The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

MSE1102 การบันทึกโน้ตและฝึกโสตประสาท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Music Edu. RERU., 2023-11-01 14:34:27

MSE1102 การบันทึกโน้ตและฝึกโสตประสาท

MSE1102 การบันทึกโน้ตและฝึกโสตประสาท

188 บทที่ 7 การฟังระดับเสียงและการบันทึก การฟังดนตรีเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับเสียงโดยตรง เป็นปัจจัยหนึ่งในการพัฒนารสนิยม ค่านิยม และบุคลิกภาพ ดนตรีเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ไม่สามารถแยกออกจากชีวิตคนเราได้ ดนตรีเป็น นามธรรมที่ไม่สามารถจับต้องหรือมองเห็น ต้องอาศัยความรู้สึกสัมผัสการที่มนุษย์จะได้รับอรรถรส หรือสุนทรีย์ของเสียงดนตรีนั้นอวัยวะที่จำเป็นที่สุดคือหู หูถือว่าเป็นอวัยวะด่านแรกที่ทำให้มนุษย์เรา ได้ยินเสียงต่าง ๆ จากนั้นจึงจะส่งกระแสเสียงไปยังอวัยวะที่รับรู้ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ปกติแล้วหู ของมนุษย์เราสามารถรับฟังเสียงได้ที่ระดับความถี่ 16-20,000 รอบต่อวินาที แต่เสียงที่นำมาใช้สร้าง เสียงดนตรีจะมีช่วงความถี่อยู่ระหว่าง 27-4,000 รอบต่อวินาที ซึ่งปรากฏอยู่ในเสียงของเปียโน ความ ผูกพันระหว่างดนตรีกับชีวิตดูเหมือนว่าดนตรีอยู่ใกล้ตัวเรา แต่ในขณะเดียวกันความไม่มีตัวตนของ ดนตรีทำให้ดูเหมือนว่าดนตรีเป็นเรื่องไกลตัว เทคนิคการฝึกโสตทักษะทางดนตรี หรือ ฝึกการได้ยินภายใน (inner ear) เป็นสิ่งสำคัญใน การทำความเข้าใจองค์ประกอบทางดนตรี และเป็นเหตุผลว่าทำไมสถาบันสอนดนตรีเกือบทุกแห่งจึง กำหนดให้นักเรียนต้องเข้าชั้นเรียนการฝึกโสตทักษะ นักดนตรีที่ยอดเยี่ยมต้องมีทักษะการฟังขั้นสูง ที่ ช่วยปรับปรุงคุณภาพการแสดงของพวกเขา และทักษะเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญสำหรับนักเรียนดนตรี หรือใครก็ตามที่ต้องการทำความเข้าใจในดนตรีอย่างลึกซึ้ง และเพื่อคุณภาพการแสดงดนตรีได้ดีขึ้น การฝึกโสตทักษะจะเป็นประโยชน์ต่อการแสดงของนักดนตรี การฝึกฝนทักษะการได้ยินของ คุณผ่านการฝึกหูเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการรับรู้ทางระดับเสียง ซึ่งเป็น ความสามารถในการจำลองเสียงของโน้ตหรือระบุโดยอ้างอิงจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับโน้ตตัวอื่น (สามารถใช้วิธีฝึกได้ทั้งการ Move Do และ Fix Do) นี่เป็นทักษะที่ช่วยให้นักศึกษาวิเคราะห์และ ถอดรหัสสิ่งที่คุณได้ยิน ช่วยให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางดนตรีได้ดีขึ้น เมื่อ นักศึกษาฝึกฝนการฟังให้มีประสิทธิภาพที่ดี นักศึกษาจะสามารถปรับปรุงจังหวะ ปรับแต่งเสียงเครื่อง ดนตรีให้แม่นยำยิ่งขึ้น สามารถร่วมบรรเลงกับนักดนตรีคนอื่น ๆ ได้ดีขึ้น และเสริมสร้างทักษะการ แสดงสดและการร้องเพลงอีกด้วย การฟังจัดเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้สนใจดนตรี ผู้เรียนดนตรีเข้าใจถึงโครงสร้างของดนตรีซึ่งเป็น พื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่อรรถรสหรือสุนทรีย์ความซาบซึ้งที่จะได้รับในบทเพลงนั้น ๆ การพัฒนาการ ฟังจึงเป็นสิ่งจำเป็นและจัดเป็นทักษะสำคัญของผู้สนใจและผู้เรียนดนตรีทุกคน ความสามารถในการ ฟังสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ได้หลายรูปแบบซึ่งจะกล่าวในลำดับต่อไป สำหรับองค์ประกอบของ การฟังในบทนี้ จะเป็นการฝึกฟังระดับเสียงนักศึกษาได้ศึกษาจากบทที่ 6 คือ การอ่านระดับเสียง ใน


189 บทนี้จึงเป็นการพัฒนาอีกขั้นจากการอ่านมาเป็นการฟังระดับเสียงและการบันทึกระดับเสียง ซึ่งมี ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. เสียงดนตรีและเสียงธรรมชาติ เสียงเกิดจากการการกระทบกันของวัตถุ เสียงที่เกิดขึ้นมีทั้งแบบที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ หูจะ เรียนรู้เสียงที่ได้ยินจะพอใจ ไม่พอใจ น่าฟัง หรือไม่น่าฟัง เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ เด็กแรกเกิดจะเรียนรู้ เรื่องเสียงเด็กจะมีความสนใจต่อเสียงแปลกใหม่ เสียงสามารถสร้างความสนใจ และเปลี่ยนแปลง อารมณ์ของเด็กได้ เสียงที่ไม่ได้ถูกจัดระบบ เช่น เสียงรถยนต์ เสียงนกร้อง เสียงตีเกาะเคาะไม้ ลมพัด ฟ้าร้อง ฯลฯ หูเราจะทนฟังอยู่ได้ไม่นานก็เกิดความเบื่อหน่าย เพราะความไม่มีศิลปะ ดนตรี ประกอบด้วยเสียงต่าง ๆ เหล่านี้แต่ถูกนำมาจัดระบบเป็นศิลปะ มีความไพเราะ ในทางตรงข้ามกัน เสียงที่มนุษย์เราเองจัดระบบไว้นำเสียงจากธรรมชาติหรือเสียงต่าง ๆรอบตัวมาเรียงระดับเสียงสูงต่ำ สลับกันไปทำให้เกิดความไพเราะน่าฟัง จึงเกิดเป็นเสียงดนตรีขึ้น 2. การฟังเสียงต่ำเสียงสูงของระดับเสียงดนตรี ระดับเสียงสูงและเสียงต่ำ เป็นการเปรียบเทียบลักษณะของเสียงเป็นพื้นฐานสำคัญในการ ทดสอบการฟังเบื้องต้นสำหรับผู้ฝึกใหม่ที่ดี การเปรียบเทียบเสียงจะต้องอาศัยการฝึกฟังเสียง 2 เสียง และเปรียบเทียบเสียงสูงต่ำไปพร้อมกัน ทักษะในการฟังนี้ในบางคนอาจจะแยกออกชัดเจนและบาง คนอาจจะไม่สามารถแยกออกได้ เสียงสูงต่ำอยู่ในชีวิตประจำวันของเราอยู่แล้ว เช่นการพูดภาษาไทย ในวรรณยุกต์ต่าง ๆ กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า วรรณยุกต์ทั้ง 5 ตัวนี้มีระดับการออกเสียงในการร้องที่แตกต่าง กันออกไปซึ่งมีเสียงสูงต่ำตามที่เราร้องออกมา เช่นเดียวกับระดับเสียงตัวโน้ตนั้นมีลักษณะ ระดับเสียง ที่สูง-ต่ำแตกต่างกันออกไป ในการฝึกให้นักศึกษาฟังเสียงที่ได้ยินครั้งที่ 1 และเสียงที่ได้ยินครั้งที่ 2 แล้วเปรียบเทียบเสียงครั้งที่ 2 ต่ำกว่าหรือสูงกว่าครั้งที่ 1 พร้อมเขียนโน้ตและชื่อตัวโน้ตกำกับให้ ถูกต้อง สูงกว่า ต่ำกว่าหรือเท่ากัน เมื่ออาจารย์กดเปียโนโน้ตทั้งสองนี้ให้นักศึกษาฟังแล้วเปรียบเทียบว่าโน้ตทั้งสองมีระดับเสียง สูงต่ำกว่ากัน วิธีการฝึกนี้คือการฝึกแยกระดับเสียงสูง-ต่ำของระดับเสียง เพื่อพัฒนาไปสู่การฝึกระดับ ถัดไป


190 ตัวอย่าง ขั้นตอนการฟัง 1. ตั้งใจฟังเสียงที่ได้ยิน 2. ฟังเสียงโน้ตตัวที่1 และเสียงโน้ตตัวที่ 2 แล้วเปรียบเทียบเสียง โน้ตตัวที่ 1 ต่ำกว่าหรือสูง กว่าครั้งที่ 2 3. เมื่อได้ยินเสียงแล้วเปรียบเทียบโน้ตสูงกว่าหรือต่ำกว่า แล้วบันทึกระดับเสียงให้มีระดับ เสียงที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าเสียงที่กำหนดให้ โดยใช้โน้ตตัวขาวในการบันทึก โดยในแบบฝึกหัดจะใช้ ระดับเสียงที่ไม่ห่างกันมาก เช่น ระดับเสียง A ไป B หรือ D ไป E 1. โน้ต E มีระดับเสียง ต่ำกว่าโน้ต G 2. โน้ต A มีระดับเสียง ต่ำกว่าโน้ต B 3. โน้ต B มีระดับเสียง ต่ำกว่าโน้ต C 4. โน้ต D มีระดับเสียง สูงกว่าโน้ต C 5. โน้ต G มีระดับเสียง สูงกว่าโน้ต F 6. โน้ต C มีระดับเสียง ต่ำกว่าโน้ต D ในการฝึกฟังระดับเสียงนี้ นักศึกษาสามารถฝึกจากบันไดเสียงเมเจอร์ได้เช่นเดียวกัน โดย กำหนดให้โน้ตตัวใดก็ได้เป็นตัวโทนิก ( Tonic ) จากนั้นก็ฝึกฟังเปรียบเทียบจากโน้ตโทนิกนั้น ๆ เช่น กำหนดให้โน้ต F เป็นตัวโทนิก สมาชิกของ F major scale ได้แก่ F G A Bb C D E F เมื่อทราบโน้ต ในบันไดเสียง F เมเจอร์นี้แล้วก็ฝึกฟังระดับเสียงโดยกดเปียโนทีละคู่เสียง เช่น F – G, F – A, F – Bb, F – C, F – D, F – E, F – F, เมื่อเราฝึกฟังจนสามารถแยกระดับเสียงได้แล้ว ก็ฝึกร้องออกเสียงด้วย จะเป็นการสร้างความแม่นยำในการฝึกฟังระดับเสียงและฝึกฟังขั้นคู่เสียง (Intervals) ไปด้วย


191 3. การฟังแนวทำนองและการบันทึกโน้ต จากการศึกษาในบทที่ 6 การฟังและการบันทึกจังหวะที่นักศึกษาได้ฝึกมาแล้วนั้น เป็นเพียง ส่วนของสัดส่วนจังหวะต่าง ๆ ไม่ได้มีระดับเสียงเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ในบทนี้จะเป็นการนำองค์ความรู้ เรื่องดังกล่าวมารวมกับเรื่องระดับเสียง ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างมากที่นักศึกษาจะต้องฝึกเรื่องการ ฟัง การแยกระดับเสียงให้แม่นยำและเกิดความชำนาญ การฟังแนวทำนองและการบันทึกโน้ต ผู้เขียนได้สรุปขั้นตอนและวิธีการได้ดังนี้ 1) การฟังและวิเคราะห์เครื่องหมายกำหนดอัตราจังหวะ ในขั้นตอนนี้นักศึกษาจะต้องฝึกฟัง ให้จบเพลงหรือจบท่อนเสียก่อน เพื่อที่จะได้วิเคราะห์อัตราจังหวะ (time signature) ได้ถูกต้อง ซึ่งใน อัตราจังหวะได้กล่าวไว้แล้วในบทที่ 3 ซึ่งประกอบไปด้วย 1) อัตราจังหวะธรรมดา (Simple time) 2, 3, 4 ที่เป็นชีพจรจังหวะหลัก 2) อัตราจังหวะผสม (Compound time) 6, 9, 12 ที่เป็นเลขกำกับ จังหวะ 3) อัตราจังหวะซ้อน (Complex time) 5, 7 ที่เป็นตัวเลขกำกับอัตราจังหวะ ในเรื่องอัตรา จังหวะนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาจะต้องทำความเข้าใจ เมื่อเราฟังจนจบเพลงหรือจนจบท่อนเพลงแล้ว เราวิเคราะห์อัตราจังหวะในสิ่งที่ฟังได้แล้วว่า เพลงหรือท่อนเพลงที่ได้ฟังนั้นอยู่ในอัตราจังหวะ 3/4 เราจะสามารถแบ่งโน้ตหลัก กลุ่มย่อยจังหวะที่ 1 (Division) กลุ่มย่อยจังหวะถัดไป (Subdivision) ได้ รวมถึงการใช้เส้นกั้นห้องในบรรทัด 5 เส้นได้ ถูกต้อง จำนวนจังหวะ 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 เมื่อทราบเครื่องหมายกำหนดอัตราจังหวะแล้ว ขั้นต่อไปนักศึกษาก็ฝึกฟังและวิเคราะห์ สัดส่วนโน้ตในประโยคเพลง อาจจะฟังไปทีละห้องเพลง (Bar line) หรือทีละประโยคเพลง (Phrase) ก็ได้ 2) การฟังและวิเคราะห์สัดส่วนของตัวโน้ตและตัวหยุดใน 1 ประโยคเพลงหรือในห้องเพลงที่ เราฟังแล้ววิเคราะห์ที่จะนำมาบันทึกโน้ตนั้น อาจจะมีทั้งตัวโน้ตและตัวหยุดกำกับอยู่ ในขั้นตอนนี้ นักศึกษาต้องมีสมาธิในการฟังแล้ววิเคราะห์เพื่อที่จะบันทึกสัดส่วนตัวโน้ตและตัวหยุดได้ถูกต้อง โดย ในอัตราจังหวะที่วิเคราะห์ได้นั้น จะต้องมีแบ่งโน้ตหลัก กลุ่มย่อยจังหวะที่ 1 (Division) กลุ่มย่อย จังหวะถัดไป (Subdivision) ของอัตราจังหวะนั้น ๆ นักศึกษาจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เสมอ เพื่อที่จะนำ ตัวโน้ตมาบันทึกได้อย่างถูกต้อง


192 จำนวนจังหวะ 1 2 3 1 2 3 1 2 & 3 & 1 2 3 3) การฟังและวิเคราะห์ระดับเสียง เมื่อนักศึกษาฟังและวิเคราะห์อัตราจังหวะ สัดส่วนของตัว โน้ตและตัวหยุดในสิ่งที่ฟังได้ครบแล้ว การฟังและวิเคราะห์ระดับเสียงคือการนำระดับเสียงที่เรา วิเคราะห์ได้นั้นนำมาบันทึกใส่ลงไปในสัดส่วนโน้ตที่เราวิเคราะห์ได้ตามขั้นตอนในข้อ 2 วิธีการฟังและวิเคราะห์ระดับเสียง ที่ผู้เขียนได้ใช้จนเกิดเป็นทักษะแล้วนั้น คือ การหาคีย์หรือ บันไดเสียงหลักของเพลงหรือทำนองนั้น ๆ เพื่อที่จะได้ทราบตัวโทนิกของเพลง เมื่อเราทราบตัวโทนิ กของเพลงหรือทำนองนั้น ๆ แล้ว จะทำให้เราทราบลำดับของโน้ตในทำนองที่เราได้ยิน เช่น เมื่อเรา ทราบว่าเพลงหรือทำนองที่เราได้ยินนั้นมีโน้ต F เป็นตัวโทนิกและทำนองนั้นอยู่ในบันไดเสียงเมเจอร์ สมาชิกของ F major scale ได้แก่ F G A Bb C D E F เมื่อทราบโน้ตในบันไดเสียง F เมเจอร์นี้แล้ว นักศึกษาก็สามารถใช้วิธีการฮัมทำนองที่ได้ยินนั้นเป็นการร้องแบบ Move Do หรือ Fixed Do ก็ได้ จำนวนจังหวะ 1 2 3 1 2 3 1 2 & 3 & 1 2 3 Move Do C D F . G A A G A G F . กล่าวโดยสรุป เทคนิคการฝึกโสตทักษะทางดนตรี หรือ ฝึกการได้ยินภายใน (inner ear) การทำความเข้าใจองค์ประกอบทางดนตรีจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นักดนตรีที่ยอดเยี่ยมจึงต้องมี ทักษะการฟังขั้นสูง ที่จะช่วยปรับปรุงคุณภาพการแสดงของพวกเขา และทักษะเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญ สำหรับนักศึกษาดนตรีหรือใครก็ตามที่ต้องการทำความเข้าใจในดนตรีอย่างลึกซึ้ง และเพื่อคุณภาพ การแสดงดนตรีได้ดีขึ้น การฝึกโสตทักษะจึงเป็นประโยชน์ต่อการแสดงของนักดนตรี การฝึกฝนทักษะ การได้ยินของคุณผ่านการฝึกหูเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการรับรู้ทางระดับ เสียง ซึ่งเป็นความสามารถในการจำลองเสียงของโน้ตหรือระบุโดยอ้างอิงจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับ


193 โน้ตตัวอื่น (สามารถใช้วิธีฝึกได้ทั้งการ Move Do และ Fix Do) นี่เป็นทักษะที่ช่วยให้นักศึกษา วิเคราะห์และถอดรหัสสิ่งที่คุณได้ยิน ช่วยให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางดนตรีได้ ดีขึ้น เมื่อนักศึกษาฝึกฝนการฟังให้มีประสิทธิภาพที่ดี นักศึกษาจะสามารถปรับปรุงจังหวะ ปรับแต่ง เสียงเครื่องดนตรีให้แม่นยำยิ่งขึ้น สามารถร่วมบรรเลงกับนักดนตรีคนอื่น ๆ ได้ดีขึ้น และเสริมสร้าง ทักษะการแสดงสดและการร้องเพลงอีกด้วย


194 แบบฝึกหัดท้ายบท 1. ให้นักศึกษาฟังและวิเคราะห์ระดับเสียงตามลิ้งก์ที่กำหนดให้ โดยในแต่ละข้อผู้สอนได้กำหนด สัดส่วนตัวโน้ตให้แล้ว QR CODE ลิ้งก์ ฝึกวิเคราะห์แนวทำนองโน้ต 2 เสียง 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 ฝึกวิเคราะห์แนวทำนองโน้ต 3 เสียง 1.6 1.7


195 1.8 1.9 1.10 ฝึกวิเคราะห์แนวทำนองโน้ต 4 เสียง 1.11 1.12 1.13 1.14 1.15 ฝึกวิเคราะห์แนวทำนองโน้ต 5 เสียง 1.16


196 1.17 1.18 1.19 1.20 ฝึกวิเคราะห์แนวทำนองโน้ต 6 เสียง 1.21 1.22 1.23 1.24 1.25


197 ฝึกวิเคราะห์แนวทำนองโน้ต 7 เสียง 1.26 1.27 1.28 1.29 1.30


198 อ้างอิงท้ายบท ณัชชา พันธุ์เจริญ. ทฤษฎีดนตรี. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 . พจนานุกรมศัพท์ดุริยางคศิลป์. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เกศกะรัต, 2552 วรากร สีโย. เอกสารประกอบการสอนวิชาโสตทักษะ 1. พิมพ์ครั้งที่ 1 . วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2561 วิบูลย์ ตระกูลฮุ้น. ทฤษฎีดนตรีตะวันตก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, 2561 . ทักษะทฤษฎีดนตรีตะวันตก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2561 พระเจนดุริยางค์. แบบเรียนดุริยางคศาสตร์สากล. ฉบับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย พิภัช สอนใย. การบันทึกโน้ตเพลงไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1 . มหาสารคาม. อภิชาตการพิมพ์, 2561 สัญฉนะวัต นิมมานรตนกุล. ทฤษฎีดนตรีตะวันตก. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี : สำนักพิมพ์นิมมานรัต นกุล, 2552


199 บรรณานุกรม ณัชชา พันธุ์เจริญ. ทฤษฎีดนตรี. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 . พจนานุกรมศัพท์ดุริยางคศิลป์. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เกศกะรัต, 2552 ธวัชชัย นาควงษ์ (2544). โคไดสู่การปฏิบัติ พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร. สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. พิสิฏฐ์ สุอาชาวรัตน์. แพทย์แนะนำสุขภาพหู, วารสารดิจิตอล. 26 สิงหาคม 2557. <www.jrrsu.net/article/413> 29 พฤศจิกายน 2559. . ทักษะทฤษฎีดนตรีตะวันตก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2561 พระเจนดุริยางค์. แบบเรียนดุริยางคศาสตร์สากล. ฉบับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย พิภัช สอนใย. การบันทึกโน้ตเพลงไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1 . มหาสารคาม. อภิชาตการพิมพ์, 2561 วรากร สีโย. เอกสารประกอบการสอนวิชาโสตทักษะ 1. พิมพ์ครั้งที่ 1 . วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2561 วัชรินทร์ สายสาระ. (2533). เทคนิคการฝึกโสตประสาท. เลย. ฝ่ายเอกสารและตำรา วิทยาลัยครูเลย วิบูลย์ ตระกูลฮุ้น. ทฤษฎีดนตรีตะวันตก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, 2561 สัญฉนะวัต นิมมานรตนกุล. ทฤษฎีดนตรีตะวันตก. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี : สำนักพิมพ์นิมมานรตน กุล, 2552 อเนก วีระธรมานนท์. (2555). โสตประสาท. เอกสารประกอบเรียนการสอนสำหรับหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพโรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ. กองดุริยางค์ทหารอากาศ. อรวรรณ บรรจงศิลป. (2538). การสอนดนตรีในระดับประถมศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Denis Arnold. (1996). The New Oxford Campanion to Music. 2nd ed.Oxford : Oxford University Press. Don Michael Randel.(1996). The Harword Biographical Dictionary of Music. Cambridge : Harword University Press.Michael Horvit, Timothy Koozin and Robert Nelson. (2001). Music for Ear training. Moores School of music, University of Houston.


200 Robert E. Nye. (1992). Music in the Elementary School. 6th ed. New Jursey: Prentice Hall, Englewood Cliffs.


201 ประวัติผู้เขียน ชื่อ นายชัชวาลย์ สร้อยกุดเรือ วันเกิด 8 ตุลาคม 2532 สถานที่เกิด ตำบลเก่ากลอย อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู สถานที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 30/1 หมู่ 8 ตำบลเก่ากลอย อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู 39350 ตำแหน่ง อาจารย์ประจำหลักสูตรดนตรีศึกษา สถานที่ทำงานปัจจุบัน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด 45120 หมายเลขโทรศัพท์ 095-1873905 e-mail [email protected] ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2546 ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านขอบเหล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู พ.ศ. 2548 มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนกุดดินจี่พิทยาคม จังหวัดหนองบัวลำภู พ.ศ. 2551 มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนกุดดินจี่พิทยาคม จังหวัดหนองบัวลำภู พ.ศ. 2555 ปริญญาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (ศป.บ.) สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2558 ปริญญาศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (ศป.ม.) สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รางวัลที่เคยได้รับ พ.ศ.2552 ทุนการศึกษา นักศึกษาวิชาเอกดนตรี จากสถาบันดนตรีสยามกลการ พ.ศ.2554 ทุน ทปอ.สร้างสรรค์ (ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย) พ.ศ.2559 “ศิษย์เก่าดีเด่น”คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2560 “รางวัลครูดีในดวงใจ” คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ผลงานด้านการวิจัย บทความวิชาการและผลงานสร้างสรรค์ 1. ได้รับการจดลิขสิทธิ์ผลงานสร้างสรรค์ทางดนตรี จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชื่อผลงาน “ตุ้มเพลงมโฮม ฮักแพง เบิ่งแยงราชภัฏร้อยเอ็ด” เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563


202 2. ได้รับการจดลิขสิทธิ์ผลงานสร้างสรรค์ทางดนตรี จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชื่อผลงาน “เพลงตุ้มโฮม” เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 3. ผลงานตีพิมพ์วิจัยนานาชาติ Review of International Geographical Education Online (RIGEO) 20/09/2021 ISSN:2146-0353 เรื่อง The Creation of Contemporary Music from Isan Folk Melodies: The Modern Molam, All-Thidsa Molam Band 4. นำเสนอบทความวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ"ภาษาและวัฒนธรรม อาเซียน-จีน 2023" (LC ASEAN-CHINA 2023) เรื่อง Keyboard instruments accompanying the role of MoLum music performances 5. เอกสารประกอบการสอนวิชาทฤษฎีดนตรีตะวันตก 1 (MSE1105) สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 6. เอกสารประกอบการสอนรายวิชา การบันทึกโน้ตและฝึกโสตประสาท (MSE1102) สาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด


203


204


Click to View FlipBook Version