรมู ากอ น เพราะไมไ ดอ ยู
ในหลกั การบรหิ ารท่ีไดเ รยี นมาในมหาวทิ ยาลัย ขอสรุปทเี่ ขาไดเ ปนการใช
เหตผุ ลแบบอปุ นยั บรู ณาการขอ มลู ใหมจ นไดข อ สรปุ ทพ่ี อจะมคี วามเปน ไป
ได นาํ ไปสูการพัฒนาและประยุกตใ ชต อ ไป
ในปจจุบันการใชเหตุผลเชิงอุปนัยไดรับการยอมรับมากยิ่งข้ึน
เนอ่ื งจากเราไมส ามารถทจี่ ะหาเหตผุ ลเชงิ วทิ ยาศาสตร หรอื คาํ นวณความ
ถูกตองไดในทกุ ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรอ่ื งท่ีไมสามารถวดั ได อันไดแ ก เรือ่ ง
ของอารมณ ความรสู กึ เรอื่ งของเหตผุ ลเหนอื ธรรมชาติ เรอื่ งทยี่ งั ไมม เี ครอ่ื ง
มอื ทางวทิ ยาศาสตรว ดั ไดอ ยา งชดั เจน เรอ่ื งเหลา นเี้ คยไดร บั การปฏเิ สธและ
ตดั ออกจากการพจิ ารณาเพราะตอ งการเฉพาะสงิ่ ทชี่ ดั เจนไมค ลมุ เครอื อนั
เปนเหตุใหความเปน ไปไดท ซ่ี อนอยูในความคลุมเครือน้นั ถกู ละเลยไป
61
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
…มองประสานข้วั ตรงขาม
นักคิดเชิงบูรณาการจะสลายกรอบความคิดแบบขั้วตรงขามใน
ลกั ษณะของการยอมรบั แนวคดิ หนงึ่ และปฏเิ สธอกี แนวคดิ หนงึ่ หรอื เชอื่ มนั่
วาแนวคิดหนึ่งจริง แนวคิดที่เหลือเปนเท็จ โดยเปดใจสรา งสะพานเชื่อม
ขัว้ ความคดิ ตรงขาม หาความเปนไปไดใ นการประสานเชอื่ มโยงทัง้ สองขว้ั
หรือสรางดุลยภาพ ทาํ ใหเ กิดความพอดี โดยตระหนกั วาการทท่ี ําสงิ่ ใดสง่ิ
หนึ่งมากเกินไป อาจกอ ใหเ กิดภาวะเสยี สมดลุ
ยกตวั อยา งเชน
¡®ËÁÒ·¤Õè Ǻ¤ÁØ »ÃЪҪ¹ÁÒ¡à¡¹Ô ä» áÁÇŒ Ò‹ ¨ÐÁ§‹Ø ËÁÒÂ
ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁ໹š ÃÐàºÂÕ ºàÃÂÕ ºÃÍŒ Â㹺Ҍ ¹àÁÍ× § ã¹Í¡Õ ÁÁØ Ë¹§èÖ
‹ÍÁ·íÒãËŒ»ÃЪҪ¹ÃÙŒÊÖ¡¶Ù¡ÅÐàÁÔ´ÊÔ·¸ÔàÊÃÕÀÒ¾ ÍÒ¨¹íÒä»ÊÙ‹¡ÒÃ
»Ãзnj §μÍ‹ μÒŒ ¹Ã°Ñ ºÒÅ ¢³Ðà´ÂÕ Ç¡¹Ñ ã¹·Ò§μç¡¹Ñ ¢ÒŒ Á ¡®ËÁÒÂ
ºÒŒ ¹àÁÍ× §·ËèÕ ÂÍ‹ ¹Âҹ㹷ҧ»¯ºÔ μÑ ÁÔ Ò¡à¡¹Ô ä»ÂÍ‹ Á¡Í‹ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁ
äÁà‹ »¹š ÃÐàºÂÕ ºàÃÂÕ ºÃÍŒ Âã¹Ê§Ñ ¤Áહ‹ ¡¹Ñ
การขยายกรอบความคดิ ในลกั ษณะนต้ี อ งใชค วามสามารถของสมอง
ในการเชอ่ื มโยง เพ่ือหาความเปนไปไดในส่ิงท่ดี เู หมอื นมคี วามขัดแยง ซึ่ง
สมองมีความสามารถอยูแ ลว ในการเชือ่ มโยงมโนทศั นของเร่อื งตา ง ๆ ที่
เก็บไวในประสบการณและสามารถนํามารอยเรียงผูกโยงเขาเปนสิ่งใหมท่ี
ไมเ คยมมี ากอ น เรยี กไดวามีความสามารถในการสรา งสรรคสง่ิ ใหม โดย
ใชเ พยี งเหตผุ ลครา ว ๆ หรือพอจะมคี วามเปน ไปไดท ่จี ะเปน เชนน้ัน แมว า
อาจจะยังไมสามารถยืนยันในลักษณะของการใชเหตุผลพิสูจนขอเท็จจริง
วาเปนเชนนน้ั ได
62
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
ยกตวั อยา งเชน
ã¹Êѧ¤Á¢Í§¡Ò÷íÒ§Ò¹ã¹Êíҹѡ§Ò¹ àÃÒÂÍÁÃѺ¡Òùèѧ
·Òí §Ò¹ â´ÂÁâÕ μÐ à¡ÒŒ ÍÕé áÅÐÍ»Ø ¡Ã³Ê Òí ¹¡Ñ §Ò¹·¨èÕ Òí ໹š μÒ‹ § æ
¤ÅÒŒ Â æ ¡¹Ñ ã¹áμÅ‹ ÐÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹ á·º¨ÐäÁÁ‹ Õã¤Ã¤´Ô ¶§Ö “¡Òù͹
·Òí §Ò¹” ã¹ÊÒí ¹¡Ñ §Ò¹ ËÒ¡àÃÒ¾´Ù ¶§Ö àÃÍè× §¹Õé àÃÒÍÒ¨¶¡Ù μÍ‹ ÇÒ‹ ¡ÅºÑ ÁÒä´Œ
ÇÒ‹ ໹š ʧÔè ·¼èÕ ´Ô äÁ¶‹ ¡Ù μÍŒ § ໹š àÃÍè× §μÅ¡ à¾ÃÒÐ໹š àÃÍ×è §·ÕèäÁÁ‹ Õã¤Ã
»¯ºÔ μÑ ¡Ô ¹Ñ 㹡Ò÷Òí §Ò¹ã¹Í§¤¡ ÷ÇèÑ ä»
success publisher
Z.. Z..
นงั่ ทาํ งาน นอนทาํ งาน
ถกู ผดิ
เราลองขยายความคิดของเรา ลองหาความเปนไปไดของการนอน
ทาํ งานในสาํ นกั งาน
……..
การลองคดิ เชน นเี้ ปน การขยายขอบเขตความคดิ ของเรา เพอื่ ใหส มอง
เช่ือมโยงคนหาความเปน ไปไดวา เราควรนอนทาํ งานไดบา งหรือไม สมอง
ของเราอาจจะคิดถึงขอดีของการนอน และขอเสียของการนั่งทํางาน
นาน ๆ แลว ดงึ สวนทจ่ี ะใชประโยชนไ ดนํามาประสาน เชอ่ื มโยง กลาย
เปนคําตอบของความเปนไปไดวา เราควรนอนทํางานหรือไม ใน
สถานการณใ ดบา ง ในรูปแบบอยางไร มสี ัดสวนการนอนและการนั่ง หรอื
เดนิ ท่เี หมาะสมคดิ เปน สดั สว นเทาไร
63
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ในการคิดบูรณาการเพื่อหาความเปนไปได อาจกําหนดเปนสัดสวน
การใหนํ้าหนักกับขั้วใดมากนอยตางกันเพียงใด อันจะชวยใหเกิดความ
สมดุลและเหมาะสมกับสถานการณตาง ๆ เหมือนสีเทาน้ันจะออนหรือ
เขม มากนอ ยตา งกนั ขน้ึ อยกู บั สดั สว นสใี ดมากกวา กนั เชน เวลาคดิ โครงการ
ใหม ๆ อานขอมูล หรือคิดสรา งสรรคง านตาง ๆ ซงึ่ อาจมีสดั สว นการ
นอนประมาณ 20% การมีเกา อท้ี ่ปี รับเอนได เพื่อใหพ นักงานไดผอ นคลาย
ในลักษณะกึ่งน่ังก่ึงนอน หรืออาจมีท่ีนอนทํางานสําหรับคนปวยที่สภาพ
รา งกายไมสามารถทาํ งานได แตย ังสามารถใชค วามคิดไดอยู ซึ่งเปนการ
นอน 100% เปนตน
success publisher
100% 0%
นง่ั ทาํ งาน สัดส่วนของ
ความเป็นไปได้
ในการนัง่ และนอนทาํ งาน
นอนทาํ งาน
0% 100%
64
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
การคิดเชิงบูรณาการเปนการขยายกรอบความคิดเพื่อหาความเปน
ไปไดในชองวางสีเทาตรงกลาง ซึ่งเราไมเคยสรางสะพานเช่ือมความคิด
ตรงขามนี้มากอน การประสานเช่ือมโยงกันอาจกอใหเกิดแนวทาง
สรางสรรคและเห็นความเปนไปไดใหม ๆ อันชวยนําไปสูความสําเร็จ
มากกวา
success publisher
ในเร่อื งทีม่ ีความขัดแยง กัน เร่ืองท่ีเรามอี คตไิ มยอมรบั คิดวาเปน ไป
ไมไ ด เปน เร่ืองไมจ รงิ ใหเ ราลองเปดใจออกแลวขยายกรอบความคดิ เพื่อ
พิจารณาถึงความเปน ไปไดท่ีความขัดแยง จะประสานกันได
…มองทุกฝายชนะ
นักคิดเชิงบูรณาการจะขยายขอบเขตของความเปนไปไดในการหา
ทางเลือกเพื่อแกปญหาที่ทุกฝายจะไดประโยชน (win-win approach)
ครอบคลมุ ความพึงพอใจของทุก ๆ ฝาย หรือครอบคลุมปญหาท่ีซบั ซอ น
หลากหลายไดหมด ซ่ึงเปนการขยายขอบเขตความคิดจากวิธีแกปญหา
ท่ัว ๆ ไป
โดยปกติวิธีการแกปญหาที่เรานิยมกัน นั่นคือ การหาทางเลือก
(choice) และการประนีประนอม (compromise) แตทั้งสองแนวทางน้ี
อาจไมนําไปสูการแกปญหาที่ดีท่ีสุด การเลือกโดยเสียงสวนใหญตาม
ระบอบประชาธปิ ไตย ทาํ ใหเราตองเลอื กทางใดทางหนงึ่ และทง้ิ ทางเลือก
อื่น ๆ ที่เหลือ ทั้ง ๆ ทีท่ างเลอื กเหลานั้นอาจมีสวนทเ่ี ปน ประโยชน การ
หาทางเลือกทําใหเราตองเสียประโยชนในสิ่งท่ีเราไมไดเลือกไป และอาจ
นําไปสูความขัดแยงเพราะเมื่อเลือกทางเลือกหน่ึง ยอมทําใหเสียสวนดีที่
อาจมีอยูใ นทางเลือกอ่นื ๆ ได
65
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
สว นการประนปี ระนอมในลกั ษณะทที่ กุ ฝา ยไดป ระโยชนบ างสว นและ
ยอมเสียประโยชนบางสวน อาจนําไปสูการสูญเสียทรัพยากรมากเกินไป
โดยไมจําเปน และการประนีประนอมมักตัดสินตามอัตวิสัย หรือความ
ตองการของแตล ะบุคคล ในบางความตองการอาจไมส าํ คญั และสามารถ
หาทางเลอื กอนื่ ทดแทนได จงึ มกั ไมไ ดน าํ ไปสผู ลลพั ธภ าพรวมทนี่ า พงึ พอใจ
สงู สุด
success publisher
นกั คิดเชงิ บูรณาการจะขยายมมุ มองสูการแกปญ หาทท่ี ุกฝา ย จะได
รับมากกวาเสยี กอใหเ กิดเอกภาพมากกวา ความขัดแยง โดยพยายามหา
ตัวรวมครอบคลุมความแตกตางหลากหลาย กลายเปนทางเลือกใหมที่
ครอบคลุมทุก ๆ ทางเลือก อันจะชวยใหทุกฝายไดรับความพึงพอใจ
มากกวา
ทางเลือก 1 ทางเลือก 2 ทางเลอื ก 3 ทางเลอื ก 4 ประชาธปิ ไตย
ประนปี ระนอม
บรู ณาการ
ทางเลือก 1 ทางเลอื ก 2 ทางเลือก 3 ทางเลือก 4
25 25 25 25
ทางเลือก 1 ทางเลอื ก 2 ทางเลอื ก 3 ทางเลือก 4
ทางเลือกเชิงบูรณาการ
การขยายกรอบความคดิ เพอ่ื ใหส ามารถบรู ณาการทางเลอื กทแี่ ตกตา ง
ได จะตองพยายามเขาถึง “แกนท่ีไมมีความขัดแยง” ซึ่งถูกหอหุมดวย
ลกั ษณะภายนอกทอี่ าจแตกตางกนั เปน การขยายกรอบความคดิ ของเราท่ี
อาจถกู จาํ กัดดว ยการมองเพียงภายนอก เชน เมื่อเห็นความแตกตา งเพยี ง
ภายนอกยอมนําไปสูการเลือกสิ่งหนึ่งและปฏิเสธอีกสิ่งหน่ึงหรือสิ่งที่เหลือ
66
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
ท้ังหมด การคิดเชิงบูรณาการจึงพยายามเขาถึงแกนที่ไมมีความขัดแยง
เพ่อื ใหเหน็ สวนทีส่ ามารถนาํ มารวมกันได แลวจึงนาํ สว นทีส่ ามารถเขา กัน
ไดนัน้ มารวมกัน
success publisherสงิ่ ท่แี ตกตา่ ง ดเู หมอื นเขา้ กันไมไ่ ด้
เขา้ ถงึ แก่นทไี่ มม่ ีความขดั แย้ง
นํามาบรู ณาการกนั
ลองพจิ ารณาตวั อยา งน…ี้
¤á‹Ù μ§‹ §Ò¹ãËÁ¤‹ ˋ٠¹§Öè ¡Òí Å§Ñ ÇÒ§á¼¹·¨èÕ Ðà´¹Ô ·Ò§ä»Î¹Ñ ¹ÁÕ ¹Ù
áμ·‹ §éÑ ¤Á‹Ù ¤Õ ÇÒÁàË¹ç ·¢Õè ´Ñ á§Œ ¡¹Ñ à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ʶҹ··èÕ ¨èÕ Ðä»·Í‹ §à·ÂÕè Ç
´ÇŒ ¡¹Ñ â´ÂÊÒÁÂÕ ¹× ¡ÃÒ¹ÇÒ‹ μ¹àͧÍÂÒ¡ä»à·ÂèÕ ÇÀàÙ ¢Ò ã¹¢³Ð·½èÕ Ò† Â
ÀÃÃÂÒμŒÍ§¡ÒÃ仪Ò·ÐàÅ... àÃÒ¨Ðá¹Ð¹íÒÊÒÁÕÀÃÃÂÒ¤Ù‹¹éÕÍ‹ҧäÃ
67
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
â´Â·ÁÕè àÕ §Íè× ¹ä¢ÇÒ‹ μÍŒ §äÁÁ‹ ½Õ Ò† Âã´·μèÕ ÍŒ §ä»Î¹Ñ ¹ÁÕ ¹Ù ã¹··èÕ μÕè ¹àͧäÁ‹
ªÍº ·§éÑ ¤μ‹Ù ÍŒ §äÁዠ¡¡¹Ñ ä»·Í‹ §à·ÂÕè Ç áÅÐμÍŒ §äÁà‹ »¹š ¡ÒÃä»à·ÂèÕ Ç
ÍÂÒ‹ §ÅФçèÖ
จากปญหาดังกลาวเราจะพบวา ไมสามารถตัดสินไดดวยระบบ
ประชาธิปไตย เน่ืองจากมีคนเพียงสองคนเทา นัน้
ผมเชอื่ วา คาํ ตอบทค่ี นคดิ ถงึ อนั ดบั แรก นา จะเปน การไปเทยี่ วในสถาน
ที่ที่มที ้งั ภูเขาและทะเลในบรเิ วณเดียวกัน แตถาสมมตวิ า ไมมีสถานท่ดี ัง
กลาวอยูเลย ทานจะแนะนําสามภี รรยาคนู อ้ี ยางไร?
……….
คําตอบ คือ
นาํ ทงั้ สองเขา สกู ารคน หา “แกน ทไ่ี มม คี วามขดั แยง ” โดยการพจิ ารณา
ถึงเหตผุ ลเบื้องหลังความตอ งการของทงั้ คู ดว ยการตัง้ คาํ ถามวา
“เหตใุ ด…?”
คําตอบท่ีไดร ับจะสะทอนความตอ งการทแี่ ทจ ริงของทง้ั สองฝา ย ซ่ึง
อาจชวยนําไปสูการหาทางเลือกเชิงบูรณาการ ท่ีสามารถสรางความพึง
พอใจแกท้งั สองฝา ยไดโ ดยไมต องมปี ญ หาระหวา งกัน
¶ÒÁÊÒÁÕ “àËμãØ ´¤³Ø ¨§Ö μÍŒ §¡ÒÃä»ÀàÙ ¢Ò ?”
ÊÒÁμÕ Íº.. “¼ÁμÍŒ §¡ÒÃÍ·‹Ù Ò‹ Á¡ÅÒ§¸ÃÃÁªÒμÔ
ã¹·ËèÕ Ò‹ §ä¡Å ¼¤ŒÙ ¹áÅЪÁØ ª¹”
68
“สวมกรอบความคิด” หลักคิดเชิงบูรณาการ 05
¶ÒÁÀÃÃÂÒ “àËμãØ ´¤³Ø ¨§Ö μÍŒ §¡ÒÃä»·ÐàÅ ?”
ÀÃÃÂÒμͺ... “©¹Ñ ªÍº¸ÃÃÁªÒμ·Ô àÕè »´ ¡ÇÒŒ §
Áͧä»ä¡Åä´ÊŒ ´Ø ¢Íº¿Ò‡ ”
ลองพจิ ารณาคาํ ตอบ เราสามารถหาทางเลอื กทส่ี รา งความพึงพอใจ
ใหกบั ทัง้ สองคนไดหรอื ไม
success publisher
เสนอวาทั้งสองควรไปท…ี่
เราไมควรติดกับดักความตองการแรกของทั้งสองคนท่ีตองการไป
ภูเขาและทะเล แตพิจารณาความตองการลึก ๆ ของแตล ะคน
จากนั้น ใหหาทางออกที่ตอบสนองความตองการของทั้งสองคนได
เปนทางเลือกท่ีบูรณาการความตองการของท้ังสองคนเขาดวยกัน โดย
หาสถานที่ที่จะสามารถสรางความพึงพอใจใหกับคนทั้งสองได เชน ขอ
แนะนําของเราอาจจะเสนอใหเขาไปพักผอนในแหลงทองเที่ยวที่เปนทุง
หญา กวา งในชนบททห่ี า งไกล ซ่งึ เปนทางเลอื กทไ่ี มใ ชความคดิ แรก แตทง้ั
สองฝา ยยังไดสิง่ ทตี่ นเองตองการ
การขยายกรอบความคดิ นบั เปน สว นสาํ คญั ของการคดิ เชงิ บรู ณาการ
เปน การเรยี นรทู จ่ี ะใหส มองปลดปลอ ยศกั ยภาพเชงิ บรู ณาการออกมา แทน
การถกู จาํ กดั ดว ยกรอบความคดิ เดมิ กรอบความคดิ ทข่ี ยายออกจะชว ยให
เรามองเหน็ เร่ืองนนั้ อยา งครบถว น เหน็ ความเปน ไปไดใหม เหน็ แนวทาง
การแกปญ หาทเี่ หมาะสมกับโลกทีเ่ ปลีย่ นแปลงและซับซอนเชน ในปจ จุบัน
69
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ขัน้ ท่ี 3 คลมุ กรอบ
ข้ันตอไปหลังจากท่ีกรอบความคิดของเราขยายออกในการพิจารณา
เรอื่ งนนั้ อยา งครบถว นแลว สมองจะเขา สภู าวะของการบรู ณาการเชอ่ื มโยง
มุมมองทั้งหมดเขาสูแกนหลักของเร่ือง เหมือนภาพจิกซอวที่มีความ
สมบรู ณ ทกุ ภาพนนั้ อยใู นตาํ แหนง ทถ่ี กู ตอ ง เหน็ ความสมั พนั ธข องสง่ิ เหลา
น้ันอยางเปนระบบ ชวยใหมุมมองที่เรามีตอเร่ืองน้ันครอบคลุมครบถวน
และทาํ ใหก รอบความคดิ เดิมท่เี รามตี อ เรอ่ื งน้นั กลายเปน “กรอบความคดิ
ใหม” ทีบ่ รู ณาการแลว
อยา งไรกต็ าม กรอบนจ้ี ะมคี วามยดื หยนุ และพรอ มทเี่ ขา สกู ระบวนการ
ถอดกรอบ การขยายกรอบ และการคลมุ กรอบ เปน วงจรอีก เมื่อมีการรับ
รูตอสถานการณใ หม ๆ เขา มา
เนอื้ หาในบทนี้คงจะชว ยทาํ ใหสมองของเรา
“สวมกรอบความคดิ ” ของนกั คิดเชิงบรู ณาการแลว
เราจะมมี ุมมองและวิธีคิดพจิ ารณาเรือ่ งตา ง ๆ
แตกตา งไปจากเดิม
อนั จะชวยใหเ ราเรียนรแู ละคนพบความเปนไปไดใ หม ๆ
ในการแกปญ หาทส่ี รางสรรคและไมสงผลกระทบตามมา
รวมทงั้ ชว ยใหสามารถธํารงความสมั พันธระหวา งกนั
ไดอ ยางย่งั ยืน
70
success publisher ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเช่ือมโยง
INTEGRATIVE
THINKING
ฝกคิดเชงิ บูรณาการ
= ฝก เชือ่ มโยง
71
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ความสามารถและความเคยชินในการตระหนักรูถึงความสัมพันธ
เชอ่ื มโยงระหวา งสง่ิ ตา ง ๆ ทต่ี ามปกตแิ ลว คนทว่ั ไปมกั ไมไ ดน าํ มาคดิ เชอื่ ม
โยงสมั พนั ธก นั นบั เปน ลกั ษณะเดน ของนกั คดิ เชงิ บรู ณาการ ดงั นน้ั ในขณะ
ที่เรากําลงั พัฒนาการคิดสูการเปนนักคิดเชงิ บูรณาการ เราคงตอ งเรมิ่ ดว ย
การพฒั นาความเขา ใจการปฏสิ มั พนั ธร ะหวา งสง่ิ ตา ง ๆ เพอื่ ขยายขอบเขต
ความคิดออกไปจนสามารถมองเหน็ ภาพทัง้ หมดอยา งแจม ชดั ขึ้น
ชวี ิตของเราดําเนนิ ไปอยา งมีปฏสิ ัมพนั ธ หรอื มีผลกระทบทีเ่ ช่ือมโยง
กนั ระหวา งเรากบั สงิ่ ตา ง ๆ ทุกคร้ังทเ่ี รารบั รสู ่งิ ที่เกิดข้ึน และคิดทาํ ความ
เขาใจ เพือ่ ตดั สนิ ใจอยางใดอยา งหน่ึงตอ ไป เราควรเขาใจวา เรือ่ งทเี่ ราคิด
นน้ั มีปฏิสัมพนั ธเช่ือมโยงระหวา ง 3 ดา นดว ยกนั เหมือนวงกลม 3 วงท่ซี อน
อยูร อบตัวเรา อันไดแ ก
• การปฏิสัมพันธภายในตนเอง
• การปฏสิ ัมพนั ธร ะหวา งกัน
• การปฏสิ ัมพันธต อสภาพแวดลอม
72
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเชื่อมโยง 06
ปฏิสมั พันธภ์ ายในตนเอง
ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างกนั
ปฏิสมั พันธ์ต่อสภาพแวดล้อม
success publisher
การปฏิสัมพันธภ ายในตนเอง
เปนการเช่ือมโยงผสมผสานระหวางระบบคิดและระบบการทํางาน
ตา ง ๆ ภายในรางกาย อนั ไดแ ก การปฏิสมั พนั ธร ะหวา งปรชั ญาการมอง
โลก ความรูป ระสบการณ อารมณความรสู กึ ความเช่ือ ลักษณะนสิ ยั การ
คิดและการใชเหตุผล ระบบประสาท การทํางานของระบบตาง ๆ ใน
รางกายที่ตอ งทาํ งานอยางประสานเช่อื มโยงกัน ถาสวนใดทาํ งานบกพรอ ง
ยอมสง ผลใหสว นอ่นื ๆ บกพรองตามไปดว ย
ยกตวั อยางเชน
...áÁÇŒ Ò‹ ¨μÔ ã¨¢Í§àÃÒ¾ÃÍŒ Á·¨Õè зÒí ʧÔè μÒ‹ § æ áμË‹ Ò¡ÃÒ‹ §¡ÒÂ
àÃÒà¨ºç »Ç† ÂÍ‹٠àÃÒÂÍ‹ ÁäÁÊ‹ ÒÁÒö´Òí à¹¹Ô ¡Òù¹Ñé ´ÇŒ Âμ¹àͧ䴌
...áÁàŒ ÃÒÁ¤Õ ÇÒÁäŒÙ ÇÒÁÊÒÁÒö ÁÃÕ Ò‹ §¡Ò·áèÕ ¢§ç áç áμà‹ ÃÒ໹š
¤¹·¢Õè Ò´¤ÇÒÁÃͺ¤Íº §Ò¹·¤èÕ ´Ô ÇÒ‹ ¨ÐμÍŒ §´àÕ ÅÈÔ á¹‹ æ ÍÒ¨¡ÅÒÂ
໹š §Ò¹·ÁÕè ¤Õ ÇÒÁ¼´Ô ¾ÅÒ´ãËÞË‹ Åǧ䴌
73
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
ในวิถีการดําเนินชีวิตของเรา ไมวาเราจะทําส่ิงใดก็ตาม หากจะให
ประสบความสําเร็จบรรลุวัตถุประสงคที่ต้ังใจไว การปฏิสัมพันธและ
บูรณาการระหวางสวนตาง ๆ อยางสมดุลและเหมาะสมที่จะบรรลุ
วตั ถปุ ระสงคจงึ เปนสิง่ ท่ีจาํ เปน
การปฏสิ มั พันธระหวางกัน
ปฏิกิริยาโตตอบที่เกิดข้ึนจากการแสดงพฤติกรรมบางอยางระหวาง
กัน มีลักษณะเปน ความสมั พนั ธเ ชิงเหตุผลระหวางกัน เมอื่ เราแสดงออก
บางอยาง ยอ มมผี ลบางอยางเกดิ ขนึ้ ทง้ั ผลทเ่ี กดิ ขึ้นอยางเหน็ ไดชัด เชน
...¡ÒÃáÊ´§ÁμÔ ÃÀÒ¾·àÕè ÃÒãËጠ¡¤‹ ¹ã¹¤Ãͺ¤ÃÇÑ à¾Í×è ¹ š٠¤ÒŒ
áÅФ¹Í¹×è æ ã¹Ê§Ñ ¤Á ÂÍ‹ Áʧ‹ ¼ÅÊз͌ ¹¡ÅºÑ ¤Í× ªÇ‹ Âʧ‹ àÊÃÁÔ
ãËÊŒ §èÔ ·àÕè ÃÒ·Òí »ÃÐʺ¤ÇÒÁÊÒí àèç ä´Œ
หรือผลกระทบสบื เน่อื งทเี่ กดิ ขนึ้ ในเวลาตอ มา เชน การกระทาํ ของ
คน ๆ หนึง่ มผี ลตอ คนอีกคนหนงึ่ ทั้งโดยรูตัวและไมร ูตวั อาทิ
...¾Í‹ áÁ·‹ ÐàÅÒÐÇÇÔ Ò·¡¹Ñ Á¼Õ ÅμÍ‹ ÊÀÒ¾¨μÔ ã¨áÅÐÀÒÇÐ
ÍÒÃÁ³¾ ¹×é °Ò¹¢Í§Å¡Ù ³ àÇÅÒ¹¹éÑ «§èÖ Ê§‹ ¼ÅÊº× à¹Íè× §·Òí ãËÅŒ ¡Ù
Á»Õ Þ˜ ËÒ㹡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ μÔ μ´Ñ Ê¹Ô ã¨´Òí à¹¹Ô ªÇÕ μÔ ·¼èÕ ´Ô ¾ÅÒ´áÅÐÍҨʧ‹
¼ÅÊº× à¹Íè× § μÍ‹ ä»Â§Ñ ¤¹·ÅÕè ¡Ù ä»Á»Õ ¯ÊÔ ÁÑ ¾¹Ñ ¸´ ÇŒ  ໹š μ¹Œ
74
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเช่ือมโยง 06
การเขา ใจความเชอ่ื มโยงในปฏสิ มั พนั ธร ะหวา งกนั จะชว ยใหเ ราเรยี น
รทู จ่ี ะเปน คนทสี่ ังเกต วเิ คราะห และคาดการณผลกระทบที่จะเกดิ ข้ึนจาก
พฤตกิ รรมการแสดงออกของเรา นาํ ไปสกู ารตดั สนิ ใจทไี่ มก อ ใหเ กดิ ปญ หา
ตามมา
การปฏิสมั พันธต อ สภาพแวดลอม
เปนลักษณะของความสัมพันธเชิงเหตุผลระหวางเร่ืองนั้นกับระบบ
ตา ง ๆ ในธรรมชาตแิ ละสงั คม การมผี ลกระทบซงึ่ กนั และกนั ระหวา งมนษุ ย
กบั ธรรมชาติ ขณะทเ่ี ราตอ งรบั ผลกระทบจากปรากฏการณธ รรมชาตทิ เ่ี กดิ
ขนึ้ ธรรมชาตยิ อมรับผลกระทบจากการกระทาํ ตาง ๆ ของมนุษยเชนกัน
ทงั้ ทางตรง ทางออ ม ทัง้ ในระยะสนั้ และระยะยาว ยกตัวอยา งเชน
success publisher
...¡ÒÃà»ÅÂÕè ¹á»Å§ÍμÑ ÃÒÀÒÉÕ Á¼Õ Å¡ÃзºμÍ‹ ÃÒÂä´¢Œ ͧðÑ
¢³Ðà´ÂÕ Ç¡¹Ñ ¡Áç ¼Õ ÅμÍ‹ ¡ÒÃÊÃÒŒ §á稧٠ã¨ã¹¡ÒÃŧ·¹Ø ÀÒ¤¸ÃØ ¡¨Ô
ʧ‹ ¼Å¡ÃзºÊº× à¹Íè× §ä»ÊÀ‹Ù ÒÇСÒèҌ §§Ò¹ áÅФ³Ø ÀÒ¾ªÇÕ μÔ ¢Í§
»ÃЪҪ¹μÒÁÁÒ
...¡Òþ²Ñ ¹Òà·¤â¹âÅÂÁÕ ¼Õ ÅμÍ‹ ¡ÒÃ»ÃºÑ μÇÑ ´ÒŒ ¹¡ÒÃᢧ‹ ¢¹Ñ ·Ò§
¸ÃØ ¡¨Ô áÅÐÁ¼Õ ÅμÍ‹ ¡ÒÃ»ÃºÑ μÇÑ ¢Í§º¤Ø ÅÒ¡Ã ÁÕ¼ÅμÍ‹ ¡ÒÃ»ÃºÑ »Ã§Ø
ÁÒμðҹ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ ¡ÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ μÔ ¢Í§¤¹ã¹»ÃÐà·È
...ʧ¤ÃÒÁ·àÕè ¡´Ô ¢¹éÖ ÃÐËÇÒ‹ § 2 »ÃÐà·È ÍҨʧ‹ ¼Å¡Ãзº·§éÑ
ÁÁØ ÅºáÅÐÁÁØ ºÇ¡μÍ‹ »ÃÐà·ÈàÃÒ
...âä«ÒÃÊ ·ÃÕè кҴ㹺ҧÀÁÙ ÀÔ Ò¤ ʧ‹ ¼Å¡ÃзºμÍ‹ ¡Ò÷͋ §
à·ÂÕè Ǣͧ»ÃÐà·È ʧ‹ ¼ÅÊº× à¹Í×è §μÍ‹ ¤ÇÒÁÍÂË٠ʹ¢Í§¼»ŒÙ ÃСͺ¡ÒÃ
μÍ‹ ÃÒÂä´ÀŒ Ò¤Ã°Ñ μÍ‹ ¡Òþ²Ñ ¹Ò»ÃÐà·È´ÒŒ ¹μÒ‹ § æ áÅÐÊÒÁÒöʧ‹
¼Å¡ÃзºμÍ‹ àÃÍ×è §Í¹×è æ μÍ‹ ä»ä´.Œ ..
75
success publisherผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
เน่ืองจากส่งิ ตา ง ๆ และระบบตาง ๆ ในโลกลว นเชือ่ มโยงสัมพันธ
กนั การทาํ ความเขา ใจการปฏสิ มั พนั ธเ ชอ่ื มโยงยอ มชว ยใหเ ราเหน็ ภาพนนั้
ชัดเจนขึ้น ชวยใหเราสามารถวินิจฉัยปญหาไดอยางครบถวนทุกมุมมอง
สามารถนําสว นดีทมี่ อี ยูใ นสิง่ ตาง ๆ มาเตมิ เตม็ หรือบูรณาการเขา กบั ส่ิงท่ี
มอี ยู ทําใหส ง่ิ ทเ่ี ราตอ งการมคี วามสมบรู ณมากยงิ่ ขึ้น
อยางไรก็ตาม ความสัมพันธเช่ือมโยงอาจมีความซับซอนจนเราไม
สามารถเช่ือมโยงความสัมพันธเชิงเหตุผลไดอยางงาย ๆ การคิดเชิง
บูรณาการจึงใหความสําคัญตอการสังเกต การรวบรวมขอมูลขาวสาร
ซึ่งตองใชความอดทนตอสิ่งท่ียังคลุมเครือ และความสามารถในการ
สังเคราะห เพ่ืออธิบายทําความเขาใจเร่ืองทั้งหมด เพ่ือหาทางแกปญหา
ที่ไมกอผลกระทบตามมา และเพอื่ สรา งสรรคส งิ่ ใหม ความสามารถในการ
เชอื่ มโยงความสมั พนั ธเ ชงิ เหตผุ ลระหวา งองคป ระกอบตา ง ๆ จงึ เปน ทกั ษะ
ท่สี ําคญั ยิง่ ของนกั คดิ เชิงบรู ณาการ
เอาละ … ในลาํ ดบั ตอ ไป เราลองมาฝก ขยายความสามารถ
ดานการเชือ่ มโยงกนั
แบบฝกคิด :
…คนตวั เชือ่ ม + เช่ือมแกน = บรรลุวตั ถุประสงค
ดา นหนงึ่ ของการคดิ เชงิ บรู ณาการ ไดแ ก ความสามารถในการนาํ สง่ิ
ทอี่ ยอู ยางแยกสวน เชือ่ มโยงเขา กบั แกนหลัก เพอ่ื ใหแ กนหลักน้ันมคี วาม
สมบูรณม ากข้นึ กวา ภาวะกอนบรู ณาการของวตั ถปุ ระสงคท ต่ี องการ
76
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเชื่อมโยง 06
A
AB
B
ภาวะก่อนบูรณาการsuccess publisherภาวะบรู ณาการ
เพื่อใหเขาใจมากข้นึ … ลองตอบคาํ ถามเหลา นี้
สมมติวา เรามนี ้าํ อยคู รง่ึ แกว เปน นํา้ สะอาด
เราจะทาํ อยา งไรกบั นา้ํ ครงึ่ แกวน้บี า ง
ขอ 1 เมอื่ ไมสบาย เปนหวดั เจบ็ คอ
……………………………………..
ขอ 2 เมอ่ื เพ่งิ กลับจากการทํางาน รอ นและเหน่ือย
……………………………………..
ขอ 3 หลังจากการออกกําลงั กายมาเหนื่อย ๆ
……………………………………..
หากเราตอบสนองวตั ถุประสงคท ุก ๆ ขอ ดวยการดม่ื นา้ํ ครึ่งแกวที่มี
อยู โดยไมไ ดค ดิ วา ตอ งทาํ หรอื หาสง่ิ ใดเพม่ิ เตมิ อาจจะเปน คาํ ตอบทใี่ ชไ ด
แตคงจะไมเหมาะสมตอวัตถุประสงคนัก
77
ผูชนะ 10 คิด : การคิดเชิงบูรณาการ
หรอื หากเราตอบขอ แรกวา …เอาไปตม ใหอ นุ ขอ สอง…เอาไปแชต เู ยน็
กอ นขอ สาม…คอย ๆ ดม่ื นํา้ นนั้ คําตอบเหลา นี้ไมผิด แตย ังไมไ ดสะทอ น
ภาพของการคิดเชิงบูรณาการ
…ไมเปน ไร จะใหขอ มลู เพม่ิ เตมิ สมมตทิ ี่บา นของเรา
- มีผงเกลือแร อยใู นตยู า
- มีนา้ํ หวานขวดหนงึ่ ในตเู ยน็
- มนี ํ้าแข็งอยใู นชอ งทาํ นาํ้ แข็ง
- มีนา้ํ รอ นอยใู นกระติก
success publisher
…เราลองคิดตอไปวา จะใชสิ่งเหลานี้ชวยทําใหน้ําครึ่งแกวที่มีอยู
ตอบสนองวัตถุประสงคไ ดเหมาะสมกวาหรือไม ?
……………….
คงงา ยมากทเ่ี ราจะตอบวา…
…เมอื่ เราไมส บาย เจบ็ คอ เราจะเอานา้ํ รอนมาเติมลงในนา้ํ ครงึ่ แกว
น้ัน เพ่ือใหเปนน้ําอนุ หากเรารวู า การด่ืมนํ้าอนุ ยอมดกี วานํ้าธรรมดา
…เมอ่ื เรารอ นและเหนอื่ ยจากการทาํ งาน การเตมิ นา้ํ หวานและนา้ํ แขง็
ลงไปในน้าํ คร่งึ แกวนนั้ ยอ มแกกระหายและทาํ ใหเราสดชืน่ กวา
…หรือหลงั จากการออกกําลงั กาย เสยี เหงื่อไปมาก การเตมิ เกลอื แร
ลงไปในน้าํ แลวคอยด่ืมยอมชว ยลดการสูญเสยี นา้ํ และทาํ ใหส ดชน่ื ขน้ึ
78
ฝกคิดเชิงบูรณาการ = ฝกเช่ือมโยง 06
กอนที่เราจะรับรูขอมูลใหมน้ี ความคิดของเราอาจถูกจํากัดดวย
คาํ ถามท่ีปอนให ทาํ ใหความคิดจดจอกับการใชส งิ่ ท่มี ีอยูมากกวาการคิด
หาส่ิงอ่ืนที่เก่ียวของมาเพิ่มเติม แตเม่ือไดรับขอมูลใหมเขามา สมองจะ
เชื่อมโยงขอมูลใหมท่ีรับรูเขากับส่ิงที่มีอยูอยางอัตโนมัติ เพ่ือคนหาสิ่งท่ีดี
กวา เดมิ จงึ บรรลุวตั ถุประสงคทีต่ อ งการไดม ากกวา
success publisherหากในชีวติ การทํางานของคุณ
พบปญ หาการขาดแคลนทรัพยากร
ลองคน หา ผงเกลือแร นํา้ หวาน นาํ้ แขง็ หรอื นํ้ารอน
สําหรับงานของคุณ เพอื่ นํามาเชอ่ื มโยงกบั ปญหาท่พี บดู
…ปจจยั แวดลอ ม + เชอ่ื มแกน = ภาพทชี่ ัดเจนขึน้
กระบวนการคดิ เชงิ บรู ณาการในอีกดานหน่งึ ไดแ ก ความสามารถ
ในการหาความเกี่ยวของระหวา งปจจยั ตา ง ๆ กับแกนหลกั หรือเร่อื งทจี่ ะ
คิด ย่ิงเราสามารถเชือ่ มโยงปจจัยทมี่ อี ยูไ ดมากเทา ไร เรายง่ิ สามารถเหน็
ภาพของเรื่องท่ีเราคิดไดชดั เจนมากยง่ิ ขึ้นเทานัน้
ตอไปลองฝกขยายความสามารถในการเช่ือมโยงความสัมพันธเชิง
เหตุผลระหวา งปจ จัยแวดลอ มตา ง ๆ เขากบั “แกนหลัก” โดยใหเ ราเชอ่ื ม
โยงชดุ คาํ เหลา นี้ เพอ่ื อธิบายเรอื่ ง “ชีวติ คนเมอื งหลวง” ใหส มบรู ณขึน้
…กาํ หนดให “แกนหลัก” ที่เราตองการหาคําตอบคอื “ลักษณะชีวติ
คนเมอื งหลวง”
…จะมคี าํ ตา ง ๆ ทกี่ าํ หนดไวใ ห เชน โทรทศั น ผสู งู อายุ มอเตอรไ ซค
รบั จาง และคาํ อน่ื ๆ ตามทป่ี รากฏในภาพดา นลาง
79